COVID-19_FLOW 2Update 27 Feb. 2020 แนวทางการคัดกรองผูเ้ ดนิ ทางจากพน้ื ที่ที่มกี ารระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 สาหรบั ช่องทางเขา้ ออกประเทศทา่ อากาศยาน (ExitScreening) (สาหรบั เจ้าหน้าท่ีดา่ นฯ) ดา่ นควบคุมโรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศ..............................................จงั หวัด............................... ผู้เดนิ ทาง คัดกรองดว้ ย Thermo scan camera/ Handheld Thermometer ไม่ Alarm หรือ< 37.5 oC Alarm!*หรือ ≥37.5 oC < 37.5 oC วัดอณุ หภมู ิซา้ (หากเป็นไปได้ให้วัดทางห)ู ≥ 37.5 oC ผ่านการคัดกรองซา้ ไมผ่ า่ นการคัดกรอง Consult แพทย์เวร/ดา่ นฯ แพทย์เวรดา่ นฯ/พิจารณา โดยสายการบนิ ซา้ โดยสายการบนิ นาส่งผเู้ ดนิ ทางเข้าหอ้ งตรวจชั้น4 ตามเกณฑ์ PUI โดยการ ซักประวัติ ตรวจรา่ งกาย ไมเ่ ข้าเกณฑ์ PUI เข้าเกณฑ์ PUI อนุญาตเดนิ ทาง ผ่านเกณฑ์สายการบิน ไมผ่ า่ นเกณฑ์สายการ REFER แพทย์ออกเอกสาร บนิ แพทย์ออกเอกสาร 1. ประสาน ตม. ................ Fit to Fly Not Fit to Fly 2. ประสานสายการบิน ……………….. นยิ าม ผูเ้ ดนิ ทางสงสยั ปว่ ย หมายถงึ 1. แนะนาการรักษา 3. ประสาน ศุลกากร................ 1. ผเู้ ดินทางท่มี ีไข้ ≥37.5 C ร่วมกบั อาการระบบทางเดินหายใจอยา่ งใด 2. ส่งตวั ผูเ้ ดนิ ทางใหส้ ายการบนิ 4. ประสาน รพ. ...................ฯลฯ เป็นต้น อย่างหน่ึง (ไอ นา้ มกู เจบ็ คอ หายใจเหนือ่ ย หรือ หายใจลาบาก) และ ด่านฯเกบ็ ข้อมูล เอกสารผเู้ ดินทาง 2.มปี ระวตั ิอาศยั หรือเดินทาง มาจาก หรือพน้ื ที่ที่มรี ายงานการระบาด เพอ่ื พจิ ารณาเปลย่ี นเท่ียวบนิ ตอ่ เนอื่ งของโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 ภายในระยะเวลา 14 วันหรือ -ต8., ตม6., หน้า passport -ใบ refer, ใบ Lab, ใบ SARI 3.มีประวัติสมั ผัสสัตว์ที่เปน็ แหล่งรังโรคหรือเข้า รพ. ในประเทศที่มีการ ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 หรือ ดา่ นควบคุมโรคฯ ............... เบอร์ ......................... 4.มปี ระวัติสัมผัสใกลช้ ิดกับผ้ปู ่วย ทยี่ ืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ศุลกากร............................... เบอร์ ......................... สายการบิน.......................... เบอร์ ......................... ตม..................................... เบอร์ ...................... หมายเหต:ุ 1. *ค่า Alarm คือ คา่ เฉลย่ี ของอณุ หภมู ิรา่ งกายของผู้โดยสาร 10 คนแรก แลว้ นาค่าเฉลีย่ มาบวก 0.5-1 องศาเซลเซียส รพ. .................................. เบอร์ ......................... 2.ดา่ นควบคมุ โรคติดตอ่ ระหวา่ งประเทศ สามารถนาแนวทางปรบั ใชใ้ หเ้ หมาะกับบรบิ ทของแตล่ ะชอ่ งทางฯ 45
2. มาตรการสาหรับดา่ นฯ ท่าเรอื 2.1) เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาดา่ นควบคุมโรคติดต่อระหวา่ งประเทศ ติดตามสถานการณข์ องโรค อย่างใกล้ชิดทุกวนั 2.2) ประสานแจ้งให้ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือตัวแทนเรือ ส่งเอกสารให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ทราบทางโทรสาร จดหมาย จดหมายอิเล็กโทรนิค หรือตัวแทนท่ีมีภูมิลาเนาในราชอาณาจักร ก่อนเรือเข้า มาในราชอาณาจักรไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง ได้แก่ 1. รายการเก่ียวกับพาหนะท่ีเข้ามาในราชอาณาจักร (Information of Conveyance Arriving In Thailand) (ต.1) 2. รายงานสุขลักษณะของพาหนะทางน้า (Maritime Information of Health) (ต.2) 3. เอกสารสาแดงสุขภาพทางเรือ (Maritime Declaration of Health) (ต.3) 4. รายช่ือท่าเรือก่อนเดินทางถึงประเทศไทย (Port of call) 5. รายช่ือลูกเรือ (Crew list) 6. ผลการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย (วัดอุณหภูมิร่างกายลูกเรือทุกคนอย่างน้อย 5 - 7 วัน) 2.3) ตรวจสอบประวัติการเดินทางของเรือภายในระยะเวลา 14 วัน ว่าเดินทางมาจากพ้ืนที่ระบาดโรคติดเชื้อ ไวรสั โคโรนา 2019 หรือไม่ หากพบว่าเรือเดนิ ทางจากพืน้ ที่ระบาดโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 หรือมผี ู้ปว่ ย ให้ใช้มาตรการตรวจคดั กรองคนโดยสาร (Number of Passenger) และคนประจาพาหนะ (Number of Crew) - ให้คนโดยสาร และคนประจาพาหนะที่มีอุณหภูมมิ ากกว่าหรือเทา่ กับ 37.5 องศาเซลเซียส กรอกแบบคาถาม (ต.8) - เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคมุ โรคติดต่อระหว่างประเทศตรวจสอบขอ้ มูลในแบบคาถาม (ต.8) ให้ครบถว้ น วัดอุณหภมู ิร่างกายดว้ ย เครือ่ งเทอรโ์ มมิเตอรท์ างหูหรือปรอทวัดไข้ กรณีพบคนโดยสาร ทม่ี ากับเรือหรือคนประจาพาหนะทมี่ ีอุณหภูมิมากกวา่ หรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส ใหน้ ั่งรอ 10 นาที ให้คนโดยสารหรือคนประจาพาหนะสวมหนา้ กากอนามยั และถ้าพบมีประวตั ิ ตามนยิ ามผู้สงสยั ปว่ ย - เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศประสานหน่วยปฏบิ ตั ิการ ควบคมุ โรค (Communicable disease Control Unit:CDCU) ขนึ้ เรือตรวจคัดกรองและยืนยันวา่ เป็น ผ้ปู ว่ ยสงสยั พร้อมทาลายเช้ือ - เข้าสรู่ ะบบการส่งต่อสถานบริการทางการแพทย์เพ่ือทาการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการต่อไป 2.4) แจก Health Beware Card ให้กับผู้เดินทางเข้าประเทศทุกราย แนะนาให้สังเกตอาการตนเองภายใน 14 วัน หลังเดินทาง หากมีอาการป่วย มีไอ น้ามูก หายใจเหน่ือยหรือหายใจลาบากให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติ การเดินทางกับแพทยผ์ ูท้ าการรักษาดว้ ย 2.5) เรือท่ีไม่ได้มาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคหรือไม่มีรายงานการพบผู้ติดเช้ือหรือเรือท่ีมาจากพ้ืนท่ีท่ีได้รับ ผลกระทบจากเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 แต่ใช้ระยะเวลาในการเดินทางถึงประเทศไทยนานเกินกว่า 14 วัน ขึ้น ตรวจตามปกติ เมื่อตรวจสุขาภิบาลเรือและตรวจสุขภาพลูกเรือแล้วพบว่าปกติ ให้ออกใบอนุญาตให้ เรือเทียบท่า (Free Pratique) ใหเ้ รือเทยี บท่าและดาเนนิ การตามพธิ กี ารเข้าราชอาณาจักรไทยตามระบบปกติ 2.6) รวบรวมขอ้ มูล จัดทารายงานส่งผู้บงั คบั บัญชา 46
COVID-19_FLOW 3Update 27 Feb. 2020 แนวทางการคดั กรองผูเ้ ดินทางจากพ้ืนทีท่ ี่มีการระบาดของโรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 สาหรบั ชอ่ งทางเขา้ ออกประเทศทา่ เรือ (สาหรบั เจ้าหนา้ ท่ีดา่ นฯ) ด่านควบคมุ โรคติดต่อระหวา่ งประเทศ..............................................จงั หวัด............................... นยิ าม ผเู้ ดินทางสงสัยป่วยเข้าเกณฑส์ อบสวนโรค (PUI) หมายถึง กรณมี เี รอื ท่มี าจากพื้นท่ีมีการระบาดต่อเน่อื งตามประกาศของกรมควบคมุ โรค/ข้อส่ังการ/EOC 1. ผูเ้ ดินทางที่มีไข้ ≥37.5 C ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหน่ึง (ไอ น้ามูก เจ็บคอ หายใจเหน่ือย ตัวแทนเรือสง่ เอกสารใหเ้ จ้าพนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ประจาดา่ นฯกอ่ นเรือทกุ ลาเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หรอื หายใจลาบาก) และ อย่างน้อย 24 ชม. ได้แก่ 2. มีประวัติอาศัยหรือเดินทาง มาจาก หรือพ้ืนท่ีท่ีมีรายงานการระบาดต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ภายในระยะเวลา 14 วนั หรอื 1. InformationofConveyanceArrivingInThailand (ต.1) 3. มีประวัติสัมผัสสัตว์ท่ีเป็นแหล่งรังโรคหรือเข้า รพ. ในประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2. MaritimeInformationofHealth (ต.2) หรอื 3. MaritimeDeclarationofHealth (ต.3) 4. มีประวัตสิ มั ผัสใกล้ชดิ กับผู้ปว่ ย ท่ยี นื ยนั การตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 4. Last ten port of call หมายเหต:ุ ใช้ขอ้ มลู พ้นื ทท่ี ่ีมกี ารระบาดต่อเนือ่ งตามประกาศของกรมควบคมุ โรค/ขอ้ สง่ั การ/EOC 5. Crew list 6. ผลการตรวจวัดอณุ หภูมิรา่ งกาย(วัดไขล้ ูกเรอื ทุกคนอยา่ งนอ้ ย 7 วัน) อยูใ่ นระยะฟักตัวของ จพง.ควบคมุ โรคฯ ประเมนิ ความเสยี่ ง เกินระยะฟกั ตัวของโรค โรค ตามเอกสารลาดับที่ 1-6 เรือเทยี บทา่ ได้รับแจง้ มผี ู้ป่วยสงสัยบนเรือ ไม่มผี ู้ปว่ ยสงสยั ประสานนารอ่ ง+-/หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วข้องให้เรือทิง้ สมอ ณ จดุ กักกัน เรือเทยี บทา่ ณ จดุ ท่ีได้รับอนุญาต เรือจอด ณ จุดกักกัน จนท. ด่านฯ ขน้ึ ตรวจคดั กรอง จนท.ดา่ นฯตรวจคัดกรองบนเรอื มผี ู้ป่วยสงสยั (ตามนยิ าม) ไมม่ ผี ู้ป่วยสงสยั เจ้าพนกั งานควบคุมโรคติดต่อประจา (ณ จดุ กกั กนั ) ดา่ นดาเนนิ การดงั นี้ ่ดานควบ ุคมโรคติดต่อระห ่วางประเทศ แ ้จง OP-POE SAT SAT 1.เฝา้ ระวังผู้เดนิ ทางจนกว่าจะพน้ ระยะ 1. แจก Health Beware Card และเอกสาร สคร.............. สคร........ กรมควบคมุ โรค เฝา้ ระวงั 14 วนั หรอื เรอื ออกจากท่าฯ แนะนาอนื่ ๆ (แจ้งNext port) 2. ให้คาแนะนา/สขุ ศึกษาประชาสมั พนั ธ์ 2. ตรวจสุขาภิบาลบนเรอื และแจง้ ชอ่ งทางการติดตอ่ กบั หน่วยงาน 3. ออกเอกสารรับรองเรอื สาธารณสุข ในกรณีเจบ็ ปว่ ยในขณะอยู่ ประเทศไทย สายด่วนกรมควบคมุ โรค 1422 หรอื 1669หรอื โรงพยาบาลทกุ แห่ง รพตามแผนฉกุ เฉนิ ฯ. เตรยี มความพรอ้ มทีมคัด ประสานนาร่อง-+ ชกั ธงเหลอื งบนเรือลง กรอง/รกั ษา/สง่ ตอ่ / หนว่ ยงานทเ่ี กย่ี วข้อง/ ทาลายเชื้อ ให้เรอื ท้งิ สมอ ณ จุดกกั กัน พิธีเขา้ เมอื งปกติ ประธานชอ่ งทางฯ พิจารณาเปิด EOC รว่ มกบั - ทีมคัดกรอง (แพทย/์ ด่านฯ) ทมี คดั กรองแจ้งด่านฯ หรือหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วข้องให้รายงาน EOCเพ่ือ หน่วยงานสาธารณสุข เข้าตรวจคดั กรองลูกเรือ(ซา้ ) 1. สง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยไป รพ.(แจ้ง สสจ.ในพืน้ ท่ี ประสาน/สงั่ การ) 2. CDCUดาเนนิ การทาลายเชื้อในเรือ/ตดิ ตามผูส้ มั ผสั โรค สานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั เตรยี มความพรอ้ ม - ระบบRefer รพ.เครอื ขา่ ย/สสอ. - การติดต่อประสานงาน 3. กกั กันเรอื ณ จุดกักกนั และระหว่างกกั กันเรือ และกาลังคนสนับสนุน -ห้ามคนขนึ้ หรอื ลงจากเรอื - หา้ มพาหนะอ่ืนเข้าเทียบเรอื 4. จนท.ด่าน/หนว่ ยบริหารจัดการชอ่ งทางฯ ประสานข้อมูลกับกปั ตันเรือทุกวัน วันละ 2 คร้งั และ/ขน้ึ ตรวจวัดอุณหภูมซิ ้าโดยหนว่ ยงานดา้ นสาธารณสุข เวลา 8.00 น. และ 16.00 น. และสง่ ผลการตรวจวดั ใหก้ บั ด่านควบคมุ โรคฯ ................... หมายเหต:ุ ช่องทางฯ/EOCยกเลิกการกักกันและอนญุ าตให้เรือเทียบทา่ เพอ่ื ทางานตามปกตเิ มือ่ 1.กรณเี ป็นเรอื โดยสาร ที่มาจากตา่ งประเทศดา่ นควบคุมโรคฯ จะดาเนนิ การคดั กรองผเู้ ดนิ ทาง โดยใชเ้ ครอ่ื งThermoscan วัดอุณหภูมริ า่ ยกายผเู้ ดินทาง หากพบผเู้ ดนิ ทางอณุ หภูมิร่างกายตง้ั แต่ 1. ผล Lab ยืนยนั ไม่พบเชือ้ COVID-19 37.5oC จะนาตวั มาซักประวตั เิ พมิ่ เตมิ แบบฟอรม์ และวดั อุณหภมู ริ ่ายกาย (ซ้า) 2. พ้นระยะฟักตัวของโรค (นบั จากวนั ท่พี บผู้ปว่ ยรายสดุ ท้าย) 2. ดา่ นควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ระหว่างประเทศ สามารถนาแนวทางปรบั ใช้ให้เหมาะกบั บริบทของแตล่ ะช่องทางฯ ชักธงเหลืองบนเรอื ลง พธิ เี ข้าเมอื งปกติ 47
3. มาตรการสาหรบั ด่านฯ พรมแดนทางบก (รถยนต์, รถโดยสาร, รถไฟระหวา่ งประเทศ,เรือข้ามฟากระหว่างประเทศ) 3.1) เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจาด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ของโรค อยา่ งใกล้ชดิ ทกุ วัน 3.2) ตรวจคัดกรองผูเ้ ดนิ ทางระหวา่ งประเทศโดยการเฝ้าระวังสงั เกตอาการ 3.3) ให้ผูเ้ ดินทางท่ีมากับยานพาหนะลงจากยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ทาการตรวจคดั กรองโดยการเฝา้ ระวังสังเกตอาการ กรณที ม่ี กี ลอ้ งถ่ายภาพความรอ้ น (Thermo scan camera) - ใหผ้ เู้ ดนิ ทางเดินผา่ นกล้องถา่ ยภาพความรอ้ นท่ีต้ังค่าอุณหภูมิไว้หรือใช้เคร่ืองวัดอุณหภูมิรา่ งกาย (Handheld Thermometer)หากพบผใู้ ดมีอุณหภูมสิ ูงกวา่ ที่ต้งั ค่าไว้ ใหต้ รวจวัดวดั อุณหภูมิร่างกายดว้ ย เคร่ืองเทอร์โมมิเตอร์ทางหู (Ear Thermometer)หรือปรอทวดั ไข้ - หากตรวจพบมีอุณหภูมิมากกว่าหรือเท่ากับ 37.5 องศาเซลเซียส ให้น่ังพัก 10 นาที และให้ผู้เดินทาง สงสยั ปว่ ยสวมหนา้ กากอนามัย - ผู้โดยสารกรอกแบบคาถาม (ต.8) - เจา้ หนา้ ทต่ี รวจสอบพาสปอร์ตและประวัตกิ ารเดินทาง ตรวจสอบข้อมูลในแบบคาถาม (ต.8) ใหค้ รบถว้ น - วดั อณุ หภูมซิ ้าหากอณุ หภมู ยิ งั ไม่ลดลง และพบมีประวัติ ตามนยิ ามผู้เดนิ ทางสงสัยปว่ ย - แจก Health Beware Card ใหก้ บั ผูเ้ ดินทาง - เขา้ สูร่ ะบบการส่งตอ่ สถานบริการทางการแพทย์เพอื่ ทาการตรวจวนิ จิ ฉัยตอ่ ไป 3.4) สาหรับผู้เดินทางที่มาจากพื้นที่ท่ีมีการระบาดของโรคเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ในระยะเวลา 14 วัน ท่ีตรวจไม่มีไข้ ให้กรอกแบบคาถาม (ต.8) แจก Health Beware Card แนะนาให้สังเกตอาการตนเองภายใน14วันหลัง เดินทาง หากมีอาการป่วย มีไอ น้ามูก หายใจเหน่ือยหรือหายใจลาบากให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการ เดนิ ทางกับแพทยผ์ ทู้ าการรักษาด้วย 3.5) รวบรวมข้อมูล จัดทารายงานส่งผูบ้ งั คับบัญชา 48
COVID-19_FLOW 4Update 27 Feb. 2020 แนวทางการคดั กรองผู้เดินทางจากพน้ื ท่ีท่ีมีการระบาดของโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 สาหรับช่องทางเขา้ ออกประเทศพรมแดนทางบก (สาหรบั เจ้าหนา้ ทด่ี า่ นฯ) ดา่ นควบคมุ โรคติดต่อระหวา่ งประเทศ..............................................จงั หวัด............................... 1) ผเู้ ดนิ ทางทเ่ี ดินเท้าผา่ นช่องทางตามทางกาหนด (Walk in) 2) ผเู้ ดนิ ทางทม่ี ากับยานพาหนะ คดั กรองดว้ ย Thermo scan camera/ Handheld Thermometer ผู้เดนิ ทางทัว่ ไป/ผเู้ ดินทางปกติ ผู้เดินทางทอี่ ุณหภูมิ >37.5 oCและมีประวตั เิ สีย่ ง **พธิ ีการเขา้ เมือง เจา้ พนักงานควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ประจาดา่ นฯ คดั กรอง ณ จุดคดั กรอง ผ ปกติ ตรวจวดั อณุ หภมู ริ า่ งกายดว้ ยเคร่อื งวัดอณุ หภูมแิ บบมือถือ(วดั ซ้า) ใช่ **พธิ กี ารเข้า สัมภาษณ์ตามบันทกึ ข้อมลู ผู้เดินทาง ต8. ไม่ใช่ เมืองปกติ เข้าตามนิยามผปู้ ว่ ย ไม่ใช่ **เจา้ พนักงานพนกั งานควบคุมโรคประจาดา่ นฯ ดาเนนิ การ ดังน้ี สงสยั 1.แจก Health Beware Card และเอกสารแนะนาตา่ งๆ 2.ให้คาแนะนา ให้สขุ ศึกษา สอื่ สารประชาสัมพันธ์ และแจง้ ชอ่ งทางการ ปฏิบัตติ ามแผนฉกุ เฉนิ ฯของ ติดต่อกับหนว่ ยงานสาธารณสขุ ในกรณเี จ็บปว่ ยในขณะอยูใ่ นประเทศไทย ชอ่ งทางฯ (สายดว่ นกรมควบคุมโรค 1422 หรือ 1669 หรือโรงพยาบาลทกุ แหง่ ) 3.ดาเนนิ การตามพิธกี ารตรวจคนเขา้ เมอื งตอ่ ไป แจ้งประธานชอ่ งทาง ่ดานควบ ุคมโรคติดต่อระห ่วางประเทศ แ ้จง โทร................ ประสานหนว่ ยงานต่างๆ **พธิ ีการเขา้ นยิ าม ผู้เดินทางสงสัยป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค (PUI) หมายถงึ ในชอ่ งทางเพือ่ เตรียมพร้อม เมอื งปกติ 1. ผ้เู ดินทางทมี่ ีไข้ ≥37.5 C ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง (ไอ น้ามูก เจ็บคอ สสจ.......... ดาเนนิ การแผนฯ โทร................ หายใจเหนื่อย หรือ หายใจลาบาก) และ เพ่ือสัง่ การ เตรยี มทีมสอบสวนและควบคุมโรค 2. มีประวัติอาศัยหรือเดินทาง มาจาก หรอื พื้นท่ที ่ีมีรายงานการระบาดต่อเน่ืองของโรคติดเชื้อไวรัส รพ.........โทร ทาลายเช้อื ตดิ ตามผูส้ มั ผัส และเตรียมระบบส่งตอ่ โคโรนา 2019 ภายในระยะเวลา 14 วัน หรือ ................ 3. มปี ระวัติสัมผัสสัตว์ท่ีเป็นแหล่งรงั โรคหรือเข้า รพ. ในประเทศท่ีมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 หรอื สคร.............โทร 4. มีประวตั สิ ัมผสั ใกลช้ ิดกบั ผ้ปู ว่ ย ทยี่ นื ยันการตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ................ หมายเหต:ุ พน้ื ท่รี ะบาดโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ตามทก่ี รมควบคมุ โรคกาหนด เตรยี มความพร้อมทีมคดั กรอง ด่านควบคมุ โรคฯ ............... เบอร์ ......................... ศลุ กากร............................... เบอร์ ......................... แจ้ง SAT สคร……. แจ้งทีม SAT สายการบิน.......................... เบอร์ ......................... กรมควบคมุ โรค เบอร์ ...................... ตม..................................... เบอร์ ......................... รพ. .................................. หมายเหตุ: ดา่ นควบคุมโรคตดิ ต่อระหวา่ งประเทศ สามารถนาแนวทางปรับใชใ้ หเ้ หมาะกับบรบิ ทของแต่ละ ช่องทางฯ 49
กิตติกรรมประกาศ 1. งานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ สานกั งานป้องกนั ควบคมุ โรคที่ 6 จังหวัดชลบรุ ี 2. ด่านควบคุมโรคตอดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสวุ รรณภมู ิ 3. ด่านควบคุมโรคตอดต่อระหว่างประเทศ ท่าเรือกรุงเทพ 50
บทท่ี 6 แนวทางการจัดการตวั อย่างส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัตกิ ารและการรายงานผล 51
ปรับปรงุ วันที่ 2 มีนาคม 2563 แนวทางการบริหารจัดการระบบการตรวจทางห้องปฏบิ ัติการและการรายงานผล โรคตดิ เช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 สิง่ ท่เี ปลี่ยนแปลงฉบับน้ี - เพิม่ ห้องปฏิบตั กิ ารท่กี รมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ประกาศ - เพิม่ รายละเอียดการรายงานผลทางห้องปฏบิ ตั ิการตามผังการส่งตวั อยา่ ง 1) ห้องปฏบิ ัติการและการส่งตัวอย่าง การกาหนดหอ้ งปฏิบัติการ 2 ประเภท คือ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารอ้างอิง สาหรบั ตรวจ SARS-CoV-2 ได้แก่ สถาบันวจิ ยั วิทยาศาสตรส์ าธารณสขุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคติดต่ออุบัติใหม่ สภากาชาดไทย (TRC- EID) หอ้ งปฏิบตั กิ ารท่สี ามารถตรวจเช้ือไวรัส SARS-CoV-2 ได้ ตามท่ีกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทยป์ ระกาศ รายชอ่ื ห้องปฏบิ ัติการท่สี ามารถตรวจหาเช้ือไวรสั โคโรนาสายพนั ธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) (ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 17 กมุ ภาพันธ์ 2563) หอ้ งปฏิบัตกิ ารอา้ งอิง หอ้ งปฏบิ ตั ิการทส่ี ามารถตรวจ SARS- ห้องปฏิบตั ิการอ่นื ๆ ที่ Reference Laboratory CoV-2 ได้ ตามท่ี ตรวจได้ แตย่ งั ไมไ่ ดร้ ับการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศ ประกาศโดย กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ สถาบนั วิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ศนู ย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ทุกแห่ง สานักงานควบคุมป้องกนั กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) ยกเวน้ ศวก.สระบรุ ี โรคท่ี 2 4 และ 10 ศนู ยว์ ิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพโรคติดต่อ คณะแพทยศาสตร์ ศริ ริ าชพยาบาล โรงพยาบาลอนื่ ๆ ในภมู ิภาค อุบัติใหม่ สภากาชาดไทย (TRC-EID) ท่มี ีศักยภาพในการตรวจ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล ห้องปฏิบตั ิการอนื่ ๆ ท่ีมี รามาธบิ ดี ศกั ยภาพในการตรวจ โรงพยาบาลราชวถิ ี คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์ มหาวทิ ยาลัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ สถาบนั บาราศนราดูร โรงพยาบาลบารุงราษฎร์ การเกบ็ ตัวอย่างสิง่ สง่ ตรวจและยนื ยนั ผลการตรวจ 1 52
ปรับปรุงวนั ที่ 2 มนี าคม 2563 การเก็บตัวอยา่ งสง่ิ สง่ ตรวจ เกบ็ เพยี ง 1 ตวั อย่าง ไดแ้ ก่ Nasopharyngeal swab + Throat swab ใน VTM/UTM หลอดเดยี วกัน 1 ตัวอยา่ ง อยา่ งน้อย 2 CC ในกรณีผู้ปว่ ยมภี าวะตดิ เช้ือทางเดินหายใจสว่ นลา่ งใหเ้ ก็บ Sputum ร่วมด้วยอกี 1 ตัวอยา่ ง โดยใส่ใน กระปุกปลอดเช้อื (sterile container) หรือใส่ VTM/UTM (สามารถสอบถามกับห้องปฏบิ ตั กิ ารที่ส่งตรวจ ว่าให้ใชภ้ าชนะแบบใด) การยืนยันผลการตรวจ กรณใี หผ้ ลเปน็ ไม่พบเชอื้ ห้องปฏิบตั กิ ารแต่ละแหง่ สามารถรายงานผลได้ กรณใี ห้ผลเป็นพบเช้ือ ให้แบ่งตัวอย่างจากหลอดเดียวกนั ** สง่ ให้แก่ห้องปฏิบัตกิ ารอา้ งอิงอีกแห่ง ภายใน 24 ชัว่ โมง (หอ้ งปฏบิ ัติการอ้างอิง ไดแ้ ก่ กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ และศนู ย์วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ โรคติดตอ่ อบุ ัตใิ หม่ สภากาชาดไทย) เพือ่ ตรวจยนื ยันอกี ครง้ั โดยท้งั สองหอ้ งปฏิบตั ิการต้องมรี ะบบการสอ่ื สาร ผลการตรวจระหวา่ งกัน ในเขต กทม. – ห้องปฏิบตั ิการแหง่ แรกนาสง่ ห้องปฏิบตั กิ ารแหง่ ที่ 2 เอง เขตกทม. – ห้องปฏิบตั กิ ารแห่งแรก (สว่ นใหญเ่ ป็น ศวก.) ให้ใช้ระบบสง่ ผ่าน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เหมอื นเดมิ ส.บาราศฯ – Operations DDC นาส่ง ตวั อยา่ ง: “หากผลการตรวจท่ีศูนยว์ ทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ หรอื กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ เป็นบวก ให้ส่ง ตัวอย่างจากหลอดเดียวกันให้ศนู ย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคตดิ ต่ออุบตั ใิ หม่ สภากาชาดไทย เพ่ือตรวจยืนยนั ด้วย” การแบง่ เขตพนื้ ที่ และห้องปฏิบัติการในการส่งตัวอยา่ งส่ิงส่งตรวจ หนว่ ยบรกิ าร หอ้ งปฏิบัติการตรวจ ห้องปฏิบัติการยนื ยนั โรงพยาบาลในเขตสุขภาพ ศูนย์วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ใน ศูนยว์ ทิ ยาศาสตร์สุขภาพ 1 – 12 พ้ืนที่ โรคตดิ ต่ออบุ ตั ิใหม่ สภากาชาด ไทย (TRC-EID) หอ้ งปฏิบัตกิ ารอ่นื ๆ ตาม สถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สาธารณสุข ประกาศ กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) โรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 4 สถาบนั วจิ ัยวทิ ยาศาสตร์ ศูนยว์ ิทยาศาสตรส์ ุขภาพ รวม ส.โรคทรวงอก สาธารณสุข โรคตดิ ต่ออุบัติใหม่ สภากาชาด กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) ไทย (TRC-EID) ส.บาราศฯ ส.บาราศฯ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ สาธารณสุข กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) โรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร ศูนย์วิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพโรคติดตอ่ สถาบันวจิ ัยวิทยาศาสตร์ อบุ ัตใิ หม่ สภากาชาดไทย (TRC- สาธารณสุข EID) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (NIH) คณะแพทยศาสตร์ ศริ ริ าชพยาบาล 2 53
ปรบั ปรุงวันท่ี 2 มีนาคม 2563 หน่วยบริการ ห้องปฏิบัตกิ ารตรวจ หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารยืนยัน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธิบดี โรงพยาบาลราชวถิ ี โรงพยาบาลบารุงราษฎร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ มหาวิทยาลัย โรคตดิ ต่ออบุ ตั ิใหม่ สภากาชาด ไทย (TRC-EID) หมายเหตุ กรณผี ้ปู ่วยยนื ยันใหเ้ กบ็ ตวั อยา่ ง Clotted blood 2 ครัง้ คือ วันแรกทีร่ ับการรักษา และวันที่ จาหนา่ ยผปู้ ว่ ยออกจากโรงพยาบาล โดยส่งมาทสี่ ถาบันบาราศนราดูร ทั้งน้ี อาจมกี ารส่งตรวจ Serology ภายหลงั **สาหรบั นักเทคนคิ การแพทย์ ตวั อย่างหลอดเดยี วกันนั้น ตอ้ งเก็บรักษาในอุณหภูมหิ ้องเยน็ ระวงั อยา่ วาง ทิง้ ไวใ้ นอณุ หภมู หิ ้องระหว่างตรวจ และหลงั พบว่าผลบวกต้องนาสง่ ต่อทันทีโดยใหถ้ งึ ห้องปฏิบตั ิการอ้างองิ อกี แห่งภายใน 24 ชม.** การตรวจติดตามในผปู้ ่วยยืนยนั การตรวจตดิ ตามทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารไม่จาเปน็ ต้องสง่ ตรวจทกุ วันแตใ่ ห้พจิ ารณาส่งตรวจในวนั ที่ 3, 5, 7 หลงั จากวันท่เี ก็บตัวอย่างพบผลบวกคร้ังแรก โดยระหวา่ งทีส่ ่งตรวจติดตามใหส้ ่งท่หี อ้ งปฏบิ ัติการ เพียง 1 แห่ง การพจิ ารณาจาหนา่ ยผปู้ ่วยเม่อื อาการดีข้ึนและผลเปน็ ลบ ควรต้องมีการยนื ยันผลตรวจเปน็ ลบจาก ทง้ั 2 หอ้ งปฏิบตั ิการ หลังจากได้ผลลบจากท้ัง 2 ห้องปฏิบตั ิการแลว้ ให้ตรวจซา้ อีกอยา่ งน้อย 1 คร้งั ห่างกนั อย่างน้อย 48 ชัว่ โมง จากห้องปฏบิ ัติการ 1 แห่ง รายละเอียดตามรูป การพิจารณาตรวจตดิ ตามหลังจาหนา่ ย ให้ขึน้ อยู่กบั ดลุ ยพินจิ ของแพทย์ผรู้ ักษา 3 54
ปรบั ปรงุ วันท่ี 2 มนี าคม 2563 ยอ กรณผี ปู้ ่วยที่ไมเ่ ข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคของกรมควบคุมโรค (Non – PUI) และมีการส่งตรวจโดย โรงพยาบาลเอง หากพบเชื้อ ให้ทางโรงพยาบาลรายงานตามระบบตามทต่ี กลงภายในจังหวดั หรอื เขตสุขภาพ หรอื รายงาน มาท่ี SAT กรมควบคมุ โรค เพื่อนาเข้าระบบการสอบสวนและควบคมุ โรค (ต้องแจง้ ตามพรบ.โรคตดิ ตอ่ พ.ศ. 2558) กรณีสง่ ตรวจหอ้ งปฏบิ ตั ิการที่สามารถตรวจ SARS-CoV-2 ได้ ตามที่กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ประกาศ ใหส้ ง่ ตรวจยนื ยันจากห้องปฏิบัตกิ ารอ้างอิงตามแนวทาง กรณไี มใ่ ช่ห้องปฏบิ ตั ิการท่สี ามารถตรวจ SARS-CoV-2 ได้ ตามท่กี รมวิทยาศาสตร์การแพทยป์ ระกาศ ให้ สง่ ตรวจยนื ยนั จากหอ้ งปฏบิ ตั ิการอ้างอิง 2 แหง่ ตามแนวทาง 2) การแบ่งเขตพ้นื ท่ี และห้องปฏบิ ตั กิ ารในการส่งตัวอย่างสงิ่ สง่ ตรวจ 1. เขตบริการสุขภาพที่ 1, 2, 3, 5 – 12 ส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือห้องตรวจทาง หอ้ งปฏิบัตกิ ารท่กี าหนดในเขตบรกิ ารสขุ ภาพแตล่ ะเขต 2. เขตบรกิ ารสุขภาพที่ 4 สถาบันโรคทรวงอก ใหส้ ่งตวั อย่างตรวจไดท้ ่ี กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ 3. สถาบนั บาราศนราดรู ใหส้ ่งตัวอย่างตรวจไดท้ ส่ี ถาบันบาราศนราดรู 4. เขตกรุงเทพมหานคร - โรงพยาบาลสังกดั กรมการแพทย์ ส่งตวั อยา่ งตรวจท่ี รพ.ราชวถิ ี - โรงพยาบาลในสงั กัดกรงุ เทพมหานคร โรงพยาบาลของรฐั และเอกชนอืน่ ๆ สง่ ตัวอยา่ งตรวจท่ี ศูนยว์ ิทยาศาสตรส์ ุขภาพโรคติดต่ออบุ ัตใิ หม่ สภากาชาดไทย หรือห้องปฏบิ ัตกิ ารอ่ืนๆตามที่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ประกาศ 4 55
ปรบั ปรงุ วนั ที่ 2 มีนาคม 2563 3) ระบบการส่งตัวอย่าง 1. กรณสี ง่ ตัวอย่างมาจากศนู ย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทยท์ กุ แห่ง มายังหอ้ งปฏิบตั ิการศนู ย์วทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ โรคตดิ ตอ่ อบุ ตั ิใหม่ สภากาชาดไทย ยังใช้ระบบการรบั ตัวอยา่ งทร่ี ะบบขนสง่ ตา่ ง ๆ ของ กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ แลว้ สง่ ไปยังสถาบันบาราศนราดูรเพื่อกระจายตัวอย่างไปท่ี ห้องปฏบิ ตั ิการ ศูนย์วทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพโรคตดิ ตอ่ อบุ ัติใหม่ สภากาชาดไทย ได้เหมอื นเดิม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะแจ้งไปยงั สถาบันบาราศนราดูรเมือ่ จะส่งตวั อย่าง โดยสคร.ไมต่ ้องแจง้ สถาบนั บาราศฯเอง 2. กรณีโรงพยาบาลในเขตกรงุ เทพมหานคร สามารถสง่ ตรวจท่ีห้องปฏบิ ัตกิ ารศูนยว์ ิทยาศาสตรส์ ขุ ภาพ โรคติดตอ่ อุบัติใหม่ สภากาชาดไทย ไดโ้ ดยตรงทศี่ นู ย์วิทยาศาสตร์สขุ ภาพโรคตดิ ต่ออบุ ตั ิใหม่ สภากาชาด ไทยได้เลย (ไม่ตอ้ งฝากสง่ มาที่สถาบนั บาราศนราดูรแลว้ ) หรือสง่ ตรวจท่หี ้องปฏิบตั ิการตาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทยป์ ระกาศโดยตรง 4) การรายงานผลการตรวจ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทาการรายงานผลไปยัง ไปรษณยี ์อเิ ล็กทรอนิกส์ ดังนี้ 1) ผ้บู ญั ชาการศูนยป์ ฏิบตั ิการภาวะฉกุ เฉินฯ นพ.โสภณ เอ่ียมศิรถิ าวร [email protected] 2) กลมุ่ สอบสวนฯ กองระบาดวิทยา [email protected] 3) SAT กรมควบคุมโรค [email protected] 4) สานกั งานควบคุมปอ้ งกันโรค/สถาบนั ปอ้ งกันควบคุมโรคเขตเมืองทีเ่ ปน็ ผอู้ อกหนังสือนาสง่ ตรวจทาง ห้องปฏิบัตกิ าร 5) สถาบนั บาราศนราดูร (เฉพาะผปู้ ว่ ยของสถาบนั ฯ) 6) หนว่ ยบรกิ ารท่สี ่งตรวจ กรณีแจ้งไว้ โดยสง่ เฉพาะไปรษณีย์อิเล็กทรอนกิ ส์ ของหน่วยงานเทา่ น้นั การรายงานผล ดังนี้ กรณีไม่พบเชอ้ื - หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารสามารถรายงานผลได้ทันที วา่ ไมพ่ บเชอื้ - สคร. ตอ้ งส่งผลการตรวจใหโ้ รงพยาบาลทีส่ ่งตรวจ และสานักงานสาธารณสุขจงั หวดั นน้ั ๆทนั ที เพอ่ื การจัดการห้องผู้ปว่ ยได้เหมาะสมและเพียงพอ กรณีพบเชอื้ - ห้องปฏบิ ตั ิการแห่งแรก รายงานผลวา่ รอยืนยันจากห้องปฏิบัตกิ ารแห่งที่ 2 - ห้องปฏิบตั ิการท้ังสองแหง่ ตอ้ งมีการสือ่ สารกนั ก่อนออกรายงานฉบบั สดุ ทา้ ยจากทง้ั 2 แห่ง วา่ พบเช้อื หรอื ไม่พบเช้ือ - สคร. ส่งผลการตรวจใหโ้ รงพยาบาลที่ส่งตรวจ และสานักงานสาธารณสุขจงั หวดั เพ่ือดาเนินการ การจัดทาทะเบยี นผสู้ ัมผัส และตดิ ตามผู้สัมผัสตามแนวทางของกรมควบคมุ โรค กรณผี ลจากหอ้ งปฏิบัตกิ ารท้ัง 2 แห่งไม่ตรงกันหรือต้องการตวั อยา่ งเพิ่มเพื่อตรวจยนื ยัน - ให้หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทง้ั สองแหง่ ปรึกษากัน เพื่อดาเนินการอย่างใดอยา่ งหนึ่ง เพื่อการยนื ยนั การ วินจิ ฉยั เช่น ทาการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการใหมด่ ้วยตวั อย่างเดิม หรือ เกบ็ ตวั อยา่ งใหม่ - กรณีเก็บตวั อยา่ งใหม่ ให้ห้องปฏิบตั กิ ารแห่งแรกแจ้งไปยัง สคร./สป.คม. ท่ีรับผดิ ชอบพื้นท่ี ให้ ดาเนินการเกบ็ ตัวอยา่ งโดยด่วน (ภายใน 24 ช่วั โมง) 5 56
ปรบั ปรุงวันที่ 2 มีนาคม 2563 ท้ังนี้ การสรุปผลการวนิ จิ ฉัย วา่ เปน็ ผู้ป่วยยืนยนั วา่ ตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 ตอ้ งได้รับความ เหน็ ชอบจากคณะกรรมการผู้เช่ียวชาญ 3 ฝา่ ยคอื ดา้ นคลนิ กิ ดา้ นระบาดวทิ ยา และห้องปฏิบตั ิการ ก่อน ยงั ไม่ สามารถแจง้ ผลสรุปได้ก่อนมีมตจิ ากผู้เช่ยี วชาญ แต่สามารถดาเนินการสอบสวน ควบคมุ โรคได้โดยไมต่ อ้ งผลการ ตรวจทางห้องปฏิบัตกิ ารจากห้องปฏบิ ตั กิ ารท่ี 2 หมายเหตุ การประสานระหว่างหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารใหเ้ ปน็ ไปตามแนวทางของกรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ …………………………………………………………….. 6 57
ปรบั ปรุงวนั ท่ี 2 มนี าคม 2563 ผงั การส่งตัวอยา่ งจากผปู้ ่วยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 กรมควบคุมโรค สาหรบั สถาบนั บาราศนราดูร ผังการส่งตัวอย่างจากผ้ปู ่วยเขา้ เกณฑส์ อบสวนโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 กรมควบคมุ โรค สาหรับรพ.ทกุ สังกดั ในเขตกรุงเทพมหานคร ผังการส่งตัวอยา่ งจากผู้ป่วยเขา้ เกณฑ์สอบสวนโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 กรมควบคุมโรค 7 58
ปรบั ปรุงวนั ท่ี 2 มนี าคม 2563 สาหรับหนว่ ยบรกิ าร และ รพ.ทกุ สงั กัด ในเขตบรกิ ารสขุ ภาพท่ี 1 – 12 หมายเหตุ หากรพ.มขี ้อสงสยั ใหส้ อบถามสสจ./กทม. และ สคร./สป.คม.ตามลาดับ กรณสี คร./สป.คม.มีข้อสงสัยสอบถาม SAT กรมควบคมุ โรค 8 59
วธิ กี ารเก็บตวั อยา่ งและอุปกรณ์ 1. ทำ Label ทำ Label จำนวน 2 ชิ้น ต่อ 1 ตัวอย่าง ชิ้นที่ 1 ติดที่หลอด Viral Transport Media (VTM) / Universal Transport Media (UTM) หรือ กระปุก Sterile ชิ้นที่ 2 ติดที่ถุงซิปล็อค ชั้นที่ 2 ทั้งนี้ควรใช้ปากกาหมึกกันน้ำ ไม่ควรใช้ปากกาหมกึ ซมึ ในการเขียน Label รายละเอยี ดบน Label ควรมรี ายละเอียด ดังน้ี 1. ID CODE ของผปู้ ่วย/ผู้ถกู เก็บตวั อย่าง ซง่ึ กรมควบคุมโรคมอบให้ 2. วัน เดอื น ปี ทเี่ กบ็ ตวั อย่าง 3. ชนดิ ของตัวอย่างทเี่ กบ็ เช่น Nasopharyngeal Swab และ Throat Swab ตัวอยา่ ง ID CODE ________________________________ วนั ทเี่ ก็บตวั อยา่ ง 30 ตลุ าคม 2558 ชนดิ ตวั อยา่ ง Nasopharyngeal Swab และ Throat Swab Viral Transport Media (VTM) / Universal Transport Media (UTM) ตดิ Label ทหี่ ลอด Viral Transport Media (VTM) หรอื Universal Transport Media (UTM) โดย หลอด VTM/UTM น้ีจะเก็บตัวอยา่ ง Nasopharyngeal Swab รว่ มกบั Throat Swab รวมไว้ในหลอดเดียวกัน Viral Transport Media (VTM) Universal Transport Media (UTM) 60
2. Nasopharyngeal Swab อุปกรณ์ 1. Viral Transport Media (VTM) หรอื Universal Transport Media (UTM) 2. Dacron หรือ Rayon swab ที่กา้ นทำดว้ ยลวดหรือพลาสติกอ่อนและไม่เคลือบสาร calcium alginate เน่ืองจากอาจรบกวนการอ่านผล PCR จากภาพ แบบกา้ นลวด (ภาพบน) และแบบก้านพลาสติก (ภาพลา่ ง) วธิ กี ารเก็บ www.rapidmicrobiology.com ใช้ Dacron หรือ Rayon swab ที่ก้านทำด้วยลวดหรือพลาสติกอ่อน ที่ไม่มี calcium alginate โดยสอดลวด ป้ายเข้าไปในโพรงจมูกอย่างช้าๆ ให้ทิศทางของลวดปลายอ่อนตั้งฉากกับใบหน้า (ดังรูป) และ ชิดผนังแผ่นกลางของ รูจมูก ไม่ใช่ขนานกับทิศทางของรูจมูก เมื่อรู้สึกว่าไม้ swab สัมผัสด้านหลังของบริเวณ Nasopharynges หมุนลวด 5 วินาที แล้วจึงค่อยๆ เลื่อน swab ออกมา จุ่มลงในหลอด UTM สีแดง หักปลาย swab และปิดฝาหลอดไว้ก่อน ช่วั คราว จากนนั้ เตรยี มเก็บตัวอย่าง Throat swab ตอ่ 61
3. Throat Swab อุปกรณ์ 1. Rayon Tipped Swab ก้านพลาสตกิ 2. ไม้กดลิ้น วธิ กี ารเกบ็ ใช้ไมก้ ดล้นิ ผปู้ ว่ ย และใช้ swab ถูบรเิ วณสองขา้ งของ tonsil และ posterior pharynx แช่ swab ในหลอด UTM สีแดง (หลอดเดียวกับที่ใส่ตัวอยา่ ง Nasopharyngeal swab) แลว้ หักปลายไม้ท้งิ ปดิ หลอดใหส้ นทิ http://www.aviva.co.uk กรณีเกบ็ ตัวอยา่ ง Sputum อปุ กรณ:์ ขวด/กระปุก/ภาชนะทผี่ า่ นการฆา่ เชื้อโรคมาแล้ว (container sterilized) วิธกี ารเก็บ ใหผ้ ปู้ ่วยขาก หรือไอลกึ ๆ โดยการเกบ็ ต้องปราศจากน้ำลาย เก็บในภาชนะท่ีผ่านการฆา่ เช้ือโรคมาแลว้ 62
การเก็บรักษาตวั อยา่ ง อปุ กรณ:์ แผน่ Parafilm วิธกี ารเก็บ 1. นำหลอด VTM/UTM หรือกระปุก sterile ที่เก็บตัวอย่างแล้วพันด้วย Parafilm รอบๆตรงรอยตอ่ ของฝาปิดเพอ่ื ป้องกนั ร่วั ซึม 2. นำตัวอย่างแช่ตู้เย็น อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสแล้วส่งตัวอย่างภายใน 72 ชั่วโมง กรณีที่ไม่สามารถส่งตรวจภายใน 72 ชั่วโมง ให้เก็บในตู้แช่แข็ง -70 องศาเซลเซยี ส การนำส่งตัวอย่าง 1 23 4 5 อุปกรณ์ 1. ถุงซปิ ล็อค 2. กระป๋องพลาสติก 3. Ice Pack 4. กลอ่ งโฟมเก็บความเย็น 5. เทปกาวสีนำ้ ตาล วิธีทำ 1. ใส่หลอด VTM/UTM ที่เก็บตัวอย่างแล้วใส่ลงในถุงซิปล็อคจำนวน 3 ชั้น โดยติด Label ที่ถุงซิปล็อคชั้นที่ 2 และ นำไปใสใ่ นกระปอ๋ งพลาสติก 2 2. นำ Ice Pack ใส่ลงในกล่องโฟมจัดเรียงใหส้ ามารถนำกระป๋องพลาสตกิ ทบี่ รรจุตวั อย่างลงไปได้ วางกระปอ๋ งแนวตั้ง ไมเ่ อียงกระปอ๋ ง จากน้นั ปิด ฝากล่องโฟมให้สนิท และพันเทปกาวให้เรียบร้อยป้องกัน ฝากล่องโฟมเปดิ ออกระหว่างการขนสง่ 63
อา้ งอิง ค่มู อื การตรวจวนิ ิจฉยั โรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทางห้องปฏบิ ัติการ SARS-CoV2 (ณ 17 กมุ ภาพนั ธ์ 2563) โดยสามารถ Download ไดท้ ่ี https://www3.dmsc.moph.go.th/post- view/680 64
บทท่ี 7 แนวทางเวชปฏิบตั ิ การวินจิ ฉยั และ ดูแลรักษา กรณีโรคติดเชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 65
66
รายชื่อคณะแพทยผ์ เู้ ชย่ี วชาญให้คําปรึกษา กรณผี ู้ป่วยตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019 (2019-nCoV) ลําดับ ชอ่ื –นามสกลุ หนว่ ยงาน หมายเลขโทรศพั ท์ 1. รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชตพิ ิทยสนุ นท์ สถาบันสขุ ภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี 08-1819-8172 2. พญ.จริยา แสงสจั จา สถาบนั บาํ ราศนราดูร 08-1838-6239 3. นพ.พจน์ อินทลาภาพร โรงพยาบาลราชวถิ ี 08-1612-5891 4. นพ.สมคิด อุ่นเสมาธรรม โรงพยาบาลราชวถิ ี 08-1344-1806 5. พญ.จไุ ร วงศส์ วัสด์ิ กรมควบคมุ โรค 08-1826-2661 6. นพ.วรี วฒั น์ มโนสุทธิ สถาบนั บําราศนราดูร 08-1408-1240 7. นพ.วศิ ลั ย์ มูลศาสตร์ สถาบนั บาํ ราศนราดรู 08-2016-0123 8. พญ.ปฐมา สทุ ธา สถาบันบําราศนราดูร 08-8949-5635 9. พญ.อนงนาฏ ชินะผา โรงพยาบาลราชวิถี 08-1702-4899 10. นพ.เจรญิ ชโู ชติถาวร สถาบนั โรคทรวงอก 08-1809-1909 11. พญ.วรวรรณ สัมฤทธิ์มโนพร โรงพยาบาลนพรตั นราชธานี 08-9444-3640 12. พญ.ณัฐวรรณ พละวฑุ โิ ฒทยั โรงพยาบาลเลิดสนิ 08-4717-6887 13. พญ.กติ ติมา บา่ งพฒั นาศิริ สถาบนั โรงทรวงอก 08-9770-6819 14. พญ.นฤมล สวรรค์ปญั ญาเลศิ กรมการแพทย์ 08-1842-4148 คณะแพทยผ์ ู้เช่ียวชาญใหค้ ําปรกึ ษา กรณีผู้ป่วยตดิ เช้ือไวรัสโคโรนาสายพันธใุ์ หม่ 2019 (2019-nCoV) 67
บทท่ี 8 แนวทางการจดั ระบบบริการของ โรงพยาบาล กรณมี ีการระบาดของโรคตดิ เชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกว้าง 68
แนวทางการจดั ระบบบรกิ ารของโรงพยาบาล กรณีมกี ารระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในวงกวา้ ง ฉบบั วนั ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 แนวทางการจดั ระบบบรกิ ารของโรงพยาบาลกรณมี ีการระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกว้าง 1) จัด One Stop Service เพอ่ื คดั กรอง วินจิ ฉยั และดแู ลรักษาผ้ปู ่วยท่มี อี าการระบบทางเดนิ หายใจ หรอื Fever with ARI (Acute Respiratory Infection) clinic 2) จัดเตรียมความพรอ้ มของหอ้ งแยกเด่ียว หรอื modified AIIR หรอื หอ้ ง AIIR รวมถงึ cohort ward ใน ระดบั โรงพยาบาลศนู ย์ / โรงพยาบาลท่ัวไป / โรงพยาบาลชุมชน 3) จัดเตรียมพ้นื ท่ีเพ่อื รองรับผู้ป่วย ในกรณที พี่ บผ้ปู ว่ ยท่มี ีอาการเข้าไดก้ ับโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เปน็ จํานวนมาก 4) จดั เตรียมเวชภณั ฑ์ ยา และ อปุ กรณป์ อ้ งกันตนเอง ใหพ้ ร้อม 5) เตรยี มแผนประคองกจิ การ (Business Continuity Plan and Surge capacity) ข้อปฏิบตั ิสาํ หรบั การดูแลผปู้ ว่ ยทีส่ งสยั /เปน็ โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 แผนกผปู้ ่วยนอก • เวชระเบยี น / ประชาสมั พันธ์ / พยาบาลคัดกรอง ซกั ประวตั ผิ ปู้ ่วย • หากผปู้ ่วยมีไข้และอาการของระบบทางเดนิ หายใจร่วมกบั ประวตั ิสมั ผัสผปู้ ่วยหรือเดินทางมาจาก ประเทศท่มี รี ายงานการระบาด ภายใน 14 วนั - ใหผ้ ปู้ ่วยใสห่ นา้ กากอนามยั (surgical mask) พรอ้ ม แจกเอกสารการปฏบิ ัตติ วั - เจา้ หนา้ ท่ผี ูซ้ กั ประวัตติ อ้ งใสห่ นา้ กากอนามยั หรอื หนา้ กากชนดิ N-95 • กรณที ่ผี ู้ปว่ ยสงสัยเข้ากับเกณฑว์ ินจิ ฉยั ข้างตน้ อาจใหร้ ับเป็นผปู้ ่วยในหรอื ระหว่างรอเพ่อื สง่ ตอ่ โดยให้ ผู้ป่วยพกั รออยใู่ นพน้ื ทีท่ เี่ หมาะสม (พื้นทอ่ี ากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก ระยะห่างระหว่างผู้ป่วยอย่างนอ้ ย 1-2 เมตร ใส่หนา้ กากอนามยั และแยกหอ้ งนาํ้ ให้ผปู้ ว่ ยทีไ่ มป่ ะปนกบั ผปู้ ว่ ยอน่ื ๆ) Cohort ward (สําหรับผปู้ ่วยยืนยนั เท่านัน้ ) 1) ใชเ้ ฉพาะผู้ปว่ ยทีย่ ืนยันแลว้ เท่านนั้ ในสถานการณ์ทมี่ ีผปู้ ่วยยืนยนั จาํ นวนมาก 2) เปน็ ward ทมี่ กี ารระบายอากาศทีด่ ี ไม่ตดิ เครอื่ งปรบั อากาศ ทศิ ทางลมตอ้ งให้บคุ ลากรอยเู่ หนือลมตลอด 3) หากเปน็ ward ที่มีเครอื่ งปรับอากาศ ต้องแยกเคาน์เตอร์เจ้าหน้าทีอ่ อกจากหอ้ งของผูป้ ว่ ย 4) ระยะหา่ งระหวา่ งเตียงผู้ป่วยอยา่ งนอ้ ย 1 เมตร และมมี ่านหรอื ฉากกั้นระหวา่ งเตียง 5) หอ้ งน้าํ รวมเฉพาะใน ward โดยไม่ปะปนกับผ้ปู ว่ ยอื่นๆ 6) ผู้ปว่ ยทุกรายตอ้ งสวมหน้ากากอนามยั 7) บุคลากรทางการแพทยส์ ามารถสวม PPE ในการดแู ลผปู้ ว่ ยในคราวเดยี วกนั หลายรายได้ แตต่ อ้ งเปลี่ยนถงุ มือ ทุกครง้ั ทดี่ ูแลผปู้ ว่ ยรายถัดไป และเปลยี่ น PPE ทกุ ครั้งท่ีมกี ารปนเปอ้ื นสารคดั หลง่ั แนวทางการจดั ระบบบรกิ ารของโรงพยาบาล กรณมี ีการระบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ในวงกว้าง ฉบับปรบั ปรงุ วนั ที่ 16 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2563 69 โดย คณะทํางานดา้ นการรกั ษาพยาบาลและการปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รว่ มกับ คณาจารยผ์ เู้ ชย่ี วชาญ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั ต่างๆ
การบรหิ ารจดั การส่ิงแวดลอ้ มและสถานทีแ่ ละอปุ กรณ์ในหอ้ งรับผู้ปว่ ย (หอ้ งแยกโรค) 1) ตอ้ งเป็นหอ้ งแยกเดี่ยว มีการระบายอากาศได้ดี และควรมหี ้องน้ําภายในหอ้ ง 2) กรณที ีต่ อ้ งทําหตั ถการทีม่ ี aerosol (aerosol generating procedure) ใหเ้ ขา้ หอ้ ง AIIR 3) บุคลากรทางการแพทยท์ ีด่ แู ลผปู้ ว่ ยควรใส่ PPE สําหรบั droplet and contact precaution หากทาํ หัตถการทมี่ ี aerosol producing ให้ใชห้ นา้ กากชนดิ N-95 4) มีอปุ กรณท์ ีจ่ าํ เป็นในการตรวจวินจิ ฉยั โรค กชู้ พี ท่จี าํ เป็น เช่น ปรอทวัดไข้ เครอ่ื งวดั ความดันโลหิต ชุดให้ O2 ชุดใหส้ ารนํา้ อปุ กรณเ์ จาะเลือดเพอ่ื การวินจิ ฉยั ชุดก้ชู พี ผู้ป่วย เครื่องชว่ ยหายใจ ฯลฯ แนวทางปฏบิ ตั กิ ารส่งตรวจทางหอ้ งปฏิบัติการเม่อื พบผปู้ ว่ ยยืนยนั โรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 • เมอื่ ทราบผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารเป็นบวก ใหเ้ กบ็ ตัวอยา่ งส่งตรวจซา้ํ หลงั จากผลการตรวจครงั้ แรกท่ีเป็น บวกวนั ที่ 3, 5, และ 7 และเม่อื มแี ผนจะจาํ หนา่ ยผูป้ ว่ ย (discharge) • การจาํ หน่ายผู้ปว่ ย (discharge) ให้พจิ ารณาจากอาการ และผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการ ให้ผลลบจาก หอ้ งปฏบิ ัตกิ าร 2 แห่ง และตรวจซํา้ อกี ครงั้ ห่างกันอย่างน้อย 48 ช่ัวโมง แค่ 1 หอ้ งปฏิบัตกิ าร กรณี PUI ระหวา่ งรอผลตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร • รกั ษาตามอาการ • หากอาการ moderate to severe และสงสยั ไข้หวัดใหญด่ ้วย ให้ oseltamivir เป็น empirical treatment สาํ หรบั ไขห้ วดั ใหญไ่ ด้ และให้ส่งตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารหาเชื้อ influenza หากไม่พบการติด เชอื้ ไวรัสไข้หวัดใหญใ่ หห้ ยดุ ยาได้ การรักษาผูป้ ่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 • Supportive treatment • ขณะนี้ยงั ไม่มยี าตา้ นไวรสั ทม่ี หี ลักฐานเชงิ ประจักษว์ ่ามปี ระสทิ ธภิ าพ • กรณี moderate to severe cases - Lopinavir/ritonavir มี report ว่าไดผ้ ลในการรกั ษาโรค SARS และ MERS สําหรบั การรกั ษา Novel Coronavirus 2019 อยู่ระหว่างทาํ clinical trial ในคน ท้ังนี้ การใช้ Lopinavir/ritonavir ยงั ไม่ถอื เป็นมาตรฐานในการรกั ษา เพราะอยใู่ นระหวา่ งการศกึ ษาวจิ ัย - ไม่แนะนําใหใ้ ช้ steroid ในการตา้ นเชื้อไวรัส ยกเวน้ กรณี ARDS ใหพ้ จิ ารณาเปน็ รายๆ ไป คําแนะนาํ สาํ หรบั ผูป้ ว่ ยทีม่ คี วามเส่ียง แตต่ รวจไมพ่ บเชอื้ SARS-CoV2 • พิจารณารกั ษาและตรวจหาเชอื้ อน่ื ๆ ตามดุลยพินจิ ของแพทยแ์ ละความเหมาะสม • ป้องกันการแพรเ่ ช้ือใหก้ บั ผู้อ่นื โดยใสห่ นา้ กากอนามยั และล้างมอื บอ่ ยๆ จนกวา่ อาการจะดีขนึ้ • หากอาการไมด่ ีข้ึนภายใน 48 ชว่ั โมง พจิ ารณาสง่ ตรวจหาเช้ือ SARS-CoV2 ซ้ํา ได้ท่หี อ้ งปฏิบตั กิ ารอ้างองิ แนวทางการจัดระบบบริการของโรงพยาบาล กรณมี กี ารระบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 ในวงกว้าง ฉบับปรบั ปรุง วนั ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 70 โดย คณะทาํ งานดา้ นการรกั ษาพยาบาลและการปอ้ งกนั การตดิ เช้อื ในโรงพยาบาล กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ คณาจารยผ์ ้เู ชย่ี วชาญ จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ
บทที่ 9 แนวปฏบิ ตั ิการปอ้ งกันและควบคุมโรคตดิ เชื้อ กรณีโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 71
กำรควบคมุ โรคตดิ เชอ้ื โรคโคโรนำไวรัสสำยพันธ์ุใหม่ 2019 การควบคุมโรคโคโรนาไวรัสสายพันธ์ุใหม่ 2019 (Novel Coronavirus: nCoV) มีความสาคัญอย่างยิ่ง ในภารกิจดูแลรักษาผู้ป่วย มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ผู้ป่วยปลอดภัยและไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการดูแลรักษา รวมถึงให้บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าท่ีไม่ติดเช้ือจากการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย และเพ่ือป้องกันและควบคุมการ แพร่กระจายเช้ือโรคโคโรนาไวรัสสายพันธ์ุใหม่ 2019 ให้ได้ สถาบันบาราศนราดูร ได้กาหนดแนวปฏิบัติการ ป้องกันและควบคุมโรคโคโรนาไวรัสสายพนั ธใ์ุ หม่ 2019 ดังตอ่ ไปนี้ 1. แนวปฏบิ ัตกิ ารใช้อปุ กรณ์ป้องกันรา่ งกายสว่ นบุคคล 2. คณุ ลกั ษณะและองค์ประกอบของห้องแยกโรค/หอผู้ปว่ ยแยกโรค 3. การทาความสะอาดห้องแยกโรค/หอผปู้ ว่ ยแยกโรค 4. การทาความสะอาดผา้ ที่ใช้กับผปู้ ่วย 5. การกาจดั มลู ฝอยและสง่ิ ปฏิกลู 6. การเคล่ือนย้ายผู้ปว่ ย 7. การเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อในบคุ ลากร 8. การทาความสะอาดห้องผู้ปว่ ย 9. การทาความสะอาดรถพยาบาล 1. แนวปฏบิ ัติกำรใชอ้ ุปกรณ์ปอ้ งกันรำ่ งกำยส่วนบคุ คล 1.1. กำรใชอ้ ุปกรณป์ ้องกนั รำ่ งกำยส่วนบุคคล (Personal protective equipment) แนะนาใหบ้ ุคลากรทางการแพทย์ทีด่ ูแลผ้ปู ว่ ยให้ใช้อุปกรณป์ ้องกันรา่ งกายส่วนบุคคลท้ัง 4 ชนิ้ คอื เส้อื คลมุ แขนยาวรดั ขอ้ มือ กรณเี ส้ือคลมุ ทาจากผ้าสามารถใช้เสอ้ื หน้ากากกรองอากาศ (surgical mask) หรือหน้ากากกรองอนุภาค เช่น N95, N100 ข้ึนอยู่กับ อาการและอาการแสดงของผปู้ ่วย หรือหตั ถการ/กจิ กรรมการพยาบาลในการดแู ลผปู้ ่วย แว่นป้องกนั ตา หรือ กระจงั กนั ใบหนา้ ถงุ มอื ทั้งน้ีอุปกรณ์ที่แนะนาให้ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นมูลฝอยติดเช้ือ ได้แก่ ถุงมือและหน้ากากปิดปาก จมูก ชนิดต่าง ๆ ส่วนท่ีใช้แล้วสามารถนามาทาความสะอาดก่อนใช้ใหม่ ได้แก่ แว่นป้องกันตา/กระจังหน้า เส้ือคลุม แขนยาวรดั ข้อมือชนิดทาดว้ ยผ้า สาหรบั การดูแลผู้ป่วยหลายคนใน cohort ward ต้องเปล่ียนถุงมือท้ิงเป็นมูลฝอยติดเชื้อ ล้างมือ และ สวมถุงมือคู่ใหม่ก่อนจะไปดูแลผู้ป่วยอีกรายหนึ่ง ส่วนอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลช้ินอื่นพิจารณาตาม ความเหมาะสมของการปนเปื้อน หรือลักษณะการสัมผัสหรือการดูแลผู้ป่วย หรือลักษณะของการสัมผัส การ ดูแลผู้ป่วย เช่น มีการปนเป้ือนสารคัดหลั่งผปู้ ่วย ควรเปลยี่ น PPE ใหมท่ ้งั ชดุ 1.2. ข้อแนะนำกำรใชอ้ ุปกรณป์ ้องกันรำ่ งกำยส่วนบุคคล (PPE) ดงั น้ี 1. ในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ การช่วยพื้นชีพ การใส่/ถอดท่อช่วยหายใจ การดูดเสมหะ หรือ การดูแลผปู้ ว่ ยท่ีมีภาวะปอดอกั เสบ หรือมีอาการไอมาก ใหใ้ ช้อปุ กรณ์ปอ้ งกนั ร่างกายสว่ นบุคคล ดงั น้ี 1) เสอื้ คลมุ กนั น้าแขนยาวรัดขอ้ มอื (gown) 2) หน้ากากกรองอนภุ าค เช่น N95 mask/N 100/P 100 หรือสงู กวา่ 3) Goggle หรือ Face Shield 72
4) หมวกคลุมผม (ใช้ในกรณีท่ีกิจกรรมน้ันก่อให้เกิดฝอยละอองขนาดเล็ก (aerosol) หรือผู้ป่วยมี อาการไอมาก และ 5) ถุงมือ กรณที ากิจกรรมท่ตี อ้ งมีโอกาส ปนเป้อื นรา่ งกายสูง 2. กรณีท่ีผู้ป่วยไม่ไอ ไม่จาม หรือไม่ได้ทาหัตถการที่จะก่อให้เกิดฝอยละอองขนาดเล็ก (aerosol- generating procedures) ในการดแู ลผ้ปู ว่ ยใหใ้ ชอ้ ปุ กรณ์ป้องกนั ร่างกายส่วนบุคคล ดังนี้ 1) เส้ือคลุมกันน้าแขนยาว (gown) กรณีใช้เส้ือคลุมท่ีทาด้วยผ้าและผู้ป่วยมีอาการไอ จามมากๆ สามารถใส่เสื้อพลาสติกคลมุ ทับเส้ือกาวนผ์ า้ ได้ 2) Surgical mask หรือ N95 และ 3) ถงุ มอื กรณีทาผมยาวควรใสห่ มวกคลุมผม 73
1.3. กำรเลอื กชนดิ อุปกรณป์ อ้ งกนั กำรติดเช้ือและแพร่กระจำยเช้ือสำหรับบุคลำกรในสถำนพยำบำล บุคลากร หมวก Goggle Surgical N95 หรอื ถงุ มือ เสอ้ื gown รองเท้าบูท Mask* สูงกว่า* 1 แพทย์ +/- + + ++ + - 2 พยาบาลในรถส่งตอ่ +/- + + ++ + - 3 เจ้าหนา้ ที่คดั กรองทวั่ ไป +/- +/- + +/- +/- +/- - 4 เจ้าหนา้ ทเ่ี กบ็ ตัวอยา่ ง +/- + + ++ + - 5 พยาบาลท่ดี แู ลผูป้ ว่ ย +/- + + ++ + - 6 พนักงานเปล -- + + + +/- - 7 พนักงานทาความสะอาดในหอ้ ง +/- - + ++ + + 8 พนกั งานขบั รถ* +/- - + -- - - 9 พนักงานซักผ้า +/- +/- + -++ + 10 พนักงานเกบ็ มลู ฝอย +/- - + -++ + หมายเหตุ * การเลือกสวมชนิดของหน้ากากอนามัย ให้พิจารณาตามคาแนะนาเร่ืองการเคล่ือนย้ายผู้ป่วย การทาความสะอาดรถพยาบาล และการเฝ้าระวงั การแพร่กระจายเช้อื ในบุคลากร 1.4. กำรติดตำมกำกบั กำรใชอ้ ุปกรณ์ปอ้ งกันร่ำงกำยส่วนบคุ คล มีการติดตามการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลตามหลัก Isolation Precautions อย่างเคร่งครัด ท้ังบคุ ลากรและผู้เขา้ เยีย่ มผ้ปู ว่ ยทกุ ราย โดยมีการดาเนินการดงั น้ี 1) มีการฝึกซ้อมการใส่–ถอด อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล และมีการกากับติดตามความถูกต้อง เปน็ ระยะ ข้นึ อยู่กับความเสยี่ งในการดูแลผู้ป่วย และตามความเหมาะสม 2) มีการใหค้ วามรู้หน้างานต่าง ๆ ดงั น้ี การทาความสะอาดมือและการปฏิบตั ิตามสขุ อนามัยสว่ นบุคคล ปฏิบัติตามมาตรฐานการป้องกันการติดเช้ือและการแพร่กระจายเชื้อ โดยเฉพาะ Droplet และ Contact Precautions รวมทง้ั Respiratory Hygiene and Cough Etiquette การใชอ้ ปุ กรณป์ ้องกันรา่ งกายส่วนบคุ คลตามความเหมาะสม 3) มีการตรวจตดิ ตามการปฏบิ ตั ิงานเป็นระยะ ไดแ้ ก่ IC Audit, IC performance check list 4) ใช้ระบบเพ่ือนเตือนเพ่ือนคือ การจับคู่ในการปฏิบัติงาน (Buddy System) ในการปฏิบัติงาน การใส่และ ถอดอุปกรณป์ อ้ งกนั รา่ งกายสว่ นบุคคล 5) มีการจัดทาโปสเตอร์/แนวทางการคัดกรอง/รูปขั้นตอนการใส่/ถอด อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วน บุคคลในหอ้ งแต่งตวั /การเก็บสงิ่ ส่งตรวจ/การล้างมือ/การใส่หนา้ กากอนามัยและอนื่ ๆ 6) การตดิ กระจกเงาในหอ้ ง ใส่–ถอด อปุ กรณ์ปอ้ งกันร่างกายส่วนบคุ คล ตัวอยา่ งการใสอ่ ปุ กรณ์ป้องกนั รา่ งกายส่วนบคุ คลตามระดบั ความเสีย่ งในการติดเชือ้ ดงั น้ี 74
ตำรำงภำพที่ 2 แสดงระดับควำมเสี่ยงนอ้ ยในกำรติดเช้ือกับกำรใช้อุปกรณป์ ้องกันรำ่ งกำยส่วนบุคคล ตำรำงภำพท่ี 3 แสดงระดับควำมเส่ียงปำนกลำงในกำรติดเชอื้ กับกำรใช้อุปกรณป์ ้องกนั รำ่ งกำยส่วนบคุ คล 75
ตำรำงภำพที่ 4 แสดงระดับควำมเสี่ยงสูงในกำรตดิ เช้ือกบั กำรใช้อุปกรณ์ป้องกันรำ่ งกำยส่วนบุคคล ตำรำงภำพท่ี 5 แสดงระดับควำมเส่ียงสูงมำกในกำรติดเชื้อกับกำรใช้อุปกรณ์ป้องกันรำ่ งกำยส่วนบคุ คล 76
2. คณุ ลักษณะและองคป์ ระกอบของห้องแยกโรค/หอผู้ป่วยแยกโรค - ห้องตรวจวินิจฉยั เบื้องตน้ ในห้องแยกโรค เปน็ การคัดแยกผูป้ ่วยทม่ี ีประวตั เิ ส่ียงต่อการติดเช้ือ อาจเป็นห้อง ท่ีมีการจดั การอากาศหรือเปน็ ห้องแยกที่จัดไวเ้ ฉพาะผปู้ ่วยสงสยั โรคตดิ ต่อ/ โรคติดเชอื้ กรณที ม่ี ีผู้ป่วยจานวน มาก สามารถนาผปู้ ่วยเข้ารับการดแู ลรักษาในห้องแยกเด่ยี วทีไ่ มม่ ีการจดั การอากาศได้ โดยเนน้ ยา้ ใหป้ ิดประตู ตลอดเวลา - การดูแลผู้ป่วยในหอผู้ป่วยสามารถดาเนินการได้ตามช่องทางการแพร่กระจายเช้ือคือ Droplet และ Contact หมายความว่าสามารถดูแลผู้ป่วยในห้องแยกเด่ียวได้ หากมีความจาเป็นในการดูแลผู้ป่วยท่ี แพร่กระจายเชื้อทางละอองฝอยขนาดเล็ก (Airborne transmission) ควรจัดให้อยู่ในห้องท่ีมีระบบระบาย อากาศ และควบคุมความดนั ภายในห้องเป็นลบ - หากเป็นหอผู้ป่วยรวมแยกโรค หรือ Cohort room ใช้ในกรณีผู้ป่วยยืนยันว่าติดเชื้อชนิดเดียวกันมาอยู่ ร่วมกัน ห้ามนาผู้ป่วยท่ียังไม่ทราบเชื้อท่ีก่อให้เกิดโรคมาอยู่ร่วมกัน และควรมีการจัดระยะห่างระหว่างเตียง มากกวา่ 1 เมตร โดยกน้ั พน้ื ท่แี ตล่ ะเตยี งดว้ ยม่านทท่ี าจากวสั ดทุ ่ีสามารถเช็ดทาความสะอาดงา่ ย - สามารถนาผ้ปู ว่ ยไปดูแลในห้องแยกเด่ียวท่ีใช้ธรรมชาติในการหมนุ เวียนอากาศได้ 77
- ทุกห้องต้องสามารถให้การดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤตได้ คือมี Oxygen, suction, air – pipeline เครอื่ งตรวจวดั สญั ญาณชพี - มีอ่างลา้ งมือ/น้ายาล้างมือทั้งชนดิ ใช้น้า และไมใ่ ชน้ า้ ภายในห้องผูป้ ่วย และในหอ้ ง ante room - เป็นหอ้ งทพ่ี ืน้ ผิวทาความสะอาดง่าย มีเฟอรน์ ิเจอรใ์ นหอ้ งเทา่ ท่จี าเป็น - มีอุปกรณ์ประจาห้อง ได้แก่ ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดความดันโลหิต ชุดให้ออกซิเจน ไม้กดลิ้น ไฟฉาย เสาน้าเกลอื sharp container ถงั ผา้ เปอ้ื น ถังมลู ฝอย ชนดิ ใชเ้ ท้าเปดิ - มกี ารเตรยี มอปุ กรณส์ าคัญ เชน่ ชดุ กชู้ ีพผปู้ ่วย เครือ่ งชว่ ยหายใจ ไวภ้ ายนอกห้อง แตพ่ รอ้ มทจ่ี ะนามาใช้ - ควรมีการสารองอุปกรณ์ไว้ใน ante room หรือพื้นที่ที่สะดวกต่อการหยิบใช้ ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันร่างกาย ส่วนบุคคล เช่น หน้ากากกรองอากาศ และหน้ากากกรองอนุภาค disposable gloves, gown แว่น ปอ้ งกนั ตา กระจงั หนา้ หมวก เสื้อคลมุ พลาสติก/ผ้ายางกนั เปอ้ื น และรองเท้าบทู 3. กำรทำควำมสะอำดห้องแยกโรค/หอผู้ป่วยแยกโรค - ทาความสะอาดห้องเป็นประจาอย่างน้อยวันละ 1-2 คร้ัง ตามความจาเป็น โดยเน้นพื้นผิวแนวระนาบ (horizontal Surface) โดยเฉพาะบริเวณใกล้ผู้ป่วย อุปกรณ์ท่ีผู้ป่วยจับบ่อย ๆ ให้เช็ดทาความสะอาดด้วย 70 % Alcohol ห้องน้าให้ใช้สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ 500 ppm. ราดท้ิงไว้ 30 นาที ระหว่างรอเวลาให้ไปทา ความสะอาดในห้องผู้ป่วย เก็บขยะและถูพื้น หลังจากน้ันทาความสะอาดห้องน้าตามปกติ ส่วนอุปกรณ์ของใช้ ตา่ ง ๆ ทาความสะอาดเสร็จแลว้ ใหแ้ ยกใชเ้ ฉพาะห้องน้นั ๆ ไมป่ ะปนของใชก้ บั ผปู้ ่วยรายอนื่ ภำพแสดงตวั อย่ำงกำรทำควำมสะอำดพนื้ ทีบ่ ริเวณคัดกรองผูป้ ่วย 78
- หากมีเลือดหรือสารคัดหลั่งเปรอะเปื้อนชัดเจนให้เช็ดออกให้มากที่สุดด้วยกระดาษชาระ แล้วใช้ สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ 5,000 ppm. ราดท้ิงไว้ 15 นาที แล้วจึงเช็ดถูด้วยน้าผสมผงซักฟอกทาความ สะอาดตามปกติ หลังจากเชด็ แห้งแล้วให้ใช้ 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์บรเิ วณท่เี ปอ้ื นซ้าอีกคร้ัง - การทาความสะอาดห้องเมื่อจาหน่ายผู้ป่วย (Terminal cleaning) ในกรณีของห้อง AIIR ซ่ึงมีการ ถ่ายเทอากาศมากกว่าหรือเท่ากับ 12 ACH และใช้ตัวกรองชนิด HEPA Filter ให้เริ่มทาความสะอาดหลัง จาหน่ายผู้ป่วยไปแล้ว 35 นาที โดยขณะท่ีทาความสะอาดยังคงเปิดระบบการทางานของห้องไว้ตลอดเวลา ตัง้ แต่จาหนา่ ยผ้ปู ่วย ขณะทาความสะอาดและเปิดระบบหอ้ งหลงั ทาความสะอาดเสร็จต่อไปอีก 35 นาที จึงจะ รบั ผูป้ ่วยรายตอ่ ไปได้ 4. กำรทำควำมสะอำดผ้ำทใี่ ชก้ บั ผูป้ ่วย ข้อปฏบิ ัตสิ าหรบั บุคลากรงานบรกิ ารผ้า - ให้ถอื ปฏิบัตติ ามแนวทางการจดั การผ้าเป้ือน ในเร่อื ง ผ้าเปื้อนตดิ เช้ือ อย่างเคร่งครัด ผา้ เป้ือนของผ้ปู ่วย ใหบ้ รรจใุ นถุงขา้ วโพดที่สามารถสง่ เข้าเครื่องซกั ผ้าโดยไม่ต้องแกะถุงออก โดยถงุ ชนิดน้ีสามารถละลายได้ด้วยน้า ร้อนมากกว่า 65 องศาเซลเซียสข้ึนไป หากไม่มีสามารถใส่ผ้าในถุงแดง และบรรจุใส่ถังมีฝาปิด เช็ดทารอบถัง ดว้ ย 70% แอลกอฮอลล์กอ่ นนาสง่ ใหง้ านบรกิ ารผ้า - ลา้ งมอื ทกุ คร้ังกอ่ น และหลงั ทสี่ ัมผัสถงุ ผ้าเป้อื น - ขณะปฏิบัติงานสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล ได้แก่ เสื้อคลุมแขนยาวรัดข้อ หน้ากากกรอง อนุภาค N 95 แว่นป้องกันตา/กระจังกันใบหน้า ปิดทับด้วยผ้ากันเป้ือนพลาสติกอย่างหนา ถุงมือแม่บ้านยาว อยา่ งหนา และรองเท้าบูท - หลังถอดถุงมือให้ล้างมือด้วย Alcohol hand rub แต่หากสัมผัสสารคัดหล่ังของผู้ป่วยต้องล้างด้วยสบู่ และนา้ กอ่ น เช็ดมอื ใหแ้ หง้ แลว้ จงึ ลา้ งด้วย Alcohol hand rub ซา้ อกี ครัง้ 79
5. กำรกำจดั มูลฝอยและสิ่งปฏกิ ูล ขั้นตอนการปฏิบัติ การจัดเก็บมูลฝอยติดเช้ือ งานบริการผ้า และการทาความสะอาดพ้ืนที่ในการให้บริการ เปน็ การปฏบิ ตั เิ พ่ือป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคลากร และสงิ่ แวดลอ้ ม - เม่ือได้รับการยืนยนั การรับผู้ป่วยสงสัยโรคตดิ ต่อ โรคติดเชื้อ ต้องมีการแจ้งงานมลู ฝอย เพ่ือจัดเตรียมถัง ขยะมูลฝอยตดิ เชือ้ อาจกาหนดสญั ญาลักษณ์ เช่น “ตดิ เช้ือ EID” ไปไวท้ ี่หอ้ งผู้ป่วย - ขอความร่วมมือในการงดเย่ียมผู้ป่วย หากจาเป็นต้องให้เข้าเย่ียม ต้องอยู่ภายใต้การให้คาแนะนาของ แพทยแ์ ละพยาบาลอยา่ งใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยง่ิ ห้ามเข้าเย่ยี มขณะทากิจกรรมที่ทาใหเ้ กิดการฟุ้งกระจายของ เชือ้ เช่น พ่นยา ทาความสะอาดห้อง เปลย่ี นผา้ ปูที่นอน เปน็ ต้น - มูลฝอยในห้องผู้ป่วยท้ังหมดให้ถือเป็นมูลฝอยติดเช้ือ พนักงานทาความสะอาดสวมอุปกรณ์ป้องกัน ร่างกายส่วนบุคคลดังน้ี สวมรองเท้าบูท (กรณีมีส่ิงคัดหลั่งปนเป้ือนพ้ืนเป็นจานวนมาก ให้ใส่ Leg cover ก่อน ใส่รองเท้าบูท) เส้ือคลุมกันน้าแขนยาวรัดข้อมือ หน้ากากอนามัย (surgical mask) (กรณีท่ีผู้ป่วยมีหัตถการที่ เกิดละอองฝอย เช่นพ่นยา ดูดเสมหะ ใส่-ถอดท่อช่วยหายใจฯ ให้ใส่หน้ากากกรองอนุภาค เช่น N95, N100) แว่นปอ้ งกันตา/กระจังกนั ใบหนา้ ถุงมือ 1–2 ชนั้ โดยชน้ั นอกสุดเป็นถุงมอื แม่บ้านอยา่ งหนา ภำพแสดงตัวอยำ่ งกำรใสเ่ คร่อื งป้องกันรำ่ งกำยในกำรทำควำมสะอำดห้องผู้ป่วย - จากัดจานวนบุคลากรในการเข้าห้องผู้ป่วย โดยเข้าไปปฏิบัติหน้าท่ีในคราวเดียว เช่น การเข้าไป ทาความสะอาดห้องนา้ ห้องพักผูป้ ว่ ย การเก็บมูลฝอย โดยเตรยี ม - ถังมูลฝอยติดเชื้อใบใหม่ท่ีทาความสะอาดไว้แล้วสาหรับไปเปล่ียนถังใส่มูลฝอยติดเชื้อภายในห้อง 1 ถัง ถุงแดงสาหรับใส่ในถังมูลฝอย 2 ใบ (ถุงชัน้ ในสุดใหพ้ ับปลายถุงไวข้ ้างในถังช้นั ใน ถงุ มลู ฝอย สแี ดงใบนอกให้พบั ปลายถุงไวข้ า้ งนอกถังมูลฝอย) - ผ้าสะอาดสาหรับเช็ดถุงมูลฝอย 8 ผืน (สาหรับใช้ 70% แอลกอฮอลล์ สเปรย์ใส่ผ้าและเช็ดรอบ ถุงมูลฝอย 3 ผืน และอีก 3 ผืนใช้ 70% แอลกอฮอลล์ สเปรย์ใส่ผ้าเช็ดรอบถังมูลฝอยในห้อง ผู้ป่วย อีก 1 ผนื เช็ดถงั มลู ฝอยในห้องน้า อกี 1 ผนื เผื่อไวส้ าหรับเชด็ บริเวณท่ีเหน็ การปนเปอื้ น) - ถุงมูลฝอยสีแดงจานวน 7 ถุง (ถังมูลฝอยในห้องน้ามี 1 ถัง ในห้องผู้ป่วยมี 2 ถัง ข้างเตียงผู้ป่วย 1 ถังเลก็ ซง่ึ ถังนใ้ี ส่ถงุ ไดเ้ พยี ง 1 ชั้น) - 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์ 1 ขวดเม่ือใช้เสร็จสามารถนาขวดออกมาล้างทาความสะอาดเพ่ือนา กลับมาใชง้ านใหมไ่ ด้ - น้าสะอาดผสมสารละลายไฮโปรคลอไรด์เข้มข้นขนาด 500 ppm สาหรับทาความสะอาดพ้ืนใน ห้องผปู้ ว่ ย (โดยตวงนา้ ยา 10% sodium hypochlorite มา 5 CC ผสมกับน้าสะอาด 995 ซซี )ี 80
- น้าสะอาดสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ เข้มข้นขนาด 5,000 ppm สาหรับทาความสะอาดพื้นใน หอ้ งนา้ ผูป้ ว่ ย (โดยตวงน้ายา 10% sodium hypochlorite มา 50 CC ผสมกับน้าสะอาด 950 ซซี )ี - ภายในหอ้ งมีไม้ถูพ้ืน ถงั สาหรบั ใสน่ า้ ยาถูพ้ืน เมอ่ื ใช้งานเสร็จให้ล้างและคว่าภายในห้อง - ทาความสะอาดพ้ืนภายในห้องผู้ป่วยด้วย น้าสะอาดสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ เข้มข้นขนาด 500 ppm เช็ดถูโดยรอบห้อง (หากมีสารคัดหล่ังปนเปื้อนส่ิงแวดล้อม เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ อาเจียน ให้ นากระดาษชาระ/เศษผ้า ซ้อนทับหลาย ๆ ช้ินวางให้ส่ิงคัดหล่ังซึม เทราดบนกระดาษ/เศษผ้า ด้วยไฮ โปรคลอไรด์ 5,000 ppm ทิ้งไว้ 10–15 นาที ก่อนเช็ดด้วยกระดาษชาระ/เศษผ้า ท้ิงกระดาษชาระ/ เศษผ้า ในถุงมูลฝอยติดเชื้อ เช็ดเช็ดซ้าบริเวณนั้นน้ายาไฮโปรคลอไรด์ 5,000 ppm อีกคร้ังหน่ึง ผ้า ท่ีใช้เช็ดทาความสะอาดแล้วให้ท้ิงเป็นมูลฝอยติดเชื้อ เม่ือกาจัดสิ่งคัดหล่ังหมดแล้ว ให้ถอดถุงมือล้าง มอื ด้วยนา้ ยาฆา่ เชือ้ หลายๆครงั้ ก่อนใส่ถุงมอื คใู่ หม่ ขัน้ ตอนกำรทำควำมสะอำด - นาอุปกรณท์ ่เี ตรยี มไว้เขา้ ไปในหอ้ งคนไข้ - ใช้น้าผสมน้ายาไฮโปรคลอไรด์ 5,000 ppm ท่ีเตรียมไว้เทราดห้องน้าทิ้งไว้ก่อนไปทากิจกรรม อย่างอน่ื เพื่อให้เวลานา้ ยา (Contact time) ในการทาลายเชอ้ื - ทาการเก็บมูลฝอยในห้องผู้ป่วยโดยใช้เท้าเปิดฝาถังมูลฝอยและทาความสะอาดถุงมูลฝอยด้าน นอกโดยใช้ 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์ลงบนผ้า เช็ดปากถุงชน้ั แรกก่อน (กรณีในห้องผู้ปว่ ยมีถัง มูลฝอย 3 ถัง) นาปากถุงช้ันที่สองมาผูกด้วยอุปกรณ์ผูกปากถุง และใช้ 70% แอลกอฮอลล์ สเปรย์รอบๆถุงมูลฝอย ก่อนนาไปใส่ในถังมูลฝอยเพื่อเตรียมให้พนักงานขนย้ายมูลฝอยนาไป จดั การเผาตามมาตรฐานขยะติดเชอ้ื - นาน้าสะอาดผสมสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ เข้มข้นขนาด 500 ppm สาหรับทาความ สะอาดบริเวณพ้นื ห้องผู้ป่วย โดยเทน้าสะอาดทเี่ ตรียมไว้ลงในถังตามด้วยน้ายาไฮโปรคลอไรด์ 5 CC ท่ีเตรียมไว้ ลงในถงั สาหรับทาความสะอาดพื้น และเรมิ่ ถพู ื้นโดยรอบหอ้ ง - เม่อื ทาการเกบ็ มลู ฝอย เก็บผ้าเปอ้ื น ถูพน้ื หอ้ งเสรจ็ แล้ว จงึ เขา้ ไปทาความสะอาดในหอ้ งนา้ - เมื่อเสร็จภารกิจเรียบรอ้ ยแลว้ ก่อนออกจากห้องใช้ 70% แอลกอฮอลล์ สเปรย์บนผ้าเช็ดรอบถัง มูลฝอยลอ้ เลอื่ นกอ่ นเขน็ ออกจากห้องผ้ปู ่วย/ผ้มู ีประวตั ิเส่ียงต่อการติดเชือ้ โรคติดต่อรา้ ยแรง - ถอดอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลที่บริเวณ Waste Way ตามขั้นตอนการถอดอุปกรณ์ ป้องกันรา่ งกายสว่ นบุคคล กำรจัดกำรผ้ำเป้ือน - กาหนดเวลาในการขนย้ายมูลฝอยติดเช้ือ EID คนละรอบกับการขนย้ายมูลฝอยติดเชื้อปกติ เม่ือนา มูลฝอยติดเช้ือเข้าเตาเผาแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ผู้ทาการขนย้ายมูลฝอยถอดอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วน บุคคลทบ่ี รเิ วณโรงพกั มูลฝอยตามขัน้ ตอน อาบนา้ สระผม และเปลี่ยนเสอื้ ผ้าใหม่ กอ่ นปฏิบตั งิ านอน่ื - ผู้ช่วยเหลือคนไข้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล ดังนี้ สวมรองเท้าบูท (กรณีมีส่ิงคัดหล่ัง ปนเปื้อนพ้ืนเป็นจานวนมาก ใส่ Leg cover ก่อนใส่รองเท้าบูท) เส้ือคลุมกันน้าแขนยาว หน้ากาก อนามยั (surgical mask) (กรณที ี่ผู้ปว่ ยมหี ัตถการท่เี กิดละอองฝอย เชน่ พน่ ยา ดูดเสมหะ ใสท่ ่อชว่ ย หายใจฯ ให้ใส่หน้ากากกรองอนุภาค เช่น N95, N100) แว่นป้องกันตา/กระจังกันใบหน้า สวมถุงมือ 1–2 ช้นั 81
2. ถังสาหรบั ใสผ่ ้าเปอ้ื นใบใหม่ 1 ถัง - ถงุ พลาสติก จานวน 2 ใบ (หากมีถุงที่ทาจากข้าวโพดที่ละลายในความร้อนไม่เกิดส่ิงตกค้าง จะใช้ ถุงเพยี ง 1 ใบ และสามารถใส่ถุงน้ีในเคร่อื งซักผ้าได้เลย) - อุปกรณ์สาหรับรัดปากถงุ จานวน 2 อนั - 70% แอลกอฮอลล์ สเปรย์สาหรบั สเปรย์บนผ้า นาไปเช็ดรอบปากถงุ - ผา้ สะอาดสาหรบั เช็ดรอบถงั ผ้าเปื้อน จานวน 2 ผนื 3. วธิ กี ารขนยา้ ยผา้ เปอื้ นติดเช้อื - นาอปุ กรณ์ท่เี ตรียมไว้เข้าไปในหอ้ งผู้ปว่ ย - เปิดถังผ้าเป้ือนติดเช้ือ รัดปากถุงด้วยอุปกรณ์รัดปากถุง จากนั้นใช้ 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์บนผ้า สะอาดเชด็ โดยรอบปากถงุ พลาสติก ปิดฝาถงั ใหร้ อบถังผา้ เปือ้ นดว้ ยเทป - นา 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์บนผา้ ผืนใหม่เช็ดรอบ ๆ ถังผ้าเปื้อนให้ท่ัว (ผ้าท่ีใช้เช็ดเสร็จแล้ว ให้ ทิง้ เปน็ มูลฝอยตดิ เชือ้ ) - นา 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์ให้ท่ัวถังผ้าก่อนนาออกจากห้องผู้ป่วย เข็นผ้าออกมาที่ Waste Way เพ่อื รอใหแ้ ผนกซกั ฟอกข้ึนมารบั - จากนั้นถอดอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลท่ีบริเวณ Waste Way ตามขั้นตอนการถอด อุปกรณป์ อ้ งกันรา่ งกายส่วนบุคคล - แผนกซักฟอกมารับผ้าเวลาโดยใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลดังน้ี เสื้อคลุมกันน้าแขนยาว หน้ากากอนามัย (surgical mask) แว่นป้องกันตา/กระจังกันใบหน้า สวมถุงมือ 1–2 ชั้น โดย ชั้นนอกสุดเป็นถุงมือยางหนา เน่ืองจากกิจกรรมที่ทาต้องใช้แรง อาจทาให้ถุงมือเกิดรอยร่ัวได้ (กรณีที่ได้รับแจ้งว่าผ้าเปื้อนผู้ป่วยมีปนเปื้อนส่ิงคัดหล่ังจานวนมาก ให้ใส่หน้ากากกรองอนุภาค เช่น N95, N100) เม่ือถึงตึกให้ใช้ 70% แอลกอฮอลล์สเปรย์ รอบ ๆ ถังผ้าอีกครั้งก่อนการขนย้าย ผ้าเป้ือนตดิ เชื้อ แล้วใหน้ าส่งโรงซักฟอกทนั ที - เม่ือมาถึงโรงซักฟอกให้นาถังผ้าไปช่ังน้าหนัก นาถังผ้าไปท่ีเครื่องซักผ้าแกะเทปท่ีหุ้มรอบถังออก เปิดถงั และคอ่ ย ๆ นาถุงผา้ เข้าเครื่องซักผา้ ซกั ผ้าตามมาตรฐานการซกั ผ้าติดเชื้อ - เจา้ หนา้ ทที่ ท่ี าการขนยา้ ยผา้ และนาผ้าเขา้ เครือ่ งซักเสรจ็ แลว้ ให้อาบน้าเปล่ียนเสื้อผ้าทันที - เสื้อผ้าผู้ป่วยท่ีเป้ือนเลือด อุจจาระ ปัสสาวะ อาเจียน และสารคัดหล่ัง ให้แช่ น้ายาไฮโปรคลอไรดก์ ่อนซัก เพราะมโี อกาสแพร่กระจายเช้ือสงู 82
หมำยเหตุ; 1. การใช้อุปกรณ์ป้องกันรา่ งกายขึ้นอยู่กับโรคท่ีสงสัยผปู้ ่วยติดเชื้อและขึ้นอยู่กับกิจกรรมการพยาบาล การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายท่ีมากเกินไป จะทาให้มีโอกาสปนเป้ือนได้สูงในขณะท่ีถอด อุปกรณ์เหล่าน้ัน และการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่น้อยเกินไป จะไม่สามารถช่วยป้องกัน การตดิ เชอื้ ได้ 2. การใช้เคร่ือง autoclave สาหรบั มลู ฝอย หรือเสื้อผา้ ทป่ี นเป้ือนของผู้ปว่ ยแนวคดิ ในการทาลายเชื้อ ด้วยไอน้า (Steam Sterilization) ในบริเวณท่ีดูแลผู้ป่วย (onsite decontamination) ก่อนการ ส่งเป็นมลู ฝอยตดิ เชื้อท่วั ไป เนอื่ งจากระบบทาลายเชอ้ื ด้วยไอนา้ จะได้ผลดีมีประสทิ ธภิ าพข้นึ อยกู่ ับ ระยะเวลาและอุณหภูมิ การทาลายเชื้อที่มีประสิทธิภาพจะเกิดข้ึนได้ตามอัตราการแทรกตัวของไอ น้า การทาให้ไอน้าแทรกตัวเข้าได้ท่ัวถึงทุกส่วน จะต้องไล่อากาศออกจากถังแรงดันให้หมด ไมเ่ ช่นนนั้ อากาศในถงั แรงดนั จะทาใหป้ ระสทิ ธิภาพการทาลายเช้อื ลดลงช่วยป้องกนั การตดิ เชื้อได้ 3. อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล (PPE) ที่สามารถนากลับมาใช้ใหม่ได้ ได้แก่ แว่นตา (Safety glass หรือ goggle) กระจังกนั ใบหน้า (Face Shield) รองเท้าบูท โดยการทาความสะอาด แชด่ ้วย โซเดียมไฮโปคลอไรด์ เข้มข้น 500 ppm. นาน 30 นาที หรือล้างด้วยน้าผสม detergent เช็ดให้ แห้ง และเชด็ ซ้าดว้ ย 70% แอลกอฮอลล์ 6. กำรป้องกนั กำรบำดเจ็บจำกของมีคม การเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงานก่อให้เกิดผลกระทบท้ังต่อผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ทาให้มีโอกาสเกิดการ ติดเช้ือได้ แม้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดข้ึนจะไม่ทาให้เกิดการติดเชื้อทั้งหมด เช่น ถูกแก้วบาด เข็มปราศจากเช้ือท่ิมตา แต่ก็ เป็นสาเหตุทาให้เกิดบาดแผล ซ่ึงจะเพ่ิมความเส่ียงต่อการติดเชื้อหากเกิดการสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่ง จากร่างกายผู้ติดเชื้อ ในขณะท่ีแผลยังไม่หายดี นอกจากน้ียังทาให้เกิดผลกระทบทางด้านจิตใจต่อผู้ปฏิบัติงานท่ี ได้รับอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก การบริหารความเส่ียง ช่วยลดปัญหาการติดเช้ือจากการให้บริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะอุบัติเหตุท่ีเกิดจากของแหลมคมทิ่มแทงทะลุอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคลส่วนบุคคลได้ วิธีการที่ดี ที่สุดคือ การฝึกทักษะในการทาหัตถการต่าง ๆ ให้ชานาญ รวมท้ังปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังเพ่ือความ ปลอดภัยและกระตุ้นให้บุคลากรมีจิตสานึกท่ีจะป้องกันอุบัติเหตุตลอดเวลา โดยพบสาเหตุของอุบัติเหตุจากการ ปฏิบัตงิ าน ทีพ่ บไดบ้ อ่ ยมาจาก การสวมเข็มที่ใช้แล้วเข้าปลอก โดยใช้มือข้างหนึ่งจับเข็มแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งจับปลอกเข็มสวมเข้าหา กนั การสง่ เครอื่ งมอื ทแี่ หลมคม จากมือของผ้สู ่งสมู่ ือผรู้ ับโดยตรง ควรใช้ one hand technique การเย็บแผลโดยผ่านใตห้ ว่างนิว้ มือที่กดแผล ไมใ่ ช้ หรือใช้อปุ กรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบคุ คลท่ีไมเ่ หมาะสม เช่น ไมส่ วมแว่นป้องกนั ตาขณะทาการดูด เสมหะ ทาให้สิ่งคัดหล่ังกระเด็นเข้าตา การใส่เสื้อคลุมแขนส้ันขณะให้การดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อหรือโรค ติดเชอ้ื อยา่ งใกล้ชิด เปน็ ต้น แสงสว่างในขณะปฏิบัตงิ านไมเ่ พียงพอ ทาให้มองเหน็ ไม่ชัดเจนขณะปฏิบัตงิ าน สภาพรา่ งกายผู้ปฏิบัตงิ านอ่อนเพลีย เหนือ่ ยลา้ จากการปฏิบตั งิ าน หรอื สายตาผดิ ปกติ ผูป้ ฏิบัตงิ านมีความเครยี ด หรอื วติ กกังวล ทาใหข้ าดสมาธิในขณะปฏิบตั ิงาน อุปกรณป์ ้องกนั รา่ งกายส่วนบุคคลไม่เพียงพอ หรอื ไม่เหมาะสมกับกจิ กรรมการดแู ลผู้ปว่ ย 83
7. กำรเคลื่อนยำ้ ยผู้ปว่ ย การป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเช้ือระหว่างการส่งต่อผู้ป่วย พบว่าการเคล่ือนย้ายผู้ป่วยอาจทา ให้เกิดการแพรก่ ระจายเชอ้ื ได้ จงึ มีแนวทางปฏิบตั ดิ ังน้ี บคุ ลากรประจาหน่วยส่งต่อ ติดต่อโรงพยาบาลปลายทางที่จะส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อ พร้อมทง้ั ให้ขอ้ มลู รายละเอยี ดของผู้ป่วย บุคลากรประจารถพยาบาล จัดบุคลากรท่ีเดินทางไปกับผู้ป่วย ให้มีจานวนน้อยที่สุดตามความ เหมาะสม บุคลากรท่ีต้องสัมผัสผู้ป่วยระหว่างเดินทาง ให้สวมเสื้อกาวน์แขนยาว กันน้า surgical mask/N95 /N 100 (กรณีท่ีผู้ป่วยมีอาการ ไอ จาม มาก) ถุงมอื goggles พิจารณาตามลกั ษณะการสัมผสั กับผู้ป่วย หากห้องโดยสารกับที่นั่งของพนักงานเป็นแบบแยกส่วนกัน ใหพ้ นักงานขบั รถสวม surgical mask ในระหว่างการเดินทางหากร่างกายสัมผัสกับสารคัดหล่ังของผู้ป่วยให้ ใช้กระดาษชาระเช็ดออกให้มากที่สุด แล้วเช็ดบริเวณที่ปนเปื้อนด้วย 70% แอลกอฮอลล์ และล้างมอื ด้วย Alcohol hand rub ทกุ ครง้ั ผู้ป่วยและญาติ ผปู้ ่วยสวม surgical mask ญาติที่ติดตามไปในรถพยาบาลควรมีจานวนน้อยท่ีสุด หากเป็นไป ได้ควรให้มากับรถอีกคันท่ีไม่ใช่รถโดยสาร และหากจาเป็นต้องมา รถพยาบาลคันเดียวกับผู้ป่วย ให้ล้างมือ และสวม surgical mask อย่างเคร่งครดั พยาบาล/พนักงานขบั รถ ในห้องโดยสารของผู้ป่วยควรมีระบบระบายอากาศเพื่อถ่ายเทอากาศ ทม่ี ีการปนเปือ้ นเช้อื ออกสภู่ ายนอกรถดว้ ยตวั ดูดอากาศเหนอื หลงั คารถ 84
บุคลากรประจาหน่วย มีอปุ กรณ์ภายในรถพยาบาลเท่าทจี่ าเป็นต้องใช้ ควรเลือกอปุ กรณ์ทีใ่ ช้ รับการส่งต่อผูป้ ว่ ย คร้ังเดียวท้ิง สาหรับอุปกรณ์ที่ต้องใช้ซ้าต้องทาความสะอาดหลังจาก ใช้แล้ว พยาบาลประจา หอ้ งตรวจคัดกรอง อปุ กรณ์ทใ่ี ช้แลว้ ทิ้ง ถอื เป็นมลู ฝอยตดิ เช้อื ต้องทงิ้ ในถงุ มูลฝอยตดิ เช้ือ มัดปากถุงใหแ้ นน่ แลว้ นาไปทาลายตามขัน้ ตอนของมลู ฝอยตดิ เชอื้ วิธกี ารทาความสะอาดดังเอกสารข้อ 2.10 เตรียมบุคลากรท่ีรับผู้ป่วยในมีจานวนน้อยที่สุด เหมาะสมกับอาการ/ อาการแสดงผู้ป่วยมากท่ีสุด และเตรียมอุปกรณ์จาเป็นที่จะต้องใช้กับ ผปู้ ่วยใหพ้ รอ้ ม บุคลากรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันรา่ งกายส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับ อาการ/อาการแสดงของผู้ป่วย เช่น เส้ือคลุมกันน้าแขนยาวรัด ข้อมือ N95 mask/N 100 แวน่ ปอ้ งกันตา/goggles หมวก ถงุ มอื กาหนดสถานที่ท่ีจะรับผู้ป่วยและจัดเตรียมเส้นทางการเคล่ือนย้าย ผู้ป่วย การกาหนดเวลาในการแจ้งหรือคาดการณ์เวลาที่จะมาถึง เพือ่ ให้ผมู้ หี นา้ ท่ีได้เคลยี ร์เส้นทางการเคลื่อนย้ายผ้ปู ว่ ย ยามรักษาความปลอดภัย ก้นั เส้นทางการเคล่ือนยา้ ยผ้ปู ว่ ย และกันผู้ท่ี ไม่เกย่ี วข้องให้ออกนอกเส้นทางการเคล่ือนยา้ ยผู้ปว่ ย จัดต้ังจุดคัดกรองผู้ป่วย ในพื้นทีส่วนหน้า และที่หน่วยผู้ป่วยนอก เพอื่ ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชอื้ จดั เจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ/ มีประสบการณ์/ มีทกั ษะ ในการคัด กรองผปู้ ่วย เมื่อคัดกรองผู้ป่วยพบว่ามีความเส่ียง พยาบาลคนท่ี 1 สวมอุปกรณ์ ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล ได้แก่ เสื้อคลุมกันน้าแขนยาว หน้ากาก อนามัย/N95 disposable gloves และนาผู้ป่วยไปยังพื้นที่คัดแยก ทก่ี าหนดบริเวณดา้ นหน้าตกึ ผ้ปู ว่ ยนอก พยาบาลคนท่ี 1 ซักประวตั ิของผปู้ ว่ ย และนาบตั รประชาชนของผูป้ ่วย ใส่ซองพลาสติก ใช้ 70% แอลกอฮอลล์ สเปรย์บริเวณซองก่อนส่งให้ ผชู้ ่วยเหลือคนไขไ้ ปทาบัตรตรวจโดยไม่ตอ้ งเปดิ ซองพลาสติก เม่ือซักประวัติพบความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ พยาบาลคนที่ 1 ให้ สัญญาณแกพ่ ยาบาลคนที่ 2 ทจ่ี ะโทรรายงานหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ดังน้ี 1) หวั หนา้ พยาบาล นอกเวลาราชการแจ้งผู้ตรวจการพยาบาล 2) หอผ้ปู ่วยแยกโรค 3) พยาบาลป้องกันควบคุมโรคติดเช้ือ (ICN) 4) ยามรักษาความปลอดภัยเพ่อื เคลยี เส้นทางการเคลอ่ื นย้ายผู้ป่วย 5) พนักงานเวรเปล และจัดให้มี Safety buddy ช่วยดูเมื่อเวรเปล ใสช่ ุดปอ้ งกันรา่ งกาย 85
พยาบาลคนที่ 1 พร้อมเวรเปล ทาการเคลือ่ นย้ายผู้ปว่ ยไปในเส้นทางท่ี กาหนด สง่ ผู้ปว่ ยไปรบั การตรวจยงั จดุ ท่โี รงพยาบาลกาหนด เมื่อพยาบาลคนที่ 1 ส่งอาการผู้ป่วยกับผู้อยู่เวรเสร็จแล้วให้ดู พนักงานเปลเช็ดทาความสะอาดพาหนะนาส่ง และถอด PPE ก่อน และถึงจะถอด PPE ของตนเอง เน้นย้าเร่ืองสุขลักษณะของมารยาทการไอจาม (Respiratory Etiquette) เช่น หากไอหรือจามควร ปิดปาก ผปู้ ่วยควรสวมหนา้ กากอนามยั และลา้ งมือบอ่ ยๆ 1) ประสานงานกบั หนว่ ยงานต่างๆ เชน่ x - ray ห้องปฏบิ ัติการ ฯลฯ ตามแผนการรกั ษาของแพทย์ 2) เมื่อส้ินสุดการตรวจดูแลผู้ป่วย ถอดอุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล ได้แก่ disposable gloves, หมวกคลุมผม แว่นป้องกันตา/กระจังกันใบหน้า กาวน์ หน้ากากปิดปาก-จมูก ตามลาดับและล้างมือ ทุกคร้ังท่ีถอดอุปกรณ์ป้องกนั ร่างกายแต่ละชนิด อุปกรณ์ป้องกันร่างกายชนิดใช้ครง้ั เดียวให้ท้ิงในถังมูลฝอยติด เชอื้ 3) มีการรายงานตามแนวทางการรับผู้ป่วยโรค EID ตามท่ีโรงพยาบาลกาหนด เพ่ือรายงานเข้าสู่ ระบบ ICS ของโรงพยาบาล กรณีรับผู้ป่วยไว้ดูแลที่โรงพยาบาล หลีกเล่ียงการนาผู้ป่วยออกนอกห้อง ยกเว้นกรณีท่ีจาเป็น เทา่ นน้ั โดยมีข้อปฏบิ ัติดงั น้ี - แจ้งหน่วยงานปลายทางรับทราบ/แจ้งเจ้าหนา้ ท่ีผู้เข็นผปู้ ่วยรับทราบ กาหนดเวลาให้บริการผู้ป่วยให้ ชัดเจน - ให้ผู้ป่วยสวม Surgical mask ตลอดเวลา และนาส่งโดยรถน่ังหรือเปลนอน หา้ มมิให้ผู้ป่วยเดิน เอง - บุคลากรท่ีจะนาส่งผปู้ ่วย ใสอ่ ุปกรณ์ปอ้ งกันร่างกายส่วนบุคคล ได้แก่ เส้ือคลุมแขนยาวรดั ข้อมือ หนา้ กากอนามยั /N95 ถงุ มอื และอ่ืนๆตามความเหมาะสม - เส้นทางที่จะพาผู้ป่วยไปต้องมีการวางแผนล่วงหน้า มีการประสานงานกับทีมส่ิงแวดล้อม เพ่ือ จัดผ้รู บั ผดิ ชอบ เคลยี ร์เส้นทางโดยไม่ผ่านบริเวณท่มี ีผู้คนหนาแน่น - แจ้งบุคลากรที่รบั ผิดชอบปลายทางเพ่ือเตรียมสถานท่ีและกนั ผทู้ ีไ่ ม่เกีย่ วข้องออกและใส่อุปกรณ์ ป้องกนั รา่ งกายส่วนบุคคลทเี่ หมาะสมรอรับผูป้ ว่ ย 86
8. กำรเฝำ้ ระวงั กำรแพรก่ ระจำยเชือ้ ในบุคลำกร กาหนดให้บุคลากรทุกคนในสถาบันฯ ท่ีให้การดูแลผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อโรคติดต่ออันตราย มีการบันทึกเวลา กจิ กรรม ในการใหก้ ารดแู ลผู้ป่วยทุกครั้งที่ เขา้ –ออก หนว่ ยงาน และ เข้า–ออกห้องผู้ปว่ ย กาหนดให้พยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ (ICN) เป็นผู้ให้ให้คาแนะนาบุคลากรท่ีให้การดูแลผู้ป่วยเข้าข่าย เฝ้าระวังโรคติดเช้ือ/โรคติดต่ออันตราย ทาการบันทึกอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ILI) ของตนเอง และมีการ คดั กรองอาการผดิ ปกติก่อนเขา้ ทางานทุกวัน ตลอดจนมแี นวทางปฏิบัติเม่ือพบผู้มอี าการคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ILI) ระหว่างปฏิบัติงานให้รายงานหัวหน้าตึก/หัวหน้าเวรรับทราบ และแจ้งข้อมูลแก่ ICN ประสานการติดตาม อาการต่อไป หน่วยงานระบาดวิทยา มีหน้าที่ติดตามสถิติการลาป่วยของบุคลากร หากพบอัตรา การลาป่วยสูงกว่า ปกติ โดยเฉพาะการป่วยท่ีมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่เป็นกลุ่มก้อน (≥ 2 ราย) ของบุคลากรให้แจ้ง ICN ทันที เพอื่ ทาการสอบสวนและดาเนินการตอ่ ไป 9. กำรทำควำมสะอำดห้องผู้ปว่ ย พนกั งานทาความสะอาดสวมอุปกรณ์ปอ้ งกันรา่ งกายส่วนบคุ คล ดงั นี้ - สวมรองเท้าบทู (กรณีมสี ่งิ คดั หลั่งปนเปอ้ื นพนื้ เปน็ จานวนมาก ใส่ Leg cover ก่อนใส่ รองเท้าบทู ) เสือ้ คลมุ กนั นา้ แขนยาว หนา้ กากอนามัย (surgical mask) (กรณีท่ีผปู้ ว่ ยมีหตั ถการท่เี กิดละอองฝอย เช่น พน่ ยา ดดู เสมหะ ใสท่ ่อชว่ ยหายใจฯ ให้ใส่ หนา้ กากกรองอนุภาค เช่น N95, N100 แว่นปอ้ งกนั ตา กระจังกนั ใบหนา้ ถงุ มือ 1–2 ช้ัน โดยชนั้ นอกสดุ เป็นถุงมือยางอย่างหนา เตรียมอปุ กรณ์ในการทาความสะอาดให้พร้อม ก่อนเข้าห้องผู้ป่วยเพอ่ื จากัดการเข้าห้องผู้ป่วย โดยเข้าไป ปฏบิ ัติหนา้ ที่ในคราวเดยี ว เช่น การเข้าไปทาความสะอาด การเกบ็ มลู ฝอย 10. กำรทำควำมสะอำดรถพยำบำล พนักงานขับรถใส่ชุดป้องกันร่างกายเพ่ือทาความสะอาดรถ ดังนี้ ใส่เส้ือคลุมกันน้า แขนยาว สวมบูท (หากไม่มีบูทสามารถสวมรองเท้าที่สวมไปและใส่ Shoes cover ทับ) ใส่หน้ากากอนามัย (surgical mask) กรณีมีเลือด อุจจาระ อาเจียน สารคัดหล่ัง ปนเปื้อน ใส่ N95 Mask (ทา Fit check ทุกครั้ง) ใส่แว่นตาปอ้ งกัน ตา ใส่ถุงมือ 1–2 ชั้น ให้ถุงมือปดิ ทับปลายแขนเสื้อ ถงุ มือชั้นนอกเปน็ ถงุ มอื ยางหนา (หากมสี ิง่ คัดหล่ังปนเป้อื น จานวนมากใหใ้ ส่ face shield และสวม leg cover ภายในรองเทา้ บทู ) ขั้นตอนการทาความสะอาดรถพยาบาล - ปดิ เครื่องปรับอากาศ เปิดประตูรถดา้ นขา้ ง และด้านท้ายรถ ขณะทาความสะอาด - อุปกรณ์ทางการแพทยท์ ่ีใช้แลว้ ทุกชนดิ ให้ถอื เปน็ มูลฝอยติดเชือ้ ทั้งหมด ให้ท้งิ ในถงุ มูลฝอยติดเชอื้ มดั ปากถุงให้แนน่ ใส่ถงุ ซ้อน 2 ชั้น ใชข้ วดนา้ ยา 70% แอลกอฮอล์ พน่ ถุงด้านนอกโดยรอบ และนาไปสง่ ทาลายตามขน้ั ตอนการท้ิงมูลฝอยติดเชือ้ - ผา้ ทุกชนดิ ทใ่ี ช้กบั ผปู้ ่วย ใหใ้ ส่ในถุงมูลฝอยตดิ เช้ือ มดั ปากถุง แลว้ ซอ้ นทับดว้ ยถุงมลู ฝอยตดิ เชอ้ื อีก 1 ช้ัน และมัดปากถุงให้แน่นอกี คร้ัง นาสง่ โรงซักฟอกเพื่อซักดว้ ยความร้อนตามมาตรฐานการซกั ผ้าติด เชือ้ 87
- เปิด Cleaning kit สาหรับทาความสะอาด และผสมน้ายาทาลายเช้ือตามทร่ี ะบใุ นกล่อง ดงั นี้ หากมสี ารคัดหลง่ั ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมภายในรถ เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ อาเจียน ให้ใส่ถุงมือ 1 – 2 ชัน้ นากระดาษชาระซ้อนทับหลาย ๆ ช้ิน วางให้ส่ิงคัดหลั่งซมึ และเช็ดกระดาษชาระ ออก ทิ้งกระดาษชาระในถุงมูลฝอยติดเช้ือ เช็ดบริเวณน้ันด้วยน้าผสมน้ายา Disinfectant ที่ จัดเตรียมไว้อัตราส่วนตามท่ีกาหนดไว้ข้างขวด (ผสม 10% ไฮโปรคลอไรด์ 0.5% หรือ 5,000 ppm สาหรับราดพื้นผิวท่ีเปรอะเปื้อนเลือด/สารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยตวงน้ายา sodium hypochlorite 10 % มา 25 CC ผสมกับน้าสะอาด 475 ซีซี จนได้ปริมาตรรวม 500 CC) เช็ดโดยใช้ผ้าชุบน้ายา sodium hypochlorite 0.5% หรือ 5,000 ppm วางทับ ซ้อนบรเิ วณที่ปนเปอื้ น ผ้าที่ใช้เช็ดทาความสะอาดแล้ว ให้ทิ้งเป็นมูลฝอยติดเช้ือ เม่ือกาจัดสิ่ง คัดหล่ังหมดแล้ว ใหล้ ้างมือดว้ ยน้ายาฆา่ เช้ือหลาย ๆ คร้ัง หากไม่มีการปนเปื้อนสิ่งคัดหลั่ง ให้เช็ดทาความสะอาดภายในรถด้วยน้าผสมน้ายา ในกลุ่ม Low Level Disinfectant ที่จัดเตรียมไว้อัตราส่วนตามท่ีกาหนด เช่น ใช้ 10 % sodium hypochlorite เข้มข้น 0.05% หรือ 500 ppm สาหรับการเช็ดเพื่อทาลายเช้ือใน สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วย โดยตวง 10 % sodium hypochlorite 2.5 CC ผสมน้าสะอาด 497.5 ซีซี จนได้ปรมิ าตรรวม 500 ซีซี) เช็ดโดยใช้ผ้าอย่างน้อย 10–12 ผืน (ไม่ใช้ผ้าผืนเดิม เช็ดและซักผา้ ในถังนา้ ยาทาลายเช้อื ) ผ้าทใ่ี ช้เช็ดแลว้ ใหท้ ้งิ เป็นมูลฝอยตดิ เชอื้ - หลังเช็ดทาความสะอาดแล้ว ให้เปิดรถทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้บริเวณที่ทาความสะอาด แหง้ มีการระบายอากาศที่ดี ปอ้ งกนั กลิน่ อับชืน้ หมำยเหตุ: ชุดอปุ กรณ์ทาความสะอาด (Cleaning kit) ประกอบดว้ ย 1. 10 % sodium hypochlorite ใส่ขวด 25 cc จานวน 2 ขวด 1-2 ใชก้ รณมี สี ิง่ คัด หลั่งปนเปอ้ื นมาก 2. ขวดใส่นา้ สะอาด 475 ซซี ี จานวน 2 ขวด 3. 10 % sodium hypochlorite ใสข่ วด 5 cc จานวน 2 ขวด 3-4 ใช้กรณีไม่มสี ง่ิ 4. ขวดใสน่ า้ สะอาด 995 ซีซี จานวน 2 ขวด คดั หล่งั ปนเปอื้ น 5. กระป๋องสาหรับผสมน้ายา และกระดาษชาระ เชด็ ถูสงิ่ แวดลอ้ ม 6. การผสมน้ายาทาความสะอาด ปกติ 6.1 กรณที ่ีพ้ืนผวิ ภายในรถมกี ารปนเปื้อนสงิ่ คัดหลั่งจานวนมาก นาน้ายาจากข้อ 1 จานวน 1 ขวด ผสมนา้ สะอาดขอ้ 2 จานวน 1 ขวด ใส่ในกระป๋อง ข้อ 5 ใช้ ในกรณี เช่น ผปู้ ว่ ยอาเจียน ถ่ายเหลว มีเลือดออกจานวนมาก 6.2 กรณีท่ีพนื้ ผิวภายในรถไมม่ ีการปนเปอ้ื นส่งิ คัดหลั่ง น้ายาจากข้อ 3 จานวน 1 ขวด ผสมน้าสะอาดข้อ 4 จานวน 1 ขวด ใส่ในกระป๋อง ขอ้ 5 ใช้ ใน กรณีทผ่ี สู้ งสยั /ผู้ป่วยไม่มีอาการไอ จาม อาเจียน ถา่ ยเหลว เลือดออก จานวนมาก (น้ายาและ นา้ สะอาดเตรียมไว้ 2 ชดุ เผือ่ ไมพ่ อทาความสะอาดหรือหก ขณะเดินทาง) 7. ผา้ สาหรับเช็ดทาความสะอาดรถพยาบาล 10-12 ผนื (ขนาดของผา้ กว้าง 10 นิ้ว ยาวประมาณ 10 นิว้ ) - ผนื ที่ 1 จมุ่ น้ายาในกระป๋องข้อ 5 เช็ดบรเิ วณทจี่ ับเปดิ ประตดู ้านหนา้ ทิ้งผา้ ในถุงมลู ฝอย ติดเช้อื - ผืนที่ 2 จุ่มนา้ ยาในกระป๋องข้อ 5 เชด็ ท่ีนง่ั ของเจ้าหน้าทดี่ า้ นศีรษะผ้ปู ว่ ยทิ้งผา้ ในถงุ มูลฝอยตดิ 88
เชือ้ - ผนื ท่ี 3 จุ่มนา้ ยาในกระป๋องข้อ 5 เช็ดบริเวณท่ีน่งั ของเจา้ หน้าท่ดี ้านที่ติดกับผปู้ ว่ ย ทง้ิ ผา้ ในถงุ มูล ฝอยตดิ เช้ือ - ผืนท่ี 4 จุ่มน้ายาในกระป๋องข้อ 5 เช็ดทบ่ี รเิ วณที่วางเตียงผู้ปว่ ย ทิง้ ผ้าในถุงมลู ฝอยตดิ เชอื้ - ผืนที่ 5 จ่มุ น้ายาในกระป๋องข้อ 5 เช็ดซา้ ท่ีบริเวณวางเตียงผปู้ ว่ ย ท้ิงผ้าในถุงมลู ฝอยติดเชื้อ - ผืนที่ 6 จุ่มนา้ ยาในกระป๋องข้อ 5 เชด็ อุปกรณท์ ่ีอยใู่ กล้บริเวณเตียงผู้ป่วย ทง้ิ ผา้ ในถุงมลู ฝอยตดิ เชือ้ - ผืนท่ี 7 จุ่มน้ายาในกระป๋องข้อ 5 เช็ดบรเิ วณท่ีจับประตดู ้านหลัง ทง้ิ ผ้าในถงุ มลู ฝอยตดิ เช้อื - ผนื ท่ี 8-11 จมุ่ น้ายาในกระป๋องข้อ 5 ทีละผนื เชด็ รอบ ๆ รถดา้ นใน 4 ดา้ นผนื ละด้าน ท้ิงผ้าในถงุ มลู ฝอยติดเช้ือ - ผนื ที่ 12 เผื่อไว้สาหรบั เช็ดบริเวณทีเ่ ห็นการปนเป้ือนชัดเจน 8. ถุงพลาสติกสีแดงจานวน 4 ถุง สาหรับใส่ผา้ หลังการเชด็ ทาความสะอาด/มลู ฝอยติดเชอ้ื 9. 70 % Alcohol สเปรย์ 1 ขวดสาหรบั พ่นรอบๆ รถ ดา้ นในภายหลังการเชด็ ทาความสะอาดแลว้ และ สาหรบั พน่ ถุงมลู ฝอยตดิ เชอื้ ชั้นท่ี 2 ทใ่ี สท่ บั ดา้ นนอก 89
บทที่ 10 แนวทางการบริหารจดั การ กรณแี ยกตัวเพ่ือเฝา้ สังเกตอาการ (Quarantine) 90
แนวทางการบริหารจดั การ กรณีแยกกกั เพื่อสังเกตอาการ (Quarantine) โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 23 กมุ ภาพันธ์ 2563 การแยกกักเพื่อสังเกตอาการ (Quarantine) เป็นการจากัดกิจกรรมของบุคคลท่ีมีสุขภาพดี เนื่องจาก สัมผัส (Expose) กับผู้ป่วยโรคติดเชื้อระหว่างช่วงท่ีแพร่เช้ือ (Period of communicability) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ ถ้าบุคคลท่ีมีสุขภาพดีติดเช้ือ อย่างไรก็ดี ระยะเวลาเฝ้าสังเกตอาการจะไม่ นานเกนิ กว่าระยะฟักตัวที่ยาวที่สุดของเช้ือก่อโรค ซึ่งในกรณีของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีระยะฟักตัวของ โรคนาน 2 - 14 วัน ดังน้ัน จึงแยกตัวเพ่ือเฝ้าสังเกตอาการเปน็ เวลา 14 วัน คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นโรคติดต่ออันตราย และการแยกกักเพื่อสังเกตอาการเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 34 และ 35 ซึ่งให้อานาจเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอานาจท่ีจะดาเนินการ ประกาศ หรือออกคาสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ใด ดาเนินการ ท่ีสาคญั ดงั นี้ 1. ใหผ้ ู้ทเ่ี ป็นหรือมีเหตุอันควรสงสยั ว่าเปน็ โรคติดต่ออนั ตรายหรือโรคระบาด หรือผ้ทู เี่ ปน็ ผสู้ ัมผัสโรคหรือ เป็นพาหะ มารบั การตรวจหรือรักษา หรอื รับการชนั สตู รทางการแพทย์ และเพือ่ ความปลอดภัย 2. อาจดาเนินการโดยการแยกกัก กักกัน หรือคุมไว้สังเกต ณ สถานท่ีซ่ึงเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ กาหนด จนกว่าจะได้รับการตรวจและการชันสูตรทางการแพทย์ว่าพ้นระยะติดต่อของโรคหรือส้ินสุดเหตุอันควร สงสัย 3. สั่งให้ผู้ที่เป็น หรือ มีเหตุอันควรสงสยั วา่ เป็นโรคตดิ ต่ออันตรายหรือโรคระบาดหยุดการประกอบอาชีพ เปน็ การช่วั คราว 4. ส่ังห้ามผทู้ ีเ่ ปน็ หรือ มเี หตุอันควรสงสยั ว่าเปน็ โรคติดต่ออนั ตรายหรือโรคระบาดเขา้ ไปในสถานที่ชุมนุม ชน โรงมหรสพ สถานศกึ ษา หรอื สถานทีอ่ ืน่ ใด เวน้ แตไ่ ด้รับอนญุ าตจากเจา้ พนักงานควบคุมโรคตดิ ต่อ ผู้ท่ีอยู่ในข่ายต้องการแยกกักเพ่ือสังเกตอาการ ในผู้สัมผัสโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ท่ีมีความเส่ียงสูง ไดแ้ ก่ 1. ผู้สมั ผัสในครัวเรือน - สมาชิกในครอบครวั ญาติ และผทู้ ่ดี แู ลผูป้ ว่ ยโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ขณะทมี่ อี าการปว่ ย - ผทู้ ่ีอยู่ในบ้านเดียวกับผ้ปู ่วยโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 2. ผู้สมั ผัสในสถานพยาบาล - บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรอื่น ๆ ในแผนกที่เก่ียวข้อง หรือ ผู้มาเย่ียมผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 ในขณะทีอ่ ยูใ่ นโรงพยาบาลโดยไม่ไดใ้ ส่อปุ กรณป์ ้องกนั รา่ งกายตามมาตรฐาน - ผ้ปู ว่ ยรายอ่ืน ๆ (ปว่ ยด้วยโรคอืน่ ) ที่รบั การรกั ษาในช่วงเวลาเดยี ว และอยู่ในห้องเดยี วกันหรือแถว เดียวกันกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และผู้ที่มาเยี่ยมผู้ป่วยเหล่านั้นในขณะที่ผู้ป่วยยัง ไมไ่ ดร้ บั การรักษาในห้องแยกโรค - เจ้าหน้าที่ทางห้องปฏิบัติการท่ีเก่ียวข้องกับส่ิงส่งตรวจจากผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยไม่ไดใ้ ส่อปุ กรณ์ปอ้ งกันรา่ งกายตามมาตรฐาน 91
3. ผู้สัมผัสในยานพาหนะ - ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เดินทางโดยเครื่องบินในขณะท่ีมีอาการ ผู้ที่ร่วม เดินทางโดยเคร่ืองบินกับผู้ป่วย ผู้โดยสารท่ีนั่งใกล้ผู้ป่วยในแถวเดียวกัน และในระยะ 2 แถวหน้า และ 2 แถวหลงั - พนักงานบรกิ ารบนเคร่อื งบินทกุ รายในโซนเดียวกนั กบั ทผ่ี ูป้ ว่ ยนง่ั - ผ้ทู ร่ี ว่ มกลมุ่ เดินทางเดียวกนั เช่น กล่มุ ทวั ร์เดียวกนั - ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 เดินทางโดยยานพาหนะอื่น ๆ ในขณะท่ีมีอาการ ได้แก่ ผู้ที่ร่วมเดินทางกับผู้ป่วย ผู้โดยสารหรือพนักงานที่สัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ หรือโดนไอ จาม จากผ้ปู ว่ ย และผโู้ ดยสารท่อี ยู่ในระยะหา่ งไม่เกนิ 1 เมตรจากผู้ปว่ ย 4. ผูส้ มั ผัสในโรงเรียน/ที่ทางาน และในชุมชน - นกั เรียนหรือผู้รว่ มงาน ได้แก่ กลุ่มเพือ่ นท่ีพบปะกบั ผปู้ ว่ ยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในขณะมี อาการ และ มปี ระวตั ิอาจสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ หรือโดนไอ จาม จากผ้ปู ่วยโรคติด เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 - ผทู้ อ่ี ยู่ในชุมชนเดียวกันกับผปู้ ่วยโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 หรือในชุมชนอืน่ ๆ และสัมผัสสาร คัดหล่ังจากทางเดินหายใจ หรือโดนไอ จาม จากผปู้ ่วย 92
แผนภูมิ ขนั้ ตอนการแยกกกั เพอ่ื สังเกตอาการในผูส้ ัมผัสโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 จดุ เข้าออกสถานท่ีเฝ้าสังเกตอาการ ตรวจสอบความปลอดภัย/ทาความสะอาด พาหนะส่งผโู้ ดยสาร ตรวจวดั อณุ หภมู ิ ณ จุดคดั กรองกอ่ นเขา้ ท่ีพกั ส่งต่อไปยงั ใช่ อุณหภูมริ ่างกาย > 37.5 โรงพยาบาล องศาเซลเซยี ส ไม่ใช่ ลงทะเบียนการเขา้ พัก ณ จดุ ประสานงาน เข้าท่ีพักใชช้ วี ติ ตามระเบยี บปฏบิ ตั ิ ตรวจวัดไข้ อาการปว่ ยรายวนั ใช่ เข้าขา่ ย PUI ไมใ่ ช่ เฝา้ ระวังอาการรายวนั ครบ 14 วัน ลงทะเบียนออก เดนิ ทางกลับ 93
ระเบยี บปฏิบัตกิ ารอยู่ในสถานที่แยกกกั เพื่อสงั เกตอาการ (Quarantine) 1. ห้ามออกนอกสถานทท่ี ่ีกาหนดไว้ หากมีความจาเป็นใหแ้ จง้ เจ้าหนา้ หน้าท่ีประสานงาน 2. หา้ มบ้วนน้าลาย เสมหะ สัง่ น้ามูก ลงบนพืน้ 3. ตรวจวัดอณุ หภูมิรา่ งกาย ณ จดุ ท่ีกาหนดไว้ทกุ วนั ด้วยเคร่อื งวดั อุณหภูมิแบบมือถอื 4. เมื่อมอี าการผิดปกติอย่างใดอย่างหน่ึงหรือหลายอย่าง เช่น ไข้ ไอ จาม มีน้ามกู เจ็บคอ โปรดโทรแจ้ง เจ้าหน้าทส่ี าธารณสุขท่ีดแู ลในพนื้ ท่ีทนั ที 5. ลา้ งมอื ฟอกสบหู่ รอื Alcohol gel ทกุ ครั้งหลังไอ จาม ก่อนรบั ประทานอาหาร และหลังเข้าหอ้ งน้า 6. ซักลา้ งทาความสะอาดเสื้อผ้าเองทุกวัน หรอื นาเสอ้ื ผ้ามาใส่ถังที่จัดไว้หน้าห้องเพ่ือส่งใหเ้ จา้ หน้าที่ซัก ล้างตอ่ ไป (แล้วแตค่ วามเหมาะสมของพนื้ ท่แี ยกกักในการบริหารจัดการ) 7. ทิ้งขยะมลู ฝอยในถังขยะตดิ เชอ้ื ที่จดั ไว้ใหห้ นา้ ห้อง 8. ถ้ามคี วามประสงคใ์ หญ้ าติมาเย่ียมโปรดตดิ ต่อเจ้าหนา้ ท่ปี ระสานงาน 9. โปรดทาความสะอาดภายในห้องพักด้วยตนเอง และนาขยะมูลฝอยทิ้งในถังขยะติดเชื้อท่ีจัดไว้ให้ (ควรมีผ้ทู าความสะอาดใหเ้ ปน็ ส่วนรวมตามวงรอบ เช่น 2-3 วนั คร้งั เปน็ ต้น) แนวทางการปฏิบัตขิ องเจ้าหน้าที่สาธารณสขุ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในกรณที ่ีผูส้ มั ผัสพยายามออกจาก สถานท่เี ฝา้ สังเกตอาการ (Quarantine) โดยไม่ได้รับอนุญาต 1. พยายามช้ีแจงทาความเข้าใจกับผูส้ มั ผัสโดยใช้เจา้ หนา้ ท่ีผู้เชีย่ วชาญดา้ นจิตวทิ ยา 2. ประสานพนักงานเจ้าหน้าท่ีซ่ึงทาหน้าที่รักษาความปลอดภัยในพื้นท่ี เพ่ือสกัดกั้นผู้สัมผัสท่ีพยายาม ออกนอกพนื้ ที่ 3. ให้พนักงานเจ้าหนา้ ทีซ่ ่ึงทาหนา้ ทีร่ ักษาความปลอดภยั ในพื้นทสี่ วมอปุ กรณ์ป้องกนั รา่ งกายส่วนบุคคล ให้เรยี บร้อย และดาเนินการต่อผ้สู มั ผัสจากเบาไปหาหนักตามลาดับ เพื่อขัดขวางความพยายามออกนอกพ้ืนที่ของ ผ้สู ัมผสั ดังน้ี 1) ผลกั ดนั ด้วยโลเ่ พ่ือขดั ขวางการเคล่อื นท่พี ร้อมทาความชี้แจง และ 2) ใชป้ นื ยงิ ตาขา่ ยเพื่อหยดุ การเคล่ือนที่ของผสู้ ัมผสั พร้อมใหน้ กั จติ วทิ ยาชแ้ี จงทาความเข้าใจ โดยมีบุคลากรท่เี ก่ยี วขอ้ งโดยตรงในสถานท่เี ฝ้าสังเกตอาการในผสู้ ัมผสั โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ดังน้ี - เจา้ หนา้ ท่ีประสานงาน ทาหน้าทีป่ ระสานการพกั อาศัย การอานวยความสะดวกต่างๆ - เจา้ หนา้ ทท่ี าความสะอาดพนื้ ทส่ี ว่ นกลาง - เจา้ หน้าทีแ่ ผนกซกั ลา้ ง - เจ้าหนา้ ที่อ่ืนๆทเี่ ก่ยี วข้อง เชน่ แมค่ รวั พนักงานขนขยะ 94
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148