51 ผกั สดทกุ ชนดิ เป็นที่นยิ มในเวยี ดนาม ไม่วา่ จะเป็นฟักแม้ว แตงกวา มะเขือยาว หัวผกั กาด แครอท กะหลํ่าปลี กล้วย หัวปลี ผักกาดหอม มะระ พรกิ สะระแหน่ ผกั ชี ผกั ชฝี รงั่ โหระพา ผักแพว ผักแขยงตะไคร้ ลน้ิ ป่ี บัวบก ชะพลู สะระแหน่เวียดนาม (Vietnamese Balm) และบวั ซึ่งเปน็ ดอกไมป้ ระจําชาติ ทําท้ังคาวทง้ั หวานอยา่ งแพร่หลาย เชน่ ทาํ ยาํ ไหลบวั (Goingosen) ชาวเวยี ดนามนยิ มดมื่ กาแฟ (โดยรับวฒั นธรรมจากฝรั่งเศส รา้ นกาแฟ (Cafe) มีรา้ นนั่งด่ืมขา้ งถนน เหมอื นฝรง่ั เศส เปน็ ได้ทงั้ ร้านในตึกแถว หรอื ร้านรมิ ถนน ตงั้ โตะ๊ และตงั่ เต้ียล้อมวงการดืม่ กาแฟประเทศ เวียดนามส่งออกกาแฟได้มาก มีกาแฟสดคุณภาพดี การดม่ื กาแฟของเวยี ดนามมลี ักษณะเฉพาะคอื ใช้ถว้ ย อลมู ิเนยี มมฝี าปดิ ครอบบนปากแก้ว ในถว้ ยมแี ผ่นรองกาแฟเจาะเป็นรูเลก็ ๆ ถว้ ยน้เี รียกว่า “ฟนิ ” วิธชี งคือ ใส่ เมลด็ กาแฟบดลงในฟิน เตมิ นาํ้ ร้อนใหน้ ้ํารอ้ นหยดนํ้าผ่านกาแฟทว่ี างอยู่ในที่กรองลงสแู่ กว้ กาแฟ ความ เข้มข้นอยู่กับสดั สว่ นระหวา่ งนาํ้ กบั กาแฟ จะได้กาแฟแดง็ (กาแฟร้อน) รับประทาน หากเตมิ นํ้าแข็งจะเป็นกาแฟดา๋ (กาแฟดําใส่น้าํ แข็ง) ในเวยี ดนามกาแฟข้ีนก เป็นเมลด็ กาแฟท่ีเก็บมา จากมูลนก หรอื สัตวจ์ ําพวกกระรอก กระแต ทีก่ นิ ผลกาแฟสกุ เข้าไปแลว้ ถ่ายเมลด็ กาแฟออกมาหรือกินเน้อื กาแฟแล้วท้งิ เมล็ดไว้รอบ ๆต้นกาแฟ อรอ่ ยและมีราคาแพงด้วยเพราะว่าเป็นเมล็ดทเี่ ก็บมาจากผลกาแฟที่สกุ เต็มท่ี เพราะสัตว์ จาํ พวกนจ้ี ะกนิ เฉพาะผลกาแฟที่สกุ เต็มท่ี มีสีแดงเทา่ นนั้ คุณภาพและรสชาตขิ องกาแฟจงึ ดีกว่าเมลด็ ท่เี กบ็ โดยคน ซึ่งความแกข่ องผลกาแฟจะไมส่ มาํ่ เสมอ (มนัชญา งามศักด์ิ, 2554) ข้อมูลจากhttps://mekongcuisine.wordpress.com/2011/03/12/กินแบบเวียดนาม สังเคราะห์วัฒนธรรมเก่ยี วกบั อาหารและการรับประทานอาหาร คนเวยี ดนามกินข้าวเจ้าเป็นอาหารหลกั แต่ก็รับประทานขา้ วเหนียวอาหารท่ีปรุงจากแป้ง และมีไส้ รวมถึงขนมปังฝรง่ั เศส โดยวัฒนธรรมอาหารการกินของชนเผ่ากิงหรือชาวเวียดซึง่ เปน็ ชนชาตใิ หญท่ ่สี ุดน้ัน จะมคี วามแตกตา่ งกนั ในแต่ละเขตแตม่ ีสองอย่างที่ถอื เปน็ ปัจจยั หลักท่ไี มอ่ าจขาดได้แมจ้ ะอยภู่ าคเหนอื หรอื ภาคใต้ เขตเขาหรอื เขตทีร่ าบก็คอื ขา้ วกับนํ้าจิ้ม โดยอาหารทกุ มอื้ ของชาวเวียดจะไมท่ าํ แบบอาหารจานเดียว หากเปน็ อาหารหลายอยา่ งที่มรี สชาดเขา้ กันอยา่ งกลมกลืนและส่ิงน้ีไดท้ าํ ให้อาหารของทง้ั สามภาคคือ ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใตแ้ มจ้ ะมเี อกลักณเ์ ฉพาะอย่ทู ี่วธิ ีการทาํ และเครอื่ งปรงุ แตก่ ็สามารถสร้างความ สมดลุ ให้แกม่ อ้ื อาหารได้ การปรงุ อาหารของชาวเหนอื ก็มีการคัดเลือกวตั ถดุ ิบอย่างพถิ พี ิถนั และเน้นเครื่องปรงุ ตามสูตร เชน่ สาํ หรับเฝอฮานอย ซงึ่ เปน็ หน่งึ ในอาหารท่ขี น้ึ ชื่อทัว่ โลกนัน้ นํา้ ซปุ ตอ้ งใสและหอมหวานจากนํา้ ตม้ กระดูก ไมใ่ ช่หวานจากนาํ้ ตาลหรอื ผงชูรส สว่ นเสน้ เฝอนัน้ ตอ้ งเหนียวนม่ิ การตกแต่งเฝอหนึ่งถ้วยก็มคี วามสําคญั
52 โดยเนอื้ ไก่หรอื เนื้อววั ทวี่ างบนชามต้องหน่ั ให้บางและพอดีคํา โรยด้วยหอมซอยและผักหอมของเวียดนามที่ เรียกว่าเราเทมิ เมือ่ ตักนํ้าซุปใส่ถว้ ยกจ็ ะมกี ล่นิ หอมทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณข์ องเฝอชวนน่ารับประทาน อาหารของเวียดนาม เปน็ อาหารท่ีคนไทยรูจ้ กั มาอยา่ งแพร่หลายเพราะเป็นอาหารทีม่ ผี ักเปน็ เครือ่ ง แกลม้ และไมค่ อ่ ยมีไขมนั โดยปจั จุบนั รา้ นอาหารเวียดนามสามารถพบเหน็ ได้มากมายในกรุงเทพฯ แต่อันที่ จรงิ สตู รอาหารเวยี ดนามในประเทศไทยน้ันกถ็ ูกดดั แปลงไปมากเพื่อให้เหมาะกบั รสนยิ มของคนไทย ดงั นั้น ถ้าอยากรู้จกั วา่ อาหารต้นตาํ หรบั เปน็ อย่างไรเรากต็ ้องมาศึกษาค้นควา้ และลิ้มชิมอาหารแตล่ ะอย่างเองเพ่อื ดู วา่ ลกั ษณะอาหารของแตล่ ะภาคในเวยี ดนามจะแตกตา่ งกนั อยา่ งไร.
53 วัฒนธรรมเก่ยี วกบั ภาษาและการส่อื สาร ภาษาของเวียดนามในช่วงแรกใช้อกั ษรจนี มาตลอดจนกระท่งั เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๓ จงึ เปล่ยี นมาใช้ อักษรโรมนั (quoengu) และถ้าสังเกตจรงิ ๆ แลว้ เป็นวัฒนธรรมของฝร่ังเศส และเมื่อนาํ มาเปรยี บเทยี บ การ ออกเสียงหรอื ความหมายของคําแล้วจะพบวา่ ความใกลเ้ คยี งของภาษาไทยกับภาษาลาวจะใกล้เคยี ง กัน มากกว่า ภาษาเวียดนาม ดังตัวอย่างง่าย ๆ ต่อไปน้ี
54 ภ าษาเวยี ดนามจัดอยู่ในสาขาเหวียด-เหม่ือง (Viet-Muong) ซ่ึงเปน็ สาขาหนงึ่ ในตระกลู ภาษามอญ- เขมร (Mon-Khmer) หรอื ตระกูลออสโตรเอเชยี ตกิ (Austroasiatic) ประกอบด้วยภาษาเขมร ภาษามอญ ภาษา มนุ ดา เป็นต้น แตน่ กั ภาษาศาสตร์บางสว่ นเหน็ วา่ ควรจัดภาษาเวียดนามให้เปน็ อีกสาขาหนงึ่ แยกจากภาษา มอญ-เขมร ภาษาเวียดนามมีสาํ เนยี งท้องถิน่ ท่ีหลากหลาย แตโ่ ดยมากถอื วา่ มี 3 หลัก ดงั นี้ ถิน่ หลัก ทอ้ งถนิ่ ชอ่ื ในยคุ อาณานคิ มของ ฝร่ังเศส เวียดนามตอน ถน่ิ ฮานอย, ถ่นิ อืน่ ทางเหนือ: ไฮฟอง และถิน่ ระดับจงั หวดั ตังเกีย๋ เหนือ จาํ นวนมาก เวียดนาม ถ่นิ เว้, ถิ่นเหงะอาน, ถิ่นกวา๋ งนาม อนั นัมสูง ตอนกลาง เวียดนามตอนใต้ ถ่นิ ไซง่ ่อน, ถิน่ แม่น้าํ โขง (ตะวันตกไกล) โคชินไชนา ภาษาถ่นิ เหลา่ น้ีมีนาํ้ เสยี ง การออกเสยี ง และบางครั้งกม็ คี ําศัพท์ทแ่ี ตกต่างไปบา้ ง แตภ่ าษาถิน่ เฮวจ้ ะ มีคําศัพทท์ ่ีแตกต่างคอ่ นขา้ งมากจากภาษาถิน่ อนื่ ๆ วรรณยกุ ต์ \"หอย\" และ \"หงา\" มีความแตกต่างใน ภาคเหนอื แตก่ ลนื เปน็ วรรณยุกตเ์ ดียวกนั ในภาคใต้ สว่ นพยญั ชนะ chและ trนน้ั จะออกเสียงแตกต่างกันใน ถ่ินใตแ้ ละกลาง แต่รวมเป็นเสียงเดยี วในถ่ินเหนือ สําหรบั ความแตกต่างด้านไวยากรณน์ น้ั ไมป่ รากฏ
55 สงั เคราะหว์ ัฒนธรรมเกีย่ วกับภาษาและการส่ือสาร เวยี ดนาม เป็นภาษาแมข่ องประชากรเวียดนามถึง 87% รวมถงึ ผู้อพยพจากเวียดนามประมาณ 2 ลา้ น คน และรวมถึงชาวเวยี ดนาม-อเมรกิ นั เปน็ จาํ นวนพอสมควรด้วย ถงึ แม้ว่าจะมีการยมื คําศพั ท์จากภาษาจีน และเดิมใชอ้ ักษรจีนเขียน แต่นกั ภาษาศาสตรย์ ังคงจัดภาษาเวียดนามใหเ้ ป็น ภาษากลมุ่ ออสโตรเอเชียตกิ ซ่งึ ในกลุ่มน้ภี าษาเวยี ดนามมผี พู้ ูดมากทีส่ ุด (10 เท่า ของภาษา ท่มี ีจาํ นวนคนพดู เป็นอนั ดบั รองลงมา คอื ภาษา เขมร) ในดา้ นระบบการเขยี นของภาษาเวยี ดนามนัน้ แตเ่ ดมิ ใช้ตัวเขียนจีน เรียกวา่ \"จ๋ือญอ\" ตอ่ มาชาว เวยี ดนามไดพ้ ฒั นาตัวเขียนจนี เพื่อใช้เขียนภาษาเวียดนาม เรียกวา่ \"อกั ษรจ๋ือโนม\" แต่ในปจั จบุ ันเวยี ดนามใช้ ตัวอักษรโรมนั ทพ่ี ฒั นาข้นึ โดยมิชชันนารชี าวฝรง่ั เศส โดยเครือ่ งหมายเสริมสทั อักษรใชเ้ ปน็ วรรณยุกต์
56 อภิปรายข้อมลู ทางภาษาและวฒั นธรรมของเวียดนามกับอาชีพครู นิชาพร ยอดมณี (2554) ได้กล่าววา่ วฒั นธรรม” คอื สิ่งทม่ี นุษย์เปลย่ี นแปลงปรบั ปรงุ หรอื สร้างขึ้น เพือ่ ความเจรญิ งอกงามในการใชช้ วี ติ ในส่วนรวม มนุษย์ได้เรียนรู้มาจากคนแต่ก่อนสบื ต่อเปน็ ประเพณกี ัน มา ตลอดจนความร้สู กึ ความคิดเห็น และกริ ยิ าอาการ หรอื การกระทําใดๆ ของมนษุ ย์ในสว่ นรวมออกมาใน แบบเดยี วกัน รวมถึงภาษาดว้ ยภาษาและวัฒนธรรมจงึ มคี วามสาํ คญั มากต่อวชิ าชีพครู เพราะครูเป็นบคุ คลที่ ให้ความรู้ เปน็ แมแ่ บบใหก้ ับนักเรียน ซึง่ ต้องผ่านกระบวนการการถา่ ยทอดความรู้ โดยการสื่อสาร การสอน การอธบิ ายดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ ซึ่งความสําคัญของการใชภ้ าษากเ็ ปน็ ส่งิ สําคัญในการถ่ายทอดความรใู้ ห้แก่ศิษย์ เพอื่ ทจ่ี ะสัง่ สอนศิษย์ใหม้ คี วามรแู้ ละเปน็ คนดี ครูไมใ่ ชเ่ พยี งแคส่ อนความรูใ้ ห้ผ่านๆไปเพยี งอยา่ งเดยี ว แต่ ตอ้ งมีการสอดแทรกคณุ ธรรม จรยิ ธรรม วัฒนธรรม ประเพณีอนั ดีงามทีส่ บื ทอดกันมาให้แกศ่ ษิ ย์ดว้ ย เพราะ บทบาทและหนา้ ท่ีของครูคอื การสอนและอบรมศิษย์ให้เปน็ คนทีม่ ีคุณภาพ มีความรู้ สามารถแกไ้ ขปญั หา ได้ เป็นคนดี และท่ีสําคัญสามารถอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่ืนในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข จากทีด่ ิฉันได้ศกึ ษาภาษาและวฒั นธรรมของประเทศเวียดนามพบวา่ เวยี ดนามเปน็ ประเทศที่ ประสบกบั สงครามมาอย่างยาวนาน เคยอยู่ใต้การปกครองของจีน และฝร่งั เศส ผา่ นการต่อสู้กับมหาอํานาจ สหรฐั อเมริกาในสงครามเวียดนามและการปกครองแบบลัทธิคอมมิวนสิ ต์ คนเวียดนามจึงมที ฐิ มิ านะและมี ความตระหนักร่วมกันในชาตวิ า่ ดินแดนแหง่ น้สี ามารถเอาชนะมหาอํานาจที่ยิง่ ใหญแ่ ละมีเทคโนโลยีท่ลี ํา้ สมัยได้ จึงทาํ ใหค้ นเวียดนามมเี อกลักษณ์ในเร่อื งความรักชาติ มีความขยนั และอดทน รักการศึกษาเล่าเรยี น และมคี วามกตัญํู ความสาคัญของภาษาและวฒั นธรรมประเทศเวยี ดนามกบั อาชีพครู วัฒนธรรมของเวียดนามทีส่ บื ทอดกันมาจากโบราณนัน้ จะเนน้ ใหเ้ กิดความขยัน ความอดทน มี ความพยายาม วัฒนธรรมความขยนั จงึ เปน็ พนื้ ฐานของคนเวียดนาม ครูในประเทศเวียดนามทํางานหนักมี ความเครง่ ครดั และมีความรับผดิ ชอบงานสอนเป็นสาํ คญั ครูในประเทศเวียดนามมคี วามสามารถและมีวินยั ในการสอนสงู มาก เนอื้ หาการเรยี นการสอนจะครอบคลุมประวตั ศิ าสตร์ของชาติ ส่งเสรมิ ให้เกดิ ความรกั ชาติ ใช้ภาษาประจําชาติ เน้นการสร้างคนร่นุ ใหมใ่ ห้เปน็ ผู้รับใช้ชาติ ทางดา้ นภาษาน้นั จากการตกเปน็ อาณานิคมของจีนและฝร่งั เศสในอดีตนนั้ ทาํ ใหเ้ วยี ดนามไดร้ บั อิทธพิ ลทางดา้ นภาษาจีนเขา้ มามาก และมคี วามหลากหลายในการส่อื สาร แต่อยา่ งไรกต็ ามชาวเวยี ดนามจะ ใหค้ วามสําคญั กบั ภาษาประจาํ ชาตขิ องตนเอง ครูในประเทศเวยี ดนามจงึ ใช้ภาษาประจาํ ชาติในการสอน และ
57 ปลูกฝังใหร้ กั ในภาษาของตน ความสาํ คัญของวัฒนธรรมและภาษาประเทศเวยี ดนามที่ครูไทยควรปรบั นาํ มาใช้คอื ความขยนั ความอดทน การสอนทสี่ อดแทรกและปลกู ฝัง่ ให้มคี วามรกั ชาติ รกั ภาษาประจําชาติ ดังเช่นท่ีบนั ลอื พฤกษะวัน(2522, หน้า 13-16) กลา่ วไว้วา่ ภาษายงั เป็นสิ่งทจี่ าํ เปน็ ต้องมกี ารถ่ายทอด การ เรยี นร้จู งึ จะสามารถใช้ และ ส่ือความหมายกนั ได้ ดงั นน้ั ภาษาจึงมคี วามสําคัญตอ่ การเรียนรู้และได้กล่าวถึง ลกั ษณะสาํ คัญของภาษาไวด้ ังนี้ 1. มนษุ ย์สามารถใช้ภาษาในการตดิ ต่อทาํ ความเขา้ ใจกนั ได้ กล่าวคือ สามารถใช้ภาษาแสดงความ ตอ้ งการทางร่างกายและจติ ใจดว้ ย 2. มนษุ ย์ใชภ้ าษาเปน็ กจิ กรรมสําคัญและจาํ เปน็ ในการดาํ รงชีวติ 3. ภาษาเป็นทกั ษะที่ตอ้ งเรียนรแู้ ละฝกึ ฝน โดยเน้นการฝึกฝนท่ีถูกวธิ เี พอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกับการ ดาํ เนนิ ชีวติ ในประจําวนั 4. ภาษาเปน็ ส่ิงสําคญั และจําเป็นในสังคม เพราะต้องใชใ้ นการตดิ ตอ่ สือ่ สารและมกี ารแลกเปล่ยี น วัฒนธรรม 5. ภาษามคี วามสาํ คัญตอ่ บุคคลเพราะการทบ่ี ุคคลรจู้ กั ใช้ภาษาไดด้ ีข้ึนยอ่ มไดร้ ับการยกย่องจาก สังคม ความจาเป็นของภาษาและวฒั นธรรมประเทศเวยี ดนามกับอาชพี ครู วราคม ทีสกุ ะ (2534) กล่าวว่า ภาษาเปน็ เครอื่ งมอื สื่อสารทางวฒั นธรรมอยา่ งสาํ คัญ ภาษาช่วยรกั ษา เรอ่ื งราวทางประวัติศาสตรใ์ หค้ งอยู่ เป็นเครอ่ื งมอื สบื สาว ความจํา เปน็ ส่ือจนิ ตนาการถึงสถานการณไ์ ด้ ชัดเจนซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ภาวัฒน์ พันธ์แุ พ (2550) ที่กลา่ ววา่ ภาษาถือว่าเป็นกระจกทีส่ ะท้อนใหเ้ หน็ วัฒนธรรมไม่ว่าภาษานั้นจะเปน็ ภาษาพูดหรอื แสดงออมมาโดยไมใ่ ชค้ าํ พดู ก็ตาม เช่นทา่ ทาง การยนื และการ สบตา ดงั น้นั การศกึ ษาภาษาจงึ จาํ เป็นอย่างยิ่งตอ่ การศกึ ษาวัฒนธรรม ดังน้นั ภาษาและวฒั นธรรมเป็นสิ่งทเ่ี ปน็ เอกลักษณข์ องในแต่ละท้องทอี่ ยแู่ ล้ว นับตงั้ แต่สมัยโบราณ โดยมคี วามแตกตา่ งกนั ตามความเชอื่ สบื ทอดกนั มาจากรุน่ สู่รุ่น ความแตกตา่ งทางวัฒนธรรมน้นั สง่ ผลให้ ลักษณะบุคลิกภาพของบุคคลในแต่ละประเทศแตกต่างกันไปดว้ ย จากบทความ “การศึกษาของเวยี ดนาม” ระบวุ ่า เวียดนามเปน็ ประเทศท่ีนักเรยี นมีผลคะแนนคณิตศาสตร์ดีกวา่ ประเทศในใกลเ้ คียงในกลุ่มอาเซยี น
58 ดว้ ยกันซึ่งสาเหตหุ ลกั ของการมีคะแนนท่สี ูงนัน้ มาจากหลายปัจจัย แต่ปัจจยั ทีส่ ําคัญกค็ อื ความแตกต่าง ระหวา่ งวัฒนธรรม ซ่ึงประเทศเวียดนาม ครูและนักเรียนมคี วามขยัน มีความรบั ผิดชอบและมีวินยั สูง จาก วฒั นธรรมนี้ทาํ ให้การศึกษาของประเทศเวียดนามเร่ิมจะแซงนําหนา้ ประเทศไทยแล้ว ดังนปี้ ระเทศไทยควร จะเอาความขยัน ความมานะทชี่ าวเวียดนามมตี รงน้ีมาใช้ ประโยชน์ของภาษาและวัฒนธรรมประเทศเวียดนามกับอาชพี ครู วัฒนธรรม (culture) หมายถงึ สงิ่ ตา่ งๆ ท่มี นษุ ย์สรา้ งขึน้ อันได้แก่ ประเพณี ความคิดความเชอ่ื ต่างๆ สง่ิ เหลา่ นล้ี ว้ นเป็นพฤตกิ รรมของมนุษยซ์ ่งึ เป็นสมาชิกของสังคม และถา่ ยทอดสืบเนื่องตอ่ กนั มาอย่าง มีแบบแผนและเปน็ มรดกของสังคมในทีส่ ุด สอดคล้องกบั ไพบูลย์ ช่างเรียน (2532) กลา่ วว่า มนษุ ยใ์ ชภ้ าษา เป็นสอ่ื กลางในการถ่ายทอดวัฒนธรรม ภาษาในที่นีห้ มายถึงทง้ั ภาษาพูด ภาษาเขยี น ตลอดจนสญั ลักษณ์ ต่างๆ ท่ใี ช้เป็นส่ือกลางในการสือ่ ความหมาย ถา้ หากวัฒนธรรมไมไ่ ด้รบั การถา่ ยทอดวฒั นธรรมกจ็ ะสญู หายไปจากสังคมโดยมนษุ ยอ์ าศยั ทักษะ ท้งั ๔ประการ คอื ฟัง พดู อา่ น และเขยี น เสริมสร้างสตปิ ญั ญาและ ความรูส้ ึกนกึ คดิ พฒั นาอาชีพและพฒั นาบคุ ลกิ ภาพรวมทั้งสง่ิ อน่ื ๆ ด้วย อีกมากมายให้กบั ตนเองและสงั คม ดงั นนั้ ภาษาจงึ มีบทบาทและความสาํ คญั สาํ หรับบคุ คลทุกคนของชาติ (วรรณี โสมประยูร2544) ดังน้นั ประโยชนข์ องภาษาและวัฒนธรรมทไ่ี ด้ศึกษามาน้ันมีดังนี้ - ภาษาและวฒั นธรรมช่วยธํารงสงั คมสงั คมจะธํารงอย่ไู ดม้ นุษย์ต้องมไี มตรีต่อกัน ปฏิบตั ิตาม กฎเกณฑ์และระเบียบวินยั ของสังคมและประพฤตติ นใหเ้ หมาะสมแก่ฐานะตนเอง ซงึ่ ทัง้ หมดนีต้ ้อง อาศัยภาษา - การแสดงความเปน็ ปจั เจกบุคคลปจั เจกบคุ คล หมายถงึ ลกั ษณะเฉพาะของบุคคล บุคคลแต่ละคนมี ลกั ษณะเฉพาะทแี่ ตกต่างกนั ไป ภาษาจะชว่ ยสะทอ้ นลกั ษณะดงั กลา่ วของบุคคล ทาํ ใหท้ ราบถงึ อปุ นสิ ยั อารมณ์ รสนิยม ตลอดจนความคดิ ต่างๆ แต่ละบคุ คลจะมีวธิ ีพดู หรอื การใช้ภาษาแตกต่าง กนั ไปตามลักษณะเฉพาะของ - ภาษาและวัฒนธรรมชว่ ยใหม้ นษุ ย์พฒั นามนุษยอ์ าศยั ภาษาถ่ายทอดประสบการณต์ ่างๆ ตอ่ ๆกนั มา ทําให้ความรู้แพร่ขยายมากย่งิ ขึ้น ทําใหค้ วามรคู้ วามคดิ เจริญงอกงามย่งิ ข้ึนโดยเฉพาะภาษาเขียนจะ ชว่ ยบนั ทึกเรือ่ งราวความรู้ต่างๆ ไว้ให้คนรนุ่ หลังได้เรยี นรูต้ ่อไป
59 - ภาษาและวัฒนธรรมช่วยจรรโลงใจ การจรรโลงใจ คอื ค้ําจุนจิตใจให้ม่นั คง ไม่ตกอยใู่ นอาํ นาจฝ่าย ตํ่า โดยปกตมิ นุษยต์ อ้ งการไดร้ บั ความจรรโลงใจอยูเ่ สมอ มนุษยจ์ ึงอาศยั ภาษาชว่ ยใหค้ วามชน่ื บาน ใหค้ วามเพลดิ เพลนิ เช่น บทเพลง นิทาน คาํ อวยพร ฯลฯ ทําใหส้ งั คมดาํ รงอยไู่ ดด้ ว้ ยดี
60 อา้ งอิง โจเซฟบตั ตนิ เจอร์.(2552).ประวตั ิศาสตร์การเมืองเวยี ดนาม.มลู นธิ ิโครงการตําราสงั คมศาสตร์และ มนุษย์ศาสตร์ ดร. ธรี ะ นุชเปย่ี ม.(2537).เวยี ดนามหลัง 1975.เวียดนามหลงั 1975.หนา้ 32 นางสาวหทัยรัตน์ ม่นั อาจ.(2549).การสร้างอดุ มการณ์ชาติเวียดนามผ่านการศึกษาภาคบงั คบั ระหวา่ งปี ค.ศ. 1975-2003.มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่ บันลือ พฤกษะวัน(2522, หนา้ 13-16)หมายเลขบันทึก: 212080, เขยี น: 27 Sep 2008 @ 12:03 (9 ปีท่แี ลว้ ), แกไ้ ข: 24 Jun 2012 @ 03:26 (6 ปที ีแ่ ล้ว), สัญญาอนญุ าต: สงวนสิทธิ์ทกุ ประการ วิทยบ์ รรฑิตกุล.(2555).สาธารณรฐั สงั คมนยิ มเวียดนาม.หนงั สือชุดประชาคมอาเซียน.หนา้ 12 ไพบลู ย์ ชา่ งเรียน. 2532. วฒั นธรรมการบริหาร. กรุงเทพฯ: อกั ษรเจรญิ ทศั น์. ภาวัฒน์ พันธ์แพ.(2550).ความสําคัญภาษาและวฒั นธรรม.ภาควชิ าการจัดการ คณะบิรหารธุรกจิ (ม.ป.พ.). มหาวิทยาลยั พายพั .เชยี งใหม่. วรรณี โสมประยูร. 2534. การสอนภาษาไทยระดับประถมศกึ ษา. คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทร์วโิ รฒ. วราคม ทสี กุ ะ. 2524. มนษุ ย์กบั สงั คม. กรุงเทพฯ : อกั ษรบณั ฑิต. เวียดนาม.(2553).หนังสือสงั คม วฒั นธรรมประชาคมอาเซียน 10 ชาต,ิ หนังสือเราคืออาเซียน, หนงั สอื หนึง่ ในประชาคมอาเซยี น.สืบค้นเมอื่ 11 กุมภาพันธ์ 2561,จาก http://www.lampangvc.ac.th/lvcasean/page_vietnam3.html Mr. Dao Minh Trung.(2547).การก่อตวั และพัฒนาการของลทั ธชิ าตนิ ิยมในเวียดนามท่สี ะท้อนใน วรรณกรรมช่วงค.ศ. 1900-1954.บณั ฑิตวทิ ยาลยั .จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
61 นิชาพร ยอดมณ.ี (2554). วัฒนธรรมในการใช้ภาษา: การใชภ้ าษา สภุ าพ-ไมส่ ภุ าพ. สืบคน้ จาก http://mcpswis.mcp.ac.th/html_edu/cgi-bin/mcp/main_php/print_informed. php?id_count_inform=20838 บทความการศึกษาเวียดนาม.ทาํ ไมนกั เรียนจึงมผี ลการประเมนิ สงู .ท่ีเผยแพรใ่ นเว็บไซต์ PISA THAILAND https://themomentum.co/momentum-feature-thai-education-system/ บ้านจอมยุทธ.(2543).ประวัติศาสตร์ประเทศเวยี ดนาม.สบ่ื ค้นเมอื่ 10 กุมภาพันธ์ 2561,จาก https://www.baanjomyut.com/library_2/asean_community/vietnam/01.html ประวัติศาสตรเ์ วียดนาม.สืบคน้ เม่อื วนั ที่ 1 มีนาคม 2561,จาก https://sites.google.com/site/apiphattaranunmcukk5705202011/prawati-weiydnam ฝา่ ยวจิ ัย ธนาคารกรุงเทพ จํากัด (มหาชน).(2553)สาธารณรัฐสงั คมนิยมเวยี ดนาม.สบื ค้นเมอ่ื 10 กมุ ภาพนั ธ์ 2561,จาก http://www.boi.go.th/thai/clmv/Back_up/2010_vietnam/2010_vietnam_1_0-1.html สาธารณรฐั สังคมนิยมเวยี ดนามสืบคน้ เมอื่ วันที่ 1 มีนาคม 2561,จาก http://www.boi.go.th/thai/clmv/Back_up/2010_vietnam/2010_vietnam_1_0-1.html ไอแอมทัวร์ เอ็กซ์เพิรธ์ เซ็นเตอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป.(2559).วนั สําคัญและเทศกาลของเวยี ดนาม.สืบค้นเมื่อ 12 กุมภาพนั ธ์ 2561,จาก https://www.iam-tour.com/country_info/วนั สาํ คัญเวยี ดนาม/
Search