Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 5.หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

5.หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

Published by TANAWICH SEANGRAM, 2022-07-07 02:34:48

Description: 5.หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา

Search

Read the Text Version

๙๗ ควำมสำมำรถของรำ่ งกำยที่ชว่ ยใหบ้ คุ คลสำมำรถประกอบกจิ กรรมทำงกำย โดยเฉพำะอยำ่ งยงิ่ กำร เลน่ กีฬำได้ดี มีองค์ประกอบ ๖ ด้ำน ดงั น้ี ๑. ควำมคลอ่ ง (Agility) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรเปล่ียนทศิ ทำงกำรเคล่ือนที่ได้อย่ำงรวดเร็ว และสำมำรถควบคมุ ได้ ๒. กำรทรงตวั (Balance) หมำยถึง ควำมสำมำรถในกำรรักษำดลุ ของร่ำงกำยเอำไว้ได้ ทัง้ ในขณะอยู่กบั ท่ีและเคล่อื นที่ ๓. กำรประสำนสมั พนั ธ์ (Co – ordination) หมำยถงึ ควำมสำมำรถในกำรเคล่ือนไหวไดอ้ ยำ่ ง รำบร่นื กลมกลืน และมปี ระสิทธิภำพ ซ่งึ เป็นกำรทำงำนประสำนสอดคล้องกันระหวำ่ งตำ-มอื -เท้ำ ๔. พลงั กล้ำมเน้ือ (Power) หมำยถึง ควำมสำมำรถของกลำ้ มเนื้อสว่ นหนง่ึ สว่ นใดหรอื หลำย ๆ ส่วนของร่ำงกำยในกำรหดตัวเพื่อทำงำนด้วยควำมเรว็ สูง แรงหรอื งำนที่ไดเ้ ปน็ ผลรวมของควำมแขง็ แรงและ ควำมเรว็ ทใี่ ชใ้ นช่วงระยะเวลำนั้น ๆ เชน่ กำรยนื อยู่กับที่ กระโดด กำรทุ่มน้ำหนกั เป็นตน้ ๕. เวลำปฏกิ ริ ยิ ำตอบสนอง (Reaction time) หมำยถึง ระยะเวลำท่ีร่ำงกำยใชใ้ นกำรตอบสนองต่อ สิ่งเร้ำต่ำง ๆ เช่น แสง เสยี ง สัมผัส ๖. ควำมเร็ว (Speed) หมำยถงึ ควำมสำมำรถในกำรเคลือ่ นท่จี ำกที่หนงึ่ ไปยงั อกี หนึ่งได้อย่ำงรวดเร็ว สมรรถภำพทำงกำย (Physical Fitness) ควำมสำมำรถของระบบตำ่ ง ๆ ของรำ่ งกำยในกำรทำงำนอยำ่ งมีประสทิ ธภิ ำพและประสิทธผิ ลบุคคลที่ มสี มรรถภำพทำงกำยดนี นั้ จะสำมำรถประกอบกจิ กรรมในชีวิตประจำวันไดอ้ ย่ำงกระฉับกระเฉง โดยไม่เหนื่อย ล้ำจนเกินไปและยังมีพลังงำนสำรองมำกพอ สำหรบั กิจกรรมนันทนำกำรหรือกรณฉี กุ เฉนิ ในปัจจุบันนกั วชิ ำชีพ ดำ้ นสขุ ศึกษำและพลศึกษำได้เห็นพอ้ งตอ้ งกันวำ่ สมรรถภำพทำงกำยสำมำรถจัดกล่มุ ไดเ้ ป็นสมรรถภำพทำง กำยเพื่อสุขภำพ(Health – Related Physical Fitness) และหรือสมรรถภำพกลไก(Motor Fitness) สมรรถภำพเชงิ ทักษะปฏิบตั (ิ Skill – Related Physical Fitness) สมรรถภำพทำงกำยเพื่อสุขภำพ (Health – Related Physical Fitness) ควำมสำมำรถของระบบตำ่ ง ๆ ในรำ่ งกำยประกอบดว้ ย ควำมสำมำรถเชิงสรีรวทิ ยำด้ำนตำ่ ง ๆ ทชี่ ่วย ป้องกนั บุคคลจำกโรคที่มีสำเหตุจำกภำวะกำรขำดกำรออกกำลงั กำยนับเป็นปจั จุบันหรือตวั บ่งช้ีสำคญั ของกำร มสี ุขภำพดี ควำมสำมำรถหรือสมรรถนะเหล่ำน้ี สำมำรถปรับปรงุ พฒั นำและคงสภำพได้ โดยกำรออกกำลังกำย อยำ่ งสมำ่ เสมอ สมรรถภำพทำงกำยเพ่ือสุขภำพมีองคป์ ระกอบดังนี้ ๑. องค์ประกอบของรำ่ งกำย (Body Composition) ตำมปกตแิ ลว้ ในรำ่ งกำยมนุษยป์ ระกอบด้วย กลำ้ มเนอื้ กระดูก ไขมัน และสว่ นอนื่ ๆ แต่ในส่วนของสมรรถภำพทำงกำยน้ัน หมำยถงึ สัดสว่ นปริมำณไขมัน ในรำ่ งกำยกับมวลรำ่ งกำยทป่ี รำศจำกไขมนั โดยกำรวัดออกมำเป็นเปอรเ์ ซ็นต์ไขมนั (% fat) ดว้ ยเคร่ือง

๙๘ ๒. ควำมทนทำนของระบบไหลเวียนโลหติ (Cardiorespiratory Endurance) หมำยถึง สมรรถนะ เชงิ ปฏบิ ัติของระบบไหลเวยี นโลหติ (หวั ใจ หลอดเลอื ด) และระบบหำยใจในกำรลำเลียงออกซเิ จนไปยงั เซลล์ กลำ้ มเนื้อ ทำให้ร่ำงกำยสำมำรถยืนหยัดท่ีจะทำงำนหรือออกกำลังกำยท่ใี ชก้ ลำ้ มเนื้อมัดใหญเ่ ป็นระยะเวลำ ยำวนำนได้ ๓. ควำมออ่ นตวั หรอื ควำมยืดหยนุ่ (Flexibility) หมำยถึง พิสัยของกำรเคลือ่ นไหวสงู สุดเท่ำท่จี ะทำได้ ของข้อต่อหรอื กลุ่มข้อต่อ ๔. ควำมทนทำนหรอื ควำมอดทนของกล้ำมเน้ือ(Muscular Endurance) หมำยถึง ควำมสำมำรถ ของกล้ำมเนื้อมัดใดมดั หน่งึ หรือกลุม่ กลำ้ มเนื้อ ในกำรหดตัวซำ้ ๆ เพ่ือต้ำนแรงหรือควำมสำมำรถในกำรคง สภำพกำรหดตัวคร้งั เดียวไดเ้ ปน็ ระยะเวลำยำวนำน ๕. ควำมแขง็ แรงของกล้ำมเนือ้ (Muscular Strength) หมำยถงึ ปริมำณสูงสุดของแรงท่กี ล้ำมเน้ือ มดั ใดมัดหนง่ึ หรือกลุ่มกล้ำมเนือ้ สำมำรถออกแรงต้ำนทำนได้ในช่วงกำรหดตวั ๑ ครั้ง สขุ บญั ญตั ิแหง่ ชำติ (National Health Disciplines) ขอ้ กำหนดทเ่ี ด็กและเยำวชนตลอดจนประชำชนทวั่ ไปพึงปฏิบัตอิ ย่ำงสม่ำเสมอจนเปน็ สุขนสิ ยั เพื่อให้ มีสขุ ภำพดีท้ังร่ำงกำย จติ ใจ และสงั คม ซ่งึ กำหนดไว้ ๑๐ ประกำร ดังน้ี ๑. ดแู ลรักษำร่ำงกำยและของใช้ให้สะอำด ๒. รักษำฟันใหแ้ ข็งแรงและแปรงฟันทุกวนั อยำ่ งถูกต้อง ๓. ล้ำงมอื ใหส้ ะอำดก่อนกนิ อำหำรและหลังกำรขับถ่ำย ๔. กนิ อำหำรสกุ สะอำด ปรำศจำกสำรอันตรำย และหลกี เล่ยี งอำหำรรสจดั สีฉูดฉำด ๕. งดบุหรี่ สุรำ สำรเสพติด กำรพนนั และกำรสำสอ่ นทำงเพศ ๖. สรำ้ งควำมสมั พันธ์ในครอบครัวใหอ้ บอนุ่ ๗. ป้องกันอุบัติภัยดว้ ยกำรไมป่ ระมำท ๘. ออกกำลงั กำยสมำ่ เสมอและตรวจสขุ ภำพประจำปี ๙. ทำจติ ใจให้ร่ำเรงิ แจ่มใสอยู่เสมอ ๑๐. มีสำนกึ ต่อสว่ นรวม ร่วมสร้ำงสรรคส์ ังคม สขุ ภำพ (Health) สขุ ภำวะ(Well – Being หรอื Wellness) ที่สมบรู ณแ์ ละเช่อื มโยงกันเปน็ องค์รวมอยำ่ งสมดลุ ทง้ั มิติ ทำงจิตวญิ ญำณ(มโนธรรม) ทำงสงั คม ทำงกำย และทำงจิต ซึ่งมิได้หมำยถึงเฉพำะควำม ไมพ่ ิกำรและควำมไม่ มีโรคเทำ่ น้ัน

๙๙ สนุ ทรียภำพของกำรเคลอ่ื นไหว (Movement Aesthetic) ศิลปะและควำมงดงำมของทว่ งท่ำในกำรเคล่อื นไหวรำ่ งกำยในอิริยำบถต่ำงๆ ซงึ่ เป็นผลมำจำก ควำมคิดสรำ้ งสรรค์ในกำรออกแบบท่ำทำงกำรเคล่อื นไหวและกำรฝึกฝนจนเกิดควำมชำนำญ สำมำรถแสดง ออกมำเป็นควำมกลมกลืนและตอ่ เนื่อง แอโรบกิ (Aerobic) กระบวนกำรสรำ้ งพลังงำนแบบตอ้ งใช้อำกำศซ่งึ ในทนี่ ้ี หมำยถึง ออกซเิ จน(Aerobic -energe delivery) ในกำรสร้ำงพลงั งำนของกลำ้ มเนื้อเพื่อทำงำนหรือเคลอ่ื นไหวนนั้ กลำ้ มเน้ือจะมวี ิธีกำร ๓ แบบท่ีจะ ไดพ้ ลงั งำนมำ แบบท่ี ๑ เป็นกำรใช้พลงั งำนทมี่ ีสำรองอย่ใู นกลำ้ มเนื้อซึ่งจะใชไ้ ดใ้ นเวลำไม่เกิน ๓ วินำที แบบที่ ๒ กำรสงั เครำะห์พลงั งำนโดยไมใ่ ช้ออกซเิ จน (Anaerobic energy delivery) ซึ่งใชไ้ ด้ ไม่เกนิ ๑๐ วนิ ำที แบบท่ี ๓ กำรสังเครำะหส์ ำรพลังงำน โดยใช้ออกซิเจน ซึ่งจะใช้พลงั งำนไดร้ ะยะเวลำนำน สอื่ และแหล่งกำรเรยี นรู้ 1. เอกสำรประกอบกำรเรยี น/แบบเรียนหนังสอื เรยี นวิชำสุขศกึ ษำและพลศึกษำ 2. แบบฝกึ ทักษะขนั้ พน้ื ฐำนวิชำพลศึกษำ 3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์วชิ ำสุขศึกษำและพลศึกษำ 4. แหลง่ สบื ค้นขอ้ มูลอินเตอร์เนต็ 5. หอ้ งสมุดโรงเรยี น 6. สวนพฤกษศำสตร์ในโรงเรียน 7. www.google.com 8. www.youtube.com 9. www.facebook.co.th

๑๐๐ กำรวดั ผลและประเมินผล แนวกำรวัดและกำรประเมินผลกำรเรียนรกู้ ลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ หลักกำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ กำรวดั และกำรประเมินผลกำรเรียนเปน็ สว่ นหน่งึ ของกำรจดั กำรเรียนรู้ใหแ้ กผ่ ้เู รียน ซงึ่ ต้องดำเนิน ควบค่กู นั ไปกำรบรู ณำกำรกำรวัดและกำรประเมินผลกบั กำรจดั กำรเรียนรูใ้ ห้แกผ่ เู้ รยี นสง่ ผลตอ่ กำรพัฒนำ คณุ ภำพผเู้ รยี นหลำยประกำร อำทิ ได้ข้อมลู ย้อนกลับทจี่ ะชว่ ยติดตำม กำกับ ดูแลควำมก้ำวหนำ้ ของผเู้ รยี น นำ ผลมำปรับแนวทำงกำรจัดกจิ กรรมให้สอดคลอ้ งกับสภำพผู้เรยี น ชว่ ยให้ผู้เรียนตระหนักในควำมสำมำรถและ พัฒนำกำรเรียนรู้ของตนเองอยำ่ งต่อเน่ืองและมคี ุณธรรม สำมำรถค้นพบควำมร้ใู หม่ และคดิ แกป้ ัญหำดว้ ย ตนเองได้ พระรำชบญั ญัตกิ ำรศกึ ษำแห่งชำติ พ.ศ. 2544 มำตรำ 26 กำหนดชดั เจนให้สถำนศกึ ษำจดั กำร ประเมนิ ผูเ้ รียน โดยพิจำรณำจำกพัฒนำกำรของผู้เรียน ควำมประพฤติ กำรสังเกตพฤติกรรม พฤติกรรมกำร เรยี น กำรรว่ มกิจกรรม และกำรทดสอบ ควบคู่ไปกับกระบวนกำรเรียนกำรสอน ตำมควำมเหมำะสมของแตล่ ะ ระดับและรูปแบบกำรศึกษำ นั่นหมำยถงึ ผสู้ อนจะต้องวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ ของผู้เรียนด้วยกำรเกบ็ รวบรวม ข้อมลู เก่ยี วกับผเู้ รียนจำกหลำยสว่ น ก่อนที่จะตัดสนิ ใจใหร้ ะดับผลกำรเรียน ดังนน้ั เพื่อใหก้ ำรวัดและประเมินผลกำรเรยี นกลมุ่ สำระกำรเรยี นร้สู ขุ ศึกษำและพลศึกษำสอดคลอ้ งกบั พระรำชบญั ญตั ิกำรศึกษำแหง่ ชำติ และเกิดประโยชน์ต่อกำรพฒั นำคุณภำพของผู้เรียน ผู้สอนควรดำเนินกำร วดั และประเมินผลโดยคำนึงถึงหลักกำรต่อไปนี้ 1. เนน้ กระบวนกำรประเมินเพ่ือพฒั นำกำรผเู้ รียน ( Formative Evaluation ) และ ประเมนิ เพ่อื ตัดสินใจผลกำรเรยี น( Summative Evaluation ) ครอบคลุมทัง้ ด้ำนควำมรู้ ทกั ษะ กระบวนกำร รวมทั้ง คุณธรรม จรยิ ธรรมและค่ำนยิ มท่พี งึ ประสงค์ หรือตำมปรชั ญำของวชิ ำ โดยใหค้ วำมสำคัญทัง้ ควำมรู้ คุณธรรม กระบวนกำรเรียนรู้ และกำรบูรณำกำรควำมรตู้ ำมควำมเหมำะสม เนน้ กำรนำผลกำรประเมนิ มำใชเ้ ป็นข้อมูล ในกำรวำงแผนปรบั ปรงุ กระบวนกำรสอนของตนและปรบั กระบวนกำรเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นเพ่อื ควำมสำเร็จตำม จุดหมำยของหลักสตู ร 2. เนน้ กำรประเมินดว้ ยวิธีทีห่ ลำกหลำย สอดคล้องกับกระบวนกำรเรยี นรู้ทจ่ี ัดใหผ้ ู้เรียน ตำมสภำพจรงิ หรือใกลเ้ คยี งสถำนกำรณ์ทเ่ี ปน็ จริง ( Authentic Learning and Assessment ) สะท้อน ควำมสำมำรถและกำรแสดงออกของผเู้ รียน ( Student Performance ) อยำ่ งชดั เจน 3. เน้นกำรบูรณำกำรกำรประเมนิ ผลควบคู่ไปกับกำรเรียนกำรสอนและกำรกระบวนกำร เรยี นรู้ของผ้เู รียน โดยประเมินจำกคุณภำพของงำนและกระบวนกำรทำงำนของผเู้ รยี น 4. เนน้ กำรให้ผู้เรียนมีสว่ นร่วมในกำรกำหนดเกณฑก์ ำรประเมนิ สง่ เสรมิ ให้มกี ำรประเมิน

๑๐๑ ตนเอง ประเมินโดยเพื่อนและกลุ่มเพื่อน และประเมนิ โดยผู้มีส่วนเกีย่ วข้อง 5.เน้นกำรประเมินผู้เรยี นท่ีตอ้ งเน้นกำรพิจำรณำอย่ำงครอบคลุมจำกพัฒนำกำรของผ้เู รยี น ควำมประพฤติ กำรสงั เกตพฤตกิ รรมกำรเรียน กำรร่วมกจิ กรรมและกำรทดสอบตำมควำมเหมำะสมในแตล่ ะ กลมุ่ สำระและระดับชน้ั สิ่งทตี่ ้องกำรวัดและประเมินผลจำกปรัชญำและวิสัยทศั น์กำรเรยี นร้กู ลมุ่ ศกึ ษำและพล ศึกษำ คณุ ภำพของผเู้ รยี น รวมถงึ มำตรฐำนและสำระกำรเรียนรตู้ ำมช่วงชัน้ ทกี่ ำหนดไวข้ ้ำงต้น ผสู้ อนจะต้อง วเิ ครำะหส์ งิ่ ท่ตี ้องกำรวัดและประเมนิ ผลให้ละเอยี ด ครอบคลุม และชดั เจน เพื่อควำมเทย่ี งตรงในกำร ดำเนินงำนและอธบิ ำยผลกำรเรียนรูต้ ำมมำตรฐำนที่คำดหวังของผเู้ รยี นแต่ละระดบั ชน้ั ได้ ผลกำรเรยี นรูท้ ่ีผเู้ รยี นพงึ ได้รบั จำกกลุ่มสุขศึกษำและพละศึกษำต้องครอบคลมุ ทั้งด้ำนควำมรู้ เจต คติ คณุ ธรรม คำ่ นิยม และกำรปฏบิ ัติเกีย่ งกับสขุ ภำพและสมรรถภำพดงั ตัวอยำ่ ง เช่น ก. ด้ำนควำมรู้ สำมำรถแบ่งออกเป็นควำมรู้เชิงเนอื้ หำ ควำมรู้เชงิ กระบวนกำร ควำมรเู้ ชงิ บรบิ ท - ควำมรูเ้ ชิงเนอื้ หำ เช่น ลักษณะของโรคชนดิ ต่ำงๆ พัฒนำกำรตำมวัยของมนุษย์ ควำมสำคญั ของกำรพักผ่อนและนนั ทนำกำร กติกำกำรเลน่ กีฬำชนิดต่ำงๆ รูปแบบกำรออกกำลังกำย หลกั กำร สรำ้ งเสรมิ สมรรถภำพทำงกำร ชนดิ ของกีฬำ หลักกำรดูแลสุขภำพ หลักวทิ ยำศำสตร์กำรเคลือ่ นไหวเปน็ ต้น - ควำมรู้เชงิ กระบวนกำร เช่น ระบบกำรทำงำนของอวัยวะภำยในร่ำงกำยมนษุ ย์ กำรเคล่ือนไหวในชวี ติ ประจำวัน กำรออกกำลงั กำยและเลน่ กีฬำอย่ำงถูกต้องตำมหลักวิทยำศำสตร์ วิธที ดสอบ และสร้ำงเสรมิ สมรรถภำพทำงกำย วธิ ีจัดกำรกับอำรมณ์และควำมเครียด วิธดี ำรงชวี ิตเพื่อกำรมีสุขภำพที่ดี เป็นตน้ - ควำมร้เู ชิงบรบิ ท เชน่ กำรมีสตกิ ำรร้จู กั และเข้ำใจตนเอง กำรสื่อสำรเกย่ี วกับ สขุ ภำพ ข้อมูลสำรสนเทศด้ำนสุขภำพ ควำมปลอดภัย กำรออกกำลงั กำยและ กำรเลน่ กีฬำเปน็ ตน้ ข. ดำ้ นทกั ษะ เน่ืองจำกหลักสูตรเน้นใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รยี นรู้จำกกำรปฏบิ ัตจิ ริง วิธีกำรวัดและประเมิน จึงควรวดั ควำมสำมำรถในกำรทำงำน และกำรแสดงออกของผเู้ รียนภำยใต้สถำนกำรณ์และเงอื่ นไขท่ีสอดคล้องกับสภำพ ควำมเป็นจริงมำกทีส่ ุด โดยวัดทัง้ กระบวนกำร ( Process ) และผลงำน ( Product ) ท่ีผ้เู รียนกระทำและ แสดงออก เช่น กำรเลอื กบริโภคอำหำร และกำรดูแลสขุ ภำพ กำรจดั กำรกบั อำรมณแ์ ละควำมเครียด กำรฝึก จิต กำรออกกำลังกำย กำรเข้ำรว่ มกจิ กรรมเพ่ือสุขภำพ กำรเลน่ เกม กำรเล่นกีฬำชนดิ ต่ำงๆ เป็นต้น ค. ดำ้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนดำ้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคำ่ นิยมของผ้เู รยี นตอ้ งกระทำอย่ำงตอ่ เน่ืองตลอดภำคเรยี นเพื่อให้ไดข้ ้อมูลท่สี อดคล้องกบั ควำม เป็นจริงของผเู้ รยี นจึงควรใช้วธิ กี ำรวดั และประเมนิ ท่หี ลำกหลำยเน้นให้ผู้เรยี นไดต้ รวจสอบและประเมนิ ตนเอง เป็นสำคัญ รว่ มกับเพอ่ื น ครู พอ่ แม่ ผู้ปกครอง เชน่ สขุ นสิ ัยในกำรรับประทำนอำหำร กำรควบคมุ อำรมณ์ กำร ปรับตวั เขำ้ กบั ผอู้ ่นื ควำมเช่อื มั่นในตนเอง กำรมวี ินยั กำรปฏิบตั ิตำมกฎระเบียบ กตกิ ำ รักกำรออกกำลงั กำย มี

๑๐๒ จิตวิญญำณในกำรแขง่ ขนั มีน้ำใจนักกีฬำ มีมนุษยสัมพนั ธ์ท่ีดี มีบุคลกิ ภำพและสขุ ภำพทดี่ ี มีภำวะกำรเปน็ ผนู้ ำ และผตู้ ำมที่ดี วิธวี ดั และประเมนิ ผลกำรเรียนรู้ ผ้สู อนสำมำรถเลอื กวิธีวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นร้ไู ดห้ ลำยวธิ ี ดังนี้ 1. กำรสงั เกตพฤติกรรมและควำมสำมำรถในกำรปฏิบัติ ใช้กำรสงั เกตผลกำรเรียนร้ทู ีก่ ำหนดออกมำ เปน็ จุดมุง่ หมำยเชิงพฤติกรรมแลว้ บนั ทกึ ไวเ้ ป็นลำยลกั ษณ์อักษร ( Record ) 2.กำรทดสอบ เช่น กำรทดสอบควำมสำมำรถในกำรปฏบิ ตั ิด้วยแบบทดสอบทักษะตำ่ งๆ กำรทด สอสมรรถภำพทำงกำย ทำงจิต กำรทดสอบควำมรคู้ วำมเข้ำใจ 3.กำรวัด เชน่ กำรวัดเจตคติ คุณธรรม/จริยธรรม ค่ำนิยม บคุ ลกิ ภำพ กำรปรบั ตวั ด้วยแบบวดั ตำ่ งๆ 4.กำรสัมภำษณ์ เช่น กำรสมั ภำษณ์อยำ่ งไมเ่ ป็นทำงกำรเพื่อทรำบข้อมูลทวั่ ไป กำรสมั ภำษณ์อย่ำงเป็น ทำงกำรเพื่อทดสอบควำมร้คู วำมเข้ำใจ ( Inventory ) 5.กำรสำรวจ เชน่ แบบสอบถำมข้อมลู ตำ่ งๆ อำจเปน็ ดำ้ นควำมรู้ เจตคติ และดำ้ นอ่นื ๆรวมทงั้ ควำมรู้ หรือควำมคิดเหน็ ควำมประทับใจ 6. แฟม้ ผลงำน ( Portfolio ) เปน็ แหล่งรวบรวมควำมร้ดู ้วยกำรใช้วธิ กี ำรวดั ทีห่ ลำกหลำยตง้ั แต่ข้อ 1- 5 ในลักษณะแสดงควำมสำมำรถของผู้เรียนโดยรวม แฟม้ ผลงำน ( Portfolio ) เป็นเคร่ืองมือประเมนิ อีกชิน้ หนึ่งทีก่ ำลงั เป็นท่นี ยิ ม แฟ้ม ผลงำนของผู้เรียนจะชว่ ยให้ผสู้ อนตดิ ตำม ดูแลกำรเรยี นรูแ้ ละผลสมั ฤทธข์ิ องผเู้ รียน ช่วยใหผ้ เู้ รยี นกำหนด เป้ำหมำยกำรเรยี นรู้ เหน็ ภำพพฒั นำกำรกำรทำงำนของผู้เรียน และยังเป็นเครื่องมือสอ่ื สำรระหว่ำงผู้สอนกบั ผูป้ กครองอีกทำงหนึ่งดว้ ย กำรประเมินผลกำรเรียนกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำ สดั ส่วนคะแนน ระหวำ่ งภำค : ปลำยภำค ม.ตน้ (ม.1-3) ตดั สนิ เปน็ รำยภำค กลุม่ สำระสขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ แบง่ คะแนนออกเปน็ 80:20 โดยมีรำยละเอียดดังนี้ ภำคเรยี นที่ 1 ภำคเรยี นที่ 2 ประเมนิ ระหว่ำงเรียน 80 ประเมนิ สอบปลำยภำค20 ประเมินระหว่ำงเรยี น 80 ประเมินสอบปลำยภำค 20 1.ประเมนิ สภำพจรงิ 20 สอบปลำยภำค 20 1.ประเมินสภำพจริง 20 สอบปลำยภำค 20 2.ทดสอบยอ่ ย 20 2. ทดสอบย่อย 20 3. สอบกลำงภำค 20 3.สอบกลำงภำค 20 4. คณุ ลกั ษณะ ฯ 20 4.คณุ ลักษณะ ฯ 20

๑๐๓ มัธยมศึกษำตอนปลำย(ม.4-6) ตัดสนิ เป็นรำยภำค กลุ่มสำระสขุ ศกึ ษำและพลศึกษำ แบง่ คะแนนออกเปน็ 80:20 โดยมรี ำยละเอียดดังนี้ ภำคเรียนท่ี 1 ภำคเรยี นที่ 2 ประเมนิ ระหว่ำงเรยี น 80 ประเมินสอบปลำยภำค20 ประเมนิ ระหว่ำงเรยี น 80 ประเมนิ สอบปลำยภำค 20 สอบปลำยภำค 20 1.ประเมนิ สภำพจรงิ 20 สอบปลำยภำค 20 1.ประเมนิ สภำพจรงิ 20 2.ทดสอบยอ่ ย 20 2. ทดสอบย่อย 20 3. สอบกลำงภำค 20 3.สอบกลำงภำค 20 4. คุณลกั ษณะ ฯ 20 4.คุณลักษณะ ฯ 20 หมำยเหตุ นำคะแนนที่ไดใ้ นแตล่ ะภำคเรียน 100 คะแนน มำตัดสินผลกำรเรยี นเป็นรำยภำค วิธีกำรประเมิน ประเมนิ อย่ำงตอ่ เน่ืองด้วยวิธีกำรท่หี ลำกหลำย เช่น กำรทดลอง กำรสังเกต กำรสอบปำก เปลำ่ กำรทำใบงำน กำรทำแบบฝึกหัด กำรปฏบิ ัติ กำรทำโครงงำน และกำรประเมินดว้ ยแฟม้ สะสมงำน เปน็ ต้น สัดสว่ นของวธิ ีกำรประเมนิ ทำงโรงเรยี นกำหนดใหม้ วี ิธกี ำรประเมิน ดังน้ี กล่มุ สำระ วิทยำศำสตร์ 70% เป็น กำรวดั ท่ีหลำกหลำย 30% เป็นกำรวดั โดยใช้แบบทดสอบโดยจะแยกเป็น 2 ประเดน็ คือสอบโดยข้อสอบ ปรนยั ไดไ้ ม่เกิน 60% ของกำรประเมินโดยใช้แบบทดสอบ และอีกไมต่ ่ำกวำ่ 40%เปน็ แบบทดสอบอัตนัย เวลำเรยี น ผเู้ รียนต้องเข้ำเรียนอย่ำงน้อย 80% ของเวลำเรยี นทัง้ หมด จึงจะไดร้ ับกำรตัดสินผลกำร เรียน สำหรบั ผ้เู รียนที่มเี วลำเรียนไม่ถงึ 80% จะไม่มสี ิทธิ์เขำ้ รบั กำรประเมินผลปลำยภำค กำรตัดสินผลกำรเรียน โรงเรยี นกำหนดเกณฑ์กำรตดั สิน 8 ระดับคือ ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ ระดับผลกำรเรียน ควำมหมำยของผลกำรเรยี น 0-49 0 ตำ่ กวำ่ เกณฑข์ ัน้ ต่ำ 50-54 1 ผ่ำนเกณฑ์ขนั้ ตำ่ 55-59 1.5 พอใช้ 60-64 2 น่ำพอใช้ 65-69 2.5 คอ่ นข้ำงดี 70-74 3 ดี 75-79 3.5 ดีมำก 80 ข้ึนไป 4 ดีเยี่ยม

๑๐๔ หมำยเหตุ กำรตัดสนิ ผลกำรเรียน จะตัดสนิ ได้เมื่อผู้เรียน ได้รบั กำรประเมนิ “ ผ่ำน ” ทุกตวั ชี้วดั /ผลกำร เรียนรู้

๑๐๕ กำรประเมนิ สมรรถนะของผู้เรียนแบบประเมินสมรรถนะผู้เรียน 5 ด้ำน คำชี้แจง :ให้สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวำ่ งเรียนและนอกเวลำเรียน แล้วขีด  ลงในชอ่ งทตี่ รงกับ ระดบั คะแนน สมรรถนะทป่ี ระเมนิ ระดับคะแนน 321 1. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร 1.1 มีควำมสำมำรถในกำรรับ – สง่ สำร 1.2 มคี วำมสำมำรถในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจของตนเองโดยใช้ ภำษำอยำ่ งเหมำะสม 1.3 ใช้วธิ ีกำรสอ่ื สำรที่เหมำะสม 2. ควำมสำมำรถในกำรคดิ 2.1 มคี วำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์เพ่ือกำรสรำ้ งองค์ควำมรู้ 2.2 มคี วำมสำมำรถในกำรคิดเปน็ ระบบเพ่ือกำรสรำ้ งองคค์ วำมรู้ 3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ 3.1 แกป้ ญั หำโดยใช้เหตผุ ล 3.2 แสวงหำควำมรู้มำใช้ในกำรแกป้ ัญหำ 3.3 ตัดสนิ ใจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อตนเองและผู้อ่ืน 4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวติ 4.1 ทำงำนและอย่รู ่วมกับผอู้ ื่นด้วยควำมสมั พันธอ์ ันดี 4.2 มีวิธีแกไ้ ขควำมขัดแยง้ อย่ำงเหมำะสม 5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี 5.1 เลอื กใช้ข้อมูลในกำรพัฒนำตนเองอยำ่ งเหมำะสม 5.2 เลือกใช้ข้อมูลในกำรทำงำนและอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ื่นอยำ่ งเหมำะสม ลงชอ่ื ...................................................... ผ้ปู ระเมนิ ......................../........................./............................. เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน: - พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั ชิ ัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ัดเจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั บิ ำงครง้ั ให้ 1 คะแนน

๑๐๖ กำรประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผเู้ รียน แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ วิชำ………………………ภำคเรยี นที่...........ปีกำรศกึ ษำ................ ชือ่ ...................................................................................................ชั้น ม........./...........เลขท่ี.............. คำช้ีแจง 1. ใหน้ ักเรยี นประเมินตนเองแล้วทำเครอ่ื งหมำย ลงในช่องระดบั คะแนน 2. ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน แลว้ ทำเครอื่ งหมำย ลงในช่องระดบั คะแนน คุณลกั ษณะ รำยกำรประเมนิ นกั เรียน ครผู ู้สอน สรปุ อันพึงประสงค์ ประเมิน สรุป ประเมนิ สรปุ รวม 1.1 มคี วำมรกั และภูมใิ จในควำมเปน็ ชำติ ระดับ 1. รักชำติ ศำสน์ 1.2 ปฏิบตั ติ นตำมหลกั ธรรมของศำสนำ คะแนน ระดับ กษตั ริย์ 1.3 แสดงออกถงึ ควำมจงรักภกั ดตี ่อสถำบัน 321 คะแนน พระมหำกษัตรยิ ์ 32 1 2.ควำมซ่ือสตั ย์ 2.1 ปฏบิ ตั ติ ำมระเบยี บกำรสอนและไมล่ อกกำรบำ้ น สุจริต 2.2 ประพฤติ ปฏิบัติ ตรงต่อควำมเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเอง 3. มีวนิ ยั 2.3 ประพฤติ ปฏบิ ัติ ตรงต่อควำมเป็นจรงิ ตอ่ ผู้อ่นื 3.1 เขำ้ เรยี นตรงเวลำ 4.ใฝ่เรยี นรู้ 3.2 แต่งกำยเรียบร้อยเหมำะสมกบั กำลเทศะ 3.3 ปฏิบัตติ ำมกฎระเบยี บของหอ้ ง 5.อยู่อยำ่ ง 4.1 แสวงหำขอ้ มลู จำกแหล่งเรียนรตู้ ่ำง ๆ พอเพียง 4.2 มกี ำรจดบันทึกควำมรู้อยำ่ งเปน็ ระบบ 6.มุ่งมั่นในกำร 4.3 สรปุ ควำมรไู้ ดอ้ ย่ำงมีเหตุผล ทำงำน 5.1 ใชท้ รัพยแ์ ละสง่ิ ของของโรงเรียนอยำ่ งประหยดั 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์กำรเรยี นอยำ่ งประหยัดและรคู้ ณุ คำ่ 5.3 ใชจ้ ำ่ ยอยำ่ งประหยดั และมีกำรเก็บออมเงิน 6.1 มีควำมตงั้ ใจและพยำยำมในกำรทำงำนที่ได้รบั มอบหมำย 6.2 มคี วำมอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อุปสรรคเพ่อื ควำมสำเรจ็

๑๐๗ 7.รกั ควำม 7.1 มีจิตสำนึกในกำรอนุรกั ษ์วฒั นธรรมไทยและภูมิ เป็นไทย ปัญญำไทย 7.2 เห็นคณุ ค่ำและปฏบิ ัติตำมวัฒนธรรมไทย 8.มีจติ สำธำรณะ 8.1 รจู้ กั กำรให้เพ่ือส่วนรวมและเพ่ือผู้อนื่ 8.2 แสดงออกถงึ กำรมนี ้ำใจหรือกำรให้ควำม ชว่ ยเหลอื ผู้อ่นื 8.3 เข้ำร่วมกิจกรรมบำเพ็ญตนเพือ่ สว่ นรวมเมื่อมี โอกำส สรุปผลกำรประเมนิ ลงช่ือ.................................................................นกั เรียน ลงช่ือ---------------------------- -------------------- ครูผู้สอน () () เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนสม่ำเสมอ คะแนน 3 พฤติกรรมที่ปฏิบัติชดั เจนและบ่อยครง้ั คะแนน 2 พฤติกรรมท่ีปฏิบัตบิ ำงครง้ั คะแนน 1

๑๐๘ บรรณำนกุ รม ตัวชี้วดั กล่มุ สำระกำรเรียนรู้สขุ ศกึ ษำและพลศกึ ษำตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำ ขน้ั พื้นฐำน พทุ ธศกั รำช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชมุ นมุ สหกรณ์กำรเกษตร แหง่ ประเทศไทย จำกัด, 2551. .(ร่ำง) เอกสำรประกอบหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพื้นฐำน พทุ ธศักรำช 2551 แนวปฏบิ ัตกิ ำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นร.ู้ กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์ กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั , 2551. . หลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศกั รำช 2551. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์กำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2551. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณก์ ำรเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2551. . หลักสูตรสถำนศกึ ษำ พุทธศกั รำช 2544. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พค์ รุ ุสภำลำดพร้ำว, 2544. . เอกสำรประกอบหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้นื ฐำน พุทธศักรำช 2551 แนวปฏบิ ัติกำรวดั และประเมินผลกำรเรยี นรู้. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณ์ กำรเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั , 2551.

๑๐๙ ภำคผนวก

๑๑๐ คณะผจู้ ัดทำ นำงจฬุ ำภรณ์ บญุ ศรี ทีป่ รึกษำกลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ุขศกึ ษำและพลศกึ ษำ นำยธนวิชญ์ แสงรำม ทป่ี รึกษำกลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ขุ ศึกษำและพลศึกษำ คณะผูร้ ับผิดชอบกลุ่มสำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ นำยชยั ณรงค์ แสงอุทัย หัวหน้ำกลุม่ สำระกำรเรยี นร้สู ขุ ศึกษำและพลศึกษำ

๑๑๑ คาสงั่ โรงเรียนทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย์ ที่ 21 /2565 เร่ือง แตง่ ตั้งคณะกรรมการจดั ทาหลกั สตู รโรงเรียนทบั โพธ์พิ ัฒนวิทย์ พทุ ธศักราช 2565 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั รุง พ.ศ.2560) ................................................................... เพอื่ ใหก้ ารดาเนนิ การจดั การศึกษาดาเนิน ให้สอดคลอ้ งกบั หลักสูตรแกนกลางข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551(ฉบบั ปรับรุง พ.ศ.2560) และพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษา พทุ ธศักราช 2542 เป็นไปด้วยความ เรยี บรอ้ ยและมปี ระสิทธภิ าพ โรงเรียนทับโพธพ์ิ ัฒนวทิ ย์ จงึ แต่งตั้งคณะกรรมการดาเนินงานดังต่อไปน้ี 1. คณะกรรมการท่ีปรึกษา 1.1 นางจนั ทรด์ ี จอ้ ยสระคู ประธานกรรมการสถานศึกษา ประธานกรรมการ 1.2 นายเดน่ วิเศษวงษา ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ รองประธานกรรมการ 1.3 นางหนูพชิ ย์ พหิ ูสตู ร กรรมการสถานศึกษา กรรมการ 1.4 พระครพู ิศาลปญั ญารัต กรรมการสถานศึกษา กรรมการ 1.5 นายสาคร เพชรหงษ์ กรรมการสถานศกึ ษา กรรมการ 1.6 นายบุญสิน ทีภงู า กรรมการสถานศกึ ษา กรรมการ 1.7 นางอภิญญา กองแกว้ กรรมการสถานศึกษา กรรมการ 1.8 นายสุรยี ์ บุญอินทร์ ผู้แทนองคก์ รชุมชน กรรมการ 1.9 นางสุภาพร เกสรพดุ ผู้แทนผู้ปกครอง กรรมการ 1.10 นายชนะชัย ปราบหนองบวั ผู้แทนคณะกรรมการนักเรยี น กรรมการ 1.11 นางจฬุ าภรณ์ บญุ ศรี ผู้อานวยการโรงเรยี นทบั โพธ์ิพฒั นวทิ ย์ กรรมการและเลขานกุ าร 1.12 นางโฉมยง พรมโส ครู กรรมการและผ้ชู ่วยเลขานุการ มหี น้าที่ ให้คาปรกึ ษา แนะนาและสง่ เสรมิ สนบั สนนุ อานวยการดาเนนิ งานในการจดั ทาหลกั สูตรใหด้ าเนนิ ไป ดว้ ยความเรียบร้อย 2. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรสถานศึกษา 1. นางจฬุ าภรณ์ บญุ ศรี ผูอ้ านวยการโรงเรยี นทับโพธ์ิพฒั นวทิ ย์ ประธานกรรมการ รอบรรจุ รองผู้อานวยการฝ่ายวชิ าการ รองประธานกรรมการ ๒. นางสาวศศิกานต์ ศรศรี หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย กรรมการ ๓. นางวภิ ารภณ์ วเิ ศษวงษา หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ ๔. นางสาวลาจวน สงี าม หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรรมการ ๕. นายวีรเดช มะแพทย์ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษาฯ กรรมการ ๖. นางพัชรนันท์ แพงยา หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี กรรมการ ๗. นางธญั นันท์ ละอองศรี หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ กรรมการ ๘. นายชยั ณรงค์ แสงอทุ ยั หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาพลศึกษา กรรมการ ๙. นางสาวอรวรรยา ศรวี งษา หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ กรรมการ

๑๑๒ ๑๐. นางวิภาภรณ์ วิเศษวงษา หวั หน้างานแนะแนว กรรมการ 11. นายอนุชา ยอดงาม หวั หน้างานวดั และประเมินผล กรรมการ 12. นายอนชุ า ยอดงาม หวั หน้ากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน กรรมการ 13. นายธนวชิ ญ์ แสงราม หัวหน้าพัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษาฯ กรรมการ ๑4. นายธนวชิ ญ์ แสงราม หวั หนา้ งานวิชาการ กรรมการและเลขานกุ าร มหี น้าที่ ดาเนนิ การวางแผนในการจัดทาหลักสูตรสถานศกึ ษาใหด้ าเนนิ ไปด้วยความเรียบรอ้ ย 3. คณะกรรมการดาเนินงาน 3.1 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย 3.1.1 นางสาวศศกิ านต์ ศรศรี ครู หวั หน้า 3.2. กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ 3.2.1 นางวภิ าภรณ์ วเิ ศษวงษา ครู หัวหนา้ 3.2.2 นางโฉมยง คนงาม ครู ผ้ชู ว่ ย 3.3 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 3.3.1 นางสาวลาจวน สีงาม ครู หัวหน้า 3.3.2 นายธนวิชญ์ แสงราม ครู ผูช้ ว่ ย 3.3.3 นายทรพั ยท์ วี โพธิ์พันธ์ ครู ผูช้ ว่ ย 3.3.4 นายอนชุ า ยอดงาม ครู ผู้ชว่ ย 3.4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคม ศาสนาและวฒั นธรรม 3.4.1 นายวรี เดช มะแพทย์ ครู หัวหน้า 3.4.2 นายสรุ วัฒิ พนั คลงั พี่เล้ียงฯ ผูช้ ว่ ย 3.5. กล่มุ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ 3.5.1 นางพชั รนันท์ แพงยา ครู หัวหน้า 3.6 กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา 3.6.1 นายชัยณรงค์ แสงอทุ ัย ครู หวั หนา้ 3.7 กลมุ่ สารการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ดนตรี นาฎศลิ ป์ 3.7.1 นางธญั นันท์ ละอองศรี ครู หัวหน้า 3.8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ 3.8.1 นางสาวอรวรรยา ศรีวงษา ครู หวั หน้า หนา้ ท่ี จัดทาหลกั สตู รแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นรขู้ องสถานศึกษาให้ดาเนินไปด้วยความเรียบรอ้ ย ให้ผู้ท่ีไดร้ บั การแตง่ ตั้งปฏิบัตหิ น้าทโ่ี ดยเต็มความสามารถ เพอ่ื ให้เกิดผลดตี ่อทางราชการ สั่ง ณ วนั ท่ี 3 เดือน มีนาคม พ.ศ. 2565 ( นางจฬุ าภรณ์ บุญศรี) ผูอ้ านวยการโรงเรียนทบั โพธ์ิพัฒนวิทย์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook