Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore biology-of-plant-m1-63

biology-of-plant-m1-63

Published by cl124.kwan, 2021-01-30 04:02:41

Description: biology-of-plant-m1-63

Search

Read the Text Version

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสินี สายทอง ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวัดแพร่ THE PLANT BIOLOGY การดำรงชวี ิตของพืช พชื เปน็ สงิ่ มชี วี ติ ที่สามารถสร้างอาหารเองได้ โดยกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง และนอกจากนี้ พชื ยังมีกระบวนการต่างๆ ทีท่ ำให้พชื สามารถมีชวี ิตอย่ไู ด้คอื _______________________________________ _______________________________________ _______________________________________ _______________________________________ _______________________________________ _______________________________________ _______________________________________ 1

The biology of plant by คุณครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวัดแพร่ การสังเคราะห์ดว้ ยแสง - กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสงพบในผผู้ ลติ (Producer) - พบใน พืช สาหรา่ ย และ cyanobacteria - เปน็ การเปล่ยี นพลงั งานจากพลังงานแสงเป็นพลงั งานเคมี - มสี ารสี _______________________________ เป็นตัวรับพลงั งานแสง - ปฏิกริ ยิ าเกดิ ข้นึ ในคลอโรพลาส Reactants : Products : 2

The biology of plant by คุณครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ สารสี - สารสีทำหน้าท่ีรับพลังงานแสง - ในพืชมสี ารสีคือ 1. Chlorophyll ___________________________________________ 2. Carotenoid ____________________________________________ 3

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ การดูดกลนื แสงของสารสี สารสอี ืน่ ๆ chlorophyll Carotenoid Phycobilin สิง่ มชี วี ิต พืชชนิดต่างๆ สาหร่ายสีเขยี ว สาหร่ายสนี ้ำตาล สาหร่ายสีแดง Cyanobacteria 4

The biology of plant by คุณครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวัดแพร่ Chloroplast 5

The biology of plant by คุณครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวัดแพร่ ราก (Root) รากเป็นโครงสร้างของพืชท่ที ำหน้าทเี่ ฉพาะอย่างหลายประการคือ - ______________________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________________ การเรียงตัวของเนอื้ เยื่อของรากทเี่ จริญเติบโตเต็มที่ หากเรียงจากเนื้อเย่ือดา้ นนอกเขา้ ไปดา้ นในจะได้ Epidermis ______________________________________________ ______________________________________________ ______________________________________________ Cortex _______________________________________ ______________________________________________ ______________________________________________ Stele - Pericycle ให้กำเนดิ รากแขนง - Vascular bundle เนอื้ เยอื่ ลำเลียง (Phloem and Xylem) - Pith เน้อื เยอ่ื ดา้ นในสุด 6

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวดั แพร่ รากพชื ใบเล้ยี งเดี่ยว และ รากพชื ใบเลี้ยงคู่ 7

The biology of plant by คุณครสู ุธาสินี สายทอง ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวัดแพร่ พืช ใบเลี้ยงคู่ 8

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวัดแพร่ พชื ใบเลย้ี งเดย่ี ว 9

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวัดแพร่ Root modification หนา้ ท่ี พบใน Storage root สะสมอาหาร มนั เทศ แครอท ไชเทา้ กระชาย มันสำปะหลัง มันแกว Photosynthetic สงั เคราะห์ดว้ ยแสง Pneumatophore รากหายใจ รากกล้วยไม้ Buttress root โกงกาง แสม ลำพู รากโคนต้น แผน่ เป็นสนั บรเิ วณโคนต้น Prop root งิ้ว ตะแบก กระบาก Climbing root รากทเ่ี จริญจากโคนต้น แลว้ เจรญิ ลงสู่ดนิ ไทร เตย ข้าวโพด Parasitic รากยดึ เกาะ พลู พรกิ ไทย รากชอนไช เข้าทะลุเนอื้ เย่อื พชื อืน่ ๆ กาฝาก ฝอยทอง 10

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสินี สายทอง ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวัดแพร่ ลำต้น (Stem or shoot) ______________________________________________________________ ______________________________________________________________ ______________________________________________________________ _________ ____________ ___________ ___________ Epidermis เซลลช์ น้ั นอกสดุ ไมม่ คี ลอโรพลาส มีควิ ตนิ เพื่อป้องกันการเสยี นำ้ อาจเจริญเป็นขนปกคลมุ ลำตน้ (Trichome) Cortex ประกอบด้วยเน้ือเย่ือหลายชนดิ ทำหน้าท่ีทัว่ ไป อาจสงั เคราะห์ดว้ ยแสงได้ Vascular bundle มดั ของท่อลำเลียง ประกอบดว้ ย Xylem and Phloem - Xylem อยดู่ ้านใน - Phloem อยู่ดา้ นนอก - มี Vascular cambium อยูร่ ะหว่าง xylem และ Phloem Pith อยูต่ รงกลางของลำตน้ 11

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสินี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวดั แพร่ การจดั เรยี งทอ่ ลำเลยี งของลำตน้ มดั ท่อลำเลียงในลำตน้ พชื ใบเลย้ี งคู่ Dicot stem - ทอ่ ลำเลยี งจะกระจายเป็นระเบยี บเป็นวง - ทอ่ Xylem อยู่ด้านใน และ Phloem อยูด่ ้านนอก โดยมี vascular cambium ค่ันตรงกลาง มัดทอ่ ลำเลยี งในลำตน้ พชื ใบเล้ียงเด่ียว monocot stem - ทอ่ ลำเลียงจะกระจัดกระจายไมเ่ ป็นระเบียบ กระจายทวั่ ๆ ไปในลำต้น อยใู่ น Ground tissue - โดยกลุ่มที่กระจดั กระจายจะมที ้งั Xylem and Phloem ด้วยกันในแตล่ ะกลมุ่ ไมม่ ี Vascular cambium Quiz !! จงระบุว่ารูปที่กำหนดให้เปน็ ลำตน้ ของพืชใบเลี้ยงเด่ยี ว หรอื พืชใบเล้ยี งคู่ ต้นทานตะวัน ____________________ ___________________ _____________________ 12

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวดั แพร่ การเจริญเติบโตของลำต้น - ภายในลำตน้ เกดิ การเจริญเตบิ โตไดโ้ ดยการแบง่ เซลล์ของ Vascular cambium - แบ่งดา้ นนอกได้ Phloem - แบ่งด้านในได้ Xylem 13

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสินี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวดั แพร่ ?? ดวู งปดี ทู ี่ __________________________________________ 14

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวดั แพร่ โดยผลของการเจริญเติบโตของลำต้น - Secondary phloem _________________________________________________________ - Secondary xylem _____________________________________________________________ Xylem ( ทอ่ ลำเลยี งนำ้ ) มีการแบง่ ไมเ่ ท่ากัน ขน้ึ อยู่กับ ปรมิ าณน้ำ - Summer wood ปริมาณน้ำ _____________ ทำให้การแบง่ _________ วงจะแคบ สแี คบ สรา้ ง Xylemเลก็ - Spring wood ปรมิ าณน้ำ _____________ ทำใหก้ ารแบ่ง _________ วงจะกว้าง สจี าง สรา้ ง Xylemใหญ่ วงปี (Annual ring) = _____________________ + _____________________ ใช้นับอายขุ องพชื คล่าวๆได้ 15

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวัดแพร่ การเปลี่ยนแปลงของลำตน้ stolon ลกั ษณะ พบใน Climbing stem Thorny stem _________________________________ __________________________ Subteranean stem _________________________________ __________________________ _________________________________ __________________________ _________________________________ __________________________ _________________________________ __________________________ _________________________________ 16

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวัดแพร่ ใบ (Leaves) สว่ นประกอบของใบ - ใบเปน็ ส่วนท่ี ____________________________________________________________________ - ใบมีลักษณะแบนเพอ่ื ______________________________________________________________ - ใบแบ่งเปน็ สองดา้ น _______________________________________________________________ 17

การเปลี่ยนแปลงของใบ ลักษณะ The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวดั แพร่ Storage leaf Leaf spine พบใน Byoyancy leaf Leaf tendril Bract Carnivorous leaf Reproductive leaf 18

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ สรีรวทิ ยาของพืช (Plant physiology) พชื จำเป็นต้องมีกลไกต่างๆเพอื่ ให้การดำรงชวี ติ ของพืชอยู่ไดต้ ามปกติ โดยมีกลไกต่างๆคือ - ____________________________________________________________________________ - ____________________________________________________________________________ - ____________________________________________________________________________ - ____________________________________________________________________________ - ____________________________________________________________________________ - ____________________________________________________________________________ 19

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสินี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ การคายน้ำของพชื การคายน้ำ เป็นการ __________________________ และยังชว่ ยในการลำเลยี งนำ้ จากรากไปสู่ทางใบอกี ทางหนง่ึ พชื คายน้ำไดส้ องวิธี 1. การคายนำ้ ในรปู ไอนำ้ (Transpiration) 2. การคายน้ำในรูปหยดนำ้ (Guttation) การคายนำ้ ทางปากใบ ( Stomal Transpiration ) เปน็ การคายนำ้ ท่ีกำจัดไอนำ้ ออกมาทางปากใบซง่ึ มอี ยู่มากมายตามผวิ ใบ ปากนีเ้ ปน็ ทางทมี่ กี ารคายนำ้ ออกมากท่ีสุด - อาศยั การระเหยของนำ้ เป็นการลดความร้อนภายในใบ 20

The biology of plant by คุณครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวัดแพร่ การกระจายของปากใบ 21

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ ปากใบของพืชทอ่ี ยใู่ นทแี่ หง้ แล้ง (Xerophyte) --- Sunken stoma ปากใบจะจมอย่ลู ึกกว่าผวิ ใบ การคายน้ำรปู หยดน้ำ (Guttation or Exudation) - คายน้ำผ่านทางรเู ปิดเล็กๆ ทป่ี ลายเสน้ ใบ เรียกว่า Hydrathode - การคายน้ำเช่นน้ีเกิดได้เมื่อ ความช้ืนในบรรยากาศสูงมากๆ และ อณุ หภูมิต่ำ ในท่ลี มสงบ - 22

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวดั แพร่ การดูดนำ้ ของพชื Imbibtion - อาศัยคุณสมบัติขององคป์ ระกอบบนผนังเซลล์ ซ่ึงสามารถดูดซบั ความชน้ื ได้ดี - สารดงั กลา่ วบนผนังเซลล์ เชน่ _______________________ , _____________________________ - พชื ใชว้ ธิ ีการน้ีดดู นำ้ ไดไ้ ม่มากนกั Osmosis กระบวนการนี้เกดิ ขึ้นตลอดเวลา อาศยั ผลต่างของความเข้มข้นของสารละลาย ภายในรากและในดิน - ความเข้มขน้ ของสารละลายภายในรากสูงกว่าในดิน (ในรากน้ำนอ้ ยกวา่ ในดนิ ) - ทำใหน้ ้ำสามารถเกิดการ Osmosis ผา่ นเข้าจากดิน สู่ราก ในบางครัง้ หากสารละลายในดนิ สูงกวา่ สารละลาย ในราก เชน่ การใส่ปยุ๋ เคมีจำนวนมาก จะทำใหน้ ำ้ Osmosis จากรากออกสู่ดิน ทำใหพ้ ชื เกดิ Plasmolysis เห่ียวเฉาตายในทสี่ ุด 23

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ การลำเลยี งนำ้ ของพชื Transpiration pull (แรงดึงจากการคายน้ำ) - ______________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________ - ______________________________________________________________________ 24

The biology of plant by คุณครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ การลำเลยี งอาหารของพืช ** พชื ลำเลียงอาหารหลักในรปู ของนำ้ ตาลซโู ครส** 25

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวดั แพร่ Plant nutritional แรธ่ าตใุ นพชื - พชื มีความต้องการแร่ธาตุชนดิ ตา่ งๆ - โดยมีความสำคญั ของเกลือแรช่ นิดตา่ งๆ ควรจำ ! ถ้าขาด ____________________ จะมีใบเหลืองท้งั ใบ ____________________ เปน็ ธาตอุ าหารในพืชท่ีไม่ได้เปน็ องคป์ ระกอบของพชื 26

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ การสืบพันธข์ุ องพชื มีดอก การสืบพนั ธข์ุ องพชื มีดอก เป็นกระบวนการทมี่ กี ารเพม่ิ ของประชากร โดยแบง่ เป็น 1. การสบื พันธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศ (Asexual reproduction) 2. การสบื พนั ธุแ์ บบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) การสืบพันธ์ุแบบไมอ่ าศัยเพศ (Asexual reproduction) - ใชส้ ว่ นต่างๆท่ไี ม่ใช่เซลล์สืบพันธ์ุ เชน่ เซลลร์ า่ งกาย - มลี กั ษณะคือ ลูกเหมือนพอ่ แมท่ กุ ประการ / ไมม่ ีการแปรผนั ทางพนั ธกุ รรม / - ลกู หลานปรับตวั เข้าสง่ิ แวดล้อมไม่ดีเทา่ ทีควร - วิธกี ารสืบพนั ธแุ์ บบไมอ่ าศัยเพศ มีหลายวิธี - การเพาะเล้ยี งเนอ้ื เยือ่ (Tissue culture) วธิ นี สี้ ามารถสร้างตน้ พชื ได้จำนวนมากและรวดเรว็ - การแตกหนอ่ (Budding) การใช้ไหล (Stolon) การตอนกิ่ง การสรา้ งสปอรใ์ นเซลลส์ ืบพันธ์ุ การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) การสืบพันธ์ุแบบอาศยั เพศของพืชมดี อก มีลักษณะสำคัญ คือ - มกี ารปฏสิ นธขิ องเซลล์สืบพนั ธ์ุ - การสืบพันธุ์แบบน้ีจะมีการแปรผันทางพนั ธกุ รรม - ทำให้ลกู ท่ีไดส้ ามารถปรับตวั เข้ากับสง่ิ แวดล้อมไดด้ ี - อาศัยดอกเป็นแหลง่ สรา้ งเซลล์สืบพนั ธ์ุ 27

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวดั แพร่ Flowers ส่วนประกอบของดอก 1. กลีบเล้ียง (Sepal) _________________________________________________ _______________________________________________________________________ 2. กลีบดอก (Petal) _______________________________________________________ _______________________________________________________________________ 3. เกสรตวั ผู้ (Stamen) _____________________________________________________ _______________________________________________________________________ 4. เกสรตัวเมยี (Carpel) ____________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ 28

The biology of plant by คุณครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ ส่วนประกอบเกสรตวั ผู้ (Stamen) เกสรตวั ผู้ ประกอบดว้ ย - ก้านเกสรตัวผู้ (Filament) - อบั เรณู (Anther) ซึ่งภายในประกอบดว้ ยถุงเรณู (Pollen sac) ซงึ่ มีละอองเรณู (Pollen) ภาพแสดงการแตกของอับเรณู ทำให้เกิดการถา่ ยละอองเรณู pollination 29

เกสรตัวเมีย (Pistil or carpel) The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวัดแพร่ เกสรตัวเมียประกอบด้วย 1.Sigma ___________________________ 2.Style ___________________________ 3.Ovary _______________________________________ _______________________________________ _______________________________________ ภายในจะมีรังไข่ (ovary) อยู่ ซงึ่ ภายในรังไข่จะมี ถงุ เอมบริโอ (embryo sac) ������ embryo sac จัดเปน็ เเกมีโทไฟทเ์ พศเมีย (female gametophyte) ������ ใน embryo sac มเี ซลล์ไข่ (egg) อยู่ เป็นท่ีทเี่ กดิ การปฏิสนธิ ( Fertilization) 30

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวดั แพร่ ประเภทของดอก ดอกจำแนกตามโครงสร้างของดอก ได้เป็น 2 แบบคือ - ดอกสมบรู ณ์ (Complete flower) ต้องมโี ครงสร้างครบท้งั 4 สว่ น คือ _____________________________________________________ หากมไี ม่ครบเรียกว่า _______________________________________________________________ - ดอกสมบูรณเ์ พศ (Perfect flower) ต้องมเี กสรตวั ผ้แู ละตวั เมียในดอกเดยี วกัน ถ้ามไี มค่ รบ เรียกว่า ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ (Imperfect flower) ดอกสมบรู ณแ์ ละดอกไมส่ มบรู ณ์ ดอกไม่สมบรู ณ์ (Incomplete flower) ลกั ษณะ ตวั อยา่ ง ไมม่ ที ้ังกลีบเลี้ยงและกลบี ดอก ดอกหน้าววั อตุ พิต หญ้า และข้าวชนดิ ต่าง ไมม่ ีกลบี ดอก แต่มีกลบี เล้ียง (คล้ายกลบี ดอก) ดอกตำแย ผกั โขม กัญชา บีท พวงชมพู มีท้งั กลบี เล้ยี งและกลีบดอก ดอกเตย ลำเจียก มะไฟ สนทะเล สนประดิพทั ธ์ หลิว แต่มเี กสรตัวผู้หรือตัวเมยี เพศใดเพศหนึ่ง ฟักทอง ละหงุ่ ตำแย มะยม ข้าวโพด แตงต่างๆ ดอกสมบูรณ์ (complete flower) ชบา กุหลาบ มะลิ อัญชัน ผักบุ้ง มะขาม หางนกยงู ราชพฤกษ์ จำปี กระดังงา การเวก นอ้ ยหนา่ กล้วยไม้ แค พลับพลึง พทุ ธรกั ษา โปย๊ เซียน แกว้ มะเขือ 31

The biology of plant by คณุ ครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ ดอกสมบรู ณเ์ พศ (Perfect flower) และ ดอกไม่สมบรู ณเ์ พศ (Imperfect flower) ดอกไม่สมบรู ณ์เพศ (Imperfect flower) ลักษณะ ตวั อย่าง มดี อกตวั ผู้และตัวเมียในต้นเดยี วกนั แต่แยกเพศออก ________________________________________ ________________________________________ ________________________________________ ________________________________________ มีดอกตัวผแู้ ละตวั เมยี แยกต้นกัน ________________________________________ ________________________________________ ________________________________________ ________________________________________ ดอกสมบรู ณเ์ พศ (Perfect flower) ______________________________________________________________________ __________________________________________________________________ __________________________________________________________________ __________________________________________________________________ 32

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวัดแพร่ การสืบพนั ธุด์ ว้ ยดอก - ดอกเปน็ โครงสรา้ งทสี่ ำคญั ของพืชมีดอก - การสบื พนั ธข์ุ องพืชดอกอาศัยกระบวนการ 5 ขั้นตอน คือ ∆ มกี ารสรา้ งโครงสรา้ งของดอกแตล่ ะเพศ ละอองเรณู (Pollen) ทำหนา้ ท่ีสรา้ ง เซลล์สืบพันธเุ์ พศผู้ (Male gamete) ถงุ เอมบรโิ อ (Embryo sac) ทำหน้าท่ีสร้าง เซลล์สบื พันธ์เุ พศเมยี (Female gamete) ∆ การถา่ ยละอองเรณู (Pollination) ∆ การปฏสิ นธิ (Fertillization) ∆ การเกดิ ผลและเมลด็ ∆ การงอกของเมล็ด 33

The biology of plant by คุณครสู ุธาสินี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวดั แพร่ การเจริญของละอองเรณู (Pollen) - ภายในเกสรตวั ผู้ มอี บั เรณู 4 ถุง - ภายในบรรจลุ ะอองเรณู - ละอองเรณู (Pollen) ประกอบดว้ ย 2 นวิ เคลยี ส Tube nucleus Generative nucleus 34

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสินี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ การเจรญิ ของถุงเอมบรโิ อ (Embryo sac) - ภายใน Ovule (โครงสร้างภายในรังไข่ของพืชดอก เปน็ ทีก่ ำเนิดของเซลลไ์ ข่ เมื่อเซลลไ์ ขไ่ ดร้ ับการผสมแล้ว ออวุลจะเจริญเตบิ โตไปเป็นเมลด็ พืช) มี Embryo sac 35

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ การปฏิสนธิของพชื ดอก (Fertilization) เป็นกระบวนการสร้างผลและเมลด็ ทจ่ี ะเจรญิ เป็นต้นใหมต่ ่อไปเม่ือพืชดอกเจรญิ เตบิ โตเต็มท่ี จะเร่มิ ผลติ ดอกไม้เพ่ือเป็นเซลล์สืบพันธ์ใุ นการขยายพนั ธ์ุต่อไป ภายในดอกจะมกี ารสร้างเซลล์สืบพันธุ์ โดยเกสรตวั ผูส้ รา้ งเซลล์ สบื พนั ธตุ์ ัวผหู้ รือละอองเรณเู ก็บไว้ในอบั ละอองเรณู (Pollen) สว่ นเกสรตัวเมยี จะมีรังไข่ ซึ่งภายในมไี ข่ (Ovule) ทำ หนา้ ที่เก็บเซลลส์ บื พนั ธต์ุ วั เมียไว้ การปฏสิ นธิของพชื ดอก มลี ำดับขนั้ ตอน ดังน้ี 1. การถา่ ยละอองเรณู (Pollination) คอื กระบวนการทล่ี ะอองเรณูไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมยี อาจเกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ เช่น ละอองเรณปู ลิวไปตามแรงลมแลว้ ไปตกลงบนยอดเกสรตัวเมยี หรืออาจเกดิ การท่ีตวั กลางในการผสม เกสร เช่น แมลงผสมเกสรชนดิ ต่างๆ สัตวป์ กี หรือเกดิ จากความตง้ั ใจของมนุษย์ การถา่ ยละอองเรณูเกดิ ได้ 2 ลักษณะ คอื การถา่ ยละอองเรณูในดอกเดียวกนั (Self Pollination) และการถา่ ยละอองเรณูขา้ มดอก (Cross Pollination) 1.1 การถ่ายละอองเรณูในดอกเดียวกนั : การถ่ายละอองเรณูภายในตน้ เดยี วกนั เช่น การถา่ ย ละอองเรณใุ น ดอกกลว้ ยไม้ชนดิ หนึง่ มกี ลิ่นคล้ายผง้ึ ตวั เมีย ทำให้ผึ้งตัวผู้ มาดูดกินนำ้ หวานและได้ถา่ ยละอองเรณใู ห้ดอกอนื่ ๆ แตถ่ า้ ไม่มผี ึ้งมา เกสรตวั ผู้กอ็ าจจะโคง้ ลงมา และมีการถ่ายละอองเรณใู นดอกเดยี วกันได้ 1.2 การถา่ ยละอองเรณขู า้ มดอก: การถ่ายละอองเรณขู ้ามต้นเป็นการถ่ายละออง เรณจู ากพชื ต้นหนง่ึ ไปยงั อกี ตน้ หนงึ่ ทช่ี นิดเดยี วกนั ถ้าเปน็ พชื ตา่ งชนดิ กันจะไม่ สร้างหลอดละอองเรณู ละอองเรณูถูกพาไปโดยลม หรือแมลงทีไ่ ป กินน้ำหวาน ในดอกไม้ สรุป _________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________ การถา่ ยละอองเรณมู ีส่อื หรือปจั จยั พาไป เรยี กวา่ Pollinating agent เช่น _________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________ _________________________________________________________________________________ __ 36

The biology of plant by คุณครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ 2. การปฏิสนธิ (Fertilization) คือ กระบวนการที่เซลล์สบื พนั ธ์เุ พศผู้ (ละอองเรณู) ผสมกับเซลล์สบื พันธ์ุเพศเมยี (ไขอ่ อ่ น) เม่ือเกดิ การถ่ายละอองเรณู ละอองเรณูจะตกอยู่ทีบ่ ริเวณ stigma ซ่งึ จะมสี ารกงึ่ เหลวคอยดกั จบั เรณูไว้ เมื่อ มสี ภาพทีเ่ หมาะสม ละอองเรณจู ะงอกและมีการเจรญิ ของท่อเรณูเปน็ ทอ่ ยาวๆ ที่เรยี กว่า พอลเลนทวิ บ์ (Pollen tube) ลงสูก่ ้านเกสรตัวเมยี ทิวบ์นวิ เคลียสจะเคลื่อนตวั ไปตามทอ่ ผ่านทางรู ไมโครไพล์ (Micropyle) ของออวลุ เพ่อื เขา้ ไปผสมกับเซลไข่ (egg cell) โดยภายในท่อเรณูจะมสี เปริ ม์ อยู่ 2 ชนดิ ทำให้เกิดการผสม 2 ครั้ง (double fertilization) คือสเปริ ม์ 1 อัน จะผสมกบั ไข่ไดเ้ ปน็ zygote ซ่ึงจะพัฒนาตอ่ ไปเปน็ ต้นอ่อน (embryo) ส่วนสเปริ ม์ อกี หน่ึงชนิดจะผสมกับ polar nuclei ได้เปน็ endosperm ทำหนา้ ทีเ่ ป็นอาหารสะสมใหก้ บั ต้นอ่อน แต่ในพืชบางชนดิ อาหารสะสมใหต้ น้ ออ่ นเกดิ จากเนอื้ เยอ่ื ท่ีอยูใ่ นรังไข่ (nucellus) หรอื perisperm ผสมครง้ั ท่ี 1 ผสมครั้งที่ 2 37

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 โรงเรียนเทพนารี จงั หวัดแพร่ การปฏิสนธซิ ้อน (Double fertilization) หลังจากทีม่ ีการสร้างเซลลส์ ืบพันธุ์ และ ถ่ายละอองเรณูแล้ว ละอองเรณูจะมาตกบนยอดเกสรตวั เมีย - ละอองเรณูท่ีตกบนยอดเกสรตวั เมียมี 2 nucleus คอื tube nucleus และ Generative nucleus ∆ tube nucleus ทำหน้าทงี่ อกหลอดเรณู (Pollen grain) จากยอดเกสรตัวเมยี สู่ Micropyle ที่ฐานรังไข่ ∆ Generative nucleus แบ่งเซลล์เป็น Sperm nucleus 2 nucleus เพ่อื ปฏิสนธซิ อ้ น เปน็ การปฏิสนธิ 2 คร้ัง (พบเฉพาะในพืชมดี อกเท่านั้น) แผนผงั การปฏิสนธิซ้อน โดยมกี ารเจรญิ ต่อๆไป คือ - Embyro sac ภายหลังปฏิสนธจิ ะได้ Embryo and Endosperm เจริญเปน็ เมล็ด (Seed) 38

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 39

The biology of plant by คุณครสู ุธาสินี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวดั แพร่ การเปลยี่ นแปลงหลงั ปฏสิ นธิซอ้ น รังไข่ (ovary) เจรญิ เปน็ ผล Fruit ออวลุ (ovule) เจริญเปน็ เมล็ด seed ผนังรงั ไข่ (ovary wall ) เจริญเปน็ เปลอื กและเนือ้ ของผลไม้ Pericarp ไข่ (egg ) เจรญิ เป็น ตน้ อ่อน Embryo อยภู่ ายในเมลด็ โพลารน์ ิวเคลยี ส (polar nucleus ) เจรญิ เป็น เอนโดสเปริ ม์ Endosperm เยือ่ หมุ้ ออวลุ (integument ) เจริญเป็น เปลอื กหุ้มเมลด็ Seed coat Antipodal and Synergid จะสลายไป กลบี เลยี้ ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ ยอดเกสรเพศเมยี ก้านเกสรเพศเมยี จะเกี่ยวแหง้ รว่ งไป Pre Post 40

The biology of plant by คุณครสู ุธาสนิ ี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ การงอกของเมลด็ - เมลด็ เมอ่ื มีสภาพที่พร้อมทุกอย่าง จะมกี ารงอกเกดิ ขน้ึ - โดยการงอกตอ้ งอาศัย ปัจจยั ต่างๆ คือ น้ำ ช่วยให้เมล็ดอ่อนนุ่ม ทำให้เมลด็ บวมและปริออก และยังชว่ ยละลายอาหารสะสมให้เจอื จาง ออกซเิ จน ช่วยในกระบวนการหายใจ เพือ่ ให้สลายอาหารสะสมให้เป็นพลงั งานเพ่ือใช้แบง่ เซลล์ อุณหภมู ิ อุณหภูมพิ อเหมาะขน้ึ อยกู่ บั พืชแตล่ ะชนดิ ส่วนมากงอกไดช้ ่วง 20 – 30 องศาเซลเซยี ส แสงสวา่ ง ไม่จำเปน็ ตอ้ งใชแ้ สง ยกเว้น หญา้ บางชนิด - พลงั งานที่พชื ใช้ในกระบวนการงอกอาศยั การสลายอาหารที่สะสมไว้ทง้ั ใน Endosperm โดยจะมี Enzyme เพ่อื สลายอาหาร คือ Diastase (สลายแปง้ ) , Lipase (สลายไขมัน) , Protease (สลายโปรตีน) GA Gibberlin เป็นฮอรโ์ มน เกยี่ วขอ้ งกบั การงอกของพชื ไซโตไคนิน (Cytokinins) เป็นสารท่ีทำหน้าทีเ่ กีย่ วกับ การแบง่ เซลลข์ องพชื 41

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จังหวัดแพร่ การงอกชูใบเลย้ี งขน้ึ มาเหนอื ดนิ มักพบในพชื ใบเลีย้ งคู่ เช่น เมล็ดถัว่ ละหุ่ง มะขาม พุทรา ทุเรยี น เปน็ ต้น โดยมกี ารงอกแสดงดงั แผนภาพต่อไปน้ี การงอกทีใ่ บเลยี้ งจมอยู่ใต้ดิน มกั พบในพืชใบเลี้ยงเด่ยี ว เชน่ ขา้ ว ข้าวโพด หญ้า มะพรา้ ว เป็นต้น โดยมี การงอกแสดงดงั แผนภาพตอ่ ไปนี้ 42

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นเทพนารี จงั หวดั แพร่ ผล Fruit ภายหลงั การปฏสิ นธิ ออวุลแต่ละออวุลจะเจรญิ ไปเป็นเมล็ด ส่วนรังไข่จะเจริญไปเป็นผลมผี ลบางชนิดที่ สามารถเจรญิ มาจากฐานรองดอก ได้แก่ ชมพู่ แอปเปิ้ล สาล่ี ฝรง่ั ผลของพชื บางชนดิ อาจเจริญเตบิ โตมาจากรังไขโ่ ดย ไม่มีการปฏสิ นธิ หรอื มกี ารปฏสิ นธิตามปกติ แต่ออวุลไมเ่ จริญเติบโตเป็นเมล็ด สว่ นรังไขส่ ามารถเจริญเตบิ โตเป็นผลได้ เชน่ กล้วยหอม องุ่นไมม่ เี มลด็ นกั พฤกษศาสตรไ์ ด้แบง่ ผลตามลักษณะของดอกและการเกิดผลออกเปน็ 3 ชนดิ ดงั นี้ 1. ผลเดยี่ ว ( simple fruit ) คือผลท่เี กิดมาจากรังไข่อันเดยี วในดอกเดียวกัน ดอกอาจเปน็ ดอกเดย่ี วหรือดอก ช่อก็ได้ โดยลักษณะของดอกเดี่ยวท่จี ะกลายเปน็ ผลเด่ียวน้นั จะ ต้องเปน็ ดอก 1 ดอก และมีรังไข่ 1 อัน เชน่ ผลสม้ มะเขอื ฟักทอง แอปเป้ิล 2. ผลกลมุ่ ( aggregate fruit ) คือ ผลทเี่ กิดจากรงั ไขห่ ลายรังไข่หรอื กลุม่ ของรังไข่ ในดอกเดยี วกนั ของดอกเดีย่ ว รงั ไข่แตล่ ะอนั กจ็ ะกลายเป็นผลย่อยหนึ่งผล เช่น ผลนอ้ ยหน่า สตรอเบอรี เป็นตน้ 3.ผลรวม ( multiple fruit ) คือผลที่เกิดจากรังไข่ ของดอกแต่ละดอกของ ดอกช่อซึ่งเชื่อมรวมกันแนน่ รงั ไขเ่ หลา่ นี้จะกลายเปน็ ผลยอ่ ย ๆ เชอื่ มรวมกันแนน่ จนคลา้ ยเปน็ ผลเด่ียวโดยลกั ษณะ ของดอกท่ีจะกลายเปน็ ผลรวมนน้ั จะเปน็ ดอกชอ่ ที่มรี ังไข่ของดอกย่อย แต่ละดอกมาเช่อื มรวมกัน ไดแ้ ก่ ผลสบั ปะรด ขนุน สาเก ยอ หมอ่ น มะเด่ือ เปน็ ตน้ 43

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 44

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 45

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 46

The biology of plant by คณุ ครูสุธาสนิ ี สายทอง ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวดั แพร่ แบบฝึกหัด 47

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 48

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 49

The biology of plant by คุณครูสุธาสินี สายทอง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนเทพนารี จังหวัดแพร่ 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook