ISBN 978-974-06-9674-2 ช่อื หนงั สือ อิสลามแท จากสนุ ทรพจนข องทา นอมิ ามโคมัยนี (รฮ)ฺ TITLE : PURE ISLAM IN SPEECHES AND MESSAGES OF IMAM KHOMEINI (RH.) แปล/เรยี บเรียงโดย เชคซยั นุลอาบิดีน ฟนดี้ EDITOR : SHEIK ZAINUL ABIDEEN FINDY อํานวยการผลติ โดย นายมฮุ มั มัด ตัมฮดี ี MANAGING DIRECTOR : MR.MOHAMMAD TAMHIDI จาํ นวนพมิ พ ๒,๐๐๐ เลม CIRCULATION : 2,000 COPIES ปท ีพ่ ิมพ มถิ ุนายน ๒๕๕๑ YEAR OF PUBLICATION : JUNE 2008 ออกแบบปก/รูปเลม สบุ าคี้ บนิ กามิตร GRAPHIC DESIGNED : SUBAKEY BINKAMIT จดั พมิ พโ ดย ศูนยว ฒั นธรรม สถานเอกอคั รราชทตู สาธารณรัฐอสิ ลามแหงอหิ รา น ประจาํ กรงุ เทพฯ เลขท่ี ๑๐๖, ๑๐๖/๑ ซอยเอกมยั ๑๐ แยก ๖ (ซอยเจริญมิตร) ถนนสขุ มุ วทิ ๖๓ คลองตนั เหนอื เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ โทร. ๐-๒๓๙๒๒๖๒๐-๒ แฟกซ ๐-๒๓๙๒๒๖๒๓ PRINTED BY: THE CULTURAL CENTER, EMBASSY OF THE ISLAMIC REPUBLIC OF IRAN 106, 106/1 SOI EKAMAI 10 YEAK 6 (SOI CHAROEN MITT), SUKHUMVIT 63, KLONGTON NUA, VADHANA, BANGKOK 10110 TEL. 0-23922620-2 FAX 0-23922623
สารบัญ บทนํา สวนท่ี ๑ เรอื่ งท่วั ไป บทท่ี ๑ ความเพรียบพรอ มและศกั ยภาพแหง อสิ ลาม บทท่ี ๒ สาเหตุทมี่ สุ ลมิ ลาหลัง สว นที่ ๒ คุณลกั ษณะอิสลามแท บทท่ี ๑ อิสลามคือศาสนาทางการเมือง บทที่ ๒ รัฐบาลอสิ ลาม : เงอื่ นไขการมีอยขู องอิสลามแท บทท่ี ๓ อิสลามคอื ศาสนาแหงการยืนหยัดสแู ละปลดปลอย บทท่ี ๔ อิสลามของผดู อยโอกาส และผถู กู ละเมิดสิทธิ์ บทที่ ๕ อิสลามกบั ความเปนอยูอยางเรียบงาย สว นท่ี ๓ ลกั ษณะเดน ของอิสลามแบบอเมรกิ า บทท่ี ๑ การแยกศาสนาออกจากการเมือง บทท่ี ๒ อสิ ลามแหงความประนีประนอมและความมัน่ คง สว นที่ ๔ ผสู นับสนุนอสิ ลามแท กบั อสิ ลามตามแนวคิดอเมรกิ า บทท่ี ๑ ผปู กปองอิสลามแท บทที่ ๒ ผูสนับสนุนอสิ ลามแบบอเมรกิ า สวนที่ ๕ ความเปนศตั รูตออิสลามแท บทท่ี ๑ สาเหตุแหงการตอ ตา นและการแสดงความเปน ศตั รู บทที่ ๒ วธิ กี ารตอ สูแ ละแสดงความเปน ศตั รู
บทนาํ เม่อื มองอิมามโคมยั นใ้ี นฐานะนักฟนฟูศาสนาและในฐานะนกั แกไขสังคม ทา นกม็ สี ถานะอัน สูงเดน ยิ่ง อมิ ามโคมยั นเี ปนนกั การศาสนา นักการศาสนามไิ ดท าํ หนา ที่เพียงอธิบายหลักการศาสนา เทานัน้ แตจะตอ งปกปอ งและดูแลศาสนาดว ย ศาสนาทม่ี าจากพระเจา น้นั ถูกประทานลงมาเพ่อื มนุษยชาติ มนุษยซึ่งอาศัยอยูบนพื้นดิน ในชว งเวลาหน่ึงในสถานทหี่ นึ่ง และสภาพแวดลอ มในสังคม หนึ่ง โครงสรางทางความคดิ ปญ ญา และความรสู ึกของเขาเปนผลมาจากตวั แปรที่แตกตางกนั ท้งั ที่มา จากภายในและทมี่ าจากภายนอก มนุษยซ่งึ เปน ผมู สี ิทธ์เิ ลือก แตข ณะเดียวกนั ก็มีความจาํ กดั อยา ง มากมายและเปน ความจาํ กดั ทางธรรมชาติ ซึง่ คงไมตอ งรอวา มนุษยทุกคนตองมีคณุ สมบตั ติ รงตาม สจั ธรรมและไมหันเหออกจากแนวทางทถ่ี ูกตอ ง อยางไรกต็ าม มนุษยท กุ คนจะตอ งคน หาศษสนาแหงพระเจา ทาํ ความเขาใจและปฏิบตั ิไป ตามน้นั ความเขา ใจและการนําพาของมนุษยคนหน่งึ นน้ั ถงึ แมวา จะไมม ใี ครคอยจองทาํ ลายเขากต็ าม เขาก็อยใู นสภาพทถ่ี กู ถามและต้ังขอ สงั เกตอยูต ลอดเวลา หาไมมีคําถามและการตงั้ ขอ สงั เกต กจ็ ะไมมี การจารกิ สคู วามสมบูรณท างความคิดของมนุษยไ ดเ ลย ความพยายามอยางแผก วา งและความล้าํ ลึกทาง วิชาการ ความคดิ ของนกั ปรัชญาแหงพระเจา นกั โตตอบปญหาความเชอ่ื ทางศาสนา และนกั ปราชญท่ี เปนผคู งแกเ รียนตางกม็ คี ุณลักษณะทางธรรมชาติ ซงึ่ บางครงั้ ก็ถูกนาํ ไปใชในทางท่ีผิดจากนา้ํ มือของ ฝาย ตรงขาม ท่ีวา นีด้ ว ย ในประเด็นนีเ้ ราไมส งสยั เลยวา วิทยปญ ญาและความรูแจงเหน็ จรงิ แบบ อสิ ลามนนั้ ยอมตอ งมีพลัง มีอาํ นาจเหลอื เฟอ มคี วามลา้ํ ลกึ และมีอทิ ธพิ ลพเิ ศษ ทานอิมามโคมัยนีเปนหนึ่งในกลุม คนทีอ่ ยใู นวงการของปรัชญาการโตต อบหลกั ความเชือ่ และการรูแจง เหน็ จริงแบบอิสลามทดี่ เี ดนท่ีสดุ คนหนงึ่ และเปน หนง่ึ ในกลมุ คนชั้นแนวหนาทีม่ ี ความสามารถทางดานหลกั ความเช่อื และการใชปญ ญา ดวยเหตุนี้เองทา นจึงมคี วามเนือกวานักการ ศาสนา และนกั วนิ จิ ฉยั หลักคาํ สอนของศาสนาผูยิ่งใหญอ กี มากมาย ซ่ึงอาจเปนไปไดว ามีความโดด เดนเปนพเิ ศษในดานองคความรทู างศาสนาก็ตาม แตด ว ยความท่ีมีขอ จาํ กดั ดานองคความรูและความ เขาใจในทกุ มิตขิ ององคคื วามรนู ัน้ และผลของมันก็คือการปราศจากซ่งึ ทศั นะทก่ี วางไกลน่ันเองเปน สาเหตใุ หเ ขาเหลา นนั้ ไมสามารถทาํ หนาทผี่ ูพ ทิ ักษศ าสนาและเปนทเ่ี ช่อื ถือไวใจได ดวยมมุ มองเชน น้ี เราจึงเหน็ วา โคมัยนี คือผดู ูแลศาสนาท่ียงิ่ ใหญ ผสู รางความมชี วี ติ ชวี า ใหกบั หลักการและคุณคาของอสิ ลามและผูปกปองสิ่งเหลา นน้ั จากวาตภัยแกงความกงั ขาและอุทกภยั แหงความสงสัย แตการฟนฟศู าสนาดา นอืน่ ก็มคี วามสาํ คญั กวา เปน หลายเทา ซง่ึ ในดานนี้อมิ ามโคมัยนีกม็ ภี าพ ฉายทีโ่ ดดเดนและชัดเจน ศาสนาของพระเจา ตกอยใู นสภาวะทถี่ กู คกุ คามจากสองดานตขี นาบคูกันมา โดยตลอดและจะยังคงมีอยูตอไป หน่ึงกค็ อื จากพวกความคดิ สับสนท่ีมีทัศนะแคบซ่ึงพยายามท่จี ะ
เสนอความเขา ใจอันบกพรองและไมเ ปนกลางของตนในเรอ่ื งศาสนาเขา ไปแทนท่สี จั ธรรมอนั เปน อมตะ และศาสนาอันเท่ียงแท ฉายภาพความคิดพน้ื ๆ และมารยาทธรรมดาๆ วา เปนความศกั ด์สิ ทิ ธิ์ และเปน สากล และทาํ ใหศาสนาของพระเจา ซงึ่ เปนคาํ บญั ชาทอ่ี ยูเ หนือกาลเวลาและเกยี่ วขอ งกบั มนุษยชาติทุกยคุ ทกุ สมัยตองตกอยูในสภาพถูกบีบรัดและสบั สนในนามของศาสนาและบางทีอาจอาง วา เพ่ือรบั ใชม วลชน... อีกดานหน่งึ ก็คือศาสนาตกอยูในสภาพถูกโจมตีจากพวกคดิ ชวั่ ทตี่ อ งการเพยี งความสุขในโลก น้ี ซึง่ เม่อื พวกเขาเห็นวาศาสนาเปนตัวขวางความรสู กึ บูชาอารมณข องตนเอง ความตองการอันไมมีที่ ส้ินสุด หรือไมก ็พยายามเอาแนวคิดศาสนามาแฝงอยใู นความคดิ และการดําเนินชวี ิต ของผูคนทอี่ ยู ภายใตก ารครอบงาํ ของพวกเขา ถา งานดังกลา วไมง ายนัก พวกเขาก็จะพยายามยืนยันภาพพจนอ ิสลาม ทถี่ ูกดัดแปลงใหเ หมาะสมกบั ความปรารถนาของพวกเขาเขาไปในสงั คมและประวตั ศิ าสตร ฝายทีอ่ ยูตรงขามของสองดา นนกี้ ็คือ ผมู ีความเชื่ออยา งแทจ ริงในศาสนาและมคี วามกลา ได ยนื หยัดปกปองเนื้อแทข องศาสนา ฟน ฟูและปรบั ปรุงสงั คมที่มีศาสนา อดทนตอ ความยากลาํ บาก ทั้งหลาย และก็มกั จะตองเสยี สละชวี ิตไปในหนทางอันศักดิ์สิทธ์นิ ้ี สถานะของมจุ ญต ะฮิดที่มคี วามคิดกระจา งชดั และเปน นกั สูอ ยา งแทจ ริงคือประจักษพยานที่ ชัดเจนถึงรากฐานและการดาํ รงอยูของการปรบั ปรงุ สงั คมและการฟนฟูศาสนในสังคมอสิ ลาม อิมาม โคมัยนีคือมญุ าฮดิ (นักตอ สใู นวิถีทางศาสนา) ซง่ึ มัน่ คงอยูในแนวคดิ การมองการณไกล เพียบพรอ ม และเปดเผยแนวทางใหมใหก ับทุกคนที่ตง้ั ใจอยางแนวแนท ี่จะตอสกู บั การบีบคั้น เปน ผูนาํ ท่ีไมเ หมอื น ใคร ซึง่ มสี วนรว มอยูในทกุ สมรภูมิแหง การเผชญิ หนาในสงั คม เปนมุญาฮดิ ท่ลี ม รัฐบาลของทรราช และชอบผูกมิตรกับศตั รูของประชาชน เปน ผเู ปล่ียนแปลงอหิ รา นซง่ึ เปนเมืองข้นึ สูอสิ รภาพและ เพรียกหาเกียรติยศ ฉะนน้ั โคมัยนีผูยง่ิ ใหญทานน้ีเองคอื ผลผลิตของการฟนฟูและการแกไขโลกทศั น ทางศาสนาในประวตั ิศาสตรอ สิ ลามอยางไมตองสงสยั ชัยชนะของการปฏิวตั อิ สิ ลามแหงอหิ รา นคือ บทสรปุ ท่ีสาํ คญั ทีส่ ดุ ของความพยายามใชค วามคดิ และการตอ สหู ลายสบิ ปข องทา นในสมรภูมิของ การฟน ฟศู าสนาและการแกไขสังคม ขบวนการซึง่ ไดร บั การช้นี ําของทานนน้ั ประสบชัยชนะและลม ลางรัฐบาลฉอฉลและเปน ปรปก ษต อ ชาตแิ ละประชาชนเปนขบวนการตอ สทู ี่กวา งไกลทีส่ ุด ลุม ลึกท่สี ุด และมีสวนรว มของ ประชาขนมากทีส่ ุด... การปฏวิ ตั อิ ิสลามไดรับชยั ชนะในยุคท่กี ารมศี าสนาเปนเรอ่ื งยากและถกู จาํ กัดขอบเขตอยใู น วฒั นธรรมและอารยธรรมของคนสว นใหญ ทานนําอิสลามกลบั มาสเู วทอี ีกคร้งั ในฐานะศาสนาทยี่ งั ไม ตายและตวั ชว ยประชาชาตซิ ง่ึ พวกลา อาณานิคมลิดรอนความปต สิ ุขและเสรีภาพ ศาสนาทีเ่ รยี กรอ งสู ความยตุ ิธรรม อสิ รภาพ เสรีภาพ และรัฐทวี่ างอยูบนความตองการ เจตนารมณ และความศรทั ธาของ ผูคน...
ถงึ แมว า ในตลอดประวัติศาสตรท่ผี านมาเฉพาะอยางย่ิงศตวรรษทผ่ี านมานัน้ มีผูอาวโุ สทใี่ ห ความสาํ คญั ตอ การฟนฟศู าสนาในสงั คมและการเมอื งทางสังคม แตข บวนการอสิ ลามซ่ึงนาํ โดยอมิ าม โคมัยนี้น้ันเมื่อพจิ ารณาในดานความลุมลกึ กวา งไกล และผลพวงทีเ่ กิดขึ้นแลว ตองนักวา ยากจะ เปรียบเทยี บกับผอู าวโุ สเหลา นนั้ หากงานอนั ย่งิ ใหญของทา นอิมามมเี พยี งมิติดา นการเมืองและสังคม นน้ั ภาพฉายของการเปน นักฟน ฟูของทานนั้นกย็ งั คงยง่ิ ยงและจรัสแสง แตก ารฟนฟศู าสนาใชวา จะ สรุปอยูแ คเพียงการปฏิวัติอิสลามเทา นัน้ กห็ าไม อิสลามซง่ึ อิมามโคมยั นท้ี าํ หนา ท่เี ปน ผูอธิบายนนั้ คือศาสนาซง่ึ จาํ เปนตอ งสําแดงความ เหมาะสมและความสามารถของตนเองเขาไปในทุกสถานการณ เวทีแหง การดาํ เนนิ ชีวติ และสภาพ ทางสังคมตอ การจดั การโลกทัศนของประชาชน และเปน ผูมอี ํานาจทจี่ ะจัดหาปจจยั ที่สัมผัสและรับรู ไดของประชาชน คําพูดท่ีพร่งั พรจู ากความทรงจาํ ของทา นอิมามเมื่อกลาวถงึ อนาคตของประชาคม อิสลามและการพูดถึงอิสลาม ในฐานะศาสนาทีย่ งั มีชีวติ ทมี่ ีความสามารถและจาํ เปน ตองเขา ไปมสี วน รวมในพฤติกรรมท้งั หลาย ทานไดส ําแดงความเหนอื กวาของอิสลามในดานการจดั การชีวติ ของ มนุษยชาตใิ หเหน็ นบั ตัง้ แตทานเร่มิ ใชชวี ติ ในแวดวงวชิ าการและสังคม ผลงานท่ีเปนขอ เขียนในวัย หนมุ ของทานอมิ ามนั้นยงั คงมอี ยู การแสดงความคิดเห็นของทานตอสถานการณ นักการเมอื ง และ การเอาใจใสต อ ประเดน็ ปญหาท่เี กิดขนึ้ ในสถาบันสอนศาสนาแหง เมอื งกุมเปนประจักษพ ยานยืนยนั ถึงแนวคิดอันกระจา งชดั ทป่ี รากฏอยูในสวนหัวที่สําคญั ท่สี ุดของขบวนการอสิ ลามโลกทศั นเชน นี้ ยงั คงจรสั แสงอยูตราบจนวาระสดุ ทา ยของชวี ติ อันจําเริญของทาน ฟตวา (คาํ วนิ จิ ฉัยหลักการศาสนา) อันกระจางชดั และกอ ใหเ กดิ การเปลี่ยนแปลงของทา นอิ มามนน้ั ถูกนาํ เสนอเขามาในเวทีแหงการจดั กรปญ หาสังคมแหง การปฏวิ ตั ิและสังคมของมนษุ ยชาตวิ นั ี้ และสง่ิ ทีจ่ ะขจดั ปญหาความยุงยากในการจัดการระบบคาํ ชี้นําอันทรงพลงั ของทา นในเรือ่ งการที่ จะตองมอี ิจญต ิฮาด (วินจิ ฉยั หลกั การศาสนา) ทเ่ี หมาะสมและเพยี งพอสําหรับการจัดการสังคมท่ี ซบั ซอนในโลกเวลาน้ีและในอนาคต และตามทศั นะของทา นแลว ตองมคี ุณลักษณะทเ่ี ปนมุจญ ตะฮิดญามอิ ุซซะรออิฏ (ผรู ูขน้ั วินิจฉยั หลักการศาสนาทม่ี คี วามพรอมในทุกดาน) และเหมาะสมท่จี ะ เปนผูนําผยู ่ิงใหญข องการปฏวิ ตั ิอิสลามทงั้ หมดนัน้ ผุดข้ึนมาจากหลักการและมาตรฐาน ซงึ่ แสดงให เห็นถึงชองวา งทางความคิดแบบอสิ ลามของทานอมิ ามอบั อิสลามแบบเฉยเมย และแขง็ ท่อื ชอ งวา ง ระหวา งอสิ ลามทีม่ าเพ่ือมนุษยชาติ ปลดปลอ ยมนษุ ย เชิญชวนมนุษยสกู ารดูแลอนาคตของตนเอง และ ทงั้ หมดนัน้ เปนบทนําสาํ หรบั ความผาสุกในดา นอื่นของชีวติ กบั อิสลามแบบตา่ํ ตอย ชองวา งระหวา ง อสิ ลามแทท ีม่ ตี นแบบมาจากทานศาสดากับอสิ ลามเทยี มที่มตี นแบบมาจากอเมริกา ดงั ทีท่ า นอิมามให คําจาํ กัดความของอสิ ลามแทว า “อสิ ลามซง่ึ ผถู ือธงชัยคอื พวกเทาเปลา พวกถูกกดข่ี และคนยากคนจน สวนศัตรูของอสิ ลามก็ คอื พวกมิจฉาทิฐิ พวกปฏิเสธ พวกนายทุนและพวกบูชาเงิน อิสลามซึง่ มีพรรคพวกท่ีแทจรงิ เปนพวกที่
ไมอ าจเขา ถงึ ทรัพยสนิ และอํานาจ สว นศตั รูท่แี ทจรงิ คือพวกเจาเลห เพทุบายแสวงหาอาํ นาจ และพวก แสรงทาํ ตวั วา ศกั ดิ์สทิ ธิ์” หนงั สือ อสิ ลามแท : จากสนุ ทรพจนข องทานอิมามโคมยั นี (ร.ฮ.) ท่อี ยุในมือของทานผูอา นนี้ เปนการรวบรวมเอาคาํ พูด คําปราศรัย และสาสน าทที่ า นอิมามโคมัยนี (ร.ฮ.) ไดม ีโอกาสนําเสนอให ประชาคมโลกไดรับรนู บั ต้ังแตท า นไดทาํ หนาที่นักการศาสนาผูปกปองอิสลามตง้ั แตว ัยหนมุ จนกระท่งั ไดเ ขา มาทําหนาทผ่ี ูนําขบวนการปฏิวัตอิ สิ ลามในฐานะผูนาํ ศาสนา และสานตอ แนวคิดอัน เจิดจรสั และทรงคุณคา ของทานในฐานะผนู ําสาธารณรัฐอิสลามแหงอหิ รานซ่ึงทานพยายามท่จี ะสอ่ื ให ประชาชาติมุสลมิ โดยรวมและประชาชาตอิ หิ รานเปนการเฉพาะในบางสถานการณไดเ ห็นแนวคิด วิธีการ และผลพวงของอสิ ลามสองแบบที่ดําเนนิ อยูในโลกเวลานี้คอื อิสลามแทซ ง่ึ มาจากแนวทางของ ทา นศาสดามุฮมั มดั (ศ.) กับอิสลามเทยี มซ่ึงมาจากแนวทางที่ถกู วางไวโดยอเมริกา นีค่ ือแนวคิดแบบ อสิ ลามท่ีถกู กล่นั ออกมาจากภมู ิความรูของนกั การศาสนาทที่ าํ หนา ท่ี วะริษะตุลอันบิยาอ (ทายาทของ บรรดาศาสดาฮะดีษ) อยา งแทจรงิ
สวนที่ ๑ เรื่องทว่ั ไป “ อิสลามมาเพ่ือฝก ฝนเรา และนําพาเราสู ความสมบรู ณพ นู สุข ”
บทที่ ๑ ความเพยี บพรอมและศักยภาพแหงอสิ ลาม ความเพยี บพรอมของอิสลาม “อิสลามมไิ ดเ ปน เชน ศาสนาอ่ืนที่มปี รากฏใหเราเหน็ อิสลามสรา งทกุ สง่ิ ทุกอยางของความ เปน มนุษย อิสลามสรางทั้งปญ ญาจรรยามารยาท การขัดเกลาจริยธรรม การประพฤติปฏิบัติ สรา งทกุ สงิ่ ทม่ี นษุ ยมีความจาํ เปน ตอ งใชมัน อสิ ลามลวนเขาไปเกย่ี วของดว ยกันทั้งส้นิ อสิ ลามไมเหมอื นกับ การปกครองรูปแบบอน่ื ซึ่งเขา ไปเก่ียวของเฉพาะเรอื่ งทเี่ ปนการเมือง การรวมตวั ของประชาชน โดย ไมใ สใจวา ผคู นปจ จเจกชนจะทาํ อยางไรเม่อื อยใู นบา นของตนเอง ไมว าพวกเขาจะทาํ อะไรในบา น ของตนเองรฐั บาลก็ไมเขาไปยุงเกี่ยวดวย ถา พวกเขาจะเลนการพนันในบา นของตนเองก็เปนเรือ่ งของ พวกเขา แตถ า เกิดทําลายความสงบสขุ ของบา นเมือง ทางการก็จะเขา ไปเก่ียวของ อิสลามมีปฏิสัมพนั ธ กับพวกทานทั้งทอี่ ยใู นบานซ่งึ เปน ทีส่ วนตัวของพวกทา นกบั ครอบครัวของพวกทา น อสิ ลามมเี รอื่ งท่ี จะบอกกับพวกทานในประเดน็ ความสัมพันธร ะหวา งตัวทา นกับเพ่ือนบานของพวกทาน อสิ ลามมปี ระเด็นวา พวกทานตองสัมพนั ธกับคนในหมบู านเดยี วกนั อยางไร ตอ งอยูร วมกบั ชนตา งศาสนาอยางไร ทัง้ หลายท้ังปวงนัน้ มีมารยาททีอ่ ิสลามไดสอนเอาไว น่ันหมายความวา อิสลาม ไมใ ชร ูปแบบของรัฐบาลท่ัวไป แตเ ปนรูปแบบการปกครองหนง่ึ ซึง่ มีทง้ั การเมืองการปกครอง การ สรา งตวั ตนของความเปนมนษุ ยใ นดา นจติ วิญญาณ ซ่งึ อิสลามตองเขา ไปเกย่ี วขอ งวา ทา นตอ งมีความ เชือ่ เชนไร มจี รรยามารยาทอยางไร มคี วามประพฤตอิ ยางไร ตอ งทาํ อยา งไรในบา น เร่ืองเหลา นี้ อิสลามลว นเขามามีบทบาททัง้ สน้ิ โดยท่ีไมมรี ฐั บาลของประเทศใดเขา มายุงเกี่ยวในเร่ืองเหลาน้ี หมายความวา ไมม รี ฐั บาลใดมาบอกกบั พวกทา นวา เมื่อพวกทา นอยูในบา นของตนเอง พวกทา นตอ ง ไมทาํ อยางนัน้ หามทาํ อยางน้ี เขาไมม ีหนาทีต่ อ งบอกวา ใครควรจะทาํ อะไรในบา นของตนเอง แตทวา อสิ ลามน้ันอยกู ับพวกทา น มปี ฏสิ มั พนั ธกบั ทาน หมายความวา อสิ ลามจะบอกพวกทา นวา ตอ งทาํ อยา ง นนั้ ตองมจี รรยามารยาทเชนนี้ พวกทา นตอ งคดิ เชนไร พอตองปฏบิ ัตอิ ยา งไรกบั ลูก เดก็ ๆ ตองมีหนา ท่ี อยางไรตอ พอ ตอ แม แมตอ งปฏบิ ัติตวั อยางไรตอลูก พ่นี องตองทําอยา งไรตอ กัน ทุกคนในครอบครัว ตองมปี ฏสิ ัมพนั ธกันอยางไร ครอบครวั แตละครอบครวั ในสงั คมตอ งวางตวั กนั อยา งไร ทง้ั หมดน้ี อสิ ลามมีแบบแผนใหป ฏิบัติตาม มแี นวคิดของตนเอง...” “บรรดาศาสดากเ็ ชนนน้ั พวกทานเหลา นัน้ ไดท ําหนา ทอ่ี ธิบายทกุ สิ่งทีเ่ กี่ยวขอ งกับจติ วญิ ญาณ เก่ยี วของกบั ระดับชนั้ ทางปญ ญาและเก่ยี วของกบั ศนู ยก ลางแหงสง่ิ อนั พนญาณวิสยั แกพวกเรา อัลกุ รอานกท็ ําหนา ท่ีอธบิ ายทกุ ส่ิงท่เี ปนหนาท่ขี องปจเจกชนแกพ วกเรา การมีสวนรวมในการพฒั นามนษุ ย และสคู วามเปน มนุษยท ี่สมบูรณกถ็ ูกอรรถาธิบายอยูในซนุ นะฮแฺ ละคมั ภรี เชน กนั ไดอธบิ ายถงึ สิง่ ท่ี
เกยี่ วขอ งกบั สังคมไมว าจะเปน ดา นการจัดระเบยี บ และปลูกฝงคานยิ มทางสังคม พวกเราท้ังหมดและ รวมถงึ มนุษยทกุ คนตา งกม็ ีหนา ทตี่ ามระดบั ขั้นทตี่ อ งระมดั ระวงั ตามสถานภาพเหลานั้น ซงึ่ ไมจํากดั เฉพาะฝา ยใดฝา ยหนึ่ง” “กฎเกณฑท ่ีมีอยใู นอสิ ลาม ไมวาจะเปน กฎเกณฑท างการเมอื งไมว า จะเปน กฎเกณฑที่ เกย่ี วขอ งกับการบรหิ ารการปกครอง ไมวา จะเปนกฎเกณฑท เ่ี กย่ี วกับสงั คม ไมวา จะเปนกฎเกณฑที่ เกยี่ วกับปจ เจกชน หรอื ไมว า จะเปน กฎเกณฑท ีเ่ กย่ี วของกับสังคม ทั้งหลายทง้ั ปวงน้นั สอดคลองกับ ความตองการมนุษย หมายความวา อะไรก็ตามทีม่ นุษยมคี วามจาํ เปน ตอ งการสิ่งน้นั เชนมีความ ตอ งการทางธรรมชาติ อสิ ลามก็มีกฎเกณฑเ ก่ียวกับธรรมชาติ ความตอ งการทอ่ี ยนู อกเหนือสามญั สํานกึ -ซ่งึ เราทา นทงั้ หลายยงั คงละเลยอย-ู กม็ ีกฎเกณฑป รากฏอยู อสิ ลามมาเพือ่ สนองตอบความ ตองการเหลานนั้ พูดใหงายขึน้ กค็ ืออสิ ลามมาเพื่อฝก ฝนเราและนาํ พาเราสูความสมบรู ณพ ูนสุข นนั่ เอง” “เราไมสบายใจเลยที่ มกี ารเดาสง เดชวาอสิ ลามไมม ีอยา งน้นั ไมม ีอยา งน้ี อิสลามไมม คี วาม เปน ประชาธปิ ไตย-ตามความเขาใจของพวกทา น ตามคาํ พดู ของพวกทาน เมือ่ เราพดู ถงึ อิสลาม ทกุ อยา งจะอยูใ นอสิ ลามหมด อะไรทเ่ี ราตอ งการยอ มมีอยูในอิสลามท้ังส้ิน อะไรทป่ี ระชาชาตติ อ งการ ยอ มอยูในอิสลามทัง้ น้นั การวางเงื่อนงาํ ทว่ี า อสิ ลามไมมีอยางนัน้ ไมม อี ยางนี้ ตอ งปลอยวางเอาไวก อ น เรารูสกึ ไมสบายใจทีพ่ วกทา นคดิ แบบเดาสุมวา เราไมมสี งิ่ ทเ่ี ราตอ งการ จึงตอ งไปแสวงหามาจาก ภายนอก ส่ิงที่พวกเขานาํ เขา มาจากภายนอก (อิสลาม) นั้นลว นเปนพิษภัยแทบทง้ั ส้นิ ” ศักยภาพในการจดั การสังคม “กฎหมายอิสลามมีความกา วหนาย่งิ กวากฎหมายใดในอารยธรรมโลก ดว ยกบั การสําแดง ออกเปน รปู ธรรมนง่ั เองทเี่ ปนตัวกอรา งสรางเมืองมะดีนะฮฺอันเจิดจรัส” “ในหลายศตวรรษทีผ่ า นมาของรฐั อสิ ลามอนั ย่งิ ใหญดวยกนั การนําเอากฎหมายอสิ ลามมา ปฏบิ ัตเิ ปนรปู ธรรมเพียงครง่ึ หน่ึงเทาน้ัน ก็ยังสรางรฐั ชาติทดี่ ีที่สุดและแสดงใหเ ห็นถึงอารยธรรมอัน วเิ ศษสุดไดเ ปนการดถี าลองยอนไปดูหนังสอื ของกลุ สตาฟ เลอรบ อง และหนังสอื ประวัติอารยธรรม อิสลาม ทัง้ ๆ ทหี่ นงั สือเหลานนั้ ไมคอ ยมีเร่ืองราวท่ีสาํ แดงใหเ ห็นถงึ อารยธรรมของอสิ ลามมากเทา ใด นัก มันเปน เพียงความเขา ใจอนั นอยนดิ และขาดความสมบรู ณข องผเู ขยี นในเรือ่ งราวของอารยธรรม อิสลาม แตพวกเขาและอีกหลายๆ คนมองอารยธรรมอิสลามวา หมายถึงสถาปตยกรรม อันวิจิตร งาน ศลิ ปะอันลํา้ คา อาคารอนั ใหญโตและเคร่อื งประดับอันตีราคามิได สง่ิ เหลา นนั้ เปนเพียงสวนหนง่ึ ท่ีมี อาจเทียบคา ไดก บั อารยธรรมอิสลามเลย” “ในอลั กุรอานอนั จาํ เริญมีประจักษพยานวา อลั กรุ อานและศาสนบัญญตั ิอสิ ลามนน้ั มาเพอื่ ความเปน นริ นั ดรและมาเพือ่ มนุษยท กุ คน เราขอยกมากลา วเพยี งบางสว นตอ ไปนี้
๑. จากซเู ราะฮฟฺ ุศศิลตั อายะฮทฺ ่ี ๔๒ ความวา แทจริงส่ิงนี้ (อลั กุรอาน) คือคมั ภรี อันทรงกติ ติ คณุ ความเปนโมฆะไมอาจเขา มากลา้ํ กรายในชว งเวลานีแ้ ละหลังจากนี้ (นั่น) เปน การประทานลงมา จากผทู รงปรีชาญาณ ผทู รงไดร บั การสรรเสริญ ถงึ ตอนน้ีพวกทา นกลบั พูดวา เราอยา ไปใหค วามสําคัญกบั พระดํารสั ของพระองคืเลย น่ีมิใช การไมร ูจกั พระเจา ดอกหรอื ? เราจะตองนําเอากฎหมายยโุ รป และกฎหมายที่ออกโดยสภาซึง่ เรารูจ ักผู ที่ตรากฎหมายเหลานัน้ ดวี าอยูในฝา ยที่ไมช อบธรรมนาํ มาเปรียบเทียบกับกฎหมายของพรเจา ซงึ่ พระองคต รสั ไวแ ลว วา ไมม คี วามเปน โมฆะปรากฏอยูในนนั้ ๒. อายะฮทฺ ่ี ๔๘-๕๐ จากซเู ราะฮฺอัลมาอิดะฮฺ ในโองการเหลา น้ันไดกลาวถงึ ขอ กฎหมาย ทว่ั ไปซึง่ ไมม ีใครมีสิทธทิ ีจ่ ะตราบญั ญตั ใิ ดที่มิใชบทบัญญัติของพระเจาซง่ึ ถกู ประทานลงมา ฉะน้ัน กฎหมายท้ังหลายซ่งึ ตราข้ึนมาใหป ระชาชนปฏิบัติตามนนั้ หากมนั คือบทบัญญัติของพระเจาละก็ ก็วา ไปตามนนั้ แตถ า ไมละก็ ผูตรากฎหมายเหลา นัน้ จะไดช ื่อวา เปน ผปู ฏิเสธ ผูฉ อ ฉล และผูอธรรม ๓. อายะฮทฺ ่ี ๘๙ จากซเู ราะฮอฺ าลิอิมรอน ความวา บุคคลใดแสวงหาศาสนาอน่ื ท่ีมิใชอ ิสลาม เขาจะไมถกู ยอมรบั และในโลกหนา เขาจะเปน หนึง่ ในบรรดาผูขาดทนุ ถา หายยงั มีศาสนาอน่ื อกี (ที่คคู วรแกการยอมรับ) โองการน้ีก็ไมม คี วามหมาย ๔. ซูเราะฮฺ ฟาฏ้ริ อายะฮทฺ ่ี ๔๒ ความวา เจา จะไมพบการเปลย่ี นแปลงใดในแบบแผน ของอัลลอฮฺเลย หมายความวา ทานจะไมพ บวา พระบญั ชาของพระเจามกี ารเปลย่ี นแปลงและสงั คายนาได น่ี เปน เหตผุ ลหลักแหงความเปน นิรนั ดรข องแบบแผนและพระบัญชาของพระเจา ๕. จากซูเราะฮอฺ ลั ฟรุ กอน อายะฮทฺ ่ี ๑ ความวา ทรงเปย มไปดว ยความจาํ เรญิ (พระองค) ผูซ่งึ ทรงประทานอัลฟุรกอนลงมาแกบาวของพระองค เพื่อจะเปนคําตกั เตอื นสําหรับชาวโลกทง้ั ผอง ๖. อายะฮทฺ ี่ ๙๐ ซเู ราะฮฺอัลอนั อาม ความวา จงกลา วไปวา ฉนั ไมไ ดของรางวลั ใดสาํ หรับการนี้ ส่ิงนี้เปน เพียงคาํ เตือนสําหรบั ชาวโลกทงั้ ผอง ๗. อายะฮฺ ๑๐๗ ซเู ราะฮฺอัลอันบยิ าอ ความวา เรามิไดสงเจา มา (เพอื่ อื่นใด) นอกจากเปน ความ การณุ ยส ําหรับชาวโลกทั้งผอง ตามนัยยะของโองการเหลานแ้ี ละอกี หลายโองการบอกวา พระเจา ไดทรงเรียกขานทา นศาสดา แหงอสิ ลามวา เปน ผูต กั เตอื นและเปน ความการณุ ยสาํ หรับชาวโลกทัง้ ผอง อีกทัง้ ทรงขนานนาม อลั กุรอานวาเปนคาํ เตือนและทรงกําหนดใหเปนศาสนบัญญตั ิสําหรบั ชาวโลกท้งั ผอง และไมเ ปน ที่ สงสยั วา ยอมตอ งมนี ษุ ยในแตล ะยุคแตละสมัยและตอ งอาศัยอยใู นประเทศใดประเทศหนึง่ น่นั กค็ ือ ชาวโลกทัง้ ผอง ฉะน้นั โองการเหลาน้บี อกเราวา ทา นศาสดาไดนาํ กฎเกณฑท ัง้ มวลมา และอสิ ลามก็ เปนกฎเกณฑสาํ หรับชาวโลกทั้งผองไมวา เขาจะเปน ใคร อยใู นยคุ สมยั ใด และอยูทีใ่ ดกต็ าม หากวา กฎเกณฑถ กู บัญญัติสาํ หรบั ชว งเวลาหนง่ึ หรือสาํ หรบั ชนอีกกลมุ หนึ่ง การฝาฝน กฎเกณฑเหลา น้ันของ ประชาชนกลุม หน่ึงก็ยอ มตองไมถ ูกวา กลา วตักเตอื น และการปฏิบตั ติ ามนั้นก็คงไมใ ชเ รอื่ งดที ีท่ า น
ศาสดาตอ งถูกแนะนําวาเปน ผูตกั เตือนและเปน ความการุณยส ําหรับชาวโลกทง้ั ผอง และอัลกุรอานก็ เปน คําเตอื นสําหรบั สากลจกั รวาล ๘. อายะฮฺที่ ๔๐ ซเู ราะฮอฺ ลั อะฮซฺ าบ ความวา มุฮัมมัดมใิ ชบ ดิ าของผูหนง่ึ ผูใดในหมูพวกทา น แตเ ขาเปน ศาสดาของอัลลอฮฺและศาสนทตู คนสุดทา ย ในโองการน้ีพระเจาไดท รงประกาศวา ตาํ แหนง ศาสนทตู คนสุดทายวา เปนศาสดาของอิสลาม ดงั น้ัน บญั ญตั ิจากฟากฟาและพระบญั ชาของพระเจา ท่ีสง ผานมายังศาสดาทา นอื่นก็ไมไดถูกกําหนด สาํ หรับประชาชาติตอ ไป ฉะน้ันจึงเปนทก่ี ระจางชดั วา กฎหมายอิสลามคอื ศาสนบัญญัติสดุ ทายของพระเจา ตาม ขอ กําหนดของโองการนี้ กฎหมายอสิ ลามตองเปนนิรนั ดรแ ละมาเพื่อมนุษยโ ดยรวม กฎหมายยุโรป ทั้งหลายซ่ึงใชอยูในประเทศเราเวลาน้ี (กอนการปฏิวตั อิ สิ ลามแหง อหิ ราน-ผเู รียบเรียง-) มิใชอ ่นื ใด เลยนอกจากเปนควรามมืดบอด และไมอ าจปฏบิ ัตติ ามได หากเราจาํ เปนตองนําหลักฐานจากโองการทง้ั หลายมาอา งองิ เพือ่ ใหบ รรลุตามจดุ มุงหมาย ดังกลา ว มันคงตอ งพูดกันนานทีเดียว ฉะน้ันเราจงึ ขอหยดุ ไวเ พียงเทาน้กี อ น” พจิ ารณกฎเกณฑท างกายภาพและจติ วิญญาณของอิสลาม “กฎเกณฑท ั้งหลายของอสิ ลามมีสองมิติ พิจารณาทัง้ ดานชวี ิตในโลกแหง วตั ถแุ ละการเตรียม ความพรอมเพ่ือใชชวี ติ ดงั กลาว และพิจารณาดวยการใชช วี ติ ทางดานจติ วิญญาณและความเหมาะสม ทัง้ หลายที่จะสนองตอบเรอ่ื งดงั กลาว ตวั อยา งเชน การเรียกตองเชญิ ชวนสคู วามเชอ่ื มนั่ ในเอกานภุ าพ ของพระเจา และการมคี วามยําเกรงตอ พระองคถอื เปนการเชญิ ชวนท่ียิ่งใหญท ี่สุดของอสิ ลาม เชนเดียวกบั การเตรียมพรอมเพื่อการใชช วี ติ ใหเ หมาะสมกบั ชีวติ ทางจติ วญิ ยาณนนั้ กม็ ีสว นเขา ไป เก่ยี วขอ งอยา งสมบูรแ บบกบั การใชช ีวติ ในโลกแหงโลกียวสิ ัย ชวยเหลอื ภาระงานทสี่ รง ความเปน ระเบียบเรยี บรอยของประเทศ ชีวิตทางสงั คม และสรา งรากฐานแหง อารยธรรม ชนกลุมหนึ่งหากพวก เขามคี วามเช่อื มั่นในเอกานภุ าพของพระเจาและการสรา งความยําเกรงตอ พระองค แนนอนยง่ิ จติ วิญญาณของพวกเขากจ็ ะย่งิ ใหญและสมบูรณ ประเทศชาตขิ องพวกเขากจ็ ะมสี ถานะท่นี าเกรงขาม การ ดาํ เนนิ ชีวติ ในทางสังคมและการเมืองของพวกเขากจ็ ะรงุ โรจน กฎเกณฑทางดา นเศรษฐกจิ ก็เชน กัน อิสลามถกู วางไวเพ่อื บริหารจัดการประเทศชาตแิ ละ ตอบสนองความตองการของการใชชีวิตทา งโลกแกง วัตถุ เปนไปในลักษณะท่ีถกู จัดวางเพื่อการดาํ เนนิ ชีวติ ดานจติ วญิ ญาณดว ย และทาํ หนาท่ชี ว ยเสริมชีวติ ดานจติ วิญญาณดวย ดวยเหตุนี้เองการใชจา ย ทรัพยสนิ มากมายเพอื่ แสวงหาความใกลชดิ ยังอัลลอฮโฺ ดยอาศัยการใชช ีวิตดานจิตวิญญาณจะมีสว นทาํ ใหจ ิตวิญญาณของมนุษยแขง็ แกรงขนึ้ ในกรณีของกฎหมายปกครองและกฎหมายพจิ ารณาคดคี วามก็เชน กัน กฎหมายปกครองใน ประเทศท้งั หลายดูเหมอื นวาสรางความเฟอ งฟใู หกบั ประเทศเหลา นนั้ แตม นั ก็ทําลายชวี ิตดา นจิต
วิญญาณจนสน้ิ และผลกั ไสเรือ่ งจิตวญิ ญาณออกไปโดยไมกลา วถงึ แตในระบอบอสิ ลามนน้ั มสี ว น รว มสรา งความสถาพรใหก ับประเทศอิสลามไปพรอมๆ กับมสี วนรวมสรา งชีวติ ทางดานจติ วิญญาณ ไปดว ย ดงั ที่พระเจา ไดต รัสถึงความมุงหมายดงั กลา วไว. ..” ความกา วหนา และความเปนประชาธปิ ไตยในอิสลาม “อิสลามคอื ศาสนาทีก่ รุยแนวทางแหงความสูงสง ทางจิตวญิ ญาณของมนษุ ยด ว ยการจดั ระเบยี บพฤติกรรมทางดานโลกียว ิสัย ความกา วหนา ทแี่ ทจรงิ น้นั คือ ความเจรญิ ของมนษุ ยก ลายเปน เปาหมายของพฤติกรรม ทั้งหลายในโลกวัตถุของเขา อสิ ลามคือศาสนาแหงความกา วหนา ท่ีวา น”้ี “การเรียนรูหลักการของอสิ ลามนั่นเองทจี่ ะชี้นําพวกเราสกู ารพฒั นาสงั คมซ่ึงเปย มไปดว ย ศกั ยภาพ ความยาํ เกรงพระเจา ของผคู นและความยุตธิ รรมทางสงั คม” “อสิ ลามสามารถรักษาเสรภี าพของเราได อิสลามสามารถ รักษาอสิ รภาพของเราได อิสลาม สามารถทําใหเ รากาวหนาได อสิ ลามสามารถรักษาเศรษฐกิจของเราได” “อสิ ลามยอมรับความเจริญกาวหนา และอุตสาหการได แตต อตา นการคอรัปชัน่ อสิ ลาม ตอ ตา นสิ่งซง่ึ ทาํ ใหคนหนุมสาวของเราและรฐั บาลของเราตอ งไดร ับความหายนะ อสิ ลามไปกนั ไดกบั ความกาวหนา และความมีอารยะทงั้ ปวง อิสลามไมย อมรับการที่พวกทา นและตวั ของพวกเราตอง พง่ึ พงิ คนอื่น อิสลามกลาววา อุตสากรรมของเราตอ งไมพงึ่ พิงประเทศอืน่ วัฒนธรรมของเราตองไม พึง่ พิงประเทศอืน่ บรรดาที่ปรึกษาทงั้ หลายตองไมม าสั่งการพวกเรา พวกเราตอ งบรหิ ารจดั การตวั ของ พวกเราเอง ตอ งไมใ หทีป่ รึกษาอเมริกา เขามาจดั การระบอบของเรา” “เมอื่ เราพดู ถงึ อิสลาม ตอ งไมใ ชความลา หลังและไมพ ัฒนาแตตองกลับมา ตามความเช่ือของ เราท่ีวา อิสลามเปนศาสนาที่เรยี กรองความกาวหนา ” “อสิ ลามคอื ศาสนาแหงความกา วหนา และเปน ประชาธปิ ไตยตามความหมายทเี่ ปนจรงิ เรา ตองการสรา งรัฐบาลหนง่ึ ขึ้นมาซง่ึ เปนรฐั บาลท่ีมคี วามตางจากรัฐบาลทงั้ หลายในโลกเวลาน้ี กฎเกณฑ ของอสิ ลามคอื กฎเกณฑซ ่ึงมีความกาวหนา อยา งมาก มันประกอบไปดวยอสิ รภาพ เสรภี าพ และการ พฒั นา” อิสลามคอื หลักประกันความผาสุก และเสรีภาพของมนษุ ยชาติ “อสิ ลามมีทกุ อยา ง อสิ ลามมีเร่อื งราวทเี่ ก่ียวของกับโลกนี้ ขณะเดียวกันก็มเี รอ่ื งราวท่ีเกย่ี วขอ ง กับโลกหนา ดว ย อิสลาม มมี มุ มองตอเรือ่ งราวในมติ ติ า งๆ มากมาย รฐั อิสลามไมเหมือนกบั รัฐ รปู แบบ อนื่ ซ่ึงมีมมุ มองดานเดียว รฐั อสิ ลามคอื รัฐบาลซ่ึงถาประสบ ความสําเรจ็ ในการดาํ เนนิ การแลวละก็ อิน ชาอลั ลอฮฺ ประชาชาตนิ ีแ้ ละอิสลามจะสามารถดาํ รงตนในสภาพทีเ่ คยเปนในยุคสมัยของทานศาสดาผู
ทรงเกียรติได หากอัลกรุ อาน อลั ฮะดษี ของบรรดาอิมาม และเรอ่ื งราวของอสิ ลามถกู ถายทอดให เปนไปตามทค่ี วรจะเปน ละก็ น่ันจะเปน หลักประกนั ความผาสกุ ทั้งโลกนแ้ี ละโลกหนา” “หากอหี มาน (ความศรทั ธามั่น) ตอ พระเจาและกระทาํ ทกุ อยางเพอ่ื พระองคใ นกจิ การงาน ทางสังคม การเมอื ง เศรษฐกจิ และการดาํ เนนิ ชีวติ โดยทั่วไปละก็ ปญหาทย่ี ุงเหยิงท่ีสดุ ของโลกทุก วนั น้ียอ มตอ งไดรบั การแกไ ขอยางงา ยดาย โลกทุกวนั นเ้ี ผชญิ กบั ทางตันแลว แตกลับไมยอมกม หัว ใหกบั การชนี้ าํ ทางของบรรดาอนั บยิ าอ (ศาสนทูต) อยางไรกต็ ามในทสี่ ดุ แลว กไ็ มม ทางเลอื กใด นอกจากพวกเขา ตองยอมรับโดยดุษณี” “เราเชือ่ มนั่ วา มีแนวคดิ เดยี วทสี่ ามารถชีน้ ําสังคมและนาํ พาสังคมสคู วามกา วหนา ได น่ันคือ อสิ ลาม โลกเวลานหี้ ากตอ งการหลุดพนจากปญ หารอยแปดพันประการและดาํ รงชีวติ อยา งเหมาะสม กับความเปน มนุษยล ะก็ มนุษยจ กั ตอ งนอมรบั เอาอสิ ลามมาปฏบิ ตั ”ิ “อิสลามและรฐั อิสลามคอื ปรากฏการณห น่ึงทีม่ าจากพระเจา ถา มันไดดําเนินไปอยา งเต็มทีล่ ะ ก็ มนั จะเปน ตัวจดั การความผาสุก ของลกู หลานสสู ภาพทีด่ ที ีส่ ุดท้งั ในโลกนี้และโลกหนา อกี ทั้งจะมี อํานาจ ในการขจดั การกดข่ี ความเสือ่ มเสีย และการรกุ รานทง้ั มวลได และจาํ นาพามนุษยส ูค วาม สมบูรณแ บบตามทต่ี องการ” “โครงการท้งั หลายของรฐั บาลอสิ ลามน้นั ตองนํามาซ่ึงความผาสุกของมนุษยท ุกคน ทุกคน ตอ งมีชวี ิตอยูอ ยางปลอดภัยและสุขสบายเคยี งขางกนั และกัน” “อสิ ลามนั่นเองทีป่ ลดปลอ ยพวกทานจากการท่ีทานไมม อี สิ ระเสรี อิสลามไดปลดปลอยพวก ทานจากแอกนั้น อิสลามไดใหหลักประกันความมอี ิสรภาพของพวกทาน จงหนั หนา เขามาหาอสิ ลาม เถดิ ”
บทที่ ๒ สาเหตุท่มี ุสลมิ ลา หลงั “อิสลามคอื ศาสนาทม่ี าจากเบอ้ื งบน มาเพอ่ื ชีน้ าํ ประชาชาตทิ ั้งผอง ขจดั ความขดั แยง ในหมู พวกเขา เชญิ ชวนสูความสมบูรณแ บบในการเปนมนุษย กาํ จัดการกดขี่ และปลกุ ผคู นใหต ืน่ จากการ หลบั ใหล แตทวา มสุ ลิมสวนใหญห รอื เกือบจะทั้งหมด รวมทัง้ รัฐบาลทีป่ กครองโดยมุสลมิ ท้ังหลาย กลบั หลงลมื หรือแกลงทาํ เปน หลงลืมตอ ส่ิงทเี่ ปนเคลด็ ลบั ซึ่งอสิ ลามนํามาบอก ความยุง ยากทัง้ มวลซ่งึ มสุ ลมิ เผชญิ อยตู ลอดประวัตศิ าสตรท ่ีผา นมา น้ันกเ็ ปน เพราะพวกเขาออกหา งจากคาํ สอนของอสิ ลาม และไมอาจรับรูไ ดถ งึ การชีน้ ําซึง่ อิสลามมาเพื่อการนี้ หรืออาจเปน เพราะความปว ยไขท างจติ บาง ประการ ทาํ ใหพ วกเขาไมส ามารถดาํ เนินชีวติ ไปตามนั้นได ปญ หาหลักของมุสลมิ กค็ อื หา งไกลจาก อิสลามและอลั กรุ อาน หากมุสลิมปฏบิ ัติตามพระบัญชาของอลั กรุ อานท่ีวา พวกเจาตอ งยึดเหนี่ยวสาย เชือกของอลั ลอฮโฺ ดยพรอ มเพรยี งกันและอยาไดแ ตกแยกกนั พวกเขาก็สามารถจะขจดั ปญ หาอุปสรรค ทง้ั มวล ไมว าจะเปนปญ หาอุปสรรคทางการเมอื ง สงั คม และเศรษฐกิจ ไมม อี าํ นาจใดที่จะยืนหยัด ตอ กรกับพวกเขาได แตน าเศรา กต็ รงที่ เพราะความหลงลืมของใครบางคนและแกลง ทาํ เปนหลงลมื พวกเขาจึงอยูใ นสภาพดอ ยโอกาสเชน น้ี ตราบใดที่พระบัญชาของพระเจา น้ียงั ไมไ ดรบั การปฏบิ ัตใิ ห เปน จรงิ มวลมุสลิมกต็ องเผชญิ กับปญ หา เชนน้ีไปโดยตลอด” “มุสลิมตอ งคนหาอิสลามใหเจอ อิสลามไดจ ากพวกเขาไปแลว ตอนนีเ้ ราไมรเู ลยวาอิสลามคือ อะไร ตะวันตกนั่นเองทเ่ี ปากระหมอ มเราอยทู ุกวท่ี ุกวนั และความเลวรายทัง้ หลายน่ันเองทที่ ําใหพ วก เราหลงทางตราบใดทพี่ วกทานยงั คนหาอสิ ลามไมเจอ พวกทา นก็ไมอาจพัฒนาตนเองได อสิ ลามได หายไปจากศูนยกลางซ่งึ มีอัลกะอฺบะฮอฺ นั สูงสงอยู จากศนู ยกลางทางสงั คมของมสุ ลิมซง่ึ ผูคนจากกอง คาราวานของทกุ ประเทศทีม่ มี ุสลิมลว นมงุ หนา ไปสทู ี่นั่น พวกเขาไมร ูเลยวา อิสลามคอื อะไร ฉะน้ัน เมือ่ มุสลิมมารวมตัวกันในอาณาบรเิ วณหน่งึ ซึ่งอลั ลอฮฺทรงกําหนดใหสถานท่ีนนั้ เปนการรวมตวั กนั ของมสุ ลิม มันเปนการรวมตัวกันทางจิตวญิ ญาณของมุสลมิ พวกเขารวมกันแตไ มรวู ากําลงั ทาํ อะไร กันอยู พวกเขาไมอาจใชประโยชนจ ากอิสลามไดเลย พวกเขาไดเปลยี่ นศูนยกลางทางการเมืองให กลายเปน พ้นื ทท่ี ี่ไมสนอกสนใจมสุ ลมิ พวกเขาตองคน หาอสิ ลามใหเจอหากมุสลมิ ไดค นพบพิธีกรรม ฮัจญ อันเปน แนวทางการเมอื งทไ่ี ดดาํ เนนิ อยูในพธิ ีกรรมดงั กลา วจากแนวคาํ สอนของอิสลามละก็ มัน เปนการเพยี งพอแลว ทีพ่ วกเขาไดคน พบ เพ่ือท่ีพวกเขาจะไดค นหาอิสรภาพของตัวพวกเขาเอง แตนา เสยี ใจ เราไดหลงทางจากอิสลามแลว อสิ ลามที่ตอนนเี้ ราไดสญู เสยี มันไปหมดแลว พวกเขาไดแ ยกมัน ออกจากแนวการเมอื ง พวกเขาไดต ัดสวนหวั ของมนั ทิ้งไปแลว พวกเขาไดต ดั ขาดส่ิงอนั เปน รากเหงา ของเรอื่ งดังกลาว พวกเขาไดแยกมันออกและใหสวนทเ่ี หลือแกเราไว วันนีก้ ็ไดส าํ แดงใหเ ราเหน็ แลว วา เราไมร จู ักสวนยอดของอิสลามเลย เราไมรูจักจริงๆ ตราบใดทเี่ รายงั ไมคน พบอิสลามท่ีวา นัน้ ตราบ ใดทีม่ วลมสุ ลิมยงั ไมเ จออิสลาม พวกเขาก็ไมอาจไปถงึ ซึ่งเกียรตยิ ศของตวั พวกเขาเอง”
“หากเราเบยี่ งเบนออกไป ไปทางซา ยหรือไปทางขวา ไปทางซา ยก็ถกู ระบุวา เปนมฆั ฎบิอะ ลยั ฮิม (กลุม ท่ีไดรับความกร้วิ โกรธ) ไปทางขวากถ็ ูกระบุวา เปน ฎอ ลลีน (ผูทหี่ ลงทาง) อันเปนฝายตรง ขามของแนวทางอนั เท่ยี งตรงและวิถีทางอันเทย่ี งตรง หากเราเดินไปในเสน ทางอนั เทยี่ งตรง จากตรงที่ เราไดเริ่มเคลอ่ื นท่ีอันเปนเสนทางอันเท่ียงตรงไมเบ่ียงเบนไป เราก็ไมใ ชต ะวนั ออก ไมใ ชตะวนั ตก เรา อยูใ นทางอนั เทยี่ งตรง ไมเปนพวกขวา ไมเปน พวกซา ยในกิจการงานใด เราคลอ่ื นท่ีตามแนวทางอัน เทยี่ งตรงนับจากน้ไี ปเรื่อยๆ เราจะเปนผูไดรับความสมบรู ณพ ูนสขุ ประชาชาตขิ องเรากไ็ ดรับความ สมบรู ณพนู สุข เราเปนผูท าํ ใหประชาชาตไิ ดรบั ความสมบรู ณพ นู สุข หากเราเบย่ี งเบนไปทางซาย ขอ อยา ใหเ ปนเชนน้ันเลย เราเบยี่ งเบนไปทางขวา เราก็เปน พวกเบี่ยงเบน และถา เรามตี าํ แหนง หนาที่การ งานในหมปู ระชาชน เราก็เปน ผูนําใหประชาชาตเิ บย่ี งเบนไป”
สว นท่ี ๒ คณุ ลักษณะอิสลามแท “ มัสญดิ และมินบรั ในชว งอรณุ รงุ แหงอิสลามน้ัน คือศูนยกลางแหงกิจกรรม ทางการเมือง ”
บทที่ ๑ อิสลามคอื ศาสนาทางการเมอื ง อิสลามเปน เนื้อเดยี วกับการเมืองบรสิ ทุ ธ์ิ “อิสลามมไิ ดมีมติ ิดา นอิบาดะฮฺ (การเคารพภกั ด)ี เทา น้ัน มิไดม เี พยี งคําสอนในดา นการเรยี นรู เฉพาะภาคอบิ าดะฮเฺ ทา นัน้ อสิ ลามมมี ิตทิ างดานการเมอื งดว ย อสิ ลามไมไ ดอ ยูนอกสารบบของ การเมืองเลย อสิ ลามสรา งรัฐอันยิง่ ใหญข้นึ มา สรา งอาณาจกั รอันย่งิ ใหญขน้ึ มาแลวอสิ ลามเปนระบอบ หนง่ึ มันเปน ระบอบทางการเมืองหนงึ่ ซ่ึงแตกตางจากระบอบทงั้ หลายท่ีมกั จะพลาดในประเด็น สาํ คญั ๆ ไป แตอ ิสลามไมม ีวนั พลาดประเด็นเหลา นนั้ อิสลามไดอบรมสัง่ สอนใหมวลมนุษยไ ดเ รียนรู มิติตา งๆ ทจ่ี าํ เปน สําหรับพวกเขา” (น. ๔๖) “การเมืองซงึ่ เกดิ ข้ึนในชวงแรกของอรุณรุงแหง อิสลามคอื การเมอื งสากล ทา นศาสดาแหง อสิ ลามไดย่นื มอื ของทา นออกไปทว่ั โลก ทานไดเรยี กรองเชญิ ชวนประชาคมโลกสูอ ิสลาม สกู ารเมอื ง แบบอสิ ลาม ทา นไดจดั ตัง้ รัฐบาลอิสลาม ตวั แทนของทา นภายหลังจากนัน้ ก็ไดจัดต้ังรฐั บาลอสิ ลาม นับต้งั แตอ รุณรงุ ของอสิ ลามในยคุ สมัยของทานศาสดาจวบจนชวงเวลาที่ยงั ไมมีการเบียบเบนออกจาก อิสลาม การเมอื ง กับการศาสนานน้ั เปนเร่ืองเดียวกัน... ประเด็นหลักอยตู รงทอ่ี สิ ลามเปนศาสนาทาง การเมอื งในทกุ มิตหิ รือเปลา ว อิสลามเขา กนั ไดกบั ทุกปญหาทางสังคมของประชาชาตทิ ัง้ หลายในทุก มติ ิ เขา กนั ไดกับปญ หาทางเศรษฐกจิ วฒั นธรรม และทุกเรื่องกบั ทุกคน หรือวาอสิ ลามตองถกู ขจดั ออกไป ในชว งอรณุ รุง ของอิสลามน้นั บุคคลทไี่ ดจ ดั ตั้งรัฐบาลอิสลาม พวกเขาลว นทาํ ผิดทั้งหมดหรือ มวลมสุ ลมิ ตองรบั รวู ากระบอกเสียงของพวกลาอาณานคิ มมีไวเพอื่ ประกาศแยกอิสลาม ขจดั อสิ ลาม พวกเขาลบเนื้อหาของอิสลามออก” “ขาพเจา ตองบอกวา การเมอื งเปนสิทธขิ องนกั การศาสนาศาสนทตู และผเู ปน ทร่ี ักยิ่ง ของอัลลอฮฺ แตก ารเมืองซ่งึ ทา นเหลานน้ั มีอยขู อบเขตของมันเทยี บกบั การเมอื งซงึ่ คนพวกนั้นมอี ยู ตางกัน หากเราสมมติวา มีบคุ คลหนึง่ เลนการเมอื งท่ชี อบธรรม มิใชเ ปน การเมืองแบบท่ีมารรา ยไดทํา ใหม นั เสื่อมเสียมาแลว แลวเขาไดเ ขา มาบรหิ ารรฐั บาลเปน ประธานาธบิ ดี ไดเ ขา มาจักการรฐั เลน การเมืองอันชอบธรรม ยอ มสงผลดตี อ ประชาชน แนวการเมอื งเชนน้เี ปนมิติทางการเมอื งหนึง่ ของ บรรดาศาสดา ของบรรดาบุคคลอนั เปนทร่ี ักยิง่ ของอัลลอฮฺ และตอนน้ี สาํ หรับนักการศาสนาอสิ ลาม มนษุ ยมิไดมมี ิติเดียว สงั คมก็ไมไดม เี พยี งมิติเดยี ว มนุษยไมไ ดเ ปน เพียงสัตวที่มีเพยี งการกนิ และ บรโิ ภคทกุ อยางทเ่ี ปนเรื่องของพวกเขาเทา นัน้ การเมอื งของพวกมารรายรวมทั้งการเมอื งอนั ชอบธรรม ดวย หากมันช้ีนําประชาชนไปยังมิตเิ ดยี วและนาํ พาสูมิตแิ หงความเปน สัตวม ติ อิ ันท่ีรวมของโลกยี วัตถุ ทัง้ หลาย การเมืองประเภทนเ้ี ปนสว นหนึง่ ของการเมืองทบ่ี กพรอ งจากมมุ มองทางการเมืองอนั มั่นคง ในอิสลามสําหรบั บรรดาศาสดาและบรรดาผเู ปนทีร่ ักยิ่งของอลั ลอฮฺ พวกเขาตองการชีน้ าํ ประชาชน
ประชาชาติท้งั หลาย สังคม และปจเจกบคุ คล นําพาสูทกุ ส่ิงอันเปนความเหมาะสมสาํ หรับประชาชนที่ พอจะวาดภาพไดและสาํ หรับสังคมตามความนกั คดิ ได” การเมอื งในอลั กุรอานและอัลฮะดีษ “การเชญิ ชวนของอัลกรุ อานไมว า ตอนท่อี ยูท ีม่ ักกะฮฺมกุ ั้รรอมะฮฺ (เมอื งมักกะฮอฺ นั จําเริญ) หรอื ท่ีมะดีนะฮมฺ ุเนาวะเราะฮฺ (เมืองมะดนี ะฮฺอันเจดิ จรสั ) มใิ ชเ ปน การเชญิ ชวนแบบปจเจกชนระหวา ง บคุ คลคนนนั้ กับพระเจา ไมอาจกลา วไดโดยปราศจากขอ กังขาวา แมกระทงั่ หนาท่สี วนบุคคลระหวาง ตวั เขากบั พระเจาน้ันก็ยังมคี วามหมายทางสงั คมและการเมืองซอนอยูดวย” “สํานักคิดอิสลามซึง่ ท่ีมาของมันกค็ อื อัลกุรอานน้นั ไดรับการปกปอ ง ไมมีการเปลย่ี นแปลงใด แมเ พียงอักษรเดยี วน่ันเองทีอ่ ัลกรุ อานรวบรวมทุกสิ่งไว หมายถงึ เปนคมั ภีรทเี่ สริมแตง มนุษย ดงั ท่ี ทา นนบอี าดัมเปนทกุ อยา ง มคี วามสูงสง ทางจิตวิญญาณ มคี วามสมบรู ณ ทางวตั ถุ มสี ภาวะดา นนอก มี สภาวะดา นใน อลั กุรอานมาเพ่อื สรา ง เสรมิ มนษุ ย สรา งเสริมทุกมิติแหงความเปนมนุษย หมายถงึ ทุก อยางท่มี นษุ ยม ีความตองการ ไมว าจะเปนความตอ งการสว นบคุ คล สิ่งท่ีเกยี่ วขอ งกบั ปจเจกชน ความสัมพันธระหวางบุคคลกับพระเจา ปญ หาความเช่อื เรือ่ งเอกานภุ าพของพระเจา ปญ หาความ เขาใจดานคุณลกั ษณะของพระเจา ปญ หาความเชื่อเร่ืองโลกหนา สิ่งเหลาน้มี ีอยู ปญ หาทางการเมือง สังคม การสงครามกับผูปฏเิ สธ อลั กรุ อานเต็มไปดวยโองการตา งๆ มโี องการหนงึ่ ท่บี ัญขาใหผ คู นและ ศาสดาทาํ สงครามกับบคุ คลที่เขามารกุ รานกบั ผูก ดขท่ี ้งั หลาย เปน คมั ภรี ห น่งึ ซง่ึ นาํ ความเปลย่ี นแปลง มา กลาวคือ อาหรับในยคุ สมัยท่ีอลั กุรอานถูกประทานลงมาน้นั เปนกลุมชนทีแ่ ตกแยกเปนกกเปน เหลา เปนกลุมคนทีส่ รู บกนั เอง มีแตเรอื่ งทะเลาะเบาะแวง กนั ไมเคยคิดเรือ่ งการบา นการเมืองของ ตนเองในระหวา งพวกเขากนั เองมสี ภาพปาเถือ่ น ครง่ึ สตวรรษกอ นหนานป้ี ระมาณสัก ๓๐ ป ที่พวก จักรวรรดินิยมไดเขา ครอบครองรัฐท้ังหลาย หนงึ่ ในนัน้ ก็คอื รฐั อาหรับที่เคยอยกู ับทา นศาสดาแหง อิสลาม ศาสดาเปน ผูสรางรฐั เหลา นี้ขึน้ มา มีอยยู ุคหนึง่ จักวรรดิอันยงิ่ ใหญท ้งั สองคือโรมและเปอรเซยี ซง่ึ ในยุคน้ันเกือบท้ังโลกอยูภายใตการยึดครองของจกั รวรรดิทง้ั สอง ศาสดาแหงอิสลามนั่นเองท่ีเปนผู พชิ ติ จกั รวรรดิทั้งสองมนั ไดสรา งปรากฎการณการแผข ยายจากคาบสมทุ รไปสดู ินแดนอ่นื ท้งั อิหรา น และยุโรป การยึดครองท่ีวา นไ้ี มใชการยดึ ครองแบบที่ทานคดิ วาเหมอื นการยึดครองของนโปเลียนไม ซง่ึ เขาตองการเขา ยดึ ครองประเทศทัง้ หลาย แตก ารยึดครองแบบอิสลามน้ันเปนแบบสรางเสริมมนุษย ทํา ใหพวกเขาเปน ผูเ ช่อื ม่ันในความเปน เอกานุภาพของพระเจา ทาํ ใหประชาชนท้ังหลายเกิดสภาพความ เทาเทยี มกนั และทาํ ใหประชาชนรับรถู งึ ประเดน็ ปญหาตา งๆ มนั เปน เชนน้ี...” “มีโองการอัลกรุ อานและริวายะฮฺท่กี ลา วถงึ ภาคการเมืองมากเมอื่ เปรยี บเทียบกบั ภาคอบิ าดะฮฺ หาพวกทา นพิจารณาดตู ํารบั ตําราศาสนาสกั ๕๐ กวาเร่อื ง พวกทานจะพบวา มีเร่อื งทีเ่ ปน ภาคอิบาดะฮฺ อยปู ระมาณ ๗-๘ เลม เทา นั้น นอกนั้นเปนเร่ืองท่เี กย่ี วขอ งกบั ภาคการเมือง การสงั คม และการรวม
ปรึกษาหารอื มนั เปน อยา งน้ี พวกเราปลอยวางสิ่งเหลานีไ้ วข า งทางแลวไปนําเอามติ ทิ เี่ ขมขน นอ ยกวา มาใชพ วกเขาแนะนาํ อิสลามในภาพลบ แลว พวกเรากเ็ ชอ่ื ตามนนั้ วา อสิ ลามไมเ ห็นจะเกย่ี วกบั การเมอื ง เลย การเมอื งเปนสมบัติสว นตัวของจักรพรรดิ สวนเมียะฮรฺ อบ (สถานทยี่ ืนนาํ นมาซ) เปนสมบตั ิของ พวกนักการศาสนา แมก ระท่งั เมยี ะฮรฺ อบพวกเขายงั ไมปลอยใหพวกเราไดค รอบครองเลย อิสลาม เปนศาสนทางการเมอื ง มีสถาบันการปกครอง พวกเทา นลองอานคมู ือการปกครองของทานอมิ ามอะลี (อ.) ทีม่ อบใหทานมาลกิ อา นคูมือการปกครองของทา นอมิ ามอะลี (อ.) ที่มอบใหทา นมาลกิ อัชตาร แลวพวกทา จะรวู ามันคอื อะไรกนั พวกทา นไดเห็นคาํ บญั ชาตา งๆ ของทา นศาสดาและทานอิมามอะลี ในสมรภูมริ บและในทางการเมอื งการปกครอง พวกทานกจ็ ะรวู า อสิ ลามมอี อะไรบาง เรามอี ะไร มากมาย แตไมมีโอกาสไดใ ชม ันเลย เหมือนกบั ทอ่ี ิหรานมสี ่ิงตา งๆ มากมายแตเอาไปใหค นอื่นใช เรา มคี มั ภรี แ ละแบบฉบับทเี่ หลือเฟอ มีทุกอยางอยใู นน้ัน แตพ วกเขาอธิบายใหพวกเราฟงเปน ลบ กลาวคือ ผเู ช่ียวชาญทัง้ หลายใชเสน ทางยโุ รปท่ถี ูกเปดออกแลว มุงหนาสูเ อเชียและตะวนั ออก พวกเขาไป รวมตัวกนั ท่นี ่ันและทาํ งานวจิ ัยกันที่น่ัน พวกเขาตน่ื ตวั อยูตลอดเวลาแตเ ราและทา นน้ันยังหลบั ใหลอยู ในสถาบันสอนศาสนา ขณะทีพ่ วกเขาเรง อา นและทาํ งานวจิ ัย งานวิจัยของพวกเขาที่เกี่ยวขอ งกับพวกเรากค็ อื พวกเขาเห็นวา มสี ิ่งเดียวเทา น้นั ท่ีจะสกดั ก้นั การรุกคืบของพวกเขาไดคืออสิ ลามและผทู ร่ี บั ใชอ ิสลาม พวกเขากเ็ ร่ิมบดขย้ีนับจากน้ัน พวกเขาทาํ การแยกอสิ ลามออกจากประชาชาตอิ สิ ลาม ถึงขนาดแยกอิสลามออกจากผรู วมรับใชอ ลั กรุ อาน ผนู าํ ศาสนาและการเมอื ง “ศาสดาแหงพระเจา ผนู ้นั แหละไดมงุ มั่นอยกู ับการจาริกทางจติ วญิ ญาณอยหู ลายป แตเมื่อสบ โอกาสทานก็ไดก อต้งั รัฐท่มี ีนยั ยะทางการเมอื ง สาํ หรับการสถาปนาความยุตธิ รรม ใครมอี ะไรก็ตอ ง นาํ มาสาํ แดงท้งั หมด เมื่อโอกาสยังไมอํานวย สภาพแวดลอ มยงั ไมเ หมาะสม นกั จารกิ ทางจิตวญิ ญาณก ตองสาํ แดงการจาริกนน้ั ใหปรากฏนักปรัชญากต็ อ งสาํ แดงการปรชั ญาใหป รากฏ นกั นติ ิศาสตรอิสลาม ก็ตองสาํ แดงหลกั การใหปรากฏ แตเมื่อรัฐกลายเปน รูปแบบการปกครองที่ทรงความยุติธรรมแหงพระ เจา และไดดาํ เนินการยตุ ธิ รรมแลว เขาจะไมป ลอยใหพวกฉวยโอกาสไปถงึ ยงั เปาหมายของตวั เอง เมื่อ สภาวะไดสงบขึน้ ทกุ สง่ิ ทกุ อยา งกจ็ ะเผยตัวของมนั เองออกมา ไมม ีสิง่ ใดทถี่ ูกเรียกรองเชิญชวน เหมอื นเรื่องทางการเมือง มันเปน เร่อื งการเมืองเกิดข้ึนในสมยั ของทานศาสดา สมยั ทา นอะมรี ลุ มุฮ มนิ นี แตเ มือ่ สบโอกาสพวกเขากจ็ อ งท่ีจะเฉไฉมันออกไปอีก มผี รู ูบางคนของเราถงึ ขนาดกลาววา (ชดุ ทหารเปน ทตี่ อ งหา ม เปน ชุดที่แสดงถงึ ยศถาบรรดาศักดิ์ยอ มเปน ภัยตอ ความยุตธิ รรม) ถาอยา งนัน้ ทานอะมี้รกไ็ รความยุตธิ รรม ทานอิมามฮเุ ซนกไ็ รความยตุ ิธรรม ทานอิมามฮะซนั ก็ไรความยตุ ิธรรม และทา นศาสดากไ็ รความยุตธิ รรมเชนกนั ? กเ็ พราะวาทา นเหลานั้นไดเคยสวมใสช ดุ ทหารดวยกัน ทง้ั สนิ้ พวกเขาฉดี ตวั ยานี้ใหก บั พวกเรา พวกเขาฉีดยาขนานเดียวกบั ทีพ่ วกกบฏฉีดใหพวกเรา ใหพวก เราเช่อื ตามน้ัน (วา ) แกไปยงุ อะไรกบั เรอ่ื งพรรคนั้นวา จะเปนอยา งไรตอไป แกจะสอนหนังสอื ก็สอน
ไป แกจะสอนฟก ฮฺกส็ อนไป แกจะยุงอยูกับเร่อื งปรชั ญากว็ า กันไป ในสมยั กอ นมปี ญหาหนง่ึ เกิดขน้ึ มี เพือ่ นของเราคนหนึ่งซ่ึงเปนคนที่ดมี าก เปนคนดมี ศี ลี ธรรม เปน คนเอางานเอาการ แตเ มือ่ ขา พเจา ไป พบเขาพูดคุยเรอื่ งราวบางอยา งกับเขาวา เราตอ งตรวจสอบอะไรบางอยาง เขากลา ววา แลวมนั เร่อื ง อะไรของเรา เรอื่ งการเมืองเกีย่ วอะไรกบั เรา ทา นศาสดาพดู หรอื วา เรือ่ งการเมืองไมเ กี่ยวอะไรกบั เรา ทา นอะมีรลุ มะอมนิ ีนซ่ึงปกครองรฐั พูดหรอื วา รัฐกแ็ คเ รอ่ื งการอานอลั กุรอาน นมาซ และพธิ ีกรรมอกี เลก็ นอย? มันเปน ระบอบการปกครองมีรฐั บาลมอี าํ นาจ การปกครอง และมกี ารเตรียมกองกาํ ลัง...” “แบบแผนของทานศาสดาแหง อิสลามในเรอ่ื งกิจการภายในของมุสลิมและกิจการภายนอก ของพวกเขาสาํ แดงใหเ หน็ หนาทีอ่ ันยง่ิ ใหญหนง่ึ ของทานศาสดาผูจาํ เรญิ ซ่ึงก็คือการตอ สทู างการเมือง ของทา นนัน่ เอง...” ความสัมพนั ธระหวางศาสนบญั ญัติ และภาคพธิ ีกรรมกบั การเมอื ง “ไมอ าจปฏเิ สธและไมจําเปน ตอ งกลา วยาํ้ วา อิสลามอันยงิ่ ใหญนั้นเปนศาสนาแหง เอกานุภาพ และทาํ ลายการต้งั ภาคี สภาพมิจฉาทฐิ ิ การเคารพบูชาเจวด็ และการบชู าตนเอง เปน ศาสนาแหง ธรรมชาตดิ ง้ั เดิม ศาสนาแหงการปลดปลอยจากพนั ธนาการตางๆ จากการกระซบิ กระซาบของมารรา ย ทั้งทีเ่ ปนญินและมนษุ ย ทั้งเปดเผยและซอนเรน เปนศาสนาแหงการเมอื งสมัยใหม และชีน้ ําสแู นวทาง อันเทย่ี งตรงไมม ีตะวนั ออกไมม ตี ะวนั ตก เปนศาสนาที่ภาคพิธีกรรมเชื่อมเปน เนอ้ื เดียวกบั ภาค การเมือง และการเมอื งกค็ อื พิธกี รรมทางศาสนาดวย” “อสิ ลามมใิ ชแ นวคิดซง่ึ คิดเพียงดา นเดียว อสิ ลามมกี ฎเกณฑค รอบคลุมทุกเร่ืองราว เรือ่ งราว ตา งๆที่เกยี่ วของกับโลกนี้ ที่เก่ียวของกับการเมอื ง ทเี่ ก่ยี วขอ งกับสังคม ที่เก่ียวของกบั เศรษฐกิจ และ ไมว าจะเปน เรอ่ื งราวใดท่มี ีสวนเกี่ยวขอ งกันซ่งึ ชาวโลกยังไมร ู ศาสนาแหง เอกานุภาพนัน้ มาเพือ่ ดูแล เร่อื งราวท้สั องโลกและอธบิ ายส่งิ น้ัน มีกฎเกณฑท เ่ี กี่ยวขอ งกับเรอื่ งราวทง้ั สองโดยตรง มกี ารอธบิ าย มันไวมิไดเปนไปดงั เชนใหค วามสนใจดานหนึ่งแลวละท้งิ อีกดานหนึง่ สนใจเฉพาะเรอื่ งหนง่ึ และไม สนใจอกี เรอ่ื งหนึ่ง มิใชอ ยางน้แี นน อน มีทศั นะในดานหน่งึ กย็ อมตองแสดงทัสนะในอกี หลายดา น เฉพาะอยา งยิ่งอสิ ลามมีความเขมงวดย่งิ กวา ศาสนาใดๆ ในการใหความหมายเชน นี้ ภาพรวมศาสน บัญญัติทั้งหลายมีกฎเกณฑที่เก่ียวของกับการเมอื งเปน ภาคการเมอื งบัญญัติ การนมาซกร็ วมเปน เนอื้ เดียวกับการเมือง พธิ ีกรรมฮัจญก็เปนเน้อื เดยี วกับการเมือง การจา ยทานบงั คับกเ็ ปนเร่ืองการเมือง มีสา สนบัญญัตเิ รอื่ งการบรหิ ารการปกครอง การจายคุมซฺ (ผลประโยชนท ีเ่ พ่ิมขึ้น) ก็เพื่อบริหารจดั การ ประเทศชาตนิ น่ั เอง” “อัลกุรอานซึง่ อยูในมือของมวลมสุ ลมิ ขณะน้ี นับตัง้ แตอ รณุ รงุ อิสลามตราบจนทุกวนั ี้ยังไม เคยมีการเสรมิ แตง หรือตัดแตงแมเ พยี งอกั ษรเดียวนั้น หากพวกทา นพิจารณาอัลกุรอานน้อี ยา งถองแท พวกทานกจ็ ะพบประเดน็ ปญหาหน่งึ ซ่งึ ประเด็นดังกลาวนมี้ ใิ ชเปน เพียงการเชญิ ชวนใหผ คู นท้ังหลาย
น่ังนง่ิ อยูก บั บาน คอนแตจะกลาวซกิ รุล ลอฮฺและทาํ ตวั ปลีกวิเวกอยกู บั พระเจา เทา นนั้ ใช สิง่ น้ีก็มีอยู ในอลั กุรอาน แตไมไ ดจ ํากัดอยูแคเพียงสงิ่ เหลาน้ี มันยงั มีประเด็นปญ หาทีเ่ ปนการเรียกรอ งเชิญชวนสู การมสี วนรว มในสงั คม เชิญชวนสกู ารทํางานภาคการเมอื ง เชญิ ชวนสกู ารบริหารปกครอง ประเทศชาติ ขณะเดยี วกนั ก็บอกวามันทง้ั หลายถือเปนสวนหนึ่งของภาคพธิ ีกรรม (อิบาดะฮฺ) ดว ยภาค พธิ ีกรรมไมอาจแยกเดด็ ขาดจากการเมอื งและสังคมได ในอสิ ลามน้ันทุกเร่ืองทีม่ ีการเชญิ ชวนใหผ ูคน ปฏิบัติตามน้ันจะถกู นับวาเปน มติ ดิ านพธิ กี รรมดวย แมก ระท่งั การทาํ งานในโรงงาน ทําเกษตรกรรม สอนหนังสือ และฝกฝนอบรมผูคนท้ังหลาย ทง้ั ปวงนนั้ ลวนเปนไปเพื่อผลประโยชนข องอสิ ลาม ทง้ั สนิ้ ” พิธีกรรมฮัจญก บั การเมอื ง เนือ้ ในของการทาํ ฮัจญ “ความเจบ็ ปวดอันยิง่ ใหญที่สดุ ของสงั คมอสิ ลามในเวลาน้คี ือ พวกเขายงั ไมอาจเขา ถึงปรชั ญา ทแี่ ทจ ริงของศาสนบัญญตั ิสวนใหญข องพระเจา จนถึงเด๋ยี วน้ีการทาํ ฮัจญกย็ งั คงเปนเพียงพธิ ีกรรมที่ไร นํ้าหลอ เลย้ี ง เปน การเคลอื่ นไหวแบบไรท ิศไรท าง และไมแ สดงผลใดหนาทอี่ ันยง่ิ ใหญหนงึ่ ของมวล มสุ ลิมกค็ อื จะตองตามตดิ ใหร วู า การทาํ ฮัจญคอื อะไร ทาํ ไมพวกเขาจะตอ งใชจา ยทรัพยสนิ ไปเปน จาํ นวนมใิ ชน อ ยและตอ งเตรียมทางดา นจิตวิญญาณเพือ่ การนดี้ ว ย” “การทาํ ฮจั ญเพ่ือสรางความใกลช ดิ และเช่อื มสัมพันธร ะหวางมนุษยกับเจา ของอาคารหลังนั้น ฮัจญมิไดเปนเพยี งการเคลื่อนไหวการปฏบิ ัติ และการกลา วออกมาดวยวาจาเทา น้นั ดวยกบั คาํ พูด การ กลา วดว ยวาจา และการเคลือ่ นไหวแบบซงั กะตายน้ันไมอาจทาํ ใหม นษุ ยไ ปถงึ พระเจา ได ฮจั ญคอื องค รวมของการรูจักพระเจา ซง่ึ ในน้ันมีองคป ระกอบทางดา นการเมอื งแบบอิสลามท่ซี อ นอยใู นทุกมติ ขิ อง การดาํ เนินชวี ติ ทีจ่ ําเปน ตอ งคน หาใหเจอ ฮัจญคือการสงสาร การกอ กําเนดิ และการกอรา งสรา งสังคม หนง่ึ ซึ่งหา งไกลจากความตา่ํ ตอ ยทางดานวตั ถแุ ละความเส่ือมทรามทางจติ วิญญาณ ฮัจญคือการ จาํ แลงงและการตอกย้ําภาวะแหง การสรา งความรกั ใหบงั เกิด ในการดําเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ยคนหนึ่งและ ของสังคมท่มี ีความสมบูรณใ นโลกนี้ พธิ ีกรรมฮัจญเ ปน พธิ ีกรรมแหงการดาํ เนินชวี ิต นบั จากจุดนั้น สงั คมของประชาชาตอิ ิสลามทป่ี ระกอบไปดว ยทกุ เผา พนั ธแุ ละทุกเชอ้ื ชาติจะตองทาํ ใหต วั เองเปน ดังอิบรอฮมี เพอ่ื เปนเนอื้ เดียวกับคาราวานแหงประชาชาติของมฮุ มั มดั พวกเขาตอ งกลายเปนหน่ึง เดียวกัน ประสานมอื กนั ฮจั ญคอื การจัดระบบ การฝก ฝน และการสรา งรปู แบบการดาํ เนินชวี ติ แบบมี ความเชอ่ื ในพระเจา องคเ ดยี ว ฮจั ญคือภาพฉายและกระจกเงาสะทอนศักยภาพและความสามารถทาง วตั ถุและจติ วญิ ญาณของมสุ ลมิ ฮจั ญเ หมอื นอลั กรุ อานในประเดน็ ทีท่ ุกคนจะไดร ับประโยชนโ ดยถว น หนา ทวา นักคดิ นักสะสมของมีคา และผูทร่ี บั รคู วามเจบ็ ปวดของประชาชาติอสิ ลาม หากพวกเขาตอ ง ไมกลวั ท่ีจะเขา ใกลแ ละมหานทีแหงความรอบรูของมนั พวกเขาจะตองไมก ลัวท่จี ะเขา ใกลแ ละจมดิ่ง ลงไปในกฎเกณฑทางศาสนาและการจดั การทางสังคม พวกเขาจกั ไดอัญมณแี หง การชน้ี ํา
ความกาวหนา วิทยปญญา และอสิ รภาพจากไขม ุกแหง มหานทีนี้ และพวกเขาจะไมร ูส กึ อ่ิมเอมจาก ความหอมหวานแหง วทิ ยปญ ญาและความรอบรูของมันไปตลอดกาล แตต อ งทําอยา งไรและความอด สนู จี้ ะดาํ เนินไปถึงไหน ฮจั ญก เ็ หมอื นกับอลั กรุ อานทีถ่ ูกละเลย คมั ภีรแหง การดําเนนิ ชีวติ ความ สมบรู ณแ ละความสวยงามยังคงถกู บดบังอยูในหลบื แหงมา นกนั้ ท่เี ราสรา งมันขึน้ มาเอง พอๆ กบั ท่ีขมุ คลงั ของความเรนลบั แหง การสรา งสรรคก ็ยังคงถูกกลบฝงอยูในหวั ใจทีเ่ ปนดงั ธุลแี หงความบิดเบ้ยี ว ของความคิดของพวกเรา ภาษาแหง ความสมานจิต การชน้ี ํา การดาํ เนนิ ชวี ิต และปรชั ญาแหง การ สรา งสรรคชวี ิตของเราถกู ดึงลงมาสูระดบั ภาษาแหง ความนา หวาดกลวั ความตาย และหลุดฝงศพ ฮจั ญ ยงั คงตกอยใู นสภาพเชน นั้น มันเปนสภาพการณซ่ึงมุสลิมหลายลา นคนท่วั โลกในทุกปต า งกเ็ ดนิ ทาง มายงั มกั กะฮเฺ พือ่ ยํ่านรอยเทาของทา นศาสดา นบอี บิ รอฮีม นบอี ิซมาอีล และทา นหญงิ ฮะญ้รั แตท วา ไม มีใครทจ่ี ะคอยถามวา ทา นเหลานั้นเปนใคร ทําอะไรไวบา ง พวกทา นมเี ปาหมายเชน ไรและตอ งการ อะไรจากพวกเรา ดเู หมอื นวาน่แี หละเปนเรอ่ื งทีย่ งั ไมเ คยไดรบั การฉกุ คิดเลย เปนที่ชดั เจนแลววา ฮจั ญ ซง่ึ ไรการประกาศศักดาเปน เอกเทศ และฮัจญทไี่ รซ งึ่ ความเปน เอกภาพน้นั มใิ ชฮจั ญ สรุปก็คอื มวล มุสลมิ ท้งั หลายจาํ เปฯ ตองปรับปรงุ จติ วิญญาณของฮจั ญและอัลกุรอาน และตอ งพยายามนําทสั้ องกลบั คือมาสูเ วทแี หงการดาํ เนินชีวติ ของพวกเขา นกั คนควาวจิ ัยท่ีผูกพันอยูกบั อิสลามจักตองขจัดความคดิ ในเรอื่ งฮัจญท่ถี ูกถักทอดวยการหลงประเด็นของผรู ูนอกคอกใหลงทะเลไปใหหมดดว ยการอธิบายที่ ถกู ตอ งและเปน จริง” “ตอนน้ฮี ุจญาจญ (ผปู ระกอบพิธีกรรมฮจั ญ- ผแู ปล-) ท้งั หลายตางก็ออกเดินทางจากบา นเรอื น ของตนและ(ทาง) โลก อพยพไปยังอัลลอฮฺ และรอ ซูลของพระองค ซ่ึงเปนนวิ าสถานแหง หัวใจ มิมี อะไรทีอ่ ยูเบอ้ื หลังพวกเขานอกความรกั อนั จรงิ แท ซึ่งไมม ีอะไรเลยนอกจากพระองค ทงั้ ภายในและ ภายนอก พวกเขาตอ งรบั รูไวด วยวา ฮจั ญอบิ รอฮมี ี มุฮัมมะดี (ฮจั ญต ามแบบฉบบั ของทา นศาสดาอิบรอ ฮีม และทา นศาสดามฮุ ัมมดั ขอความศานตแิ ละความโปรดปรานจากพระเจา ไดประสบกบั ทา นทงั้ สอง ไปตลอดกาล) นัน้ ถูกละเลยและแปลกแยกมาเปนเวลาหลายปแ ลว ทง้ั ในดานความสูงสงทางจิต วิญญาณ การจาริกทางจิตวญิ ญาณ อกี ทัง้ ทางดานการเมืองและสังคม ฮจุ ญาจญอ นั เปนทีร่ ักซง่ึ เดนิ ทาง มาจากประเทศอสิ ลามตางๆ จะตองปลดปลอ ยบานของพระเจาออกจากส่งิ แปลกปลอมนใี้ นทุกดา น ความเรนลบั ทางดา นจิตวิญญาณและความสูงสง ทางจติ น้เี ปนหนาที่โดยตรงของนักจารกิ ทางจติ วญิ ญาณท่รี ับรูอยางชดั แจง และเราในฐานะท่ีทาํ งานดานการเมอื งและสังคมก็ตองบอกวา เราอยไู กล เหลือเกิน เรามีหนาทีต่ องชดเชยสิ่งท่ีขาดหายไป สถานทีช่ มุ นมุ ทางการเมอื งซึ่งเปนการเรียกรองเชิญ ชวนของทา นศาสดาอบิ รอฮมี และศาสดามฮุ มั มัดน้จี ะตองถกู จดั ตง้ั ข้ึน พวกเขาจะตองเดนิ ทางมาจาก ทุกมุมโลกและหลบื เขามารวมตัวกันในบริเวณน้ัน เพื่อผลประโยชนของมนุษยชาติยนื หยัดเพอ่ื ความย ยตุ ิธรรม ดาํ เนินงานหักโคนเจว็ดตามศาสดาอบิ รอฮมี และมุฮัมมดั และโคนลม ทรราชทัง้ หลารยและ ฟรอูนตามศาสดาบชู าเจวด็ ใดเลาทเี่ ปนอนั ตรายยิ่งกวามารรา ยตัวใหญ (อเมรกิ า-ผูแปล-) ทรราชผสู วา
ปามโลกท้ังหลายซง่ึ ปาวประกาศใหผูดอ ยโอกาสทงั้ หลายมากราบกรานและสรรเสริญตนเอง พวกเขา คิดวาบา วผเู ปน อิสรชนของพระเจา นัน้ เปน บาวท่ีตอ งเชอ่ื ฟงคําสัง่ ของพวกมัน? ในพธิ ีกรรมฮจั ญซ ง่ึ เปน ลบั บัยกฺ (ตอบรบั คําเชญิ ชวน) สอู งคสัจจริง และเปนการอพยพสูอ งค สัจจริงผทู รงสูงสงดวยความจําเรญิ ของศาสดาอิบรอฮีมและมฮุ มั มดั สถานะของคําวา ไม นน้ั กลา วตอ เจว็ดทรราช มารรา ย และลกู หลานชยั ฏอนทัง้ หลาย เจวด็ ตัวใดเลา จะใหญไ ปกวา มารรา ยตัวใหญ อเมริกา ผกู ระหายโลก และ(อดตี ) โซเวีตรัสเซียผรู ุกราน และจะมีทรราชญใดเลา ที่อยเู หนือกวา ทรราช ในยุคสมัยของเรา (หมายถึง มุฮัมมดั รฏิ อ แหงราชวงศพ ะฮเฺ ลวี (ผเู รยี บเรียง) ในตอนกลาว ลบั บัยกะ ลบั บัยกะ นั้น ทา นไดกลาววลี ไม ตอเจว็ดทง้ั หลาย และกองตะโกน วลี ไม ตอหนาทรราชทั้งหลาย และในตอนท่ีทานฏอ วาฟ (เวียนรอบ) รอบอาคารอนั เปน การ แสดงออกแหงความรักตอองคผ ูทรงสัจจริงน้นั จงทาํ หัวใจวา งเปลา จากสิ่งอื่น จงทาํ ใหชีวติ สะอาด ปราศจากความกลวั เกรงอาํ นาจอน่ื นอกจากองคผ ทู รงสัจจริงจงปลดปลอ ยความรักทม่ี ีตอพระเจา จาก ปลดแอกแหงเจวด็ ทัง้ นอยใหญ ทรราช และสมุนของพวกมัน ซง่ึ พระเจา ผูท รงสูงสง และผูเ ปนทรี่ กั ยิง่ ของพระองคไ ดป ระกาศเปนศตั รกู บั คนพวกนั้นแลว และอิสรชนทั้งหลายในโลกนี้ตางก็เปน เอกเทศ จากพวกมนั ในตอนท่ที า นสัมผสั ฮะญะรลุ อซั วัด (หินดํา) น้นั จงประกาศการสวามภิ กั ด์ติ อพระเจาวา พวก ทานตอ งเปนศตั รขู องพระองคข องศาสดาของพระองคข องผูมีคุณธรรมความดี และของอิสรชน ท้งั หลาย และจะตอ งไมกม หวั เชอ่ื ฟงและตกเปนทาสคนพวกน้ันไมวาใครก็ตามและทใี่ ดก็ตาม จงขจัด ความกลัวและความออ นแอ ออกไปจากใจซงึ่ ศตั รูของพระเจา และหวั หนาคนพวกนั้นคือชยั ฏอน ตัว ใหญตา งกไ็ รเกียรติ ถงึ แมวา จะมเี ครือ่ งมอื ฆา ฟน มนษุ ย ทาํ ลายลางและทาํ ชว่ั อยา งเหนือชน้ั กต็ ามที และในตอนเดินซะแอ (วิง่ เหยาะ) ระหวา งเทือกเขาศอ ฟาและมรั้ วะฮนฺ ั้น จงพยายามใหบ งั เกิด ความสตั ยจรงิ และความบริสทุ ธ์ิ ซึง่ หากไดรบั มันแลว โครงขา ยของดุนยาก็จะถูกตัดขาด ความสงสัย และความกังขาท้ังหลายจะดบั มอดลง ความกลวั และความปรารถนาแบบสตั วเดรัจฉานกจ็ ะสญู สลาย ไป ทุกความผูกพันในวัตถกุ ็จะถูกตัดขาด ความเปนอิสระก็จะผลบิ านออกมา แอกของชยั ฏอนและ ทรราชซ่งึ ถูกสวมใหกบั บา วของพระเจา เพอ่ื เปนทาสและจงรกั ภกั ดีตอ คนพวกน้ันกจ็ ะแตกเปน เสี่ยงๆ และดวยกบั สภาวะทีร่ บั รูอยา งแตกฉานแลว พวกทา นกม็ ุงหนา สูมัชอะรุลฮะรอม และอะรอ ฟาต ในทกที่ทา นหยุดพักน้ันมนั ตองสรางความม่ันใจตอสญั ญาอันเปน สัจจะของพระเจาและอาํ นาจ การปกครองของผูดอยโอกาส จงใชความเงยี บและความสงบม่นั พนิ จิ พิจารณาสญั ญาณทง้ั หลายของ พระองค จงคิดถึงความรอดพน ของบรรดาผูเสียสิทธแิ์ ละผูดอ ยโอกาสทงั้ หลายจากกรงเลบ็ ของ มหาอํานาจและจงวอนขอแนวทางแหงการรอดปลอดภยั ตอพระองคผ ูทรงสจั จะในทกุ ยา งกาวอันทรง เกียรติน้นั ”
บทบาททางการเมืองของมัสญดิ “มสั ญิดและมนิ บั้ร (ธรรมมาสน) ในชวงอรุณรุงแหง อิสลามน้ันคอื ศนู ยก ลางแหง กจิ กรรมทาง การบานการเมอื ง การสูรบซ่ึงถูกทาํ ใหเกดิ ขนึ้ ในอสิ ลามนั้นสว นใหญก็ไดรบั การวางแผนสูร บ ในมสั ญดิ ” มสั ญิดคือสถานทที่ ี่เปนจุดประกายริเรม่ิ กิจกรรมทางการบา นการเมือง มินบ้รั ก็เชนกันคอื สถานท่ีซึ่งกลาวคาํ เทศนา คาํ เทศนอนั สรางสรรคท่ีเก่ียวของกับการบานการเมอื ง” “การเผยแผศ าสนาอสิ ลามเร่มิ จากมสั ญิด การเคลอ่ื นกองกําลงั เพือ่ ปกปองอิสลาม ทําลายลาง ศัตรูผปู ฏิเสธ และนําพวกเขาเขา สรู มธงอสิ ลามก็เร่ิมตนจากมสั ญดิ ในชว งอรุณรงุ แหง อสิ ลามนัน้ มสั ญิดยังคงเปน ศูนยกลางแหง การเคลือ่ นไหวและศนู ยกลางแหง การรวมพลเสมอมา พวกทานซึง่ เปน ชุมชนของมัสญดิ และเปน ผูรปู ระจาํ มสั ญิดจะตองปฏิบตั ิตามศาสดาแหงอสิ ลามและสหายธรรมของ ทา นจกั ตองทําใหม สั ญิดเปนแหลงสําหรบั การเผยแผอสิ ลาม การเคลื่อนไหวอิสลาม ตัดตอนแนวคิด แหงการตง้ั ภาคีและการปฏเิ สธ และสนับสนุนผูดอยโอกาสใหตอ ตา นผอู หงั การทัง้ โลก” “เราจกั ตอ งนําเนอ้ื หาอันยง่ิ ใหญนี้กลบั คืนมา และตอ งใหความสาํ คญั กบั กิจการงานของมสุ ลิม มนั มิใชประเดน็ ทตี่ องพูดเทา นัน้ แตเ รือ่ งราวทางการเมือง สังคมและความยากลาํ บากทัง้ หลายของ มสุ ลิมน้ันจําเปน ทีท่ กุ คนตองเอาใจใส มิเชน น้ันแลว เขาก็มิใชม ุสลิม พวกทา นท้ังหลายตองคอย สอดสองกิจการงานของมุสลิม พวกทานตองพยายามทําใหม สั ยิดของเรากลับไปมสี ภาพเหมอื น มสั ญิดในชว งอรุณรงุ แหงอิสลาม พวกทานตอ งใสใ จวา ในอสิ ลามไมมีการปลีกตวั ออกจากสงั คม นี่ เปน เรอื่ งของแนวคิดหน่ึงทีม่ ิใชอ ิสลาม แตก ็นา เศรา ตรงทแี่ นวคดิ ทว่ี านก้ี ็ยงั ฝงอยใู นสงั คมอสิ ลาม”
บทท่ี ๒ รฐั บาลอิสลาม เงอ่ื นไขการมีอยขู องอิสลามแท ลักษณะพิเศษเฉพาะของรัฐบาลอสิ ลาม ความยตุ ิธรรมทางสงั คม “โดยพื้นฐานแลว บรรดาศาสดาของพระเจานนั้ ไดรับการแตงต้ังมาเพื่อรบั ใชปวงบา วของ พระองค เปน การรับใชท างดา นเสริมสงทางจติ วญิ ญาณ ดา นการช้นี ํา และนาํ พามนษุ ยออกจากความ มดื มนอนธกาล สรู ศั มอี ันจาํ เรญิ รับใชม วลชนผถู กู กดข่ี ผูถกู อธรรม และยืนหยัดเพอื่ ความยตุ ิธรรม อนั เปน ความยุตธิ รรมทง้ั สวนปจ เจกชนและสังคม” ลกั ษณะเฉพาะของเจา หนาทรี่ ัฐบาลอิสลาม หนาทข่ี องเจาหนาที่รฐั คือใสใ จตอ สทิ ธพิ ลเมอื ง “ในสาธารณรัฐอิสลามน้ี ผูปกครองตอ งไมแสวงหาลาภยศจากตาํ แหนงทต่ี นเองมีอยู หรือ ตอ งดําเนินชวี ติ ใหโดดเดนกวา บคุ คลอนื่ พวกเขาจักตอ งใสใจตอ กฏเกณฑอ ิสลามทัง้ ในสงั คมและใน ทุกระดบั อยา งเอาจรงิ เอาจัง จนกระทั่งพวกเขาเปนเสมือนหนึ่งผูพทิ กั ษก ฏเกณฑของอสิ ลามเลย ทเี ดยี ว” จําเปน ตอ งเขา ไปมสี วนรวมทางการเมือง “เรามีหนา ท่ีตอ งเขาไปยุงในกิจการงานท้งั หลาย เรามหี นา ท่ีตองเขา ไปมสี วนรว มในกิจการ งานทางการเมอื ง เรามีหนา ทต่ี ามหลกั การศาสนาตามท่ที า นศาสดาไดท ําไว ดงั ท่ีทานอะมร้ี ไดทําไว” “คาํ พดู ทว่ี า ศาสนาแยกออกจากการเมืองและคาํ พดู อืน่ ๆ ทีค่ ลา ยคลงึ น้ีไมอ ยูในวสิ ัยทัศนข อง อสิ ลามเลย การดาํ เนินการทางการเมืองถอื เปนหนา ท่หี นึ่งตามหลักการศาสนาของมวลมสุ ลิม” “พวกทานทง้ั หมดตอ งมคี วามคิดเหน็ ในเรือ่ งน้ี ตองมคี วามคิดเหน็ ในเรอ่ื งการเมอื ง เพราะ การเมอื งมิใชเรื่องเฉพาะของชนชน้ั หนงึ่ ดังเชนความรกู ม็ ิใชเปน สมบัตขิ องชนช้ันใดผูชายจําเปน ตอ ง เขาไปมสี วนรวมทางการเมอื งและปกปอ งสงั คมของตนเอง เทา ๆ กบั ทีผ่ ูหญงิ กต็ องเขา ไปยงุ เก่ยี วและ ปกปอ งสงั คม ผูหญงิ จาํ เปนตอ งทาํ กจิ กรรมทางสังคมและการเมอื งเคยี งขา งกับผูชาย แตพวกเธอตอง ระวังรักษาส่งิ ทอ่ี ิสลามบอกไว อลั ฮมั ดลุ ้ิลลาฮฺ ตอนนี้มันกไ็ ดเ กิดขึ้นในอิหราน” “ถอ ยคาํ ของเราก็คอื ไมใชเ ฉพาะนกั การศาสนาเทา นั้น แตท ุกภาคสวนตอ งเขามามสี ว นรวม ทางการเมอื ง การเมืองมิใชส มบัตผิ ลดั กันชมของรัฐบาล หรือสมบัตขิ องสภาฯ หรือสมบตั ิของกลุมคน
ใดเปน การเฉพาะ การเมืองใหความหมายวา การจัดวางสิง่ ซ่ึงตอ งดาํ เนนิ การในประเทศและการจดั การ ดา นตา งๆ ทุกคนยอ มมีหนา ทตี่ ามความหมายนี้ สตรีมหี นา ทีเ่ ขา มายุงกับการเมอื ง หนาที่ของพวกเธอ เปนอยา งนี้ นักการศาสนากม็ หี นา ทีเ่ ขา ไปยุงการเมอื ง หนาทขี่ องพวกเขากเ็ ปน เชนนี้”
บทที่ ๓ อสิ ลามคอื ศาสนาแหงการยืนหยัดสู และปลดปลอ ย อิสลามตอตา นพวกสวาปามโลก “อิสลามคอื หลักธรรมคาํ สอนซ่งึ จะสรา งมนุษยใหม ีสภาวะทจ่ี ะไมยอมกมหัวใหกบั แนวคดิ ใด นอกจากตอ งเปน องคส จั ธรรมและเปนองคป ฐมบทของการสรา งสรรค และจะไมยอมใหพ วกเขาอยู ภายใตอทิ ธพิ ลของอาํ นาจใด พวกเขาจกั ตองไมป ลอยปละละเลยปญ หาของประเทศตนเองโดยอางคํา แกตวั ใดๆ ทง้ั สิน้ พวกเขาจกั ตอ งปกปองอิสรภาพ และเสรีภาพของตนเองและรวมทง้ั ของปวงบา ว ของพระเจา ทกุ คน โดยไมมีความอยากไดใครดหี รือความหวาดกลวั ใด อกี ท้งั พวกเขาจักตอ งออกหา ง จากความเหน็ แกต ัวและความบอ งตน้ื เพราะนัน่ เปนตนตอแหง ความอปั ยศและความเสอ่ื ม” “หากพวกทา นตอ งการใหรัฐบาลของพวกทาน ประเทศชาตขิ องพวกทานเปน อิสระ หากพวก ทา นตองการทจ่ี ะหลุดพนออกมาจากเงอ่ื นปมของความยงุ ยากท้ังมวลท่รี ายลอ มตวั พวกทานอยู พวก ทา นจักตอ งอาศัยอิสลาม” “อิสลามนนั่ เองที่จะไมยอมปลอ ยใหผใู ดมาปกครองเหนือมสุ ลิม อิสลามนั่นเองทจี่ ะเปน ตวั สกัดการใชกําลังบีบบงั คับ จะเปนตวั ยับยั้งพวกเผด็จการท้งั หลาย...” “อสิ ลามชว ยใหพ วกทานปลอดภัยจากความช่วั รา ยของอาํ นาจท้ังหลาย จากการครอบงําของ อํานาจท้ังหลาย คาํ สอนของอสิ ลามทําใหพ วกทา นมั่นคงจนกระทง่ั พรอมที่จะยืนหยัดเผชญิ หนา กับ ปญหาท้ังหลายทัง้ ปวง” “เรากําลงั พูดวา ตราบใดทีก่ ารตัง้ ภาคแี ละการปฏเิ สธยังคงมอี ยู การตอสูกต็ องมีอยูเ ชนกัน ตราบเทา ทก่ี ารตอสยู ังดาํ รงอยู เรากจ็ ะอยดู ว ย เราไมไดตอ งการจะเปน ศตั รกู ับเมอื งใดและประเทศใด เราตัดสนิ ใจแลววา เราจะปก ธง ลาอลิ าฮะอลิ้ ลั้ลลอฮฺ ใหโบกสะบดั เหนือยอดเขาอนั สงู เดน แหง คุณ วิเศษและความสงู สง” “ทุกวนั น้ีโลกกระหายวฒั นธรรมอิสลามบรสิ ุทธ์ิ ในสภาวะแหงการรวมตัวกันอยางยงิ่ ใหญ ของอสิ ลาม มสุ ลมิ จะเปน ผูจัดการปราบการคยุ โตโออ วดของทาํ เนยี บขาวและทาํ เนยี บแดง วันน้โี ค มยั นีไดแอนอกของตนเองรับลูกศรแหง บททดสอบ เหตุการณอ ันยงุ ยาก และเผชิญหนา กับลูกระเบิด และขปี นาวธุ ของพวกศัตรูอสิ ลาม เขาปรารถนาการเปน ซะฮีดวันแลววันเลาเฉกเชนผหู ลงใหลในการ เปน ซะฮีดทั้งปวง” “บรรดาขา รฐั การทงั้ หลายจักตอ งยืนหยดั ปกปอ งอิสลามใหเขมแข็งยิ่งข้นึ ดว ยกับ ความสามารถอยางเตม็ กาํ ลัง ตอ ตา นการรกุ รานทางทหาร ทางการเมือง และทางวฒั นธรรมของผูสวา ปามโลก เพราะวา ในทกุ วันนี้ โลกของมหาอาํ นาจ เฉพาะอยางยง่ิ พวกตะวนั ตกตางกร็ บั รถู ึงอนั ตราย
จากความกา วหนาของอิสลามบริสุทธิ์ (มฮุ ัมมะดี) ที่พรอมตอตา นผลประโยชนอันไมชอบธรรมของ พวกเขา” “ยังมีอะไรมากไปกวาการทภ่ี าพภายนอกของเราลวนตอ งพายแพตอ พวกสวาปามโลกและ กาํ ลงั ถูกกําราบอยางเด็ดขาดอีกหรือ? ยงั มอี ะไรมากไปกวา การทพี่ วกเขาชอบตตี ราพวกเราวา เปนพวก ทช่ี อบความรนุ แรงอกี หรอื ? ยังมีอะไรมากไปกวา การที่พวกเราพยายามทําลายเกยี รตยิ ศแหงอิสลาม และมวลมุสลมิ ดวยอาศัยอิทธิพลของสมุนนักฆา และพวกหลงผดิ อีกหรือ? ยงั มีอะไรมากไปกวา การท่ี ลูกหลานอนั ทรงเกยี รติแหงอิสลามบริสุทธิ์ทัว่ ทง้ั โลกกาํ ลังเดนิ สตู ะแลงแกงอีกหรือ? ยงั มีอะไรมากไป กวาการทส่ี ตรแี ละลูกเดก็ เล็กแดงของพลพรรคแหงอัลลอฮตฺ องถูกจับไปเปน เชลยอีกหรอื ? จะปลอ ย ใหโลกแหงวัตถอุ ันตาํ่ ทรามกระทาํ เยยี่ งน้ีกับพวกเราหรอื วา เราจะตองกระทําตามหนา ทีแ่ หงอสิ ลาม ของเราเอง” (น. ๑๕๐) “ความเห็นแรกและความเหน็ สุดทา ยทจ่ี ะมอบใหแกพ ี่นองผยู ืนหยัดและเปนนกั รบของพวก เราวา พวกเขาตองเดินหนาตอ ไปและตองไมร จู ักเหน็ดเหน่อื ยตอ หนา ที่ของตนเอง กเ็ พราะวา ชวี ิตคอื ความเชอื่ และการตอ สู มปี ระเด็นหนึ่งซ่งึ ไมตองสงสัยตามทัสนะของวิธคี ดิ แบบอิสลามเลยวา ความ ตายยอมดีกวาการมชี วี ติ อยอู ยา งตาํ่ ตอ ย ฉะน้ันในสภาวการณป จจุบนั น้สี าํ หรับเราแลว ไมม แี นวทางใด นอกจากตองเดินหนาตอไปพรอมสรรพกําลังและเคร่อื งไมเ ครอื่ งมอื ที่มีอยู จนกวาจะไดเกียรติยศและ ความมเี กียรตขิ องตนเองและคนรุงหลงั ดวยกบั ความยง่ิ ใหญข องอิสลามกลับคืนมา “พวกเจา จงตระเตรียมสรรพกําลงั ตามทพี่ วกเจา มีความสามารถอนั ไดแกการผูกมา (เพื่อที่) พวกเจา จะไดขม ขวัญศตั รูของอัลลอฮฺและศตั รูของพวกเจา ดว ยสง่ิ นี้ และ(ขมขวัญ) บคุ คลอน่ื นอกเหนือจากพวกเขาทพ่ี วกเจา ไมรจู ักพวกเขา (แต) อลั ลอฮฺทรงรจู ักพวกเขา (อัลอันฟา ล / ๖๐) หากพวกเจา ชว ยเหลอื อลั ลอฮฺ พระองคก็จะชว ยเหลอื พวกเจาและจะทรงยดึ สนเทา ของพวก เจา ใหมั่นคงขน้ึ (มฮุ มั มัด / ๗) และพวกเจา อยาไดย อทอ-ตอ การยืนหยัดในเรือ่ งศาสนาและอยาไดท ุกขร ะทม พวกเจาน้ัน เหนอื กวา หากพวกเจาเปนผศู รทั ธา (อาลิอมิ รอน / ๑๓๙) “พวกเจา อยา ไดแสดงความยอ ทอในการคนหาคนกลมุ น้ันผูปฏิเสธ-หากพวกเจา บาดเจ็บ (จาก บาดแผลในการตอสู) แทจริงพวกเขากบ็ าดเจบ็ เหมอื นกับท่ีพวกเจาบาดเจบ็ และพวกเจา อยากได- ความชวยเหลือและสวรรค- จากอลั ลอฮซฺ ่ึงพวกเขาไมอยากได (เชนนั้น) และอลั ลอฮฺทรงรอบรู ทรง ปรชี าญาณ (อันนิซาอ / ๑๐๔) ฉะนั้น โอผ ูคนทัง้ หลาย จงรีบเรงมุงหนาสูชัยชนะอันใกลน้ี ดวยความชวยเหลอื ของพระเจา พวกทานตองแจงขา วดีนีแ้ กผศู รัทธาทัง้ หลายดวย”
สถานะของการยนื หยัดและการตอสูในอิสลาม การยนื หยัดเพ่ือพระเจาคอื ตวั การทาํ ลายลางการกดขี่ “(จากโองการทวี่ า ) –จงกลาวออกไป อันท่ีจริงขา ขอเตอื นพวกทานอยางหน่ึงกค็ ือ พวกทาน ตอ งยืนหยัดเพ่ืออัลลอฮสฺ องคนหรอื คนเดยี วก็ตาม (ซะบะอ / ๔๖)-อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงกลา วคาํ เตือน อยา งหน่ึงคําเตอื นเพียงอยางเดียวทขี่ าจะเตอื นตอ พวกเจามันเปนคําเตอื นประการเดียวท่ีผูก ลาวคาํ เตือน คือพระเจา ผูรบั สนองคาํ เตอื นคอื ทา นศาสดาผูทรงเกียรติ พระองคต รสั วา คาํ เตือนเพียงประการเดยี ว คําเตือนน้ียอมตองมคี วามสาํ คญั อยา งยง่ิ ยวดซ่งึ มเี นือ้ หาวา ใหพวกเจา ยนื หยดั เพื่ออลั ลอฮฺสองคนหรอื คนเดียว น่ีกค็ ือพวกเทา นตองยนื หยดั เพ่อื อัลลอฮพฺ วกทานตองยืนหยัดเพ่ือดาํ รงสจั ธรรม” “ไมจ าํ เปนที่ข้นั เร่มิ ตนจะตอ งรวมตัวกนั กอ น แลวหลงั จากการรวมตัวกันเปน ทีเ่ รียบรอยแลว ฉนั กจ็ ะลุกขึ้นสู แตล ะคนลวนก็มหี นา ที่ (เปนคูและเด่ยี ว) คนเดียวก็มีหนาทเ่ี ชน กัน เปน ครู วมกันก็มี หนาที่เชนกัน ณทน่ี ้เี ปนจํานวนขน้ึ ต่ําของการรวมตวั กัน หมายความวา ลาํ พังคนเดียวก็มหี นาทย่ี ืนหยัด เพอื่ อลั ลอฮฺ เปนสังคมซ่ึงอยา งนอยสองคน เรมิ่ ตนจากสองคนจนมากกวา น้ัน ยง่ิ มากเทาไรก็ยง่ิ ดี มาตร วัดกค็ อื มนุษยจะตองแยกแยะใหไดวาการยืนหยัดครง้ั นี้เพือ่ อัลลอฮฺ หากวา มนั เปน ไปเพือ่ อัลลอฮฺแลว จะมีเพยี งลําพงั เราคนเดยี ว จาํ นวนของพวกเราจะนอ ยนิดกต็ ามยอ มตอ งไมเ กิดความหวาดหวน่ั ใด ท้งั สิ้น” “ทานศาสดาผทู รงเกยี รตใิ นตอนเริ่มตนท่ีไดรับพระบัญชาใหท าํ หนา ท่นี ้นั ก็เปน หนาท่ลี าํ พงั เพยี งคนเดียว กุมฟะอันชิ้ร (เจาจงลุกขึ้นแลวทาํ การเตือน-อัลมุดดษั ษริ้ /๒) จงลกุ ขนึ้ ยืนหยดั และเชญิ ชวนผคู น การเชิญชวนเรมิ่ ตน ที่ตวั ของทา นกอน ในวนั นัน้ ทม่ี ีการประกาศสภาวะการเปน ศาสนทตู น้นั มเี พียงสตรหี น่ึงคนกบั เดก็ นอยอีกหนึ่งคนท่ีมศี รทั ธาตอ ทา น แตการยนื หยัดซง่ึ ถือวา เปน ลกั ษณะเฉพาะของผนู ําทเี่ ปน ศาสนทูตนน้ั อยใู นตัวของทานศาสดาอยางพรอมมูล –จงยนื หยัดดังทเี่ จา ไดรับบญั ชา (ชรู อ / ๑๕)- จงลกุ ข้ึนสูและยนื หยัด สองคุณลกั ษณะอันจําเพาะนม้ี สี ว นรว มตอการนําพา สูเปา หมายอันย่ิงใหญข องทา นศาสดาแหง อิสลาม การลกุ ขึ้นสูและการยืนหยดั น่ันเองที่มผี ลทาํ ให ท้งั ๆท่ที า นไมมอี ะไรอยูในมือเลย กอกปรกับอาํ นาจทัง้ หลายในเวลาน้นั ก็อยูกับฝา ยตรงขามทา น โดย ที่ทานไมสามารถเชญิ ชวนผูคนอยางเปดเผยในมักกะฮฺได ทานก็หาไดส ้ินหวงั ไม เม่อื ทานไมสามารถ ประกาศอยางเปดเผยได ทา นก็ไดเชญิ ชวนแบบใตดนิ ทลี ะคนสองคน จนกระทั่งทานไดอ พยพไปยงั เมืองมะดีนะฮแฺ ละไดร บั พระบญั ชาใหประกาศเชญิ ชวนอยา งเปดเผยโดยลุกข้ึนประกาศวา -จงกลาว ออกไป อนั ท่จี ริงขาขอเตือนพวกทานอยางหนึง่ ก็คอื พวกเจา ตอ งยนื หยัดเพือ่ อลั ลอฮสฺ องคนหรือคน เดยี วกต็ าม (ซะบะอ / ๔๖)- ณ ทีน่ ี้คอื การประกาศเชิญชวนใหยนื หยัด การประกาศเชญิ ชวนใหลุกข้ึน ยืนหยัดนี้ครอบคลมุ ทกุ คนท่ีสําคญั กค็ ือการยนื หยัดเพ่อื อัลลอฮฺ เพ่อื พระเจา เคล็ดลบั แหงชยั ชนะของ ทหารหาญอิสลามในยุคเริ่มตนน้ันคือการยืนหยัดเพอ่ื อัลลอฮทฺ ง้ั ๆ ที่ไมมเี ครอื่ งมอื ใดท่ีจะเรียกไดวา เปน อาวุธเลย การตอสู เพื่ออัลลอฮฺ ความศรทั ธาตอ พระเจา ทาํ ใหท านศาสดา ประสบชยั ชนะ ความไม สิ้นหวังและการยืนหยัดในแนวทางของพระเจา น่นั เองท่ีทาํ ใหท า นศาสดาไดรบั ชัยชนะ
สหายธรรมของทานศาสดาในยคุ อรณุ แหง อสิ ลามน้นั มีพลังศรัทธา พวกเขาเดินหนา ดวยกบั พลงั แหงศรทั ธา จนมชี ัยเหนอื จักรวรรดิอันยง่ิ ใหญท ้ังสองในยคุ นั้นคือโรมและเปอรเซยี ดว ยกบั จาํ นวนอนั นอยนิดและไมมีสรรพาวุธมากมาย พวกเขาทาํ การยืนหยัดตอ สูเ พอ่ื พระเจา พวกเขาลกุ ข้นึ สู และยืนหยัดอยา งม่นั คง” (น.๑๔๕) “ความเห็นแกตวั และการละท้ิงการยืนหยัดสเู พ่ือพระเจาน่ันเองท่ีนําพาตัวเราสูชีวติ อนั มืดมิด ท้ังในพวกสวาปามโลกเขา มามีอาํ นาจเหนอื พวกเขาและทําใหป ระเทศอสิ ลามทง้ั หลายตองตกอยูใ ต อิทธิพลของประเทศอื่น การยืนหยัดเพื่อจิตใฝตา่ํ ทาํ ใหแหลงความรทู งั้ หลายตองยอมศิโรราบเย่ยี งเด็กออ น และทาํ ให ศนู ยกลางแหงความสามานย การยืนหยัดเพ่ือตนเองน่ันเองทที่ าํ ใหศาสนสถานตอ งยอมศิโรราบ กลายเปน แหลงเส่อื มโทรมอยา งไรเ กยี รติ การยืนหยัดเพื่อตนเองนั่นเองฉุดกระชากชุดคลมุ แหงการรัก นวลสงวนตัวออกจากศรี ษะของเหลาสตรี ณ เวลาน้ีเรอ่ื งที่ขัดแยงกับศาสนาและกฏหมายก็ยังดาํ เนิน อยใู นประเทศเวลาน้ี (กอ นการปฏวิ ตั ิอสิ ลามแหงอิหรา น-ผูเรยี บเรยี ง-) และไมมีใครทจี่ ะกลา พูดเลย การยนื หยัดเพื่อผลประโยชนแหง ตนน่ันเองทห่ี นังสือพิมพทงั้ หลายทําตวั เปน สนิ คาแพรข ยายความ เสื่อมทรามทางจริยธรรม...” “ซัยยิดชุ ชฮุ ะดาอ ซะลามลุ ลอฮอิ ะลยั ฮิ ไดลุกขึ้นยืนหยัดพรอมกับสหายธรรมบางคน ครอบครวั ของทาน และสตรีผบู ริสุทธบิ์ างคนเนื่องเพราะเปนการยืนหยัดเพอ่ื อัลลอฮจฺ ึงทําใหร ากฐาน แหง อํานาจอนั โสมมดงั กลาวลมครนื ลง ตามรูปการณแ ลว พวกทานเหลา นน้ั ถูกสังหารเรียบ แตใ น ความเปนจริงรากฐานแหงอาํ นาจอนั จอมปลอมน้ันตางหากท่แี ตกพายไป รากฐานแหงอํานาจอัน จอมปลอมซึ่งตองการเปล่ียนแปลงอิสลามใหมสี ภาพเปน อํานาจของพวกละเมิด อนั ตราย ซึง่ มอุ าวยิ ะฮฺ และยะซีดกระทาํ ตอ อิสลามไมใ ชเ พยี งการปลนอํานาจการปกครองท่ีชอบธรรมไปเทานั้น อันตราย ทีว่ า ยังนอยกวาอนั ตรายซ่งึ พวกเขาตอ งการเปลีย่ นสภาพอิสลามใหเ ปนแบบราชาธิบดี พวกเขาตองการ เปลยี่ นสภาวะความสูงสง ทางจติ วญิ ญาณใหเ ปน สภาวะความตา่ํ ทราบแบบลวงละเมิด พวกเขา เปลย่ี นแปลงอิสลามใหเปน รฐั บาลฉอฉลโดยอางวาเราคอื คอ ลฟี ะฮฺของรอ ซลู ลุ ลอฮฺ เรอ่ื งนเ้ี ปนเรื่อง สําคญั คนสองคนน้ตี องการทาํ รา ยอสิ ลามหรือก็ไดทาํ รายไปแลวรุนแรงถงึ ขนาดทไี่ มอาจสกัดกน้ั มัน ไดเ ลย พวกเขาตอ งการถอนรากถอนโคนอสิ ลาม การปกครองแบบราชา การดมื่ สุรา การเลนพนันมี ปรากฏใหเหน็ ในทอ งพระโรงของพวกเขาคนทีเ่ ปนคอ ลีฟะฮฺของทานรอ ซูลลุ ลอฮฺเมามายอยกู ับสุราใน ทปี่ ระชมุ ขุนนาง? อยูในวงพนนั ? อีกทง้ั ยังไปรว มนมาซในสภาพเชนนั้น อนั ตรายเยี่ยงน้ีสาํ หรบั อิสลามแลวนา กลวั มาก ทา ยซยั ยิดชุ ชุฮะดาอ ซะลามุล ลอฮิอะลัยฮิ เปน การยนื หยัดตอ กรกับอํานาจของ พวกละเมิด อาํ นาจอนั ฉอฉลนเ่ี องที่ตอ งการเปลีย่ นอิสลามใหเ ปนอยา งอ่นื ถาพวกมันทําสาํ เร็จ อสิ ลาม กจ็ ะมสี ภาพเปน เหมอื นรฐั สองพนั หา รอยป (ระบบราชาธิปไตยของอิหรานในอดีต-ผูเรียบเรยี ง-) อิสลามมาเพือ่ ทาํ ลายอาํ นาจอนั ไมชอบธรรมของอํานาจทั้งหลายและสถาปนาอาํ นาจแหงพระเจา ข้ึนมาในโลกน้ี ทําลายพระเจา จอมปลอมลงแลว นําเสนออลั ลฮฺพระเจา ทแ่ี ทจริงเขา แทนที่ พวกเขา
ตอ งการขจัดอลั ลอฮฺออกแลวนําเอาพระเจา จอมปลอมทงั้ หลายเขา สวมแทน มนั คอื ปญหาของพวกญา ฮลิ ยะฮฺ (ยุคอนารยชน) ในอดีต การทีท่ านอมิ ามฮุเซนถกู สังหารนั้นใชว า คอื การพา ยแพเ พราะการลุก ขน้ึ ยืนหยัดเพ่ืออัลลอฮฺน้ัน ไมม ีวันพายแพเปน อันขาด อลั ลอฮฺตรัสวา ขามคี าํ สัง่ เสียหน่ึงเดยี ว ทา นศาสดาเปน สื่อกลางในการสั่งเสยี น้ี อลั ลอฮฺเปน ผู ส่ังเสีย ประชาชาติอิสลามเปน ผรู ับคาํ ส่ังเสียดงั กลา ว มคี าํ ส่ังเสียหนงึ่ เดียวเทาน้นั ที่ขา (อลั ลอฮฺ) ตองการสัง่ เสยี นั่นกค็ ือ พวกเจา ตอ งยืนหยัดเพือ่ อัลลอฮฺ เม่ือใดท่พี วกเจาเห็นวา ศาสนาของอัลลอฮฺตก อยใู นภยันตราย พวกเจา กต็ องลุกขึ้นสูเพอื่ พระเจา ทา นอะมีรุลมอุ มนิ นี เหน็ วาศาสนาของพระเจา ตกอยู ในอนั ตรายมุอาวิยะฮกฺ าํ ลังทาํ ลายศาสนาของพระเจา ทา นจึงตอ งลุกข้นึ สู ชยั ยิดุชชุฮะดาอ ก็เชน กัน ทา นลุกขึน้ สูเพอ่ื พระเจา ประเดน็ นม้ี ิใชจํากัดแคเ พียงวาระใดวาระหน่ึง แตม ันเปนคําสง่ั เสียตลอดกาล เมอ่ื ใดกต็ ามทพี่ วกเจาเหน วา พวกเขากําลังทาํ รา ยอสิ ลาม ตอ ตา นรฐั บาลอิสลาม พวกเขาตอ งการบดขยี้ อิสลามในนามของอิสลาม พวกเจา ก็ตองลุกขึ้นยืนหยดั สู พวกเจา อยาไดกลวั วาเราจะทาํ ไมไ ด เราอาจ แตกพาย ความพา ยแพไ มม ีอยูในสารบบน้ี” ความแตกตา งระหวา งการยืนหยัดสเู พอ่ื พระเจา กับการยนื หยัดสูเพ่ือส่ิงอ่ืน “พวกเราตองใหค วามสนใจวา หากเปน การยืนหยัดสูเ พอ่ื อัลลอฮฺแลว ผหู นุนหลังคอื อัลลอฮฺ หากพวกทานลกุ ขึ้นสเู พอ่ื พระเจา ยนื หยัดสเู พอื่ พระเจา ยืนหยัดสเู พอื่ กําจดั ความอธรรม และลกุ ข้ึนสู เพื่อสถาปนากฎเกณฑของพระเจา ผทู รงสงู สง และย่ิงใหญ พระเจาผทู รงสูงสงยิ่งก็จะอยกู บั พวกทา น พวกทา นประจกั ษแลวใชไ หมวา เม่อื เรม่ิ ตนขบวนการตอ สนู จ้ี นถึงปจจบุ นั มีสัญญาณท่ีมองไมเ ห็น เกดิ ข้ึนมากมาย มสี ัญญาณสนับสนนุ จากพระเจา เกดิ ขึ้นมากมาย นเ่ี ปน เหตุผลทแี่ สดงใหเห็นวา ขบวนการของพวกทานเปนไปเพอ่ื อลั ลอฮฺ จากวันแรกทีพ่ วกทา นเขารว มขบวนการ ไมมใี คร คาดการณไ ดเ ลยวา ประชาชาติหนง่ึ ซึง่ ไมมกี องทหาร ไมมกี ารฝกแบบทหาร ไมม ีอาวุธยทุ โธปกรณ ไมม ีอาวธุ สงครามจะสามารถเอาชนะกองกาํ ลงั ท่ีมที กุ อยา ง ไมมใี ครคาดเดาเชนนน้ั เลย มีหลายคน รวมทั้งพวกเราบางคน พวกนกั การเมอื งอหี รานมกั จะพูดวา ไมมที างเปนไปได ไมมีทางหรอกทม่ี ือ เปลาไรอาวุธจะตอ กรกับมหาอาํ นาจนัน้ ได นอกจากความตายแลว ไมม อี ะไรเปนอยางอ่นื เลย ไมมีวนั ที่ จะบรรลสุ ูเปา หมายแน พวกเขามีความเหน็ ท่เี ขา ทา แตม บี างคนท่ีมาคุยกับขาพเจาแลว ขา พเจา บอกพวกเขาวา เราทาํ ตามหนาทเี่ ทา นน้ั เราไมไดลุกขนึ้ สูโ ดยหวงั ชัยชนะ เราตอ งการเพียงทําตามหนา ท่ขี องตนเองเทานั้น ถาชนะกถ็ ือวาบรรลุผล ถาพา ยแพและเราถกู สังหาร บรรดาศาสนทูตและบรรดาผเู ปน ที่รักย่งิ ของอัลลอฮมฺ ากตอ มากทยี่ ืนหยัดสแู ลวไมสามารถไปถึงยงั เปาหมายทวี่ า ได เรามีหนาทเ่ี พียงยืนหยัด ตอกรกบั ความอธรรมที่พยายามถอนรากถอนโคนอสิ ลามและความคิดคดที่พยายามสรางความ เสยี หายตอ อิสลาม เราเพยี งตองการสง เสยี งตอตา นอตุ รธิ รรมทัง้ หลาย ไมว า เราจะชนะหรอื พา ยแพก็ ตาม
ในโลกนมี้ ีพวกท่ีเปน นกั คิดซงึ่ เม่ือคดิ พจิ ารณาเร่อื งการลกุ ขึน้ สดู ังกลา วแลว พวกเขามคี วาม เชอื่ วา คงสาํ เรจ็ ยาก แตพ วกเขาลืมไปอยา งหนง่ึ วา ระหวา งการลุกขน้ึ สูมไิ ดเปนไปเพ่ือพระเจา การ ตอสทู ี่มีผลประโยชนท างโลกนี้ เพื่อเอาชนะคะคานคนอ่ืน เพ่อื แสวงหาอาํ นาจใหเ หนอื กวา บุคคลอน่ื การลกุ ขนึ้ สูใ นสภาพเชนน้ียอ มแตกตางจากการลุกขนึ้ ตอสูเ พือ่ พระเจา พวกเขาไมร ูจักประเดน็ หลัก ที่วา วิธีการตอสูเพื่อพระเจาท้ังในดานเนอ้ื หา ทม่ี า ลว นแตกตา งอยา งสนิ้ เชิงกบั การตอสเู พอื่ ส่ิงอ่ืน การตอสูเพ่อื อัลลอฮนฺ ้ันมีกองหนุนอยทู ่ีพลังอาํ นาจแหงพระเจา มิใชป น มิใชข ปี นาวุธ มนั คือพลานุ ภาพของพระองค เม่ือพลานุภาพของพระเจาปรากฏขึน้ ก็ไมม อี ํานาจใดมาตอกรได ดวยเหตนุ ้เี องท่เี มือ่ ประชาชาตนิ ้ี (อหี ราน) รว มตะโกนกองวา เราตองการอสิ ลามทัง้ หมดลุกขึ้นสูเพ่ือทําลายการปฏเิ สธ การกดขี่ ความอธรรม แลว แทนทม่ี นั ดว ยความเท่ียงธรรมแบบอิสลาม เปนสาธารณรฐั อสิ ลาม การลกุ ข้นึ ตอสเู ยี่ยงน้เี ปน ไปเพ่อื อลั ลอฮฺสถานเดียว ประจักษพยานทว่ี า การลุกขึ้นตอสูดังกลาวนน้ั เปน ไปเพอื่ อลั ลอฮฺก็คือ ประชาชนวางเดมิ พนั ชวี ิตของพวกเขาดว ยความบรสิ ทุ ธิ์ใจ จติ วญิ ญาณของคนหนมุ ของ พวกเราทเ่ี ปด กวา งดวยความบริสทุ ธ์ใิ ด ตางมงุ หนา สแู นวหนา ประจกั ษพ ยานอีกอยา งหน่ึงกค็ อื เรา ชนะดว ยอะไร แลวเรามอี ะไรไปชนะคนพวกนั้น? คนพวกนน้ั มีทกุ อยา ง มีอเมริกา มีโซเวียต มี ผปู กครองประเทศ อสิ ลามทง้ั หลายเกอื บทั้งน้ัน อาํ นาจทางทหารของพวกเขายอมพูดไดว า ในซกี โลก ตะวนั ออกน้ีไมม ีใครเทยี มไดอกี แลว เราไมมอี ะไรเลย เรามพี ระเจา พวกทานก็รูดวี า พวกเขาสามารถ ทําลายลางอีหรา นไดภ ายในคนื เดียว ชาฮผหู ลุดจากบัลลังกก เ็ คยพูดวา หากเขาตอ งจากไปละก็ เขาก็ ตองทําลายใหราบคาบกอนไป แตทวา อลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงขวา งความขยาดกลวั และความหวาดกลวั เขา ไปในหัวใจของพวกเขา จนไมอาจสรา งความเสยี หายอยา งใหญหลวงได พระองคท รงถอดถอน ความคดิ ของพวกเขาท่จี ะสรา งความช่วั รา ยอนั ตํ่าทรามนน้ั พระองคทรงถอดถอนความคดิ ของพวกเขา ทจ่ี ะท้ิงระเบิดท่ัวอีหรา น ท้ิงระเบิดกรุงเตหะราน พวกเขามีความสามารถทจ่ี ะทาํ ได แตพ ระเจาทรง สกัดกั้นความคดิ ของพวกเขาไวโดยใหห ัวใจของพวกเขาบังเกดิ ความขยาดกลวั และหวาดวติ กอยาง แรงจนตอ งหลบหนีไปทเ่ี ปน เชนนี้กเ็ พราะมันเปน ขบวนการตอสแู บบอิสลาม ในชว งอรณุ รุง แหง อสิ ลามก็มีประเด็นเรื่องความรสู ึกขยาดกลัว การมชี ัยเหนือความขยาดกลวั ประเดน็ นเี้ องทเ่ี มอื่ ชนกลุม หน่ึงท่ีมีจาํ นวนเพียงเลก็ นอ ยตองเชญิ กับกองกาํ ลังมหมึ าทเี่ พียบพรอมไปดวยอาวธุ ท่ที นั สมยั แหง ยุค น้ัน แตมีความหวาดกลัวเกิดข้นึ ในหัวใจของพวกเขา ความชว ยเหลอื แบบอสิ ลามจึงไดอุบัตขิ ึ้น จากนน้ั พวกทานกเ็ หน็ แลว วา ในชว งปเ ศษเราจาํ เปน ตองมีรฐั บาล ประชาชาติของเราก็ออกเสียง รบั รอง และทาํ ใหม ันเปน จริงขน้ึ มา” การลกุ ขน้ึ ตอสูของผูด อ ยโอกาสเปน เพยี งวธิ กี ารเดียว ที่ทาํ ใหพ วกเขาไดร ับสิทธิอยางสมบูรณ “ผูด อยโอกาสทั้งหลายจะตอ งลกุ ขึ้นตอ สู ผูดอ ยโอกาสท้งั หลายไมว าจะอยใู นประเทศใด อยู ในอาณาจักรใด พวกเขาจะตอ งเอาสทิ ธขิ องพวกเขากลบั มาดว ยกําปน พวกเขาตอ งไมร อคอยทจี่ ะให คนพวกน้ันมอบสิทธิ์กลับคืนมาให พวกอหังการนั้นจะไมคนื สิทธิใ์ หกับผใู ดทั้งส้นิ ”
“ผูด อ ยโอกาสทั้งหลายในโลกตองลุกข้ึนยืนเผชญิ หนา กับพวกอหังการ เอาสทิ ธ์ิของพวกเขา กลับคืนมา พวกเขาจะตอ งรไู ววา สิทธิเปนส่ิงทีต่ อ งกระชากเอากลบั มา มเิ ชนนั้นพวกเขากไ็ มม ีวนั ยอม ใหง า ยๆ หรอก” “เราขอมีสว นรวมในความระทมทกุ ขข องผูด อยโอกาสทั่วโลกและขอเปน แรงหนุนใหกับ ผดู อ ยโอกาสทั้งหลายในโลกนี้ และพวกเขาก็จะตอ งลกุ ขึ้นสูดว ยตัวของพวกเขาเองตอ ตา นพวกยโส โอหงั ผูดอ ยโอกาสจะตอ งไมน ่ังรอคอยใหร ัฐบาลของพวกเขาทาํ อะไรไปเรอ่ื ยเปอยพวกเขาตอ งทํา เอง” “เราขอเปนแรงหนุนใหป ระเทศทัง้ หลายทตี่ กอยภู ายใตอทิ ธพิ ลเพ่ือใหไ ดอ สิ รภาพเสรีภาพ อยางสมบูรณกลบั คืนมา เราขอบอกพวกเขาอยา งชัดถอ ยชัดคําวา สทิ ธเิ ปนสง่ิ ที่ตอ งกระชากเอามา พวกทา นตอ งลุกขึ้นตอสู พวกทา นตองจบั พวกมหาอํานาจเหว่ียงออกไปนอกเสนทางประวัตศิ าสตร” “ประชาชาติทงั้ หลายตองลกุ ขึน้ ตอสู พวกเขาตองปลดปลอ ยตวั พวกเขาใหร อดพนจากนาํ้ มือ ของพวกช่วั ราย จุดกาํ เนิดแหง การรอดพนตองมาจากตัวของประชาชาตนิ น้ั อีหรา นไมมีใครชว ยเหลอื เลย ประเทศอิสลามหรือมิใชป ระเทศอิสลามตา งก็จอ งเปน ศัตรูและถือหางรัฐบาลเกา แตเม่ือเปนควา ตอ งการของประชาชาติก็เกดิ การโคน วงจรอุบาทลงได ประชาชาติหน่ึงน้ัน หากพวกเขาตองการอะไร แลวก็ไมม ีทางจะไปกดพวกเขาไดอ ีกตอ ไป” “ประชาชาตทิ งั้ หลายจะตองลกุ ขึ้นยืน หากพวกเขานัง่ อยูและรอคอยใหม ีใครสกั คนมากระทาํ การสิ่งหนง่ึ ใหพวกเขาไมว า จะเปน เร่ืองวตั ถหุ รอื จติ วิญญาณนเี่ ปน ความผดิ พลาด มันจะกลายเปน วา พวกเขาทาํ อะไรไมไ ดเลย เรื่องแบบนม้ี ใี หเ หน็ นกั ตอ นักในประวตั ศิ าสตรล ูกหลานของพวกเขาก็ ดําเนนิ รอยตามพวกเขา แตห ากพวกเขาสนใจพระเจา สนใจอิสลาม อัลลอฮผฺ ูทรงเกรยี งไกรก็จะ เปด ทางสะดวกใหพวกเขาเอง” “ขาพเจา มีความปรารถนาวา อัลลอฮจฺ ะทรงประทานความสําเร็จกับเหลาประชาชาติ ผดู อ ยโอกาสท้ังหลายของโลกทไี่ ดยืนหยัดตอ กรกบั ผกู ดข่ีและไมม ีความหวาดกลวั พวกเขาตองไม คาดการณว า คนพวกนจ้ี ะทําทุกอยา งตามทพี่ วกมันไดพ ูดออกไป เปลาเลย คนพวกนั้นตอ งการทํา ตามทโ่ี ฆษณาชวนเช่ือเอาไว อยา ไดก ลัวการโฆษณาชวนเชอ่ื ของคนพวกน้ัน ประเทศอีหรานไมเ คย กลัว พวกทานไดเ ห็นแลววา พวกเขายนื เผชิญหนา ในอฟั ฆานสิ ถาน คนพวกนั้นไดพงั ประตเู ขา ไป และสรา งความเสียหายไปทั่ว ยิ่งไปกวานั้น ในเลบานอนพวกทา นก็ไดเห็นแลววา พวกเขาทําอยา งไร โลกนถี้ ูกเปล่ียนไปแลว มวลมสุ ลมิ ตา งใหค วามสนใจ พวกถูกกดขตี่ า งใหค วามใสใจวา พวกเขาจกั ตอง รักษาตวั พวกเขาเองและยืนหยัดตอ กรกบั มหาอํานาจทงั้ หลาย” เชิญชวนสกู ารลกุ ขึ้นสู เชิญชวนมสุ ลิมสูการลุกขึ้นสูก ับพวกอหงั การโลก
“โอผ ดู อ ยโอกาสทัง้ หลาย จงลุกขึ้นยืนและชว ยตนเองใหร อดพน จากกรงเลบ็ ของพวกกดข่ีผู ชัว่ ราย โอมวลมุสลมิ ทว่ั โลกผหู ยิง่ ทะนงในเกียรติยศเอย จงต่ืนข้นึ จากภวังคแ หง การเพิกเฉย ตองชว ย ใหอิสลามและประเทศอิสลามทั้งหลายปลอดภัยจากเงอื้ มมือของพวกลาเมืองข้นึ และประเทศบรวิ าร” “ประชาชาติมสุ ลมิ ทงั้ หลายเอย โอประชาชาติผูถกู กดข่ีในประเทศอสิ ลามทัง้ หลาย ประชาชาตทิ ี่มเี กียรตทิ ้งั หลายทต่ี กอยูภ ายใตอ าํ นาจของกลมุ บคุ คลทป่ี ระเคนทรพั ยากรของพวกทา น ใหกบั อเมริกาแลวพวกทา นก็ตอ งดําเนนิ ชีวติ อยางยากลาํ บากและนา อดสู พวกทา นตอ งตนื่ ขึ้น ลกุ ข้ึน ยืน ผูดอยโอกาสท้ังหลาย พวกทา นตอ งลุกข้นึ ยืนและเผชญิ หนา กับพวกมหาอํานาจใหได หากพวก ทานลุกขน้ึ ยนื ตอ กรแลว พวกเขากไ็ มสามารถจะทําอะไรได พวกทานเห็นแลวใชไ หมวา ประชาชาติ มุสลมิ อหี รานรวมใจเปนหนง่ึ เดียวกัน พวกเขาลกุ ขึน้ ตอ สูพรอมกัน พวกเขามีมอื เปลา ท่ีเขาฟากฟน อํานาจทยี่ ิ่งใหญแหง พวกมาร มุฮัมมดั ริฎอ และยงั มอี าํ นาจของพวกมหาอํานาจท่ีเรียงแถวเขา มาผนกึ กําลงั กับพวกมันอกี แตประชาชาติอหี รานกเ็ ขย่ี พวกมันตกขอบไปแลว พวกเขากระชากรัฐบาลผฉู อ ฉลและอาํ นาจทไี่ รกฎหมายออกนอกเสนทางดว ยกับพลังแหง ศรัทธาของพวกเขา ดวยกับเสยี งตะโกน กอ งอลั ลอฮอฺ ักบ้ัร (อัลลอฮฺผทู รงเกรียงไกร) และสงพวกเขาลงนรกญะฮนั นมั ไปแลว แทนทีร่ ัฐบาลน้นั ดวยรฐั อสิ ลาม รฐั ซง่ึ พวกทา นประจักษอยูในเวลานีร้ ฐั อสิ ลามซง่ึ อยเู คียงขา งผอู อนแออยูเคยี งขาง ผดู อ ยโอกาสทั่วโลก รัฐทพี่ วกเขาสถาปนาขึน้ มาน้ันไรซ ึ่งอํานาจทางทรัพยสนิ ทางกาํ ลงั ทหาร แตม ี พลังศรัทธาอยา งเตม็ เปย ม อลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ตรัสวา อินตนั ศรุ ูลลอฮะ ยันศรุ กุม วะยุษับบติ อกั ดามะกมุ (หากพวกเจา ชว ยเหลอื อลั ลอฮฺ พระองคก จ็ ะทรงชว ยเหลือพวกเจาและยดึ สนเทา ของพวกเจา ใหหนกั แนนม่นั คงขนึ้ ) หากพวกทา นชว ยเหลืออัลลอฮฺ การชวยเหลืออลั ลอฮกฺ ็คือการชว ยเหลือศาสนาของ พระองค ชว ยเหลือปวงบา วของพระองค และชว ยเหลอื ผูดอ ยโอกาสท้ังหลาย หากพวกทา นลุกขนึ้ ยนื ตอ กร พวกกดขี่ท้งั หลายและตองการความยุตธิ รรมใหกับผูถ ูกเอารัดเอาเปรยี บ พวกทา นตอ งลกุ ข้ึนสู กบั มหาอํานาจทัง้ หลายท่ีตองการเขา มาปกครองมาเปนตวั แทนของโลกวตั ถุ เปนตวั แทนอเมริกา เขา ตองการมาปกครองพวกเรา ใหเ ราและพวกทา นตกอยภู ายใตอํานาจของพวกเขา สบู เอาทรพั ยากรของ พวกเราไป ที่นาเศรา กค็ อื รัฐบาลท้ังหลายกลับเหน็ ดวยกับมนั สวนใหญก ็เปนพวกมัน” “พ่ีสาวนอ งสาวและพี่ชายนองชายทร่ี ักยิง่ ไมวา พวกทา นอยูในประเทศใด พวกทานตอง ปกปองสถานะของอสิ ลามและประเทศชาตไิ ว พวกทา นตอ งปกปองประชาชาตแิ ละประเทศอสิ ลาม ทั้งหลายจากศตั รู ซึ่งก็คืออเมริกา ไซออนสิ ตส ากล และมหาอาํ นาจท้งั ซกี โลกตะวนั ออกและตะวนั ตก โดยไมตอ งเสียเวลาฉกุ คดิ เลย และพวกทา นจักตองปกปองประเทศอสิ ลามทง้ั หลายและพวกทานตอง เผยใหเ ห็นการกดขขี่ องศัตรอู ิสลาม นอ งชายและนอ งสาวมุสลมิ ของขาพเจา ทง้ั หลาย พวกทานตองรวู า ผลประโยชนท างวัตถแุ ละ จติ วญิ ญาณของพวกเราทัง้ มวลนน้ั ถูกรบิ เอาไปโดยมหาอํานาจทัง้ ตะวนั ออกและตะวนั ตก พวกเขาทาํ ใหพวกเราตอ งตกอยูในสภาพตอ งพง่ึ พิงทางการเมอื ง เศรษฐกิจ วฒั นธรรมและการทหาร พวกทาน ตอ งตื่นตัวและคนหาบคุ ลกิ ภาพแบบอสิ ลามของตวั ทา นเองใหได อยา เขาไปอยูใตเ งาของความอธรรม
พวกทานตอ งเผยแผนการณอันชว่ั รายของผสู วาปามโลกระดับสากลซ่ึงสว นหวั ของพวกเขาคืออเมริกา อยางชาญฉลาด ทกุ วันน้ี กบิ ละฮแฺ หงแรกของมสุ ลมิ ยงั ตกอยใู นอาณตั ิของอสิ ราเอล มะเร็งรา ยของตะวนั ออก กลาง ทกุ วนั นี้พวกมนั ยังคงกดขบี่ ีฑาพ่ีนอ งปาเลสไตน เลบานอนของพวกเราอยู ทําใหพวกเขาตอ ง นอนจมกองเลือดอยูท ุกววี่ นั ทกุ วนั น้อี ิสราเอลยงั คงสรางความราวฉานดว ยสือ่ แหงมารทกุ รูปแบบ จึง เปน หนา ที่ของมวลมสุ ลิมทกุ คนท่ีพวกเขาจักตอ งตระเตรียมตวั เองใหพ รอ มตอ กรกับอิสราเอล ทกุ วันนมี้ ุสลมิ แอฟรกิ ันตา งก็กกู องเสียงรอ งตะโกนทถี่ ูกกดข่ขี องพวกเขาดงั ข้ึนเร่อื ยๆ ปรชั ญาแหงการทาํ ฮัจญจักตอ งเปน ตวั สนองตอบเสยี งกองตะโกนทีแ่ ฝงไปดว ยการถกู อธรรมเหลา นี้ การเวยี นรอบอลั กะอฺบะฮกฺ เ็ ปนเครื่องช้ีใหเหน็ วา พวกทานจะไมวนเวยี นรอบตวั ของผูใด ยกเวนพระ เจา เทา นนั้ การขวา งเสาหินก็เพือ่ ขวา งมารรายที่มาในรูปของมนษุ ยแ ละอมนุษย ดว ยกับการขวา ง เหลานั้น พวกทานไดใหส ัญญากับพระเจาของพวกทานแลว วา พวกทา นจะขบั ไลม ารทีม่ าในคราบ มนุษยและมหาอาํ นาจท้ังหลายใหอ อกไปจากประเทศอิสลามอนั เปน ท่ีรักยิง่ ของพวกทาน” “โอมุสลมิ ทัง้ หลายผูทปี่ ฏิบัติตามแนวคิดเอกานุภาพของพระเจา ปรศิ นาแหงความทกุ ขย ากทง้ั มวลของประเทศอสิ ลามกค็ ือความแตกแยกและความไมล งรอยกัน และปรศิ นาแหงชัยชนะท้ังมวลคือ ความเปนหนงึ่ และความรว มไมร วมมือกัน อัลลอฮฺตรสั ไววา วะอฺตะศมิ บู ิฮบั ลลิ้ ลา ฮิญะมีอัน วะลา ตะฟรรอกู (พวกเจา ตองยึดเหนี่ยวสายเชอื กของอัลลอฮฺโดยพรอมเพรียงกันและอยาแตกแยกกนั ) การ ยดึ เหนี่ยวสายเชอื กของอลั ลอฮฺ อธบิ ายใหเ หน็ ถงึ ความรวมไมรวมมือของมสุ ลมิ ทัง้ มวล ทั้งหมดตอง ทาํ เพือ่ อิสลาม มุงตรงสอู ิสลาม และเพ่ือผลประโยชนแหงอสิ ลาม และตองออกหางจากความแตกแยก การแยกกันอยู การยดึ ติดกลุมตวั เองซ่ึงเปน ทีม่ าของความอัปโชคและความลา หลัง ขาพเจา วอนขอ ตอ อัลลอฮขฺ อพระอวคทรงประทานความยิง่ ใหญแกอ สิ ลามและมวลมสุ ลิม และใหม ุสลมิ มคี วามเปน หนง่ึ เดียวกัน” “ตอนนี้ถึงเวลาแลว ทบ่ี รรดานักการศาสนา นักเขียน นักวิชาการ นกั ศิลปน นักปรัชญา นกั วจิ ยั นกั รหสั ยนิยม และบรรดานักคดิ ซึ่งรูสกึ เจ็บปวดกบั ปญ หาเหลา น้นั และรสู กึ เศราใจในสภาพของ อิสลามและมสุ ลิมในทกุ วนั น้ี ไมว า พวกเขาจะอยใู นมซั ฮบั และแนวคิดใด พวกเขาจักตอ งเขา มาแบก รับภาระนเ้ี พื่อสกัดยบั ย้ังอันตรายอนั ย่ิงใหญท่อี สิ ลามและมวลมสุ ลมิ กาํ ลังเผชญิ อยู พวกเขาจักตองใช เครื่องมือทกุ ประการตกั เตือนมสุ ลมิ ทงั้ หลายในมัสญดิ ฮซุ ยั นียะฮฺ และท่ีชุมนมุ ทางศาสนาทกุ แหง และถอนรากถอนโคนความหลงลมื ใหออกไปจากตัวพวกเขา ตองใหพวกเขา เตรยี มตวั ใหพรอ ม สําหรับการสรา งแนวรว มอิสลามในวงกวา งขึ้น พวกเขาตอ งสําเหนยี กวาเรือ่ งน้เี ปนไปไดและตอง เปนไป แตม ันตอ งใชความพยายามและการเสยี สละ ประชาชาติอีหราน ขออัลลอฮฺทรงเทอดเกยี รติ พวกเขา ไดปดหนทางแหง การมีขออางทงั้ ปวงไวแลว และไดสําแดงใหเห็นวาพวกเขามีความสามารถ ยืนหยัดตอ มหาอาํ นาจท้ังหลายและจะยอื้ แยงเอาสิทธิแหงความเปน มนษุ ยกลับคืนมา พวกเขาไมปลอย ใหความขลาดกลวั เขา มากลํา้ กรายพวกเขาดวยการมอบหมายตนตออํานาจอนั เปนนริ ันดรของพระเจา
ผทู รงสิทธิ์อันสูงสง ซ่งึ ทรงกรุณาใหส ญั ญาเรือ่ งชัยชนะท่ีมขี อแมวา เราตองชวยเหลือศาสนาของ พระองคด ังทีว่ า หากพวกเจา ชวยเหลอื อัลลอฮฺ พระองคจะชว ยเหลือพวกเจา และจะทรงยดึ สน เทาของ พวกเจา ใหมนั่ คงยง่ิ ข้ึนพวกเขาเอาใจใสท ่ีจะทาํ ใหเปา หมายแบบอสิ ลามดงั กลาวเปน จริงขึ้นมา ซึ่งบท นําของมนั น้ันเริม่ ตน ดวยการตัดมือไมข องมหาอํานาจทหี่ ลงผดิ และเปน ภัยตอ อสิ ลามใหออกไปจาก ประเทศอสิ ลามและขจดั อปุ สรรคภายในภายนอกใหห มดส้ินไป พวกเขาพรอมตอ กรกบั การสราง พรรครัฐบาล กลมุ กอนและบุคคลซึ่งตอตานกบั ขบวนการอิสลาม ซ่งึ อลั ฮัมดุลิ้ลลาฮนฺ บั วันจะเติบใหญ ข้ึนเรอ่ื ยๆ พวกเขาพรอมจะตอ สูทางการเมืองกบั พวกเขาเหลาน้ันอยางมีแผนการท่วั โลกและพวกเขา มัน่ ใจในสญั ญาอันแจง ชดั ของพระเจา วา พวกเขาตองประสบความกา วหนาและชว ยใหผ ถู ูกกดขรี่ อด พน จากเงือ้ มมือของพวกสวาปามโลกในท่สี ดุ ” เชญิ ชวนมสุ ลิมสกู ารยนื หยัดเพือ่ ฟนฟูอสิ ลาม “โอมุสลิมท้งั หลาย พวกทา นเปน อะไรไป ทาํ ไมถึงออนแอเชน น้ี ในชวงอรุณรุง แหงอิสลาม น้นั พวกทาน (ในนามมสุ ลิม) ทาํ ลายมหาอาํ นาจในยคุ น้นั ดวยกาํ ลังคนเพียงนอ ยนิดและสรา ง ประชาชาตอิ ิสลามอนั ยงิ่ ใหญขน้ึ มาไดตอนนี้พวกทา นมีกําลังคนมากกวา พนั ลานคน (ปจ จบุ ัน ประมาณ ๑,๖๐๐ ลา นคน-พ.ศ.๒๕๕๑) มีทรพั ยากรมหาศาลท่ีพรอ มจะนํามาเปนอาวธุ ตอสูได พวก ทา นรใู ชไ หมวา ความลาหลงั ของพวกทานน้นั มที ่มี าจากความแตกแยกและความขดั แยงในหมู ผปู กครองของพวกทานทั้งหลาย ฉะนน้ั จงลกุ ข้ึนยืน ถืออัลกุรอานไวใ นมอื รวมตัวกันในนามของพระ บัญชาของพระเจา พวกทานตองนําเอาความย่งิ ใหญของอสิ ลามกลบั คอื มาใหไ ด พวกทา นตอ งเดนิ ออกมาแลวเงย่ี หูฟงโองการของพระเจาทว่ี า จงกลาวออกไป อันี่จริงขาขอเตือนพวกทา นอยางหนึ่งก็ คอื พวกเจาตองยนื หยัดเพือ่ อัลลอฮฺสองคนหรือคนเดียวก็ตาม (ซะบะอ / ๔๖) ทง้ั หมดตอ งลุกข้ึนสตู อง ลุกข้ึนสเู พอ่ื พระเจา จงลกุ ข้ึนสคู นเดียวในการตอกรกับพลพรรคของชยั ฎอนทอี่ ยูภายในตัวของพวก ทาน และรวมกันตอ กรกับมหาอํานาจของมารรา ย หากการยืนหยัดสแู ละขบวนการตอ สขู องพวกเรา เปนไปเพอ่ื พระเจา แลว พวกเราตองชนะอยา งแนน อน มุสลมิ ท้ังหลาย ผดู อยโอกาสท้ังมวล จง ประสานมอื เปน หนึ่งเดียวกนั มุง ตรงยงั พระเจา ผทู รงยง่ิ ใหญ และจงพ่ึงพิงอสิ ลามแลว เอาเร่ืองกบั พวก หยิ่งยโสและพวกรุกรานสิทธทิ์ ้ังหลายโอผูมาเยอื นบยั ตุลลอฮฺ พวกทา นตองเปน หนึ่งเดียวกันในทุกทท่ี ่ี แสดงถึงสญั ลักษณข องพระเจาและวอนตอ พระเจา ถงึ ชัยชนะของอสิ ลาม มสุ ลมิ และผูดอ ยโอกาส ทัง้ หลายในโลกนี้ พวกทา นผเู ปนนักพดู นักเขยี นทงั้ หลาย ในทช่ี มุ นุมอันศักดิ์สิทธ์ิไมวา จะเปนอะรอ ฟาต มินา มักกะฮฺ และมะดนี ะฮฺ พวกทานตอ งนาํ เสนอปญหาทางสงั คมและการเมอื งในภูมภิ าคใหพ ่ีนอ งผู ศรทั ธาของพวกทา นไดรบั รูและขอความชว ยเหลอื จากพวกเขาเหลาน้ัน โอผูมาเยอื นบยั ตุลลอฮฺ พวก ทานตองสดับตรบั ซึง่ แผนชั่วของทัง้ พวกซายและพวกขวาเฉพาะอยา งย่ิงอเมริกานักปลน ชงิ และนัก รุกรานระดับโลก อีกท้ังอสิ ราเอลพวกช่ัวชา พวกทานตองสนองตอบและตรวจสอบความเลวรา ยของ
คนพวกน้ัน และจงแสวงหาหลักพงึ่ พิงยังพระเจาผสู งู สงเพอ่ื แกไ ขสภาพของมุสลมิ และตดั มอื ของพวก ช่วั ชา เหลา นน้ั ” “พวกทานจะตอ งฉลาด ตน่ื ตัว และระวังตวั อยเู สมอวา การเมอื งแบบเปด ท่ตี อ งสัมพนั ธท้งั ตะวันตกและตะวันออกพรอมกบั การซบิ กระซาบของมารรา ยจะตอ งไมล ากพวกทานสูพวกแยงชิง สากลพวกทา นตองยืนหยดั ขจัดความผูกพนั เหลานนั้ ดวยความตงั้ ใจจรงิ ขยนั ขันแข็ง และทาํ อยา ง ตอเนือ่ ง พวกทานตองรูไววา เชื้อชาตอิ ารยันและอาหรับน้ันไมไดดอ ยไปกวา เช้อื ชาตขิ องพวกยโุ รป อเมรกิ าและโซเวียดเลย หากเขาคนพบตัวเองแลว และปด ความสนิ้ หวงั ออกไปใหไกล ไมม องผใู ด นอกจาตนเอง เขาตองมอี าํ นาจขนึ้ มาและสรรหาอาํ นาจข้นึ มาได อะไรก็ตามท่พี วกเขาไปถงึ พวกทาน ก็สามารถไปถึงได โดยมเี งอื่ นไขอยทู ี่มอบหมายการงานตอพระเจา พงึ่ พงิ ตนเองตัดขาดการพ่ึงพาผอู นื่ อดทนตอ ความยุง ยากทง้ั มวลเพ่อื ไปใหถงึ ยังชีวติ ท่ีมเี กยี รติ และหลดุ ออกมาจากการครอบครองของ ผูใด” เชญิ ชวนสกู ารยนื หยัดสูกบั อิสราเอล “หลงั จากท่ีไดมีการกาํ หนดกฎเกณฑอ ันศักดิ์สิทธิแ์ หง อิสลามแลว ขา พเจาไมร ูวา จะมีเร่ืองราว ใดทม่ี ีความจาํ เปนสําหรบั มวลมุสลิมมากไปกวาการทพี่ วกเขาตอ งปกปองชวี ิตและทรพั ยสนิ ของพวก เขาไปในวถิ ีทางอันมเี กียรติแหง อิสลาม เม่อื พวกทานเหน็ วา เลอื ดของพ่นี องชายหยิงทีบ่ รสิ ทุ ธิต์ องถกู หลัง่ ในดนิ แดนอนั ศักดิ์สิทธิ์แหง ปาเลสไตน และเม่อื ใดท่ีพวกทานประจักษว า ผนื แผน ดินของพวกเรา ตองถูกทาํ ลายลางโดยน้ํามือของอาชญากรไซออนิสต ภายใตเงอื่ นไขเหลานไ้ี มมแี นวทางที่ตอ งดาํ เนนิ ตอ ไปนอกจากการญฮิ าดเทา นน้ั และเปนภาระหนา ท่ีสาํ หรับมุสลมิ ทุกคนท่ีจะตอ งใหความชว ยเหลือ ทง้ั วตั ถุและจติ ใจไปในการญิฮาดอันศกั ดิ์สิทธ์ินี้ อลั ลอฮฺทรงหนุนหลงั เจตนารมณน ี้ วั้ลลอฮมุ นิ วะรอ อิล้ ก็อศดิ” “คุณคาและการดาํ เนนิ การเหลน ้ีจะเปนตวั ชวยใหมนษุ ยห ลุดพนจากการเปน ทาสอารมณใฝตํา่ ทผ่ี กู ตดิ อยูกบั ตะวันตกและตะวนั ออก และนําพาตวั เขาสตู นไมอันจําเรญิ ซัยตูนะฮฺ ลาช้ัรกียะฮฺ วะลาฆ็ อรบยี ะฮฺ (ตนซัยตูน ไมม ตี ะวนั ออกและไมมตี ะวันตก –อันนูร / ๓๕) หากมวลมสุ ลมิ ทัว่ โลกคนพบ คลน่ื แหงการเคล่อื นไหวของบรรดาศาสดา อะลยั ฮิมุซซะลาม ซ่งึ กาํ เนดิ มาจากคัมภรี ส รางสรรคม นุษย ฉบบั สุดทา ย อัลกุรอานอันจาํ เรญิ คมั ภีรช นี้ ําฉบับนี้ซ่งึ ออกมาจากปฐมเหตุแหง รศั มี อัลลอฮุนูรุซซะมา วาติวลั้ อ้รั ฎิ (อลั ลอฮคฺ ือรัศมีแหงช้ันฟาทั้งหลายและผนื แผนดิน-อันนรู / ๓๕) สปู ระทีปอันเจดิ จรสั ใน หวั ใจของศาสดาทา นสุดทาย ศ็อลลล้ั ลอฮุอะลัยฮวิ ะอาลิฮวี ะซล้ั ลัม เพื่อทาํ ใหหวั ใจของมนุษยชาติเปน อิสระจากมา นแหงความหลงผดิ และทาํ ใหโ ลกเรืองรองดวยรศั มีแลวน้ันและพวกเขาถกู เช่ือมเขา สู มหาสมุทรแหง รัศมอี ันเรืองรอง พวกเขาก็จะไมมีวันตกเปนทาส ชยั ฎอนและเปน ลูกแหงข องชยั ฏอน อกี ตอไป พวกเขาจะไมย อมรบั เอาความตาํ่ ตอยและการถกู ดูหม่นิ เพ่อื ท่ีจะไดสวมตาํ แหนงผูปกครอง อันจอมปลอมเพียงไมกว่ี ันและพวกเขาจะตอ งไมเ หีย้ นกระหือรอื ท่จี ะเอาตัวเองไปเขาใกลชัยฏอนตัว ใหญแ ละยอมรบั สญั ญาทาสแหง แคมปเ ดวดิ เอยหยดนาํ้ เลก็ ๆ ท่แี ยกตนเองออกมาจากมหาสมทุ ร
แหง อลั กุรอานและอสิ ลามเอย รสู ึกตัวกนั ไดแ ลว เชื่อมตัวเอง กลบั สมู หาสมทุ รแหงพระเจา และรบั เอา รัศมอี ันอุดมนี้ไปเพอ่ื ควกั ลูกตาแหง ความทะยานอยากของพวกสวาปาม โลกทั้งหลายมอื ทย่ี ื่นยาว ออกมารกุ รานของพวกเขาจะตองถกู ตัดขาดแลว พวกทา น กจ็ ะไปถึงยังชวี ติ ท่มี เี กียรติและทรงคุณคา พวกทา นตองปลดตวั เองออกจากชีวติ อนั นาอัปยศท่ีอิสราเอลถกั ทอไวน นั้ กาํ ลงั มีอํานาจเหนือพวกทา น พวกมนั ไดเ หยียดหยามมสุ ลมิ ผูถูกกดขต่ี อหนาพวกทาน โอพ ระเจา ขอพระองคไ ดทรงโปรดประทาน การตื่นตัวใหก บั เหลา ขา พระองคด ว ยเถดิ ขอไดโปรดปลุกผปู กครองประเทศอิสลามท้ังหลายให รูสึกตวั นาํ มาตรฐานอสิ ลามกลบั มาปกครองมุสลมิ ดว ยเถิด และใหพ วกเขาไดทําลายเจวด็ แหงพระเจา จอมปลอมทงั้ หลายดว ยเทอญ” “เจา หนาทีร่ ฐั ของประเทศอีหรา น ประชาชนของเรา และประชาชาตอิ สิ ลามทัง้ หลายจะไม วางมอื จากการตอสแู ละโคนลม ตน ไมแ หงความชัว่ รา ยน้แี ละดว ยความชว ยเหลือของพระเจา เขา จะตองใชป ระโยชนจากหยดนํา้ เลก็ ๆ ที่แตกตวั ออกไปของผปู ฏบิ ตั ิตามแนวทางของอสิ ลาม ความสามารถทางจติ วิญญาณของประชาชาติมฮุ ัมมัด ศอ็ ลลล้ั ลอฮุอะลยั ฮวิ ะอาลฮิ วี ะซ้ลั ลมั และเครอ่ื ง ไมเครอื่ งมือของประเทศอิสลามทัง้ หลาย และดวยกับการรวมตัวตา นของกองกําลงั อิซบุลลอฮฺนั่นเอง ทสี่ รางความผดิ หวงั ใหก บั อิสราเอล และจดั การไลพวกมันออกไปจากผืนแผน ดินมสุ ลมิ ทถี่ กู แยงชิง ไปได ขา พเจา ไดย้าํ เตือนหลายตอหลายคร้ังในชว งหลายปท ่ผี านมาทั้งกอ นการปฏวิ ตั แิ ละหลังการ ปฏวิ ัติ (อสิ ลามในอหี ราน-ผูเรยี บเรียง-) และจะยงั คงกรอกหูใหร บั รูถึงอันตรายที่คืบคลานเขา มาของ ตอมโสมมและมะเรง็ รา ยของลทั ธิไซออนิสตท่ีเขามาในเรือนรา งของประเทศอิสลาม และขา พเจา ขอ ประกาศการหนุนหลังอยงไมอ อ มคอ มของตนเอง ประชาชาตอิ ีหรานและรัฐบาลอิหรานตอ การตอสู แบบอิสลามทกุ รปู แบบของประชาชาตอิ หี รานและรัฐบาลอีหรานตอ การตอสูแบบอิสลามทกุ รปู แบบ ของประชาชาตทิ งั้ หลายคนหนุม คนสาวทก่ี ลาหาญชาญชัย และมสุ ลิมทุกคนในการปลดปลอยอัลกดุ ส ขาพเจา ขอขอบใจเยาวชนคนหนมุ ชาวเลบานอนทร่ี กั ซึ่งไดสรางความโดดเดนใหกับประชาชาติ อิสลามและสรา งความอับอายใหกับพวกสวาปามโลกทัง้ หลาย ขาพเจาขอดุอาอใ หผูเปนทร่ี กั ย่งิ ทั้งหลายทัง้ ท่อี ยใู นดินแดนที่ถูกยึดครองหรอื อยูเคียงขางประเทศท่ถี ูกแยง ชิงไปนั้นใหป ระสบ ความสําเรจ็ ในการโจมตผี ลประโยชนทัง้ หลายของอสิ ราเอล ดว ยกบั การพึง่ พิงอาวธุ แหง ศรัทธาและ การญฮิ าด และขาพเจา ใหความมน่ั ใจกบั พวกทานไดวา ประชาชาติอีหรา นจะไมป ลอยใหพวกทานสู เพยี งลําพัง” “ขาพเจา เปนพวกของกลุมท่ีบอกวา ประเดน็ การปรากฏของอิสราเอลและการยอมรบั การมีอยู นั้นเปนหายนะอันใหญห ลวงของมุสลิมและเปนระเบิดเวลาของประเทศอสิ ลามทง้ั หลาย และขาพเจา ยนื ยนั วา การตอ ตา นอสิ ราเอลนั้นเปน ภาระหนา ท่ที างศาสนาที่ยงิ่ ใหย ขา พเจาขอความคมุ ครอง ตอ อลั ลอฮฺผูทรงยิ่งใหญใหพนจากแผนการนี้ซึ่งถกู รา งแบบใหแ กอิสลามโดยมุสลิมจอมปลอม” “ประชาชาติทงั้ หลายตองตืน่ ขนึ้ ปลุกรฐั บาลท้งั หลายใหตื่นข้นึ และพวกเขาตอ งตอ ตา นแผน ช่วั ของผูปฏเิ สธคนเลว...หากรฐั บาลทัง้ หลายขลาดกลัว ประชาชนกจ็ ะยงั ต่ืนตัวอยแู ละไมข ลาดกลัว
ท้งั สน้ิ หากเราทง้ั หมดตายจากไปกย็ งั ดีกวา ทจ่ี ะมชี วี ิตอยใู นสภาพตอ ยต่าํ ภายใตล ัทธไิ ซออกนิสตและ น้ํามือของอเมริกา นคี่ อื ยา งกาวอนั สาํ คญั ย่งิ ตามคาํ สงั่ ของอเมรกิ า กาวยา งนถี้ ูกยกข้ึนมาเพ่อื ความตอ ย ตํ่าของชาติอาหรับและความตาํ่ ตอ ยของมสุ ลมิ มนั เปนความอดสสู ําหรบั ชาวอาหรับทีเ่ พยี งกองกาํ ลัง อนั นอยนิดกส็ ามารถเขา มามอี ํานาจและทาํ ใหพ วกเขาตกอยูในสภาพตกต่ําขนาดนน้ั และก็เปน ความ นาละอายสาํ หรับเรา ทา นท้งั หลายทีน่ ่งั นงิ่ เฉย รัฐบาลทัง้ หลายกเ็ ชนกัน รัฐบาลทไ่ี มใสใจตอประเด็น ปญหาดังกลา วหรือตัง้ ใจท่จี ะทรยศตออสิ ลามและประชาชาติอาหรับและมสุ ลิมโดยรวม พวกเขาตอ ง จดั การแผนการนม้ี ันไรคา ไมมีประเทศอิสลามเหน็ ดวยกับแผนดงั กลา วซ่ึงเปนทาศบริวารของ อิสราเอล” “ประชาตทิ ั้งหลายตอ งออกมาเดินขบวนในวนั กุตสและวนั แหง การครบรอบการเปน ซะฮีดอัน ยงิ่ ใหญข องประชาชน ตอ งสําแดงใหเห็นถงึ พลังและน้าํ มันทพ่ี รอมตอ กรกับอเมริกาและอิสราเอล หากพวกมนั ไมฟง และอิสราเอลชวั่ ยังคงขมขูไปท่วั แมก ระท่งั ดนิ แดนอนั ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิทั้งสอง (ฮะรอ มยั น ในซะอุดอี ารเบยี ) ซงึ่ ในตอนนี้กเ็ ห็นความตองการของพวกมันอยา งชดั เจนแลว พวกมันคงตองบงั คับขู เขญ็ ทุกอยาง เมื่ออสิ ลามและดินแดนอนั ศักดิ์สทิ ธ์ขิ องอิสลามถูกขม ขูวา จะถูกรกุ รานละก็ ยอมไมมี มสุ ลิมคนใดที่จะเฉยเมยโดยไมล ุกข้นึ ตอ กรไดอีกแลว ” วนั กุดสค ือวันแหงอิสลาม วนั แหงเสรีภาพของปาเลสไตน “วันกุดสค ือวนั สากล มิใชวนั สาํ หรับกุดสเปน การเฉพาะเทา นัน้ มนั เปนวันแหง การเผชญิ หนา ระหวา งผูด อ ยโอกาสกับผอู หงั การ มนั เปนวนั แหง การเผชญิ หนา ของประชาชาตซิ ง่ึ อยภู ายใตก ารรีดนา ทาเรน ของอเมริกาและอ่ืนจากอเมรกิ า มันเปน วนั แหงการเผชญิ หนา กบั พวกมหาอํานาจทัง้ หลาย มนั เปน วันท่ผี ูดอยโอกาสทงั้ หลายตอ งเตรยี มพรอมทจ่ี ะตอ กรกับพวกอหังการใหหนาของพวกมันคะมํา ลงไปกับพ้ืน มันเปน วนั ซ่งึ แยกความหนา ไหวหลงั หลอกออกจากพวกที่แนว แนทง้ั หลาย พวกท่นี ว แน มนั คงรวู า วันน้คี อื วนั กุดส วันแกง การปฏิบัติในสง่ิ ทีจ่ าํ เปน ตอ งทาํ สว นพวกกลับกลอกน้ันก็คอื พวกที่ รูจ กั กันในนามผูอยูหลังมา นมหาอาํ นาจและเปนมิตรกับอิสราเอลยงั คงทําเปน ไมสนใจ วันน้ีหรือไมก็ ไมปลอยใหผูคนท้งั หลายไดแ สดงออกวนั กุดสคือวนั ที่ชะตาของประเทศผูด อยโอกาสท้ังหลายตอง เปน ทร่ี ับรู ประเทศผดู อ ยโอกาสทัง้ หลายตอ งประกาศการมีอยขู องตนเองตอ ตานการเขามายึดครอง ของผอู หังการทง้ั หลาย ประเทศทง้ั หลายตอ งทําเหมือนกับที่ประเทศอหี รานไดทําการลกุ ข้ึนสูแ ละ กระแทกหมัดเขาไปทจ่ี มูกของพวกอหงั การใหลมคะมํากองกบั พื้น ตองจดั การเอาเชื้อโรคแหงความ เส่อื มทรามลงถังขยะไปไดแลว วนั กุดสค ือวนั ทีพ่ วกเดินตามกน รฐั บาลทแ่ี ลว (ของอหี รา น-ผเู รยี บ เรียง-) และมหาอาํ นาจที่แฝงตวั ในประเทศตางๆ เฉพาะอยา งย่งิ ในเลบานอน ตองรหู นาทีข่ องตนเอง มนั เปนวนั ที่พวกทา นตอ งใหความสําคัญและใหความเอาใจใสตอการปลดปลอ ยกุดสและตองชว ยพี่ นอ งเลบานอนใหปลอดภยั จากการขม ขทู ง้ั มวล มันเปน วันทีเ่ ราจกั ตอ งนาํ เอาบรรดาผูด อยโอกาส ทัง้ หลายหลุดพน จากกรงเล็บของพวกอหังการ มนั เปน วันทสี่ ังคมมุสลิมทกุ คนจะตอ งแสดงออกวา พวกเขามตี วั ตนและทวงเตอื นไปยังพวกมหาอํานาจและกากเดนของพวกมนั ไมวาจะอยูในอีหรา น
หรอื ในทอ่ี ่ืน วนั กุดสคอื วันท่ีจะตอ งทว งติงไปยังมหาอํานาจวา พวกเขาตอ งวางมือจากบรรดา ผูด อยโอกาสและกลบั ไปอยใู นท่ๆี ของตนเองไดแลว วันกุดสม ใิ ชว นั ของปาเลสไตนเ ทาน้นั แตเปน วันแหง อสิ ลาม วนั แหงรัฐบาลอสิ ลาม ตองเปน วันทีธ่ งแหงรัฐอสิ ลามถูกชดั ขึ้นสูยอดเสาเปน วนั ที่ตองทําใหพ วกมหาอาํ นาจเขา ใจวา พวกเขาไมอ าจ เสนอหนา อยูในประเทศอิสลามอีกตอไปไดขาพเจาเช่ือวา วนั กดุ สค อื วันแหง อสิ ลาม วนั แหง ทานรอ ซลู เปนวันทีเ่ ราจกั ตอ งเตรียมพรอ มสรรถกาํ ลังทัง้ หมดของเรา มสุ ลิมท้ังหลายตอ งหลุดออกมาจาก ความสนั โดษท่ีคนพวกนั้นลากพวกเขาไปสูจดุ น้ัน และตอ งใชอาํ นาจ พละกําลงั ทกุ อยางตอกรกับทกุ คนและตอ งยืนหยัดตอ ตานส่ิงเหลา นั้นเราจะตองไมอ นญุ าตใหผ ใู ดก็ตามเขา มามีอทิ ธิพลในประเทศ ของเรา มุสลมิ จะตองไมป ลอยใหผใู ดเขา มามีอิทธพิ ลในประเทศของตนเองในวนั กุดส ประชาชน ท้ังหลายจักตองสงสญั ญาณเตอื นไปยังรฐั บาลของพวกเขาซึ่งเปนผูทรยศ วนั กุดสคือวันทเี่ ราจะเขา ใจ ไดวาบคุ คลใดหรือรัฐบาลใดทเ่ี ห็นดวยกับแผนช่วั สากลและขดั แยง กับอสิ ลาม คนท่ไี มไ ดเ ขา รวมก็ เทากับขดั แยงกบั อิสลาม เห็นดวยกบั อสิ ราเอล คนทเ่ี ขา รว มกค็ อื พวกทหี่ นักแนนมั่นคงและเห็นดีเห็น งามกับอิสลาม และปฏเิ สธศัตรูอิสลามซง่ึ หวั หนา ของคนพวกน้คี ืออเมริกาและอิสราเอล มันคอื วนั จาํ แนกสจั ธรรมและโมฆะธรรมความจริงกับความเทจ็ ขา พเจา วอนขอดอุ าอตออัลลอฮฺ ขอพระองคท รงประทานชยั ชนะใหก ับอสิ ลามแกชนทุก ชั้นในโลกน้ี ใหบรรดาผูด อยโอกาสมชี ยั เหนอื ผอู หังการทัง้ หลาย ขอดุอาอต อพระองคไดโปรด ประทานใหพ ี่นองของเราในปาเลสไตนต อนใตข องเลบานอน และในทุกทท่ี ี่พวกเขาอยูปลอดภยั จาก เง้ือมมือของพวกอหังการและจากเง้อื มมอื ของพวกหวั ขโมย” เชญิ ชวนอลุ ะมาออิสลามสกู ารยนื หยัดสู “นาฉงนย่ิงนกั ที่อุละมาอแ ละนักการศาสนาของหลายประเทศและประเทศอสิ ลามท้งั หลาย มิใชนอ ยเมนิ เฉยบทบาทอนั สําคญั ยงิ่ สาสน แหงพระเจา และประวัติศาสตรข องตนเองในยคุ สมัยท่ี มนษยชาติกระหายความสงู สง ทางจิตวญิ ญาณและศาสนบัญญัตอิ ันเรืองรองของอสิ ลาม และไม สําเหนยี กความกระหายของประชาชาติทงั้ หลายไมร ับรูอาการเรงเรา และการนอมนาํ ของสงั คมมนุษย สูคณุ คาของวะฮยฺ ูและพวกเขามบี ทบาททางดานแสดงอทิ ธพิ ลทางจติ วิญญาณนอ ยไป ในเง่ือนไขที่เต็ม ไปดวยสีสนั ของอาํ นาจแหง ความรแู ละความกาวหนาในโลกวัตถขุ องคนรุนใหมน ้ี อุละมาอ นัก บรรยายธรรม อมิ ามมุ อะฮฺ และนกั คิดอิสลามสามารถทจ่ี ะนาํ โลกเขา มาอยูภ ายใตอ ทิ ธิพลและอํานาจ ของอลั กรุ กอานไดดวยความเปนเอกภาพ ความสมานฉันทความสาํ นึกในหนา ที่ และทําตามหนาทอ่ี นั หนักหนวงในการชีน้ ําและเปนผูนําประชาชน พวกเขาตอ งสกัดความเสอื่ มทราม การตกเปนเบี้ยลาง และความไรเกยี รติของมสุ ลิม และยบั ยัง้ การเขา ไปเปน เครอื ขายชยั ฏอนเล็กและชยั ฏอนใหญเชน อเมริกาของรฐั บาลอสิ ลามทง้ั หลาย พวกเขาตองใหค วามสาํ คญั ตอ ประเดน็ ปญหาอสิ ลาม สรางความ เปนหน่งึ เดียวของมุสลิม และคนควาวจิ ัยกฎเกณฑท างศาสนาอันเจดิ จรัสแทนการขีดเขยี น การพูดจาท่ี สรางความแตกแยก การพดู ประจบสอพลอผมู ีอํานาจ และพูดจาใหร า ยตอผูดอ ยโอกาสท้งั หลาย และ
ดวยกบั การใชป ระโยชนจากทอ งทะเลอนั ไมเ หือดแหง ของประชาชาตอิ ิสลาม พวกเขาจะไดแ สดง จดุ ยืนเกยี รติยศของตนเองและของประชาชาตมิ ุฮัมมดั ศอ็ ลลล้ั ลอฮุอะลัยฮิวะอาลิฮวี ะซล้ั ลัม มใิ ชเ ปนความอดสู สาํ หรบั อุละมาอข องประเทศอสิ ลามดอกหรือท่ีพวกเขามอี ัลกรุ อาน มีศา สนบัญญัติอันเรืองโรจน แบบฉบับของทานศาสดา ศอ็ ลล้ัลลอฮอุ ะลัยฮิวะอาลิฮวี ะซั้ลลมั และอมิ าม มะอฺศูมนี อะลยั ฮมิ ุซซะลาม แตก ลบั ตอ งดาํ เนินการตามกฎเกณฑข องผูปฏิเสธภายใตอ ิทธิพลของพวก เขาในประเทศอสิ ลามและยอมรบั การตัดสินใจลว งหนาของพวกชอบใชกาํ ลงั และเปน ปรปกษต อ อสิ ลามอยา งแทจ รงิ พวกนักการเมอื งจากวงั เครมลนิ และวอชงิ ตันจะคอยออกคําส่งั ใหประเทศอสิ ลาม ปฏบิ ัตติ าม” เชญิ ชวนผูรชู าวคริสตสกู ารยนื หยัด ยาอยั ยุฮล้ั ละซีนะอามะนู กนู เู กาวา มีนะลิ้ลลาฮิ ชฮุ ะดาอะบิ้ลกซิ ฏิวะลายัญร ิมนั นะกมุ ชนั อานุ เกามนิ อะลาอลั้ ลาตะอฺดิลู อิอดฺ ิลู ฮุวะอกั รอ บุลติ ตกั วา วตั ตะกลุ ลอฮะอนิ นั้ลลอฮะคอบีรุนบิมาตะอฺ มะลนู (โอบ รรดาผูมีศรัทธา จงดาํ รงมัน่ เพื่ออัลลอฮฺ (ใน)การเปน พยานยนื ยันดว ยความเทีย่ งธรรม ความเคียดแคนตอกลมุ ชนหน่ึงจะตองไมบ บี บงั คบั ใหพ วกเจา (แสดงความ) อยุติธรรม พวกเจา จง (แสดงความ) ยุติธรรม ความยุติธรรมเปน สิง่ ที่ใกลเ คยี งตอการมีความยําเกรง และพวกเจา จงยาํ เกรง ตอ อลั ลอฮแฺ ทจรงิ อลั ลอฮฺคือผูทรงรแู จง ในสิง่ ทพี่ วกเจา กระทาํ อย-ู อัลมาอดิ ะฮฺ /๘-) นายินดอี ยา งยงิ่ ตอพฤติกรรมของพวกเขาเหลานัน้ ผซู ึ่งกระหายความยตุ ธิ รรมจากการท่พี วก เขาจะไดเสพยอยา งอม่ิ หนํา (อนิ ญล้ี ฉบบั มะธา บทท่ี ๕ หมวดท่ี ๖) นายนิ ดอี ยา งย่งิ ตอพฤติกรรมของพวกเขาเหลา น้นั ผซู ึง่ พยายามอยา งยากเข็ญที่จะใหได ประโยชนจ ากความยุตธิ รรม เพราะอาณาจกั รแหงช้ันฟานนั้ ก็เปนของพวกเขาดว ย (อนิ ญ้ีล ฉบบั มะธา บทที่ ๕ หมวดที่ ๑๐) ขอแสดงความยินดตี อประชาชาตผิ ถู ูกกดข่ีทวั่ โลก คริสตชนท้งั หลาย และชาวครสิ ตใ น ประเทศนี้ เน่ืองในวนั เฉลมิ ฉลองวนั ประสตู ขิ องมะซฮี ฺ (พระคริสต) ศาสดาผยู งิ่ ใหญทานหนงึ่ ซึ่งทาน ถกู แตง ตง้ั มาเพื่อเปนพวกเดียวกบั ผูถูกกดขแี่ ละสถาปนาความยุติธรรมและเมตตาธรรมและดวยกับ คาํ พูดอนั มญี าณหยั่งรแู ละพฤติกรรมท่ีแฝงไปดวยจิตวิญญาณอนั สงู สง ทีไ่ ดตาํ หนิพวกกดขแี่ ละพวก เผด็จการแตหนนุ หลังผูถกู กดขแ่ี ละผดู อยโอกาสท้ังหลาย คุณพอ และผูรูชาวครสิ ตท ้ังหลายที่ปฏิบตั ิ ตามแนวทางของทานนบีอซี า ขอใหพ วกทา นลกุ ขน้ึ ยืนเพ่ือหนุนหลังบรรดาของผอู หงั การ และขอให พวกทานลั่นระฆังในโบสถของพวกทานใหเปนคุณตอ ผูถูกกดขี่ชาวอีหรา นและเปนการประณามพวก เผด็จการเพ่อื ความพงึ พอพระทยั ของพระเจา และความยนิ ดีของผปู ฏบิ ตั ิตามคาํ สั่งของทานมะซีฮฺ คารเตอร หัวหนาพวกเผดจ็ การโลก รอ งขอใหพ วกทา นลั่นระฆังท่วั อเมริกาใหเปน เสียงทีเ่ ปน คุณตอพวกสายลับที่จอ งทําลายอหี รานนา จะเปน การดีและเหมาะสมกวา ทรี่ ะฆังทง้ั หลายควรจะล่ันให เปน เสียงท่ีเปนไปตามพระบัญชาของพระเจา แหงโลกนี้และตามคาํ สงั่ ของทา นมะซฮี โฺ ดยเปนคุณตอ ประชาชาติผูถ ูกกดข่ซี ง่ึ อยภู ายใตท ็อบบทู ของพวกสนองบญั ชาของคารเ ตอรท่ียังคงนิ่งเงยี บอยู
นายนิ ดเี ปนอยางย่ิงตอ บคุ คลผซู งึ่ กระหายความยตุ ิธรรมและพยายามอยา งเตม็ ทท่ี จ่ี ะได ประโยชนจากความยุตธิ รรมแตขอตาํ หนิพวกทเี่ ปนปรปกษตอคาํ สั่งของทา นมะซฮี แฺ ละขดั แยง ตอทกุ คําสง่ั ของบรรดาศาสดา ท่ไี ดท ําตวั เปน คณุ ตอ ผกู ดข่ี พวกสายลบั และพวกที่ชอบละเมิดสิทธิ์ของ ประชาชาติท้ังหลาย โอประชาชาตขิ องมะซีฮแฺ ละผูปฏิบตั ิตามแนวทางของทานนบอี ีซา รูฮุลลอฮฺ ขอใหพวกทานลุกข้ึนยนื และปกปอ งเกยี รติยศของทานมะซีฮฺและประชาชาตขิ องทา นนบีอีซาพวก ทา นอยา ไดอนุญาตใหศตั รูของคําสอนอันมาจากเบื้องบนและพวกปรปกษต อ พระบัญชาของพระเจา น้ัน ไดบ นิ เบือนภาพลักษณข องประชาชาตมิ ะซีฮแฺ ละผูรชู าวคริสตไปในทางทเ่ี สยี หายในสายตาของ มนุษยผูดอยโอกาสทง้ั หลาย พวกทา นอยา ไดปลอ ยปละละเลยใหพวกมหาอํานาจใชโ บสถไปเพ่อื การวงิ วอนพระเจา ให พวกสายลับและพวกทรยศตอ ผถู กู กดขี่และผูด อยโอกาส เพราะคนพวกนั้นไมไดคิดอะไรอื่น นอกจาก ใหไ ดมาซึง่ อํานาจที่มากขึ้นและเปน ผนู ําโลกทขี่ ัดแยง กับคาํ สอนจากเบ้อื งบน ประชาชาตขิ องเราไดเ ผชิญกับการอวดอางของพวกเผดจ็ การและเจบ็ ปวดกับคนพวกน้ันมา นานหลายปแลว คุณพอทั้งหลายตองลกุ ขึ้นยนื และชวยใหทานอซี ามะซีฮฺรอดจากกรงเล็บของพวกล่ิวลอ ซึง่ ศาสดาผูย ่ิงใหญทา นน้ไี ดแ สดงตนเปนปรปก ษตอ พวกกดขี่ทจ่ี ะนาํ ศาสนาไปเปนเคร่ืองมือกดขี่และขอ ดอุ าอเ พอ่ื เปน หลักฐานความชอบธรรมของพวกกดข่ี คําสอนท่ีมาจากเบ้อื งบนทัง้ หลายลว นมาเพ่อื ปลดปลอ ยผถู ูกกดข่ี โอผูด อยโอกาสท้ังหลายจงลุกขึน้ ยืน และรว มมือกันขบั ไลพวกกดข่ีทง้ั หลายให ออกไปจากแผนดินของพระเจา ผูที่จะรับชว งสบื อาํ นาจดูแลผนื แผน ดินนน้ั ตองเปนผูดอยโอกาส เทา นัน้ ” เชิญชวนนกั คิดทัง้ หลายไดลุกขนึ้ ยนื หยัดสู “นกั คิดอิสลามท้งั หลายจะตอ งเหน็ พองตอ งกนั ดวยความรแู ละความเขา ใจที่จะเขยาโลก นายทุนและคอมมวิ นสิ ตตามแนวทางทเี่ หนือกวาและฉลาดกวา และเสรีชนท้งั หลายจะตองวาง แนวทางในการตบหนาพวกมหาอาํ นาจเฉพาะอยางย่งิ อเมรกิ า ตอการทีพ่ วกเขาวางแผนจักการ ประชาชนผถู กู กดข่ีในประเทศอิสลามและประเทศโลกทส่ี าม” “พวกทาน เยาวชนผูมคี วามคดิ อันกวางไกลทัง้ หลาย พวกทา นตอ งไมน่งั นง่ิ พวกทานตอ งลุก ข้ึนสลดั ความหลบั ใหลอันนําพาสคู วามหายนะ พวกทา นตอ งรบั รถู ึงการไมใสใจตา งๆ ดว ยการ แยกแยะความทุจรติ และความเลวรา ยของพวกนักลา เมอื งขนึ้ และพวกทชี่ อบทําตามคนพวกน้ันอยาง ไรวฒั นธรรม พวกทา นตองออกหางจากความขดั แยง ความแตกแยก และการใชอ ารมณใฝต่ํานาํ ซง่ึ เปนตนเหตุความเสอ่ื มเสยี ทัง้ ปวง พวกทานตองพงึ่ พิงยงั พระผูอ ภิบาลซ่งึ พระองคจ ะทรงชี้นาํ ทางพวก ทา น และทรงชวยเหลอื พวกทา นดว ยกองทหารท่ีอยเู หนอื ธรรมชาต”ิ เชญิ ชวนเจา หนา ทร่ี ฐั สูก ารยนื หยดั
“บรรดาผูน ําประเทศอสิ ลามควรตองคิดถึงประเด็นปญ หารายวันของประเทศอสิ ลามทง้ั หลาย ทต่ี อ งตกอยภู ายใตการกดข่แี ละประชาชาตผิ ูถูกกดขี่ท้งั หลายที่ตองตกอยูภายใตร องเทา บทู ของ ตา งชาตแิ ละพวกหัวขโมยของเหลาปศาจตวั ใหญและมารรา ยตัวอืน่ ทจ่ี อ งฉกฉวยผลประโยชนของ พวกเขาไป และเผาผลาญประชาชาตทิ ั้งหลายใหต กอยูในความยากไรแ ละความสิน้ เน้ือประดาตัว พวก เขาตอ งรูสกึ ตัวไดแ ลว พวกเขาตอ งชงั่ นา้ํ หนกั ความขยาดกลวั และความนาสะพรึงกลวั ที่มหาอาํ นาจ วาดภาพดว ยการโหมโฆษณาใหพวกทานเห็นเปนภาพลวงตา จนกระทงั่ พวกทานมองไมเห็น ผลประโยชนของประเทศของทา น ของมุสลิม และของผูถ กู กดขี่ทั่วไป ดวยกการประเมนิ อยางถูกตอง พวกทานตองนง่ั ลงวนิ ิจฉัยดวยความรสู กึ รับผิดชอบชวั่ ดี และยิ่งไปกวานนั้ พวกทานตองไมย อม ศิโรราบ พวกทานควรเรียนรูจากประชาชาตอิ หี รานและรฐั บาลแหง อหี รานซึ่งพวกเขาสลดั ตัวเอง ออกมาจากการเปนเบยี้ ในเกมสแหง อาํ นาจของขวั้ อาํ นาจทั้งสอง พวกเขาสงความเจิดจรัสแหง ชยั ชนะ ไปทั่วโลก พวกเขายืนหยดั ตามแนวทางแหง เกียรตยิ ศของอิสลามและความมเี กยี รติของประเทศ อิสลามของตนเอง แนวทางดังกลาวนเ้ี องทเี่ ปน แนวทางของบรรดาศาสนทูตผูยิ่งใหญ (อ.) คอื การ ปลอ ยวางโลกแหง วัตถแุ ละสงเสียงกองตะโกน –ฮยั อาต มินนัซซ้ิลละฮ-ฺ (ความตา่ํ ตอยไดหา งไกลเรา ไปแลว) ไปยังโสตประสาทของชาวโลกทัง้ หลาย” “เราไดกลา วกบั รัฐบาลในภมู ภิ าคนหี้ ลายตอหลายครงั้ แลววา พวกทานจงมารว มมือกันเถิด ปลดปลอยตวั เองออกจากกรงเล็บของมหาอํานาจท้งั หลาย ผูถูกกดขีท่ ้ังหลายไมอาจทนทกุ ขอยภู ายใต การกดขี่ของมหาอํานาจไดอ กี ตอไปแลว ” “พวกทา นคิดหรือวา เยอรมนั องั กฤษ และหวั โจกของพวกเขาคืออเมรกิ านน้ั ปรารถนาความ อยูด มี สี ุขของพวกทา น? โซเวียตปรารถนาดตี อพวกทาน? พวกเขาตองการเพียงความอยดู ีกนิ ดีของ ตนเองเทานน้ั พวกเขาลากพวกทานไปติดกับดักเพ่อื ท่จี ะใชป ระโยชนจ ากพวกทาน วนั ใดที่พวกเขา เหน็ วาไมอาจใชป ระโยชนจากพวกทานไดแลว พวกเขากจ็ ะสลดั พวกทานทงิ้ ไมรวมกบั พวกทานอีก พวกทา นไดมาเหน็ แลววา วนั นี้สําหรบั ประชาชาตอิ หี รานเปน อยา งไร พวกเขากา วหนาไปเพียงใด พวกเขากจ็ ะสลดั พวกทา นท้งิ ไมร วมกบั พวกทานอีก พวกทา นไดม าเห็นแลววา วันน้สี าํ หรับ ประชาชาติอหี รา นเปน อยา งไร พวกเขากา วหนา ไปเพยี งใด พวกเขาไมยอมสยบใหกับมหาอาํ นาจเขา มากา วกา ยกจิ การในประเทศของพวกเขาเอง ดว ยกบั ลักษณะเหลานี้ พวกทา นตอ งกาวเดินไปดว ยกัน ทกุ คนเปนอิสระในประเทศของตนเอง แตพ วกเขาตอ งรว มมอื กันตอตานอาํ นาจทัง้ หลายทตี่ องการ กําจัดพวกเราออกไป พวกเขาตอ งการใหพ วกเราเปน ขข้ี า เมืองขึ้นของพวกเขา (นกั ลาอาณานิคมยคุ ใหม) พวกเราตองหลดุ ออกมาจากกรงเล็บของพวกเขา พวกทา นตอ งการเปนขาทาศอเมรกิ าไปถงึ ไหน กนั ? และเปน บริวารของพวกท่ีปรกึ ษาของอเมริกาไปถงึ ไหนกนั ? “รัฐอสิลามทง้ั หลายจักตองพูดเปนเสียงเดียวกนั คิดเหมือนกันทั้งหมดอยูในศาสนเดยี วกัน มี คัมภรี เลมเดียวกัน ทุกคนเห็นรวมกนั วา ยิ่งพวกเขาแตกแยกกัน คนอื่นกจ็ ะไดประโยชน พวกเขารจู ัก ความเจ็บปวด แตไ มย อมหายามาทาน นบั วันย่งิ มคี วามขัดแยง มากขึ้น พยายามทจ่ี ะแยกจากกนั รัฐ
ใหญก ็มีแตคําพูดทว่ี า พวกเราแยกกนั อยูพวกเรายงั คงเปน ศัตรูตอ กัน พวกเรายังคงขะมกั เขมนทําสิ่ง เหลาน้ีและพวกเขาก็ใชป ระโยชนไป มวลมสุ ลิมจาํ เปน ตอ งมคี วามคิดพื้นฐานสําหรับตนเอง และรัฐ อิสลามทง้ั หลายก็ตอ งมแี นวคดิ หลักดวย พวกเขาตอ งไมค ิดวา ในแตล ะวนั กม็ ีชีวิตอยอู ยางสงบ มี อํานาจปกครองประเทศตนเอง พวกทานตองเยียวยาความเจ็บปวดจากความแตกแยก ดว ยตวั เองมิ เชน นั้นแลวกไ็ มอาจรกั ษาใหห ายขาดได ไมวา จะเปน การประชุม การสมั มนา หรือการรวมชุมนมุ ใดๆ ก็ไมอาจเยียวยาได ขา พเจาวอนขอตอ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไดโปรดปลุกประชาชาตมิ ุสลมิ ทวั่ ไปและรฐั อิสลามทงั้ หลายเปนการเฉพาะใหพ วกเขาตื่นข้นึ มากําชัยชนะเหนือปญหาของตนเองขอใหนาํ อสิ ลาม มาปรบั ใชใ นประเทศอสิ ลามดงั เชนทเ่ี คยเกดิ ขึ้นในอดตี ” การตอสูกบั ความอธรรมและไมป รองดอง อสิ ลามปฏเิ สธการกดขแี่ ละการยอมถกู กดขี่ “คาํ สอนของอสิ ลามกลาวววา พวกทานตองไมกดขี่ ขณะเดยี วกันก็ตอ งไมยอมรับการกดข่ี การยอมตกอยูภายใตก ารกดข่นี น้ั ใชว าจะเลวรา ยนอยกวา การกดข่ไี ม การยอมรับการกดข่ีก็เทากับกดขี่ ตนเอง และอธรรมตอประชาชาติ การกดขี่ก็เปนเนื้อเพียวกนั ทั้งสองเปนที่ตองหามในอสิ ลาม พวก ทา นไมมีสทิ ธ์ิอธรรมตอ บคุ คลอ่ืน ขณะเดียวก็ไมม สี ิทธ์ิยอมรบั การกดขจี่ ากผูใ ด” “ประชาชาตอิ สิ ลามปฏิบัติตามแนวทางหนึง่ ซงึ่ มรี ะเบียบการสรปุ ภายใตถ อยคาํ สองคาํ น้ี คอื ลาตัซลิมนู วะลาตซุ ละมนู (พวกเจา อยาไดกดขแี่ ละอยา ยอมถกู กดข่ี-จากอัลบะกอ เราะฮฺ อายะฮฺท่ี ๒๘๑-) ตลอดประวัติศาสตรท ผ่ี า นมาเราตกอยภู ายใตการกดข่แี ละความอธรรมของพวกมหาอาํ นาจท้ัง ภายในและภายนอก เฉพาะอยางย่ิงในชว งคร่งึ ศตวรรษท่ีผา นมา ประเทศมหาอํานาจตา งเขา มากมุ ชะตารฐั บาลของประเทศนี้ (อีหราน) อังกฤษเขา กุมริฎอคาน ประเทศมหามติ รก็เขากมุ มุฮมั มดั ริฎอ ในชวงเวลาเกอื บหา สิบปม าน้ี เราตอ งตกอยูภ ายใตก ารบีบคั้นและการกดข่ที ุกรูปแบบ การกดข่ีและ การรกุ รานทางเศรษฐกิจและสังคม เราอยตู ลอดในชว งหา สบิ ปในประเทศหนง่ึ ซ่งึ อยูภายใตอาํ นาจ ของตางชาติโดยอาศยั มือของขขี้ า ของพวกเขาซง่ึ เปนคนภายในประเทศน้ัน เราเปนประจักษพ ยานถึง ความอธรรมตางๆ ซึง่ หากถกู บนั ทึกเปนหนงั สอื ไวใ นประวตั ศิ าสตรมนั ตองมคี วามหนาหลายบท ทีเดยี ว ความอธรรมซ่งึ พวกเขาไดก ระทาํ ตอ ศาสนา ความอธรรมซึง่ พวกเขาไดก ระทําตอ ประชาชาติ ตอสตรี ตอเยาวชนหนมุ สาว ตอนกั คิด และตอ นกั การศาสนาอสิ ลาม มันมใิ ชสิง่ ทีจ่ ะอธบิ ายจบภายใน หนึง่ วันหรือตอใหอ กี หลายวันประชาชาติของเราไดลกุ ขึ้นยืนหยัดสภู ายหลังจากทชี่ วี ติ ของพวกเขาถกู บบี คน้ั อยา งหนกั ถึงขนั้ จวนเจียนจะสิ้นลม การลกุ ขน้ึ ยืนหยัดสูนีใ้ ชเ วลากวา ๑๕ ป พวกเขาเสยี สละ อยางมาก พวกเขาตอ งแลกคา กบั เลอื ดของเยาวชนคนหนมุ เหลือตกทอดเปน คนพิการ พวกเขาเปน ประจักษพยานถึงความอธรรมถึงขนาดตองแลกดว ยชีวิต พวกเขายืนหยดั สู ปดมอื แหงอาํ นาจของผู อธรรมและอํานาจทั้งหลายใหอ อกไปจากประเทศของพวกเขา ซึง่ มันก็คอื มือของบคุ คลผซู งึ่ ฉกฉวย เอาประเทศนไี้ ปในนามของพอ คาท่ีเอาทุกอยา งไปแบบไดเ ปลา เราผูอยภู ายใตการนาํ ของทานศาสดา
(ศ.) ปรารถนาท่ีจะไดนาํ เอาถอ ยความทั้งสองกลับมาปฏบิ ตั ิใหเห็นจรงิ เราจะไมเ ปนผูกดข่ี ขณะเดยี วกันก็จะไมย อมเปน ผูถกู กดข่ี ตลอดประวตั ิศาสตรเ ราถูกกดข่มี าโดยตลอด ถกู กดขีใ่ นทุกา น วันน้ีเราไมต อ งการเปนผูถกู กดขี่อีก แลวก็ไมตองการเปนผูกดข่ีดวย เราจะไมรุกรานประเทศใด ทั้งสนิ้ อันเปน ไปตามหลักธรรมคําสอนทีเ่ ราไดรบั จากอิสลามเราจะไมร กุ ล้าํ สทิ ธิของผูหนึ่งผูใ ดทง้ั ส้นิ เราจะ ไมทําอยา งนั้นเด็ดขาด เราจะไมรุกรานประเทศใดๆ เราจะไมทาํ อยา งเด็ดขาด แตเราก็จะตอ งสกดั การ รกุ รานจากบคุ คลอื่นดว ย ประชาชนของเราทกุ วันน้ีไมว าหญงิ หรือชาย เดก็ หรอื ผูใหญม คี วามพรอ มใน การเผชิญหนากับการรกุ ราน ทุกรปู แบบมันถูกสกัดก้ันไวแลว พวกเขาลกุ ข้ึนยืน แลกชวี ิตกบั อสิ รภาพ และเสรภี าพแลกกบั การที่ตองหลุดออกจากแอกแหง การกดข่ี เรารอคอยเชนนีจ้ ากประชาชาตแิ ละ ประเทศทั้งหลาย คาํ สอนของอสิ ลามบอกวา พวกทา นตอ งไมก ดขีผ่ ูอ่ืนและตอ งไมตกอยภู ายใตก ารกด ขี่ของผูใด หากพวกเขาปฏบิ ตั ติ ามแนวทางของอีซามะซฮี ฺ ทา นอซี ามะซีฮฺ (อ.) นั้นก็ไมยินยอมใหม กี าร กดข่ีในทุกรูปแบบและไมยอมตกอยภู ายใตก ารกดขี่เปนเด็ดขาด น่ีคอื แผนงานของบรรดาศาสนทูต ท้ังหลาย มันคือแบบแผนของพระเจาซึ่งถกู ประกาศมายังมนษุ ยชาตผิ า นทานศาสนทูตทั้งหลายวา ประชาชนทัง้ หลายจะตองไมเ ปน ผกู ดขี่ แมเ พียงแลกกบั สองดริ้ ฮมั แลวนบั ประสาอะไรกับหน่งึ ตูมาน และพวกเขาตอ งไมย อมรบั การกดขดี่ ว ย” การตอสกู บั ความอธรรมเปน หนาทที่ างศาสนา “นกั ลาเมืองขน้ึ ไดเขามาบบี บงั คับใหรับระบบเศรษฐกจิ สามานยโดยอาศัยนํา้ มือของขข้ี าทาง การเมอื งซึง่ มอี ํานาจปกครองมุสลมิ อยจู ากผลดงั กลา ว ประชาชนจงึ ถูกแบง ออกเปน สองจําพวก คอื ผู กดขีแ่ ละผูถ ูกกดข่ี ฟากหนึ่งมมี สุ ลิมหลายรอยลานคนตองทนหวิ กระหาย ขาดสขุ อนามยั และไร วัฒนธรรม สว นอีกฟากหน่ึงซง่ึ เปน คนกลุมนอยอันประกอบไปดวยคนร่ํารวย เจา ของอํานาจทาง การเมอื ง ซึง่ เปนพวกใชชวี ติ หรูหราฟุมเฟอยและเส่อื มเสยี ประชาชนผหู ิวกระหายและตกอบั ตางก็ พยายามทีจ่ ะปลดปลอ ยตนเองออกจากการกดขข่ี องผปู กครองทฉ่ี กฉวยประโยชน เพ่อื ทจ่ี ะใหชีวติ ของพวกเขาดขี ึ้น ความพยายามเชนนย้ี ังคงดํารงอยู แตคนกลมุ นอยท่เี ปน ผูปกครองและมอี าํ นาจ ควบคมุ รฐั บาลฉอ ฉลเหลา นัน้ สกดั ยับยั้งพวกเขาไว เรามหี นา ทีต่ อ งปลดปลอ ยประชาชนผูถูกกดข่แี ละ ดอยโอกาสเหลานน้ั เรามหี นา ทต่ี อ งหนุนหลงั ผถู ูกกดข่ีท้ังหลายและเปนศัตรูตอ ผูกดขีท่ ง้ั มวล นค่ี อื หนาที่ซงึ่ ทานอะมรี ลุ มุอมินีน (อ.) ไดกลาวเตอื นบตุ รผูสงู ศักดทิ์ ้ังสองของทานวา กนู าลซิ ซอลิมศ็อศมนั วะ ล้ลิ มัซลูมเอานัน (เจาทงั้ สองจงเปน คูอาฆาตกบั ผกู ดขแี่ ละจงเปน ผูชว ยเหลือบรรดาผถู กู กดขี่) อลุ ะมาออิสลามมหี นาทีต่ องตอสกู บั ความตองการรวมศนู ยและการใชป ระโยชนท ี่ไมถกู ตอ ง ของพวกกดขี่ พวกเขาตองไมป ลอยคนสวนใหญใ หต อ งอดอาหารและอยูในสภาพดอยโอกาสสว น ขา งๆ พวกเขาเหลา น้ันมีพวกกดข่ที ค่ี อยฉกฉวยผลประโยชนแ ละกนิ ของตอ งหา มอยอู ยางฟฟู า ทานอะ มรี ูลมอุ มนิ ีน (อ.) กลา วไววา ฉันยอมรับอํานาจการปกครองกเ็ พราะวา อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงเอาสญั ญา
จากอุละมาออสิ ลามวา พวกเขาจกั ตองไมน ่ิงเงยี บตอ การเผชิญหนา ระหวางพวกตะกละตะกลามและ พวกฉกฉวยที่กดข่ี กบั พวกหวิ โซและดอยโอกาสท่ถี ูกกดข่ีและยืนน่งิ โดยไรงานทํา ทกุ วันนเ้ี ราจะทนน่งิ เงียบไดอยา งไร กใ็ นเมอื่ เรากเ็ ห็นวามพี วกฉอฉล พวกสวาปามของ ตอ งหาม และตัวแทนตา งชาติเขาครอบครองทรพั ยากร และผลผลติ ของมสุ ลิมหลายรอยลานคนโดย ความชวยเหลือของตา งชาตแิ ละการบีบบงั คับ พวกเขาไมป ลอ ยใหม สุ ลมิ เหลา นั้นใชประโยชนจ าก ความโปรดปรานเลยหนาท่ีของอลุ ะมาออสิ ลามและมสุ ลมิ ทง้ั มวลคอื หยดุ ยงั้ สภาพการกดขเี่ หลานแี้ ละ กําจัดรัฐบาลของพวกกดข่ตี ามแนวทางน้ซี ง่ึ เปนแนวทางแหงความผาสกุ ของมสุ ลิมหลายรอ ยลานคน และกอรางสรางรฐั บาลอสิ ลาม” “หลักการศาสนาและปญญาบอกเราวา เราจกั ตองไมปลอยใหส ภาพของรัฐบาลทงั้ หลาย ดาํ เนนิ ไปแบบตอตา นอสิ ลามหรือไมม ีสภาพแบบอสิ ลาม หลกั ฐานในเรอ่ื งนี้ชัดเจน เพราะการ สถาปนาระบอบการเมอื ง แบบมิใชอิสลามกห็ มายความวา ไมปลอ ยใหร ะบอบการเมอื งแบบอิสลาม ดาํ รงอยเู ชนเดียวกนั ทีร่ ะบบการเมืองอ่นื ทม่ี ิใชอ ิสลามน้นั คอื ระบอบที่แปดเปอ นไปดวยการต้งั ภาค-ี เพราะผูป กครองคือฏอฆตู - เรามีหนา ที่ทจี่ ะตอ งขจดั ผลติ ผลของการตง้ั ภาคีใหอ อกไปจากสงั คม อิสลามและชวี ติ ความเปนอยูข องพวกเขา เหตผุ ลอีกอยา งหนึ่งก็คอื เรามีหนาท่สี รา งเงอ่ื นไขทางสังคม ทเ่ี อ้ือตอการฟมู ฟก กลมุ คนที่เปนศรัทธาชนและมีความประเสริฐ เงอื่ นไขนีย้ อ มตรงกันขามกับเง่ือนไข ของผปู กครองฏอฆูตและอาํ นาจอนั ไมชอบธรรม เงอ่ื นไขทางสงั คมทเ่ี กิดจากนา้ํ มือของฎอฆูต และ ระบบที่เคลือบดวยการต้งั ภาคีนน้ั จะตามตดิ มาดวยความเสอื่ มเสยี ซง่ึ พวกทานประจักษเห็น นั่นก็คือ ความเสื่อมเสยี บนหนา แผน ดิน ซง่ึ เราจาํ เปน ตองขจดั ใหส้นิ คนท่เี ปนตนเหตุตองไดรบั การตอบแทน การกระทําของพวกเขาอยางสาสม มนั คือความเสอ่ื มเสียซง่ึ ฟรอูนสรางมันขนึ้ มาในดินแดนอยี ิปต ดงั ทอี่ ลั กุรอานกลา ววา อนิ นะฮมู ิน้ลั มฟุ ซิดีน (แทจ ริงเขาคือผสู รา งความเส่อื มเสยี คนหนง่ึ ) ภายใต เงือ่ นไขทางการเมอื งและสงั คมดงั ท่ีเปน อยนู ี้ มนษุ ยผมู ศี รัทธา ผยู ําเกรง และผูรักความยตุ ิธรรมไม อาจจะดาํ รงอยูไ ด โดยใหค งสภาพความศรทั ธาและการปฏิบัตติ นอยา งดเี อาไวไ ด เขาตองเผชญิ กบั ทาง สองแพรงตองถกู บบี บังคบั ใหกระทาํ สง่ิ ทีแ่ ปดเปอ นการตงั้ ภาคีและไมถ ูฏตอ งหรอื เพ่ือท่จี ะไมตอ ง กระทาํ ความชวั่ ดังกลา วและไมต องยอมรับคาํ สงั่ และกฎเกณฑข องพวกฎอฆูต พวกเขาก็ตอ งขัดแยง และตอสกู ับคนพวกน้ันจนเงื่อนไขแหง ความเสอื่ มเสียมลายสน้ิ ไป เราไมม ที างเลอื กใดนอกจากตอง ทําลายองคก รเครอื ขา ยของรัฐบาลทีเ่ สียหายและสรางความเสอื่ มเสีย และเราตอ งลมลา งระบอบของ ผปู กครองทฉ่ี อฉล สรางความเสื่อมเสีย อธรรม และชัว่ ชา น่ีเปนหนา ทห่ี น่งึ ซงึ่ มุสลิมทุกคนในทกุ ประเทศจะตองทาํ ใหไ ดแลว พวกเขากจ็ ะทาํ ใหการ ปฏวิ ัตทิ างการเมืองแบบอสิ ลามประสบชยั ชนะ” “ทานอะมรี้ (อ.) ไดย ืนหยัดสกู บั มอุ าวิยะฮฺ ในสภาพท่ีมุอาวิยะฮฺมภี าพของอิสลามและปฏิบตั ิ ตนตามแบบอสิ ลามอยู บางทีก็อาจมีความเชอื่ แบบอสิ ลามอยบู า ง หรืออาจจะไมม ีเลยก็ได
ท้งั ๆ ทีแ่ มจ ะมใี ครบางคนท่ีเตอื นทานอะมี้ร (อ.) แบบเบาความวา ขอใหทานปลอ ยมุอาวยิ ะฮฺ ไวในรฐั ของทา นสักพักหนึ่งและเมื่อรากฐานของรัฐบาลของทานแขง็ แกรงแลว ก็คอ ยจดั การเขา แต ทา นอะมรี้ (อ.) ก็ไมใ สใจคาํ พดู เหลานี้เลย เหตุผลของทานก็คอื คนๆ หนง่ึ ท่กี ระทําการฝาฝน บทบญั ญัตแิ หง อสิ ลามและเปด ทางใหความอธรรมเขา ครอบงําบา นเมอื ง ขาไมอ าจปลอ ยเขาใหเปน ผปู กครองได แตถ าหากยังปลอ ยใหเ ขามีอาํ นาจปกครองกเ็ ปน การบงบอกวา คนชว่ั มอี าํ นาจปกครอง แทนผูน ําท่ีแทจรงิ ทา นยงั ไดจาํ กดั วงใหแ คบอีกวา ถงึ แมว า ในชว งเวลาน้ันการปลอ ยใหมุอาวิยะฮดฺ ํารง อยูตอ ไปน้ันจะเปนการเสรมิ บารมใี หอาํ นาจการปกครองของทานแข็งแกรงยงิ่ ขึ้นกต็ ามทานก็จะไม อนญุ าตใิ หม อุ าวิยะฮมฺ อี าํ นาจปกครองอีกตอไป นี่เปนหลกั ฐานสาํ หรับเราวา หากเรามคี วามสามารถ เราจะตองขจดั รัฐบาลซ่งึ ปกครองดวยคนช่ัวออกไป แตถ าทาํ ไมไ ด ก็จะตอ งไมพอใจตอรฐั บาลของ พวกเขาแมเ พยี งวันเดยี ว หรอื แมแ ตหน่งึ ช่ัวโมง ความพอใจน้ีคือ ความพอใจตอ ความอธรรม พอใจตอ การรุกราน พอใจตอ การฉกชิงทรพั ยสนิ ของประชาชน ไมมีมสุ ลิมคนใดทมี่ สี ทิ ธแิ สดงความพึงพอใจ ตอรฐั บาลของผกู ดข่ีแมเพียงหนง่ึ ชั่วโมง เราทั้งหมดมีหนาทตี่ อตา นรฐั บาลทีเ่ ขา มาดวยวธิ ีการเหลานี้ และกระทาํ การฝา ฝน บทบญั ญตั ิของอสิ ลาม หรือแมกระทงั่ กฎหมายของตนเอง เราท้ังหมดมีหนาที่ ตอ งตอ สกู บั พวกเขา ทกุ คนตอ งสูตามกําลงั ความสามารถของตนเองไมมีขอ อา งใดๆ ทั้งส้ิน” “มรี ายงานหนึ่งจากคฎุ บะฮขฺ องทา นซยั ยิดชุ ชฮุ ะดาอ (อ.)ท่ีทานไดกลา วถงึ สาเหตุของการลุก ข้นึ สูกับรฐั บาลฉอฉลในยุคนัน้ น่ันก็คือทานกลาวกับประชาชนโดยอา งคํากลาวของทา นศาสดา (อ.) ท่ีวา บุคคลใดที่เหน็ ผูป กครองชั่วเปลยี่ นกฎศาสนบัญญตั ิจากตองหา ม (ฮะรอม) เปน อนุมตั ิ (ฮะลาล) สิง่ ใดที่อัลลอฮฺทรงหามเอาไว เขากลบั ปลอยใหก ระทาํ ไดอยา งเสรี กระทาํ ตนขัดแยงตอ แบบฉบับของ ทา นศาสดา (ศ.) ฉกี สญั ญาทไี่ ดกระทาํ ไวกับอลั ลอฮฺ หากใครเห็นผปู กครองช่วั กระทาํ ส่ิงดงั กลาวแลว นงิ่ เงยี บ ไมยอมจดั การเปล่ยี นแปลงดว ยคําพูดของเขา ไมยอมเปลย่ี นแปลงสภาพหลงผดิ ที่พวก ผูป กครองชั่วไดทาํ ไวดวยการแสดงออกของตนเอง อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ไดทรงตดั สินพระทยั เอาไวแ ลว พระองคทรงตัดสินพระทยั เอาไวว า มนุษยค นใดที่น่งิ เงียบตอหนาผปู กครองช่ัวทไ่ี มร ักษาความ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ขิ องกฎศาสนบัญญัตขิ องพระองค ประพฤติตัวขดั แยงตอแบบฉบบั ของทา นศาสดาของ พระองค ฉีกสัญญาท่ีมตี อ พระองค การนง่ิ เงียบตอหนา ผปู กครองอธรรมนี้กลายเปน การไมพยายาม เปลี่ยนแนวทางของผปู กครองชั่วทั้งคาํ พูกและการกระทํา มันเปน การตัดสินพระทยั ที่พระองคจะทรง เปลยี่ นสถานะของเขาใหเ ขา แทนท่สี ถานะของผปู กครองชั่วในโลกหนา หมายความวา ผปู กครองทมี่ ี ลกั ษณะดงั กลาว เปลีย่ นแบบฉบับของทา นศาสดา (ศ.) ฉกี สญั ญาที่มตี อ พระองค ละท้ิงการปกปอง ความศักด์สิ ิทธแ์ิ หง บทบญั ญัติศาสนา โดยปลอยใหกระทําอยา งเสรี เขามองเหน็ การกระทาํ นจ้ี ากพวก เขา ถึงแมว า เขาจะกระทาํ การงานท่ีเปนวาญบิ และมุซตะฮบั อยา งดี นมาซสามชว งเวลา ไปมสั ญิดเปน บคุ คลทเี่ ผยแพรศ าสนบญั ญัติของพระเจา ปฏบิ ัตติ นตามความพึงพอพระทัยของอลั ลอฮฺ เขาทาํ การงาน ทั้งหลายอยา งดีเยีย่ ม ออกหา งจากพฤตกิ รรมที่เลวทราม แตเขานิง่ เงียบตอผูปกครองอธรรมตามการ รายงานซึ่งถายทอดมาจากทานซัยยิดุชชฮุ ะดาอซ งึ่ บอ งบอกถึงเหตผุ ลของการลกุ ขึน้ สตู อตา นรฐั บาล
อธรรมในยุคนั้นวาทา นตอ งการปฏบิ ตั ิตามคาํ สอนของทา นศาสดา โดยท่ีไมม วี ันจะละวางมันเปน อนั ขาด สว นบคุ คลใดท่ขี ัดแยง เขากอ็ ยูในสถานะเดียวกบั ผูปกครองอธรรม หมายความอยูในนรกขุม เดยี วกับทผี่ ูปกครองชั่วนนั้ อยมู ีสภานภาพเดียวกับทีผ่ ูปกครองอธรรมมีอยูม นุษยค นทีว่ า น้ีเลอื กทจ่ี ะน่ิง เงียบไมวา ผูป กครองช่ัวคนน้ันจะประพฤตปิ ฏิบตั ติ วั อยา งไร การนิ่งเงยี บของเขาสง ผลใหเขามที ่ีอยู เดยี วกับผูปกครองอธรรมคนนนั้ น่ันเอง” ความนา รงั เกียจของการนิง่ เงียบตอการกดข่ี การนิง่ เงียบของอุละมาออสิ ลาม “สําหรบั ขา พเจาแลวไมเคยสงสยั เลยวา การนิ่งเงียบตอหนา องคก รของพวกอหังการน้ันไม เพยี งแตเ ปน การทาํ ลายลางอสิ ลามและมัซฮบั ชีอะฮเฺ ทา นั้น มันยงั เปน การสญู เสียแบบตอยตาํ่ ท่สี ดุ วนั น้ีครบู าอาจารย เฉพาะอยา งย่งิ อลุ ะมาอท วั่ โลกมหี นา ท่ีอันยิ่งใหญ ตอหนา เบ้ืองพระพักต ของอลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ดวยกบั การนิง่ เงียบของพวกเรานนั้ จะสงผลใหค นรุนใหมต กอยูในความหลงผดิ และปฏเิ สธไปตลอดภาล และเรามหี นา ที่ตอ งรบั ผิดชอบ อนั ตรายของอัสราเอลเองและเครือขา ยอนั ตํา่ ทรามของมนั น้นั กาํ ลงั ขม ขอู สิ ลามและอหี รา นใหพบกับความวิบตั ิ ขา พเจา ไมย อมทจี่ ะมชี วี ิตอยอู ยาง ไรเกยี รตแิ ละไรคาเปน อนั ขาด ขา พเจา รอคอยอลุ ะมาอและมุสลิมทั่วไปใหป กปอ งอัลกุรอานและ อิสลามจากภยนั ตรายทีอ่ ยูเ บือ้ งหนา ดวยการรวมมอื กนั ” “ความรกั ความผกู พนั ของอุละมาออ สิ ลามตอประเทศชาติและกฎเกณฑอ สิ ลามนั้นก็คอื ความ รักความผกู พันตอ พระเจา ทไี่ มม ีวนั แยกจากกันเรามีหนา ทท่ี ร่ี บั มอบจากพระเจา ในการรกั ษา ประเทศชาติอสิ ลามและอิสรภาพเสรีภาพของประชาชน เราเช่ือวา การละท้งิ การตดั เตือนและนิง่ เฉยตอ ภยันตรายที่จะเกดิ ข้ึนน้ันถือวา เปนตราบาปสาํ หรับอิสลามและอสิ รภาพของชาติ เราเช่ือวา เปน บาป ใหญ เราเชอื่ วา มนั คือการเปด ทางตอ นรบั ความตายอันดําทะมนึ ผนู าํ ผูย ่ิงใหญของเรา เชน ทา นอะมีรูล มอุ ม ินนี (อ.) ไมอนญุ าตใหน ิ่งเฉยตอการกดขี่ทงั้ หลาย แลว เรากไ็ มยอมดว ยหนา ท่ขี องเราคือชน้ี ํา ประชา แนะนํารฐั ทงั้ หลาย ชแี้ นะองคกรทุกแหง เราจะไมย อมละวางหนา ท่ีตามประสงคของพระเจา เชน นี้ ในยคุ นี้ การนิง่ เฉยตอ การกดขี่กค็ อื การชว ยเหลือผอู ธรรมนั่นเอง” “(จากโองการท่วี า ) อซิ ยะกูลุ เลาลายันฮาฮมุ ุล ร็อบบานียูนะว้ลั อะฮฺบารุ อนั เกาลิฮิมลุ อษิ มิ วะ อกั ลฮิ ิมซุ ซุฮตฺ ะ ละบิอซ ะมากานยู ศั นะอนู (ทาํ ไมบรรดาผทู ําตัวผูกพนั อยูกับพระเจา และบรรดา นกั ปราชญ (ชาวยิว) จงึ ไมหามปรามพวกเขาจากคาํ พูดของพวกเขาที่เปนบาปและการรบั สนิ บนของ พวกเขา สง่ิ ที่พวกเขาสรา งสรรคไว ชางเลวรายเหลอื เกิน-อัลมาอิดะฮฺ / ๖๓-) อลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ทรง กลาวโทษตอทา ทีของ รอ็ บบานยี นู (บรรดาผทู าํ ตวั ผกู พันกบั พระเจา) และอะฮบฺ า ร (นักปราชญ ชาวยิว) วา ทาํ ไมพวกเขาซ่ึงเปนนักการศาสนายิวจึงไมห ามปรามและไมห ยุดยง้ั คาํ พูดทเี่ ปน บาป หมายถึง คํากลา วของพวกทาํ บาป-ไมว าจะเปน คําพดู เท็จ การใสร าย การดดั แปลงสัจธรรม และอ่ืนท่ี อยใู นขา ยน้ี – และการรับสนิ บน ซงึ่ หมายถงึ การกนิ ของตอ งหาม ชดั เจนวา การประณามและตาํ หนนิ ี้
มิใชเ กดิ เฉพาะผูร ูช าวยิวเทา นน้ั และมใิ ชเฉพาะผูร ูชาวคริสตเทา นั้น แตค รอบคลมุ ถึงผูรูของสงั คม อิสลามและผรู ศู าสนาทวั่ ไป ฉะน้นั ผูรศู าสนาของสังคมอสิ ลามหากยงั คงนิง่ เฉยตอทัศนะ และ การเมืองของพากกดขล่ี ะก็ พวกเขากต็ กอยภู ายใตก ารประณามและตาํ หนขิ องพระเจา เชน กัน พระ บญั ชานไ้ี มไ ดเ ก่ียวกบั คนรุนกอนเทานน้ั คนรุนกอ นกบั คนรุนใหมอยใู นสถานะเดียวกันตามโองการ ดังกลา ว ทา นอะมีรลุ มุอม นิ ีน (อ.) กลาวโดยอางองิ จากโองการดงั กลา ววา อลุ ะมาอ อิสลามตองใชเ ร่อื ง น้ีเปนอุทาหรณ ตอ งต่นื ตวั ตองไมหยุดยงั้ การกาํ ชับกันใหทําความดแี ละหามปรามกนั จากความ เลวรา ย และพวกเขาจะตอ งไมย อมสยบตอ สถาบนั การปกครองพวกทรราช ทา น (อ.) ไดกลาวไว สอง ประเด็นโดยอา งจากโองการดังกลา ววา ๑. การไมเ อาใจใสตอ หนาท่ตี นเองขอบบรรดาอลุ ะมาอเ ปน อันตรายยิ่งกวา ความบกพรอ งใน หนา ที่ในเรื่องเดยี วกันของบุคคลอนื่ พอคาหากทาํ ผดิ พลาดกเ็ กดิ ผลเสยี กบั ตัวเอง แตอลุ ะมาอห าก ละเลยจากหนาท่ีของตนเอง เชน น่งิ เงียบตอหนาพวกทรราช ผลเสยี ก็จะเกขิ ึ้นกบั อิสลาม หากเขาไดทาํ หนาทขี่ องตนเอง ไมน ง่ิ เงียบในสิง่ ทีจ่ ําเปน ตอ งพูด ผลดกี ็จะตกกบั อิสลาม ๒. ทง้ั ๆ ที่เขาตองหามปรามทุกเร่ืองท่ขี ัดแยง กับบทบัญญัติศาสนา โดยอางจากเร่อื งคาํ กลาวท่ี เปน บาปและการกนิ สินบันก็คือกนิ ของตอ งหามนน้ั เขา ใจไดว า ความชว่ั รายท้งั สองนี้อันตรายย่งิ กวา ความชวั่ รา ยใดๆ เขาจะตองตอสอู ยางจรงิ จงั ในเร่อื งดงั กลา วนี้ ก็เพราะวา คาํ พูดและการโฆษณาชวน เชื่อของเครอื ขายของพวกกดขี่นั้นมอี ันตรายยิ่งกวา การกระทาํ และแนวทางการเมอื ของพวกเขาที่ กระทําตออิสลามและมุสลมิ เสียอกี สถานะของอสิ ลามและมวลมุสลิมตกอยูใ นความสุมเสีย่ ง อลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ไดทรงประณามพวกเขาวา ทาํ ไมไมยบั ย้ังคาํ พูดที่ไมถฏู ตองและการโพนทะนาการทาํ บาปของ พวกกดขี่? ทาํ ไมพวกเขาจงึ ไมปฏเิ สธบคุ คลทอี่ า งวา ขา เปน คอลีฟะตุลลฮฺ (ตวั แทนของอลั ลอฮฺ) เปน เครงื่ อมอื ดําเนินการของพระเจา และกฎเกณฑท างศาสนาก็คอื สิ่งท่ีขากระทาํ อยู ความยุติธรรมกค็ ือสง่ิ ทขี่ าดาํ เนินการอยู-ทงั้ ๆ ท่ไี มมีแกนแหง ความยตุ ธิ รรมเลย-? นคี่ อื คาํ กลา วทเ่ี รียกวา คาํ กลา วทเ่ี ปน บาป ทําไมพวกเขาจงึ ไมย ับย้ังคําพูดท่ีมีตราบาปซ่ึงมอี ันตรายอยางรายแรงตอสังคมเหลา น้ี? พวกเขากระทาํ การทจุ ริตและสรางบิดอะฮฺ (คําสอนใหม) ในอสิ ลาม และตีอิสลามเขา อยงจงั ทาํ ไมพวกเขาจงึ ไมห า ม ปรามสงิ่ เหลา น้ี ทําไมไมย ับยง้ั ความชวั่ เหลา น้ี? หากบุคคลใดอธบิ ายกฎเกณฑศ าสนาแบทอี่ ัลลอฮไฺ มทรงพอพระทัยละก็ เทากับเขาไดส รา ง บิดอะฮใฺ นอิสลามแลว โดยใชช ่อื วา อสิ ลามกาํ หนดใหเปน เชน นน้ั เขาไดกระทาํ การขดั แยง กับอิสลาม จงึ เปน หนาท่ขี องอลุ ะมาอท ีจ่ ะตองตอ ตา น เมือ่ ใดท่ีพวกเขาไมแ สดงอาการตอตา นออกมา พวกเขากจ็ ะ ตกอยูภายใตก ารสาปแชงของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) นี่คือสิง่ ทไ่ี ดจากโองการอลั กุรอาน และจากอัลฮะดษี ทวี่ า อิซาซอฮธ รอ ติล้ บิดะอุ ฟะลิ้ลอาลิม อยั ยซุ ฮิรออิ้ลมะฮู วะอิ้ลลา ฟะอะลยั ฮิละอฺนะ ตุลลอฮฺ (เมอื่ บดิ อะฮแฺ พรหลายขนึ้ มา เปน หนา ท่ขี องผูรูทจ่ี ะตอ งแสดงความรู (ศาสนา) ของเขาออกมา มิเชน น้ัน แลว การสาปแชง ของอัลลอฮกฺ ็จะตกอยูท่ีพวกเขา”
Search