Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาการป้องกันการทุจริต ประถม

วิชาการป้องกันการทุจริต ประถม

Published by น้ําอ้อย สังวาล, 2023-06-05 06:09:28

Description: วิชาการป้องกันการทุจริต ประถม

Search

Read the Text Version

วิชา การป้องกนั การทุจริต อช11003 ระดบั ชน้ั ประถมศึกษา แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรยี น 1. ขอ้ ใดไมใช่สาเหตุของการทจุ ริต ก. กฎหมาย ระเบียบ ขอ้ กำหนดมชี ่องว่าง ข. เจ้าหนา้ ทีม่ ีอำนาจสทิ ธิขาดในการใช้ดลุ พินจิ ค. ไมมกี ลไกทม่ี ีประสิทธภิ าพในการควบคมุ ง. การเปลย่ี นตำแห่นงของผูป้ ฏิบัติงาน 2. ขอ้ ใดไมเกีย่ วขอ้ งกบั ทิศทางการป้องกันและการทจุ ริตในประเทศไทย ก. แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ข. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ค. ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ป (พ.ศ. 2561 - 2580) ง. พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง ชาติ 3.ขอ้ ใดคอื หลกั สำคญั ในการควบคุมพฤติกรรมของเจาหน้าที่ของรัฐ ก. หลกั ธรรม ข. คตธิ รรม ค. จริยธรรม ง. มโนธรรม 4.บรษิ ทั ให้ของขวญั เปน็ ทองคำแกเจา้ หนา้ ท่ีเจาหนา้ ทีก่ เ็ ร่งรดั คนื ภาษีให้กอ่ นโดยวธิ ลี ดั ควิ เพอ่ื ตอ้ งการได ของขวญั อีกคร้งั เปน็ การทุจริตในรูปแบบใด ก. การรูข้อมูลภายใน ข. การรบั ผลประโยชน ค. คูสญั ญากับเอกชน ง. การสร้างถนนในชุมชน 5. ข้อใดสำคญั ที่สุดในการจดั กระบวนการคดิ เป็น ก. ผูเ้ รียน ข. ผู้สอน ค. กระบวนการ ง. สภาพปญั หา 6. เม่ือนำผลการตดั สนิ ใจไปปฏบิ ัติแลว้ ยังไมพอใจ ควรทำอย่างไร ก. ท้งิ ไวระยะหนึง่ เพอ่ื ให้สภาพสังคมมกี ารเปลี่ยนแปลง ข. คน้ คว้าข้อมูลเพมิ่ เติม แลวกลับไปดำเนินการตามกระบวนการใหม่ ค. ยกเลกิ ผลการตดั สินใจนัน้ เพราะเหน็ วา่ ไมถ่ กู ตอ้ ง ง. ให้กลับไปทบทวนกระบวนการใหม่ เพือ่ หาข้อบกพรอ่ งพรอง

7. กรณใี ดเขาข่ายการทุจริต ก. การลกั ทรพั ย์ ข. การซอ้ื ขายหวยใต้ดิน ค. หัวหนางานขม่ ขพู่ นักงาน ง. ลาปว่ ยโดยใช้ใบรบั รองแพทย์ปลอม 8. สิง่ ทท่ี ำใหเ้ กิดการทุจรติ ก. โอกาส ความกดดันจิตใจ ความเครียด ข. แรงจงู ใจ เหตุผล ความยากจน ค. โอกาส แรงจงู ใจ ความยากจน ง. โอกาส แรงจูงใจ เหตผุ ล 9. ข้อใดตรงกับความหมายคำว่าทุจริต ก. ลกู ขอเงินไปเท่ยี ว ข. ผู้เรยี น กศน. มาพบกล่มุ ค. พนกั งานบริษัทใหเ้ พ่ือนลงชอื่ ทำงานแทน ง. ผู้ปกครองซ้ืออุปกรณ์การสอนใหโ้ รงเรียน 10. การปฏิบัติตนในข้อใดแสดงถงึ ความมีวนิ ยั ในตนเอง ก. การเขา้ คิวซอ้ื อาหาร ข. การแบ่งขนมให้เพือ่ น ค. การทำความสะอาดบา้ น ง. การมอบของขวัญผใู้ หญ่ 11. ถา้ ท่านรู้วา่ สง่ิ ท่กี ระทำนั้นไมดี ไมถกู ตอ้ งตรงกบั ความหมายข้อใด ก. ความไมทน ข. ความละอาย ค. ความไมกลัว ง. ความเกรงใจ 12. ความไม่อดทนตอ่ การทุจริตตรงกบั ความหมายขอ้ ใด ก. ให้เพื่อนลอกการบา้ น ข. มคี นแซงควิ ก่อนกอ่ นหน้าจงึ เขา้ ไปเตือน ค. ใชร้ ถยนต์ของราชการไปเทยี่ วในวนั หยุด ง. เห็นคนหยบิ สนิ คา แลว้ ไมจ่ ่ายเงินและทำเฉยๆ 13. การทุจรติ ขอ้ ใดกอ่ ให้เกดิ ความเสียหายต่อสังคม ก. คา้ ยาเสพติด ข. ลกู พดู โกหกพอ่ แม่ ค. เพื่อนขอลอกข้อสอบ ง. จา้ งเพือ่ ทำชิน้ งานส่งครู

14. ขอ้ ใดไม่ใช่สาเหตขุ องการทุจรติ ก. โครงสร้างสังคมไทยระบบอปุ ถมั ภ์ ข. กระบวนการยตุ ิธรรมไมเข้มแข็ง ค. กระแสบรโิ ภคนิยม วัตถุนิยม ง. ความรู้เทา่ ไม่ถึงการณ์ 15. การทจุ รติ ในด้านศีลธรรม ตรงตามขอ้ ใด ก. การลักทรพั ย์ ข. การโกหก ค. การเหน็ แกตัว ง. การหลงผดิ 16. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของคำว่า“พลเมือง” ก. ปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ท่เี ท่านน้ั ข. ยอมรับกฎหมาย นโยบาย กิจกรรมต่างๆ ของรัฐ ค. บทบาท หนา้ ที่ และความรบั ผิดชอบของสมาชิกสังคมท่มี ตี ่อรัฐ ง. อำนาจอนั ชอบธรรมท่ีต้องทำระหว่างบคุ คล 17. ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของ “พลเมอื งศึกษา” ก. ใหม้ ีความภาคภมู ิใจในความเปน็ พลเมืองดี ข. การจดั การศึกษาและประสบการณเรียนรูเพือ่ พัฒนาใหเ้ ปน็ พลเมอื งดี ค. ตนเองเปน็ เพยี งผู้น้อยต้องคอยรบั การอุปถัมภ์จากผู้อื่น ง. สนใจเรยี นรูเก่ียวกับรัฐบาล กฎหมาย ระบบการเมืองการปกครอง 18. ความเป็นพลเมืองไดแกข่ ้อใด ก. ศกั ด์ศิ รีความเป็นมนษุ ย์ ข. เคารพหลกั ความเสมอภาค ค. รบั ผิดชอบส่วนตนและส่วนรวม ง. การรบั รูเขา้ ใจกับการนับถอื ความรู ความสามารถ 19. ข้อใดเป็นลกั ษณะของการเป็นเมอื งดี ก. รับความคิดเหน็ ตา่ งไดเสมอ ข. กระตอื รอื รน้ ทจ่ี ะมสี ว่ นร่วมแก้ปญั หา ค. เคารพกฎ ระเบียบของชมุ ชน ง. ถกู ทุกขอ้ 20. ขอ้ ใดเป็นแนวทางในการสร้างสำนึกความเป็นพลเมือง ก. รบั ฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น ข. เข้าไปมสี ว่ นรว่ มในกจิ การของชมุ ชน ค. เคารพกฎหมายของทุกประเทศ ง. ถกู ทกุ ขอ้

ใบความรู้ การปฏบิ ัติตนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเป็นแบบอย่างและแนวทางใหบ้ ุคคล ครอบครัว ชมุ ชน นำมาประยุกต์ใช้ในการ ดำรงชวี ิต ดังนี้ 1. ยดึ หลกั ความประหยัด ใช้จา่ ยฟุ่มเฟอื ยใช้ในสิ่งท่ีจำเปน็ และรูจ้ กั เกบ็ ออมไว้ใชใ้ นอนาคต 2. ยดึ หลกั ความซื่อสัตยส์ ุจรติ ความถกู ต้องในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวติ ไม่เห็นแก่ตัว 3. ยดึ หลกั ความไม่แก่งแยง่ ชงิ ดกี นั รูจ้ ักการพงึ่ พากนั ไมเ่ อารัดเอาเปรยี บและแข่งขนั โดยใชว้ ิธรี นุ แรง 4. ยึดหลักการใฝ่รู้ใฝ่เรยี น หม่ันศึกษาหาความรู้ ใชส้ ตปิ ัญญาในการดำเนินชีวิตการประกอบอาชีพเพื่อใหม้ ี รายได้ไว้ใช้จา่ ยโดยยดึ ความพอเพยี งเปน็ หลกั 5. ยึดหลักการทำความดีลดละความชว่ั และสงิ่ อบายมุขทั้งปวงเพ่ือใหต้ นเอง ครอบครัวและสังคมอยู่อย่างเปน็ สขุ

ใบงาน 1 หลังจากผูเ้ รยี นได้เรียนรหู้ ลกั การเศรษฐกิจพอเพยี งจนมีความรู้ ความเข้าใจ ยอมรับและตดั สินใจลงมอื ปฏบิ ัติ ประยุกตใ์ ชใ้ นการดำเนนิ ชีวติ และประกอบอาชีพของตนเองนน้ั ผูเ้ รยี นมีแนวทาง สามารถ นำมาปฏบิ ตั กิ บั ตวั เอง ครอบครัวอยา่ งไร? เน้ือหา แนวทางปฏบิ ตั ิ 1. ในการดำเนินชีวติ เช่น( การชอ้ื สินค่า การใชเ่ งนิ ) พอประมาณ .................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ในการประกอบอาชีพ (เชน่ การลงทุน การแปรรูป) .................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 2.ความมี ในการดำเนนิ ชวี ิต( เชน่ การตดั สนิ ใจชื้อสินค้า การใชเ้ งิน ) เหตผุ ล .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี (เช่นการตัดสนิ ในลงทนุ ) .................................................................................................................................... 3.มี ในการดำเนนิ ชวี ิต( เช่น การตัดสนิ ใจชอื้ สนิ ค้า การใช้เงนิ ) ภมู ิคุ้มกันทดี่ ี .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี (เชน่ การตดั สนิ ในลงทนุ ) ..................................................................................................................................... 4.เง่ืองไข ในการดำเนินชวี ิต( เช่น การตัดสินใจช้อื สินค้า การใชเ้ งนิ ) ความรู้สำเรจ็ .................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี (เช่นการตัดสนิ ในลงทุน ) .................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 5.เง่ืองไข ในการดำเนินชีวติ ( เชน่ การตดั สินใจชอ้ื สินค้า การใช้เงนิ ) คณุ ธรรม .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ในการประกอบอาชพี (เชน่ การตดั สินในลงทนุ ) .................................................................................................................................... .....................................................................................................................................

ใบงาน เร่ือง การใช้แหลง่ เรยี นรู้ ให้ผู้เรียนศึกษาข้อมูลจากตำราและทางอนิ เตอร์เน็ตเก่ียวกบั การใช้แหลง่ เรียนรู้และตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. แหลง่ เรยี นรู้ หมายถึง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แหลง่ เรยี นรมู้ คี วามสำคญั อย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. หากท่านต้องการใช้บริการห้องสมุดท่านจะตอ้ งปฏบิ ัติตนอย่างไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. ผเู้ รียนไปศกึ ษาการบริการของห้องสมดุ ประชาชนของสถานศึกษาที่ตนสังกัดหรอื ห้องสมุดในชมุ ชนทต่ี น อาศัยอยู่ รายงานเรื่องการบรกิ ารของหอ้ งสมุดประชาชน และจัดทำแผนผังสถานที่ภายในหอ้ งสมุดว่ามบี ริการ อะไรบ้างอยบู่ รเิ วณใด ข้อดแี ละข้อควรปรับปรงุ ในการให้บรกิ ารของหอ้ งสมดุ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................

ใบงาน เรอ่ื ง การใช้แหล่งเรยี นรู้

แบบทดสอบ เรื่องการใชแ้ หลง่ เรยี นรูh ระดบั ประถมศึกษา 1. แหลง่ เรียนรู้มีความสำคญั ต่อผู้เรยี นในข้อใดมากที่สุด ก. การศกึ ษาตามอัธยาศยั ข. ช่วยสรา้ งเสริมประสบการณภาคปฏบิ ัติ ค. แหล่งสร้างเสรมิ ความรูความคดิ วิทยาการ ง. เปน็ แหลงปลูกฝังนิสยั รักการอาน การศกึ ษาคนควา้ แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง 2. ขอ้ ไดใ้ หค้ วามหมายของ \"แหล่งเรยี นรู้\" ได้สมบรู ณท่สี ดุ ก. เปน็ แหลงความรู้ทางวชิ าการ ข. เปน็ แหลงสารสนเทศให้ความรู้อย่างกวางขวาง ค. เป็นแหล่งรวมภูมิปญั ญาชาวบานใหศ้ กึ ษาคน้ ควา้ ง. เป็นแหล่งขอมูลขาวสารและประสบการณที่สงเสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง ตามอธั ยาศัยอย่างตอเนื่อง 3. ขอใดเป็นแหลงเรยี นรกู้ ล่มุ ขอมูลทองถ่นิ ก. สถานประกอบการ ข. ภมู ปิ ญั ญาชาวบานและปราชญช์ าวบ้าน ค. แหล่งเรยี นรู้ในโรงเรยี นและหอกระจายขาว ง. แหล่งเรียนรูในโรงเรยี นและแหลงเรียนรใู นท้องถ่ิน 4. ข้อใด คอื แหลงเรียนรูในชุมชนทีม่ ีทรพั ยากรสารสนเทศหลากหลายมากที่สุด ก. ห้องสมุดประชาชน ข. ศูนย์นนั ทนาการ ค. สวนพฤษศาสตร์ ง. อทุ ยานวิทยาศาสตร์ 5. ถ้าจะศึกษาคน้ คว้าเรือ่ งความเปน็ มาของประวตั เิ ขาพระวหิ าร ควรจะศกึ ษาจากแหลงใดทีม่ ขี อมูลมากที่สุด ก. อทุ ยานประวัติศาสตร์ ข. พิพธิ ภัณฑ์แห่งชาติ ค. อินเทอรเนต็ ง. เขาพระวิหาร 6. จำนงต้องการปลูกขาวให้ได้ผลดมี ากท่ีสดุ จำนงควรเรยี นรูจากแหล่งใดมากที่สุด ก. ภูมิปัญญา ข. หอกระจายขาว ค. สวนสมนุ ไพร ง. สวนสาธารณะ

7. ข้อใดควรปฏบิ ัติในหองสมดุ ประชาชน ก. ตวิ เขม้ เพ่อื เตรยี มตวั สอบ ข. เตรียมอาหารและเคร่อื งดมื่ ไปเอง ค. ต้องยมื หนงั สอื ดว้ ยบตั รสมาชิกของตนเอง ง. ทุกครงั้ ทีห่ ยิบหนังสอื มาอานให้นาไปเกบ็ ที่ช้นั หนงั สอื ดว้ ย 8. ระเบยี บและมารยาทการใช้หองสมดุ หมายถงึ ข้อใด ก. ข้อยกเวนการปฏิบัตขิ องผ้ใู ช้บรกิ ารหองสมดุ ข. กฎระเบยี บที่ให้ผใู้ ช้บรกิ ารปฏบิ ตั ิอย่างเครง่ ครัด ค. กฎเกณฑ์ที่หองสมดุ ต้งั ไวสำหรบั ให้ผู้ใช้บริการเลือกปฏบิ ตั ิ ง. ขอ้ บงั คับหรือขอพึงปฏบิ ตั จิ ากจิตสานกึ ท่ีดีในการปฏิบัตติ นของผ้ใู ช้บริการ 9. ใดเปน็ มารยาทและขอปฏบิ ัตทิ ่พี ึงกระทำในการใช้หองสมุด ก. เมื่ออ่านหนงั สอื เสร็จแลว้ วางไวบนโต๊ะ ข. ใช้ปากกาขอความขีดหนงั สอื ของหองสมดุ ค. อ่านหนังสือออกเสยี งเพือ่ ให้บรรณารักษแ์ นะนำเม่อื อานผิด ง. เล่นเกมในคอมพิวเตอร์กับเพือ่ นหลายๆคนอยา่ งสนุกสนานเพอ่ื เปน็ การประหยดั 10. ถ้าผู้เรียนตองการคำแนะนำในการลงทะเบยี นเรียนระดบั มัธยมศึกษา ควรหาขอมูลจากแหล่งเรยี นรู้ ใด ดีท่สี ดุ ก. หองสมุดประชาชน ข. ศนู ย์การเรียนชุมชน ค. ศนู ย์บรกิ ารชุมชน ง. หอกระจายขาว

เฉลยใบงาน

ใบความรู้ เรอ่ื งท่ี 1 STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นการทุจรติ การแกปญั หาการทจุ รติ เปน็ เรอ่ื งท่ีทกุ คน ทุกภาคส่วนของประเทศ ตองมีส่วนร่วม เรม่ิ จากที่แตล่ ะคน สามารถคิดแยกแยะได ว่าอะไรคือ “ผลประโยชน สวนตน” อะไรคือ “ผลประโยชน สวนรวม” จนเกิด “ความละอาย” ในจิตใจที่จะไมกระทำการใดที่เป็นส่วนหนึ่งของการทุจริต คำถามต่อมาคือแต่ละคนจะรักษา “ความละอาย”ดังกล่าวให้ต่อเนื่องยั่งยืนที่จะไมกระทำทุจริต ไมยอมรับการทุจริตและมีส่วนร่วมในการ “ต้านการทุจริต”อย่างสร้างสรรค์ไดอย่างไร ความหมาย STRONG : จิตพอเพียงต้านการทุจริตจิตพอเพียง ต้านการทุจริต หมายถึง การมีจิตสำนึกในการดำเนินชีวิตแบบพอเพยี งที่จะไมกระทำการทุจริต รวมทั้งต่อตา้ น การทุจรติ ดว้ ย (ความหมายดงั กลว ทป่ี ระชุมคณะทำงานประชมุ เชิงปฏบิ ตั กิ ารจดั ทำประกอบการเรียนรู ดา้ นการ ปอ้ งกนั การทุจรติ หลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศกึ ษา (Anti – Corruption Education)รว่ มกันนิยามขน้ึ ) เรือ่ งที่ 2 องคป์ ระกอบการสรา้ งจิตสำนกึ พอเพยี งต้านการทุจริต หนว่ ยงานทกุ ภาคส่วนใหค้ วามสำคัญในการประยุกต์หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ประกอบหลักการ ต้านการทุจริตตา่ ง ๆ เพ่ือสรา้ งฐานคดิ จติ พอเพยี งตา้ นการทจุ ริตให้เป็นพน้ื ฐานความคดิ ของแตล่ ะบคคล โดยรองศาสตราจารย์ ดร.มาณี ไชยธรี านวุ ัฒศิริ ไดคิดคน้ โมเดล “STRONG : จติ พอเพียงต้านการทุจรติ ” เมือ่ ปี พ.ศ. 2560 ใหเ้ กดิ ขึน้ ในจิตใจของแต่ละบุคคล ซ่ึงมีองคป์ ระกอบของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นการ ทจุ ริต ดงั น้ี 1) S (Sufficient) : ความพอเพยี ง 2) T (Transparent) : ความโปร่งใส 3) R (Realize) : ความต่ืนรู 4) O (Onward) : มุ่งไปข้างหนา 5) N (Knowledge) : ความรู 6) G (Generosity) : ความเออื้ อาทร

ตามแผนภาพ “การประยุกต์หลักความพอเพยี ง ด้วยโมเดล STRONG: จิตพอเพยี งตา้ นการทจุ รติ การ ประยกุ ต์หลักความพอเพยี ง ดว้ ยโมเดล STRONG : จติ พอเพียงตา้ นการทุจรติ

ใบงาน วิชาการปอ้ งกันการทุจรติ สค12026 ระดับชัน้ ประถมศกึ ษา เรอ่ื ง การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม คำชแ้ี จง ให้นกั ศกึ ษานำข้อมูลทส่ี บื ค้นมาลงให้ถกู ต้อง 1. การกระทำท่ีแสดงให้เห็นถงึ ผลประโยชน์สว่ นตน 1).......................................................................................................................................................................... 2).......................................................................................................................................................................... 3).......................................................................................................................................................................... 4).......................................................................................................................................................................... 5).......................................................................................................................................................................... 2. การกระทำทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถึงผลประโยชนส์ ว่ นรวม 1).......................................................................................................................................................................... 2).......................................................................................................................................................................... 3).......................................................................................................................................................................... 4).......................................................................................................................................................................... 5).......................................................................................................................................................................... 3. นกั ศกึ ษาบอกถงึ สาเหตุสาเหตุท่ที ำให้เกดิ ปัญหาการเหน็ ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม 1).......................................................................................................................................................................... 2).......................................................................................................................................................................... 3).......................................................................................................................................................................... 4).......................................................................................................................................................................... 5).......................................................................................................................................................................... 4. นักศกึ ษามีวิธกี ารทจ่ี ะแก้ไขปญั หานี้ไดอ้ ยา่ งไร 1).......................................................................................................................................................................... 2).......................................................................................................................................................................... 3).......................................................................................................................................................................... 4).......................................................................................................................................................................... 5)..........................................................................................................................................................................

แบบทดสอบ เรอ่ื ง การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม คำาชี้แจง ให้นักศกึ ษาเขยี นเคร่ืองหมาย √ หนา้ ขอ้ ความท่เี ป็นการกระทำทแ่ี สดงให้เหน็ ถงึ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม และเขียนเครอื่ งหมาย x หนา้ ข้อความที่เป็นการกระทำทแ่ี สดงให้เหน็ ถึงผลประโยชน์ส่วนตน ........................ ๑. เด็กชายติณข่รี ถจกั รยานยนต์บนทางเทา้ สาธารณะ ........................ ๒. เดก็ ชายกอ้ งชว่ ยเก็บขยะในบรเิ วณโรงเรยี น ........................ ๓. เดก็ ชายตูนไมต่ อ่ แถวซื้ออาหาร ........................ ๔. เดก็ หญิงแพรวาช่วยรดน้ำต้นไม้ภายในบรเิ วณโรงเรียน ........................ ๕. เดก็ หญงิ ดารินสมัครเปน็ คณะกรรมการโรงเรียน ........................ ๖. นายโจน้ าอาหารขึ้นมารบั ประทานบนรถสาธารณะ ........................ ๗. นายเรวตั ินำโทรศพั ท์มือถือมาชารจ์ แบตเตอร์รี่ในสถานท่รี าชการ ........................ ๘. เด็กหญิงพลอยใสอาสาพานอ้ งอนบุ าลไปส่งถึงหอ้ งเรยี น ........................ ๙. นายแบงคน์ ำสนุ ขั ของตนเองไปถา่ ยมูลในที่สาธารณะ ........................ ๑๐. นายพรเทพขบั แทก็ ซนี่ ำาทรพั ย์สินที่เก็บได้ของผโู้ ดยสารไปส่งทสี่ ถานตี ำรวจ

ใบงาน เร่อื ง ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ให้นักศกึ ษาอธิบายความหมาย ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. การทำงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. การทำความสะอาดสถานทพ่ี บกลมุ่ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. การสอบ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. การแตง่ กาย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 5. กิจกรรมผู้เรียน (ในห้องเรียน สถานศกึ ษา ชมุ ชน สัคม) …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 6. การเข้าแถวรบั บริการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ใบงาน STRONG/จติ พอเพียงตา้ นการทจุ ริต ใหน้ กั ศกึ ษาอธบิ ายความหมาย ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. การสรา้ งจิตสำนกึ ความพอเพยี งการปอ้ งกนั การทุจรติ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. ความโปรง่ ใส …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. ความตื่นร/ู้ ความรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. ต้านทุจริต …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 5. มงุ่ ไปข้างหน้า …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 6. ความเออ้ื อาทร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงาน พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม 1. บอกหนา้ ทพี่ ลเมอื งและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสงั คม โดยการใช้กระบวนการคิดตามหลกั ปรัชญาคิดเป็น …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. หน้าท่ีพลเมืองตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการปอ้ งกันการทจุ ริต และรบั ผดิ ชอบต่อสงั คมอยา่ งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook