Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการวันรักการอ่าน 2 เมษายน 2565

โครงการวันรักการอ่าน 2 เมษายน 2565

Description: โครงการวันรักการอ่าน 2 เมษายน 2565

Search

Read the Text Version

สรุปผลการดาเนินงาน โครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรยี นรู้ ปอ้ งกันไวรัสโควดิ -19 ประจาปี 2565 ห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบรุ ี ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอเมอื งชลบุรี สานกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยจังหวดั ชลบรุ ี

ก คำนำ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปีเป็น “วันรักการอ่าน” กำหนดให้ปี 2552 - 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านและ กำหนดใหม้ กี ารส่งเสรมิ การอ่านเพอื่ สรา้ งสังคมแหง่ การเรียนรูต้ ลอดชวี ิตอันเป็นกลไกขบั เคล่ือนการส่งเสริม การอ่านให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งคนไทยจะได้รับการพัฒนาความสามารถในการอ่านและการเรียนรู้หนังสือ อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง พร้อมกันนี้ วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ยังเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วยเพื่อระลึกถึง พระกรณุ าธคิ ณุ ของสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ความจำเป็นในการสร้าง ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) มีความสำคัญ เปน็ อยา่ งยิ่งในการดแู ลตนเอง จากหลักการและเหตุผลดังกล่าวงานห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองชลบุรี ได้เล็งเห็นความสำคัญของการอ่านและการเรียนรู้ป้องกัน ไวรัสโควิด-19 จึงได้จัดโครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 ขึ้นเพื่อประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโค วดิ -19 ภายใต้นโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน สำนกั งาน กศน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานการสรุปผลการดำเนินโครงการวันรกั การอ่านและส่งเสรมิ การ เรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 ในการประเมินความพึงพอใจด้านต่างๆ จะเป็นประโยชน์ และเป็นขอ้ มลู ในการวางแผน การดำเนนิ งาน สำหรบั การจดั โครงการ/กจิ กรรมตอ่ ไป หอ้ งสมุดประชาชนจงั หวัดชลบุรี กันยายน 2565

ข -ข- สารบญั หนา้ คำนำ......................................................................................................................... ..................................ก สารบญั ........................................................................................................................................................ข สารบญั ตาราง.................................................................................................................. ............................ค สารบญั ภาพ.................................................................................................................................................ง บทท่ี 1 บทนำ หลักการและเหตุผล ....................................................................................................................1 วตั ถุประสงค์ ...............................................................................................................................1 เป้าหมาย ....................................................................................................................................1 ผลลพั ธ์ .......................................................................................................................................2 ดัชนวี ดั ผลสำเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 บทท่ี 2 เอกสารการศกึ ษาและบทความท่เี ก่ียวขอ้ ง ...............................................................................3 ยทุ ธศาสตรแ์ ละจดุ เน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ........3 แนวทางการดำเนินงานของ กศน.อำเภอเมืองชลบุรี....................................................................6 กรอบการจดั กิจกรรมเพื่อพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี น ..........................................................................13 เอกสาร/บทความทีเ่ กย่ี วข้อง.......................................................................................................18 บทที่ 3 วิธีดำเนนิ งาน.............................................................................................................................21 ประชมุ ผูท้ ่เี กีย่ วข้อง.....................................................................................................................21 จดั ต้ังคณะทำงาน........................................................................................................................21 การประสานงาน/ประชาสมั พันธ์.................................................................................................20 การดำเนนิ งานตามแผน...............................................................................................................22 การวัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน.................................................................................22 บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งานและการวิเคราะหข์ ้อมลู ................................................................................23 ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู สว่ นตัวผแู้ บบสอบถามโครงการวนั รกั การอา่ นและส่งเสรมิ การเรยี นรู้ ปอ้ งกนั ไวรสั โควดิ -19 ประจำปี 2565 .......................................................................23 ตารางที่ 1 ขอ้ มลู การแสดงคา่ ร้อยละของผ้ตู อบแบบสอบถาม……….....……..........................….….25

ค สารบญั (ต่อ) หน้า บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งานและการวิเคราะห์ข้อมูล(ต่อ).........................................................................23 ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ....................................23 ตารางท่ี 3 แสดงค่ารอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ………..................….….24 ตารางที่ 4 แสดงคา่ รอ้ ยละของผูต้ อบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามระดับการศึกษา…............….24 ตารางที่ 5 ผลการประเมินความพึงพอใจโครงการวนั รักการอา่ นและสง่ เสริมการเรียนรปู้ อ้ งกัน ไวรสั โควดิ -19 ประจำปี 2565…...........................................................................….25 บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ...........................................................................................27 สรปุ ผล.................................................................................................................................27 อภิปรายผล..........................................................................................................................28 ปญั หาและอปุ สรรค ..............................................................................................................29 ขอ้ เสนอแนะ.........................................................................................................................29 บรรณานุกรม...........................................................................................................................................30 ภาคผนวก.................. ..............................................................................................................................31 คณะผูจ้ ัดทำ

ง -ค- สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ รปู ภาพที่ 1 https://vovworld.vn/th-TH/ .............................................................................. 19 รปู ภาพท่ี 2 thaipbskids............................................................................................................ 19 รูปภาพท่ี 3 http://www.ajtonrak.com/ ................................................................................ 20

จ -ง- สารบญั ตาราง หน้า ตารางที่ 1. แสดงค่ารอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ .................................................23 2. แสดงคา่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ.................................................23 3. แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชีพ ..............................................24 4. แสดงค่ารอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามระดับการศึกษา................................24 5. ผลการประเมินความพงึ พอใจโครงการวนั รักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรสั โควิด- 19 ประจำปี 2565................................................................................................................25

บทท่ี 1 บทนำ 1. หลกั การและเหตุผล ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้ วันท่ี 2 เมษายนของทุกปีเป็น “วันรักการอ่าน” กำหนดให้ปี 2552 - 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านและ กำหนดใหม้ กี ารส่งเสรมิ การอา่ นเพ่ือสร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ อนั เปน็ กลไกขบั เคลื่อนการส่งเสริมการ อ่านให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งคนไทยจะได้รับการพัฒนาความสามารถในการอ่านและการเรียนรู้หนังสือ อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง พร้อมกันนี้ วันที่ 2 เมษายน ของทุกปี ยังเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย เพื่อระลึกถึง พระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ความจำเป็นในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการดูแลตนเอง จากหลกั การและเหตุผลดังกลา่ วงานห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบุรี ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอเมืองชลบุรี ไดเ้ ล็งเห็นความสำคญั ของการอ่านและการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด- 19 จึงได้จัดโครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 ขนึ้ เพ่ือประชาชนท่ัวไปไดม้ โี อกาสเขา้ ร่วมกจิ กรรมส่งเสริมการอา่ นและการเรียนรู้ป้องกันไวรสั โควิด-19 ภายใต้ นโยบายและจดุ เน้นการดำเนินงาน สำนักงาน กศน. ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 2. วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่อื ระลกึ ถงึ พระกรณุ าธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี 2. เพ่อื สง่ เสรมิ ให้กลุ่มเปา้ หมายไดต้ ระหนักถึงความสำคัญของการอา่ นสารานุกรมสำหรับเยาวชนฯ และปลกู ฝังนสิ ัยรักการอ่าน 3. เพอ่ื ให้กลมุ่ เป้าหมายได้รบั ความรูจ้ ากการอ่านสารานกุ รมสำหรบั เยาวชนฯ และสามารถนำไป ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวนั 3. เป้าหมาย 5.1 เชงิ ปริมาณ - นักศึกษา กศน.และประชาชนท่วั ไป จำนวน 40 คน 5.2 เชิงคณุ ภาพ - หอ้ งสมุดประชาชนจงั หวดั ชลบุรี สามารถใหบ้ รกิ ารการอ่านและจดั กิจกรรมสง่ เสริมการอ่าน ให้กับผเู้ ขา้ ร่วมโครงการให้เห็นความสำคญั ของการอ่าน และมีนสิ ยั รกั การอา่ น

2 4. ผลลัพธ์ 12.1 ผเู้ ข้าร่วมโครงการได้มีโอกาสเข้าถงึ การอา่ นและเขา้ ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอา่ น เพอ่ื สร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต 12.2 หอ้ งสมดุ เป็นศนู ย์กลางจดั กจิ กรรมเพื่อระลกึ ถงึ พระกรณุ าธิคณุ สมเดจ็ พระกนิษฐาธิราชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี 5. ดชั นวี ัดความสำเร็จของโครงการ 13.1 ตวั ชวี้ ัดผลผลติ - ผู้เข้ารว่ มโครงการฯ ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 80 ของเป้าหมาย - ผูเ้ ข้าร่วมโครงการฯมีความพึงพอใจในระดบั ดีขน้ึ ไปไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 13.2 ตัวชว้ี ัดผลลัพธ์ - ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการฯไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวันได้ - ผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการฯสามารถไปขยายผลได้ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 25 ของเป้าหมายของผู้เขา้ ร่วม โครงการสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใชป้ ระโยชน์ไดจ้ รงิ

บทท่ี 2 เอกสารการศกึ ษาและบทความทเี่ กีย่ วข้อง ในการจัดทำรายงานโครงการวนั รักการอ่านและสง่ เสริมการเรยี นร้ปู อ้ งกันไวรสั โควิด-19 ประจำปี 2565 ครง้ั นี้ ผจู้ ัดทำได้ศึกษาคน้ ควา้ เนื้อหาเอกสารการศึกษาทเ่ี ก่ียวข้อง ดังนี้ 1. ยทุ ธศาสตรแ์ ละจุดเน้นการดำเนนิ งาน สำนกั งาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 2. แนวทาง/กลยุทธ์การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ กศน. อำเภอเมืองชลบรุ ี 3. กรอบ/แนวทางการจดั กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รยี น 4. บทความทเ่ี กยี่ วข้อง 1. ยทุ ธศาสตร์และจดุ เน้นการดำเนินงาน สำนกั งาน กศน.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 หลกั การ กศน. เพื่อประชาชน “กศน. ก้าวใหม่ : กา้ วแหง่ คุณภาพ” ๒.ภารกจิ สําคัญตามนโยบายของรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๒.๑ โครงการสง่ เสรมิ โอกาส ความเสมอภาคและความเทา่ เทยี มทางการศกึ ษา “พาน้องกลบั มา เรียน” ติดตามและรายงานข้อมูลประชากรวยั เรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา พรอ้ มทง้ั ดาํ เนนิ การชว่ ยเหลอื และสนับสนุนให้กลับเข้าสสู่ ถานศึกษาทีเ่ หมาะสมตามบริบทต่อไป ๒.๒ โครงการ “กศน. ปกั หมดุ ” สํารวจ ตดิ ตาม คน้ หา และรวบรวมข้อมลู กลมุ่ เป้าหมาย คนพิการ พร้อม นาํ กลบั เข้าส่รู ะบบการศกึ ษา โดยวางแผนการจดั การศึกษาให้สอดคล้องกับบรบิ ทและความตอ้ งการ ของคน พิการอยา่ งแท้จริง เพ่ือใหค้ นพกิ ารสามารถเขา้ ถึงการศึกษาในรปู แบบทีเ่ หมาะสม อยา่ งมคี ุณภาพ ๒.๓ โครงการสถานศกึ ษาปลอดภยั นาํ ระบบมาตรฐานความปลอดภยั MOE Safety Center ผ่านศูนย์ ความปลอดภยั สํานักงาน กศน. มาใช้แกป้ ญั หาความไม่ปลอดภัยของนักศึกษา ครู และบุคลากร กศน. ๒.๔ การแก้ไขปัญหาหนี้สนิ ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ๓. จุดเน้นการดาํ เนนิ งาน สาํ นักงาน กศน. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ๓.๑ ด้านการจดั การเรยี นรู้คณุ ภาพ ๑) นอ้ มนําพระบรมราโชบายสกู่ ารปฏิบัติ รวมทั้งสง่ เสริมและสนับสนุนการดาํ เนนิ งานโครงการอัน เนื่องมาจากพระราชดาํ ริทุกโครงการ หรือโครงการอันเกี่ยวเน่อื งจากราชวงศ์ ๒) ขบั เคลอื่ นการจัดการเรยี นรทู้ ่สี นองตอบยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรฐั มนตรีว่าการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และรัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๓) ส่งเสรมิ การจดั การศึกษาเพื่อเสรมิ สรา้ งความม่ันคง การสรา้ งความเข้าใจทีถ่ ูกตอ้ ง ในการปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตย การเรยี นรูท้ ่ีปลกู ฝงั คุณธรรมจรยิ ธรรม สร้างวนิ ยั จิตสาธารณะ และอุดมการณ์ ความยดึ มนั่ ในสถาบนั หลักของชาติ การส่งเสรมิ การรูเ้ ทา่ ทันส่ือและข้อมูลข่าวสาร และทักษะการใชเ้ ทคโนโลยดี ิจทิ ลั (Social Media) รวมถึงการใชก้ ระบวนการจติ อาสา กศน. ผา่ นกิจกรรมตา่ ง ๆ ๔) ปรับปรุงหลักสตู รทุกระดับทกุ ประเภท ใหส้ อดรบั กับการพฒั นาคน ทิศทางการพฒั นา ประเทศ สอดคล้องกบั บรบิ ทท่ีเปลีย่ นแปลง ความต้องการและความหลากหลายของผู้เรียน/ผ้รู ับบรกิ าร รวมถึง ปรบั ลด ความหลากหลายและความซํ้าซ้อนของหลักสูตร เชน่ หลกั สตู รการศกึ ษาสําหรบั กลุ่มเป้าหมายบนพื้นทสี่ ูง

4 พ้นื ท่ีพเิ ศษและพ้ืนท่ีชายแดน รวมทัง้ กลุ่มชาติพันธุ์ ๕) ปรบั ระบบทดสอบ วดั ผล และประเมนิ ผล โดยเน้นการใช้เทคโนโลยเี ป็นเครื่องมือ ใหผ้ ู้เรียน สามารถเข้าถงึ การประเมินผลการเรียนร้ไู ด้ตามความต้องการ เพอ่ื การสร้างโอกาสในการเรยี นรู้ ให้ความสําคัญ กับการเทียบระดับการศึกษา และการเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์ พฒั นาระบบการประเมิน สมรรถนะ ผูเ้ รยี นใหต้ อบโจทยก์ ารประเมินในระดบั ประเทศและระดับสากล เช่น การประเมนิ สมรรถภาพผ้ใู หญ่ ตลอดจน กระจายอํานาจไปยงั พน้ื ทีใ่ นการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ๖) สง่ เสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยีในการจดั หลกั สูตรการเรยี นรใู้ นระบบออนไลน์ดว้ ยตนเองครบวงจร ตั้งแต่ การลงทะเบียนจนการประเมินผลเมอ่ื จบหลกั สูตร ทั้งการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขน้ั พ้ืนฐาน การศกึ ษาต่อเนอ่ื ง และการศึกษาตามอธั ยาศยั เพื่อเปน็ การสรา้ งและขยายโอกาสในการเรียนรู้ให้กบั กล่มุ เปา้ หมายท่ีสามารถเรยี นรไู้ ดส้ ะดวก และตอบโจทย์ความตอ้ งการของผเู้ รยี น ๗) พัฒนา Digital Learning Platform แพลตฟอร์มการเรียนร้ขู องสํานักงาน กศน. ตลอดจนพฒั นา สื่อการเรยี นรทู้ ้ังในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ และใหม้ ีคลงั สอื่ การเรยี นรทู้ ่เี ปน็ ส่ือที่ถกู ต้อง ตามกฎหมาย ง่ายตอ่ การสบื คน้ และนาํ ไปใช้ในการจดั การเรียนรู้ ๘) เร่งดําเนนิ การเรือ่ ง Academic Credit-bank System ในการสะสมและเทยี บโอน หนว่ ยกติ เพ่ือ การสร้างโอกาสในการศึกษา ๙) พัฒนาระบบนเิ ทศการศึกษา การกาํ กับ ตดิ ตาม ท้ังในระบบ On-Site และ Online รวมท้ังส่งเสรมิ การวิจัยเพื่อเปน็ ฐานในการพัฒนาการดําเนนิ งานการจดั การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๓.๒ ดา้ นการสร้างสมรรถนะและทกั ษะคุณภาพ ๑) สง่ เสรมิ การจัดการศึกษาตลอดชีวิต ทเ่ี นน้ การพฒั นาทักษะที่จาํ เปน็ สาํ หรับแตล่ ะช่วงวยั และการ จดั การศึกษาและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับแตล่ ะกลุ่มเป้าหมายและบรบิ ทพน้ื ท่ี ๒) พัฒนาหลกั สูตรอาชพี ระยะสน้ั ทเ่ี นน้ New skill Upskill และ Reskill ท่สี อดคล้องกบั บรบิ ทพ้นื ท่ี ความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมาย ความตอ้ งการของตลาดแรงงาน และกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology ๓) ยกระดับผลติ ภัณฑ์ สินค้า บรกิ ารจากโครงการศูนย์ฝกึ อาชีพชุมชน ท่ีเน้น “สง่ เสรมิ ความรู้ สร้าง อาชีพ เพิ่มรายได้ และมีคุณภาพชีวิตทดี่ ี” ให้มีคุณภาพมาตรฐาน เปน็ ท่ียอมรบั ของตลาด ตอ่ ยอด ภมู ิปญั ญา ท้องถิ่นเพ่ือสร้างมลู ค่าเพ่ิม พัฒนาสวู่ สิ าหกจิ ชมุ ชน ตลอดจนเพม่ิ ชอ่ งทางประชาสมั พันธ์และช่องทาง การ จาํ หน่าย ๔) สง่ เสรมิ การจดั การศึกษาของผู้สงู อายุ เพือ่ ให้เป็น Active Ageing Workforce และมี Life skill ในการดำรงชีวติ ที่เหมาะกบั ชว่ งวัย ๕) สง่ เสรมิ การจัดการศึกษาทีพ่ ัฒนาทักษะทจ่ี ำเป็นสำหรับกลมุ่ เปา้ หมายพเิ ศษ เชน่ ผ้พู ิการ ออทสิ ตกิ เดก็ เรร่ ่อน และผดู้ ้อยโอกาสอ่ืน ๆ ๖) ส่งเสริมการพฒั นาทักษะดจิ ทิ ลั และทักษะดา้ นภาษา ใหก้ บั บุคลากร กศน.และผเู้ รียน เพื่อรองรบั การพัฒนาประเทศ ๗) ส่งเสริมการสรา้ งนวัตกรรมของผู้เรยี น กศน. ๘) สรา้ งอาสาสมัคร กศน. เพื่อเปน็ เครือข่ายในการส่งเสรมิ สนับสนนุ การจัดการศึกษาตลอดชวี ติ ในชุมชน ๙) ส่งเสรมิ การสรา้ งและพัฒนานวัตกรรมของบุคลากร กศน. รวมทัง้ รวบรวมและเผยแพร่เพ่ือให้ หน่วยงาน / สถานศึกษา นำไปใชใ้ นการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

5 ๓.๓ ด้านองค์กรสถานศกึ ษาและแหลง่ เรยี นร้คู ณุ ภาพ ๑) ทบทวนบทบาทหน้าที่ของหนว่ ยงาน สถานศึกษา เช่น สถาบัน กศน.ภาค สถาบันการศึกษาและ พฒั นาตอ่ เน่ืองสิรนิ ธร สถานศึกษาขนึ้ ตรงสังกดั ส่วนกลาง กลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวดั ศูนยฝ์ กึ และพัฒนา อาชพี ราษฎรไทยบริเวณชายแดน เพื่อเพ่ิมประสิทธภิ าพในการขบั เคลื่อนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตในพืน้ ท่ี ๒) ยกระดับมาตรฐาน กศน.ตำบล และศนู ย์การเรียนรู้ชมุ ชนชาวไทยภเู ขา “แม่ฟา้ หลวง” (ศศช.) ให้ เปน็ พนื้ ที่การเรยี นรู้ตลอดชวี ติ ท่สี ำคัญของชุมชน ๓) ปรบั รูปแบบกจิ กรรมในหอ้ งสมุดประชาชน ที่เน้น Library Delivery เพอ่ื เพ่ิมอัตราการอา่ นและ การรหู้ นังสอื ของประชาชน ๔) ใหบ้ รกิ ารวิทยาศาสตร์เชิงรุก Science@home โดยใชเ้ ทคโนโลยีเปน็ เครอ่ื งมอื นำวิทยาศาสตรส์ ู่ ชวี ติ ประจำวันในทุกครอบครัว ๕) สง่ เสริมและสนับสนนุ การสร้างพื้นที่การเรยี นรู้ ในรปู แบบ Public Learning Space Co- Learning Space เพ่ือการสร้างนเิ วศการเรยี นรูใ้ ห้เกดิ ขน้ึ ในสังคม ๖) ยกระดบั และพัฒนาศนู ย์ฝึกอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน ให้เป็นสถาบันพฒั นาอาชีพระดบั ภาค ๗) สง่ เสริมและสนบั สนุนการดำเนินงานของกลมุ่ กศน. จงั หวดั ให้มีประสทิ ธภิ าพ ๓.๔ ดา้ นการบริหารจดั การคณุ ภาพ ๑) ขบั เคลื่อนกฎหมายว่าดว้ ยการส่งเสริมการเรยี นร้ตู ลอดชวี ิต ตลอดจนทบทวนภารกจิ บทบาท โครงสร้างของหนว่ ยงานเพ่ือรองรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย ๒) ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และขอ้ บังคบั ตา่ ง ๆ ให้มคี วามทนั สมัย เอื้อต่อการบริหารจดั การ และการจดั การเรียนรู้ เชน่ การปรบั หลกั เกณฑ์ค่าใชจ้ า่ ยในการจดั หลกั สตู รการศึกษาต่อเนื่อง ๓) ปรบั ปรงุ แผนอัตรากำลงั รวมท้งั กำหนดแนวทางที่ชดั เจนในการนำคนเขา้ ส่ตู ำแหน่ง การยา้ ย โอน และการเลื่อนระดับ ๔) ส่งเสรมิ การพฒั นาบุคลากรทุกระดับ ให้มคี วามรแู้ ละทกั ษะตามมาตรฐานตำแหน่งใหต้ รงกับสาย งาน และทักษะที่จำเปน็ ในการจัดการศกึ ษาและการเรียนรู้ ๕) ปรบั ปรุงระบบการจดั สรรทรพั ยากรเพอ่ื การศึกษา ให้มคี วามครอบคลุม เหมาะสม เช่น การปรับ ค่าใชจ้ ่ายในการจัดการศึกษาของผู้พกิ าร เด็กปฐมวยั ๖) ปรับปรงุ ระบบฐานข้อมลู สารสนเทศด้านการศึกษา เพื่อการบริหารจดั การอย่างเปน็ ระบบ เช่น ข้อมลู การรายงานผลการดำเนนิ งาน ข้อมลู เด็กตกหล่นจากการศึกษาในระบบ เด็กเรร่ อ่ น ผพู้ ิการ ๗) สง่ เสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเคร่อื งมือในการบริหารจัดการอย่างเต็มรูปแบบ ๘) ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการบรหิ ารจัดการภาครฐั ส่รู ะบบราชการ ๔.๐ และการประเมนิ คุณภาพและ ความโปรง่ ใสการดำเนินงานของภาครัฐ (ITA) ๙) เสริมสรา้ งขวญั และกำลงั ใจ ให้กบั ข้าราชการและบคุ ลากรทุกประเภทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การ ประกาศเกยี รติคุณ การมอบโล่ / วุฒบิ ตั ร ๑๐) ส่งเสริมการมสี ่วนร่วมของภาคเี ครือขา่ ยทุกภาคสว่ น เพื่อสร้างความพร้อมในการจดั การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย และการส่งเสริมการเรยี นร้ตู ลอดชวี ิตสำหรับประชาชน

6 2. แนวทาง/กลยทุ ธ์การดำเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยของ กศน. อำเภอเมอื งชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองชลบรุ ีได้กำหนดทิศทางการดำเนินงาน ตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏบิ ัติการประจำปี โดยมีรายละเอียด ดงั นี้ ทศิ ทางการดำเนนิ งานของสถานศกึ ษา ปรชั ญา “คิดเปน็ ทำเปน็ เนน้ ICT” วิสยั ทศั น์ “จดั การศึกษาตลอดชีวติ ผกู มิตรกับเครือข่าย กระจายความรสู้ ู่ชมุ ชน ทุกทที่ ุกเวลาด้วย ICT มี อาชพี และแข่งขันในประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยนื ” อตั ลกั ษณ์ “ก้าวไปในยุคดิจิทลั ” เอกลักษณ์ “องคก์ รออนไลน์” พนั ธกิจ 1. จัดและสง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี น มคี วามรูก้ ารศึกษาขนั้ พ้นื ฐานอย่างมีคณุ ภาพ 2. จัดการศึกษาอาชพี ให้ผเู้ รียนมีอาชพี ทำได้ ขายเป็น และมที ักษะชวี ติ ท่ีเหมาะสมทกุ ช่วงวัย 3. จัดและสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนนำเทคโนโลยดี จิ ิทัลเพ่ือพฒั นาตนเองและสรา้ งชอ่ งทางการจำหนา่ ย สนิ คา้ 4. จดั และสง่ เสรมิ การศึกษาตามอธั ยาศยั ทีม่ ุ่งให้ผรู้ บั บริการมีนสิ ัยรักการอ่าน และพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ในชุมชน 5. จดั และสง่ เสรมิ สนับสนุน พฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ สื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น 6. จดั และส่งเสริมการศึกษาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพฒั นาสงั คมและชมุ ชนให้มี ความเขม้ แขง็ อย่างยงั่ ยืน 7. จัดและส่งเสริมประชาชนใหเ้ ปน็ พลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธิปไตย 8. ส่งเสรมิ สนับสนนุ ภาคีเครอื ขา่ ย ใหม้ ีสว่ นรว่ มในการจัดการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อธั ยาศัย เพื่อให้เกิดการเรียนรูต้ ลอดชีวติ 9. พฒั นารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรูใ้ หส้ อดคล้องกับพ้นื ที่ระเบยี งเศรษฐกิจพิเศษภาค ตะวนั ออก (EEC) และความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมาย 10. พัฒนาบคุ ลากรให้มสี มรรถนะในการปฏบิ ัติงานตามบทบาทหน้าท่ีอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและ ต่อเนอื่ งโดยเน้นการนำเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั มาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การ 11. สถานศกึ ษามีระบบการบริหารจัดการตามหลกั ธรรมมาภิบาล 12. ปฏบิ ัตงิ านอ่ืน ๆ ท่ีไดร้ บั มอบหมาย

7  เปา้ ประสงค์ และตัวช้ีวัดความสำเร็จ เปา้ ประสงค์ ตวั ชวี้ ัดความสำเร็จ ประชาชนได้รบั โอกาสทางการศึกษาในรปู แบบ รอ้ ยละของประชากรกลุ่มตา่ งๆ (กลุ่มประชากรวัย ของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม แรงงานปกติทั่วไป กลุ่มประชากรวยั แรงงานทเ่ี ปน็ ผู้ อัธยาศัยทม่ี ีคุณภาพอยา่ งทัว่ ถึงและเปน็ ธรรม ยากไร้ ผดู้ ้อยโอกาส ผู้พิการ และกลุ่มผสู้ ูงอายุ) ท่ี ได้รบั บรกิ ารการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อธั ยาศัยอย่างทวั่ ถงึ ครอบคลุมและเปน็ ธรรม ผู้เรยี นทเี่ ข้ารับการฝึกอาชีพมีสมรรถนะในการ ร้อยละของผ้เู รยี นทีเ่ ขา้ รับการศกึ ษาอาชพี เพื่อการมี ประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพทสี่ ร้าง งานทำทม่ี ีสมรรถนะในการประกอบอาชีพทีเ่ พิม่ ขึ้น รายไดใ้ หก้ บั ตนเองและครอบครวั ได้ องค์กรภาคสว่ นต่างๆรว่ มเปน็ ภาคีเครือขา่ ยใน จำนวนของภาคเี ครอื ข่ายในการดำเนินงานการศกึ ษา การดำเนินงานการศึกษานอกระบบและ นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยเพ่ิมมากขึ้น การศกึ ษาตามอัธยาศยั อย่างกวา้ งขวาง สถานศึกษานำเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั มาใชใ้ นการเพม่ิ ร้อยละของของผู้เรยี นท่ีมีความพงึ พอใจตอ่ การใช้ ประสทิ ธภิ าพการจดั การศกึ ษานอกระบบและ เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ของสถานศกึ ษา การศกึ ษาตามอธั ยาศัยอยา่ งทัว่ ถึง บุคลากรของสถานศึกษาไดร้ บั การพฒั นาเพ่ือเพ่มิ ร้อยละของบุคลากรของสถานศกึ ษาทีไ่ ดร้ บั การพัฒนา สมรรถนะในการปฏบิ ัติงานการศึกษานอกระบบ เพ่ือเพม่ิ สมรรถนะในการปฏิบัตงิ านการศึกษานอก และการศึกษาตามอธั ยาศยั อยา่ งทั่วถงึ ระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั โดยเนน้ การนำ เทคโนโลยีดจิ ิทัลมาใชใ้ นการบรหิ ารจัดการ สถานศกึ ษามีการพฒั นาระบบการบรหิ าร รอ้ ยละของสถานศึกษามีการพฒั นาระบบการบริหาร จัดการเพื่อเพมิ่ ประสทิ ธิภาพโดยเน้นการนำ จัดการเพื่อเพม่ิ ประสิทธภิ าพโดยเน้นการนำเทคโนโลยี เทคโนโลยดี จิ ทิ ัลในการดำเนินงานการศึกษา ดจิ ิทัลในการดำเนนิ งานการศึกษานอกระบบและ นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั การศึกษาตามอธั ยาศยั บคุ ลากรของหนว่ ยงานปฏบิ ัติงานตามที่ไดร้ บั รอ้ ยละของบุคลากรของสถานศกึ ษาปฏิบัติงานได้เตม็ มอบหมายอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธภิ าพ  กลยทุ ธ์ กลยทุ ธท์ ่ี 1 สง่ เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ให้เป็นไป ตามนโยบายและมาตรฐานการศกึ ษาอย่างต่อเนื่อง กลยทุ ธท์ ่ี 2 ส่งเสรมิ ให้ผ้รู บั บรกิ ารไดร้ บั การพัฒนาคุณภาพชวี ติ โดยใช้กระบวนการคิดเป็นตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง กลยทุ ธท์ ี่ 3 ส่งเสรมิ สนบั สนุนให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษานอกระบบและการศึกษา ตามอธั ยาศยั เพื่อใหเ้ กิดการเรยี นรู้ตลอดชีวิต กลยุทธท์ ี่ 4 พัฒนาหลักสตู รและรปู แบบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ให้สอดคลอ้ งกับพ้นื ท่ีเขตพฒั นา พเิ ศษภาคตะวันออก (EEC) และความต้องการของกลุม่ เป้าหมาย โดยการมสี ่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่นและ แหลง่ เรยี นร้ทู งั้ ภาครัฐและเอกชน

8 กลยทุ ธ์ที่ 5 ส่งเสรมิ ใหม้ กี ารประชาสัมพนั ธ์ ในรูปแบบท่หี ลากหลาย กลยทุ ธ์ท่ี 6 พฒั นาระบบการนเิ ทศภายในสถานศกึ ษาโดยใชก้ ระบวนการมสี ่วนรว่ มจากทกุ ภาคส่วน กลยุทธ์ที่ 7 พฒั นาระบบคณุ ภาพการศึกษาโดยใชว้ งจรการพฒั นาคุณภาพ (PDCA) เปน็ หลักในการ จดั การศึกษา กลยทุ ธท์ ่ี 8 พฒั นาบคุ ลากรของสถานศึกษาให้มีความสามารถใช้เทคโนโลยดี ิจิทัลเพ่ือการจัด กระบวนการเรยี นรู้ การบริหารจดั การ และสง่ เสรมิ การทำงานเปน็ ทีม เขม็ มุ่งสู่ความสำเรจ็ 1. มี กศน.ตำบลเป็นหลกั แหลง่ 2. มีคอมฯ/อปุ กรณ์ครบทุก กศน.ตำบล 3. ให้ทุกคนมีความรู้ ICT 4. มีระบบจดั เก็บ/รายงานผา่ นออนไลน์ 5. ภายใน1-2 ปีต้องเป็น 1 ใน กศน.จงั หวัด 6. ภายใน 3 ปีต้องเป็น 1-5 ของสำนักงาน กศน. การบรหิ ารนำ ICT สู่การปฏบิ ัติ 1.การจัดหาคอมฯ/อปุ กรณ์ 2.ขนั้ การพัฒนา 3.การประเมินผล/รายงาน 1. การจัดหาคอมฯ/อุปกรณ์ 1.1 การเปิดตัว กศน.ตำบล โดย 1) เชญิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.),สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นตน้ 2) นำนักศึกษา กศน. หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ปจั จบุ นั มีทัง้ ส้ิน 4,621 คน 3) เชิญภาคีเครือข่าย อาทิเชน่ โรงเรียน, อบต., เทศบาล, อบจ. , อำเภอ เป็นต้น 4) เสนอโครงการพัฒนา กศน.ตำบล ให้เปน็ แหล่งเรยี นร้ดู ้านดจิ ิทัล 1.2 เชิญส.ส./ส.ว. เข้าร่วมทุกกจิ กรรม 1) โครงการเข้าค่ายต่าง ๆของนกั ศึกษา กศน. 2) โครงการวนั วิชาการ ของนักศึกษา กศน. 3) โครงการ อ่นื ๆ 2. ขัน้ การพฒั นา 2.1 พฒั นาระบบ จะพัฒนาระบบการจัดเก็บ/รายงานต่างๆผ่านออนไลน์ 2.2 พัฒนาคน 1) ครู กศน./จนท.ทุกคน 2) นักศึกษา กศน.หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ทัง้ 2 กลุ่มเป้าหมาย ต้องมีความรู้ ด้าน ICT และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ สำหรับในส่วนของนักศึกษา กศน. หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กศน.อำเภอเมืองชลบุรี จะต้องประกาศเป็นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พร้อมท้ังใชง้ บอุดหนุน (กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน) ในการ ขับเคลื่อน โดยจัดโครงการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น ด้าน ICT พร้อมท้ังจัดทำสรุปเป็นรปู เล่ม ( 5 บท)

9 3.การประเมนิ ผล/รายงาน 3.1 รายงานผา่ นออนไลน์ โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เนต็ http://118.172.227.194:7003/choncity/ และจดั ทำ Application รายงานผ่านทางสมาร์ทโฟน 3.2 รายงานสรุปผลเปน็ รูปเล่ม (5 บท) จดั ทำสรุปผลโครงการ/กิจกรรม เปน็ รูปเล่ม (5บท) เพื่อรองรับการประเมินคณุ ภาพโดยต้นสังกัด และภายนอก  แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา(เฉพาะปี 2564) เป้าประสงค์ กลยุทธ์ โครงการ/กจิ กรรม เป้าหมาย ตัวชี้วดั เกณฑค์ วามสำเร็จ ความสำเรจ็ (ร้อยละ) 1. กลุ่มเป้าหมาย กลยทุ ธท์ ่ี 1 1. โครงการยกระดับ 8,000 1. กลมุ่ เปา้ หมาย 1. รอ้ ยละของ ไดร้ บั โอกาสทาง สง่ เสริม จัดการศกึ ษานอก การศกึ ษาข้นั และพฒั นา ระบบระดับการศึกษา คน ได้รบั โอกาสทาง กลุ่มเปา้ หมายไดร้ ับ พ้นื ฐาน คณุ ภาพ ขั้นพืน้ ฐานให้มี การศึกษาตอ่ เนอื่ ง การศกึ ษา คุณภาพ การศึกษาแตล่ ะ โอกาสทางการศกึ ษา และการศึกษา นอกระบบ 2. โครงการพัฒนา ตามอัธยาศัยทมี่ ี และ คณุ ภาพผเู้ รยี น กศน. ประเภทของ กศน. แตล่ ะประเภทของ คณุ ภาพให้เป็นไป การศึกษา ตามหลกั สตู ร ตามความต้องการ ตาม การศึกษานอกระบบ 2. ผู้จบหลกั สตู ร กศน. และสอดคล้องกับ อัธยาศยั ให้ ระดับการศึกษาขั้น สภาพปัญหาของ เปน็ ไปตาม พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช การศกึ ษาข้นั 2. รอ้ ยละของผจู้ บ กลมุ่ เป้าหมาย นโยบาย 2551 และ 3. โครงการส่งเสรมิ 8,000 พ้ืนฐานแตล่ ะระดบั หลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ มาตรฐาน การรูห้ นังสอื สำหรับ การศึกษา ประชาชนอำเภอเมอื ง คน มผี ลสมั ฤทธ์ิ พ้นื ฐานแต่ละระดบั มี อย่าง ชลบรุ ี ต่อเนอ่ื ง 4. โครงการจดั ทางการเรียนเฉลย่ี ผลสัมฤทธทิ์ างการ การศึกษาเพ่อื พัฒนา อาชีพ > 2.00 เรยี นเฉล่ยี > 2.00 (ศนู ยฝ์ กึ อาชพี ชมุ ชน) 3. กล่มุ เป้าหมาย 3. รอ้ ยละของ รว่ มกิจกรรมพฒั นา กลุ่มเป้าหมายรว่ ม คุณภาพผูเ้ รยี น กิจกรรมพัฒนา 4. กลมุ่ เป้าหมาย คณุ ภาพผูเ้ รยี น 27 คน เข้าร่วมกิจกรรม 4.รอ้ ยละของ สง่ เสริมการรู้ กลุม่ เปา้ หมายเขา้ ร่วม หนังสอื กิจกรรมสง่ เสริมการรู้ 5. กลุ่มเป้าหมาย หนังสือ 1,020 ทุกประเภท 5. รอ้ ยละของ คน สามารถนำความรู้ กลุ่มเป้าหมายทกุ ไปใช้ในการพัฒนา ประเภทสามารถนำ อาชีพหรือคุณภาพ ความรู้ไปใชใ้ นการ ชีวิตได้ พฒั นาอาชีพหรอื 6. กลุม่ เปา้ หมายมี คณุ ภาพชีวิตได้ คุณลกั ษณะทพี่ งึ 6. ร้อยละของ ประสงคต์ าม กลมุ่ เป้าหมายมี จดุ มุ่งหมายของ คณุ ลักษณะท่พี งึ หลักสตู ร ประสงคต์ าม 7. กล่มุ เป้าหมายมี จุดมุ่งหมายของ ความพึงพอใจต่อ หลกั สตู ร

10 การร่วมกิจกรรม 7. ร้อยละของ การเรยี นรู้ทกุ กลุม่ เปา้ หมายมคี วาม ประเภท พึงพอใจตอ่ การรว่ ม กิจกรรมการเรียนรทู้ ุก ประเภท เปา้ ประสงค์ กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย ตวั ชว้ี ดั เกณฑค์ วามสำเร็จ 285 คน ความสำเรจ็ (รอ้ ยละ) 5.กลมุ่ เปา้ หมาย กลยุทธ์ที่ 2 1. โครงการเรยี นรู้ ไดร้ บั การส่งเสรมิ สง่ เสริมให้ ปรัชญาของเศรษฐกจิ 1. กลมุ่ เป้าหมาย 1. รอ้ ยละ 80 ของ และสนบั สนนุ การ ผ้รู ับบริการ พอเพยี งและเกษตร ได้รับการส่งเสรมิ กลุ่มเป้าหมายไดร้ ับ พฒั นาคุณภาพ ได้รับการ ทฤษฎีใหม่ การเรยี นรทู้ างด้าน การส่งเสริมการเรียนรู้ ชีวติ ตามหลกั พฒั นา 2.โครงการเสรมิ สรา้ ง หลกั ปรัชญาของ ทางด้านหลกั ปรชั ญา ปรัชญาของ คุณภาพ คณุ ภาพชวี ิตที่เปน็ มิตร เศรษฐกิจพอเพยี ง ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี ง ชีวติ โดยใช้ กับสิ่งแวดล้อม 2. กลมุ่ เปา้ หมาย 2. ร้อยละ 80 ของ เพือ่ พฒั นาสังคม กระบวนกา 3.โครงการเกษตรยุค นำความรไู้ ปใชใ้ น กลุ่มเปา้ หมายนำ และชุมชนใหม้ ี รคดิ เปน็ ใหมต่ ามวถิ คี วาม การพัฒนาอาชีพ ความร้ไู ปใชใ้ นการ ความเขม้ แขง็ ตามหลัก พอเพยี ง และพัฒนาคณุ ภาพ พฒั นาอาชีพและ อย่างยั่งยืน ปรชั ญาของ 4.โครงการอบรมเชงิ ชวี ิตได้ พฒั นาคุณภาพชวี ิตได้ เศรษฐกิจ ปฏบิ ัติการดา้ น 3. กลมุ่ เปา้ หมายมี 3. รอ้ ยละ 90 ของ พอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง ความพึงพอใจใน กล่มุ เป้าหมายมคี วาม 5.โครงการปรชั ญาของ ระดับดีข้ึนไป พึงพอใจในระดบั ดขี ้นึ เศรษฐกจิ พอเพยี ง นำ ไป วิถีพอเพยี งสชู่ มุ ชน 6.โครงการอบรมและ เรยี นรตู้ ามรอยพระ ยุคลบาทด้วยหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 7.โครงการเรยี นรู้ เศรษฐกจิ พอเพยี งและ การพัฒนาท่ียั่งยืน \"วิถี ไทย วิถพี อเพยี ง\"

11 เปา้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม เปา้ หมาย ตัวชีว้ ัด เกณฑค์ วามสำเร็จ 3.กลมุ่ เป้าหมาย ความสำเร็จ (ร้อยละ) ได้รบั การสร้าง กลยทุ ธ์ที่ 3 1. โครงการสง่ เสรมิ และสง่ เสรมิ ให้ สง่ เสริม การอ่านเพอ่ื พฒั นา 11,500 1. กลุ่มเปา้ หมาย 1. รอ้ ยละ 80 ของ เป็นผรู้ ักการอา่ น สนับสนนุ ให้ บ้านหนังสือชมุ ชน และใฝร่ ใู้ ฝเ่ รียน ภาคี 2. โครงการหอ้ งสมดุ คน ภาคีเครอื ข่ายมี เปา้ หมายภาคเี ครอื ขา่ ย อย่างต่อเน่อื ง เครอื ข่ายมี เคลือ่ นทส่ี ำหรับชาว ตลอดชีวิต ส่วนรว่ มใน ตลาด ส่วนร่วมในการจดั มีสว่ นร่วมในการจัด การจดั 3.โครงการเมอื งนัก เป้าประสงค์ การศกึ ษา อา่ น การศึกษานอก การศกึ ษานอกระบบ 9.สถานศึกษา นอกระบบ 4.โครงการอา่ นสร้าง พฒั นาสือ่ แหล่ง และ งานผา่ น ระบบและการจัด และการจดั การศึกษา เรียนรแู้ ละภูมิ การศึกษา QRCode ปญั ญาทอ้ งถิ่น ตาม การศึกษาตาม ตามอัธยาศยั ดว้ ยการจดั อธั ยาศัย กระบวนการ เพือ่ ให้เกดิ อัธยาศัย 2. มบี า้ นหนังสอื ชุมชน เรียนร้ทู ่ี การเรยี นรู้ ตอบสนองกับการ ตลอดชีวิต 2. มบี า้ นหนงั สอื ท่ีเป็นไปตามเกณฑ์ เปลี่ยนแปลง บรบิ ทด้าน กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม ชมุ ชนท่ีเป็นไปตาม ครบทุกตำบลอยา่ ง เศรษฐกิจ สงั คม การเมอื ง ใน กลยทุ ธ์ท่ี 4 1. โครงการ English เกณฑ์ครบทุก นอ้ ยตำบลละ 1 แห่ง รปู แบบที่ พฒั นา น่ารู้ คู่ Service หลากหลาย หลกั สตู ร โรงแรม ตำบลอยา่ งน้อย 3. มมี มุ หนงั สอื เพือ่ และรปู แบบ 2.โครงการ Smart การจัด ONIE เพอื่ สรา้ ง ตำบลละ 1 แหง่ ชุมชนอยา่ งน้อยตำบล กจิ กรรม Smart farmers การเรยี นรู้ 3.โครงการ 3. มมี มุ หนังสอื เพื่อ ละ 1 แหง่ ให้ Digtalteracy (เพอ่ื สอดคล้อง สรา้ งสงั คมออนไลน)์ ชุมชนอยา่ งนอ้ ย 4. รอ้ ยละ 80 ของ กับพ้ืนท่เี ขต 4.โครงการการคา้ พฒั นา ออนไลน์ สสู่ ังคม ตำบลละ 1 แห่ง กลุ่มเปา้ หมายมีความ พิเศษภาค Digital ตะวนั ออก 5.โครงการเพิ่ม 4. กลุ่มเป้าหมายมี พงึ พอใจในระดับดขี ้นึ (EEC) ประสิทธภิ าพการ และความ บรหิ ารจดั การขยะมลู ความพึงพอใจใน ไป ตอ้ งการ ฝอย ของ 1. โครงการพัฒนา ระดับดีขึน้ ไป กลมุ่ เปา้ หม ระบบประชาสมั พันธ์ าย โดยการ ของสถานศกึ ษา เป้าหมาย ตวั ชว้ี ัด เกณฑค์ วามสำเร็จ มสี ว่ นรว่ ม ความสำเรจ็ (รอ้ ยละ) ของภูมิ 800 คน 1.กลมุ่ เปา้ หมาย 1. รอ้ ยละ 75 ของ ได้รับการพฒั นา กลุม่ เป้าหมายไดร้ บั ชีวติ ใหส้ อดคลอ้ ง การพัฒนาชีวิตให้ กับพน้ื ที่เขตพฒั นา สอดคลอ้ งกับพนื้ ท่เี ขต พิเศษภาค พัฒนาพเิ ศษภาค ตะวนั ออก (EEC) ตะวนั ออก (EEC) 4. กลุม่ เป้าหมายมี 2. ร้อยละ 80 ของ ความพงึ พอใจใน กลมุ่ เป้าหมายมีความ ระดับดีข้นึ ไป พึงพอใจในระดบั ดขี ึ้น ไป 17 ตำบล 1. กศน.อำเภอ 1. รอ้ ยละ 100 ของ และกศน.ตำบลมี กศน.อำเภอและ กศน. การอพั เดทข้อมลู ตำบลมีการอพั เดท การประชาสมั พนั ธ์ ข้อมูลการ กจิ กรรมทางเว็บ ประชาสมั พันธก์ จิ กรรม

12 ปัญญา ไซด์เป็นประจำทกุ ทางเวบ็ ไซดเ์ ปน็ ประจำ ทอ้ งถ่ินและ เดอื น ทกุ เดือน แหล่งเรยี นรู้ ทงั้ ภาครฐั และเอกชน กลยุทธท์ ่ี 5 ส่งเสริมให้มี การ ประชาสมั พั นธ์ ใน รูปแบบที่ หลากหลาย เป้าประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย ตวั ช้ีวดั เกณฑค์ วามสำเรจ็ ความสำเรจ็ (รอ้ ยละ) 7.ชมุ ชนและภาคี กลยทุ ธ์ท่ี 6 เครือขา่ ยร่วมจัด พัฒนา 1. โครงการพฒั นา 17 ตำบล 1. สถานศึกษามี 1. รอ้ ยละ 100 ของ สง่ เสรมิ และ ระบบการ สถานศึกษามีคมู่ ือ สนับสนุนการ นิเทศ บุคลากรการนเิ ทศ คู่มอื ระบบการ ระบบการนเิ ทศภายใน ดำเนนิ งาน ภายใน 2. รอ้ ยละ 80 ของผู้ การศึกษานอก สถานศึกษา ภายในสถานศึกษา นเิ ทศภายใน นิเทศมีการนิเทศการ ระบบและ โดยใช้ จัดกิจกรรมและ การศึกษาตาม กระบวนกา กศน.อำเภอเมอื งชลบรุ ี 2. ผ้นู ิเทศมกี าร รายงานผลเป็นประจำ อธั ยาศัย รมสี ่วนร่วม ทุกเดอื น จากทุกภาค นเิ ทศการจดั สว่ น กจิ กรรมและ รายงานผลเปน็ ประจำทุกเดอื น 10.สถานศกึ ษามี กลยทุ ธ์ท่ี 7 1. โครงการบริหาร 39 คน 1. สถานศึกษามี 1. สถานศกึ ษามีคู่มือ ระบบการบรหิ าร พฒั นา ความเสยี่ งของ คมู่ อื การบรหิ าร การบรหิ ารความเส่ยี ง จัดการตามหลัก ระบบ สถานศกึ ษา กศน. ความเสยี่ ง 2. รายงานสถานะ ธรรมาภิบาล คุณภาพ อำเภอเมอื งชลบรุ ี 2. รายงานสถานะ ทางการเงนิ เปน็ ประจำ การศึกษา 2. โครงการพัฒนา ทางการเงินเปน็ ทุกเดือน โดยใชว้ งจร ระบบประกนั คณุ ภาพ ประจำทุกเดอื น การพัฒนา การศึกษา กศน.อำเภอ คุณภาพ เมืองชลบรุ ี (PDCA) เป็นหลกั ใน การจดั การศึกษา

13 8. บุคลากรของ กลยทุ ธท์ ี่ 8 1.โครงการพฒั นา 39 คน 1.บคุ ลากรของ 1. ร้อยละ 80 ของ สถานศกึ ษาได้รบั พัฒนา บุคลากรดา้ น การพฒั นาเพื่อ บคุ ลากร วชิ าการ:Google สถานศกึ ษาทุกคน บคุ ลากรของ เพม่ิ สมรรถนะใน ของ Form การปฏบิ ตั งิ าน สถานศกึ ษา 2.โครงการพฒั นา ได้รบั การพัฒนา สถานศึกษาทกุ คน ตามบทบาท ให้มี บุคลากรดา้ นวชิ าการ: หนา้ ที่อย่างมี ความสามาร การจัดทำสอ่ื การเรยี น เพอื่ เพมิ่ สมรรถนะ ได้รับการพัฒนาเพอ่ื ประสิทธภิ าพและ ถใช้ การสอน Clip Video ต่อเน่ือง เทคโนโลยี 3.โครงการบรหิ าร ในการปฏิบัติงาน เพิ่มสมรรถนะในการ ดิจทิ ลั เพอ่ื จดั การขอ้ มลู ขา่ วสาร การจดั กศน.ฝ่ากระแส Social ตามบทบาทหนา้ ที่ ปฏิบตั ิงานตามบทบาท กระบวนกา Network รเรียนรู้ 4.โครงการประชุม อยา่ งมี หนา้ ที่อยา่ งมี การบริหาร บุคลากรเพอ่ื เพม่ิ จัดการ และ ประสทิ ธภิ าพในการ ประสทิ ธภิ าพและ ประสิทธภิ าพและ ส่งเสรมิ การ ปฏิบตั ิงาน ทำงานเปน็ 5.โครงการประชุมเชงิ ต่อเนอื่ ง ตอ่ เนอ่ื ง ทีม ปฏบิ ตั กิ ารการจดั กระบวนการเรยี นการ 2.บุคลากรของ 2. รอ้ ยละ 80 ของ สอนและการจดั ทำ สรปุ ผลโครงการ(5บท) สถานศึกษา บคุ ลากรของ สามารถนำความรู้ สถานศกึ ษาสามารถนำ ไปใชใ้ นการ ความรไู้ ปใชใ้ นการ พฒั นาการ พัฒนาการปฏิบตั ิงาน ปฏิบตั งิ านตาม ตามบทบาทหนา้ ที่ บทบาทหนา้ ทีอ่ ย่าง อย่างมปี ระสิทธภิ าพ มปี ระสทิ ธภิ าพ 3. ร้อยละ 90 ของ 3. บุคลากรของ บคุ ลากรของ สถานศึกษามคี วาม สถานศกึ ษามคี วามพงึ พงึ พอใจในระดบั ดี พอใจในระดับดขี น้ึ ไป ขึน้ ไป 3. กรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนตามนโยบายการจดั การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานสำนกั งาน กศน. (เอกสารแนบท้ายหนังสือ สำนักงาน กศน. ดว่ นท่ีสุด ที่ 0210.04/475 ลงวันท่ี 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2558) ----------------------------- 1. หลกั การ ตามที่รัฐบาลมีนโยบายด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและกระจายโอกาส ทางการศึกษาในสังคมไทย โดยคำนึงถึงการสร้างความเสมอภาค ความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากร ทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้บกพร่องทางกาย/ทางการเรียนรู้ ชนกลุ่มน้อย โดยสนับสนุน การจัดการศึกษาตามวัยและพัฒนาการอย่างมีคุณภาพตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ การจดั การศกึ ษาชมุ ชนเพ่ือมงุ่ ใหเ้ กดิ สังคมแห่งการเรียนรูแ้ ละการศกึ ษาตลอดชีวติ น้ัน สำนกั งาน กศน. ไดก้ ำหนดนโยบายด้าน การจดั การศึกษานอกระบบ แผนงานสนบั สนุนการ จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสนับสนุน 1) ค่าเล่าเรียน 2) ค่าหนังสือเรียน 3) ค่าจัดกิจกรรมพัฒนา คุณภาพผูเ้ รยี นอยา่ งทว่ั ถึง เพือ่ เพ่มิ โอกาสในการรบั การศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสยี ค่าใช้จา่ ย เพื่อให้การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างมี ประสิทธิภาพ สำนักงาน กศน.จึงกำหนดกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายการจัด การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงาน กศน. ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้สถานศึกษาจัดเพิ่มเติม จากการเรียนปกติ ให้กับนักศึกษา กศน.ตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบข้นั พื้นฐาน

14 2. กรอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รียน เพื่อใหส้ ถานศึกษาไดจ้ ดั กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรียน เป็นไปในแนวทางเดียวกันอย่างมี ประสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผล เกดิ ความคุ้มค่า ประหยัด เกิดประโยชน์ตอ่ ผู้เรยี นและทางราชการสูงสดุ สำนกั งาน กศน. จึงไดก้ ำหนดกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน 2.1 กจิ กรรมพัฒนาวชิ าการ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีพื้นฐานความรู้เพียงพอกับการศึกษาในแต่ละระดับ และพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถทางด้านวิชาการเพิ่มมากขึ้นในรายวิชาตามหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือวิชาอ่ืนๆ ตามความต้องการของนักศึกษา กศน. โดยมีรปู แบบการดำเนนิ งาน ดงั น้ี 2.1.1วิทยากรหรือผู้สอน ควรเป็นผู้ที่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการสอนวิชานั้นๆ โดยตรง ซง่ึ อาจจะเป็นบคุ คลภายนอก หรือ ครู กศน. ไดต้ ามความเหมาะสม 2.1.2 จำนวนนักศึกษา กศน. ท่รี ว่ มกจิ กรรม ใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ จิ ของผบู้ ริหารสถานศึกษา 2.2 กจิ กรรมพัฒนาทกั ษะชวี ติ เป็นการจัดกิจกรรมเสริมเพิ่มเติมจากการเรียนปกติในสาระทักษะการดำเนินชีวิต หลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน เนื่องจากสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรวดเร็วทั้งดา้ น เศรษฐกิจ สังคมข่าวสารข้อมูล และเทคโนโลยี มีการแข่งขันและความขัดแย้งมากขึ้น จึงมีความจำเป็นท่ี สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตให้กับ นักศึกษา กศน. โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อให้มี ความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติ ค่านิยมที่ถูกต้อง และมีทักษะ หรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นในการเผชิญ ปัญหาที่เกดิ ข้ึนในชีวิต เช่น ปัญหายาเสพติด การตั้งครรภ์ไมพ่ ึงประสงค์ เพศสัมพันธ์ ทะเลาะวิวาท ครอบครวั แตกแยก ความรุนแรง ภัยพิบัติ ความเครียด ฯลฯ รวมทั้งมีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน สังคมได้อย่างมีความสุข และสามารถนำความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่าง เหมาะสม ทักษะชีวิต 10 ประการ (ขององค์การอนามัยโลก) ที่นักศึกษา กศน.ทุกคนจำเป็นต้องมี คือ 1) ทักษะการตัดสินใจ 2) ทักษะการแก้ปัญหา 3) ทักษะการคิดสร้างสรรค์ 4) ทักษะการคิดอย่างมี วิจารณญาณ 5) ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 6) ทักษะการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น 7) ทักษะ การตระหนักรแู้ ละเหน็ คุณค่าในตนเอง 8) ทกั ษะการเขา้ ใจผู้อนื่ 9) ทักษะการจัดการกบั อารมณ์ 10) ทักษะ การจัดการกบั ความเครยี ด

15

16

17

18 บทความท่ีเกี่ยวข้อง 1. การส่งเสรมิ นสิ ัยรักการอา่ น โดย คุณครนู วรัตน์ พวงนาค แนวคิดในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การอ่านหนังสือเป็นการพัฒนาตนเองและเป็นการใชเ้ วลาว่างให้ เกดิ ประโยชน์ ซงึ่ เปน็ ส่ิงจำเป็นมากในการพัฒนาคนและพัฒนาสงั คม การอ่านหนังสือของคนไทยเปน็ กิจกรรมท่ี ไม่แพร่หลายแม้ในหมู่ผู้รู้หนังสือแล้ว โดยเฉพาะการอ่านหนังสือที่ดีและมีสาระยิ่งมีน้อยขึ้นไปอีก สาเหตุมีอยู่ หลายประการนับตั้งแต่การขาดแคลนหนังสือที่ดีและตรงกับความต้องการของผู้อ่าน การขาดแคลนแหล่ง หนังสือที่จะยืมอ่านได้ ไปจนถึงการดึงความสนใจและการแย่งเวลาของสื่ออื่น ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ รวมทั้งขาดแรงจูงใจ และการชักจูง การกระตุ้น และมีนิสัยรักการอ่านทั้งในและนอกโรงเรียน เมื่อเทียบกับ ความเพลดิ เพลนิ และการไดฟ้ ังไดร้ ู้เห็นเร่ืองต่าง ๆ จากโทรทัศนแ์ ละวทิ ยแุ ล้ว การอ่านหนงั สือเพื่อวัตถุประสงค์ ดงั กลา่ วตอ้ งใช้ความพยายามมากกวา่ และต้องมีทักษะในการอ่าน ถา้ จะใหก้ ารอา่ นหนังเกิดเป็นนสิ ัยจำเป็นต้อง มีการปลกู ฝังและชกั ชวนให้เกิดความสนใจการอ่านอย่างต่อเนอื่ งและสม่ำเสมอ โดยการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ นสิ ัยรักอ่าน ซ่ึงควรมลี กั ษณะ ดงั นี้ 1. เรา้ ใจให้เกดิ ความยากอ่านหนงั สือ 2. ให้เกิดความพยายามที่จะอา่ นเพอื่ จะได้รเู้ ร่ืองท่นี ่าร้ทู ่ีมีอยู่ในหนังสือ และน่าสนุก 3. แนะนำกระตนุ้ ให้อยากรูอ้ ยากเหน็ เร่อื งนา่ รตู้ ่าง ๆ เกดิ ความรอบรู้ คดิ กว้าง 4. สร้างบรรยากาศทน่ี า่ อ่าน รวมทง้ั ใหม้ ีวัสดุการอา่ น มีแหลง่ การอ่านท่ีเหมาะสมและเพียงพอ 2. การเผยแพร่วฒั นธรรมการอ่านแบบปรบั ตวั อยา่ งปลอดภัยในช่วงการระบาดของโควดิ -19 การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางวัฒนธรรมหลายอย่างต้องหยุดชะงัก แต่อย่างไรก็ ตาม บรรยากาศนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ส่งเสริมและเผยแพร่นิสัยรักการอ่านหนังสืออย่างกว้างขวางทั้งใน เวียดนามและในหลายประเทศทั่วโลก โดยไม่เพียงแต่บุคคลเท่านั้น หากหลายหน่วยงานและองค์กรต่างก็ร่วม ส่งเสรมิ กจิ กรรมทเ่ี ปน็ ประโยชนน์ ี้อย่างจรงิ จงั นบั ต้ังแตเ่ กดิ การระบาดของโควิด-19 ช่วงเวลาท่ีปฏบิ ัติมาตรการต่างๆเพ่ือป้องกันและควบคุมการ แพร่ระบาดเช่น การแยกตัวและเว้นระยะห่างทางสังคม หลายคนไดก้ ลับมาฟืน้ ฟูนิสยั การอา่ นหนังสือเพ่ือคลาย เคลยี ดในชว่ งเวลาวา่ ง โดยกรมหอ้ งสมุด แห่งกระทรวงวฒั นธรรม กีฬา และการท่องเท่ียว ก็ได้สง่ เสริมโครงการ “อ่านหนังสือกับคุณ” ผ่านการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ต่างๆเพื่อพัฒนาทักษะและวิธีการอ่าน ส่วนกิจกรรม แนะนำหนังสือออนไลน์ของห้องสมุดต่างๆทัว่ ประเทศก็ได้รับการสง่ เสริมอย่างเข้มแข็งตลอดจนมีความคิดริเริ่ม ในการให้บริการผู้อ่านยืมหนังสือทางอีเมลและส่งหนังสือถึงบ้านผู้อ่าน เปิดบริการอ่านหนังสือฟรีสำหรับ นักเรียนและนักศึกษาในช่วงที่ต้องหยุดเรียนชั่วคราว รวมถึงการให้คำแนะนำแก่ผู้อ่านในการใช้ห้องสมุด ออนไลน์ เปน็ ต้น ส่วนทนี่ ครโฮจิมนิ หม์ ีหลายพนั ครอบครัวไดร้ ับหนังสือและนติ ยสารจากโครงการ \"มอบหนังสือ ในช่วงเว้นระยะห่าง\" ซึ่งจัดโดยกองเยาวชนฯนคร ร่วมกับสมาคมสำนักพิมพ์เวียดนาม สำนักงานสารสนเทศ และการสอ่ื สารนครโฮจิมินห์ และบริษทั เดอื่ งแซก นครโฮจมิ นิ ห์ นาย เลหวา่ ง รองประธานสมาคมสำนักพิมพ์ เวียดนามกล่าวว่า “สำหรับผู้ที่อยู่ในเขตแยกตัวความต้องการในการอ่านมีมากขึ้น เราจึงเปิดกิจกรรมนี้ และ รณรงค์สำนักพิมพ์ บริษัทขายหนังสือเพื่อบริจาคหนังสือกระดาษ, e-book และหนังสือเสียง ที่ส่วนใหญ่เป็น หนังสือวิทยาศาสตร์, หนังสือให้ความรู้, เรื่องสั้น, นวนิยาย, หนังสือเสริมทักษะชีวิต, หนังสือวรรณกรรม, การต์ ูน เป็นตน้ ทเ่ี หมาะสำหรับผู้อา่ นหลายวัยแลว้ ส่งมอบสงิ่ พิมพ์ใหก้ ับผู้คนในพนื้ ทป่ี ดิ ล้อม โดยจนถึงปัจจุบัน มีหนังสือมากกว่า 10,000 เล่ม, หนังสือวิดีโอ 2,000 เล่ม และ e-book มากกว่า 100 เล่มได้ส่งถึง ประชาชน”

19 การสง่ หนังสอื ถงึ ครอบครัวต่างๆในชว่ งเวน้ ระยะห่างทางสังคมเป็นกิจกรรมที่มีความหมายเพ่ือช่วย ให้ประชาชนเพิ่มอาหารทางใจที่เอื้อประโยชน์ต่อกระบวนการป้องกันโรค คุณเหงวียนกิมแอวง ในเขตบิ่งแถง เผยว่า เธอรู้สึกอบอุ่นใจมากเมื่อเห็นสมาชิกกองเยาวชนมามอบหนังสือที่บ้านในช่วงปฏิบัติมาตรการเว้น ระยะหา่ ง “การอา่ นหนังสอื ในช่วงเวลาว่างเปน็ สิ่งท่ีมีความหมาย ตัวฉนั เองกอ็ ยากจุดประกายความรักการอ่าน หนังสอื ให้แก่เดก็ ดงั นน้ั แตล่ ะวันเราใหเ้ วลาอา่ นหนังสือกบั ลกู บา้ งเพอ่ื ปลกู ฝังนสิ ยั การอา่ นหนงั สือใหเ้ ด็ก” การอ่านหนังสือในช่วงเวลาวา่ งเพื่อป้องกันโรคระบาดเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับการขานรับอย่าง เข้มแข็งจากประชาชนหลายท้องถิ่นโดยมีการจัดต้ังกลุ่มผู้อ่านในเครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนหัว เรื่องที่น่าสนใจ แนะนำหนังสือที่น่าอ่านให้แก่กันตลอดจนได้มีการรณรงค์ขบวนการ “อ่านหนังสือวันละ30 นาที” “อา่ นหนงั สือเพม่ิ ความสขุ ” เปน็ ต้น ท่ดี ึงดูดความสนใจของผ้คู นจำนวนมาก รูปภาพที่ 1 https://vovworld.vn/th-TH/ 3. 8 เหตุผลท่เี ดก็ ยุคดิจทิ ัลยิ่งตอ้ งอา่ นหนังสือ รปู ภาพที่ 2 thaipbskids การอ่าน เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ไมม่ ีใครปฏิเสธวา่ ช่วยในเร่ืองการพัฒนาสติปัญญาของเด็กและเยาวชน แต่ดูเหมอื นเด็กไทยก็ยังอ่านไม่มากนัก ประกอบกับเม่ือเข้าส่โู ลกดิจิทลั การอ่านของเด็กและเยาวชนก็เน้นไปท่ี โลกออนไลน์เพ่ิมมากขึน้ และอา่ นหนังสือลดน้อยลงเรอื่ ย ๆ ซ่งึ ยงั ไมน่ ับรวมถงึ คุณภาพของการอ่านด้วย

20 ที่จริงการอ่านหนังสือไม่ใช่เพื่อช่วยพัฒนาสมองหรือสติปัญญาเท่านั้น และการอ่านก็ไม่ได้หมายถึง เพียงแค่การอ่านออกเสียงได้ หรือรู้ตามเนื้อหา แต่การอ่านคือทักษะที่นำไปสู่การพัฒนาทักษะในการคิดแบบ ตา่ ง ๆ ของผ้อู ่านดว้ ย เชน่ จินตนาการ การคดิ วิเคราะห์ ตีความ ฯลฯ เด็กยุคนี้เติบโตขึ้นมาในโลกยุคดิจิทัล โลกที่ทุกอย่างเน้นความเร็ว และเร่งรีบไปซะทุกเรื่อง ทำให้เรา ขาดความละเมียดในการใช้ชีวิต ขาดทักษะชีวิตที่จำเป็นไปอย่างน่าเสียดาย การอ่านหนังสือจึงยิ่งต้องเป็น ทักษะอย่างหนึ่งที่มีความจำเป็นในโลกยุคนี้ เพราะรากฐานจากการอ่านหนังสือเป็นการสร้างพื้นฐานชีวิตท่ี สำคญั ! เหตผุ ลทเี่ ด็กยุคดจิ ิทัลยิ่งต้องอ่านหนังสอื 1. พัฒนาสมอง 2. รู้จักรสนยิ มการอา่ น 3. มีความคดิ ลึกซึ้ง 4. ร้จู กั คน้ คว้า 5. ฝกึ สมาธไิ ด้ 6. สรา้ งแรงบนั ดาลใจ 7. ช่วยให้หา่ งจอมอื ถอื 8. อ่านแตกฉาน เราต้องยอมรับว่ายุคนี้เด็กส่วนใหญ่อ่านหนังสือไม่แตกฉาน ไม่สามารถจับประเด็นได้ ซึ่งก็จะไม่ สามารถนำไปสู่การตีความ และพัฒนาไปสู่การพัฒนาทักษะการคิด การคิดเชื่อมโยง คิดวิเคราะห์ ฯ ประกอบ กับเมื่อมาเจอการอ่านผ่านเทคโนโลยีที่จะเน้นอ่านแบบกวาดตา การอ่านข้อความสั้น ๆ การอ่านแบบรวดเร็ว ใช้เวลานอ้ ย ฯลฯ ย่งิ ทำใหน้ า่ เปน็ ห่วงเดก็ ยคุ ดจิ ทิ ลั เรื่องการอ่านท่ีมีแนวโน้มขาดประสิทธิภาพ จรงิ อยู่แม้เด็กจะ เติบโตมาในยุคดิจิทัล แต่อย่าปล่อยให้โลกยุคดิจิทัลทำให้ทักษะชีวิตบางด้านจากการอ่านของเด็กและเยาวชน หายไป !! 4.ขา่ วสารดิจทิ ลั ในยุค NEW NORMAL ทำให้คนรนุ่ หลังอา่ นหนังสอื น้อยลง รปู ภาพที่ 3 http://www.ajtonrak.com/

บทท่ี 3 วิธกี ารดำเนนิ งาน ห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบุรี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ เมืองชลบุรี ได้เล็งเหน็ ความสำคญั ของการอา่ นและการเรยี นรปู้ ้องกันไวรัสโควดิ -19 จึงได้จดั โครงการวันรัก การอ่านและสง่ เสรมิ การเรยี นรูป้ อ้ งกันไวรสั โควิด-19 ประจำปี 2565 ข้นึ เพ่อื ประชาชนทวั่ ไปไดม้ ีโอกาสเข้า รว่ มกิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นและการเรยี นร้ปู ้องกันไวรัสโควดิ -19 ภายใต้นโยบายและจดุ เน้นการดำเนินงาน สำนกั งาน กศน. ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมขี ั้นตอน ดงั นี้ 1.ประชมุ ผทู้ ี่เกีย่ วขอ้ ง 2.จัดต้งั คณะทำงานเพอ่ื ดำเนินการจัดโครงการ 3.ประสานงาน/ประชาสมั พันธ์ 4.ดำเนนิ งานตามแผน 5.วดั ผล/ประเมินผล/สรปุ ผลและรายงาน 1.ประชมุ ผทู้ ีเ่ ก่ยี วข้อง กศน.อำเภอเมืองชลบุรแี ละห้องสมดุ ประชาชนจงั หวัดชลบรุ ี ได้วางแผนประชุมผ้ทู ่ีเกยี่ วข้องเพ่ือ หาแนวทางในการดำเนนิ งานและกำหนดวัตถุประสงค์ร่วมกัน 2. จัดตั้งคณะทำงานเพ่อื ดำเนนิ การจดั โครงการ จัดทำคำสงั่ แต่งตงั้ คณะทำงานโครงการฯ เพ่ือมอบหมายหนา้ ทใี่ นการทำงานให้ชดั เจน อาทิ เชน่ 1. เขยี นโครงการเสนอเพ่ือขออนมุ ตั ิโครงการ 2. ประชุมปรกึ ษารูปแบบกจิ กรรม 3. ประสานหนว่ ยงาน 4. ตั้งคณะทำงาน 5. ดำเนนิ การตามโครงการ 5. ดำเนนิ การจัดกจิ กรรม 5.1 จดั บธู นิทรรศการ 2 เมษา วนั รักการอ่านฯ 5.2 จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอ่านสารานุกรมสำหรับเยาวชนฯ 6. สรปุ ผลการประเมนิ ความพึงพอใจ 7. รายงานผลโครงการ 3.การประสานงาน/ประชาสัมพนั ธ์ ประสานงานกับผเู้ รียน วิทยากร และคณะครู เช่น ประสานเรื่องสถานที่ใชท้ ำกิจกรรม รูปแบบ การจัดกจิ กรรมโครงการ วัน เวลา สถานท่ี รายละเอียดการเข้ารว่ มกจิ กรรม พร้อมทั้งประชาสัมพันธก์ ารจัด กิจกรรม

๒๒ 4.การดำเนินงานตามแผน โครงการวันรักการอา่ นและส่งเสริมการเรยี นรปู้ อ้ งกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 วนั ท่ี 2 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 08:30 – 15:30 น. ณ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบรุ ี อำเภอเมืองชลบรุ ี จงั หวัดชลบรุ ี มีผ้เู ข้ารว่ มโครงการฯจำนวน 40 คน โดยจดั กิจกรรมโดยการจดั บูธนิทรรศการ 2 เมษา วันรกั การอ่านฯ และการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ การอ่านสารานุกรมสำหรับเยาวชนฯ 5.การวดั ผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน โครงการวนั รักการอ่านและสง่ เสริมการเรียนรปู้ อ้ งกนั ไวรัสโควดิ -19 ประจำปี 2565 วนั ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 08:30 – 15:30 น. ณ หอ้ งสมดุ ประชาชนจงั หวดั ชลบรุ ี อำเภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบรุ ี มผี เู้ ข้ารว่ มโครงการฯจำนวน 40 คน โดยจัดกจิ กรรมโดยการจัดบูธนทิ รรศการ 2 เมษา วนั รักการอ่านฯ และการจัดกิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นสารานุกรมสำหรับเยาวชนฯ ผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรมมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องความสำคัญของวนั รกั การอ่านและคณุ ค่าสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวนฯ เพือ่ การสง่ เสริม การอา่ น หอ้ งสมุดประชาชนจงั หวัดชลบุรี กศน.อำเภอเมอื งชลบุรี ไดด้ ำเนินการตามข้ันตอนและได้รวบรวม ข้อมูลจากแบบสำรวจสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือโดยกำหนดค่าลำดับความสำคัญของการประเมินผล ออกเป็น 5 ระดับ ดงั นี้ มากทส่ี ดุ ใหค้ ะแนน 5 มาก ใหค้ ะแนน 4 ปานกลาง ให้คะแนน 3 น้อย ใหค้ ะแนน 2 นอ้ ยทส่ี ดุ ใหค้ ะแนน 1 ในการแปลผล ผู้จัดทำได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนนเฉล่ียตามแนวคิดของ บญุ ชม ศรีสะอาด และบุญสง่ นวิ แก้ว (2535,หนา้ 22-25) 4.51-5.00 หมายความว่า ดมี าก 3.51-4.50 หมายความว่า ดี 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่า น้อย 1.00-1.50 หมายความว่า ตอ้ งปรับปรุง ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ จะตอ้ งกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพือ่ นำไปใช้ในการประเมนิ ผลของการ จดั กจิ กรรมดังกลา่ ว และจะไดน้ ำไปเป็นข้อมูล ปรับปรงุ และพัฒนา ตลอดจนใชใ้ นการจดั ทำแผนการ ดำเนนิ การในปตี ่อไป

บทท่ี 4 ผลการดำเนินงานและการวเิ คราะหข์ ้อมลู โครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลา 08:30 – 15:30 น. ณ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มีผู้เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 40 คน และทำการสุ่มตัวอย่างจากแบบประเมินโครงการฯ จำนวน 52 คน ซ่ึงไดส้ รุปผลจากแบบสอบถามและนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล จำนวน 52 ชดุ ดงั นี้ ตอนที่ 1 โครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 ได้นำมาจำแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทำได้นำเสนอจำแนกตามข้อมูล ดังปรากฏตาม ตารางท่ี 1 ดงั น้ี ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามเพศ เพศ ชาย หญงิ ความคดิ เห็น จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมโครงการวันรักการอา่ นและสง่ เสริม 19 36.5 33 65.5 การเรยี นรูป้ ้องกันไวรัสโควดิ -19 ประจำปี 2565 จากตารางท่ี 1 แสดงว่า ผ้ตู อบแบบสอบถามของผเู้ ข้าร่วมโครงการวันรักการอา่ นและส่งเสริมการ เรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 เป็นชาย 19 คน คิดเป็นร้อยละ 36.5 เป็นหญิง 33 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 65.5 ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอายุ อายุ ตำ่ กวา่ 15 ปี 15-29 ปี 30-39 ปี 40-59 ปี 50-59 ปี 60 ปขี น้ึ ไป จำ ร้อย จำ ร้อย จำ ร้อย จำ รอ้ ย จำ ร้อย จำ ร้อย ความคดิ เห็น นวน ละ นวน ละ นวน ละ นวน ละ นวน ละ นวน ละ ผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรม 4 7.7 8 15.4 12 23.1 12 23.1 13 25 3 5.8 โครงการวนั รัก การอา่ นและ สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ ปอ้ งกนั ไวรสั โค วดิ -19 ประจำปี 2565 จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการวันรักการอ่านและ ส่งเสริมการเรียนรู้ปอ้ งกันไวรสั โควิด-19 ประจำปี 2565 พบว่า ในช่วงอายุ 50-59 ปี มจี ำนวนสูงสดุ 13

๒๔ คน คิดเป็นรอ้ ยละ 25 ในช่วงอายุ 30-39 ปี มีจำนวน 12 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 23.1 ในชว่ งอายุ 40-59 ปี มจี ำนวน 12 คน คดิ เป็นร้อยละ 23.1 ในชว่ งอายุอายุ 15-29 ปี มีจำนวน 8 คน คิดเปน็ ร้อยละ 15.4 ในช่วงอายุ ต่ำกว่า 15 ปี มีจำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 7.7 และในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวน 3 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 5.8 ตามลำดับ ตารางที่ 3 แสดงค่ารอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามอาชพี อาชีพ รบั จา้ ง คา้ ขาย นักศกึ ษา เกษตรกรรม อืน่ ๆ จำ รอ้ ย จำ รอ้ ย จำ ร้อย จำ ร้อย จำ ร้อย ความคิดเหน็ นวน ละ นวน ละ นวน ละ นวน ละ นวน ละ โครงการวันรักการ อา่ นและส่งเสริม 12 31.1 2 3.8 11 21.2 -- 27 56.4 การเรียนรู้ปอ้ งกนั ไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 จากตารางที่ 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการวันรักการอ่านและ ส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 พบว่า มีอาชีพอื่นๆสูงสุด จำนวน 27 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 56.4 อาชพี รับจ้าง จำนวน 12 คน คดิ เป็นร้อยละ 31.1 อาชีพนกั ศึกษา จำนวน 11 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 21.2 และอาชพี ค้าขาย จำนวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.8 ตามลำดบั ตารางท่ี 4 แสดงคา่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจำแนกตามระดับการศกึ ษา การศึกษา ประถมฯ ม.ตน้ ม.ปลาย สงู กวา่ ม.ปลาย ความคดิ เห็น จำ รอ้ ย จำ ร้อย จำ รอ้ ย นวน ละ นวน ละ นวน ละ จำ ร้อย โครงการวันรักการอ่านและ 2 3.8 3 5.8 22 42.3 นวน ละ ส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกนั ไวรัสโควดิ -19 ประจำปี 25 48.1 2565 จากตารางท่ี 4 แสดงวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามของผเู้ ขา้ ร่วมกิจกรรมโครงการวันรักการอา่ นและ สง่ เสริมการเรยี นร้ปู อ้ งกนั ไวรสั โควิด-19 ประจำปี 2565 พบวา่ การศึกษาสงู กว่า ม.ปลาย สงู สดุ จำนวน 25 คน คิดเปน็ ร้อยละ 48.1 ระดบั ม.ปลาย จำนวน 22 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 42.3 ระดบั ม.ตน้ จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 5.8 และ ระดับประถมฯ จำนวน 2 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 3.8 ตามลำดับ ตอนที่ 2 ข้อมลู เก่ยี วกับความคิดเห็นของผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการวนั รักการอ่านและสง่ เสรมิ การเรยี นรู้ป้องกนั ไวรสั โควดิ -19 ประจำปี 2565 ดังปรากฏในตารางท่ี 5

๒๕ ตารางที่ 5 ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจโครงการวนั รกั การอา่ นและสง่ เสริมการเรียนรปู้ ้องกนั ไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 N = 52 รายการประเมนิ ความพงึ พอใจ x̄ S.D. อันดบั ระดบั ท่ี ผลการ 1. เนอ้ื หาตรงตามความตอ้ งการ ประเมนิ 2. เนอ้ื หาเพียงพอตอ่ ความต้องการ 3. เนอ้ื หาเป็นปจั จุบนั ทันสมัย 4.33 0.47 13 ดี 4. เน้ือหามีประโยชนต์ ่อการนำไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพชวี ติ 5.ความรู้ ความเข้าใจเนื้อหา ก่อนเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม 4.35 0.48 11 ดี 6. ความรู้ ความเขา้ ใจเน้ือหา หลงั รว่ มโครงการ/กจิ กรรม 7. การเตรยี มความพรอ้ มก่อนจดั กิจกรรม 4.44 0.54 3 ดี 8. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์ 9. การจดั กิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 4.29 0.46 15 ดี 10. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกบั กลุ่มเป้าหมาย 11. วิธกี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค์ 4.48 0.61 2 ดี 12. วิทยากรมีความร้คู วามสามารถในเร่อื งที่ถา่ ยทอด 4.38 0.57 6 ดี 13. วทิ ยากรมเี ทคนคิ การถา่ ยทอดใชส้ ่ือเหมาะสม 4.27 0.45 16 ดี 14. วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ สี ว่ นรว่ มและซกั ถาม 4.52 0.50 1 ดี 15. สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณแ์ ละสง่ิ อำนวยความสะดวก 4.42 0.54 4 ดี 16. การสื่อสาร การสรา้ งบรรยากาศเพือ่ ใหเ้ กิดการเรียนรู้ 17. ความพงึ พอใจในภาพรวมของผู้เข้าร่วมกิจกรรม 4.37 0.63 8 ดี 4.29 0.72 14 ดี 4.38 0.49 7 ดี 4.25 0.68 17 ดี 4.40 0.60 5 ดี 4.33 0.58 12 ดี 4.35 0.62 10 ดี 4.35 0.65 9 ดี จากตาราง 5 พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้ารับการอบรมในโครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการ เรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 25651 มีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับ ดี ( x̄= 4.35 ) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ลำดับที่ 1 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ( x=̄ 4.52 ) ลำดับที่ 2 ความรู้ ความเข้าใจเนือ้ หา ก่อนเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม ( x=̄ 4.48 ) ลำดับที่ 3 เนือ้ หาเป็นปจั จุบนั ทนั สมัย ( x̄=4.44 ) ลำดบั ท่ี 4 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา ( x=̄ 4.42 ) ลำดับท่ี 5 วทิ ยากรเปดิ โอกาสให้มีส่วนรว่ มและซักถาม ( x=̄ 4.40 ) ลำดับที่ 6 ความรู้ ความเข้าใจเนื้อหา หลังร่วม โครงการ/กิจกรรม ( x̄= 4.38 ) ลำดับที่ 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด ( x=̄ 4.38 ) ลำดับที่ 8 ในเรื่องการจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ( x̄=4.37 ) ลำดับที่ 9 ความ พึงพอใจในภาพรวมของผู้รับการอบรม ลำดับที่ 10 การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ และลำดับที่ 11 เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( x=̄ 4.35 ) และลำดับที่ 12 สถานที่

๒๖ วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ลำดับที่ 13 เนื้อหาตรงตามความต้องการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( x=̄ 4.33 ) และลำดับที่ 14 วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ลำดับที่ 15 เนื้อหามี ประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( x=̄ 4.29 ) ลำดับที่ 16 การเตรียม ความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม ( x=̄ 4.27 ) และลำดับที่ 17 วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม ( x̄= 4.25 ) ตามลำดบั

บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ โครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 ซึ่งมี วัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านสารานุกรมสำหรบั เยาวชนฯ ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้จากการอ่านสารานุกรมสำหรับ เยาวชนฯ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน เมื่อวันที่ ๒ เมษายน 2565 เวลา 08:30 น. – 15:30 น. ณ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดชลบุรี ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการฯจำนวน 52 คน และทำการสุ่มตัวอย่างจากแบบประเมินโครงการฯ จำนวน 52 คน และทำการวเิ คราะห์หาค่าเฉลี่ยและค่าเบีย่ งเบนมาตรฐานจากกลุ่มตวั อย่างประชากรท่ีเหมาะสม จำนวน 52 คน ทั้งนข้ี อสรปุ และอภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ 1. สรุปผล 1.1 ผตู้ อบแบบสอบถามของผเู้ ข้ารว่ มโครงการวนั รักการอา่ นและส่งเสริมการเรียนรูป้ ้องกันไวรัส โควิด-19 ประจำปี 2565 เปน็ ชาย 19 คน คิดเปน็ ร้อยละ 36.5 เปน็ หญงิ 33 คน คิดเปน็ ร้อยละ 65.5 พบว่า ในช่วงอายุ 50-59 ปี มจี ำนวนสงู สุด 13 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 25 ในชว่ งอายุ 30-39 ปี มจี ำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 23.1 ในช่วงอายุ 40-59 ปี มจี ำนวน 12 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 23.1 ในช่วงอายุอายุ 15-29 ปี มีจำนวน 8 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 15.4 ในชว่ งอายุ ตำ่ กว่า 15 ปี มจี ำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 7.7 และในช่วงอายุ 60 ปขี ้นึ ไป มีจำนวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 5.8 ตามลำดบั พบวา่ มีอาชพี อ่นื ๆสูงสุด จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 56.4 อาชีพรับจา้ ง จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 31.1 อาชีพนักศึกษา จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 21.2 และอาชีพค้าขาย จำนวน 2 คดิ เป็นร้อยละ 3.8 ตามลำดับ และพบว่า การศึกษาสูงกว่า ม.ปลาย สูงสุดจำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 48.1 ระดับม.ปลาย จำนวน 22 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 42.3 ระดับม.ต้น จำนวน 3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5.8 และ ระดับประถมฯ จำนวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 3.8 ตามลำดับ 1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการ เรยี นร้ปู อ้ งกนั ไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 พบว่า มคี วามพงึ พอใจในภาพรวมอยู่ในระดบั ดี ( x=̄ 4.35 ) เมื่อวิเคราะห์เป็นรายข้อพบว่า ลำดับที่ 1 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ( x̄= 4.52 ) ลำดับที่ 2 ความรู้ ความเข้าใจเนื้อหา ก่อนเข้าร่วมโครงการ/กิจกรรม ( x̄=4.48 ) ลำดับที่ 3 เนื้อหาเป็น ปัจจบุ ันทนั สมัย ( x=̄ 4.44 ) ลำดบั ที่ 4 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา ( x̄= 4.42 ) ลำดับท่ี 5 วิทยากร เปิดโอกาสให้มีส่วนรว่ มและซักถาม ( x=̄ 4.40 ) ลำดับที่ 6 ความรู้ ความเข้าใจเนื้อหา หลังร่วมโครงการ/ กิจกรรม ( x=̄ 4.38 ) ลำดับที่ 7 วิทยากรมีความรู้ความสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด ( x̄= 4.38 ) ลำดับที่ 8 ในเรื่องการจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ( x=̄ 4.37 ) ลำดับที่ 9 ความ พึงพอใจในภาพรวมของผู้รับการอบรม ลำดับที่ 10 การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพื่อให้เกิดการเรียนรู้

๒๘ และลำดับที่ 11 เนื้อหาเพียงพอต่อความต้องการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( x̄= 4.35 ) และลำดับที่ 12 สถานท่ี วัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก ลำดับที่ 13 เนื้อหาตรงตามความต้องการ มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( x̄= 4.33 ) และลำดับที่ 14 วิธีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ ลำดับที่ 15 เนื้อหามี ประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน ( x̄= 4.29 ) ลำดับที่ 16 การเตรียม ความพร้อมก่อนจัดกิจกรรม ( x̄= 4.27 ) และลำดับที่ 17 วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้สื่อเหมาะสม ( x=̄ 4.25 ) ตามลำดบั 2. อภิปรายผล จากโครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรปู้ ้องกนั ไวรสั โควิด-19 ประจำปี 2565 ไดด้ ำเนนิ การเสรจ็ สิ้นแล้ว ขออภิปรายผลเป็นหัวข้อดงั น้ี 1. ประชมุ ผทู้ ่ีเกี่ยวข้อง พบวา่ ไม่พบสภาพปัญหา ซง่ึ หากมีการจดั โครงการฯในลักษณะนี้ ควรดำเนินการ....................-.............................................. ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................... .................................................................................... 2. จัดตง้ั คณะทำงานเพอ่ื ดำเนนิ การจดั โครงการฯ พบว่า ...(สภาพปัญหาทพี่ บ)...................ไม่พบสภาพปัญหา........................................................... ................................................................................................................................... ...................................... ............................................................................................ .............................................................................. ซึ่งหากมีการจัดโครงการฯในลกั ษณะนี้ ควรดำเนนิ การ...............-................................................... ........................................................................................................................................................................ ... ............................................................................................................................. .............................................. 3.ประสานงาน/ประชาสัมพันธ์ พบวา่ ...ปญั หาเนือ่ งจากสถานการณ์โควิด -19...การติดต่อส่ือสารการประชาสัมพนั ธ์ผา่ นส่อื ชอ่ งทางออนไลน์ต่างๆซงึ่ อาจทำใหเ้ กิดการส่อื สารทผี่ ิดพลาด ซงึ่ หากมีการจัดโครงการฯในลักษณะนี้ ควรดำเนนิ การ.....การเตรียมการลว่ งหน้าและสื่อสารผา่ น หลากหลายชอ่ งทางเพื่อทำความความเข้าใจให้กับผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรม............................................................... ............................................................................................................................. ............................................. 4.ดำเนนิ งานตามแผน พบว่า ...(สภาพปัญหาท่ีพบ)........................ไม่พบสภาพปญั หา..................................................... ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................... .................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ซ่ึงหากมีการจดั โครงการฯในลกั ษณะนี้ ควรดำเนนิ การ................-............................................... ............................................................................................................................. ..............................................

๒๙ 5. วดั ผล/ประเมนิ ผล/สรุปผลและรายงาน พบวา่ ...(สภาพปัญหาท่พี บ)...........................................ไม่พบสภาพปัญหา................................. ......................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................. ............................................................................................................................. ............................................. ซ่ึงหากมีการจัดโครงการฯในลักษณะนี้ ควรดำเนนิ การ...............-.................................................. ............................................................................................................................. ............................................ ....................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. ............................................. 3. ข้อเสนอแนะ (ในภาพรวม) พบวา่ ...(สภาพปญั หาทพ่ี บ)...........................................ไมพ่ บสภาพปัญหา.................................... ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................. 4. ข้อเสนอแนะ (ในภาพรวม) การจัดกิจกรรมโครงการวันรักการอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 ประจำปี 2565 ทำให้ นักเรียน ผู้ปกครอง ประชาชน ได้ทำกิจกรรมร่วมกันชักชวนกันให้อ่านหนังสือ ทำกิจกรรม รว่ มกนั รวมทั้งใช้เวลาให้เกิดประโยชนจ์ ากการอา่ น และควรมกี ารจัดหาของรางวัลเพื่อกระตุ้นและเสริมแรง ให้แก่เดก็ ผปู้ กครอง ประชาชน เพอ่ื สร้างความความคนุ้ เคยและก่อให้เกดิ นิสัยรักการอา่ น

บรรณานกุ รม สำนักงานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั . (2551). พระราชบญั ญัติ การศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั . กรงุ เทพมหานคร : สำนักงาน กศน. สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย. (2565). นโยบายและ จดุ เนน้ การดำเนินงานการศึกษานอระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ประจำปี งบประมาณ 2565. กรงุ เทพมหานคร : สำนักงาน กศน. วทิ ยาลยั เทคนิคสุพรรณบุรี. สอื่ สังคมออนไลน์,ความหมาย,ประเภท,เคร่ือง-อุปกรณ,์ ประโยชน์- ขอ้ จำกดั .คน้ เม่ือ สงิ หาคม 25, 2565 http://www.stc.ac.th/external_newsblog.php?links=314 นวรตั น์ พวงนาค. (2553).การส่งเสรมิ นสิ ยั รักการอา่ น-ครูบ้านนอก.คอม. ค้นเม่ือ กันยายน 7, 2565.https://www.kroobannok.com/35482 สรวงมณฑ์ สิทธสิ มาน. (2563) . 8 เหตผุ ลที่เด็กยคุ ดิจิทัลยงิ่ ต้องอา่ นหนงั สอื .ค้นเม่อื กันยายน 7,2565.https://www.thaipbskids.com/contents/ มนิ ทัม – ซวนหลาน. (2564) . เผยแพรว่ ัฒนธรรมการอา่ นแบบปรับตัวอยา่ งปลอดภยั ในชว่ ง การระบาดของโควิด-19 .ค้นเมอื่ กันยายน 7,2565. https://vovworld.vn/th-TH/ มินทัม – ซวนหลาน. (2564) . ข่าวสารดิจทิ ัลในยุค NEW NORMAL ทำใหค้ นรุ่นหลังอ่าน หนงั สอื น้อยลง.คน้ เมื่อ กันยายน 7,2565. http://www.ajtonrak.com/index.php/2021/07/01/new-normal/

ภาคผนวก

แผนการดำเนนิ งานและโครงการฯ ปงี บประมาณ 2565

ภาพโครงการ

ภาพโครงการ

คณะผูจ้ ัดทำ ผอู้ ำนวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอเมืองชลบุรี ท่ปี รกึ ษา ครชู ำนาญการพเิ ศษ นายไพรัตน์ เนอื่ งเกตุ บรรณารักษป์ ฏบิ ตั กิ าร ครูอาสาสมัครฯ นางสาวเอมอร แกว้ กล่ำศรี บรรณารักษอ์ ัตราจ้าง ผ้จู ัดทำ นายปัณณวชิ ญ์ สุขทวี นางสาววราภรณ์ ธรี ะทปี นายเสกสรรค์ พรมศกั ด์ิ

ห้องสมดุ ประชาชนจังหวัดชลบรุ ี ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมอื งชลบรุ ี สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั ชลบรุ ี