Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือการเสริมสร้างอีคิวบุตรหลานสำหรับผู้สูงวัย

คู่มือการเสริมสร้างอีคิวบุตรหลานสำหรับผู้สูงวัย

Published by E-book Bang SAOTHONG Distric Public library, 2019-10-24 02:57:26

Description: คู่มือการเสริมสร้างอีคิวบุตรหลานสำหรับผู้สูงวัย

Search

Read the Text Version

คมู อื การเสรมิ สรา ง กองสง เสริมและพฒั นาสขุ ภาพจติ กรมสุขภาพจติ



ค่มู ือการเสริมสร้าง อคี ิวบตุ รหลาน สำ�หรับผสู้ งู วยั กองส่งเสริมและพฒั นาสขุ ภาพจิต กรมสขุ ภาพจิต

4 คูม่ ือการเสรมิ สร้าง อีควิ บุตรหลาน สำ�หรับผูส้ ูงวยั จดั ทำ�โดย : กองสง่ เสริมและพฒั นาสุขภาพจติ กรมสุขภาพจิต ถนนติวานนท์ อำ�เภอเมอื ง จังหวัดนนทบรุ ี 11000 พิมพค์ รง้ั ที่ 1 : กรกฎาคม 2562 จ�ำ นวน 300 เล่ม พมิ พ์ที่ : บริษทั บยี อนด์ พับลสิ ชง่ิ จำ�กัด

ค�ำ นำ� การเลย้ี งดเู ดก็ เปน็ ปจั จยั หนง่ึ ทมี่ คี วามส�ำ คญั ในการก�ำ หนดคณุ ภาพของเดก็ นอกเหนอื จากการพัฒนาใหเ้ ดก็ เป็นเดก็ ฉลาด มสี ตปิ ญั ญาดแี ลว้ การพฒั นาใหเ้ ดก็ มีความฉลาดทางอารมณ์มีความสำ�คญั ไมน่ ้อยไปกวา่ กัน เนอื่ งจากคณุ ลกั ษณะทาง อารมณแ์ ละสงั คมทเี่ หมาะสมตามวยั เปน็ ปจั จยั ทมี่ คี วามส�ำ คญั ตอ่ ความส�ำ เรจ็ ในชวี ติ มากกวา่ ไอควิ ถงึ 4 เทา่ ซงึ่ ขอ้ มลู จากการส�ำ รวจความฉลาดทางอารมณน์ กั เรยี นชนั้ ป 1. ของกรมสุขภาพจติ เมือ่ ปี 2559 พบวา่ เดก็ รอ้ ยละ 23 หรอื เกอื บ 1 ใน 4 ของ เด็กท่รี ับการสำ�รวจมีอีคิวอยูใ่ นเกณฑท์ ่ีควรได้รบั การพฒั นา คมู่ อื การเสรมิ สรา้ งอคี วิ บตุ รหลานส�ำ หรบั ผสู้ งู วยั พฒั นาขนึ้ เพอ่ื เปน็ เครอื่ งมอื ส�ำ หรบั ปยู่ า่ ตายายใชใ้ นการสง่ เสรมิ อคี วิ บตุ รหลานในชว่ งปฐมวยั (3-5 ป)ี ใหเ้ ตบิ โต เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข เพ่ือตอบสนองภายใต้สถานการณ์สังคมไทย ในปจั จบุ นั ทก่ี า้ วสสู่ งั คมผสู้ งู วยั โดยเดก็ อาศยั และอยภู่ ายใตก้ ารดแู ลของปยู่ า่ ตายาย มจี �ำ นวนมากขน้ึ เนอื่ งจากพอ่ แมต่ อ้ งออกไปท�ำ งานนอกบา้ น การเพม่ิ ศกั ยภาพใหก้ บั ปยู่ า่ ตายาย ใหเ้ หน็ ความส�ำ คญั มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและมที กั ษะในการเสรมิ สรา้ งอคี วิ แก่หลาน จึงมีความจำ�เป็นต้องดำ�เนินการให้ตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ท่ีเกดิ ข้ึน กรมสขุ ภาพจติ ขอขอบพระคณุ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ ผเู้ ชย่ี วชาญ จากสถาบนั แหง่ ชาติ เพ่ือการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กองกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ และกรมสุขภาพจิต สำ�หรับ การวิพากษ์เน้อื หาเทคโนโลยี นักวิชาการจากศูนย์สขุ ภาพจติ และตวั แทนผสู้ ูงอายุ ทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาคู่มือเล่มน้ีไว้ ณ ที่นี้ และหวังเป็นอย่างย่ิงว่า คู่มือเล่มน้ีจะช่วยให้ปู่ย่าตายายสามารถนำ�ไปใช้เสริมสร้างอีคิวให้กับบุตรหลาน ในวยั ปฐมวยั ใหเ้ ตบิ โตเปน็ คนดี คนเกง่ และมคี วามสขุ ในสังคมไทยได้ต่อไป กรมสขุ ภาพจติ ก

6 ข

สารบัญ บทน�ำ 1 การเตรยี มความพร้อมกอ่ นเขา้ รว่ มกิจกรรม 7 แผนกิจกรรมท่ี 1 ปลุกพลังใจ เติมไฟในการเล้ียงหลาน 9 แผนกิจกรรมท่ี 2 ปลูกวินัยใหห้ ลานรัก 13 กจิ กรรมยอ่ ยที่ 2.1 รจู้ ักรใู้ จ สรา้ งวนิ ยั หลานตวั น้อย 13 กิจกรรมยอ่ ยที่ 2.2 หนทู �ำ ได ้ 16 กิจกรรมย่อยท่ี 2.3 รับมือเจา้ ตัวน้อย วัยเตาะแตะ 19 แผนกจิ กรรมท่ี 3 ชวนหลานเล่น ชวนหลานทำ�ดอี คี วิ เดน่ 23 กจิ กรรมยอ่ ยที่ 3.1 หลานรกั เรียนรู้มนี ํา้ ใจและแบง่ ปัน 23 กิจกรรมยอ่ ยท่ี 3.2 ฝึกตัวน้อยใหร้ อคอยเปน็ 27 กิจกรรมย่อยท่ี 3.3 หนูนอ้ ยนสิ ัยดี 31 แผนกจิ กรรมที่ 4 พูดคยุ เลา่ นทิ าน สานสมั พันธ ์ 35 แผนกจิ กรรมท่ี 5 ปู่ยา่ ตายายยคุ ใหม่ ใส่ใจขอ้ พึงระวัง 39 แผนกจิ กรรมที่ 6 รบั มือนิสัยเอาแต่ใจ กรดี รอ้ ง 45 ภาคผนวก - กจิ กรรมก่อนเข้าสู่บทเรยี น 51 - รายช่อื ผู้รว่ มพฒั นาคู่มอื การเสรมิ สร้างอคี วิ บุตรหลานส�ำ หรบั ผู้สงู วัย 53 ค

ขง

บทน�ำ ปฐมวัย ถือเป็นช่วงเวลาที่เป็นรากฐานของการพัฒนาและเติบโตท่ีสำ�คัญ ท่ีสุดในชีวิต ในช่วงเวลาแรกเกิด-5 ปี เด็กจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางสมอง ทักษะทางสงั คม อารมณ์ และการเคลอ่ื นไหว ดังน้ัน การพัฒนาและการลงทนุ ในเดก็ ปฐมวยั จงึ เปน็ สงิ่ ส�ำ คญั อนั ดบั ตน้ ๆ ของครอบครวั และประเทศชาตทิ จี่ ะมผี ลครอบคลมุ ทกุ มติ ขิ องชวี ติ ทงั้ ดา้ นสขุ ภาพกายและจติ ใจ เพม่ิ สมรรถนะในการเรยี นรแู้ ละการท�ำ งาน สรา้ งความมนั่ คงทางเศรษฐกจิ ทง้ั ในระดบั บคุ คลและสงั คม เพมิ่ ขดี ความสามารถในการ แขง่ ขนั ของประเทศ ลดปญั หาสงั คมและอาชญากรรม (James Heckman, 2013 อา้ งใน ส�ำ นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต,ิ 2561) สำ�หรบั ประเทศไทย แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาตฉิ บับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ไดใ้ หค้ วามส�ำ คญั กบั การพฒั นาศกั ยภาพกลมุ่ เดก็ ปฐมวยั คอื เนน้ การพฒั นา ให้มสี ุขภาพกายและใจทดี่ ี มที ักษะทางสมอง ทักษะการเรียนรู้ ทกั ษะชวี ิต และทกั ษะ ทางสังคม เพ่ือเติบโตอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายกรมสุขภาพจิตท่ีกำ�หนด วสิ ัยทัศน์ “คนไทยมปี ญั ญา อารมณด์ ี และมีความสุข อย่ใู นสงั คมอยา่ งทรงคณุ ค่า” ใน Mental Health in Thailand 4.0 โดยมเี ปา้ หมายหนง่ึ คอื การพัฒนาความฉลาดทาง อารมณ์เด็กไทยรอ้ ยละ 85 หรือมากกว่าใหอ้ ย่ใู นเกณฑป์ กติ (EQ Normal ≥ 85%) ในปี พ.ศ. 2579 อยา่ งไรกต็ าม จากการส�ำ รวจสถานการณเ์ ดก็ และสตรใี นประเทศไทย พ.ศ 2558- 2559 พบว่า เดก็ ปฐมวยั ร้อยละ 21 ไม่ได้อาศยั อยู่กับพอ่ และแม่ผใู้ หก้ ำ�เนิด ซ่ึงถือเปน็ สัดส่วนทส่ี งู ประกอบกบั การทปี่ ระเทศไทยกา้ วสูส่ ังคมผสู้ งู อายุ เด็กทตี่ ้องอาศัยอยูก่ บั ปยู่ า่ ตายายมจี �ำ นวนมากขน้ึ เนอ่ื งจากพอ่ แมต่ อ้ งออกไปท�ำ งานตา่ งจงั หวดั สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู จากการนเิ ทศการด�ำ เนนิ งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ และการปอ้ งกนั ปญั หาสขุ ภาพจติ ประจำ�ปงี บประมาณ 2561 ในกลุ่มเดก็ ปฐมวัยวา่ ในเขตพ้นื ทสี่ ขุ ภาพปยู่ า่ ตายายตอ้ ง รับภาระเล้ียงดูหลานเป็นจำ�นวนมากขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท่ีเกี่ยวข้องในพ้ืนท่ี พบวา่ ผสู้ ูงอายุตอ้ งการทักษะในการเล้ียงดแู ละรับมอื กับพฤตกิ รรมของเด็ก นอกจากนี้ ยังพบว่า ร้อยละ 34 ของเด็กท่ีครัวเรือนมีฐานะยากจนมากไม่ได้อาศัยอยู่กับพ่อและ แม่ผใู้ ห้กำ�เนดิ (สำ�นักงานสถิตแิ หง่ ชาต,ิ 2559) มกี ารศึกษาถึงผลกระทบในเรือ่ งนโ้ี ดย สถาบันวิจยั ประชากรและสังคม มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล (2556) ได้ศึกษาเด็กวัยแรกเกิด- 1

3 ขวบ พบวา่ ร้อยละ 36 ของผดู้ แู ลเดก็ ส่วนใหญ่คอื ป่ยู ่าตายาย และอยูใ่ นภาวะเส่ียงด้านสขุ ภาพจติ ผลการศึกษา ประการสำ�คัญที่ค้นพบในปีแรกคือ ร้อยละ 25 ของเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ มีพัฒนาการล่าช้าในทุกด้านเม่ือเทียบ กับเดก็ ที่อยกู่ บั พอ่ แม่ โดยเฉพาะดา้ นภาษา เช่น การรู้ความหมาย หรือการผสมค�ำ ต่าง ๆ นอกเหนอื จากปัญหาด้าน พฒั นาการ จากการศึกษาพบว่า ป่ยู า่ ตายายใหข้ ้อมลู วา่ พบปญั หาเด็กใช้เวลากับสอื่ สังคมออนไลน์เป็นระยะเวลานาน 2 ทำ�ให้การเลี้ยงดูแตกต่างจากที่เคยเล้ียงพ่อแม่ของเด็กมา อีกท้ังบางส่วนมีทัศนคติต่อการเล้ียงดูหลานในเชิงลบ โดยมองว่าเป็นภาระ มีความยากลำ�บาก และส่วนใหญ่มีรูปแบบการเล้ียงดูแบบประนีประนอมและตามใจหลาน (กาญจนา เทียนลาย และวรรณี หุตะแพทย,์ 2558) จากสถานการณแ์ ละการศกึ ษาทางวชิ าการดงั กลา่ วขา้ งตน้ กองสง่ เสรมิ และพฒั นาสขุ ภาพจติ ในฐานะหนว่ ยงาน ร่วมขับเคลื่อนการดำ�เนินงานสุขภาพจิตเด็กปฐมวัย เห็นความสำ�คัญของการพัฒนาท้ังด้านอารมณ์สังคมให้แก่เด็ก ปฐมวยั จงึ ไดพ้ ฒั นาคมู่ อื การเสรมิ สรา้ งอคี วิ บตุ รหลานส�ำ หรบั ผสู้ งู วยั ขน้ึ โดยมงุ่ หวงั ใหเ้ ปน็ เครอื่ งมอื ทช่ี ว่ ยใหป้ ยู่ า่ ตายาย สามารถเข้าใจและนำ�ไปใช้ส่งเสริมอีคิวหลานให้เติบโตใช้ชีวิตในสังคมเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข สอดคล้องกับ บรบิ ทในพ้ืนทตี่ อ่ ไป วตั ถุประสงค์ของคู่มือ 1. เพ่ือเสริมสรา้ งทศั นคติท่ีดแี ละก�ำ ลังใจให้กับผู้สงู อายใุ นการสง่ เสริมความฉลาดทางอารมณห์ ลาน 2. เพอ่ื เพม่ิ พูนทักษะให้กับผ้สู งู อายใุ นการเสรมิ สร้างวนิ ยั และความฉลาดทางอารมณ์แก่หลาน 3. เพือ่ เพ่มิ พนู ทักษะในการจดั การกับปัญหาพฤติกรรมอารมณ์ในเด็กปฐมวยั 4. เพอ่ื สรา้ งความเขา้ ใจเกย่ี วกบั แนวทางการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ และเสรมิ สรา้ งความฉลาดทางอารมณเ์ ดก็ ปฐมวยั กลมุ่ เปา้ หมาย เดก็ ปฐมวยั อายุ 3-5 ปี ผใู้ ช้คมู่ ือ เจา้ หนา้ ทส่ี าธารณสขุ ในโรงพยาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพต�ำ บลหรอื โรงพยาบาลชมุ ชนทถี่ า่ ยทอดความรดู้ า้ นสขุ ภาพจติ ในโรงเรยี นผู้สูงอายหุ รือชมรมผ้สู ูงอายุ โครงสรา้ งคมู่ อื คมู่ อื การเสริมสร้างอีควิ บตุ รหลานสำ�หรบั ผู้สูงวยั ประกอบด้วยแผนกจิ กรรมหลักทง้ั หมด 6 กิจกรรม และแผน กิจกรรมเพ่อื ดำ�เนินการ 10 กจิ กรรม ดังน้ี 2

แผนกจิ กรรมท่ี 1 : กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทศั นคตทิ ดี่ ขี องผสู้ งู อายตุ อ่ การเลยี้ งดหู ลาน ประกอบดว้ ย 1 แผนกจิ กรรม ได้แก่ ปลุกพลงั ใจ เตมิ ไฟในการเลีย้ งหลาน แผนกิจกรรมท่ี 1 ปลกุ พลงั ใจ เติมไฟในการเล้ยี งหลาน จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. เพอ่ื ให้ผสู้ ูงอายุเกิดก�ำ ลงั ใจในการเลยี้ งดหู ลาน 2. เพื่อให้ผู้สงู อายตุ ระหนักในคุณคา่ ของตัวเอง 3. เพอื่ ใหผ้ ู้สงู อายมุ ีทัศนคตทิ ดี่ ีตอ่ การเล้ยี งดหู ลาน แผนกจิ กรรมท่ี 2 : กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะใหก้ บั ผสู้ งู อายใุ นการเสรมิ สรา้ งวนิ ยั แกห่ ลาน ไดแ้ ก่ แผนกจิ กรรม ปลกู วินัยใหห้ ลานรกั ประกอบดว้ ย 3 แผนกิจกรรมยอ่ ย ไดแ้ ก่ รูจ้ กั ร้ใู จ สรา้ งวนิ ยั หลานตวั น้อย หนทู ำ�ได้และรับมือ เจา้ ตวั น้อย วัยเตาะแตะ แผนกิจกรรมที่ 2 ปลูกวินัยใหห้ ลานรัก แผนกจิ กรรมยอ่ ยที่ 2.1 รู้จักรู้ใจ สรา้ งวนิ ัยหลานตวั น้อย จุดประสงค์การเรียนรู้ เพ่ือให้ผู้สงู อายเุ ขา้ ใจผลเสียของการเลย้ี งดแู บบตามใจมากเกนิ ไป แผนกจิ กรรมยอ่ ยที่ 2.2 หนูทำ�ได ้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เพอ่ื ใหผ้ สู้ งู อายมุ แี นวทางในการเลย้ี งดหู ลานใหร้ จู้ กั หนา้ ทข่ี องตนเองในการท�ำ กจิ วตั รประจ�ำ วนั ตามวยั แผนกิจกรรมย่อยที่ 2.3 รับมอื เจา้ ตัวน้อย วัยเตาะแตะ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เพอ่ื ให้ผ้สู ูงอายมุ แี นวทางในการปรบั พฤตกิ รรมที่ไมพ่ ึงประสงคท์ ว่ั ไปได้อย่างเหมาะสม แผนกจิ กรรมท่ี 3 : กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะใหก้ บั ผสู้ งู อายใุ นการเสรมิ สรา้ งความฉลาดทางอารมณแ์ กห่ ลาน ไดแ้ ก่ แผนกจิ กรรม ชวนหลานเลน่ ชวนหลานท�ำ ดอี คี วิ เดน่ ซงึ่ ประกอบดว้ ย 3 แผนกจิ กรรมยอ่ ย ไดแ้ ก่ หลานรกั เรยี นรู้ มีนํ้าใจและแบง่ ปนั ฝกึ ตัวน้อยใหร้ อคอยเปน็ และหนนู ้อย นสิ ยั ดี แผนกจิ กรรมที่ 3 ชวนหลานเลน่ ชวนหลานทำ�ดีอีควิ เด่น แผนกจิ กรรมยอ่ ยท่ี 3.1 หลานรักเรยี นรมู้ นี ้าํ ใจและแบ่งปนั จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผูส้ งู อายมุ คี วามเขา้ ใจและเรียนรู้แนวทางการเสริมสร้างใหห้ ลานมีน้าํ ใจ แผนกจิ กรรมย่อยท่ี 3.2 ฝกึ ตวั น้อยใหร้ อคอยเป็น จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เพอื่ ให้ผสู้ งู อายมุ ีความเข้าใจและเรยี นรแู้ นวทางการเสรมิ สร้างใหห้ ลานรจู้ ักอดทนรอคอย แผนกจิ กรรมย่อยที่ 3.3 หนนู อ้ ย นสิ ัยดี จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพอื่ ให้ผู้สงู อายุมีความเข้าใจและเรยี นรู้แนวทางการเสรมิ สร้างใหห้ ลานรจู้ กั ว่าอะไรถกู ไรผิด 3

4 แผนกจิ กรรมท่ี 4 : กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งทกั ษะใหก้ บั ผสู้ งู อายใุ นการเลา่ นทิ านใหก้ บั หลาน ไดแ้ ก่ แผนกจิ กรรม พดู คุย เลา่ นทิ าน สานสมั พนั ธ์ แผนกิจกรรมท่ี 4 พดู คยุ เล่านิทาน สานสัมพนั ธ์ จุดประสงค์การเรียนรู้ เพอื่ ให้ผสู้ ูงอายมุ ีความเข้าใจและเรยี นรูแ้ นวทางการพูดคยุ และเล่านิทาน แผนกจิ กรรมท่ี 5 : กจิ กรรมเสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจเกยี่ วกบั แนวทางการสง่ เสรมิ สขุ ภาพจติ และเสรมิ สรา้ ง ความฉลาดทางอารมณ์เดก็ ปฐมวยั ได้แก่ แผนกจิ กรรม ปู่ยา่ ตายายยคุ ใหม่ ใส่ใจข้อพึงระวงั แผนกิจกรรมที่ 5 ปยู่ า่ ตายายยคุ ใหม่ ใสใ่ จข้อพงึ ระวัง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพือ่ ให้ผสู้ งู อายุมคี วามรแู้ ละเข้าใจเก่ยี วกับขอ้ ควรระวังต่างๆ เพอ่ื ดูแลหลานได้อย่างเหมาะสม แผนกิจกรรมท่ี 6 : กิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะในการจดั การกบั ปัญหาพฤติกรรมอารมณ์ในเดก็ ปฐมวัย ไดแ้ ก่ แผนกิจกรรม รบั มือนิสัยเอาแตใ่ จ กรีดรอ้ ง แผนกิจกรรมที่ 6 รับมอื นิสัยเอาแตใ่ จ กรดี ร้อง จุดประสงค์การเรียนรู้ เพอ่ื ให้ผู้สงู อายมุ ีความเขา้ ใจและมีทกั ษะการรับมือกับพฤติกรรมเอาแต่ใจ กรดี รอ้ ง 4

การบรู ณาการค่มู ือการเสรมิ สรา้ งอคี วิ บตุ รหลานส�ำ หรบั ผสู้ ูงวยั แผนกิจกรรมในคูม่ อื การเสริมสรา้ งอคี ิวบุตรหลานสำ�หรับผ้สู งู วัย ผู้ใช้คมู่ อื สามารถบูรณาการจัดกิจกรรมตามบริบทของการใช้งาน เช่น ในโรงเรียนผู้สูงอายุ สามารถจดั กจิ กรรมในหลกั สตู รการเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ผสู้ งู อายุ หมวดสขุ ภาพ หรอื อาจบูรณาการในกิจกรรมของชมรมผู้สูงอาย ุ ท่ีมาและความสำ�คัญของกิจกรรมเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient) หรอื อคี วิ เปน็ ความสามารถ ในการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง สามารถควบคุมจัดการกับอารมณ์ได้ มกี ารแสดงออกอยา่ งเหมาะสม เขา้ ใจอารมณค์ วามรสู้ กึ ของผอู้ น่ื และมคี วามเหน็ อก เห็นใจผู้อื่น ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้มีความจำ�เป็นท่ีจะต้องปลูกฝังตั้งแต่ปฐมวัย เพราะคุณลักษณะต่างๆ ต้องค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาในแต่ละช่วงวัย ดังเช่น แผนภาพ คณุ ลกั ษณะของความฉลาดทางอารมณใ์ นแตล่ ะชว่ งวยั เดก็ วยั กอ่ นเรียน (3-5 ปี) เด็กวยั เรยี น (6-11 ป)ี วัยรนุ่ /ผ้ใู หญ่ 1. ดี 1. ดี 1. ดี 1.1 ร้จู กั อารมณ์ 1.1 ควบคุมอารมณ์ 1.1 ควบคมุ ตนเอง 1.2 มนี ้ําใจ 1.2 ใสใ่ จและเข้าใจอารมณผ์ อู้ ่นื 1.2 เหน็ ใจผอู้ นื่ 1.3 รู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด 1.3 ยอมรบั ผดิ 1.3 รับผดิ ชอบ 2. เกง่ 2. เกง่ 2. เก่ง 2.1 กระตอื รอื ร้น/สนใจใฝ่รู้ 2.1 มุ่งม่นั พยายาม 2.1 มแี รงจูงใจ 2.2 ปรบั ตัวตอ่ การเปล่ียนแปลง 2.2 ปรบั ตวั ต่อปญั หา 2.2 ตัดสินใจและแกป้ ัญหา 2.3 กล้าพดู กล้าบอก 2.3 กล้าแสดงออกอยา่ งเหมาะสม 2.3 สมั พันธภาพ 3. สุข 3. สขุ 3. สขุ 3.1 มีความพอใจ 3.1 พอใจในตนเอง 3.1 ภมู ใิ จในตนเอง 3.2 อบอุ่นใจ 3.2 รจู้ กั ปรับใจ 3.2 พอใจในชีวติ 3.3 สนุกสนานร่าเริง 3.3 รนื่ เริง เบกิ บาน 3.3 สุขสงบทางใจ 5

ตวั อยา่ งการพฒั นาคณุ ลกั ษณะความฉลาดทางอารมณจ์ ากแผนภาพ เชน่ ถา้ เดก็ เรยี นรวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ ในช่วงปฐมวยั เม่อื เขา้ สวู่ ัยเรยี นเด็กจะสามารถยอมรบั ผดิ สง่ ผลใหเ้ ติบโตเป็นวยั รุ่นและผู้ใหญท่ ม่ี ีความรบั ผิดชอบ เปน็ ต้น คนที่มอี ีคิวดีจะสามารถเขา้ ใจอารมณข์ องตวั เอง รจู้ กั คดิ มกี ารตัดสินใจท่ีดี สามารถจัดการกบั อารมณไ์ ด้ อย่างเหมาะสม เขา้ ใจอารมณ์ความรู้สกึ ของผอู้ ืน่ สามารถสรา้ งและรกั ษาสัมพันธภาพทด่ี ี ได้รับการยอมรบั และ 6 มคี วามสงบสขุ ในจติ ใจ ดงั นน้ั ผทู้ มี่ อี คี วิ ดจี ะสามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ยา่ งสรา้ งสรรค์ มคี วามภาคภมู ใิ จในตนเอง มีความสขุ และประสบความส�ำ เร็จในชีวติ คมู่ อื เลม่ นี้ ไดม้ งุ่ เนน้ การเสรมิ สรา้ งคณุ ลกั ษณะดา้ นการรจู้ กั อารมณ์ มนี าํ้ ใจ รวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ กระตอื รอื รน้ / สนใจใฝร่ ู้ กลา้ พดู กลา้ บอก อบอนุ่ ใจและรน่ื เรงิ เบกิ บาน เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งตอ่ สถานการณจ์ ากการส�ำ รวจความฉลาด ทางอารมณ์ของเด็กไทย เม่ือปี 2554 ที่พบว่า คะแนนเฉล่ียความฉลาดทางอารมณ์ในระดับประเทศอยู่ต่ํากว่า เกณฑป์ กติ โดยมคี า่ คะแนน 45.12 (คา่ คะแนนปกติ 50-100) ในดา้ นยอ่ ยพบดา้ นทมี่ คี ะแนนตาํ่ ไดแ้ ก่ การปรบั ตวั การควบคุมอารมณ์ การยอมรับถูกผิด ความพอใจในตนเอง ความใส่ใจและเข้าใจอารมณ์ผู้อ่ืน การรู้จักปรับใจ ดา้ นทีเ่ ป็นจุดอ่อนมาก ได้แก่ ความมงุ่ มนั่ พยายาม ความกล้าแสดงออก และความรื่นเริง เบกิ บาน ส�ำ หรบั หลกั ในการเสรมิ สรา้ งความฉลาดทางอารมณใ์ หไ้ ดผ้ ล ประกอบดว้ ย (กรมสขุ ภาพจติ , 2558) 1. ท�ำ ใหด้ ู ท�ำ พฤตกิ รรมทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ เปน็ ตวั อยา่ งใหเ้ ดก็ เหน็ เนอ่ื งจากเดก็ เรยี นรจู้ ากตวั แบบมากกวา่ วิธีอนื่ ใด 2. สอนให้ท�ำ คุยหรอื บอกด้วยค�ำ พูดงา่ ยๆ อธบิ ายเหตุผล รีบชมหากเด็กท�ำ ไดด้ ี 3. เตือนสติ เตอื นสติเด็กกอ่ นทำ�ผดิ ไมร่ อใหเ้ ด็กท�ำ ผิดแลว้ มาแก้ไข เดก็ จะได้รจู้ ักเตือนตัวเอง 4. ตดิ ตามดแู ลและใหค้ �ำ ชมเชย ตดิ ตามดแู ลวา่ เดก็ ท�ำ หรอื ไม่ คอยบอกใหเ้ ดก็ ท�ำ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง และชมเชย หากเดก็ ทำ�ได้ การพฒั นาคณุ ภาพทางวชิ าการคมู่ อื การเสรมิ สรา้ งอคี วิ บตุ รหลานส�ำ หรบั ผสู้ งู วยั ค่มู อื เล่มน้ี มีการพฒั นาตามกระบวนการวจิ ยั และพฒั นา (R&D) ของกรมสขุ ภาพจติ โดยผ่านการกำ�หนด กรอบแนวคดิ โครงสรา้ งและเนอ้ื หาจากนกั วชิ าการทร่ี บั ผดิ ชอบงานสขุ ภาพจติ เดก็ ปฐมวยั และผสู้ งู อายทุ ง้ั ในสงั กดั กระทรวงพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสขุ รวมถงึ กลมุ่ ผใู้ ชค้ มู่ อื คอื ตวั แทนผ้สู ูงอายุ ในพน้ื ที่ 4 ภาค มกี ารพจิ ารณาคณุ ภาพเนอ้ื หาทางวชิ าการจากผเู้ ชยี่ วชาญจากทบวงมหาวทิ ยาลยั กระทรวงพฒั นา สงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ และกระทรวงสาธารณสขุ และปรบั ปรงุ เนอ้ื หาใหม้ คี วามครบถว้ นตามหลกั วชิ าการ และสอดคล้องกับบรบิ ทหลกั สูตรในโรงเรยี นผูส้ ูงอายหุ รือชมรมผสู้ ูงอายุ เพ่อื ให้พรอ้ มส�ำ หรับการใช้คมู่ อื เนื้อหาการเรียนรู้ได้มีการออกแบบการเรียนรู้การเสริมสร้างอีคิวและคุณลักษณะต่าง ๆ อยู่ในรูปแบบ กิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมท้ังสนุกกับการทำ�กิจกรรม มีโครงสร้างและขั้นตอนท่ีผู้สอน หรอื วทิ ยากรสามารถน�ำ ไปปฏบิ ตั ถิ า่ ยทอดได้ โดยมงุ่ หวงั ใหผ้ สู้ งู อายทุ ม่ี หี ลานไดม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจ และมแี นวทาง รวมถึงทักษะในการส่งเสรมิ อคี ิวหลานได้อยา่ งเหมาะสม   6

การเตรียมความพร้อม ก่อนเขา้ ร่วมกจิ กรรม 1. ผู้นำ�กจิ กรรมควรศึกษาคมู่ อื ใหเ้ ข้าใจถึงวตั ถุประสงค์ สาระสำ�คญั และข้ันตอนการด�ำ เนินกจิ กรรม ให้ครบถ้วนกอ่ นเร่มิ ท�ำ กจิ กรรมกับผสู้ งู อายุ 2. ควรมกี ารคัดกรองผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรมกอ่ นการท�ำ กิจกรรม เช่น การคัดกรองภาวะซึมเศรา้ หากพบ ควรมีการพดู คุย-แนะนำ� เพ่ือให้ผูส้ งู อายสุ ามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างตอ่ เน่อื งและมีประสิทธภิ าพ 3. กอ่ นเรมิ่ กจิ กรรมทกุ ครง้ั ผนู้ �ำ กจิ กรรมควรมกี ารพดู คยุ หรอื ละลายพฤตกิ รรมของผสู้ งู อายุ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความผอ่ นคลายและความร่วมมอื ในการทำ�กิจกรรม เทคนคิ ในการด�ำ เนนิ กจิ กรรมกลมุ่ 1. กรณที ม่ี ผี เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมมากกวา่ 20 คน ควรแบง่ กลมุ่ ยอ่ ยเพอ่ื ใหเ้ กดิ การเรยี นรทู้ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ยง่ิ ขึน้ 2. หลีกเล่ียงการตัดสินข้อคิดเห็นจากกลุ่มว่าถูกหรือผิด เพราะจะทำ�ให้ผู้สูงอายุท่ีตอบผิดเกิดความ รู้สึกเสียกำ�ลังใจ และอาจเกิดการต่อต้านการทำ�กิจกรรม เมื่อถามคำ�ถาม ผู้นำ�กิจกรรมอาจใช้วิธียกมือเพ่ือดู สัดสว่ นของความเหน็ แตไ่ ม่ต้องบอกว่าถูกหรือผิด 3. กรณที ม่ี ผี เู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมมคี วามเชอื่ มน่ั ในทศั นคตขิ องตนเองคอ่ นขา้ งมาก ใหใ้ ชเ้ ทคนคิ โยนค�ำ ถาม ให้กับผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรมคนอ่ืน ๆ ช่วยกันระดมความคดิ เห็น 4. กจิ กรรมทมี่ กี ารบา้ น เปน็ กจิ กรรมทมี่ อบหมายใหผ้ สู้ งู อายนุ �ำ กลบั ไปท�ำ ทบี่ า้ นและมาน�ำ เสนอในชว่ ง เร่ิมต้นกิจกรรมครั้งต่อไป ผู้นำ�กิจกรรมสามารถใช้วิธีการมอบหมายหรือให้ผู้สูงอายุอาสาเป็นตัวแทนนำ�เสนอ ตามความสมัครใจ ซ่ึงระยะเวลาในการทำ�กิจกรรม สามารถยืดหยุ่นได้ตามความพร้อมของผู้สูงอายุและเวลา ในการทำ�กจิ กรรม 5. ช่วงปิดท้ายกิจกรรม ให้ผู้นำ�กิจกรรมเน้นยํ้ากับผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่า “ให้นำ�ส่ิงที่ได้เรียนรู้ไปใช้ กับหลาน” และ “ผู้สูงอายคุ นใดทไ่ี มม่ หี ลาน สามารถนำ�ไปบอกตอ่ คนอื่นๆ ทม่ี ีหลานได”้ 7

8 8

แผนกิจกรรมท่ี 1 : ปลกุ พลังใจ เตมิ ไฟ ในการเลี้ยงหลาน ชอ่ื กจิ กรรม : ปลกุ พลงั ใจ เตมิ ไฟในการเลย้ี งหลาน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. เพ่ือให้ผู้สูงอายุเกดิ ก�ำ ลงั ใจในการเลย้ี งดูหลาน 2. เพ่ือให้ผู้สูงอายตุ ระหนักในคณุ คา่ ของตวั เอง 3. เพอื่ ให้ผสู้ งู อายุมีทัศนคติท่ดี ีตอ่ การเลี้ยงดูหลาน เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั ปัจจุบันผู้สูงอายุจำ�นวนมากต้องรับภาระเลี้ยงดูหลานเสมือนเป็นพ่อแม่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่เด็กต้องอพยพ ไปท�ำ งานตา่ งถนิ่ รอ้ ยละ 36 ของผดู้ แู ลเดก็ วยั แรกเกดิ -3 ขวบคอื ปยู่ า่ ตายาย ซง่ึ ทศั นคตติ อ่ การเลย้ี งหลานของปยู่ า่ ตายาย นนั้ มผี ลตอ่ รปู แบบการเลยี้ งดเู ดก็ โดยเฉพาะทศั นคตทิ ด่ี ี เชน่ รสู้ กึ วา่ การเลยี้ งหลานเปน็ ความภาคภมู ใิ จ เปน็ การลดภาระ ของลกู เชอื่ ในความสามารถของตนเองวา่ สามารถอบรมเลย้ี งดหู ลานในดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม จะสง่ ผลตอ่ พฒั นาการเดก็ ในดา้ นตา่ ง ๆ ท�ำ ใหเ้ ดก็ สามารถเตบิ โต เปน็ คนทม่ี คี ณุ ภาพ มศี กั ยภาพในการด�ำ เนนิ ชวี ติ ท�ำ ประโยชนใ์ หก้ บั ครอบครวั และสังคม เครอ่ื งมอื ในการจดั กจิ กรรม 1. รปู ภาพ จำ�นวน 50 ภาพ (ขึ้นอยกู่ ับจ�ำ นวนผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรม) 2. ใบความรทู้ ี่ 1 การเสริมสรา้ งกำ�ลังใจให้ผู้สงู อายุ 9

ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผนู้ ำ�กิจกรรมชวนผ้สู งู อายุพูดคุยเกี่ยวกบั การเลีย้ งหลาน โดยอาจเรม่ิ ตน้ ถามวา่ “ผู้สงู อายุทา่ นใดต้องเลี้ยงหลานบา้ ง” “ความรู้สึกทเี่ กิดขึน้ ตอนเลย้ี งหลานเป็นอย่างไรบ้าง” 10 2. ผนู้ �ำ กจิ กรรมเตรยี มรปู ภาพทจี่ ดั ไวใ้ ห้ ซงึ่ เปน็ ภาพทแี่ ปลความหมายไดห้ ลากหลายคละกนั เชน่ ภาพพระอาทติ ย์ ภาพสะพาน ภาพตน้ ไม้ ภาพผืนดนิ ทแ่ี ห้งแล้ง ฯลฯ น�ำ ภาพเหลา่ นีว้ างไวบ้ นโตะ๊ กลางห้อง 3. ใหผ้ ูส้ ูงอายยุ ืนลอ้ มวงรอบโตะ๊ และเลือกภาพทส่ี อื่ ถงึ การเลย้ี งหลานคนละ 1 ใบ โดยใหเ้ ปรียบเทียบตวั เอง กบั ภาพทเ่ี ลอื กวา่ “ใหเ้ ลอื กภาพทสี่ อื่ ถงึ การเลย้ี งหลานของทา่ นมากทส่ี ดุ ” เชน่ ภาพพระอาทติ ยเ์ ปรยี บเหมอื นการใหค้ วาม อบอ่นุ กบั หลาน ภาพสะพานเปรียบเหมือนการเป็นผู้สง่ หลานไปสู่จดุ หมายปลายทางในอนาคต ภาพตน้ ไม้ท่ีใบร่วงหล่น เปรยี บเหมือนความรู้สึกท้อแทท้ ี่ต้องเลีย้ งดูหลานอย่างเดียวดาย เป็นต้น 4. ผู้นำ�กิจกรรม/ผู้ช่วยจดคำ�ตอบของผู้สูงอายุบนกระดานหรือฟลิปชาร์ต และแสดงคำ�ตอบให้ผู้สูงอายุเห็น โดยแยกเปน็ มมุ มองทางบวกและทางลบ 5. ผู้นำ�กิจกรรมถามผู้สูงอายุถึงข้อคิดที่ได้จากกิจกรรม และผู้นำ�กิจกรรมสรุปปิดท้ายว่า แต่ละคนมีมุมมอง ในการเลี้ยงดูหลานท่ีแตกต่างกัน (ยกตัวอย่างจากคำ�ตอบผู้สูงอายุ) ไม่ว่าคำ�ตอบจะเป็นอย่างไร ล้วนเป็นความ รู้สึกท่ีเกิดขึ้นได้ในแต่ละคน แม้ว่าบางคนจะมีมุมมองในทางลบก็สามารถปรับมุมมองใหม่ได้ เพื่อให้เกิดกำ�ลังใจ ในการเล้ียงดูหลาน (ยกตัวอย่างคำ�ตอบมุมมองบวก) และเห็นคุณค่าในตนเอง ถ้าพบว่าไม่มีผู้สูงอายุให้คำ�ตอบท่ีเป็น มุมมองเชงิ ลบ ใหผ้ ูน้ �ำ กจิ กรรมชื่นชม 6. ผนู้ �ำ กิจกรรมให้ผู้สงู อายพุ ูดใหก้ �ำ ลงั ใจในการเล้ยี งหลานแกผ่ ู้สูงอายุท่านอ่ืนคนละ 1-2 ประโยค 7. ผ้นู ำ�กจิ กรรมให้การบา้ นผสู้ งู อายดุ งั น้ี - ก่อนนอนให้ทบทวนถงึ สิ่งดี ๆ ที่เกิดขนึ้ ในการเลยี้ งดหู ลาน และจดบันทกึ ไว้ - น�ำ ส่งิ ทจี่ ดบนั ทึกมาพดู คยุ แลกเปลยี่ นและน�ำ เสนอในการทำ�กจิ กรรมคร้ังตอ่ ไป 8. ผนู้ �ำ กจิ กรรมเนน้ ยาํ้ กบั ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมวา่ “ใหน้ �ำ สง่ิ ทไี่ ดเ้ รยี นรไู้ ปใชก้ บั หลาน” และ “ผสู้ งู คนใดทไ่ี มม่ หี ลาน สามารถนำ�ไปบอกต่อคนอืน่ ๆ ท่มี หี ลานได”้ การประเมนิ ผล - การมีสว่ นร่วมในการทำ�กจิ กรรม - การบ้าน *หมายเหตุ : หากผู้นำ�กิจกรรมพบผู้สูงอายุเลือกภาพท่ีบ่งบอกถึงอารมณ์เศร้า หลังจบกิจกรรมอาจมีการพูดคุย เป็นการส่วนตัวเพอื่ ดูแลเฝา้ ระวงั ภาวะซึมเศร้าตอ่ ไป   10

ภภภาาาพพพปปปรรระะะกกกอออบบบกกกิิจจจิ กกกรรรรรรมมม ““““ปปปปลลลลกุกุกุกุ พพพพลลลลงังัังงั ใใใใจจจจเเเเตตตตมิิมมิมิ ไไไไฟฟฟฟใใใในนนนกกกกาาาารรรรเเเลลเลลย้ีี้ยยี้ี้ยงงงงหหหหลลลลาาาานนนน”””” 9999 99 ภาพภปราะพกอปบรกิจะกกรรอมบ““ปกปลลจิุกุกพกพลลรังังใใรจจมเเตตมิ มิ ไ“ไฟฟปใในนลกกากุ ารรเพลเลย้ี ลย้ี งงหงั หลใลาจานน””เตมิ ไฟในการเลย้ี งหลาน” 10 10 1010 1010 11

ใบความร้ทู ่ี 1 การเสริมสรา้ งกำ�ลงั ใจใหผ้ สู้ งู อายุ 12 เมื่อก้าวสู่วัยสงู อายุ ผู้สงู อายุต้องเผชญิ กบั การเปลยี่ นแปลงท้งั ด้านรา่ งกาย ความกระฉบั กระเฉง ก�ำ ลงั วงั ชา ลดลงจากวัยหนุ่มสาว ด้านสังคม หลายท่านเกษียณจากงาน ตำ�แหน่งหน้าท่ีการงานเปลี่ยนไป บางคนอาจต้องมี ความรบั ผิดชอบเพ่ิมขึน้ คือ การเลี้ยงดหู ลาน มผี ลกระทบตอ่ ความรู้สึกมน่ั คงทางจติ ใจและความรู้สกึ มีคุณคา่ ในตนเอง อย่างไรกต็ าม ผูส้ งู อายุสามารถสร้างก�ำ ลังใจให้แกต่ นเองได้ ดงั น้ี 1. มีคุณค่า คือการท่ีผู้สูงอายุคิดและเตือนตนเองว่า แม้ว่าจะอยู่ในวัยสูงอายุก็ยังสามารถทำ�ส่ิงดี ๆ ที่เป็น ประโยชน์ได้ เช่น การไปช่วยงานบุญตามประเพณีของหมู่บ้าน การมีโอกาสได้ช่วยเล้ียงหลานให้เติบโตเป็นคนดี การถ่ายทอดประสบการณด์ ้านอาชีพหรอื การใช้ชวี ติ เพื่อเป็นประโยชน์กบั คนอ่นื ๆ 2. นึกถึงประสบการณ์ดี ๆ ที่ผ่านมา ในแต่ละวันผู้สูงอายุลองนึกถึงสิ่งท่ีทำ�ให้ภาคภูมิใจ ความประทับใจ สิ่งที่เคยทำ�แล้วประสบความสำ�เร็จ หรือคำ�ช่ืนชมท่ีเคยมีคนพูดกับเรา เมื่อนึกถึงสิ่งเหล่านี้ ให้ผู้สูงอายุชื่นชมตนเอง เพื่อเป็นกำ�ลงั ใจใหย้ งั ทำ�สิง่ ดี ๆ ต่อไป 3. พบปะสานสัมพันธ์ การได้พบเจอหรือสังสรรค์กับเพ่ือน คนรู้จักหรือกลุ่มผู้สูงอายุวัยเดียวกัน จะช่วยให้ ผสู้ งู อายไุ ดม้ โี อกาสพดู คยุ แลกเปลยี่ นประสบการณใ์ นเรอ่ื งตา่ งๆ เชน่ ปญั หาสขุ ภาพกาย ความกงั วลเกยี่ วกบั การเลยี้ งหลาน จะช่วยลดความเครียด ความไมส่ บายใจลงได้ หรือท�ำ ใหอ้ าการเบ่อื หน่ายและหงุดหงดิ น้อยลง แมว้ ่าทา่ นจะเป็นผูส้ งู อายุแล้ว อยา่ ลืมวา่ ท่านยงั เป็นบุคคลท่ีมคี วามส�ำ คัญ เปน็ คนมคี ณุ ค่า สามารถเป็นขวญั และกำ�ลงั ใจใหก้ ับลกู ๆ หลานๆ และคนในครอบครวั อยู่เสมอ 12

แผนกิจกรรมที่ 2 : ปลกู วินัยใหห้ ลานรัก ชอ่ื กจิ กรรม : ปลกู วนิ ยั ใหห้ ลานรกั ประกอบด้วย 3 กจิ กรรมยอ่ ย กิจกรรมย่อยท่ี 2.1 รู้จกั รใู้ จ สรา้ งวินัยหลานตัวน้อย กิจกรรมยอ่ ยท่ี 2.2 หนูท�ำ ได้ กิจกรรมย่อยที่ 2.3 รบั มือเจ้าตวั นอ้ ย วยั เตาะแตะ กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 2.1 : รจู้ กั รใู้ จ สรา้ งวนิ ยั หลานตวั นอ้ ย จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพ่ือให้ผู้สูงอายุเขา้ ใจผลเสยี ของการเลย้ี งดูแบบตามใจมากเกินไป เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั การปลูกฝังวินัยต้ังแต่ปฐมวัยจะช่วยให้เด็กเช่ือฟัง อยู่ในกติกา สามารถใช้ชีวิตอยู่ในกฎเกณฑ์ของสังคมได้ รวมทง้ั ชว่ ยใหเ้ ดก็ สามารถควบคมุ พฤตกิ รรมตนเองไปในทางทเ่ี หมาะสม ซงึ่ สง่ ผลตอ่ การเรยี น การท�ำ งาน และการใชช้ วี ติ เมอื่ เดก็ โตขนึ้ การเลยี้ งดหู ลานใหม้ วี นิ ยั เรม่ิ จากการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี เพอ่ื ใหห้ ลานเกดิ ความไวว้ างใจและรสู้ กึ อบอนุ่ ใจ และมกี ารสร้างกฎกตกิ ารว่ มกนั เทคนิคเบื้องต้นที่สำ�คัญของการสร้างวินัยให้หลานคือ การไม่ตามใจเด็กเกินไป ตระหนักถึงผลของการเล้ียงดู หรอื การกระทำ�ท่ีจะเกดิ ขึ้นกบั หลาน และเป็นแบบอย่างท่ดี ีให้กับเด็กอยา่ งสม่าํ เสมอ เครอ่ื งมอื ในการจดั กจิ กรรม 1. กล่องบรรจุสิง่ ของ เช่น เหรยี ญ กอ้ นหนิ ฯลฯ 2. ใบความรูท้ ี่ 2.1 การสรา้ งวินยั เชิงบวก 13

ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผนู้ �ำ กจิ กรรมใหผ้ สู้ งู อายนุ �ำ การบา้ นเรอ่ื ง ทบทวนถงึ สงิ่ ดี ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ ในการเลยี้ งดหู ลานกอ่ นนอน มาแลกเปลย่ี น เรียนรู้กนั โดยใช้เวลาในการพดู คุยแลกเปลย่ี นกันไม่เกิน 15 นาที และน�ำ ผลงานติดไว้ท่ีผนังหรือบอร์ดในชน้ั เรียน 14 2. ผนู้ �ำ กจิ กรรมเตรยี มกลอ่ งปรศิ นา (กลอ่ งปดิ ทบึ ) ซง่ึ ภายในมสี ง่ิ ของบรรจอุ ยู่ (เชน่ เหรยี ญ กอ้ นหนิ ฯลฯ อาจมี มากกวา่ 1 ชน้ิ ) จากนนั้ ใหผ้ สู้ งู อายแุ ตล่ ะคนเขยี นหรอื ทายวา่ ของทอี่ ยใู่ นกลอ่ งจะมลี กั ษณะเปน็ อยา่ งไร เชน่ เปน็ เหรยี ญ สบิ บาทเกา่ ๆ 3 เหรยี ญ และธนบัตรใบละ 20 บาทอกี 5 ใบ เป็นต้น 3. ให้ตัวแทนผู้สูงอายุเปิดกล่องและดูว่าสิ่งของในกล่องคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร ตรงกับส่ิงท่ีเขียนไว้ หรอื ไม่ และถามผูส้ งู อายุว่า “รู้สกึ อย่างไรเมอื่ ผลไม่เปน็ ไปตามท่คี าดไว”้ และ “รู้สึกอยา่ งไรเม่อื ผลเปน็ ไปตามที่คาดไว้” 4. ผนู้ �ำ กจิ กรรมถามผสู้ งู อายวุ า่ เรยี นรอู้ ะไรจากกจิ กรรมบา้ ง และบอกผสู้ งู อายวุ า่ การทายสงิ่ ของในกลอ่ งปรศิ นา เปรียบเสมือนความผิดหวังเล็กน้อยท่ีเกิดข้ึนได้ การที่ผู้สูงอายุสามารถปรับใจรับมือกับความผิดหวังท่ีเกิดขึ้นในชีวิตได้ จะทำ�ให้สามารถฝ่าฟันกับปัญหาและใช้ชีวิตต่อไปได้ จากนั้นผู้นำ�กิจกรรมเช่ือมโยงกับกิจกรรมการทายส่ิงของกับ การเลยี้ งหลานวา่ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั ถา้ ใหเ้ ดก็ มปี ระสบการณใ์ นเรอื่ งความผดิ หวงั บา้ ง เจอความลม้ เหลวบา้ งจะท�ำ ให้ เดก็ มปี ระสบการณใ์ นการจดั การกบั ความรสู้ กึ ผดิ หวงั ของตวั เอง และสามารถปรบั ใจไดเ้ รว็ ซง่ึ เปน็ การเรยี นรทู้ ส่ี �ำ คญั เพื่อใหผ้ า่ นพน้ อปุ สรรคใหญใ่ นอนาคตได้ 5. ผนู้ �ำ กจิ กรรมสรปุ วา่ การเลยี้ งหลานแบบตามใจมากเกนิ ไป หลานไมเ่ คยเจอความผดิ หวงั เลยจะท�ำ ใหเ้ ดก็ ปรับตัวปรับใจยาก เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหรือความผิดหวัง และมีผลเสียให้เด็กขาดความยับยั้งช่ังใจ และขาดความอดทนตอ่ ปัญหาอุปสรรคและความทกุ ข์ยาก การประเมนิ ผล - การมีส่วนรว่ มในการท�ำ กจิ กรรม 14

ใบความรทู้ ี่ 2.1 การสร้างวินยั เชงิ บวก การสร้างวินัยเชิงบวกมีเป้าหมายคือ การพัฒนาพฤติกรรมให้เด็กเป็นคนมีวินัยในตนเอง โดยใช้การสร้าง สัมพันธภาพที่ดีกับเด็กและการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเป็นพ้ืนฐาน เน้นการเสริมสร้างพฤติกรรมที่เด็กจำ�เป็นต้อง เรียนรู้ ตามพฒั นาการดา้ นอารมณ์และสังคมของเดก็ เป็นสำ�คญั วิธีการท่ีเด็กเรียนรู้และเกิดวินัยเชิงบวกนั้น เด็กเรียนรู้จากการเลียนแบบ การฝึกฝนอย่างต่อเน่ือง การปฏิบัติ มปี ระสบการณ์ การมีแรงจูงใจทจ่ี ะท�ำ พฤติกรรมนั้นๆ 10 เทคนคิ การสรา้ งวนิ ยั เชงิ บวก 1. ท�ำ เรอ่ื งเลก็ ใหเ้ ปน็ เรอ่ื งใหญ่ ใหค้ วามสนใจเดก็ เวลาทเ่ี ขาก�ำ ลงั แสดงพฤตกิ รรมทตี่ อ้ งการ ตอบสนองดว้ ยการ ชมเชย ขอบคณุ กอด และกล่าวเฉพาะเจาะจงไปที่พฤตกิ รรมนน้ั เชน่ “ยายขอบคณุ กกุ๊ ไกท่ ช่ี ว่ ยเชด็ โต๊ะ ชว่ ยใหย้ ายหาย เหนอื่ ยมากเลยจะ๊ ” 2. เบย่ี งเบนกจิ กรรม เสนอกจิ กรรมอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ใหเ้ ดก็ ท�ำ แทนพฤตกิ รรมทไ่ี มเ่ หมาะสมของเดก็ เพอ่ื ทเี่ ดก็ จะไมส่ ามารถท�ำ พฤติกรรมทีไ่ ม่เหมาะสมออกไปได้ เช่น ใหเ้ ด็กหยดุ ตะโกนโดยการชวนเล่นรอ้ งเพลงกระซิบ 3. ให้ทางเลือกเชงิ บวก การท่ปี ยู่ า่ ตายายเสนอทางเลอื กท่ียอมรบั ได้ 2 ทาง และใหโ้ อกาสเด็กตดั สินใจเลอื กวา่ จะท�ำ ตามทางเลอื กไหน เชน่ “หนูจะอาบนํ้าเองหรอื จะให้ยา่ อาบให”้ แทนการพดู วา่ “หนูจะอาบน้าํ หรือไมอ่ าบ” 4. แสดงความเขา้ ใจ อธบิ ายใหเ้ ดก็ รวู้ า่ ปยู่ า่ ตายายเขา้ ใจวา่ เขาก�ำ ลงั ท�ำ อะไร รสู้ กึ อยา่ งไร และบอกถงึ พฤตกิ รรม ท่ีเหมาะสม เช่น “ตารวู้ า่ หนไู มอ่ ยากหยดุ เล่นเกม ตาไม่วา่ นะ เพราะถ้าเปน็ ตาคงรูส้ กึ เหมือนกนั แตต่ อนน้สี องทุ่มแล้ว ถงึ เวลาเขา้ นอนแลว้ ล่ะ” 5. ใหค้ วามส�ำ คญั ท�ำ ใหเ้ ดก็ รสู้ กึ วา่ เขาเปน็ คนส�ำ คญั โดยการมอบหมายหนา้ ทส่ี �ำ คญั ใหร้ บั ผดิ ชอบและพดู ชมเชย วา่ ส่ิงต่าง ๆ คงไม่เสรจ็ ถา้ ไม่มเี ขา เชน่ “ขอบคุณแพรมากนะคะทีช่ ว่ ยใหอ้ าหารเจ้าตูบ ถ้าไมม่ ีแพร เจา้ ตูบคงหวิ แยเ่ ลย” 6. เวลาพูดคุยกับหลาน ให้มองตา ใช้น้ําเสียงนุ่มนวล เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ทำ�ให้เด็กรู้สึกอบอุ่นเป็นมิตร เวลาอยู่กบั ปู่ยา่ ตายาย 7. ส่งความรู้สึก อธิบายพฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสมและบอกถึงพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดด้วยนํ้าเสียงปกติ เช่น “ยายไม่ชอบเลย เวลาท่ีหนูเล่นของเล่นเสร็จแล้ววางไว้กับพื้น มันทำ�ให้ห้องเราดูรกและสกปรก ยายอยากให้หนู เก็บของเลน่ เข้าทค่ี ะ่ ” 8. กระซบิ ใชเ้ สียงกระซบิ หรอื เสียงเบาๆ เมอื่ ต้องการเรยี กร้องความสนใจจากเดก็ หรืออยากใหเ้ ดก็ หนั มาสนใจ 9. บอกอะไรก่อน อะไรหลัง บอกเด็กให้ทำ�ในส่ิงที่จำ�เป็นต้องทำ�ก่อน แล้วจึงให้ทำ�ในส่ิงที่เด็กต้องการ เช่น “เม่อื กนิ ขา้ วเสร็จแลว้ คอ่ ยไปเล่นไดจ้ ๊ะ” 10. ต้ังเวลา ใช้เสียงนาฬิกาหรือเคร่ืองจับเวลาเป็นสัญญาณเตือนบอกว่าถึงเวลาท่ีต้องทำ�หรือหยุดกิจกรรมใด กิจกรรมหนึง่ ท่มี า: ดร.ปยิ วลี และดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร. หลกั การสรา้ งวินยั เชงิ บวก. (2556). 15

กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 2.2 : หนทู �ำ ได้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 16 เพอื่ ใหผ้ สู้ ูงอายมุ แี นวทางในการเล้ียงดูหลานให้รู้จกั หน้าท่ขี องตนเองในการท�ำ กิจวัตรประจำ�วนั ตามวยั เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั การปลูกฝังวินัยต้ังแต่ปฐมวัยจะช่วยให้เด็กเชื่อฟัง อยู่ในกติกา สามารถใช้ชีวิตอยู่ในกฎเกณฑ์ของสังคมได้ รวมทงั้ ชว่ ยใหเ้ ดก็ สามารถควบคมุ พฤตกิ รรมตนเองไปในทางทเ่ี หมาะสม ซง่ึ สง่ ผลตอ่ การเรยี น การท�ำ งาน และการใชช้ วี ติ เมื่อเด็กโตขึ้น การเล้ียงดูหลานให้มีวินัย เร่ิมจากการสร้างสัมพันธภาพที่ดี เพื่อให้หลานเกิดความไว้วางใจและรู้สึก อบอนุ่ ใจ มกี ารสร้างกฎกติการว่ มกนั การมวี นิ ยั ในการท�ำ กจิ วตั รประจ�ำ วนั ตามวยั เปน็ คณุ ลกั ษณะทจี่ �ำ เปน็ ทปี่ ยู่ า่ ตายายควรปลกู ฝงั ใหเ้ กดิ กบั หลาน เพ่ือใหเ้ ดก็ รจู้ กั รับผิดชอบช่วยเหลอื ตนเอง นอกจากนย้ี งั เปน็ การเสริมสรา้ งใหเ้ ดก็ มีความกระตอื รือร้น สนใจใฝร่ ู้ และ มีนา้ํ ใจชว่ ยเหลอื ปูย่ ่าตายายในการทำ�กิจวัตรประจ�ำ วันอีกดว้ ย เครอ่ื งมอื ในการจดั กจิ กรรม 1. กระดาษขนาด A4 2. สีเทียน 3. ดินสอ 4. ยางลบ 5. ใบกิจกรรม งานบา้ นท่เี หมาะสมกบั เดก็ วัย 2-6 ปี ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผู้นำ�กิจกรรมเตรยี มเข้าสกู่ ิจกรรม โดยแจกกระดาษ A4 และดินสอให้ผูส้ งู อายุคนละ 1 แผน่ หลงั จากน้นั ใหผ้ ู้สงู อายวุ าดตาราง แนวนอนแบง่ เป็น 7 ช่อง เขียนชอ่ื วันอาทิตย์ถงึ เสาร์ ช่องละ 1 วนั ส่วนแนวตัง้ แบ่งเป็น 2 แถว (ตกแตง่ ตารางไดต้ ามใจชอบ) แถวบนใหผ้ สู้ งู อายใุ สง่ านบา้ นทจ่ี ะใหห้ ลานท�ำ ในแตล่ ะวนั สปั ดาหล์ ะ 1 อยา่ ง สว่ นตาราง แถวล่าง ใชส้ �ำ หรบั ใสด่ าวหรอื แสดงเครือ่ งหมายว่าหลานท�ำ กิจกรรมหรอื ไมไ่ ด้ท�ำ 2. ผนู้ ำ�กิจกรรมแจกใบกิจกรรม งานบ้านที่เหมาะสมกับเด็กวยั 2-6 ปี ให้ผู้สงู อายุ คนละ 1 แผน่ หลงั จากนั้น ใหผ้ สู้ ูงอายเุ ลือกชนิดงานบ้านทีจ่ ะใหห้ ลานท�ำ 1 อยา่ ง เขียนใสใ่ นตารางแตล่ ะวันจนครบ 3. ผนู้ �ำ กจิ กรรมใหต้ วั แทนผสู้ งู อายเุ ลา่ รายละเอยี ดงานบา้ นทจี่ ะใหห้ ลานท�ำ ใหก้ บั ผสู้ งู อายคุ นอนื่ ๆ ในชน้ั เรยี นฟงั หลงั จากนนั้ ผนู้ �ำ กจิ กรรมอธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา่ การจะใหห้ ลานชว่ ยท�ำ งานบา้ น ตอ้ งเรม่ิ พดู คยุ บอกกบั หลานดี ๆ มกี ารตงั้ กตกิ าหรอื เงอื่ นไขรว่ มกนั กอ่ นจะบอกใหเ้ ดก็ ท�ำ ไมใ่ ชก่ ารสงั่ หรอื ขใู่ หท้ �ำ เชน่ ถา้ เดก็ ชว่ ยพบั ผา้ เสรจ็ ยายเขา้ ไปกอดเดก็ หรอื ชว่ ยหยอดเงนิ ในประปกุ เพม่ิ อกี 2 บาท หรอื ถา้ เดก็ สามารถท�ำ งานบา้ นตามทต่ี กลงไวท้ งั้ สปั ดาห์ ตาจะซอื้ ขนม ทีห่ ลานอยากกนิ ให้ เปน็ ต้น 16

4. ผู้นำ�กิจกรรมสรุปว่า การจะสอนให้หลานมีวินัยต้องพาหลานทำ� ทำ�ให้หลานเห็นเป็นตัวอย่างอย่าง สมาํ่ เสมอ เดก็ วยั นอ้ี าจท�ำ งานบา้ นไดไ้ มเ่ รยี บรอ้ ยหรอื ไดค้ ณุ ภาพดเี ทา่ กบั ผใู้ หญ่ แตป่ ยู่ า่ ตายายควรชนื่ ชม เมอ่ื หลาน ลงมือทำ�หรือเห็นความพยายามท่จี ะทำ� อาจช่ืนชมหลานว่า “ยายรสู้ ึกภูมใิ จในตวั หนูมาก ที่ชว่ ยเอาผา้ ไปใส่ตะกร้า ช่วยยายให้หายเหน่อื ยได้มากเลยจ๊ะ” 5. ผนู้ �ำ กจิ กรรมมอบหมายการบา้ น โดยเนน้ ใหผ้ สู้ งู อายใุ หเ้ ดก็ ท�ำ ประจ�ำ ผสู้ งู อายตุ อ้ งเปน็ ตวั แบบ ท�ำ ใหด้ สู มาํ่ เสมอ ชมเชยเมอ่ื เดก็ ท�ำ ได้ และมอบหมายใหผ้ สู้ งู อายนุ �ำ ใบตารางงานบา้ นกลบั ไปท�ำ กจิ กรรมกบั หลานทบ่ี า้ น แลว้ น�ำ มาแสดง ผลงานหรอื พูดคยุ แลกเปลยี่ นในช่วั โมงถัดไป การประเมนิ ผล - การมีสว่ นรว่ มในการท�ำ กิจกรรม - การแสดงผลงานหรือขอ้ คดิ เหน็ 17

ใบกจิ กรรม งานบ้านทเ่ี หมาะสมกับเด็กวัย 2-6 ปี 18 วยั 2-3 ปี วัย 4-6 ปี เก็บของเลน่ ใสก่ ลอ่ ง ให้อาหารสัตว์เล้ียง น�ำ ผา้ ท่ซี กั ใสต่ ะกรา้ จดั ทีน่ อน หอ้ งนอน ทิ้งขยะ รดนา้ํ ตน้ ไม้ พับผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก เตรียมอาหารว่าง ปดั ฝุ่น ทำ�ความสะอาดโตะ๊ อาหาร ที่มา : Women Mthai Team ตวั อยา่ งการทำ�งานบ้านของนอ้ งกุก๊ ไก่ อายุ 3 ปี (ตารางสะสมความดขี องน้องกกุ๊ ไก)่ วนั จนั ทร์ วนั องั คาร วันพธุ วันพฤหสั บดี วนั ศกุ ร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ เก็บของเลน่ เก็บของเล่น เกบ็ ของเลน่ เก็บของเล่น เก็บของเล่น เก็บของเล่น เกบ็ ของเลน่ ใสก่ ล่อง ใสก่ ลอ่ ง ใสก่ ล่อง ใสก่ ล่อง ใสก่ ล่อง ใสก่ ล่อง ใส่กลอ่ ง *เน้นให้ผสู้ งู อายุใหเ้ ดก็ ท�ำ ประจ�ำ ผ้สู งู อายตุ อ้ งเปน็ ตวั แบบ ท�ำ ใหด้ สู มา่ํ เสมอ ชมเชยเมอื่ เดก็ ทำ�ได้ 18

กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 2.3 : รบั มอื เจา้ ตวั นอ้ ย วยั เตาะแตะ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพอื่ ให้ผสู้ งู อายุมีแนวทางในการปรับพฤติกรรมทไี่ มพ่ ึงประสงค์ท่วั ไปได้อย่างเหมาะสม เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั การปลกู ฝงั วนิ ยั ตงั้ แตป่ ฐมวยั จะชว่ ยใหเ้ ดก็ เชอื่ ฟงั อยใู่ นกตกิ า สามารถใชช้ วี ติ อยใู่ นกฎเกณฑข์ องสงั คมได้ รวมทง้ั ช่วยให้เด็กสามารถควบคุมพฤติกรรมตนเองไปในทางที่เหมาะสม ซึ่งส่งผลต่อการเรียน การทำ�งาน และการใช้ชีวิต เมอื่ เดก็ โตขน้ึ การเลย้ี งดหู ลานใหม้ วี นิ ยั เรมิ่ จากการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี ี เพอ่ื ใหห้ ลานเกดิ ความไวว้ างใจและรสู้ กึ อบอนุ่ ใจ มีการสรา้ งกฎกตกิ ารว่ มกนั อย่างไรก็ตาม บางเวลาหลานอาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น งอแง เอาแต่ใจ ซ่ึงหากปู่ย่าตายาย มีทักษะ การรับมือหรือจัดการกับพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์อย่างเหมาะสม เช่น การเพิกเฉย ตัดสิทธ์ิบางอย่าง และให้รางวัล การกระทำ�ท่ีดี เช่น ชมเชย จะช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่าควรแสดงพฤติกรรมอย่างไร นำ�ไปสู่การรู้จักการจัดการอารมณ์ และแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ เครอ่ื งมอื ในการจดั กจิ กรรม 1. ภาพพฤติกรรมทีพ่ งึ ประสงค์ และพฤตกิ รรมท่ีไม่พึงประสงค์ 2. ใบความรู้ท่ี 2.3 เทคนิคการชมเชย 3. ใบความรู้ท่ี 2.4 เทคนิคการลงโทษ ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1.ผนู้ �ำ กจิ กรรมเตรยี มภาพทจ่ี ดั ไวใ้ ห้ซงึ่ เปน็ ภาพเดก็ ทแี่ สดงพฤตกิ รรมทดี่ ีเชน่ เดก็ ชว่ ยท�ำ งานบา้ นเดก็ เกบ็ ของเลน่ ฯ จากน้ันให้ผู้นำ�กิจกรรมถามผู้สูงอายุถึงพฤติกรรมตามท่ีเห็นในภาพ และถามว่าหากหลานตนทำ�แบบน้ันบ้างจะมีวิธีพูด ชมเชยหลานอยา่ งไร 2. ผู้นำ�กจิ กรรมอธิบายกับผ้สู งู อายุว่า การชมจะส่งผลให้เด็กเรียนรู้ว่าสิง่ ทีท่ �ำ เปน็ สิ่งท่ีดี และส่งผลให้พฤติกรรม น้นั คงอยู่ จากนน้ั แนะน�ำ เทคนิคการชมเชย (ตามใบความร้ทู ่ี 2.3) พรอ้ มท้ังสาธิตใหผ้ ู้สงู อายดุ ูและใหผ้ ูส้ งู อายุลองพูดชม 3. ผนู้ �ำ กจิ กรรมเตรยี มภาพที่จัดไว้ให้ ซ่งึ เป็นภาพเด็กแสดงพฤตกิ รรมทไ่ี ม่พงึ ประสงคท์ ่ัวไป เชน่ เด็กทำ�ท่าทาง ก้าวร้าว จากนั้นให้ผู้นำ�กิจกรรมถามผู้สูงอายุถึงพฤติกรรมตามท่ีเห็นในภาพ และถามว่าหากหลานตนทำ�แบบนั้นบ้าง จะมวี ิธกี ารรับมือหรอื แสดงออกอย่างไร 4. ผู้นำ�กิจกรรมอธิบายกับผู้สูงอายุว่า การลงโทษท่ีรุนแรงหรือไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เด็กรู้สึกฝังใจและอาจ พฒั นาไปเป็นพฤติกรรมทกี่ า้ วร้าวได้ จากน้ันแนะน�ำ เทคนคิ การลงโทษ (ตามใบความรู้ท่ี 2.4) พรอ้ มทัง้ สาธติ ใหผ้ ู้สูงอายุ ดแู ละใหผ้ ้สู งู อายลุ องท�ำ โทษ การประเมนิ ผล - การมีสว่ นรว่ มในการทำ�กิจกรรม - การแสดงผลงานหรือข้อคิดเหน็ 19

ตวั อยา่ งภาพ 19 ภาพพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตวั อยา งภาพ ภภาพาพพฤพตกิ ฤรรตมทิก่ไี รมพรงึ มปรทะสี่ไงมค่พ ึงประสงค์ ภาพพฤตกิ รรมทพ่ี ึงประสงค 20 20 ที่มา: https://news.mthai.com/world-news/326263.html ภาพพฤตกิ รรมทไ่ี มพงึ ประสงค ท่มี า: https://news.mthai.com/world-news/326263.html ท่มี า: https://www.youtube.com/watch?v=aBMUzqcO-9s ท่มี ทาม่ี :า:hhtttptpss:/:///wwwwww..aammaarriinnbbaabbyyaannddkkidids.sc.ocmom/ /parenting/tod wpiathre-nsttuinbgb/toordnd-tleord/tdoldedr/ler-health/how-to-deal wทม่ีitาh:-sthutbtpbso:/r/nw-twodwd.alemr/a-rwinbiatbhy-asntdukidbsb.coomr/np-atreondtindg/lteord/dler/toddler-health/how-to-deal- ทมี่ า: https://www.youtube.com/watch?v=aBMUzqcO-9s ที่มา: https://wwทw่มี.hoาn:eshtdtotcps.cso://p/awrenwtinwg-.ahggorensseivset-kdidos cs.co/ parenting-aggressive-kids ท่มี า: https://www.honestdocs.co/parenting-aggressive-kid 20

ใบความรทู้ ี่ 2.3 เทคนิคการชมเชย “ชมอยา่ งไร ไม่ใหเ้ หลงิ ” ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ กำ�ลังใจหรือแรงเสริมทางบวกเป็นสิ่งสำ�คัญที่จะผลักดันให้คนๆ นั้นทำ�ในส่ิงที่ดีๆ ต่อไปได้เร่ือยๆ หากปู่ย่าตายายสามารถใช้คำ�ชมเชยหรือแรงเสริมทางบวกอย่างถูกวิธีและถูกเวลา จะทำ�ให้เด็กแสดง พฤตกิ รรมทพี่ งึ ประสงคม์ ากขนึ้ ทง้ั ในการเรยี นและการท�ำ กจิ วตั รตา่ งๆ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั นอกจากน้ี การชมเชยยงั ชว่ ย สรา้ งสมั พนั ธภาพทดี่ รี ะหวา่ งปยู่ า่ ตายายและหลาน ท�ำ ใหห้ ลานรสู้ กึ มกี �ำ ลงั ใจ เหน็ คณุ คา่ ในตวั เองและสงิ่ ทที่ �ำ อยอู่ กี ดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม เมอื่ ถามผใู้ หญห่ รอื ปยู่ า่ ตายายวา่ เคยชมหลานบา้ งหรอื ไม่ สว่ นใหญม่ กั จะตอบวา่ ไมไ่ ดช้ ม และเมอ่ื ถามวา่ เพราะอะไรจึงไม่คอ่ ยไดช้ มหลาน จะตอบคลา้ ยๆ กนั วา่ กลวั เดก็ จะเหลงิ หรอื ได้ใจ หรอื ถ้าชมก็อาจจะเป็นลักษณะชม แบบเหนบ็ แนมหรือพดู ดกั ไวก้ ่อน เช่น “ดีนะท่ชี ว่ งนแี้ ปรงฟันกอ่ นนอน เห็นไหมว่าถา้ แปรงฟนั จะฟนั ไม่ผุ ไมป่ วดฟัน แตถ่ า้ คราวหน้าไมแ่ ปรงอีก แลว้ แมงกินฟนั ยายจะสมนาํ้ หนา้ ให”้ ปู่ยา่ ตายายสามารถท�ำ ให้ค�ำ ชมเกิดประสทิ ธิภาพสงู สุด โดยอาศยั องค์ประกอบ 3 ประการ ดงั น้ี 1. คำ�ชมเชย 2. ค�ำ พดู บอกถึงพฤติกรรมที่เราเห็นวา่ ดีและอยากใหเ้ กดิ มากข้ึน 3. ค�ำ พูดทบ่ี อกผลกระทบในทางบวกทเ่ี กดิ ขนึ้ จากพฤติกรรมน้ัน อย่างในกรณีของเดก็ ชายนก 1. คำ�ชมเชย ก็คือ “นกมีนํา้ ใจมาก” 2. พฤติกรรมที่ยายเหน็ ว่าดี ก็คือ “…ท่ชี ว่ ยยายล้างจานและเช็ดโตะ๊ ” 3. ผลกระทบในทางบวกท่เี กดิ ขน้ึ จากพฤติกรรมนั้น ก็คือ “…ท�ำ ใหย้ ายเหน่ือยนอ้ ยลงเยอะเลย ยายช่ืนใจจรงิ ” สง่ิ สำ�คัญคือ ปยู่ ่าตายายจะต้องพูดชมเชยดว้ ยความจริงใจในสง่ิ ดๆี ท่ีหลานทำ�และสิง่ น้ันทำ�ให้เรารสู้ ึกดี ไมใ่ ช่ วา่ พดู ชมทกุ เรอื่ งไปทวั่ โดยทเ่ี รากไ็ มไ่ ดค้ ดิ วา่ ดเี ทา่ ไหร่ เดก็ จะรสู้ กึ ไดว้ า่ เราไมไ่ ดร้ สู้ กึ แบบนนั้ จรงิ ๆ ในคราวแรกๆ อาจจะ ค่อนขา้ งยากและดกู ระดาก ไม่คนุ้ เคย แตเ่ ม่อื ลองท�ำ ไปแล้ว จะทำ�ได้เร่อื ยๆ จนเปน็ ความเคยชิน เทคนคิ การชมลกู ดว้ ยภาษาทา่ ทาง ภาษาท่าทางที่ประกอบคำ�ชมเชยมีความสำ�คัญไม่แพ้กับคำ�พูดชม ในขณะที่ปู่ย่าตายายพูดชมหลานอยู่นั้น ต้องมีรอยยิ้มท่ีจริงใจ การมองหน้าสบตาหลาน และท่ีสำ�คัญมากคือ จะต้องไม่มีคำ�พูดประชดประชันเหน็บแนม เชน่ “กกุ๊ ไกร่ ะบายสรี ปู นเี้ สรจ็ ปเู่ หน็ เลยวา่ กกุ๊ ไกม่ คี วามพยายามและตงั้ ใจปรู่ สู้ กึ ประทบั ใจมากๆ แตข่ อใหก้ กุ๊ ไกท่ �ำ แบบนี้ ได้ตลอดนะ ไม่ใช่งานน้ีงานเดียวแล้วจอด” ซึ่งคำ�พูดประชดประชันเช่นน้ี จะลดประสิทธิภาพของแรงเสริมทางบวก ลงไปอยา่ งมาก โดยทีป่ ยู่ ่าตายายลมื คดิ ไป เรียบเรยี งจาก: http://www.mamaexpert.com/posts/content-664 21

ใบความรทู้ ่ี 2.4 เทคนิคการลงโทษ 22 การลงโทษหลานเมอื่ เกดิ พฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคด์ ว้ ยการ ดุ ตี หรอื พดู วพิ ากษว์ จิ ารณ์ แมจ้ ะชว่ ยใหห้ ลานหยดุ ทำ�พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้ทันทีเม่ืออยู่ต่อหน้า แต่ไม่อาจทำ�นายได้ว่าพฤติกรรมไม่พึงประสงค์น้ันจะไม่เกิดข้ึนอีก นอกจากน้ี การลงโทษท่ีรุนแรงไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือวาจา เช่น การพูดด่าว่าหลานโดยใช้คำ�พูดเกร้ียวกราด หรือ หยาบคาย การตลี งโทษหลานอยา่ งแรงดว้ ยอารมณโ์ กรธ เปน็ ตน้ จะสง่ ผลเสยี ตอ่ จติ ใจและพฤตกิ รรมของหลานอยา่ งมาก เช่น รูส้ ึกไมด่ ี และหมดศรัทธาต่อคนทีล่ งโทษเขา รวมถึงต่อต้านการแสดงพฤตกิ รรมที่ปูย่ า่ ตายายต้องการให้หลานทำ� ดงั น้นั ป่ยู า่ ตายายควรใชว้ ธิ กี ารอนื่ ๆ แทนการลงโทษดว้ ยอารมณแ์ ละความรนุ แรง ซึ่งมีดงั นี้ 1. การเพกิ เฉย คอื การท�ำ เปน็ ไมใ่ สใ่ จกบั พฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงค์ เชน่ หลานรอ้ งไหจ้ ะเอาของเลน่ แลว้ คณุ ยา่ ไม่ให้ความสนใจกับพฤติกรรมรอ้ งไหน้ ้นั บอกหลานว่ามขี องเลน่ แลว้ และถงึ เวลากลบั บา้ น เปน็ ตน้ ข้อควรระวังส�ำ หรับ วธิ ีการน้ีคอื พฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงคต์ อ้ งไม่เป็นอันตรายตอ่ ตัวเองหรอื ผูอ้ ื่น 2. การเสนอพฤติกรรมท่ีเหมาะสมทดแทนกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ใช้หลักการหยุดพฤติกรรม ที่ไมต่ อ้ งการ โดยใช้พฤติกรรมอ่นื ท่นี ่าจูงใจกว่าและเปน็ ประโยชน์ต่อตัวหลาน เชน่ เมือ่ หลานวิง่ ซน อย่ไู มน่ ่ิง อาจเสนอ ใหม้ าชว่ ยกวาดบา้ น จดั ของ หรอื ชวนมาฟงั นทิ านซง่ึ เปน็ พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสม แทนการวงิ่ ซนอยไู่ มน่ ง่ิ และไดร้ บั ค�ำ ชม จากปยู่ า่ ตายายดว้ ย 3. การจำ�กัดความเคล่ือนไหวบางอย่าง คือการกำ�หนดขอบเขตเพ่ือไม่ให้หลานมีโอกาสแสดงพฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์อีกต่อไป เช่น เมื่อหลานแกล้งน้องท่ีเล็กกว่า ตาอาจบอกให้หลานไปยืนกอดอกท่ีมุมหน่ึงของห้อง เพื่อจ�ำ กัดการเคลื่อนไหว เปน็ ตน้ เรียบเรียงจาก: สถาบันราชานุกูล (2560). หน้า 27. คู่มือการดูแลเด็กวัยเรียนท่ีมีปัญหาพฤติกรรม-อารมณ์ สำ�หรับบคุ ลากรสาธารณสขุ . 22

แผนกจิ กรรมที่ 3 : ชวนหลานเลน่ ชวนหลานท�ำ ดี อีคิวเด่น ชอ่ื กจิ กรรม : ชวนหลานเลน่ ชวนหลานท�ำ ดี อคี วิ เดน่ ประกอบดว้ ย 3 กจิ กรรมยอ่ ย กิจกรรมยอ่ ยที่ 3.1 หลานรกั เรยี นรมู้ ีน้าํ ใจและแบง่ ปนั กิจกรรมยอ่ ยที่ 3.2 ฝกึ ตัวน้อยให้รอคอยเป็น กจิ กรรมย่อยที่ 3.3 หนูนอ้ ยนิสัยดี กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 3.1 : หลานรกั เรยี นรมู้ นี า้ํ ใจและแบง่ ปนั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพ่อื ใหผ้ ู้สูงอายมุ คี วามเข้าใจและเรียนรแู้ นวทางการเสริมสรา้ งให้หลานมีน้ําใจ เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั เด็กที่มีอีคิวดีหรือมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ดี จะสามารถควบคุมและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกับ ผู้อนื่ ได้ รวมทั้งสามารถใชส้ ติปญั ญาไดอ้ ย่างเตม็ ที่ เติบโตเปน็ คนดี มีความสขุ และประสบความสำ�เร็จในชวี ิต นอกจากนี้ ยงั เปน็ อกี วธิ หี นง่ึ ทจี่ ะชว่ ยลดปญั หาดา้ นสขุ ภาพจติ พฤตกิ รรมทไี่ มเ่ หมาะสมของเดก็ และยงั ชว่ ยปอ้ งกนั การใชค้ วามรนุ แรง ในสงั คมอีกด้วย คุณลักษณะท่ีสำ�คัญของความฉลาดทางอารมณ์ท่ีควรเสริมสร้างในช่วงปฐมวัยคือ การมีน้ําใจ การปลูกฝังให้ เด็กมีน้ําใจ จะทำ�ให้เด็กเป็นคนท่ียินดีช่วยเหลือผู้อื่น มีความปรารถนาท่ีจะให้ผู้อื่นมีความสุข เห็นคุณค่าจากการทำ�ดี ประการส�ำ คญั คอื สง่ ผลใหเ้ ดก็ เปน็ คนทใ่ี สใ่ จและเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ นื่ เมอื่ โตขน้ึ นอกจากน้ี เมอื่ เดก็ ไดช้ ว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ จะเปน็ การเสริมให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง ซึ่งผู้สูงอายุสามารถเสริมสร้างการมีนํ้าใจให้เด็กผ่านการทำ�กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจ�ำ วนั เรียนรูผ้ า่ นการเลน่ หรอื การเล่านทิ านได้ 23

เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นรู้ 1. บตั รคำ� 2. คลิป “แบง่ ปนั คือน้าํ ใจ” (https://youtu.be/40-cDZ77gzg) 24 3. ใบความรู้ที่ 3.1 การฝกึ ให้หลานมนี ้าํ ใจแบ่งปนั ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผนู้ �ำ กจิ กรรมใหผ้ สู้ งู อายนุ �ำ การบา้ นเรอ่ื ง ฝกึ หลานใหร้ จู้ กั หนา้ ทตี่ วั เอง (ตารางงานบา้ นจากกจิ กรรม หนทู �ำ ได)้ มาแสดงผลงานติดที่ผนังหรือบอร์ดในช้ันเรียน หากมีเวลาให้พูดคุยแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน โดยใช้เวลาในการพูดคุยแลก เปลี่ยนกนั ไมเ่ กิน 15 นาที 2. ผนู้ �ำ กจิ กรรมน�ำ กลอ่ งทบ่ี รรจบุ ตั รค�ำ ทเ่ี กยี่ วกบั คณุ ลกั ษณะการมนี าํ้ ใจ เชน่ ใจดี แบง่ ปนั เหน็ อกเหน็ ใจ ชว่ ยเหลอื มนี า้ํ ใจ โดยคำ�ต่างๆ อาจซํ้ากนั ได้ให้เพียงพอกับจำ�นวนผู้สูงอายทุ เ่ี ข้ารว่ มกจิ กรรม แลว้ ให้ผูส้ ูงอายุแตล่ ะคนหยบิ บัตรคำ� คนละ 1 ใบ 3. ผู้นำ�กจิ กรรมตัง้ ค�ำ ถามกบั ผ้สู ูงอายุ ดังน้ี 3.1 “จากบัตรค�ำ ทไ่ี ด้ อยากเหน็ หลาน (ใจดี ช่วยเหลือ ฯลฯ)...เรือ่ งใด” 3.2 “ผู้สูงอายุจะท�ำ ตัวเป็นตวั อย่างให้หลานเปน็ เหมือนทีต่ ้องการ (ตามขอ้ 3.1) ได้อย่างไรบา้ ง” 4. ให้ผู้สูงอายุจับคู่แล้วเล่าคำ�ตอบให้เพ่ือนฟัง หลังจากน้ัน ผู้นำ�กิจกรรมสุ่มถาม และอธิบายวิธีการปลูกฝังให้ หลานมีนาํ้ ใจตามใบความร้ทู ่ี 3.1 การฝกึ ใหห้ ลานมีน้าํ ใจแบ่งปัน 5. ผนู้ �ำ กจิ กรรมใหผ้ สู้ งู อายดุ คู ลปิ “แบง่ ปนั คอื นา้ํ ใจ” และสรปุ สาระส�ำ คญั ของการฝกึ ใหห้ ลานมนี า้ํ ใจ เปน็ หนง่ึ คณุ ลกั ษณะทส่ี �ำ คญั ของการมอี คี วิ ดี ทจี่ ะสง่ ผลใหเ้ ปน็ คนทใ่ี สใ่ จและเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ นื่ เมอ่ื เดก็ โตขนึ้ ซง่ึ วธิ กี ารทสี่ �ำ คญั ในการเสรมิ สรา้ งการมนี าํ้ ใจคอื การเปน็ แบบอยา่ งใหเ้ ดก็ เหน็ อยา่ งสมา่ํ เสมอ การเปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ไดแ้ สดงความมนี า้ํ ใจ ในกจิ กรรมประจ�ำ วนั การสอดแทรกขอ้ คดิ เรอื่ งการมนี าํ้ ใจผา่ นการเลา่ นทิ านและการเลน่ กบั เดก็ ปยู่ า่ ตายายควรเนน้ ใหห้ ลานรจู้ ักการแบ่งปันอย่างเตม็ ใจ ไม่หวังอะไรตอบแทน และชมเชยเมอ่ื เดก็ แสดงพฤติกรรมมีนํ้าใจ การประเมนิ ผล - การมสี ่วนร่วมในการท�ำ กจิ กรรม - การแสดงผลงานหรอื ข้อคดิ เหน็ 24

ใบความรู้ที่ 3.1 การฝกึ ให้หลานมนี า้ํ ใจแบง่ ปัน การปลูกฝงั ให้หลานมีนํา้ ใจ จะท�ำ ใหห้ ลานเป็นคนท่ยี นิ ดชี ่วยเหลอื ผอู้ ื่น มีความปรารถนาที่จะให้ผอู้ ่นื มคี วามสุข เห็นคุณค่าจากการทำ�ดี ประการสำ�คัญคือ ส่งผลให้หลานเป็นคนท่ีใส่ใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเมื่อโตขึ้น นอกจากน้ี เมอ่ื หลานไดช้ ว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื จะเปน็ การเสรมิ ใหห้ ลานเกดิ ความภาคภมู ใิ จในตนเอง และไดพ้ ฒั นาจติ ใจตนเองในระดบั สงู ขน้ึ ผสู้ งู อายสุ ามารถเสริมสรา้ งการมนี ้ําใจให้หลานได้หลากหลายวธิ ผี า่ นการทำ�กจิ กรรม และการฝึกเด็ก ดงั นี้ กจิ กรรมที่ปู่ย่าตายายสามารถส่งเสริมให้เด็กมีนํา้ ใจแบ่งปัน ไดแ้ ก่ 1. การเล่น ถา้ มเี พือ่ นบา้ นอายรุ นุ่ ราวคราวเดียวกัน ควรใหห้ ลานไดเ้ ล่นกบั เพือ่ นบ้าง เพ่อื เป็นการสร้างความ สมั พนั ธท์ ดี่ กี บั ผอู้ น่ื เมอื่ หลานไดเ้ จอเพอื่ นควรสอนใหห้ ลานแบง่ ขนมหรอื ของเลน่ ใหเ้ พอ่ื นบา้ ง หรอื เวลาเลน่ เกมสเ์ ปน็ กลมุ่ ให้หลานแจกอปุ กรณใ์ นการเล่นเกมสก์ บั เพื่อนๆ เพอ่ื ที่ทุกคนจะได้เล่นดว้ ยกนั 2. งานบา้ น ใหห้ ลานชว่ ยงานบา้ นเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ เชน่ เชด็ โตะ๊ ชว่ ยปอ้ นขา้ วนอ้ งทเ่ี ลก็ กวา่ เกบ็ ของเลน่ หยบิ ของให้ เป็นต้น 3. กิจกรรมสาธารณะ การพาหลานไปร่วมท�ำ กจิ กรรมสาธารณะประโยชน์ แบง่ ปันอาหารหรอื ของใช้ใหเ้ พ่อื น บา้ นใกลเ้ คยี ง ในขณะทรี่ ว่ มกจิ กรรม ปยู่ า่ ตายายควรพดู สอนหลานซา้ํ ๆ เกยี่ วกบั ประโยชนห์ รอื ผลดขี องการมนี า้ํ ใจไปดว้ ย 4. พูดคุยหรือเล่านิทาน ปู่ย่าตายายสามารถสอดแทรกข้อคิดเรื่องการมีน้ําใจแก่หลาน ผ่านการกระทำ�ท่ีเห็น จากการดูข่าวหรือรายการโทรทัศน์ เวลาพาหลานไปนอกบ้าน หรือสอดแทรกผ่านการเล่านิทานท่ีมีเนื้อหาเก่ียวกับ การมนี ้าํ ใจ เชน่ หนูนิดมนี ้ําใจ ราชสีห์กบั หนู เป็นต้น วิธกี ารฝกึ เดก็ ใหม้ ีนํ้าใจแบง่ ปนั มดี งั น้ี 1. เปน็ แบบอยา่ งทด่ี อี ยา่ งสมาํ่ เสมอ การทป่ี ยู่ า่ ตายายเปน็ ตวั แบบทด่ี ใี นการมนี า้ํ ใจแบง่ ปนั โดยแสดงพฤตกิ รรม การแบง่ ปนั เช่น การชว่ ยเหลือคนอ่นื การบรจิ าคส่งิ ของใหห้ ลานเห็น 2. พดู ยา้ํ ถงึ ความส�ำ คญั ปยู่ า่ ตายายพดู สอนหลานใหน้ กึ ถงึ ผอู้ นื่ แทนทจี่ ะสอนหลานวา่ “สง่ิ ส�ำ คญั ทส่ี ดุ คอื การ ทล่ี กู มคี วามสขุ ” ใหบ้ อกวา่ “สง่ิ ส�ำ คญั ทสี่ ดุ คอื การทหี่ นมู นี า้ํ ใจรจู้ กั แบง่ ปนั ผอู้ น่ื ” และใหห้ ลานรจู้ กั “ขอบคณุ ” ผอู้ นื่ เมอื่ ได้รบั สิง่ ของหรือความชว่ ยเหลอื 3. อย่าบังคับ อย่าบังคับให้หลานแบ่งปัน เน่ืองจากเด็กวัยน้ียังไม่สามารถแยกแยะระหว่างความเป็นเจ้าของ ถาวร และความเป็นเจา้ ของช่วั คราวออกไดช้ ัดเจน ดงั นั้น การฝึกใหเ้ ดก็ มนี า้ํ ใจควรเรม่ิ จากใหเ้ ด็กแบง่ สง่ิ ของท่ตี ัวเองมี เหลอื เฟอื หรอื เบอ่ื แลว้ กอ่ น จากนน้ั กค็ อ่ ยๆ เปลย่ี นเปน็ สงิ่ ทพี่ งึ พอใจ การบงั คบั อาจจะท�ำ ใหห้ ลานรสู้ กึ ตอ่ ตา้ น ปยู่ า่ ตายาย ควรพาหลานท�ำ จะเปน็ วิธีท่ีดีทส่ี ุด เพราะเด็กวัยน้เี รยี นรูแ้ ละจดจ�ำ จากตัวแบบ 25

26 4. เคารพสิทธิ์ของหลาน ยอมรับว่าหลานมีความรู้สึกเป็นเจ้าของในของๆ เขา หากปู่ย่าตายายจะหยิบหรือ เอาไปให้ใครควรบอกหรอื ขอหลาน หลานเองกจ็ ะเรียนรู้วา่ การหยิบจบั ของผู้อนื่ จะต้องขออนุญาตกอ่ น 5. ชน่ื ชม เมอ่ื เด็กแสดงพฤติกรรมมีน้าํ ใจแบ่งปนั อา้ งอิงจาก ฝกึ ใหล้ กู เปน็ เดก็ มนี า้ํ ใจคณุ พอ่ คณุ แมเ่ รมิ่ ตน้ งา่ ยๆ ไดท้ บี่ า้ น. https://www.maerakluke.com/topics/10589. เลีย้ งลกู ให้เปน็ คนมนี าํ้ ใจ ตรงเทรนดใ์ หม่ของ ม.ฮาร์วาร์ด. https://www.winnews.tv/news/4619. ตวั อยา่ งบตั รค�ำ ใจดี แบ่งปัน มนี า้ํ ใจ ช่วยเหลอื เห็นอกเหน็ ใจ 26

กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 3.2 : ฝกึ ตวั นอ้ ยใหร้ อคอยเปน็ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพอ่ื ใหผ้ ้สู ูงอายุมีความเข้าใจและเรยี นรู้แนวทางการเสริมสรา้ งใหห้ ลานร้จู กั อดทนรอคอย เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั เด็กท่ีมีอีคิวดีหรือมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ดี จะสามารถควบคุมและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม อยู่ร่วมกับ ผูอ้ ืน่ ได้ รวมทงั้ สามารถใชส้ ตปิ ญั ญาไดอ้ ยา่ งเต็มที่ เติบโตเป็นคนดี มีความสุขและประสบความสำ�เรจ็ ในชวี ติ นอกจากนี้ ยงั เปน็ อกี วธิ หี นงึ่ ทจ่ี ะชว่ ยลดปญั หาดา้ นสขุ ภาพจติ พฤตกิ รรมทไ่ี มเ่ หมาะสมของเดก็ และยงั ชว่ ยปอ้ งกนั การใชค้ วามรนุ แรง ในสังคมอีกด้วย ตามพฒั นาการทางสงั คมของเดก็ วยั 3-5 ปี เปน็ วยั ทเ่ี ดก็ สนใจเรยี นรสู้ งั คมภายนอกบา้ นมากขน้ึ เรยี นรกู้ ารปรบั ตวั ให้ บคุ คลอนื่ ยอมรบั เพอื่ อยรู่ ว่ มกบั บคุ คลรอบขา้ งได้ ซง่ึ การรจู้ กั อดทนรอคอยเปน็ หนงึ่ ในคณุ ลกั ษณะทสี่ �ำ คญั อกี ประการหนง่ึ ของความฉลาดทางอารมณท์ เี่ ดก็ ควรไดร้ บั การเสรมิ สรา้ งเดก็ ทอ่ี ดทนรอคอยไดจ้ ะเตบิ โตเปน็ คนทสี่ ามารถเคารพกตกิ าในสงั คม รจู้ กั ยบั ยง้ั ชั่งใจ และมีแนวโนม้ ประสบความส�ำ เรจ็ ในการเรยี นและการท�ำ งานมากกวา่ เดก็ ท่ีรอคอยไมเ่ ปน็ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นรู้ 1. ขวดน้ําพลาสติก 2. รงั ไขพ่ ลาสติก 3. คทั เตอร์ 4. กระดาษ 5. กาว 6. กรรไกร 7. ใบความรทู้ ี่ 3.2 สอนอยา่ งไรให้เด็กร้จู ักอดทนได้และรอคอยเปน็ ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผู้น�ำ กจิ กรรมแบ่งผู้สูงอายอุ อกเปน็ กล่มุ ๆ ละ 7-8 คน หลังจากนน้ั แจกอปุ กรณ์สำ�หรับประดิษฐ์ออมสิน ไดแ้ ก่ ขวดนา้ํ พลาสตกิ ใช้แลว้ แบบใส อว้ น กลม (คนละ 1 ขวด) รังไข่พลาสตกิ คทั เตอร์ กระดาษ กาว กรรไกร 2. ผู้น�ำ กิจกรรมสาธติ การทำ�กระปกุ ออมสินรปู หมทู ีละข้ันตอน ดังน้ี 2.1 เจาะรขู วดน้ําดา้ นบน ท�ำ เป็นรใู ส่เหรียญ 27

2.2 ตดิ ขาหมูด้วยรังไข่พลาสติก 2.3 ตัดกระดาษ ตกแตง่ ประดับเป็นหหู มู หางหมู ตาและจมูกหมู 28 3. หลังจากการประดิษฐ์กระปุกออมสิน ผู้นำ�กิจกรรมมอบหมายผู้สูงอายุ ให้นำ�กระปุกออมสินกลับบ้าน ไปให้หลานหยอดเหรยี ญ และก�ำ หนดกตกิ ารว่ มกบั หลานเพ่ือฝกึ การรู้จกั อดทนรอคอย โดยรางวัลท่ไี ด้จากการออมเงิน จะชนิ้ ใหญข่ ้นึ ตามจ�ำ นวนเหรยี ญ ดังตวั อย่างตามตารางข้างล่าง ขอ้ ตกลง จ�ำ นวนเหรียญ รางวัลทีไ่ ด้ หยอด 5 เหรยี ญ ชอ็ คโกแลต 1 ช้ิน หยอด 10 เหรยี ญ รถของเล่น (ราคา 10 บาท) หยอด 20 เหรียญ ตุ๊กตาหมี 1 ตวั 4. ผนู้ �ำ กจิ กรรมสรปุ ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากกจิ กรรมและประโยชนข์ องการรจู้ กั อดทนรอคอย “การฝกึ ใหห้ ลานรจู้ กั อดทน รอคอยสง่ ผลใหห้ ลานอยู่รว่ มกับผูอ้ ่ืนได้ ไมเ่ อาแต่ใจตวั เอง และรจู้ กั การเคารพในกฎกติกาในสงั คม ร้จู ักยับยง้ั ชัง่ ใจ และมีแนวโนม้ ประสบความสำ�เร็จในการเรยี นและการทำ�งานมากกว่าเดก็ ท่ีรอคอยไม่เปน็ สง่ิ ส�ำ คัญคอื การอดทน รอคอยผลตอบแทนจะค้มุ คา่ แต่ตอ้ งใช้ก�ำ ลงั ใจและพลงั มากกวา่ ในการหวงั ผลระยะส้ันๆ” และให้วิธกี ารเสรมิ สรา้ ง ให้เด็กอดทนรอคอย ตามใบความร้ทู ่ี 3.2 การประเมนิ ผล - การมีสว่ นร่วมในการทำ�กจิ กรรม - การแสดงผลงานหรอื ข้อคดิ เห็น *หมายเหตุ : สามารถใช้วสั ดอุ น่ื ๆ ทม่ี ีในทอ้ งถน่ิ ประดษิ ฐ์เป็นกระปุกออมสิน หรอื ปรบั เปล่ียนกจิ กรรม เช่น การปลูก ถั่วงอก เพ่ือฝกึ การอดทนรอคอย ทม่ี ารปู ภาพ:กระปกุ ออมสนิ ท�ำ จากขวดนา้ํ เปลา่ .http://shinedays999.blogspot.com/2014/06/blog-post_1979.html. 28

ใบความรทู้ ี่ 3.2 สอนอย่างไรใหเ้ ดก็ รู้จกั อดทนได้และรอคอยเป็น ตามพัฒนาการทางสังคมของเด็กวัย 3-5 ปี เป็นวัยที่เด็กสนใจเรียนรู้สังคมภายนอกบ้านมากข้ึน เรียนรู้ การปรับตัวให้บุคคลอื่นยอมรับเพ่ืออยู่ร่วมกับบุคคลรอบข้างได้ ซึ่งการรู้จักอดทนรอคอยเป็นหน่ึงในคุณลักษณะ ท่ีสำ�คัญอีกประการหนึ่งที่เด็กควรได้รับการเสริมสร้าง ได้มีการศึกษาผลของการรู้จักอดทนรอคอยในเด็กปฐมวัย ซึ่งเม่ือผ่านไป 10 ปี พบว่าเด็กกลุ่มท่ีมีความสามารถในการอดทนรอคอยมีคุณลักษณะของความรับผิดชอบ และ เม่ือเด็กเหล่าน้ีเติบโตจนอยู่ในระดับมัธยมปลาย พบว่าเด็กกลุ่มท่ีมีความสามารถในการอดทนรอคอยมีคะแนน ส�ำ หรบั การสมคั รเขา้ เรยี นตอ่ ในระดบั มหาวทิ ยาลยั สงู กวา่ เดก็ กลมุ่ ทรี่ อคอยไมไ่ ด้ ดงั นนั้ เดก็ ทอี่ ดทนรอคอยไดจ้ ะเตบิ โต เป็นคนที่สามารถเคารพกติกาในสงั คม รจู้ กั ยบั ยั้งชงั่ ใจ และมีแนวโนม้ ประสบความส�ำ เร็จในการเรยี นและการทำ�งาน มากกว่าเด็กทีร่ อคอยไม่เป็น วธิ ีการเสรมิ สร้างใหห้ ลานร้จู ักอดทนรอคอย ปู่ยา่ ตายายสามารถทำ�ได้ในชีวิตประจำ�วัน ดังน้ี 1. ไม่ตอบสนองในทนั ทที ีเ่ ด็กตอ้ งการ ควรบอกใหร้ ้วู า่ เมอ่ื รอแลว้ อกี ไม่นานกจ็ ะได้ ซ่งึ จะค่อย ๆ ปลูกฝงั ว่าเขาไมจ่ �ำ เปน็ ต้องไดอ้ ะไรในทนั ทีทกุ ครง้ั เสมอไป เช่น “รอยายทำ�กับข้าวเสร็จก่อน แล้วเราค่อยไปซ้อื ขนมกัน” 2. บอกจดุ สิ้นสุดของการรอคอยให้ชัดเจน ปู่ย่าตายายต้องบอกจุดส้ินสุดของการรอคอยให้ชัดเจน เพ่ือทำ�ให้การอดทนรอคอยของเขามีจุดสิ้นสุด เช่น \"ถ้าอยากกินขนม ต้องกินข้าวให้เสร็จก่อน\" ไม่ใช่การรอแบบไม่มีจุดหมาย เช่น บอกหลานว่า \"เดี๋ยวก่อน\" หรือ \"รอแป๊บนงึ \" หลานจะไมเ่ ข้าใจวา่ ต้องรอถงึ เม่ือใด และสง่ ผลใหห้ ลานไมม่ ีแรงจูงใจทจี่ ะรอคอย 3. ช่วยลดความรูส้ ึกกระวนกระวายใจใหห้ ลานเมือ่ ตอ้ งรอ หากหลานเร่ิมมีท่าทีหงุดหงิด โมโห หรือกระวนกระวายเวลาที่ต้องคอยอะไรนาน ๆ อย่าเพิ่งดุ หรือตำ�หนิ เพราะจะย่ิงเป็นการกระตุ้นความว้าวุ่นใจของเขาให้มากยิ่งขึ้น ปู่ย่าตายายต้องช่วยลดความรู้สึกกระวนกระวายใจ ลงให้ได้ เช่น ชวนทำ�อย่างอ่ืนเพ่ือเบ่ียงเบนความสนใจ หรือถ้าเบี่ยงเบนไม่สำ�เร็จ ก็ปลอบใจหลานที่กำ�ลังหงุดหงิด ให้รูส้ ึกผอ่ นคลาย 29

4. หากจิ กรรมทตี่ อ้ งใช้ความอดทนทำ�ด้วยกัน เชน่ การตอ่ บลอ็ กไม้ ตอ่ จกิ๊ ซอว์ ตอ่ เลโก้ เพราะนอกจากฝกึ ความอดทนไดด้ แี ลว้ ยงั เปน็ การฝกึ สมาธไิ ปดว้ ยในตวั 5. ฝึกให้หลานรูจ้ ักรอคอยเมือ่ ทำ�กิจกรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำ�วัน เช่น ให้ไปเลน่ ร่วมกับเดก็ คนอื่น ๆ ทต่ี ้องมีการเขา้ คิว พาหลานต่อแถวรอเข้าหอ้ งนา้ํ ในหา้ งสรรพสินคา้ เขา้ ควิ 30 เวลาออกไปท�ำ ธุระนอกบา้ น หรือรอคิวซือ้ อาหาร โดยชใ้ี ห้หลานเหน็ ว่าทุกคนตา่ งก็ตอ้ งรอเพือ่ ให้ไดส้ ิ่งทตี่ ้องการ 6. ใช้รางวัลหรือสิง่ ทต่ี กลงไว้เมื่อหลานแสดงพฤติกรรม เมื่อหลานสามารถอดทนรอคอยได้ ปู่ย่าตายายควรตอบสนองในสิ่งท่ีตกลงกับหลานไว้ เช่น “บอกให้หลานรอ โดยไม่รบกวนระหว่างยา่ ท�ำ งานบ้าน เมื่อย่าเสรจ็ งานแล้วจะพาออกไปเล่นนอกบา้ น” เพอ่ื ให้หลานเรียนรวู้ ่าการรอคอย น้ันไดผ้ ล 7. แสดงความชื่นชม เมอ่ื ถงึ จดุ สน้ิ สดุ การรอคอยแลว้ หลานสามารถรอไดโ้ ดยไมอ่ าละวาด ดว้ ยค�ำ พดู ทา่ ทาง สหี นา้ นาํ้ เสยี ง การชน่ื ชม เม่ือลกู รู้จักรอคอยเปน็ การสรา้ งแรงจูงใจใหเ้ ขาสามารถรอคอยในครั้งต่อไป เรยี บเรยี งจาก: การสอนใหม้ ีความอดทนรอคอย. กฤษมนั ต์ วัฒนาณรงค์ (2556). https://www.thairath.co.th/content/318249 สอนอยา่ งไรใหเ้ ดก็ รู้จกั อดทนได้และรอคอยเปน็ . http://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/55460/-parpres-par- 30

กจิ กรรมยอ่ ยท่ี 3.3 : หนนู อ้ ย นสิ ยั ดี จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพ่ือให้ผสู้ งู อายุมีความเข้าใจและเรยี นรู้แนวทางการเสริมสรา้ งใหห้ ลานรู้จกั วา่ อะไรถูกอะไรผิด เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั เดก็ ทมี่ อี คี วิ ดหี รอื มวี ฒุ ภิ าวะทางอารมณด์ ีจะสามารถควบคมุ และจดั การอารมณไ์ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้ รวมท้ังสามารถใชส้ ตปิ ัญญาได้อย่างเต็มท่ี เตบิ โตเปน็ คนดี มคี วามสขุ และประสบความส�ำ เร็จในชีวิต นอกจากน้ี ยงั เปน็ อีกวิธีหน่ึงท่ีจะช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพจิต พฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสมของเด็ก และยังช่วยป้องกันการใช้ความรุนแรง ในสังคมอกี ดว้ ย การฝกึ ใหเ้ ดก็ เรยี นรวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ สง่ ผลใหเ้ ดก็ สามารถยอมรบั ผดิ และเปน็ คนทมี่ คี วามรบั ผดิ ชอบเมอื่ เดก็ โตขน้ึ ซงึ่ การปลกู ฝงั ใหเ้ ดก็ รวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ นน้ั ผสู้ งู อายสุ ามารถสอนหลานผา่ นการเลา่ นทิ าน หรอื การพดู คยุ เมอื่ ท�ำ กจิ กรรม ตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำ�วนั เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นรู้ 1. ใบกจิ กรรมนทิ านเร่ือง “เดก็ เล้ยี งแกะ” 2. ใบความรู้ท่ี 3.3 การเรียนร้วู า่ อะไรถูกอะไรผดิ ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผนู้ �ำ กจิ กรรมเตรยี มใบกจิ กรรมนทิ านเรอื่ ง “เดก็ เลยี้ งแกะ” จ�ำ นวนเทา่ กบั ผสู้ งู อายทุ เี่ ขา้ รว่ มกจิ กรรม และแจกให้ ผู้สูงอายุคนละ 1 ใบ 2. ผนู้ �ำ กจิ กรรมใหผ้ สู้ งู อายนุ งั่ ลอ้ มกนั เปน็ วงกลม หลงั จากนน้ั ผนู้ �ำ กจิ กรรมชแี้ จงกบั ผสู้ งู อายถุ งึ กจิ กรรมทจ่ี ะท�ำ คอื การเล่านิทานเสรมิ สรา้ งอีควิ โดยมีกติกาว่าให้ผสู้ งู อายผุ ลัดกันเล่านิทาน เล่าคนละ 1 ประโยค ไมซ่ าํ้ คนจนจบเร่ือง ผูส้ งู อายุแสดงน้ําเสียง ท่าทาง เหมอื นกับการเลา่ นิทานต่อหน้าหลาน 3. เมอื่ ผสู้ งู อายเุ ลา่ นทิ านจบ ผนู้ �ำ กจิ กรรมสมุ่ ถามความรสู้ กึ จากการเลา่ นทิ าน และถามวา่ นทิ านเรอ่ื งนใี้ หข้ อ้ คิด อะไร 4. ผู้นำ�กิจกรรมถามผู้สูงอายุว่า “นอกจากเรื่อง การไม่โกหก รู้จักยอมรับผิดแล้ว ยังมีเร่ืองอะไรอีกบ้างที่ควร สอนใหเ้ ดก็ รวู้ า่ ถกู ตอ้ ง และไมถ่ กู ตอ้ ง” หลงั จากทผี่ สู้ งู อายใุ หค้ �ำ ตอบแลว้ ผนู้ �ำ กจิ กรรมเพมิ่ เตมิ ค�ำ ตอบใหค้ รอบคลมุ เชน่ การแกล้งสัตว์ การขโมยของ การเลยี นแบบพฤตกิ รรมผใู้ หญ่ เช่น สูบบุหร่ี กินเหล้า 31

5. ผนู้ �ำ กจิ กรรมสรปุ ขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากนทิ าน และใหแ้ นวทางกบั ผสู้ งู อายใุ นการสอนเดก็ ใหร้ จู้ กั ถกู ผดิ ตามใบความรู้ ที่ 3.2 และอธบิ ายเพม่ิ เติมวา่ นอกจากการเลา่ นิทาน ปู่ยา่ ตายายสามารถสอนหลานเกี่ยวกับการรู้จักอะไรถูกอะไร ผิดได้จากการดำ�เนินชีวิตประจำ�วัน เช่น พูดขอโทษ เม่ือเดินชนคนอ่ืนโดยไม่ได้ตั้งใจ และอธิบายให้หลานฟังว่า การเดนิ ชนคนอน่ื อาจท�ำ ใหเ้ ขาเจบ็ หรอื ไมพ่ อใจได้ การขอโทษท�ำ ใหค้ นอน่ื ไมถ่ อื โกรธหลาน หรอื พดู ขอบคณุ เมอ่ื คน 32 อนื่ ท�ำ สงิ่ ดี ๆ ให้ ทส่ี �ำ คญั ปยู่ า่ ตายายควรสอนหลานโดยใชเ้ หตผุ ล ไมใ่ ชอ้ ารมณ์ สอนซา้ํ ๆ บอกถงึ ผลของการกระท�ำ ผลทเ่ี กดิ ขึน้ กับตัวเด็กและคนอืน่ 6. หากมเี วลา ผนู้ �ำ กจิ กรรมอาจใหผ้ สู้ งู อายชุ ว่ ยกนั แตง่ นทิ านสนั้ ๆ ทม่ี ขี อ้ คดิ เกยี่ วกบั การเรยี นรวู้ า่ อะไรถกู อะไร ผดิ เชน่ การยอมรบั ผิด การขอโทษเมอ่ื ท�ำ ผิด เปน็ ต้น การประเมนิ ผล - การมสี ว่ นรว่ มในการท�ำ กิจกรรม หมายเหตุ : นทิ านทีน่ ำ�มาใช้ อาจปรบั เปล่ียนได้ตามบรบิ ทและความเหมาะสมของพืน้ ท่ี 32

ใบกจิ กรรมนทิ านเรื่อง “เด็กเลีย้ งแกะ” กาลครงั้ หนง่ึ นานมาแลว้ มเี ดก็ เลยี้ งแกะอยคู่ นหนง่ึ เขามหี นา้ ทเี่ ลย้ี งแกะอยทู่ เี่ นนิ เขา วนั หนง่ึ เขาคดิ หาเรอ่ื งสนกุ ๆ เลน่ จงึ แกลง้ รอ้ งตะโกนขน้ึ มาวา่ “ช่วยดว้ ย! หมาปา่ มากนิ ลกู แกะแล้ว ช่วยด้วยจ้า!” พวกชาวบ้านจึงพากันวิ่งมาช่วย พรอ้ มดว้ ยอาวุธตา่ ง ๆ แต่เมือ่ มาถึงกลับไม่พบหมาปา่ สกั ตัว ชาวบา้ นจงึ ถามขน้ึ มาวา่ “หมาปา่ อยไู่ หน ไมเ่ หน็ มสี กั ตวั ” “มันว่ิงไปทางโน้นแล้วล่ะ” เด็กเลี้ยงแกะโกหกโป้ปดแล้วก็แอบ หวั เราะชอบใจ จากนน้ั เด็กเลี้ยงแกะก็แกล้งหลอกให้ชาวบา้ นวงิ่ หน้าตื่น เช่นเดิมอกี 2-3 ครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งมีหมาป่ามาไล่กินแกะจริง ๆ คราวน้ี เด็กเล้ียงแกะ ตะโกนขอความช่วยเหลือ จนคอแหบคอแห้ง “ช่วยด้วย! หมาป่ามากินลูกแกะแล้ว ช่วยด้วยจ้า!” แต่พวก ชาวบา้ นกไ็ มม่ าเพราะคดิ วา่ เดก็ เลยี้ งแกะหลอกเหมอื นครง้ั อนื่ ๆ หมาป่ากเ็ ลยกนิ ลูกแกะหมด นทิ านเรอ่ื งนส้ี อนใหร้ วู้ า่ “คนชอบโกหกไมม่ ใี ครเชอื่ ถอื ” 33

ใบความรู้ที่ 3.3 การเรยี นรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด 34 ในช่วงอายุ 3-5 ปี ถือวา่ เปน็ วัยแห่งหน้าตา่ งโอกาสในการสอนพฤตกิ รรมเด็ก ซึง่ ป่ยู ่าตายายเป็นคนสำ�คญั ทจ่ี ะ บอกและสอนเดก็ การฝกึ ใหเ้ ดก็ เรยี นรวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ สง่ ผลใหเ้ ดก็ สามารถยอมรบั ผดิ และเปน็ คนทม่ี คี วามรบั ผดิ ชอบ เมอ่ื เด็กโตขึ้น ซึ่งการปลกู ฝงั ใหเ้ ด็กรู้ว่าอะไรถกู อะไรผดิ น้ัน ผู้สงู อายสุ ามารถสอนหลานผ่านการเล่านิทาน หรอื การพูด คุยเมื่อท�ำ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำ�วัน แนวทางในการสอนหลานเรียนรวู้ า่ อะไรถกู อะไรผิด ประกอบดว้ ย 1. บอกหรือสอนเด็กทันที เม่ือไหร่ก็ตามที่ปู่ย่าตายายพบว่าหลานมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ เช่น ผลักน้อง แยง่ ของ หรือโกหก ใหป้ ่ยู ่าตายายบอกและสอนหลานทนั ทโี ดยใช้เหตผุ ล ไมใ่ ชอ้ ารมณ์ เชน่ “หนูไปแย่งของเล่นเพือ่ น ทำ�อย่างน้ีไม่ถูกต้องนะคะ ถ้าหนูอยากเล่นต้องขอเพ่ือนดี ๆ ก่อน” หรือ “หนูผลักน้อง ทำ�อย่างนี้ไม่ถูกต้องนะครับ เพราะการผลกั นอ้ งจะท�ำ ใหน้ ้องเจ็บและทำ�หนกู ลับได้ ถา้ หนไู ม่พอใจใหพ้ ดู บอกนอ้ งดี ๆ” เปน็ ต้น 2. ก�ำ หนดขอบเขต วา่ อะไรทห่ี ลานท�ำ ไดแ้ ละอะไรทหี่ ลานท�ำ ไมไ่ ด้ ควรสอนหลานเรอ่ื งคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ในชวี ิตประจ�ำ วัน เชน่ ห้ามหยบิ ของคนอ่นื โดยยงั ไมไ่ ดข้ ออนุญาตเจ้าของ ห้ามขโมยของ การขอโทษเมอ่ื ท�ำ นํา้ หรอื ขนม หกเลอะเทอะ เป็นตน้ 3. พดู คยุ กบั หลานบอ่ ย ๆ เกยี่ วกบั การกระท�ำ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั วา่ อะไรถกู อะไรผดิ โดยการตงั้ ค�ำ ถามทเ่ี ปดิ โอกาส ให้หลานได้แสดงความคิดเห็น อารมณ์และความรู้สึก เช่น การเขวี้ยงของเม่ือโกรธหรือไม่พอใจว่าหลานรู้สึกอย่างไร ทำ�ไมถึงต้องทำ�อย่างน้ัน คิดว่าที่ทำ�ไปคนอ่ืนจะรู้สึกอย่างไร ปู่ย่าตายายควรสอนซํ้าๆ บอกถึงผลของการกระทำ� ผลที่เกิดขน้ึ กบั ตัวเด็กและคนอ่ืน 4. พูดคุยสอดแทรกไปกับการเล่านิทาน หรือการใช้สุภาษิตและคำ�พังเพย ที่มีข้อคิดเกี่ยวกับการสอนว่า อะไรถกู อะไรผิด อะไรควรท�ำ และอะไรไม่ควรทำ� เชน่ นิทานเรือ่ ง เดก็ เลยี้ งแกะ สุนัขจรจัด กบกับหนู เป็นต้น เดก็ จึงจะ สามารถซมึ ซับคำ�สอนเหล่านัน้ ได้ 5. เป็นตัวอย่างท่ีดี เด็กวัยน้ีเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้เลี้ยงดู การที่ปู่ย่าตายายมีพฤติกรรมอย่างเดียวกัน กับท่ีสอนหลานอย่างสมาํ่ เสมอ จะเป็นการทำ�ให้หลานเช่ือว่าพฤติกรรมน้นั ควรท�ำ หรือไม่ควรทำ� “พัฒนาการด้านศีลธรรมจรรยา เร่ิมพัฒนาต้ังแต่เด็กอายุ 1-2 ขวบ โดยมีผู้ใหญ่เป็นตัวแบบของพฤติกรรม ท่ีดแี ละไม่ดี ซึง่ เด็กจะเลยี นแบบพฤตกิ รรมเหลา่ นนั้ เพราะเด็กตอ้ งการความรกั ความสนใจและการยอมรบั จากผใู้ หญ่ เด็กจำ�นวนมากมีพฤติกรรมที่ผิด เพราะเข้าใจว่านั่นเป็นพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ยอมรับหรือชอบ หรือเห็นว่าผู้ใหญ่ทำ�หรือ ไม่ห้ามเขาน่นั เอง” 34

แผนกจิ กรรมที่ 4 : พูดคยุ เล่านทิ าน สานสมั พนั ธ์ ชอ่ื กจิ กรรม : พดู คยุ เลา่ นทิ าน สานสมั พนั ธ์ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพ่อื ให้ผสู้ งู อายมุ ีความเข้าใจและเรยี นรแู้ นวทางการพูดคยุ และเลา่ นทิ าน เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั การเลา่ นทิ านและการพูดคยุ เปน็ วธิ กี ารทชี่ ่วยส่งเสริมพฒั นาการเดก็ อย่างมาก โดยเฉพาะพฒั นาการดา้ นภาษา นอกจากน้ี การเลา่ นทิ านและการพดู คยุ ยงั เปน็ นาทที องในการสอนหลาน กระตนุ้ ความคดิ จนิ ตนาการ เสรมิ สรา้ งสมาธิ น�ำ ไปสกู่ ารเรียนรู้ด้านอน่ื ๆ การเล่านิทานให้สนุก ทุกคนสามารถทำ�ได้ แม้ว่าปู่ย่าตายายจะพูดไม่เก่งก็เล่านิทานได้ โดยใช้วิธีตั้งคำ�ถาม เล่าด้วยภาพ ใช้การชวนคิดชวนคุย ไม่เน้นอ่านตัวหนังสือ อีกทั้งสามารถสอดแทรกประสบการณ์ของปู่ย่าตายายหรือ สอดแทรกหลักคำ�สอนทางศาสนา จริยธรรม เกร็ดประวัติศาสตร์สนุกๆ ชีวิตบุคคลสำ�คัญ และยังช่วยส่งเสริมอีคิว คุณลักษณะท้งั ด้านดี เกง่ สขุ ไดอ้ กี ด้วย เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นรู้ 1. ภาพส�ำ หรับกจิ กรรมการเลา่ นิทาน 2. ใบความร้ทู ี่ 4 พูดคยุ เล่านิทาน สานสมั พนั ธ์ ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผู้นำ�กจิ กรรมเตรียมภาพสำ�หรบั กิจกรรมการเล่านทิ าน 2. ผนู้ �ำ กจิ กรรมใหผ้ สู้ งู อายแุ บง่ กลมุ่ ๆ ละ 3 คน ผลดั กนั เลา่ นทิ านจากภาพ โดย 1 คน เปน็ ผเู้ ลา่ นทิ าน อกี คนเปน็ หลานที่นงั่ ฟังนทิ าน อกี คนน่ังสงั เกตการณก์ ารเลา่ นทิ าน ใช้เวลา 5 นาที โดยมีกตกิ าว่า เนน้ การเล่าจากภาพ ตั้งคำ�ถาม ชวนหลานคดิ หลานคยุ จากภาพ อาจสอดแทรกขอ้ คิดหรอื ประสบการณข์ องปู่ย่าตายายได้ 35

ตวั อยา่ งการเลา่ นทิ านโดยการตงั้ ค�ำ ถาม เชน่ “ภาพนเ้ี ปน็ รปู อะไร” “มลี กู หมอู ยกู่ ตี่ วั ” “แตล่ ะตวั ท�ำ อะไรบา้ ง” “หนชู อบกระต่ายตัวไหน เพราะอะไร” 3. หลงั จากนั้น ให้ผสู้ งู อายุสลับบทบาทกนั โดยคนเล่านิทานเปลย่ี นเป็นหลาน คนสงั เกตการณ์ยังเป็นคนเดมิ ใช้เวลาเล่านิทาน 5 นาที 36 4. ผนู้ �ำ กจิ กรรมสมุ่ ถามความรสู้ กึ จากการเลา่ นทิ าน ทงั้ ผสู้ งู อายทุ เ่ี ปน็ คนเลา่ นทิ าน คนฟงั และคนสงั เกตการณ์ 5. ผนู้ �ำ กจิ กรรมสรปุ สาระส�ำ คญั ของกจิ กรรมดงั นี้ การเลา่ นทิ านและการพดู คยุ เปน็ นาทที องในการสอนหลาน ชว่ ยกระตนุ้ ความคดิ จนิ ตนาการ เสรมิ สรา้ งสมาธิ น�ำ ไปสกู่ ารเรยี นรดู้ า้ นอนื่ ๆ อกี ทงั้ ชว่ ยสรา้ งความผกู พนั ระหวา่ ง ปู่ย่าตายายและหลาน ท่ีสำ�คัญ การเล่านิทานและการพูดคุยจะเป็นการเสริมสัมพันธภาพและพัฒนาการเด็ก ได้หลากหลายมากกวา่ การใชโ้ ทรศัพทม์ ือถอื แทบ็ เล็ต ซึ่งมีผลเสียตอ่ สายตา และท�ำ ใหเ้ ด็กมสี มาธสิ นั้ 6. ผู้นำ�กิจกรรมมอบหมายการบา้ นใหผ้ สู้ งู อายเุ ลา่ นทิ านใหห้ ลานฟังท่ีบ้าน โดยใช้เวลากอ่ นนอนหรือเวลาวา่ ง อนื่ ๆ และจบั ฉลากตวั แทนผู้สูงอายทุ ี่จะมาเลา่ นิทานใหฟ้ ังในชวั่ โมงถัดไป หมายเหตุ : - นิทานท่ีเลือกมาเล่า อาจปรบั เปลีย่ นได้ตามบริบทของพนื้ ท่ี เช่น นิทานชาดก นิทานพน้ื บ้าน เปน็ ตน้ - นทิ านกอ่ นนอนทปี่ ยู่ า่ ตายายเลา่ มขี อ้ พงึ ระวงั คอื ควรเปน็ นทิ านทจ่ี บดว้ ยความสขุ เพราะเดก็ อยใู่ นวยั ทีม่ จี ินตนาการ การประเมนิ ผล - การมีส่วนรว่ มในการทำ�กิจกรรม - การแสดงผลงานหรอื ขอ้ คดิ เห็น ตวั อยา่ งนทิ านภาพ ท่ีมา: Bkkseek.com ทมี่ า: Bkkseek.com 36

ใบความรู้ท่ี 4 พูดคุย เล่านิทาน สานสัมพันธ์ การเล่านิทานและการพดู คยุ เปน็ วธิ กี ารทช่ี ่วยสง่ เสริมพัฒนาการเด็กอย่างมาก โดยเฉพาะพัฒนาการด้านภาษา นอกจากนี้ การเลา่ นทิ านและการพดู คยุ ยงั เปน็ นาทที องในการสอนหลาน กระตนุ้ ความคดิ จนิ ตนาการ เสรมิ สรา้ งสมาธิ น�ำ ไปสกู่ ารเรยี นรู้ด้านอื่น ๆ การเล่านิทานให้สนุก ทุกคนสามารถทำ�ได้ แม้ว่าปู่ย่าตายายจะพูดไม่เก่งก็เล่านิทานได้ โดยใช้วิธีต้ังคำ�ถาม เล่าด้วยภาพ ใช้การชวนคิดชวนคุย ไม่เน้นอ่านตัวหนังสือ อีกทั้งสามารถสอดแทรกประสบการณ์ของปู่ย่าตายายหรือ สอดแทรกหลักคำ�สอนทางศาสนา จริยธรรม เกร็ดประวัติศาสตร์สนุกๆ ชีวิตบุคคลสำ�คัญ และยังช่วยส่งเสริมอีคิว คุณลักษณะทง้ั ดา้ นดี เก่ง สขุ ไดอ้ ีกด้วย แนวทางในการพดู คยุ เลา่ นทิ าน แบง่ ออกเปน็ 2 แนวทางคอื การเลา่ เปน็ เรอ่ื งราว และการพดู คยุ และตง้ั ค�ำ ถาม จากภาพ ซึง่ รายละเอยี ดทง้ั 2 แนวทาง มีดังนี้ 1. การเล่าเป็นเร่ืองราว คือการที่ปู่ย่าตายายเล่านิทานตามเร่ืองราวในหนังสือนิทาน อาจมีการชวนหลานคิด ชวนหลานคยุ เชน่ “ถ้าหนูเป็นหนนู ดิ หนจู ะท�ำ ยงั ไง” หรือ อาจสอดแทรกประสบการณข์ องป่ยู ่าตายายเน้นถึงขอ้ คิด คำ�สอนท่ีได้จากนิทาน เช่น “ตอนท่ียายเป็นเด็ก ตอนน้ันยายเคยช่วยเพ่ือนท่ีหกล้มที่สนามหญ้าของโรงเรียน จนมีอยู่ วนั หน่ึงยายโดนเพื่อนแกลง้ เพ่ือนคนน้ีท่ยี ายเคยชว่ ยเขาไว้ ก็มาช่วยบอกครูไมใ่ ห้เพื่อนมาแกลง้ ยาย” 2. พดู คุยและตง้ั คำ�ถามจากภาพ คือการท่ปี ู่ย่าตายายชวนหลานพูดคุยจากภาพ โดยการตั้งค�ำ ถามเพื่อกระตนุ้ ให้หลานคิดตาม เชน่ “ในภาพนีม้ แี มวก่ตี วั ” “หนูคดิ วา่ เด็กคนไหนท่ีเปน็ เด็กดี ช่วยเหลือคนอ่ืน” หรอื อาจให้หลานชว่ ย แตง่ เรอื่ งราวทเ่ี หน็ จากภาพ เชน่ “หนลู องบอกปซู่ วิ า่ แมวนอ้ ยตวั นจ้ี ะวง่ิ ไปไหน” นอกจากนป้ี ยู่ า่ ตายายสามารถสอดแทรก หลกั ค�ำ สอนทางศาสนา จรยิ ธรรม เช่น “เด็กดีตอ้ งไม่ขโมยของคนอน่ื ” เป็นต้น   37

38 38

แผนกิจกรรมที่ 5 : ป่ยู า่ ตายายยุคใหม่ ใสใ่ จข้อพงึ ระวัง ชอ่ื กจิ กรรม : ปยู่ า่ ตายายยคุ ใหม่ ใสใ่ จขอ้ พงึ ระวงั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพอ่ื ให้ผู้สูงอายุมีความร้แู ละเข้าใจเกีย่ วกับขอ้ ควรระวังตา่ ง ๆ เพื่อดูแลหลานได้อย่างเหมาะสม เนอ้ื หา/สาระส�ำ คญั รปู แบบการเลย้ี งดู รวมทง้ั ความคดิ ความเชอื่ ของปยู่ า่ ตายาย มผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต คณุ ลกั ษณะและพฒั นาการ ดา้ นต่าง ๆ ของหลาน หากปยู่ า่ ตายายมีความตระหนกั และเขา้ ใจแนวทางการเล้ียงดูหลานทเ่ี หมาะสมจะส่งผลใหเ้ ดก็ มีความพร้อมในการเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ งเตม็ ศักยภาพ เตบิ โตเปน็ ผูใ้ หญ่ท่ดี มี ีคุณภาพตอ่ ไป เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการเรยี นรู้ 1. ใบกิจกรรม “ปู่ย่าตายายยุคใหม่ ใสใ่ จขอ้ พงึ ระวัง” 2. ใบความรู้ที่ 5.1 แนวทางการลดความขัดแย้งในการเล้ยี งหลานระหว่างพอ่ แม่และผสู้ งู อายุ 3. ใบความรู้ที่ 5.2 ปัญหาหลานไม่มเี พอื่ นแก้ไขได้อย่างไร ? ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรม 1. ผนู้ �ำ กจิ กรรมแจกใบกจิ กรรม “ปยู่ า่ ตายายยุคใหม่ ใสใ่ จข้อพึงระวงั ” ให้ผู้สงู อายคุ นละ 1 แผ่น 2. ผู้นำ�กิจกรรมใหผ้ ้สู งู อายตุ อบคำ�ถามในใบกิจกรรม ใชเ้ วลา 15 นาที 3. ผู้นำ�กิจกรรมเฉลยคำ�ตอบทีละข้อ โดยก่อนเฉลย ให้สุ่มถามผู้สูงอายุเกี่ยวกับคำ�ตอบท่ีเลือก หลังจากนั้น จึงอธบิ ายค�ำ เฉลย 4. ผนู้ �ำ กจิ กรรมสรปุ กจิ กรรม รปู แบบการเลย้ี งดู รวมทงั้ ความคดิ ความเชอ่ื ของปยู่ า่ ตายาย มผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต พฒั นาการดา้ นตา่ ง ๆ ของหลาน หากปยู่ า่ ตายายมคี วามตระหนกั และเขา้ ใจแนวทางการเลย้ี งดหู ลานทเี่ หมาะสมจะสง่ ผล ใหเ้ ดก็ มคี วามพร้อมในการเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ งเตม็ ศักยภาพ เติบโตเป็นผู้ใหญท่ ่มี คี ณุ ภาพตอ่ ไป การประเมนิ ผล - การมสี ่วนร่วมในการท�ำ กิจกรรม 39

ใบกจิ กรรม “ป่ยู ่าตายายยุคใหม่ ใสใ่ จข้อพงึ ระวงั ” 40 ค�ำ ชแี้ จง อา่ นค�ำ ถามแตล่ ะขอ้ แลว้ พจิ ารณาวา่ ขอ้ ความตอ่ ไปนถ้ี กู หรอื ผดิ โดยใสเ่ ครอื่ งหมาย √ ในชอ่ ง “ถกู ” เมือ่ คิดว่าข้อนั้นถูก และใสเ่ คร่ืองหมาย √ ในชอ่ ง “ผิด” เมื่อคิดวา่ ข้อนั้นผดิ ค�ำ ถาม ถกู ผดิ 1. เมอื่ เด็กหกลม้ ปู่ย่าตายายควรรบี เขา้ ไปปลอบเดก็ ไม่เชน่ นั้นเดก็ จะขวัญเสยี 2. เมอ่ื เด็กร้องไห้ โวยวาย จะเอาของเลน่ ปยู่ ่าตายายควรซ้ือให้ เพราะเดก็ จะไดห้ ยดุ ร้อง 3. การปลอ่ ยใหห้ ลานดูทีวี แทบ็ เลต็ หรอื โทรศัพทม์ ือถอื เพื่อให้เด็กอยนู่ ิง่ จะส่งผลเสยี กับ เด็ก เชน่ เดก็ จะพูดชา้ หรอื พูดภาษาแปลกๆ ทำ�ให้เดก็ สมาธสิ น้ั และสายตาเสีย เปน็ ต้น 4. เมอ่ื เดก็ ออกเสยี งพดู ไม่ชัด เชน่ จ๋วย เสยี จุย หรอื ท�ำ ทา่ ทางสูบบุหรี่เหมือนผูใ้ หญ่ ปยู่ า่ ตายายควรบอกเดก็ ดี ๆ วา่ พูดไมช่ ดั และบอกวา่ ทำ�อย่างนีไ้ มถ่ ูกตอ้ ง 5. ปยู่ ่าตายายรับปากหลานวา่ ถ้าหลานช่วยเก็บของ จะซ้ือขนมให้ แล้วปู่ยา่ ตายายไม่ท�ำ ตาม จะสง่ ผลทำ�ให้เดก็ ไมร่ ักษาคำ�พูดและไมไ่ ว้ใจผู้อน่ื 6. การทห่ี ลานเอาขนมไปแบง่ คนอน่ื เปน็ พฤตกิ รรมทไ่ี มค่ วรท�ำ เพราะมนั เปน็ การสน้ิ เปลอื ง 7. ไม่ควรชมหลาน เพราะจะท�ำ ให้หลานเหลงิ 8. ป่ยู ่าตายาย ตอ้ งชว่ ยหลานในการท�ำ กิจวตั รทุกอย่าง เพราะหลานยงั เล็กท�ำ ไดไ้ ม่ดี 9. ถ้าปู่ย่าตายายมคี วามเห็นในการเลยี้ งหลานไม่ตรงกบั พอ่ แม่เดก็ ป่ยู า่ ตายายและพ่อแม่ เดก็ ควรหนั หนา้ มาคุยและตกลงร่วมกนั 10. การตี เปน็ การสอน และเปน็ การหยุดพฤติกรรมเด็กท่ดี ที ส่ี ดุ 40

ใบเฉลยกจิ กรรม “ปยู่ ่าตายายยุคใหม่ ใสใ่ จขอ้ พงึ ระวงั ” ค�ำ ชแ้ี จง อา่ นค�ำ ถามแตล่ ะขอ้ แลว้ พจิ ารณาวา่ ขอ้ ความตอ่ ไปนถี้ กู หรอื ผดิ โดยใสเ่ ครอื่ งหมาย √ ในชอ่ ง “ถกู ” เม่ือคดิ ว่าข้อน้ันถูก และใส่เครื่องหมาย √ ในช่อง “ผดิ ” เม่ือคดิ วา่ ข้อนน้ั ผดิ คำ�ถาม ถกู ผดิ 1. เม่ือเด็กหกล้มปยู่ า่ ตายายควรรีบเข้าไปปลอบเด็ก ไมเ่ ช่นนนั้ เด็กจะขวญั เสีย √ √ ค�ำ ตอบ : ผดิ เพราะการรบี เข้าไปปลอบ จะทำ�ให้เด็กไมเ่ กดิ การเรยี นรู้ท่ีจะระมดั ระวงั และทำ�ให้ เด็กเคยชนิ กบั การทมี่ ีคนคอยเอาใจ √ √ 2. เมอ่ื เด็กร้องไห้ โวยวาย จะเอาของเลน่ ปยู่ ่าตายายควรซื้อให้ เพราะเด็กจะได้หยุดร้อง √ ค�ำ ตอบ : ผดิ เพราะถา้ ซอ้ื ให้ จะท�ำ ใหเ้ ดก็ เกดิ การเรยี นรวู้ า่ พฤตกิ รรมดงั กลา่ วเปน็ พฤตกิ รรมทด่ี ี เปน็ พฤติกรรมทีถ่ ูกต้อง เพราะสามารถทำ�ใหต้ นได้ของทีต่ ้องการ และจะเกดิ การท�ำ ซ้าํ ๆ ติดเปน็ นสิ ยั 3. การปล่อยให้หลานดูทีวี แทบ็ เลต็ หรอื โทรศพั ท์มอื ถือเพอ่ื ใหเ้ ดก็ อยนู่ ่งิ จะส่งผลเสียกับเด็ก เช่น เด็กจะพูดช้าหรือพูดภาษาแปลกๆ ท�ำ ใหเ้ ดก็ สมาธสิ ั้น และสายตาเสยี เป็นต้น ค�ำ ตอบ : ถกู เพราะมผี ลการศกึ ษาวา่ การใหเ้ ดก็ จอ้ งมอง ทวี ี แทบ็ เลต็ หรอื โทรศพั ทม์ อื ถอื สง่ ผลตอ่ สายตาเดก็ และดวงตาเปน็ อวยั วะทเี่ ชอ่ื มตอ่ กบั สมอง การลอ็ คดวงตาไวใ้ นทแี่ คบ ๆ จะท�ำ ใหส้ มอง ไมพ่ ฒั นาเทา่ ทคี่ วร นอกจากสง่ ผลเสยี ตอ่ สายตาเดก็ เดก็ จะเลยี นแบบเสยี ง ภาษา แมแ้ ตพ่ ฤตกิ รรม ท่ีอาจไม่เหมาะสม ซ่ึงส่งผลต่อพัฒนาการด้านภาษา และปัญหาพฤติกรรมในเด็ก นอกจากน้ี เดก็ ทนี่ งั่ จอ้ งโทรทศั นว์ นั ละ 1 ชว่ั โมง จะเพม่ิ ความเสย่ี งทจี่ ะเปน็ โรคสมาธสิ น้ั ได้ 10% หมายความวา่ ถ้าเด็กคนไหนน่ังจ้องหน้าจอโทรทัศน์วันละ 5 ชั่วโมง เด็กคนนั้นจะเพ่ิมความเสี่ยงท่ีจะเป็น โรคสมาธิสั้นถึง 50% มีงานวิจัยจำ�นวนมากท่ีไม่สนับสนุนให้เด็กอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินไป อยา่ งนอ้ ยในวยั ทต่ี า่ํ กวา่ 15 ปี (ทม่ี า : http://www.neutron.rmutphysics.com/science-news/ index.php?option=com_content&task=view&id=2332&Itemid=0) 4. เมอ่ื เดก็ ออกเสยี งพดู ไมช่ ดั เชน่ จว๋ ย เสยี จยุ หรอื ท�ำ ทา่ ทางสบู บหุ รเ่ี หมอื นผใู้ หญ่ ปยู่ า่ ตายาย ควรบอกเด็กดี ๆ วา่ พดู ไม่ชัด และบอกว่าท�ำ อย่างนไี้ มถ่ ูกตอ้ ง ค�ำ ตอบ : ถกู เพราะเด็กยงั ไม่สามารถแยกไดว้ ่า พฤตกิ รรมดงั กล่าวเปน็ ส่งิ ทีด่ ีหรือไม่ดี การทีป่ ูย่ า่ ตายายบอกหรือสอน จะทำ�ใหเ้ ด็กเข้าใจและเลกิ ท�ำ พฤติกรรมทีไ่ ม่ดนี ั้น 5. ปยู่ า่ ตายายรบั ปากหลานว่าถ้าหลานช่วยเกบ็ ของ จะซ้อื ขนมให้ แล้วปยู่ า่ ตายายไม่ทำ�ตาม จะสง่ ผลท�ำ ใหเ้ ดก็ ไม่รกั ษาคำ�พูดและไม่ไว้ใจผ้อู ่ืน คำ�ตอบ : ถูก เพราะเด็กในวัยน้ี มีการเรียนรู้พฤติกรรมจากการกระทำ�ของปู่ย่าตายาย การไม่ ทำ�ตามที่รับปากไว้จะเป็นการปลูกฝังให้เด็กไม่รู้จักรักษาคำ�พูด ไม่ไว้วางใจผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อ การปรบั ตัวเข้ากับคนอน่ื เมื่อเขาโตขน้ึ 41

ค�ำ ถาม ถูก ผดิ 6. การทีห่ ลานเอาขนมไปแบ่งคนอ่ืน เป็นพฤตกิ รรมที่ไม่ควรท�ำ เพราะมนั เปน็ การสนิ้ เปลอื ง √ √ ค�ำ ตอบ : ผดิ เพราะการทห่ี ลานเอาขนมไปแบง่ คนอน่ื นน้ั ชว่ ยใหห้ ลานไดเ้ รยี นรเู้ กย่ี วกบั ความเออ้ื เฟอ้ื √ เผือ่ แผ่ และมนี ้าํ ใจ √ 42 7. ไม่ควรชมหลาน เพราะจะท�ำ ใหห้ ลานเหลงิ √ คำ�ตอบ : ผิด เพราะการชมหลานเมอ่ื ท�ำ พฤติกรรมดี ๆ น้ัน เป็นการเสรมิ แรงอยา่ งหนงึ่ ที่จะท�ำ ให้ หลานเข้าใจวา่ พฤตกิ รรมดังกล่าวเป็นพฤตกิ รรมทดี่ ี สมควรท�ำ ตอ่ แตท่ งั้ นี้การชมหลานควรชมให้ ถูกวธิ ี การชมจงึ จะเกิดประสิทธิภาพที่ดีท่สี ุด 8. ปูย่ า่ ตายาย ตอ้ งช่วยหลานในการทำ�กจิ วัตรทุกอยา่ ง เพราะหลานยังเลก็ ท�ำ ได้ไมด่ ี ค�ำ ตอบ : ผิด ปูย่ ่าตายายควรปลอ่ ยใหห้ ลานทำ�กจิ วัตรดว้ ยตนเองตามวยั เพอ่ื เป็นการฝกึ ให้เดก็ สามารถเรียนรูแ้ ละพ่งึ พาตนเองได้ 9. ถา้ ปยู่ า่ ตายายมคี วามเหน็ ในการเลย้ี งหลานไมต่ รงกบั พอ่ แมเ่ ดก็ ปยู่ า่ ตายายและพอ่ แมเ่ ดก็ ควรหันหนา้ มาคุยและตกลงร่วมกัน ค�ำ ตอบ : ถกู เพราะจะไดม้ ขี อ้ ตกลงในการเลยี้ งดู และวธิ กี ารเลยี้ งดไู ปในทางเดยี วกนั เดก็ จะไดไ้ ม่ เกดิ ความสบั สน และมพี ฤตกิ รรมทพี่ งึ ประสงคเ์ กดิ ขน้ึ มากกวา่ การเลย้ี งดแู บบทไ่ี มไ่ ปในทางเดยี วกนั 10. การตี เปน็ การสอน และเป็นการหยดุ พฤติกรรมเดก็ ท่ีดีทสี่ ุด คำ�ตอบ : ผิด เพราะเด็กอาจจะยงั ไม่เขา้ ใจถึงสาเหตขุ องการถูกตี เดก็ อาจจะรู้สึกวา่ การกระท�ำ ดงั กลา่ วเปน็ การกระทำ�ที่รุนแรง และสง่ ผลทางลบในใจเด็ก แตถ่ ้าตอ้ งตีจรงิ ๆ ก็ควรตีใหถ้ ูกวิธี 42