หลทับตำาไม ชยสาโร ภิกขุ พมิ พ์แจกเป็นธรรมบรรณาการดว้ ยศรัทธาของญาตโิ ยม หากท่านไม่ได้ใช้ประโยชน์จากหนังสือนแ้ี ล้ว โปรดมอบให้กับผูอ้ ่ืนทจ่ี ะได้ใช้ จะเปน็ บุญเป็นกศุ ลอยา่ งยง่ิ
หลับตา ชยสาโร ภกิ ขุ ทำไม พมิ พ์แจกเปน็ ธรรมทาน สงวนลขิ สิทธ์ิ ห้ามคัดลอก ตัดตอน หรือนำไปพมิ พ์จำหน่าย หากท่านใดประสงค์จะพมิ พ์แจกเปน็ ธรรมทาน โปรดติดตอ่ กองทุนสื่อธรรมะทอสี และมูลนิธปิ ญั ญาประทีป ๑๐๒๓/๔๖ ซอยปรดี ีพนมยงค์ ๔๑ สุขุมวทิ ๗๑ เขตวฒั นา กทม. ๑๐๑๑๐ โทรศพั ท์ ๐-๒๗๑๓-๓๖๗๔ www.thawsischool.com, www.panyaprateep.org พิมพ์ครัง้ ท ่ี๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม ออกแบบปก วิชชุ เสริมสวสั ดศ์ิ รี ศิลปกรรม ปริญญา ปฐวนิ ทรานนท์ จัดท ำโดย กองทุนสอ่ื ธรรมะทอสี และมลู นธิ ปิ ัญญาประทปี ดำเนนิ การพมิ พโ์ ดย บริษทั คิว พริ้นท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด โทรศพั ท์ ๐-๒๘๐๐-๒๒๙๒ โทรสาร ๐-๒๘๐๐-๓๖๔๙
คำนำ หนังสือเร่ือง ทำไม ของพระอาจารย์ชยสาโร เปน็ การรวมธรรมเทศนา ๕ เรอ่ื ง ไดแ้ ก่ เกิดมาท ำไม เขา้ วัดทำไม หลบั ตาท ำไม ทุกข์ทำไม และต ายก่อน ตายท ำไม ซง่ึ เคยจดั พ มิ พท์ งั้ ในลกั ษณะรวมเลม่ และพ มิ พ์ แยกเล่ม ตัง้ แต่ มกราคม ๒๕๔๘ ฉบับแยกเลม่ หมดไป นานแลว้ ในครง้ั นจี้ งึ จดั พ มิ พข์ น้ึ ใหมเ่ พอื่ สะดวกในการอา่ น การพกพาและการเผยแผ่ ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนช่วยใน การผลติ และเผยแผห่ นงั สอื ไดร้บั อานสิ งสจ์ ากการบ ำเพ็ญ บญุ ท เี่กดิ จากการใหธ้ รรมเปน็ ท าน ขอให้มีความสขุ ความ เจริญยง่ิ ๆขน้ึ ไป ท้ายนี้ คณะศิษย์ขอกราบนมัสการขอบพระคุณ พระอาจารย์ชยสาโรท่ีได้เมตตาอนุญาตให้พิมพ์หนังสือ เพอ่ื แจกเปน็ ธรรมท าน และท ไ่ี ดอ้ บรมสงั่ สอนลกู ศษิ ยแ์ ละ ญาตโิ ยมอย่างสม่ำเสมอตลอดมา คณะศษิ ยานศุ ิษย์ ธันวาคม ๒๕๕๒
ตผอู้้ทงมี่ มเีศชุ่งื่อรมัทวกน่ั ่าธด็ดพชา้าว้ีวฒํในยิตนนพกจพาะฤารชดระตวี ศงีพิติกากึ ทุใรมษนรธมามทศีคกุา่าสๆนาดา้ น ดา้ นจิตใจ ท่านจึงใใหหแ้นล้เเร่งัพะาหดอื่ แลใา้บับหน่งตปล้เวัญามื ลนตญาอาใกใานนบแา้ตง่ละวนั ไปสู่ควาคมือเตปา็นทอเ่ีิสหร็นะทอายงา่ งแทจ้ รงิ
หลับตา ทำไม โยมยายอาตมาไมย่อมนัง่ สมาธิเลย กอ่ นออกบวช อาตมาเคยพ ยายามชวนให้ท่านลองดู แต่ไม่สำเร็จ ยาย บอกวา่ เสยี ดายเวลา นงั่ หลบั ตาเฉยๆ ไมเ่ หน็ เกดิ ประโยชน์ อะไร สนู้ งั่ ถกั เสอื้ ใหห้ ลานไมไ่ ด้ โยมยายเปน็ คนองั กฤษรนุ่ เก่า ในสายตาท า่ น การนง่ั สมาธิเปน็ เร่อื งพ เิ รนทร์ หลาน อธิบายอย่างไรท่านก็ไม่ประทับใจ ยายเป็นชาวคริสต์ อคตขิองท ่านจึงน่าให้อภัย ทน่ี า่ เศร้ากวา่ กค็ อื ในเมอื งไทย ซ่ึงเป็นเมืองพุทธมาหลายร้อยปีแล้ว ยังมีคนจำนวนมาก ท่ีคิดอย่างโยมยายอาตมา อาตมาอาจจะคาดหวังอะไร มากเกนิ ไปกไ็ ด้ แตอ่ดคิดไม่ได้ว่าชาวพุทธในป ระเทศไทย น่าจะเข้าใจเร่ืองการฝึกจิตดีกว่าหญิงชราในบ้านนอกของ องั กฤษ คนไทยบ างคนยงั ถอื วา่ การท ำสมาธเิ ปน็ เรอื่ งงมงาย อาตมาฟังความเห็นอย่างนี้คร้ังแรกก็งง ไม่คิดว่าผู้มีการ 1ชยสาโร ภกิ ขุ
ศึกษา (มักไม่ใช่ทัศนะชาวบ้าน) จะขาดความรู้เร่ือง ศาสนาประจำชาติของตนถึงขนาดน้ัน ที่จริงการฝึกจิต มีเหตุผลหลายประการ ซึ่งเปิดเผยอยู่เสมอสำหรับผู้ใฝ่ รู้ ฉะน้ันการปัดว่าการฝึกจิตเป็นเรื่องไม่สำคัญควรถือว่า เปน็ การพดู แบบ กุกกฏุ จฉาป วิสสเชติ* ความงมงายมี หลายอยา่ ง บางคนเชอ่ื วา่ ความพ น้ ท กุ ขอ์ ยทู่ บ่ี ญั ชธี นาคาร บางคนถอื วา่ อยทู่ ค่ี วามรกั แลว้ พ สิ จู นไ์ ดไ้ หม บางคนถอื วา่ ไมต่ อ้ งเปน็ หว่ งเรอ่ื งอนาคตของโลก เพราะปญั หาทง้ั หลาย ทมี่ นษุ ยก์ ำลังสร้างดว้ ยกเิ ลส นกั วิทยาศาสตรจ์ะแกใ้ หเ้รา ได้ น่ีแหละงมงาย ผู้ที่ฝึกจิตดีแล้วเทา่ นั้น ที่สามารถพ น้ ความงมงายได้ เพราะการฝกึ จติ ทำใหเ้ รารเู้ ทา่ ทนั ความคดิ และไม่เชื่อมันจนเกนิ ไป เรากลา้ พูดได้เลยวา่ ผู้ทีไ่ มฝ่กึ จติ ไม่สามารถรู้ความหมายของคำว่างมงายได้ และเมื่อไม่รู้ อาการของความงมงายตามความเป็นจริง จะพ้นจากการ เปน็ เหยื่อของมันได้อย่างไร ความงมงายเกิดจากการเช่ือบางส่ิงบางอย่างโดย ไมม่ เี หตผุ ล รบั รอง เชน่ เชอื่ อะไรเพยี งเพราะคนสว่ นมาก เชือ่ อย่างนั้น ซอื้ สนิ ค้าเพราะดาราท่ตีนชอบ รับเงนิ จาก ผู้ผลิตให้ชมว่ามันดี ปญั หาก็คือ คนเราชอบเขา้ ข้างตัวเอง * แปลว่า ปล่อยไก่ 2 หลับตา ทำไม
ใครเคยยอมรับว่าตัวเองงมงายมีไหม ทุกคนมักถือว่าตัว เองมเี หตผุ ล แมค้ นโรคจติ กย็ งั ถอื วา่ เขาคดิ ถกู ท ส่ี ดุ แลว้ คน อื่นตา่ งห ากที่บ้า ถา้ ดภู ายในไมเ่ ปน็ เราจะแยกแยะระหวา่ งเหตผุ ลจรงิ และ เหตุผลป ลอม (ขอ้ อ้าง) ไม่ได้ เราจะยึดมั่นถือมนั่ ใน ส่ิงที่เราเรียกว่า เหตุผล หวงแหนทฤษฎีของตน ความ สัมพันธ์ระหว่าง ตัณหา เจตนา และความคิดเห็นเป็น เร่ืองละเอียด ไม่มีมหาวิทยาลัยท่ีไหนที่สอนให้เรารู้เรื่อง นไี้ด้ ต้องดเู อง คือต้องภาวนา ทุกส่ิงทุกอย่างเกิดจากจิต เราจะแก้ปัญหาต่างๆ เราตอ้ งเรม่ิ ตน้ ทจ่ี ติ ดใู นระดบั สงั คมกอ่ น ใครฟ งั ขา่ ว ดขู า่ ว ก็ต้องเห็นชัดเลยว่า โลกนี้เต็มไปด้วยการรบราฆ่าฟันกัน การเอารัดเอาเปรียบกัน การใช้อำนาจกดข่ีผู้ไม่มีอำนาจ เฉพาะในสงั คมไทยมีปัญหามากมาย เชน่ เรอื่ งยาเสพติด คอรัปช่ัน เป็นต้น แล้วอะไรคือรากเหง้าของปัญหาท้ัง หลาย ถ้าไมใ่ ช่กิเลสในใจคน หยุดพิจารณาดูสักนิดหน่ึงก็ต้องเห็นความร้ายกาจ ของกเิ ลส ความเห็นแก่ตวั ความไม่ละอายตอ่ บ าป การ บังคับตัวไม่เป็น ความอิจฉาพยาบาท ความหลงใหล มัวเมา ความยึดม่ันถือมั่นในเผ่าพันธ์ุ สีผิว สัญชาติ ศาสนา ฯลฯ ส่ิงเหล่านีแ้หละที่อยเู่ บื้องหลงั ปญั หาต่างๆ 3ชยสาโร ภกิ ขุ
อยเู่ สมอ และถา้ เราไมห่ าทางยกระดบั จติ ของคน การแกไ้ ข รัฐธรรมนูญ การปฏิรูประบบตา่ งๆ ในสงั คมจะไดผ้ ลจรงิ หรือประวัติศาสตร์ สอนว่ากิเลสคนสามารถดึงระบบทุก ระบบให้เข้ามารับใช้ตนได้ มีไหมในประวัติศาสตร์โลกที่ ไม่เคยเปน็ อย่างน ัน้ ทำไมประเทศทเ่ี จรญิ ทางวตั ถแุ ลว้ ยงั แกป้ ญั หาสงั คม ไม่ได้ คำตอบน่าจะอยู่ที่ว่าวัฒนธรรมโลกส่วนใหญ่ขาด เครื่องพัฒนาจิตใจคนท่ีมีประสิทธิภาพ ลัทธิศาสนาที่มี แต่ความเช่ือคัมภีร์เป็นแรงดลบันดาลใจให้คนละช่ัวทำดี ได้ มกั ไดผ้ ลในระดบั พ ้ืนฐานเทา่ นัน้ และมักมผีลขา้ งเคยี ง เชน่ การแบง่ เราแบง่ เขาอยา่ งรนุ แรง ซง่ึ มโี ทษมากตอ่ สงั คม โลก ปญั หาอยทู่ ี่การไม่เขา้ ใจธรรมชาติของจิตอยา่ งลกึ ซง้ึ อาตมาเหน็ ว่าเมืองไทยน่าจะได้เปรียบประเทศอื่นในเรื่อง นี้ เพราะมีศาสนาพุทธเป็นที่พึ่ง ศาสนาพุทธมีแนวทาง พัฒนาชีวิตในทุกด้านที่สมบูรณ์ท่ีสุด ท่ีเคยปรากฏใน ประวตั ศิ าสตรข์ องมนษุ ยชาติ ปัญหาของไทยจึงไมไ่ ดอ้ ยทู่ ่ี การขาดแคลนทรพั ยากร แต่อยทู่ ่ใี ช้ไมถ่ นัดหรอื ไมย่อมใช้ ในระดับตวั บ ุคคล สงิ่ ท สี่ ร้างความท ุกข์ความเดอื ด รอ้ นให้กับชวี ติ เรามากทีส่ ุด นา่ จะเป็นความเจบ็ ไขไ้ ดป้ ่วย แตค่ วามทกุ ขก์ ายไมใ่ ชเ่ รอ่ื งของกายอยา่ งเดยี ว จติ ใจมสี ว่ น เกย่ี วขอ้ งอยเู่ สมอไมม่ ากกน็ อ้ ย เชน่ ความเครยี ด ความซมึ 4 หลบั ตา ทำไม
เศรา้ ความกงั วล อารมณเ์ ศรา้ ห มองท ง้ั ห ลายเหลา่ น ี้ ยอ่ ม มีผลกระทบต่อภูมิต้านทานโรคทำให้ป่วยง่ายและหายช้า เป็นท่ียอมรับกันแล้วในวงการแพทย์ว่าความโกรธเป็น ปัจจัยสำคัญของโรคหัวใจ ส่วนความโลภอาจท ำให้ติดยา เสพติด หรือเป็นกามโรคได้ อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นที่ วิตกกันมากคือนิสัยการกิน คนจำนวนมากทีเดียวยอม กนิ อาหารทเ่ี ปน็ พ ษิ ตอ่ รา่ งกายเพยี งเพราะชอบรสชาติ คน สมัยน ีเ้ปน็ โรคเพราะวถิ ีชีวติ กนั มาก โรคอว้ นเปน็ ตวั อยา่ ง ทีเ่ ดน่ สาเหตุสำคัญคือการกนิ มากเกนิ ความตอ้ งการของ รา่ งกาย ในป จั จบุ นั นนี้ กั วจิ ยั บอกวา่ คนอเมรกิ นั ตายเพราะ อ้วนปีละ ๓๐๐,๐๐๐ คน การรักษาคนอว้ นใชง้ บประมาณ ปลี ะ ๑,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ยคุ นค้ีือยุคไขมันเจรญิ การ ไมค่ วบคมุ อาหาร การไม่ยอมออกกำลงั กาย เป็นป ญั หา ของพฤตกิ รรมก็จริง แต่เกดิ จากมโนกรรมคือจิต ตอ้ งแก้ ทีจ่ ิตใจคนก่อน เพราะถ้าบรหิ ารอารมณ์ได้ เรอ่ื งปากมัน จะเป็นเอง ไม่ต้องกินแกก้ ลุ้ม กนิ แก้เบือ่ กินแก้เหงาอีก ตอ่ ไป การฝกึ จติ ทำใหร้ จู้ กั ปลอ่ ยวางความยดึ มน่ั ในอารมณ์ คนเรารู้จักบริหารอารมณ์ได้ดีก็ช่วยทางด้านสุขภาพกาย ได้ดดี ว้ ย โรคท่ีเกดิ เพราะกรรมก็ยังคงมีอย่กู จ็ ริง แตโ่ รคท่ี มีสาเหตุสำคัญมาจากจิตจะลดน้อยลงมาก ยารักษาโรค 5ชยสาโร ภกิ ขุ
ที่กระทรวงสาธารณสุขต้องซื้อมาจากเมืองนอกในราคา แพงๆ จะลดลง สรปุ วา่ การน ง่ั ห ลบั ตาชว่ ยฟ นื้ ฟเู ศรษฐกจิ ของประเทศ ประหยัดแค่ราคายานอนหลับ ยากล่อม ประสาทกไ็ ดเ้ งินมหาศาลแล้ว การทำความเพียรทางจิตใจ ถือว่าเป็นกิจสำคัญ สำหรับชาวพุทธทุกคน ไม่ว่าเราเป็นนักบวชหรือคฤหัสถ์ เราควรจะเอาใจใส่ ควรจะต้ังใจในเร่ืองจิตตภาวนาทำไม เพราะคำวา่ “ภาวนา” นั้น ตรงกับคำสมยั ใหมว่ ่า พัฒนา ไม่ภาวนาก็คือไม่พัฒนา ไม่พัฒนาจิตใจ อาจเกิดผลต่อ สุขภาพร่างกายได้ แต่ผลร้ายที่เห็นง่ายคือภายในจิตจะ ขาดกำลัง ความอ่อนแอทางจิตน้ีปรากฏด้วยการไหลไป ตามอารมณ์ เชน่ การห มกมนุ่ ในเรอื่ งกามราคะ หรอื สงิ่ ท ง้ั หลายท อี่ ยากไดอ้ ยากมอี ยากเปน็ โดยไมส่ นใจผลเสยี ท จี่ ะ ตามมานสิ ยั หงดุ หงดิ ขรี้ ำคาญ ขเี้ บอื่ กลดั กลมุ้ วา้ วนุ่ ฯลฯ เม่ือจิตใจคนเราไม่ได้รับการพัฒนา การพัฒนาภายนอก ไม่ว่าดา้ นสังคมหรอื เศรษฐกจิ มักมีผลเสยี มากกวา่ ผลดี โทษของการไมพ่ ฒั นาจติ จงึ อยทู่ กี่ ารตกอยใู่ ตอ้ ำนาจ ของนิวรณ์ นิวรณ์เป็นช่ือของกิเลสท่ีขัดขวางความเจริญ จิตมีนิวรณ์ไม่สงบ และไม่สามารถเห็นส่ิงท้ังหลายตาม ความเป็นจรงิ นิวรณ์ ๕ ข้อ คอื ความใครใ่นกาม ความ พยาบาท ความงว่ งเหงาหาวนอน ความฟ งุ้ ซา่ นเดอื ดรอ้ นใจ 6 หลบั ตา ทำไม
ความลงั เลสงสยั สง่ิ เหลา่ น้ี พรอ้ มทจี่ ะเกดิ ขนึ้ และกอ่ ปญั หา แกช่วี ิตของคนเราตลอดเวลา การจดั การกบั น วิ รณส์ำคญั แค่ไหน เห็นไดจ้ากพุทธพ จน์วา่ อวิชชามนี วิ รณ์ ๕ เปน็ อาหาร คอื อวชิ ชา ความไม่รู้ไม่เข้าใจชีวติ ของตน ซ่ึงเป็น เหตขุ องท ุกขท์ ัง้ ปวง หอ่ หุ้มจติ ได้เพราะนิวรณห์ า้ ประการ ยังหล่อเล้ยี งมันอยู่ เพราะฉะน้นั คนเราจะฉลาดป านใด กต็ าม ปราดเปรอ่ื งในวชิ าการทเ่ี คยเรยี นมาขนาดไหนกต็ าม เราทกุ คนยงั อยู่ในเขตอนั ตราย เพราะตราบใดทเี่ราระงบั นิวรณ์ไมไ่ ด้ เราไมม่ ที างทำลายอวิชชา ทำลายอวชิ ชาไม่ ไดก้ ็หนีทุกขไ์ มพ่ ้น สรุปแล้วว่าการนั่งหลับตา เป็นส่วนหน่ึงของการ ฝึกจิตให้เป็นอิสระจากกิเลส จุดเด่นในเบื้องต้น คือการ ใช้สมาธินำไปสู่ความเป็นอิสระจากกิเลสประเภทท่ีเรียก วา่ น วิ รณ์ ความเปน็ อสิ ระจากกเิ ลส เป็นส่ิงท ี่นา่ ป รารถนา อย่างยิ่ง เพราะนำประโยชน์และความสุขอันสูงสุดมาให้ ท้ังแกต่วั เรา ครอบครัว ชมุ ชน และสงั คม หากกเิ ลสยงั ครอบงำใจ ความสุขกย็ อ่ มบ กพร่องอยู่ ไดอ้ ะไรเทา่ ไรกไ็ม่ พอ ดีเท่าไรไม่นานก็ชิน ชินแลว้ ก็เบอ่ื เบอื่ แลว้ กท็ ุกข์ จิต เหมอื นถงั น ำ้ รว่ั เมอื่ รวั่ แลว้ น ำ้ ท กุ อยา่ งกม็ คี า่ เทา่ กนั จติ ใจ ทเี่ ปน็ อิสระจากนวิ รณม์ ีลักษณะพเิ ศษห ลายอยา่ ง คือ หน่ึง มคีณุ ภาพ สิง่ ดีงามตา่ งๆ อยา่ งความละอาย 7ชยสาโร ภกิ ขุ
ตอ่ บ าป ความกตญั ญกู ตเวที ความเมตตากรณุ า เบกิ บ าน ในจติ ทหี่ า่ งจากความคดิ ผดิ เหมอื นพ ชื ผกั ตา่ งๆ ซงึ่ ขนึ้ งาม ในดินดี สอง กำลงั คือความอดทน ความขยัน ความห นกั แนน่ ความรูส้ กึ ผิดชอบ ความกลา้ ในสง่ิ ท ี่ถกู ต้อง นอ้ มจติ ไปในท างไหนมนั ยอม แลว้ เราสามารถพ นิ จิ พ จิ ารณาอยา่ ง ลึกซึง้ เพราะไมม่ ีความตอ้ งการอย่างอนื่ เขา้ ไปรบกวน สาม จิตสงบ ไม่เครยี ด ไมว่ ติ กกงั วล ผอ่ นคลาย สบาย ส่ี มีความสุขท่ีบรสิ ทุ ธกิ์ วา่ และยิ่งกว่าท เ่ี ราเคยร้จู ัก มากอ่ น จิตผ่องใสเบกิ บาน ในเม่ือการฝึกจิตมีผลที่น่าปรารถนาอย่างน้ี ทำไม ชาวพุทธท่ัวไปไม่ค่อยกระตือรือล้นขวนขวายเท่าไร สันนิษฐานว่าเป็นเพราะไม่เห็นชีวิตมีปัญหาท่ีการพัฒนา ตนจะแก้ได้ หรือเพราะยังไม่เห็นการพัฒนาตนเป็นงาน เร่งด่วน ถา้ ใชส้ ำนวนพ ระตอ้ งบอกว่า ศรทั ธานอ้ ย ยงั ไม่ เห็นทุกข์ ด้วยเหตุน้ี สำหรับคนส่วนใหญ่ จุดเริ่มต้น ของการหันมาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง คือเร่ืองวิกฤติ ส่วนตัว ซึ่งกระแทกความน่ิงนอนใจในชีวิตอย่างแรง ทำให้ต้องหยุดท บทวนชวี ิตใหม่ อาจจะด้วยการปว่ ยหนัก การเสียชีวิตของผู้ใกล้ชิด หรือความผิดหวังก็ได้ แต่ท่ี 8 หลบั ตา ทำไม
ควรย้ำก็คือเร่ืองวิกฤติท่ีเกิดข้ึนน้ัน น่ันไม่ใช่เหตุท่ีต้อง ปฏิบตั ิ เป็นเพยี งแค่เครื่องเขย่าตัวให้ต่นื จากหลับ ทำให้ ถามตวั เองวา่ ชวี ติ มแี คน่ ห้ี รอื โลกน ที้ ำไมไรแ้ กน่ สารสาระ อย่างน้ี มันน่าจะมีอะไรท่ีสูงกว่าน้ี ทำอย่างไรเราจึงจะ มีโอกาสเข้าถึงสิ่งที่สูงกว่าน้ัน ความสงสัยอย่างน้ีคือการ บังเกิดของปัญญา ความมั่นใจว่าธรรมะเท่านั้นท่ีจะช่วย เราได้ คือการบ งั เกิดขน้ึ ของศรทั ธาที่นำไปสู่การป ระพฤติ ปฏิบัติธรรม บางคนอายุยังไม่ถึงย่ีสิบก็คิดอย่างน้ีแล้ว เรียกว่ามีบารมี บางคนอายุตั้งแปดสิบก็ไม่เคยคิดผู้ที่เร่ิม สงสยั เรอ่ื ง กิน กาม เกยี รติ จะกลับเหมอื นเดิมได้ยาก เหมอื นเด็กท ีเ่ ลกิ เชอ่ื เรือ่ งซานตาคลอส สำหรับผู้ท่ีไม่เคยเฉลียวใจเลยว่ากำลังถูกความ ประมาทหลอก ยากท ี่จะเข้าใจผทู้ ่ีต้ังใจปฏบิ ตั ิ มกั รู้สึกว่า พวกเขา้ วัดท รมานตวั เองให้ลำบากโดยไม่จำเป็น คลา้ ยๆ เอารถเข้าอบู่ อ่ ยๆ ท้งั ๆ ยังวง่ิ ได้ปกติ แต่ในสายตาของ นักปฏิบัติไม่ใช่เรื่องการซ่อมรถที่ว่ิงได้แล้ว หากเป็นการ ปรับปรงุ รถท ค่ีวรจะดกี ว่าน้ี และดีกวา่ นไ้ี ด้ ในท างโลกถือ กนั วา่ นกั กฬี าท เ่ีสยี สละท ุกสง่ิ ท กุ อยา่ งเพอ่ื เปน็ แชมปโ์ ลก น่ายกยอ่ งกวา่ ผู้ที่พอใจเป็นคนเกง่ ระดบั ตำบล น่าคิดไหม ว่าทำไมสังคมไม่สรรเสริญผู้ท่ีกล้าสู้เพ่ือสิ่งที่มีแก่นสาร มากกวา่ กฬี าเป็นไหนๆ คือการเปน็ แชมปเ์ หนอื โลก 9ชยสาโร ภกิ ขุ
เคยคิดเลน่ ๆ ว่า ในยคุ ดกึ ดำบรรพ์ มนษุ ย์รุ่นแรกท ่ี ตดั สนิ ใจลกุ ขน้ึ ห ดั เดนิ สองขา นา่ จะถกู เพง่ โทษวา่ อตุ ริ ทำ ตัวให้ลำบากเปล่าๆ ไม่อย่างน้ันก็อาจถูกมองว่าดัดจริต หรือถูกตำหนิว่ายุ่งอย่างน้ีทำไม “ฉันคลานไปคลานมา อยา่ งน ตี้ ลอดชีวิตกส็บายดี ไม่เหน็ เสยี ห ายอะไร พวกเดนิ สองขาเขามปี ญั หาครอบครวั ห รอื เปลา่ ” โชคดวี า่ มนษุ ยร์ นุ่ บุกเบิกน้ัน ไม่หวั่นไหวตอ่ ลมปากของมนุษย์สเี่ทา้ ความเบ่ือหน่ายต่อชีวิตผิวเผิน ความต้องการส่ิงท่ี เปน็ แกน่ เปน็ สาร นคี้ อื การสกุ งอมของบ ารมที เ่ี คยสงั่ สมมา หลายภพหลายชาตแิ ลว้ เปน็ จดุ เรมิ่ ตน้ ของววิ ฒั นาการของ ชวี ติ ทยี่ อ่ มนำไปสมู่ รรคผลนพิ พานในทส่ี ดุ ผทู้ ม่ี อี ดุ มการณ์ ในการพัฒนาตนให้ดีข้ึน มีคุณภาพชีวิตมากข้ึนเรื่อยๆ จะสนใจในเร่ืองการฝึกจิตมากเพราะเป็นกลไกท่ีขาดไม่ ได้ในการสร้างชวี ิตใหม่ ถึงจะยากลำบากหรือล้มลุกคลุก คลานอยู่บ้างกย็ อม เพราะเช่อื ว่างานน้ีไมม่ ที างเลอื ก การท ำสมาธิมีประโยชนจ์ ริงหรือ แล้วแต่การจำกัด ความหมายของคำว่าป ระโยชน์ ผู้ที่มองวา่ ไรป้ ระโยชนก์็มี เพราะอะไร เพราะประโยชนข์ องเขา คอื ส่ิงท่ีอำนวยให้ได้ สง่ิ ทอ่ี ยากได้ คอื ความสนกุ สนานบา้ ง เงนิ ทองบา้ ง อำนาจ ชอื่ เสยี ง ฯลฯ บา้ ง สว่ นผปู้ ฏบิ ตั ธิ รรมมองวา่ การท ำสมาธิ มปี ระโยชนม์ าก เพราะถอื วา่ ประโยชนห์ มายถงึ สงิ่ ทเี่ พม่ิ พนู 10 หลับตา ทำไม
คณุ ภาพชวี ิต ทง้ั ของตนเองและคนอนื่ อยา่ งไรกต็ ามการกำหนดความห มายของป ระโยชน์ ต้องเริ่มด้วยความชัดเจนในเป้าหมาย เราจะใช้คำว่าถูก วา่ ผดิ วา่ ดี วา่ ชว่ั วา่ เปน็ ประโยชน์ วา่ ไมเ่ ปน็ ประโยชน์ หรอื ไรป้ ระโยชนไ์ ด้ กต็ อ่ เมอื่ เรามเี ปา้ หมาย เพราะประโยชนค์ อื ส่ิงท่ีตรงต่อเป้าหมาย หรือนำไปสู่การบรรลุถึงเป้าหมาย สำหรับผู้ที่ถือว่า การเลี้ยงครอบครัวความเจริญในอาชีพ หรือการได้ลาภ ไดย้ศ ไดส้ รรเสรญิ ได้สุข พอท่ีจะเปน็ เป้าหมายชีวิตได้ การน่ังสมาธิอาจจะไม่จำเป็นทีเดียว ตรงกันข้ามอาจจะเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กรณผี ทู้ อี่ ยากไดเ้ รว็ และไมร่ งั เกยี จแนวทางทจุ รติ พวกขโ้ี กง คนเหน็ แกต่ วั คนชอบเอารดั เอาเปรยี บเพอื่ นมนษุ ยท์ เี่ คยได้ เปน็ เศรษฐี มหาเศรษฐมี มี ากมาย แตค่ นแบบนเ้ี หมาะไหม ท่ีจะให้เปน็ ตัวอยา่ งแก่ตวั เอง หรอื แก่ลูกหลาน โชคดีวา่ คนสว่ นมากยงั กลวั บ าปและเคารพตวั เองมากเกนิ กวา่ ทจ่ี ะ แลกความดีของตนกบั โลกธรรม สว่ นผ้ทู ่ีตอ้ งการห าความ สขุ ความเจรญิ ท างโลกโดยไมต่ อ้ งท งิ้ ศลี ธรรม การอบรมจติ น่าสนใจ อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาความเครียด อย่างดี ก็เก้ือกูลต่อชีวิตท่ีดีงาม เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่าง แทจ้ รงิ ในชีวิตการทำงาน การฝึกจิตให้เข้มแข็งไม่ท้อแท้ 11ชยสาโร ภกิ ขุ
ต่ออุปสรรคและไม่ประมาทในยามรุ่งเรือง ย่อมป้องกัน อันตรายได้ดี นักปราชญ์เรียกว่าอยู่อย่างการกินปลาโดย กา้ งไมต่ ดิ คอ คอื ถงึ แมว้ า่ จำเปน็ ตอ้ งดำเนนิ ชวี ติ ท า่ มกลาง สิง่ แวดล้อมท ว่ี ุน่ วาย การท ำสมาธกิ ็ช่วยใหไ้ม่ตอ้ งวุ่นวาย ตาม ผลที่เห็นได้ชัดอยู่ตรงที่ว่าการทำหน้าท่ี หรือการ ทำงานทุกอย่างต้องมีอุปสรรคอยู่เสมอ เกิดจากคนอ่ืนก็ มี เกิดจากสงิ่ แวดลอ้ มก็มี เกิดจากเศรษฐกิจของโลกกม็ี บางครั้งป ญั หาท เี่ กดิ จากภายนอกเราแกไ้ด้ บางป ญั หามนั เหลือวสิ ยั ท จี่ ะแก้ไขไมม่ ีทางสู้ ตอ้ งทำใจยอมรบั แล้วเรียน รูจ้ากประสบการณ์ การไมซ่ มึ เศรา้ ไมเ่ ปน็ ทกุ ขก์ บั เรอ่ื งพ รรคน์ ี้ บางคนได้ โดยน สิ ยั เดิมชว่ ย เรยี กว่ามีพรสวรรค์ แตค่นส่วนมากต้อง สรา้ งนสิ ยั ใหมด่ ว้ ยการฝกึ อบรม นอกจากนนั้ แลว้ ในชวี ติ คน เราอุปสรรคสำคัญหลายอย่างเกิดจากจิตของเราโดยตรง เช่น ตัดสินผิดเพราะถือตัว ไม่ยอมรับฟังเหตุผลคนอ่ืน ทำอะไรแบบชงิ สกุ กอ่ นหา่ มเพราะใจรอ้ น พลาดพ ลงั้ เพราะ อยากได้กำไรเยอะๆ อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นการรู้จักตัว เอง บรหิ ารอารมณ์ตวั เอง จดั ความรูส้ ึกของตัวเองในท าง สร้างสรรค์ สิ่งเหล่าน้ีนา่ จะเปน็ ป ระโยชนแ์ก่คนทกุ คน เรามกั จะไดย้ นิ บ ่อยวา่ ผูป้ ฏบิ ตั ิธรรมไม่ทันคน ที่แท้ มนั มกั จะตรงกนั ขา้ ม คอื รทู้ นั กวา่ คนท ไี่ มป่ ฏบิ ตั ิ รกู้ ล รวู้ ธิ ี 12 หลับตา ทำไม
อยา่ งดี ทำไมเปน็ อยา่ งน ้ัน เพราะการฝกึ จติ ทำให้เราคุ้น เคยกบั เลห่ เ์ หลยี่ มของกเิ ลส เหน็ ในใจตวั เองแลว้ การสงั เกต ลกั ษณะอาการของกเิ ลสในขณะทป่ี รากฏในการกระทำของ คนอน่ื ก็ง่าย อากปั กริ ยิ า คำพ ูด น้ำเสียง ปฏกิ ิริยาตา่ งๆ ลว้ นแต่เปน็ สิ่งบ่งบ อกความจรงิ ของคน นักปฏิบัติที่ดีต้องรู้จักระวังไม่ด่วนสรุปใคร แต่ไม่ ละเลยขอ้ มูลต่างๆ ทสี่ มั ผัสรับรู้ เพ่อื อยูอ่ ยา่ งรอบคอบไม่ หลง ใครที่มองคนอ่ืนด้วยความระแวงตลอดเวลาอาจจะ คดิ วา่ เขาฉลาดกวา่ แตก่ ารมองคนอนื่ อยา่ งนนั้ มผี ลเสยี ตอ่ คณุ ภาพจติ มาก นกั ป ฏบิ ตั จิ งึ ใหโ้ อกาสคนอน่ื กอ่ น โดยถอื หลักว่าบ รสิ ุทธิจ์ นกว่ามีขอ้ พสิ ูจน์ชดั เจนว่ามคี วามผดิ อกี ประการหนง่ึ คอื นกั ปฏบิ ตั สิ ามารถควบคมุ ตณั หา ไม่ให้ครอบงำจิตชวนคิดผิดและพลั้งพลาด ลองสังเกตดู สิ คนทถีู่กห ลอกบอ่ ยๆ คอื คนท ี่หมั่นฝกึ สตจิริงหรอื เปลา่ เปน็ คนทโี่ลภอยากไดม้ากโดยลงทนุ น ้อยตา่ งหาก อยา่ งนี้ ต้มง่ายที่สดุ และคนท ่ีทำลายผลป ระโยชนข์ องตวั เองบอ่ ย ทส่ี ดุ คือคนข้โีมโห ไมใ่ ช่คนสงบ คนเข้าวัดอาจดูเหมือนไม่ทันคน เพราะบางทีเขา ขี้เกยี จพูดในสิง่ ที่เขาเหน็ อย่างไรกต็ ามคงจะตอ้ งยอมรบั ว่า นกั ปฏิบตั ิอาจจะเสยี เปรยี บในบ างเรอื่ ง เพราะไมก่ล้า ทำบาป เสยี เปรยี บพ วกเล่นสกปรก หรือนอกกติกาบ า้ ง 13ชยสาโร ภกิ ขุ
จะเอาดว้ ยกเ็ สยี ดายความดขี องตน เขาไมเ่ คารพกฎหมาย ไมใ่ ชว่ า่ เราจะตอ้ งผิดกฎหมายตามจึงจะฉลาด บางทีตอ้ ง ปลอ่ ย ในระยะยาวตอ้ งชว่ ยสรา้ งสงั คมทค่ี นทำชวั่ ถกู ลงโทษ ไมว่ า่ เขาเปน็ ใคร หรอื รจู้ กั ใคร และเสน้ สายทงั้ หลายทมี่ ตี อ้ ง ไมเ่ หนอื กฎหมาย อยา่ งไรกต็ ามคนสจุ รติ กย็ งั ไดอ้ ยเู่ หมอื น กนั คอื ไมใ่ ชว่ า่ เสยี เปรยี บในทกุ ดา้ น ในประการแรกไดร้ กั ษา ความเคารพนับถือตัวเองไว้ได้ ซ่ึงเป็นอริยทรัพย์โดยแท้ และในประการที่สอง ได้ช่ือเสยี ง (ในห มู่คนด)ี วา่ สะอาด นา่ ไวใ้ จ ซงึ่ เปน็ ทนุ อยา่ งหนง่ึ ในการทำมาหากนิ โดยเฉพาะ ในการคา้ ขาย เพราะคนอยากทำธุรกิจกับผู้ท่ีเขาไว้ใจได ้ ภายนอกภายในสัมพันธ์กัน เม่ือวิเคราะห์ปัญหา ตา่ งๆ ทเี่กิดข้ึนในชีวิตประจำวนั ปรากฏวา่ ตรงกันกับส่ิง ทเี่ราพ ยายามป ลอ่ ยวางเวลาน งั่ สมาธิ สำคญั ท ี่สดุ คอื เร่อื ง กาม เช่น ที่ทำงาน ผู้ชายไปชอบผู้หญิง ผหู้ ญิงไปชอบ ผ้ชู าย ต่างคนตา่ งมีจติ ใจห มกหมุ่นท ั้งวนั มัวแต่หาโอกาส ไดพ้ ดู ไดค้ ยุ คอยคดิ ปรงุ แตง่ ตา่ งๆ นานา หวานบา้ ง ลามก บ้าง ความฉลาดในวิชาชีพ ช่วยป้องกันความรู้สึกอย่าง นไี้ม่ได้ จิตใจวุ่นวายแลว้ งานกเ็ สีย จิตอยูก่บั พ่ีคนน้นั น ้อง คนนี้ตลอดเวลา คงไม่ไดอ้ ยกู่ บั งานที่ต้องท ำ เรียกว่ากาม ครอบงำเสยี แลว้ คนทชี่ อบเพอ้ ฝนั กเ็ หมอื นกนั มวั แตค่ ดิ วา่ 15ชยสาโร ภกิ ขุ
คนื น เี้ ลกิ งานแลว้ เราจะไปเทย่ี วท โี่ นน่ ท นี่ ่ี จะแตง่ ตวั อยา่ ง ไรดี จะใส่ชุดน นั้ ดีไหม ชุดน ด้ี ีไหม จะไปกินขา้ วท ่ไี หนดี หรอื ป ลอ่ ยใหค้ วามคดิ วกวนอยใู่ นเรอ่ื งเกา่ แชอ่ ยใู่ นสญั ญา ทอี่ บอนุ่ นก่ี เ็ ปน็ อปุ สรรคตอ่ การทำงาน เพราะจติ ใจไปคดิ แต่ เรอ่ื งนน้ั กไ็ มไ่ ดอ้ ยกู่ บั สง่ิ ทกี่ ำลงั ทำอยู่ กามทำใหเ้ ราไมอ่ ยาก อยใู่ นปจั จบุ นั กบั สง่ิ ทไ่ี มน่ า่ ตน่ื เตน้ พอรสู้ กึ วา่ งานตรากตรำ นา่ เบื่อ จิตก็หนีเตลิดไปเลย งานก็ฉาบฉวย “กาม” น้มีี ตง้ั แตห่ ยาบเชน่ เรอื่ งทางเพศ จนละเอยี ดไมใ่ ชแ่ ตเ่ รอื่ งราคะ อยา่ งเดียว เรอ่ื งทกุ เร่อื งท ่ีเก่ยี วกบั โลกทีเ่ ราอยอู่ าศยั ทไ่ี ม่ ได้เกย่ี วข้องกับหน้าท่ีในปจั จบุ ันน ีเ่รยี กว่ากามท ั้งน น้ั บางคนชอบการเมือง ชอบอา่ นขา่ ว ชอบดหู นงั สอื พิมพ์ ผิดไหม ก็ไม่ผิด ประชาชนศึกษาทำความรู้เก่ียว กับสังคมของตนเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำงานแป๊บเดียวแล้ว ก็หยุด ชวนเพ่ือนคุยเรื่องนายก เร่ืองรัฐบาล เรื่องนั้น เรื่องน้ี ไม่รู้จักกาลเทศะ ถือเพียงแค่ว่าคุยมันส์กว่า ทำงาน สนุกกว่าหน้าท่ี ในกรณีน้ีการเมืองกลายเป็น กามกีดขวางความเจริญ คนเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบคิดชอบพูดในเรื่องกีฬา ผู้หญิงอาจ จะคุยเรื่องการซ้ือของสนุกกว่า ผู้ชายมักจะชอบเร่ือง รถยนต์ ส่ิงท่ีดึงดูดจิตใจมีมากและหลากหลาย แต่โดย 16 หลับตา ทำไม
สรุป การท่ีจิตใจเราชอบออกนอกเรื่องที่เราได้กำหนด ไว้ว่าเป็นหน้าที่ แล้วก็ปล่อยให้หมกหมุ่นในสิ่งนั้น นค่ี ืออุปสรรคตอ่ การทำงานให้ไดผ้ ล หลายครง้ั งานไมเ่ ดิน เพราะผู้ทำงานบริหารความรู้สึกของตนไม่เป็น บริหาร เวลาไม่เป็น ไม่รจู้ กั กาลเทศะ ถา้ เราเกง่ เวลาทำงานก็ทำเต็มที่ พอเลกิ งานแล้ว มีเวลาว่าง เราจะไปเทย่ี วทไ่ี หน หรือเราจะไปนงั่ คุยเรอ่ื ง อะไรกเ็ ปน็ สทิ ธขิ องเรา แตถ่ า้ เราแบง่ เวลาไมเ่ ปน็ เวลาควร ทำงานกม็ วั แตค่ ดิ เรอ่ื งทก่ี ำลงั ตนื่ เตน้ หรอื คนทกี่ ำลงั คดิ ถงึ แอบโทรศัพท์บ้าง สง่ อีเมล์บา้ ง อดไม่ได้ไมเ่ ปน็ ตัวของตัว เอง มันกเ็ปน็ ป ัญหา และป ญั หานจี้ ะแกอ้ ย่างไร สมาธนิ ัน้ แหละชว่ ยได้ นิวรณ์ข้อท่ีสองครอบคลุมความรู้สึกต่างๆ ในทาง ลบ ความโกรธ ความพยาบาท ความขดั เคือง ความแคน้ เคือง สง่ิ เหล่านีเ้ ป็นป ญั หา ไม่วา่ เราท ำอะไรกแ็ ล้วแต่ ถา้ จติ ใจฉนุ เฉยี ว เดอื ดดาล ขนุ่ ขอ้ งห มองใจ มนั เปน็ อปุ สรรค อยตู่ ลอดเวลา อะไรเลก็ อะไรนอ้ ยจติ ใจกเ็ สยี ศนู ย์ เลอื ดขน้ึ หนา้ ลองสงั เกตดวู า่ ในขณะท จ่ี ติ ใจเรารอ้ นเปน็ ไฟ โกรธ คนน้นั ด่าคนนี้ ความสามารถในการใช้เหตผุ ลหายไปเลย ใชไ่หม ทำงานก็ไมเ่ ปน็ อนั จะทำ เพราะขณะท่ีกำลงั โกรธ 17ชยสาโร ภกิ ขุ
สารอเดรนาลนิ หลงั่ ไหลไปในทกุ สว่ นของรา่ งกาย พยายาม บังคบั ตวั เองทำงานแป๊บเดียวมันกผ็ดุ ข้ึนมา “ทำอย่างน ั้น มนั นา่ เกลยี ด ฉนั รบั ไมไ่ ด้ ฯลฯ” โกรธแลว้ เราพ รอ้ มทจ่ี ะทำ อะไรหลายอยา่ ง ซง่ึ ปกตเิ ราจะไมก่ ลา้ ทำมนั กเิ ลสฝา่ ยโทสะ จงึ นา่ กลวั ทสี่ ดุ ในขณะทค่ี วามโกรธกำลงั ออกฤทธอิ์ อกเดช คนใจดกี ลายเปน็ ยักษห์ รือยักขนิ ไี ด้ ตกนรกกไ็ม่วา่ ขอให้ ได้แกแ้ค้นกพ็ อใจ ในขณะท ่ีจิตใจเรารอ้ น การคิดการอา่ น การพ จิ ารณา ความละเอยี ดรอบคอบในการท ำห นา้ ทไ่ีมม่ ี เลย โอกาสทจี่ะพ ลง้ั พลาดก็มมีาก บางทีกิเลสอาจจะไม่ ถงึ ขัน้ รนุ แรงมาก อาจจะเปน็ แคห่ งุดหงดิ รำคาญ หรือเพง่ โทษคนอื่น แต่ความเศร้าหมองนิดเดียวมีผลต่อสุขภาพ จติ เรา พระองค์ตรัสอุปมาว่า อุจจาระนิดเดียวก็เหม็น ขอ้ บ กพรอ่ งน้ีเราจะแก้อยา่ งไร ถ้าไมใ่ ช้สมาธชิ ว่ ย จริงอยู่ บางคนนงั่ สมาธนิ านหลายปกี ย็ งั ไมเ่ ลกิ นสิ ยั ขโี้ กรธกม็ ี และ คนท่ีไม่ปฏิบัติธรรมชอบ ยกคนอย่างนี้เป็นตัวอย่างเพ่ือ พสิ จู นว์ า่ การนงั่ สมาธไิ มม่ ผี ลจรงิ ทำทำไม เขาคา้ น ไมเ่ กดิ ประโยชน์อะไรหรอก เมยี ผมนง่ั ท กุ วนั ก็ยงั เหมอื นเดิม ยงั โมโหผมอยเู่ รอ่ื ย สามเี มากรำ่ (ขเ้ี มา) ชอบพ ดู อยา่ งนม้ี าก ทุกคนต้องมีจุดอ่อน และจุดนั้นต้องเป็นจุดที่แก้ ยากท ส่ี ดุ การเอาจดุ ออ่ นเปน็ เครอ่ื งวดั คน ไมค่ อ่ ยยตุ ธิ รรม 18 หลบั ตา ทำไม
อยา่ งไรกต็ ามเรายงั ยนื ยนั ไดว้ า่ ในกรณขี องความโกรธ ใคร ฝกึ จิตถกู ทางจะดีข้ึน ไม่มากกน็ ้อย เพราะน ักภาวนาเห็น ความหยาบของอารมณ์โกรธอย่างชัดเจน จะสลดสังเวช และพ ยายามชนะ ลองสังเกตดวู า่ ในหมญู่ าติมติ รเพ่อื นฝงู ของเรา ผทู้ ่ี เคยมีนิสยั ขโ้ีกรธ ขโ้ีมโห กา้ วร้าว ชอบจบั ผิดคนอ่ืน แลว้ หายจากอาการน้ันโดยไม่ปฏิบัติธรรมมีบ้างไหม... ไม่มี หรอก หรือแทบจะไม่มี บางคนอาจจะมีอาการอ่อนลง ดว้ ยอายุกไ็ ด้ คอื กำลงั วงั ชาน อ้ ยลง การแสดงออกอาจจะ ออ่ นลง ไมม่ แี รงอาละวาดกเ็ อาแคท่ ำป งึ ปงั พ อเปน็ พ ธิ ี แต่ นิสยั กย็งั มีเหมอื นเดิม อายุ ๓๐ เปน็ อยา่ งไร อายุ ๔๐ ก็ เป็นอยา่ งนนั้ ๕๐ กเ็ ป็นอยา่ งน ้นั มตีลอดชีวิต เพราะไม่ ปฏบิ ัติ ไม่ปฏิบตั ธิ รรมไม่มีเคร่ืองมือพฒั นาจติ ไม่พฒั นา จิต ชวี ติ กอ็ ุดตัน ตายแลว้ กิเลสกต็ ดิ ตามไปด้วย คนสว่ นใหญป่ ฏบิ ัติธรรมแล้ว ความโกรธถา้ ไมห่ าย ทีเดียวก็เห็นได้ชัดเลยว่าลดน้อยลงไปมาก เพราะฉะน้ัน เปรียบได้ว่าเหมอื นคนเขา้ โรงพยาบาล ก็ไมใ่ ช่วา่ ทุกคนท่ี เข้าโรงพยาบาลจะหายหมดใช่ไหม แต่การท่ีบางคนเข้า โรงพยาบาลแลว้ ไม่หาย โรคกำเริบห รอื เขาเสียชวี ิตไปเลย น่ันก็ไมใ่ ชข่้อพสิ ูจน์ว่าโรงพ ยาบาลไมด่ี หมอไมด่ ี ยาไมด่ี เพราะว่าคนท่ีเข้าโรงพยาบาลแล้วหาย มีมากกว่าหลาย 19ชยสาโร ภิกขุ
เท่า ป่วยแล้วไมย่ อมเขา้ โรงพ ยาบาลเพราะเคยรจู้ กั คนเข้า แล้วไม่หาย เหตผุ ลน ีใ้ ช้ได้ไหม ฉะนน้ั นสิ ยั เสยี ตา่ งๆ กเิ ลสทงั้ หลายทอ่ี ยใู่ นใจ เราจะ รอใหม้ นั หายเอง มนั ไมห่ ายหรอก กภี่ พ กช่ี าติ กไ็ มม่ อี ะไรดี ขนึ้ ซำ้ รา้ ยอาจจะกำเรบิ กไ็ ด้ และทน่ี า่ กลวั ท สี่ ดุ กค็ อื กเิ ลส มีกำลังมากอาจจะปิดโอกาสให้เราได้กลับมาเกิดเป็น มนษุ ย์ต่อไปก็ได้ ชาตนิ ้เีราท กุ คนมีสทิ ธมิ นุษยชน แตต่ าย แล้วเราแน่ใจไหมว่ายังจะมีสิทธิเปน็ มนุษยชนอยู่ นักปฏิบัติใหม่ถึงแม้ว่ายังอยู่ในขั้นล้มลุกคลุกคลาน กต็ ามไมพ่ งึ ทอ้ ใจ ถา้ สามารถปอ้ งกนั ความคดิ ผดิ หรอื ความ อยากผิดๆ ในการป ฏิบัติ (ปลอดมจิ ฉาทิฏฐิและตัณหา) การเคลือ่ นไหวในทางท ด่ี ีย่อมมีอยู่ การขดั เกลาย่อมมีอยู่ ยงั มบี างสงิ่ บางอยา่ งดขี นึ้ อยทู่ กุ วนั เพราะอะไร เพราะหลกั ทำดีได้ดี เป็นกฎตายตัวของธรรมชาติ ผลยังไม่สุกงอม จงเชอ่ื ไว้ก่อน อย่าใจรอ้ น ไมใ่ ชว่่าคนเราจะเปลย่ี นแปลง ไดร้ วดเร็ว การเปล่ยี นแปลงเป็นคนละคน ภายในวนั เดียว เดือนเดยี ว ปีเดียว ถา้ เปน็ อยา่ งน ้นั ได้กด็ ี แต่ส่วนมากจะ ไมเ่ ป็นอย่างน น้ั สิ นานๆ อาจจะหลายปี หรอื เปน็ สบิ ปี จึงค่อยเห็นชัดก็ได้ ไม่แปลกอะไร อย่าแข่งกับคนอ่ืนก็ แลว้ กัน ไม่ตอ้ งสงสยั วันหนง่ึ จะท ึง่ ตวั เอง ทา่ นอาจารย์ พทุ ธท าสบ อกว่าจะอยากไหวต้วั เอง 20 หลบั ตา ทำไม
เรามักจะสำนึกเม่ือมีอะไรไม่น่าปรารถนาเกิดข้ึน เชน่ มใี ครใสร่ า้ ย หรอื ดา่ วา่ สงั เกตตวั เองวา่ ไมม่ อี ะไร ทงั้ ๆ ท่ีรู้ว่าถ้าหากว่าใครมาด่าเราอย่างน้ีสมัยก่อนนะ เราก็จะ โกรธน่าดู แตท่ ำไมตอนน เ้ีราร้สู ึกเฉยๆ อยู่ พอเหน็ อย่าง น้ีเราก็ภูมใิ จเจา้ ของนะ ไมเ่คยคดิ วา่ เราจะปล่อยวางได้ถึง ขนาดนี้ แต่รู้วา่ ถา้ ไม่ปฏบิ ัติ ไม่ทำสมาธิภาวนา เปน็ ไปไม่ ไดแ้ น่นอน คนบางคนเหน็ ผลเรว็ เหมอื นคนเดนิ กลางฝน ไมน่ าน กเ็ ปยี กโชกท ง้ั ตวั สว่ นคนเดนิ กลางห มอก จะคอ่ ยๆ เปยี ก ไปเรือ่ ยๆ กลบั บา้ นถอดเส้ือจงึ สังเกตวา่ เปียกและไมร่ ู้วา่ เปียกมาตง้ั แตเ่มอ่ื ไหร่ ท่านเปรียบเทียบมนุษย์เราเหมือนนกเขาอยู่ในกรง แตไ่ มร่ จู้ กั กรง นกั ป ฏบิ ตั คิ อื น กท เี่ หน็ กรงแลว้ อยากออกไป ฉะนั้นเป็นเรื่องธรรมดาว่าพวกไม่เห็นกรงต้องงงไม่เข้าใจ การกระทำของผทู้ ก่ี ำลงั หาทางแหกคกุ แตค่ นเราทตี่ อ้ งการ แสวงหาชีวิตพ ้นจากกรง อยากอยูใ่ นท ี่ๆ กระพือปีกได้ มี ชีวิตที่ดีงาม มีคุณภาพ เราต้องทำตามคำสอนของผู้มี ปัญญา ผ้ทู เี่ ป็นอสิ ระจากการกักขังทกุ ป ระเภท ท่านสอน ใหเ้ ราฝกึ จติ การน ง่ั ห ลบั ตาจงึ น า่ สนใจมาก เพราะจติ ใจท ่ี ปลอ่ ยวางความกลดั กลมุ้ ซมึ เศรา้ ฟงุ้ ซา่ นวนุ่ วาย วติ กกงั วล ลังเลสงสยั ได้เทา่ นัน้ ที่สามารถบ ินหนจี ากวฏั สงสารไปได้ 21ชยสาโร ภิกขุ
การป ฏิบตั นิ ้ตี อ้ งท ำเอง และไม่ควรหวังท างลดั ทกุ วันน้ีกม็ ยี าเปลี่ยนอารมณ์ออกมาเยอะ แก้ทุกข์ไดช้วั่ คราว แต่ผลข้างเคียงมีมาก และโทษท่ีสำคัญคือการทานยา ประเภทนี้ทำใหอ้อ่ นแอ ขเี้กยี จหาทางปลอ่ ยวางท ถี่ กู ตอ้ ง และย่ังยนื มนั กลบั บนั่ ทอนการเป็นที่พึ่งของตน อยไู่ ปอยู่ มาท กุ ขน์ ดิ เดยี วกท็ นไมไ่ ดต้อ้ งกินยา มนั งา่ ยจริงแต่ความ งา่ ยน นั้ แหละท ท่ี ำลายความเจรญิ ของเรา คนป ว่ ยมากบ าง คนไม่กนิ ไม่ได้ แต่คนเราทว่ั ไป ใช้ธรรมโอสถบำบดั ดีกวา่ พระพทุ ธศาสนาสอนใหเ้ รารบั ผดิ ชอบชวี ติ ตวั เอง ไม่ หวงั พึง่ ส่ิงภายนอกตวั เรา อยากให้มนั สงบ มปี ญั ญา ต้อง สรา้ งเหตุปัจจยั ท่ีเหมาะสม การเพยี รพ ยายามในท างที่ ถูกต้องนน่ั แหละ คอื ส่ิงศักดส์ิ ทิ ธ์ิ การตั้งตนไว้ชอบคือการต้ังใจศึกษาความจริงของ ชวี ติ ความสขุ และความทกุ ข์ มนั เกดิ อยา่ งไร มนั ดบั อยา่ งไร มันเป็นอย่างไร เพ่งพิจารณาตรงจุดนี้เราจะเห็นว่าทุกข์ เพราะกิเลสครอบงำ สขุ เพราะกเิ ลสไม่ครอบงำ เม่ือเหน็ ความร้ายกาจของกเิ ลสในใจตนแล้วกลัว ต้องการพ้นจาก อำนาจของมนั เราจงึ เหน็ ประโยชนข์ องการนง่ั สมาธิ เพราะ การนงั่ สมาธเิ ปน็ เครอ่ื งมอื กำจดั กเิ ลสทส่ี ำคญั การทำสมาธิ ทำให้เรามกี ำลงั ทำใหจ้ ติ ใจเขม้ แขง็ สงบ มคี วามสุข ไม่ ทำสมาธิจิตใจอ่อนแอ ไม่มีกำลัง วอกแวกไม่สงบ ไม่ 22 หลับตา ทำไม
ผอ่ งใส ไมร่าบรน่ื แข็งกระดา้ ง เอกลักษณ์ของศาสนาพุทธ คือการยกปัญญาเป็น คุณธรรมสูงสุด ชาวพุทธเราหากมีความจริงใจต่อพระ ศาสนาจึงต้องมุ่งมั่นให้เป็นผู้มีปัญญา พระพุทธองค์ตรัส ไว้ว่าสมาธิเป็นบาทฐานของปัญญา ประเภทท่ีรู้เห็นตาม ความเปน็ จรงิ จนสามารถทำลายกเิ ลสได้ สว่ นปญั ญาทเี่ กดิ จากความจดจำหรอื คดิ ไตรต่ รอง เปน็ ประโยชนม์ ากในชวี ติ ประจำวนั แตไ่ ดผ้ ลดเี ฉพาะเวลาทที่ กุ สงิ่ ท กุ อยา่ งป กติ พอ กเิ ลสเกดิ ขน้ึ พอมเี รอ่ื งกระทบกระเทอื นจติ ใจอยา่ งรนุ แรง เรามักจะลืมปัญญาระดับนี้เลย พออารมณ์ดับแล้ว เรา จงึ นกึ ได้ว่าอะไรเป็นอะไร ฉะน้นั ป ัญญาแบบจำไดค้ ดิ ได้มี บทบาทจำกดั ในการสรา้ งท พ่ี ง่ึ ภายใน เราจำเปน็ ตอ้ งเสรมิ ดว้ ยป ญั ญาท ส่ี ามารถยนื ห ยดั ตลอดเวลา แมใ้ นยามวกิ ฤติ บัณฑิตผู้มีปัญญา เห็นเร่ืองที่ควรคิดควรพิจารณาก็คิด พิจารณาในเรื่องนั้น แต่บัณฑิตรู้จักกาลเทศะ เวลาไหน ไมต่ อ้ งคดิ กส็ ามารถป ลอ่ ยวางความคดิ ได้ ทา่ นวา่ สามารถ อยกู่ บั ส่ิงใดสงิ่ ห นงึ่ ท ่ีตอ้ งการ ตามความตอ้ งการคือสมาธิ ภาวนา จติ สงบแลว้ ถงึ เวลาทสี่ มควรกน็ อ้ มใจเพอ่ื เกดิ ความ ร้คู วามเข้าใจในหลกั ธรรม เหมอื นแมงมมุ ไมม่ แีมลงก็อยู่ เฉยๆ อยา่ งมสี ติ พอแมลงตดิ ห ยากไยก่ อ็ อกไปจดั การ ใน สมยั ป จั จบุ นั นค้ี นจำนวนมากเปน็ ท กุ ขเ์ พราะความคดิ มาก 23ชยสาโร ภิกขุ
กว่าปัญหาในการเอาตัวรอดทางด้านวัตถุ แต่สังคมยัง ไมค่ ่อยปรับตวั กบั สถานการณ์ใหม่ ยงั ไม่มคี ่าน ยิ มในการ บริหารความคิด ระบบการศึกษาสอนแต่ให้คนรู้จักคิด เราจึงคิด คดิ คดิ อยตู่ ลอดเวลา แต่หยดุ คดิ ไม่คอ่ ยเป็น นอกจากเวลานอนห ลบั เทา่ นน้ั และท กุ วนั นค้ี นเครยี ดมาก เสยี จนนอนไมค่อ่ ยห ลับก็มีเยอะ หรอื ถึงจะนอนห ลบั กย็ ัง ตอ้ งฝนั อกี หลบั แลว้ ตอ้ งฝนั เพราะอะไร เพราะความคดิ ยงั คัง่ คา้ งอยู่ ไม่ยอมปล่อยวาง ตน่ื ข้นึ มาตอนเช้าก็ไมส่ดชืน่ เพราะสมองแช่อยใู่ นความอยาก ความกลวั ความกงั วล อยทู่ ัง้ คืน จะจัดการกบั ความคดิ ไม่ใหม้ันเป็นพ ษิ เป็นภยั ต่อชีวิตเรา อาตมาเชื่อวา่ การฝกึ จติ คอื ท างเดียวท ่ไี ด้ผล การฝึกสมาธิภาวนาจะประสบความสำเร็จอย่าง เตม็ ที่ ตอ้ งป ระกอบดว้ ย สมั มาทฏิ ฐิ ความเห็นชอบ ส่งิ ที่ผู้ภาวนาจะขาดไม่ได้ คือความเข้าใจในหลักสำคัญทาง พระพทุ ธศาสนา เชน่ กฎแหง่ กรรม อรยิ สจั ๔ ไตรลกั ษณ์ เป็นต้น จำเป็นต้องรู้ความสัมพันธ์เนื่องอาศัยกันของศีล สมาธิ และปญั ญา ต้องไม่เชอื่ อะไรท ีข่ัดกบั ความจรงิ ของ ธรรมชาติ เช่น ไมเ่ ชื่อวา่ มีพระผเู้ ป็นเจา้ สร้างโลก คอยดล บนั ดาลชวี ติ ของมนษุ ย์ ไมเ่ ชอื่ วา่ นพิ พานเปน็ อตั ตา เปน็ ตน้ ถ้าอย่างนั้นผู้ท่ีนับถือศาสนาหรือลัทธิอ่ืนทำสมาธิได้ไหม ไดส้ ิ และได้ผลคือความสงบสุขในระดับห นึ่งด้วย ท่ีไมไ่ด้ 24 หลับตา ทำไม
คือความต้ังใจม่ันซึ่งเป็นบาทฐานของวิปัสสนา อันเป็น อาวุธเดียวที่สามารถนำเราไปสู่ความเป็นอิสระจากกิเลส อย่างแท้จรงิ ความเหน็ ผดิ ไม่ใช่อปุ สรรคเดยี วท คี่ วรระวัง ความ อยากผดิ กอ็ นั ตรายเหมอื นกนั หลวงพ อ่ ชาทา่ นสอนลกู ศษิ ย์ ของทา่ นอยเู่ สมอวา่ อยา่ ปฏบิ ตั เิ พอ่ื จะเอาอะไร อยา่ ปฏบิ ตั ิ เพือ่ จะได้อะไร จงปฏิบัติเพือ่ ละ ปฏิบตั ิเพอ่ื ป ลอ่ ย ถ้านั่ง สมาธคิ ดิ อยากไดน้ น่ั อยากเหน็ นี่ อยากมี อยากเปน็ การทำ สมาธจิ ะเศรา้ หมอง แลว้ จะไมเ่ ปน็ สมาธพิ ทุ ธ เพราะการทำ สมาธดิว้ ยตณั หา ไม่ใชแ่ นวทางเพื่อพ้นท กุ ข์ ท้ังนีก้ ็เพราะ มนั เปน็ การกระทำทข่ี ดั แยง้ ในตวั คอื ถา้ เผอ่ื เราทำสมาธเิ พอื่ ละตณั หาดว้ ยตณั หาเปน็ แรงดลบนั ดาลใจแลว้ เราจะสำเรจ็ ไหม เหมอื นผนู้ ำป ระเทศเชญิ เจา้ พ อ่ เปน็ อธบิ ดกี รมตำรวจ ชว่ ยปราบอนั ธพาล ครบู าอาจารยใ์ หเ้ ราทำสมาธดิ ว้ ยฉนั ทะ คือความอยากในสิ่งที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับกามหรืออัตตา เช่น ตอ้ งการให้จิตใจเรามีคุณธรรม ละกิเลสได้ เราน ่ังหลบั ตา เพื่อทำให้จิตใจเราสงบจากกาม สงบจากอกุศลธรรม ทั้งหลาย พอที่จะอำนวยความสะดวกแก่การทำงานของ ปญั ญา จิตใจท่ีสงบเป็นสุขอย่างยิ่ง นักปฏิบัติบางคนหรือ หลายคนกลบั กลวั กลวั ตดิ สขุ ไมก่ ลา้ ทำสมาธมิ าก (ทง้ั ๆ ที่ 25ชยสาโร ภิกขุ
ยงั ไมเ่ คยสขุ เทา่ ไร) อยา่ งนค้ี อื ความคดิ ผดิ เหมอื นกนั เครอื่ ง รบั ป ระกันความปลอดภัยมีอยแู่ ล้ว คอื สติ และปญั ญา ถ้าเราระมดั ระวงั มีสัมมาทิฏฐิ ระลึกไดเ้สมอวา่ ความสุข จากสมาธิ สุขจริงแต่ยังเป็นสังขารอยู่ คือยังเป็นของไม่ แน่ ไมใ่ ชเ่ ปา้ หมายสงู สุด เป้าหมายสูงสดุ อยเู่หนอื สขุ แต่ หนทางต้องผา่ นสขุ รอู้ ยูอ่ ย่างน ีไ้ มต่้องติดสุขกไ็ ด้ หรือถา้ ตดิ ตดิ ไมน่ าน ความเหน็ ชอบ สติ และความจรงิ ใจ จะเขา้ มาชว่ ย ขอใหส้ งั เกตวา่ การเสวยสขุ กบั การตดิ สขุ ไมเ่ หมอื น กนั สุขแลว้ ชอบ ใหส้ักแตว่่าชอบกใ็ ชไ้ ด้ ยงั ไมต่ ิด คำว่า ตดิ สขุ หมายถงึ พ อใจแคน่ น้ั ตอ้ งการแคน่ นั้ คอื ยดึ สว่ นหนง่ึ ของมรรคเป็นตวั ผลเสยี เลย พระพุทธองคต์ รสั วา่ ความสุขท ่ีเกดิ จากความสงบ นนั้ นกั ปฏบิ ตั ทิ ง้ั หลายอยา่ พ งึ กลวั ทา่ นสอนใหม้ สี ตริ เู้ ทา่ ทนั แลว้ มนั ไมเ่ ปน็ พ ษิ เปน็ ภยั ตรงกนั ขา้ ม ปตี แิ ละสขุ ทเี่ กดิ จาก ความสงบหล่อเล้ียงจิต ทำให้กระตือรือร้นในการปฏิบัติ ไม่เบื่อ ไม่มีคำอ้างว่าเช้าเกินไป ดึกเกินไป ร้อนเกินไป หนาวเกนิ ไป หวิ เกนิ ไป อมิ่ เกนิ ไปเหมอื นแตก่ อ่ น ความสขุ ที่เกิดจากสมาธิภาวนาน้ันถูกต้องและมีประโยชน์ต่อเรา มาก เพราะวา่ ท ุกคนตอ้ งการความสุขมากกว่าสง่ิ อน่ื ทกุ คนในโลกไม่ว่าชาติไหน ช้ันไหน วรรณะไหน ล้วนแต่ ต้องการส่ิงเดียวกัน คือความสุข เพราะฉะนั้นเราควร 26 หลับตา ทำไม
แสวงหาความสขุ ดว้ ยป ญั ญา ได้ความสุขจากสมาธิดกี วา่ ไดจ้ ากท อี่ ่ืน สำหรบั ผทู้ ยี่ งั ไมเ่ คยป ฏบิ ตั ิ ความสขุ มอี ยเู่ หมอื นกนั แต่ขอ้ บกพรอ่ งคอื มนั ยังคับแคบ ไม่มนั่ คง และไมร่ ู้จกั อมิ่ ส่วนมากจะเป็นความสุขท เ่ี กดิ จากรปู เสียง กล่ิน รส การ สัมผสั เรียกว่ากามสขุ มันคบั แคบเพราะซ้ำซาก ไม่มัน่ คง เพราะเราบ งั คบั ไมไ่ ดแ้ ละเปน็ ความสขุ ทไ่ี มร่ จู้ กั อมิ่ เหมอื น การใชย้ าเสพตดิ เรมิ่ แรกคนื ละเมด็ กเ็ มาทงั้ คนื อยไู่ ปอยมู่ า เม็ดเดียวไม่อยู่ ตอ้ งเพิ่มเปน็ สองเมด็ สองกลายเปน็ สาม สามเปน็ ส่ี มนั เพิ่มเรื่อยๆ กามสุขทกุ อยา่ งก็เปน็ อย่างน ี้ แน่ละ่ มนุษยเ์ราไมไ่ ดห้ าความสุขจากการเสพวัตถุ อย่างเดียว คนจำนวนมากไดค้ วามสขุ จากการท ำความดี ตา่ งๆ เชน่ การท ำห น้าท่ีต่อครอบครวั อย่างดี การให้ทาน การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ท่ีตกทุกข์ได้ยาก การรักษาศีล เป็นต้น ความสขุ ทเี่ กดิ จากการทำความดี สะอาดและน ่า อนุโมทนา โลกเราอยู่ได้ถึงทุกวันน้ี เพราะคนส่วนใหญ่ ยังรกั ความดพี อสมควร อยา่ งไรกต็ ามถ้าเราดูใหด้ี เราจะ เห็นว่าความสุขนี้ยังไม่ลึกซึ้ง มันเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ทด่ี ีงาม ชว่ ยท ำให้สังคมมนษุ ย์อยไู่ด้ แต่ในขณะเดียวกนั ไม่สามารถลบล้างความรู้สึกภายในว่าหิวโหย หรือขาด อะไรสกั อย่าง ซ่งึ สิงสถติ อยใู่ นใจมนษุ ย์ปถุ ุชนตลอดเวลา 27ชยสาโร ภกิ ขุ
เป็นปัจจัยหนึ่งท่ีทำให้คนติดอบายมุขมาก เม่ือมีความ สขุ ท ส่ี ะอาดเป็นบุญพอเป็นพ นื้ ฐานแล้ว พระพุทธองคจ์ งึ ต้องการให้เราก้าวต่อไปในกระบวนวิวัฒนาการชีวิตด้วย การอบรมจติ ใจ คนดีท่ยี งั มกี เิ ลสเปน็ คนดีตลอดเวลาไมไ่ ด้ คนท ่ยี ัง ไม่ถึงดี กไ็ ม่ต้องพ ดู ถึง ความต้องการสขุ เวทนามีอำนาจ เหนอื จติ ใจคนเรามากเหลอื เกนิ หลายสงิ่ หลายอยา่ งทเี่ รารู้ วา่ ไมด่ ี แตก่ ป็ ลอ่ ยไมไ่ ดเ้ พราะเสยี ดายความสขุ ทเี่ ราไดจ้ าก มัน การแก้ไขจึงไม่ได้อยู่ท่ีการยอมรับว่าสิ่งไม่ดีท้ังหลาย มโี ทษอยา่ งเดยี ว ปญั หาสำคญั คอื ท ำอยา่ งไรเราจงึ จะยอม หาความสขุ ท ด่ี กี วา่ จากสง่ิ เสพตดิ ท มี่ มี ากมายกา่ ยกอง แต่ มจี ุดรวมอยู่ทส่ี ุขเวทนา ไม่มีใครท ่ีไหนติดเฮโรอีน ยาบ้า ฯลฯ หรอก สง่ิ เหล่าน้นั เปน็ แคส่่อื เทา่ นน้ั สงิ่ ท ่คีนเราตดิ อย่างเหนียวแนน่ คือความสขุ ท ไ่ี ด้จากมนั หลกั การมอี ยวู่ า่ คนเราจะกลา้ ป ลอ่ ยวางความสขุ ท ่ี เกดิ จากสง่ิ ทไ่ี มด่ หี รอื เกดิ จากสง่ิ มโี ทษได้ ตอ่ เมอื่ มคี วามสขุ อยา่ งอนื่ ทมี่ นั่ ใจวา่ เลศิ กวา่ ทดแทน หรอื อยา่ งนอ้ ยทส่ี ดุ เมอื่ ไดช้ ิมรสของความสขุ น ั้น และมีหวังวา่ ต่อไปจะไดม้ ากขนึ้ ทั้งนี้ก็เพราะว่าคนเราส่วนมากขี้ขลาด กลัวจะขาดความ สุข กลวั จะไมม่ อี ะไร จงึ ไม่ยอมป ล่อยวาง แต่เม่ือเราได้ ความสขุ ท ดี่ กี วา่ เรากก็ ลา้ มกี ำลงั ใจ พระกรรมฐานห ลาย 28 หลับตา ทำไม
รูป ตอนวยั รุน่ ก่อนบ วช เคยสบู กัญชา แต่เม่อื มาน ั่งสมาธิ ภาวนาแลว้ ทา่ นเหน็ ว่าการสบู กญั ชากับการฝกึ จิตเข้ากัน ไม่ได้ ท่านกลา้ เลิกในส่งิ ที่ให้ความสขุ กับชวี ิต เพราะเห็น วา่ การฝึกจติ ดกีว่า สูงกวา่ และเช่อื ม่ันวา่ มแีก่นสาร หน้าที่สำคัญอย่างหน่ึงของสมาธิ คือการให้ความ สุขแก่ชวี ิตเรา ความสขุ ประเภทท่ีท่านเรยี กวา่ นริ ามิสสขุ คอื ความสขุ ท ไี่ มข่ น้ึ ตอ่ อามสิ ไมย่ งุ่ ดว้ ยวตั ถุ ดว้ ยกาม เปน็ ความสุขที่ละเอียดอ่อน เม่ือเราได้สัมผัสความสุขอย่างน้ี แล้ว เราจะกล้าเสยี สละความสขุ ในส่ิงทม่ี ีโทษ ในสง่ิ ทไ่ี ม่ ดที ง้ั ห ลาย ทเี่ ราเคยยดึ มนั่ อยา่ งเหนยี วแนน่ เพราะเหน็ ชดั วา่ เป็นปฏิปักษ์ตอ่ ความสุขท่ีดีกว่า เรารู้ว่าอะไรดอีะไรชัว่ พ อสมควร แตค่วามรู้กับการ กระทำมักจะไม่ค่อยลงรอยกัน อย่างเช่น การสูบบุหร่ี ทกุ วนั นเี้ รารกู้ นั ดวี า่ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ แตท่ ำไมคนจำนวน มากยงั สบู กนั รวมถงึ ห มอบ างคนดว้ ย ความสงบเปน็ สง่ิ ท ี่ นำความสขุ มาสจู่ ติ ใจ และมนั เปน็ ความสขุ ท ที่ ำใหเ้ รากลา้ ปลอ่ ยวางสง่ิ ท เ่ี ราเคยยดึ ตดิ สง่ิ ท เี่ คยฉดุ ลากจติ เราลงไปสู่ สง่ิ ตำ่ ทราม ไม่ให้ข้ึนไปสู่สิง่ สูง ส่งิ เลิศ สงิ่ ป ระเสริฐได้ ทีนี้ในการฝึกจิตให้สงบระงับ จิตใจก็ได้อยู่เหนือ อำนาจของนิวรณ์ จิตใจท่ีอยู่สามารถเห็นส่ิงตา่ งๆ ตาม ความเป็นจริง พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า อานิสงส์ของ 29ชยสาโร ภกิ ขุ
สมาธคิือ ยถาภตู ญ าณท ศั นะ คือการรูเ้ ห็นตามความเปน็ จรงิ ถา้ นวิ รณอ์ ยู่ในจติ ใจของเรา นอกจากทำให้จิตใจเรา กวดั แกวง่ และเศร้าห มองแลว้ ก็ยังเป็นส่งิ ที่บ อ่ นทำลาย ปัญญาของเรา มองไมเ่ หน็ วา่ อะไรเป็นประโยชน์ อะไรไม่ เป็นป ระโยชน์ อะไรถกู อะไรผดิ เม่ือจิตใจสงบแล้ว เราไม่ต้องสนใจว่าได้สมาธิขั้น ไหน หลวงพ่อชาสอนว่า เหมือนเรารู้รสของผลไม้โดย ไม่จำเป็นต้องรู้จักช่ือของมัน รู้อาการของจิตในปัจจุบัน ก็พอ ถ้านิ่งแน่วแน่ก็รู้ มีความคิดบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ รบกวนก็รู้ ตั้งมั่นพอสมควรแล้วน้อมจิตพิจารณากายก็ งา่ ย คล่องแคลว่ และจติ ท่ีพจิ ารณาดว้ ยพ ลังสมาธจิ ะผิด จากจิตปกติตรงที่เป็นกลางโดยไม่ต้องต้ังใจ เรียกว่าไม่ ยนิ ดยี นิ รา้ ย ไม่เกดิ ปฏกิ ิริยาโต้ตอบตอ่ สิ่งต่างๆ ที่ปรากฏ ให้เห็น ความไมเ่ ท่ียง ความเป็นทกุ ข์ ความเปน็ อนตั ตา ของสง่ิ ทั้งห ลาย จะเร่ิมชัดขนึ้ เรอ่ื ยๆ คอื คนเรายังไมไ่ด้รับ การฝกึ อบรม เราก็... ขอโทษนะ... ไม่แตกต่างจากสัตว์ เดรจั ฉานเทา่ ไร ทำไมเพราะจดุ เดน่ ของสตั วเ์ ดรจั ฉาน คอื การอยู่ใตส้ ัญชาตญาณ มนษุ ย์เป็นสตั วป์ ระเสรฐิ เพราะ สามารถอยู่เหนือสัญชาตญาณด้วยการฝึกอบรม แต่ถ้า ไม่ฝึก ความเป็นสัตวป์ ระเสรฐิ ย่อมไม่เกิดความแตกตา่ ง จากสตั วอ์ น่ื ก็ไมป่ รากฏ 31ชยสาโร ภิกขุ
เรามกั ป ระเมินบทบาทของเหตผุ ลในชวี ติ เราสูงเกิน ไป เราอยากเชอื่ วา่ เราเปน็ ตวั ของตวั แลว้ เลยมองขา้ มหลกั ฐานท ่ฟี ้องว่าไม่ใช่ สงั เกตดูสวิ ่า สง่ิ ทที่ ำ พูด คดิ ในแตล่ ะ วนั เปน็ แคป่ ฏกิ ริ ยิ าตอ่ ส่ิงทส่ีมั ผัสทางตา หู จมกู ลน้ิ กาย มากน อ้ ยแคไ่ หน หลายเปอรเ์ ซน็ ตใ์ ชไ่ หม บางวนั อารมณด์ ี เชยี ว ใครถามสาเหตุก็ตอบไมถ่ ูก อาจจะยิ้มตอบเฉยๆ ท่ี จรงิ เปน็ ผลจากเรอื่ งเลก็ นอ้ ยเชน่ การไดท้ จี่ อดรถงา่ ย หรอื มี ขา่ ววา่ ทมี ฟ ุตบอลท่ีชอบไดช้ นะ บางวนั ห นา้ บ งึ้ ท ้งั วันเรื่อง จกุ จกิ จิตถกู เชดิ ตลอดเวลา เขาสรรเสริญเรากด็ ีใจ เขา นินทาเราก็เสียใจ เจอการสัมผัสท่ีเราชอบ เราก็มีความ สขุ เจอสง่ิ ท่เี ราไม่ชอบ เราก็ทกุ ข์ เมื่อเป็นอย่างนี้ ความสุขความทุกข์ของเราถูก กำหนดด้วยสิ่งเกิดดับนอกตัวเราเสียส่วนใหญ่ พูดอีก นัยหนึ่งก็คือ ชีวิตของเราส่วนใหญ่เป็นไปตามกรรม เก่าหรืออาจจะพูดว่าชีวิตเป็นไปตามดวงก็ได้ ชีวิตถูก กำหนด ชีวิตถูกลิขิต ชีวิตถูกบังคับ เพราะเรายังไม่ได้ ฝึกอบรมตัวเอง ผู้ท่ีปฏิบัติธรรมแล้วเท่านั้นที่มีโอกาส อยู่เหนือดวง ผู้ท่ีปฏิบัติแล้วพ้นจากภาวะที่ชีวิตเป็นแค่ ปฏกิ ิรยิ าโตต้ อบต่อสิง่ ท ีม่ ากระทบ กลายเป็นชวี ติ ท ก่ี อปร ด้วยการปฏิบัติต่อสิ่งต่างๆ ด้วยสติปัญญา เจอส่ิงใด แล้วเกิดความสุข สัญชาตญาณชวนให้พอใจยินดีในสิ่ง 32 หลบั ตา ทำไม
นน้ั ทั้งๆ ที่เราอาจจะรู้สึกลึกๆ ว่าไมด่ีกไ็ ด้ แต่รสชาติ มันอร่อยเหลือเกิน เราเลยอดเพลินกับมันไม่ได้ ติดใจ สิ่งใดทำให้เราร้สู กึ ทกุ ข์ เราก็จะไม่พ อใจ ยินรา้ ยในส่ิงนัน้ พยายามห่างจากสิง่ นั้นให้ได้ พยายามท ำลายจนได้ ถ้ามองในแง่ความรูส้ กึ ล้วนๆ สุขดีกว่าท ุกข์ แต่ถ้า มองในแง่ผลต่อคุณภาพจติ มันมคี า่ เท่ากัน เพราะไมว่่า ยินดีในสุขหรือยินร้ายในทุกข์ จิตใจเสียหลักทั้งน้ัน ถูก กำหนดด้วยส่งิ นอกตวั ถกู กำหนดดว้ ยกรรมเกา่ ไม่เปน็ อสิ ระ น่เีป็นเรอ่ื งธรรมดาของคนท ี่ยังไมไ่ด้ศกึ ษา สรุปว่า ความยินดียินร้ายเป็นอาการบ่งบอกว่าจิตเราเสียรู้เวทนา แลว้ อานิสงส์ของการทำสมาธิภาวนาข้อหน่ึง คือการ คอ่ ยๆ พน้ จากภาวะน น้ั เพราะอะไร เพราะการกำหนด อารมณ์กรรมฐานของเรา คือการฝึกไม่ยินดียินร้ายกับ อารมณ์ เช่น ดูลมหายใจเขา้ ลมหายใจออก แทนท่ีจะ วง่ิ ตามความรสู้ กึ วา่ ชอบไมช่ อบทเี่ กดิ ขนึ้ ตามสญั ชาตญาณ ตามความเคยชิน เราก็พยายามดำรงสติรู้เท่าทัน แล้วก็ ปลอ่ ยวาง รแู้ ลว้ กป็ ล่อย รู้แล้วกป็ ลอ่ ย รแู้ ล้วกป็ ล่อย ทกุ ครง้ั ทร่ี แู้ ลว้ ปลอ่ ย นนั้ แหละคอื การเสรมิ สรา้ งนสิ ยั ใหม่ นสิ ยั ท่ีเป็นอิสระจากอารมณ์ เป็นงานท่ตี อ้ งใช้เวลาน าน ตอ้ ง ทำบ่อยๆ เพราะเราเคยส่ังสมความเคยชินที่จะยึดม่ันใน 33ชยสาโร ภิกขุ
สง่ิ ตา่ งๆ เอาจริงเอาจงั กับมนั สำคญั มั่นหมายมนั มาก ทนี ี้ในการฝึกจิตในด้านการทำสมาธภิ าวนา คอื ฝกึ ในทางตรงข้าม คือไม่เอาแล้ว เร่ืองตะครุบเอาส่ิงท่ีชอบ แล้วก็ผลักไส พยายามไล่ออกส่ิงท่ีไม่ชอบไป โดยไม่คิด ว่าถกู หรือผิด แต่เราจะเปล่ยี นน ิสยั โดยความคิดเฉยๆ ไม่ ได้ ไม่ใชว่า่ อย่ดู ีๆ อา่ นป รัชญาหรือวา่ ฟ ังเทศน์ ตดั สินใจ แลว้ ว่าไม่ จะไม่ยินดใี นส่ิงนั้นอกี แลว้ ไม่ดี และเราจะไม่ ยินร้ายกบั ส่งิ น ้นั อีกแล้ว เป็นน ิสัยเสียไมเ่อาอกี แล้ว เรอื่ ง ยินดียินรา้ ย บงั คับตวั เองไมไ่ด้อยา่ งน นั้ มันเปน็ เอง มนั เร็วเกินไป สติเราตามไม่ทัน เราจะทำได้ต้องฝึกจิตและ ตอ้ งใชเ้วลา เรม่ิ ต้นใหม่ด้วยความใจเย็น ทา่ นเตอื นยำ้ ใหเ้ ราไมป่ ระมาท เพยี รพ ยายาม ใจเดด็ ใจเดย่ี วนสี่ ำคญั ความไมป่ ระมาทกค็ อื ไมเ่ หลาะๆ แหละๆ ไมท่ ำสบายๆ เหมอื นเปน็ งานอดเิ รก แตล่ ะครงั้ ทนี่ งั่ ไมต่ อ้ ง คิดเอาอะไรมากหรอกเอาแค่สองอย่างก็พอ คือเอาจริง กบั เอาจัง ได้สองอยา่ งน ี้รวยอรยิ ท รพั ยแ์ น่ แต่ถา้ ไมม่งุ่ มน่ั เดีย๋ วจะคล้ายกับชาวประมงทชี่ อบทอดแหเกา่ ๆ ทขี่ าดๆ ไมไ่ ดอ้ ะไรกนิ แลว้ กช็ กั สงสยั วา่ ทน่ี ไ่ี มม่ ปี ลา ทอดไปทอดมา ผลสดุ ทา้ ยกท็ อดอาลยั จะต้องพถิ ีพถิ นั พอสมควร เช่น ดู ลมห ายใจเข้า ลมหายใจออก มันไม่เหมอื นการสอบไลใ่น โรงเรียน ถ้าท างโลกนส้ีอบได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ กไ็ ดเ้ กรดเอ 34 หลบั ตา ทำไม
อาจไดเ้ กียรตนิ ยิ ม ทางธรรมน้ตี อ้ ง ๑๐๐ เปอรเ์ ซ็นต์ จึง จะสอบผา่ น เชน่ ดลู มห ายใจเขา้ ลมห ายใจออก สมมตวิ า่ ๑๐๐ ลมหายใจ ถา้ มีสติแค่ ๘๐ ใน ๑๐๐ สอบไมผ่า่ นน ะ สอบตก ทางโลก ๘๐ ใน ๑๐๐ ถอื ว่าเก่ง แตท่ างธรรมไม่ ได้ ถา้ ไม่ได้ ๑๐๐ เรยี กวา่ สมาธไิ มเ่ กดิ เพราะสมาธติ อ้ ง ต่อเนือ่ ง ไม่ให้ขาดแม้แต่น ดิ เดียว เราต้องต้ังอกต้ังใจ มุ่งมั่น กำหนดจดจ่ออยู่ที่ลม หายใจเขา้ ลมหายใจออก ตอ้ งดูอยรู่ อู้ ยูต่ ลอด ตลอดลม หายใจเขา้ ตลอดลมหายใจออก ต้งั แต่ตน้ ลม กลางลม จนถึงปลายลม การแยกลมเป็นสามส่วนอย่างนี้ ไม่ได้ หมายความว่า ต้องตามลมเข้าไปข้างใน ตามลมออกมา ข้างนอก แตห่ มายถงึ วา่ รตู้ น้ ลม กลางลม และปลายลม ในจดุ ทเ่ี ราเลอื กกำหนดดลู ม อยา่ งเชน่ ทปี่ ลายจมกู เปน็ ตน้ ต้นลมก็รู้ กลางลมก็รู้ ปลายลมกร็ู้ รู้อยตู่รงจุดน ้นั รู้อยู่ ทุกขณะจิต ใหม้ พี ุทโธอยเู่ ปน็ ที่พง่ึ ตลอดเวลา ถึงแมว้ ่าไม่ ไดบ้ รกิ รรมพ ทุ โธพ ร้อมกบั ลมกต็ ามท ี แตต่ อ้ งมพี ทุ ธภาวะ อยภู่ ายใน พทุ ธภาวะ คอื ภาวะจติ ท ี่ รู้ ตนื่ เบกิ บาน เรากำหนด สิ่งใดก็ตาม ต้องตั้งตัวรู้ไว้แล้วไม่ให้อ่อนลง หลวงพ่อชา ทา่ นสอนวา่ ในการเจรญิ อาน าป านสติ มี ๓ อยา่ งท จ่ี ะตอ้ ง ปรากฏพร้อมกนั หน่ึง คือลม สอง คือสติ สาม คือจติ 35ชยสาโร ภิกขุ
ในท่ีนี้จิตหมายถึงความรู้ตัว หรือจะเรียกว่าสัมปชัญญะ ก็ได้ คอื รู้ตัว สติคอื ไม่ลมื ไม่ลมื ลม มีลมแลว้ ก็ไมล่ มื ลม ต้องมีการรตู้ ัว ระลึกลมไดไ้ ม่ลืม แต่ขาดความรู้ตวั มนั จะ กลายเป็นการตกภวงั คไ์ด้ ฉะน้ันต้องทำนุบำรุงพุทธภาวะ บริกรรมพุทโธอยู่ บ่อยๆ ด้วยความตง้ั ใจ รู้ ตืน่ เบกิ บ าน อยใู่ นป ัจจบุ นั พระพุทธเจ้าเป็นผู้ต่ืนอยู่เสมอ เราตื่นอยู่ในปัจจุบันก็มี สว่ นแหง่ พทุ ธภาวะ คำวา่ พทุ ธะ ไมใ่ ชภ่ าษาบ าลอี ยา่ งเดยี ว แตป่ รากฏ อยใู่นภาษารสั เซีย เหมอื นกัน โดยหมายถึงนาฬิกาป ลุก ปลกุ เหมอื นกัน แตข่ องเราไมม่ ีนาฬกิ าปลุก มสี ตปิ ลุก มี ความต้ังใจเป็นการปลุกจิตให้ต่ืน ระหว่างการทำสมาธิ เราควรสงั เกตตวั เอง วา่ เราตนื่ ไหม การกำหนดคมชดั ไหม พอดี ไมต่ งึ ไมห่ ยอ่ นไหม ตอ้ งมกี ารคอยตดิ ตามการทำงาน ของเรา เรายงั อย่กู ับลมไหม หรอื วา่ เราลืมลมเสยี แล้ว ถา้ ลมื เรยี กวา่ สติขาด ไมเ่ปน็ ไร ไมต่อ้ งน้อยใจ ไมต่ อ้ งทอ้ ใจ แต่รบี ตั้งต้นใหม่ ถงึ จิตใจยังอยู่กับลม ก็ยงั ป ระมาทไมไ่ ด้ เพราะถา้ ไม่ตื่น ไม่รู้ตวั อยา่ งแจ่มแจ้ง เริ่มจะเคลบิ เคล้ิม แล้ว ตอ้ งระวงั เด๋ยี วจะเป็น สมาธิหัวตอ การฝกึ จิตสนุก ดีอย่างน้ี มีอะไรท้าทายตลอดเวลา ผู้อยู่ในปัจจุบันเป็น ย่อมประจกั ษ์เลยวา่ มนั สขุ เยอื กเย็นจรงิ ๆ 36 หลับตา ทำไม
การกลา่ ววา่ ความสขุ ไมไ่ ดอ้ ยทู่ อี่ น่ื ไกล ความสขุ อยู่ ทน่ี ี่ เดย๋ี วน้ี ความสขุ ทแี่ ทเ้ กดิ เองในจติ ใจทบ่ี รสิ ทุ ธิ์ ไมไ่ ดอ้ ยู่ ทกี่ ารเสพวตั ถุ คนเขา้ วดั ก็ คนุ้ ห ู พอสมควร แตต่ อ้ ง คนุ้ ใจ จงึ จะซ้ึง ความสขุ ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นสง่ิ ท ส่ี มั ผสั หากอยทู่ ต่ี วั ผสู้ มั ผสั ถ้าเราสามารถให้ลูกหลานเราเห็นความจริงน้ีได้จะเป็น บญุ อยา่ งยง่ิ เพราะการพ้นความหลงใหลในวัตถุ และภัย อนั ตรายที่ตามมาทั้งแก่ตวั เองและสังคม จะเกดิ ได้ก็ด้วย การศึกษาเร่ืองธรรมชาติของความสุขการท ำสมาธิภาวนา ทไ่ีด้ผลต้องใช้เวลา ฉะนั้นตอ้ งตดิ ตามผลงานจงึ จะรกั ษา กำลังใจไวไ้ ด้ ถา้ มเี วลาจำกดั น ง่ั สมาธติ อนเชา้ ดกี วา่ ตอนกลางคนื ถ้าเรามีเวลาน่ังทั้งเช้าทั้งเย็นได้จะดีที่สุด แต่ถ้าเกิดไม่มี โอกาส ต้องเลอื ก เลือกตอนเช้าดกี วา่ เพราะผทู้ ่ีชอบน ั่ง สมาธกิอ่ นน อน มกั จะนอนกอ่ นสมาธิ ดึกแลว้ ๔ ท่มุ ๕ ทุม่ เหน่ือยจากการท ำงานแล้ว ร่างกายตอ้ งการพ กั ผอ่ น นัง่ ก็เปน็ เรอื่ งธรรมดาว่าไม่กี่นาทีก็อยากหลบั ไม่ชำนาญ หรือไม่ต้ังใจจริงๆ ก็จะแพ้ อยู่ไปอยู่มา การนั่งสมาธิ กลายเปน็ การกลอ่ มป ระสาทกอ่ นน อนเฉยๆ ดเีหมอื นกนั สำหรบั ผู้นอนไม่หลบั ดีกวา่ ท านยา แตม่ นั ไมด่สี ำหรบั ผ้ทู ี่ ต้องการความตนื่ อยใู่ นป ัจจุบนั ยง่ิ ร้ายอาจจะทำให้มนี สิ ัย 37ชยสาโร ภิกขุ
นัง่ แลว้ สัปหงก ถ้าจะใหด้ กีวา่ น ้นั ควรจะลองนัง่ สมาธติอนเชา้ ตน่ื แตเ่ ช้าห น่อย ล้างหน้าล้างตา ไหวพ้ ระแลว้ น ่งั เช้ามดื ก็ เงยี บดี ไม่มีอะไรรบกวน ไม่มีใครโทรมา เลกิ แลว้ ไปอาบ นำ้ เตรยี มตวั ไปท ำงาน ยงั ไมห่ ยบิ สบกู่ ร็ สู้ กึ สดชน่ื แลว้ ตอน กลางวันคอยสังเกตอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ท่ีเกิดขึ้น ไม่นานกจ็ ะเห็นว่าเยอื กเย็นกว่าแต่กอ่ น ไมค่อ่ ยห งุดหงิด เหมือนแต่ก่อน ไม่คอ่ ยฉุนเฉยี วเหมอื นแต่กอ่ น ...สบาย ถ้าเก่งแลว้ จะเหมอื น จติ ใจอย่ใู นหอ้ งตดิ แอร์ อะไรจะเกิด ขน้ึ กไ็ มส่ ะทกสะทา้ น ไมใ่ ชเ่ ฉยเมยน ะ ไมใ่ ชว่ า่ อะไรๆ กไ็ ด้ อันน้ันก็ไม่ใช่เหมือนกัน แต่ว่าอะไรที่เกิดข้ึนเราก็รู้สึกว่า อยู่ในขอบเขตท ี่เราท นได้ จดั การได้ ไมก่ ลมุ้ ใจกับป ัญหา ไม่ประมาทกับป ญั หา ก้าวไปทีละกา้ วอยา่ งมสี ติ ไมเ่ กดิ อาการตระหนกตกใจกับเร่ืองที่เกิดข้ึนอย่างกะทันหัน ยืดหยุ่นแต่มนั่ คง เกิดวิกฤติอะไรข้ึนมาปุ๊บปั๊บอย่างไม่คาดคิดว่าจะ เปน็ ได้ คนทมี่ จี ติ ใจไมต่ ง้ั มนั่ กม็ กั นกึ ไมอ่ อก วนุ่ วาย ตดั สนิ ไม่ถูก ทำไม่ถูก พูดไม่ถูก หรือถ้าทำอะไรมักผิดพลาด ส่วนผู้ที่ระงับอารมณ์ได้เป็นผู้ท่ีรู้สึกพร้อมท่ีจะรับทุกเร่ือง ท่ีเกิดขึ้น จิตใจไม่วิ่งไปตามอารมณ์ เช่น ไม่กลัวเพ่ือน ตำหนิ ไมก่ ลวั ขายหนา้ ลกู นอ้ ง เปน็ ตน้ นกั ป ฏบิ ตั กิ ม็ คี วาม 38 หลับตา ทำไม
รสู้ กึ เหมอื นกนั ไมใ่ ชก่ อ้ นหนิ แตจ่ ติ ใจไมไ่ ดเ้ ขา้ ไปยดึ หมาย มัน่ มัน มนั กเ็ป็นแคข่องระคายน ดิ ๆ มนั ไมเ่หมือนแตก่อ่ น สามารถใชค้ วามรคู้ วามสามารถของตนอยา่ งรอบคอบ โดย อารมณ์ไม่ทบั ถม อากาศย่อมมีผลกระทบต่อคนทำงานอยู่กลางแจ้ง นาย ฤ. (ในห นงั สอื เลม่ นน้ี าย ก. ขอพ กั ผอ่ น เปน็ ตวั อยา่ ง ในหนงั สอื หลายเลม่ แลว้ เหนอื่ ย) ทำสวน วนั ไหนรอ้ นมากก็ เป็นทุกข์ วันไหนฝนตกก็ลำบาก นาง ฑ. ทำงานใน สำนักงาน เขามองเห็นอากาศภายนอกผ่านกระจก ฝน ตกเขาก็รู้ แสงแดดจ้าเขาก็รู้ แต่ก็สักแต่ว่ารับรู้เท่าน้ัน อณุ หภมู ใิ นท ท่ี ำงานไมเ่ ปลย่ี นตามเพราะท ำงานอยใู่ นห อ้ ง แอร์ ฉันใดก็ฉันนั้น คนท่ีไม่ได้ฝึกจิตเหมือนกับอยู่กลาง แจง้ ฝนตกกเ็ ปียก แดดออกกร็้อนเหงือ่ ออก อะไรจะเกดิ ขึ้นก็รับผลกระทบทันทีเพราะไม่มีที่หลบหลีก ส่วนนัก ปฏบิ ตั ิ เย็นตลอดเหมือนติดแอร์ ชีวิตของเราเป็นของไม่แน่นอน ไม่มีสูตรสำเร็จรูป ที่ไหน ท่ีเราสามารถจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าเพ่ือจัดการกับ ปญั หาตา่ งๆ โดยอตั โนมตั นิ ค้ี อื ขา่ วรา้ ย ขา่ วดกี ค็ อื ผมู้ สี ติ จติ ไมว่ อกแวก สำรวมระวงั สามารถวางตวั ใหพ้ อดกี บั ป ญั หา ได้ บางเรอื่ งเราแกไ้ มไ่ ดห้ รอก ตอ้ งยอมรบั ตอ้ งอดทน สกู้ ็ ไมเ่ กดิ ประโยชนเ์ หนอื่ ยเปลา่ ตอ้ งอดทน แตบ่ างเรอื่ งไมค่ วร 39ชยสาโร ภิกขุ
อดทน ตอ้ งรบี แกไ้ ข บางเรอื่ งตอ้ งตอ่ สู้ บางเรอ่ื งเกดิ ความ ไม่เข้าใจกันแล้วควรจะชี้แจง ทำความเข้าใจ บางเร่ืองดู ก่อนอย่าเพ่ิงพูดดีกว่า บางทีข้อมูลเราไม่ครบ อาจจะมี บางส่ิงบางอย่างท่ีเราเข้าใจผิดก็ได้ ก็ค่อยๆ เก็บข้อมูล ให้มากกว่านี้หน่อยจึงค่อยพูด บางเร่ืองไม่พูดเลยดีกว่า พูดอย่างไรเขาจะไม่เช่ือ เขาจะเอาคำอธิบายของเราเป็น คำแกต้ วั ปากเราคันก็ให้มันคนั ไปเถอะ ไมเ่คยมใี ครตาย เพราะปากคนั เป็นนักปฏิบัติต้องยกสติปัญญาสูงกว่าอารมณ์ พอจิตใจวางความวุ่นวายได้จะละเอียดอย่างน้ี คือจะไม่ หมายมัน่ ปัน้ มืออยา่ งแขง็ กระด้าง เวลาควรเปน็ ผนู้ ำก็น ำ ได้ โอกาสบอกวา่ เดี๋ยวน ้ีควรเป็นผคู้ ล้อยตามกค็ ลอ้ ยตาม ได้ โดยไมต่ อ้ งมอี ตั ตาตวั ตนวา่ เราตอ้ งเปน็ ผนู้ ำเสมอ หรอื วา่ ไมม่ อี ตั ตาตวั ตนวา่ เราเปน็ ผนู้ อ้ ย ตอ้ งเปน็ ผตู้ ามอยเู่ สมอ เอาความถกู ต้องเปน็ ท ี่พงึ่ จติ ใจของเราจะคอ่ ยมคี วามรสู้ กึ ตอ่ สง่ิ เหมาะสม สง่ิ ไมเ่ หมาะสม มคี วามรสู้ กึ ตอ่ สงิ่ ทพี่ อดี สงิ่ ทไ่ี มพ่ อดี มนั เปน็ sense อยา่ งหนง่ึ ทปี่ รากฏ และเราจะสมั ผสั อารมณข์ องคน อน่ื ไดด้ ดี ว้ ยโดยไมท่ ง้ิ ห ลกั “ไมแ่ น”่ ไมเ่ ลกิ การเชดิ ชคู วาม ไมป่ ระมาทตลอดเวลา ไมเ่ อาสญั ญาเกา่ ไปป ระทบั ตราคน อนื่ งา่ ยๆ คอื สมมตุ วิ า่ เคยมเี รอ่ื งทำใหร้ ะแวงนาย ฒ. ไมใ่ ช่ 40 หลบั ตา ทำไม
วา่ จะระแวงเขาตลอดไป เราเอาแคร่ ะวงั กพ็ อ ไมอ่ย่างน ัน้ จติ จะขาดสตติ อ่ ความเปน็ จรงิ ของน าย ฒ. ในป จั จบุ นั เขา อาจจะกลบั ตวั แลว้ กไ็ ด้ เราไมร่ ู้ ควรใหโ้ อกาสเขากอ่ น โดย ถอื วา่ บรสิ ทุ ธจ์ิ นกวา่ จะมขี อ้ มลู ออกมาชดั เจนวา่ มคี วามผดิ อยา่ งนกี้ ย็ ุตธิ รรมกวา่ และจิตใจเราจะเป็นกศุ ล ถา้ จติ ใจเราสงบ ไมค่ ดิ ปรงุ แตง่ ไมฟ่ งุ้ ซา่ น ไมว่ นุ่ วาย อะไรจะเกดิ ขึ้นในจติ ใจเราตอ้ งรอู้ ยู่ เหมือนกับศาลาน ี้ ถ้า วา่ ง ใครจะเดินเข้ามาเราก็รทู้ นั ท ี นง่ั อยตู่ รงน ี้ ลืมตาอยู่ ใครจะเดินเข้าเดินออก เราก็เห็น แต่จิตไม่สงบเหมือน ศาลาเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ หรือส่ิงของ หรือมีคนนั่ง เต็มศาลาคุยกันเสียงแซด ใครจะเดินเข้าเดินออกอาจจะ ไมเ่ หน็ ห รอื ไมส่ งั เกต หลวงพ อ่ ชาท า่ นเคยสอนเราวา่ ผมู้ สี ติ เหมอื นกบั เจา้ ของรา้ นขายของ กลมุ่ วยั รนุ่ เขา้ มาในรา้ นเมอื่ ไหร่เจ้าของกร็ ะวังเป็นพเิ ศษ ระวังของ กลัวมนั ห าย เด็ก กเ็ลยไมก่ ลา้ ทำอะไร ผู้มีสติจะระวังคุณงามความดีของตนไว้อย่างนี้ เหมอื นกนั ไมใ่ หก้ ลมุ่ กเิ ลสมโี อกาสแอบขโมยมนั ไป จะคดิ อยเู่ สมอวา่ ท ำอยา่ งไร จติ ใจของเราจะไดด้ ำรงอยใู่ นสภาพ ทเ่ี ปน็ กศุ ล ทำอยา่ งไรบาปอกศุ ลทง้ั หลายจะไมค่ รอบงำ เขา จะหาอุบายอันแยบคายเพ่ือรักษาความรู้สึกผิดชอบไว้อยู่ ทุกขณะจิต มีสติมีความเพียรพยายาม น่ีคือหลักความ 41ชยสาโร ภกิ ขุ
ไมป่ ระมาท การท ำสมาธิภาวนาท ุกวันๆ เป็นสว่ นสำคญั ของชวี ติ ทสี่ มบูรณ์ เปรียบเหมือน การเวน้ วรรคตอน เรา เขียนหนังสือโดยไม่มีการเวน้ วรรคเลย ไม่ยอ่ หนา้ เลย กด็ู ไมง่ าม ดไู มด่ ี ความห มายก็ไม่ชัดเจน ชีวิตคนเราต้องมี การเวน้ วรรคอยบู่ า้ ง เหมอื นกบั เรามหี นา้ ท กี่ นั มาก หนา้ ท่ี เปน็ พอ่ ห รอื เป็นแมเ่ ขาบ า้ ง หน้าท่ีทเ่ี ป็นลกู เปน็ หลานเขา บา้ ง เปน็ พเี่ ขาบา้ ง เปน็ นอ้ งเขาบ ้าง เป็นเจ้าน ายเขาบ ้าง เป็นลกู น ้องเขาบ ้าง หน้าที่เราเยอะ แตก่ ารท ำหนา้ ทเ่ี ป็น ประจำ ทำไปเรื่อยๆ ก็เป็นเหตุให้เราหลงได้เหมือนกัน มันมักชวนให้เรายึดติดหรือเอาศักดิ์ศรีของเรา เอาความ รสู้ ึกวา่ อัตตาตัวตนไปผูกพนั กบั ห น้าทน่ี น้ั การทำสมาธิภาวนาคือการพัก ในชีวิตประจำวัน ต้องสวมหนา้ กากน้ันห น้ากากน้ีอยตู่ ลอดเวลา น่ังสมาธกิ็ คอื การถอดห นา้ กากออกท ง้ั หมดเลย กลบั มาห าธรรมชาติ ของตนเอง ธรรมชาตขิ องตนเองคอื อะไร คอื รา่ งกาย และ จติ ใจ มรี า่ งกายนง่ั อยตู่ รงน้ี หายใจเขา้ หายใจออก มคี วาม รู้สกึ นึกคดิ เกดิ ขนึ้ ดบั ไป น่ีคอื ธรรมชาตขิองเรา และขอ ให้สงั เกตว่าจติ ใจเราเริม่ สงบ ไมค่ ดิ ไม่ปรุงอะไร ความจำ ได้หมายรู้ต่างๆ ก็คอ่ ยจางไป แมจ้นกระทงั่ ความร้สู ึกวา่ เราเปน็ คนชอื่ น นั้ ชอ่ื น ้ี ความคดิ วา่ เปน็ ผชู้ าย หรอื เราเปน็ ผู้ หญิง เราเป็นน ั่นเป็นนี่ ไมป่ รากฏ จติ ใจสงบแล้ว มแีตส่ติ 42 หลับตา ทำไม
มแี ตส่ มั ปชญั ญะ ความระลกึ ได้ ความรตู้ วั อยใู่ นป จั จบุ นั มี แต่พุทธภาวะ ผรู้ ู้ ผู้ต่นื ผเู้ บิกบาน ในพ ระพทุ ธศาสนาเรามหี ลกั การวา่ ความจรงิ มสี อง ระดับ ระดับแรกคือความจริงของธรรมชาติซ่ึงไม่เปล่ียน แปลง เปน็ อกาลโิ ก ระดบั ทสี่ องคอื ความจรงิ ทเ่ี กดิ จากการ ตกลงกัน เช่นเราตกลงว่าเมืองนี้ช่ืออุบลฯ ประเทศนี้ช่ือ เมอื งไทย ธรรมชาตไิ มเ่ คยบ อกห รอกวา่ ทนี่ ไี่ ทย ทนี่ ลี่ าว ท่ี นเ่ี ขมร เปน็ เรอื่ งท คี่ นเราบ ญั ญตั เิ อง เรยี กวา่ เปน็ ความจรงิ โดยสมมติ ความจรงิ นเ้ี ปลยี่ นแปลงได้ มนษุ ยเ์ ราชอบสบั สน ระหว่างความจรงิ สองระดบั นี้ หา่ งไกลจากธรรมชาตขิ อง ตวั เอง มกั จะยดึ มน่ั ถอื มน่ั ในสมมตวิ า่ จรงิ แท้ เลยท กุ ขไ์ มม่ ี จบส้ิน การฝกึ จิตช่วยให้เราเห็นว่าอะไรเป็นอะไร อุปมาเหมือนเราน่ังในโรงหนัง แล้วหันกลับไปดู ขา้ งหลงั เหน็ ทม่ี าของเรอื่ งบนจอซง่ึ กำลงั ชวนใหเ้ ราหวั เราะ และรอ้ งไห้ ทงั้ หมดเกดิ จากแสงท อี่ อกจากเครอื่ งฉายห นงั ภาพยนตร์ คอื ชวี ติ ของเราในสงั คม ชวนใหเ้ ราห วั เราะและ รอ้ งไหท้ กุ วนั ถา้ เราสามารถห นั ไปดแู สงท เ่ี ปน็ ท ม่ี าของมนั เราจะไม่ห ลง การน ง่ั สมาธิเป็นการบรหิ ารสติ การฝึกดูความจรงิ ของชีวิตช่วยให้เราปล่อยวาง เมื่อเห็นสิ่งต่างๆ ในชีวิต ตามความเป็นจริงมากข้ึน เราจะไม่วิตกกังวลเร่ืองต่างๆ 43ชยสาโร ภกิ ขุ
จนเกินไป ไม่หวังน่ันหวังนี่จนเกินไป เราจำได้ว่ามันก็ เพียงแค่น้ันแหละ เป็นแค่ภาพยนตร์ชีวิต เราเป็นท้ังผู้ดู และพระเอกหรือนางเอก ให้รู้เท่าทัน เราทำงานอะไรก็ แล้วแต่ ถา้ เราไม่ระวัง เรามกั หมกมนุ่ แต่ในรายละเอียด ของงานหรือข้อป ลีกยอ่ ย เลยเสยี เวลา หรอื อดุ ตันไปเสีย เลย เพราะไม่สามารถถอยออกมามองภาพรวม ปล่อย ให้การสร้างเหตุขัดกับผลที่ต้องการ การทำงานอะไรทุก อยา่ งจงึ ตอ้ งหาความพ อดรี ะหวา่ งการเอาจรงิ เอาจงั กบั ขอ้ ปลีกยอ่ ยหรอื รายละเอียด กบั การระลกึ ถงึ ภาพรวม เปา้ หมาย จดุ ห มายป ลายท าง และห นทางท ี่ตรงทส่ี ดุ ต่อผลที่ พึงป ระสงค์ ตัวชีวิตของเราก็เหมือนกัน เราต้องมีการถอยตัว ออกมาพิจารณาภาพรวมเป็นครั้งคราว การทำสมาธิจะ ช่วยให้เราได้ทำอย่างนั้นได้ คือถอยออกจากอารมณ์สัก หน่อยหนึ่งเป็นประจำทุกวัน สัมผัสธรรมชาติภายในท่ี ละเอียดลึกซ้ึง นอกเขตความคิดเหนือภาษา เพื่อจะไม่ หลงใหลกบั มายาของโลก และไม่ลมื เปา้ ห มายชีวิต การทำสมาธิจึงช่วยได้ต้ังแต่เรื่องธรรมดาๆ หรือ ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันตลอดจนถึงเร่ืองสูงสุด คือการ บรรลมุ รรคผล นิพพาน การพ ้นท ุกข์ในระดบั สงู เกิดจาก ปญั ญาระดบั วปิ สั สนา ปัญญาระดับวปิ สั สนานั้นเกดิ จาก 44 หลบั ตา ทำไม
Search