Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เห็ดหลินจือ..จากการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์

เห็ดหลินจือ..จากการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์

Published by E-book Bang SAOTHONG Distric Public library, 2019-10-19 22:59:13

Description: เห็ดหลินจือ..จากการวิจัยสู่การใช้ประโยชน์

Search

Read the Text Version

เห็ดหลินจือ... จากการวิจยั สกู ารใชป ระโยชน กรมพัฒนาการแพทยแ ผนไทยและการแพทยท างเลอื ก กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2553 ISBN 978-616-11-0429-0

Page 1

63 การผลิตเห็ดหลินจือในประเทศไทย เห็ดหลินจือท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาตินั้น จะพบมากตรงบริเวณ รอยตอของปาดิบช้ืนกับปาโปรง ในประเทศไทยพบเห็ดหลินจือไดท่ัวไป ตั้งแตภาคเหนือจรดภาคใต แมแตในกรุงเทพมหานคร เห็ดหลินจือที่มี คุณภาพดีและเหมาะแกการทํายา มักพบในพื้นที่มีระดับความสูง เห็ดชนิด นี้ชอบความชื้น การถายเทอากาศดี มีแสงพอเหมาะกับการเจริญเติบโต ชวงเวลาท่ีพบเริ่มตั้งแตเดือนพฤษภาคมไปถึงตนเดือนพฤศจิกายน แต โอกาสท่ีจะพบเห็ดในสภาพท่ีสมบูรณเหมาะกับการใชทําเปนยาคอนขาง นอย เน่ืองจากมักจะปนเปอนจากสภาพแวดลอมท่ีเห็ดอาศัยอยู ดังน้ัน การเพาะเลย้ี งเหด็ หลนิ จือจึงเปน สิ่งทจ่ี าํ เปน 1 เม่ือป พ.ศ. 2528 กรมวิชาการเกษตรไดทําการรวบรวมสายพันธุ เห็ดหลินจือตาง ๆ เปนระบบคร้ังแรกในประเทศไทย และศูนยเห็ดบาน อรัญญิกไดทําการทดลองปลูกเห็ดหลินจือจากสายพันธุท่ีพบในประเทศ และสายพันธุ (G2) จากประเทศญี่ปุน ตอมาโครงการสวนพระองค สวน จิตรลดา ไดทดลองปลูกเห็ดหลินจือสายพันธุ (G2) จากประเทศญ่ีปุน จนประสบความสําเร็จและสามารถจําหนายในโครงการสวนพระองค ตั้งแตป พ.ศ. 2531 โดยจัดจําหนายผลผลิตในรูปของดอกเห็ดฝานเปน แวนอบแหงบรรจุซอง น้ําเห็ดหลินจือบรรจุกระปอง เคร่ืองด่ืมชาเห็ด หลินจือ ฯลฯ และไดสงเสริมใหเกษตรกรเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ ตาม

64 โครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณที่จังหวัดนครนายก โดยกอง สงเสริมพืชสวน กรมสงเสริมการเกษตร และไดมีการขยายพ้ืนท่ีปลูกไป ยงั ท่ัวประเทศตามโครงการตาง ๆ2 จากการสํารวจสถานการณการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือในประเทศ ไทยเม่อื ปลายป พ.ศ.2551 พบวา แหลง เพาะเล้ยี งในประเทศไทยเหลือไม มากนัก สวนใหญเปนการเพาะเล้ียงโดยกลุมเกษตรกรหรือเกษตรกรราย ยอย ไดแ ก ศูนยศ กึ ษาการพัฒนาหวยฮองไคร อําเภอดอยสะเก็ด จังหวัด เชียงใหม ฟารมเห็ดรุจิรา อําเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ กลุมเกษตรกร สวนพืชเกษตร วัดนางสาว จังหวัดสมุทรสาคร วังน้ําเขียวฟารม อําเภอวัง นํ้าเขียว จังหวัดนครราชสีมา กลุมเพาะเห็ดบานธิ อําเภอบานธิ จังหวัด ลําพูน ศูนยเห็ดรัตนา ตําบลปายอยดอนชัย อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โครงการสวนพระองค สวนจิตรลดา จังหวัดกรุงเทพมหานคร และ โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ในพระองคสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม เปนการเพาะเลี้ยง เพ่ือใชบริโภคในครัวเรือน และจําหนายในพื้นที่ใกลเคียง เปนผลิตภัณฑ ดอกเห็ดฝานเปน ช้นิ บรรจซุ องเพื่อบํารุงรางกาย ปจจุบันการเพาะเล้ียงเห็ด ห ลิ น จื อ เ ป น ก า ร เ พ า ะ เ ลี้ ย ง ใ น ถุ ง พ ล า ส ติ ก ต า ม โ ค ร ง ก า ร ตั ว อ ย า ง ข อ ง โครงการสวนพระองค สวนจิตรลดา สําหรับการเพาะเล้ียงเพื่อการผลิต ยาจะเปนแบบ contract farming ไดแก ศูนยรวมเห็ดอรัญญิก จังหวัด Page 2

65 นครปฐม และฟารมเห็ดเขาสอยดาว อําเภอเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ซ่ึงเปนการเพาะเลยี้ งเพ่อื สงวตั ถุดบิ ใหก ับบริษัทผูผลิตยา2 หมายเหตุ contract farming หรือ การเกษตรแบบตีตรวน หรือการทําเกษตรครบวงจร คือ ระบบการทําสัญญาซื้อลวงหนา โดยข้ึนกับ เง่ือนไข 4 ประการ ไดแก (1) ราคาท่ีตกลงลวงหนา (2) เวลา (3) ปริมาณ (4) คุณภาพของสินคา ซ่ึงหมายความวา ผลผลิตตองเก็บเกี่ยวเสร็จ หรือ โตไดขนาดตามมาตรฐานที่กําหนดโดยบริษัทผูรับซ้ือ และในบางกรณีเปน ผูลงทุนดวย หากผลผลิตไมครบตามเง่ือนไข ผูซ้ืออาจจะไมรับซ้ือ ปรับ หรือใหร าคาตํ่ากวาที่ตกลงกนั การผลติ เห็ดหลนิ จือตามแนวทางเกษตรดที เี่ หมาะสม การผลิตเห็ดหลินจือตามแนวทางเกษตรดีที่เหมาะสมนั้น ตอง คาํ นึงถึงปจจยั ตา ง ๆ ที่มผี ลตอ การเพาะเล้ียงเห็ดหลนิ จอื ในประเทศไทย ซงึ่ มีหลายปจจัย ไดแ ก ชนิดของสายพันธุ สภาพแวดลอ มท่เี หมาะสมใน การเพาะเลีย้ ง สถานท่เี พาะเล้ยี ง เปน ตน 1. การคัดเลอื กสายพนั ธ2ุ ในการวางแผนการผลิตเหด็ หลินจอื ในเชิงพาณชิ ยนั้น สายพนั ธทุ ี่ ดีมปี ริมาณสารสําคญั สงู ใหผ ลผลิตรนุ ตอรุนสูง และเปน ทตี่ องการของตลาด นับวามีความสาํ คญั มาก เพราะเห็ดหลินจอื มี หลายสายพนั ธซุ ่ึงแตล ะสาย พนั ธใุ หผ ลผลติ และปรมิ าณสารสาํ คญั ไมเ ทา กัน บางพันธใุ หส ารสําคัญสงู แตใ หผลผลติ ตอ รุนต่ํา กอ็ าจไมเหมาะตอการนาํ มาเปน สายพันธุเพ่อื การผลติ

66 ในเชิงพาณิชย หรือบางพันธุใหผลผลิตตอรุนสูงแตมีปริมาณสารสําคัญ ตาํ่ กไ็ มเปนทต่ี อ งการของตลาดเพราะคุณภาพไมดีพอท่ีจะนําไปใชเปนยา โครงการพิเศษสวนเกษตรเมอื งงาย ในพระองคส มเดจ็ พระนางเจา สิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชนิ นี าถ อําเภอเชียงดาว จงั หวดั เชยี งใหม ไดด าํ เนินการศกึ ษาวจิ ยั เหด็ หลนิ จือสายพนั ธุตาง ๆ แลวพบวา เห็ดหลนิ จือสายพนั ธุ MG2 เปน สายพนั ธทุ ่ีเหมาะสมมากที่สดุ ในการผลิตเชงิ พาณชิ ย เน่ืองจากใหผลผลติ ดอกเห็ดท่สี มบรู ณ มีสปอรป ริมาณมาก และมปี รมิ าณสารสําคัญสงู จึงได คดั เลอื กเห็ดหลินจอื สายพนั ธุ MG2 เปนแมพ ันธใุ นการผลิตเชิงพาณิชย ตอไป 2. สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสมในการเพาะเลย้ี ง2 (1) แหลง อาหาร เห็ดหลนิ จือเปน เหด็ ท่อี าศยั ซากพืช เชน ตอ ไม หรือไมท ถี่ ูกฝง อยใู นดนิ แตกส็ ามารถเจริญอยบู นเปลอื กไมของตน ไม ที่ยังมชี วี ิตอยไู ดเ หมอื นกัน และท่สี ําคญั บางทีมนั กเ็ ปนเหตุใหต นไมถ ึงกับ ตายได ถาสภาพแวดลอ มตามธรรมชาติเสยี สมดลุ ไป เหด็ หลินจอื ปกติจะ ขึ้นอยูบนตน ไมอ กี หลายชนดิ ทห่ี มดอายุแลว เชน ไมมะขาม ไมฉ าํ ฉา ไม มะมวง ไมยางพารา มะพรา ว เปน ตน (2) สภาพภมู ปิ ระเทศ เห็ดหลนิ จือมักพบขึ้นบรเิ วณรอยตอ ของปาดิบชืน้ กบั ปาโปรง เหด็ ทมี่ ีใตด อกเปน สเี หลอื งจะมคี ุณภาพดี มกั พบ ในพื้นท่ีท่มี คี วามสูง เห็ดพวกนี้ชอบความช้นื การถายเทอากาศดี มแี สง พอเหมาะกบั การเจรญิ เติบโต แตจะมีจํานวนไมคอยมากนัก ชวงเวลาท่ีพบ Page 3

67 มกั จะเริ่มตั้งแตเ ดือนพฤษภาคมถงึ ตน เดือนพฤศจกิ ายน และโอกาสทจี่ ะ พบเห็ดในสภาพสมบรู ณเ หมาะกับการใชเปนยาคอนขางนอย สว นใหญมัก พบการปนเปอน ดวยเหตุน้ีการเพาะเล้ียงเห็ดหลินจือจึงเปนส่ิงท่ีจําเปน เพ่อื ใหเ พยี งพอตอ การบรโิ ภค สามารถพบเห็ดหลินจือท่ัวทกุ ภาคของประเทศ ไทย เห็ดหลินจือที่เกิดในสภาพท่ีมีอากาศหนาว จะเจริญเติบโตชามาก อาจจะใชเวลาเปนป เสน ใยเหด็ จะชะงกั หรือหยดุ การเจริญเตบิ โต แตพ อ อากาศอนุ ขึ้นกจ็ ะเจรญิ เติบโตใหม จากการศึกษาพบวา เห็ดหลนิ จอื เจรญิ เติบโตไดดีบนตอไมท่ีตายแลว โดยเฉพาะตนคูน กามปู หางนกยูงฝรั่ง ยางพารา ฯลฯ รูปที่ 17 เหด็ หลินจือสายพนั ธุ MG2 (3) อุณหภูมิ ระดบั อุณหภมู ิทม่ี ผี ลตอ การเจรญิ เติบโตและการ ใหผลผลิตของเหด็ หลินจอื อยา งมาก อณุ หภูมิทีเ่ หมาะสมตอ การเจริญของ เสนใยเหด็ หลินจือ อยูระหวา ง 25 - 30 องศาเซลเซยี ส สว นอณุ หภูมิท่ี เหมาะสมตอการเจรญิ ของดอกเหด็ หลนิ จืออยรู ะหวาง 25 - 35 องศา

68 เซลเซียส อยางไรก็ตาม พบวา เห็ดหลนิ จือใหผลผลติ สงู ท่ีอณุ หภูมิเฉลย่ี ประมาณ 30 องศาเซลเซยี ส จากประสบการณการผลิตเห็ดหลนิ จอื ในชวง เดือนธนั วาคม ถงึ เดือนกมุ ภาพันธ พบวาดอกเห็ดมลี ักษณะผิดปกติ คือ ลักษณะดอกเปนก่ิงกานคลายมือ เขากวาง ปะการัง และไมมีรังสปอร เนื่องจากอากาศคอ นขา งหนาวเยน็ อณุ หภมู เิ ฉลย่ี 12 - 25 องศาเซลเซียส ในสวนของผูผลิตเห็ด เห็นวาในชวงเวลาดังกลาวไมเหมาะตอการเจริญ เติบโตของเห็ดหลนิ จือ (4) ความช้ืน เนื่องจากทุกขัน้ ตอนของการเพาะเล้ยี งเหด็ หลนิ จือ ลวนแลว แตมีความตองการความชื้นสูงทง้ั ส้ิน ซึง่ ความชื้นทม่ี ีผลกระทบตอ การเจริญเติบโตและออกดอกของเหด็ หลนิ จือ มี 2 อยา ง คอื ความช้นื ใน วสั ดเุ พาะและความช้ืนสมั พัทธในอากาศ ความช้นื ในวัสดเุ พาะทเ่ี หมาะสม ในการเจริญของเสน ใยเหด็ หลินจอื อยปู ระมาณรอยละ 70 - 75 สาํ หรับ ความชื้นสัมพัทธในอากาศจะมีผลกระทบตอการเจริญเติบโตของหลินจือ อยางมาก โดยเฉพาะในระยะเปดกอนเช้ือเห็ดหลินจือตองการความช้ืน คอนขางสูง ดังนั้นจึงจําเปนตองเปดกอนโรงเห็ดที่เก็บความชื้นไดดีและ ควรมีการฉดี พน ละอองน้ําเพือ่ เพม่ิ ความชน้ื ภายในโรงเรอื นวนั ละ 2 - 3 ครั้ง และรกั ษาระดับความชนื้ ในอากาศใหอ ยูในระดบั รอ ยละ 80 - 90 หาก ความชื้นในอากาศมีนอยจะเกดิ การระเหยของนาํ้ ออกไปจากดอกเห็ดจะสง ผลใหด อกเหด็ ชะงักการเจรญิ เติบโต มีขนาดเล็ก บาง และผิวดอกแหง Page 4

69 รูปท่ี 18 เห็ดหลนิ จือสายพนั ธุ MG2 ทม่ี ลี กั ษณะผดิ ปกติ (5) แสงสวาง ไมจ ําเปนในระยะท่ีเสน ใยเห็ดหลินจอื กําลังเจริญ เติบโต แตแ สงสวางมผี ลตอ การพัฒนาและการเจริญเติบโตของดอกเหด็ หลนิ จอื มากเน่ืองจากแสงสวา งจะชวยกระตนุ ใหเ กดิ การรวมตัวของเสน ใย เพือ่ ใหเ กดิ ดอกเรว็ ขนึ้ และพัฒนาไปเปนดอกเห็ดท่สี มบรู ณตอ ไป

70 (6) กาซคารบ อนไดออกไซด ประมาณรอยละ 0.2 - 0.5 จะ ชวยกระตนุ ใหเ กิดหนอดีข้นึ แตร ะยะท่ีเหด็ หลินจอื พัฒนาเปน ดอกเห็ด หากโรงเรอื นมีกา ซคารบ อนไดออกไซดอ ยสู ูง จะทาํ ใหด อกเห็ดมีลกั ษณะ ผิดปกติไดและมีผลตอ คณุ ภาพของดอกเห็ดดว ย เพราะฉะน้นั โรงเรอื นท่ี เพาะเลีย้ งเห็ดหลินจือ ควรดูแลใหมกี ารถายเทอากาศบางพอสมควร ซง่ึ จะชว ยใหเห็ดหลนิ จอื เจริญไปเปน ดอกเห็ดท่ีสมบรู ณ (7) ความเปนกรด-ดา ง (pH) ปกติเห็ดหลนิ จอื ชอบสภาพ แวดลอมท่เี ปนกรดออน ๆ คอื ระดับ pH อยูระหวา ง 5.0 - 6.2 แตระดับ pH ที่เหมาะสมที่สดุ คือ 5.5 ในอาหารทเี่ ปนกรดหรอื เปนดา งมากเกินไป เหด็ อาจจะเจริญเตบิ โตไดเ ฉพาะเสน ใย แตเหด็ จะไมออกดอกหรือถา ออก ดอกก็ใหด อกท่ผี ิดปกติไมส มบูรณ 3. สถานทีเ่ พาะเลีย้ ง2 สถานที่สําหรับต้ังฟารมเห็ดหลินจือ ควรตั้งอยูในพื้นท่ีซึ่งมีความ พรอมดานสาธารณปู โภคขัน้ พืน้ ฐาน การคมนาคมสะดวกหา งไกลจากแหลง สะสมเชื้อโรคและแมลงศัตรเู ห็ด แหลง ท้ิงขยะหรรือตลาดสดที่มีการจดั การ ขยะไมด ี โรงงานผลิตสารเคมหี รอื วัตถอุ นั ตราย คอกปศุสัตวหรอื พื้นทป่ี ลูก พืชที่มีการใชส ารเคมี ในการวางแผนผงั ของฟารมควรมกี ารจัดแบงพ้ืนทใี่ น การปฏบิ ัติงานในแตล ะขนั้ ตอนของการผลติ สถานที่จดั เก็บวสั ดอุ ปุ กรณ ในการผลติ โดยแบงเปนสัดสวนและมีระบบการดแู ลรกั ษาความสะอาดที่ ดเี พอ่ื ปองกันความเสยี หายทอี่ าจเกดิ จากโรคและแมลงศัตรเู หด็ หลนิ จือ Page 5

71 4. การผลิตเหด็ หลินจือ2 การผลติ เห็ดหลินจอื มี 4 ขั้นตอน ไดแ ก การผลิตแมเชื้อ (เชอ้ื วุน ) การผลติ เชือ้ ขยาย (หัวเชอื้ ) การผลติ เช้ือเพาะ (กอนเชอ้ื ) และการเปด ดอกเหด็ ในโรงเรอื น เชอื้ เห็ด หมายรวมเรยี กเสนใยขยายพนั ธขุ องเหด็ ในระบบการ ผลติ เชอื้ เหด็ ท้ัง 3 ขั้นตอน คอื แมเชอ้ื เชอื้ ขยาย และเชอื้ เพาะ แมเ ชื้อ (mother mycelium) หมายถึง เสนใยเห็ดทีเ่ จรญิ อยู บนอาหารวนุ หรือบางครัง้ เรยี กวา เชอ้ื วนุ เชื้อเห็ดระยะนนี้ ับเปน ขั้นที่ 1 ของการผลิตเชื้อเหด็ เปน เชอื้ เห็ดทีม่ ีความบรสิ ุทธิ์สงู และสามารถสงั เกต เห็นรปู รา งลักษณะการเจริญของเชอ้ื ไดอ ยา งชัดเจน โดยจะสังเกตเหน็ เสน ใยเหด็ เจริญรอบ ๆ เนือ้ เย่ือเปน สขี าวและเปน เสนตอเนอ่ื งกนั ในการเลอื ก เชื้อวุนนั้นควรเลือกเช้ือท่ีไมแกมากนัก เสนใยมีการเจริญอยางสม่าํ เสมอ เสนใยเดินเปนเสนตอเนื่องและแผออกเปนวงกลม ไมแยกตัวออกเปน สวน ๆ หรือ ฟูบางยุบบาง เม่ือไดเชื้อบริสุทธิ์มาแลว ถาตองการเช้ือเห็ด จํานวนมาก ๆ ก็สามารถตอ เชอื้ ไดโดยการตดั เชือ้ วนุ ท่ีมเี สนใยเห็ดเจริญอยู ไปวางบนอาหารวนุ ในขวดใหม เชื้อขยาย (mother spawn) หมายถึง เสน ใยเหด็ ที่เจรญิ อยู ในเมลด็ ธญั พชื หรอื บางครงั้ เรยี กวา หวั เชื้อ การผลติ หวั เชอ้ื มวี ตั ถปุ ระสงค เพือ่ เพ่มิ ปรมิ าณเสนใยเหด็ บริสทุ ธใิ์ หม ากขึน้ เช้อื ขยายหรอื หัวเช้อื นบั เปน เช้อื เห็ดขั้นที่ 2 ซงึ่ เปน เช้อื เหด็ ท่จี ะนําไปขยายพนั ธเุ ชน เดยี วกับเชอื้ เห็ดขั้น

72 ท่ี 1 สว นเมลด็ ธัญพืชท่ีนยิ มใชค ือ เมลด็ ขา วฟาง เน่อื งจากมีราคาถูก หา ซ้ือไดง าย มีปรมิ าณธาตอุ าหารท่ีเหมาะสม ซึง่ หวั เชือ้ นสี้ ว นใหญจ ะบรรจุ ในขวดแกว สามารถมองเหน็ การเจรญิ ของเสน ใยอยบู นเมลด็ ขาวฟา งได อยางชัดเจน เชอ้ื เพาะ (cultivating spawn) หมายถึง เสนใยที่เลีย้ งไวใ น วัสดุเพาะหรือที่เรียกวา กอนเช้ือ ซึ่งเชื้อเพาะในระยะนี้เปนเช้ือเห็ดที่จะ นําไปเพาะเล้ียงใหเ กดิ ดอกเหด็ ได (1) การผลิตแมเ ชอื้ เปนการเพาะเลี้ยงเช้อื เหด็ โดยการแยกเช้อื เหด็ บริสุทธิ์ดวยวธิ ีการเพาะเล้ยี งเน้ือเยือ่ หรอื เพาะเล้ยี งสปอรดอกเหด็ ใน อาหารวุน เช้ือเห็ดจะเจริญออกมา สามารถมองเห็นไดดวยตาเปลา มี ลักษณะเปน เสน ใยขาว การผลติ เชื้อวนุ เปนงานเรม่ิ ตนและสาํ คญั มากของ การเพาะเลยี้ งเหด็ เปนขั้นตอนทีอ่ าศยั เทคนิคทางจลุ ชวี วิทยา ซึง่ ประกอบดวย 3 ขัน้ ตอน คอื การเตรียมอาหารวุน การเตรียมดอกเห็ดเพือ่ ใชเปนแมเชือ้ และการแยกเนอ้ื เย่ือจากดอกมาเลย้ี งบนอาหารวุน (ศึกษารายละเอียดได จาก คูม อื การผลติ เหด็ หลินจือและสปอรเห็ดหลินจอื ตามแนวทางเกษตรดี ท่เี หมาะสมกรมพฒั นาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลือก) (2) การผลติ หวั เชือ้ เห็ดหรือเชอ้ื ขยายจากเมล็ดธญั พืช เช้ือเห็ด ถือวา เปนหัวใจทส่ี ําคัญทส่ี ดุ ในการเพาะเลี้ยงเห็ด เพราะถาหากเชื้อเหด็ มี คณุ ภาพไมดี ไมวา จะเปนสายพันธุ อาหารเพาะเลีย้ ง อายเุ ช้ือเหด็ เปนตน แมวา จะมีวธิ ีการเพาะเลี้ยงดีอยา งไร กไ็ มส ามารถทาํ ใหไดรบั ผลผลติ สงู ได Page 6

73 ดงั น้ัน สง่ิ ทีต่ อ งระมัดระวงั เปนพเิ ศษในการผลิตเช้ือเหด็ คอื การปนเปอ น เชอ้ื จลุ นิ ทรีย ซง่ึ สวนมากเปน เชอ้ื แบคทเี รียและเชอื้ ราทก่ี ระจายอยูทัว่ ไปใน อากาศ อาจจะตดิ อยูกบั ภาชนะหรอื เครอื่ งมอื ในการผลติ เช้อื เหด็ นอกจากน้ี ยังรวมถงึ การปนเปอนจากสารเคมีซง่ึ อาจติดมากับอาหารเลย้ี งเชื้อเห็ดดวย โดยเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ปนเปอ นเหลานจ้ี ะไปแยงอาหารกบั เชอื้ เหด็ และเจริญเตบิ โต แขงกับเช้ือเห็ด ทาํ ใหการเจริญเติบโตของเห็ดชะงักหรือเสียได ฉะน้ัน ขนั้ ตอนในการเขย่ี เชือ้ จึงจาํ เปนตองใชเ ทคนคิ และวธิ ีการท่ถี กู ตอ ง เพอื่ ให ไดเ ชื้อเห็ดทีบ่ รสิ ุทธิ์ รปู ที่ 19 การเจริญเตบิ โตของเสนใยเหด็ หลนิ จอื ในอาหารวนุ การผลิตหัวเชื้อเห็ดหรือเชื้อขยายเปนขั้นตอนท่ีตอเน่ืองจากการ ผลิตแมเ ชอ้ื หรอื เชอ้ื วุน และเปน การเพิ่มปรมิ าณเชอ้ื เห็ดบรสิ ทุ ธใิ์ หม ีปรมิ าณ มากข้ึน โดยการนาํ เสนใยของเชอื้ เห็ดทเ่ี ล้ยี งอยูบนอาหารวุนมาขยายเลย้ี ง ในเมลด็ ธัญพืชทไ่ี ดผ า นการน่ึงฆาเช้อื อยา งดีแลว ทงั้ นีเ้ พ่ือใหเ ชอ้ื เหด็ พรอ ม ที่จะปรับตัวเขากับสภาพแวดลอม อีกท้ังสะดวกในการเข่ียเช้ือลงถุงกอน เช้ือและมีปริมาณเพยี งพอตอ การนาํ เอาเชื้อเห็ดไปใชผ ลติ กอนเชอ้ื ตอไป

74 เนอื่ งจากการตัดเสน ใยเห็ดจากอาหารวุนลงไปเพาะเลย้ี งในถงุ กอ น เชอื้ โดย ตรงนั้น จะมผี ลเสยี มากกวาผลดี คอื เสยี เวลา ส้ินเปลอื งเชือ้ วนุ เสน ใยเห็ดเดินชา มโี อกาสทจ่ี ะเกิดการปนเปอนเชือ้ ไดงาย เพราะในช้นิ วุน มอี าหารทเี่ หมาะสมตอ การเจรญิ ของเช้อื อน่ื ไดเปน อยางดี และโอกาสท่เี ชอ้ื เห็ดจะเสยี มสี งู มาก ฉะนั้นจงึ ตอ งขยายเช้อื เหด็ จากอาหารวุนไปเลย้ี งใน เมล็ดธัญพชื กอ น หลังจากนั้นจึงนําหวั เช้ือทไ่ี ดไปเพาะเล้ยี งในถุงกอ นเชอ้ื ตอไป การผลิตหัวเช้อื เห็ดจากเมล็ดธัญพืช นับเปนวิธีท่ีนิยมกันอยาง แพรหลายและสามารถใชไดกับเห็ดเกือบทุกชนิด เมล็ดธัญพืชท่ีสามารถ นาํ มาใชผ ลิตหัวเชอื้ เหด็ มีหลายชนิด ไดแ ก ขา วฟา ง ขา วโพด ขาวเปลือก เปนตน เสน ใยเหด็ สามารถเจริญเตบิ โตไดร วดเรว็ ในเมล็ดธญั พืชดังกลา ว แตเมลด็ ธญั พืชทน่ี ยิ มใชมากทส่ี ุด คอื เมล็ดขาวฟาง ท้ังนเ้ี นอ่ื งจากหาซ้ือ งา ย ราคาไมแ พง มปี รมิ าณธาตอุ าหารทีเ่ หมาะสม ขนาดเมลด็ พอดีเหมาะ สําหรับการเจริญของเสนใยเห็ดไดทั่วถึง และหัวเชื้อเห็ดมีลักษณะรวนดี สะดวกในการเขี่ยเช้ือลงในถุงกอนเช้ือ (ศึกษารายละเอียดไดจาก คูมือ การผลติ เห็ดหลินจือและสปอรเห็ดหลนิ จือตามแนวทางเกษตรดีทเ่ี หมาะสม กรมพฒั นาการแพทยแผนไทยและการแพทยท างเลอื ก) (3) การผลติ กอ นเชอื้ เหด็ การผลติ กอ นเชอ้ื เห็ดในอดีตจะทํา บนทอนไม เนือ่ งจากเห็ดจะยอยสลายไมเ ปน อาหาร ปจจุบนั วิธีนไ้ี มคอย เปนที่นิยม เพราะยุงยากและไมมีทอนไมมาเพาะเลี้ยงไดเหมือนในอดีต Page 7

75 จงึ ใชว สั ดทุ ี่เปน เศษพืชหลายชนดิ มาเพาะ โดยการนาํ มาใสถ ุงพลาสตกิ อัด ใหเ ปน กอนใชเ พาะเชื้อเหด็ ซึง่ เห็ดเกอื บทกุ ชนดิ สามารถเพาะเล้ยี งใหเกดิ ดอกไดจากกอ นเช้อื เหด็ ทีไ่ ดจากขี้เลอ่ื ยไมเ นอ้ื ออน เชน ไมม ะขาม ไม ยางพารา ไมฉาํ ฉา ไมมะมวง เปนตน แตในปจจุบันนิยมใชขี้เล่ือยไม ยางพารา เพราะหางา ยและมปี ริมาณเพียงพอกับความตอ งการ ในอดตี ข้ี เล่ือยไมยางพารามรี าคาไมแ พง แตในปจจุบนั มรี าคาสงู ข้ึน วสั ดุเพาะเลี้ยง และอาหารเสรมิ ท่ใี ชในการเพาะเลี้ยงเห็ดจะตองไมมีการปนเปอนของสาร เคมหี รือสารพษิ การใชน ํา้ จากแหลงนาํ้ ทีส่ ะอาดปราศจากการปนเปอนสาร เคมี สารพิษ หรอื เชือ้ จุลินทรีย มีการตรวจสอบความเปนกรด-ดาง (pH) ของนา้ํ ที่ใชซง่ึ ควรอยูระหวาง 5-8 (ศกึ ษารายละเอียดไดจาก คมู ือการ ผลิตเห็ดหลินจือและสปอรเห็ดหลินจือตามแนวทางเกษตรดีที่เหมาะสม กรมพัฒนาการแพทยแผนไทยและการแพทยทางเลอื ก) รปู ท่ี 20 กอ นเช้อื เห็ดหลนิ จอื ในโรงบม

76 (4) การเปด ดอกเห็ดในโรงเรอื น โรงเรอื นเปด ดอกมีขนาด 4 x 12 เมตร หลงั คามงุ 2 ชน้ั ชัน้ แรกมุงดวยพลาสติกใส หนา 100 ไมครอน เพ่อื ปอ งกนั ฝน ชัน้ ท่ี 2 มุงดว ยตาขา ยพรางแสง ขนาด 70% เพ่ือพราง แสง ดา นขา งโรงเรอื นบดุ ว ยพลาสติกใส หนา 100 ไมครอน และตาขา ย พรางแสงขนาด 70% ดา นหนาโรงเรือนมปี ระตูเปด-ปด ที่สะดวกตอการ ทํางาน มีหนา ตา งกระจกใสตดิ ตาย ดา นหนาโรงเรอื นสาํ หรบั มองดูการ เจรญิ เติบโตของเห็ดในโรงเรอื น โดยไมตองเปด ประตู เพ่อื ปองกนั โรค และแมลงศัตรูเห็ด ภายในโรงเรอื นประกอบดวยชนั้ วางกอ นเช้อื เหด็ แบบ เอเฟรมทําจากเหล็กกลั วาไนซ ขนาด 1.5 x 10 เมตร เพ่ือเพมิ่ ปริมาณ กอนเช้ือเห็ดและใหสะดวกในการบริหารจัดการดูแลรักษา ชนั้ วางแบบเอ เฟรมจะทําใหดอกเห็ดไดรับแสงสวางและความชื้นไดอยางทั่วถึง พ้ืน ทางเดินเทดวยคอนกรีต เพื่อใหทาํ ความสะอาดงา ย พนื้ ใตแ ผงสําหรับวาง กอ นเชื้อเหด็ เปน พ้ืนทรายและกรวดอดั แนน เพอื่ ชว ยดูดซับนํ้าและรักษา ความช้ืนภายในโรงเรอื น ภายนอกโรงเรอื นจะสรา งโครงเหลก็ ส่เี หลีย่ มมุง ดวยตาขายพรางแสงขนาด 90% ครอบทบั โรงเรอื นอกี ชัน้ หนึ่ง เพอ่ื ชว ย พรางแสงและลดอณุ หภูมิในโรงเรอื น (ศกึ ษารายละเอยี ดไดจาก คูมอื การผลติ เห็ดหลินจือและสปอรเห็ดหลินจือตามแนวทางเกษตรดีที่เหมาะสม กรม พฒั นาการแพทยแ ผนไทยและการแพทยท างเลอื ก) Page 8

77 รูปท่ี 21 ลกั ษณะโรงเรือนเปดดอกเหด็ หลินจือท่ีประกอบเสร็จแลว (5) การเก็บเกย่ี วสปอรและดอกเหด็ หลินจือ2 การเกบ็ เกย่ี วสปอรเ ห็ดหลนิ จือ เกบ็ เกย่ี วสปอรเห็ดหลินจอื เมอื่ อายเุ หด็ ไมนอ ยกวา 110 วนั โดยเร่มิ นับจากวนั ทเ่ี ริ่มหยอดเชื้อเมล็ดขา ว ฟางลงถงุ กอนเหด็ ซงึ่ เปนชว งทส่ี ปอรม ีปรมิ าณสารสําคัญสูงสุด ชว งของ การปลอ ยสปอรของดอกเห็ดจะตอ งงดการใหน ํา้ กอนครบกําหนดอายุการ เกบ็ เก่ียวประมาณ 30 วนั เพือ่ ใหมีความช้นื ในสปอรน อยทส่ี ุด และลด การสญู เสยี ของผลผลติ สปอร สปอรเ ห็ดหลินจอื ท่ปี ลอ ยออกมา สว นหน่งึ จะลองลอยอยูใ นอากาศภายในโรงเรือนเพาะเลีย้ งเห็ด แตสว นใหญจ ะตก ลงมาบนดอกเหด็ และมบี างสวนเกาะอยบู นถงุ เพาะเล้ยี งเหด็ ดังนนั้ วธิ ีที่ ใชเกบ็ เกย่ี วผลผลิตสปอร จึงตองใชว ธิ กี ารที่แตกตา งกนั ตามสถานท่ีทส่ี ปอร อยู และลกั ษณะของความยากงายในการเก็บสปอร

78 รูปที่ 22 การเกบ็ เกยี่ วสปอรเห็ดหลนิ จอื ดว ยวธิ ีตาง ๆ การเกบ็ เก่ยี วดอกเหด็ หลนิ จือ เก็บเกยี่ วดอกเหด็ หลินจอื เมือ่ ดอก เหด็ มีอายไุ มน อยกวา 110 วัน โดยนับจากวนั ทเ่ี รมิ่ หยอดเช้อื เมลด็ ขา วฟาง ลงถุงกอนเห็ด ซึ่งเปนชวงท่ีดอกเห็ดมีปริมาณสาระสําคัญสูง นอกจากนี้ เมอ่ื ดจู ากลกั ษณะของดอกเหด็ จะพบวาวงขาวทเ่ี กิดขึน้ รอบดอกเห็ดดา นบน จะหายไป และใตท อ งดอกเห็ดจะมีสีเหลืองและมีการตกสปอร ในการเก็บเกีย่ วผลผลติ จะตอ งเตรยี มวัสดอุ ุปกรณแ ละภาชนะให พรอ มสําหรบั ใชง าน โดยภาชนะท่ีใชเ กบ็ เกีย่ วผลผลิตเหด็ หลินจือตอ งมขี นาด เหมาะสม สะอาด แขง็ แรง สะดวกตอ การเก็บ การเคลอื่ นยา ย และสามารถ Page 9

79 รักษาคณุ ภาพของผลผลิตได ในการเก็บเกย่ี วผลผลติ ของเห็ดหลนิ จือจะมี ลาํ ดบั ของการเก็บเก่ยี ว คอื จะตองเก็บสปอรก อ น แลวจึงเก็บดอกเหด็ เปน อันดับสุดทาย (ศกึ ษารายละเอียดไดจาก คมู ือการผลิตเห็ดหลินจือและ สปอรเ หด็ หลนิ จือตามแนวทางเกษตรดีที่เหมาะสม กรมพัฒนาการแพทย แผนไทยและการแพทยท างเลือก) (6) 2 การปฏิบัตหิ ลงั การเกบ็ เกยี่ วผลผลิต การปฏิบัติหลงั การเก็บเก่ียวผลผลติ ประกอบดว ย การแปรรปู สปอร และดอกเหด็ หลนิ จอื และการทาํ ความสะอาดโรงเรือน การแปรรูปสปอรเห็ดหลินจือ นาํ สปอรเ หด็ หลนิ จือมาใสถ าดแลว เกลีย่ ใหมคี วามหนาไมเกิน 1 น้วิ นําไปอบในตูอบลมรอ นไฟฟาที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส และทําการกลับสปอรทุก 1 ช่ัวโมงจนไดคาความช้ืน นอยกวา 6% จึงนาํ สปอรเห็ดหลินจือท่ีอบแหงแลวไปบรรจุในภาชนะท่ี ปองกันความช้ืนในระบบสุญญากาศ ไดสปอรเห็ดหลินจือท่ียังไมกะเทาะ เปลือก หากตองการสปอรเ ห็ดหลินจอื ที่กะเทาะเปลอื ก ใหน าํ สปอรท อี่ บ แหงแลวไปกะเทาะโดยใชเ คร่อื งกะเทาะสปอรเ หด็ หลินจือจนกระทั่งเปลือก สปอรแ ตก แลว ไปบรรจใุ นภาชนะท่ปี อ งกนั ความชนื้ ในระบบสญุ ญากาศ การแปรรูปดอกเหด็ หลนิ จือ การแปรรูปดอกเหด็ หลนิ จอื ควรทํา หลังการเก็บเกยี่ วทันที โดยจะตอ งตรวจสอบและตัดแตง ดอกเห็ดใหส ะอาด เรียบรอยปราศจากส่ิงปนเปอนของเช้ือรา และขนาดและคุณภาพตามขอ กําหนดท่ีตั้งไว โดยการทําในพื้นที่หรือบริเวณที่สะอาดเพื่อปองกันการ ปนเปอ นของเชื้อจุลนิ ทรียตา ง ๆ

80 รปู ท่ี 23 การแปรรปู สปอรเ หด็ หลนิ จือท่ีไมก ะเทาะเปลือก รูปที่ 25 การนาํ สปอรท ่อี บแหงแลว ใสในภาชนะบรรจุตวั อยาง รปู ที่ 24 เครือ่ งกะเทาะสปอรเ หด็ หลนิ จอื รปู ท่ี 26 การนําภาชนะบรรจสุ ปอร ติดตัง้ กับเครอ่ื งกะเทาะสปอรเห็ดหลนิ จอื Page 10

81 รูปที่ 27 แทงบดในเครือ่ งกะเทาะ รปู ที่ 28 สปอรเ หด็ หลนิ จอื ทกี่ ะเทาะ สปอรเห็ดหลินจอื แลวในภาชนะบรรจตุ วั อยา ง นําดอกเห็ดหลินจือท่ีคัดแลวไปหั่นดวยเครื่องห่ันดอกเห็ดใหมี ความหนาประมาณ 0.25 ซม. นําดอกเห็ดหลินจือท่ีห่ันใสถาดสเตนเลส สําหรับอบ โดยไมใหดอกเห็ดหลินจือซอนทับกันมากเกินไป อบในตูอบ ลมรอนไฟฟาที่อุณหภูมิ 45 - 55 องศาเซลเซียส โดยทําการปรับอุณหภูมิ เพ่ิมขึ้นคร้ังละ 5 องศาเซลเซียส ทุก 2 ชั่วโมง พนอมกับทําการกลับดอก เห็ดหลินจือ อบดอกเห็ดใหไดคาความชื้นนอยกวา 10% จึงนําดอกเห็ด แหงไปบรรจใุ นภาชนะที่เหมาะสมตอ ไป รูปท่ี 29 ผลิตภัณฑดอกเหด็ หลินจอื หน่ั เปน ชิ้นและดอกเหด็ แหง

82 การทําความสะอาดโรงเรือน หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะตองมี การทําความสะอาดโรงเรือน โดยเก็บเศษของเห็ดจากการตัดแตงไปท้ิงใน บริเวณที่หางจากฟารมหรือโรงเรือนเพาะเลี้ยงเห็ดไมนอยกวา 100 เมตร เพื่อไมใหเปนแหลงสะสมโรค แมลง และศัตรูเห็ด หรือนําเศษเห็ดไปทํา ปุยหมัก ทําความสะอาดภาชนะเก็บเห็ด อุปกรณในการเก็บและการตัด แตง การคัดแยกเกรด และบริเวณที่ปฏิบัติงาน เพ่ือปองกันและลดความ เส่ียงที่เกิดจากศัตรูเห็ดในอนาคต หลังจากเก็บเก่ียวผลผลิตแลว จะทํา การเก็บกอนเช้ือเห็ดไปกําจัดทําลายในบริเวณภายนอกที่อยูหางจากฟารม เพาะเลีย้ งเหด็ ไมนอ ยกวา 100 เมตร หรอื นําไปทําปยุ หมักตอไป ก า ร พั ก โ ร ง เ รื อ น เ ลี้ ย ง เ ห็ ด ใ น ก า ร เ พ า ะ เ ลี้ย ง เ ห็ด ห ลิ นจื อ ก็ เหมือนกับการเพาะเล้ียงเห็ดอื่น ๆ ท่ีหลังจากเก็บผลผลิตเห็ดในรุนน้ัน แลว ก็ตองมีการพักโรงเรือนกอนที่จะทําการผลิตเห็ดในรุนตอไป ท้ังนี้ เพื่อเปนการปองกันการระบาดของโรคและแมลงศัตรูเห็ด วิธีการพัก โรงเรือนโดยทั่วไปคือ หลังจากทําการเก็บผลผลิตในรุนนั้นหมดแลว ก็รื้อ เอากอนเชื้อเห็ดท่ีไมใหผลผลิตแลวออก เพื่อนําไปทําปุยหมัก ตอจากนั้น เร่ิมข้ันตอนของการทําความสะอาด โดยทําการร้ือพลาสติกและตาขาย พรางแสงที่คลุมโรงเรือนท้ังหมดไปทําความสะอาด โดยการแชน้ํายาฆา เชื้อแลว ผ่ึงลมหรือผึง่ แดดใหแหง จัดเก็บไวในสถานท่ีทสี่ ะอาด เพ่อื รอการ นําไปใชในรุนตอไป ในสวนของโรงเรือน ทําความสะอาดโดยใชแปรงขัด เอาสปอรท่ีติดอยูตามโครงสรางโรงเรือน ช้ันวางกอนเชื้อเห็ด พ้ืนโรงเรือน Page 11

83 แลวฉีดนํ้าลางใหสะอาด เม่ือโรงเรือนแหงทําการทาสีกันสนิมโรงเรือนที่ทํา การผลิต หลังจากนั้นทําการฉีดพนนํ้ายาฆาเช้ือ กอนนําพลาสติกและตา ขายพรางแสงท่ีทําความสะอาดแลวมาคลุมไวเหมือนเดิม เพ่ือเตรียมการ นํากอนเชอ้ื เห็ดที่ทาํ การผลติ เขา ในโรงเรอื นหรือเตรยี มเปด ดอกในโรงเรือน ตอไป การพักโรงเรือนควรพักอยางนอย 1 เดือน เพื่อตัดวงจรชีวิตการ ระบาดของแมลงศัตรูเหด็ และเพือ่ ฆาเช้ือปนเปอ นท่ีมีอยูใ นโรงเรือน 5. 2 การเกบ็ รกั ษาผลผลติ (1) การเก็บรกั ษาสปอรเหด็ หลนิ จอื บรรจสุ ปอรเห็ดหลินจือใน ถุงฟอยดปด ปากถงุ ดวยเครอื่ งดูดสุญญากาศ จากนั้นบรรจุใสถุงพลาสติก หนา ขนาด 20 x 20 นิ้ว ปดปากถุงดวยสายรัดพลาสติกอยางหนาใหสนิท พรอมติดฉลากบรรจุในถุงฟอยด (ระบุน้ําหนัก สายพันธุ วันท่ีเก็บเก่ียว โรงเรือนที่ทําการเก็บเกี่ยวผลผลิต) แลวเก็บรักษาไวในหองเย็นท่ีอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส (2) การเก็บรักษาสปอรเห็ดหลินจือ บรรจุดอกเห็ดใน ถุงพลาสติกขนาด 20 x 20 นิ้ว 2 ช้ัน แลวปดปากถุงดวยสายรัดพลาสติก ใหสนทิ พรอมติดฉลาก (ระบุน้ําหนัก สายพันธุ วันที่เก็บเกี่ยว โรงเรือนที่ ทําการเก็บเกี่ยวผลผลิต) แลวเก็บรักษาไวในหองเย็นที่อุณหภูมิ 4 องศา เซลเซยี ส

84 เอกสารอางอิง 1. สาธิต ไทยทตั กลุ . การเพาะเหด็ หลินจอื . กรุงเทพฯ: บรษิ ัท ฟาอภยั จาํ กดั , 2538. 2. ลือชา วนรัตน, อาํ นาจ เดชะ, ธรี ยุทธ อินตะ เสน, บุญใจ ล่มิ ศลิ า (บรรณาธิการ). คมู ือการ ผลิตเห็ดหลินจือและสปอรเ ห็ดหลินจือตามแนวทางเกษตรดที เ่ี หมาะสม. กรุงเทพมหานคร: สํานกั งานกจิ การโรงพมิ พ องคการทหารผา นศึกในพระบรมราชูปถัมภ, 2553. 3. อานนท เอือ้ ตระกูล. การเพาะเหด็ หลนิ จือ. พิมพครั้งท่ี 2. กรงุ เทพฯ: คมชดั , 2544. Page 12

85 การพฒั นาการใชประโยชนของเห็ดหลนิ จอื ปจจุบันแนวโนมการตลาดของผูบริโภคผลิตภัณฑสุขภาพมีการ พัฒนาอยางรวดเร็วทั่วโลก ผูบริโภคใหความสําคัญกับการดูแลสุขภาพ เพื่อใหมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เห็ดหลินจือเปนสมุนไพรท่ีเปนท่ีรูจักมานาน นับสองพันป โดยใชปองกันและรักษาสารพัดโรค คนจีนยอมรับวาเห็ด หลินจือมีสรรพคุณเปนยาบํารุงรางกาย เปนยาอายุวัฒนะ และชวยเพ่ิม ประสิทธิภาพการทํางานของระบบภูมิคุมกันของรางกาย1 เภสัชตํารับของ สาธารณรัฐประชาชนจีนระบุขอบงใชของเห็ดหลินจือ คือ ใชรักษาอาการ วิงเวียนศีรษะ นอนไมหลับ หัวใจเตนเร็ว หายใจลําบาก ออนเพลีย ไอ และหอบ2 เห็ดหลินจือจัดเปนสมุนไพรที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ใหความสําคัญและสงเสริมใหมีการเพาะเลี้ยงและสงออกไปยังประเทศ เพื่อนบาน เชน ญี่ปุน สาธารณรัฐเกาหลี ไตหวัน เปนตน โดยมีมูลคาการ สง ออกปล ะหลายหมน่ื ลา นบาท3 เห็ดหลินจือนับเปน สมนุ ไพรทมี่ ีคุณสมบตั ทิ างชวี ภาพที่กวางขวาง และเปนทสี่ นใจ มีการศึกษาฤทธิท์ างเภสัชวทิ ยามากมายอยา งตอ เนื่อง โดย มีสารสาํ คัญท่อี อกฤทธ์ิ คือ สารกลุมพอลแิ ซก็ คาไรด และสารกลมุ ไทร เทอรพ นี อยด สารกลมุ พอลิแซก็ คาไรดมีฤทธต์ิ า นเน้ืองอกและมะเร็ง ปรบั ระบบภมู คิ ุม กัน ชว ยใหน อนหลบั ปองกนั การเกดิ ภาวะหวั ใจขาดเลือดไป

86 เลยี้ ง ปกปองตับ ปกปองกระเพาะอาหาร ปกปองไต ลดนํา้ ตาลในเลอื ด กาํ จดั อนุมลู อิสระ สว นสารกลุม ไทรเทอรพีนอยดมฤี ทธต์ิ า นเนื้องอกและ มะเรง็ ปกปอ งและปองกนั ตับอกั เสบ ปองกันกระดูกพรนุ ตา นจุลชีพ4 ผลการศกึ ษาในหลอดทดลองและสัตวท ดลองบงชีว้ า เหด็ หลินจอื อาจมีศกั ยภาพในการตา นมะเรง็ ดว ยกลไกท่ผี านทางระบบภูมิคมุ กนั และ อาจมศี กั ยภาพในการปองกนั มะเร็ง เพราะเห็ดหลินจือมีฤทธต์ิ านออกซเิ ดชนั และกําจัดอนุมูลอิสระ ซ่ึงในปจจุบันมีการศึกษาวิจัยคุณสมบัติดังกลาว อยา งมากในประเทศญปี่ นุ เกาหลี สาธารณรฐั ประชาชนจีน และสหรฐั อเมรกิ า อยา งไรกต็ ามยังไมพ บรายงานการศกึ ษา วจิ ยั ทางคลินิกเก่ยี วกบั คณุ สมบตั ิ ตา นมะเรง็ ของเห็ดหลินจอื การศกึ ษาทางคลินกิ ทางคลินิกดา นอื่น ๆ ยงั มี ผูป ว ยจาํ นวนนอ ย จงึ ควรศกึ ษาในกลุมผูปวยจาํ นวนมากขนึ้ และวางแผน การทดลองแบบควบคมุ (controlled trial) เพ่อื ยนื ยันผลการทดลองและ สามารถพฒั นาผลการศึกษาวจิ ยั ไปสูการใชป ระโยชนทางการแพทยไ ดอ ยาง แทจรงิ 4 แนวทางการพัฒนาเหด็ หลนิ จอื เปนผลิตภัณฑสุขภาพ มีดงั นี้ 1. ผลิตภัณฑเสริมอาหารและผลิตภัณฑยา เห็ดหลินจือมีฤทธิ์ ขยายหลอดเลือดหัวใจ ชวยใหเลือดและออกซิเจนไปเล้ียงกลามเนื้อหัวใจ ที่ขาดเลือด มีฤทธ์ิตานตับอักเสบ บํารุงสมอง และชวยใหนอนหลับ จึงใช เสริมการรักษาในผูปวยโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคความดัน Page 13

87 เลือดสูง ผูสูงอายุที่เปนโรคไขมันในเลือดสูง ฯลฯ โดยเห็ดหลินจือจะชวย เพม่ิ คณุ ภาพชีวติ ของผปู วยใหด ขี น้ึ 1 2. ผลิตภัณฑบํารุงรางกายในเด็กโต เห็ดหลินจือมีฤทธ์ิบํารุง สมอง ชวยใหรา งกายเจริญเติบโตและแขง็ แรง1 3. ผลิตภัณฑเครื่องสําอาง เห็ดหลินจือประกอบดวยสารเจอมา เนียมในปริมาณคอนขางสูง สารเจอมาเนียมมีฤทธิ์ชวยใหระบบเลือด ไหลเวียนดี ชวยใหเม็ดเลือดแดงดูดซึมออกซิเจนอยางมีประสิทธิภาพ ชว ยสรา งภมู ติ านทานของรางกาย บํารงุ รา งกาย และเปนยาอายุวฒั นะ1 ปจ จบุ นั ในประเทศไทยใชประโยชนสว นใหญจ ากเหด็ หลนิ จือในรูป สารสกดั นา้ํ รอ นดมื่ บํารงุ รางกาย หรือใชเหด็ หลนิ จือบดผงบรรจุแคปซลู หรอื ใชสารสกัดเหด็ หลนิ จือบรรจแุ คปซูลทนี่ ําเขาจากตา งประเทศ เชน สาธารณรัฐ ประชาชนจนี มีการใชใ นรปู แบบยาเม็ด ทิงเจอร และน้ําเชอ่ื ม นอกจากน้ี ยังใชส ารสกดั เห็ดหลินจอื ในผลติ ภัณฑเครื่องสําอางตาง ๆ เชน ผลติ ภัณฑ บํารงุ ผวิ แชมพูสระผม เปนตน มีการเตรียมสารสกดั เห็ดหลนิ จือมาตรฐาน (standardized extract) โดยใชก รดกาโนเดอริกเปน สารเทยี บ (marker) และมีการวิจัยและพฒั นาเทคนิคการเตรียมสารสกดั มาตรฐานเห็ดหลินจอื ในรูปไลโปโซม (liposome) เพอื่ ประโยชนทางเภสัชกรรมอกี ดวย4 สถาบันวิจัยและพัฒนา องคการเภสัชกรรม ไดดําเนินการผลิต ผลิตภัณฑเห็ดหลินจือในระดับอุตสาหกรรม โดยนําเห็ดหลินจือทั้งที่อยู ในสภาพวัตถุดิบ หรือที่ไดแปรรูปเปนผงสเปรยแหงมาผานกระบวนการ

88 ผลิตทางเภสัชกรรม โดยใชสูตรตํารับท่ีไดพัฒนาทั้งคุณภาพทางกายภาพ และเคมี มีความคงตัวดี มีคุณภาพ และอยูในรูปแบบท่ีนาใช ไดแก ผลิตภัณฑเสริมอาหาร เชน ผงสเปรยแหงของเห็ดหลินจืออัดเม็ด ผง สเปรยแหงเห็ดหลินจือชนิดละลายน้ําดื่ม ชาชงเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือ ชนิดฝานเปนแผน เครื่องดื่มเห็ดหลินจือในรูปแบบตาง ๆ เปนตน นอกจากนี้ยังไดผลิตเครื่องสําอางจากเห็ดหลินจือ เชน โลช่ันทาผิว ลปิ สตกิ นาํ้ ยาใสผ ม เปนตน 5 จากการสํารวจขอมูลการตลาดเบื้องตนพบวา เห็ดหลินจือและ สปอรเห็ดหลินจือที่มีจําหนายในทองตลาดของไทย มีรูปแบบของ ผลิตภัณฑ เชน ดอกเห็ดหลินจือ ดอกเห็ดหลินจือฝานเปนแวน หลินจือ ผง (จากดอกเห็ด) สปอรเห็ดหลินจือที่กะเทาะเปลือก สารสกัดเห็ด หลินจือ สปอรผ สมสารสกัดเหด็ หลินจอื สารสกัดกลมุ พอลิแซ็กคาไรดจาก เห็ดหลินจือ แคปซูลหลินจือผง แคปซูลสารสกัดเห็ดหลินจือ แคปซูลสาร สกัดสารกลุมพอลิแซ็กคาไรดจากเห็ดหลินจือ แคปซูลน่ิมจากนํ้ามันสปอร หลินจือ แคปซูลสปอรเห็ดหลินจือท่ีกะเทาะเปลือก แคปซูลเห็ดหลินจือ ผสมตัวยาอ่ืน ๆ ผลิตภัณฑเครื่องสําอางผสมสารสกัดเห็ดหลินจือ ผลิตภัณฑอาหารจากเห็ดหลินจือ เปนตน ผลิตภัณฑดังกลาวสวนใหญ นําเขาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซ่ึงมีราคาแตกตางกันมาก ตั้งแตหลัก พนั ถงึ หลักหมื่นบาท5 Page 14

89 กองควบคุมยา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไดมีการ ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑเห็ดหลินจือและสปอรเห็ดหลินจือท่ีมีการผลิตใน ประเทศไทย และท่ีนําเขาจากตางประเทศเพื่อจําหนายในประเทศไทย ซึ่ง สามารถสืบคนหารายละเอียดของผลิตภัณฑเห็ดหลินจือชนิดตาง ๆ ที่ ไดรับการข้ึนทะเบียนจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไดที่ www.fda.moph.go.th ทศิ ทางในการพัฒนาการผลิตเหด็ หลินจือของไทย ทั้งเพ่อื ทดแทน การนาํ เขาและเพื่อสูตลาดตางประเทศ สําหรับการผลิตผลิตภัณฑอาหาร เพื่อเสริมสุขภาพและยาสมุนไพรในรูปแบบที่เหมาะสมนั้น นาจะเหมาะ สาํ หรับการสงจําหนายไปยังประเทศกําลังพัฒนาท่ียังไมมีการกีดกันทาง การคา และมขี อกําหนดไมเขมงวดมากนัก สําหรบั การคา สปอรเ ห็ดหลินจือ ท้งั ที่กะเทาะและไมกะเทาะเปลอื กและสารสกัดเห็ดหลนิ จอื ท่มี ีการควบคุม มาตรฐานแลวกจ็ ะเปนการเพ่มิ มูลคา สนิ คาได และนา จะมโี อกาสท่ีเปด กวางมากในการสงจําหนายไปยังประเทศพัฒนาแลว ที่เปนผผู ลิตผลิตภัณฑ อาหารเพ่อื เสริมสุขภาพและเคร่อื งสาํ อางของโลก สภาพการแขงขนั และราคานั้น สนิ คาทไี่ ดคณุ ภาพตามมาตรฐานจะ มสี ว นในการเปนตวั กําหนดราคาสนิ คา แมว า ปจจบุ ันสาธารณรัฐประชาชน จนี จะยงั เปนผูสงออกรายใหญในตลาดตา งประเทศ แตเ หด็ หลินจอื ท่ีผลิต ไดในประเทศไทยน้ันพบวา ในฟารมเพาะเล้ียงบางแหงสามารถผลิตเห็ด หลินจอื ท่ีมคี ณุ ภาพไดมาตรฐานเทาเทยี มกับของนาํ เขา จากตา งประเทศ และ

90 ประเทศไทยมพี ้นื ทีอ่ ีกมากที่สามารถขยายปรมิ าณการผลติ เห็ดหลินจือที่มี คณุ ภาพไดโดยตอ งมคี วามสอดคลอ งกบั การขยายโอกาสสอดแทรกในดาน การตลาด ซง่ึ นับวา ยังมโี อกาสอยมู ากทีจ่ ะเพม่ิ ศกั ยภาพในการแขง ขนั ดาน การสงออกตอไป เอกสารอางอิง 1. Lu XM. Lingzhi (Ganoderma lucidum). Chengdu: Chengdu University of Traditional Chinese Medicine, 2009. 2. The State Pharmacopoeia Commission of P.R. China. Pharmacopoeia of the People’s Republic of China. Vol. I. English ed. Beijing: People’s Medical Publishing House, 2005. 3. อานนท เอ้อื ตระกูล. การเพาะเห็ดหลนิ จอื . พิมพครัง้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ: คมชัด, 2544. 4. ปท มา สนุ ทรศารทลู . เหด็ หลินจือ. จลุ สารขอมลู สมุนไพร 2543; 18 (1): 3-13. 5. ลอื ชา วนรัตน, อาํ นาจ เดชะ, ธีรยทุ ธ อินตะ เสน, บญุ ใจ ลมิ่ ศิลา (บรรณาธิการ). คูมอื การ ผลิตเห็ดหลินจอื และสปอรเห็ดหลินจือตามแนวทางเกษตรดที เ่ี หมาะสม. กรงุ เทพมหานคร: สํานักงานกิจการโรงพิมพ องคการทหารผา นศึกในพระบรมราชูปถมั ภ, 2553. Page 15

31 การศึกษาทางเภสัชวทิ ยาของเห็ดหลินจือ เหด็ หลนิ จอื มีฤทธท์ิ างเภสัชวทิ ยามากมาย มีรายงานวา สารสําคญั ในเห็ดหลินจือคือ สารกลุมไทรเทอรพีนอยด และสารกลุมพอลแิ ซก็ คาไรด 1. ผลตอ ระบบภูมิคมุ กนั สารสกัดเหด็ หลนิ จอื และสารประกอบน้าํ ตาลเชงิ ซอ นท่ีแยกสกัด ไดจากเหด็ หลินจือ มีผลทาํ ใหมีการสรางเซลลเ มด็ เลือดขาว ซง่ึ ทําหนาท่ี ปองกันโรคหรอื ทาํ ลายเชอ้ื โรคหรอื สิง่ แปลกปลอมท่เี ขาสรู างกายเพ่มิ มากขน้ึ และทาํ ใหระบบนีท้ ํางานไดอ ยา งมีสมรรถนะดขี ึน้ โดยมผี ลการศกึ ษาดงั นี้ (1) สารกลมุ พอลิแซ็กคาไรด ท้ังจากสว นดอกเห็ดและสปอรมี ฤทธ์กิ ระตุน ระบบภูมิคมุ กันโดยกระตุน การสรา ง splenic mononuclear cells (MNCs) และ cytokine1-5 กระตนุ การทํางานของ antigen-presenting cells, mononuclear phygocyte system, humoral immunity และ cellular immunity โดยมีกลไกกระตนุ การสราง immune precursor cells ไดแก dendritic cells and NK cells, T lymphocytes, B lymphocytes เปนตน1,6-10 สารกลุมพอลิแซ็กคาไรดท่ีประกอบดวย fucogalactan มฤี ทธิก์ ระตุน การสรา ง mouse spleen lymphocytes11 สารกลุมพอลิแซ็กคาไรดที่สกัดจากสปอรท่ีกะเทาะเปลือกมีฤทธ์ิกระตุน murine splenic lymphocytes และ peritoneal macrophages ไดดกี วา สปอรท ี่ไมไ ดก ะเทาะเปลือก12 น้าํ ตมจากสปอรท กี่ ะเทาะเปลอื ก และสว น

32 กา นเหด็ มีฤทธ์ิกระตนุ การสราง spleen lymphocytes ไดดีกวาสวนเหด็ ทัง้ กานและรม หรอื สวนรม อยางเดยี ว หรือสปอรท ไี่ มกะเทาะเปลือก13,14 สารสกดั จาก mycelium มีฤทธิก์ ระตุน ภูมคิ มุ กัน15 สารสกัดเห็ดหลินจือ ดว ยนํ้า มฤี ทธใ์ิ นการควบคุมภูมิคุม กัน ยังพบวาสว นของโปรตนี ในสาร สกัดเห็ดหลินจอื ดวยน้ํา มฤี ทธ์ใิ นการลดการสรางแอนตบิ อด้ีที่เกยี่ วขอ งกบั การแพใ นหนูทดลองได และยงั มีรายงานการทดลองในสตั วท ดลอง 3 ชนิด พบวาสารสกดั นี้มฤี ทธ์ิปองกนั หืด ปอ งกันผิวหนงั อกั เสบ และลดการทาํ ลาย ไตเนอ่ื งจาก immune complex ในหนูทดลองได นอกจากน้ยี ังมกี ารศึกษา พบวา สารสกัดเหด็ หลินจือดวยนา้ํ มผี ลกระตุน C3 complement และ reticuloendothelial system ฤทธ์เิ พ่มิ การทาํ งานของ phagocyte ลด ปฏกิ ริ ิยาตา นการปลกู ถา ยอวัยวะ ลดการตอบสนองของเซลลท่ถี ูกกระตุน ดวย mitogen ชนดิ ตา งๆ เปนผลใหล ดการหลั่งสารทางอิมมูน หรือลด การแบงตวั ของเซลล เปน ตน16 สารกลมุ พอลิแซ็กคาไรด ทไ่ี ดจ ากสารสกดั ดว ยน้าํ รอ นของสปอรเห็ดหลนิ จอื ท่ีถกู ทาํ ใหแ ตก มฤี ทธท์ิ ้ังกระตนุ ภูมคิ ุมกัน และฤทธิ์ในการยับยั้งภูมิคุมกัน โดยพบวาสวนของสารสกัดหยาบ กลุม พอลิแซ็กคาไรดจะมีฤทธ์ิกระตุนภูมิคุมกัน โดยกระตุน lymphocyte proliferation และกระตุนการสรา ง antibody ในขณะเดียวกนั ก็พบวาสาร กลแู คน บรสิ ุทธซ์ิ ่งึ เปน สารในกลมุ พอลิแซ็กคาไรดท ่ีแยกบรสิ ทุ ธ์ไิ ดจ ากสาร สกัดดวยนาํ้ รอนของสปอรของเห็ดหลินจือจะมีฤทธิ์ตรงกันขาม คือ จะมี Page 16

33 ฤทธใ์ิ นการยับยง้ั ภูมคิ ุมกัน17 สารกลมุ พอลแิ ซก็ คาไรดท ่ีสกัดจากดอกเหด็ หลนิ จือ มีฤทธ์ิในการกระตนุ ภูมคิ ุมกนั 18 (2) สารกลมุ ไทรเทอรพ ีนอยด จากสปอรม ฤี ทธิ์ anticomplement โดยจะไปยับย้งั classic pathway ใน complement system สารสาํ คญั คือ สาร ganoderic acids C และ D, และสารกลุม กรดไขมันอสิ ระ ไดแ ก oleic acid, และ cyclooctasulfur มฤี ทธ์ิยับยงั้ การหล่งั histamine จาก mast cell ของหนูทดลอง19 (3) สารกลมุ โปรตีน ที่ไดจากหลนิ จือมีฤทธ์กิ ระตนุ ภมู ิคุมกัน โดย มผี ลตอ IL-2 gene expression ใน human T cells20 และมผี ลโดยตรง ตอ monocytes และกระตนุ T cell21 ซึ่งปจจุบันไดม ีการจดสทิ ธบิ ัตรสาร นีไ้ วเพอ่ื ใชรกั ษาโรคภูมิแพ16 (4) สารสกัดเหด็ หลินจอื ที่ประกอบดวยสารกลมุ พอลแิ ซก็ คาไรด สารกลุมไทรเทอรพ ีนอยด กรดนิวคลีอิก และโปรตนี โมเลกุลเลก็ ๆ มฤี ทธิ์ กระตนุ ระบบภมู ิคมุ กันของมา 22 2. ฤทธ์ติ า นเนื้องอกและมะเรง็ สารสกัดจากเห็ดหลินจือ สารประกอบนา้ํ ตาลเชิงซอนที่แยกสกัด ไดจากเห็ดหลินจือ และกรดอินทรียใ นกลมุ ไทรเทอรพ ีนอยด และสารกลมุ พอลิแซ็กคาไรด หลายชนิดแสดงฤทธิ์ตานมะเร็งที่เดนชัด โดยพบผล การศกึ ษาเก่ียวกบั มะเรง็ ดังนี้

34 (1) สารสกดั นา้ํ และสารกลมุ พอลแิ ซก็ คาไรด สารประกอบนํา้ ตาล เชงิ ซอ นหลายชนิดโดยเฉพาะ β-D-glucan มฤี ทธ์ิตานมะเร็งทใ่ี หผลดีมาก โดยสารประกอบเชิงซอนที่แสดงฤทธิ์ตานมะเร็งนั้น จะมีนํา้ หนักโมเลกุล เรมิ่ ตนอยูร ะหวา ง 4x105 ถึง 1x106 แลวจงึ เกิดการเช่อื มโยงกับน้ําตาล หรือโปรตีน ทาํ ใหมีโมเลกลุ ใหญโตและมโี ครงสรา งที่ซับซอน16 สารสกดั นํา้ และสารกลุมพอลิแซ็กคาไรดม ฤี ทธต์ิ า นเนือ้ งอกในสตั วทดลองหลายชนิด 23,24 โดยไมมีผลทําใหเ ซลลเ กดิ การตายแบบ apoptosis แตมผี ลเหนี่ยวนํา ให macrophage หรอื T lymphocyte หลงั่ TNF-α และ IFN-γ ซงึ่ เปน สาร สื่อทีม่ ีฤทธิย์ ับยงั้ การเจรญิ เติบโตของเซลลเ น้ืองอก และเนอ่ื งจากฤทธิ์กระตุน ระบบภูมิคุมกัน24 สารกลุมพอลแิ ซก็ คาไรดมฤี ทธต์ิ านเน้อื งอก25,26 และยับย้ัง การเกาะติดของเซลลเนื้องอกกับเซลล HUVECs (human umbilical cord vascular endothelial cells) ผาน SAA (serum amyloid A) protein expression26 สารกลุมพอลิแซ็กคาไรดเพ็พไทดม ฤี ทธย์ิ บั ยั้งการ แพรกระจายของเซลลม ะเร็งปอด27,28 นํา้ ตมจากสว นเหด็ ทัง้ กา นและรม หรือเฉพาะสวนกานเห็ดและสปอรที่กะเทาะเปลือกมีฤทธิ์ตานเซลลมะเร็ง ในหนูไดดีสวนรมอยางเดียว และสปอรท่ีไมกะเทาะเปลือก13 สารกลุมพอ ลแิ ซ็กคาไรดท ส่ี กัดจากดอกเหด็ มีฤทธ์ติ านเนือ้ งอก และสามารถลดพิษจาก การใชยา cyclophosphamide ในการรกั ษาและการฉายรังสดี ว ยโคบอลท 60 ในหนูได จึงนา จะนาํ มาใชเ พอื่ เปน cancer chemopreventive ได1 8 สาร Page 17

35 กลุมพอลิแซ็กคาไรดจากเห็ดหลนิ จือมฤี ทธิ์ cytotoxicity ในการทดลอง ในหลอดทดลอง29 (2) สารสกัดแอลกอฮอล และสารกลมุ ไทรเทอรพ นี อยด มีฤทธิ์ ตานเนือ้ งอกและมะเร็ง เน่อื งจากมีฤทธเิ์ ปนพิษตอ เซลล และฤทธ์ิ anti- angiogenesis24,30 สารกลมุ lanostanoid triterpenes ทแี่ ยกไดจากสวน ดอก มฤี ทธย์ิ บั ยั้งเซลลมะเร็งของคนไดห ลายชนดิ 31,32 สาร ganoderic acid U, V, W, X, Y และ Z ทงั้ 6 ชนดิ มีฤทธ์ิในการตา นเซลลม ะเร็งที่ เกิดในตับอยา งแรง16 สาร ganoderic acid Me มฤี ทธ์ยิ บั ย้ังการกระจาย ตวั ของเซลลมะเรง็ ปอด33,34 สาร ganoderic D มฤี ทธ์ิยบั ยง้ั มะเรง็ ปาก มดลกู 35 สาร ganoderic acid A, F และ H มีฤทธิย์ บั ย้ังการแพรก ระจาย ของมะเรง็ เตานม36 สาร ganoderic acid T มีฤทธ์ิยับยงั้ เซลลมะเร็งปอด37 สารกลมุ ไทรเทอรพ นี อยดเ สริมฤทธขิ์ อง doxorubicin ในการยับยั้งเซลล มะเรง็ โดยเพิ่ม oxidative stress ทาํ ให DNA damage และเกิด apoptosis38 สาร lucidenic acids A, B, C และ N มีฤทธ์ยิ บั ยัง้ การแพรก ระจายของ เซลลม ะเรง็ 39 เห็ดหลนิ จือมีฤทธ์ติ านมะเรง็ ตอ มลูกหมาก40-42 สารสําคัญคือ สารกลุมไทรเทอรพีนอยด4 3 เหด็ หลนิ จือมฤี ทธ์ิปองกนั และยบั ยั้งเซลลม ะเร็ง เตานม44 สารสกัดแอลกอฮอลและสาร ganoderol B มฤี ทธ์ยิ ับยง้ั เซลลม ะเรง็ ตอมลกู หมาก โดยมีกลไกยับยัง้ การทาํ งานของ androgen45 ตานมะเรง็ ปอดทีด่ ื้อตอ ยา46 สารสกดั คลอโรฟอรมมีฤทธ์ติ า นเซลลมะเร็ง47 สาร nona- decanoic acid (C19:0) เปนกรดไขมันที่แยกไดจากสปอรมีฤทธ์ิตาน

36 เซลลม ะเรง็ เม็ดเลอื ดขาวชนดิ HL-60 (human promyelocytic leukemia cells)48 สารกลุม พอลิแซ็กคาไรด และสารกลมุ ไทรเทอรพนี อยดมฤี ทธิ์ตาน เซลลมะเร็งลาํ ไสใหญ49 สารสกัดแอลกอฮอลมีฤทธิ์ตานมะเร็งกระเพาะ ปสสาวะไดด กี วา สารสกัดนํ้า50 สารสกดั แอลกอฮอลจ ากสปอรมฤี ทธ์ติ า น เซลลมะเรง็ เตานม51 โดยมีฤทธเิ์ หน่ียวนําใหเกดิ apoptosis และยับยั้ง cell cycle ของเซลลม ะเรง็ 52 สารสกดั จากสปอรข องเห็ดหลนิ จือทก่ี ะเทาะ เปลอื กดว ยแอลกอฮอลพบวามีฤทธิ์ cytotoxicity โดยสารสกัดนี้จะทําให เกดิ การเปลย่ี นแปลงของการขนสง แคลเซียมจึงสงผลใหเ กดิ การเปลีย่ นแปลง cell cycle และ cellular signal transduction ของเซลลมะเรง็ 53 3. ผลตอ สมองและระบบประสาท สารสกัดเห็ดหลินจือแสดงฤทธิ์ตอระบบประสาทสวนกลางได หลายอยา ง ทสี่ ําคัญคอื ฤทธิ์สงบประสาท ชว ยใหหลบั สบายขึ้น ปอ งกัน ชกั แกปวดและแกไ อ16 สารกลมุ พอลิแซก็ คาไรดเ พ็พไทดท ่แี ยกไดจากดอก เห็ด มีผลปองกันเสนประสาทเส่ือมเน่ืองจากการขาดออกซิเจน โดยมี กลไกกระตุน การทํางานของเอนไซม manganese superoxide dismutase (Mn-SOD)54 นาํ้ ตม เห็ดหลนิ จอื 55 และนาํ้ มันจากสปอร5 6,57 มฤี ทธปิ์ กปอง เซลลประสาทเสอ่ื มทมี่ ผี ลทําใหเกิดโรค Alzheimer's สารสกัดแอลกอฮอล มีฤทธ์ิปกปอ งประสาทตาที่ถกู ทาํ ลายเนือ่ งจากโรคเบาหวานโดยยับยงั้ เอนไซม aldose reductase ทําใหก ารสะสม galactitol ลดลง58 สารสกัดเอทานอล จากสวนอกเห็ดมีฤทธิ์ปองกันเซลลประสาทเสื่อมในหนูแก59 สปอรเห็ด Page 18

37 หลินจือ ลดการเกิด neural tube defects ในหนตู ั้งทอ ง60 และมฤี ทธ์ิปกปอ ง การถูกทาํ ลายของเซลลประสาท61 สารสกัดน้ํามีฤทธชิ์ ว ยใหห นหู ลับนานขึน้ 62 4. ผลตอ หัวใจและระบบไหลเวยี นโลหิต สารสกัดเห็ดหลินจือสามารถเพมิ่ แรงบีบตัวของกลามเนื้อหวั ใจ ได โดยไมเพ่ิมอัตราการเตนของหวั ใจ นอกจากน้ี ผลการทดลองยงั ชใี้ ห เห็นวา สารสกดั เห็ดหลินจือปอ งกันการเกดิ ภาวะหวั ใจขาดเลอื ดไปเล้ียงได เนอ่ื งจากสารสกัดเหด็ หลนิ จือมฤี ทธ์ิขยายหลอดเลอื ดทไ่ี ปเล้ยี งหวั ใจ ผล การทดลองยังช้ีใหเห็นวาสารสกัดเห็ดหลินจือชวยใหระบบเลือดฝอยท่ีไป เลยี้ งหวั ใจทํางานไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพดีขน้ึ นอกจากน้ีสารสกัดเหด็ หลนิ จอื ยงั แสดงฤทธลิ์ ดความดันโลหติ ท้งั จากการทดลองในสัตวทดลองและจาก ทดลองในผูป ว ยโรคความดันสงู โดยไมมีผลตออัตราการเตนของหวั ใจ16,63,64 5. ผลตอตับ สารสกัดเห็ดหลนิ จอื และสารประกอบนาํ้ ตาลเชงิ ซอ น BN3C ที่ แยกสกัดไดจากเหด็ หลนิ จอื มีฤทธิ์ตอ ตานและปอ งกันการบาดเจบ็ ของตับ ท่ีเกิดจากสาเหตุตาง ๆ เชน สารเคมีบางชนิด เหลา เชอื้ ไวรสั โรคตบั ทง้ั ยงั มีฤทธ์ใิ นการสรางเสริมสมรรถนะของตับใหท าํ งานตามหนาที่ปกติหรอื ใหด ี ขึ้นกวาเดิม ซ่ึงผลเหลาน้ีอาจจะเก่ียวของกับการที่สารสกัดเห็ดหลินจือ หรือสารประกอบน้ําตาลเชิงซอนท่ีแยกไดจากเห็ดหลินจือ กระตุนใหเกิด การสรางโปรตีนและกรดนิวคลีอิกมากขน้ึ 16 นอกจากนี้ยงั มกี ารศึกษาสาร สกัดดวยนํา้ รอ นของเหด็ หลนิ จอื พบวามีฤทธิป์ กปอ งตบั และไต โดยมกี ลไก

38 ที่สําคัญผานฤทธ์ิ superoxide scavenging effect65 สารกลุมพอลิ แซก็ คาไรดเพพ็ ไทดม ฤี ทธ์ิปกปอ งตบั โดยมีกลไกตานออกซเิ ดชนั่ และ ฤทธิย์ ับยงั้ เอนไซม cytochrome P45033 สาร proteoglycan ท่แี ยกจาก สว น mycelia มีฤทธิป์ กปองตบั ในหน6ู 6 สารสกดั เมทานอลจากสว นดอก เหด็ มีฤทธิ์ปองกันตบั อกั เสบในหนู67 สวนสกดั ไทรเทอรพ ีนอยดมฤี ทธ์ิปกปอง และรักษาตบั อักเสบ68 สารกลมุ เพ็พไทดม ีฤทธ์ปิ กปองตบั หนู69 6. ผลตอ ไต สารสกดั ดวยน้าํ รอ นของเห็ดหลนิ จอื พบวา มีฤทธปิ์ กปอ งไต โดย มกี ลไกทสี่ ําคญั ผานฤทธิ์ superoxide scavenging effect65 สารกลมุ พอลิ แซก็ คาไรดมฤี ทธปิ์ กปอ งไตหนทู ่ีเปน เบาหวาน70 7. ผลตอกระเพาะอาหาร สวนสกดั พอลิแซก็ คาไรดมีฤทธ์ิปกปอ งกระเพาะอาหารหนู71,72 8. ผลตอ ระดบั ไขมันในเลือด สารสกัดเหด็ หลินจอื แสดงฤทธล์ิ ดไขมันในเลอื ดได โดยสามารถ ลดไดท ั้งระดบั คอเลสเตอรอลและระดบั ฟอสโฟไลปดในเลอื ด นอกจากน้ี ยังมกี ารศกึ ษาเกีย่ วกบั ผลตอ ระดับไขมันในเลือด16,73 ดังน้ี (1) สารกลมุ พอลิแซก็ คาไรด มฤี ทธลิ์ ดไขมนั ในเลือด โดยมี ผลตอ lipid metabolism ลด lipid peroxidation และฤทธิ์ตาน ออกซิเดชัน29,74 Page 19

39 (2) สารกลมุ ganoderic acids และอนุพนั ธข อง ganoderic acid มฤี ทธ์ิในการยบั ยงั้ การสงั เคราะหค อเลสเตอรอล19 โดยเฉพาะอนพุ นั ธ ของ oxygenated lanosterol ที่ไดจากเห็ดหลินจือ75-79 สารกลุม 26- oxygenosterols มฤี ทธิ์ลดระดบั คอเลสเตอรอล17,80 9. ผลตอ ระดบั นํ้าตาลในเลอื ด สารสกดั น้ํามฤี ทธิล์ ดนาํ้ ตาลในเลือดหนทู ่เี ปนเบาหวาน โดยมี ผลยับยัง้ hepatic PEPCK gene expression81 สปอรเห็ดหลนื จอื สวน สกดั พอลิแซ็กคาไรดมฤี ทธ์ิลดน้ําตาลในเลอื ดหนู82 10. ฤทธิ์ตา นออกซิเดชัน สารสกดั แอลกอฮอลม ฤี ทธ์ิตา นออกซเิ ดชนั ชว ยชะลอความ ชรา โดยมกี ลไกตอ Krebs cycle dehydrogenases และ mitochondrial electron transport chain complex IV สารสกัดจากสปอรมีฤทธิ์ยบั ยัง้ การ ถูกทาํ ลายของเน้อื เย่อื อัณฑะหนูที่เปน เบาหวาน โดยมีกลไกตานออกซเิ ดชนั กระตนุ การทํางานของเอนไซม mitochondrial succinate dehydrogenase (SDH)83 สารกลุมพอลิแซ็กคาไรดเพพ็ ไทดม ฤี ทธิต์ านออกซเิ ดชันในหลอด ทดลอง84 และสตั วทดลอง85 สารสกัดท่ีละลายนํ้ามฤี ทธติ์ านออกซเิ ดชนั แต สารสกดั ที่ไมละลายนาํ้ มีฤทธิ์ตรงขาม14 11. ฤทธต์ิ า นการอักเสบ สารกลุมไทรเทอรพีนอยด สเตียรอยด และสารสกัดพอลิ แซก็ คาไรดมฤี ทธ์ติ า นการอักเสบ86,87

40 12. ฤทธิป์ อ งกนั กระดกู พรนุ สารสกดั แอลกอฮอล และสาร ganoderic acid DM มฤี ทธิ์ ปองกันกระดกู พรนุ ในหนทู ี่ตัดมดลูก88 13. ฤทธิต์ านจุลชีพ สาร ganoderic acid มฤี ทธิไ์ วรสั ตับอักเสบบี89 สาร laccase มฤี ทธิ์ยับยง้ั เชื้อไวรัสเอดสโดยยบั ยั้งเอนไซม HIV-1 reverse transcriptase90 สาร proteoglycan มีฤทธต์ิ า นเชอื้ เริม91 14. ฤทธติ์ า นการอาเจียน สารสกัดเห็ดหลินจอื มีฤทธิ์ตานการอาเจยี นในหนู92 เอกสารอา งองิ 1. นพมาศ สุนทรเจรญิ นนท. รายงานการวจิ ัยการวิเคราะหคุณภาพทางเคมีของดอกและ สปอรเ หด็ หลินจือ. คณะเภสชั ศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล, 2552. 2. Lin ZB, Zhang HN. Anti-tumor and immunoregulatory activities of Ganoderma lucidum and its possible mechanisms. Acta Pharmacol Sin 2004; 25 (11): 1387-95. 3. Nonaka Y, Shibata H, Nakai M, Kurihara H, Ishibashi H, Kiso Y, Tanaka T, Yamaguchi H, Abe S. Anti-tumor activities of the antlered form of Ganoderma lucidum in allogeneic and syngeneic tumor-bearing mice. Biosci Biotechnol Biochem 2006; 70(9): 2028-34. 4. Zhu XL, Chen AF, Lin ZB. Ganoderma lucidum polysaccharides enhance the function of immunological effector cells in immunosuppressed mice. J Ethnopharmacol 2007; 111(2): 219-26. Page 20

41 5. Ma C, Guan SH, Yang M, Liu X, Guo DA. Differential protein expression in mouse splenic mononuclear cells treated with polysaccharides from spores of Ganoderma lucidum. Phytomedicine 2008; 15(4): 268-76. 6. Bao X, Zhen Y, Ruan L, Fang J. Characterization, and modification of T lymphocyte-stimulating polysaccharides from spores of Ganoderma lucidum. Chem Pharm Bull 2002; 50(5): 623-9. 7. Lin YL, Liang YC, Lee SS, Chiang BL. Polysaccharide purified from Ganoderma lucidum induced activation and maturation of human monocyte- derived dendritic cells by the NF- kappaB and p38 mitogen-activated protein kinase pathways. J Leukoc Biol 2005; 78(2): 533-43. 8. Lin YL, Lee SS, Hou SM, Chiang BL. Polysaccharide purified from Ganoderma lucidum induces gene expression changes in human dendritic cells and promotes T helper 1 immune response in BALB/c mice. Mol Pharmacol 2006; 70(2): 637-44. 9. Chan WK, Law HK, Lin ZB, Lau YL, Chan GC. Response of human dendritic cells to different immunomodulatory polysaccharides derived from mushroom and barley. Int Immunol 2007; 19(7): 891-9. 10. Chan WK, Cheung CC, Law HK, Lau YL, Chan GC. Ganoderma lucidum polysaccharides can induce human monocytic leukemia cells into dendritic cells with immuno-stimulatory function. J Hematol Oncol 2008; 1: 9. 11. Ye L, Zhang J, Zhou K, Yang Y, Zhou S, Jia W, Hao R, Pan Y. Purification, NMR study and immunostimulating property of a fucogalactan from the fruiting bodies of Ganoderma lucidum. Planta Med. 2008 Nov;74(14):1730-4. 12. Wang PY, Wang SZ, Lin SQ, Lin ZB. Comparison of the immunomodulatory effects of spore polysaccharides and broken spore polysaccharides isolated from

42 Ganoderma lucidum on murine splenic lymphocytes and peritoneal macrophages in vitro. Beijing Da Xue Xue Bao 2005; 37(6): 569-74. 13. Yue GG, Fung KP, Leung PC, Lau CB. Comparative studies on the immunomodulatory and antitumor activities of the different parts of fruiting body of Ganoderma lucidum and Ganoderma spores. Phytother Res 2008; 22(10): 1282-91. 14. Yuen JW, Gohel MD. The dual roles of Ganoderma antioxidants on urothelial cell DNA under carcinogenic attack. J Ethno-pharmacol 2008; 118(2): 324-30. 15. Chan WK, Lam DT, Law HK, Wong WT, Koo MW, Lau AS, Lau YL, Chan GC. Ganoderma lucidum mycelium and spore extracts as natural adjuvants for immunotherapy. J Altern Complement Med 2005; 11(6): 1047-57. 16. ชยนั ต พิเชียรสนุ ทร. เหด็ หลินจือกับฤทธิ์ทางเภสชั วิทยา. ใน: การประชุมวิชาการ วทิ ยาศาสตรสุขภาพ; คร้ังท่ี 15. 17 กรกฎาคม 2540; หอ งประชุมอาคารกลาง อาคารรวม วิจัยและบณั ฑติ ศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม. เชียงใหม: สถาบนั ; 2540. 17. Berger A, Rein D, Kratky E, Monnard I, Hajjaj H, Meirim I, Piguet-Welsch C, Hauser J, Mace K, Niederberger P. Cholesterol-lowering properties of Ganoderma lucidum in vitro, ex vivo, and in hamsters and minipigs. Lipids Health Dis 2004; 3(1): 2. 18. Shieh YH, Liu CF, Huang YK, Yang JY, Wu IL, Lin CH, Li SC. Evaluation of the hepatic and renal-protective effects of Ganoderma lucidum in mice. Am J Chinese Med 2001; 29(3-4): 501-7. 19. Campbell NA, Reece JB. Biology. 6th ed. San Francisco: Benjamin Cummings, 2002. 20. Hsu HY, Hua KF, Wu WC, Hsu J, Weng ST, Lin TL, Liu CY, Hseu RS, Huang CT. Reishi immuno-modulation protein induces interleukin-2 expression via protein kinase-dependent signaling pathways within human T cells. J Cell Physiol 2008; 215(1): 15-26. Page 21

43 21. Jeurink PV, Noguera CL, Savelkoul HF, Wichers HJ. Immunomo-dulatory capacity of fungal proteins on the cytokine production of human peripheral blood mononuclear cells. Int Immunopharmacol 2008; 8(8): 1124-33. 22. Lai SW, Lin JH, Lai SS, Wu YL. Influence of Ganoderma lucidum on blood biochemistry and immunocompetence in horses. Am J Chin Med 2004; 32(6): 931-40. 23. Cheng KC, Huang HC, Chen JH, Hsu JW, Cheng HC, Ou CH, Yang WB, Chen ST, Wong CH, Juan HF. Ganoderma lucidum polysaccharides in human monocytic leukemia cells: from gene expression to network construction. BMC Genomics 2007; 8: 411. 24. Lin ZB, Zhang HN. Anti-tumor and immunoregulatory activities of Ganoderma lucidum and its possible mechanisms. Acta Pharmacol Sin 2004; 25 (11): 1387-95. 25. Gao Y, Gao H, Chan E, Tang W, Xu A, Yang H, Huang M, Lan J, Li X, Duan W, Xu C, Zhou S. Antitumor activity and underlying mechanisms of ganopoly, the refined polysaccharides extracted from Ganoderma lucidum, in mice. Immunol Invest 2005; 34(2): 171-98. 26. Li YB, Wang R, Wu HL, Li YH, Zhong LJ, Yu HM, Li XJ. Serum amyloid A mediates the inhibitory effect of Ganoderma lucidum polysaccharides on tumor cell adhesion to endothelial cells. Oncol Rep 2008; 20(3): 549-56. 27. Cao QZ, Lin SQ, Wang SZ, Lin ZB. Effect of Ganoderma lucidum polysaccharides peptide on invasion of human lung carcinoma cells in vitro. Beijing Da Xue Xue Bao 2007; 39(6): 653-6. 28. Cao QZ, Lin ZB. Ganoderma lucidum polysaccharides peptide inhibits the growth of vascular endothelial cell and the induction of VEGF in human lung cancer cell. Life Sci 2006; 78(13): 1457-63.

44 29. Carmen WH, Xin D. Chromatographic and electrophoretic methods of Lingzhi pharmacologically active compound. J Chromatogr B 2004; 8(12): 241-57. 30. Komoda Y, Shimizu M, Sato Y. Ganoderic acid and its derivatives as cholesterol synthesis inhibitors. Chem Pharm Bull 1989; 37(2): 531-3. 31. Akihisa T, Nakamura Y, Tagata M, Tokuda H, Yasukawa K, Uchiyama E, Suzuki T, Kimura Y. Anti-inflammatory and anti-tumor-promoting effects of triterpene acids and sterols from the fungus Ganoderma lucidum. Chem Biodivers 2007; 4(2): 224-31. 32. Guan SH, Xia JM, Yang M, Wang XM, Liu X, Guo DA. Cytotoxic lanostanoid triterpenes from Ganoderma lucidum. J Asian Nat Prod Res 2008; 10(7-8): 705-10. 33. Wang G, Zhao J, Liu J, Huang Y, Zhong JJ, Tang W. Enhancement of IL-2 and IFN-gamma expression and NK cells activity involved in the anti-tumor effect of ganoderic acid Me in vivo. Int Immunopharmacol 2007; 7(6): 864-70. 34. Chen NH, Liu JW, Zhong JJ. Ganoderic acid Me inhibits tumor invasion through down-regulating matrix metalloproteinases 2/9 gene expression. J Pharmacol Sci 2008; 108(2): 212-6. 35. Yue QX, Cao ZW, Guan SH, Liu XH, Tao L, Wu WY, Li YX, Yang PY, Liu X, Guo DA. Proteomic characterization of the cytotoxic mechanism of ganoderic acid D and computer automated estimation of the possible drug-target network. Mol Cell Proteomics 2008; 7(5): 949-61. 36. Jiang J, Grieb B, Thyagarajan A, Sliva D. Ganoderic acids suppress growth and invasive behavior of breast cancer cells by modulating AP-1 and NF-kappaB signaling. Int J Mol Med 2008; 21(5): 577-84. 37. Tang W, Liu JW, Zhao WM, Wei DZ, Zhong JJ. Ganoderic acid T from Ganoderma lucidum mycelia induces mitochondria mediated apoptosis in lung cancer cells. Life Sci 2006; 80(3): 205-11. Page 22

45 38. Yue QX, Xie FB, Guan SH, Ma C, Yang M, Jiang BH, Liu X, Guo DA. Interaction of Ganoderma triterpenes with doxorubicin and proteomic characterization of the possible molecular targets of Ganoderma triterpenes. Cancer Sci 2008; 99(7): 1461-70. 39. Weng CJ, Chau CF, Hsieh YS, Yang SF, Yen GC. Lucidenic acid inhibits PMA-induced invasion of human hepatoma cells through inactivating MAPK/ERK signal transduction pathway and reducing binding activities of NF- kappaB and AP-1. Carcinogenesis 2008; 29(1): 147-56. 40. Mahajna J, Dotan N, Zaidman BZ, Petrova RD, Wasser SP. Pharmacological values of medicinal mushrooms for prostate cancer therapy: the case of Ganoderma lucidum. Nutr Cancer 2009; 61(1): 16-26. 41. Zaidman BZ, Wasser SP, Nevo E, Mahajna J. Androgen receptor-dependent and -independent mechanisms mediate Ganoderma lucidum activities in LNCaP prostate cancer cells. Int J Oncol 2007; 31(4): 959-67. 42. Zaidman BZ, Wasser SP, Nevo E, Mahajna J. Coprinus comatus and Ganoderma lucidum interfere with androgen receptor function in LNCaP prostate cancer cells. Mol Biol Rep 2007; Mar 13. 43. Liu J, Kurashiki K, Shimizu K, Kondo R. Structure-activity relationship for inhibition of 5alpha-reductase by triterpenoids isolated from Ganoderma lucidum. Bioorg Med Chem 2006; 14(24): 8654-60. 44. Jiang J, Slivova V, Sliva D. Ganoderma lucidum inhibits proliferation of human breast cancer cells by down-regulation of estrogen receptor and NF- kappaB signaling. Int J Oncol 2006; 29(3): 695-703. 45. Liu J, Shimizu K, Konishi F, Kumamoto S, Kondo R. The anti-androgen effect of ganoderol B isolated from the fruiting body of Ganoderma lucidum. Bioorg Med Chem 2007; 15(14): 4966-72.

46 46. Sadava D, Still DW, Mudry RR, Kane SE. Effect of Ganoderma on drug- sensitive and multidrug-resistant small-cell lung carcinoma cells. Cancer Lett 2009; Jan 31. 47. Wang DH, Weng XC. Antitumor activity of extracts of Ganoderma lucidum and their protective effects on damaged HL-7702 cells induced by radiotherapy and chemotherapy. Zhongguo Zhong Yao Za Zhi 2006; 31(19): 1618-22. 48. Fukuzawa M, Yamaguchi R, Hide I, Chen Z, Hirai Y, Sugimoto A, Yasuhara T, Nakata Y. Possible involvement of long chain fatty acids in the spores of Ganoderma lucidum (Reishi Houshi) to its anti-tumor activity. Biol Pharm Bull 2008; 31(10): 1933-7. 49. Xie JT, Wang CZ, Wicks S, Yin JJ, Kong J, Li J, Li YC, Yuan CS. Ganoderma lucidum extract inhibits proliferation of SW 480 human colorectal cancer cells. Exp Oncol 2006; 28(1): 25-9. 50. Lu QY, Jin YS, Zhang Q, Zhang Z, Heber D, Go VL, Li FP, Rao JY. Ganoderma lucidum extracts inhibit growth and induce actin polymerization in bladder cancer cells in vitro. Cancer Lett. 2004; 216(1): 9-20. 51. Lu QY, Sartippour MR, Brooks MN, Zhang Q, Hardy M, Go VL, Li FP, Heber D. Ganoderma lucidum spore extract inhibits endothelial and breast cancer cells in vitro. Oncol Rep 2004; 12(3): 659-62. 52. Jie L, Kenji K, Kuniyoshi S, Ryuichiro K. Structure-activity relationship for inhibition of 5α-reductase by triterpenoids isolated from Ganoderma lucidum. Bioorg Med Chem 2006; 14: 8654-60. 53. Zhu HS, Yang XL, Wang LB, Zhao DX, Chen L. Effects of extracts from sporoderm-broken spores of Ganoderma lucidum on HeLa cells. Cell Biol Toxicol 2000; 16(3): 201-6. Page 23

47 54. Zhao HB, Lin SQ, Liu JH, Lin ZB. Polysaccharide extract isolated from Ganoderma lucidum protects rat cerebral cortical neurons from hypoxia/reoxygenation injury. J Pharmacol Sci 2004; 95: 294-8. 55. Lai CS, Yu MS, Yuen WH, So KF, Zee SY, Chang RC. Antagonizing beta- amyloid peptide neurotoxicity of the anti-aging fungus Ganoderma lucidum. Brain Res 2008; 1190: 215-24. 56. Zhu WW, Liu ZL, Xu HW, Chu WZ, Ye QY, Xie AM, Chen L, Li JR. Effect of the oil from Ganoderma lucidum spores on pathological changes in the substantia nigra and behaviors of MPTP-treated mice. Di Yi Jun Yi Da Xue Xue Bao 2005; 25(6): 667-71. 57. Chen LW, Wang YQ, Wei LC, Shi M, Chan YS. Chinese herbs and herbal extracts for neuroprotection of dopaminergic neurons and potential therapeutic treatment of Parkinson's disease. CNS Neurol Disord Drug Targets 2007; 6(4): 273-81. 58. Fatmawati S, Kurashiki K, Takeno S, Kim YU, Shimizu K, Sato M, Imaizumi K, Takahashi K, Kamiya S, Kaneko S, Kondo R. The inhibitory effect on aldose reductase by an extract of Ganoderma lucidum. Phytother Res 2009; 23(1): 28-32. 59. Ajith TA, Sudheesh NP, Roshny D, Abishek G, Janardhanan KK. Effect of Ganoderma lucidum on the activities of mitochondrial dehydrogenases and complex I and II of electron transport chain in the brain of aged rats. Exp Gerontol 2008; Nov 13. 60. Zhang W, Zeng YS, Xiong Y, Chen SJ, Zhong ZQ. Pre-administration of Ganoderma lucidum spore reduces incidence of neural tube defects induced by retinoic acid in pregnant mice. Zhong Xi Yi Jie He Xue Bao 2006 Jul;4(4):368- 73.

48 61. Zhang W, Zeng YS, Wang Y, Liu W, Cheng JJ, Chen SJ. Primary study on proteomics about Ganoderma lucidium spores promoting survival and axon regeneration of injured spinal motor neurons in rats. Zhong Xi Yi Jie He Xue Bao 2006; 4(3): 298-302. 62. Chu QP, Wang LE, Cui XY, Fu HZ, Lin ZB, Lin SQ, Zhang YH. Extract of Ganoderma lucidum potentiates pentobarbital-induced sleep via a GABAergic mechanism. Pharmacol Biochem Behav 2007; 86(4): 693-8. 63. Wong KL, Chao HH, Chan P, Chang LP, Liu CF. Antioxidant activity of Ganoderma lucidum in acute ethanol-induced heart toxicity. Phytother Res. 2004 Dec;18(12):1024-6. 64. Lasukova TV, Arbuzov AG, Maslov LN, Burkova VN. Ganoderma lucidum extract in cardiac diastolic dysfunction and irreversible cardiomyocytic damage in ischemia and reperfusion of the isolated heart. Patol Fiziol Eksp Ter 2008; (1): 22-5. 65. Sliva D, Labarrere C, Slivova V, Sedlak M, Lloyd FP, Ho NWY. Ganoderma lucidum suppresses motility of highly invasive breast and prostate cancer cells. Biochem Biophysical Res Co 2002; 298(4): 603-12. 66. Yang XJ, Liu J, Ye LB, Yang F, Ye L, Gao JR, Wu ZH. In vitro and in vivo protective effects of proteoglycan isolated from mycelia of Ganoderma lucidum on carbon tetrachloride-induced liver injury. World J Gastroenterol 2006; 12(9): 1379-85. 67. Lakshmi B, Ajith TA, Jose N, Janardhanan KK. Antimutagenic activity of methanolic extract of Ganoderma lucidum and its effect on hepatic damage caused by benzo[a]pyrene. J Ethnopharmacol 2006; 107(2): 297-303. 68. Wang GJ, Huang YJ, Chen DH, Lin YL. Ganoderma lucidum extract attenuates the proliferation of hepatic stellate cells by blocking the PDGF receptor. Phytother Res 2008; Dec 23. Page 24

49 69. Shi Y, Sun J, He H, Guo H, Zhang S. Hepatoprotective effects of Ganoderma lucidum peptides against D-galactosamine-induced liver injury in mice. J Ethnopharmacol 2008; 117(3): 415-9. 70. He CY, Li WD, Guo SX, Lin SQ, Lin ZB. Effect of poly-saccharides from Ganoderma lucidum on streptozotocin-induced diabetic nephropathy in mice. J Asian Nat Prod Res 2006; 8(8): 705-11. 71. Gao Y, Zhou S, Wen J, Huang M, Xu A. Mechanism of the antiulcerogenic effect of Ganoderma lucidum polysaccharides on indomethacin-induced lesions in the rat. Life Sci 2002; 72(6): 731-45. 72. Gao Y, Tang W, Gao H, Chan E, Lan J, Zhou S. Ganoderma lucidum polysaccharide fractions accelerate healing of acetic acid-induced ulcers in rats. J Med Food 2004; 7(4): 417-21. 73. Byung SM, Jiang JG, Masao H, Hyeong KL, Young HK. Anticomplement activity of terpenoids from the spores of Ganoderma lucidum. Planta Med 2001; 67: 811-4. 74. Chen WQ, Luo SH, Ll HZ, Yang H. Effects of Ganoderma lucidum polysaccharides on serum lipids and lipoperoxidation in experimental hyperlipidemic rats. Zhongguo Zhong Yao Za Zhi 2005; 30(17): 1358-60. 75. Hu H, Ahn NS, Yang X, Lee YS, Kang KS. Ganoderma lucidum extract induces cell cycle arrest and apoptosis in MCF-7 human breast cancer cell. Int J Cancer 2002; 102(3): 250-3. 76. Morisaki M, Sonoda Y, Makino T, Ogihara N, Ikekawa N, Sato Y. Inhibitory effect of 15-oxygenated sterols on cholesterol synthesis from 24,25- dihydrolanosterol. J Biochem 1986; 99(2): 597-600. 77. Pang X, Chen Z, Gao X, Liu W, Slavin M, Yao W, Yu LL. Potential of a novel polysaccharide preparation (GLPP) from Anhui-Grown Ganoderma lucidum in tumor treatment and immunostimulation. J Food Sci 2007; 72: S435-S442.