๔๘ ๒) วธิ ีการ/เครื่องมือ - ดำเนนิ การแต่งตัง้ คณะทำงาน/นกั เรยี นทรี่ ว่ มรับผดิ ชอบกิจกรรม - ประชาสัมพันธ์ ประกาศแนวทางการดำเนนิ งานตามโครงการโรงเรยี นปลอด ขยะ ตลอดจนข้นั ตอนวิธกี าร - ดำเนนิ การจดั การประดษิ ฐ์สิ่งของ สรา้ งสรรค์งานตามกจิ กรรมการเรียนรู้แต่ ละกลุ่มสาระการเรียนรู้บูรณาการกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้ กจิ กรรมชุมนุม ให้สอดคล้องเหมาะสมกับมาตรฐานการเรียนรู้ วยั และระดับช้นั รวมทัง้ การออกแบบตามจนิ ตนาการ สรา้ งสรรค - สรุป ประเมนิ และรายงานผลการดำเนินงาน ๓) ผลสำเร็จ นักเรียนไดฝ้ ึกฝนการดำเนินการดอกไม้ประดษิ ฐ์ การสรา้ งสรรค์สิง่ ของจาก กลอ่ งนม รวมทั้งการนำไปผลิตเปน็ กจิ กรรมการเรียนรู้ ส่ือต่าง ๆ ประกอบการเรยี นรู้ในกลุม่ สาระ ตา่ งๆ ๔) จำนวนผู้เข้าเรยี นรู้ นกั เรียนโรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามัคคี) จำนวน ๑๒๒ คน (๑) กิจกรรม จัดทำพดั จากกล่องนม วัสดทุ ีใ่ ช้ กรรไกร ตะเกียบ กลอ่ งนม เทปกาว วธิ ีทำ 1. เตรียมอปุ กรณต์ ่างๆ แล้วนำกลอ่ งนม มาตัดท้ังปลายสองแล้วนำมาลา้ งใหส้ ะอาดตากใหแ้ หง้
๔๙ ๒. นำกลอ่ งนมมาตดั เป็นเส้นขนาดจำนวนเทา่ กนั จนได้จำนวนท่ีตอ้ งการ ภาพกจิ กรรมการทำพดั จากกล่องนม 3. นำมาสานลายสานแบบ ยก ๑ ข้าม 1 4. แล้วนำมาใส่ด้ามและติดขอบ จะได้ออกมาเปน็ รูปแบบนี้
๕๐ (๒) กจิ กรรม พดั ใบตำลึงจากไมไ้ ผ่ วสั ดุทใ่ี ช้ ไม้ไผ่ กรรไกร มีดตอก มดี โต้ สีผสมอาหาร/สารเคมี วธิ ที ำ ๑. นำไม้ไผ่มาเหลาเป็นตอกแบน และตอกกลม ย้อมสีตามต้องการ ๒. สานดว้ ยลาย 2 และลาย ๓
๕๑ ๓. ผลงานเสร็จสมบรู ณ์ (๓) กจิ กรรม กังหนั ลมจำลอง วัสดุท่ใี ช้ วสั ดเุ หลือใช้ตา่ ง ๆ เชน่ กระดาษ กล่องนม ตะเกยี บ เขม็ หมดุ หลอด ดดู วิธีทำ ๑. นำกล่องนมทล่ี ้างแล้วตากแห้งนำมาตดั หวั ทา้ ยและแกะออกใหเ้ ป็นแผน่ สีเ่ หลยี่ ม
๕๒ ภาพขน้ั ตอนการทำกงั หันลมจำลอง
๕๓ นำไปทดสอบการหมนุ ของกงั หนั ลมทส่ี นาม (๔ ) กิจกรรมปะติดสรา้ งนิสยั ใสใ่ จสง่ิ แวดลอ้ ม อุปกรณ์ เศษวัสดุธรรมชาติ กาว กรรไกร กระดาษ ดินสอไม้บรรทดั ยางลบ วิธีทำ ๑. นำวัสดจุ ากธรรมชาติ มาใช้ในการปะติด ๒. ภาพสำเรจ็ เมอ่ื ทำสำเร็จ
๕๔ (๕ ) กจิ กรรมทำดอกคารเ์ นช่ันจากถุงพลาสตกิ วัสดุอุปกรณ์ ถงุ พลาสตกิ กาว เชือก กรรไกร ของตกแตง่ วธิ ีทำ นำถุงพลาสติกท่ใี ชแ้ ลว้ มาตัดตามแบบเข้าดอกให้สวยงามและตกแต่ง
๕๕ ภาพสำเรจ็ (๖) กจิ กรรมทำถังขยะจากกลอ่ งนม
๕๖ วสั ดอุ ุปกรณ์ กล่องนม ลงั นม กาว กรรไกร ของตกแต่ง วธิ ที ำ นำกลอ่ งนมทแี่ กะแล้วมาติดใส่ลงั นมและตกแต่งใหส้ วยงาม จะได้กลอ่ งขยะท่ีมีสสี นั สวยงามแยก ตามประเภท ส่วนท่ี ๔ กระบวนส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจดั การขยะมลู ฝอย ๔.๑ การมีส่วนร่วมของผู้เรียนและบุคลากรภายในโรงเรียน (ควรระบุถึงวิธีการ มาตรการหรือเทคนิคที่ ทางสถานศึกษาใช้ในการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึก การปรับพฤติกรรม และการสร้างแรงจูงใจ จำนวนผู้เรียนและบุคลากรในสถานศึกษา สนใจเข้ามามีส่วนร่วมกับโครงการ/กิจกรรมสถานศึกษาปลอด ขยะ) ๔.๑.๑ กจิ กรรม/รปู แบบ การรณรงคแ์ ละปลกู ต้นไม้ในโรงเรียน รายละเอยี ดการดำเนนิ งาน โรงเรยี นรว่ มกับชมุ ชน ผ้ปู กครองนักเรยี นร่วมกนั รณรงคก์ ารปลกู พชื /ตน้ ไม้ อยา่ งน้อยครอบครวั ละต้นเพื่อเป็นร่วมเงาและเพิ่มพน้ื ที่สเี ขียวให้กับโรงเรยี นและที่อยู่อาศยั ผลการปลูกฝังการมีสว่ นร่วม นักเรียน ผปู้ กครอง และชุมชน ได้ปลกู ดแู ล รกั ษาตน้ ไมใ้ ห้เจริญเติบโต เปน็ ร่ม เงา เป็นทพ่ี ักผอ่ น รวมทัง้ เป็นผัก/ผลไม้ได้รับประทาน เห็นคณุ ค่าของการดูแลรกั ษาต้นไม้ ร้อยละการมสี ว่ นรว่ ม
๕๗ นกั เรยี นทกุ คนได้ปลูกตน้ ไม้ ดูแลต้นไมร้ ่วมกับผู้ปกครองอย่างนอ้ ย ๑ ตน้ คดิ เปน็ ร้อยละ ๑๐๐ ๔.๑.๒ กจิ กรรม/รปู แบบ การรณรงค์ในกฬี าภายในของนกั เรยี น รายละเอียดการดำเนินงาน การรณรงค์ในการลดใช้ขยะรักษาส่ิงแวดลอ้ ม พิษภยั จากขยะและผลท่ีจะ เกดิ ขึ้น ผลการปลูกฝังการมสี ่วนรว่ ม นักเรียน ผู้ปกครอง ไดเ้ ห็นคุณคา่ ของการลด ละ เลิก รวมถงึ สามารถนำขยะ ไปใชป้ ระโยชน์ รอ้ ยละการมีสว่ นรว่ ม นักเรยี นทกุ คนมสี ่วนร่วมรณรงคก์ ารลด งด เลิก การใช้ขยะที่เป็นอนั ตราย รวมทั้งการใช้อนุรักษ์พลังงาน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ภาพกจิ กรรมการดำเนินการรณรงคใ์ หค้ วามร้ใู นภายในและภายนอกโรงเรียน โรงเรยี นบา้ นสะอาง ( ประชาสามัคคี )
๕๘ ภาพกิจกรรมการดำเนนิ การรณรงคใ์ หค้ วามร้ใู นภายในและภายนอกโรงเรยี น โรงเรยี นบา้ นสะอาง ( ประชาสามัคคี )
๕๙ ๔.๒ การมสี ่วนร่วมของภาคส่วนตา่ งๆ ภายนอกโรงเรียน (ระบหุ น่วยงาน กจิ กรรมทเ่ี ข้ารวม/รปู แบบ บทบาทที่มสี ว่ นร่วมหรอื การสนบั สนุน ประเภท/จำนวน/บทบาทการมสี ่วนรว่ ม/ความสมำ่ เสมอ) ๑. องค์การบรหิ ารส่วนตำบลห้วยเหนือ ๑. กิจกรรม/รูปแบบการมสี ่วนรว่ ม การขบั เคลื่อนการบรหิ ารจดั การชยะร่วมกนั ทั้งโรงเรยี น บ้าน วดั และองค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในการขับเคลื่อน นโยบายจังหวัดสะอาด มกี ารจดั กิจกรรมท่ีหลากหลายทง้ั ใน หมูบ่ ้าน รณรงค์ สร้างความรับรู้ รว่ มกันทั้งนกั เรยี น ผ้ปู กครอง ชมุ ชน ผู้นำตา่ ง ๆ ๒. ความถ/่ี ความสมำ่ เสมอ โรงเรียนร่วมกบั องค์การบริหารสว่ นตำบลห้วยเหนือร่วมกนั ขบั เคลอื่ นการ ดำเนินงานจงั หวัดสะอาด รวมท้ังการใหค้ วามร่วมมือกนั ในการดูแล สง่ ตอ่ ขยะอันตรายท่ีจะเกิดขน้ึ เพ่ือ นำไปกำจดั อยา่ งถกู วธิ ี ๒. ศนู ยส์ ุขภาพชุมชนเมอื งขขุ ันธ์ ในกำกับโรงพยาบาลขขุ ันธ์ ๑. กจิ กรรม/รูปแบบการมสี ว่ นร่วม การรับประทานอาหาร เครอื่ งดืม่ ขนม การแปรงฟัน รวมทั้งพฤติกรรมการ บรโิ ภคอาหารที่เหมาะสมกับวยั ๒. ความถ่ี/ความสมำ่ เสมอ ศนู ย์สุขภาพชุมชนเมืองขุขันธใ์ นกำกบั โรงพยาบาลขุขันธ์ ได้ร่วมกับโรงเรียน บา้ นสะอาง (ประชาสามัคคี) ในการขบั เคลื่อนนโยบายโรงเรยี นปลอดขยะอย่างสมำ่ เสมอ
๖๐ ๓. สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาศรสี ะเกษ เขต ๓ ๑. กิจกรรม/รูปแบบการมีส่วนรว่ ม การมอบนโยบายโรงเรียนปลอดขยะ การขับเคลอื่ น อบรมแกนนำและนกั เรียน ในการบริหารจัดการขยะอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินการจดั การขยะ อย่าง ต่อเนือ่ ง ๒. ความถ่/ี ความสม่ำเสมอ
๖๑ สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ ซ่งึ เป็นหนว่ ยงาน ต้นสงั กัดได้มอบนโยบายในการขบั เคล่ือนการบริหารจัดการขยะ ร่วมท้งั การพัฒนาบุคลากรทางการศกึ ษา ในการบริหารจัดการขยะใหม้ ีประสิทธิภาพ อบรมการจดั กระบวนการเรียนโรงเรยี นปลอดขยะสำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา ศรีสะเกษ เขต ๓ ๔. วัดสะอาง ๑. กิจกรรม/รูปแบบการมสี ว่ นร่วม การจัดการขยะโดยนกั เรยี นเข้าไปมีสว่ นรว่ มในการพัฒนาบริเวณวัดสะอาง คัด แยกขยะและนำมาบรหิ ารจดั การ จัดทำเป็นคอกปุ๋ยหมกั การกองไว้ในตน้ ไม้ใหเ้ ป็นปยุ๋ หมักธรรมชาตใิ ต้ โคนตน้ ไม้ การจัดเก็บขยะและส่ิงของตา่ ง ๆ ทจี่ ะช่วยลดคา่ ใชจ้ า่ ยในการดูแลรักษา ๒. ความถ/่ี ความสม่ำเสมอ
๖๒ โรงเรียนได้นำนักเรียนเขา้ รว่ มกิจกรรมพฒั นาวัดอยา่ งตอ่ เนื่อง สมำ่ เสมอ ท้งั ช่วง ก่อนกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาวดั ภาพการกจิ กรรมจติ อาสาพัฒนาวดั ๕. กลุม่ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ๑ เมืองขขุ ันธ์ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ ๑. กจิ กรรม/รปู แบบการมสี ่วนรว่ ม การพัฒนาบุคลากรให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจ ตระหนัก รับรู้รับทราบรว่ มกันใน บรหิ ารจัดการขยะ รวมทัง้ แลกเปล่ียนเรียนรกู้ ิจกรรมต่างๆ ในแต่ละโรงเรยี นในการกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดการขยะรักษาส่ิงแวดล้อม ๒. ความถ/่ี ความสม่ำเสมอ กลมุ่ พัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ๑ เมอื งขุขันธ์ มีแนวทางในการพัฒนาการบริหาร จัดการขยะรว่ มกัน มีการแลกเปล่ียนเรียนรูก้ ิจกรรมการดำเนินการที่เปน็ วธิ ีปฏิบตั ิที่เป็นเลิศในดา้ นตา่ งๆ ของแต่ละโรงเรยี นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่วนท่ี ๕ การดำเนนิ กจิ กรรมโรงเรยี นปลอดขยะปลอดขยะโดยใช้หลกั 3Rs ๕.๑ การบริหารจดั การขยะมูลฝอยของโรงเรยี น (แนวทางการบริหารจัดการขยะภายในสถานศกึ ษา การ คัดแยก จดั เกบ็ รวบรวม และส่งกำจดั เส้นทางการจัดการขยะทัง้ 4 ประเภท) ๑. แนวทาง/ระบบ/การบริหารจดั การ ๑.๑ ขยะเศษอาหารและขยะอนิ ทรยี ์ ๑. วิธีการ - ประกาศประชาสัมพันธ์แนวทางการกำจัดขยะอนิ ทรีย์ในโรงเรยี น - สร้างจติ สำนึกร่วมกันในการรับประทานอาหารให้หมดจาน - กอ่ นการรบั ประทานอาหารได้กลา่ วคำขอบคณุ และสรา้ งการรบั รวู้ า่ อาหารกว่า จะได้มา รวบถงึ คุณประโยชนใ์ นเมนอู าหารแต่ละชนิดใหน้ ักเรียนไดเ้ รยี นรูแ้ ละรบั ประทานใหห้ มด - แนะนำ กำกับติดตาม การตักอาหารใหเ้ พียงพอต่อการรบั ประทาน เน้นย้ำให้ นักเรียนสามารถเติมได้ - สังเกตการตักอาหาร การรับประทานอาหารของนักเรยี น
๖๓ - สังเกตเศษอาหารทเ่ี หลือ ๒. ดำเนนิ งาน - ดำเนินการลดขยะอินทรยี ์ในโรงเรียนโดยให้นักเรยี นในการลดขยะ โดยการให้ นักเรยี นรจู้ กั ช่วยเหลอื ตนเอง ตกั บริการอาหารและน้ำดืม่ เอง ร่วมทง้ั รบั ประทานให้หมดจาน - เมอ่ื มีเศษอาหารที่เหลอื จากการรบั ประทานอาหารกจ็ ะนำไปเลยี้ งไก่ - เปลือกผลไมแ้ ละสว่ นที่เหลือจากนำไปทง้ิ ในถังหมักเพ่ือใหเ้ กิดเปน็ ปุ๋ยหมัก ๓. ผลลพั ธ์ - ปรมิ าณเศษอาหารลดลงเหลอื น้อยมาก ๔. วิธกี ารเกบ็ ขอ้ มูล/การตดิ ตามประเมินผล - สงั เกตการตักอาหาร การรบั ประทานอาหารจนหมดจานของนกั เรยี น - การสังเกตเศษอาหารทเ่ี หลือในแต่ละวนั - แบง่ ปนั อาหารท่เี หลือจากอาหารกลางวันมอบใหน้ กั เรียนนำไปรบั ประทานที่ ต่อบา้ น ๑.๒ ขยะรไี ซเคลิ ๑. วธิ กี าร - ประกาศประชาสมั พนั ธ์แนวทางการดำเนนิ การเกี่ยวกับขยะที่สามารถรีไซเคิล - กำหนดมาตรการร่วมกนั ในการบรหิ ารจดั การขยะรีไซเคลิ ๒. ดำเนนิ งาน - สรา้ งองคค์ วามรู้ในจดั การขยะรไี ซเคลิ บูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรูต้ า่ งๆ ขับเคลอ่ื นจากหอ้ งเรียนในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้แบบบูรณาการ - กระต้นุ และใหก้ ำลงั ใจแกน่ ักเรียนและบุคลากร ในการดำเนินงานจากจดุ เลก็ ๆ เร่ิมจากตัวเรากจ็ ะสามารถลดปริมาณขยะได้ - ปลูกจิตสำนึกร่วมกนั ลด ละ เลกิ และเลือกใช้สิง่ ของใหค้ ุ้มคา่ - นิเทศ แนะนำ กำกบั ตดิ ตาม การบรู ณาการการเรียนร้ใู นแตล่ ะชนั้ เรยี น ๓. ผลลัพธ์ นกั เรยี น และบุคลากร สามารถบูรณาการเข้ากบั การจดั กิจกรรมการเรยี นรใู้ น ห้องเรียน รวมทัง้ การจัดกิจกรรมลดเวลาเรียนเพ่มิ เวลารู้ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น อยา่ งหลากหลาย ไดส้ ่ือ ประกอบการเรียนรู้ อปุ กรณเ์ ครอ่ื งใช้ วัสดุในการตกแตง่ ใหบ้ รเิ วณต่าง ๆ นา่ อยู่ นา่ ดู นา่ เรียน นักเรียน มีความสขุ ในการเรยี นรทู้ ่เี น้นการเรยี นรู้สูก่ ารปฏิบัตจิ รงิ ๔. วิธีการเกบ็ ข้อมูล/การติดตามประเมินผล - สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรมการประดษิ ฐ์ การปะตดิ การทำดอกไม้ การทำวัสดสุ ่อื ประกอบการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ๑.๓ ขยะทัว่ ไปและขยะทใ่ี ช้คร้ังเดยี วท้ิง เชน่ หลอด จานกระดาษ แก้วพลาสตกิ ๑. วิธีการ - ประกาศมาตรการรว่ มกนั ในลด ละ เลกิ การใชข้ ยะท่ใี ชค้ รั้งเดยี ว เพ่อื ไมเ่ พิ่ม ปริมาณขยะ
๖๔ - รณรงค์ สร้างความรบั รรู้ ว่ มกันในการลด ละ เลิก การใช้ครั้งเดียว เนน้ ยำ้ ถงึ การน้ำมาใช้ซำ้ ๒. ดำเนินงาน - ประชุมวางแผนการดำเนนิ การร่วมกันของบคุ ลากรและตวั แทนนักเรยี นในการ กำหนดมาตรการทจี่ ะชว่ ยสง่ เสริมใหม้ กี ารดำเนินการตา่ ง ๆ บรหิ ารจัดการขยะ - ประกาศมาตรการและแนวทางการดำเนนิ งานการจดั การขยะท่วั ไปและขยะที่ ใช้ครงั้ เดียว - ดำเนนิ การคดั แยกขยะตามหลัก ๓Rs และลด ละ เลกิ ขยะใชค้ รง้ั เดยี ว โดย บูรณาการการเรยี นรูร้ ่วมกันระหว่างกลมุ่ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมชมุ นมุ และ กิจกรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ - ดูแล และสร้างสขุ นิสยั ท่ีดีแกผ่ ้เู รยี นในการใช้วัสดุท่ใี ชซ้ ้ำ เชน่ ขวดนำ้ แก้วน้ำ ใหส้ ะอาด ถกู สุขลักษณะ - นิเทศ ตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมินผล ใหแ้ นวทางในการบรหิ ารจดั การ รวมทง้ั ส่งเสริมใหน้ ำกระบวนการ PLC มาพัฒนาขับเคลื่อนนโยบายการบรหิ ารจัดการขยะตามโครงการโรงเรียน ปลอดขยะ ๓. ผลลัพธ์ - นกั เรยี นและบุคลากร รู้ เขา้ ใจ ตระหนัก ลงมือปฏิบัติ รวมทั้งมีการต่อยอด การดำเนนิ การในแต่ละช้ันเรยี นใหม้ กี าร ลด ละ เลิก ตามมาตรการในการบริหารจัดการขยะของโรงเรยี น ปลกู จิตสำนึกในการรกั สิ่งแวดล้อมนำไปสู่วนิ ัยและการดำรงชวี ติ ประจำวัน ๔. วิธกี ารเก็บข้อมูล/การติดตามประเมนิ ผล - สงั เกต การเข้ารว่ มกิจกรรม การปฏิบตั ิการแยกขยะ การปฏบิ ัติตนในการใช้ แกว้ นำ้ ขวดน้ำ รวมท้งั ดูแลสุขภาพและมีสขุ นิสยั ท่ีดีในการรกั ษาสุขภาพของตนเอง - นเิ ทศ กำกับติดตาม และประเมินผลกจิ กรรม ๑.๔ ขยะอนั ตราย ๑. วิธกี าร - ประกาศมาตรการรว่ มกันกำจัดขยะอนั ตราย - รณรงค์ สรา้ งความรบั รรู้ ่วมกันในการใช้และการกำจัดขยะอันตราย - จดั เก็บและสง่ ต่อขยะอนั ตรายไปยงั องค์การบริหารสว่ นตำบลหว้ ยเหนือ ให้ ได้รบั การกำจัดอย่างถูกวิธี ๒. ดำเนินงาน - ประชมุ วางแผนการดำเนินการรว่ มกนั ของบุคลากรและตวั แทนนักเรยี นในการ กำหนดมาตรการท่จี ะชว่ ยสง่ เสริมให้มีการดำเนินการตา่ ง ๆ บรหิ ารจดั การขยะอนั ตราย - ประกาศมาตรการและแนวทางการดำเนินงานการจดั การขยะอันตราย - ดำเนนิ การคัดแยกขยะตามหลัก ๓Rs โดยบูรณาการการเรยี นรรู้ ่วมกันระหว่าง กล่มุ สาระการเรียนรู้ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น กิจกรรมชมุ นุม และกจิ กรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ - นิเทศ ตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมินผล ใหแ้ นวทางในการบรหิ ารจัดการ รวมท้ัง สง่ เสริมให้นำกระบวนการ PLC มาพัฒนาขับเคลอ่ื นนโยบายการบรหิ ารจัดการขยะตามโครงการโรงเรียน ปลอดขยะ
๖๕ - การจดั เกบ็ และการสง่ ต่อขยะอันตรายให้องคก์ ารบริหารส่วนตำบลห้วยเหนือ ได้กำจัดอยา่ งถกู วธิ ีตอ่ ไป ๓. ผลลพั ธ์ - นกั เรยี นและบคุ ลากร รู้ เข้าใจ สามารถปฏบิ ัติตนไดต้ ามมาตรการการจดั การ ขยะอันตราย รวมท้ังสามารถจดั เก็บ ส่งต่อไปยงั องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเหนือเพอื่ ดำเนนิ การบรหิ าร จดั การกำจดั หรือสง่ ต่อให้หน่วยงานอืน่ ไดจ้ ดั การอย่างถูกวธิ ไี ม่เปน็ อนั ตรายต่อบุคคลและสิ่งแวดลอ้ ม ๔. วิธกี ารเก็บข้อมูล/การติดตามประเมินผล - สงั เกต สอบถาม ประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานในการเข้าร่วมกจิ กรรม การ ปฏิบัติการแยกขยะ การจัดเก็บขยะอันตรายรวมถงึ การส่งต่อขยะใหห้ น่วยงานท่สี ามารถกำจัดได้ได้กำจัด ให้ถกู วิธีเปน็ มิตรกับสิง่ แวดลอ้ ม - นเิ ทศ กำกบั ติดตาม และประเมนิ ผลกิจกรรม ๕.๒ กจิ กรรมการลดปรมิ าณขยะมูลฝอยตั้งแตต่ น้ ทาง โรงเรียนบา้ นสะอาง (ประชาสามัคคี) ไดด้ ำเนินกจิ กรรมการลดปรมิ าณขยะมูลฝอยต้ังแต่ต้น ทางผ่านกิจกรรมการลดขยะอินทรีย์ ลดขยะรีไซเคิล ลดขยะทั่วไป ลดขยะอันตราย การลดใชถ้ งุ พลาสติก การลดใชโ้ ฟม ดงั ผลการดำเนินงานลดปรมิ าณขยะทลี่ ดได้ต่อไปน้ี กิจกรรมการลดขยะอนิ ทรีย์ ๑. กจิ กรรม/รปู แบบ/วธิ กี าร กินให้หมด เตมิ ใหอ้ ่ิม ไม่ใหม้ ีเศษอาหาร ล้างจนสะอาด สรา้ งสุขอนามัยทีด่ ี มเี มตตา แบ่งปันและนำไปเลย้ี งสัตว์ ๒. การดำเนินงาน/ผลการดำเนนิ งาน - ประกาศ แนวทาง มาตรการและวิธีปฏบิ ัติร่วมกันการการลดขยะอนิ ทรยี ใ์ นโรงเรียน - ประชมุ วางแผนการดำเนินงานตามมาตรการโดยแบ่งภารกจิ ความรับผิดชอบ - นำสู่การปฏิบัตริ ว่ มกันในตักแต่พอรบั ประทาน หากต้องการเพ่ิมสามารถตกั เพ่ิมได้ - หากมอี าหารเหลือจากการรับประทานก็แบ่งปนั่ ให้นักเรียนนำไปทานที่บ้านได้ - นำเศษอาหารทเี่ หลอื ไปเล้ียงสตั ว์ต่อไป - สังเกตการปฏิบัตกิ จิ กรรมของนักเรียน กิจกรรมการลดขยะรไี ซเคิล ๑. กจิ กรรม/รปู แบบ/วธิ กี าร ลด ละ เลิก กำจดั สรา้ งสรรค์สารพดั กิจกรรม ๒. การดำเนินงาน/ผลการดำเนนิ งาน - ประกาศ แนวทาง มาตรการและวธิ ีปฏบิ ัติรว่ มกันในการจดั การลดขยะรไี ซเคิลใน โรงเรยี น - ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามมาตรการโดยแบง่ ภารกิจความรับผดิ ชอบ - นำสูก่ ารปฏิบัตริ ว่ มกนั ในการดำเนนิ การลดใช้กระดาษ ขวดน้ำพลาสติก ไมน่ ำจาน กระดาษมาใชใ้ นโรงเรียน ผ่านกิจกรรมบูรณาการการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรยี นรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้
๖๖ - ออกแบบการเรียนรู้ วัสดุ สอ่ื ทใ่ี ชใ้ นการจดั การเรียนรู้ในกิจกรรมตา่ ง ๆ จากวสั ดทุ ่ีมี อยู่นำมาประยุกต์ เพม่ิ เติมใช้ใหเ้ กดิ ความคมุ้ ค่า คุ้มราคา คำนงึ ถึงส่งิ แวดล้อม - คดิ สรา้ งสรรค์ สร้างนวัตกรรมทแี่ ปลกใหม่ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ที่ไดจ้ ากวสั ดใุ น ท้องถิ่นและวสั ดุที่สามารถรีไซเคิลลดประมาณขยะทีจ่ ะเกดิ ข้นึ โดยการผลติ สื่อประกอบการจัดการเรียนรู้ บูรณาการในกลุม่ สาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ การบูร ณาการการเรยี นรสู้ ะเต็มศกึ ษา ได้ชน้ิ และผลงานดังน้ี การผลิตกงั หนั ลมจากถงุ นม กับดักแมลงวนั หอคอย การประดิษฐด์ อกไม้จากถุงนำ้ ยาปรบั ผ้านมุ่ การผลิตพดั การกระดาษ การจดั สานพัดใบตำลึง การผลิต ดอกไม้ - นิเทศ กำกบั ติดตาม การดำเนินงานต่าง ๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ - ดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรใู้ นกิจกรรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน และกจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ - สร้างขวญั และกำลังใจในการดำเนนิ งานแก่นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทีม่ ผึ ล การดำเนินงานดี กิจกรรมการลดขยะทั่วไป/ขยะทใ่ี ชค้ ร้ังเดียว ๑. กิจกรรม/รปู แบบ/วธิ กี าร ใชใ้ ห้นอ้ ย ใชซ้ ำ้ ยำ้ เตือนลดขยะ ๒. การดำเนินงาน/ผลการดำเนินงาน - ประกาศ แนวทาง มาตรการและวธิ ปี ฏิบัตริ ่วมกนั ในการจัดการลดขยะทั่วไปใน โรงเรียน ถงุ พลาสติก ลดการใชโ้ ฟม - ประชุมวางแผนการดำเนินงานตามมาตรการโดยแบง่ ภารกจิ ความรบั ผิดชอบ - นำส่กู ารปฏบิ ตั ริ ว่ มกนั ในการดำเนนิ การใชใ้ ห้น้อย ใชช้ ำ้ ย้ำเตอื นลดขยะท่ัวไป ผา่ น กิจกรรมบรู ณาการการเรยี นรู้ในกลุม่ สาระการเรยี นรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมลดเวลาเรียนเพ่ิม เวลารู้ - นเิ ทศ กำกับติดตาม การดำเนินงานต่าง ๆ อย่างสมำ่ เสมอ - ดำเนินการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ในกจิ กรรรมการเรียนรู้ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน และกจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ - สร้างขวัญและกำลงั ใจในการดำเนินงานแกน่ ักเรยี นและบุคลากรทางการศึกษาทีม่ ผี ล การดำเนินงานดี กิจกรรมการลดขยะอันตราย ๑. กิจกรรม/รูปแบบ/วธิ กี าร กำจดั จดั เก็บขยะอันตรายใหเ้ ปน็ ทสี่ รา้ งชีวีปลอดภยั ๒. การดำเนนิ งาน/ผลการดำเนนิ งาน - ประกาศ แนวทาง มาตรการและวิธปี ฏบิ ตั ิรว่ มกันในการจัดการขยะอนั ตราย - ประชมุ วางแผนการดำเนินงานตามมาตรการโดยแบง่ ภารกิจความรบั ผดิ ชอบ - ประสานความรว่ มมือร่วมกันในการกำจัดอยา่ งถูกวิธีกบั องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลหว้ ย เหนือ
๖๗ - นำส่กู ารปฏบิ ัติรว่ มกนั ในการดำเนินการกำจดั จดั เกบ็ ขยะอันตรายให้เป็นทีสร้างชีวี ปลอดภยั - นเิ ทศ กำกับติดตาม การดำเนินงานต่าง ๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ - ดำเนินการวดั และประเมินผลการเรียนรใู้ นกิจกรรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน และกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ - สร้างขวญั และกำลงั ใจในการดำเนินงานแก่นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาทีม่ ีผล การดำเนินงานดี ๕.๓ กิจกรรมการจัดการขยะท้ัง 4 ประเภทอย่างมีประสิทธิภาพ (กิจกรรมการคัดแยกขยะขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป ขยะอันตราย การนำกลับไปใช้ประโยชน์ หรือการจัดการทีถ่ ูกหลกั สุขาภิบาล การ เกบ็ รวบรวม ขอ้ มูลปริมาณขยะท่รี วบรวมได้) กิจกรรม/รปู แบบ กจิ กรรมคัดแยกขยะ ตามหลัก ๓Rs ผลการดำเนินงาน นกั เรยี นทกุ คน ไดเ้ รยี นรู้มีความรู้ ความเข้าใจ ขยะประเภทตา่ งๆ แนวทางในการจัดการ ขยะเบื้องต้น อยา่ งงา่ ย นกั เรยี นมสี ่วนรว่ มในการบรหิ ารจัดการขยะ ลดการเกิดขยะจากต้นเอง รบั ผิดชอบ หนา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย คัดแยกขยะ นำขยะไปใช้ประโยชนไ์ ด้ บรณู าการผ่านกจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพ่ิมเวลารู้ เช่น - ขยะอนิ ทรีย์ ใบไม้ เศษวัสดุทีส่ ามารถย่อยสลายได้ นำไปทำเป็นปยุ๋ หมกั ใส่ ต้นไม้และพืชผกั ภายในโรงเรียน การเรียนรกู้ ระบวนการหมกั และการย่อยสลาย - ขยะอนั ตราย รู้ถึงพิษภยั การกำจัดและการสง่ ต่อไปกำจดั อย่างถูกวิธี - ขยะท่ัวไป ลดและอนั ตรายที่จะเกิดขน้ึ - ขยะรไี ซเคลิ คดั แยกและนำไปประดิษฐส์ ร้างสรรค์กิจกรรมตา่ งๆ ในกิจกรรม การเรียนรู้ตา่ ง ๆ นกั เรียนมีจิตสำนกึ ในการรักส่งิ แวดล้อม รบั ผดิ ชอบต่อการภารกิจหนา้ ทที่ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย เอาใจใสต่ อ่ การจัดเกบ็ คัดแยก ลดปรมิ าณขยะใหน้ อ้ ยลดโดยเร่มิ จากทุกคนในโรงเรยี น 5.4 นวัตกรรมการจดั การขยะมลู ฝอยของโรงเรียน โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามัคคี) ได้ดำเนนิ การจัดการขยะมูลฝอย โดยใชน้ วัตกรรมเชิง รูปแบบวิธีการจดั การ การบริหารจัดการขยะ “การจดั การขยะโรงเรียนบ้านสะอาง (ประชาสามัคคี) โดยใช้ หลัก ๓Rs ลดขยะ ลดโลกรอ้ น ดว้ ยวิถีพอเพียง”ดงั ต่อไปนี้
๖๘ สรา้ งเสริม ความรู้ ความเข้าใจ บูรณาการ สรา้ งวนิ ัย วถิ ีพอเพียง การจัดการ อนรุ ักษ์ ลดใช้ สง่ิ แวดลอ้ ม พลังงาน ให้หมด ๑) กจิ กรรมสรา้ งเสรมิ ความรู้ ความเข้าใจ ถังขยะจากกลอ่ งนม - การสร้างความรคู้ วามเขา้ ใจใหก้ บั นักเรยี นในแต่ละระดบั ช้ันเรยี น หนา้ เสาธง - การประชาสมั พนั ธใ์ นรูปแบบปา้ ยนิเทศ การแผน่ พับ เสยี งตามสาย - การรณณรงค์ในโรงเรียนและชมุ ชน ๒) กิจกรรมสร้างวนิ ยั ในการจัดการ - การคดั แยกขยะตามหลัก 3Rs - การลดการเกิดขยะเศษอาหารและขยะอนิ ทรีย์ เช่น สง่ เสรมิ การทานอาหาร - การงดการใช้ถุงพลาสติก โฟม และสิง่ ต่าง ๆ ที่กำจดั และย่อยสลายยาก ๓) กจิ กรรมลดใช้พลังงาน - การประหยัดนำ้ /การประหยัดไฟ - การใช้แกว้ นำ้ ส่วนตวั - การใช้ถุงผ้า/กระเปา๋ ผ้า แทนถงุ พลาสติก ๔) กิจกรรมอนุรกั ษส์ ่ิงแวดล้อม - การแบ่งกลุ่มนักเรยี นทำความสะอาดพน้ื ที่รับผดิ ชอบ - การทำ Big Cleaning Day - การปลกู ดแู ล รกั ษาต้นไมเ้ พ่ิมพนื้ ทส่ี ีเขยี ว ๕) กิจกรรมพฒั นา/บูรณาการตามวิถีพอเพียงสคู่ วามย่งั ยนื - การทำปยุ๋ ชีวภาพ การทำปุ๋ยหมัก ปยุ๋ ธรรมชาติโคนต้นไม้ - การนำสูห่ อ้ งเรยี น/ส่อื การเรียนรู้ เช่น การกงั หันลมจำลองจากกล่องนม
๖๙ - การใช้ธรรมชาตใิ นวถิ ีชีวติ การสานพดั จากไม้ไผ่ พดั ใบตำลงึ ลดพลงั งานสร้าง รายได้ - การเพมิ่ มลู คา่ งานปะตดิ สร้างสรรค์ ดอกไม/้ คาร์เนชั่นจากถุงพลาสตกิ - การสร้าง/พฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ ผลการดำเนินงาน ๑. นกั เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนกั และเข้าใจในการต้องดำเนินการจดั การขยะ ลด การใชข้ ยะทท่ี ่วั ไป กำจัด จดั เก็บ ส่งตอ่ อนั ตราย นำกลับไปใช้ในในการจัดการเรียนการสอนบูรณาการกับ ชวี ิตประจำวัน ๒. นักเรยี นมีวนิ ยั ในตนเอง สามารถคัดแยกขยะตั้งแต่ตน้ ทาง คอื หอ้ งเรยี น โรงเรียน เรยี นรู้และมจี ติ สำนกึ ในการคัดแยกขยะ ๓. นักเรยี นรู้จกั ใช้พลงั งานไฟฟา้ นำ้ อยา่ งประหยัด เปดิ -ปิด เมือ่ จำเปน็ และเปน็ เวลา ๔. นกั เรยี นมสี ่วนร่วมในการอนุรกั ษส์ ่ิงแวดล้อม ปลูกป่ารกั ษา ดแู ลต้นไม้ พืชผักต่าง ๆ ๕. นักเรียนร้จู กั บูรณาการสงิ่ ตา่ งๆ สร้างสรรค์กจิ กรรมการเรยี นรจู้ ากหอ้ งเรยี น โรงเรียน แหล่งเรียนรตู้ า่ งๆ การทำปุ๋ยหมกั การนำ้ หมักซีวภาพ ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน สรา้ งสรรค์ส่ิงท่ี เหลอื ใชม้ าเพิ่มมลู ค่า ลดละสงิ่ ต่างๆ ท่ีไม่จำเป็นในการดำเนนิ ชีวิตทเ่ี ปน็ มิตรกับสง่ิ แวดล้อม ประโยชน์ที่ไดร้ ับ ๑. ขยะในโรงเรยี นไดม้ ีการบริหารจัดการอยา่ งถกู วธิ ี ๒. นำ้ ไฟ มกี ารเปิด-ปิดอยา่ งเปน็ เวลา ลดค่าใชจ้ ่ายในการบำรุงรักษา ๔. โรงเรยี นมีสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ นา่ เรยี น น่าจดั กิจกรรมการเรียนร้อู ยา่ งมีความสุข สว่ นที่ 6 ผลสำเรจ็ และความยั่งยืนของโรงเรยี นปลอดขยะ 6.๑ คุณภาพของผเู้ รียน จติ สำนึก และพฤติกรรมการจัดการขยะท่ดี ี โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามัคคี) ได้ดำเนนิ การขับเคล่ือนโรงเรยี นปลอดขยะมาอย่างตอ่ เน่ือง สง่ ผลให้นกั เรียนมีจิตสำนกึ และพฤติกรรมในการคดั แยกขยะ ใชส้ ิง่ ของต่าง ๆ อยา่ งรู้คุณค่า นำกลับมาใช้ ใหม่ รวมทงั้ การสร้างสรรค์ การเรยี นรู้อยู่รว่ มกบั สง่ิ แวดล้อม อยา่ งผาสกุ และย่ังยนื ตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลใหไ้ ด้รบั รางวลั ดงั ต่อไปนี้ ผลงานรางวัลสถานศึกษา ๑. รางวลั ชนะเลศิ โรงเรยี นตน้ แบบปลอดขยะดีเดน่ สำนักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต ๓
๗๐ ๒. โรงเรียนในโครงการโรงเรียนคณุ ธรรมมลู นธิ ยิ ุวสถริ คุณ สพฐ. สำนกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา ประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ ๓. โรงเรยี นตน้ แบบด้านการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรมความมีระเบยี บวนิ ัยและทักษะทางลกู เสอื ประจำปี ๒๕๕๙ สำนกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรสี ะเกษ เขต ๓ ๔. โรงเรยี นผ่านเกณฑก์ ารประเมินสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ ละบรหิ าร จัดการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งประจำปี ๒๕๕๘ “สถานศึกษาพอเพยี ง ๒๕๕๘” กระทรวงศึกษาธกิ าร ๕. โรงเรียนได้เข้ารว่ มโครงการการศกึ ษาต่อต้านการใชย้ าเสพติดในเด็กนักเรยี น (D.A.R.E.ประเทศไทย) ปี ๒๕๕๗ ๑. เกียรตบิ ัตร สถานศกึ ษาพอเพียง ๒๕๕๘ กระทรวงศึกษาธกิ าร
๗๑ ๒. รางวลั ชนะเลิศ โรงเรียนตน้ แบบปลอดขยะดเี ดน่ ๒๕๖๐ สพป.ศรสี ะเกษ เขต ๓ ๓. โรงเรียนตน้ แบบการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม ความมรี ะเบียบวนิ ัย และทักษะทางลูกเสอื ประจำปี ๒๕๕๙
๗๒ ๔. โรงเรยี นในโครงการสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และคา่ นิยมของชาติ (โครงการโรงเรยี นคณุ ธรรมมูลนิธิยุวสถริ คณุ สพฐ) รุน่ ที่ ๑ ผลงานทเี่ กดิ ขึ้นกับผู้เรยี น
๗๓ ๑. งานศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยี ระดับสำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษา ประถมศกึ ษาศรสี ะเกษ เขต ๓ ครั้งท่ี ๖๘ ประจำปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๑ - รางวัลเหรียญทอง การแขง่ ขนั จักสานไม้ไผ่ ระดับชั้นป.4-ป.6 1. เด็กชายอเุ ทน บรรณชาติ 2. เด็กชายปรัชญา พนั ธะมุย 3. เดก็ ชายพิพรรธ จันทรด์ ารา - รางวัลเหรียญทอง การประกวดเพลงคุณธรรม ระดบั ชั้น ป.1-ป.3 1. เด็กหญงิ รญั ชดิ า ยกยศ 2. เดก็ หญงิ ณัฐธาดา ยกยศ 3. เดก็ หญงิ สวุ นนั ทศั บตุ ร 4. เดก็ หญิงกมลวรรณ คำเสนา 5. เด็กหญงิ อมลณัฐ บุญประกอบ - รางวัลเหรียญเงิน การสร้างสรรค์ภาพด้วยการปะติด ระดบั ช้ันป.4-ป.6 1. เดก็ หญงิ สพุ รรณษา ใบแสง 2. เดก็ หญิงพัชรดิ า ประกอบกิจ ๒. งานศิลปหัตถกรรม วชิ าการ และเทคโนโลยี ระดบั กลุ่มพัฒนาคุณภาพ การศกึ ษา ๑ เมอื งขุขนั ธ์ ครงั้ ท่ี ๖๘ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑ - รางวลั เหรียญทอง ชนะเลิศ การสรา้ งสรรค์ภาพดว้ ยการปะตดิ ระดบั ช้นั ป.4-ป.6 1. เดก็ หญิงสุพรรณษา ใบแสง 2. เด็กหญิงพัชริดา ประกอบกจิ - รางวลั เหรียญทอง รองชนะเลศิ อนั ดับ ๒ การประกวดเพลงคุณธรรม ระดบั ชน้ั ป.4-ป.6 1. เดก็ หญงิ กุลนดั ดา อาจนรา 2. เดก็ หญิงชลธิชา มน่ั จิตร 3. เด็กหญงิ ศิรภัสสร เมอื งจนั ทร์ 4. เด็กหญงิ จรุ รี ัตน์ พลลี 5. เด็กหญงิ ธัญญรกั ษณ์ ศรีพพิ ัฒน์ - รางวัลเหรียญทอง ชนะเลิศ การแขง่ ขันจกั สานไม้ไผ่ ระดับชนั้ ป.4-ป.6 1. เด็กชายอุเทน บรรณชาติ 2. เดก็ ชายปรชั ญา พนั ธะมุย 3. เด็กชายพพิ รรธ จนั ทร์ดารา - รางวลั เหรียญทอง ชนะเลิศ การประกวดเพลงคณุ ธรรม ระดับช้นั ป.1-ป.3 1. เด็กหญิงรญั ชดิ า ยกยศ 2. เดก็ หญงิ ณัฐธาดา ยกยศ 3. เดก็ หญิงสวุ นัน ทศั บุตร 4. เดก็ หญิงกมลวรรณ คำเสนา 5. เดก็ หญงิ อมลณฐั บญุ ประกอบ
๗๔ - รางวลั เหรียญทอง รองชนะเลิศ อันดบั ๒ การประกวดเพลงคณุ ธรรม ระดบั ชนั้ ป.4- ป.6 1. เด็กหญิงกลุ นัดดา อาจนรา 2. เด็กหญิงชลธิชา มน่ั จติ ร 3. เด็กหญงิ ศิรภสั สร เมืองจนั ทร์ 4. เด็กหญิงจรุ รี ัตน์ พลลี 5. เดก็ หญงิ ธัญญรกั ษณ์ ศรีพพิ ฒั น์ - รางวัลเหรียญทอง การแข่งขันตอบปญั หาสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.1-ป.6 1. เดก็ ชายณฐั สิทธ์ิ ชัยชนะ 2. เด็กหญิงอรัญญา อสิพงษ์ เหรยี ญทอง การแข่งขนั จกั สานไม้ไผ่ ระดับชัน้ ป.๔-๖ งานศลิ ปหตั ถกรรม วิชาการและเทคโนโลยี นกั เรียน ระดบั สำนกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ เหรยี ญทอง การแข่งขนั การสร้างสรรค์ภาพดว้ ยการปะติด ระดับชัน้ ป.๔-๖ งานศิลปหตั ถกรรม วชิ าการและเทคโนโลยนี กั เรยี น ระดับสำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาศรสี ะเกษ เขต ๓
๗๕ 6.๒ ปรมิ าณมูลฝอยทน่ี ำกลับมาใชป้ ระโยชน์ผา่ นกจิ กรรม ปริมาณขยะมลู ฝอยทีน่ ำกลบั มาใชป้ ระโยชนผ์ ่านกจิ กรรมต่างๆ (ข้อมลู จากขอ้ 5.3) ขยะอนิ ทรยี ์ ๒4 กโิ ลกรัม/วัน เฉลย่ี ต่อคน ๐.๒๐ กก./วนั ขยะรไี ซเคลิ ๓๒ กโิ ลกรัม/วัน เฉล่ยี ต่อคน ๐.๒๖ กก./วนั ขยะทว่ั ไป ๕๖ กโิ ลกรัม/วนั เฉลีย่ ตอ่ คน ๐.๔๖ กก./วนั รวมปริมาณ ๑๑๒ กโิ ลกรมั /วนั เฉลยี่ ต่อคน ๐.๙๑ กก./วัน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๑๐๐ จากขยะทเี่ กดิ ข้นึ ทงั้ หมดในโรงเรียน 6.3 ปริมาณขยะมูลฝอยที่นำไปกำจัดลดลง (ปริมาณขยะมูลฝอยที่ส่งกำจัด/ส่งอปท.เปรียบเทียบก่อน และหลังดำเนินการ) ปรมิ าณขยะก่อนดำเนนิ กจิ กรรมการจัดการขยะ ๑๙๘ กิโลกรมั /วัน (ขอ้ มลู ปีฐาน) ปริมาณขยะหลังดำเนนิ กจิ กรรมการจดั การขยะ ๑๑๒ กิโลกรมั /วัน (ข้อมลู ปีปัจจุบนั ) ปรมิ าณขยะท่ีลดลงเมื่อเปรยี บเทียบก่อน/หลัง ๘๖ กิโลกรัม/วัน รอ้ ยละปรมิ าณขยะทลี่ ดลง ร้อยละ ๔๓.๔๓ ปรมิ าณถุงพลาสตกิ ทล่ี ดลง ๒3 ใบ/เดือน ปริมาณโฟมทล่ี ดลง - ช้ิน/เดือน 6.4 ความย่งั ยืนในการดำเนินงานโรงเรียนปลอดขยะ (รูปแบบ/วธิ ีการ/แผนงาน โครงสรา้ ง ระบบการ จัดการ บทบาทหนา้ ที่ กจิ กรรมทสี่ อื่ ถึงความยัง่ ยนื ของการจัดการขยะในสถานศึกษา) รูปแบบ/วธิ ีการ/แผนงาน/แนวทาง การขบั เคลื่อนโรงเรียนปลอดขยะในโรงเรียนบ้านสะอาง (ประชาสามัคคี) ไดด้ ำเนนิ การ อย่างต่อเนอื่ ง โดยการกำกบั ตดิ ตามท้งั การประชมุ ประจำเดือนของขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ ศกึ ษา การนเิ ทศติดตามการบูรณาการการจดั การเรยี นรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้อยา่ งตอ่ เนื่อง โดยใชว้ งจรคุณภาพเดมม่ิงในการขบั เคล่อื น ระบบการจดั การโรงเรียนปลอดขยะ
๗๖ สร้างเสริม ความรู้ ความเขา้ ใจ บรู ณาการ สรา้ งวินยั วถิ ีพอเพียง การจดั การ อนุรกั ษ์ ลดใช้ สิ่งแวดล้อม พลังงาน แผนผังการขับเคลือ่ นการบริหารจดั การขยะตามโครงการโรงเรียนปลอดขยะ โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามัคค)ี ส่วนที่ 7 จัดการขยะตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงและสง่ เสริมคณุ ภาพสิ่งแวดลอ้ ม
๗๗ โรงเรียนบา้ นสะอาง (ประชาสามคั ค)ี ได้ดำเนนิ การจัดการขยะตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสง่ิ เสริมคณุ ภาพส่ิงแวดล้อม ดังนี้ 7.๑ ดำเนินกิจกรรมการจัดการขยะตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ ปรัชญาท่ียดึ หลักทางสายกลาง ทีช่ ี้แนวทางการดำรงอย่แู ละปฏิบัติของ ประชาชนในทุกระดับให้ดำเนินไปในทางสายกลาง มีความพอเพยี ง และมคี วามพร้อมที่จะจัดการต่อ ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง ซงึ่ จะต้องอาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และระมดั ระวัง ในการวางแผนและ ดำเนินการทุกข้นั ตอน ท้งั น้ี เศรษฐกจิ พอเพียงเปน็ การดำเนนิ ชวี ติ อยา่ งสมดุลและยง่ั ยืน เพือ่ ใหส้ ามารถอยู่ ได้แม้ในโลกโลกาภิวัฒน์ท่ีมีการแขง่ ขันสูง แนวทางการดำเนนิ กจิ กรรม กจิ กรรมปลูกพชื ผกั รักสขุ ภาพ กิจกรรมการเลย้ี งสัตว์ เลย้ี งไก่ไข่ เลีย้ งปลา กจิ กรรมการ จัดการขยะรกั ษาสง่ิ แวดล้อม
๗๘ 7.๒ การสง่ เสรมิ และรักษาคณุ ภาพส่งิ แวดล้อม โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามคั คี) ได้ดำเนนิ การขบั เคลอื่ นโรงเรยี นปลอดขยะ เพ่ือส่งเสริม สง่ เสรมิ ดา้ นการอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ดงั น้ี การใช้ ดนิ นำ้ อากาศและพลังงานอยา่ งรู้คุณค่า มกี ารปลูกตน้ ไม้ พืชผกั สวนหย่อมใหน้ ่าอยู่ นา่ ดู น่าเรยี นดูแล สง่ ผลให้มคี ุณภาพชวี ติ ท่ดี ขี ้ึน ในทุก ๆ ดา้ นด้วยความรว่ มมอื ขององค์การบริหารส่วนตำบล ห้วยเหนือ ศนู ย์สุขภาพชุมชนเมอื งขุขนั ธ์ ในกำกบั โรงพยาบาลขขุ นั ธ์ ชุมชนบา้ นสะอาง บ้านสนวน วดั สะอาง ผู้ปกครองนักเรยี นร่วมดว้ ยช่วยกันในการขับเคล่ือน เพอื่ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ สง่ิ แวดล้อมอย่างย่งั ยืน ผลทเี่ กดิ ขึ้นกับสถานศึกษาหลังดำเนินกจิ กรรมโรงเรียนปลอดขยะในภาพรวม โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามัคคี) ไดด้ ำเนนิ การขบั เคลอื่ นโรงเรียนปลอดขยะ อยา่ งต่อเน่ือง ส่งผลตอ่ โรงเรยี นในภาพรวมดงั ต่อไปน้ี ๑. นกั เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีวนิ ยั การทิ้งขยะ รู้จกั คดั แยกขยะ นำขยะไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ ๒. โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมท่ีดี มบี รรยากาศทีร่ ม่ รน่ื ส่งผลต่อคุณภาพชีวติ ของทกุ คน ๓. ครูและบุคลากรทางการศึกษา เขา้ ใจและนำไปจัดการเรยี นรูบ้ รู ณาการการบริหาร จดั การขยะในกิจกรรมการเรยี นรูส้ ่ผู เู้ รยี น สร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชนต์ อ่ การเรยี นร้ขู องผู้เรียนจาก วัสดทุ มี่ อี ยูใ่ นท้องถนิ่ รกั สงิ่ แวดลอ้ ม
๗๙ ภาคผนวก แนวทางการจดั กิจกรรมเพิม่ เวลารู้ โดยใช้กระบวนการเสริมสรา้ งทกั ษะชีวติ Active Learning
๘๐ โครงการโรงเรยี นปลอดขยะ โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามคั คี) สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาศรสี ะเกษ เขต 3 สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร คำนำ
๘๑ ตามทีก่ ระทรวงศึกษาธกิ ารได้ประกาศนโยบาย “ลดเวลาเรยี น เพ่ิมเวลาร”ู้ เพื่อปรับลดเวลาเรียน ของผเู้ รียนให้น้อยลง เพิ่มเวลารู้ให้มากข้ึน ตั้งแตภ่ าคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๕๘ เปน็ ตน้ มา โดยมี จุดม่งุ หมายทีจ่ ะพัฒนาผู้เรยี นท้งั ๔ H (Head Heart Hand Health) ประกอบดว้ ยดา้ นสมอง (Head) ดา้ นคุณลักษณะและค่านยิ ม (Heart) ดา้ นทักษะปฏบิ ัติ (Hand) และด้านสขุ ภาพกาย (Health) โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามคั คี) จงึ ไดจ้ ดั ทำแนวทางการจัดกิจกรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้ เพ่อื ใชใ้ นแนวทางการจัดกจิ กรรมลดเวลาเรียน เพ่ิมเวลารู้ ข้นึ โรงเรยี นบ้านสะอาง (ประชาสามคั คี) สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ จึงหวังเป็นอย่างย่งิ ว่า เอกสารแนวทางการจดั กิจกรรมเพ่ิมเวลารู้ โครงการโรงเรียนปลอดขยะ นี้ ซึ่งเป็น การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ทเ่ี นน้ บทบาทและการมีสว่ นร่วมของผเู้ รยี น จะเป็นประโยชน์อยา่ งย่งิ ในการจัด กจิ กรรมเพิม่ เวลารู้สำหรับครูผ้สู อน สามารถสร้างความสุขในการเรยี นรขู้ องผ้เู รียน และนำไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ โรงเรยี นบา้ นสะอาง (ประชาสามคั คี) สารบัญ หน้า
๘๒ คำนำ ก สารบญั ข ตอนที่ ๑ กรอบแนวคดิ การจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ๑ ตอนที่ ๒ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ีเ่ น้นบทบาทและการมีสว่ นรว่ มของผู้เรียน (Active Learning) ๑๕ ตอนที่ ๓ แนวทางการนเิ ทศการจัดกจิ กรรมการเรียนรเู้ พ่ือพัฒนา ๔H ๒๐ ตอนที่ ๔ แนวทางการจัดกจิ กรรมเพมิ่ เวลารู้ โครงการโรงเรียนปลอดขยะ ๒๘ เอกสารอ้างองิ ๓๕ คณะผ้จู ัดทำ ๓๖ ส่วนที่ ๑ กรอบแนวคิดการจัดกจิ กรรมาลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้
๘๓ “... การจัดการศึกษาตอ้ งเป็นไปเพอ่ื พัฒนาคนไทยให้เป็นมนษุ ย์มีจรยิ ธรรม และวฒั นธรรม ใน การดำรงชวี ติ สามารถอยู่รว่ มกบั ผู้อ่ืนได้อย่างมคี วามสขุ ...” การจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพมิ่ เวลารู้” เป็นการสง่ เสริมการดำเนินการใช้หลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้มปี ระสทิ ธิภาพยง่ิ ขึ้น เป็นการเน้นยา้ํ การจดั การเรยี นรโู้ ดยยึด ผเู้ รียนเป็นสำคญั มุ่งพฒั นาผ้เู รียนอยา่ งรอบด้านให้สามารถดำรงชีวติ ในสังคมยุคศตวรรษท่ี ๒๑ ได้อยา่ งมี ความสขุ การดำเนินการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิม่ เวลารู้” อาศัยกรอบแนวคิดเกี่ยวกบั การจดั การศกึ ษาหลายประการ ได้แก่ ปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยการจัดการศึกษาของ UNESCO มาตรฐานการศกึ ษา ชาติ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ แนวคิดทฤษฎกี ารเรียนรู้ ผ้เู กย่ี วข้องใน การดำเนินการจดั กจิ กรรม “ลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู้” จำเปน็ ตอ้ งมีความรู้ ความเข้าใจ และเห็นความ เชือ่ มโยงสัมพันธ์ของสาระสำคญั ของเรอื่ งตา่ งๆ ตามกรอบแนวคดิ ในแผนภาพ
๘๔
๘๕ การศึกษาจะต้องมีการพฒั นาผู้เรียนอยา่ งรอบด้าน คอื การพฒั นาผู้เรยี นให้ครอบคลมุ ในหลายมิติ ทงั้ ในดา้ นร่างกาย จติ ใจ สติปัญญา สังคมและอารมณ์ องค์การยเู นสโกได้กำหนดแนวทางการจัดการศกึ ษา ทเ่ี หมาะสมสำหรับครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี ๒๑ โดยเสนอจตุสดมภ์การศกึ ษา (Four Pillars of Education) ประกอบดว้ ยเสาหลกั การศึกษา ๔ ประการ ไดแ้ ก่ Learning to know: หมายถึง การเรียนเพอื่ ร้ทู ุกสงิ่ ทุกอย่าง อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ ไปได้แก่ การแสวงหาให้ได้มาซ่ึงความรู้ทตี่ อ้ งการ การต่อยอดความรู้ทมี่ ี อยแู่ ละรวมทง้ั การสร้างความรูข้ ึ้นใหมก่ ารเรียนเพ่ือรจู้ งึ หมายถึงการเรียนเพื่อเตรียมเครือ่ งมือสำหรบั การศึกษาต่อเนื่องตลอดชวี ติ เชน่ คนไทยต้องเรยี นภาษาไทยใหอ้ ่านออกเขียนไดเ้ พ่ือจะไดเ้ รยี นตอ่ ใน ระดบั ท่ีสูงขนึ้ ไป หรอื การเรยี นด้านภาษาสากล การเรยี นคอมพิวเตอร์ เพื่อเปน็ เคร่ืองมือในการคน้ ควา้ หา ความรู้ เปน็ ต้น เสาหลกั การศึกษาประการแรกนี้ ยงั รวมถงึ การเตรียมความพร้อมดา้ นจิตใจผเู้ รยี น ให้มี ความพร้อมเพ่อื การศึกษาต่อ ไดแ้ ก่ การเรียนการสอนทเ่ี กดิ ความสนุก อยากเรยี น รักที่จะเรียนรู้ มี ความสขุ ในการเรยี นและการแสวงหาความรู้ และการมีสุขภาพจติ ทีด่ ี Learning to do: หมายถึง การ เรียนเพือ่ การปฏิบตั หิ รอื ลงมือทำ ซ่ึงอาจนำไปสู่การประกอบอาชพี จากความร้ทู ่ีได้ศกึ ษามารวมท้ังการ ปฏบิ ตั เิ พอ่ื สรา้ งประโยชน์ให้สังคมการเรยี นเพื่อทำได้คือ ความสามารถในการนำความรูม้ าปฏบิ ัติให้ บรรลุผลตามความมุ่งหวงั การเรยี นเพอ่ื ให้ทำได้กค็ ือการเรียนเพื่อใชค้ วามรู้ในการทำงาน การประกอบ อาชีพ ซึ่งเปน็ ผลของการเรียน ทีม่ งุ่ เน้นการปฏบิ ัติ ต้องพัฒนาคนใหม้ คี วามสามารถหลากหลาย สามารถ ทำงานไดห้ ลายอยา่ งโดยอาศัยเครื่องจักรลดกำลังแรงกาย และอาศยั คอมพวิ เตอร์ ลดกำลงั สมองในการคดิ รวมท้งั ความสามารถในการทำงานร่วมกับผอู้ ่ืนได้อยา่ งมีความสขุ เพื่อเสรมิ สรา้ งการทำงานเป็นทีมให้ เข้มแข็ง นั่นก็คือทักษะด้านมนษุ ยสมั พันธ์ (People Skills) ของผูเ้ รียน และความสามารถในการบรหิ าร จัดการ มคี ุณธรรมภายในจิตใจ เช่น ความรบั ผิดชอบความซื่อสตั ย์ การตรงต่อเวลา เป็นต้น Learning to live together: หมายถงึ การเรียนรูเ้ พ่ือการดำเนนิ ชวี ิตอยูร่ ว่ มกบั ผู้อืน่ ได้อย่างมีความสขุ ทงั้ การดำเนินชีวติ ในการเรียน ครอบครวั สงั คม และการทำงานการเรยี นรู้เพื่อทจี่ ะอย่รู ่วมกบั ผู้อืน่ เป็นการ ใชค้ วามร้คู วามสามารถเพ่ือสงั คมสว่ นรวมในประการท่ีสามนเ้ี ปน็ การศึกษาที่ม่งุ เนน้ ให้ผู้เรียนใช้ความรู้ ความสามารถในการทำประโยชน์แก่ผู้อน่ื เป็นการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพดว้ ยการสรา้ งสรรคป์ ระโยชน์ ใหแ้ กส่ งั คม นน่ั ก็คือการเรยี นรเู้ พอื่ การอยู่ร่วมกันฉนั ญาติมิตร และใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสลาย ความรุนแรงและความขดั แย้งในสงั คม ด้วยการหนั หน้าเจรจาและเห็นอกเหน็ ใจซึ่งกนั และกนั มีความรู้ ความเข้าใจในมติ ทิ ่ีแตกต่างกันในด้านชาตพิ ันธุ์ ศาสนา และความเป็นอยู่ Learning to be: หมายถึง การเรียนรเู้ พื่อใหร้ ูจ้ กั ตวั เองอยา่ งถอ่ งแท้ ร้ถู งึ ศกั ยภาพ ความถนดั ความสนใจ ของตนเอง สามารถใช้ ความรคู้ วามสามารถของตนเองให้เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คม เลอื กแนวทางการพฒั นาตนเองตามศักยภาพ วางแผนการเรียนตอ่ การประกอบอาชีพท่ีสอดคล้องกบั ศกั ยภาพตนเองได้ การพัฒนาคนให้เป็นมนุษยท์ ่ี สมบรู ณ์ กล่าวคอื เมือ่ ผเู้ รียนจบการศกึ ษาไปแลว้ เขาจะต้องเป็นอะไรท่ีมากกวา่ เคร่ืองจกั รในโรงงาน มากกว่าความเปน็ แรงงานราคาถูก และมากกวา่ ความเปน็ ทรัพยากรมนษุ ยห์ รือสตั วเ์ ศรษฐกจิ นั่นก็คือ การศึกษาต้องไม่กดคนให้ตา่ํ ลงมคี ่าเพยี งทรัพยากรหรือเคร่ืองจักรชิ้นหนึง่ แตต่ ้องพฒั นาคนใหเ้ ป็นมนษุ ย์ท่ี สมบรู ณเ์ ตม็ ตามศักยภาพในทุกมติ ิ สาระสำคัญของสเ่ี สาหลกั ของการศกึ ษา เสาหลกั การศึกษาสองประการแรกเป็นการศึกษาเพ่ือใหผ้ ู้เรียนเก่งในภาคทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติ เป็นการจดั การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาใหผ้ เู้ รียนมีทักษะและความสามารถในการคิดวเิ คราะห์แก้ปญั หา ศึกษา ค้นควา้ แสวงหาความร้ไู ด้ด้วยกระบวนการหรือวิธกี ารของตนเอง และรู้จักตัวเองเพิ่มมากขน้ึ ใน
๘๖ ขณะเดียวกนั เสาหลักของการจดั การศกึ ษาสองประการหลงั ก็พัฒนาใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ความเขา้ ใจ และ ยอมรบั วถิ ีการดำรงชวี ติ ความเชอื่ และแนวคิดทแี่ ตกตา่ งกันของมวลมนษุ ยชาติ มีทักษะและ ความสามารถในการปรบั ตวั สามารถทำงานและดำรงชีวิตอยรู่ ว่ มกนั อย่างรเู้ ทา่ ทัน มีความสขุ สงบ สันติ และเพยี งพอ เป็นพลเมอื งไทยหรอื พลเมืองโลกที่มีคณุ ภาพและมปี ระสิทธิภาพ ดว้ ยเหตนุ ี้จงึ จำเปน็ อยา่ งย่ิงท่ีแตล่ ะประเทศจะต้องเตรียมคนร่นุ ใหม่ท่ีมที ักษะและความสามารถ ในการปรบั ตวั ให้มีคุณลักษณะสำคญั ในการดำรงชีวติ ในโลกยคุ ศตวรรษที่ ๒๑ ไดอ้ ย่างรเู้ ท่าทนั สงบ สนั ติ มคี วามสขุ มีคุณภาพชีวิตท่ีดี เหมาะสม เพยี งพอ การจัดหลกั สูตรการเรยี นการสอนต้องมีความเปน็ พลวัต ก้าวทนั กบั สงิ่ ต่างๆ ทีเ่ ปลยี่ นแปลง การจัดการศึกษาสำหรบั คนยุคใหมจ่ งึ ควรคำนึงถงึ บริบทท่ีสำคญั ในโลก การให้การศกึ ษาสำหรบั ศตวรรษท่ี ๒๑ ตอ้ งเปลยี่ นแปลงทัศนะ (perspectives) จากกระบวนทัศน์แบบ ด้ังเดมิ (tradition paradigm) ไปสูก่ ระบวนทัศน์ใหม่ (new paradigm) ที่ให้โลกของผเู้ รยี นและโลกความ เป็นจรงิ เป็นศูนยก์ ลางของกระบวนการเรยี นรู้ เปน็ การเรยี นรู้ที่ไปไกลกว่าการได้รบั ความรู้แบบงา่ ยๆ ที่ ผู้เรยี นเปน็ ฝา่ ยรับจากครูผสู้ อนแตเ่ พยี งอยา่ งเดียว ไปสู่การจัดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ่ีเน้นใหผ้ ้เู รียนไดเ้ รยี นรู้ จากการลงมือปฏิบัติ มสี ว่ นร่วมในกิจกรรมการเรยี นการสอน พัฒนาทกั ษะในการคดิ วิเคราะห์ คิด สรา้ งสรรค์ แก้ปญั หา ทักษะการส่ือสาร ความยืดหยนุ่ การจงู ใจตนเอง และความตระหนักใน สภาพแวดลอ้ ม และเหนืออนื่ ใด คอื ความสามารถใชค้ วามร้อู ย่างสรา้ งสรรคซ์ ่ึงเป็นทักษะทส่ี ำคญั จำเป็น สำหรบั การเปน็ ผูเ้ รยี นในศตวรรษที่ ๒๑ มาตรฐานการศึกษาของชาติ มีทง้ั หมด ๓ มาตรฐานดังน้ี มาตรฐานที่ ๑ คณุ ลักษณะของคนไทยท่ีพงึ ประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมืองไทยและพลเมอื งโลก คนไทยเป็นคนเกง่ คนดี และมีสขุ เปา้ หมายของการจัดการศึกษาอยทู่ ี่การพัฒนาคนไทยทุกคนให้เปน็ คนเก่ง คนดี และมีความสุข โดยมกี ารพัฒนาท่ีเหมาะสมกับชว่ งวัย พฒั นาคนตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพตรงตามความตอ้ งการ ทัง้ ในดา้ นสุขภาพร่างกายและจิตใจ สตปิ ญั ญา ความรแู้ ละทักษะคุณธรรมและจติ สำนึกที่พงึ ประสงค์ และอยู่ ในสังคมไดอ้ ยา่ งปกตสิ ุข ตวั บ่งชี้ ๑. กำลังกาย กำลังใจทส่ี มบูรณ์ ๑.๑ คนไทยมสี ุขภาพกายและจติ ท่ดี ี มีพฒั นาการดา้ นรา่ งกาย จิตใจ สตปิ ญั ญาเจริญเติบโต อยา่ งสมบรู ณ์ตามเกณฑ์การพัฒนาในแตล่ ะช่วงวยั ๒. ความร้แู ละทักษะที่จำเป็นและเพยี งพอในการดำรงชวี ิตและการพฒั นาสงั คม ๒.๑ คนไทยได้เรียนรเู้ ต็มตามศกั ยภาพของตนเอง ๒.๒ คนไทยมีงานทำ และนำความรู้ไปใช้ในการสร้างงานและสรา้ งประโยชนใ์ หส้ งั คม ๓. มีทกั ษะการเรยี นรู้และการปรบั ตวั ๓.๑ คนไทยสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ รทู้ ันโลก รวมทัง้ มคี วามสามารถในการ ใชแ้ หลง่ ความรแู้ ละสื่อตา่ งๆ เพื่อพฒั นาตนเองและสังคม ๓.๒ คนไทยสามารถปรบั ตัวได้ มีมนษุ ย์สัมพนั ธด์ ี และทำงานรว่ มกับผู้อ่นื ไดเ้ ป็นอย่างดี ๔. มที กั ษะทางสังคม ๔.๑ คนไทยเข้าใจและเคารพในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสังคม มีทักษะและความสามารถที่ จำเป็นต่อการดำเนินชวี ติ ในสังคมอยา่ งมีความสุข
๘๗ ๔.๒ คนไทยมีความรบั ผิดชอบ เข้าใจ ยอมรบั และตระหนักในคุณคา่ ของวฒั นธรรมที่แตกตา่ ง กัน สามารถแกป้ ัญหาในฐานะสมาชิกของสังคมไทยและสงั คมโลกโดยสันตวิ ธิ ี ๕. มคี ณุ ธรรม จติ สาธารณะ และจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ๕.๑ คนไทยดำเนนิ ชวี ิตโดยกายสจุ ริต วจสี ุจรติ และมโนสจุ ริต ๕.๒ คนไทยมคี วามรบั ผดิ ชอบทางศีลธรรมและสังคม มจี ิตสำนึกในเกยี รติภมู ิของความเปน็ คน ไทย มคี วามภูมใิ จในชนชาตไิ ทย รักแผน่ ดินไทย และปฏิบัติตนตามระบอบประชาธปิ ไตย เปน็ สมาชิกทด่ี ี เป็นอาสาสมัครเพื่อชุมชนและสงั คมในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก มาตรฐานที่ ๒ แนวการจัดการศึกษาจดั การเรยี นรู้ทมี่ ุ่งพัฒนาผเู้ รียนเปน็ สำคญั และการบรหิ าร โดยใช้สถานศกึ ษาเป็นฐาน การจดั กระบวนการเรียนรทู้ เ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ผ้เู รียนเห็นแบบอยา่ งที่ดี ไดฝ้ ึกการคิด ไดเ้ รียนรู้ จากประสบการณต์ รงทหี่ ลากหลายตรงตามความต้องการ และมคี วามสขุ ในการเรียนรู้ ครู คณาจารย์ รู้จกั ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เตรียมการสอนและใช้สื่อท่ีผสมผสานความรู้สากลกบั ภมู ิปัญญาไทย จัดบรรยากาศ เออ้ื ต่อการเรยี นรู้ จัดหาและพัฒนาแหล่งการเรยี นรูท้ ห่ี ลากหลาย และพัฒนาความคิดของผเู้ รยี นอยา่ งเปน็ ระบบและสร้างสรรคค์ วามสำเร็จของการจัดกระบวนการเรียนรู้ท่เี น้นผู้เรยี นเป็นสำคญั ขึ้นอยกู่ ับปัจจัยด้าน บคุ คล เชน่ ผูเ้ รียน ครู คณาจารย์ ผูบ้ ริหาร ผู้ปกครอง และปัจจัยดา้ นการบรหิ าร ได้แก่ หลกั การบรหิ าร จดั การและหลกั ธรรมาภบิ าล ตัวบ่งชี้ ๑. การจดั หลกั สตู รการเรียนรู้และสภาพแวดลอ้ มท่ีส่งเสริมให้ผูเ้ รียนได้พัฒนาตามธรรมชาติ และเตม็ ตามศกั ยภาพ ๑.๑ มกี ารจัดหลักสตู รทหี่ ลากหลายตามความเหมาะสม ความต้องการ และศักยภาพของกล่มุ ผเู้ รียนทกุ ระบบ ๑.๒ ผ้เู รียนมโี อกาส/สามารถเขา้ ถึงหลักสตู รตา่ งๆ ท่ีจดั ไวอ้ ย่างท่ัวถงึ ๑.๓ องค์กรท่ีให้บริการทางการศกึ ษามสี ภาพแวดลอ้ มท่เี อ้อื ต่อการเรยี นรู้ มีอาคารสถานที่ มี การสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามัยและความปลอดภยั ๑.๔ มีการพัฒนานวตั กรรมการจัดการเรยี นรู้ สื่อเพ่ือการเรียนรู้ และการใหบ้ ริการเทคโนโลยี สารสนเทศทุกรปู แบบท่เี อ้อื ต่อการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง และการเรยี นรแู้ บบมีส่วนร่วม ๒. มีการพฒั นาผู้บรหิ าร ครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศกึ ษาอยา่ งเป็นระบบและมี คณุ ภาพ ๒.๑ ผบู้ ริหาร ครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาได้รบั การพฒั นาอย่างเป็นระบบ ตอ่ เน่ือง เพ่ือสร้างความเข้มแขง็ ทางวิชาการและวิชาชีพ ๒.๒ ผบู้ ริหาร ครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษามีคณุ ธรรม มีความพึงพอใจในการ ทำงาน และผูกพันกบั งาน มีอัตราการออกจากงานและอตั ราความผดิ ทางวินยั ลดลง ๒.๓ มีแนวโนม้ ในการรวมตัวจดั ต้งั องค์กรอสิ ระเพื่อสร้างเกณฑม์ าตรฐานเฉพาะกลุ่มและ ติดตามการดำเนนิ งานของบุคลากรและสถานศึกษา ตลอดจนการสัง่ สมองคค์ วามรู้ทีห่ ลากหลาย ๓. มกี ารบรหิ ารจัดการท่ใี ชส้ ถานศกึ ษาเปน็ ฐาน ๓.๑ องค์กร ชมุ ชน มีส่วนรว่ มในการพัฒนาการจัดการเรียนรูต้ ามสภาพท้องถน่ิ บุคลากรท้ังใน และนอกสถานศึกษา สภาพปัญหาและความตอ้ งการที่แท้จรงิ ของผเู้ รยี น
๘๘ ๓.๒ ผู้รับบรกิ าร/ผูเ้ กยี่ วขอ้ งทุกล่มุ มคี วามพงึ พอใจต่อการจัดบรกิ ารทางการศึกษาของ สถานศกึ ษา ๓.๓ มกี ารกำหนดระบบประกันคุณภาพภายในเป็นสว่ นหนงึ่ ของกระบวนการบรหิ าร การศกึ ษา เพื่อนำไปส่กู ารพฒั นาคุณภาพ และสามารถรองรับการประเมนิ คณุ ภาพภายนอกได้ มาตรฐานท่ี ๓ แนวการสร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้/สงั คมแห่งความรู้ การเรียนรู้ ความรู้ นวัตกรรม สื่อ และเทคโนโลยี เป็นปจั จัยสำคญั ของการพัฒนาสสู่ งั คมแหง่ ความรู้ การสง่ เสรมิ และสรา้ งกลไกเพื่อใหค้ นไทยทุกคนมีโอกาสและทางเลอื กท่จี ะเข้าถงึ ปจั จัยและเรียนรู้ อย่างต่อเนอ่ื งตลอดชีวติ ดว้ ยรูปแบบและวิธกี ารที่หลากหลายโดยการไดร้ บั ความร่วมมือจากทกุ ภาคส่วน ของสังคม จะนำมาซงึ่ การพฒั นาคณุ ภาพ ประสิทธภิ าพ และขดี ความสามารถของคนไทย ในการพัฒนา ประเทศ รวมทั้งการเพ่ิมศกั ยภาพการแข่งขนั ของประเทศ ตวั บง่ ชี้ ๑. การบรกิ ารวชิ าการและสรา้ งความร่วมมือระหว่างสถานศกึ ษากบั ชมุ ชนให้เป็นสงั คมแหง่ การเรียนรู้/สงั คมแหง่ ความรู้ ๑.๑ สถานศึกษาควรรว่ มมือกับบคุ ลากรและองคก์ รในชมุ ชนที่เกยี่ วข้องทุกฝ่ายทกุ ระดบั ร่วม จัดปัจจัยและกระบวนการเรยี นรภู้ ายในชมุ ชน และให้บริการทางวชิ าการท่ีเปน็ ประโยชน์แกก่ ารพัฒนาคน ในชมุ ชน เพ่ือใหส้ งั คมไทยเป็นสังคมแหง่ ภมู ปิ ญั ญา และคนไทยมีการเรียนรตู้ ลอดชีวิต ๑.๒ ชุมชนซง่ึ เป็นที่ต้ังขององค์กรท่ใี หบ้ ริการทางการศกึ ษามสี ถานภาพเป็นสังคมแหง่ การ เรยี นรู้/สงั คมแห่งความรู้ มีความปลอดภัย ลดความขัดแย้ง มสี นั ตสิ ขุ และมีการพัฒนากา้ วหน้าอย่าง ต่อเน่ือง ๒. การศกึ ษาวิจยั สรา้ งเสริม สนบั สนุนแหล่งการเรยี นรู้ และกลไกการเรยี นรู้ ๒.๑ มีการศกึ ษาวิจัย สำรวจ จัดหา และจัดต้งั แหลง่ การเรียนรตู้ ลอดชีวิตทกุ รปู แบบ ๒.๒ ระดมทรัพยากร (บคุ ลากร งบประมาณ อาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกภมู ิปัญญา และอนื่ ๆ) และความร่วมมือจากภายในและภายนอกสถานศึกษาในการสรา้ งกลไกการเรียนรูท้ กุ ประเภท เพอ่ื ให้คนไทยสามารถเขา้ ถึงแหล่งการเรียนรู้ และสามารถเรยี นรตู้ ลอดชีวติ ไดจ้ รงิ ๒.๓ สง่ เสริมการศกึ ษาวจิ ัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหมเ่ พอื่ การพฒั นาประเทศ ๓. การสร้างและการจัดการความรใู้ นทุกระดับทกุ มติ ิของสงั คม ๓.๑ ครอบครวั ชุมชน องค์กรทุกระดับ และองค์กรทีจ่ ัดการศึกษามีการสร้างและใชค้ วามรู้ มี การแลกเปลยี่ นเรียนรจู้ นกลายเปน็ วัฒนธรรมแหง่ การเรยี นรู้ หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐานและการจดั การเรียนรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มงุ่ พัฒนาเยาวชนของชาติเขา้ สโู่ ลก ในยุคศตวรรษท่ี ๒๑ จงึ กำหนดให้ผูเ้ รยี นเรียนรู้ผา่ น ๘ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชพี และ เทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ รวมท้งั กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนในแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรไู้ ด้กำหนด มาตรฐานการเรียนรูเ้ ปน็ เปา้ หมายสำคัญของการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะบุสง่ิ ที่ ผเู้ รยี นพึงรู้ (ด้านความรู้) สิง่ ที่ผูเ้ รยี นพึงปฏบิ ตั ไิ ด้ (ด้านทกั ษะ) คุณธรรมจริยธรรม และคา่ นิยมที่พงึ ประสงค์ (ดา้ นคณุ ลักษณะ) เม่ือจบการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน นอกจากนม้ี าตรฐานการเรยี นรูย้ ังเปน็ กลไกสำคัญในการขับเคล่อื นพัฒนาการศกึ ษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนใหท้ ราบวา่ ต้องการอะไร จะสอนอยา่ งไร และประเมินอย่างไร ทช่ี ว่ ย
๘๙ สะท้อนภาพการจดั การศึกษาวา่ สามารถพฒั นาผู้เรยี นให้มีคุณภาพตามท่มี าตรฐานการเรียนรกู้ ำหนด เพยี งใด การพฒั นาผู้เรยี นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ทมี่ ่งุ เนน้ พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานท่ีกำหนด ช่วยให้ผเู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคัญและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒั นาใหผ้ ้เู รยี นเกิดสมรรถนะ สำคัญ ๕ ประการ ดงั นี้ ๑. ความสามารถในการสอื่ สาร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใช้ ภาษาถา่ ยทอดความคดิ ความรู้ความเขา้ ใจ ความรสู้ กึ และทศั นะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมลู ขา่ วสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสังคม รวมทัง้ การเจรจาต่อรองเพื่อขจัด และลดปญั หาความขดั แย้งต่างๆ การเลอื กรับหรือไมร่ บั ข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วธิ กี ารส่ือสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่ีมีตอ่ ตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่าง สร้างสรรค์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ และคดิ เปน็ ระบบ เพ่ือนำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพอ่ื การตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา เปน็ ความสามารถในการแกป้ ัญหาและอุปสรรคต่างๆ ทเี่ ผชญิ ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม และข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสัมพนั ธ์ และการเปลีย่ นแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ ความรมู้ าใช้ในการป้องกนั และแก้ไขปัญหา และมกี ารตัดสนิ ใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบท่เี กิดข้นึ ต่อตนเอง สงั คม และ สง่ิ แวดล้อม ๔. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ เปน็ ความสามารถในการนำกระบวนการตา่ งๆ ไปใช้ใน การดำเนินชวี ิตประจำวัน การเรียนร้ดู ้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนอื่ ง การทำงานและการอย่รู ่วมกันใน สังคมดว้ ยการสรา้ งเสริมความสัมพันธอ์ ันดรี ะหวา่ งบคุ คล การจัดการปัญหาและความขัดแยง้ ตา่ งๆ อย่าง เหมาะสม การปรบั ตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการร้จู ักหลีกเลีย่ ง พฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ทสี่ ่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือกและใชเ้ ทคโนโลยีด้านตา่ งๆ และมที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยเี พ่อื การพฒั นาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรียนรู้ การสื่อสาร การ ทำงาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ยังม่งุ พฒั นาผ้เู รยี นให้มีคุณลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์ เพ่ือใหส้ ามารถอยู่รว่ มกบั ผู้อน่ื ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพล โลก ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สตั ย์สุจรติ มีวินัยใฝเ่ รยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มงุ่ มัน่ ในการทำงาน รัก ความเปน็ ไทย และมีจิตสาธารณะ บลมู (Benjamin S. Bloom.1976) นกั การศึกษาชาวอเมริกัน เช่ือวา่ การเรียนการสอนทจ่ี ะ ประสบความสำเร็จและมีประสทิ ธภิ าพนั้นผสู้ อนจะต้องกำหนดจุดมงุ่ หมายให้ชดั เจนแน่นอนเพื่อให้ผู้สอน กำหนดและจัดกิจกรรมการเรียนรวมทั้งวัดประเมนิ ผลไดถ้ ูกต้อง บลมู ไดแ้ บง่ ประเภทของพฤติกรรมโดย อาศยั ทฤษฎกี ารเรียนร้แู ละจิตวทิ ยาพน้ื ฐานวา่ มนุษย์จะเกิดการเรียนรใู้ น 3 ดา้ น คอื ด้านสติปญั ญา ดา้ น
๙๐ ร่างกายและดา้ นจิตใจ และนำหลกั การน้มี าจำแนกเปน็ จุดมุ่งหมายทางการศกึ ษาเรยี กว่า Taxonomy of Educational Objectives (อตญิ าณ์ ศรเกษตริน.2543: 72-74; อา้ งองิ จาก บุญชม ศรีสะอาด. 2537; Bloom. 1976 : 18) ซงึ่ ไดจ้ ำแนกจดุ มงุ่ หมายการเรียนรู้ออกเปน็ 3 ดา้ น คือ ด้านพทุ ธิพสิ ัย ดา้ นจติ พิสยั และดา้ นทักษะพสิ ยั ๑. ดา้ นพุทธิพสิ ัย (Cognitive Domain) หมายถึง การเรียนรู้ทางดา้ นความรู้ ความคดิ การ แกป้ ญั หา จัดเป็นพฤติกรรมด้านสมองเกี่ยวกับสติปัญญา ความคิด ความสามารถ ในการคดิ เร่อื งราวตา่ งๆ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ บลูม (Benjamin S. Bloom) และคณะไดจ้ ดั พฤตกิ รรมทางพทุ ธิพิสัย เป็น ๖ ระดบั ดงั นี้ ๑.๑ ความรู้ (Knowledge) หมายถงึ ความสามารถในการท่ีจะจดจำ (Memorization) และ ระลกึ ได้ (Recall) เป็นความสามารถในการจดจำแนกประสบการณต์ ่างๆ และระลึกเร่ืองราวนั้นๆ ออกมา ไดถ้ ูกตอ้ งแม่นยำเกย่ี วกับความรูท้ ีไ่ ด้รับไปแล้ว อันไดแ้ ก่ ความรู้ เก่ยี วกับข้อมูลต่างๆ ทเี่ จาะจงหรือเปน็ หลกั ทัว่ ๆ ไป วิธีการ กระบวนการต่างๆ โครงสรา้ ง สภาพของส่งิ ตา่ งๆ และสามารถถ่ายทอดออกมาโดย การพดู เขียน หรอื กิริยาท่าทาง แบ่งประเภทตามลำดับความซบั ซ้อนจากน้อยไปหามาก เปน็ ความรทู้ ี่ ได้มาจากความจำ เชน่ การเรียนร้วู ่าอาหารหลักมี ๕ หมู่ เป็นตน้ ๑.๒ ความเขา้ ใจ (Comprehension) เป็นความสามารถ บ่งบอก จับใจความสำคัญของ เรื่องราว และสามารถแสดงออกมาในรปู ของการแปลความ ตีความ คาดคะเนขยายความ หรอื การกระทำ อนื่ ๆ ๑.๓ การนำความรูไ้ ปใช้ (Application) เปน็ ความสามารถในการนำหลักการกฎเกณฑ์และ วิธดี ำเนินการต่างๆ ของเร่ืองทีไ่ ดร้ มู้ า นำไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่ได้สามารถนำวัสดุ วธิ กี าร ทฤษฎี แนวคดิ มาใชใ้ นสถานการณท์ ่ีแตกตา่ งจากทไี่ ดเ้ รยี นรมู้ า เช่น เรียนทำอาหารมาแล้วสามารถ ประกอบอาหารไดห้ ลายอย่างโดยใช้ความรู้ทมี่ ีอยู่ สามารถรู้วา่ อาหารปริมาณแค่ไหนตอ้ งใสน่ ้ําปลาเทา่ ใด เป็นตน้ ๑.๔ การวเิ คราะห์ (Analysis) เปน็ ความสามารถในการแยกแยะเร่ืองราวทีส่ มบรู ณ์ ให้กระจาย ออกเปน็ ส่วนยอ่ ยๆ ได้อย่างชัดเจน สามารถแยก จำแนกองคป์ ระกอบท่ีสลบั ซับซ้อนออกเป็นสว่ นๆ ให้เห็น ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสว่ นย่อยตา่ งๆ เช่น เรยี นทำอาหารมาแล้ว เม่ือมาพบกบั อาหารท่ีปรุงเสร็จแล้ว สามารถวเิ คราะหไ์ ดว้ ่าประกอบด้วยอะไรบ้าง วิธีปรุงอยา่ งไร ใชไ้ ฟเบาหรือไฟแรง เปน็ ต้น ๑.๕ การสงั เคราะห์ (Synthesis) ความสามารถในการรวบรวม หรอื นำองค์ประกอบ หรือส่วน ต่างๆ เขา้ มารวมกัน เพื่อใหเ้ ห็นภาพพจนโ์ ดยสมบรู ณ์ เป็นกระบวนการพจิ ารณาแต่ละสว่ นยอ่ ยๆ แล้วจัด รวมกนั เปน็ หมวดหมู่ ใหเ้ กิดเรื่องใหม่หรือส่งิ ใหม่ สามารถสรา้ งหลกั การกฎเกณฑข์ ึน้ เพื่ออธบิ ายสง่ิ ต่างๆ ได้ เปน็ ความสามารถในการผสมผสานส่วนย่อยเขา้ เป็นเร่อื งราวเดียวกันโดยปรบั ปรงุ ของเก่าให้ดขี ึน้ และมี คุณภาพสงู ขน้ึ เชน่ สรปุ เหตุผลตามหลกั ตรรกวทิ ยา การคดิ สูตรสำหรบั หาจำนวนทีเ่ ปน็ อนุกรม เปน็ ตน้ ๑.๖ การประเมนิ ค่า (Evaluation) เปน็ ความสามารถในการวินิจฉยั หรือตดั สินกระทำสิ่งหนงึ่ สง่ิ ใดลงไป การประเมินเก่ยี วข้องกบั การใชเ้ กณฑ์คือ มาตรฐานในการวดั ทีก่ ำหนดไว้ สามารถตัดสิน ตรี าคา คณุ ภาพของส่งิ ต่างๆ โดยมีเกณฑ์หรอื มาตรฐานเป็นเคร่ืองตดั สิน เชน่ การตัดสนิ กีฬา ตัดสินคดี หรือ ประเมินว่าสงิ่ น้นั ดี ไม่ดี ถกู ต้องหรือไม่ โดยประมวลจากความรทู้ ัง้ หมดท่ีมี
๙๑ แอนเดอรส์ นั และแครทโวทล์ (Anderson & Krathwohl) ไดป้ รบั ปรงุ การจำแนกจดุ มุ่งหมาย ทางการศึกษาใหม่เพอ่ื ใหง้ ่ายตอ่ การนำไปใช้และนำเสนอแนวคิดไวใ้ นหนงั สือเร่ือง “A Taxonomy for Learning, Teaching andAssessing: A Revision of Bloom’s Taxonomy of Educational Outcomes” ในปี 2001 ซง่ึ ปรบั เปล่ยี นจุดม่งุ หมายทางการดา้ นพทุ ธิพิสยั ในสองประเด็น คือ การ ปรับเปล่ยี นระดับพฤตกิ รรมและคำศัพท์ที่ใช้ และเพมิ่ โครงสร้างจากมิติเดยี วเปน็ สองมติ ิ ในการปรับเปล่ยี นระดับพฤติกรรมและคำศัพท์ทใ่ี ชน้ ั้นยังคง ๖ ระดบั เหมือนเดิมแต่เปลยี่ นชอ่ื ทมี่ ี ลกั ษณะเป็นคำนามไปเป็นคำกรยิ าและสลบั ที่กันระหว่างระดับที่ ๕ กบั ๖ ดังตาราง ระดบั และชื่อเดมิ ระดับและชื่อที่ปรับเปลย่ี น ๑. ความรู้ (Knowledge) ๑. จำ (Remember) ๒. ความเขา้ ใจ (Comprehension) ๒. เข้าใจ (Understand) ๓. การนำไปใช้ (Application) ๓. ประยกุ ต์ใช้ (Apply) ๔. การวเิ คราะห์ (Analysis) ๔. วเิ คราะห์ (Analyze) ๕. การสงั เคราะห์ (Synthesis) ๕. ประเมนิ ค่า (Evaluate) ๖. การประเมินคา่ (Evaluation) ๖. สร้างสรรค์ (Create) ๑.๑ จำ (Remember) หมายถงึ ความสามารถในการดึงเอาความรูท้ ีม่ ีอยใู่ นหน่วยความจำระยะ ยาวออกมา แบง่ ประเภทย่อยได้ ๒ ลกั ษณะคือ ๑.๑.๑ จำได้ (Recognizing) ๑.๑.๒ ระลกึ ได้ (Recalling) ๑.๒ เขา้ ใจ (Understand) หมายถึงความสามารถในการกำหนดความหมายของคำพูด ตวั อักษร และการสื่อสารจากส่อื ตา่ งๆ ท่ีเปน็ ผลมาจากการสอน แบ่งประเภทย่อยได้ ๗ ลักษณะคือ ๑.๒.๑ ตีความ (Interpreting) ๑.๒.๒ ยกตวั อยา่ ง (Exemplifying) ๑.๒.๓ จำแนกประเภท (Classifying) ๑.๒.๔ สรปุ (Summarizing)
๙๒ ๑.๒.๕ อนมุ าน (Inferring) ๑.๒.๖ เปรียบเทียบ (Comparing) ๑.๒.๗ อธบิ าย (Explaining) ๑.๓ ประยกุ ต์ใช้ (Apply) หมายถึงความสามารถในการดำเนนิ การหรอื ใชร้ ะเบยี บวธิ ีการภายใต้ สถานการณ์ท่กี ำหนดให้ แบ่งประเภทยอ่ ยได้ ๒ ลกั ษณะคือ ๑.๓.๑ ดำเนนิ งาน (Executing) ๑.๓.๒ ใช้เป็นเครื่องมือ (Implementing) ๑.๔ วเิ คราะห์ (Analyze) หมายถงึ ความสามารถในการแยกส่วนประกอบของสง่ิ ต่างๆ และ ค้นหาความสมั พันธร์ ะหวา่ งส่วนประกอบ ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งของสว่ นประกอบกบั โครงสร้างรวมหรอื สว่ นประกอบเฉพาะ แบ่งประเภทย่อยได้ ๓ ลกั ษณะคือ ๑.๔.๑ บอกความแตกตา่ ง (Differentiating) ๑.๔.๒ จัดโครงสรา้ ง (Organizing) ๑.๔.๓ ระบคุ ุณลักษณะ (Attributing) ๑.๕ ประเมนิ ค่า (Evaluate) หมายถงึ ความสามารถในการตัดสนิ ใจโดยอาศยั เกณฑ์หรือ มาตรฐาน แบ่งประเภทย่อยได้ ๒ ลักษณะคือ ๑.๕.๑ ตรวจสอบ (Checking) ๑.๕.๒ วิพากษ์วจิ ารณ์ (Critiquing) ๑.๖ สร้างสรรค์ (Create) หมายถงึ ความสามารถในการรวมสว่ นประกอบต่างๆ เข้าด้วยกนั ดว้ ย รปู แบบใหม่ๆ ที่มคี วามเชื่อมโยงกันอยา่ งมีเหตผุ ลหรอื ทำให้ได้ผลิตภณั ฑท์ เ่ี ปน็ ต้นแบบ แบ่งประเภทย่อย ได้ ๓ ลกั ษณะคือ ๑.๖.๑ สร้าง (Generating) ๑.๖.๒ วางแผน (Planning) ๑.๖.๓ ผลติ (Producing) พฤติกรรมดา้ นพทุ ธิพสิ ยั ๖ ระดบั ดังกลา่ วแลว้ นน้ั เรียงลำดบั จากพฤติกรรมท่ีซับซ้อน น้อยไปสซู่ ับซ้อนมากขึน้ ผู้สอนสามารถใชค้ ำถามท้ังกระต้นุ และตรวจสอบการบรรลุการเรียนรู้ แต่ละระดับ ดังน้ี การใช้คำถามตามระดับจุดมงุ่ หมายทางดา้ นพทุ ธพิ ิสัยของบลูม (เรียบเรียงจาก ทศิ นา แขมมณ,ี ๒๕๔๕) ระดับ ความหมาย พฤติกรรม สงิ่ ทถ่ี ามถึง ความรคู้ วามจำ การเรียนรู้ในระดับท่ี บอก/ รวบรวม/ เล่า/ ศัพท/์ วธิ กี าร/ เกณฑ์/ (Knowledge) ผ้เู รียนสามารถตอบได้วา่ ประมวล/ ช้ี/ จดั ลำดับ/ หมวดหมู่/ ส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรู้มามีสาระ ระบ/ุ ให้ความหมาย/ กระบวนการ/ระบบ/ อะไรบ้าง ตอบได้เนื่องจาก จำแนก/ ใหค้ ำนยิ ม/ รายละเอยี ด/ การจดจำ คำถาม มักถาม ท่อง/ เลอื ก ความสมั พนั ธ์/ ระเบยี บ/ ถึงข้อมูล/สาระ บคุ คล/ สาเหตุ/ แบบ รายละเอียดของส่ิงที่ แผน/เหตกุ ารณ์/
๙๓ ระดับ ความหมาย พฤตกิ รรม สง่ิ ท่ถี ามถึง เรยี นรู้ ผู้เรียนแสดง หลกั การ/ทฤษฎี/ พฤติกรรมวา่ ตนมีความรู้ โครงสรา้ ง/สถานท/ี่ ความเขา้ ใจเร่ืองน้ันๆ องคป์ ระกอบ/ สญั ลักษณ์/ เวลา/ กฎ/ คุณลักษณะ ความเข้าใจ การเรียนรู้ในระดับที่ อธบิ าย (โดยใช้คำพูด)/ ศพั ท/์ ความหมาย/คำ Comprehension) ผเู้ รียนเขา้ ใจในเรื่องใด เปรยี บเทียบ/ แปล นิยาม/ สงิ่ ท่ีเปน็ เรื่องหนงึ่ ในดา้ น ความหมาย/ นามธรรม/ ผลทีจ่ ะ ความหมาย ความสัมพนั ธ์ ตีความหมาย/ เกิดข้นึ / ผลกระทบ/ และโครงสรา้ งของส่งิ ที่ คาดการณค์ าดคะเน/ วิธีการ/กระบวนการ/ เรยี น และสามารถ สรุปย่อ/ทำนาย/ บอก ทฤษฎีหลักการ/ แบบ แสดงออกได้ด้วย ใจความสำคัญ/กะ แผนโครงสรา้ ง/ พฤติกรรมตา่ งๆ ประมาณ ความสัมพันธ์/ เหตุการณ์/สถานการณ์ การนำไปใช้ การเรยี นรใู้ นระดับท่ี ประยุกต์/ ปรับปรุง/ กฎ/ หลักการ/ ทฤษฎี/ (Application) ผู้เรยี นนำความรู้ไปใช้ใน แกป้ ญั หา/ เลอื ก/ จดั / ปรากฏการณ์/ ส่ิงท่เี ปน็ การหาคำตอบและแก้ไข ทำ/ ปฏบิ ตั ิ/ แสดง/ นามธรรม/ วิธกี าร/ ปัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆ สาธติ / ผลิต ปญั หากระบวนการ/ ขอ้ สรุป/ข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ การเรียนรใู้ นระดับที่ จำแนกแยกแยะ/หาเหตุ ข้อมลู / ข้อความ/ (Analysis) ผเู้ รยี นคดิ อยา่ งมี และผล/หา เรื่องราว/ เหตกุ ารณ/์ วิจารณญาณและคดิ อยา่ ง ความสัมพันธ์/ หา เหตุและผล/ ลึกซงึ้ เน่ืองจากไมส่ ามารถ ข้อสรปุ /หาหลกั การ/หา องค์ประกอบ/ความ หาข้อมลู ทมี่ อี ยู่ไดโ้ ดยตรง ข้ออา้ งองิ /หาหลักฐาน/ คิดเห็น/ สมมติฐาน/ข้อ มี ๒ ลักษณะคอื ๑. ตรวจสอบ/ จัดกลมุ่ / ยตุ ิ/ ความมุ่งหมาย/ วิเคราะห์ข้อมูลที่มอี ยู่ ระบ/ุ ชี้ รปู แบบ/ ระบบ/ เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อสรุปและ โครงสร้าง/ วิธีการ/ หลักการทีส่ ามารถนำไปใช้ กระบวนการ ในสถานการณ์อน่ื ๆ ได้ ๒. วเิ คราะหข์ ้อสรุปข้อ อา้ งองิ หรือหลกั การตา่ งๆ เพื่อหาหลักฐานท่ี สนับสนุนหรอื ปฏิเสธ ข้อความนน้ั การสงั เคราะห์ การเรียนรใู้ นระดับที่ เขียนบรรยาย/อธบิ าย/ ความคดิ / การศกึ ษา (Synthesis) ผู้เรียน เลา่ / บอก/เรยี บเรียง/ คน้ คว้า/ แผนงาน/ สรา้ ง/ จัด/ประดษิ ฐ์/ สมมติฐาน/
๙๔ ระดับ ความหมาย พฤตกิ รรม สงิ่ ท่ถี ามถึง สามารถคดิ ประดษิ ฐ์สิ่ง การประเมนิ ค่า ใหม่/ทำนายสถานการณ์ แตง่ /ดดั แปลง/ ปรบั / จดุ ม่งุ หมาย/ทฤษฎี/ (Evaluation) ใน อนาคต/ คิดวิธแี ก้ไข แกไ้ ข/ทำใหม/่ หลักการ/โครงสร้าง/ ปัญหา ออกแบบปฏบิ ตั ิ/ คดิ รปู แบบ/แบบแผน การเรียนร้ใู นระดับที่ ผูเ้ รียนตอ้ งใชก้ ารตัดสิน ริเริม่ /ตงั้ สมมตฐิ าน/ ตง้ั ส่วนประกอบ/ คุณคา่ โดยต้องมีการตั้ง เกณฑ์ในการประเมินและ จุดมงุ่ หมาย/ ทำนาย/ ความสมั พันธ์/ แสดงความเห็นในเร่ือง นนั้ ๆ ได้ แจกแจงรายละเอยี ด/ แผนภาพ/แผนภูม/ิ ผัง จัดหมวดหมู่ กราฟิก สถานการณว์ ธิ ี แกป้ ัญหา วพิ ากษว์ จิ ารณ์/ตัดสิน/ ข้อมลู / ข้อเท็จจริง/การ ตคี า่ สรุป/ประเมินค่า/ กระทำ/ ความคดิ เหน็ / เปรียบเทียบ/จดั อันดับ/ ความถูกตอ้ ง/ ความ กำหนดเกณฑ์/ กำหนด แมน่ ยำ/ มาตรฐาน/ มาตรฐาน/ ตัดสินใจ/ เกณฑ/์ หลกั การ/ แสดงความคิดเหน็ /ให้ ทฤษฎี/คุณภาพ/ เหตผุ ล/บอกหลักฐาน ประสทิ ธภิ าพ/ความ เชอ่ื มั่น/ ความคลาด เคล่อื น/ อคต/ิ วธิ กี าร ประโยชน์/ คา่ นิยม ๒. ดา้ นจติ พิสัย (Affective Domain) พฤติกรรมด้านจติ ใจเปน็ ค่านิยม ความรสู้ ึก ความซาบซงึ้ ทัศนคติ ความเชื่อความสนใจและ คุณธรรม พฤตกิ รรมด้านนอี้ าจไม่เกิดขึน้ ทนั ที ดงั นัน้ การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยจัด สภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสม และสอดแทรกสงิ่ ทด่ี ีงามอยู่ตลอดเวลา จะทำให้พฤติกรรมของผเู้ รยี นเปล่ยี นไป ในแนวทางท่ีพึงประสงค์ได้ ประกอบด้วยพฤติกรรม ๕ ระดับ ได้แก่ ๒.๑ การรบั รู้ Receiving/Attending) เปน็ ความรู้สึกท่ีเกิดข้นึ ตอ่ ปรากฏการณ์หรือสง่ิ เรา้ อย่างใดอย่างหน่ึงซึ่งเป็นไปในลักษณะของการแปลความหมายของส่งิ เร้าน้ันว่าคืออะไรแล้วจะแสดง ออกมาในรปู ของความรสู้ ึกท่เี กิดข้ึน
๙๕ ๒.๒ การตอบสนอง (Responding) เปน็ การกระทำท่ีแสดงออกมาในรูปของความเตม็ ใจ ยินยอม และพอใจต่อสิง่ เรา้ นั้น ซึง่ เป็นการตอบสนองที่เกดิ จากการเลือกสรรแล้ว ๒.๓ การเกิดค่านิยม (Valuing) การเลือกปฏิบตั ิในส่ิงทีเ่ ป็นท่ียอมรบั กนั ในสงั คมการยอมรบั นบั ถอื ในคุณคา่ นน้ั ๆ หรอื ปฏิบตั ิตามในเรื่องใดเร่ืองหน่ึง จนกลายเปน็ ความเชื่อแล้วจึงเกดิ ทศั นคตทิ ี่ดีในสิ่ง นน้ั ๒.๔ การจดั ระบบ (Organizing) การสร้างแนวคดิ จดั ระบบของคา่ นิยมท่ีเกิดขึน้ โดยอาศัย ความสมั พันธ์ ถา้ เข้ากนั ได้กจ็ ะยึดถือต่อไปแต่ถา้ ขัดกนั อาจไมย่ อมรบั อาจจะยอมรับคา่ นิยมใหมโ่ ดยยกเลิก ค่านิยมเก่า ๒.๕ บคุ ลกิ ภาพ (Characterizing) การนำค่านิยมทีย่ ึดถือมาแสดงพฤตกิ รรมทีเ่ ปน็ นิสัย ประจำตวั ใหป้ ระพฤติปฏิบัติแต่สง่ิ ท่ีถูกต้องดงี าม พฤติกรรมดา้ นนจ้ี ะเกยี่ วกบั ความรู้สึกและจติ ใจ ซงึ่ จะ เร่มิ จากการได้รบั รจู้ ากส่ิงแวดล้อม แลว้ จงึ เกิดปฏิกิรยิ าโต้ตอบ ขยายกลายเปน็ ความรสู้ ึกดา้ นต่างๆ จน กลายเป็นคา่ นิยม และยังพัฒนาตอ่ ไปเป็นความคิด อดุ มคติ ซึง่ จะเปน็ การควบคุมทิศทางพฤติกรรมของคน คนจะรดู้ ีร้ชู ั่วอย่างไรนนั้ ก็เป็นผลของพฤติกรรมด้านนี้ ๓. ดา้ นทักษะพสิ ัย (Psychomotor Domain) พฤติกรรมดา้ นทักษะพิสัย เปน็ พฤติกรรมทบี่ ่งถึงความสามารถในการปฏบิ ัตงิ านได้อยา่ ง คล่องแคลว่ ชำนชิ ำนาญ ซง่ึ แสดงออกมาไดโ้ ดยตรง โดยมีเวลาและคุณภาพของงานเป็นตัวช้ีระดบั ของ ทักษะประกอบดว้ ย ๕ ขนั้ ดังนี้ (ปรบั ปรุงโดย R. H. Dave)
๙๖ ๓.๑ การรับรู้ เลียนแบบ ทำตาม (Imitation) เป็นการให้ผเู้ รยี นไดร้ บั รหู้ ลกั การปฏิบัติท่ถี ูกต้อง หรอื เปน็ การเลอื กหาตัวแบบท่สี นใจ ๓.๒ การทำเอง/การปรบั ใหเ้ หมาะสม (Manipulation) เป็นพฤติกรรมที่ผเู้ รียนพยายามฝึก ตามแบบทตี่ นสนใจและพยายามทำซํ้า เพื่อท่ีจะใหเ้ กดิ ทักษะตามแบบทต่ี นสนใจให้ได้ หรือสามารถ ปฏบิ ตั ิงานได้ตามข้อแนะนำ ๓.๓ การหาความถูกต้อง (Precision) พฤติกรรมสามารถปฏิบัติไดด้ ว้ ยตนเองโดยไม่ต้องอาศัย เคร่อื งชแี้ นะ เม่ือได้กระทำซํ้าแล้วกพ็ ยายามหาความถูกต้องในการปฏิบัติ ๓.๔ การทำอยา่ งตอ่ เนอื่ ง (Articulation) หลังจากตัดสนิ ใจเลือกรปู แบบทีเ่ ปน็ ของตัวเองจะ กระทำตามรูปแบบนัน้ อยา่ งต่อเน่ือง จนปฏบิ ัติงานท่ียุ่งยากซบั ซอ้ นได้อย่างรวดเรว็ ถูกต้อง คล่องแคล่ว การทผี่ ้เู รยี นเกดิ ทักษะได้ ตอ้ งอาศยั การฝึกฝนและกระทำอยา่ งสม่ําเสมอ ๓.๕ การทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ (Naturalization) พฤติกรรมท่ไี ด้จากการฝึกอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง จนสามารถปฏิบัติได้คลอ่ งแคลว่ ว่องไวโดยอตั โนมัติ เปน็ ไปอย่างธรรมชาตซิ ึง่ ถือเป็นความสามารถของ การปฏิบตั ใิ นระดับสูง
๙๗ มา ศูนยพ์ ัฒนาการนเิ ทศและเรง่ รัดคณุ ภาพการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน กระศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๙). แนวทางการ นเิ ทศ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ เพอ่ื พัฒนา ๔H. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์องค์การสงเคราะห์ ทหารผ่านศกึ ตอนที่ ๒ การจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ เ่ี น้นบทบาทและการมสี ว่ นรว่ มของผเู้ รยี น ในศตวรรษท่ี ๒๑ เป็นยุคของขอ้ มลู ขา่ วสารและการเปลี่ยนแปลง ดว้ ยความกา้ วหน้าของ เทคโนโลยสี ารสนเทศทำให้การส่อื สารไร้พรมแดน การเข้าถึงแหลง่ ขอ้ มลู สามารถทำได้ทกุ ทีท่ ุกเวลา ผลกระทบจากยคุ โลกาภิวัตน์นส้ี ง่ ผลให้ผเู้ รยี นจำเป็นจะต้องมคี วามสามารถเรยี นร้ไู ด้ดว้ ยตนเองอย่าง ต่อเนอ่ื งและเปน็ ผู้แสวงหาความร้อู ยู่ตลอดเวลา ประกอบกับปจั จุบันมอี งค์ความรู้ใหม่เกิดข้ึนมากมายทุก วนิ าทีทำใหเ้ นอื้ หาวชิ ามมี ากเกนิ กวา่ ทจ่ี ะเรยี นร้จู ากในห้องเรียนไดห้ มด ซึ่งการสอนแบบเดมิ ดว้ ยการ “พดู บอก เลา่ ” ไมส่ ามารถจะพัฒนาผู้เรียนใหน้ ำความรทู้ ี่ไดจ้ ากการเรียนในชนั้ เรยี นไปปฏบิ ตั ิได้ดี ดงั น้ันจึง จำเปน็ ต้องปรับเปล่ียนวิธีการจัดการเรยี นรู้ให้ตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของสังคมเทคโนโลยี จากผู้สอน ทม่ี บี ทบาทเปน็ ผ้ถู า่ ยทอดปรับเปลีย่ นบทบาทเป็นผู้ช้ีแนะวิธีการคน้ ควา้ หาความรู้ เพอ่ื พัฒนาผเู้ รยี นให้ สามารถแสวงหาความรู้ และประยกุ ตใ์ ช้ทักษะตา่ งๆ สร้างความเขา้ ใจด้วยตนเองจนเกิดเป็นการเรยี นรู้ อย่างมีความหมาย การเรยี นรทู้ ี่เนน้ บทบาทและการมีสว่ นร่วมของผู้เรยี น “เป็นกระบวนการเรยี นรู้ที่ใหผ้ ้เู รียนได้ เรยี นรอู้ ยา่ งมีความหมายโดยการรว่ มมือระหวา่ งผเู้ รยี นดว้ ยกัน ในการน้ี ครูต้องลดบทบาทในการสอนและ การให้ข้อความรู้แกผ่ เู้ รียนโดยตรง แต่ไปเพิ่มกระบวนการและกจิ กรรมทจี่ ะทำให้ผเู้ รียนเกดิ ความ กระตือรอื รน้ ในการจะทำกิจกรรมตา่ งๆ มากขนึ้ และอยา่ ง หลากหลายไม่วา่ จะเปน็ การแลกเปลีย่ น ประสบการณ์ โดยการพูด การเขยี น การอภิปรายกบั เพ่ือนๆ ”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118