แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 43 9. ความสอดคลอ้ งกับหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 : 3 : 4) 2 เงอื่ นไข เง่ือนไขความรู้ เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. วธิ ีการเลีย้ งปลาดุกในบ่อพลาสตกิ 1. ความซ่อื สัตย์ 2. อุปกรณ์เลย้ี งปลาดกุ ในบอ่ พลาสตกิ 2. ความขยันหม่นื เพียร 3. การทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ย-การตลาด 3. ความประหยัด 4. ความรบั ผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา 5. ความอดทน 6. ความเอ้อื อาทร ช่วยเหลือแบ่งปันซ่ึงการและกนั 7. ความสามคั คี 3 หลกั การ พอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมคิ ุ้มกันในตัวทด่ี ี 1. มีการเลี้ยงปลาดุกในบ่อ 1.รู้จักประโยชน์การเลี้ยงปลาดุก 1.วางแผนการทำงานของกลุ่ม พลาสติก ในบ่อพลาสตกิ มาใชช้ วี ิตประจำ 2.เตรียมวัสดุอุปกรณ์เหมาะสมใน 2. ใช้วัสดุอุปกรณ์ได้เหมาะสมใน 2. เพ่อื หารายไดเ้ สริม การเลย้ี งปลาดกุ ในบอ่ พลาสตกิ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสตกิ 3. รู้จักการลงทุนในการเลี้ยง 3. มกี ารทำรายรับรายจา่ ย ปลาดกุ ในบอ่ พลาสติก ดา้ น ชวี ติ ทเี่ กดิ ความสมดลุ และพร้อมรับต่อการเปลย่ี นแปลงใน 4 มิติ ดา้ นวัตถุ ด้านสงั คม ด้านสง่ิ แวดล้อม ด้านวฒั นธรรม ความรู้ วัสดุท่ีเหลอื ใช้สามารถ นำกลบั มาใช้ใหม่ได้ ทกั ษะ มรี ายไดจ้ ากการ ใช้ชีวิตแบบพอเพียงใน -การใช้ประโยชน์จาก เกิดทักษะการเรยี นรู้ จำหน่ายปลาดุก การเลี้ยงปลาดุกในบ่อ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อ การเลยี้ งปลาดกุ ในบอ่ พลาสตกิ พลาสติก พลาสติก -การใช้อปุ กรณ์อย่างมี ประสิทธภิ าพ เจตคติ ความภาคภูมใิ จในการ ใช้วัสดจุ ากธรรมชาติ นำไปประกอบเป็น ทำงานรว่ มกบั หมู่คณะ อาหาร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 44 10. การนำไปประยกุ ตใ์ ช้ 10.1 การประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน 10.1.1 การเลือกการเล้ียงปลาดกุ ในบอ่ พลาสตกิ 10.1.2 การจดั การ การวางแผน การเลยี้ งปลาดุกในบ่อพลาสตกิ 10.2 การประยุกต์ใช้ในภารกิจตามหน้าที่ 10.2.1 การวางแผนการทำงานรอบคอบ 10. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 10.1 การทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรยี น 10.2 การประเมนิ ชิ้นงาน 10.3 การประเมนิ ความพงึ พอใจ ข้อเสนอแนะเพ่มิ เติม .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ .............. .............................................................................................................................................................................. กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 45 ใบความรฐู้ านการเรยี นรู้ การเลยี้ งปลาดุกในบ่อพลาสติก การจดั การเรยี นร้ตู ามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง การเลย้ี งปลาดุกในบ่อพลาสตกิ ปลาดุกเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืด น้ำที่ค่อนข้างกร่อย หรือแม้แต่ในหนองน้ำที่มีน้ำเพียง เล็กน้อย เพราะว่าปลาดุกเปน็ ปลาที่มีอวัยวะพิเศษชว่ ยในการหายใจเช่นเดยี วกับปลาชอ่ นจึงสามารถมชี ีวิตอยู่ ในนำ้ ท่ีมีออกซเิ จนเพยี งเล็กน้อยได้ เป็นอยา่ งดี อีกทง้ั เป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยนิยมรบั ประทาน ปลาดกุ จะพบได้ ทั่วไปในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศอินเดีย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ มาเลเซยี สำหรบั ประเทศไทยพบปลาดกุ ในคลอง หนอง และ บงึ ตา่ งๆ ทว่ั ทุกภาค เป็นปลาที่อาศยั อยู่ในแหล่ง น้าจืดทั่วไป ปลาดุกที่รูปจักกันดีในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือปลาดุกอุย และ ปลาดุกด้าน แต่ปลาดุกที่นิยม เลี้ยงคือ ปลาดกุ ดา้ น เพราะเน้อื ปลาดุกด้านค่อนข้างแข็ง ทำให้สามารถขนส่งได้ในระยะทางไกลๆ ประกอบกับ ปลาดุกด้านเลี้ยงง่าย โตเร็ว จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันมาก แต่สำาหรับผู้บริโภคแล้ว จะนิยมปลาดุกอุย เพราะให้ รสชาติดี เนื้อปลานุ่ม ฟู กลิ่นดี ดังนั้นการเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยในบ่อพลาสติก เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะส่งเสริม และพัฒนาครอบครวั ทย่ี ากจนไมใ่ ห้ขาดแคลนอาหารโปรตนี ปัจจุบนั ปลาดกุ เป็นท่นี ยิ มเล้ยี งของเกษตรกรเน่ืองจากเล้ียงง่าย เจริญเตบิ โตเร็ว อีกทง้ั ยงั ทนทานต่อโรค และสภาพแวดล้อม เปน็ ที่นิยมบริโภคของประชาชนเนื่องจากรสชาติดี และราคาไม่แพง สามารถเล้ียงได้ท้ังใน บ่อดิน บ่อซีเมนต์ และบ่อพลาสติก ถ้ามีพื้นที่ จำกัด การเลี้ยงในบอ่ พลาสติกกเ็ ป็นทางเลอื กที่ดี และประหยัด โดยทใี่ นบ่อพลาสติกจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 – 5 ปี วตั ถปุ ระสงค์ในการเลี้ยงปลาดกุ ในบ่อพลาสตกิ 1. เปน็ การสง่ เสริมใหป้ ระชาชนลดรายจา่ ยในครัวเรือน โดยการเลี ยงปลาเพ่อื เป็นอาหารบริโภคเอง 2. เปน็ การสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ แนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง 3. เปน็ การพฒั นาอาชพี การลี ยงปลาแบบพอเพยี งไปสู่ระบบการเลี ยงปลาเชงิ พาณิชย์ 4. ให้มอี าหารโปรตนี จากปลาบริโภคในครวั เรือน ข้อดีของการเลี้ยงปลาดกุ ในบ่อพลาสติก 1. ใช้พน้ื ท่เี ลย้ี งน้อย และสามารถเลยี้ งไดท้ ุกพืน้ ที่ 2. การก่อสรา้ งบ่อเลีย้ งง่าย สะดวกและรวดเร็ว 3. ใชร้ ะยะเวลาในการเล้ียงส้นั แตล่ ะรุ่นใชเ้ วลาเล้ยี งเพียง 90 – 120 วนั 4. ปลาดุกเปน็ ปลาที่อดทนต่อสภาพน้ำไดด้ ี 5. ปลาดกุ สามารถเลี้ยงและดูแลรักษาได้สะดวก นอกจากจับมาบรโิ ภคในครวั เรือนแลว้ ส่วนทีเ่ หลือก็นำไป ขายเปน็ สการสร้างรายได้เสริมใหก้ ับครอบครวั การเลือกสถานทใี่ นการสรา้ งบ่อ สำหรับเลี้ยงปลาดกุ 1. อยูใ่ กล้บ้าน 2. อยู่ที่รม่ หรือมีหลงั คา 3. มแี หล่งนา้ สำหรบั การเปล่ยี นถ่ายน้ำไดส้ ะดวก กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 46 ข้ันตอนการทำบ่อ 1. ขุดบอ่ ขนาด 2 x 4 เมตร ความลกึ 1 เมตร 2. ใชผ้ ้าพลาสตกิ ปูบ่อใหเ้ ต็มเพื่อปอ้ งกนั น้ำซมึ ออก 3. นำไม้ไผท่ เ่ี ตรยี มไว้ทำขอบบ่อและเสาเพื่อทำที่กนั แดด 4. เตมิ น้ำลงไปให้เต็มบ่อ 5. เตรยี มอาหารโดยวธิ ีการปรุงน้ำ โดยใช้นำ้ หมกั ชวี ภาพ เพ่ือเปน็ การสร้างแหลง่ อาหารให้ลูกปลาวยั อ่อน ท่ีนำมาปลอ่ ย ปล่อยปลา บ่อละ 300 – 500 ตวั (40 – 80 ตวั ต่อตารางเมตร) พนั ธปุ์ ลาดุกท่นี ิยมเลี้ยง 1. พนั ธุป์ ลาดกุ บก๊ิ อุย เลี้ยงง่าย โตไว ทนทานต่อสภาพอากาศของบ้านเราได้ดี ปลาดุกบิ๊กอุยเกิดจากการผสมพันธุ์ข้ามสาย พันธุ์ระหว่าง ปลาดุกอุยเพศเมีย และปลาดุกเทศเพศผู้ มีลักษณใกล้เคียง กับปลาดุกอุยมาก การเพาะ ขยายพันธุ์นั้นให้ผลค่อนข้างดี จึงมีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็ว ทนทานต่อโรคสูง พันธุ์ปลาดุกอุย ลักษณะเด่นที่เติบโตเร็วและทนทานต่อโรคสูงไม่เป็นโรคง่าย จึงนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ปลาดุก อุย เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมีย และปลาดุกอุย เพศผู้ ไม่ได้ข้ามสายพันธุ์เหมือน ปลาดกุ บ๊กิ อุย จึงทนทาน โรคกวา่ แตข่ นาดอาจจะไม่เท่ากันปลาดุกบกิ๊ อยุ 2. พนั ธ์ปุ ลาดกุ รัสเซยี มลี ักษณะลำตัวยาวครีบหลังและครบี ก้นยาว ลำตวั ดา้ นบน มีสีน้ำตาลคอมเหลอื ง และมีลายแต้มแบบ ลายหนิ ออ่ น บนลำตัว แก้มและท้องสจี าง ขนาดเมอื่ โตเต็มท่ียาวไดถ้ ึง 1.7เมตร ซึ่งเป็นปลาพื้นเมือง ของทวปี แอฟรกิ า ประเทศไทย ได้นำเขา้ มาในปีพ.ศ.2528 โดยเอกชน 3. พนั ธ์ปุ ลาดกุ นา เปน็ ปลาพน้ื เมืองทนทานต่อโรคมาก ไม่ต้องดูแลมากก็ สามารถเติบโตได้ดี รสชาติอรอ่ ย เนอ้ื แนน่ กลนิ่ หอมกว่า ปลาดุกพนั ธุ์ แต่ขนาดยังเป็นรองอยู่ นิยมเล้ยี งกนั ในครัวเรอื น เน่ืองจากหาพันธุง์ า่ ย การเตรยี มพนั ธปุ์ ลาและการปลอ่ ยปลา 1. ควรจดั ซอื้ พันธปุ์ ลาจากฟาร์มที่เช่ือถือได้ 2. ปลาทป่ี ลอ่ ยควรมีขนาดใกล้เคยี งกัน 3. กอ่ นปล่อยปลาควรปรับอุณหภมู ินา้ ในถงุ บรรจุปลา โดยลอยถงุ ปลาในบ่อ 20-30 นาที แลว้ จึง คอ่ ยปล่อยปลาลงในบอ่ วิธีการเลีย้ ง 1. ขนาดปลาที่จะนำมาเลย้ี ง ควรมขี นาดความยาวประมาณ 2 – 3 เซนตเิ มตร ขึ้นไป ไม่ควรนำปลามา เล้ียงในฤดูหนาว เพราะปลามีความตา้ นทานต่อโรคตำ่ 2. อตั ราการเล้ียง ปล่อยลกู ปลาในอตั รา 100 ตวั /ตารางเมตร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 47 3. การปล่อยปลา ควรแช่ถงุ ลูกปลาไวใ้ นบอ่ เลีย้ ง 30 นาที จึงค่อยๆ ปล่อยลงบ่อ ในช่วงแรกทีป่ ลอ่ ย ให้ เติมนำ้ ลงบอ่ มคี วามสงู ประมาณ 10 เซนตเิ มตร แล้วค่อยเพ่ิมระดบั น้ำขน้ึ ไปเร่ือยๆ ทุกๆ อาทิตย์ จนมี ระดบั สงู สดุ 30 – 50 เซนติเมตร การจดั การน้ำในบ่อเลี้ยง ในช่วงแรกที่ปล่อยปลา ให้เติมน้ำลงในบ่อให้มีความสงู ประมาณ 30 ซม. แล้วค่อยๆ เพิ่มระดับน้ำขึ้น ไปเรื่อๆ จนมีระดับสูงสุด 50-70 ซม. ระหว่างการเลี้ยงปลา ให้ใช้ EM สาดให้ทั่วบ่อ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อ บำบัดน้ำ ซงึ่ การเลยี้ งแบบนี้ ไม่ต้องเปลี่ยนถา่ ยน้ำตลอดระยะเวลาการเลยี้ ง การให้อาหาร 1. เรม่ิ แรกให้อาหารเม็ดเล็กและบบุ พอแตกสำหรบั ปลาเลก็ อาหารสดพวกเศษเนอ้ื สับให้ปลา กินไดต้ ัวปลวก แมลงเมา่ และแมลงอืน่ ๆ โปรยให้ปลากนิ ควรใหอ้ าหารเป็นเวลา วนั ละ 2 ม้ือ เช้า-เย็น ไม่ควร ใหอ้ าหารปลามากเกนิ ไปเพราะจะทำให้น้าเน่าเสยี 2. เมอ่ื อากาศคร้ึมหรือฝนตก งดให้อาหารปลาการให้อาหาร ผเู้ ลีย้ งตอ้ งอาศัยการสงั เกต ตรวจสอบพฤติกรรมการกนิ ของสตั วน์ ้ำเพื่อเปน็ ข้อมูลในการปรับเปล่ียนปริมาณและความถ่ขี องการใหอ้ าหาร ใหถ้ กู ต้องเหมาะสม สำหรับปลา เม่ือให้อาหารแลว้ อาหารท่ีให้ควรหมดภายในเวลา 15 – 20 นาที ดงั นั้น พ่ือ ให้ง่ายในการปฏบิ ัติควรสงั เกตจาก ม้ือแรกท่ีใหอ้ าหารแล้วปรบั ปรมิ าณการให้ทุก 7 วัน เชน่ มอื้ แรกให้อาหาร ปลา ประมาณ 300 กรัม ถ้าภายใน 20 – 30 นาที ปลากนิ หมด แสดงว่าอาหารไม่พอ ให้เพม่ิ อาหารเล็กน้อย ถา้ ภายใน 20 – 30 นาที ปลากนิ ไมห่ มด ใหล้ ดอาหารลง เมื่อครบ 7 วัน ใหป้ รบั อาหารใหม่ เพม่ิ อีก 50 กรมั เปน็ 350 กรมั จนครบ 7 วนั ใหป้ รบั การให้อาหารอีก คือ ปรับเพิ่มอาหารทุก 7 วนั ผลผลติ – ระยะเวลาการเล้ยี งประมาณ 3 – 4 เดือน ไดป้ ลาขนาด 100 – 250 กรัม/ตัว – อัตรารอดประมาณ 80 – 95 % ไดผ้ ลผลติ ปลา ประมาณ 30-50 กก/บ่อ – คิดเป็นมูลค่า (กก. ละ 30 บาท) 900-1,500 บาท การทำอาหารปลาดุก ส่วนผสม 1. รำละเอยี ด 2 กระสอบปุ๋ย 2. กากมะพรา้ ว 1 กระสอบป๋ยุ 3. ปลาปน่ 6 กโิ ลกรัม 4. กากถวั่ เหลือง 6 กโิ ลกรัม 5. จลุ ินทรยี ์ EM 1 ลติ ร 6. กากนำ้ ตาล 1 กโิ ลกรัม 7. นำ้ มนั พืช 1 – 2 ลิตร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 48 วธิ ีการทำ 1. นำสว่ นผสมขอ้ 1 1 กระสอบ ข้อ 2,3,4 คลุกใหเ้ ข้ากนั 2. นำส่วนผสม ขอ้ 5,6 ผสมนา้ 20 ลิตร เพื่อคลุกเคล้าสว่ นผสม ขอ้ 1 หมักไว้ 12 ชว่ั โมง 3. นำสว่ นผสมทห่ี มกั ไวใ้ นข้อ 1,2 ผสมกับรำละเอียด 1 กระสอบและน้ามันพืช 1 – 2 ลิตร คลุกเคล้านำเขา้ เครื่องอัดเมด็ ผ่ึงแดด 2 วัน เก็บไว้ได้ 2 เดือน เกร็ดความรู้ 1. การซ้ือพันธ์ปุ ลาก่อนการเคล่ือนย้ายใหป้ ลาอดอาหาร 1 – 2 วนั เพอ่ื ป้องกันปลาดนิ้ และทำใหป้ ลาไส้ ขาดเวลาเลยี้ งปลาจะไมโ่ ต 2. การเคล่อื นย้ายปลาให้เตรียม น้ำมันพืช 30 ซซี ี : เกลอื 1 ช้อนโตะ๊ คนให้เข้ากนั ตกั ใสใ่ นถุงหรือท่ีมีพนั ธุ์ ปลา อยูป่ ระมาณ 1 ชอ้ นชา เพ่ือป้องกันปลาบาดเจบ็ 3. การปอ้ งกนั ปลาหนจี ากบ่อเวลาฝนตก ใชว่ ิธหี ากมฝี นตกให้หวา่ นอาหารใหป้ ลากนิ สัก 2 – 3 ครง้ั เพ่ือ หลอกว่าเวลาฝนตกจะได้กนิ อาหารแล้วปลาจะไม่หนี 4. การเปล่ยี นถ่ายน้ำให้ดูดน้ำออก 1 ส่วน ใน 3 สว่ น และนำน้ำที่ใสใ่ หมใ่ ห้ทำเปน็ ละอองฝอยโดยใช้สาย ยางเพื่อเพ่ิมออกซเิ จนให้แก่ปลา 5. การจับปลาเพื่อบรโิ ภคโดยใช้วิธีใช้สายยางฉีดน้ำเหมือนกับฝนตกปลาจะเลน่ นำ้ จากนั้นใชส้ วิงตักปลา ที่ เล่นน้ำทนั ที ปลาจะไมร่ สู้ ึกถึงอนั ตรายและจะกนิ อาหารต่อและไมห่ น้ี โรคปลาดุก ในกรณที ีม่ ีการป้องกันอย่างดีแลว้ แต่ปลาก็ยังปว่ ยเปน็ โรค ซง่ึ มักจะแสดงอาการให้เห็น โดยแบ่งอาการของ โรคเป็นกลมุ่ ใหญ่ ๆ ดังน้ี 1. การติดเชอ้ื จากแบคทเี รยี จะมีการตกเลือด มแี ผลตามล้าตัวและครีบ ครีบกร่อน ตาขุ่น หนวดหงิก กก หูบวม ทอ้ งบวมมนี ้ำในช่องท้องกนิ อาหารน้อยลงหรือไม่กินอาหาร ลอยตัว 2. อาการจากปรสิตเข้าเกาะตัวปลา จะมเี มือกมาก มแี ผลตามลา้ ตวั ตกเลือด ครบี เปื่อย จุดสีขาวตาม ลำตวั สีตามลำตัวซดี หรอื เข้มผิดปกตเิ หงอื กซีดวา่ ยน้ำทุรนทรุ าย ควงสว่านหรือไม่ตรงทิศทาง 3. อาการจากอาหารมคี ณุ ภาพไมเ่ หมาะสม คือ ขาดวติ ามินบี กะโหลกร้าว บริเวณใตค้ างจะมีการตก เลอื ด ตัวคด กนิ อาหารน้อยลง ถา้ ขาดวิตามินบีปลาจะว่ายน้ำตัวเกรงและชักกระตุก 4. อาการจากคณุ ภาพนำ้ ในบอ่ ไมด่ ี ปลาจะวา่ ยนำ้ ขึน้ ลงเรว็ กว่าปกติลอยหวั ครีบกร่อนเปื่อย หนวดหงกิ เหงอื กซีดและบวม ลำตัวซดี ไมก่ ินอาหาร ท้องบวม มีแผลตามตวั กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 49 แบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรยี น การจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรยี นรู้ การเล้ยี งปลาดุกในบอ่ พลาสติก ................................................................... จงเลอื กคำตอบทถ่ี กู ตอ้ งทส่ี ุดเพียงข้อเดียว (10 ขอ้ 10 คะแนน) 1. การปรบั สภาพดนิ เปรีย้ วในบ่อเล้ยี งปลาดกุ ทำตามข้อใด ก. ใส่ปนู ขาว ข. ใส่ปยุ๋ คอก ค. ใสด่ นิ ประสวิ ง. ใสด่ ินเหนียว 2. ปจั จัยทน่ี ำมาพจิ ารณาในการเลือกสถานทสี่ รา้ ง บ่อเลยี้ งปลาคือข้อใด ก. มีวชั พชื อยู่ในบ่อปลา ข. ขนาดของบ่อต้องมขี นาด 1 งานข้ึนไป ค. สภาพดนิ ควรเป็นดนิ เหนียวเก็บกกั น้ำได้ดี ง. สภาพนำ้ ต้องมคี วามเปน็ ด่างอยูท่ ี่ 9.5 -10 3. หากต้องการใหป้ ลาดุกมีสีเหลืองสวยกอ่ น จำหนา่ ยควรทำเชน่ ไร ก. น้ำถ่ัวเหลืองมาแช่ไวใ้ นบ่อ ข. นำ้ กากน้ำตาลมาแชไ่ วใ้ นบ่อ ค. นำขมน้ิ ทุบละเอียดมาแช่ไวใ้ นบอ่ ง. นำดินลกู สแี ดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบอ่ 4. การเกดิ โรคของปลาดุกทีเ่ ลย้ี งมักจะเกดิ จาก ปัญหาในข้อใด ก. การใช้ยาหรอื สารเคมี ข. คุณภาพของนำ้ ในบ่อเล้ยี งไม่ดี ค. เนอ่ื งจากสิง่ ขบั ถา่ ยออกจากตวั ปลา ง. บ่อเล้ยี งปลามรี ะยะเวลาในการใช้งานนาน 5. ขอ้ ใดไม่ใช่อาการติดเช้ือจากแบคทีเรียในการ เลย้ี งปลาดกุ ก. มีแผลตามลำตวั ข. กินอาหารนอ้ ยลง ค. เกล็ดมสี ใี สอมชมพู ง. หนวดหงิก กกหบู วม 6. การสรา้ งบ่อให้เหมาะสมกับการเล้ยี งปลาดุกในบ่อดินคอื ขอ้ ใด ก. การขุดบ่อไมจ่ ำเปน็ ต้องมีชอ่ งหรือประตูระบายน้ำเขา้ ออกได้ ข. บ่อทีข่ ุดต้องไกลจากทางนำ้ เพราะจะได้สะดวกในการระบายนำ้ เข้าออก ค. บรเิ วณทข่ี ดุ บ่อควรอยู่ทางใต้ลมของท่ีพกั เพื่อป้องกนั การเกดิ ปัญหากลิ่นฉนุ ของปลา ง. ก่อนทจี่ ะทำการขุดบ่อเลี้ยงปลาจำเปน็ ต้องวางแผนผงั รูปบ่อใหเ้ ขา้ กับลักษณะภูมปิ ระเทศก่อน กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 50 7. เวลาใดเหมาะสมที่สุดในการปลอ่ ยลูกพันธ์ุปลาดุกลงบ่อ ก. เวลาเชา้ ข. เวลาเย็น ค. เวลาเช้าหรือเวลาเยน็ ง. เวลาเชา้ หรือเวลาเท่ียง 8. ฤดใู ดไม่ควรนำปลาดุกมาเลย้ี งเพราะจะทำให้ เกดิ โรคไดง้ ่าย ก. ฤดูฝน ข. ฤดูร้อน ค. ฤดูหนาว ง. ฤดหู นาวและฤดรู ้อน 9. ข้อใดคือขั้นตอนในการจบั ปลาดุกเพื่อจำหนา่ ย สตู่ ลาด ก. ระหว่างจบั ปลาควรให้อาหารปลาไปด้วย ข. กอ่ นจับปลาดกุ งดให้อาหาร 3 วัน ค. เพมิ่ น้ำให้บอ่ ก่อนจับ ง. จับปลาเวลาใดก็ได้ 10. ถ้าปลาดุกที่เล้ยี งขาดวิตามินบีปลาจะมีอาการ ลักษณะตามข้อใด ก. ท้องบวม ข. ไมก่ นิ อาหาร ค. เหงอื กซดี และบวม ง. ปลาจะวา่ ยน้ำตวั เกร็งและชักกระดกุ กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 51 แบบประเมินความพึงพอใจการดำเนนิ งานของฐานการเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอแม่ลาว สังกัดสำนักงาน สง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั เชียงราย คำชีแ้ จง โปรดใสเ่ ครอื่ งหมาย √ ลงในชอ่ งทางขวามือ ตามความคดิ เหน็ ของทา่ นท่มี ีตอ่ การดำเนนิ งานของฐานการเรียนรู้ตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ของศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแมล่ าว ในแตล่ ะข้อ โดยมี น้ำหนักคะแนน ดงั นี้ ระดบั คะแนน 5 หมายถึง พึงพอใจมากท่ีสุด ระดับคะแนน 4 หมายถงึ พึงพอใจมาก ระดบั คะแนน 3 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ย ระดบั คะแนน 1 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ยทสี่ ดุ ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่ัวไปของผูต้ อบแบบสอบถาม เพศ □ ชาย □ หญงิ อายุ □ นอ้ ยกวา่ 20 ปี □ 21 – 30 ปี □ 31 – 40 ปี □ 41 – 50 ปี □ 51 – 60 ปี □ มากกว่า 60 ปี สถานภาพ □ นกั ศกึ ษา □ ครู □ ผบู้ ริหาร □ อนื่ ๆ ระบ…ุ ……………… ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มตี อ่ การดำเนินงานฐานการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรทู้ ี…่ ……….... / ชื่อแหล่งเรียนรู้ .............................................................................................................. ประเด็นความคดิ เหน็ ระดับความพงึ พอใจ 54321 ด้านวิทยากร 1. เทคนคิ การถา่ ยทอดความรู้ 2. การเช่อื มโยงความรู้ตามหลัก 2-3-4-3 3. ความครบถว้ นของเนื้อหาในการถา่ ยทอด 4. ระยะเวลาถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ท่เี หมาะสม 5. การเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นมีส่วนรว่ ม 6. การตอบซกั ถาม ดา้ นสถานท่ี 7. สถานท่ีจดั การเรียนรู้มคี วามสะอาดและเหมาะสม 8. ความพร้อมของอปุ กรณ์การเรยี น 9. ความพร้อมของสื่อเทคโนโลยี ด้านความรู้ความเข้าใจ 10. ความคดิ รวบยอดทีไ่ ดจ้ ากการเรยี นรใู้ นฐาน 11. ความสามารถในการถ่ายทอดความรูแ้ ก่บุคคลอ่ืน 12. การแลกเปลีย่ นประสบการณ์กบั บุคคลอ่ืน ดา้ นการนำความรไู้ ปใช้ 13. การนำความรู้ทไ่ี ดร้ บั สกู่ ารปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวนั 14. การนำความรู้ทีไ่ ดร้ บั สู่การประกอบอาชพี 15. การเผยแพรค่ วามร้แู ก่บุคคลอื่น ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแม่ลาว 52 การวิเคราะหก์ ิจกรรมการเรยี นรสู้ หู่ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรยี นรู้ การเล้ียงปูนาในบ่อซีเมนต์ 2 เงอ่ื นไข เงื่อนไขความรู้ เง่อื นไขคณุ ธรรม 1. มคี วามรวู้ ิธีการเลยี้ งปูนา 1. มคี วามอดทน 2. รู้กลุม่ เปา้ หมาย 2. มคี วามเพยี รพยายาม 3. มีความรเู้ รอ่ื งงบประมาณในการเลยี้ งปนู า 3. มคี วามซือ่ สัตย์ 4. มคี วามรู้เกยี่ วกบั การใช้อปุ กรณใ์ นการเลย้ี งปนู า 5. รู้ระยะเวลาในการเล้ียงปูนา 6. รวู้ ิธีการนำความรู้การเลี้ยงปนู าไปใช้ 7. รวู้ ิธีบำรงุ รกั ษาอปุ กรณใ์ นการเลย้ี งปูนา 8. รเู้ รื่องการตลาด 9. รู้การทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ย 1.พอประมาณ 3 หลกั การ 3. มีภูมคิ ุ้มกนั ในตวั ท่ีดี 1. วัสดุที่ใช้เหมาะสมในการ 1. มกี ารวางแผนในการเลีย้ งปูนา เลย้ี งปูนา 2. ความมีเหตุผล ทดี่ ี 2. งบประมาณที่ใช้เหมาะสม 1. เพ่ือเพ่มิ รายได้ในครวั เรือน 2. เพิ่มความระมัดระวังในการใช้ 2. เพ่อื เปน็ อาหารในครัวเรอื น อุปกรณ์ กับการเลย้ี งปนู า 3. มีการสำรองวสั ดุในการเล้ียงปู 3. สถานที่เหมาะสมในการ นาท่ีดี เล้ยี งปนู า 4. มสี ถานท่ีเลี้ยงปนู าทีเ่ หมาะสม 4. ระยะเวลาเหมาะสมกับการ เลย้ี งปนู า ชีวติ ท่ีมีความสมดุลและพรอ้ มรบั ต่อการเปลี่ยนแปลงใน 4 มติ ิ วตั ถุ/เศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ด้านวฒั นธรรม ด้านส่งิ แวดล้อม 1. เพิ่มรายได้ให้กับตนเอง 1. เกิดการแลกเปลี่ยน 1. มีการนำภูมิปัญญา 1. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และครอบครวั เรยี นรู้ ท้องถิ่นในเร่ืองการเล้ยี งปูนา ให้ 2. เพื่อเป็นอาหารใน 2. เกิดการแบ่งปันทั้ง มาใช้ 2. การใช้วัสดุเหลือใช้ให้เกิด ครวั เรอื น ประโยชน์สูงสุด ความรู้ และประสบการณ์ ในสังคม กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ ผังมโนทศั น์วเิ คราะหล์ ักสตู รฐานกา สาระที่ 1. ทกั ษะการเรียนรู้ หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระ รายวชิ า ทกั ษะการเรยี นรู้ ระดบั ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษา เร่อื ง - การเรียนรู้ด้วยตนเอง - การใช้แหลง่ เรยี นรู้ - การจัดการความรู้ - การคดิ เปน็ - การวิจัยอยา่ งง่าย ฐานการ สาระที่ 2. ความรู้พ้ืนฐาน การเลี้ยงปนู าใ รายวชิ า ภาษาไทย เร่อื ง - การฟงั การดู การพดู การอา่ น การเขยี น รายวชิ า คณติ ศาสตร์ เรอ่ื ง - จำนวน และการดำเนินงาน - การวดั เรขาคณติ สาระท่ี 5. การพฒั น - รอ้ ยละ ทศนยิ ม รายวชิ า การพฒั นา รายวิชา วิทยาศาสตร์ เรอ่ื ง เร่ือง - กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี - การพัฒนาตนเอ - โครงการทางวิทยาศาสตร์ รายวิชา ศาสนา แล เร่ือง - ศาสนา วฒั นธรร
จพอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 53 ารเรยี นรู้ การเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์ ะดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน 2551 สาระท่ี 3. การประกอบอาชพี าตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชา ชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชพี เร่ือง - ช่องทางการเขา้ สู่อาชพี - ทักษะการประกอบอาชีพ - พัฒนาอาชีพใหม้ ีอย่มู ีกนิ รเรยี นรู้ สาระที่ 4. ทักษะการดำเนนิ ชวี ิต ในบ่อซีเมนต์ รายวิชา เศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง นาสังคม - ความพอเพยี งในครัวเรอื น าตนเอง ชุมชน สงั คม - การนำเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกตใ์ ช้ อง ชมุ ชน สงั คม ในครอบครวั ละหนา้ ท่ีพลเมอื ง รายวิชา สุขศกึ ษา พลศึกษา รม ประเพณี เร่อื ง - การดูแลสขุ ภาพ - สารอาหาร - โรคระบาดตา่ งๆ
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 54 แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (ประจำฐานการเรยี นร้)ู 1. ชอ่ื ฐานการเรียนรู้ การเลี้ยงปนู าในบ่อซีเมนต์ เวลา 3 ช่วั โมง 2. ชอ่ื ผจู้ ดั ทำ นายสรุ เกียรติ อำพันธ์ 3. สาระสำคญั การเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดทักษะในการดำเนินชีวิตตามวิถี เศรษฐกิจพอเพียงโดยได้เรยี นรูจ้ ากการปฏิบตั จิ ริง เพื่อให้เกดิ ความรู้ท่ียงั่ ยนื 4. วตั ถปุ ระสงค์ 4.1 วตั ถปุ ระสงคก์ ิจกรรมการเรียนรู้ 4.1.1 เพอ่ื ให้ผู้เขา้ รับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจขนั้ ตอนการเล้ียงปูนาในบ่อซีเมนต์ 4.1.2 เพ่อื ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมมีทักษะในการเลี้ยงปนู าในบอ่ ซีเมนต์ 4.2 วัตถปุ ระสงค์ของฐานการเรียนรู้ 4.2.1 ใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมเหน็ ตวั อย่างในการเลย้ี งปนู าในบอ่ ซเี มนต์ 4.2.2 ใหผ้ ู้เขา้ รบั การอบรมได้รับความรู้เกีย่ วกับการเลยี้ งปนู าในบอ่ ซีเมนต์ 5. กิจกรรมการเรยี นรู้ 5.1 แนะนำวิทยากรและพน้ื ทก่ี ารอบรม 5.2 แจ้งขอบเขตเนอ้ื หากจิ กรรมการอบรมแก่ผ้เู ขา้ รบั การอบรม 5.3 อธิบายเน้อื หาการเล้ยี งปนู าในบ่อซีเมนตแ์ ก่ผูเ้ ขา้ รบั การอบรม 5.4 สาธิตการเล้ยี งปนู าในบ่อซเี มนต์ 5.5 แบง่ กลุม่ ผเู้ ข้ารบั การอบรมฝึกปฏบิ ัตกิ ารเล้ยี งปนู าในบอ่ ซีเมนต์ 5.6 แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ สอบถาม และใหข้ อ้ เสนอแนะ 6. สอ่ื / อุปกรณ์ 6.1 แผน่ ผับองค์ความรกู้ ารเล้ียงปนู าในบ่อซีเมนต์ 6.2 บ่อซเี มนต์ 6.3 ดนิ 6.4 พ่อพันธแ์ุ ละแม่พันธ์ุปนู า 6.5 ผักตกชวาหรือผักท่ีทำใหภ้ ายในบอ่ ดูธรรมชาติที่สดุ 7. ความรู้ท่ีไดร้ บั จากฐานการเรียนรู้ 7.1 ศาสตรพ์ ระราชา 7.1.1 พออย่พู อกนิ 7.1.2 ทำใหง้ ่าย 7.1.3 การพึ่งตนเอง 7.1.4 ความเพียร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรยี นร้ตู ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแม่ลาว 55 7.1.5 เศรษฐกจิ พอเพยี ง 7.1.6 ความซือ่ สัตย์ สุจรติ จรงิ ใจตอ่ กัน 7.1.7 ประหยัดเรยี บงา่ ย ใชป้ ระโยชนส์ ูงสุด 7.1.8 ศกึ ษาข้อมลู อย่างเปน็ ระบบ 7.1.9 ทำตามลำดับขัน้ 7.2 ศาสตร์ทอ้ งถนิ่ 6.2.1 ภมู ิปญั ญาในท้องถิน่ 6.2.2 แหลง่ เรียนรู้ในท้องถนิ่ 7.3 ศาสตร์สากล 7.3.1 หนงั สือเรยี นรายวิชา ทกั ษะการเรยี นรู้ 7.3.1.1 การเรยี นรูด้ ้วยตนเอง 7.3.1.2 การใช้แหล่งเรยี นรู้ 7.3.1.3 การจัดการความรู้ 7.3.1.4 การคดิ เปน็ 7.3.1.5 การวิจยั อยา่ งง่าย 7.3.2 หนังสือเรยี นรายวิชา วิทยาศาสตร์ 7.3.1.1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 7.3.1.1.1 กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 7.3.1.1.2 โครงการทางวิทยาศาสตร์ 7.3.3 หนังสือเรียนรายวชิ า โครงงานเพอื่ พัฒนาทักษะการเรยี นรู้ 7.3.3.1 แนวคิดเกี่ยวกบั การจัดการความรู้ 7.3.3.2 รูปแบบและกรบั วนการในการจดั การความรู้ 7.3.4 หนงั สือเรียนรายวชิ า เกษตรผสมผสาน 7.3.4.1 เศรษฐกจิ พอเพียง 8. ความสอดคลอ้ งกับหลักการทรงงาน 8.1 พออยพู่ อกิน 8.2 จากง่ายไปหายาก 8.3 พึง่ พาตนเอง 8.4 ความเพยี ร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 56 9. ความสอดคล้องกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (2 : 3 : 4) 2 เง่อื นไข เง่ือนไขความรู้ เงือ่ นไขคณุ ธรรม - ความรู้เกีย่ วกบั การเลย้ี งปูนา - ความตรงต่อเวลาในการใหอ้ าหาร - ความรเู้ กย่ี วกบั งบประมาณที่ใชใ้ นการเลีย้ งปูนา - มคี วามอดทนดูแล - ความรเู้ กี่ยวกับอุปกรณ์ในการเล้ยี งปนู า - มีความซื่อสตั ย์ - ความรูเ้ รอ่ื งระยะเวลาในการเลีย้ ง - มีความเพยี รพยายาม - ความรู้ในการบำรุงรกั ษาบอ่ - มคี วามเอาใจใส่ในการเลี้ยง - ความรู้เรือ่ งการตลาดและบัญชีรายรับ-รายจา่ ย พอประมาณ 3 หลักการ มภี ูมิคุ้มกนั ในตัวท่ดี ี - มกี ารประมาณการงบประมาณ มเี หตุผล - มกี ารวางแผนก่อนการเลย้ี งปนู า ทเ่ี หมาะสมในการเลีย้ ง ท่ีดี - ขนาดบ่อท่ีเหมาะสม - เพือ่ เสรมิ รายได้แก่ตนเองและ - มีสถานทท่ี ่เี หมาะสม ครอบครวั - มเี วลาในการเอาใจใส่ - เพ่อื เปน็ อาหารในครวั เรือน -เพื่อใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ สูงสุด ดา้ น ชวี ิตท่ีมีความสมดุลและพรอ้ มรบั ต่อการเปลี่ยนแปลงใน 4 มติ ิ ด้านเศรษฐกิจ ดา้ นสงั คม ดา้ นส่ิงแวดล้อม ด้านวฒั นธรรม ความรู้ - วัสดุทีเ่ หลอื ใช้ สามารถนำกลบั มาใช้ ใหมไ่ ด้ ทกั ษะ - มรี ายไดจ้ ากการ การทำงานเป็นหมู่ จำหน่ายปนู า คณะ เจตคติ - นำวัสดุในท้องถ่ินมา - มกี ารแบง่ ปนั องค์ - มกี ารใช้วสั ดุเหลอื ใช้ - เกิดความสามคั คีใน ใช้ในการเลย้ี งปนู า ความรู้แกส่ งั คม มาเปน็ อาหาร กลุ่ม - มีการแลกเปลีย่ น - ลดวัชพืชเพื่อนำมา เรียนรู้ในสงั คม เป็นอาหาร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 57 10. การนำไปประยุกตใ์ ช้ 10.1 การประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั 10.1.1 การจัดการ การวางแผน การเล้ยี งปนู าในบ่อซเี มนต์ 10.1.2 มกี ารวิเคราะหส์ ภาพปัญหาในการเลีย้ งปนู าในบ่อซีเมนต์ เพอ่ื นำปัญหาสกู่ ารวางแผน แก้ไขในคร้งั ตอ่ ๆไป 10.2 การประยกุ ต์ใชใ้ นภารกจิ ตามหนา้ ท่ี 9.2.1 การวางแผนการทำงานรอบคอบ 11. การประเมนิ ผลการเรียนรแู้ ละขอ้ เสนอแนะเพ่ิมเตมิ 11.1 สงั เกตความสนใจ และการซักถาม ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ ............................................................................................................................................................... ............... ................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นร้ตู ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 58 ใบความรู้ เรอื่ งการเลี้ยงปนู า การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรียนรู้ การเลย้ี งปนู า อาหารสำหรบั เล้ยี งปนู า การให้อาหารโดยใช้อาหารปลาดุกเม็ดใหญ่เสริมด้วยข้าวสวยหุงสุกคลุกเคล้าให้เข้ากันหว่าน ประมาณ 1กำมือในช่วงเย็นเนื่องจากปูนาจะออกหากนิ ตอนกลางคืน และหม่ันดูแลบรเิ วณทอี่ ยู่ของปูให้สะอาด โดยต้องเก็บเศษอาหารที่ปูกินไม่หมดทิ้ง และเก็บปูที่ก้ามหลุดออกเนื่องจากจะส่งผลให้โดนปูตัวอื่นมารุมทำ รา้ ยและตายได้ และหากทิง้ อาหารหรือปทู ่ีตายไวน้ านๆ จะเกิดกล่ินเหมน็ เน่าและมเี ช้อื ราเกิดขนึ้ ทำใหป้ เู กิดโรค ไดง้ า่ ยปูนาจะขดุ รูเพ่ือจำศีล และใช้เปน็ ทหี่ ลบซ่อนตัวจากศัตรธู รรมชาติ เมอื่ มีอาหารอุดมสมบูรณ์ปูจะออกมา กนิ อาหารอย่างสม่ำเสมอ และจะผสมพันธ์ุอีกครัง้ ในชว่ งตน้ ฤดฝู นในปีถัดไป การเพาะพันธ์ุ ปูนาสามารถนำมาเพาะในโรงเพาะฟักเพื่อผลิตลูกปูวัยอ่อนได้เช่นเดียวกับปูม้า หรือปูทะเล บ่อที่ใช้ จะเป็นบ่อซีเมนต์ ถงั พลาสติก หรือ ตกู้ ระจก กไ็ ด้ ขนาดของบ่อก็ไม่จำกดั ข้ึนอยูก่ บั ความสะดวกในการจัดการ ของแต่ละทา่ น พอ่ แมพ่ นั ธ์ุ พ่อแม่พันธ์ุ ในระยะแรกกค็ งตอ้ งรวบรวมจากธรรมชาติ จะเร่มิ เพาะจากพอ่ แม่พันธุก์ ็ได้ หรือจะใช้แม่ ปูที่มีไข่ที่จับปิ้งและมีลูกปูวัยอ่อนที่ติดกระดองอยู่แล้วมา อนุบาล ก็จะประหยัดเวลาและต้นทุนในการผลิต ได้มาก การอนุบาลลกู ปู ในช่วง15วันแรก ควรให้ ไรแดง หนอนแดง เทา หรือไข่ตุ๋น กินเป็นอาหาร หลังจากนั้นควรให้ปลา หรือกุ้งสับอาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงลูกปลาดุกก็ใช้ได้ เมื่อมีอายุประมาณ30วันก็สามารถนำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อดิน หรือบ่อซีเมนต์เพื่อ ให้มีขนาดโตเต็มวัยได้ความหนาแน่นที่ปล่อยเลี้ยง ลูกปูในระยะนี้ควรปล่อยเลี้ยงใน ปริมาณ 10,000 ตวั /เนื้อที่1 ตารางเมตร การเจรญิ เตบิ โต ปูนามีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบเช่นเดียวกับปูชนิดอื่น ๆ หลังจากฟักเป็นตัวแล้วปูนาจะ ลอกคราบประมาณ 13-15 ครงั้ กจ็ ะโตเปน็ ปูเต็มวยั ไดข้ นาดตามท่ีตลาดการ ต้องใชเ้ วลาประมาณ 6-8 เดอื น การลอกคราบ ปูที่จะลอกคราบสังเกตได้จากรอยต่อทางส่วนท้ายของกระดองจะกว้างมากกว่าปกติ เมื่อใกล้จะ ลอกคราบปูจะนิ่งและเหยียดขาออกไปทั้งสองข้าง จากนั้นรอยต่อทางส่วนท้ายของกระดองก็จะเปิดออก ส่วนท้ายพรอ้ มกับขาเดนิ คู่สดุ ท้ายจะออกมากอ่ น ขาคูถ่ ดั มาจะคอ่ ย ๆ โผลอ่ อกมาตามลำดบั สว่ นกา้ มคู่แรกจะ โผล่ออกมาเปน็ อันดบั สุดท้าย ระยะเวลาทใี่ ชเ้ วลาลอกคราบท้ังหมดประมาณ1ช่ัวโมง ปูนา (Rice field Crab) เป็นปูน้ำจืดที่พบแพร่พันธุม์ ากในช่วงฤดูทำนา เป็นปูที่นิยมนำมาประกอบ อาหารอยา่ งมากในฤดทู ำนา อาทิ แกงอ่อมปูนา ลาบปูนา ปนู าทอด ปูนาป้ิง เป็นต้น รวมถงึ นยิ มนำมาแปรรูป กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรียนร้ตู ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 59 เป็นอาหารอื่น เช่น ปูดองสำหรับใส่ส้มตำ หรือเคี่ยวทำมันปูสำหรับใช้ปรุงอาหาร เป็นต้น ปูนา สามารถพบได้ ตามทุ่งนา และบริเวณที่ลุ่มที่มีน้ำขังหรือเป็นที่ชุ่มน้ำทั่วไป ลักษณะทั่วไปจะกระดองโค้งนูน ผิวเรียบมัน ทั้ง ส่วนกระดอง ก้าม และขาส่วนใหญ่มีสีม่วงดำ และสีเหลือง โดยชอบขุดรูอาศัยตามแปลงนา คันนา คันคู และ คนั คลอง ทีส่ ามารถสังเกตเห็นเปน็ รูลักษณะกลมรีตามขนาดลำตวั ปนู ้ำจืด (freshwater crab) มีทัง้ หมด 4 กลุม่ ประกอบด้วย ปูลำห้วย (creek crab) ปนู ้ำตก (waterfall crab หรือ stream crab) และปูป่า (land crab) และปูนา (Rice field Crab) ลักษณะของปนู า ลกั ษณะท่วั ไปของปูนาประกอบด้วย 3 สว่ น คอื ส่วนหัว ส่วนอก และสว่ นทอ้ ง โดยมีส่วนหัวและส่วน อกรวมกนั ท่ีเปน็ กระดองสว่ นบน เรียกว่า cephalothorax ผิวลำตวั ทงั้ หมดทมี่ องเห็นเป็นโครงภายนอกจะเป็น สาร cuticle อัดกันแน่นเป็นโครงร่างของร่างกายของปู มีตา 2 คู่ มีขา 5 คู่ แบ่งเป็นก้าม 1 คู่ และขาเดิน อกี 4 คู่ กระดอง (carapace) กระดองเป็นส่วนท่ปี ระกอบด้วยสว่ นหัว และอก ทเี่ ป็นแผ่นแข็งหมุ้ อวยั วะภายในไว้ ประกอบดว้ ย – ด้านหน้าของกระดอง เปน็ สว่ นทีม่ ีเบ้าตาทง้ั สองขา้ ง – กระเพาะ เป็นสว่ นที่อย่ดู ้านหน้าของกระดองต่อจาก secondary front หรือ upper front ของ กระดองขึน้ มาเลก็ น้อย ซ่งึ จะมสี นั epigastric อยโู่ ดยทั่วไปซึ่งเห็นไดช้ ัดเจน – Hepatic groove ไดแ้ ก่ บริเวณตอ่ จากฟนั ข้างกระดองทั้งสองขา้ งเข้ามาตรงสว่ นกลาง ซึ่งสว่ นมาก จะมีร่องคอ เปน็ แนวแบง่ บริเวณ gastric กบั hepatic ออกจากกนั – Branchial chamber คือ ส่วนทีอ่ ยถู่ ดั จาก hepatic ลงมาระหวา่ งฟันขา้ งกระดองซ่ีสุดท้ายถงึ มมุ ขา้ งกระดองด้านหลัง – Cardiac carapace area คือ ส่วนตรงกลางกระดองด้านทา้ ยเหนอื ขอบหลังกระดองข้ึนมาเล็กน้อย – Antero-lateral teeth เปน็ ฟันขา้ งกระดองเฉยี งไปทางดา้ นหนา้ มีลกั ษณะเป็นหนามแหลมมีขนาด ตา่ ง ๆ กนั มจี ำนวนข้างละ 4 ซ่ี ขา (legs) ขาเปน็ ระยางคท์ ่ียนื่ ออกมาจากกระดองมีท้งั หมด 5 คู่ ประกอบดว้ ย กา้ ม (cheliped) เป็นขาคทู่ ่ี 1 ซึ่งเปลยี่ นแปลงไปเป็นกา้ มหนบี มีขนาดใหญ่ แบ่งออกเปน็ 7 ปล้อง ดังนี – Coxa เป็นปล้องที่อยโู่ คนสุดติดกับทรวงอกมีขนาดเล็ก – Basis เป็นปล้องทตี่ อ่ จาก coxa มขี นาดเล็กปลอ้ งสน้ั – Ischium เปน็ ปล้องทีต่ อ่ จาก basis มขี นาดใหญ่กว่า coxa และ basis – Merus เป็นปลอ้ งท่ตี อ่ จาก ischium มีขนาดใหญ่ และยาว หรอื เรยี กวา่ แขน มีลักษณะเปน็ หนาม – Carpus เป็นปล้องทีต่ ่อจาก merus – Propodus เปน็ ปลอ้ งทีต่ ่อจาก carpus มขี นาดใหญแ่ บนกว้าง ส่วนน้ี เรียกอีกอยา่ งหนง่ึ ว่า กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 60 มือ ส่วนปลายมลี ักษณะเรยี วยาวเป็นนวิ้ ทเี่ คล่ือนไหวไมไ่ ด้ – Dactylus เป็นปลอ้ งทต่ี ่อจาก propodus มลี กั ษณะเรยี วยาวเป็นนิ วท่เี คล่อื นไหวได้ ขาเดนิ (walking legs หรือ ambulatory) ขาปนู ามี 4 คู่ คอื คู่ท่ี 2-5 แต่ละขาประกอบด้วย 7 ปลอ้ ง ดงั นี – Coxa เป็นปลอ้ งที่อยู่โคนสุดติดกบั ทรวงอกมีขนาดเล็ก – Basis เป็นปล้องที่ต่อจาก coxa มีขนาดเล็กปลอ้ งสั นมาก – Ischium เป็นปลอ้ งขนาดเล็กตอ่ จาก basis – Merus เปน็ ปลอ้ งท่ีต่อจาก ischium มีขนาดใหญ่เรียวยาว – Carpus เป็นปลอ้ งทตี่ ่อจาก merus มีลกั ษณะเรยี วยาวแต่เล็ก และส้นั กว่า merus – Propodus เป็นปล้องท่ีต่อจาก carpus มลี ักษณะเรยี ว – Dactylus เปน็ ปลอ้ งทีต่ อ่ จาก propodus มลี ักษณะเรียวยาวปลายแหลม มหี นามขนาดเลก็ ตา (eyes) ตาเปน็ ตาประกอบจำนวนมาก มีก้านตายาวพับไวใ้ นเบา้ ตาทป่ี ระกอบด้วยโอมมาติเดียม มีจำนวนเปน็ พันถึงหมื่นหน่วย โอมมาติเดียมประกอบด้วยคอร์เนีย (cornea) อยู่ด้านนอกใต้คอร์เนียจะมี crystalline cone ทำหน้าทรี่ วมแสงสวา่ งสง่ ไปยงั เสน้ ประสาทรับความรูส้ ึกท่อี ยู่ภายในจำนวน 6-8 เส้น หนวด (antennule) ปูนา มีหนวด 2 คู่ (Pongchunchoovong, 2006) – หนวดคทู่ ี่ 1 (antennule) อยูด่ ้านหน้าของกระดอง มลี ักษณะเป็นเส้นขนาดเลก็ และส้ันกวา่ หนวด คทู่ ่ี 2 อยู่ตดิ กับโคนของก้านตา – หนวดคู่ที่ 2 (antenna) อยู่ด้านหน้าของกระดอง มีลกั ษณะเป็นเส้นยาวมฐี านของหนวดอยใู่ ต้ กระดองดา้ นหนา้ เส้นหนวดจะยน่ื ยาวออกมานอกกระดองเห็นไดช้ ดั เจน ท้อง (abdomen) ปนู าเพศผจู้ ะรอ่ งกลางท้องเปน็ รปู ตัวที (T) งอพบั อย่ใู ต้ส่วนอกปล้องที่ 1 และ 2 มีความกว้างใกล้เคียง กับปล้องที่ 3 แต่ปล้องท่ี 1 และ 2 สั นมาก อยู่ติดกับขอบกระดองปล้องที่ 3, 4, 5 และ 6 เห็นรอยแบ่งปล้อง ชัดเจนมาก ปล้องที่ 6 และ 7 มีความยาวใกล้เคียงกัน ด้านบนของส่วนท้องมีรยางค์ว่ายน้ำ ส่วนในเพศผู้ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง และหน้าที่เป็นอวัยวะที่ช่วยในการสืบพันธุ์หรือที่เรียกว่า โกโนพอด (gonopod) มี 2 คู่ โดยอวัยวะเพศผู้คู่ที่ 1 เป็นส่วนที่ใช้ในการสืบพันธุ์ของปูนาเพศผู้อยู่ใต้ส่วนท้องติดกับอกมี 1 คู่ ซ้าย-ขวา มี ขนาดใหญ่ ตรงปลายมชี ่องเปิดมีลักษณะเป็นรอ่ งตามความยาวของโกโนพอดสว่ นปลายมีหนามแหลม ซึ่งปูนา แต่ละชนิดมีโกโนพอดที่มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป จึงใช้รูปร่างของโกโนพอดเป็นหลักในการแยกชนิด และ อวัยวะเพศผู้คู่ที่ 2 มีขนาดเล็กกว่าคู่ท่ี 1 มาก มีลักษณะไม่แตกต่างกันในปูนาแต่ละชนิด จึงไม่ใช้ลักษณะของ โกโนพอดคู่ท่ี 2 เปน็ เกณฑใ์ นการแยกชนดิ ของปนู า สำหรบั ในปูเพศเมียมี pleopod 4 คู่ ลกั ษณะเรียวยาว มขี นเล็กๆคลา้ ยขนนกเพ่ือให้ไข่ติด และ รองรับตวั อ่อนดว้ ย ในปูนาเพศเมยี จะมลี กั ษณะของส่วนทอ้ งที่เหมอื นกัน ในปนู าจะใช้ลักษณะของโกโนพอดคู่ ที่ 1 เป็นหลกั เกณฑ์ในการจำแนกชนิดของปูนาดว้ ย (กัมพล ไทยโสม, 2556 อ้างถงึ ในเอกสารหลายฉบับ)(1) กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 61 ลักษณะเพศปนู า – ปูนาเพศผ้จู ะมีขนาดลำตวั ใหญ่กว่าเพศเมีย – ปนู าเพศผจู้ ะมกี า้ มขนาดใหญ่กวา่ เพศเมีย – ปูนาเพศผจู้ ะมสี ีลำตวั เข้มกวา่ เพศเมีย – ปูนาเพศเมีย เม่ือพลิกส่วนท้องจะมแี ผ่นรูปโคง้ สามเหลย่ี มปดิ ทบั สว่ นท้อง – ปูนาเพศผู้ สว่ นทอ้ งจะไมม่ ีแผ่นปิดทบั จะเปน็ เปลือกเรียบสีขาวมีแนวร่องกลางส่วนท้องเป็นรูปตวั ที ลกั ษณะที่ใชจ้ ำแนกชนดิ ปูนา – ลกั ษณะลายเส้นของกระดอง – สีของกระดอง – ลักษณะของโกโนพอดคทู่ ่ี 1 แหลง่ อาศยั และการจำศลี แหล่งอาศัยของปูนาที่สามารถดำรงชีพอยู่ได้จะต้องมีน้ำขังหรือมีความชื้นมากเพียงพอ เนื่องจาก โครงสร้างร่างกายไม่สามารถทนต่อสภาพขาดน้ำหรือความชื้นได้ โดยมีถิ่นอาศัยหลักในพื้นทีช่ ุ่ม ชอบขุดรูตาม คันนา คูน้ำหรือคลองชลประทาน ขณะที่น้ำมีมากปูนาจุดขุดรูในระดับเหนือน้ำหรือต่ำกว่าระดับน้ำเพียง เล็กน้อยเพื่อความสะดวกในการเข้าออก และเมื่อน้ำเริ่มลดหรือน้ำแห้ง ปูนาจะย้ายตามระดับน้ำที่ต่ำสุด เช่น ในร่องแปลงนาท่ีตำ่ และขดุ รูลกึ มากยิง่ ข้ึนเพ่ือใหต้ วั เองลงลึกในดินท่ีมีน้ำหรือความช้ืนมากเพยี งพอ ลักษณะของรูปูนาจะเป็นรูปกลมรี มีขนาดรูขึ้นอยู่กับขนาดลำตัว รูที่ขุดจะเป็นแนวดิ่ง ไม่เลี้ยวคด แต่มีแนว เอียงเล็กน้อย ความลึกที่อาจขุดได้มากถงึ 1 เมตร โดยทางสุดของรูจะเปน็ แอง่ กว้างหรือเปน็ โพรงสำหรบั หลบ พกั อาศัย และหากมีสภาพแห้งแลง้ มาก ปนู าจุดขดุ ดนิ จากส่วนลา่ งท่ีมีความชน้ื และเป็นดนิ เหนียวมาปิดปากรู ไว้ซึ่งจะเป็นช่วงหลบจำศีลในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูฝน เดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม ของทุกปีการหลบจำศีล ในหน้าแล้งของบางพื้นที่มีสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอาศัยร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กบ ที่จะเข้าหลบจำศีลในช่วง เดียวกันกับปูนา ซึ่งหากเราขุดรูของปูนาก็มักจะพบกบอาศัยอยู่ร่วมด้วยในโพรงด้านล่างสุดของรู โดยใน บางครั้งอาจพบกบอาศัยอยู่ด้วยมากกว่า 3 ตัว/ปูนา 1 ตัว/รูปูนาการสังเกตรูปูนาที่มีกบอาศัยอยู่จะสังเกตได้ จากปากรูปูนาจะเปิดไว้ และขอบรูจะกว้างกว่าปกติ ไม่มีดินปิดทับรู เพราะบางครั้ง กบที่อาศัยอยู่ด้วยจะ ออกมารับน้ำหมอกหรือเพื่อหายใจด้านนอกเสมอ นอกจากนั้น บริเวณขอบรูปูนาจะมีลักษณะเรียบ เนื้อดิน แน่น หรือ ดินมีสีคล้ำ รวมถึงอาจมีมูลกบรอบปากรูด้วย ข้อสังเกตนี้ทำให้เกษตรกรในบางพื้นที่ออกหากบใน ฤดูจำศีลจากการขุดหาในรูปูนาได้ในฤดูน้ำหลากหรือกรณีที่มีฝนตกหนัก ทำให้มีระดับน้ำท่วมสูงมาก ปูนาจะ อพยพขึ้นด้านบน และขุดรูใหม่บริเวณใกล้กับระดับน้ำหรือหลบพักตามกอหญ้าหรืออาศัยตามริมน้ำ โดยไม่มี การขดุ รู อาหาร และการกินอาหาร ปูนากินอาหารทุกชนิด ตั้งแต่อาหารที่มีชีวิต พืช อาทิ หอย กุ้ง ไรน้ำ ลูกน้ำ ปลาขนาดเล็ก ไส้เดือน แมลงต่างๆ ส่วนอ่อนของต้นข้าว หญ้า สาหร่าย และพืชอื่นๆ รวมทั้งลูกปูอ่อน และซากพืช ซากสัตว์ที่เน่า เปอ่ื ยในน้ำหรอื ในดนิ ทมี่ ีชวี ิต กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 62 แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน การจดั การเรยี นรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ฐานการเรียนรู้ การเลยี้ งปูนาในบอ่ ซเี มนต์ ................................................................... จงเลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียงขอ้ เดียว (10 ข้อ 10 คะแนน) 1.หลังจากสร้างบ่อปนู าเสร็จสิ้นใหม่ ควรใชส้ ่งิ ใดในการการแช่บอ่ ปนู า ก. ต้นกล้วย และเกลอื ข. ผักตกชวา และเกลือ ค. ผกั บงุ้ และเกลือ ง. ถูกทกุ ข้อ 2.การแชบ่ อ่ ปูนาใหม่ ควรแช่บอ่ ก่ีวัน ก. 1 วนั ข. 2 วนั ค. 3 วนั ง. 4 วนั 3.พ่อพนั ธุ์ และแม่พนั ธุ์ปูนา ทีน่ ิยมเล้ียงมีกี่สายพันธุ์ ก. 1 สายพันธุ์ ข. 2 สายพันธุ์ ค. 3 สายพันธ์ุ ง. 4 สายพนั ธ์ุ 4.การผสมพันธุ์ของปนู า 1 คร้ังจะออกลูกก่ีคร้ังต่อปี ก. 3 คร้ัง ข. 4 ครัง้ ค. 5 ครง้ั ง. 6 ครั้ง 5.ขณะเลย้ี งปนู า ทำไมตอ้ งใส่ดินลงไปในบ่อปู ก. เพ่อื เปน็ ท่ีอยู่ของปู ข. เพอ่ื เป็นท่ีทำคลอดปูตามธรรมชาติ ค. เพอ่ื เปน็ ที่หลบซอ่ นตวั ง. ถกู ทกุ ขอ้ 6.ข้อใดคือวิธที ี่ถูกต้องในการล้างบ่อปู ก. ล้างอาทติ ยล์ ะ 1-2 ครงั้ ข. ปลอ่ ยนำ้ ใหห้ มดแลว้ ใสน่ ำ้ ใหม่ ค. ปล่อยน้ำครงึ่ นึงแล้วใสน่ ำ้ ใหม่ ง. ก และ ค ถกู กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 63 7.ฤดใู ดปจู ะเกบ็ ไขมัน ก. ฤดฝู น ข. ฤดหู นาว ค. ฤดูร้อน ง. ก และ ค ถกู 8.การแชใ่ บหูกวางอยา่ งน้อย 1 อาทิตย์ เพ่อื ส่งิ ใด ก. ทำให้ปสู ีสวย ข. ทำใหป้ คู ลอดง่าย ค. ทำให้ปูแข็งแรง ง. ก และ ค ถกู 9.การให้อาหารปูควรให้อาหารเวลาใด ก. เวลาเชา้ ตรู่ ข. เวลาเที่ยงวัน ค. เวลาบ่าย ง. เวลาเยน็ 10.อาหารปูนาควรให้อาหารชนิดใด ก. อาหารปลาดกุ เม็ดใหญ่ ข. อาหารไก่เมด็ ใหญ่ ค. อาหารหมู ง. ถูกทุกขอ้ กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 64 แบบประเมินความพึงพอใจการดำเนนิ งานของฐานการเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอแม่ลาว สงั กัดสำนักงาน สง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั เชียงราย คำชีแ้ จง โปรดใส่เคร่อื งหมาย √ ลงในชอ่ งทางขวามือ ตามความคดิ เหน็ ของทา่ นท่มี ีตอ่ การดำเนนิ งานของฐานการเรียนรู้ตาม หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแมล่ าว ในแตล่ ะข้อ โดยมี น้ำหนกั คะแนน ดังน้ี ระดบั คะแนน 5 หมายถงึ พงึ พอใจมากท่ีสุด ระดับคะแนน 4 หมายถงึ พึงพอใจมาก ระดบั คะแนน 3 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ย ระดับคะแนน 1 หมายถึง พงึ พอใจนอ้ ยทสี่ ดุ ตอนที่ 1 ข้อมลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม เพศ □ ชาย □ หญงิ อายุ □ นอ้ ยกว่า 20 ปี □ 21 – 30 ปี □ 31 – 40 ปี □ 41 – 50 ปี □ 51 – 60 ปี □ มากกว่า 60 ปี สถานภาพ □ นักศกึ ษา □ ครู □ ผ้บู รหิ าร □ อนื่ ๆ ระบ…ุ ……………… ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มตี อ่ การดำเนินงานฐานการเรยี นรู้ แหลง่ เรียนรทู้ ี…่ ……….... / ช่ือแหลง่ เรียนรู้ .............................................................................................................. ประเด็นความคดิ เหน็ ระดับความพงึ พอใจ 54321 ดา้ นวิทยากร 1. เทคนิคการถา่ ยทอดความรู้ 2. การเชื่อมโยงความรตู้ ามหลกั 2-3-4-3 3. ความครบถว้ นของเน้ือหาในการถ่ายทอด 4. ระยะเวลาถ่ายทอดองคค์ วามรู้ท่เี หมาะสม 5. การเปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนมสี ว่ นรว่ ม 6. การตอบซักถาม ด้านสถานที่ 7. สถานท่ีจดั การเรียนรูม้ คี วามสะอาดและเหมาะสม 8. ความพร้อมของอุปกรณ์การเรยี น 9. ความพรอ้ มของสือ่ เทคโนโลยี ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ 10. ความคดิ รวบยอดทีไ่ ดจ้ ากการเรยี นรใู้ นฐาน 11. ความสามารถในการถ่ายทอดความรูแ้ ก่บุคคลอ่ืน 12. การแลกเปล่ียนประสบการณ์กบั บุคคลอ่ืน ดา้ นการนำความรูไ้ ปใช้ 13. การนำความรู้ท่ไี ดร้ ับสู่การปฏิบัติในชวี ิตประจำวนั 14. การนำความรทู้ ี่ไดร้ บั สกู่ ารประกอบอาชพี 15. การเผยแพรค่ วามรูแ้ กบ่ คุ คลอื่น ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นร้ตู ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแม่ลาว 65 การวเิ คราะหก์ จิ กรรมการเรียนรู้สู่หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรยี นรู้ การเลีย้ งไก่ไข่แบบปล่อย Happy Chicken 2 เงื่อนไข เงื่อนไขความรู้ เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. เรอ่ื ง พันธข์ุ องไก่พันธไุ์ ข่ 1. ความชอื่ สตั ย์ 2. เรื่อง วิธีการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ แบบต่างๆ และแบบปล่อย 2. ความขยนั หม่ันเพียร Happy Chicken 3. ความอดทน 3. เร่อื ง วัคซนี โรค และยารกั ษาโรคของไกพ่ ันธไุ์ ข่ 4. ความรับผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา 4. เรือ่ ง การใหอ้ าหาร และนำ้ ไก่ พันธุไ์ ข่ 5. ความสามัคคี 5. เร่อื ง การทำบัญชีรายรบั รายจา่ ย 6. ความประหยดั 6. เรื่อง การตลาด 7. ความเอื้ออาทร ช่วยเหลือแบ่งปันซ่ึงกนั และกนั 1. พอประมาณ 3 หลกั การ 3. มีภูมิคมุ้ กันในตัวทีด่ ี 1. องค์ความรู้ทั้งหมด เกี่ยวกับ การ 1. ศึกษาองค์ความรู้ทั้งหมด เกี่ยวกับ เลย้ี งไก่ไขแ่ บบปลอ่ ย 2. ความมีเหตผุ ล การเลยี้ งไกไ่ ข่แบบปลอ่ ย Happy Chicken 1. เพอ่ื ใช้บริโภคในครัวเรอื น Happy Chicken 2. จำนวนไก่พนั ธไุ์ ขท่ ี่จะเลย้ี ง 2. เพอื่ ประกอบอาชพี สร้างรายไดห้ ลัก 2. มกี ารวางแผนในการเล้ียงไก่พนั ธุ์ 3. วัสดอุ ปุ กรณใ์ นการเลย้ี งไกพ่ ันธไุ์ ข่ หรอื รายไดเ้ สริม 4. วัสดุในท้องถิ่นที่ใช้เป็นอาหารใน 3. เพื่อมองเห็นประโยชน์ และคุณค่า การเลย้ี งไกพ่ ันธุไ์ ข่ ของไกพ่ ันธไ์ุ ข่ ชีวติ ท่ีมคี วามสมดุลและพรอ้ มรบั ต่อการเปล่ียนแปลงใน 4 มติ ิ วตั ถ/ุ เศรษฐกจิ ดา้ นสังคม ด้านวฒั นธรรม ด้านส่ิงแวดล้อม 1. วัสดุในทอ้ งถนิ่ ในการเลีย้ งไก่ 1. สังคมแห่งการแลกเปลี่ยน 1. เห็นคุณค่าข องป ร า ช ญ์ 1. การเล้ียงไก่พันธุ์ไข่ไม่ให้ ไข่แบบปลอ่ ย Happy Chicken เรียนรู้ ชาวบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่นใน กระทบตอ่ ส่งิ แวดลอ้ มต่างๆ 2. วสั ดใุ นทอ้ งถ่นิ ทีใ่ ชเ้ ปน็ 2. ความสามัคคีในการทำงาน เช่น มลพิษทางอาการจากมูล เป็นกล่มุ อย่างมีระบบ การเลี้ยงไก่แบบวิถีธรรมชาติ อาหารสำหรบั เลีย้ งไก่พนั ธไ์ุ ข่ 3.สังคมแห่งความเอื้ออาทร หรือการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย ของไก่พันธ์ไข่เสียงรบกวนของ 3. คุณค่าและสมนุ ไพรใน แบ่งปันซ่งึ กนั และกัน Happy Chicken ไก่พันธุไ์ ข่ ทอ้ งถิน่ ในการรกั ษาโรคต่างๆ 2. เห็นคุณค่าและความสำคัญ 2. การใช้วัสดุธรรมชาติอย่าง ของไก่พนั ธ์ุไข่ ของวัสดุธรรมชาติในทอ้ งถนิ่ คุ่มค่าให้เกิดประโยชน์อย่าง เช่น สมุนไพร ไม้ไผ่ ฟางข้าว 4. การลดรายจา่ ย เพมิ่ รายได้ แกลบ และอืน่ ๆ สูงสุดเช่น วัสดุในการทำ ความค้มุ ค่า และประหยดั ตน้ ทนุ โรงเรือนพืชผักสมุนไพรในการ ใช้ทำอาหารเลี้ยง และรักษา โรคไกพ่ นั ธไุ์ ข่ กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ สาระท่ี 1. ทักษะการเรยี นรู้ ผังมโนทศั นว์ เิ คราะหล์ ักสูตรฐานการเรียนรู้ การ รายวิชา ทกั ษะการเรยี นรู้ เรอื่ ง หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับก - การเรยี นรดู้ ้วยตวั เอง ระดับประถมศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอน - การใช้แหลง่ เรียนรู้ - การจดั การความรู้ - การคดิ เปน็ สาระท่ี 2. ความรู้พน้ื ฐาน ฐานการเรีย รายวชิ า ภาษาไทย การเล้ยี งไก่ไขแ่ บ เรอ่ื ง - การฟงั การดู การพูด การอา่ น การเขียน Happy Chic รายวิชา คณิศาสตร์ เรอ่ื ง สาระท่ี 5. การพัฒ - จำนวน และการดำเนนิ งาน รายวชิ า การพัฒนาต - การวดั เรขาคณติ เร่ือง - รอ้ ยละ ทศนิยม - การพัฒนาตนเอง รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ รายวิชา ศาสนา และ เร่อื ง เรอื่ ง - สิ่งมีชวี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม - ศาสนา วฒั นธรรม
จพอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 66 รเลี้ยงไกไ่ ข่แบบปล่อย Happy Chicken การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน 2551 นตน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย สาระที่ 3. การประกอบอาชีพ รายวชิ า ชอ่ งทางการเขา้ สอู่ าชีพ เร่ือง - ช่องทางการเข้าสู่อาชพี - ทกั ษะการประกอบอาชพี - พัฒนาอาชีพให้มีอยูม่ ีกิน ยนรู้ สาระที่ 4. ทกั ษะการดำเนินชีวิต บบปล่อย รายวชิ า เศรษฐกิจพอเพียง cken เรือ่ ง - แนวคดิ หลักการ ความหมาย ฒนาสังคม ความสำคญั ของหลักปรัชญาเศรษฐกจิ ตนเอง ชมุ ชน สงั คม พอเพยี ง ชมุ ชน สังคม - ความพอเพยี งในครวั เรือน ะหนา้ ท่ีพลเมอื ง - การนำเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยุกต์ใช้ ม ประเพณี ในครอบครัว รายวิชา สขุ ศกึ ษา พลศึกษา เรื่อง - การดแู ลสขุ ภาพ - สารอาหาร - โรคระบาดต่างๆ - ยาแผนโบราณและสมุนไพร
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 67 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนร้ตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ประจำฐานการเรียนรู้) 1. ชื่อฐานการเรยี นรู้ การเล้ียงไกไ่ ข่แบบปล่อย Happy Chicken เวลา 5 ช่วั โมง 2. ช่อื ผจู้ ดั ทำ นายศุภฤกษ์ ยอดยา 3. สาระสำคัญ การเลี้ยงไก่แบบปลอ่ ย คือ ระบบการจัดการเลีย้ งไกท่ ี่ปล่อยให้ไก่ได้ออกมาภายนอกคอก หรือโรงเรอื น ได้อย่างอิสระโดยเป็นพื้นที่ที่มีหญ้าปกคลุม ทำให้ไก่ได้แสดง พฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น การคลุกฝุ่น การ ไซร้ขน การจิก กินพืช ผัก แมลง ทำให้ไก่มีความสุข อารมณ์ดีจึงเรียกว่า “Happy chick” มาตรฐานการ เลี้ยงไก่แบบปล่อยปกติ ว่าต้องมีพื้นที่ภายนอกโรงเรือนอย่างน้อย 4 ตร.ม./ตัว และต้องมีพืชปกคลุมดิน ไก่ จะต้องมีอสิ ระทจ่ี ะออกจากคอกได้ตลอดเวลาภายในคอกต้องมีคอนนอน มรี งั ไขใ่ ห้ไก่ อย่างนอ้ ย 7 แม่/รัง วิธีการเลี้ยงไก่แบบปล่อยนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ และการ ปฏิบัติจริงของเกษตรกรในฟาร์มสนับสนุน คือ การเลี้ยงไก่แบบปล่อยทำให้ไก่มีความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ ร่วมด้วยกับการจัดการสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยท่ดี ีทำให้ไก่ไม่เครียด มีความสขุ มีภมู ติ ้านทาน โรค มีผล ให้สุขภาพแข็งแรง ความจำเป็นทีต่ อ้ งใช้ยาป้องกนั หรอื รักษา นอกจากนี้ราคาไกไ่ ข่อินทรีย์ขายได้ในราคาท่ี สงู กว่าไก่ปกติ 4. วตั ถปุ ระสงค์ 4.1 วตั ถุประสงค์กจิ กรรมการเรียนรู้ 4.1.1 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย Happy Chicken 4.1.2 เพ่ือใหผ้ เู้ ข้ารับการอบรมมีทักษะในการเลยี้ งไก่ไขแ่ บบปล่อย Happy Chicken 4.2 วัตถุประสงค์ของฐานการเรยี นรู้ 4.2.1 เพอ่ื ใหผ้ เู้ ข้ารบั การอบรมเห็นตวั อยา่ งการเล้ียงไก่ไข่แบบปลอ่ ย Happy Chicken 4.2.2 เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อย Happy Chicken 4.2.3 เพื่อให้ผูเ้ ข้ารบั การอบรมได้ฝกึ ทักษะการเลี้ยงไก่ไขแ่ บบปล่อย Happy Chicken 5. กจิ กรรมการเรียนรู้ 5.1 แนะนำวทิ ยากรและพนื้ ท่ีการอบรม 5.2 ชี้แจงวตั ถปุ ระสงค์ของฐานการเรียนรู้เก่ยี วกับการเล้ยี งไก่ไขแ่ บบปล่อย Happy Chicken 5.3 แจ้งขอบเขตเนอ้ื หากิจกรรมการอบรมแกผ่ เู้ ขา้ รับการอบรม 5.4 ทดสอบกอ่ นเรยี น 5.5 วทิ ยากรแนะนำวสั ดุ อปุ กรณใ์ นการทำโรงเรอื นเลย้ี งไกไ่ ขแ่ บบปล่อย Happy Chicken 5.6 แบ่งกลมุ่ ผู้เข้ารบั การอบรมฝกึ ปฏบิ ัติการทำอาหารเลี้ยงไก่ไข่ 5.7 ผูเ้ รยี นถอดบทเรียน 2 : 3 : 4 องค์ความร้ทู ไ่ี ด้จากการเรียนรู้รายบคุ ล 5.8 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำองคค์ วามรู้ท่ไี ดจ้ ากการถอดบทเรยี นมาสรปุ เปน็ ภาพรรวม สอบถาม และให้ กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแม่ลาว 68 ข้อเสนอแนะ 5.9 ทดสอบหลงั เรยี น 5.10 ประเมนิ ความพงึ พอใจวิทยากร 6. สอื่ / อปุ กรณ์ 6.1 ปราชญ์ชาวบ้าน 6.2 แผน่ พบั องค์ความรกู้ ารเล้ยี งไกไ่ ขแ่ บบปล่อย Happy Chicken 6.3 วสั ดุในการทำโรงเรอื น 7. ความรูท้ ไี่ ด้รับจากฐานการเรียนรู้ 7.1 ศาสตรพ์ ระราชา ( 9 คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ) ขอ้ ที่ 1 ความเพยี ร ข้อที่ 2 ความพอดี ข้อที่ 3 ความรตู้ น ขอ้ ท่ี 4 คนเราจะต้องรับและจะตอ้ งให้ ข้อที่ 8 ความซือ่ สตั ย์ 7.2 ศาสตร์ทอ้ งถน่ิ - ปราชญช์ าวบ้าน นายจำรัส คำแกน่ ความรเู้ รอ่ื ง การเล้ียงไกไ่ ข่แบบปล่อย Happy Chicken นายบรรจง สลสี องสม ความร้เู ร่ือง สมนุ ไพรบอระเพ็ด ฟา้ ทะลายโจร แกโ้ รคหวดั ไก่ 7.3 ศาสตร์สากล - สาระการเรียนร้ทู ี่ 1 ทักษะการเรียนรู้ รายวชิ า ทกั ษะการเรียนรู้ - สาระการเรยี นรู้ท่ี 2 ความรู้พ้นื ฐาน รายวชิ า ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ - สาระการเรยี นรู้ที่ 3 การประกอบอาชีพ รายวิชา ช่องการการเข้าสู่อาชีพ - สาระการเรยี นรทู้ ่ี 4 ทักษะการดำเนนิ ชวี ิต รายวิชา เศรษฐกจิ พอเพียง สขุ ศึกษา พลศกึ ษา - สาระการเรยี นรทู้ ี่ 5 สาระการพฒั นาสังคม ชุมชน รายวชิ า การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ศาสนา และหน้าทีพ่ ลเมือง 8. ความสอดคล้องกับหลักการทรงงาน ศาสตร์พระราชา ( หลักในการทรงงานของในหลวง 23 ขอ้ ) ข้อที่ 1 จะทำอะไรตอ้ งศกึ ษาข้อมูลให้เปน็ ระบบ ขอ้ ที่ 4 ทำตามลำดับขั้น ขอ้ ท่ี 7 ไมต่ ิดตำรา ข้อที่ 8 ประหยัด ข้อที่ 9 ทำใหง้ ่าย ข้อท่ี 10 การมีสว่ นร่วม ข้อท่ี 17 การพ่ึงตนเอง ข้อที่ 18 พออยพู่ อกนิ ข้อที่ 19 เศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 69 ข้อที่ 20 ความซือ่ สตั ยส์ จุ ริต จรงิ ใจต่อกนั ข้อท่ี 21 ทำงานอยา่ งมคี วามสขุ ขอ้ ท่ี 22 ความเพยี ร ข้อท่ี 23 รู้ รัก สามัคคี 9. ความสอดคลอ้ งกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง (2 : 3 : 4) 2 เงือ่ นไข เงอ่ื นไขความรู้ เงอ่ื นไขคุณธรรม 1. เรอ่ื ง พันธ์ุของไก่พนั ธ์ไุ ข่ 1. ความช่ือสตั ย์ 2. เรอ่ื ง วธิ ีการเลยี้ งไก่พนั ธุไ์ ข่ แบบต่างๆ และแบบ 2. ความขยันหม่ันเพียร ปลอ่ ย Happy Chicken 3. ความอดทน 3. เรอ่ื ง วัคซนี โรค และยารักษาโรคของไก่พันธ์ุไข่ 4. ความรับผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา 4. เรื่อง การให้อาหาร และน้ำไก่ พันธุไ์ ข่ 5. ความสามัคคี 5. เรอ่ื ง การทำบัญชีรายรบั รายจ่าย 6. ความประหยัด 6. เรือ่ ง การตลาด 7. ความเอื้ออาทร ช่วยเหลอื แบง่ ปนั ซึ่งกันและกัน 3 หลกั การ พอประมาณ มีเหตผุ ล มีภมู ิค้มุ กันในตวั ทดี่ ี 1. องคค์ วามรู้ท้งั หมด เกี่ยวกับ 1. เพ่ือใชบ้ ริโภคในครัวเรอื น 1. ศึกษาองค์ความรทู้ ง้ั หมด การเลยี้ งไกไ่ ขแ่ บบปลอ่ ย Happy 2. เพื่อประกอบอาชีพสร้างรายได้ เก่ยี วกบั การเลี้ยงไก่ไขแ่ บบปลอ่ ย Chicken หลัก หรอื รายไดเ้ สรมิ Happy Chicken 2. จำนวนไก่พนั ธไุ์ ขท่ จ่ี ะเล้ยี ง 3. เพอื่ มองเหน็ ประโยชน์ และ 2. มีการวางแผนในการเล้ียงไก่ 3. วัสดอุ ุปกรณใ์ นการเลยี้ งไก่พันธ์ุ คุณคา่ ของไก่พนั ธุ์ไข่ พนั ธุ์ ไข่ 4. วัสดุในท้องถ่นิ ที่ใช้เป็นอาหาร ในการเลยี้ งไก่พนั ธุ์ไข่ ดา้ น ชวี ติ ทเ่ี กิดความสมดุลและพรอ้ มรบั ต่อการเปลี่ยนแปลงใน 4 มติ ิ ด้านวัตถุ ดา้ นสงั คม ด้านส่งิ แวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม ความรู้ 1. การลดรายจา่ ย 1. การเลี้ยงไก่พันธไุ์ ข่ เพม่ิ รายได้ ความ ไม่ให้กระทบต่อ คมุ้ คา่ และประหยัด ส่งิ แวดล้อมตา่ งๆ ต้นทุน เช่น มลพษิ ทางอาการ จากมลู ของไก่พนั ธ์ไข่ เสียงรบกวนของไก่ พนั ธไ์ุ ข่ กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 70 ทกั ษะ 1. วสั ดุในท้องถน่ิ ใน 1. สงั คมแหง่ การ การเลย้ี งไก่ไข่แบบ แลกเปล่ยี นเรียนรู้ ปลอ่ ย Happy 2. ความสามัคคีใน Chicken การทำงานเป็นกลุ่ม 2. วัสดุในท้องถน่ิ ที่ใช้ อยา่ งมรี ะบบ เป็นอาหารสำหรับ 3.สังคมแห่งความเอื้อ เลย้ี งไก่พันธุไ์ ข่ อาทรแบ่งปันซึ่งกัน และกัน เจตคติ 3. คณุ คา่ และ 1. เห็นคณุ ค่าของ 2. การใชว้ สั ดุ สมนุ ไพรในท้องถนิ่ ใน ปราชญ์ชาวบา้ นภมู ิ ธรรมชาตอิ ยา่ งคุ่มคา่ การรักษาโรคตา่ งๆ ปัญญาท้องถ่นิ ในการ ให้เกดิ ประโยชนอ์ ย่าง ของไก่พันธไ์ุ ข่ เล้ียงไกแ่ บบวิถี สูงสดุ ธรรมชาติ หรือการ เช่น วสั ดุในการทำ เล้ยี งไก่ไขแ่ บบปล่อย โรงเรือน Happy Chicken พืชผักสมุนไพรในการ 2. เห็นคณุ คา่ และ ใชท้ ำอาหารเลย้ี ง และ ความสำคญั ของวสั ดุ รกั ษาโรคไกพ่ ันธุไ์ ข่ ธรรมชาติในท้องถนิ่ เช่น สมุนไพร ไม้ไผ่ ฟางข้าว แกลบ และ อ่ืนๆ 10. การนำไปประยุกต์ใช้ 10.1 การประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน 10.1.1 การเลือกวสั ดุ อุปกรณจ์ ากธรรมชาตใิ หค้ ุ้มคา่ และไดป้ ระโยชน์สงู สุด ในการเลย้ี งไกไ่ ข่ 10.1.2 รู้จกั การวางแผน การทำงาน การเลีย้ งไกไ่ ข่ 10.1.3 การลดรายจา่ ย เพิ่มรายได้ใหก้ บั ครอบครัว 10.2 การประยุกต์ใชใ้ นภารกิจตามหนา้ ที่ 10.2.1 การวางแผนการทำงานแบบมีขนั้ ตอน 10.2.1 ความช่ือสตั ย์ ความขยันหมน่ั เพียร ความอดทน ความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ความ สามคั คี ความเอ้ืออาทร ชว่ ยเหลือแบ่งปนั ซึ่งกนั และกนั 11. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 10.1 การทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรียน 10.2 การประเมนิ ช้นิ งาน 10.3 การประเมินความพึงพอใจ ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นร้ตู ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 71 ใบความรฐู้ านการเรียนรู้ การเลีย้ งไก่ไขแ่ บบปลอ่ ย Happy Chicken การจดั การเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สาระสำคญั การเลย้ี งไกแ่ บบปลอ่ ย คือ ระบบการจัดการเลย้ี งไก่ทป่ี ลอ่ ยให้ไก่ได้ออกมาภายนอกคอก หรือโรงเรือน ได้อย่างอิสระโดยเป็นพื้นที่ที่มีหญ้าปกคลุม ทำให้ไก่ได้แสดง พฤติกรรมตามธรรมชาติ เช่น การคลุกฝุ่น การ ไซร้ขน การจิก กินพืช ผัก แมลง ทำให้ไก่มีความสุข อารมณ์ดีจึงเรียกว่า “Happy chick” มาตรฐานการ เลี้ยงไก่แบบปล่อยปกติ ว่าต้องมีพื้นที่ภายนอกโรงเรือนอย่างน้อย 4 ตร.ม./ตัว และต้องมีพืชปกคลุมดิน ไก่ จะต้องมีอิสระทจ่ี ะออกจากคอกไดต้ ลอดเวลาภายในคอกต้องมีคอนนอน มรี งั ไขใ่ ห้ไก่ อย่างน้อย 7 แม่/รัง วิธีการเลี้ยงไก่แบบปล่อยนั้นสอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ และการ ปฏิบัติจริงของเกษตรกรในฟาร์มสนับสนุน คือ การเลี้ยงไก่แบบปล่อยทำให้ไก่มีความเป็นอยู่อย่างธรรมชาติ ร่วมด้วยกับการจัดการสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยท่ีดีทำให้ไก่ไม่เครียด มีความสขุ มภี มู ิต้านทาน โรค มีผล ให้สุขภาพแข็งแรง ความจำเป็นทีต่ ้องใช้ยาป้องกันหรอื รักษา นอกจากนี้ราคาไกไ่ ข่อนิ ทรีย์ขายได้ในราคาท่ี สูงกวา่ ไกป่ กติ พันธ์ไุ กไ่ ขท่ ่นี ิยมเลยี้ ง มดี ังน้ี 1. ไก่โรดไทย (Rhode Thai) เป็นไก่พนั ธ์แุ ทถ้ ึงเนอ้ื ถงึ ไข่ ลกั ษณะ ประจำพนั ธ์ุ ขนลำตวั สีนำ้ ตาลอ่อนถึงน้ำตาล เปลือกไขส่ นี ้ำตาล ใช้ประโยชนไ์ ด้ ทัง้ การเลยี้ งเพื่อ ให้เนอื้ และไข่ อายุเม่ือใหไ้ ข่ฟองแรก 168 วัน นา้ หนกั เมือ่ ใหไ้ ข่ ฟองแรก 2,045 กรัม อตั ราการใหไ้ ข่ 94 เปอร์เซน็ ต์ ผลผลิตไข่ 240 ฟอง/ตัว/ปี นา้ หนักไข่เฉล่ีย - 55 กรมั /ฟองน้ำหนกั โตเต็มท่ี 2,358 กรัม 2. ไก่ไข่ไทยกรมปศุสัตว์ ลักษณะประจำพันธข์ุ นลำตัวสนี า้ ตาลอ่อน ถึง สนี า้ ตาลเขม้ ขนปีกสีนา้ ตาล สร้อยคอสีนำ้ ตาลเขม้ ปลายหาง มสี ำดำ หงอน จกั รใหญส่ แี ดงสด เหนียงสแี ดงใหญ่ ต้มุ หูแดงมสี ขี าว เรอ่ื ๆ ปนเล็กน้อย แข้งสี เหลือง ผวิ หนงั สเี หลือง เปลือกไขส่ นี ำ้ ตาลอ่อน อายุเมอื่ ให้ไข่ฟองแรก 169 วนั นำ้ หนักตวั เมอ่ื ให้ ไข่ฟองแรก 1,717 กรมั อตั ราการให้ไข่ 86-90 เปอรเ์ ซน็ ต์ ผลผลิตไข่ 290 ฟอง/ตวั /ปี น้าหนกั ไข่เฉลยี่ 59 กรัม/ฟอง 3. ไก่ไข่เลก็ ฮอร์นขาวหงอนจักร เป็นไก่พนั ธแุ์ ท้ ลกั ษณะประจำพันธ์ุ มขี นาดเล็ก ขนสีขาว ใหไ้ ขเ่ ร็ว ใหไ้ ข่ดก ไข่ เปลอื กสีขาว มีประสิทธภิ าพในการ เปลีย่ นอาหารค่อนข้างสูง เพราะมีขนาดเล็ก ทนรอ้ นได้ดี เรมิ่ ให้ไขเ่ มื่ออายุ 4 เดือนครง่ึ - 5 เดือน ให้ไข่ปลี ะประมาณ 300 ฟองน้าหนักโตเตม็ ท่ี เพศผู้ 2.2-2.9 ก.ก. เพศเมีย 1.8-2.2 ก.ก. โรงเรอื นเลย้ี งไก่ไข่ โรงเรือนที่ดีต้องกนั แดด กันฝนได้ดี มรี ังไข่ 1 รังต่อแม่ไก่ 4 ตวั มีใบตะไคร้รองรังไขเ่ พ่ือป้องกันไร คอนนอนสูงจากพนื้ 0.5 เมตร เพยี งพอต่อไกท่ ุกตวั มนี ำ้ สะอาดให้ไก่กินได้ตลอดเวลา มีท่ีให้อาหาร มมี ่านกัน ลม ฝน บริเวณคอนนอนและรังไข่ พน้ื คอนกรตี วสั ดุรองพ้ืน เช่น แกลบ หนา 3-5 นว้ิ ไม่ชนื้ แฉะ การจัดการลานปล่อย หากเลี้ยงไกพ่ ่อแม่พนั ธ์ุ จำนวน 100 ตวั ใชโ้ รงเรอื นขนาด 50 ตารางเมตร ใช้พ้ืนท่ปี ล่อยอสิ ระ 500 ตารางเมตร โดยแบ่งเปน็ แปลงยอ่ ยไดห้ ลายแบบ ดงั นี้ กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 72 การเปดิ ประตโู รงเรอื น ให้เปดิ ประตูโรงเรือนเพยี งประตเู ดียว ในแตล่ ะวนั ตามรอบการหมนุ เวยี นแปลง หญา้ แบบ 1 ไมแ่ บง่ แปลงยอ่ ยใหไ้ ก่ออกสู่แปลงหญา้ ได้อย่างอิสระ ในชว่ งกลางวัน โดยเปิดประตูสลบั ด้านให้ไกอ่ อก แบบ 2 แบง่ เปน็ แปลงย่อย 2 แปลง ขนาดเท่าๆ กนั ปลอ่ ยไก่ เข้ากนิ หญ้าแปลงย่อยละ 30 วัน แบบ 3 แบบแบง่ เปน็ แปลงยอ่ ย 4 แปลง ขนาดแปลงย่อยเทา่ ๆ กนั ปล่อยไก่เข้ากนิ หญ้าแปลงย่อยละ 10 วัน การเรมิ่ ตน้ เลี้ยงไก่ไข่ 1. เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงลูกไก่อายุ 1 วัน เป็นวิธีที่นิยมกันมากเนื่องจากทุนน้อย สามารถเลี้ยงไก่ได้ ตลอดเวลาด้วยตัวเอง ดูแลเอาใจใส่ได้อย่างเต็มที่ ได้รู้ประวัติของไก่ทั้งฝูง แต่การเลี้ยงแบบนี้ต้องใช้เวลานาน กว่าไก่จะให้ไข่ เพราะต้องเลี้ยงตัง้ แต่แรกเกิด และต้องเสี่ยงตอ่ การตายของไก่ในระยะแรกๆ ต้องรออย่างน้อย ถงึ 22 สัปดาห์ ไกจ่ งึ จะเร่มิ ให้ไข่ 2. เรม่ิ ตน้ ดว้ ยการเลีย้ งไก่รุ่นอายุ 2 เดอื น เป็นวธิ ที ี่นิยมกนั ในปัจจบุ ัน โดยการซ้ือไก่ร่นุ อายุ 6 สัปดาห์ - 2 เดือน มาจากฟาร์มหรอื บริษัททร่ี บั เลี้ยงลูกไก่ ลูกไก่ในระยะน้รี าคายงั ไมแ่ พงมากนัก และสามารถตดั ปัญหา ในเรื่องการเลีย้ งดูลูกไก่และการกกลูกไก่ การเล้ียงไกร่ ุ่นอายุ 2 เดือนนี้ มักจะให้อาหารที่มีคุณภาพค่อนข้างต่ำ ราคาถกู การเลย้ี งไม่ต้องใชค้ วามชำนาญมากนกั ผู้ที่เริ่มตน้ เลยี้ งไก่เปน็ ครงั้ แรก จึงสมควรเร่ิมเลย้ี งด้วยวิธนี ี้ 3. เริ่มต้นด้วยการเลี้ยงไก่สาว เป็นวิธีที่ผู้เลี้ยงไก่เป็นอาชีพหรือเพื่อการค้านิยมกันมาก เนื่องจากไม่ ตอ้ งเสยี เวลาเลีย้ งดูไก่เล็กหรอื ไก่รนุ่ นอกจากนีโ้ รงเรือนกส็ รา้ งไว้เฉพาะกับไก่ไข่เท่าน้ัน แต่การเล้ียงไก่วิธีนี้ต้อง ลงทุนสูง ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักฟาร์มที่ผลิตไก่สาวเป็นอย่างดี ต้องสอบถามถึงประวัติของฝูงไก่สาวที่นำมาเลี้ยง เสมอ เพราะช่วงทไ่ี กย่ ังเปน็ ลูกไก่และไก่รุน่ ผ้เู ลยี้ งไมส่ ามารถรปู้ ระวตั ิของฝูงไก่สาวทจ่ี ะนำมาเลย้ี งได้ 4. การเลี้ยงดูไก่เล็ก (อายุ 1 วัน-16 สัปดาห์) เมื่อลูกไก่มาถึงฟาร์มต้องนำเข้าเครื่องกกโดยเร็วที่สุด เตรียมน้ำสะอาดให้กินทันที ควรผสมยาปฏิชีวนะหรือวิตามินให้กินติดต่อกัน 2-3 วันแรก ถ้าลูกไก่มีลักษณะ นอนฟุบ อ่อนเพลียมาก ควรผสมน้ำตาลทรายลงในน้ำผสมยาปฏิชีวนะในอัตรา 5-10%ระยะ 12 ชั่วโมง แรก เมื่อลูกไก่เข้าเครื่องกก 2-3 ชั่วโมง หรือลูกไก่เริ่มกินน้ำได้แล้ว ให้อาหารไก่ไข่เล็ก โปรตีน 19 % ให้ น้อยๆ แต่บ่อยครั้งอย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้ง ให้แสงสว่างในโรงเรือน 1-3 วันแรกเท่านั้น เพื่อให้ไก่คุ้นเคยกับ สถานที่ ควรเปิดไฟสลัวๆ ภายในเครื่องกกต้องมีแสงไฟอยู่ตลอดเวลาในระยะ 1-3 สัปดาห์ หมั่นตรวจ สุขภาพไก่ อาหารและน้ำ เปลี่ยนวัสดุรองพ้ืนท่ชี ื้น อากาศต้องถ่ายเทได้สะดวก ขยายวงกกใหก้ ว้างตามความ เหมาะสมทุกๆ 5-7 วนั ยกเครือ่ งกกใหส้ ูงข้ึนเล็กน้อย ปรบั อณุ หภมู ิใหต้ ่ำลงสัปดาห์ละ 5 องศาฟาเรนไฮด์ ทำ วัคซีนตามกำหนด ตัดปากเมื่ออายุ 6-9 วัน เมื่อกกลูกไก่ครบ 21 วัน นำวงล้อมและเครื่องกกออก จัดเตรียม อุปกรณ์ ดงั นี้ - ท่ใี หอ้ าหาร ใช้แบบถังแขวนในอัตรา 3-4 ใบตอ่ ไก่ 100 ตวั กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 73 - ที่ให้น้ำ ใช้แบบถังแขวน ในอัตราตามขอบราง 1 นิ้วต่อไก่ 1 ตัว ที่ให้อาหารและน้ำ ต้องปรับให้อยู่ ในระดับความสูงเท่ากบั หลงั ไก่เสมอ เรม่ิ ให้ไก่กินกรวดตัง้ แตอ่ ายุ 3 สัปดาห์ขน้ึ ไป ให้สปั ดาหล์ ะครง้ั ๆ ละ คร่ึง กิโลกรัมต่อไก่ 100 ตัว เริ่มชั่งน้ำหนักไก่จำนวน 5% ของฝูงเมื่ออายุ 6 สัปดาห์ จดบันทึกปริมาณอาหาร จำนวนไก่ตาย คัดท้งิ สง่ิ ผิดปกติ การปฏบิ ตั งิ าน การใช้ยาและวคั ซนี เปน็ ประจำ 4. การเลย้ี งดไู กร่ ุ่น (อายุ 7-14 สัปดาห)์ การเลี้ยงไก่ในระยะนี้ ควรจัดเตรียมพื้นที่เล้ียงในอัตราไก่ 5-6 ตัวต่อ 1 ตารางเมตร เมื่ออายุ 7 สัปดาห์ เปลย่ี นอาหารจากไก่ไข่เลก็ เป็นอาหารไก่ไขร่ ุ่น ให้อาหารในอัตรา 4-5 ถงั ตอ่ ไก่ 100 ตวั ปรับระดับที่ให้อาหาร ให้อยู่ระดับหลังไก่เสมอ ทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครัง้ เตรียมน้ำสะอาดให้เพียงพอ โดยใช้ในอัตรา ตามขอบราง 1 น้ิว ต่อไก่ 1 ตัว ดูแลวสั ดุรองพน้ื อย่าให้แฉะ ชั่งนำ้ หนักไก่ จำนวน 5% ของฝูง ทุกสปั ดาห์ เพ่อื ใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานของไก่แต่ละสายพันธุ์ เพื่อลดหรือเพิ่มปริมาณอาหารที่จะ ให้ จดบนั ทกึ เก่ียวกบั การจดั การอื่นๆด้วย 5. การเลี้ยงดูไก่สาว (อายุ 15-20 สัปดาห์) การเลี้ยงดูไก่สาวจะใกล้เคียงกับการเลี้ยงดูไก่รุ่น ต้อง ควบคุมปริมาณอาหาร และน้ำหนกั ตวั ไก่ใหอ้ ยู่ในเกณฑม์ าตรฐานของไก่ไขแ่ ต่ละสายพันธ์ุ ควรจัดการดังนี้ เมื่อไก่อายุ 15 สัปดาห์ เปลี่ยนอาหารจากไก่ไข่รุ่นเป็นไก่ไข่สาว ไม่ควรให้กินอาหารแบบเต็มที่เพราะไก่ มักจะกินเกินความต้องการทำให้มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ไก่ให้ไข่เร็วแต่ไม่ทนและสิ้นเปลืองค่าอาหาร การ ควบคุมอาหารมี 3 วิธี 1. จำกัดปรมิ าณอาหารในแต่ละวัน อาหารประกอบด้วยโปรตนี 16-18 % พลงั งาน 2,800 แคลอ ร่ี ตอ่ กิโลกรมั การให้อาหารแบบน้ีไกจ่ ะไม่เครียด 2. ควรให้ไก่กินอาหารที่มีเยื่อใยสูงประกอบด้วย โปรตีน 13% มีพลังงาน 1,750-1,975 แคลอรี่ ต่อกิโลกรัม ได้อย่างเต็มที่ไก่จะกินมากกว่าปกติ 50 % ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนสูงก็ได้ จึงควรมีการชั่งควบคู่ไปกับ การควบคมุ อาหารด้วย 3. การใหอ้ าหารแบบขา้ มวนั แบง่ เป็น 3 แบบคือ 1) ใหอ้ าหารแบบวันเวน้ วัน 2) การใหอ้ าหารแบบ 2 วนั เว้น 1 วัน 3) ให้ 5 วนั เว้น 2 วนั ใน 1 สปั ดาห์ หมั่นตรวจสุขภาพไก่ ทำวัคซีนตามกำหนด และสุ่มชั่งน้ำหนักไก่จำนวน 5% ของฝูงทุกสัปดาห์ ใน กรณีที่เลี้ยงแบบรวมฝูงเม่ือไก่อายุ 17-18 สัปดาห์ ติดตั้งรงั ไข่ ขนาดช่องละ่ 8x12 นิ้ว ในอัตรา 1 ช่องต่อไก่ 4 ตวั กรณีที่เลี้ยงแบบกรงตับ ให้ย้ายไก่ขึ้นเมื่ออายุ 18-20 สัปดาห์ ควรมีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะไก่กำลังจะเริ่มให้ผลผลิต ในการเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 20 สัปดาห์ อัตราการตายและคัดทิ้งไม่ควร เกนิ 10% ก่อนท่จี ะย้ายไกข่ ้ึนกรงตบั ควรกำจดั เหาไร และถา่ ยพยาธิกอ่ น ไกเ่ ร่มิ ให้ไข่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ 6. การเลี้ยงดูไก่ไข่ (อายุ 21-72 สัปดาห์) ไก่ไข่ระยะนี้เป็นช่วงใหผ้ ลผลิต ถ้าการเลี้ยงดูอย่างถูกตอ้ ง ไก่จะเร่มิ ให้ไข่อายุ 20-21 สปั ดาห์ เม่อื ไก่เร่ิมไข่ ประมาณ 5% ของฝูง ควรเปลี่ยนอาหารจากไก่ไข่สาวเป็นไก่ ไข่ ควรมีโปรตีน 16% อาหารต้องเพียงพอกับความต้องการ และการให้ผลผลิตของไก่ ไก่ระยะนี้ต้องการ แคลเซียมมาก ประมาณ 4.6 กรัม/ตัวซึ่งให้ในอาหารหรือให้แคลเซียม ความต้องการแคลเซียมจะขึ้นอยู่กับ เปอร์เซ็นต์การไข่เป็นสำคัญถ้าเปอร์เซ็นต์การไข่สูงความต้องการแคลเซียมมาก ถ้าเปอร์เซ็นต์การไข่ต่ำ ต้องการแคลเซยี มตำ่ เชน่ กัน 7. ไก่ไข่จะให้ผลผลิตสงู สุดในช่วงอายุ 25-30 สัปดาห์ และจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้า ในกรณีเลี้ยงแบบ กรงตับต้องจดบันทึกการไข่ทุกวัน หรือถ้าเลี้ยงแบบปล่อยฝูงก็ต้องจดบันทึกจำนวนไข่ทุกวัน เพื่อคิด กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 74 เปอร์เซ็นต์การไข่ ควรเก็บไข่อย่างน้อยวันละ 3 ครัง้ เพ่อื ปอ้ งกันการเสียหาย การใหผ้ ลผลิตโดยท่ัวไปจะให้ไข่ ประมาณ 52 -60 สัปดาห์ การปลดไก่ออก ส่วนใหญ่จะทำเมื่อไก่ให้ผลผลิตไม่คุ้มทุน เช่น ให้ผลผลิตต่ำกว่า 60% ของฝงู 8. การให้ผลผลติ ของไข่ไก่ และคุณภาพของไข่ไก่ในแต่ละช่วงของการให้ไข่ หลังจากไก่เริ่มไขแล้วจะ มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง เช่น ความถี่ในการให้ผลผลิตไข่ ขนาดไข่ ขนาดตัวไก่ และประสิทธิภาพในการ ให้ผลผลิต ในการให้ไข่ของแมไ่ กใ่ นรอบ 1 ปี แบง่ เปน็ 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นระยะที่ไก่ให้ไข่สูงสุด ความถี่การให้ไข่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากฝูงไก่เริ่มไข่ ได้ 5 %จนกระทั่งผลผลิตไข่เพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อไก่ไข่ไปได้ประมาณ 2-3 เดือน ในระยะนี้ไก่มีการเจริญเติบโต และขนาดของไข่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเปลี่ยนไปตามสภาพการจัดการ การไข่ในระยะ นี้สิ้นสุดเมื่อไก่ อายุได้ ประมาณ 10 เดอื นครึ่ง หรือไข่ไดป้ ระมาณ 5 เดอื น ระยะที่ 2 เริ่มตั้งแต่ไก่ไข่ได้ 5 เดือนไปจนถึงไข่ได้ 10 เดือน หรือเมื่อไก่ได้อายุ 15 เดือนครึ่ง เป็น ระยะที่ไข่ร่างกาย ขนาดไม่โตอีกแล้ว และไก่หยุดการเจริญเติบโตแต่อาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นบ้างจากการสะสม ของไขมันเป็นระยะท่ีผลผลติ เร่มิ ลดลง ระยะที่ 3 เปน็ ระยะสุดท้ายของการไข่ก่อนท่ีจะหยุดไข่ ระยะน้เี รม่ิ ต้งั แต่ไก่ไข่ได้ 10 เดือนจนกระทั่ง ไก่ผลัดขน ระยะนใ้ี ช้เวลาประมาณ 2 เดอื น การใหผ้ ลผลิตลดลงจนกระทง่ั ไก่หยดุ ไข่เพื่อผลัดขน แตข่ นาดของ ไข่ไม่ได้ลดลง หลังจากผลัดขนแล้วแม่ไก่จะเริ่มให้ไข่อีก การไข่ของแม่ไก่ในรอบปีที่ 2 และปีถัดๆไปจะ เหมือนกับการไข่ในปีแรก แต่ผลผลิตไข่สูงสุดนั้นจะต่ำกว่าปีแรก ระยะเวลาในการไข่สั้นกว่ารอบปีแรก ประมาณ 20 %ไข่ท่ีได้ในรอบปที ี่ 2 จะมขี นาดใหญ่กว่าปีแรก แตเ่ ปลอื กบางกว่า การใหแ้ สงสวา่ งในไก่สาว – ไก่ไข่ ความยาวแสง อายุไก่ แสงธรรมชาติ อายุไก่ 5-18 สปั ดาห์ 13 ชั่วโมง 19 สปั ดาห์ 14 ชวั่ โมง 20 สัปดาห์ 15 ชว่ั โมง 21 สัปดาห์ 16 ช่ัวโมง 22 สัปดาห์ - ปลดระวาง กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 75 โปรแกรมการทำวัคซีนปอ้ งกนั โรคในไก่ไข่ วัคซีน อายุ (วัน) ระยะคมุ้ โรค วธิ ใี ช้ มาเรก็ 1 ตลอดชพี ฉดี ใต้ผิวหนงั คอ นิวคาสเซลิ +หลอดลมอกั เสบ 3 ทำซำ้ 21 วัน หยอดจมูก กมั โบโร 10 ตลอดชีพ หยอดปาก นิวคาสเซิล +หลอดลมอกั เสบ 21 3 เดือน หยอดจมูก ฝดี าษ 35 1 ปี แทงปกี อหวิ าตไ์ ก่ 75 ทุก 3 เดอื น ฉดี เข้ากล้ามเนอ้ื หลังจากนี้ทําวัคซีนนิวคาสเซิล + หลอดลมอักเสบ อหิวาต์ ถ่ายพยาธิภายใน และภายนอก ทุก 3 เดือน ปญั หาท่ีอาจเกิดขึน้ ในการเล้ยี งไกไ่ ข่แบบปล่อยและวิธแี กไ้ ขปญั หา ไก่สาวไข่นอกรงั ไข่ มีรังไข่ 4 แม่/ช่อง เก็บไข่บ่อยๆ ใช้ลูกปิงปอง/ลูกกอล์ฟวางในรังไข่ ก่อนไก่ให้ไข่ 2 สัปดาห์ ไกจ่ ิกไขก่ ิน เก็บไข่บอ่ ยๆ โดยเฉพาะชว่ ง 7.00-12.00 น. เสริมหญ้าสดใหไ้ กก่ นิ มี นำ้ สะอาดกินเพยี งพอ ไข่ลดชว่ ง อากาศรอ้ น ให้ไก่กินอาหารมากขึ้น โดยเปิดไฟกลางคืน ให้อาหารบ่อยๆ อากาศ รอ้ น หรอื ใหอ้ าหารเปยี ก ลดความรอ้ นภายในโรงเรอื น สตู รอาหารไก่อินทรยี ์ กิโลกรัม วตั ถุดบิ 52.5 ข้าวโพดบด 9 ลำระเอยี ด 16.5 กากถวั่ เหลือง (44%) 6.5 ปลาป่น (55%) 4 ใบกระถิน / ใบสำปะลังปน่ 8.5 เปลอื กหอยปน่ 2.5 นำ้ มันพชื 0.5 เกลือปน่ 100 รวม กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 76 แบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น การจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรยี นรู้ การเล้ียงไก่ไข่แบบปลอ่ ย Happy Chicken ................................................................... จงเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ งทส่ี ุดเพยี งข้อเดียว (10 ขอ้ 10 คะแนน) 1. ข้อใด ไมใ่ ช่ พันธุ์ไก่ไข่ ก. ไก่ไข่ โรดไทย (Rhode Thai) ข. ไกไ่ ข่ ไทยกรมปศสุ ตั ว์ (DLD Layer Hen) ค. ไกไ่ ข่ ไทยร็อคบาร์ (Thai Rock Bra) ง. ไก่ไข่ เลก็ ฮอรน์ ขาวหงอนจักร (Single Comb White Leghorn) 2. ไกพ่ นั ธท์ุ ี่นยิ ม เล้ยี งในประเทศไทย มากทสี่ ุด คือข้อใด ก. ไก่โรดไทย (Rhode Thai) ข. ไก่ไข่ ไทยกรมปศุสัตว์ (DLD Layer Hen) ค. ไกไ่ ข่ เลก็ ฮอรน์ ขาวหงอนจักร (Single Comb White Leghorn) ง. ถกู ทุกขอ้ 3. การกกลูกไก่ควรกกเป็นเวลากี่สัปดาห์ ก. 1 - 2 สัปดาห์ ข. 2 - 3 สัปดาห์ ค. 3 - 4 สปั ดาห์ ง. 4 - 5 สัปดาห์ 4. ลูกไก่อายุ 5 - 7 วนั ควรทาวคั ซีนชนดิ ใด ก. อหวิ าต์ ข. นวิ คาสเซิล ค. หลอดลมอักเสบ ง. ลมบา้ 5. ไกไ่ ขอ่ ายุ 20 สัปดาห์ ควรให้แสงสวา่ งยามก่ชี ั่วโมง ก. 13 ชว่ั โมง ข. 14 ช่วั โมง ค. 15 ชวั่ โมง ง. 16 ชั่วโมง 6. โรคนิวคาสเซิล หรือชาวบ้านเรยี กว่าอะไร ก. โรคหา่ ข. โรคฉีห่ นู ค. โรคลมชัก ง. โรคท้องรว่ ง กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 77 7. ข้อใดคือโรคไม่ติดต่อ ก. โรคบดิ ข. โรคพยาธิ ค. โรคอหิวาต์ ง. โรคนิวคาสเซิล 8. โรงเรอื นการเลี้ยงไกแ่ บบปล่อย “happy chicken” พน้ื ที่ 1 ตารางเมตร ต่อ ไกไ่ ข่ก่ีตัว ก. 1 ตารางเมตร ต่อ 1 ตวั ข. 1 ตารางเมตร ต่อ 2 ตวั ค. 1 ตารางเมตร ต่อ 3 ตัว ง. 1 ตารางเมตร ตอ่ 4 ตวั 9. อาหารผสมทีใ่ ห้ในระยะ 6 - 16 สปั ดาหน์ ี้ควร มีโปรตีนก่ี % ก. 16% ข. 18% ค. 20% ง. 22% 10. ไก่พันธ์ุไข่ ให้ไข่กฟ่ี องต่อปี ก. 100-150 ฟอง ข. 150-200 ฟอง ค. 250-300 ฟอง ง. 300-350 ฟอง กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 78 แบบประเมินความพึงพอใจการดำเนนิ งานของฐานการเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอแม่ลาว สังกัดสำนักงาน สง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั เชียงราย คำชีแ้ จง โปรดใสเ่ ครอื่ งหมาย √ ลงในชอ่ งทางขวามือ ตามความคดิ เหน็ ของทา่ นท่มี ีตอ่ การดำเนนิ งานของฐานการเรียนรู้ตาม หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ของศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแมล่ าว ในแตล่ ะข้อ โดยมี น้ำหนักคะแนน ดงั นี้ ระดบั คะแนน 5 หมายถึง พึงพอใจมากท่ีสุด ระดับคะแนน 4 หมายถงึ พึงพอใจมาก ระดบั คะแนน 3 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ย ระดบั คะแนน 1 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ยทสี่ ดุ ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่ัวไปของผูต้ อบแบบสอบถาม เพศ □ ชาย □ หญงิ อายุ □ นอ้ ยกวา่ 20 ปี □ 21 – 30 ปี □ 31 – 40 ปี □ 41 – 50 ปี □ 51 – 60 ปี □ มากกว่า 60 ปี สถานภาพ □ นกั ศกึ ษา □ ครู □ ผบู้ ริหาร □ อนื่ ๆ ระบ…ุ ……………… ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถามที่มตี อ่ การดำเนินงานฐานการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรทู้ ี…่ ……….... / ชื่อแหล่งเรียนรู้ .............................................................................................................. ประเด็นความคดิ เหน็ ระดับความพงึ พอใจ 54321 ด้านวิทยากร 1. เทคนคิ การถา่ ยทอดความรู้ 2. การเช่อื มโยงความรู้ตามหลัก 2-3-4-3 3. ความครบถว้ นของเนื้อหาในการถา่ ยทอด 4. ระยะเวลาถา่ ยทอดองคค์ วามรู้ท่เี หมาะสม 5. การเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นมีส่วนรว่ ม 6. การตอบซกั ถาม ดา้ นสถานท่ี 7. สถานท่ีจดั การเรียนรู้มคี วามสะอาดและเหมาะสม 8. ความพร้อมของอปุ กรณ์การเรยี น 9. ความพร้อมของสื่อเทคโนโลยี ด้านความรู้ความเข้าใจ 10. ความคดิ รวบยอดทีไ่ ดจ้ ากการเรยี นรใู้ นฐาน 11. ความสามารถในการถ่ายทอดความรูแ้ ก่บุคคลอ่ืน 12. การแลกเปลีย่ นประสบการณ์กบั บุคคลอ่ืน ดา้ นการนำความรไู้ ปใช้ 13. การนำความรู้ทไ่ี ดร้ บั สกู่ ารปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวนั 14. การนำความรู้ทีไ่ ดร้ บั สู่การประกอบอาชพี 15. การเผยแพรค่ วามร้แู ก่บุคคลอื่น ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ......................................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................................... กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 79 การวิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้สู่หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรยี นรู้ การประดิษฐ์โคม - ตงุ ลา้ นนา 2 เง่อื นไข เงอ่ื นไขความรู้ เง่อื นไขคุณธรรม 1. เรื่อง ประวตั คิ วามเป็นมาโคม ตุงล้านนา 1. ความช่ือสตั ย์ 2. เรื่อง การประดษิ ฐ์ โคม - ตุงล้านนา แบบตา่ งๆ 2. ความขยันหม่นั เพยี ร 3. ความอดทน 3. เรื่อง การเกบ็ รักษาช้นิ งาน 4. ความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา 4. เรอ่ื ง การบรรจุโคม - ตงุ ล้านนา เพอ่ื การจำหน่าย 5. เรอ่ื ง การทำบัญชีรายรับ รายจา่ ย 5. ความสามัคคี 6. เร่ือง การตลาด 6. ความประหยดั 7. ความเอ้อื อาทร ชว่ ยเหลอื แบง่ ปันซ่งึ กนั และกัน 1. พอประมาณ 3 หลักการ 3. มภี ูมิคมุ้ กันในตวั ทดี่ ี 1. องค์ความรู้ทั้งหมด เกี่ยวกับ การ 1. ศึกษาองค์ความรู้ทั้งหมด เกี่ยวกับ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 2. ความมีเหตผุ ล 2. วสั ดุอปุ กรณ์ในการประดษิ ฐ์ 1. เพอ่ื อนุรักษ์ ศิลปะ ด้านวัฒนธรรม ใน การประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ล้านนา โคม - ตงุ ลา้ นนา การประดษิ ฐ์ โคม - ตุงลา้ นนา 2. มีการวางแผนในการประดิษฐ์ โคม - 3. วัสดุในท้องถิ่นที่ใช้ในการประดิษฐ์ 2. เพื่อประกอบอาชีพสร้างรายได้หลัก ตงุ ล้านนา โคม - ตุงล้านนา หรือรายได้เสรมิ 4. การตลาด 3. เพื่อมองเห็นประโยชน์ และคุณค่า ของการประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ล้านนา ชีวิตที่มคี วามสมดุลและพร้อมรบั ต่อการเปลี่ยนแปลงใน 4 มิติ วัตถ/ุ เศรษฐกิจ ด้านสงั คม ดา้ นวฒั นธรรม ด้านส่งิ แวดล้อม 1. การลดรายจา่ ย เพ่ิมรายได้ 1. สังคมแห่งการแลกเปลี่ยน 1. เห็นคุณค่าของปราชญ์ ความคุ้มคา่ และประหยดั เรยี นรู้ 1.การประดษิ ฐ์ โคม - ตุงลา้ นนา ชาวบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่นใน ต้นทุน 2. ความสามัคคีในการทำงาน ไม่ให้กระทบตอ่ สิ่งแวดล้อมตา่ งๆ การประดิษฐ์ โคม - ตงุ ล้านนา 2. วัสดุในทอ้ งถ่ินในการ เป็นกลุ่มอย่างมรี ะบบ เชน่ เศษไม้ เศษกระดาษ เศษผา้ 2. เห็นคุณค่าและความสำคัญ ประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 3.สังคมแห่งความเอื้ออาทร ท่เี หลอื ใช้ ฯลฯ ของวสั ดุธรรมชาตใิ นท้องถ่ิน 3. วสั ดใุ นทอ้ งถน่ิ ท่ีใชเ้ ปน็ การ แบ่งปันซึง่ กันและกนั เช่น ไมไ้ ผ่ และอน่ื ๆ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 2. การใช้วัสดุธรรมชาติอย่างคุ่ม 4. คณุ คา่ และภูมปิ ัญญาใน ค่าให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ทอ้ งถ่นิ ในการประดษิ ฐ์ โคม - เช่น วัสดุในการประดิษฐ์ โคม - ตุงล้านนา ตงุ ล้านนา กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ สาระที่ 1. ทกั ษะการเรยี นรู้ ผังมโนทัศน์วิเคราะหล์ กั สูตรฐานการเร รายวิชา ทักษะการเรียนรู้ เรือ่ ง หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระด - การเรียนรดู้ ้วยตัวเอง ระดับประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษาต - การใช้แหลง่ เรียนรู้ - การจดั การความรู้ ฐานการ - การคิดเปน็ การประดษิ ฐ Internet กบั การเรียนรู้ไรพ้ รมแดน เรื่อง ลา้ น การสบื คน้ ข้อมูลจาก Website สาระท่ี 2. ความรู้พนื้ ฐาน สาระที่ 5. การพ รายวิชา คณิตศาสตร์ รายวชิ า การพัฒ เร่ือง เร่อื ง - จำนวน และการดำเนินงาน - การพัฒนาตน - การวัด เรขาคณติ รายวิชา ศาสนา - การใชเ้ ครื่องมือและการออกแบบ เรอ่ื ง ผลิตภณั ฑ์ - ศาสนา วฒั นธ - การใช้ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในงานอาชีพ
จพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 80 รยี นรู้ การประดษิ ฐโ์ คม – ตุงล้านนา ดับการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน 2551 ตอนต้น มัธยมศกึ ษาตอนปลาย สาระท่ี 3. การประกอบอาชีพ รายวชิ า ช่องทางการเขา้ ส่อู าชพี เรอ่ื ง - ชอ่ งทางการเขา้ สู่อาชพี - ทกั ษะการประกอบอาชีพ - พฒั นาอาชพี ใหม้ ีอยมู่ ีกิน - ความพรอ้ มในการเขา้ ส่อู าชพี รเรียนรู้ ฐโ์ คม – ตุง นนา พฒั นาสงั คม สาระท่ี 4. ทักษะการดำเนินชวี ิต ฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม รายวชิ า เศรษฐกิจพอเพียง เร่อื ง นเอง ชุมชน สงั คม - ความพอเพียงในครวั เรอื น า และหนา้ ทพี่ ลเมือง - การนำเศรษฐกิจพอเพียงไปประยกุ ต์ใช้ ในครอบครัว รายวิชา ศลิ ปศกึ ษา เรือ่ ง - ทัศนศิลปไ์ ทย ธรรม ประเพณี
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 81 แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (ประจำฐานการเรยี นรู้) 1. ช่อื ฐานการเรยี นรู้ การประดิษฐ์โคม - ตงุ ล้านนา เวลา 5 ชวั่ โมง 2. ช่ือผจู้ ัดทำ นางสาวรัชฎาภรณ์ ยอดยา 3. สาระสำคญั หลังเทศกาลวันออกพรรษา เมื่อปลายฝนต้นหนาว เป็นสัญญาณบอกว่าเทศกาลยี่เป็งได้เข้ามาเยือน แล้ว ชาวล้านนาต่างพากันเตรียมเครื่องใช้ ไม้สอย และเครื่องไทยทานเพื่อไปทำบุญที่วัด เพราะในช่วงเวลานี้ ถือว่าเป็นวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน ยี่ (เหนือ) หรือ เดือน 12 ผู้เฒ่า ผู้แก่ จะถือโอกาส ไปนอนค้างแรม ที่วัด เพื่อฟังธรรมอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคนล้านนา โคมไฟกับงานประเพณียี่เป็ง ถือได้ว่าเป็นของคู่กัน แต่ ก่อนชาวล้านนามีโคมไฟใช้ไม่แพร่หลาย จุดประสงค์ ของการใช้สอยของโคมไฟโบราณ ทำขึ้นเพื่อใช้เป็น ตะเกยี ง หรอื สงิ่ ประดิษฐ์ สำหรบั จุดไฟให้สว่าง แตด่ ว้ ยเหตุผลทโี่ คมตุงลา้ นนามีราคาแพงตามประเพณี จงึ โคม ตงุ ล้านนาสร้างรายได้ เป็นอาชีพเสรมิ แก่ตนเอง ครอบครวั และเป็นการสบื ทอดภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่ิน 4. วตั ถุประสงค์ 4.1 วตั ถปุ ระสงค์กจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.1.1 เพือ่ ให้ผเู้ ข้ารับการอบรมมคี วามรู้ความเข้าใจในการประดิษฐโ์ คม - ตงุ ล้านนา 4.1.2 เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การอบรมมีทักษะในการประดิษฐ์โคม - ตงุ ลา้ นนา 4.2 วตั ถปุ ระสงค์ของฐานการเรยี นรู้ 4.2.1 เพอื่ ใหผ้ เู้ ขา้ รับการอบรมเหน็ ตัวอย่างการประดิษฐ์โคม - ตุงลา้ นนา 4.2.2 เพอื่ ให้ผู้เข้ารับการอบรมไดร้ ับความรูเ้ ก่ยี วกบั การประดิษฐ์โคม - ตงุ ลา้ นนา 4.2.3 เพ่ือให้ผู้เขา้ รบั การอบรมได้ฝกึ ทักษะการประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ลา้ นนา 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 5.1 แนะนำวิทยากรและหลักสูตรการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ประจำฐานการเรยี นรู้) การประดิษฐ์โคม - ตงุ ล้านนา 5.2 ชแ้ี จงวตั ถุประสงค์ของฐานการเรียนรู้เกี่ยวกับการประดิษฐ์โคม - ตงุ ล้านนา 5.3 แจ้งขอบเขตเน้ือหากิจกรรมการอบรมแกผ่ ้เู ขา้ รบั การอบรม 5.3 ทดสอบกอ่ นเรียน 5.4 วทิ ยากรแนะนำวัสดุ อุปกรณ์ในการประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ลา้ นนา 5.5 แบ่งกลมุ่ ผู้เขา้ รับการอบรมฝึกปฏบิ ัติการประดิษฐ์โคม - ตุงล้านนา 5.6 ผู้เรียนถอดบทเรยี น 2 : 3 : 4 องค์ความรู้ท่ีไดจ้ ากการเรียนรูร้ ายบุคล 5.7 แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ นำองคค์ วามรูท้ ไี่ ดจ้ ากการถอดบทเรียนมาสรุปเปน็ ภาพรรวม สอบถาม และให้ ข้อเสนอแนะ 5.8 ทดสอบหลงั เรียน 5.9 ประเมนิ ความพึงพอใจวิทยากร กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จังหวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 82 6. สือ่ / อุปกรณ์ 6.1 ปราชญช์ าวบ้าน 6.2 แผน่ พบั องคค์ วามรู้การประดษิ ฐ์โคม - ตุงล้านนา 6.3 วสั ดุในการประดษิ ฐโ์ คม - ตงุ ล้านนา 7. ความรู้ทไ่ี ดร้ ับจากฐานการเรยี นรู้ 7.1 ศาสตร์พระราชา ( 9 คำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั ) ขอ้ ที่ 1 ความเพียร ขอ้ ท่ี 2 ความพอดี ขอ้ ที่ 3 ความรตู้ น ข้อท่ี 4 คนเราจะต้องรบั และจะต้องให้ ข้อที่ 8 ความซื่อสัตย์ 7.2 ศาสตรท์ อ้ งถิน่ - ปราชญ์ชาวบา้ น นางบวั จนั ทร์ วรรณมูล ความรูเ้ รอ่ื ง ประวัติความเป็นมาโคม ตุงล้านนา นางนงนชุ ภริ าษร ความรูเ้ รื่อง การประดษิ ฐโ์ คม - ตุงล้านนา 7.3 ศาสตรส์ ากล - สาระการเรียนรูท้ ่ี 1 ทักษะการเรยี นรู้ รายวชิ า ทกั ษะการเรียนรู้ Internet กบั การเรยี นรไู้ ร้พรมแดน (วิชาเลอื ก) - สาระการเรยี นรู้ท่ี 2 ความรพู้ ืน้ ฐาน รายวชิ า คณติ ศาสตร์ - สาระการเรยี นรูท้ ี่ 3 การประกอบอาชีพ รายวชิ า ชอ่ งการการเข้าสู่อาชพี - สาระการเรยี นรทู้ ่ี 4 ทักษะการดำเนนิ ชีวติ รายวชิ า เศรษฐกจิ พอเพียง ศิลปศึกษา - สาระการเรียนรทู้ ่ี 5 สาระการพัฒนาสังคม ชุมชน รายวชิ า การพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม 8. ความสอดคลอ้ งกบั หลักในการทรงงานของในหลวง ข้อท่ี 1 จะทำอะไรตอ้ งศึกษาข้อมลู ให้เปน็ ระบบ ขอ้ ท่ี 4 ทำตามลำดบั ข้ัน ขอ้ ที่ 7 ไมต่ ิดตำรา ขอ้ ท่ี 8 ประหยัด ข้อที่ 9 ทำให้ง่าย ข้อท่ี 10 การมีสว่ นรว่ ม ขอ้ ท่ี 17 การพึง่ ตนเอง ขอ้ ที่ 18 พออยพู่ อกนิ ข้อที่ 19 เศรษฐกิจพอเพียง ข้อท่ี 20 ความซื่อสัตยส์ ุจริต จรงิ ใจตอ่ กัน ขอ้ ที่ 21 ทำงานอย่างมีความสุข ข้อที่ 22 ความเพียร ขอ้ ท่ี 23 รู้ รกั สามัคคี กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวัดเชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง กศน.อำเภอแม่ลาว 83 9. ความสอดคลอ้ งกบั หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง (2 : 3 : 4) 2 เงอื่ นไข เงอ่ื นไขความรู้ เงื่อนไขคณุ ธรรม 1. เรอ่ื ง ประวัติความเป็นมาโคม ตงุ ล้านนา 1. ความชื่อสตั ย์ 2. เรื่อง การประดษิ ฐ์ โคม - ตุงลา้ นนา แบบต่างๆ 2. ความขยนั หม่ันเพียร 3. เรื่อง การเก็บรักษาช้ินงาน 3. ความอดทน 4. เรอ่ื ง การบรรจโุ คม - ตงุ ล้านนา เพ่ือการจำหนา่ ย 4. ความรับผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา 5. เรือ่ ง การทำบัญชรี ายรบั รายจ่าย 5. ความสามัคคี 6. เรือ่ ง การตลาด 6. ความประหยัด 7. ความเอ้ืออาทร ชว่ ยเหลอื แบ่งปนั ซงึ่ กันและกนั 3 หลกั การ พอประมาณ มีเหตผุ ล มภี ูมคิ ุ้มกันในตวั ทีด่ ี 1. องค์ความรู้ท้งั หมด เกี่ยวกับ 1. เพื่ออนุรกั ษ์ ศิลปะ ด้านวฒั นธรรม 1. ศึกษาองค์ความรู้ทัง้ หมด เกย่ี วกบั การประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา ในการประดษิ ฐ์ โคม - ตุงล้านนา การประดิษฐ์ โคม - ตุงล้านนา 2. วสั ดุอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ 2. เพือ่ ประกอบอาชีพสรา้ งรายได้ 2. มกี ารวางแผนในการประดิษฐ์ โคม - โคม - ตุงล้านนา หลกั หรือรายได้เสริม 3. วัสดุในท้องถ่ินที่ใชใ้ นการ ตุงลา้ นนา ประดิษฐ์ โคม - ตงุ ล้านนา 3. เพอ่ื มองเหน็ ประโยชน์ และ 4. การตลาด คณุ คา่ ของการประดิษฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา ด้าน ชีวติ ทเ่ี กิดความสมดลุ และพร้อมรับต่อการเปลีย่ นแปลงใน 4 มติ ิ ด้านวัตถุ ด้านสังคม ดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม ดา้ นวฒั นธรรม ความรู้ 1. การลดรายจา่ ย เพิ่ม 1. การประดษิ ฐ์ โคม - รายได้ ความคุ้มค่า และ ตุงล้านนา ไม่ให้ ประหยดั ต้นทนุ กระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อม ต่างๆ เชน่ เศษไม้ เศษ กระดาษ เศษผ้า ที่ เหลอื ใช้ ฯลฯ ทกั ษะ 1. วัสดใุ นท้องถนิ่ ในการ 1. สังคมแห่งการ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ลา้ นนา 2. ความสามัคคีในการ 2. วัสดุในทอ้ งถ่นิ ที่ใช้ ทำงานเป็นกลุ่มอย่างมี เปน็ การประดิษฐ์ โคม - ระบบ ตุงลา้ นนา กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรูต้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแม่ลาว 84 เจตคติ 3. คุณค่าและภูมิปัญญา 3.สังคมแห่งความเอ้ือ 1. เห็นคุณค่าของปราชญ์ ในท้องถ่นิ ในการ อาทรแบ่งปันซึ่งกัน ชาวบ้านภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ประดิษฐ์ โคม - ตงุ และกัน ในการประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา ล้านนา 2. การใชว้ สั ดุ 2. เหน็ คณุ คา่ และ ธรรมชาตอิ ยา่ งคุ่มคา่ ความสำคัญของวัสดุ ใหเ้ กดิ ประโยชน์อย่าง ธรรมชาตใิ นท้องถน่ิ สูงสดุ เชน่ ไมไ้ ผ่ และอ่นื ๆ เช่น วัสดุในการ ประดษิ ฐ์ โคม - ตงุ ลา้ นนา 10. การนำไปประยุกตใ์ ช้ 10.1 การประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวัน 10.1.1 การเลือกวัสดุ อุปกรณ์จากธรรมชาติให้คุ้มค่า และได้ประโยชน์สูงสุด ในการ ประดษิ ฐ์ โคม - ตุงล้านนา 10.1.2 รจู้ ักการวางแผน การทำงาน การประดิษฐ์ โคม - ตุงลา้ นนา 10.1.3 การลดรายจ่าย เพ่ิมรายไดใ้ ห้กบั ครอบครวั 10.2 การประยุกต์ใช้ในภารกิจตามหนา้ ท่ี 10.2.1 การวางแผนการทำงานแบบมขี ้ันตอน 10.2.2 ความชอื่ สัตย์ ความขยันหม่นั เพียร ความอดทน ความรบั ผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา ความ สามคั คี ความเออ้ื อาทร ชว่ ยเหลอื แบง่ ปันซง่ึ กนั และกนั 11. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 11.1 การทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน 11.2 การประเมินชน้ิ งาน 11.3 การประเมนิ ความพงึ พอใจ ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................... ................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 85 ใบความรู้ เร่ืองการประดษิ ฐ์โคม-ตงุ ล้านนา การจัดการเรียนรตู้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ฐานการเรยี นรู้ การประดษิ ฐ์โคม-ตุงล้านนา ตำนานโคม ตำนานโคม การยกโคม หรอื การลอยโคม แตเ่ ดิมเป็นพธิ ีทางศาสนาพราหมณ์ กระทำข้นึ เพ่ือบูชาพระ เจ้าทั้ง 3 คือพระนารายณ์ พระพรหม พระอิศวร ภายในโคมจุดเทียน หรือทางเปรียงหรือไขข้อพระโคซ่ึง พราหมณน์ ำมาถวายการบูชาดว้ ยนำ้ มนั ไขขอ้ โคน้ี เปน็ พธิ ที างลทั ธพิ ราหมณแ์ ทๆ้ ในเอกสารโบราณของล้านนาที่ได้บันทึกคติ ความเชื่อ เกี่ยวกับพิธีจุดประทีปโคมไฟนี้มีอยู่หลายฉบับ วดั หนองออน อานิสงส์ประทปี ฉบบั วัดแม่ตง๋ั วดั รตั นาราม วดั ดวงดีเปน็ ต้น โดยเฉพาะวัดหนองออน ได้กล่าวถึง อานิสงส์ของการจุดประทีปบชู าวา่ ผใู้ ดก็ตามไดจ้ ุดประทปี ในคนื วนั เพ็ญเดือนสบิ สองหากเกดิ มาชาติหน้า จะได้ เกดิ ในตระกลู เศรษฐี เป็นผมู้ รี ูปโฉมโนมพรรณอนั สสวยงาม อุดมไปด้วยทรพั ยส์ ินเงนิ ทองข้าวของต่างๆ กล่าวได้ว่า คติความเชื่อเกี่ยวกับการจุดประทีปบูชานั้นได้รับอิทธิพลมาจากชาดกนอกนิบาตร เรือ่ ง “แม่กาเผือก” ซง่ึ แตง่ โดยชาวล้านนา จานไวใ้ นใบลานซ่ึงบนั ทกึ เอาไวว้ า่ ในสมัยท่ีพระพุทธเจา้ ห้าพระองค์ คือ พระกกสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ พระโคตม พระศรีอาริยะเมตไตร เม่ือครั้งเป็นพระโพธิสัตว์ ได้ จดุ ประทปี บูชาคูณผู้เปน็ มารดาผู้เป็นแม่กาเผือกท่ีตายไปอยบู่ นสวรรค์ พุทธศาสนกิ ชนจงึ ได้ประพฤติปฏิบัติสืบ ตอ่ ๆกนั มาและในตอนเยน็ ของคนื ยี่เป็งพระสงฆต์ ามวัดต่างๆ ก็จะมกี ารนำเอาพระธรรมเทศนา เรอื่ งแมก่ าเผือก น้มี าเทศน์ใหศ้ รัทธาได้รบั ฟัง และมีกีจ่ ดุ ประทปี สวา่ งไสว พรอ้ มท้งั การจุดประทดั ดว้ ย ในกลางวันจะมีการปล่อยโคมลอยเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์ และเพื่อบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีใน สวรรค์ รวมทั้งการแขวนโคมไฟไว้ประตู หน้าบ้าน และปักเสาสูงชักโคมแขวนไว้บนอากาศ เรื่องอานิสงส์การ จุดประทีปบูชาฉบบั วัดพรหม จังหวัดน่าน ได้บันทึกเอาไว้ว่า สมัยพุทธกาลได้มกี ารปักเสาสูงชักโคมข้ึนไปขวน ไวบ้ นอากาศเป็นพทุ ธบูชามานานแล้ว ในปัจจุบันโคมนั้นทำขึ้นมาเพื่อนำไปถวายที่วัด เพราะมีความเชื่อว่าชาติหน้าเกิดมาจะมีสติปัญญา เนื่องจากแสงสวางที่ส่องเข้าไปในความมืดเปรียบกับบุคคลที่มีปัญญาจะมองเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริงได้ ไม่มืดบอดแต่เดิมประเพณกี ารจุดโคมจะทำขึ้นเฉพาะในบา้ นของเจา้ นายใหญ่โตหรอื ผู้มีอนั จะกินเท่านนั้ โดยจะ ใช้ประทปี ใหเ้ กดิ แสงสว่างแล้วนำไปใส่ไวใ้ นโคมหรอื ในประทีป ทีม่ ีลกั ษณะเปน็ ผางประทปี เล็กๆแล้วใชน้ ้ำมันงา น้ำมันหุ่ง หรือน้ำมันมะพร้าวใส่ไปในถ้วยดิน เพื่อให้ไฟติดไส้ที่อยู่ตรงกลางถ้วยหรือประที แต่ในปัจจุบันใช้ ไฟฟ้าเสียมากกว่า ตามปกติการจุดโคมทำกันในวันพระ แต่จริงๆแล้วการจุดโคมสามารถจุดได้ทุกวัน โดยไม่ จำกดั โอกาสหรือทเี่ รียกตามภาษาทางธรรมวา่ อกาลิโก ซึง่ แล้วแต่ความพอใจและความสะดวก โคมเม่ือจุดแล้ว กจ็ ะนำไปแขวนตามชายคาหนา้ บ้าน ให้เป็นท่ีสวยงามและเป็นการบูชาเทพาอารกั ษ์ อีกทางหนึ่งดว้ ย โคม-ตงุ ลา้ นนา โคมล้านนา หรือ ภาษาทางภาคเหนือ เรียกว่า “โกม” เป็นศิลปะการประดิษฐ์ของภูมิปัญญาทางถ่ิน ของคนล้านนา และมีอิทธพิ ลตอ่ การดำรงชวี ติ ของคนล้านนาในเรื่องของความเช่ือ ขนบธรรมเนียมประเพณี ใน เทศกาลเดือนสบิ สอง หรืองานลอยกระทง การประดิษฐ์โคมล้านนา คือ การนำเอาวัสดุในท้องถิ่นเช่น ไม่ไผ่ กระดาษสา ที่เกิดจากภูมิปัญญา ชาวบ้านมาแต่โบราณกาลสืบทอดต่อๆกันมาและเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ออกแบบ ตกแต่ง ใช้ศิลปะแบบ ภูมิปัญญาไทย จุดประสงคเ์ ดมิ เพ่ือจุดเปน็ พทุ ธบูชาในความเชอ่ื ของคนสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบนั นี้ คนไทยลา้ นนา กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 86 ได้นำเอาเทคโนโลยี เทคนิคใหม่ๆมาสร้างสรรค์งานเพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่นนำมาตกแต่งประดับประดาสถานที่ และบ้านเรือน ร้นค้า การจัดนิทรรศการในเรื่องของกรอนุรักษ์ภูมิ ปญั ญาท้องถิน่ เปน็ ตน้ ทำให้มีผสู้ นใจมากข้นึ ทง้ั ในและต่างประเทศ ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนรุ่นหลังควรได้สืบสานความเป็นไทยล้านนาโดยการศึกษาประวัติ ความ เป็นมา รู้ขั้นตอนวิธีการประดิษฐ์ มีทักษะในการประดิษฐ์ ออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง และ สมารถนำไปประยกุ ต์ใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในชีวติ ประจำวันได้ ลักษณะของโคม-ตุงลา้ นนา ลักษณะของโคมลา้ นนา มีอยู่ 3 ลกั ษณะ 1. โคมถือ แบ่งได้ 2แบบ คอื 1.1 โคมดอกบัว รปู แบบเหมือนดอกบวั ตูมใชส้ ำหรับพระ หรอื ตั้งพระพุทธรูป 1.2 โคมหูกระต่าย(อ่าน “โกมหูกระต่าย”) หมายถึง พรหมวิหารสี่ จะใช้ถือเดินในขบวนแห่ จากนั้นไปประดับบริเวณรอบโบสถ์ หรือสถานที่ๆมีพิธีการ หรือบริเวณหน้าบ้าน โคมหูกระต่ายมี 4 ด้าน ซึ่ง เปรียบกับ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นโคมที่ใช้ประดับในเทศกาลยี่เป็ง (วันลอยกระทง) หรือวันเพ็ญ เดอื นสบิ สอง สามารถแยกได้เปน็ สองสว่ น คือ สว่ นที่ใหแ้ สงสว่างและสว่ นทีเ่ ป็นเรอื นโคม ส่วนที่ให้แสงสวา่ งน้นั มกั ใชป้ ระทปี มากกว่าตะเกยี ง และในระยะหลังนยิ มใชไ้ ฟฟ้าแทนประทีป โคมหูกระต่ายมีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ 10 เซนติเมตร เจาะรูทั้งสี่มุม ใช้ไม้ไผ่เหลา ขนาดประมาณครึ่งเซนติเมตรปักลงในรูนั้น ทำเป็นปีกขึ้นไปโดยตัดขอบบนให้โค้งและสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ด้านบนให้กว้างประมาณ 15 เซนติเมตร จะได้เรือนโคมลักษณะเป็นสี่เหลีย่ มมีปลายบานออกจาก กัน ใช้กระดาษว่าวหรือกระดาษแก้วสีต่างๆปิดทับทั้งสี่ด้านของเรือนโคมและเปิดช่องด้านบนเมื่อใช้งานก็วาง ประทีป หรือเทยี นท่ีจุดไฟลงกลางเรอื นโคม สว่ นฐานของโคมหูกระต่ายน้ัน อาจทำด้วยกาบกล้วยช้ินจากลำต้นมะละกอหรือแผน่ ไม้ ก็ได้ และอาจ ใช้วางประดับอยู่กับที่หรืออาจทำให้ถือไปได้นั้นฐานของเรือนโคมอาจทำด้วยไม้สักเจาะรูตรงกลางสำหรับใส่ ดา้ มถือ ซง่ึ มีความยาวประมาณ 25 เซนตเิ มตร 2. โคมแขวน หรือ โคมค้าง คือโคมที่จะต้องติดหรอื แขวนไว้บนค้าหรือที่สูงๆดวงโคมท่ีนำมาติดตัง้ บน ค้างนี้ มักทำโครงด้วยไม้ไผ่ปะด้วยกระดาษ เป็นโคมทรงกลมหักมุมทีเ่ รียกว่าโคมรังมดส้ม มีประทีปหรือเทียน จุดใหส้ ว่าง ทัง้ นี้อาจทำเป็นรปู อ่นื อาทิเช่น รปู หมี รูปไก่ รปู นกยูง รปู ดาวหา้ แฉก รูปเครอ่ื งบิน รปู จรวด ก็อาจ ทำไดต้ มท่ีเห็นว่างาม และอาจยงั ตอ้ งใช้โคมญ่ปี ุน่ หรอื จีนมาทำโคมคา้ งก็ได้ มดี งั นี้ 2.1 โคมเพชร หรือโคมไห หรือโคมดิ่ง เป็นโคมที่พัฒนามาจากโคมรังมดส้ม หรือโคมเสมาธรรมจักร นั่นเอง โคมเพชรเรยี กช่ือตามลกั ษณะของรปู ทรงที่มีลักษณะเหมือนของจรงิ วสั ดทุ ี่ใช้ในการประดิษฐ์ไม่แตกต่าง จากโคมอืน่ ๆเลย 2.2 โมดาว เปน็ โคมทปี่ ระยกุ ต์ขน้ึ มาใหม่จากโคมด้ังเดมิ แต่ยงั คงใช้วัสดุ และวิธกี ารเดมิ แต่ดดั แปลงใน รูปแบบของโครงสร้างการขึ้นโครงของตัวโมเท่านั้นที่ต้องหักไม้ไผ่เป็นแฉก 5 แฉกคล้ายรูปดาว ส่วนลวดลาย ประดับบนตัวโคมคงใชล้ ายท่แี ตกตา่ งจากโคมอืน่ นน้ั คอื ลายแกว้ ชิงดวง เปน็ ลวดลายท่ีคงเอกลกั ษณ์ของความ เปน็ ลา้ นนา 2.3 โคมทรงกระบอก แบ่งออกเปน็ 2 แบบ คือ - โคมงวงช้าง ซึ่งยาวกวา่ และใชจ้ ดุ บูชาหนา้ พระประทาน -โคมกระบอก 2.4 โคมแปดเหลี่ยม หรอื โคมธรรมจักร มแี ปดด้าน หมายถงึ มรรคมอี งค์แปด กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวดั เชียงราย
แผนการจดั การเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 87 2.5 โคมเจียรนัย หรอื โคมเด่ียว 2.6 โคมผัด (หมนุ ) โดยใช้ความรอ้ นจากควันเทียนทำให้หมุน มีสองชน้ั ด้วยกนั ชนั้ ในจะมีแกนฝนเป็น ลักษณะเข็มวางไว้ และจะมีลวดลายต่างๆเวลาหมุนเงาลวดลายจะปรากฏที่ชั้นนอก ส่วนมากโคมผัดจะตั้งไว้ที่ วดั และเคลอ่ื นยา้ ยไม่ได้ โคมผัดเป็นโคมทห่ี มุนได้ ซง่ึ คลา้ ยกับทางภาคกลาง เรียกวา่ โคมเวียน โคมนี้ทำเป็นรูป ทรงกระบอก ขนาดกวา้ งประมาณ 50 เซนตเิ มตร สูงประมาณ 70 เซนตเิ มตร หุ้มดว้ ยกระดาษสาหรอื กระดาษ สา หรือกระดาษว่าวสีขาวอาจทำเปน็ สองชั้นเดียวกันก็ได้หากทำครอบสองชั้นแล้ว ชั้นในจะมีภาพต่างๆปิดไว้ เปน็ ระยะๆพองาม มีสายหรือซี่โยงจากกรอบเข้าหาแกนกลางซึ่งทำเปน็ ตุ่มใส่ไว้ในก้นถ้วย ปดิ แถบกระดาษเข้า กับสายหรือซี่นัน้ โดยให้มีมุมและระยะที่ลงตัว เมื่อจุดเทียนซึง่ ติดต้ังไว้กลางโคมนั้น ความร้อนจากเปลวเยนจะ ไปกระทบกับแถบกระดาษและจะผลักให้ส่วนที่เป็นโค้งครอบนั้นให้ผัด คือหมุนไปเรื่อยๆ เงาของภาพที่ปิดไว้ จะสอ่ งไปกระทบกบั ครอบชนั้ นอก สร้างความเคล่อื นไหวดว้ ยแสงเงาไดร้ ะดบั หน่ึง 2.7 โคมรปู สัตว์ต่างๆ เปน็ โคมซ่ึงได้พัฒนาดดั แปลงจาดความคิดของผ้ทู ่ีประดษิ ฐจ์ ากโคมท่ีมมี าแตด่ งั้ เดิมมาเปน็ รปู สัตว์ต่างๆ 3.โคมลอย เป็นคำที่ภายหลังที่ใช้เรียกเครื่องเล่นทำด้วยกระดาษลักษณะเป็นถุงขนาดใหญ่ ใช้ลมร้อน บรรจุภายในให้ลอยข้ึนไปได้ เดิมเรียก ว่าวรม (อ่าน “ว่าวฮม”) หรือว่าวควนั เป็นโคมที่ทำจากการตอ่ กระดาษ ว่าวเป็นโคมขนาดใหญ่เป็นทรงกลม หรือสี่เหลี่ยม ตรงปากใช้ไม้ไผ่ขดเป็นวงกลมพอให้ใช้ไม้ไผ่ขดเป็นวงกลม พอให้ใชไ้ ม้ท่ีพนั ผ้าและชุบน้ำมันให้เกิดควนั นำไม้จุดไฟน้ีเข้าไปในวงกลมน้ที ำให้ควันอยู่ข้างใน เม่ือปล่อยควัน เข้าไปจนกระทั่งโคมนั้นลอยขึ้นสู่อากาศ อาจจะมีการนำเงิน หรือเขียนหนังสือติดไปด้วย หรือส่วนใหญ่มักจะ ใสป่ ระทดั เปน็ หางเม่อื จุดข้นึ ไประยะหนงึ่ กจ็ ะเกิดเสียงดัง คติการปล่อยโคมนเ้ี พ่ือบชู าพระเกศแก้วจุฬามณบี นสวรรค์ หรอื บูชาผใู้ หก้ ำเนิดตนคือ พ่อเกิด แม่เกิด โดยเฉพาะผทู้ เี่ กิดปีจอ ตอ้ งไหวบ้ ชู า พระเกศแก้วจฬุ ามณีเจดยี ์ หรือเป็นการสะเดาะเคราะหจ์ งึ นยิ มทำโคมลอย และในอกี ประโยชนห์ นงึ่ คอื สมยั โบราณเม่อื เกดิ สงคราม ก็จะใช้โคมลอยไปยังเมื่อของข้าศึกพอดีกับธูปไหม้ลง ถึงดินไฟ ก็จะระเบิดตดิ กระดาษโคม ทำให้ลูกไฟตกลงยังค่าย บ้านเรือนข้าศึก โคมลอยนี้จะเปน็ โคมชนดิ เดียว ท่ีจะจดุ ลอ่ ยในเวลากลางวัน โดยเฉพาะในตอนเช้าถึงเท่ยี งเปน็ ส่วนมาก ในปัจจุบันไม่ไดเ้ จาะจงใช้เฉพาะงานยี่เปง็ หรือ เทศมหาชาติ แต่จะใช้เป็นพุทธบชู าได้ตลอดปี และยัง ใชใ้ นการประดับตกแต่งบ้านเรือน อาคารสำนกั งาน ตลอดทง้ั โรงแรมตา่ งๆ เพ่อื ให้ได้ความรูส้ ึกและบรรยากาศ แบบล้านนา อย่างสวยงาม ซึ่งโคมนี้แมจ้ ะรับอิทธิพลจากหลายๆประเทศแต่ในปัจจบุ ันที่หลงเหลืออยู่ทีเ่ ห็นชัด ก็จะมแี ตใ่ นจังหวัดเชียงใหมห่ รือจงั หวัดใกล้เคยี งเทา่ นั้น จุดมงุ่ หมายของการจดุ โคมบูชา 1. เพ่อื เปน็ พุทธบูชา 2. เพอื่ ความสวยงาม 3. เพ่ือให้แสงสวา่ ง 4. เพอ่ื เปน็ สริ ิมงคลแกเ่ จ้าของบา้ น การประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั 1.นำไปประดับตกแต่งท่ีอยูอ่ าศัยตามบ้านเรือนและร้านคา้ ให้สวยงามนา่ ดู 2.ประดษิ ฐ์เปน็ ของทร่ี ะลกึ แก่นักทอ่ งเที่ยวในขนาดเลก็ ถึงใหญ่ 3.ประยกุ ต์โดยนำวสั ดเุ หลอื ใช้เช่น เศษผา้ หรือกระดาษอืน่ มาประดิษฐแ์ ทนกระดาษสา กศน.อำเภอแมล่ าว สำนกั งาน กศน.จงั หวัดเชยี งราย
แผนการจดั การเรยี นรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กศน.อำเภอแมล่ าว 88 ประโยชนข์ องโคมลา้ นนา 1.เพ่อื ให้แสงสว่างในเวลากลางคนื 2.เพื่อเปน็ พุทธบชู าในเทศกาลยีเ่ ปง็ หรอื วนั ลอยกระทง 3.สืบสานและอนุรักษ์ประเพณที อ้ งถ่นิ ภาคเหนือ 4.เพื่อใหเ้ ปน็ สริ ิมงคลแกเ่ จ้าของบา้ นตามความเชื่อของชาวลา้ นนา 5.เพ่อื ตกแต่งและประดับประดาบ้านเรอื นหรือสถานท่ตี ่างๆ ที่แสดงถึงความเป็นลา้ นนา กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จงั หวดั เชยี งราย
แผนการจดั การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กศน.อำเภอแมล่ าว 89 แบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น การจดั การเรียนรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ฐานการเรียนรู้ เรื่อง การประดิษฐโ์ คม-ตงุ ล้านนา ................................................................... จงเลอื กคำตอบทีถ่ ูกตอ้ งท่ีสดุ เพยี งขอ้ เดียว (10 ขอ้ 10 คะแนน) 1. ศาสนาใดท่ีมีการนำโคมมาประกอบพิธที างศาสนาเป็นศาสนาแรก ก. ศาสนาพทุ ธ ข. ศาสนาซิกส์ ค. ศาสนาพราหมณ์ ง. ศาสนาฮินดู 2. โคมไฟของล้านนาเปน็ ความเช่ือเกย่ี วกบั พิธอี ะไร ก. พธิ ีปล่อยโคม ข. พธิ จี ุดประทีป ค. พิธีจุดเทียน ง. พธิ ตี กแต่งประกอบวดั วาอารามในวันยเี่ ปง็ 3. โคมลา้ นนาทพ่ี บเหน็ ในปัจจุบนั ได้ดัดแปลงประยุกตแ์ ละพฒั นาการมาจากการประดิษฐโ์ คมอะไร ก. โคมลอย ข. โคมดาว ค. โคมไห ง. โคมธรรมจักร 4. โคมลา้ นนาแบ่งออกเป็นกี่ลักษณะ ก. 2 ข. 3 ค. 4 ง. 5 5. วัสดทุ ใ่ี ชใ้ นการประดิษฐ์โคมลา้ นนาสว่ นใหญใ่ ช้วัสดุประเภทใด ก. วสั ดสุ ังเคราะห์ ข. วสั ดุจากธรรมชาติ ค. วสั ดุตามทอ้ งถนิ่ ง. วัสดุท่ดี ดั แปลงจากธรรมชาติ 6. ข้อใดไมใ่ ชจ่ ดุ มงุ่ หมายของการจุดโคมบูชา ก. เพ่ือเปน็ พทุ ธบูชา ข. เพอื่ ความสวยงาม ค. เพ่ืออุทศิ แก่ผู้มีพระคณุ ง. เพือ่ ใหเ้ ปน็ สิรมิ งคลแก่เจ้าของบ้าน กศน.อำเภอแมล่ าว สำนักงาน กศน.จังหวดั เชยี งราย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234