ยินดตี ้อนรับเข้าสู่การเรียนวิชาประวตั ิศาสตร์ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่1 ผ้สู อน นางสาวรดามณี สายพฒั นะ Study History with Radamanee S.
หนว่ ยท่ี 4 อาณพาัฒจักนารกสาโุ รขทัยอ้างอิงเน้ือหาจากหนังสอื เรยี นประวตั ศิ าสตร์ ม.1 สานกั พิมพ์อกั ษรเจรญิ ทศั น์
อากณาารจสกั ถราสปุโนขาทยั
เคมวอื างมสเปุโข็นทมยั าเกปอ่็นนรกาชารธสานถีาปนา ชุมชนบริเวณเมืองสุโขทัยน่าจะมีความสัมพันธ์กับชาว มอญที่เมืองละโว้ (ลพบุรี) ขอมทีเ่ มืองพระนคร ละว้า หรือลว้ั ลาว รวมทัง้ ไตที่อยูท่ างตอนใตข้ องจีน จนเกิด การผสมผสานเป็นชุมชนขนาดใหญ่ และสถาปนาเป็น อาณาจกั รสุโขทัย
ปัจจยั ทนี่ าไปส่กู ารสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทัย ปจั จัยภายใน อนุเสาวรียพ์ ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์ จ.สโุ ขทยั ภาพจาก : I AM OLE BANNOK
ปัจจยั ทนี่ ำไปสกู่ ำรสถำปนำอำณำจกั รสโุขททยั ปจั จัย ภายนอก
ประมาณปี พ.ศ. 1782 พอ่ ขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมอื งไดร้ ว่ มกันกระทำ การยดึ อานาจจากขอมสบาดโขลญลาพงเป็นผลสำเรจ็ และไดส้ ถาปนาเอกราช ให้รฐั สโุ ขทยั เป็นอาณาจกั รสุโขทยั และมีความเจริญรงุ่ เรืองตามลาดบั และเพ่มิ ถึง ขีดสุดในสมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราช ก่อนจะค่อย ๆ ตกต่ำ และประสบปัญหา ทั้งจากปัญหาภายนอกและภายใน จนต่อมาถกู รวมเป็นสว่ นหนึ่งของอาณาจกั ร อยุธยาไปในท่ีสดุ
พระมหากษตั รยิ ร์ าชวงศพ์ ระร่วง ประวตั ิศาขสอ้ตมรูล์สจมายักสหโุ นขงัทสยั อื (ชฉุดบถับานมกัตเอรบียชนุด-ถนากั มศ-กึ ตษอาบ) 1. พอ่ ขุนศรอี นิ ทราทิตย์ (พ่อขนุ บางกลางหาว) 3. พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช (พ.ศ. 1822 - 1841) 4. พญาเลอไท (พ.ศ. 1841 - ?) (พ.ศ. 1792 - ?) 6. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลไิ ท) (พ.ศ. 1890 - 1911 (1917)) 2. พ่อขนุ บานเมือง (? - พ.ศ. 1822) 7. พระมหาธรรมราชาที่ 2 (ลือไท) (พ.ศ. 1911 (1917) - 1942) 5. พญางวั่ นาถมุ (? - พ.ศ. 1890) พ่อ - ลกู 8. พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลอื ไท) (พ.ศ. 1942 - 1962) ยังไมข่ ้อสรปุ ทีช่ ดั เจน / เครอื ญาติ 9. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) (พ.ศ. 1962 - 1981)
พัฒปจันจาัยกทารม่ี ใอี นิทสธมิพัยลสตโุ ข่อทยั
แปลัจะจสยั ่งิดแ้าวนดภลมู ้อศิ มาสตร์ สภาพภมู อิ ากาศ สภาพภมู ปิ ระเทศ สุโขทัยต้งั อยูท่ า่ มกลางทิวเขา ทาให้อากาศไม่ ร้อนจนเกนิ ไป และยังมีฝนตกชุกในฤดูมรสมุ สโุ ขทยั ต้ังอยู่บรเิ วณทีร่ าบลมุ่ ทีม่ แี มน่ า้ ปิง ยม น่าน ไหลผา่ น เหมาะกบั การทาการเกษตร
ปแลจั ะจสยั ง่ิดแ้าวนดภลูมอ้ศิ มาสตร์ การคมนาคม ทรัพยากรทางธรรมชาติ มเี ส้นทางการคา้ ทง้ั ทางน้าและทางบก ที่สามารถตดิ ต่อกบั แคว้นต่าง ๆ เตม็ ไปดว้ ยทรัพยากรธรรมชาติ ที่เปน็ ประโยชน์ต่อการดาเนนิ ชวี ติ เช่น ป่าไม้ สตั วป์ า่ ของป่า แร่ธาตุ
ปัจจยั ดา้ นอารยธรรม ดา้ นศาสนา ดา้ นภาษา ด้านกฎหมาย ด้านศิลปกรรม ด้านการปกครอง เรื่องราวกฎหมายในสมยั สุโขทัย 1. พ่อปกครองลูก นน้ั จะปรากฎใน \"หลกั ศิลา 2. ธรรมราชา จารกึ พอ่ ขนุ รามคาแหง\" เชน่ เสรีภาพในการค้าขาย การเกบ็ ภาษผี ่านด่าน กฎหมายมรดก ปูนปนั้ ประดบั ศาสนสถาน วัดพระพายหลวง
กพาฒั รปนกหากคนาว่รรอยดงย้าสอ่นมยกยั า1สรโุเมขทือยัง วดั สรศกั ดิ์ พบจารึกกล่าวถงึ นายอินทรศกั ดิ์ หรอื อนิ ทรสรศักดิ์ หรอื อนิ ทราสรศักด์ิ ขอพระราชทานทดี่ นิ จากเจา้ ท่านออกญาธรรมราชา หรอื พญาไสลือไท เพือ่ สร้างพระอารามถวาย สรา้ งมหาเจดียม์ ีช้างประกอบด้วยพระเจา้ หยอ่ นตีน และวิหารหอพระ สรา้ งในปี พ.ศ. 1955 และ สร้างเสรจ็ ในปี พ.ศ. 1960
กพาัฒรปนกหากคนาว่รรอยดงย้าสอ่นมยกยั า1สรุโเมขทือัยง
อาณาเขตการปกครอง ขอบคณุ ภาพจากวกิ ิพเี ดยี สมยั พ่อขนุ รามคำแหงมหาราช อ้างองิ ตามขอ้ ความในจารึกพอ่ ขนุ รำมคำแหง เหนอื ได้เมอื งแพร่ น่าน พล่ัว (อ. ปัว จ. น่าน) เลยฝ่งั โขง ไปถึงเมืองชวา (หลวงพระบาง) ตะวันออก ได้เมอื งสระหลวง สองแคว (พิษณุโลก) ลุมบาจาย (หลม่ เกา่ ) สระคาถงึ ขา้ มฝั่งแมน่ ้าโขง ถงึ เวียงจันทน์และเวยี งคา ตะวันตก ได้เมอื งฉอด เมืองหงสาวดีจนสุดฝ่ังทะเล ใต้ ได้เมืองคณฑี (กาแพงเพชร) พระบาง (นครสวรรค)์ แพรก (ชยั นาท) สพุ รรณภมู ิ ราชบรุ ี เพชรบุรี นครศรธี รรมราช
อาณาเขตการปกครอง สมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) เหนือ ได้เมืองแพร่ ตะวนั ออก ไดเ้ มอื งสระหลวง สองแคว (พิษณโุ ลก) ลมุ บาจาย ทอบคณุ ภำพจำก ตะวนั ตก (หลม่ เก่า) เมืองสระคาหรอื เมืองสะคา้ สำนักพมิ พม์ ตชิ น ไดเ้ มืองฉอด ใต้ ไดเ้ มอื งปากยม พระบาง เมืองคณฑี เมืองชากงั ราว เมืองนครพระชุม และเมืองบางพาน
รปู แบบการปกครอง • รปู แบบการปกครองเป็นลกั ษณะการกระจายอานาจจากราชธานไี ปยงั หัวเมืองตา่ ง ๆ • เมืองต่าง ๆ ที่ขึน้ อยู่กับกรงุ สุโขทยั ตามทีป่ รากฏในศลิ าจารึกเป็นกลุม่ เมืองช้ันใน ช้ันกลาง ชนั้ นอก ตามระยะทางใกลไ้ กลตามลาดบั โดยเมืองใหญท่ ี่สาคัญปกครองเมอื งเลก็ ๆ มี ๔ เมือง คอื กรุงสโุ ขทัย (ราชธานี) ศรีสชั นาลัย กาแพงเพชร สองแคว (พษิ ณุโลก) • เมือ่ มีการเปลยี่ นแปลงพระมหากษัตริย์พระองคใ์ หมใ่ นเมืองราชธานี เมอื งขึ้นต่าง ๆ ท่ีอยหู่ า่ งไกลอาจ ตงั้ ตวั เปน็ อิสระ เช่น เมื่อสิ้นสมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราช เมืองเลก็ ๆ อยา่ งเชียงทอง (ตาก) และ พระบาง (นครสวรรค)์ ตา่ งพากนั ตั้งตัวเปน็ อสิ ระ เป็นตน้
พลกัรษะมณหะาคกวษาัตมรสิยมั ์กพบั นั รธาร์ษะฎหรวา่ ง ต่อมาในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ “ธรรมราชา” และมคี วามเชอ่ื วา่ พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นสมมตเิ ทพดว้ ยเชน่ กนั ทรงย้าให้เห็นถึงพระมหากษัตริยท์ รงปฏบิ ัติตามหลักพระพุทธศาสนาท่เี รยี กวา่ “ทศพธิ ราชธรรม” หรือธรรม ๑๐ ประการเพ่อื ราษฎรจะไดม้ ีความร่มเย็นเป็นสุข พระบรมราชานสุ าวรีย์พระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (ลไิ ทย) จังหวัดกาแพงเพชร
ลพกัรษะมณหะาคกวษาัตมรสยิ มั ก์ พับนั รธา์รษะฎหรวา่ ง การปกครองของอาณาจักรสโุ ขทยั ในยุคเริ่มแรกเปน็ การปกครองแบบ “พ่อปกครองลกู ” จากจารกึ พ่อขนุ รามคำแหงระบวุ า่ “…ในปากประตูมกี ะดิ่งอันณงึ่ แขวนไวห้ ั้น ไพรฟ่ า้ หน้าปก กลางบา้ นกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจ็บทอ้ งข้องใจ มักจักกลา่ ง เถงิ เจ้าเถงิ ขุนบไ่ ว้ ไปลน่ั กะดงิ่ อันท่านแขวนไว้ พ่อขุนรามคำแหง เจา้ เมืองไดย้ ินเรียกเมอื ถาม สวนความแกม่ นั ด้วยซ่ือ ไพร่ในเมอื งสุโขทัยนจ้ี ึง่ ชม” พระบรมราชานุสาวรยี พ์ ่อขุนรามคำแหงมหาราช จังหวดั สุโขทัย
เศพรัฒษหนฐนกาว่กจิ ยาสยรมท่อัยายสง2ุโดข้าทนยั
ปจั จยั ทีเ่ ออ้ื ต่อพัฒนาการทางด้านเศรษฐกจิ การใช้ระบบชลประทาน เปน็ ศนู ย์กลางการติดตอ่ ยกเวน้ การจัดเก็บ ในการเกษตร กบั ดนิ แดนอ่ืน ๆ ภาษีผา่ นด่าน การสร้างสรีดภงส์ เพ่อื ใช้กกั เกบ็ น้าใช้ใน เมอื งสุโขทยั ต้งั อยบู่ นเสน้ ทางการคา้ ทงั้ ทาง หรอื เรียกว่า จงั กอบ (จกอบ) ทาให้ การเพาะปลกู และสร้าง “ตระพัง” บกและทางนา้ ทาใหไ้ ดร้ ับประโยชน์จาก การค้าขายขยายตวั ออกไป และชว่ ยให้เกดิ ไว้เก็บกักนา้ ในตวั เมอื งและใช้ในเร่อื ง การทาการคา้ และสง่ ออกสินคา้ ไปยัง แรงจูงใจทาให้มีพ่อค้าเข้ามาคา้ ขายมากขน้ึ เกี่ยวกบั พุทธศาสนา ดนิ แดนตา่ ง ๆ ได้สะดวก ตระพังทองหลาง บรเิ วณเกาะกลางน้าเปน็ ทีต่ ัง้ ของวัดสระศรี
ลกั ษณะทางด้านเศรษฐกิจท่ีสำคญั พืน้ ฐานเศรษฐกจิ ข้ึนอยู่กับอาชีพเกษตรกรรม โดยมีการจัดระบบชลประทานเข้าชว่ ยในการเพาะปลูกใน ฤดแู ล้ง รวมถึงเพอ่ื การอุปโภคและบริโภคด้วย เชน่ การสร้างรางคนั ดนิ สรา้ งเหมอื ง ฝาย คู ตระพงั การเกษตรกรรม และทานบกน้ั นา้ (สรดี ภงส)์ เป็นต้น การพาณิชยกรรม มีตลาดค้าขาย เรียกว่า ตลาดปสาน มีการใชเ้ งนิ ตราในการซอื้ ขายสนิ ค้า เช่น เบยี้ บาท เงินพดดว้ ง สินคา้ ออก เช่น เคร่อื งเทศ ของปา่ หายาก พรกิ ไทย น้าตาล งาชา้ ง สนิ คา้ ขาเข้า เชน่ ผา้ ไหม ผ้าทอ การหตั ถกรรม การผลิตเครื่องปั้นดนิ เผา เรยี กวา่ “เครื่องสังคโลก” เครือ่ งสงั คโลกท่ีผลติ ไดม้ าก คือ ถว้ ยชาม
พสัฒังหคนนมา่วกสยมายรัยทอ่สยาโุ งข3ดท้ายั น
กล่มุ คนในสังคมสโุ ขทยั ชนชัน้ พเิ ศษ กลุ่มบคุ คลท่ีมีหนา้ ที่ในการปกครอง พระสงฆ์ พระมหากษัตรยิ ์ พระราชวงศ์ (เจ้านาย) ขนุ นาง กลุ่มบคุ คลทอ่ี ย่ใู ต้การปกครอง ไพร่ ขา้
กฎหมายและการพิจารณาคดคี วาม ในสมยั สโุ ขทยั ได้มีหลักฐานที่แสดงให้เหน็ ว่ามีการตรากฎหมายในลกั ษณะตา่ ง ๆ เช่น ในศลิ าจารกึ พ่อขนุ รามคาแหง ศิลาจารึกกฎหมายลกั ษณะโจร เป็นตน้ เพอ่ื สรา้ งความ เป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ยและความเปน็ ธรรมใหเ้ กิดขึ้นในสังคม กฎหมายท่ตี ราขึน้ ในสมยั สโุ ขทัยจากหลกั ฐานท่คี น้ พบและตคี วามได้จากศิลาจารกึ สุโขทัย มลี กั ษณะตา่ ง ๆ ดงั นี้ ลกั ษณะ ลกั ษณะการพจิ ารณา ลักษณะ ลักษณะ ทรัพยส์ นิ มรดก คดคี วาม การรอ้ งฎีกา โจร
ศลิ ปพวัฒัฒหนนนาธว่กรยารยรมอ่ทสยามง4ดยั ส้านโุ ขทยั
ดา้ นศลิ ปกรรม - สถาปตั ยกรรม เจดยี ์ เจดยี ์ทรงพมุ่ ขา้ วบณิ ฑ์ เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา เจดยี แ์ บบลงั กาผสมศรวี ชิ ยั วัดตระพงั เงิน จ.สุโขทยั วดั ช้างลอ้ ม จ.สุโขทัย วดั เจดยี ์เจ็ดแถว จ.สุโขทัย
ด้านศิลปกรรม - สถาปตั ยกรรม อำคำร • อาคารทีเ่ ปน็ รปู สเ่ี หลีย่ มผนื ผา้ เช่น วหิ าร ทวี่ ดั สวนแกว้ อุทยานน้อย เมืองศรีสชั นาลยั • อาคารทก่ี ่อด้วยศิลาแลง เช่น วิหารทว่ี ัดกฎุ ีราย เมืองศรสี ชั นาลัย • อาคารทเี่ ป็นปราสาทราชวงั สว่ นใหญส่ ร้างด้วยไม้ จงึ ผุพงั ไปหมดแลว้ • อาคารทเี่ ป็นรปู ส่เี หลี่ยม เช่น มณฑปวัดศรีชมุ เมอื งสุโขทัย วัดตระพงั ทองหลาง จ.สุโขทยั
วดั มหาธาตุ เปน็ วัดหนงึ่ ทอ่ี ยใู่ น เขตเมอื งสุโขทัยมาตงั้ แตโ่ บราณ และเป็นพระอารามหลวงในเขต พระราชวังอาณาจกั รสุโขทัย
วดั สระศรี เป็นโบราณสถาน สำคัญตัง้ อยู่บนเกาะกลางนา้ ขนาดใหญ่ชอื่ วา่ \"ตระพังตระกวน\"
วดั ตระพงั ทอง สร้ำงเม่ือประมำณ พ.ศใน. 1บ8ร2ิเ6วณไดวนด้ั ำตมำจมำปกรสะรวะตันิศ้ำำทสี่อตยรู่ ์ สร้ำงในสมยั พอ่ ขนุ รำมคำแหงมหำรำช
วัดพระพายหลวง เปน็ ศนู ย์กลางของชมุ ชนในระยะแรกก่อนการสถาปนา อาณาจักรสุโขทัย โบราณสถานทีเ่ ก่าแก่ทีส่ ุดของวดั คือ พระปรางค์ 3 องค์ ก่อดว้ ยศลิ าแลง ลักษณะแผนผงั และรปู ศลิ ปะเปน็ แบบ เขมรบายน สมยั พระเจา้ ชัยวรมนั ที่ 7
วดั ศรสี วาย โบราณสถานสาคัญ ประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ รูปแบบ ศิลปะลพบรุ ี ลักษณะของปรางคค์ อ่ นข้าง เพรียว ตงั้ อยบู่ นฐานเต้ีย ๆ ลวดลายปูนปัน้ ไดพ้ บทับหลงั สลักเปน็ รปู นารายณบ์ รรทมสินธ์ุ ช้นิ สว่ นของเทวรปู และศิวลงึ คท์ ี่แสดงใหเ้ หน็ ว่าเคยเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดมู ากอ่ น
วดั ศรชี ุม สันนิษฐานวา่ สรา้ งในสมัยพ่อขุน รามคาแหง ในวัดปรากฏโบราณสถานขนาด ใหญล่ ักษณะมณฑปรปู ส่ีเหลย่ี มจตั รุ ัส ประดิษฐานพระพุทธรูปปนู ปน้ั ขนาดใหญ่เตม็ มณฑป ตวั มณฑปนัน้ ตั้งอย่บู นฐานสูง ดา้ นหนา้ เปิดเปน็ ชอ่ งเหน็ พระพกั ตร์ พระพุทธรูปงดงามแตไ่ กล
วดั ชา้ งล้อม นกั วิชาการสนั นิษฐานว่า วดั ชา้ งล้อมนน้ี า่ จะเป็นวัดเดียวกนั กับที่ปรากฏ ในศลิ าจารกึ หลกั ท่ี 1 ท่ีกล่าวไว้วา่ ในปี พ.ศ. 1829 พอ่ ขุนรามคำแหงทรงใหข้ ดุ เอาพระธาตุข้ึนมาทาบชู า และฝังลงในกลาง เมอื งศรีสัชนาลยั กอ่ นกอ่ พระเจดีย์ทับลงไป
วดั ตระพงั เงิน โบราณสถานของวดั นม้ี เี จดยี ์ ประธานทรงพุม่ ข้าวบิณฑ์หรอื ทรงดอกบัวตูม ซง่ึ มีวหิ ารประกอบอย่ดู า้ นหนา้ โดยมีลกั ษณะ ท่โี ดดเด่นกค็ อื เจดียท์ รงดอกบวั ตมู ของวดั นี้จะ มจี ระนาที่เรอื นธาตทุ งั้ สี่ดา้ นสาหรบั ประดษิ ฐาน พระพทุ ธรูปยนื และเดิน (ปางลลี า) ซง่ึ มคี วาม แตกต่างไปจากเจดยี ท์ รงดอกบัวตมู ในท่อี นื่ ๆ
ด้านศลิ ปกรรม - สถาปตั ยกรรม วิหารและ วหิ าร โบสถห์ รอื อุโบสถ • มลี ักษณะใหญ่กวา่ โบสถ์ • กาแพงทึบและเจาะเปน็ ชอ่ งเลก็ ๆ คล้ายหนา้ ต่าง เพอ่ื ให้แสงลอดเขา้ ไปขา้ งในได้ • นยิ มสรา้ งไว้ด้านหนา้ ของเจดีย์ เชน่ พระวหิ ารหลวงกลางเมืองสโุ ขทัย โบสถห์ รืออโุ บสถ • สง่ิ ก่อสรา้ งสาคัญและมีคนเขา้ ไปใชง้ านมากที่สุด ใช้เปน็ ทปี่ ระกอบสังฆกรรม • โบสถ์สโุ ขทัยแทบทุกหลงั จะหันหนา้ ไปทางทิศตะวนั ออก • มีแผนผังเปน็ ส่เี หลยี่ มผืนผา้ เช่น โบสถ์วดั มหาธาตุ โบสถ์วดั นางพญา เปน็ ต้น
ดา้ นศิลปกรรม ประ ิตมากรรมในส ัมย ุสโขทัย ี่ทเ ็ปนพระ ุพทธรูปลีลา ได้รับการยกย่อง ่วางดงามมาก - ประติมากรรม การทำเครื่องสังคโลก การปน้ั พระพุทธรปู และลวดลายประดบั
ด้านภาษาและวรรณกรรม ดา้ นภาษา พ่อขุนรามคาแหงมหาราชทรงประดษิ ฐ์อกั ษรไทย โดย ดดั แปลงจากอักษรขอมและมอญข้นึ ใน พ.ศ. ๑๘๒๖ เรยี กวา่ ลายสอื ไทย ขอบคุณภาพจากเพจมรดกพระรว่ ง
ด้านภาษาและวรรณกรรม (ตอ่ ) ดา้ นวรรณกรรม ศลิ าจารึก ใหค้ วามร้ทู างดา้ นประวตั ศิ าสตร์โบราณคดี อกั ษรศาสตร์ และอน่ื ๆเช่นในศลิ าจารึกสโุ ขทัยหลกั ท่ี ๑ ไตรภูมิพระรว่ ง พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ทรงพระราชนพิ นธ์ ขน้ึ นับวา่ เป็นวรรณคดีเล่มแรกของไทยท่ีวา่ ด้วยเรื่องนรก - สวรรค์
ด้านศาสนาและความเชื่อ • มกี ารนับถือผี วิญญาณของบรรพบุรษุ ปรากฏการณ์ ตามธรรมชาติ และพระพุทธศาสนานกิ ายเถรวาทลทั ธิ ลังกาวงศ์ • การนับถือศาสนาพราหมณ์- ฮนิ ดู ในราชสำนักสมยั สโุ ขทยั ตอนปลาย พระขยงุ ผีเทพยดา : เทวรูปพระนารายณ์ \"พระแม่ย่า\" และเทวรูปพระอีศวร ส่งิ ศกั ดส์ิ ิทธิค์ ู่เมืองสโุ ขทยั ศิลปะสุโขทัย
ดำ้ นประเพณีที่สำคญั สมัยสุโขทัยมีประเพณีสาคัญทีค่ นไทยได้ยดึ ถือปฏิบัติและได้ ลอยกระทง เผาเทยี น เลน่ ไฟ ในตระพังกลางเมอื งสุโขทยั จังหวดั สโุ ขทัย ประจาปี 2560 ณ อทุ ยานประวตั ิศาสตร์สโุ ขทยั เป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมมาจนถงึ สมัยปัจจบุ นั ประเพณที ี่สาคัญและปรากฏหลกั ฐานโดยนามาเป็นตวั อย่าง มดี งั น้ี • การให้ทานและถือศลี • การเผาเทยี นเลน่ ไฟ • การทอดกฐนิ • การทาบุญและฟังธรรม • การฟังเทศนม์ หาชาติ • การนับถอื ผีและเทวดา
ความสลัมกั หพษนันณว่ ธยะ์รยกะอ่าหรยวสท่ารี่5ง้าปงระเทศ
ความสมั พันธก์ บั ล้านนา • พ่อขนุ รามคาแหงมหาราชไดท้ รงดาเนินความสัมพันธด์ ้วยการรว่ มมือกบั พระ ยางาเมอื งแห่งแคว้นพะเยา ชว่ ยเหลือพระยามังรายเลือกชยั ภมู ิ และวางผงั เมอื งราชธานีใหม่ คอื \"นพบุรีศรนี ครพงิ ค์เชยี งใหม\"่ • ต่อมาสมัยพระธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ความสมั พันธ์ของสุโขทัยท่ีมตี ่อ ลา้ นนาเริม่ ห่างเหนิ เพราะลา้ นนายดึ เมอื งตากของสโุ ขทัย • ในสมัยพระมหาธรรมราชาท่ี ๒ ทรงส่งพระสมุ นมหาเถระไปเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาทแบบลงั กาวงศ์ที่เมืองเชยี งใหม่ และได้เจรจา ขอเมืองตากคืน • ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสลอื ไทย) ทรงชว่ ยทา้ วยก่ี มุ กาม พระ เชษฐาของพระยาสามฝั่งแกนแห่งล้านนาบกุ เขา้ ตเี มืองเชียงใหม่ ทาให้เกดิ ความบาดหมางระหวา่ งสุโขทยั กับล้านนากนั มากขึน้ พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชยี งใหม่ พญางาเมอื ง พญามงั ราย และ พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช
ความสมั พนั ธก์ บั อยธุ ยา • ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลไิ ทย) อยธุ ยายดึ เมือง พิษณุโลกของสุโขทัยไว้ได้ สุโขทยั จึงส่งคณะทตู ไปเจรจาขอ คนื ไดส้ าเร็จ • ในสมัยพระมหาธรรมราชาท่ี ๒ อยุธยาตเี มืองกาแพงเพชร ของสุโขทยั ได้ สุโขทยั จงึ ยอมเป็นเมืองขนึ้ • ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสลอื ไทย) ทรงประกาศ เอกราช แตส่ ุโขทัยกต็ กเปน็ เมืองข้ึนของอยุธยาอกี พระบรมราชานสุ าวรีย์พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) จังหวัดกาแพงเพชร
ความสัมพนั ธก์ บั อยุธยา (ตอ่ ) • สุโขทยั ได้สรา้ งความสัมพนั ธฉ์ ันเครือญาตกิ ับอยุธยาโดยพระราชธดิ าของพระมหา ธรรมราชาที่ ๒ (เป็นพีส่ าวของพระยาบาล) ไดท้ รงอภิเษกกบั เจ้าสามพระยา (ต่อมาไดเ้ ป็นกษัตริยอ์ ยธุ ยาทรงมพี ระนามวา่ “สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี ๒”) ซึง่ เปน็ พระราชโอรสของสมเดจ็ พระอินทราชา • ภายหลงั พระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสลอื ไทย) สวรรคต เกดิ การชิงอานาจกัน ระหวา่ งพระยาบาลกับพระยาราม สมเด็จพระอนิ ทราชาแหง่ กรุงศรอี ยธุ ยาทรง ไกลเ่ กลย่ี ให้พระยาบาลครองเมอื งพิษณุโลกทรงพระนามว่า พระมหาธรรมราชา ท่ี ๔ (บรมปาล) ส่วนพระยารามครองเมอื งสุโขทัย • สุโขทยั ในฐานะเมืองประเทศราชของอยธุ ยาไดถ้ กู ผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึง่ ของ อยธุ ยาใน พ.ศ. ๒๐๐๖ เมอื่ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถแหง่ กรุงศรอี ยธุ ยาได้ เสด็จขนึ้ มาปกครองเมืองพิษณโุ ลกในฐานะราชธานแี ทนกรงุ ศรีอยธุ ยา พระบรมราชานสุ าวรยี ์พระบรมไตรโลกนาถ จังหวดั พิษณโุ ลก
ความสัมพนั ธก์ บั นครศรธี รรมราช • สโุ ขทยั กบั นครศรธี รรมราชมีความสัมพนั ธใ์ นด้านวัฒนธรรมผา่ นทาง พระพุทธศาสนา ซึง่ เรม่ิ ข้นึ ในสมัยพอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช ท่ที รง นมิ นตพ์ ระสงฆ์จากนครศรีธรรมราชมาเผยแผ่พระพุทธศาสนานกิ าย เถรวาทลัทธสิ ังกาวงศ์ทสี่ โุ ขทัย • ภายหลังหลงั สมยั พ่อขุนรามคาแหงมหาราช ความสัมพนั ธ์เริม่ เสือ่ มลงเน่อื งจากระยะทางทอี่ ยู่ห่างไกล รวมทั้งเมื่อมีการกอ่ ตัง้ อยุธยาทอ่ี ยู่ถดั จากสุโขทยั ลงมา ทาให้อยธุ ยาเรมิ่ ขยายอานาจเข้าไป แทนที่ เจดยี ว์ ัดพระมหาธาตวุ รมหาวิหาร จ. นครศรีธรรมราช
ความสมั พนั ธก์ ับหวั เมอื งมอญ • สุโขทัยกับมอญมีความสัมพันธ์กนั ในฐานะเมืองประเทศราช สโุ ขทัยใชห้ วั เมอื งมอญเปน็ เมืองท่าสาหรับการค้าขายทางดา้ นอา่ ว เมาะตะมะหรือทะเลอันดามนั และความสมั พันธ์ทางด้าน วัฒนธรรมผ่านทางพระพุทธศาสนา ได้จดั สง่ คณะสงฆ์เดนิ ทาง ไปศกึ ษาพระธรรมวินัยกับคณะสงฆ์มอญ แล้วนากลับมาเผยแผ่ ใหแ้ ก่ชาวสโุ ขทัยอีกด้วย • หลงั สนิ้ สมัยพ่อขุนรามคาแหงมหาราชไปแล้ว หวั เมอื งมอญเริ่ม เป็นอสิ ระ และบางครั้งก็อยู่ใตอ้ านาจรฐั ทีเ่ ขม้ แขง็ กว่าสุโขทยั เช่น ตองอู อยุธยา องั วะ เปน็ ตน้
ความสัมพันธก์ ับลังกา • ไม่ได้มีความสมั พันธ์ในทางตรง แตเ่ ป็นการรบั เอาพระพทุ ธศาสนา นิกายเถรวาทลัทธิลงั กาวงศ์มาประดษิ ฐานในกรงุ สุโขทัยผา่ นทางเมอื ง นครศรีธรรมราชในสมยั พอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช • ประมาณ พ.ศ. ๑๙๐๐ ตรงกับสมัยพระมหาธรรมราชาท่ี ๑ (ลไิ ทย) พระอโนมทัสสีและพระสุมนมหาเถระนาพระพุทธศาสนา นกิ ายลงั กาวงศ์เก่า (หรือรามญั วงศ์) จากนครพนั มาเผยแผ่ที่สโุ ขทยั • พ.ศ. ๑๙๗๒ ตรงกบั สมยั พระมหาธรรมราชาที่ ๔ (บรมปาล) พระธรรมคมั ภีร์จากเชียงใหม่ ไดน้ าพระพุทธศาสนานกิ ายลงั กาวงศ์ ใหม่จากลงั กามาเผยแผ่ท่ีสุโขทัย
Search