ก คำนำ การจัดการเรียนรู้การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความ เข้าใจเก่ียวกับการอนรุ ักษท์ รัพยากรดิน การกำจัดลูกน้ำยงุ ลาย และการใชป้ ยุ๋ ที่ทำขน้ึ เองแทนการใชส้ ารเคมี สรุปผลการจัดกิจกรรมเล่มน้ี ได้เรียบเรียงผลการจัดกิจกรรมโครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและ ชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บูรณาการด้านการเกษตร ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็น ประโยชน์ไม่มากก็น้อยต่อผู้ที่พบเห็น หากมีข้อผิดพลาดหรือมีข้อเสนอแนะที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ โปรดแจ้ง ผู้จดั ทำเพ่อื ใช้ในการปรบั ปรุงแกไ้ ขข้อมูลในครงั้ ต่อไปและขอขอบคณุ ไว้ ณ โอกาสนี้ กศน.ตำบลท่าสะแก
สารบัญ ข เรอ่ื ง หนา้ คำนำ ก สารบัญ ข สว่ นที่ 1 โครงการการศกึ ษาเพอื่ พัฒนาสงั คมและชุมชน ส่งเสรมิ การอนรุ กั ษ์ 1 ทรพั ยากรธรรมชาติ บูรณาการด้านการเกษตร 3 หลักการและเหตุผล 4 วัตถปุ ระสงค์ 12 เปา้ หมาย 17 20 สว่ นที่ 2 วธิ ีการดำเนนิ การ การดำเนินการจดั กิจกรรม ส่วนท่ี 3 เนอ้ื หาสาระ สว่ นท่ี 4 ผลการดำเนินงาน ส่วนที่ 5 สรุปผลโครงการ อภิปรายผล และขอ้ เสนอนะ ภาคผนวก ภาพกิจกรรม เอกสารทเ่ี กย่ี วข้อง คณะผู้จดั ทำ
สรปุ ผลการดำเนินโครงการ โครงการการศกึ ษาเพื่อพัฒนาสังคมและชมุ ชน ส่งเสรมิ การอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ บูรณาการดา้ นการเกษตร *************************************************************************************************** สว่ นท่ี 1 รายละเอียดโครงการ โครงการการศกึ ษาเพอื่ พัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสรมิ การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บูรณาการดา้ น การเกษตร แผนงาน งบประมาณ : การจดั การศึกษาต่อเนอื่ ง งบประมาณ - บาท ลักษณะโครงการ : ( / ) โครงการต่อเนื่อง ( ) โครงการใหม่ กลมุ่ งานผู้รบั ผิดชอบ : งานการศึกษาต่อเนือ่ ง ๑. โครงการการศกึ ษาเพ่อื พฒั นาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ บรู ณาการดา้ นการเกษตร ๒. สอดคล้องกับนโยบาย และจุดเนน้ การดำเนนิ งาน กศน. สอดคล้องกับมาตรฐานกศน.. มาตรฐานการศึกษาตอ่ เน่ือง มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผู้เรียนการศึกษาต่อเนอ่ื ง ๑.๑ ผเู้ รยี นการศกึ ษาต่อเนอ่ื งมคี วามรู้ ความสามารถ และทกั ษะ และหรอื คณุ ธรรมเปน็ ไปตามเกณฑ์การจบหลักสตู ร ๑.๒ ผจู้ บหลักสตู รการศกึ ษาต่อเนือ่ งสามารถนำความรู้ท่ีได้ไปใช้ หรือประยุกต์ใช้บน ฐานคา่ นิยมรวมของสังคม ๑.๓ ผู้จบหลกั สูตรการศึกษาตอ่ เนอื่ งท่นี ำความรู้ไปใชจ้ นเหน็ เป็นประจักษห์ รือ ตัวอย่างทด่ี ี สอดคล้องกับนโยบาย และจดุ เน้นการดำเนนิ งาน กศน. 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.3 ส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย การเรยี นร้ทู ่ปี ลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สรา้ งวินยั จิตสาธารณะ อุดมการณ์ความยึดม่ัน ใน สถาบนั หลกั ของชาติ การเรยี นร้ปู ระวตั ศิ าสตร์ของชาตแิ ละท้องถน่ิ เสริมสรา้ งวถิ ีชวี ิตของความเป็นพลเมือง และ มีศีลธรรมที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมตา่ งๆ ที่เป็นการเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวติ เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การสื่อสารระหว่างบุคคล การเตรียมพร้อมรับ ความเปลยี่ นเปลงทเ่ี หมาะสมกับวัยของผ้เู รียน ควบค่ไู ปกบั การเรยี นรู้ประวัตศิ าสตรข์ องท้องถิ่น ๓. หลักการและเหตุผล การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความสามารถของประชาชนในการ แสวงหาความรู้ สร้างเสริมกระบวนการเรียนรูเ้ พื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักการจัดการความรู้ และ
การวิจัยชุมชนบูรณาการอยู่ในกระบวนการเรยี นรู้ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนและสังคมโดยรวม ช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยให้ประชาชน ชุมชนร่วมกันรับผิดชอบ และเห็นถึงความสำคัญในการฟื้นฟูพัฒนาสังคมและชุมชนของตนเอง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ บรู ณาการความรู้ ประสบการณ์ ทกั ษะอาชีพ การรับมอื กับสาธารณภัย การอนุรกั ษ์พลังงาน ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อม ทำให้เกิดสงั คมแห่งการเรียนรู้ นำไปสู่สังคมทีเ่ ข้มแข็ง มีความเอ้ืออาทรต่อกัน และพึ่งพาตนเอง ได้อย่างยง่ั ยืน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอชาติตระการ จึงได้มอบหมายให้ กศน.ตำบลทั้ง ๖ แห่ง ดำเนินโครงการ การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บูรณาการด้านการเกษตร เพ่ือ ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้บูรณาการความรู้ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และมีความรู้เกี่ยวกับการแบง่ พื้นที่ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ กำหนดการจัดกิจกรรมโครงการ วันที่ ๒๒ สิงหาคม 2566 ณ ที่ทำการ ผู้ใหญบ่ ้าน หมู่ ๕ ตำบลป่าแดง อำเภอชาตติ ระการ จงั หวดั พิษณุโลก ๔. วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพอ่ื ใหป้ ระชาชนได้รับความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การฟื้นฟแู ละอนรุ ักษด์ นิ ๒. เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้ประชาชนใช้ปุ๋ยทีท่ ำเอง แทนการใช้สารเคมี 3. เพ่ือให้ประชาชนไดร้ บั ความรู้เกีย่ วกบั การจดั การลกู นำ้ ยงุ ลาย 5. เปา้ หมาย เชิงปรมิ าณ - ประชาชน จำนวน - คน - วทิ ยากร/บคุ ลากรที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๖ คน รวม 6 คน เชิงคุณภาพ ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำ ความรูท้ ี่ไดร้ บั มาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้ 6. สถานที่ - ทที่ ำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ บา้ นศรีสงคราม ตำบลปา่ แดง อำเภอชาติตระการ จงั หวดั พิษณโุ ลก 5. งบประมาณทไ่ี ด้รับ - 0 บาท 6. ผูร้ บั ผิดชอบโครงการ - ครู กศน.ตำบล - ศูนยส์ ่งเสริมการเรยี นรู้อำเภอชาติตระการ 7. เป้าหมายในการดำเนินโครงการ เป้าหมาย ประชาชนท่วั ไป จำนวน - คน ผลการดำเนนิ งาน 2 คน ชาย - คน หญิง 2 คน
สว่ นที่ 2 วิธกี ารดำเนนิ การ ผู้ดำเนินการจัดทำโครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ บูรณาการดา้ นการเกษตร ไดด้ ำเนนิ การในการอบรมเกบ็ รวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูลดังน้ี การดำเนินการจดั กิจกรรม 1. เตรียมการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน - ประชุมวางแผนรปู แบบการจดั กจิ กรรม - เลือกกิจกรรมที่จะจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน - มอบหมายงานใหบ้ ุคลากรทเ่ี กยี่ วข้อง - ตดิ ตอ่ ประสางานในการจัดกิจกรรม 2. วธิ กี ารดำเนนิ งาน - เขียนเสนอโครงการ - เสนอโครงการ - เตรยี มการจัดกจิ กรรมโครงการ 1. เตรยี มการกอ่ นการจัดกจิ กรรมโครงการ - การจัดเตรยี มเอกสารโครงการ - ประสานงานติดต่อผ้นู ำชุมชนในพนื้ ทีเ่ ปา้ หมาย - รวบเนอ้ื หาทจ่ี ะบรรยายในโครงการ - อ่นื ๆ 2. ตดิ ตอ่ ประสานงานเครือขา่ ย จัดการกจิ กรรมโครงการตามแผนท่ีวางไว้ - ลงทะเบียนผเู้ ข้ารว่ มการกจิ กรรมโครงการ - วิทยากรให้ความเร่อื งต่างๆตามกำหนดการ - ฝกึ ปฏิบัติตามกำหนดการในโครงการ - สรปุ กจิ กรรมยอ่ ย - ปดิ โครงการ - สรุปรายงานผลการจดั กจิ กรรมโครงการเปน็ รปู เล่ม - รายงานผลการจัดกิจกรรมโครงการให้ผู้ที่ เกยี่ วข้องรับทราบ
ส่วนท่ี 3 เน้อื หาสาระ ผู้ดำเนนิ การจัดทำโครงการการศึกษาเพ่ือพัฒนาสงั คมและชมุ ชน ส่งเสริมการอนรุ ักษท์ รัพยากร ธรรมชาติ บูรณาการดา้ นการเกษตร ได้ใชส้ ือ่ ใบความรู้ แบบบันทกึ ในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่ืองดังต่อไปน้ี การอนรุ กั ษ์ดนิ ดิน คือ เทหวัตถุธรรมชาตซิ ่ึงเกดิ ขึน้ บนพืน้ ผวิ โลก เป็นวัตถทุ คี่ ้ำจนุ การเจรญิ เติบโตและการทรงตวั ของ ตน้ ไม้ ดนิ ประกอบดว้ ยแร่ธาตแุ ละอินทรียวัตถุตา่ งๆ และมีลักษณะช้ันแตกต่างกัน แตล่ ะชน้ั ทอ่ี ยูต่ ่อเนื่องกันจะ มคี วามสัมพนั ธซ์ ง่ึ กันและกนั ตามขบวนการ กำเนิดดิน การอนรุ กั ษ์ดิน หมายถงึ การใช้ประโยชนจ์ ากดินอย่างชาญฉลาด ซึ่งจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเร่ืองดังต่อไปน้ี คือ ๑. ลดการกดั เซาะหรือปอ้ งกนั การพังทลายของดนิ ๒. รกั ษาปริมาณธาตุอาหารในดนิ ให้คงความอุดมสมบรู ณอ์ ย่เู สมอ ๓. รกั ษาระดบั อินทรียวตั ถุ และคุณสมบัติของดนิ ในทกุ ๆ ด้าน เพราะการปรบั ปรงุ ให้กลบั คืนมาจาก การสูญเสียไปนั้น จะตอ้ งใชเ้ วลาอนั ยาวนาน และเสียคา่ ใชจ้ ่ายสงู กวา่ การป้องกนั โดยวิธกี ารอนรุ ักษ์เปน็ อนั มาก วธิ ีการพิเศษในการอนรุ กั ษด์ นิ สำหรบั วธิ กี ารพเิ ศษในการอนรุ ักษด์ ิน ตามหลักการอนุรกั ษ์ ได้แก่ ๑. การปลกู พชื คลุมดิน หมายถงึ การปลูกพชื ทมี่ ีใบหนาแนน่ หรือมรี ะบบรากลึกและแนน่ เพ่อื คลมุ และ ยึดดิน เชน่ พืชตระกลู ถวั่ และหญ้า เปน็ ตน้ ๒. การปลูกพืชหมนุ เวียน หมายถงึ การปลกู พืชต่างชนิดกนั บนพน้ื ทเ่ี ดียวกันโดยหมุนเวียนเปลี่ยนไป นอกจากนก้ี ารเลือกชนิดพืชท่ีจะนำมาปลูก ควรพจิ ารณาเลอื กพชื ท่มี คี วามตอ้ งการแรต่ ่างกนั รวมทัง้ เลอื กปลกู พืชแตล่ ะชนดิ ท่ีมีระบบรากลึกและรากตื้นสลับกนั และไม่ควรปลกู พชื วงศ์เดียวกัน เพราะจะมีศตั รูพืชคล้ายกนั ๓. การคลมุ ดนิ หมายถึง การนำเอาวัสดุใดๆ เช่น หญ้าแห้ง ข้ีเลอ่ื ย ไปคลุมไวบ้ นดินเพ่ือป้องกนั การ กดั เซาะ และลดแรงปะทะของเม็ดฝนและแรงลม ทำใหด้ ินเพม่ิ ความสามารถในการรกั ษาความชนื้ และลดการ ไหลบ่าของนำ้ อนั จะชว่ ยลดการสญู เสยี ธาตุอาหารในดนิ ๔. การปลูกพืชตามแนวระดับ หมายถงึ การไถ พรวน หวา่ น และเก็บเกย่ี วพืชผลขนานไปตามแนว ระดบั เพื่อลดการพังทลายของดิน ๕. การปลกู พืชสลบั เปน็ แถบ หมายถึง การปลูกพืชตา่ งชนดิ กนั สลับเปน็ แถบๆ ขวางความลาดชันของ พื้นที่ หรอื ตามแนวระดับ ๖. การทำขน้ั บันได เพอ่ื ช่วยลดความลาดเทและความเรว็ ของน้ำที่ไหลบ่า ทำใหป้ ริมาณการสูญเสียเน้ือ ดนิ นอ้ ยลง ปอ้ งกันการเกดิ ร่องนำ้ และชว่ ยให้ดนิ เกบ็ ความชื้นไดม้ ากขน้ึ วธิ ีการรกั ษาหรอื เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดนิ วธิ ีการรกั ษาหรอื เพ่ิมความอดุ มสมบรู ณ์ของดินทำได้ดงั น้ี ๑. เพ่มิ อนิ ทรียวัตถุ เศษเหลอื จากพชื เชน่ หญา้ แห้ง กิ่งไม้ใบไม้ และปุ๋ยพืชสด รวมทัง้ เศษเหลือจาก สัตว์ อินทรียวตั ถุเหล่านจ้ี ะไปช่วยทำให้คณุ สมบตั ิทางฟสิ ิกส์ของดินดีขึน้ ทำให้ดนิ รว่ นซุยสามารถดูดซับน้ำได้ มากขึ้น ส่วนจุลินทรีย์ในดนิ จะช่วยใหอ้ ินทรียวัตถตุ ่างๆ เหล่านี้สลายตัวเปน็ ธาตอุ าหารที่เป็นประโยชน์แกพ่ ืช ต่อไป
๒. การเพ่มิ ปยุ๋ พืชสด โดยการไถพรวนพืชสดๆ ทบั ลงไปในดนิ ซงึ่ เท่ากับเปน็ การเพิม่ แรธ่ าตุจากพชื สด เพอื่ เปน็ อาหารแก่ดิน ๓. การใชซ้ ากและเศษเหลอื จากสตั ว์ ซึ่งประกอบด้วยธาตตุ า่ งๆ ทีจ่ ำเปน็ ต่อการเจรญิ เติบโตของพชื เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั โพแทสเซียม ซลั เฟอร์ เปน็ ตน้ อนั จะชว่ ยเพ่ิมความอดุ มสมบูรณ์ของดินให้ดขี นึ้ ๔. การใช้ระบบการปลกู พืชหมุนเวยี นเพื่อช่วยใหด้ ินคงความอดุ มสมบรู ณ์อยู่ได้ ๕. การใชป้ นู ขาว เพื่อใหธ้ าตแุ คลเซยี มซงึ่ เปน็ อาหารชนิดหน่ึงทจ่ี ำเป็นต่อพืช และยังเปน็ ตวั ช่วยลด ความเปน็ กรดและปรับปรุงคุณสมบตั ิอื่นๆ ของดนิ ได้ดอี ีกด้วย ๖. การรักษาธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซยี ม ในดิน การรักษาธาตุไนโตรเจนในดนิ ทำได้ โดยการปลูกพืชตระกลู ถวั่ ไว้คอยตรงึ ไนโตรเจนจากอากาศ และทำการไถพรวนเป็นปุ๋ยพืชสด อันจะชว่ ยเพมิ่ ไนโตรเจนให้แก่ดนิ ได้อย่างดี สว่ นฟอสฟอรสั พืชมักจะใชใ้ นรูปของซเู ปอร์ฟอสเฟต สำหรบั โพแทสเซยี มรักษา ให้คงอยู่ได้ ดว้ ยการปลูกพืชให้ถกู ต้องตามหลักการอนุรกั ษ์ เพ่อื ป้องกันการชะล้าง และควรใช้ปุ๋ยทใี่ ห้ โพแทสเซยี มโดยตรง กการจัดการทรัพยากรทีด่ นิ การจัดการทรัพยากรท่ีดนิ ให้เหมาะสมเพือ่ ให้สามารถใชป้ ระโยชน์ได้ย่ังยนื ต่อไป ได้แก่ ๑. วางแผนการใช้ท่ดี ินใหเ้ หมาะสมกบั สมรรถนะของทดี่ นิ สภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และสภาวะ แวดล้อม เพ่ือควบคุมและแก้ไขปัญหาการใชท้ ่ดี ินให้เป็นไปอย่างประหยัด โดยให้เกิดประโยชนต์ ่อหน่วยพื้นที่ สูงสุด และสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดนิ ใหต้ ลอดไป ๒. ศึกษาการใชป้ ระโยชน์ท่ีดินเพ่ือกจิ กรรมตา่ งๆ และจดั ทำแผนที่แสดงขอบเขตการใชท้ ด่ี นิ ประเภท ต่างๆ ในระดับจังหวัดทว่ั ประเทศ ใหเ้ ป็นไปอย่างเหมาะสมตามหลกั วิชาการ เช่น เขตอุตสาหกรรม เขต เกษตรกรรม เขตชุมชนเมือง และเขตสถานทีร่ าชการ เป็นต้น เพอ่ื สง่ เสรมิ และควบคมุ การใช้ทดี่ นิ แต่ละ ประเภทให้สอดคล้องกับการกำหนดเขต โดยเฉพาะจะชว่ ยให้การคมุ้ ครองพ้ืนท่ีท่ีเหมาะสมต่อการเกษตรกรรม ไว้เปน็ แหลง่ ผลิตท่ีถาวรของประเทศตลอดไป และเทา่ กบั เปน็ การปอ้ งกันมิใหม้ ีการนำที่ดินไปใชอ้ ยา่ งผิด ประเภท อันจะช่วยให้การใช้ท่ีดินของประเทศโดยสว่ นรวมเปน็ ไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ตลอดจนจะชว่ ย รกั ษาคุณภาพสง่ิ แวดล้อมไว้ด้วย ๓. ดำเนินการอนรุ กั ษด์ นิ และนำ้ โดยเฉพาะในพ้นื ที่สงู หรือพ้ืนทท่ี ่ีมีความลาดชันให้เปน็ ไปตามหลกั วิชาการ ตลอดจนสงวนและคุ้มครองบำรงุ รักษาทด่ี นิ ที่เหมาะสมทางการเกษตรให้คงความอดุ ม สมบรู ณ์ ตลอดไป แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน การอนุรักษ์ทพั ยากรดิน การทำการเกษตรเปน็ สาเหตุหลกั ของการกรอ่ นของดินและทำใหด้ นิ สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ การ หาแนวทางการอนุรกั ษ์ทรัพยากรดนิ ที่เหมาะสม เช่น การปลูกพชื คลมุ ดิน การหาแนวอนื่ เพ่ือช่วยลดการกร่อน (Erosion) การตรวจสอบ และปรับปรงุ ความอดุ มสมบรู ณ์ของดินอย่างสม่ำเสมอน้นั สามารถชว่ ยอนุรักษ์ดนิ ได้ ซ่งึ แนวทางดังกลา่ วสามรถสรุปไดด้ งั น้ี 1. การอนุรักษโ์ ดยลดการไถดิน (Conservation tilling ) ข้นั ตอนการเตรยี มหน้าดินเพื่อการเพาะปลูกน้นั การไถหน้าดินเป็นสาเหตุหน่งึ ท่ที ำใหเ้ กดิ การกร่อนของหนา้ ดินได้งา่ ยขึ้น เพราะดินท่ีไถขึน้ มานน้ั มโี อกาสทน่ี ้ำฝนชะ (Leaching) และพัดพาออกไปไดง้ ่าย ซ่งึ แตกต่างจากบรเิ วณท่ีมีพืชคลุมดินอย่างชัดเจน การลดการไถหน้าดินเปน็ แนวทางหนงึ่ ในการลดการกร่อนของ หนา้ ดนิ โดยการปรบั ปรุงเทคนคิ ในการไถหนา้ ดนิ เช่น การไถหนา้ ดินเฉพาะแนวที่ปลูกหรือหลุมทป่ี ลูก
เทา่ นั้น โดยไม่ไถหน้าดินทั้งผืน แนวทางนย้ี งั ช่วยในการรกั ษาความชน้ื ในดิน ประหยัดพลงั งานในการไถ ลด การอัดแนน่ ของดินจากน้ำหนักของรถไถ ลดการทำลายช้นั บรรยากาศจากไอเสยี อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ แนวทางน้ีคือวัชพชื มีจำนวนมาก ซึ่งอาจใช้สารปราบวัชพชื เพ่ือควบคมุ หรืออาจปรับปรุงโดยแนวทางอนื่ ๆตาม ความเหมาสมและประสบการณ์ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อส่งิ แวดลอ้ มนอ้ ยท่สี ดุ แนวทางอนรุ กั ษ์โดยลดการไถได้ เพิม่ ขึน้ อย่างแพรห่ ลาย ในสหรัฐอเมรกิ าสูงถงึ รอ้ ยละ 37 ในการเพาะปลูกทง้ั หมด และการไม่ไถเลย ซ่งึ อาศยั การเจาะและปลกู ในจดุ กำหนดนัน้ มปี ระมาณร้อยละ 20 นั่นเป็นตัวอยา่ งของการตื่นตวั ในการอนุรักษ์ดนิ อยา่ ง ยัง่ ยืนในประเทศท่ีพัฒนาแลว้ 2. การปลกู พชื เปน็ แนว (Strip cropping) เปน็ การแบง่ แปลงเพาะปลูกเปน็ แนวยาวหลายๆ แนวสลบั กนั จากนน้ั จงึ ทำการไถและ ปลูกพืชที่ต้องการ (Row crop) สลบั กบั พ้นื ทปี่ ลกู พืชตระกูลถว่ั (Cover crop) ตามแนวท่ีแบ่งไว้ โดยพชื ตระกลู ถัว่ ท่ปี ลูกนั้นเพื่อปรบั ปรุงดนิ เมื่อเกบ็ เกี่ยวผลผลิตแลว้ จากแนวท่ีปลูกแลว้ ในปถี ัดไปจะทำการปลูกพชื ตระกลู ถว่ั สลบั กนั ไป ส่วนแนวทีป่ ลูกถ่ัวเดมิ น้ันจะทำการไถพรวนและปลกู พืชท่ตี ้องการแทน วิธกี ารน้ีชว่ ยลดการกรอ่ น ของดิน ลดการระเหยของน้ำจากดิน อาจมีการใช้สารกำจัดวัชพืชควบคุมวัชพชื บ้างตามเหมาะสม 3. การปลุกพชื ขนานตามพน้ื ผิว (Contour farming) หมายถงึ การไถพรวน การลงเม็ด การเพาะปลกู และการเกบ็ เก่ยี วท่ที ำขนานกับพน้ื ผิวดนิ โดยไม่ปรบั หน้าดนิ ใหเ้ สมอกันแม้เปน็ พ้ืนทเ่ี นนิ ลอนลาด (Rolling hill) หรือพ้นื ทีท่มี ีความลาดชัน (Slope) ซงึ แนวทางนี้เป็นการอนุรกั ษ์หน้าดนิ จากการกรอ่ นได้ผลดีแนวทางหนงึ่ โดยการสำรวจพบว่า พน้ื ทีทท่ี ำการเกษตร แบบการปลกู พชื ขนานตามพื้นผวิ นี้ มีปรมิ าณการไหลผา่ นของนำ้ ท่า (Runoff) ต่ำกวา่ การปลูกพชื แบบด้ังเดิม โดยการไหลผา่ นของนำ้ ท่าในปรมิ าณสูงน้ัน หมายถงึ การกร่อนและการพัดพาตะกอนดินออกจากหน้าดินสูง นนั้ เอง 4. การเพาะปลกู แบบขน้ั บันได (Terracing) เปน็ แนวทางที่มนุษย์ใช้ในการเพาะปลูกในพืน้ ทล่ี าดชนั ตง้ั แต่โบราณ เชน่ เผา่ อินคาใน ประเทศเปรู และชาวจนี โบราณ เกดิ จากพ้นื ทีร่ าบไมเ่ พียงพอแก่การเพาะปลูกของประชากร จงมกี ารขยายพ้นื ที่ ส่พู ้ืนท่ีลาดชันตามไหลเ่ ขาและพื้นท่สี งู กวา่ โดยการปรบั พ้ืนทใี่ ห้ราบสลบั กับผนังทีล่ าดชันแลว้ ทำการเพาะปลูกใน ช่องทีป่ รบั ให้ราบนนั้ สว่ นผนงั ทล่ี าดชันนน้ั ปลอ่ ยให้หญา้ หรอื วัชพืชขึ้นเพ่ือป้องกนั การพังทลายของผนงั อยา่ งไรก็ ตามแนวทางน้ีไม่เหมาะแก่การเกษตรยุคใหม่ เนอื่ งจากสว่ นใหญท่ ำการเกษตรในพนื้ ท่รี าบดา้ นล่างมากกว่าเนิน ไหล่เขา 5. การปรบั ปรุงร่องนำ้ (Gully reclamation) รอ่ งน้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของนำ้ นัน้ เปน็ สญั ญาณสำคญั ทแี่ สดงถงึ การกรอ่ นของผวิ ดินในพ้ืนท่ีมคี วามรนุ แรง หากปลอ่ ยทิง้ ไว้อาจเกดิ การกัดเซาะในแนวดิง่ และมีความลกึ มากข้ึน และมอี ัตราการ พัดพาของน้ำจะเร็วและมีความรุนแรงมากขึ้น บางพนื้ ท่ีอาจมีความลกึ มากกว่า 5 เมตร ดงั นนั้ เพ่อื ลดการกร่อน ของพ้นื ท่จี ึงต้องการปรับปรุงพ้ืนท่รี ่องนำ้ โดยการถและปลูกพชื ทีเ่ จรญิ เตบิ โตเร็วคลมุ ไวใ้ นช่วงเวลาทเี่ หมาะสม แลว้ ชนั้ ดินจะแนน่ ขึ้นและเปน็ การปรบั ปรุงดินไปในตวั 6. การสร้างแนวกันลม (windbreak) ลม เปน็ ตัวกลางม่ีสำคญั ในการกรอ่ นของดนิ และลมยังเป็นสาเหตหุ นงึ่ ในการเพิม่ อัตรา การระเหยของนำ้ การสร้างแนวกันลมจงึ เปน็ แนวทางในการลดการกร่อนโดยการพัดพาของลมได้ นอกจากนัน้ ต้นไม้ยงั เพิม่ ความรม่ เยน็ และเปน็ แนวกันลมให้ที่พกั อาศยั ได้ด้วย 7. การระงบั การใช้พื้นที่ท่ีมกี ารกรอ่ นสงู (Retirement of erodible land) เปน็ แนวทางอยา่ งหน่งึ ในการแก้ไขและอนรุ ักษ์ดนิ จากปัญหาการกร่อนของดินในประเทศ
สหรัฐอเมรกิ า โดยการสำรวจพืน้ ทกี่ ารเกษตรท่มี ีการกร่อนสงู แล้วทำการระงบั โดยออกกฎหมายใหเ้ กษตรกร หยุดทำการเกษตรชั่วคราวในพื้นทีน่ ั้นๆ เป็นเวลา 10 ปี โดยให้ปลกู เฉพาะพืชคลมุ ดนิ ไว้และถากถางออกไดบ้ า้ ง ถ้าจำเปน็ เชน่ พืชตระกลู ถว่ั หรอื หญา้ เพื่อป้องกันการกร่อน และยังเป็นท่ีอยูอ่ าศัยของสัตว์ป่าดว้ ย เกษตรกรท่ี เข้าโครงการนีจ้ ะไดร้ บั เบย้ี จากรฐั บาล และจะได้รับพิเศษหากปลูกพืชอาหารสตั วป์ ่า 8. การคงความอุดมสมบูรณข์ องดนิ (Maintaining soil fertility) โดยปกตินัน้ ดินไดร้ ับธาตอุ าหารจากสองแหลง่ โดยแหง่ แรกได้จากนำ้ ฝนและอากาศ และ แหลง่ ที่สองได้จากดิน การเติมปูนขาว ป๋ยุ และการสลายของอนิ ทรยี วัตถุ ในสหรัฐอเมริกาและประเทศท่ีพฒั นา แลว้ มีการใช้ปุ๋ยอนิ ทรยี ์กันมาก แต่ประเทศกำลังพฒั นาใช้อินทรีย์ เชน่ ปุ๋ยคอกในการเพิ่มธาตุอาหารแก่ดนิ โดย ท้งั โลกนน้ั มกี ารใช้ปุ๋ยอนิ ทรยี ์มากถึงร้อยละ 20 ของเมื่อ 10 ปที ่ีผ่านมา มกี ารตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารใน ดนิ เชน่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียมและซัลเฟอร์ แล้วเตมิ ธาตุอาหารเหล่านั้นลงในดินตามที่พืชต้องการ แมว้ ธิ ีเหล่าน้จี ะชว่ ยเพมิ่ ผลผลิตอย่างมาก แต่การไมใ่ ส่ใจปริมาณธาตุอินทรีย์ในดินน้นั อาจเป็นผลให้ดนิ เส่อื ม คณุ ภาพได้ เพราะหากดินขาดธาตอุ ินทรีย์แล้ว ดินจะลดความสามารถในการอุ้มน้ำและธาตุอาหารได้ เพราะ ความสามารถในการเปลยี่ นถ่ายประจบุ วกของธาตุอินทรีย์มนี ้อยกวา่ นัน้ เอง การแก้ไขและอนรุ ักษ์ ได้แก่ การเติมปุ๋ยคอกหรอื มูลสัตว์ การปลูกพืชปรับปรุงดนิ และปลูกพืชหมุนเวียนเปน็ ตน้ กรณีดนิ เปน็ กรดมาก เน่อื งจากปริมาณประจไุ ฮดรอกไซด์ ดังน้นั จึงแก้ไขโดยการเติมสารประกอบแคลเซยี มคาร์บอเนต หรือเรยี กทว่ั ไป วา่ ปนู ขาว ลงในดิน แลว้ ประจแุ คลจะไปแทนทป่ี ระจุไฮดรอกไซด์ เม่ือส้ินสุดปฏิกิรยิ าเคมนี จี้ ะไดน้ ำ้ กับ คาร์บอนไดออกไซด์ ยุงลายที่เป็นต้นเหตุไข้เลือดออกร้อยละ 95 อยู่ตามบริเวณสวน โดยยุงตัวเมียมีชวี ติ อย่ไู ด้ประมาณ 45 วัน หลงั ผสมพันธุ์แค่คร้ังเดียว สามารถวางไขต่ ัวละ 3-4 ครงั้ ครัง้ ละ 1,000-2,000 ฟอง การเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก ถือเป็นงานที่ท้าทายการบริหารจัดการของผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย สิ่งสำคัญ ท่ีสดุ คือต้องใหข้ อ้ มลู ที่ถูกต้อง ความรคู้ วามเข้าใจ และขอความร่วมมือประชาชนให้ทำลายแหลง่ เพาะพันธุ์ยุงลาย เพื่อลดปริมาณยุงให้น้อยที่สุด ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกสูงที่สุดใน การกำจัดยงุ ลาย ตอ้ งชว่ ยกันดูแล ปดิ ฝาโอง่ นำ้ กนิ น้ำใช้ เพอ่ื ปอ้ งกนั ไม่ใหย้ งุ ลายเข้าไปวางไข่ สว่ นในภาชนะเล็กๆ ในบ้านเรือน เช่น แจกัน ไม้ประดับ น้ำที่อยู่ในจานรองกระถางต้นไม้ น้ำในเล้าไก่เลี้ยงตามบ้าน ให้เปลี่ยนน้ำ เท ทิง้ ทุก 7 วัน โดยเฉพาะจุดเสี่ยงท่สี ุดคือในห้องน้ำ โดยทั่วไปจะมีสภาพชนื้ เยน็ และมมี มุ อับมืด จะเป็นที่ซ่อนตัว ของยงุ ลายได้ จงึ ต้องหมัน่ ดวู ่ามลี ูกน้ำยุงลายหรือไม่ หากพบวา่ มแี ม้แค่ตัวเดียว กใ็ หต้ ักทิง้ ไป หรอื ใช้น้ำให้หมดไป และถ่ายน้ำทิ้ง จะเป็นวิธีกำจัดยุงลายที่ดีที่สุด การพ่นหมอกควันไม่สามารถป้องกันในระยะยาว เป็นเพียงการ ควบคมุ ชั่วคราวเพอื่ ฆา่ ยงุ ลายตวั แก่ในบรเิ วณทม่ี กี ารระบาด เพื่อไมใ่ ห้ยุงทมี่ เี ชือ้ ไปกัดหรอื วางไขต่ ่อที่อ่ืนๆ อกี แหลง่ เพาะพนั ธยุ์ งุ ลาย 1. ยงุ ลายในประเทศไทยทีเ่ ปน็ พาหะนำโรคไขเ้ ลอื ดออก ได้แก่ ยงุ ลายบา้ น (Aedes aegypti) และ ยงุ ลายสวน (Aedes albopictus) 2. แหลง่ เพาะพนั ธขุ์ องลกู น้ำยงุ ลายทง้ั สองชนิดแตกต่างกัน โดยลูกน้ำของยุงลายบา้ นจะอยู่ในภาชนะขัง น้ำชนดิ ต่างๆ ท่มี นุษย์สร้างขึ้น ทง้ั ท่อี ยู่ภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ บา้ น เช่น โอง่ นำ้ ด่ืมนำ้ ใช้ บอ่ ซเี มนตเ์ กบ็ นำ้ ในหอ้ งนำ้ ถว้ ยหล่อขาตู้กบั ข้าวกันมด แจกนั ภาชนะเลย้ี งพลูด่าง จานรองกระถางตน้ ไม้ ยางรถยนต์เกา่ และเศษ วัสดตุ า่ งๆ ท่มี นี ำ้ ขัง เป็นต้น เมอ่ื ปี ค.ศ. 2007 นักวทิ ยาศาสตร์จากสถาบันเครกเวนเตอร์ สามารถถอดรหสั พันธุกรรมของยงุ ลายบ้านไดเ้ ปน็ ผลสำเร็จ นบั เป็นยงุ ชนดิ ทีส่ องในโลกที่ได้รบั การศึกษาจีโนมอย่างสมบูรณ์
พบวา่ สายพันธุกรรมประกอบไปดว้ ยเบสจำนวน 1.38 ล้านคู่ สรา้ งโปรตนี ท้งั หมด 15,419 ชนดิ 3. ลูกนำ้ ยุงลายสวนมักเพาะพันธุ์อยู่ในแหล่งธรรมชาติ เชน่ โพรงไม้ โพรงหิน กระบอกไม้ไผ่ กาบใบพืช จำพวกกล้วย พลบั พลงึ หมาก ตลอดจนแหล่งเพาะพนั ธ์ุทม่ี นษุ ย์สร้างขึน้ และอย่บู รเิ วณรอบๆ บ้านหรือในสวน เชน่ ยางรถยนตเ์ ก่า รางนำ้ ฝนทีอ่ ดุ ตนั ถ้วยรองน้ำยางพาราทไ่ี ม่ใช้แลว้ หรอื แมแ้ ต่แอ่งน้ำบนดิน ยงุ ลายสวนตวั เมยี จะไม่วางไขบ่ นน้ำโดยตรงเหมอื นยุงชนดิ อืน่ ๆ และมคี วามสามารถในการกัดไดร้ วดเร็วมาก สว่ นใหญค่ นทถี่ ูก กดั จะตบไม่ทนั การกำจดั แหล่งเพาะพนั ธย์ ุงลาย 1. ปิดปากภาชนะเก็บนำ้ ดว้ ยผ้า ตาขา่ ยไนล่อน อะลูมเิ นยี ม หรอื วสั ดุอนื่ ท่สี ามารถปดิ ปากภาชนะเกบ็ นำ้ น้ันไดอ้ ยา่ งมิดชิด จนยุงไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปวางไขไ่ ด้ 2. หมน่ั เปลย่ี นน้ำทกุ 7 วนั ซึ่งเหมาะสำหรับภาชนะเลก็ ๆ ที่มีนำ้ ไม่มากนัก เชน่ แจกันดอกไม้สด ทงั้ ที่ เป็นแจกนั ท่หี ง้ิ บูชาพระ แจกันทีศ่ าลพระภมู ิ หรอื แจกันประดับตามโต๊ะ รวมท้ังภาชนะและขวดประเภทต่างๆ ที่ใชเ้ ลย้ี งต้นพลูดา่ ง ฯลฯ 3. ใส่ทรายในจานรองกระถางต้นไม้ ใสใ่ หล้ กึ ประมาณ 3 ใน 4 ของความลกึ ของจานกระถางตน้ ไม้นน้ั เพอ่ื ใหท้ รายดดู ซึมน้ำสว่ นเกนิ จากการรดนำ้ ตน้ ไม้ไว้ ซึง่ เปน็ วิธที ี่เหมาะสำหรบั กระถางต้นไมท้ ใี่ หญ่และหนัก ส่วน ตน้ ไม้เล็กอาจใชว้ ธิ เี ทนำ้ ท่ีขังอยู่ในจานรองกระถางต้นไม้ทงิ้ ไปทกุ 7 วัน 4. การเก็บทำลายเศษวสั ดุ เชน่ ขวด ไห กระปอ๋ ง ฯลฯ และยางรถยนตเ์ กา่ ท่ีไม่ใช้ หรือคลุมให้มิดชดิ เพ่อื ไม่ให้รองรบั น้ำได้ 5. บรเิ วณทป่ี ลกู ตน้ ไม้ หากมีต้นไมเ้ ยอะๆ ก็ทำใหม้ ยี งุ เยอะ เพราะยงุ จะชอบเกาะพักอยู่ในทม่ี ืดๆ อับๆ ควรแก้ไขใหด้ ูโปร่งตาขน้ึ ถา้ เป็นตน้ ไม้ประดับในบริเวณบ้าน ก็ตอ้ งคอยสังเกตวุ า่ รดน้ำมากไปจนมนี ้ำขังอยู่ในจาน รองกระถางหรือเปลา่ พยายามเทน้ำทงิ้ บ่อยๆ วธิ กี ำจัดลกู น้ำ วธิ ที างเคมี และชวี ภาพทนี่ ำมาใช้กำจัดลกู นำ้ ไดแ้ ก่ 1. แบคทีเรยี กำจัดลกู น้ำ Bacillus thuringiensis israelensis และ Bacillus sphaericus 2. สารหยุดยงั้ การเจรญิ เตบิ โตของแมลง เชน่ methoprene 3. ยาฆ่าแมลงในกลุม่ สารออร์แกโนฟอสเฟต เช่น temephos 4. น้ำมนั แร่ (mineral oils) 5. แผ่นฟิลม์ โมเลกลุ เดียว (monomolecular films) ทรายกำจดั ลูกนำ้ 1. ทรายกำจดั ลูกนำ้ เปน็ ทรายทถ่ี ูกเคลือบดว้ ยสารเคมีทีม่ ชี ื่อสามัญว่า “ทมี ีฟอส” (temephos) เป็น สารเคมีสงั เคราะหใ์ นกล่มุ ออร์แกโนฟอสเฟต ใชใ้ ส่ในนำ้ เพื่อกำจดั ลูกน้ำยงุ ลาย อัตราสว่ นทีใ่ ช้ คอื ทรายกำจดั ลูกน้ำ 1 กรมั ตอ่ น้ำ 10 ลิตร หากใช้ทรายกำจัดลกู นำ้ ตามอัตราทีก่ ำหนดใหน้ จี้ ะไมม่ ีอันตรายต่อผบู้ ริโภค 2. เปน็ สารออกฤทธ์ทิ ำลายระบบประสาท และการหายใจของลูกนำ้ ยงุ ต่างๆ สารทีมฟี อสมีความเป็นพิษ สูงต่อตัวอ่อนของยุง รวมท้งั แมลงอ่นื ๆ เชน่ ร้นิ แมลงวนั ฝอยทราย แมลงหว่ขี น แมลงวนั รน้ิ ดำ และเหา จาก การศึกษาพบว่ามพี ิษน้อยตอ่ คนและสัตว์เลีย้ งลูกด้วยนมอ่ืนๆ แต่ยงั มคี วามเปน็ พิษสูงต่อนกบางชนิด 3. ทรายกำจดั ลกู น้ำท่ีผลิตออกมาจำหนา่ ยมหี ลายชอ่ื การค้า เช่น อะเบท (ABATE) เคมฟลที แซนดา เบต (Chemfleet Sandabate) ลาวฟิ อส เอสจี (Lavifos SG) เป็นต้น
4. ทรายกำจดั ลูกนำ้ ได้รับการยอมรบั จากองค์การอนามัยโลกวา่ ปลอดภยั สำหรับการใส่ในน้ำดมื่ แต่มี ขอ้ จำกัดทรี่ าคาค่อนขา้ งแพง โอง่ น้ำ สำหรับโอ่งนำ้ ควรใชว้ ธิ ปี ิดฝาใหม้ ิดชิด ปดิ ปากโอง่ นำ้ ดม่ื ดว้ ยผา้ มุง้ หรือตาขา่ ยไนลอ่ น คาดเชือกรอบ ปากโอ่งให้แน่น แลว้ จึงปดิ ทบั ช้นั นอกดว้ ยฝาอะลูมิเนียม เพื่อปอ้ งกนั ฝนุ่ ละออง การปดิ ปากโอ่งดว้ ยฝา อะลูมิเนียมเพียงอยา่ งเดยี วไม่สามารถปอ้ งกนั ยุงลายลงไปวางไข่ได้อยา่ งสมบรู ณ์ สำหรับโอง่ นำ้ ใชท้ ต่ี ้องใชน้ ำ้ อยู่ เปน็ ประจำ ให้หมุ้ ฝาอะลูมเิ นียมด้วยผ้าม้งุ อย่างหลวมๆ เวลาปดิ ฝา ชายผ้าจะกรอมลงไปกบั ตัวโอ่ง ชว่ ยปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ยุงลายเล็ดลอดเขา้ ไปวางไข่ในโอง่ ได้ ยางรถยนต์เก่า 1. ยางรถยนต์เกา่ ที่ไมใ่ ช้กันแลว้ นั้น ไมว่ ่าจะเปน็ ยางของรถเก๋ง รถกระบะ รถสบิ ลอ้ หรือวา่ รถแทรค เตอร์ หากวางทิ้งไว้นอกบา้ น เวลาฝนตกลงมาก็จะสามารถเกบ็ กักน้ำฝนไว้ได้สว่ นหน่ึง แล้วก็จะกลายเป็นแหล่ง เพาะพันธ์ุท่ดี ีของยุงลาย 2. การนำยางรถยนต์เกา่ มาดัดแปลงให้เปน็ ประโยชน์แทนการวางท้งิ ไว้เฉยๆ จะชว่ ยกำจัดแหล่ง เพาะพันธย์ุ งุ ไดด้ ี เชน่ นำมาทำเป็นที่ปลกู ตน้ ไม้ ท่ปี ลูกพืชผัก สวนครวั เป็นทท่ี งิ้ ขยะ เป็นเกา้ อี้ เปน็ ฐานเสา เป็น รวั้ เปน็ ชงิ ช้า หรือทำเป็นทปี่ ีนป่ายห้อยโหนสำหรบั เดก็ ๆ แตจ่ ะตอ้ งดัดแปลงยางรถยนต์เก่าน้นั ให้ขงั น้ำไม่ได้ 3. หากจะทำเปน็ ที่ท้ิงขยะ เป็นชิงช้าหรือเครอ่ื งเลน่ ในสนามเดก็ เล่น จะตอ้ งเจาะรใู หน้ ำ้ ระบายไหล ออกไปได้งา่ ย และหากจะทำเปน็ ร้ัวกค็ วรฝังดินให้ลึกพอทีด่ ้านล่างของยางรถยนตน์ ้ันไม่สามารถขังนำ้ ได้ ภายในบา้ น 1. แจกัน ควรใช้วิธเี ปลย่ี นนำ้ ทกุ 7 วัน 2. ขวดเล้ยี งพลูดา่ ง ควรใช้วิธเี ปลีย่ นนำ้ ทกุ 7 วัน หรอื ปลูกดว้ ยดิน 3. จานรองขาตูก้ ับข้าว ควรใชว้ ธิ เี ตมิ นำ้ เดอื ดลงไปทุก 7 วนั หรือใส่ชนั หรือข้เี ถ้าแทนการใสด่ ้วยน้ำ อาจพจิ ารณาใชเ้ กลือแกง น้ำส้มสายชู ผงซักฟอก ซึ่งเปน็ ของคู่บา้ นคู่ครวั อยู่แลว้ เอามาใช้ในการควบคมุ และ กำจดั ลกู น้ำยุงลายได้ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งท่จี านรองขาตกู้ ับข้าว 4. จานรองกระถางต้นไม้ ควรใช้วธิ ีเทนำ้ ทข่ี ังอยู่ท้ิงลงดนิ ทุก 7 วัน หรอื ใส่ทรายธรรมดาให้ลกึ 3 ใน 4 สว่ นของจาน 5. ยางรถยนต์เก่า ควรใช้วิธีปกปดิ เจาะรหู รอื ดัดแปลงใหข้ ังนำ้ ไมไ่ ด้ 6. อา่ งบวั ควรใชว้ ธิ ใี สป่ ลากนิ ลูกนำ้ ภายนอกบ้าน 1. ทอ่ ระบายนำ้ ควรใช้วธิ ีระบายนำ้ ออก อย่าปล่อยให้ทอ่ อดุ ตนั 2. หลมุ บ่อ แอง่ น้ำ ควรใชว้ ิธีกลบถมด้วยดนิ หรือทราย แบคทีเรยี กำจดั ลูกน้ำ 1. แบคทีเรยี กำจัดลกู นำ้ เป็นเช้ือจลุ นิ ทรยี ท์ ี่มีอยูใ่ นดินตามธรรมชาติ จงึ ไมเ่ ปน็ พษิ ต่อคนและสัตวเ์ ลยี้ ง ออกฤทธิ์กำจัดลกู นำ้ ยงุ ภายใน 24 ช่ัวโมง และคงประสิทธิภาพในการควบคุมลกู น้ำได้นานหลายสปั ดาห์
2. ภายในเซลลข์ องแบคทีเรยี มีผลึกโปรตนี ท่ีมีสารพิษ ลูกน้ำจะกินแบคทเี รยี เขา้ ไป โดยที่ภายใน กระเพาะอาหาร ของลูกน้ำมีสภาพเปน็ ด่าง เมื่อมเี อนไซม์ออกมาย่อยโปลีเปปไทด์ทีเ่ ปน็ องค์ประกอบของผลึก โปรตนี นี้ ผลึกโปรตีนก็จะแสดงความเปน็ พิษต่อ ลูกนำ้ โดยทำให้เกดิ อาการเปน็ อัมพาตซึ่งทำใหล้ ูกน้ำตายได้ 3. แบคทีเรยี กำจัดลูกนำ้ Bacillus thuringiensis israelensis มปี ระสทิ ธิภาพดใี นการกำจัดลูกน้ำ ยงุ ลาย และลกู นำ้ ยุงกน้ ปล่อง แตไ่ ด้ผลไม่มากนักสำหรับการกำจดั ลูกนำ้ ยุงรำคาญ สว่ นแบคทเี รียท่ีมี ประสิทธิภาพดใี นการกำจัดลูกนำ้ ยงุ รำคาญ มีชื่อเรียกวา่ Bacillus sphaericus 4. แบคทเี รยี ท่ไี ดร้ บั การผลติ ออกจำหนา่ ยตามท้องตลาดมีชอ่ื การค้าแตกตา่ งกันไป เชน่ Bactimos, Teknar, VectoBac, Larvitab ฯลฯ และมีหลายสูตรใหเ้ ลือกใชต้ ามความเหมาะสมกับชนดิ ของแหล่งนำ้ และ ชนิดของลกู นำ้ ยุง ปลากินลูกนำ้ 1. วธิ ีกำจดั ลกู น้ำวิธีหนึง่ ก็คือ การใชป้ ลากนิ ลูกนำ้ เชน่ ปลาหางนกยงู ปลาสอด ปลากดั โดยใสไ่ วใ้ นโอง่ หรือบอ่ ซเี มนตท์ ี่ใสน่ ้ำสำหรับใช้ ปลาเหล่านีจ้ ะช่วยกินลูกน้ำในนำ้ ซ่ึงเปน็ การช่วยควบคุมยงุ ลายได้ทางหน่ึง 2. ปลาหางนกยงู เลี้ยงง่ายและขยายพนั ธเ์ุ รว็ พนั ธุ์พ้ืนเมืองของไทยนัน้ ลวดลายไม่ค่อยสวย แตท่ นทาน ต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมไดด้ กี ว่าพันธุ์สวยงาม ปลาหางนกยูงกินอาหารได้หลายชนดิ เช่น ลกู น้ำยุง ตัวออ่ นแมลงตา่ งๆ หนอนแดง พืชนำ้ ตะไคร่น้ำ รวมท้งั ลูกของมนั เอง และลกู ปลาอ่ืนๆ ด้วย ปลาหางนกยูง สามารถอยู่ไดท้ ั้งในนำ้ สะอาด และนำ้ สกปรก ในธรรมชาติจะพบปลานี้ไดท้ ว่ั ไปตามลำห้วย ฝายนำ้ ลน้ หนองน้ำ สระน้ำ อา่ งเก็บนำ้ เป็นต้น 3. ใส่ปลาหางนกยงู 2-10 ตวั ต่อภาชนะ จะช่วยใหป้ ลอดลกู น้ำยงุ ลาย ส่วนการคมุ กำเนิดปรมิ าณปลา หางนกยงู ในภาชนะทำได้โดยการใส่เฉพาะปลาตัวผู้ การทำฮอรโ์ มนนมสด ฮอร์โมนนมสด คอื การเอานมสดมาหมกั ด้วยจุลินทรีย์เพ่อื ใหเ้ กิดกระบวนการย่อยสลาย ทงั้ ยงั เตมิ นำ้ ตาล ลงไปเพื่อใหเ้ ป็นอาหารของจุลนิ ทรียแ์ ละป้องกนั การเนา่ เสีย เมอ่ื เรานำไปใช้ พชื ก็สามารถนำธาตุอาหารทีอ่ ยูใ่ น ฮอร์โมนนมสดไปใช้ในการเรง่ การเจรญิ เตบิ โตไดเ้ ลย เมื่อนำไปใช้กบั ผกั ทานใบ จะชว่ ยให้ผกั มรี สชาติหวาน กรอบ อร่อยยงิ่ ข้นึ วิธีทำฮอร์โมนนมสด ฮอรโ์ มนไข่ สำหรับพชื สงิ่ ท่ีต้องเตรียม • นมจืดย่ีห้อใดกไ็ ด้ 1 กล่อง • นมเปรย้ี ว 1 ชอ้ นโตะ๊ • นำ้ ตาลทรายแดง 1 ชอ้ นโต๊ะ • ขวดเปลา่ 1 ใบ วธิ ที ำ • เทนมลงใส่ขวดทีเ่ ตรียมไว้ • เตมิ นมเปรย้ี วและน้ำตาลทรายแดง อย่างละ 1 ชอ้ นโต๊ะ • เขย่าให้เขา้ กนั ต้งั ทิ้งไว้ 3 วนั นำไปใช้ได้
การทำจลุ ินทรียส์ ังเคราะหแ์ สง จลุ ินทรีจลุ ินทรีย์ท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ พชื เปน็ สิ่งมีชวี ติ ขนาดเล็กทพ่ี บไดท้ ั่วไปตามธรรมชาติท้งั ในดนิ และนำ้ ทำหน้าที่กำจัดของเสีย กา๊ ซและสารพิษต่าง ๆ ประโยชน์ของจุลนิ ทรีย์สงั เคราะห์แสง 1. ช่วยตรึงไนโตเจนในดนิ เพมิ่ ไนโตเจนใหก้ ับพืช 2. เรง่ การเจรญิ เตบิ โต ทำให้พืชแข็งแรงแล้วโตเรว็ เปน็ 3 เท่า 3. เมือ่ ใชท้ างดินทำใหร้ ากพืชแขง็ แรงและหาอาหารได้ดีข้นึ ใช้กบั นาขา้ วชว่ ยเร่งการแตกกอของข้าว 4. ช่วยในการยอ่ ยธาตุอาหารและวตั ถุอนิ ทรยี ์ในดนิ เพื่อให้พืชดดู ซึมไปใชไ้ ด้อย่างง่ายดาย 5. ป้องกันพืชโดยการทำลายจลุ นิ ทรยี ไ์ มด่ ีในดนิ ท่เี ปน็ สาเหตทุ ที่ ำให้เกิดโรคพืช สงิ่ ท่ีต้องเตรียม 1. นำ้ จากแหลง่ น้ำธรรมชาติ 2. ขวดขนาด 1.5 ลติ รหรือมากกวา่ 3. ไขไ่ ก่ 1 ฟอง 4. น้ำปลายี่ห้อใดก็ได้ วิธที ำจลุ นิ ทรยี ์สังเคราะหแ์ สง 1. ตอกไข่ใสถ่ ้วยแลว้ เตมิ น้ำปลาลง 1 ชอ้ นโตะ๊ คนใหเ้ ขา้ กัน 2. นำนำ้ ใสข่ วดขนาด 1.5 ลติ รไปตากแดดประมาณ 4-5 วัน กอ่ นเติมไข่ไก่ทเ่ี ตรียมไว้ลงไป 1 ชอ้ นโต๊ะ 3. นำไปตัง้ ไวใ้ นบรเิ วณกลางแจ้งทม่ี ีแดดส่งถึงทกุ วนั
ส่วนที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน ผ้ดู ำเนนิ การจดั ทำโครงการการศึกษาเพ่ือพัฒนาสงั คมและชุมชน ส่งเสรมิ การอนรุ ักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ บรู ณาการดา้ นการเกษตร ในการอบรมเก็บรวบรวมขอ้ มูล และการวิเคราะหข์ ้อมลู ดงั นี้ 1. เครื่องมือที่ใชใ้ นการจัดกิจกรรม ขอ้ มูลปฐมภูมิ ได้จากการกรอกแบบสอบถามของผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรม ขอ้ มูลทตุ ิยภูมิ ศกึ ษาจากเอกสาร ข้อมูลต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วข้อง 2. การเก็บรวบรวมข้อมลู 2.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1.1 ประชาชนทีเ่ ข้ารับการอบรม 2.2 วิธดี ำเนนิ การในการติดตามและประเมินผลการดำเนนิ งาน ไดด้ ำเนินการดงั น้ี 2.2.1 เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ เป็นแบบสอบถาม แบง่ ออกเปน็ 3 ตอน คอื ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลสถานภาพท่ัวไปเก่ยี วกับผ้ตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 ขอ้ มูลเกย่ี วกบั ความพงึ พอใจในการเขา้ รว่ มโครงการฯ ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ 2.2.2 วิเคราะหข์ ้อมูล ในการวเิ คราะห์ ดำเนินการดังน้ี ตอนท่ี 1 ข้อมูลสถานภาพทวั่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถามวเิ คราะห์ผลดว้ ยการหาค่าร้อยละ ค่ารอ้ ยละ (%) P = F 100 n เม่ือ p แทน รอ้ ยละ F แทน จำนวนผตู้ อบแบบสอบถาม n แทน จำนวนทง้ั หมด ตอนท่ี 2 ขอ้ มูลเกี่ยวกบั การดำเนนิ งานตามโครงการ ใชค้ า่ เฉล่ีย x x = x n เมอ่ื x แทน ค่าเฉลี่ย แทน จำนวนผูต้ อบแบบสอบถาม x แทน จำนวนทง้ั หมด n
ตอนที่ 3 สรปุ ข้อเสนอแนะ โดยใชค้ วามถี่ ( f ) 2.2.3 การแปลผลขอ้ มลู ในการแปลความหมายของข้อมูล แปลผลจากค่าเฉลี่ยเลขคณิต x โดยใชห้ ลกั เกณฑด์ ังน้ี ค่าเฉล่ยี เลขาคณิต x ความหมาย 1.00 – 1.50 1.51 – 2.50 น้อยท่สี ดุ 2.51 – 3.50 น้อย 3.51 – 4.50 4.51 – 5.00 ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ 3. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน จากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนตามโครงการการศึกษาเพ่ือพฒั นาสังคมและชมุ ชน ส่งเสริมการ อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ บูรณาการดา้ นการเกษตร ได้มีการสำรวจความพงึ พอใจของผู้เข้ารว่ มกิจกรรมที่มีต่อ รูปแบบการจดั กิจกรรม จำนวน 2 คน โดยวิธกี ารตอบแบบสอบถาม จงึ ไดม้ ีการนำเสนอข้อมูลในรปู ตาราง ประกอบคำบรรยาย โดยแบง่ ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ตอนท่ี 1 ข้อมลู ส่วนบคุ คล ตอนที่ 2 ประเมนิ ความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ (กิจกรรมการเรยี นการสอน) ตอนที่ 3 สรปุ ขอ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะ สรุปเป็นประเด็นท่สี ำคญั ตอนที่ 1 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ตารางที่ 1 แสดงจำนวน ร้อยละจำนวนตามเพศ เพศ จำนวน ( n = 2 ) รอ้ ยละ ชาย - - หญิง 2 100.00 รวม 2 100 จากตารางที่ 1 ผลการศกึ ษาพบวา่ ผู้เข้ารว่ มอบรมทง้ั หมดเปน็ เพศหญิง คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ตารางท่ี 2 แสดงจำนวน รอ้ ยละจำนวนตามอายุ อายุ จำนวน ( n = 2 ) รอ้ ยละ ๑๕-๓๙ ปี - - ๔๐-๕๙ ปี 2 ๖๐ ปี ข้นึ ไป - 100.00 - - รวม 100 จากตารางที่ 2 ผลการศึกษาพบวา่ ผ้เู ข้ารว่ มอบรมทัง้ หมดมีอายุระหวา่ ง 40 – 59 ปี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100
ตารางท่ี 3 แสดงจำนวน ร้อยละจำนวนตามระดบั การศึกษาสูงสดุ ระดบั การศึกษาสงู สดุ จำนวน ( n = 2 ) รอ้ ยละ ประถมศกึ ษา - - - - มัธยมศกึ ษาตอนต้น 2 มธั ยมศึกษาตอนปลาย - 100.00 อื่นๆ..ต่ำกว่าประถมศึกษา 2 - รวม 100 จากตารางที่ 3 ผลการศึกษาพบวา่ ผูเ้ ขา้ ร่วมอบรมทงั้ หมดมรี ะดับการศึกษาสงู สดุ คือ ระดบั มธั ยมศึกษา ตอนปลาย คิดเปน็ ร้อยละ 100 ตารางที่ 4 แสดงจำนวน ร้อยละจำนวนตามอาชพี อาชีพ จำนวน ( n = 2 ) รอ้ ยละ เกษตรกร 1 50.00 รับจ้าง - คา้ ขาย 1 - นกั เรยี น/นักศึกษา - 50.00 2 รวม - 100 จากตารางที่ 4 ผลการศึกษาพบวา่ ผู้เข้าร่วมอบรมประกอบอาชีพเกษตรกรและอาชพี ค้าขาย คดิ เป็นรอ้ ยละ 50 เทา่ กัน
ตอนท่ี 2 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ความพึงพอใจในการจดั กิจกรรม ตารางท่ี 6 แสดงจำนวน รอ้ ยละ และค่าเฉลีย่ ของความพึงพอใจของผู้เขา้ รว่ มอบรมที่มตี อ่ การจดั กจิ กรรมการ เรียนการสอน ระดบั ความพงึ พอใจ/ความรู้ความเขา้ ใจ/การนำความรไู้ ปใช้ ประเดน็ ความคดิ เหน็ มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยทส่ี ุด คา่ เฉล่ยี อยใู่ น 5 4 3 2 1 ระดบั ตอนท่ี 1 ความพึงพอใจด้านเนื้อหา = 4.63 1.1 เนื้อหาตรงตามความ 11 - - - 4.50 มาก ต้องการ (50.00%) (50.00%) 1.2 เนือ้ หาเพยี งพอตอ่ ความ 11 - - - 4.50 มาก ต้องการ (50.00%) (50.00%) - - - - 4.50 มาก 1.3 เนือ้ หาปจั จุบันทันสมยั 11 - - 5.00 มาก (50.00%) (50.00%) - - ท่ีสุด 1.4 เนือ้ หามปี ระโยชน์ต่อการ 2 - - = 4.30 - - - 4.00 มาก นำไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพชวี ิต (100.00%) - - - 4.50 มาก ตอนท่ี 2 ความพงึ พอใจด้านกระบวนการจดั กจิ กรรมการอบรม - - - - 4.50 มาก 2.1 การเตรียมความพรอ้ ม -2 - กอ่ นอบรม (100.00%) - - 4.50 มาก 2.2 การออกแบบกิจกรรม 11 - - 4.00 มาก เหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ (50.00%) (50.00%) = 4.67 2.3 การจัดกิจกรรมเหมาะสม 1 1 - - 4.50 มาก กบั เวลา (50.00%) (50.00%) - - 4.50 มาก 2.4 การจัดกิจกรรมเหมาะสม 1 1 - - 5.00 มาก ที่สุด กบั กลุม่ เปา้ หมาย (50.00%) (50.00%) 2.5 วธิ ีการวดั ผล/ประเมนิ ผล -2 เหมาะสมกบั วตั ถปุ ระสงค์ (100.00%) ตอนท่ี 3 ความพงึ พอใจต่อวิทยากร 3.1 วทิ ยากรมีความรู้ 11 ความสามารถในเร่ืองทถี่ า่ ยทอด (50.00%) (50.00%) 3.2 วทิ ยากรมีเทคนิคการ 11 ถ่ายทอดใช้ส่อื เหมาะสม (50.00%) (50.00%) 3.3 วทิ ยากรเปดิ โอกาสใหม้ ี 2 - สว่ นรว่ มและซกั ถาม (100.00%)
ระดบั ความพงึ พอใจ/ความรู้ความเข้าใจ/การนำความรู้ไปใช้ ประเดน็ ความคิดเหน็ มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทีส่ ดุ คา่ เฉลี่ย อย่ใู น 5 4 3 2 1 ระดบั 4. ความถึงพอใจด้านการอำนวยความสะดวก = 4.17 4.1 สถานที่ วสั ดุ อุปกรณ์และ 1 1 - - - 4.50 มาก ส่ิงอำนวยความสะดวก (50.00%) (50.00%) 4.2 การส่อื สาร การสร้าง - 2 - - - 4.00 มาก (100.00%) บรรยากาศเพ่ือให้เกดิ การเรียนรู้ 4.3 การบริการ การชว่ ยเหลือ - 2 - - - 4.00 มาก (100.00%) และการแก้ปัญหา 5. ความพงึ พอใจด้านการนำความรูไ้ ปใช้ = 4.50 5.1 สามารถนำความรทู้ ร่ี ับไป 1 1 - - - 4.50 มาก ประยุกตใ์ ช้ในการปฏบิ ัตงิ านได้ (50.00%) (50.00%) 5.2 สามารถนำความรไู้ ป 1 1 - - - 4.50 มาก เผยแพร่/ถ่ายทอดแกช่ มุ ชนได้ (50.00%) (50.00%) 5.3 มีความมั่นใจและสามารถ 1 1 - - - 4.50 มาก นำความรูท้ ีไ่ ด้รบั ไปใชไ้ ด้ (50.00%) (50.00%) รวมทงั้ สิ้น 16 20 - - - 4.44 มาก (44.44%) (55.56%) คา่ เฉลยี่ ถ่วงนำ้ หนกั 4.44 ระดับความคดิ เหน็ มาก จากตารางท่ี 5 จากการศกึ ษาพบวา่ ผูเ้ ขา้ ร่วมอบรมสว่ นใหญ่มคี วามพงึ พอใจต่อการจัดโครงการ โดยแยกเป็น ข้อๆ ดงั น้ี 1. ความพงึ พอใจด้านเน้ือหา อยใู่ นระดับ มากทีส่ ดุ ก คา่ เฉล่ีย = 4.63 2. ความพึงพอใจด้านกระบวนการจดั กจิ กรรมการอบรม อยูใ่ นระดับ มาก ค่าเฉล่ีย = 4.30 3. ความพงึ พอใจต่อวิทยากร อย่ใู นระดับ มากทสี่ ุด ค่าเฉลี่ย = 4.67 4. ความพงึ พอใจด้านการอำนวยความสะดวก อยใู่ นระดับ มาก คา่ เฉลย่ี = 4.17 5. ความพงึ พอใจด้านการนำความรู้ไปใช้ อยู่ในระดับ มาก คา่ เฉล่ยี = 4.50 สรปุ ภาพรวมความพึงพอใจของผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ ท้งั หมด อยู่ในระดับ มาก มีคา่ เฉล่ยี = 4.44 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ไม่มี หมายเหตุ คดิ คะแนนเฉพาะทีค่ วามพึงพอใจอย่ใู นระดบั มากขึ้นไป
สว่ นท่ี 5 สรุปผลโครงการ อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตามโครงการการศึกษาเพ่ือพัฒนาสงั คมและชมุ ชน ส่งเสริมการอนุรกั ษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ บูรณาการดา้ นการเกษตร มีจุดประสงค์ในการจดั กิจกรรมดงั น้ี ๑. เพ่ือให้ประชาชนไดร้ บั ความรู้ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั การฟนื้ ฟูและอนรุ กั ษ์ดนิ ๒. เพอื่ ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ปุ๋ยทท่ี ำเอง แทนการใชส้ ารเคมี 3. เพือ่ ใหป้ ระชาชนไดร้ บั ความรูเ้ ก่ยี วกบั การจดั การลกู นำ้ ยุงลาย การดำเนินการจดั กจิ กรรม 1. ผเู้ ข้าร่วมกจิ กรรม ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมโครงการ จำนวน 2 คน - เพศชาย จำนวน - คน - เพศหญงิ จำนวน 2 คน 2. เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการอบรม ขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ได้จากการกรอกแบบสอบถามของผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรม ขอ้ มลู ทุตยิ ภูมิ ศึกษาจากเอกสาร ข้อมลู ต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะหแ์ บบสอบถามในแต่ละสว่ น ดงั น้ี ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลส่วนบุคคล ตอนท่ี 2 ประเมินความพึงพอใจในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ สรปุ เป็นประเดน็ ที่สำคญั 4. วธิ กี ารวเิ คราะหข์ ้อมูล ในการวเิ คราะห์ข้อมูล ผู้จัดไดด้ ำเนนิ การ 2 ลกั ษณะ คือ 4.1 การสังเคราะห์เชิงคุณลักษณะ ผ้จู ัดกจิ กรรมทำการสงั เคราะหโ์ ดยใช้วิธีการวเิ คราะหส์ ังเคราะห์ 3 ด้าน คือ ข้อมลู ท่วั ไป ข้อมลู ความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน และขอ้ เสนอแนะ 4.2 การสังเคราะห์การอบรมเชงิ ปริมาณ ในการสังเคราะหก์ ารจดั กิจกรรมเชิงปริมาณ ผจู้ ัดกิจกรรมแยกออกเป็น คุณลักษณะตา่ ง ๆ ในการสงั เคราะหข์ ้อมลู ดังนี้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั เพศ / อายุ ขอ้ มูลระดบั ความพงึ พอใจในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ขอ้ เสนอแนะ สรปุ ผลการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ผลการจัดกจิ กรรม ผลการจัดกิจกรรมโครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ บูรณาการดา้ นการเกษตร โดยใชว้ ิธีการวิเคราะห์ สงั เคราะหจ์ ากแบบประเมนิ ความพึงพอใจ ในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน และรูปแบบการจดั กจิ กรรม สามารถสรุปได้ดงั นี้
การสังเคราะหข์ อ้ มลู ทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมสว่ นใหญ่เป็นเพศหญงิ ทง้ั หมด เน่ืองจากเป็นเพศที่อยู่กับบา้ นคอยเฝา้ บ้านเรอื น และ มหี นา้ ทีท่ ำงานบา้ น ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมสว่ นใหญ่มอี ายรุ ะหว่าง 40 – 59 ปี เนอื่ งจากคนในช่วงอายนุ ี้ให้ความสนใจในเร่ือง การคัดแยกขยะ ผลการสังเคราะห์ทางจำนวนของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าเป้าหมายท่ี กำหนดไว้ แตง่ บประมาณการฝกึ อบรมมีอยอู่ ยา่ งจำกดั การวเิ คราะห์ข้อมูลเกย่ี วกบั ความพงึ พอใจในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ จากการศึกษาพบวา่ ผูเ้ ขา้ ร่วมอบรมสว่ นใหญ่มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ 1. ความพึงพอใจด้านเน้ือหา อยใู่ นระดบั มากทสี่ ุดก ค่าเฉลย่ี = 4.63 2. ความพงึ พอใจดา้ นกระบวนการจดั กิจกรรมการอบรม อยูใ่ นระดบั มาก ค่าเฉลย่ี = 4.30 3. ความพึงพอใจต่อวทิ ยากร อยู่ในระดบั มากทส่ี ดุ คา่ เฉลี่ย = 4.67 4. ความพงึ พอใจดา้ นการอำนวยความสะดวก อยใู่ นระดับ มาก คา่ เฉลีย่ = 4.17 5. ความพงึ พอใจดา้ นการนำความรไู้ ปใช้ อยใู่ นระดับ มาก คา่ เฉลย่ี = 4.50 สรุปภาพรวมความพึงพอใจของผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ ทงั้ หมด อยใู่ นระดับ มาก มีคา่ เฉลี่ย = 4.44 อภปิ รายผล จากการดำเนนิ การพบประเด็นสำคัญทสี่ ามารถนำมาอภปิ รายผลไดด้ งั นี้ 1. ดา้ นกลุ่มเปา้ หมาย 1.1 ประชาชนประชาชนมคี วามรู้ในเรื่องการอนุรักษ์ทรพั ยากรดิน 1.2 ประชาชนสามารถสรา้ งรายไดจ้ ากขยะมลู ฝอย 2. ดา้ นงบประมาณ 2.1 จากการดำเนินงานพบงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อวัสดุในการอบรม ไม่เพียงพอสำหรับ การจดั กิจกรรม เน่อื งจากมผี ้เู ขา้ ร่วมอบรมมากกวา่ เปา้ หมายท่กี ำหนด 3. ด้านกิจกรรมการเรยี นการสอน 3.1 จากการดำเนินงานพบว่ากิจกรรมต้องยืดหยุ่นตามสภาพกลุ่มเป้าหมาย เนอ่ื งมาจากสภาพ ชวี ิตความเปน็ อย่ขู องกลมุ่ เปา้ หมายมีส่วนสำคัญต่อการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 4. ดา้ นสถานที่ 4.1 การดำเนินการเป็นไปด้วยความสะดวก เรียบร้อย เนื่องจากได้ใช้พื้นที่ของวัดในชุมชน 4.2 การใชส้ ถานทขี่ องผรู้ ับบรกิ ารเป็นศูนยก์ ารเรียนรู้ในชมุ ชนทำใหเ้ กิดความเช่ือมโยง สัมพันธ์ กันระหวา่ งศูนยส์ ่งเสริมการเรยี นร้อู ำเภอชาติตระการและชมุ ชน ข้อมูลความตระหนัก ในการจัดกิจกรรมโครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ บูรณาการด้านการเกษตร เพื่อส่งเสริมให้ผู้รับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการ อนุรักษท์ รพั ยากรดินและการกำจัดแหลง่ เพาะพันธ์ุลูกน้ำยุงลาย
ข้อมลู การปฏิบัติ (ความพยายาม) ในการจัดกิจกรรมโครงการการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ บูรณาการด้านการเกษตร ได้มีการประชุมวางแผนการดำเนินโครงการ และให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับ การอบรมมคี วามรู้เก่ียวกบั การอนรุ ักษท์ รัพยากรดินและการกำจดั แหล่งเพาะพันธุ์ลกู น้ำยงุ ลาย จดุ เดน่ 1. กลมุ่ เปา้ หมายมีความรบั ผิดชอบ 2. กิจกรรมตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย 3. กลุม่ เป้าหมายมคี วามสนใจในกจิ กรรมการเรยี นการสอนดี 4. กล่มุ เปา้ หมายสามารถนำความรูท้ ไี่ ด้ไปใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวันของตนเองได้ จุดควรพัฒนา (จุดดอ้ ย) ผู้เรียนมีพื้นฐานในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทำให้การเรียนรู้เป็นไปได้ช้ากว่ากำหนดที่ได้ตั้งไว้ และผู้ อบรมบางท่านมาสายเนอื่ งจากติดภาระกิจทบี่ ้านในช่วงเชา้ แนวทางการพฒั นา ควรจัดหางบประมาณเพิ่มเติม หรือขอความอนุเคราะห์การสนับสนุนจากงบประมาณจากแหล่งต่าง ๆ เพือ่ ใชใ้ นการจดั ซอ้ื วสั ดุใหเ้ พียงพอตอ่ จำนวนผเู้ ข้ารับการอบรม วธิ กี ารพัฒนา 1. สร้างความรู้ ความเขา้ ใจที่ดีในการจัดเกีย่ วกับการอนรุ ักษ์ทรัพยากรดนิ และการกำจัดแหลง่ เพาะพันธุ์ ลูกนำ้ ยงุ ลาย กล่มุ เป้าหมายมีความรับผิดชอบในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ให้ผ้รู บั การอบรม/ผู้รับบริการ เหน็ ความสำคญั 2. ปรับวิธีการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับนักศึกษา/ผู้รับบริการ ให้มีความยืดหยุ่นโดยไม่เน้นหน่วยการ เรียนรูต้ ามหลักสูตร แต่ใหย้ ดึ ตวั นักศึกษาเปน็ สำคัญ แล้วจงึ นำผลการดำเนินงานมาปรบั ปรุงในครัง้ ต่อไป ขอ้ เสนอแนะในการดำเนินการคร้ังต่อไป 1. ควรทำการศึกษาปัญหาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ได้ข้อมลู ท่ถี กู ตอ้ ง ตรงตามความต้องการของประชาชนมากทสี่ ดุ 2. ควรศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในด้านต่าง ๆ ที่ต้องการรับบริการจากศูนย์ส่งเสริมการ เรียนรู้อำเภอชาติตระการเพื่อให้ทราบและสามารถจัดกิจกรรมตามหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของ ท้องถ่นิ ได้ 3. ควรศึกษาผลกระทบจากการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการศึกษาจาก กลุ่มเป้าหมาย และชมุ ชน 4. ควรเกบ็ ขอ้ มูลของผู้เข้ารับการอบรมหลงั การอบรมดว้ ยทุกคร้ัง
ภาคผนวก
ภาพกิจกรรม โครงการการศกึ ษาเพือ่ พฒั นาสงั คมและชุมชน ส่งเสรมิ การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ บรู ณาการด้านการเกษตร วนั ที่ 22 สิงหาคม 2566 ณ ทที่ ำการผูใ้ หญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านศรีสงคราม ตำบลป่าแดง อำเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก
ภาพกิจกรรม โครงการการศกึ ษาเพือ่ พฒั นาสงั คมและชุมชน ส่งเสรมิ การอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ บรู ณาการด้านการเกษตร วนั ที่ 22 สิงหาคม 2566 ณ ทที่ ำการผูใ้ หญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านศรีสงคราม ตำบลป่าแดง อำเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก
คณะผูจ้ ัดทำ ทปี่ รึกษา นางพรสวรรค์ กันตง ผอู้ ำนวยการศูนยส์ ง่ เสริมการเรียนรู้อำเภอชาตติ ระการ นางสาวชมพูนชุ ลว้ นมงคล ครู ผสู้ ง่ เสริมสนบั สนุนการจดั กิจกรรม นางสาวประยรู บญุ ประกอบ ครอู าสาสมคั รฯ ผรู้ ับผิดชอบ/ผู้เรยี บเรยี ง/จัดพิมพร์ ปู เล่ม/ออกแบบปก นางสาวเปยี ทิพย์ แสงสบี าง ครู กศน.ตำบลทา่ สะแก
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: