Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาเกษตรเชิงท่องเที่ยว ม.ปลาย 12

วิชาเกษตรเชิงท่องเที่ยว ม.ปลาย 12

Published by nanny256, 2023-07-04 02:34:35

Description: วิชาเกษตรเชิงท่องเที่ยว ม.ปลาย 12

Search

Read the Text Version

หนงั สอื เรยี น กศน.หลักสูตรรายวิชาเลอื ก สาระการประกอบอาชพี รายวชิ าเกษตรเชิงทอ่ งเท่ยี ว รหัสวชิ า อช๓๓๘๔๓ หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอสูงเมน่ สานักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจงั หวัดแพร่ สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธกิ าร

คานา ชดุ วชิ าเกษตรเชิงท่องเทยี่ ว รหัสวชิ า อช 33843 เป็นรายวิชาหน่ึงในสาระการประกอบอาชพี ตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสงู เมน่ ไดจ้ ดั ทาขน้ึ เพอื่ ใหน้ ักศึกษาใชเ้ ปน็ เอกสารประกอบการเรยี น รายวิชา เกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ยี ว ใช้ได้กับผเู้ รยี นระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ชุดวชิ านี้ประกอบดว้ ยเนื้อหาความรเู้ กี่ยวกบั พื้นฐานการพัฒนาเกษตรเชงิ ท่องเทีย่ วรูปแบบการเกษตรเชิงทอ่ งเทีย่ ว มาตรฐานคณุ ภาพแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วเชงิ เกษตร การออกแบบพัฒนาเกษตรเพอ่ื การทอ่ งเท่ยี ว และการบรหิ ารจดั การแหล่งทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร ชุดวิชาเกษตรเชิงทอ่ งเที่ยว รหัสวิชา อช 33843 ไดร้ บั ความร่วมมอื อย่างดยี ิง่ จากผู้บริหาร และคณะ ครูศูนย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสูงเม่น ที่ได้ศึกษาค้นควา้ ให้ข้อคดิ เหน็ ข้อเสนอแนะตา่ งๆ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์ จนทาให้ชดุ การเรียนมีความถกู ตอ้ ง สมบูรณ์ยงิ่ ข้นึ ศูนย์การศกึ ษานอก ระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอสงู เม่น จงึ ขอขอบคุณคณะบุคคลดงั กล่าวขา้ งต้น ในโอกาสนี้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอสงู เม่น มนี าคม ๒๕๖๔

สารบญั หน้า คานา สารบญั คาแนะนาการใช้หนังสือเรียน โครงสร้างรายวชิ าเกษตรเชงิ ทอ่ งเทยี่ ว แบบทดสอบก่อนเรียน ๑ บทท่ี 1 ความรูพ้ ื้นฐานการพัฒนาเกษตรเชิงท่องเทยี่ ว เร่อื งท่ี 1 ความหมายของการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทย่ี ว ๒ เรือ่ งท่ี 2 ประโยชนข์ องการท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร ๓ ๔ เรื่องท่ี 3 ประโยชน์ทเ่ี กษตรกรคาดว่าจะไดร้ ับจากการท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร ๕ เรื่องท่ี 4 สง่ิ ท่ีนักทอ่ งเทย่ี วคาดหวงั จากการทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร บทท่ี 2 ลกั ษณะการเกษตรเชิงทอ่ งเท่ยี ว ๗ ๘ เรอ่ื งที่ 1 ลกั ษณะการเกษตรเชิงทอ่ งเทีย่ ว ๙ เรอ่ื งท่ี 2 ชนิดของการเกษตรเชิงทอ่ งเที่ยว เรอ่ื งที่ 3 ขอบเขตของการเกษตรเชิงทอ่ งเท่ียว ๑๐ บทที่ ๓ มาตรฐานคณุ ภาพแหล่งท่องเท่ียวเชงิ เกษตร ๑๒ ๑๓ เร่ืองที่ 1 ความสาคญั ของมาตรฐานคณุ ภาพของการทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร ๑๔ เร่ืองที่ 2 มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี และคณุ ภาพของการทอ่ งเท่ยี วเชงิ เกษตร ๑๘ กรอบแนวคิดและกาหนดเกณฑ์มาตรฐานของการทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร เรื่องท่ี ๓ หลักเกณฑ์และวิธกี ารประเมนิ มาตรฐานคณุ ภาพของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตร ๒๙ บทที่ ๔ การออกแบบพัฒนาเกษตรเพื่อการท่องเทีย่ ว ๒๘ เร่ืองท่ี 1 ปัจจัยสาคญั ในการออกแบบและพฒั นาการท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร เรื่องท่ี 2 การจาแนกรูปแบบและการจดั การทรพั ยากรเกษตรเชงิ ท่องเท่ยี ว ๓๐ เร่อื งท่ี 3 กจิ กรรมด้านการเกษตรในฐานการเรยี นรู้ ๓๓ เรือ่ งท่ี 4 เทคนคิ การออกแบบพฒั นาเกษตรเพอื่ การท่องเท่ียว ๓๙ เรอ่ื งที่ 5 การวางแผนออกแบบและวางแผนพฒั นาพน้ื ที่เกษตรเพอ่ื เข้าสกู่ ารทอ่ งเท่ยี วเบอ้ื งต้น ๔๐ บทที่ ๕ การบริหารจดั การแหล่งทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร ๔๔ เรื่องท่ี 1 การบริหารจัดการแหลง่ ทอ่ งเท่ียวท่ีดี ๔๕ เรื่องที่ 2 แนวทางบริหารจัดการแหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ เกษตร ๔๘ แบบทดสอบหลงั เรียน เฉลยกิจกรรม บรรณานกุ รม คณะผจู้ ดั ทา

คาแนะนาการใช้หนังสอื เรียน หนงั สือเลม่ นีเ้ ปน็ หนงั สือท่ีใชป้ ระกอบการเรยี น สาระการประกอบอาชีพ รายวิชาเกษตรเชิงทอ่ งเที่ยว จดั ทาขึน้ เพือ่ ใช้สาหรบั ผ้เู รียนท่ีเป็นนักศึกษาการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้นฐาน ซึ่งใช้จดั การ เรียนรรู้ ะดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ในการศกึ ษาหนังสือประกอบการเรยี น สาระการประกอบอาชพี รายวชิ า เกษตรเชิงท่องเที่ยว ผูเ้ รยี นควรปฏิบัตดิ งั น้ี ๑. ศกึ ษาโครงสรา้ งรายวชิ าใหเ้ ขา้ ใจหัวขอ้ สาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั และขอบขา่ ยเนื้อหา ๒. ศึกษารายละเอยี ดเนอื้ หาของแต่ละบทอยา่ งละเอยี ด และทากิจกรรมตามท่ีกาหนดไว้ในทา้ ย บทเรยี น ซึง่ ผเู้ รียนสามารถตรวจคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งไดจ้ ากเฉลยท่ีมอี ยทู่ า้ ยเล่ม หากผู้เรยี นตอบคาถามกิจกรรม ท้ายบทผดิ ผเู้ รียนควรกลบั ไปทบทวนเน้อื หาใหมใ่ หเ้ ข้าใจและแกไ้ ขให้ถกู ต้องกอ่ นทจี่ ะศึกษาเรอ่ื งตอ่ ไป ๓. ควรทากจิ กรรมทา้ ยบทเรยี นใหค้ รบทุกกิจกรรม เพือ่ เปน็ การสรปุ ความรู้ ความเข้าใจของเนื้อหา ในเร่ืองทเี่ รียนอกี ครง้ั ๔. หนงั สือประกอบการเรยี นเลม่ น้ี มี ๕ บท ได้แก่ บทที่ ๑ ความร้พู ื้นฐานการพัฒนาเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว บทที่ ๒ รปู แบบการเกษตรเชงิ ทอ่ งเที่ยว บทที่ ๓ มาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร บทที่ ๔ การออกแบบพัฒนาเกษตรเพอื่ การทอ่ งเที่ยว บทที่ ๕ การบริหารจดั การแหล่งทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร

โครงสร้างรายวิชา เกษตรเชงิ ท่องเที่ยว รหสั วิชา อช33843 สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สาระสาคัญ อาชพี เกษตรกรรมเป็นอาชพี สาคัญของประชากรของประเทศไทย ในการสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ผูป้ ระกอบ อาชพี การท่จี ะทาใหอ้ าชพี เกษตรกรรมมผี ลประกอบการ ผลผลติ ทีส่ รา้ งรายไดใ้ หก้ บั ผูป้ ระกอบการ จะต้องมี การบริหารจดั การของ อาชพี ทด่ี ี ตอ้ ง ศึกษาหาความรเู้ พิ่มเติมดา้ นวิชาการ เอกสาร วารสาร หรือจากผรู้ ้ผู มู้ ี ประสบการณด์ ้านการทาเกษตร การเลี้ยง การปลกู พชื ผักสวนครัว การทาเกษตรแบบผสมผสาน การผลิตและ จาหน่ายผลผลติ จากการเกษตร ดงั นน้ั เกษตรเชงิ ทอ่ งเทย่ี วเป็นอีกอาชพี หนึง่ ทีส่ ามารถสรา้ งเป็นอาชีพหลกั อาชีพรอง อาชีพเสริม ให้กับเกษตรกรผทู้ สี่ นใจได้ ผลการเรยี นรู้ทค่ี าดหวงั ๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานการพัฒนาเกษตรเชิงท่องเท่ยี ว ๒. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั รูปแบบการเกษตรเชิงท่องเทยี่ ว ๓. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานคุณภาพแหลง่ ท่องเท่ียวเชิงเกษตร ๔. มีความรู้ และทักษะเกย่ี วกบั การออกแบบพัฒนาเกษตรเพ่ือการท่องเที่ยว ๕. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การบรหิ ารจดั การแหล่งท่องเทย่ี วเชิงเกษตร ขอบขา่ ยเน้ือหา บทท่ี 1 ความรูพ้ นื้ ฐานการพฒั นาเกษตรเชิงทอ่ งเที่ยว เรื่องที่ 1 ความหมายของการเกษตรเชิงทอ่ งเทย่ี ว เรอ่ื งท่ี 2 ประโยชน์ของการทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร เรื่องท่ี 3 ประโยชนท์ เี่ กษตรกรคาดว่าจะไดร้ ับจากการท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร เ รือ่ งที่ 4 สิ่งที่นกั ท่องเที่ยวคาดหวังจากการท่องเท่ยี วเชิงเกษตร บทท่ี 2 ลักษณะการเกษตรเชิงท่องเทย่ี ว เร่ืองที่ 1 ลกั ษณะการเกษตรเชิงทอ่ งเทีย่ ว เรอื่ งที่ 2 ชนิดของการเกษตรเชิงท่องเที่ยว เรอ่ื งท่ี 3 ขอบเขตของการเกษตรเชงิ ท่องเทีย่ ว บทที่ ๓ มาตรฐานคุณภาพแหลง่ ท่องเทีย่ วเชิงเกษตร เรื่องที่ 1 ความสาคัญของมาตรฐานคณุ ภาพของการทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร เร่อื งที่ 2 มาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และคุณภาพของการท่องเท่ียวเชิงเกษตร กรอบแนวคิดและกาหนดเกณฑ์มาตรฐานของการทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตร เรื่องท่ี ๓ หลักเกณฑ์และวธิ ีการประเมนิ มาตรฐานคณุ ภาพของการท่องเท่ยี วเชิงเกษตร

บทท่ี 4 การออกแบบพฒั นาเกษตรเพือ่ การทอ่ งเท่ียว เรื่องท่ี 1 ปัจจัยสาคัญในการออกแบบและพฒั นาการท่องเท่ยี วเชิงเกษตร เรอ่ื งท่ี 2 การจาแนกรูปแบบและการจดั การทรัพยากรเกษตรเชงิ ท่องเท่ียว เรอ่ื งที่ 3 กจิ กรรมด้านการเกษตรในฐานการเรยี นรู้ เรื่องท่ี 4 เทคนคิ การออกแบบพฒั นาเกษตรเพือ่ การทอ่ งเที่ยว เรอ่ื งที่ 5 การวางแผนออกแบบและวางแผนพฒั นาพืน้ ทีเ่ กษตรเพอ่ื เขา้ สู่การท่องเทย่ี ว เบอื้ งตน้ บทที่ 5 การบรหิ ารจดั การแหลง่ ท่องเทีย่ วเชงิ เกษตร เรือ่ งที่ 1 การบรหิ ารจัดการแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วที่ เรื่องที่ 2 แนวทางบรหิ ารจดั การแหล่งท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร

คาอธิบายรายวชิ า เกษตรเชงิ ท่องเท่ียว รหัสวชิ า อช33843 สาระการประกอบอาชีพ มัธยมศึกษาตอนปลาย จานวน 5 หน่วยกติ (200 ช่วั โมง) มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ 3.2 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการขยายอาชพี เพอื่ สรา้ งความมัน่ คงบนพน้ื ฐานความรู้ใน กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใช้นวตั กรรมเทคโนโลยที ่เี หมาะสม มีความหลากหลายทางชวี ภาพ พฒั นาตอ่ ยอดและประยกุ ต์ใช้ภมู ิปัญญา 3.3 มีความรู้ ความเข้าใจในการพฒั นาอาชีพ ใหม้ ผี ลติ ภัณฑ์หรืองานบรกิ าร สรา้ งรายไดพ้ อเพยี งต่อ การดารงชีวิต มเี งนิ ออมและมที นุ ในการขยายอาชีพ ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเกย่ี วกบั เร่ืองต่อไปนี้ พนื้ ฐานการพฒั นาเกษตรเชงิ ท่องเทีย่ วรปู แบบการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว มาตรฐานคุณภาพแหล่ง ทอ่ งเทีย่ วเชิงเกษตร การออกแบบพฒั นาเกษตรเพ่ือการทอ่ งเทยี่ ว การบริหารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิง เกษตร ดังนี้ บทท่ี 1 ความรู้พ้ืนฐานการพัฒนาเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว เรือ่ งที่ 1 ความหมายของการเกษตรเชิงทอ่ งเที่ยว เรื่องที่ 2 ประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชงิ เกษตร เรอ่ื งท่ี 3 ประโยชนท์ ่ีเกษตรกรคาดวา่ จะได้รบั จากการท่องเที่ยวเชงิ เกษตร เ ร่ืองท่ี 4 สิ่งทีน่ กั ท่องเท่ยี วคาดหวังจากการทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร บทที่ 2 ลักษณะการเกษตรเชิงท่องเที่ยว เรอ่ื งที่ 1 ลักษณะการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว เร่อื งที่ 2 ชนดิ ของการเกษตรเชิงท่องเที่ยว เรื่องที่ 3 ขอบเขตของการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว บทท่ี ๓ มาตรฐานคุณภาพแหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ เกษตร เรอ่ื งท่ี 1 ความสาคัญของมาตรฐานคณุ ภาพของการทอ่ งเทีย่ วเชงิ เกษตร เร่อื งท่ี 2 มาตรฐาน ตัวบง่ ชี้ และคุณภาพของการท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร กรอบแนวคิดและกาหนดเกณฑม์ าตรฐานของการท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร เรื่องท่ี ๓ หลักเกณฑ์และวิธกี ารประเมนิ มาตรฐานคุณภาพของการท่องเที่ยวเชงิ เกษตร บทที่ 4 การออกแบบพัฒนาเกษตรเพอ่ื การท่องเทยี่ ว เร่ืองท่ี 1 ปัจจัยสาคญั ในการออกแบบและพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตร เร่ืองที่ 2 การจาแนกรูปแบบและการจดั การทรัพยากรเกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียว เรอ่ื งที่ 3 กจิ กรรมดา้ นการเกษตรในฐานการเรียนรู้ เรื่องท่ี 4 เทคนคิ การออกแบบพฒั นาเกษตรเพอื่ การทอ่ งเทย่ี ว เรอ่ื งที่ 5 การวางแผนออกแบบและวางแผนพัฒนาพ้ืนทเ่ี กษตรเพ่อื เขา้ สกู่ ารท่องเทีย่ ว เบอ้ื งตน้ บทที่ 5 การบริหารจัดการแหล่งทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร เร่ืองที่ 1 การบรหิ ารจดั การแหล่งทอ่ งเทยี่ วที่ เรื่องที่ 2 แนวทางบริหารจัดการแหล่งท่องเทย่ี วเชิงเกษตร

การจดั ประสบการณ์การเรยี นรู้ - ศกึ ษา ค้นคว้าจากเอกสารและส่อื ทุกประเภททีเ่ กีย่ วขอ้ งจากแหล่งเรียนรศู้ ูนยเ์ รียนรู้ เศรษฐกจิ พอพียงในชุมชน - ศกึ ษาจากภูมิปญั ญาท้องถน่ิ - ศึกษาดงู านแหล่งทอ่ งเท่ียวเกษตรเชิงท่องเที่ยวจากจงั หวดั น่าน - ศึกษาจากอนิ เตอร์เน็ต - การฝึกปฏบิ ตั ิ - นาเสนอด้วยโครงงาน และสรุป การวัดและประเมนิ ผล - ประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจ โดยการสมั ภาษณ์ - แบบทดสอบทา้ ยบท - ประเมนิ การปฏบิ ัตจิ ริง โดยวิธกี ารทดสอบ สังเกต สมั ภาษณ์ ประเมนิ ตามสภาพจริง

รายละเอียดคาอธิบายรายวชิ า อช33843 เกษตรเชงิ ทอ่ งเทย่ี ว สาระการประกอบอาชีพ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน 5 หน่วยกิต (200 ช่วั โมง) มาตรฐานการเรียนรูร้ ะดับ 3.2 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการขยายอาชพี เพอ่ื สร้างความมน่ั คงบนพ้นื ฐานความร้ใู น กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ใี ชน้ วตั กรรมเทคโนโลยที เี่ หมาะสม มคี วามหลากหลายทางชวี ภาพ พัฒนาต่อยอดและประยุกตใ์ ชภ้ ูมปิ ัญญา 3.3 มีความรู้ ความเข้าใจในการพฒั นาอาชพี ใหม้ ีผลิตภณั ฑ์หรอื งานบรกิ าร สรา้ งรายไดพ้ อเพยี งต่อ การดารงชีวติ มเี งนิ ออมและมีทนุ ในการขยายอาชพี ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวช้ีวดั เน้อื หา จานวน (ช่ัวโมง) 1 พืน้ ฐานการพัฒนา 1.อธิบาย ความหมายของ 1.ความหมายของการเกษตรเชงิ ทอ่ งเที่ยว 20 เกษตรเชงิ ท่องเทย่ี ว การทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร 2.ประโยชน์ของการทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร 2.บอกประโยชน์ของการท่องเที่ยว 3.ประโยชน์ท่ีเกษตรกรคาดว่าจะได้รับจาก เชงิ เกษตรได้ การทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตร 2 ลักษณะการเกษตร 1.อธบิ ายลกั ษณะของการเกษตรเชิง 1. ลกั ษณะการเกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียว 20 40 เชิงท่องเที่ยว ท่องเทยี่ วได้ ๒.ชนดิ ของการเกษตรเชิงทอ่ งเท่ยี ว 2.อธบิ ายชนิดของการเกษตรเชิง 3.ขอบเขตของการเกษตรเชงิ ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวได้ ๓.อธบิ ายขอบเขตการเกษตรเชงิ ทอ่ งเที่ยวได้ 3 มาตรฐานคุณภาพ 1.อธิบายความสาคัญของมาตรฐาน 1. ความสาคญั ของมาตรฐานคณุ ภาพของ แหล่งท่องเทยี่ ว คุณภาพของการท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชงิ เกษตร ได้ 2. มาตรฐาน ตัวบงชี้ และคณุ ภาพของการ 2.อธิบายนิยามของคาสาคญั ได้ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร กรอบแนวคดิ และ 3.บอกกรอบแนวคดิ และกาหนด กาหนดเกณฑ์มาตรฐานของการท่องเท่ียว เกณฑม์ าตรฐานของการทอ่ งเท่ียว เชิงเกษตร เชิงเกษตรได้ 3. หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการประเมินมาตรฐาน 4.อธิบายหลกั เกณฑ์และวิธกี าร คณุ ภาพของการท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร ประเมนิ มาตรฐานคณุ ภาพของการ ท่องเท่ยี วเชิงเกษตรได้

ท่ี หวั เร่อื ง ตัวช้วี ดั เนือ้ หา จานวน (ช่วั โมง) 4 การออกแบบพัฒนา 1.อธบิ ายปัจจยั สาคญั ในการ 1.ปจั จยั สาคัญในการออกแบบและ 40 เกษตรเพือ่ การทอ่ งเทย่ี ว ออกแบบและพฒั นาการ พฒั นาการทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร ทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร 2.การจาแนกรูปแบบ การจัดการ 2.จาแนกการจดั การทรพั ยากร ทรัพยากรเกษตรเชงิ ท่องเท่ยี ว การเกษตรแบบตา่ งๆ 3.กิจกรรมดา้ นการเกษตรในฐาน 3.บอกกจิ กรรมด้านการเกษตรใน การเรียนรู้ ฐานการเรียนรู้ 4.เทคนิคการออกแบบพัฒนาเกษตร 4.บอกเทคนิคการออกแบบ เพอ่ื การท่องเทย่ี ว พฒั นาเกษตรเพื่อการท่องเท่ียว 5.การฝึกปฏิบัติการประยุกต์ใช้ใน 5.การฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารประยกุ ตใ์ ช้ ชีวติ ประจาวันได้ ในชวี ิตประจาวนั ๖.การวางแผนออกแบบและวางแผน 6.สามารถออกแบบและวางแผน พฒั นาพื้นท่เี กษตรเพอ่ื เข้าสกู่ าร พัฒนาพนื้ ทีเ่ กษตรเพ่ือเขา้ สกู่ าร ทอ่ งเทย่ี วเบอื้ งตน้ ท่องเทย่ี วเบ้ืองตน้ 5 การบรหิ ารจัดการแหลง่ 1.อธบิ ายการบริหารจัดการแหลง่ 1.การบรหิ ารจัดการแหลง่ ทอ่ งเท่ียวทดี่ ี 80 ท่องเท่ียวเชงิ เกษตร ท่องเท่ียวทีด่ ี -หลักการท่องเทย่ี วทีด่ ี 2.บอกแนวทางบรหิ ารจดั การ -การประชาสัมพันธ์ และการเตรยี มตวั ไปทอ่ งเที่ยว -การสารวจแหลง่ ท่องเทยี่ วท่ีมีความ เชิงเกษตร พรอ้ ม 3.อธิบายศกั ยภาพการบรหิ าร -การวิเคราะหแ์ หล่งทอ่ งเทยี่ ว จัดการแหลง่ ท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร 2.แนวทางบริหารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว 4.สามารถเปรียบเทยี บสภาพ เชงิ เกษตร ข้อมูลแหลง่ เรยี นรกู้ ารท่องเทีย่ ว -การเตรยี มตวั ก่อนการทอ่ งเทยี่ ว เชงิ เกษตร -ศักยภาพการบริหารจดั การแหลง่ 5.สามารถวิเคราะหข์ อ้ มูลและ ท่องเท่ียว วางแผนการบริหารจัดการแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร/ การประชาสัมพันธ์ และ การออกแบบการบรกิ าร

แบบทดสอบกอ่ นเรียน คาชแ้ี จง : ใหผ้ ูเ้ รยี นเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้องที่สุดเพยี งคาตอบเดยี ว ๑.ขอ้ ใดกลา่ วถึงความหมายของเกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียวไดถ้ กู ตอ้ ง ก. การท่องเทยี่ วในแหลง่ ธรรมชาตแิ ละอทุ ยานแห่งชาตโิ ดยการจดั กจิ กรรม ข. การทอ่ งเทยี่ วอยา่ งมีความรับผดิ ชอบในแหล่งธรรมชาติ ค. เป็นการสง่ เสรมิ พัฒนารวมท้ังการอนุรักษธ์ รรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มควบคกู่ บั การท่องเท่ยี ว ง. การท่องเที่ยวทีม่ ุ่งเนน้ ทางดา้ นการเรยี นรู้วถิ ีเกษตร ๒.ขอ้ ใดกล่าวผดิ ก. การทอ่ งเท่ยี วชว่ ยส่งเสริมความสมั พนั ธข์ องมนษุ ยชาติกอ่ ใหเ้ กดิ สันติภาพ ข. การท่องเที่ยวทารายไดใ้ นรปู ของเงินตราตา่ งประเทศเขา้ มาในประเทศ ค. การท่องเทยี่ วไม่ก่อใหเ้ กดิ โครงสรา้ งพื้นฐาน เชน่ ถนนอาคารร้านค้าตา่ งๆ ง. การท่องเทย่ี วมสี ่วนในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรม ประเพณีในท้องถนิ่ ๓. ข้อใดเป็นลักษณะการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ วประเภทนักท่องเท่ยี วร่วมกจิ กรรมระยะสนั้ ก. นกั ทอ่ งเทย่ี วส่วนหน่ึงเดินทางมาทอ่ งเท่ยี วเพอ่ื หาลทู่ างในการทาธรุ กิจเกย่ี วกับการเกษตร ข. การเข้าชมสวนเกษตร โดยนกั ทอ่ งเทยี่ วอาจเกบ็ ผลผลิตในสวนหรือซือ้ ผลผลติ โดยเลอื กเกบ็ ได้ ค. การใหน้ ักทอ่ งเทย่ี วพักแรมในหมู่บ้านเพอื่ ศกึ ษา และสมั ผสั กับชวี ิตของชาวชนบทเกษตร ง. อบรมให้ความรูเ้ กษตรแผนใหม่และความรูท้ ี่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ๔. หลักพื้นฐานของการเกษตรเชงิ ท่องเที่ยวแบง่ ออกเปน็ กป่ี ระการ ก. 5 ข. 4 ค. 3 ง. 2 ๕. ขอ้ ใดคอื ความหมายของศกั ยภาพการบรหิ ารจัดการของแหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร ก. ความสามารถในการสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเทยี่ ว ข. ความสามารถในการสร้ างคุณคา่ ใหก้ บั ตวั สนิ ค้าท่ใี หบ้ รกิ ารภายในแหล่งทอ่ งเท่ยี ว ค. ความสามารถในการดาเนินงาน วางแผน ควบคุมดูแลและจัดการแหลง่ ท่องเทย่ี วให้สามารถอย่ไู ด้ อย่างยงั่ ยืน ง. ความพร้อมในการจัดหาบรกิ ารขัน้ พนื้ ฐานสาหรบั นกั ทอ่ งเท่ียวไดอ้ ย่างเหมาะสมกับสภาพแวดลอ้ ม ของแหล่งท่องเทยี่ ว

๖. มาตรฐานคุณภาพแหล่งทอ่ งเทีย่ วเชงิ เกษตรมีเครอื่ งมอื เพ่ือการประเมนิ ผลและการรบั รองระดับคุณภาพ ของแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตรก่ีองคป์ ระกอบ ก. 6 ข. 5 ค. 4 ง. 3 ๗.การวางแผนในการจัดการธุรกิจทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตรแบบกลุ่มดาเนินการโดยใคร ก.คณะกรรมการบรหิ ารกลมุ่ ข.หวั หนา้ ฝาุ ยหรือแผนกต่างๆ ค.คณะกรรมการทมี่ ีจากคณะกรรมการกลุม่ ต่างๆ ง.ประธานกลุ่ม ๘. ข้อใดคอื รูปแบบธรุ กิจการจัดประชุมในการท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร ก.จดั เป็นเวทีแสดงศลิ ปวัฒนธรรม ข.จัดใหม้ ีเครือ่ งดนตรเี พอ่ื ใหค้ วามเพลิดเพลนิ ค.จัดแบบการสมั มนา ง.จดั เป็นศนู ย์การเรยี นรู้ ๙. ข้อใดไมใ่ ช่เป็นการท่องเทีย่ วทค่ี านึงถึงการมสี ่วนรว่ มของชุมชน ก. การทอ่ งเทีย่ วท่มี ีความรบั ผดิ ชอบ ข. สรา้ งความตระหนักและปลูกจติ สานกึ ค. สร้างผลประโยชนต์ อ่ ท้องถ่นิ ง. เปน็ แหล่งวฒั นธรรมและประวตั ศิ าสตร์ ๑๐. การทอ่ งเที่ยวแบบสร้างความตระหนักและปลกู จิตสานึก เปน็ การท่องเท่ยี วแบบใด ก. การท่องเท่ยี วแบบกระบวนการเรยี นรู้ ข. การทอ่ งเท่ียวแบบคานึงถงึ สว่ นรวม ค. การท่องเท่ยี วแบบยั่งยืน ง. การท่องเทีย่ วแบบแหลง่ ธรรมชาติ

๑ บทที่ 1 ความรู้พน้ื ฐานการพฒั นาเกษตรเชิงทอ่ งเทยี่ ว สาระสาคญั การทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตร เปน็ การประกอบการทตี่ อ้ งอาศยั การมีสว่ นรว่ มของเกษตรกร ชุมชน หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ดงั นน้ั การเรียนรดู้ ้านการท่องเทีย่ วเชิงเกษตรตอ้ งทราบถึงความหมาย หลกั การและ ประโยชน์ที่จะได้รบั จากการทาเกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียว ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั 1. อธิบาย ความหมายของการทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตรได้ 2. บอกประโยชน์ของการทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตรได้ ขอบขา่ ยเนือ้ หา เรื่องท่ี 1 ความหมายและหลักการพนื้ ฐานของเกษตรเชิงท่องเท่ียว เรื่องที่ 2 ประโยชนข์ องการทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร เรื่องที่ 3 ประโยชนท์ ่ีเกษตรกรคาดวา่ จะไดร้ บั จากการท่องเท่ยี วเชิงเกษตร เรอ่ื งที่ 4 ส่ิงทนี่ ักทอ่ งเทยี่ วคาดหวงั จากการทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร

๒ เร่อื งท่ี 1 ความหมายและหลกั การพน้ื ฐานของเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว 1. ความหมายของเกษตรเชิงท่องเทยี่ ว เกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียวหมายถึง การทอ่ งเทย่ี วทม่ี ุ่งเน้นทางด้านการเรยี นรู้วิถเี กษตรกรรมของชาวชนบท โดยเนน้ การมีสว่ นรว่ มของนกั ทอ่ งเทีย่ วในการดาเนินกิจกรรมให้เกดิ การเรยี นรดู้ า้ นการเกษตรและวิถกี า ร ดารงชีวิต วฒั นธรรม ประเพณี และเป็นการนาเอาทรพั ยากรทีม่ ีอยใู่ หเ้ กดิ การเรียนรมู้ าทาให้เกิดประโยชน์ กอ่ ใหเ้ กดิ รายไดต้ อ่ ชมุ ชนและตัวเกษตรกร การท่องเท่ยี วเชงิ เกษตรจะเปน็ การอนรุ ักษ์ควบคู่ไปกับการ ทอ่ งเที่ยวเพ่ือไม่ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อชมุ ชนและผลกระทบตอ่ สภาพสิง่ แวดลอ้ ม การท่องเทยี่ วเชิงเกษตร เปน็ การเดนิ ทางทอ่ งเทยี่ วไปยังพ้นื ทเ่ี กษตรกรรม สวนเกษตร วนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศสุ ัตวแ์ ละสตั ว์ เลย้ี ง เพอ่ื ช่นื ชมความสวยงาม ความสาเรจ็ และเพลดิ เพลนิ ในสวนเกษตร ได้ความรู้ ไดป้ ระสบการณใ์ หม่ บนพนื้ ฐานความรบั ผดิ ชอบจติ สานกึ ตอ่ การรักษาสภาพแวดล้อมของสถานทีแ่ ห่งนัน้ 2.หลักการพ้นื ฐานการทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร หลกั การพน้ื ฐานของการท่องเท่ยี วเชิงเกษตร มี 3 ประการ ดังน้ี 1. หลักการรบั ชม การทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตร ต้องมกี จิ กรรมให้นกั ท่องเทย่ี วชม เช่น สตั ว์เลย้ี ง แปลงเพาะปลกู พืชผกั สวน ครวั อุปกรณ์การเกษตรสมัยก่อน โรงนา โรงพิพธิ ภัณฑ์ของเก่า แหล่งท่องเทย่ี วธรรมชาติ ฯลฯ นอกจากนี้ก็มี วฒั นธรรมประเพณี การแตง่ กาย การละเล่นพื้นเมอื ง การฟูอนรา ซง่ึ สามารถนามาแสดง ให้แก่นกั ท่องเทยี่ ว เพอื่ เพิม่ ความสนใจแก่นักท่องเที่ยวในการมาเย่ียมชมได้ 2. หลกั การทา การท่องเท่ียวเชงิ เกษตร ต้องมีกจิ กรรมใหน้ กั ท่องเทยี่ วทา เพ่ือการมสี ่วนร่วมในการท่องเทีย่ วเชงิ เกษตร เช่น การเก็บผลไม้ตามฤดกู าล การตอนก่งิ พันธไ์ุ ม้ การขม่ี า้ การขีว่ วั ควาย การประกอบอาหาร การ ระบายสี การเล่นเกมชงิ รางวลั และกิจกรรมพเิ ศษต่างๆ เพ่ือเพม่ิ ความสนกุ สนานของนักทอ่ งเทย่ี ว และเป็น การสร้างแรงจูงใจใหก้ ับนกั ทอ่ งเทีย่ วไดเ้ กิดความประทับใจ 3. หลกั การซ้ือ การเกษตรเชงิ ท่องเที่ยว ต้องมสี ินคา้ ให้นักท่องเที่ยวซ้อื ซง่ึ สินคา้ ทน่ี ามาจาหนา่ ยนัน้ ผปู้ ระกอบการ สามารถนาผลผลิตทางการเกษตร ท่ีเป็นของสดเชน่ ผกั ผลไม้ และสามารถ มาแปรรูปเพื่อจาหนา่ ยแก่ นกั ทอ่ งเที่ยวโดยตรง เช่น นา้ ด่ืมสมนุ ไพรต่างๆ และรวมถงึ การจาหน่ายอาหารและขนม ผลติ ภณั ฑพ์ ืน้ บา้ น สินค้าหนึ่งผลิตภณั ฑ์หนึ่งตาบล ( OTOP) สินคา้ ทร่ี ะลึก เพือ่ ใหน้ กั ท่องเที่ยวจดจาประสบการณ์การทอ่ งเทยี่ ว คร้ังนี้ตลอดไป

๓ เรื่องที่ 2 ประโยชน์ของการท่องเทยี่ วเชิงเกษตร โดยทั่วไปแลว้ ประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชงิ เกษตร มีดังน้ี 1. โอกาสจากการมีรายได้มากขึ้น จากหลากหลายทางทไ่ี มใ่ ชจ่ ากผลผลิตทางการเกษตรเทา่ นั้น แต่ผ้ปู ระกอบการยงั สามารถมีรายไดเ้ พ่มิ จากการแปรรูปสนิ คา้ เกษตร การเก็บคา่ เขา้ ชม การจาหน่ายสนิ ค้า ทร่ี ะลกึ เป็นต้น 2. รายได้เพมิ่ แตไ่ ม่ตอ้ งเพ่มิ ท่ดี ินทากิน โดยการนาทฤษฎีเกษตรผสมผสานมาปรับใชใ่ นพ้นื ท่ี ทากินทมี่ อี ยูจ่ ากดั หรอื มขี นาดเลก็ ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ มรี ายได้เพิม่ มีผลผลิตท่หี ลากหลาย 3. เมอ่ื เทียบกับตลาดสินค้าแบบด้งั เดิม การทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตรนาเสนอวธิ ีการใหม่ของ การตลาดผลิตภณั ฑ์และบริการทช่ี ่วยใหเ้ กษตรกรสามารถเพม่ิ มลู คา่ ของสนิ ค้าการเกษตร ได้แก่ การแปรรูป ผลผลิตให้มีมูลคา่ เพ่ิม 4. โอกาสในการสร้างธรุ กิจใหม่ ๆ จากทรัพยากรที่เกษตรกรมอี ยู่แลว้ 5. เปน็ การสรา้ งกจิ การเพอื่ ครอบครัวและลกู หลานในอนาคต เป็นวิธีการหนึง่ ในการดงึ ดดู ให้ คนหน่มุ สาวเดินทางกลับมาประกอบอาชพี ในทอ้ งถน่ิ 6. เปน็ ธรุ กจิ หนงึ่ ท่ีผเู้ กษยี ณอายุสามารถดาเนนิ การได้เอง 7. เป็นแหล่งเรยี นรู้สาหรบั ทุกคนที่สนใจเรอื่ งการเพาะปลกู การเกษตร ท้ังตัวเกษตรกรเอง นกั ศกึ ษาและผ้สู นใจท่ัวไป ทีอ่ ยากศกึ ษาหาความรู้เพม่ิ เติมดา้ นการเกษตร หรอื ความรู้การเลือกซอ้ื สินค้า การเกษตร การจัดเกบ็ เปน็ ต้น 8. แสดงวิธกี ารดูแลและปูองกนั ผืนดนิ และทรัพยากรธรรมชาติเป็นหน่ึงในวิธีการอนุรกั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ และพ้ืนทส่ี ีเขยี ว โดยการจดั ทาแหล่งท่องเทยี่ วเชิงเกษตร เพอ่ื ลดปัญหาการขายที่ดนิ และ ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มจากโรงงานอุตสาหกรรมท่จี ะเข้ามาในท้องถิ่น 9. เปน็ แหล่งเรยี นรเู้ ร่ืองราววิถีทางทาเกษตรกรรมทัง้ สมยั โบราณ และสมยั ใหมด่ ว้ ย เปน็ แหล่ง เรยี นรู้วัฒนธรรมทอ้ งถิน่ เช่น การปลูกขา้ ว เครอ่ื งมือเคร่อื งใชใ้ นการทานา เปน็ ตน้

๔ เร่อื งที่ 3 ประโยชน์ท่เี กษตรกรคาดว่าจะไดร้ บั จากการทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร ประโยชน์ท่เี กษตรกรคาดวา่ จะได้รบั จากการท่องเทีย่ วเชงิ เกษตร มดี งั น้ี 1. การมรี ายได้ที่เพิ่มขึน้ นอกจากเกษตรกรรมหลัก การทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตรเป็นการทอ่ งเท่ยี ว รปู แบบหนึ่งที่ชว่ ยสง่ เสริมการประกอบอาชพี เกษตรกรรม ซ่งึ เกษตรกรสามารถกาหนดราคาขายไดเ้ องและยงั สามารถจาหนา่ ยสินค้าไดท้ ส่ี วนโดยตรง 2. ความท้าทายและความพึงพอใจในการดารงชพี แบบน้ีเป็นส่งิ ที่สร้างความภาคภมู ใิ จใหก้ ับ เกษตรกรและลกู หลานในอนาคตในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเปน็ การสรา้ งงานภายในทอ้ งถน่ิ ปอู งกันแรงงานหนมุ่ สาวไปทางานนอกพน้ื ท่ี 3. การพัฒนาทกั ษะด้านม นษุ ยสัมพันธ์และการสอื่ สาร เนอื่ งจากกิจกรรมการทอ่ งเที่ยวจะชว่ ย สง่ เสรมิ ใหเ้ กษตรกรเรยี นรแู้ ละพฒั นาการสอื่ สาร และม นุษยสัมพนั ธ์ใหด้ ีขึ้นกบั นักทอ่ งเทยี่ วและประชาชน ในชมุ ชนท้องถ่ิน 4. กิจกรรมการทอ่ งเทีย่ วเชงิ เกษตรทหี่ ลากหลาย เกดิ ขน้ึ จากจดุ เล็กๆ แลว้ ค่อยขยายส่วู งกวา้ ง ในระดับหมู่บา้ น ตาบล อาเภอ ซง่ึ การเรมิ่ ดาเนินการในระยะแรกนน้ั สว่ นใหญเ่ กดิ จากบคุ คลรายเดียวหรือการ รวมกลุ่มเล็ก ๆ ก่อน 5. แหลง่ ท่องเท่ียวมีปริมาณนอ้ ย แตจ่ านวนนกั ท่องเท่ยี วทม่ี คี ณุ ภาพมีจานวนมาก การท่องเทีย่ วเชิง เกษตรยงั เปน็ ตลาดทีน่ ่าสนใจในปัจจุบนั ภาวะตลาดอมิ่ ตวั และการแข่งขันยังมนี อ้ ย อตั ราการเติบโตยงั คง ต่อเน่ืองและมลี ู่ทางทสี่ ดใส สาหรบั เกษตรกรท่ีคดิ อยากลงทนุ ด้านนี้ 6. ราคาจาหน่ายสมเหตุสมผล ไม่แพงเกินไป ในสว่ นนเี้ กษตรกรสามารถกาหนดราคาขายได้เอง และจาหน่ายได้ทงั้ ปลกี และส่ง ซ่ึงสามารถจาหน่ายสินคา้ ทสี่ วนโดยตรงได้ ลดปัญหาราคาสนิ คา้ ทางการเกษตร ตกต่าและผลผลติ ล้นตลาดในช่วงฤดูผลผลติ

๕ เรอ่ื งท่ี 4 ส่งิ ที่นกั ท่องเทีย่ วคาดหวังจากการท่องเทยี่ วเชิงเกษตร ส่งิ ทนี่ ักท่องเทยี่ วคาดหวงั จากการทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร มีดงั น้ี 1. ประสบการณ์ทกุ อย่างจา กการเดนิ ทางมาท่องเท่ียว เช่น ความเป็นมิตร บรรยากาศแบบ ชนบท การตอ้ นรับแบบวถิ ชี าวบ้าน สินค้าทางการเกษตรแบบปลอดสารพษิ 2. ได้รับประสบการณ์จริงๆ ส่งิ ทนี่ ักทอ่ งเทีย่ วคาดหวังจากการท่องเท่ียว คือ การ ได้พบกับสง่ิ แปลกใหม่หรือส่ิงท่ไี มส่ ามารถพบไดใ้ นที่อืน่ เช่น พันธพ์ุ ชื เฉพาะถน่ิ หรืออาหารเฉพาะถิน่ 3. ตอ้ งการ ออกจากสภาพแวดลอ้ มเดมิ ๆ ทีม่ แี ต่ความเครียด ดว้ ยวิถชี วี ติ คนในเมืองและการ ดาเนินชวี ิตสมัยใหมท่ เี่ รง่ รบี ทาใหน้ ักท่องเทีย่ วแสวงหาสภาพแวดล้อม ใหม่ ๆ เพ่ือลดความเครียดจากการ ทางาน และปัญหาต่างๆ ในการดารงชวี ติ 4. อยากเหน็ วิถชี วี ิตในการดารงชพี ของเกษตรกร ซึ่งบางรายมกี ารสบื ทอดการทาเกษตรกรรม มาหลายรุ่น เป็นการเรียนรถู้ ึงประวัตชิ ีวิต และการสืบทอดดารงอาชีพทางการเกษตรทมี่ มี ายาวนาน 5. มสี ่วนรว่ มและได้เห็นการปลกู พชื ว่าเตบิ โตมาด้วยวธิ ีการใด เป็นกิจกรรมหน่งึ ในการเรียนรู้ทาง การเกษตร คือ นกั ท่องเทย่ี วสามารถรว่ มปลูกพชื หรอื ไดร้ ับความรู้ใหมจ่ ากพืชพนั ธุต์ ่างๆ ในประเทศหรอื เฉพาะถ่ิน และกระบวนการดูแลรักษาต้นไม้ การเกบ็ เกี่ยว 6. ไดร้ บั ประสบการณ์จากวฒั นธรรมและมรดกทอ้ งถ่นิ ซึ่งวถิ ชี วี ติ คนในเมอื งและการดาเนินชวี ิต สมัยใหมท่ เ่ี ร่งรบี ทาใหน้ กั ท่องเที่ยวแสวงหาส่ิงดง้ั เดมิ ท่ีไมอ่ าจพบได้ในเมอื ง

๖ กิจกรรมทา้ ยบทท่ี ๑ คาชีแ้ จง: ให้ผ้เู รยี นโยงเส้นเชือ่ มความสมั พนั ธ์ระหว่างกลุ่ม A และกลุ่ม B กลมุ่ A กลมุ่ B ๑. หลกั การรับชม ก. เตม็ ใจบริการ ยมิ้ แย้มแจม่ ใส ๒. การท่องเทย่ี วเชิงเกษตร ข. เครอื่ งมือเคร่ืองใช้ในการทานา ๓. หลกั การทา ค. การแสดง การแต่งกาย การละเลน่ พื้นเมอื ง ๔. ประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ง. มุง่ เนน้ การเรยี นรู้วถิ ีเกษตรกรรม ๕. ประโยชน์ทีเ่ กษตรกรได้รับ จ. การเกบ็ ผลไมต้ ามฤดกู าล การขม่ี ้า ๖. ประโยชน์ท่ีนกั ท่องเทีย่ วได้รบั ฉ. การขยายสวู่ งกว้าง ๗. สภาพแวดลอ้ มเดมิ ๆ ช. การมรี ายได้ท่เี พ่มิ ขน้ึ ๘. ระดบั หมู่บา้ น ตาบล อาเภอ จังหวัด ฌ. ความเครยี ดจากการทางาน เร่งรีบ ๙. แหลง่ เรียนรวู้ ิถีเกษตร ญ. ประสบการณ์ทุกอยา่ งจากการมาทอ่ งเทย่ี ว ๑๐.การพฒั นาทกั ษะดา้ นมนษุ ยสัมพนั ธ์ ฎ. โอกาสจากการมีรายได้มากขนึ้

๗ บทท่ี 2 ลักษณะการเกษตรเชิงทอ่ งเท่ียว สาระสาคญั การเกษตรเชงิ ท่องเที่ยว มกี ารใหบ้ ริการทห่ี ลากหลายรปู แบบ ตามศักยภาพของชมุ ชนและผู้ดาเนินการ ซ่ึงในการจดั ทามกี ารใหบ้ ริการลกู ค้าแบบต่างๆ เช่น ให้บริการทพ่ี กั อาหารและเครอ่ื งดื่ม การใหบ้ รกิ ารดา้ น ความรูแ้ ละการฝึกปฏบิ ัติ และการจาหนา่ ยสินคา้ ทีส่ ง่ เสริมด้านศลิ ปวัฒนธรรมของชมุ ชน เพ่ือเปน็ การสรา้ ง รายได้และประโยชน์ใหก้ บั ชมุ ชนใหม้ ากท่สี ดุ จงึ จาเป็นทต่ี ้องทราบถึงลักษณะของการเกษตรเชิงทอ่ งเทยี่ ว เพ่ือให้ผู้รบั บรกิ ารและผู้ให้บริการ ได้ทราบถึงประเภทของการใหบ้ รกิ ารและขดี ความสามารถในการบรหิ าร จัดการของการเกษตรเชิงทอ่ งเท่ยี ว เพอื่ สามารถดาเนินกจิ การไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่อง ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั 1. อธิบายลกั ษณะของการเกษตรเชิงท่องเทย่ี วได้ 2. อธบิ ายชนิดของการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทยี่ วได้ ๓. อธิบายขอบเขตการเกษตรเชิงทอ่ งเทีย่ วได้ ขอบขา่ ยเนือ้ หา เร่อื งที่ 1 ลักษณะการเกษตรเชงิ ท่องเทยี่ ว เรอื่ งที่ 2 ชนิดของการเกษตรเชิงท่องเทยี่ ว เร่อื งท่ี 3 ขอบเขตของการเกษตรเชิงท่องเทีย่ ว

๘ เร่อื งท่ี 1 ลักษณะของการเกษตรเชิงท่องเท่ยี ว 1. ลักษณะของการเกษตรเชิงท่องเทีย่ ว แบง่ ตามลักษณะกจิ กรรมได้ดงั นี้ 1.1 แบง่ ตามลกั ษณะกจิ กรรมการเกษตรหลัก สามารถแบง่ ได้ 5 ประเภทคือ การเพาะปลกู การ เล้ยี งสตั ว์ การประมง การปาุ ไม้ และการเกษตรแบบผสมผสาน 1.2 แบง่ ตามลกั ษณะเจา้ ของกิจการและการบรหิ ารจดั การ สามารถแบ่ง ได้ เป็น 7 ประเภท คอื โครงการตามพระราชดารขิ องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวและพระบรมวงศานุวงศ์บริหารจัดการโดยภาครฐั (หน่วยราชการและรัฐวิสาหกจิ ) องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ องคก์ รเอกชน บริษทั เอกชน วสิ าหกจิ ชุมชนและ บุคคลทว่ั ไป 1.3 แบ่งตามขนาดของแหลง่ ท่องเทย่ี ว กาหนดตามขนาดพืน้ ทขี่ องแหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว แบ่งได้ 3 ประเภทคอื แหล่งทอ่ งเท่ยี ว ขนาดใหญ่ (51 ไร่ ข้นึ ไป) ขนาดกลาง (21-50ไร่) และขนาดเล็ก (ไม่เกิน 20 ไร่) แหลง่ ทอ่ งเทีย่ วแบ่งตามขนาด แหลง่ ท่องเท่ยี วแบ่งตามลกั ษณะกิจกรรม 2. ลักษณะของกิจกรรมการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทยี่ ว สามารถแบ่งได้ 3 แบบดังน้ี 2.1 แบบกจิ กรรมรายบคุ คล ได้แก่ การนาเท่ียวชมสวนของเกษตรกรรายบคุ คลทปี่ ระส บ ความสาเรจ็ ในการประกอบอาชพี เชน่ สวนผลไม้ สวนไม้ดอกไม้ประดับ หรอื แมแ้ ต่ฟาร์มเลยี้ งสตั ว์ ทงั้ น้ผี เู้ ย่ยี ม ชมจะได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต การจัดการ การตลาดและสามารถซือ้ ผลผลติ ต่างๆทีท่ างสวนจดั ขน้ึ 2.2 กิจกรรมการท่องเทยี่ วตามฤดกู าลหรอื เทศกาล เชน่ การจดั งานวันทุเรยี นโลก งานวนั เงาะ โรงเรียน งานทุ่งทานตะวันบาน หรืองานทุง่ ดอกปทมุ มา ซ่ึงการท่องเที่ยวแบบนี้จะมขี นึ้ เฉพาะในช่วงที่มกี ารจดั นิทรรศการเกี่ยวกบั การเกษตรเทา่ น้ัน 2.3 กจิ กรรมการท่องเทยี่ วตามชุมชนหรือหมู่บ้านเกษตรกร ซึง่ เกษตรกรในชุมชนร่วมกนั จัดต้งั บรหิ ารและจัดการทอ่ งเทย่ี ว โดยกรมส่งเสรมิ การเกษตรให้ความร่วมมอื สนบั สนนุ ในการจัดทาโครงสร้างทาง กายภาพ การจดั ภมู ิทัศน์ การให้แนวความคิดในการพัฒนาแหล่งทอ่ งเทีย่ วให้เหมาะสมกับพื้นท่แี ละ ความสามารถของเกษตรกรในชุมชน แหล่งทอ่ งเที่ยวตามชุมชน

๙ เรอ่ื งที่ 2 ชนิดของการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทยี่ ว ชนิดของการเกษตรเชงิ ท่องเท่ยี ว สามารถแบ่งเป็น 4 ชนิด ไดแ้ ก่ 1. แหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตร แบบจาหน่ายสินคา้ ทางการเกษตรท่แี หล่งทอ่ งเท่ยี วโดยตร ง เช่น การ เกบ็ ผลไม้ทส่ี วนผลไม้ การตดั กงิ่ เพาะชาในสวน เป็นต้น 2. แหล่งทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร แบบให้ความรู้ เช่น ทัศนะศกึ ษาของนักเรยี น และกลมุ่ เกษตรกร ทต่ี ้องการศกึ ษาหาความรู้ด้านการเกษตร 3. แหล่งท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร แบบให้ความบันเทงิ เช่น ไร่ข้าวโพด ฟารม์ แกะ ฟาร์มเลย้ี งม้า บ่อตกปลา ทล่ี ่าสัตว์ เปน็ ตน้ 4. แหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร แบบมที ีพ่ กั ซ่งึ จะมกี ารจดั ทพ่ี ักพร้อมอาหารไวบ้ ริกา รนักท่องเทีย่ วที่ เดินทางเที่ยวชม เช่น ท่ีพกั พรอ้ มอาหารเช้า ค่ายพักแรม ปคิ นิค การจัดงานวันเกิด วันแตง่ งาน เปน็ ต้น กจิ กรรมการเกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียว ในแหลง่ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแต่ละแหง่ จะมีกิจกรรมท่ใี ห้บริการนกั ท่องเท่ยี วหลายๆ กจิ กรรม แล้วแต่ สภาพของจดุ ทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตรแต่ละแหง่ ได้แก่ 1. กจิ กรรมทใี่ ห้นักทอ่ งเทย่ี วรว่ มกจิ กรรมระยะสัน้ ได้แก่ การเข้าชมสวนเกษตร โดยนกั ทอ่ งเทย่ี วอาจ เก็บผลผลติ ในสวนหรือซือ้ ผลผลติ โดยเลือกเกบ็ ได้ และทากจิ กรรมพ้ืนบ้านระยะส้นั รว่ มกบั ชาวบ้าน เช่นข่คี วาย นั่งเกวียน และอื่น ๆ 2. กจิ กรรมที่ใหน้ กั ทอ่ งเท่ียวพกั แรมในหมู่บ้าน การใหน้ ักท่องเท่ยี วพกั แรมในหมบู่ ้านเพอื่ ศกึ ษา และ สมั ผัสกบั ชีวติ ของชาวชนบทเกษตรโดยนกั ท่องเท่ียวจะได้รับบรกิ ารท่ีอบอนุ่ ปลอดภยั สะดวกและสะอาด 3. กิจกรรมการ อบรมใหค้ วามรเู้ กษตรแผนใหมแ่ ละความรูท้ ี่เปน็ ภูมปิ ัญญาชาวบ้าน การทา การเกษตรแผนใหม่ เชน่ การปลกู และการดูแลรกั ษา การแปรรปู ผลผลิตทางการเกษตร อาจมกี ารให้ใบ ประกาศนียบัตรดว้ ย การเรียนรู้ภูมิปญั ญาชาวบา้ น เช่น การศึกษาแมลงทม่ี ีประโยชน์ พืชผักพนื้ เมอื งที่กินได้ การทานา้ ตาลมะพร้าวและนา้ ตาลโตนด ฯลฯ 4. กิจกรรมการจาหนา่ ยสินคา้ และผลติ ภณั ฑ์เกษตรสินคา้ หัตถกรรมพื้นบ้านของเกษตรกร ของใช้และ ของทรี่ ะลกึ ตา่ งๆ ผลไม้สด ดอกไม้สด เมลด็ พันธุ์พืชทีน่ ่าสนใจใหน้ ักท่องเทยี่ วซื้อไปปลกู 5. กิจกรรมการให้ล่ทู างธุรกจิ ชว่ งท่ธี รุ กจิ อ่ืน ๆ ประสบปัญหาจากธุรกจิ ตกตา่ ใหน้ ักทอ่ งเทยี่ วสว่ น หนงึ่ เดนิ ทางมาท่องเท่ยี วเพอื่ หาลู่ทางในการทาธุรกิจเก่ียวกบั การเกษตร เพราะเป็นธุรกิจทใ่ี หผ้ ลตอบแทนเร็ว การท่องเทีย่ วในลกั ษณะนีน้ อกจากจะชว่ ยเอ้อื ประโยชน์ให้แกเ่ กษตรกรแล้วยงั เปน็ หนทางที่ชว่ ยภาคเอกชน ทีร่ บั ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกจิ ในปจั จุบนั อกี ดว้ ย

๑๐ เรือ่ งท่ี 3 ขอบเขตของการเกษตรเชิงท่องเทย่ี ว ขอบเขตของการเกษตรเชิงทอ่ งเท่ียว Pandurang Taware. (2000) ได้กาหนดขอบเขตการเกษตรเชงิ ทอ่ งเที่ยวในปจั จุบัน โดยมีขอบเขตบริบทตามรายละเอยี ด ดงั น้ี 1. มีคา่ ใช้จ่ายตา่ หรอื ราคาถกู เปน็ ช่องทางทมี่ ีคา่ ใชจ้ า่ ยต่า ต้นทุนด้านอาหาร ท่พี กั แรม นนั ทนาการ และการทอ่ งเท่ียวมี ตน้ ทุนต่าบนพืน้ ฐานของนักทอ่ งเทีย่ ว ปจั จุบนั แนวคิดการท่องเท่ยี วและอุตสาหกรรมทอ่ งเทีย่ วถูกจากดั เพียงใน เมอื งและระดับประชากรท่มี รี ายไดส้ งู ซง่ึ มีสดั สว่ นจานวนน้อย อย่างไรกต็ าม แนวคดิ การทอ่ งเท่ยี วต้อง ตอบสนองต่อประชากรส่วนใหญ่ ซงึ่ เก่ียวเน่อื งกับประสทิ ธิผลของตน้ ทุน 2. ความนา่ สนใจ ความน่าสนใจของการเกษตรและวถิ ีชวี ิตชนบท ดึงดดู ให้ประชากรในเมอื งใหญ่ให้ความสนใจใน วถิ ชี ีวิตชนบท ไดแ้ ก่ อาหารพ้ืนเมอื ง พชื พันธุ์ สัตว์ ผลิตภัณฑ์จากไม้ ภาษา วัฒนธรรมประเพณีเป็นต้น การเกษตรเชิงท่องเทีย่ วเก่ียวข้องกับเกษตรกร การเกษตร หม่บู ้าน เปน็ สิง่ เหลา่ น้ดี ึงดดู ใหน้ ักท่องเทย่ี วจาก เมอื งใหญเ่ ดินทางมาเย่ยี มเยือน 3. การมสี ่วนร่วม นักท่องเท่ียวมีความต้องการในการเข้ารว่ มกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ทจี่ ดั โดยชาวชนบทหรือ หม่บู า้ นการเกษตรโดยประชากรทกุ วยั สามารถเขา้ รว่ มได้ ทัง้ เด็กๆ วยั รนุ่ วยั กลางคนผูส้ ูงอายุ ซ่งึ การทอ่ งเทีย่ ว แบบนมี้ คี า่ ใช้จ่ายต่ากวา่ แบบอืน่ ๆ 4. การใสใ่ จในสุขภาพ การใสใ่ จในสขุ ภาพของประชากรในเมอื งใหญ่ การดาเนนิ ชวี ติ แบบสมยั ใหม่ก่อให้เกดิ ความเครยี ด จากการทางาน การเดินทาง ดงั นนั้ พวกเขาจงึ แสวงหาวิถชี ีวิตทสี่ งบสุข โดยการดแู ลรา่ งกายและจิตใจ ไปพร้อม กัน ในทุกกิจกรรมและทุกช่วงเวลาของชีวิต ทัง้ การใชส้ มุนไพร ทานอาหารปราศจากสารพษิ และการพกั ผอ่ น 5. มีความเปน็ ธรรมชาติ ความสนใจในสงิ่ แวดลอ้ มธรรมชาติ ได้แก่ นก สัตว์ตา่ งๆ พืชพันธุ์ ภูเขา น้าตก สภาพแวดลอ้ ม แบบนม้ี ีความแตกต่างจากสภาพแวดล้อมในเมอื งใหญ่ ซงึ่ เปน็ สง่ิ ทน่ี ักท่องเทย่ี วแสวงหาเพ่ือความสุข ท่ีหาไม่ได้ ในเมอื งใหญ่ การสรา้ งบรรยากาศให้เป็นธรรมชาติ 6. ที่พกั ทอี่ าศยั การจัด ทพ่ี กั แรมแบบรสี อร์ท แบบโฮมสเตย์ และเมืองท่ีห่างไกลจากความพลุกพลา่ นของผ้คู น มี ความสงบ มรี ูปแบบให้เลือกทห่ี ลากหลาย เปน็ ส่ิงดงึ ดูดให้นกั ท่องเทยี่ วมาท่องเทีย่ ว 7. มกี ารให้ความรู้ การบอกเลา่ เรื่องราว การเกษตรเชงิ ท่องเท่ยี วใหค้ วามร้เู รอ่ื งราวชีวติ ชาวชนบท เช่นการกอ่ ไฟ การจัดตกแต่งห้องครัว แบบชนบท เปน็ ต้น ความรเู้ ร่อื งกสกิ รรมแกเ่ ด็กนกั เรียนในเมอื ง เช่นการปลูกพชื การย้อมผ้า เปน็ ต้น ซ่งึ การ ท่องเทย่ี วเช่นน้ี เปน็ ตวั เลอื กทด่ี ีแก่พวกเขาที่จะไดป้ ระสบการณ์โดยตรงจากการสมั ผสั ชีวิตชาวชนบท

๑๑ กิจกรรมท้ายบทที่ ๒ คาชี้แจง : ใหผ้ ู้เรียนเขียนเครอ่ื งหมายถกู (  )หน้าขอ้ ความทม่ี คี วามเห็นว่าถกู ต้อง และเขียนเครอื่ งหมายผดิ (X)หน้าขอ้ ความทีเ่ หน็ วา่ ผดิ .................. ๑ . การประกอบอาชพี การเกษตรเชิงทอ่ งเทย่ี ว ควรมกี ิจกรรมให้นักท่องเท่ียวทีห่ ลากหลาย .................. ๒. การใหน้ กั ทอ่ งเที่ยวพักแรมในหม่บู า้ นและสัมผัสกบั ชีวติ ถอื วา่ เปน็ การให้บริการชนดิ หนง่ึ .................. ๓. การมีสว่ นรว่ มของนกั ทอ่ งเท่ยี วเชน่ ข่ีมา้ ถือเป็นหลักพื้นฐานการเกษตรเชงิ ทอ่ งเทีย่ ว .................. ๔. เมือ่ ลกู คา้ ใชบ้ ริการแลว้ เกิดอุบตั ิเหตุ เราไม่ควรรับผิดชอบเหตุการณด์ งั กลา่ ว .................. ๕. การจาหน่ายสนิ คา้ ใหก้ บั นกั ท่องเท่ยี ว ควรต้ังราคาใหส้ งู เพื่อผลกาไรของธรุ กจิ .................. ๖. สินคา้ หน่งึ ผลติ ภัณฑห์ นงึ่ ตาบล(OTOP) สามารถนามาจาหน่ายใหก้ บั นกั ท่องเทย่ี วได้ .................. ๗. ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเกษตรเชิงท่องเท่ยี ว ตอ้ งจากัดกลมุ่ เปูาหมาย อายุ เพศ วยั .................. ๘. การเกษตรเชงิ ทอ่ งเท่ียว ผูท้ จี่ ะทาไดต้ อ้ งเป็นผเู้ กษยี ณอายุเทา่ นั้นถึงจะดาเนินการได้ .................. ๙. สิ่งหน่ึงที่นักทอ่ งเที่ยวคาดหวงั จากการเกษตรเชิงทอ่ งเทีย่ วคอื ไดร้ ับประสบการณ์ .................. ๑๐.การมรี ายได้เพ่ิมขน้ึ จากการเกษตรเชิงท่องเท่ยี ว ถือเป็นสิ่งทเ่ี กษตรกรคาดหวังไว้

๑๒ บทท่ี ๓ มาตรฐานคณุ ภาพแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร สาระสาคัญ มาตรฐาน คุณภาพของ แหล่งท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร มีความสาคัญ ต่อหน่ วยงานและ ผู้ทม่ี สี ่วนเกย่ี วข้อง สามารถนาไปใช้เป็นแนวทางดาเนนิ การกาหนดตวั ชีว้ ดั และกาหนดระดบั มาตรฐาน ใหเ้ ป็นทยี่ อมรบั แกน่ ักทอ่ ง เทยี่ วและบุคคลทวั่ ไป เพ่ือยกระดบั มาตรฐานในการพัฒนาแ หลง่ ทอ่ งเทย่ี วให้ยง่ั ยืน รวมทั้งกาหนดแนวทางใน การบริหารจดั การ คุณภาพของแหล่งทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตรใหเ้ ป็นไปตามระดับมาตรฐานคุณภาพแ หล่งทอ่ งเทยี่ ว เชงิ เกษตร ทก่ี าหนดไว้การดาเนนิ กิจกรรมการเกษตรเชิงทอ่ งเทย่ี วใหป้ ระสบผลสาเร็จ เจา้ ของกิจการจะตอ้ งมี ความรแู้ ละสามารถบรหิ ารจัดการใหไ้ ด้ตามมาตรฐานของ คณุ ภาพของการทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตร เพือ่ ให้เกดิ ประโยชน์สงู สุดตอ่ ผู้ใชบ้ ริการ ผลการเรียนรูท้ ค่ี าดหวงั 1. อธิบายความสาคญั ของมาตรฐานคุณภาพของการท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร ได้ 2. อธบิ ายนิยามของคาสาคัญได้ 3. บอกกรอบแนวคดิ และกาหนดเกณฑ์มาตรฐานของการท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร ได้ 4. อธบิ ายหลักเกณฑ์และวิธกี ารประเมินมาตรฐานคุณภาพของการท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร ได้ ขอบข่ายเนอื้ หา เรื่องท่ี 1 ความสาคญั ของมาตรฐานคุณภาพของการทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร เร่อื งท่ี 2 มาตรฐาน ตัวบงช้ี และคณุ ภาพของการท่องเทยี่ วเชิงเกษตร กรอบแนวคิดและกาหนดเกณฑม์ าตรฐานของการทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร เรือ่ งที่ 3 หลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารประเมินมาตรฐานคณุ ภาพของการทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตร

๑๓ เรอ่ื งที่ 1 ความสาคัญของมาตรฐานคณุ ภาพของการท่องเท่ียวเชิงเกษตร คานยิ ามของคาสาคัญ การทอ่ งเทีย่ วเชิงเกษตร หมายถงึ การท่องเท่ียวทม่ี ุ่งเนน้ ทางด้านการเรยี นรู้วิถเี กษตรกรรม โดยอาจ ใหน้ ักท่องเทยี่ วมสี ว่ นรว่ มในการดาเนนิ กจิ กรรมให้เกิดการเรียนรดู้ ้านการเกษตรและ วิถีการดารงชีวติ วฒั นธรรม ประเพณีและเป็นการนาเอาทรพั ยากรท่มี ีอยู่มาใชป้ ระโยชนเ์ พ่ือสรา้ งรายได้แก่ครอบครวั และชมุ ชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและภู มปิ ัญญา ท้องถนิ่ จะเป็ นเคร่ืองมอื ในการอนุรักษค์ วบคกู่ บั การท่องเท่ียว ใหเ้ กิดความยง่ั ยืนตลอดไป แห ลง่ ท่องเทย่ี วเชิงเกษตร หมายถึง แห ล่งทอ่ งเทย่ี วท่ีเสรมิ สร้ างความรูด้ ้านการเกษตรควบคูก่ ับการ พกั ผ่อนและความบนั เทงิ นักทอ่ งเท่ียวสามารถร่ วมสมั ผสั กับวิถีชีวิตเกษตร ประเพณีและวฒั นธรรมของ ชมุ ชนท้องถ่นิ มีสว่ นร่ วมในกิจกรรมด้ านการเกษตรท่หี ลากหลาย เพ่อื สร้ างทกั ษะ แลกเปล่ียนความรู้ด้ าน การเกษตรและไดร้ ับความบนั เทงิ ในรปู แบบต่างๆ รวมทง้ั สามารถซอ้ื หาผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภณั ฑ์ ชมุ ชนกลับสู่ภมู ลิ าเนา ค วามสาคญั ของมาตรฐานคณุ ภาพของการท่องเทีย่ วเชิงเกษตร ปจั จบุ นั ประเทศไทยไ ด้เริ่มมกี ารพัฒนาการทอ่ งเทยี่ วให้ เป็นรูปแบบและ เป็นระบบมากขึน้ โดยมี วัตถปุ ระสงคห์ ลักเพอ่ื เป็นการเพม่ิ ทางเลือกใหก้ ับนกั ทอ่ งเทยี่ ว และเพม่ิ รปู แบบทางการทอ่ งเทย่ี ว ท้งั น้ีเพื่อ ส่งเสริมใหป้ ระเทศไทยเปน็ แหล่งท่องเที่ยวท่ีสาคัญ สามารถเดนิ ทางท่องเทย่ี วได้ตลอดปี และเพอ่ื เพม่ิ การ กระจายตัวไปทัว่ ภูมิภาค การทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตรเป็นสว่ นหนึ่งของการทอ่ งเทีย่ วอยา่ งยั่งยนื ท่เี ปิดโอกาสให้ นกั ท่องเท่ยี ว ได้มสี ว่ นร่ วมกับการเขา้ ไปสมั ผสั กับธรรมชาติโดยมีกระบวนการเรียนรูด้ ้ วยวิธตี ่าง ๆ ซึง่ ทา ให้ นักท่องเที่ยวเกดิ จติ สานกึ ทจ่ี ะอนรุ ักษ์และตระหนักถึงความสาคญั ของธรรมชาตแิ ละการรักษาสิง่ แวดล้อม ใหด้ ารงอยไู่ ด้โดยไม่มีการทาลาย ดงั นนั้ ทุกคนควรคานึงถงึ ความสาคัญท่ีจะช่ วยรกั ษาคณุ ภาพแหล่ งทอ่ งเที่ยว ใหย้ ่ังยืนไ ม่ใหเ้ สอ่ื มโทรม เน่ืองจากมคี วามหนาแ นน่ ของนักทอ่ งเท่ยี วเกินขีดความสามารถในการรองรับของ แหล่งท่องเทยี่ ว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มคี วามหลากหลายในการประกอบอาชพี ทางการเกษตร มีภูมิ ปัญญาทางการเกษตร มีช่ือเสียงทางด้ านไม้ผล ข้าว การประมง และกิจกรรมปศสุ ัตว์ท่ีกา้ วหนา้ มาแ ต่โบราณ ความหลากหลายดังกล่ าวเป็นส่งิ ดงึ ดูดใจและนาความประทบั ใจมาสู่นกั ทอ่ งเท่ยี วเปดิ โอกาสใหน้ ักทอ่ งเท่ียว ได้ร่วมกิจกรรมกับเกษตรกร สมั ผสั กบั สง่ิ แวดล้อมท่เี ป็นธรรมชาติ วิถชี วี ิตการเกษตรทผ่ี สมผสานกิจกรรมทาง ศาสนา ศิ ลปวัฒนธรรม และประเพณตี ลอดจนการศึกษา เรยี นรู้แลกเปลยี่ นประสบการณ์ดา้ นกระบวนการ ประกอบสัมมาชีพอ ย่างใกลช้ ิด และยังเพม่ิ การกระจายรายไ ด้สู่ทอ้ งถน่ิ การกาหนดกรอบหรือเกณฑม์ าตรฐาน คุณภาพแหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ เกษตรทช่ี ัดเจนน้ัน จะเป็ นประโยชนต์ อ่ หน่ วยงานและผู้ทม่ี ีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง นาไปใช้ เป็นแนวทางดาเนนิ การกาหนดตัวช้วี ัด และกาหนดระดบั มาตรฐาน ใหเ้ ป็นทย่ี อมรับแกน่ กั ทอ่ งเท่ียวและบุคคล ท่วั ไป เพื่อยกระดบั มาตรฐานในการพฒั นาแ หล่งทอ่ งเท่ยี วใหย้ ่ังยนื รวมท้ังกาหนดแนวทางในการบรหิ าร จัดการ คุณภาพของแหลง่ ท่องเทยี่ วเชิงเกษตรใหเ้ ป็นไปตามระดับมาตรฐานคุณภาพแ หลง่ ทอ่ งเที่ยวเชงิ เกษตร ทีก่ าหนดไว้ตอ่ ไป

๑๔ เร่ืองที่ ๒ มาตรฐาน ตวั บ่งช้ี และคณุ ภาพของการท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร กรอบแนวคิดและกาหนดเกณฑ์มาตรฐานของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มาตรฐานคุณภาพแหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร หมายถงึ การกาหนดแนวทางการพัฒนาการบรหิ าร จัดการ การบริการและความปลอดภยั เพอื่ การยกระดบั คณุ ภาพของแห ลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตรประกอบด้ วย4 องค์ประกอบหลัก ไดแ้ ก่ 1. ศกั ยภาพการบรหิ ารจดั การของแหล่งทอ่ งเทีย่ วเชิงเกษตร 2. ศักยภาพการรองรับของแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วเชงิ เกษตร 3. ศกั ยภาพการให้บริการของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร 4. ศักยภาพการดงึ ดูดใจแหล่งท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร โดยคานงึ ถึงการสร้ างจิตสานึกและความมสี ว่ นร่ วมรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ทรัพยากร และส่งิ แวดล้อมเพ่อื ให้เกิด การพัฒนาแหล่งท่องเทย่ี วอยา่ งย่งั ยนื ตัวช้ีวดั มาตรฐานคณุ ภาพแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชงิ เกษตร หมายถงึ ปั จจัยหลกั หรอื ปัจจยั รอง /ตวั แปรหลกั หรอื ตัวแปรรอง ทีถ่ กู กาหนดขึน้ เพอื่ แสดงถึงคุณลกั ษณะขององค์ประกอบของแห ล่งท่องเทีย่ วเชงิ เกษตร สาหรบั นาไปใช้ในการประเมินคุณภาพแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร การกาหนดกรอบแนวคิดและกาหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพแห ล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรพิจารณาจาก องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร่วมกบั มุมมองดา้ นการพัฒนาอยา่ งย่ังยืน ดังนี้ องคป์ ระกอบของอตุ สาหกรรมการท่องเท่ยี ว 1. ปัจจัยด้านความดงึ ดดู ของแหล่งท่องเทย่ี ว (Attraction) 2. ปจั จัยด้านสง่ิ อานวยความสะดวก (Amenities) 3. ปัจจัยด้านการเข้าถึงแหล่งทอ่ งเท่ยี ว (Accessibility) 4. ปัจจยั ด้านความหลากหลายของกิจกรรม (Activities) 5. ปัจจัยดา้ นท่พี ัก (Accommodation) มุมมองด้านการพัฒนาอย่างยง่ั ยนื 1. ปจั จยั ดา้ นการจัดการแหล่งทอ่ งเทยี่ ว ทอ่ งเทีย่ ว (Site Management) 2. ปจั จยั ดา้ นแหลง่ ท่องเทยี่ ว เรยี นรูท้ างการเกษตร (Knowledge Management) 3. ปัจจยั ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชนและความเขม้ แข็ง ( Community Participationsand Community Strength) 4. ปัจจยั ด้านความมไี มตรจี ิต (Hospitality) 5. ปจั จยั ดา้ นความปลอดภัย (Safety) ผลการพจิ ารณาปัจจัยย่อย ทง้ั 10 ปัจจัย สามารถกาหนดตวั ชี้วัดมาตรฐานคุณภาพ แหลง่ ท่องเที่ยว เชงิ เกษตรได้ 4 องค์ประกอบ ไดแ้ ก่ 1. ศกั ยภาพการบรหิ ารจดั การของแหล่งท่องเทยี่ วเชิงเกษตร 2. ศักยภาพการรองรับของแหล่งทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร 3. ศักยภาพการให้บริการของแหล่งท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร 4. ศกั ยภาพการดึงดดู ใจของแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร

๑๕ องค์ประกอบที่ 1 :ศกั ยภาพการบรหิ ารจัดการของแ หล่งทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร หมายถงึ ความสามารถในการดาเนนิ งาน วางแผน ควบคุม ดแู ลและจดั การแหล่งท่องเท่ยี วใหส้ ามารถอย่ไู ด้อย่างย่งั ยนื ประกอบด้วย10 ตัวชว้ี ดั ดงั นี้ 1) โครงสร้างการบรหิ ารจัดการองคก์ รและแผนพัฒนาแหล่งท่องเท่ยี วพิจารณาจาก การวางแผนบคุ ลากร งบประมาณ ผลติ ผลทางการเกษตร แผนการตลาด เป็นตน้ 2) การกาหนดแผนการบริหารจัดการพน้ื ทอี่ ย่างเปน็ ระบบ เช่นกาหนดเขตการใช้ประโยชน์ พื้นท่เี พือ่ การเกษตร พื้นทเ่ี พ่อื การทอ่ งเที่ยว พ้นื ท่อี นุรักษถ์ นนและลานจอดรถ เป็นต้น 3) การจัดการด้านความปลอดภัยสาหรบั นักท่องเทย่ี ว การเตรยี มความพร้อมดา้ นการรักษา ความปลอดภัย การรักษาพยาบาลเบื้องต้นเม่ือเกดิ อบุ ัติเหตหุ รือเจบ็ ปุวย 4) การจัดการของเสียในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว ได้แก่ ขยะ ส่ิงปฏกิ ลู น้าเสยี และมลพษิ ในอากาศท่ี เกดิ จากกจิ กรรมการท่องเท่ียว 5) การยอมรับและความรว่ มมอื กับชุมชนโดยรอบ ได้แก่ การมสี ่วนร่วมในวิสาหกิจชุมชนการ รักษาวฒั นธรรม การจ้างงานและสร้างรายไดใ้ นชุมชน 6) การสร้างเครอื ขา่ ยเพ่อื สนับสนนุ แหลง่ ท่องเท่ยี ว ไดแ้ ก่ บรษิ ทั ท่องเที่ยวความเชอื่ มโยงกับ แหล่งทอ่ งเทย่ี วอ่ืนๆ การสนบั สนนุ จากภาครัฐและเอกชน 7) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ไดแ้ ก่ ่ การรักษาความอุดมสมบรู ณข์ อง ทรพั ยากรการผลิต ไดแ้ ก่ ดนิ นา้ ปุาไมก้ ารผลติ แบบปลอดภยั ตอ่ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามยั 8) การบารุงรกั ษาระบบสาธารณปู โภคและทรพั ยากรการท่องเที่ยว ได้แก่ การรักษาความ สะอาดหอ้ งนา้ และทพ่ี ัก การดแู ลรักษาระบบถนน ไฟฟาู ประปา และโทรศัพท์การปรับปรุงภมู ทิ ศั น์ของ แหล่งทอ่ งเท่ยี ว 9) การส่งเสรมิ การขาย เพมิ่ มูลค่าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ไดแ้ ก่ การแปรรูป ผลผลิตการเกษตรไปเป็นผลิตภัณฑ์เกษตร การพัฒนาฉลากและบรรจุภัณฑ์การยกระดับมาตรฐานสินคา้ ไปสู่ สากล เพือ่ สร้างแรงจงู ใจในการซือ้ สาหรบั ลูกค้า 10)การโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์องแหลง่ ท่องเทย่ี วไดแ้ ก่ แผ่นพบั ปูายโฆษณาการ ประชาสัมพนั ธ์ผา่ นทางเว็บไซต์ หนังสอื พิมพว์ ทิ ยหุ รือโทรทัศน์ เป็นต้น องคป์ ระกอบท่ี 2 :ศกั ยภาพการรองรับของแห ล่งท่องเท่ียวเชิงเกษตร หมายถึง ความพร้อม ในการจดั หาบรกิ ารขัน้ พ้นื ฐานสาหรบั นักท่องเท่ียวไ ด้อย่างเหมาะสมกบั สภาพแวดล้อมของแห ล่งท่องเทย่ี ว อีกทง้ั เป็นองคป์ ระกอบทชี่ ่วยเสริมสร้างความประทบั ใจใหแ้ ก่นักท่องเทีย่ ว ประกอบด้วย7 ตัวช้ีวดั ดงั นี้ 1) เสน้ ทางการเดนิ ทางเข้าถงึ แหลง่ ทอ่ งเท่ียวเดินทางสะดวกและปลอดภัย (ความสะดวก พิจารณาจากช่วงเวลาทส่ี ามารถเขา้ ถึงแหล่งทอ่ งเที่ยวไดต้ อ่ ปี) 2) ความพรอ้ มของระบบสาธารณูปโภคพ้นื ฐาน ไดแ้ กถ่ นน ไฟฟาู ประปา โทรศพั ท์และ อนิ เทอรเ์ น็ต 3) ความพรอ้ มดา้ นทีพ่ ักสาหรบั บริการนกั ท่องเที่ยว ได้แก่ การมหี รือไมม่ ีท่พี กั ในแหล่ง ท่องเทยี่ วประเภทของทพี่ กั เชน่ ทพี่ ักแบบโฮมสเตย์หรือแบบกางเต็นท์นอน 4) ความพร้อมด้านอาหารสาหรบั นักทอ่ งเท่ยี ว แบ่งเป็น ไมม่ ีอาหารบริการ มีอาหารบรกิ าร เฉพาะเมื่อสั่งจองลว่ งหน้า และมีร้านอาหารบรกิ ารในแหลง่ ทอ่ งเท่ียว

๑๖ 5) การกาหนดจานวนนกั ทอ่ งเทยี่ วให้เหมาะสมกบั ขนาดพ้ืนท่ี มีการกาหนดจานวน นักท่องเทยี่ วเข้าสแู่ หล่งท่องเทย่ี วหรอื ไม่ มกี ารกระจายหรือส่งต่อนกั ท่องเท่ยี วไปสูแ่ หลง่ ท่องเทีย่ วอน่ื หรือไม่ เม่อื มีนักท่องเทีย่ วเกินกวา่ จานวนที่กาหนด 6) การเตรยี มความพรอ้ มของบคุ ลากรในการรองรับนกั ท่องเทยี่ ว มีบุคลากรพรอ้ มตอ้ นรบั นักทอ่ งเที่ยวตลอดเวลาหรอื ไม่และมเี พียงพอหรอื ไม่ ในช่วงฤดกู าลท่องเทย่ี ว 7) การกาหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมสาหรับการทอ่ งเท่ียว มรการกาหนดช่วงฤดูกาล หรือ ระยะเวลาเปดิ -ปดิ ของแหล่งทอ่ งเทย่ี วทีเ่ หมาะสมสาหรับการทอ่ งเทีย่ วไดต้ ลอดปหี รือไม่ องคป์ ระกอบท่ี 3 :ศักยภาพใหบ้ ริการของแหลง่ ท่องเทีย่ วเชิงเกษตรหมายถึง ความสามารถใน การสร้างคุณคา่ ใหก้ ับตวั สินค้าท่ใี ห้บรกิ ารภายในแหล่งท่องเท่ียว ประกอบด้วย9 ตวั ชวี้ ดั ดงั นี้ 1) การตอ้ นรบั และสร้างความคนุ้ เคยสาหรับนกั ทอ่ งเทย่ี วมีการบรรยาย แนะนาสถานที่และ กจิ กรรมการท่องเท่ียว แจ้งให้ทราบถึงกติกาและการปฏิบัตติ นของนกั ทอ่ งเทย่ี วขณะเยย่ี มชมหรอื พักอยู่ใน พื้นทแ่ี หลง่ ทอ่ งเทีย่ ว 2) มมี คั คุเทศกห์ รือผู้นาชมสาหรบั นักท่องเท่ียวเพอ่ื อธบิ ายถ่ายทอดความรู้และขอ้ มลู แหล่ง ท่องเทยี่ วได้อย่างครบถว้ น มัคคเุ ทศก์หรือผู้นาชมสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้หรอื ไม่ 3) ร้านขายของใชป้ ระจาวนั ของฝากและของท่รี ะลกึ สาหรับให้บริการนกั ทอ่ งเท่ยี วจับจ่าย ซ้อื สนิ คา้ และผลติ ภัณฑ์ ใชใ้ นแหล่งทอ่ งเทีย่ ว หรอื นากลบั บ้าน 4) ความหลากหลายของกจิ กรรมในแหล่งทอ่ งเที่ยวมีกจิ กรรมท่เี สรมิ สร้างความรู้ การ พกั ผอ่ นและใหค้ วามบันเทิง ภายในแหล่งท่องเทย่ี วกป่ี ระเภท 5) การให้บรกิ ารด้านความรูแ้ ละข้อมูลของแหล่งท่องเทยี่ วเช่นเอกสารหรอื แผน่ พบั บอรด์ หรอื ปาู ยแสดงขอ้ มลู หรือความรูด้ า้ นการเกษตร และการสาธิตวธิ ีปฏิบตั ิ 6) การให้บริการดา้ นยานพาหนะเย่ยี มชมสาหรับนกั ทอ่ งเทย่ี วได้แก่บรกิ ารรถพว่ งรถจกั รยาน หรือพาหนะตา่ ง ๆ สาหรับบริการนกั ท่องเท่ียวแบบหมคู่ ณะ หรือส่วนบุคคล 7) การใหบ้ ริการตดิ ต่อสือ่ สารสาหรบั นกั ท่องเท่ียวไดแ้ ก่ การใหบ้ ริการส่งจดหมาย โทรศัพท์ ภายในและภายนอกประเทศ บริการอินเทอรเ์ น็ต 8) การให้บริการการฝกึ อบรมและการถา่ ยทอดองคค์ วามรูไ้ ด้แก่ การใหบ้ รกิ ารอปุ กรณ์ ฝกึ ทักษะเพือ่ การเรยี นรู้ด้วยตนเอง และการให้บริการฝึกอบรมเป็นหมู่คณะ 9) การใหบ้ ริการสาหรับผู้สงู อายแุ ละคนพิการแหลง่ ท่องเที่ยวมสี ่งิ อานวยความสะดวกสาหรบั บรกิ ารผู้สูงอายุและคนพกิ ารหรอื ไม่ ที่สาคญั ไดแ้ ก่ ห้องน้า ทางลาดเอียง ทางสญั จร สอ่ื เพอ่ื การเรยี นรู้และ ฝึกอาชีพผู้สงู อายแุ ละคนพิการ องคป์ ระกอบที่ 4 :ศกั ยภาพการดงึ ดดู ใจของแหล่งทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตรหมายถึง ความสามารถ ในการสร้างความประทบั ใจให้แก่นักทอ่ งเทีย่ ว ประกอบด้วย8 ตวั ชวี้ ัด ดงั น้ี 1) ความโดดเด่นด้านเทคโนโลยกี ารเกษตรและองคค์ วามรู้เฉพาะท่ีเป็นต้นแบบของการทา เกษตรกรรม เชน่ การผลติ พชื แบบไมใ่ ช้ดิน ฟารม์ โคนมสมยั ใหม่ท่มี คี ุณคา่ ต่อการเรียนรู้ และมกี ารถ่ายทอด ความรู้ให้นักท่องเทีย่ ว 2) ความโดดเดน่ ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ เช่น การเกษตร ทฤษฎีใหม่ การเกษตรกรรมแบบธรรมชาติหรือเกษตรอินทรีย์ การผลติ สารชีวภาพเพอ่ื กาจักศัตรูพืช เป็นตน้

๑๗ 3) สภาพธรรมชาติและความสวยงามของแหล่งทอ่ งเทย่ี วมคี วามสวยงามตามธรรมชาติ หรอื ได้รบั การและตกแต่งภมู ทิ ัศนใ์ ห้มีความสวยงาม และกลมกลืนกับธรรมชาติ 4) ความเชอ่ื มโยงของแหล่งท่องเทีย่ วทหี่ ลากหลายประเภทภายในระยะรัศมี 20 กโิ ลเมตรมี แหล่งทอ่ งเที่ยวอืน่ ๆ หรือไ ม่ เช่น แหลง่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แห ลง่ ท่องเทีย่ วเชงิ นิเวศ หรอื แห ลง่ ทอ่ งเทีย่ ว ทางประวตั ศิ าสตร์ เป็นต้น 5) การไดร้ ับรางวลั รบั รองหรอื ใบประกาศเกียรติคุณจากองคก์ รหน่วยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั การเกษตร หรือกจิ กรรมที่เก่ยี วขอ้ งกับการท่องเที่ยว หรือสิง่ แวดล้อม หรอื วัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ เชน่ รางวัลกินรี รางวัลโลกสีเขียว ตราสัญลักษณ์ A (Agrotourism) ใบรบั รอง GAP จากกรมสง่ เสริมการเกษตร เป็นตน้ 6) ความโดดเด่นและหลากหลายของผลติ ภัณฑ์ทางการเกษตร เพื่อจาหนา่ ยสาหรับ นักทอ่ งเที่ยว เช่น ไวน์ สบู่สมุนไพร ผลไม้แปรรปู สินค้าหตั ถกรรม เป็นต้น 7) ความโดดเด่นและความหลากหลายของกิจกรรมในแหลง่ ท่องเทย่ี วเชน่ การอบ การนวด และประคบสมุนไพร การขี่ม้า การรีดนมวัว การเก็บผลไม้ การคราดหอย การตกปลา การน่งั ช้างเป็นต้น 8) การเรียนรูว้ ถิ ีชวี ติ หรือร่วมทากิจกรรมกับเกษตรกรไดแ้ ก่ การรว่ มกิจกรรมและพักค้างคนื กบั เกษตรกรในท่สี ูง การสัมผสั ชวี ิตของชาวนาไทยในภาคกลาง การร่ วมกิจกรรมกับชาวประมงชาย ฝง่ั ทะเล การรว่ มกินอยูแ่ ละทากิจกรรมกับชาวสวนอมั พวา เป็นต้น

๑๘ เร่ืองท่ี ๓ หลักเกณฑ์และวิธีการประเมนิ มาตรฐานคุณภาพของการท่องเท่ียวเชงิ เกษตร วธิ ีการประเมนิ มาตรฐานคุณภาพแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชงิ เกษตร เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการประเมินมาตรฐานคณุ ภาพแห ล่งท่องเทย่ี วเชิงเกษตรประกอบไปด้ วย4 องค์ ประกอบหลกั 34 ตัวชว้ี ดั และจะตอ้ งประเมนิ ผ่ าน ทงั้ 4 องค์ประกอบหลกั จงึ จะไ ด้รับการรบั รองมาตรฐาน คุณภาพแห ล่งท่องเท่ียวเชงิ เกษตร แ ต่ละองค์ประกอบหลักถกู กาหนดให้มีความสาคัญเทา่ กนั หรอื คดิ เป็ น รอ้ ยละ 25 เท่ากัน องค์ประกอบหลกั คะแนนเต็ม 1. ศกั ยภาพการบรหิ ารจัดการของแหล่งทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตร 25 2. ศักยภาพการรองรับของแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร 25 3. ศักยภาพการบรกิ ารทอ่ งเทีย่ วของแหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร 25 4. ศกั ยภาพการดงึ ดูดใจของแหลง่ ท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร 25 100 รวม กรอบตัวช้วี ัดมาตรฐานคณุ ภาพ แหลง่ ทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร 34 ตวั ช้วี ดั กาหนดเป็นแบบมาตราส่วน ประเมินค่า (Rating Scales) มี 3 ระดบั โดยกาหนดคา่ คะแนน ดงั น้ี ค่ าคะแนน หมายถึง 1 สงู กว่ามาตรฐาน 0.5 ไ ด้มาตรฐาน 0 ตา่ กวา่ มาตรฐาน วธิ ีการให้คะแนน การพจิ ารณาให้คะแนนให้พจิ ารณาคุณสมบตั ิของตวั ชวี้ ดั แต่ละตัว ในแหล่งท่องเท่ยี วตรงกบั ระดับใด มากท่สี ุดและจะให้ค่าคะแนนในข้อท่ีเหน็ วา่ แหลง่ ทอ่ งเท่ียวควรได้ในขอ้ นัน้ เพียงขอ้ เดยี ว ทง้ั นี้จะมคี ่ าคะแนน 0, 0.5 และ 1 โดยใหผ้ ้ปู ระเมินทาเครือ่ งหมาย รอบหมายเลขทีต่ ้องการในช่องคะแนน ( A) แล้วรวม คะแนนใสไ่ วใ้ นช่องคะแนน (A x B)

๑๙ วิธีการคิดคะแนน ค่าน้าหนกั คา่ น้าหนกั ในแ ต่ละตวั ช้วี ัด จะเ ป็นตวั บง่ ชีถ้ งึ ความสาคัญของตวั ชวี้ ดั นน้ั ๆ คา่ น้าหนัก จะมคี ่ าอยู่ ระหว่าง2 - 4 การกาหนดค่านา้ หนกั ท่แี ตกต่ างกันในแต่ละตวั ชีว้ ัดและจานวนตัวชวี้ ดั ในแ ต่ละองค์ประกอบ จะตอ้ งสอดคล้องกับคา่ คะแนนเต็ม ( 25 คะแนน) ท่กี าหนดไว้ในแ ต่ละองค์ประกอบหลกั คะแนนรวมของ 4 องคป์ ระกอบหลักมีคา่ คะแนนเตม็ 100 คะแนน วิธีการคานวณคา่ คะแนนท่ไี ด้จากการประเมิน 1. สูตรการคานวณ หลงั จากคณะกรรมการตรวจประเมนิ ลงพน้ื ที่ เพอ่ื ประเมนิ มาตรฐานคณุ ภาพแห ล่งท่องเทย่ี ว เชงิ เกษตรทขี่ อรบั การประเมนิ และเมอื่ ดาเนินการตรวจประเมนิ เรียบร้ อยแลว้ จะนาแบบประเมนิ ดังกล่ าว มาประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมลู โดยวธิ กี ารทางสถติ ิ ซ่งึ มีรายละเอยี ดการวิเคราะหต์ ามสมการ ดังนี้ ผลรวมของคะแนนรวมแตล่ ะองคป์ ระกอบหลักท่ไี ดค้ อื ค่าคะแนนใช้แบ่งระดบั มาตรฐานคุณภาพ แหล่งทอ่ งเท่ียวเชิงเกษตร 2. เกณฑก์ ารแปลความหมายของมาตรฐานคุณภาพแหลง่ ท่องเที่ยวเชงิ เกษตร นาค่าคะแนน รวมทีค่ านวณไดจ้ ากสตู รท่ี 2 แปลความตามเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร แบ่งเปน็ 3 ระดับ ดงั นี้ 1) ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพระดับดเี ย่ียมมีคะแนนรวม ตงั้ แต่ 81 คะแนนขนึ้ ไป 2)ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพระดับดมี ากมคี ะแนนรวม อยู่ระหวา่ ง71-80 คะแนน 3) ผ่านเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพระดบั ดมี คี ะแนนรวม อยู่ระหวา่ ง61-70 คะแนน * ไมผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพมีคะแนนรวม ต่ากวา่ 61 คะแนนลงมาP

๒๐ ตวั อย่างการประเมนิ มาตรฐานคณุ ภาพแหลง่ ท่องเทยี่ วเชงิ เกษตร ตัวอย่าง: ผลการประเมนิ มาตรฐานคณุ ภาพแหล่งทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร โครงการตามพระราชดาริของ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั และพระบรมวงศานวุ งศ์ ชอื่ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว :ศูนยศ์ กึ ษาการพฒั นาเขาหินซ้อน อาเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชงิ เทรา ผลการทดสอบแบบประเมนมาตรฐานคุณภาพแหล่งทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตรของ ศูนย์การศึกษาพฒั นาเขาหินซอ้ น อาเภอพนมสารคาม จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา โดยทีมงานของคณะผู้ศกึ ษา มรี ายละเอียดดังนี้ 1. ศักยภาพด้านการบริหารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร คะแนนเตม็ 25 คะแนน หมายเหตุพิจารณาจากความสามารถในการดาเนินงาน วางแผน ควบคมุ ดแู ล และจัดการแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วให้ สามารถดาเนนิ การไดอ้ ยา่ งยง่ั ยืน ตวั ชี้วดั คะแนน คา่ นา้ หนัก ค่าคะแนนรวม (A) (B) (AxB) 3 1.1 โครงสรา้ งการบรหิ ารจัดการองค์กรและแผนพัฒนาแหล่งทอ่ งเทย่ี ว 3 • ไม่มีโครงสรา้ งการบริหารงานองค์กร 0 33 • มเี อกสารกาหนดโครงสร้างการบริหารงานองค์กรแต่ไม่ได้ 0.5 3 สอ่ื สารให้บุคลากรทุกระดับรับรู้ 3 33 • มเี อกสารกาหนดโครงสร้างการบรหิ ารงานองค์กร 0 ระเบียบข้อบงั คับหรอื คู่มือพนกั งาน ปาู ยแสดงผังโครงสรา้ งการ 2 บรหิ ารงานองคก์ รแสดงให้พนกั งานทุกคนรบั รู้และปฏิบัตติ าม 22 1.2 การกาหนดแผนการบริหารจดั การพืน้ ที่อยา่ งเปนระบบ • ไมม่ ีแผนผังแสดงเปน็ รปู ธรรม 0 • มีแผนผงั แสดงการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ินอยา่ งชัดเจน 0.5 • มีแผนผังแสดงการใชป้ ระโยชนท์ ี่ดนิ อย่างชดั เจน และจัดแสดง ใหก้ ับนกั ทอ่ งเทย่ี ว 1.3 การจดั การดา้ นความปลอดภยั สาหรับนกั ท่องเที่ยว • ไมม่ ีการจดั การด้านความปลอดภัยสาหรับนักทอ่ งเทยี่ ว 0 • มเี จา้ หน้าที่รักษาความปลอดภัย และชดุ เคร่อื งมือปฐมพยาบาล 0.5 พร้อมยาสามัญประจาบา้ น (ไม่หมดอายุ) • มเี จ้าหนา้ ทร่ี กั ษาความปลอดภัย อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมู่บ้าน (อสม.) หรือเจา้ หน้าท่ีพยาบาลประจา แหล่งทอ่ งเที่ยวและมีชุดเครื่องมือปฐมพยาบาลพร้อมยาสามญั ประจาบา้ น(ไมห่ มดอายุ)

ตัวชวี้ ดั คะแนน ค่านา้ หนกั ๒๑ (A) (B) 1.4 การจดั การของเสียในแหล่งท่องเท่ียว คา่ คะแนนรวม • ไม่มีการจัดการของเสยี 0 (AxB) • มีการกาจัดขยะและบาบดั นา้ เสยี ภายในแหล่งทอ่ งเที่ยว 0.5 • มีการจัดการของเสียอยา่ งเป็นระบบ 3 1.5 การยอมรับและความรว่ มมอื กบั ชมุ ชนโดยรอบ 3 33 • ชุมชนไม่ยอมรับหรอื มขี ้อรอ้ งเรยี นเก่ยี วกบั ผลกระทบจาก 0 2 การท่องเท่ียว 0.5 2 22 • ชุมชนยอมรับและไดร้ ับประโยชน์จากการทอ่ งเทีย่ ว • ชุมชนยอมรบั และมสี ว่ นร่วมในการบริหารจัดการดา้ น การท่องเที่ยว 1.6 การสรา้ งเครือข่ายเพอื่ สนับสนุนแหลง่ ท่องเท่ียว • ไมม่ ีการสร้างเครือข่ายกับองค์กรต่าง ๆ 0 2 2 • มกี ารสร้างเครอื ข่ายเชื่อมโยงกับองคก์ รระดบั ท้องถ่นิ 0.5 22 • มกี ารสร้างเครอื ข่ายกับองคก์ รระดบั ภาค/ประเทศ/ 3 นานาประเทศ 3 33 1.7 การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม • การจัดการการท่องเทยี่ วไม่สอดคลอ้ งกบั แนวทางการอนุรักษ์ 0 ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม • การจัดการการท่องเท่ยี วมีความสอดคลอ้ งกบั แนวทาง 0.5 การอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม • การจดั การการท่องเท่ียวทีส่ ง่ เสรมิ แนวทางการอนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม 1.8 การบารงุ รักษาระบบสาธารณูปโภคและทรพั ยากรการทอ่ งเทีย่ ว • ไมม่ แี ผนการบารุงรักษา 0 2 2 • มแี ผนการบารุงรกั ษา 0.5 22 • มีการดาเนินงานตามแผนการบารุงรกั ษา 2 1.9 การสง่ เสริมการขาย การเพม่ิ มูลค่าและพฒั นาผลติ ภัณฑ์เกษตร 2 • ไมม่ ีการสง่ เสรมิ การขาย การเพ่มิ มลู คา่ และพฒั นา 0 22 ผลติ ภณั ฑ์เกษตร • มกี ารส่งเสรมิ การขาย การเพ่ิมมูลค่า และพัฒนาผลิตภณั ฑ์ 0.5 เกษตรระดบั ท้องถ่ิน (OTOP) • มีการส่งเสริมการขาย การเพิม่ มูลคา่ และพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ เกษตรระดบั ประเทศ

๒๒ ตวั ช้วี ัด คะแนน ค่าน้าหนัก ค่าคะแนนรวม (A) (B) (AxB) 1.10 การโฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ของแหลง่ ท่องเทย่ี ว • ไม่มีแผ่นพบั หรอื เอกสารแนะนาแหลง่ ทอ่ งเท่ียว 03 • มสี ่ือเพือ่ การโฆษณา และประชาสัมพนั ธม์ ากกว่า 2 ประเภท 0.5 3 เชน่ ส่อื สงิ่ พิมพ์ ส่ือวิทยุ ส่อื โทรทศั น์ และเวบ็ ไซต์ เปน็ ต้น • มสี ่ือเพ่ือการโฆษณา และประชาสมั พันธ์มากกว่า 2 ประเภท 33 และมีเวบ็ ไซต์ของตนเอง 25 คะแนนรวม (คะแนนเต็ม 25 คะแนน) 2. ศกั ยภาพการรองรับของแหล่งท่องเทีย่ วเชิงเกษตร คะแนนเตม็ 25 คะแนน หมายเหตุพิจารณาจากความพรอ้ มในการจดั หาบรกิ ารพนื้ ฐาน ใหน้ กั ทอ่ งเท่ยี วได้อยา่ งเหมาะสมกบั สภาพแวดล้อม ของแหล่งท่องเทย่ี ว อีกทัง้ เปน็ องคป์ ระกอบทีช่ ่วยเสรมิ ให้แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว มีความสาคัญ และสรา้ งความ ประทบั ใจใหแ้ กน่ กั ท่องเทยี่ ว ตัวช้ีวดั คะแนน คา่ น้าหนัก ค่าคะแนนรวม (A) (B) (AxB) 2.1 เสน้ ทางการเดนิ ทางเข้าถงึ แหล่งท่องเทย่ี ว 0 • การเดนิ ทางเข้าถึงแหลง่ ไมส่ ะดวก 0.5 4 • การเดินทางเข้าถงึ ไดส้ ะดวกบางช่วงฤดกู าล 4 • การเดินทางเขา้ ถงึ ได้สะดวกทุกฤดูกาล 0 44 2.2 ความพรอ้ มของระบบสาธารณปู โภคพืน้ ฐาน 0.5 • ไม่มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน 4 • มรี ะบบสาธารณปู โภคพืน้ ฐาน เชน่ ไฟฟูา ประปา โทรศพั ท์ 0 4 • มรี ะบบสาธารณูปโภคพนื้ ฐาน และอินเตอร์เนต็ 0.5 44 2.3 ความพรอ้ มด้านท่ีพักสาหรบั บรกิ ารนกั ทอ่ งเท่ยี ว • ไมม่ ที พ่ี ักสาหรบั บรกิ ารนกั ทอ่ งเทย่ี วในแหล่งทอ่ งเทยี่ ว 0 4 • ไม่มที พ่ี กั สาหรับบรกิ ารนักท่องเทยี่ ว แตม่ เี ครอื ข่ายบริการที่พัก 0.5 ภายนอกแหลง่ ท่องเทยี่ วที่อย่ใู นพ้ืนท่ใี กลเ้ คยี ง 4 • มที ี่พกั สาหรับบรกิ ารนกั ทอ่ งเท่ียว ในแหลง่ ทอ่ งเที่ยว 2.4 ความพรอ้ มดา้ นอาหารสาหรับบริการนกั ทอ่ งเท่ยี ว 44 • ไม่มีบริการอาหารสาหรับนักทอ่ งเที่ยว • มบี ริการอาหารสาหรบั นักท่องเทีย่ วเฉพาะที่มกี ารสงั่ จองลว่ งหนา้ 4 • มีรา้ นอาหารใหบ้ ริการแกน่ กั ท่องเทยี่ วอย่างเพียงพอ 4 44

ตัวชี้วดั คะแนน คา่ น้าหนัก ๒๓ (A) (B) คา่ คะแนนรวม (AxB) 2.5 การกาหนดจานวนนักท่องเทย่ี วใหเ้ หมาะสมกบั ขนาดพื้นที่ • ไม่มกี ารกาหนดจานวนนักทอ่ งเท่ยี วเข้าสูแ่ หล่งทอ่ งเทีย่ ว 0 3 3 • มกี ารกาหนดจานวนนักท่องเทยี่ วให้เหมาะสมกับศกั ยภาพใน 0.5 การรองรับของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว • มีการกาหนดจานวนนกั ทอ่ งเท่ียวให้เหมาะสมกบั ศกั ยภาพการ 33 รองรับของแหลง่ ทอ่ งเที่ยวและมีการดาเนินการอยา่ งเป็นรูปธรรม 2.6 การเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการรองรับนกั ท่องเที่ยว • ไมม่ ีบคุ ลากรรองรับนกั ทอ่ งเท่ียวอย่างเพยี งพอ 0 3 • มบี คุ ลากรรองรบั นกั ทอ่ งเทย่ี วอยา่ งเพยี งพอเฉพาะเมือ่ มี 0.5 3 การติดตอ่ ลว่ งหน้า 33 • มบี คุ ลากรพรอ้ มรองรับนกั ท่องเทยี่ วตลอดเวลา 2.7 การกาหนดชว่ งเวลาท่เี หมาะสมสาหรบั การทอ่ งเท่ียว 3 3 • ไมม่ กี ารกาหนดชว่ งเวลาท่เี หมาะสมสาหรับการท่องเทยี่ ว 0 33 • มกี ารกาหนดช่วงเวลาทเ่ี หมาะสมสาหรบั การท่องเทย่ี วไดเ้ ฉพาะ 0.5 บางฤดูกาล 25 • มีการกาหนดช่วงเวลาท่ีเหมาะสมสาหรบั การท่องเทย่ี วไดต้ ลอดปี คะแนนรวม (คะแนนเตม็ 25 คะแนน) 3. ศักยภาพการใหบ้ ริการของแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตรคะแนนเต็ม 25 คะแนน หมายเหตุพิจารณาจากความสามารถในการสรา้ งคุณคา่ ให้กบั ตวั สนิ คา้ ที่ให้บรกิ ารภายในแหล่งทอ่ งเทย่ี ว ตวั ชี้วดั คะแนน คา่ น้าหนัก คา่ คะแนนรวม (A) (B) (AxB) 3.1 การต้อนรับและสรา้ งความคุ้นเคยสาหรับนักท่องเท่ยี ว 0 3 • ไมม่ ีการบรรยาย แนะนาสถานท่ี และกตกิ าการปฏิบัติตน 0.5 ภายในแหล่งท่องเที่ยว 3 • มีการบรรยายกจิ กรรม แนะนาสถานที่ และกตกิ าการปฏิบตั ิตน 0 33 สาหรบั นักทอ่ งเทย่ี วภายในแหลง่ ทอ่ งเท่ียว • มกี ารฉายวดี ีทัศน์ และบรรยายกจิ กรรม แนะนาสถานท่ี และกติกา 3 การปฏบิ ตั ิตน สาหรับนักทอ่ งเท่ยี วภายในแหลง่ ทอ่ งเท่ียว 3.2 การใหบ้ ริการมคั คเุ ทศก์หรือผูน้ าชมสาหรับนกั ท่องเทย่ี ว • ไมม่ ีมคั คเุ ทศกห์ รอื ผูน้ าชมสาหรับบรกิ ารนักท่องเที่ยว

๒๔ ตัวชีว้ ัด คะแนน ค่าน้าหนกั คา่ คะแนนรวม (A) (B) (AxB) • มีมัคคเุ ทศกห์ รือผูน้ าชมทีพ่ ดู ไดเ้ ฉพาะภาษาไทยสาหรับบริการ 0.5 นักท่องเทีย่ ว 3 • มมี คั คุเทศกห์ รือผูน้ าชมท่ีพดู ไดท้ ง้ั ภาษาไทยและ 1 ภาษาตา่ งประเทศสาหรบั บริการนกั ทอ่ งเที่ยว 33 3.3 รา้ นขายของใช้ประจาวัน ของฝากและของทรี่ ะลึก 0 • ไม่มีรา้ นขายของใชป้ ระจาวัน ของฝากและของท่ีระลึกภายใน 0.5 3 แหล่งทอ่ งเท่ยี ว • มรี ้านขายของใช้ประจาวนั ของฝากและของทรี่ ะลึกภายใน 0 3 แหล่งทอ่ งเทีย่ ว 0.5 33 • มรี ้านขายของใชป้ ระจาวัน ของฝากและของท่ีระลกึ ทง้ั ภายใน และบริเวณใกลเ้ คียงแหลง่ ทอ่ งเท่ียว 0 3 3.4 ความหลากหลายของกิจกรรมของแหลง่ ท่องเทย่ี ว 0.5 3 • ไมม่ กี ิจกรรมเสรมิ สาหรับนกั ท่องเที่ยว • มีกิจกรรมเสริมสาหรับนักท่องเท่ียวเพ่ือเรยี นรู้ พกั ผอ่ น หรือบันเทงิ 0 33 ในแหล่งทอ่ งเทีย่ ว 0.5 • มกี ิจกรรมเสรมิ สาหรับนักท่องเทย่ี วเพ่อื เรียนรู้ พักผ่อน หรอื บันเทงิ 3 ในแหลง่ ท่องเทีย่ ว ต้ังแต่ 2 ประเภทขึน้ ไป 0 3 0.5 3.5 การใหบ้ ริการด้านความรูแ้ ละข้อมลู ของแหล่งทอ่ งเทย่ี ว 33 • ไม่มีการใหบ้ รกิ ารดา้ นความรูแ้ ละขอ้ มลู แหล่งท่องเทยี่ ว 2 • มีการให้บริการด้านความรูแ้ ละข้อมลู แหล่งทอ่ งเที่ยว เช่น 2 แผ่นพบั เอกสาร บอร์ดหรือปูายส่อื ความหมาย • มกี ารใหบ้ รกิ ารด้านความรูแ้ ละข้อมลู แหล่งทอ่ งเท่ยี ว และมกี ารสาธิต 22 วิธีการปฏบิ ตั ิ 3.6 การใหบ้ รกิ ารด้านยานพาหนะนาชมสาหรบั นักท่องเทีย่ ว 3 3 • ไมม่ ีการบรกิ ารดา้ นยานพาหนะนาชมสถานที 33 • มีการบริการดา้ นยานพาหนะนาชมสถานท่ี • มกี ารบริการดา้ นยานพาหนะนาชมสถานท่ีอยา่ งเหมาะสม และเป็นมิตรต่อส่งิ แวดล้อม 3.7 การใหบ้ ริการติดต่อส่ือสารสาหรับนกั ทอ่ งเที่ยว • ไม่มกี ารใหบ้ รกิ ารติดตอ่ ส่อื สาร • มกี ารให้บรกิ ารติดต่อสอื่ สาร เช่น สง่ จดหมาย โทรศัพท์ โทรสาร ภายในประเทศ อนิ เตอร์เน็ต เป็นต้น • มกี ารใหบ้ ริการตดิ ตอ่ ส่ือสาร ตัง้ แต่ 3 ประเภทข้ึนไป

ตัวช้วี ดั คะแนน คา่ น้าหนัก ๒๕ (A) (B) 3.8 การใหบ้ ริการฝกึ อบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ ค่าคะแนนรวม • ไม่มีการให้บริการฝึกอบรมและถา่ ยทอดองค์ความรู้ (AxB) สาหรบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว • มีการให้บรกิ ารฝกึ อบรมและถ่ายทอดองคค์ วามรูส้ าหรับ 03 นักทอ่ งเทยี่ ว 0.5 3 • มสี ถานที่ใหบ้ รกิ ารจัดการฝกึ อบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้แก่นกั ทอ่ งเทย่ี ว 13 3 3.9 การให้บริการสาหรบั ผูส้ งู อายแุ ละคนพกิ าร 2 0 0.5 2 • ไม่มีการจัดการให้บริการสาหรบั ผูส้ งู อายุและคนพิการ • มีการจดั การใหบ้ รกิ ารสาหรบั ผูส้ งู อายุและคนพิการ เช่น ห้องน้า 12 ทางลาดเอยี งสาหรบั พน้ื ต่างระดับ อยา่ งนอ้ ย1 ประเภท 23 • มีการจดั การให้บริการสาหรับผู้สูงอายุและคนพกิ าร เชน่ หอ้ งน้า ทางลาดเอียงสาหรบั พื้นต่างระดับ มากกวา่ 1 ประเภท คะแนนรวม (คะแนนเตม็ 25 คะแนน) 4. ศกั ยภาพการดงึ ดดู ใจของแหล่งท่องเทีย่ วเชงิ เกษตรคะแนนเต็ม 25 คะแนน หมายเหตุพจิ ารณาจากความสามารถในการสรา้ งความประทบั ใจให้แกน่ กั ท่องเทย่ี ว ตัวชี้วดั คะแนน ค่านา้ หนกั คา่ คะแนนรวม (A) (B) (AxB) 3 4.1 ความโดดเด่นด้านเทคโนโลยกี ารเกษตรและองค์ความรูเ้ ฉพาะ 3 33 • ไมม่ เี ทคโนโลยี การเกษตรและองคค์ วามรู้ เฉพาะที่โดดเดน่ 0 3 • มีเทคโนโลยกี ารเกษตรและองคค์ วามรู้เฉพาะทโี่ ดดเด่น 0.5 3 อย่างนอ้ ย1 ประเภท 33 • มีเทคโนโลยกี ารเกษตรและองค์ความรู้เฉพาะทโ่ี ดดเดน่ ต้งั แต่2 ประเภทขึน้ ไป 4.2 ความโดดเด่นด้านเศรษฐกจิ พอเพยี งและภมู ปิ ญ ญาท้องถน่ิ • ไม่มกี ารทาการเกษตรแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง หรือภมู ิปัญญา 0 ทอ้ งถิ่น • มีการทาการเกษตรแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง หรอื ใชภ้ มู ปิ ญั ญา 0.5 ทอ้ งถ่นิ อย่างน้อย1 ประเภท • มกี ารทาการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง หรือใชภ้ ูมปิ ญั ญา ทอ้ งถิน่ ตัง้ แต่ 2 ประเภทขึ้นไป

ตัวชี้วัด คะแนน ค่าน้าหนัก ๒๖ (A) (B) คา่ คะแนนรวม 4.3 สภาพธรรมชาตทิ ม่ี คี วามสวยงามของแหล่งท่องเทยี่ ว (AxB) 2 • ไม่มีสภาพธรรมชาติทีส่ วยงามเป็นพเิ ศษ 04 0 • ไมม่ สภาพธรรมชาตทิ ่สี วยงามเปน็ พิเศษแตม่ กี ารตกแตง่ 4 ภูมทิ ศั นใ์ หก้ ลมกลนื กับธรรมชาติ 2 • มีสภาพธรรมชาตทิ ่สี วยงาม และมีการตกแต่งภมู ทิ ัศนใ์ ห้ 14 3 กลมกลืนกบั ธรรมชาติ 4 4.4 ความเชือ่ มโยงของแหล่งทอ่ งเที่ยวทีห่ ลากหลายประเภท 3 • ไม่มแี หลง่ ท่องเที่ยวเช่อื มโยงในบริเวณใกล้เคยี งในรศั มี 20 กม 3 20 93 • มแี หล่งท่องเทย่ี วเชอ่ื มโยงในบริเวณใกลเ้ คียง อยา่ งน้อย1 แห่ง 0.5 3 • มแี หล่งท่องเที่ยวเชอื่ มโยงในบรเิ วณใกล้เคียงต้งั แต่ 2 แหง่ ขึน้ ไป 1 3 4.5 การได้รับรางวลั ใบรบั รอง หรอื ใบประกาศเกียรตคิ ุณ • ไมเ่ คยไดร้ บั รางวลั 02 • เคยได้รับ 1 รางวัล 0.5 2 • เคยได้รับมากกวา่ 1 รางวัล 2 4.6 ความโดดเดน่ และหลากหลายของผลติ ภณั ฑ์ทางการเกษตร • ไม่มีผลิตภณั ฑ์ทโ่ี ดดเดน่ 03 • มผี ลติ ภณั ฑท์ ่ีโดดเดน่ อย่างน้อย2-4 ประเภท 0.5 3 • มีผลิตภัณฑท์ โ่ี ดดเดน่ ตั้งแต่ 5 ประเภท ขึน้ ไป 3 4.7 ความโดดเดน่ และความหลากหลายของกจิ กรรมในแหลง่ ท่องเท่ียว • มกี จิ กรรมท่โี ดดเด่นเพยี ง 1 ประเภท 04 • มกี ิจกรรมทโ่ี ดดเดน่ 2-4 ประเภท 0.5 4 • มกี จิ กรรมทโ่ี ดดเด่น ต้ังแต่ 5 ประเภทขน้ึ ไป 4 4.8 การเรยี นรู้วถิ ชี ีวิตหรือร่วมทากจิ กรรมกบั เกษตรกร • ไมม่ ีกิจกรรมการเรยี นรู้วถิ ชี วี ิตเกษตรกร 03 • มีกิจกรรมการเรยี นรูว้ ถิ ชี วี ิตเกษตรกร 0.5 3 • มกี ิจกรรมการเรยี นรูว้ ถิ ีชีวิตเกษตรกร ทัง้ ภายในแหล่งทอ่ งเทยี่ ว 3 และชมุ ชนโดยรอบ คะแนนรวม (คะแนนเต็ม 25 คะแนน) คะแนนรวมทงั้ หมด (คะแนนเตม็ 100 คะแนน)  ผ่ านเกณฑม์ าตรฐานคณุ ภาพระดบั ดีเยี่ยมมีคะแนนรวม ต้งั แต8่ 1 คะแนนข้นึ ไป  ผ่ านเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพระดบั ดมี ากมคี ะแนนรวม อยู่ระหวา่ ง71-80 คะแนน  ผ่ านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพระดับดีมคี ะแนนรวม อยู่ระหว่าง61-70 คะแนน  ไ ม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคณุ ภาพมีคะแนนรวม ตา่ กว่า 61 คะแนนลงมา

๒๗ กจิ กรรมทา้ ยบทท่ี ๓ คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้เรยี นเลือกคาตอบ เติมลงในพืน้ ทีท่ ีว่ ่างแต่ละข้อให้ถูกต้อง การเกษตรแบบยงั ชีพ ศกั ยภาพการใหบ้ รกิ าร การเกษตรเชงิ ท่องเท่ียว แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตร แผ่นพับ ปาู ยร้าน เว็บไซต์ ขยะ สง่ิ ปฏิกูล น้าเสียและมลพิษ มุมมองด้านการพฒั นาอย่างยัง่ ยนื องคป์ ระกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การออกแบบพฒั นาเกษตรเพือ่ การท่องเท่ยี ว ถนน ไฟฟาู ประปา โทรศพั ท์และอินเตอร์เนต็ ศักยภาพการบรหิ ารจัดการของแหล่งทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร ความสามารถในการสรา้ งความประทับใจให้แก่นกั ท่องเที่ยว ๑. การทอ่ งเทยี่ วทม่ี งุ่ เนน้ ทางดา้ นการเรียนร้วู ิถีเกษตรกรรม ………………………………………………………………… ๒. เสริมสร้างความรดู้ า้ นเกษตรควบคู่กบั การพกั ผอ่ นและความบนั เทิง .............................................................. ๓. ปจั จยั ด้านการดึงดูดของแหล่งท่องเทยี่ ว ........................................................................................................ ๔. ปจั จัยดา้ นการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชน ................................................................................................................ ๕. ตวั ชว้ี ดั มาตรฐานคุณภาพแหล่งทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร....................................................................................... ๖. ศักยภาพการดึงดดู ของแหล่งท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร .......................................................................................... ๗. การจดั การของเสยี ในแหล่งท่องเท่ียว ............................................................................................................ ๘. การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ...................................................................................................................... ๙. ความพรอ้ มของระบบสาธารณปู โภค ............................................................................................................. ๑๐.การตอ้ นรับและสร้างความคุ้นเคย มีมคั คุเทศก์ ร้านค้า กจิ กรรมเสรมิ ความรู้ ..............................................

๒๘ บทที่ 4 การออกแบบพฒั นาเกษตรเพือ่ การท่องเที่ยว สาระสาคญั การทอ่ งเทีย่ วเชิงเกษตร สาหรับคนรุ่นใหมจ่ ะใหค้ วามสนใจในรปู แบบของกจิ กรรมท่ีเน้นการมีส่วนรว่ ม ของลกู คา้ และนกั ทอ่ งเท่ยี ว เชน่ การจดั ทาเปน็ ฟารม์ เกษตรท่องเทยี่ ว แตก่ ม็ ีหลายแหง่ ท่ียังไมป่ ระสบผลสาเรจ็ เนือ่ งจากยังไม่ตอบสนองความต้องการของนกั ท่องเที่ยว ดังนัน้ การออกแบบและการพฒั นาการท่องเท่ียวจึง เปน็ ส่วนสาคัญทีจ่ ะนาพาการท่องเทยี่ วเชงิ เกษตรให้ประสบความสาเรจ็ ได้ ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั 1. อธิบายปจั จัยสาคัญในการออกแบบและพัฒนาการทอ่ งเที่ยวเชิงเกษตร ได้ 2. จาแนกการจดั การทรัพยากรการเกษตรแบบต่างๆ ได้ 3. บอกกจิ กรรมดา้ นการเกษตรในฐานการเรียนรู้ ได้ 4. บอกเทคนิคการออกแบบพฒั นาเกษตรเพื่อการทอ่ งเท่ยี ว ได้ 5. การฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน ได้ 6. สามารถออกแบบและวางแผนพฒั นาพนื้ ที่เกษตรเพือ่ เข้าสกู่ ารท่องเท่ียวเบ้อื งต้นได้ ขอบขา่ ยเนือ้ หา เรือ่ งที่ 1 ปจั จยั สาคัญในการออกแบบและพฒั นาการท่องเท่ียวเชงิ เกษตร เรื่องท่ี 2 การจาแนกรปู แบบและการจัดการทรัพยากรเกษตรเชิงท่องเท่ยี ว เรอ่ื งท่ี 3 กิจกรรมด้านการเกษตรในฐานการเรียนรู้ เรอ่ื งท่ี 4 เทคนคิ การออกแบบพัฒนาเกษตรเพื่อการทอ่ งเทีย่ ว เรอ่ื งท่ี 5 การวางแผนออกแบบและวางแผนพัฒนาพื้นทีเ่ กษตรเพ่อื เข้าสู่การท่องเที่ยวเบือ้ งตน้

๒๙ เรือ่ งที่ 1 ปจ จยั สาคัญในการออกแบบและพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร การทอ่ งเทีย่ วเชิงเกษตรทมี่ ีในปัจจุบันท่มี กี ารเปล่ยี นแปลงไปจากเดิม ทาให้คนรนุ่ ใหม่ให้ความสนใจ กบั การท่องฟารม์ เกษตรเพิ่มมากขนึ้ แต่ในปัจจุบนั ยงั มแี หลง่ ท่องเทีย่ วทีย่ งั ไม่สามารถตอบสนองความตอ้ งการ ของนักทอ่ งเทีย่ วในยุคปจั จุบนั ไดก้ ารจัดการแหลง่ ท่องเท่ียวเชงิ เกษตร มีปจั จัยท่ีสาคัญเพื่อการออกแบบและ พฒั นาการท่องเท่ยี วเชิงเกษตร ได้แก่ 1. มุ่งเน้นการเจาะตลาดเฉพาะกลุม่ คอื กลมุ่ คนรนุ่ ใหม่ท่มี ีความสนใจดา้ นเกษตร และดว้ ยเหตุน้ี จึงตั้งช่ือฟารม์ ว่า โคโร ฟิลด์ ( Coro Field)ทมี่ าจากหลักความคดิ วา่ Coro หมายถงึ “เวลา” และ Field หมายถงึ “ท่งุ กว้าง” ซงึ่ ไมไ่ ดม้ ุ่งเนน้ การปลกู แลว้ ขาย แต่ตอ้ งการเชื่อมโยงกับการท่องเท่ยี วทต่ี อ้ งการ ใหน้ ักท่องเที่ยวไดใ้ ชเ้ วลาด่ืมดา่ ในทุง่ กว้าง หรอื หมายถึง สนามสเี ขยี ว หรืออาจจะเปน็ สวนเกษตรท่ีมีความโดด เด่นดา้ นผลิตและการมีกิจกรรมให้ผ้เู ข้าชมได้มสี ว่ นรว่ ม เชน่ ฟารม์ ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ทมี่ กี ารปลกู ผกั หลาย ชนิด มีโรงเรือน มีหลายแปลง สามารถให้ผ้ชู มได้เข้าชม เลอื กซอื้ ตามความต้องการ และมีการฝกึ และสาธติ การ ปลูกผักไฮโดรโปนกิ ส์ การเพาะเมล็ดพนั ธ์ เปน็ ต้น ตลอดจนมกี ารผสมผสานการปลกู พชื สวนครวั ผลไม้และ พชื สมนุ ไพร เพือ่ ความหลากหลาย และทาใหเ้ วลาของคุณผ้ชู มเดินช้าลง ตามสโลแกน “เราไมไ่ ด้แค่ปลกู แตเ่ รา สรา้ งแรงบนั ดาลใจ” จงึ ถอื ว่าฟาร์มแหง่ น้ีครบเครอ่ื งมากกว่าฟารม์ ท่ัวไป 2. การให้ความสาคัญผสมผสานระหวา่ งเทคโนโลยีและคนในการทางานร่วมกัน Coro Field มี นาเทคโนโลยีดา้ นวศิ วกรรมมาใชร้ ว่ มกับความรูด้ า้ นการเกษตร เพ่อื พฒั นาโรงเพาะปลกู อีกท้งั ยังการอบรม พนักงานทกุ คนในฟารม์ ใหเ้ คารพและรักต้นไม้ทุก ผูบ้ รหิ ารหรอื ผู้จัดการกับคนงานไดม้ ีการพบปะพูดคุยหรือมี การอบรมในการเทคโนโลยที ี่ได้นามาใช้กบั ธรุ กิจเกษตร เชน่ การจัดการน้า ดนิ ปุ๋ย ชนิดของพชื พนั ธ์ุแต่ละชนิด วิธกี ารเพาะโดยเครอ่ื งเพาะอัตโนมัติ เคร่ืองหยอดเมล็ด เคร่อื งอบแห้ง เป็นตน้ เพ่ือผลผลิตทอ่ี อกมาใหม้ ี คุณภาพ และการใชว้ สั ดุอปุ กรณท์ ี่ถกู วธิ จี ะช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดรายจา่ ยการบารงุ รกั ษา เปน็ ตน้ 3. การสรา้ งตลาดและสรา้ งมูลคา่ ทางการตลาด โดย การเรมิ่ ทาส่งิ ใหมๆ่ ทยี่ งั ไมม่ ใี ครทา และเปน็ ส่งิ ที่เกิดประโยชน์ มกี ารเลา่ เรอ่ื งราวจดุ เรม่ิ ต้นของการทาเกษตรท่ีนา่ สนใจและทนั สมัย โดยจะไมม่ องวา่ ตน้ ไม้ และผลไม้ท่ปี ลูกในฟาร์มเป็นเพยี งตน้ ไม้ แต่มองเปน็ เหมอื นการเลยี้ งเด็กเลก็ ที่ต้องใช้ความดูแลเอาใจใส่ ตอ้ งมี พีเ่ ลีย้ งที่ดูแลเป็นอย่างดี ดว้ ยความใส่ใจ อกี ท้งั กระบวนการเย่ยี มชมฟาร์มเมอื่ นักทอ่ งเทย่ี วตอ้ งการเข้าเยีย่ มชม ในแปลงปลูกตอ้ งมกี ารเปลี่ยนชดุ เปลย่ี นรองเทา้ และผา่ นน้ายาฆา่ เชอ้ื กอ่ นดว้ ย ทาให้ผเู้ ยี่ยมชมฟารม์ เขา้ ใจถึง ความใส่ใจทฟี่ ารม์ มใี ห้ต้นไมท้ กุ ต้น 4. การสร้างความรคู้ วบคกู่ บั ประสบการณ์ โดยมกี ารจดั กิจกรรมภายในฟารม์ ซึง่ กจิ กรรมในการ ใหค้ วามรดู้ ้านการเพาะปลกู เปน็ อกี อันหน่ึงทที่ าใหน้ ักทอ่ งเที่ยวไดร้ ับความรู้ และเขา้ ใจถงึ คณุ ค่าของสนิ คา้ ด้าน การเกษตรเพิ่มมากข้นึ ด้วย 5. ความแตกต่างผา่ นทางแนวคิด (Limited edition) เชน่ Coro Field มหี ลักการเลือกชนิดของ พืชเพอื่ มาปลกู ท่ฟี ารม์ มีสองข้อหลกั ๆคอื เลือกปลูกพชื ท่ีชอบ และสองต้องเปน็ พชื ท่ที าได้จริงปลกู ไดต้ ่อเนอ่ื ง และไม่ใชว่ ่าใครกป็ ลกู ได้ หรือบางฟาร์มอาจจะมีการเลอื กปลกู พืชเศรษฐกจิ แบบหมุนเวียน แต่เนน้ การให้ออก นอกฤดกู าล เพ่ือการเพิม่ มูลค่าของผลผลิต เป็นตน้ หรือบางฟารม์ อาจจะมีการทาแบบผสมผสานการปลูก พืชผกั สวนครัว การเล้ยี งสตั ว์ การสาธติ และฝกึ ปฏิบัติ การฝึกอบรม เป็นตน้ 6. สร้างเรอ่ื งราว เช่น Coro Field เลือกท่ีจะสร้างแบรนด์ผ่านทาง CEO Branding โดยมี รปู แบบการโฆษณาฟาร์มโดยใช้วถิ กี ารเลา่ เร่ืองผ่านประวตั ขิ องเจา้ ของฟารม์ หรอื บางฟาร์ม อาจจะการสร้าง เร่ืองราวในการใหผ้ ้ชู มได้รบั ร้ผู ่านเทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ ผา่ นทางเว็บไซต์ ,QR CODE , E-book เปน็ ตน้

๓๐ เรอื่ งที่2 การจาแนกรปู แบบและการจดั การทรพั ยากรเกษตรเชิงท่องเที่ยว 1. การจาแนกรปู แบบการจดั การทรัพยากรเกษตรเชงิ ท่องเที่ยว รูปแบบการจดั การทรัพยากรเกษตร เชิงท่องเท่ียว ของท้องถ่นิ นั้น โดยท่วั ไปจะจาแนกตามลกั ษณะ รูปแบบการผลติ ซงึ่ เป็นหลกั เกณฑท์ ี่ใชก้ นั อย่างแพรห่ ลาย ไดแ้ ก่ 1. การเกษตรแบบยังชพี ( Subsistence agriculture)ระบบนใ้ี นประเทศไทยยังมใี ห้พบเหน็ จัดเปน็ การเพาะปลกู แบบต้ังเดมิ หรอื เป็นประเพณีแบบหน่ึงท่ีปลกู พืชเลีย้ งสัตวไ์ ว้ใชเ้ ป็นอาหารหรอื บริโภค ในครวั เรือนหรอื ใช้ในพิธกี รรม ไม่ได้มีการผลติ เหลือใช้หรือเหลอื ขาย หรือเปน็ แบบกึ่งยังชีพทอ่ี นุโลมให้กบั การ ใชเ้ วลาปลูกพืชเพื่อขายระหว่างรอ้ ยละ 20 ถึง รอ้ ยละ 50 ของเวลาทางานเพือ่ การเกษตรท้งั หมด โครงสร้าง การผลิตในระบบเกษตรแบบยงั ชพี อาจเปน็ การปลูกพืชผกั ผลไม้ดอก พืชไร่ หรอื การเล้ยี งสตั ว์ในพ้นื ที่ขนาด เลก็ ๆ ผลผลิตทไ่ี ด้มปี รมิ าณไม่มากนัก เกษตรกรไม่จาเป็นตอ้ งอาศยั ความสามารถหรือเงินทนุ เพราะเป็น การเกษตรขนาดเล็กทผ่ี ลติ เพือ่ พอกินพอใชห้ รอื เหลอื ขายเล็กๆ นอ้ ยๆ เพอ่ื ใหไ้ ดเ้ งนิ มาจัดหาปัจจยั จาเปน็ ในการดารงชีวติ 2. การเกษตรแบบขยายพ้นื ท่ี ( Exensive culivation)เป็นการเพาะปลูกในบรเิ วณที่มเี นอ้ื ที่ กวา้ งขวางแต่มีแรงงานคนหรอื สัตว์น้อย และเพอื่ ความสะดวกในการดาเนินงานเพื่อให้ได้ผลผลติ สงู จึงตอ้ งใช้ วิทยาการ ใช้เครอ่ื งจักรชว่ ยแทนแรงงานคนหรือสตั ว์ในการบกุ เบิก ไถคราด เพาะปลกู บารงุ รักษา และเก็บ เกี่ยว มักปลูกพืชชนิดเดียว เชน่ ข้าวสาลี และขา้ วโพด เปน็ ต้น ซึ่งตามความหมายน้ี การเกษตรแบบขยายพ้นื ท่ี ก็จะมลี ักษณะตรงกับ \"ระบบการเกษตรแบบเดีย่ ว \" หรือ \"specialized farming\" ทีม่ ุง่ เพือ่ การคา้ หรือธรุ กจิ เปน็ สาคัญ สาหรับประเทศไทยทผี่ ลิตประเภทเดียวเต็มพื้นท่ี มลี ักษณะการผลติ แบบขายสดและเป็นวตั ถุดบิ ใน อุตสาหกรรมต่างๆ เพอ่ื เปาู หมายสง่ ออกต่างประเทศ 3. การเกษตรแบบเขม้ ขั้น ( Intensive farming)การเกษตรระบบนนี้ บั วา่ เป็นเปาู หมายของการ พฒั นาในทกุ ประเทศ ท้ังนเี้ นือ่ งด้วยพ้ืนทถี่ อื ครองทางการเกษตรมจี ากัดเมื่อเปรียบเทยี บสดั สว่ นกบั การเพิม่ ขน้ึ ของประชากร การผลิตระบบนีค้ อื การเพาะปลกู พชื มากและแตง่ ชนิดในเน้อื ท่ีจากัดทมี่ ปี ระชากรอาศัยอยู่ หนาแนน่ มากประชากรจงึ ต้องทมุ่ เทพลงั งานของตนชว่ ยกันเพาะปลกู พชื ด้วยวธิ ีต่างๆ หรือพยายามเพ่ิมเงนิ ทนุ ใหม้ ากกว่าเดิมเพอ่ื จะได้มาซึ่งผลผลติ ทางด้านการเพาะปลกู ในเนือ้ ที่จากัดของตนให้เต็มทตี่ ลอดรอบปหี น่ึงๆ ใน การน้ตี อ้ งอาศยั ความสมบูรณ์ของดินตามธรรมชาติ หรือโดยใช้ปุ๋ยเพอื่ เพมิ่ โอชะในดินใหม้ ากข้ึน และมกั ใชแ้ ร งานคนหรอื สัตวม์ ากกวา่ เครื่องจักร การเพาะปลูกแบบนีจ้ าเป็นสาหรบั ประเทศทมี่ พี ื้นดินโอชะจากัด ทุนน้อย วิทยาการไม่กา้ วหน้ามากมพี ลเมอื งมาก เชน่ จนี อนิ เดีย สาหรับประเทศไทยกม็ กี ารทาเกษตรแบบเข้ม ช้ันท้ังเกษตรกรายเล็กทผี่ ลิตท้งั เพื่อบรโิ ภคและเหลือขาย และเกษตรกรรายใหญท่ ี่ผลติ เพือ่ การคา้ โดยตรง 4. เกษตรแบบธรุ กิจและเกษตรอตุ สาหกรรม ( Agribusiness)ระบบการเกษตรแบบธุรกจิ มีเปาู หมายเพือ่ การค้าโดยตรง การเกษตรระบบนี้ มกี ารปรบั ปรงุ เทคโนโลยีใหท้ ันสมยั มีการวจิ ัยศกึ ษาจากทุก ส่วนและทกุ ฝุายทเี่ ก่ียวข้อง ไมว่ ่าจะเปน็ กระบวนการผลิตวทิ ยาการหลังเก็บเกี่ยว ปจั จัยทางกายภาพพืน้ ทผี่ ลติ และปจั จยั ทางเศรษฐกิจสงั คม การขนสง่ และการตลาด 5. การเกษตรนเิ วศ ( Ecological agriculture)เปน็ ระบบเกษตรเชงิ คณุ ภาพ เปน็ ระบบทใ่ี ห้ ความสาคัญตอ่ การควบคุมหรอื มรี ะบบการจดั การดา้ นคุณภาพและมาตรฐานคน้ สง่ิ แวดล้อม การเกษตรระบบน้ี เชน่ เกษตรชีวภาพ และเกษตรธรรมชาติ เปน็ ตน้ เปน็ ระบบท่พี บเหน็ ไดใ้ นท้องถ่นิ ต่างๆ แตย่ ังปฏิบัติกันใน พ้ืนท่เี ฉพาะและยงั ไมไ่ ดท้ าเป็นธรุ กิจเกษตรขนาดกลางหรือขนาดใหญเ่ พ่อื การส่งออก

๓๑ 2. การจัดการทรัพยากรเกษตรเพ่ือการท่องเท่ยี วเชงิ เกษตรยัง่ ยนื การจดั การทรัพยากรเกษตรเพ่อื การทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตรย่งั ยนื คือการจัดการทรพั ยากรการเกษตรท่ี เก่ียวขอ้ งทุกอย่างให้สามารถดาเนนิ การได้อย่างยั่งยนื เช่นดา้ นวัสดุอปุ กรณใ์ นการจดั หา การรักษา การใช้ ประโยชน์ ดา้ นการบรหิ ารจดั การทั้งภายในและภายนอกของกิจการ ด้านการจัดกิจกรรมแก่ลกู คา้ เป็นตน้ 2.1 การจดั การทรัพยากรเกษตรเพือ่ การท่องเทีย่ วเชิงเกษตรยั่งยืนเพอื่ ผลประโยชนข์ องกจิ การ ในการดาเนินกจิ การให้เกิดรายได้ เกดิ ความมั่นคง ท้งั ผเู้ ป็นเจา้ ของกจิ การ ลูกจา้ ง และลูกค้าผูบ้ รโิ ภค โดยต้อง รักษาไวซ้ ่ึงขนบธรรมเนยี ม ประเพณี รกั ษาส่งิ แวดลอ้ ม การจดั การคน การจัดการกล่มุ ลกู คา้ ผบู้ ริโภค การ สร้างความประทบั ใจแกล่ กู คา้ ให้ย่งั ยืน ความสัมพันธแ์ สดงดังภาพ

๓๒ 2.2 การรักษาทรพั ยากรทอ่ งเทีย่ ว(ทรัพยากรเกษตร) โดยท่องเท่ียวเชงิ เกษตรจากการตรวจสอบ เอกสารเกีย่ วกับแนวคิดทอ่ งเทย่ี วเชิงเกษตร กล่าวข้างตน้ กิจกรรมทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตรจะเขา้ ไปเกีย่ วของต่อ การจัดการทรัพยากรเกษตรในลักษณะต่างๆ เพอื่ ใหเ้ กดิ เกษตรยัง่ ยืน ดงั น้ี 1) กจิ กรรมท่องเทยี่ วเชิงเกษตรชว่ ยใหเ้ กษตรลดการพ่งึ พาปัจจัยการผลติ ภายนอก เน่ืองจากระบบเกษตรนิเวศซ่ึงเนน้ การพึ่งพาปจั จยั การผลิตในท้องถนิ่ มีบทบาท ในฐานะสงิ่ ดงึ ดดู ทางการท่องเทย่ี ว ซง่ึ นักท่องเทยี่ วในปจั จบุ ันมแี นวโน้มแสวงหาความรู้ และประสบการณใ์ นส่ิงเหล่ าน้ี นอกจากนน้ั รายไดจ้ ากการท่องเที่ยว จะช่วยเหลอื ให้เกษตรอยไู่ ด้โดยไมต่ ้องพึ่งพาปัจจยั การผลติ ภายนอกมากนกั 2) กิจกรรมทอ่ งเทยี่ วเชิงเกษตร โดยเฉพาะในลักษณะการศึกษาดูงานแลกเปลย่ี นเรียนรู้ เปน็ กจิ กรรมทน่ี กั วิชาการและเกษตรกรมโี อกาสไดร้ ่วมกนั พัฒนาองค์ความรดู้ ้านนิเวศ เกษตรโดยเฉพาะการแลกเปลีย่ นเรียนรรู้ ะหวา่ งเครือขา่ ยเกษตรกร 3) เกษตรกรทีพ่ ฒั นาฟาร์มเกษตรเป็นแหลง่ ท่องเทย่ี ว พยายามหาวิธีการที่เหมาะสม ในการใช้ประโยชนจ์ ากทรัพยากรท้องถนิ่ โดยการประยุกต์ใชอ้ งคป์ ระกอบตา่ งๆ ในระบบไรน่ าเพ่อื สร้างมลู คา่ เพิ่มจากการท่องเที่ยว 4) กิจกรรมท่องเทยี่ วเชงิ เกษตรชว่ ยให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยเี กษตรแบบมสี ว่ นรว่ ม ในกระบวนการน้ี อ เกษตรกรจะร่วมกับนกั วิชาการและนักท่องเที่ยวทเ่ี ปน็ เกษตรกร จากพื้นท่ตี า่ งๆที่มาศกึ ษาดูงาน มีการสาธิตการใช้เทคนคิ ใหม่ทเี่ พ่งิ พัฒนาข้นึ กระบวนการน้มี งุ่ พฒั นาความเขม้ แขง็ และศักยภาพของเกษตรกรในการทดลอง เทคโนโลยเี กษตร 2.3 แนวทางการจดั การทรพั ยากรเกษตรให้เป็นทรพั ยากรทอ่ งเท่ยี วจากการตรวจสอบแนวคิด การทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตร แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วจะใช้ทรัพยากรเกษตรเพอื่ การทอ่ งเทีย่ วในลกั ษณะตา่ งๆ ซ่ึงพอจะ ยกตวั อยา่ งโดยสังเขป ดังน้ี 1) พัฒนาภมู ปิ ญั ญาพืน้ บา้ นเก่ียวกบั การเกษตรเพอ่ื ประโยชนในการทอ่ งเทีย่ ว 2) พฒั นาเทคโนโลยีการเกษตรทีเ่ หมาะสมเพอื่ นาเสนอนกั ทอ่ งเท่ยี วในการแลกเปลย่ี น เรียนรู้ 3)ใชท้ รัพยากรเกษตรจากภายในพน้ื ทเ่ี พือ่ ใหน้ ักท่องเทย่ี วได้มีโอกาสสมั ผสั กับวิถชี มุ ชน โดยแทจ้ รงิ 4) หลกี เล่ยี งการใช้สารเคมีเพอ่ื การเกษตร เน่อื งจากนกั ท่องเทย่ี วต้องการสัมผสั ธรรมชาติ 5) ใช้ประโยชนจ์ ากความหลากหลายทางชีวภาพ สรา้ งความหลากหลายกิจกรรมผลิต ทางการเกษตรในไรน่ า และผสมผสานกิจกรรมการผลิตให้เกื้อกูลประโยชน์ตอ่ กัน ควบคมุ ศตั รูพืชด้วยวธิ ีธรรมชาติ เพอ่ื ใหน้ กั ท่องเทีย่ วเรียนรู้ 6) การรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตใิ ห้คงสภาพที่สมบรู ณ์ เพ่อื ตอบสนองความต้องการของ นักท่องเที่ยวในดา้ นการพกั ผ่อน 7) การปูองกันการสญู เสียธาตุอาหาร มวลชีวภาพและพลงั งาน รวมทั้งปอู งกนั การเกิด มลพิษต่าง ๆ

๓๓ เรื่องท่ี 3 กิจกรรมด้านการเกษตรในฐานการเรียนรู้ 1. ลักษณะพ้นื ทข่ี องแหล่งท่องเทย่ี วเชงิ เกษตร กจิ กรรมท่องเทย่ี วเชงิ เกษตรอาจจาแนกตามลกั ษณะพ้ืนทข่ี องแหล่งทอ่ งเทย่ี วเชงิ เกษตรซ่ึงมีความ หลากหลายเปน็ อย่างมาก ได้แก่ 1.1 การจาแนกตามลกั ษณะเด่นของฟน้ื ที่ ( Area configuration) ได้แก่ กจิ กรรมทอ่ งเทย่ี วเชิง เกษตรในพ้นื ทรี่ าบ พ้นื ท่ีเปน็ ลูกคลืน่ พนื้ ที่เนิน และพน้ื ท่ภี เู ขา 1.2 การจาแนกตามลกั ษณะภูมิประเทศ ( Forms of terrain) เปน็ การจาแนกกจิ กรรมทอ่ งเที่ยว เชิงเกษตรตามลักษณะพ้ืนผวิ ของภมู ปิ ระเทศเชน่ ภูเขา หบุ เขา ชอ่ งเขา น้าตก หรอื ฤดูใบไม้ผลิท่อี บอ่นุ เปน็ ตน้ 1.3 การจาแนกตามการใช้ประโยชน์พ้นื ที่ ( Type of land นse) ไดแ้ ก่ กจิ กรรมทอ่ งเท่ียวเชิง เกษตรประเภทการปลกู พืช การเลี้ยงสตั ว์ การทาสวนผลไมแ้ ละพชื สวนอื่นๆ การทาสวนปาุ และการประมง 1.4 การจาแนกตามระดับการพัฒนาในพืน้ ที่ ( Spatial development) ได้แก่ กิจกรรมท่องเทย่ี ว เชิงเกษตรในพนื้ ท่ที ขี่ าดการพัฒนา พืน้ ท่ีท่ีมีการพฒั นาอยา่ งเขม้ ข้น และพ้นื ท่ีที่มีการพัฒนาแบบกระจาย 1.5 การจาแนกตามขนาดของฟารม์ ( Size of farm) ได้แก่ การท่องเทยี่ วเชิงเกษตรในฟารม์ ขนาด เลก็ มาก (ไม่เกนิ 5 เฮกแตร์) ฟารม์ ขนาดเลก็ ( 5 -20 เฮกแตร์) ฟารม์ ขนาดกลาง ( 20 – 50เฮกแตร์) ฟาร์ม ขนาดใหญ่ (50 - 100 เฮกแตร์) และฟาร์มขนาดใหญ่มาก (มากกว่า 100 เฮกแตร์) 1.6 การจาแนกตามการผลิต ( Specialization of production) กจิ กรรมท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร ประเภทการผลิตพืชเชงิ เดย่ี ว (Monocultural space) และการผลติ แบบหลากหลาย(Diversified space) 2. ลกั ษณะกิจกรรมการเกษตรของแหล่งทอ่ งเทย่ี ว รปู แบบการทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตรแต่ละแหลง่ ทอ่ งเที่ยวจะเน้นกิจกรรมการทอ่ งเท่ียวรูปแบบใด ข้ึนอยกู่ บั ประเภทของนักทอ่ งเทย่ี ว และลกั ษณะกิจกรรมการเกษตรของแหลง่ ทอ่ งเท่ียวนนั้ ๆ ดังนี้ 2.1 กจิ กรรมการทอ่ งเท่ยี วเชิงเกษตรรูปแบบการสาธติ แหล่งท่องเท่ียวทเ่ี น้นกจิ กรรมการสาธติ ได้แก่ ฟาร์มเพาะเหด็ ฟารม์ เลีย้ งผึง้ และแปรรปู อาหาร แหลง่ ท่องเทย่ี วเหล่าน้ีจะเตรยี มขั้นตอนตา่ งๆ ของการผลติ ทง้ั วัตถุดิบและวสั ดอุ ปุ กรณ์ เพอ่ื สาธติ ตอ่ นกั ทอ่ งเที่ยวทีเ่ ย่ยี มชมกจิ กรรมท่องเท่ียวประเภทน้ี ได้แก่ กลมุ่ นกั ศกึ ษาที่มาศึกษาดูงาน หรือนกั ท่องเที่ยวทไี่ ม่ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และต้องการประสบการณ์ไป พัฒนาอาชีพเกษตรของตนเอง 2.2 กจิ กรรมการท่องเท่ียวเชิงเกษตรรูปแบบการให้ความรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทั้งหมด มกี ิจกรรมการใหค้ วามรู้ แตม่ ใิ ชก่ ิจกรรมหลกั ของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทง้ั หมด มีแหล่งทอ่ งเทีย่ วบางประเภทเท่านั้น ที่เน้นกิจกรรมการใช้ความรู้ทางการเกษตร ได้แก่ ฟารม์ เกษตรอนิ ทรีย์ มกี ารเตรียมสถานที่ การบรรยายและ วิทยากร ให้ความรเู้ กยี่ วกับเกษตรอินทรยี ์ กจิ กรรมการท่องเท่ียวประเภทแบบนเ้ี นน้ กลุม่ นกั ทอ่ งเที่ยว ท่ีต้องการหาความรแู้ ละแลกเปล่ียนประสบการณ์ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร 2.3 กิจกรรมการท่องเทยี่ วเชงิ เกษตรรปู แบบจาหนา่ ยสนิ คา้ ชุมชน แหล่งท่องเทีย่ วสว่ นใหญม่ ีการ จาหน่ายผลผลิตและผลิตภณั ฑ์การเกษตร แต่โดยภาพรวมแลว้ การจาหนา่ ยสินคา้ ให้นกั ท่องเท่ยี ว มใิ ชก่ จิ กรรม หลักของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร มเี พยี งแหล่งท่องเที่ยวกลุ่มแมบ่ ้านเกษตรกร เทา่ นีน้ ท่ีรวบรวมสนิ ค้าชมุ ชน เพือ่ การจาหน่าย โดยมีการสาธิตการแปรรูปขนมชนิดตา่ งๆ ร่วมดว้ ย

๓๔ 2.4 การทอ่ งเท่ียวเชงิ เกษตรรูปแบบแนะนาธุรกจิ เกษตร กจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี วรูปแบบนเ้ี ปน็ จดุ เด่น ของแหล่งทอ่ งเทยี่ วฟาร์มเลีย้ งผึ้ง และฟารม์ เพาะเห็ดเกษตรกรจากพื้นทตี่ ่างๆ เดินทางมาท่องเทยี่ วในรูปแบบ การศกึ ษาดูงาน แหลง่ ท่องเที่ยวเหล่านี้นอกจากจะใหข้ ้อมูลด้านการผลติ และการลงทุน แลว้ ยงั ผลติ วสั ดุ อุปกรณก์ ารเลีย้ งผง้ึ และการเพาะเห็ดเพอ่ื จาหน่ายให้ผู้สนใจลงทนุ ธุรกิจดงั กลา่ ว ตัวอย่าง แหลง่ ท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร ภาคเหนอื

๓๕ ภาคกลาง ตัวอย่าง แหลง่ ท่องเท่ียวเชิงเกษตร

๓๖ ภาคตะวนั ออก ตวั อยา่ ง แหลง่ ท่องเท่ยี วเชงิ เกษตร

๓๗ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook