การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
หนังสอื เรียน กศน.หลักสูตรรายวชิ าเลือก สาระการประกอบอาชีพ วชิ า การออกแบบและพฒั นาบรรจุภัณฑ์ รหัส อช๓๓๘๔๔ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอสงู เม่น สำนกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวัดแพร่ สำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กระทรวงศกึ ษาธิการ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
คำนำ ก กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑ ซึ่งได้กำหนดสาระวิชาบังคับและวิชาเลือก โดยสถานศึกษามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรในส่วนของวิชาเลือกที่มีเนื้อหาทันสมัย ทันเหตุการณ์ และ สอดคล้องกับสภาพปญั หาของผูเ้ รียน ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสูงเม่น เห็นความสำคัญในการพัฒนา หลักสูตร สื่อ และจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ตอบสนองนโยบายข้างต้น จึงได้กำหนดให้มีโครงการพัฒนา บุคลากรอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำสื่อประกอบการเรียนรู้รายวิชาเลือกเสรี ของ กศน.อำเภอสูงเม่น โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรและสื่อประกอบการเรียนรายวิชาเลือกเสรี สาระการประกอบอาชีพ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย เรื่อง การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รหัส อช๓๓๘๔๔ สื่อเล่มนี้ใช้สำหรับศึกษา เรื่องราวต่าง ๆ ของการบรรจุภัณฑ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ครู กศน. ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องใน การจัดการศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ต่อไป หลักสูตรและเอกสารดังกล่าว สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยความร่วมมือของคณะทำงาน ทุกท่านที่ได้ให้ข้อคิดเห็นอันสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอสูงเม่น จึงขอขอบคณุ ไว้ ณ ทน่ี ้ี ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอสงู เมน่ เมษายน ๒๕๖๕ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
สารบญั ข คำนำ หนา้ สารบัญ ก คำแนะนำการใชห้ นงั สอื เรยี น ข โครงสรา้ งรายวิชา การออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ค แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ง บทที่ ๑ ความร้ทู ่ัวไปเก่ียวกับบรรจุภณั ฑ์ ฉ 1 เร่อื งที่ ๑ ความหมายของการบรรจุภัณฑ์ ๒ เร่อื งที่ ๒ วัตถปุ ระสงค์และความเป็นมาของการบรรจุภัณฑ์และ 3 ปัจจยั ท่สี ่งผลต่อราคาบรรจภุ ณั ฑ์ 7 เรือ่ งที่ ๓ หน้าท่ีและประโยชนข์ องการบรรจุภัณฑ์ 9 กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๑ บทท่ี ๒ ประเภทการบรรจุภณั ฑ์ และการเลือกใช้วสั ดใุ นการบรรจภุ ัณฑ์10 11 เรื่องที่ ๑ ลกั ษณะการใช้งานของบรรจุภัณฑ์ 13 เรือ่ งท่ี ๒ ความรใู้ นการเลือกใชบ้ รรจภุ ัณฑ์ 21 เรอ่ื งท่ี ๓ บรรจภุ ัณฑส์ ินคา้ ที่ต้องดูแลเป็นพเิ ศษ 22 เร่ืองที่ ๔ องค์กรด้านการรบั รองการบรรจุภณั ฑ์ ๒๔ กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๒ 25 บทท่ี ๓ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ 26 เรื่องท่ี ๑ ความรพู้ น้ื ฐานการออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑ์ 27 เรื่องที่ ๒ หลกั การและขน้ั ตอนการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ 28 เรอ่ื งท่ี ๓ ลักษณะทีด่ ีและการออกแบบตราสินคา้ ท่ีดี 33 เรื่องท่ี ๔ การออกแบบท่ดี แี ละการพฒั นาทีส่ ง่ ผลตอ่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ 34 เรอ่ื งท่ี ๕ หน่วยงานสนบั สนนุ เครือข่ายพัฒนาผลติ ภัณฑ์ 35 กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๓ 36 บทท่ี ๔ การบรรจภุ ัณฑ์ผลิตภัณฑ์และการรกั ษาคุณภาพ 37 เรอ่ื งที่ ๑ การบรรจุภณั ฑผ์ ลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารแหง้ และผลติ ภณั ฑผ์ า้ 41 เรือ่ งที่ ๒ การรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ 44 กิจกรรมท้ายบทท่ี ๔ 45 แบบทดสอบหลังเรียน 46 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น – หลังเรียน 47 แนวเฉลยกจิ กรรมท้ายบท 51 บรรณานุกรม 52 คณะผจู้ ดั ทำ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
ค คำแนะนำการใช้หนังสอื เรียน หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่ใช้ประกอบการเรียน สาระการประกอบอาชีพ รายวิชา การออกแบบและ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ จัดทำขึ้นเพื่อใช้สำหรับผู้เรียนที่เป็นนักศึกษาการศึกษานอกระบบ ซึ่งใช้จัดการเรียนรู้ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ในการศึกษาหนังสือประกอบการเรียน สาระการประกอบอาชีพ รายวิชา การออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ์ ผูเ้ รยี นควรปฏบิ ัติ ดังนี้ ๑. ศกึ ษาโครงสร้างรายวชิ าใหเ้ ขา้ ใจหัวข้อ สาระสำคัญ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั และขอบข่ายเนื้อหา ๒. ศึกษารายละเอียดเนื้อหาของแต่ละบทอย่างละเอียด และทำกิจกรรมตามที่กำหนดไว้ในท้าย บทเรียน ซึ่งผ้เู รียนสามารถตรวจคำตอบทถี่ ูกต้องได้จากเฉลยทม่ี ีอยู่ในท้ายเล่ม หากผู้เรียนตอบคำถามกิจกรรม ท้ายบทผดิ ผเู้ รยี นควรกลบั ไปทบทวนเน้ือหาใหมใ่ หเ้ ข้าใจและแกไ้ ขให้ถูกต้อง กอ่ นที่จะศึกษาเรื่องต่อไป ๓. ควรทำกิจกรรมท้ายบทเรียนให้ครบทุกกิจกรรม เพื่อเป็นการสรุปความรู้ ความเข้าใจของเนื้อหา ในเรือ่ งทีเ่ รียนอกี ครงั้ ๔. หนังสอื ประกอบการเรยี นเล่มนี้ มี ๔ บท ได้แก่ บทที่ ๑ ความรู้ทว่ั ไปเก่ยี วกับบรรจุภณั ฑ์ บทท่ี ๒ ประเภทการบรรจภุ ัณฑ์ และการเลือกใชว้ สั ดใุ นการบรรจุภณั ฑ์ บทที่ ๓ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ บทท่ี ๔ การบรรจภุ ัณฑผ์ ลิตภณั ฑ์และการรักษาคุณภาพ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
โครงสรา้ งรายวชิ า ง การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์ รหัสรายวชิ า อช๓๓๘๔๔ สาระการประกอบอาชีพ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย สาระสำคญั การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แสดงให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ที่มีต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้เกิดประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่า การส่งเสริมการขาย จึงควร เรียนรู้การนำองค์ความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตอบสนองการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่อไป ในอนาคต พร้อมกับการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ ได้อย่างน่าสนใจ โดยเริ่มต้นจากช่วงแรกเป็นบรรจุภัณฑ์ ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ รูปแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน วัสดุยุคต่อมาเริ่มมีการพัฒนาเทคนิคการผลิต ทมี่ กี ระบวนการ ได้แก่ กระบวนการผลติ กระดาษ กระบวนการผลิตเคร่ืองป้ันดินเผา เปน็ ต้น โดยมีหน่วยงาน ของรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ นอกเหนือจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อพระราชบัญญัติ ยังมีองค์กรท้ัง ส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนที่มีกิจกรรม เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ และในยุคปัจจุบันเริ่มให้ ความสำคัญกับแนวคิดบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้บรรจุภัณฑ์เป็นช่องทางในการสื่อสาร ข้อมูล วัตถุประสงค์ดั้งเดิม เพื่อคุ้มครองผลิตภัณฑ์ ก็เปลี่ยนเป็น บรรจุภัณฑ์ที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภค สง่ ผลให้เกดิ ปฏิสมั พันธ์ และสร้างเจตคตทิ ่ดี รี ะหวา่ งผลิตภัณฑก์ ับผ้บู ริโภคไดช้ ัดเจนมากขนึ้ ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวงั ๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความร้ทู ว่ั ไปเก่ียวกับบรรจุภณั ฑ์ ๒. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับประเภทการบรรจุภณั ฑ์ และการเลอื กใช้วัสดุในการบรรจภุ ัณฑ์ ๓. มคี วามรู้ และมที กั ษะในการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ ๔. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการบรรจุภัณฑ์ผลติ ภัณฑ์และการรักษาคุณภาพ ขอบข่ายเนื้อหา บทที่ ๑ ความร้ทู ่วั ไปเกีย่ วกับบรรจภุ ณั ฑ์ เรอ่ื งท่ี ๑ ความหมายของการบรรจภุ ัณฑ์ เร่อื งท่ี ๒ ความเปน็ มาของการบรรจุภณั ฑ์และปัจจยั ท่ีสง่ ผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ เรื่องท่ี ๓ หน้าท่ีและประโยชนข์ องการบรรจภุ ณั ฑ์ เรอ่ื งที่ ๔ ปจั จัยท่ีสง่ ผลต่อราคาบรรจภุ ัณฑ์ บทที่ ๒ ประเภทการบรรจุภณั ฑ์ และการเลือกใชว้ สั ดใุ นการบรรจภุ ณั ฑ์ เร่อื งที่ ๑ ลักษณะการใช้งานของบรรจุภณั ฑ์ เร่อื งท่ี ๒ ความรใู้ นการเลอื กใช้บรรจภุ ณั ฑ์ เรื่องท่ี ๓ บรรจุภัณฑ์สนิ ค้าทต่ี ้องดูแลเป็นพเิ ศษ เร่ืองท่ี ๔ องคก์ รด้านการรบั รองการบรรจภุ ัณฑ์ บทที่ ๓ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ เร่อื งท่ี ๑ ความรู้พ้ืนฐานการออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ์ เรอื่ งท่ี ๒ หลักการและขนั้ ตอนการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ เรอ่ื งที่ ๓ ลกั ษณะท่ดี แี ละการออกแบบตราสนิ คา้ ท่ดี ี เรื่องท่ี ๔ การออกแบบทด่ี แี ละการพฒั นาท่สี ่งผลตอ่ การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ เรื่องท่ี ๕ หน่วยงานสนบั สนุนเครอื ขา่ ยพฒั นาผลิตภณั ฑ์ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
จ บทท่ี ๔ การบรรจุภณั ฑผ์ ลติ ภณั ฑแ์ ละการรกั ษาคณุ ภาพ เรอื่ งที่ ๑ การบรรจุภัณฑ์ผลติ ภณั ฑอ์ าหารสด อาหารแหง้ และผลติ ภณั ฑผ์ า้ เรื่องท่ี ๒ การรกั ษาคุณภาพของผลติ ภัณฑ์ เฉลยแบบทดสอบการเรียน-หลังเรยี น เฉลยกิจกรรมท้ายบทเรียน บรรณานกุ รม คณะผู้จดั ทำ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ฉ รายวชิ า การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์ รหสั อช๓๓๘๔๔ สาระการประกอบอาชีพ ระดับ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย คำชี้แจง จงเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งคำตอบเดยี ว ๑. ความหมายของบรรจภุ ัณฑ์ คือข้อใด ก. การห่อผลติ ภณั ฑ์ให้สวยงาม ๗. ถา้ ตอ้ งการให้บรรจุภณั ฑท์ ่ีผู้เรียนออกแบบ ข. สิง่ ทท่ี ำให้ผลติ ภัณฑค์ งรปู เดิม แตกตา่ งจากผอู้ ื่น ผูเ้ รียนต้องมใี นเรือ่ งใด ค. รปู ลกั ษณะภายนอกท่สี วยงาม งา่ ยตอ่ การพกพา ก. งบประมาณ ง. การนำผลิตภัณฑ์มาหอ่ หมุ้ ปอ้ งกนั ไมใ่ หช้ ำรุด ข. วสั ดุ อุปกรณ์ เสียหาย สะดวกตอ่ การขนส่ง ค. ความคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ ๒. วัสดุธรรมชาติที่นำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง ง. ข้อมลู พน้ื ฐานของบรรจุภัณฑ์ เปียกนำ้ ได้คือข้อใด ๘. กลยุทธ์ในการดึงดดู ความสนใจของผู้บริโภคทส่ี ำคัญ ก. ลงั ไม้ กล่องไม้ ทีส่ ดุ คือ ข. เขง่ ปลาทู ถุงหหู ว้ิ ก. การบรรจภุ ัณฑ์ ค. กระปกุ นำ้ พริก ปบี๊ ข. การกำหนดราคา ง. ขวดน้ำพลาสติก กลอ่ งของขวัญ ค. การประชาสมั พันธ์ ๓. บรรจภุ ัณฑจ์ ากวัสดธุ รรมชาตมิ คี วามสำคัญในข้อใด ง. ถกู ทุกข้อ ก. ลดปริมาณขยะ ๙. ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของการออกแบบ ข. อนุรักษส์ ่ิงแวดลอ้ ม ก. การสร้างสงิ่ ใหม่ ค. สรา้ งรายไดใ้ ห้แก่ครอบครวั ข. การปรับปรุงดดั แปลงของเดมิ ทม่ี ีอยแู่ ลว้ ง. ถูกท้ังขอ้ ก และ ข ค. มกี ารวางแผนอยา่ งเปน็ ระบบในการสร้างผลงาน ๔. เพราะเหตุผลใด บรรจุภัณฑจ์ ากวสั ดุธรรมชาติ ง. การอนรุ ักษ์รปู แบบของเดิมให้มีคุณคา่ ทางศลิ ปะสงู ข้นึ จงึ ช่วยลดปริมาณขยะ. ๑๐.ขอ้ ใดที่ควรคำนึงในการเลือกซื้อบรรจภุ ัณฑ์ ก. นำไปจำหน่ายไดร้ าคาดี ก. คณุ ภาพ ข. มบี อ่ ขยะเปน็ จำนวนมาก ข. ราคาถกู ค. เพราะย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ค. ประโยชน์ใชส้ อย ง. ปลอดภัยจากผ้ใู ชจ้ งึ นำกลับมาใชใ้ หม่ ง. ถูกทุกข้อ ๕.องคป์ ระกอบของการสรา้ งตราสินค้า หรอื แบรนด์ (Brand Building Dynamic) มกี อี่ งค์ประกอบ ก. ๓ ข. ๔ ค.๕ ง.๖ ๖. การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ ควรคำนงึ ถงึ เรื่องใดบ้าง ก. เอกลักษณ์ของทอ้ งถิ่น ข. วัสดธุ รรมชาติท่ีมีในท้องถิ่น ค. ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถนิ่ ง. ถูกหมดทกุ ข้อ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๑ บทท่ี ๑ ความรูท้ ่ัวไปเกย่ี วกบั บรรจภุ ณั ฑ์ สาระสำคญั ๑. บรรจุภัณฑ์ หมายถึง สิ่งห่อหุ้ม หรือบรรจุผลิตภัณฑ์ รวมถึงภาชนะที่ใช้เพื่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ จากแหลง่ ผลิตไปยงั แหล่งผ้บู รโิ ภค เพ่ือประโยชนใ์ นการปอ้ งกัน รกั ษาผลิตภัณฑ์ไม่ใหช้ ำรุดเสียหาย ๒. วัตถุประสงค์ของการบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถสื่อสารและสร้างผลกระทบต่อ ผู้บริโภคโดยใช้ความรู้แขนงศิลปะเข้ามาสร้างคุณลักษณะ เช่น มีเอกลักษณ์มีลักษณะพิเศษที่ดึงดูดและสร้าง การจดจำตลอดจนเขา้ ถงึ ความหมายและคณุ ประโยชน์ของผลิตภณั ฑ์ ๓. ความเป็นมาของการบรรจุภัณฑ์ ได้มาจากการสังเกตธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบตัว แรงบันดาลใจ ของมนุษย์ที่มีต่อบรรจุภัณฑ์เริ่มแรก จากการสังเกตธรรมชาติ ในการดำรงชีวิตของมนุษย์มีความจำเป็นที่ต้อง บริโภคอาหาร ทำให้มนุษย์เรียนรู้การแก้ปัญหาและพัฒนาสิ่งที่อำนวยความสะดวกในการบริโภค โดย การดัดแปลงสิ่งของที่อยู่รอบตัวด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ ๔. หน้าท่แี ละประโยชน์ของการบรรจภุ ัณฑ์ ทำหน้าที่บรรจใุ ส่สินค้า เช่น ใสห่ ่อสินคา้ ด้วยการชั่งตวงวัด หรือนับ และไม่ให้สินค้าเสยี รูปแตกหักไหลซึม และแสดงข้อมูลรายละเอยี ดของสินค้า เช่น เครื่องหมายการค้า ขอ้ มลู ส่วนผสมแหล่งผลติ เปน็ ตน้ ๕. ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ ในกระบวนการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ มีองค์ประกอบที่เข้ามา เกย่ี วขอ้ งทสี่ ง่ ผลต่อราคาของการพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์ท้ังต่อราคารวมและราคาต่อหน่วย ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวัง ๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั ความหมายของการบรรจุภณั ฑ์ ๒. อธิบายวัตถุประสงคแ์ ละความเปน็ มาของการบรรจภุ ณั ฑ์ได้ชัดเจน ๓. อธิบายหนา้ ท่แี ละประโยชนข์ องการบรรจภุ ัณฑ์ได้ ๔. อธบิ ายปจั จัยทส่ี ่งผลต่อราคาบรรจภุ ัณฑไ์ ด้ ขอบข่ายเนือ้ หา เรื่องที่ ๑ ความหมายและวตั ถปุ ระสงค์ของบรรจุภัณฑ์ เร่อื งท่ี ๒ ความเปน็ มาของการบรรจุภัณฑ์และปัจจัยท่สี ่งผลตอ่ ราคาบรรจภุ ณั ฑ์ เร่อื งท่ี ๓ หน้าที่และประโยชนข์ องการบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๒ เรอื่ งท่ี ๑ ความหมายและวัตถปุ ระสงค์ของบรรจุภณั ฑ์ ๑. ความหมายของบรรจภุ ัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ หมายถึง การออกแบบสร้างสรรค์ภาชนะบรรจุ โดยการนำเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ฯลฯ ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ รวมถึงภาชนะที่ใช้เพื่อการ ขนส่งผลิตภัณฑ์ จากแหล่งผลิตไปยังแหล่งผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ด้านความแข็งแรง สวยงาม เเละป้องกัน รักษาผลิตภัณฑไ์ มใ่ หช้ ำรดุ เสียหาย สรา้ งความพงึ พอใจจากผูซ้ ือ้ สินค้า นยิ ามของคำวา่ บรรจภุ ณั ฑ์ (Packaging) มีนกั วชิ าการและผเู้ ชย่ี วชาญ ไดก้ ล่าวไว้ ดังนี้ กองส่งเสริมอุตสาหกรรม(๒๕๑๗:๑๙) กล่าวว่า บรรจุภณั ฑ์ หมายถงึ ภาชนะทใี่ ชใ้ นการขนส่ง ผลติ ภณั ฑ์ไปยงั แหล่งใชป้ ระโยชน์ โดยความประหยดั และปลอดภยั บริสตันและนีลล์(Briston And Neill,๑๙๗๒:๑) ได้ให้ความหมายของบรรจุภัณฑ์ไว้ ๒ ประการกว้างๆ คือ ๑) การบรรจุภัณฑ์ คือ ศิลปะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการตระเตรียมสินค้าเพื่อการขนส่ง และการขาย ๒) การบรรจุภัณฑ์ คือ วิธีการส่งมอบผลิตภัณฑ์ไปยังผู้บริโภคให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยสมบูรณ์ และมีราคาทีเ่ หมาะสม จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล (๒๕๒๘:๑๐๙) กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์ คือการนำเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ ไม้ ประกอบเป็นภาชนะห่อหุ้มสินค้า เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยที่มีความแข็งแรง สวยงามได้ สัดส่วนทีถ่ กู ตอ้ งสร้างภาพพจนท์ ีด่ ี มีภาษาในการตดิ ต่อสอ่ื สาร และทำใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจ จากผ้ซู อ้ื สนิ คา้ ๒. วตั ถปุ ระสงค์ของบรรจภุ ัณฑ์ ๒.๑ เพื่อสร้างบรรจุภณั ฑ์ให้สามารถเอื้อประโยชน์ด้านหน้าทีใ่ ช้สอยได้ดี มีความปลอดภยั ประหยัด และมีประสทิ ธภิ าพ ๒.๒ เพ่ือปกป้องคมุ้ ครองและรักษาคณุ ภาพสินคา้ ๒.๓ เปน็ ตวั ช้บี ง่ และสื่อสารรายละเอียดสนิ ค้า ดงึ ดดู ผู้บริโภค แสดงถงึ ภาพลกั ษณ์ ๒.๔ เปน็ ตน้ ทนุ ในการผลติ สนิ ค้า เมอื่ บรรจุภัณฑ์ดียอ่ มมีส่วนช่วยให้มูลคา่ สินคา้ สูงข้ึน การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๓ เรือ่ งที่ ๒ ความเป็นมาของการบรรจุภณั ฑ์และปัจจัยทส่ี ง่ ผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ ความเป็นมาของบรรจุภัณฑ์ เกิดจากการสังเกตธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบตัว แรงบันดาลใจของ มนุษย์ที่มีต่อบรรจุภัณฑ์ เริ่มแรกจากการสังเกตธรรมชาติ ได้แก่ รูปทรงของไข่ รูปทรงโค้งของเปลือกไข่ ทำหน้าที่คอยปกป้องแรงกระแทกของไข่ไม่ให้ส่งผลรุนแรงต่อเนื้อไข่ภายใน ลักษณะที่รีของเปลือกไข่ทำให้ไข่ กลิ้งได้ไม่สะดวก พื้นผิวของเปลือกไข่มีรูพรุนทำให้มีอากาศภายในอย่างเหมาะสม รูปโค้งของเปลือกไข่ทำให้ ความอบอ่นุ จากการกกเป็นไปอยา่ งทว่ั ถึง เน้อื ไขข่ าวภายในมคี วามเหลวหนดื ทำหนา้ ท่ีปกป้องไขแ่ ดง สิ่งที่ปรากฏในธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ ฝักถั่วลันเตาที่นับว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบ เมด็ ถวั่ ภายในเรยี งตัวเป็นแถวตวั ฝัก มลี กั ษณะเปรยี บเหมือนเคลือบฟิล์ม ๒ ชั้น โดยมชี ั้นนอกที่แข็งและชั้นในท่ี ออ่ นนมุ่ ภายในฝักถวั่ มีการปรับสภาพอากาศทเี่ หมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเมลด็ ถว่ั ในการดำรงชีวิตของมนุษย์มีความจำเป็นที่ต้องบริโภคอาหาร ทำให้มนุษย์เรียนรู้การแก้ปัญหาและ พัฒนาสง่ิ ทีอ่ ำนวยความสะดวกในการบริโภค โดยการดดั แปลงสิ่งของทอ่ี ยู่รอบตัวดว้ ยวิธีการต่าง ๆ เชน่ การใช้ ใบไม้ เปลือกไม้ เปลือกหอย กระบอกไม้ กระเพาะสัตว์ มาผูกมัดเพื่อประกอบการรับประทานอาหาร และ พัฒนาตกแต่ง ประดิษฐ์ เปลี่ยนแปลง ให้เหมาะสมกับการใช้สอยมากขึ้น รวมถึงการอำนวยความสะดวก ในการเก็บรักษาและเคลื่อนย้ายอาหาร ได้แก่ การนำเอาส่วนต่าง ๆ ของพืชหรือสัตว์ มาขัดสาน เย็บ มัด ห่อหมุ้ เป็นกระจาด ชะลอม ส่ิงหอ่ หมุ้ ซ่งึ ถอื เปน็ บรรจภุ ณั ฑ์ในยุคแรก ๆ จากหลักฐานที่ปรากฏในสมัยประวัติศาสตร์ พบว่า เรื่องราวของภาพเขียนภายในพีระมิดในสมัย อียปิ ตโ์ บราณ มีภาพเขยี นแสดงเรื่องราวการใช้ใบปาล์มหอ่ มดั ไก่สด เพอื่ ป้องกันการเนา่ เสียปรากฏอยู่ด้วย การบรรจภุ ณั ฑ์ ในสมัยกรีกและโรมัน ท่ีมา : http://netra.lpru.ac.th/~weta/c1/c1_print.html นอกจากนีแ้ ลว้ ยังไดม้ ีการคน้ พบหลักฐานหลายอยา่ งในสมัยกรีกและโรมัน จากซากเรือทีจ่ มในทะเล เมดิเตอเรเนียน อันเป็นเส้นทางค้าขายสินค้าในยุคนั้น พบสิ่งของต่าง ๆ ที่คาดว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ถังไม้ ลงั ไม้ ภาชนะเครื่องแก้ว เป็นต้น การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๔ ยุคโบราณ มนุษย์ยุคแรกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้จากวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบไม้ เปลือกหอย หนังสัตว์ เปลือกผลไม้ ไม้ท่กี ลวง ในอดตี มนุษย์ยังไม่รจู้ ักการเพาะปลูก จึงต้องออกหาอาหารในปา่ จึงได้คิดหาส่ิงรอบตัว มาช่วยในการขนของเพ่อื ให้ได้ของคราวละมาก ๆ บรรจุภณั ฑท์ ีไ่ ด้จากวสั ดธุ รรมชาติ ทม่ี า : https://greenwave.atimeonline.com/deetorjai/detail/๑๔๑๗ การใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ทีไ่ ด้จากพืชในท้องถิ่น ประมาณ ๕,๐๐๐ ปี ก่อนพุทธกาล นำวัสดุจากพืชและ สัตว์ มาทำตะกร้า ถุง กระสอบ มนุษย์เริ่มประยุกต์สิ่งรอบตัวเดิมให้สะดวกต่อการใช้งานและ มีการใช้ดินเผา เพื่อทำภาชนะบรรจุภัณฑ์ เพื่อความทนทานมากขึ้น ปรากฏหลักฐานการใช้เครื่องปั้นดินเผาในประเทศกรีซ ประมาณ ๒,๐๐๐ ปี ก่อนพุทธกาล เริ่มใช้บรรจุภัณฑ์แก้ว ในอารยธรรมแถบดินแดนเมโสโปเตเมีย ค้นพบ เม็ดแก้วแต่ใช้ทำเป็นเครื่องประดับประมาณ ๕๐๐ ปี ก่อนคริสตกาล เริ่มผลิตแก้วด้วยการเป่าแก้ว ประมาณ ๖๐๐ ปี กอ่ นคริสตกาล เรมิ่ มกี ารผลิตกระดาษครงั้ แรก ในดนิ แดนอียปิ ต์โบราณ และประเทศจนี โบราณ กล่องกระดาษลกู ฟูก บรรจภุ ัณฑ์กระปอ๋ ง ท่ีมา : http://netra.lpru.ac.th/~weta/c1/c1_print.html แนวคิดเดิมในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อความจำเป็นในการดำรงชีวิต เปลี่ยนแปลงเป็น การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการค้า การขนส่ง การป้องกันตัวสินค้า มีระบบการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และ การพัฒนาวัสดุและเทคโนโลยีในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ถ้าหากจะสรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนารูปแบบของ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ แบง่ ออกเป็นความกา้ วหนา้ ของกรรมวิธกี ารผลติ กระดาษ และศลิ ปะการพมิ พ์ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๕ ปจั จบุ นั นี้ เทคนิคในการผลิตได้กา้ วไกล ทำใหบ้ รรจุภณั ฑโ์ ลหะเหลา่ น้ี มีรูปแบบหรอื รปู ทรงต่าง ๆ ได้ ตามต้องการ ด้วยการนำเทคนิคคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผลิต รวมถึงพลาสติกที่ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งข้ึน จนสามารถนำมาใชส้ อยในทกุ วันนี้ เทคนคิ การพิมพ์ที่เจริญกา้ วหน้ามา ตัง้ แตต่ น้ ศตวรรษที่ ๑๙ ตอ้ งการพฒั นาในเร่ืองเทคนิคการพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ที่มีความรวดเร็ว ตราผลิตภัณฑ์หรือยี่ห้อที่ติดอยู่บนภาชนะบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ ประเภท ขวดแก้ว หม้อดินเผา กล่อง กระป๋องโลหะ กล่องกระดาษแข็ง หรือกระดาษห่อ ธรรมดา ๆ ต้องมีฉลากที่จะ บอกยี่หอ้ ของผลิตภณั ฑ์น้ัน สง่ ผลในเรอ่ื งของการเพม่ิ คณุ ค่ามลู คา่ และความสนใจใหก้ ับสนิ ค้าท่วั ไป กระป๋องโลหะ กระดาษแข็ง ทีม่ า http://netra.lpru.ac.th/~weta/c1/c1_print.html ปัจจุบันเครื่องหมายการค้าหรือตราของผลิตภัณฑ์ ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญเท่ากับตัวของผลิตภัณฑ์ และเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค รูปแบบท่ีประสบความสำเร็จที่มีอยู่มากมาย มิติใหม่ของ บรรจุภัณฑ์ คือ การนำหลกั การทางศลิ ปะและการออกแบบมาพัฒนากราฟิกบรรจภุ ัณฑ์ให้ไดร้ ูปแบบมาตรฐาน ใหเ้ ปน็ ท่ยี อมรับกนั ในปัจจุบัน พร้อมไปกับความใหญโ่ ตและความสลับซบั ซ้อนของระบบธุรกิจอุตสาหกรรม ส่ือ โฆษณา การแข่งขนั เพ่ือชว่ งชงิ ส่วนแบ่งตลาด เครือ่ งหมายการคา้ หรือตราของผลิตภณั ฑ์ ที่มา : http://www.thaitradebrand.com/ ปจั จยั ท่สี ง่ ผลต่อราคาบรรจุภณั ฑ์ การบรรจุภัณฑ์ (Packaging) หรือการบรรจุหีบห่อนั้น เป็นสิ่งที่มีความสำคัญทั้งในทางเศรษฐกิจ การ ขนส่งและการจำหนา่ ยสินค้าทุก ประเภท ทั้งนี้เพราะสนิ คา้ แทบทุกชนิดจำเป็นต้องอาศยั การบรรจุหีบหอ่ แทบทั้งสิ้น ผลิตภัณฑ์มากกว่าร้อยละ ๗๐ ต้องใช้บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ป้องกัน ผลิตภัณฑ์จากสภาวะส่ิงแวดล้อมภายนอก และรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ให้นานที่สุด พร้อมทั้งก่อให้ เกิดความสะดวกในการนำผลิตภัณฑไ์ ว้ใหน้ านทีส่ ดุ พรอ้ มท้ังกอ่ ให้เกดิ ความสะดวกในการนำผลิตภัณฑอ์ อกใช้ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๖ นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ยังมีส่วนในการเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ และเร่งเร้าให้ เกิดความต้องการเพื่อผล ทางการตลาดอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าว บรรจุภัณฑ์จึงได้รับความสำคัญขึ้นมาเป็นอย่างมาก และเป็นองค์ประกอบหลักที่ ผู้ผลิตนำมาเป็นเครื่องมือสำหรับการแข่งขัน ซึ่งถ้าตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์มีฐานะเป็นพระเอก (The Lead) บรรจุภัณฑ์ก็เปรียบเสมือนพระรอง (The Subordinate) ที่นำมาเน้นย้ำการบริการตัวเองเป็นผู้ช่วย ขายผลิตภัณฑ์ เพราะสามารถแสดงตัวหรือตราสินค้า (Brand) ต่อผู้ใช้ประจำได้อย่างรวดเร็ว และยังพยายาม ที่จะจงู ใจ ผู้ทไี่ ม่เคยใช้ให้เกดิ ความสนใจอยากท่ีจะทดลองใช้ เปน็ คร้งั แรกอีกด้วย สินค้าและบรรจุภัณฑ์จึงเป็น ของคกู่ นั มาตลอด ย่งิ สนิ คา้ ผลิตภัณฑ์มกี ารคิดค้น การผลติ การแขง่ ข้นมากเท่าใด กรบรรจุภัณฑ์ก็จะได้รับการ พัฒนาขึ้นตามไปมากเท่าน้ัน จนกระทงั่ ปจั จุบนั เป็นท่ยี อมรบั กันทั่วไปวา่ บรรจุภณั ฑม์ คี วามสำคัญสำหรับสินค้า แลการตลาดอยา่ งจะขาดเสยี ซ่ึงสิ่งหนึ่งใด ท้ังน้ีเพราะบรรจภุ ณั ฑ์ไดแ้ สดงหน้าที่และบทบาทในการตลาด คอื ในกระบวนการสร้างสรรค์บรรจภุ ัณฑ์ มอี งคป์ ระกอบท่เี ข้ามาเกย่ี วข้องทสี่ ง่ ผลต่อราคาของการพัฒนา บรรจภุ ณั ฑ์ ท้ังต่อราคารวมและราคาต่อหนว่ ย ดังน้ี ๑. ราคาต้นทนุ ของวัสดบุ รรจุภณั ฑ์ ๒. ราคาของกรรมวธิ ีการผลิตบรรจุภัณฑ์ ๓. ราคาของการเก็บรักษาและการขนสง่ ๔. ราคาของเคร่อื งมอื เครอื่ งจักรทใ่ี ชใ้ นการผลติ และบรรจภุ ณั ฑ์ ๕. ราคาของการใชแ้ รงงานทเ่ี กี่ยวขอ้ ง การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๗ เรอื่ งท่ี ๓ หน้าท่ีและประโยชน์ของการบรรจภุ ัณฑ์ ๑. หน้าทข่ี องการบรรจุภณั ฑ์ ๑. การทำหนา้ ทบ่ี รรจใุ สส่ นิ คา้ เชน่ ใสห่ ่อสนิ ค้า ดว้ ยการช่ัง ตวง วัด หรือนบั ๒. การทำหนา้ ท่ีคุ้มครองปอ้ งกันตวั ผลิตภัณฑ์ ไมใ่ ห้สนิ คา้ เสียรูป แตกหัก ไหลซึม ๓. ทำหน้าท่รี กั ษาคณุ ภาพอาหาร เช่น ปอ้ งกนั อากาศซมึ ผ่าน ปอ้ งกันแสง ป้องกนั ความชืน้ เป็นตน้ ๔. ทำหน้าทเี่ ปน็ ฉลากแสดงข้อมูลรายละเอยี ดของสนิ คา้ เชน่ เครอื่ งหมายการค้า ข้อมูลสว่ นผสม แหล่งผลติ เป็นตน้ ๕. ทำใหต้ ัง้ ราคาขายได้สงู ขึน้ เนื่องจากความสวยงามของบรรจภุ ณั ฑจ์ ะสรา้ งมูลค่าเพิ่มให้แก่สนิ คา้ ฉลากแสดงข้อมลู รายละเอยี ดของสินคา้ ทม่ี า : www.bizkeenpackaging.com ฉลากแสดงข้อมลู รายละเอยี ดของสนิ คา้ ท่ีมา https://www.thaiprintshop.com/ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๘ ๒. ประโยชนข์ องการบรรจุภณั ฑ์ ๑.การป้องกันบรรจุภัณฑ์ การป้องกันบรรจุภัณฑ์ที่ดีนั้นจะต้องป้องกันสินค้าต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยจะต้องป้องกันสินค้าของเราให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งจะต้องป้องกันน้ำ ป้องกันความช้ืน ป้องกันแสง ปอ้ งกนั แกส๊ เมอื่ มีอุณหภูมสิ ูงหรือต่ำ ผลิตภณั ฑจ์ ะต้องไม่แปรสภาพ ไม่ฉีกขาดง่าย ต้องปกป้องให้ สินค้าใหม่อย่เู สมอซง่ึ จะทำให้สินค้าของเรามคี ุณภาพที่ดี ๒.การจัดจำหน่ายและการกระจาย การจัดจำหน่ายและการกระจาย บรรจุภัณฑ์จะต้องเหมาะกับ พฤติกรรมการซื้อขายเอื้ออำนวยในการแยกขาย ส่งต่อ การตั้งโชว์ การกระจาย การส่งเสริมจูงใจในตัว ทนต่อ การขนย้าย ขนส่ง และการคลังสินค้า ด้วยต้นทุนสมเหตุสมผล ไม่เกิดรอยขูดขีด / ชำรุด ตั้งแต่จุดผลิตและ บรรจุจนถึงมือผู้ซอ้ื / ผู้ใช้ / ผบู้ ริโภค ทนทานต่อการเก็บไว้นานได้ ๓.การส่งเสริมการจำหน่าย การที่เรามีบรรจุภัณฑ์เป็นของตัวเองนั้น เราก็สามารถที่จะออกแบบ ให้ผลิตภัณฑ์มีความโดดเด่นและแตกต่างจากเจ้าอื่นได้ และยังสร้างจุดเด่นให้กับตัวสินค้า โชว์ตัวเองได้อย่าง สะดุดตา สามารถระบุแจ้งเงื่อนไข แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอผลประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อจูงใจผู้บริโภค เมื่อต้องการจัดรายการเพื่อเสริมพลังการแข่งขัน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงและจัดทำได้สะดวก ควบคุมได้และ ประหยัด ๔.บรรจุภัณฑ์กลมกลืนกับสินค้า จะต้องมีความเหมาะสมในแง่ของการออกแบบต่างๆ ซึ่งจะต้องมี ความสะดวกสบายในการใชง้ าน ๕.การเพิ่มยอดขาย เนื่องจากในตลาดมีสินค้าและคู่แข่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หากบรรจุภัณฑ์ของสินค้า ใดได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี จะสามารถดึงดูดตา ดึงดูดใจผู้บริโภคและก่อให้เกิดการซือ้ ในที่สุด รวมทั้ง การลดตน้ ทนุ การผลิต ทม่ี า https://www.wynnsoftstudio.com/5-Benefits-of-Packaging การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๙ กิจกรรมท้ายบทที่ ๑ ความร้ทู ัว่ ไปเก่ียวกับบรรจภุ ัณฑ์ คำช้ีแจง ให้ผ้เู รยี นตอบคำถามตอ่ ไปน้ี ลงในช่องวา่ งที่กำหนดให้ ๑. บรรจุภณั ฑ์ หมายถงึ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. สรุปใจความสำคญั วัตถุประสงคแ์ ละความเป็นมาของการบรรจุภัณฑ์ พอสังเขป .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................... ..................... ๓. จงบอกหน้าทแ่ี ละประโยชน์ของการบรรจุภัณฑ์ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................. ................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๔. อธบิ ายปจั จยั ทสี่ ง่ ผลตอ่ ราคาบรรจุภัณฑ์ มีอะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................... .......................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................... ..................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๑๐ บทท่ี ๒ ประเภทการบรรจภุ ณั ฑ์ และการเลือกใช้วสั ดุในการบรรจุภัณฑ์ สาระสำคญั ๑. ลกั ษณะการใชง้ านของบรรจุภัณฑ์ แบ่งออกเป็น ๓ ลกั ษณะ คอื บรรจภุ ัณฑ์เฉพาะหนว่ ย บรรจภุ ัณฑ์ ช้นั ใน และบรรจภุ ัณฑช์ นั้ นอกสุด ๒. ความรใู้ นการเลือกใชบ้ รรจุภณั ฑ์ แบง่ ออกเป็น ๒ เรือ่ ง ประเภทของวัสดุทีผ่ ลิตบรรจุภณั ฑ์ และการ เลอื กบรรจุภณั ฑ์สำหรับสนิ ค้าอนั ตราย ๓. บรรจุภณั ฑ์สินค้าที่ต้องดูแลเปน็ พิเศษ ในการรับขนส่งสนิ ค้าที่ต้องดแู ลเป็นพิเศษผู้ส่งต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขที่ระบุไว้ในระเบียบว่าด้วยการขนส่งสินค้าพิเศษ และต้องมีฉลากติดในบรรจุภัณฑ์โดยสนิ ค้าที่ต้องดูแล เป็นพเิ ศษแบ่งได้หลายกลุม่ ๔. หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ นอกเหนือจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อ พระราชบัญญตั ิ ยังมอี งค์กร ทั้งส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนทีม่ กี ิจกรรมเก่ียวขอ้ งกบั บรรจภุ ณั ฑ์ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั ลกั ษณะการใชง้ านของบรรจภุ ัณฑ์ ๒. อธิบายการการเลอื กใช้บรรจภุ ัณฑ์ไดช้ ัดเจน ๓. อธิบายบรรจภุ ณั ฑ์สนิ ค้าท่ีตอ้ งดูแลเปน็ พิเศษได้ ๔. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั องคก์ รด้านการรับรองการบรรจุภัณฑ์ ขอบขา่ ยเน้อื หา เรอ่ื งที่ ๑ ลกั ษณะการใชง้ านของบรรจภุ ณั ฑ์ - บรรจภุ ัณฑเ์ ฉพาะหนว่ ย - บรรจุภัณฑ์ช้ันใน - บรรจภุ ัณฑ์ชน้ั นอกสุด เรอ่ื งท่ี ๒ ความรูใ้ นการเลือกใช้บรรจภุ ัณฑ์ - ประเภทของวัสดุที่ผลติ บรรจุภัณฑ์ - การเลือกบรรจภุ ัณฑส์ ำหรบั สินคา้ อันตราย เร่อื งท่ี ๓ บรรจภุ ัณฑ์สนิ ค้าทตี่ ้องดแู ลเป็นพิเศษ เรอ่ื งท่ี ๔ องค์กรดา้ นการรบั รองการบรรจภุ ณั ฑ์ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๑๑ เร่ืองท่ี ๑ ลกั ษณะการใช้งานของบรรจุภณั ฑ์ ๑. บรรจภุ ณั ฑ์เฉพาะหนว่ ย บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอยู่กับผลิตภัณฑ์ชั้นแรก เป็นสิ่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์เอาไว้เฉพาะหน่วย โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรก คือ เพิ่มคุณค่าในเชิงพาณิชย์ (To Increase Commercial Value) เช่น การกำหนดให้มีลักษณะพิเศษเฉพาะหรือทำให้มีรูปร่างที่เหมาะแก่ การจับถอื และอำนวยความสะดวกต่อการใชผ้ ลิตภัณฑ์ภายใน พร้อมทั้งทำหนา้ ท่ีให้ความปกป้องแก่ผลิตภัณฑ์ โดยตรงอีกด้วย ท่ีมา : https://bizkeenpackaging.wordpress.com/ ๒. บรรจภุ ณั ฑ์ชั้นใน บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่อยู่ถัดออกมาเป็นชั้นที่สอง มีหน้าที่รวบรวม บรรจุภัณฑ์ขั้นแรกเข้าไว้ด้วยกันเป็นชุด ในการจำหน่ายรวมตั้งแต่ ๒– ๒๔ ชิ้นขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ ขั้นแรก คือ การป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์จากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรงกระทบกระเทือน และอำนวย ความสะดวกแก่การขายปลีกย่อย เป็นต้น ตัวอย่างของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ กล่องกระดาษแข็งที่บรรจุ เคร่ืองดื่มจำนวน ๑ โหล สบู่ ๑ โหล เป็นตน้ ทีม่ า : https://www.unbox.in.th/ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๑๒ ๓. บรรจุภัณฑ์ช้นั นอกสดุ บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหน่วยรวมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขนส่ง โดยปกติแล้วผู้ซื้อจะไม่ได้เห็นบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มากนัก เนื่องจากทำหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ในระหว่าง การขนสง่ เท่าน้ัน ลกั ษณะของบรรจภุ ัณฑ์ประเภทน้ี ได้แก่ หีบ ไม้ ลัง กลอ่ งกระดาษขนาดใหญ่ที่บรรจุสินค้าไว้ ภายใน ภายนอกจะบอกเพียงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขนส่งเท่านั้น เช่น รหัสสินค้า ( Code) เลขที่ (Number) ตราสินค้า สถานทสี่ ง่ เป็นตน้ ทม่ี า : http://artd๓๓๐๒-worachai.blogspot.com/๒๐๑๖/๐๘/๑.html ท่ีมา https://www.vkplastic.com/2021/04/23 การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๑๓ เรื่องที่ ๒ ความรูใ้ นการเลือกใชบ้ รรจภุ ณั ฑ์ ๑. ประเภทของวัสดุใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ วัสดุที่นิยมใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นหลายประเภท และแตล่ ะประเภทมีลกั ษณะการใชแ้ ละคณุ สมบตั ิทแ่ี ตกตา่ งกัน ดังนี้ ๑.๑ บรรจุภัณฑ์กระดาษ นิยมใช้กันมากและยังมีหลายชนิด วัสดุที่นำมาผลิต ได้แก่ เยื่อกระดาษ ซ่งึ มที ั้งเย่ือกระดาษคุณภาพ สำหรบั บรรจุภัณฑอ์ าหารและเครอื่ งด่มื เชน่ แกว้ กระดาษ ถ้วยกระดาษ กล่องข้าว ที่สามารถย่อยสลายได้ ส่วนเยื่อกระดาษรีไซเคิล ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ประเภท กล่องลูกฟูก ถาดไข่ หรือถาดรอง แก้วกาแฟ บรรจภุ ณั ฑก์ ระดาษ บรรจภุ ณั ฑ์กระดาษ ท่มี า : http://thai.branded-giftboxes.com/ ท่ีมา : https://atkitchenmag.com/good-box-pack ๑.๒ บรรจุภัณฑ์พลาสติก จะแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภทคือ พลาสติกคงรปู และพลาสติกอ่อนตวั ทั้ง ๒ ประเภทมีการนำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย เช่น ขวดพลาสติก ถ้วยและถาดพลาสติก ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์พลาสติกยังใช้ประโยชน์ได้เอนกประสงค์ สามารถบรรจุอาหารร้อน อาหารสด และอาหาร แช่แข็งได้ พลาสติกนับว่าเป็นวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในชีวิตประจําวันของ ผู้บริโภคต้องการความสะดวก รวดเร็ว ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ผู้ประกอบการจึงให้ ความสำคัญในการใช้วัสดุพลาสติกมาเป็นภาชนะบรรจุผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย มีแนวโน้มการใช้ เพิ่มขึ้น เนื่องจากคุณสมบัติของพลาสติกเป็นสารสังเคราะห์ จำพวกโพลิเมอร์ ประกอบด้วยสารหลายอย่าง โดยใช้กรรมวิธีดัดแปลงให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานที่ใช้ เช่น กันการซึมของอากาศ น้ำ หรือไขมัน ทนต่อ ความรอ้ นหรอื เย็น ทนกรดหรือดา่ ง โดยทว่ั ไปพลาสตกิ มนี ำ้ หนักเบา ไมน่ ำความร้อน ไม่นำไฟฟ้า ทำให้มีรูปร่าง และขนาดตา่ ง ๆ ได้ ๑) ขวดพลาสติก นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการบรรจุสินค้าที่เป็นของเหลว เนื่องจาก ใช้ทดแทนขวดแก้วไดเ้ ปน็ อยา่ งดี และผลิตไดร้ วดเรว็ สวยงาม ราคาถกู ขวดพลาสติกมีหลายชนิด ดังน้ี (๑) ขวดทท่ี ำจากโพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ใช้บรรจอุ าหารและเคร่ืองดื่ม เชน่ น้ำมนั น้ำผลไม้ (๒) ขวดทท่ี ำจากโพลเิ อทลิ ีน (PE) ชนดิ ความหนาแนน่ สูง ใช้บรรจุนม นำ้ ดม่ื ยา สารเคมี ผงซกั ฟอก เครอื่ งสำอาง (๓) ขวดทท่ี ำจากโพลเิ อสเธอร์ (PET) ใชบ้ รรจนุ ำ้ อัดลม เบยี ร์ ทมี่ ีความจมุ ากกวา่ ๑ ลิตร ๒) ถ้วยพลาสติก มีการใช้งานเช่นเดียวกับขวดแต่นิยมใช้กับอาหารข้น เช่น โยเกิต เนย นำ้ สลัด ไอศกรีม สงั ขยาสำหรบั ขายปลีก เปน็ ต้น การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๑๔ ๓) ถาดและกล่องพลาสติก มีทั้งแบบมีฝาและไม่มีฝา นิยมใช้บรรจอุ าหารสำเร็จรปู อาหารก่ึง สำเร็จรูป ประเภทที่ปรุงสำเร็จได้ในเวลารวดเร็ว ที่เรียกว่า ฟาสพู๊ด (fast food) และอาหารสด ซึ่งมักห่อรัด ด้วยฟิล์มพลาสติกที่นิยมใช้ทำถาด คือ ไพลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) โพลิสไตรีน (PS) และโฟม (expanded polystyrene) ๔) บลสิ เตอร์แพค (Blister Pack) และสกินแพค (Skin Pack) (๑) บลิสเตอร์แพค (Blister Pack) คอื การใชพ้ ลาสติกใสข้ึนรปู ดว้ ยความร้อน และนำมา ประกบติดกับแผ่นกระดาษแขง็ เพ่ือเปน็ แผน่ ยดึ ใหส้ ามารถแขวนได้ ส่วนใหญ่ใช้บรรจสุ งิ่ ของเครือ่ งใช้ เช่น แปรง สฟี นั เคร่อื งเขยี น ยา ลูกกวาด ฯลฯ เปน็ ตน้ (๒) สกินแพค (Skin Pack) คือ หีบห่อที่ทำจากแผ่นพลาสติกที่ขึ้นรูปด้วยความร้อนหรือ นำมาประกบวัสดุที่บรรจุ (skin) โดยใช้ความร้อนและประกบติดกับแผ่นกระดาษแข็งเพื่อใช้แขวนได้นิยมใช้ พลาสติกชนดิ PVC (๓) กระป๋องพลาสติก (Plastic Can) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปทรงกระบอก มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิมนยิ มนำมาใช้บรรจุอาหารแชแ่ ข็ง กาแฟผงสำเรจ็ รปู และน้ำมนั เครอ่ื ง (๔) หลอดพลาสตกิ (Plastic tube) เปน็ บรรจุภณั ฑท์ ี่มีน้ำหนกั เบา ไม่รว่ั หรือไม่แตกง่าย คงรูปร่างได้ตลอด ให้ความสวยงาม นิยมใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง และของใช้อื่นๆ เช่น โฟมล้างหน้า แชมพสู ระผม (๕) กระสอบพลาสติก (Woven plastic film tape sack) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทอด้วยแถบ ฟิลม์ พลาสติก น้ำหนักเบา ทนทานตอ่ การใช้งาน นยิ มนำมาใชเ้ ป็นถุงบรรจุพืชผลทางการเกษตร เช่น ป๋ยุ เมล็ด พันธุพ์ ชื อาหารสตั ว์ ข้าว แป้ง น้ำตาล ฯลฯ (๖) ตาข่ายพลาสติก (Plastic net) เป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีความเหนียวและ ความแข็งแรงสูง โดยสานพลาสติกเป็นถุงมีลักษณะโปร่ง ระบายอากาศได้ดี นิยมใช้บรรจุผลไม้สด เช่น สม้ เขยี วหวาน มะนาว หอมหัวใหญ่ ฯลฯ (๗) หลอดลามิเนต (Laminate tube) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่นำมาใช้เพื่อทดแทนโลหะ ผลิต ด้วยพลาสติกหลายชั้น ตัวหลอดมีแผ่นเปลวอะลูมิเนียมเป็นตัวสกัดกั้นความชื้นและออกซิเจน เพื่อรักษา คุณภาพของผลิตภัณฑ์ มีน้ำหนักเบา ไม่รั่วหรือแตกง่าย ให้ความสวยงาม นิยมนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ เครอ่ื งสำอาง ยาสฟี ันและยา (๘) โฟม (Foam) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติกที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่ ทำในรูปกล่องมีความยืดหยุ่นขึ้นรูปทรงต่าง ๆ ได้ง่าย น้ำหนักเบา ผิวเรียบ ป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำและ น้ำมนั ได้ดี และราคาถูก นิยมนำมาใชบ้ รรจอุ าหาร ผัก ผลไมส้ ด บรรจุภัณฑ์พลาสติก ท่มี า : https://yellow.co.th/page ทม่ี า : https://www.dbestbakery.com/category/ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๑๕ (๙) ลังพลาสติก (Plastic crate) เป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง สามารถใช้หมุนเวียนได้ หลายครั้งแข็งแรง และทำความสะอาดได้ง่าย นิยมนำมาใช้ทำบรรจุภัณฑ์ประเภท นม เบียร์ เครื่องด่ืม ผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตผลทางการเกษตร ๑.๓ บรรจุภัณฑ์โลหะ เป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดเก่าแก่ แต่ยังคงได้รับความนิยม ลักษณะของบรรจุ ภณั ฑ์ ทท่ี ำมาจากโลหะนัน้ มีมากมายหลายรูปแบบ เชน่ กระป๋องเครือ่ งดื่ม หรืออาหารสำเรจ็ รูป ถังหูหิ้ว หลอด เคร่อื งสำอาง อลูมิเนยี มฟอยล์ หรืออลูมเิ นียมแผน่ เปลว และกระป๋องฉดี พน่ ตา่ ง ๆ ๑) ชนิดของโลหะท่ใี ช้ทำบรรจภุ ัณฑ์ ได้แก่ (๑) แผ่นเหล็กเคลือบดีบุก (Tinplate) เรียกกันว่าแผ่นเหล็กวิลาส เป็นแผ่นเหล็กดำท่ี นำมาชุบผิวด้วยดีบุกที่มีความบริสุทธิ์ถึงร้อยละ ๙๙.๗๖ เพื่อเพิ่มความแข็งและทนทานต่อการกัดกร่อนไม้ เป็นพิษต่อการใช้บรรจุอาหาร ในปัจจุบนั การชุบผิวที่นิยมใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อให้สามารถควบคุมความหนาของ การชบุ ทผ่ี ิวท้งั ๒ ไดแ้ นน่ อน ใชท้ ำกระปอ๋ งบรรจอุ าหารท่ัวไป (๒) แผ่นเหล็กไร้ดีบุก (Tin Free Steel, TFS) เป็นแผ่นเหล็กดำที่นำมาชุบผิวด้วย โครเมียมและโครเมียมออกไซด์ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการทนทานต่อการกัดกร่อน และการเกาะติดของ แลคเกอร์ ปัจจบุ ันมีการใช้ทำกระปอ๋ งบรรจุน้ำอดั ลม อาหารทะเล นำ้ มนั สแี ละฝาจบี (๓) แผ่นอลูมิเนียม (Aluminum Foil) เป็นโลหะผสมของอลูมิเนียมกับโลหะอื่น ข้อดีคือ นำ้ หนกั เบาทนทานต่อการกดั กร่อน นยิ มใช้ทำกระป๋องแบบ ๒ ชนิ้ เช่น กระปอ๋ งบรรจุน้ำอัดลม กระป๋องฉดี พน่ ๒) รูปแบบของบรรจภุ ัณฑโ์ ลหะ มีดังน้ี (๑) กระป๋อง (Can) กระป๋องโลหะส่วนมากทำมาจากวัสดุโลหะได้แก่ แผ่นเหล็กเคลือบ ดีบุก และแผ่นอะลูมิเนียม เป็นบรรจุภัณฑ์โลหะที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่น คือ สามารถป้องกันการซึมผ่านของอากาศและก๊าซ ความชื้น และแสงไดั ๑๐๐% มีความแข็งแรงทนทานต่อ การพับงอ สามารถขึน้ รปู ได้ตามต้องการ และยงั สามารถผำนกระบวนการบรรจุแบบฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงได้ ปัจจุบนั นยิ มใชเ้ ปน็ บรรจภุ ัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม กระปอ๋ งโลหะแบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท ดงั นี้ - กระป๋อง ๓ ชิ้น (๓ Piece can) เป็นกระป๋องที่ประกอบด้วยชิ้นส่วน ๓ ชิ้น คือ ตัวกระป๋อง ฝาบนและฝาล่าง ได้แก่ กระป๋องที่ส่วนใหญ่ใช้บรรจุอาหาร มักจะผลิตจากแผ่นเหล็กเคลือบดีบุก และแผ่นเหล็กไม่เคลือบดบี ุก ขนั้ ตอนในการผลิตกระป๋อง ๓ ช้ิน ส่งิ ทีจ่ ะสงั เกตได้ชัดคือ กระป๋อง ๓ ชน้ิ มีตะเข็บ ข้าง ซ่ึงแต่ก่อนการเข้าตะเข็บข้างจะใช้ตะก่วั เปน็ ตวั บดั กรี อยา่ งไรก็ตามเน่ืองจากตะกวั่ ที่ใช้อาจก่ออันตรายแก่ ผบู้ ริโภค ในปัจจบุ ันโรงงานผลิตกระปอ๋ งจะใชต้ ะเขบ็ เช่ือมดว้ ยไฟฟ้าแทน - กระปอ๋ ง ๒ ชนิ้ (๒ Piece can) เปน็ กระปอ๋ งไร้ตะเข็บข้าง มีตวั กระป๋องและฝาล่าง เป็นชนิ้ เดียวกนั และมฝี าบนอกี ช้นิ หน่งึ วิธีการข้นึ รูปกระป๋อง ๒ ช้นิ มี ๓ วิธกี าร คือ ๑. กระปอ๋ งขึน้ รูปโดยการปมั๊ คร้ังเดียว (Drawn can) ๒. กระป๋องขึ้นรูปโดยการปั๊ม ๒ ครั้ง (Drawn and Redrawn Can ; DRD can) โดยปั๊มครัง้ แรกจะข้ึนรูปเป็นถ้วยเตี้ยก่อน หลังจากนั้นจะปั๊มอีกคร้ัง เพื่อให้เส้นผา่ ศูนย์กลางของกระป๋อง เล็กลงและความสูงมากข้ึนตามต้องการ กระป๋อง ๒ ชน้ิ ที่ผลิตโดยวธิ ีนี้จะมคี วามหนาเท่ากันตลอดทั้งตัวและก้น กระป๋อง สามารถทนความดนั และสญุ ญากาศในกระป๋องได้ ๓. กระป๋องขึ้นรูปโดยการปั๊มและรีดผนัง (drawn and wall ironed can หรือ DI can) โดยปั๊มครั้งแรกจะได้ถ้วยที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับกระป๋องที่ต้องการ หลังจากน้ัน ผนังกระป๋องจะถูกรีดให้เบาลงและกระป๋องมีความสูงเพ่ิมข้ึน (ขั้นตอนการผลิตแสดงดงั รูป) กระป๋องประเภทน้ี การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๑๖ ตัวกระป๋องมีผนังบางกว่าก้นกระปอ๋ ง สามารถทนความดันได้แตท่ นสุญญากาศภายในกระป๋องไม้ได้ จึงนิยมใช้ บรรจเุ บยี ร์และน้ำอดั ลม (๒) ถงั โลหะ (Metal drum) เปน็ บรรจุภณั ฑท์ ีน่ ยิ มใชบ้ รรจภุ ณั ฑท์ ี่นยิ มใชบ้ รรจผุ ลติ ภัณฑ์ เคมีและอุตสาหกรรมทั้งที่เป็นของเหลว กึ่งเหลว เม็ด และผง เพื่อการขนส่ง เช่น ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สีทา บ้าน สารเคลือบผวิ ตัวทำละลาย กาว หมึก สารทำความสะอาด สบู่ อาหาร ยา เป็นต้น (๓) กระป๋องฉีดพ่น (Metal aerosol) หรือกระป๋องสเปรย์ เป็นบรรจุภัณฑ์ประเภท อัดความดันที่บรรจุก๊าซทำหน้าที่เป็นสารขับความดัน และมีวาล์วซึ่งออกแบบให้สามารถบรรจุผลิตภัณฑ์และ ก๊าซ (๔) หลอดบีบ (Collapsible tube) หลอดบีบเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ที่มี ความหนืดสงู ทำจากอะลมู ิเนียมใหค้ วามสะดวกในการใช้งาน บรรจภุ ัณฑ์โลหะ ที่มา : https://pixabay.com/th/photos บรรจุภณั ฑ์โลหะ ทม่ี า : http://www.thaitechno.net/ ๑.๔ บรรจุภัณฑ์แก้ว นิยมใช้กันทั่วไป เนื่องจากมีความสวยงาม มีความใสและทำเป็นสีต่าง ๆ ได้ง่ายมาก ข้อด้อยของแก้ว ก็คือ แตกหักง่าย บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ จึงต้องใช้คู่กับเยื่อกระดาษขึ้นรูป หรือ กระดาษรงั ไข่ (pulp mold) เพื่อป้องกนั การแตกร้าว บรรจุภัณฑ์แก้วทน่ี ยิ มผลิตและใช้กันมีอยู่ ๓ สี คอื ๑) สีใส นิยมใชก้ ันมากและใชก้ ันทัว่ ไป เชน่ ขวดแกว้ ขวดนำ้ หอม ขวดน้ำพริก และอื่น ๆ บรรจุภัณฑ์แกว้ สใี ส บรรจภุ ณั ฑ์แกว้ สใี ส ท่ีมา : http://www.miniaturefairy.com/ ที่มา : https://www.verasu.com/product-detail การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๑๗ ๒) สีอำพัน นิยมใช้ทำขวดยา และขวดเบียร์ ซึ่งเป็นสามารถป้องกันการเกิดปฏิกิริยาเวลาถูก แสงแดดหรือความรอ้ นได้ บรรจภุ ณั ฑแ์ ก้ว สีอำพัน ที่มา : https://www.google.com/search ๓) สีเขียว ลักษณะจะคล้ายกบั สอี ำพัน แตบ่ รรจภุ ณั ฑ์สนี น้ี ยิ มใชก้ บั พวกเครือ่ งดืม่ บรรจุภัณฑแ์ กว้ สเี ขยี ว ท่ีมา : https://www.facebook.com/KeNNoStore/posts ๑.๕ บรรจุภัณฑ์ไม้ ไม้เป็นวัสดุจากธรรมชาติ ใช้ทำเป็นบรรจุภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ ลักษณะ ของไม้ทีใ่ ช้ทำบรรจุภัณฑ์ ไดแ้ ก่ ๑) ไม้จรงิ เช่นไมย้ างพาราหรอื ไม้เนือ้ แขง็ ๒) ไมอ้ ัด เป็นแผน่ บาง ๆ จากไมซ้ งุ แลว้ นำมาตดิ กาวใหเ้ ปน็ เส้นใย จากนนั้ อดั ดว้ ยความรอ้ น ๓) แผน่ ช้นิ ไม้อดั ทำมาจากเศษชน้ิ ไม้มาสับอัดติดกันให้เปน็ แผ่นดว้ ยกาว ๔) แผน่ ใยไม้อดั นำเศษไมม้ าย่อยเปน็ เส้นใยแลว้ นำมาทำแผน่ ใหม่ ปัจจุบันการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ นอกจากช่วยในเรื่องการขนย้ายป้องกันความเสียหายจากการกระแทก การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ยังมีผลทำให้แบรนด์สินค้าได้รับความสนใจได้ หากเลือกใช้กล่องกระดาษ กล่อง ลูกฟูก หรอื บบรรจุภณั ฑ์อาหารและเคร่ืองดมื่ ใหเ้ หมาะกับสินคา้ บรรจุภัณฑ์ไม้ บรรจุภณั ฑ์ไม้ ท่มี า : https://www.peerasuk.com/category/๑๖๒ ทมี่ า : http://www.bunjupun.com/๒๐๑๖/๐๖ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๑๘ ๒. การเลอื กบรรจุภณั ฑ์สำหรับสนิ คา้ อนั ตราย ประเภทวัตถุอันตราย หรือสินค้าประเภทอันตราย คือ สาร สิ่งของ วัตถุหรือวัสดุ ที่อาจเกิดอันตราย ต่อสุขภาพและความปลอดภัยของคน สัตว์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม ระหว่างทำการขนส่ง ซึ่งมีการจัด ประเภทสินคา้ อนั ตรายจากลักษณะของความอันตรายของสารน้นั แบง่ ออกได้ ๙ ประเภท ดังนี้ ๒.๑ วตั ถุอนั ตรายประเกทที่ ๑ วตั ถรุ ะเบดิ (Explosives) เปน็ สารท่ีอยู่ในรูป ตอ่ ไปน้ี (๑) สารระเบิด หมาถึง ของแข็งของเหลว (หรือสารผสม) สามารถทำให้เกิด ปฏิกิริยาเคมี โดยตวั ของมันเองแลว้ ให้ก๊าซที่เม่ือถึงอณุ หภมู ิ และความดนั หน่วย จะทำให้เกดิ การระเบิดอยา่ งรวดเรว็ โดยสาร ประเภทดอกไมเ้ พลงิ รวมอยใู่ นกลุ่มน้ดี ว้ ย (๒) Pyrotechnic Substances หมายถึง สารหรือสารผสม ออกแบบเพื่อให้เกิดความร้อน และกา๊ ซหรอื ควัน หรืออยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ หรือหลายอยา่ งรวมกัน (๓) สง่ิ ของระเบดิ ได้ หมายถึง สง่ิ ของท่ีมีส่วนประกอบของสารระเบิดหนึ่งอยา่ งหรือมากกว่า ทม่ี า : http://www.atc.ac.th/ATCWeb/elearning/elearning/ ๒.๒ วัตถุอันตรายประเภทที่ ๒ ก๊าซ (Gases) หมายถึง สารที่อุณหภูมิ ๒๐ องศาเซลเซียส และ ความดันปกติ ๑๐๑.๓ กิโลปาสกาล ผสมกับอากาศที่สามารถติดไฟได้ที่ความเข้มข้นร้อยละ ๑๓ หรือต่ำกว่า โดยปรมิ าณ หรอื มีช่วงกวา้ งของการตดิ ไฟเม่ืออย่ใู นอากาศต้งั แตร่ อ้ ยละ ๑๒ ข้นึ ไป ทีม่ า : http://www.atc.ac.th/ATCWeb/elearning/elearning/ ๒.๓ วัตถุอันตรายประเภทที่ ๓ ของเหลวไวไฟ (Flammable liquids) หมายถึงของเหลว หรือ ของเหลวผสม หรือของเหลวที่มีสารที่ปกติเป็นของแข็งละลายอยู่ หรือของเหลวที่สารแขวนลอยผสม ซึ่งมีจุด วาบไฟ ที่อุณหภูมิต่ำกว่า ๖๐.๖ องศาเซลเซียสนอกจากนั้นวัตถุอันตรายประเภทนี้ ขังหมายถึงของเหลวซึ่งใน การขนส่งตอ้ งมีอุณหภูมิมากกวา่ หรอื เทา่ กับจดุ วาบไฟของของเหลว ซึง่ จะให้ไอระเหยของสารที่สามารถติดไฟ ไดท้ ่อี ุณหภมู เิ ท่ากับหรอื ต่ำกว่าอุณหภูมิตำ่ สดุ ทส่ี ามารถใชใ้ นการขนส่งได้ ๒.๔ วัตถุอันตรายประเภทที่ ๔ ของเข็งไวไฟ สารที่มีความเสี่ยงต่อการลุกไหม้ได้เอง และสารท่ี สัมผัสกับน้ำแล้วทำให้เกิดก๊าซไวไฟ ( Flammable Solids, Substances Liable to spontaneous combustion, Substances which in contact with water emit flammable gases) คอื สารทเ่ี กดิ การ ลกุ ไหม้ได้เอง สารที่ให้ก๊าซไวไฟ สมั ผสั กบั น้ำ แบ่งเป็น ๓ ประเภทยอ่ ย ดงั ตอ่ ไปน้ี การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๑๙ ๑) ของแข็งไวไฟ หมายถึง ของแข็งซึ่งระหว่างการขนส่ง สามารถที่จะเผาไหม้ได้ง่ายและอาจ ลกุ ไหมไ้ ด้ ๒) สารที่มีความเสี่ยงต่อการลุกไหม้ได้เอง หมายถึง สารที่อาจร้อนขึ้นมาและสามารถลุกไหม้ ไดเ้ องภายใตภ้ าวะปกตใิ นระหวา่ งการขนสง่ เม่อื สัมผสั กบั อากาศแลว้ จะมีอณุ หภูมิสงู ข้นึ ซ่งึ เป็นสาเหตใุ ห้ตดิ ไฟได้ ๓) สารที่ให้ก๊าสไวไฟเมื่อสัมผัสกับน้ำ หมายถึง สารเมื้อทำปฏิกิริยากับน้ำ หมายถึง สารเม่ือ ทำปฏิกิริยากบั นำ้ แล้วอาจลกุ ไหม้ได้เอง หรอื ให้ก๊าสไวไฟ ในปรมิ าณทอี่ าจเป็นอันตรายได้ ๒.๕ วตั ถุอันตรายประเภทที่ ๕ สารออกซิไดซแ์ ละสารเปอร์ออกไซดอ์ ินทรีย์ (Oxidizing substances and Organic peroxides)แบง่ เปน็ ๒ ประเภทดงั น้ี ๑) สารออกซิไดซ์ (Oxidizing substances) หมายถึง สารที่ด้วยตัวของสารเองไม่จำเป็นต้อง ตดิ ไฟ แตโ่ ดยท่ัวไปจะปล่อยออกซเิ จน ซ่ึงเปน็ ก๊าสทเ่ี ปน็ สาเหตุหรือร่วมในการลุกไหม้ของวัสดุอ่ืน สารประเภท นบ้ี างชนดิ รวมอยู่ในส่งิ ของอื่นไดด้ ว้ ย ๒) สารเปอร์ออกไซด์อินทรีย์ (Organic peroxides) หมายถึง สารอินทรีย์ที่มีโครงสร้าง ออกซิเจน ๒ อะตอมดังนี้ -O-๐- ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นสารที่มีอนุพันธ์ของ hydrogen peroxide ซึ่งอะตอม ของ hydrogen นี้ถูกแทนที่ด้วยอนุมูล (radical)๑ หรือ ๒ ตัว ถูกแทนที่ด้วย Organ ic radicals สารเปอร์ ออกไซด์อินทรีย์เหล่าน้เี ปน็ สารไมเ่ สถียร เม่ือถกู ความร้อนจะเกดิ การแตกตวั รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนือ่ งจากการคาย ความร้อนออกมาก หรือเร่งการแตกตัวด้วยตัวเอง และอาจมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (๑) แนวโนม้ ทีจ่ ะระเบดิ สลายตัว (๒) เผาไหมอ้ ย่างรวดเร็วไวตอ่ การกระแทกหรือการเสียดสี (๓) ทำปฏกิ ริ ยิ ากบั สารอื่นกอ่ ให้เกดิ อันตรายได้ (๔) เป็นอนั ตรายตอ่ ตาสารออกซไิ ดส์ ๒.๖ ประเภทท่ี ๖ สารพิษและสารติดเชื้อ (Toxic and Infections substances) แยกเป็น ๒ประเภทย่อย คอื ๑) สารพิษ (Toxic substances) หมายถึง สารพษิ ท่ีเปน็ อันตรายถึงชวี ติ หรอื บาดเจบ็ ร้ายแรง หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกาย โดยการกลืน การสูดดม หรือจากการสัมผัสทาง ผวิ หนงั ๒) สารตดิ เชือ้ (Infections substances) หมายถงึ สารที่รู้วา่ หรอื คาดว่ามีเชื้อโรครวมอยู่ด้วย เชือ้ โรคหมายถงึ สงิ่ มชี ีวติ ขนาดเลก็ รวมทัง้ แบคทีเรีย ไวรัส แบคทีเรียกับราบางชนิดปนกนั พยาธิ, เช้อื รา หรือ เชื้อจุลินทรีย์ได้รับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ซึ่งเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้เป็นที่รู้จักกันว่าหรือคาดว่าสามารถ ทำใหเ้ กิดโรคตดิ เชอื่ ได้ในสัตว์หรอื มนษุ ย์ ๒.๗ วัตถุอันตรายประเภทที่ ๗ วัตถุกัมมันตรังสี (Radioactive Material) หมายถึง วัตถุใดที่มี นิวเคลียร์ที่สามารถแผ่รังสีที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย การพิจารณาความเป็นอันตรายให้เป็นไป ตามมาตรฐานและข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านการขนส่งสารกัมมันตรังสีของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่าง ประเทศ โดยมีคณุ สมบตั ขิ องวัตถกุ มั มันตรงั สี ดังนี้ ๑) วัตถุกัมมันตรังสี มีทั้งที่เป็นอันตรายมากและน้อย เนื่องจากรังสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะเป็นอนั ตรายต่อเนื้อเยื้อต่าง ๆ ของรา่ งการของสิง่ มีชวี ิต การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๒๐ ๒) ในการขนส่งสินคา้ หากสารใดทีม่ ีทีม่ ีค่ากจิ กรรมเฉพาะมากกว่า ๗๐kba/kg (๐.๐๐๒ Uci/g ให้จัดอยู่ ในประเภทน)ี้ ทีม่ า : http://www.atc.ac.th/ATCWeb/elearning/elearning/ ๒.๘ วัตถุอันตรายประเภทที่ ๘ สารกัดกร่อน (Corrosive substances) โดยสารกัดกร่อน มีคุณสมบัติ ดงั น้ี ๑) สารประเภทนี้ ในสภาพปกติเป็น'ได้ทั้งของแข็งและของเหลว และมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ ของสิ่งมชี วี ิตและหากมการรัว่ ไหลของสารจากภาชนะบรรจุ ทำให้เกิดความเสยี หายกบั สภาพแวดล้อมได้ ๒) ไอระเหยของสาร อาจเปน็ อนั ตรายตานัยน์ตาและโพรงจมูก ๓) สารบางชนิดอาจให้ก๊าซพิษเม่อื สลายตัว เมอื่ อย่ใู นบรเิ วณทม่ี อี ณุ หภมู สิ ูง ๔) สารบางชนิดอาจมีคณุ สมบตั ิติดไฟได้ดว้ ย ๕) สารทุกชนิดในประเภทน้ีทำอนั ตรายตอ่ วสั ดตุ ่าง ๆ เช่น โลหะ ใชส้ งั เคราะห์ ๖) สารบางชนิดจะมีฤทธ์ิกัดกร่อนตอ่ เมอื่ ทำปฏิกริ ยิ ากบั นำ้ หรือความช้ืน ๗) สารบางชนดิ เมอื่ ทำปฏิกริ ิยากับนำ้ แล้วจะใหก้ า๊ ซไวไฟ ๘) สารบางชนิดเมอ่ื ทำปฏกิ ิรยิ ากับนำ้ หรอื สารอินทรียจ์ ะให้ความร้อนสงู มาก ๒.๙ วัตถุอันตรายประเภทที่ ๙ สารและสิ่งของอันตรายเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Dangerous Substances and Articles ) หมายถึง สารและสิ่งของที่ในขณะขนส่งมีความเป็นอันตราย ซึ่งไม่จัดอยู่ใน ประเภทที่ ๑ ถึงประเภทที่ ๘ และให้รวมถึงสารท่ีมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ องศาเซลเซียส ในสภาพของเหลว หรอื มีอณุ หภมู ไิ มต่ ่ำกวา่ ๒๔๐ องศาเซลเซียส ในสภาพของแข็ง ทม่ี า : http://www.atc.ac.th/ATCWeb/elearning/elearning/ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๒๑ เร่อื งที่ ๓ บรรจุภัณฑส์ ินค้าท่ีตอ้ งดูแลเป็นพเิ ศษ ในการรับขนส่งสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ผู้ส่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในระเบียบว่าด้วย การขนส่งสินค้าพิเศษ และต้องมีฉลากติดในบรรจุภัณฑ์ โดยสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษแบ่งเป็นหลายกลุ่ม ตอ่ ไปน้ี ๑. สินค้าแตกหักง่าย หมายถึง สินค้าที่มีลักษณะบอบบาง เปราะ หรือแตกหักเสียหายง่ายหาก เกิดการกระทบหรือตกในระหว่างที่ทำการขนส่ง ได้แก่ เครื่องแก้ว เป็นต้น การขนส่งต้องบรรจุในหีบห่อที่ แข็งแรง เช่น ลังไม้และควรเป็นหีบห่อใหม่หากเคยใช้แล้ว ต้องอยู่ในสภาพดีที่แข็งแรง กรณีที่เกิดการแตกข้ึน หีบ ห่อของสินคา้ แตกหักงา่ ยจะต้องติดปา้ ย \" ของแตกหกั งา่ ย \"และปา้ ย \" ต้งั ตามลกู ศร \" ๒. สินค้าน้ำหนักมากและสินค้าขนาดใหญ่ (HEA/BIG) สินค้าน้ำหนักมาก หมายถึง สินค่าที่มี น้ำหนักตั้งแต่ ๑๖๐ กิโลกรัมขึ้นไปต่อหนึ่งหีบห่อ สินค้าขนาดใหญ่จะต้องได้รับการยืนยันการทำสำรองระวาง บรรทกุ กอ่ นการรบั ขนส่งทกุ ครง้ั ๓. ศพมนุษย์ (HUM) การรบั ขนส่งศพมนุษย์จะต้องมีเอกสาร \"ใบมรณะบัตร\" ประกอบการขนส่ง ศพจะต้องบรรจุอยู่ในโลงท่ีแข็งแรงและมีที่จับยึด ภายนอกคลุมด้วยผ้าใบ ส่วนอัฐต้องใส่ภาชนะที่ไม่แตกง่ายมี วสั ดกุ นั กระแทกและมเี อกสาร \"ใบฌาปนกิจ\" แนบมาด้วย ๔. สัตว์มีชีวิต (AVI) การรับขนส่งสัตว์มีชีวิตต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการขนส่งสัตว์มีชีวิต ภายใต้เงือ่ นไข ดังนี้ ๑) สุขภาพสัตว์ต้องไม่ป่วยหรือเป็น โรค ต้องได้รับการดูแลระหว่างขนส่งเป็นอย่างดีและ ห้ามรบั ขนส่งสัตวท์ กี่ ำลงั ทอ้ งแก่ ๒) กรงที่ใช้ขนส่งสัตว์ต้องเหมาะกับชนิดของสัตว์นั้น ๆ ต้องสะอาดและกันน้ำพร้อมติดป้าย สัตวม์ ีชีวิต ๓) อาหารทน่ี ำมาเลีย้ งดสู ตั วต์ อ้ งรวมอยใู่ นน้ำหนกั ทีใ่ ชค้ ดิ ค่าระวางสินค้า ๔) การขนสง่ สัตวม์ ีชีวิตตอ้ งสำรองค่าระวางบรรทุกไวล้ ว่ งหน้า ๕) สตั ว์มีชีวิตจะรวมกับสนิ คา้ อนื่ ภายใต้ใบตราสง่ สนิ คา้ ชุดเดยี วกนั ไมไ่ ด้ ๕. วัตถุที่มีลักษณะเป็นแม่เหล็ก (MAG) สินค้าแม่เหล็กหมายถึงสินค้าที่มีคุณสมบัติสามารถเกิด สนามแม่เหลก็ มผี ลตอ่ ระบบนำร่องของเครื่องบิน ๖. สินค้าของสดหรือที่เสียง่าย (PER) หมายถึงสินค้าที่ง่ายต่อการเน่าเปื่อย บูดเน่าง่าย การรับ ขนส่งสินค้าประเภทนี้ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าและมีการทำสำรองระวางบ รรทุกตลอดเส้นทางบินแต่ละ หีบห่อของสนิ ค้าของสดเสียง่ายตอ้ งติดป้าย \" ของสดเสียงา่ ย \" และ \" ปา้ ยต้ังตามลูกศร\" ๗. สินค้ามีค่า (VAL) กรรับสินค้ำมีค่าต้องมีการควบคุมดูแลการขนส่งอย่างรดกุมปลอดภัยใน ทุกขั้นตอน และต้องมีการทำสำรองระวางบรรทุกตลอดเส้นทางบินไม่ควรมีจุดเปลี่ยนเครื่องหรือถ้ามีให้น้อย ที่สดุ และหีบห่อสินค้ามคี า่ ตอ้ งมัน่ คงแขง็ แรง ๘. สินค้าที่เสี่ยงต่อการสูญหาย (VUN) หมายถึงสินค้าที่ไม่เข้าข่ายสินค้ามีค่าแต่มีลักษณะ และ ขนาดที่เออ้ื อำนวยหรอื มรี าคาจูงใจให้เกดิ การลกั ขโมยหยิบฉวยไดง้ ่าย ได้แก่ กลอ้ งถ่ายรปู นาฬิกา เป็นต้น ๙. สินค้าที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ (WET) ต้องมีการบรรจุหีบห่อและจัดบรรทุกอย่างระมัดระวัง เป็นพิเศษเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมออกมาทำให้สินค้าอื่นเสียหาย กัดกร่อน อุปกรณ์บรรทุกสินค้าและห้องบรรทุก สนิ คา้ ภายในทอ้ งเคร่ืองบินเกิดความเสียหายได้จึงต้องใชก้ ลอ่ งโฟม การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๒๒ เรอ่ื งท่ี ๔ องค์กรดา้ นการรบั รองการบรรจุภณั ฑ์ นอกเหนือจากองค์กรที่รับผิดชอบต่อพระราชบัญญัติ ยังมีองค์กรทั้งส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจ และ เอกชนทม่ี ีกจิ กรรม เกีย่ วขอ้ งกบั บรรจุภณั ฑ์ สรปุ ไดด้ งั นี้ ๑. ส่วนอุตสาหกรรมการเกษตร สำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์และวิจัยข้อมูลทางเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ อุตสาหกรรม การเกษตร เน้นการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากพืช เพื่อกำหนดและพัฒนาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ตามภาวะ การตลาด ประสานงานจัดหาผู้ชำนาญการ เฉพาะด้านเพื่อฝึกอบรมสัมมนา และให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อการ แก้ไขปัญหา และปรับปรุงเทคนิคการผลติตลอดจนการให้บริการ ข้อมูลข่าวสารอุตสาหกรรม และข้อมูลท่ี เกี่ยวข้อง แกส่ ถานประกอบการผลิตบคุ ลากรในระดบั ต่าง ๆ ในสถานประกอบการ ๒. ส่วนบรรจุภัณฑ์ สำนักพัฒนาอตุ สาหกรรมสนับสนุน กรมสง่ เสรมิ อุตสาหกรรม มีหน้าที่ให้บริการ แนะนำ ส่งเสริม และพัฒนาบรรจุภัณฑ์แก่ ผู้ประกอบการกลุ่มบุคคล และบุคคลทั่วไปที่ให้ความสนใจ ในอุตสาหกรรม บรรจุภณั ฑ์ท้ังทางด้านวชิ าการ ด้านเทคโนโลยี การออกแบบและอื่น ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง โดยวิธีการ ตา่ ง ๆ ทั้งการฝกึ อบรม สมั มนา นทิ รรศการ และการจดั ประกวด ๓. ศูนย์บริการออกแบบ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการส่งออก ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มี การแข่งขันกันทางด้านการค้าขายต่อเนื่อง ทุกประเทศจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ ทางด้านการค้าให้ทันต่อ เหตุการณ์และสภาพการแข่งขัน ประเทศไทยได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาตัวสนิ ค้า เนื่องจากคุณภาพ และค่าแรงต่ำไม่ใช่สิ่งจูงใจ และข้อได้เปรียบอีกต่อไปในกระแสโลกานุวัตร ดังนั้น จึงสมควรนำการออกแบบ มาเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าสำหรับการส่งออก รัฐบาลไทยได้เห็นความสำคัญข้อนี้จึงตั้งศูนย์กลาง บรกิ ารการออกแบบ เมอ่ื วันท่ี ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๖๓๓ เพ่ือม่งุ พัฒนาออกแบบสินคา้ สง่ ออกสำคัญ ๔ ชนิด คอื เคร่อื งหนงั อญั มณี ผลติ ภัณฑพ์ ลาสติก และของเดก็ เล่น ๔. ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย สถาบันวิจยั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหง่ ประเทศไทย นโยบายหลกั ของศนู ย์การบรรจุหีบหอ่ ไทย มดี งั นี้ ๑) สนบั สนนุ นโยบายการบรรจภุ ณั ฑ์ของประเทศ ๒) เสริมสร้างขดี ความสามารถขององค์กร เพ่อื สนองความต้องการของผปู้ ระกอบการ ๓) รวบรวม แลกเปล่ียน และบริการขอ้ มลู ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีการบรรจภุ ัณฑ์ ๔) ประสานงานระหว่างผผู้ ลติ และผู้ใชท้ ้ังในและต่างประเทศ ๕. สถาบันค้นคว้า และวจิ ัยผลติ ภณั ฑ์อาหาร มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตรส์ ถาบันค้นควา้ และพัฒนา ผลิตภัณฑ์อาหาร (Institute of Food Research and Product Development หรือ IFRPD) จัดตั้งขึ้นเม่ือ เมอื่ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยแบ่งการบรหิ ารงาน ๗ ฝ่ายและ ๑ ศูนย์ ได้แก่ ฝ่ายบรหิ าร และธุรการ ทั่วไป ฝ่ายค้นคว้าและวิจัย ฝ่ายควบคุมคุณภาพ ฝ่ายผลิตทดลอง ฝ่ายผลิตภัณฑ์อาหาร ฝ่ายศึกษาสาธิต ฝา่ ยวศิ วกรรม ศนู ย์บรกิ ารประกนั คุณภาพทางดา้ นอาหาร โดยมขี อบเขตการทำงาน ดงั นี้ ๑) วิจัยและพัฒนาวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางอาหารเพื่อปรับปรุงเศรษฐกิจ ของโรงงาน อาหารและการเกษตรในประเทศไทย ๒) บริการวิชาการเกี่ยวกับคุณภาพวัตถุดิบ เทคโนโลยีการผลิต ระบบการควบคุมคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อการบรโิ ภคทง้ั ในประเทศและการสง่ ออก ๓) ให้ความชว่ ยเหลือทางดา้ นเทคโนโลยีทางอาหาร และบริการความรทู้ างดา้ นนีแ้ ก่ผู้สนใจ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๒๓ ๔) ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐเอกชน ในการวิจัยการศึกษา ค้นคว้า และฝึกอบรม เกยี่ วกับวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที างอาหาร ๕) เป็นแหล่งข้อมลู ทางด้านวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหาร ตามมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีการเปิดสอนทางด้านบรรจุภัณฑ์ และเทคโนโลยีทางการอาหาร มี อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิที่สามารถให้คำปรึกษา ทดสอบพร้อมทั้งให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กบั บรรจภุ ัณฑ์อาหารได้ มีวัตถปุ ระสงค์ มีดังน้ี ๑. สง่ เสรมิ และสนบั สนุนการประกอบการเกย่ี วกบั บรรจภุ ัณฑ์ ๒. ส่งเสรมิ และเผยแพรว่ ิชาการท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั บรรจภุ ณั ฑท์ ุกประเภท ๓. เปน็ ศูนยก์ ลางการแลกเปลีย่ นความคิดเห็นทางวิชาการ ๔. ติดตอ่ ประสานงานกบั สมาชกิ เพ่อื พฒั นาอตุ สาหกรรมบรรจุภณั ฑ์ให้กา้ วหนา้ สถาบันอาหาร สถาบันอาหารได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ ในรูปแบบองค์กรอิสระภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงอุตสาหกรรม แต่การบริหารงานไม่ผูกพันกับกฎระเบียบการปฏิบัติของทางราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ โดยมหี นา้ ทส่ี นับสนุนและใหค้ วามช่วยเหลือผ้ปู ระกอบการอุตสาหกรรมอาหารใน ๓ ดา้ น คือ ๑. การบริการวิชาการ ๒. การเผยแพร่ บรกิ ารข้อมลู ข่าวสาร ๓. การบริการทดสอบ วเิ คราะหผ์ ลติ ภณั ฑ์อาหาร สถาบนั สญั ลกั ษณร์ หัสแท่งไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย (EAN THAILAND) ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ (โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เนื่องจากตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง ของระบบธุรกิจแบบโลกนุวัตร ที่เกิดขึ้น จึงได้พยายามนำระบบ การจัดเก็บข้อมูลที่ทันสมัยเรียกว่า ระบบ สัญลักษณ์รหัสแท่ง (Bar Code) มาช่วยส่งเสริมและพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ให้ความสะดวกในการใช้งานที่ รวดเร็วถูกตอ้ ง และสอดคลอ้ งกับระบบธุรกิจในต่างประเทศ เพอ่ื เปน็ ไปตามนโยบาย การพฒั นา เศรษฐกิจของ ประเทศ ขณะนี้ประเทศไทยมีรหัสประจำตัวหมายเลข ๘๘๖ ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าไทยใน ตลาดต่างประเทศ โดยผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือนักธุรกิจจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ๘๘๖ เป็นสินค้าของประเทศใด หรือถ้าสินค้าตัวนี้ขายดีขึ้นมา ก็จะรู้ว่าสินค้านี้มาจาก ประเทศไทย (Made in Thailand) และค้นหา บริษัทผู้ผลติ หรือบริษัทผู้แทนจำหนา่ ยได้ จึงทำให้สะดวกในการขยาย ชอ่ งทางการตลาดไดโ้ ดยง่าย การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๒๔ กจิ กรรมท้ายบทท่ี ๒ ประเภทการบรรจภุ ณั ฑ์ และการเลอื กใช้วัสดใุ นการบรรจุภัณฑ์ คำชีแ้ จง ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนลี้ ง ในชอ่ งว่างทีก่ ำหนดให้ ๑. ลักษณะการใชง้ านของบรรจุภัณฑ์ แบง่ ออกเปน็ ก่ีลักษณะ และมอี ะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................ ...... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. ................ .............................................................................................................................................................................. ๒.ประเภทของวัสดุท่ผี ลิตบรรจภุ ัณฑ์ ท่ีใช้กนั อยู่ในปจั จุบนั แบ่งออกเป็นกีป่ ระเภทและมีประเภทอะไรบา้ ง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๓.ให้ยกตัวอย่าง บรรจุภัณฑ์สินค้าแตกหักเสียหายง่ายหากเกิดการกระทบหรือตกในระหว่างที่ทำการขนส่ง ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๔.สมาคมการบรรจภุ ัณฑ์จดั ต้งั ขน้ึ โดยวตั ถปุ ระสงค์ใด ..................................................................................................................................... ......................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๒๕ บทที่ ๓ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ สาระสำคญั ๑. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (packaging design) หมายถึง การกำหนดรูปแบบและโครงสร้างของ บรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภณั ฑ์ และการพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ โครงสรา้ งและกราฟกิ ๒. หลักการและขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ มีทั้งหมด ๕ ข้อ คือ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย กำหนด ชอ่ื ตราสินค้า (Brand) วัสดทุ ีใ่ ช้ทำบรรจุภัณฑ์ รปู ทรง บรรจุภัณฑ์ ท่มี ีรูปร่างสวยงาม และสีสันและกราฟิก ๓. ลักษณะที่ดีและการออกแบบตราสินค้าที่ดี สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ตราสินค้า หรือ แบรนด์ (Brand) และวธิ ีในการสร้างแบรนดส์ นิ คา้ ใหอ้ ยูไ่ ด้ในระยะยาว มที ้งั หมด ๖ วธิ ี ๔. การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีเป็นอย่างมาก บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ เป็นอยา่ งมาก การท่ีเรามีบรรจุภัณฑท์ ่สี วยงามเปน็ สิ่งที่สามารถตอบโจทยก์ ับความต้องการของผู้บริโภคได้เป็น อย่างดี ๕. หน่วยงานสนับสนุนเครือข่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือ“สมอ.”เป็นหน่วยงานระดับกรมสังกัดกระทรวง อุตสาหกรรม ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานผลิตอุตสาหกรรม (มอก.) การรับรองระบบคุณภาพ และรับรอง ความสามารถของหอ้ งปฏิบตั กิ ารทดสอบและสอบเทียบ ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวัง ๑. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับความรู้พนื้ ฐานการออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑ์ ๒. อธิบายหลักการและขั้นตอนการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ได้ชดั เจน ๓. มีความรู้ ความเข้าใจลักษณะทีด่ ีและการออกแบบตราสินคา้ ทดี่ ี ๔. อธบิ ายการออกแบบท่ดี ีและการพัฒนาท่สี ง่ ผลต่อการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ได้ ๕. บอกช่อื หนว่ ยงานทีส่ ามารถสนบั สนุนเครือขา่ ยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขอบข่ายเน้อื หา เรอ่ื งท่ี ๑ ความรู้พนื้ ฐานการออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์ เรื่องที่ ๒ หลกั การและข้ันตอนการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ เรอ่ื งที่ ๓ ลักษณะทด่ี แี ละการออกแบบตราสินคา้ ทด่ี ี เรอื่ งที่ ๔ การออกแบบท่ีดแี ละการพัฒนาท่สี ง่ ผลต่อการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ เร่อื งที่ ๕ หนว่ ยงานสนบั สนุนเครอื ข่ายพัฒนาผลติ ภัณฑ์ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๒๖ เรือ่ งที่ ๑ ความรูพ้ ้นื ฐานการออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์ ความหมายการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (packaging design) หมายถึง การกำหนดรูปแบบและโครงสร้างของ บรรจุภัณฑ์ให้สัมพันธ์กับหน้าที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์ เพื่อการคุ้มครองป้องกันไม่ให้สินค้าเสียหายและเพ่ิม คณุ คา่ ด้านจติ วิทยาต่อผูบ้ ริโภค โดยอาศยั ทั้งศาสตร์และศลิ ป์ในการสรา้ งสรรค์ การพฒั นาการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ จึงแบ่งไดเ้ ปน็ ๒ ส่วน คอื ๑. โครงสร้าง เป็นการออกแบบทางด้านเทคนิคและทางกายภาพของบรรจุภัณฑ์ โดย เน้นกระบวนการบรรจุใส่ การรักษาคุณภาพด้วยการประเมินอายุของอาหาร (Shelf Life) และการป้องกันท่ี เหมาะสมตอ่ การขนส่งและการกระจายสนิ ค้า ๒. กราฟิก เป็นการออกแบบรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการซ้ือ และสื่อความหมายให้แก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งสามารถโน้มน้าวให้เกิดการสั่งซื้อ การออกแบบกราฟิกจะเน้นใน เรือ่ งของการตกแต่งรปู ลักษณด์ ว้ ยภาพพจน์ท่สี ร้างความประทับใจซง่ึ จะกล่าวถึงในบทต่อไป การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นงานที่ต้องทำอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากไม่มีบรรจุภัณฑ์ใดในโลกนี้จะสามารถใช้ได้ ตลอดกาล สาเหตุเพราะการเปลี่ยนแปลงทางด้านการตลาด และเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยนิยมของผู้บริโภค รวมท้ังระบบการจัดจำหนา่ ยท่ีพัฒนาขนึ้ และเทคโนโลยีตา่ ง ๆ ดว้ ยเหตนุ จ้ี ึงเปน็ หนา้ ท่ีของผู้ทเ่ี กี่ยวข้องทางด้าน บรรจุภัณฑ์ จำต้องตื่นตัวอยู่เสมอและพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับ ต้นทุน ตลาด ภาพพจน์ กราฟิก การใช้งานและความต้องการในการรักษาสง่ิ แวดล้อม ท่ีมา : http://www.foodnetworksolution.com/news_and_articles/article/๐๑๐๒/ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ควรจะพัฒนาให้เกิดผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผลกระทบในระยะส้ัน คอื การส่งผลให้ยอดขายพงุ่ ข้นึ อยา่ งรวดเรว็ ผลกระทบในระยะยาวเป็นส่ิงทส่ี ำคญั กวา่ และเป็นสงิ่ ที่พิสูจน์อย่าง แท้จริงว่าการพัฒนาบรรจุภัณฑ์นั้นสำเร็จหรอื ไม่ คือ ความสามารถในการดึงให้ผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายมา ซื้อซำ้ อยูเ่ ร่ือย ๆ ทมี่ า : http://www.foodnetworksolution.com/news_and_articles/article/๐๑๐๒/ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๒๗ เรื่องท่ี ๒ หลกั การและขั้นตอนการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ หลกั การและขัน้ ตอนการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ ๑. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นเรื่องสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพราะกลุ่มเป้าหมาย สามารถส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและเรียนรู้ความต้องการของตลาด และความต้องการของผู้บริโภค โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อที่จะสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ ตรงต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ตัวอย่าง กลุ่มเป้าหมาย เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน แม่บ้าน เด็ก ฯลฯ เป็นตน้ ๒. กำหนดชื่อตราสินค้า (Brand) ตราสินค้าใช้เป็นชื่อหรือเครื่องหมายสำหรับการเรียกขาน ผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจะต้องทำการกำหนดชื่อตราสินค้าให้เรียบร้อยก่อนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดย กำหนดให้ชื่อตราสินค้ามีความเป็นเอกลักษณ์ ชัดเจน น่าสนใจ ที่สำคัญจะต้องเป็นที่จดจำได้ง่าย แก่ผู้บริโภค ตราสินค้าที่ดีน้ันอาจจะตั้งตามชื่อเจ้าของกิจการ ตั้งตามความเชือ่ อันเป็นมงคล ตั้งตามแหล่งที่มา ของผลติ ภัณฑ์ หรอื ต้ังโดยการผสมคำทม่ี คี วามหมายให้เกดิ เป็นคำใหมท่ ่ีมีเอกลักษณ์ ฯลฯ เป็นต้น ลักษณะของ ตราสินคา้ ที่ดี มดี งั น้ี ๒.๑ สั้น กะทดั รดั จดจำได้งา่ ย ออกเสยี งได้ง่าย มคี วามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตวั ๒.๒ แปลเปน็ ภาษาตา่ งประเทศไดง้ ่ายมีความหมายทเ่ี หมาะสม ๒.๓ สามารถบอกถึงคุณสมบตั ิที่สำคญั ของผลิตภณั ฑ์ ๒.๔ สอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สามารถนำไปจดทะเบียน การค้าได้ ตอ้ งไม่ซำ้ กบั ของเดมิ ทมี่ ีอยู่ ๓. วัสดุที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ วัสดุมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การท่ี ผู้ประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้วัสดุอะไรมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์นั้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณสมบัติของวัสดุแต่ละประเภท ที่จะนำมาผลิตบรรจุภัณฑ์เป็นสำคัญ เนื่องจากวัสดุแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติที่เป็นข้อดีและข้อเสีย ในการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ให้คงคุณภาพ การยืด อายุผลติ ภณั ฑ์ และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ท่ีแตกต่างกันไป หากทา่ นเลอื กใชว้ ัสดุไม่ถูกต้อง นอกจาก จะทำให้เกิดผลกระทบต่อตัวผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดต้นทุนในการผลิต บรรจุภัณฑ์ทเี่ พิ่มขนึ้ อกี ด้วย ๔. รูปทรง บรรจุภัณฑ์ ที่มีรูปร่างสวยงาม สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค ถึงแม้ ผู้บริโภคจะยังมิได้สัมผัสกับตวั ผลติ ภัณฑ์ที่อยู่ภายใน รูปทรงของบรรจุภณั ฑ์สามารถสร้างความเป็นเอกลกั ษณ์ ได้ กลา่ วคือเมื่อผบู้ รโิ ภคเห็นรูปทรงสามารถรับรู้ได้ทันทวี ่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไรและมีช่ือตราสินค้าอะไร หรือจะ เปน็ ผลติ ภัณฑ์เดียวแตกต่างกันท่ีชอื่ ตราสนิ ค้า ๕. สีสันและกราฟิก สีสันและกราฟิกนี้คือการรวมของการใช้สัญลักษณ์ ตัวอักษร ภาพประกอบ ลวดลายและพื้นผิว ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดสามารถบ่งบอกถึงชื่อตราสินค้า ลักษณะผลิตภัณฑ์ ที่บรรจุอยู่ ภายในได้และสามารถแสดงถึงแหลง่ ที่มาของผลติ ภณั ฑไ์ ดด้ ว้ ย การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๒๘ เร่อื งท่ี ๓ ลักษณะท่ีดีและการออกแบบตราสินคา้ ทดี่ ี การเริ่มต้นทำธุรกิจ สิ่งสำคญั อยา่ งหน่งึ ท่ีควรนึกถึงคือ ตราสนิ ค้า หรอื แบรนด์ (Brand) ซ่งึ คำๆ นี้หลาย คนคงคุ้นหูกันดีอยู่แล้ว ในการทำธุรกิจนัน้ การสร้างแบรนด์เป็นส่ิงสำคัญทีจ่ ะทำให้เปน็ ข้อได้เปรียบ เนื่องจาก ความรู้สึกในการตัดสินใจซื้อของตา่ ง ๆ นั้นส่วนใหญม่ าจากความน่าเช่ือถือ และชื่อเสียงของบริษัท ซึ่งนั่นก็คอื ส่วนหนึ่งของความหมายของคำว่า “แบรนด์” การสร้างแบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างโลโก้ ชื่อสินค้า หรือ แพคเกจจง้ิ เพียงอย่างใดอยา่ งหนึง่ เท่านน้ั แตผ่ ้ทู ำธรุ กจิ ต้องสรา้ งความรสู้ กึ ผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ ได้ดว้ ย วธิ ีในการสรา้ งแบรนดส์ นิ คา้ ใหอ้ ยู่ได้ในระยะยาว มีดงั นี้ ๑. วธิ ีการสรา้ งแบรนดส์ ินคา้ ๑.๑ จุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ (Build the Brand) เมื่อคุณกำลังคิดที่จะทำธุรกิจ การสร้างแบรนด์นั้นคุณจะต้องรู้ว่า ตัวเองกำลังทำธุรกิจอะไรอยู่ แล้วเริ่มต้นธุรกิจนี้เพราะอะไร การหาจุดยืน ของตัวเอง เพอ่ื ใหผ้ บู้ รโิ ภค หรือกลุ่มลูกค้าสามารถคาดหวงั กับสิ่งต่าง ๆ จากเราได้ เพ่ือให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าเขา จะได้ประโยชน์หรือความคุ้มครองอย่างไรบ้าง ซึ่งจุดนี้ต้องแน่ใจว่าแบรนด์สินค้าของเราทำได้จริง ๆ ด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น เมื่อมีจุดยืนแล้ว คุณยังต้องสร้างความเป็นตัวของตัวเองลงไปใน แบรนด์สินค้าของคุณด้วย เช่น มีความสุภาพในการบริการ ซื่อสัตย์ในการให้ข้อมูล ที่จะทำให้ลูกค้าเห็นอย่าง สม่ำเสมอ ส่ิงนจี้ ะกลายเป็นความผกู พัน และความรูส้ ึกที่ดีในระยะยาว หัวใจสำคญั จึงอยู่ท่ีการสร้างแบรนด์ท่ีมี ความดึงดดู มีจดุ เด่น และมจี ุดยืนของตวั เองใหไ้ ดม้ ากทส่ี ุด ๑.๒ การสร้างโลโก้ (Logo Design) ในการเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างโลโก้ เปรียบเสมือน การสร้าง สัญลกั ษณท์ ีเ่ ปน็ ตวั แทนสินคา้ บริการ องคก์ ร รวมถงึ ความรู้สกึ ดว้ ย ทัง้ ชอื่ สัญลกั ษณท์ ่เี ปน็ โลโก้ หรือแม้กระทั่ง สีของแบรนด์สิ่งนี้จำเป็นที่จะต้องจดลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ เทคนิคในการสร้างโลโก้ คือ ควร กำหนดเป้าหมายไว ้ว่าอยากให้ผู้บริโภ คเห็นแล้วนึกถึงอะไร ส่วนสโลแกน หรือ คำพูด คำบรรยายตดิ ปากส้นั ๆ ของแบรนด์ มีไวเ้ พอ่ื ทำให้ผบู้ รโิ ภคจดจำแบรนด์ของเราไดง้ า่ ยข้นึ ตัวอย่างเช่น ๑) โลโก้ Amazon เว็บซอื้ ขายสนิ ค้าออนไลน์ยอดฮิตอย่าง อะเมซอน จากโลโกท้ ่สี ่อื วา่ ตน มสี นิ ค้าให้เลอื กสรรทุกสง่ิ ก็เลยลากลูกศรสสี ม้ จากตัว a ไปตวั z เพ่ือบอกว่ามีทุกสงิ่ ให้เลือกสรรจริง ๆ ทม่ี า : https://bsc.dip.go.th/th/category/sale-marketing/sm-buildingtrademark การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๒๙ ๒) โลโก้ Baskin Robbins ไอศครีม Baskin Robbins สัญชาติอเมริกา ส่วนไฮไลท์สีชมพู ระหว่างตัว BR น้ัน เป็นตวั เลข ๓๑ สอื่ ถงึ วา่ Baskin Robbins มไี อศครีม ๓๑ รสชาตินัน่ เอง ท่มี า : https://bsc.dip.go.th/th/category/sale-marketing/sm-buildingtrademark ๓) โลโก้ FedEx บริษัทที่ให้บรกิ ารจดั ส่งพัสดุ ที่รวดเรว็ และไวว้ างใจได้ อย่าง FedEx ที่โลโก้ ระหวา่ งตวั อักษร E กับ X นนั้ ถา้ ลองสงั เกตดี ๆ จะเห็นว่ามีลูกศรซอ่ นอยู่ ซึ่งสอ่ื ความหมายถงึ ความรวดเร็วใน การส่งสนิ คา้ ของบรษิ ทั ท่ีมา : https://bsc.dip.go.th/th/category/sale-marketing/sm-buildingtrademark ๔) โลโก้ Picasa แอปพลิเคชั่นเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ที่โลโก้ถูกออกแบบ โดยใช้แนวคิด “บ้านของภาพถ่าย” มกี ารเล่นกบั คำวา่ Casa ทเี่ ปน็ ภาษาสเปนแปลว่า บา้ น โดยโลโกอ้ อกแบบใหเ้ ป็นรูปเลนส์ ของกล้อง ซงึ่ ตรงกลางมที รงเหมอื นรปู บา้ นน่นั เอง ทีม่ า : https://bsc.dip.go.th/th/category/sale-marketing/sm-buildingtrademark ๑.๓ การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) เมื่อคุณคิดที่จะเริ่มต้นธุรกิจ การสร้างการ รับรู้ของแบรนด์นั้นไม่ใช่เพียงแค่ใช้เงินจำนวนมากในการลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่ามี แบรนด์ของเราอยู่เพยี งอย่างเดียว การทำให้คนรูจ้ ักน้ัน ไมไ่ ดแ้ ปลวา่ ตอ้ งมคี นซือ้ เสมอไป การสรา้ งการรับรู้ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๓๐ แบรนด์จะตอ้ งคดิ ถึงจดุ ประสงค์ท่ีแท้จริงคือ การที่เรานำแบรนด์ไปทำความรู้จักไม่วา่ จะเป็นร้จู ักชือ่ แบรนด์ รู้ถึง คณุ ภาพของสินคา้ ท่ีเราสร้างขนึ้ เพอ่ื กอ่ ให้เกดิ ความผูกพันระยะยาว ในการสร้างการรับรู้แบรนด์มีคำถามที่เรา ต้องคิดถงึ อยเู่ สมอคือ “จะทำอยา่ งไรให้ผ้บู รโิ ภคนกึ ถงึ แบรนด์ของเราเมอื่ ถามถงึ สนิ คา้ ในหมวดน้ี” ๑.๔ สร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Royalty of Brand) สิ่งหนึ่งที่จะทำให้การเริ่มต้นธุรกิจ ของคุณเป็นไปได้อย่างราบรนื่ คือ การสร้างความจงรกั ภักดีตอ่ แบรนดแ์ ละสินคา้ ที่เป็นเรื่องสำคญั อกี ข้อหนึ่งของ การสร้างแบรนด์ เพราะการรักษาฐานลกู ค้าเดิม พรอ้ มกบั สร้างลูกค้ารายใหมเ่ ปน็ หวั ใจสำคญั การท่ผี ้บู รโิ ภคซ้ือ สินค้าเพราะมีความผูกพัน เกิดความเชื่อมั่นกับแบรนด์นั้น ๆ จนเกิดการเลือกซื้อของจาก แบรนด์นั้นซ้ำต่อไปเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่ แบรนด์ต้องรักษามาตรฐานไว้ให้ดี ทั้งนี้การที่จะยังทำให้ผู้บริโภค ไมห่ นีไปไหนต้องมาจากปจั จยั อน่ื รว่ มดว้ ย ไมว่ ่าจะเป็นการบริการลูกค้า สัมพนั ธ์ทด่ี ี การตอบแทนสังคมโดยเงิน ที่ได้กำไรจากการทำธรุ กจิ ไปทำสาธารณะประโยชน์ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความร้สู ึกดตี อ่ แบรนด์ ๑.๕ ทำความเข้าใจลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ (Keep Relationship) แน่นอนว่าการเริ่มต้น ทำธุรกิจลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นเพื่อให้กลุ่มลูกค้ายังคงอยู่กับแบรนด์ เราไปนานๆ ไม่หนีหายไปไหน เจ้าของธุรกิจจำเปน็ ทีจ่ ะต้องคอยพัฒนาสนิ ค้าและบริการของตัวเองตอ่ ไปเรื่อย ๆ เพื่อให้คู่แข่งตามไม่ทัน ซึ่งทำได้จากการสังเกต สอบถาม ตรวจวัดความรู้สึกของกลุ่มลูกค้า ไม่ใช่ว่าใช้ ความรู้สึกของเจ้าของธุรกิจเป็นเครื่องตัดสิน เช่น ร้านไอศกรีมชื่อดัง ที่มีลูกค้ามากมายยอมตอ่ แถวรอนานเปน็ ชั่วโมง เมอื่ ทำการสอบถามกลับพบวา่ ลูกคา้ ไมไ่ ด้ติดใจรสชาติของไอศกรีม แต่ติดใจทอ็ ปปง้ิ ทม่ี ีให้เลือกมากมาย หลากหลายชนดิ เจา้ ของธรุ กิจจึงจำเปน็ ต้องปรบั ปรงุ รสชาติไอศกรมี ใหโ้ ดนเดน่ และหลากหลายมากข้นึ เพื่อทำ ใหแ้ บรนด์ร้านไอศกรมี ของตนเข้มแข็ง และเป็นท่กี ล่าวถงึ ของลูกค้าต่อไปนาน ๆ ๑.๖ การแตกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับแบรนด์ (New Line of Products) เมื่อแบรนด์ของคุณเร่มิ ที่ จะมีสินค้าหรือบริการใหม่ที่ต้องทำภายใต้แบรนด์สินค้าเดิมที่มีอยู่ ต้องทำให้สินค้าหรือบริการนั้นๆ ดูไม่แตกต่างจากสินค้าหรือบริการเดิมมากนัก ไม่เช่นนั้น จะทำให้ลูกค้าเกิดความสับสนได้ นอกจากการ ผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับ แบรนด์เพื่อให้เกิดความน่าสนใจขึ้นแล้ว การเปิดการตลาดใหม่เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ให้กบั แบรนด์ก็เปน็ เร่ืองท่ีสามารถทำได้ เช่น การขยายแบรนด์ไปส่ตู ลาดต่างประเทศ โดยห้ามทิ้งฐานลูกค้าเก่า ที่อยู่ในประเทศ ซึ่งถือว่าวิธีนี้เป็นการสร้างแบรนด์สู่สากล ยกตัวอย่าง เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ท่ีเป็นแบรนด์ไทยที่โด่งดังทั้งในและต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ในการสร้างพอสมควร ไม่ใช่ว่าสร้างขึ้นมาแล้วจะสำเร็จในทันที แล้วนอกเหนือจากการสร้างแบรนด์แล้ว การบริหารแบรนด์ให้มีชื่อเสียง มีคุณภาพ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นองค์กรที่มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งต้องดูแล เรื่องการรักษาคุณภาพของแบรนด์ ดูแลรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ให้ยังคงไม่เปลี่ยนใจไปจาก แบรนดข์ องเรา การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๓๑ ๒. องค์ประกอบของการสร้างตราสินค้า หรือแบรนด์ (Brand Building Dynamic) มีดังน้ี ๒.๑ รู้เขา รู้เรา ทำวจิ ยั เพ่ือตรวจสอบแนวคิดเก่ียวกับสินคา้ ใหม่กบั กลุ่มเป้าหมาย ความประทบั ใจ ความชอบ ความชัดเจนของไอเดีย การใช้สินค้า ราคาที่ตั้งใจซื้อ ความเป็นไปได้ในการซื้อ การยอมรับใน คณุ สมบตั ขิ องสนิ คา้ (หีบ ห่อ กลนิ่ ตวั สินค้า บรรจภุ ัณฑ์) ๒.๒ เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ทำความเข้าใจว่าลูกค้าเป้าหมายซือ้ สนิ ค้าอย่างไร ใช้อย่างไร ชอบ แบบไหน ซ้ือทไ่ี หน ถา้ สินค้าท่จี ะซ้ือไม่มีขายมสี ินค้าที่ทดแทนไดห้ รือไม่ อะไรเป็นปัจจัยในการตัดสินใจสุดท้าย ในการซื้อ เป็นประโยชน์ในการกำหนดบทบาทของสื่อในแต่ละขั้นตอนการซื้อ และจุดท่ีติดต่อสัมผัสกับลูกค้า (Contact Point) ๒.๓ การกำหนดตำแหน่งยุทธศาสตร์ของแบรนด์ โดยเริ่มต้นจากคำถามพื้นฐาน อาทิ อะไรที่ ลูกค้ามองหา อะไรในใจของลูกค้าที่เป็นสินค้าคู่แข่ง อะไรในใจของลูกค้าที่อาจเป็นของเรา และศึกษาการ เชื่อมโยงปจั จัยที่คณุ ค่าประโยชน์ใช้สอยและคุณค่าทางอารมณ์ โดยข้อมูลอาจไดจ้ าก ๒ ทาง คือ จากความนึก คิดของผู้บริหารและนักการตลาด และจากการทำวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อและความรู้สึกนึกคิดต่อตรา สินคา้ ๒.๔ กำหนดบุคลกิ ภาพของแบรนด์ เทคนคิ การวิจยั เพ่อื หาบุคลกิ ของแบรนด์ ประกอบดว้ ย ๑) บรรยายดว้ ยคำพูด เช่น Big Mac, McNuggets ๒) การตคี วามหมายจากภาพ เช่น เลือกภาพท่ีตรงกับความหมายของแบรนด์ ๓) ตีความหมายแบรนดเ์ ชงิ เปรยี บเทยี บกับคน เพศ อาชีพ ๔) การเปรียบเทียบกบั ส่งิ ของ คนที่รจู้ กั เช่น รถ หมอ ๕) การเขียนหรอื วาดจากจิตสำนึก เช่น วาดภาพ ลงสีตามความคดิ ที่มตี อ่ แบรนด์ ๒.๕ การสรา้ งองคป์ ระกอบสินคา้ ซึง่ ประกอบดว้ ย ชอ่ื ตราสินค้า โลโก้และสัญลักษณ์ สโลแกน Jingles และหบี ห่อ ๓. กลยทุ ธก์ ารตง้ั ช่อื สินค้า ประกอบดว้ ย ๓.๑ Stand-Alone Names ชื่อทใี่ ชเ้ ป็นสนิ ค้าของตัวเอง เช่น Sony, Pampers, มามา่ ๓.๒ Endorsed Names ชื่อท่ีใชใ้ นการรับรองและสร้างความน่าเชอ่ื ถือ เชน่ ซีเมนตไ์ ทย โฮมมาร์ท, ๓.๓ Family names ช่อื ที่ใช้เป็นกลุม่ สนิ ค้า เช่น เนสเลท์ ส.ขอนแก่น โออิชิ สหพฒั น์ เป็นต้น ๔. แนวคิดการตงั้ ช่อื แบรนด์ ประกอบด้วย ๔.๑ ภาษา ไมค่ วรเกิน ๒-๓ พยางค์ อาทิ Samart, DTAC, AIS, ปมุ้ ปุ้ย, Coke, Pepsi ๔.๒ มคี วามโดดเดน่ สือ่ ความหมาย จุดเด่นสนิ คา้ อาทิ Power Buy, Home Pro, Mistine, เอ็ม รอ้ ย ๔.๓ ชือ่ ท่ีสามารถปรบั ตัวได้ ในกรณขี ยายตลาด อาทิ Pampers สำหรบั ผใู้ หญ่ Johnson สำหรบั วยั แรกสาว L’oreal สำหรบั ผชู้ าย เปน็ ตน้ ๔.๔ ชอื่ ท่สี ามารถใชน้ านาประเทศได้ อาทิ Jim Thomson Naraya ๓K Leo น้ำปลาตรา ปลาหมกึ Squid brand กระทิงแดง Redbull เปน็ ต้น ๕. การสรา้ งโลโก้ ประกอบด้วย ๕.๑ เป็นคำท่โี ดดเดน่ ไมเ่ ก่ียวขอ้ งกับชอื่ บริษทั การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๓๒ ๕.๒ เปน็ สญั ลักษณ์ทต่ี อ้ งตีความหมาย ๕.๓ แบบผสมผสานท้ังช่อื ท้งั รปู สโลแกน คือ ประโยคสั้น ๆ ที่สื่อสารคำจำกัดความหรือข้อมูลที่น่าดึงดูดใจของแบรนด์ ทำให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น เช่น “เบียร์สิงห์ เบียร์ไทย” “สวนสยาม ทะเลกรุงเทพ” “เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ เปิดยูบีซี” “ช่อง ๗ สีทีวีเพื่อคุณ” “ไม่มีลิมิต ชีวิตเกินร้อย” “คุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสี ชอ่ ง ๓” Jingles คือ เพลงซึง่ แตง่ ขนึ้ เพอื่ สื่อสารเก่ยี วกับองคป์ ระกอบความหมายและประโยชนโ์ ดยใช้ดนตรีช่วย ๖. การสร้างแบรนด์ไอเดีย แบรนดไ์ อเดีย เปน็ หัวใจของการสร้างสื่อสารทกุ ชนดิ ทำใหส้ ัมผสั กบั ผบู้ ริโภคได้ รอบด้าน ทำให้เกดิ การจดจำแบรนด์ได้อยา่ งแมน่ ยำ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๓๓ เรื่องท่ี ๔ การออกแบบทด่ี แี ละการพัฒนาทีส่ ง่ ผลต่อการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้มคี วามสวยงามและความแปลกตา เทา่ นีค้ งไมเ่ พยี งพอสำหรับบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหารเพราะหัวใจของบรรจุภัณฑ์ คือการเก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงอยู่ยืนยาว ดังน้ัน การออกแบบท่ดี ผี ปู้ ระกอบการควรคำนึงถงึ หน้าท่ีของบรรจภุ ณั ฑ์เปน็ สำคัญ ดงั น้ี ๑. ป้องกันผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในการบรรจุอาหารจะต้องสามารถป้องกันไม่ให้ อาหารสัมผัสกบั บรรยากาศภายนอก ซ่ึงอาจจะเกิดการรั่ว การซึม แสง ความรอ้ นเย็น ๒. เก็บรกั ษาคุณภาพของผลติ ภัณฑ์ บรรจภุ ัณฑ์ทต่ี ้องสามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มิให้ เปลีย่ นแปลงไป ไมว่ า่ จะเป็นกลิ่นหรือรสชาติ ๓. ยืดอายุผลิตภัณฑ์ จะต้องสามารถนำเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนมาช่วยในการออกแบบ เพื่อให้ บรรจุภณั ฑ์ สามารถยดื อายุการเกบ็ รกั ษาผลติ ภณั ฑ์ให้มอี ายยุ นื ยาว ๔. ความสะดวกในการใช้งาน ๕. ความประหยดั ในการขนสง่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ดีและมีประโยชน์เป็นอย่างมาก การมีบรรจุภัณฑ์ที่ สวยงามเป็นสิง่ ทส่ี ามารถตอบโจทย์กบั ความต้องการของผบู้ ริโภคได้เปน็ อย่างดี ที่มา : https://www.thaiprintshop.com การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๓๔ เรื่องท่ี ๕ หน่วยงานสนบั สนนุ เครือข่ายพฒั นาผลิตภัณฑ์ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือ“สมอ.”เป็นหน่วยงานระดับกรม สังกัดกระทรวง อุตสาหกรรม ทำหนา้ ท่กี ำหนดมาตรฐานผลติ อุตสาหกรรม (มอก.) การรับรองระบบคุณภาพ และรบั รองความสามารถ ของห้องปฏิบัติการทดสอบและเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางกับองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งโลก เช่น องคก์ ารค้าระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐาน (International Organization for Standardization หรอื ISO) องค์การ โลก (World Trade Organization หรือ WTO) และองค์กรอื่นๆ ทำการจัดระบบการจัดหมวดหมู่เป็นไป ตามท่ี ISO และประกาศใชค้ รงั้ แรกในปี พ.ศ.๒๕๓๕ โดยแยกหมวดหมสู่ าขาวิชาออกเปน็ ๔๐ สาขา แต่หมายเลขไม่ได้ เรียงกัน โดยมีสาขาวิชาการบรรจหุ บี ห่อ และการแจกจา่ ยสินค้าอยู่สาขาท่ี ๕๕ สว่ นเทคโนโลยอี าหารอยู่ในสาขาที่ ๖๗ มาตรฐานอุตสาหกรรม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คือ ข้อกำหนดทางวิชาการ ที่สำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมได้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ประกอบธุรกิจในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ในระดับที่ เหมาะสมกบั การใช้งานมากท่สี ดุ ทมี่ า : http://bizkeen.blogspot.com/๒๐๑๔/๐๑/blog-post_๖.html และมหี น่วยงานเอกชน อาทิเช่น ศูนยน์ วัตกรรมอาหารและบรรจภุ ณั ฑ์ (Food Innovation and Packaging Center)” หรอื FIN เป็นศูนย์การดำเนินงานดา้ นการบริการวชิ าการเฉพาะ ทางดา้ นการวิจยั และพฒั นาดา้ นนวตั กรรม อาหารที่ครบวงจร ส่งเสริมสนับสนุนและเชื่อมโยงให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยอาศัย ความรู้ ความเชี่ยวชาญในการวิจัย พัฒนา และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจของ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ทม่ี า : https://www.fin.cmu.ac.th/old/fin-about.php การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๓๕ กจิ กรรมทา้ ยบทที่ ๓ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ คำช้แี จง ใหผ้ ู้เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ลี ง ในช่องว่างท่ีกำหนดให้ ๑. การพฒั นาการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ แบง่ ออกได้กีส่ ่วน และมอี ะไรบา้ ง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................ .. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................... ........................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๒. อธบิ ายลกั ษณะทดี่ ี ของการกำหนดชือ่ ตราสนิ ค้า (Brand) มาพอสงั เขป .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................................................... ................... ...................................................................................................................................................... ....................... .............................................................................................................................................................................. ๓. องคป์ ระกอบของการสร้างตราสินคา้ หรอื แบรนด์ (Brand Building Dynamic) มีอะไรบา้ ง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................... ........................ ๔. ให้ผู้เรียนออกแบบตราสินค้าหรือสร้างโลโก้ ผลิตภัณฑ์เป็นของตนเองมา ๑ ชิ้น และบอกชื่อผลิตภัณฑ์นั้น ด้วย การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๓๖ บทที่ ๔ การบรรจุภณั ฑ์ผลติ ภณั ฑแ์ ละการรกั ษาคุณภาพ สาระสำคญั ๑. ภาชนะบรรจอุ าหาร\" หมายถงึ ภาชนะบรรจุในส่วนที่เป็นช้นั ในสุด หรือช้นั ทห่ี ่อหุ้มตวั อาหารโดยตรง หรือชั้นที่สัมผัสกับตัวอาหาร \"หีบห่อของภาชนะบรรจุอาหาร\" หมายถึง ภาชนะชั้นที่ถัดจากชั้นที่เป็นภาชนะ บรรจอุ าหาร หรือภาชนะชน้ั ทไ่ี มไ่ ด้สัมผสั หรอื หอ่ หุ้มตัวอาหารโดยตรง ๒. การเก็บรักษา เป็นวิธีการที่ดำเนินการเพื่อรักษาสภาพ หรือลดความเสียหายอันจะก่อให้เกิด การแปรสภาพของสินค้านั้นทั้งทางกายภาพ ทางเคมี หรือการทำลายโดยจุลินทรีย์ เพื่อให้สินค้ามีการ เคลอื่ นยา้ ยจากผู้ผลิตไปยงั ผูบ้ ริโภค หรอื ผจู้ ัดจำหนา่ ยในสภาพทีส่ มบูรณ์ ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวัง ๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการบรรจภุ ัณฑผ์ ลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารแหง้ และผลติ ภณั ฑ์ผ้า ๒. อธบิ ายการการรักษาคณุ ภาพของผลิตภณั ฑ์ได้ชดั เจน ขอบข่ายเน้อื หา เรื่องท่ี ๑ การบรรจุภณั ฑผ์ ลิตภณั ฑ์อาหารสด อาหารแหง้ และผลติ ภณั ฑ์ผ้า เร่ืองท่ี ๒ การรักษาคณุ ภาพของผลติ ภณั ฑ์ การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์
๓๗ เรื่องท่ี ๑ การบรรจภุ ณั ฑ์ผลิตภัณฑ์อาหารสด อาหารแห้งและผลติ ภัณฑผ์ ้า ภาชนะบรรจุอาหาร หมายถึง ภาชนะบรรจุในส่วนที่เป็นชั้นในสุด หรือชั้นที่ห่อหุ้มตัวอาหารโดยตรง หรือชั้นที่สัมผัสกับตัวอาหาร หีบห่อของภาชนะบรรจุอาหาร หมายถึง ภาชนะชั้นที่ถัดจากชั้นที่เป็นภาชนะ บรรจุอาหาร หรือภาชนะชั้นทไ่ี มไ่ ด้สัมผสั หรือหอ่ หุ้มตัวอาหารโดยตรง ๑. การบรรจุสิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหาร รวมอยู่ในภาชนะบรรจุอาหาร โดยสิ่งอื่นหรือ วัตถุอื่น น้ันมวี ตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี้ ๑.๑ เพ่ือใชร้ ักษาคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร เชน่ ซองวตั ถุกันขึ้น ชองวัตถดุ ดู ออกซิเจน ๑.๒ เพื่อใช้ใส่เครื่องปรุงหรือประกอบอาหาร เช่น ซองพริกป่น ซองเครื่องปรุงรส ที่บรรจุ ในชองบะหม่กี งึ่ สำเร็จรปู ๑.๓ เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการบริโภคหรือเตรียมอาหาร เช่น ช้อน ส้อมที่บรรจุในชองบะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป หรอื ชอ้ นตวงท่ีบรรจุในกระปอ้ งนมผง ๒. สิ่งอื่นหรือวัตถุอื่นที่มิใช่อาหารนอกเหนือจาก ข้อ ๑ หากจะจำหน่ายพร้อมกับอาหารต้องมี ความปลอดภัย ไม่สัมผัสโดยตรงกับอาหาร และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพหรือสำคัญผิดแก่ผูบ้ ริโภคว่า อาจรับประทานไดเ้ ช่นเดยี วกับอาหาร และการบรรจุสงิ่ อน่ื หรอื วัตถอุ ่นื ทมี่ ใี ชอ่ าหารนั้น ทมี่ า : https://www.fda.moph.go.th/sites/food/FileNews/๓๑๐_manual.pdf การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๓๘ จากข้อมูลของ Transparency Market Research ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารสดทั่วโลกคาดว่าจะ ขยายตัวสูง จนถึงปี ๒๐๒๓ บรรจุภัณฑ์อาหารมีบทบาทสำคัญในการทำให้คุณภาพของอาหารปลอดภัย ในขณะบรรจุและขนส่ง บรรจุภัณฑ์อาหารเป็นสื่อการตลาดสมัยใหม่ สำหรับผู้ขายและช่วยยกระดับ ความพอใจของลูกค้า เป็นการถ่ายทอดข้อมูล ทั้งยังช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์อาหารจากการปนเปื้อน ที่เกิดจาก จุลินทรยี ์ อากาศ และความชื้น และการเร่งปฏกิ ิริยาในอาหารสด อาหารสด เช่น ผักและผลไม้ โดยปกติจะบรรจุในถุงผ้า กล่องลูกฟูก หรือตะกร้าทำจากไม้หรือกระดาษ แข็ง เพื่อรักษาการเติมอากาศที่ถูกต้องในบรรจุภัณฑ์ อาหารทะเลและเนื้อสัตว์โดยปกติจะห่อด้วยโพลิเอธิลีน หรือโพลิสไตรีนในกล่องพลาสติกหรือไม้ และความหนาของบรรจุภัณฑ์ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของการขนส่งและ ระยะเวลาในการเก็บสินค้า เครื่องดื่มประเภทนมหรือน้ำผลไม้ส่วนใหญ่จะบรรจุในกล่องทำด้วยกระดาษหรือ โลหะ ปัจจุบัน ผู้บริโภคมักเน้นวัสดุสัมผัสอาหารที่ได้รับการรับรองโดยหน่วยงานของรัฐ เช่น องค์การอาหาร และยา วัสดพุ ลาสติกท่ีใช้กันมากในปัจจุบนั ไดแ้ ก่ โพลเิ อธลิ ีน โพลิไวนลิ คลอไรด์ และโพลเิ อธิลีน เทเรฟเทเลต นอกจากนี้ ในช่วงหลัง ๆ ก็มีการใช้วัสดุที่ย่อยสลายทางชีวภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคั ญสำหรับบรรจุภัณฑ์ อาหาร นักวิจัยร่วมกับผู้ผลิตพยายามเปลี่ยนพลาสติกดั้งเดิมและคิดค้นนวัตกรรมสำหรับวัสดุใหม่ ๆ เพื่อเป็น หลักประกันและการคงไวซ้ ่งึ บรรจภุ ัณฑ์ที่ปลอดภยั และถูกสุขอนามยั ทมี่ า : https://goo.gl/De๐J๖W วิถีชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การตระหนักเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และนโยบายที่ สนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลทั่วโลก เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารสด ทั่วโลก ซึ่งก็ทำให้ตลาดขยายตัวด้วย จากการใช้ที่มีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่การปกป้องผลิตภัณฑ์อาหารจนถึงการจัด จำหน่ายและการขนสง่ ที่ปลอดภัย ตลาดบรรจภุ ณั ฑอ์ าหารสดคาดวา่ จะผลักดันให้เกิดการขยายตวั อย่างสูงและ เป็นโอกาสในการลงทุนสำหรบั ผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้ ตลาดบรรจุภณั ฑ์ อาหารสดยงั คาดว่าจะเตบิ โตอย่างต่อเนื่องในประเทศพัฒนาแลว้ ซ่งึ ผบู้ ริโภคตอ้ งการอาหารสดท่ีปลอดภัยและ ไม่ปนเป้ือนเป็นอย่างสูง ปจั จยั หลักๆ ทีผ่ ลักดนั การเติบโตของตลาด ได้แก่ ผู้บริโภคทบี่ ้าน ผู้คา้ ปลีก และบริษัท บรรจุภัณฑ์ท้องถิ่น ที่เน้นการส่งมอบสินค้าอย่างเรียบร้อยในตลาดท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าปลีกทั้งเล็กและ ใหญ่ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคสำหรับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นราคาถูก ทำให้มีการแข่งขันสูง สำหรับบริษทั ตราสินค้าใหญ่ ๆ ในตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารสด นอกจากนี้ การกำจัดขยะก็เปน็ ความกงั วลหลกั สำหรบั ผูเ้ ล่นในตลาดบรรจภุ ัณฑอ์ าหารสดท่วั โลก การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๓๙ ทม่ี า : https://www.pfvacuum.com/article/ ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารสดทั่วโลกแบ่งออกตามประเภทของผลิตภัณฑ์ วัสดุที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ และ ช่องทางจัดจำหน่าย สำหรับประเภทของผลิตภัณฑ์ ตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารสดทั่วโลกแบ่งออกได้เป็นผัก ผลไม้ อาหารทะเล ผลติ ภัณฑ์เนอื้ สัตว์ ผลติ ภัณฑน์ ม และอ่ืน ๆ สำหรบั วัสดุทีใ่ ช้ในบรรจุภัณฑ์ ตลาด แบ่ง ออกเป็น พลาสติก (ทั้งชนิดแข็งและชนิดอ่อน) ผ้า ไม้ กระดาษและกระดาษแข็ง โลหะและอื่น ๆ ส่วนช่องทาง จดั จำหนา่ ย ตลาดบรรจภุ ณั ฑ์อาหารสดทว่ั โลกแบ่งออกเป็นผู้ค้าปลกี และผคู้ า้ ส่ง ๑. บรรจุภณั ฑ์สำหรับอาหารแห้ง ๑.๑ สามารถปอ้ งกนั ความช้นื (moisture barrier) บรรจภุ ัณฑ์สำหรับอาหารแหง้ จะตอ้ งป้องกันการ ดดู ซมึ กลับความช้ืนจากบรรยากาศอากาศรอบๆ คือควรมีค่าอัตราการดดู ซึมกลบั ความชื้น (water vapor transmission rate) ต่ำ ซงึ่ คา่ นขี้ ้นึ อยู่กบั ชนิด และคุณภาพตลอดจนความหนาของวสั ดุท่ใี ชผ้ ลิตบรรจภุ ัณฑ์ อาหารแห้งที่มีส่วนประกอบที่ดูดน้ำได้ดี (hydroscopic) เช่น น้ำตาล โดยเฉพาะน้ำตาลฟรักโทส (fructose) ความชื้นจะเปน็ เหตสุ ำคญั ที่ทำให้อาหารแหง้ เนา่ เสีย (food spoilage) ได้ดังนี้ ๑) ทางกายภาพ เช่น การเกาะกันเป็นก้อนสำหรับอาหารผง ทำให้ไม่สามารถไหลได้อย่างเป็น อสิ ระ หรือมีการเยิ้มของน้ำตาล ๒) ทางเคมี เช่น การเกิดกลิ่นหืน (rancidity) เพราะน้ำเป็นสาเหตุเริ่มต้นของการเกิดปฏิกิริยา hydrolysis ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ ในโมเลกุลของน้ำมัน และไขมัน สลายตัวเป็นกรดไขมันอิสระ โดยเฉพาะ กรดไขมนั ทีไ่ ม่อม่ิ ตัว ซง่ึ เปน็ สารต้งั ต้นของการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ า lipid oxidation ๓) ทางจุลนิ ทรีย์ น้ำที่ดูดกลับไปในอาหารทำใหม้ ีค่า water activity เพิ่มขึ้น ซ่ึงค่าจุลินทรีย์แต่ ละประเภท จะมีค่า water activity ต่ำที่สุดที่จุลินทรีย์เจริญได้ (minimum water activity) แตกต่างกัน แต่โดยท่ัวไปแลว้ หากลดคา่ water activity ให้ตำ่ กว่า ๐.๖ จะไมม่ จี ลุ ินทรียใ์ ดเจริญได้ ทม่ี า : https://hyworldtrade.yellowpages.co.th/ ๑.๒ สามารถปอ้ งกันอากาศ อากาศโดยเฉพาะออกซิเจน เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดปฏกิ ิริยาทางเคมี เช่น lipid oxidationซึ่งทำให้อาหารเกิดกลิ่นหืน และยังเป็นผลให้อาหารสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะกรดไขมันที่จำเป็น (essential fatty acid) บรรจุภัณฑ์อาหารแห้งที่ดีจะต้องสามารถป้องกันก๊าซ ออกซิเจนจากสภาวะอากาศรอบๆ ผ่านเข้าไปในภาชนะบรรจุนอกจากนี้อาจใช้สารดูดซับออกซิเจน การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
๔๐ (oxygen absorber) เพื่อช่วยดูดซับออกซิเจนที่มีอยู่แล้วในบรรจุภัณฑ์ก่อนปิดผนึกและจะซึมผ่านบรรจุภัณฑ์ ระหวา่ งการเกบ็ รักษา ๑.๓ มีความทนทานต่อการกดหรือการกระแทก บรรจุภัณฑ์อาหารแห้งที่ดีจะต้องทนต่อการกดและ การกระแทกได้ดี ทั้งนี้เนื่องจากเนื้ออาหารแห้งมักแข็ง เปราะ แตกง่าย และมีส่วนแหลมคมสามารถทิ่มแทง ภาชนะบรรจไุ ด้ ๒. วสั ดบุ รรจุภณั ฑส์ ำหรับอาหารแห้ง วัสดุบรรจุภัณฑ์ (packaging material) ที่เหมาะสมสำหรับอาหารแห้ง ได้แก่ โลหะ เช่น แผ่นเปลว อลมู ิเนยี ม กระป๋องโลหะ พลาสตกิ เช่น PET แก้ว ท่มี า : http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/๑๕๙๘/packaging-for-dried-food ๓. การระบุอายุการเกบ็ รักษา อายกุ ารเกบ็ รกั ษาอาหารแห้ง มกั พิมพ์รหัส (coding) ลงบนบรรจภุ ัณฑ์ โดยใชค้ ำวา่ ควรบริโภคกอ่ น วันที่ (best before date) ทีม่ า http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/๑๕๙๘/packaging-for-dried-food การออกแบบและพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์
๔๑ เรื่องท่ี ๒ การรักษาคณุ ภาพของผลิตภัณฑ์ การเก็บรักษา เป็นวิธีการที่ดำเนินการเพื่อรักษาสภาพ หรือลดความเสียหายอันจะก่อให้เกิดการแปร สภาพของสินคา้ นั้น ทั้งทางกายภาพ ทางเคมี หรือการทำลายโดยจุลนิ ทรีย์ เพื่อให้สินค้ามีการเคล่ือนย้ายจาก ผผู้ ลิตไปยังผ้บู รโิ ภค หรือผู้จดั จำหน่าย ในสภาพทีส่ มบูรณ์ สนิ ค้า หรอื ผลิตภัณฑ์ (Product) ในท่นี ี้หมายถึง การนำผลิตผลหรือวัตถุดิบที่ไดจ้ ากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ เนอ้ื ปลา แร่ธาตุ ฯลฯ มาผ่านกรรมวิธีในการผลติ อาจจะใชเ้ คร่ืองจักรออกมาเปน็ สนิ ค้าหรือผลิตภัณฑ์ใน หน่วยการเรยี นรูน้ ้เี ราจะศกึ ษาเกย่ี วกับการเก็บรกั ษาสนิ คา้ ประเภทอาหารและผลผลติ ทางการเกษตร ๑. การเก็บรกั ษาอาหาร อาหารแต่ละประเภทมกี ระบวนการผลติ ที่แตกตา่ งกันออกไป รวมถงึ รูปร่าง ขนาด ปริมาณสารอาหารที่ แตกต่างกันด้วย ทำให้ต้องมีการจัดเก็บซึ่งอาจจัดเก็บในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หรือจัดเก็บไว้เป็นระยะเวลา ยาวนาน ทั้งนี้ต้องเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บอาหารชนิดนั้น ๆ เช่น มีอุณหภูมิหรือความชื้นท่ี เหมาะสม ตลอดจนอาจเกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพด้านคุณค่าทางโภชนาการของ อาหาร รวมทั้งป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดโรคในอาหารด้วย การเก็บรักษาอาหารแบ่งได้ ๔ ประเภท ดังนี้ ๑.๑ การเกบ็ รกั ษาอาหารสด ๑) อาหารสด เป็นอาหารที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางเคมี ทางกายภาพ และการทำลายโดย จุลนิ ทรยี ไ์ ดง้ ่าย จงึ เปน็ สาเหตุท่ีทำให้อาหารสดเส่ือมสภาพและเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ง่าย ดังน้ันจึงต้อง รีบเก็บรักษาในห้องเย็นหรือตู้เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ ๑-๔ องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ในห้องเย็นนั้น การสูญเสียน้ำหนกั ของอาหารสดก็เกิดข้ึนได้ตลอดเวลา เราสามารถเพิ่มกระบวนการเก็บรกั ษาโดยการควบคุม ความชื้นในห้องเยน็ (ร้อยละ ๘๐) และการห่อหุ้มอาหารด้วยกระดาษเคลอื บขี้ผึ้งจะชว่ ยยดื อายุการเก็บอาหาร ได้อย่างน้อย ๕-๑๐ วัน เพราะเป็นการช่วยชะลอการระเหยของน้ำจากอาหารได้อย่างน้อยร้อยละ ๕-๑๐ นอกจากน้ี ความเยน็ จะชว่ ยลดอัตราการหายใจและยบั ยง้ั การเจรญิ เตบิ โตของจุลินทรีย์ได้ ๒) เนอ้ื สตั ว์ประเภทต่าง ๆ เนอื้ สตั วเ์ ปน็ อาหารทเี่ น่าเสียได้เรว็ เพราะประเทศไทยมีอากาศร้อน เหมาะในการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเน่าเสียเราควรเก็บเนื้อสัตว์ไว้ในช่อง ด้านล่างของช่องแช่แข็งซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ ๐-๒ องศาเซลเซียสหรือจะใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาปิดอย่าง มิดชิดหรือแช่ไว้ในซ่องแช่แข็งซึ่งจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า ๐ องศาเซลเซียสซึ่งจะช่วยให้เก็บอาหารประเภทนี้ได้ ยาวนานข้นึ ๓) ไข่ เน่าเสียง่าย ควรเก็บไว้ในส่วนที่เป็นตัวตู้ซึ่งสามารถเก็บได้นานถึง ๓ สัปดาห์ นอกจากน้ี เราควรหมั่นสำรวจวันหมดอายุของอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็น และไม่ควรเก็บอาหารไว้มากเกินไป จนการถ่ายเท อากาศในตูเ้ ยน็ เป็นไปไดย้ าก เพราะจะทำใหอ้ าหารเสอื่ มคณุ ภาพได้ การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
๔๒ ๑.๒ การเก็บรกั ษาอาหารแหง้ ๑) อาหารแห้ง เป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปเรียบร้อยแล้ว โดยระเหยน้ำออกจึงมีปริมาณน้ำ เหลอื อยู่ในอาหารน้อยทำให้การเก็บรักษาอาหารแห้งทำได้ง่ายกว่าอาหารสด เพยี งควบคมุ ปริมาณความชื้นใน อาหารให้ต่ำกว่าร้อยละ ๑-๑๐ และเก็บรักษาไว้ในภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันการกัดแทะของหนู มด แมลงสาบ ตัวอยา่ งการเก็บรักษาอาหารแห้ง เช่น (๑) ข้าวสาร สำหรับข้าวสารบรรจุถุงต้องเก็บรักษาในที่แห้ง ไม่เปียกชื้นและสำคัญที่สุด อย่าให้โดนน้ำ บริเวณที่วางหรอื ห้องจัดเก็บต้องสะอาดปราศจากสิ่งสกปรก สิ่งเจือปน และสารเคมีต่างๆ เช่น ไมค่ วรจดั เก็บวางใกล้สารเคมีควรหลีกเล่ยี งแดด กรณีรับประทานไมห่ มดหลงั เปดิ ถงุ สินค้าแล้วควรปดิ ถุงให้สนิท เพอื่ ป้องกนั ความช้นื สิ่งสกปรกและการเสอ่ื มคณุ ภาพของขา้ ว (๒) กระเทียม หอมแดง ควรผูกรวมกันเป็นมัด หรือกระจุกแล้วแขวนไว้ที่สูงเพื่อผ่ึงลมให้ แห้งอย่เู สมอทำใหเ้ ก็บไวไ้ ด้นาน (๓) เนื้อแห้ง ปลาแห้ง ควรเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วปิดปากถุงให้สนิท แล้วนำเข้าตู้เย็นจะ ช่วยยดื อายกุ ารเกบ็ ไดน้ านและชะลอการเกดิ กล่นิ เหม็นหืนได้ (๔) แปง้ ควรเกบ็ ในภาชนะทแี่ ห้งและปดิ สนทิ เพราะแป้งถ้ามคี วามชนื้ สูงจะทำใหข้ ้นึ ราได้ง่าย (๕) นำ้ ตาล ควรเก็บใสภ่ าชนะที่แหง้ มฝี าปิดสนิทไม่ให้มีความชื้น ๑.๓ การเก็บรกั ษาอาหารที่อณุ หภูมหิ อ้ ง อาหารและผลิตภัณฑ์อาหารกลุ่มน้ี เชน่ ธญั พืช ถั่ว อาหารกระปอ๋ ง และอาหารบรรจุขวดที่ผ่าน การฆ่าเชื้อแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ต้องอยู่ในบรรยากาศหรือสภาวะแวดล้อมที่แห้งไม่มีความชื้น เพราะ ความชื้นจะทำให้เช้ือราและจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคเจริญเติบโตไดด้ ี สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋องเม่ือเปดิ แล้วควรเกบ็ ในตู้เย็นไมค่ วรวางทิ้งไว้ ๑.๔ การเกบ็ อาหารแบบแช่เยือกแขง็ ปัจจุบันอาหารแช่เยือกแข็งมีบทบาทต่อวิถีชีวิตคนไทยและคนทั่วโลกมากขึ้น ตลาดของ ผลิตภัณฑ์อาหารแช่เยือกแข็งเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการพัฒนาเทคโนโลยีการทำความเย็นการกระจาย สินคา้ การขยายตัวของร้านสะดวกซ้ือ ห้างสรรพสนิ ค้าทม่ี ีการพฒั นาผลิตภัณฑ์อาหารแชเ่ ยือกแข็งรูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้อาหารแช่เยือกแข็งยังสามารถลดเวลาในการเตรียมอาหาร สะดวกในการใช้เพียง นำมาละลายในเตาอบหรือเตาไมโครเวฟ ก็สามารถได้อาหารท่ีมีคุณภาพใกล้เคียงกบั อาหารสด หรอื อาหารปรุง เสร็จใหม่ ๆ ส่งผลให้ปริมาณการบริโภคอาหารแช่เยือกแข็งของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นทุกปี อาหารที่นิยมนำมาแช่ เยือกแข็ง เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ผัก และผลไม้บางชนิด นอกจากนี้ในปัจจุบันยังนิยมแช่เยือกแข็ง เพื่อรักษาอาหารสำเร็จรูปเมื่อต้องการรับประทานก็นำมาอุ่นได้ง่ายและสะดวกต่อผู้บริโภค การแช่เยือกแข็ง แบง่ เป็น ๒ แบบคือ ๑) การแชเ่ ยือกแข็งแบบช้า (Slow Freezing) เป็นวิธกี ารแชเ่ ยอื กแขง็ โดยทำให้ผลิตภัณฑ์อาหาร ท้ังสิน้ เยอื กแข็งภายในเวลาต้ังแต่ ๓-๗๒ ชัว่ โมง โดยใชอ้ ณุ หภูมติ ำ่ กว่า-๑๕ องศาเซลเซยี สการแชแ่ ข็งจะดำเนิน ไปอย่างช้าๆ โดยน้ำที่อยู่ภายนอกเซลล์จะแข็งตัวเร็วกว่าน้ำที่อยู่ภายในเซลล์ เนื่องจากน้ำภายนอกเซลล์มี ความเข้มข้นของตัวถูกละลายต่ำกว่าการทำให้อาหารแข็งตัวอย่างช้า ๆน้ี น้ำจะค่อยๆแยกตัวออกจากใน เนื้อสัตว์รวมตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่มีผลึกใหญ่มขี นาดไม่สม่ำเสมอจะอยู่ระหว่างเซลล์ในบริเวณที่มีน้ำมาก เม่ือ กลายเป็นน้ำแข็งจะขยายตัวจนดันเซลล์ให้แตกได้ดังนั้นเมื่อนำเอาอาหารประเภทนี้มาละลายถ้าเซลล์แตก จำนวนมากๆ สารอาหารต่าง ๆ กจ็ ะไหลออกมาทำให้รสชาติของอาหารด้อยลงและมลี ักษณะแข็ง การออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
Search