Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมแหล่งเรียนรู้

รวมแหล่งเรียนรู้

Published by manee malinee, 2023-06-08 04:32:58

Description: รวมแหล่งเรียนรู้

Search

Read the Text Version

ชอ่ื แหลง่ เรยี นรู้ ศูนย์เรยี นร้เู ศรษฐกิจพอเพยี งเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบล บแุ กรง ผ้ดู ูแล นายเทศ ธรรมดา ตำแหนง่ หมอดินอาสาอำเภอ ท่ตี งั้ ๑๗๒ หม่ทู ี่ ๔ ตำบลบุแกรง อำเภอจอมพระ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ เบอรโ์ ทรศพั ท์ ๐๙๒-๔๐๓๙๗๘๐ ความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ เป็นพน้ื ทเ่ี หมาะสมกับการปลูกพืชผกั และการเลย้ี งสตั ว์ เป็นแหลง่ รวบรวมขอ้ มูลด้านเศรษฐกจิ พอเพียง ห้องเรยี นธรรมชาติ สามารถถ่ายทอดใหก้ บั บุคคลทสี่ นใจและฝึกปฏิบัติและสามารถนำไปปฏบิ ตั ิ ได้จริง กระบวนการจัดการเรียนรู้ มกี ารจัดการเรยี นร้แู บบทฤษฎแี ละฝึกปฏิบัติ เพ่ือให้เกิดความชำนาญและสามารถนำความร้ทู ่ีได้ ไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำวนั วิทยากรประจำศนู ยม์ ีความชำนาญ มฐี านแหล่งแหลง่ รู้ มวี สั ดฝุ ึกปฏิบัติ มี การประยุกตว์ สั ดทุ ม่ี ีในชุมชนมาปรับใชใ้ หเ้ ขา้ กบั บริบทของพน้ื ทเี่ พ่อื ใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพมากทส่ี ดุ

กิจกรรมในแหลง่ เรยี นรู้ การปลกู ผักอนิ ทรีย์ การเล้ียงหมู การเลยี้ งปลา การทำป๋ยุ หมัก และจดั อบรมใหก้ บั ผู้ท่สี นใจ ภาพกจิ กรรมในแหล่งเรยี นรู้

ชือ่ แหล่งเรียนรู้ ปราสาทจอมพระ ตำบล จอมพระ ผู้ดแู ล เจา้ อาวาสวัดป่าจอมพระ พระครภู าวนาปญั ญาภรณ์ (สพุ ร อาจารสมปุ นุโน) ท่ตี งั้ บ้านดงบัง หมู่ที่ ๔ ตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระ จังหวดั สุรนิ ทร์ เบอรโ์ ทรศัพท์ 0 4451 4447-8 ความสำคัญของแหล่งเรยี นรู้ ปราสาทจอมพระมีลักษณะของสิ่งก่อสร้างที่เรียกว่า อโรคยศาล มีโครงสร้างที่ยังสมบูรณ์อยู่มาก อาคาร ต่าง ๆ ก่อด้วยศิลาแลงและใช้หินทรายประกอบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน ซ่ึง เป็นลักษณะเฉพาะแบบอโรคยศาลดังที่พบในที่อื่น คือ ปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขหน้า บรรณาลัย หรืออาคารรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้าต้ังอยู่ทางด้านหน้า มีกำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูรูปกากบาทและสระน้ำนอก กำแพง โบราณวัตถุสำคัญที่พบได้แก่ เศียรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 1 เศียร และรูปพระวัชรสัตว์ 1 องค์ เช่นเดียวกับที่พบที่อโรคยศาลในอำเภอพิมายและที่พระปรางค์วัดกู่แก้ว จังหวัดขอนแก่น โบราณวัตถุเหล่านี้ เปน็ รูปเคารพในพุทธศาสนา ลทั ธมิ หายาน มีลักษณะตรงกบั ศลิ ปะขอมแบบบายน ซ่ึงเปน็ แบบศิลปะทเี่ จริญอยู่ ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม สำหรับปราสาทหินจอมพระ ขณะนี้อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม มาก คงเหลือโครงปราสาทหินองค์ประธานและซุ้มประตูโคปุระ ทางเข้าด้านทิศตะวันออกที่เป็นหินศิลาแลง เพยี งบางสว่ นเท่านนั้ หินศลิ าแลงท่ีใชก้ ่อสร้างได้พงั ทลายลงบนพน้ื ดินและถูกดนิ ทับถมเปน็ จำนวนมาก จนต้อง ทำการขุดค้นขึ้นมาเพื่อสำรวจศึกษาและบูรณะ อาจารย์บุญเรือง คัชมาย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเขมรศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เปิดเผยว่า ปราสาทหินจอมพระแห่งนี้มีอายุราว 800 ปี ประวัติทางโบราณคดี กล่าวไว้ตามหลักฐานว่า ปราสาทหินจอมพระ คือ อโรคยาศาล ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้าย ของราชอาณาจักรเขมร ทรงสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1724-1763 ให้อยู่ภายใต้พระพุทธเจ้าผู้ทรงการแพทย์ คือ พระการเภสชั ยครุ ไุ วฑูรยประภา ผู้ประทานความสขุ เกษมและความไมม่ โี รคให้กบั ประชาชน \"สว่ นปราสาท

ในรูปแบบเดียวกันและสร้างในยุคเดียวกันนี้ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีถึง 6 แห่ง คือ ปราสาทจอมพระ, ปราสาทบา้ นเฉนยี ง, ปราสาทสนม, ปราสาทช่างปี่และปราสาทหมื่นไวย ซึ่งปราสาทเหล่านี้ทรุดโทรมลงไปมาก แต่อย่างไรก็ตามปราสาทเหล่าน้ี เป็นอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล ซึ่งมีหลักฐานเป็นศิลาจารึกไว้เป็นหลักฐานที่ชัดเจน และมีการเก็บรักษาไว้ เป็นอย่างดีในขณะนี้\" การเดินทาง ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ประมาณ 26 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 214 (สรุ ินทร์-ร้อยเอด็ ) เขา้ ตัวอำเภอจอมพระ มีทางแยกขวามอื เขา้ วดั ป่าปราสาทจอมพระอกี 1 กโิ ลเมตร กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ๑. สถานศึกษา โรงเรยี น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้นำนักเรยี น นักศกึ ษา ไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรปู้ ราสาท จอมพระ ๒. ในชว่ งเทศกาลงานมหัศจรรย์ของดี วถิ จี อมพระ ได้มผี นู้ ำและประชาชนทวั่ ไปในอำเภอจอมพระ ร่วม จดั งานประเพณบี วงสรวงปราสาทจอมพระขึน้ ทุกปี โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในอำเภอจอม พระเป็นจำนวนมาก ๓. กรมศลิ ปากรได้มีการเข้ามาบูรณะ ปรับปรงุ เพอื่ ใหโ้ บราณสถานปราสาทเป็นแหล่งเท่ียวเพอ่ื ให้ นักเรยี น นักศกึ ษา ประชาชนทว่ั ไปทส่ี นใจไดเ้ ข้ามาท่องเทยี่ วและศึกษาโบราณสถานปราสาทจอม พระ กจิ กรรมในแหลง่ เรียนรู้ 1. คณะครู กศน.ตำบล ไดน้ ำนกั ศึกษา ไปศกึ ษาแหลง่ เรียนรู้ปราสาทจอมพระ ในภาคเรยี นทลี่ งทะเบียน เรยี นวชิ าประวตั ิศาสตรช์ าติไทย และสังคมศึกษา ๒. ในช่วงท่ีทางอำเภอจอมพระได้จัดงานมหศั จรรย์ของดี วิถจี อมพระ กศน.อำเภอจอมพระได้มสี ่วนรว่ ม ในจดั งานประเพณบี วงสรวงปราสาทจอมพระทุกปี ภาพกจิ กรรมในแหลง่ เรยี นรู้

ชอ่ื แหลง่ เรยี นรู้ ศนู ยเ์ รียนรู้เกษตรอนิ ทรยี ์และพลงั งานธรรมชาติ ตำบล ชมุ แสง ผ้ดู แู ล นายดำเกงิ มงุ่ ดี ทตี่ ้ัง บา้ นอุดม หมู่ท่ี ๔ ตำบลชุมแสง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรนิ ทร์ เบอร์โทรศพั ท์ 085-4186807 ความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ พ้นื ท่ปี ลกู พชื เกษตรอนิ ทรยี ์ และเล้ียงววั เพื่อนำมูลสัตว์มาใชเ้ ป็นปุ๋ยเพ่ือใชใ้ นแปลงนา และนำโซลา่ เซลมาใชเ้ ป็นพลงั งานไฟฟา้ จากแสงอาทติ ย์ การเผาถา่ นเพอ่ื นำน้ำสม้ ควนั ไม้มาใช้ในแปลงเกษตร เปน็ พ้นื ทข่ี องตนเอง โดย ครู กศน.ไดเ้ ขา้ มาศกึ ษาและสง่ เสริมเป็นแหลง่ เรยี นรู้ จุดเดน่ เป็นแหล่งเรียนรูด้ า้ น พลังงานธรรมชาตจิ ากแสงอาทติ ยแ์ ละการเกษตรอนิ ทรยี ์ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ เรยี นรู้การปลกู ขา้ วอินทรยี ์ การเลี้ยงววั การปลูกพชื ผกั สวนครวั และปลกู ป่าในพน้ื ท่ีแหล่งเรียนรู้ โดยมพี ลงั งานไฟฟ้าจากโซล่าเซลนำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ กจิ กรรมในแหล่งเรยี นรู้ การปลกู ขา้ วอินทรีย์ เลย้ี งววั ปลูกพืชผกั สวนครวั และปลูกปา่ ในพน้ื ที่แหลง่ เรียนรู้ โดยมีพลงั งาน ไฟฟา้ จากโซลา่ เซลนำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ จดุ เด่นเป็นแหลง่ เรียนรดู้ า้ นพลังงานธรรมชาตจิ าก แสงอาทิตย์และการเกษตรอนิ ทรีย์

ภาพกจิ กรรมในแหลง่ เรียนรู้

ชื่อแหล่งเรยี นรู้ ศนู ย์เรยี นรู้ผกั ปลอดสารพษิ บ้านอาทกึ ตำบลบา้ นผือ ผู้ดูแล นายพิชติ สขุ เกษม ตำแหนง่ ผูใ้ หญ่บา้ นอาทึก ทต่ี ั้ง บ้านอาทกึ หมทู่ ี่ 4 ตำบลบา้ นผอื อำเภอจอมพระ จงั หวดั สรุ นิ ทร์ เบอรโ์ ทรศัพท์ 082-1585329 ความสำคัญของแหล่งเรียนรู้ บ้านอาทึก ตัง้ อย่หู มู่ท่ี 4 ตำบลบา้ นผอื อำเภอจอมพระ จงั หวดั สุรนิ ทร์ เรม่ิ แรกในการสร้างกลุม่ ปลูก ผกั ปลอดสารพิษ ของหมทู่ ี่ 4 คอื มนี ายพชิ ติ สุขเกษม เปน็ ผูใ้ หญบ่ า้ น ไดเ้ ลง็ เหน็ พืน้ ทโี่ รงเรียนบ้านอาทึก ซ่งึ ถูกยุบ ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จงึ ประชาคมให้ชาวบ้านท่สี นใจอยากปลูกพชื ปลูกผกั โดยจัดสรรใหต้ ามกำลังท่ี สามารถ โดยปลูกผกั ตามฤดูกาลและผกั สวนครวั เมลด็ พนั ธุ์พชื ได้รับการสนบั สนุนจากพัฒนาชุมชนและ กศน. ตำบลบ้านผอื ซ่งึ เร่ิมแรกมสี มาชิกท้ังหมด 18 คน ต่อมาเร่ิมมีหนว่ ยงานใหค้ วามสนใจในเร่อื งเกษตรอนิ ทรยี ์ มากข้ึน จงึ เลง็ เหน็ ความสำคัญของประชาชนในชุมชนไดร้ ับประทานผกั ทป่ี ลกู เองเพือ่ ลดตน้ ทุนและปลอด สารพษิ ในการผลิตเป็นการสร้างรายไดใ้ ห้แก่ตนเองและครอบครวั สามารถทำเป็นอาชีพได้นอกจากนยี้ ังสรา้ ง เครอื ข่ายในตำบลโดยการสง่ ผักขายในชุมชน กระบวนการจดั การเรยี นรู้ 1. แนะนำเกษตรกรใหป้ ลูกผกั อินทรยี ์ ตำบลบ้านผือ อำเภอจอมพระ จังหวดั สุรินทร์ 2. จดั กิจกรรมในพน้ื ที่ ในลักษณะการให้ความรู้ทางด้านทฤษฎีเบ้อื งต้นของการปลูกผกั อนิ ทรีย์ให้กบั บุคคล ทสี่ นใจ มภี าพถ่ายต้งั แต่เร่ิมปลูกและบรรยายภาพเพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ และเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการกลุ่ม พร้อมยกตัวอย่างผลดีและผลเสยี เสยี ของการไม่ตระหนักถึงความสำคัญผลของการปลกู ผักอินทรยี ์ 3. นำบุคคลทม่ี าศกึ ษาดูงานเดนิ ชมพ้ืนทรี่ อบแปลงผัก เพื่อใหเ้ ห็นภาพชัดเจนและกรรมวิธีการปลูกถงึ การ เก็บผกั อินทรยี ์ การทำความสะอาดผักอินทรยี ์ และ การบรรจุผลิตภณั ฑ์

2.กจิ กรรมในแหล่งเรียนรู้ 1. ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. การปลกู ผกั อนิ ทรยี ์ 3. การเลยี งโค-กระบอื ภาพกจิ กรรมในแหล่งเรยี นรู้

ช่อื แหลง่ เรยี นรู้ การเลีย้ งปูนา “สวนลงุ สังข์” ตำบล เมืองลีง ผู้ดูแล นายสงั ข์ โคตรวงษา ทตี่ ัง้ บ้านเลขท่ี ๔๖ หมู่ ๑๐ บา้ นขาม ตำบลเมืองลีง อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ ๓๒๑๘๐ เบอร์ตดิ ต่อ ๐๘๓ ๘๕๒ ๓๖๒๖ อีเมลล์ [email protected] ประวตั ิความเป็นมา นายสังข์ โคตรวงษา มีอาชีพขับรถบรรทุก ส่งของที่จังหวัด ชลบุรีตั้งแต่สมัยวัยรุ่นเมื่ออายุมาขึ้น อยากกลับมาอยู่บ้านเกิด เม่ือมีคนชวนไปอบรมและศึกษาดูงานเศรษฐกิจพอเพียง ก็เกิดความชอบและได้ นำเอาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ลงมือปลูกผักเลี้ยงปลาได้ระยะหนึ่งก็เกิด ปัญหาเรื่องน้ำ จึงมองหาอาชีพอะไรที่ไม่ต้องรอฟ้าฝน การเลี้ยงกบ ไก่ ปลา มีคนเลี้ยงหลายคน เลยตัดสินใจ ลองเลี้ยงปูนา จึงเริ่มได้ศึกษาหาความรู้จากสื่อต่างๆและลงมือทำ มีหน่วยงานที่เข้ามาให้ความรู้และให้ คำแนะนำตา่ งๆ ปจั จุบันนบั วา่ ประสบความสำเรจ็ ในระดับหนึง่ และมหี นว่ ยงาน ชุมชนต่างๆเขา้ มาศึกษาดูงาน การเลี้ยงปูนาเลียนแบบธรรมชาติท่ีสวนลุงสังข์เป็นจำนวนมากและทาง กศน.ตำบลเมืองลีงได้เข้าไปสนับสนุน โครงการศนู ย์ฝกึ อาชีพชุมชนเขา้ ไปสนบั สนนุ และได้จัดตงั้ เปน็ แหล่งเรยี นรู้ การเลีย้ งปูนาตำบลเมอื งลงี

ภาพกจิ กรรมในแหลง่ เรียนรู้

ชื่อแหล่งเรียนรู้ สหกรณ์การเกษตรพืชผกั อนิ ทรยี ์ตำบลหนองสนทิ จำกัด ตำบล หนองสนทิ ผู้ดูแล นายวันชยั พวงจันทร์ ตำแหนง่ สหกรณก์ ารเกษตรพชื ผกั อินทรีย์ตำบลหนองสนิท จำกดั ที่ตัง้ บา้ นสำโรง หมู่ท่ี 3 ตำบลหนองสนทิ อำเภอจอมพระ จังหวดั สรุ ินทร์ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 0892813157 ความสำคัญของแหล่งเรยี นรู้ บ้านสำโรง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เริ่มแรกในการสร้างกลุ่ม ธนาคารผกั ของหมทู่ 3่ี คือมีนายทนุ มาลงทนุ เก่ยี วกบั ระบบนำ้ บาดาลลอยฟ้า จึงใหท้ ุนแก่ชาวบ้านทสี่ นใจอยาก ปลูกพืชปลูกผัก โดยทุนที่ให้จะเป็นพวกเมล็ดพันธุ์พืชและอุปกรณ์ในการทำการเกษตร ซึ่งเริ่มแรกมีสมาชิก ทั้งหมด 18 คน ต่อมาเริ่มมีหน่วยงานให้ความสนใจในเรื่องเกษตรอินทรีย์มากขึ้น กลุ่มธนาคารผักจึงเล็งเห็น ความสำคัญของประชาชนในชุมชนได้รับประทานผักที่ปลูกเองเพื่อลดต้นทุนในการผลิตเป็นการสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัวสามารถทำเป็นอาชีพได้นอกจากนี้ยังสร้างเครือข่ายในตำบลโดยการส่งผักให้ โรงเรียนทุกโรงเรียนในตำบลตามเมนู Thai School lunch 6 แห่ง (ประถมศึกษา 5 โรงเรียนและ ศพด. 1 โรงเรียน) มีสมาชิก 101 คน พื้นที่ในการเพาะปลูกหลัก 9 ไร่ มีสถานที่จำหน่ายที่ชัดเจนจำหน่ายผัก ปลอดภัยและขาย Online เป็นท่ตี งั้ ศูนย์เรียนร้ภู ายในตำบล กระบวนการจดั การเรยี นรู้ 1. แนะนำคณะทำงานธนาคารผักอนิ ทรีย์ ตำบลหนองสนิท อำเภอจอมพระ จงั หวดั สุรนิ ทร์ 2. จดั กิจกรรมในพื้นที่ ในลักษณะการให้ความร้ทู างด้านทฤษฎีเบ้อื งต้นของการปลูกผักอินทรีย์ใหก้ ับ บุคคลท่ีสนใจ มภี าพถา่ ยตั้งแตเ่ ร่ิมปลกู และบรรยายภาพเพ่ือให้เกดิ ความเข้า และเรยี นรู้ระบบการบริหาร จดั การกลุม่ พร้อมยกตัวอย่างผลดแี ละผลเสยี เสยี ของการไม่ตระหนกั ถึงความสำคัญลของการปลกู ผักอนิ ทรยี ์

3. นำบคุ คลที่มาศึกษาดูงานเดนิ ชมพ้ืนท่รี อบธนาคารผกั อนิ ทรีย์ ตำบลหนองสนทิ อำเภอจอมพระ จังหวดั สุรนิ ทร์ เพอื่ ให้เห็นภาพชัดเจนและกรรมวธิ กี ารปลกู ถึง การเก็บผกั อนิ ทรีย์ การทำความสะอาดผกั อินทรยี ์ และ การบรรจุผลติ ภัณฑ์ กิจกรรมในแหล่งเรยี นรู้ 1. ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. การปลกู ผกั อินทรีย์ 3. การเลย้ี งไข่ไก่ 4. การเลยี งโค-กระบือ 5. การปลกุ หญา้ เนเปยี ภาพกจิ กรรมในแหล่งเรยี นรู้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook