ตอบ เปน็ ไปไมไ่ ดท้ ที่ กุ คนในโลกนจี้ ะดหี มด เพราะคนเราเกิดมามีกิเลส และโลกน้ีมีสิ่งท่ียั่วยุกิเลสมากกว่าสิ่งที่จะส่งเสริมความดี ตามหลักพุทธศาสนา พุทธศาสนาของสมณโคดมต้องหมดไปเสียก่อน พระพุทธเจ้าองค์ต่อไปจึงจะมาเกิดในโลกน้ี ซึ่งไม่ใช่ตอนนี้ มีทฤษฎีเกย่ี วกบั พระศรอี รยิ เมตไตรยมากมาย อาตมาไปทแ่ี หง่ หนง่ึยังได้ไปเห็นพระบรมสารีริกธาตุพระศรีอริยเมตไตรยทำ�ให้งงว่า ท่านยังไม่เกิด แล้วจะมีพระบรมสารีริกธาตุไดอ้ ยา่ งไร 51
๑๓.ทำ�อยา่ งไรจึงจะปฏบิ ัตธิ รรม น่ังสมาธิ เดินจงกรมสวดมนตไ์ ดด้ ว้ ยใจทอี่ ยากจะทำ� โดยไมม่ ใี ครบงั คบัหรือเป็นหน้าที่ และขณะที่ปฏิบัติธรรมน้ันทำ�อย่างไรให้จิตใจอยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดฟุ้งซ่านและมีสมาธิอยกู่ บั สงิ่ ที่ทำ�อยู่ได?้ 52
ตอบ ฉันทะ ความพอใจ ความสนใจ ความต้ังใจ ความกระตือรือร้นในการปฏิบัติ เกิดจากปัญญาที่คิดเป็นหรือปัญญาระดับโยนิโสมนสิการ ซึ่งเราต้องฝึกคิดฝึกหาประเด็นที่มีนํ้าหนักกับเรา ที่เราประทับใจ เช่นคิดในประเด็นว่า การเกิดเป็นมนุษย์น่ียากมาก เกิดเป็นชาวไทย เกิดในตระกูลพุทธ มีโอกาสศึกษาปฏิบัติธรรมต้องมีบุญจริงๆ จึงจะมีโอกาสอย่างนี้ เราจึงต้องรีบฉวยโอกาส ถ้าเราไม่ปฏิบัติธรรม กิเลสก็มีแต่จะเพ่ิมมากขึ้นถ้าปล่อยไว้ การปฏิบัติธรรมก็จะยิ่งยากข้ึน ปีหน้าปีต่อๆไปก็จะยากกว่าน้ี มันจะยากขึ้นเรื่อยๆ ดังน้ัน ถึงตอนน้ีจะยากกจ็ รงิ แตก่ ง็ า่ ยกวา่ ทจ่ี ะทำ�ในอนาคต ท่ีสำ�คัญอยากให้สังเกตความทุกข์ในชีวิตเราว่าเกดิ จากกเิ ลสอยา่ งทท่ี า่ นสอนหรอื ไม่ ถา้ เราเคยทกุ ขม์ ากๆแล้วเรากำ�หนดได้ว่า เพราะความโกรธของเราน่ีเองเพราะความโลภของเรานี่เอง ทุกข์เพราะจิตฟุ้งซ่านเหลือเกิน ทกุ ขเ์ พราะซมึ เศร้า ทุกข์เพราะวุน่ วาย แล้วถามตัวเองว่า ทำ�อย่างไรเราจึงจะม่ันใจได้ว่า ในอนาคตจะ 53
ไม่ต้องเป็นทุกข์แบบนี้อีก ก็น่าจะได้คำ�ตอบว่า ต้องฝึกจิตใจ เพราะถึงจะประสบความสำ�เร็จทางโลก ก็ไม่ใช่เคร่อื งรบั ประกันวา่ เราจะมีความสุขเสมอไป ถ้าเราไม่ฝกึจิตใจ จิตใจก็ยังพร้อมท่ีจะซึมเศร้า พร้อมท่ีจะวิตกกังวลพร้อมท่ีจะหดหู่ พร้อมที่จะอะไรต่อมิอะไรได้เหมือนเดิมเศรษฐีมหาเศรษฐีก็ฆ่าตัวตายกันหลายคนแล้ว ฉะนั้นจงึ อยากใหพ้ จิ ารณาในจดุ นว้ี า่ ความทกุ ขเ์ กดิ เพราะกเิ ลสใช่หรือไม่ และถ้าความทุกข์ในจิตใจของเรา ความทุกข์จากคนรอบข้าง เกิดจากกิเลสจริงๆ เราจะแก้กิเลสได้อย่างไร มีใครจะแก้กิเลสให้เราได้ไหม มียาฉีดไหมมีวธิ กี ารนอกจากการฝกึ จติ ไหม ค�ำ ตอบคือไมม่ ี ดงั นนั้ จงึ อยากใหเ้ ราเหน็ วา่ มนั เปน็ งานทสี่ �ำ คญั มากเป็นงานท่ีไม่มีใครทำ�ให้เราได้ และเป็นงานท่ีมีผลจริงถ้าเราทำ�สมาธิแล้วประเมินผล ไม่นานจะเร่ิมเห็นว่ามีบางสง่ิ บางอยา่ งดขี น้ึ ความอดทนกม็ ากขนึ้ การปลอ่ ยวางก็มากขึน้ การให้อภัยกม็ ากข้นึ ความจำ�ก็ดขี น้ึ ความขยันหม่ันเพียรก็มากข้ึน เราจะเห็นผลที่ค่อยๆ เกิดข้ึน ซึ่งจะทำ�ให้เรามีกำ�ลงั ใจ สรุปก็คือการสร้างฉันทะ เมื่อพิจารณาในเร่ืองน้ีให้พิจารณาในประเด็นว่า ทุกข์ท่ีเกิดขึ้นในอดีต ทุกข์ในปัจจุบัน และทุกข์ที่จะเกิดในอนาคต เป็นเพราะไม่นั่ง 54
สมาธิ แล้วพิจารณาความสุขที่เร่ิมจะเกิดในปัจจุบันหรือที่อาจจะเกิดข้ึนได้ในอนาคต ก็เป็นเพราะการน่ังสมาธิ ยอ่ มต้องเกดิ ความกระตอื รือร้นที่จะท�ำ ตอ่ ไป 55
๑๔.ผมอยากทราบว่า เวลาที่น่ังสมาธิ เราต้องนั่งท่าขัดสมาธิท่าเดียวหรือไม่ครับ หรือถ้าสะดวกตรงไหนที่สงบก็นั่งได้เลยครบั ? 56
ตอบ ท่าขัดสมาธิมีข้อดีหลายข้อ เวลาเราน่ังขัดสมาธิร่างกายมีฐานสามเหล่ียมที่ค่อนข้างม่ันคง และเม่ือเราไม่นั่งพิงสิ่งใด จะทำ�ให้เกิดความรู้สึกเป็นตัวของตัวเองเปน็ ทพ่ี งึ่ ของตน ลมหายใจจะเขา้ ออกอยา่ งปกติ ลมปราณก็หมุนเวียนอย่างปกติ และสามารถน่ังได้หลายชั่วโมงโดยไมม่ ีผลกระทบตอ่ สุขภาพรา่ งกาย ฉะนัน้ ผ้ทู ีส่ นใจฝกึสมาธิจึงมักเลือกอิริยาบถขัดสมาธิมาต้ังแต่ก่อนสมัยพทุ ธกาลเสยี ดว้ ยซา้ํ แตน่ นั่ ไมไ่ ดห้ มายความวา่ การนงั่ ในอริ ยิ าบถอน่ื จะท�ำ สมาธไิ มไ่ ด้ เพราะความเพยี รอยทู่ จี่ ติ ใจไมไ่ ดอ้ ยทู่ ก่ี าย แตถ่ า้ ถอื วา่ กายเปน็ สง่ิ แวดลอ้ มทใ่ี กลท้ ส่ี ดุก็พูดได้ว่า การนั่งขัดสมาธิ คือการสร้างสิ่งแวดล้อมรอบกายให้ดีที่สุด เอื้อท่ีสุดต่อการภาวนา แต่จะน่ังในอิริยาบถอ่ืนกไ็ ด้ นงั่ คกุ เข่าก็ได้ นัง่ เกา้ อ้กี ็ได้ ส�ำ คัญทีว่ า่ ๑. ต้องการใหร้ า่ งกายตรง แต่ไมเ่ กร็ง ๒. ต้องการใหน้ ่งิ ได้พอสมควร ถ้าเราเร่ิมด้วยการน่ังขัดสมาธิ แล้วรู้สึกเมื่อยจนอยากเปลี่ยนอิริยาบถ ก็ให้ทนสักพักหน่ึง จึงค่อยเปลยี่ นอริ ยิ าบถ จะเปน็ พบั เพยี บหรอื คกุ เขา่ กไ็ ด้ แตล่ ะคนมโี รคประจำ�ตัวไมเ่ หมอื นกนั เราก็หาอิริยาบถที่เหมาะกับเรา ท่ีเราจะไมต่ ้องกังวลเรื่องกาย 57
๑๕.หนอู ยากทราบวา่ เวลานงั่ สมาธิ ชอบคดิ ฟงุ้ ซา่ นไปเรอ่ื ยเป่อื ย คิดเร่อื งเสื้อผา้ เรือ่ งขนม จึงอยากขอคำ�แนะนำ�จากพระอาจารย์ว่าให้คิดถึงอะไรเป็นเป้าหมาย เพ่ือให้มีสมาธิ เพ่ือทำ�จิตให้ว่างเปล่าเจา้ คะ? 58
ตอบ ที่สำ�คัญคือการอธิษฐานหรือการตั้งจิตใจ เวลาเราเริ่มนัง่ ให้ถามตวั เองว่า น่งั เพอ่ื อะไร คอื ถ้าไมม่ เี ป้าหมายทช่ี ดั เจนวา่ นงั่ สมาธเิ พอ่ื ใหม้ สี ตริ ตู้ วั อยใู่ นปจั จบุ นั เพอื่ รจู้ กัปล่อยวางส่ิงเศร้าหมองต่างๆ ในจิตใจ ถ้าเราไม่กำ�หนดเป้าหมาย จติ จะตกร่อง แลว้ จะคดิ ในสิ่งทช่ี อบคดิ หรือจะหาอะไรสักอย่างมาคิด เพ่ือให้เวลาผ่านไป ซ่ึงความคิดท่ีเกิดขึ้นนี้ ก็เป็นข้อมูลเหมือนกันว่า เราเป็นคนยึดติดในอะไรบ้าง ยึดตดิ เสือ้ ผ้า ยึดตดิ อาหาร ใหถ้ ามตวั เองว่าเราจะคิดไปทำ�ไม เรื่องเสื้อผ้าเร่ืองอาหารการกิน ท่ีคิดก็เพราะเป็นความเคยชิน เบ่ือเม่ือไหร่ ไม่มีอะไรจะคิดกต็ อ้ งพยายามหาอะไรมาคดิ อยตู่ ลอดเวลา โดยพยายามคิดในเร่ืองท่ีเราชอบ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนท่ีไม่รู้จักความสุขที่เกดิ จากการไมจ่ ำ�เป็นต้องคิด ทีนี้ถ้าเราสังเกตตัวเองว่า จิตใจมันชอบไปคิดโน่นคดิ นี่ ก็ใหบ้ อกกับตัวเองวา่ เราจะท�ำ สมาธิ ๑๐-๑๕ นาทีเราจะไมย่ นิ ดีกับความคดิ เร่อื งเสือ้ ผ้า เร่ืองขนม หรือเรื่องอาหาร เป็นตน้ การบอกตัวเองตอนเริ่มนง่ั สมาธินนั้ ไม่ใช่ 59
ว่าความคิดจะไม่เกิดขึ้น มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ แต่เมื่อเกดิ ขึน้ ป๊ับ เราจะจ�ำ ได้ทนั ทีวา่ ‘เอ๊ะ...ชว่ งน้ไี มใ่ ชเ่ วลาคิด’เราก็ปล่อยวาง เหมือนกับเราเดินอยู่ในป่าและมีผู้หวังดีบอกวา่ ‘ตอ้ งระวงั นะ เสน้ ทางนม้ี กั มงี นู อนทบั ทาง’ เมอื่ เราออกเดิน เราก็ต้องระวังงูไปตลอดเส้นทางท่ีเดิน เดินไปคอยระวังไป ถ้าเจองูก็ไม่แปลกใจ ก็จะเดินอ้อมไปช้าๆอย่างระมัดระวัง คือการรู้ล่วงหน้าว่าอาจจะมีปัญหาหรือมีอุปสรรคอะไร จะทำ�ให้มีสติ ถ้าปัญหาเกิดข้ึนจริงเราก็ไม่หลงอยู่กบั มนั นาน การเจริญสติด้วยการให้จิตมีงานทำ� เช่น กำ�หนดลมหายใจพร้อมกับความรู้สึกที่ส่วนต่างๆ ในร่างกายก็เป็นวิธีระงับความคิดเรื่องต่างๆ ที่ดี หรือจะใช้การนับลมหายใจก็ได้ คือต้องมีงานให้จิตทำ� และต้องเป็นงานที่ชัดเจน ต้องมีความสมัครใจท่ีจะทำ�งาน และต้องมีความระมัดระวังเรื่องอุปสรรคท่ีมักจะเกิดข้ึนในระหว่างการทำ�งาน การทำ�สมาธิ คือการเตรียมตัวทำ�งานทุกอย่างทางโลก เพราะสิ่งที่เป็นอุปสรรคท่ีเกิดขึ้น ขณะเราทำ�สมาธิ ก็เหมือนกับสิ่งท่ีเป็นอุปสรรคในการเรียนหนังสือการทำ�หน้าที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการทำ�งานทางโลกจิตใจท่ีชอบฟุ้งซ่านย่อมเป็นอุปสรรคต่อการทำ�งาน 60
ทกุ รูปแบบไม่ว่าจะเป็นเร่ืองอะไรกต็ าม หรือถ้าเรามีนิสยัว่าถ้ารู้สึกเบื่อ ไม่ว่าจะทำ�อะไรอยู่ เราจะเลิกทำ�ทันทีซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อความสำ�เร็จและประโยชน์ต่างๆของชีวิตในระยะยาว ถ้าเราฝึกเสียตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อเห็นความเบ่ือเกิดขึ้นก็ ‘โอ้...นี่คือความเบื่อ’ แล้วก็ทำ�งานของเราต่อไป ไม่ใช่เบ่ือแล้วต้องหยุดทำ� ถ้าเป็นอย่างน้ันกเ็ หมอื นเราเป็นทาสของมนั ไมม่ ีความเปน็ อสิ ระ ไมเ่ ปน็ตวั ของตวั เอง เหมอื นกบั เขาสงั่ วา่ ‘เบอื่ แลว้ หยดุ ’ เรากห็ ยดุทันที ราวกบั ว่าเราไม่มศี ักดิ์ศรอี ะไรเลย ใชห่ รือไม่ พอเกิดความเบ่ือ ‘โอย...เบื่อๆๆ’ เมื่อมีเสียงอย่างนี้ในสมองเราก็หยุดทันที โอ้...ทำ�ไมถูกหลอกง่ายเหลือเกิน ดังน้ันถ้าเรารู้ว่าน่ีเป็นปฏิกิริยาอย่างหนึ่ง มันเป็นเรื่องธรรมดาเราไม่ต้องไปสนใจมัน แล้วมุ่งหน้าทำ�งานของเราต่อไปในท่ีสุดเจ้าตัวเบื่อนี้ก็จะหายไปเอง เวลาเราเรียนหนังสือท่องหนังสือ หรือทำ�งาน เมื่อความรู้สึกเบ่ือเกิดข้ึนอ้าว...มาอกี แล้ว ตวั เบ่อื น้เี ราร้จู กั มันดอี ยแู่ ลว้ รู้จักต้งั แต่น่ังสมาธิ อย่าไปสนใจมันเลย ถ้าเรามีฉันทะมีความพอใจในการฝกึ สมาธภิ าวนา เราจะไดว้ ชิ าความรมู้ ากมายเก่ยี วกับการบริหารจติ ใจจากการทำ�สมาธิ 61
๑๖.หนูอยากถามว่า ถ้าหนูเดินจงกรม แล้วหนูไม่เก็บมือ หนูปล่อยมือแล้วเดิน จะเกิดอะไรข้ึนจะมีผลให้หนูมีสมาธิได้หรือไม่ แล้วหนูจะมีสติหรือไม่เจา้ คะ? 62
ตอบ การสำ�รวมมอื เปน็ วธิ ีท่ชี ว่ ยใหม้ ีสตมิ ากขน้ึ ท�ำ ใหไ้ ม่เหมอื นกบั การเดนิ ทวั่ ไป เรยี กวา่ เปน็ การเดนิ แบบเจรญิ สติไม่ถือว่าเป็นข้อบังคับ แต่ถือเป็นนิสัยท่ีดีสำ�หรับผู้เดินจงกรม ถ้าปล่อยมือเดินแบบธรรมดา เดี๋ยวความคิดแบบธรรมดาๆ กจ็ ะเขา้ มาครอบง�ำ จติ ไดง้ า่ ย เพราะฉะนนั้ถ้าเดินจงกรมเกินหนึ่งช่ัวโมงสองช่ัวโมงก็ปล่อยมือได้ไม่เป็นไร เพราะคงเม่ือย แต่ถ้าเดินไม่ถึงหนึ่งช่ัวโมงกไ็ ม่ควรปล่อย 63
๑๗.หนสู งสยั วา่ ถา้ เราสวดมนต์ แลว้ คดิ แตเ่ รอ่ื งอน่ืจะบาปไหมเจ้าคะ แล้วการสวดมนต์สำ�คัญอยา่ งไร? 64
ตอบ อาตมาพยายามพูดอยู่เสมอว่า ผู้ใหญ่ต้องระวังอย่าใช้ค�ำ ว่า ‘บาป’ เหมอื นเป็นค�ำ ประณาม หรือคล้ายๆจะแทนคำ�ว่า ‘ไม่ดี’ บาป คือการทำ�ด้วยกิเลส เพ่ิมพลังของสงิ่ เศรา้ หมองทอ่ี ยใู่ นใจ ซง่ึ จะตอ้ งมผี ลตอ่ ไป ทสี่ �ำ คญัคือจะต้องมเี จตนา ดงั นน้ั ทหี่ นูสงสัยว่า ถา้ สวดมนต์แล้วคิดแตเ่ ร่อื งอนื่ต้องย้อนถามว่า เราพยายามท่ีจะอยู่กับบทสวดมนต์หรือไม่ ถ้าในขณะที่สวดมนต์ เราไม่สนใจเลย คิดอยากจะเล่น อยากจะคิดอะไรๆ ฆ่าเวลาเฉยๆ อย่างน้ีบาปแตค่ �ำ วา่ ‘บาป’ ฟงั ดหู นกั มนั กไ็ มไ่ ดห้ นกั แบบตกนรกอะไรอย่างนั้น เป็นแค่การเพ่ิมนิสัยไม่ดี ถ้าเจออะไรที่มันยากสักหน่อยหนึ่งหรือไม่สนุกสักหน่อยหน่ึง ก็ไม่เอาแล้วอยากจะเลน่ ถา้ เลน่ ดว้ ยกายเลน่ ดว้ ยวาจาไมไ่ ด้ กห็ าอะไรท่ีสนุกสนานมาคดิ เพอ่ื ใหเ้ วลามันผา่ นไป การทำ�อย่างนี้เป็นนิสัยเสียใช่ไหม การสร้างนิสัยเสียหรือการเพ่ิมนิสัยเสีย เราถือว่าบาปเหมือนกัน เพราะมีเจตนาที่ประกอบด้วยกเิ ลส แตก่ ไ็ มถ่ ึงกับบาปหนกั หนาอะไรนกั 65
แต่ถ้าหากว่าเราพยายามท่ีจะอยู่กับบทสวดมนต์ต้ังใจอยู่ แต่จิตใจ ลอยไปโน่นไปนี่ เราไม่มีความยินดีหรือไม่ตั้งใจจะให้มันคิดเร่ืองอื่น แต่มันเป็นของมันเองเพราะชว่ งน้จี ติ ก�ำ ลังวนุ่ อยา่ งนกี้ ็ไมบ่ าป เพราะไม่เจตนา การสวดมนต์มีผลดีและมีอานิสงส์หลายอย่างเม่ือเราท่องบทสวดมนตไ์ ด้แล้ว กก็ ลายเป็นวธิ ีระงับกิเลสระงับความคิดได้ แทนท่ีจะอยู่กับลมหายใจหรือคำ�บริกรรม จิตใจก็อยู่กับบทสวดมนต์ พยายามอยู่ในปัจจุบันกับคำ�สวด การสวดออกเสียงก็ช่วยให้จิตใจอยู่กบั ปจั จบุ นั และอยกู่ บั สงิ่ ทสี่ วดเปน็ การฝกึ จติ ในระดบั หนง่ึซ่ึงมีผลต่อจิตใจในการระงับนิวรณ์หรือกิเลส แล้วเรายังได้คำ�สั่งสอนของพระพุทธเจ้าไว้ในใจ ถ้าเราสวดแปลเราก็ได้คำ�แปลเป็นภาษาไทย เหมือนกับมีกัลยาณมิตรติดตัวเราไป บางทีเกิดมีปัญหาอะไรในชีวิตประจำ�วันค�ำ สวดกผ็ ุดข้นึ มาเหมอื นเปน็ อาจารย์คอยเตือนสติเรา การสวดมนต์หมู่ก็เป็นกิจกรรมท่ีสร้างความรู้สึกเป็นชุมชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างดีและรวดเร็วเพราะความพยายามท่ีจะสวดมนต์บทเดียวกันให้พร้อมกนั และประสานเสยี งกนั เปน็ การสรา้ งความรสู้ กึ วา่ เราเปน็หมเู่ ดยี วกนั ดงั นนั้ การสวดมนตจ์ งึ เปน็ กจิ กรรมของสถาบนัต้ังแต่สถาบนั สงฆ์ หรือในโรงเรยี นวิถีพุทธ เปน็ ต้น 66
๑๘.หนูอยากทราบว่าทำ�อย่างไรจึงจะสวดมนต์ไดค้ ลอ่ ง และจำ�บทสวดมนตท์ ย่ี าวๆ ไดเ้ จา้ คะ? 68
ตอบ สวดบอ่ ยๆ สวดนานๆ ทำ�บ่อยๆ ก็ไดแ้ ลว้ แมแ้ ตบ่ ทสวดยาวๆ พระสงฆ์บวชใหม่ๆ ก็ต้องท่องพระปาติโมกข์ส่วนมากเราจะใช้วิธีน้ี เช้าตอนเดินบิณฑบาตท่องหน่ึงชว่ั โมง เยน็ เดนิ จงกรมทวนอกี หนง่ึ ชว่ั โมง ใชเ้ วลาประมาณ๒-๓ เดอื น การสวดปาตโิ มกขใ์ นวนั อโุ บสถจะมพี ระรปู ใดรปู หน่งึ เปน็ ผู้สวด และมีพระผูใ้ หญต่ รวจ ถ้าออกเสยี งผิดตอ้ งหยดุ แกแ้ ลว้ จงึ สวดตอ่ เรากค็ งสงั เกตวา่ สวดคนเดยี วยากกวา่ สวดเปน็ หมู่ ใช่ไหม เพราะถ้าสวดคนเดยี วจะลมืบ่อยๆ ถ้าสวดเป็นหมู่ก็ช่วยๆ กัน แต่สวดปาติโมกข์ต้องสวดคนเดียวและใช้เวลาสวดรวดเดียว ๔๕ นาทีอยากฟงั ไหมปาตโิ มกข์ เดยี๋ วจะสวดใหฟ้ งั สวดเรว็ ดว้ ยนะ(สาธติ การสวดปาติโมกข์อยา่ งเร็ว) อยา่ งนี้ ๔๕ นาทแี ล้วตอ้ งไมใ่ หผ้ ดิ แมแ้ ตพ่ ยางคเ์ ดยี ว เพราะฉะนนั้ บทสวดยาวๆของโยมนน้ั ถือวา่ เปน็ เรอื่ งเล็กนอ้ ย ไม่ยากเท่าไหร่หรอก 69
๑๙.ผมอยากทราบว่าทำ�ไมเวลาตักบาตรจะต้องถอดรองเท้าดว้ ยครบั ? 70
ตอบ ในพระวินัยท่านไม่ได้กำ�หนดเรื่องนี้ แต่จะเน้นท่ีคำ�ว่า ‘ต้องถวายด้วยความเคารพ’ ต่อมาภายหลังอาจารย์รุ่นหลังต้องวิเคราะห์ว่า การให้หรือถวายด้วยความเคารพน้ันเป็นอย่างไร จะต้องกำ�หนดให้ชัดเจนว่าถวายอย่างไรแสดงว่าเคารพ ถวายอย่างไรแสดงว่าไม่เคารพ ซ่ึงถ้าเอาวัฒนธรรมอินเดียในสมัยนั้นเป็นหลักการให้หรือถวายของน่ีต้องทำ�ด้วยกิริยาท่าทางอ่อนน้อมถอ่ มตน เชน่ ถา้ ถวายขา้ ว กห็ า้ มโยนอยา่ งน้ี ตอ้ งใสอ่ ยา่ งน้ีแล้วในสมัยนั้นการใส่รองเท้าถือว่าไม่สุภาพ ย่ิงถ้าพระท่านไม่ใส่รองเท้าอยู่แล้ว ถ้าโยมใส่รองเท้าก็สูงกว่าจึงกลายเป็นธรรมเนียม คือไม่ใช่กฎตายตัวในพระวินัยแต่เป็นธรรมเนียม เป็นสัญลักษณ์ว่าผู้ถวายถวายด้วยความเคารพ แตเ่ มอื่ พระเราไปเมอื งนอก ซง่ึ คนไมร่ จู้ กั ธรรมเนยี มไม่รู้จักประเพณี เราจะไป ‘ต้อง...อย่างน้ัน อย่างน้ีนะ...’มันไม่ได้ เด๋ียวเขาก็ถอยเลย ใช่ไหม บอกแต่ว่าให้ด้วยความเคารพ เขาก็แปลตามความหมายของเขา ให้ด้วย 71
ความเคารพในความหมายของเขาอาจจะดไู มง่ ามเหมอื นธรรมเนียมของเรา ก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าเป็นลูกศิษย์วัดนานๆ แล้ว เราก็ค่อยๆ สอนให้เขาทำ�เหมือนคนไทยอย่างเดือนที่แล้ว อาตมาเดินบิณฑบาตท่ีอเมริกาก็มีชาวบ้านธรรมดา ไม่ใช่ลูกศิษย์วัด กำ�ลังเอาของข้ึนรถสงสยั เปน็ คนท�ำ งานกอ่ สรา้ ง เขาเหน็ พระเดนิ มา เขาก็ว่า‘Hey, you guys. You want some tomatoes?’ อย่างน้ีอาตมานต้ี อบไมถ่ กู เลย ทนี เ้ี จา้ อาวาสทา่ นเดนิ ตามหลงั มาท่านบอกว่า ‘Sure!’ เราจึงหยุด เขาต่ืนเต้น เข้าไปเก็บมะเขือเทศในสวนหน้าบ้านมาใส่ในบาตร ถ้าดูที่กิริยามารยาท ในสายตาคนไทยก็คงดูไมง่ าม แตจ่ ติ ใจเขางามมาก เขาเหน็ พระมา เขามอี ะไรดๆี เขาก็อยากแบ่งปนั ให้ดังน้ันเราจะไป ‘โอ้...ใส่รองเท้าไม่ได้’ หรือ ‘ทำ�อย่างน้ันไม่ได้’ เราไม่พูดหรอกเพราะว่าเขาเป็นคนใหม่ ถ้าต่อมาเราสนิทสนมกนั ก็ค่อยๆ สอน มันไมใ่ ชก่ าลเทศะท่ีจะสอนในเรื่องธรรมเนียมประเพณี แม้แต่ในประเทศไทย ถ้าบิณฑบาตในกรุงเทพฯมีทหารจะใส่บาตร จะให้ทหารถอดรองเท้ากลางถนนก็คงไม่เหมาะสม ใช่ไหม จึงต้องใช้สามัญสำ�นึกด้วยถ้าเขามีกิริยานอบน้อมที่จะถวาย เราก็ไม่ต้องไปจู้จ้ีในเรอ่ื งรายละเอยี ดกบั เขามาก 72
๒๐.หนูสงสัยว่าเพราะเหตุใดผู้ท่ีถือศีล ๘ จึงต้องงดรับประทานอาหารเย็น แล้วถ้ากินแล้วจะถือว่าบาปมากหรือไม่ ถ้ารับประทานไปแล้วจะกลับมาถอื ศีลทงั้ ๘ ขอ้ ไดอ้ ีกหรือไม?่ 74
ตอบ ถ้าหมายถึงว่าถือศีล ๘ แต่พอถึงเวลากินข้าวเย็นก็ของดถือศีลสัก ๑๕ นาที แล้วก็รับศีลใหม่ อย่างน้ันทำ�ไม่ไดห้ รอก เหตุผลในการไม่ทานอาหารในเวลาวิกาลก็คือการท�ำ ใหท้ อ้ งวา่ งทอ้ งเบาเออื้ ตอ่ การภาวนาประหยดั เวลาทำ�ให้ความต้องการในการนอนหลับน้อยลง เป็นต้นแต่จะบาปมากหรือไม่ ก็ต้องดูว่ากิเลสมากไหม สมมติว่าแอบเข้าไปในครัวแบบขโมย มองซ้ายมองขวา ถ้าทำ�อย่างน้ี จิตใจมันก็มีกิเลสเยอะนะ เพราะว่าทำ�ลับหลังคือถ้าเราจะดูบาป ต้องดูท่ีจิตใจ เช่น ฆ่าคน การฆ่าคนกบ็ าปทง้ั นน้ั ถา้ เปน็ ทหารยงิ ศตั รใู นสนามรบ กบ็ าปเหมอื นกนั เพราะตง้ั ใจฆา่ เขา แตร่ ะดบั ความหนกั ของบาปจะตา่ งกันมากกับผู้ที่วางแผนล่วงหน้าว่าจะฆ่าผู้มีบุญคุณให้ทรมานท่ีสุด เพราะมีกิเลสหลายตัว ทั้งความโหดร้ายความพยาบาท และความอกตญั ญู อยา่ งนบ้ี าปมาก ท�ำ ให้จิตใจเศร้าหมองมาก ทหารทำ�หน้าที่รับใช้ประเทศชาติไม่ใช่ว่าจะไม่บาป ก็บาปเหมือนกัน แต่บาปอ่อนกว่าผูท้ ฆ่ี ่าคนดว้ ยความโหดร้ายและความพยาบาท เปน็ ต้น 75
๒๑.หนูมีข้อสงสัยว่า เราสามารถถือศีล ๘โดยไม่ต้องขอจากท่านอาจารย์ หรือพระได้หรือไม่ แล้วแตกต่างกันอย่างไรเจา้ คะ? 76
ตอบ เหมอื นกนั คอื การสมาทานศลี ตอ้ งเกดิ จากตวั เราเองเท่าน้ัน เพียงแต่ว่าการขออย่างเป็นทางการ รู้สึกว่าจะเพิ่มความขลัง เพ่ิมนํ้าหนัก ถ้าเราประกาศอะไรในที่สาธารณะ จะรู้สึกว่ามีผลต่อจิตใจของเรามากกว่าที่เราจะสมาทานคนเดียว แต่ถ้าเราอยู่ห่างพระสงฆ์หรือว่าไมม่ โี อกาส เราจะสมาทานตอ่ หนา้ พระพทุ ธรปู กไ็ ด้ มนั อยู่ที่ความตั้งใจของเรามากกว่าอย่างอ่ืน ซ่ึงจะเหมือนหรอื ต่างกันกอ็ ย่ทู ่ีเจตนาความตงั้ ใจของเรา 77
๒๒.ผมอยากถามว่า ภูต ผี วิญญาณ ส่ิงท่ีเหนือธรรมชาติ ดวง โชค ส่งิ ทีน่ อกเหนอื จากความจริงเหนือวิทยาศาสตร์ มีหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรแต่ถ้ามี ทำ�อย่างไรจะทำ�ให้เราไม่เจอ ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับส่ิงเหลา่ น้นั ครับ? ขอบพระคณุ ครบั 78
ตอบ การตั้งคำ�ถามข้อนี้มันมีปัญหานิดหน่อยนะ คือถ้าบอกว่า สิ่งนอกเหนือจากความจริง เป็นจริงหรือไม่มันก็มีการปฏิเสธอยู่ในตัวคำ�ถาม ใช่ไหม ท่ีบอกว่านอกเหนือจากความจรงิ กค็ อื ไม่จริงเท่านน้ั ใช่ไหม ใจความใหญ่ก็คือ ส่ิงท่ีตาเนื้อมองไม่เห็นมีจริงหรือไม่ แล้วท่ีว่าเหนือวิทยาศาสตร์ มันก็แล้วแต่ว่าเราเข้าใจความหมายของวิทยาศาสตร์อย่างไร คือนักวิทยาศาสตร์ท่ีพยายามค้นคว้าในเรื่องพวกนี้ก็มีแต่นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นพวกวัตถุนิยมก็ปฏิเสธและวิพากษ์วิจารณ์ อาตมาขอตอบว่าอย่างน้ี สมมติเราเกิดในประเทศท่ีไม่มีภูเขาเลย เป็นท่ีราบท่ีระดับความสูงเหนือระดับนํ้าทะเลไม่เกิน ๕๐ เมตร เหมือนประเทศฮอลแลนด์หรอื ภาคกลางของเรา เราเกิดและอยู่ท่นี ัน่ ไม่เคยไปไหนเลย แล้วก็ไม่เคยเห็นภาพของที่อ่ืนๆ ด้วย ไม่เคยรู้จักค�ำ ว่าภูเขา สมมตวิ ่าวนั หนงึ่ เกิดพายุใหญ่ เราหมดสตไิ ปฟน้ื ขนึ้ มากไ็ มร่ วู้ า่ อยทู่ ไ่ี หน เพราะถกู พดั ไปอกี ประเทศหนงึ่ 79
ต่อมามีผู้หวังดีเอาแผนท่ีมาให้เรา แล้วเราก็ใช้แผนท่ีน้ันออกเดินทางกลับบ้าน เราก็ไม่รู้ว่าแผนที่นี้ดีหรือเปล่าแล้วผู้ที่ให้เขาหวังดีจริงหรือเปล่า หรือว่าเขาเป็นคนหลอกลวง อย่างไรก็ตาม เราก็เร่ิมออกเดินทาง คอยดูซ้ายดูขวาว่า ส่ิงท่ีเห็นในแผนท่ีตรงกับสิ่งที่ตาเห็นหรือไม่‘อันน้ีก็ใช่ อันน้ันก็ใช่ อันนี้ก็ใช่’ เดินไปไม่กี่กิโลเมตรเรากร็ สู้ กึ วา่ แผนทน่ี ดี้ มี าก แมน่ มาก เดนิ ไปๆ จนรสู้ กึ อยากพักผ่อน ก็นั่งพักผ่อนแล้วกางแผนท่ีออกมาดู โน่น...เจออะไรท่ีเรียกว่าภูเขา สูงต้ัง ๕,๐๐๐ เมตร สามัญสำ�นึกความจำ� และประสบการณ์ทุกอย่าง บอกว่ามันเป็นไปไม่ไดห้ รอก เพราะทบ่ี า้ นเราอะไรๆ ท่มี ันสงู ถึง ๕๐เมตรก็ยังไม่ค่อยจะมี แล้วมันจะเป็นไปได้หรือท่ีจะมีอะไรทส่ี ูงถงึ ๕,๐๐๐เมตร จินตนาการไม่ได้ นึกไมอ่ อกจริงๆน่ีมันไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะนักวิทยาศาสตร์บ้านเราไม่เคยมีใครกล่าวถึง เราเองก็ไม่เคยเห็น ฉะนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็จะมีเสียงเถียงขึ้นมาในจิตใจว่า‘แลว้ มนั จะเปน็ ไปไดห้ รอื วา่ แผนทข่ี องเราผดิ ’ เพราะเทา่ ที่เราเดินผ่านมาตามแผนท่ีนี้ มันถูกต้องแม่นยำ�ท้ังหมดแต่ส่วนท่ีเรายังเดินไปไม่ถึง มันจะผิดมากขนาดน้ันมันจะเปน็ ไปได้หรอื เพราะมนั เป็นแผนทีเ่ ดยี วกัน เปรียบเทียบเรื่องน้ีกับคำ�สอนในพุทธศาสนา 80
บางส่ิงบางอย่างเราพิสูจน์ได้ตั้งแต่วันแรกที่เราศึกษาธรรม เหมือนเราออกเดินทางแล้วดูชีวิตของตัวเองประสบการณช์ ีวิต ทกุ สงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ เปรียบเทยี บกบั ค�ำ สอนของพระพทุ ธเจา้ ‘ใช.่ .. ใช.่ .. ใช่... ใช.่ ..’ ไปเร่อื ยๆ แตพ่ อเราเจอคำ�สอนของพระพุทธเจ้าในส่ิงที่เรามองไม่เห็นบางทีเราก็นึกไม่ออก จินตนาการไม่ได้ แต่เราได้พิสูจน์และสรุปมาแล้วว่า ผู้เขียนแผนท่ีนี้เก่งมาก แม่นมากอย่างนั้นเราก็ควรจะเชื่อใจไว้ก่อน เหมือนการค้นคว้าของนกั วิทยาศาสตร์ กต็ อ้ งตัง้ สมมติฐานไว้กอ่ น ดังนั้น เร่ืองภูตผีอะไรต่างๆ น้ัน พระพุทธองค์ทรงเรียกว่าอมนุษย์ และพระพุทธองค์ทรงยืนยันว่าทรงได้รู้เห็นเอง แล้วนำ�มาเปิดเผยให้เราทราบว่ามีอะไรบ้าง แต่พระพุทธองค์ก็ตรัสไว้ด้วยว่า ผู้มีเมตตาเป็นท่ีรักของมนุษย์และเป็นท่ีรักของอมนุษย์ ประมาณว่าผู้มีเมตตาธรรมจะปลอดภัย คือเราไม่สามารถพิสูจน์ในเร่ืองเหล่าน้ีได้ แล้วเราก็ไม่จำ�เป็นต้องพิสูจน์ เพราะเรารวู้ า่ ถา้ เราฝกึ เมตตาอยา่ งเดยี ว ถงึ จะมสี งิ่ เหลา่ นห้ี รอื ไมม่ ีเราก็ปลอดภัย น่ีก็เป็นวิธีท่ีไม่ต้องเถียงกันมากว่ามีหรอื ไม่มี 81
๒๓.ผมอยากทราบว่า มีสัตว์ในจินตนาการอะไรบา้ งในนทิ านชาดก และการพมิ พพ์ ระไตรปฎิ กเริ่มต้นข้ึนเม่ือไหร่ และพระพุทธเจ้าเคยเกิดเปน็ ผู้หญิงไหมครบั ? 82
ตอบ อาตมายอมแพ้เรื่องสัตว์ในจินตนาการ ขอผ่านเรอ่ื งน้ี การพมิ พพ์ ระไตรปฎิ กเรม่ิ ตน้ ขนึ้ เมอ่ื ไหร่ สง่ิ ทฟ่ี งั แลว้อาจจะแปลกใจกค็ อื พระไตรปฎิ กพมิ พเ์ ปน็ ตวั อกั ษรโรมนัแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนที่จะเป็นภาษาไทยด้วยซ้ําไปเพราะเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่แล้ว อังกฤษเป็นมหาอำ�นาจแล้วมายึดประเทศในเอเชียเป็นเมืองข้ึนหลายประเทศเช่น อินเดีย พมา่ ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรลี ังกา เป็นตน้นกั วิชาการเกดิ ความสนใจภาษาสนั สกฤตกนั มาก เพราะในสมยั นน้ั นกั วชิ าการเชอื่ วา่ ภาษาสนั สกฤตเปน็ ภาษาแม่ทุกภาษาในโลกมาจากภาษาสันสกฤต ซ่ึงต่อมาก็พิสูจน์วา่ ไมใ่ ช่ แตเ่ มือ่ เขาหันมาสนใจภาษาสันสกฤต เขากเ็ ลยสนใจภาษาบาลีไปด้วย แล้วข้าราชการอังกฤษที่มารับราชการที่ศรีลังกา พม่า อินเดีย ต้องสนใจศึกษาเร่ืองวัฒนธรรม ศาสนาของคนเอเชียด้วย เพื่อจะได้ปกครองได้ดี ปกครองได้ง่าย หลายคนจึงเกิดศรัทธาสนใจศึกษา 83
ภาษาบาลี เมอ่ื ประมาณ ๑๕๐-๑๖๐ ปที แี่ ลว้ มกี ารตงั้ The PaliText Society หรือ PTS แล้วก็เริ่มมีการแปลคัมภีร์ภาษาบาลี ซึ่งจำ�ไม่ได้ว่าสำ�เร็จต้ังแต่เม่ือไหร่ แต่ที่แปลเปน็ ภาษาไทยสำ�เร็จในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลังภาษาองั กฤษหลายปี ท่ีจริงคำ�ถามน้ีต้องแยกระหว่าง การพิมพ์เป็นภาษาบาลกี บั พมิ พค์ �ำ แปล ทพ่ี มิ พเ์ ปน็ ภาษาบาลกี แ็ ลว้ แต่ว่าเป็นตัวอักษรอะไร เพราะว่าภาษาบาลีไม่มีอักษรหรือ Alphabet ของมันเอง จะเขียนเป็นตัวโรมันก็ได้จะเขียนเป็นตัวอักษรอังกฤษก็ได้ ตัวอักษรไทยก็ได้ตัวอักษรพม่าก็ได้ โดยเอาเสียงของบาลีเป็นหลักแล้วเขียนเป็นอักษรของแต่ละภาษา ซ่ึงน่าจะสำ�เร็จเป็นภาษาสันสกฤตก่อน เพราะหลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานไปแล้ว นิกายที่เผยแผ่ในอินเดียส่วนใหญ่กใ็ ช้สันสกฤต เรื่องนี้อธิบายยากเพราะมีพระไตรปิฎกที่เป็นแบบมหายาน และหนังสือเล่มแรกในโลกก็พิมพ์ที่เมืองจีนเ ป็ น ก า ร พิ ม พ์ พ ร ะ สู ต ร จ า ก พ ร ะ ไ ต ร ปิ ฎ ก ม ห า ย า นนอกจากนี้ การพิมพ์ท่ีเป็นบล็อกพรินต้ิง (BlockPrinting) ก็เป็นของพุทธเหมือนกัน เป็นพุทธเกาหลีเพราะฉะนน้ั ววิ ฒั นาการเรอื่ งการพมิ พห์ นงั สอื จะสมั พนั ธ์ 84
กับศาสนาพุทธตลอดมา ในยุโรปการพิมพ์หนังสอื เกดิ ข้ึนเมื่อประมาณ ๖๐๐ ปีที่แล้ว เล่มแรกท่ีพิมพ์คือคัมภีร์ไบเบิล แต่ท่ีแปลกมากคือ ในคัมภีร์ไบเบิลรุ่นแรกน้ันซึ่งเรียกว่า กูเตนเบิร์ก ไบเบิล (Gutenberg Bible)มีรูปวาดของพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้ว่าเกิดข้ึนได้อยา่ งไรและมาจากไหน พระพุทธเจ้าเกิดเป็นผู้หญิงได้หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ พระพุทธเจ้าต้องเกิดเป็นผู้ชาย แต่พระอรหันต์เคยเกิดเป็นผู้หญิงไหม เยอะแยะเลย คือสาวกสงฆ์ก็มีท้งั ผู้ชายผู้หญิง แตจ่ ะเป็นพระพทุ ธเจ้าต้องเกดิ เป็นผู้ชายถามวา่ ท�ำ ไม กเ็ ปน็ กฎตายตวั ของธรรมชาติ เช่นวา่ ทำ�ไมกลางวันเหน็ แต่พระอาทิตย์ ไมเ่ หน็ พระจันทร์ ไม่ยุติธรรมกบั พระจนั ทร์ ท�ำ ไมพระจนั ทรไ์ มม่ โี อกาสเกดิ ตอนกลางวนักธ็ รรมชาติของมันเปน็ อยา่ งน้ัน 85
๒๔.ผมอยากถามว่า สัตว์สามารถทำ�บุญแล้วไปเกิดใหม่ในภพท่ีดกี วา่ นไ้ี ด้หรือไม่ครบั ? 86
ตอบ พูดยากเหมือนกนั แต่ดูเหมือนลิงบางชนิดก็มีความคิดและมีน้ําใจมากเหมือนกัน ซึ่งจะทำ�ให้จิตใจสูงขึ้นได้แต่ถ้าเป็นการทำ�ทาน นี่ก็คงยากมาก อาตมาเข้าใจว่าถ้าสัตว์คลุกคลีกับมนุษย์ หรือมีเจ้าของเป็นมนุษย์ เช่นแมวเปน็ ตน้ เราอาจคดิ วา่ มนษุ ยเ์ ปน็ เจา้ ของแมวทจ่ี รงิ แลว้แมวเป็นเจ้าของมนุษย์มากกว่า การอยู่ใกล้ชิดมนุษย์ก็อาจทำ�ให้จิตใจของมันสูงข้ึน มีลิงพันธุ์หน่ึงช่ือโบโนโบลงิ พันธ์นุ ี้นา่ สนใจมากเพราะเปน็ ลิงท่มี ีนํ้าใจต่อกัน มกี ารเอาใจเขามาใสใ่ จเรา บางทมี ากกวา่ มนษุ ยด์ ว้ ยซา้ํ อาตมาเคยอ่านเร่ืองเก่ียวกับลิงชิมแปนซีตัวหนึ่งได้รับอุบัติเหตุแขนขาด ช่วยตัวเองไม่ได้ เวลาเจ้าหน้าท่ีมาให้อาหารลิงโบโนโบท่ีอยู่ท่ีนั่นด้วยจะไม่ยอมกินอาหาร ต้องให้ลิงไม่มแี ขนกินกอ่ น มนั จงึ จะกนิ นอกจากนนี้ กั วิทยาศาสตร์ชาวเยอรมนั คนหนึ่งยังเล่าว่า เขาเล้ยี งลิงโบโนโบท่มี ีนิสยัทั้งดื้อท้ังซน มันชอบขึ้นบนหลังคา ส่ังให้ลงมาก็ไม่ยอมไม่ว่าจะดุจะให้รางวัลหรือจะลงโทษอย่างไร มันก็ยังด้ือเหมือนเดิม สุดท้ายก็ได้อุบายท่ีง่ายมาก คือเขาจะแกล้งท�ำ เป็นรอ้ งไห้ ลงิ จะวง่ิ ลงมาจากหลงั คาเลย มากอดมาให้กำ�ลังใจเขา ต้องทำ�ให้ลิงสงสาร มันถึงว่ิงลงมา ฉะน้ันดูเหมือนลิงก็มีคุณธรรมได้เหมือนกันนะ ก็น่าจะเป็นส่ิงท่ีลิงไดท้ �ำ บญุ และไดบ้ ุญนะ 87
๒๕.หนูอยากถามว่าต้องทำ�อย่างไรเจ้าคะ จึงจะได้เกดิ มาเป็นคนอีก? 88
ตอบ ข้นั ตํ่าสดุ นั้นต้องถือศีล ๕ เปน็ ประจ�ำ จึงจะม่นั ใจได้ศลี ๕ จงึ เป็นเหตเุ ป็นปัจจยั ส�ำ คัญ การศึกษาปฏิบัติธรรมและการทำ�บุญในพระพุทธศาสนาทำ�ให้มีความผูกพันกบั พทุ ธศาสนา และมโี อกาสทจ่ี ะเกดิ เปน็ มนษุ ยใ์ นตระกลูที่นับถือพุทธศาสนาต่อไป ฉะนั้นคุณงามความดีท่ัวไปโดยเฉพาะในระดับศีลธรรม จะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดเป็นมนุษย์ ความผูกพันกับพุทธศาสนาในชาตินี้จะเป็นตัวน�ำ ไปสคู่ วามผูกพนั ในชาตติ อ่ ไป 89
๒๖.หนอู ยากถามว่า ทำ�ไมผีบางตนยังไมไ่ ปสสู่ คุ ติเจา้ คะและทำ� ไมบางตนตอ้ งคอยตามคนบางคนไปทุกท่ีด้วย แล้วผีมีเฉพาะกลางคืนหรือเปล่าเจ้าคะ หรือว่าผีออกเฉพาะตอนตีสามอย่างท่ีเขาว่า? 90
ตอบ ถา้ พูดโดยทวั่ ไป ถ้ามจี ริง ถา้ เปน็ อย่างนั้นจริง มนั ก็เปน็ ผลของความยดึ มัน่ ถือมั่นวา่ เสยี ดาย ยงั ไม่อยากไปยังยึดติดอยู่ในวัตถุสิ่งของหรือตัวบุคคล เป็นต้นจนอาจจะเป็นอุปสรรคทำ�ให้ไม่เดินทางต่อไป ดังน้ันในวาระสุดท้ายของชีวิต ผู้เป็นลูกเป็นหลานต้องคอยใหส้ ติวา่ ไม่ตอ้ งเป็นห่วงลกู หลาน ตอ้ งปล่อยวาง เร่อื งนัน้อย่าไปคิดอย่าเป็นห่วง คือต้องการให้ผู้ที่จะล่วงลับไปไดป้ ลอ่ ยวางความวติ กกงั วลและความเปน็ หว่ ง เพอื่ จะได้เดนิ ทางตอ่ ไปสชู่ าตหิ นา้ ไดด้ ี ฉะนน้ั ถา้ มผี อี ยา่ งทว่ี า่ กเ็ ปน็ผลของความยึดม่ันถือม่ัน ความยึดติด แต่เร่ืองผีมีตอนกลางคืนกลางวัน มีตอนตีสามตีสี่ อาตมาตอบไม่ได้เพราะไมม่ ขี อ้ มลู แตข่ อแนะน�ำ วา่ อยา่ ไปดลู ะคร ฟงั นทิ านมากเกินไป แต่ถึงจะมี เราก็เป็นเพ่ือนกัน เป็นเพ่ือนเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราก็แผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายไปไหนกป็ ลอดภัย 91
๒๗.หนูอยากรู้ว่า ถ้าเผลอบ่นหรือด่าว่าทำ�ให้คนอื่นเสียใจบ่อยๆ จะต้องทำ�อย่างไรเจ้าคะจึงจะชำ�ระบาปได้ และควรทำ�อย่างไรท่ีจะไม่เผลอพดู ออกมาอกี และคนทช่ี อบดา่ วา่ คนอน่ืบ่อยๆ เขาจะเปน็ อย่างไร? 92
ตอบ เร่ืองการชำ�ระบาป ขั้นตอนแรก คือยอมรับว่าทำ�บาป ไม่อา้ งนั่นอา้ งน่ี ยอมรบั เลยว่าเป็นบาป ไม่ปิดบงัอ�ำ พราง สารภาพ และทีส่ ำ�คญั ทส่ี ุดคือ ตัง้ ใจว่าจะไม่ทำ�อย่างนั้นอีกต่อไป นี่คือการชำ�ระบาปในทางพุทธศาสนาแตก่ ารจะปอ้ งกนั ไมใ่ หพ้ ดู อยา่ งนนั้ อกี ตอ่ ไป เราตอ้ งเจรญิสติให้ดี ถ้าสติไม่มีกำ�ลัง พอมีอารมณ์มันก็พูดไปตามอารมณ์ พูดไปแล้วจึงรู้ตัว การฝึกสติก็เพื่อให้เรารู้ตัวทันเหตุการณ์ทันปัญหาในขณะที่กำ�ลังมีกิเลส ส่วนคนท่ีชอบด่าว่าคนอ่ืนบ่อยๆ ผลกรรมท่ีเห็นได้ชัด คือไม่มีใครอยากเขา้ ใกล้ เขาจะมเี พื่อนนอ้ ย ถ้าเปน็ ผู้ใหญ่ ลูกหลานก็ไม่ค่อยอยากจะไปเย่ียมเท่าไหร่ ไปก็เพราะว่าเป็นหนา้ ที่ แต่ไม่มีความสขุ เพราะไม่มใี ครชอบ 93
๒๘.ผมอยากรวู้ ่า ทำ�อยา่ งไรถงึ จะเลิกทะเลาะกับนอ้ งได้? เพราะผมพยายามหาวิธีแต่ก็ยังหาวิธีไม่ได้สกั ทีครับ 94
ตอบ กลบั มาพดู เรอื่ งสตอิ กี ที คอื เราตอ้ งตงั้ สตใิ หด้ ี เราจะต้ังสตไิ ด้ ถา้ เราฝึกสติบอ่ ยๆ สติจงึ จะมีกำ�ลัง ถ้าเราไม่ทำ�สมาธิ ไม่ฝึกสติเป็นทางการบ่อยๆ ก็ไม่แปลกใจว่าเราจะอดไม่ได้ สมมติว่าน่ีเป็นของหนัก เราจะยกข้ึนแต่ยกไม่ไหวเพราะมันหนัก เราจะทำ�อย่างไร ก็ต้องออกกำ�ลังกายให้แข็งแรงพอท่ีจะยกของน้ันขึ้นมาได้ ไม่ใช่ว่านกึ อยากจะยก มนั กจ็ ะยกขน้ึ มาได้ มนั อยทู่ กี่ ำ�ลงั ถา้ ก�ำ ลงัไม่พอกย็ กไม่ขน้ึ ถา้ กำ�ลงั สติไมพ่ อ มันก็งดหรืออดไมไ่ ด้ แล้วต้องถามน้องด้วยว่า น้องพอใจท่ีจะทะเลาะกับพี่หรือไม่ น้องชอบการทะเลาะกันหรือไม่ หรือว่าน้องก็อยากจะเลิกเหมือนกัน เพราะถ้าเราอยากเลิกคนเดียวมนั จะยาก แตถ่ า้ ทงั้ สองคนตา่ งคนตา่ งอยากเลกิ กช็ ว่ ยกนัมันก็งา่ ยขนึ้ อยากใหเ้ ราสงั เกตว่า มีเวลาไหน หรอื โอกาสไหนท่ีจะทะเลาะกันมากที่สุด สมมติว่าเป็นเวลาหลังทานข้าวหรือก่อนนอนที่จะชอบทะเลาะกัน ก็ให้ตั้งเป็นเป้าเลยว่า วันนี้ตอนอยู่ด้วยกันก่อนนอนจะต้องไม่ทะเลาะกัน ให้ตั้งอกต้ังใจเป็นพิเศษ เหมือนกับเป็นเกมทต่ี อ้ งทา้ ทายตวั เอง แตอ่ ยากจะใหป้ รกึ ษากบั นอ้ งดว้ ยวา่พี่อยากจะเลิกทะเลาะกับน้อง เราจะช่วยกันดีหรือไม่จะทำ�อยา่ งไร เวลามอี ารมณเ์ ราจะได้ไมต่ ้องทะเลาะกัน 95
๒๙.หนสู งสยั วา่ เดก็ ธรรมดาๆ คือด้อื บ้าง เชื่อฟงับ้าง แต่ก็พยายามทำ�ตัวดี ถ้าตายตอนนี้จะข้ึนสวรรคห์ รือตกนรกเจา้ คะ? 96
ตอบ อันนี้ตอบไม่ได้ เพราะว่ามันข้ึนอยู่กับชาติก่อนด้วยแต่ว่าชาติน้ีถ้าไม่ได้ทำ�ความชั่วร้ายอะไรมากก็คงไม่ตกนรกหรอก แลว้ กไ็ มใ่ ชว่ า่ จะตอ้ งเลอื กระหวา่ งขนึ้ สวรรค์กับตกนรก จะเกิดเป็นมนุษย์ก็ได้ เทวดาก็ได้ แต่ถ้ามีเจตนาหรือว่าพยายามทำ�ตัวดี ตัวความพยายามตัวน้ันแหละ จะเป็นปัจจัยนำ�ไปสู่ภพชาติที่ดี ผู้ที่จะตกตํ่าคือผู้ท่ีไม่ยอมรับเร่ืองบุญเร่ืองบาป ยินดีหรือมีความสุขในการเบียดเบียน มีความสุขในการทำ�บาปกรรม แต่ถ้าเราพยายามทำ�ความดี พยายามทำ�ตัวดี แต่มีผิดพลาดบ้าง มีดื้อบ้าง น่ันก็ไม่เป็นไร เพราะแนวทางของเราดีเพยี งแตว่ ่าเราเดินไมส่ มํา่ เสมอเท่านนั้ เอง 97
๓๐.หนูอยากรู้ว่าถ้าคิดไม่ดีกับคุณพ่อคุณแม่เราควรทำ�อยา่ งไรดีเจา้ คะ? 98
ตอบ ขอให้ทราบว่าทุกคนเคยคิดไม่ดีกับคุณพ่อคุณแม่ไม่มีใครหรอกท่ีไม่เคยคิดไม่ดี แต่สำ�คัญท่ีว่า เราจะคิดต่อหรือไม่ ความคิดมีสองอย่าง คือความคิดท่ีผุดข้ึนมาและเมื่อรู้ตัวแล้วก็ปล่อยมันไป ความคิดอย่างนี้ไม่เป็นบาปเป็นกรรม เราห้ามไม่อยู่หรอก แต่ท่ีเราควรจะระวังคือ เม่ือความคิดผุดขึ้นมาแล้ว เราก็คิดต่อๆๆๆ ไปอีกทำ�เรื่องเล็กให้เป็นเร่ืองใหญ่ อย่างน้ีเป็นบาป ฉะนั้นต้องพยายามไม่ให้เป็นเช่นนั้น บางทีเราน้อยใจ เสียใจหรือไม่พอใจบ้าง ความคิดความรู้สึกมันเกิดข้ึนของมันเอง พอรู้ตัวว่าความคิดอย่างน้ีไม่ดี ไม่คิดต่อดีกว่าก็ให้ปล่อยวาง น่ีคือวิธีการท่ีเราควรทำ� แต่เราอย่าไปคิดวา่ เราเป็นเดก็ ไม่ดี เปน็ ลูกไมด่ ี เพราะคดิ ไมด่ ีกบั คุณพอ่ คณุ แม่ ความคดิ มนั เกดิ ข้นึ ได้เหมือนกับเราเปิดประตูเราไม่รู้ว่าใครจะเดินเข้ามา คนดีก็เดินเข้ามาได้ คนชั่วก็เดินเข้ามาได้ จิตใจของเราก็เหมือนกัน อารมณ์ใดๆก็เข้ามาได้ท้ังน้ัน สำ�คัญแต่ว่าเรายินดีต้อนรับหรือไม่ถา้ เราไม่ยินดตี ้อนรับ มันก็อยไู่ มน่ านหรอก มันก็จะไปเอง 99
๓๑.กราบนมสั การพระอาจารย์ ผมอยากทราบวา่เมื่อพระอาจารย์รู้สึกท้อแท้ใจ หรือทำ�อะไรไม่สำ�เร็จ พระอาจารย์มีวิธีการแก้ปัญหาอยา่ งไรครบั ? 100
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115