Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือนักศึกษา 2562

คู่มือนักศึกษา 2562

Published by Thanyatron Theprak, 2022-09-01 03:21:29

Description: คู่มือนักศึกษา 2562

Search

Read the Text Version

RMUTTO มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก Rajamangala University of Technology Tawan-ok คู่มือนักศึกษา ระดับปริญญาตรี 2562

คำนำ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก เปน็ สถาบนั อุดมศึกษาท่ีมงุ่ พัฒนานักศึกษาใหม้ ี คณุ ลกั ษณะบณั ฑิตที่พงึ ประสงคข์ องมหาวิทยาลัย มีคุณธรรม จริยธรรม มคี วามรบั ผดิ ชอบ รจู้ ักคดิ วเิ คราะห์ มีความสามารถในการแข่งขันและความเป็นสากลทางวิชาการ มที กั ษะทางภาษาและการส่ือสาร ตลอดจนทกั ษะดา้ นอื่น ๆ ที่จาเป็นตอ่ การดารงชวี ิต ดงั น้ันการศกึ ษาในมหาวิทยาลัย นักศึกษาจึงต้องมี ความตง้ั ใจ ใฝ่รู้ และแสวงหาความรูจ้ ากแหลง่ เรยี นรูต้ ่าง ๆ เพอ่ื พัฒนาตนเองใหม้ ีคุณลกั ษณะเปน็ บัณฑิตที่ พึงประสงค์ ดงั คาขวัญ “สู้งาน วชิ าการดี มวี นิ ัย ใส่ใจสงั คม” คูม่ ือนักศึกษาเล่มน้ี มหาวิทยาลยั จัดทาขนึ้ โดยรวบรวมขอ้ มูลที่เก่ียวข้องกบั นักศึกษา ประวัติ ความเปน็ มาของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก พระราชบญั ญัติ พระราชกฤษฎีกา ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศต่าง ๆ ทนี่ ักศึกษาควรทราบ แนวปฏบิ ัติสาหรับนกั ศึกษาในด้านการเรียน และอ่นื ๆ ท้งั น้ี เพ่อื ใหน้ ักศึกษาได้ทาความเขา้ ใจและถือปฏบิ ัตติ ลอดระยะเวลาของการเปน็ นกั ศึกษา หากมขี ้อสงสยั ประการใดในระหวา่ งการศึกษาขอใหต้ ดิ ต่ออาจารยท์ ี่ปรกึ ษา และสานักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน เพือ่ แก้ไขปัญหาด้านการจดั การเรยี น และดา้ นวิชาการ ซง่ึ หวงั ว่านกั ศกึ ษาจะใชค้ ู่มือเล่มน้ีใหเ้ กดิ ประโยชน์ ใหม้ ากทสี่ ุด

สำรบญั หนา้ เกีย่ วกับมหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยรี ำชมงคลตะวนั ออก .....................................................................๑ ประวัติความเปน็ มา...................................................................................................................๒ ตน้ ไม้ประจามหาวทิ ยาลัย..........................................................................................................๒ สัญลักษณข์ องมหาวิทยาลัย.......................................................................................................๓ ปณิธานประจามหาวทิ ยาลัย......................................................................................................๓ สีประจามหาวทิ ยาลัย................................................................................................................๓ สถานท่ีต้งั วิทยาเขต...................................................................................................................๔ หลักสตู ร / สาขาวชิ าท่ีเปดิ สอนในวทิ ยาเขตตา่ งๆ .....................................................................๖ พระรำชบญั ญัติ พระรำชกฤษฎกี ำ ข้อบังคบั ระเบียบ และประกำศต่ำงๆ................................... ๑๐ พระราชบญั ญตั ิมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘............................................... ๑๐ พระราชกฤษฎีกา ว่าดว้ ยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรับ .............................................. ๓๒ สาขาวิชา ครุยวทิ ยฐานะ เข็มวทิ ยฐานะ และครุยประจาตาแหนง่ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชกฤษฎกี า ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรบั .............................................. ๓๖ สาขาวชิ า ครุยวทิ ยฐานะ เข็มวทิ ยฐานะ และครุยประจาตาแหนง่ ของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ พระราชกฤษฎีกา ว่าดว้ ยปริญญาในสาขาวชิ า อักษรย่อสาหรบั .............................................. ๓๙ สาขาวิชา ครุยวทิ ยฐานะ เข็มวทิ ยฐานะ และครยุ ประจาตาแหน่ง ของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลัยฯ วา่ ดว้ ย การศึกษาระดับปรญิ ญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๓ ............................... ๔๒ ขอ้ บงั คบั มหาวทิ ยาลัยฯ วา่ ดว้ ย การศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕.............. ๕๗ ขอ้ บังคบั มหาวิทยาลยั ฯ ว่าด้วย การศึกษาระดับปรญิ ญาตรี (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐.............. ๕๙ ขอ้ บังคับมหาวทิ ยาลยั ฯ วา่ ดว้ ย การจดั การสหกจิ ศกึ ษาและการฝกึ งานวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖.............๖๑ ข้อบงั คบั มหาวทิ ยาลยั ฯ วา่ ดว้ ยเคร่อื งแบบ เคร่อื งหมาย และเคร่ืองแต่งกายนักศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๙..๖๔ ขอ้ บังคับมหาวิทยาลัยฯ ว่าดว้ ย วนิ ยั ของนักศกึ ษามหาวทิ ยาลัยฯ พ.ศ. ๒๕๔๙....................... ๖๘ ระเบียบมหาวทิ ยาลัยฯ ว่าด้วยการเทยี บโอนผลการเรยี น พ.ศ. ๒๕๕๐ ................................... ๗๒ ระเบียบมหาวทิ ยาลัยฯ ว่าดว้ ยการเกบ็ เงนิ คา่ บารุงการศึกษา ค่าลงทะเบียน........................... ๗๗ และคา่ ธรรมเนียมการศึกษา ระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๙ ระเบยี บมหาวิทยาลยั ฯ วา่ ดว้ ยการเกบ็ เงนิ คา่ บารุงการศึกษา คา่ ลงทะเบยี น........................... ๗๘ และคา่ ธรรมเนียมการศึกษา ระดับปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ระเบียบมหาวิทยาลัยฯ ว่าด้วย การปฐมนเิ ทศและปจั ฉิมนเิ ทศนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑............. ๘๐ ระเบียบมหาวทิ ยาลัยฯ ว่าด้วย หอพกั นักศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๖.................................................. ๘๓ ระเบยี บสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล ว่าดว้ ยการสอบของนักศึกษา.......................................... ๙๒ ระดบั ปรญิ ญาตรี พ.ศ. ๒๕๓๗ ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เรือ่ ง การวดั และประเมนิ ผลการศึกษา....................................................๙๕

สำรบญั (ต่อ) ประกาศมหาวิทยาลยั ฯ เร่ือง อัตราคา่ บารงุ การศึกษา ค่าลงทะเบยี น .................................................๑๐๐ และค่าธรรมเนียมการศึกษาในการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศมหาวิทยาลยั ฯ เร่ือง แก้ไขเพม่ิ เติมอัตราคา่ บารุงการศึกษา ค่าลงทะเบียน............................๑๐๖ และค่าธรรมเนียมการศึกษาในการจดั การศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เร่ือง แก้ไขเพม่ิ เติมอัตราคา่ บารุงการศกึ ษา ค่าลงทะเบียน............................๑๐๘ และค่าธรรมเนียมการศึกษาในการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ พ.ศ. ๒๕๕๗ (ฉบับที่ ๒) ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมอัตราคา่ บารุงการศึกษา ค่าลงทะเบียน............................๑๑๐ และค่าธรรมเนียมการศึกษาในการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ พ.ศ. ๒๕๕๗ (ฉบบั ที่ ๓) ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เรื่อง การเก็บเงินค่าบารุงการศกึ ษา ค่าลงทะเบยี น ........................................๑๑๓ และค่าธรรมเนียมการศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี ภาคปกติ หลักสูตร สตั วแพทยศาสตรบัณฑิต พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เร่ือง อตั ราค่าบารุงการศกึ ษา ค่าลงทะเบียน และ..........................................๑๑๖ ค่าธรรมเนียมการศึกษาในการจัดการศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ภาคสมทบ พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกาศมหาวิทยาลัยฯ เร่ือง กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู รเพ่ือพัฒนานกั ศกึ ษา ....................................๑๑๙ ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เรื่อง หลกั เกณฑ์การเข้าพักอาศัย ในหอพักมหาวทิ ยาลัยฯ......................๑๒๑ ประกาศมหาวทิ ยาลยั ฯ เร่ือง เครื่องแตง่ กายนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีการบนิ .................................๑๒๒ สาขาการจัดการการบนิ ประกาศสถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล เร่ือง ข้อปฏบิ ตั ิในการสอบของนักศึกษา....................................๑๒๔ ระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๓๘ ประกาศมหาวิทยาลยั ฯ เรื่อง แนวปฏบิ ัติในการดาเนนิ การเทยี บโอนผลการเรียน.........................๑๒๖ จากการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เข้าสู่การศึกษาในระบบ ประกาศมหาวิทยาลยั ฯ เร่ือง คา่ ธรรมเนียมการเทียบโอนผลการเรยี น..........................................๑๒๘ ระบบบริกำรกำรศึกษำสำหรับนักศึกษำ.......................................................................................๑๒๙ เขา้ สรู่ ะบบ..............................................................................................................................๑๓๐ เปลยี่ นรหัสผ่าน ......................................................................................................................๑๓๑ ลงทะเบยี น .............................................................................................................................๑๓๒ ผลการลงทะเบียน ..................................................................................................................๑๔๑ ตารางเรียนตารางสอบ............................................................................................................๑๔๒ ระเบียนประวตั ิ.......................................................................................................................๑๔๓ ภาระค่าใช้จา่ ย/ทุน.................................................................................................................๑๔๓

สำรบัญ (ตอ่ ) ผลการศกึ ษา .......................................................................................................................... ๑๔๔ รายวิชาท่ีไม่มเี กรด/ช่วยประมวลผลการเรยี น......................................................................... ๑๔๔ ตรวจสอบจบ.......................................................................................................................... ๑๔๗ เขยี นคาร้องและติดตามผลคาร้อง........................................................................................... ๑๔๘ ทะเบยี นรายช่ือ ...................................................................................................................... ๑๔๙ เสนอความคิดเห็น .................................................................................................................. ๑๔๙ สถติ ิการเข้าใชร้ ะบบ............................................................................................................... ๑๕๐ ออกจากระบบ........................................................................................................................ ๑๕๐ ขอ้ มูลทั่วไปทน่ี ักศึกษำควรทรำบ ................................................................................................ ๑๕๑ เครือ่ งแต่งกาย แบบปกติ........................................................................................................ ๑๕๑ ความหมายของรหัสประจาตวั นักศึกษา ๑๓ หลกั ................................................................... ๑๕๓ การปฏบิ ัติตนในการขอรับบริการ ........................................................................................... ๑๕๓ ขน้ั ตอนการลงทะเบยี นเรียน................................................................................................... ๑๕๓ การขอหนังสือรบั รองทางการศึกษา........................................................................................ ๑๕๓ การเพ่ิม-ถอนรายวิชา ............................................................................................................. ๑๕๔ การขอลาพักการศกึ ษา........................................................................................................... ๑๕๔ การขอรกั ษาสภาพนักศกึ ษา ................................................................................................... ๑๕๔ การขอกลบั เข้าศกึ ษา.............................................................................................................. ๑๕๕ การขอคนื สภาพการเป็นนักศึกษา .......................................................................................... ๑๕๕ เกณฑ์การพน้ สภาพนักศึกษา.................................................................................................. ๑๕๖ บรกิ ารแนะแนวการศึกษาและจัดหางาน ................................................................................ ๑๕๗ ทนุ การศึกษา.......................................................................................................................... ๑๕๘ การประกันอบุ ตั เิ หตุส่วนบคุ คล............................................................................................... ๑๕๙ กจิ กรรมนักศึกษา ................................................................................................................... ๑๕๙ คณุ สมบัติและข้อปฏิบตั ิในการขอผอ่ นผันการตรวจเลือกเข้ารับราชการหารกองประจาการ....... ๑๖๓ การขอผ่อนผนั การเขา้ รับราชการทหารกองประจาการเพื่อลาศกึ ษาต่อ......................................... ๑๖๓ การขอผ่อนผนั การเรียกพลเพ่ือตรวจสอบ เพ่ือฝกึ วชิ าทหารหรอื ................................................... ๑๖๔ การระดมพลเพื่อความพรัง่ พร้อม

เเกกีี่่ยยววกกัับบมมหหาาววิิททยยาาลลััยย เเททคคโโนนโโลลยยีีรราาชชมมงงคคลลตตะะววัันนออออกก

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK ประวัติมหาวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เปน็ มหาวิทยาลัยดา้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี จัดตั้งข้ึนตามพระราชบัญญตั ิมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึง่ ได้รบั การประกาศในราช- กจิ จานุเบกษา และมีผลบงั คับใชต้ ัง้ แตว่ ันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๘ เปน็ ต้นมา โดยในพระราชบญั ญัติฉบับนี้ ไดก้ าหนดให้รวมกลมุ่ วิทยาเขตในสงั กัดสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล จานวน ๔ วทิ ยาเขต และ ๑ คณะ ตาม มาตรา ๖๕(๓) ได้แก่ วิทยาเขตจกั รพงษภวู นารถ วทิ ยาเขตอุเทนถวาย วทิ ยาเขตบางพระ วิทยาเขต จนั ทบรุ ี และคณะเกษตรศาสตรบ์ างพระ พรอ้ มทัง้ ให้ยกฐานะข้นึ เปน็ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล ตะวันออก ตามมาตรา ๕(๓) มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก จัดการศึกษาทง้ั ในระดับปริญญาโท และปริญญาตรี ในสาขาวิชาชพี ต่าง ๆ กระจายอยู่ตามวทิ ยาเขตในสงั กัดท้ัง ๔ แห่ง ตามความเชยี่ วชาญเฉพาะทางของ แตล่ ะวิทยาเขต ซง่ึ หนว่ ยงานแตล่ ะแหง่ ของมหาวทิ ยาลยั ฯ ล้วนมปี ระวตั ิในการกอ่ ต้งั และจดั การศึกษา ดา้ นวิชาชพี ไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี ต้นไม้ประจามหาวิทยาลัย ต้นพะยอม (Pha-yom) พะยอม เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก ของกรมป่าไม้ และเป็นไม้อนุรักษ์ในโครงการพันธุ์ไม้หายาก ในพระอปุ ถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซง่ึ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตะวันออกร่วมอยู่ในโครงการฯ โดยมหาวิทยาลัยฯ ได้อนุรักษ์ต้นพะยอมขนาดใหญ่อายุกว่า ๕๐ ปี ไว้ท่ี บริเวณอาคารคณะสัตวแพทยศาสตร์ ๑ ต้น มีลักษณะทรงต้นท่ีโดดเด่นสวยงามมาก พะยอมต้นที่ มหาวิทยาลัยฯ อนุรักษ์ไว้น้ีจะออกดอกประมาณช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม ซ่ึงเป็นช่วง เทศกาลแห่งความสุขของทุกคน ในช่วงเวลาดังกล่าวจะตรงกับช่วงเวลาท่ีนักศึกษาช้ันปีสุดท้ายของ มหาวิทยาลัยฯ กาลังจะสาเร็จการศึกษา เป็นบัณฑิตที่กล้าแข็งเสมือนผลของต้นพะยอมท่ีสุกแก่เต็มที่ พร้อมท่ีจะร่วงหล่นจากต้นแม่ อันเปรียบเสมือนตัวมหาวิทยาลัยฯ โดยมีปีกทั้ง ๓ ปีก ซ่ึงเปรียบเสมือน ความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม ท่ีบัณฑิตได้รับขณะศึกษาอยู่ในร้ัวมหาวิทยาลัยฯ คอยช่วยพยุงและค้าจนุ ขณะหลุดร่วงออกไปจากต้นแม่ พร้อมที่จะงอกและเจริญเติบโตเป็นพะยอมต้นใหม่นอกรั้วมหาวิทยาลัย ต่อไป ๒

 คมู่ อื นกั ศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี ๒๕๖๒ สัญลกั ษณข์ องมหาวิทยาลัย ภายในวงกลมเป็นรูปดอกบวั บาน ๘ กลบี ลอ้ มรอบ ดอกบวั บาน ๘ กลบี หมายถึง ทางแห่ง ความสาเร็จมรรค ๘ และความสดชืน่ เบิกบาน ก่อให้เกิดปัญญา แผ่ขจรไปทั่วสารทิศ ภายใตด้ อกบวั เปน็ ดวงตราพระราชลัญจกรบรรจุอยู่ หมายถงึ สญั ลกั ษณ์และเครื่องหมายประจาพระองค์พระมหากษตั ริยข์ อง รัชกาลท่ี ๙ ซ่งึ พระองค์ เปน็ ผู้พระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก” บนตรา รูปวงกลม มีพระมหาพชิ ยั มงกฎุ ครอบและมีเลข ๙ อยู่ หมายถงึ รชั กาลท่ี ๙ ด้านลา่ งของตราวงกลมทา พบั กรอบโค้งรองรบั ชอื่ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก” คน่ั ปิดหวั ท้ายของกรอบด้วย ลวดลายดอกไม้พิมพ์ประจายามทั้งสองข้าง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรอื ง แจ่มใส เบกิ บาน ปณธิ านประจามหาวิทยาลัย “สู้งาน วชิ าการดี มคี ณุ ธรรม เปน็ ผนู้ าดา้ นเทคโนโลยี” สีประจามหาวิทยาลัย สีน้าเงนิ นา้ ทะเล สนี ้าเงินนา้ ทะเล (sea blue) หรือ สเี ทอร์ควอยส์ (turquoise) เปน็ สที ่ีมคี วามสดใส ดจุ ดังผืนทะเล แห่งภาคตะวนั ออก ขณะท่สี ินแรเ่ ทอร์ควอยสเ์ ป็นเสมือนสญั ลกั ษณแ์ หง่ ท้องฟ้าและสุรยิ เทพ ซงึ่ เปน็ ตัวแทน ของพลังอานาจและความศักดสิ์ ทิ ธิ์ ชว่ ยใหม้ สี ตปิ ัญญาดีและมีความสามารถเหนือผูอ้ ่ืน แคลว้ คลาด ปลอดภยั และมชี ยั ชนะเหนือศตั รู ตลอดจนอุปสรรคทง้ั ปวง ๓

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK สถานทีต่ งั้ วทิ ยาเขต วทิ ยาเขตบางพระ (ท่ีตงั ส้านกั งานอธกิ ารบด)ี ประกอบด้วย : คณะเกษตรศาสตรแ์ ละทรัพยากรธรรมชาติ คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะสตั วแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยกี ารบนิ ท่อี ยู่ : ๔๓ หมู่ ๖ ตาบลบางพระ อาเภอศรีราชา จงั หวัดชลบุรี รหสั ไปรษณีย์ ๒๐๑๑๐ โทรศพั ท์ 033-136099 เวบ็ ไซต์ www.rmutto.ac.th วทิ ยาเขตจนั ทบรุ ี ประกอบดว้ ย : คณะเทคโนโลยอี ุตสาหกรรมการเกษตร คณะเทคโนโลยีสังคม ทอี่ ยู่ : ๑๓๑ หมู่ ๕ ถนนบาราศนราดูร ตาบลพลวง กิ่งอาเภอเขาคิชฌกฎู จังหวดั จนั ทบุรี รหสั ไปรษณยี ์ ๒๒๒๑๐ โทรศพั ท์ ๐-๓๙๓๐-๗๒๖๘ เวบ็ ไซต์ www.chan.rmutto.ac.th ๔

 คูม่ ือนักศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี ๒๕๖๒ วทิ ยาเขตอเุ ทนถวาย คณะในสงั กดั : คณะวศิ วกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ ท่ีอยู่ : ๒๒๕ ถนนพญาไท แขวงวงั ใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๓๐๐ โทรศพั ท์ ๐-๒๒๕๒-๗๐๒๙ เวบ็ ไซต์ www.uthen.rmutto.ac.th วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ คณะในสงั กัด : คณะบรหิ ารธรุ กจิ และเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะศิลปศาสตร์ ท่ีอยู่ : ๑๒๒/๔๑ ถนนวิภาวดรี งั สติ แขวงดนิ แดง เขตดินแดง กรงุ เทพฯ รหัสไปรษณยี ์ ๑๐๔๐๐ โทรศพั ท์ ๐-๒๖๙๒-๒๓๖๐-๔ เวปไซด์ www.cpc.rmutto.ac.th ๕

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK หลกั สูตร/สาขาวชิ าท่เี ปดิ สอนในวิทยาเขตตา่ ง ๆ คณะ/หลกั สตู ร/สาขาวชิ า ปริญญาตรี วิทยาเขตบางพระ ๔ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๒-๓ ปี คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ เทยี บโอน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) สาขาวิชาพืชศาสตร์ ๏๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ ๏๏ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ ๏๏ สาขาวชิ าเกษตรกลวธิ าน ๏๏ สาขาวชิ าประมง ๏๏ สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารผลติ พชื ๏๏ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสตู รบริหารธุรกิจบณั ฑติ (บธ.บ.) ๏๏ สาขาวิชาการจัดการ ๏ สาขาวิชาบริหารธุรกิจเกษตร ๏ สาขาวิชาการจัดการโลจสิ ติกส์ ๏ หลกั สูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (ศ.บ.) ๏ หลกั สตู รศลิ ปศาสตรบัณฑติ (ศศ.บ.) ๏ สาขาวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารสากล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๏๏ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ๏ สาขาวชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการอาหาร ๏ สาขาวชิ าเทคโนโลยชี วี ภาพ ๏ สาขาวิชาวทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ ๏๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๏๏ สาขาวชิ าวศิ วกรรมเมคคาทรอนิกส์ ๏๏ สาขาวิชาวศิ วกรรมเกษตร สาขาวิชาอุตสาหกรรมและการบรกิ าร ๏ สาขาวชิ าเทคโนโลยีพลงั งาน คณะสัตวแพทยศาสตร์ ๏ หลกั สูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพสัตว์ ๖

 คู่มอื นักศึกษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๒ คณะ/หลักสตู ร/สาขาวชิ า ปรญิ ญาตรี หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต (สพ.บ.) ๔ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๒-๓ ปี สาขาวชิ าสัตวแพทยศาสตร์ เทยี บโอน สถาบนั เทคโนโลยีการบิน หลักสูตรบริหารธุรกจิ บณั ฑติ (บธ.บ.) ๏ สาขาวิชาการจัดการการบนิ ๏ ๏ วิทยาเขตจันทบรุ ี ๏ ๏ ๏ ๏ คณะเทคโนโลยอี ุตสาหกรรมการเกษตร ๏ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ๏ ๏ สาขาวชิ าพืชศาสตร์ ๏ ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารผลติ พืชคณุ ภาพ ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสตั ว์ ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร ๏ สาขาวชิ าประมง ๏ สาขาวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีการอาหาร สาขาวิชาเทคโนโลยีการพัฒนาผลติ ภัณฑ์และการจดั การนวตั กรรม ๏ สาขาวชิ าเทคโนโลยีการจัดการอุตสาหกรรมอาหาร ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ๏ หลักสูตรอุตสาหกรรมศาสตรบณั ฑติ (อส.บ.) ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีเครือ่ งกล ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีอตุ สาหการ ๏ สาขาวชิ าเทคโนโลยไี ฟฟ้า สาขาวชิ าเทคโนโลยีการเกษตร หลกั สตู รวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วศ.บ.) สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ สาขาวิชาวศิ วกรรมไฟฟ้า ๗

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK คณะ/หลักสูตร/สาขาวิชา ปริญญาตรี คณะเทคโนโลยสี งั คม ๔ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๒-๓ ปี หลักสตู รบริหารธุรกจิ บณั ฑติ (บธ.บ.) เทยี บโอน สาขาวิชาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ ๏๏ หลกั สตู รบญั ชีบณั ฑติ (บช.บ.) ๏๏ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต (ศ.บ.) ๏๏ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หลกั สตู รวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) ๏ สาขาวิชาระบบสารสนเทศ ๏๏ สาขาวชิ าวิทยาการคอมพวิ เตอร์ ๏ วิทยาเขตอเุ ทนถวาย ๏๏ คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปตั ยกรรมศาสตร์ ๏๏ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑติ (วศ.บ.) ๏ สาขาวชิ าวศิ วกรรมก่อสรา้ ง สาขาวชิ าวิศวกรรมโยธา ๏๏ หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต (ทล.บ.) ๏๏ สาขาวิชาออกแบบผลิตภณั ฑ์อตุ สาหกรรม ๏ หลกั สตู รสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต (สถ.บ.) สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม ๏๏ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน สาขาวชิ าออกแบบอตุ สาหกรรม ๏ หลักสูตรวิทยาศาสตรบณั ฑิต (บธ.บ.) ๏ สาขาวชิ าการจัดการโลจสิ ติกส์ หลักสูตรวศิ วกรรมศาสตรมหาบณั ฑิต (วศ.ม.) ๏๏ สาขาวชิ าวศิ วกรรมก่อสรา้ ง ๏๏ สาขาวิชาวศิ วกรรมโยธา ๏ ๏ วิทยาเขตจกั รพงษภูวนารถ ๏ คณะบรหิ ารธรุ กิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักสูตรบริหารธรุ กิจบณั ฑติ (บธ.บ.) สาขาวชิ าการตลาด สาขาวชิ าการจัดการ สาขาวิชาระบบสารสนเทศ สาขาวิชาการจดั การโลจสิ ตกิ ส์ สาขาวิชาการจดั การโลจิสตกิ ส์และซพั พลายเชน ๘

 คู่มอื นักศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี ๒๕๖๒ ปริญญาตรี คณะ/หลักสตู ร/สาขาวชิ า ๔ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๒-๓ ปี เทยี บโอน หลกั สูตรบญั ชบี ัณฑติ (บช.บ.) หลกั สตู รเศรษฐศาสตรบัณฑิต (ศ.บ.) ๏๏ หลักสตู รวิทยาศาสตรบัณฑิต (วท.บ.) สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศ สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ๏ หลกั สูตรเทคโนโลยีบณั ฑติ (ทล.บ.) ๏ สาขาวชิ าเทคโนโลยีสื่อดิจิทัล ๏ สาขาวิชาเทคโนโลยีส่ือสารมวลชน สาขาวชิ าเทคโนโลยีมัลติมีเดยี ๏ สาขาวชิ าเทคโนโลยีการโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ ๏ คณะศลิ ปศาสตร์ ๏ หลักสูตรศลิ ปศาสตรบณั ฑิต (ศศ.บ.) ๏ สาขาวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สารสากล สาขาวชิ าการท่องเท่ยี ว ๏ ๏ ๙

พพรระะรราาชชบบััญญญญััตติิ พพรระะรราาชชกกฤฤษษฎฎีีกกาา ขข้้ออบบัังงคคัับบ รระะเเบบีียยบบ แแลละะปปรระะกกาาศศตต่่าางง ๆๆ

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK พระราชบญั ญัติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ ——————————— ภูมิพลอดลุ ยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันท่ี ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เปน็ ปที ี่ ๖๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ให้ประกาศวา่ โดยท่ีเปน็ การสมควรจัดตง้ั มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลขึ้นแทนสถาบนั เทคโนโลยี ราชมงคล จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบญั ญัตขิ ึ้นไวโ้ ดยคาแนะนาและยนิ ยอมของ รัฐสภา ดงั ต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้เี รยี กวา่ “พระราชบญั ญัตมิ หาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘” มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตินี้ให้ใช้บงั คบั ต้งั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นตน้ ไป มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ (๑) พระราชบัญญตั วิ ิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๑๘ (๒) พระราชบญั ญัติเปลีย่ นชื่อวิทยาลยั เทคโนโลยีและอาชวี ศกึ ษาเป็นสถาบนั เทคโนโลยี ราช มงคล พ.ศ. ๒๕๓๒ มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั ิน้ี “มหาวทิ ยาลยั ” หมายความวา่ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ “สภามหาวทิ ยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี “สภาวชิ าการ” หมายความว่า สภาวิชาการมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตาม พระราชบญั ญตั ินี้ “สภาคณาจารยแ์ ละข้าราชการ” หมายความว่า สภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตามพระราชบัญญัตินี้ “วทิ ยาเขต” หมายความว่า เขตการศึกษาของมหาวทิ ยาลัยทม่ี ีคณะ สถาบัน สานัก วิทยาลยั หรอื ส่วนราชการทเี่ รยี กชื่ออย่างอ่นื ที่มีฐานะเทียบเทา่ คณะ ตงั้ แต่สองส่วนราชการขึน้ ไปต้ังอยู่ในเขต การศึกษานนั้ ตามที่สภามหาวิทยาลัยกาหนด รัฐมนตรี” หมายความวา่ รฐั มนตรผี ู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕ ใหส้ ถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคลตามพระราชบัญญตั สิ ถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตามพระราชบัญญตั ินี้ จานวน ๙ แห่ง ดังนี้ (๑) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บรุ ี (๒) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลกรงุ เทพ (๓) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (๔) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลพระนคร ๑๐

 คมู่ ือนกั ศกึ ษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๑ (๕) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลรัตนโกสนิ ทร์ (๖) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา (๗) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชยั (๘) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (๙) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอสี าน ให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลแตล่ ะแห่งตามวรรคหนึง่ เปน็ นติ บิ ุคคลและเปน็ ส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวง ศกึ ษาธิการ มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตนิ ้ี และ มี อานาจออกกฎกระทรวง และประกาศ เพื่อปฏบิ ัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง และประกาศน้นั เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว้ ให้ใช้บังคับได้ ๑๑

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK หมวด ๑ บทท่ัวไป ———————————- มาตรา ๗ ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบนั อุดมศึกษาดา้ นวิชาชพี และเทคโนโลยี มีวัตถปุ ระสงค์ ใหก้ ารศึกษา สง่ เสรมิ วชิ าการและวิชาชีพชน้ั สงู ท่เี นน้ การปฏิบัติ ทาการสอน ทาการวจิ ยั ผลติ ครวู ชิ าชีพ ให้บรกิ ารทางวชิ าการในดา้ นวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยแี ก่สังคม ทะนุบารงุ ศิลปะและวัฒนธรรม และ อนรุ ักษส์ ่งิ แวดล้อม โดยให้ผสู้ าเรจ็ อาชวี ศึกษามีโอกาสในการศกึ ษาต่อดา้ นวิชาชีพเฉพาะทางระดับ ปรญิ ญาเปน็ หลัก มาตรา ๘ มหาวิทยาลยั อาจแบ่งสว่ นราชการ ดงั น้ี (๑) สานกั งานอธิการบดี (๒) สานกั งานวิทยาเขต (๓) บัณฑติ วทิ ยาลัย (๔) คณะ (๕) สถาบนั (๖) สานกั (๗) วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยอาจให้มีส่วนราชการที่เรยี กชื่ออย่างอน่ื ท่ีมฐี านะเทียบเท่าคณะ เพื่อดาเนินการ ตามวัตถปุ ระสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนราชการในมหาวิทยาลยั อกี ได้ สานักงานอธิการบดีและสานักงานวทิ ยาเขต อาจแบ่งส่วนราชการเปน็ กองหรอื ส่วนราชการ ที่ เรียกช่ืออย่างอ่ืนทีม่ ฐี านะเทียบเท่ากอง บัณฑิตวิทยาลัย อาจแบง่ ส่วนราชการเป็นสานักงานคณบดี กองหรือสว่ นราชการท่เี รียก ชอื่ อย่างอน่ื ท่มี ฐี านะเทียบเทา่ กอง คณะ อาจแบง่ สว่ นราชการเป็นสานกั งานคณบดี ภาควิชา กองหรือส่วนราชการท่ีเรยี กช่ืออย่าง อื่นทมี่ ีฐานะเทยี บเท่าภาควิชาหรอื กอง สถาบัน สานกั หรอื ส่วนราชการท่ีเรียกช่อื อยา่ งอื่นท่มี ฐี านะเทียบเท่าคณะ อาจแบง่ สว่ นราชการ เปน็ สานกั งานผูอ้ านวยการ กองหรอื สว่ นราชการที่เรียกชอื่ อย่างอน่ื ท่ีมีฐานะเทียบเท่ากอง วิทยาลัย อาจแบง่ สว่ นราชการเป็นสานกั งานผู้อานวยการ ภาควชิ า กองหรือส่วนราชการ ที่ เรียกชือ่ อยา่ งอื่นทม่ี ีฐานะเทยี บเท่าภาควชิ าหรอื กอง สานกั งานคณบดี สานักงานผู้อานวยการ ภาควิชา กองหรือส่วนราชการทเ่ี รียกช่อื อย่างอื่นที่มี ฐานะเทียบเท่าภาควชิ าหรือกอง อาจแบ่งสว่ นราชการเป็นงานหรอื สว่ นราชการทเ่ี รยี กชอื่ อยา่ งอนื่ ท่มี ีฐานะ เทียบเท่างาน มาตรา ๙ การจดั ตง้ั การรวม และการยุบเลิกสานกั งานวทิ ยาเขต บัณฑติ วทิ ยาลัย คณะ สถาบัน สานกั วทิ ยาลัยหรือส่วนราชการที่เรียกชอ่ื อยา่ งอ่นื ทม่ี ีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้ทาเป็นกฎกระทรวง การแบง่ ส่วนราชการเป็นสานักงานคณบดี สานกั งานผู้อานวยการ ภาควิชา กองหรือส่วน ราชการที่เรยี กชอ่ื อย่างอืน่ ท่ีมีฐานะเทียบเทา่ ภาควิชาหรือกอง ใหท้ าเปน็ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ การแบง่ สว่ นราชการเป็นงานหรือสว่ นราชการที่เรยี กช่อื อย่างอื่นที่มีฐานะเทยี บเทา่ งาน ให้ทา เปน็ ประกาศมหาวทิ ยาลยั ๑๒

 คู่มือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๑ มาตรา ๑๐ ภายใตว้ ตั ถุประสงค์ตามมาตรา ๗ มหาวิทยาลัยจะรบั สถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือ สถาบนั อืน่ เข้าสมทบในมหาวิทยาลยั กไ็ ด้ และมีอานาจให้ปรญิ ญา อนปุ ริญญาหรือประกาศนียบัตรช้นั หนง่ึ ชั้นใดแก่ผ้สู าเร็จการศกึ ษาจากสถาบันสมทบนั้นได้ การรบั เข้าสมทบหรอื ยกเลกิ การสมทบซึ่งสถาบันการศึกษาช้ันสูงหรอื สถาบันอืน่ ให้เปน็ ไปตาม ขอ้ บังคับของมหาวทิ ยาลยั และประกาศในราชกิจจานเุ บกษา การควบคมุ สถาบันการศกึ ษาชนั้ สงู หรอื สถาบนั อนื่ ทีเ่ ขา้ สมทบในมหาวิทยาลยั ให้เปน็ ไปตาม ขอ้ บงั คบั ของมหาวทิ ยาลยั มาตรา ๑๑ มหาวิทยาลัยจะปฏิเสธการรบั ผู้ใดเขา้ ศึกษาในมหาวิทยาลยั หรือยุติหรือชะลอ การศกึ ษาของนักศึกษาผูใ้ ดด้วยเหตุเพยี งวา่ ผ้นู น้ั ขาดแคลนทุนทรัพยเ์ พอ่ื จ่ายคา่ ธรรมเนียมการศึกษาต่างๆ แก่มหาวิทยาลัยมิได้ หลักเกณฑก์ ารพิจารณาวา่ นักศกึ ษาผู้ใดขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภา มหาวทิ ยาลัยกาหนด มาตรา ๑๒ นอกจากเงนิ ที่กาหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดินมหาวทิ ยาลัยอาจมรี ายได้ ดงั นี้ (๑) เงินผลประโยชน์ คา่ ธรรมเนียม คา่ ปรบั และค่าบรกิ ารตา่ ง ๆ ของมหาวิทยาลัย (๒) รายไดห้ รือผลประโยชนท์ ี่ไดม้ าจากการใช้ท่รี าชพัสดุซ่ึงมหาวิทยาลยั ปกครอง ดูแลหรอื ใช้ ประโยชน์ (๓) เงินและทรพั ยส์ ินซึ่งมผี อู้ ุทศิ ใหแ้ กม่ หาวทิ ยาลัย (๔) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ไดจ้ ากการลงทนุ และจากทรัพยส์ นิ ของมหาวทิ ยาลยั (๕) เงินอดุ หนุนจากองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินหรือเงินอุดหนุนอ่นื ทมี่ หาวิทยาลัยได้รบั (๖) รายไดห้ รือผลประโยชนอ์ ยา่ งอื่น ให้มหาวทิ ยาลยั มีอานาจในการปกครอง ดแู ล บารุงรักษา ใช้และจดั หาผลประโยชน์จาก ทรัพยส์ ินของมหาวทิ ยาลัย ท้ังท่เี ป็นทีร่ าชพสั ดตุ ามกฎหมายว่าด้วยทีร่ าชพสั ดุและทเ่ี ปน็ ทรพั ย์สินอ่ืน รวมท้ังจดั หารายไดจ้ ากการใหบ้ รกิ าร และการจดั เก็บคา่ ธรรมเนียมการศึกษาของส่วนราชการใน มหาวิทยาลัย รายไดแ้ ละผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัย เบย้ี ปรบั ท่เี กิดจากการดาเนนิ การตามวตั ถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัย รวมทัง้ เบ้ยี ปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศกึ ษา และเบ้ียปรับท่ีเกดิ จากการผดิ สญั ญา การซ้ือทรพั ย์สนิ หรือสญั ญาจ้างทาของท่ดี าเนนิ การโดยใช้เงินงบประมาณ ไม่เป็นรายได้ที่ตอ้ งนาส่ง กระทรวง การคลงั ตามกฎหมายว่าดว้ ยเงนิ คงคลงั และกฎหมายวา่ ด้วยวิธกี ารงบประมาณ มาตรา ๑๓ บรรดาอสังหารมิ ทรัพย์ทีม่ หาวทิ ยาลัยได้มาโดยมผี ูอ้ ุทิศให้หรอื ไดม้ าโดยการซอ้ื หรือแลกเปล่ียนจากรายได้ของมหาวทิ ยาลยั ต้ังแตว่ ันที่พระราชบญั ญัตินใ้ี ช้บงั คับ ไม่ถือเป็นที่ราชพสั ดุและ ให้เปน็ กรรมสทิ ธ์ิของมหาวิทยาลัย มาตรา ๑๔ บรรดารายไดแ้ ละทรัพยส์ นิ ของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการเพือ่ ประโยชน์ภายใต้ วัตถปุ ระสงค์ของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗ เงนิ และทรัพย์สินท่ีมีผู้อุทศิ ให้แก่มหาวิทยาลัยจะตอ้ งจดั การตามเงื่อนไขท่ีผูอ้ ทุ ิศให้กาหนดไว้ และตอ้ งเปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค์ของมหาวิทยาลยั แต่ถา้ มีความจาเป็นต้องเปลีย่ นแปลงเง่ือนไขดงั กล่าว มหาวทิ ยาลยั ตอ้ งได้รับความยินยอมจากผู้อุทิศให้หรอื ทายาท หากไม่มที ายาทหรือทายาทไมป่ รากฏ จะต้องไดร้ บั อนมุ ัติจากสภามหาวิทยาลยั ๑๓

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK หมวด ๒ การดาเนนิ การ ————————————— มาตรา ๑๕ ใหม้ หาวทิ ยาลัยแต่ละแหง่ มสี ภามหาวทิ ยาลยั ประกอบด้วย (๑) นายกสภามหาวิทยาลัย ซ่ึงจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แตง่ ต้ัง (๒) กรรมการสภามหาวทิ ยาลัยโดยตาแหนง่ ได้แก่ อธิการบดีและประธานสภาคณาจารย์ และ ขา้ ราชการ (๓) กรรมการสภามหาวิทยาลัยจานวนหกคน ซ่งึ เลือกจากผู้ดารงตาแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผอู้ านวยการสถาบัน ผูอ้ านวยการสานกั ผู้อานวยการวิทยาลัย และหวั หน้าส่วนราชการ ทเ่ี รยี กชือ่ อยา่ ง อื่นทมี่ ฐี านะเทยี บเทา่ คณะ (๔) กรรมการสภามหาวทิ ยาลัยจานวนหกคน ซง่ึ เลอื กจากคณาจารยป์ ระจาของมหาวทิ ยาลยั และขา้ ราชการพลเรือนในสถาบนั อดุ มศกึ ษาที่มิใช่ผดู้ ารงตาแหน่งตาม (๓) (๕) กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวฒุ จิ านวนสิบส่ีคน ซ่งึ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวทิ ยาลัย โดยคาแนะนาของนายกสภามหาวิทยาลยั และกรรมการสภา มหาวิทยาลัยตาม (๒) (๓) และ (๔) ทั้งน้ี ผู้ทรงคุณวุฒิดังกลา่ วตอ้ งมาจากผมู้ คี วามรู้ ความเชยี่ วชาญดา้ น วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมาย การงบประมาณและการเงนิ การบริหารงานบคุ คล การศึกษา เศรษฐศาสตร์ และสงั คมศาสตร์ อยา่ งนอ้ ยดา้ นละหน่ึงคน และดา้ นอ่นื ๆ ตามท่สี ภามหาวทิ ยาลัย เหน็ สมควร ให้สภามหาวิทยาลยั แต่งตัง้ รองอธกิ ารบดีคนหน่งึ ซง่ึ มิใชก่ รรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (๓) เป็น เลขานกุ ารสภามหาวิทยาลัยโดยคาแนะนาของอธกิ ารบดี ใหส้ ภามหาวทิ ยาลัยเลอื กกรรมการสภามหาวิทยาลัยผทู้ รงคณุ วุฒิคนหน่งึ เปน็ อุปนายกสภา มหาวทิ ยาลัยทาหน้าที่แทนนายกสภามหาวทิ ยาลยั เม่อื นายกสภามหาวทิ ยาลัยไม่อาจปฏิบตั ิหนา้ ทไี่ ด้ หรือ เมื่อไมม่ ีผ้ดู ารงตาแหนง่ นายกสภามหาวิทยาลัย คุณสมบตั ิ หลกั เกณฑ์ และวิธกี ารได้มาซ่ึงนายกสภามหาวทิ ยาลยั และกรรมการสภา มหาวิทยาลัยผ้ทู รงคุณวุฒิ คุณสมบัติของผเู้ ลือก ตลอดจนหลักเกณฑ์ และวธิ ีการเลือกกรรมการสภา มหาวิทยาลยั ตาม (๓) และ (๔) ใหเ้ ป็นไปตามข้อบังคบั ของมหาวิทยาลยั มาตรา ๑๖ นายกสภามหาวิทยาลยั และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) และ (๕) มวี าระการดารงตาแหนง่ คราวละสามปี แตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งหรอื อาจได้รับ เลือกใหม่อีกได้ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามวรรคหนง่ึ นายกสภามหาวทิ ยาลยั และกรรมการสภา มหาวิทยาลัยตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) และ (๕) พ้นจากตาแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวทิ ยาลัยหรอื กรรมการสภามหาวิทยาลัยใน ประเภทนน้ั (๔) ถูกจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่สี ดุ ให้จาคกุ (๕) สภามหาวทิ ยาลยั มีมตใิ ห้ออกเพราะมีความประพฤตเิ สื่อมเสีย บกพรอ่ งตอ่ หนา้ ทห่ี รือหยอ่ น ๑๔

 คมู่ อื นกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี ๒๕๖๑ ความสามารถ (๖) เป็นบคุ คลล้มละลาย (๗) เปน็ คนไร้ความสามารถหรอื คนเสมือนไร้ความสามารถ การพน้ จากตาแหน่งตาม (๕) ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไมน่ ้อยกวา่ สองในสามของจานวน กรรมการสภามหาวทิ ยาลยั เท่าท่ีมีอยู่ ในกรณีท่ตี าแหนง่ นายกสภามหาวทิ ยาลยั หรือกรรมการสภามหาวทิ ยาลยั วา่ งลง ไมว่ ่าด้วย เหตุ ใดและยงั มไิ ดด้ าเนินการให้ได้มาซึง่ นายกสภามหาวิทยาลยั หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยแทนตาแหนง่ ที่ ว่าง ใหส้ ภามหาวิทยาลยั ประกอบด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลยั เทา่ ท่มี ีอยู่ ในกรณที ่นี ายกสภามหาวทิ ยาลัยหรอื กรรมการสภามหาวิทยาลยั ตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) หรือ (๕) พ้นจากตาแหนง่ กอ่ นครบวาระ และได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แต่งตั้งหรือได้มกี ารเลือกผดู้ ารง ตาแหนง่ แทนแลว้ ใหผ้ ู้ซ่ึงได้ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ แต่งตงั้ หรอื ได้รบั เลอื กอยู่ในตาแหนง่ เทา่ กบั วาระ ทเี่ หลอื อยู่ของผ้ซู ง่ึ ตนแทน แต่ถา้ วาระการดารงตาแหนง่ เหลืออยนู่ ้อยกว่าเก้าสบิ วันจะไม่ดาเนินการใหม้ ีผู้ ดารงตาแหนง่ แทนก็ได้ ในกรณที ีน่ ายกสภามหาวิทยาลยั หรอื กรรมการสภามหาวทิ ยาลยั ตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) และ (๕) พน้ จากตาแหนง่ ตามวาระ แต่ยังมไิ ดท้ รงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แตง่ ต้ังนายกสภามหาวทิ ยาลยั หรือ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคณุ วฒุ หิ รือยังมไิ ด้เลอื กกรรมการสภามหาวิทยาลยั อ่ืนขึ้นใหม่ ใหน้ ายก สภามหาวิทยาลัยหรอื กรรมการสภามหาวิทยาลยั ซง่ึ พ้นจากตาแหน่งปฏิบตั ิหนา้ ท่ีต่อไปจนกวา่ จะได้มีนายก สภามหาวิทยาลยั หรอื กรรมการสภามหาวิทยาลัยใหมแ่ ล้ว ใหม้ ีการดาเนนิ การให้ได้มาซง่ึ นายกสภามหาวิทยาลัยหรอื กรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม มาตรา ๑๕ (๓) (๔) และ (๕) ภายในเก้าสบิ วนั นับแตว่ ันที่ผู้นัน้ พน้ จากตาแหน่ง มาตรา ๑๗ สภามหาวิทยาลัยมีอานาจและหน้าที่ควบคมุ ดูแลกิจการทัว่ ไปของมหาวิทยาลยั และ โดยเฉพาะใหม้ ีอานาจและหน้าท่ี ดงั นี้ (๑) วางนโยบาย และอนุมตั ิแผนพฒั นาของมหาวทิ ยาลยั เก่ยี วกบั การศึกษา การส่งเสริมวิชาการ และวิชาชพี ชน้ั สูงท่ีเนน้ การปฏบิ ตั ิ ทาการสอน ทาการวจิ ยั ผลิตครูวชิ าชีพ ให้บริการทางวิชาการในด้าน วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ก่สงั คม ทะนุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม และอนรุ ักษส์ ิ่งแวดล้อม (๒) วางระเบยี บ ออกข้อบังคับและประกาศของมหาวทิ ยาลยั และอาจมอบใหส้ ่วนราชการใดใน มหาวทิ ยาลยั เป็นผ้วู างระเบียบ ออกข้อบังคับและประกาศสาหรบั สว่ นราชการน้ันเปน็ เรอื่ ง ๆ ไปก็ได้ (๓) กากบั มาตรฐานการศึกษาและการประกันคุณภาพการศึกษา (๔) ติดตามและประเมนิ ผลการดาเนินงานของมหาวิทยาลยั (๕) พจิ ารณาให้ความเหน็ ชอบหลกั สตู รการศึกษาให้สอดคลอ้ งกับมาตรฐานทีค่ ณะกรรมการการ อุดมศกึ ษากาหนด (๖) พจิ ารณาการจัดต้ัง การรวม และการยบุ เลิก สานักงานวิทยาเขต บณั ฑิตวิทยาลยั คณะ สถาบนั สานัก วทิ ยาลยั หรือส่วนราชการทีเ่ รยี กชอ่ื อยา่ งอนื่ ท่ีมีฐานะเทยี บเท่าคณะ รวมท้ังการแบง่ ส่วน ราชการของส่วนราชการดังกล่าว (๗) อนุมัติใหป้ รญิ ญา ประกาศนียบตั รบัณฑิตชนั้ สงู ประกาศนยี บัตรบัณฑิต อนปุ ริญญา และ ประกาศนยี บัตร (๘) อนุมตั ิการรับสถาบนั การศึกษาช้ันสงู และสถาบนั อ่นื เข้าสมทบ หรือการยกเลิกการสมทบ ๑๕

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK (๙) พิจารณาเสนอเรื่องเพ่ือทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งและถอดถอนนายกสภา มหาวทิ ยาลยั กรรมการสภามหาวทิ ยาลยั ผ้ทู รงคุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ (๑๐) แตง่ ต้ังและถอดถอนรองอธกิ ารบดี คณบดี ผ้อู านวยการสถาบนั ผูอ้ านวยการสานกั ผ้อู านวยการวทิ ยาลยั หรือหัวหนา้ ส่วนราชการท่ีเรียกชือ่ อย่างอน่ื ที่มฐี านะเทยี บเทา่ คณะ ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์พเิ ศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ และกรรมการสภาวิชาการ (๑๑) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายไดข้ องมหาวิทยาลยั (๑๒) วางระเบยี บและออกขอ้ บงั คับเก่ยี วกับการบริหารการเงินและทรัพยส์ ินของมหาวทิ ยาลยั และการจดั หารายได้ของมหาวทิ ยาลัย (๑๓) พจิ ารณาดาเนนิ การเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของมหาวทิ ยาลัยตามกฎหมายวา่ ดว้ ย ระเบยี บข้าราชการพลเรือนในสถาบนั อดุ มศึกษา และตามทีค่ ณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นใน สถาบันอดุ มศกึ ษามอบหมาย (๑๔) แตง่ ต้งั คณะกรรมการ คณะอนกุ รรมการ หรือบุคคลหน่งึ บคุ คลใดเพ่ือพิจารณาและเสนอ ความเห็นในเรื่องหนึง่ เรือ่ งใด หรือเพื่อมอบหมายใหป้ ฏบิ ตั ิการอยา่ งหนึง่ อย่างใดอันอยใู่ นอานาจและ หน้าท่ขี องสภามหาวิทยาลยั (๑๕) พจิ ารณาและให้ความเห็นชอบในเรือ่ งที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลยั ตามที่อธกิ ารบดี เสนอ และอาจมอบหมายให้อธกิ ารบดีปฏิบัตอิ ยา่ งหน่ึงอย่างใดอนั อยใู่ นอานาจและหนา้ ท่ีของสภา มหาวิทยาลัยกไ็ ด้ (๑๖) สง่ เสริม สนบั สนนุ และแสวงหาวิธีการ เพ่ือพัฒนาความกา้ วหนา้ ของมหาวิทยาลัย (๑๗) ปฏิบตั ิหนา้ ทีอ่ ่ืนเกี่ยวกับกิจการของมหาวทิ ยาลยั ทีม่ ิได้ระบุให้เป็นหนา้ ท่ขี องผ้ใู ด โดยเฉพาะ มาตรา ๑๘ การประชุมสภามหาวทิ ยาลยั ให้เป็นไปตามข้อบังคบั ของมหาวทิ ยาลยั มาตรา ๑๙ ให้มหาวทิ ยาลยั แต่ละแหง่ มีสภาวชิ าการ ประกอบด้วย (๑) อธิการบดี เป็นประธานสภาวิชาการ (๒) รองอธกิ ารบดฝี ่ายวิชาการ เปน็ รองประธานสภาวิชาการ (๓) กรรมการสภาวชิ าการโดยตาแหนง่ ได้แก่ รองอธกิ ารบดีประจาวทิ ยาเขต คณบดี ผู้อานวยการสถาบันเพอื่ การวิจยั และผูอ้ านวยการวทิ ยาลยั ถ้ามี (๔) กรรมการสภาวิชาการจานวนหกคน ซึ่งเลอื กจากคณาจารย์ประจาในมหาวิทยาลยั (๕) กรรมการสภาวิชาการผู้ทรงคณุ วุฒจิ านวนสิบคน ซึ่งแต่งตง้ั จากบุคคลภายนอก โดยความ เห็นชอบของสภามหาวทิ ยาลัย คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารไดม้ าซึง่ กรรมการสภาวชิ าการตาม (๔) และ (๕) ให้เปน็ ไป ตามข้อบังคับของมหาวทิ ยาลัย ใหอ้ ธิการบดแี ต่งตงั้ คณาจารย์ประจาในมหาวทิ ยาลัยคนหน่ึงเป็นเลขานุการสภาวชิ าการ และ อาจแตง่ ต้ังคณาจารย์ประจาในมหาวิทยาลัยอกี ไมเ่ กนิ สองคนเปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานุการ มาตรา ๒๐ วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการสภาวิชาการ ตลอดจนการประชมุ และการดาเนนิ งานของสภาวิชาการ ใหเ้ ป็นไปตามข้อบังคับของมหาวทิ ยาลัย มาตรา ๒๑ สภาวิชาการมีอานาจและหน้าท่ี ดังน้ี (๑) พิจารณาเกณฑม์ าตรฐานเกีย่ วกับหลกั สตู ร การเรยี นการสอน การวจิ ัย การวดั ผล ๑๖

 คมู่ อื นักศึกษาระดบั ปริญญาตรี ๒๕๖๑ การศกึ ษา และการประกันคุณภาพการศกึ ษาเสนอต่อสภามหาวิทยาลยั (๒) เสนอความเหน็ เกีย่ วกบั การรวมและการยกเลิกสาขาวชิ าต่อสภามหาวทิ ยาลยั (๓) เสนอความเห็นเก่ียวกับการเปดิ สอนตามหลักสูตรของมหาวทิ ยาลยั (๔) พจิ ารณาเสนอความเห็นในเร่อื งท่เี กย่ี วกับวชิ าการต่อสภามหาวทิ ยาลยั (๕) ส่งเสรมิ การวิจัยและการบริการทางวชิ าการที่สอดคล้องกับภารกจิ ของมหาวิทยาลยั และ ความต้องการของชุมชน (๖) แต่งตงั้ คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหน่ึงบุคคลใดเพื่อกระทาการใด ๆ อนั อยูใ่ นอานาจและ หน้าท่ขี องสภาวชิ าการ มาตรา ๒๒ ใหม้ หาวทิ ยาลัยแต่ละแหง่ มสี ภาคณาจารย์และข้าราชการ ประกอบดว้ ย ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ และกรรมการสภาคณาจารยแ์ ละขา้ ราชการซึ่งเลอื กจากคณาจารย์ ประจาและข้าราชการของมหาวทิ ยาลัย จานวน คณุ สมบตั ิ หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการไดม้ า วาระการดารงตาแหนง่ และการพ้นจาก ตาแหนง่ ของประธานสภาคณาจารยแ์ ละข้าราชการ และกรรมการสภาคณาจารย์และข้าราชการตามวรรค หน่ึง ตลอดจนการประชุมและการดาเนินงานของสภาคณาจารย์และขา้ ราชการ ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั คับ ของมหาวิทยาลัย มาตรา ๒๓ สภาคณาจารย์และขา้ ราชการมีอานาจและหน้าที่ ดังน้ี (๑) ให้คาปรึกษาและข้อเสนอแนะในกิจการของมหาวิทยาลัยและการพฒั นามหาวทิ ยาลยั แก่ อธกิ ารบดหี รอื สภามหาวิทยาลยั (๒) สง่ เสรมิ และพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และข้าราชการในการปฏิบตั หิ น้าทีต่ าม จรรยาบรรณแห่งวชิ าชพี (๓) พทิ ักษผ์ ลประโยชน์ของมหาวทิ ยาลยั และปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีอ่นื ตามที่อธิการบดีหรอื สภา มหาวทิ ยาลยั มอบหมาย (๔) เรยี กประชมุ คณาจารย์และขา้ ราชการ เพ่อื พจิ ารณากิจกรรมของมหาวิทยาลยั และ นาเสนอความคดิ เห็นตอ่ สภามหาวิทยาลัย ทัง้ น้ี ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย การปฏิบตั หิ นา้ ทีข่ องสภาคณาจารย์และข้าราชการถือเป็นการปฏิบัติหนา้ ที่ราชการ และการ ดาเนนิ การใด ๆ ในการปฏบิ ตั ิหนา้ ที่โดยชอบย่อมได้รบั ความคุม้ ครองและไมเ่ ปน็ เหตใุ นการดาเนินการทาง วนิ ัย มาตรา ๒๔ ให้มีอธกิ ารบดีเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัยแต่ ละแห่ง และอาจมีรองอธิการบดี หรอื ผู้ช่วยอธิการบดี หรือจะมีทัง้ รองอธิการบดี และผ้ชู ว่ ยอธิการบดตี าม จานวนท่ีสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกาหนด เพื่อทาหน้าท่ีและรับผิดชอบตามท่ีอธิการบดีมอบหมายก็ได้ มาตรา ๒๕ อธกิ ารบดนี ้ันจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตัง้ โดยการสรรหาตามข้อบังคบั ของมหาวิทยาลยั จากผู้มคี ุณสมบัตติ ามมาตรา ๒๖ วรรคหน่ึง ท้ังนี้ ให้คานึงถึงการมสี ่วนร่วมของบุคลากรของ มหาวิทยาลัย อธิการบดีมวี าระการดารงตาแหน่งคราวละสี่ปี และจะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า ฯ แต่งต้ังใหม่ อีกได้ แตจ่ ะดารงตาแหน่งเกินสองวาระติดต่อกนั มไิ ด้ ๑๗

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK นอกจากการพน้ จากตาแหนง่ ตามวาระตามวรรคสอง อธิการบดีพน้ จากตาแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ถกู ลงโทษทางวนิ ยั อยา่ งร้ายแรงหรอื ถูกสัง่ ให้ออกจากราชการ เพราะเหตุมีมลทนิ หรือ มวั หมองในกรณที ่ีถกู สอบสวนทางวนิ ยั อย่างรา้ ยแรง (๔) เป็นบุคคลลม้ ละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๕) ถูกจาคุกโดยคาพิพากษาถงึ ทส่ี ุดให้จาคุก (๖) สภามหาวิทยาลยั ใหพ้ ้นจากตาแหนง่ เพราะบกพร่องต่อหน้าท่ี มีความประพฤติเสอ่ื มเสีย หรอื หย่อนความสามารถ มติของสภามหาวิทยาลัยให้พน้ จากตาแหนง่ ต้องประกอบดว้ ยคะแนนเสียงไม่ น้อยกวา่ สองในสามของจานวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมด รองอธกิ ารบดี ใหส้ ภามหาวทิ ยาลยั แต่งตั้งโดยคาแนะนาของอธิการบดีจากผมู้ คี ุณสมบตั ติ าม มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ผูช้ ว่ ยอธกิ ารบดี ใหอ้ ธิการบดีแตง่ ตั้งจากขา้ ราชการพลเรือนในสถาบันอดุ มศึกษาซ่ึงมีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๒๖ วรรคสอง และให้อธิการบดีมีอานาจถอดถอนผชู้ ่วยอธกิ ารบดีดว้ ย เม่ืออธิการบดีพ้นจากตาแหน่ง ใหร้ องอธกิ ารบดีและผู้ช่วยอธิการบดี พ้นจากตาแหนง่ ด้วย มาตรา ๒๖ อธิการบดแี ละรองอธิการบดี ต้องสาเร็จการศึกษาไมต่ ่ากวา่ ปริญญาตรหี รือ เทียบเท่าจากมหาวทิ ยาลัยหรือสถาบันอดุ มศึกษาอืน่ ที่สภามหาวิทยาลัยรบั รอง และได้ทาการสอนหรือ มปี ระสบการณด์ ้านการบรหิ ารมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ ห้าปใี นมหาวิทยาลัย หรอื สถาบนั อุดมศึกษาอืน่ ที่สภา มหาวิทยาลัยรับรอง หรอื เคยดารงตาแหนง่ กรรมการสภามหาวิทยาลัยไมน่ ้อยกว่าสามปี หรอื ดารง ตาแหนง่ หรือเคยดารงตาแหน่งศาสตราจารย์ รวมทัง้ มีคุณสมบตั อิ นื่ และไม่มีลกั ษณะตอ้ งหา้ มตามที่กาหนด ในข้อบังคบั ของมหาวิทยาลัย ผชู้ ว่ ยอธิการบดี ต้องสาเร็จการศกึ ษาไม่ตา่ กวา่ ปริญญาตรีหรอื เทยี บเท่าจากมหาวิทยาลยั หรือ สถาบนั อุดมศกึ ษาอืน่ ทสี่ ภามหาวทิ ยาลยั รับรอง และได้ทาการสอนหรอื มีประสบการณ์ด้านการบริหาร มาแลว้ ไม่น้อยกว่าสามปีในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศกึ ษาอื่นทส่ี ภามหาวทิ ยาลัยรบั รอง มาตรา ๒๗ อธิการบดีมีอานาจและหน้าที่ ดงั นี้ (๑) บรหิ ารกจิ การของมหาวิทยาลัยใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของทาง ราชการและของมหาวทิ ยาลัย รวมทงั้ นโยบายและวัตถุประสงค์ของมหาวทิ ยาลยั (๒) บรหิ ารบคุ ลากร การเงนิ การพัสดุ สถานท่ีและทรพั ย์สินอน่ื ของมหาวทิ ยาลัยให้เป็นไปตาม กฎหมาย กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของทางราชการและของมหาวทิ ยาลยั (๓) จัดทาแผนพฒั นามหาวทิ ยาลยั ดูแลใหม้ กี ารปฏิบัตติ ามนโยบายและแผนงาน รวมทั้งติดตาม ประเมินผลการดาเนนิ งานด้านตา่ ง ๆ ของมหาวิทยาลยั (๔) แตง่ ตัง้ และถอดถอนผูช้ ว่ ยอธกิ ารบดี รองคณบดี รองผู้อานวยการสถาบนั รองผอู้ านวยการ สานกั รองผ้อู านวยการวิทยาลัย รองหวั หน้าส่วนราชการท่เี รียกชือ่ อย่างอน่ื ที่มีฐานะเทยี บเทา่ คณะหัวหน้า ภาควชิ า หวั หนา้ สว่ นราชการทเี่ รยี กชอ่ื อย่างอ่ืนทีม่ ีฐานะเทียบเทา่ ภาควชิ าและอาจารย์พิเศษ (๕) รายงานเกี่ยวกับกจิ การและการดาเนนิ การของมหาวิทยาลยั ต่อสภามหาวทิ ยาลัย (๖) สง่ เสรมิ และสนับสนุนการดาเนนิ งานของสภาคณาจารยแ์ ละข้าราชการ คณะกรรมการ สง่ เสริมกจิ การวิทยาเขต และสง่ เสรมิ การพัฒนานักศึกษาและกจิ การนักศึกษา ๑๘

 คู่มอื นกั ศึกษาระดบั ปริญญาตรี ๒๕๖๑ (๗) ส่งเสรมิ ความสัมพันธ์ระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั กบั ชมุ ชน รวมทงั้ การเขา้ ไปมีสว่ นร่วมในการ สรา้ งความสมั พนั ธ์กบั ชมุ ชน (๘) เปน็ ผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทว่ั ไป (๙) ปฏบิ ตั ิหน้าทอ่ี ื่นตามระเบียบ ข้อบงั คบั และประกาศของมหาวทิ ยาลยั ตามท่ีสภา มหาวิทยาลยั มอบหมายหรอื ตามทก่ี ฎหมายกาหนดให้เปน็ อานาจหนา้ ที่ของอธิการบดี มาตรา ๒๘ ในกรณที ผ่ี ู้ดารงตาแหนง่ อธิการบดีไม่อยหู่ รือไม่อาจปฏบิ ตั ิราชการได้ ให้ รอง อธิการบดเี ปน็ ผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธกิ ารบดหี ลายคน ใหร้ องอธิการบดซี ่ึงอธิการบดมี อบหมาย เป็นผูร้ ักษาราชการแทน ถ้าอธกิ ารบดมี ไิ ด้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสงู สุดเปน็ ผูร้ ักษาราชการ แทน ในกรณที ี่ไม่มผี ู้รกั ษาราชการแทนอธิการบดตี ามความในวรรคหนง่ึ หรือมแี ต่ไม่อาจปฏบิ ัติ ราชการได้ หรือ ไมม่ ผี ู้ดารงตาแหน่งอธิการบดี ใหส้ ภามหาวทิ ยาลัยแต่งตงั้ ผมู้ ีคุณสมบัตติ ามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง เปน็ ผ้รู ักษาราชการแทนอธกิ ารบดี มาตรา ๒๙ ในวิทยาเขต ให้มีรองอธกิ ารบดคี นหนง่ึ ซง่ึ สภามหาวิทยาลยั แตง่ ตง้ั โดยคาแนะนา ของอธิการบดีเปน็ ผู้บังคับบัญชาและรับผดิ ชอบการบริหารงานของวทิ ยาเขตให้เปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบงั คบั และประกาศของมหาวทิ ยาลัย และปฏิบตั หิ น้าที่อืน่ ตามที่อธกิ ารบดีมอบหมาย มาตรา ๓๐ ในวิทยาเขต ใหม้ ีคณะกรรมการประจาวิทยาเขตคณะหนึง่ องคป์ ระกอบ จานวน คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารไดม้ า วาระการดารงตาแหนง่ และการ พ้นจากตาแหนง่ ของกรรมการประจาวทิ ยาเขต ตลอดจนการประชมุ ของคณะกรรมการประจาวทิ ยาเขต และการจดั ระบบบริหารงานในวิทยาเขต ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบังคับของมหาวทิ ยาลัย ทัง้ น้ี ต้องมีกรรมการที่ เปน็ ผทู้ รงคุณวฒุ ิซึ่งแตง่ ต้งั จากบคุ คลภายนอกไม่น้อยกว่าหนงึ่ ในสาม มาตรา ๓๑ คณะกรรมการประจาวิทยาเขตมีอานาจและหนา้ ที่ ดังน้ี (๑) ส่งเสรมิ ให้วทิ ยาเขตดาเนินภารกจิ ให้สอดคล้องกบั นโยบาย เป้าหมาย และแผนพัฒนาตามท่ี สภามหาวทิ ยาลัยกาหนด (๒) ใหค้ าปรึกษาและข้อเสนอแนะเกยี่ วกับการดาเนินกจิ การต่าง ๆ ของวิทยาเขตแก่อธกิ ารบดี (๓) เสนอแนะการเปิดสอนตามหลกั สูตรของมหาวิทยาลยั ในวทิ ยาเขตตอ่ สภาวชิ าการ (๔) ประสานงานระหว่างบณั ฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สานกั วิทยาลัย และสว่ นราชการที่ เรียกชอื่ อย่างอ่นื ทม่ี ีฐานะเทยี บเทา่ คณะภายในวิทยาเขต (๕) พิจารณาวางระเบยี บหรือออกข้อบงั คับอนื่ ตามที่สภามหาวิทยาลยั มอบหมาย (๖) พิจารณาเสนอแผนพัฒนา แผนงาน และงบประมาณประจาปแี ละจัดทารายงานผลการ ดาเนินกจิ การของวิทยาเขตเสนอตอ่ อธกิ ารบดี (๗) แต่งต้ังคณะอนุกรรมการ หรอื บคุ คลหน่งึ บุคคลใดเพื่อกระทาการใด ๆ อันอยู่ในอานาจและ หนา้ ท่ีของคณะกรรมการประจาวิทยาเขต (๘) ปฏบิ ตั งิ านอืน่ ตามที่อธกิ ารบดมี อบหมาย มาตรา ๓๒ ในวทิ ยาเขต ใหม้ ีคณะกรรมการสง่ เสริมกจิ การวิทยาเขต ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการสง่ เสริมกิจการวิทยาเขต (๒) กรรมการส่งเสรมิ กจิ การวิทยาเขตโดยตาแหน่ง ไดแ้ ก่ รองอธิการบดปี ระจาวทิ ยาเขต คณบดี ผอู้ านวยการสถาบนั ผู้อานวยการสานัก และผู้อานวยการวิทยาลยั ถ้ามี ๑๙

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK (๓) กรรมการสง่ เสรมิ กจิ การวทิ ยาเขตจานวนสีค่ น ซึ่งแตง่ ต้ังจากผแู้ ทนศษิ ย์เกา่ จานวนหนึ่งคน ผู้แทนผูป้ กครอง จานวนหนง่ึ คน และผู้แทนนักศึกษา จานวนสองคน (๔) กรรมการส่งเสริมกิจการวทิ ยาเขตผูท้ รงคุณวฒุ จิ านวนเทา่ กบั จานวนกรรมการตาม (๒) และ (๓) รวมกนั ซึ่งสภามหาวิทยาลยั แต่งตงั้ จากผ้มู ีความรู้ ความเช่ียวชาญ หรอื มีประสบการณใ์ นสาขาวชิ า ต่าง ๆ ตามท่ีสภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร ในจานวนนี้ ใหแ้ ต่งตัง้ จากบุคคลในเขตพนื้ ทบี่ ริการการศึกษา ของวทิ ยาเขตไม่นอ้ ยกว่าก่งึ หน่งึ คุณสมบัติ หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการได้มา วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหนง่ ของ ประธานกรรมการส่งเสริมกิจการวทิ ยาเขต และกรรมการสง่ เสริมกิจการวิทยาเขตตาม (๓) และ (๔) ตลอดจนการประชุมและการดาเนินงานของคณะกรรมการสง่ เสริมกิจการวทิ ยาเขต ให้เป็นไปตาม ข้อบังคบั ของมหาวทิ ยาลยั มาตรา ๓๓ คณะกรรมการสง่ เสรมิ กจิ การวทิ ยาเขตมีอานาจและหน้าท่ี ดังน้ี (๑) สง่ เสรมิ สนับสนุน ใหค้ าปรกึ ษาและข้อเสนอแนะแกว่ ทิ ยาเขตเพือ่ พฒั นาแนวทางการ ดาเนนิ งานของวทิ ยาเขต (๒) ส่งเสริมใหม้ ที นุ การศึกษาแก่นกั ศึกษาที่ขาดแคลนทนุ ทรพั ย์ ใหม้ ีโอกาสศึกษาใน มหาวิทยาลัยอนั เปน็ การสนับสนนุ ความเสมอภาคในโอกาสทางการศกึ ษา (๓) ส่งเสริม และสนบั สนนุ การสรา้ งสัมพันธภาพและการเรียนร้รู ะหว่างมหาวิทยาลัยกบั นักศกึ ษาและประชาชน (๔) แต่งตง้ั คณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหน่ึงบคุ คลใดเพ่ือกระทาการใด ๆ ตาม (๑) (๒) และ (๓) มาตรา ๓๔ ในบณั ฑติ วิทยาลัย ให้มคี ณบดเี ป็นผ้บู งั คับบัญชาและรบั ผดิ ชอบงานของบณั ฑิต วทิ ยาลัย และจะให้มรี องคณบดีตามจานวนทส่ี ภามหาวทิ ยาลัยกาหนด เพื่อทาหนา้ ทแี่ ละรับผิดชอบตามท่ี คณบดีมอบหมายก็ได้ คณบดนี ั้น ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งโดยการสรรหาตามข้อบังคับของมหาวทิ ยาลยั จากผู้มี คณุ สมบัตติ ามมาตรา ๒๖ วรรคสอง รองคณบดีนน้ั ใหอ้ ธิการบดแี ตง่ ต้งั โดยคาแนะนาของคณบดีจากผ้มู คี ุณสมบัตติ ามมาตรา ๒๖ วรรคสอง และให้อธกิ ารบดีมีอานาจถอดถอนรองคณบดโี ดยคาแนะนาของคณบดี วาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหนง่ คณบดี ให้นามาตรา ๒๕ วรรคสอง และวรรค สาม มาใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม การรกั ษาราชการแทนคณบดี ใหน้ ามาตรา ๒๘ มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม เมื่อคณบดีพ้นจากตาแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตาแหน่งดว้ ย มาตรา ๓๕ ในบัณฑติ วิทยาลยั ให้มีคณะกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลัยคณะหนึ่ง ประกอบด้วย คณบดเี ป็นประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกจานวนหนง่ึ จานวน คุณสมบตั ิ หลกั เกณฑ์และวธิ กี ารได้มา อานาจและหนา้ ท่ี วาระการดารงตาแหน่ง และ การพ้นจากตาแหน่งของกรรมการประจาบัณฑิตวิทยาลยั ตลอดจนการประชมุ ของคณะกรรมการประจา บัณฑติ วิทยาลัยและการจดั ระบบบรหิ ารงานในบัณฑิตวิทยาลัย ให้เปน็ ไปตามขอ้ บังคับของมหาวทิ ยาลัย มาตรา ๓๖ ในคณะ ให้มีคณบดเี ป็นผบู้ ังคับบญั ชาและรับผิดชอบงานของคณะ และจะใหม้ ี รองคณบดตี ามจานวนท่ีสภามหาวิทยาลัยกาหนด เพื่อทาหน้าทีแ่ ละรบั ผดิ ชอบตามท่ีคณบดีมอบหมายก็ได้ คุณสมบัติ การแต่งต้งั วาระการดารงตาแหนง่ และการพ้นจากตาแหนง่ ของคณบดีและรอง ๒๐

 คู่มือนักศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี ๒๕๖๑ คณบดีตามวรรคหนง่ึ และการรักษาราชการแทน ใหน้ ามาตรา ๓๔ มาใชบ้ งั คับโดยอนโุ ลม มาตรา ๓๗ ในคณะ ให้มีคณะกรรมการประจาคณะ ประกอบด้วย คณบดเี ป็นประธาน กรรมการ และกรรมการอ่ืนอีกจานวนหน่งึ จานวน คุณสมบตั ิ หลักเกณฑ์และวิธกี ารได้มา วาระการดารงตาแหนง่ และการพน้ จากตาแหน่ง ของกรรมการ ตลอดจนการประชมุ ของคณะกรรมการประจาคณะและการจัดระบบบรหิ ารงานในคณะ ให้ เปน็ ไปตามข้อบังคบั ของมหาวิทยาลยั มาตรา ๓๘ คณะกรรมการประจาคณะมีอานาจและหน้าที่ ดงั นี้ (๑) จดั ทาแผนพฒั นาของคณะให้สอดคลอ้ งกับนโยบายของมหาวิทยาลยั (๒) พิจารณาวางระเบยี บและออกขอ้ บังคบั ภายในคณะตามที่สภามหาวทิ ยาลัยมอบหมาย (๓) พิจารณากาหนดหลกั สตู รและรายละเอยี ดเก่ยี วกับหลกั สูตรสาหรบั คณะเพ่ือเสนอต่อสภา มหาวิทยาลยั (๔) จัดการวดั ผล ประเมินผล และควบคุมมาตรฐานการศกึ ษาของคณะ (๕) สง่ เสรมิ งานวิจัย งานบริการวชิ าการแกส่ งั คม งานทะนุบารงุ ศลิ ปะและวัฒนธรรม และงาน รักษาสิง่ แวดลอ้ ม (๖) ให้คาปรึกษาและข้อแนะนาเก่ียวกบั การดาเนนิ กิจการตา่ ง ๆ ของคณะ (๗) แตง่ ตั้งคณะอนุกรรมการเพ่อื ดาเนนิ การอยา่ งหนึง่ อย่างใดอันอย่ใู นอานาจและหน้าที่ของ คณะกรรมการประจาคณะ (๘) ดาเนินการอน่ื ใดตามท่สี ภามหาวทิ ยาลัย สภาวชิ าการ หรอื อธกิ ารบดีมอบหมาย มาตรา ๓๙ ในกรณที ี่มีการแบง่ ภาควชิ าหรอื ส่วนราชการทเี่ รยี กชื่ออย่างอน่ื ท่ีมฐี านะเทยี บเทา่ ภาควชิ าในคณะ ให้มหี วั หนา้ ภาควชิ าหรอื หัวหน้าสว่ นราชการทีเ่ รยี กชื่ออยา่ งอนื่ ท่มี ฐี านะเทียบเท่า ภาควชิ าเปน็ ผบู้ ังคบั บัญชาและรับผดิ ชอบงานของภาควชิ าหรือสว่ นราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอน่ื ท่ีมีฐานะ เทียบเท่าภาควชิ า หัวหน้าภาควิชาหรือหวั หนา้ สว่ นราชการที่เรียกชือ่ อยา่ งอ่ืนทม่ี ีฐานะเทียบเทา่ ภาควชิ าให้ อธิการบดแี ต่งตง้ั จากคณาจารย์ประจา โดยการสรรหาตามข้อบงั คบั ของมหาวทิ ยาลัยจากผมู้ ีคุณสมบัติ เชน่ เดียวกบั คณบดี และใหอ้ ธิการบดมี ีอานาจถอดถอนหัวหน้าภาควชิ า หรือหัวหน้าส่วนราชการท่ีเรียกชอ่ื อย่างอ่นื ทีม่ ฐี านะเทยี บเทา่ ภาควิชาโดยคาแนะนาของคณบดี คุณสมบัติ วาระการดารงตาแหนง่ และการพน้ จากตาแหน่งของหัวหน้าภาควิชาหรอื หวั หน้า สว่ นราชการที่เรียกชอื่ อย่างอื่นที่มีฐานะเทยี บเทา่ ภาควชิ าตามวรรคสอง และการรกั ษาราชการแทนใหน้ า มาตรา ๓๔ มาใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม มาตรา ๔๐ ในสถาบนั หรือสานัก ให้มีผอู้ านวยการสถาบันหรือผู้อานวยการสานักเปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาและรบั ผิดชอบงานของสถาบันหรือสานัก แล้วแต่กรณี และจะใหม้ ีรองผู้อานวยการสถาบนั หรือรองผู้อานวยการสานกั ตามจานวนทส่ี ภามหาวทิ ยาลัยกาหนด เพื่อทาหน้าทแ่ี ละรับผิดชอบตามท่ี ผอู้ านวยการสถาบันหรือผู้อานวยการสานักมอบหมายก็ได้ คุณสมบัติ การแตง่ ตัง้ วาระการดารงตาแหนง่ และการพ้นจากตาแหนง่ ของผู้อานวยการสถาบัน หรือผูอ้ านวยการสานัก และรองผู้อานวยการสถาบนั หรือรองผ้อู านวยการสานกั ตามวรรคหนึ่งและการ รกั ษาราชการแทน ใหน้ ามาตรา ๓๔ มาใช้บงั คบั โดยอนุโลม มาตรา ๔๑ ในสถาบันหรือสานัก ใหม้ ีคณะกรรมการประจาสถาบันหรือสานกั แล้วแต่กรณี ๒๑

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK องคป์ ระกอบ จานวน คณุ สมบัติ หลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารได้มา อานาจและหน้าที่ วาระการดารง ตาแหน่ง และการพน้ จากตาแหนง่ ของกรรมการประจาสถาบันหรอื สานกั ตลอดจนการประชมุ ของ คณะกรรมการประจาสถาบนั หรอื คณะกรรมการประจาสานกั และการจัดระบบบรหิ ารงานในสถาบันหรือ สานัก ให้เป็นไปตามข้อบงั คับของมหาวทิ ยาลยั มาตรา ๔๒ ในกรณที ี่มหาวิทยาลยั มวี ทิ ยาลัยหรือสว่ นราชการท่ีเรยี กช่อื อยา่ งอน่ื ทมี่ ฐี านะ เทียบเท่าคณะ ใหม้ ีผู้อานวยการวทิ ยาลัยหรือหวั หนา้ ส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ เปน็ ผู้บังคบั บัญชาและรบั ผิดชอบงานของวทิ ยาลัยหรือส่วนราชการทีเ่ รยี กช่ืออยา่ งอ่นื ที่มีฐานะเทียบเท่า คณะแลว้ แตก่ รณี และจะให้มีรองผู้อานวยการวิทยาลัยหรือรองหัวหนา้ สว่ นราชการท่ีเรียกช่ืออยา่ งอืน่ ทม่ี ี ฐานะเทยี บเทา่ คณะตามจานวนทส่ี ภามหาวิทยาลยั กาหนด เพือ่ ทาหนา้ ทแ่ี ละรับผดิ ชอบตามที่ ผอู้ านวยการวิทยาลัยหรือหัวหน้าสว่ นราชการทเี่ รยี กชอ่ื อย่างอื่นที่มฐี านะเทียบเท่าคณะมอบหมายก็ได้ คุณสมบตั ิ การแต่งตัง้ วาระการดารงตาแหน่ง และการพน้ จากตาแหนง่ ของผู้อานวยการ วทิ ยาลัย หรือหวั หน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นทม่ี ฐี านะเทียบเท่าคณะ รวมท้งั ผูด้ ารงตาแหน่งรอง ของตาแหนง่ ดงั กลา่ วตามวรรคหน่งึ และการรกั ษาราชการแทนใหน้ าความในมาตรา ๓๔ มาใชบ้ ังคับโดย อนโุ ลม ในกรณที ี่มีการแบ่งภาควชิ า หรอื สว่ นราชการทเ่ี รยี กช่อื อยา่ งอนื่ ท่ีมีฐานะเทียบเท่าภาควชิ าใน วิทยาลยั ใหน้ าความในมาตรา ๓๙ มาใช้บงั คับโดยอนโุ ลม มาตรา ๔๓ ในวิทยาลัยหรอื ส่วนราชการท่ีเรยี กช่ืออยา่ งอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะ ให้มี คณะกรรมการประจาวิทยาลัยหรอื สว่ นราชการที่เรยี กชอื่ อยา่ งอน่ื ท่ีมฐี านะเทียบเท่าคณะ แล้วแต่กรณี องค์ประกอบ จานวน คณุ สมบตั ิ หลกั เกณฑ์และวิธกี ารได้มา อานาจและหน้าที่ วาระการดารง ตาแหนง่ และการพน้ จากตาแหนง่ ของกรรมการประจาวิทยาลัยหรือส่วนราชการท่เี รยี กช่ืออย่างอื่นท่ีมี ฐานะเทยี บเท่าคณะ ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการประจาวทิ ยาลัยหรอื คณะกรรมการประจา ส่วนราชการทีเ่ รยี กชอื่ อย่างอื่นทีม่ ีฐานะเทียบเทา่ คณะ และการจดั ระบบบริหารงานในวทิ ยาลยั หรอื สว่ น ราชการท่ีเรยี กชอื่ อยา่ งอน่ื ท่ีมีฐานะเทยี บเทา่ คณะ ให้เปน็ ไปตามข้อบงั คบั ของมหาวทิ ยาลยั มาตรา ๔๔ ผ้ดู ารงตาแหนง่ อธิการบดี คณบดี ผ้อู านวยการ และหัวหนา้ ส่วนราชการท่เี รียกชื่อ อยา่ งอื่นท่ีมีฐานะเทยี บเท่าคณะ จะดารงตาแหน่งดังกลา่ วเกินหนึง่ ตาแหนง่ ในขณะเดยี วกันมไิ ด้ ผดู้ ารงตาแหน่งตามวรรคหน่ึงจะรกั ษาราชการแทนตาแหน่งอนื่ อีกหนึ่งตาแหน่งก็ได้ แต่ต้องไม่ เกนิ หน่ึงร้อยแปดสบิ วนั มาตรา ๔๕ เพื่อประโยชนใ์ นการบริหารราชการในวิทยาเขต บัณฑิตวทิ ยาลยั คณะ สถาบนั สานกั วิทยาลยั และภาควชิ าหรอื สว่ นราชการที่เรยี กชือ่ อย่างอ่ืนท่มี ฐี านะเทยี บเท่าคณะหรือภาควิชา อธิการบดีจะมอบอานาจโดยทาเป็นหนังสือใหผ้ ูด้ ารงตาแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผอู้ านวยการ หวั หนา้ ภาควิชาหรอื หวั หนา้ สว่ นราชการทีเ่ รียกชอ่ื อย่างอืน่ ที่มฐี านะเทียบเท่าคณะหรอื ภาควิชา ปฏบิ ัตริ าชการ แทนอธกิ ารบดเี ฉพาะในราชการของส่วนราชการนั้นก็ได้ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ริ าชการแทนตามวรรคหนงึ่ มอี านาจและหน้าท่ีตามที่อธกิ ารบดีกาหนด มาตรา ๔๖ ให้ผู้รักษาราชการแทนตามที่บัญญตั ิไว้ในพระราชบญั ญัติน้ีมีอานาจและหน้าที่ เช่นเดยี วกับผซู้ ่งึ ตนแทน ในกรณีทก่ี ฎหมาย ระเบยี บ ข้อบงั คบั คาสงั่ หรือมติคณะรัฐมนตรี แตง่ ตง้ั ให้ผู้ ดารงตาแหน่งใดเป็นกรรมการหรือใหม้ ีอานาจและหน้าท่ีอยา่ งใด ใหผ้ ู้รักษาราชการแทนทาหนา้ ที่ กรรมการ หรอื มอี านาจและหน้าทีเ่ ชน่ เดยี วกบั ผู้ดารงตาแหนง่ นั้นในระหว่างทรี่ ักษาราชการแทนด้วย ๒๒

 คมู่ อื นกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๑ หมวด ๓ ความรว่ มมือด้านวชิ าการและการใช้ทรพั ยากร ———————————— มาตรา ๔๗ เพ่อื ประโยชนใ์ นความรว่ มมือด้านวิชาการและการใชท้ รัพยากรรว่ มกนั ของ มหาวทิ ยาลัย ให้มีคณะกรรมการอธกิ ารบดี ประกอบด้วย อธิการบดีของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล ทุกแหง่ เป็นกรรมการ ให้กรรมการตามวรรคหนง่ึ เลือกกรรมการคนหนึง่ เปน็ ประธานกรรมการ และเลอื กกรรมการอีก คนหนึง่ เปน็ เลขานุการ การประชุมของคณะกรรมการอธกิ ารบดี ให้เปน็ ไปตามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการอธิการบดี กาหนด มาตรา ๔๘ ให้คณะกรรมการอธิการบดมี ีอานาจและหนา้ ที่ ดังน้ี (๑) เสนอนโยบายและแผนพัฒนาเกี่ยวกบั การจัดการศึกษา การรว่ มมือด้านวิชาการและการใช้ ทรัพยากรรว่ มกันของมหาวทิ ยาลยั ตอ่ สภามหาวทิ ยาลัยแต่ละแหง่ (๒) จดั ให้มีข้อตกลงระหว่างมหาวทิ ยาลัยเกย่ี วกับความร่วมมือทางวิชาการและการใชท้ รัพยากร รว่ มกันในการปฏบิ ตั ิภารกิจ โดยความเหน็ ชอบของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแหง่ (๓) จัดใหม้ ีข้อตกลงระหวา่ งมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกบั สถาบันอาชีวศึกษาทัง้ ท่ีเป็นของรัฐและ เอกชน ในการใหค้ วามรว่ มมือด้านวชิ าการและการศึกษาต่อดา้ นวิชาชพี เฉพาะทางระดบั ปริญญา โดย ความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง (๔) กาหนดแนวทางในการแสวงหาความร่วมมือระหวา่ งมหาวทิ ยาลยั แตล่ ะแหง่ กับชุมชน องค์กรเอกชนและองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ (๕) แต่งต้ังคณะทางานหรือบุคคลหน่ึงบคุ คลใดเพ่ือพิจารณาและเสนอความเหน็ ในเรื่องหนึ่ง เรอื่ งใด หรือเพื่อมอบหมายให้ปฏิบตั ิการอยา่ งหนึ่งอย่างใดอันอยใู่ นอานาจและหน้าท่ีของคณะกรรมการ อธกิ ารบดี ๒๓

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK หมวด ๔ ตาแหน่งทางวิชาการ ——————————— มาตรา ๔๙ คณาจารย์ประจาในมหาวทิ ยาลัยมตี าแหนง่ ทางวชิ าการ ดังน้ี (๑) ศาสตราจารย์ (๒) รองศาสตราจารย์ (๓) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ (๔) อาจารย์ คุณสมบัติ หลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารแต่งตัง้ และถอดถอนคณาจารยป์ ระจาตามวรรคหนงึ่ ให้เปน็ ไป ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบขา้ ราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ศาสตราจารย์นน้ั จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แตง่ ต้ังโดยคาแนะนาของสภามหาวทิ ยาลัย มาตรา ๕๐ ศาสตราจารยพ์ ิเศษนนั้ จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แต่งตงั้ โดยคาแนะนาของ สภามหาวิทยาลยั จากผูซ้ ่งึ มิได้เป็นคณาจารยป์ ระจาของมหาวิทยาลัย คุณสมบัติและหลกั เกณฑ์ในการแต่งตั้งศาสตราจารยพ์ เิ ศษ ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบงั คับของ มหาวทิ ยาลยั มาตรา ๕๑ ศาสตราจารยซ์ ึ่งมคี วามรคู้ วามสามารถและความชานาญเป็นพิเศษ และพ้นจาก ตาแหนง่ ไปโดยไม่มีความผิด สภามหาวทิ ยาลยั อาจแต่งตั้งใหเ้ ปน็ ศาสตราจารยเ์ กยี รติคณุ ในสาขาท่ี ศาสตราจารยผ์ ู้นัน้ มีความเชย่ี วชาญเพ่ือเป็นเกยี รตยิ ศได้ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวธิ ีการแต่งตั้งศาสตราจารย์เกยี รตคิ ุณ ใหเ้ ปน็ ไปตามขอ้ บังคบั ของ มหาวิทยาลัย มาตรา ๕๒ สภามหาวทิ ยาลัยอาจแต่งตง้ั ผู้ซึ่งมคี ุณสมบัติเหมาะสมและมิไดเ้ ป็นคณาจารย์ ประจาของมหาวิทยาลัยเปน็ รองศาสตราจารย์พเิ ศษและผูช้ ่วยศาสตราจารย์พเิ ศษได้ โดยคาแนะนาของ อธิการบดี อธิการบดีอาจแตง่ ต้ังผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมและมไิ ด้เปน็ คณาจารย์ประจาของมหาวิทยาลัยเป็น อาจารย์พเิ ศษโดยคาแนะนาของคณบดี ผอู้ านวยการหรือหัวหนา้ ส่วนราชการทเ่ี รียกช่อื อยา่ งอ่ืนท่ีมีฐานะ เทียบเทา่ คณะ แลว้ แต่กรณี คุณสมบัติและหลกั เกณฑ์ในการแตง่ ตงั้ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผชู้ ่วยศาสตราจารยพ์ เิ ศษและ อาจารย์พเิ ศษตามวรรคหน่งึ และวรรคสอง ให้เปน็ ไปตามขอ้ บังคบั ของมหาวิทยาลยั มาตรา ๕๓ ใหผ้ ดู้ ารงตาแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารยพ์ เิ ศษ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารยพ์ ิเศษ มีสิทธใิ ช้ ตาแหนง่ ศาสตราจารย์ ศาสตราจารยพ์ เิ ศษ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รอง ศาสตราจารย์พิเศษ ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ หรอื ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยพ์ ิเศษ แล้วแตก่ รณี เป็นคานาหน้า นามเพื่อแสดงวทิ ยฐานะไดต้ ลอดไป การใช้คานาหนา้ นามตามความในวรรคหน่ึง ใหใ้ ชอ้ ักษรย่อดังน้ี ศาสตราจารย์ ใช้อกั ษรยอ่ ศ. ศาสตราจารย์พเิ ศษ ใช้อักษรย่อ ศ. (พิเศษ) ศาสตราจารยเ์ กียรติคุณ ใชอ้ ักษรย่อ ศ. (เกยี รติคุณ) ๒๔

 คูม่ ือนกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ๒๕๖๑ รองศาสตราจารย์ ใช้อกั ษรย่อ รศ. รองศาสตราจารย์พิเศษ ใชอ้ ักษรยอ่ รศ. (พเิ ศษ) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ใช้อกั ษรยอ่ ผศ. ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อกั ษรย่อ ผศ. (พิเศษ) ๒๕

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK หมวด ๕ ปรญิ ญาและเคร่ืองหมายวทิ ยฐานะ ———————————— มาตรา ๕๔ ปรญิ ญามสี ามชน้ั คือ ปริญญาเอก เรยี กวา่ ดษุ ฎีบัณฑิต ใชอ้ ักษรย่อ ด. ปรญิ ญาโท เรยี กวา่ มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม. ปริญญาตรี เรียกว่า บณั ฑิต ใชอ้ กั ษรย่อ บ. มาตรา ๕๕ มหาวทิ ยาลยั มีอานาจใหป้ ริญญาในสาขาวชิ าทมี่ ีการสอนในมหาวิทยาลัย การกาหนดใหส้ าขาวิชาใดมปี รญิ ญาชน้ั ใด และจะใชอ้ ักษรย่อสาหรบั สาขาวิชานนั้ อยา่ งไร ให้ ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า มาตรา ๕๖ สภามหาวทิ ยาลยั อาจออกข้อบังคบั ให้ผู้สาเรจ็ การศกึ ษาช้ันปริญญาตรไี ดร้ ับ ปริญญาเกียรตินิยมอนั ดบั หน่ึง หรอื ปริญญาเกยี รตนิ ยิ มอันดับสองได้ มาตรา ๕๗ สภามหาวิทยาลยั อาจออกข้อบังคบั ให้มปี ระกาศนียบตั รบัณฑิตชนั้ สงู ประกาศนยี บัตรบณั ฑิต อนุปริญญา และประกาศนยี บตั รสาหรับสาขาวชิ าใดได้ ดงั น้ี (๑) ประกาศนียบัตรบัณฑติ ช้ันสูง ออกให้แกผ่ ้สู าเร็จการศึกษาในสาขาวชิ าหน่ึงสาขาวิชาใด ภายหลังที่ไดร้ บั ปริญญาโทแล้ว (๒) ประกาศนียบัตรบัณฑติ ออกให้แกผ่ ู้สาเร็จการศกึ ษาในสาขาวชิ าหนึง่ สาขาวชิ าใดภายหลงั ที่ ไดร้ บั ปรญิ ญาตรีแลว้ (๓) อนปุ รญิ ญาหรือประกาศนยี บัตร ออกให้แกผ่ ู้สาเรจ็ การศกึ ษาตามหลกั สตู รในสาขาวิชาหน่ึง สาขาวิชาใดกอ่ นถึงขนั้ ได้รบั ปรญิ ญาตรี (๔) ประกาศนยี บตั ร ออกใหแ้ ก่ผู้สาเร็จการศึกษาเฉพาะวิชา มาตรา ๕๘ มหาวิทยาลยั มีอานาจให้ปรญิ ญากติ ตมิ ศกั ด์ิแก่บุคคลซึ่งสภามหาวทิ ยาลยั เห็นว่า ทรงคุณวฒุ ิสมควรแกป่ รญิ ญานัน้ ๆ แตจ่ ะใหป้ รญิ ญาดังกล่าวแกค่ ณาจารย์ประจา ผ้ดู ารงตาแหน่งตา่ ง ๆ ในมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัยหรอื กรรมการสภามหาวิทยาลัยในขณะที่ดารงตาแหน่งนนั้ มไิ ด้ ชน้ั สาขาของปริญญากิตติมศักดิ์ และหลักเกณฑก์ ารให้ปรญิ ญากติ ติมศกั ดิ์ ใหเ้ ป็นไปตาม ขอ้ บงั คบั ของมหาวิทยาลยั มาตรา ๕๙ มหาวทิ ยาลยั อาจกาหนดใหม้ ีครยุ วทิ ยฐานะหรือเข็มวทิ ยฐานะเปน็ เคร่ืองหมาย แสดงวิทยฐานะของผไู้ ดร้ บั ปริญญา ประกาศนียบตั รบัณฑิตชนั้ สูง ประกาศนยี บตั รบัณฑติ อนุปริญญา และประกาศนียบัตร และอาจกาหนดให้มีครยุ ประจาตาแหนง่ กรรมการสภามหาวทิ ยาลัยหรือคณาจารย์ ของมหาวิทยาลยั ได้ การกาหนดลักษณะ ชนดิ ประเภท และสว่ นประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และ ครยุ ประจาตาแหนง่ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า ครยุ วิทยฐานะ เขม็ วทิ ยฐานะ และครุยประจาตาแหนง่ จะใช้ในโอกาสใด โดยมีเงื่อนไขอยา่ งใด ใหเ้ ปน็ ไปตามข้อบังคบั ของมหาวทิ ยาลยั มาตรา ๖๐ สภามหาวิทยาลัยอาจกาหนดให้มตี รา เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของ มหาวทิ ยาลัย หรือสว่ นราชการในมหาวิทยาลยั ได้ โดยทาเป็นข้อบังคบั ของมหาวทิ ยาลัยและประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา สภามหาวิทยาลยั อาจกาหนดให้มเี คร่อื งแบบ เครื่องหมาย หรือเครอ่ื งแต่งกายนักศึกษา ได้ โดยทาเปน็ ข้อบังคับของมหาวทิ ยาลยั และประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ๒๖

 คู่มือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๑ หมวด ๖ บทกาหนดโทษ —————————— มาตรา ๖๑ ผใู้ ดใชต้ รา สัญลักษณ์ ครยุ วิทยฐานะ เขม็ วิทยฐานะ ครยุ ประจาตาแหน่ง เครอ่ื งแบบ เคร่อื งหมาย หรือเครือ่ งแต่งกายนักศึกษาของมหาวทิ ยาลัย โดยไม่มีสิทธทิ ่ีจะใช้หรอื แสดงด้วย ประการใด ๆ ว่าตนมตี าแหน่ง ปรญิ ญา ประกาศนียบตั รบัณฑิตชน้ั สูง ประกาศนียบัตรบัณฑติ อนุปริญญา หรอื ประกาศนียบตั รของมหาวิทยาลัย โดยท่ตี นไม่มี ถ้าได้กระทาเพื่อใหบ้ คุ คลอ่นื เช่ือวา่ ตนมสี ทิ ธทิ จี่ ะใช้ หรอื มีตาแหน่ง หรือวิทยฐานะเชน่ นั้น ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหา้ หม่ืนบาท หรอื ทงั้ จา ทงั้ ปรับ มาตรา ๖๒ ผู้ใด (๑) ปลอม หรอื ทาเลยี นแบบซึง่ ตรา เครื่องหมาย หรือสญั ลักษณ์ของมหาวิทยาลยั หรือสว่ น ราชการของมหาวทิ ยาลัยไม่ว่าจะทาเปน็ สใี ด หรือทาดว้ ยวิธใี ด ๆ (๒) ใชต้ รา เครื่องหมาย หรือสญั ลกั ษณ์ของมหาวิทยาลัยหรือสว่ นราชการของมหาวทิ ยาลัยปลอม หรือซ่งึ ทาเลยี นแบบ หรือ (๓) ใช้ หรือทาให้ปรากฏซ่ึงตรา เคร่ืองหมาย หรือสัญลกั ษณ์ของมหาวทิ ยาลยั หรือส่วนราชการ ของมหาวิทยาลยั ท่ีวตั ถหุ รือสนิ คา้ ใด ๆ โดยไม่ไดร้ ับอนุญาตจากมหาวิทยาลยั ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนงึ่ ปี หรอื ปรบั ไม่เกนิ หน่งึ แสนบาท หรือทั้งจาทงั้ ปรับ ถา้ ผู้กระทาความผิดตาม (๑) เปน็ ผกู้ ระทาความผิดตาม (๒) ดว้ ย ใหล้ งโทษตาม (๒) แต่กระทงเดียว ความผดิ ตาม (๓) เปน็ ความผิดอันยอมความได้ ๒๗

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK บทเฉพาะกาล ————————— มาตรา ๖๓ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ ภาระผูกพันทัง้ ปวง ข้าราชการ ลกู จา้ ง อัตรากาลัง เงินงบประมาณ และรายได้ของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล สานักงานคณะกรรมการการ อดุ มศึกษา กระทรวงศึกษาธิการไปเป็นของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล แต่ละแห่งตาม พระราชบญั ญัตินี้ ทั้งนี้ ตามรายการท่รี ัฐมนตรปี ระกาศกาหนด โดยต้องดาเนนิ การใหแ้ ล้วเสร็จภายในหน่ึง รอ้ ยยี่สบิ วันนับแต่วนั ที่พระราชบัญญัตนิ ้ีใชบ้ งั คับ ให้ข้าราชการซึ่งโอนไปตามวรรคหนงึ่ เปน็ ข้าราชการพลเรอื นในสถาบนั อดุ มศึกษาตามกฎหมาย ว่าดว้ ยระเบียบขา้ ราชการพลเรือนในสถาบันอดุ มศึกษา โดยในระยะเริ่มแรกใหข้ า้ ราชการดังกล่าวยังคง ดารงตาแหน่งและรบั เงนิ เดือน ตลอดจนไดร้ ับสทิ ธิประโยชน์เชน่ เดมิ ตอ่ ไป จนกวา่ จะไดร้ ับแตง่ ตง้ั ใหด้ ารง ตาแหนง่ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบยี บข้าราชการพลเรือนในสถาบนั อดุ มศึกษา มาตรา ๖๔ ใหส้ ว่ นราชการทจ่ี ดั ตั้งข้ึนตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการซึง่ ตราข้ึนตาม ขอ้ ๒๓ แห่งประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบับท่ี ๒๑๖ ลงวนั ท่ี ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ สว่ นราชการท่ี จดั ต้งั ขึน้ ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการซึ่งตราขนึ้ ตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบญั ญตั ิสถาบนั เทคโนโลยี ราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ และส่วนราชการท่ีจดั ต้งั ข้นึ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการซึ่งตราข้ึนตาม มาตรา ๒๕ แหง่ พระราชบัญญตั ปิ รบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๓๔ ท่ีมีอยู่ในวันที่พระราชบัญญตั ิ นปี้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษาคงมีอยูต่ ่อไป จนกว่าจะมกี ารออกกฎกระทรวงจดั ตั้งสว่ นราชการใน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลแตล่ ะแห่งซึง่ ออกโดยอาศัยอานาจตามพระราชบญั ญัติน้ี ทง้ั นี้ ตอ้ งไม่เกนิ หนงึ่ ร้อยแปดสบิ วันนบั แตว่ ันทพ่ี ระราชบัญญัตนิ ้ี ใช้บังคับ มาตรา ๖๕ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๖๓ และมาตรา ๖๔ ให้มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตาม มาตรา ๕ ประกอบดว้ ยส่วนราชการ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บุรี ประกอบด้วย สถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล จังหวดั ปทมุ ธานี และวิทยาเขตปทุมธานี (๒) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ประกอบด้วย วิทยาเขตเทคนิคกรงุ เทพ ฯ วิทยา เขตบพิตรพมิ ุข มหาเมฆ และวทิ ยาเขตพระนครใต้ (๓) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ประกอบดว้ ย วิทยาเขตจักรพงษภวู นารถ วิทยา เขตอุเทนถวาย วิทยาเขตบางพระ จังหวัดชลบรุ ี วทิ ยาเขตจนั ทบรุ ี และคณะเกษตรศาสตร์บางพระ จังหวัดชลบรุ ี (๔) มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ประกอบดว้ ย วทิ ยาเขตเทเวศร์ วทิ ยาเขตโชติ เวช วิทยาเขตพณิชยการพระนคร วิทยาเขตชมุ พรเขตรอุดมศกั ด์ิ และวทิ ยาเขตพระนครเหนอื (๕) มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ประกอบดว้ ย วิทยาเขตเพาะชา่ ง วิทยา เขตบพิตรพมิ ุข จกั รวรรดิ วทิ ยาเขตศาลายา และวทิ ยาเขตวงั ไกลกังวล (๖) มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลา้ นนา ประกอบด้วย วทิ ยาเขตภาคพายพั จังหวดั เชียงใหม่ วทิ ยาเขตน่าน วิทยาเขตลาปาง วิทยาเขตเชยี งราย วิทยาเขตตาก วทิ ยาเขตพิษณุโลก และ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลาปาง (๗) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประกอบด้วย วิทยาเขตภาคใต้ จังหวดั สงขลา วทิ ยาเขตนครศรีธรรมราช วิทยาเขตศรีวชิ ัย จังหวดั นครศรีธรรมราช คณะเกษตรศาสตร์นครศรีธรรมราช ๒๘

 คูม่ อื นกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ๒๕๖๑ และคณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง จังหวดั ตรัง (๘) มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลสุวรรณภูมิ ประกอบด้วย วิทยาเขตนนทบุรี วทิ ยาเขต พระนครศรีอยุธยา วาสุกรี วิทยาเขตพระนครศรีอยุธยา หนั ตรา และวทิ ยาเขตสุพรรณบุรี (๙) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลอีสาน ประกอบดว้ ย วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนอื จังหวัดนครราชสีมา วทิ ยาเขตสรุ ินทร์ วิทยาเขตขอนแก่น วิทยาเขตกาฬสนิ ธ์ุ วทิ ยาเขตสกลนคร และ สถาบนั วิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร ให้สภามหาวิทยาลัยแตล่ ะแห่งกาหนดทต่ี ้ังของสานักงานอธิการบดี โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา มาตรา ๖๖ ให้ผดู้ ารงตาแหนง่ นายกสภาสถาบนั อปุ นายกสภาสถาบนั และกรรมการสภา สถาบนั ของสถาบันเทคโนโลยรี าชมงคลตามพระราชบญั ญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ ในวนั ทพ่ี ระราชบญั ญัตนิ ้ีประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่นี ายกสภามหาวทิ ยาลยั อปุ นายกสภา มหาวทิ ยาลยั และกรรมการสภามหาวทิ ยาลัยของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลแตล่ ะแห่งตาม พระราชบญั ญัตินี้ต่อไป จนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ แต่งตัง้ นายกสภามหาวิทยาลยั และ กรรมการสภามหาวทิ ยาลัยผู้ทรงคุณวฒุ ิ และมกี ารเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลยั ของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลแต่ละแห่ง แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ทั้งน้ี ตอ้ งไมเ่ กนิ หน่งึ ร้อยแปดสบิ วันนับ แต่วนั ทพี่ ระราชบัญญตั นิ ใี้ ชบ้ ังคบั มาตรา ๖๗ ใหผ้ ูด้ ารงตาแหน่งอธกิ ารบดี คณบดี ผู้อานวยการสถาบนั ผอู้ านวยการสานัก และ หัวหนา้ ภาควชิ าของสถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคลตามพระราชบญั ญัติสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ในวนั ทพ่ี ระราชบัญญัตนิ ้ีประกาศในราชกิจจานุเบกษา รักษาการในตาแหนง่ ตอ่ ไป จนกว่าจะมี การแตง่ ต้งั ผู้ดารงตาแหน่งดังกล่าวขนึ้ ใหม่ ท้งั น้ี ต้องไมเ่ กินหนง่ึ ร้อยแปดสบิ วันนบั แตว่ นั ท่พี ระราชบญั ญตั ิ นใ้ี ชบ้ งั คบั ให้ผู้ดารงตาแหน่งรองอธิการบดี รองคณบดี รองผู้อานวยการสถาบัน และรองผูอ้ านวยการ สานักของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ อยู่ใน วนั ท่พี ระราชบัญญัติน้ีประกาศในราชกิจจานเุ บกษา รักษาการในตาแหน่งต่อไปจนกว่าผู้ดารงตาแหนง่ อธิการบดี คณบดี ผู้อานวยการสถาบัน และผู้อานวยการสานกั ตามวรรคหนง่ึ จะพน้ จากตาแหน่ง มาตรา ๖๘ การนบั วาระการดารงตาแหน่งของอธิการบดี คณบดี ผอู้ านวยการสถาบนั ผอู้ านวยการสานัก และหวั หน้าภาควชิ า ให้นับวาระการดารงตาแหนง่ ตามพระราชบัญญตั นิ ี้ เปน็ วาระ แรก มาตรา ๖๙ ให้ผ้ดู ารงตาแหน่งประธานกรรมการและกรรมการในคณะกรรมการประจาคณะ คณะกรรมการประจาสถาบนั และคณะกรรมการประจาสานกั ของสถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล ตาม พระราชบัญญัตสิ ถาบันเทคโนโลยรี าชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ อยใู่ นวนั ท่ีพระราชบัญญตั ิน้ีประกาศใน ราชกจิ จานุเบกษา คงปฏิบตั ิหน้าทต่ี ่อไปจนกวา่ จะได้มคี ณะกรรมการประจาคณะ คณะกรรมการประจา สถาบัน และคณะกรรมการประจาสานักตามพระราชบัญญัติน้ี ท้ังน้ี ต้องไม่เกินหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับแต่ วันทพี่ ระราชบญั ญัตินใี้ ชบ้ ังคับ มาตรา ๗๐ ให้ผ้ดู ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการวิทยาเขตตามกฎหมายว่าด้วยระเบยี บขา้ ราชการ ครู และประธานกรรมการ และกรรมการบริหารวิทยาเขตของสถาบันเทคโนโลยรี าชมงคลตามประกาศ สถาบนั เทคโนโลยีราชมงคล ลงวนั ที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ อยใู่ นวนั ท่พี ระราชบญั ญัติน้ีประกาศในราช ๒๙

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK กิจจานเุ บกษา คงปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ตี อ่ ไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผดู้ ารงตาแหน่งรองอธกิ ารบดีประจาวิทยาเขต และคณะกรรมการประจาวิทยาเขตตามพระราชบัญญตั ินี้ ท้ังน้ี ตอ้ งไม่เกนิ หนึ่งร้อยแปดสิบวนั นบั แตว่ ันที่ พระราชบญั ญัตินี้ใชบ้ งั คบั เว้นแต่กรณยี งั ไม่มีการออกกฎกระทรวงจัดตงั้ สว่ นราชการซ่งึ ออกโดยอาศัย อานาจตามพระราชบัญญตั นิ ี้ มาตรา ๗๑ ภายใต้บงั คับมาตรา ๖๗ ในระหว่างที่ยังไมม่ สี ภาวชิ าการตามมาตรา ๑๙ ให้มสี ภา วชิ าการ ประกอบด้วย อธิการบดีเป็นประธานสภาวิชาการ รองอธิการบดีฝ่ายวชิ าการเป็นรอง ประธานสภาวชิ าการ รองอธิการบดี คณบดี และคณาจารย์ประจาซ่ึงอธกิ ารบดีแต่งตงั้ จานวนหกคนเป็น กรรมการสภาวชิ าการ และผู้อานวยการสานักบริการทางวชิ าการและทดสอบเปน็ เลขานุการสภาวิชาการ ทาหนา้ ทีส่ ภาวชิ าการของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลแต่ละแหง่ ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ จนกว่าจะมี การแตง่ ต้งั สภาวิชาการของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล แต่ละแห่งตามพระราชบัญญตั นิ ้ี ทง้ั น้ี ตอ้ งไม่ เกนิ หน่งึ ร้อยแปดสิบวันนบั แต่วันทพ่ี ระราชบัญญัติน้ใี ชบ้ งั คับ มาตรา ๗๒ ภายใตบ้ งั คับมาตรา ๖๖ และมาตรา ๖๗ ในระหวา่ งทยี่ งั ไม่มอี ธิการบดีเป็น ผู้บังคบั บัญชาและรับผดิ ชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลแต่ละแหง่ ตามมาตรา ๒๔ ใหส้ ภามหาวิทยาลยั แตง่ ตงั้ ผู้มคี ณุ สมบัติตามมาตรา ๒๖ วรรคหน่งึ ทาหน้าทร่ี ักษาการใน ตาแหน่ง อธิการบดีของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลแตล่ ะแห่งเปน็ การชวั่ คราว จนกวา่ จะมีการแต่งตัง้ ผูด้ ารง ตาแหนง่ ดังกล่าวขนึ้ ใหม่ ท้ังน้ี ตอ้ งไม่เกนิ หนึ่งร้อยแปดสบิ วันนบั แตว่ ันทพ่ี ระราชบัญญตั นิ ้ีใช้บังคับ เว้นแต่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธัญบรุ ใี ห้แต่งต้งั ผดู้ ารงตาแหน่งอธิการบดีตามมาตรา ๖๗ วรรคหนงึ่ เปน็ ผรู้ กั ษาการในตาแหนง่ อธกิ ารบดี มาตรา ๗๓ ให้ผซู้ ่งึ เป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พเิ ศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พเิ ศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารยป์ ระจาสถาบัน เทคโนโลยีราชมงคลตามพระราชบญั ญตั สิ ถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ อยใู่ นวันท่ี พระราชบัญญัตินีป้ ระกาศในราชกิจจานเุ บกษา มฐี านะเปน็ ศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รอง ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์พิเศษ และอาจารยป์ ระจา ของมหาวิทยาลัยต่อไปตามพระราช บญั ญัตนิ ้ี ให้ผ้ซู งึ่ เปน็ อาจารย์พเิ ศษของสถาบนั เทคโนโลยีราชมงคลตามพระราชบญั ญัตสิ ถาบนั เทคโนโลยี ราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ อยใู่ นวันท่พี ระราชบัญญัตนิ ้ีใช้บังคับ เป็นอาจารยพ์ ิเศษของมหาวทิ ยาลัยตอ่ ไป ตามพระราชบัญญัตนิ ้จี นครบกาหนดเวลาทไ่ี ดร้ บั แต่งต้ัง มาตรา ๗๔ ให้ผ้ไู ดร้ ับประกาศนยี บัตรชนั้ สูงตามพระราชบญั ญตั สิ ถาบันเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ เปน็ ผไู้ ดร้ ับประกาศนยี บัตรบัณฑิตตามพระราชบัญญตั ิ มาตรา ๗๕ ในระหวา่ งที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎกี า กฎกระทรวง ข้อบงั คับ ประกาศและ ระเบียบ เพ่ือปฏิบตั ิการตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ให้นาพระราชกฤษฎกี า ข้อบังคบั ประกาศและระเบียบ ซ่ึง ออกตามพระราชบัญญตั ิสถาบันเทคโนโลยรี าชมงคล พ.ศ. ๒๕๑๘ ท่ใี ชอ้ ยใู่ นวนั ทีพ่ ระราชบัญญตั ินี้ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษามาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม ในกรณีที่มีปัญหาเกีย่ วกับการปฏิบัติการ อานาจหน้าทข่ี องผ้ดู ารงตาแหน่ง หรือหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ตามทกี่ าหนดไวใ้ นบทเฉพาะกาลน้ี ให้รัฐมนตรีเปน็ ผมู้ ีอานาจตีความและวนิ ิจฉยั ชขี้ าด ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ๓๐

 คู่มอื นกั ศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี ๒๕๖๑ วษิ ณุ เครอื งาม รองนายกรัฐมนตรี หมายเหตุ : เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญัติฉบบั น้ี คือ โดยทีม่ าตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญตั ิ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัตใิ หส้ ถานศกึ ษาของรัฐท่จี ัดการศึกษาระดับปรญิ ญาเปน็ นติ บิ คุ คล เพ่อื ใหส้ ถานศึกษาของรฐั ดาเนินกิจการไดโ้ ดยอิสระ สามารถพัฒนาระบบบรหิ าร และการจดั การที่เป็น ของตนเอง มีความคลอ่ งตัว มเี สรภี าพทางวชิ าการและอยู่ภายใต้การกากับดูแลของสภาสถานศึกษา ดังน้ัน สมควรจดั ตง้ั มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล จานวน ๙ แห่ง ขน้ึ แทนสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เพื่อใหม้ หาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลเป็นสถาบันอดุ มศึกษาของรัฐดา้ นวิชาชีพและเทคโนโลยีท่ีมี วตั ถุประสงค์ ให้การศึกษา ส่งเสรมิ วชิ าการและวชิ าชพี ชัน้ สูงทม่ี ่งุ เนน้ การปฏบิ ตั ิ ทาการสอน ทาการวิจยั ผลิตครูวิชาชพี ให้บรกิ ารทางวชิ าการในดา้ นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทะนุบารุงศลิ ปะและ วัฒนธรรม โดยให้ผู้สาเร็จการอาชีวศึกษามโี อกาสในการศกึ ษาต่อด้านวิชาชีพเฉพาะทางระดับปรญิ ญาเป็น หลัก จึงจาเปน็ ตอ้ งตราพระราชบัญญัติน้ี ๓๑

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK พระราชกฤษฎีกา วา่ ดว้ ยปรญิ ญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวทิ ยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหนง่ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๕๐ —————————- ภูมพิ ลอดลุ ยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันท่ี ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เปน็ ปีท่ี ๖๒ ในรชั กาลปัจจุบัน พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ประกาศว่า โดยทเ่ี ป็นการสมควรกาหนดปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวทิ ยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหนง่ ของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย กับมาตรา ๕๕ วรรคสอง และมาตรา ๕๙ วรรคสอง แหง่ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขนึ้ ไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยปรญิ ญาในสาขาวิชา อักษร ยอ่ สาหรับสาขาวชิ า ครยุ วิทยฐานะ เขม็ วทิ ยฐานะ และครยุ ประจาตาแหนง่ ของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยี ราชมงคลตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๕๐” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใช้บังคับตั้งแตว่ ันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานุเษกษา เป็น ตน้ ไป มาตรา ๓ ให้กาหนดปรญิ ญาในสาขาวิชา และอักษรย่อสาหรับสาขาวิชาของมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ดงั ต่อไปนี้ (๑) สาขาวิชาเทคโนโลยมี ีปริญญาหนงึ่ ชั้น คอื ตรี เรยี กว่า “เทคโนโลยีบณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรยอ่ “ทล.บ.” (๒) สาขาวชิ าบรหิ ารธรุ กิจ มีปรญิ ญาสามช้นั คอื (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธรุ กิจดษุ ฎบี ณั ฑติ ” ใช้อกั ษรยอ่ “บธ.ด.” และ ปรชั ญาดุษฎี บณั ฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กว่า “บริหารธุรกจิ มหาบณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บริหารธุรกิจบณั ฑติ ” ใช้อกั ษรยอ่ “บธ.บ.” (๓) สาขาวชิ าวิทยาสาสตร์ มปี รญิ ญาสามช้ัน คอื (ก) เอก เรียกวา่ “วทิ ยาศาสตรดุษฎบี ัณฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “วท.ด.” และ ปรัชญาดุษฎี บัณฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “วทิ ยาศาสตรมหาบัณฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “วท.ม.” (ค) ตรี เรียกวา่ “วิทยาศาสตรบณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “วท.บ.” (๔) สาขาวชิ าวิศวกรรมศาสตร์ มีปรญิ ญาสามชั้น คอื ๓๒

 คมู่ ือนกั ศึกษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๑ (ก) เอก เรยี กว่า “วิศวกรรมศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “วศ.ด.” และ “ปรัชญา ดษุ ฎบี ัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “วิศวกรรมศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรยี กว่า “วิศวกรรมศาสตรบณั ฑิต” ใช้อกั ษรยอ่ “วศ.บ.” (๕) สาขาวชิ าศลิ ปศาสตร์ มีปริญญาสามช้ัน คอื (ก) เอก เรียกว่า “ศลิ ปศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต “ ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ“ปรชั ญาดุษฎี บัณฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรยี กวา่ “ศลิ ปศาสตรบณั ฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “ศศ.บ.” (๖) สาขาวชิ าเศรษฐศาสตร์ มปี ริญญาสามช้ัน คือ (ก) เอก เรยี กว่า “เศรษฐศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต” ใชอ้ ักษรย่อ “ศ.ด.” และ“ปรชั ญาดุษฎี บัณฑติ ” ใช้อกั ษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กว่า “เศรษฐศาสตรมหาบณั ฑิต” ใช้อกั ษรยอ่ “ศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “เศรษฐศาสตรบัณฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “ศ.บ.” (๗) สาขาวชิ าสถาปัตยกรรมศาสตร์ มปี ริญญาสามชัน้ คือ (ก) เอก เรยี กวา่ “สถาปตั ยกรรมศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “สถ.ด.” และ “ปรัชญาดษุ ฎีบัณฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑติ ” ใชอ้ กั ษรยอ่ “สถ.ม.” (ค) ตรี เรียกวา่ “สถาปตั ยกรรมศาสตรบัณฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “สถ.บ.” (๘) สาขาวชิ าอตุ สาหกรรมศาสตร์ มีปรญิ ญาสามช้ัน คอื (ก) เอก เรยี กว่า “อุตสาหกรรมศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “อส.ด.” และ “ปรัชญา ดษุ ฎีบัณฑิต” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “อุตสาหกรรมศาสตรมหาบัณฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “อส.ม.” (ค) ตรี เรยี กว่า “อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต” ใชอ้ ักษรย่อ “อส.บ.” ทัง้ น้ี หากมีสาขาหรือวชิ าเอกใหร้ ะบุชอื่ สาขาหรือวชิ าเอกนัน้ ไว้ในวงเล็บต่อทา้ ยปริญญาดว้ ย มาตรา ๔ ครยุ วิทยฐานะของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก มีสามชน้ั ดงั ต่อไปนี้ (๑) ครยุ ดุษฎบี ณั ฑิต เป็นเส้อื คลุยแขนยาวทาด้วยผา้ โปร่งสีขาว ผ่าอกตลอดยาวคลมุ เขา่ มี สารดรอบขอบ สารดตน้ แขน และสารดปลายแขน ดังตอ่ ไปนี้ (ก) สารดรอบขอบ พนื้ สารดทาดว้ ยผา้ สกั หลาดสนี ้าเงินน้าทะเลกวา้ ง ๑๐ เซนตเิ มตร มี แถบทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ทร่ี มิ ท้งั สองข้างเว้นระยะหา่ ง ๒.๓ เซนติเมตร ทง้ั สองข้าง ทาบแถบทอง กว้าง ๐.๗ เซนตเิ มตร ตอนกลางสารดมแี ถบผา้ มนั ตามสปี ระจาคณะกว้าง ๑.๓ เซนติเมตร และมตี รา สัญลกั ษณม์ หาวิทยาลัย ทาด้วยโลหะชบุ สีเงนิ สูง ๖ เซนติเมตร ติดบนสารดรอบขอบด้านหนา้ อกทั้งสอง ขา้ ง (ข) สารดต้นแขน แบง่ เปน็ ๓ ตอน ระยะห่างตอนละ ๑.๕ เซนตเิ มตร แต่ละตอนกว้าง ๖.๕ เซนติเมตร พืน้ สารดทาด้วยผ้าสักหลาดสีนา้ เงนิ นา้ ทะเล มีแถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร ท่รี ิมท้ัง สองขา้ ง ตอนกลางสารด มีแถบผ้ามนั ตามสีประจาคณะกว้าง ๑.๓ เซนติเมตร (ค) สารดปลายแขน พน้ื สารดทาด้วยผา้ สักหลาดสีน้าเงนิ นา้ ทะเล กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ๓๓

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK มแี ถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร ท่รี ิมทั้งสองข้าง เวน้ ระยะห่าง ๒.๓ เซนติเมตร ทัง้ สองข้าง ทาบแถบทอง กวา้ ง ๐.๗ เซนติเมตร ตอนกลางสารด มแี ถบผา้ มนั ตามสีประจาคณะ กวา้ ง ๑.๓ เซนติเมตร (๒) ครุยมหาบณั ฑติ เช่นเดยี วกบั ครุยดุษฎีบณั ฑิต เว้นแต่มีสารด ตน้ แขน ๒ ตอน (๓) ครุยบณั ฑิต เช่นเดียวกบั ครุยมหาบณั ฑติ เวน้ แต่มีสารดตน้ แขน ๑ ตอน มาตรา ๕ เข็มวิทยฐานะของมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออกมีลักษณะเปน็ รปู ตรา สญั ลกั ษณม์ หาวิทยาลยั ทาด้วยโลหะดนุ นนู ชบุ สีทอง ส่วนพ้ืนของพระราชลัญจกรและดอกบวั ลงยาสนี า้ เงนิ ส่วนพ้นื ของช่ือมหาวิทยาลัยลงยาสีขาว ความสงู ๖ เซนตเิ มตร มาตรา ๖ ครุยประจาตาแหน่งและเครือ่ งหมายประกอบครยุ ประจาตาแหนง่ ของนายกสภา มหาวิทยาลยั กรรมการสภามหาวทิ ยาลัย และคณาจารย์มหาวิทยาลัย มดี ังต่อไปนี้ (๑) นายกสภามหาวทิ ยาลัย ครยุ เปน็ เสือ้ คลมุ แขนยาวทาดว้ ยผ้าโปรง่ สขี าว ผ่าอกตลอด ยาว คลุมเข่า มสี ารดรอบขอบ สารดตน้ แขน และสารดปลายแขน ดังต่อไปน้ี (ก) สารดรอบแขน พ้ืนสารดทาด้วยผา้ สักหลาดสนี า้ เงินน้าทะเล กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร จานวน ๖ แถบ บนผา้ สักหลาดสนี ้าเงินน้าทะเล มีระยะห่างระหว่าง แถบ ๐.๘ เซนตเิ มตร มีสารดเฉยี งโดยพน้ื สารดทาดว้ ยผ้าสกั หลาดสนี ้าเงนิ นา้ ทะเล กว้าง ๑๐ เซนตเิ มตร วางเฉียง ๓๖ องศา ทาบบนสารดรอบขอบบริเวณกลางอกเสื้อ มีแถบทอง กวา้ ง ๑ เซนตเิ มตร ทร่ี มิ ทง้ั สอง แบง่ คร่ึงผา้ สักหลาดสีนา้ เงินนา้ ทะเลที่เหลือ ๘ เซนตเิ มตร ทาบแถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร บนผ้า สกั หลาดสนี ้าเงินน้าทะเล ณ จดุ แบง่ คร่งึ ข้างละ ๑ แถบ รวม ๒ แถบ และใชแ้ ถบทอง กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ทาบบนผ้าสักหลาดสีนา้ เงินนา้ ทะเลนั้น ส่วนที่เหลือท้ังสองขา้ ง มีตราสัญลกั ษณ์มหาวิทยาลัยทา ด้วยโลหะชุบสที อง สงู ๖ เซนตเิ มตร ตดิ กลางสารดเฉียงทง้ั สองขา้ ง (ข) สารดต้นแขน แบง่ เปน็ ๓ ตอน ระยะหา่ งตอนละ ๒ เซนตเิ มตร แตล่ ะตอน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร พืน้ สารดทาด้วยผา้ สกั หลาดสีนา้ เงนิ น้าทะเล มีแถบทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ทีร่ ิมท้ังสอง ข้าง (ค) สารดปลายแขน แบ่งเป็น ๓ ตอน ระยะห่างตอนละ ๒ เซนตเิ มตร แต่ละตอนกว้าง ๓.๕ เซนตเิ มตร พืน้ สารดทาด้วยผ้าสกั หลาดสีน้าเงินน้าทะเล มแี ถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร ท่ีริมทั้งสอง ข้าง ให้มสี ายสร้อยประกอบครยุ ประจาตาแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย ทาดว้ ยโลหะชบุ สีทอง ประกอบด้วยรปู ดอกไม้ทิพย์ ๙ ดอก มีเกสรเปน็ พลอยสีนา้ เงินน้าทะเล ก่ึงกลางสายสร้อยประดับตรา สญั ลกั ษณ์มหาวิทยาลยั ดุนนูนลงยาสยี ึดติดกับครุยประมาณรอ่ งหวั ไหล่ (๒) กรรมการสภามหาวิทยาลยั เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลยั แต่ไม่มสี ายสร้อยประดับ (๓) คณาจารยม์ หาวทิ ยาลัย เชน่ เดียวกบั กรรมการสภามหาวิทยาลยั เวน้ แต่สารดรอบขอบพื้น สารดทาดว้ ยผ้าสักหลาดสีน้าเงินนา้ ทะเล กว้าง ๑๐ เซนติเมตร มแี ถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร ท่ีริมทง้ั สอง ข้าง เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ท้ังสองข้างทาบแถบทอง กวา้ ง ๐.๗ เซนติเมตร เว้นระยะห่าง ๐.๕ เซนติเมตร ท้งั สองข้างทาบแถบทอง กวา้ ง ๑ เซนติเมตร ส่วนที่เหลือท้ังสองข้าง มีตราสัญลกั ษณ์ มหาวทิ ยาลัยทาด้วยโลหะชบุ ทอง สงู ๖ เซนติเมตร ตดิ บนสารดรอบขอบด้านหนา้ อกทั้งสองขา้ ง มาตรา ๗ สีประจาคณะ มดี ังต่อไปน้ี (๑) คณะเกษตรศาสตร์และทรพั ยากรธรรมชาติ สเี ขียวเขม้ (๒) คณะเทคโนโลยสี ังคม สสี ้ม (๓) คณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมการเกษตร สีชมพู ๓๔

 คูม่ ือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ๒๕๖๑ (๔) คณะบริหารธุรกจิ และเทคโนโลยีสารสนเทศ สีฟ้า (๕) คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สมี ่วงดอกตะแบก (๖) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สีเหลอื ง (๗) คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สเี ลือดหมู มาตรา ๘ ใหม้ หาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออกจัดทาครยุ วทิ ยฐานะ เขม็ วิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งตามพระราชกฤษฎีกาน้ีขึน้ ไวเ้ ป็นตัวอย่าง มาตรา ๙ ใหร้ ัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ ารรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ผ้รู บั สนองพระบรมราชโองการ (พลเอก สรุ ยุทธ์ จลุ านนท)์ นายกรฐั มนตรี หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎกี าฉบับน้ี คือ เนือ่ งจากได้มีการประกาศใช้บังคบั พระราชบัญญัติมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ ประกอบกบั มาตรา ๕๕ วรรคสอง และ มาตรา ๕๙ วรรคสอง แหง่ พระราชบญั ญตั ิดงั กล่าวบัญญตั ิว่า การกาหนดใหส้ าขาวิชาใดมีปริญญาชนั้ ใด และจะใช้ อักษรย่อสาหรับสาขาวชิ านนั้ อยา่ งไร และการกาหนดลักษณะ ชนดิ ประเภท และส่วนประกอบ ของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครยุ ประจาตาแหนง่ ให้ตราเปน็ พระราชกฤษฎกี า จึงจาเป็นตอ้ งตรา พระราชกฤษฎีกาน้ี ๓๕

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK พระราชกฤษฎกี า วา่ ดว้ ยปริญญาในสาขาวิชา อกั ษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครยุ วิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหนง่ ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ —————————- ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นปีท่ี ๖๗ ในรัชกาลปจั จุบนั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ประกาศวา่ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อ สาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลตะวันออก อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๕ วรรคสอง และมาตรา ๕๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.๒๕๔๘ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขน้ึ ไว้ ดังตอ่ ไปน้ี มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษร ย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลตะวนั ออก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใชบ้ ังคับต้ังแต่วันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ต้นไป มาตรา ๓ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยปรญิ ญาในสาขาวิชา อกั ษรย่อสาหรบั สาขาวชิ า ครยุ วิทยฐานะ เขม็ วิทยฐานะ และครยุ ประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๓ ใหก้ าหนดปรญิ ญาในสาขาวิชาและอกั ษรยอ่ สาหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวนออก ั ดงั ต่อไปนี้ (๑) สาขาวชิ าการบัญชีมีปรญิ ญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “บญั ชีดุษฎบี ัณฑิต” ใชอ้ กั ษรยอ่ “บช.ด.” และ “ปรชั ญาดุษฎบี ัณฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บัญชมี หาบัณฑติ ” ใชอ้ กั ษรยอ่ “บช.ม.” (ค) ตรี เรียกวา่ “บญั ชบี ณั ฑิต” ใช้อักษรย่อ “บช.บ.” (๒) สาขาวชิ าเทคโนโลยีมีปรญิ ญาหนง่ึ ช้นั คือ ตรี เรียกวา่ “เทคโนโลยีบณั ฑิต” ใชอ้ ักษรย่อ “ทล.บ.” (๓) สาขาวิชาบริหารธรุ กจิ มปี รญิ ญาสามช้นั คือ (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี ๓๖

 คูม่ อื นักศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี ๒๕๖๑ บัณฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “บรหิ ารธุรกจิ มหาบัณฑติ ” ใช้อักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรยี กว่า “บริหารธรุ กจิ บณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “บธ.บ.” (๔) สาขาวิชาวทิ ยาศาสตรม์ ีปริญญาสามชัน้ คอื (ก) เอก เรียกว่า “วทิ ยาศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ ” ใช้อกั ษรย่อ “วท.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บณั ฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบัณฑติ ” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรยี กว่า “วทิ ยาศาสตรบณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “วท.บ.” (๕) สาขาวิชาวศิ วกรรมศาสตรม์ ีปริญญาสามชัน้ คือ (ก) เอก เรยี กวา่ “วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต” ใชอ้ ักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรัชญา ดุษฎบี ณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วศิ วกรรมศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบณั ฑติ ” ใช้อกั ษรย่อ “วศ.บ.” (๖) สาขาวิชาศลิ ปศาสตร์มปี รญิ ญาสามช้นั คอื (ก) เอก เรียกวา่ “ศลิ ปศาสตรดุษฎบี ัณฑิต” ใชอ้ กั ษรยอ่ “ศศ.ด.” และ “ปรชั ญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรยี กวา่ “ศลิ ปศาสตรบัณฑิต” ใช้อักษรยอ่ “ศศ.บ.” (๗) สาขาวชิ าเศรษฐศาสตรม์ ปี ริญญาสามชั้น คือ (ก) เอก เรียกว่า “เศรษฐศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต” ใช้อักษรยอ่ “ศ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บณั ฑิต” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “เศรษฐศาสตรมหาบณั ฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.ม.” (ค) ตรเี รียกว่า “เศรษฐศาสตรบณั ฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “ศ.บ.” (๘) สาขาวิชาสถาปตั ยกรรมศาสตร์มีปรญิ ญาสามช้นั คือ (ก) เอก เรียกวา่ “สถาปัตยกรรมศาสตรดษุ ฎบี ัณฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “สถ.ด.” และ“ปรชั ญา ดษุ ฎีบัณฑิต” ใช้อกั ษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “สถ.ม.” (ค) ตรีเรียกว่า “สถาปตั ยกรรมศาสตรบณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “สถ.บ.” (๙) สาขาวชิ าอตุ สาหกรรมศาสตร์มีปริญญาสามช้นั คือ (ก) เอก เรยี กวา่ “อุตสาหกรรมศาสตรดษุ ฎีบัณฑิต” ใช้อักษรยอ่ “อส.ด.” และ “ปรชั ญา ดษุ ฎบี ณั ฑติ ” ใช้อกั ษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “อุตสาหกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใชอ้ กั ษรยอ่ “อส.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “อตุ สาหกรรมศาสตรบณั ฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “อส.บ.” ทง้ั น้ี หากมสี าขาหรือวิชาเอกใหร้ ะบชุ อื่ สาขาหรือวชิ าเอกนั้นไวใ้ นวงเลบ็ ตอ่ ท้ายปริญญาดว้ ย” มาตรา ๔ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๗ แหง่ พระราชกฤษฎีกาวา่ ดว้ ยปริญญาในสาขาวิชา อกั ษรย่อสาหรบั สาขาวิชา ครุยวทิ ยฐานะ เขม็ วทิ ยฐานะ และครยุ ประจาตาแหนง่ ของมหาวทิ ยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใชค้ วามต่อไปน้ีแทน ๓๗

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK “มาตรา ๗ สีประจาคณะและสถาบัน มดี ังต่อไปนี้ สเี ขยี วเขม้ (๑) คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ สสี ้ม (๒) คณะเทคโนโลยสี ังคม สชี มพู (๓) คณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมการเกษตร สฟี ้า (๔) คณะบรหิ ารธรุ กจิ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ สมี ว่ งดอกตะแบก (๕) คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ สีเหลอื ง (๖) คณะวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี สเี ลือดหมู (๗) คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สีสม้ ทอง (๘) คณะศิลปศาสตร์ สีเทา” (๙) สถาบนั เทคโนโลยีการบิน ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ ยงิ่ ลกั ษณ์ ชนิ วตั ร นายกรฐั มนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือ เน่ืองจากมหาวิทยาลยั เทคโนโลยี ราชมงคลตะวันออก ได้เปดิ สอนสาขาวิชาการบัญชเี พ่ิมขึน้ และจดั ตั้งคณะศิลปะศาสตร์และสถาบัน เทคโนโลยีการบินเพิ่มขึ้น สมควรกาหนดปริญญาในสาขาวชิ าและอักษรยอ่ สาหรบั สาขาวิชาของสาขาวิชา การบญั ชี รวมทั้งกาหนดสีประจาคณะและสถาบนั ของคณะศลิ ปศาสตรแ์ ละสถาบนั เทคโนโลยกี ารบิน จงึ จาเป็นต้องตราพระราชกฤษฎกี านี้ ๓๘

 คมู่ ือนกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี ๒๕๖๑ พระราชกฤษฎกี า ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครยุ วทิ ยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครยุ ประจาตาแหน่งของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ —————————- ภูมพิ ลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วันที่ ๑๖ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เปน็ ปที ่ี ๗๐ ในรชั กาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ประกาศวา่ โดยท่ีเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อ สาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลตะวนั ออก อาศัยอานาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กบั มาตรา ๕๕ วรรคสอง และมาตรา ๕๙ วรรคสอง แหง่ พระราชบัญญตั ิมหาวิทยาลัย เทคโนโลยรี าชมงคล พ.ศ.๒๕๔๘ จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาข้ึนไว้ ดงั ตอ่ ไปนี้ มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษร ย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลตะวันออก (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘” มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาใน สาขาวิชาอักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ และให้ใช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๓ ให้กาหนดปริญญาในสาขาวชิ าและอักษรย่อสาหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวนออก ั ดังตอ่ ไปนี้ (๑) สาขาวชิ าการบญั ชี มีปริญญาสามชัน้ คอื (ก) เอก เรยี กวา่ “บญั ชีดษุ ฎบี ัณฑติ ” ใชอ้ ักษรยอ่ “บช.ด.” และ “ปรชั ญาดษุ ฎีบัณฑิต” ใชอ้ กั ษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “บัญชีมหาบณั ฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “บช.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “บัญชีบัณฑิต” ใชอ้ กั ษรยอ่ “บช.บ.” (๒) สาขาวชิ าเทคโนโลยี มีปรญิ ญาหนง่ึ ชนั้ คือ ตรี เรียกว่า “เทคโนโลยีบณั ฑติ ” ใช้อกั ษรยอ่ “ทล.บ.” ๓๙

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK (๓) สาขาวชิ าบรหิ ารธุรกจิ มปี ริญญาสามช้ัน คอื (ก) เอก เรียกว่า “บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต” ใช้อักษรย่อ “บธ.ด.” และ “ปรัชญาดุษฎี บัณฑิต” ใชอ้ กั ษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “บรหิ ารธรุ กิจมหาบัณฑิต” ใชอ้ ักษรย่อ “บธ.ม.” (ค) ตรี เรียกวา่ “บรหิ ารธรุ กจิ บัณฑิต” ใช้อักษรยอ่ “บธ.บ.” (๔) สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตร์ มปี รญิ ญาสามช้นั คอื (ก) เอก เรยี กวา่ “วิทยาศาสตรดษุ ฎบี ัณฑติ ” ใช้อกั ษรยอ่ “วท.ด.” และ “ปรชั ญาดษุ ฎี บัณฑิต” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกว่า “วิทยาศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “วท.ม.” (ค) ตรี เรยี กว่า “วทิ ยาศาสตรบณั ฑิต” ใช้อักษรยอ่ “วท.บ.” (๕) สาขาวชิ าวิศวกรรมศาสตร์ มีปรญิ ญาสามชนั้ คอื (ก) เอก เรยี กวา่ “วศิ วกรรมศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “วศ.ด.” และ “ปรชั ญา ดษุ ฎีบณั ฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “ปร.ด.” (ข) โท เรียกวา่ “วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใชอ้ ักษรยอ่ “วศ.ม.” (ค) ตรี เรียกว่า “วิศวกรรมศาสตรบณั ฑติ ” ใช้อกั ษรย่อ “วศ.บ.” (๖) สาขาวชิ าศิลปศาสตร์ มปี ริญญาสามชนั้ คือ (ก) เอก เรียกวา่ “ศลิ ปศาสตรดุษฎบี ัณฑติ ” ใช้อักษรย่อ “ศศ.ด.” และ “ปรชั ญาดุษฎี บณั ฑิต” ใช้อักษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “ศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “ศศ.ม.” (ค) ตรี เรียกวา่ “ศลิ ปศาสตรบณั ฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศศ.บ.” (๗) สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มปี ริญญาสามชน้ั คือ (ก) เอก เรยี กวา่ “เศรษฐศาสตรดษุ ฎีบัณฑติ ” ใชอ้ ักษรยอ่ “ศ.ด.” และ “ปรชั ญาดุษฎี บัณฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “เศรษฐศาสตรมหาบณั ฑติ ” ใชอ้ ักษรย่อ “ศ.ม.” (ค) ตรี เรียกวา่ “เศรษฐศาสตรบณั ฑิต” ใช้อักษรย่อ “ศ.บ.” (๘) สาขาวชิ าสถาปตั ยกรรมศาสตร์ มีปริญญาสามช้นั คือ (ก) เอก เรยี กว่า “สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “สถ.ด.” และ“ปรัชญา ดุษฎบี ัณฑติ ” ใชอ้ กั ษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต” ใชอ้ กั ษรย่อ “สถ.ม.” (ค) ตรเี รียกวา่ “สถาปตั ยกรรมศาสตรบณั ฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “สถ.บ.” (๙) สาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ มีปรญิ ญาหนงึ่ ชัน้ คือ ตรี เรยี กวา่ “สัตวแพทยศาสตรบัณฑติ ” ใช้อักษรย่อ “สพ.บ.” (๑๐) สาขาวชิ าอุตสาหกรรมศาสตรม์ ีปริญญาสามช้นั คือ (ก) เอก เรียกว่า “อตุ สาหกรรมศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ ” ใช้อักษรย่อ “อส.ด.” และ “ปรชั ญา ดษุ ฎบี ัณฑิต” ใช้อกั ษรย่อ “ปร.ด.” (ข) โท เรยี กวา่ “อตุ สาหกรรมศาสตรมหาบัณฑติ ” ใช้อักษรยอ่ “อส.ม.” (ค) ตรี เรยี กวา่ “อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑติ ” ใช้อักษรย่อ “อส.บ.” ๔๐

 คมู่ ือนกั ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี ๒๕๖๑ ท้งั นี้ หากมีสาขาหรือวชิ าเอกใหร้ ะบชุ ือ่ สาขาหรือวชิ าเอกนั้นไว้ในวงเล็บตอ่ ท้ายปริญญาดว้ ย” มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗ แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก พ.ศ. ๒๕๕๐ ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาใน สาขาวิชา อักษรย่อสาหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจาตาแหน่งของ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ.๒๕๕๕ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน “มาตรา ๗ สปี ระจาคณะและสถาบนั มีดงั ต่อไปนี้ (๑) คณะเกษตรศาสตรแ์ ละทรัพยากรธรรมชาติ สเี ขียวเขม้ (๒) คณะเทคโนโลยสี งั คม สสี ้ม (๓) คณะเทคโนโลยีอตุ สาหกรรมการเกษตร สีชมพู (๔) คณะบรหิ ารธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ สฟี ้า (๕) คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ สมี ว่ งดอกตะแบก (๖) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สเี หลอื ง (๗) คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สีเลอื ดหมู (๘) คณะศลิ ปศาสตร์ สสี ้มทอง (๙) คณะสตั วแพทยศาสตร์ สฟี า้ หม่น (๑๐) สถาบนั เทคโนโลยกี ารบิน สเี ทา” ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรฐั มนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้คือ เน่ืองจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลตะวันออก ได้เปิดสอนสาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์เพ่ิมข้ึน และจัดตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ เพ่ิมขึ้น สมควรกาหนดปริญญาในสาขาวิชาและอักษรย่อสาหรับสาขาวิชาของสาขาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ รวมท้ังสปี ระจาคณะของคณะสตั วแพทยศาสตร์ จงึ จาเปน็ ต้องตราพระราชกฤษฎกี านี้ ๔๑

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK ขอ้ บังคบั มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก ว่าดว้ ย การศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๓ ................................................. โดยท่ีเปน็ การสมควรให้วางหลกั เกณฑ์เก่ยี วกบั การจดั การศึกษาระดบั ปริญญาตรีให้เป็นไปอยา่ ง มคี ณุ ภาพได้มาตรฐาน สอดคล้องกบั ประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่อื ง เกณฑ์มาตรฐานหลกั สูตรระดบั ปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๔๘ และประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง แนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐาน หลกั สตู รระดับอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ อาศัยอานาจตามความนัยมาตรา ๑๗ (๒) แหง่ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ. ๒๕๔๘ และโดยมตสิ ภามหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก ในการประชุมคร้ังที่ ๕/๒๕๕๓ เมื่อวันท่ี ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ จงึ ออกข้อบงั คับไวด้ ังตอ่ ไปนี้ ขอ้ ๑ ขอ้ บงั คบั นีเ้ รียกวา่ “ ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวันออก วา่ ดว้ ย การศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี พ.ศ. ๒๕๕๓” ข้อ ๒ ข้อบงั คับน้ีให้ใชบ้ งั คบั ตัง้ แต่ปีการศกึ ษา ๒๕๕๓ เปน็ ตน้ ไป ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ “สภามหาวทิ ยาลัย” หมายความวา่ สภามหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก “มหาวทิ ยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก “อธิการบดี” หมายความว่า อธกิ ารบดมี หาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก “คณะ” หมายความวา่ คณะในมหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก และให้หมายความ รวมถึง สว่ นราชการอนื่ หรือส่วนงานภายในทีม่ ฐี านะเทยี บเทา่ คณะ ซึง่ ทาหนา้ ทจ่ี ัดการเรียนการสอนใน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวนั ออก “คณบดี” หมายความวา่ คณบดขี องคณะในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก และ ใหห้ มายความรวมถึงหวั หนา้ ส่วนราชการอืน่ หรอื หวั หนา้ สว่ นงานภายในทีม่ ฐี านะเทียบเท่าคณะ ซงึ่ ทา หนา้ ทจี่ ัดการเรยี นการสอนในมหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก “นกั ศึกษา” หมายความวา่ ผูท้ เ่ี ขา้ รับการศกึ ษาระดับปริญญาตรีในมหาวทิ ยาลยั “สาขาวิชา” หมายความวา่ สาขาวชิ าทีจ่ ัดสอนในคณะ “หัวหน้าสาขาวชิ า” หมายความวา่ หัวหนา้ สาขาวิชาท่จี ดั สอนในคณะ “แผนการเรยี น” หมายความวา่ แผนการจัดการเรียนในแต่ละภาคการศึกษาของแตล่ ะหลกั สตู ร “อาจารย์ที่ปรึกษา” หมายความว่า อาจารย์ประจาในคณะ ซง่ึ คณบดีแต่งต้งั และมอบหมายให้ ทาหน้าท่ีแนะนา ปรกึ ษาการศกึ ษา ตักเตือน และดูแลความประพฤติ ตลอดจนรบั ผดิ ชอบในการ ลงทะเบยี นเรยี นรายวิชา และตดิ ตามผลการศึกษาของนักศึกษา “อาจารย์ประจาวชิ า” หมายความวา่ อาจารย์ประจาหรอื อาจารยพ์ ิเศษท่รี ับผดิ ชอบสอน รายวิชาในระดบั ปรญิ ญาตรี ขอ้ ๔ ให้อธกิ ารบดีรักษาการตามข้อบังคบั นี้ และให้มอี านาจวินจิ ฉัยชี้ขาด หรอื ตคี วามตลอดจนออก ประกาศ เพ่ือปฏิบตั ิให้เปน็ ไปตามข้อบงั คบั นี้ ทัง้ นี้ คาวนิ ิจฉัยใหถ้ อื เปน็ ท่สี ดุ ๔๒

 คู่มือนกั ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรี ๒๕๖๑ หมวด ๑ การรับเขา้ ศึกษา ข้อ ๕ ผูท้ ่ีจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องมีคณุ สมบตั ิและไม่มีลักษณะตอ้ งหา้ ม ดงั ต่อไปนี้ (๑) เป็นผู้มคี ุณสมบัติดงั ต่อไปนี้ (ก) มีคณุ สมบตั ิอยา่ งหน่ึงอย่างใดเปน็ การเฉพาะตามทก่ี าหนดไวใ้ นหลักสตู ร (ข) มีคุณสมบัติตามท่ีมหาวิทยาลยั กาหนดเปน็ กรณีพเิ ศษ (๒) ลักษณะต้องห้าม (ก) เปน็ คนวกิ ลจริต โรคติดตอ่ รา้ ยแรง โรคท่ีสงั คมรังเกยี จ หรือโรคที่เป็นอปุ สรรคต่อการศกึ ษา (ข) เปน็ ผูม้ ีความประพฤติเสื่อมเสยี อย่างร้ายแรง ขอ้ ๖ การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา ผู้ทีผ่ ่านการคดั เลือกเขา้ ศึกษาต้องดาเนนิ การขนึ้ ทะเบียน เปน็ นักศกึ ษาดว้ ยตนเอง ตามวัน เวลา และสถานท่ที มี่ หาวิทยาลัยกาหนด พร้อมทงั้ ชาระค่าธรรมเนยี ม ตามประกาศของมหาวทิ ยาลัย หากผู้ทผ่ี า่ นการคัดเลอื กเข้าศกึ ษาไม่ขึน้ ทะเบยี นเปน็ นักศึกษาจะหมดสิทธิ เขา้ ศกึ ษา เวน้ แตจ่ ะไดร้ บั อนุมัตจิ ากอธิการบดหี รือผูท้ ีอ่ ธกิ ารบดมี อบหมาย ๔๓

RAJAMANGALA UNIVERSITY OF TECHNOLOGY TAWAN-OK หมวด ๒ ระบบการศึกษา ข้อ ๗ ปกี ารศกึ ษาให้เริ่มตั้งแต่วันท่ี ๑ มิถนุ ายนของทุกปี และสนิ้ สดุ ลงในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ของปีถัดไป ขอ้ ๘ ระบบการศกึ ษา (๑) มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาโดยการประสานงานดา้ นวชิ าการระหวา่ งคณะหรือสาขาวชิ าใด ซง่ึ มีหน้าท่ีเก่ียวกับวชิ าการด้านนน้ั แกน่ ักศกึ ษา (๒) มหาวิทยาลัยใช้ระบบทวภิ าค โดย ๑ ปีการศกึ ษา แบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศกึ ษาปกติ ซง่ึ เป็นภาคการศกึ ษาบงั คับ คอื ภาคการศึกษาที่หนง่ึ และภาคการศึกษาท่ีสอง ภาคการศกึ ษาหนง่ึ ๆ มีระยะเวลา ศึกษา ไม่น้อยกว่า ๑๕ สปั ดาห์ ท้ังนีไ้ มร่ วมเวลาสาหรับการสอบ มหาวทิ ยาลยั อาจเปิดการศึกษาภาคฤดรู ้อน ซง่ึ เปน็ ภาคการศกึ ษาไม่บังคับ ใหก้ าหนดระยะเวลา และจานวนหน่วยกิต โดยมสี ัดสว่ นเทยี บเคยี งกันไดก้ บั ภาคศึกษาปกติ (๓) การกาหนดปริมาณการศึกษาของรายวชิ าใหก้ าหนดเปน็ หน่วยกติ ตามลกั ษณะการจดั การ เรยี นการสอนดงั นี้ (ก) รายวิชาภาคทฤษฎที ่ีใช้เวลาบรรยายหรอื อภิปรายปญั หา ไม่น้อยกวา่ ๑๕ ช่วั โมงต่อ ภาคการศึกษาปกติ ใหม้ ีค่าเท่ากับ ๑ หนว่ ยกิต (ข) รายวิชาภาคปฏิบัตทิ ใ่ี ชเ้ วลาฝกึ หรอื ทดลองไม่นอ้ ยกว่า ๓๐ ชั่วโมงต่อภาคการศกึ ษา ปกติ ให้มคี ่าเท่ากับ ๑ หนว่ ยกิต (ค) การฝึกงานหรือฝึกภาคสนามท่ีใชเ้ วลาฝกึ ไมน่ ้อยกว่า ๔๕ ช่ัวโมงตอ่ ภาคการศึกษาปกติ ให้มีคา่ เท่ากบั ๑ หนว่ ยกิต (ง) การทาโครงงานหรือกจิ กรรมการเรยี นอ่ืนตามท่ีไดร้ บั มอบหมายที่ใชเ้ วลาทาโครงการ หรอื กจิ กรรมนน้ั ๆไมน่ ้อยกว่า ๔๕ ช่วั โมงต่อภาคการศกึ ษาปกติ ใหม้ ีค่าเทา่ กับ ๑ หนว่ ยกิต (จ) การศึกษาบางรายวิชาท่มี ีลกั ษณะเฉพาะ มหาวิทยาลัยอาจกาหนดหนว่ ยกิต โดยใช้ หลักเกณฑ์อื่นไดต้ ามความเหมาะสม (๔) นกั ศกึ ษาต้องมีเวลาศึกษาในแตล่ ะรายวิชาไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาศึกษาตลอด ภาคการศึกษาจงึ จะมสี ทิ ธสิ์ อบในรายวิชานน้ั กรณีท่เี วลาศึกษาไม่ถงึ ร้อยละ ๘๐ อนั เน่ืองจากเหตสุ ดุ วสิ ยั ต้องไดร้ บั อนญุ าตจากคณบดีที่รบั ผิดชอบรายวชิ าทเี่ ปิดสอน ๔๔


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook