ที่สุดน้ันคือ ศีลขอ้ 4 คือ การงดเวน้ จากการพูดเท็จ พูดคาหยาบ คาส่อเสียด เพอ้ เจอ้ บางคร้งั ที่ฉนั อารมณเ์ สียก็อาจมีบา้ งท่ีพูดส่อเสียด พูดคาหยาบ เผลอสบถข้ ึนมา แม่ของฉันมกั พูดเสมอว่าหากรกั ษาศีล ไมไ่ ดท้ ุกขอ้ ขอ้ ไหนท่ีพอทาไดก้ ็ควรทา เม่ือฉนั โตข้ ึนก็พยายามที่จะพูด คาหยาบหรือส่อเสียดให้น้อยที่สุด และจะพยายามไม่พูดโกหกเลย ซ่ึงผู้ป่ วยบางคนฉันรู้คาตอบดีว่า เขาไม่สามารถท่ีจะกลับไปเดิน ได้อีกคร้ัง เน่ื องจากมีการบาดเจ็บของไขสันหลังท่ี มากเกินไป ความสามารถของเขาจากในตาราคือ เพียงแค่นั่งทรงตัวเองได้ และ เคล่ือนยา้ ยตัวโดยใชร้ ถเข็นเท่าน้ัน หากฉันไม่เคยเห็นประโยคหนึ่ง จากในเว็บไซตท์ ี่เปิ ดอ่าน ฉนั คงบอกไปตามตรงวา่ เขาไมส่ ามารถเดินได้ อีกต่อไปแล้ว และประโยคน้ันที่ฉันได้อ่านจากเว็บไซต์ท่ีมีเน้ ื อหา เกี่ยวกับพระราชดารสั ขอ้ คิดในการใชช้ ีวิตของในหลวงรชั กาลท่ี 9 คือ “อย่าทาลายความหวังของใคร เพราะเขาอาจเหลืออยู่แค่น้ันก็ได้” ซึ่งหลังจากฉันได้อ่านเพียงคร้ังเดียว ฉันรู้สึกชื่นชอบและนามา ประยุกต์ใชใ้ นกิจวัตรประจาวนั รวมถึงการทางานเสมอ โดยเฉพาะ ในการทางาน การส่ือสารกบั ผูป้ ่ วย ซึ่งแรก ๆ ท่ีนามาใชฉ้ นั เพียงแต่คิด ว่าควรพูดให้กาลังใจผู้ป่ วย อย่างน้อยเขาก็ยอมออกกาลังกาย ดูแลตัวเอง ไม่โวยวายตอนฝึกกายภาพเท่าน้ัน สุดทา้ ยแลว้ ผูป้ ่ วยก็คง จะยอมรบั สภาพของตนเองไดใ้ นท่ีสุด ฉันไม่เคยเชื่อเลยว่าแค่ประโยค ส้นั ๆ บางคร้งั ก็สามารถสรา้ งปาฏิหาริยไ์ ด้ ยอ้ นไปเมื่อประมาณหนึ่งปี ก่อน ฉันไดร้ บั เคสฟ้ ื นฟูร่างกาย หลังผ่าตัดกระดูกคอทับเสน้ ประสาท ซึ่งเสน้ ประสาทไดร้ บั ความเสียหายหนัก ผูป้ ่ วยเป็ นคุณตาอายุประมาณ 47
75 ปี หลงั ฉนั ไดร้ บั เคสและประเมินความเสียหายของเสน้ ประสาทจาก ขอ้ มูลต่าง ๆ ฉันวางแผนการรกั ษาฟ้ ื นฟูแค่เพียงฝึกกายภาพให้คุณตา สามารถเคล่ือนยา้ ยตัวบนเตียงพอได้ ไม่เกิดภาวะแทรกซอ้ น เช่น แผลกดทับ หรือขอ้ ยึดติด คงเน้นสอนญาติให้ดูแลท่ีบ้านเท่าน้ัน วนั แรก ๆ ที่ไปประเมินผูป้ ่ วย คุณตาเจ็บบริเวณแผลมาก ไม่อยากขยบั เคล่ือนไหว จะทาอะไรต้องคอยเรียกหลานหรือภรรยาทาใหต้ ลอด ซ่ึงภรรยาหรือคุณยายก็อายุไมน่ ้อยไปกวา่ กนั เท่าไหร่ เม่ือยกแขนขาตา บ่อยครง้ั ยายก็ปวดหลงั ยายและญาติก็อยากใหค้ ุณตาเดินได้ ชว่ ยเหลือ ตัวเองให้ได้มากท่ีสุด จึงความฝากหวังไวก้ ับนักกายภาพอย่างฉัน ส่วนตัวคุณตาเองเมื่อเห็นว่ายายลาบาก บางทีก็ปวดหลัง เจ็บไหล่ จากการยกตนเอง ก็เร่ิมท่ีจะพยายามออกกาลังกายมากข้ ึน ขณะ ออกกาลงั กายวนั หนึ่ง ตาถามกบั ฉนั ว่า “หนู ตาจะเดินไดไ้ หม เพราะ เดี๋ยวต้องกลับบ้านแลว้ จะเปิ ดเทอม หลานก็ต้องไปเรียน ลูก ๆ ก็ ทางาน อยบู่ า้ นกบั ยายสองคน ถา้ เดินไมไ่ ดก้ ็ลาบากยายอีก เมื่อก่อนตา เดินได้เองสบายเลย ตาอยากเดินได้ จะได้ไปไหนมาไหนได้เอง” ฉันสงั เกตว่า ปกติคุณตาไม่ค่อยพูดดูเฉย ๆ และเงียบ เพียงแต่ทาตาม คาสงั่ ท่ีฉันใหอ้ อกกาลังกายเท่าน้ัน แต่เมื่อพูดถึงเรื่องที่จะเดินได้ ไป ไหนมาไหนเองแถวบา้ น คุณตาย้ ิม มีสีหนา้ สดใส คุยไปหวั เราะไปตลอด เมื่อตอ้ งตอบคาถามตา ขา้ พเจา้ จึงนึกถึงคาของพ่อหลวงที่อยา่ ไปทาลาย ความหวงั ใคร เพราะเขาอาจเหลือแค่น้ัน ขา้ พเจา้ จึงตอบคุณตาไปว่า ตอนน้ ีการผ่าตัดจากคุณหมอสาเร็จด้วยดี อาการโดยทัว่ ไปคงที่ดี แผลติดสนิทมนั่ คงดี เหลือแต่ตวั กลา้ มเน้ ือที่ยงั อ่อนแรงจากการบาดเจ็บ 48
ของเสน้ ประสาท ซ่ึงการฟ้ ื นฟูกลา้ มเน้ ือน้ ีข้ ึนอยู่กับตัวคุณตาเองว่า จะขยนั ออกกาลงั กาย ฝึกกลา้ มเน้ ือ และดูแลตัวเองแค่ไหน โอกาสจะ เดินได้ก็ข้ ึนอยู่กับตัวคุณตาเองแลว้ แหละจะ้ หลังจากวันน้ันคุณตา ย้ ิมแยม้ พูดคุย ขยนั ออกกาลังกาย ฝึ กความแข็งแรงแขนขามากข้ ึน เม่ื อ อ อ ก จาก โรงพ ย าบ าล ม าเป็ น ค น ไข้น อ ก คุ ณ ต าก็ ม าฝึ ก กายภาพบาบัดสมา่ เสมอไม่เคยขาด แนะนาท่าออกกาลังกายไป บางท่าคุณตาก็ฝึกทาเองที่บา้ นเป็ นประจา จนในที่สุดปาฏิหาริยก์ ็เกิด จากคุณตาท่ีบาดเจ็บไขสันหลังส่วนคอ สุดท้ายอาจนอนติดเตียง กลายเป็ นคุณตาท่ีสามารถทากิจวตั รประจาวนั ไดเ้ อง อาบน้า กินขา้ ว และเดินได้เองโดยไม่ต้องมีคนช่วยจับ เพียงแต่บางคร้ังถ้าต้องเดิน ไกล ๆ อาจต้องใชไ้ มเ้ ทา้ ช่วยเดินเท่าน้ัน คุณยายเองก็หายปวดหลัง ปวดไหล่ ไม่ตอ้ งมาทากายภาพรักษาตัวเองอีก เหมือนช่วยหน่ึงคน ไดผ้ ลประโยชน์ถึงสองคน ทุกวนั ที่ฉนั ไปทางานเมื่อตอ้ งพบกบั ผูป้ ่ วยที่มี คาถามเก่ียวกับตนเอง ฉันจะนึกถึงคาสอนของพ่อหลวงเสมอ เพราะ ทุกคาสอนของพ่อหลวงสามารถนามาใชไ้ ดจ้ ริงในการทางาน และสรา้ ง ปาฏิหาริยไ์ ดเ้ สมอ และทุกคร้งั ท่ีฉนั ทอ้ แท้ หรือเหน่ือยจากการทางาน การไดน้ ึกถึงพ่อหลวง คาสอนรวมถึงพระราชดารสั ขอ้ คิดในการทางาน และใชช้ ีวิตของพระองค์ สามารถสรา้ งกาลงั ใจใหฉ้ นั กลบั มามีแรงทางาน โดยใชห้ น่ึงสมอง และสองมือ ช่วยฟ้ ื นฟูผูป้ ่ วยใหก้ ลบั มามีคุณภาพชีวิต ท่ีดีไดอ้ ีกคร้งั เพื่อตอบแทนประเทศที่ฉันเกิดและไดต้ อบแทนพ่อหลวง รชั กาลที่ 9 ที่ฉนั รกั และเทิดทนู เหนือส่ิงใด 49
ตน้ แบบของการเสียสละ นางสาวกนกวรรณ คาลือหาญ เภสชั กร “เราจะครองแผน่ ดินโดยธรรม เพ่ ือประโยชน์สุขแหง่ มหาชนชาวสยาม” ขอ้ ความส้ัน ๆ ท่ีฉันเคยเห็นผ่านตาเม่ือคร้ังยังเด็ก วันน้ัน ฉนั มองไปท่ีปฏิทินหน้าประตูหอ้ งนอน ขอ้ ความน้ ีอยูบ่ นปฏิทินแผ่นน้ัน เคียงคู่กบั พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรชั กาลท่ี 9 คร้งั แรกที่ฉัน เห็นขอ้ ความน้ ี ฉนั คิดเพียงว่า คนที่ขีดเขียนขอ้ ความน้ ีข้ ึนมาช่างเก่งกาจ สามารถใชค้ าเพียงไม่ก่ีคา ส่ือเป็ นขอ้ ความท่ีกระชับ ความหมายดี โดยไมท่ ราบเลยวา่ ขอ้ ความน้ ี คือ พระปฐมบรมราชโองการของในหลวง รชั กาลท่ี 9 เมื่อคร้งั มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวนั ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 อาจเพราะเป็ นขอ้ ความที่กระชับและมีความหมายที่ดี ทาใหฉ้ ันจาขอ้ ความน้ ีได้ข้ ึนใจ และนามาเป็ นต้นแบบในการใชช้ ีวิต เมือ่ ฉนั เติบโตข้ นึ มา การเติบโตของฉัน เริ่มต้ังแต่ระดับประถมศึกษาจากความ ไว้วางใจของเพ่ือนร่วมห้องเสนอให้เป็ นหัวหน้าห้อง จะเรียกว่า ความไวว้ างใจอาจไม่เชิงนัก เพราะสมัยน้ัน ใครสอบไดท้ ่ี 1ก็มักถูก เสนอชื่อท้งั น้ัน และดว้ ยความที่สอบไดท้ ี่ 1 บ่อย บทบาทหวั หน้าหอ้ ง จึงสืบเน่ืองต่อมาเรื่อยจนถึงระดบั มธั ยมศึกษา ในช้นั ประถมภาระหนา้ ท่ี ยงั ไมม่ ากนัก คอยเช็คช่ือเพื่อน ติดตามงานต่าง ๆ ส่งคุณครู 50
ในช้นั มธั ยมภาระหน้าท่ีก็มากข้ ึน ตอ้ งเป็ นผูน้ าเพื่อนในการทากิจกรรม ต่าง ๆ งานไหวค้ รู กีฬาสี บทบาทหัวหน้าหอ้ งในวยั เด็ก ทาใหเ้ ม่ือมี กิจกรรมอ่ืน ๆ ฉนั ก็มกั ไดร้ บั การเสนอใหเ้ ป็ นผูน้ าทีมเสมอ ซึ่งทาใหฉ้ นั ได้เรียนรู้ ส่ิงที่เรียกว่า “ความเสียสละ” ที่ฉันเชื่อว่าเป็ นสิ่งสาคัญที่ ทุกคนควรจะมีโดยเฉพาะคนที่เป็ นผูน้ า คร้งั หนึ่งเมื่อฉนั เป็ นหวั หน้าหมู่ เนตรนารีในการเขา้ ฐานกิจกรรมฐานหน่ึ ง สมาชิกในหมู่ของฉั น ไม่ปฏิบตั ิตามกติกาของฐาน ก่อใหเ้ กิดความวุน่ วาย ซ่ึงคร้งั น้ันผูค้ ุมฐาน ไดเ้ รียกพวกเรามาเพ่ือทาโทษ ฉันเสียสละเสนอตัวรบั โทษแทนทุกคน ในฐานะหวั หนา้ หมทู่ ่ีไม่สามารถควบคุมสมาชิกในทีมได้ เพียงไม่ก่ีอึดใจ ที่ฉันยกมือขอรับโทษ คนอ่ืน ๆ ในทีมก็ทยอยยกมือขอร่วมรับโทษ ไปดว้ ยกนั สุดทา้ ยเราทุกคนก็ถูกทาโทษ แต่หลงั จากน้ัน ฉนั รบั รูไ้ ดว้ ่า หมู่ของฉันมีความสามคั คีกันมากข้ ึน ช่วยเหลือกันเป็ นอย่างดีในฐาน อ่ืน ๆ จน ท้ายที่ สุ ด ห มู่ของฉัน ได้รับ รางวัลการเข้าฐาน ดี เด่ น จากเหตุการณ์คร้งั น้ันทาใหฉ้ นั ไดเ้ รียนรูว้ ่าผูน้ าท่ีดีควรมีความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เม่ือสมาชิกในทีมไดเ้ ห็นตวั อยา่ งของผูน้ าทีม สุดทา้ ยการเสียสละน้ันจะทาใหเ้ กิดความเสียสละ ความจิตอาสาของ สมาชิก ในทีม ตามมาโดยไม่ตอ้ งรอ้ งขอ ซ่ึงสิ่งน้ ีแหละจะทาใหง้ านทุก อย่างขับเคลื่อนไปได้ง่ายข้ ึน เม่ือเขา้ สู่วยั อุดมศึกษา แมจ้ ะไม่ได้รับ บทบาทหัวหน้าห้องต่อ แต่ฉันก็ยังต้ังใจเรียนควบคู่ไปกับการทา กิจกรรม เพ่ือส่วนรวมหลายอย่าง และฉันก็พรอ้ มเสียสละอาสาทางาน ต่าง ๆ ดว้ ยความเต็มใจ นอกจากเพื่อประโยชน์ของทีมแลว้ อีกดา้ น 51
ก็ช่วยใหฉ้ ันไดพ้ ัฒนาทักษะ ความรูค้ วามสามารถ และเราเองก็รูส้ ึก สบายใจและมีความภาคภูมใิ จท่ีไดท้ าเพ่ือสว่ นรวมดว้ ย เมื่อเรียนจบ ฉันได้ทางานตาแหน่งเภสัชกรที่โรงพยาบาล มหาวิทยาลยั บูรพา ดว้ ยคาพูดตอนสัมภาษณ์ที่ว่า “ทาอะไรก็ไดค้ ่ะ” ทาใหป้ ระเดิมงานแรกดว้ ยงานจดั ซ้ ือและคลังยา ถือว่าเป็ นงานที่ใหม่ มากสาหรบั ฉนั ฉนั เขา้ มาทางานในชว่ งที่ระบบหลาย ๆ อย่างในหอ้ งยา ยงั ไม่ลงตัว ก็ไดเ้ รียนรูไ้ ปพรอ้ ม ๆ กบั สมาชิกในทีม ดว้ ยโรงพยาบาล เป็ นโรงเรียนแพทย์ มีรายการยาในบญั ชียาโรงพยาบาลเยอะ ทาใหต้ อ้ ง ปรับปรุงการจัดซ้ ือจัดหาให้เป็ นระบบ ในช่วงน้ันจึงมีภาระงาน ค่อนขา้ งมาก จนกระทงั่ มีอตั รากาลังของเภสชั กรเพ่ิมข้ ึน เราจึงไดเ้ ห็น ภาพของงานจดั ซ้ ือจดั หาท่ีเป็ นระบบชัดเจนข้ ึนมา หลังจากน้ัน ฉันได้ ปรับบทบาทมาดูแลงานคลังแทน เม่ือลงรายละเอียดงานคลังเต็มท่ี ทาใหฉ้ ันไดเ้ รียนรูอ้ ะไรท่ีนอกเหนือจากท่ีฉันเคยเรียนในทางวิชาชีพ เภสชั กรรม ไม่ว่าจะเป็ นระบบไฟสารอง ระบบนิรภัยภายในคลงั ศึกษา เก่ียวกับตู้เย็นแช่ยา การบริหารจัดการเม่ือไฟดับ ก็สนุกไปอีกแบบ การเติบโตของฉันยังมีต่อ เม่ือมีการปรับเปลี่ยนระบบโปรแกรม โรงพยาบาลจาก IMED เป็ น HosXP ฉันได้มีส่วนร่วมในการจัดทา ฐานขอ้ มูลต้ังตน้ เกี่ยวกบั เร่ืองยา ทาใหไ้ ดเ้ รียนรูร้ ายละเอียดบางส่วน ของตวั โปรแกรม เมื่อเจอปัญหาในการใชโ้ ปรแกรม ฉนั จะสอบถามและ เรี ย น รู้จ า ก ผู้พั ฒ น า โป ร แ ก ร ม แ ล ะ เจ้า ห น้ า ที่ งา น ส า ร ส น เท ศ ข อ ง โรงพยาบาล ทาใหส้ ามารถแกป้ ัญหาเบ้ ืองตน้ ได้ ซึ่งก็ไดเ้ ป็ นท่ีพ่ึงพา ของสมาชิกห้องยาเสมอ การต้องมาจัดทาข้อมูลต้ังต้นท้ังในด้าน 52
งานบริการทางเภสชั กรรมและงานระบบคลงั (Inventory) ควบคู่ไปกบั บทบาทเภสชั กรงานคลงั ยา ทาใหส้ ภาวะภาระงานลน้ มอื กลบั มาอีกคร้งั แต่ก็เป็ นโชคดีท่ีกลุ่มงานของเราไดร้ ับอัตรากาลังเพ่ิมอีก ทาใหฉ้ ันได้ ปรบั บทบาทใหม่มาดูแลงานวิชาการและคุณภาพทางเภสชั กรรม ซึ่งคือ ตาแหน่งปัจจุบนั ของฉนั ตาแหน่งน้ ีทาใหฉ้ นั มีเวลาจดั การกบั ฐานขอ้ มลู ไดม้ ากข้ ึน ไดม้ ีส่วนร่วมในทีมศูนยข์ อ้ มูลที่จัดต้ังข้ ึนมาทาหน้าท่ีดูแล ขอ้ มูลส่งออกในระบบเบิกจ่ายของโรงพยาบาล อีกบทบาทที่ฉัน กาลงั เรียนรูค้ ือการพัฒนางานดา้ นคุณภาพ ฉันไดม้ ีโอกาสเขา้ ประชุม ร่วมกบั คณะกรรมการพฒั นาโรงพยาบาลในดา้ นต่าง ๆ รวมท้งั ประชุม ในภาพใหญ่ระดับเครือข่ายโรงเรียนแพทยท์ ัว่ ประเทศ มีบางขณะท่ีฉัน คิดว่า การเติบโตดา้ นการทางานของฉนั กาลงั ทาใหฉ้ นั ห่างจากวิชาชีพ เภสชั กร ห่างจากการทางานดา้ นคลินิกท่ีฉนั สนใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ไดว้ ่า ตาแหน่งน้ ี ก็ช่วยใหฉ้ นั ไดเ้ รียนรูอ้ ะไรใหม่ ๆ ช่วยเปิ ดโลกทศั น์ของฉัน และฉนั ก็สนุกไปกบั การเรียนรูใ้ นคร้งั น้ ีดว้ ย ในบางคร้งั ที่ฉนั รูส้ ึกเหน่ือย กบั ปริมาณงานท่ีมาก เหน่ือยกบั การตอ้ งทาความเขา้ ใจในส่ิงที่เราไม่ เคยรูม้ าก่อน เหน่ือยกับการท่ีตอ้ งใชเ้ วลาที่ควรพักผ่อนมาแกป้ ัญหา เกี่ยวกบั เรื่องงาน สิ่งที่ทาใหฉ้ ันยงั ไม่ปล่อยมือจากงานที่ทาคือขอ้ ความ ส้ัน ๆ ที่ฉันเคยเห็นผ่านตาเม่ือคร้ังยังเด็กน้ัน “เราจะครองแผ่นดิน โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม...” พระปฐมบรม ราชโองการของในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่ีพรอ้ มจะทาเพ่ือประโยชน์สุข ของคนไทย ท่านเองต้องรับพระราชภาระในฐานะประมุขของชาติ ในขณะที่มพี ระชนมายุเพียง 19 พรรษา ทรงเปล่ียนการศึกษาจากสาขา 53
วิทยาศาสตร์มาเป็ นวิชากฎหมายและการเมือง เพ่ือเตรียมพรอ้ มรับ พระราชภาระน้ ี ทรงประกอบพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อประโยชน์ ของชาวไทยดงั พระปฐมบรมราชโองการของท่าน ขอ้ ความน้ ีเองท่ีทาให้ ฉันพรอ้ มท่ีจะเสียสละเพื่อส่วนรวม ทุกคร้งั ท่ีฉันเหนื่อยกับภาระงาน ท่ีต้องรับผิดชอบ ฉันจะคิดถึงความเสียสละของท่านเสมอ ท่านคือ ตน้ แบบในการเสียสละของฉนั ฉันไม่ทราบหรอกวา่ ท่านเคยมีพระราช ดารสั สอนชาวไทยในเร่ืองการเสียสละบา้ งหรือเปล่า แต่ท่านไดส้ อนฉนั ผ่านการกระทาของท่านเอง ทุกพระราชกรณี ยกิจ ทุกโครงการ ในพระราชดาริของท่านที่เกิดข้ ึน ท่านทรงคิดถึงประโยชน์สุขของ ชาวไทยก่อนเสมอ ความเสียสละของฉันดูเล็กน้อยไปเลยเมื่อเทียบกบั ความเสียสละของท่าน แต่ไม่ว่าความเสียสละในการทางานของฉันจะ เป็ นเพียงฟันเฟื องเล็ก ๆ หรือเป็ นอะไหล่ช้ ินใหญ่ หากความเสียสละน้ัน สามารถช่วยพัฒนาโรงพยาบาล ช่วยใหเ้ กิดประโยชน์ต่อประชาชนได้ หรือเพ่ือประโยชน์ของส่วนรวมในรูปแบบอื่น ๆ ได้ ฉนั ก็พรอ้ มท่ีจะทา อย่างเต็มใจ เพราะฉันมีในหลวง รัชกาลท่ี 9 เป็ นต้นแบบในการ เสียสละ ผ่านพระปฐมบรมราชโองการของท่านท่ีฉนั จาไดข้ ้ ึนใจที่วา่ “เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพ่ ือประโยชน์สขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม...” 54
ดว้ ยรกั และศรทั ธาในวิชาชีพ นางฐาปณยี ์ ครองสกลุ หวั หนา้ แผนกผปู้ ่ วยนอกศัลยกรรม วนั ท่ี 21 ตุลาคมของทุกปี คือ \"วนั พยาบาลแห่งชาติ\" ซ่ึงตรงกบั วันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ต้นแบบของผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและผู้มีพระมหา กรุณาธิคุณต่อวงการพยาบาลอย่างหาท่ีสุดมิได้ ขา้ พเจา้ จะรูส้ ึกภูมิใจ รกั และศรทั ธาในวิชาชีพทุกคร้งั เมื่อถึงวนั น้ ี และถา้ ย่ิงไดร้ ่วมอยู่ในพิธี ยิ่งทาใหร้ ูส้ ึกว่าหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก และเม่ือวันหนึ่งได้อ่าน เรื่องเล่าถึงความประทับใจ ที่คร้ังหน่ึ งมีแพทย์ท่ีถวายการรักษา พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั ภูมิพลอดุลยเดช เกิดความสงสยั ว่า ทาไม พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงใหพ้ ยาบาลทาให้ ท่านทุกอยา่ ง ไมว่ า่ จะจดั พระโอสถเมด็ พระโอสถฉีด ทาไมไมใ่ หห้ มอทา ท่านก็ทรงตอบว่า \"เพราะเป็ นหน้าที่ของพยาบาล\" แพทยค์ นน้ันก็ถาม ต่ออีกว่า ทาไมท่านจึงทรงเช่ือพระทัย ไวว้ างพระทัยกับพยาบาลนัก ท่านก็ทรงตอบวา่ \"ก็เพราะพยาบาลเป็ นคนเล้ ียงเรามา\" พระองคท์ รง หมายถึง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ องค์สมเด็จย่า นัน่ เอง และเมื่ออ่านถึงตรงน้ ี ย่ิงทาใหข้ า้ พเจา้ ภูมิใจในวิชาชีพพยาบาล เพราะขนาดพระมหากษัตริยย์ ังใหค้ วามสาคัญกบั วิชาชีพของเราเลย แลว้ ตวั เราเองจะไม่รกั และศรทั ธาในวชิ าชีพของเราเองเชียวหรือ และยิ่ง 55
ไดท้ างานรบั ราชการดว้ ยแลว้ นัน่ ย่ิงทาใหภ้ ูมิใจมากยิ่งข้ ึนเพราะฉนั คือ “พยาบาลของพระราชา” ชีวิตการทางานอาชีพพยาบาลเริ่มตน้ ดว้ ยความรกั และศรทั ธา รักในความเป็ นวิชาชีพพยาบาลเพราะพยาบาลเป็ นวิชาที่ต้องใช้ ท้งั ศาสตรแ์ ละศิลป์ ในการทางาน รกั ในความสวยงามของผูห้ ญิงตน้ แบบ แห่งวิชาชีพ “มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล” สุภาพสตรีแห่งดวงประทีป (Lady of the Lamp)และสมเด็ จพ ระศรีนครินทราบรมราชชนนี องคส์ มเด็จย่าของพวกเราชาวไทยจึงเลือกที่จะเรียนพยาบาล เม่ือเรียน จบก็เลือกที่จะรบั ราชการแทนที่จะไปทางานในระบบโรงพยาบาลเอกชน ต่าง ๆ เราจึงไดเ้ ป็ นขา้ ราชการพยาบาล และเมื่อทางานก็พบวา่ มนั ไม่ ง่ายไม่สวยงามเหมือนท่ีฝันไวม้ นั มีท้งั สวยงาม มีท้งั ปัญหาและอุปสรรค มีท้งั ท่ีแกป้ ัญหาไดด้ ว้ ยตนเองและตอ้ งใหพ้ ี่ท่ีระดบั สูงกว่าชว่ ยแกไ้ ข และ หากถามว่าเหน่ือยหรือไม่ ทอ้ หรือไม่กับงานท่ีทาอยู่ เมื่อเจอคาถาม เช่นน้ ีเช่ือว่าพยาบาลหลาย ๆ คน คงตอบเหมือนกันว่ามีบา้ งในบาง เวลาแต่ความเหนื่อยน้ันหากเป็ นความเหนื่อยกาย พกั หน่อยก็หายได้ เพราะพวกเราจะถูกฝึกใหร้ บั ผิดชอบและอดทน และหากไดเ้ ห็นวา่ ผูป้ ่ วย ท่ีเราดูแลน้ันอาการดีข้ ึนหรือหายจากภาวะความเจ็บป่ วยน้ันได้ ญาติของผูป้ ่ วยย้ ิมไดท้ ่ีเห็นผูป้ ่ วยอาการดีข้ ึน รอยย้ ิมเหล่าน้ันก็สามารถ ที่จะทาใหพ้ ยาบาลอย่างพวกเราหายเหนื่อยได้ เพราะนั่นก็แสดงว่า เราไม่ไดช้ ่วยเพียงหนึ่งชีวิตแต่เราช่วยไดห้ ลายชีวิต แต่แลว้ วนั ใดที่เรา ไม่สามารถตอบสนองความตอ้ งการของผูป้ ่ วยหรือญาติไดใ้ นแบบท่ีเคา้ ตอ้ งการไมว่ ่าจะดว้ ยสาเหตุใดพวกเราถูกต่อวา่ หรือแสดงความไม่พอใจ 56
พวกเรา วนั น้ันก็จะเป็ นวนั ท่ีเหน่ือยท้ังกายเหนื่อยท้ังใจ ตามมาดว้ ย ความท้อแท้ จะใหพ้ ักยังไงก็คงยากท่ีจะหายเหนื่อย หรือแมแ้ ต่ตาม กระแสข่าวท่ีวิชาชีพพยาบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก หาว่าไม่ ดูแลคนไขบ้ ้าง รอนานบ้าง สารพัดอย่างท่ีจะว่า ซึ่งคาพูดเหล่าน้ ี การกระทาแบบน้ ี คือ ส่ิงที่บั่นทอนกาลังใจคนทางานอย่างมาก แต่สุดทา้ ยแลว้ วนั ใดท่ีรสู้ ึกเหนื่อยหรือทอ้ กบั การทางานไมว่ า่ จะสว่ นงาน บริการหรืองานบริหาร ก็จะบอกกบั ตวั เองเสมอวา่ ใหห้ นั กลบั มาคิดถึง เร่ืองราวท่ีดีดีท่ีมนั ทาใหพ้ วกเราชาววิชาชีพพยาบาลกลบั มีพลงั เกิดแรง ศรทั ธาในวิชาชีพพยาบาลข้ ึนอีกคร้งั ที่และพรอ้ มจะทางานท่ีพวกเรา เลือกแลว้ ท่ีจะเป็ น “พยาบาลของพระราชา” ดังพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่ีวา่ “งานทุกอยา่ ง มีบุคคลซ่ึงมีชีวิตจิตใจ มีความนึกคิดเป็ นผู้กระทา ถา้ ผู้ทามีจิตใจไม่ พรอ้ มจะทางานเช่น ไม่ศรทั ธาในงาน ไม่สนใจผูกพนั กบั งาน ผลงานท่ี ทาก็ย่อมบกพร่อง ไม่คงที่ ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติมีศรัทธา เขา้ ใจซ้ ึงถึง ประโยชน์ของงาน พรอ้ มใจและพอใจท่ีจะขวนขวายปฏิบตั ิงานโดยเต็ม กาลังความสามารถ งานจึงจะดาเนินไปไดโ้ ดยราบรื่น และบรรลุผล ตามที่มุ่งหมาย” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทานปริญญาบตั รของจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๖ สุดทา้ ยน้ ี ลูกขอน้อมนาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาเป็ นเครื่องเตือนสติ เตือนใจ ในการทางาน เพ่ือใหก้ ารทางานของขา้ พเจา้ และเพ่ือเพื่อนผองน้องพี่ 57
ร่วมวิชาชีพเดียวกนั ประสบความสาเร็จกนั ถว้ นหนา้ และเป็ นแนวทางใน การประพฤติปฏิบตั ิใหเ้ จริญกา้ วหนา้ ในชีวติ ต่อไป เป็ นสิริมงคล 58
เม่ือฉนั กลบั มาเรยี นหนงั สอื กบั เดก็ นางสาวขนั ทอง สุขผอ่ ง พยาบาลวชิ าชีพชานาญการพิเศษ เมื่อต้องมาถึงจุดเปลี่ยนงานของชีวิตพ ยาบาลคนห นึ่ ง จากพยาบาลประจาการในหอผูป้ ่ วย มาทางานในชุมชน เป็ นความต้งั ใจ ของดิฉันเองว่า งานในชุมชนจะทาใหไ้ ดเ้ รียนรูบ้ ทบาทของพยาบาล มากข้ นึ ในอีกมุมมอง ดิฉนั จึงไดเ้ ลือกไปเรียนต่อดา้ นการพยาบาลชุมชน โดยไม่ทราบอนาคตเหมือนกนั ว่า จะไดท้ างานตามท่ีตนเองคาดหวงั ไว้ หรือไม่ แต่ก็ดีกวา่ ไมไ่ ขวค่ วา้ หาอะไรสาหรบั ตนเองเลย ... 2 ปี ต่อมาถือ วา่ เป็ นความโชคดี ท่ีไดไ้ ปทางานตามความคาดหวงั เม่ือตอ้ งไปโลดแล่นอยูใ่ นโลกของการทางานสาธารณสุข ระบบ ประสานงาน การสรา้ งเครือข่ายเป็ นเร่ืองสาคญั มาก วนั แรก ๆ ของการ ทางานต้องประสานงานกับสาธารณสุขจังหวัด ต้องไปติดต่อขอรับ ถุงยางอนามัย เพ่ือการทางานด้านการคุมกาเนิด และป้ องกันโรค คาถามที่ไดย้ ิน คือ คุณจะขอถุงยางอนามยั ไซสอ์ ะไร? กบั คาอุทานตอบ กลบั ไปวา่ “ถุงยางอนามยั มนั มไี ซส์ ดว้ ยเหรอคะ” ดูเหมือนจะเป็ นเรื่อง ตลกสาหรับหลาย ๆ คน และตัวดิฉันเองที่นามาเล่าเป็ นเรื่องสนุก เมือ่ เวลาผ่านมา แต่ ณ ช่วงเวลาน้ัน ไม่ค่อยสนุกเลย เกิดคาถามอีกมากมาย หลากหลายรูปแบบทุกวนั แลว้ ดิฉนั จะทางานแบบน้ ีต่อไปไดห้ รือไม่... เรายงั ไมร่ อู้ ะไรอีกมากมายเลยนะ แต่เลือกมาแลว้ ก็ตอ้ งสตู้ ่อไป 59
ในอดีต ดิฉนั เริ่มตน้ การทางานในแผนกผูป้ ่ วยสามญั ชาย ดูจะ คุน้ เคยกับรูปแบบการเจ็บป่ วยของผูช้ ายมาก หลาย ๆ คนบอกกล่าว เช่นน้ัน ...ดิฉันกาลังคิดว่า “มันจริงเหรอ มันไม่เหมือนกันเลยค่ะ” แลว้ นี่คือบทพิสูจน์ ดิฉันเคยใส่ถุงยางอนามยั ต่อลงถุงปัสสาวะเพ่ือช่วย ระบายปั สสาวะให้ผู้ป่ วยที่นอนในหอผู้ป่ วย แต่ในชีวิตการทางาน อีกรูปแบบหน่ึง ดิฉันยังไม่สามารถเช่ือมโยงส่ิงที่เคยเห็น เคยหยิบ เคยจบั มาใชก้ บั กลุ่มคนปกติอื่น ๆ ไดเ้ ลย เช่น กรณีของการใชถ้ ุงยาง อนามยั เพ่ือเป็ นเวชภณั ฑใ์ นการคุมกาเนิด ดิฉนั ยงั ไม่รูว้ า่ ถุงยางอนามยั มหี ลากหลายขนาดใหเ้ ลือก ดิฉนั ไปเกี่ยวพนั อะไรกบั ถุงยางอนามยั มากมายนัก ...การไดร้ บั มอบหมายใหด้ ูแลกลุ่มประชากรในวยั เจริญพันธ์ การคุมกาเนิด และ ตอ้ งเร่ิมก่อต้งั คลินิกวยั รุ่น รบั ปรึกษาปัญหาวยั รุ่นเหมือนมีขอ้ บงั คบั ว่า ต้องมีความรู้เร่ืองเพศและการป้ องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แบบลึกซ้ ึงเพื่อให้คาปรึกษาปั ญหาวัยรุ่นได้หลากหลายรูปแบบ หลากหลายช่องทาง ที่สะดวก รวดเร็ว ส่ิงน้ ีคือโจทย์ที่ผู้ดูแลคลินิก ตอ้ งหาคาตอบเพื่อตอบตวั ช้ ีวดั ดา้ นการปฏิบตั ิงานสาธารณสุข คงต้องเริ่มเสาะหาขอ้ มูลต่าง ๆ เพื่อการเรียนรูใ้ หม้ ากกว่าน้ ี ดิฉันมีองค์ความรูท้ ี่จะให้วัยรุ่นมารับการปรึกษาหรือไม่ ส่วนใหญ่ ปรึกษากนั ดว้ ยเร่ืองอะไร จะเร่ิมเปิ ดช่องทางโดยที่ยังไม่ค่อยรูเ้ ร่ืองอะไร เลยหรือ.. สงสารเด็กไหม ..คิดดงั น้ัน ก็เร่ิมศึกษาหาความรูจ้ ากหนังสือ จากเวปไซด์ต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ อ่านไป ลืมไป ไม่แน่ใจวา่ เพราะขอ้ มูล มนั หลากหลาย หรือวา่ ดว้ ยวยั ของเราที่สมองจะเก็บกกั ขอ้ มูลไดไ้ ม่มาก 60
เสียแลว้ ในใจคิดว่า ...แต่ก็ยงั ดีกว่าไม่ไดค้ ิดหาความรูอ้ ะไรเพ่ิมข้ ึนมา เลย เม่ือเร่ิมเปิ ดใหบ้ ริการคลินิกใหค้ าปรึกษา ช่วงน้ันดมู ีความมนั่ ใจ บา้ งวา่ เคยไปอบรมการใหบ้ ริการที่เป็ นมิตรกบั วยั รุ่นมาแลว้ หน่ึงคอรส์ (สามวนั เองค่ะ) เคสแรกของดิฉนั คือ นักเรียนหญิงอายุ 12 ปี จานวน 2 คน มาปรึกษาเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ร่วมกับเพื่อนอีกหลายคู่ใน หอ้ งนอนเดียวกนั ถา้ จะเปรียบเทียบ ณ เวลาน้ัน คือ หวั ใจดิฉนั คงหล่น ไปใตโ้ ซฟาที่นัง่ ใหค้ าปรึกษา ....ถามว่าสอบตกไหม ดิฉันตกใจมากค่ะ วยั รุ่นตอนตน้ เคา้ มากนั ไกลขนาดน้ ีแลว้ เหรอคะ ดิฉันยงั พบกบั คาถามเชิงลึกอีกมากมาย เช่น “พี่คะ ..ทาไมมี อะไรกับแฟนถึงมีน้านมไหล” “ทาไมถุงยางอนามัยถึงแตกครับ” “ทาไมหนูกินยาคุมแลว้ ยงั ทอ้ งอีกคะ” ....อื่น ๆ อีกมากมาย ตาราหาที่ ไหน คาถามเชิงลึกขนาดน้ ี คงตอ้ งหาท่านผูร้ ูช้ ่วยเหลือแลว้ ค่ะ ดิฉันวิ่ง ถามคุณหมอผูร้ ูเ้ ฉพาะทาง ค่อย ๆ เก็บสะสมประสบการณ์ไปเร่ือย ๆ สิ่งที่รูจ้ ากประสบการณท์ าใหไ้ ม่ค่อยลืม เหมือนความรูท้ ่ีอ่านจากตารา ดิฉนั คิดแบบน้ ีมาตลอด ในการทางาน สิ่งท่ีท่องไวเ้ สมอคือ “ไมร่ ูจ้ ริง..อยา่ ตอบ” เพราะ หากตอบผิดจากองค์ความรูอ้ าจเกิดความผิดพลาดกับชีวิตของคน คนหนึ่งไปตลอดชีวิตของเขาก็ได้ ความคิดเห็นที่สองจึงเป็ นสิ่งสาคัญ ที่สุด ดิฉนั ตอ้ งวงิ่ หาคาตอบจากผูเ้ ชี่ยวชาญดา้ นต่าง ๆ เห็นความสาคญั ของการมีเครือขา่ ยจริง ๆ ขอขอบพระคุณคุณครูท่านแรกนะคะ 61
ตลอด 6 ปี ท่ีผ่านมา ดิฉนั รูจ้ กั ความหลากหลายทางเพศ เขา้ ใจ วยั รุ่นมากข้ ึน รูว้ ิธีคุมกาเนิดมากมาย และแน่นอนค่ะ ดิฉันรูจ้ กั ถุงยาง อนามยั ทุกไซสใ์ นโลกน้ ีเลยค่ะ สิ่งที่ไดเ้ รียนรูม้ าจากประสบการณ์ของ คนอ่ืน โดยไม่ตอ้ งนามาทดลองใชก้ บั ตัวเองเลย ดิฉันไดเ้ รียนรูจ้ ากวิถี ชีวิตของผูท้ ่ีเขา้ มาปรึกษาปัญหา ไมใ่ ชก่ ารอยากรเู้ รื่องราวของคนอ่ืน แต่ มาจากการเต็มใจเล่าใหฟ้ ัง เพราะเราตอ้ งช่วยกนั คน้ หาสาเหตุและแกไ้ ข ปัญหาร่วมกนั ท้ังแบบเผชิญหน้ากัน และการพูดคุยแชทผ่านเฟสบุ๊ค ผ่านเพจ ไลน์ หรือทางโทรศพั ท์ อยากจะบอกวา่ นับถือจริง ๆ ค่ะ วยั รุ่น ท่ีรักท้ังหลาย คุณคือครูของดิฉัน ถา้ ไม่มีคุณ ดิฉันคงไม่เขา้ ใจระบบ วิธีการทางานท่ีตวั เองพยายามศึกษามาอยา่ งลึกซ้ ึงเหมือนทุกวนั น้ ี น้อง ๆ วัยรุ่นท่ี รัก คุณ คือครูคนที่ สองของดิฉัน คุณ คือ ผู้เช่ียวชาญ คุณเป็ นผู้ที่มีประสบการณ์ คุณลงทุนเอาตัวเขา้ คลุกกับ ปัญหา เพ่ือใหค้ นอ่ืนไดแ้ นวทางแกป้ ัญหาน้ัน ๆ โดยที่คุณไม่รตู้ วั คุณคง ไม่รวู้ ่าดิฉนั คนท่ีเปิ ดคลินิกและเพจเพ่ือรบั คาปรึกษาจากคุณ เปิ ดคลินิก เพื่อลักจาวิธีการแกป้ ัญหาของคุณ ดิฉันไดแ้ อบแฝงการเป็ นนักเรียน ของคุณไว้ ทุกวันน้ ีดิฉันสามารถไปให้ความรู้ เป็ นวิทยากรเก่ียวกับ พฤติกรรมเส่ียงทางเพศได้โดยไม่ต้องอาศัยการอ่านจากในสไลด์ สามารถพูดเล่าไดจ้ ากประสบการณ์จริง ๆ และมีคนต้ังใจฟัง ไม่หลับ และบอกว่า สามารถนาไปปฏิบตั ิไดใ้ นชีวิตจริง ขอขอบคุณคุณครูวยั รุ่น ทุกคนท่ีเคยมาใชบ้ ริการใหก้ ารปรึกษาจากนักเรียนโขง่ คนน้ ีนะคะ 62
ดิฉนั นึกถึงคาสอนของพ่อ “ในหลวงรชั กาลที่ ๙” เรื่อง การรูจ้ กั นับถือความรู้ ดิฉันไดม้ าอ่านภายหลงั จากที่ไดท้ างานมาสักระยะหนึ่ง ว่า “...เราเป็ นนักเรียน เราไม่ใช่ผูเ้ ช่ ียวชาญ... ถา้ หากวา่ ในดา้ นไหนก็ ตาม เวลาไปปฏิบัติให้ถือว่า เราเป็ นนักเรียน ชาวบา้ นเป็ นครูหรือ “ธรรมชาติเป็นครู” การท่ ีท่านท้งั หลายจะออกไป ก็จะไปหลาย ๆ ดา้ น ... ก็จะตอ้ งเขา้ ใจว่า เราอาจจะเอาความรูไ้ ปใหเ้ ขา แต่ก็ตอ้ งนับถือ ความรูข้ องเขาดว้ ย จึงจะมีความสาเรจ็ ...” ดิฉันไดป้ ฏิบัติแลว้ เป็ นจริง ดงั่ คาสอนของพ่อ ดิฉนั มคี ุณครูเป็ นเด็กและวยั รุ่นที่น่าจดจา น่าขอบคุณ การอ่านหนังสือบางคร้งั ถา้ ไม่ไดป้ ฏิบตั ิก็ลืม แต่ความรูท้ ่ีไดจ้ ากคุณครู กลุ่มน้ ี ก่ีปี ก็ไม่มีวนั ลืม กลับจะแตกยอดความรูไ้ ปสู่คนรุ่นหลังไดเ้ ป็ น อย่างดี ขอบคุณโอกาสอันดี ที่ได้มีโอกาสทางานกับคนไม่ป่ วย ได้ ทางานกบั เด็ก ๆ และไดเ้ รียนรูท้ ้งั ส่ิงท่ีดี และไม่ดี ประสบการณ์เหล่าน้ ี ไดน้ ามาเป็ นอุทาหรณ์ฝากไวใ้ หก้ ับการทางานในคลินิกวยั รุ่นสืบไป ขอขอบคุณจากใจแด่คุณครทู ุกท่านคะ่ (คาสอนของพ่อ : การรจู้ กั นับถือความรู้ พระบรมราโชวาทพระราชทานแกบ่ ณั ฑติ อาสาสมคั รพฒั นาชนบท มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ณ ศูนยศ์ ึกษาการพฒั นาภูพาน อันเนื่ องมาจากพระราชดาริ อาเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เม่ือวันท่ี 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528) 63
งานทเ่ี รารกั นางสาววรญั ญา โฉมศรี นักวชิ าการคอมพิวเตอร์ ในการทางานเพื่อใหไ้ ดผ้ ลลพั ธข์ องงานออกมาดีน้ัน ตอ้ งอาศยั ความต้งั ใจ ความขยนั มานะ อดทน และความมีวินัย รวมถึงอีกหนึ่งสิ่ง ท่ีเป็ นปัจจัยสาคัญต่อผลลัพธ์ของงาน ซึ่งส่ิงน้ันเรียกว่า “ความสุข” ที่ไดร้ บั จากงานท่ีเรากาลงั ทา ไมว่ า่ งานที่ทาน้ันจะเป็ นงานอะไร ยากแค่ ไหน อุปสรรคที่ตอ้ งพบจะมากมายเท่าไหร่ ขอเพียงทาแลว้ มีความสุข มีความสนุกไปกับงานที่ทา ก็สามารถทาใหง้ านน้ัน ๆ สาเร็จได้ และ ผลลพั ธข์ องงานตอ้ งออกมาดีอยา่ งแน่นอน เมื่อไม่นานมาน้ ี ดิฉันไดร้ บั โอกาสเขา้ เป็ นเจา้ หน้าที่ ตัวเล็ก ๆ คนหน่ึง ณ มหาวิทยาลยั ช่ือดังย่านบางแสน สังกดั คณะแพทยศาสตร์ มีหน้าท่ีหลักตามที่ได้รับมอบหมาย คือ การพัฒนา ปรับปรุง ดูแล บารุงรักษาระบบสารสนเทศ และงานต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศใหก้ ับผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรภายใน หน่วยงานใหส้ ามารถใชง้ านไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพซ่ึงจากช่วงเวลา ส้นั ๆ ที่ไดเ้ ขา้ มาทางานในที่แห่งน้ ี ดิฉันได้พบกับงานท่ีหลากหลาย พบกบั ผูบ้ ริหาร หวั หนา้ งาน บุคลากรและเพื่อนรว่ มงานมากมาย ทุกคน อยู่กันเหมือนพ่ีเหมือนน้อง มีปัญหาใด ๆ สามารถปรึกษาได้ มีความ ช่วยเหลือซึ่งกนั และกัน มีความเป็ นห่วงเป็ นใยต่อกนั ดิฉันโชคดีมาก ท่ีไดเ้ พ่ือนร่วมงานและหวั หน้าท่ีดี การทางานในช่วงแรก ๆ น้ัน อาจจะ 64
ตอ้ งปรบั ตัวบา้ ง เน่ืองจากจะตอ้ งพบเจอผูค้ นมากมาย บางคร้งั เคร่ือง คอมพิวเตอรม์ ปี ัญหามากกวา่ 1 เคร่ือง เราตอ้ งจดั สรรคคาพูด อารมณ์ การพูดคุยกับเจา้ หน้าที่ และการแก้ไขปัญหาใหด้ ี เพราะว่าบางคน เครื่องมีปั ญหาแล้วเกิดอารมณ์ความไม่พอใจ ค่อนขา้ งที่จะรุนแรง เราต้องพูดอธิบายให้เคา้ ฟังด้วยเหตุและผล พูดจาดี ๆ เพียงเท่าน้ ี เจา้ หน้าท่ีทุกคนก็จะเขา้ ใจในสิ่งที่เราอธิบาย เจา้ หน้าที่ก็จะอารมณ์ เย็นลง งานทุกงานที่ทา ท่ีได้รบั มอบหมายมา ดิฉันมีต้ังใจทาทุกงาน ใหอ้ อกมาสาเร็จตามเป้าหมายท่ีวางไว้ งานทุกงานมีความทา้ ทายในตวั ของมันเอง ทาใหส้ นุกในการทางาน อยากที่จะแกป้ ัญหาของงานให้ สาเร็จ ทุก ๆ อย่างลว้ นแต่เป็ นประสบการณ์ใหม่ ๆ ท่ีเกิดข้ ึนจากการ ทางาน การทางานดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศ มีส่ิงแปลกใหม่ใหเ้ ราได้ ทาอยู่ตลอดเวลา เริ่มต้ังแต่การเรียนในระดับปริญญาตรี ดิฉันมี ความชอบเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ ในช่วงมธั ยมศึกษาปี ที่ 6 คุณครูไดส้ ่ง ให้ไปแข่งขันการใช้ Microsoft Office เพ่ือเป็ นตัวแทนระดับจังหวัด ถึงแมว้ ่าจะไดแ้ ค่รางวัลชมเชย แต่การได้รับรางวลั ชมเชยในคร้ังน้ัน ทาใหเ้ ราอยากท่ีจะหาขอ้ มูลเพิ่มเติม เกี่ยวกบั การใชง้ านคอมพิวเตอร์ ทาใหไ้ ดไ้ ปเจอขอ้ มูลเก่ียวกบั การพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อนามา แกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ กบั การทางานของผูค้ น เชน่ ระบบจดั เก็บคลงั สินคา้ ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ เป็ นตน้ จากการหาขอ้ มูลเหล่าน้ ี ทาใหร้ ูว้ า่ เราชอบดา้ นไหน แลว้ จะศึกษาต่อระดับปริญญาตรีคณะอะไร สาขาอะไร ดิฉันจึงต้ังใจอ่านหนังสือ หาขอ้ มูลเพื่อที่จะเรียนสาขา ทางดา้ นสารสนเทศ และแลว้ ก็ไดเ้ รียนสมความต้ังใจ พอเขา้ มาเรียน 65
ระดับปริญญาตรี ดิฉันสอบติดท่ี คณะวิทยาการสารสนเทศ สาขา เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลยั บูรพา เขา้ มาเรียนคร้งั แรก รูส้ ึกว่า พ้ ืนฐานการพฒั นาระบบของเราน้ันเป็ นศูนย์ เมื่อเทียบกบั เพ่ือน ๆ แต่ ดิฉันไม่ย่อทอ้ ต่ออุปสรรค พยายามทาความเขา้ ใจ ถามอาจารยใ์ นสิ่งท่ี สงสัย และกลับไปฝึกฝน ทาความเขา้ ใจ การเรียนในดา้ นน้ ีความคิด สรา้ งสรรค์ เป็ นสิ่งท่ีสาคญั มาก ๆ ยกตวั อย่างเช่น อาจารยม์ ีผลลพั ธใ์ ห้ แล้วเขียนให้ได้ผลลัพธ์น้ัน ในการเขียนโปรแกรมมีวิธีการเขียนท่ี หลากหลาย แลว้ แต่ว่าใครถนัดแบบไหน แต่ส่ิงท่ีวัดว่าใครเขียนได้ ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล ดี ก็ คื อ performance process system เ ป็ น ต้ น เพราะฉะน้ันแลว้ การนาสิ่งที่เรียนมาเอามาประยุกตใ์ ชจ้ ึงเป็ นส่ิงท่ีสาคญั มาก ๆ ต่อการพฒั นาโปรแกรมใหเ้ กิดประสิทธิภาพ จะเห็นไดว้ า่ ต้งั แต่ เรียนจะไม่มีช่วงไหนเลย ท่ีไมเ่ กิดความทา้ ทายในการเรียน ทุกวิชาท่ีได้ เรียนลว้ นแลว้ แต่เกิดประโยชน์ต่อการนามาใชใ้ นการทางานจริง ๆ ของ เราได้ เราจึงไมส่ ามารถท่ีจะหยุดเรียนรูเ้ ทคโนโลยีไดเ้ ลย ซ่ึงในปัจจุบนั น้ ี เทคโนโลยีมีส่วนสาคัญมาก ๆ ต่อชีวิตในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น การเก็บขอ้ มูลประชากร การลงทะเบียนเรียน การส่ือสารออนไลน์ ลว้ นแลว้ แต่มีเทคโนโลยีเขา้ มาเก่ียวขอ้ ง ตอนเรียนอาจารยส์ อนเสมอว่า ในการเรียนน้ันตอ้ งมีความเขา้ ใจมาเป็ นอันดับแรก เพราะว่าถา้ เรา เขา้ ใจแลว้ เราสามารถนามาประยุกตใ์ ชไ้ ดอ้ ีกหลากหลายมากมาย ทาให้ ดิฉันจาคาสอนของอาจารย์มาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะทาอะไรก็ตาม จะตอ้ งเขา้ ใจถึงเหตุและผลของมนั ก่อนและเราจะสามารถแกไ้ ขปัญหาท่ี เกิดข้ นึ ได้ ณ ตอนน้ ีดิฉนั ก็ไดท้ างานในดา้ นท่ีตนเองเรียนมา นาวิชาท่ีได้ 66
เรียน มาประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ กิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่องานและต่อ องคก์ ร ในทุกปัญหาเราจะสามารถแกไ้ ข ไดด้ ว้ ยปัญญา ปัญหาทุกอยา่ ง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ ต้องคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูก ตามแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดชฯ รชั กาลที่ 9 ในพิธีพระราชทานปริญญาบตั ร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ 1 สิงหาคม 2539 “ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแกไ้ ขได้ ถา้ รูจ้ ักคิดใหด้ ี ปฏิบตั ิใหถ้ ูก การคิดไดด้ ีน้ัน มิใช่การคิดไดด้ ว้ ยลูกคิด หรือดว้ ยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบนั จะววิ ฒั นาการไปมากเพียงใด ก็ตาม ก็ยงั ไม่มีเครื่องมืออนั วิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแกไ้ ขปัญหา ต่าง ๆ ไดอ้ ย่างสมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงตอ้ งใชส้ ติปัญญา คือ คิดด้วยสติรูต้ ัวอยู่เสมอ เพื่อหยุดย้ังและป้ องกันความประมาท ผิดพลาด และอคติต่าง ๆ มิใหเ้ กิดข้ ึน ช่วยใหก้ ารใชป้ ัญญาพิจารณา ปั ญหาต่าง ๆ เป็ นไปอย่างเที่ยงตรง ทาให้เห็นเหตุเห็นผลที่เก่ียว เน่ืองกนั เป็ นกระบวนการไดก้ ระจ่างชดั ทุกขน้ั ตอน” 67
เดก็ ตา่ งจงั หวดั นายณฐั วฒุ ิ ไชยสิทธ์ิ นักประชาสมั พนั ธ์ ผมเป็ นเด็กต่างจังหวัดครับ ท่ีตอ้ งออกยา้ ยออกจากบา้ นและ ห่างจากครอบครวั ออกมาอยู่คนเดียวหลงั จากจบ ม. 6 พ่อแม่ผมมีลูก 3 คนครับ ผมเป็ นลูกคนที่ 2 ผมมีพี่ชาย ตัวเอง และ น้องสาวของผม หลงั จากจบ ม.6 ผมสอบเรียนต่อไดท้ ี่ มหาวิทยาลยั บูรพา ท่ีบางแสน ชลบุรี ท้ัง ๆ ที่ผมไม่เคยรูจ้ กั ว่า ม.บูรพา อยู่ท่ีไหน รูแ้ ต่เพียงว่าอยู่ ในจงั หวดั ชลบุรี วนั ที่ผมตอ้ งมาสมั ภาษณ์ เพื่อที่จะเขา้ เรียน แม่ผมถาม ว่า ใหแ้ ม่ไปเป็ นเพ่ือนไหม ผมตอบแม่ไปดว้ ยความมนั่ ใจว่า ไม่เป็ นไร แม่ ผมจะมาเอง ผมจึงตดั สินใจเดินทางมาสอบสมั ภาษณด์ ว้ ยตวั ผมเอง และไดส้ อบถามเบ้ ืองตน้ ว่าการที่จะมา ม. บูรพา เราต้องนั่งรถสาย พทั ยา-มุกดาหาร จากบา้ นเรามาลงที่ตลาดหนองมน แลว้ นัง่ มอเตอร์ ไซต์รบั จา้ งเขา้ มหาวิทยาลยั ผมก็เดินทางมา ผมใส่ชุดนักเรียนนัง่ รถมา เลยครับ พอมาถึงหน้าคณะท่ีผมเรียน ผมเขา้ ไปลา้ งหน้าแปรงฟัน เตรียมสอบสมั ภาษณ์ และเขา้ สมั ภาษณเ์ รียบรอ้ ย จนมาถึงวนั ที่ผมตอ้ งมาอยู่ที่นี่ตอ้ งมาเขา้ หอ ตอนน้ันความรูส้ ึก ของผมสับสนไปหมดครับ ไม่จะรู้จะดีใจหรือเสียใจ ผมจาได้ทุก เหตุการณ์วนั น้ัน เป็ นวนั ที่ 26 พฤษภาคม 2552 พ่อผมขบั รถมาส่ง พรอ้ มกับแม่และน้องสาวของผม พอมาถึง ผมก็ขนของเขา้ หอ อะไร เรียบรอ้ ย ในวนั น้ันพ่อกับแม่ผมนอนพักท่ีบางแสน ท่ีโรงแรมใกล้ ๆ 68
หาดบางแสน ผมก็ไปนอนกับแม่ผมเพ่ือท่ีจะได้ส่งพ่อแม่กลับบา้ นท่ี ต่างจงั หวดั ในตอนเชา้ มืด ในคืนน้ัน แม่จะคอยบอกน้ันบอกนี่ เสมอ ให้ ดูแลตวั เอง ต้งั ใจเรียน อยู่ตลอด จนหลบั ไป เชา้ มืดเวลาตี 4 ทุกคนตื่น อาบน้ าเตรียมตัวจะกลับต่างจังหวัด ผมบอกได้เลย ณ เวลาน้ัน ความรูส้ ึกอา้ งวา้ ง ความรูส้ ึกโดดเดี่ยวเขา้ มาปะทะจิตใจผมทันที มี คาถามในหัวเต็มไปหมดว่าต่อจากน้ ี จะอยู่ยังไง คงไม่ได้เจอหน้า ครอบครวั อีกนาน น้าตาที่กล้นั เอาไว้ ขอบตาล่างที่เป็ นเหมือนเขื่อนก้นั น้าก็พงั ทลายลง ทาใหน้ ้าตาท่ีกล้นั ไวไ้ หลทะลกั ออกมา และแมข่ องผมก็ เดินมากอดและหอมแกม้ พรอ้ มท้งั น้าตาแห่งความรกั ความเป็ นห่วงและ ความคิดถึง พดู เบา ๆ ท่ีหู บอกใหผ้ มดูแลตวั เองมาก ๆ นะลกู และเดิน ข้ ึนรถไปพรอ้ มกบั น้องสาวของผม และพ่อนัง่ รอในรถ ระหว่างท่ีผมยืน มองรถท่ีกาลงั จะขบั ออกไปดว้ ยความคิดถึง พรอ้ มท้งั น้าตาที่ไหลออกมา และหันหลงั เขา้ หอ้ งพัก เสียงเปิ ดประตูรถก็ดังข้ ึน ผมนึกว่าแม่ลืมของ อะไร แต่ พอหันกลบั ไป กลับเป็ นประตูรถฝั่งที่พ่อนัง่ เปิ ดออกมา แลว้ เดินตรงเขา้ มาหาผม ผมตกใจเพราะพ่อไม่เคยทาแบบน้ ีกบั ผม พ่อโอบ กอดผมพรอ้ มท้งั น้าตาท่ีไหลออกมาของลกู ผูช้ ายแบบพ่อ แลว้ พอ่ ก็ตบที่ หลังของผมแลว้ บอกผมว่า “อดทนนะลูก ต้ังใจเรียน และดูแลตัวเอง มาก ๆ นะ พ่อรกั ลูกนะ” คาพูดเหล่าน้ ีมนั ย่ิงทาใหผ้ มน้าตาท่ีไหลอยู่ ไหลออกมามากกว่าเดิม และพ่อก็หอมแกม้ ผมแลว้ เดินข้ ึนรถไปดว้ ย น้าตา มนั เป็ นความรูส้ ึกที่ผมบอกไม่ถูกครบั เพราะผมกบั พ่อไม่ค่อยลง รอยกนั เท่าไหร่ และไม่เคยมีอะไรแบบน้ ี แต่สิ่งที่พ่อทามนั กลบั ทาใหผ้ ม มีกาลงั ใจ มีแรงผลกั ดัน ท่ีจะอดทน และต้งั ใจ เรียนต้งั ใจทาตามความ 69
ฝันที่ตวั เองและครอบครวั ต้งั ไว้ ตามคาสอนของพ่อท่ีบอกผมไม่กี่คา แต่ มนั เป็ นคาท่ีมาพรอ้ มกับคาวา่ รกั และความรสู้ ึกจากใจของพ่อ เพราะมนั เป็ นคาสอนของพ่อท่ี มีความหมาย และทาใหผ้ มจะกา้ วต่อไปในอีกกา้ ว ของชีวิต แต่ความจริงของชีวิตเรามนั ไม่ไดห้ ยุดเพียงแค่น้ัน เพราะชีวิต ของเรายงั มีวนั ท่ีตอ้ งเติบโตข้ ึนไปเร่ือย ๆ หลงั จากที่ผมเรียนจบ ผมถือ ว่าชีวิตผมเป็ นชีวิตท่ีโชคดีคนหนึ่ง ผมได้ทางาน งานในองค์กรท่ีผม อยากทา ผมไดท้ างานท่ีผมชอบ เป็ นงานที่ผมทาแลว้ ผมมีความสุข ผมมี ผูบ้ งั คบั บญั ชาท่ีดี มีเพื่อนรว่ มงานท่ีดีมีน้าใจใหก้ นั และงานท่ีผมไดท้ าผม ก็มีความสุขและอยากทามนั ซ่ึงตาแหน่งที่ผมทา คือ นักประชาสมั พนั ธ์ ท่ีดีรบั มอบหมายไดท้ าโน่นทาน่ีมากมายซ่ึงลว้ นเป็ นงานที่ผมยงั ไม่เคย ทามาก่อน บางงานง่ายบางงานก็ยากผสมผสานกนั ไป แต่ทุกคร้งั ท่ีผม ได้ท างาน ผม จะมี ค วาม สุ ขเสม อที่ ได้ท ามัน เต็ ม ร้อยอย่างสุ ด ความสามารถ โดยเฉพาะงานท่ีผมตอ้ งไปทาหน้าที่พิธีกร หรือวิทยากร นาเกมนาสันทนาการต่าง ๆ ผมมองว่ามันเป็ นงานท่ีท้าท้ายมาก เพราะว่าการทางานเหล่าน้ ี ถา้ ทาแลว้ ผูเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมไม่มีการตอบ รบั หรือไม่ทาตามกิจกรรมที่จดั ใหก้ ็จะถือว่าเป็ นการลม้ เหลวในการนา กิจกรรมเหล่าน้ ี ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนถา้ จะทาก็ทาไดแ้ ค่มีความกลา้ ที่จะ ทาและทามันสุด ๆ ผมพูดได้เลยครับว่าผมมีความสุขทุกคร้ังที่ผมมี โอกาสไดจ้ บั ไมค์ และผมก็จะทามนั เต็มท่ี ทาเต็มรอ้ ย เพื่อคนท่ีได้รบั ฟัง และร่วมกิจกรรมมีรอยย้ ิมมีความสุข มีเสียงหัวเราะ ซ่ึงมันจะเป็ น กาลงั ใจและแรงผลกั ดนั ที่จะทาใหผ้ ม สามารถทากิจกรรม และกลา้ ท่ีจะ 70
หากิจกรรม และทากิจเหล่าน้ ีใหเ้ กิดข้ ึนและมอบความสุขใหก้ บั คนอ่ืน และเคยมีคนถามผมว่าไม่เหน่ือยหรอ พูด รอ้ ง เล่น เต้น ท้ังวนั แต่ คาตอบที่ผมตอบอาจจะไมต่างจากคนอ่ืนหรอกคือ คาตอบว่า เหนื่อย ครบั แต่ความเหน่ือยของผม มนั เต็มไปดว้ ยความสุข และความภูมิใจ เพราะผม รกั ที่จะทามนั และมีความสุขทุกคร้งั ท่ีไดจ้ บั ไมคม์ อบรอยย้ ิม เสียงหวั เราะใหก้ ลบั ทุกคน ความสุขเหลา่ น้ ีท่ีเกิดข้ นึ กบั ผม ผมตอ้ งขอบคุณตัวอย่างท่ีดี ท่ีแสดงใหเ้ ห็นว่าการทางานท่ีมี ความสุขที่แทจ้ ริง เป็ นอย่างไร ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั รชั กาลท่ี 9 ผูท้ ่ีเป็ นพ่อของแผ่นดิน เพราะผมเห็นพระองคท์ รงงานในแต่ละงานไม่ ว่าจะยากลาบากขนาดไหน พระองค์ก็ไม่เคยบ่น ว่าเหนื่อยว่าหนัก ในทางกลบั กนั พระองคท์ รงงานอย่างไม่ย่อทอ้ ดว้ ยความเป็ นห่วง ดว้ ย ความมองเห็นอนาคตของประเทศชาติ ดว้ ยความเห็นทุกขข์ องราษฏร ของพระองค์ ทุกครง้ั ที่ผมเปิ ดดทู ีวีผมเห็นรอยย้ มิ ของพระองคใ์ นการทรง งานทุกคร้งั ไม่ว่าจะยากลาบากขนาดไหนยากลาบากเพียงใด เพราะ พระองค์ ทรงงานด้วยความรัก ด้วยความสุขในการทรงงานเพ่ือ ประชาชนของพระองค์ แลว้ ตวั เราล่ะ เรารบั ผิดชอบแค่ตวั เราเอง เราทา แค่งานของเราเอง เม่ือเทียบกบั พระองคข์ องเราเทียบไม่ไดเ้ ลย แต่เราก็ บน่ วา่ เหนื่อยวา่ หนัก ว่างานเยอะ เราควรท่ีจะเปิ ดใจของเรามองคนรอบ ขา้ งเรา มองตวั อย่างจากพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ 9 ท่ีทา ใหเ้ ราเห็นว่าแมง้ านมนั จะเหนื่อยจะหนักสกั เพียงใด ถา้ เราย้ ิมใหม้ นั มี ความสุขกบั การทางาน และรกั ท่ีจะทางาน อย่างที่พระองคไ์ ดท้ รงงาน ในส่ิงที่พระองคร์ กั และทาเพื่อคนท่ีพระองคร์ กั กวา่ 70 ปี และน่ีและคือ 71
คาสอนของพ่อผูเ้ ป็ นเจา้ แห่งแผ่นดิน เป็ นคนสอนท่ีไม่ตอ้ งพูดใหไ้ ดย้ ิน แต่เป็ นคาสอนที่สอนดว้ ยการกระทา และแสดงใหเ้ ห็น น้ ีและคือส่ิงท่ีผม จะปฏิบตั ิตามในการทางานของผม เพราะมนั คือคาสอนท่ีผมประทบั ใจ “ความสุขในการทางาน ตามรอยย้ มิ ของพอ่ ” “...การทางานใด ๆ ไม่วา่ เล็ก ใหญ่ ง่าย ยาก ถา้ ยอ่ หย่อนจาก ความเพียรแลว้ ยากท่ ีจะใหส้ าเรจ็ เรยี บรอ้ ยทันเวลา ได้ และเม่ ือใดพลงั ของความเพียรน้ี เกิดข้ึน เม่ ือนั้นการงานท้ังหลายก็สาเร็จได้โดย งา่ ยดายและรวดเรว็ ...” พระบรมราโชวาท ในพธิ ีพระราชทานปริญญาบตั ร แกผ่ สู้ าเร็จการศึกษาจากมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ 21 มิถุนายน 2522 72
ทางานอยา่ งไร ? ใหม้ ีความสุข นางสาวกมลวรรณ พาลึก นักวชิ าการศึกษา “งาน” ในที่น้ ี หมายถึง งานประจา งานเสริม หรืองานบา้ น ในทุกวันคนเราต้องเผชิญหน้ากับคาว่า “งาน” เคยคิดไวเ้ สมอว่า การทางานไม่ใช่เร่ืองง่าย และไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราต้ังใจทาและมี ความสุขไปกบั งานน้ัน ๆ ... จนวันหนึ่ง... ต้องมาพบกับคาว่า ปัญหา หลาย ๆ คร้งั ท่ีเคยเจอ ปัญหาท่ีเกิดข้ ึนระหว่างการทางานเคยรูส้ ึกทอ้ แต่ไม่ถอยเด็ดขาด เพราะรูส้ ึกรกั และสนุกกบั งานท่ีทาอยู่ แต่คร้งั น้ ีกลับ มีปัญหาหลาย ๆ อยา่ งประดงั ประเดเขา้ มาพรอ้ ม ๆ กนั ทาใหเ้ กิดความ ผิดพลาดข้ นึ ณ ตอนน้ันไดแ้ ต่ต้งั คาถามตนเองซ้าไปซ้ามาวา่ สาเหตุของ ความผิดพลาดเกิดจากอะไร ปัญหาน้ันเกิดข้ ึนไดอ้ ยา่ งไร ในระหว่างน้ัน น้าตาก็ไหลออกมาเร่ือย ๆ รูส้ ึกไดเ้ ลยว่า ตนเองกาลงั ขาดสติ จนลืมคิด หาหนทางแกไ้ ขปัญหาและแกไ้ ขความผิดพลาดใหก้ ลบั มาถูกตอ้ ง ไดแ้ ต่ วิ่งหนีปัญหา เก็บความเครียดที่เกิดข้ ึนกลบั บา้ นไปนัง่ คิดวนเวียนแบบ น้ันเรื่อย ๆ และนัง่ มองตนเองในกระจก พรอ้ มกบั ถามว่า ผูห้ ญิงที่เคย ร่าเริงและคนท่ีเคยต้ังใจมีความสุขกับงานท่ีตนเองไดร้ ับผิดชอบหาย ไปไหน จนในท่ีสุดก็ไดค้ น้ พบว่า “ความสงบหนักแน่น ทาใหเ้ กิดความ ย้งั คิด” เพราะไดห้ ยุดคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ในความเงียบ จึงทาใหม้ ีสติ และคิดไดว้ า่ เราตอ้ งพยายามละท้ ิงความเครียดและความเศรา้ เพื่อคน 73
รอบขา้ ง และบรรยากาศในการทางาน รวมท้งั ตอ้ งแกไ้ ขปัญหาท่ีเกิดข้ ึน ใหไ้ ด้ ในตอนน้ัน รสู้ ึกวา่ ตนเองเปลี่ยนไป จากท่ีทางานเสร็จตามเวลา สามารถแกไ้ ข ย้ ิมสูก้ ับปัญหา และขอ้ ผิดพลาดต่าง ๆ ได้ พรอ้ มท้ัง ทางานอย่างมีระบบของตนเอง แต่พอมีภาระงานเพ่ิมมากข้ ึน และตอ้ ง ทาทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ระบบที่ตนเองเคยได้วางไวก้ ับหายไป จนเกิดความผิดพลาด ปัญหาหลาย ๆ อย่างที่เกิดข้ ึน ทาใหต้ ้งั คาถาม กบั ตนเองอีกครง้ั วา่ “ทางานอย่างไร..?.. ใหม้ ีความสุข..” แคภ่ าระงานท่ี เพิ่มข้ ึนนัน่ ไม่ใช่สาเหตุหลกั ของความผิดพลาด แต่สาเหตุหลกั คือ การท่ี เราไม่รูจ้ กั วางแผนการทางานใหด้ ี ลาดับความสาคัญของงาน ในช่วง เวลาน้ัน เชา้ มาไม่อยากไปทางาน ไม่อยากตอ้ งเผชิญหน้ากับปัญหา หลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ทอ้ แทจ้ ิตใจ และอยากหยุดพกั รอ้ งไห้ ทุกวนั หลงั จากกลบั มาจากท่ีทางาน จนกระทัง่ ที่โทรทัศน์ทุกช่องเปิ ด เร่ืองราวของผูช้ ายคนหนึ่งที่คนไทยท้งั ประเทศตอ้ งรูจ้ กั และเรียกท่านวา่ พ่อ เคยสงสยั วา่ พอ่ ทาไดอ้ ยา่ งไร พอ่ ผ่านพน้ อุปสรรคปัญหาต่าง ๆ ในการทรงงานไดอ้ ยา่ งไร เพราะงานของพ่อน้ันย่ิงใหญ่กวา่ พวกเรามาก ประเทศท้งั ประเทศ คือที่ทรงงานของพ่อ ความสงสยั ท่ีเกิดข้ ึนทาใหเ้ รา ตอ้ งพยายามหาเหตุผล และอยากรบั รพู้ ระบรมราโชวาทของพอ่ เกี่ยวกบั การทรงงาน ซ่ึงพ่อไดส้ อนไวห้ ลาย ๆ อย่าง เช่น “ความเขม้ แข็งในจิตใจ ชว่ ยใหผ้ ่านพน้ อุปสรรคต่าง ๆ ได”้ เพราะความเขม้ แข็งในจิตใจน้ันเป็ น สิ่งสาคัญที่จะต้องฝึ กฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลาบาก 74
ไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถา้ ไมม่ ีความเขม้ แขง็ ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะ ผ่านพน้ อุปสรรคน้ันได้ เพราะว่าถา้ ไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไมม่ ีอะไรที่จะ มาช่วยเราได้ แต่ถา้ มีความรู้ มีอธั ยาศยั ท่ีดี และมีความเขม้ แข็งในกาย ในใจ ก็จะสามารถท่ีจะผ่านพน้ อุปสรรคต่าง ๆ น้ันได้ ซ่ึงถา้ ในทุกวนั เรา ได้ตระหนักถึงการทางานของตนเองและวางระบบ พรอ้ มท้ังลาดับ ความสาคญั ของงาน และหมนั่ “พิจารณาตนเองตลอดเวลา จะไดไ้ ม่ ทาสิ่งผิดพลาด” เมื่อเราสามารถทาได้ เราก็จะสนุก และมีความสุขกบั การทางาน มาถึงวนั น้ ี ปัญหาที่เกิดจากงานบางอย่างจะยงั ไม่ผ่านพน้ ไมไ่ ด้ ดว้ ยดี แต่การที่ไดศ้ ึกษาคาสอนของพ่อ ทาใหเ้ ราไดต้ ระหนักหลาย ๆ อยา่ งในการทางาน สรุปได้ คือ ๑. สติ การทางานทุกอยา่ งตอ้ งมสี ติ และหา้ มใชอ้ ารมณ์ ๒. การวางแผน รู้จักท่ีจะวางแผนงานให้ดี เรียงลาดับ ความสาคญั และช่วงเวลาของการทางาน ๓. ความสุข เราตอ้ งรูส้ ึกเสมอว่า ความสุขไม่ไดห้ ายไปไหน เพียงแค่เรามองขา้ มไปเท่าน้ัน ถา้ เราทางานสาเร็จและบรรลุเป้าหมาย เราก็จะมคี วามสุข ๔. ศรทั ธา ไมว่ า่ งานส่ิงใดน้ัน ยอ่ มเกิดปัญหา และขอ้ ผิดพลาด ไดท้ ุกที่ เราจึงตอ้ งศรทั ธางานท่ีเรารับผิดชอบ และเก็บสิ่งเหล่าน้ันไว้ เป็ นบทเรียน เพ่ือในอนาคตจะไดไ้ มเ่ กิดขอ้ ผิดพลาดอีก ๕. เพ่ือนร่วมงาน การทางานเป็ นทีม เราตอ้ งรูจ้ ักตรึงและ หย่อน ไม่มีใครไดด้ งั่ ใจเราทุกอย่าง และบางคร้งั เราก็อาจทาไม่ไดด้ งั่ ใจ 75
ทีมเช่นกัน เพราะฉะน้ัน เราจะต้องพยายามไม่สรา้ งปัญหาใหเ้ พื่อน ร่วมงานตอ้ งลาบากใจ เพราะการท่ีมีเพื่อนร่วมงานที่ดีและเขา้ ใจกัน ไมใ่ ชเ่ ร่ืองง่ายเลย และต่อจากน้ ี ขา้ พเจา้ จะคอยนาคาสอนพอ่ มาใช้ ในทุก ๆ เร่ือง ของชีวิต พรอ้ มท้งั เม่ือเจอปัญหาจะย้าคิดเสมอวา่ ปัญหาน้ัน ๆ เป็ นบท พิสูจน์ และบทเรียนของชีวิต เมื่อเราผ่านพน้ ไปไดเ้ ราก็จะมีความสุข เสมอ เมื่อลองมองยอ้ นกลับมาก็จะได้รู้ว่า ในวันน้ ี เราเข้มแข็งข้ ึน กวา่ เดิมแลว้ สุดทา้ ยน้ ี ขา้ พเจา้ นางสาวกมลวรรณ พาลึก ขอน้อมเกลา้ นอ้ ม กระหม่อมราลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอยา่ งหาที่เปรียบมิได้ ที่ไดส้ อน หลกั การทรงงาน เพื่อเตือนใจ และใชเ้ ป็ นแสงสว่างนาทางในการทางาน ต่อไป ทาใหข้ า้ พเจา้ สามารถผ่านพน้ อุปสรรคปัญหาน้ันมาได้ กลา้ ท่ีจะ เผชิญหน้ากบั สิ่งต่าง ๆ ท้งั ปัจจุบันและอนาคต พรอ้ มท้งั มุ่งมนั่ ที่จะหัน กลับมาพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดย้งั เมื่องานที่เรารบั ผิดชอบประสบ ผลสาเร็จ และมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลท่ีดียิ่งข้ ึน เราก็จะรูส้ ึกมี ความสุขในการทางาน พรอ้ มที่จะทางานต่าง ๆ ต่อไป เพ่ือตนเอง ครอบครวั หน่วยงาน และประเทศชาติ 76
ตวั อยา่ งทดี่ ีมีคา่ กว่าคาสอน นางสาวเกศราภรณ์ ขาววเิ ศษ นักรงั สีการแพทย์ วนั ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เป็ นวนั ท่ีทัว่ ไทยใจสลายไดส้ ูญเสีย “พ่อหลวง” อนั เป็ นท่ีรกั ย่ิงของปวงชนชาวไทย หนั มองไปทางไหนก็มี แต่เสียงรา่ ไห้ ตามท้องถนน สถานที่ราชการ ห้างสรรพสินค้า ถูก ประดับดว้ ยผ้าขาวดา ป้ายโฆษณา สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สังคม ออนไลน์ มขี อ้ ความแสดงความอาลยั ประชาชนชาวไทยแต่งกายดว้ ยชุด สีดา สาหรบั ฉนั มนั เป็ นความรูส้ ึกที่ทาใจยอมรบั ยาก กวา่ ๗๐ ปี ที่ทรง งานหนักทุ่มเทท้งั ชีวิตเพื่อความเป็ นอยู่ท่ีดีข้ ึนของประชาชนคนไทยของ พระองค์ การที่ฉนั ไดเ้ กิดเป็ นคนไทยชา่ ง “โชคดี” เหลือเกิน ตลอดเกือบหนึ่งปี ที่ผ่านมาฉนั ไดม้ ีโอกาสติดตามส่ือต่าง ๆ ที่ได้ นาพระราชประวตั ิของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รชั กาลที่ ๙ ต้งั แต่ ทรงประสูติจนข้ ึนครองราชยส์ มบตั ิ ทาใหไ้ ดเ้ ห็นมุมที่พระองคท์ รงงาน และมุมสว่ นพระองค์ ทรงเป็ น“พ่อของแผ่นดิน” โดยแทจ้ ริง มนั เป็ นภาพท่ีคุน้ ตา กนั ดีจากสื่อต่าง ๆ ที่พระองคจ์ ะเสร็จไปยงั พ้ ืนท่ีห่างไกลและทุรกนั ดาร และพ้ ืนท่ีท่ีเต็มไปดว้ ยอนั ตราย การเดินทางท่ีแสนจะลาบาก รถพระท่ี นัง่ ไม่สามารถไปถึงตอ้ งใชเ้ วลาเดินเทา้ หลายชวั่ โมงเพื่อขา้ มภูเขา ผ่าน หว้ ยหนอง คลองบึง โดยทุกท่ีท่ีเสด็จไปจะตอ้ งนาสามส่ิงน้ ีคือ กลอ้ ง แผนท่ีที่ทรงทาข้ ึนมาเองและดินสอ ไปดว้ ยทุกคร้งั เพียงพ่อจะไปดูให้ 77
เห็นกบั ตาตัวเอง ถ่ายรูปและเก็บขอ้ มูล เพื่อนาขอ้ มูลเหล่านน้ัน มาคิด แกป้ ัญหาใหก้ ับประชาชนในพ้ ืนท่ีห่างไกล นั่นทาให้ ๗๐ ปี ที่ผ่านมา มีโครงการอันเนื่ องจากพ ระราชดาริเกิดข้ ึนมากมาย เกิดการ เปล่ียนแปลงจากภูเขาท่ีเคยปลูกฝิ่น กลายเป็ นภูเขาท่ีสามารถปลูกผัก ผลไมเ้ มืองหนาวได้ กลายมาเป็ นสินคา้ ท่ีส่งมาขายใหก้ บั ประชาชนชาว ไทยท้ังประเทศ จากพ้ ืนท่ีแตกระแหง แหง้ แลว้ ดินเปร้ ียว ไม่สามารถ เพาะปลูกหรือเล้ ียงสัตว์ได้ กลับกลายมาเป็ นพ้ ืนท่ีท่ีอุ ดมสมบูรณ์ สามารถเพาะปลูก เพาะเล้ ียงสตั วน์ ้า และทาการเกษตรได้ โดยการที่ พระองคส์ รา้ งระบบชลประทาน เขื่อน ฝายก้นั น้า และอีกมากมายหลาย โครงการ จะเห็นไดว้ า่ พระองคท์ รงมองเห็นว่า หากพ้ ืนท่ีที่เราอยู่น้ันไม่ สามารถประกอบอาชีพเพ่ือดารงชีวิตได้แล้ว ทุกคนก็จะรอแต่การ ช่วยเหลือจากรัฐ หรือตอ้ งเดินทางไปที่อ่ืนเพ่ือขายแรงงาน ดังน้ัน ถา้ พระองค์ทรงสรา้ งวิธีทากินและปรบั ปรุงพ้ ืนที่ทากินใหก้ ับประชนของ พระองคแ์ ลว้ ทุกคนก็จะไดท้ างานอยู่ท่ีบา้ น มีอาชีพที่มนั่ คง มีรายได้ สามารถพ่ึงพาตวั เองได้ และท่ีสาคญั ไดอ้ ยกู่ บั ครอบครวั นัน่ เอง ชีวิตส่วนพระองค์ มีหลายส่ือท่ีฉันได้อ่านหรือได้ดูท้ังจาก หนังสือ โทรทัศน์และจากการเล่าเรื่องของขา้ ราชบริพารส่วนพระองค์ เคยเป็ นไหมท่ีอ่านไปย้ ิมไป หัวเราะไปและรอ้ งไหต้ ามไปดว้ ย “ฉัน เป็ น” พระองค์ทรงมีพระจริยวตั รท่ีงดงาม ทรงเป็ นพ่อหลวงตน้ แบบ แห่งความพอเพียง ประหยดั มธั ยสั ถ์ ฉลองพระองคใ์ ส่จนขาด ฉลองพระ บาทใส่จนขาด ยาสีฟันใชจ้ นหมดหลอด และอีกหลาย ๆ อยา่ งท่ีฉนั อ่าน 78
ไปแลว้ คิดตามวา่ พระองคท์ รงเป็ นถึงกษัตริย์ หากประสงคส์ ่ิงใดแลว้ คง จะมีแต่คนที่รีบนามาถวาย แต่พระองคก์ ็ยงั ทรงประหยดั แลว้ ฉนั ละเคย เห็นคุณคา่ ของส่ิงใดขนาดน้ันไหม ทรงเป็ นลูกท่ีดีของสมเด็จย่า แมท้ ุกวนั จะทรงงานหนักแต่ก็จะ ไปกินขา้ วกบั สมเด็จย่า สปั ดาหล์ ะ ๕ วนั หลายคนคงเคยไดอ้ ่านเร่ืองที่ ในหลวงกบั สมเด็จยา่ เขา้ รบั การรกั ษาท่ีโรงพยาบาลพรอ้ มกนั วนั หนึ่งใน ตอนเช้าพยาบาลเข็นรถสมเด็จย่าผ่านหน้าห้องของในหลวง เม่ือ พระองคท์ รงเห็นจึงแยง่ พยาบาลเข็นรถสมเด็จยา่ เอง มหาดเล็กจึงกราบ ทูลพระองค์ว่า “ไม่เป็ นไร มีพยาบาลเข็นแลว้ ” ในหลวงจึงมีรบั สัง่ ว่า “แม่ของเรา ทาไมตอ้ งใหค้ นอื่นเข็น เราเข็ญเองได้” มนั เป็ นความรูส้ ึก อบอุ่นในหลาย ๆ เรื่องที่ฉนั ไดอ้ ่าน “กษัตริยย์ อดกตญั ญ”ู ทรงเป็ นแบบอย่างท่ีดีในการใชช้ ีวิตสมรส เมื่อใดที่เราเห็น ในหลวงเสด็จทรงงานแมใ้ นพ้ ืนที่ทุรกนั ดารสมเด็จพระราชินีก็จะเสด็จ ดว้ ยเสมอเป็ นแบบอย่างที่ดีไม่ว่าเวลาทุกขห์ รือสุขก็ทรงเคียงขา้ งกัน เสมอมา ทรงเป็ นพ่อที่ดีของลูกท้งั ๔ พระองค์ แมจ้ ะทรงงานหนักก็จะ แบ่งเวลาเพ่ือเสวยพระกระยาหารร่วมกนั เลน่ ดนตรี ทากิจกรรมร่วมกนั ในครอบครวั เพื่อเสริมสรา้ งความผูกพนั ในครอบครวั ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคาสอน” นั่นคือส่ิงที่ฉันได้เรียนรู้จาก เสน้ ทางของพ่อ สิ่งท่ีฉนั คนน้ ีจะทาไดก้ ็เพียงแต่เดินตามเสน้ ทางของพ่อ เสน้ ทางท่ีทาเพื่อส่วนรวมนัน่ ก็คือ การรบั ผิดชอบหน้าที่การงานของ ตัวเองให้ดีที่สุด มีความซื่อสัตย์สุจริตในหน้าท่ีการงานของตัวเอง เช่ือมนั่ ในอาชีพและเคารพผูอ้ ื่น ไม่เบียดเบียนผูอ้ ่ืน พรอ้ มกนั น้ันก็ตอ้ ง 79
บารุงครอบครัว มีเวลาใหก้ ับครอบครัว พบหน้า พูดคุยและใชเ้ วลา ร่วมกนั ช่วยเหลือเก้ ือกูลกนั ท้ังยามทุกขแ์ ละยามสุข และที่สาคัญตอ้ ง รจู้ กั ตวั เอง ตอ้ งประมาณตน ต้งั อยู่ในความพอเพียง ไมใ่ หเ้ กิดความโลภ ใหน้ ้าหนักในการใชช้ ีวิตอย่างเหมาะสม ไม่ทุ่มเทไปท่ีสิ่งใดมากเกินไป เพียงเท่าน้ ี ความสุขก็จะอยูก่ บั เราตลอดไป “ไม่วา่ ตอนท่ ีมีชีวิตอยู่เราจะรวยหรือจน มีคนรูจ้ กั เรามากหรือ นอ้ ย เม่ ือเราไดต้ ายไปแลว้ ส่ ิงท่ ีเหลือไวม้ ีเพียงความดี” 80
เครยี ด…… เปล่ียนตวั เอง นางสาวสุวภทั ร สุขดี เจา้ หนา้ ท่ ีบรหิ ารงานทวั่ ไป “อู้หู้ว....ไปทาอะไรมาเน้ ียะ ดูดีข้ ึนนะ ผอมลงม้ัย หน้าตาดู สดใสจัง” เป็ นคาถาม ท่ีถามแลว้ อยากรู้คาตอบ คนถามรูส้ ึกต่ืนเตน้ สมั ผัสไดจ้ ากน้าเสียง ส่วนคนถูกถามฟังแลว้ ก็สุขใจอยู่ไม่น้อย นึกขา ตัวเองอยู่หน่อย ๆ ภูมิใจอยู่นิด ๆ ฉันทาไดจ้ ริง ๆ เหรอเน่ี ยะ ฟังจาก น้าเสียงคนถามแลว้ เป็ นคาถามที่เกิดบ่อยคร้งั ในช่วงเวลาน้ ี จากเพ่ือน สนิท เพื่อนที่ทางาน และญาติผู้ใหญ่หลายท่านท่ีเคารพนับถือ ซ่ึง เหตุการณ์น้ ีเกิดข้ ึนหลังจากดิฉันเห็นประโยชน์ของการออกกาลงั กาย ยอ้ นกลับไปเม่ือช่วงปลายปี 2559 โดยเริ่มจากความความเครียด ความวิตกกังวล ความคาดหวงั ในสิ่งท่ีเราคิด ไม่เป็ นอย่างท่ีเราคิดไว้ สง่ ผลกระทบโดยตรงกบั ตวั ดิฉนั อาการจะคลา้ ย ๆ มีภาวะซึมเศรา้ เบื่อ หดหู่ นอนไม่หลับ ไม่ใส่ใจจะทาอะไร ไม่สบายใจ ทาอะไรก็ไม่ เพลิดเพลิน มีครบทุกขอ้ หากจะถามวา่ เคยคิดไหมว่าจะออกกาลงั กายอยา่ งจริงจงั ดิฉนั คิดไวต้ ลอด แต่พอทาจริง ๆ ทาแลว้ ไมส่ าเร็จ ประกอบกบั ความคิดแบบ ปิ ดก้ันของตัวดิฉันเองว่าเราจะทาไดเ้ หรอ พอเริ่มทาอย่างจริงจงั เกิด อาการทอ้ แท้ ขอ้ อา้ งสารพดั เกิดข้ ึนในความคิด นึกคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ไม่ทาแลว้ เหน่ือย เหน่ือยมาก เราจะทรมานใหต้ ัวเองท้ังเจ็บและปวด เมื่อยเพ่ืออะไร เราคนเดียวท้ังน้ัน ไม่เห็นมีใครมาเหนื่อยกับดว้ ยเลย 81
นึกคิดอยู่หลายวนั จะเลิกทาดีไหม อย่างที่เริ่มบอกต้งั แต่แรก เร่ืองของ การออกกาลังกายเกิดข้ ึนจากความเครียด ดิฉันคิดทบทวนเสมอเรา เครียด เราจะมีวิธีการอย่างไรจึงจะสามารถจดั การกบั ความเครียดออก จากใจเราไดบ้ า้ ง ดิฉนั โชคดีไดท้ างานในสถานที่ ท่ีมีสวนสาธารณะ มี ช่องทางสาหรับเดิน - วิ่งไดอ้ ย่างตามอัธยาศัย มีเครื่องสาหรับออก กาลงั กายซ่ึงประชาชนทัว่ ๆ ไป นักเรียน นิสิตนักศึกษา สามารถมา ออกกาลังกายได้ และแล้วจุดเปลี่ยนของชีวิตก็เกิดข้ ึน โดยใช้ ความเครียดมาเป็ นแรงผลักดันใหต้ ัวเอง สรา้ งวินัย เพ่ิมความเพียร พยายาม อดทน หาแรงบันดาลใจ ลองทาในส่ิงท่ีไม่เคยทา โดยใช้ ความเช่ือและแรงศรัทธาว่า เราทาได้ ดิฉันเร่ิมจากการเดินรอบ สวนสาธารณะ ระหว่างทางเดินดิฉันไดส้ งั เกตเห็นส่ิงแวดลอ้ มรอบ ๆ ภายในสวนสาธารณะ เสน้ ทางเดิน-ว่ิง พ้ ืนเป็ นสีเขียวสดมองแลว้ สบาย ตา เวลาช่วงเย็นอากาศดี ระหว่างทางเดินมีตน้ ไมน้ ้อยใหญ่เต็มสวน มองดูแลว้ ร่มร่ืนอยู่ไม่น้อย รอบสวนด้านในมีสระน้า มีกังหันผันน้า ดิฉันเร่ิมรู้สึกได้ว่าเสียงกังหันน้ า และมองละอองน้าทาให้เราลืม ความเครียดท่ีสะสมมานานเร่ิมจางหายไปในช่วงขณะ ภายในสระน้ามี เต่า ตะพาบน้า และปลาอีกหลายชนิ ด ภาพที่พบเห็นเป็ นประจา โดยเฉพาะช่วงเย็น และวันหยุดเสาร์–อาทิตย์ วัยรุ่นหนุ่มสาว กลุ่ม เพ่ือน และหลายครอบครวั พ่อแม่ลูก ผูส้ ูงอายุ พากนั มาใหอ้ าหารเต่า ตะพาบน้า ปลาบริเวณดา้ นขา้ งสระน้าโดยรอบ ไดย้ ินเสียงหวั เราะ มือช้ ี ใหล้ ูกหลานมองดูปลากาลงั แยง่ กนั กินขนมปังอย่างสนุกสนาน บา้ งก็ให้ อาหารนกพิราบท่ีอยู่บนพ้ ืนสนามหญ้าเกาะกลางสวนสาธารณะ 82
มองแววตาแล้วคงมีความสุขใจมากเลยทีเดียว ส่วนเราคนมองมี ความสุขไปดว้ ย การเดินในสวนของฉนั ในทุก ๆ คร้งั หลงั เลิกงานทุกวนั เราไดพ้ บปะผูค้ น คนท่ีเราไม่เคยไดพ้ ูดคุยแมแ้ ต่คร้งั เดียว แต่สิ่งที่เรา สมั ผัสได้ คือ ผูร้ ่วมทางของเรามีเป้าหมายเดียวกับเราคือ สุขภาพที่ดี อาจจะต่างกนั ตรงเหตุผลและปัจจยั ท่ีทาใหเ้ ราตอ้ งมาร่วมทางเดียวกนั ไดส้ มั ผัสถึงรอยย้ ิม การมีน้าใจต่อผูร้ ่วมทาง เดินบา้ ง วิ่งบา้ งตามท่ีถนัด เพื่อนร่วมทางเดินของฉนั ไดใ้ หข้ อ้ คิดเตือนสติ ไวอ้ ย่างหนึ่งวา่ คนเราทุก คนมีปัญหาด้วยกันท้ังน้ัน ท้ังเร่ืองงานและเรื่องส่วนตัว อยู่ที่เราจะ จดั การปัญหาน้ันไดอ้ ย่างไร ตอ้ งค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ แกไ้ ขไปทีละปัญหา ลองมองชีวิตคนอื่นดูบา้ ง มองปลาในน้า นัง่ ดูนกพิราบบิน เดินเหน่ือยก็ พัก นั่งดูคนอ่ืนบา้ ง ทาใจน่ิ งๆ ไม่ต้องคิดอะไร สิ่งที่เพ่ือนร่วมทาง แนะนาดูเหมือนเป็ นเรื่องธรรมดา ดิฉันน่าจะคิดทาเองได้ แต่กลับคิด ไม่ได้ ดิฉนั เริ่มทาตามคาแนะนา หลงั ทาไดผ้ ลดีทีเดียว มองปัญหาเป็ น เรื่องปกติซึ่งเกิดกบั ทุกคนไดเ้ สมอ เพียงแค่เรามีวิธีรบั มือกบั ปัญหาน้ัน ไดอ้ ย่างไร ดิฉนั เริ่มมีความเครียด และวิตกกงั วลน้อยลงทุกคร้งั ท่ีไดม้ า เดินในสวน จากเดิน สลบั มาเป็ นว่งิ จากวิ่งไดเ้ พียงครึ่งรอบสวน เพิ่มมา เป็ น 1 รอบสวน จาก 1 รอบสวน ถึงปัจจุบันน้ ีดิฉันสามารถ วิ่งได้ 2 รอบสวนติดต่อกนั ภูมิใจมากเราทาได้ (ช่ืนชมตวั เอง) ซ่ึงท้งั หมดน้ ี เริ่ม จากความเครียด ประกอบกบั ความเพียรพยายาม ผลลพั ธท์ ี่ไดก้ บั เป็ น สุขภาพจิตดีข้ ึน และสุขภาพกายลดภาวะเส่ียงต่อโรคไม่ติดต่อเร้ ือรัง สรา้ งภาพลกั ษณใ์ หมใ่ หต้ วั เอง 83
ดิฉันไดน้ ้อมนาพระบรมราโชวาท มาปรบั ใช้ “แกป้ ัญหาดว้ ย ปัญญา ปัญหาทุกอยา่ งไม่วา่ เล็กหรือใหญ่ มีทางแกไ้ ขได้ ถา้ รูจ้ กั คิดใหด้ ี ปฏิบตั ิใหถ้ ูก การคิดไดด้ ีน้ัน มใิ ช่การคิดไดด้ ว้ ยลกู คิด หรือดว้ ยสมองกล เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวฒั นาการไปมากเพียงใดก็ตาม ก็ยงั ไม่มี เคร่ืองมืออนั วิเศษชนิดใด สามารถขบคิดแกไ้ ขปัญหาต่าง ๆ ไดอ้ ย่าง สมบูรณ์ การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงตอ้ งใชส้ ติปัญญา คือ คิดดว้ ยสติ รูต้ วั อยู่เสมอ เพื่อหยุดย้งั และป้องกนั ความประมาทผิดพลาด และอคติ ต่าง ๆ มิใหเ้ กิดข้ ึนช่วยใหก้ ารใชป้ ัญญาพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เป็ นไป อยา่ งเท่ียงตรง ทาใหเ้ ห็นเหตุเห็นผลที่เก่ียวเนื่องกนั เป็ นกระบวนการได้ กระจา่ งชดั ทุกขน้ั ตอน” ปรบั ความเครียด เสริมปัญญา ปรบั มุมมอง หา แรงบนั ดาลใจ โดยสรา้ งความสุขดว้ ยตัวเอง สุขภาพดีไม่มีขาย แต่เรา สรา้ งไดด้ ว้ ยตัวของเราเอง ทุก ๆ คร้งั เมื่อเล่าเร่ืองราวต่าง ๆ ท่ีเห็นถึง ความเปล่ียนแปลงของตวั เอง ดิฉนั ภูมิใจทุกคร้งั อยากใหก้ าลงั ใจทุกคน ท่ีกาลงั ประสบปัญหาท้งั เล็กหรือใหญ่ ขอเพียงเราใชป้ ัญญาแกไ้ ขปัญหา เหล่าน้ันยอ่ มมีทางออก ซ่ึงวิธีการจดั การอาจแตกต่างกนั จงคิดไวเ้ สมอ วา่ ปัญหาทุกอยา่ งยอ่ มมที างออกเสมอ 84
รกั ของพ่อ นางจนิ ดาภรณ์ สุรเนตร พยาบาลวชิ าชีพชานาญการพิเศษ “ขา้ วรพทุ ธเจา้ เอามโนและศิระกราน นบพระภูมิบาลบญุ ดเิ รก เอกบรมจกั รนิ พระสยามินทร์ พระยศย่งิ ยง.........” เพลงสรรเสริญพระบารมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดชหรือองค์ในหลวง รัชกาลท่ี ๙ ซึ่งเราจะได้ยินทุกคร้ัง ท่ีได้ร่วมถวายพระพร ในวนั เฉลิมพระชนมพรรษา และเมื่อได้ไปชม การแสดง ชมภาพยนตร์ หรือเมอื่ มกี ิจกรรมสาคญั ต่าง ๆ เราไม่รูว้ ่าใครมีความรูส้ ึกใด แต่ทุกคร้งั ที่เราไดย้ ิน มนั มีความ ต้ ืนตัน และเห็นภาพพระองค์อยู่ในใจ โดยเฉพาะเมื่อก่อนการชม ภาพยนตร์ เราจะไดเ้ ห็นภาพพระจริยาวตั รหรือพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของพระองคท์ ่าน บางแห่งจะมีภาพ ส.ค.ส. ของแต่ละปี ที่พระองคท์ ่าน ประทานใหแ้ ก่ปวงชนชาวไทย ภาพที่เราเหล่าน้ัน เราไม่ไดเ้ ห็นแค่เป็ น ภาพ แต่เราเห็นเป็ นคาสอนที่พ่อสอนจากสิ่งท่ีทรงกระทาเป็ นตัวอย่าง มากกวา่ เราเห็นโครงการในพระราชดาริต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าเป็ น โครงการแกลง้ ดิน โครงการหญ้าแฝก โครงการเกษตรพอเพียง หรือ โครงการสารานุกรม ที่ทรงมีวิสัยทัศน์อันกวา้ งไกล พระองค์แสดงให้ 85
ปวงชนชาวไทย เห็นถึงความพอเพียง ความวิริยะ ความต้ังใจในการ แกไ้ ขปัญหา เราเห็นพระจริยาวตั รที่พระองค์ทรงปฏิบัติต่อสมเด็จย่า ทรง แสดงใหเ้ ห็นถึงคาว่ากตัญญู อย่างเช่น คร้งั เมื่อสมเด็จย่าประชวรอยู่ที่ โรงพยาบาลศิริราช ในหลวงเสด็จไปเยี่ยม ไปเฝ้าวนั ละหลายชัว่ โมง คราวหน่ึงได้มีข่าวว่าพระองค์ท่านทรงเข็นรถเข็นให้สมเด็จย่า โดย พระองคท์ ่านรบั สงั่ ว่า “แม่ของเรา ทาไมตอ้ งใหค้ นอื่นเข็น เราเข็นเอง ได”้ ทรงมสี ายพระเนตรท่ีเป่ี ยมลน้ ไปดว้ ยความรกั เราเห็นภาพที่พระองคท์ รงเสด็จจากประเทศไทย และมีรบั สงั่ ว่า “ถา้ ประชาชนไม่ท้ ิงขา้ พเจา้ แลว้ ขา้ พเจา้ จะท้ ิงประชาชนอย่างไรได้” เป็ นประโยคท่ีเหมือนคามนั่ สัญญาน้ัน ซ่ึงพระองค์ไดแ้ สดงใหเ้ ห็นถึง ความต้งั ใจ ความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ี ที่พระองคท์ ่านทรงตรากตรางาน หนักตลอด ๗๐ ปี เพ่ือหวงั ว่าประเทศไทยจะมีการพฒั นา อีกท้งั เราไม่ เคยพบวา่ พระองคย์ อ่ ทอ้ ต่อส่ิงท่ีเป็ นปัญหาในประเทศ เรายังเห็น ความปรารถนาดีของพระองค์ท่าน จาก ส.ค.ส. พระราชทาน ในทุก ๆ ปี ท่ีผ่านมา พระองค์ท่านทรงอวยพรมาให้ ประชาชนชาวไทยของพระองค์ ทรงสอดแทรกความรกั ความปรารถนา ดี และคาสอน มาในคาอวยพรเสมอ เช่น “ส.ค.ส. ปี ๒๕๕๔ มีความวา่ ขา้ พเจา้ ขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ทุกท่านทุก ๆ คน ให้มี ความสาเร็จสมประสงค์ในส่ิงท่ีปรารถนา ความปรารถนาของทุกคน คงไม่แตกต่างกนั นัก คือ ตอ้ งการใหต้ นเอง มีความสุขความเจริญ และ ใหบ้ า้ นเมืองมคี วามสงบร่มเย็น ในปี ใหมน่ ้ ี ขา้ พเจา้ จึงปรารถนาอยา่ งยิ่ง 86
ท่ีจะเห็นคนไทยมีความสุขถว้ นหน้ากัน ด้วยการให้ คือ ใหค้ วามรัก ความเมตตากัน ให้น้ าใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การสงเคราะห์ อนุเคราะห์กัน โดยมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ด้วยความบริสุทธ์ิและจริงใจ ทุกคนทุกฝ่ าย จะไดส้ ามารถร่วมมือ ร่วมความคิดอ่านกนั สรา้ งสรรค์ ความสุข ความเจริญมนั่ คง ใหแ้ ก่ตนและประเทศชาติ อนั เป็ นสิ่งที่แต่ละ คนตอ้ งการใหส้ าเร็จผลได้ ดงั ที่ต้งั ใจปรารถนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรตั นตรยั และส่ิงศักด์ิสิทธ์ิท้งั หลาย จงคุม้ ครองรกั ษาท่านทุกคน ใหม้ ีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภยั ตลอดศก หนา้ น้ ีโดยทวั่ กนั ” ถา้ ใหบ้ อกถึงสิ่งท่ีพ่อสอนคงมีอีกมากมาย แต่เราอยากบอกใน ส่ิงที่เราเห็น นัน่ คือ “พ่อสอนเราจากส่ิงที่พอ่ ทา” สอนโดยการกระทาให้ เห็น วา่ ส่ิงต่าง ๆ ไม่ไดย้ ากลาบาก เกินความสามารถของคนที่มีความ เพียร ความเพียงพอจะไม่ทาใหเ้ ราทอ้ ความกตญั ญเู ป็ นส่ิงท่ีทาใหเ้ รามี ความปิ ติยนิ ดีในการกระทา นอกจากน้ ี พ่อสอนใหเ้ ห็นวา่ การทาส่ิงใด ๆ ดว้ ยความรกั “รกั ” ทาใหเ้ ราไม่รูจ้ ักคาว่าเหน่ือย ท้ังท่ีคนอื่น ๆ เห็นว่าเราเหนื่อย “รัก” ทาใหเ้ ราเห็นมุมมองดา้ นดี มุมที่ตอ้ งการทาใหเ้ กิดประโยชน์ เกิดการ พฒั นา พ่อไมเ่ คยทอ้ พอ่ เห็นแต่ประโยชน์ที่จะก่อเกิดในอนาคต พอ่ สอน ทุกคนด้วยความรัก และยังสอนให้เรารักกัน นั่นคือคาว่า “รัก” พระองคท์ รงมีความรกั เป็ นพ้ ืนฐาน พระองคท์ รงรกั ประเทศไทย ทรงรกั ประชาชนของพระองค์ ทรงรักท่ีจะทางาน ทรงเล็งเห็นการไกล ทรงมี 87
วิสัยทัศน์ ทรงตอ้ งการเห็นการพัฒนา ความเจริญ พระองค์ทรงเป็ น แบบอยา่ งรกั อนั บริสุทธ์ิ รกั ของพอ่ รกั ของพ่อ รกั ท่ีแทจ้ ริง รกั ท่ีมีแต่ความหวงั ดี ปรารถนาดี รกั ที่ ไม่ไดต้ อ้ งการส่ิงตอบแทนใด ๆ พระองค์สอนใหเ้ รายึดเป็ นแบบอย่าง เราเป็ นขา้ ราชการ ท่ีมีจุดมุ่งหมายเพ่ือใหป้ ระเทศ หน่วยงาน มีความ เจริญ และพฒั นาไปสู่ส่ิงที่ดี ดงั น้ันเราเป็ นผูห้ นึ่งที่ตอ้ งช่วยสรา้ งใหม้ กี าร พัฒนา สนองเจตนารมย์ของพระองค์ท่าน โดยเร่ิมจากครอบครัว หน่วยงาน และจะนาพาการพัฒนาไปถึงระดับประเทศ โดยเฉพาะใน สายงานสุขภาพ ท่ีมีจุดมุ่งหมายของการทางาน คือ ใหป้ ระชาชนมี สุขภาพที่ดี ลดการเจ็บป่ วย เมื่อรกั เป็ นพ้ ืนฐานในการทางานแลว้ เราจะ ทางานน้ัน ๆ ดว้ ยความสุข ความรกั ผลที่ส่งออกมาทางการปฏิบตั ิ ไม่ ว่าสายตา ท่าทาง การเจรจา จะทาใหผ้ ูร้ ับบริการ หรือทีมผูร้ ่วมงาน สามารถรบั รูด้ ว้ ยใจท่ีส่งออกมาถึงความต้ังใจ ความปรารถนาดี เราใช้ แนวคิดในการทางานดว้ ยความรกั ในวชิ าชีพ ตอ้ งการใหว้ ชิ าชีพกา้ วหนา้ ตอ้ งการเห็นความเจริญของหน่วยงาน ตอ้ งการเห็นผูร้ บั บริการสุขภาพดี มีความสุข อีกมุมหน่ึงของเรา ท่ีทางานสายสุขภาพ ซึ่งงานบริการท่ีตอ้ ง มีบุคลากรเป็ นตวั จกั รสาคญั ในการบริการ แต่บุคลากรส่วนใหญ่เมื่อจบ การศึกษา และเริ่มเขา้ มาทางาน มีความต้งั ใจ มคี วามรู้ แต่ยงั ตอ้ งไดร้ บั การฝึกฝน ฝึกทกั ษะ เราตอ้ งเป็ นผูใ้ ห้ และใหด้ ว้ ยความรกั เป็ นพ้ ืนฐาน ใชศ้ าสตรแ์ ละศิลป์ ในการสอน บุคลากรใหมเ่ ปรียบเหมือนตน้ ไมเ้ ล็ก ๆ ท่ียงั ไม่แข็งแรง ยงั คงตอ้ งการการใส่ป๋ ุย รดน้า พรวนดิน หรืออาจจะตอ้ ง 88
อยู่ในร่มเงา ไดร้ บั แสงแดด เป็ นตน้ ตน้ ไมแ้ ต่ละตน้ มีความแตกต่างกนั ไป เราจึงควรเป็ นไดท้ ้งั หวั หน้า เป็ นพ่ีเล้ ียง เป็ นแม่ เป็ นเพ่ือน ใชค้ วาม รกั ความหวงั ดี ความปรารถนาดี ในการสอน ในการฝึกฝน ทกั ษะการ ทางาน ใหบ้ ุคลากรใหม่เหล่าน้ัน เก่งข้ ึน ดีข้ ึน และสามารถทางานให้ เกิดประสิทธิภาพท่ีดีย่ิง เปรียบเหมือนการทาใหต้ ้นไมเ้ หล่าน้ันได้ เติบโตเป็ นตน้ ไมท้ ่ีสวยงาม แข็งแกร่ง ยงั่ ยืน และในที่สุดจะเป็ นพ้ ืนป่ าที่ มีต้นไม้ข้ ึนมากมาย ชุ่มช่ืน และสวยงามในท่ีสุด จากน้ันพวกเขา เหลา่ น้ันจะเป็ นกาลงั สาคญั ในการพฒั นาหน่วยงานและประเทศต่อไป การทางานดว้ ยความรกั นัน่ คือ คาสอนของพ่อที่เรายึดถือเป็ นแนวทาง และถ่ายทอดสูร่ ุน่ ต่อ ๆ ไป JB ลูกท่ ีรกั พ่อเชน่ กนั 89
ความกตญั ญู นางสาวพทุ ธมาศ กรรณรงค์ บรรณารกั ษ์ “...ความกตญั ญกู ตเวทีคือสภาพจิตท่ีรบั รูค้ วามดี และยินดีที่จะ กระทาความดีโดยศรทั ธา มนั่ ใจ คนมีกตญั ญูจึงไมล่ บลา้ งทาลายความ ดีและไม่ลบหลู่ผูท้ ่ีไดท้ าความดีมาก่อน หากเพียรพยายามรกั ษาความ ดีท้ัวปวงไวใ้ หเ้ ป็ นพ้ ืนฐาน ในความประพฤติปฏิบตั ิทุกอย่างของตนเอง เม่ือเต็มใจและจูงใจกระทาทุกส่ิงทุกอย่างดว้ ยความดี ดังน้ ี ก็ย่อมมีแต่ ความเจริญมนั่ คงและรุ่งเรืองกา้ วหน้ายิ่ง ๆ ข้ ึน จึงกล่าวไดว้ ่า ความ กตัญญูกตเวทีเป็ นคุณสมบัติอันสาคัญย่ิงสาหรับนักพัฒนา และผู้ ปรารถนาความเจริญกา้ วหนา้ ทุกคน...” (พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่คณะกรรมการวนั กตญั ญกู ตเวที สภาสงั คมสงเคราะหแ์ หง่ ประเทศ ไทย ๘ เมษายน ๒๕๒๖) ป๊ ูน ป๊ ูน ฉึกฉัก ๆ เสียงขบวนรถไฟเที่ ยวแรกจากสถานี ฉะเชิงเทรา เวลา ๕.๔๕ น. ของวนั เสารท์ ี่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เป็ น ตน้ ทางการเดินทางของความกตญั ญูในวนั น้ ี นัน่ คือ “พาแม่ไปกราบใน หลวง” ๑๐ กว่าสถานี ตลอดทางรถไฟน้ัน คือ ความสวยงามของ ธรรมชาติ บา้ นโบราณ ทอ้ งนา บึงบวั นก เป็ ด พ้ ืนที่กวา้ ง ๆ ของตน้ ไม้ สีเขยี ว ๆ ที่ดูแลว้ สบายตา สบายใจ พรอ้ มเสียงคาบรรยายประกอบภาพ จากแม่ที่เล่าถึงสมยั ก่อนใหฟ้ ัง แต่เมื่อเร่ิมเห็น ตึกปูน หา้ งสรรพสินคา้ สะพาน พ้ ืนที่รกรา้ ง ขยะ ควนั ไอเสียง การจราจรที่วุน่ วาย ชุมชนแออดั 90
และอีกมากมายท่ีชุมชนเมืองน้ันมี ก็ทาใหค้ วามสวยงามของธรรมชาติ ลดลงและหายไป ในโบก้ ีรถไฟท่ีนัง่ น้ัน ส่ิงที่เห็นเด่นชดั และรูส้ ึกย้ ิมในใจ ก็คือ ประชาชนท่ีใส่ชุดดาและสุภาพ จากภายนอกท่ีเห็น ทาใหค้ ิดไดว้ า่ “เรา” มีจุดหมายเดียวกนั ในวนั น้ ี และแลว้ ก็ถึงสถานีปลายทางกรุงเทพ หรือหวั ลาโพงนัน่ เอง เกือบแปดโมงก็เลยพาแม่ไปกินขา้ วก่อน เตรียม ตัวใหพ้ รอ้ มเพ่ือเดินทางต่อ อยากจะบอกว่าหน้าแม่มีความสุขมาก เพราะไม่ไดม้ าหัวลาโพงนานมากแลว้ (คือสมัยเรียนครูแม่นั่งรถไฟ ประจาแลว้ ก็มีพี่ชาย (ลุงของเรา) เป็ นนายตรวจตัว๋ ที่ดังแก๊บๆๆ บน รถไฟนัน่ แหละ) จากหัวลาโพงก็ข้ ึนรถบัสโดยสารฟรีที่รัฐบาลจัดให้สาหรับ เดิ น ท า ง ไ ป ยั ง ส น า ม ห ล ว ง เพ่ื อ ไ ป “ ก ร า บ ใน ห ล ว ง ” ใ น พระบรมมหาราชวงั และนี่ก็คือจุดหมายเดียวกนั ของ “เรา” ประชาชน ที่พรอ้ มใจกนั ใส่ชุดดาท่ีสุภาพ เม่ือถึงบริเวณรอบเกาะรตั นโกสินทร์ ก็เดินค่ะ เดิน เดิน เดิน วนั น้ ีทอ้ งฟ้าใสสว่างมาก และรอ้ นมาก ๆ ดว้ ย ถามแม่ว่าเดินไหวไหม แม่ว่าไหวแลว้ ก็ย้ ิม หวั เราะ แต่เดินแปลก ๆ เดินถึงกระทรวงกลาโหม (ถ่ายรูป) ถึงศาลหลักเมือง (ถ่ายรูป) เขา้ ประตูน้ ีเดินไกลแต่ใจไหวจึง ไมเ่ ป็ นไร เขา้ แถวต่อคิวดา้ นนอกสนามหลวงแลว้ เต๊นทข์ าวอยูซ่ า้ ยมือแค่ ร้วั ก้ันเท่าน้ัน ทางเล้ ียวเขา้ เต๊นท์ก็เห็นอยู่ แถวเล่ือนที่ก็ย้ ิมกัน แต่ว่า ต้งั แต่ ๙ โมงเชา้ ถึงเที่ยง ตอนน้ ี ๓ ชวั่ โมงแลว้ ยงั ไมไ่ ดเ้ ล้ ียว เขา้ รว้ั อยูใ่ น ร่มเต๊นท์ขาวเลย ทุกคนบริเวณน้ันมองหน้ากนั กางร่ม หลบแดดอาศัย เงาตน้ ไมข้ า้ ง ๆ พดั ใหก้ นั บา้ ง นัง่ กบั พ้ ืนบา้ ง ชะโงกดูทางบา้ ง เดินไปรบั 91
อาหารมากินในแถวบา้ ง ปาดเหง่ือ นวดขา และอาการต่าง ๆ ท่ีบ่งบอก ว่ารอ้ น เม่ือย เพราะยืนมานานแลว้ บางคนก็เป็ นลม แต่ไม่มีใครออก จากแถวน้ันเลย มีก็แต่เสียงพูดวา่ ทาไมแถวไม่เล่ือนเลย คนเยอะจงั วนั น้ ี แลว้ ก็ยืนเขา้ แถวกันต่อ อากาศรอ้ นมากรอ้ นเหมือนที่บอกกันว่ารอ้ น อยา่ งน้ ีเดี๋ยวฝนก็ตก ถามแม่อีกไหวไหมเอารถเข็นไหม เพราะท้งั รอ้ นท้งั เมื่อยเดี๋ยวจะไมไ่ หว แมบ่ อกยงั ไหวแต่ดูหน้าแมแ่ ลว้ ไม่ไหวแน่ พอดีตรง น้ันเป็ นช่องเปิ ดสาหรบั เจา้ หน้าท่ีเขา้ ออกและมีเต็นทน์ ัง่ พกั พอดี ก็เลย ขอเจา้ หน้าท่ีใหแ้ ม่เขา้ ไปนัง่ รอ แลว้ ตัวเองไปต่อแถวเขา้ มา ไม่ตอ้ งห่วง แลว้ แม่มีที่นั่งในร่มสบายใจหน่อย เท่ียงครึ่ง ไชโย..แถวเลื่อนแลว้ ได้ เล้ ียวเขา้ ประตูซะที แต่พอเขา้ มาก็ตอ้ ง โห! ปลายแถวอยู่ไหนน่ี เดินค่ะ รีบเดินหาปลายแถวเลยแต่วนั น้ ีคนเยอะมากจริง ๆ และตอนน้ ีก็บ่ายโมง คร่ึงแลว้ แม่ยงั ไม่ไดก้ ินขา้ วกลางวนั เลย และคิดว่าอีกหลายชวั่ โมงแน่ กว่าแถวจะเลื่อนไปเจอแม่ที่เต็นท์ และถา้ เจอแม่ก็เดินไม่ไหวแน่นอน จึงออกจากแถวและไปลากรถเข็นสาหรบั ผู้สูงอายุที่มีใหบ้ ริการน่าจะ ดีกว่า ๑๓.๔๓ น. แลกรถเข็นไดแ้ ลว้ แม่นัง่ เลยเคา้ บอกออกเป็ นรอบ ๆ ใหญ้ าติเข็นได้ ย้ ิมค่ะแต่ย้ ิมแบบเขิน ๆ เพราะคนที่นัง่ ส่วนใหญ่คือ ป้า และยาย ปกติรถเข็นน้ ีออกชวั่ โมงละรอบ แต่วนั น้ ีในวงั มีงานจึงรวบเป็ น รอบ ๑๕.๐๐ น. ครบั เจา้ หน้าที่ตอบตอนสองโมงคร่ึง เฮอ้ ! วนั น้ ีด่าน เยอะจริง ๆ แต่ว่าต้ังใจมาค่ะ และแลว้ ก็บ่ายสามโมงเวลาท่ีต้ังใจรอก็ มาถึง เช่ือหรือไม่วา่ เมื่อเข็นรถออกมาจากเต๊นทท์ ี่ยืนต่อแถวกนั อยู่ ฝน ตก! เม็ดฝนโปรยมาเหมือนเวลาพรมน้ามนตเ์ ลย ท้งั ๆ ที่ก่อนหนา้ น้ ีไม่ มีว่ีแวววา่ ฝนจะตก เข็นรถมาตามทางสาหรบั รถเข็นโดยมีเจา้ หน้าที่ชุด 92
ทหารลายพรางจากกรมป่ าไมม้ ากบั เราดว้ ย ผ่านประชาชนท่ียืนรอเขา้ แถวเกือบสิบเต๊นท์ พอถึงหน้าประตูวงั ละอองฝนก็หยุดพอดี เจา้ หน้าท่ี บอกใหเ้ ข็นเป็ นแถวเรียงหน่ึงไปพรอ้ ม ๆ กนั เวน้ ระยะห่างคนั หน้าดว้ ย นะ ถา้ พรอ้ มแลว้ ไปครบั และต้องบอกอีกคร้งั ว่าเม่ือเข็นรถออกมาจาก เต๊นท์ ฝนก็ตกอีกแลว้ ค่ะ คราวน้ ีเป็ นเม็ดใหญ่เลย แต่กลบั หลงั หนั ไมไ่ ด้ แลว้ เพราะมากนั เป็ นแถวและเข็นขา้ มถนนมาเพ่ือเขา้ ประตวู งั แลว้ บอก แม่ว่ากางร่มไปเลยคนเดียว นัง่ ดี ๆ ดว้ ย เพราะเม่ือเขา้ ประตูวงั มาฝน เมด็ ใหญ่น้ันกลายเป็ นสายฝน ท้งั สายและตลอดสายจนถึงประตวู งั ช้นั ใน “พระที่นัง่ ดุสิตมหาปราสาท” และที่ไม่น่าเช่ือก็คือ ฝนหยุดตกค่ะ หยุด สนิทเลยดว้ ย และเราก็เปี ยกท้งั ตวั เลย เอารถเขน็ ไปจอดเก็บก่อน แม่ไม่ กลา้ ข้ นึ เพราะวา่ ตวั เปี ยก ขาก็เลอะไมอ่ ยากข้ นึ ไปเดี๋ยวทาใหพ้ รมบนพระ ที่นัง่ เปี ยก แต่เจา้ หน้าท่ีในวงั บอกว่า ข้ ึนมาเลยครบั ไม่เป็ นไร เมื่อกา้ ว เขา้ ไปในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เบ้ ืองหน้าที่เรามองเห็นคือที่ ประดิษฐานพระบรมศพ รัชกาลที่ ๙ น้าตาแห่งความเสียใจมนั ก็ไหล ออกมา พรอ้ มความดีใจ ภูมิใจ ต้ ืนตนั ใจ ที่วนั น้ ีเราไดม้ ากราบพระองค์ ท่าน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จกั รีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร “ดวงใจ ของเรา ดวงใจของประเทศไทย” เมื่อลงมาจากพระท่ีนัง่ ฯ แม่บอกว่าเดินกลบั เองก็ได้ ไมก่ ็เรานัง่ เด๋ียวแมเ่ ข็นใหส้ ลบั กนั (แม่รวู้ ่าเราก็เหน่ือยและปวดขาไมใ่ ช่น้อย) แต่ก็ สรุปว่า ใหแ้ ม่นั่งและเราเข็นรถเหมือนเดิม อยากจะบอกว่าเมื่อคืน รถเข็นเรียบรอ้ ย ความรูส้ ึกว่าลา้ เหน่ือย รอ้ น อยากนัง่ พักมาก ขามนั 93
จะหลุด หนัก ยกกา้ วแทบไม่ออกแลว้ ท้ัง ๆ ที่ก่อนหน้าน้ ีไหวค่ะ เร็ว ดว้ ย แต่ตอนน้ ีถา้ ตอ้ งเดินต่อเพื่อไปข้ ึนรถบสั โดยสารฟรีกลบั หวั ลาโพง ไม่ไหวแลว้ จริง ๆ เลยพ่ึงรถแท๊กซี่ดีกว่า ถึงหวั ลาโพงส่ีโมงเย็น สองคน แมล่ กู หิวคะ่ เพราะต้งั แต่เชา้ ที่ไปก็จิบกนั แต่น้า เมื่อกินขา้ วเรียบรอ้ ย แม่ ก็เดินแบบสบาย ๆ เพื่อไปข้ ึนรถไฟกลับแปดร้ ิว (ฉะเชิงเทรา) รถไฟ ออก ๑๗.๔๐ น. เท่ียวกลบั น้ ีแม่ไม่คุยแลว้ แม่หลบั คงเพราะเพลียแดด และลา้ แต่เป็ นความลา้ ท่ีสุขใจ ถึงแปดร้ ิวสองทุ่มพอถึงบา้ นสองคนแมล่ ูก ก็ดูฝ่ าเทา้ ตัวเองกัน โอโ้ ห! (ผูด้ ีตีนแดงเป็ นกันอย่างน้ ีเอง) แลว้ ก็ขา ถามว่าเหน่ือยเม่ือยลา้ ไหม ตอบว่าไม่คงเป็ นไปไม่ได้ แต่ตอบไดเ้ ต็ม ปากว่า “อิ่มใจ สุขใจมาก” เรียกว่า ลืมเหน่ือยดีกว่า อีกนิดก่อนนอนก็ ใหแ้ มแ่ ช่เทา้ ในน้าเย็น นวดขาทายาหม่องซกั หน่อย เพื่อขอบคุณขาท่ีพา เราเดินทางวนั น้ ี “ขอบใจลูก” แค่ไดย้ ินคาน้ ีคนเป็ นลูกก็ชื่นใจแลว้ จริง ไม๊ (^_^) การเดินทางของความกตัญญูในวนั น้ ี อาจไม่ได้สะดวกสบาย ราบรื่น หรือง่ายอย่างท่ีคิด แต่ “ความกตัญญู” อันเกิดจากความรัก ศรัทธาเชื่อมัน่ ความต้ังใจ ความพยายาม ความเสียสละ และความ อดทน อนั นาไปสู่ “ความสาเร็จ” น้ัน นัน่ คือ “คาพอ่ สอน” พ่อบอกจาก คาพูด สอนจากการลงมือทา และเห็นผลจากสิ่งท่ีได้รับ เหมือน อย่างเช่นวนั น้ ี การไดพ้ าแม่ไปกราบในหลวง พ้ ืนฐานจากความกตญั ญู ของลูกที่มีต่อแม่ ความกตัญญูของแม่ที่มีต่อในหลวง และความกตัญญู ของสองแมล่ กู ท่ีมตี ่อพระองคท์ ่าน ทาใหเ้ ราไปดว้ ยใจ แมจ้ ะเจออุปสรรค ที่ไม่คาดคิด ถา้ เรามีสติ คิดดว้ ยเหตุผล พยายาม และอดทน ก็จะพบ 94
ความสาเร็จท่ีต้งั ไว้ และเมื่อมองกลบั ไปจะภูมิใจที่ผ่านมาได้ ปัญหาและ อุปสรรคมไี วท้ ดสอบความต้งั ใจจริง ผูค้ นมากมาย ทุกเพศ ทุกวยั พรอ้ ม ใจใส่ชุดดาที่สุภาพ เดินทางไปสนามหลวงเพื่อจะเขา้ ไป “กราบในหลวง รัชกาลที่ ๙ พระมหากษัตริย์หน่ึงเดียวในโลก พระมหากษัตริยไ์ ทย ศนู ยร์ วมใจของไทยทุกดวง” ลว้ นไปดว้ ยใจท่ีกตญั ญู 95
ความทรงจาวยั เยาว์ นางสาวสาวติ รี แกว้ มณี นักวชิ าการศึกษา “ตื่นๆ ต่ืนไดแ้ ลว้ ตะวนั ข้ ึนสายโด่งแลว้ ลกู เอย้ ยย เด๋ียวไปเรียน สายนะ” เสียงของเขาดงั แต่แฝงไปดว้ ยความห่วงใยปลุกฉนั พรอ้ มกบั น้ ิว มืออนั ใหญ่โตของเขากดป่ ุมปิ ดพัดลมและนาผา้ ห่มผืนหนามาคลุมตัว ฉนั ไว้ หวงั ใหค้ วามรอ้ นน้ันจะช่วยปลุกฉันใหล้ ุกจากท่ีนอนเพื่อไปเรียน ไดท้ นั เวลาในทุกวนั กลางดึกคืนหนึ่งฉนั ปวดทอ้ งหนัก นอนขดตวั ราวกบั กุง้ คล่ืนไส้ อาเจียนจนหมดไสห้ มดพุง จาไดล้ าง ๆ เพียงสมั ผัสมือท่ีหยาบกรา้ นมา โอบกอดฉัน แต่ใหค้ วามรูส้ ึกพิเศษและแสนอบอุ่น พรอ้ มพูดเบาๆ ว่า “หายเร็วๆ อดทนหน่อยนะลูกนะ” และเอามือลูบหัวฉันไปพลาง ฉัน เพลียมากจนเผลอหลับไป เมื่อตื่นข้ ึนมาก็พบว่าตัวเองน้ันไดน้ อนบน หมอนที่นิ่มยงิ่ กวา่ หมอนใบไหนในโลก นัน่ คือ..ออ้ มแขนของพ่อ... พ่อของฉนั มีอาชีพเป็ นผูร้ บั เหมาก่อสรา้ ง จบการศึกษาเพียงแค่ ช้นั ป.๔ พ่อของฉันไม่มีอะไรเลย ไม่มีรถสปอรต์ ใหล้ ูกสาวขบั ไปเรียน ไม่มีคอนโดหรู ๆ ให้ลูกสาวคนน้ ีได้พักอาศัย ไม่มีมรดกมากมาย มหาศาลใหใ้ ชอ้ ยา่ งสุขสบาย... เม่ือฉนั จาความได้ ฉันเห็นเพียงเศษหิน เศษปูน เศษทรายที่ติดอยู่บนเส้ ือของพ่อ รองเทา้ แตะที่พ่อใส่ก็ขาดวิ่น ราวกบั วา่ จะเอาชนะมนั อยา่ งน้ันแหละ พ่อใส่ไมเ่ ปลี่ยนจนกว่าจะขาดกนั ไปขา้ ง กิจวตั รประจาวนั ของพ่อ เร่ิมตน้ ดว้ ยการตื่นแต่เชา้ อ่านข่าวใน 96
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104