2.1.การจัดลาดบั ความสาคญั ของปญั หาอนามยั ชุมชน (Priority Setting) หมายถงึ กระบวนการตดั สินใจเลอื กปญั หาทีจ่ ะต้องแกไ้ ขตามลาดบั ความสาคัญก่อน – หลงั โดยใชว้ ิธกี ารท่ีเหมาะสม ซงึ่ มี 6 วธิ ีดว้ ยกัน วิธีของ John J. Halon วิธขี ององคก์ ารอนามยั โลก วธิ ีของ 5D. วธิ กี ระบวนการกล่มุ วธิ ขี องกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย วธิ ีของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
วธิ ีของ John J. Halon ปัญหาระดบั นโยบาย มี 4 องคป์ ระกอบ ใหค้ ะแนนระหวา่ ง 0-10 A = ขนาดของปัญหา ใหค้ ะแนนระหวา่ ง 0-20 B = ความรุนแรงของปัญหา ใหค้ ะแนนระหวา่ ง 0-10 C = ประสิทธิภาพของการปฎิบตั ิงาน ใหค้ ะแนน 0-1 D = ขอ้ จากดั สูตร Basic Priority Rating(BPR) = [(A + B)C/3]xD
Basic Priority Rating(BPR)
วิธีขององคก์ ารอนามยั โลก เหมาะกับปญั หาท่ีเกย่ี วข้องกบั ความเจบ็ ปว่ ย / โรคมี 2 วิธี Public Health In Western Pacificสาหรับปญั หาซบั ซอ้ นหรอื โรคเร้อื รงั ความเหมาะสม ขนาดของปญั หา ความสนใจของชมุ ชน การสนับสนนุ ด้านนโยบาย Guide Index ใช้สาหรับปญั หาสขุ ภาพทไี่ ม่ซับซอ้ น มเี กณฑ์ ขนาดของปัญหา ความสาคญั ของปัญหา ความเหมาะสมของเทคโนโลยี
วธิ ีของ 5D. สามารถใชร้ ะบุปัญหาและจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหาโดยใชห้ ลกั การทาง ระบาดวทิ ยาเป็นเกณฑใ์ นการพิจารณา Death Mortality Rateของชุมชน Disability จานวนประชากรท่ีมีแนวโนม้ ท่ีก่อใหเ้ กิดความพกิ าร Disease Mortality Rate ที่เกิดข้ึนในชุมชน Discomfort ความรู้สึกไม่สุขสบาย/การตระหนกั ถึงความสาคญั ของปัญหา Dissatisfaction ความรู้สึกไม่พงึ พอใจของประชาชนต่อ ปัญหาท่ีเกิดข้ึน คานวณคะแนนตามระบบ Composition Index คือให้ คะแนน 3 2 1 แลว้ เอาคะแนนท้งั หมดมารวมกนั
วธิ ีกระบวนการกลุ่ม (Norminal Group Process) ประชาชนเป็นคนตดั สินใจเลือกแกป้ ัญหาดว้ ยตนเอง โดย ใหป้ ระชาชนอภิปรายผลดี ผลเสียของแต่ละปัญหาแลว้ ให้ สมาชิกลงคะแนนเสียงโดยการยกมือ / ใชบ้ ตั ร
วธิ ีของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ใชก้ บั ปัญหาทว่ั ไป โดยมีเกณฑ์ ดงั น้ี ขนาดของกลุ่มชนที่ถูกกระทบ มีค่าคะแนน 1-5 ความร้ายแรงและเร่งด่วน มีคะแนน 1-5 ความเสียหายในอนาคต มีคะแนน 1-5 การยอมรับร่วมกนั ของชุมชน มีคะแนน 1-5
วิธีของคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหิดล เป็นวธิ ีท่ีนิยมในปัจจุบนั มีเกณฑก์ ารพิจารณา 4 องคป์ ระกอบ ขนาดของปัญหา (Size of Problem) ความรุนแรงของปัญหา (Severity of Problem) ความยากง่าย ความพร้อมในการท่ีจะแกไ้ ขปัญหา (Feasibility of Management) เทคโนโลยี / ความรู้ ทางวิชาการ และขนาดผลกระทบที่เกิดกบั ชุมชน เช่นกาลงั คน , เวลา , ทรัพยากร , งบประมาณ , นโยบาย , ศีลธรรม ความวิตกกงั วลต่อปัญหาของชุมชน
2.2เกณฑท์ ่ีใช้ในการจัดลาดบั ความสาคญั ของปญั หา มีหลายวธิ ีเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ องค์ประกอบ หลกั ในการพจิ ารณา คะแนน เกณฑ์ 1. ขนาดของ 0 ร้อยละ ปัญหา พจิ ารณาจากจานวน 1 คนที่เกิดโรค คิดเป็น 2 ไม่มีคนป่ วย/ปัญหา ร้อยละ 3 4 > 25 26 -50 51 - 75 76-100
2..23เกณารฑจท์ ดใี่ั ชลใ้ นากดาบัรจคัดวลาาดมบั สควาาคมญัสาขคอญั งขอปงัญปญั หหาา มีหลายวธิ ีเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ องค์ประกอบ หลักในการพจิ ารณา เกณฑ์ 2. ความรุนแรง พจิ ารณาจากผลของ คะแนน ร้อยละ ของปัญหา โรค / ปัญหา ตาย / 0 ไม่มีผลกระทบ 1 > 25 (นอ้ ยมาก) พกิ าร /สภาพเศรษฐกิจ 2 26 -50 (นอ้ ย) ของบุคคล ครอบครัว 3 51 - 75 (มาก) ชุมชน 4 76-100 (มากที่สุด)
22..23เกณารฑจท์ ดใ่ีั ชล้ในากดาบัรจคัดวลาาดมบั สควาาคมญัสาขคอญั งขอปงัญปญั หหาา มีหลายวธิ ีเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ องค์ประกอบ หลักในการพจิ ารณา เกณฑ์ คะแนน ร้อยละ แกไ้ ขไม่ได้ 3. ความยาก- พจิ ารณาจากความ 0 >25 (ยากมาก) ง่ายในการ เป็นไปไดด้ า้ นวชิ าการ 1 26 -50 (ยาก) แกป้ ัญหา บริหาร ศีลธรรม 2 51 - 75 (ง่าย) ตน้ ทุนทางสงั คม เวลา 3 76-100 (ง่ายมาก) ทรัพยากร งบประมาณ 4 เทคโนโลยี
2..23เกณารฑจท์ ดีใ่ั ชลใ้ นากดาบัรจคดั วลาาดมับสควาาคมญัสาขคอัญงขอปงัญปัญหหาา มีหลายวธิ ีเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ องค์ประกอบ หลกั ในการพจิ ารณา เกณฑ์ 4. ความวติ ก พจิ ารณาจากความเห็น คะแนน ร้อยละ กงั วลต่อปัญหา ของประชาชนวา่ ปัญหา 0 ไม่มีคนป่ วย/ปัญหา ของชุมชน น้นั มีความสาคญั 1 > 25 (นอ้ ยมาก) หรือไม่ ตอ้ งการให้ 2 26 -50 (นอ้ ย) แกไ้ ขปัญหามากนอ้ ย 3 51 - 75 (มาก) เพยี งใด 4 76-100 (มาก ท่ีสุด)
ภายหลงั การใหค้ ะแนนตามองคป์ ระกอบแล้วจัดลาดบั ความสาคญั ได้ 2 วธิ ี I. วิธีบวก (Additive Method) ความสาคญั ของปัญหา = A + B + C + D II. วิธีคูณ(Multiplicative Method)
สรุปการจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหา วิธี A B C D E F เกณฑ์ 1.John ขนาดของปัญหา ความรนุ แรง ประสทิ ธภิ าพ ขอ้ จากัด [[A+B]C/3]D J. Halon ปญั หา ของการปฏิบัตงิ าน 2.วิธีขององคก์ ารอนามยั ขนาดของปัญหา ความสนใจของชมุ ชน ความสาคัญ& การสนับสนุน โลก(เรอ้ื รงั ) เหมาะสม ดา้ นนโยบาย 3.วิธ5ี d(ของปญั หา) จานวนทีต่ าย/ ความตระหนัก จานวนทปี่ ว่ ย ความตอ้ งการใหแ้ กไ้ ข ผลดผี ลเสยี ในการ ผลกระทบ 4.วิธีกระบวนการกลุ่ม จานวนท่ีอาจพิการ แก้ไขปัญหา ของปญั หาตอ่ ประชาชนตดั สินใจ ความสามารถของ ชุมชุมชน 5.วิธขี องกระทรวงมหาดไทย ตามลาดับ ชมุ ชนในการ ความเสียหายต่อการ ความรนุ แรงของปญั หา แก้ปัญหา พัฒนา ขนาดของปญั หา/ขนาด ประชากรและพ้นื ทีท่ ่ี ความต้องการใหแ้ ก้ไข ไดร้ บั ผลกระทบ 6.วิธีของม.มหิดล ขนาดของปญั หา ความรนุ แรง ความตระหนัก ความยากงา่ ย ปญั หา 7.Standhope และ ความรบั รู้ ความต้งั ใจ ความชานาญ/ ความรวดเร็ว Lancaster ความรุนแรงปัญหา ขนาดอบุ ัติการณ์/ ความตระหนักของ ป้องกนั ได้,รักษาได้ 2E,4D4E,5D, การสูญเสยี 8.วธิ กี ระบวนการกลมุ่ ความชุกชมุ ของโรค ความรุนแรงปัญหา ชุมชน หายได้ 7E ทาง กาหนดเลอื กองคป์ ระกอบ เศรษฐกจิ
2.3เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนเพือ่ พจิ ารณาจดั ลาดบั ความสาคญั ของปัญหา 1.มากทส่ี ุดหรอื สาคัญมากท่สี ดุ = 5 คะแนน 4 คะแนน 2.มากหรอื สาคญั มาก = 3 คะแนน 2 คะแนน 3.ปานกลาง = 1 คะแนน 4.น้อยหรอื สาคญั น้อย = 5. นอ้ ยท่ีสดุ หรือสาคญั นอ้ ยท่สี ุด =
ตวั อย่างการจัดลาดบั ความสาคญั ของปัญหา ปัญหา ขนาด ความ ความ ความ คะแนน ลาดบั ทขี่ อง 1. ไขไ้ ทฟอยด์ ของ รุนแรง ยาก ตระหนัก ปัญหา 2. โรคเอดส์ 3. โรคผวิ หนงั ผืน่ คนั ปัญหา ง่าย บวก คูณ บวก คูณ 4. โรคติดเช้ือทางเดินหายใจ 5. โรคพยาธิใบไมต้ บั 3 2 3 3 11 54 2 2 6. โรคความดนั โลหิตสูง 1 4 1 4 10 16 1 4 2 1 3 1 76 4 5 4 2 1 2 9 16 3 4 3 3 3 3 12 81 2 1 1 3 2 3 9 18 2 3
2.4การวเิ คราะหส์ าเหตขุ องปัญหา I. การวเิ คราะห์ปัญหาโดยวิธีการทางระบาดวทิ ยา ศึกษาทบทวนธรรมชาติของการเกิดโรค/ปัญหาโดยละเอียด สร้างโยงใยสาเหตุของปัญหา (Web of Causation : Multifac torial Causation) ใชข้ อ้ มูลท่ีมีอยใู่ นชุมชนกาจดั ปัจจยั บางตวั ใชว้ ทิ ยาการระบาดเชิงบรรยายเพื่อกาจดั ปัจจยั บางตวั ออก พสิ ูจนห์ าปัจจยั ที่น่าเป็นสาเหตุของปัญหา การใชร้ ะบาดวทิ ยาเชิงวเิ คราะห์ สร้างโยงใยสาเหตุของปัญหาที่แทจ้ ริง (Actual Web of Causation)
2.4การวเิ คราะห์สาเหตุของปัญหา II. การวิเคราะห์ตามแนวคิดพฤติกรรมศาสตร์ ปัจจยั นา คือ ปัจจยั ภายในตวั บุคคล:- ความรู้ ความเช่ือ คา่ นิยม เจตคติ ทกั ษะ ปัจจยั เอ้ือ คือ ปัจจยั ภายนอกที่เอ้ือต่อการกระทา / ไม่กระทา :- บริการทางการแพทย์ ปัจจยั เสริม คือ ปัจจยั ภายนอกทางสงั คมที่ทาใหเ้ กิด พฤติกรรมเร็ว/ชา้
ตัวอย่าง การเขยี นโยงใยสาเหตุของปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลอื ด (Cardiovascular Disease) โรคหัวใจและหลอดเลอื ด ความดันโลหิตสูง (Hypertension) ขาดการออกกาลงั กาย (Lack of exercise) โคเลสเตอรอลในเลอื ดสูง (Hypercholesteralemia) ความเครียด (Stress) อ้วนเกนิ (Obesity) เบาหวาน (Diabetes Millitus) พนั ธุกรรม (Heredity) สูบบุหรี่ (Cigarette Smoking) ภาวะบีบค้นั ทางสังคม (Social pressure) สังคมอตุ สาหกรรม (Industrialized Society)
3.การวางแผนการดาเนินการเพือ่ แก้ปัญหา (Planning) ความหมาย การท่ีบุคคล กลุ่มคนเขา้ ร่วมกระบวนการตดั สินใจใน การกาหนดส่ิงที่จะนามาใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหาอนามยั ชุมชน โดย ระบุวตั ถุประสงค์ กิจกรรม ทรัพยากร ผรู้ ับผดิ ชอบและการ ประเมินผล
3.1ความสาคญั I. แผนท่ีถูกตอ้ งสมบูรณ์ช่วยใหก้ ารบริหารงานมีเป้ าหมายรวดเร็วมีประสิทธิภาพ II. แผนท่ีดีทาใหห้ น่วยงานอื่นเขา้ ใจวตั ถุประสงคข์ ององคก์ รไดด้ ีข้ึน III. ช่วยใหเ้ กิดการทางานเป็นกลุ่มมีการประสานงานท่ีดีสนองความตอ้ งการของชุมชน IV. ช่วยใหส้ ามารถใชก้ าลงั คน เงิน วสั ดุ ทรัพยากร และเวลาใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด V. ช่วยในการควบคุมและประเมินผลไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ VI. ช่วยใหพ้ ยาบาลอนามยั ชุมชน ทีมสุขภาพและประชาชนทราบความเคลื่อนไหว / คาดคะเนอุปสรรคและหาวธิ ีป้ องกนั ก่อนเกิดความเสียหาย
3.2ความตอ่ เน่อื งของแผน แผนงาน โครงการ และงาน แผน (Plan) แผนงาน 1 แผนงาน 2 (Program 1) (Program 2) โครงการ 1 โครงการ 2 โครงการ 1 โครงการ 2 (Project 1) (Project 2) (Project 1) (Project 2) โครงการย่อย1 โครงการย่อย2 กจิ กรรม กจิ กรรม กจิ กรรม กจิ กรรม (Activity) (Activity) (Activity) (Activity) งาน งาน งาน งาน (Job) (Job) (Job) (Job)
แผน (Plan) เป็ นเอกสารแสดงส่ิงท่ีจะดาเนินการ แผนงานหลกั (Master Plan) ในอนาคต ประกอบดว้ ย แผนงานยอ่ ย (Sub Plan) โครงการ(Project) 1. วตั ถุประสงค์ โครงการยอ่ ย(SubProject) 2. นโยบาย กิจกรรม(Activity) 3. เป้ าหมาย งาน(Job) 4. วงเงิน 5. มาตรการ
3.3แผน (Plan) เอกสารที่ระบุว่าจะให้ใครทาอะไร ที่ไหน อย่างไร เม่ือไหร่ มี ข้นั ตอนดาเนินงานอยา่ งไร อะไรบา้ ง มีการประสานงานอยา่ งไร และใช้ ทรัพยากรอะไรบา้ ง เท่าไหร่ เพ่ือนาไปสู่การบรรลุวตั ถุประสงคแ์ ละ เป้ าหมายท่ีตอ้ งการ
3.4ประเภทของแผน I. แบง่ ตามระยะเวลา แผนระยะสั้น ไมเ่ กนิ 2 ปี แผนระยะกลาง 3-5 ปี แผนระยะสน้ั มากกว่า 5 ปี II. แบ่งตามสถานท่ี แผนระดบั ชาติ แผนระดับภาค แผนระดับจงั หวดั แผนระดบั อาเภอ แผนระดับตาบล
3ป.ร4ะปเรภะทเภขทองขแอผงนแผน III. แบง่ ตามรายงาน IV. แบ่งตามหลกั เศรษฐศาสตร์ แผนมหภาค(Macro Plan) แผนรายสาขา(Sectoral Plan) V. แบ่งตามเหตกุ ารณ์ แผนฉกุ เฉิน แผนเร่งด่วน
แผนอนามยั ชุมชนเป็นแผนปฏิบตั ิการ (Operational Plan) มลี กั ษณะเป็นแผนระดบั ล่าง(Tatic Plan)ระยะไม่เกิน 1 ปี มกั จะทา ในลักษณะโครงการ (Project)
3.5การจัดทาแผนเพอ่ื ดาเนนิ งานในชุมชน แบง่ เป็น 2 ระดับ 1) การวางแผนแมบ่ ท / แผนงานหลกั (Master Plan) เปน็ แผนทีบ่ รรจปุ ญั หาทง้ั หมดไวใ้ ห้ บุคลากรในหนว่ ยงานท้งั หมดเป็นผูร้ บั ผดิ ชอบและจดั ทา แผนโครงการ/แผนงานยอ่ ย หรือ แผนปฏิบัตกิ าร เพ่ือให้สามารถดาเนินการแกไ้ ขหรือนาไปปฏบิ ตั ไิ ด้ ประกอบดว้ ย เลอื กปญั หาเพือ่ การวางแผน วเิ คราะหป์ ญั หาและสาเหตขุ องปัญหาอย่างละเอยี ดและกลมุ่ ประชากรท่เี กดิ ปญั หา เปา้ หมายในการแกป้ ัญหา กลวิธีทางการพยาบาลอนามัยชมุ ชนในการแกป้ ญั หา หลายๆวิธแี ละทรพั ยากรทมี่ ี ในชมุ ชน
ก3.า5รกจาัดรทจาดั แทผานแเผพน่อื เดพาือ่ เดนาินเงนานิ นงใานนชใุมนชชนมุ ชแนบง่แเบป่ง็นเป2็นร2ะดรับะดบั ปญั หา วิเคราะหป์ ัญหาและสาเหตุ เป้าหมาย กลวธิ ี วิธกี ารท่ี 1 (โครงการท่ี 1) วิธีการที่ 2 (โครงการท่ี 2) วิธีการที่ 3 (โครงการที่ 3) การประเมนิ ผล เกณฑ์ที่ตัง้ ไวเ้ ป็นแนวทางในการประเมิน
3ก.า5รกจาัดรทจาัดแทผานแเผพน่อื เดพา่ือเดนาินเงนานิ นงใานนชใมุนชชนุมชแนบ่งแเบป่งน็ เป2น็ ร2ะดรบั ะดับ 2) การวางแผนงานยอ่ ยหรอื โครงการ (Sub Plan) แผนการดาเนินการ ในการแกป้ ญั หาอนามัยชมุ ชนในระยะสน้ั ท่ีจดั ทาขน้ึ เปน็ แนวทางใน การปฏิบัติงาน และของบประมาณสนบั สนนุ จากหนว่ ยงานที่ เก่ียวขอ้ ง นอกเหนอื ไปจากแผนงานประจา
3.6องคป์ ระกอบของการเขียนโครงการ I. ชอ่ื โครงการ บ่งบอกจะกระทาส่งิ ใด ลกั ษณะ/กจิ กรรมท่จี ะปฎบิ ัติ II. ประเภทของโครงการ III. ส่วนราชการเจา้ ของโครงการ IV. ผู้รบั ผดิ ชอบโครงการ V. หลกั การและเหตผุ ล แสดงถึงปญั หาและความจาเป็นที่จะตอ้ ง มีโครงการ ควรระบสุ ภาพปัญหา เหตผุ ลและข้อมลู สนบั สนนุ ให้ ปรากฏชัดเจนมีอา้ งอิงโดย
3อ.ง6คองป์ คร์ปะรกะกออบบขขอองงกกาารรเขเขียียนนโคโรคงกรางรการ ทาไมจงึ ทาโครงการน้ี ทาแลว้ ไดป้ ระโยชน์อย่างไร วิธีการทใ่ี ช้ในโครงการสามารถแกป้ ญั หาได้อยา่ งไร VI. วตั ถุประสงค์ เป็นเคร่ืองชี้แนวทางในการดาเนนิ งานของโครงการ ตอ้ ง คานึงถงึ ลักษณะ 5 ประการ คือ กาหนดดว้ ยความฉลาด (SMART) ดังนี้ S = Sensible มคี วามเปน็ ไปได้ในการดาเนินโครงการ
3อ.ง6คองป์ ครป์ ะรกะกออบบขขอองงกกาารรเขเขยี ียนนโคโรคงกรางรการ M = Measurable จะตอ้ งสามารถวดั และประเมินผลได้ A = Attainable ตอ้ งระบสุ ่ิงทต่ี อ้ งการดาเนนิ งานอยา่ งชดั เจน R = Reasonable มคี วามเป็นเหตเุ ป็นผลในการปฏบิ ัติงาน T = Time มีขอบเขตของเวลาทแ่ี นน่ อนในการปฏบิ ตั งิ าน
อ3.ง6คองป์ คร์ปะรกะกออบบขขอองงกกาารรเขเขียียนนโคโรคงกรางรการ VII. วิธดี าเนนิ การ เปน็ การกาหนดกจิ กรรมในวิธกี ารต่างๆ/เป็นงาน/ภารกิจ ท่ีจะตอ้ งปฏบิ ตั ใิ ห้บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ จาแนกเปน็ กิจกรรม ย่อยหลายกิจกรรมเป็นขัน้ ตอนอย่างชดั เจนจนจบกระบวนการวา่ มี กจิ กรรมใดทจี่ ะต้องทา ทาเมือ่ ใด ผ้ใู ดเป็นผู้รบั ผิดชอบ และทาอยา่ งไร โดยปกติจะทาเป็น Grantt Chart ควบคกู่ ันไป VIII. ระยะเวลา ในการดาเนนิ โครงการ ระบุเวลาต้ังแตเ่ รมิ่ ต้นจนสน้ิ สดุ โครงการ
อ3.ง6คองป์ คร์ปะรกะกออบบขขอองงกกาารรเขเขยี ียนนโคโรคงกรางรการ IX. งบประมาณและทรพั ยากร ระบุ จานวนงาน บุคคล วสั ดุครภุ ณั ฑ์และปจั จัย อ่นื ๆท่ีจาเปน็ ตอ่ การดาเนนิ โครงการ ซ่งึ ต้องคานงึ ถงึ หลกั สาคัญ 4 ประการ ความประหยดั (Economy) ความมปี ระสทิ ธิภาพ (Efficiency) ความมปี ระสิทธผิ ล (Effectiveness) ความยุติธรรม(Equity) X. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ ถ้าเป็นบุคคลควรแสดงว่าใครเปน็ ท่ปี รึกษา ใครเปน็ หวั หน้า และใครผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ
3อ.ง6คองป์ ครป์ ะรกะกออบบขขอองงกกาารรเขเขยี ียนนโคโรคงกรางรการ XI. การประเมนิ ผลโครงการ เป็นการแสดงถงึ การติดตาม การควบคุม การกากบั และการประเมนิ ผลโครงการ ตอ้ งระบบุ คุ คล/ หนว่ ยงาน/เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้หรอื วธิ ไี วด้ ว้ ย ควรบอกระยะเวลาในการ ประเมนิ ด้วย XII. ผลที่คาดว่าจะได้รับ แสดงถงึ ผลประโยชน์ทพ่ี งึ ไดจ้ ากความสาเร็จของ โครงการ ผลกระทบทด่ี ีทง้ั โดยตรง/โดยอ้อม
3.7การวางแผนแบบมงุ่ ผลสัมฤทธิ์ (Results –Based management) องค์ประกอบและเครือ่ งมอื ของ RBM I. การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning) II. การกาหนดตวั ชวี้ ัดผลการดาเนนิ การหลัก(Key Performance Indicator) III. การกาหนดปัจจยั หลักแหง่ ความสาเร็จ(Critical Success Factors) IV. การกาหนดเกณฑ์มาตรฐาน V. การจดั ให้มรี ะบบขอ้ มลู สารสนเทศท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ
3.8ข้ันตอนการวางแผนกลยทุ ธ์ การวเิ คราะห์ SWOT วสิ ัยทศั น์(Vision) กาหนดปัจจยั หลกั แห่งความสาเร็จ (CSFs) พนั ธกจิ (Mission) เป้ าหมาย (Goal) กาหนดตัวชี้วดั ผลดาเนินงาน (KPIs) วตั ถุประสงค์ (Objective) กาหนด KPIs กลยุทธ์ (Strategics) แผนงาน / โครงการ (Plan / Project) วตั ถุประสงค์ของแผนงาน/โครงการ การกาหนด CSFs , KPIs และเกณฑ์มาตรฐาน การจัดเตรียมงบประมาณทมี่ ่งุ เน้นผลงาน ปฏบิ ัติงานตามแผนงาน/โครงการทกี่ าหนดไว้ ผลผลติ วดั ผลสัมฤทธ์ิ ผลลพั ธ์
4.การดาเนินงานตามแผนท่ีกาหนด (Intervention , Implementation) I. ขนั้ ตอนการเตรียมงาน เตรียมผู้ปฎบิ ตั งิ าน ศึกษารายละเอียดของกจิ กรรมใหเ้ ข้าใจทกุ ขั้นตอน แบง่ หนา้ ทค่ี วามรบั ผิดชอบป้องกันการทางานซา้ ซ้อน เตรยี มทรพั ยากรอปุ กรณ์ บคุ ลากรทเ่ี กี่ยวข้อง เตรียมกลุ่มเปา้ หมายหรือผรู้ บั บริการ ชีแ้ จงให้ทราบว่าจะเขา้ ไปทากจิ กรรม/บริการอะไรในชมุ ชน
4.การดาเนินงานตามแผนที่กาหนด (Intervention , Implementation) ประสานกบั ผ้นู าชมุ ชนใตก้ ารสนบั สนุน กระตุ้น และมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม คดั เลือกสมาชิกกลุ่ม / องคก์ รในชมุ ชนทม่ี สี ว่ นเกี่ยวขอ้ งกบั ปญั หา การประชาสมั พนั ธ์ แจง้ ให้ประชาชนในชมุ ชนทราบถงึ วัน เวลา และ วัตถุประสงคข์ องการปฏิบัตงิ าน การนัดหมายวัน เวลา สถานทคี่ วร พจิ ารณาโดยรอบคอบ ตรวจสอบวิถี การดาเนนิ ชีวิต ปฏทิ นิ ชมุ ชน ไม่ผิด นดั กับกลุ่มเป้าหมาย
4.การดาเนนิ งานตามแผนทก่ี าหนด (Intervention , Implementation) II. ขั้นดาเนนิ การตามแผนโครงการ การจดั ทากาหนดการปฏบิ ตั ิงานโดย ตารางปฏิบัติงาน แผนภูมแิ กนท์ (Gantt Chart) จะมีรายละเอยี ดดงั นี้ แสดงกิจกรรมตามลาดับก่อน-หลัง แสดงระยะเวลาเร่มิ ต้นและสิน้ สดุ ของชว่ งเวลาดาเนนิ การ
4.การดาเนินงานตามแผนท่ีกาหนด (Intervention , Implementation) กาหนดสื่อและทรัพยากรทใี่ ช้ แสดงผรู้ ับผดิ ชอบแต่ละกจิ กรรม วธิ ีดาเนินงานอาจมีแนวทางในการดาเนินงานกากับ การตดิ ตามประเมนิ ผล / การควบคมุ ตรวจสอบ การรายงาน ความก้าวหน้าของกิจกรรมเป็นระยะอยา่ งไร ใครรบั ผดิ ชอบ
แสดงตวั อยา่ งแผนปฏิบตั ิงาน (Gantt Chart) ชื่อโครงการ....(แผนการฝึ ก)... ระหว่างวนั ท่ี....ถงึ ... ลาดบั กจิ กรรม ระยะเวลาท่ใี ช้ในการปฏบิ ตั ิ (วัน เดอื น ปี) ผรู้ บั ผิดชอบ ทรพั ยากร หมาย เหตุ 1 ศึกษาข้อมูล ทาแผนที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 แบบ 2 วเิ คราะห์ขอ้ มลู ระบปุ ัญหา สอบถาม 3 นาเสนอขอ้ มลู ต่อชุมชนให้ Computer ชมุ ชนมสี ว่ นร่วมจดั ลาดับ ความสาคญั ของปัญหา 4 วเิ คราะห์สาเหตขุ องปัญหา 5 วางแผนแกป้ ัญหา/โครงการ (Master Plan ,Sub Plan)
แสดงตวั อยา่ งแผนปฏิบตั ิงาน (Gantt Chart) ชื่อโครงการ....(แผนการฝึ กหว่างวนั ที่....ถงึ ... ลาดับ กิจกรรม ระยะเวลาท่ใี ช้ในการปฏิบัติ (วัน เดือน ปี) ผูร้ ับผิดชอบ ทรัพยากร หมาย เหตุ 6 ดาเนนิ การตามแผนงาน/ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 โครงการทก่ี าหนด 7 ประเมินผลการปฏบิ ัติงาน 8 นาเสนอผลปฏิบัติงานตอ่ ชมุ ชน
5.การประเมินผลการดาเนนิ งาน(Evaluation) ความหมาย การประเมินเป็นกระบวนการ การวิเคราะห์ถึงคุณค่าโดย การศึกษาข้อมูลแล้วตัดสินใจเลือกวิถีทางที่ดีท่ีสุด เพ่ือค้นหา ความจริงหรือสถานการณ์ท่ีเป็นจริงของการดาเนินงานว่า กิจกรรมนั้นได้ดาเนินไปตามเปา้ หมายหรอื แผนงานหรอื ไม่
5.การประเมนิ ผลการดาเนินงาน(Evaluation) วตั ถุประสงค์ของการประเมิน I. เพอื่ ประเมนิ ความถูกตอ้ งเหมาะสมของแผนงานและโครงการ II. เพือ่ ประเมนิ การดาเนนิ งานตามแผนงานและโครงการ III. เพือ่ ประเมนิ ความสาเรจ็ ของการทางาน
5.การประเมินผลการดาเนินงาน(Evaluation) ประโยชน์ของการประเมนิ ผล I. ควรทบทวนความเปน็ ไปไดข้ องการนาโครงการไปปฏิบตั ิ II. ชว่ ยให้ผ้รู บั ผิดชอบโครงการมีข้อมลู ในการควบคุม กากบั และ ปรับกจิ กรรมโครงการ III. ชว่ ยใหผ้ ู้รับผิดชอบสามารถตรวจสอบผลการปฏิบตั ิงาน (Performance) ความกา้ วหน้า (Progress) การครอบคลมุ กลุม่ เป้าหมาย(Covorage)
5.การประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน(Evaluation) ประโยชน์ของการประเมินผล IV. ช่วยในการตัดสนิ ใจปรบั เปลยี่ นปัจจัยนาเข้า กจิ กรรม การ ยกเลิกโครงการจากการประเมนิ ประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล ของโครงการ V. ช่วยในการวางแผนตดิ ตามนิเทศงาน VI. ชว่ ยใหม้ ีขอ้ มูลการประเมนิ ผล ขอสนับสนุนงบประมาณในการ ปฏิบัตงิ านงา่ ยขึน้
5.1ประเภทของการประเมิน I. ใชเ้ วลาเปน็ หลัก a) การประเมนิ ผลกอ่ นการปฎิบตั ิงาน (Pre-Evaluation) b) การประเมนิ ผลขณะปฎิบัตงิ าน (Operation Evaluation , Ongoing) c) การประเมนิ ผลกอ่ นการปฎบิ ัตงิ าน (Post-Evaluation) I. ใชว้ ธิ ีการและรปู แบบของการประเมินผลเป็นหลัก
ประเภทของการประเมิน II. ใช้วิธกี ารและรปู แบบของการประเมนิ ผลเปน็ หลัก a) การประเมนิ เปา้ ประสงค์ b) การประเมินผลระบบ CIPP ของ Stufflebeam
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105