คำนำ พระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พุทธศักราช 2542 (ปรับปรุง พ.ศ. 2545) มาตรา 6 ได้ระบุว่า “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนา คนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ัง ร่างกายจิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรม ในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ รว่ มกับผูอ้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข” ซง่ึ ความสมบรู ณ์ทางด้านร่างกายของนกั เรยี นก็เปน็ จุดมงุ่ หมายหนึ่งที่ โรงเรยี นบา้ นโคกมนใหค้ วามสำคญั อยา่ งยิ่ง จากสภาพปัญหาความเปลีย่ นแปลงในปัจจบุ นั และการกำหนดนโยบายการพัฒนาคนใน ทกุ ระดับ และทกุ มิติ จะมองเห็นวา่ การพัฒนาการศกึ ษา และการสง่ เสรมิ สุขภาพเป็นงานสำคัญท่ีต้อง ควบคู่กันไป ด้วยเหตุนี้ สำนักกิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ ารจึงไดร้ ว่ มกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พฒั นาเกณฑก์ ารพัฒนาโรงเรียน ต้นแบบนกั เรยี นไทยสขุ ภาพดขี ึ้น โดยประกอบด้วย 5 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานท่ี 1 มาตรฐานด้าน การบริหารจัดการ มาตรฐานที่ 2 มาตรฐานด้านโภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย มาตรฐานที่ 3 มาตรฐานด้านการออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการ มาตรฐานที่ 4 มาตรฐาน ด้านทันตสุขภาพ และมาตรฐานที่ 5 มาตรฐานด้านการมีส่วนร่วมและเครือข่าย โดยมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนา การศกึ ษาแบบองค์รวม กลา่ วคือ การพฒั นาโรงเรยี นตามเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนตน้ แบบ นักเรียนไทยสุขภาพดี จะส่งผลให้โรงเรียนมีการพัฒนาสภาพแวดล้อม อาคารเรียน อาคารประกอบอย่างต่อเนือ่ ง ส่งผลต่อครแู ละ บคุ ลากรทางการศึกษาท่จี ะได้รบั การดูแลส่งเสริมด้าน สุขภาพ และท้ายที่สุด คือ นักเรียนที่มีคุณภาพ จากการได้รับ การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะชีวิต ทักษะความรู้ มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและ สติปญั ญา สามารถเติบโตเปน็ กำลงั สำคัญในการพฒั นาประเทศชาติในโอกาสตอ่ ไป นายสทุ ธิรกั ผา้ ยผา ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านโคกมน
สารบัญ หนา้ เรื่อง 1-6 คำนำ 7 - 33 ขอ้ มลู พ้นื ฐานโรงเรยี น 34 - 56 มาตรฐานท่ี 1 การบรหิ ารจัดการและการมสี ่วนรว่ ม 57 - 72 มาตรฐานที่ 2 มาตรฐานดา้ นโภชนาการและอาหารท่ปี ลอดภยั 73 - 88 มาตรฐานท่ี 3 มาตรฐานด้านการออกกำลงั กาย กีฬาและนนั ทนาการ 89 - 96 มาตรฐานท่ี 4 มาตรฐานดา้ นทันตสขุ ภาพ มาตรฐานที่ 5 การมีส่วนร่วมและเครือขา่ ย
โรงเรียนตน้ แบบนกั เรียนไทยสุขภาพดี ประจำปี 2566 สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน โรงเรยี นบา้ นบา้ นโคกมน สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 2 ข้อมลู พน้ื ฐาน โรงเรียนบ้านโคกมนบริหารงานโดย นายสุทธิรัก ผ้ายผา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกมน นางวิชุลดา ดิษฐกร รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกมน ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาข้ัน พื้นฐาน คณะกรรมการกลุม่ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาน้ำหนาวและหัวหน้ากลุ่มงานบริหาร ทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบริหารงานวิชาการ นางสาวจุฑามาศ ช้างคำ, กลุ่มบริหารงานทั่วไป นายดำรงค์ จวบบุญ, กลุ่มบริหารงานบุคคล นางรุ่งรัชนี แสงพวง และกลุ่มบริหารงบประมาณ นายนิยม ผามชา โรงเรียนบ้านโคกมนทำการสอนตั้งแต่ ชั้นอนุบาล 2 จนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 16 ห้อง มีนักเรียนในปีการศึกษา 2/2565 จำนวน 395 คน และในปีการศึกษา 1/2566 มี ทั้งหมด 16 ห้อง มีนักเรียนจำนวน 375 คน โดยโรงเรียนมุง่ เน้นการดำเนินงานตามนโยบายด้าน สุขภาพ ได้วางแผนงานโครงการด้านสุขภาพต่าง ๆไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อให้นักเรียน ไดร้ ับการสง่ เสรมิ พฒั นาทง้ั ทางดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ และสติปญั ญา สีประจำโรงเรียนบ้านโคกมน สีน้ำเงนิ สขี าว สนี ำ้ เงนิ เปน็ ความหมายของการสงบเยน็ สุขมุ เยือกเย็น หนกั แน่นและละเอยี ดรอบคอบ สีขาว เป็นสีที่หมายถงึ ความบริสุทธ์ิ คำขวัญโรงเรียนบ้านโคกมน “ขยนั ศกึ ษา พัฒนาตนเอง เคร่งวินัย ใฝ่คุณธรรม” ทตี่ ้งั พกิ ัดทางภูมศิ าสตร์ ระยะทาง แผนที่ภายในโรงเรียน แผนท่แี สดงเขตบรกิ าร โรงเรยี นบา้ นโคกมน ตัง้ อยเู่ ลขที่ - ถนน - หมู่ 2 ตำบลโคกมน อำเภอน้ำหนาว จงั หวดั เพชรบูรณ์ ตัง้ อย่พู ิกดั ละตจิ ูด 16.7278382 ลองตจิ ูด 101.7493465 ระยะทาง อยใู่ นการปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ตำบลโคกมน ระยะทางจากโรงเรยี น ไปสำนกั งานเขต พ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 130 กโิ ลเมตร ระยะทางจากโรงเรียน ไปโรงเรยี น ขยายโอกาสที่ใกล้ที่สุด โรงเรยี นบา้ นห้วยสนามทราย ระยะทาง 9 กิโลเมตร
2 โครงสรา้ งการบรหิ ารงาน แผนผังโครงสร้างการบริหารงานโรงเรียนบา้ นโคกมน ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านโคกมน นายสุทธริ กั ผ้ายผา รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกมน นางวิชลุ ดา ดิษฐกร คณะกรรมการกลุ่มเครอื ขา่ ยพฒั นาคุณภาพ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน การศกึ ษา น้ำหนาว กลมุ่ บริหารงาน กลมุ่ บริหาร กล่มุ บริหารงาน กลมุ่ บริหารงาน วิชาการ งบประมาณ บุคคล ทั่วไป นางสาวจุฑามาศ ช้างคำ นายดำรงค์ จวบบุญ นางรุง่ รชั นี แสงพวง นายนยิ ม ผามชา หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้ากล่มุ หวั หนา้ กลุ่ม หัวหน้ากลมุ่ บริหารงานวชิ าการ บริหารงานงบประมาณ บรหิ ารงานบุคคล บรหิ ารงานทั่วไป
3 ข้อมลู ด้านบุคลากร (ผู้บรหิ าร ขา้ ราชการครู พนกั งานราชการ ครูพเี่ ล้ยี ง/อตั ราจ้าง ลูกจ้างประจำนกั การภารโรง) ท่ี ชื่อ สกลุ ตำแหนง่ วทิ ยฐานะ วฒุ สิ ูงสดุ วิชาเอก/ความสามารถพเิ ศษ 1. นายสุทธริ กั ผ้ายผา ผู้อำนวยการ คศ.3 กศ.ม. บริหารการศึกษา 2. นายดำรงค์ จวบบญุ คศ.3 กศ.ม. บริหารการศกึ ษา 3. นางสุภาวดี ไชยโยธา ครู คศ.3 ค.บ. คหกรรม 4. นางรงุ่ รัชนี แสงพวง ครู คศ.3 ศษ.บ. นาฏศิลป์ 5. นางโสภา เตมิ พนั ธ์ุ ครู คศ.3 ค.บ. วิทยาศาสตรท์ ว่ั ไป 6. นายนิยม ผามชา ครู คศ.3 ค.บ. สงั คมศกึ ษา 7. นางสาวจนั ทรา เบ้านี ครู คศ.3 ศษ.ม. เทคโนโลยแี ละสื่อสารการศกึ ษา 8. นางสแี พ สดุ ชา ครู คศ.2 ค.บ. ภาษาไทย 9. นางสาวบญุ ญาดา ศรสี ่อง ครู คศ.2 ศษ.ม. บริหารการศึกษา 10. นางสาวจุฑามาศ ช้างคำ ครู คศ.1 กศ.บ. ฟสิ กิ ส์ 11. นายวฒุ ิพงษ์ เจรญิ ทรัพย์ ครู คศ.1 ค.บ. ดนตรี 12. นางสาวนิตยา สุปัญญา ครู คศ.1 ค.บ. การศึกษาปฐมวัย 13. นางสาววิไลลกั ษณ์ บุญสวน ครู คศ.1 ค.บ. คอมพิวเตอร์ 14. นายสัตยา เกษาพร ครู คศ.1 ค.บ. พลศึกษา 15. นางสาวชลธิชา หน้าผอ่ ง ครู ครู ค.ม. วิทยาศาสตร์ศึกษา 16. นางสาวชนาภทั ร แหงมงาม ครู ครู ค.บ. ภาษาองั กฤษ 17. นางสาวภสั สุดา บวั ละออ ครู ครู ค.บ. ภาษาอังกฤษ 18. นายอทิ ธศิ ักด์ิ ดีธมั มา ครู ครูผู้ช่วย ศษ.บ. เทคโนโลยีและสอ่ื สารการศกึ ษา 19. นางสาวเพชรไพรนิ สาระพนั ธ์ ครู ครผู ู้ชว่ ย ค.บ. การศกึ ษาปฐมวัย 20. นางสาวพมิ พช์ นก รายะรจุ ิ ครู ครผู ู้ชว่ ย กศ.บ คณิตศาสตร์ 21. นางสาวจรรยา นาทองถม ครู ค.บ. ภาษาอังกฤษ 22. นายตรที เศศ จวบบุญ ครู ครูพีเ่ ล้ียงเดก็ ค.บ. พลศกึ ษา 23. นายวรโชติ เขยี วบุญจนั ทร์ ครู ครอู ัตราจ้าง ศษ.บ. วทิ ยาศาสตร์ศึกษา 24. นางสาวอรนุช นนทิ ครู ครอู ตั ราจ้าง ค.บ. ภาษาอังกฤษ 25. นายเกษม นาทองถม เจา้ หน้าทธ่ี ุรการ - นักการภารโรง - - -
ขอ้ มลู นกั เรยี น 4 ตารางแสดงข้อมลู นกั เรยี น ณ วนั ท่ี 10 พฤศจิกายน 2565 นักเรียน นักเรียนทง้ั หมด ต่างชาติ ระดับ/ชนั้ ชาย หญิง รวม - - ระดบั กอ่ นประถมศึกษา 56 11 - อนบุ าล 2 68 14 อนุบาล 3 - 11 14 25 - รวมระดับกอ่ นประถมศกึ ษา - 11 16 27 - ระดับประถมศึกษา 11 16 27 - ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 - ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 17 10 27 - ประถมศึกษาปที ี่ 3 15 11 26 ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - ประถมศึกษาปที ี่ 5 17 20 37 - ประถมศึกษาปีท่ี 6 14 15 29 - - รวมระดบั ประถมศกึ ษา 85 88 173 - ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ 28 16 44 - ระดบั มัธยมศึกษาปีที่ 1 - ระดบั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 14 20 34 - ระดบั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 23 23 46 - รวมระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 65 59 124 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 13 12 25 ระดับมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 14 15 29 ระดบั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 8 11 19 ระดบั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 35 38 73 รวมระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 196 199 395 รวมทง้ั สิ้น
ตารางแสดงข้อมลู นักเรียน ณ วนั ที่ 10 มิถุนายน 2566 5 ระดบั /ช้นั นกั เรยี นทง้ั หมด นกั เรียนบกพร่อง ทางการเรียนรู้ ระดบั ก่อนประถมศกึ ษา ชาย หญงิ รวม อนบุ าล 2 - อนุบาล 3 95 14 - 77 14 - รวมระดับก่อนประถมศึกษา 16 12 28 - ระดบั ประถมศึกษา - ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 9 11 20 - ประถมศกึ ษาปที ี่ 2 10 14 24 - ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 11 16 27 - ประถมศึกษาปีท่ี 4 18 9 27 - ประถมศึกษาปที ่ี 5 16 12 28 - ประถมศึกษาปีที่ 6 20 20 40 - รวมระดับประถมศกึ ษา 59 49 166 - - ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น 19 15 34 - ระดบั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 27 16 43 ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี 2 13 18 31 - ระดบั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3 - 59 49 108 - รวมระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ - 11 13 24 - ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 12 10 22 ระดบั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 13 14 27 ระดับมธั ยมศึกษาปีที่ 5 35 37 73 ระดับมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 รวมระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 19 180 375 รวมทง้ั สิ้น
6
มาตรฐานที่ 4 มาตรฐานด้านทันตสขุ ภาพ ตัวช้วี ัดท่ี 4.1 นักเรียนไดร้ ับการตรวจสขุ ภาพช่องปากโดยบุคลากรสาธารณสขุ อยา่ งน้อยปลี ะ 1 ครง้ั โรงเรียนบ้านโคกมนไดป้ ระสานงานกบั โรงพยาบาลน้ำหนาวและโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพ ตำบลโคกมนในการตรวจสขุ ภาพช่องฟันใหก้ บั นกั เรยี นจำนวน 395 คน ซ่ึงได้รับการตรวจครบร้อย ละ 100 ของนกั เรียนท้งั หมดภายในภาคเรยี นท่ี 1 ของปกี ารศึกษา 2565 ภาพ รบั การตรวจสุขภาพช่องปากจากเจ้าหน้าทส่ี าธารณสุข รพ.นำ้ หนาว ภาพ รับการตรวจสขุ ภาพช่องปากจากเจา้ หนา้ ที่สาธารณสุข รพ.สต.โคกมน
74 แบบสรปุ การตรวจสขุ ภาพชอ่ งปากของนักเรยี นโรงเรยี นบ้านโคกมน จากโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตำบลโคกมน
75 แบบบันทกึ สภาวะช่องปากในงานเฝ้าระวงั ทันตสขุ ภาพ ระดบั ชั้นเรียน ทส ๐๐๑ บันทึกการตรวจเยี่ยมโรงเรียน
76 โรงเรียนบ้านโคกมนได้ประสานงานกับโรงพยาบาลน้ำหนาวและโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพ ตำบลโคกมนในการตรวจสุขภาพชอ่ งฟนั ให้กับนักเรียนจำนวน 375 คน ภายในภาคเรยี นที่ 1 ของปี การศกึ ษา 2566 ภาพ รบั การตรวจสุขภาพช่องปากจากเจา้ หนา้ ที่สาธารณสขุ รพ.นำ้ หนาว
77 บนั ทกึ การตรวจเย่ียมโรงเรยี น
78 ตัวช้วี ัดที่ 4.2 นกั เรยี นช้ัน ป.6 และ ม.3 ปราศจากโรคฝันพุ (Caries free) จากบันทึกการตรวจฟันทโี่ รงพยาบาลนำ้ หนาวและโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลโคกมน ได้เข้ามาตรวจ พบว่า นักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 โรงเรียนบ้านโคกมน ปราศจากโรคฝันพุ (Caries free) รอ้ ยละ 74.07 และ รอ้ ยละ 65.22 ตามลำดบั ตัวชี้วัดที่ 4.3 นักเรยี นไม่มเี หงือกอกั เสบ (ไม่มเี หงอื กบวม แดง หรอื เลอื ดออก) จากบันทกึ การตรวจฟันทโ่ี รงพยาบาลน้ำหนาวและโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบลโคกมน ได้เขา้ มาตรวจ พบวา่ นักเรยี นช้ัน ป.6 และ ม.3 โรงเรียนบ้านโคกมน ไม่มเี หงือกอกั เสบ (ไม่มีเหงือก บวม แดง หรอื เลือดออก) รอ้ ยละ 100 แสกนเพอื่ ดู สรุปบนั ทกึ การตรวจสขุ ภาพชอ่ งปาก ของนกั เรียนโรงเรยี นบา้ นโคกมน แบบบนั ทึกการตรวจฟนั ของนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกมน
79 ตวั ชี้วัดท่ี 4.4 นักเรยี นแปรงฟันหลงั อาหารกลางวนั ทกุ วัน ด้วยยาสีฟนั ผสมฟลูออไรด์ นักเรยี นโรงเรยี นบา้ นโคกมน แปรงฟนั หลังอาหารกลางวนั ทกุ วันโดยมีการบนั ทกึ การ แปรงฟันของนักเรยี นทุกระดบั ชนั้ นกั เรียนเลือกใช้ยาสฟี นั ผสมฟลอู อไรด์ทุกคน และมีการบนั ทกึ การแปรงฟันจากครปู ระจำช้นั ทกุ ชน้ั พบว่า นกั เรียนแปรงฟนั หลังอาหารดว้ ยยาสฟี นั ผสม ฟลูออไรด์ ทุกคน นกั เรยี นแปรงฟนั หลังอาหารกลางวันทกุ วัน ด้วยยาสฟี นั ผสมฟลูออไรด์
80 แบบบันทึกการแปรงฟันหลังอาหาร
81 ตวั ช้ีวัดที่ ๔.๕ นักเรียนแปรงฟันก่อนนอนทุกวนั โรงเรยี นบ้านโคกมนจดั ทำบันทกึ การดแู ลการแปรงฟนั นักเรียนทบี่ ้านในตอนเช้า และก่อน นอนของทุกวัน ใหน้ กั เรยี นทกุ คนบนั ทกึ และสง่ รายงานครูประจำชัน้ ทุกเดอื น ซงึ่ จากการสรุปผล บันทึกการแปรงฟนั เดอื นกนั ยายน 2565 นกั เรยี นแปรงฟันกอ่ นอนทกุ วนั คิดเป็นรอ้ ยละ 96.21 บันทึกการแปรงฟันกอ่ นนอน
82 ตวั ชี้วัดท่ี ๔.๖ นักเรียนรบั ประทานอาหารวา่ งไม่เกิน ๒ ครั้ง/วนั โรงเรียนบา้ นโคกมนกำหนดเวลาในการรับประทานอาหารวา่ ง 2 ครงั้ คอื รบั ประทานอาหาร ว่างช่วงหลงั รับประทานอาหารเทย่ี ง ในเวลา 11.30 – 12.30 น. และดม่ื นมในชว่ งกอ่ นเลิกเรยี น เวลา 15.20 – 15.30 น. ทกุ วนั และโรงเรียนมกี ารรณรงค์ประชาสัมพนั ธก์ ารบรโิ ภคอาหารทม่ี ี ประโยชน์ และรณรงค์การไม่ รับประทานอาหารขยะ ขนมกรุบกรอบและไม่รับประทานอาหารว่าง เกนิ ๒ ครง้ั /วนั นักเรยี นดืม่ นม
83 ตัวช้ีวัดท่ี ๔.๗ โรงเรยี นปลอดนำ้ อัดลม ลูกอม ขนมกรบุ กรอบ นมเปร้ียว นมปรุงแต่งรส และ เครื่องด่ืม และไอศกรีมท่ีมีนำ้ ตาลเกิน ๕% โรงเรยี นจัดประชมุ ผ้ปู ระกอบการร้านค้าในโรงเรียนเพ่อื ช้แี จง้ การงดจำหนา่ ยน้ำอัดลม ลกู อม ขนมกรุบกรอบ นมเปรย้ี ว นมปรงุ แตง่ รส และเคร่ืองด่ืม และไอศกรีมทมี่ นี ำ้ ตาลเกิน ๕% ซ่ึง ผ้ปู ระกอบการใหค้ วามร่วมมอื เป็นอยา่ งดี ภาพ ผปู้ ระกอบการขายอาหาร และผลไม้ ที่มปี ระโยชน์ในโรงเรียน ตวั ชว้ี ัดท่ี ๔.๘ จดั การเรยี นรู้ เรอ่ื งสุขภาพชอ่ งปาก เพื่อสร้างเสรมิ ความรอบรู้ และฝึกทักษะให้ นักเรยี นใน การดแู ลสุขภาพชอ่ งปาก - โรงเรียนจัดการเรยี นรู้เรอ่ื งทันตสขุ ภาพในทกุ ระดับชัน้ เรียน โดยการบูรณาการ ทนั ตสขุ ภาพในกลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่ ๆเพือ่ ปลกู ฝัง เจตคติทดี่ ีในการดแู ลทนั ตสุขภาพ - การปรบั การเรยี นเปล่ียนการสอน โดยจัดศนู ยก์ ารเรียนรู้แกน่ ักเรยี นในทกุ ระดับชนั้ - การจัดทำปา้ ยแนะนำการแปรงฟนั และลา้ งมอื ทถี่ กู วธิ แี ก่นกั เรียน และปา้ ยแนะนำการ แปรงฟนั ที่ใชใ้ นโรงเรยี น ป้ายนิเทศเรอื่ งสขุ ภาพชอ่ งปากซ่งึ มที กุ ช้นั เรียน
84 การบรู ณาการความรู้เร่ืองสขุ ภาพชอ่ งปาก เพ่อื สร้างเสรมิ ความรอบรู้ และฝกึ ทักษะให้นักเรียนใน การดแู ลสุขภาพชอ่ งปาก ทุกช้ันเรยี น ตัวชี้วดั ที่ ๔.๙ มีระบบข้อมลู และการจดั การเพ่อื ใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพช่องปากนักเรียน อยา่ งเป็นปจั จุบนั - โรงเรียนจัดให้นักเรียนแกนนำร่วมกับเจ้าหนา้ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในการ จัดทำข้อมูลสขุ ภาพช่องปากและฟนั นักเรียน และร่วมกนั จดั กิจกรรมสง่ เสริมความรู้เก่ียวกับ สุขภาพ ปาก และฟันแก่นักเรียนมีการจัดทำแผนการตรวจและรักษาฟัน ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง มีการส่งต่อ นักเรียนไปรกั ษาฟันท่ีโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพอยา่ งสมำ่ เสมอ - จัดทำระบบเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ โดยมีข้อมูลสภาวะการปราศจากโรคฟันผุ และไม่มี เหงือกอักเสบ มีการบันทึกใน แบบ อร ๑๔ และแบบเก็บข้อมูลที่ทางโรงเรียนจัดทำขึ้น ซึ่งผลการ ประเมิน พบวา่ นักเรยี นชนั้ ป.๖ และ ม.3 ทุกคน ไมม่ เี หงอื กอักเสบ (บวมแดงหรือเลือดออก) - ส่งเสริมกจิ กรรมย้อมสฟี นั และให้ความร้กู บั ผู้ปกครอง - เจา้ หนา้ ทที่ นั ตกรรมจากโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบล มาให้ความร้แู ละให้บริการด้าน ทนั ตกรรม แกน่ กั เรยี นอยา่ งสม่ำเสมอ สง่ ผลใหน้ ักเรียนทกุ คนท่ีมีปญั หาเกีย่ วกับทันตกรรมได้รับการ รักษา การอบรมแกนนำทันตสขุ ภาพ เรอ่ื ง การดแู ลสขุ ภาพชอ่ งปาก
85 การอบรมแกนนำทันตสุขภาพ เรือ่ ง “การยอ้ มสีฟนั ” โดย โรงพยาบาลส่งเสริม สขุ ภาพประจำตำบล ตวั ช้ีวัดท่ี ๔.๑๐ นักเรียนท่ีจำเป็นต้องได้รบั บรกิ ารทันตกรรมไดร้ ับการส่งต่อโดยเจ้าหนา้ ที่ ทนั ตกรรม โรงเรียนบา้ นโคกมนได้ประสานงานกบั โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลโคกมนเขา้ มา บรกิ ารด้านทันตกรรมแกน่ กั เรยี น ไดแ้ ก่ อุดฟนั รอ้ ยละ 82.95 และ ขูดหินปูนร้อยละ 100 โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตำบลโคกมนเข้ามาบริการดา้ นทนั ตกรรมแกน่ ักเรียน แสกนเพอ่ื ดู สรุปบนั ทกึ การตรวจสุขภาพช่องปากของนกั เรยี นโรงเรียนบ้านโคกมน
86 ตัวชว้ี ัดท่ี ๔.๑๑ โรงเรียนจดั ใหม้ ีสถานที่แปรงฟนั ตามความเหมาะสม การจัดกิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่ในโรงเรียน มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้เด็กรู้จกั แปรงฟนั ตนเอง และเรียนรู้วา่ การแปรงฟนั เปน็ สิ่งสำคัญท่ีจะตอ้ งปฏบิ ัตอิ ย่างสมำ่ เสมอเป็นประจำทุก วัน เม่ือเดก็ แปรงฟนั เปน็ ประจำ จะเคยชนิ กับการมีสภาพชอ่ งปากสะอาด ทำใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ว่า การ แปรงฟันเปน็ สิง่ ที่ต้องปฏิบัติเปน็ กิจวัตรประจำ วนั และจะพัฒนาเป็นสุขนิสัย เม่ือเติบใหญ่ ผลดีของ การแปรงฟนั หลังอาหารยังชว่ ยลดความเสีย่ งตอ่ การเกิดโรคฟันผุและ เหงอื กอักเสบ การจดั เตรียมสถานท่แี ละน้ำสำหรับใช้แปรงฟัน ในสถานการณ์ชว่ งที่มกี ารระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงเรียนควรจัด กิจกรรมแปรงฟันหลังอาหารกลางวันโดยหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม เว้นระยะห่างในการแปรงฟัน และ เน้นการมีอุปกรณก์ ารแปรงฟนั ส่วนบุคคล การจดั เตรยี มวสั ดุอุปกรณก์ ารแปรงฟัน แปรงสฟี ัน 1. ใหเ้ ดก็ ทุกคนมแี ปรงสฟี นั เปน็ ของตนเอง ไมใ่ ห้เด็กใชแ้ ปรงสฟี ันรว่ มกัน 2. ทำสัญลักษณ์หรือเขยี นช่อื เด็กบนแปรงสฟี ันของแต่ละคนเพอ่ื ให้รู้ว่าเปน็ แปรงสฟี นั ของใครเพอ่ื ปอ้ งกนั การหยบิ ของผอู้ น่ื ไปใช้ 3. ควรเปลยี่ นแปรงสีฟนั ใหเ้ ดก็ ทุก 3 เดอื น หรอื เม่อื แปรงสีฟันเสอ่ื มคุณภาพโดยสงั เกตที่ • บรเิ วณหวั แปรงสีฟนั มคี ราบสกปรกตดิ ค้าง ลา้ งได้ยาก • ขนแปรงสีฟันบาน แสดงว่าขนแปรงเสื่อมคุณภาพ ใช้แปรงฟันได้ไม่สะอาดและอาจ กระแทกเหงอื กใหเ้ ป็นแผลได้ ยาสฟี นั เลอื กใชย้ าสฟี ันผสมฟลูออไรด์สำหรบั เด็ก ซง่ึ มปี รมิ าณฟลูออไรด์ 1,000 ppm. เพอื่ ป้องกนั ฟันผแุ ละควรมยี าสฟี ันเป็นของตนเอง แก้วน้ำ จัดใหเ้ ด็กทุกคนมีแก้วนำ้ ส่วนตวั เป็นของตนเอง จำนวน 1 ใบ ผ้าเช็ดหน้าส่วนตัว เพ่ือเช็ดทา่ ความสะอาดบริเวณใบหนา้ เพือ่ ความสะดวกควรมีระบบจัดเตรียมแปรงสีฟนั ใหเ้ ด็กทุกคน เทอมละ 2 ดา้ ม โดยประสาน กับผ้ปู กครองให้จัดเตรียมแปรงสีฟัน ยาสฟี นั แกว้ นำ้ และ ผา้ เช็ดหน้า ใหเ้ ด็ก หรอื ใช้งบสนับสนุนจาก องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ หรือคา่ วสั ดุรายหัวของโรงเรียน
87 การเกบ็ อปุ กรณแ์ ปรงฟนั 1. เก็บแปรงสฟี ันในบริเวณที่มอี ากาศถา่ ยเทได้สะดวก ไม่อบั ช้ืน และปลอดจากแมลง 2. จดั ทำที่เก็บแปรงสีฟนั แก้วนำ้ โดยเก็บของเดก็ แต่ละคนแยกจากกัน ไมป่ ะปนกัน เว้นท่ใี ห้ มีระยะห่างเพียงพอท่ีจะไม่ให้แปรงสีฟันสมั ผัสกัน เพื่อป้องกันการติดต่อของโรค และควรวางหวั ของ แปรงสีฟนั ต้งั ขึน้ เพอ่ื กนั ไม่ใหน้ ำ้ ทีค่ ้างตามด้ามแปรงสีฟนั หยดลงใส่หัวแปรงสฟี ัน การปฏบิ ตั ิ ครูประจำชั้นดูแล และจดั ให้มกี ิจกรรมการแปรงฟนั ในหอ้ งเรยี นใหเ้ ด็กทุกคนในโรงเรียน แปรงฟนั หลังอาหารกลางวนั ทกุ วนั อย่างสมำ่ เสมอ โดยหลกี เลย่ี งการรวมกลมุ่ และเว้นระยะหา่ งใน การแปรงฟนั โดย 1. ให้เด็กนกั เรียนแปรงฟันในหอ้ งเรยี น โดยนั่งท่ีโต๊ะเรียน เพื่อป้องกนั การแพร่กระจายของ นำ้ ลายละอองน้ำ หรอื เช้ือโรคส่ผู อู้ ่ืน กรณีห้องเรยี นแออดั ให้เหลือ่ มเวลาในการแปรงฟนั 2. ก่อนการแปรงฟันทุกครั้งให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เสมอเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม และเว้นระยะห่างในการใช้แหล่งน้ำ นักเรียนทุกคนควรมียาสีฟันเป็นของ ตัวเองเพ่ือไม่ใหเ้ กิดการปนเปอื้ นและแพรเ่ ชื้อโรคจากคนหนง่ึ ไปสู่อกี คนหนงึ่ 3. หลังจากล้างมอื ให้ เด็กนา่ แก้วน้ำใบที่ 1 ของตัวเอง ตวงน้ำ มา 1/3 แกว้ ( ประมาณ 15 ml.) แลว้ กลับเขา้ มาแปรงฟันท่ีโตะ๊ ในห้องเรยี น 4. นักเรียนนั่งที่โต๊ะเรียน แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ครอบคลุมทุกซี่ทุกด้านนาน อย่างน้อย 2 นาที โดยบ้วนยาสีฟันในปากลงในแก้วน้ำ ใบที่ 2 เมื่อแปรงครอบคลุมทุกซี่ทุกด้าน ครบ 2 นาที แล้ว ให้บ้วนน้ำสะอาดจากแก้วใบที่ 1 ลงในแก้วใบที่ 2 เช็ดปากให้เรียบร้อย และงด รบั ประทานเคร่อื งดืม่ และอาหารนาน 2 ช่ัวโมง 5. มีการตรวจความสะอาดฟันหลังการแปรงฟันด้วยตนเองทุกวัน โดยอาจมีกระจกของ ตัวเองในการตรวจดูความสะอาด เสริมดว้ ยกิจกรรมยอ้ มสฟี นั อยา่ งน้อยเทอมละ 2 คร้งั
88 โรงเรียนจดั ใหม้ ีสถานทแี่ ปรงฟันตามความเหมาะสม
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: