การรักษา(ต่อ) - วำลโพรอคิ ( valproic acid ) ใหท้ ำงปำกหรือสวนเก็บทำง ทวำรหนกั ระดับยำขึ้นสูงสุดภำยใน 2 – 4 ช่ัวโมง - พำรำลดีไฮด์ ( paraldehyde ) ใช้ในเด็กที่มีอำกำรชัก ต่อเนื่องเม่ือให้ยำตัวอ่ืนแล้วไม่ได้ผล ถำ้ ให้ทำงหลอดเลือดด้ำจะ ออกฤทธิ์ไดไ้ มน่ ำน นิยมสวนเกบ็ ให้ทำงทวำรหนกั 3.2 ในระยะต่อเนื่อง ควรให้ยำกันชักชนิดกินติดต่อกัน นำน 2 ปี ในรำยตอ่ ไปนี้ - เด็กชกั 2 ครง้ั หรอื มำกกว่ำ 2 คร้ัง
การรกั ษา(ต่อ) - ถ้ำชกั ครั้งแรกกับครงั้ ทสี่ องหำ่ งกัน 1 ปี อำจยงั ไมใ่ หก้ นิ ยำกันชัก ทุกวัน ให้ติดตำมดูเด็กต่อ แต่ถ้ำชักคร้ังแรกและคร้ังท่ีสองห่ำง กนั 1 – 2 เดือน ควรให้ยำกันชกั กินทกุ วัน - เด็กที่มีระบบประสำทท่ีผิดปกติหรือสติปัญญำต้่ำ กำร เจรญิ เตบิ โตชำ้ - เด็กท่ีชักนำนกว่ำ 15 นำที และชักเป็นส่วน ๆ เป็นข้ำงใดข้ำง หนงึ่ - ชักมำกกวำ่ 1 ครัง้ ใน 1 วนั
ขอ้ วินิจฉยั ทางการพยาบาล ปญั หาท่ี 1 เสี่ยงต่อภำวะเซลลส์ มองถูกทำ้ ลำย จำกกำรชักนำน วตั ถุประสงค์ เพอื่ ปอ้ งกันภำวะเซลล์สมองถกู ท้ำลำย จำกกำรชกั นำน เกณฑก์ ารประเมนิ 1. อุณหภมู กิ ำยอยู่ในเกณฑ์ปกติ 2. มีสหี นำ้ สดช่นื พักผอ่ นได้ 3. ไม่มภี ำวะเซลลส์ มองถูกทำ้ ลำย
กิจกรรมทางการพยาบาล 1. ลดไขท้ นั ทีทพ่ี บวำ่ เด็กมไี ขส้ งู เกิน 38 องศำเซลเซยี ส ดว้ ยกำรเช็ดตัวด้วย น้ำอุ่น ประมำณ 15 นำที หรือจนกว่ำไข้จะลดลง บำงรำยอำจพจิ ำรณำให้ยำ ลดไข้ คือ พำรำเซตำมอลรว่ มดว้ ย ขยำดยำลดไข้ 10 มก. /กก. /คร้งั โดยซำ้ ไดท้ ุก ๆ 4-6 ชว่ั โมง เพรำะไขอ้ ำจกระตุ้นใหช้ กั นำน
กจิ กรรมทางการพยาบาล 2. ดูแลใหย้ ำกนั ชักตำมแผนกำรรกั ษำ ท่นี ิยมคือ diazepam ฉดี ทำงหลอดเลือด ดำ้ ขนำด 0.2 – 0.5 มก. /กก. /คร้งั โดยซ้ำได้ทุก ๆ 10 – 15 นำที ไม่ควร ผสมกบั ยำหรือสำรน้ำชนิดอนื่ เพรำะอำจเกิดกำรทำ้ ปฏกิ ริ ยิ ำได้งำ่ ยและฤทธิ์ ของยำจะลดลง ควรฉีดเข้ำทำงหลอดเลือดดำ้ ชำ้ ๆเพ่ือใหย้ ำออกฤทธิ์ได้ รวดเรว็ และเพ่ือลดโอกำสกำรกดศูนยก์ ำรหำยใจ หรอื ในกำรให้ diazepam เหนบ็ ทำงทวำรหนัก ขนำดอำจสูงถึง 1 มก. /กก. /ครง้ั หรอื Phenobarbital ขนำด 15 – 20 มก. /กก. ฉดี เข้ำกล้ำมเน้ือหรือให้ ทำง หลอดเลอื ดดำ้
ปัญหำที่ 2 เสย่ี งตอ่ กำรไดร้ ับอุบตั ิเหตุ หรอื อนั ตรำยจำกกำรชัก วัตถุประสงค์ เพื่อปอ้ งกันกำรได้รับอุบัติเหตุ หรอื อันตรำยจำกกำรชัก เกณฑก์ ารประเมนิ 1. ไม่มแี ผลที่ล้นิ ผิวหนงั ปกติ 2. ไมม่ ีรอยฟกชำ้ หรอื บำดแผล 3. กระดกู ไมไ่ ด้รบั บำดเจบ็ ไมม่ กี ระดกู หกั หรือรำ้ ว กิจกรรมทางการพยาบาล 1. ยกไม้กน้ั เตยี งท้ังสองขำ้ งขน้ึ สำ้ หรับผ้ปู ว่ ยท่ีมีควำมเสี่ยงต่อกำรชักเพอื่ ป้องกันกำรตกเตยี ง
กิจกรรมทางการพยาบาล (ต่อ) 2. จัดให้เดก็ ตะแคงหนำ้ เพ่ือให้นำ้ ลำยไหลออกจำกปำก ไม่สำ้ ลกั เข้ำใน ทำงเดนิ หำยใจและล้นิ ไมต่ กอุดหลอดลม รวมท้ังดแู ลทำงเดนิ หำยใจให้ โล่งอยเู่ สมอ โดยกำรดดู เสมหะออกจำกปำกและจมูกบ่อย ๆ 3. จดั ใหเ้ ด็กนอนรำบ ใช้ผำ้ นม่ิ ๆ เช่น ผ้ำหม่ หรือผำ้ เชด็ ตัวหนนุ บริเวณใต้ ศรี ษะเพื่อปอ้ งกนั ไม่ใหศ้ ีรษะกระแทกกบั พื้นเตียง และระหว่ำงชักตอ้ ง ระวงั ศีรษะ แขนและขำกระแทกกับของแข็งหรอื สง่ิ มีคม โดยเก็บ สง่ิ ของทอ่ี ำจเป็นอนั ตรำยออกและไม่ควรเคลอื่ นยำ้ ยเดก็ ขณะชัก
กิจกรรมทางการพยาบาล (ต่อ) 4. ไม่ควรผูกยึดตวั เด็กขณะมีอำกำรชกั เพรำะกำรผกู ยึดอำจจะทำ้ ให้ กระดูกหักได้ 5. คลำยเส้อื ผำ้ ใหห้ ลวม โดยเฉพำะรอบ ๆ คอ เพอ่ื ให้หำยใจไดส้ ะดวก ดแู ลให้ยำควบคุมกำรชกั ตำมแผนกำรรักษำและสังเกตผลขำ้ งเคยี งของ ยำ 6. กำรกดลิน้ เป็นสง่ิ ท่ไี มจ่ ำ้ เปน็ เนื่องจำกกำรพยำยำมกดปำกเด็กให้อ้ำออก เพ่อื ใสไ่ มก้ ดล้ินอำจจะเปน็ อันตรำยไดจ้ ำกฟันหักและหลดุ ไปอดุ หลอดลม 7. ดูแลใหย้ ำควบคมุ กำรชกั ตำมแผนกำรรักษำและสงั เกตผลข้ำงเคียงของยำ
กิจกรรมทางการพยาบาล (ตอ่ ) 8. สงั เกตและบนั ทกึ ลักษณะกำรชกั ลกั ษณะของใบหน้ำ ตำ ขณะชัก ระดบั กำรร้สู ตขิ องเดก็ ก่อนระหวำ่ งและหลงั ชัก พฤตกิ รรมทีผ่ ดิ ปกตหิ ลงั จำกชัก ระยะเวลำท่ชี ักท้งั หมด จ้ำนวนครง้ั หรือควำมถ่ใี นกำรชกั 9. หลกี เล่ยี งสงิ่ ท่กี ระตนุ้ ใหเ้ ดก็ เกดิ กำรชักขน้ึ อีก เชน่ จัดสิง่ แวดลอ้ มใหเ้ งียบ สงบ ดแู ลไมใ่ ห้เดก็ มีไข้
กิจกรรมทางการพยาบาล (ต่อ) 10. สงั เกตและตดิ ตำมอำกำรชักทีอ่ ำจเกดิ ข้ึนอกี โดยจดั ให้ เด็กนอนในบริเวณทสี่ งั เกตไดต้ ลอดเวลำ ประเมนิ อำกำร ทำงระบบประสำทและวัดสญั ญำณชพี ของเด็กอย่ำงน้อย ทุก 4 ช่วั โมง รวมท้งั สังเกตอำกำรกำรเปล่ยี นแปลง เช่น กระสบั กระส่ำย พักไม่ได้ ซมึ
ปัญหาที่ 3 ไม่สขุ สบำยจำกกำรมีไข้สงู วัตถปุ ระสงค์ มีควำมสุขสบำย พกั ผอ่ นได้ เกิดภำวะขำดสำรนำ้ และอำหำร เกณฑก์ ารประเมินผล 1. อุณหภูมกิ ำยอยใู่ นเกณฑป์ กติ 2. มสี ีหน้ำสดชื่น พกั ผอ่ นได้ 3. ไม่มีอำกำรเบ่อื อำหำรคล่นื ไส้ อำเจียน ผวิ แห้ง ควำมตงึ ผิวหนังลดลง กิจกรรมการพยาบาล 1. เชด็ ตวั ดว้ ยนำ้ ธรรมดำ แลว้ เชด็ ตวั ให้แหง้ เปล่ียนเส้อื ผ้ำใหม่ไมใ่ ห้เส้อื หนำ หรือห่มผ้ำหนำเพรำะน้ำ ชว่ ยพำควำมรอ้ นออกจำกรำ่ งกำย
กิจกรรมการพยาบาล (ตอ่ ) 2. ภำยหลังเชด็ ตัว 30 นำที วดั อุณหภูมิอกี ครั้ง ถ้ำยงั มไี ขเ้ ช็ดตัวอีกครงั้ และ ให้ยำลดไขต้ ำมแผนกำรรกั ษำ 3. วดั อณุ หภมู ทิ ุก 4 ชั่วโมง ไม่วัดอุณหภมู ิทำงปำกเพรำะอำจชกั กัดปรอท แตกได้ 4. สังเกตอำกำรผิดปกตจิ ำกกำรมีไขไ้ ดแ้ ก่ คล่ืนไส้ อำเจียน เบือ่ อำหำร ผิว แหง้ ตำแดง ซึม ปวดศรี ษะ เพ้อ กระสับกระสำ่ ย ชัก
กจิ กรรมการพยาบาล (ตอ่ ) 5. หลังมไี ขอ้ ำจมเี หงอ่ื ออกมำก ทำ้ ควำมสะอำดรำ่ งกำยและปำก ฟัน เพ่อื ให้ ผ้ปู ่วยมคี วำมสุขสบำย 6. จัดสิง่ แวดลอ้ มให้เงียบสงบ ดูแลใหผ้ ำ้ ปูท่นี อนสะอำดเรยี บตึงและแห้ง เพอ่ื ให้ผู้ป่วยพกั ผอ่ นได้ 7. แนะน้ำครอบครวั ใหเ้ ช็ดตวั เม่อื ผูป้ ่วยมไี ข้ รวมทั้งสังเกตอำกำรต่ำง ๆ ให้ รำยงำนแพทย์หรือพยำบำลทันที เพอ่ื ใหค้ รอบครวั สำมำรถดแู ลผ้ปู ว่ ยเมืม่ ี ไขไ้ ด้ 8. ดแู ลใหไ้ ด้รับสำรนำ้ อย่ำงเพียงพอเพอ่ื ปอ้ งกนั ภำวะขำดนำ้ และสำรอำหำร
ปัญหาท่ี 4 ครอบครวั มขี อ้ จำ้ กดั ในกำรดูแล เนอ่ื งจำกขำดควำมรู้ วตั ถปุ ระสงค์ บดิ ำ มำรดำ และญำติ มีควำมรู้ในกำรดแู ลผ้ปู ่วยมำกข้นึ เกณฑ์การประเมิน 1. บดิ ำ มำรดำ และญำติ บอกถึงกำรดูแลผปู้ ว่ ยได้ถูกต้อง 2. บดิ ำ มำรดำ และญำติ สำมำรถตอบคำ้ ถำมไดถ้ กู ต้อง
กจิ กรรมการพยาบาล 1. ประเมินควำมรคู้ วำมสำมำรถของบิดำ มำรดำและญำติ หรอื แรงสนับสนนุ ชว่ ยเหลอื จำกครอบครัว เพื่อเป็นข้อมูลพืน้ ฐำนในกำรชว่ ยเหลือ สอน และ ชแ้ี นะท่เี หมำะสม 2. รบั ฟงั และชี้แนะวิธีกำรเผชญิ ควำมเครียดหรือแก้ปญั หำต่ำง ๆ จำกแหลง่ สนบั สนนุ และควำมสำมำรถของแตล่ ะบุคคล
กิจกรรมการพยาบาล (ตอ่ ) 3. เปดิ โอกำสให้บดิ ำ มำรดำและญำติ ไดม้ ีส่วนรว่ มในกำรดูแลเดก็ ขณะรบั กำร รักษำในโรงพยำบำล โดยอำจจะสอนหรือใหค้ ้ำชแ้ี นะดังตอ่ ไปนี้ – วิธชี ว่ ยเหลอื เพ่อื หลกี เลีย่ งอันตรำยขณะเด็กมีอำกำรชัก – กำรลดไข้ทนั ทีทพี่ บว่ำเด็กมีไข้ เพรำะเด็กมโี อกำสท่จี ะชกั ได้ ถ้ำเคยมี ประวตั ิกำรชกั – วธิ ีบนั ทึกอำกำรนำ้ ก่อนเกรง็ กระตกุ ลกั ษณะกำรชักและอำกำรหลงั ชัก เพอ่ื ประโยชน์ต่อกำรวินิจฉยั และกำรรักษำ – กำรรบั ประทำนยำกำรชกั อยำ่ งต่อเนือ่ งตำมแผนกำรรกั ษำในรำยทมี่ ขี ้อ บง่ ชี้
การพยาบาลเด็กป่วยทีม่ ปี ญั หาระบบประสาท 12.1 การพยาบาลเด็กท่ีมอี าการชัก - Epilepsy, Febrile convulsion 12.2 การพยาบาลเด็กท่ีมภี าวะความดนั ในชอ่ งกะโหลกศรี ษะสูง (IICP) Hydrocephalus 12.3 การพยาบาลเด็กท่ีมีปัญหาการติดเชอ้ื ในระบบประสาท - Meningitis, Encephalitis 12.4 การพยาบาลเด็กทีม่ ปี ัญหาเกีย่ วกับการเคลอ่ื นไหว CP
Epilepsy สาเหตุ- มีการเปล่ียนแปลงอย่างฉับพลันของการส่งคล่ืนสัญญาณ กระแสไฟฟ้ าของเซลล์สมอง อาการ - Generalized Seizures - Focal Seizures การรักษา - ยากันชัก การพยาบาล : ให้คาแนะนาในการป้ องกันอันตราย การดแู ลขณะชัก จัดท่านอนตะแคงหน้า ดูดนา้ ลายเสมหะและส่งิ ตกค้าง ในปาก ห้ามงัดปากขณะชักเกร็ง คลายเสือ้ ผ้าให้หลวม การกนิ ยากันชักอย่างต่อเน่ือง
ชกั จากไข้สงู (Febrile convulsion) สาเหตุ - จากการติดเช้ือทางเดินหายใจส่วนต้นเปน็ สว่ นใหญ่ - มีไข้เกนิ 39 องศาเซลเซียส • มักเกิดในเดก็ อายุ 3 เดือน - 5 ปี • เปน็ การชักจากไข้ท่ไี มไ่ ดเ้ กดิ จากการติดเชอื้ ในระบบประสาท การดูแลรกั ษา • ใหย้ าลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ • หากเดก็ ชัก ให้ยา valium • การปอ้ งกนั ระยะยาว โดยให้ ยากันชกั phenobarb (อาการข้างเคียงเดก็ จะมี พฤตกิ รรมก้าวรา้ ว aggressive) • (เดก็ อายุ < 1 ปี มีโอกาสชกั ซา้ ได5้ 0% หลังจากชกั คร้ังแรก 6 เดอื น)
เมื่อผู้ปว่ ยชกั ควรทาดงั น้ี 1. จัดนอนราบตะแคงหน้า 2. ลดไข้ โดยการให้ยาลดไขแ้ ละเช็ดตวั ด้วยน้าอนุ่ หรือนา้ ธรรมดา ใหย้ า ลดไข้ดว้ ยวธิ ีสวนเหน็บทางทวารหนกั (aspirin) 3. ใหย้ ารกั ษาชกั (valium) และให้ยากันชกั (phenobarb) ต่อเนื่อง อยา่ งน้อย 2 ปี หรอื 1 ปี หลงั การชักครัง้ สดุ ท้าย การหยุดยาควรลด ยาลงช้า ๆ อยา่ งน้อยในเวลา 1 -2 เดือน
อาการ IICP (Increase Intracranial Pressure) อาการในทารก อาการในเดก็ โต • ซมึ ลง รอ้ งเสียงแหลม • ปวดหัวมาก (Headache) • กระหมอ่ มโปง่ ตึง • อาเจียนพ่งุ • กระสบั กระส่าย • มองภาพซ้อน ตามวั • รูมา่ นตาขนาดไมเ่ ท่ากนั หดตัวช้า • อาเจยี นพุ่ง ชักเกร็ง Diplopia, Blurred vision • เคล่อื นไหวในทา่ ผิดปกติ • ชกั (Seizures) • การรบั ความรู้สกึ ช้าลง • BPสงู ,PP กวา้ ง
Hydrocephalus การมีนา้ ไขสันหลังมากในช่องสมอง Shunt 1. Ventriculo Peritoneum (V-P ) Shunt 2. Ventriculo Atrium Shunt (V-A) Shunt 3. Ventriculo Pleural Shunt
ปัญหาของผู้ป่ วย Hydrocephalus 1. ภาวะความดนั ในกระโหลกศีรษะสูง (IICP) การป้ องกันอันตรายจาก 2. อาจมแี ผลกดทบั จากศีรษะโตมาก 3. อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการทา Shunt IICP - มีการอุดตนั -: สังเกตตดิ ตามภาวะ IICP . วัด HC ทกุ วัน - ท่อระบายเล่ือนหลุด . สังเกตกะหม่อมโป่ งตงึ . พฤตกิ รรมไวต่อการ - มีการตดิ เชือ้ มีไข้ คอแขง็ กระตุ้น - นา้ ไขสันหลังลดเร็วเกนิ ไป เกดิ การดงึ รัง้ . ซมึ ดดู นมไม่ดี . ร้องเสียงแหลม 4. อาจได้รับอาหารไม่พอจากดดู กลืนไม่ได้ - ไม่จัดท่างอสะโพกเกนิ 90 5. ป้ องกนั ความพกิ ารของกระดกู ข้อขา องศา การลดภาวะ IICP 6. การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการล่าช้า -: จัดท่าศีรษะสูงเลก็ น้อย
1. วัดรอบศรี ษะทกุ วัน การพยาบาล 2. ตรวจสอบกำรท้ำงำนของ shunt 1. กรณีใส่ shunt แบบ right angle ถำ้ มกี ำรอดุ ตนั ใหส้ งั เกตจำก กระหม่อมโปง่ ตึง ปวดศรี ษะ อำเจยี นพงุ่ เกรง็ 2. กรณีใส่ shunt แบบ reservior shunt ให้กดลงบน reservior เมอ่ื ปล่อย reservior ตอ้ งโป่งเหมือนเดมิ จึงปกติ แตถ่ ำ้ กดลงบน reservior เมอ่ื ปลอ่ ยแลว้ reservior ไมโ่ ป่งแสดงว่ำลน้ิ ของชดุ ท่อ ระบำยไมท่ ้ำงำนทำ้ ใหล้ ิ้นเปิดตลอดเวลำ
การพยาบาล และเมื่อกดลงบน reservior แล้ว reservior ไม่ยุบแสดงว่ำท่อระบำยน้ำไขสนั หลังอุดตัน 3. ไม่ควรกระตนุ้ ผปู้ ว่ ยบ่อย ๆ 4. กำรจดั ทำ่ นอนให้ใช้ rubber ring รองบรเิ วณศรี ษะเพื่อป้องกันแผลกดทับ 5. อธิบำยในกำรดูแลผ้ปู ่วยเมอ่ื กลบั บ้ำน เช่น กำรทดสอบกำรทำ้ งำนของ shunt อำกำรท่บี ่งชว้ี ำ่ ผิดปกติ เช่น กระหม่อมโป่งตงึ ปวดศีรษะ อำเจยี นพุง่ เกร็ง • อำกำรท่บี ง่ ชี้วำ่ มีกำรตดิ เชือ้ ทอ่ ระบำยน้ำไขสันหลัง เช่น มไี ข้ กระหม่อมโปง่ ตงึ ปวดศรี ษะ อำเจียนพงุ่ เกร็ง
โรคเย่อื ห้มุ สมองอกั เสบ (Meningitis) -จากการตดิ เชือ้ อาการ : Meningeal Irritation(Stiffness of neck, Kernigs’ signs, Brudzinski’s sign)
อาการ อาการแสดง • อาการท่ัวไป ไดแ้ ก่ ไข้ ออ่ นเพลยี เบ่ืออาหาร อาเจียน • อาการทางสมอง ไดแ้ ก่ ซมึ ปวดศรี ษะ คอแขง็ ชกั กระหม่อมโป่งตงึ มี meningeal irritation (kernig’s sign, brudzinski’s sign) • การวินจิ ฉัย โดยการเจาะน้าไขสนั หลัง
ลักษณะนา้ ไขสันหลัง ปกติ CSF ความดัน Lym Prot Glu 40- ใส 70-200 < 5 15 - 40 100 (2/3) ไวรัส ใส ปกต-ิ สูง 10 - 500 ปกติ ปกติ แบคทีเรีย ขุ่น สูง Neu 70- สูง < ½ ของ วัณโรค ใส 100 ในเลือด สูง 10 - 1000 สูงมาก ต่ามาก มาก
โรคสมองอกั เสบ (Encephalitis) การอกั เสบของเนือ้ สมองจากเชือ้ โรค สาเหตุ -การตดิ เชือ้ Virus เช่น JE (ยุงราคาญ) เริม คางทมู , Bacteria, Fungus อาการ - ปวดศรี ษะ ความพกิ ารท่หี ลงเหลือ - อาเจียน - ปัญญาอ่อน - มีไข้ต่าๆ - ชัก - ไม่มีแรง - คอแข็ง - Motor dysfunction - ชัก อาการทางประสาทเฉพาะท่ี - พฤตกิ รรมเปล่ียนแปลง - Coma Death
การรกั ษา รกั ษาตามอาการ แบบประคบั ประคอง 1. ควบคมุ และป้องกันภาวะ IICP 2. Maintain airway 3. ใหย้ าระงับชัก 4. ดแู ลไม่ให้มีการขัดขวาง cerebral venous return โดยใหน้ อน ศีรษะสงู ใส่ respirator โดยใช้แรงดนั ลมหายใจเข้าต่า
Cerebral Palsy 1. ดูแลใหไ้ ดร้ บั อาหารอย่างเพยี งพอ อาหารออ่ น ทีละน้อย ปอ้ งกันการสาลัก 2. คงไวซ้ งึ่ ความสมบรู ณข์ องผิวหนงั จัดทา่ ทีเ่ หมาะสมและเปลยี่ นทา่ ทกุ 2 ชม. ทา Passive หรอื ROM วันละ 3-4 คร้ัง นวดหรอื ทาโลชัน่ ใหผ้ ิวชมุ่ ชืน่ ให้นอนบนทีน่ อนท่นี ่มุ 3. กายภาพบาบดั การฝึกกจิ วตั รประจาวัน การกนิ อาบนา้ ใสเ่ ส้ือ 4. สง่ เสริมการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ 5. ลดการเกดิ อบุ ัติเหตุ 6. สง่ เสริมให้มีการสอ่ื สารได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131