Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 41323 กฎหมายพาณิชย์ 3 ประกันด้วยบุคคลและทรัพย

41323 กฎหมายพาณิชย์ 3 ประกันด้วยบุคคลและทรัพย

Published by inuthai_monta, 2022-07-13 05:27:37

Description: 41323 กฎหมายพาณิชย์ 3 ประกันด้วยบุคคลและทรัพย

Search

Read the Text Version

41323 กฎหมายพาณิชย์ 3: ประกนั ดว้ ยบคุ คลและทรพั ย์ ตวั๋ เงนิ Commercial Law 3: Surety ship, Mortgage and Bill หน่วยท่ี 1 ลกั ษณะทวั่ ไปของสญั ญาค้าประกนั 1. สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นการประกนั หนด้ี ว้ ยบคุ คล ในลกั ษณะทบ่ี คุ คลภายนอกเขา้ มา ผกู พนั ตนกบั เจา้ หนวี้ า่ จะชาระหนใ้ี หใ้ นเมื่อลกู หนไี้ มช่ าระ หนต้ี ามสญั ญาคา้ ประกนั เป็ นหน้ี อปุ กรณซ์ ่ึงตอ้ งอาศยั หนปี้ ระธาน คือหนรี้ ะหว่างเจา้ หนก้ี บั ลกู หนเ้ี ป็ นสาคญั 2. ตามหลกั ทวั่ ไปผคู้ า้ ประกนั มีความรบั ผดิ ไมเ่ กินความรบั ผดิ ของลกู หนโี้ ดยอาจจากดั หรือไมจ่ ากดั ความรบั ผิดก็ได้ และลกู หนย้ี งั มีความผกู พนั ตอ้ งรบั ผดิ ในหนอ้ี ยู่ หากเจา้ หน้ี บงั คบั ชาระหนเ้ี อาจากผคู้ า้ ประกนั ไมเ่ พียงพอที่จะชาระหนขี้ องลกู หนไ้ี ดท้ งั้ หมด 1.1 สาระสาคญั ของสญั ญาคา้ ประกนั 1. สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นสญั ญาซ่ึงบคุ คลภายนอกเรียกว่าผคู้ า้ ประกนั ผกู พนั ตนเองตอ่ เจา้ หนวี้ า่ จะชาระหนใี้ หแ้ กเ่ จา้ หนใี้ นเมอ่ื ลกู หนไ้ี มช่ าระหนนี้ นั้ 2. สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นสญั ญาทไี่ มต่ อ้ งทาตามแบบแตอ่ ยา่ งใด เพียงแตห่ ากจะมีการ ฟ้ องรอ้ งบงั คบั คดเี อาแกผ่ คู้ า้ ประกนั ตามสญั ญาคา้ ประกนั แลว้ จะตอ้ งมีหลกั ฐานเป็ นหนงั สอื อย่างใดอยา่ งหนงึ่ อนั มขี อ้ ความแสดงว่ามกี ารคา้ ประกนั จริงโดยมีลายมอื ชอื่ ของผคู้ า้ ประกนั ลงไวเ้ ป็ นสาคญั ดว้ ย 3. หนตี้ ามสญั ญาคา้ ประกนั เป็ นหนอี้ ปุ กรณซ์ ึ่งตอ้ งอาศยั หนปี้ ระธาน คือหนรี้ ะหว่าง เจา้ หนกี้ บั ลกู หนเ้ี ป็ นสาคญั หนป้ี ระธานตอ้ งเป็ นหนที้ ่สี มบรู ณ์ ซึ่งอาจเป็ นหนใี้ นอนาคตหรือ หนมี้ ีเงอื่ นไขก็ได้ หากไมม่ ีหนป้ี ระธานหรือหนป้ี ระธานไมส่ มบรู ณแ์ ลว้ สญั ญาคา้ ประกนั ก็มีขน้ึ ไมไ่ ด้ 4. หนที้ ี่ลกู หนกี้ ระทาดว้ ยเหตสุ าคญั ผดิ ในคณุ สมบตั ขิ องบคุ คลหรือทรพั ย์ หรือเพราะ เหตไุ รค้ วามสามารถ ก็อาจมกี ารคา้ ประกนั อยา่ งสมบรู ณไ์ ด้ หากผคู้ า้ ประกนั ไดร้ ถู้ ึงเหตุ บกพร่องดงั กลา่ วในขณะเขา้ ทาสญั ญาผกู พนั ตน 1.1.1 ความหมายของสญั ญาคา้ ประกนั สญั ญาคา้ ประกนั คืออะไร ในการทาสญั ญาคา้ ประกนั นน้ั จะตอ้ งใหล้ กู หนร้ี เู้ ห็น ยินยอมดว้ ยหรือไม่ สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นสญั ญาซึ่งบคุ คลภายนอกผกู พนั ตนตอ่ เจา้ หนใ้ี นการที่จะชาระ หนใี้ นเมื่อลกู หนไ้ี มช่ าระเป็ นเรื่องทีม่ ีหนผี้ กู พนั กนั อยใู่ นระหวา่ งเจา้ หนแ้ี ละลกู หนอ้ี ยชู่ น้ั หนง่ึ แลว้ เป็ นหนปี้ ระธานแลว้ จึงมหี นร้ี ะหว่างผคู้ า้ ประกนั กบั เจา้ หนอ้ี ีกชน้ั หนง่ึ เป็ นหนอี้ ปุ กรณ์ ความรบั ผดิ ของผคู้ า้ ประกนั เป็ นความรบั ผิดโดยตรงตอ่ เจา้ หนท้ี ่จี ะชาระหนเ้ี มือ่ ลกู หนไี้ มช่ าระ และในฐานะทเ่ี ป็ นผเู้ ป็ นผมู้ สี ว่ นไดเ้ สียในการท่ีจะตอ้ งรบั ผิดเพื่อลกู หนจี้ ึงอาจชาระหนโ้ี ดยขนื ใจ ลกู หนไ้ี ดต้ ามหลกั ในมาตรา 314 อยแู่ ลว้ การทาสญั ญาคา้ ประกนั จึงไมต่ อ้ งอาศยั ความรู้

2 เห็นยินยอมของลกู หนเ้ี ลย และเมอื่ ผคู้ า้ ประกนั ชาระหนใ้ี หเ้ จา้ หนไี้ ปแลว้ ก็ย่อมรบั ชว่ งสทิ ธิ ของเจา้ หนไี้ ลเ่ บ้ียเอาจากลกู หนไ้ี ดด้ ว้ ยอานาจของกฎหมายซ่ึงบญั ญตั ริ บั รองไวโ้ ดยไมต่ อ้ ง ไดร้ บั ความยินยอมจากลกู หนี้ 1.1.2 สญั ญาคา้ ประกนั ตอ้ งมีหลกั ฐานเป็ นหนงั สือ ที่วา่ “สญั ญาคา้ ประกนั ตอ้ งมีหลกั ฐานเป็ นหนงั สอื ลงลายมือชอื่ ผคู้ า้ ประกนั จึงจะ ฟ้ องรอ้ งบงั คบั คดใี หผ้ คู้ า้ ประกนั รบั ผดิ ได”้ นนั้ หมายความว่า คากลา่ วนน้ั หมายความว่า สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นสญั ญาทกี่ ฎหมายไมไ่ ดบ้ งั คบั ว่า ตอ้ งทาตามแบบ ดงั น้ี แมค้ ่สู ญั ญาอาจจะตกลงกนั ดว้ ยวาจาก็มผี ลทาใหส้ ญั ญาคา้ ประกนั สมบรู ณแ์ ลว้ เพียงแตห่ ากว่าจะมีการฟ้ องรอ้ งบงั คบั คดใี หผ้ คู้ า้ ประกนั รบั ผดิ จะตอ้ งมี หลกั ฐานแห่งการคา้ ประกนั เป็ นหนงั สอื ลงลายมอื ชอ่ื ผคู้ า้ ประกนั ไวเ้ ป็ นสาคญั หากไมม่ ี หลกั ฐานดงั กลา่ วก็จะฟ้ องรอ้ งบงั คบั เอาแกผ่ คู้ า้ ประกนั ไมไ่ ด้ หลกั ฐานเป็ นหนงั สือนน้ั ผคู้ า้ ประกนั จะทาไวอ้ ยา่ งไรก็ไดแ้ ละจะมรี ปู ลกั ษณเ์ ป็ นหนงั สือ จดหมาย บันทกึ หรืออะไรก็ได้ เพียงแตใ่ หม้ ขี อ้ ความแสดงวา่ มีการคา้ ประกนั และมีลายมือชอื่ ผคู้ า้ ประกนั ก็เป็ นการเพียงพอ แลว้ นายดาทาสญั ญากเู้ งนิ จากนางแดง โดยมนี ายขาวเขยี นบนั ทกึ ลงลายช่ือตนเองถึง สามีของนางแดงมขี อ้ ความวา่ ตนยอมรบั จะชดใชห้ นท้ี ่นี ายดากเู้ งนิ ไปจากนางแดงให้ หาก นายดาไมย่ อมชาระ ตอ่ มานายดาไมย่ อมชาระหนเี้ งนิ กใู้ หน้ างแดง นางแดงจึงฟ้ องใหน้ ายขาว ชาระหนใี้ นฐานะทเ่ี ป็ นผคู้ า้ ประกนั นายขาวเถียงว่าตนไมใ่ ชผ่ คู้ า้ ประกนั เพราะบนั ทกึ ทตี่ นเขยี น นนั้ เขยี นไปถึงสามีของนางแดงก็ไมใ่ ชเ่ จา้ หนข้ี องนายดา นายขาวจึงไมม่ คี วามผกู พนั จะตอ้ ง ชาระหนใี้ หน้ างแดงแตอ่ ยา่ งใด ใหว้ ินจิ ฉยั นายขาวปฏิเสธความรบั ผิดตามคากลา่ วอา้ งไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด นายขาวปฏิเสธความรบั ผิดไมไ่ ด้ เพราะหลกั ฐานแหง่ การคา้ ประกนั นนั้ ผคู้ า้ ประกนั ไมจ่ าตอ้ งทาตอ่ หนา้ เจา้ หนโี้ ดยตรง แมจ้ ะทากบั ลกู หนห้ี รือบคุ คลอื่นใด หากมีขอ้ ความแสดง การคา้ ประกนั หนแ้ี ละมีลายมอื ชอ่ื ผคู้ า้ ประกนั แลว้ ก็ใชเ้ ป็ นหลกั ฐานฟ้ องรอ้ งบงั คบั ผคู้ า้ ประกนั ได้ ดงั นนั้ แมน้ ายขาวจะทาบนั ทกึ แสดงการคา้ ประกนั ดงั กลา่ วไวก้ บั สามขี องนางแดง ซ่ึงเป็ นเจา้ หนี้ มไิ ดท้ ากบั นางแดงโดยตรง นางแดงก็นาบนั ทกึ นนั้ มาเป็ นหลกั ฐานฟ้ องรอ้ งให้ นายขาวรบั ผดิ ในฐานะเป็ นผคู้ า้ ประกนั ไดแ้ ลว้ ตามนยั แห่ง ฎ 887/2476 1.1.3 หนปี้ ระธานตอ้ งเป็ นหนท้ี ส่ี มบรู ณ์ “การคา้ ประกนั จะมีไดเ้ ฉพาะแตเ่ พ่ือหนี้อนั สมบรู ณ”์ หมายความว่าอย่างไร หนต้ี ามสญั ญาหนค้ี า้ ประกนั เป็ นหนอี้ ปุ กรณซ์ ึ่งตอ้ งอาศยั หนี้ ระหวา่ งเจา้ หนก้ี บั ลกู หนอ้ี นั เป็ นหนปี้ ระธาน ดงั นนั้ หนปี้ ระธานจึงตอ้ งเป็ นหนท้ี ีส่ มบรู ณม์ ผี ลบงั คบั ผกู พนั กนั ได้ ตามกฎหมาย สญั ญาคา้ ประกนั อนั เป็ นหนอี้ ปุ กรณจ์ ึงจะมผี ลบงั คบั ตามไปดว้ ย หากหน้ี ประธานไมม่ หี รือไมส่ มบรู ณด์ ว้ ยเหตอุ ่ืนตามบทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย การคา้ ประกนั ก็จะ เกิดขนึ้ ไมไ่ ด้

3 เหตใุ ดจึงมีการคา้ ประกนั หนใี้ นอนาคตหรือหนม้ี เี งอ่ื นไขได้ บทบญั ญตั ขิ องกฎหมายวางหลกั ทวั่ ไปไวว้ ่า การคา้ ประกนั จะมีไดแ้ ตเ่ ฉพาะเพ่ือหน้ี อนั สมบรู ณ์ แตท่ ง้ั นม้ี ิไดห้ มายความว่าหนที้ ่ีจะคา้ ประกนั ไดแ้ ละเป็ นหนส้ี มบรู ณน์ น้ั จะตอ้ ง เป็ นหนที้ ี่มีอยแู่ ลว้ หรือเกดิ ขนึ้ พรอ้ มกบั การคา้ ประกนั หนใ้ี นอนาคตหรอื หนม้ี ีเงอื่ นไขซึ่ง ในขณะทาสญั ญาคา้ ประกนั แมห้ นจ้ี ะยงั ไมเ่ กดิ และจะเกิดหรือไมก่ ็อาศยั เหตกุ ารณใ์ นอนาคต อนั ไมแ่ นน่ อนก็ตาม แตถ่ า้ หากจะเกดิ ในอนาคตหรือเมอื่ เงอ่ื นไขสาเร็จแลว้ จะเป็ นหนท้ี ่ีสมบรู ณ์ ก็อาจมกี ารคา้ ประกนั ได้ การใหม้ ีการคา้ ประกนั หนใ้ี นอนาคตหรือหนม้ี ีเงอื่ นไขไดก้ ็เพ่ือเป็ น การรกั ษาประโยชนแ์ ละป้ องกนั ความเสยี หายที่อาจเกดิ แกเ่ จา้ หนใ้ี นกจิ การทล่ี กู หนไ้ี ดก้ อ่ ขน้ึ หรือจะไดก้ อ่ ขน้ึ ในอนาคตนนั่ เอง 1.2 ความรบั ผิดของผรู้ บั ประกนั 1. ผคู้ า้ ประกนั มีความรบั ผิดทีจ่ ะตอ้ งชาระหนใี้ นเมอ่ื ลกู หนไ้ี มช่ าระ โดยผคู้ า้ ประกนั อาจ จากดั หรือไมจ่ ากดั ความรบั ผิดไวก้ ็ได้ 2. หากมีไดม้ ีการตกลงกนั ไวเ้ ป็ นอยา่ งอื่น โดยปกตลิ กู หนมี้ คี วามรบั ผิดตามมลู หนี้ ประธานอยอู่ ยา่ งไร ผคู้ า้ ประกนั ยอ่ มไม่ตอ้ งรบั ผดิ เกินกว่าความรบั ผดิ ของลกู หนน้ี นั้ 3. ในหนร้ี ายเดยี วกนั อาจมผี คู้ า้ ประกนั หลายคนก็ได้ และผคู้ า้ ประกนั เหลา่ นนั้ ตอ้ งรบั ผิด ตอ่ เจา้ หนอี้ ย่างลกู หนร้ี ว่ มกนั แมว้ า่ จะมไิ ดเ้ ขา้ คา้ ประกนั หนรี้ ายนน้ั ในเวลาเดยี วกนั ก็ตาม 4. หนร้ี ายหนงึ่ ๆ อาจมีผคู้ า้ ประกนั ของผคู้ า้ ประกนั อีกชนั้ หนงึ่ ก็ได้ เรียกวา่ ผรู้ บั เรือน 5. เมื่อเจา้ หนบี้ งั คบั ชาระหนเ้ี อาจากผคู้ า้ ประกนั ไมเ่ พียงพอท่จี ะชาระหนขี้ องลกู หนไ้ี ด้ ทง้ั หมด ลกู หนยี้ งั คงตอ้ งรบั ผิดในสว่ นท่ีเหลือนน้ั 1.2.1 หลกั ทวั่ ไปเก่ยี วกบั ความรบั ผดิ ของผคู้ า้ ประกนั โดยลกั ษณะของสญั ญาคา้ ประกนั มีหลกั เกณฑท์ วั่ ไปเกี่ยวกบั ความรบั ผดิ ของผคู้ า้ ประกนั ไวอ้ ย่างไร หลกั ทวั่ ไปเกยี่ วกบั ความรบั ผิดของผคู้ า้ ประกนั ตามสญั ญาคา้ ประกนั คือ ผคู้ า้ ประกนั มีหนที้ ่จี ะตอ้ งชาระหนใี้ หแ้ กเ่ จา้ หนใี้ นเม่อื ลกู หนไี้ มช่ าระหนนี้ น้ั เม่อื หนถ้ี ึง กาหนดชาระแลว้ ลกู หนไี้ มช่ าระหนี้ ลกู หนย้ี ่อมตกเป็ นผผู้ ิดนดั ซึ่งมผี ลใหเ้ จา้ หนมี้ สี ทิ ธิ เรียกรอ้ งใหผ้ คู้ า้ ประกนั ชาระหนไี้ ดต้ งั้ แตเ่ วลาท่ีลกู หนผ้ี ดิ นดั นน้ั สว่ นในเรื่องความรบั ผิดชอบ ของผคู้ า้ ประกนั จะมีมากนอ้ ยเพียงใดนน้ั ก็ตอ้ งเป็ นไปตามที่ตกลงกนั ไวใ้ นสญั ญาคา้ ประกนั ทง้ั นเี้ พราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยข์ องไทยเรานนั้ มิไดม้ ีบทบญั ญตั จิ ากดั ความรบั ผดิ ของผคู้ า้ ประกนั ไวแ้ นน่ อน โดยปกตหิ ากมิไดม้ กี ารตกลงกนั ไวเ้ ป็ นอย่างอ่ืนตามหลกั ของ สญั ญาคา้ ประกนั ซึ่งผคู้ า้ ประกนั เป็ นผตู้ อ้ งเสียในมลู หนอี้ ยแู่ ลว้ ผคู้ า้ ประกนั จึงไมต่ อ้ งรบั ผดิ เกนิ ไปกวา่ ความรบั ผิดของลกู หน้ี อย่างไรก็ตามผคู้ า้ ประกนั อาจตกลงจากดั ความรบั ผิดของ ตนเองไวม้ ากนอ้ ยเพียงใดก็ได้ คืออาจจากดั ขอบเขตความรบั ผิดไวน้ อ้ ยกว่าความรบั ผดิ ของ ลกู หนกี้ ็ได้ ทงั้ นไ้ี มว่ า่ จะเป็ นเร่ืองกาหนดเวลา หรือในเร่ืองกาหนดขอบเขตของความเสยี หาย ทเี่ จา้ หนไ้ี ดร้ บั ก็ได้ หรืออาจตกลงยอมรบั ผิดเกินกว่าความรบั ผดิ ของลกู หนก้ี ็ได้ ไมต่ อ้ งหา้ ม ตามมาตรา 150 อยา่ งไรก็ตามหากสญั ญาคา้ ประกนั นนั้ มีขอ้ ความไมแ่ จง้ ชดั วา่ ผคู้ า้ ประกนั

4 จะตอ้ งรบั ผดิ เพียงใด เมอื่ มีกรณีตอ้ งตคี วาม ก็ตอ้ งตคี วามโดยเคร่งครดั เพ่ือมิใหผ้ คู้ า้ ประกนั ตอ้ งรบั ผิดชอบเกดิ ไปกว่าท่เี ขามเี จตนาจะรบั รองไว้ 1.2.2 ขอบเขตความรบั ผิดของผคู้ า้ ประกนั การคา้ ประกนั อย่างจากดั หรือไมจ่ ากดั ความรบั ผดิ ทาใหข้ อบเขตความรบั ผดิ ของผู้ คา้ ประกนั ตา่ งกนั อยา่ งไร การคา้ ประกนั อยา่ งจากดั ความรบั ผิด ทาใหผ้ คู้ า้ ประกนั ตอ้ งรบั ผดิ แตเ่ พียงใน ขอบเขตทีต่ นจากดั ความรบั ผิดไวเ้ ทา่ นน้ั โดยอาจจะเป็ นการจากดั จานวนหนท้ี ่รี ับผดิ จากดั เวลาท่รี บั ผดิ หรือจากดั เงอ่ื นไขในการรบั ผิดอย่างไรก็ได้ แตก่ ารจากดั ความรบั ผิดนจี้ ะตอ้ ง ตกลงแสดงไวอ้ ย่างแจง้ ชดั ในสญั ญาคา้ ประกนั เพราะหากไมร่ ะบไุ วช้ ดั อาจตอ้ งรบั ผิดโดยไม่ จากดั ได้ การคา้ ประกนั โดยไมจ่ ากดั ความรบั ผิดอาจเป็ นเรื่องทผ่ี คู้ า้ ประกนั ตกลงรบั ผดิ โดย ไมจ่ ากดั เอง หรืออาจเป็ นกรณีทส่ี ญั ญาคา้ ประกนั ไมป่ รากฏชดั ว่ารบั ผดิ จากดั อย่างไรก็ได้ การคา้ ประกนั โดยไมจ่ ากดั ความรบั ผิด ทาใหผ้ คู้ า้ ประกนั ตอ้ งรบั ผดิ ในหนท้ี กุ อยา่ งทีล่ กู หน้ี จะตอ้ งใชค้ ือนอกจากเงนิ ตน้ ของหนแี้ ลว้ ยงั รวมถึงดอกเบี้ย และค่าสนิ ไหมทดแทนอนั เกดิ จากการไมช่ าระหนซี้ ึ่งลกู หนค้ี า้ งชาระ ตลอดจนค่าภาระตดิ พนั อนั เป็ นอปุ กรณแ์ หง่ หนดี้ ว้ ย แตไ่ มว่ า่ จะเป็ นการคา้ ประกนั จากดั หรือไมจ่ ากดั ความรบั ผดิ ก็ตามผลทสี่ ดุ ผคู้ า้ ประกนั ก็ไมต่ อ้ งรบั ผิดเกนิ ความรบั ผดิ ของลกู หนที้ งั้ สิน้ เวน้ แตจ่ ะมกี ารตกลงพิเศษยอมรบั ผดิ เกินกว่าท่ีลกู หนจ้ี ะตอ้ งรบั ซึ่งเป็ นเรื่องทีผ่ คู้ า้ ประกนั ยอมตกลงชดใชเ้ กนิ ไปเอง และไมว่ ่าจะเป็ นการคา้ ประกนั จากดั หรือไมจ่ ากดั ความรบั ผิด ผคู้ า้ ประกนั ก็ยงั คง ตอ้ งรบั ผดิ ในคา่ ฤชาธรรมเนยี มความซ่ึงลกู หนจี้ ะตอ้ งใชใ้ หแ้ กเ่ จา้ หนด้ี ว้ ย เวน้ แตเ่ จา้ หนจี้ ะ ฟ้ องคดโี ดยมไิ ดเ้ รียกใหผ้ คู้ า้ ประกนั ชาระหน้กี อ่ น แบบประเมินผลหน่วยท่ี 1 1. สญั ญาคา้ ประกนั คอื สญั ญาที่บคุ คลภายนอกตกลงกบั เจา้ หนวี้ ่าจะใชห้ นเ้ี มอื่ ลกู หนไ้ี มใ่ ช้ 2. สญั ญาคา้ ประกนั ตอ้ งมหี ลกั ฐานเป็ นหนงั สอื ลงลายมอื ชือ่ ผคู้ า้ ประกนั จึงจะฟ้ องรอ้ งใหบ้ งั คบั คดี กนั ได้ 3. หนที้ ่ีไมอ่ าจมีการคา้ ประกนั ไดค้ อื หนท้ี ี่ลกู หนกี้ ระทาโดยสาคญั ผิดในสาระสาคญั ของนติ กิ รรม 4. หลกั การทวั่ ไปเกยี่ วกบั ความรบั ผิดชอบของผคู้ า้ ประกนั มีดงั นี้ (ก) ผคู้ า้ ประกนั ตอ้ งชาระหนแ้ี ก่ เจา้ หนเ้ี ม่ือลกู หนไี้ มช่ าระ (ข) ผคู้ า้ ประกนั รบั ผดิ ไมเ่ กินความรบั ผดิ ของลกู หน้ี (ค) การตคี วามเก่ียวกบั ความรบั ผิดของผคู้ า้ ประกันตอ้ งตคี วามโดยเคร่งครดั 5. การคา้ ประกนั อย่างไมจ่ ากดั ความรบั ผิดครอบคลมุ ถึงหน้ี เงนิ ตน้ ดอกเบี้ย คา่ ขนสง่ เบี้ยปรบั คา่ ฤชาธรรมเนยี มความ ของลกู หนี้ 6. การคา้ ประกนั อยา่ งจากดั ความรบั ผดิ ไดแ้ ก่ คา้ ประกนั โดยจากดั เวลาหรือจานวนหนไ้ี วน้ อ้ ยกว่า หรือมากกว่าความรบั ผิดของลกู หน้ีหรือโดยมเี งอ่ื นไขอยา่ งไรก็ได้ 7. ผรู้ บั เรือนคือ ผคู้ า้ ประกนั ของผคู้ า้ ประกนั 8. ผคู้ า้ ประกนั หลายคนในหน้รี ายเดียวกนั ตอ้ งรบั ผิดตอ่ เจา้ หนี้ รบั ผดิ อยา่ งลกู หนร้ี ่วม 9. การท่ีเจา้ หนบ้ี งั คบั ชาระหนี้เอาจากผคู้ า้ ประกนั ไมเ่ พียงพอท่ีจะชาระหนขี้ องลกู หนีไ้ ดท้ งั้ หมด จะมี ผลทางกฎหมายคือ ลกู หน้ียงั คงตอ้ งรบั ผดิ ในหนส้ี ว่ นที่เหลือทง้ั หมด

5 10. หนงั สือสญั ญากยู้ ืมเงนิ ซ่ึงลงลายมอื ช่ือผคู้ า้ ประกนั ในชอ่ งผคู้ า้ ประกนั โดยไมม่ ขี อ้ ความแสดง การคา้ ประกนั ก็เพียงพอท่ีจะใชเ้ ป็ นหลกั ฐานฟ้ องรอ้ งใหผ้ คู้ า้ ประกนั รบั ผดิ แลว้ หน่วยที่ 2 ผลและความระงบั ส้ินไปแห่งสญั ญาค้าประกนั 1. เมื่อลกู หนผี้ ิดนดั ไมช่ าระหนี้ เจา้ หนย้ี ่อมมีสทิ ธิทวงถามใหผ้ คู้ า้ ประกนั รบั ผิดตาม สญั ญาคา้ ประกนั ทนั ที แตผ่ คู้ า้ ประกนั อาจใชส้ ิทธิยกขอ้ ตอ่ สหู้ รือเบ่ียงบา่ ยใหเ้ จา้ หนไี้ ปบงั คบั ชาระหนเ้ี อาจากลกู หนกี้ อ่ นได้ 2. ผคู้ า้ ประกนั ซึ่งไดช้ าระหนใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนี้ไปแลว้ ยอ่ มมีสิทธิไลเ่ บ้ียเอาจากลกู หนี้ และรบั ชว่ งสทิ ธิของเจา้ หนใ้ี นมลู หนน้ี นั้ ไดต้ ลอดถึงประกนั แห่งหน้ี แตม่ บี างกรณีที่ผคู้ า้ ประกนั อาจ เสยี สิทธิไลเ่ บี้ยลกู หนหี้ รือไมอ่ าจเขา้ รบั ชว่ งสิทธิของเจา้ หนไี้ ดเ้ ชน่ กนั 3. สญั ญาคา้ ประกนั ยอ่ มระงบั ไปเชน่ เดยี วกบั การระงบั ของสญั ญาธรรมดาทวั่ ๆไป หรือ เมือ่ หนข้ี องลกู หนร้ี ะงบั ลงไมว่ า่ ดว้ ยเหตใุ ดๆ ในบางกรณีผคู้ า้ ประกนั อาจหลดุ พน้ ความรบั ผดิ เพราะเหตสุ าคญั อนั เกิดจากการกระทาของเจา้ หนไ้ี ด้ 2.1 ผลของสญั ญาคา้ ประกนั กอ่ นชาระหน้ี 1. ความรบั ผดิ ของผคู้ า้ ประกนั ตามสญั ญาคา้ ประกนั เกิดขน้ึ ทนั ทีทลี่ กู หน้ีผิดนดั ไมช่ าระ หน้ี 2. ถา้ ลกู หนมี้ ไิ ดผ้ ดิ นดั ผคู้ า้ ประกนั ก็ยงั ไมม่ คี วามรบั ผดิ ทีจ่ ะตอ้ งชาระหนแ้ี กเ่ จา้ หนี้ แม้ ตวั ลกู หนเี้ องอาจตอ้ งชาระหนก้ี อ่ นถึงเวลากาหนดเพราะไมอ่ าจถือเอาประโยชนแ์ หง่ เงอื่ นเวลา ได้ 3. เม่ือถกู เจา้ หนท้ี วงถามใหช้ าระหน้ี ผคู้ า้ ประกนั อาจใชส้ ิทธิเบ่ียงเบนใหเ้ จา้ หนไี้ ปบงั คบั ชาระหนเี้ อาจากลกู หนกี้ ่อนได้ เวน้ แตใ่ นกรณีทมี่ ีขอ้ ตกลงใหผ้ คู้ า้ ประกนั ตอ้ งรบั ผิดรว่ มกนั กบั ลกู หน้ี 4. เมอ่ื ลกู หนร้ี บั สภาพหนหี้ รือเม่ือเจา้ หนฟ้ี ้ องคดหี รือทาการอย่างอ่ืนอนั มีผลอยา่ ง เดยี วกนั เป็ นเหตใุ หอ้ ายคุ วามฟ้ องคดสี ะดดุ หยดุ ลงเป็ นโทษแกล่ กู หนี้ การน้ันยอ่ มตกเป็ นโทษ แกผ่ คู้ า้ ประกนั ดว้ ย 2.1.1 กาหนดเวลาชาระหนตี้ ามสญั ญาคา้ ประกนั ดากเู้ งนิ จากแดง โดยสญั ญาจะใชใ้ หภ้ ายในกาหนด 1 ปี มีขาวเป็ นผคู้ า้ ประกนั ครนั้ เม่อื ใกลจ้ ะครบกาหนด มกี ฎหมายใหมอ่ อกมายกเลกิ ระบบเงนิ ตราทใี่ ชอ้ ยใู่ นขณะนนั้ โดยให้ ใชธ้ นบตั รชนดิ ใหม่ ซึ่งทางการยังพิมพอ์ อกมาใหใ้ ชก้ นั ไดไ้ มท่ วั่ ถึง ดาจึงไมส่ ามารถนาเงนิ ไป ใชห้ นใี้ หแ้ ดงไดค้ รบถว้ นตามเวลาท่ีกาหนด แดงจึงมาฟ้ องเรียกรอ้ งเอาจากขาวในฐานะผคู้ า้ ประกนั ใหว้ ินจิ ฉยั วา่ แดงจะเรียกรอ้ งเอาเชน่ นนั้ ไดห้ รือไม่

6 ตามหลกั มาตรา 686 ผคู้ า้ ประกนั จะตอ้ งรบั ผดิ ตามสญั ญาคา้ ประกนั เม่ือลกู หนผี้ ิด นดั กรณีตามปัญหามพี ฤตกิ ารณท์ ี่ดายงั ไมส่ ามารถชาระหนไี้ ดค้ รบถว้ น โดยดาไมต่ อ้ งรบั ผิด เป็ นเหตยุ กเวน้ ตามมาตรา 205 ดายงั ไมไ่ ดช้ อ่ื ว่าผิดนดั แดงจึงจะมาเรียกรอ้ งเอาแกข่ าว ผคู้ า้ ประกนั ไมไ่ ด้ มาตรา 686 ลกู หนผี้ ดิ นดั ลงเมอื่ ใด ทา่ นว่าเจา้ หนชี้ อบท่ีจะเรียก ใหผ้ คู้ า้ ประกนั ชาระหนไี้ ดแ้ ตน่ นั้ มาตรา 205 ตราบใดการชาระหนน้ี นั้ ยงั มิไดก้ ระทาลงเพราะพฤตกิ ารณอ์ นั ใดอนั หนงึ่ ซ่ึง ลกู หนไี้ มต่ อ้ งรบั ผดิ ชอบ ตราบนน้ั ลกู หนี้ ยงั หาไดช้ อื่ ว่าผดิ นดั ไม่ 2.1.2 กรณีท่ลี กู หนไี้ มอ่ าจถือประโยชนแ์ หง่ เงอื่ นเวลา การที่ผคู้ า้ ประกนั ไมจ่ าตอ้ งชาระหน้ีกอ่ นถึงกาหนดชาระ แมว้ ่าลกู หนจี้ ะไมอ่ าจถือเอา ประโยชนแ์ ห่งเงอ่ื นเวลาไดแ้ ลว้ ก็ตาม มเี หตผุ ลอยา่ งไร ประโยชนแ์ หง่ เงอ่ื นเวลานนั้ ปกตกิ าหนดไวเ้ พื่อประโยชนข์ องลกู หน้ี เพื่อใหล้ กู หนม้ี ี เวลาสาหรบั เตรียมการชาระหนแ้ี กเ่ จา้ หนไ้ี ด้ ดงั นนั้ การที่หนม้ี ีกาหนดเวลาชาระจึงจึงได้ ประโยชนไ์ ปถึงผคู้ า้ ประกนั ดว้ ยในฐานะเป็ นลกู หนช้ี น้ั ท่สี อง ซึ่งความรบั ผดิ โดยตรงในการ ชาระหนเ้ี ป็ นของลกู หน้ี ไมใ่ ชข่ องผคู้ า้ ประกนั ผคู้ า้ ประกนั จะมคี วามผดิ ก็ตอ่ เม่อื ลกู หนผ้ี ิดนดั ไมช่ าระหนเ้ี ทา่ นน้ั หากไมใ่ ชก่ รณีทล่ี กู หนผี้ ดิ นดั แลว้ เจา้ หนไ้ี มอ่ าจใชส้ ทิ ธิเรียกรอ้ งใหผ้ คู้ า้ ประกนั รบั ผิดกอ่ นหนถี้ ึงกาหนดได้ แมต้ วั ลกู หนเ้ี องอาจถกู ฟ้ องบงั คบั ใหต้ อ้ งชาระหนกี้ อ่ นถึง กาหนดเพราะเหตทุ ต่ี นไมอ่ าจถือเอาประโยชนแ์ หง่ เงอื่ นเวลาตามกรณีใน มาตรา 193 ก็ตาม มาตรา 193 ในกรณีดงั ตอ่ ไปนฝี้ ่ ายลกู หนี้จะถือเอาประโยชนแ์ หง่ เงอ่ื นเวลาเริ่มตน้ หรือเงอื่ น เวลาส้นิ สดุ มิได้ (1) ลกู หนถ้ี กู ศาลสงั่ พิทกั ษท์ รพั ยเ์ ด็ดขาดตามกฎหมายว่าดว้ ย ลม้ ละลาย (2) ลกู หนไ้ี ม่ใหป้ ระกนั ในเมื่อจาตอ้ งให้ (3) ลกู หนไี้ ดท้ าลาย หรือทาใหล้ ดนอ้ ยถอยลงซ่ึงประกนั อนั ไดใ้ หไ้ ว้ (4) ลกู หนนี้ าทรพั ยส์ ินของบคุ คลอื่นมาใหเ้ ป็ นประกนั โดยเจา้ ของ ทรพั ยส์ นิ นน้ั มิไดย้ ินยอม ดว้ ย 2.1.3 สทิ ธิเบี่ยงบ่ายของผคู้ า้ ประกนั ในฐานะทีผ่ คู้ า้ ประกนั มคี วามรบั ผิดเป็ นลกู หนชี้ นั้ ที่ 2 เมอื่ ถกู เจา้ หนท้ี วงถามใหช้ าระ หน้ี ผคู้ า้ ประกนั มสี ทิ ธิเบี่ยงบา่ ยอยา่ งไรบา้ ง ผคู้ า้ ประกนั มสี ิทธิดงั นค้ี ือ 1. มสี ิทธิขอใหเ้ จา้ หนเี้ รียกใหล้ กู หนี้ชาระหน้กี อ่ น เวน้ แตล่ กู หนจี้ ะถกู ศาลพิพากษา ใหเ้ ป็ นคนลม้ ละลายหรือไมป่ รากฏวา่ ลกู หนไี้ ปอย่แู ห่งใดในราชอาณาจกั ร (มาตรา 688) 2. มสี ิทธิใหเ้ จา้ หนบ้ี งั คบั ชาระหนเ้ี อาจากทรพั ยส์ ินของลกู หนกี้ อ่ นหากผคู้ า้ ประกนั พิสจู นไ์ ดว้ า่ ลกู หนมี้ ที างท่ีจะชาระหนไี้ ดแ้ ละการที่จะบงั คบั เอาจากลกู หนน้ี นั้ ไมเ่ ป็ นการยาก (มาตรา 689) 3. มใี หเ้ จา้ หนเี้ อาชาระหนจ้ี ากทรพั ยข์ องลกู หนท้ี ่ีเจา้ หนยี้ ึดถือไวเ้ ป็ นประกนั กอ่ น (มาตรา 690)

7 อย่างไรก็ตาม หากผคู้ า้ ประกนั มิไดเ้ ขา้ คา้ ประกนั อย่างธรรมดา แตไ่ ดย้ ินยอมตกลง รบั ผดิ ร่วมกบั ลกู หน้ี ผคู้ า้ ประกนั ย่อมไมอ่ าจใชส้ ิทธิตา่ งๆ ดงั กลา่ วขา้ งตน้ มาเก่ียงงอน เจา้ หนไี้ ด้ มาตรา 688 เม่ือเจา้ หนท้ี วงใหผ้ คู้ า้ ประกนั ชาระหนี้ ผคู้ า้ ประกนั จะขอใหเ้ รียกลกู หนชี้ าระกอ่ นก็ ได้ เวน้ แตล่ กู หนจ้ี ะถกู ศาลพิพากษา ใหเ้ ป็ นคนลม้ ละลายเสยี แลว้ หรือไมป่ รากฏว่าลกู หนไ้ี ปอย่แู ห่งใดใน พระราชอาณาเขต มาตรา 689 ถึงแมจ้ ะไดเ้ รียกใหล้ กู หนช้ี าระหนด้ี งั่ กลา่ วมาใน มาตรา กอ่ นนน้ั แลว้ ก็ตาม ถา้ ผคู้ า้ ประกนั พิสจู นไ์ ดว้ ่าลกู หนนี้ นั้ มที าง ที่จะชาระหนไ้ี ดแ้ ละการที่จะบงั คบั ใหล้ กู หนชี้ าระหนน้ี นั้ จะไมเ่ ป็ นการ ยากไซร้ ท่านว่าเจา้ หนจ้ี ะตอ้ งบงั คบั การชาระหนรี้ ายนน้ั เอาจาก ทรพั ยส์ นิ ของลกู หนกี้ อ่ น มาตรา 690 ถา้ เจา้ หนมี้ ีทรพั ยข์ องลกู หนย้ี ึดไวเ้ ป็ นประกนั ไซร้ เมื่อผคู้ า้ ประกนั รอ้ งขอ ทา่ นว่า เจา้ หนจ้ี ะตอ้ งใหช้ าระหนเี้ อาจาก ทรพั ยซ์ ่ึงเป็ นประกนั นน้ั กอ่ น 2.1.4 อายคุ วามสะดดุ หยดุ ลงเป็ นโทษแกผ่ คู้ า้ ประกนั เหตใุ นกฎหมายจึงบญั ญตั ใิ หอ้ ายคุ วามสะดดุ หยดุ ลงเป็ นโทษแกล่ กู หนี้ เป็ นโทษแกผ่ ู้ คา้ ประกนั ดว้ ย สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นสญั ญาอปุ กรณ์ ซ่ึงตอ้ งขน้ึ อย่กู บั สญั ญาประธาน เมอื่ มี พฤตกิ ารณท์ ่เี ป็ นคณุ แก่ลกู หนใี้ นสญั ญาประธาน ผคู้ า้ ประกนั ในสญั ญาอปุ กรณย์ อ่ มไดร้ บั ประโยชนด์ ว้ ย ในกรณีท่ีหนขี้ องลกู หนร้ี ะงบั สน้ิ ไปไมว่ ่าดว้ ยเหตใุ ดๆ ผคู้ า้ ประกนั ยอ่ มหลดุ พน้ ความผิดไปดว้ ย เชน่ ถา้ เจา้ หนลี้ ะเลยไมฟ่ ้ องรอ้ งใหล้ กู หนช้ี าระหนตี้ ามมลู หนภี้ ายในกาหนด อายคุ วาม ลกู หนย้ี ่อมไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการท่ีสิทธิเรียกรอ้ งของเจา้ หนข้ี าดอายคุ วาม คือไม่ ตอ้ งชาระหนใี้ หเ้ จา้ หนอี้ ีกตอ่ ไป หากเจา้ หนนี้ าคดมี าฟ้ องรอ้ ง ลกู หนี้ก็ยกเร่ืองขาดอายคุ วาม ขนึ้ ตอ่ สไู้ ด้ และผคู้ า้ ประกนั ก็ย่อมไดร้ บั ประโยชนใ์ นการหลดุ พน้ ความผิดและตอ่ สเู้ จา้ หนไ้ี ดไ้ ด้ เชน่ เดยี วกบั ลกู หนี้ แตใ่ นทางกลบั กนั เมื่อมเี หตทุ าใหอ้ ายคุ วามสะดดุ หยดุ ลงเป็ นโทษแก่ ลกู หน้ี ตามเหตผุ ลและความยตุ ธิ รรม เมอ่ื ลกู หนใ้ี นหนปี้ ระธานยงั ตอ้ งถกู ผกู พนั ไดร้ บั โทษ จากการท่ีอายคุ วามสะดดุ หยดุ ลง ผคู้ า้ ประกนั ก็ควรตอ้ งไดร้ บั โทษเชน่ เดยี วกนั นนั้ ดว้ ย เวน้ แตจ่ ะจากดั ความรบั ผิดในการเขา้ คา้ ประกนั ไวไ้ มใ่ หก้ ารที่อายคุ วามสะดดุ หยดุ ลง อนั เป็ นโทษ แกล่ กู หนนี้ น้ั เป็ นโทษแกต่ นดว้ ย 2.2 ผลของสญั ญาคา้ ประกนั ภายหลงั ชาระหน้ี 1. เมื่อเจา้ หนเี้ รียกรอ้ งใหผ้ คู้ า้ ประกนั ชาระหนี้ ผคู้ า้ ประกนั มสี ทิ ธิยกขอ้ ตอ่ สเู้ จา้ หนไี้ ด้ ทั้ง ทเ่ี ป็ นขอ้ ตอ่ สขู้ องตนเองและท่ีเป็ นขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนี้ 2. โดยปกตผิ คู้ า้ ประกนั ซึ่งไดช้ าระหนใี้ หแ้ กเ่ จา้ หนไ้ี ปแลว้ ยอ่ มมีสทิ ธิไลเ่ บ้ียเอาจากลกู หนี้ และเขา้ รบั ชว่ งสิทธิของเจา้ หนใี้ นมลู หนน้ี น้ั ไดต้ ลอดถึงประกนั แห่งหนใ้ี นนามของตนเอง 3. ในบางกรณีผคู้ า้ ประกนั ซ่ึงไดช้ าระหนใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนแ้ี ลว้ อาจเสยี สิทธิไลเ่ บี้ยเอาจาก ลกู หนไ้ี ด้ เพราะผคู้ า้ ประกนั ละเลยไมย่ กขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนขี้ น้ึ ตอ่ สเู้ จา้ หน้ี หรือเพราะชาระหน้ี ไปโดยไมบ่ อกกลา่ วลกู หนี้ ลกู หนไ้ี มร่ จู้ ึงไปชาระหนซ้ี า้ อีก หรือเพราะมีขอ้ ตกลงพิเศษรบั ผดิ เกินกว่าความรบั ผดิ ของลกู หนี้

8 4. หากเจา้ หนเ้ี ป็ นตน้ เหตใุ หผ้ คู้ า้ ประกนั ไมอ่ าจเขา้ รบั ชว่ งสทิ ธิของเจา้ หนใ้ี นสทิ ธิจานอง จานาหรือบรุ ิมสิทธิซึ่งลกู หนใี้ หไ้ วแ้ กเ่ จา้ หนกี้ อ่ นหรือในขณะทาสญั ญาคา้ ประกนั ได้ ผคู้ า้ ประกนั ย่อมหลดุ พน้ ความรบั ผิดตอ่ เจา้ หนเ้ี ทา่ ท่ตี นตอ้ งเสยี หายไป 2.2.1 สิทธิของผคู้ า้ ประกนั ท่จี ะยกขอ้ ตอ่ สเู้ จา้ หนี้ เหตใุ ดกฎหมายจึงบญั ญตั ใิ หผ้ คู้ า้ ประกนั ยกขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนขี้ นึ้ ตอ่ สผู้ คู้ า้ ประกนั ได้ ตามหลกั ของสญั ญาคา้ ประกนั ผคู้ า้ ประกนั ไมใ่ ชล่ กู หนชี้ นั้ ตน้ แตเ่ ป็ น บคุ คลภายนอกท่ีเขา้ มาคา้ ประกนั ลกู หนอี้ ีกทหี นึ่ง เป็ นความรบั ผิดในฐานะลกู หนช้ี นั้ ท่ี 2 เม่ือ มีพฤตกิ ารณใ์ ดท่ีเป็ นคณุ และโทษแกล่ กู หน้ี ยอ่ มตกเป็ นคณุ และโทษแกล่ กู หนี้ ย่อมตกเป็ นคณุ และโทษแกผ่ คู้ า้ ประกนั ดว้ ย ดงั นนั้ ในระหว่างเจา้ หนแ้ี ละลกู หนใ้ี นมลู หน้ี ลกู หนมี้ ขี อ้ ตอ่ สู้ เจา้ หนอ้ี ยอู่ ยา่ งไรทจ่ี ะยกขน้ึ ตอ่ สไู้ ด้ ผคู้ า้ ประกนั ก็ชอบทีจ่ ะยกขอ้ ตอ่ สนู้ น้ั ขน้ึ ต่อสเู้ จา้ หนไี้ ดด้ ว้ ย หากลกู หนเี้ องไมย่ กขนึ้ ตอ่ สหู้ รือไมอ่ าจยกขอ้ ตอ่ สไู้ ด้ เชน่ ลกู หนตี้ าย เป็ นตน้ เพราะแมเ้ ป็ น กรณีท่ีผคู้ า้ ประกนั มิไดย้ กขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนขี้ น้ึ ตอ่ สเู้ จา้ หน้ี แตล่ กู หนเ้ี องเป็ นผยู้ กขนึ้ ตอ่ สกู้ ็ ย่อมเป็ นประโยชนแ์ กผ่ คู้ า้ ประกนั ดว้ ยอย่แู ลว้ 2.2.2 สิทธิไลเ่ บี้ยและรบั ชว่ งสิทธิ ผคู้ า้ ประกนั ซ่ึงไดช้ าระหนใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนไี้ ปแลว้ มสี ทิ ธิไลเ่ บ้ียเอาจากใครไดบ้ า้ ง ผคู้ า้ ประกนั มสี ิทธิไลเ่ บ้ียดงั น้ี ก) ไลเ่ บี้ยเอาจากลกู หนใี้ นตน้ เงนิ กบั ดอกเบ้ีย ตลอดจนความเสยี หายอย่างใดท่ี เกิดขนึ้ เนอื่ งจากการคา้ ประกนั นนั้ และไดร้ บั ชว่ งสิทธิ์จากเจา้ หน้ี บรรดามีเหนอื ลกู หนด้ี ว้ ย ข) ในกรณีทีม่ ีผคู้ า้ ประกนั หลายคนในหนร้ี ายเดยี วกนั ผคู้ า้ ประกนั คนหนง่ึ ซึ่งได้ ชาระหนใี้ หแ้ กเ่ จา้ หนไ้ี ปแลว้ ยงั มสี ทิ ธิไลเ่ บ้ียเอาจากผคู้ า้ ประกนั คนอ่ืนๆ ไดอ้ ีกตามบทบญั ญตั ิ ในมาตรา 682 วรรคสอง ประกอบมาตรา 229 (3) และมาตรา 296 มาตรา 682 ท่านว่าบคุ คลจะยอมเขา้ เป็ นผรู้ บั เรือน คือเป็ นประกนั ของผคู้ า้ ประกนั อีกชนั้ หนงึ่ ก็เป็ นได้ ถา้ บคุ คลหลายคนยอมตนเขา้ เป็ นผคู้ า้ ประกนั ในหนร้ี ายเดียวกนั ไซรท้ ่านว่าผคู้ า้ ประกนั เหลา่ นน้ั มีความรบั ผดิ อยา่ งลกู หนร้ี ว่ มกนั แมถ้ ึงว่ามไิ ดเ้ ขา้ รบั คา้ ประกนั รวมกนั มาตรา 229 การรบั ชว่ งสิทธยิ ่อมมีขึน้ ดว้ ยอานาจกฎหมาย และ ยอ่ มสาเร็จเป็ นประโยชนแ์ ก่ บคุ คลดงั จะกลา่ วตอ่ ไปนี้ คือ (1) บคุ คลซ่ึงเป็ นเจา้ หนอี้ ย่เู อง และมาใชห้ นใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนอี้ ีก คนหนงึ่ ผมู้ สี ิทธจิ ะไดร้ บั ใชห้ นกี้ อ่ น ตน เพราะเขามีบรุ ิมสิทธิ หรือมี สิทธจิ านา จานอง (2) บคุ คลผไู้ ดไ้ ปซ่ึงอสงั หาริมทรพั ยใ์ ด และเอาเงนิ ราคาคา่ ชือ้ ใชใ้ หแ้ กผ่ รู้ บั จานองทรพั ยน์ นั้ เสร็จไป (3) บคุ คลผมู้ ีความผกู พนั รว่ มกบั ผอู้ ื่น หรือเพื่อผอู้ ่ืนในอนั จะตอ้ ง ใชห้ น้ี มีสว่ นไดเ้ สียดว้ ยใน การใชห้ นนี้ นั้ และเขา้ ใชห้ นี้นนั้ มาตรา 296 ในระหว่างลกู หนรี้ ่วมกนั ทงั้ หลายนน้ั ท่านว่าตา่ งคน ตา่ งตอ้ งรบั ผิดเป็ นสว่ นเท่า ๆ กนั เวน้ แตจ่ ะไดก้ าหนดไวเ้ ป็ นอยา่ งอ่ืน ถา้ สว่ นท่ีลกู หนร้ี ว่ มกนั คนใดคนหนงึ่ จะพึงชาระนน้ั เป็ นอนั จะ

9 เรียก เอาจากคนนนั้ ไมไ่ ดไ้ ซร้ ยงั ขาดจานวนอยเู่ ทา่ ไร ลกู หนค้ี นอ่ืน ๆ ซึ่งจาตอ้ งออกสว่ นดว้ ยนนั้ ก็ตอ้ ง รบั ใช้ แตถ่ า้ ลกู หนร้ี ่วมกนั คนใด เจา้ หนไี้ ดป้ ลดใหห้ ลดุ พน้ จากหนอี้ นั ร่วมกนั นน้ั แลว้ สว่ นที่ลกู หนี้ คนนน้ั จะพึงตอ้ งชาระหนกี้ ็ตกเป็ นพบั แกเ่ จา้ หนไ้ี ป 2.2.3 การเสียสทิ ธิไลเ่ บี้ยของผคู้ า้ ประกนั ผคู้ า้ ประกนั จะเสียสิทธ์ิไลเ่ บี้ยเอาจากลกู หนใี้ นกรณีใดบา้ ง ผคู้ า้ ประกนั อาจตอ้ งเสียสิทธิ์ไลเ่ บี้ยเอาจากลกู หนไี้ ดใ้ นกรณีตอ่ ไปน้ี 1) เม่อื ผคู้ า้ ประกนั ละเลยไมย่ กขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนขี้ น้ึ ตอ่ สเู้ จา้ หนี้ ผคู้ า้ ประกนั ยอ่ มไม่ มสี ิทธิ์ไลเ่ บี้ยเอาจากลกู หนเ้ี ทา่ ท่ีไมย่ กขนึ้ เป็ นขอ้ ตอ่ สู้ เวน้ แตจ่ ะพิสจู นไ์ ดว้ ่าตนไมร่ วู้ ่ามขี อ้ ตอ่ สู้ เชน่ นน้ั และการที่ไมร่ นู้ น้ั ไมใ่ ชเ่ พราะความผิดของตน 2) เม่ือผคู้ า้ ประกนั ชาระหนี้ใหแ้ กเ่ จา้ หนไ้ี ปโดยไมบ่ อกกลา่ วใหล้ กู หนที้ ราบและลกู หน้ี ไมร่ คู้ วามเชน่ นน้ั จึงไปชาระหนอ้ี ีก 3) เม่อื ผคู้ า้ ประกนั ยอมผกู พนั ตนรบั ผิดโดยสละขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนหี้ รือตกลงพิเศษ ยอมรบั ผดิ เกินกว่าความรบั ผิดของลกู หน้ี 2.2.4 เจา้ หนที้ าใหผ้ คู้ า้ ประกนั ไมอ่ าจเขา้ รบั ชว่ งสิทธิผคู้ า้ ประกนั หลดุ พน้ เหตใุ ดกฎหมายในมาตรา 697 จึงบญั ญตั ใิ หผ้ คู้ า้ ประกนั ที่ไมอ่ าจเขา้ รบั ชว่ งสิทธ์ิ จากเจา้ หนไ้ี ดเ้ พราะการกระทาของเจา้ หนี้ หลดุ พน้ จากความรบั ผดิ ตอ่ เจา้ หนไ้ี ปเทา่ ทตี่ นตอ้ ง เสียหาย เนอ่ื งจากความผิดของผคู้ า้ ประกนั เป็ นความผิดอย่างลกู หนชี้ น้ั ที่สอง เมอ่ื ไดช้ าระหนี้ ใหแ้ กเ่ จา้ หนไี้ ปแลว้ กฎหมายยงั ใหส้ ิทธิทจี่ ะรบั ชว่ งสิทธ์ิของเจา้ หนไี้ ลเ่ บ้ียเอาจากลกู หนไี้ ดตาม มาตรา 693 ดงั นน้ั ถา้ มเี หตใุ หผ้ คู้ า้ ประกนั เขา้ รบั ชว่ งสิทธิไมไ่ ดเ้ พราะเจา้ หนเี้ ป็ นตน้ เหตยุ ่อม ทาใหผ้ คู้ า้ ประกนั เสียหาย โดยเหตผุ ลของหลกั กฎหมายและความเป็ นธรรม ผคู้ า้ ประกนั จึง ควรหลดุ พน้ ความรบั ผดิ ตอ่ เจา้ หนไี้ ปเทา่ ทีต่ นตอ้ งเสียหายไปนน้ั กฎหมายจึงบญั ญตั ิ ทางออกใหแ้ กผ่ คู้ า้ ประกนั ไวด้ งั กลา่ ว มาตรา 697 ถา้ เพราะการกระทาอย่างใดอย่างหนง่ึ ของเจา้ หน้ี เองเป็ นเหตใุ หผ้ คู้ า้ ประกนั ไม่ อาจเขา้ รบั ชว่ งไดท้ ง้ั หมดหรือแตบ่ างสว่ น ในสิทธกิ ็ดจี านองก็ดี จานาก็ดี และบรุ ิมสิทธอิ นั ไดใ้ หไ้ วแ้ ก่ เจา้ หน้ี แตก่ อ่ นหรือในขณะทาสญั ญาคา้ ประกนั เพ่ือชาระหนนี้ นั้ ทา่ นว่าผคู้ า้ ประกนั ย่อมหลดุ พน้ จาก ความรบั ผดิ เพียงเทา่ ที่ตนตอ้ งเสยี หาย เพราะการนน้ั 2.3 ความระงบั สิน้ ไปแหง่ สญั ญาคา้ ประกนั 1. หนตี้ ามสญั ญาผคู้ า้ ประกนั เป็ นเพียงหนอ้ี ปุ กรณ์ ตอ้ งอาศยั หนข้ี องลกู หนซี้ ่ึงเป็ นหนี้ ประธานเป็ นหลกั ดงั นนั้ เมื่อมีกรณีทที่ าใหห้ นปี้ ระธานระงบั ส้นิ ไป ไมว่ ่าดว้ ยเหตใุ ดๆ ย่อมมี ผลทาใหค้ วามผกู พนั ตามสญั ญาคา้ ประกนั ระงบั สน้ิ ไปดว้ ย 2. การคา้ ประกนั เพื่อกจิ การตอ่ เนอ่ื งกนั ไปหลายคราวไมจ่ ากดั เวลานนั้ ผคู้ า้ ประกนั อาจ บอกเลกิ สาหรบั คราวอนาคตได้ ซึ่งมีผลใหผ้ คู้ า้ ประกนั ไมต่ อ้ งรบั ผิดในกจิ การท่ีลกู หนก้ี ระทา ลงภายหลงั การบอกเลิกนนั้

10 3. ในหนที้ ่มี กี าหนดเวลาชาระแนน่ อน ถา้ เจา้ หนผ้ี อ่ นเวลาชาระใหแ้ กล่ กู หนโี ดยมไิ ดร้ ับ ความตกลงยินยอมจากผคู้ า้ ประกนั ผคู้ า้ ประกนั ย่อมหลดุ พน้ จากความรบั ผิด 4. ผคู้ า้ ประกนั ยอ่ มหลดุ พน้ จากความรบั ผดิ หากไดข้ อชาระหนแี้ กเ่ จา้ หนแ้ี ลว้ ตง้ั แตเ่ มื่อ หนถ้ี ึงกาหนดชาระ และเจา้ หนไี้ มย่ อมรบั ชาระหนโี้ ดยไมม่ ีเหตอุ นั สมควร 5. สญั ญาคา้ ประกนั อาจระงบั ลงดว้ ยเหตปุ ระการอ่ืนอีกนอกจากเหตทุ เ่ี กี่ยวกบั หนข้ี อง ลกู หนเี้ ป็ นสาคญั เชน่ เมือ่ หนรี้ ะหวา่ งเจา้ หนก้ี บั ผคู้ า้ ประกนั ระงบั ส้ินไป หรือเมอ่ื ผคู้ า้ ประกนั ไมอ่ าจรบั ชว่ งสิทธ์ิจากเจา้ หนไี้ ดท้ งั้ หมด เป็ นตน้ 2.3.1 หนป้ี ระธานระงบั สน้ิ ไป เหตใุ ดสญั ญาคา้ ประกนั จึงระงบั ไปเม่อื หนต้ี ามสญั ญาประธานระงบั และระงบั ไปได้ ในกรณีใดบา้ ง สญั ญาคา้ ประกนั เป็ นแตเ่ พียงสญั ญาอปุ กรณ์ ซึ่งตอ้ งอาศยั สญั ญาประธาน เม่อื หน้ี ระหว่างเจา้ หนี้ และลกู หนอ้ี นั เป็ นหนปี้ ระธานระงบั หนตี้ ามสญั ญาคา้ ประกนั ก็ตอ้ งระงบั ตาม ไปดว้ ย เหตทุ ที่ าใหห้ นป้ี ระธานระงบั มีหลายสาเหตดุ ว้ ยกนั ทงั้ เหตทุ ีก่ ฎหมายบัญญตั ไิ ว้ ป. พ.พ. บรรพ 2 คือ การชาระหนี้ ปลดหนี้ หกั กลบลบหน้ี แปลงหนใี้ หม่ และหนเ้ี กล่ือนกลืนกนั และยงั มีสาเหตใุ นประการอื่นที่เกี่ยวกบั หนป้ี ระธานนนั้ เอง ทีท่ าใหล้ กู หนไ้ี มต่ อ้ งรบั ผดิ ในหน้ี อีกตอ่ ไป ซ่ึงทาใหผ้ คู้ า้ ประกนั หลดุ พน้ ไปดว้ ย เชน่ หนท้ี ข่ี าดอายคุ วาม เหตตุ ามกฎหมาย ลม้ ละลายในเร่ืองการยกเลิกการประนอมหนที้ ี่มผี คู้ า้ ประกนั และหนที้ ี่ลกู หนไี้ มต่ อ้ งรบั ผดิ ใน สาเหตตุ า่ งๆ 2.3.2 ผคู้ า้ ประกนั บอกเลิกคา้ ประกนั ตามมาตรา 699 ผคู้ า้ ประกนั อาจบอกเลกิ สญั ญาคา้ ประกนั ไดใ้ นกรณี ผคู้ า้ ประกนั อาจบอกเลิกสญั ญาคา้ ประกนั ได้ สาหรบั การคา้ ประกนั กิจการที่ ตอ่ เนอ่ื งไปหลายครง้ั หลายคราวโดยไมม่ ีเวลาจากดั โดยบอกเลิกการคา้ ประกนั สาหรบั กจิ การหรือหนใี้ นอนาคตทีย่ งั ไมเ่ กดิ ส่วนหนท้ี ีเ่ กดิ ขนึ้ แลว้ กอ่ นการบอกเลกิ ก็ยงั ตอ้ งรบั ผดิ อยู่ กรณีดงั กลา่ วนไี้ มใ่ ชเ่ รื่องการคา้ ประกนั หนโ้ี ดยผคู้ า้ ประกนั จากดั ขอบเขตของความรบั ผดิ ในเร่ืองสญั ญาคา้ ประกนั และไมใ่ ชก่ รณีการคา้ ประกนั หนที้ ีม่ กี าหนดระยะเวลาชาระดว้ ย ซ่ึงตามกรณีท่กี ลา่ วมา ไมใ่ ชก่ รณีที่จะปรบั เขา้ ตามหลกั กฎหมายมาตรา 699 มาตรา 699 การคา้ ประกนั เพื่อกจิ การเนอ่ื งกนั ไปหลายคราวไมม่ ี จากดั เวลาเป็ นคณุ แกเ่ จา้ หนี้ นน้ั ทา่ นว่าผคู้ า้ ประกนั อาจเลกิ เสยี เพื่อ คราวอนั เป็ นอนาคตได้ โดยบอกกลา่ วความประสงคน์ นั้ แกเ่ จา้ หนี้ ในกรณีเชน่ น้ี ทา่ นว่าผคู้ า้ ประกนั ไมต่ อ้ งรบั ผิดในกิจการที่ลกู หน้ี กระทาลงภายหลงั คาบอกกลา่ ว นน้ั ไดไ้ ปถึงเจา้ หนี้ 2.3.3 เจา้ หนผี้ อ่ นเวลาชาระหนใี้ หแ้ กล่ กู หนี้ เหตใุ ดการทีเ่ จา้ หนผี้ อ่ นเวลาชาระหนใี้ หแ้ ก่ลกู หน้ี ในหนท้ี ี่มีกาหนดเวลาชาระโดยผู้ คา้ ประกนั มิไดต้ กลงยินยอมดว้ ย จึงทาใหผ้ คู้ า้ ประกนั หลดุ พน้ ความรบั ผิด ผคู้ า้ ประกนั มคี วามรบั ผดิ ทจ่ี ะตอ้ งชาระหนเี้ มอ่ื ลกู หนไ้ี มช่ าระ การที่เขาเขา้ คา้ ประกนั หนใ้ี หใ้ คร เขาย่อมทราบดวี ่าจะตอ้ งผกู พนั ใหม้ ีความรบั ผิดเมื่อใด และจะพน้ ความผกู พนั ไป

11 เม่อื ใด การทย่ี อมเขา้ คา้ ประกนั ก็เพื่อทวี่ า่ หากตอ้ งชาระหนใ้ี หเ้ จา้ หนแ้ี ทนลกู หนไี้ ปแลว้ ตนจะ ไดใ้ ชส้ ทิ ธิไลเ่ บี้ยไดใ้ นเวลาท่ีคาดหมายไดว้ ่าลกุ หนย้ี งั คงมหี ลกั ฐานดมี ีทรพั ยส์ ินเพียงพอที่จะ ชาระหนไี้ ด้ หากเจา้ หน้ีผอ่ นเวลาชาระหนใ้ี หแ้ กล่ กู หน้ี ผคู้ า้ ประกนั อาจตอ้ งเสียหายเพราะตอ้ ง มคี วามรบั ผดิ ยืดเย้ือเนน่ิ นานออกไปอีก ซึ่งถา้ ลกู หนย้ี ากจนลงในเวลาตอ่ มานนั้ จะไมม่ ี ทรพั ยส์ นิ เพียงพอทีจ่ ะชาระหนี้ ผคู้ า้ ประกนั ที่ตอ้ งใชห้ นใี้ หแ้ กเ่ จา้ หนแี้ ทนไป อาจไลเ่ บ้ียเอาอะไร จากลกู หนอ้ี ีกไมไ่ ด้ เพราะเหตทุ ี่เจา้ หนผี้ อ่ นเวลาใหเ้ นน่ิ นานออกไปนน้ั กฎหมายจึงตอ้ ง บญั ญตั ทิ างออกใหผ้ คู้ า้ ประกนั หลดุ พน้ ความรบั ผดิ หากเจา้ หนผี้ อ่ นเวลาใหล้ กู หน้ี โดยผคู้ า้ ประกนั มไิ ดต้ กลงยินยอมดว้ ยในหนที้ ่ีมีกาหนดชาระเวลาแนน่ อน การผอ่ นเวลาตอ้ งมลี กั ษณะอย่างไร การผอ่ นเวลา ตอ้ งเป็ นกรณีทเ่ี จา้ หนตี้ กลงยินยอมผกู มดั ตวั เองว่าในระหวา่ งเวลาท่ี ยืดออกไปนนั้ เจา้ หนจี้ ะใชส้ ทิ ธ์ิเรียกรอ้ งหรือฟ้ องรอ้ งเอาจากลกู หนไ้ี มไ่ ด้ 2.3.4 เจา้ หนไี้ มย่ อมรบั ชาระหนจ้ี ากผคู้ า้ ประกนั เหตใุ ดกฎหมายจึงบญั ญตั ใิ หผ้ คู้ า้ ประกนั ซ่ึงขอชาระหนเี้ มอ่ื หนถ้ี ึงกาหนดแลว้ และ เจา้ หนไ้ี มย่ อมรบั ชาระโดยไมม่ ีเหตผุ ลสมควร หลดุ พน้ จากความรบั ผดิ ตามสญั ญาคา้ ประกนั ไป ผคู้ า้ ประกนั เป็ นแตเ่ พียงบคุ คลภายนอกท่เี ขา้ มาคา้ จนุ หนข้ี องลกู หน้ี ไมม่ คี วามรบั ผดิ โดยตรงทจี่ ะตอ้ งชาระหนแี้ กเ่ จา้ หนเี้ หมอื นอยา่ งลกู หนช้ี น้ั ตน้ เมือ่ หนถ้ี ึงกาหนดชาระผคู้ า้ ประกนั อาจพิจารณาเห็นวา่ หากหนถี้ ึงกาหนดชาระแลว้ ลกู หนไ้ี มช่ าระ ผคู้ า้ ประกนั ก็ตอ้ งรบั ผดิ ชาระหนใ้ี หเ้ จา้ หนอ้ี ย่แู ลว้ ซ่ึงหากปลอ่ ยระยะเวลาใหเ้ นนิ่ นานออกไป ในที่สดุ ภาระในหนสี้ นิ ซึ่งอาจเป็ นดอกเบ้ียหรือคา่ ใชจ้ ่ายอย่างอื่นอาจตอ้ งตกหนกั แกผ่ คู้ า้ ประกนั ในที่สดุ ดงั นนั้ ถา้ ตนชาระหนแี้ ทนลกู หนไ้ี ปเสยี แตต่ น้ ก็จะไดห้ ลดุ พน้ ความรบั ผิดชอบไปโดยตนไปไลเ่ บี้ยเอาจาก ลกู หนไ้ี ดภ้ ายหลงั กฎหมายจึงบญั ญตั ใิ หส้ ิทธิผคู้ า้ ประกนั ขอชาระหนแี้ กเ่ จา้ หนไี้ ดต้ ง้ั แตเ่ วลาที่ หนถ้ี ึงกาหนดทเ่ี ดยี ว แลว้ เจา้ หนจี้ ะไมย่ อมรบั ชาระหนโี้ ดยไมม่ ีเหตอุ นั ควรไมไ่ ด้ ในกรณีเชน่ น้ี ผคู้ า้ ประกนั จึงหลดุ พน้ จากความรบั ผิดไปเลยทีเดยี ว เป็ นทางออกท่ีกฎหมายบญั ญตั เิ พื่อ คมุ้ ครองใหค้ วามเป็ นธรรมแกผ่ คู้ า้ ประกนั ซ่ึงอย่ใู นฐานะเนอื้ ไมไ่ ดก้ นิ หนงั ไมไ่ ดร้ องนงั่ ซึ่งจะ ไมต่ อ้ งผกู พนั อีกตอ่ ไปเหมอื นอยา่ งลกู หนชี้ นั้ ตน้ 2.3.5 เหตอุ ่ืนๆ ทท่ี าใหส้ ญั ญาคา้ ประกนั ระงบั สน้ิ ไป สญั ญาคา้ ประกนั อาจระงบั ลงไดด้ ว้ ยเหตอุ ่ืนอื่นนอกจากเหตทุ ่เี กีย่ วหนข้ี องลกู หนใ้ี น กรณีใดไดบ้ า้ ง สญั ญาคา้ ประกนั อาจระงบั ลงไดใ้ นเหตปุ ระการอ่ืนนอกจากท่เี กย่ี วกบั หน้ขี องลกู หน้ี ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. เมือ่ หนร้ี ะหวา่ งเจา้ หนก้ี บั ผคู้ า้ ประกนั ระงบั 2. เมื่อผคู้ า้ ประกนั ไมอ่ าจเขา้ รบั ชว่ งสิทธิ์ของเจา้ หนไี้ ดท้ งั้ หมด 3. เมื่อผคู้ า้ ประกนั ตายในขณะท่หี นขี้ องลกู หนย้ี งั ไมเ่ กดิ ขน้ึ

12 แบบประเมินผลหน่วยที่ 2 1. ความรบั ผดิ ของผคู้ า้ ประกนั ตามสญั ญาคา้ ประกนั เกิดขน้ึ เม่อื ลกู หนผี้ ิดนดั ไมช่ าระหน้ี 2. เมอื่ ถกู เจา้ หนท้ี วงถามใหช้ าระหน้ี ผคู้ า้ ประกนั มสี ทิ ธิคือ (1) มีสทิ ธิขอใหเ้ จา้ หนี้ไปเรียกใหล้ กู หนี้ ชาระหนก้ี อ่ น (2) มีสทิ ธจิ กขอ้ ตอ่ สขู้ องลกู หนข้ี น้ึ ตอ่ สเู้ จา้ หนี้ (3) มสี ทิ ธขิ อใหเ้ จา้ หนไี้ ปบงั คบั ชาระหนเี้ อา จากทรพั ยส์ นิ ของลกู หนท้ี ่ีเจา้ หนย้ี ึดถือไวเ้ ป็ นประกนั กอ่ น (4) มีสิทธิยกขอ้ ตอ่ สขู้ องตนเองขนึ้ ตอ่ สู้ เจา้ หนไ้ี ด้ 3. เมือ่ ลกู หนรี้ บั สภาพหนี้ ทาใหอ้ ายคุ วามของหนปี้ ระธานสะดดุ หยดุ ลงเป็ นโทษแกผ่ คู้ า้ ประกนั 4. โดยหลกั แลว้ ผคู้ า้ ประกนั เมื่อไดช้ าระหนใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนไ้ี ปแลว้ มีสทิ ธิ (1) มสี ิทธไิ ลเ่ บี้ยเอาจากลกู หน้ี (2) มีสทิ ธริ บั ชว่ งสทิ ธจิ ากเจา้ หนี้ (3) มสี ิทธิไลเ่ บ้ียเอาจากผคู้ า้ ประกนั รายอื่นท่ีเขา้ คา้ ประกนั หนรี้ าย เดยี วกนั แลว้ ไลเ่ บ้ียจากลกู หนไี้ มไ่ ด้ หรือไดไ้ มค่ รบ 5. ผคู้ า้ ประกนั อาจเสียสิทธิไลเ่ บี้ยในกรณี เมือ่ ผคู้ า้ ประกนั ชาระหนใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนไี้ ปโดยไมบ่ อกกลา่ ว ลกู หน้ี ลกู หนไี้ มร่ จู้ ึงไปชาระซา้ อีก 6. ผคู้ า้ ประกนั อาจหลดุ พน้ ความรบั ผิดตามสญั ญาคา้ ประกนั ไปโดยสน้ิ เชิงในกรณี เมอ่ื ผคู้ า้ ประกนั ของชาระหนใ้ี หแ้ กเ่ จา้ หนเ้ี ม่ือหนถ้ี ึงกาหนดชาระ แตเ่ จา้ หนไี้ ม่ยอมรบั ชาระโดยไมม่ เี หตอุ นั สมควร 7. กรณีท่ีถือว่าเป็ นการที่เจา้ หนผี้ อ่ นเวลาชาระหนใ้ี หแ้ กล่ กู หน้คี ือ เจา้ หนต้ี กลงยืดเวลาชาระหน้ี ใหแ้ กล่ กู หนใ้ี นหนที้ ี่มีกาหนดเวลาชาระแนน่ อนโดยจะยงั ใชส้ ทิ ธิเรียกรอ้ งตอ่ ลกู หนี้ในระหว่างเวลาที่ยืด ออกไปไมไ่ ด้ 8. ผคู้ า้ ประกนั อาจไมม่ สี ทิ ธิเบ่ียงบ่ายใหเ้ จา้ หนไ้ี ปบงั คบั ชาระหนเี้ อาจากลกู หนกี้ อ่ นเมอื่ ถกู เจา้ หนี้ ทวงถามใหช้ าระหนี้ ในกรณี เมอ่ื ผคู้ า้ ประกนั ตอ้ งร่วมรบั ผิดกบั ลกู หน้ี 9. กรณีท่ีทาใหส้ ญั ญาคา้ ประกนั ระงบั สิ้นไปคือ เมื่อหนใี้ นระหว่างเจา้ หนก้ี บั ผคู้ า้ ประกนั เกลอื่ นกลืน กนั 10. ผคู้ า้ ประกนั มีสิทธิไลเ่ บ้ียจากลกู หนี้ เม่ือไดช้ าระหนใี้ หแ้ กเ่ จา้ หนไี้ ปแลว้ ไดแ้ ก่ (1) เงนิ ตน้ และ ดอกเบี้ย (2) ดอกเบ้ียเงนิ กซู้ ่ึงผคู้ า้ ประกนั ตอ้ งกมู้ าชาระหนแ้ี ทนลกู หน้ี (3) คา่ จา้ งทนายซ่ึงผคู้ า้ ประกนั จา้ งมาตอ่ สคู้ ดที ี่เจา้ หนฟ้ี ้ องใหช้ าระหน้ีนน้ั หนว่ ยที่ 3 ลกั ษณะทวั่ ไปของสญั ญาจานอง 1. สญั ญาจานองเป็ นสญั ญาซ่ึงผจู้ านองเอาทรพั ยส์ นิ ตราไวใ้ หแ้ กบ่ คุ คลอีกคนหนงึ่ คือ ผรู้ บั จานองเพื่อเป็ นประกนั การชาระหนี้ โดยไมต่ อ้ งสง่ มอบทรพั ยส์ ินนนั้ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานอง และผรู้ บั จานองมสี ทิ ธิท่จี ะไดร้ บั ชาระหนจ้ี ากทรัพยส์ ินที่จานองกอ่ นเจา้ หนส้ี ามญั เมือ่ ลกู หนี้ ไมช่ าระหนี้ โดยไมต่ อ้ งคานงึ วา่ กรรมสิทธ์ิในทรพั ยส์ นิ ท่นี ามาประกนั การชาระหนน้ี น้ั จะไดโ้ อน ไปยงั ผใู้ ด และสญั ญาจานองตอ้ งทาตามแบบ คือ ตอ้ งทาเป็ นหนงั สือ และจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี 2. สิทธิจานองครอบไปถึงทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองหมดทกุ ส่ิงและทกุ ส่วนตลอดจนครอบไป ถึงทรพั ยอ์ นั ตดิ อย่กู บั ทรพั ยส์ นิ ที่จานอง

13 3.1 สาระสาคญั ของสญั ญาจานอง 1. สญั ญาจานองเป็ นการประกนั การชาระหน้ีดว้ ยทรพั ย์ โดยผจู้ านองเอาทรพั ยส์ นิ ตรา ไวใ้ หแ้ กผ่ รู้ บั จานอง เพื่อประกนั การชาระหน้ี โดยไม่ตอ้ งสง่ มอบทรพั ยส์ ินนน้ั แกผ่ รู้ บั จานอง และผรู้ บั จานองชอบท่จี ะไดร้ บั ชาระหนจี้ ากทรพั ยส์ นิ ท่ีจานองกอ่ นเจา้ หนสี้ ามญั โดยไมค่ านงึ ว่ากรรมสิทธ์ิในทรพั ยส์ ินจะไดโ้ อนไปยงั บคุ คลภายนอกแลว้ หรือไม่ 2. สญั ญาจานองตอ้ งทาตามแบบโดยทาเป็ นหนงั สอื และจดทะเบียนแกพ่ นกั งาน เจา้ หนา้ ที่มิฉะนน้ั ยอ่ มตกเป็ นโมฆะ 3. อสงั หาริมทรพั ยท์ กุ ประเภท สงั หาริมทรพั ยช์ นดิ พิเศษ ที่กฎหมายบญั ญตั ใิ หต้ อ้ งจด ทะเบียนเป็ นทรพั ยส์ นิ ทีจ่ านองได้ 4. ผจู้ านองทรพั ยส์ นิ นน้ั ตอ้ งเป็ นบคุ คลผเู้ ป็ นเจา้ ของทรพั ยใ์ นขณะจานอง บคุ คลอ่ืน จานองไมไ่ ด้ 5. ขอ้ ความในสญั ญาจานอง ตอ้ งระบทุ รพั ยส์ นิ ท่ีจานองและระบจุ านวนเงนิ เป็ นเงนิ ไทย เป็ นจานวนแนน่ อนตรงตวั หรือจานวนสงู สดุ ที่ไดเ้ อาทรพั ยส์ นิ จานองนนั้ ตราเป็ นประกนั กอ่ นหนถ้ี ึงกาหนดชาระ หากมีขอ้ ความไดต้ กลงกนั ไวว้ ่า ถา้ ไมช่ าระหนแ้ี ลว้ ผรู้ บั จานองเขา้ เป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ท่จี านอง หรือจดั การแกท่ รพั ยส์ ินนนั้ เป็ นอยา่ งอ่ืน นอกจากบทบญั ญตั ิ ทง้ั หลายอนั ว่าดว้ ยจานองแลว้ ขอ้ ตกลงนน้ั ไมส่ มบรู ณ์ 6. ผจู้ านองสามารถจานองทรพั ยส์ นิ ภายในบงั คบั แหง่ เงอ่ื นไข หรือจานองทรพั ยห์ ลาย ส่งิ ประกนั หนร้ี ายเดยี วได้ 3.1.1 ความหมายและแบบของสญั ญาจานอง สญั ญาจานองคืออะไร เป็ นสญั ญาซึ่งบคุ คลสญั ญากบั เจา้ หนี้ เอาทรัพยส์ นิ ตราไวเ้ ป็ นประกนั การชาระหนี้ โดยไมต่ อ้ งสง่ มอบทรพั ยส์ นิ และผรู้ บั จานองมสี ิทธิไดร้ บั ชาระหนจ้ี ากทรพั ยส์ นิ ท่จี านองกอ่ น เจา้ หนสี้ ามญั (มาตรา 702) ดาและแดงทาสญั ญาซ้ือขายอาวธุ สงคราม โดยมขี าวจานองท่ีดนิ ของตนแปลงหนง่ึ เพ่ือเป็ นประกนั การชาระราคาของดา ตอ่ มาแดงไดส้ ่งมอบอาวธุ ใหด้ าครบตามจานวนท่ตี ก ลงกนั แตด่ าปฏิเสธไมย่ อมชาระราคา แดงจะฟ้ องศาลบงั คบั จานองที่ดนิ ทข่ี าวนามาจานอง แกต่ นตนไดห้ รือไม่ สญั ญาจานองจะมไี ดก้ ็แตเ่ ฉพาะเพ่ือหนที้ ่ีสมบรู ณ์ เมอื่ หนต้ี ามสญั ญาจานองเป็ นหนี อปุ กรณีซ่ึงตอ้ งอาศยั ความสมบรู ณข์ องหนป้ี ระธาน ในกรณีหนปี้ ระธานคือสญั ญาซื้อขาย โมฆะตามมาตรา 150 เพราะมวี ตั ถทุ ี่ประสงคเ์ ป็ นการตอ้ งหา้ มตามกฎหมายสญั ญาจานอง ซึ่งเป็ นหนอ้ี ปุ กรณจ์ ึงมีขนึ้ ไมไ่ ด้ ดงั นแี้ ดงจะฟ้ องศาลบงั คบั จานองที่ดนิ ของขาวซึ่งนามา จานองไวแ้ กต่ นไมไ่ ด้ มาตรา 702 อนั ว่าจานองนน้ั คอื สญั ญาซึ่งบคุ คลคนหนงึ่ เรียกว่า ผจู้ านองเอาทรพั ยส์ นิ ตราไว้ แกบ่ คุ คลอีกคนหนง่ึ เรียกว่าผรู้ บั จานอง เป็ นประกนั การชาระหน้ี โดยไมส่ ง่ มอบทรพั ยส์ ินนนั้ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานอง

14 ผรู้ บั จานองชอบที่จะไดร้ บั ชาระหนจ้ี ากทรพั ยส์ ินท่ีจานองกอ่ น เจา้ หนสี้ ามญั มพิ กั ตอ้ งพิเคราะห์ ว่ากรรมสิทธใิ์ นทรพั ยส์ นิ จะไดโ้ อน ไปยงั บคุ คลภายนอกแลว้ หรือหาไม่ มาตรา 150 การใดมวี ัตถปุ ระสงคเ์ ป็ นการตอ้ งหา้ มชดั แจง้ โดย กฎหมายเป็ นการพน้ วิสยั หรือ เป็ นการขดั ตอ่ ความสงบเรียบรอ้ ย หรือศีลธรรมอนั ดีของประชาชน การนน้ั เป็ นโมฆะ ก. ทาสญั ญากเู้ งนิ จาก ข. ไป 20,000 บาท โดยมอบโฉนดให้ ข. ยึดถือไว้ ตอ่ มา ก. ไมช่ าระหนเี้ งนิ กู้ ข. จะมสี ิทธิบงั คบั ชาระหนจ้ี าก ก. ไดอ้ ย่างไรหรือไม่ ข. บงั คบั ชาระหนเ้ี งนิ กจู้ าก ก. ไดอ้ ย่างเจา้ หนสี้ ามญั เทา่ นน้ั เพราะหนปี้ ระธานสมบรู ณ์ สว่ นสญั ญาจานองตกเป็ นโมฆะเนอื่ งจากมิไดท้ าเป็ นหนงั สอื และจดทะเบียนกบั พนกั งาน เจา้ หนา้ ที่ (มาตรา 714) จึงบงั คบั จานองไมไ่ ดเ้ พราะไมม่ ีสญั ญาจานองตอ่ กนั แมห้ น้ี อปุ กรณจ์ ะไมส่ มบรู ณ์ หนป้ี ระธานซึ่งสมบรู ณอ์ ย่กู ็ใชบ้ งั คบั ไดต้ ามหนปี้ ระธาน อย่างไรก็ดี ข. มสี ทิ ธิยึดหนว่ งโฉนดนนั้ ไวไ้ ดจ้ นกว่าจะไดร้ บั ชาระหน้ี มาตรา 714 อนั สญั ญาจานองนนั้ ท่านว่าตอ้ งเป็ นหนงั สือและ จดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี 3.1.2 ทรพั ยส์ ินท่ีจานองได้ ก. มีท่ดี นิ มอื เปลา่ อยแู่ ปลงหนง่ึ ไดม้ าขอทาสญั ญาจานองท่ดี นิ แปลงนแี้ ก่ ข. ข. มา ปรึกษาทา่ นจะรบั จานองทีด่ นิ แปลงนไ้ี ดห้ รือไม่ ใหอ้ ธิบายและใหเ้ หตผุ ลวา่ ข. จะรบั จานองได้ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด กรณีนต้ี อ้ งพิจารณาวา่ ที่ดนิ มือเปลา่ น้ีเป็ นทด่ี นิ มือเปลา่ ท่ีมี น.ส.3 หรือไม่ ข. รบั จานองทด่ี นิ แปลงนไ้ี มไ่ ดถ้ า้ เป็ นทด่ี นิ มือเปลา่ ที่ไมม่ ี น.ส. 3 เพราะท่ีดนิ ตามมาตรา 703 เป็ น อสงั หาริมทรพั ยก์ ็จริง แตต่ อ้ งเป็ นท่ดี นิ มือเปลา่ ทม่ี ี น.ส. 3 จึงจะจานองได้ ข. รบั จานองทีด่ นิ แปลงนไี้ ดถ้ า้ เป็ นที่ดนิ มือเปล่าซ่ึงมี น.ส. 3 (มาตรา 703 ประกอบ กบั พ.ร.บ. ใหใ้ ชป้ ระมวลกฎหมายท่ดี นิ มาตรา 9) มาตรา 703 อนั อสงั หาริมทรพั ยน์ น้ั อาจจานองไดไ้ มว่ ่าประเภท ใด ๆ สงั หาริมทรพั ยอ์ นั จะกลา่ วตอ่ ไปนกี้ ็อาจจานองไดด้ จุ กนั หากว่าไดจ้ ดทะเบียนไวแ้ ลว้ ตาม กฎหมายคอื (1) เรือกาปันหรือเรือมีระวางตง้ั แตห่ กตนั ขนึ้ ไปเรือกลไฟหรือเรือยนตม์ ีระวางตงั้ แตห่ า้ ตนั ขน้ึ ไป (2) แพ (3) สตั วพ์ าหนะ (4) สงั หาริมทรพั ยอ์ ่ืน ๆ ซึ่งกฎหมายหากบญั ญตั ไิ วใ้ หจ้ ดทะเบียน เฉพาะการ 3.1.3 ผจู้ านองตอ้ งเป็ นเจา้ ของทรพั ย์ ที่กลา่ วว่าผจู้ านองตอ้ งเป็ นเจา้ ของทรพั ย์ ทา่ นเขา้ ใจวา่ อย่างไร มาตรา 705 บญั ญตั วิ า่ “การจานองทรพั ยส์ ินนน้ั นอกจากผเู้ ป็ นเจา้ ของในขณะนนั้ แลว้ ทา่ นว่าใครอื่นจะจานองหาไดไ้ ม่” ดงั นนั้ ผทู้ ่ีจะจานองไดต้ อ้ งเป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ในขณะจานอง ถา้ เป็ นบคุ คลอ่ืนเอาทรพั ยส์ ินไปจานอง สญั ญาจานองไมผ่ กู พนั เจา้ ของทรพั ย์ คาว่าเจา้ ของนนั้ หมายรวมถึง เจา้ ของรวมตามมาตรา 1361 และตวั แทนผไู้ ดร้ บั มอบอานาจ

15 ตามมาตรา 798 ดว้ ย แตก่ ็มีบางกรณีแมว้ ่าผจู้ านองไมใ่ ชเ่ จา้ ของทรพั ยส์ นิ ที่จานองก็ตาม สญั ญาจานองก็มผี ลผกู พนั ทรพั ยส์ นิ ของผเู้ ป็ นเจา้ ของดงั กรณีตอ่ ไปนี้ เจา้ ของทรพั ย์ ประมาทเลินเลอ่ เจา้ ของทรพั ยส์ นิ มีสว่ นรเู้ ห็นยินยอมในการจานอง หรือตวั แทนของผรู้ บั จานองทาเกินขอบอานาจ ดาเป็ นผคู้ รอบครองที่ดนิ มอื เปลา่ ทีม่ ี น.ส. 3 โดยมีชอื่ ดาเป็ นผคู้ รอบครอง แดงซ่ึง เป็ นบตุ รของดาไดท้ ามาหากินในทด่ี นิ ดงั กลา่ วเกิน 10 ปี แดงมีสิทธิจะจานองทด่ี นิ แปลงนไี้ ด้ หรือไมเ่ พราะเหตใุ ด แดงไมม่ ีสิทธิจานองทีด่ นิ เพราะดาเป็ นผคู้ รอบครองทีด่ นิ มอื เปลา่ มี น.ส.3 ผทู้ ี่ครอง ครองทด่ี นิ ประเภทนม้ี ีเพียงสิทธิครอบครองและไมม่ ีกรรมสทิ ธ์ิ (พรบ. ใหใ้ ชป้ ระมวล กฎหมายท่ดี นิ ) แดงแมจ้ ะครองครองท่ีดนิ นนั้ มาเกนิ 10 ปี ก็ไมไ่ ดก้ รรมสิทธ์ิ เม่อื แดงมไิ ด้ เป็ นเจา้ ของทรพั ยต์ ามมาตรา 705 แดงไมม่ สี ทิ ธิจานองทด่ี นิ แปลงน้ี มาตรา 705 การจานองทรพั ยส์ ินนน้ั นอกจากผเู้ ป็ นเจา้ ของใน ขณะนนั้ แลว้ ทา่ นว่าใครอื่นจะ จานองหาไดไ้ ม่ 3.1.4 ขอ้ ความในสญั ญาจานอง “สญั ญาจานองตอ้ งระบจุ านวนเงนิ ไทยแนน่ อน” ทา่ นเขา้ ใจวา่ อย่างไร สญั ญาจานองตอ้ งระบจุ านวนเงนิ ไทยแนน่ อน เป็ นขอ้ ความในสญั ญาจานองซ่ึง กฎหมายตามมาตรา 708 กาหนดใหต้ อ้ งระบจุ านวนแนน่ อนในสญั ญาจานอง มีปัญหาว่า เมอ่ื ระบจุ านวนเงนิ แนน่ อนแลว้ ตอ้ งระบไุ วเ้ ป็ นเงนิ สกลุ ไทยหรืออาจระบเุ ป็ นเงนิ สกลุ อ่ืนก็ได้ ในกรณีนน้ี กั กฎหมายพวกหนง่ึ เห็นว่าตอ้ งเป็ นสกลุ ไทยเทา่ นนั้ ถา้ ระบเุ งนิ สกลุ อื่นสญั ญา จานองตกเป็ นโมฆะ อีกความเห็นหนง่ึ เห็นว่าอาจระบเุ ป็ นเงนิ สกลุ อื่นก็ได้ มาตรา 708 สญั ญาจานองนนั้ ตอ้ งมจี านวนเงนิ ระบไุ วเ้ ป็ นเรือน เงนิ ไทยเป็ นจานวนแนต่ รงตวั หรือจานวนขน้ั สงู สดุ ท่ีไดเ้ อาทรพั ยส์ นิ จานองนน้ั เป็ นตราไวเ้ ป็ นประกนั 3.1.5 ลกั ษณะของการจานอง นายบญุ กเู้ งนิ นายชู 500,000 บาท โดยมนี ายสมเอาทีด่ นิ มาจานองประกนั หนเี้ งนิ กู้ 300,000 บาท นายจิตเอาบา้ นมาจานองเป็ นประกนั หนี้ 200,000 บาท การตกลงกนั จานองเชน่ นมี้ ีผลบงั คบั หรือไม่ ตามมาตรา 710 ทรพั ยห์ ลายสิ่งของเจา้ ของหลายคนสามารถจานองเป็ นประกนั หนี้ รายเดยี วได้ และอาจตกลงใหท้ รพั ยแ์ ตล่ ะสิง่ เป็ นประกนั หนเ้ี ฉพาะสว่ นหนงึ่ สว่ นใดทีร่ ะบไุ วก้ ็ได้ ฉะนน้ั การที่นายสมและนายจิต เอาทีด่ นิ กบั บา้ นของตนเองมาจานองประกนั หนข้ี องนายบญุ โดยตกลงใหท้ ี่ดนิ เป็ นประกนั หน้ี 300,000 บาท และบา้ นเป็ นประกนั หนี้ 200,000 บาท ยอ่ มมีผลบงั คบั ไดต้ ามกฎหมาย มาตรา 710 ทรพั ยส์ ินหลายสิ่งมเี จา้ ของคนเดยี วหรือหลายคนจะ จานองเพื่อประกนั การชาระ หนแ้ี ตร่ ายหนง่ึ รายเดียว ท่านก็ใหท้ าได้ และในการนคี้ ่สู ญั ญาจะตกลงกนั ดงั่ ตอ่ ไปนกี้ ็ได้ คอื ว่า (1) ใหผ้ รู้ บั จานองใชส้ ิทธบิ ังคบั เอาแกท่ รพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองตาม ลาดบั อนั ระบไุ ว้ (2) ใหถ้ ือเอาทรพั ยส์ ินแตล่ ะส่งิ เป็ นประกนั หนี้ เฉพาะแตส่ ว่ นหนงึ่ สว่ นใดที่ระบไุ ว้

16 3.2 ขอบเขตของสทิ ธิจานอง 1. ทรพั ยส์ ินซึ่งจานองย่อมเป็ นประกนั ชาระหนป้ี ระธานกบั ทงั้ คา่ อปุ กรณอ์ นั ไดแ้ ก่ ดอกเบ้ีย ค่าสินไหมทดแทนในการไมช่ าระหนแี้ ละคา่ ฤชาธรรมเนยี มในการบงั คบั จานอง 2. จานองครอบไปถึงทรพั ยส์ นิ ทจี่ านองหมดหมดทกุ สง่ิ และแมว้ า่ ทรพั ยส์ ินท่ีจานองจะ แบง่ ออกเป็ นหลายสว่ นจานองก็ครอบไปทกุ สว่ น แตถ่ า้ หากผรู้ บั จานองยินยอมดว้ ย การโอน ทรพั ยส์ นิ สว่ นหนง่ึ สว่ นใดไปโดยปลอดจากการจานองก็ทาได้ แตค่ วามยินยอมนน้ั ตอ้ งไดจ้ ด ทะเบียนจึงจะยกเป็ นขอ้ ตอ่ สบู้ คุ คล ภายนอกได้ เวน้ แตก่ รณี 3. สิทธิจานองครอบถึงทรพั ยท์ ง้ั ปวงอนั ตดิ อยกู่ บั ทรพั ยท์ ี่จานอง ดงั ตอ่ ไปนคี้ ือ โรงเรือนซึ่งปลกู สรา้ งในทีด่ นิ จานองภายหลงั จานอง จานองโรงเรือนซึ่งอยบู่ น ทดี่ นิ ของผอู้ ่ืนหรือจานองท่ีดนิ แตม่ ีโรงเรือนคนอืน่ ปลกู อยแู่ ละดอกผลของทรพั ยส์ ินที่จานอง 3.2.1 ทรพั ยส์ ินซ่ึงจานองย่อมเป็ นประกนั หนป้ี ระธานและค่าอปุ กรณ์ ทรพั ยส์ นิ ที่จานองประกนั หนอี้ ะไรบา้ ง ทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานองยอ่ มเป็ นประกนั หนป้ี ระธานและค่าอปุ กรณ์ หนปี้ ระธานก็แลว้ แต่ วา่ เป็ นหนอ้ี ะไร เชน่ หนกี้ ยู้ ืม หนลี้ ะเมดิ หนส้ี ญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั จานองย่อมเป็ นประกนั หนี้ ประธานทง้ั หมดและยงั รวมถึงค่าอปุ กรณใ์ นหนปี้ ระธานนนั้ ดว้ ย ซ่ึงกฎหมายกาหนดไว้ 3 ประการคือ ดอกเบ้ีย ค่าสนิ ไหมทดแทนในการไมช่ าระหนแี้ ละคา่ ฤชาธรรมเนยี มในการบงั คบั ชาระหนี้ เรื่องดอกเบี้ยจะมหี รือไมแ่ ลว้ แตจ่ ะกาหนดกนั แตต่ อ้ งไมเ่ กินอตั ราทีก่ ฎหมายกาหนด คา่ สินไหมทดแทนตอ้ งเป็ นเร่ืองค่าเสยี หายที่เกดิ ขน้ึ โดยปกตหิ รือโดยพฤตกิ ารณพ์ ิเศษจาก การไมช่ าระหนข้ี องลกู หน้ี สว่ นค่าฤชาธรรมเนยี มในการบงั คบั จานองคือคา่ ธรรมเนยี มศาล และค่าธรรมเนยี มชน้ั บงั คบั คดดี ว้ ย 3.2.2 สทิ ธิจานองครอบทรพั ยท์ กุ ส่งิ และทกุ สว่ นท่ีจานอง ก. จานองท่ีดนิ มโี ฉนดจานวน 5 ไร่ เพ่ือประกนั การชาระหนเี้ งนิ กจู้ านวน 20,000 บาท ตอ่ มาแบ่งแยกโฉนดออกเป็ นแปลงยอ่ ย 5 แปลงแตล่ ะแปลงมีราคา 10,000 บาท สทิ ธิ จานองครอบทดี่ นิ แปลงนเ้ี พียงใด ท่ีดนิ มโี ฉนดจานวน 5 ไร่ เป็ นทรพั ยส์ นิ จานองแบง่ แยกเป็ นหลายสว่ น แมต้ อ่ มาจะ แบ่งแยกออกเป็ นสว่ นๆ ก็มใิ ชเ่ ป็ นเร่ืองจานองทรพั ยส์ นิ หลายสงิ่ แมว้ ่าทดี่ นิ ขอแบ่งแยกใน ภายหลงั เพียง 2 แปลงจะมรี าคาเทา่ กบั หนที้ ี่มอี ยกู่ ็ตาม การจานองก็ครอบไปทง้ั หมดใน ที่ดนิ 5 ไร่ ซ่ึงถา้ ก. ลกู หนชี้ าระหนผ้ี รู้ บั จานองคือ ข. ยงั ไมค่ รบจานวนจะมาขอปลดทรพั ย์ บางสว่ นออกจากการจานองไมไ่ ดถ้ า้ ข. ไมย่ ินยอม 3.2.3 สิทธิจานองครอบถึงทรพั ยท์ งั้ ปวงอนั ตดิ อย่กู บั ทรพั ยท์ จี่ านอง สทิ ธิจานองยอ่ มครอบคลมุ ไปถึงทรพั ยท์ ีต่ ดิ พนั อย่กู บั ทรพั ยจ์ านองทา่ นเขา้ ใจวา่ อย่างไร ตามมาตรา 718 นนั้ หมายความวา่ เมอ่ื จานองทรพั ยส์ นิ ใด สิทธิจานองยอ่ มครอบไป ทกุ สว่ นของทรพั ยท์ ่จี านองและครอบไปถึงทรพั ยท์ ตี่ ดิ พนั อยกู่ บั ทรพั ยท์ จ่ี านองดว้ ย ทรพั ยท์ ี่

17 ตดิ พนั กบั ทรพั ยท์ ่จี านองนนั้ ตอ้ งพิจารณาเป็ นเร่ืองๆ ไปวา่ อะไรเป็ นอะไรไมเ่ ป็ น ถา้ หากสิ่งใด เป็ นสว่ นควบก็เป็ นทรพั ยท์ ่ีตดิ พนั กบั ทรพั ยจ์ านอง จานองย่อมครอบไปทง้ั หมดแต่กฎหมาย กาหนดขอ้ ยกเวน้ ไว้ 3 กรณี ซ่ึงแมท้ รพั ยน์ นั้ ตดิ พนั กบั ทรพั ยส์ ินที่จานอง สทิ ธิจานองก็ไม่ ครอบไปถึง มาตรา 718 จานองย่อมครอบไปถึงทรพั ยท์ ง้ั ปวงอนั ตดิ พนั อยกู่ บั ทรพั ยส์ ินซึ่งจานอง แตต่ อ้ ง อยภู่ ายในบงั คบั ซ่ึงทา่ นจากดั ไวใ้ น สาม มาตรา ตอ่ ไปนี้ มาตรา 719 จานองที่ดินไมค่ รอบไปถึงเรือนโรงอนั ผจู้ านอง ปลกู สรา้ งลงในท่ีดินภายหลงั วัน จานอง เวน้ แตจ่ ะมีขอ้ ความกลา่ วไว้ โดยเฉพาะในสญั ญาว่าใหค้ รอบไปถึง แตก่ ระนนั้ ก็ดี ผรู้ บั จานองจะใหข้ ายเรือนโรงนนั้ รวมไปกบั ท่ีดินดว้ ยก็ไดแ้ ตผ่ รู้ บั จานองอาจใช้ บรุ ิมสิทธิของตนไดเ้ พียงแกร่ าคาที่ดิน เทา่ นน้ั มาตรา 720 จานองเรือนโรงหรือสิง่ ปลกู สรา้ งอยา่ งอ่ืนซ่ึงไดท้ า ขน้ึ ไวบ้ นดินหรือใตด้ ิน ในท่ีดิน อนั เป็ นของคนอื่นเขานน้ั ยอ่ มไมค่ รอบ ไปถึงที่ดนิ นน้ั ดว้ ยฉนั ใดกลบั กนั ก็ฉนั นนั้ มาตรา 721 จานองไมค่ รอบไปถึงดอกผลแห่งทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานอง เวน้ แตใ่ นเมอ่ื ผรู้ บั จานองได้ บอกกลา่ วแกผ่ จู้ านองหรือผรู้ บั โอนแลว้ ว่าตนจานงจะบงั คบั จานอง ดาจานองทดี่ นิ กบั แดงเพ่ือประกนั หนเ้ี งนิ กู้ ตอ่ มาขาวมาเชา่ ทีจ่ านองปลกู สรา้ งโรงงาน ตอ่ มา ข บงั คบั จานองโดนขายทอดตลาดทง้ั ท่ีดนิ และโรงงานเพราะราคาทีด่ นิ ตกตา่ บงั คบั จานองทด่ี นิ ไดเ้ งนิ ไมพ่ อชาระหนแ้ี ดงจะทาไดห้ รือไมเ่ พราะเหตใุ ด แดงทาไดแ้ ตเ่ พียงขายทอดตลาดทด่ี นิ บงั คบั ชาระหนเ้ี ทา่ นน้ั โรงงานเป็ นของขาว ซึ่ง แมจ้ ะปลกู สรา้ งในทีด่ นิ จานองก็ไมต่ กเป็ นสว่ นควบของที่ดนิ จานองตามหลกั มาตรา 720 สิทธิจานองไมค่ รอบไปถึงโรงงานของขาว แดงบังคบั จานองโรงงานดว้ ยไมไ่ ด้ มาตรา 720 จานองเรือนโรงหรือส่งิ ปลกู สรา้ งอยา่ งอื่นซ่ึงไดท้ า ขน้ึ ไวบ้ นดินหรือใตด้ ิน ในที่ดิน อนั เป็ นของคนอ่ืนเขานนั้ ย่อมไมค่ รอบ ไปถึงท่ีดินนนั้ ดว้ ยฉนั ใดกลบั กนั ก็ฉนั นน้ั แบบประเมินผลหน่วยที่ 3 1. สญั ญาจานองคอื การประกนั การชาระหนดี้ ว้ ยทรพั ย์ โดยผจู้ านองเอาทรพั ยส์ นิ ตราไวใ้ หแ้ ก่ ผรู้ บั จานองเพ่ือเป็ นการประกนั การชาระหนี้ 2. ทรพั ยส์ ินท่ีจานองได้ คอื ทรพั ยส์ นิ (1) อสงั หาริมทรพั ยท์ กุ ประเภท (2) สงั หาริมทรพั ยท์ กุ ประเภท (3) สงั หาริมทรพั ยช์ นดิ พิเศษท่ีตอ้ งจดทะเบียน 3. บคุ คลตอ่ ไปนสี้ ามารถจานองทรพั ยส์ ินได้ คอื (1) ผเู้ ป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ ินในขณะจานอง (2) ผู้ เป็ นเจา้ ของรวมของทรพั ยส์ นิ ในขณะจานอง (3) ตวั แทนเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ในขณะจานอง (4) ตวั แทน ผรู้ บั มอบอานาจโดยชอบของเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ในขณะจานอง (2) 4. สญั ญาจานอง ตอ้ งทาเป็ นหนงั สอื และจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ 5. สญั ญาจานองซ่ึงมีลายมอื ชอ่ื ผจู้ านองแตเ่ พียงฝ่ ายเดยี วมีผล สญั ญาเป็ นโมฆะ 6. ขอ้ ความที่ตอ้ งระบไุ วใ้ นสญั ญาจานองไดแ้ ก่ (1) ลายมือชื่อผจู้ านองและผรู้ ับจานอง ทรพั ยส์ นิ ที่จานอง (3) จานวนเงนิ แนน่ อนหรือจานวนสงู สดุ (4) เงนิ ตราเป็ นเงนิ ไทย 7. ทรพั ยส์ ินท่ีจานองย่อมเป็ นประกนั หนป้ี ระธานและหนี้อปุ กรณ์

18 8. จานองชา้ ง 4 เชอื ก ไวก้ บั เจา้ หนเ้ี พ่ือประกนั เงนิ กจู้ านวนสี่หม่นื บาท โดยผอ่ นชาระแลว้ สองหม่อื น บาทเหลือหนอ้ี ีกสองหมื่นบาท โดยไมไ่ ดต้ กลงลา้ งจานองเป็ นงวด ๆ หรือปลดจานอง จานองยอ่ มจะ ครอบไปถึงทรพั ย์ ชา้ งทงั้ 4 เชอื ก 9. ก. กเู้ งนิ ข. ไปเพื่อซ้ือรถซึ่งถกู ขโมยมา โดย ก. เอาโฉนดท่ีดินแปลงหนง่ึ มาเป็ นประกนั การชาระ หนเี้ งนิ กู้ และไดท้ าสญั ญาจานองเป็ นหนงั สือและจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ผลทางกฎหมายคอื เป็ นโมฆะทง้ั สญั ญากยู้ ืมและสญั ญาจานอง 10. ที่งอกออกไปจากที่ดนิ จานอง โดยผจู้ านองมิไดส้ งวนสทิ ธิในท่ีงอกไว้ จึงเป็ นทรพั ยท์ ่ี สทิ ธิ จานองครอบไปถึง หนว่ ยท่ี 4 สทิ ธิและหนา้ ทขี่ องผจู้ านอง ผรู้ บั จานอง และผรู้ บั โอนทรพั ยส์ ินซึ่ง จานอง 1. เนอื่ งจากจานองไมม่ กี ารโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทรพั ยซ์ ่ึงจานอง ฉะนนั้ ผจู้ านองจึงมสี ิทธิโอนหรือจานองทรพั ยน์ น้ั อีกได้ ทง้ั จะไถถ่ อนจานองหรือยอมใหบ้ งั คบั จานอง แลว้ เรียกรอ้ งเอาเงนิ ท่เี หลือจากการบงั คบั จานอง ก็ชอบท่ีจะทาไดแ้ ละในกรณีจานอง เป็ นประกนั หนขี้ องผอู้ ื่น ผจู้ านองมีสิทธิชาระหนแี้ ทนลกู หนแี้ ลว้ ไลเ่ บ้ียเอากบั ลกู หนไี้ ด้ นอกจากนน้ั ก็ยงั อาจหลดุ พน้ จากความรบั ผดิ เพราะการกระทาของเจา้ หนใ้ี นบางกรณีได้ 2. เพราะเหตทุ ีจ่ านองยงั มีกรรทสทิ ธิ์และครอบครองทรพั ยซ์ ึ่งจานองอยู่ ผจู้ านองก็ สามารถโอนหรือจานองตอ่ ทรพั ยน์ น้ั หรือจดทะเบียนทรพั ยส์ ิทธิอ่ืนๆ เหนอื ทรพั ยน์ นั้ ภายหลงั อีกได้ กฎหมายจึงตอ้ งใหห้ ลกั ประกนั แกผ่ รู้ บั จานองในอนั ท่จี ะไดร้ บั ชาระหนกี้ อ่ น เจา้ หนส้ี ามญั ทง้ั สามารถตดิ ตามบงั คบั จานองจากทรพั ยน์ น้ั เสมอ ตลอดจนมสี ทิ ธิขอใหล้ บ ทรพั ยสิทธิอนั จดทะเบียนภายหลงั การจานองได้ 3. ผรู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานองเป็ นบคุ คลภายนอก มไิ ดม้ ีสว่ นเก่ยี วขอ้ งกบั หนจี้ านองแต่ ประการใด จึงไมม่ ีความผกู พนั จะตอ้ งชาระหนี้นนั้ ดว้ ยเหตนุ ี้กฎหมายจึงใหส้ ิทธิแกผ่ รู้ บั โอน ทรพั ยส์ ินซึ่งจานองที่จะไถถ่ อนทรพั ยจ์ านองนนั้ เมอ่ื ใดก็ได้ โดยการเสนอชดใชเ้ งนิ ตามราคา ทรพั ย์ ไมต่ อ้ งชดใชห้ นที้ ง้ั หมดอนั ทรพั ยน์ น้ั เป็ นประกนั อยู่ แตผ่ รู้ บั โอนก็มีหนา้ ทต่ี อ้ งดแู ล รกั ษาทรพั ยน์ น้ั มิใหเ้ สยี หาย มฉิ ะนนั้ ผรู้ บั โอนอาจตอ้ งรบั ผดิ ถา้ ทาใหท้ รพั ยน์ น้ั เสียหาย 4.1 สิทธิของผจู้ านอง ทง้ั กฎหมายท่ี 1. จานองไมม่ กี ารโอนครอบครองและกรรมสทิ ธิ์ในทรพั ยซ์ ึ่งจานอง ประสงคท์ ่จี ะใหเ้ จา้ ของแห่งทรพั ยข์ องตนไดเ้ ต็มท่ี จึงใหส้ ทิ ธิแกผ่ จู้ านองในอนั ทจี่ ะเอาทรพั ย์ ซ่ึงจานองไวไ้ ปจาหนา่ ยจ่ายโอนหรือจานองตอ่ ได้ และใหส้ ิทธิทจ่ี ะผอ่ นชาระหนจี้ านองเป็ น งวดๆได้ เพื่อลกภาระจานองของตวั ทรพั ย์ อนั จะทาใหผ้ จู้ านองสามารถจาหนา่ ยหรือจานอง ตอ่ ไดส้ ะดวกขนึ้ 2. ในเร่ืองจานองกฎหมายเปิ ดโอกาสใหผ้ จู้ านองสงวนทรพั ยซ์ ่ึงจานองไวไ้ ดเ้ สมอ จึงให้ สทิ ธิแกผ่ จู้ านองท่จี ะไถถ่ อนจานอง หรือเขา้ ชาระหนแ้ี ทนลกู หนแี้ ลว้ ไลเ่ บี้ยเอากบั ลกู หน้ี และ

19 หากจาเป็ นตอ้ งมีการบงั คบั จานองขายทอดตลาดทรพั ยซ์ ึ่งจานองถา้ มีเงนิ เหลอื จากการ บงั คบั จานองก็ชอบท่ีจะตกเป็ นของผจู้ านองซ่ึงเป็ นเจา้ ของทรพั ย์ 3. การท่ผี จู้ านองหลายคนตา่ งคนตา่ งจานองทรพั ยเ์ ป็ นประกนั หนรี้ ายเดยี วกนั ไมว่ ่าจะ ระบลุ าดบั จานองไวห้ รือไม่ ผจู้ านองเหลา่ นนั้ มใิ ชล่ กู หนรี้ ว่ ม จึงไมม่ สี ทิ ธิไลเ่ บี้ยแกก่ นั คงมี สทิ ธิไลเ่ บี้ยลกู หนเ้ี ทา่ นน้ั 4. การจานองหลายรายซึ่งตา่ งจานองนนั้ หากไดร้ ะบลุ าดบั การจานองไว้ ถา้ เจา้ หนปี้ ลด จานองใหผ้ จู้ านองคนหนงึ่ ผจู้ านองคนหลงั ย่อมมีสิทธิหลดุ พน้ ความรบั ผิดเทา่ ท่ีตอ้ งเสียหาย 5. ในกรณีบคุ คลเดยี วจานองทรพั ยเ์ ป็ นประกนั หนขี้ องผอู้ ื่น ผจู้ านองนน้ั มฐี านะคลา้ ยผู้ คา้ ประกนั กฎหมายจึงใหผ้ จู้ านองมสี ิทธิเหมือนผคู้ า้ ประกนั ในกรณีตอ่ ไปนคี้ ือ สทิ ธิที่จะหลดุ พน้ ความรบั ผิดเทา่ ทเี่ สียหาย เพราะไมอ่ าจเขา้ รบั ชว่ งสทิ ธิ สิทธิทีจ่ ะหลดุ พน้ ความรบั ผิด เมอ่ื เจา้ หนผ้ี อ่ นเวลาใหล้ กู หนแี้ ละสิทธิที่จะหลดุ พน้ ความรบั ผิดเมื่อเจา้ หนไี้ มย่ อมชาระหน้ี นอกเหนอื จากนแ้ี ลว้ ผจู้ านองไมม่ ีสทิ ธิเหมือนผคู้ า้ ประกนั อีก 4.1.1 สทิ ธิจะเอาทรพั ยส์ ินซึ่งจานองไวไ้ ปโอนตอ่ หรือจานองตอ่ ก. กเู้ งนิ ข. 100,000 บาท มีกาหนดชาระคืนใน 1 ปี โดย ค. จานองท่ีดนิ เป็ นประกนั หนรี้ ายนใ้ี หแ้ ก่ ข. ระหว่างอายสุ ญั ญาจานอง ค. ตอ้ งการเงนิ ไปลงทนุ ทาธรุ กิจ จึงเอาที่ดนิ ที่ จานอง ข. ไวน้ นั้ ไปทาอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ขายฝากแก่ ง. เป็ นเงนิ 200,000 บาท หรือ 2. จานองแก่ ง. เพ่ือประกนั การท่ี ค. กเู้ งนิ ง. มา 200,000 บาท ทงั้ สองกรณีน้ี เจา้ หนจี้ านองจะคดั คา้ นไดห้ รือไม่ ทงั้ สองกรณีเป็ นสิทธิของผจู้ านอง คือ กรณีแรกเป็ นสิทธิตามมาตรา 702 วรรค สอง ทีผ่ จู้ านองจะโอนทรพั ยซ์ ึ่งจานองใหแ้ กผ่ ใู้ ดก็ได้ สว่ นกรณีที่สอง เป็ นสทิ ธิตามมาตรา 712 ซ่ึงผจู้ านองจะนาทรพั ยส์ ินซึ่งจานองไวไ้ ปจานองตอ่ ฉะนนั้ เจา้ หนจ้ี านองย่อมไมม่ สี ทิ ธิ คดั คานการกระทาของผจู้ านองทง้ั สองกรณี มาตรา 702 อนั ว่าจานองนนั้ คือสญั ญาซึ่งบคุ คลคนหนงึ่ เรียกว่า ผจู้ านองเอาทรพั ยส์ นิ ตราไว้ แกบ่ คุ คลอีกคนหนง่ึ เรียกว่าผรู้ บั จานอง เป็ นประกนั การชาระหนี้ โดยไมส่ ง่ มอบทรพั ยส์ นิ นนั้ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานอง ผรู้ บั จานองชอบท่ีจะไดร้ บั ชาระหนจี้ ากทรพั ยส์ ินท่ีจานองกอ่ น เจา้ หนส้ี ามญั มิพกั ตอ้ งพิเคราะห์ ว่ากรรมสทิ ธิใ์ นทรพั ยส์ ินจะไดโ้ อน ไปยงั บคุ คลภายนอกแลว้ หรือหาไม่ มาตรา 712 แมถ้ ึงว่ามีขอ้ สญั ญาเป็ นอยา่ งอื่นก็ตาม ทรพั ยส์ ินซึ่ง จานองไวแ้ กบ่ คุ คลคนหนง่ึ นนั้ ท่านว่าจะเอาไปจานองแกบ่ คุ คลอีก คนหนง่ึ ในระหว่างเวลาท่ีสญั ญากอ่ นยงั มีอายอุ ย่กู ็ได้ 4.1.2 สทิ ธิชาระหนลี้ า้ งจานองเป็ นงวดๆ การชาระหนล้ี า้ งหนจ้ี านอง ตา่ งจากการชาระหนท้ี วั่ ไปอยา่ งไร ปกตกิ ารชาระหนท้ี วั่ ๆไปนนั้ ตอ้ งชาระคราวเดยี วใหเ้ สร็จสน้ิ เวน้ แตเ่ จา้ หนจี ะยินยอม ใหผ้ อ่ นชาระ แตก่ ารชาระหนจ้ี านองนน้ั ลกู หนม้ี ีสทิ ธิชาระลา้ งหนจี้ านองเป็ นงวดๆ ได้ ไมต่ อ้ ง

20 ชาระใหเ้ สร็จส้นิ ในงวดเดยี ว เวน้ แตส่ ญั ญาจานองจะกาหนดวา่ ตอ้ งชาระใหเ้ สร็จส้ินในงวด เดยี่ วก็ตอ้ งบงั คบั กนั ตามสญั ญา ผจู้ านองไมม่ ีสิทธิผอ่ นชาระหนจ้ี านองได้ 4.1.3 สทิ ธิไถ่ถอนจานอง อธิบายสิทธิไถ่ถอนจานองของผจู้ านอง สญั ญาจานองเป็ นสญั ญาทีผ่ จู้ านองเอาทรพั ยส์ ินไปตราไวเ้ ป็ นประกนั การชาระหนี้ แก่ ผรู้ บั จานองโดยไมต่ อ้ งสง่ มอบทรพั ยส์ นิ และไมต่ อ้ งโอนกรรมสิทธิ์ (มาตรา 702) ผจู้ านอง จึงยงั มีสิทธิ์จาหนา่ ยจา่ ยโอนทรพั ยส์ นิ ของตนเพ่ือหาประโยชนจ์ ากทรัพยน์ น้ั เชน่ ใหเ้ ชา่ ขาย ขายฝาก หรือจานองตอ่ ดงั น้ี สญั ญาจานองจึงเป็ นเพียงการที่ผจู้ านองใหส้ ญั ญาตอ่ เจา้ หน้ี ว่า หากไมม่ ีการชาระหนก้ี ็ยอมใหบ้ งั คบั จานองเอาเงนิ ชาระหนไี้ ด้ และกฎหมายก็ใหส้ ิทธิแกผ่ ู้ จานองท่ีจะเขา้ ชาระหนแี้ ทนลกู หน้ี เพื่อมใิ หท้ รพั ยส์ นิ ของตนถกู บงั คบั จานอง (มาตรา 724) หากเจา้ หนไี้ มย่ อมรบั ผจู้ านองก็อาจหลดุ พน้ ความรบั ผดิ ไปเลย ซึ่งแสดงใหเ้ ห็นว่ากฎหมาย มงุ่ ท่ีจะใหผ้ จู้ านองมีสิทธิสงวนทรพั ยส์ ินของตนไวไ้ ดเ้ สมอหากประสงคเ์ ชน่ นนั้ ดว้ ยเหตนุ ผี้ ู้ จานองจะไถ่ถอนจานองโดยชาระหนที้ ค่ี า้ งอยใู่ หแ้ กผ่ รู้ บั จานองส้นิ เชงิ (ฎ. 1298/2512) เพื่อภาระจานองจากทรัพยส์ นิ ของตนก็ยอ่ มเป็ นสทิ ธิของผจู้ านองท่ีจะทาได้ นอกจากน้ี มาตรา 736 ผรู้ บั โอนมสี ิทธิไถ่ถอนจานองได้ ผจู้ านองยอ่ มมีสิทธิไถถ่ อนจานองได้ เพราะ ผรู้ บั เงนิ ยอ่ มไมม่ ีสทิ ธิดกี ว่าผโู้ อน และมาตรา 711 หา้ มตกลงกนั ไวก้ ่อนเวลาหนถ้ี ึงกาหนด ชาระว่าถา้ ไมช่ าระหน้ี ใหผ้ รู้ บั จานองเขา้ เป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานองหรือใหจ้ ดั การแก่ ทรพั ยส์ ินนน้ั เป็ นประการอื่นนอกจากการบงั คบั จานองโดยการขายทอดตลาดเม่อื หนถ้ี ึง กาหนดชาระ ผจู้ านองมีสทิ ธิไถถ่ อนจานองจนวาระสดุ ทา้ ยกอ่ นทที่ รพั ยจ์ านองจะถกู ขาย ทอดตลาดโดยเจา้ พนกั งานคะไมใ้ หแ้ กผ่ สู้ รู้ าคาสงู สดุ ถา้ ผจู้ านองหาเงนิ มาวางตอ่ ศาล หรือ จ้้ าพนกั งานบงั คบั คดใี หค้ รบตามจานวนหนี้ ค่าธรรมเนยี มศาลและคา่ ธรรมเนยี มบงั คบั คดี กอ่ นเคาะไม้ เจา้ พนกั งานก็จะถอนการบงั คบั คดที นั ที อยา่ งไรก็ดี ม.ร.ว. เสนยี ์ ปราโมช เห็นว่าผจู้ านองไมว่ า่ จานองเป็ นประกนั หนขี้ อง ตวั เองหรือหนท้ี ผี่ อู้ ่ืนตอ้ งชาระก็ตาม ไมม่ ีสทิ ธิไถถ่ อนจานอง เพราะสญั ญาจานองผกู พนั อยู่ ในตวั ว่า ถา้ ไม่ชาระหนีผ้ รู้ บั จานองบงั คบั จานองขายทอดตลาดเอาเงนิ ชาระหนไี้ ดเ้ ต็มจานวน และมาตรา 724 บญั ญตั ใิ หผ้ จู้ านองชาระหนไ้ี ดถ้ า้ ประสงคจ์ ะมใิ หม้ ีการบงั คบั จานองแก่ ทรพั ยข์ องตน มาตรา 711 การท่ีจะตกลงกนั ไวเ้ สียแตก่ อ่ นเวลาหน้ถี ึงกาหนด ชาระเป็ นขอ้ ความอย่างใดอย่าง หนง่ึ ว่า ถา้ ไมช่ าระหนี้ ใหผ้ รู้ บั จานอง เขา้ เป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ ินซ่ึงจานอง หรือว่าใหจ้ ดั การแกท่ รพั ยส์ ิน นนั้ เป็ นประการอ่ืนอย่างใดนอกจากตามบทบญั ญตั ทิ งั้ หลายว่าดว้ ยการ บงั คบั จานองนนั้ ไซร้ ขอ้ ตกลง เชน่ นน้ั ทา่ นว่าไมส่ มบรู ณ์ มาตรา 724 ผจู้ านองใดไดจ้ านองทรพั ยส์ ินของตนไวเ้ พื่อประกนั หนอี้ นั บคุ คลอ่ืนจะตอ้ งชาระ แลว้ และเขา้ ชาระหนเี้ สยี เองแทนลกู หน้ี เพ่ือจะปัดป้ องมใิ หต้ อ้ งบงั คบั จานอง ทา่ นว่าผจู้ านองนนั้ ชอบที่จะ ไดร้ บั เงนิ ใชค้ นื จากลกู หนตี้ ามจานวนที่ตนไดช้ าระไป ถา้ ว่าตอ้ งบงั คบั จานอง ทา่ นว่าผจู้ านองชอบท่ีจะไดร้ บั เงนิ ใชค้ ืนจากลกู หนีต้ ามจานวนซ่ึงผรู้ บั จานองจะไดร้ บั ใชห้ นี้จากการบงั คบั จานองนน้ั

21 มาตรา 736 ผรู้ บั โอนทรพั ยส์ ินซึ่งจานองจะไถ่ถอนจานองก็ได้ ถา้ หากมิไดเ้ ป็ นตวั ลกู หนหี้ รอื ผคู้ า้ ประกนั หรือเป็ นทายาทของลกู หน้ี หรือผคู้ า้ ประกนั 4.1.4 สทิ ธิไลเ่ บ้ียลกู หนี้ แดงกเู้ งนิ ดา 1,000,000 บาท มขี าวและเขยี วตา่ งจานองท่ีดนิ ของตนเป็ นประกนั หน้ี ของแดง โดยระบลุ าดบั ความรบั ผดิ วา่ ที่ดนิ ของขาวตอ้ งรบั ผิดเป็ นลาดบั แรก สว่ นท่ีดนิ ของ เขยี วรบั ผดิ เป็ นลาดบั ท่ีสอง แดงไมช่ าระหนใี้ หด้ า ขาวไมต่ อ้ งการใหท้ ีด่ นิ ของตนถกู บงั คบั จานอง จึงชาระหนใี้ หด้ าครบจานวน ขาวจะมสี ทิ ธิตอ่ แดงและตอ่ เขยี วอยา่ งไร มาตรา 724 วรรคแรก วางหลกั ไวว้ ่า เมอ่ื ผจู้ านองไดจ้ านองทรพั ยส์ นิ ของตนไวเ้ พื่อ ประกนั หนอี้ นั บคุ คลอื่นจะตอ้ งชาระแลว้ และเขา้ ชาระหนเี้ สียเองแทนลกู หนเ้ี พื่อปัดป้ องมิให้ ตอ้ งบงั คบั จานอง ผจู้ านองชอบทจ่ี ะไดร้ บั เงนิ ใชค้ ืนจากลกู หนต้ี ามจานวนท่ีตนชาระไป มาตรา 725 วางหลกั ไวว้ ่า เม่ือบคุ คลสองคนหรือกว่านนั้ ไดจ้ านองทรพั ยส์ นิ ของตน เพื่อประกนั หนอ้ี นั บคุ คลอื่นตอ้ งชาระ และมิไดร้ ะบลุ าดบั ไว้ ผจู้ านองซึ่งไดเ้ ป็ นผชู้ าระหนี้ หรือ เป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ซ่ึงตอ้ งบงั คบั จานองนน้ั ไมม่ ีสิทธิไลเ่ บ้ียเอาแกผ่ จู้ านองอื่นๆ ตอ่ ไป ตามปัญหา ขาวจานองทดี่ นิ ของตนเป็ นเป็ นประกนั หนแ้ี ดง แลว้ แดงไมช่ าระ ขาวผู้ จานองไดเ้ ขา้ ชาระหนใี้ หด้ าจนครบเสียเองแทนแดงลกู หนเี้ พ่ือไมใ่ หท้ ด่ี นิ ของขาวถกู บงั คบั จานอง ขาวจึงมีสิทธิไลเ่ บี้ยแดงใหช้ าระเงนิ ตามทตี่ นไดช้ าระแก่ดาไปแลว้ เทา่ นนั้ ตามมาตรา 24 วรรคแรก แตข่ าวซึ่งจานองทรพั ยส์ ินของตนเป็ นประกนั หนแ้ี ดงเชน่ กนั แมจ้ ะระบลุ าดบั ไว้ ผู้ จานองดว้ ยกนั ทง้ั ขาวและเขยี วก็ไมม่ สี ิทธิไลเ่ บ้ียซ่ึงกนั และกนั เม่อื ขาวชาระหนแ้ี ทนแดงแลว้ ก็ ไมม่ สี ิทธิไลเ่ บี้ยเอากบั เขยี วผจู้ านองอีกคนได้ ตามมาตรา 725 มาตรา 725 เม่อื บคุ คลสองคนหรือกว่านนั้ ตา่ งไดจ้ านองทรพั ยส์ ิน แห่งตนเพื่อประกนั หนี้ แต่ รายหนง่ึ รายเดยี วอนั บคุ คลอื่นจะตอ้ งชาระ และมิไดร้ ะบลุ าดบั ไวไ้ ซร้ ท่านว่าผจู้ านองซ่ึงไดเ้ ป็ นผชู้ าระหนี้ หรือ เป็ นเจา้ ของทรพั ยส์ นิ ซึ่งตอ้ งบงั คบั จานองนน้ั หามสี ทิ ธจิ ะไลเ่ บ้ียเอา แกผ่ จู้ านองอื่น ๆ ตอ่ ไปไดไ้ ม่ 4.1.5 สทิ ธิทจี่ ะไดร้ บั เงนิ ที่เหลือจากการบงั คบั จานอง มว่ งกเู้ งนิ แสด 200,000 บาท โดยจานองเรือยนตเ์ ป็ นประกนั มว่ งไมช่ าระหนแ้ี ละ คา้ งดอกเบี้ยอีก 50,000 บาท จึงถกู แสดบงั คบั จานอง ขายทอดตลาดเรือยนตไ์ ดเ้ งนิ สทุ ธิ 300,000 บาท มว่ งและแสดจะไดร้ บั เงนิ จากคา่ ขายทอดตลาดทรพั ยค์ นละเทา่ ใด ขายทอดตลาดเรือยนตไ์ ดเ้ งนิ สทุ ธิ 300,000 บาท เอาชาระหนเี้ งนิ ตน้ และดอกเบี้ยให้ แสดกอ่ นแสดจะไดร้ บั เงนิ ไป 250,000 บาท เหลอื อีก 50,000 บาท เป็ นสทิ ธิของมว่ งผู้ จานองที่จะไดร้ บั ตามมาตรา 732 มาตรา 732 ทรพั ยส์ ินซ่ึงจานองขายทอดตลาดไดเ้ งนิ เป็ นจานวน สทุ ธิเท่าใด ทา่ นใหจ้ ดั ใชแ้ กผ่ รู้ บั จานองเรียงตามลาดบั และถา้ ยงั มี เงนิ เหลอื อย่อู ีก ก็ใหส้ ง่ มอบแกผ่ จู้ านอง 4.1.6 สทิ ธิที่จะหลดุ พน้ จากความรบั ผดิ เล็กกเู้ งนิ ใหญ่ 200,000 บาท กาหนดชาระคืนภายใน 2 ปี โดยมีอว้ นและผอมตา่ ง จานองทด่ี นิ เป็ นประกนั และระบลุ าดบั ไวว้ ่า ทีด่ นิ ของอว้ นรบั ผิดในลาดบั แรก ทีด่ นิ ของผอม

22 รบั ผดิ ในลาดบั ทส่ี อง ตอ่ มาอีก 1 ปี ใหญป่ ลดจานองใหอ้ ว้ น เพราะเห็นว่าที่ดนิ ของอว้ นมี ราคานอ้ ยเพียง 20,000 บาท ครนั้ หนถี ึงกาหนดชาระ เล็กไมช่ าระหน้ี ผอมเกรงว่าทีด่ นิ ของ ตนจะถกู บงั คบั จานองจึงนาเงนิ 180,000 บาท ไปชาระแทนเล็ก แตใ่ หญ่ปฏิเสธไมย่ อมรบั ชาระหนอ้ี า้ งว่าผอมตอ้ งนาเงนิ มาชาระใหค้ รบ 200,000 บาท จึงจะยอมรบั ผอมมาปรึกษา ทา่ น ทา่ นจะใหค้ าแนะนาแกผ่ อมอยา่ งไร การทใ่ี หญ่ปลดจานองใหอ้ ว้ น ย่อมทาใหผ้ อมมสี ทิ ธิหลดุ พน้ ความรบั ผดิ เทา่ ท่ตี อ้ ง เสียหาย คือเทา่ ราคาท่ีดนิ ของใหญ่ 20,000 บาท ตามมาตรา 726 ผอมจึงเอาความ เสยี หายนไ้ี ปหกั หนก้ี บั ใหญ่ได้ คงเหลอื หนที้ ่ีผอมตอ้ งรบั ผดิ อย่อู ีก 180,000 บาท เม่ือหนถ้ี ึงกาหนดชาระ ผอมนาเงนิ 180,000 บาท ไปชาระแทนเล็ก แตใ่ หญ่ไม่ ยอมรบั ก็หาทาใหผ้ อมหลดุ พน้ จากความรบั ผิดไป เพราะกรณีไมต่ อ้ งตามมาตรา 727 และ 701 เนอ่ื งจากหนร้ี ายนม้ี ผี จู้ านองสองคน มใิ ชผ่ จู้ านองคนเดยี ว ฉะนนั้ ผอมจึงตอ้ งรบั ผดิ ตอ่ ใหญ่อยู่ 180,000 บาท การทใ่ี หญ่ยืนยนั จะใหผ้ อมชาระหนใ้ี หต้ น 200,000 บาท ก็ไม่ ถกู ตอ้ ง มาตรา 701 ผคู้ า้ ประกนั จะขอชาระหนแ้ี กเ่ จา้ หนตี้ ง้ั แตเ่ ม่อื ถึง กาหนดชาระก็ได้ ถา้ เจา้ หนไ้ี มย่ อมรบั ชาระหนี้ ผคู้ า้ ประกนั ก็เป็ นอนั หลดุ พน้ จาก ความรบั ผิด มาตรา 726 เมือ่ บคุ คลหลายคนตา่ งไดจ้ านองทรพั ยส์ นิ แหง่ ตนเพื่อประกันหนแ้ี ตร่ ายหนงึ่ ราย เดียว อนั บคุ คลอ่ืนจะตอ้ งชาระและไดร้ ะบลุ าดบั ไวด้ ว้ ยไซรท้ า่ นว่าการท่ีผรู้ บั จานองยอมปลดหนใ้ี หแ้ กผ่ ู้ จานองคนหนง่ึ นนั้ ยอ่ มทาใหผ้ จู้ านองคนหลงั ๆไดห้ ลดุ พน้ ดว้ ย เพียงขนาดที่เขาตอ้ งรบั ความเสียหายแต่ การนนั้ มาตรา 727 ถา้ บคุ คลคนเดยี วจานองทรพั ยส์ ินแห่งตนเพ่ือ ประกนั หนอ้ี นั บคุ คลอ่ืนจะตอ้ งชาระ ท่านใหใ้ ชบ้ ทบญั ญตั ิ มาตรา 697 , 700 และ 701 ว่าดว้ ยคา้ ประกนั นน้ั บงั คบั อนโุ ลมตามควร 4.2 สทิ ธิของผรู้ บั จานอง 1. เนอื่ งจากผจู้ านองสามารถทจี่ ะโอนหรือเอาทรพั ยซ์ ่ึงจานองไวไ้ ปจานองตอ่ อีกได้ กฎหมายจึงตอ้ งใหห้ ลกั ประกนั ที่มนั่ คงแกผ่ รู้ บั จานอง โดยใหผ้ รู้ บั จานองมสี ิทธิบงั คบั ชาระ หนจ้ี ากทรพั ยซ์ ึ่งจานองไดก้ อ่ นเจา้ หนส้ี ามญั ทง้ั มสี ิทธิท่ีจะตดิ ตามบงั คบั จานองจากทรพั ยไ์ ด้ เสมอไมว่ า่ จะโอนไปกท่ี อด และในระหว่างผรู้ บั จานองดว้ ยกนั กฎหมายก็ใหผ้ รู้ บั จานองกอ่ นมี สิทธิดกี ว่าผรู้ บั จานองทหี ลงั 2. ทรพั ยซ์ ึ่งจานองนนั้ ย่อมเป็ นหลกั ประกนั ในการชาระหนขี้ องผรู้ บั จานอง ฉะนนั้ หาก ภายหลงั จดทะเบียนจานองแลว้ ผจู้ านองไปจดทะเบียนทรพั ยส์ ทิ ธิอื่นอีกเหนอื ทรพั ยน์ นั้ อนั ยงั ผลใหท้ รพั ยซ์ ่ึงจานองไวเ้ สือ่ มราคา ผรู้ บั จานองสามารถขอใหล้ บทรพั ยสิทธิอนั จด ทะเบียนภายหลงั นน้ั ได้ 3. จานองเป็ นการใหส้ ญั ญาวา่ ถา้ ลกู หนไ้ี มช่ าระหนี้ ก็ยอมใหผ้ รู้ บั จานองบงั คบั จานองได้ ผรู้ บั จานองจึงมสี ิทธิบงั คบั จานองตอ่ เมอ่ื ลกู หนผี้ ดิ นดั ไมช่ าระหนี้ นอกจากนนั้ ในกรณีที่ผู้ จานองทาใหท้ รพั ยซ์ ึ่งจานองบบุ สลายหรือสญู หายจนไมพ่ อเป็ นประกนั ผรู้ บั จานองก็ สามารถบงั คบั จานองไดท้ นั ที โดยไมต่ อ้ งรอใหห้ นถ้ี ึงกาหนดชาระ

23 4.2.1 สทิ ธิทจ่ี ะไดร้ บั ชาระหนก้ี ่อน ก. กเู้ งนิ ข. 100,000 บาท โดยไมม่ ปี ระกนั แลว้ ไปกเู้ งนิ ค. อีก 100,000 บาท โดย จานองทดี่ นิ เป็ นประกนั จากนน้ั ก็เอาทีด่ นิ ไปจานองเป็ นประกนั ง. 50,000 บาท และสดุ ทา้ ย จานองเป็ นประกนั แก่ จ. 30,000 บาท ก. ไมช่ าระหน้ี ข. เจา้ หนส้ี ามญั ฟ้ องบงั คบั คดี และยึด ทด่ี นิ แปลงนนั้ ขายทอดตลาดไดเ้ งนิ สทุ ธิ 300,000 บาท ค. ง. จ. ผรู้ บั จานองขอใหเ้ อาเงนิ ชาระหนแี้ กต่ นดว้ ย ดงั นน้ั จะตอ้ งจดั สรรเงนิ ชาระหนก้ี นั อย่างไร ตอ้ งเอาชาระหนผี้ รู้ บั จานองกอ่ นตามลาดบั จดทะเบียนกอ่ นหลงั คือ ชาระให้ ค. 100,000 บาท ให้ ง. 50,000 บาท และให้ จ. 30,000 บาท รวม 180,000 บาท สว่ นทเ่ี หลอื อีก 120,000 บาท เอาชาระให้ ข. เจา้ หนส้ี ามญั เสยี 100,000 บาท สว่ น อีก 20,000 บาท ตอ้ งคืนให้ ก. ลกู หน้ี 4.2.2 สทิ ธิท่ีจะขอใหล้ บทรพั ยส์ ิทธิท่จี ดทะเบียนภายหลงั ก. สิทธิของผรู้ บั จานองทีจ่ ะขอใหล้ บทรพั ยส์ ทิ ธิซ่ึงจดทะเบียนภายหลงั การจด ทะเบียนจานองนน้ั มขี อบเขตเพียงใด การลบสทิ ธิจากทะเบียน กฎหมายใหล้ บไดเ้ ฉพาะ ภารจายอมหรือทรพั ยสทิ ธิอยา่ ง อื่นเทา่ นนั้ ภารจายอมก็เป็ นทรพั ยสิทธิอย่างหนง่ึ ถา้ เป็ นบคุ คลสิทธิแลว้ ก็จะขอลบไมไ่ ด้ กฎหมายใหส้ ทิ ธิแกผ่ รู้ บั จานองที่จะขอใหล้ บทรพั ยสิทธิท่ีจดทะเบียนภายหลงั ได้ ข. แดงจานองท่ดี นิ ไวก้ บั ดา แลว้ เอาไปจานองซอ้ นใหข้ าวอีก ตอ่ มาแดงเอาทด่ี นิ แปลง นน้ั ใหเ้ ขยี วเชา่ ปลกู ตกึ แถว มีกาหนด 20 ปี และจดทะเบียนการเชา่ ดว้ ย ดามีสทิ ธิขอใหล้ บ สิทธิของขาวและของเขยี วออกจากทะเบียนไดห้ รือไม่ ดาไมม่ สี ทิ ธิขอใหล้ บจานองของขาว จากทะเบียนได้ เพราะมาตรา 712 ใหผ้ จู้ านอง เอาทรพั ยท์ จี่ านองไวแ้ ลว้ ไปจานองซอ้ นได้ สว่ นสิทธิในการเชา่ ของเขยี วซ่ึงไดจ้ ดทะเบียนไวน้ นั้ เป็ นเพียงบคุ คลสทิ ธิมิใช่ ทรพั ยสิทธิ ผรู้ บั จานองไมม่ สี ิทธิขอใหล้ บทะเบียนเชน่ กนั มาตรา 712 แมถ้ ึงว่ามีขอ้ สญั ญาเป็ นอยา่ งอื่นก็ตาม ทรพั ยส์ นิ ซึ่ง จานองไวแ้ กบ่ คุ คลคนหนงึ่ นน้ั ทา่ นว่าจะเอาไปจานองแกบ่ คุ คลอีก คนหนง่ึ ในระหว่างเวลาท่ีสญั ญากอ่ นยงั มอี ายอุ ย่กู ็ได้ 4.2.3 สทิ ธิในการบงั คบั จานอง ผรู้ บั จานองมสี ทิ ธิบงั คบั จานองไดเ้ มอื่ ใด มสี ิทธิบงั คบั จานองได้ 2 กรณีคือ 1. กรณีทวั่ ไป เมื่อหนถี้ ึงกาหนดและลกุ หนไ้ี มช่ าระหน้ี 2. กรณีตามมาตรา 723 มาตรา 723 ถา้ ทรพั ยส์ ินซึ่งจานองบบุ สลาย หรือถา้ ทรพั ยส์ ินซึ่ง จานองแตส่ ่ิงใดหนง่ึ สญู หาย หรือบบุ สลาย เป็ นเหตใุ หไ้ มเ่ พียงพอแก่ การประกนั ไซร้ ทา่ นว่าผรู้ บั จานองจะบงั คบั จานองเสยี ในทนั ทีก็ ได้ เวน้ แตเ่ มื่อนน้ั มิไดเ้ ป็ นเพราะความผดิ ของผจู้ านอง และผจู้ านองก็ เสนอจะจานองทรพั ยส์ ินอ่ืนแทนใหม้ ี ราคาเพียงพอ หรือเสนอจะรบั ซ่อมแซมแกไ้ ขความบบุ สลายนน้ั ภายในเวลาอนั สมควรแกเ่ หตุ

24 4.3 สิทธิและหนา้ ท่ีของผรู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานอง 1. ผรู้ บั โอน ทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองเป็ นบคุ คลภายนอกมิไดเ้ ป็ นลกู หนห้ี รือผจู้ านองทรพั ย์ นนั้ กฎหมายจึงใหผ้ รู้ บั โอนสามารถไถ่ถอนจานองไดโ้ ดยเสนอชดใชเ้ งนิ ตามจานวนอนั สมควร ของราคาทรพั ยซ์ ่ึงจานอง ไมต่ อ้ ขอชาระหนที้ งั้ หมด 2. การท่ีผรู้ บั โอนตอ้ งสญู เสียกรรมสทิ ธิ์ในทรพั ยซ์ ึ่งจานองเพราะการบงั คบั จานองหรือ ไถ่ถอนจานองก็ตาม หามผี ลกระทบกระเทอื นตอ่ สทิ ธิของเจา้ หนจี้ านองหรือเจา้ หนบ้ี รุ ิมสทิ ธิ อนั มอี ย่เู หนอื ทรพั ยน์ น้ั ไม่ และสทิ ธิดงั กลา่ วรายใดหากไดร้ ะงบั เพราะเกลื่อนกลนื กนั ก็จะ กลบั คืนมาอีก 3. ผรู้ บั โอนจะตอ้ งรบั ผดิ ชดใชค้ ่าเสียหาย หากทาใหท้ รพั ยซ์ ึ่งจานองเสื่อมราคาลง แต่ ในทางตรงกนั ขา้ ม ถา้ ผรู้ บั โอนทาใหท้ รพั ยน์ น้ั ราคาสงู ขน้ึ ก็เรียกใหช้ ดใชไ้ ดแ้ ตเ่ พียงเทา่ ราคา ทส่ี งู ขน้ึ เมอื่ ขายทอดตลาดเทา่ นนั้ 4.3.1 สิทธิทจี่ ะไถ่ถอนจานอง ผรู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานองมีสทิ ธิไถ่ถอนจานวนไดอ้ ย่างไร ผรู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ทีไ่ มไ่ ดเ้ ป็ นตวั ลกู หน้ี ผคู้ า้ ประกนั หรือเป็ นทายาทของลกู หนหี้ รือคา้ ประกนั มสี ิทธิไถถ่ อนจานอง (มาตรา 736) ผรู้ บั โอนจะไถ่ถอนจานองเมื่อไรก็ได้ แตถ่ า้ ผรู้ บั จานองไดบ้ อกกลา่ วว่ามีการบงั คบั จานอง ผรู้ บั โอนตอ้ งไถ่ถอนจานองภายใน 1 เดอื น นบั แต่ วนั รบั คาบอกกลา่ ว (มาตรา 737) โดยเสนอชดใชเ้ งนิ ตามราคาทรพั ยส์ ิน ซ่ึงจานอง (มาตรา 738) ก. กเู้ งนิ ข. 100,000 บาท โดยมี ค. จานองท่ีดนิ เป็ นประกนั ตอ่ มา ค. ถึงแกก่ รรม ท่ดี นิ ดงั กลา่ วตกเป็ นมรดกของ ช. บตุ ร ค. ช. ประสงคจ์ ะไถถ่ อนจานองในฐานะผรู้ บั โอน จึง เสนอใชเ้ งนิ 50,000 บาท ตามราคาท่ีดนิ ในขณะนนั้ ช. มีสิทธิทาไดห้ รือไม่ ช. ผรู้ บั โอนทรพั ยซ์ ึ่งจานองเป็ นทายาทของ ค. ผจู้ านองเดมิ จึงไมม่ สี ิทธิไถ่ถอน จานอง โดยวิธีเสนอใชเ้ งนิ ตามราคาทรพั ยไ์ ด้ (มาตรา 736) มาตรา 736 ผรู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองจะไถ่ถอนจานองก็ได้ ถา้ หากมไิ ดเ้ ป็ นตวั ลกู หนห้ี รือผคู้ า้ ประกนั หรือเป็ นทายาทของลกู หนี้ หรือผคู้ า้ ประกนั มาตรา 737 ผรู้ บั โอนจะไถถ่ อนจานองเมื่อใดก็ได้ แตถ่ า้ ผรู้ บั จานอง ไดบ้ อกกลา่ วว่ามีจานงจะ บงั คบั จานองไซร้ ผรู้ บั โอนตอ้ งไถ่ถอนจานอง ภายในเดอื นหนงึ่ นบั แตว่ นั รบั คาบอกกลา่ ว มาตรา 738 ผรู้ บั โอนซ่ึงประสงคจ์ ะไถ่ถอนจานองตอ้ งบอกกลา่ วความประสงคน์ นั้ แกผ่ เู้ ป็ นลกู หนี้ ชนั้ ตน้ และตอ้ งสง่ คาเสนอไปยงั บรรดาเจา้ หนท้ี ี่ไดจ้ ดทะเบียน ไมว่ ่าในทางจานองหรือประการอื่นว่าจะรบั ใชเ้ งนิ ใหเ้ ป็ นจานวนอนั สมควรกบั ราคาทรพั ยส์ นิ นน้ั คาเสนอนนั้ ใหแ้ จง้ ขอ้ ความทงั้ หลายตอ่ ไปนี้ คือ (1) ตาแหนง่ แหลง่ ที่และลกั ษณะแห่งทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานอง (2) วันซ่ึงโอนกรรมสทิ ธิ์ (3) ช่อื เจา้ ของเดิม (4) ชือ่ และภมู ลิ าเนาของผรู้ บั โอน

25 (5) จานวนเงนิ ท่ีเสนอว่าจะใช้ (6) คานวณยอดจานวนเงนิ ท่ีคา้ งชาระแกเ่ จา้ หนคี้ นหนง่ึ ๆ รวมทงั้ อปุ กรณแ์ ละจานวนเงนิ ท่ีจะ จดั เป็ นสว่ นใชแ้ กบ่ รรดาเจา้ หนตี้ าม ลาดบั กนั อนงึ่ ใหค้ ดั สาเนารายงานจดทะเบียนของเจา้ พนกั งานในเร่ือง ทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองนนั้ อนั เจา้ พนกั งานรบั รองว่าเป็ นสาเนาถกู ถว้ น สอดสง่ ไปดว้ ย 4.3.2 สิทธิของผรู้ บั โอนในกรณีทรพั ยซ์ ่ึงจานองหลดุ มอื ไป ก. จานองทีด่ นิ เป็ นประกนั เงนิ กแู้ ก่ ข. ค. ง. รายละ 200,000 บาท ตามลาดบั ตอ่ มา ก. ขายท่ีดนิ แกลงนน้ั ใหเ้ หลอื ง เหลืองจา้ งดาปลกู บา้ นราคา 100,000 บา ยงั ไมไ่ ดช้ าระ ค่าจา้ ง จึงจดทะเบียนบรุ ิมสทิ ธิไว้ เหลอื งเอาทดี่ นิ ไปขายฝาก ค. แลว้ ไมไ่ ถ่คืน ทีด่ นิ จึงตกเป็ น กรรมสทิ ธ์ิของ ค. ในที่สดุ ค. ขอไถถ่ อนจานองจาก ข. และ ง. โดยเสนอใชเ้ งนิ 300,000 บาท ตามราคาท่ีดนิ ข. ปฏิเสธ และฟ้ องศาลขายทอดตลาดท่ีดนิ ไดเ้ งนิ 400,000 บาท หกั คา่ ฤชาธรรมเนยี มและค่าใชจ้ ่ายในการขายทอดตลาดแลว้ เหลอื เงนิ สทุ ธิ 390,000 บาท ให้ ทา่ นจดั สรรเงนิ จานวนนช้ี าระหนร้ี ายตา่ งๆ ตามมาตรา 742 วรรคแรก การทท่ี รพั ยห์ ลดุ มอื ไปจากผรู้ บั โอนไมม่ ผี ลกระทบ กระเทอื นสทิ ธิของเจา้ หนบี้ รุ ิมสทิ ธิหรือเจา้ หนจ้ี านองอนั มอี ย่เู หนอื ทรพั ยน์ น้ั และมาตรา 742 วรรคสองบญั ญตั ใิ หห้ นขี้ องผรู้ บั โอนซ่ึงเกลื่อนกลนื ไปแลว้ ขณะไดท้ รพั ยน์ น้ั มากลบั คืน ขนึ้ มาอีก ในเม่อื ทรพั ยน์ น้ั หลดุ มือไปจากผรู้ บั โอน ฉะนนั้ แมส้ ิทธิจานองของ ค. ยอ่ มกลบั คืน มาอีก เงนิ 390,000 บาท จึงตอ้ งจดั สรรชาระดงั นี้ ชาระใหด้ าเจา้ หนบี้ รุ ิมสิทธิกอ่ น 100,000 บาท ชาระให้ ข. ผรู้ บั จานองรายแรก 200,000 บาท และชาระให้ ค. ผรู้ บั จานอง รายที่สอง 90,000 บาท สว่ น ง.ไมไ่ ดร้ บั ชาระหนจ้ี ากเงนิ ทข่ี ายทอดตลาด มาตรา 742 ถา้ การบงั คบั จานองก็ดี ถอนจานองก็ดี เป็ นเหตใุ ห้ ทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานอง หลดุ มือไป จากบคุ คลผไู้ ดท้ รพั ยส์ ินนนั้ ไวแ้ ตก่ อ่ น ไซร้ ท่านว่าการที่ทรพั ยส์ ินหลดุ มือไปเชน่ นนั้ หามผี ลยอ้ นหลงั ไม่ และ บรุ ิมสทิ ธิทงั้ หลายของเจา้ หนแ้ี หง่ ผทู้ ่ีทรพั ยห์ ลดุ มอื ไป อนั มีอย่เู หนอื ทรพั ยส์ นิ และไดจ้ ดทะเบียนไว้ นนั้ ก็ยอ่ มเขา้ อยใู่ นลาดบั หลงั บรุ ิมสิทธิ อนั เจา้ หนข้ี องผจู้ านอง หรือเจา้ ของคนกอ่ นไดจ้ ดทะเบียนไว้ ในกรณีเชน่ นี้ ถา้ สิทธิใด ๆ อนั มอี ย่เู หนอื ทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองเป็ น คณุ หรือเป็ นโทษแกบ่ คุ คลผไู้ ด้ ทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองไวแ้ ตก่ ่อนไดร้ ะงบั ไปแลว้ ดว้ ยเกลอื่ นกลนื กนั ในขณะที่ไดท้ รพั ยส์ ินนน้ั มาไซร้ สทิ ธินน้ั ทา่ นใหก้ ลบั คืนมาเป็ นคณุ หรือเป็ นโทษแกบ่ คุ คลนน้ั ไดอ้ ีก ในเม่ือทรพั ยส์ ิน ซึ่งจานองกลบั หลดุ มือไป 4.3.3 หนา้ ท่ขี องผรู้ บั โอนในการดแู ลรกั ษาทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานอง ในกรณีทผี่ รู้ บั โอนทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานองทาใหท้ รพั ยน์ นั้ เสียหาย หรือในทางตรงกนั ขา้ ม ทาใหท้ รพั ยน์ น้ั มีราคาสงู ขน้ึ ผรู้ บั โอนจะไดร้ บั ผลกระทบใด มีผลกระทบตามมาตรา 743 คือ 1. ถา้ ทาใหท้ รพั ยซ์ ึ่งจานองเสยี หายก็ตอ้ งชดใชค้ วามเสยี หาย 2. ถา้ ทาใหท้ รพั ยซ์ ่ึงจานองมีราคาเพิ่มขน้ึ ก็มีสทิ ธิเรียกใหช้ ดใชเ้ พียงเทา่ ราคาที่ เพ่ิมขนึ้ เมอ่ื ขายทอดตลาด มาตรา 743 ถา้ ผรู้ บั โอนไดท้ าใหท้ รพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองเสือ่ มราคาลงเพราะการกระทาหรือความ ประมาทเลนิ เลอ่ แหง่ ตน เป็ นเหตใุ หเ้ จา้ หนที้ ั้งหลายผมู้ ีสทิ ธจิ านอง หรือบรุ ิมสิทธิเหนอื ทรพั ยส์ ินนนั้ ตอ้ ง

26 เสียหายไซร้ ทา่ นว่าผรู้ บั โอนจะตอ้ งรบั ผดิ เพื่อความเสียหายนนั้ อย่างไรก็ดี อนั ผรู้ บั โอนจะเรียกเอาเงนิ จานวนใด ๆ ซึ่งตนไดอ้ อกไป หรือเรียกใหช้ ดใชค้ า่ ใชจ้ ่ายท่ีตนไดท้ าใหท้ รพั ยส์ ินดีขน้ึ นนั้ ทา่ นว่าหาอาจจะ เรียกไดไ้ ม่ เวน้ แตท่ ี่เป็ นการทาใหท้ รพั ยส์ ินนนั้ งอกราคาขน้ึ และจะเรียกไดเ้ พียงเทา่ จานวนราคาที่งอกขน้ึ เม่อื ขายทอดตลาดเทา่ นน้ั แบบประเมินผลหน่วยที่ 4 1. ทรพั ยท์ ี่จานองเป็ นประกนั หนไี้ วแ้ ลว้ ถา้ เจา้ ของทรพั ยเ์ อาไปโอนขายใหผ้ อู้ ื่นในระหว่างสญั ญา จานองยงั มีผลบงั คบั อยู่ สญั ญานนั้ ยงั คงมีผลสมบรู ณ์ 2. สทิ ธิของผจู้ านองที่จะทาสญั ญาตกลงกนั เป็ นอยา่ งอื่นไมไ่ ดค้ ือ สทิ ธิการเอาทรพั ยส์ ินไปจานอง ตอ่ 3. ผจู้ านองเขา้ ชาระหนแ้ี ทนลกู หน้ี ผจู้ านองมีสทิ ธิไลเ่ บ้ียเอาจากลกู หน้ี ไดเ้ ท่าจานวนท่ีชาระไป 4. แดง ดาและ ขาว ตา่ งจานองทรพั ยเ์ ป็ นประกนั หนขี้ องเขียวแลว้ เขยี วผิดนดั ดาจึงเขา้ ชาระหนี้ แทน ดงั น้ี ดามีสิทธิ ไลเ่ บี้ยไดเ้ ฉพาะกบั เขยี วลกู หนเ้ี ทา่ นน้ั 5. มว่ ง แสด ฟ้ า ตา่ งจานองทรพั ยเ์ ป็ นประกนั หนข้ี องครามโดยไมร่ ะบลุ าดบั จานอง ตอ่ มาเจา้ หน้ี ปลดหนใี้ ห้ แสด ผลตามกฎหมายคอื ผจู้ านองทกุ คนไมม่ ใี ครหลดุ พน้ ความผิด 6. ถา้ มีการโอนทรพั ยส์ ินซ่ึงจานองใหแ้ กบ่ คุ คลอื่น จะมีผลกบั ผรู้ บั จานองคือ ผรู้ บั จานองตดิ ตาม บงั คบั ชาระหนไ้ี ดแ้ ละมีฐานะดกี ว่าเจา้ หนสี้ ามญั 7. ในระหว่างผรู้ บั จานองซึ่งจดทะเบียนกอ่ น กบั ผรู้ บั จานองซึ่งจดทะเบียนภายหลงั สทิ ธิระหว่าง กนั คอื ผรู้ บั จานองกอ่ นมสี ิทธิไดร้ บั ชาระหนกี้ อ่ น 8. ภายหลงั จดทะเบียนจานองแลว้ ถา้ ผจู้ านองจดทะเบียนทรพั ยส์ ทิ ธิอ่ืนเหนอื ทรพั ยน์ น้ั อีก ผรู้ บั จานองมสี ิทธขิ อใหล้ บทะเบียนทรพั ยส์ ทิ ธิที่จดทะเบียนภายหลงั ได้ 9. ผรู้ บั โอนทรพั ยจ์ านองสามารถไถ่ถอนจานองไดเ้ มื่อ เมอื่ ใดก็ได้ 10. ผรู้ บั โอนทรพั ยจ์ านองตอ้ งไถ่ถอนจานองเป็ นจานวนเงิน เท่าราคาทรพั ยส์ ินซึ่งจานอง 11. ทรพั ยท์ ี่จานองเป็ นประกนั หนไี้ วแ้ ลว้ ในระหว่างสญั ญาจานองมผี ลบงั คบั อยู่ เจา้ ของทรพั ยข์ าย ทรพั ยน์ น้ั ใหผ้ อู้ ื่น มีสิทธทิ าไดโ้ ดยเด็ดขาด 12. ในกรณีสญั ญาจานองมีขอ้ ตกลงไวช้ ดั ว่า ระหว่างสญั ญาจานองมผี ลบงั คบั อย่หู า้ มผจู้ านองเอา ทรพั ยไ์ ปจานองตอ่ ขอ้ ตกลงน้ี ไมม่ ีผลใดๆ เลย 13. ถา้ ลกู หนผ้ี ิดนดั ไมช่ าระหนี้ ผจู้ านองซึ่งเขา้ ชาระหนแี้ ทนลกู หนดี้ งั หนี้ ผจู้ านองมีสิทธติ อ่ ลกู หนคี้ อื มีสทิ ธิไลเ่ บ้ียลกู หนไ้ี ดเ้ ทา่ จานวนท่ีชาระหนแี้ ทนไป 14. ชิด ชยั ชอบ ตา่ งจานองทรพั ยเ์ ป็ นประกนั หนข้ี องชาญ โดยระบลุ าดบั จานองว่า ชดิ อยลู่ าดบั แรก ชยั อย่ลู าดบั สอง และชอบอย่ลู าดบั สาม ชาญผดิ นดั ชิดจึงชาระหนแ้ี ทน ดงั นี้ ชดิ ไมม่ ีสิทธไิ ลเ่ บ้ียเอากบั ชยั และชอบ 15. แดง ดา ฟ้ า ขาว ตา่ งจานองทรพั ยเ์ ป็ นประกนั หนข้ี องเขยี ว โยระบลุ าดบั จานองว่า แดงลาดบั แรก ดาลาดบั ที่สอง ฟ้ าลาดบั ท่ีสาม และขาวลาดบั ที่สี่ ตอ่ มาเจา้ หนป้ี ลดจานองใหฟ้ ้ าผจู้ านองท่ีมสี ทิ ธิ หลดุ พน้ ความผดิ ไดแ้ ก่ ขาว เพียงผเู้ ดยี ว 16. ทรพั ยซ์ ่ึงจานองไวแ้ ลว้ ถา้ ผจู้ านองโอนใหผ้ อู้ ่ืนไปในภายหลงั ผรู้ บั จานองมีสิทธคิ ือ ตดิ ตาม บงั คบั ชาระหนจี้ ากทรพั ยน์ น้ั ไดเ้ สมอ 17. ผรู้ บั จานองกอ่ นกบั ผรู้ บั จานองทีหลงั มสี ิทธริ ะหว่างกนั คือ ผรู้ บั จานองกอ่ นมสี ทิ ธิดกี ว่า

27 18. ดาจานองที่ดินใหแ้ ดง ตอ่ มาดาจดทะเบียนภารจายอมใหข้ าวเดนิ ผา่ นที่นนั้ ได้ ดงั น้ี แดงมีสทิ ธิ ขอใหล้ บทะเบียนภารจายอมได้ 19. การไถถ่ อนจานอง ผรู้ บั โอนตอ้ งขอไถ่ถอนจานองเป็ นจานวน ราคาอนั สมควรของทรพั ยซ์ ่ึง จานอง หนว่ ยท่ี 5 การบงั คบั จานอง และความระงบั สิ้นไปแห่งสญั ญาจานอง 1. การบงั คบั จานองทาได้ 2 วิธีคือ การขายทอดตลาดทรพั ยจ์ านองและการเอาทรพั ย์ จานองหลดุ ซ่ึงไมว่ ่าจะบงั คบั โดยวิธีใดจะตอ้ งฟ้ องคดตี อ่ ศาล ผจู้ านองจะไปยึดทรพั ยม์ าโดย พลการไมไ่ ด้ อยา่ งไรก็ตาม กฎหมายมไิ ดบ้ งั คบั ว่า ผรู้ บั จานองจะตอ้ งฟ้ องบงั คบั จานอง เสมอไป อาจฟ้ องในฐานะเจา้ หนส้ี ามญั ก็ได้ 2. จานองระงบั ได้ 2 ทาง คือ ทางหนง่ึ ทาใหห้ นปี้ ระธานระงบั ไป เชน่ ชาระหน้ี อีกทาง ทาใหต้ วั สญั ญาจานองระงบั เชน่ ปลดจานอง เมอ่ื จานองระงบั ตอ้ งนาความไปจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ มฉิ ะนนั้ จะยกขนึ้ ตอ่ สบู้ คุ คลภายนอกไมไ่ ด้ 5.1 การบงั คบั จานอง 1. การบงั คบั จานองไมว่ า่ จะทาโดยวิธีขายทอดตลาดหรือเอาทรพั ยจ์ านองหลดุ ก็ตาม จะตอ้ งมีการบอกกลา่ วดว้ ยหนงั สือใหผ้ จู้ านองชาระหนภี้ ายในเวลาสมควร เมื่อผจู้ านองไม่ ชาระหนจ้ี ึงจะฟ้ องคดตี อ่ ศาลบงั คบั จานองได้ 2. ในกรณีขายทอดตลาดทรพั ยส์ นิ เงนิ ท่ีไดจ้ ากการขายทอดตลาดจะตอ้ งนามาชาระหน้ี แกผ่ รู้ บั จานองตามลาดบั กอ่ นหลงั ผรู้ บั จานองกอ่ นยอ่ มมสี ิทธิไดร้ บั ชาระหนก้ี อ่ น 3. หากบงั คบั จานองไดเ้ งนิ ตา่ กว่าจานวนหนท้ี ่คี า้ งชาระ ลกู หนกี ็ไมต่ อ้ งรบั ผิดในเงนิ ท่ี ขาดอยู่ เวน้ แตจ่ ะไดต้ กลงกนั เป็ นอยา่ งอื่นในสญั ญาจานอง 4. หนร้ี ายเดยี วท่มี ีการจานองทรพั ยห์ ลายสิ่งเป็ นประกนั โดยไมร่ ะบลุ าดบั และจานวน เงนิ ทท่ี รพั ยแ์ ตล่ ะสง่ิ จานองเป็ นประกนั ผรู้ บั จานองอาจบงั คบั จานองแกท่ รพั ยเ์ พียงบางสิ่ง หรือแกท่ รพั ยท์ กุ ส่ิงพรอ้ มกนั ก็ได้ แตใ่ นกรณีหลงั ตอ้ งเฉลีย่ ภาระแหง่ หนไี้ ปตามสว่ นราคา ทรพั ยจ์ านอง 5.1.1 วิธีบงั คบั จานอง การบงั คบั จานองทาไดก้ ี่วิธี อธิบาย การบงั คบั จานองทาได้ 2 วิธี คือ 1) ตามมาตรา 728 คอื ฟ้ องบงั คบั จานองใหข้ ายทอดตลาดทรพั ยจ์ านอง โดยผรู้ บั จานองตอ้ งมีจดหมายบอกกลา่ วไปยงั ลกู หนก้ี อ่ นวา่ ใชช้ าระหนภี้ ายในเวลาอนั สมควร ซึ่ง กาหนดไวใ้ นคาบอกกลา่ ว และถา้ ลกู หนไ้ี มป่ ฏิบตั ติ ามคาบอกกลา่ ว ผรู้ บั จานองจะฟ้ องคดตี อ่ ศาลใหพ้ ิพากษาสงั่ ใหย้ ึดทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานองขายทอดตลาด

28 2) ตามมาตรา 729 คือ ผรู้ บั จานองเอาทรพั ยจ์ านองหลดุ เป็ นสทิ ธิ จะตอ้ งอยู่ ภายในบงั คบั ของเงอื่ นไขดงั น้ี คือ ก. ลกู หนไ้ี ดข้ าดสง่ ดอกเบี้ยมาเป็ นเวลาถึง 5 ปี ข. ผจู้ านองมไิ ดแ้ สดงใหศ้ าลพอใจว่าราคาทรพั ยส์ นิ ทีจ่ านองนน้ั ทว่ มจานวนเงนิ ท่ีคา้ งชาระ และ ค. ไมม่ กี ารจานองรายอื่น หรือบรุ ิมสทิ ธิอื่นไดจ้ ดทะเบียนไวเ้ หนอื ทรพั ยส์ นิ อนั เดยี วกนั นน้ั การบงั คบั จานองโดยวิธีเอาทรพั ยจ์ านองหลดุ เป็ นสทิ ธ์ินนั้ จะตอ้ งเขา้ เงอ่ื นไขทงั้ สาม ขอ้ ตามมาตรา 729 และอยา่ งไรก็ตามตอ้ งมีการบอกกลา่ วลกู หน้ีใหช้ าระหนตี้ ามมาตรา 728 กอ่ นและฟ้ องบงั คบั จานองเพื่อเอาหลดุ เป็ นสิทธ์ิอีกดว้ ย มิใชย่ ึดทรพั ยจ์ านองมาเป็ น ของตนโดยพลการ แดงกเู้ งนิ ดา โดยขาวจานองท่ดี นิ เป็ นประกนั หนี้ แนะนาใหฟ้ ้ องบงั คบั จานองโดยขายทอดตลาดที่ดนิ ตามมาตรา 728 จะเอาทรพั ย์ จานองหลดุ เป็ นสทิ ธิไมไ่ ด้ เพราะเป็ นกรณีท่ีบคุ คลอ่ืนจานองนองทรพั ยเ์ ป็ นกระกนั หนข้ี อง ลกู หนี้ และผขู้ าดสง่ ดอกเบี้ยคือตวั ลกู หนไ้ี มใ่ ชผ่ จู้ านอง มาตรา 728 เมอ่ื จะบงั คบั จานองนน้ั ผรู้ บั จานองตอ้ งมจี ดหมาย บอกกลา่ วไปยงั ลกู หนีก้ อ่ น ว่าใหช้ าระหนภ้ี ายในเวลาอนั สมควร ซ่ึง กาหนดใหใ้ นคาบอกกลา่ วนน้ั ถา้ และลกู หนล้ี ะเลยเสยี ไมป่ ฏิบตั ิ ตาม คาบอกกลา่ วผรู้ บั จานองจะฟ้ องคดีตอ่ ศาล เพ่ือใหพ้ ิพากษาสงั่ ให้ ยึดทรพั ยส์ ินซ่ึงจานองและใหข้ าย ทอดตลาดก็ได้ มาตรา 729 นอกจากทางแกด้ งั่ บญั ญตั ไิ วใ้ น มาตรา กอ่ นนน้ั ผรู้ บั จานองยงั ชอบที่จะเรียก เอาทรพั ยจ์ านองหลดุ ไดภ้ ายในบงั คับแหง่ เงอ่ื นไข ดงั่ จะกลา่ วตอ่ ไปนี้ (1) ลกู หนไ้ี ดข้ าดสง่ ดอกเบี้ยมาแลว้ เป็ นเวลาถึงหา้ ปี (2) ผจู้ านองมิไดแ้ สดงใหเ้ ป็ นที่พอใจแกศ่ าล ว่าราคาทรพั ยส์ นิ นนั้ ท่วมจานวนเงนิ อนั คา้ งชาระ และ (3) ไมม่ ีการจานองรายอ่ืน หรือบรุ ิมสทิ ธิอ่ืนไดจ้ ดทะเบียนไว้ เหนอื ทรพั ยส์ ินอนั เดียวกนั นเ้ี อง 5.1.2 ลาดบั ในการชาระหนี้ ทรพั ยส์ นิ อนั เดยี วกนั ทมี่ ีจานองหลายราย เม่ือมกี ารบงั คบั จานองโดยขาย ทอดตลาดจะตอ้ งนาเงนิ มาชาระหนแ้ี กผ่ รู้ บั จานองอยา่ งไร ทรพั ยส์ ินอนั เดยี วกนั ไดจ้ านองแกผ่ รู้ บั จานองหลายคนดว้ ยกนั ตอ้ งเอาชาระหนแี้ ก่ ผรู้ บั จานองเรยี งตามลาดบั กอ่ นหลงั ตามวนั เวลาทจี่ ดทะเบียน และผรู้ บั จานองคนกอ่ นจะ ไดร้ บั ใชห้ นกี้ อ่ นตามมาตรา 730 และทรพั ยส์ ินทข่ี ายทอดตลาดใหจ้ ดั ใชแ้ กผ่ รู้ บั จานองเรียง ตามลาดบั และหากยังมีเงนิ เหลอื จากการขายทอดตลาด ใหม้ อบแกผ่ จู้ านองตามมาตรา 732 เหล็กกเู้ งนิ ทอง 200,000 บาท โดยจานองทด่ี นิ เป็ นประกนั ตอ่ มาก็เอาทด่ี นิ แปลง เดมิ ไปจานองไวแ้ กเ่ พชรอีก 100,000 บาท และสดุ ทา้ ยจานองกบั นลิ 50,000 บาท เมอ่ื หน้ี

29 ของทองถึงกาหนดเหล็กไมช่ าระหน้ี ทองจึงฟ้ องบงั คบั จานอง ยึดทีด่ นิ ขายทอดตลาดไดเ้ งนิ สทุ ธิ 300,000 บาท ใหท้ า่ นจดั สรรเงนิ จานวนนช้ี าระหนแ้ี กผ่ รู้ บั จานอง ชาระใหท้ อง 200,000 บาท ใหเ้ พชร 100,000 บาท ตามมาตรา 730, 732 สว่ นนลิ ไมไ่ ดร้ บั ชาระหนี้จากการขายทอดตลาด และนลิ จะตดิ ตามไปบงั คบั จานองแกผ่ ซู้ ้ือ ทด่ี นิ นนั้ ไมไ่ ดอ้ ีก เพราะจานองไดร้ ะงบั สนิ้ ไปตามมาตรา 744(5) คือมีการขายทอดตลาด ทรพั ยส์ ินซึ่งจานองตามคาสงั่ ศาล อนั เนอื่ งมาจกการบังคบั จานอง มาตรา 730 เมอื่ ทรพั ยส์ นิ อนั หนงึ่ อนั เดยี วไดจ้ ำนองแกผ่ รู ้ บั จำนอง หลำยคนดว้ ยกนั ทำ่ นใหถ้ อื ลำดบั ผรู ้ บั จำนองเรยี งตำมวนั และเวลำ จดทะเบยี น และผรู ้ บั จำนองคนกอ่ นจกั ไดร้ บั ใชห้ นกี้ อ่ นผรู ้ ับจำนอง คนหลงั มาตรา 732 ทรัพยส์ นิ ซง่ึ จำนองขำยทอดตลำดไดเ้ งนิ เป็ นจำนวน สทุ ธเิ ทำ่ ใด ทำ่ นใหจ้ ดั ใชแ้ ก่ ผรู ้ บั จำนองเรยี งตำมลำดับ และถำ้ ยงั มี เงนิ เหลอื อยอู่ กี กใ็ หส้ ง่ มอบแกผ่ จู ้ ำนอง มาตรา 744 อนั จำนองยอ่ มระงับสน้ิ ไป (1) เมอื่ หนที้ ปี่ ระกนั ระงบั สนิ้ ไป ดว้ ยเหตปุ ระกำรอนื่ ใดมใิ ชเ่ หตุ อำยคุ วำม (2) เมอื่ ปลดจำนองใหแ้ กผ่ จู ้ ำนองดว้ ยหนังสอื เป็ นสำคญั (3) เมอ่ื ผจู ้ ำนองหลดุ พน้ (4) เมอื่ ถอนจำนอง (5) เมอื่ ขำยทอดตลำดทรพั ยส์ นิ ซงึ่ จำนองตำมคำสง่ั ศำล อนั เนอื่ ง มำแตก่ ำรบงั คับจำนองหรอื ถอนจำนอง (6) เมอ่ื เอำทรพั ยส์ นิ ซงึ่ จำนองนัน้ หลดุ 5.1.3 ลกู หนไี้ มต่ อ้ งรบั ผดิ ในจานวนเงนิ ที่ขาด ก. กเู้ งนิ ข. 500,000 บาท โดย ค. จานองที่ดนิ เป็ นประกนั และมขี อ้ ตกลงใน สญั ญาจานองระบวุ า่ ถา้ ข. บงั คบั จานองขายทอดตลาดทดี่ นิ ไดเ้ งนิ ไมพ่ อชาระหนี้ ก. และ ค. ยินยอมให้ ข. บงั คบั ชาระหนจ้ี ากทรพั ยอ์ ่ืนของ ก. และ ค. ได้ ใหว้ ินจิ ฉยั วา่ ขอ้ ตกลงนขี้ ดั ตอ่ กฎหมายหรือไม่ ตามมาตรา 733 วางหลกั ไวใ้ นกรณีเอาทรัพยส์ ินซึ่งจานองขายทอดตลาดใชห้ น้ี หากไดเ้ งนิ สทุ ธินอ้ ยกว่าจานวนเงนิ ทค่ี า้ งชาระกนั อยู่ เงนิ ขาดจานวนอยเู่ ทา่ ใด ลกู หนไี้ มต่ อ้ ง รบั ผิดในเงนิ นน้ั ซ่ึงหากค่กู รณีไมไ่ ดต้ กลงไวว้ ่าเงนิ ขาดเทา่ ใด ลกู หนตี้ อ้ งรบั ผดิ แลว้ หรือตก ลงกนั ใหเ้ จา้ หนบ้ี งั คบั ชาระหนจ้ี ากทรพั ยส์ ินอ่ืนของลกู หนไ้ี ด้ ขอ้ ตกลงนใี้ ชบ้ งั คบั กนั ไดไ้ มข่ ดั ตอ่ กฎหมาย มาตรา 733 ถำ้ เอำทรพั ยจ์ ำนองหลดุ และรำคำทรพั ยส์ นิ นัน้ มี ประมำณต่ำกวำ่ จำนวนเงนิ ทค่ี ำ้ ง ชำระกนั อยกู่ ด็ ี หรอื ถำ้ เอำทรพั ยส์ นิ ซงึ่ จำนองออกขำยทอดตลำดใชห้ น้ี ไดเ้ งนิ จำนวนสทุ ธนิ อ้ ยกวำ่ จำนวน เงนิ ทคี่ ำ้ งชำระกนั อยนู่ ัน้ กด็ เี งนิ ยงั ขำดจำนวนอยเู่ ทำ่ ใดลกู หนไี้ มต่ อ้ ง รับผดิ ในเงนิ นัน้ 5.1.4 การจานองทรพั ยห์ ลายสง่ิ เป็ นประกนั หนรี้ ายเดยี ว แดงกเู้ งนิ ดา 200,000 บาท โดยจานองทดี่ นิ 1 แปลง เรือยนต์ 1 ลา และเรือกลไฟ 1 ลา เป็ นประกนั ไมไ่ ดร้ ะบลุ าดบั จานองและจานวนเงนิ ทท่ี รพั ยแ์ ตล่ ะส่ิงจานองเป็ นประกนั แดงผดิ นดั ไมช่ าระหนี้ ดาจึงบงั คบั จานองแกท่ รพั ยจ์ านองทงั้ สามสง่ิ พรอ้ มกนั ขาย ทอดตลาดที่ดนิ ไดเ้ งนิ 200,000 บาท เรือยนต์ 120,000 บาท เรือกลไฟ 80,000 บาท จะ จดั สรรชาระหนเ้ี งนิ กใู้ หแ้ กด่ าอย่างไร ตามมาตรา 734 วรรคสองบญั ญตั วิ ่า ถา้ ผรู้ บั จานองใชส้ ทิ ธิของตนบงั คบั แก่ ทรพั ยส์ นิ ทง้ั หมดพรอ้ มกนั ทา่ นใหแ้ บ่งภาระแห่งหนน้ี น้ั กระจายไปตามสว่ นราคาแหง่

30 ทรพั ยส์ นิ นนั้ ๆ เวน้ แตก่ รณีทไี่ ดร้ ะบจุ านวนเงนิ จานองไวเ้ ฉพาะทรพั ยส์ นิ แตล่ ะสิง่ เป็ นจานวน เทา่ ใด ทา่ นใหแ้ บง่ กระจายไปตามลาดบั จานวนเงนิ จานองทรี่ ะบไุ วเ้ ฉพาะทรพั ยส์ ินสิง่ นั้นๆ ตามปัญหาจึงตอ้ งแบ่งภาระแห่งนกี้ ระจายไปตามสว่ นแหง่ ราคาทรพั ยจ์ านอง จึงตอ้ งจดั สรร เงนิ ใชห้ นด้ี งั นี้ ท่ีดนิ 100,000 บาท เรือยนต์ 60,000 บาท เรือกลไฟ 40,000 บาท มาตรา 734 ถา้ จานองทรพั ยส์ นิ หลายส่งิ เพื่อประกนั หนแ้ี ต่ รายหนงึ่ รายเดียวและมิไดร้ ะบุ ลาดบั ไวไ้ ซร้ ทา่ นว่าผรู้ บั จานองจะ ใชส้ ิทธขิ องตนบงั คบั แกท่ รพั ยส์ ินนนั้ ๆทงั้ หมด หรือแตเ่ พียงบางสงิ่ ก็ ได้ แตท่ ่านหา้ มมใิ หท้ าเชน่ นนั้ แกท่ รพั ยส์ ินมากส่งิ กว่าท่ีจาเป็ น เพื่อใชห้ นต้ี ามสิทธแิ ห่งตน ถา้ ผรู้ บั จานองใชส้ ิทธิของตนบงั คบั แกท่ รพั ยส์ นิ ทง้ั หมดพรอ้ มกนั ทา่ นใหแ้ บ่งภาระแห่งหน้ีนนั้ กระจายไปตามสว่ นราคาแหง่ ทรพั ยส์ ิน นนั้ ๆ เวน้ แตใ่ นกรณีท่ีไดร้ ะบจุ านวนเงนิ จานองไว้ เฉพาะ ทรพั ยส์ ิน แตล่ ะส่งิ ๆ เป็ นจานวนเทา่ ใด ทา่ นใหแ้ บ่งกระจายไปตามจานวนเงนิ จานองที่ระบไุ วเ้ ฉพาะ ทรพั ยส์ ิง่ นนั้ ๆ แตถ่ า้ ผรู้ บั จานองใชส้ ทิ ธขิ องตน บงั คบั แกท่ รพั ยส์ นิ อนั ใดอนั หนึ่ง แตเ่ พียงสงิ่ เดยี วไซร้ ผรู้ บั จานองจะใหช้ าระหนอ้ี นั เป็ นสว่ นของตน ทง้ั หมดจากทรพั ยส์ ินอนั นนั้ ก็ได้ ในกรณีเชน่ นนั้ ท่านใหถ้ ือว่า ผรู้ บั จานองคนถดั ไปโดยลาดบั ย่อมเขา้ รบั ชว่ งสทิ ธิของผรู้ บั จานองคนกอ่ น และจะเขา้ บงั คบั จานอง แทนที่คนกอ่ นก็ไดแ้ ตเ่ พียงเท่าจานวน ซ่ึงผรู้ บั จานองคนกอ่ นจะพึงไดร้ บั จากทรพั ยส์ ินอื่น ๆ ตาม บทบญั ญตั ดิ งั่ กลา่ ว มาในวรรคกอ่ นนนั้ 5.2 ความระงบั ส้นิ ไปแห่งสญั ญาจานอง 1. สญั ญาจานองระงบั ดว้ ยสาเหตใุ หญ่ 2 ประการคือ เมอ่ื ทาใหห้ นป้ี ระธานระงบั ไป ประการหนง่ึ และอีกประการหนงึ่ คือทาใหต้ วั สญั ญาจานองระงบั เชน่ ปลดจานอง ไถจ่ านอง บงั คบั จานอง เป็ นตน้ 2. จานองเป็ นทรพั ยส์ ิทธิทตี่ กตดิ ไปกบั ทรพั ยจ์ านองจนกว่าผรู้ บั จานองจะไดช้ าระหน้ี การที่หนป้ี ระธานขาดอายคุ วามจึงไมท่ าใหจ้ านองระงบั 3. เม่อื สญั ญาจานองระงบั ตอ้ งนาความไปจดทะเบียน มฉิ ะนนั้ จะยกขน้ึ ตอ่ สู้ บคุ คลภายนอกไมไ่ ด้ หลกั นใ้ี ชบ้ งั คบั ตลอดถึงการผอ่ นชาระหนจ้ี านอง การแกไ้ ขเปล่ียนแปลง สญั ญาจานองหรือหนอ้ี นั จานองเป็ นประกนั ดว้ ย 5.2.1 สาเหตทุ ที่ าใหส้ ญั ญาจานองระงบั การจานองระงบั ดว้ ยเหตปุ ระการใดบา้ ง จานองระงบั ดว้ ยเหตมุ าตรา 744 ดงั น้ี 1) หนท้ี ี่ประกนั ระงบั สน้ิ ไป ยกเวน้ หนป้ี ระธานขาดอายคุ วามไมท่ าใหจ้ านองระงบั 2) เมื่อปลดหนจ้ี านองใหแ้ กผ่ จู้ านองดว้ ยหนงั สอื เป็ นสาคญั 3) เมอ่ื ผจู้ านองหลดุ พน้ 4) เมื่อถอนจานอง 5) เมื่อขายทอดตลาดทรพั ยส์ ิน ซึ่งจานองตามคาสงั่ ศาลอนั เนอื่ งมาจากการบงั คบั จานองหรือถอนจานอง 6) เมอ่ื เอาทรพั ยส์ นิ ซ่ึงจานองนน้ั หลดุ เป็ นสทิ ธิ

31 แดงกเู้ งนิ ดา 300,000 บาท โดยเขยี วจานองท่ีดนิ เป็ นประกนั แดงไมช่ าระหน้ี ดาจึง ฟ้ องบงั คบั คดจี านองยึดท่ีดนิ ของเขยี วขายทอดตลาดแตเ่ ขยี วยอมชดใชเ้ งนิ ใหด้ า 150,000 บาท สว่ นอีก 150,000 บาท แดงรบั ชาระใหด้ า จึงไมม่ ีการขายทอดตลาดท่ีดนิ ตอ่ มาเขยี ว ขายทด่ี นิ ใหเ้ หลืองและไมใ่ ชห้ นใี้ หด้ าตามทีต่ กลงกนั ไว้ ดาจึงฟ้ องบังคบั จานองเทา่ ทดี่ นิ ซ่ึง เหลืองรบั โอน เพ่ือชาระหนอ้ี ีก 150,000 บาท ดาจะมสี ิทธิบงั คบั จานองเอากบั เหลืองได้ หรือไม่ การบงั คบั จานองโดยขายทอดตลาดทรพั ยจ์ านองอนั จะทาใหจ้ านองระงบั ตาม มาตรา 744 (5) นน้ั ตอ้ งมกี ารขายทอดตลาดกนั จริง แมด้ าจะฟ้ องบงั คบั จานองก็ตาม แต่ เมอ่ื ไมม่ กี ารขายทอดตลาดทีด่ นิ จานอง จานองย่อมไมร่ ะงบั ไป เหลอื งผรู้ บั โอนทดี่ นิ จานอง ตอ้ งรบั ภาระจานองมาดว้ ย แดงจึงมีสทิ ธิบงั คบั จานองเอากบั ท่ีดนิ ทเ่ี หลืองรบั โอนมาได้ 5.2.2 สญั ญาจานองไมร่ ะงบั เพราะอายคุ วาม ที่วา่ “จานองไมร่ ะงบั เพราะอายคุ วาม”นนั้ หมายความว่าอย่างไร สญั ญาจานองย่อมระงบั สน้ิ ไปตามมาตรา 744(1) คือเม่อื หนป้ี ระธานระงบั ไปดว้ ย เหตใุ ดๆ เชน่ มกี ารชาระหนเ้ี งนิ กยู้ ืมท่ีเป็ นหนป้ี ระธาน หนจ้ี านองซ่ึงเป็ นอปุ กรณย์ อ่ มระงบั สนิ้ ไปดว้ ย แตก่ รณีท่หี นป้ี ระธานขาดอายคุ วามไมใ่ หจ้ านองระงบั เพราะการท่ีหนขี้ าดอายุ ความนน้ั กฎหมายหา้ มมิใหฟ้ ้ องรอ้ งบงั คบั คดกี นั ตามมาตรา 193/9 เทา่ นน้ั หนมี้ ิไดร้ ะงบั ไป ดว้ ยและสิทธิจานองเป็ นทรพั ยส์ ทิ ธิซ่ึงตกตดิ ตามไปกบั ทรพั ยท์ ่ีจานองจนกวา่ ผรู้ บั จานองจะ ไดร้ บั ชาระหน้ี (มาตรา 702 วรรค 2) ฉะนนั้ การท่หี นป้ี ระธานขาดอายคุ วามจึงไม่ กระทบกระเทอื นถึงสิทธิจานอง มาตรา 193/9 สทิ ธเิ รียกรอ้ งใด ๆ ถา้ มไิ ดใ้ ชบ้ งั คบั ภายในระยะเวลา ท่ีกฎหมายกาหนด สทิ ธิ เรียกรอ้ งนน้ั เป็ นอนั ขาดอายคุ วาม มาตรา 702 อนั ว่าจานองนน้ั คอื สญั ญาซ่ึงบคุ คลคนหนงึ่ เรียกว่า ผจู้ านองเอาทรพั ยส์ ินตราไว้ แกบ่ คุ คลอีกคนหนง่ึ เรียกว่าผรู้ บั จานอง เป็ นประกนั การชาระหนี้ โดยไมส่ ง่ มอบทรพั ยส์ นิ นนั้ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานอง ผรู้ บั จานองชอบที่จะไดร้ บั ชาระหนจ้ี ากทรพั ยส์ นิ ท่ีจานองกอ่ น เจา้ หนสี้ ามญั มพิ กั ตอ้ งพิเคราะห์ ว่ากรรมสทิ ธ์ใิ นทรพั ยส์ ินจะไดโ้ อน ไปยงั บคุ คลภายนอกแลว้ หรือหาไม่ 5.2.3 สญั ญาจานองระงบั ตอ้ งนาความไปจดทะเบียน นกกเู้ งนิ หนู 300,000 บาท โดยมไี กจ่ านองท่ีดนิ เป็ นประกนั ครง้ั หนคี้ รบกาหนด นกไมช่ าระหน้ี ไกจ่ ึงเขา้ ชาระหนแี้ ทนสิน้ เชงิ เพ่ือมิใหห้ นบู งั คบั จานอง แตห่ นขู อผลดั ไปไปจด ทะเบียนระงบั จานองภายหลงั ตอ่ มาหนถู กู แมวเจา้ หนฟี้ ้ องเรียกหนจ้ี านวน 500,000 บาท แมวชนะคดจี ึงยึดท่ีดนิ ของไกเ่ พ่ือบงั คบั ชาระหนี้ ไกจ่ ะตอ่ ส่แู มวไดห้ รือไมว่ ่า จานองระงบั แลว้ จะยึดทีด่ นิ ขายทอดตลาดไมไ่ ด้ เม่อื มีการเปล่ียนแปลงสิทธิในการจานองตอ้ งนาไปจดทะเบียนตามหลกั มาตรา 746 ท่ีบญั ญตั วิ า่ “การชาระหนไี้ มว่ ่าครง้ั ใดๆ ส้ินเชงิ หรือแตบ่ างส่วนก็ดี การระงบั หนี้ อย่างใดๆ ก็ดี การตกลงกนั แกไ้ ขเปลี่ยนแปลงจานองหรือหนอ้ี นั จานองเป็ นประกนั นนั้ เป็ น

32 ประการใดก็ดี ทา่ นว่าตอ้ งนาความไปจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ในเมือ่ มคี าขอรอ้ ง ของผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี มิฉะนน้ั ทา่ นหา้ มมิใหย้ กขน้ึ เป็ นขอ้ ตอ่ สบู้ คุ คลภายนอก” ดงั นนั้ ไกจ่ ะตอ่ สแู้ มวว่าจานองระงบั สิน้ ไปแลว้ แมวจะยึดทดี่ นิ ขายทอดตลาดน้ัน ไก่ ตอ่ สไู้ มไ่ ด้ เพราะไกช่ าระหนแี้ ลว้ ไกไ่ มไ่ ดน้ าไปจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทจ่ี ึงใชต้ อ่ สแู้ มว บคุ คลภายนอกไมไ่ ด้ เนอ่ื งจากในทะเบียนยงั มรี ายการวา่ ไกเ่ ป็ นผจู้ านองทดี่ นิ เป็ นประกนั หน้ี เงนิ กหู้ นผู รู้ บั จานองอยู่ มาตรา 746 การชาระหนไ้ี มว่ ่าครงั้ ใด ๆ สน้ิ เชิงหรือแตบ่ างสว่ น ก็ดี การระงบั หนอี้ ยา่ งใด ๆ ก็ดี การตกลงกนั แกไ้ ขเปลี่ยนแปลงจานอง หรือหนอี้ นั จานองเป็ นประกนั นน้ั เป็ นประการใดก็ดี ทา่ นว่าตอ้ ง นา ความไปจดทะเบียนตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี ในเม่ือมีคาขอรอ้ งของ ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี มิฉะนน้ั ทา่ นหา้ มมใิ ห้ ยกขน้ึ เป็ นขอ้ ตอ่ สบู้ คุ คลภายนอก แบบประเมินผลหน่วยท่ี 5 1. การบงั คบั จานองสามารถกระทาไดโ้ ดยวิธี ฟ้ องศาลใหเ้ อาทรพั ยท์ ี่จานองขายทอดตลาด หรือ ฟ้ องศาลใหเ้ อาทรพั ยจ์ านองหลดุ เป็ นสทิ ธิ 2. เงอื่ นไขในการบงั คบั จานองมดี งั น้ี ตอ้ งมีหนงั สอื บอกกลา่ วไปยงั ลกู หนแ้ี ละตอ้ งฟ้ องคดีตอ่ ศาล 3. หนงั สอื บอกกลา่ วบงั คบั จานองตอ้ งมสี าระสาคญั คือ บอกใหล้ กู หนชี้ าระหนแ้ี ละกาหนดเวลาอนั สมควรใหช้ าระหนี้ 4. ถา้ จะบงั คบั จานองแกผ่ รู้ บั โอนทรพั ยส์ ินจานองกฎหมายบงั คบั ว่าตอ้ งบอกกลา่ วผรู้ บั โอน ลว่ งหนา้ นานกาหนด 1 เดอื น 5. ในกรณีบงั คบั จานองโดยการขายทอดตลาดทรพั ยซ์ ่ึงตดิ จานองหลายราย เงนิ สทุ ธิที่ไดจ้ ากการ ขายทอดตลาดทรพั ยจ์ านอง ตอ้ งชาระใหผ้ รู้ บั จานองคือ เอาชาระหนใี้ หผ้ รู้ บั จานองเรียงตามลาดบั การ จดทะเบียนจานอง ผรู้ บั จานองกอ่ นไดร้ บั ชาระหนกี้ อ่ น 6. ถา้ บงั คบั จานองขายทอดตลาดทรพั ยจ์ านองไดเ้ งนิ สทุ ธิตา่ กว่าจานวนเงนิ ท่ีคา้ งชาระ เงนิ ที่ยงั ขาดอยู่ ลกู หนี้ ไมต่ อ้ งรบั ผิด 7. สญั ญาจานองมขี อ้ ตกลงระบวุ ่า ถา้ ผรู้ บั จานองบงั คบั จานองไดเ้ งนิ ไมพ่ อชาระหนี้ ลกู หนย้ี ินยอม ใหผ้ รู้ บั จานองบงั คบั ชาระหนแ้ี กท่ รพั ยส์ ินอื่นไดจ้ นครบจานวนหน้ี ขอ้ ตกลงน้ี มีผลใชบ้ งั คบั ไดโ้ ดย สมบรู ณ์ 8. กรณีท่ีทาใหส้ ญั ญาจานองระงบั ไดแ้ ก่ กรณีผรู้ บั จานองปลดหนใี้ หล้ กู หน้ี 9. เม่ือหนท้ี ี่ประกนั ขาดอายคุ วาม ไมม่ ีผลทาใหจ้ านองระงบั 10. เมื่อสญั ญาจานองระงบั แลว้ ตอ้ งปฏิบตั คิ อื นาความไปจดทะเบียน 11. การที่หนป้ี ระธานขาดอายคุ วาม ไมม่ ผี ลตอ่ หนจ้ี านอง (จานองไมร่ ะงบั ) 12. การไมจ่ ดทะเบียนเม่ือจานองระงบั มผี ลคอื ยกขนึ้ ตอ่ สบู้ คุ คลภายนอกไม่ได้ 13. กรณีเจา้ หนตี้ าย ไมม่ ีผลทาใหส้ ญั ญาจานองระงบั หนว่ ยที่ 6 สญั ญาจานา 1. ทรพั ยท์ ีจ่ านานอกจากจะตอ้ งเป็ นสงั หาริมทรพั ยแ์ ลว้ สทิ ธิที่มีตราสารก็อาจนามา จานาไดโ้ ดยวิธีการที่กฎหมายกาหนด สญั ญาจานาครอบคลมุ ทงั้ หนต้ี น้ เงนิ และคา่ อปุ กรณ์

33 ขอ้ ตกลงบางประการที่คสู่ ญั ญาตกลงกนั กอ่ นเวลาหนถ้ี ึงกาหนดชาระ กฎหมายไดก้ าหนดให้ ขอ้ ตกลงนน้ั ไมส่ มบรู ณ์ อนง่ึ บทบญั ญตั ทิ ง้ั หลายในเร่ืองจานาใหใ้ ชก้ บั โรงรบั จานาเพียงเทา่ ที่ ไมข่ ดั กบั กฎหมาย หรือกฎขอ้ บงั คบั ของโรงรบั จานา 2. ผรู้ บั จานามีสิทธิยึดทรพั ยท์ ่ีจานาจนกว่าจะไดร้ บั ชาระหนแี้ ละค่าอปุ กรณค์ รบถว้ น และมหี นา้ ที่รกั ษาและสงวนทรพั ยส์ นิ ที่จานา ตลอดจนตอ้ งรบั ผิดในความสญู หายหรือบบุ สลายของทรพั ยท์ จี่ านา ส่วนค่าใชจ้ า่ ยในการบารงุ รกั ษาทรพั ยส์ ินท่ีจานานนั้ ผจู้ านามีหนา้ ที่ ชดใชใ้ หแ้ กผ่ รู้ บั จานา 6.1 สาระสาคญั ของสญั ญาจานา 1. สญั ญาจานา เป็ นการที่ผจู้ านาสง่ มอบสงั หาริมทรพั ยใ์ หแ้ กผ่ รู้ บั จานา เพื่อเป็ นการ ประกนั การชาระหนี้ 2. สญั ญาจานาย่อมครอบคลมุ ถึงหนตี้ น้ เงนิ และคา่ อปุ กรณต์ า่ งๆ ไดแ้ ก่ ดอกเบี้ย ค่า สินไหมทดแทนในการไมช่ าระหน้ี คา่ ฤชาธรรมเนยี มในการบงั คบั จานา ค่าใชจ้ า่ ยเพื่อรกั ษา ทรพั ยส์ นิ ท่ีจานา และค่าสินไหมทดแทนเพ่ือความเสียหาย อนั เกิดแตค่ วามชารดุ บกพรอ่ ง ของทรพั ยส์ ินจานาซ่ึงไมเ่ ห็นประจกั ษ์ 3. สทิ ธิท่ีมตี ราสารจานาไดโ้ ดยวิธีสง่ มอบและแจง้ การจานาเป็ นหนงั สอื แกล่ กู หนแ้ี ห่ง สทิ ธิ ถา้ สทิ ธิซ่ึงจานาถึงกาหนดชาระกอ่ นหนซี้ ึ่งประกนั ไว้ ลกู หนแ้ี ห่งสทิ ธิตอ้ งสง่ มอบ ทรพั ยส์ ินอนั เป็ นวตั ถแุ หง่ สิทธิใหผ้ รู้ บั จานา และทรพั ยส์ นิ นนั้ กลายเป็ นของจานาแทนสิทธิ ถา้ สิทธินนั้ มีวตั ถแุ หง่ สิทธิเป็ นเงนิ ลกู หนแี้ ห่งสิทธิตอ้ งใชเ้ งนิ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานาและผจู้ านารว่ มกนั และผจู้ านาหรือลกู หนแี้ หง่ สทิ ธิจะทาใหส้ ิทธินน้ั ส้ินไป หรือแกไ้ ขสทิ ธินน้ั ใหเ้ สยี หายแกผ่ รู้ บั จานาโดยผรู้ บั จานาไมย่ นิ ยอมไมไ่ ด้ 4. บทบญั ญตั ทิ งั้ หลายในเร่ืองจานานี้ ใชก้ บั สญั ญาจานาทท่ี ากบั ผตู้ งั้ โรงรบั จานา โดย ไดร้ บั อนญุ าตจากรฐั บาลไดเ้ ทา่ ที่ไมข่ ดั กบั พระราชบญั ญตั โิ รงรบั จานา 6.1.1 ความหมายของสญั ญาจานา เดน่ กเู้ งนิ เดอ๋ 10,000 บาท โดยเดน่ นาตเู้ ย็นของตนราคา 15,000 บาท มาใหเ้ ดอ๋ ยึด ไวเ้ ป็ นประกนั แตเ่ นอ่ื งจากบา้ นเดอ๋ แคบ จึงตกลงกนั ใหจ้ มุ๋ จิ๋มเพื่อนบา้ นเดอ๋ เป็ นผเู้ ก็บรกั ษา แทน สญั ญาดงั กล่าวนใี้ หว้ ินจิ ฉยั วา่ เป็ นสญั ญาจานาหรือไม่ สญั ญาดงั กล่าวเป็ นสญั ญาจานา เพราะลกั ษณะของสญั ญาจานาคือ 1) ทรพั ยท์ ีจ่ านาตอ้ งเป็ นสงั หาริมทรพั ย์ ในที่นค้ี ือตเู้ ย็น 2) ผจู้ านาตอ้ งเป็ นเจา้ ของทรพั ย์ ตเู้ ย็นเป็ นทรพั ยข์ องเดน่ ผจู้ านา 3) ตอ้ งมกี ารสง่ มอบทรพั ยท์ จ่ี านา หรือคสู่ ญั ญาอาจตกลงใหบ้ คุ คลภายนอกเป็ นผู้ เก็บรกั ษาทรพั ยแ์ ทนผรู้ บั จานา ซึ่งในทีน่ เี้ ดน่ และเดอ๋ ตกลงกนั ใหน้ ายจมุ๋ จิ๋มรกั ษาตเู้ ย็นแทน เดน่ 6.1.2 ขอบเขตของสญั ญาจานา

34 ดากเู้ งนิ แดง 10,000 บาท โดยนามา้ แขง่ มาจานาไวก้ บั แดง ระหว่างที่มา้ อย่กู บั แดง แดงเสยี ค่าดแู ลเลีย้ งมา้ วนั ละ 100 บาท เป็ นเวลา 10 วนั ดานาเงนิ มาชาระแดง 10,000 บาท แตแ่ ดงไมย่ อมคืนมา้ ใหด้ าเพราะดายงั ไมช่ าระค่าเลี้ยงมา้ อีก 1,000 บาท ปัญหาว่าแดง มีสิทธิยึดมา้ หรือไม่ ทรพั ยส์ นิ ท่จี านาย่อมเป็ นประกนั หนเ้ี งนิ ตน้ และหน้ีอปุ กรณด์ ว้ ยตามมาตรา 748 ใน กรณีนค้ี ่าใชจ้ า่ ยการดแู ลรกั ษามา้ 1,000 บาท เป็ นหนอี้ ปุ กรณ์ ดงั นน้ั แดงมสี ทิ ธิยึดมา้ ไว้ จนกว่าดาจะชาระเงนิ 1,000 บาท มาตรา 748 การจานานนั้ ย่อมเป็ นประกนั เพ่ือการชาระหนี้ กบั ทง้ั คา่ อปุ กรณต์ อ่ ไปนด้ี ว้ ย คอื (1) ดอกเบี้ย (2) คา่ สินไหมทดแทนในการไมช่ าระหนี้ (3) คา่ ฤชาธรรมเนยี มในการบงั คบั จานา (4) คา่ ใชจ้ ่ายเพ่ือรกั ษาทรพั ยส์ ินซึ่งจานา (5) คา่ สนิ ไหมทดแทนเพ่ือความเสียหายอนั เกิดแตค่ วามชารดุ บกพร่องแห่งทรพั ยส์ ินจานาซึ่ง ไมเ่ ห็นประจกั ษ์ 6.1.3 การจานาสิทธิที่มตี ราสาร อธิบายวิธีการจานาสิทธิทมี่ ีตราสารทวั่ ไป วิธีจานาสทิ ธิท่มี ีตราสารทวั่ ไป มบี ญั ญตั ใิ นมาตรา 750 กลา่ วคือ 1) ตอ้ งสง่ มอบตราสารนน้ั ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานาและ 2) ตอ้ งบอกกลา่ วเป็ นหนงั สือแจง้ การจานาแกล่ กู หนแ้ี หง่ สทิ ธิ มิฉะนน้ั การจานาเป็ น โมฆะ มาตรา 750 ถา้ ทรพั ยส์ ินที่จานาเป็ นสทิ ธซิ ่ึงมตี ราสาร และมไิ ด้ สง่ มอบตราสารนน้ั ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานา ทงั้ มไิ ดบ้ อกกลา่ วเป็ นหนงั สอื แจง้ การจานาแกล่ กู หนแ้ี ห่งสิทธินนั้ ดว้ ยไซร้ ทา่ นว่าการจานาย่อม เป็ นโมฆะ ถา้ สทิ ธิซึ่งจานาถึงกาหนดชาระกอ่ นหนซี้ ึ่งเป็ นประกนั ลกู หนแี้ ห่งสิทธิตอ้ งชาระหนแ้ี ก่ ใคร ถา้ สทิ ธิซึ่งจานาถึงกาหนดชาระกอ่ นหนซี้ ึ่งเป็ นประกนั กฎหมายกาหนดหลกั เกณฑ์ ดงั น้ี 1) ถา้ วตั ถแุ หง่ สิทธิเป็ นทรพั ยส์ นิ ลกู หนแี้ หง่ สิทธิตอ้ งสง่ มอบทรพั ยน์ นั้ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานาและทรพั ยน์ น้ั ก็กลายเป็ นของจานาแทนสิทธิซึ่งจานา 2) ถา้ วตั ถแุ ห่งสิทธิเป็ นเงนิ ลกู หนแี้ ห่งสิทธิตอ้ งชาระเงนิ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานา และผจู้ านา ร่วมกนั ถา้ ทงั้ สองตกลงกนั ไมไ่ ด้ ใหว้ างเงนิ ไว้ ณ สานกั งานฝากทรพั ย์ 6.1.4 การใชก้ ฎหมายลกั ษณะจานาแกโ่ รงรบั จานา บทบญั ญตั เิ รื่องจานาใน ปพพ. จะนามาใชก้ บั สญั ญาจานาท่ีทากบั ผตู้ ง้ั โรงรบั จานาได้ หรือไม่

35 บทบญั ญตั เิ รื่องจานาใน ปพพ. นาไปใชก้ บั สญั ญาจานาท่ที ากบั ผตู้ งั้ โรงรับจานาไดแ้ ต่ เทา่ ไมข่ ดั กบั พระราชบญั ญตั โิ รงรบั จานา 6.2 สทิ ธิและหนา้ ท่ีของผรู้ บั จานาและผจู้ านา 1. ผรู้ บั จานามีสทิ ธิยึดทรพั ยท์ ่ีจานาไวไ้ ดท้ ง้ั หมดจนกวา่ จะไดร้ บั ชาระหน้ี และค่าอปุ กรณ์ ครบถว้ น และมีสิทธิในการนาดอกผลนติ นิ ยั ทีง่ อกจากทรพั ยจ์ านามาจดั สรรใชเ้ ป็ นค่า ดอกเบี้ยที่คา้ งชาระ ถา้ ไม่มดี อกเบ้ียคา้ งชาระใหจ้ ดั สรรใชห้ นเ้ี งนิ ตน้ 2. ผรู้ บั จานามหี นา้ ทีต่ อ้ งรกั ษาและสงวนทรพั ยส์ ินจานาไว้ เชน่ วิญญชู นจะพึงสงวน ทรพั ยส์ ินสดุ ของตนและตอ้ งรบั ผดิ ในความสญู หายหรือบบุ สลายของทรพั ยท์ ่จี านาแมจ้ ะเป็ น เพราะเหตสุ ดุ วิสยั เวน้ แตจ่ ะพิสจู นไ์ ดว้ ่าถึงอย่างไร ก็คงตอ้ งสญู หายหรือบบุ สลายอย่นู นั่ เอง 3. ผจู้ านามีสิทธิไถถ่ อนทรพั ยจ์ านาไดเ้ สมอตราบทยี่ งั ไมม่ ีการบงั คบั จานา และมหี นา้ ท่ี ชดใชค้ า่ ใช้ จา่ ยอนั ควรแกก่ ารบารงุ รักษาทรพั ยส์ นิ ท่จี านาซึ่งผรู้ บั จานาไดจ้ ่ายไป 4. อายคุ วามฟ้ องรอ้ งเรียกค่าสินไหมทดแทน เพื่อความบบุ สลายซ่ึงผรู้ บั จานากอ่ ใหเ้ กิด แกท่ รพั ยส์ นิ จานา ฟ้ องเรียกค่าชดใชค้ ่าใชจ้ ่ายเพ่ือการบารงุ รกั ษาทรพั ยห์ รือฟ้ องเรียกค่า สนิ ไหมทดแทนเพ่ือความเสียหายท่ีผรู้ บั จานาไดร้ บั เพราะความชารดุ บกพรอ่ งในทรพั ยส์ นิ จานาซ่ึงไมเ่ ห็นประจกั ษ์ ใหฟ้ ้ องภายใน 6 เดอื น นบั แตว่ นั สง่ คืน หรือขายทอดตลาดทรพั ยส์ ิน จานา 6.2.1 สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องผรู้ บั จานา สายกเู้ ย็นเย็น 10,000 บาท โดยนาแหวนเพชรราคา 8,000 บาท และสรอ้ ยคอราคา 6,000 บาท มาจานา ตอ่ มาสายนาเงนิ 5,000 บาท มาชาระหนเ้ี ย็น แลขอสรอ้ ยคอคืนจาก เย็น เย็นไมใ่ ห้ ถามวา่ เย็นมสี ทิ ธิอย่างไร เย็นมีสิทธิยึดทรพั ยท์ ีจ่ านาไวไ้ ดท้ งั้ หมดจนกว่าจะไดร้ บั ชาระหนคี้ รบตามมาตรา 758 ผอมนารถยนตม์ าจานาอว้ นเป็ นประกนั หนี้ โดยเก็บไวใ้ นโรงรถบา้ นอว้ น ตอ่ มาอว้ นทา การซ่อมโรงรถใหมจ่ ึงนารถไปฝากไวใ้ นโรงรถของกลางเพ่ือนบา้ น เผอิญเกดิ ไฟไหมบ้ า้ น ละแวกนน้ั รวมทงั้ บา้ นอว้ นและกลางดว้ ย ดงั นี้ อว้ นตอ้ งรบั ผดิ หรือไมเ่ พียงใด โดยหลกั ผจู้ านาไมย่ ินยอม ผรู้ บั จานาคือ อว้ นจะเอารถยนตใ์ หบ้ คุ คลภายนอกใชส้ อย หรือเก็บรกั ษาไมไ่ ด้ การท่ีอว้ นเอารถไปฝากกลาง หากเกิดความเสียหาย มาตรา 760 อว้ น ตอ้ งรบั ผิดชอบ แตใ่ นกรณีตามขอ้ เท็จจริง อว้ นสามารถพิสจู นไ์ ดว้ า่ ถึงอยา่ งไรก็เสยี หายอยู่ ดี กลา่ วคือ แมร้ ถจะจอดทีบ่ า้ นอว้ นก็ตอ้ งถกู ไฟไหมเ้ ชน่ กนั อว้ นจึงไมต่ อ้ งรบั ผิด มาตรา 758 ผรู้ บั จานาชอบที่จะยึดของจานาไวไ้ ดท้ ง้ั หมดจนกว่า จะไดร้ บั ชาระหนแ้ี ละคา่ อปุ กรณ์ ครบถว้ น มาตรา 760 ถา้ ผรู้ บั จานาเอาทรพั ยส์ นิ ซึ่งจานาออกใชเ้ อง หรือ เอาไปใหบ้ คุ คลภายนอกใชส้ อย หรือเก็บรกั ษาโดยผจู้ านามิไดย้ ินยอม ดว้ ยไซร้ ทา่ นว่าผรู้ บั จานาจะตอ้ งรบั ผดิ เพ่อื ทรพั ยส์ ินจานานน้ั สญู หาย หรือบบุ สลายไปอยา่ งใด ๆ แมท้ ง้ั เป็ นเพราะเหตสุ ดุ วิสยั เวน้ แตจ่ ะ พิสจู นไ์ ดว้ ่าถึงอย่างไร ๆ ก็คง จะตอ้ งสญู หาย หรือบบุ สลายอยนู่ นั่ เอง

36 6.2.2 สิทธิและหนา้ ที่ของผจู้ านา ผจู้ านามีสทิ ธิและหนา้ ท่ีอยา่ งไร ผรู้ บั จานามสี ิทธ์ิคือ 1) ใหผ้ รู้ บั จานาสงวนและรักษาทรพั ยท์ ่ีจานา ตามมาตรา 759 2) ไดร้ บั ค่าสนิ ไหมทดแทนกรณีทรพั ยท์ จี่ านาสญู หาย หรือบบุ สลาย ตามมาตรา 760 3) สทิ ธิไถถ่ อนทรพั ยท์ จี่ านา ผจู้ านามหี นา้ ท่คี ือ ชดใชค้ า่ ใชจ้ ่ายอนั ควรแกก่ ารบารงุ รกั ษาทรพั ยส์ ินทจี่ านา ตาม มาตรา 762 มาตรา 759 ผรู้ บั จานาจาตอ้ งรกั ษาทรพั ยส์ ินจานาไวใ้ หป้ ลอดภยั และตอ้ งสงวนทรพั ยส์ ินจานา นน้ั เชน่ อยา่ งวิญญชู นจะพึงสงวนทรพั ยส์ นิ ของตนเอง มาตรา 762 คา่ ใชจ้ า่ ยใด ๆ อนั ควรแกก่ ารบารงุ รกั ษาทรพั ยส์ นิ จานานนั้ ผจู้ านาจาตอ้ งชดใช้ ใหแ้ กผ่ รู้ บั จานา เวน้ แตจ่ ะไดก้ าหนดไว้ เป็ นอยา่ งอ่ืนในสญั ญา 6.2.3 อายคุ วามเรียกค่าสนิ ไหมทดแทนและค่าใชจ้ ่าย ดากเู้ งนิ แดง 10,000 บาท โดยนารถยนตม์ าจานาเป็ นประกนั การขาระหนก้ี บั แดง และตกลงยินยอมใหแ้ ดงใชร้ ถยนตด์ งั กลา่ วได้ เมอ่ื แดงนารถยนตอ์ อกใชป้ รากฏวา่ รถเบรก ไมด่ ี ทาใหช้ นรถคนั อื่นเสยี หาย แดงตอ้ งเสียเงนิ คา่ สนิ ไหมทดแทนไป 2,000 บาท เม่ือถึง กาหนดชาระหนด้ี านาเงนิ มาชาระ 10,000 บาท ดว้ ยความพลงั้ เผลอ แดงสง่ มอบรถคืนดา ไปโดยไมไ่ ดเ้ รยี กใหด้ าชาระอีก 2,000 บาท เชน่ นถี้ า้ ดาไมย่ อมชาระ 2,000 บาท แดง สามารถเรียกรอ้ งไดอ้ ยา่ งไรหรือไม่ กฎหมายกาหนดให้ ผรู้ บั จานาตอ้ งรบั ผิดเพ่ือความเสยี หายที่เกดิ แกท่ รพั ยท์ ี่จานา เพราะความชารดุ บกพร่องในทรพั ยส์ ินจานาซึ่งไมเ่ ห็นประจกั ษ์ และกาหนดอายคุ วามฟ้ อง เรียกค่าสนิ ไหมทดแทน 6 เดอื น นบั แตว่ นั สง่ คืนสินคา้ หรือขายทอดตลาดทรพั ยส์ ินจานา ดงั นน้ั แดงฟ้ องเรียกคา่ เสยี หายท่ีจ่ายไป 2,000 บาท จากดาได้ ภายใน 6 เดอื น นบั แตว่ นั สง่ มอบรถยนตค์ ืน แบบประเมินผลหน่วยท่ี 6 1. ตวั อย่างของการจานาไดแ้ กก่ รณี มว่ งกเู้ งนิ จากสม้ โดยเอาแหวนเพชรมาประกนั การชาระหนี้ 2. ดาทาสญั ญากเู้ งนิ แดง 50,000 บาท และนามา้ มาจานาเป็ นประกนั ชาระหนี้ 1 เดอื น ตอ่ มาดา นาเงนิ มาชาระหน้ี ซ่ึงแดงตอ้ งเสยี คา่ เลีย้ งดมู า้ ตลอด 1 เดอื น เป็ นเงนิ 2,000 บาท แดงสามารถเรียก เล้ียงมา้ จากดาได้ เพราะกฎหมายกาหนดใหผ้ จู้ านาเป็ นผอู้ อกคา่ ใชจ้ ่าย 3. จากปัญหาขา้ งตน้ ระหว่างท่ีมา้ อยกู่ บั แดง มา้ เกิดตกลกู ออกมา 2 ตวั ลกู มา้ จะตอ้ งตกเป็ นของ เจา้ ของมา้ คอื ดา 4. สทิ ธิซ่ึงมตี ราสารหมายถึง ตราสารซึ่งใชแ้ ทนสทิ ธิ

37 5. สม้ กเู้ งนิ องนุ่ 20,000 บาท โดยนาแหวนเพชรราคา 15,000 บาท และทีวีสีราคา 9,000 บาท มาประกนั ชาระหนี้ ตอ่ มาสม้ ไดน้ าเงนิ เพียง 15,000 บาท มาชาระ และขอใหอ้ งนุ่ คนื ทีวีสีใหต้ น อง่นุ ไม่ ตอ้ งคืน เพราะผรู้ บั จานามสี ทิ ธิยึดทรพั ยท์ ่ีจานาไวท้ งั้ หมด จนกว่าจะไดร้ บั ชาระหนคี้ รบจานวน 6. คดีฟ้ องเรียกคา่ สินไหมทดแทน เพ่ือความบบุ สลายอนั ผรู้ บั จานากอ่ ใหเ้ กิดแกท่ รพั ยส์ นิ จานานนั้ กฎหมายกาหนดใหฟ้ ้ องภายใน ระยะเวลา 6 เดือน นบั แตว่ นั สง่ คนื 7. แดงไดเ้ ช็คผถู้ ือมาเป็ นเช็คลงวนั ท่ีลว่ งหนา้ เม่อื ยงั ไมถ่ ึงกาหนดขน้ึ เงนิ จึงเอาเช็คไปจานาขาว กฎหมายกาหนดวิธจี านาเช็คโดย การสง่ มอบเช็ค และสลกั หลงั เช็คใหป้ รากฏการจานา 8. สญั ญาจานาท่ีมกี ารตกลงกนั กอ่ นเวลาหนถ้ี ึงกาหนดชาระ เป็ นขอ้ ความว่าถา้ ไมช่ าระหนใี้ ห้ ทรพั ยจ์ านาเป็ นของผรู้ บั จานา ขอ้ ตกลงเชน่ นไี้ มส่ มบรู ณ์ 9. การจานาย่อมเป็ นประกนั เพื่อการชาระหนก้ี บั ทง้ั คา่ อปุ กรณ์ คา่ อปุ กรณไ์ ดแ้ ก่ คา่ ฤชาธรรม เนยี มในการบงั คบั จานา 10. จานาเป็ นการประกนั การชาระหนด้ี ว้ ย สงั หาริมทรพั ย์ 11. แสดกเู้ งนิ ชมพู โดยเอาตกึ แถวทาเป็ นประกนั การชาระหนี้ ไมใ่ ชเ่ ป็ นการจานา 12. คดฟี ้ องเรียกคา่ ใชจ้ ่ายเพ่ือการบารงุ รกั ษาทรพั ยส์ นิ จานา ใหฟ้ ้ องภายในอายคุ วาม 6 เดือน นบั แตว่ ันขายทอดตลาดทรพั ยส์ ินจานา 13. ดากเู้ งนิ แดง โดยนารถยนตม์ าประกนั การชาระหนแี้ ละคสู่ ญั ญาตกลงกนั ใหแ้ ดงนารถยนตไ์ ปให้ บคุ คลภาย นอกเชา่ ได้ แดงใหเ้ ชา่ ไดเ้ งนิ มา 2,000 บาท เงนิ คา่ เชา่ น้ี ใหแ้ ดงนาคา่ เชา่ นไี้ ปจดั สรรใช้ ดอกเบี้ยที่คา้ งชาระกอ่ น 14. จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ แดงเห็นว่ารถยนตค์ นั ดงั กลา่ วเกา่ มากและผุ จึงนาไปใหช้ า่ งทาสีรถใหม่ สิน้ เงนิ ไป 15,000 บาท ดงั นน้ั แดงจะมาขอเรียกเก็บเงนิ คา่ ทาสจี ากดาตามสญั ญาจานา ไม่ได้ เพราะไมใ่ ช่ คา่ ใชจ้ า่ ยอนั ควรแกก่ ารบารงุ รกั ษาซ่ึงผจู้ านาจะตอ้ งจ่าย 15. การจานาใบหนุ้ ชนดิ ระบชุ ่ือตอ้ งปฏิบตั โิ ดย การจดทะเบียนการจานาไวใ้ นสมดุ ของบริษทั เพ่ือยนั บริษทั หรือบคุ คลภายนอก 16. สญั ญากู้ ไมใ่ ชต่ ราสารที่จานากนั ได้ 17. เมือ่ หนที้ ี่เอาทรพั ยไ์ ปจานาประกนั ไวถ้ ึงกาหนดชาระแลว้ คสู่ ญั ญาจึงตกลงกนั ยอมใหท้ รพั ยน์ น้ั ตกเป็ นของผรู้ บั จานา ขอ้ ตกลงนม้ี ผี ล ใชไ้ ด้ 18. การจานาย่อมเป็ นประกนั เพื่อการชาระหนี้กบั ทงั้ คา่ อปุ กรณ์ สว่ นเร่ืองคา่ สินไหมทดแทนเพื่อ ความเสยี หายอนั เกดิ จากการใหบ้ คุ คลภายนอกใชท้ รัพยส์ นิ จานา ไมถ่ ือว่าเป็ นค่าอปุ กรณ์ หน่วยท่ี 7 การบงั คบั จานาและสญั ญาบญั ชีเดินสะพดั 1. การบงั คบั จานาทาไดว้ ิธีเดยี วคือ ขายทอดตลาดทรพั ยจ์ านาเทา่ นนั้ จะเอาทรพั ยจ์ านา หลดุ เป็ นสทิ ธิไมไ่ ด้ ยกเวน้ การจานาท่ที ากบั โรงจานา กฎหมายจึงบงั คบั ใหจ้ านาโดยเอา ทรพั ยห์ ลดุ เป็ นสทิ ธิได้ 2. จานาย่อมระงบั สิ้นไปเมอ่ื หนป้ี ระธานระงบั สิ้นไปไมว่ ่าดว้ ยเหตใุ ดๆ และถา้ ผรู้ บั จานา ยินยอมใหท้ รพั ยจ์ านากลบั ไปอยใู่ นความครอบครองของผจู้ านาแลว้ จานาระงบั สิ้นไป เหมือนกนั

38 3. สญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั เป็ นสญั ญาท่ีบคุ คลสองคนตกลงใหห้ กั ทอนบญั ชหี นสี้ ิน ระหวา่ งเขาทง้ั สองเป็ นระยะไป และเป็ นสญั ญาที่สมบรู ณบ์ งั คบั กนั ไดโ้ ดยอาศยั ลาพงั การตก ลง 7.1 การบงั คบั จานา 1. การบงั คบั จานาทาไดด้ ว้ ยการเอาทรพั ยจ์ านาออกขายทอดตลาด โดยไมฟ่ ้ องคดตี อ่ ศาล แตต่ อ้ งบอกกลา่ วเป็ นหนงั สือใหใ้ หผ้ จู้ านาชาระหนภ้ี ายในเวลาอนั สมควรกอ่ น และตอ้ ง บอกใหร้ ถู้ ึงวนั เวลาสถานทท่ี ่ขี ายทอดตลาดดว้ ย 2. เม่อื บงั คบั จานาแลว้ เงนิ ทไ่ี ดจ้ ากการขายทอดตลาดตอ้ งเอามาจดั สรรชาระหนแ้ี ละ อปุ กรณแ์ ห่งหนี้ หากมเี งนิ เหลอื แกผ่ จู้ านา แตถ่ า้ ขายทอดตลาดไมพ่ อชาระหน้ี ตวั ลกู หน้ีตอ้ ง รบั ผิดชดใชเ้ งนิ ทขี่ าดอยู่ 3. จานาย่อมระงบั ส้ินไปเมอื่ หนปี้ ระธานระงบั หรือเมื่อผรู้ บั จานายอมใหท้ รพั ยจ์ านา กลบั ไปอยใู่ นความครอบครองของผจู้ านา หรือเม่ือบงั คบั จานา 7.1.1 วิธีบงั คบั จานา เขม้ กเู้ งนิ ขน้ 10,000 บาท กาหนดชาระคืนภายใน 2 เดอื น โดยไมไ่ ดท้ าสญั ญากกู้ นั แตเ่ ขม้ จานาเข็มขดั ทองคาหนกั 10 บาท เป็ นประกนั หนใ้ี หข้ น้ ครน้ั หนคี้ รบกาหนดเขม้ ผดิ นดั ขน้ มาขอคาแนะนาวา่ ถา้ จะเรียกรอ้ งใหเ้ ขม้ ชาระหนจ้ี ะตอ้ งทาอยา่ งไร เนอ่ื งจากหนเี้ งนิ กรู้ ายนไี้ มไ่ ดท้ าสญั ญากไู้ ว้ จึงฟ้ องบงั คบั อยา่ งหนส้ี ามญั ไมไ่ ด้ แนะนา ใหข้ น้ ใชส้ ิทธิบงั คบั จานาเพ่ือเอาเงนิ ชาระหน้ี โดยใหข้ น้ มีหนงั สอื เตอื นเขม้ กอ่ นตามมาตรา 764 ถา้ เขม้ ยงั ไมเ่ อาเงนิ มาชาระตามท่เี ตอื นก็มหี นงั สือบอกเขม้ วา่ จะเอาเข็มขดั ทองคาออก ขายทอดตลาดโดยแจง้ สถานทแ่ี ละเวลาขายทอดตลาดไปดว้ ย แลว้ เอาเข็มขดั ออกขาย ทอดตลาดตอ่ ไป การบงั คบั จานากรณีใดทไ่ี มต่ อ้ งขายทอดตลาด มีได้ 2 กรณีคือ 1) กรณีจานาตวั๋ เงนิ ถา้ ตวั๋ เงนิ ถึงกาหนดใชเ้ งนิ กอ่ นหนที้ ่ีประกนั หรือถึงกาหนดใช้ เงนิ ในเวลาเดยี วกนั กบั หรือกระชนั้ ชดิ กบั หนท้ี ่ปี ระกนั ผรู้ บั จานาก็เอาตวั๋ เงนิ นน้ั ไปเรียกเก็บ เงนิ ไดเ้ ลย 2) กรณีจานากบั โรงรบั จานา กฎหมายใหผ้ รู้ บั จานาบงั คบั จานาโดยเอาทรพั ยจ์ านา หลดุ เป็ นสิทธิ มาตรา 864 เมื่อคสู่ ญั ญาประกนั ภยั ยกเอาภยั ใดโดยเฉพาะขน้ึ เป็ นขอ้ พิจารณาในการวาง กาหนดจานวนเบ้ียประกนั ภยั และภยั เชน่ นนั้ สน้ิ ไปหามไี มแ่ ลว้ ทา่ นว่าภายหนา้ แตน่ น้ั ไปผเู้ อาประกนั ภยั ชอบที่จะไดล้ ดเบ้ียประกนั ภยั ตามสว่ น 7.1.2 ผลของการบงั คบั จานา

39 แสงกเู้ งนิ สี 20,000 บาท ไมไ่ ดท้ าสญั ญากกู้ นั โดยเสยี งจานาเปี ยโนเป็ นประกนั หนี้ เมื่อหนค้ี รบกาหนดชาระคืน แสงไมม่ ีเงนิ มาชาระสีจึงบงั คบั จานาขายทอดตลาดเปี ยโนไดเ้ งนิ 16,000 บาท หนยี้ งั อยอู่ ีก 4,000 บาท สีจะฟ้ องใหแ้ สงหรือเสยี งชาระเงนิ ทีข่ าดอย่ไู ด้ หรือไม่ ฟ้ องไมไ่ ด้ เพราะการกเู้ งนิ นไ้ี มม่ ีหลกั ฐานเป็ นหนงั สอื จึงเรียกรอ้ งใหส้ ลี กู หนช้ี ดใช้ เงนิ ท่ีขาดไมไ่ ด้ สาหรบั เสียงซึ่งเป็ นผจู้ านาก็มิไดต้ กลงว่า ยอมชดใชเ้ งนิ ทข่ี าด ฉะนนั้ เสยี งจึง ไมต่ อ้ งรบั ผิดในเงนิ ทขี่ าดอยู่ 7.1.3 ความระงบั สนิ้ ไปแหง่ สญั ญาจานา พาลีกเู้ งนิ สคุ รีพ 5,000 บาท เมอื่ วนั ที่ 1 กรกฎาคม 2524 ไมม่ กี าหนดชาระคืน โดย ในสญั ญากทู้ ี่ทานนั้ มขี อ้ ความระบวุ า่ หนมุ าณจานากระบี่เป็ นประกนั และมขี อ้ ตกลงพิเศษดว้ ย วา่ ถา้ ขายทรพั ยท์ จ่ี านาไดเ้ งนิ สทุ ธิตา่ กว่าจานวนหนท้ี ่ีคา้ งแลว้ หนมุ าณยอมชดใชเ้ งนิ ท่ีขาดให้ จนครบ ตอ่ มาสคุ รีพคืนกระบ่ีแกห่ นมุ าณไปเพื่อใชป้ ้ องกนั ตวั นบั แตก่ เู้ งนิ กนั แลว้ พาลีไมเ่ คย ชาระเงนิ ตน้ คืนเลย จนถึงเดอื นสิงหาคม 2536 สคุ รีพจึงทวงเงนิ พาลีปฏิเสธสคุ รีพจะ บงั คบั ชาระหนเ้ี อาจากใครไดบ้ า้ ง ไมส่ ามารถบงั คบั ชาระหนจ้ี ากใครได้ กลา่ วคือ จะบงั คบั จานาเอากบั หนมุ าณก็ไมไ่ ด้ เพราะคืนกระบ่ีใหไ้ ปแลว้ จานาจึงระงบั ส้นิ ไป และจะฟ้ องพาลีก็ไมไ่ ดอ้ ีก เพราะหนเ้ี งนิ กู้ ลว่ งเลยมากว่า 10 ปี ขาดอายคุ วามฟ้ องรอ้ ง 7.2 สญั ญาบญั ชีเดินสะพดั 1. สญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั เป็ นสญั ญาระหว่างบคุ คลสองคนใหห้ ักทอนบญั ชหี นส้ี นิ ระหว่างกนั เป็ นระยะ ตามท่ตี กลงกนั หากผเู้ ป็ นลกู หนี้ไมช่ าระจะตอ้ งเสยี 2. หนท้ี เ่ี กิดจากหกั ทอนสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ดอกเบี้ยนนั้ แมค้ ่สู ญั ญาจะมิไดต้ กลงใหต้ อ้ งเสียดอกเบี้ยก็ตาม 3. สญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ระงบั ไปดว้ ยเหตตุ า่ งๆ คือ เมื่อครบกาหนดอายสุ ญั ญาเม่ือมี การบอกเลกิ สญั ญา หรือเมอ่ื คสู่ ญั ญาฝ่ ายใดตาย 7.2.1 ความหมายของสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั บญั ชเี ดนิ สะพดั มีลกั ษณะอยา่ งไร อธิบาย บญั ชเี ดนิ สะพดั มลี กั ษณะ คือ 1) เป็ นสญั ญาระหวา่ งบคุ คลสองคน และสมบรู ณโ์ ดยอาศยั เพียงการตกลง 2) เป็ นสญั ญาทีต่ อ้ งมีการตกลงใหห้ ักทอนบญั ชหี นรี้ ะหวา่ งกนั 3) เป็ นสญั ญาท่มี ีกาหนดอายหุ รือไมก่ ็ได้ 7.2.2 การหกั ทอนบญั ชเี ดนิ สะพดั แดงกบั ดามบี ญั ชเี ดนิ สะพดั ตอ่ กนั มีกาหนด 3 ปี ตกลงหกั ทอนบญั ชกี นั ทกุ ๆ 3 เดอื น เมือ่ หกั ทอนบญั ชกี นั ครง้ั ที่ 5 แลว้ ปรากฏว่าแดงเป็ นลกู หนด้ี าอยู่ 5,000 บาท ดาเรียกให้

40 แดงชาระเงนิ สด 5,000 บาท แดงไมย่ อมชาระ ขอใหล้ งบญั ชไี วแ้ ลว้ ไปหกั ทอนกนั ในงวดหนา้ ดงั นี้ ดาจะฟ้ องใหแ้ ดงชาระเงนิ 5,000 บาท นไ้ี ดห้ รือไม่ ดามีสิทธิท่จี ะฟ้ องแดงใหช้ าระเงนิ 5,000 บาท ใหแ้ กต่ นไดเ้ พราะเงนิ 5,000 บาท นี้ เป็ นเงนิ ท่ีเหลอื จากการหกั ทอนบญั ชกี นั แลว้ ซึ่งฝ่ ายทเี่ ป็ นลกู หนต้ี อ้ งชาระหนใี้ หแ้ กฝ่ ่ ายท่เี ป็ น เจา้ หนี้ ฉะนนั้ แดงจึงตอ้ งชาระใหด้ า ถา้ หากแดงไมช่ าระ ดาก็มีสิทธิฟ้ องเรียกใหช้ าระได้ ตาม มาตรา 865 ตอนทา้ ยทว่ี า่ “คงชาระสว่ นที่เป็ นจานวนคงเหลือโดยดลุ ยภาค” และยงิ่ กวา่ น้นั ถา้ หากแดงไมช่ าระเงนิ 5,000 บาท แดงตอ้ งเสียดอกเบี้ยในจานวนเงนิ 5,000 บาทนด้ี ว้ ยและแดงจะเกีย่ งว่า ขอใหน้ าเงนิ 5,000 บาท จดลงบญั ชไี วแ้ ลว้ ไปหกั ทอน กนั ในงวดหนา้ ตอ่ ไปนนั้ ไมไ่ ดเ้ ชน่ กนั มาตรา 865 ถา้ ในเวลาทาสญั ญาประกนั ภยั ผเู้ อาประกนั ภยั ก็ดี หรือในกรณีประกนั ชวี ิต บคุ คล อนั การใชเ้ งนิ ย่อมอาศยั ความทรงชีพ หรือมรณะของเขานน้ั ก็ดี รอู้ ยแู่ ลว้ ละเวน้ เสยี ไมเ่ ปิ ดเผยขอ้ ความ จริง ซ่ึงอาจจะไดจ้ งู ใจผรู้ บั ประกนั ภยั ใหเ้ รียกเบ้ียประกนั ภยั สงู ขนึ้ อีก หรือ ใหบ้ อกปัดไมย่ อมทาสญั ญา หรือว่ารอู้ ย่แู ลว้ แถลงขอ้ ความนน้ั เป็ น ความเท็จไซรท้ า่ นว่าสญั ญานน้ั เป็ นโมฆยี ะ ถา้ มิไดใ้ ชส้ ทิ ธบิ อกลา้ งภายในกาหนดเดอื นหนง่ึ นบั แตว่ ันท่ีผรู้ บั ประกนั ภยั ทราบมลู อนั จะบอก ลา้ งไดก้ ็ดีหรือมไิ ดใ้ ชส้ ทิ ธินนั้ ภายในกาหนดหา้ ปี นบั แตว่ ันทาสญั ญาก็ดี ทา่ นว่าสิทธินน้ั เป็ นอนั ระงบั ส้ินไป แดง ดา พอ่ คา้ ตา่ งส่งของขายใหแ้ กก่ นั โดยมขี อ้ ตกลงใหจ้ ดบญั ชรี าคาของทไี่ ดส้ ง่ ขายกนั ไวเ้ พื่อหกั ทอนกนั ทกุ สามเดอื น ครนั้ ครบกาหนดสามเดอื นในวนั ที่ 30 กนั ยายน ปรากฏวา่ ยอดเงนิ ตามบญั ชวี ่าแดงเป็ นเจา้ หนดี้ าอยู่ 3,000 บาท แตแ่ ดงเพิ่งคิดบญั ชีเสร็จ และบอกไปยงั ดาใหช้ าระหนจ้ี านวนนก้ี ็ตอ่ เมือ่ เวลาไดผ้ า่ นพน้ ไปจนถึงวนั ที่ 15 ตลุ าคม ดาจึง ไดร้ บั แจง้ ยอดเงนิ จานวนนจี้ ากแดง ตอ่ มาวนั ที่ 31 ตลุ าคม ดาจึงสง่ เงนิ จานวนนไี้ ปชาระหน้ี แกแ่ ดง ดงั นี้ ดาจะตอ้ งเสยี ดอกเบ้ียในเงนิ 3,000 บาท นน้ั หรือไม่ ถา้ เสยี ตอ้ งเสียเทา่ ไร ขอ้ ตกลงระหวา่ งแดงกบั ดาพอ่ คา้ มวี ่า ใหจ้ ดบัญชรี าคาของทไ่ี ดส้ ง่ ขายใหแ้ กก่ นั ไวเ้ พ่ือ นาไปหกั ทอนกนั ทกุ 3 เดอื น ขอ้ ตกลงดงั กลา่ วนเ้ี ป็ นขอ้ ตกลงใหม้ สี ญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ตอ่ กนั ซ่ึงกอ่ ใหเ้ กิดผลตามกฎหมายตอ่ ไปวา่ คสู่ ญั ญาจะตอ้ งทาการหกั ทอนบญั ชกี นั ทกุ 3 เดอื น (มาตรา 856 และ 858) และภายหลงั จากการหกั ทอนบญั ชแี ลว้ หากปรากฏว่าฝ่ ายใด เป็ นลกู หนี้ ฝ่ ายที่เป็ นลกู หนจี้ ะตอ้ งชาระหนใ้ี นส่วนที่เป็ นจานวนคงเหลือใหแ้ กเ่ จา้ หนใ้ี นการหกั ทอนไป นอกจากนี้ มาตรา 860 ยงั ไดบ้ ญั ญตั ติ อ่ ไปอีกดว้ ยวา่ เงนิ ทีย่ งั ผดิ กนั อย่นู นั้ ถา้ ยงั มไิ ดช้ าระใหค้ ิดดอกเบ้ียนบั แตว่ นั หกั ทอนบญั ชเี สร็จตามความในมาตรา 860 หมายความถึง วนั ทีก่ าหนดไวเ้ พื่อการหักทอน มิไดห้ มายถึงวนั ท่คี ิดบญั ชเี สร็จกนั ตามความเป็ นจริง ขอ้ เท็จจริงฟังเป็ นท่ียตุ วิ า่ ภายหลงั จากครบกาหนดการหกั ทอนกนั ในวนั ท่ี 30 กนั ยายน แลว้ ปรากฏยอดเงนิ ตามบญั ชวี ่าแดงเป็ นเจา้ หนดี้ า 3,000 บาท ดงั นดี้ าจึงตอ้ ง เสยี ดอกเบี้ยในวงเงนิ 3,000 บาท ใหแ้ กแ่ ดงตงั้ แตว่ นั ที่ 30 กนั ยายน โดยเร่ิมคิดคานวณ ดอกเบี้ยตงั้ แตว่ นั ถดั ไป คือ 1 ตลุ าคม ถึงแมว้ า่ การหกั ทอนบญั ชจี ะกระทากนั เสร็จจริงและรู้ ยอดเงนิ เหล่ือมลา้ กนั อย่ใู นวนั ที่ 15 ตลุ าคมก็ตาม อนง่ึ เนอื่ งจากมาตรา 860 ไมไ่ ดก้ าหนดอตั ราดอกเบ้ียท่ีจะตอ้ งเสียใหแ้ กก่ นั ไวแ้ ละ คกู่ รณีไมไ่ ดท้ าความตกลงกนั ไว้ จะตอ้ งเสียดอกเบี้ยใหแ้ กก่ นั ในอตั ราอย่างไร จึงตอ้ งคิด ดอกเบ้ียในอตั รารอ้ ยละ 7 คร่ึงตอ่ ปี ตามมาตรา 7

41 มาตรา 856 อนั ว่าสญั ญาบญั ชีเดินสะพดั นน้ั คอื สญั ญาซึ่งบคุ คล สองคนตกลงกนั ว่าสืบแตน่ น้ั ไป หรือในชวั่ เวลากาหนดอนั ใดอนั หนงึ่ ใหต้ ดั ทอนบัญชหี นท้ี ง้ั หมดหรือแตบ่ างสว่ นอนั เกดิ ขน้ึ แตก่ ิจการ ใน ระหว่างเขาทง้ั สองนนั้ หักกลบลบกนั และคงชาระแตส่ ว่ นที่เป็ น จานวนคงเหลือโดยดลุ ภาค มาตรา 858 ถา้ คสู่ ญั ญามไิ ดก้ าหนดกนั ไวว้ ่าใหห้ กั ทอนบญั ชโี ดย ระยะเวลาอย่างไรไซร้ ทา่ นให้ ถือเอาเป็ นกาหนดหกเดือน 7.2.3 ความระงบั ส้นิ ไปแหง่ บญั ชเี ดนิ สะพดั แดงกบั ดา มีสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ตอ่ กนั โดยกาหนดเวลาหกั ทอนบญั ชกี นั ทกุ เดอื น มิถนุ ายนและธนั วาคม ดงั นี้ แดงจะบอกเลิกสญั ญานี้ ในกลางเดอื นเมษายน แลว้ เรียกให้ ชาระหนก้ี นั เสยี ใหเ้ สร็จส้ินโดยดา ไมย่ ินยอมดว้ ยไดห้ รือไม่ สญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ระหว่างแดงกบั ดา เป็ นสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ทีไ่ มม่ ีกาหนด ระยะเวลาส้ินสดุ ลงเมื่อใด เพราะตามปัญหาไมป่ รากฏว่าคสู่ ญั ญาไดก้ าหนดอายคุ วามของ สญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ไว้ เป็ นเพียงแตไ่ ดก้ าหนดระยะเวลาหักทอนบญั ชไี วเ้ ทา่ นน้ั คือ ทกุ เดอื นมถิ นุ ายนและธนั วาคม ฉะนนั้ เมื่อเป็ นสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ที่ไมม่ กี าหนดเวลาจึงตอ้ ง ปรบั เขา้ กบั มาตรา 859 ที่บญั ญตั วิ า่ “คสู่ ญั ญาฝ่ ายใดจะบอกเลกิ สญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั และใหห้ ักทอนบญั ชกี นั เสียในเวลาใดๆก็ได้ ถา้ ไมม่ ีอะไรปรากฏเป็ นขอ้ ขดั กบั ทกี่ ล่าวมานี้” ซ่ึง การบอกเลกิ สญั ญาตามมาตรา 859 น้ี แดงมสี ทิ ธิทีจ่ ะแสดงเจตนาฝ่ ายเดยี วบอกเลกิ ได้ แมว้ า่ ดาจะไมย่ ินยอมก็ตามและการบอกเลิกสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั ท่ไี มม่ ีกาหนดระยะเวลาน้ี แดงไมจ่ าเป็ นทจ่ี ะตอ้ งบอกเลกิ ใหต้ รงกบั วนั ทหี่ กั ทอนบญั ชเี ลย ฉะนน้ั การท่ีแดงบอกเลิก สญั ญาในวนั กลางเดอื นเมษายน จึงใชไ้ ดไ้ มจ่ าตองรอใหถ้ ึงเดอื นมิถนุ ายนหรือเดอื นธนั วาคม ซ่ึงเป็ นกาหนดเวลาหกั ทอนบญั ชแี ละเม่อื แดงบอกเลิกสญั ญาแลว้ ก็จะมีการหกั ทอนบญั ชกี นั ในระหว่างแดงกบั ดานนั้ ถา้ ใครเป็ นเจา้ หนล้ี กู หนกี้ นั เทา่ ใด ฝ่ ายที่เป็ นเจา้ หนมี้ ีสทิ ธิเรียกให้ ชาระหนไี้ ด้ มาตรา 859 คสู่ ญั ญาฝ่ ายใดจะบอกเลิกสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั และ ใหห้ กั ทอนบญั ชกี นั เสยี ใน เวลาใด ๆ ก็ได้ ถา้ ไมม่ อี ะไรปรากฏเป็ น ขอ้ ขดั กบั ท่ีกลา่ วมาน้ี มาตรา 860 เงนิ สว่ นที่ผดิ กนั อยนู่ นั้ ถา้ ยงั มิไดช้ าระ ทา่ นใหค้ ดิ ดอกเบี้ยนบั แตว่ นั ท่ีหกั ทอนบญั ชี เสร็จเป็ นตน้ ไป ธนาคารไดท้ าสญั ญาใหก้ บั ก. กเู้ งนิ ในวงเงนิ 50,000 บาท โดยวิธีบญั ชเี ดนิ สะพดั ซ่ึง กาหนดว่า ก. จะตอ้ งผอ่ นชาระหนใ้ี หล้ ดนอ้ ยลงไปเรื่อยๆ และจะตอ้ งชาระหนใี้ หห้ มดส้นิ ภายในวนั ท่ี 2 มกราคม 2536 ดงั นี้ ธนาคารจะเลิกสญั ญานกี้ อ่ นวนั ท่ี 1 มกราคม 2536 โดย ก. ไมย่ ินยอมดว้ ยจะไดห้ รือไม่ มาตรา 859 บญั ญตั วิ างหลกั ไวว้ า่ ค่สู ญั ญาฝ่ ายใดจะบอกเลกิ สญั ญาบญั ชี เดนิ สะพดั และใหห้ กั ทอนบญั ชหี นกี้ นั เสียในเวลาใดก็ได้ ถา้ ไมม่ ีอะไรปรากฏเป็ นขอ้ ขดั กบั ที่ กลา่ วมานี้ จากบทบญั ญตั ดิ งั กลา่ วแสดงใหเ้ ห็นว่า ค่สู ญั ญาในสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั มสี ิทธิบอก เลกิ สญั ญาไดเ้ สมอถา้ ไมม่ อี ะไรแสดงไว้ ใหเ้ ห็นว่าการบอกเลิกสญั ญาจะเป็ นการขดั ตอ่ เจตนา ของค่สู ญั ญา กรณีตามปัญหา ก. ทาสญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั กบั ธนาคารโดยมขี อ้ ตกลงอีก

42 ดว้ ยว่า ก. จะตอ้ งผอ่ นชาระหนใี้ หล้ ดนอ้ ยลงไปเร่ือยๆ และตอ้ งชาระใหเ้ สร็จส้นิ ภายในวนั ท่ี 1 มกราคม 2536 ขอ้ ทีจ่ ะตอ้ งพิจารณาคือ ขอ้ ตกลงดงั กลา่ วมีลกั ษณะอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ท่ี แสดงใหเ้ ห็นว่าค่สู ญั ญาจะตอ้ งผกู พนั จนกวา่ จะสน้ิ ระยะเวลาใดเวลาหนงึ่ หรือไม่ ในเบื้องตน้ เห็นวา่ สญั ญาระหว่างธนาคารกบั ก. เป็ นสญั ญาทีไ่ มม่ กี าหนดเวลา ดงั นน้ั ธนาคารจึงชอบท่ีจะบอกเลกิ สญั ญาเม่อื ใดก็ได้ เพราะไมม่ อี ะไรเป็ นขอ้ ขดั ตามมาตรา 859 สว่ นขอ้ ตกลงว่าจะตอ้ งชาระหนใ้ี หเ้ สร็จส้นิ ภายในวนั ที่ 1 มกราคม 2536 นน้ั เป็ นเพียง ขอ้ กาหนดยอมลดละใหล้ กู หนผี้ อ่ นชาระหนอี้ นั เกิดจากการหักทอนบญั ชเี ทา่ นนั้ สว่ นการหกั ทอนบญั ชหี นจี้ ะมีขน้ึ เมื่อใดนน้ั เป็ นอีกเรื่องหนงึ่ อยา่ งกรณีตามปัญหานี้ ถา้ ธนาคารใชส้ ทิ ธิบอกเลิกสญั ญาตามมาตรา 859 การหกั ทอนบญั ชหี นก้ี ็จะเป็ นผลที่ ตามมา ดงั นนั้ ธนาคารจึงชอบท่จี ะบอกเลกิ สญั ญาไดเ้ ลยทนั ที และถา้ ปรากฏว่าภายหลงั จาก การหกั บญั ชแี ลว้ ก. เป็ นลกู หนเ้ี ทา่ ใด ก. มสี ิทธิทจี่ ะผอ่ นชาระหนไี้ ดแ้ ละจะตอ้ งชาระใหเ้ สร็จ ภายในวนั ที่ 1 มกราคม 2536 ตามขอ้ ตกลงในสญั ญา แบบประเมินผลหน่วยท่ี 7 1. การบงั คบั จานาโดยทวั่ ไปทาไดโ้ ดย ขายทอดตลาดทรพั ยจ์ านา 2. การบงั คบั จานากฎหมายบังคบั ว่าตอ้ งมจี ดหมายบอกกลา่ วลกู หนกี้ อ่ น จดหมายบอกกลา่ วตอ้ ง มสี าระคือ บอกใหช้ าระหนภ้ี ายในระยะเวลาอนั สมควร 3. การบงั คบั จานาไดโ้ ดยไมต่ อ้ งบอกกลา่ วกอ่ นในกรณี เมือ่ ไมส่ ามารถบอกกลา่ วไดแ้ ละหนค้ี า้ ง ชาระเกนิ 1 เดอื น 4. ในกรณีจานาตวั๋ เงนิ และตวั๋ เงนิ ถึงกาหนดชาระกอ่ นหนปี้ ระกนั ผรู้ บั จานาตอ้ งปฏิบตั คิ อื เรียก เก็บเงนิ ตามตวั๋ เงนิ นน้ั ทนั ที กอ่ นหนถี้ ึงกาหนดชาระ 5. ขอ้ ตกลงที่ผจู้ านาตกลงใหผ้ รู้ บั จานาเอาทรพั ยจ์ านาหลดุ เป็ นสิทธิ ขอ้ ตกลงในสญั ญาจานานไ้ี มม่ ีผลบงั คบั หรือใชบ้ งั คบั ไมไ่ ด้ 6. บญั ชเี ดนิ สะพดั หมายถึง ขอ้ ตกลงหกั ทอนบญั ชีหนส้ี ินระหว่างกนั 7. คสู่ ญั ญาในบญั ชเี ดินสะพดั มีได้ เพียง 2 คน 8. ถา้ คสู่ ญั ญาไมไ่ ดต้ กลงกนั กาหนดระยะเวลาหกั ทอนบญั ชเี ดนิ สะพดั กฎหมายบงั คบั ใหห้ กั ทอนใน ระยะเวลา ทกุ หกเดือน 9. หนที้ ี่เกดิ จากการหกั ทอนบญั ชเี ดินสะพดั ถา้ คสู่ ญั ญามไิ ดต้ กลงกนั ว่าตอ้ งเสยี ดอกเบ้ีย ผเู้ ป็ น ลกู หนจี้ ะตอ้ งเสยี ดอกเบี้ยในอตั รา ดอกเบ้ียรอ้ ยละเจ็ดครึ่งตอ่ ปี 10. เหตทุ ี่ทาใหบ้ ญั ชเี ดนิ สะพดั ระงบั สนิ้ ไปคอื (1) ครบกาหนดอายสุ ญั ญาบญั ชเี ดนิ สะพดั (2) คสู่ ญั ญาฝ่ ายใดฝ่ ายหนงึ่ ตาย (3) คสู่ ญั ญาฝ่ ายใดฝ่ ายหนง่ึ บอกเลกิ ในกรณีบัญชเี ดนิ สะพดั ไมม่ ีกาหนด อายสุ ญั ญา (4) คสู่ ญั ญาฝ่ ายใดฝ่ ายหนงึ่ ตกเป็ นคนลม้ ละลาย หน่วยท่ี 8 ลกั ษณะทวั่ ไปของสญั ญาตวั๋ เงิน 1. ตวั๋ เงนิ เป็ นชอื่ ของเอกเทศสญั ญาลกั ษณะหนง่ึ ท่ีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บญั ญตั ขิ น้ึ เพ่ือคมุ้ ครองหนงั สอื ตราสารทเี่ ป็ นหลกั ฐานแหง่ หนี้ ซ่ึงบคุ คลผลู้ งลายมือชอ่ื ใน

43 ตราสารตอ้ งรบั ผดิ ใชเ้ งนิ และโอนกนั ไดด้ ว้ ยการสง่ มอบที่ผรู้ บั โอนอาจมีสทิ ธิบริบรู ณ์ โดยไม่ ตอ้ งคานงึ ถึงขอ้ บกพร่องของผโู้ อน ตวั๋ เงนิ ท่ปี ระมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชยม์ งุ่ คมุ้ ครองมี 3 ประเภท ไดแ้ ก่ ตวั๋ แลกเงนิ ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ และเช็ค 2. ตวั๋ เงนิ ทงั้ สามประเภท คือตวั๋ แลกเงนิ ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ และเช็ค มบี ทบญั ญตั ทิ วั่ ไปทใ่ี ช้ บงั คบั ร่วมกนั คือ การเขยี นขอ้ ความอ่ืนลงในตวั๋ เงนิ ความรบั ผิดของผลู้ งชอ่ื ในตวั๋ เงนิ การ ผอ่ นวนั ใชเ้ งนิ ผทู้ รงตวั๋ เงนิ ผเู้ ป็ นคสู่ ญั ญาในตวั๋ เงนิ และใบประจาต่อ 8.1 ความรเู้ บ้ืองตน้ เกยี่ วกบั ตว๋ั เงิน 1. ประวตั ขิ องตวั๋ เงนิ นนั้ เกดิ จากการชาระหนก้ี ารคา้ ระหว่างผอู้ ย่ตู า่ งถิ่นกนั ทจี่ ะไมต่ อ้ ง สง่ เงนิ ตราไปเพียงแตเ่ ขยี นคาสงั่ ใหล้ กู หนขี้ องตนจ่ายเงนิ แกผ่ ขู้ ายแทนตน ดงั นต้ี วั๋ เงนิ จึงเป็ น ประโยชนใ์ นการชาระหน้ี การใชส้ นิ เชอ่ื ระยะสน้ั การโอนหนแ้ี ละขนสง่ เงนิ 2. ตวั๋ เงนิ ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยม์ ี 3 ประเภทคือ ตวั๋ แลกเงนิ ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ และเช็ค 8.1.1 ประวตั แิ ละประโยชนข์ องตวั๋ เงนิ ประโยชนข์ องตวั๋ เงนิ ทสี่ าคญั มีอยา่ งไรบา้ ง ประโยชนข์ องตวั๋ เงนิ ทสี่ าคญั มีอยู่ 3 ประการคือ (1) เป็ นเคร่ืองมอื ในการชาระหน้ี เชน่ เราเป็ นหนใี้ ครคนหนงึ่ แทนทีจ่ ะตอ้ งเสียเวลานบั เงนิ จานวนมาก เราอาจออกเช็คฉบบั หนง่ึ ระบจุ านวนเงนิ ที่ตอ้ งการสงั่ ธนาคารใหจ้ ่ายเงนิ จานวนนน้ั แกเ่ จา้ หนข้ี องเรา ดงั นเี้ ป็ นตน้ และในกรณีทีม่ ีหนสี้ นิ ระหวา่ งบคุ คลหลายคนท่ี เกยี่ วขอ้ งกนั เราอาจตกลงกนั ออกตวั๋ แลกเงนิ ครงั้ เดยี ว ระงบั หนนี้ น้ั ก็ไดเ้ ชน่ เราเป็ นหนี้ ข. 5,000 บาท ขณะเดยี วกนั ค.เป็ นหนเ้ี รา 5,000 บาท ดว้ ย เราอาจออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ ค. ให้ ชาระเงนิ 5,000 บาทแก่ ข. เพ่ือระงบั หนที้ งั้ สองรายนโี้ ดย ค. ไมต่ อ้ งใชเ้ งนิ แกเ่ รา และเราไม่ ตอ้ งใชเ้ งนิ แก่ ข. ตามหนีแ้ ตล่ ะราย (2) เป็ นเคร่ืองมือในการใหส้ นิ เชอื่ ระยะสน้ั หรือเป็ นการผอ่ นเวลาที่ลกู หนจี้ ะตอ้ งชาระ หนเี้ ป็ นเงนิ สดขณะเดยี วกนั เจา้ หนอี้ าจนาตวั๋ เงนิ ออกขายโดยเสยี สว่ นลดในระหว่างเวลากอ่ น ตวั๋ ถึงกาหนด เชน่ ก. ขายสนิ คา้ เชอ่ื แก่ ข. ข. อาจออกเช็คลงวนั ที่ลว่ งหนา้ ชาระค่าสนิ คา้ แก่ ก. เป็ นประโยชนแ์ ก่ ข. ท่ีจะไมต่ อ้ งชาระเงนิ สดทนั ที สว่ น ก. ก็อาจนาเช็คไปขายลดไดเ้ ป็ นตน้ (3) เป็ นเคร่ืองมือในการโอนหนแ้ี ละการสง่ เงนิ หมายความว่าตวั๋ เงนิ เป็ นเอกสาร เปล่ียนมอื ทีเ่ พียงแตส่ งมอบตวั๋ แกก่ นั ก็โอนกรรมสทิ ธ์ิแห่งตวั๋ เงนิ และหนใี้ นตวั๋ เงนิ ไปยงั ผรู้ บั โอน เชน่ ข. ออกเช็คลงวนั ท่ลี ว่ งหนา้ ชาระคา่ สินคา้ แก ก. ก.อาจสลกั หลงั โอนสง่ มอบเช็คแก่ ค. เป็ นการชาระหนต้ี อ่ ไปโดยไมต่ อ้ งชาระเงนิ สดก็ได้ ดงั นเี้ ป็ นตน้ นอกจากนตี้ วั๋ เงนิ ประเทศ ตวั๋ แลกเงนิ อาจเป็ นเคร่ืองมอื สง่ เงนิ จากสถานท่ีแห่งหนงึ่ ไปยงั อีกแหง่ หนงึ่ ดว้ ย เชน่ ก. อยทู่ ี่ กรงุ เทพขายสนิ คา้ ใหแ้ ก่ ข. ทอี่ ยจู่ งั หวดั เชยี งใหม่ ข. อาจนาเอาเงนิ จานวนเทา่ ค่าสินคา้ ไปซื้อ ตวั๋ แลกเงนิ จากธนาคารกรงุ เทพจากดั สาขาเชยี งใหม่ ธนาคารกรงุ เทพจากดั สาขา เชยี งใหมก่ ็จะออก “ตวั๋ แลกเงนิ ” สงั่ ธนาคารกรงุ เทพ จากดั สานกั งานใหญท่ ีก่ รงุ เทพ จา่ ยเงนิ จานวนเทา่ คา่ สินคา้ แก่ ก. ท่ีกรงุ เทพ ดงั นตี้ วั๋ แลกเงนิ จึงเป็ นประโยชนท์ ีม่ ีการสง่ เงนิ

44 จากจงั หวดั เชยี งใหมม่ ากรงุ เทพ โดยมิตอ้ งมีการขนยา้ ยเงนิ โดยแทจ้ ริง ซึ่งจะตอ้ งเสยี ค่าใชจ้ ่ายในการขนสง่ เงนิ และเสีย่ งภยั ดว้ ย 8.1.2 ประเภทของตวั๋ เงนิ ขอ้ แตกตา่ งระหว่างตวั๋ แลกเงนิ กบั ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ ขอ้ แตกตา่ ง ตวั๋ แลกเงนิ ตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ 1 ค่สู ญั ญา 3 ฝ่ ายคือ ผสู้ งั่ จา่ ย ผจู้ า่ ยหรือผรู้ บั 2 ฝ่ ายคือ ผอู้ อกตวั๋ และผรู้ บั เงนิ เงนิ 2 ผรู้ บั เงนิ อาจเป็ นตวั๋ ระบชุ อื่ ผรู้ บั เงนิ หรือผู้ ตอ้ งเป็ นตวั๋ ระบชุ อื่ ผรู้ บั เงนิ 3 ขอ้ สญั ญา ถือตวั๋ เทา่ นนั้ จะออกตวั๋ ผถู้ ือไมไ่ ด้ “ผสู้ งั่ จ่าย” สงั่ ให้ “ผจู้ า่ ย” “ผอู้ อกตวั๋ ” ใหค้ ามนั่ สญั ญาจะ จา่ ยเงนิ จ่ายเงนิ เอง 4 ฐานะของผสู้ งั่ ผสู้ งั่ จา่ ยอยใู่ นฐานะลกู หนข้ี องผรู้ บั ผอู้ อกตวั๋ อยใู่ นฐานะลกู หนข้ี อง จา่ ยหรือผอู้ อก เงนิ ตอ่ เมอ่ื ผจู้ ่ายไมใ่ ชเ้ งนิ หรือไม่ ผรู้ บั เงนิ เสมอ ตวั๋ รบั รอง 8.2 บทเบ็ดเสรจ็ ทวั่ ไปของตวั๋ เงิน กฎหมายจึงวาง 1. ตวั๋ เงนิ เป็ นตราสารท่ีเกิดจากความเชอื่ ถือกนั ในทางการเงนิ บทบญั ญตั ไิ วเ้ ครง่ ครดั และมลี กั ษณะพิเศษของตวั๋ เงนิ แตกตา่ งจากสญั ญาอ่ืนหลายประการ คือ (1) การเขยี นขอ้ ความอ่ืนทม่ี ิไดบ้ ญั ญตั ไิ วใ้ นลกั ษณะตวั๋ เงนิ ไมม่ ีผลแกต่ วั๋ เงนิ (2) บคุ คล ผลู้ งลายมอื ชอื่ ในตวั๋ เงนิ ตอ้ งรบั ผดิ ยกเวน้ เขยี นแถลงวา่ การทาแทนบคุ คลอีกคนหนงึ่ และ ความสามารถของค่สู ญั ญาแห่งตวั๋ เงนิ ไมม่ ผี ลถึงความรบั ผดิ ของบคุ คลอื่น ทงั้ การลง เคร่ืองหมายหาใหเ้ ป็ นผลลงลายมือชอ่ื ในตวั๋ เงนิ ไม่ (3) ในการใชเ้ งนิ ตามตวั๋ เงนิ กฎหมาย บญั ญตั มิ ใิ หผ้ อ่ นวนั ใชเ้ งนิ 2. ตวั๋ เงนิ เป็ นสญั ญาทอ่ี าจโอนหนใ้ี หแ้ กก่ นั ไดโ้ ดยไมจ่ ากดั ค่สู ญั ญาผเู้ ป็ นฝ่ ายเจา้ หนใ้ี น ตวั๋ เงนิ เรียกวา่ ผทู้ รง สว่ นลกู หนใ้ี นตวั๋ เงนิ เรียกชอื่ ตา่ งๆ กนั ตามท่ีไดล้ งลายมอื ชอื่ ในตวั๋ เงนิ คือ ผรู้ บั รอง ผสู้ งั่ จา่ ยหรือผอู้ อกตวั๋ ผสู้ ลกั หลงั ผรู้ บั อาวลั และผสู้ อดเขา้ แกห้ นา้ 3. การโอนดว้ ยการสลกั หลงั เป็ นทอดๆ อาจจะไมม่ ที ่ใี นตวั๋ เงนิ จะสลกั หลงั ไดต้ อ่ ไป กฎหมายจึงอนญุ าตใหเ้ อากระดาษแผน่ หนงึ่ ผนกึ ตอ่ เขา้ กบั ตวั๋ เงนิ ฉบบั เดมิ เรียกว่าใบประจา ตอ่ 8.2.1 การเขยี นขอ้ ความอื่นลงในตวั๋ เงนิ ก. สงั่ ธนาคาร ข. ใหจ้ ่ายเงนิ เงนิ ตามเช็คแก่ ค. จานวนเงนิ “หนง่ึ แสนบาทกบั ดอกเบี้ย รอ้ ยละหา้ ตอ่ ปี ” ลงวนั ที่สงั่ จา่ ย 1 มกราคม 2536 ดงั นี้ เมอื่ เช็คถึงกาหนดธนาคาร ข. จะตอ้ งจา่ ยเงนิ แก่ ค. เป็ นจานวนเทา่ ใด

45 เช็คไมม่ ีบทบญั ญตั ใิ ห้ ก. ผสู้ งั่ จ่ายเขยี นขอ้ ความกาหนดใหค้ ิดดอกเบี้ยไวใ้ นเช็ค (มาตรา 989 ไมโ่ ยงมาตรา 911 มาบงั คบั ในเรื่องเช็ค) ดงั นนั้ การเขยี นขอ้ ความสงั่ จ่าย ดอกเบี้ยรอ้ ยละหา้ ตอ่ ปี ลงในเช็คตามปัญหา จึงหาเป็ นผลแกเ่ ช็คไม่ (มาตรา 899) และ สาหรบั เช็คนนั้ วนั ท่ี 1 มกราคม 2536 ซึ่งลงในเช็คเป็ นวนั ใหใ้ ชเ้ งนิ (มาตรา 987 เช็คเป็ น คาสงั่ ธนาคารใหใ้ ชเ้ งนิ เม่อื ทวงถาม) จึงไมม่ ชี ว่ งเวลาใหค้ ิดดอกเบี้ยดว้ ย ดงั นนั้ ธนาคาร ข. จึงเพียงแตจ่ ่ายเงนิ หนงึ่ แสนบาทใหแ้ ก่ ค. ไมต่ อ้ งจา่ ยดอกเบ้ียแก่ ค. ดว้ ย มาตรา 899 ขอ้ ความอนั ใดซ่ึงมิไดม้ บี ญั ญตั ไิ วใ้ นประมวลกฎหมาย ลกั ษณะน้ี ถา้ เขยี นลงในตวั๋ เงนิ ทา่ นว่าขอ้ ความอนั นนั้ หาเป็ นผล อย่างหนงึ่ อย่างใดแกต่ วั๋ เงนิ นน้ั ไม่ มาตรา 911 ผสู้ งั่ จา่ ยจะเขยี นขอ้ ความกาหนดลงไวว้ ่าจานวนเงนิ อนั จะ พึงใชน้ น้ั ใหค้ ดิ ดอกเบ้ีย ดว้ ยก็ได้ และในกรณีเชน่ นนั้ ถา้ มไิ ดก้ ลา่ วลงไวเ้ ป็ น อย่างอ่ืน ทา่ นว่าดอกเบี้ยย่อมคิดแตว่ นั ท่ีลงในตวั๋ เงนิ มาตรา 987 อนั ว่าเช็คนน้ั คอื หนงั สอื ตราสารซึ่งบคุ คลคนหนง่ึ เรียกว่าผสู้ งั่ จ่าย สงั่ ธนาคารให้ ใชเ้ งนิ จานวนหนงึ่ เมื่อทวงถามใหแ้ ก่ บคุ คลอีกคนหนง่ึ หรือใหใ้ ชต้ ามคาสงั่ ของบคุ คลอีกคนหนงึ่ อนั เรียกว่า ผรู้ บั เงนิ มาตรา 989 บทบญั ญตั ทิ ง้ั หลายในหมวด 2 อนั ว่าดว้ ยตวั๋ แลกเงนิ ดงั่ จะกลา่ วตอ่ ไปนี้ ท่านให้ ยกมาบงั คบั ในเรื่องเช็คเพียงเท่าท่ีไมข่ ดั กบั สภาพแหง่ ตราสารชนดิ น้ี คอื บท มาตรา 910 , 914 ถึง 923 , 925 , 926 , 938 ถึง 940 , 945 , 946 , 959 , 967 , 971 8.2.2 ความรบั ผดิ ของผลู้ งลายมอื ชอ่ื ในตวั๋ เงนิ นายสโุ ขทยั ปลอมลายมอื ชอ่ื นายธรรมา สงั่ จ่ายเช็คหนง่ึ ลา้ นบาทใหแ้ ก่ นายธิราช เมื่อเช็คถึงกาหนด นายธิราชนาเช็คไปขนึ้ เงนิ แตธ่ นาคารปฏิเสธการจา่ ยเงนิ อา้ งวา่ บัญชี ของนายธรรมาไมพ่ อจา่ ย ดงั นี้ นายธิราชจะฟ้ องใครใหร้ บั ผิดตามกฎหมายลกั ษณะเช็คได้ บา้ ง นายธิราชฟ้ องนายธรรมาใหร้ บั ผดิ ตามเช็คไมไ่ ดเ้ พราะนายธรรมาไมไ่ ดล้ งลายมอื ชอ่ื ในเช็คนน้ั โดยลายมือชอื่ ของนายธรรมาท่ีสงั่ จ่ายเป็ นลายมือชอื่ ปลอม แตน่ ายธิราชฟ้ องนาย สโุ ขทยั ใหร้ บั ผิดตามกฎหมายลกั ษณะเช็คได้ เพราะนายสโุ ขทยั เป็ นผลู้ งลายมอื ชอ่ื เป็ นผสู้ งั่ จ่ายเช็คฉบบั นี้ แมจ้ ะลงเป็ นชอื่ นายธรรมา ซ่ึงไมใ่ ชช่ อ่ื ของนายธรรมาเองก็ตาม ตามมาตรา 900 มาตรา 900 บคุ คลผลู้ งลายมือชื่อของตนในตวั๋ เงนิ ย่อมจะไดร้ บั ผดิ ตามเนอื้ ความในตวั๋ เงนิ นนั้ ถา้ ลงเพียงแตเ่ คร่ืองหมายแตอ่ ยา่ งหนง่ึ อย่างใด เชน่ แกงได หรือ ลายพิมพน์ ว้ิ มอื อา้ งเอาเป็ น ลายมอื ช่อื ในตวั๋ เงนิ ไซร้ แมถ้ ึงว่าจะมี พยานลงชื่อรบั รองก็ตาม ทา่ นว่าหาใหผ้ ลเป็ นลงลายมอื ชือ่ ในตวั๋ เงนิ นนั้ ไม่ 8.2.3 การผอ่ นวนั ใชเ้ งนิ นาย เอ ออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ ใหน้ ายบี จ่ายเงนิ แกน่ าย ซี ในวนั ท่ที ี่ 5 ธนั วาคม 2536 กอ่ นตวั๋ ถึงกาหนด นาย ซี สลกั หลงั ตวั๋ โอนใหแ้ กน่ าย ดี สลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ าย อี ครนั้ ถึง วนั ที่ 5 ธนั วาคม 2536 นาย อี ตกลงใหน้ าย บี รบั รองตวั๋ ว่าจะใชเ้ งนิ ใหใ้ นวนั ที่ 10 ธนั วาคม 2536 ดงั นก้ี ารกระทาของนาย อี เป็ นการผอ่ นวนั ใชเ้ งนิ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

46 ตวั๋ แลกเงนิ ฉบบั นกี้ าหนดใชเ้ งนิ วนั ที่ 5 ธนั วาคม 2536 การที่นาย อี ผทู้ รงตวั๋ แลก เงนิ ตกลงยินยอมเลื่อนกาหนดเวลาใชเ้ งนิ เป็ นวนั ที่ 10 ธนั วาคม 2536 ถือว่านาย อี ผา่ นวนั ใชเ้ งนิ แลว้ เพราะนาย อี ไดแ้ สดงเจตนาใหม้ ผี ลผกู พนั นาย อี มิใหเ้ รียกรอ้ งใชเ้ งนิ ตามตวั๋ แลก เงนิ กอ่ นวนั ที่ 10 ธนั วาคม 2536 8.2.4 ผทู้ รงตวั๋ เงนิ นายมกราสงั่ จา่ ยเช็คแกน่ ายกมุ ภา ระบชุ อื่ นายกมุ ภาเป็ นผรู้ บั เงนิ นายกมุ ภาสลกั หลงั ลอยใหน้ ายมนี า นายมนี าขน้ึ รถโดยสารประจาทาง คนรา้ ยลว้ งกระเป๋ าเอาเช็คไป ตอ่ มานาย เมษาเอาเช็คฉบบั นส้ี ลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายพฤษภาเพ่ือชาหนเี้ งนิ กู้ ดงั นี้ ทา่ นจะใหค้ าปรึกษา แกน่ ายมีนาเพื่อเรียกรอ้ งเช็คฉบบั นคี้ ืนจากนายพฤษภาไดอ้ ย่างไรหรือไม่ ขา้ พเจา้ จะใหค้ าปรึกษาดงั นี้ คือ เช็คฉบบั นม้ี กี ารสลกั หลงั ลอยใหแ้ กน่ ายมีนาเป็ นราย ทสี่ ดุ เช็คยอ่ มโอนใหแ้ ก่กนั ไดด้ ว้ ยการสง่ มอบโดยไมต่ อ้ งสลกั หลงั ตามมาตรา 920 (3) และ 989 เมื่อนายพฤษภาเป็ นผทู้ รงโดยรบั สลกั หลงั โอนจากนายเมษาในการชาระหนเ้ี งนิ กู้ ซ่ึง ไมใ่ ชไ่ ดม้ าโดยทจุ ริตหรือดว้ ยความประมาทเลนิ เลอ่ อยา่ งรา้ ยแรง นายพฤษภาเป็ นผทู้ รงโดย ชอบดว้ ยกฎหมายตามมาตรา 905 วรรคสอง นายมนี าเรียกรอ้ งเช็คฉบบั นคี้ ืนจากนาย พฤษภาไมไ่ ด้ มาตรา 905 ภายในบงั คบั แหง่ บทบญั ญตั ิ มาตรา 1008 บคุ คลผู้ ไดต้ วั๋ เงนิ ไวใ้ นครอบครอง ถา้ แสดงใหป้ รากฏสทิ ธิดว้ ยการสลกั หลงั ไมข่ าดสาย แมถ้ ึงว่าการสลกั หลงั รายที่สดุ จะเป็ นสลกั หลงั ลอยก็ ตาม ทา่ นใหถ้ ือว่าเป็ นผทู้ รงโดยชอบดว้ ยกฎหมาย เม่อื ใดรายการสลกั หลงั ลอยมสี ลกั หลงั รายอื่น ตามหลงั ไปอีกทา่ นใหถ้ ือว่าบคุ คลผทู้ ่ีลงลายชอ่ื ในการสลกั หลงั รายที่สดุ นน้ั เป็ นผไู้ ดซ้ ึ่งตวั๋ เงนิ ดว้ ยการ สลกั หลงั ลอย อนงึ่ คาสลกั หลงั เมอ่ื ขดี ฆา่ เสียแลว้ ท่านใหถ้ ือว่าเสมอื นว่ามิไดม้ ีเลย ถา้ บคุ คลผหู้ นงึ่ ผใู้ ดปราศจากตวั๋ เงนิ ไปจากครอบครอง ทา่ นว่าผู้ ทรงซึ่งแสดงใหป้ รากฏสทิ ธิ ของตนในตวั๋ ตามวิธีการดงั่ กลา่ วมาใน วรรคกอ่ นนนั้ หาจาตอ้ งสลกั ตวั๋ เงนิ ไม่ เวน้ แตจ่ ะไดม้ าโดยทจุ ริต หรือไดม้ าดว้ ยความประมาทเลินเลอ่ อยา่ งรา้ ยแรง อนงึ่ ขอ้ ความในวรรคกอ่ นน้ี ใหใ้ ชบ้ งั คบั ตลอดถึงผทู้ รงตวั๋ เงนิ สงั่ จ่ายใหแ้ กผ่ ถู้ ือดว้ ย มาตรา 920 อนั การสลกั หลงั ย่อมโอนไปซ่ึงบรรดาสทิ ธิอนั เกดิ แต่ ตวั๋ แลกเงนิ ถา้ สลกั หลงั ลอย ผทู้ รงจะปฏิบตั ดิ งั่ กลา่ วตอ่ ไปนปี้ ระการหนงึ่ ประการใดก็ ได้ คือ (1) กรอกความลงในท่ีว่างดว้ ยเขยี นช่อื ของตนเอง หรือช่ือบคุ คลอื่น ผใู้ ดผหู้ นงึ่ (2) สลกั หลงั ตวั๋ เงนิ ตอ่ ไปอีกเป็ นสลกั หลงั ลอย หรือสลกั หลงั ให้ แกบ่ คุ คลอื่นผใู้ ดผหู้ นง่ึ (3) โอนตวั๋ เงนิ นน้ั ใหไ้ ปแก่บคุ คลภายนอก โดยไมก่ รอกความลง ในท่ีว่าง และไมส่ ลกั หลงั อยา่ งหนงึ่ อย่างใด 8.2.5 ผเู้ ป็ นคสู่ ญั ญาในตวั๋ เงนิ เอกเป็ นผจู้ ดั การมรดกตามคาสงั่ ศาลของโทฟ้ องตรีวา่ ตรีออกเช็คสงั่ จ่ายเงนิ 100,000 บาท ลงวนั ที่ 1 ธนั วาคม 2536 แกโ่ ทเพ่ือชาระค่าสินคา้ ท่ีตรีสงั่ จากโท วนั ที่ 1 กนั ยายน 2536 โทถึงแกก่ รรม ครน้ั เช็คถึงกาหนด เอกนาเช็คไปขนึ้ เงนิ ธนาคารปฏิเสธการ จ่ายว่าคืนผสู้ งั่ จา่ ย เอกจึงมีหนงั สอื ทวงถามใหต้ รีชาระเงนิ ตามเช็ค ตรีตอบจดหมายวา่ ทไ่ี ด้ สงั่ งดจา่ ยเช็คฉบบั ดงั กลา่ วเป็ นความรอบครอบในกิจการ ขอใหน้ าหลกั ฐานผมู้ ิสทิ ธิโดยชอบ

47 ดว้ ยกฎหมายไปแสดงตรียินดจี ะจ่ายเงนิ ให้ แตเ่ มอ่ื เอกนาคาสงั่ ศาลในเร่ืองตง้ั เอกเป็ น ผจู้ ดั การมรดกของโทไปแสดง ตรีก็ไมจ่ ่ายเงนิ ให้ จึงขอใหศ้ าลบงั คบั ตรีตอ่ สคู้ ดวี า่ เช็คลง วนั ที่ลว่ งหนา้ ไมเ่ ป็ นตวั๋ เงนิ เม่อื โทถึงแกก่ รรมไปกอ่ นถึงวนั ทล่ี งในเช็ค สทิ ธิตามเช็คเป็ นอนั สญู สน้ิ ไปแลว้ ดงั นเี้ อกมีสิทธิฟ้ องตรีใหร้ บั ผิดตามเช็คหรือไม่ เพราะเหตใุ ด เช็คทต่ี รีลงวนั ท่ีลว่ งหนา้ นน้ั ยอ่ มสมบรู ณเ์ ป็ นเช็ค (มาตรา 987, 988 (6)) เม่อื ตรีลง ลายมือชอ่ื เป็ นผสู้ งั่ จา่ ยเทา่ กบั ตรีสญั ญาวา่ จะรบั ผิดตามเนอื้ ความแหง่ ตวั๋ นนั้ เม่อื ถึงวนั ทล่ี ง ไว้ (มาตรา 900) โทซึ่งเป็ นผทู้ รงตวั๋ นนั้ โดยชอบ ย่อมมีสิทธิเป็ นเจา้ หนตี ามตวั๋ นนั้ แมห้ นนี้ นั้ จะยงั ไมถ่ ึงกาหนด เมอื่ โทถึงแกก่ รรมกอ่ นถึงวนั ทล่ี งในเช็ค เอกซ่ึงเป็ นผจู้ ดั การมรดกของโท จึงเขา้ สรวมสทิ ธิของโทไดต้ ามท่ีโทมีอยเู่ ป็ นการโอนโดยผลของกฎหมาย (มาตรา 1599, 1600) ดงั นน้ั เอกในฐานะผจู้ ดั การมาดกของโทจึงเป็ นเจา้ หนใี้ นตวั๋ เงนิ มสี ิทธิฟ้ องตรีใหร้ บั ผดิ ตามเช็คได้ มาตรา 900 บคุ คลผลู้ งลายมอื ชือ่ ของตนในตวั๋ เงนิ ย่อมจะไดร้ บั ผิดตามเนอ้ื ความในตวั๋ เงนิ นน้ั ถา้ ลงเพียงแตเ่ คร่ืองหมายแตอ่ ย่างหนงึ่ อยา่ งใด เชน่ แกงได หรือ ลายพิมพน์ ว้ิ มอื อา้ งเอาเป็ น ลายมอื ชอ่ื ในตวั๋ เงนิ ไซร้ แมถ้ ึงว่าจะมี พยานลงช่ือรบั รองก็ตาม ท่านว่าหาใหผ้ ลเป็ นลงลายมือช่ือในตวั๋ เงนิ นน้ั ไม่ มาตรา 987 อนั ว่าเช็คนน้ั คอื หนงั สอื ตราสารซึ่งบคุ คลคนหนง่ึ เรียกว่าผสู้ งั่ จ่าย สงั่ ธนาคารให้ ใชเ้ งนิ จานวนหนง่ึ เมอ่ื ทวงถามใหแ้ ก่ บคุ คลอีกคนหนง่ึ หรือใหใ้ ชต้ ามคาสงั่ ของบคุ คลอีกคนหนงึ่ อนั เรียกว่า ผรู้ บั เงนิ มาตรา 988 อนั เช็คนนั้ ตอ้ งมีรายการดงั่ กลา่ วตอ่ ไปนี้ คือ (1) คาบอกช่ือว่าเป็ นเช็ค (2) คาสงั่ อนั ปราศจากเงอ่ื นไขใหใ้ ชเ้ งนิ เป็ นจานวนแนน่ อน (3) ชื่อ หรือย่ีหอ้ และสานกั ของธนาคาร (4) ชอ่ื หรือยี่หอ้ ของผรู้ บั เงนิ หรือคาจดแจง้ ว่าใหใ้ ชเ้ งินแกผ่ ถู้ ือ (5) สถานท่ีใชเ้ งนิ (6) วันและสถานท่ีออกเช็ค (7) ลายมือช่อื ผสู้ งั่ จา่ ย 8.2.6 ใบประจาตอ่ นายมกราสงั่ จา่ ยตวั๋ แลกเงนิ ฉบบั หนง่ึ หนง่ึ ให้ ก. จ่ายเงนิ แกน่ ายกมุ ภา กอ่ นตวั๋ แลก เงนิ ถึงกาหนดนายกมุ ภาสลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายมีนา และมีการสลกั หลงั โอนตอ่ ๆ กนั มาจน ตวั๋ แลกเงนิ ตกแกน่ ายธนั วา แตป่ รากฏวา่ ดา้ นหลงั ตวั๋ แลกเงนิ หมดเนอ้ื ท่ีที่จะสลกั หลงั ตอ่ ไป นายธนั วาจึงเอากระดาษแผน่ หนงึ่ มาตอ่ เขา้ กบั ตวั๋ แลกเงนิ เดมิ แลว้ เขย่ี นสลกั หลงั ลงบน กระดาษแผน่ ทตี่ อ่ ใหมใ่ หแ้ กน่ ายอาทิตย์ นายอาทิตยส์ ลกั หลงั คาบบนตวั๋ แลกเงนิ เดมิ กบั บน กระดาษแผน่ ใหมใ่ หแ้ กน่ ายจนั ทร์ นายจนั ทรส์ ลกั หลงั ลงบนกระดาษแผน่ ท่ตี อ่ ใหแ้ กน่ าย องั คาร ดงั น้ี การกระทาของนายธนั วา นายอาทิตย์ และนายจนั ทร์ เป็ นการสลกั หลงั ลงในใบ ประจาตอ่ หรือไม่

48 นายธนั วาผสู้ ลกั หลงั ในใบประจาตอ่ ครงั้ แรก ไมเ่ ขียนคาบบนตวั๋ แลกเงนิ เดมิ บา้ งบนใบ ประจาตอ่ บา้ ง จึงไมม่ ผี ลเป็ นการสลกั หลงั ลงในใบประจาตอ่ ไมม่ ีสว่ นหนงึ่ ของตวั๋ แลกเงนิ ทา ใหก้ ารสลกั หลงั ของนายอาทติ ยแ์ ละนายจนั ทรไ์ มม่ ผี ลเป็ นการสลกั หลงั ลงในใบประจาตอ่ ดว้ ย แบบประเมินผลหน่วยท่ี 8 1. คาว่าตวั๋ เงนิ ตามกฎหมาย หมายความถึง สญั ญาที่ทาเป็ นหนงั สือตราสารซ่ึงบคุ คลผลู้ งลายมอื ชือ่ ในตราสารตอ้ งรบั ผิดใชเ้ งนิ และโอนเงนิ กนั ไดด้ ว้ ยการสง่ มอบ 2. ความหมายของ “ตวั๋ เงนิ ” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยม์ ี 3 ประเภทคอื ตวั๋ สญั ญาใช้ เงนิ เช็ค และตวั๋ แลกเงนิ 3. หนง่ึ ออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ สองใหใ้ ชเ้ งนิ 50,000 บาท แกส่ ามและลงชื่อผสู้ งั่ จา่ ยว่า “หนงึ่ ผจู้ ดั การ มรดกนายอาทิตย”์ ในกรณีแรก หรือ “หนงึ่ กรรมการผจู้ ดั การ” และประทบั ตราของบริษทั อาทิตย์ จากดั ในกรณีท่ีสอง ดงั น้ี ถา้ สองไมใ่ ชเ้ งนิ หนง่ึ ตอ้ งรบั ผดิ ใชเ้ งนิ แกส่ ามเฉพาะในกรณีแรกที่ไมร่ ะบวุ ่า กระทาการแทนผใู้ ด 4. สวยออกตวั๋ เงนิ สงั่ ใหส้ ดจา่ ยเงนิ 30,000 บาท แกโ่ สด โสดสลกั หลงั ตวั๋ แลกเงนิ ชาระหนเ้ี งนิ ยืม โดยระบสุ าว เป็ นผรู้ บั สลกั หลงั แลว้ เก็บตวั๋ แลกเงนิ ไวใ้ นกระเป๋ าถือ ยงั ไมไ่ ดส้ ง่ มอบตวั๋ นนั้ ใหแ้ กส่ าว สาย คนใชข้ องโสดลกั ตวั๋ นนั้ ไปแลว้ ปลอมลายมอื ช่ือสาวสลกั หลงั ลอยใหแ้ กส่ าก เป็ นการชาระสินคา้ ดงั นี้ ผู้ ทรงตวั๋ แลกเงนิ ฉบบั นไี้ ดแ้ ก่ โสด 5. นายเอ ออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ นายบีใหจ้ ่ายเงนิ แกน่ ายซี นายซีสลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายดี นายดี สลกั หลงั ลอย ใหแ้ กน่ ายอี นายอีโอนสง่ มอบตวั๋ ใหแ้ กน่ ายเอฟ นายเอฟสลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายจี นายจีสลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายเอช ดงั นน้ั ผทู้ ี่ลงลายมอื ชือ่ สลกั หลงั รายลา่ สดุ ซ่ึงไดต้ วั๋ แลกเงนิ โดยการสลกั หลงั ลอยไดแ้ ก่ นายเอฟ 6. นายอาทิตยอ์ อกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ นายจนั ทรใ์ หใ้ ชเ้ งนิ แก่นายองั คาร นายองั คารสลกั หลงั โอนแกน่ าย พธุ โดยไมร่ วู้ ่านายพธุ เป็ นผเู้ ยาว์ นายพธุ สลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายพฤหสั โดยนายพฤหสั ไมร่ วู้ ่านายพธุ เป็ น ผเู้ ยาวอ์ ีกเหมอื นกนั ดงั นนี้ ายอาทิตย์ นายองั คาร และนายพธุ จะยกขอ้ ตอ่ สวู้ ่านายพธุ เป็ นผเู้ ยาวจ์ ึงขอบ อกลา้ งสญั ญา ไมต่ อ้ งรบั ผิดตอ่ นายพฤหสั ดงั นี้ นายพธุ ยกขอ้ ตอ่ สไู้ ดแ้ ตน่ ายอาทิตยแ์ ละนายองั คารยก ขอ้ ตอ่ สไู้ มไ่ ด้ 7. นายชวดออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ นายฉลใู หจ้ า่ ยเงนิ แกน่ ายขาล นายขาลสลกั หลงั โอนแกน่ ายเถาะ นาย เถาะสลกั หลงั ลอยโอนใหแ้ กน่ ายมะโรง นายมะเส็งลกั ตวั๋ แลกเงนิ จากนายมะโรงแลว้ นาไปซ้ือสนิ คา้ จาก นายมะเมีย ดงั นน้ั ผทู้ ่ีไมต่ อ้ งรบั ผดิ ตามกฎหมายลกั ษณะตวั๋ แลกเงนิ ตอ่ นายมะเมียคือ นายมะเส็ง 8. ใบประจาตอ่ หมายถึง กระดาษแผน่ หนง่ึ ท่ีผนกึ ตอ่ เขา้ กบั ตวั๋ เงนิ เดิมเมือ่ ไมม่ ที ่ีในตวั๋ เงนิ ซ่ึงสลกั หลงั ไดต้ อ่ ไป 9. นายขาวออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ ใหน้ ายเขยี วใชเ้ งนิ 100,000 บาท เม่อื ไดเ้ ห็นแกน่ ายดา นายดาสลกั หลงั โอนแกน่ ายแดง นางแดงสลกั หลงั โอนแกน่ ายทอง นายทองย่ืนตวั๋ แกน่ ายเขยี วรบั รองตวั๋ แลกเงนิ ว่า จะจ่ายเงนิ ใหใ้ นอีก 3 วัน ดงั นี้ นายทองฟ้ อง นายขาว นายเขยี ว นายดา และนายแดงใหร้ บั ผดิ ใชเ้ งนิ โดยนายทองจะฟ้ องเขยี วผจู้ า่ ยไดค้ นเดียวเท่านน้ั 10. คาว่า “คสู่ ญั ญาคนกอ่ นๆ” ในตวั๋ เงนิ หมายถึง ผสู้ งั่ จา่ ยเช็คผถู้ ือ 11. นายจนั ทรเ์ ป็ นผรู้ บั เงนิ ตามตวั๋ แลกเงนิ ที่นายอาทิตยส์ งั่ จ่ายใหฉ้ บบั หนง่ึ นายจนั ทร์ สลกั หลงั ลอย ใหแ้ กน่ ายองั คาร นายองั คารสง่ มอบตวั๋ แลกเงินแกน่ ายพธุ นายพธุ โอนส่งมอบตวั๋ แกน่ ายพฤหสั

49 นายพฤหสั สลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายศกุ ร์ นายศกุ รส์ ลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายเสาร์ ผทู้ ่ีลงลายมอื ชอ่ื ในการสลกั หลงั รายที่สดุ ซึ่งไดต้ วั๋ แลกเงนิ ดว้ ยการสลกั หลงั ลอย มสี ิทธโิ อนตวั๋ แลกเงนิ ตอ่ ไปคอื นายพฤหสั 12. บคุ คลที่เป็ นคสู่ ญั ญาคนกอ่ นๆ ตามตวั๋ เงนิ คือ ผอู้ อกตวั๋ สญั ญาใชเ้ งนิ 13. นายสบิ ออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ นายย่ีสิบผจู้ ่ายเงนิ 2,000 บาท แกน่ ายสามสบิ นายสามสบิ สลกั หลงั โอนแกน่ ายส่สี ิบ นายสสี่ บิ สลกั หลงั ลอย โอนใหแ้ กน่ ายหา้ สบิ นายหา้ สิบทาตวั๋ แลกเงนิ หาย นายหกสิบ เก็บไดแ้ ลว้ นาไปซ้ือสรอ้ ยคอทองคาจากนายเจ็ดสบิ ผทู้ ี่รบั ตอ้ งรบั ผดิ ตามกฎหมายลกั ษณะตวั๋ แลกเงนิ ไดแ้ ก่ นายสิบและนายสี่สบิ 14. นายมกราสงั่ จา่ ยเช็คเงนิ 10,000 บาทใหแ้ กน่ ายกมุ ภา นายกมุ ภาสลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายมนี า นายมนี าสลกั หลงั โอนใหแ้ ก่นายเมษา นายเมษาทาเช็คหาย มผี เู้ ก็บไดแ้ ลว้ ปลอมลายมือชื่อนายเมษา สลกั หลงั ลอย ใหแ้ กน่ ายพฤษภา ดงั น้ี ผทู้ ี่ทรงตวั๋ โดยชอบดว้ ยกฎหมายคือ นายเมษา 15. นายเขยี วเป็ นคนวิกลจริตที่ศาลยงั ไมไ่ ดส้ งั่ ว่าเป็ นคนไรค้ วามสามารถสงั่ จา่ ยเช็คใหแ้ กน่ ายทอง โดยนายทองรวู้ ่าขณะรบั โอนนายเขยี ววิกลจริต นายทองสลกั หลงั โอนเช็คแกน่ ายดาโดยนายดารขู้ ณะรบั โอนว่านายเขยี วเป็ นคนวิกลจริตอีกเหมอื นกนั ตอ่ มานายดานาเช็คไปซื้อสินคา้ จากนายขาวซ่ึงเป็ นพอ่ คา้ ดงั น้ี นายเขยี วสามารถยกขอ้ ตอ่ สตู้ อ่ นายทองและนายดาได้ แตย่ กขอ้ ตอ่ สตู้ อ่ นายขาวไมไ่ ด้ 16. นายมกราออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ นายกมุ ภาใหใ้ ชเ้ งนิ 100,000 บาท แกน่ ายมนี าผรู้ บั เงนิ นายมนี า สลกั หลงั ลอยมอบตวั๋ แกน่ ายเมษา นายเมษาลงลายมือชอ่ื สลกั หลงั ตวั๋ ว่า “นายเมษาตวั แทน” อยา่ ง หนง่ึ หรือ “นายเมษาผจู้ ดั การทวั่ ไปของบริษทั ก.” อีกอย่างหนง่ึ ดงั น้ี นายเมษาจะตอ้ งรบั ผิดตามตวั๋ ทง้ั สองกรณีเพราะสลกั หลงั ไมร่ ะบวุ ่ากระทาการแทนผใู้ ด 17. นายหนงึ่ ออกตวั๋ แลกเงนิ สงั่ นายสองใหใ้ ชเ้ งนิ แกน่ ายสามกาหนดสามเดอื นนบั แตไ่ ดเ้ ห็นตวั๋ นาย สามจึงนาตวั๋ ไปยื่นแกน่ ายสองใหร้ บั รองแตก่ อ่ นตวั๋ ถึงกาหนด นายสามไดส้ ลกั หลงั โอนตวั๋ ใหแ้ กน่ ายส่ี นายสี่สลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายหา้ นายหา้ สลกั หลงั โอนใหแ้ กน่ ายหก ครนั้ ตวั๋ ถึงกาหนดนายหกนาตวั๋ ไปยื่น ใหน้ ายสองรบั รองว่าจะใชเ้ งนิ ใหอ้ ย่างแนน่ อนในกาหนดสามเดือน ดงั น้ี นายหกฟ้ องนายสองผจู้ า่ ยได้ แต่ ฟ้ องนายหนงึ่ นายสาม นายสี่ นายหา้ ไมไ่ ด้ หน่วยที่ 9 การออกการโอน และการสลกั หลงั ตวั๋ แลกเงิน 1. ตวั๋ แลกเงนิ ตอ้ งมีรายการตามทีก่ ฎหมายกาหนด การออกตวั๋ แลกเงนิ ขาดรายการที่ กฎหมายตอ้ งการย่อมไมส่ มบรู ณเ์ ป็ นตวั๋ แลกเงนิ ไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ สิทธิและความรบั ผิดตาม กฎหมายลกั ษณะตวั๋ เงนิ 2. ตวั๋ แลกเงนิ ย่อมโอนกนั ไดเ้ สมอ เวน้ แตม่ ขี อ้ ความหา้ มโอน สว่ นการสลกั หลงั เป็ น วิธีการที่ผทู้ รงลงชอื่ ในตวั๋ แลกเงนิ เพ่ือเจตนาโอนตวั๋ อย่างหนง่ึ เวน้ แตม่ ขี อ้ หา้ มสลกั หลงั ตอ่ ไป 3. การสลกั หลงั ตวั๋ แลกเงนิ แกต่ วั แทนก็ดี การสลกั หลงั จานาตวั๋ แลกเงนิ ก็ดี ย่อมทาใหผ้ ู้ ทรงทร่ี บั สลกั หลงั มีสิทธิเรียกเก็บเงนิ ตามตวั๋ ได้ แตจ่ ะสลกั หลงั ตอ่ ไปอีกไดใ้ นฐานะเป็ น ตวั แทนเทา่ นน้ั 9.1 การออกตวั๋ แลกเงิน

50 1. ตวั๋ แลกเงนิ ตอ้ งมีรายการไดแ้ ก่ (1) คาบอกชอ่ื วา่ เป็ นตวั๋ แลกเงนิ (2) คาสงั่ อนั ปราศจากเงอื่ นไขใหจ้ ่ายเงนิ เป็ นจานวนแนน่ อน (3) ชอื่ หรือยีหอ้ ผจู้ า่ ย (4) ชอ่ื หรือยีหอ้ ผรู้ บั เงนิ หรือคาจดแจง้ ว่าใหใ้ ชเ้ งนิ แกผ่ ถู้ ือและ (5) ลายมือชอ่ื ผสู้ งั่ จ่ายหากรายการดงั กลา่ วขาดตก บกพรอ่ งไปยอ่ มไมส่ มบรู ณเ์ ป็ นตวั๋ แลกเงนิ 2. วนั ถึงกาหนดของตวั๋ แลกเงนิ ก็คือ วนั ถึงกาหนดใชเ้ งนิ ตามตวั๋ ซึ่งแยกไดเ้ ป็ น 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ (1) ตวั๋ แลกเงนิ ท่ีสงั่ ใหใ้ ชเ้ งนิ เม่ือทวงถามหรือเมื่อไดเ้ ห็น (2) ตวั๋ แลกเงนิ ที่กาหนดเวลา ใหใ้ ชเ้ งนิ 3. ความรบั ผดิ ของผสู้ งั่ จ่ายหรือผสู้ ลกั หลงั ตวั๋ แลกเงนิ เกดิ ขน้ึ โดยเงอ่ื นไขว่าผทู้ รงตอ้ ง ยื่นตวั๋ ตอ่ ผจู้ า่ ยกอ่ น ถา้ ผจู้ า่ ยไมร่ บั รองหรือไมจ่ า่ ยเงนิ และผทู้ รงจดั ใหท้ าคาคดั คา้ นแลว้ ผสู้ งั่ จา่ ยหรือผสู้ ลกั หลงั จะใชเ้ งนิ แกผ่ ทู้ รง 4. ขอ้ กาหนดลบลา้ งหรือจากดั ความรบั ผดิ และขอ้ กาหนดลดหนา้ ทขี่ องผสู้ งั่ จ่ายและผู้ สลกั หลงั ตวั๋ แลกเงนิ แยกได้ 2 ประการ ไดแ้ ก่ (1) ขอ้ กาหนดลบลา้ งหรือจากดั ความรบั ผิดของ ผสู้ งั่ จา่ ยและผสู้ ลกั หลงั ทม่ี ีตอ่ ผทู้ รง (2) ขอ้ กาหนดลดหนา้ ที่ของผทู้ รงทมี่ ตี อ่ ผสู้ งั่ จา่ ยและผู้ สลกั หลงั 9.1.1 รายการในตวั๋ แลกเงนิ การเขยี นตวั๋ แลกเงนิ ทม่ี ีรายการตามตามท่กี ฎหมายตอ้ งการ การเขยี นตวั๋ แลกเงนิ ดงั ขอ้ ความตอ่ ไปน้ี แลว้ ผสู้ งั่ จ่ายลงลายมอื ชอื่ ตวั๋ แลกเงนิ วนั ท่ี 1 มกราคม 2536 ถึงนางมณฑา โปรดสงั่ จ่ายเงนิ จานวน หนง่ึ ลา้ นบาท ใหแ้ กน่ ายสงั ขท์ อง หรือตามคาสงั่ ..................................................... (ลามอื ชอื่ ทา้ วสามลผสู้ งั่ จา่ ย) 9.1.2 วนั ถึงกาหนดของตวั๋ แลกเงนิ ทา้ วสามลออกตวั๋ แลกเงนิ ลงวนั ที่ 1 กนั ยายน 2536 สงั่ นางมณฑาใหใ้ ชเ้ งนิ จานวน หนงึ่ ลา้ นบาทใหแ้ กน่ ายสงั ขท์ องกาหนดสองเดือนนบั แตไ่ ดเ้ ห็น วนั ท่ี 30 ธนั วาคม 2536 นางมณฑาไดเ้ ห็นและรบั รองตวั๋ แลกเงนิ ฉบบั น้ี ดงั น้ี นายสงั ขท์ องตอ้ งนาตวั๋ แลกเงนิ ไปย่ืนให้ นางมณฑาใชเ้ งนิ เมอื่ ใด วนั ถึงกาหนดตวั๋ แลกเงนิ ฉบบั น้ี คือสองเดอื นนบั แตไ่ ดเ้ ห็น นางมณฑาผสู้ งั่ จา่ ยไดเ้ ห็น ตวั๋ เมอ่ื วนั ที่ 30 ธนั วาคม 2535 ครบกาหนดสองเดอื น ในวนั ท่ี 30 กมุ ภาพนั ธ์ แตเ่ ดอื น กมุ ภาพนั ธไ์ มม่ วี นั ตรงกนั ในเดอื นสดุ ทา้ ย วนั สดุ ทา้ ยแห่งเดอื นกมุ ภาพนั ธ์ คือวนั ท่ี 28 กมุ ภาพนั ธ์ 2536 จึงเป็ นวนั สดุ ทา้ ยอนั เป็ นวนั สิ้นระยะเวลาตามมาตรา 193/5 วรรคสอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook