บทนำ การบริหารบคุ ลากร เปน็ กระบวนการเกี่ยวกับบุคคล เพ่ือใหไ้ ดม้ าซึ่งบุคคลดี มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมกบั งาน เข้ามาทางานให้ไดผ้ ลดีท่ีสดุ โดยหน่วยงานสามารถดึงดดู ธารงรักษาและพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถ ทั้งน้ี เพื่อให้หนว่ ยงานสามารถทาภารกิจได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลตามความมงุ่ หมายงานบคุ ลากร เป็นงานสาคัญงานหนึง่ ทจี่ ะทาให้โรงเรียน ประสบความสาเร็จในการดาเนินงาน เพราะ งานบุคลากรเป็นกาลังสาคัญในการบริหารงานด้านอ่ืน ๆ ให้บรรลุ เป้าหมายอยา่ งมีประสิทธภิ าพได้
วัตถุประสงค์ 1. เพ่อื ให้การดาเนนิ งานดา้ นการบริหารงานบุคคลถูกตอ้ ง รวดเร็วเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 2. เพ่ือสง่ เสรมิ บุคลากรให้มีความรคู้ วามสามารถและมีจิตสานึกในการปฏิบัติภารกจิ ทร่ี ับผิดชอบให้ เกิดผลสาเรจ็ ตามหลักการบริหารแบบมงุ่ ผลสมั ฤทธ์ิ 3. เพอ่ื ส่งเสรมิ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาปฏบิ ัติงานเต็มตามศักยภาพโดยยดึ มัน่ ใน ระเบียบวนิ ัย จรรยาบรรณ อยา่ งมีมาตรฐานแหง่ วชิ าชพี 4. เพื่อให้ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาทป่ี ฏิบัตงิ านได้ตามมาตรฐานวชิ าชพี ไดร้ ับการยกย่องเชิดชู เกียรตมิ ีความมัน่ คงและความกา้ วหนา้ ในวิชาชพี ซ่งึ จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรยี นเปน็ สาคญั 5. เพื่อเป็นการวางแผนปฏิบตั ิงาน การควบคุม กากับดูแลเกย่ี วกบั ฝ่ายบริหารงานบคุ คล วิสัยทศั น์ โรงเรยี นวัดพรหมประดิษฐ์มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ใหม้ ีทักษะการเรียนรู้ คู่คณุ ธรรม ดารงความเป็น ไทยใสใ่ จรักษส์ งิ่ แวดล้อม ลดความเหลอื่ มลา้ พรอ้ มรับการเปล่ียนแปลงตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง พนั ธกิจ 1.พัฒนาผู้เรียนให้มีความรักชาตศิ าสนาพระมหากษตั ริย์ มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีพัฒนาการเหมาะสม ตามวยั มคี ณุ ภาพและทักษะการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 2. พัฒนาผเู้ รยี นให้มีความเป็นประชาธปิ ไตย มีคุณภาพชวี ิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยึดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงเพอ่ื การพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื 3. พฒั นาครใู ห้สามารถจดั การเรียนรู้อยา่ งมีคุณภาพ มีวฒั นธรรมการทางานที่มุ่งผลสัมฤทธ์ิเพอ่ื ลด ความเหล่อื มลา้ ทางการศึกษา 4.พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การและสง่ เสริมการมีส่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา กลยุทธ์ 1. การพฒั นาคุณภาพผู้เรยี นให้มคี ณุ ภาพเพ่ือสรา้ งขีดความสามารถในการแข่งขนั 2. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ใหส้ ามารถจัดการเรยี นรอู้ ย่างมีคุณภาพในรปู แบบที่ หลากหลาย 3. สรา้ งความเขม้ แข็งในการบริหารจัดการแบบมีส่วนรว่ ม 4. พฒั นาสภาพแวดลอ้ ม และแหล่งเรียนรู้ ที่มคี ุณภาพของสถานศึกษา เปำ้ ประสงค์ 1.ผู้เรยี นมพี ัฒนาการตามวยั มีคุณภาพชีวิตทดี ี อนรุ ักษ์ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม และมีทักษะ การเรียนรู้ในศควรรษที่21 2.ครมู วี ฒั นธรรมการทางานทม่ี ุ่งผลสมั ฤทธ์ิมีทักษะการจดั การเรียนรู้ที่หลากหลายโดยใช้ เทคโนโลยี และนวตกรรมในการพฒั นาผู้เรียน 3. ผูบ้ รหิ ารมภี าวะผูน้ าทางวิชาการมีสานึกความรบั ผดิ ชอบและบรหิ ารแบบรว่ มมือ 4. โรงเรยี นมีอสิ ระในการบรหิ ารจดั การมสี ภาพแวดล้อมท่ีดีในการจดั การเรยี นรู้ ร่วมมอื กบั ชมุ ชน เอกชน และผมู้ สี ว่ นเกี่ยวขอ้ ง
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ เม่อื ผู้เรยี นจบการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน โรงเรยี นวัดพรหมประดษิ ฐม์ คี วามมุ่งหวงั ให้ผเู้ รียนเกิดคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ดังน้ี 1. รกั ชาตศิ าสน์ กษัตริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจริต 3. มีวนิ ัย 4. ใฝเ่ รยี นรู้ 5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 6. มุ่งมนั่ ในการท างาน 7. รักความเป็นไทย 8. มจี ิตสาธารณะ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ในการพฒั นาผู้เรยี นตามหลักสตู รการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานโรงเรียนวัดพรหมประดิษฐ์ พุทธศักราช 2553 (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช 2557) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มุง่ เน้นพัฒนาผเู้ รยี นให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานทกี่ าหนด ซงึ่ จะช่วยให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะ สาคญั ดังน้ี 1. ควำมสำมำรถในกำรส่อื สำร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มวี ัฒนธรรมในการ ใช้ภาษาถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเข้าใจ ความรสู้ ึก และทศั นะของตนเองเพอื่ แลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้ังการเจรจาตอ่ รอง เพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไมร่ ับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลักเหตผุ ลและ ความถกู ตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใช้วธิ ีการสอื่ สาร ท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคานึงถึงผลกระทบทีม่ ีต่อตนเอง และสงั คม 2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ เป็นความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสรา้ งสรรค์ การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปส่กู ารสรา้ งองค์ความรู้ หรอื สารสนเทศเพอื่ การตัดสินใจเกีย่ วกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ เปน็ ความสามารถในการแก้ปญั หาและอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เผชญิ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลกั เหตผุ ล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพนั ธ์และการเปลีย่ นแปลงของเหตุการณต์ ่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกตค์ วามรู้มา ใช้ในการปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหาและมีการตัดสนิ ใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบที่เกิดขึน้ ต่อตนเอง สงั คมและส่ิงแวดล้อม 4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวติ เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ ในการดาเนนิ ชวี ิตประจาวนั การเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยู่ รว่ มกันในสงั คมดว้ ยการสรา้ งเสริมความสมั พันธ์อนั ดรี ะหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขดั แย้ง ตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ใหท้ ันกบั การเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อม 5. ควำมสำมำรถในกำรใชเ้ ทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยดี ้าน ตา่ ง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่อื สาร การทางาน การแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
บ ิรหำรงำนฝ่ำย ุบคคล แผนผงั โครงสร้ำงกำรบริหำรงำนฝำ่ ยบุคคล งำนวำงแผนอัตรำกำลงั งำนสรรหำและกำรบรรจุแตง่ ตงั้ งำนเสรมิ สร้ำงประสิทธภิ ำพในกำรปฏิบตั ิรำชกำร งำนวินยั และกำรรักษำวินัย งำนทะเบยี นประวตั ิข้ำรำชกำรและลกู จำ้ ง
ขอบข่ำยงำนกลุ่มบริหำรบคุ คล 1. งานวางแผนอตั รากาลงั และกาหนดตาแหน่ง 2. งานสรรหาและการบรรจแุ ต่งต้ัง 3. งานเสริมสรา้ งประสทิ ธภิ าพในการปฏิบตั ิราชการ 4. งานวนิ ัยและการรกั ษาวินยั 5. งานทะเบียนประวตั ิขา้ ราชการและลกู จ้าง ขอบเขตเหลำ่ นีอ้ ธิบำยโดยสังเขป ดังนี้ 1. การแสวงหาบุคลากร หมายถงึ วิธีการใหไ้ ด้บุคคล ทเี่ หมาะสมกับงาน โดยปกติ หมายถงึ กระบวนการรับสมัคร และบรรจแุ ตง่ ต้ังบุคลากร ในการบริหารโรงเรยี นในระบบ การศึกษาไทยครูใหญม่ ี บทบาทน้อยมาก ในดา้ นการรับสมคั ร หรอื บรรจุแตง่ ต้ังบุคลากร อ านาจเหล่าน้ี มักจะเป็นอานาจในระดบั สูง เช่น ระดับผูว้ า่ ราชการจังหวัด หรอื ระดับกรม เจา้ สงั กดั ครูใหญ่ไม่มโี อกาสพิจารณาคัดเลือกบุคลากรเทา่ ทค่ี วร อย่างไรก็ตาม ผู้บรหิ ารโรงเรียนท่ีมโี อกาสในการคดั เลือกบคุ ลากรควรมีหลักเกณฑ์ในการคดั เลอื ก หลักเกณฑ์ โดย ทว่ั ไป คอื 1.1 ควรคัดเลอื กบุคลากรที่มีความรบั ผิดชอบ มรี ะเบยี บ เสยี สละ รกั ษา เกยี รติยศ ช่ือเสยี ง สนใจในงานบริหาร และมีความภมู ิใจในโรงเรยี น 1.2 ควรคัดเลือกบุคลากรท่ีมีความสามารถ ซงึ่ แบ่งออกเป็น 2 อยา่ ง คือ ความสามารถทั่วไป และความสามารถเฉพาะ 2. การบารงุ รักษาบุคลากร ผู้บริหารโรงเรยี นมีหน้าท่ีดูแลบุคลากรในโรงเรียนเพื่อให้ บุคลากรใน โรงเรยี นมีประสทิ ธภิ าพในการท างานสงิ่ จูงใจในรักษาบุคลกรมีหลายประการเช่น 2.1 สง่ิ จูงใจทีเ่ ปน็ วตั ถุ เช่น เงิน รางวลั สิ่งจูงใจที่เปน็ วัตถนุ ผ้ี ู้บริหารตอ้ ง พิจารณาอยา่ งรอบคอบ ว่า ควรใหล้ กั ษณะใด เมอื่ ไร และใช้หลกั อะไรในการพจิ ารณา 2.2 สงิ่ จงู ใจที่เปน็ สภาพของการท างาน เชน่ สวสั ดิการของครู บรรยากาศใน การท างาน 2.3 สง่ิ จูงใจทีเ่ ป็นโอกาส หมายถงึ การใหโ้ อกาสไดร้ ับความก้าวหน้าในหนา้ ที่ การงาน 2.4 สิง่ จูงใจทเ่ี ป็นการพฒั นาวิชาชพี เชน่ การเปิดโอกาสให้ไปดูงาน การอบรม ศึกษาต่อ 3. การพฒั นาบุคลากร คือ การกระต้นุ ให้บุคลากรในโรงเรียนทางานในหน้าท่ีดว้ ย ความ ขยันหม่ันเพียร มีพลงั ใจในการทางาน การพัฒนาบุคลากรทางดา้ นการสอน อาจจะทาได้โดยการ สง่ เสริมการลาศกึ ษาต่อ การอบรม การสัมมนา การประชุมปรกึ ษาหารือ การวจิ ยั การศึกษาด้วย ตนเอง เปน็ ตน้ 4. การให้บุคลากรพ้นจากหน้าที่การงาน เปน็ กระบวนการสดุ ท้ายของการบรหิ าร บคุ ลากร การ ใหบ้ คุ ลากรพ้นจากงานมสี าเหตหุ ลายประการ เช่น การลาออก การย้าย หรือโอน การให้ออกเกษยี ณอายุ หรือ การลดจานวนบุคลกรใหเ้ หมาะสมกับปริมาณงาน เป็นตน้ การให้พน้ จากงานด้วยสาเหตปุ กติ เช่น การ เกษียณอายุไม่ใครม่ ีปัญหา แต่การใหบ้ ุคลากรพน้ จากงานด้วยสาเหตุพิเศษ เช่น การขอโอน การใหอ้ อกเพราะ ผิดวินยั การลดจานวนบุคลกร ผบู้ รหิ ารโรงเรียนตอ้ งพจิ ารณาอยา่ งรอบคอบ และตดั สนิ ใจโดยให้ กระทบกระเทือนต่อการด าเนิน งานในโรงเรียนให้น้อยท่ีสุด สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร (2528 : 18-19) ได้ให้ ความหมาย ขอบข่ายและหนา้ ทขี่ องบคุ ลากรไว้ดงั น้ี
ภำระงำน 1. จดั โครงสรา้ ง การบรหิ ารบคุ ลากรใหเ้ ปน็ ระบบ 2. ปฐมนเิ ทศเกยี่ วกับการปฏิบัตติ ามระเบียบการปฏบิ ตั งิ านในโรงเรยี น 3. กาหนดบทบาทหนา้ ท่ขี องบุคลากรแต่ละคนใหช้ ัดเจน 4. มอบหมายงานตามความรู้ความสามารถของบุคลากร 5. ควบคมุ กากบั ติดตามและนเิ ทศบคุ ลากรให้ปฏบิ ตั งิ านเต็มความสามารถและ เป็นไปตาม จุดประสงค์ของโรงเรียน 6. ส่งเสริมขวญั และกาลังใจในการปฏบิ ัติงานของบุคลากร 7. สง่ เสรมิ และสนับสนุนใหบ้ ุคลากรศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติมและพฒั นาทุกรปู แบบ 8. ดูแลและดาเนนิ การเก่ียวกับสวสั ดกิ ารของบุคลากร 9. ดาเนินการประเมนิ ผลเป็นระยะ ๆ ตามลักษณะของงาน 10. ดาเนนิ การเกี่ยวกบั การเข้ารบั ราชการและออกจากราชการของบุคลากรในโรงเรียน ภำรกิจงำนบุคลำกร 1. กำรวำงแผนอัตรำกำลังและกำหนดตำแหน่ง 1.1 การวิเคราะห์และวางแผนอัตรากาลังคน แนวทางการปฏิบตั ิ 1) วเิ คราะห์ภารกจิ และประเมนิ สภาพความต้องการกาลงั คนกับภารกิจของสถานศึกษา 2) จัดทาแผนอตั รากาลงั ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา โดยความ เหน็ ชอบของคณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานตามเกณฑท์ ี่ ก.ค.ศ.กาหนด 3) นาเสนอแผนอตั รากาลังเพ่ือขอความเห็นชอบต่อสานักงานเขตพ้ืนที่ 4) นาแผนอตั รากาลังของสถานศกึ ษาสู่การปฏบิ ัติ 1.2 การกาหนดตาแหน่ง แนวทางการปฏิบัติ 1) สถานศึกษาจดั ทาภาระงานสาหรบั ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2) นาแผนอัตรากาลงั มากาหนดตาแหนง่ ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาของ สถานศึกษาเพ่ือนาเสนอ ตอ่ สานักงานเขตพื้นท่ี 1.3 การขอเลือ่ นตาแหน่งบุคลากรทางการศึกษาและวทิ ยฐานะข้าราชการครู แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) สถานศึกษาขอปรบั ปรุงการกาหนดตาแหนง่ /ขอเลื่อนวิทยฐานะ/ขอเปลี่ยนแปลงเง่ือนไข ตาแหน่ง/ขอกาหนดตาแหน่งเพิม่ จาก ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาไปยงั สานกั งานเขตพน้ื ท่ี 2) ประเมนิ เพื่อขอเลือ่ นวิทยฐานะ/ขอเปลยี่ นแปลงเง่ือนไขตาแหนง่ /ขอกาหนดตาแหนง่ เพ่มิ ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กาหนด 3) สง่ คาขอปรับปรุงกาหนดตาแหน่ง/เพื่อเลอ่ื นวิทยฐานะ/ขอเปล่ยี นแปลงเงอ่ื นไขตาแหนง่ / ขอกาหนดตาแหนง่ เพ่ิมจากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อสานักงานเขตพื้นท่ีเพื่อนาเสนอ อ.ก.ค.ศ. พจิ ารณาอนุมัติและเสนอผู้มอี านาจแต่งตง้ั
2. กำรสรรหำและบรรจแุ ต่งตัง้ 2.1 ดำเนนิ กำรสรรหำเพื่อบรรจบุ คุ คลเขำ้ รับรำชกำรเป็นข้ำรำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศกึ ษำใน สถำนศึกษำเปน็ อำนำจหน้ำทีข่ องผู้มีอำนำจตำมมำตรำ53 แนวทางการปฏิบตั ิ 1) การสอบแขง่ ขัน การสอบคัดเลือกและการคดั เลอื กในกรณีจาเปน็ หรอื มีเหตุพิเศษในตาแหนง่ ครู ผู้ช่วย ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาอื่นในสถานศึกษา ให้ดาเนนิ การตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารที่ ก.ค.ศ. กาหนด 2.2 กำรจำ้ งลูกจ้ำงประจำและลกู จ้ำงชั่วครำว แนวทางการปฏบิ ัติ 1) กรณีการจา้ งลูกจา้ งประจาและลกู จา้ งช่วั คราวโดยใชง้ บประมาณใหด้ าเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่กี ระทรวงการคลังหรอื ตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารทกี่ .ค.ศ. กาหนด 2) กรณีการจา้ งลูกจา้ งประจาและลูกจ้างชัว่ คราวกรณีอ่นื นอกเหนือจากข้อ 1) สถานศึกษา สามารถดาเนนิ การจ้างลูกจา้ งประจาและลูกจ้างชวั่ คราวของสถานศึกษาได้ โดยใช้เงินรายได้ของสถานศึกษา ภายใต้หลักเกณฑแ์ ละวิธีการท่ีสถานศึกษาได้ โดยใช้เงนิ รายไดข้ องสถานศึกษา ภายใต้หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการที่ สถานศกึ ษากาหนด 2.3 กำรแตง่ ต้ัง ย้ำย โอนข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำ 1) การย้ายข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา การย้ายขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ในเขตพื้นที่การศึกษาหรอื เขตพืน้ ที่ การศึกษาอน่ื แนวทางการปฏิบัติ (1) เสนอคารอ้ งขอยา้ ยไปยงั สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษา เพอื่ ดาเนินการนาเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้นื ที่การศึกษาอนื่ เพอ่ื พิจารณาอนุมัตขิ องผูป้ ระสงค์ย้ายและผูร้ ับย้ายแล้วแตก่ รณี (2) บรรจแุ ตง่ ต้งั ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาทร่ี บั ย้ายมาจากสถานศึกษาอ่ืนใน เขตพื้นทก่ี ารศึกษาหรอื เขตพ้ืนท่กี ารศึกษาอน่ื สาหรับตาแหน่งข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการ ศึกษา (3) รายงานการบรรจแุ ต่งต้ังและข้อมลู ประวัตสิ ว่ นตวั ไปยังสานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษา เพ่ือจดั ทาทะเบียนประวัตติ อ่ ไป 2) การโอนหรือการเปลีย่ นสถานะของข้าราชการหรอื พนักงานส่วนทอ้ งถน่ิ แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) เสนอคาร้องขอโอนของข้าราชการพนักงานส่าวนทอ้ งถิ่นไปยงั เขตพน้ื ท่ีการศึกษา เพ่ือดาเนนิ การ ต่อไป 2) บรรจแุ ต่งต้งั ตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่ี ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ที่การศึกษา กาหนด 2.4 กำรบรรจุกลับเขำ้ รบั รำชกำร การบรรจกุ ลับเข้ารับราชการตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการ ศกึ ษา กรณีออกจากราชการ (มาตรา 64) ออกจากราชการตามมติคณะรฐั มนตร(ี มาตรา 66) และลาออก จาก พนักงานส่วนท้องถ่ินหรือขา้ ราชการอืน่ ท่ีไม่ใช่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 67) แนว ทางการปฏิบตั ิ กรณีออกจากราชการ (มาตรา 64) เสนอคาขอของผูข้ อกลบั เข้ารบั ราชการไปยงั สานักงาน เขต พนื้ ท่กี ารศึกษาเพอื่ ขออนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาสาหรบั ตาแหนง่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ใหผ้ ู้มอี านาจตามมาตรา 53 สัง่ บรรจแุ ละแตง่ ตง้ั กรณอี อกจากราชการตามมติคณะรฐั มนตรี (มาตรา 65) ให้ย่นื เรอื่ งขอกลบั เขา้ รับราชการ ภายในกาหนดเวลาที่คณะมนตรอี นุมตั ิแต่ไม่เกิน 4 ปี ใหผ้ มู้ อี านาจตาม มาตรา 53 ส่ังบรรจุแต่งต้ัง กรณีออกจากราชการเพ่ือรบั ราชการทหารตามกฎหมายวา่ ด้วยการรบั ราชการ ทหาร (มาตรา 66) ให้ ยน่ื เร่ืองขอกลบั เข้ารบั ราชการภายในกาหนด 180 วัน นบั แต่วนั พน้ จากราชการทหาร ให้ผมู้ อี านาจตาม
มาตรา 53 สั่งบรรจุแตง่ ต้ัง กรณีลาออกจากพนักงานสว่ นทอ้ งถนิ่ หรือข้าราชการอืน่ ทไ่ี ม่ใช่ขา้ ราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (มาตรา 67) สมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขต พน้ื ทกี่ ารศกึ ษา ให้ผู้มีอานาจสง่ั บรรจแุ ละแตง่ ตั้งตามมาตรา 53 ที่ต้องการจะรับเขา้ รับราชการเสนอเรอ่ื งไปให้ ก.ค.ศ. หรือผู้ท่ี ก.ค.ศ. มอบหมายพิจารณาอนุมตั ิ เมื่อไดร้ ับอนมุ ตั แิ ล้วให้ผูม้ ีอานาจตามมาตรา 53 สัง่ บรรจุ และแต่งต้ัง 2.5 กำรรักษำรำชกำรแทนและรกั ษำกำรในตำแหน่ง แนวทางการปฏบิ ตั ิ กรณีที่ไม่มผี ้ดู ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสถานศึกษา หรอื มแี ตไ่ ม่อาจปฏบิ ัตริ าชการได้ให้รอง ผอู้ านวยการสถานศึกษารกั ษาราชการแทน ถา้ มีรองผู้อานวยการสถานศึกษาหลายคนใหผ้ ูอ้ านวยการ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา แต่งตัง้ รองผ้อู านวยการสถานศึกษาคนใดคนหนง่ึ รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการ ให้สถานศึกษาเสนอขา้ ราชการที่เหมาะสม ให้ผู้อานวยการสานกั งานเขตพ้นื ที่ การศกึ ษาแต่งตงั้ ข้าราชการในสถานศกึ ษาคนใดคนหนึง่ เป็นผูร้ ักษาราชการแทน (มาตรา 54 แห่งกฎหมาย ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ) กรณตี าแหนง่ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาตาแหนง่ ใดว่างลงหรือผดู้ ารงตาแหนง่ ไม่สามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่ีราชการได้ ใหผ้ ู้มีอานาจส่ังบรรจแุ ละแตง่ ต้ังตามมาตรา 53 สั่งให้ข้าราชการครู และบคุ ลากรทางการศึกษารักษาการในตาแหนง่ (มาตรา 68 แหง่ กฎหมายวา่ ดว้ ยระเบียบขา้ ราชการ ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา) 3. กำรเสรมิ สรำ้ งประสิทธิภำพในกำรปฏิบตั ริ ำชกำร 3.1 กำรพัฒนำขำ้ รำชกำรครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ 1) การพฒั นาก่อนมอบหมายการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ี แนวทางการปฏบิ ตั ิ (1) ผ้อู านวยการสถานศึกษาด าเนินการปฐมนเิ ทศ แกผ่ ู้ท่ีได้รบั การสรรหา และบรรจุแต่งต้งั เปน็ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา (2) แจ้งภาระงานมาตรฐานคุณภาพงาน มาตรฐานวิชาชพี จรรยาบรรณวิชาชีพ เกณฑ์การ ประเมินผลงาน ฯลฯ แก่ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา กอ่ นมีการมอบหมาย หน้าที่ใหป้ ฏบิ ัติงาน (3) ด าเนินการตดิ ตาม ประเมินผลและจดั ใหม้ ีการพัฒนาตามความเหมาะสมและต่อเนอ่ื ง 3.2 กำรเลื่อนขัน้ เงินเดอื นขำ้ รำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ 1) การเล่ือนขัน้ เงินเดือนกรณีปกติและกรณีพิเศษ แนวทางการปฏิบตั ิ (1) ผู้อานวยการสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบของข้าราชการ ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา (2) คณะกรรมการพจิ ารณาความดีความชอบพิจารณาตามกฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยการเลอื่ นขัน้ เงนิ เดอื น (3) ผู้อานวยการสถานศึกษาพิจารณาส่งั เลอ่ื นขั้นเงินเดือนข้าราชการครแู ละบุคลากร ทางการศกึ ษา กรณีส่ังไมเ่ ล่ือนขนั้ เงนิ เดอื นใหแ้ ก่ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใน สถานศกึ ษา ต้องชแี้ จงเหตใุ ห้ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาดงั กล่าวทราบกรณเี ลือ่ นขนั้ เงินเดอื นกรณพี ิเศษ แกข่ ้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทถ่ี ึงแกค่ วามตายอนั เน่ืองมาจากการ ปฏิบัตหิ นา้ ทีร่ าชการใหร้ ายงานไปยังสานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา เพ่ือดาเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กาหนด
(4) รายงานการสงั่ เลือ่ นและไมเ่ ล่อื นขนั้ เงินเดอื นของข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการ ศกึ ษาไปยังสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา เพ่อื จัดเก็บข้อมูลลงในทะเบียนประวัติต่อไป 3.3 กำรเพม่ิ คำ่ จำ้ งลูกจำ้ งประจำและลูกจำ้ งช่ัวครำว แนวทำงกำรปฏิบัติ กรณีการเพิ่มคา่ จ้างลูกจ้างประจาและลูกจา้ งชว่ั คราวโดยใชเ้ งนิ งบประมาณให้ดาเนินการตาม หลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่กระทรวงการคลงั หรือตามหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารทีส่ านักงานคณะกรรมการการศกึ ษา ขน้ั พ้ืนฐานกาหนด กรณีการเพม่ิ ค้าจ้างลกู จ้างประจาและลูกจา้ งชว่ั คราวกรณีอ่ืนนอกเหนือจากสถานศกึ ษาสามารถ ดาเนินการ จ้างลกู จา้ งประจาและลกู จ้างชัว่ คราวของสถานศึกษาได้ โดยใช้เงินรายได้ของสถานศกึ ษา ภายใต้ หลักเกณฑ์และวิธกี ารที่สถานศกึ ษากาหนด 3.4 กำรดำเนินกำรเกยี่ วกับบญั ชีถือจำ่ ยเงนิ เดอื น แนวทางการปฏบิ ัติ ดาเนินการตามที่กระทรวงการคลังกาหนด 3.5 เงินวิทยฐำนะและค่ำตอบแทนอื่น แนวทางการปฏิบัติ ดาเนนิ การตามท่กี ระทรวงการคลงั กาหนด 3.6 งำนทะเบียนประวตั ิ 1) การจดั ทาและเก็บรกั ษาทะเบียนประวตั ิขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและลกู จ้าง แนวทางการปฏิบตั ิ (1) สถานศึกษาจัดทาทะเบียนประวตั ขิ องข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา จานวน 2 ฉบับ (2) สถานศึกษาเก็บไว้ 1 ฉบบั ส่งไปเก็บรกั ษาไว้ที่สานักงานเขตพื้นที่ 1 ฉบบั (3) เปลีย่ นแปลง บันทึกข้อมลู ลงในทะเบียนประวัติ 3.7 งำนเครอื่ งรำชอิสรยิ ำภรณ์ แนวทางการปฏบิ ัติ 1) ตรวจสอบผู้มคี ุณสมบัติครบ สมควรได้รบั การเสนอขอพระราชทานเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ์ 2) ดาเนนิ การในการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณแ์ ละเหรยี ญจักรพรรดมิ าลาแก่ ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสงั กดั ตามหลกั เกณฑ์และวธิ ีการที่กฎหมายกาหนด 3) จัดทะเบยี นผู้ได้รับเครื่องราชอสิ ริยาภรณแ์ ละเหรยี ญจักรพรรดิมาลา เครื่องราชอิสรยิ าภรณ์ ดเิ รกคณุ าภรณแ์ ละผู้คืนเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ์ 3.8 กำรขอมีบัตรประจำตวั เจำ้ หน้ำท่ขี องรัฐ แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) ผูข้ อมีบัตรกรอกรายละเอียดขอ้ มลู ส่วนบุคคลต่าง ๆ โดยมเี อกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง 2) ตรวจสอบเอกสารความถูกตอ้ ง 3) นาเสนอผมู้ ีอานาจลงนามในบัตรประจาตัว โดยผ่านผบู้ ังคบั บญั ชาตามลาดบั โดยคุมทะเบยี น ประวตั ิไว้ 4) ส่งคนื บตั รประจ าตัวถึงสถานศกึ ษา 3.9 งำนขอหนงั สือรบั รอง งำนขออนญุ ำตใหข้ ำ้ รำชกำรไปต่ำงประเทศ งำนขออนุญำตลำ อปุ สมบท งำนขอพระรำชทำนเพลิงศพ กำรลำศกึ ษำต่อ ยกย่องเชิดชูเกียรตแิ ละให้ได้รับเงนิ วทิ ยพฒั น์ และกำรจดั สวัสดิกำร ดำเนินกำรตำมกฎหมำย ระเบียบ หลักเกณฑแ์ ละวิธีกำรท่ี เก่ียวข้อง
4. วินัยและกำรรักษำวินัย 4.1 กรณีควำมผิดวนิ ยั ไมร่ ้ำยแรง แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ผอู้ านวยการสถานศึกษาแต่งตัง้ คณะกรรมการ เพื่อดาเนนิ การสอบสวนใหไ้ ด้ความจริงและ ความยตุ ธิ รรมโดยไม่ชกั ชา้ เมื่อมีกรณอี ันมีมลู ท่คี วรกลา่ วหาว่าข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ ศึกษาในสถานศึกษากระทาผิดวินัยไม่ร้ายแรง 2) ผอู้ านวยการสถานศกึ ษาสั่งยุตเิ ร่ืองในกรณีทีค่ ณะกรรมการสอบสวนแลว้ พบว่าไม่ได้กระทาผดิ วินัย หรือสัง่ ลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดอื น หรอื ลดขั้นเงินเดือน ตามที่คณะกรรมการสอบสวนแลว้ พบวา่ มีความผิดวินยั ไมร่ า้ ยแรง 3) รายงานการดาเนนิ งานทางวินัยไม่รา้ ยแรงไปยังสานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา 4.2 กรณีควำมผดิ วนิ ัยร้ำยแรง แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) ผมู้ ีอานาจสัง่ บรรจุและแต่งตง้ั ตามมาตรา 53 แหง่ กฎหมายระเบียบขา้ ราชการครแู ละ บุคลากรทางการศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีอนั มีมูลว่าขา้ ราชการครแู ละบุคลากร ทางการศกึ ษากระทาผดิ วินัยอย่างรา้ ยแรง ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการทกี่ าหนดในกฎ ก.ค.ศ. 2) ผ้มู อี านาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบขา้ ราชการครแู ละ บุคลากรทางการศึกษา เสนอผลการพิจารณาให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพน้ื ท่ีพจิ ารณาลงโทษ 3) ผู้มอี านาจสง่ั บรรจุและแต่งตัง้ ตามมาตรา 53 แห่งกฎหมายระเบียบขา้ ราชการครแู ละ บุคลากรทางการศึกษา สั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกตามผลการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ.เขตพนื้ ท่ี 4) รายงานการดาเนินงานทางวินัยไปยังสานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา 4.3 กำรอุทธรณ์ 1) การอทุ ธรณก์ รณคี วามผิดวินยั แนวทางการปฏิบตั ิ กรณีการอทุ ธรณ์ความผดิ วนิ ยั ที่ไมร่ ้ายแรง ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาย่ืน เร่ืองขออุทธรณต์ ่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพ้ืนท่ภี ายใน 30 วนั นบั แต่วันทไ่ี ด้รับแจง้ คาส่ังตามหลักเกณฑ์และ วธิ กี ารที่ ก.ค.ศ.กาหนด กรณีการอุทธรณ์ความผดิ วินัยรา้ ยแรง ใหข้ ้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษายื่นเรอื่ งขอ อทุ ธรณต์ ่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ท่ไี ดร้ ับแจง้ คาส่ัง ตามหลกั เกณฑ์และวิธีการท่ี ก.ค.ศ. กาหนด 4.4 กำรร้องทกุ ข์ แนวทางการปฏบิ ัติ กรณขี ้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาถูกส่งั ให้ออกจากราชการให้ร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนบั แตว่ นั ท่ไี ดร้ ับแจ้งค าสัง่ กรณีข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาไม่ได้รบั ความเปน็ ธรรมหรือมีความคับข้องใจ เน่อื งจากการกระทาของผบู้ ังคับบัญชา หรอื การแตง่ ต้งั คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ให้รอ้ งทุกข์ ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นท่หี รือ ก.ค.ศ.แลว้ แตก่ รณี 4.5 กำรเสริมสรำ้ งและกำรป้องกนั กำรกระท ำผดิ วินยั แนวทางการปฏบิ ตั ิ 1) ใหผ้ ู้อานวยการสถานศึกษาปฏิบัติตนเปน็ แบบอย่างท่ีดตี ่อผู้ใตบ้ งั คับบัญชา 2) ดาเนินการให้ความรู้ ฝกึ อบรมการสรา้ งขวญั และกาลงั ใจการจงู ใจ ฯลฯ ในอันที่จะเสรมิ สรา้ ง และพัฒนาเจตคติ จติ สานึก และพฤตกิ รรมของผู้ใต้บงั คบั บัญชา
5. งำนออกจำกรำชกำร 5.1 กำรลำออกจำกรำชกำร แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ผอู้ านวยการสถานศึกษาพิจารณาอนญุ าตการลาออกจากราชการของครผู ูช้ ว่ ย ครู และ บคุ ลากรทางการศึกษาอน่ื 2) รายงานการอนญุ าตการลาออกไปยงั สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษา 5.2 กำรให้ออกจำกรำชกำร กรณีไมพ่ น้ ทดลองปฏิบัติหน้ำทีร่ ำชกำรหรอื ไมผ่ ำ่ นกำรเตรียมควำม พร้อมและพฒั นำอยำ่ งเข้มต่ำกวำ่ เกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด แนวทางการปฏิบตั ิ 1) ดาเนนิ การใหข้ ้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ทดลองปฏิบัตหิ นา้ ทีร่ าชการ หรือเข้า รบั การพัฒนาอยา่ งเขม้ ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารตามท่ีกาหนดในกฎ ก.ค.ศ.กาหนด 2) ดาเนินการประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านตามหน้าที่และความรับผิดชอบท่ีกาหนดไว้ในมาตรฐาน กาหนดตาแหน่ง 3) ผอู้ านวยการสถานศกึ ษาสั่งให้ผทู้ ่ไี ม่ผ่านการประเมนิ การทดลองปฏิบตั ริ าชการหรือเตรยี ม ความพร้อมและพัฒนาอยา่ งเข้มออกจากราชการ 4) รายงานสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาทราบ
ภำคผนวก
แผงผงั ขัน้ ตอนกำรลำปว่ ย/ลำกจิ โรงเรยี นวัดพรหมประดิษฐ์ อ.คลองขลงุ จ. กำแพงเพชร 62120 ผขู้ อลำกรอกแบบฟอรม์ กำรลำ ลำกจิ ตอ้ งส่งใบลำล่วงหนำ้ 3 วัน ลำป่วย เมือ่ มำปฎิบตั ิงำนสง่ ใบลำทนั ที ผ้ขู อลำนำใบลำเสนอผู้บงั คับบญั ชำ เพอ่ื ใหค้ วำมเห็นชอบเปน็ กรณี งำนบคุ ลำกรสรปุ วนั ลำสง่ เพอื่ ใหต้ รวจสอบกำรเลื่อนข้ันเงนิ เดือน เกบ็ ข้อมลู เขำ้ แฟม้ ประวตั ิ
โครงกำร พัฒนำบุคลำกร แผนงำน บรหิ ารบคุ ลากร สนองนโยบำย กลยุทธ์สพป. กพ. ท่ี 1 การพฒั นาผูบ้ รหิ าร ครู และบุคลากรทางการศึกษา กลยุทธ์ ร.ร. ท่ี 2 พัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ให้สามารถจดั การเรียนรู้อย่างมี คุณภาพในรปู แบบท่ีหลากหลาย สนองมำตรฐำนกำรศกึ ษำ/ตัวบ่งชี้ - ข้ันพืน้ ฐานที่ มฐ. 2 อืน่ ๆ ผู้รบั ผิดชอบโครงกำร นางสาวดารตั น์ พงษ์พนั ธ์ ลกั ษณะโครงกำร โครงการตอ่ เน่ือง โครงการใหม่ ระยะเวลำดำเนินกำร พฤษภาคม 2565 – มีนาคม 2566 1. หลกั กำรเหตุผล ตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2545 ตาม หมวด 7 ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ท่ีมุ่งเน้นใหค้ รแู ละบุคลากรทางการศึกษาเปน็ ผูม้ ีคุณภาพ ตามมาตรฐานสากลท่ีเหมาะสมกบั การเป็นวชิ าชพี ช้นั สงู มีความพร้อมและเขม้ แขง็ ในการเตรียมบุคลากรใหม่ และการพัฒนาบุคลากรประจาการอยา่ งต่อเนื่องให้เทยี บเคียงมาตรฐานสากล ประกอบกับการพัฒนาใหเ้ ปน็ ไป ตามคณุ ภาพและมาตรฐานวชิ าชพี เพอ่ื รองรับการประเมนิ ภายนอก เพ่อื ให้โรงเรยี นวัดพรหมประดิษฐ์ เป็นโรงเรยี นท่มี ีคุณภาพสงู ข้ึนตามความมุ่งหวงั ของการจดั การศกึ ษาแห่งชาติ โรงเรยี นจึงมีความจาเป็นในการพัฒนาข้าราชการครูใหม้ ีความรู้ความสามารถท่ีทนั สมยั ทนั กับการเปลีย่ นแปลงของสังคม นาประสบการณป์ ระยุกต์ใช้ให้เกดิ ประโยชน์กบั ผเู้ รยี นสามารถในการดารงชวี ติ ได้อยา่ งมคี วามสุข 2. วตั ถุประสงค์ เพ่ือพฒั นาบุคลากรใหม้ ีความร้คู วามสามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสทิ ธภิ าพ 3. เปำ้ หมำย 3.1 เชิงปรมิ าณ 3.1.1 บุคลากรไดร้ บั การพฒั นาใน 1 ปกี ารศึกษาไมน่ ้อยกวา่ 20 ช่ัวโมง 3.2 เชงิ คุณภาพ 3.1.2 บุคลากรไดร้ บั การเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการปฏิบตั ิงานร้อยละ 90
4. กจิ กรรม งบประมำณ และระยะเวลำกำรดำเนินงำน ที่ รำยละเอียดของกิจกรรม เปำ้ หมำย หมวดงบประมำณรำยจำ่ ย ระยะเวลำ ผู้รับผิด กำร ชอบ คำ่ ตอบ คำ่ ใช้สอย ค่ำวสั ดุ รวมเงิน แทน ดำเนินงำน 1 วำงแผน 1.1 ขออนุมตั ิโครงการ คณะครูและ - - - - พ.ค. ดารัตน์ 1.2 แตง่ ต้ังคณะทางาน กรรมการ 2562 1.3 จัดทาปฏทิ นิ ปฏิบัตงิ าน สถานศึกษา 1.4 ประชมุ ชี้แจง 2 ดำเนนิ กำรตำมแผน 2.1 ศกึ ษาสภาพ ปัญหาความ คณะครู - - - - จาเปน็ ในการพัฒนาและสรา้ ง ความตระหนัก พ.ค. 2.2 สง่ เสรมิ ครูพัฒนาตนเอง - - - - 62 ขา้ ราชการครูไปอบรม ขยาย - ดารตั น์ ผลต่อทป่ี ระชุมครู และ ม.ี ค. รายงานตอ่ ผ้บู รหิ าร 63 - ค่าใชจ้ ่ายในการศกึ ษาดู - 5,000 - 5,000 งาน - คา่ พาหนะ - 5,000 - 5,000 3 นิเทศ ตดิ ตำมและ ผอ. และ คณะ ประเมนิ ผล - - - - ม.ค. กรรมการ นิเทศ ตดิ ตามผลการ 2563 ดาเนินงาน 4. สรปุ และรำยงำนผล - สรุปและประเมินผล - - - - ม.ค. ดารัตน์ - รายงานผลการดาเนินงาน 2563 ตามโครงการ รวมเงนิ - 10,000 - 10,000 หมำยเหตุ ขอถวั จ่ายทุกรายการตามท่จี ่ายจรงิ 5. งบประมำณ งบประมาณจากเงนิ บริหารบุคลากร ประจาปีการศึกษา 2562 เป็นเงินท้ังส้นิ 10,000 บาท (หนึ่งหมืน่ บาทถ้วน)
6. กำรประเมนิ ผล ตัวชีว้ ัดสภำพควำมสำเร็จ วิธวี ดั และกำรประเมนิ ผล เครอื่ งมอื ประเมนิ 1. ร้อยละ80 ครรู ับการพัฒนาทุกคนไม่น้อย - การสารวจ - แบบสารวจ กวา่ 20 ชวั่ โมงต่อปกี ารศึกษา 2. ครูประจาการทกุ คนไดร้ บั การศกึ ษาดูงาน - การสอบถาม - แบบสอบถาม -การรายงานตนเอง - แบบรายงานการพฒั นา ตนเอง 7. ผลทีค่ ำดวำ่ จะได้รับ 7.1 ครูมคี วามรูค้ วามสามารถมีประสบการณ์ในการจดั การเรียนการสอนนาความรู้มาพฒั นาการเรียน การสอน 7.2 ครูมคี วามรูค้ วามสามารถมีประสบการณใ์ นการทางานย่งิ ขึ้นนาความรู้มาพฒั นาการทางาน ลงช่อื .......................................................... ผ้เู สนอโครงการ (นางสาวดารัตน์ พงษ์พันธ์) หวั หนา้ ฝา่ ยบคุ คลโรงเรียนวดั พรหมประดิษฐ์ ลงชื่อ.........................................................ผ้เู หน็ ชอบโครงการ (นางสาวดารัตน์ พงษ์พันธ์) หวั หน้าฝา่ ยบุคคลโรงเรียนวดั พรหมประดษิ ฐ์ ลงชื่อ........................................................... ผู้อนมุ ตั ิโครงการ (นายทรงศักด์ิ เงินเมือง) ผูอ้ านวยการโรงเรียนวดั พรหมประดิษฐ์
แบบประเมินประสทิ ธิภำพกำรปฏิบัติงำนของครผู ู้สอน ตอนที่ 1 ขอ้ มูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถำม คาช้ีแจง โปรดทาเครื่องหมาย X ลงในช่อง หน้าขอ้ ความตรงความเปน็ จรงิ ของท่าน 1. เพศ ชาย หญงิ 2. ตาแหนง่ คณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ผมู้ ีสว่ นเกี่ยวข้อง ผบู้ ริหาร ครูผู้สอน ผปู้ กครอง นกั เรยี น ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ควำมคดิ เหน็ ผลกำรดำเนินโครงกำรพฒั นำบุคลำกรโรงเรียนวดั พรหมประดษิ ฐ์ คาชี้แจง โปรดอา่ นข้อความแต่ละข้อแลว้ พิจารณาวา่ ท่านมคี วามคิดเหน็ อยูใ่ นระดบั ใด แลว้ ทาเครอ่ื งหมาย x ลงในชอ่ งตัวเลข ตามความเป็นจริงทีต่ รงกบั ความคิดเห็นของทา่ น ตามเกณฑด์ งั ต่อไปนี้ ระดบั 5 หมายถึง ทา่ นคดิ วา่ มผี ลการปฏบิ ัติงานในระดบั ดีมากท่ีสุด ระดบั 4 หมายถึง ทา่ นคิดว่ามผี ลการปฏบิ ัติงานในระดบั ดีมาก ระดับ 3 หมายถึง ท่านคิดวา่ มีผลการปฏบิ ัติงานในระดบั ปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง ท่านคดิ ว่ามผี ลการปฏิบัติงานในระดบั น้อย ระดับ 1 หมายถึง ทา่ นคิดวา่ มผี ลการปฏบิ ตั ิงานในระดบั น้อยทส่ี ุด ระดับคุณภำพ 21 – 25 คะแนน ยอดเยี่ยม 16 – 20 คะแนน ดีเลศิ 11 – 15 คะแนน ดี 6 – 10 คะแนน ปานกลาง 1 – 5 คะแนน กาลงั พัฒนา ขอ้ ท่ี รายการประเมิน ระดบั ผลการปฏิบตั งิ าน 5432 1 1 จัดทาแผนการสอนและการปฏิบตั กิ ารสอนตามแผน 2 มบี ันทึกหลังสอน และนาผลมาพัฒนาแผนการจดั การเรยี นรู้ มกี ารบรหิ ารจดั การชัน้ เรียน เสรมิ แรงให้ผูเ้ รียนมคี วามมั่นใจในการพฒั นา 3 ตนเองและเกิดแรงบนั ดาลใจ และมีระบบสารสนเทศ และเอกสารประจา ช้ันเรยี นหรอื ประจาวิชา เข้ารบั การฝึกอบรมและศึกษาดงู านนามาแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ร่วมกับ 4 บุคลากรในโรงเรียน และพัฒนาตนเองตามกระบวนการชุมชนแหง่ การ เรยี นรทู้ างวิชาชีพ 5 นาความรู้ ทักษะท่ีได้จากการพฒั นาตนเองมาพัฒนานวัตกรรมการจดั การ เรยี นรู้ รวมคะแนนประเมนิ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกยี่ วกบั โครงกำรพฒั นำบคุ ลำกรโรงเรยี นวดั พรหมประดษิ ฐ์ ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................
ภำระงำนครู
คำสง่ั โรงเรยี นวดั พรหมประดิษฐ์ ที่ ๒๑ / ๒๕๖๒ เร่อื ง แตง่ ต้งั มอบหมำยหนำ้ ท่ีครปู ระจำชนั้ และครูปฏิบัติหนำ้ ท่ีกำรสอน ภำคเรียนท่ี ๑ ปีกำรศกึ ษำ ๒๕๖๒ …………………………………………………............ เพ่อื ให้กำรพฒั นำคุณภำพวชิ ำกำรของโรงเรียนวัดพรหมประดษิ ฐ์ ในสว่ นที่เกีย่ วกับกำรกำกบั ดแู ล ติดตำมรับผิดชอบนักเรียน รวมทงั้ กำรจดั กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนตำมทีไ่ ด้รับมอบหมำย ให้สำเร็จลุล่วง เปน็ ไปอยำ่ งมีประสิทธภิ ำพ ตำมเจตนำรมณ์ของหลกั สตู รโรงเรียนวดั พรหมประดษิ ฐ์ จงึ ได้แตง่ ครปู ระจำชน้ั เรียน และครปู ฏิบัติหน้ำทสี่ อนในปกี ำรศึกษำ ๒๕๖๒ ดังต่อไปนี้ 1. คณะกรรมกำรบรหิ ำร 1. นำยทรงศักด์ิ เงินเมือง ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นวดั พรหมประดษิ ฐ์ 2. นำยอดุ ม มำน้อย หัวหนำ้ ฝำ่ ยบริหำรงำนวชิ ำกำร 3. นำยสุชิน ช้ำงจ่ัน หวั หน้ำฝ่ำยบริหำรงำนท่วั ไป 4. นำงสำวเพยี นเนตร นม่ิ ชำ้ หวั หนำ้ ฝำ่ ยบริหำรกำรเงิน 5. นำงสำวดำรัตน์ พงษ์พนั ธ์ หวั หนำ้ ฝำ่ ยบริหำรงำนบุคคล 2. ประจำชน้ั เรียน 1. นำงสำวจนั ทรเ์ พ็ญ บุญมำ ครู คศ. ๑ ประจำชน้ั อนุบำล ๑ 2. นำงเพชรตั น์ ขันกสกิ รรม ครู คศ. ๒ ประจำชัน้ อนุบำล ๒ 3. นำงศศธิ ร เชยี งสที อง ครู คศ. ๓ ประจำชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๑ 4. นำงสุทธำรตั น์ ขุนพลิ กึ ครู คศ. ๒ ประจำช้นั ประถมศึกษำปีที่ ๒ 5. นำยสชุ นิ ชำ้ งจ่นั ครู คศ. ๓ ประจำช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ 6. นำยอุดม มำนอ้ ย ครู คศ. ๓ ประจำชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๔ 7. นำยกฤษณะ เอ่ยี มอำจ ครู คศ. ๓ ประจำช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ 8. นำยจิรำยุทธ สงพทิ ักษ์ ครู คศ. ๓ ประจำชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ ๖ 9. นำงสำวเพียนเนตร นมิ่ ชำ้ ครู คศ. ๓ ประจำชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ ๑ 10. นำงสำวจรรยำ โชตริ ัตน์ ครู คศ. ๓ ประจำช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ ๑ 11. นำงจินดำ พกุ สุข ครู คศ. ๒ ประจำชน้ั มัธยมศึกษำปที ี่ ๒ 12. นำงสำวดำรตั น์ พงษพ์ ันธ์ ครู คศ. ๑ ประจำชัน้ มัธยมศึกษำปีท่ี ๒ 13. นำงสำวบังอร จนั ทร์หอม ครู คศ. ๒ ประจำชัน้ มธั ยมศึกษำปที ่ี ๓ 14. นำงสำวพรรณภำ อรำ่ มรณุ ครูผชู้ ว่ ย ประจำช้นั มธั ยมศึกษำปีท่ี ๓
3. ครปู ฏบิ ัตหิ น้ำที่สอน สอนประจำชน้ั อนุบำล ๑ 1. นำงสำวจนั ทรเ์ พญ็ บุญมำ 2. นำงเพชรัตน์ ขันกสกิ รรม สอนประจำช้ันอนบุ ำล ๒ 3. นำงศศธิ ร เชียงสีทอง 4. นำงสุทธำรตั น์ ขนุ พิลกึ สอนประจำช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๑ 5. นำยสุชนิ ช้ำงจั่น สอนลกู เสอื สำรอง 6. นำยอุดม มำนอ้ ย สอนชุมนมุ 7. นำยกฤษณะ เอ่ียมอำจ สอนประจำชั้นประถมศกึ ษำปีที่ ๒ 8. นำยจริ ำยุทธ สงพิทกั ษ์ สอนลูกเสอื สำรอง 9. นำงสำวเพยี นเนตร น่ิมชำ้ สอนชุมนุม 10. นำงสำวจรรยำ โชตริ ัตน์ สอนประจำชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ สอนลกู เสอื สำรอง สอนชมุ นมุ สอนประจำชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ สอนลูกเสือสำมัญ สอนชุมนุม สอนประจำชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๕ สอนลกู เสือสำมัญ สอนชุมนุม สอนประจำชน้ั ประถมศึกษำปีที่ ๖ สอนลกู เสอื สำมัญ สอนชุมนมุ สอนวิชำสังคมศึกษำช้นั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 1 สอนวชิ ำประวัติศำสตร์ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 4- มัธยมศึกษำปที ่ี 3 สอนวิชำนำฏศิลป์ชนั้ ประถมศึกษำปีที่4-มธั ยมศกึ ษำปที ี่3 สอนลกู เสือสำมัญรนุ่ ใหญ่ สอนชุมนุม สอนวิชำสงั คมศึกษำ)ช้นั มัธยมศกึ ษำปที ่ี 1 สอนวิชำกำรงำนฯ ชัน้ มัธยมศึกษำปที ่ี 1 - 3 สอนวิชำภำษำไทย ช้ันมธั ยมศึกษำปีที่ 1 - 3
11. นำงจนิ ดำ พกุ สขุ สอนลกู เสอื สำมัญ 12 นำยครรชติ ดำดี สอนชมุ นุม 13. นำงสำวดำรัตน์ พงษพ์ นั ธ์ 14. นำงสำวบังอร จนั ทรห์ อม สอนวิชำสังคมศึกษำชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 2 สอนวิชำภำษำต่ำงประเทศ ชั้นประถมศึกษำปที ่ี 4 15. นำงสำวพรรณภำ อรำ่ มรณุ - มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 3 16. นำยกูเ้ กยี รติ บญุ ยะกร สอนลกู เสือสำรอง สอนชุมนมุ สอนวชิ ำภำษำตำ่ งประเทศ ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 1 – 3 สอนลูกเสอื สำมัญรนุ่ ใหญ่ สอนชมุ นมุ สอนวิชำคณิตศำสตร์ ช้นั มัธยมศึกษำปีที่ 1 - 3 สอนวชิ ำสุขศึกษำและพละศกึ ษำ ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 2 สอนวิชำศิลปะ ชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี 2 สอนลกู เสือสำรอง สอนชุมนุม สอนวิชำวทิ ยำศำสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 1 - 3 สอนวชิ ำกำรงำนฯ ช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี 3 สอนวชิ ำสขุ ศึกษำและพละศกึ ษำ ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 3 สอนวชิ ำสงั คมศึกษำชน้ั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 3 สอนวชิ ำศลิ ปะ ชนั้ มัธยมศึกษำปีที่ 3 สอนลกู เสอื สำรอง สอนชุมนุม สอนวชิ ำคอมพิวเตอร์ชั้นประถมศึกษำปีท่ี 1 - มธั ยมศึกษำปที ่ี 3 สอนวิชำกำรงำนชั้นประถมศึกษำปที ่ี 1 – 3 สอนวิชำคณิตศำสตร์ ช้นั มัธยมศึกษำปีท่ี 1 สอนลูกเสือสำรอง สอนชุมนุม สอนวิชำภำษำตำ่ งประเทศ ชั้นมธั ยมศึกษำปที ี่ 1 สอนวิชำกำรงำนฯ ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 4 - 6 สอนวิชำสขุ ศกึ ษำและพละศึกษำชั้นประถมศึกษำปที 4ี่ –6 และชน้ั มธั ยมศึกษำปีที่ 1 สอนวชิ ำศลิ ปะ ชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี 1
สอนลกู เสือสำมัญรนุ่ ใหญ่ สอนชุมนมุ มหี นา้ ท่ี 1. กำกบั ดูแลเกย่ี วกับกำรเรยี นและควำมประพฤติของนักเรยี น 2. ทำงำนธรุ กำรชั้นเรียนใหเ้ ป็นปจั จบุ ัน ประมวลผลเมือ่ สน้ิ ปีกำรศกึ ษำ 3. ดำเนนิ กำรพัฒนำกำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ ที่ลำกหลำยและเน้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ 4. พฒั นำส่ือกำรเรียนรู้ที่เหมำะสมและหลำกหลำยสอดคล้องกับกำรจดั กระบวนกำรเรียนรู้ 5. กำหนดแนวทำงกำรวัดและประเมินผลท่ีหลำกหลำยในกลุ่มสำระที่สอนเพ่ือให้ไดข้ ้อมูลทแ่ี สดงถึง ควำมสำมำรถอย่ำงแทจ้ รงิ ของนกั เรียนและเป็นไปตำมมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ในแตล่ ะกลมุ่ สำระกำร เรยี นร้ทู ีส่ อน 6. วิเครำะหพ์ ัฒนำกำรของนักเรียนเป็นรำยบุคคลและรำยกลุ่ม 7. ดำเนนิ กำรแก้ปัญหำนกั เรียนจำกผลกำรวเิ ครำะหน์ กั เรยี น พฒั นำกระบวนกำรจัดกำรเรยี นรู้ กำร วัดและประเมนิ ผล เพือ่ พัฒนำนกั เรยี นให้มีประสทิ ธภิ ำพเพ่ิมขน้ึ ตำมศกั ยภำพ 8. รวบรวมข้อมลู เพ่ือกำรปรบั ปรุง และพฒั นำกลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ กำรจดั กระบวนกำรเรียนรู้ กำรวดั และประเมนิ ผล 9. รำยงำนผลกำรปฏบิ ัตงิ ำนตำมมำตรฐำนกำรปฏบิ ัติงำน โดยเน้นผลท่ีเกิดกับนักเรยี นต่อผู้มีส่วน เก่ยี วข้อง 10.ปฏบิ ัตกิ ำรสอนกิจกรรมพฒั นำผูเ้ รียนตำมหลกั สูตรโรงเรยี นบำ้ นนำก้ำนเหลอื ง ซง่ึ ประกอบด้วย กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมนกั เรียน (ลกู เสอื -เนตรนำรี และชุมนมุ ) และกิจกรรมเพ่ือสงั คมและ สำธำรณประโยชน์ตำมแผนกำรจัดชน้ั เรยี นของแต่ละระดับชั้น ใหผ้ ้ทู ่ไี ดร้ ับแต่งตั้งปฏบิ ัตหิ นำ้ ทีด่ ว้ ยควำมเอำใจใส่อย่ำงเคร่งครัด เพ่ือให้เกิดผลดแี ก่ทำง รำชกำร สืบไป ท้งั นต้ี ้งั แต่ วันที่ ๑๕ เดอื น พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖๒ สั่ง ณ วนั ท่ี ๑๔ เดือน พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (ลงช่อื )………………………………... ( นำยทรงศกั ดิ์ เงนิ เมือง ) ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนวัดพรหมประดิษฐ์
คาสงั่ โรงเรยี นวดั พรหมประดิษฐ์ ที่ 06 / 2562 เรอ่ื ง แต่งตง้ั หวั หนำ้ กลุ่มงำนและผู้รับผดิ ชอบขอบขำ่ ยงำนตำมโครงสร้ำงกำรบรหิ ำรงำน ปีกำรศึกษำ 2561 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ดว้ ยโรงเรยี นวัดพรหมประดิษฐ์ ได้ออกคำส่ังมอบหมำยงำนตำมโครงสรำ้ งกำรบรหิ ำรงำนให้บคุ คลใน หน่วยงำนรบั ผิดชอบ เพื่อใหเ้ กดิ ควำมชดั เจนในกำรปฏิบัติงำนจึงไดแ้ ต่งตัง้ หวั หน้ำกลมุ่ และผู้รับผดิ ชอบ ขอบข่ำยงำนตำมโครงสร้ำงกำรบริหำรงำน ปีกำรศึกษำ 2561 ดังน้ี 1. กลุ่มงานวิชาการ หัวหนา้ งาน นายอดุ ม มาน้อย 1.1 ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี 1 – 3 นำยครรชติ ดำดี 1.2 ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี 4- 6 นำยอุดม มำน้อย 1.3 รำยงำนและสรุปผลสัมฤทธ์ิ นำงสำวดำรตั น์ พงษ์พันธ์ 1.4 ปพ.1, ปพ.3 นำงสำวบงั อร จันทรห์ อม, นำงเพชรัตน์ ขันกสิกรรม 1.5 รวบรวม ปพ.5 หรือเอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำตำ่ งๆ นำยอดุ ม มำนอ้ ย 1.6 นเิ ทศภำยใน นำยทรงศักด์ เงนิ เมือง, นำยอุดม มำน้อย 1.7 สง่ เสริมกำรวจิ ยั ในชนั้ เรยี น นำยอุดม มำน้อย 1.8 กำรจัดชนั้ เรยี น นำยทรงศกั ด์ เงินเมอื ง 1.9 แนะแนว นำยครรชติ ดำดี 1.10 ชมุ นุมกฬี ำ นำยครรชิต ดำดี 1.11 ชุมนมุ ภำษำองั กฤษ นำงศศธิ ร เชียงสีทอง 1.12 ชุมนมุ ศลิ ปะ , นำยสชุ นิ ชำ้ งจ่นั 1.13 ชุมนุมคอมพวิ เตอร์ นำงสำวพรรณภำ อรำ่ มรณุ 1.14 ชมุ นมุ วิทยำศำสตร์ นำงสำวบังอร จันทร์หอม 1.15 ชมรม To Be Number One นำยจริ ำยุทธ สงพทิ กั ษ์ 2. กลุ่มงบประมาณ หัวหนา้ งาน นายสุชนิ ชา้ งจั่น - งำนกำรเงิน มีหนำ้ ท่จี ดั ทำเอกสำรกำรเงนิ คำ่ รักษำพยำบำล กำรศึกษำบุตร งำนสำธำรณปู โภค ระบบ บญั ชกี ำรเงนิ ทกุ ประเภท นำยสชุ นิ ชำ้ งจัน่ - งำนพสั ดุ มีหน้ำท่ีจัดทำเอกสำรงำนจัดซอ้ื จดั จำ้ ง งำนทะเบยี นคมุ ทรพั ย์สนิ ทะเบียนวัสดุ จำหน่ำยพัสดุ นำงสำวบังอร จนั ทรห์ อม 3. กลมุ่ บริหารงานบคุ คล หัวหนา้ งาน นางสาวดารตั น์ พงษ์พันธ์ 3.1 ประชมุ ครู นำยทรงศกั ด์ เงนิ เมอื ง 3.2 อบรม-สัมมนำ-ศึกษำตอ่ -วิทยำฐำนะ นำยทรงศกั ด์ เงนิ เมือง 3.3 ส่งเสรมิ รกั ษำวนิ ัย นำยทรงศกั ด์ เงินเมือง 3.4 กำรจัดทำภำระงำน นำยทรงศกั ด์ เงนิ เมือง 3.4 กำรวำงแผนอตั รำกำลงั นำยทรงศกั ด์ เงินเมือง 3.4 พิจำรณำควำมดคี วำมชอบ นำยทรงศักด์ เงนิ เมือง 3.5 กำรประกนั คณุ ภำพภำยใน นำงสำวบังอร จนั ทร์หอม, นำงสำวพรรณภำ อร่ำมรุณ 3.6 เคร่ืองรำชอิสริยำภรณ์ นำงสำวดำรตั น์ พงษ์พนั ธ์
3.7 จัดทำบันทกึ เวรรักษำกำร นำงสำวนพรรณพ ศรีสวสั ดิ์ นำงสำวนพรรณพ ศรสี วสั ดิ์ 3.8 จดั ทำบัญชีลงเวลำปฏบิ ตั ริ ำชกำร นำงสำวดำรัตน์ พงษพ์ ันธ์ นำงสำวพมิ พช์ นก สขุ เจรญิ 3.9 รำยงำนบัญชีวนั ลำประจำเดือน นำงสำวดำรตั น์ พงษ์พนั ธ์ นำงสำวดำรัตน์ พงษ์พนั ธ์ 3.10 รวบรวมรำยงำนโครงกำรตำมแผนปฏบิ ตั ิกำรประจำปี นายครรชิต ดาดี 3.11 ปฏิทนิ กำรนิเทศภำยใน/แบบบนั ทกึ กำรนิเทศ นำงสำวนพรรณพ ศรีสวัสด์ิ นำงสำวนพรรณพ ศรสี วสั ดิ์ 3.12 ปฏทิ ินกำรปฏิบัตงิ ำน นำยอุดม มำน้อย นำงเพชรตั น์ ขนั กสกิ รรม 4. กลมุ่ บริหารท่ัวไป หัวหน้างาน นำงเพชรัตน์ ขนั กสิกรรม งำนธุรกำร นำยสชุ นิ ช้ำงจนั่ นำยสชุ ิน ชำ้ งจ่ัน 4.1 รบั หนังสอื -สง่ หนงั สือ จัดเก็บ ทำลำยเอกสำร นำยสชุ นิ ช้ำงจน่ั นำยสชุ นิ ช้ำงจ่ัน 4.2 บันทึกกำรประชุมประจำเดือน นำงสำวบงั อร จนั ทร์หอม นำงสำวพิมพช์ นก สขุ เจริญ 4.3 บันทึกกำรประชมุ วิชำกำร นำยจิรำยทุ ธ สงพทิ ักษ์, นำยกู้เกยี รติ บญุ ยะกร นำงสำวเพียนเนตร นม่ิ ชำ้ 4.4 จำหนำ่ ยนกั เรยี น นำงสำวจรรยำ โชตริ ตั น์ นำงสำวเพียนเนตร นมิ่ ชำ้ 4.5 ทะเบียนนักเรยี น นำงสำวจนั ทร์เพ็ญ บุญมำ นำงจนิ ดำ พกุ สขุ อำคำรสถำนท่ี นำงสำวเพียนเนตร นม่ิ ช้ำ, นำยครรชิต ดำด,ี นำงสำวดำรตั น์ พงษ์พันธ์ 4.6 แผนกำรใช้อำคำรสถำนท่ี นำงเพชรตั น์ ขันกสิกรรม 4.7 กำรบำรงุ รกั ษำซอ่ มแซม นำงสำวเพียนเนตร นม่ิ ช้ำ นำยจริ ำยทุ ธ สงพิทกั ษ์ 4.8 สวนหย่อม/ไมป้ ระดบั ครเู วรประจำวนั นำงศศธิ ร เชียงสีทอง 4.9 กำรบรกิ ำรชมุ ชนดำ้ นอำคำรสถำนทแ่ี ละวสั ดอุ ปุ กรณ์ ครเู วรประจำวัน นำยทรงศกั ด์ เงนิ เมอื ง, นำงศศธิ ร เชยี งสีทอง 4.11 ห้องวิทยำศำสตร์ นำงสำวพมิ พช์ นก สขุ เจริญ นำยครรชติ ดำดี 4.12หอ้ งคอมพวิ เตอร์ 4.13 ห้องโสตทศั นูปกรณ์ 4.14 ห้องสมุด 4.15 ห้องพยำบำล 4.16 หอ้ งประชำธปิ ไตย 4.17 ร้ำนค้ำสหกรณ์ 4.18 หอ้ งภำษำองั กฤษ 4.19 กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนำรี 4.20 กำรเกณฑ์เด็กเข้ำเรียน/กำรรำยงำนต่ำงๆ กำรย้ำยเข้ำ/กำรย้ำยออก 4.21 กจิ กรรมวันสำคญั 4.22 กำรเฝำ้ ระวังยำเสพติด 4.23 สถิตนิ ักเรียนประจำวนั 4.24 เจ้ำหนำ้ ทีอ่ ำหำรกลำงวนั 4.25 กำรควบคุมนกั เรยี นประชมุ วันศกุ รส์ ุดสปั ดำห์ 4.26 งำนสัมพนั ธ์ชมุ ชน 4.27 กำรจดั ทำแผน่ พบั /วำรสำร 4.28 ระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน
5. งานอนื่ ๆ ตำมที่ได้รบั มอบหมำยจำกผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น ท้ังน้ี ขอให้ผู้ทีไ่ ดร้ บั กำรแต่งต้ัง ปฏิบัติหนำ้ ท่ีอยำ่ งเต็มควำมสำมำรถ หำกมอี ปุ สรรคใด ๆ ให้รำยงำนผู้อำนวย โรงเรยี นทรำบโดยเรว็ เพื่อหำทำงแหไ้ ขตอ่ ไป ทง้ั นี้ ต้ังแตว่ นั ท่ี 1 เดอื นมกรำคม พ.ศ. 2562 สงั่ ณ วนั ที่ 14 เดือนมกรำคม พ.ศ. 2562 (นำยทรงศักดิ์ เงินเมอื ง) ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนวัดพรหมประดษิ ฐ์
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: