แผนการนิเทศ ติดตามและประเมนิ ผล เรอ่ื ง การออกแบบการเรยี นรู้โครงงานคณิตศาสตร์ โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD จดั ทำโดย นางสาวศรสี ดุ า วงษ์จำปา ศกึ ษานเิ ทศกช์ ำนาญการพิเศษ สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองบัวลำภู เขต 2
คำนำ ตามที่คณะกรรมการคัดเลือกบคุ คลเพื่อบรรจุและแต่งตง้ั ให้ดำรงตำแหนง่ ศึกษานเิ ทศก์ สังกัดสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน โดยกำหนดจำนวนตำแหน่งวา่ งคุณสมบตั ิของผูม้ ีสิทธ์ิ เข้ารับการคดั เลือกเพ่ือบรรจุและแตง่ ต้ัง การสมคั รรับการคัดเลอื กและปฏทิ ินดำเนินการไปแล้วนนั้ พร้อมกำหนดให้ผ้สู มัครท่ีเข้ารบั การคดั เลือกจดั เตรยี มแผนการนเิ ทศเพ่ือนำไปประกอบการประเมินดา้ น ความสามารถในการนเิ ทศการศึกษา แผนการนเิ ทศ ติดตามและประเมินผล เร่อื งการออกแบบการเรียนรู้โครงงานคณติ ศาสตร์ โดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพอื่ เป็นแนวทางในการนิเทศติดตามการดำเนินงานของ สถานศกึ ษาในสังกดั ซง่ึ เป็นการนิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลการดำเนนิ งานเพอื่ พฒั นาครูดา้ นการ ออกแบบการเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD การนิเทศติดตามคร้งั นี้ เปน็ การเนน้ การนเิ ทศติดตามการออกแบบการเรียนรู้เป็นหลัก โดยใชก้ ระบวนการนิเทศแบบ PIDRE และเทคนคิ การ สังเกตการเรียนการสอนและเยย่ี มช้นั เอกสารชุดน้ีเป็นประโยชน์อย่างย่งิ แก่ผรู้ บั ผิดชอบการนิเทศ หน่วยงานและผเู้ ก่ยี วข้องในการนาํ นโยบายไปปฏิบตั เิ พื่อใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาการศกึ ษาตอ่ ไป ขอบคุณผ้มู ีสว่ นเก่ยี วขอ้ งในการจดั ทํา แผนปฏบิ ัติการนเิ ทศการศึกษา ปีงบประมาณ 2566 จนสำเร็จลลุ ่วงดว้ ยดี นางสาวศรีสดุ า วงษจ์ ำปา ศกึ ษานเิ ทศก์ชำนาญการพิเศษ
สารบญั หนา้ เรอ่ื ง 1 2 คำนำ 2 สารบญั 5 แผนการนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล เรือ่ ง การออกแบบการเรียนรโู้ ครงงานคณิตศาสตร์ 8 โดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD 8 9 1. สภาพปัญหาและความต้องการจำเปน็ 2. วตั ถุประสงค์ 3. วธิ กี ารดำเนินงานและการนิเทศ 4. กิจกรรมนเิ ทศ 5. ส่อื นวตั กรรมทน่ี ำมาใช้ในการนเิ ทศ 6. การวดั ผลและประเมนิ ผลการนิเทศ ภาคผนวก
1 1. สภาพปัญหาและความต้องการจำเปน็ แผนการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 ที่ต้องการพัฒนาผู้เรียนใหม้ ีคณุ ลักษณะและทักษะการ เรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs) ประกอบด้วย 3 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (3Rs) ดงั น้ี 1) การอา่ นออก (Reading) 2) การเขยี นได้ ((R)Writing) 3)การคดิ เลขเปน็ ((A)Rithmetic) และ 8 ทักษะ (8Cs) ได้แก่ 1) ทักษะดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) 2) ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรคน์ วัตกรรม (Creativity and Innovation) 3) ทักษะด้านความเข้าใจ ตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน(์ Cross-cultural Understanding) 4) ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงาน เปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration teamwork and Leadership) 5) ทักษะการสอื่ สาร สารสนเทศ และการรูเ้ ท่าทนั สื่อ(Communications information and Media Literacy) 6) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT Literacy) 7) ทักษะอาชพี และทักษะ การเรียนรู้ (Career and Learning Skills) 8) ความมีเมตตา กรุณา มวี ินยั คณุ ธรรม จริยธรรม (Compassion) ซ่ึงสอดคล้องกับ จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานประจำปี งบประมาณพ.ศ 2565 สง่ เสริมการจัดการเรยี นร้ผู ่านกระบวนการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ให้ผ้เู รยี นมสี ว่ นร่วม และมีปฏิสมั พันธ์กับกจิ กรรมการเรียนรผู้ า่ นการปฏบิ ัตทิ ี่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มกี ารวดั และประเมนิ ผลในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรยี น (Assessment for Learning) ทุกระดับ สภาพปัญหาการจดั การเรยี นการสอนในปจั จุบนั ของโรงเรียนในสำนกั งานเขตพน้ื การศึกษา ประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2 พบวา่ ครไู ม่มีความพร้อมในการจดั การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ครูผ้สู อนไม่เห็นความสำคัญของนวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ครผู ู้สอนขาดประสบการณ์หรอื ความ ชำนาญในการใชส้ ือ่ นวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากความเขา้ ใจของครูจะส่งผลกระทบต่อการ จดั การเรียนการสอน การประเมนิ รวมไปถึงปฏิสมั พันธ์กับผู้เรยี น ปจั จบุ นั แนวคดิ ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ถูกมองเปน็ นโยบายใหมท่ างการศึกษา ครูกับนักเรียนขาดการแลกเปลีย่ นวสิ ัยทัศน์ซึ่งกนั และกนั บอกเพยี ง ว่านักเรียนต้องรู้ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 เพราะมันสำคญั แตไ่ ม่ไดบ้ อกวา่ สำคัญอย่างไร นกั เรียนขาดการคดิ การตัดสินใจบนทางเลือกท่เี หมาะสม ขาดความม่ันใจในการแสดงออก ผู้ปกครองต้ังความหวังไว้สูงว่า โรงเรยี นจะตอ้ งเน้นการสอนเนือ้ หาวิชาให้แก่ผูเ้ รยี นใหม้ ากท่สี ุด ยิ่งการเรยี นภายใตส้ ถานการณ์ไวรัสโควดิ - 19 ครูย่ิงเน้นด้านวิชาการในหนงั สือทีไ่ ม่ได้ควบคู่กับการปฏิบัตแิ ละไม่มีกิจกรรมทแ่ี ปลกใหม่ทำ การเรยี นรู้โดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning) เปน็ รปู แบบการจัดการเรียนรูเ้ ชิง รุก (Active learning) รูปแบบหนง่ึ เป็นการจดั การเรยี นรู้ท่ีมคี รูเปน็ ผ้กู ระตุ้นเพ่ือนำความสนใจทเี่ กดิ จากตัว นักเรียนมาใช้ในการทำกจิ กรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวนกั เรียนเอง นำไปสู่การเพม่ิ ความร้ทู ี่ไดจ้ ากการลง มอื ปฏิบัติ การฟังและการสังเกตจุ ากผเู้ ชย่ี วชาญ โดยนกั เรยี นมีการเรยี นรผู้ ่านกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม ทีจ่ ะนำมาสู่การสรปุ ความรูใ้ หม่ มกี ารเขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและไดผ้ ลการจัดกจิ กรรมเป็นผลงาน แบบรูปธรรม จากสภาพปัญหาการพัฒนาสมรรถนะของครู พบว่า ครขู าดสื่อ นวัตกรรม เทคนิค หรือกลวิธี
2 การสอนทเี่ หมาะสมกบั วัยของนักเรียน เนอ้ื หาที่สอน และบริบทของโรงเรยี น ไมส่ อดคล้องกับการเรยี นร้ใู น ศตวรรษท่ี 21 การพัฒนาคุณลักษณะและสมรรถนะของครูมีความจำเป็น ครูตอ้ งสามารถจัดการเรยี นการสอน เพื่อพฒั นาให้ผู้เรียนมีทกั ษะในการคิดวิเคราะห์อย่างมวี จิ ารณญาณ (Critical Thinking) และความคิด สรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and Innovation) เพื่อเตรียมความพร้อมของเยาวชนใหม้ ศี ักยภาพ ในการทำงานในยุคอนาคต การออกแบบการเรยี นร้โู ดยใช้กระบวนการเรียนการสอนแนว Innovative Base หรอื การเรยี นเพ่ือนำไปสูก่ ารคิดนวตั กรรม โดยใช้ 6 ขน้ั ตอนจาก OECD ที่ถูกปรบั ปรงุ ให้เหมาะสม กับสังคมไทยส่กู ระบวนการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน จึงเป็นกระบวนการจัดการเรยี นรู้ท่ีสอดคล้องกับแนวทางการ จดั การเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21 ของผู้เรยี นจากสภาพปัญหาดงั กล่าวข้างต้น จึงมีความจำเปน็ ท่จี ะต้องมีการ นิเทศติดตาม เพื่อพฒั นาครดู ้านการออกแบบการเรยี นรู้โดยใช้ 6 ขั้นตอนจาก OECD ทสี่ ่งเสริมทักษะของ ผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 2. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ พัฒนาครูดา้ นการออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ 6 ขน้ั ตอนจาก OECD ทีส่ ง่ เสรมิ ทกั ษะของ ผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 2. เพือ่ นิเทศ กำกับ ตดิ ตามการออกแบบการเรยี นร้โู ดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD ท่สี ่งเสริมทกั ษะ ของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 3. เพ่ือศึกษาความพงึ พอใจของครูผสู้ อนทีม่ ีต่อการนิเทศ ติดตาม การออกแบบการเรยี นรู้โดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD ทสี่ ง่ เสรมิ ทักษะของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21 3. วิธกี ารดำเนนิ งานและการนิเทศ 3.1 ใช้กระบวนการนเิ ทศแบบ PIDRE มที ง้ั หมด 5 ขน้ั ตอน ดงั น้ี ขน้ั ที่ 1 วางแผนการนิเทศ (Planning-P) ผบู้ รหิ ารผนู้ ิเทศและครผู ู้รับการนิเทศดำเนินการ ประชมุ ปรกึ ษาหารือเพือ่ ให้ไดม้ าซ่งึ ปัญหาและความตอ้ งการจาํ เปน็ ทีจ่ ะต้องมีการนเิ ทศ ข้นั ที่ 2 ใหค้ วามรู้ในส่งิ ที่จะทำ (Informing-l) การให้ความรคู้ วามเขา้ ใจถึงสิ่งทจี่ ะ ดาํ เนินงาน ว่าจะต้องอาศยั ความรคู้ วามสามารถอย่างไรบ้าง จะมีขน้ั ตอนในการดำเนนิ การอยา่ งไร และจะทำอยา่ งไร จงึ จะทำให้ไดผ้ ลงานออกมาอยา่ งมคี ุณภาพ ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ัตงิ าน (Doing -D) ประกอบด้วยงานใน 3 ลกั ษณะคือ 1) การปฏบิ ัติงานของ ผรู้ ับนเิ ทศ ตามความรคู้ วามสามารถท่ีไดร้ ับ มาจากดำเนนิ การในขั้นที่ 2 2) การปฏบิ ัติงานของผใู้ ห้การ นเิ ทศ ในการนเิ ทศและควบคุมคณุ ภาพ 3) การปฏบิ ัติงานของผู้สนบั สนุนการนิเทศ ผบู้ ริหารก็จะใหบ้ ริการ สนับสนนุ ในเรือ่ ง ตา่ ง ๆ ขนั้ ที่ 4 การสรา้ งขวัญและกำลังใจ (Reinforcing-R) การเสรมิ กาํ ลังใจของผบู้ รหิ าร เพ่ือให้ เกดิ ความมั่นใจและบังเกิดความพงึ พอใจในการปฏบิ ตั งิ าน
3 ข้นั ท่ี 5 ประเมินการนิเทศ (Evaluating-E) เปน็ ขน้ั ที่ผูน้ ิเทศทำการประเมนิ ผลการ ดำเนินการซงึ่ ผ่านไปแลว้ วา่ เป็นอยา่ งไร หลังจากการประเมินผลการนิเทศหากพบวา่ มีปัญหาหรอื อปุ สรรค อย่างหนง่ึ อยา่ งใด ที่ทำให้การดำเนินงานไมไ่ ดผ้ ลกส็ มควรจะตอ้ งทำการปรับปรุงแกไ้ ข ซึ่งการปรับปรุงแก้ไข อาจจะทำไดโ้ ดยการให้ความรู้ในสง่ิ ท่ที ำใหม่อีกคร้งั หนึ่ง สำหรบั กรณที ่ีผลงานประสบผลสำเรจ็ ตามท่ไี ด้ตั้งไว้ หากจะไดด้ ำเนินการนเิ ทศตอ่ ไปกส็ ามารถทำไปไดเ้ ลยโดยไม่ต้องให้ความรูใ้ นเร่ืองนัน้ อีก 3.2 เทคนคิ การนิเทศทนี่ ำมาใช้ คือ การสงั เกตการเรยี นการสอนและเยย่ี มช้นั โดยสรุป มี 3 ขน้ั ตอน ดังน้ี ขน้ั ที่ 1 ขน้ั ก่อนการสงั เกต (Pre-observation orientation session) กำหนดข้อตกลง ทำความเข้าใจ วตั ถุประสงคแ์ ละสิง่ ทต่ี ้องการสังเกต ข้ันที่ 2 ขัน้ การสังเกต (The observation) คือ ครูทำการสอน ผู้นเิ ทศสังเกตเกบ็ ขอ้ มูลด้วย เครือ่ งมือที่เตรียมไว้ ข้นั ที่ 3 ขนั้ หลังการสังเกต (Post-observation) คือ เสนอข้อมูลสะทอ้ นผลอภปิ รายจุดเด่น จดุ พฒั นา 3.3 ปฏิทนิ การนิเทศ ที่ ผ้รู บั การนเิ ทศ ระยะเวลา เรื่องที่นเิ ทศ ผ้นู ิเทศ 1 ครผู ูส้ อนระดบั ชนั้ ม.1-3 2 ครูผสู้ อนระดับชัน้ ม.1-3 ในการนิเทศ 3 ครูผ้สู อนระดับช้ัน ม.1-3 ส.ค. 66 การใหค้ วามรู้เกี่ยวกบั การ น.ส.ศรีสุดา วงษจ์ ำปา ออกแบบการเรยี นร้โู ดยใช้ 6 น.ส.ศิริชนก จุลนาง ข้ันตอนจาก OEC ก.ย. 66 การสังเกตการสอนและการ น.ส.ศรสี ุดา วงษจ์ ำปา นิเทศชนั้ เรียน มีประเด็นการ น.ส.ศริ ิชนก จลุ นาง นเิ ทศดงั นี้ 1) การเตรยี มการสอน 2) การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ก.ย. 65 การสงั เกตการสอนและการ น.ส.ศรีสดุ า วงษจ์ ำปา นิเทศชนั้ เรยี น มีประเดน็ การ น.ส.ศริ ชิ นก จลุ นาง นิเทศดงั น้ี 1) ผลลัพธท์ ่เี กิดข้ึนกับ ผเู้ รยี น(การนำเสนอผลงาน) 2) การสะทอ้ นคิดหลังการ สังเกตชน้ั เรยี น
4. กิจกรรมนเิ ทศ ท่ี กิจกรรมการนเิ ทศ ขนั้ ท่ี 1 วางแผนการนเิ ทศ 1. ศกึ ษาแนวทางการจดั การเรยี นรู้หลักสตู ร (Planning-P) เรยี นรโู้ ดยใช้ 6 ขั้นตอนจาก OECD 2. ศกึ ษาเครอื่ งมอื การนิเทศ 3. วางแผนการนเิ ทศและเตรียมเคร่ืองมอื กา 4. ประชุมปรกึ ษาหารือกบั ผู้บรหิ าร ครู เพ่ือ และข้อตกลงร่วมกนั ระหวา่ งผู้นิเทศกับผู้รับก ส่งเสริมและพฒั นาจดั การเรียนการสอนเพ่อื ในศตวรรษที่ 21 ให้ผู้เรยี น โดยใช้ 6 ขนั้ ตอน การสัมภาษณ์ พบปะ พูดคุยกับครูผู้สอน รว ขน้ั ตอนการปฏบิ ัติงานเกี่ยวกับการนิเทศ ดัง นเิ ทศติดตามครง้ั ที่ 1 การสงั เกตการ นิเทศชัน้ เรยี น มีประเดน็ การนิเทศดังน้ี 1) ก สอน 2) การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ นเิ ทศติดตามคร้งั ท่ี 2 การสงั เกตการ นิเทศชั้นเรยี น มปี ระเดน็ การนิเทศดงั น้ี 1) ผ ขน้ึ กบั ผู้เรียน 2) การสะท้อนคิดหลังการสังเก
รการออกแบบการ วิธกี ารนเิ ทศ เคร่ืองมอื สอื่ การนิเทศ การประชมุ 1. เอกสารเก่ยี วกบั องค์ความรู้ในการ ารนิเทศ ออกแบบการเรียนรู้เพื่อเสรมิ สร้าง อสร้างความเข้าใจ ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ให้ผู้เรียน การนิเทศในการ โดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก OECD อเสรมิ สรา้ งทักษะ 2. กลอ้ งถา่ ยรปู เคร่ืองบันทึกเสยี ง นจาก OECD โดย โทรศัพท์มอื ถือ วมทง้ั วางแผนถึง งนี้ รสอนและการ การเตรยี มการ รสอนและการ ผลลัพธ์ทเ่ี กดิ กตช้นั เรียน 4
ท่ี กิจกรรมการนเิ ทศ ขั้นท่ี 2 ให้ความรู้ในส่งิ ทจี่ ะ 1. ประชุมผูบ้ ริหารและคณะครูเพื่อสร้างควา ทำ(Informing-I) สัมพนั ธ์ท่ีดี อยา่ งเป็นกัลยาณมติ ร ใหค้ วามร ออกแบบการเรียนรโู้ ดยใช้ 6 ขน้ั ตอนจาก O 1.1 ให้ครทู ำแบบทดสอบกอ่ นและหลังก ออกแบบการเรียนร้โู ดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก O 1.2 ใหค้ รศู ึกษาการออกแบบการเรยี นร จาก OECD จาก 1) คู่มอื แนวทางการอบรม จดั การเรียนรู้ หลกั สตู รการออกแบบการเรยี โครงงานนวตั กรรมเพอ่ื ชุมชน 2) เอกสารปร ของครูโรงเรียนต้นแบบ 3)แผ่นพับ 4) ส่ืออ 5)หอ้ งเรยี น 3D 2. นัดหมายการสงั เกตการสอนในการนเิ ทศต ข้นั ท่ี 3 การปฏบิ ตั งิ าน 1. ประชุมกอ่ นการสงั เกตการสอน ผูน้ เิ ทศท (Doing -D) สอนของครู ซง่ึ ประกอบดว้ ยเป้าหมายการเร ประเมนิ ผล และการออกแบบกิจกรรมการเร ขั้นท่ีครูและผนู้ ิเทศทำการตกลง หรือระบุปร การสอนรว่ มกนั 2. การสังเกตการณ์สอน ผู้นิเทศใชเ้ คร่ืองมือ หลักฐาน หรือเหตกุ ารณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ค
วธิ กี ารนเิ ทศ เครื่องมอื ส่อื การนิเทศ ามเปน็ มิตร 1.การประชุม 1. เอกสารเกย่ี วกบั องคค์ วามร้ใู นการ รูเ้ กย่ี วกับการ 2.การทดสอบ ออกแบบการเรียนร้เู พื่อเสริมสร้าง OECD ดงั น้ี ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ใหผ้ ู้เรียน การศึกษาการ โดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD OECD 2. ตัวอย่างแผนการจดั การเรียนรู้เพอ่ื รโู้ ดยใช้ 6 ขั้นตอน เสริมสรา้ งทกั ษะในศตวรรษที่ 21 ให้ มครแู ละนกั ผู้เรยี น โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD ยนรู้โดยใช้ 3. แผน่ พบั เวป็ ไซต์ สื่อออนไลน์ และ ระกอบการอบรม ห้องเรียน 3D กล้องถ่ายรูป เครอื่ ง ออนไลน์ และ บันทึกเสยี ง โทรศพั ทม์ ือถือ 4. แบบทดสอบก่อนการศึกษาการ ตดิ ตามครั้งต่อไป ออกแบบการเรยี นรู้โดยใช้ 6 ข้นั ตอน จาก OECD ทบทวนแผนการ 1.การนิเทศ 1. แบบนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล รียนรู้ การวัดและ ตดิ ตาม การออกแบบการเรียนรู้ รียนรู้ ขัน้ นเี้ ปน็ 2.การสังเกต 2. แบบบนั ทกึ การสังเกตการออกแบบ ระเดน็ ทจี่ ะสังเกต 3.การตรวจสอบ กจิ กรรม แผน 3. แบบตรวจสอบแผนการจดั การ อเพื่อบันทึก เรยี นรู้ ครทู ำการสอน 4. กล้องถา่ ยรปู 5
ที่ กิจกรรมการนเิ ทศ ขน้ั ท่ี 3 การปฏิบัตงิ าน 3. การวิเคราะหข์ ้อมลู ผู้นเิ ทศวเิ คราะห์ข้อมูล (Doing -D) พฤติกรรมแล้วพิจารณาวา่ พฤติกรรมใดเป็นจุด จดุ ทีค่ วรพัฒนาปรบั ปรงุ ตลอดจนลำดับความ ประเดน็ หรอื หัวข้อที่จะร่วมสนทนาหรอื อภิปร หลงั จากการสังเกตการสอนเสร็จสน้ิ 4. การดำเนินการนเิ ทศชน้ั เรียน 1) แจ้งวตั ถุประสงคก์ ารนเิ ทศ เพ่ือให้ผู้นิเ นิเทศเขา้ ใจวัตถปุ ระสงค์การนิเทศทีต่ รงกนั ได ดำเนินงานของโรงเรียน 2) วางแผนร่วมกนั เพื่อใหไ้ ดแ้ ผนการจดั ก ตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเป็นไปได้รว่ ม 3) ครดู ำเนินการสอน ได้ขอ้ มูลจากการส ผู้เรยี นทเี่ ป็นผลจากการจดั กจิ กรรมการเรียนร 5. การวิเคราะห์พฤติกรรมการนเิ ทศ (Post Co Analysis) ข้นั น้เี ป็นกจิ กรรมการสะท้อนคดิ ผ บทเรียนทไ่ี ด้เรยี นรู้ในการสะทอ้ นคดิ ไปพฒั นา เรียนรู้ 6. การสรปุ ผลการนเิ ทศ ผนู้ เิ ทศ ตรวจสอบ รว สรปุ ผลการนิเทศ และรายงานผลการนิเทศ
วิธีการนเิ ทศ เคร่อื งมือ สอื่ การนเิ ทศ ลจากการบนั ทึก ดเดน่ /จุดแข็งหรอื มสำคัญของ รายร่วมกนั กบั ครู เทศและผรู้ ับการ ด้ข้อมูลการ การเรยี นรู้ที่ผ่าน มกัน สงั เกตพฤติกรรม รู้ของครู onference ผูส้ อนจะไดน้ ำ าแผนการจัดการ วบรวมข้อมลู 6
ท่ี กจิ กรรมการนเิ ทศ ขน้ั ท่ี 4 การสรา้ งขวญั และ ใหก้ ำลังใจผู้บริหารและครเู พื่อใหผ้ ู้รับการนิเทศม กำลงั ใจ (Reinforcing-R) และบงั เกิดความพงึ พอใจ โดยดำเนินการนิเทศ อย่างใกลช้ ดิ ชว่ ยเสรมิ แรง กระตนุ้ ใหค้ รูเกดิ ความ ออกแบบการเรยี นรโู้ ดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก OECD ข้นั ที่ 5 ประเมนิ การนิเทศ ติดตามผลการออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ 6 ข้นั ต (Evaluating-E) โดยแบบนิเทศ ติดตาม การจัดการเรยี นรู้ และแ ความพึงพอใจของครผู ู้รบั การนิเทศ แลว้ เก็บรวบ นิเทศ
วิธกี ารนิเทศ เครื่องมือ ส่อื การนเิ ทศ มีความมน่ั ใจ ใหค้ ำปรึกษา มมน่ั ใจ ในการ D ตอนจาก OECD 1. การรายงาน 1. รายงานผลการนเิ ทศ แบบสอบถาม 2. การสอบถามความ 2. แบบสอบถามความพงึ พอใจ บรวมข้อมลู การ พึงพอใจ 3. แบบนเิ ทศ ตดิ ตาม การจัดการ 3. การนเิ ทศตดิ ตาม เรยี นรู้ 4. การทดสอบ 4. แบบทดสอบหลงั การศกึ ษา 7
8 5. ส่ือ นวัตกรรมที่นำมาใชใ้ นการนิเทศ 1. แบบนเิ ทศ ติดตาม การจัดการเรยี นรู้โดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD ท่ีส่งเสรมิ คุณลกั ษณะของ ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 2. แบบตรวจสอบแผนการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก OECD ทส่ี ่งเสริมคุณลักษณะของ ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 3. แบบบนั ทกึ การสังเกตการจัดการเรียนรู้โดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก OECD ที่ส่งเสรมิ คณุ ลักษณะ ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 4. แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการนิเทศ ตดิ ตาม การจัดการเรียนรู้โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD ทส่ี ง่ เสริมคุณลักษณะของผ้เู รียนในศตวรรษที่ 21 5. แบบทดสอบก่อน-หลงั การศึกษาการออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD 6. ค่มู ือแนวทางการอบรมครูและนกั จดั การเรียนรู้ หลกั สูตรการออกแบบการเรียนร้โู ดยใช้ โครงงานนวัตกรรมเพือ่ ชุมชน 7. เว็ปไซตก์ ารออกแบบการเรยี นร้โู ดยใช้ 6 ขัน้ ตอนของ OECD 8. ตวั อย่างแผนการจัดการเรียนรู้เพือ่ เสรมิ สร้างทักษะในศตวรรษท่ี 21 ใหผ้ เู้ รยี น โดยใช้โครงงาน นวัตกรรมเพ่ือชุมชน โดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก OECD 9. แผน่ พบั สื่อออนไลน์ และห้องเรียน 3D 10. กล้องถ่ายรปู เครอ่ื งบนั ทึกเสยี ง โทรศพั ท์มือถือ 6. การวัดผลและประเมนิ ผลการนเิ ทศ 1. การทดสอบกอ่ น - หลงั การศึกษา 2. การประเมนิ ความพึงพอใจ 3. การประเมินการนเิ ทศ 4. การสังเกตการสอน
9 ภาคผนวก
10 แบบนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผล การออกแบบการเรยี นรโู้ ครงงานคณิตศาสตร์ โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD สำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภเู ขต 2 คำชีแ้ จง 1. แบบนิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล การออกแบบการเรียนรูโ้ ครงงานคณติ ศาสตร์ โดยใช้ 6 ขัน้ ตอนจาก OECD แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังน้ี ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่วั ไป ตอนท่ี 2 รายการนเิ ทศช้นั เรียน ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ 2. เกณฑ์การประเมิน กำหนดระดับคุณภาพเปน็ 3 ระดบั ระดบั คุณภาพ 3 หมายถึง มีการปฏิบตั ิกจิ กรรม และมีร่องรอยการดำเนนิ กจิ กรรม ครบถว้ นสมบูรณ์ ทุกกจิ กรรมท่พี ิจารณา ระดับคุณภาพ 2 หมายถงึ หมายถึง มกี ารปฏบิ ัติกิจกรรม และมรี อ่ งรอยการดำเนินกจิ กรรม ครบถว้ นสมบูรณ์ ในบางกิจกรรมทพ่ี จิ ารณา ระดับคุณภาพ 1 หมายถงึ มกี ารปฏบิ ตั ติ ามกจิ กรรม แตม่ รี ่องรอยการดำเนนิ กจิ กรรม ไมค่ รบ ไมถ่ ้วนสมบูรณ์ 3. คำอธบิ าย และรายละเอียดการประเมินในแต่ละด้าน ประเด็นการนิเทศ กจิ กรรมทีพ่ ิจารณา ดา้ นที่ 1 การเตรยี มการสอน 1. การเตรยี มการสอน - แผนการจดั การเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถว้ น - เตรยี มสอื่ ด้านที่ 2 การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ - เคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผล 1. มีกจิ กรรมนำเขา้ สบู่ ทเรียนท่ีน่าสนใจ/ - ใบความรู้ กระตุน้ ผู้เรยี น - ใบกิจกรรม 2. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ - สร้างสถานการณ์กระตนุ้ ให้คดิ - ใชส้ ือ่ กระตนุ้ - ใชค้ ำถามกระตุ้น - ประเมนิ ระดบั ทักษะการคดิ ของนักเรียน - สร้างแรงจงู ใจในการศกึ ษาคว้า - สรา้ งกระบวนการใหน้ ักเรียนลงมือปฏบิ ัตหิ รอื ค้นหาคำตอบ - ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันออกแบบหนว่ ยการเรยี นรู้ - สรา้ งกระบวนการสรปุ องค์ความรู้ สรุปผลการเรียนรู้ และนำเสนอผลการเรยี นรู้ - นำเสนอรายละเอียดการต่อยอดนวตั กรรม
11 ประเด็นการนิเทศ กจิ กรรมท่พี ิจารณา 3. การวดั และประเมนิ ผล 1. การมสี ่วนรว่ มในการลงมือปฏบิ ัติ - การมีส่วนร่วมกจิ กรรม - ผลงานผู้เรียน ด้านท่ี 3 ผลลัพธ์ทเี่ กดิ ขึ้นกบั ผู้เรียน - ร่วมวเิ คราะหส์ ถานการณ์ - ร่วมแลกเปล่ยี นความคดิ - รว่ มออกแบบหน่วยการเรียนรู้ - ร่วมลงมอื ทำนวัตกรรมทกุ ขั้นตอน - รว่ มอภปิ รายผลการ - ร่วมทำกิจกรรมการเรยี นรู้ด้วยใบหน้าทีย่ มิ้ - ผลลพั ธท์ ่เี กดิ กับผูเ้ รียน แยม้ แจ่มใส - กจิ กรรมท่ตี ้องปรับแก้ไข - ลงมือสร้างผลงาน ชิ้นงานด้วยความม่งุ มัน่ - การวัดและประเมนิ ผลทีต่ ้องปรับแก้ ต้งั ใจ จนสำเรจ็ - การอ่านออก การเขยี นได้ การคิดเลขเป็น - ผลลพั ธก์ ารเรยี นรู้ - การคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และทักษะใน - พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออก การแกป้ ัญหา - ความเขา้ ใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวน ทศั น์ - การสรา้ งสรรค์นวตั กรรม - การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ - การส่ือสาร สารสนเทศ และการรเู้ ท่าทนั สอื่ - การใช้คอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยี สารสนเทศและการส่อื สาร - การมที ักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ - ความมเี มตตา กรุณา มีวนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 3. การสรปุ ประเด็นในการดำเนนิ การ - การตั้งเป้าหมายการเรียนรู้ รว่ มกัน - การออกแบบกจิ กรรม - การวัดและประเมินผล
12 ตอนท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไป 1. โรงเรียน……………………………………………………………ครงั้ ท่ี……….........…………………………………..…. 2. ช่ือผูส้ อน …………………………………………………..……………….รายวชิ า ...............................…………… 3. แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี…………เร่ือง................…………………….วันท่ี.……..เดือน……………พ.ศ………. 4. ผู้นิเทศช้นั เรียน……………………………………………………………………..……………………………………………. ตอนที่ 2 รายการนิเทศชั้นเรียน 1. การเตรียมการสอน 1) เตรียมการสอน แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถ้วน เตรียมสื่อ เคร่ืองมือวัดและประเมินผล ใบความรู้ ใบกิจกรรม ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................. ............................................................................... 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) มีกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนท่ีน่าสนใจ/กระตุ้นผู้เรยี น สร้างสถานการณ์กระตุ้นให้คิด ใช้ส่ือกระตุ้น ใช้คำถามกระตุ้น ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ................................................................................................................................................................. 2) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ประเมินระดับทักษะการคิดของนักเรียน สร้างแรงจูงใจในการศึกษาคว้า ครูและนักเรียนร่วมกันออกแบบหน่วยการเรียนรู้ สร้างกระบวนการให้นักเรียนลงมือปฏิบัติหรือค้นหาคำตอบ สร้างกระบวนการสรุปองค์ความรู้ สรุปผลการเรียนรู้ และนำเสนอผลการเรียนรู้ นำเสนอรายละเอียดการต่อยอดนวัตกรรม ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................... .................................................................. ............................................................................................................................. ....................................
13 3) การวัดและประเมินผล การมีส่วนรว่ มกิจกรรม ผลงานผู้เรียน ............................................................................................................................. ................................... ......................................................... ....................................................................................................... ................................................................................................................................................................. 3. ผลลัพธท์ เี่ กิดขึ้นกบั ผ้เู รยี น 1) การมีส่วนรว่ มในการลงมือปฏิบัติ ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์ ร่วมแลกเปลยี่ นความคิด ร่วมออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ ร่วมลงมือทำนวัตกรรมทุกขั้นตอน ร่วมอภิปรายผลการ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................. 2) ความสนุกสนานในการเรียนรู้ ร่วมทำกจิ กรรมการเรยี นรู้ด้วยใบหนา้ ทีย่ ้มิ แย้มแจม่ ใส ลงมอื สร้างผลงาน ชิน้ งานด้วยความม่งุ มน่ั ต้ังใจ จนสำเร็จ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ................................................................................................................................................................. 3) คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การอา่ นออก การเขียนได้ การคิดเลขเปน็ การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา ความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ การสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ การส่ือสาร สารสนเทศ และการรเู้ ท่าทนั สื่อ การใช้คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร การมที ักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ ความมเี มตตา กรณุ า มีวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม ............................................................................................................................. ......................................... ......................................................................................... ............................................................................. ................................................ ........................................................................... ............................................
14 4. การสะท้อนคิดหลังการสังเกตชั้นเรียน 1) ครูสะท้อนการสอนของตนเอง ผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน กิจกรรมที่ต้องปรับแก้ไข การวัดและประเมินผลท่ีตอ้ งปรับแก้ ............................................................................................................................. ......................................... ............................................................................................................................. ......................................... ....................................................................................................................................................................... 2) ผู้นิเทศสะท้อนผลลัพธ์ที่เกดิ กับผู้เรียน ผลลัพธ์การเรียนรู้ พฤติกรรมท่ีแสดงออก ............................................................................................................................. ......................................... ......................................................................................... ............................................................................. ................................................ ........................................................................... ............................................ 3) การสรุปประเด็นในการดำเนินการร่วมกัน การต้งั เป้าหมายการเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรม การวดั และประเมินผล ............................................................................................................................. ......................................... ......................................................................................... ............................................................................. ................................................ ........................................................................... ............................................ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .......................................................................................................... ............................................................ ............................................................................................................................. ......................................... ........................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................................ ............................................................................................................................... ....................................... ................................................ .................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ...........................ผู้นิเทศติดตาม ................/..................../................
15 แบบตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้่ (การออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD) แผนการจัดการเรียนรู้ท่.ี ............ เร่ือง........................................................................................ กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา.....................................................................ชั้น.................... ชื่อครูผู้สอน....................................................โรงเรียน....................................................... คำช้ีแจง แบบตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ ฉบบั น้ี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศึกษานิเทศก์/ผู้นิเทศ พิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ 6 ขั้นตอนจาก OECD ว่ามีความ เหมาะสมเพียงใด ่โปรดทำเครื่องหมาย / ในช่องระดับความเหมาะสมท่ีตรงกับความคิดเห็นของท่าน และเขียน ข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD ต่อไป ขอ้ รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ที่ 321 1 แผนการจดั การเรียนรู้มอี งค์ประกอบครบถว้ น ตามแบบที่กำหนด 2 การเขียนสาระสำคัญในแผนจัดการเรยี นรู้ 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ระบุพฤติกรรมชัดเจน สามารถวัดได้ 4 สาระการเรยี นรูค้ รบถ้วน สัมพันธ์กับจุดประสงค์การเรียนรู้ 5 การวัดผล ประเมนิ ผลใช้วธิ ีการวดั ประเมนิ ทห่ี ลากหลาย ชัดเจน 6 เครอื่ งมอื ท่ีใช้วัดผล ประเมนิ ผลเหมาะสม มรี ะบไุ ว้อยา่ งชดั เจน 7 มีการกำหนดเกณฑ์การประเมินผลไวอ้ ยา่ งชัดเจน 8 กจิ กรรมการเรยี นรู้มีความเหมาะสม ใช้กระบวนการจดั การเรียนรู้ 6 ขัน้ ตอน จาก OECD หรือใชเ้ ทคนิคการสอนทร่ี ะบุไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้ 9 ระบกุ ารใชส้ อื่ /แหล่งเรียนรูส้ มั พนั ธส์ อดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ 10 มีหลักฐานการเรียนรู้ สอื่ ประกอบ เชน่ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เคร่ืองมอื วดั ฯ ท่ปี รากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ครบถว้ น ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................
16 เกณฑ์การประเมิน คำอธิบายระดบั คุณภาพของความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู่้ ข้อ รายการประเมนิ 3 คำอธบิ ายระดับคุณภาพ ที่ 21 1 แผนการจดั การเรยี นรูม้ ีองคป์ ระกอบ องค์ประกอบของ องค์ประกอบของ องค์ประกอบของ ครบถ้วน ตามแบบทก่ี ำหนด แผนการจดั การเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ แผนการจดั การ มีครบถว้ น ตามแบบท่ี ไม่ครบถว้ นตามแบบ เรยี นรไู้ ม่ถูกต้อง กำหนด ที่กำหนด ตามแบบทีก่ ำหนด 2 การเขียนสาระสำคญั ในแผนจดั การ เขยี นสาระสำคัญ เขียนสาระสำคัญ เขยี นสาระสำคัญ เรยี นรู้ ถูกต้อง ชัดเจน และ ถูกต้อง แต่ ไม่ถูกต้องและ ครอบคลมุ ไมค่ รอบคลุม ไม่ชดั เจน 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ระบพุ ฤติกรรม พฤตกิ รรมทร่ี ะบุใน ไมม่ ีความชัดเจนของ ไมไ่ ดร้ ะบุ ชัดเจน สามารถวดั ได้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ พฤตกิ รรมทร่ี ะบุใน พฤตกิ รรมใน มีความชดั เจนสามารถ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วัดได้ และไมส่ ามารถวดั ได้ 4 สาระการเรยี นรคู้ รบถว้ น สมั พนั ธ์กับ ระบุสาระการเรยี นรู้ ระบุสาระการเรยี นรู้ ระบุสาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ ครบถ้วน และสัมพันธ์ ไม่ครบถว้ น ไมค่ รบถ้วนและไม่ กับจดุ ประสงคก์ าร สมั พันธก์ ับจุดประสงค์ เรียนรู้ การเรยี นรู้ 5 การวดั ผล ประเมนิ ผลใช้วิธกี ารวัด วธิ กี ารวัดผล วธิ กี ารวัดผล วธิ กี ารวดั ผประเมนิ ผล ประเมินทห่ี ลากหลาย ชัดเจน ประเมนิ ผลชัดเจนทกุ ประเมนิ ผลชัดเจนแต่ ไมช่ ัดเจน และไม่ครบ พฤติกรรมที่ตอ้ งการวดั ไมค่ รบทกุ พฤติกรรม ทุกพฤติกรรม ท่ตี อ้ งการวัด ทต่ี อ้ งการวดั 6 เครอ่ื งมือท่ีใช้วดั ผล ประเมินผล เครอื่ งมอื สำหรบั การ ระบุเครือ่ งมือ สำหรับ ไม่ได้ระบเุ คร่อื งมือ เหมาะสม มรี ะบไุ วอ้ ย่างชัดเจน วดั ผลประเมนิ ผลมี การวดั ผลประเมนิ ผล สำหรบั การวดั ผล ความชัดเจน แตไ่ มช่ ัดเจน ไม่ ประเมนิ ผล สามารถวัดได้ 7 มกี ารกำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ผลไว้ เกณฑ์การประเมนิ ผล ระบุเกณฑ์การ ไมไ่ ด้ระบเุ กณฑ์ อย่างชดั เจน มี ความชัดเจน ประเมินผล แตไ่ ม่ การประเมินผล ชัดเจน 8 กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความเหมาะสม กจิ กรรมการเรยี นรมู้ ี กจิ กรรมการเรียนรมู้ ี กิจกรรมการเรียนรู้ ใชก้ ระบวนการจดั การเรียนรู้ 6 ความเหมาะสม ความเหมาะสม แตไ่ ม่ ไม่มีความเหมาะสม ขัน้ ตอนจาก OECD หรอื ใช้เทคนคิ การสอนท่ีระบุไว้ในแผนการจัดการ ครบถว้ นทกุ ข้นั ตอน ครบทกุ ขน้ั ตอนตามที่ และไมค่ รบทกุ ตามทร่ี ะบุในแผนการ ระบใุ นแผนการ ข้นั ตอนตามทร่ี ะบุ เรยี นรมู้ กี ารกำหนดเกณฑ์การ จดั การเรียนรู้ จัดการเรียนรู้ ในแผนการจัดการ ประเมนิ ผลไว้อย่างชัดเจน เรยี นรู้
17 ขอ้ รายการประเมนิ คำอธบิ ายระดบั คณุ ภาพ ท่ี 321 9 ระบุการใช้สอ่ื /แหล่งเรยี นรูส้ มั พนั ธ์ ระบกุ ารใชส้ ือ่ /แหลง่ ระบกุ ารใชส้ ื่อ/แหล่ง ไมไ่ ด้ระบกุ ารใช้ สอดคล้องกบั กิจกรรมการเรยี นรู้ เรยี นรู้ สมั พันธ์ เรยี นรูแ้ ตไ่ มส่ มั พันธ์ สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ สอดคล้องกบั กจิ กรรม สอดคลอ้ งกับกจิ กรรม การเรยี นรู้ การเรยี นรู้ 10 มีหลักฐานการเรยี นรู้ สือ่ ประกอบ เช่น มีหลักฐาน อาทิ สอื่ มหี ลักฐาน อาทิ ส่ือ ไม่มมี ีหลักฐาน เชน่ ใบกิจกรรม ใบความรู้ เคร่อื งมือวดั ฯ ใบกิจกรรม ใบความรู้ ใบกิจกรรมใบความรู้ สื่อ ใบกจิ กรรม ทป่ี รากฏในแผนการจัดการเรียนรู้ เครอื่ งมอื วัด ฯ ที่ เครื่องมือวัด ฯ ใบความรู้ ครบถว้ น ปรากฏในแผนการ ท่ปี รากฏในแผนการ เคร่อื งมือวัด ฯ จัดการเรียนรูค้ รบถ้วน จัดการเรียนรูแ้ ต่ไม่ ทป่ี รากฏในแผนการ ครบถว้ น จดั การเรยี นรู้
18 แบบบนั ทึกการสงั เกตการออกแบบการเรยี นรู้โดยใช้ 6 ข้นั ตอนจาก OECD ตอนท่ี 1 ข้อมูลทัว่ ไป 1.1 ชอ่ื ผู้สอน...........................................................วนั /เดือน/ปีท่ีสงั เกตการสอน..................................... 1.2 ชอ่ื วชิ าทสี่ อน ....................................................รหัสวชิ า.................................ชัน้ .............................. คาบเรยี นที่................ ชอ่ื หน่วยการเรียนร.ู้ .......................................................................................... 1.3 ชื่อผูส้ ังเกตการสอน................................................................................................................................ ตอนที่ 2 การสังเกตการเรียนการสอนตามสภาพจริง 5 = ดีมาก 4 = ดี 3 = ปานกลาง 2 = พอใช้ 1 = ปรบั ปรงุ ท่ี รายการประเมิน ระดบั การประเมิน 54321 ดา้ นการเตรียมการสอน 1 ออกแบบการเรียนรู้ 2 จดั ทำหนว่ ยการเรียนร/ู้ แผนการจัดการเรียนรสู้ อดคล้องกบั มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนร้/ู จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้/ู การวัด และประเมนิ ผล 3 กำหนดเกณฑ์การวดั และการประเมนิ ผล 4 จดั เตรยี มสือ่ นวตั กรรม วสั ดุ-อกุ รณ์ ดา้ นกจิ กรรมการเรยี นการสอน 5 ดำเนินการสอนอย่างเปน็ ลำดับขั้นตอนของแผนการจดั การเรียนรู้ 6 จดั กิจกรรมการเรยี นการสอนโดยใช้ 6 ข้ันตอนจาก OECD 7 จัดกิจกรรมใหผ้ ูเ้ รยี นไดฝ้ กึ คน้ ควา้ รวบรวมข้อมูล คดิ วิเคราะห์ สังเคราะห์ 8 จัดกจิ กรรมใหผ้ เู้ รยี นสร้างองคค์ วามรไู้ ดด้ ้วยตนเอง 9 จัดบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดงึ ดูดความสนใจก่อใหเ้ กดิ ความสขุ แก่ ผ้เู รยี น 10 จัดกจิ กรรมให้ผูเ้ รยี นสามารถพัฒนาสมรรถนะสำคญั และ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 11 ผู้เรียนมคี วามกระตือรือรน้ และสนกุ สนานในการเรียน 12 ผเู้ รียนมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
19 ที่ รายการประเมิน ระดับการประเมนิ 54321 ด้านส่ือและสิ่งสนับสนุนการเรยี นการสอน 13 มีเอกสารและสื่อประกอบในการจัดการเรียนรู้ 14 สือ่ ทใี่ ช้สามารถเชื่อมโยงกบั เนอ้ื หาทีส่ อนใหน้ กั เรียนเกดิ การเรียนรไู้ ดด้ ี ขน้ึ 15 มกี ารนำเทคโนโลยสี มยั ใหม่เข้ามาใช้ในการเรียนการสอน ดา้ นการวัดและประเมนิ ผลการเรยี น 16 มีวิธีการประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ 17 มวี ิธกี ารประเมนิ ผลที่หลากหลาย 18 มกี ารประเมนิ ผลทส่ี อดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั / ผลการเรยี นรู้/ กิจกรรมการเรียนรู้ 19 ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการประเมนิ ผล 20 มเี กณฑ์การประเมินชิ้นงาน/ภาระงานท่เี หมาะสม รวม รวม เกณฑ์การแปลความหมาย คะแนน 50-59 = พอใช้ คะแนน 60-69 = ปานกลาง คะแนน 40-49 = ปรบั ปรุง คะแนน 80 – 100 = ดีมาก คะแนน 70-79 = ดี ตอนที่ 3 ข้อคิดเห็นเพ่ิมเติม ............................................................................................................................. ...................................... ........................................................................................... ........................................................................ ............................................................................................................................. ...................................... ลงช่อื .....................................................................ผู้สงั เกตการสอน (......................................................) วันท่.ี ................................................
20 แบบสอบถามความพงึ พอใจต่อการนิเทศตดิ ตาม และประเมนิ ผล การออกแบบการเรยี นรู้ โครงงานคณติ ศาสตร์ โดยใช้ 6 ขัน้ ตอนจาก OECD ท่ี คำช้ีแจง แบบสอบถามความพึงพอใจชุดน้ี ใช้เป็นเคร่ืองมือประเมินความพึงพอใจของครูผู้รับการนิเทศที่มี ต่อการนิเทศของศึกษานิเทศก์ ของ สพป.หนองบัวลำภู เขต 2 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ส่วนที่ 2 การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการนิเทศ ส่วนท่ี 3 ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการนิเทศครั้งต่อไป ส่วนท่ี 1 ข้อมูลทั่วไป ชาย หญิง 1. เพศ 2. อายุ 20-30 ปี 31-40 ปี 41-50 ปี 51-60 ปี 3. ตำแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย ครู รองผู้บริหารสถานศึกษา 4. วฒุ กิ ารศึกษา ผู้บริหารสถานศกึ ษา อน่ื ๆ.................. ปรญิ ญาตรี ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก อนื่ ๆ............ ตอนท่ี 2 การประเมินความพึงพอใจท่มี ตี ่อการนเิ ทศ เกณฑ์การประเมินความพงึ พอใจ มี 5 ระดับ ดงั น้ี ระดบั 1 หมายถงึ น้อยทส่ี ุด ระดับ 2 หมายถงึ น้อย ระดับ 3 หมายถึง ปานกลาง ระดบั 4 หมายถึง มาก ระดับ 5 หมายถงึ มากทสี่ ุด โปรดใสเ่ คร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องท่ตี รงกับความคดิ เห็นของทา่ น ลำดับ รายการประเมนิ ระดับความคิดเห็น 54321 ความพงึ พอใจต่อคณุ ภาพของการนเิ ทศ 1 ข้ันตอน เทคนคิ วิธีการนิเทศมคี วามเหมาะสม 2 การนิเทศตรงกับความต้องการ 3 ระยะเวลาในการนิเทศมีความเหมาะสม 4 ความเป็นกันเองระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ 5 ความรู้ความสามารถในเรื่องการนิเทศ ความพึงพอใจต่อคุณภาพส่ือ/นวัตกรรม
21 6 ส่ือการเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรม มีความเหมาะสมกับเวลา และการ นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง 7 ระยะเวลาในการใช้ส่ือมีความเหมาะสม 8 เน้ือหา ภาพ สี และการออกแบบมีความเหมาะสม 9 เนื้อหาและข้อมูลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ 10 ความพึงพอใจส่ือนวัตกรรมโดยรวม ส่วนท่ี 3 ข้อเสนอแนะเพื่อปรบั ปรงุ การนิเทศคร้ังต่อไป ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอบคุณท่ีสละเวลาในการตอบแบบสอบถาม
22 แบบทดสอบกอ่ นและหลงั การศกึ ษา ชื่อ ……………………………………………………………………………………………………………………………… โรงเรยี น ……………………………………………………………………………………………………………………………… แบบทดสอบความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับการออกแบบการเรยี นร้โู ดยใช้ 6 ขน้ั ตอนจาก OECD คำชแ้ี จง แบบทดสอบความรคู้ วามเข้าใจฉบับน้ีมที ้ังหมด 20 ข้อ เป็นแบบเลือกตอบมี 4 ตวั เลอื ก โปรดตอบทุกข้อ โดยทำเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคำตอบของแตล่ ะข้อทีค่ ิดว่าถูกต้องทสี่ ุด เพยี งข้อละ 1 คำตอบ 1. ข้อใดอธิบายบทบาทของครผู ู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) ในการเรยี นร้แู บU Active Learning ได้ สมบูรณท์ ี่สุด ก. ครทู ำหนา้ ที่เปน็ ผสู้ อน ใหก้ ารศึกษาอบรม ใหค้ วามรู้แก่ผ้เู รยี น ข. ครูทำหน้าท่เี ปน็ ผู้บอกความรู้ ถา่ ยทอดเนื้อหาความรู้แก่ผูเ้ รยี น ค. ครทู ีจ่ ัดการเรียนรูโ้ ดยใหผ้ เู้ รยี นลงมอื ปฏิบตั ิ เรียนรู้ และค้นพบความรดู้ ว้ ยตนเอง ง. ครูทท่ี ำหน้าทโี่ ดยการช่วยเหลือ แนะนำ กระตุ้นสง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นไดเ้ รยี นรู้และสร้างองค์ความรู้ ด้วยตนเอง 2. \"การจัดกระบวนการเรียนการสอนในยุคปฏิรปู การเรียนรู้ซึง่ เนน้ ผเู้ รียนสำคัญที่สุดนั้น ทำให้ครูมีบทบาท หรือความสำคัญนอ้ ยลงเปน็ อันมาก\" ท่านคดิ ว่าแนวคดิ ดงั กล่าวถูกตอ้ งหรือไม่ เพราะเหตุใด ก. ถกู ตอ้ ง เพราะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตอ้ งใหผ้ ู้เรียนคดิ ปฏบิ ตั แิ ละสรา้ งสรรค์ องคค์ วามรู้ ดว้ ยตนเองโดยครไู มต่ ้องอธบิ ายหรอื ชีแ้ นะ ข. ถกู ตอ้ ง เพราะในการจัดกระบวนการเรียนรู้ทเี่ น้นผ้เู รียนเป็นสำคญั ครูถูกห้ามมิให้สอนแบบบรรยาย ครูจึงมีบทบาทลดลง ค. ไมถ่ ูกต้อง เพราะเป็นการจัดกระบวนการเรยี นรู้ทีค่ ำนงึ ถึงประโยชน์สูงสดุ ทีผ่ ูเ้ รยี นจะไดร้ ับ ดงั น้ัน ครจู ึงต้องคิดค้น สรา้ งสรรค์ คอยชว่ ยเหลือช้ีแนะ และจัดประสบการณ์กจิ กรรมทเี่ อือ้ ต่อการเรยี นรู้ ของผู้เรียน ง. ไมถ่ กู ต้อง เพราะครใู นปัจจุบันนอกจากจะทำหนา้ ทสี่ อนแล้ว ยังต้องทำหน้าท่อี ื่น ๆ ท่ีได้รับ มอบหมาย อีกเป็นจำนวนมาก งานครูจึงหนักกว่าเดิม 3. ขอ้ ใดคือวธิ กี ารท่คี รใู ช้ในการอำนวยความสะดวกเพ่ือใหผ้ เู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้ ก. การให้คำชแี้ นะ ข. การใชค้ ำถามกระตุ้น ค. การจัดสภาพการณ์เพ่ือใหเ้ กดิ การเรียนรู้ ง. ถูกทกุ ข้อ
23 4. ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง ก.ปฏสิ มั พันธท์ ่ีมีความหมายระหวา่ งครูกบั ผู้เรยี นจะชว่ ยพฒั นาสติปัญญาอารมณ์และสังคมของผู้เรยี นได้ ข. ผู้เรียนสามารถเรียนรูโ้ ดยการสร้างสรรคอ์ งค์ความรู้ดว้ ยตนเองโดยท่คี รูไม่จำเปน็ ตอ้ งให้คำแนะนำ ชว่ ยเหลือหรอื ชี้แนะแนวทางแตอ่ ย่างใด ค. ครจู ะตอ้ งทำหน้าทีเ่ ปน็ สือ่ กลางคอยให้ความช่วยเหลอื ในการเรยี นรทู้ ้ังระหว่างผู้เรยี นกบั สงิ่ เร้าและ ระหว่าง ผู้เรียนกบั การตอบสนอง ง. การเรียนรู้ท่ีมปี ระสิทธผิ ลนัน้ จะตอ้ งมีผทู้ ำหนา้ ท่เี ปน็ ส่ือกลางคอยให้ความช่วยเหลอื สอดแทรก กระตุน้ แนะนำในการมีปฏิสัมพันธ์กบั ส่ิงเร้าและการตอบสนอง 5. ครสู มปองเป็นครสู อนภาษาไทยวันนี้ครสู อนนักเรียน ป. 6 ครสู มปองให้นักเรยี นอา่ นบทความ 1 เรอ่ื ง โดยก่อนอา่ นครูสมปองแนะนำให้นกั เรยี นใช้หลกั การตงั้ คำถามล่วงหนา้ วา่ \"ใคร ทำอะไร ทีไ่ หน เม่ือไร อย่างไร\" จากสถานการณ์ขา้ งตน้ ครูสมปองชว่ ยนกั เรียนใหเ้ กดิ พฤติกรรมข้อใด ก.ช่วยใหเ้ กิดความตัง้ ใจ ข. ช่วยให้เกดิ การเหน็ คณุ คา่ ค. ช่วยให้เกดิ การปรับเปลยี่ นตนเอง ง. ช่วยให้เกิดการเช่อื มโยง 6. ขอ้ ใดเป็นการชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกิดความตระหนักในคุณค่าของการเรยี นรู้ ก. ครชู ว่ ยให้ผูเ้ รยี นเกิดความรู้สึกเชอ่ื มน่ั ในตนเอง ข. ครูชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกิดความเข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องปฏิบัติกิจกรรมหรอื งานการเรยี นรู้ ค. ครชู ่วยให้ผ้เู รียนนำสง่ิ ทไ่ี ด้เรยี นรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในการแก้ปัญหาอื่น ๆ ง. ครูชว่ ยใหผ้ ู้เรียนคอยควบคุมและตรวจสอบตนเอง 7. ข้อใดเปน็ การชว่ ยให้ผู้เรียนเกิดความตงั้ ใจและตอบสนองในการเรียนรู้ ก. ครูใหน้ กั เรยี นประเมนิ ความกา้ วหน้าของตนเอง ข. ครใู ชค้ ำถามกระตนุ้ ให้นักเรียนคิด ค. ครูให้นกั เรยี นตรวจสอบและประเมินผลงานของกลุ่ม ง. ครแู นะนำ ชแี้ นะวิธกี ารกำหนดจดุ มุ่งหมายแก่ผู้เรียน 8. พฤติกรรมการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ของครใู นข้อใดมีความแตกตา่ งจากข้ออืน่ ๆ ก. ครชู าตรีพนกั หนา้ และยิ้มเมือ่ ได้ฟังคำตอบของ ด.ญ. พลอย ข. ครูสมศรแี จ้งจุดประสงค์การเรียนรู้แก่นกั เรียน ค. ครสู ำราญกลา่ วช่ืนชม ด.ญ.สมหมายว่าตอบได้ถกู ต้องชัดเจนดีมาก ง. ครเู ทพนครถามคำถามแลว้ เวน้ ชว่ งเวลาให้นกั เรยี นคิดสกั คร่จู งึ สอบถามคำตอบ 9. ข้อใดมใิ ช่ การช่วยผู้เรียนให้เกดิ การเชอ่ื มโยงในการเรียนรู้ ก. ครูใหน้ ักเรยี นอภปิ รายความสัมพันธข์ องเนื้อหาทีเ่ รยี นรู้กับเนอ้ื หาอน่ื ๆ ทเี่ กยี่ วข้อง ข. ครใู ห้นกั เรียนอภปิ รายถงึ ความสมั พันธข์ องความคดิ รวบยอดท่ีได้เรียนรู้กบั ความคิดรวบยอดที่ได้ เรียนรู้มาแลว้ ค. ครใู ห้นกั เรียนอภิปรายถึงความสำคญั ของกิจกรรมการเรียนรู้ ง. ครูให้นักเรยี นอภิปรายถึงความสมั พันธข์ องเน้ือหาท่ไี ด้เรียนรกู้ บั เนอ้ื หาทจี่ ะไดเ้ รยี นรู้ในโอกาสต่อไป
24 10. คำพูดในข้อใดที่แสดงใหเ้ ห็นถงึ การตอบสนองท่ีไมเ่ หมาะสมของครู ก. \"ครูคดิ วา่ สิ่งทีเ่ ธอพูดออกมาน้นั ดเู หมือนวา่ จะถูกต้อง แต่จริง ๆ ครคู ดิ ว่ายังขาดหลักการอยูน่ ะ\" ข. \"คำตอบของเธอชว่ ยให้เพอ่ื นๆ เกิดกำลงั ใจขึน้ เปน็ อยา่ งมากเลยนะคะ\" ค. \"เธอคิดว่าคำตอบนีค้ รบถว้ นสมบรู ณแ์ ลว้ หรือยังเอย่ \" ง. \"เป็นคำตอบทช่ี ดั เจนและถูกต้องคะ่ \" 11. คำถามของครูในข้อใดไมช่ ่วยทำให้ผ้เู รยี นเกดิ ความตระหนักในคุณค่าของการเรยี นรู้ ก. เราเรียนร้เู ร่ืองน้ีไปทำไม ข. เร่อื งน้ีมีความสำคญั อย่างไร ค. เมื่อเรียนเร่ืองนแ้ี ล้วเราจะได้ประโยชน์อะไร ง. เราจะทำอยา่ งไรให้งานเสร็จทนั เวลา 12. การชว่ ยให้ผูเ้ รียนมกี ารกำกบั ตนเองในการเรียนรหู้ มายถึงข้อใด ก. การช่วยใหเ้ กิดความร้สู กึ หรอื ความเชอื่ ในเชงิ บวกในความสามารถของตน ข. การชว่ ยใหเ้ กิดความรว่ มมือซึง่ กนั และกันในการเรยี นรู้ ค. การชว่ ยใหเ้ กดิ การตงั้ เปา้ หมาย การวางแผน การดำเนนิ งาน และการติดตามผลด้วยตนเอง ง. การช่วยใหต้ ระหนักในความสำคัญของการเรยี นรู้ 13. คำพดู ของครูในข้อใดทจี่ ะช่วยทำใหผ้ ู้เรยี นเกดิ ความร้สู กึ เชื่อมน่ั ในตนเองมากยง่ิ ข้นึ ก. \"มนั ก็ไม่แย่ไปกว่าเดมิ นะ แตล่ องพยายามใหม่นะ\" ข. \"จากผลงานคณุ มีความก้าวหนา้ ข้นึ นะคะ\" ค. \"คุณยังทำไดไ้ ม่ดีนะ\" ง. \"จากโจทย์ 15 ขอ้ คุณทำถูกแค่ 2 ข้อนะ\" 14. คำพูดข้อใดของครทู ี่แสดงให้เหน็ พฤติกรรมการชว่ ยให้ผเู้ รียนมีการกำกบั ตนเองในการเรียนรู้ ก. \"คำถามของคณุ นา่ สนใจมากเลยค่ะ\" ข. \"คุณแก้โจทยป์ ัญหาคณติ ศาสตรไ์ ดเ้ ยย่ี มมากเลยค่ะ\" ค. \"วันน้ีเราพูดกนั ถึงมารยาทในการใช้โทรศัพทแ์ ลว้ ไหนลองบอกครูซวิ า่ เธอจะนำไปปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร\" ง. \"เธอคดิ ว่าเราจะมวี ธิ ีการอย่างไรคะ ทีจ่ ะทำให้เราจดจำคำศพั ท์ภาษาอังกฤษได้\" 15. ข้อใดคือการช่วยเสรมิ สร้างการมสี ว่ นร่วมในการเรยี นรู้ของผู้เรยี น ก. ครใู ช้กระบวนการกลุ่ม ข. ครใู ชก้ ารเรียนรูแ้ บบร่วมมือ ค. ครใู ชว้ ิธกี ารเรยี นรูแ้ บบเพ่ือนชว่ ยเพ่อื น ง. ถกู ทกุ ข้อ 16.คำถามของครใู นขอ้ ใดทบ่ี ่งช้ีถึงพฤติกรรมการอำนวยความสะดวกในการเรียนรทู้ ี่แตกต่างจากข้ออนื่ ๆ ก. ส่งิ ท่ไี ด้เรยี นร้เู พิ่มขน้ึ จากการทำงานครั้งนี้คอื อะไร ข. ในการทำงานครั้งนส้ี ง่ิ ที่คดิ ว่าตนเองทำไดด้ ีคืออะไร ค. คิดว่าจะปรับปรุงการทำงานของตนใหด้ ขี ้นึ ได้อย่างไร ง. การเรียนครั้งนี้มปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
25 17. ขอ้ ใดมิใช่ การช่วยเสรมิ สรา้ งความเป็นปจั เจกบุคคลของผู้เรยี น ก. ครเู ปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนได้เลอื กงาน / กจิ กรรมการเรยี นร้ทู ีม่ คี วามหลากหลาย ข. ครจู ัดกลุ่มนกั เรยี นออกเป็นเก่ง ปานกลาง และอ่อนแล้วสอนแยกเปน็ กลุ่ม ๆ ตา่ งหาก ค. ครสู ง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นมีการยอมรับในความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล ง. ครูส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รียนสร้างสรรค์งานท่มี ีความแปลกใหม่ 18. ข้อใดกลา่ วไม่ถูกต้อง ในการช่วยให้ผูเ้ รียนมีการวางแผน ก. ครูไม่ควรชแี้ นะแนวทางแก่ผเู้ รียนในการวางแผน ข. ครเู ปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีในการกำหนดจุดมุ่งหมายของบทเรียนและกิจกรรมการเรยี นรู้ ค. ครคู วรสง่ เสริมให้ผู้เรยี นเกิดความตระหนักในความสำคัญของการวางแผน ง. ครูควรฝกึ ให้ผูเ้ รียนมกี ารวางแผน ทบทวนและปรับปรุงให้สอดคลอ้ งกับความเปลี่ยนแปลงและ สถานการณ์ 19. คำพดู ของครใู นข้อใดท่ีไม่ช่วยเสรมิ สร้างความรู้สึกท้าทายในการเรยี นรู้ ก. \"โจทยท์ ี่ครูกำหนดให้บนกระดานน้ยี ากข้ึนกวา่ เดิมนิดหน่อย เราลองมาช่วยกันคิดหาคำตอบชคิ ะ\" ข. \"ลองเลน่ เกมต่อไปสคิ ะ นักเรยี นจะพบกับความแปลกใหมค่ วามสนุกสนานนะคะ\" ค. \"โจทย์ข้อน้ียากนะคะ ใครทำได้ก็ควรจะทำ\" ง. \"แบบฝกึ หดั ทคี่ รจู ะใหท้ ำน้ี แมจ้ ะยากกวา่ เดิมสักนิดแต่ถา้ นักเรียนลองค้นหาคำตอบแล้วกจ็ ะร้วู ่า ไม่ไดย้ ากเหมือนท่ีเราคิดนะ\" 20. ข้อใดมใิ ชห่ ลักการของการช่วยเสริมสร้างใหผ้ ู้เรยี นมกี ารปรับเปลีย่ นตนเอง ก.ครูส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รยี นได้ประเมินความกา้ วหนา้ ของตน ข. ครูส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดความเข้าใจในการประเมนิ ตนเอง ค. ครสู ่งเสริมใหผ้ ู้เรียนมุ่งมน่ั พฒั นาตนเองให้มีความก้าวหน้า ง. ครูกำหนดเกณฑ์มาตรฐานในการปรับเปล่ียนตนเองของผู้เรยี น
26 แผ่นพบั การออกแบบการเรยี นร้โู ดยใช้ 6 ข้ันตอนของ OECD
27 ลงิ คเ์ อกสาร Link : https:// shorturl.at/devy6 ลิงคห์ อ้ งเรียน 6 ขน้ั ตอนจาก OECD (หอ้ งเรียนเสมอื นจรงิ )
28 Link : https://shorturl.at/gOZ58 Website: การออกแบบการเรยี นรูโ้ ดยใช้ 6 ขัน้ ตอนของ OECD
29 Link : https:// shorturl.at/lpquY ตวั อยา่ งแผนการจัดการเรยี นรขู้ องโรงเรียนถำ้ ช้างอนิ ทร์แปลง
30 Link : https://forms.gle/7LLrHK9gtSQgBNQc6 แบบทดสอบกอ่ นและหลงั การศึกษา Link: https://forms.gle/9H1abMuH3qXj7D46A แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผล การออกแบบการ เรียนรโู้ ดยใช้ 6 ขนั้ ตอนจาก OECD ทส่ี ง่ เสรมิ คณุ ลกั ษณะของผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: