หนังสือเรยี น กศน.หลกั สูตรรายวิชาเลอื ก สาระการประกอบอาชพี การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ เพ่อื การขาย รหสั วชิ า อช23584 หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอสูงเม่น สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั จังหวดั แพร่ สำนกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงศึกษาธิการ
ก คำนำ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เม่ือวันท่ี 18 กันยายน 2551 ซึ่งได้กำหนดสาระวิชาบังคับและวิชาเลือก โดย สถานศึกษา มีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรในส่วนของวิชาเลือกที่มีเน้ือหาทันสมัย ทันเหตุกรณ์ และ สอดคล้องกบั สภาพปัญหาของผเู้ รยี น ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสูงเม่น เห็นความสำคัญในการพัฒนา หลักสูตร ส่ือ และจัดกระบวนการเรียนการสอนท่ีตอบสนองนโยบายข้างต้น จึงได้กำหนดให้มีโครงการพัฒนา บุคลากรอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำส่ือประกอบการเรียนรู้รายวิชาเลือกเสรี ของกศน.อำเภอสูงเม่น โดยมี วัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาหลักสูตรและสื่อประกอบการเรียนรายวิชาเลือกเสรี สาระการประกอบอาชีพระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น เร่ืองการปลูกผักปลอดสารพิษเพ่ือการขาย สื่อเล่มนี้ใช้สำหรับศึกษาเร่ืองราวต่างๆ ของการปลูกผักปลอดสารพิษ อันจะเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ครู กศน. ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องใน การจดั การศกึ ษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 ตอ่ ไป หลักสูตรและเอกสารดังกล่าว สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยความร่วมมือของคณะทำงาน ทุกท่านท่ีได้ให้ข้อคิดเห็นอันสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอธั ยาศยั อำเภอสงู เมน่ จงึ ขอขอบคณุ ไว้ ณ ทน่ี ้ี กศน.อำเภอสูงเม่น เมษายน ๒๕๖๕
สารบญั ข คำนำ หนา้ สารบญั คำแนะนำการใช้หนังสือเรียน ก โครงสรา้ งรายวิชาการปลูกผกั ปลอดสารพษิ เพื่อการขาย ข แบบทดสอบกอ่ นเรียน ค ๑ บทท่ี ๑ ความรู้พนื้ ฐานการปลกู ผกั ปลอดสาร ๕ เรื่องท่ี ๑ ความหมาย ความสำคญั และลักษณะของการปลูกผกั ปลอดสารพิษ ๖ เรือ่ งท่ี ๒ ประเภทของการปลูกผกั ปลอดสารพษิ ๗ เรื่องท่ี ๓ ปจั จัยที่มอี ิทธิพลตอ่ การเจริญเตบิ โตของการปลกู ผักปลอดสารพิษ ๘ และข้อดีของการปลูกผกั ปลอดจากสารพิษ เรอื่ งท่ี ๔ การวางแผนการผลติ ผกั ปลอดสารพิษตามความต้องการของตลาด ๙ ๑๑ บทท่ี ๒ การเตรยี มวัสดุ ๒๐ เรื่องท่ี ๑ เคร่ืองมือทางการเกษตรทีใ่ ชใ้ นการปลูกผัก และประโยชน์และการเกบ็ รักษาเครอื่ งมือทางการเกษตร ๒๑ เรื่องที่ ๒ การเลือกวสั ดทุ ส่ี ามารถใช้ในการบำรุงดนิ ๒๔ บทที่ ๓ การเตรยี มพื้นท่กี ารปลกู ผักปลอดสารพิษแบบใช้ดินและไร้ดนิ ๒๙ เรื่องท่ี ๑ การเตรยี มพ้นื ที่การปลูกผกั ปลอดสารพิษแบบใชด้ นิ ๓๐ เรือ่ งที่ ๒ การเตรยี มพ้นื ท่ีการปลกู ผกั ปลอดสารพิษแบบไรด้ ิน ๓๕ ๓๙ บทท่ี ๔ การเตรยี มต้นกลา้ ๔๐ ข้นั ตอนและกระบวนการเตรียมต้นกลา้ ๔๕ ๔๖ บทท่ี ๕ การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ ๔๘ เรอื่ งท่ี ๑ การปลกู ผกั ปลอดสารพิษแบบใช้ดิน ๕๓ เรอ่ื งที่ ๒ การปลูกผกั ปลอดสารพิษแบบไร้ดิน ๕๖ เรอ่ื งที่ ๓ การเปรียบเทียบการปลูกพชื ใช้ดนิ และการปลูกพืชไร้ดนิ ๕๗ ๖๑ บทที่ ๖ การบำรงุ รักษาและการเกบ็ เกย่ี วผกั ปลอดสารพิษ แบบใชด้ นิ และไรด้ นิ ๖๗ เรอ่ื งที่ ๑ การบำรุงรักษา ๖๘ เร่ืองท่ี ๒ การเกบ็ เกี่ยวผลผลิต ๖๘ แบบทดสอบหลงั เรียน เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น – หลังเรียน แนวเฉลยกิจกรรมท้ายบท บรรณานกุ รม คณะผจู้ ดั ทำ
ค คำแนะนำการใชห้ นังสอื เรยี น หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือท่ีใช้ประกอบการเรียน สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาการปลูกผัก ปลอดสารพิษเพื่อการขาย จัดทำข้ึนเพื่อใช้สำหรับผู้เรียนที่เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบ ซ่ึงใช้จัดการเรียนรู้ใน มัธยมศึกษาตอนต้น ในการศึกษาหนังสือประกอบการเรียน สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาการปลกู ผกั ปลอดสารพิษเพ่อื การขาย ผ้เู รียนควรปฏบิ ัติ ดังนี้ 1. ศึกษาโครงสร้างรายวิชาใหเ้ ขา้ ใจหัวข้อ สาระสำคญั ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง และขอบข่าย เนอื้ หา 2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแต่ละบทอย่างละเอียด และทำกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ใน ท้ายบทเรียน ซ่ึงผู้เรียนสามารถตรวจคำตอบท่ีถูกต้องได้จากเฉลยที่มีอยู่ในท้ายเล่ม หากผู้เรียนตอบคำถาม กิจกรรมท้ายบทผิดผู้เรียนควรกลับไปทบทวนเน้ือหาใหม่ให้เข้าใจและแก้ไขให้ถูกต้อง ก่อนที่จะศึกษา เรอื่ งตอ่ ไป 3. ควรทำกิจกรรมท้ายบทเรยี นให้ครบทกุ กจิ กรรม เพ่อื เป็นการสรปุ ความรู้ ความเข้าใจของ เน้ือหาในเรื่องทีเ่ รยี นอีกครงั้ 4. หนงั สือประกอบการเรียนเลม่ นี้ มี ๖ บท ได้แก่ บทท่ี ๑ ความรู้พน้ื ฐานการปลกู ผักปลอดสาร บทท่ี ๒ การเตรียมวัสดุ บทท่ี ๓ การเตรียมพ้นื ที่การปลูกผักปลอดสารพิษแบบใชด้ ินและไร้ดนิ บทที่ ๔ การเตรยี มต้นกล้า บทท่ี ๕ การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ บทที่ ๖ การบำรงุ รักษาและการเก็บเกีย่ วผักปลอดสารพิษ แบบใช้ดนิ และไรด้ ิน
โครงสร้างรายวิชา การปลูกผกั ปลอดสารพิษเพ่ือการขาย รหัสรายวชิ า อช23584 สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ สาระสำคญั การปลูกผักปลอดสารพิษ หมายถึง การปลูกผักที่มีระบบการผลิตโดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ท้ังสิ้น เช่น ไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อปราบศัตรูพืช และไม่ใช้ยากำจัดวัชพืช ผลผลิตท่ีเก็บเก่ียวต้องไม่มี สารพษิ ใด ๆ เจือปนท้งั สิ้น การเตรียมวัสดุในการปลูกผักปลอดสารพิษ ต้องมี การวางแผนและการเลือกใช้เคร่ืองมือ ทางการเกษตรในการปลูกผกั ปลอดจากสารพิษ ต้องมหี ลักการใช้เครอื่ งมือทุกประเภทอย่างถูกหลัก การเตรียมพ้ืนท่ีการปลูกผักปลอดสารพิษแบบใช้ดิน สภาพพ้ืนท่ีปลูกผักควรเป็นที่ราบมี ความสม่ําเสมอ การเตรียมพื้นท่ีการปลูกผักปลอดสารพิษแบบไร้ดิน จัดเตรียมรางปลูก ตรวจสอบระบบน้ำ เตรียมต้นกล้า ย้ายต้นกล้าลงรางปลูก ปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ เติมสารละลายธาตุอาหารพืช ดูแลรางปลกู เกบ็ เกีย่ วผลผลติ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั ๑. มีความรู้ ความเข้าใจความรู้พน้ื ฐานการปลกู ผักปลอดสารเพ่ือการขาย ๒. มคี วามรู้ และทักษะเก่ียวกบั การเตรยี มวสั ดุ ๓. มคี วามรู้ และทักษะเก่ียวกบั การเตรยี มพ้ืนที่การปลูกผักปลอดสารพษิ แบบใชด้ นิ และไร้ดนิ ๔. มีความรู้ และทกั ษะเกี่ยวกับการเตรียมตน้ กลา้ ๕. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั การปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบใช้ดนิ และไรด้ ิน ๖. มคี วามรู้ และทักษะเกี่ยวกบั การบำรุงรักษาและการเก็บเก่ยี วผกั ปลอดสารพิษ แบบใชด้ นิ และไรด้ ิน ขอบข่ายเนื้อหา บทที่ ๑ ความรพู้ ้นื ฐานการปลกู ผักปลอดสาร เรอ่ื งท่ี ๑ ความหมาย ความสำคญั และลกั ษณะของการปลูกผกั ปลอดสารพิษ เร่ืองท่ี ๒ ประเภทของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ เรอ่ื งท่ี ๓ ปจั จยั ทมี่ อี ิทธิพลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ และขอ้ ดขี องการปลูกผักปลอดจากสารพิษ เรอ่ื งที่ ๔ การวางแผนการผลติ ผักปลอดสารพิษตามความตอ้ งการของตลาด บทท่ี ๒ การเตรยี มวสั ดุ เรอ่ื งท่ี ๑ เครื่องมือทางการเกษตรที่ใช้ในการปลูกผกั และประโยชนแ์ ละการเก็บรักษาเคร่อื งมือทางการเกษตร เร่ืองที่ ๒ การเลือกวสั ดุท่ีสามารถใชใ้ นการบำรงุ ดิน
๒ บทที่ ๓ การเตรยี มพน้ื ท่ีการปลกู ผกั ปลอดสารพิษแบบใชด้ นิ และไรด้ ิน เรื่องท่ี ๑ การเตรยี มพ้ืนท่ีการปลกู ผักปลอดสารพิษแบบใชด้ ิน เรอ่ื งท่ี ๒ การเตรียมพนื้ ที่การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ แบบไร้ดนิ บทท่ี ๔ การเตรียมต้นกล้า ขั้นตอนและกระบวนการเตรยี มต้นกล้า บทที่ ๕ การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ เรอื่ งท่ี ๑ การปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบใชด้ ิน เรอ่ื งที่ ๒ การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ แบบไรด้ นิ เรอ่ื งท่ี ๓ การเปรยี บเทียบการปลูกพชื ใช้ดินและการปลูกพชื ไร้ดนิ บทที่ ๖ การบำรุงรักษาและการเกบ็ เกย่ี วผักปลอดสารพิษ แบบใช้ดนิ และไร้ดนิ เรื่องท่ี ๑ การบำรุงรักษา เร่อื งที่ ๒ การเก็บเกี่ยวผลผลิต
๓ โครงสร้างรายวิชา การปลูกผักปลอดสารพิษเพ่ือการขาย รหัสรายวชิ า อช23584 สาระการประกอบอาชีพ ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จำนวน 3 หน่วยกติ (120 ชวั่ โมง) เค้าโครงเนอ้ื หา โครงสร้างของหนงั สอื ๑. พน้ื ฐานการปลูกผักปลอดสารเพ่อื การขาย บทท่ี ๑ ความรู้พนื้ ฐานการปลูกผักปลอดสาร เนือ้ หา ๑.๑ ความหมาย ความสำคัญ และลักษณะ 1. พ้ืนฐานความหมายประเภทปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อ ของการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ การเจริญเติบโตของผักการปลูกผักปลอดสารพิษ ๑.๒ ประเภทของการปลูกผักปลอดสารพษิ เพ่ือการขาย ๑.๓ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจรญิ เติบโตของ 2. ลักษณ ะและความสำคัญ ของการปลูกผัก การปลกู ผักปลอดสารพิษ ปลอดสารพิษเพ่ือการขาย ๑.๔ ข้อดขี องการปลูกผกั ปลอดจากสารพิษ 3. ข้อดีของการปลูกผักปลอดจากสารพิษเพื่อ ๑.๕ การวางแผนการผลิตผักปลอดสารพิษ การขาย ตามความต้องการของตลาด 4. วางแผนจัดการผลิตผักปลอดสารพิษตาม ความตอ้ งการของตลาด ๒. การเตรยี มวสั ดุ บทที่ ๒ การเตรียมวัสดุ เน้ือหา ๒.๑ การวางแผนและการเลอื กใช้เคร่ืองมือ 1. การเตรยี มวสั ดุ การวางแผนและเลือกใชว้ สั ดุ ทางการเกษตรในการปลูกผักปลอดจากสารพิษ และสามารถเลือกใช้วัสดุ ๒.๒ ประโยชนแ์ ละการเกบ็ รกั ษาเครือ่ งมอื 2. ประโยชน์และการเก็บรกั ษาเคร่ืองมือ ทางการเกษตร 3. วัสดุทใ่ี ช้ในการบำรงุ ดิน ๒.๓ การเลือกวัสดทุ ่ีสามารถใชใ้ น การบำรงุ ดิน ๓. การเตรียมพน้ื ทก่ี ารปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบใช้ บทที่ ๓ การเตรยี มพื้นท่ีการปลูกผักปลอด ดินและไรด้ นิ สารพษิ แบบใช้ดนิ และไร้ดนิ เน้อื หา ๓.๑ การเตรียมพ้ืนที่การปลูกผักปลอด 1. การเตรยี มพืน้ ที่การปลูกผกั ปลอดสารพิษ สารพิษแบบใชด้ นิ แบบใชด้ นิ 1) การเลือกพืน้ ทีป่ ลูกผักปลอดสารพษิ 1.1 การเลือกพ้นื ท่ปี ลูก 2) ลั ก ษ ณ ะ ดิ น ท่ี เห ม า ะ ส ม แ ล ะ 1.2 ลกั ษณะดินทเ่ี หมาะสม การเตรียมแปลงปลูกผกั ปลอดสารพษิ 1.3 การเตรยี มแปลงปลูก ๓.๒ การเตรียมพื้นที่การปลูกผักปลอด 2. การเตรยี มพน้ื ท่ีการปลูกผักปลอดสารพิษ สารพิษ แบบไร้ดนิ แบบไร้ดนิ 1) ข้ัน ตอน การเตรียมการป ลูกผัก 2.1 การเตรยี มการ ปลอดสารพิษแบบไรด้ นิ 2.2 การปลูกพชื ในวสั ดปุ ลูก 2) การเลือกใช้วัสดุในการปลูก
๔ โครงสรา้ งรายวิชา การปลูกผกั ปลอดสารพิษเพื่อการขาย รหสั รายวิชา อช23584 สาระการประกอบอาชีพ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ จำนวน 3 หน่วยกติ (120 ช่วั โมง) เค้าโครงเนอื้ หา โครงสร้างของหนังสือ ๔. การเตรียมต้นกลา้ บทท่ี ๔ การเตรยี มต้นกลา้ เนอ้ื หา ๔.๑ ขนั้ ตอนและกระบวนการเตรียมต้นกล้า ข้นั ตอนและกระบวนการเตรียมต้นกลา้ ๑) การเลือกชนดิ พันธุ์ผกั ให้เหมาะสม - การเลอื กชนิดพนั ธุผ์ กั ให้เหมาะสม ๒) การคัดเลอื กและเตรยี มเมล็ดพนั ธ์ุผัก - การคัดเลือกและเตรยี มเมล็ดพันธุ์ ๓) การเพาะตน้ กล้าผักและการอนบุ าลตน้ กล้า - การเพาะตน้ กล้าผัก ๔) การเตรยี มตน้ กล้าสำหรบั การปลกู - การอนบุ าลตน้ กล้า - การเตรียมตน้ กลา้ ๕. การปลกู ผักปลอดสารพิษแบบใชด้ นิ และไร้ดิน บทที่ ๕ การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ เนอื้ หา ๕.1 การปลูกผกั ปลอดสารพิษแบบใช้ดนิ 1. การปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบใช้ดิน 1) ขั้น ตอน แล ะเท ค นิ คก ารป ลูกผั ก 1.1 ขั้นตอนและเทคนิคการปลูกผักปลอดภัย ปลอดภัยจากสารพิษ จากสารพษิ ๕.2 การปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบไร้ดิน 2. การปลกู ผักปลอดสารพษิ แบบไร้ดิน 1) ข้นั ตอนการปลูกพชื โดยไรด้ นิ 2.1 ขน้ั ตอนและวิธกี ารปลูกพชื โดยไมใ่ ช้ดนิ 2) ระบบการปลูกแบบไร้ดนิ 2.2 ระบบการปลูกโดยไมใ่ ช้ดนิ 3) การเตรยี มสารละลายธาตุอาหาร 2.3 การเตรยี มสารละลายธาตุอาหาร ๕.3 การเปรียบเทียบการปลูกพืชใช้ดินและ 3. การเปรียบ เทียบ การป ลูกพื ชใน ดิน และ การปลกู พืชไร้ดนิ การปลูกพืชโดยไมใ่ ช้ดนิ ๖. การบำรุงรักษาและการเกบ็ เกีย่ วผักปลอดสารพิษ บทท่ี ๖ การบำรงุ รกั ษาและการเกบ็ เกี่ยว แบบใช้ดนิ และไร้ดิน ผักปลอดสารพษิ แบบใชด้ ินและไรด้ นิ เนอ้ื หา ๖.1 การบำรุงรักษา 1. การบำรงุ รักษา ๑) การควบคุมวชั พืช - การควบคมุ วชั พชื ๒) การป้องกันกำจัดโรค - การปอ้ งกนั กำจัดโรค ๖.2 การเก็บเกยี่ วผลผลติ 2. การเกบ็ เกยี่ ว ๑) การจำแนกประเภทพืชของการ - การจำแนกประเภทพืชของการเก็บเกย่ี ว เกบ็ เกีย่ ว - เทคโนโลยหี ลังการเกบ็ เกย่ี วของพืชผัก ๒) เทคโนโลยหี ลงั การเก็บเกย่ี วของพืชผัก
๕ แบบทดสอบกอ่ นเรียน คำชีแ้ จง ใหผ้ ู้เรียนทำเคร่ืองหมาย ทบั ขอ้ คำตอบทีถ่ ูกตอ้ งท่สี ดุ 1. สาเหตุทที่ ำใหก้ ารปลกู พชื ไดผ้ ลผลิตไม่ตรงตามพนั ธ์ุ คอื ข้อใด ก. เกิดจากพนั ธุกรรม ข. อุณหภูมิไม่เหมาะสม ค. ดนิ ปลกู ไม่มธี าตอุ าหาร ง. ได้รับแสงสว่างไมเ่ พียงพอ ๒. การย้ายกลา้ ผกั มาปลูกควรย้ายเมือ่ ใด ก. รากเรม่ิ งอก ข. มอี ายุ 1 เดือน ค. มใี บจรงิ 2-3 ใบ ง. ลำต้นเท่าไสด้ ินสอดำ ๓. ถ้าเลอื กชนิดและพนั ธพุ์ ืชท่ีไม่เหมาะสมกบั ท้องถิน่ มาปลูก จะเกิดผลอย่างไร ก. เจริญเติบโตช้า ข. โรคและแมลงรบกวน ค. ให้ผลผลติ ช้า ราคาถูก ง. ตอ้ งดูแลรักษามากขึ้น ๔. ข้อใดควรคำนึงถึงการเลอื กซ้ือเครื่องมอื ในการเกษตรมากทส่ี ุด ก. ราคาไมแ่ พง ข. มาจากต่างประเทศ ค. ความนยิ มในท้องถิน่ ง. ความสนใจของเกษตรกร ๕. การท่ตี ้นกล้าขน้ึ มาแน่นจนเกินไปจะเกิดอะไรขึน้ ก. ต้นโตสมบรู ณด์ ี ข. โคนตน้ กล้าจะเน่า ค. ความชนื้ ในดนิ ลดลง ง. ดนิ มีความสมบูรณต์ ำ่ ๖. การเก็บเกย่ี วผักเพือ่ การจำหน่าย ควรเก็บเมื่อใด ก. เม่อื ยังออ่ นอยู่ ข. แล้วแตช่ นิดของผัก ค. เม่อื ผักนนั้ ขาดตลาด ง. แกจ่ ดั หรอื ใกล้ ๆ สุก ๗. การขยายพันธ์พุ ืชมีความหมายอย่างไร ก. การรักษาพันธ์ุพืช ข. การเพมิ่ จำนวนตน้ พืช ค. การเปล่ยี นแปลงพันธพ์ุ ืช ง. การทำให้พืชมลี ักษณะเดิม ๘. การเกบ็ เกีย่ วเมล็ดพชื จำพวกขา้ วโพดไว้ทำพนั ธุค์ วรเกบ็ เก่ยี วในช่วงใด ก. ชว่ งเช้า ข. ชว่ งกลางวัน ค. ชว่ งกลางวนั ท่มี แี ดดจัด ง. ถูกทกุ ขอ้ ๙. พชื ผกั ปลอดสารพษิ หมายความวา่ อยา่ งไร ข. พืชท่เี กดิ เองตามธรรมชาติ ก. พืชผักทีส่ วยงาม ง. ถูกทุกข้อ ค. พชื ผกั ท่ไี มม่ ีสารพิษหรือมีในระดับทปี่ ลอดภัย ๑๐. ในการปลูกพชื ผกั นั้น เราควรพิจารณาถงึ สภาพของพื้นทีใ่ นข้อใดมากที่สดุ ก. แรงงาน แหลง่ น้ำ เพ่อื นบ้านแหล่งน้ำ ข. ลักษณะของดิน แรงงาน แหลง่ นำ้ ค. ใกล้ตลาด การคมนาคมสะดวก แหลง่ นำ้ ง. ขนาดของพน้ื ท่ี ปัญหาเร่ืองเพื่อนบา้ น
บทท่ี ๑ ความรู้พ้ืนฐานการปลกู ผกั ปลอดสาร สาระสำคญั การปลูกผักปลอดสารพิษ หมายถึง การปลูกผักท่ีมีระบบการผลิตโดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น ไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อปราบศัตรูพืช และไม่ใช้ยากำจัดวัชพืช ผลผลิตที่เก็บเกี่ยว ตอ้ งไมม่ สี ารพษิ ใด ๆ เจือปนทัง้ สนิ้ ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวงั ๑. บอกความหมาย ความสำคญั และลักษณะของการปลูกผักปลอดสารพิษได้ ๒. บอกประเภทของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษได้ ๓. อธิบายปัจจัยทม่ี อี ิทธิพลต่อการเจรญิ เติบโตของการปลูกผกั ปลอดสารพิษได้ ๔. บอกขอ้ ดีของการปลูกผักปลอดจากสารพษิ ได้ ๕. อธบิ ายการวางแผนการผลิตผกั ปลอดสารพิษตามความต้องการของตลาดได้ ขอบขา่ ยเน้ือหา เรือ่ งท่ี ๑ ความหมาย ความสำคัญ และลักษณะของการปลูกผักปลอดสารพษิ เร่ืองท่ี ๒ ประเภทของการปลูกผักปลอดสารพิษ เรอ่ื งท่ี ๓ ปัจจัยที่มีอิทธพิ ลต่อการเจรญิ เตบิ โตของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ และขอ้ ดขี องการปลกู ผักปลอดจากสารพิษ เรื่องที่ ๔ การวางแผนการผลิตผักปลอดสารพษิ ตามความต้องการของตลาด
๗ เรอื่ งที่ ๑ ความหมาย ความสำคัญ และลักษณะของการปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 1. ความหมายของการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ การปลูกผักปลอดสารพิษ หมายถึง การปลูกผักที่มีระบบการผลิตโดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น ไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเพ่ือปราบศัตรูพืช และไม่ใช้ยากำจัดวัชพืช ผลผลิตที่เก็บเกี่ยว ต้องไม่มีสารพษิ ใด ๆ เจอื ปนทัง้ สิ้น 2. ความสำคัญของการปลูกผกั ปลอดสารพิษ พืชผักเป็นพืชอาหารที่คนไทยนิยมนำมาใช้รับประทานกันมาก เนื่องจากมีคุณค่าทางอาหาร ทั้งวิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง แต่ค่านิยมในการบริโภคผักน้ัน มักจะเลือกบริโภคผัก ที่สวยงาม ไม่มีร่องรอยการทำลายของหนอนและแมลงศัตรูพืช จึงทำให้เกษตรกรที่ปลูกผักจะต้องใช้สารเคมี ป้องกันและกำจัดแมลงฉีดพ่นในปริมาณที่มาก เพื่อให้ได้ผักท่ีสวยงามตามความต้องการของตลาด เม่ือผู้ซ้ือ นำมาบริโภคแล้วอาจได้รับอันตรายจากสารพิษที่สารตกค้างอยู่ในผักนั้นได้ เพ่ือเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว เกษตรกรจึงควรหันมาทำการปลูกผักปลอดจากสารพิษ โดยนำเอาวิธีการป้องกันและกำจัดศัตรูหลายวิธี มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เป็นการทดแทนหรือลดปริมาณการใช้สารเคมีให้น้อยลง เพื่อความปลอดภัย ของเกษตรกร ผู้บรโิ ภคและสิง่ แวดลอ้ ม 3. ลกั ษณะของการปลูกผักปลอดสารพิษ ๑. ผกั ที่มีคณุ ภาพ ไม่มสี ารพิษตกค้าง เกิดความปลอดภยั ต่อผู้บริโภค ๒. ช่วยทำให้รา่ งกายของผบู้ รโิ ภคมีสุขภาพดี รา่ งกายแข็งแรง ไมเ่ จ็บไดง้ า่ ย ทำใหม้ คี ุณภาพชีวิตทด่ี ีข้นึ ๓. ชว่ ยทำใหเ้ กษตรกรผปู้ ลูกมีสุขภาพอนามัยท่ีดีข้นึ หากเกษตรกรไม่มีการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันและ กำจัดศัตรพู ืช ๔. ช่วยลดปริมาณการนำเข้าสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชจากต่างประเทศ และช่วยลดต้นทุน การผลติ ของเกษตรกรในดา้ นค่าใชต้ า่ ง ๆ เช่น มีคา่ ใชจ้ ่ายในซอื้ สารเคมีปอ้ งกันและกำจัดศัตรูพชื ทีล่ ดลง ๕. ช่วยลดปริมาณของสารเคมีซึ่งเปน็ พิษท่ีจะปนเป้ือนเข้าในดิน ในอากาศ และในน้ำ จงึ เป็นการช่วย อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดมลพิษของสงิ่ แวดล้อมไปไดอ้ ีกทางหนึ่ง ๖. การบริโภคปลอดสารพิษนอกจากจะช่วยทำให้ชีวิตปลอดภัยแล้ว ยังน้อมนำสู่วิถีชีวิตท่ีพอเพียง ทงั้ ในแงข่ องผ้คู ้าเอง หากร้จู กั พอเพียง ไม่โลภ ก็จะไม่เอารดั เอาเปรียบผูบ้ รโิ ภค ภาพพืชผักผลผลิต กศน.อำเภอสงู เม่น
๘ เรื่องท่ี ๒ ประเภทของการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 1. ผักอินทรีย์ หรือ ผักออแกนิก เป็นผักที่ผ่านกระบวนการเพาะปลูกที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย ไร้สารพิษ เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ทุกขั้นตอนในการเพาะปลูกไม่มีสารเคมีสังเคราะห์เข้ามาปะปนเลย นอกจากนี้เมล็ดพนั ธุท์ ีน่ ำมาปลูก จงึ ทำใหผ้ กั อนิ ทรยี ์จะมรี าคาสูงกวา่ ผกั ทัว่ ไป 2. ผักปลอดสารพิษ หรือ ผักปลอดสาร เป็นผักที่ปลูกซับซ้อนน้อยกว่าผักอินทรีย์ คือใช้ปุ๋ยเคมี หรือ สารสังเคราะห์ท่ีไมเ่ ปน็ อนั ตรายได้ ผลผลติ ที่ได้ไมมสี ารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู หรือมีตกค้างอยู ไมเกินระดับมาตรฐานทกี่ ระทรวงสาธารณสขุ กำหนดไว้ 3. ผักอนามัย คอื ผักท่ีผกั ทปี่ ลูกโดยใช้เคมีและสารสงั เคราะหใ์ นการป้องกนั กำจัดศตั รูพืช แตเ่ ว้นระยะ เกบ็ เกยี่ วในช่วงท่ีปลอดภยั 4. ผักไฮไดรโปนิกส์ คือ ผักท่ีปลกู ในน้ำท่ีมีสารอาหารละลายอยู่ จะปลูกในโรงเรือน ไม่ใช้ดิน ส่วนใหญ่ จะเป็นผักสลัด แปลงเกษตรศนู ย์อาชพี ชมุ ชนอำเภอสงู เม่น ขอ้ ดขี องการปลกู ผกั ปลอดจากสารพิษ 1. ทาํ ใหไดพืชผักที่มีคุณภาพ ไมมสี ารพษิ ตกค้าง เกิดความปลอดภยั แกผู้บริโภค 2. ชวยใหเกษตรกรผู้ปลูกผัก มีสุขภาพอนามัยดีขึ้น เนื่องจากไมมีการฉีดพนสารเคมีปองกันและ กำจดั ศตั รพู ืช ทำใหเ้ กษตรกรปลอดภัยจากสารพษิ เหลานี้ดวย 3. ลดตนทุนการผลิตของเกษตรกรดานคาใชจ่ายในการซื้อสารเคมีปองกันและกำจัดศัตรูพืช 4. ลดปริมาณการนำเขาสารเคมีปองกันและกำจดั ศตั รพู ืช 5. เกษตรกรจะมีรายไดเพ่ิมมากขึ้น เน่ืองจากผลผลิตที่ไดมีคุณภาพ ทำให้สามารถขายผลผลิตไดใน ราคาสูงขน้ึ 6. ลดปริมาณสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชท่ีจะปนเปื้อนเข้าไปในอากาศและน้ำซ่ึงเป็น การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละลดมลพษิ ของสง่ิ แวดล้อมไดทางหนึง่
๙ เรื่องที่ ๓ ปัจจยั ทม่ี อี ิทธิพลตอ่ การเจริญเตบิ โตของการปลูกผกั ปลอดสารพษิ การเจริญเติบโตของพืช ต้องการปัจจัยหลายประการท่ีสำคัญ คือ น้ำ แสง ธาตุอาหารต่าง ๆ พืชเป็นส่ิงมีชีวิต มีการเจริญ เติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้ ย่อมต้องการส่ิงแวดล้อมท่ีเหมาะสม สภาพของสงิ่ แวดล้อมต่าง ๆ ท่มี ีผลต่อการเจริญเติบโตของพชื ไดแ้ ก่ 1. ดิน หมายถึง วัตถุที่เกิดจากการรวมตัวตามธรรมชาติของเศษหินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สลายตัวเป็น ชิ้นเล็ก ๆ กับอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยผุพัง รวมตัวกันเป็นชิ้น ๆ ห่อหุ้มผิวโลก เม่ือมีอากาศและน้ำในปริมาณมาก ท่ีเหมาะสมดินมคี วามสำคญั ตอ่ การเจริญเติบโตของพืช ดังนี้ ๑.1 เปน็ รากฐานสำหรบั การเจริญเตบิ โตของพืชและเป็นที่ยึดเหนี่ยวของรากพชื ๑.2 เป็นแหลง่ น้ำและอากาศสำหรบั ใหร้ ากพืชดูดไปใชป้ ระโยชน์ ๑.3 เป็นแหลง่ ธาตุอาหารทีจ่ ำเปน็ ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพชื 2. น้ำ เปน็ สง่ิ ทจ่ี ำเปน็ ต่อการดำรงชวี ติ และการเจริญเติบโตของพชื ดังนี้ 2.1 เป็นตัวช่วยละลายธาตอุ าหารพืชที่มีอยู่ในดินให้อยู่ในรูปของสารละลาย ซึ่งรากพืชสามารถ ดดู ซึมไปใชป่ ระโยชน์ 2.2 เป็นวตั ถุดบิ ในการสงั เคราะห์แสงของพืช 2.3 ทำใหเ้ ซลล์พืชเต่งตึง 2.4 ช่วยลำเลียงแร่ธาตุ อาหารแป้ง และน้ำตาลท่ีได้จากการสังเคราะห์แสงส่งไปยังส่วนต่าง ๆ ของตน้ พืช 2.5 ช่วยปรับระดับอณุ หภมู ิภายในต้นพชื ดว้ ยการคายน้ำ 3. อุณหภูมิ เป็นปัจจัยหนึ่งท่ีมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและมีผลผลิตต่อกระบวนการต่าง ๆ ของพืช เช่น กระบวนการหายใจ กระบวนการสังเคราะห์ โดยท่ัวไปเราสามารถแบ่งพืชออกเป็น 2 ประเภท คอื 3.1 พืชเมืองหนาว เป็นพืชท่ีต้องการอุณหภูมิในการเจริญเติบโตอยู่ระหว่าง 15-20 องศาเซลเซียส เช่น แอปเปิ้ล ทอ้ สตรอเบอร์ร่ี มันฝรัง่ ขา้ วบาร์เลย์ ขา้ วสาลี เป็นต้น 3.2 พืชเมืองร้อน เป็นพืชท่ีต้องการอุณ หภูมิในการเจริญ เติบโตอยู่ระหว่าง 20-40 องศาเซลเซียส เช่น มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด ขนุน มะขาม ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง หางนกยูง ราชพฤกษ์ ข้ีเหลก็ สกั เป็นตน้ ทม่ี า : https://sites.google.com/site/
๑๐ 4. แสงสว่าง ที่ได้จากดวงอาทิตย์จัดเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพราะแสง สว่างเป็นปัจจัยควบคุมสภาพแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ อุณหภูมิ การหมุนเวียนของอากาศ การเกิดลมและฝน เป็นตน้ แสงสว่างมคี วามสำคญั ต่อการเจรญิ เติบโตของพชื ดงั น้ี 5.1 แสงมคี วามสำคัญต่อพืชทข่ี ยายพนั ธ์ุด้วยเมล็ด เพราะแสงแดดสแี ดงจากดวงอาทติ ย์ตามแสง ธรรมชาติจะช่วยส่งเสริมการงอกของเมล็ด การเจริญเติบโตของต้นกล้าและการออกดอกพืชแต่ละชนิด มีความตอ้ งการแสงสวา่ งไม่เท่ากัน 5.2 แสงมีอิทธิพลต่อการสร้างผลผลิตพืช พืชผักต่าง ๆ จะใช้แสงในการสร้างผลผลิตน้อยกว่า ดอก ไมผ้ ล ดงั นั้น จึงสามารถจดั พชื ตามการตอบสนองของช่วงแสงได้ 5. อากาศ คือ กลุ่มแกส๊ ชนิดตา่ ง ๆ ท่อี ยูใ่ นบรรยากาศทั่วไปและในดิน ซึ่งมอี ิทธิพลตอ่ การเจริญเตบิ โต ของพชื และจลุ นิ ทรียช์ นิดตา่ ง ๆ 6. ธาตุอาหาร พืชท่ีมีความจำเป็นต้องอาศัยธาตุอาหารต่าง ๆ ในการเจริญเติบโต ออกดอก และ สร้างผลผลิตธาตุที่มีความจำเป็นต้องใช้สร้างการเจริญเติบโตมีอยู่ 16 ธาตุ ไต้แก่ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไนโตเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนเี ซียม กำมะถัน เหล็ก ทองแดง สังกะสี โบรอน คลอรนี แมงกานสี และโมลิบดีนมั แปลงเกษตรศนู ยอ์ าชีพชุมชนอำเภอสูงเม่น
๑๑ เร่อื งที่ ๔ การวางแผนการผลติ ผกั ปลอดสารพิษตามความต้องการของตลาด ปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพได้เพ่ิมสูงข้ึนตามพฤติกรรมการบริโภค ทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป เน่ืองจากคนสว่ นใหญ่เร่ิมให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพและสง่ิ แวดล้อม การรับประทาน ผักผลไม้ที่ปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เช่ือว่าสุขภาพที่ดีเร่ิมต้นจากการบริโภคอาหารที่มี ประโยชน์ สะอาด และปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างย่ิง สินค้าเกษตรปลอดสารพิษ เพื่อให้การผลิตผักปลอดสาร ประสบความสำเรจ็ เปน็ ไปตามความต้องการของตลาด ตอ้ งมีการวางแผนการดำเนนิ งานอย่างเป็นระบบ ดังน้ี ๑. วเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายนอก การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก จะช่วยให้เห็นถึงปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อ ธรุ กิจสินค้าเกษตร ทำให้สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการดำเนินงานไดอ้ ย่างเหมาะสม ครอบคลุม และ สอดคล้องกับสภาวการณ์ เพื่อให้ธรุ กิจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การวิเคราะห์ผลกระทบท่ีมี ต่อสนิ คา้ เกษตร มีดงั นี้ ๑.1 สภาพแวดล้อมทางการเมือง (Political Factors) สภาพแวดล้อมทางการเมืองเป็นปัจจัยที่ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการเกษตรท้ัง ทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลแต่ละยุคสมัยมักให้ ความสำคญั กบั เร่ืองตา่ ง ๆ แตกต่างกนั ไป ๑.2 สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ (Economic Factors) ผักผลไม้แบบเกษตรปลอดสารพิษ เปน็ สินคา้ เพ่ือสุขภาพที่มีราคาสูงกวา่ สินคา้ ประเภทเดียวกนั ท่ีมจี ำหน่ายทวั่ ไปตามท้องตลาด ผู้บรโิ ภคสว่ นใหญ่ ท่ีเลือกซื้อมีทั้งกลุ่มท่ีให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย เน่ืองจากมีความรู้ความเข้าใจที่แท้จริง เกี่ยวกับคุณค่าของสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ ไปจนถึงกลุ่มที่บริโภคตามกระแสนิยม แต่ผู้บริโภคอาจใช้ปัจจัย ด้านราคาและปริมาณเป็นประเด็นหลักในการตัดสินใจซื้อ มากกว่าให้ความสำคัญกับคุณค่าท่ีจะได้รับ นอกจากน้ีหากพิจารณาในมุมของผู้ผลิต สภาพเศรษฐกิจท่ีซบเซาอาจส่งผลต่อต้นทุนท่ีเพ่ิมสูงขึ้น ท้งั ในด้านวัตถดุ ิบ อปุ กรณท์ ีใ่ ชใ้ นการดำเนินงาน แรงงาน และการขนสง่ เป็นต้น ๑.3 สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม (Sociocultural Factors) ด้วยสภาพแวดล้อม ทางสังคมและวัฒนธรรมในปัจจุบันที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ค่านิยมและกระแสการดูแลสุขภาพ เริ่มกระจายเป็นวงกว้างและมีแนวโน้มในการบริโภคสินค้าเพ่ือสุขภาพในอัตราท่ีสูงข้ึน เลือกซื้อสินค้า อย่างพถิ พี ิถันโดยใส่ใจคณุ คา่ ทาง โภชนาการ เพอ่ื เสริมสรา้ งรา่ งกายทแี่ ข็งแรงทั้งจากภายนอกและภายใน ๑.4 สภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยี (Technological Factors) ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อธุรกิจการเกษตร เนื่องจากนวัตกรรมที่ดีข้ึนจะช่วยอำนวยความสะดวกทั้งใน ด้านการผลิต การเก็บเกี่ยว ระบบขนส่ง การจัดจำหน่าย ไปจนถึงการแปรรูปเพ่ือเพิ่มมูลค่า ทำให้เพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่ง และเพ่ิมโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ เช่น การคิดค้นบรรจุภัณฑ์ ท่ีช่วยยืดอายุผักและผลไม้ให้ยาวนานขึ้นโดยไม่ทำลายสารอาหารท่ีมีคุณค่า ทำให้เกษตรกรสามารถส่งออก สินคา้ ไปยังต่างประเทศ และเปน็ ตวั เลอื กแก่ผูบ้ ริโภคที่ตอ้ งการเก็บผลผลิตไวน้ านกว่าปกติ
๑๒ ๒. วิเคราะหค์ ู่แขง่ ขัน จากการสำรวจผู้ผลิตเกษตรปลอดสารภายในประเทศ ท่ีนำแนวคิดเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และ เศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดการท่ีได้มาตรฐานและเป็นระบบ เพ่ือนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ศักยภาพของคู่แข่งขันที่ดำเนินกิจการในลักษณะใกล้เคียงกันและอยู่ในจังหวัดเดียวกันหรือพื้นท่ีจังหวัดท่ีมี พื้นท่ีใกล้เคียง ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ส่งต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า เพ่ือให้แผนธุรกิจมีประสิทธิภาพและ ประสบความสำเร็จ ๓. วิเคราะหล์ กู คา้ แม้ว่าในปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกพืชเกษตรปลอดสารพิษ จะมีแนวโน้มเพิ่มสูงข้ึน แต่ปริมาณผลผลิต กย็ ังไม่เพียงพอตอ่ ความต้องการของผ้บู ริโภค เนื่องจากการทำเกษตรปลอดสารพิษในประเทศไทยยังมีขอ้ จำกัด ด้านกำลังการผลิต เกษตรกรยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำในระดับเกษตรกรรมขนาดใหญ่ได้ ผลผลิต เส่ียงต่อความเสียหายและมีปริมาณต่ำกว่าการเพาะปลูกแบบใช้สารเคมี สินค้าเกษตรปลอดสารพิษ ท่ีออกสู่ตลาดจึงยังมีจำนวนน้อยและไม่หลากหลาย ผู้บริโภคยังเข้าถึงได้ยาก จึงมีการซื้อขายที่จำกัดเฉพาะ กลุ่ม ดังนั้นเมื่อ พิจารณาถึงกลุ่มลูกค้าของธุรกิจเกษตรปลอดสาร พบว่าสามารถแบ่งได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้บรโิ ภคท่ัวไป ร้านจำหนา่ ยสนิ ค้าและอาหารเพอ่ื สุขภาพ และผทู้ ่ีสนใจการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ดงั น้ี ๓.1 ผู้บริโภคท่ัวไป เป็นกลุ่มลูกค้าท่ีให้ความสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีท้ังประเภท ที่เข้าใจคุณ ค่าของผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ว่าแตกต่ างจากสินค้าเกษตรประเภ ทอ่ืนอย่างไร และคนที่จำเป็นตอ้ งบริโภคผักผลไม้ที่ปราศจากสารพิษตกค้าง เน่ืองจากมีปัญหาด้านสุขภาพ ไปจนถงึ ผู้บริโภค ที่เลือกซ้ือตามกระแสนิยมคนรักสุขภาพ ซ่ึงส่วนใหญ่มีกำลังซื้อในระดับปานกลางไปจนถึงระดับสูง เน่ืองจากสินค้าเกษตรปลอดสารมรี าคาแพงกว่าและหาซื้อไดย้ ากกว่าสนิ ค้าเกษตรทั่วไป ๓.2 ร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารเพ่ือสุขภาพ เป็นกลุ่มร้านค้าปลีกท่ีมีหน้าร้านสำหรับวางจำหน่าย สินค้าเพื่อสุขภาพทั้งผลผลิต แบบสดและแบบแปรรูป ที่เน้นคุณภาพ ความสะอาด และคุณประโยชน์ จากวัตถดุ บิ เกษตรอนิ ทรีย์ทม่ี กี ารรับรองมาตรฐานจากหนว่ ยงานท่นี า่ เช่อื ๓.3 ผู้ท่ีสนใจการท่องเท่ียวเชิงเกษตร ลูกค้ากลุ่มนี้เน้นการเดินทางท่องเที่ยวมาศึกษาความรู้เกี่ยวกับ การเกษตรและวิถีชีวิตท้องถ่ินมากกว่าการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ จึงต้องดึงดูดใจโดยให้ความสำคัญ กับการจัดกิจกรรมและสภาพแวดล้อมท่ีสวยงามเพื่อเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจควบคู่ไปกับประสบการณ์ แปลก ใหม่ เพือ่ สร้างโอกาสในการขายผลติ ภัณฑจ์ ากผลผลิตภายในฟาร์ม วเิ คราะห์ลกู คา้ ผบู้ รโิ ภคทว่ั ไป รา้ นจำหนา่ ยสินค้า ผทู้ ีส่ นใจการท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร
๑๓ ๔. การปลูกผักตามฤดูกาล ฤดูร้อน อากาศอบอ้าวค่อนข้างร้อน ลมท่ีพัดผ่านก็เป็นลมร้อน ความชื้นในอากาศมีน้อยสภาพอากาศมีความ แห้งแล้ง น้ำท่ีให้ในการเกษตรระเหยเร็วและไม่เพียงพอ พืชผักมีโอกาสถูกแดดเผาไหม้จนใบเหลือง หรือแห้งเฉาจนยืนต้นตาย การปลูกในช่วงนี้ควรดูแลเรอื่ งน้ำมากเป็นพิเศษ ควรหาพืชคลุมดินมาคลุมโคนของ ต้นไม้หรือคลุมแปลง เพ่ือกักเก็บความชื้น การเพาะเมล็ดควรเพาะในท่ีร่มรำไรอากาศถ่ายเทหมุนเวียน การปลูกพืชผักในฤดูนี้ควรเลือกปลูกชนิดท่ีทนแล้งได้ดีหรือปลูกพืชท่ีต้องการน้ำน้อย ควรสร้างระบบน้ำหยด โดยให้ปุ๋ยน้ำผสมไปกับน้ำหยด เชน่ ถ่ัว ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเทียน บวบ มะระ ถั่วฝักยาว ฟัก แฟง ฟักทอง ถว่ั พู คะน้า กวางตุ้ง แตงกวา มะเขือ พรกิ ฟักทอง มะเขอื เทศ ผักกาดขาว ผกั กาดหอม ผักชี (ผักกาดหอมและ ผกั ชี ควรใช้แสลนคลมุ ให้แสงรำไร) เป็นตน้ ฤดฝู น ฤดูฝนจะมีความชื้นในอากาศสูงมาก บางคร้ังท้ังวันอาจคร้ึมจนไม่เห็นแดดเลย ฝนท่ีตกลงทำให้น้ำขัง บริเวณที่ลุ่ม ควรทำทางน้ำไปตง้ั แตเ่ น่นิ ๆ การปลูกอาจขุดเป็นบ่อเล็ก ๆ พอประมาณให้นำ้ ขังมาเพียงเล็กน้อย สว่ นมากพืชไร่พืชสวนหรือพืชที่ไม่ทนแลง้ จะปลูกช่วงต้นฝนเพราะไม่ต้องการน้ำมาก พอผ่านถึงช่วงอากาศแล้ง ก็จะโตเต็มที่ ถ้าเป็นการปลูกพืชผักควรหาเศษพืชคลุมดินเพื่อลดแรงกระทบจากน้ำฝนที่ตกลงมากระทบดิน ไปติดตามใบอาจทำให้ใบพืชผักไม่สวยได้ อาจใหฟ้ างคลุมดนิ เพือ่ ลดแรงกระทบจากน้ำ และฤดูนีค้ วรศึกษาและ ปลูกพชื ทช่ี อบน้ำเป็นพเิ ศษ เช่น ช่วงต้นฝน หอมแบ่ง ผักกาดเขียวกวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า พริกต่าง ๆ มะเขือต่าง ๆ ผักกาดหัว ผักกาดหอม บวบ มะระ ฟักเขียว แฟง แตงกวา ข้าวโพดหวาน ถ่ัวฝักยาว ถ่ัวพุ่ม น้ำเต้า ถ่ัวพู กระเจย้ี บเขียว เปน็ ต้น ช่วงปลายฝน กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำปม บร็อคโคล่ี ถ่ัวลันเตา หอมหัวใหญ่ แครอท แรดิช ผักชี ผักกาดเขียวปลี ผักกาดขาวปลี ผักกาดหอมห่อ ข้าวโพดหวาน แตงเทศ แตงโม พริกยักษ์ พริกหยวก ฟกั ทอง มะเขอื เทศ ขึ้นฉ่าย เปน็ ตน้ ฤดูหนาว ฤดูหนาวอากาศจะมีหมอกในตอนเช้าและมีความช้ืนในอากาศมากช่วงเช้าถึงสาย ตอนกลางวัน จะร้อนมาก แต่น้ำจะไม่ระเหยเร็วเหมือนหน้าร้อน กลางคืนอากาศเย็นจัดและมีน้ำค้าง ควรมุงหลังคาด้วยผ้า แสลนหรือกางพลาสติก การใหน้ ้ำอาจให้วนั เว้นวัน หรือใหเ้ ป็นระบบน้ำหยดก็จะสะดวก ฤดูหนาวควรปลูกพืช ท่ีชอบอากาศเย็นจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า เช่น สลัดชนิดต่าง ๆ ผักกาดหอม หัวผักกาด แครอท ผักชีฝร่ัง ผักกาดขาว บล็อกโคล่ี ผักกาดเขียวปลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ถั่วลันเตา ถ่ัวพลู ผักชี ข้ึนฉ่าย มะเขือเทศ หอมหวั ใหญ่ เป็นต้น
๑๔ การปลูกพืชผกั ตามฤดกู าล ในแต่ละเดือน เดือน รายช่อื ผกั มกราคม กมุ ภาพนั ธ์ มะเขือเทศ พริก หวั หอม กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั ผักชฝี ร่งั มีนาคม กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั บลอ็ คโคล่ี ผักกาดหอม หวั หอม พริก มะเขือเทศ เมษายน บลอ็ กโคล่ี กะหลำ่ ปลี แครอท ขา้ วโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั พฤษภาคม ผกั กาดหอม หัวหอม ถ่ัวลนั เตา พริก มะเขือเทศ มถิ นุ ายน ถั่ว กะหล่ำปลี แครอท ขา้ วโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผักกาดหอม หวั หอม ถ่ัวลนั เตา พริก มะเขือเทศ กรกฎาคม สงิ หาคม ถัว่ กะหล่ำปลี แครอท ขา้ วโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั พริก กนั ยายน มะเขือเทศ ตุลาคม พฤศจิกายน ถ่ัว กะหล่ำปลี แครอท ขา้ วโพด แตงกวา กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลกั ถว่ั ลนั เตา ธนั วาคม ถ่ัว แครอท ขา้ วโพด แตงกวา คะนา้ ถั่ว แตงกวา คะน้า ผัดกาดหอม ถ่ัวลนั เตา หัวไชเท้า ผกั โขม บลอ็ กโคล่ี แตงกวา กระเทียม ผกั กาดหอม หวั ไช้เทา้ ผกั โขม กระเทยี ม กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผกั ชีฝรัง่ กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผักกาดหอม หัวไช้เท้า ผกั โขม แครอท ผกั ชฝี รงั่ กะหล่ำ ผักสลัด กระเพรา สาระแน่ โหระพา แมงลัก ผกั ชฝี ร่ัง ผกั กาดหอม หัวไชเ้ ทา้ บลอ็ กโคลี่ แครอท ท่มี า : https://www.organicfarmthailand.com/how-to-grow-seasonal-vegetables/
๑๕ ๕. ข้ันตอนการวางแผนเพ่อื การจำหน่าย แนวทางการปฏบิ ตั ิ ขนั้ ตอนการวางแผน 1. ควรมีการคดั เลือกคณุ ภาพทีไ่ ด้มาตรฐานและควรมี 1. ผลผลิต (Product) การผ่านการตรวจสอบ ความปลอดภัยจากผู้เชยี่ วชาญ โดยการออกใบรบั รองความปลอดภยั จากสารพิษ 1.1 ด้านผลผลิต 2. ศึกษาข้อมลู เกีย่ วกับการป้องกันโรคพชื และหาวธิ ี 1.2 โรคพืช รกั ษาอย่างถูกต้อง 1.3 ศัตรพู ืช 3. ศึกษาหรอื ประยกุ ต์ใช้วิธีการกำจดั แมลงและวชั พืช 1.4 สภาพอากาศ โดยใช้กระบวนการทางธรรมชาตแิ ละสารชีวภาพ 1.5 การขาดแคลนน้ำ ทดแทนการใช้สารเคมี 1.6 ตน้ ทุนการผลติ 4. ควรเลอื กปลกู ผักใหเ้ หมาะสมกับฤดูกาลเพื่องา่ ยต่อ การดูแลรกั ษา ใชน้ ้ำบาดาลขุดบอ่ หรือสระในบริเวณสวน 2. ราคา (Price) ผักเพื่อกักเก็บน้ำ 2.1 ราคาตกตำ่ 5. รวมกลุม่ กันผลติ ปุ๋ยและนำ้ หมักชีวภาพ ลดการใช้ 2.2 เรอ่ื งสญั ญาหรอื รายการสง่ั ซอื้ (Order) สารเคมีในกระบวนการปลูกและจัดทำปฏิทินของการ ปลกู พืชโดยมีการวางแผนอย่างสมำ่ เสมอ และรอบคอบ 3. ช่องทางการจำหนา่ ย (Place) สถานท่ีจำหน่าย 1. สร้างความแตกต่างจากผกั ทว่ั ไป โดยการสรา้ ง คุณภาพของผักปลอดภัยจากสารพษิ ให้ไดม้ าตรฐานและ 4. ส่งเสรมิ การจำหนา่ ย (Promotion) มคี วามนา่ เช่ือถอื ซ่ึงควรมีการรวมกลมุ่ กันในการวาง 4.1 การส่งเสริมการจำหน่าย แผนการผลติ และการต่อรองราคา 4.2 ขาดการประชาสัมพันธ์ อยา่ งต่อเนื่อง 2. ควรคำนึงถึงระยะเวลาในการปลกู และต้นทุนในการ ผลติ ซึง่ จะตอ้ งมีการวางแผนอย่างละเอียดและ คาดการณ์ถึงอนาคตในการสง่ มอบผลผลติ ตามสัญญา ควรมีการเพิ่มชอ่ งทางการจำหนา่ ยท่ีมอี ยู่เดิม เช่น สง่ ร้านอาหาร หา้ งสรรพสินค้า โรงแรม โรงเรยี น ฯลฯ ท้ังนีต้ ามตลาดควรจะมีแผงจำหน่าย โดยเฉพาะ 1. สรา้ งตราสนิ คา้ (Brand) เป็นการรบั รองคุณภาพของ สนิ คา้ เพื่อสร้างความน่าเช่ือถือใหแ้ กผ่ บู้ ริโภค 2. นอกจากน้ีควรจะมีหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วข้องเขา้ มาดแู ล และควบคุมการผลติ เพ่ือรบั รองผลผลติ ให้ได้มาตรฐาน 3. ควรมหี น่วยงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งเข้ามาดูแลในการ ประชาสัมพนั ธ์และรณรงค์ อยา่ งต่อเนื่องซงึ่ จะต้องมี การประชาสมั พนั ธ์อย่างกวา้ งขวางและท่ัวถึง
๑๖ ๖. มาตรฐานสนิ ค้าอินทรยี ์ ตรามาตรฐานสินค้าอินทรีย์ของหน่วยงานตรวจรับรองเอกชนต่างประเทศท่ีได้รับความนิยมและ ดำเนินการตรวจรับรองอย่ใู นประเทศไทย ตรารบั รอง มาตรฐาน ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรยี ไ์ บโออะกรเิ สริ ์ช (Bioagricert) บริษัท ไบโออะกริเสริ ช์ (ไทยแลนด)์ จำกดั เป็นสาขาย่อยของ Bioagricert S.r.I. จากประเทศอิตาลี ผปู้ ระกอบการต้องได้รบั การตรวจ รับรองจากบริษทั นีเ้ ท่าน้ันจึงจะใชต้ รารับรองนี้ได้ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรยี ์อโี คเสิร์ช (Ecocert) อโี คเสริ ์ช เปน็ บรษิ ทั ตรวจรับรองสินคา้ อนิ ทรยี ์จากประเทศฝร่ังเศส ผู้ประกอบการต้องไดร้ บั การตรวจรบั รองจากบรษิ ัทนี้เทา่ นั้นจึงจะใช้ ตรารบั รองนี้ได้ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ ไอเอ็มโอ-คอนโทรล (IMO-Control) บรษิ ทั ไอเอ็มโอ-คอนโทรล เป็นบรษิ ัทตรวจรบั รองสินค้าอนิ ทรีย์จาก ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์ มตี วั แทนอยูใ่ นประเทศไทย ผปู้ ระกอบการต้อง ได้รบั การตรวจรบั รองจากบริษัทน้เี ทา่ น้ันจงึ จะใชต้ รารับรองนีไ้ ด้ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ มกท. (Organic Agriculture Certification Thailand – ACT) นอกจากสัญลักษณ์ ACT-IFOAM Accredited แล้ว มกท. ยงั มรี ะบบ มาตรฐานเกษตรอินทรียเ์ ฉพาะ ท่จี ัดทำข้ึนสำหรบั ตรวจรบั รองการผลติ เกษตรอนิ ทรยี บ์ างประเภททเ่ี พิ่งเร่มิ พัฒนาขน้ึ ในประเทศและในภูมภิ าค เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ เพื่อใหเ้ หมาะกับผปู้ ระกอบการในระยะเริ่มต้น ซ่งึ รวมถึง การเลีย้ งสตั ว์?การเลยี้ งผง้ึ และการประกอบอาหารสำหรบั ร้านอาหาร ผู้ประกอบการที่ได้รบั การรบั รองตามระบบมาตรฐานเกษตร อินทรยี ์ มกท. จะใช้ตราสัญลักษณ์ของ มกท. เปน็ ตรารับรองมาตรฐาน ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ สำนกั งานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแห่งชาติ - มกอช. (National Bureau of Agricultural Commodity and Food Standards - ACFS) มกอช. ได้ประกาศใชต้ รามาตรฐาน Organic Thailand เมือ่ ปี พ.ศ. 2555 และถอื เป็นตรามาตรฐานของประเทศไทย แต่ไม่ได้บังคบั วา่ การ นำเขา้ สนิ คา้ เกษตรอนิ ทรีย์หรือสนิ คา้ เกษตรอนิ ทรียท์ ผ่ี ลิตในประเทศไทย จะตอ้ งได้รับมาตรฐาน Organic Thailand นี้
ตรารับรอง ๑๗ มาตรฐาน ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรยี ์ องค์กรมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์ ภาคเหนอื - มอน. (The Northern Organic Standard Organization) องค์กรมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคเหนือ จัดตัง้ ขน้ึ โดยความรว่ มมอื ของ เกษตรกร ผู้บรโิ ภค นักวิชาการจากองค์กรของรัฐ องคก์ รพัฒนาเอกชน และผูส้ นใจท่วั ไป โดยมงุ่ หวงั จะเปน็ องคก์ รทท่ี ำการรับรองผลิตผลของ เกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบเกษตรอนิ ทรยี ์ เพ่ือสร้างความเชอ่ื ม่ันใหแ้ ก่ เกษตรกรและผ้บู รโิ ภคว่า ผลติ ผลทไี่ ด้รับการรบั รองจากองค์กรมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์นัน้ เป็นผลติ ผลทป่ี ลอดจากสารพษิ สารเคมีสงั เคราะห์ และยังเอ้อื ต่อการรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มอย่างแทจ้ ริงดว้ ย ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรยี ์ สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ สุรินทร์ (มก.สร.) มาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์สรุ ินทร์ (มก.สร.) พัฒนาขึน้ โดยคณะกรรมการ มาตรฐานเกษตรอนิ ทรียจ์ ังหวัดสรุ นิ ทร์ ตามแนวทางการพัฒนางาน เกษตรอนิ ทรียข์ องจังหวัดสุรนิ ทร์ และไดร้ บั อนุมัติจากทปี่ ระชุม คณะกรรมการโครงการเกษตรอนิ ทรยี ์จงั หวดั สุรนิ ทร์ ในปี พ.ศ. 2547 โดยมมี าตรฐานครอบคลุมเฉพาะในเรื่องการผลิตพืช สัตว์อินทรยี ์ สตั วน์ ำ้ อินทรยี ์ การจัดการเกบ็ เกย่ี ว การแปรรปู ผลิตภัณฑ์อนิ ทรีย์ และปจั จัย การผลิต ทั้งน้ี มก.สร. จะทำการตรวจสอบและรับรองผลิตภณั ฑ์อนิ ทรยี ์ ไว้ในทกุ ข้นึ ตอน ต้ังแต่การผลติ ในระดบั แปลง การนำผลผลิตมาแปรรูป และจำหน่ายผลติ ภณั ฑ์ ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ สำนกั งานมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์ เพชรบรู ณ์ (มก.พช.) มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ พัฒนาขึ้นจากงานวจิ ยั ของ นักวชิ าการจากมหาวทิ ยาลบั ราชภฎั เพชรบูรณ์ ร่วมกบั ชมุ ชน เกษตรกร ในปี พ.ศ. 2553-54 เปน็ มาตรฐานเฉพาะกลมุ่ ทใี่ ช้ตรวจรบั รองผูส้ มคั ร เป็นสมาชิกเครือขา่ ยเกษตรอินทรีย์เพชรบูรณ์ ในสังกดั สถาบันเศรษฐกิจ พอเพยี งเครือข่ายเกษตรอินทรยี ์เพชรบรู ณเ์ ท่าน้ัน โดยทางกลมุ่ ได้ใช้ มาตรฐานน้ีเป็นมาตรการพัฒนาเครอื ขา่ ยเกษตรอินทรียเ์ พื่อความ พอเพยี ง ม่ังคง่ั ยง่ั ยนื และสร้างความเข้มแข็งใหก้ ับเกษตรกร จนเกิดการ รวมตวั พัฒนาเป็นเครือขา่ ยอยา่ งย่งั ยนื เป็นรูปธรรมมาถึงปัจจุบัน
๑๘ ตรารับรอง มาตรฐาน ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์ ชมรมเกษตรอนิ ทรีย์เกาะพะงัน เป็นระบบการตรวจรบั รองมาตรฐานเกษตรอนิ ทรีย์แบบชุมชนรบั รอง (Participatory Guarantee System - PGS) ท่พี ฒั นาขน้ึ โดยมูลนิธิ สายใยแผน่ ดนิ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรและหนว่ ยงานทีเ่ กี่ยวข้องบนเกาะ พะงัน เมื่อปี พ.ศ. 2554 ภายใตโ้ ครงการ “เกาะพะงนั เกาะเกษตร อนิ ทรีย”์ ซึ่งไดร้ ับการสนับสนุนจากกระทรวงพาณชิ ย์ แหลง่ ทมี่ า : one.org/articles/ตรารบั รองมาตรฐานสนิ ค้า/มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ภาพกจิ กรรมการจำหนา่ ยผักปลอดสาร กศน.อำเภอสูงเมน่
๑๙ กิจกรรมทา้ ยบทที่ 1 คำชี้แจง : ให้ผู้เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ๑. ข้อใดคือสาเหตทุ ท่ี ำให้เกษตรกรนำสารเคมีมาใชใ้ นการเกษตร ก. เพอ่ื เพ่ิมผลผลติ ข. เพ่ือรักษาส่งิ แวดล้อม ค. เพ่ือประหยัดค่าใช้จา่ ย ง. เพ่อื ใหด้ ินอดุ มสมบูรณ์ ๒. ใครปลูกผักได้สอดคล้องกับหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง ก. เดชาปลกู ผกั ไม่ใชส้ ารเคมี ข. ญาณีปลูกผักหลากหลายชนดิ ค. ยุพาพรปลูกผักไว้เพ่ือจำหนา่ ย ง. เกษมปลูกผักไวก้ ินเอง เหลือกแ็ บ่งปนั เพ่ือนบา้ น ๓. จากรูปภาพ มีชอื่ ตรามาตรฐานสนิ ค้าอินทรยี ์ของหนว่ ยงานใด ก. ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรยี ์ สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรยี ์ เพชรบูรณ์ (มก.พช.) ข. ตรามาตรฐานระบบเกษตรอินทรยี ์ สำนกั งานมาตรฐานสินค้าเกษตร และอาหารแหง่ ชาติ - มกอช. ค. ตรามาตรฐานระบบเกษตรอนิ ทรีย์ ชมรมเกษตรอนิ ทรีย์เกาะพะงนั ง. ตรามาตรฐานระบบเกษตรอนิ ทรีย์ ไอเอ็มโอ-คอนโทรล ๔. ขอ้ ใดคือความหมายของพืชผักปลอดสารพิษท่ีถูกตอ้ ง ก. พชื ท่ีใช้รับประทานได้ ข. พชื ที่มีสีเขยี วมีคุณค่าทางอาหารสงู ค. พืชอะไรก็ไดท้ รี่ บั ประทานแลว้ ไม่มีสารพิษภัย ง. พชื ผกั ที่ปลกู ภายในบริเวณบ้านเพ่ือใชผ้ ักบรโิ ภคภายในครอบครัว ๕. เหตุใดการปลกู พชื ผกั จึงทำรายไดใ้ หแ้ ก่ผู้ปลกู ผักไดเ้ รว็ กว่าการปลูกพืชชนิดอืน่ ก. ราคาจำหน่ายสงู กว่าพชื ชนิดอ่นื ๆ ข. พืชผกั สามารถปลูกรว่ มกับพืชผักอ่ืน ๆ ได้ดี ค. คนปลูกมนี อ้ ยแต่คนบรโิ ภคผักมีมาก ราคาผักจึงแพง ง. ผักเปน็ พืชอายุสน้ั สามารถปลกู ได้หลายคร้ังในหน่งึ ฤดกู าล
บทที่ ๒ การเตรียมวัสดุ สาระสำคัญ การเตรียมวัสดุในการปลูกผักปลอดสารพิษ ต้องมี การวางแผนและการเลือกใช้เคร่ืองมือ ทางการเกษตรในการปลูกผักปลอดจากสารพิษ ต้องมีหลักการใช้เครื่องมือทุกประเภทอย่างถูกหลัก ตลอดจน มีการดูแลและเกบ็ รักษาเครื่องมืออย่างถูกต้อง พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้งาน มีประสิทธิภาพสูง ในการทำงาน ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง ๑. อธิบายการวางแผนและการเลอื กใช้เครื่องมือทางการเกษตรในการปลูกผกั ปลอดจากสารพิษได้ ๒. บอกประโยชน์และการเก็บรกั ษาเครื่องมือทางการเกษตรได้ ๓. สามารถเลือกวสั ดุที่สามารถใช้ในการบำรุงดนิ ได้ ขอบข่ายเนื้อหา เรอ่ื งที่ ๑ เครื่องมือทางการเกษตรทใ่ี ชใ้ นการปลูกผกั และประโยชน์และการเก็บรักษาเครื่องมือ ทางการเกษตร เร่ืองที่ ๒ การเลือกวัสดุที่สามารถใชใ้ นการบำรุงดิน
๒๑ เรื่องที่ ๑ เครือ่ งมือทางการเกษตรทีใ่ ช้ในการปลกู ผกั และประโยชนแ์ ละการเก็บรกั ษาเครื่องมอื ทางการเกษตร เครื่องมือการเกษตร หมายถึง เครื่องมือทุ่นแรงต่าง ๆ ที่นำมาใช้ประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งอาจจะใช้แรงงานคน แรงงานสัตว์ แรงงานน้ำ แรงงานลม และแรงงานจากเครอื่ งจักรเครือ่ งยนต์ เพ่อื ทำให้ การประกอบอาชีพการเกษตรสำเร็จผล เคร่ืองมือการเกษตร ได้แก่ จอบ คราด เสียม เคร่ืองพ่นยา รถไถ เปน็ ตน้ เคร่ืองมอื ทางการเกษตรทใ่ี ชใ้ นการปลูกพืชผกั มีดงั นี้ 1. จอบ ใช้ขุดดิน ถากหญ้า และดายหญ้า วิธีดูแล ล้างให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง แล้วทาน้ำมันตรง ส่วนทีเ่ ป็นโลหะเพื่อป้องกนั สนิม ที่มา: https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169 2. เสียม ใช้ขุดหลุม ขุดดนิ และพรวนดิน วธิ ดี ูแล ลา้ งให้สะอาด และเช็ดใหแ้ ห้ง แล้วทาน้ำมันตรง สว่ นที่เป็นโลหะเพอ่ื ป้องกันสนมิ ทม่ี า:https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169 3. บวั รดน้ำ ใช้รดนำ้ ตน้ ไมข้ นาดเลก็ ๆ วิธีดแู ล คว่ำให้นำ้ แห้งแลว้ เก็บเขา้ ที่ ทม่ี า:https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169
๒๒ 4. ถังน้ำ ใช้ใส่น้ำเพื่อนำไปถ่ายใส่บัวรดน้ำ หรือใส่น้ำเพื่อนำไปรดต้นไม้ขนาดใหญ่ วิธีดูแลล้างให้ สะอาดและคว่ำเกบ็ เข้าท่ใี หเ้ รียบร้อย ทีม่ า:https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169 5. สายยาง ใช้รดน้ำต้นไม้ที่โตและมีขนาดค่อนข้างใหญ่ วิธีดูแลล้างให้สะอาดแล้วม้วนเก็บเข้าที่ อย่าให้มสี ว่ นใดหักงอ ที่มา:https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169 6. ส้อมพรวน ใช้พรวนดนิ รอบ ๆ โคนต้นพชื วิธีดแู ล ลา้ งให้สะอาด และเชด็ ให้แหง้ แล้วทาน้ำมัน ตรงสว่ นทเ่ี ป็นโลหะเพ่ือปอ้ งกันสนมิ ท่มี า:https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169 7. ช้อนปลูก ใช้ขุดหลุม ย้ายต้นกล้า ตักดิน และตักปุ๋ย พืช วิธีดูแล ล้างให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง แลว้ ทาน้ำมันตรงสว่ นทเี่ ปน็ โลหะเพือ่ ป้องกนั สนมิ ทีม่ า:https://hardwareblogs.weebly.com/blog/4159169
๒๓ ประโยชน์และการเกบ็ รกั ษาเคร่อื งมอื ทางการเกษตร บัวรดน้ำ ใช้สำหรับรดน้ำพืช น้ำที่ออกจากฝักบัวจะเป็นฝอยกระจายทั่วต้นพืช ทำให้พืชได้รับน้ำอย่าง ทั่วถึงและส่วนต่าง ๆ ของพืชไม่หักง่าย การใช้บัวรดน้ำ ถ้าไม่ระมัดระวังจะเสียหายง่ายที่ส่วนคอของฝักบัว จงึ ควรจบั ทีห่ หู ว้ิ หรอื ทมี่ ือจบั เทา่ น้นั ความปลอดภัยในการใช้ ก่อนใช้ควรตรวจดูสภาพของบัวรดน้ำตรงท่มี ือจับหรือหูห้ิวเสียก่อน ถา้ ชำรุดควรซอ่ มใหเ้ รยี บร้อยกอ่ นนำไปใช้ และขณะทใ่ี ชต้ อ้ งจับถอื ใหแ้ น่นเพ่ือไมใ่ ห้ตกลงเท้า การทำความสะอาดและเก็บรักษา ภายหลังการใช้แล้ว ควรล้างทำความสะอาดตัวถังและ ฝกั บวั อยา่ ใหเ้ ศษหญ้าหรอื เศษวสั ดุอุดตนั แลว้ คว่ำเกบ็ เข้าที่ ถังนำ้ ใช้สำหรบั ตักนำ้ จากบ่อหรอื สระใส่บวั รดน้ำหรือใชส้ ำหรับรดตน้ ไม้ โดยใช้มือวักน้ำกไ็ ดถ้ า้ ไม่มบี ัว ความปลอดภัยในการใช้ ก่อนใช้ควรสำรวจดูตรงหูห้ิวและเชือก (ถ้าต้องหาบ) เมื่อเห็นว่าไม่ ปลอดภัย ควรซ่อมแซมก่อนนำไปใช้ และขณะที่ใช้ต้องจับหรือห้ิวให้แน่น เพื่อไม่ให้หลุดตกใส่เท้า การทำความสะอาดและเกบ็ รักษา ภายหลังการใช้ควรทำความสะอาดเช็ดใหแ้ หง้ เก็บคว่ำให้ เขา้ ท่ีในท่ีเกบ็ กรรไกรตัดหญา้ ใช้สำหรบั ตัดหญ้าหรอื ตกแต่งร้ัวตน้ ไมห้ รอื ตดั หญ้าในสนามทม่ี มี ุมแคบ ความปลอดภัยในการใช้ ขณะท่ีใช้ควรระมัดระวังคนท่ีอยู่ข้างเคียง ไม่ควรใช้มือจับใกล้โคน กรรไกรมากเกินไป มือจะพลาดไปถูกคมของกรรไกรได้ ขณะใชค้ วรระวังไม่ใหป้ ลายกรรไกรไปถูกผอู้ นื่ ด้วย การทำความสะอาดและเก็บรักษา ภายหลังการใช้ควรล้างทำความสะอาดเช็ดให้แห้งทา นำ้ มนั กันสนิม หยอดน้ำมันเกบ็ เข้าทโี่ ดยการแขวน มดี ดายหญ้า ใช้สำหรบั ดายหญา้ หรอื ถางหญ้าทข่ี ้นึ สูง ซ่ึงไม่สามารถที่จะใชก้ รรไกรตัดหญา้ ได้ ความปลอดภัยในการใช้ ก่อนใช้ควรตรวจดูว่าด้ามแน่นดีหรือไม่ ขณะใช้มีดดายหญ้า ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะมีดดายหญ้ามีความคม อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้และผู้ที่อยู่ข้างเคียง ควรคำนึงถึง รัศมีของมดี ไม่ควรใช้มดี ดายหญา้ แกวง่ เลน่ หยอกลอ้ กัน การทำความสะอาดและเก็บรักษา เมื่อใช้มีดดายหญ้าแล้ว ควรล้างทำความสะอาดโดยใช้ผ้า เชด็ ให้แห้ง ทาน้ำมันกนั สนิมด้วยจะช่วยรกั ษาคมมดี ใหอ้ ยไู่ ดน้ าน แล้วเก็บเข้าที่ กรรไกรตัดกิ่ง ใช้สำหรับตัดแต่งกิ่งไม้ขนาดเล็ก เช่น กิ่งที่แห้งไม่สมบูรณ์ เป็นโรคและแมลงกัดกิน หรือ ใช้ตัดแต่งพืชที่มีใบและกิ่งหนาเกินไป ก่อนใช้ควรปลดที่รัดสปริงออก ใช้มือที่ผู้ใช้ถนัดจับโดยใช้อุ้งมือบริเวณ นว้ิ หัวแม่มือบังคบั กรรไกร ตอนบนในการตัดกิ่ง ความปลอดภัยในการใช้ ขณะตัดแตง่ กง่ิ ควรใช้อยา่ งระมัดระวงั ไม่ใหห้ ลดุ มือ หรอื แกว่งเลน่ การทำความสะอาดและเก็บรักษา ภายหลังการใช้ควรล้างเช็ดทำความสะอาด ทาน้ำมัน กันสนิม และหยอดนำ้ มันตรงสปริงขากรรไกร แลว้ เกบ็ เขา้ ที่โดยการแขวน ท่ีมา: https://www.svgroup.co.th/blog
๒๔ เรื่องที่ ๒ การเลือกวสั ดุทใี่ ช้ในการบำรงุ ดิน ดินเป็นทรัพยากรท่ีสำคัญต่อการเกษตร เนื่องจากดินเป็นปัจจัยข้ันพ้ืนฐานในการดำรงชีวิตของพืช โดยท่ัวไปดินท่ีมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ ดินท่ีอุดมสมบูรณ์ มีแร่ธาตุอาหารที่จำเป็น สำหรับการเจริญเติบโตของพืช ขณะเดียวกันก็มีสมบัติทางกายภาพท่ีเหมาะสมสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของราก พืช ช่วยยึดลำตน้ ให้แน่น ไม่ใหล้ ม้ เอียง และยงั ทำหน้าท่ีเกบ็ กกั น้ำเพ่อื การเจรญิ เติบโตของพืช ใหอ้ ากาศแก่ราก พืชเพ่ือการหายใจ ดินในธรรมชาติมีการเรียงตัวเป็นช้ันต่อเน่ืองกันอย่างกลมกลืน โดยช้ันดินบนเป็นช้ันที่ เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกอย่างยิ่ง องค์ประกอบและสัดส่วนของดินในอุดมคติต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ อนินทรียวัตถุ อินทรียวัตถุ น้ำหรือสารละลาย และอากาศ ซ่ึงมีสัดส่วนเท่ากับ 45 : 5 : 25 และ 25 เปอรเ์ ซน็ ต์ โดยปรมิ าณ หรอื ปริมาตร แหลง่ ท่มี ารูปภาพ: https://www.ldd.go.th/Web_Soil/Page_02.htm ดินในแต่ละชั้นมีสัดส่วนขององค์ประกอบภายในดินไม่เท่ากัน เช่น อินทรียวัตถุจะพบเป็นสัดส่วนท่ีมาก ในดินบน แต่พบได้น้อยในดินล่าง และน้ำอาจพบเป็นสัดส่วนที่มากในดินล่างมากกว่าดินบน อย่างไรก็ตาม องคป์ ระกอบของดนิ ช้ันบนซึง่ เหมาะสมตอ่ การเพาะปลูกพืช ประกอบดว้ ย 1. อนินทรียวัตถุ เป็นองค์ประกอบส่วนที่เป็นแร่ในดิน เกิดจากการผุพังสลายตัวของหินและแร่ อนินทรียวัตถุในดินเป็นองค์ประกอบหลักที่แสดงถึงลักษณะทางกายภาพของดิน เช่น เน้ือดิน (soil texture) นอกจากน้ี อนินทรียวัตถุยังเป็นแหล่งธาตุอาหารพืช แหล่งอาศัยและแหล่งดำเนินกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน โดยอนุภาคดินเหนียว (clay particle) เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการเกิดกระบวนการทางเคมีในดิน ซึ่งจะ แตกต่างกันไปตามชนดิ และปรมิ าณของอนุภาคดินเหนียวในดนิ 2. อินทรียวัตถุ เกิดจากการเน่าเปื่อยผุพัง หรือการสลายตัวของเศษซากพืชและสัตว์ อินทรียวัตถุ เป็นแหล่งธาตุอาหารพืชและแหล่งอาหารของจุลินทรีย์ในดิน มีความสำคัญต่อสมบัติด้านต่าง ๆ ของดิน ทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ ทสี่ ำคญั ไดแ้ ก่ การทำให้อนภุ าคดนิ จับตัวกนั เปน็ เม็ดดิน เมด็ ดนิ จับตวั กันเป็น ก้อนดิน ทำให้เกิดเป็นโครงสร้างที่ดีและร่วนซุย ถ่ายเทอากาศได้สะดวกและระบายน้ำได้ดี ทำให้ดินมี ความสามารถในการอุ้มน้ำ ดูดซับธาตุอาหารพืชได้สูง ช่วย เพิ่มความต้านทานการเปล่ียนแปลง ความเปน็ กรด-ด่างของดนิ ชว่ ยลดความเปน็ พิษของเหล็ก อะลมู นิ ัม และแมงกานสี ใหน้ ้อยลง
๒๕ การช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์และช่วยเพ่ิมความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหารพืชด้วยวิธีการต่าง ๆ ช่วยเพิ่มปริมาณ ธาตุอาหารให้ดินตามระยะเวลาท่ีพืชต้องการ เพื่อนำไปสร้างการเจริญเติบโตและผลผลิตได้ ทนั ความต้องการของพืช ดังนี้ 1. การปรบั ปรุงบำรุงดนิ ด้วยปยุ๋ แรธ่ าตุ แบง่ ออกเป็น 2 กลมุ่ กลุ่มที่ 1 ปุ๋ยแร่ธาตุท่ีได้จากหินและแร่ ธรรมชาติ คือ หินฟอสเฟต และแร่ซิลไวท์ เช่น ปยุ๋ โพแทสเซียม ฯลฯ กลุ่มท่ี 2 ปุ๋ยแร่ธาตุท่ีได้จากการผลิตโดยวิธีการทางเคมี เช่น ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต ปุย๋ ทริปเปลิ้ ซเู ปอร์ฟอสเฟต ฯลฯ 2. การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยพืชสด สำหรับปุ๋ยพืชสด ได้จากการไถกลบพืชในขณะที่ยังเขียวสดอยู่ลงดิน นิยมไถกลบ ในช่วงออกดอกเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำหนัก และ ธาตอุ าหารสูง ปลอ่ ยทิ้งไวใ้ หย้ ่อยสลาย ระยะเวลา 7-14 วัน จึงทำการปลูกพืชหลักทต่ี ้องการ พืชปยุ๋ สดที่นยิ ม ปลูก ไดแ้ ก่ พชื ตระกูลถว่ั ชนิดตา่ ง ๆ เชน่ ปอเทือง ถั่วพร้า ถัว่ พมุ่ ถวั่ มะแฮะ และโสนอฟั รกิ นั 3. การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ (Biofertilizer) เป็นปุ๋ยที่ได้จากวัสดุที่มีจุลินทรีย์ ที่มีชีวิต ซึ่งเป็นตัวช่วยสร้างหรือปลดปล่อยธาตุอาหารท่ีเป็นประโยชน์ให้กับพืช แยกตามชนิดของจุลินทรีย์ ได้แก่ จลุ นิ ทรีย์ทใ่ี หธ้ าตไุ นโตรเจน จุลินทรยี ์ที่ใหธ้ าตุฟอสฟอรสั จุลินทรียท์ ใี่ หธ้ าตโุ พแทสเซียม จุลนิ ทรยี ท์ ีผ่ ลิต 4. การปรับปรุงบำรุงดินด้วยการไถกลบตอซัง เป็นการเพ่ิมอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ช่วยปรับปรุง บำรุงดินทง้ั ดา้ นกายภาพ เคมีและชวี ภาพของดิน ก่อใหเ้ กดิ ผลดี ดังนี้ 4.1 ปรับปรุงสมบัตทิ างกายภาพของดนิ ช่วยทำให้ดนิ โปร่ง รว่ นซยุ 4.2 ปรบั ปรุงสมบตั ิทางเคมขี องดนิ ช่วยใหด้ นิ มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ 4.3 ปรับปรงุ สมบัตทิ างชวี ภาพของดนิ ชว่ ยทำให้ปริมาณและกจิ กรรมจลุ ินทรีย์เพ่ิมขึ้น การบำรงุ ปรบั ปรงุ ดนิ ก่อนการปลกู
๒๖ วธิ ีการปรบั ปรงุ บำรงุ ดิน เป็นการช่วยให้ดนิ มคี วามอุดมสมบรู ณ์ และช่วยเพิ่มความเปน็ ประโยชน์ของ ธาตุอาหารพืชดว้ ยวิธกี ารต่างๆ ดงั น้ี 1. การปรับปรุงบำรงุ ดนิ ดว้ ยปุ๋ยแรธ่ าตุ แบง่ ออก เปน็ 2 กลมุ่ - กล่มุ ที่ 1 ปุ๋ยแร่ธาตุท่ีไดจ้ ากหินและแร่ธรรมชาติ คือ หนิ ฟอสเฟต และแร่ซิลไวท์ เช่น ปุ๋ยโพแทสเซียม ฯลฯ - กลุ่มท่ี 2 ปยุ๋ แรธ่ าตทุ ีไ่ ด้จากการผลติ โดยวธิ กี ารทางเคมี เชน่ ป๋ยุ แอมโมเนียมซัลเฟต ปุย๋ ทริปเปล้ิ ซเู ปอร์ฟอสเฟต ฯลฯ ปุย๋ แร่ธาตุท้งั 2 กลุม่ น้ี จะชว่ ยเพม่ิ ปรมิ าณธาตุอาหารใหด้ นิ ตามระยะเวลาท่ีพืชตอ้ งการ เพ่ือนำไป สร้างการเจริญเติบโตและผลผลติ ไดท้ ันความต้องการของพืช 2. การปรบั ปรุงบำรงุ ดนิ ดว้ ยปุย๋ อินทรยี ์ ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปยุ๋ คอก และปุ๋ยพชื สด 2.1 ปุย๋ หมกั ใช้เพ่ือเพ่ิมหรือยกระดับปริมาณอินทรียวัตถุในดิน ช่วยปรับปรุงโครงสรา้ งดินใหด้ ีขึ้น ทำใหด้ ินมีความเหมาะสมตอ่ การเจรญิ เติบโตของพืชมากยงิ่ ขนึ้ 2.2 ปุ๋ยคอก ใช้เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ดินมี การระบายน้ำและอากาศดีขึ้น ช่วยเพิ่มความคงทนของการจับตัวเป็นเม็ดดิน และเป็นแหล่งอาหารให้แก่ จุลินทรยี ์ที่เปน็ ประโยชนใ์ นดิน 2.3 ปุ๋ยพืชสด ได้จากการไถกลบพืชปุ๋ยสดในขณะที่ยังเขียวสดอยู่ลงดิน นิยมไถกลบในช่วงออก ดอกเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำหนักสดและธาตุอาหารสูง ปล่อยทิ้งไว้ให้ย่อยสลายระยะเวลา 7 - 14 วัน จะให้ธาตุ อาหารและอินทรียวัตถุแก่ดิน จึงทำการปลูกพืชหลักที่ต้องการ พืชปุ๋ยสดที่นิยมปลูก ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว ชนิดต่าง ๆ เช่น ปอเทือง (Crotalaria juncea) ถั่วพร้า (Canavalia spp.) ถ่ัวพุ่ม (Vigna spp.) ถั่วมะแฮะ (Cajanus cajan) และโสนอัฟริกัน (Sesbania rostratra) ควรเลือกพืชที่เหมาะสมกับสภ าพพื้นที่ ดงั นี้ - สภาพพื้นท่ีลุ่ม ดินมีการระบายน้ำไม่ดี เลือกชนิดพืชท่ีทนต่อน้ำขัง คือ โสนอัฟริกัน - สภาพพ้ืนท่ีดอน ดินมีการระบายน้ำและอากาศดี ควรปลูก ปอเทือง ถั่วพุ่ม ถ่ัวพร้า และ ถวั่ มะแฮะ 3. การปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยชีวภาพ (Biofertilizer) เป็นปุ๋ยท่ีได้จากวัสดุท่ีมีจุลินทรีย์ท่ีมีชีวิต ซ่ึงเป็นตัวช่วยสร้างหรือปลดปล่อยธาตุอาหารท่ีเป็นประโยชน์ให้กับพืช แยกตามชนิดของจุลินทรีย์ ดังน้ี 3.1 จุลินทรีย์ท่ีให้ธาตุไนโตรเจน เป็นกลุ่มจุลินทรยี ์ที่ตรงึ ไนโตรเจนจากอากาศ เพื่อให้พืชนำไปใช้ ประโยชน์ได้ จุลินทรีย์ในกลุ่มนี้ เช่น Azotobacter sp., Bacillus sp. สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เช้อื ไรโซเบียม ฯลฯ 3.2 จุลินทรีย์ที่ให้ธาตุฟอสฟอรัส เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ท่ีละลายสารประกอบฟอสเฟตให้เป็น ประโยชน์และพชื สามารถนำไปใช้ได้ จุลนิ ทรีย์ในกล่มุ น้ี เช่น Flavobacterium sp., Pseudomonas sp.ฯลฯ และกลุ่มจุลนิ ทรีย์ทีช่ ว่ ยละลายและดดู ซับธาตฟุ อสฟอรสั ท่ีเปน็ ประโยชนใ์ ห้กบั พืชมากขนึ้ เชน่ เชือ้ ราไมโคไรซา่ 3.3 จุลินทรีย์ท่ีให้ธาตุโพแทสเซียม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ท่ีปลดปล่อยกรดออกมา เพ่ือละลายแร่ใน กลุ่มไมก้า และแร่ในกลุ่มเฟลด์ปาร์ จุลินทรีย์ในกลุ่มน้ี เช่น Bacillus, biotite และ microcline ช่วยเปล่ียน ธาตุโพแทสเซียมใหอ้ ย่ใู นรปู ท่ีพชื นำไปใช้ประโยชนไ์ ด้
๒๗ 3.4 จุลินทรยี ท์ ่ผี ลติ ฮอรโ์ มน เปน็ กล่มุ จุลินทรยี ท์ ีผ่ ลิตฮอรโ์ มนและวิตามนิ ซ่ึงเปน็ สารชว่ ยกระต้นุ ให้ พืชเจรญิ เติบโตไดด้ ยี ่ิงขึ้น จุลินทรียใ์ นกลุ่มนี้ เช่น Azospirillum, Azotobacter และ Bacillus ทม่ี า : https://www.ldd.go.th/Web_Soil/Page_01.htm 4. การปรับปรุงบำรุงดินด้วย การไถกลบตอซัง เป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ช่วยปรับปรุง บำรงุ ดนิ ท้ังด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพของดนิ ก่อใหเ้ กดิ ผลดี ดังน้ี 4.1 ปรับปรุงสมบัติทางกายภาพของดิน ช่วยทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุย ง่ายต่อการเตรียมดิน การระบายอากาศในดินเพ่ิมขึน้ การซึมผา่ นของน้ำและการอุ้มนำ้ ของดนิ ดีขนึ้ 4.2 ปรับปรุงสมบัติทางเคมีของดิน ช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยการเพิ่มธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และจุลธาตุให้แก่ดิน ซ่ึงธาตุอาหารเหล่านี้จะปลดปล่อยสู่ดินจึงเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ ระยะยาว 4.3 ปรบั ปรุงสมบัติทางชีวภาพของดิน ช่วยทำใหป้ ริมาณและกิจกรรมจุลินทรียเ์ พิ่มข้นึ โดยเฉพาะ กิจกรรมทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การเปลยี่ นแปลงธาตุอาหารในดินให้อยูใ่ นรูปท่เี ป็นประโยชน์ต่อพืช
๒๘ กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๒ คาํ ชี้แจง : ให้ผู้เรยี นตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ใี ห้ได้ใจความสมบูรณ์ ๑. จงอธบิ ายการใชง้ านและการเกบ็ รักษาอุปกรณท์ างการเกษตร อุปกรณท์ างการเกษตร การใชง้ าน การเกบ็ รกั ษา ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ……………………………………….………………… ๒. จงอธิบายการปรบั ปรุงบำรุงดนิ ดว้ ยปยุ๋ อนิ ทรยี ์ ได้แก่ ป๋ยุ หมัก ปยุ๋ คอก และปุ๋ยพชื สด ๒.๑ ปุ๋ยหมกั ……………………………………….…………………………………………………………………………….…………… ……………………………………….…………………………………………………………………………….…………………………………… ๒.๒ ป๋ยุ คอก……………………………………….…………………………………………………………………………….…………… ……………………………………….…………………………………………………………………………….…………………………………… ๒.๓ ปยุ๋ พชื สด…………………………………….…………………………………………………………………………….…………… ……………………………………….…………………………………………………………………………….……………………………………
บทที่ ๓ การเตรยี มพ้นื ทก่ี ารปลกู ผกั ปลอดสารพษิ แบบใช้ดินและไรด้ ิน สาระสำคญั พื้นที่ปลูกผักปลอดสารพิษแบบใช้ดิน ควรเป็นท่ีราบ มีความ สม่ำเสมอ ระบายน้ำดี อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ไม่เป็นพ้ืนท่ีที่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม หรือมีความเส่ียงต่อสารพิษตกค้างจากสารเคมี ลักษณะดินท่ี เหมาะสมต่อการปลูกผักต้องเป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี มีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบดว้ ยธาตุอาหาร คือ อนินทรยี ว์ ัตถุ อินทรียว์ ัตถุ นำ้ อากาศ และสิ่งมีชวี ติ ในดิน การเตรียมพื้นท่ีการปลูกผักปลอดสารพิษแบบไร้ดิน ควรจัดเตรียมรางปลูก ตรวจสอบระบบน้ำ เตรียมต้นกล้า ย้ายต้นกล้าลงรางปลูก ปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ เติมสารละลายธาตุอาหารพืช ดแู ลรางปลูก เก็บเกยี่ วผลผลิต ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั อธบิ ายการเตรยี มพ้ืนที่การปลกู ผักปลอดสารพิษแบบใชด้ ินและไรด้ นิ ได้ ขอบข่ายเนอื้ หา เรื่องท่ี ๑ การเตรียมพืน้ ทีป่ ลูกผักปลอดสารพษิ แบบใชด้ นิ เร่อื งที่ ๒ การเตรยี มพ้นื ที่ปลูกผักปลอดสารพิษแบบไร้ดนิ
๓๐ เร่อื งที่ ๑ การเตรยี มพนื้ ทีป่ ลูกผกั ปลอดสารพิษแบบใชด้ ิน 1. การเลอื กพ้ืนทป่ี ลกู ผกั การเตรียมการเพ่ือการปลูกผัก ควรเลือกพ้ืนท่ีให้เหมาะสม เนื่องจากพ้ืนที่ปลูกและสภาพแวดล้อม มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพของผลผลิตเป็นอย่างมาก แม้ว่าผักจะสามารถปลูกได้ในพื้นท่ีทั่วไป ก็ตาม แต่จะให้ผลผลิตท่ีแตกต่างกันไปตามลักษณะพ้ืนที่ปลูกและสภาพแวดล้อม สำหรับการเลือกพื้นที่ปลูก ให้เหมาะสมนั้นควรพจิ ารณา ในเร่อื งตอ่ ไปนี้ 1.1 สภาพพื้นที่ ควรเป็นพ้ืนที่ราบและมีความสม่ำเสมอมีความเหมาะสมในการปลูกผัก แต่ถ้า สภาพพ้ืนที่ท่ีมีความลาดเทเล็กน้อยจะเหมาะสมมากที่สุด เพราะจะช่วยให้ดินระบายน้ำได้ดีและสะดวกต่อ การให้น้ำแบบตามร่อง นอกจากนี้พื้นที่ต้องไม่เป็นแหล่งท่ีมีน้ำท่วมขัง มีการระบายน้ำได้ดี อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ที่สะอาดและสะดวกต่อการนำน้ำมาใช้ มกี ารคมนาคมท่ีสะดวก ทำใหส้ ามารถนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้สะดวก และรวดเร็ว 1.2 ลกั ษณะดิน การเลอื กพ้ืนทีเ่ พอ่ื ทำสวนผกั ใหไ้ ด้ผลน้นั ควรพจิ ารณาดูวา่ ดนิ มีความอดุ มสมบูรณ์ มากน้อยเพียงใด เพราะการปลูกผักในดินท่ีอุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุอาหาร ผักย่อมจะเจริญเติบโตดี สมบูรณ์ แข็งแรง ต้านทานต่อโรคและแมลงได้ดี ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพดี ดินที่เหมาะสมต่อการปลูกผัก คือ ดินร่วน ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง มีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี ส่วนค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดิน ทเี่ หมาะสมในการปลูกผกั คือ มรี ะดับค่า pH อยู่ ระหวา่ ง 6.0-6.5 หรอื เปน็ กรดออ่ น ๆ 1.3 แหล่งน้ำ น้ำถือว่าเป็นปัจจัยการผลิตท่ีสำคัญในการทำสวนผัก เพราะน้ำมีผลโดยตรง ต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของผัก ดังน้ันพื้นท่ีท่ีเหมาะสมต่อการทำสวนผักต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ท่ีสะอาดปราศจากสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่มีพิษปนเป้ือน และต้องมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ตลอดท้ังปี หรือตลอดฤดูกาล การที่มีน้ำให้แก่ผักอย่างสม่ำเสมอตลอดฤดูกาล จะทำให้ผักไม่ชะงักการเจริญเติบโต สมบรู ณ์แข็งแรง ต้านทานตอ่ โรคและแมลง และใหผ้ ลผลติ ทม่ี ีคณุ ภาพดี สภาพพื้นที่แปลงปลกู ผัก นางศภุ กร ถอื แกว้ และ กศน.ตำบลรอ่ งกาศ
๓๑ 2. รปู แบบการจัดพื้นทป่ี ลกู ผัก ปลกู ในท่อ PVC แลว้ ห้อยตดิ ผนัง ปลกู ผกั ที่พนื้ และจัดเปน็ ส่วนหย่อมเลก็ ๆ ปลูกในยางรถยนต์ทไ่ี มใ่ ช้แลว้ ปลกู ในรางไม้ไผ่ ปลูกในกระถางและจดั วางให้เป็นระเบียบ กอ่ แปลงผักด้วยกอ้ นอฐิ
๓๒ 3. ลกั ษณะดนิ ที่เหมาะสมตอ่ การปลกู พืช คุณสมบัติของดนิ ซงึ่ มีผลตอ่ การเจริญเติบโตของพืช มี 3 ชนิด ได้แก่ ดินเหนียว เป็นดินมีความละเอียดมากที่สุด ยืดหยุ่นได้ดีเมื่อเปียกน้ำ เหนียวติดมือ สามารถปั้นเป็น ก้อนได้ จากความเหนียวจึงทำให้พังได้ยาก อุ้มน้ำดี รวมทั้งการจับยึดและดูดธาตุอาหารของพืช ทำได้ค่อนข้างสงู จงึ มแี รธ่ าตอุ าหารของพชื อยูม่ าก เหมาะสำหรับใชป้ ลกู ข้าวเนอื่ งจากกกั เกบ็ น้ำไดน้ าน ดนิ ทราย เป็นดินรว่ น เกาะตัวกันไมแ่ น่น จึงทำให้ระบายท้ังน้ำและอากาศได้อย่างดีเยยี่ ม แต่อุ้มนำ้ ได้ น้อย พังทลายได้ง่าย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เน่ืองจากความสามารถในการจับธาตุอาหารมีน้อย ทำให้พืช ท่ขี น้ึ อยู่ในบรเิ วณดนิ ทรายขาดนำ้ และธาตุอาหารไดง้ ่าย ดินร่วน เป็นดินค่อนข้างละเอียด จับแล้วนุ่ม มีความยืดหยุ่นพอสมควร ระบายน้ำได้ดีปานกลาง มีแร่ธาตุอาหารของพืชมากกว่าดินทราย เหมาะสำหรับใช้เพาะปลูกเป็นอย่างมาก แต่ดินร่วนแบบของแ ท้ มกั ไมค่ อ่ ยพบในธรรมชาติ แตก่ ็จะพบดินซึ่งมีเน้ือดินใกลเ้ คียงกนั เสียมากกวา่ แหลง่ ท่มี ารปู ภาพ: https://108technofarm.com พืชแต่ละชนิดจะเจริญเติมโตในดินแตกต่างกัน เพราะฉะน้ันในการปลูกพืชจึงต้องคำนึงถึงความ เหมาะสมของพืชแต่ละประเภทด้วย แต่ดินที่เหมาะในการปลูกพืชมากท่ีสุดจะมีลักษณะร่วนซุย มีส่วนผสมของอากาศ น้ำ เศษหิน กรวด ทราย และซากพืชซากสัตว์ในปริมาณพอเหมาะ ซากพืชซากสัตว์ ที่เน่าเป่ือยผุพังน้ี เป็นอาหารท่ีสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช ซ่ึงดินที่มีลักษณะดังกล่าว คือ ดินร่วน สามารถปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชชนิดนั้น ๆ ซ่ึงมีหลายวิธี ได้แก่ การเติมปุ๋ย การไถพรวนดนิ การเตมิ สว่ นประกอบของดินให้มสี ดั สว่ นเหมาะสม และการปลูกพชื หมนุ เวียน ส่วนดินท่ีไม่เหมาะแก่การปลูกพืช คือ ดินแบบมีน้ำขังหรือดินลักษณะแน่นทึบ พืชจะไม่สามารถเติบโต ได้ดีเท่าที่ควร เน่ืองจากรากพืชขาดอากาศสำหรับใช้หายใจ ทำให้ไม่อาจดูดธาตุอาหารไปใช้ได้ พืชกินอาหาร แบบสารละลาย ดังน้ันถ้าปราศจากความชื้นในดิน ถึงแม้จะมีธาตุอาหารอยู่มากแค่ไหน แต่พืชก็ไม่สามารถ ดูดขน้ึ ไปใชไ้ ด้ จำเปน็ ตอ้ งมนี ้ำไปหล่อเล้ยี ง
๓๓ ชนิดของหนา้ ดินทเี่ หมาะสมสำหรบั การเพาะปลูกพชื ผกั ดินชั้นบน หรือช้ันไถพรวน มีความสำคัญตอ่ การเพาะปลูกพืชมาก เนอ่ื งจากรากของพืชส่วนมาก จะชอนไชหาอาหาร ณ ดินช้ันน้ี ดินช้ันบนเป็นช้ันที่มีอินทรียวัตถุสูงกว่าช้ันอ่ืน ปกติดินช้ันบนจะมีสีเข้ม หรือ คล้ำกว่าชั้นอ่ืน ๆ ใชส้ ำหรบั ทำการเพาะปลกู พชื ท่วั ๆ ไป จะต้องมคี วามหนาตัง้ แต่ 0 - 15 ซม. ดินช้ันล่าง รากพืชของต้นไม้ยืนต้น จะมีรากชอนไชลงไปถึงช้ันน้ีได้ และมีอินทรียวัตถุน้อยกว่า ชั้นบนดิน ซึ่งมีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูกควรต้องมีหน้าดิน รวมดินชั้นบนและดินช้ันล่าง มีความลึกไม่ นอ้ ยกว่า 1 เมตร ลกั ษณะดินทเี่ หมาะสม 4. การเตรยี มดินปลกู พชื ผักปลอดสารพิษ การเตรียมดินปลูกนบั เป็นขน้ั ตอนทีม่ คี วามสำคัญมาก เพราะจะชว่ ยใหผ้ ักทป่ี ลูกเจริญเติบโตสมบูรณ์ แข็งแรงดีแล้ว ยังเป็นการช่วยลดปัญหาจากศัตรูพืช และท่ีสำคัญในการเตรียมดินที่ดีเป็นการป้องกันการงอก ของวัชพืชที่อาจเกิดข้ึนในช่วงระหว่างการปลูกผักได้เป็นอย่างดี เม่ือพืชผักเจริญเติบโต แข็งแรงและสมบูรณ์ เราก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้สารเคมีในการดูแลรักษา ดังน้ันการเตรียมดินในการปลูกพืชผักให้ปลอดสารพิษ ถอื ว่าเป็นขัน้ ตอนทสี่ ำคญั อกี ขอ้ หนึ่งทจี่ ะขาดไมไ่ ด้ ซึ่งมหี ลักการปฏิบตั ิ ดงั น้ี 1. ปรับพน้ื ทปี่ ลกู ให้ราบเรียบ ไมค่ วรให้เปน็ แอ่งมนี ้ำขัง 2. จดั ทำคูระบายนำ้ เพอื่ ระบายน้ำท่ีใหม้ ากจนเกนิ ความจำเปน็ ออกจากแปลง 3. พื้นท่ที ่ีเปน็ แหล่งหลบอาศยั ของศัตรูตา่ ง ๆ กค็ วรทำลายแหล่งอาศัยให้หมด เพอื่ ป้องกนั ไม่ใหส้ ตั วเ์ หลา่ น้เี ข้าทำลายในแปลงผัก 4. หลังจากเตรียมพ้ืนท่ีเสร็จแล้ว จึงทำการการไถดะให้ลึก 1 คร้ัง แล้วตากดินไว้อย่าง น้อย 7 วัน เพ่ือท่ีจะให้แสงแดดช่วยทำลายดักแด้และตัวอ่อนของแมลง ทำลายไส้เดือนฝอยและเชื้อโรคท่ี สะสมอยู่ในดิน ส่วนวัชพืชที่ขึ้นอยู่ตามผิวดินจะถูกพลิกกลบลงในดินและย่อยสลายเป็นธาตุอาหารแก่พืชผัก ตอ่ ไป นอกจากนีย้ งั ทำใหโ้ ครงสร้างของดินโปรง่ สามารถระบายน้ำและอากาศไดด้ ขี ้นึ 5. หลังจากไถดะและตากดินแล้ว จึงทำการไถพรวนอีก 1 ครั้ง เพื่อท่ีจะทำให้ดินมีเน้ือละเอียด ร่วนซุย เหมาะสมแก่การปลูกผัก นอกจากนี้หากมีต้นอ่อนของวัชพืชท่ีงอกมาก็จะถูกไถกลบทำลาย ไปด้วย สำหรับในบางพื้นที่ที่มีปัญหาวัชพืชและศัตรูเคยระบาดอย่างรุนแรงมาก่อน ก็ควรจะตากดินทิ้งไว้อีก 3 - 10 วนั แลว้ ไถพรวนอีกครัง้ หนึ่งกจ็ ะสามารถลดปญั หาต่าง ๆ ท่จี ะเกดิ ขึน้ ในภายหลังได้ 6. ปรับสภาพดินที่เป็นกรดด้วยการใส่ปูนขาว ปูนมาร์ล หรือปูนโดโลไมท์ ให้มีสภาพเป็นกลาง โดยทัว่ ไปแลว้ จะใส่ ประมาณไรล่ ะ 100 กิโลกรัมทกุ ๆ ปี
๓๔ สำหรบั การเตรยี มแปลงปลูกผกั โดยท่ัวไปมีการทำกนั อยู่ 2 แบบ คอื 1. การยกร่องแบบธรรมดา คือการยกร่องแปลงขึ้นมาให้สูงข้ึน มีทางระบายน้ำและทางเดิน รอบแปลงผกั ได้ 2. การยกร่องแบบจีน มีคูน้ ำล้อมรอบ ใช้กันมากในบริเวณภาคกลาง หรือเขตท่ีลุ่ม ขนาดของแปลงกว้าง ประมาณ 6 เมตร ร่องน้ำ กว้าง 1.5 - 2.0 เมตร ลกึ ประมาณ 1.0 - 1.5 เมตร การเตรยี มดินในแปลงผกั แบ่งเปน็ 2 ขัน้ ตอน คอื 1. การเตรียมดินชั้นแรก เป็นข้ันตอนท่ีสำคัญท่ีสุดของการเตรียมดินปลูกพืช การเตรียมดิน ขั้นแรกจะเป็นตัวกำหนดความลึกของดินตามต้องการ และมีผลไปถึงการรักษาคุณสมบัติของดินและความชื้น ในดนิ ทำให้ดนิ รว่ น ระบายน้ำและอากาศไดด้ ี เปน็ ตน้ เครื่องมือที่ใช้ในการขุดพลิกดินขั้นแรก อาจจะเป็นไถหัวหมูในพื้นท่ีท่ีปรับระดับเรียบร้อย ไม่มีหิน รากไม้ ตอไม้ ถ้าเป็นดินเหนียวหรือมีช้ันดานใต้ผิวดิน มีรากไม้ ตอไม้ ก็ใช้ไถจาน ในพื้นท่ีท่ีมีดินแห้ง และแข็งมากใช้เคร่ืองไถหัวสิ่ว สำหรับชาวสวนท่ีทำแปลงแบบยกร่อง มีคูน้ำล้อมรอบและให้แรงงานคน ในการขุดพ ลิกดิน เคร่ืองมือที่ใช้ คือ จอบสองง่าม การขุดพ ลิกดินในชั้นนี้จะขุดลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตรหลังจากขุดพลิกแล้ว ต้องตากดินให้แห้งประมาณ 7 วัน เพ่ือฆ่าเชื้อโรคในดิน และแมลงศัตรูทอ่ี ยู่ในดนิ 2. การเตรียมดินชั้นที่สอง เป็นการเตรียมดนิ ต่อเน่ืองจากการขดุ พลิกดิน และตากในชั้นตอนแรก จุดประสงค์ก็เพื่อพรวนหรือย่อยดินให้แตกเป็นก้อนเล็กลง มีสภาพเหมาะสมกับเมล็ดหรือกล้าท่ีจะปลู ก โดยใช้ลูกกลิ้งขนาดเบาหรอื จอบ เม่ือพรวนดินเป็นก้อนเลก็ แลว้ ควรจะใส่ปยุ๋ อนิ ทรยี แ์ ลว้ คลกุ เคลา้ ใหเ้ ข้ากับดิน หรือหากจำเป็นต้องใส่ปูนขาวเพ่ือปรับดินให้เป็นกลาง (ph ระหว่าง 5.5-6.8) เม่ือใส่แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากับ ดิน รดน้ำให้ชุ่มและเตรียมหว่านเมล็ดหรือปลูกกล้าต่อไป แปลงปลูกผักควรจะทำความสะอาดอยู่เสมอ ซ่ึงเป็นเร่ืองสำคัญมาก เพ่ือไม่ให้เป็นท่ีสะสมของเช้ือโรค และเป็นท่ีหลบซ่อนตัวของหนอนและแมลงศัตรูพืช เป็นการลดหรือป้องกันอันตรายต่อผักที่จะปลูกใหม่ สวนของผักท่ีพบว่า เป็นโรคควรถอนไปเผาทำลาย มีการกำจัดวชั พชื อยเู่ สมอ ๆ โดยใช้วธิ ถี ากหรือถอนออกให้หมดดกี ว่าการใช้สารเคมี แปลงเกษตร กศน.อำเภอสงู เมน่
๓๕ เร่อื งที่ ๒ การเตรยี มพนื้ ท่ีปลูกผักปลอดสารพิษแบบไรด้ ิน การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน มีช่ือเรียกในภาษาไทยหลายชื่อ เช่น การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชในน้ำที่มี ธาตุอาหารพืช การปลูกพืชในสารอาหารพืช การปลูกพืชในวัสดุปลูกที่ไม่ใช้ดินที่มีธาตุอาหารพืช การปลูกพืช โดยให้รากพืชสัมผัสสารอาหารโดยตรงที่ไม่มีดินเป็นเครื่องปลูก เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม สามารถอธิบายได้ 2 ลักษณะ ตามระบบหรือวิธีการปลูกและความหมายของคำท่ีแปลมาจากภาษาอังกฤษ 2 คำ คอื คำวา่ Soilless Culture และคำวา่ Hydroponics “Soilless culture” เป็นวิธีการปลูกพืชเลียนแบบการปลูกพืชบนดิน โดยไม่ใช้ดินเป็นวัสดุ ในการปลกู แตเ่ ปน็ การปลูกพชื ลงบนวัสดปุ ลูกชนิดต่าง ๆ ซ่ึงวสั ดุปลูกแทนดนิ นมี้ ีหลายชนิดคือ วัสดุปลูกทีเ่ ป็น อนินทรีย์สาร วสั ดุปลกู ทีเ่ ป็นอินทรยี ส์ าร และวสั ดุปลกู สังเคราะห์ โดยพืชสามารถเจรญิ เตบิ โตบนวัสดุปลูกจาก การได้รับสารละลายธาตุอาหารพืช (หรือสารอาหาร) ที่มีน้ำผสมกับปุ๋ยที่มีธาตุต่าง ๆ ที่พืชต้องการ (Nutrient Solution) จากทางรากพืช Hydroponics เป็นการปลูกพืชท่ีไม่ใช้วัสดุปลูก (nonsubstrate หรือ water cuture) กล่าวคือ จะทำการปลกู พืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช โดยให้รากพืชสมั ผัสกบั สารอาหารโดยตรง (Water culture) นั่นเอง เนื่องจาก คำว่า Hydroponics มาจากการรวมคำในภาษากรีกสองคำ คือ คำว่า \"Hydro\" หมายถึง \"น้ำ\" และ \"Ponos\" หมายถึง \"งาน\" ซ่ึงเมื่อรวมคำสองคำเข้าด้วยกัน ความหมายก็คือ \"Water-working\" หรือหมายถึง \"การทำงานของน้ำที่มีสารละลายธาตุอาหารผ่านรากพืช ผู้ท่ีจะทำการปลูกตามลักษณะ \"การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน\" จากคำว่า \"Hydroponics\" หรือ \"ไฮโดรโปนิกส์\" นี้จะต้องควบคุมอุณหภูมิ ของสารละลายธาตอุ าหารพืชให้เหมาะสมกับการเจรญิ เตบิ โตของพชื ให้ดี แหล่งทม่ี ารปู ภาพ: https://www.nfc.or.th/content/7487
๓๖ 1. ข้ันตอนการเตรยี มการปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบไรด้ นิ 1.1 ทอ่ พีวีซี ขนาด 2 นว้ิ 1 ท่อน ยาว 4 เมตร เจาะรูให้กว้างเท่านิ้วช้ีจ่มุ ลงท่อได้ อย่าให้กว้างมาก ไป จากน้ันให้ห่างกัน 3 น้ิวมือเราก็พอแล้ว เจาะรูใหม่ขนาดเท่านิ้วชี้พอเจาะเสร็จให้หาท่อโหลดจาก 2 น้ิว เป็น 4 หุน แล้วใส่สายยางไว้ประมาณ 4 เมตร อันน้ีเป็นตัวท้ายท่อโดยติดตั้งวาลว์ 4 หุนไว้ด้วย เพ่ือทำการปิดน้ำได้ส่วนตัวหัวท่อให้ใสข่ ้องอ 2 น้ิวหงายข้ัน แล้วใส่ตัวโหลด 4 หุน แลว้ ต่อด้วยสายยางเข้าปั๊ม เลอื กขนาด 1500 วัตต์ หรอื 1200 วตั ต์ 1.2 ถงั นำ้ ขนาด 50-60 ลิตร สำหรับใส่ปั๊มนำ้ 1.3 ฟองน้ำสำหรับปลกู ผัก 1.4 ปยุ๋ สตู ร 15-15-15 ปรมิ าณ 1 กโิ ลกรัม 1.5 เมล็ดพนั ธ์ุผักทตี่ ้องการปลูก 1.6 นำเมล็ดพันธุ์ผักแช่น้ำไว้ประมาณ 2 ช่ัวโมง (ระยะเวลาการแช่เมล็ดพันธ์ุข้ึนอยู่กับ ชนิดของเมล็ดพันธ์ุ) แล้วนำเมล็ดมาใส่ในฟองน้ำ 3 เมล็ดต่อ 1 ฟองน้ำ จากนั้นหาถาดมาใส่ฟองน้ำ เจาะรทู ถ่ี าด 5 รู อยา่ ให้น้ำขังในถาด 1.7 ใช้ผ้าคลุมปดิ ถาดไว้ ประมาณ 3 วัน เมล็ดจะเริม่ งอก แล้วนำมาใส่ทอ่ ที่เตรียมไว้ใหร้ ากลงน้ำใส่ น้ำให้เต็มท่อ เปิดปั๊มน้ำให้ทำงาน ประมาร 3 วัน ค่อย ๆ เปิดวาล์วน้ำเพ่ือให้น้ำออก ถ้าเกิดน้ำล้นให้เปิดวาล์ว เลก็ น้อย หรอื ทำท่อน้ำลน้ เตรยี มไว้ 2. การเลอื กใช้วัสดุในการปลกู 2.1 การปลกู ในวัสดุปลกู (Substrate culture) เป็นการปลูกในลักษณะท่ีคล้ายกับการปลูกพืชบนดินมากที่สุด การดูแลรักษาจึงคล้ายกับ การปลูกพืชในกระถาง แต่ใช้วัสดุปลูกอ่ืนแทนดินเพื่อให้รากพยุงลำต้นอยู่ได้ การปลูกในวัสดุปลูกปริมาณของ วัสดุปลูกจะน้อยกว่าดินมาก คือ รากพืชจะมีพื้นท่ีในการหาน้ำและอาหารไม่เกิน 5 ลิตรต่อต้น ดังนั้น การจัดการเกี่ยวกับน้ำและธาตุอาหารจะต้องดูแลเป็นพิเศษ ต้องควบคุมปริมาณน้ำในวัสดุปลูกให้เหมาะสม โดยนอกจากใช้วัสดุปลูกท่ีมีการระบายน้ำดี อุ้มน้ำได้น้อย มีอัตราส่วนระหว่างน้ำและอากาศที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องควบคุมการให้สารละลาย ต้องระวังไม่ปล่อยให้วัสดุปลูกแห้งจนไม่มีความช้ืนเหลืออยู่ เพราะถ้าแห้งถึง ระดับหน่ึงรากอาจไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิม ทำให้เกิดความเสียหายได้ วิธีท่ีเหมาะสม คือ ให้ครั้งละน้อย ๆ แต่ให้บ่อย ๆ ด้วยเหตุน้ีเอง ระบบควบคุมการให้น้ำอัตโนมัติจึงเป็นส่ิงจำเป็น สูตรและความเข้มข้น ของสารละลายธาตุอาหารจะต้องเหมาะสมกับชนิดพืช ช่วงการเจริญเติบโต และสภาพภูมิอากาศก่อนปลูก ควรปรับ pH ของวัสดุปลูกให้อยู่ในช่วง 5.5-6.0 โดยใช้สารละลายกรดไนตริกเจือจาง ข้อควรระวัง อกี อยา่ งหนง่ึ คอื ต้องเกบ็ เศษรากพชื ทเี่ หลอื ออกจากวสั ดปุ ลกู ใหห้ มดเมอ่ื ต้องเริ่มปลูกพชื คร้งั ใหม่ 2.2 วสั ดุปลูกทเ่ี ป็นอนนิ ทรีย์สาร เช่น 1) วัสดุที่เกิดข้นึ เองตามธรรมชาติ เช่น ทราย กรวด หิน เกล็ด หนิ ภูเขาไฟ หินซีลท์ 2) วสั ดทุ ่ีผา่ นขบวนการโดยใช้ความร้อน เชน่ ดนิ เผา เม็ดดินเผา ใยหนิ หรือรอ็ ควูล เพอร์ไลท์ เวอรม์ ิคไู ลไลน์ 3) วัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เศษอิฐจากการทำอิฐมอญ เศษดินเผาจาก โรงงานเครอื่ งป้นั ดนิ เผา
๓๗ 2.3 วัสดปุ ลกู ทเ่ี ปน็ อนิ ทรีย์สาร เช่น 1) วัสดุทเ่ี กดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติ เช่น ฟางขา้ ว ขยุ มะพรา้ ว แกลบและข้ีเถา้ 2) วัสดุท่ีเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ชานอ้อย กากตะกอนจากโรงงานน้ำตาล วสั ดเุ หลอื ใชจ้ ากโรงงานกระดาษ 2.4 วัสดุสังเคราะห์ เช่น เมล็ดโฟม แผ่นฟองน้ำ และ สารดูดความช้ืน เส้นใยพลาสติก แม้ว่า เราเรียกวัสดุที่ใช้ปลูกพืชน้ีด้วยคำรวม ๆ ว่า ซับสเตรท (Substrate) แต่ถ้ามีการใช้วัสดุปลูกพืชเป็นวัสดุใด วัสดุหน่งึ แบบเจาะจงกจ็ ะเรยี กชื่อตามวัสดุทใี่ ชป้ ลกู เชน่ 1) การปลกู โดยการใช้ทรายเป็นวสั ดปุ ลูก หรอื Sand culture 2) การปลูกโดยการใชห้ นิ กรวดเป็นวสั ดปุ ลูก หรอื Gravel culture 3) การปลูกโดยการใช้รอ็ ควลู (เสน้ ใยหนิ ) เปน็ วัสดปุ ลกู หรือ Rockwool culture 4) การปลูกโดยการใช้ขี้เลือ่ ยเปน็ วัสดุปลกู หรอื Sawdust culture ท่ีมา : https://sites.google.com/site/site56006/home/ ท่ีมา : https://manopas.com
๓๘ กจิ กรรมทา้ ยบทท่ี ๓ คำชแี้ จง : ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปน้ีให้ได้ใจความสมบูรณ์ ๑. จงอธิบายลักษณะของดนิ ทเ่ี หมาะแก่การปลกู พืช ดงั ต่อไปนี้ ๑.๑ ดนิ เหนยี ว มีลกั ษณะ..................................................................................................................... ...... ......................................................................................................................... ....................................... ๑.๒ ดินทราย มลี ักษณะ........................................................................................................................... ................................................................................................................................................................ ๑.๓ ดินรว่ น มีลกั ษณะ..................................................................................................................... ...... .................................................................................................................................. .............................. ๒. ผู้เรียนอธบิ ายการเตรยี มพ้ืนทีก่ ารปลกู ผกั ปลอดสารพิษแบบใชด้ ินและไร้ดนิ การเตรยี มพนื้ ที่การปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบใช้ดิน ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................... ............................ ...................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ การเตรยี มพน้ื ทกี่ ารปลูกผกั ปลอดสารพษิ แบบไรด้ ิน ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ...................................
บทท่ี ๔ การเตรียมตน้ กล้า สาระสำคญั ข้ันตอนและกระบวนการเตรียมต้นกล้า ต้องเร่ิมจากการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ มาใชในการเพาะเมล็ดเปนอีกเร่ืองหนึ่งที่มีความสำคัญ ดวยเมล็ดท่ีดีตองมีคุณสมบัติตรงตามพันธุเปอรเซ็นต ความงอกสูง มีความแข็งแรง สามารถงอกได เร็วและผานการพักตัวของเมล็ดแลว เมล็ดท่ีสามารถงอกไดเร็ว หลังจากการเพาะแลว จะลดความเสี่ยงอันตรายจากสภาพแวดลอมท่ีแปรปรวนหรือศัตรูธรรมชาติ ท่ีทำลายเมล็ดหรือตนกลาใน ระยะแรกไดเมื่อตนกลาสามารถหาอาหารไดและเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว จงึ ทำใหผ้ ลผลิตสูงและเกบ็ เกยี่ วผลผลติ ไดอยางพรอมเพรยี งกัน ผลการเรยี นรูท้ ี่คาดหวัง อธิบายข้ันตอนและกระบวนการเตรียมต้นกล้าได้ ขอบขา่ ยเนื้อหา ข้นั ตอนและกระบวนการเตรยี มต้นกล้า 1. การเลอื กชนิดพันธุ์ผักใหเ้ หมาะสม 2. การคัดเลือกและเตรยี มเมล็ดพนั ธุ์ผกั 3. การเพาะตน้ กล้าผกั และการอนุบาลตน้ กล้า 4. การเตรยี มตน้ กลา้ สำหรับการปลกู
๔๐ ขัน้ ตอนและกระบวนการเตรยี มตน้ กลา้ การเตรียมตน้ กล้า เป็นข้ันตอนท่ีสำคัญเพราะเป็นการทำใหต้ ้นกลา้ แขง็ แรงเมื่อย้ายไปในแปลงปลูกและ ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี มีการเจริญเติบโตต่อไปได้อย่างรวดเร็ว การเตรียมต้นกล้าจำเป็นต้องคัดเลือก ชนิดพนั ธุ์ผกั ท่มี ีคณุ ภาพ กอ่ นนำเมล็ดไปเพาะ ๑. การเลือกชนดิ พันธผ์ุ กั ๑.1 ชนดิ ของพชื ผักต้องมคี วามเหมาะสมกับพื้นที่ และเจริญเติบโตดี ๑.2. เลือกพันธุ์ผักที่มีความเหมาะสมกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ และฤดูปลูก ปัจจัยที่เป็น ตัวแปรสำคัญในการปลูกผัก คือ สภาพภูมิอากาศ ฤดูการปลูกผัก ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับชนิดของพันธ์ุผักท่ีสามารถ ปรับสภาพและเจริญเติบโตไดด้ ี ให้ผลผลติ สงู ๑.3. เลือกพันธ์ุที่มีคุณภาพ ผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด การเลือกพันธ์ุท่ีตรงต่อ ความตอ้ งการของตลาด เป็นพนั ธ์ทุ ี่มีคณุ ภาพ มีแหลง่ รับซอื้ ท่แี น่นอน ๑.4. ต้องมีความต้านทานต่อศัตรูพืชและปลอดโรค การใช้พันธ์ุต้านทานต่อโรคแมลง และ ปลอดโรคมีผลดี คอื ชว่ ยลดตน้ ทุนการใชส้ ารเคมี ประหยดั แรงงาน ให้ผลผลิตสงู ๒. การคดั เลือกและเตรยี มเมล็ดพันธุ์ผกั การคัดเลือกและเตรียมเมล็ดพันธ์ุ มหี ลักการปฏิบตั ิ ดงั น้ี ๒.1. เลือกพันธ์ุที่มีเปอร์เซ็นต์ความงอกสูงและตรงตามพันธุ์ ทำให้ง่ายต่อการเพาะปลูก ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายและแรงงาน ๒.2. เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์จากห้างร้านหรือบริษัท เมล็ดพันธ์ุท่ีเช่ือถือได้ เมล็ดพันธ์ุท่ีดีต้อง ไม่มีโรคหรอื สงิ่ เจือปน ทอี่ าจกอ่ ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลงั เช่น วชั พชื ท่ีตดิ มากับเมล็ดพันธุ์ เปน็ ตน้ ๒.3. สังเกตจากฉลากด้านข้างกระป๋อง ดูวัน เดือน ปี ที่เก็บและวันหมดอายุ เพราะเป็น ขอ้ มลู ท่บี ่งบอกถงึ ความมีชวี ิตของเมลด็ พนั ธ์ุ เปอรเ์ ซ็นตค์ วามงอก เป็นต้น ๒.4. ควรซ้ือเมล็ดพันธ์ุที่บรรจุในถุงอลูมิเนียม (ฟอล์ย) หรือกระป๋องที่ปิดสนิท เมล็ดพันธ์ุ ที่บรรจุในถุงอลูมิเนียม (ฟอล์ย) หรือกระป๋องท่ีปิดสนิท ช่วยป้องกันความชื้นและอากาศเข้าไปสัมผัส กับเมลด็ พนั ธุ์ เป็นสาเหตทุ ำใหเ้ ปอร์เซน็ ต์ความงอกลดลง ๒.5. ก่อนปลูกเมล็ดพันธุ์ ควรแช่เมล็ดในน้ำอุ่นก่อน การแช่เมล็ดในน้ำอุ่น ช่วยกระตุ้นให้ เมล็ดมีความงอกสม่ำเสมอและป้องกันกำจัดเชื้อราท่ีอาจติดมากบเมล็ด ควรแช่เมล็ดในน้ำอุ่นท่ีอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10-15 นาที การคัดเลอื กเมลด็ พันธผุ์ ัก
๔๑ ชนดิ พันธ์ผกั ท่นี ยิ มปลกู แบง่ เป็น 2 ประเภท ดงั น้ี 1. พนั ธ์ตุ ลาด ลักษณะพันธตุ์ ลาด ต้านทานต่อโรค มีเปอร์เซ็นต์ความงอกอยู่ที่ 90-95 และต้อง ให้ผลผลิตสูง ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสม ซึ่งไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธ์ุไปทำพันธุ์ต่อได้ พันธ์ุตลาด ท่ีนิยมใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมของบริษัทท่ีผลิตเมล็ดพันธุ์ เช่น บริษัทศรแดง บริษัทเจียไต๋ เพื่อนเกษตร เป็นต้น เพราะเปน็ พนั ธ์ุทแ่ี น่นอน ไดร้ บั การรบั รองมาตรฐาน พันธ์ลุ ูกผสมทใ่ี หเ้ ปอร์เซ็นตค์ วามงอกและผลผลติ สงู 2. พันธุ์ท้องถิ่น เป็นพันธ์ุท่ีเกษตรกรสามารถเก็บเมล็ดพันธ์ุไว้ทำพันธุ์เพื่อนำไปปลูกต่อใน ฤดูกาล ต่อไป หรือเรียกว่า “พันธ์ุพ้ืนเมือง” ได้แก่ พืชตระกูลพริก มะเขือ บวบ (พันธุ์พ้ืนเมือง) ตระกูลถั่ว กระเจย๊ี บเขยี ว ฟักทอง น้ำเตา้ ฟกั แม้ว เป็นต้น แต่คณุ ภาพผลผลิตต่ำกว่าพนั ธ์ตุ ลาด ๓. การเพาะตน้ กลา้ ผักและการอนุบาลต้นกล้า ๓.๑ การเพาะกล้าผกั สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้ ๑) การเพาะกล้าในแปลงเพาะกล้า ขนาดกว้าง ประมาณ 1 เมตร ส่วนความยาว ของแปลงข้นึ อยู่กบั ปริมาณของเมลด็ พันธุ์ การเตรียมดินให้ไถพรวนดนิ ลึกประมาณ 15-20 ซม. ตากดินท้ิงไว้ 5-7 วัน จากนั้นหว่านปุย๋ คอกหรือปุ๋ยหมักในอัตราปรมิ าณ 2 กก./เน้ือที่ 1 ตารางเมตร คลุกเคล้าใหเ้ ข้ากับดิน สม่ำเสมอตลอดทั้งแปลง ย่อยหน้าดินให้ละเอียด เพ่ือป้องกันเมล็ดพันธ์ุผักไม่ให้ตกลงไปลึกเกินไป จะทำให้ เมล็ดไม่งอก เก็บเศษวัชพืชออกให้หมด หลังจากน้ันรดน้ำให้ชุ่ม หว่านเมล็ดพันธ์ุผักลงบนแปลงเพาะกล้าให้ กระจายทั่วแปลงอยา่ งสมำ่ เสมอ หรือหยอดเป็นรอ่ ง ใชฟ้ างคลมุ เพ่อื รักษาความช้ืนในดิน ๒) การเพาะกล้าในถาดหลุม การเพาะกล้าในถาดหลุมเป็นอีกวิธีหน่ึงที่นิยมทำกัน เพ ราะง่าย สะดวกต่อการขนย้าย การเพ าะโดยการห ยอดเมล็ดลงใน ห ลุม ห ลุมละ 1 เมล็ด ประโยชน์ คือ ได้ต้นกล้าสมบูรณ์ แข็งแรง ถอนย้ายปลูกง่าย ทำให้รากไม่ขาดง่าย การผสมดินเพาะกล้า ในดนิ ผสมสตู รสำเร็จท่มี ีขายตามท้องตลาด ใชแ้ กลบเผา แกลบดบิ ดิน ขยุ มะพร้าว ผสมอตั รา 1:1:1:1 การเพาะกล้าผักในถาดหลุม
๔๒ ปัจจัยท่ีจะทำให้การเพาะกล้าผักงอกได้ด้วยอัตราสูง คือ ควรเลือกใช้วัสดุเพาะกล้าท่ีเหมาะสม กลบดินและรดน้ำในปริมาณท่ีพอเหมาะ รวมถึงรู้ลักษณะนิสัยและแหล่งกำเนิดของพืชผัก ว่ามีความชอบ อากาศหนาวเย็นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ปกติแล้วพืชผักสลัดมักจะงอกได้ดี ในช่วงที่มีอากาศเย็น (เดือนธันวาคม-มกราคม) เพราะเป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในเขตอากาศหนาว ขณะที่พืชผักไทย ๆ เช่น ผักบุ้ง คะนา้ สามารถปลูกไดต้ ลอดทงั้ ปี สำหรับปัจจยั ในการเพาะกล้า ทีจ่ ะได้ผลดีหรือไม่ มดี งั น้ี ๑. เปลือกหุ้มเมลด็ ของพชื ผักแต่ละชนิด ๒. ระบบราก การระบายนำ้ ของรากพชื แต่ละชนดิ ๓. ลกั ษณะนสิ ยั ของพชื ผักท่ีมตี ่ออากาศและความช้นื ที่แตกตา่ งกนั ๔. ความลกึ -ตนื้ ในการกลบเมล็ดด้วยวัสดเุ พาะกล้า ๕. ธาตอุ าหารที่เหมาะสมกับกล้าผกั (ไม่ใชป้ ๋ยุ เคมสี งั เคราะห์) ๖. ไมม่ ีโรคพชื หรอื แมลงศัตรูพชื ในดินเพาะกลา้ (ไม่ฉดี ยาฆ่าแมลงสังเคราะห)์ ๓.๒ การอนบุ าลต้นกล้า ๑) หลังจาก ๓-๔ วันผ่าน ให้นำผ้าคลุมถาดเพาะออก (หรือนำถาดเพาะออกจากที่ร่มให้ไป ที่ท่ีมีแสงแดด) จะสังเกตเห็นว่าเมล็ดเริ่มงอกแล้ว จากน้ันนำถาดเพาะไปลอยบนรางเพาะที่มีน้ำหมุนเวียนใน โรงเพาะต้นกล้า เพ่ือเลี้ยงให้ตน้ กล้ามีรากยาวข้ึน และใบเลี้ยงคู่งอกพ้นฟองน้ำ ตน้ กลา้ จะได้รับน้ำทางด้านล่าง ของถาดเพาะทีม่ รี ูสำหรับใหน้ ้ำถูกดูดซึมผา่ นข้นึ ไปเลย้ี งต้นกล้า ๒) การดูแลต้นกล้าในระยะน้ีไม่ยุ่งยากอย่างท่ีคิด เพราะได้มีการวารระบบหมุนเวียนน้ำใน โรงเพาะต้นกล้าไว้เป็นอย่างดีตั้งแต่ต้น ทั้งป๊ัมน้ำและชุดหัวพ่นน้ำ - จ่ายน้ำกลับถังพัก แค่คอยดูแลน้ำ ในรางเพาะให้อยใู่ นระดบั ทีเ่ หมาะสมและรกั ษาความสะอาดของโรงเพาะต้นกล้าอย่เู สมอกเ็ พยี งพอแล้ว ๓) เม่ือผ่านไป ๓-๔ วัน ให้สังเกตดูรากพืชและใบเลี้ยงคู่ของต้นกล้าท่ีงอกพ้นฟองน้ำว่า สมบูรณ์ แข็งแรงดีแล้วหรือยัง ซ่ึงโดยปกติช่วงนี้รากพืชจะยาวขึ้นประมาณ ๑-๒ เซนติเมตร ใบเล้ียงคู่จะงอก พน้ ฟองนำ้ ประมาณ ๑-๑.๕ เซนตเิ มตร ถา้ เปน็ ดงั นใ้ี หเ้ ตรียมย้ายตน้ กล้าลงแปลงปลกู ได้เลย ในช่วงฤดูหนาว ถ้าอากาศเยน็ มาก ระยะเวลาการงอกและการเจรญิ เติบโตของพชื จะช้าลง แต่จะ คลาดเคลื่อนไม่มากนัก (ประมาณ ๑-๒ วัน ) เพ่ือความมั่นใจควรบันทึกระยะเวลาที่พืชใช้ในการงอกและ การเจริญเตบิ โตไวเ้ ป็นข้อมลู ในการวางแผนการปลูกของตนเอง ตน้ กลา้ ผักทเ่ี พาะในถาดหลุม
๔๓ ๔. การเตรยี มต้นกล้าสำหรับการปลูก การเตรียมต้นกล้า คือ การนำเอาต้นกล้าท่ีเพาะงอกอยู่ในภาชนะที่เพาะ หรือแปลงเพาะ ย้ายลงปลูกในแปลงผักที่เตรียมไว้แล้ว การย้ายต้นกล้า ผู้ปลูกผักต้องพิจารณาความสมบูรณ์ของต้นผัก ว่ามีขนาดความสูงพอเหมาะท่ีจะนำไปลงแปลงได้หรือยัง และท่ีสำคัญคือ รากฝอยของผัก หากมีปริมาณน้อย ไมเ่ หมาะทีจ่ ะย้ายไปปลกู เพราะจะทำให้เหย่ี วเฉาหรือตายได้ง่าย กอ่ นย้ายกลา้ ผกั ควรปฏิบัติ ดงั นี้ กรณผี ลติ กล้าเพาะเอง กรณีซอื้ จากผผู้ ลติ กล้าจำหนา่ ย 1. เลือกสถานที่ท่ีมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการ 1. เลอื กซื้อจากแหล่งผลิตกลา้ ทีเ่ ชื่อถอื ได้ จัดทำเป็นแปลงเพาะและ/หรือสถานอนุบาลพืช 2. เลือกตน้ กลา้ ท่มี ลี ักษณะที่ดี 2. เลือกใช้วัสดุเพาะ/วัสดุชำ/วัสดุปลูก ให้เหมาะสม กั บ วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต ก ล้ า พื ช 3. จัดการขนย้ายต้นกล้าจากแหล่งผลิตด้วยวิธีการ 3. เลือกใช้เมล็ดพันธ์ุ/ต้นตอ/หรือช้ินส่วนอื่นใด ที่ถูกต้องเหมาะสม (ต้นกล้าจะมีความบอบช้ำ ของพืช ที่ยังมีชีวิตและสะอาดปราศจากโรค จากการขนส่งเสมอ) หรอื แมลงเขา้ ทำลาย 4. จัดเก็บ รักษ าต้น กล้าไว้ใน สภ าพ แวดล้อม 4. ปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรวมให้มีความ ท่เี หมาะสมและมคี วามปลอดภัย เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับต้นพืชและผู้ผลิต 5. ดำเนินการผลิตกล้าพืชตามวธิ ีการ 5. พักฟื้นต้นกล้าและดูแลรักษาไว้จนกว่าจะปรับตัว เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่และมีความแข็งแรงดี 6. ดู แ ล รัก ษ าก ล้ าพื ช ให้ ได้ รั บ ปั จ จั ย ต่ าง ๆ 6. นำลงปลูกในสภาพแปลงปลูกจริง ทเี่ หมาะสมตามอายุของตน้ กล้า การเตรยี มต้นกลา้ ก่อนการนำลงปลกู ในแปลง 1. ทำให้ต้นกล้ามีความแข็งแรง (Hardening) จะเป็นการลดความอวบน้ำของเซลล์พืช ในส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของราก ลำต้น ก่ิง ก้าน ใบ ซ่ึงทำได้โดย งดการให้น้ำ 3-7 วัน หรือให้สารละลายปุ๋ยโปตัสเซียม หรือสารละลายน้ำตาลซูโครส จนลำต้นมีความแข็ง ไม่แสดงอาการขาดน้ำ ก่อนการย้ายลงปลกู 2. การย้ายต้นกล้า ควรใช้เวลาตอนเย็น เพราะต้นกล้าจะถูกแสงแดดน้อยและต้นกล้าตั้งตัว ได้เร็วในช่วงกลางคืน หากจำเป็นก็สามารถย้ายต้นกล้าในช่วงเช้าได้บ้าง แต่ไม่ได้ผลดีเท่าช่วงเย็น ไม่ควรย้ายขณะอากาศร้อนหรือมลี มพัดแรง เมื่อยา้ ยต้นกลา้ ใหม่ ๆ ควรทำร่มบังแดด เพราะจะลดการเหีย่ วเฉา หรือตายง่าย การย้ายลงแปลงควรจัดต้นกล้าให้ต้ังตรง และกดโคนให้แน่นป้องกันการล้ม หลังย้ายต้นกล้า ผักลงแปลง ควรรดน้ำให้ชุ่ม ทำให้ต้นกล้าทนความร้อนจากแสงแดด ลดอาการไหม้ตามส่วนต่าง ๆ อนั เปน็ สาเหตุของการชะงกั การเจรญิ หรือการตายของตน้ กลา้ 3. การป้องกันการหย่ังรากแก้วลงในดิน และการทำให้ต้นกล้ามีรากฝอยจำนวนมาก (ต้นกล้าที่อยู่ในภาชนะต่าง ๆ เช่น กระถาง ถุงชำ) เป็นการกระทำขณะดูแลต้นกล้าเพ่ือรอเวลาการปลูกกล้า ลงแปลงทำได้โดยการตัดรากแกว้ ทีโ่ ผล่พ้นออกมาทางด้านล่างของภาชนะ ด้วยการกดก้นของภาชนะลงกับพื้น ในลักษณะของการลากให้เกิดการเคล่ือนตำแหน่งไปจากท่ีเดิม ซ่ึงจะส่งผลให้รากถูกบดขย้ีจึงไม่สามารถ เจริญยืดยาวออกไปได้ อันจะเป็นการป้องกันการเห่ียวเฉา เม่ือมีการถอดต้นกล้าออกจากภาชนะ ขณะนำลงปลกู ในหลุมปลูก
๔๔ กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๔ คำชแ้ี จง : ใหผ้ ู้เรียนโยงเส้นจบั ค่เู ลือกคำตอบที่ถกู ต้องเพยี งคำตอบเดียว ๑. การถอนยา้ ยตน้ กลา้ จะกระทำเม่ือใด เมอ่ื หวา่ นเมลด็ ไปได้ 3 สปั ดาห์ ๒. กล้าผกั ท่ียา้ ยปลกู ควรมีใบจรงิ กีใ่ บ พชื ผักกินใบท่ีมีอายุสั้น โตเร็ว ๓. ต้นกล้าผักควรมีอายุกว่ี ันจึงย้ายปลกู ได้ มรี ะยะปลูกถี่ หาเมล็ดไดง้ ่าย 7-10 วนั ๔. การถอนแยกตน้ กลา้ ทำเพื่ออะไร 1-2 ใบ ๕. กล้าผักคือ เพ่อื จัดระยะปลกู ให้เหมาะสม พืชต้นอ่อนท่ีมีใบจริง 2-3 ใบ หรือสงู 5-10 เซนตเิ มตร หรอื มีอายุประมาณ 21-30 วัน ทั้งนีแ้ ล้วแตช่ นดิ ของพชื ผกั
บทท่ี ๕ การปลูกผักปลอดสารพษิ สาระสำคัญ การปลูกผักปลอดสารพิษแบบใช้ดิน ดินเป็นรากฐานสำหรับพืชที่ใช้ในการเจริญเติบโตของพืชและ เป็นที่ยึดเหนี่ยวของรากพืชทำให้พืชเจริญเติบได้ โดยดินเป็นแหล่งน้ำและอาหารท่ีจำเป็นต่อการเจริญเติบโต ให้รากพืชดูดไปใช้ประโยชน์ การเจริญเติบโตของพืชจำเป็นต้องอาศัยแหล่งแร่ธาตุจากดินซ่ึงเป็นท่ีอยู่ ของจุลนิ ทรยี ห์ ลายชนดิ ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ พืช การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หมายถึง การปลูกพืชที่เลียนแบบการปลูกพืชบนดิน โดยการใช้วัสดุปลูก ต่าง ๆ ในการปลูก เช่น น้ำ ทราย กรวด ดินเผา หรือวัสดุอ่ืน ๆ ที่ไม่ใช้ดิน ซึ่งพืชจะสามารถเจริญเติบโต บนวัสดุปลูกได้จากการได้รับสารละลายธาตุอาหารพืชท่ีมีน้ำผสมกับปุ๋ย หรือธาตุอาหารต่าง ๆ ที่พืชต้องการ ผ่านทางรากพชื ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวงั ๑. อธิบายการปลกู ผักปลอดสารพษิ แบบใช้ดินและไร้ดินได้ ๒. สามารถเปรียบเทยี บการปลกู พืชใช้ดินและการปลกู พชื ไร้ดนิ ขอบข่ายเนอ้ื หา เรื่องท่ี ๑ การปลูกผักปลอดสารพษิ แบบใชด้ ิน เร่ืองที่ ๒ การปลูกผักปลอดสารพษิ แบบไรด้ ิน เร่ืองท่ี ๓ การเปรยี บเทยี บการปลกู พชื ใช้ดนิ และการปลูกพืชไร้ดนิ
Search