Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Intern. Nurhalisa Yeeding

Intern. Nurhalisa Yeeding

Published by 11 Nurhalisa Yeeding, 2023-06-18 07:00:30

Description: sjn_psu,+{$userGroup},+2-256308-piyanuch-upload

Keywords: Cerebrovascular Knowledge,surgery,medicine

Search

Read the Text Version

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors บทความวิจยั ความร้โู รคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมป้องกนั ของกลมุ่ เสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมอง: กรณศี กึ ษาตำ� บลหว้ ยนาง จงั หวดั ตรงั Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors of Cerebrovascular Risk Group: A Case Study of Huinang Sub-district, Trang Province ปยิ ะนุช จิตตนูนท1์ * อาภรณ์ทพิ ย์ บวั เพช็ ร์2 พมิ พศิ า ศักด์สิ องเมือง3 Piyanuch Jittanoon1* Apornthip Buapetch2 Pimpisa Saksorngmuang3 วชิ ัย อารับ4 สวุ นิตย์ วงศย์ งค์ศลิ ป์5 ญนทั วอลเตอร6์ Wichai Arab4 Suwanit Wongyongsil5 Yanat Wauters6 1รองศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ จังหวดั สงขลา 1Associate Professor, Faculty of Nursing, Prince of Songkla University, Songkhla, Thailand. 2ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ จังหวัดสงขลา 2Assistant Professor, Faculty of Nursing, Prince of Songkla University, Songkhla, Thailand. 3อาจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ จงั หวัดสงขลา 3Lecturer, Faculty of Nursing, Prince of Songkla University, Songkhla, Thailand. 4พยาบาลวชิ าชพี ช�ำนาญการ โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพต�ำบลหว้ ยนาง จงั หวัดตรัง 4Registered Nurse Professional Level, Huinang Sub-district Health Promoting Hospital, Trang, Thailand. 5พยาบาลวชิ าชพี ชำ� นาญการพิเศษ โรงพยาบาลหว้ ยยอด จังหวัดตรัง 5Registered Nurse Senior Professional Level, Huai Yot Hospital, Trang, Thailand. 6อาจารย์ วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีตรงั จงั หวัดตรงั 6Lecturer, Boromarajonani Trang College of Nursing, Trang, Thailand. *ผู้รับผิดชอบหลัก: [email protected] *Corresponding author: [email protected] Received 21 July 2020 • Revised 5 May 2021 • Accepted 14 May 2021 บทคดั ยอ่ วัตถุประสงค์: การวิจัยในต�ำบลห้วยนางเชิงบรรยายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้และพฤติกรรมป้องกัน โรคหลอดเลอื ดสมองในกล่มุ เสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมอง วิธีการ: กลุ่มตัวอย่าง คอื กล่มุ เสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมองจ�ำนวน 202 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่ก�ำหนด เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน ไดแ้ ก่ 1) แบบสอบถามข้อมลู ทั่วไปและข้อมลู ดา้ นสุขภาพ 2) แบบสอบถามความรูโ้ รคหลอดเลอื ดสมองและ 3) แบบสอบถาม พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง แบบสอบถามความรู้โรคหลอดเลือดสมอง และแบบสอบถามพฤติกรรมป้องกัน Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 13

ความร้โู รคหลอดเลอื ดสมองและพฤติกรรมป้องกนั ของกลมุ่ เส่ยี ง ปยิ ะนชุ จติ ตนนู ท์ และคณะ โรคหลอดเลือดสมองได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ จ�ำนวน 3 คน และผ่านการตรวจสอบ ความเช่ือม่ันของเครื่องมือในกลุ่มเส่ียงโรคหลอดเลือดสมอง 20 ราย ได้ค่าความเช่ือม่ันของแบบสอบถามความรู้โดยใช้ คเู ดอรร์ ชิ ารด์ สนั 20 เทา่ กบั .64 และแบบสอบถามพฤตกิ รรมปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมอง โดยใชส้ มั ประสทิ ธอ์ิ ลั ฟา่ ของครอนบาค เทา่ กบั .82 วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยใชส้ ถติ เิ ชงิ บรรยาย ผลการศกึ ษา: พบวา่ คะแนนเฉลย่ี ความรโู้ รคหลอดเลอื ดสมองของกลมุ่ เสยี่ ง อยู่ในระดับต่�ำ (M = 8.80, SD = 2.63) คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโดยรวม (M = 3.93, SD = 0.37) และดา้ นการดม่ื สรุ า (M = 4.85, SD = 0.49) ดา้ นการสบู บหุ รี่ (M = 4.69, SD = 0.76) ด้านการรับประทาน อาหาร (M = 3.89, SD = 0.42) อยู่ในระดับสูง ในขณะที่ด้านการจัดการความเครียด (M = 3.56, SD = 0.83) และด้านการออกกำ� ลงั กาย (M = 3.04, SD = 0.92) อยู่ในระดบั ปานกลาง อภิปรายผล: ผลการศึกษาสามารถใช้เป็น ข้อมูลพ้ืนฐานในการส่งเสริมความรู้โรคหลอดเลือดสมองและการปฏิบัติพฤติกรรมป้องกันที่เหมาะสมเพ่ือลดโอกาสเสี่ยง ในการเกิดโรคหลอดเลอื ดสมอง ค�ำส�ำคญั : กลุม่ เส่ียงโรคหลอดเลือดสมอง; ความรโู้ รคหลอดเลอื ดสมอง; พฤติกรรมป้องกนั Abstract Objective: This descriptive study aimed to determine the level of knowledge and preventive behaviors of cerebrovascular risk group in Huinang Sub-district. Methods: Samples were 202 Cerebrovascular Disease (CVD) risk persons, recruited through purposive sampling according to specific inclusion criteria. Data were collected using a set of questionnaires consisted of 3 parts including 1) General data and health data questionnaire, 2) Cerebrovascular disease knowledge questionnaire and 3) Cerebrovascular disease preventive behavior questionnaire. The CVD knowledge and CVD preventive behavior questionnaires were validated for its content validity by 3 experts and were tested for its reliability in 20 CVD risk persons, yielding a KR-20 of .64 and a Cronbach’s alpha coefficient of .82, respectively. Data were analyzed using descriptive statistics. Results: revealed that mean scores of CVD knowledge was at a low level (M = 8.80, SD =2.63). Mean scores of overall preventive behavior (M = 3.93, SD = 0.37) and alcohol drinking behavior (M = 4.85, SD = 0.49), smoking behavior (M = 4.69, SD = 0.76) and dietary behavior (M = 3.89, SD = 0.42) was at a high level, whereas the mean scores of stress management behavior (M = 3.56, SD = 0.83) and exercise (M = 3.04, SD = 0.92) was at a moderate level. Discussion: Findings of the study provide a baseline data to promote CVD knowledge and proper preventive behaviors in order to reduce the risk of developing CVD. Keywords: cerebrovascular disease risk group; cerebrovascular disease knowledge; preventive behaviors ความเปน็ มาของปัญหา โดยในปี พ.ศ. 2563 มีผูป้ ่วยโรคหลอดเลือดสมองเพิม่ ข้นึ โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอมั พฤกษ์ อมั พาต เปน็ 2 เท่า นอกจากนย้ี ังพบวา่ โรคหลอดเลอื ดสมองเปน็ เป็นโรคที่พบบอ่ ยในวยั ผู้ใหญแ่ ละผ้สู งู อายุ สง่ ผลกระทบต่อ โรคท่ีเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่ส�ำคัญอันดับ 1 ในเพศหญิง ผู้ปว่ ย ครอบครัว สงั คม และเศรษฐกจิ กอ่ ใหเ้ กดิ ความพกิ าร และอนั ดบั 2 ในเพศชาย2 และเป็นสาเหตกุ ารตายอันดบั ตน้ ๆ และเสียชีวิตได้สูง จากรายงานขององค์การอัมพาตโลก1 ของคนไทย โดยในปี 2559 โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุ พบอบุ ัตกิ ารณ์ การเกดิ โรคหลอดเลือดสมองทว่ั โลกประมาณ การตายในล�ำดับที่ 2 ของคนไทย โดยมีอัตราตาย 48.70 15 ล้านคนในแตล่ ะปี และพบว่าโดยเฉลย่ี ทุกๆ 6 วินาที ต่อประชากร 100,000 คน เพม่ิ ขนึ้ จากปี 2555 ทม่ี อี ตั รา จะมคี นเสียชีวิต จากโรคหลอดเลอื ดสมองอย่างนอ้ ย 1 คน ตาย 31.70 ต่อประชากร 100,000 คน3 นอกจากนยี้ ังพบวา่ 14 วารสารพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ปที ่ี 41 ฉบับที่ 2 เมษายน - มถิ นุ ายน 2564 หนา้ 13-25

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors โรคหลอดเลือดสมองมีอัตราป่วยที่มีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นอย่าง 100 มลิ ลเิ มตรปรอท มปี ระวัติทางพันธุกรรม มีพฤติกรรม ต่อเนื่องทุกปี และมีความสัมพันธ์กับการก้าวเข้าสู่การเป็น การบรโิ ภคอาหารไมเ่ หมาะสม มพี ฤตกิ รรมการออกกำ� ลงั กาย ประเทศสังคมผู้สูงอายุหรือการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ ไม่สม่�ำเสมอ ระดับแอลดีแอลโคเลสเตอรอล (LDL- ของประเทศ โดยมอี ัตราปว่ ยทว่ั ประเทศ 354 ต่อประชากร cholesterol) มากกวา่ 100 มลิ ลกิ รมั /เดซลิ ติ ร ดม่ื แอลกอฮอล์ 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2555 และเพิม่ ข้นึ เปน็ 399.88, หนัก การสูบบหุ รี่และสัมผัสควันบุหรี่ 423.27 และ 471.72 ตอ่ ประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. กระทรวงสาธารณสขุ ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั กบั การคดั กรอง 2559 2560 และ 2561 ตามลำ� ดบั 4 ความเส่ียงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองโดยเฉพาะใน ผู้ท่ีรอดชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองจ�ำนวนมาก กลุม่ เสีย่ ง ไดแ้ ก่ ผปู้ ่วยที่เปน็ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มกั จะมคี วามพกิ ารหลงเหลอื อยู่ เชน่ เปน็ อมั พฤกษ์ อมั พาต5 และไขมนั ในเลอื ดสูง ซ่งึ เป็นกลยุทธ์ส�ำคญั ในปอ้ งกนั การเกดิ ซึ่งโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุส�ำคัญในการสูญเสียปี โรคหลอดเลอื ดสมองเบ้ืองตน้ และก�ำหนดเป็นนโยบายระดับ สุขภาวะ (Disability adjusted life years: [DALYs]) ชาติในปี พ.ศ. 2559 และผลกั ดนั ให้สถานบริการสุขภาพของ ของคนไทย5 จากข้อมูลรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บ รัฐบาลและเอกชนทัว่ ประเทศ ต้องทำ� การคดั กรองกลมุ่ เสยี่ ง ของประชากรไทยปี พ.ศ. 2556 พบวา่ โรคหลอดเลอื ดสมอง เฝ้าระวังและป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง จากผล ทำ� ใหเ้ กิดการสญู เสยี ปีสขุ ภาวะมากเป็นอนั ดบั 1 ในเพศหญงิ การคัดกรองเพื่อประเมินโอกาสเส่ียงต่อการเกิดโรคหลอด (277,000 ปีสุขภาวะที่สูญเสยี ไปจากการตายกอ่ นวยั อันควร เลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ หรือคดิ เป็นสดั ส่วนรอ้ ยละ 10.80 ของปีสขุ ภาวะทส่ี ญู เสยี ไป ต�ำบลห้วยนาง อ�ำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ในระหว่าง ทง้ั หมด) และอันดับ 2 ในเพศชาย (340,000 ปสี ขุ ภาวะ เดือนมกราคม ถึง ธันวาคม 2559 โดยใช้แนวทางการ ท่ีสูญเสยี ไปจากการตายก่อนวยั อันควร หรือคิดเป็นสัดส่วน ประเมนิ ของสำ� นกั โรคไม่ตดิ ต่อ กรมควบคมุ โรค กระทรวง ร้อยละ 8.80 ของปีสุขภาวะที่สูญเสียไปทั้งหมด) และ สาธารณสขุ 8 ในกล่มุ ประชากรเป้าหมาย อายตุ ั้งแต่ 35 ปี จากข้อมูลมรณบัตรและรายงานสาเหตุการตาย ปี พ.ศ. ถงึ 90 ปี จำ� นวน 2,362 คน พบวา่ มผี ู้ท่มี ีโอกาสเสยี่ งท่ี 2553-2557 พบว่า อัตราตายด้วยโรคหลอดเลือดสมอง จะเปน็ โรคอัมพฤกษ์ อมั พาตใน 10 ปขี า้ งหน้าอยใู่ นระดับ ภาพรวมของประเทศไทยมีแนวโน้มท่ีเพ่ิมข้ึนต่อเนื่องในทุก ปานกลาง จำ� นวน 295 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 12.49 และ เขตสุขภาพ และทกุ กล่มุ อายุ โดยเฉพาะในผ้สู ูงอายุ โดยใน ผลการคัดกรองเพื่อประเมินโอกาสเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือด ปี พ.ศ. 2553 อัตราตายดว้ ยโรคหลอดเลือดสมองในภาพรวม สมองในกลุ่มผู้ปว่ ยโรคเรือ้ รัง ปีงบประมาณ 2560 พบวา่ เท่ากบั 40.97 ต่อประชากร 100,000 คน เพ่มิ เปน็ 54.25 ในกลมุ่ ผปู้ ว่ ยโรคความดนั โลหติ สงู จำ� นวน 113 คน พบผปู้ ว่ ย ต่อประชากร 100,000 คนในปี พ.ศ. 2557 ซึ่งเพ่ิมขึ้น ที่มโี อกาสเสีย่ งที่จะเป็นโรคอมั พฤกษ์ อัมพาตใน 10 ปี ถงึ ปีละกวา่ 4,000 คน6 จะเหน็ ได้ว่าโรคหลอดเลอื ดสมอง ข้างหน้า อยู่ในระดับปานกลาง จำ� นวน 14 คน คดิ เปน็ ร้อยละ เป็นโรคท่ีมีอัตราการพิการและการเสยี ชีวติ สงู รวมทัง้ มกี าร 12.39 และมีโอกาสเส่ียงอย่ใู นระดบั สูง 2 คน คดิ เป็นร้อยละ เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาหลายประการ การเป็นโรคหลอด 1.77 ในกลมุ่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำ� นวน 33 คน พบผปู้ ่วย เลือดสมองยังเสี่ยงเป็นซ�้ำได้อีก การป้องกันจึงส�ำคัญและ ทมี่ โี อกาสเสย่ี งทจ่ี ะเปน็ โรคอมั พฤกษ์ อมั พาตใน 10 ปขี า้ งหนา้ ต้องทำ� ตลอดชีวิต3 อยู่ในระดับปานกลาง จ�ำนวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 3.03 โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจ�ำนวน โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งการรับประทานอาหาร 175 คน พบผู้ป่วยที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคอมั พฤกษ์ การออกก�ำลงั กาย การจดั การความเครียด งดการสบู บหุ รี่ อมั พาตใน 10 ปขี า้ งหนา้ อยใู่ นระดบั ปานกลาง จำ� นวน 77 คน งดการดม่ื แอลกอฮอล์และในผปู้ ว่ ยทมี่ ภี าวะความดนั โลหติ สงู คดิ เปน็ รอ้ ยละ 44 และมโี อกาสเสย่ี งอยใู่ นระดบั สงู และสงู มาก จะต้องควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่ง จ�ำนวน 13 คน และ 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.43 และ 0.57 จากการศึกษาของ Puthawong, et al.7 พบว่า ปัจจัยเสี่ยง ตามลำ� ดบั 9 ที่ท�ำนายการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยความดัน การทบทวนงานวิจัยเก่ียวกับโรคหลอดเลือดสมอง โลหิตสูง คอื ความดนั ซสี โตลกิ มากกวา่ หรอื เทา่ กับ 160 ทีผ่ า่ นมา พบวา่ มกี ารศกึ ษาเกีย่ วกับความรู้และพฤตกิ รรม มิลลิเมตรปรอท ความดันไดเอสโตลิกมากกว่าหรือเท่ากับ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มต่างๆ รวมท้ังศึกษา Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 15

ความรูโ้ รคหลอดเลอื ดสมองและพฤติกรรมป้องกันของกลมุ่ เสีย่ ง ปยิ ะนชุ จติ ตนูนท์ และคณะ ปจั จยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั พิ ฤตกิ รรมสขุ ภาพ ผลการศกึ ษา สมองของกลมุ่ เส่ียงในชมุ ชนห้วยนาง ถึงแม้วา่ การศึกษาที่ พบว่ากลุ่มเส่ียงโรคหลอดเลือดสมอง มีความรู้เก่ียวกับ ผ่านมาได้ท�ำการศึกษาเชิงความสัมพันธ์และการท�ำนายและ โรคหลอดเลือดสมองโดยรวมและพฤติกรรมเพ่ือลดความ พบว่ามีปัจจัยสาเหตุหลายประการท่ีเก่ียวข้องกับพฤติกรรม เส่ียงต่อโรคหลอดเลือดสมองอยู่ในระดับสูงแต่มีส่วนหนึ่งท่ีมี ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง แต่การจัดการเพื่อป้องกัน ความรู้เรื่องอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมองไม่ถูกต้อง การเกิดโรคให้มีความต่อเน่ืองและย่ังยืนต้องอาศัยความรู้ และมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม10 และ ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับภาวะโรค จากการศึกษาของ Chamnanpong and Piyabanditkul11 โดยเฉพาะความรู้และพฤตกิ รรมท่เี กยี่ วข้องกับโรค ซ่ึงจะมี พบว่ากลุ่มตัวอย่างโรคความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นหนึ่งใน ความเฉพาะเจาะจงและแตกต่างกนั ในแตล่ ะพืน้ ที่ ข้อมูลทีไ่ ด้ กล่มุ เสีย่ งโรคหลอดเลอื ดสมอง มพี ฤติกรรมการดูแลสขุ ภาพ จากการศึกษาน้ีจะถูกน�ำไปใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการดูแล ไมเ่ หมาะสมในด้านการรับประทานอาหาร การดื่มเครื่อง เพือ่ ปอ้ งกันโรคหลอดเลอื ดสมองในกลุ่มเส่ยี งในชมุ ชนต่อไป ดื่มแอลกอฮอล์ การออกก�ำลงั กาย การใช้ยา และการมา ค�ำถามการวจิ ยั รบั การรกั ษาอย่างตอ่ เนอ่ื ง มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั โรค ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมป้องกัน หลอดเลือดสมองไม่เพียงพอ ขาดทักษะและความตระหนัก โรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ในการปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมเพอื่ ปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมอง ต�ำบลห้วยนางอย่ใู นระดับใด จากข้อมูลจ�ำนวนกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง วัตถุประสงค์การวิจยั ของต�ำบลห้วยนางที่มีจ�ำนวนมากและปัญหาโรคเรื้อรัง เพื่อศึกษาระดับความรู้โรคหลอดเลือดสมองและ รวมทั้งโรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาส�ำคัญของประชาชน พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงโรค ท่ียังไมส่ ามารถควบคมุ ได้ และจากการทบทวนวรรณกรรมที่ หลอดเลอื ดสมองในต�ำบลห้วยนาง พบว่ากล่มุ เสีย่ งยงั มคี วามรู้เกย่ี วกบั ปัจจยั เสี่ยง อาการเตอื น รปู แบบการศึกษา และการดแู ลตนเองเพอ่ื ปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมองไมเ่ พยี งพอ กรอบแนวคดิ การวจิ ัย และมกี ารปฏิบัติพฤตกิ รรมการป้องกันที่ไม่ถูกตอ้ ง ซ่งึ การที่ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้แนวคิด จะท�ำให้บุคคลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อน�ำไปสู่การ การลดปัจจัยเสี่ยงเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของ มีสุขภาพดี บุคคลจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง องค์การอัมพาตโลก1 และแนวคิดการปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรม มีความรู้สึกตระหนักจากภายในของตนเองก่อน จนรู้สึก สขุ ภาพ 3อ. 2ส. ของกองสขุ ศกึ ษา กระทรวงสาธารณสขุ 14 อยากปรับปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งความรู้ความเข้าใจ ร่วมกับการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์ท่ีเก่ียวข้องกับโรค เกย่ี วกบั โรคเปน็ ปจั จยั สำ� คญั ทจ่ี ะทำ� ใหบ้ คุ คลเกดิ การตระหนกั หลอดเลอื ดสมอง15-17 และน�ำไปสู่การปฏิบัติพฤติกรรมป้องกัน12 ผลการศึกษาท่ี โรคหลอดเลอื ดสมอง หรือโรคอมั พฤกษ์ อมั พาต ผ่านมาพบวา่ ความรู้โรคหลอดเลอื ดสมองมคี วามสัมพันธท์ าง คือภาวะท่ีสมองขาดเลือดไปเล้ียง ซ่ึงเกิดจากหลอดเลือด บวกกับกับพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ13 ประกอบกับยังไม่มี ทไ่ี ปเลย้ี งสมองตบี ตนั หรือแตก จนเกดิ การท�ำลายหรือตาย ข้อมูลความรู้โรคหลอดเลือดสมองและการปฏิบัติพฤติกรรม ของเนอื้ เย่ือสมอง อาการขนึ้ อยูก่ บั ตำ� แหนง่ ทสี่ มองขาดเลอื ด ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเส่ียงในต�ำบลห้วยนาง ไปเลีย้ ง อาการท่ีพบบอ่ ย ไดแ้ ก่ การออ่ นแรงทใ่ี บหนา้ แขน ผวู้ จิ ยั จงึ สนใจศกึ ษาความรโู้ รคหลอดเลอื ดสมองและพฤตกิ รรม ขา ส่วนมากเป็นข้างเดยี วและเกิดข้ึนโดยเฉียบพลนั อาการ ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยง โดยประยุกต์ อื่นที่เกิดข้ึนร่วมด้วย ได้แก่ ชาบริเวณใบหน้า แขนขา ใช้แนวคิดการลดปัจจัยเส่ียงเพ่ือป้องกันโรคหลอดเลือด มองเห็นไม่ชัด พูดล�ำบาก ปวดศีรษะรุนแรง สาเหตุและ สมองขององคก์ ารอมั พาตโลก1 และแนวคิดการปรับเปลยี่ น ปจั จัยเส่ียงแบง่ เปน็ 2 ปัจจยั หลกั คอื ปัจจยั ทป่ี รบั เปล่ียน พฤติกรรมสขุ ภาพ 3อ. 2ส. ของกองสุขศึกษา กระทรวง ไม่ได้ เช่น อายุทเ่ี พ่ิมขน้ึ เพศ พันธุกรรม และปจั จยั ท่ี สาธารณสุข14 ร่วมกับการทบทวนหลักฐานเชิงประจักษ์ สามารถปรับเปลยี่ นได้ ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรมการบริโภคอาหาร ที่เก่ยี วข้องกับโรคหลอดเลอื ดสมอง15-17 การศึกษานเี้ ปน็ การ ศึกษาเชิงบรรยายเพื่อทราบสถานการณ์เก่ียวกับความรู้ โรคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือด 16 วารสารพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ปที ่ี 41 ฉบับที่ 2 เมษายน - มิถนุ ายน 2564 หน้า 13-25

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors การออกกำ� ลงั กาย การจัดการความเครียด การสูบบหุ รี่ และ นยิ ามศพั ท์ การดื่มเครื่องด่มื ท่ีมีแอลกอฮอล์ การป้องกันการเกิดโรคจึง ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง หมายถึง ความ ต้องมีการควบคุมและลดปัจจัยเส่ียง โดยการปรับเปลี่ยน สามารถในการรู้ จำ� เขา้ ใจของกลมุ่ เส่ียงเกีย่ วกบั โรคหลอด พฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม15-17 ซ่ึงการที่บุคคลจะเกิด เลอื ดสมอง ซ่งึ ครอบคลุม สาเหตุ ปจั จัยเสยี่ ง อาการ อาการ ความตระหนักและปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพท่ีเหมาะสม เตือน การปอ้ งกนั โรคหลอดเลือดสมอง การดแู ลตนเองเมือ่ จะต้องมีความรู้ความเขา้ ใจเรอ่ื งโรคและการดูแลตนเอง โดย มีอาการเตือนโรคหลอดเลือดสมองและการช่วยเหลือผู้ที่มี ความร้ทู ว่ั ไปทป่ี ระชาชนควรร้คู วรครอบคลุม สาเหตุ ปัจจัย อาการโรคหลอดเลือดสมอง ประเมินโดยใช้แบบประเมิน เสีย่ ง อาการของโรค อนั ตราย อาการเตอื น การควบคุม ความรู้โรคหลอดเลือดสมองท่ีพัฒนาข้ึนโดยผู้วิจัยจาก ป้องกัน การรักษา และการใหก้ ารดูแล17 การศึกษานีผ้ ู้วจิ ัย การทบทวนวรรณกรรมที่เกย่ี วขอ้ ง วดั ความรโู้ รคหลอดเลอื ดสมองโดยวดั ความจำ� และความเขา้ ใจ พฤตกิ รรมปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมอง หมายถงึ เกี่ยวกบั โรคหลอดเลอื ดสมอง โดยครอบคลุม สาเหตุ ปัจจัย การปฏิบัติกิจกรรมสุขภาพเพ่ือป้องกันการเกิดโรคหลอด เสี่ยง อาการ อาการเตือน การป้องกันโรคหลอดเลอื ดสมอง เลอื ดสมองของกลมุ่ เสยี่ ง โดยแบง่ เปน็ 5 ดา้ นคอื การรบั ประทาน การดูแลตนเองเม่ือมีอาการเตือนโรคหลอดเลือดสมองและ อาหาร การออกกำ� ลงั กาย การจดั การความเครยี ด การหลกี เลยี่ ง การช่วยเหลอื ผ้ทู ี่มอี าการโรคหลอดเลือดสมอง การสูบบหุ ร่ี และการดม่ื สรุ า ประเมนิ โดยใช้แบบสอบถาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นวิธีการหนึ่งที่มี พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองที่พัฒนาขึ้นโดยผู้วิจัย ประสิทธิผลในการป้องกันการเกิดโรค15 พฤติกรรมป้องกัน จากการทบทวนวรรณกรรมทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั โรคหลอดเลอื ดสมอง เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมสุขภาพ เป็นการปฏิบัติของ วธิ ีการด�ำเนินการวิจัย บุคคลเพอื่ ป้องกันตนเองไมใ่ หเ้ กิดโรคเรอ้ื รังตา่ งๆ องคก์ าร แบบการวจิ ยั การศกึ ษาเชงิ บรรยาย (descriptive อัมพาตโลกและส�ำนักโรคติดต่อได้เสนอแนะแนวทางการ study) เพ่ือศึกษาระดับความรู้โรคหลอดเลือดสมองและ ปอ้ งกนั และการลดความเสย่ี งโรคหลอดเลือดสมอง โดยการ พฤติกรรมป้องกันของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองต�ำบล ปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส1,14,15 ซึ่ง หว้ ยนาง ประกอบดว้ ย 1) การบรโิ ภคอาหาร เป็นการปฏิบัติเกี่ยวกับ ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง การรับประทานอาหารและบริโภคนิสัย ความถ่ีของการ ประชากรเปา้ หมาย คอื กลุ่มเสีย่ งโรคหลอดเลอื ด รับประทานอาหาร การเลือกรบั ประทานอาหารทเี่ หมาะสม สมองในตำ� บลหว้ ยนางท่มี อี ายุต้งั แต่ 30 ปีข้นึ ไป ที่ได้รับ กบั สุขภาพ ลดการบรโิ ภคอาหารหวาน มัน เคม็ เนน้ การรบั การคัดกรองภาวะเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองโดยใช้แบบ ประทานผกั ผลไม้ หลีกเลีย่ งอาหารประเภทไขมนั แปง้ และ คัดกรองโอกาสเส่ียงอัมพฤกษ์อัมพาต8 จากโรงพยาบาล น�้ำตาล ลดปรมิ าณโซเดียม 2) การออกก�ำลงั กาย หมายถึง ส่งเสรมิ สุขภาพต�ำบลหว้ ยนางในปงี บประมาณ 2560 และ การเคลือ่ นไหวสว่ นตา่ งๆ ของร่างกาย ด้วยการท�ำกิจวัตร พบว่ามีภาวะเส่ียงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองตาม ประจำ� วนั การทำ� งาน การออกกำ� ลงั กายอย่างมีแบบแผน ซึ่ง เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงของส�ำนักโรคไม่ติดต่อ มผี ลให้ร่างกายมกี ารเคล่อื นไหวส่วนต่างๆ เพมิ่ มากข้ึนกว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ 8 จ�ำนวน 392 คน ปกติ และสม่�ำเสมอ โดยออกก�ำลังกายขนาดปานกลาง กลุม่ ตัวอยา่ ง คือ กลุ่มเสีย่ งโรคหลอดเลือดสมอง อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 30 นาที/วัน อายุ 30 ปีขึ้นไป ในต�ำบลห้วยนาง ที่มีระดับความเส่ียง 3) การจดั การอารมณ์ เป็นการจดั การอารมณข์ องตนเองเมอ่ื อมั พฤกษ์ อัมพาตสูงปานกลาง คือ ผลการตรวจคัดกรองมี เผชิญกับเหตุการณ์หรือสิ่งกระตุ้นที่ท�ำให้เกิดความเครียด ความผดิ ปกติ 3-5 ขอ้ จาก 8 ข้อ ดงั น้ี 1) มญี าตสิ ายตรง เพ่ือลดความเครียดและรักษาสมดุลของร่างกายและจิตใจ ที่เปน็ โรคหวั ใจขาดเลือดหรอื อัมพาต 2) สูบบุหรี่ 3) ระดบั โดยใชว้ ิธผี อ่ นคลาย เชน่ ฟงั เพลง ดโู ทรทศั น์ อา่ นหนงั สอื ความดนั โลหติ มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 140/90 มม.ปรอท หรอื เคย พูดคุยกบั เพือ่ น 4) การหยดุ สูบบหุ ร่ีและหลีกเลี่ยงควนั บหุ รี่ ได้รบั การวนิ ิจฉยั วา่ เป็นความดนั โลหติ สงู 4) ระดบั นำ�้ ตาล มือสอง และ 5) การลดการดื่มสุรา/แอลกอฮอล์ ในเลอื ดมากกว่าหรือเทา่ กบั 120 มก./เดซลิ ิตร 5) ได้รับ การวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีไขมันในเลือดผิดปกติ 6) ขนาด Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 17

ความรโู้ รคหลอดเลอื ดสมองและพฤตกิ รรมปอ้ งกันของกล่มุ เสี่ยง ปิยะนุช จติ ตนูนท์ และคณะ รอบเอว เพศชายมากกวา่ 36 นิ้ว หญงิ มากกวา่ 32 นว้ิ พฤตกิ รรมการรับประทานอาหาร (15 ข้อ) การออกกำ� ลังกาย 7) เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง และ 8) เคยเป็นโรคหัวใจ (5 ขอ้ ) การจัดการความเครยี ด (5 ขอ้ ) การสบู บุหรี่ (4 ขอ้ ) กำ� หนดขนาดกลมุ่ ตวั อยา่ งโดยใชต้ ารางสำ� เรจ็ รปู ของ Yamane18 การด่ืมสรุ า/เคร่ืองดื่มที่มีแอลกอฮอล์ (4 ขอ้ ) ลกั ษณะคำ� ตอบ ทีร่ ะดบั ความเช่อื มน่ั 95 เปอร์เซน็ ต์ ค่าความคลาดเคลอ่ื น เปน็ แบบประมาณค่า 5 ระดบั คะแนน 1-5 คอื 1 ไม่ปฏิบตั ิ .05 ได้ขนาดกลมุ่ ตวั อย่างประมาณ 176 คน ผู้วจิ ยั ได้เพ่มิ และ 5 ปฏิบัติเป็นประจ�ำ (ข้อค�ำถามทางบวก) และ 5 ขนาดกลุ่มตัวอย่างอีก 15 เปอร์เซ็นต์19 เพ่ือป้องกันการ ไม่ปฏิบัติ และ 1 ปฏิบัติเป็นประจ�ำ (ข้อค�ำถามทางลบ) ไม่ไดร้ ับแบบสอบถามกลบั คนื ได้ขนาดกลุม่ ตวั อยา่ ง 202 คน การแปลผลค่าคะแนนโดยรวมและรายด้านใช้เกณฑ์ คัดเลอื กกลมุ่ ตัวอยา่ งแบบเจาะจงตามคุณสมบัติตามก�ำหนด อันตรภาคช้ัน21 แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับต่�ำ คะแนน เครอ่ื งมอื ในการวจิ ยั เปน็ แบบสอบถามทป่ี ระกอบดว้ ย เฉลี่ย 1.00-2.33 ระดับปานกลาง คะแนนเฉล่ีย 2.34-3.67 3 ส่วน คอื ระดับสงู คะแนนเฉล่ยี 3.68-5.00 ส่วนท่ี 1 แบบสอบถามขอ้ มูลทว่ั ไปและข้อมลู ดา้ น การตรวจสอบคณุ ภาพของเครอื่ งมือวจิ ัย สขุ ภาพ พัฒนาโดยผวู้ ิจยั ประกอบด้วยขอ้ คำ� ถามเกีย่ วกบั ผู้วิจัยนำ� แบบสอบถามไปใหผ้ ู้ทรงคุณวฒุ ิ 3 ทา่ น อายุ เพศ ระดบั การศกึ ษา สถานภาพสมรส อาชีพ รายได้ ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และปรับปรุงแก้ไขตาม ประวัติการด่ืมแอลกอฮอล์ ประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรค ข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิ จากน้ันน�ำแบบสอบถาม หลอดเลอื ดสมองในครอบครวั การได้รบั ขอ้ มลู เก่ียวกับโรค ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมป้องกันโรคหลอด หลอดเลือดสมอง การรับรู้ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอด เลือดสมองไปทดลองใช้กับกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง เลอื ดสมอง ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพ ไดแ้ ก่ ดชั นมี วลกาย เสน้ รอบเอว ท่มี ีคุณลักษณะคล้ายกับกลุ่มตัวอย่างจ�ำนวน 20 ราย และ ระดบั ความดนั โลหติ ซง่ึ ผวู้ จิ ยั และผชู้ ว่ ยวจิ ยั เปน็ ผเู้ กบ็ รวบรวม นำ� ผลที่ได้ไปหาค่าความเช่อื ม่ันโดยหาคา่ KR-20 ส�ำหรับ ข้อมลู จากสมุดบนั ทึกสขุ ภาพของกลุ่มตัวอยา่ ง โดยใช้ข้อมูล แบบสอบถามความรู้ และหาค่าสัมประสิทธ์แอลฟาของ การตรวจครง้ั ล่าสดุ ซงึ่ เจา้ หน้าท่ีโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพ ครอนบาค (Cronbach’s alpha) ส�ำหรับแบบสอบถาม ต�ำบลเป็นผวู้ ัด พฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ได้ค่าความเชื่อม่ัน สว่ นที่ 2 แบบสอบถามความรู้โรคหลอดเลอื ดสมอง ของแบบสอบถามความรู้โรคหลอดเลือดสมอง (KR-20) ท่ีพัฒนาข้ึนโดยผู้วิจัยจากการทบทวนวรรณกรรมที่เก่ียวข้อง เทา่ กบั .64 และค่าความเชอื่ มนั่ ของแบบสอบถามพฤตกิ รรม ประกอบดว้ ยข้อคำ� ถามจำ� นวน 17 ขอ้ ครอบคลุมความรู้ ปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมอง (Cronbach’s alpha) เทา่ กบั .82 เกยี่ วกบั สาเหตุ ปจั จยั เสย่ี ง อาการ อาการเตอื น การปอ้ งกนั จริยธรรมในการวจิ ยั โรคหลอดเลือดสมอง การดูแลตนเองและการช่วยเหลือ โครงการวิจัยนี้ได้ผ่านการพิจารณารับรองจาก บุคคลอืน่ เม่อื มีอาการโรคหลอดเลือดสมอง ลกั ษณะค�ำตอบ คณะกรรมการจรยิ ธรรมการวิจยั ในมนษุ ย์ สาขาสงั คมศาสตร์ เปน็ แบบใหเ้ ลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก ตอบถกู ได้ 1 คะแนน ตอบผดิ และพฤตกิ รรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ ตามรหสั ได้ 0 คะแนน การแปลผลค่าคะแนน โดยแบ่งเกณฑ์ระดบั หนงั สือรบั รอง PSU IRB 2018-NL009 วนั ท่ี 3 กรกฎาคม ความรู้เป็น 3 ระดับตามเกณฑ์ของ Bloom20 ได้แก่ 2561 ผู้วิจัยพิทักษ์สิทธิกลุ่มตัวอย่างก่อนการเก็บรวบรวม มคี วามรรู้ ะดบั สงู คะแนนรอ้ ยละ 80 ขนึ้ ไป (14-17 คะแนน) ข้อมูลโดยการแนะน�ำตัว บอกวัตถุประสงค์การวิจัย และ ความรรู้ ะดบั ปานกลาง คะแนนรอ้ ยละ 60-79 (11-13 คะแนน) ช้แี จงรายละเอยี ดของการวจิ ยั และแจ้งให้กล่มุ ตัวอยา่ งทราบ ความรู้ระดับตำ่� คะแนนต�่ำกวา่ รอ้ ยละ 60 (0-10 คะแนน) ว่าการเข้าร่วมการวิจัยให้เป็นไปตามความสมัครใจ ไม่มี ส่วนท่ี 3 แบบสอบถามพฤตกิ รรมปอ้ งกนั โรคหลอด การบังคับ กลุ่มตัวอย่างมีสิทธิท่ีจะตอบรับหรือปฏิเสธการ เลือดสมอง ที่พัฒนาข้ึนโดยผู้วิจัยจากแนวคิดการลดปัจจัย เข้ารว่ มวจิ ัย โดยจะไมม่ ผี ลกระทบใดๆ ต่อการไดร้ ับบริการ เส่ียงเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองขององค์การอัมพาต ข้อมูลวจิ ยั จะถูกเกบ็ ไว้เป็นความลบั ผลการวิจยั จะนำ� เสนอ โลก1 และแนวคิดการปรบั เปล่ยี นพฤติกรรมสขุ ภาพ 3อ. 2ส. ในภาพรวมและใชผ้ ลในทางวชิ าการเทา่ นน้ั หากกลมุ่ ตวั อยา่ ง ของส�ำนักโรคไม่ติดต่อ15 และการทบทวนวรรณกรรมที่ มีข้อสงสัยใดๆ สามารถสอบถามผู้วิจัยได้ตลอดเวลาของ เกยี่ วขอ้ ง ประกอบดว้ ยขอ้ คำ� ถาม 33 ขอ้ เปน็ ขอ้ ความทางบวก การด�ำเนนิ การวจิ ัย 16 ข้อ ขอ้ ความทางลบ 17 ขอ้ แบง่ เป็น 5 ดา้ น ไดแ้ ก่ 18 วารสารพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ปีท่ี 41 ฉบบั ท่ี 2 เมษายน - มถิ ุนายน 2564 หนา้ 13-25

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 2.3 ผู้วจิ ัยและผู้ช่วยวิจยั เก็บแบบสอบถามคืน 1. ข้นั เตรียมการ พรอ้ มทัง้ ตรวจสอบความครบถว้ น สมบูรณข์ องขอ้ มลู 1.1 เม่ือโครงการวิจัยผ่านการพิจารณารับรอง วิธกี ารวิเคราะหข์ อ้ มลู จากคณะกรรมการจรยิ ธรรมการวจิ ยั ในมนุษย์ มหาวทิ ยาลัย 1. วิเคราะหข์ ้อมลู ท่วั ไปและข้อมูลด้านสขุ ภาพโดย สงขลานครินทร์แล้ว ผู้วิจัยน�ำหนังสือขออนุญาตเก็บข้อมูล ใชส้ ถติ เิ ชงิ พรรณนา โดยหาคา่ ความถี่ รอ้ ยละสำ� หรบั ขอ้ มูล วจิ ยั จากคณบดคี ณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ ทีม่ กี ารวดั ในระดบั นามมาตราและอันดบั มาตรา ไดแ้ ก่ เพศ ไปยังผู้อ�ำนวยการโรงพยาบาลห้วยยอด และ ผู้อ�ำนวยการ สถานภาพ ศาสนา อาชีพ การศึกษา เป็นต้น และหา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลห้วยนาง เพ่ือขอความ คา่ เฉลี่ยและสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ส�ำหรบั ข้อมลู ท่ีมีการวัด อนุเคราะห์การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วิจยั ในระดับชว่ งมาตราและอตั ราส่วนมาตรา ไดแ้ ก่ อายุ ดชั นี 1.2. ผวู้ จิ ยั ขอรายชอ่ื กลมุ่ เสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมอง มวลกาย เสน้ รอบเอว เป็นต้น ท่ีมีคุณสมบัติตามก�ำหนดในต�ำบลห้วยนางจากผู้อ�ำนวยการ 2. วเิ คราะหร์ ะดบั ความร้แู ละพฤตกิ รรมป้องกันโรค โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำ� บลห้วยนาง และท�ำจดหมาย หลอดเลือดสมองโดยรวมและรายด้าน โดยหาค่าเฉล่ียและ ประชาสัมพันธ์เชญิ ชวนกลมุ่ เสี่ยงเข้าร่วมการวจิ ยั พรอ้ มทั้ง สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน นดั หมายวันเวลา และสถานทใ่ี นการเก็บรวบรวมขอ้ มลู ผลการศึกษา 1.3 ผู้วิจัยเตรียมผู้ช่วยวิจัยซึ่งเป็นพยาบาล ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ วิชาชีพ โดยช้ีแจงรายละเอียดของแบบสอบถามและการ ของกลมุ่ ตวั อยา่ ง ตอบแบบสอบถามและใหล้ องทำ� แบบสอบถามดว้ ยตนเอง กลมุ่ ตัวอยา่ งในการศกึ ษาครั้งนปี้ ระกอบด้วย กลุ่ม 2. ข้นั ด�ำเนินการ เส่ยี งโรคหลอดเลือดสมอง จำ� นวน 202 คน ส่วนใหญ่เปน็ 2.1 ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยพบกลุ่มตัวอย่างที่ เพศหญิง (รอ้ ยละ 77.72) อายเุ ฉลี่ย 60.72 ปี (SD = สมัครใจเข้าร่วมวิจัยตามวันเวลาและสถานท่ีที่นัดหมาย 10.57) นับถอื ศาสนาพุทธ (รอ้ ยละ 99.50) สถานภาพคู่ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำ� บลหว้ ยนาง และศาลา มากที่สุด (ร้อยละ 73.27) ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับ อเนกประสงคห์ มบู่ ้าน ผูว้ จิ ัยแนะน�ำตัว ชี้แจงวัตถุประสงค์ ประถมศกึ ษา (รอ้ ยละ 80.20) ประกอบอาชพี เกษตรกรรม รายละเอียดของโครงการ และขอความร่วมมือในการเก็บ มากที่สดุ (ร้อยละ 58.91) เกอื บทง้ั หมดมโี รคประจำ� ตัว รวบรวมข้อมลู โดยก่อนการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลผู้วจิ ัยพทิ ักษ์ (ร้อยละ 99.50) ได้แก่ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง สิทธิกลุ่มตัวอย่างโดยแจ้งให้กลุ่มตัวอย่างทราบว่าการเข้า ส่วนใหญ่ไม่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคหลอดเลือด ร่วมการวิจยั ใหเ้ ปน็ ไปตามความสมคั รใจ กลมุ่ ตวั อยา่ งมสี ทิ ธิ สมอง (รอ้ ยละ 85.64) มากกวา่ ครงึ่ เคยไดร้ บั ขอ้ มลู เกีย่ วกับ ที่จะตอบรับหรือปฏิเสธการเข้าร่วมวิจัย เม่ือกลุ่มตัวอย่าง โรคหลอดเลอื ดสมอง (รอ้ ยละ 60.40) แตส่ ว่ นใหญไ่ ม่เคย ยินยอม ผู้วิจัย/ผู้ช่วยวิจัยให้กลุ่มตัวอย่างลงลายมือชื่อ ได้ยนิ เกีย่ วกบั ทางด่วนโรคหลอดเลือดสมอง (รอ้ ยละ 82.18) ในใบยนิ ยอม และด�ำเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และประมาณครึ่งรับรู้ว่าตนเองเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอด 2.2 ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยแจกแบบสอบถาม เลอื ดสมอง (รอ้ ยละ 50) สว่ นใหญม่ ีภาวะน�ำ้ หนกั เกินและ ข้อมูลท่ัวไปและแบบสอบถามความรู้และพฤติกรรมป้องกัน อว้ น (รอ้ ยละ 84.15) (ตาราง 1) โรคหลอดเลือดสมอง ให้กลุ่มตัวอย่าง พร้อมท้ังช้ีแจง รายละเอยี ดและวธิ กี ารตอบแบบสอบถาม และใหก้ ลมุ่ ตวั อยา่ ง ตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง กรณีกลุ่มตัวอย่างมีปัญหา เร่ืองสายตาหรือการอ่าน ผู้วิจัย/ผู้ช่วยวิจัยเป็นผู้อ่าน แบบสอบถามให้ฟังและให้กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถาม โดยใชเ้ วลาในการตอบแบบสอบถามประมาณ 30 นาที สำ� หรบั ข้อมูลสุขภาพ ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว ระดับความดัน โลหิต ผู้วิจัย/ผู้ช่วยวิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมุดบันทึก สขุ ภาพของกลมุ่ ตัวอย่าง Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 19

ความรโู้ รคหลอดเลอื ดสมองและพฤติกรรมปอ้ งกันของกลุ่มเส่ียง ปยิ ะนุช จิตตนนู ท์ และคณะ ตาราง 1 จ�ำนวนและร้อยละของกล่มุ ตวั อย่างจำ� แนกตามข้อมลู ทั่วไปและข้อมลู ด้านสขุ ภาพ (N = 202) ขอ้ มลู ทว่ั ไปและขอ้ มูลดา้ นสขุ ภาพ จ�ำนวน รอ้ ยละ อายุ (ป)ี (M 60.72; SD 10.57; Min-Max 32-86) 11 5.44 83 41.10 30-44 108 53.47 45-59 45 22.28 60 ขึ้นไป 157 77.72 เพศ 201 99.50 ชาย 1 0.50 หญิง 6 2.97 ศาสนา 148 73.27 พทุ ธ 48 23.76 อิสลาม 11 5.44 สถานภาพสมรส 162 80.20 โสด 25 12.38 คู่ 4 2.00 หม้าย/หย่า 119 58.91 การศึกษา 10 4.95 ไมไ่ ดเ้ รียน 1 0.50 ประถมศกึ ษา 16 7.92 มัธยมศกึ ษา 56 27.72 อนปุ ริญญา/ปริญญาตรี 1 0.50 อาชพี 201 99.50 เกษตรกรรม 27 13.43 รบั จ้าง 86 42.79 รับราชการ/รัฐวิสาหกจิ 88 43.78 คา้ ขาย 173 85.64 แม่บ้าน/ไม่ท�ำงาน 29 14.36 โรคประจ�ำตวั 80 39.60 ไม่มี 122 60.40 มี 166 82.18 36 17.82 DM HT DM & HT บุคคลในครอบครัวป่วยดว้ ยโรคหลอดเลือดสมอง ไม่มี มี การได้รบั ข้อมลู โรคหลอดเลือดสมอง ไม่ไดร้ ับ ไดร้ บั เคยไดย้ นิ เกย่ี วกบั ทางดว่ นโรคหลอดเลอื ดสมอง ไม่เคยไดย้ ิน ไดย้ นิ 20 วารสารพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ปที ่ี 41 ฉบับท่ี 2 เมษายน - มิถุนายน 2564 หนา้ 13-25

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors ตาราง 1 (ตอ่ ) จำ� นวน ร้อยละ 101 50.00 ข้อมลู ท่ัวไปและขอ้ มลู ด้านสุขภาพ 101 50.00 การรับรูค้ วามเสย่ี ง 2 1.00 30 14.85 ไมเ่ ส่ยี ง 39 19.30 เส่ียง 93 46.04 ดัชนีมวลกาย 38 18.81 < 18.5 18.5-22.99 23.0-24.99 25.0-29.99 ≥ 30 ส่วนที่ 2 ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและ หรอื อมั พฤกษ์ อมั พาต (รอ้ ยละ 65.84) ระดบั ดัชนมี วลกาย พฤตกิ รรมปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมอง ที่ลดโอกาสเส่ียงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (ร้อยละ ผลการศึกษาพบว่าระดับความรู้โรคหลอดเลือด 63.86) (ตาราง 4) สมองโดยรวมอยใู่ นระดับตำ�่ มคี ะแนนเฉลย่ี 8.80 (SD = ระดับพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโดย 2.63) (ตาราง 2) โดยพบว่าสว่ นใหญ่มีความรใู้ นระดบั ต�่ำ รวมอยใู่ นระดบั สูง โดยมีคะแนนเฉลยี่ เทา่ กับ 3.93 (SD = (ร้อยละ 71.78) รองลงมาอยใู่ นระดบั ปานกลาง (ร้อยละ 0.37) พฤตกิ รรมท่ีมีคะแนนเฉลยี่ อยใู่ นระดบั สงู โดยเรยี งจาก 26.22) และสว่ นน้อยมีความรู้อย่ใู นระดับสงู (รอ้ ยละ 2) คะแนนสูงสุด ไดแ้ ก่ ดา้ นการด่มื สุรา (M = 4.85, SD = (ตาราง 3) และพบวา่ สว่ นใหญย่ งั ขาดความรเู้ กี่ยวกบั ปจั จยั 0.49) ด้านการสูบบุหร่ี (M= 4.69, SD = 0.76) และ เสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมองและการควบคุมปจั จยั เสี่ยง ไดแ้ ก่ ดา้ นการรบั ประทานอาหาร (M = 3.89, SD = 0.42) ช่วงอายทุ ่ีพบโรคหลอดเลือดสมองหรืออมั พฤกษ์ อัมพาตได้ ตามล�ำดบั ในขณะทีพ่ ฤตกิ รรมด้านการจดั การความเครียด บอ่ ย (รอ้ ยละ 79.70) ผู้ท่มี ีรอบเอวทเี่ สยี่ งต่อการเกิดโรค และดา้ นการออกก�ำลังกายอยูใ่ นระดบั ปานกลาง (M = 3.56, หลอดเลอื ดสมองมากท่ีสดุ (รอ้ ยละ 79.70) ระดบั ไขมนั SD = 0.83; M = 3.04, SD = 0.92 ตามล�ำดบั ) (ตาราง 2) ในเลอื ดส�ำหรับบุคคลท่ัวไป ทีจ่ ะลดโอกาสเสี่ยงของการเกิด และพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับพฤติกรรมป้องกัน โรคหลอดเลอื ดสมอง (รอ้ ยละ 78.71) ส่งิ ท่คี วรปฏบิ ัตเิ ป็น โรคหลอดเลือดสมองโดยรวมอยู่ในระดบั สูง (ร้อยละ 76.73) ล�ำดับแรกเมื่อคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (ตาราง 3) ตาราง 2 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความรู้และพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโดยรวมและ รายดา้ นของกลมุ่ เส่ียง (N = 202) ตัวแปร Possible Range Min-Max M SD ระดบั ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง 0-17 1.00-15.00 8.80 2.63 ตำ�่ พฤตกิ รรมปอ้ งกันโดยรวม 1-5 2.70-4.64 3.93 0.37 สงู พฤตกิ รรมปอ้ งกันรายดา้ น สูง การดื่มสุรา 1-5 1.75-5.00 4.85 0.49 สงู การสูบบุหรี่ 1-5 1.00-5.00 4.69 0.76 สงู การรบั ประทานอาหาร 1-5 2.60-4.87 3.89 0.42 ปานกลาง การจัดการความเครยี ด 1-5 1.60-5.00 3.56 0.83 ปานกลาง การออกก�ำลังกาย 1-5 1.00-5.00 3.04 0.92 Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 21

ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและพฤตกิ รรมปอ้ งกันของกลุม่ เส่ยี ง ปิยะนชุ จิตตนนู ท์ และคณะ ตาราง 3 จ�ำนวนและร้อยละของกลมุ่ ตัวอยา่ งจ�ำแนกตามระดบั ความรู้และระดับพฤตกิ รรมปอ้ งกัน (N = 202) ระดับ จ�ำนวน ร้อยละ ความรูโ้ รคหลอดเลอื ดสมอง 145 71.78 53 26.22 ต�ำ่ 4 2.00 ปานกลาง - สงู 47 - พฤตกิ รรมปอ้ งกนั โรคหลอดเลอื ดสมอง 155 23.27 ต�ำ่ 76.73 ปานกลาง สูง ตาราง 4 จ�ำนวน ร้อยละของกล่มุ ตัวอยา่ งจำ� แนกตามขอ้ คำ� ถามความร้ทู ่กี ลมุ่ ตวั อย่างส่วนใหญต่ อบผิด (N = 202) คำ� ถามความร้โู รคหลอดเลือดสมอง จ�ำนวน (รอ้ ยละ) - โรคหลอดเลอื ดสมองหรืออมั พฤกษ์ อัมพาต มกั พบในคนอายเุ ท่าไร ตอบถกู ตอบผดิ - บุคคลในขอ้ ใดที่มีความเสยี่ งต่อการเกิดโรคหลอดเลอื ดสมองมากท่ีสุด - บุคคลทวั่ ไปควรควบคุมระดบั ไขมันในเลือดอย่ใู นระดบั ใด จึงจะลดโอกาสเสีย่ งของ 41 (20.30) 161 (79.70) 41 (20.30) 161 (79.70) การเกิดโรคหลอดเลอื ดสมอง 43 (21.29) 159 (78.71) - สงิ่ ทค่ี วรปฏบิ ตั ิเปน็ ลำ� ดบั แรกเมื่อคนในครอบครัวปว่ ยเป็นโรคหลอดเลอื ดสมอง - ควรควบคุมใหด้ ชั นมี วลกายอยู่ในระดับใด จงึ จะลดโอกาสเสย่ี งของการเกิด 69 (34.16) 133 (65.84) 73 (36.14) 129 (63.86) โรคหลอดเลอื ดสมองได้ดีทส่ี ดุ การอภปิ รายผลการวิจัย ข้อมูลสุขภาพจากสื่อออนไลน์/ส่ือสังคม ในภาพรวมอยู่ใน ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มเส่ียงโรคหลอดเลือดสมอง ระดบั ตำ�่ 23 และสว่ นใหญไ่ ดร้ บั ขอ้ มลู จากเจา้ หนา้ ทสี่ าธารณสขุ มีระดับความรู้โรคหลอดเลือดสมองในระดับต�่ำ โดยพบว่า เป็นช่องทางหลัก10 สอดคล้องกับข้อมูลจากการศึกษาน้ีที่ ความรู้ทก่ี ลมุ่ เส่ียงสว่ นใหญไ่ มท่ ราบ คอื ความรทู้ เี่ ก่ยี วกับ พบว่ากลุ่มตัวอย่างท่ีมีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาข้ึนไปมี ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและการควบคุมปัจจัย คะแนนเฉลี่ยความรู้สูงกว่ากลุ่มที่มีการศึกษาระดับประถม เส่ียงเพ่ือลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ศกึ ษา และกลมุ่ ตวั อยา่ งวยั ผใู้ หญม่ คี ะแนนเฉลย่ี ความรสู้ งู กวา่ ท้ังน้ีอาจเนื่องจากกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาน้ีส่วนใหญ่มี กลุ่มวัยสูงอายุอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติ นอกจากนี้พบว่า การศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา และมอี ายเุ ฉลย่ี อยใู่ นวยั ผสู้ งู อายุ กลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่ง (ร้อยละ 40) ระบุว่าไม่เคยได้รับ ซง่ึ ระดบั การศกึ ษาและวยั สงู อายเุ ปน็ ปจั จยั หนง่ึ ทเี่ ปน็ อปุ สรรค ความรู้เร่ืองโรคหลอดเลือดสมอง จึงอาจเป็นเหตุผลหน่ึงที่ ในการเรียนรู้ และการเข้าถงึ ขอ้ มูลด้านสุขภาพ เน่อื งจาก ท�ำให้กลุ่มตัวอย่างมีความรู้เร่ืองโรคหลอดเลือดสมองอยู่ใน ผู้สูงอายุจะมีการเรียนรู้ท่ีลดลงจากความเสื่อมของร่างกาย ระดับต�่ำ นอกจากนี้อาจเป็นไปได้ว่าข้อค�ำถามความรู้เป็น และจิตใจ และการประมวลผลข้อมูลความจ�ำระยะสั้นของ ค�ำถามที่มีค�ำตอบเชิงปริมาณหรือตัวเลขซ่ึงอาจจะยากเกิน ผูส้ งู อายจุ ะลดลงตามวยั 22 ประกอบกับชว่ งวัยผ้สู งู อายจุ ะมี ไปส�ำหรับกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นผู้สูงอายุและมีระดับการศึกษา พฤติกรรมการแสวงหาข้อมูลด้านสุขภาพและเข้าถึงข้อมูล ชั้นประถมศึกษา ประกอบกับความสามารถในการรับรู้และ สุขภาพนอ้ ยลง ไดร้ บั ขอ้ มูลเพียงช่องทางเดยี ว โดยสว่ นใหญ่ จ�ำข้อมูลเชิงปริมาณของผู้สูงอายุแม้ว่าจะยังคงอยู่แต่จะเริ่ม จะไดร้ บั ขอ้ มลู จากเจา้ หนา้ ทส่ี าธารณสขุ ทดี่ แู ล ทำ� ใหก้ ารไดร้ บั เสื่อมเมื่อถึงช่วงวัยอายุ 60 ปี22 จึงท�ำให้กลุ่มตัวอย่างไม่ ข้อมูลเก่ียวกับโรคไม่ครบถ้วนและต่อเนื่อง สอดคล้องกับ สามารถตอบค�ำถามได้ถูกต้องส่งผลให้คะแนนความรู้อยู่ การศกึ ษาทผี่ า่ นมาทพ่ี บวา่ ผสู้ งู อายมุ พี ฤตกิ รรมในการแสวงหา ในระดับต่�ำ ผลการศึกษาน้ีแตกต่างจากการศึกษาของ 22 วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ ปที ี่ 41 ฉบบั ท่ี 2 เมษายน - มถิ ุนายน 2564 หน้า 13-25

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors Nualnert and Srikha10 ซ่งึ ศกึ ษาในกลุม่ ตวั อย่างทมี่ ีความ อยู่ในระดับสูง และการศึกษาของ Wasusatein13 พบว่า คล้ายคลึงกันและใช้เกณฑ์การแบ่งระดับความรู้ท่ีเหมือนกัน ประชาชนกลุ่มเสย่ี งโรคหลอดเลอื ดสมองเขตสขุ ภาพที่ 6 มี และพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความรู้โรคหลอดเลือดสมอง ระดับพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมและการบริโภคอาหารอยู่ใน โดยรวมอยใู่ นระดบั สงู ทงั้ นอ้ี าจเนอ่ื งจากคำ� ถามความรไู้ มย่ าก ระดบั สงู และการศึกษาของ Thammakun and Sota27 ท่ี เกินไปและไม่มีค�ำถามท่ีเป็นเชิงปริมาณหรือตัวเลขจึงท�ำให้ พบว่าประชาชนกลุ่มเส่ียงมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารอยู่ กลมุ่ ตวั อย่างส่วนใหญส่ ามารถตอบค�ำถามได้ถูกต้อง ในระดบั ดี กลุ่มเส่ียงมีระดับพฤติกรรมป้องกันโดยรวมอยู่ใน พฤติกรรมด้านการออกก�ำลังกายของกลุ่มเส่ียง ระดับสูงท้ังน้ีอาจเน่ืองจากพฤติกรรมของบุคคลส่วนหนึ่งมา อยใู่ นระดับปานกลาง โดยพบวา่ กลุม่ ตัวอยา่ งสว่ นใหญไ่ ม่มี จากการรับรู้และความเชื่อว่าการปฏิบัติตนตามค�ำแนะน�ำ การออกก�ำลังกายอย่างมีแบบแผนและสม�่ำเสมอ ท้ังน้ี จะช่วยลดโอกาสเสยี่ งของการเกิดโรคได้12 ซงึ่ กลุ่มตวั อยา่ ง อาจเป็นไปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงและ ในการศึกษานี้ส่วนใหญ่ได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคและการ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจึงท�ำให้ไม่มีเวลาออกก�ำลังกาย ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองจากบุคลากรทางสุขภาพของ อย่างมแี บบแผนและสม่�ำเสมอ ประกอบกบั กล่มุ ตวั อยา่ งสว่ น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต�ำบลห้วยนางและโรงพยาบาล ใหญม่ กี ารทำ� กิจกรรมทางกาย เช่น เคลื่อนไหวรา่ งกายท้งั ห้วยยอดเป็นระยะๆ โดยเฉพาะในชว่ งเวลาของการคัดกรอง จากการทำ� งานบ้านและจากการประกอบอาชีพ ท�ำให้มีการ โรคประจ�ำทุกปี ท�ำให้ทราบถึงความเส่ียงและผลกระทบ รบั รวู้ า่ มกี ารออกกำ� ลงั กายแลว้ 28 ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งออกกำ� ลงั กาย จากความรนุ แรงของโรค จึงทำ� ใหพ้ ฤติกรรมป้องกนั โดยรวม ท่ีเป็นรปู แบบ/แบบแผนอกี นอกจากน้ีกลมุ่ ตัวอย่างสว่ นใหญ่ อยู่ในระดับสูง และพบว่าพฤติกรรมป้องกันด้านการด่ืมสุรา เปน็ ผสู้ งู อายแุ ละมโี รคประจำ� ตวั ทำ� ใหม้ กี ารรบั รคู้ วามสามารถ การสูบบุหร่ี และการบริโภคอาหาร อยู่ในระดับสูง ท้ังนี้ ในการออกก�ำลังกายลดลงและรับรู้ว่ามีข้อจ�ำกัดในการออก อาจเน่ืองจากกลุ่มตัวอย่างในการศึกษานี้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง กำ� ลงั กาย จงึ ทำ� ให้มกี ารออกก�ำลังกายอยา่ งมแี บบแผนนอ้ ย ซึ่งในบริบทของสังคมไทยผู้หญิงโดยส่วนใหญ่จะไม่นิยมดื่ม ผลการศกึ ษาสอดคลอ้ งกับการศกึ ษาของ Wasusatein13 ท่ี สุราและไม่สูบบุหรี่ และค่านิยมของสังคมไม่ค่อยยอมรับ พบว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง การดื่มสุรา และการสูบบหุ ร่ขี องเพศหญิง และพบว่าอัตรา เขตสขุ ภาพท่ี 6 มรี ะดบั พฤติกรรมการออกกำ� ลังกายอยใู่ น การดม่ื สุรา และสูบบหุ ร่ใี นเพศหญงิ ต�ำ่ กว่าเพศชายมาก24,25 ระดับปานกลาง และมีการออกก�ำลังกายที่เป็นรูปแบบใน สอดคล้องกับข้อมูลจากการศึกษานี้ท่ีพบว่าคะแนนเฉล่ีย ระดับต่�ำ และส่วนใหญ่ออกก�ำลังกายโดยการเคลื่อนไหว พฤติกรรมป้องกันด้านการด่ืมสุราและสูบบุหร่ีของเพศหญิง ร่างกายจากการทำ� งานบ้านและการประกอบอาชีพ สูงกว่าเพศชายอย่างมนี ัยส�ำคญั ทางสถติ ิ สำ� หรบั พฤตกิ รรม พฤติกรรมการจัดการความเครียดของกลุ่มเสี่ยง การบริโภคอาหารอยู่ในระดับสูง โดยพบว่าส่วนใหญ่รับ อยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างจ�ำนวนหน่ึง ประทานอาหารครบ 3 ม้อื รบั ประทานผกั และผลไม้หลาก ท�ำกิจกรรมร่วมกันกับสมาชิกในครอบครัวหรือเพ่ือนๆ หลายชนิดในแตล่ ะวนั ไม่บรโิ ภคอาหารท่มี ไี ขมนั สูงทง้ั นอี้ าจ ตามเทศกาล และทำ� กจิ กรรมสนั ทนาการรว่ มกบั กลมุ่ เครอื ขา่ ย เน่ืองจากวัฒนธรรมการบรโิ ภคอาหารของชาวใต้ โดยทั่วไป ของตนเองอยใู่ นระดบั ไมเ่ คยปฏบิ ตั เิ ลย ถงึ ปฏบิ ตั เิ ปน็ บางครง้ั จะรับประทานข้าวเจ้าเป็นอาหารหลักวันละ 3 มอ้ื กับขา้ ว (ร้อยละ 48.51 และ 69.31 ตามล�ำดบั ) ท้ังนี้อาจเนื่องจาก แตล่ ะมอื้ สว่ นมากจะมแี กงเปน็ หลกั เชน่ แกงสม้ แกงกะทิ แกง กลุ่มตวั อย่างส่วนใหญ่ ยังประกอบอาชพี อย่จู ึงอาจทำ� ให้ไม่มี ไตปลา แกงค่ัวพรกิ หรือนำ้� พริก ท่ขี าดไมไ่ ด้ คอื ผกั เหนาะ เวลาในการท�ำกิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและ ประเภทผกั สดเปน็ เครอื่ งเคยี ง26 นอกจากนย้ี งั นยิ มรบั ประทาน เพื่อนๆ รวมท้ังเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการกับกลุ่มต่างๆ ขนมจีนซ่ึงต้องรับประทานคู่กับผักเหนาะซึ่งมีทั้งผักสด ซึ่งการเข้าร่วมสังคม และการท�ำกิจกรรมนันทนาการมี ผกั ลวก หลากหลายชนิด ประกอบกับในพ้ืนทม่ี ีผลไม้เพียง ความส�ำคญั โดยเฉพาะกลุ่มผสู้ ูงอายุ ท�ำให้มปี ฏิสัมพนั ธ์กัน พอตลอดปี จึงทำ� ใหก้ ลุ่มเสยี่ งมพี ฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหาร ระหว่างบุคคล ไดท้ �ำกิจกรรมร่วมกนั ไดแ้ สดงออก พูดคุย อยู่ในระดับสูง สอดคล้องกับการศึกษาของ Nualnert and แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ ซงึ่ กนั และกัน ช่วยให้ผ้สู ูงอายไุ ดร้ บั Srikha10 ท่ีพบว่ากลุม่ ตวั อย่างส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 76.40) ความสนุกสนาน มีความสุขในชีวิตและใช้เวลาว่างให้เกิด มพี ฤตกิ รรมเพอื่ ลดโอกาสเสยี่ งตอ่ โรคหลอดเลอื ดสมองโดยรวม ประโยชน์ รสู้ กึ ผ่อนคลาย ลดความเครียดความวติ กกงั วล Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 23

ความรู้โรคหลอดเลือดสมองและพฤติกรรมปอ้ งกันของกลุ่มเส่ยี ง ปยิ ะนุช จิตตนูนท์ และคณะ ทำ� ให้อารมณแ์ จ่มใส รูส้ กึ ควบคุมอารมณ์ได้ ลดความเหงา ถูกต้องรวมท้ังให้ค�ำแนะน�ำวิธีการออกก�ำลังกายให้เหมาะสม วา้ เหว2่ 9 นอกจากนพี้ บวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งเกอื บครง่ึ (รอ้ ยละ 44.55) กับวยั และสภาวะสขุ ภาพของแตล่ ะคน การออกกำ� ลังกายที่ มีการปฏิบัติเพ่ือผ่อนคลายความเครียดเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจ เหมาะสมกบั ผูส้ ูงอายุ เชน่ การเดินเรว็ และส่งเสริมการเขา้ อยูใ่ นระดับไม่เคยปฏบิ ตั ิเลย ปฏบิ ัตินานๆ ครง้ั และปฏบิ ตั ิ ร่วมกจิ กรรมกลุ่มต่างๆ เป็นต้น เป็นบางคร้ัง ทั้งน้ีอาจเกิดจากปัจจัยภายในและภายนอก ข้อจำ� กดั ของการศึกษา ตัวบุคคล30 เช่น ความรู้ความเข้าใจและทักษะการจัดการ แบบสอบถามความรู้โรคหลอดเลือดสมองในการ ความเครียด และแหล่งสนับสนุนในการจัดการความเครยี ด ศึกษาน้ีมีค่าความเที่ยงค่อนข้างต�่ำและข้อค�ำถามอาจจะยาก ผลการศกึ ษานีส้ อดคล้องกับการศกึ ษาของ Nualnert and เกินไปส�ำหรบั กลุ่มตัวอย่างน้ีซ่ึงสว่ นใหญเ่ ป็นผ้สู ูงอายุ ควรมี Srikha10 ซงึ่ ท�ำการศึกษาในกลมุ่ เสยี่ งโรคหลอดเลอื ดสมองที่ ปรับข้อค�ำถามให้เหมาะสมกับกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา และ มคี วามคล้ายคลงึ กบั การศกึ ษานี้ ท่พี บวา่ กลมุ่ เส่ยี งสว่ นใหญ่ ผลการศึกษาพบว่าระดับความรู้และพฤติกรรมป้องกันโรค มีการปฏิบัติเพื่อผ่อนคลายความเครียดเม่ือมีเรื่องไม่สบายใจ หลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงไม่สอดคล้องและเป็นไปใน อยู่ในระดบั ไม่เคยปฏิบัติเลยและปฏบิ ตั ิเปน็ บางครง้ั (รอ้ ยละ ทิศทางเดียวกัน ผลการศึกษานี้ทำ� ให้มีขอ้ จำ� กัดในการขยาย 77.80) แต่ผลการศึกษาน้ีแตกต่างจากการศึกษาของ ผลการศกึ ษาไปยงั ประชากรกลุม่ อนื่ Thammakun and Sota27 ท่ีพบว่าประชาชนกลุ่มเส่ียง มีพฤติกรรมการจัดการความเครียดและการพักผ่อนอยู่ใน การมีสว่ นรว่ มในการเขียนบทความ ระดับดี และ Wasusatein13 ท่ีพบว่าประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผมู้ สี ว่ นรว่ มในงานวจิ ยั นที้ กุ คน ไดม้ สี ว่ นรว่ มในกระบวนการ ต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองเขตสุขภาพท่ี 6 มีระดับ วจิ ยั ตงั้ แต่ การกำ� หนดโจทยว์ จิ ยั การรา่ งโครงการวจิ ยั การเกบ็ รวบรวม พฤติกรรมด้านการจัดการความเครียดและการพักผ่อนอยู่ ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนผลงานวิจัยเพ่ือตีพมิ พ์ ในระดับสูง ท้ังนี้อาจเน่ืองจากท�ำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง ทม่ี ีความแตกตา่ งกัน ซง่ึ ส่วนใหญ่อย่ใู นวยั ผใู้ หญ่ ไมม่ โี รค การมีผลประโยชนท์ ับซ้อน ประจ�ำตัว ขอรับรองว่างานวจิ ยั น้ีไมม่ ีผลประโยชน์ทับซอ้ น สรุป ผลการศึกษาพบว่าความรู้ของกลุ่มเสี่ยงโรคหลอด กิตตกิ รรมประกาศ เลือดสมองต�ำบลห้วยนางอยู่ในระดับต�่ำโดยเฉพาะความรู้ ผวู้ จิ ยั ขอขอบคณุ ผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ กุ ทา่ นทช่ี ว่ ยตรวจสอบคณุ ภาพ เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ในขณะท่ี ของเคร่ืองมือวิจัย และให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ขอขอบคุณ พฤติกรรมป้องกันโดยรวมและด้านการบริโภคอาหาร กลุ่มเส่ียงโรคหลอดเลือดสมองทุกคนท่ีเข้าร่วมการวิจัยและให้ข้อมูล การสูบบุหร่ี การด่ืมสุราอยู่ในระดับสูง และพฤติกรรม ในการศกึ ษาครงั้ นี้ และขอขอบคณุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ป้องกันโรคหลอดเลือดสมองด้านการออกก�ำลังกายและการ สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ท่ีใหก้ ารสนบั สนุนงบประมาณใน จดั การความเครยี ดอยใู่ นระดบั ปานกลาง โดยพบวา่ สว่ นใหญ่ การทำ� วจิ ยั ในครงั้ น้ี ไม่มีการออกก�ำลังกายอย่างมีแบบแผน และไม่ค่อยได้ท�ำ กิจกรรมร่วมกับสมาชิกในครอบครัวและเข้าร่วมกิจกรรมกับ เอกสารอ้างองิ กล่มุ ตา่ งๆ 1. World Stroke Organization. What’s your reason for preventing ขอ้ เสนอแนะและการนำ� ไปใช้ stroke [Internet]. Vienna: World Stroke Organization; ผู้รับผิดชอบดูแลกลุ่มเสี่ยงควรมีการรณรงค์ให้ 2017 [cited 2017 Sep 16]. Available from: https://www.world- ความรู้โดยเฉพาะความรู้เก่ียวกับปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือด stroke.org/assets/downloads/English-World Stroke Day 2017 สมองและการควบคุมปัจจัยเสี่ยง ผ่านทางช่องทางต่างๆ Brochure 20170720.pdf รวมทั้งจัดกิจกรรมให้ความรู้ความเข้าใจในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ 2. Prasat Neurological Institute, Department of Medical หรือไม่ทราบในรูปแบบตา่ งๆ ให้เหมาะสมกบั กลุ่มวัย และมี Services. Clinical nursing practice guideline for stroke. ส่อื ในการใหข้ อ้ มูลขา่ วสารที่เข้าถงึ และเขา้ ใจได้ง่าย เพ่ือเพมิ่ Bangkok: Tana Press Co; 2016. Thai. การรับรู้และความตระหนักเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมองที่ 3. Strategy and Planning Division, Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health. Summary of important statistics 2017. Nonthaburi: Strategy and Planning Division; 2017. Thai. 4. Division of Non-Communication Disease, Ministry of Public Health. Non-communicable disease report: Stroke cases and 24 วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์ ปที ่ี 41 ฉบบั ท่ี 2 เมษายน - มถิ ุนายน 2564 หน้า 13-25

Jittanoon P, et al. Cerebrovascular Knowledge and Preventive Behaviors morbidity rate during 2016-2018 [Internet]. Nonthaburi: news/WorldStrokeday 2016.pdf Ministry of Public Health; 2019 [cited 2019 Jan 6]. Available 17. Prasat Neurological Institute, Department of Medical from: http://www.thaincd.com/2016/mission/documents- Services. Stroke manual book for people. 3 rd ed. Bangkok: detail.php?id=13684&tid=32&gid=1-020 Tana Press Co; 2013. Thai. 5. Apinya T, Phanthawet N. Facts sheet: World stroke day 18. Yamane T. Statistics: An introductory analysis. 3 nd ed. 2017 [Internet]. Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2017 New York: Harper and Row Publication; 1973. [cited 2017 Sep 17]. Available from: http://www.thaincd.com/ 19. Lemeshow S, Hosmer Jr WD, Klar J, et al. Adequacy of 2016/mission/documents-detail.php?id=8302&tid=31&gid=1-027 sample size in health studies. Chichester: John Wiley & 6. Strategy and Planning Division, Ministry of Public Health. Sons Ltd; 1990. Strategic plan, Ministry of Public Health 2017-2022. 20. Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation Nonthaburi: Strategy and Planning Division; 2017. Thai. of student learning. New York: McGraw-Hill; 1971. 7. Puthawong W, Kittipichai W, Silawan T, et al. Cerebrovascular 21. Srisatitnarakul B. Nursing research methodology. 5 th ed. disease risk factors among hypertensive patients in Phayao Bangkok: You and I Intermedia Ltd; 2010. province. J Public Health. 2014; 44(1): 30-45. Thai. 22. Buathong S, Sapapad S, Jitcharat S. Aging related to reason 8. Division of Non-Communicable Disease, Ministry of Public method and needs of learning. Journal of education silpakorn Health. Cardiovascular disease and cerebrovascular disease university. 2015; 12(1,2): 6-17. Thai. risk assessment guideline for health volunteers. 2 nd ed. 23. Tipkanjanaraykha K, Yingrengreung S, Kheokao J, et al. Bangkok: Printing Affairs Office, the War Veterans Health information seeking behaviors of elderly through Organization of Thailand; 2017. Thai. online media according to perceived health status. J Health 9. Huinang Health Promoting Hospital. Cardiovascular risk Sci Res. 2017; 11(Suppl): 12-22. Thai. screening report in Jan-Dec 2016. Trang: Huinang Health 24. Office of National Statistic. The smoking and drinking behavior Promoting Hospital; 2017. Thai. survey 2017. Bangkok: Pimdeekarnpim Co., Ltd; 2018. 10. Nualnert N, Srikha D. Knowledge on the stroke and 25. Center of Research and Knowledge Management for Tobacco behaviors to reduce the risk of stroke among risk persons in Control. Report of tobacco consumption statistic of Thailand Samliam community, Muang district, Khon Kaen province. 2561. Bangkok Jaroendeemunkong Karnpim Co; 2018. J Med Tech Phy Ther. 2012; 24(3): 318-26. Thai. 26. Janjaroen K, Wanawilai P, Chaiwongnakkapun C. The 11 Chamnanpong P, Piyabanditkul L. Stroke prevention in traditional Southern food: A treasure for health. The hypertensive patients in suburban community. CHD Quart, Southern College Network Journal of Nursing and Public Khon Kaen University, 2016; 4(3): 325-40. Thai. Health. 2019; 4(2): 281-90. Thai. 12. Stretcher VJ, Rosenstock IM. The health belief model. In: 27. Thammakun B, Sota C. Participatory action research by Glanz K, Lewis FM, Rimer BK, editor. Health behavior and applying of social marketing with health belief model for health education: Theory, research, and practice. 2 nd ed. stroke prevention in patients with hypertension at Nonsamran San Francisco, CA: Jossey-Bass; 1997. sub-district, Muang district, Chaiyaphum province [Internet]. 13. Wasusatein P. Health promotion behaviors of the people Nonthaburi: Ministry of Public Health; 2017 [cited 2017 at risk for stroke in health region 6. J Dept Health Ser Sep 26]. Available from: http://cpho.moph.go.th/wp/?p=20196 Support. 2018; 14(1): 42-53. Thai. 28. Khumros W, Phumirithikul P, Mattavangkul C, et al. 14. Health Education Division, Ministry of Public Health. Behavior and accessibility for exercise of Pasi Charoen Assessment Guideline for health literacy and health persons. Bangkok: Siam University; 2013. behaviors 3E 2S among Thai people aged 15 years and over. 29. Singhadetweracha N. The study of stress and stress Nonthaburi: Printing affairs office, the Agricultural management by recreational activities among the member Cooperative Federation of Thailand. Limited; 2013. Thai. of Ban Nong Krathum elderly club, Kamphaeng Saen 15. Division of Non-Communicable Disease, Ministry of Public district, Nakhon Pathom [master's thesis]. [Nakhon Pathom]: Health. Guideline to reduce the risk of non-communicable Silpakorn University; 2019; 75 p. chronic disease (NCDs). Bangkok: Printing affairs office, 30. Ministry of Public Health. Changing stress management the War Veterans Organization of Thailand; 2013. Thai. behavior for working people [Internet]. Nonthaburi: Ministry 16. Division of Non-Communicable Disease, Ministry of Public of Public Health; 2015 [cited 2020 May 26]. Available from: Health. Facts sheet: World stroke day 2016 [Internet]. Nonthaburi: file:///C:/Users/USER/Downloads/07102015162150801_ Ministry of Public Health; 2017 [cited 2017 Sep 17]. linkhed.pdf Available from: http://www.thaincd.com/document/hot%20 Songklanagarind Journal of Nursing, Volume 41 No. 2 April - June 2021: 13-25 25


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook