Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดสารเสพติดจากงานนิติเวชฯ 2562

โครงการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดสารเสพติดจากงานนิติเวชฯ 2562

Published by patawee.prin, 2022-07-21 04:06:50

Description: โครงการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดสารเสพติดจากงานนิติเวชฯ 2562

Search

Read the Text Version

ก คำนำ รัฐบาลได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพติดของประเทศอย่างจริงจัง โดยมี แผนปฏบิ ตั ิการแก้ไขปัญหาสารเสพติดท่ัวประเทศ เพ่อื ควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดใหล้ ดลง มีมาตรการลด ท้ังด้านอุปสงค์และอุปทาน และมีนโยบายในการลดการผลิตและการนาเข้าจากบริเวณชายแดน ในการติดตาม ประเมินผลความสาเร็จของแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสารเสพติดนั้น จาเป็นต้องมีระบบการติดตามท่ีครอบคลุม พน้ื ท่ที วั่ ประเทศและมีหลกั ฐานทางดา้ นวทิ ยาศาสตรส์ นบั สนนุ การตรวจพิสูจนส์ ารเสพติดในร่างกายผเู้ สยี ชีวิตโดย ผิดธรรมชาติ เป็นวิธีการหน่ึงที่อาศัยองค์ความรู้ทางด้านนิติเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ในการสนับสนุนการ ดาเนินงานการแก้ไขปัญหาสารเสพติดของประเทศได้โดยไม่ต้องมีการลงทุนเพ่ิมมากข้ึน ทั้งนี้เป็นการนาข้อมูลที่ ตอ้ งดาเนนิ การในภารกิจประจาวนั ของแตล่ ะหน่วยงานดา้ นนติ ิเวชศาสตร์/นติ วิ ทิ ยาศาสตร์มาพฒั นามาตรฐานและ วิเคราะห์ร่วมกัน ทาให้สามารถสะท้อนภาพการแพร่ระบาดการใช้สารเสพติดของประเทศ ที่อาศัย ผลตรวจทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ความสาเร็จของการใช้ผลการตรวจดา้ นนติ เิ วชศาสตร/์ นิติวทิ ยาศาสตร์ มาสนับสนนุ การแก้ปัญหาสารเสพติดของประเทศน้ัน อาศัยนโยบายท่ีชัดเจนของรัฐบาลและหน่วยงานที่เก่ียวข้องและการ ทางานร่วมกันของเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/ นิติวิทยาศาสตร์ ท่ีได้มีการพัฒนาการทางานร่วมกันซึง่ ทางสานักยุทธศาสตร์ สานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด (สานกั งาน ป.ป.ส.) ไดเ้ ลง็ เหน็ ถึงความสาคัญของการเฝา้ ระวังสารเสพติดโดยใชห้ ลกั ฐานทาง นิติเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ จึงได้จัดทารายงานโครงการประเมินการแพร่ระบาดสารเสพติดจากการตรวจใน ผู้เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ พ.ศ. 2550 – 2562 ข้ึน เพ่ือใช้ประโยชน์ในการศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้ม สถานการณ์การแพร่ระบาดสารเสพติดในประเทศไทย ในโอกาสนี้ เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทาง นิติเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ขอขอบคุณสานักงาน ป.ป.ส. บุคคลหลายท่านและสถาบันในเครือข่ายเฝ้าระวัง ปญั หาสารเสพติดฯ ทุกสถาบันที่ได้ใหค้ วามร่วมมือด้วยดีตลอดมาและเจา้ หน้าทท่ี เี่ กย่ี วขอ้ งทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ เมษายน 2563 เครอื ข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชวี วัตถทุ างนติ ิเวชศาสตร์/นติ ิวิทยาศาสตร์

ข กิตติกรรมประกำศ รายงานโครงการประเมินการแพร่ระบาดสารเสพติดจากการตรวจในผู้เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติ พ.ศ. 2550 – 2562 ฉบับน้ี สาเร็จได้ด้วยความอนเุ คราะห์ของบุคคลหลายท่าน ซ่ึงไม่อาจจะนามากล่าวได้ทงั้ หมด อันดับแรกที่เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/ นิติวิทยาศาสตร์ใคร่ขอกราบขอบพระคุณคือ กองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้ให้ทุนสนับสนุนใน โครงการประเมินการแพร่ระบาดสารเสพติดจากการตรวจในผ้เู สยี ชีวิตโดยผิดธรรมชาติ และขอกราบขอบพระคุณ สานักยุทธศาสตร์ สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สานักงาน ป.ป.ส.) และ ศ.ดร.นพ. พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่ีให้ความรู้ คาแนะนาตรวจทาน และแก้ไข ขอ้ บกพรอ่ งต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใสท่ ุกข้นั ตอน เพอ่ื ให้การเขียนรายงานโครงการประเมนิ การแพรร่ ะบาดสารเสพ ติดฯ ฉบับน้ีมีความสมบูรณ์ นอกจากนี้เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดฯ ขอกราบขอบพระคุณ ผศ.นพ.ดร. อภินันท์ อร่ามรัตน์ ผอ. ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ ผศ.นพ.วิศาล วรสุวรรณรักษ์ แพทย์ประจาหน่วย นติ ิเวช ภาควิชาพยาธวิ ิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล พล.ต.ต. พรชัย สุ ธีรคุณ รองแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตารวจ พ.ต.ท.สุพจน์ นาคเงินทอง อดีตผู้อานวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่จากสานักงานยุทธศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สานักงาน ป.ป.ส. ทุก ท่านที่ได้ให้คาปรึกษาแนะนาในการค้นคว้าข้อมูล ให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดฯ ใคร่กราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสงู ไว้ ณ โอกาสนี้ เครอื ข่ายเฝา้ ระวงั ปญั หาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพตดิ จากชีววตั ถทุ างนติ ิเวชศาสตร/์ นติ ิวิทยาศาสตร์

สำรบัญ ค คานา หน้ำ กติ ติกรรมประกาศ สารบัญ ก บทสรปุ สาหรบั ผบู้ รหิ าร ข บทที่ 1 ค บทนา จ บทที่ 2 1 วตั ถุประสงค์ 1 บทท่ี 3 5 วิธีการดาเนนิ งาน 5 7 ข้อมลู และแหล่งท่ีมาของข้อมูล 7 การจัดการและการตรวจสอบข้อมลู 7 ขอบเขตการศึกษา 10 3.3.1 รูปแบบและประชากรท่ีใช้ศึกษา 11 3.3.2 เกณฑ์การคดั เลอื กข้อมลู เขา้ สู่การวเิ คราะห์และจุดยตุ ิของการศกึ ษา 11 3.3.3 ตัวแปรทใ่ี ช้ในการศกึ ษา 11 ข้ันตอนดาเนินการวจิ ยั 13 การวเิ คราะห์ทางสถิติ 15 บทที่ 4 15 ผลการดาเนินงาน 17 4.1 ผลการนาเขา้ ข้อมลู 17 4.2 คณุ ลักษณะทว่ั ไปของผ้เู สยี ชีวติ ท่ไี ดร้ ับการพจิ ารณาส่งตรวจสารเสพตดิ 17 4.3 คุณลกั ษณะท่ัวไปของผเู้ สียชีวิตทีถ่ ูกสง่ ตรวจสารเสพตดิ จาแนกตามชนิดสารเสพติด 22 4.3.1 เมทแอมเฟตามนี 30 4.3.2 ยากล่อมประสาท 30 4.3.3 กญั ชา 37 4.3.4 สารกลุม่ โอปเิ อตส์ 44 4.3.5 พชื กระทอ่ ม 51 58

4.4 แนวโนม้ การตรวจพบสารเสพตดิ ง 4.4.1 แนวโนม้ การตรวจพบสารเสพติดจาแนกตามคุณลกั ษณะของผเู้ สยี ชีวติ 4.4.2 แนวโนม้ การตรวจพบสารเสพตดิ จาแนกพน้ื ทเ่ี กดิ เหตุ 65 4.4.3 แนวโนม้ การตรวจพบสารเสพตดิ จาแนกสาเหตุการเสยี ชวี ติ 65 4.4.4 แนวโน้มการตรวจพบสารเสพติดจาแนกพฤติการณ์การเสยี ชวี ติ 72 4.4.5 แนวโนม้ การตรวจพบสารเสพติดของผเู้ สยี ชีวิตชาวไทย 81 4.4.6 แนวโน้มการตรวจพบสารเสพตดิ ของผ้เู สยี ชวี ติ ชาวตา่ งชาติ 91 100 4.5 ความเส่ียงสมั พัทธข์ องสาเหตุการเสียชีวติ ที่ตรวจพบสารเสพติดแตล่ ะชนิด 102 4.6 สารเสพตดิ ทใ่ี ชร้ ่วมกัน 104 4.7 คณุ ลักษณะของผ้เู สียชีวติ เน่ืองจากได้รบั สารเสพตดิ เกนิ ขนาด (Overdose) 112 บทที่ 5 118 สรปุ ผลและอภปิ รายผลการศึกษา 123 ภาคผนวก 123 ภาคผนวก ก 128 ภาคผนวก ข 129 133

จ บทสรุปสำหรับผบู้ ริหำร การติดตามข้อมูลยาเสพติดจากการตรวจทางด้านนิติเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการท่ีมีความ น่าเช่ือถือมาก เน่ืองจากมีผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งยืนยันชนิดของสารเสพติดที่ตรวจพบ ข้อมูลด้าน นิติเวชศาสตร์นี้เป็นข้อมูลจากการศึกษาจากผู้ที่เสียชีวิตผิดธรรมชาติที่ต้ องได้รับการตรวจชันสูตรพลิกศพตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ซ่ึงได้แก่ ศพที่ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อ่ืนที่ทาให้ตาย ถูกสัตว์ทา รา้ ย ตายโดยอบุ ัติเหตุ หรือตายโดยมปิ รากฏเหตุ ในแต่ละปีทม่ี ีผู้เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติท่ีมีการรายงานในระบบ ของสถาบันที่มีแพทย์นิติเวชประมาณ 20,000 รายทั่วประเทศ ซ่ึงตามกฎหมายพนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์ นิติเวชหรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีอานาจในการตรวจชันสูตรพลิกศพ และหากสงสัยว่าการเสียชีวิตผิดธรรมชาติน้ันอาจ เก่ียวข้องกับสารเสพติด ก็สามารถตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดในผู้เสียชีวิตนั้น ๆ ได้ โดยสามารถตรวจจากสารคัด หล่ังต่าง ๆ ในศพได้หลายทาง เช่น เลือด ปัสสาวะ สารในกระเพาะอาหาร น้าในลูกตา รวมถึงเส้นผมและ ของเหลวทุกชนิดจากศพ ประเทศไทยมีแพทย์นิติเวชกระจายอยู่ในหลายสถาบันทั่วประเทศ ทั้งหน่วยงานของมหาวิทยาลัย สานักงานตารวจแหง่ ชาติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และโรงพยาบาลสงั กัดกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานเหล่าน้ี มีการตรวจชนั สตู รพลิกศพ และตรวจสารพษิ หรือสารเสพตดิ จากศพทัง้ สน้ิ หากสามารถนาข้อมลู ผลการตรวจสาร เสพติดจากหลายสถาบันท่ัวประเทศไทยมาวิเคราะห์ร่วมกัน จะเป็นประโยชน์อย่างมากท่ีจะแสดงให้เห็นถึง ภาพรวมของสถานการณ์การแพร่ระบาดของสารเสพติด และแนวโน้มของการใช้ยาเสพติดในประเทศไทย ซ่ึงผล ที่ได้จากการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากที่จะนามาซึ่งแผนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดต่อไปใน อนาคต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา หน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้านนิติเวชศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์ได้ร่วมกัน จัดตั้ง “เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/นิติ วิทยาศาสตร์” ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 35 หน่วยงาน (จากทั้งหมด 44 หน่วยงานที่มีศักยภาพ) ท่ีเข้าร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังฯ โดยแบ่งเป็นหน่วยงานสังกัดส่วนกลางและมหาวิทยาลัยท้ังหมดจานวน 12 หน่วยงาน และ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสขุ จานวน 23 หนว่ ยงาน (จากท้งั หมด 32 หน่วยงาน) เพือ่ ดาเนนิ การตดิ ตาม การตรวจพบสารเสพติดในผู้ทีเ่ สยี ชวี ิตผิดธรรมชาติ โดยมีสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพ ติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้สนับสนุนหลัก รวมถึงได้มีการพัฒนาฐานข้อมูลร่วมกัน บันทึกข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต และมี ระบบเชื่อมโยงที่ทาให้มีการใช้ทรัพยากรเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์ร่วมกัน เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดจาก ศักยภาพของเครื่องมือ งบประมาณ และกาลังคนท่ีมีอยู่ในแต่ละหน่วยงานเพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาสาคัญของ ประเทศ ผลการดาเนินงานต้ังแต่ปี พ.ศ. 2550 – 2562 พบว่ามีจานวนผู้เสียชีวิตท่ีบันทึกในระบบฐานข้อมูล โดย เครือข่ายเฝ้าระวังฯ ทั้งหมด 214,972 ราย และได้รับการพิจารณาส่งตรวจสารเสพติด แอลกอฮอล์ สารอ่ืน ๆ หรือ การตรวจคดั กรอง (screening) ทงั้ สิ้น 126,740 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 59 โดยตรวจพบสารเสพตดิ อยา่ งน้อย 1 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 10 โดยในปี พ.ศ. 2562 มีการส่งตรวจสารเสพติดเพิ่มมากข้ึนเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2561 คดิ เป็นรอ้ ยละ 22 อย่างไรก็ตามการรายงานการตรวจพบสารเสพติดไม่ได้มจี านวนเพิ่มข้ึน ซ่งึ ถือว่าเป็นแนวโน้ม ทดี่ แี ละสะท้อนใหเ้ ห็นถงึ ศักยภาพ ความพรอ้ มและประสิทธภิ าพในการส่งตรวจของเครือข่ายท่ีมากขน้ึ เมอื่ พจิ ารณาการส่งตรวจและการตรวจพบสารเสพติดในชว่ งอายตุ ่าง ๆ พบแนวโน้มทสี่ ูงขึน้ อย่างต่อเน่ือง ในกลุ่มผู้ท่ีมีอายุตั้งแต่ 40 ปีข้ึนไป จึงสะท้อนให้เห็นว่ามีการใช้สารเสพติดทั้งในกลุ่มวัยรุ่นและวัยกลางคน นอกจากน้ี ในปี พ.ศ. 2562 พบการส่งตรวจและตรวจพบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิด เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาชีพ เกษตรกรและข้าราชการ ขณะท่ีในกลุ่มอาชีพรบั จ้างกลับตรวจพบสารเสพติดลดลง เมือ่ เทียบกับปี 2561

ฉ เม่ือพิจารณาเชิงพ้ืนที่ พบว่าในกรุงเทพมหานครมีการส่งตรวจและตรวจพบสารเสพติดมากขึ้น ในปี พ.ศ. 2562 และมีแนวโนม้ การตรวจพบพืชกระท่อมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะท่พี ้ืนทีภ่ าคกลางมีการตรวจพบเมทแอม เฟตามีนและยากล่อมประสาทลดลง และเมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้ง 13 ปี สาเหตุการเสียชีวิตด้วยเหตุไม่พึง ประสงค์ พบว่า กลุ่มที่ตรวจพบพืชกระท่อมมีความเส่ียงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สูงกว่าเม่ือเทียบกับกลุ่มท่ี ตรวจไม่พบพืชกระท่อม ขณะที่ในปี พ.ศ. 2562 มีการส่งตรวจและตรวจพบกัญชาเพิ่มขึ้น เม่ือเทียบกับปี พ.ศ. 2561 และจากข้อมูลทง้ั 13 ปี พบว่า กลุ่มท่ีตรวจพบกญั ชามีความเส่ียงต่อการเสยี ชวี ิตจากอุบัตเิ หตแุ ละจากความ รุนแรง สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ตรวจไม่พบกัญชา จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคหรือการเสพ กัญชาท่ีเพิม่ ขึ้น อาจเปน็ หนงึ่ ในปจั จัยทีม่ ีสว่ นในการนาไปสูค่ วามสญู เสียและการเกิดความรนุ แรงในสังคม เมื่อพิจารณาข้อมูลในกลุ่มชาวต่างชาติของปี พ.ศ. 2562 พบการใช้ยากล่อมประสาทและสารในกลุ่มโอปิ เอตส์เพิ่มข้ึน และมีการตรวจพบสารเสพติดมากข้ึนในกลุ่มชาวยุโรป แม้ว่าจานวนการส่งตรวจสารเสพติดในกลุ่ม ชาวยุโรปจะลดลง เมอ่ื พจิ ารณาการใช้สารเสพตดิ เกินขนาด ในช่วงปี พ.ศ.2550 – 2562 พบมากในพน้ื ท่ีภาคเหนือ และกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 38 และร้อยละ 29 ตามลาดับ โดยสารเสพติดที่ตรวจพบส่วนใหญ่ คือสาร กลุ่มโอปิเอตส์และเมทแอมเฟตามีน ในกลุ่มชาวไทยและชาวยุโรป กลุ่มอายุ 30-49 ปี คิดเป็นร้อยละ 59 นอกจากน้ี จากข้อมูลท้ัง 13 ปี พบว่ามีการใช้สารเสพติดร่วมกันสูงสุดถึง 4 ชนิด ซ่ึงสารเสพติดท่ีใช้ร่วมกันมาก ทส่ี ดุ คือ เมทแอมเฟตามีนและยากล่อมประสาท โดยสรุป การเฝ้าระวังสารเสพติดโดยการตรวจคัดกรองจากผู้ที่เสียชีวิตโดยผดิ ธรรมชาติสามารถประเมิน สถานการณ์ของสารเสพติดได้ดีในระดับหนึง่ เน่ืองจากถือได้ว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวอาจเป็นตัวแทนของประชากรใน ประเทศไทยได้ และมีตัวอย่างจานวนมาก ทุกเพศ ทุกวัย และกระจายท่ัวประเทศไทย นอกจากนี้การตรวจด้วย เครื่องมือทางนิติเวชและนิติวิทยาศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือที่มีความทันสมัยและน่าเชื่อถือสูง จึงสามารถนาข้อมูล ท้ังหมดนี้มาวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ความชุกของสารเสพติด เพ่ือเป็นข้อมูลสนับสนุนในการวางนโยบาย เก่ยี วกับการป้องกันและปราบปรามสารเสพตดิ ของประเทศต่อไป ข้อเสนอแนะ 1. การทใี่ นปี พ.ศ. 2562 มตี รวจพบกญั ชาเพ่ิมขน้ึ และพบแนวโน้มการใช้พชื กระท่อมเพ่มิ ขึ้น เม่อื เทียบกับปี พ.ศ. 2561 ส่วนหน่ึงอาจเป็นผลเน่ืองมาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของประชาชนเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนเชิง นโยบายของรฐั บาล ทีป่ ลดล็อคให้กัญชาสามารถนามาใช้อย่างถูกกฎหมายในการวิจัยทางการแพทยเ์ พ่ือช่วยใน การรักษาโรคบางโรค และอาจนาไปสู่การพัฒนาการปลูกเชิงพาณิชย์ ในขณะท่ีพืชกระท่อมยังอยู่ระหว่างการ พจิ ารณาทางกฎหมาย 2. การตรวจพบสารเสพตดิ มากขนึ้ ในกลมุ่ ชาวยโุ รป แมว้ า่ จานวนการสง่ ตรวจสารเสพติดในกลุ่มชาวยุโรปจะลดลง ช้ีให้เห็นถึงความสาคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลของชาวต่างชาติที่เข้ามาเสียชีวิตในประเทศไทยโดยละเอียด ซึ่ง อาจเช่ือมโยงกับฐานข้อมูลการเข้า – ออกประเทศ วัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ เพ่ือนาไปสู่ความเข้าใจใน สถานการณ์ของคนกลุม่ น้ี และเปน็ การเฝา้ ระวังการนาสารเสพตดิ ชนิดใหม่เขา้ มาในประเทศไทย

ช 3. จากขอ้ มลู จะเห็นได้ว่า มกี ารใช้เมทแอมเฟตามีนเป็นสารหลักในกลุ่มผู้ใชส้ ารเสพติดเกนิ ขนาด โดยจงั หวดั ท่ีพบ สารเสพติดเกินขนาด 2 ปีติดต่อกัน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวดั นนทบุรี แม้ว่าจานวนท่ีพบจะไม่เพิ่มขึน้ แต่ควรมกี ารเฝ้าระวังในพน้ื ทด่ี ังกล่าวเปน็ พเิ ศษ 4. เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร/์ นิติวิทยาศาสตร์ นี้ ไดด้ าเนนิ การวิเคราะห์ข้อมลู มาตลอด 13 ปี โดยได้รบั การสนับสนุนอย่างดยี ่ิงจาก ป.ป.ส. และเมอ่ื เวลาผ่าน ไปมากข้นึ จะยิ่งเหน็ ความชดั เจนของทิศทางของปัญหายาเสพติดมากขึน้ ด้วย จงึ ควรใหม้ กี ารสนบั สนุนเครือข่าย นเ้ี ปน็ โครงการตอ่ เนอื่ งต่อไป

1 บทท่ี 1 บทนำ นโยบายการแก้ไขเพื่อเอาชนะสารเสพติดเป็นนโยบายท่ีสาคัญของรัฐบาลทุกสมัย รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ กาหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพติดของประเทศไว้อย่างจริงจัง เพ่ือลดทั้งด้านอุปาทาน และอุปสงค์ ตลอดจนควบคุมการผลิตและการนาเข้าจากเขตชายแดน ควบคุมสารต้ังต้นสาหรับการผลิตสารเสพติด ในการประเมินผลการแก้ไขปัญหามีได้หลายวิธี ตั้งแต่การประเมินผลการจับกุม ประเมินผลการบาบัดรักษา หรือ ประเมินผลจากการสมุ่ สารวจ เปน็ ตน้ อยา่ งไรกต็ าม การประเมินผลทอ่ี าศัยการตรวจหาสารเสพติดโดยอาศัยเครื่องมือ การตรวจวิเคราะห์ท่ีทาให้ทราบชนิดของสาร ในกลุ่มประชากรร่วมกับข้อมูลทางด้านระบาดวิทยา จะเป็นการ ประเมินผลการแพร่ระบาดและสถานการณ์ปัญหาสารเสพติดท่ีเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างดี และเป็น เครอื่ งมอื หน่งึ ในการตดิ ตามประเมินผลการแก้ปัญหาสารเสพตดิ โดยรวมของประเทศได้ การสุ่มตรวจสารเสพติดจากประชากรทั่วไปเป็นสิ่งท่ีค่อนข้างซับซ้อนและต้องอาศัยงบ ประมาณจานวนมาก ขณะที่กฎหมายได้กาหนดให้การเสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติต้องทาการตรวจชันสูตรพลิกศพ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการ ชันสูตรพลิกศพในสถาบันท่ีมีแพทย์นิติเวชและหน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์กว่า 20,000 ราย ข้อมูลเหล่านี้เมื่อนามา รวมกัน จะเป็นตัวแทนของประเทศได้ระดับหน่ึง และหากมีการติดตามข้อมูลเหล่านี้อย่างต่อเนื่องตามช่วงเวลา ก็จะ เป็นการติดตามประเมนิ สถานการณ์สารเสพติด ตามมิตเิ วลา หน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุ ในด้านนิติเวชศาสตร์ และนิติวิทยาศาสตร์ของ ประเทศ อนั ได้แก่ สถาบันนิตเิ วชวิทยา โรงพยาบาลตารวจ ภาควิชานติ เิ วชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ หน่วยนิติเวชศาสตร์ สังกัดโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมกันสร้างเครือข่ายเพื่อ รวบรวมขอ้ มลู ผลการตรวจพบสารเสพติดในผทู้ เี่ สยี ชีวติ ท่ตี ้องทาการชันสูตรพลิกศพ โดยได้ต้ังช่ือว่า เครือข่ายเฝ้าระวัง ปัญหาสารเสพติดจากชีววัตถุ ชีววัตถุท่ีสามารถนามาตรวจสารเสพติดได้ คือ เลือด ปัสสาวะ น้าลาย เส้นผม เส้นขน และอื่น ๆ ให้มีมาตรฐาน และนาข้อมูลและผลการตรวจวิเคราะห์ทางวทิ ยาศาสตร์นมี้ าศึกษาร่วมกัน เพื่อเป็นการเฝ้า ระวังสารเสพติดของประเทศ และจะเป็นการสะท้อนภาพสถานการณ์ปัญหาสารเสพติดระดับประเทศโดยรวมและ ระดับภูมิภาคได้ ปัจจุบันนี้ เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/ นิติวิทยาศาสตร์ได้มีการประชุมพัฒนาแนวทางการเก็บข้อมูลและการรายงานผลการตรวจพบสารเสพติด จากชีววัตถุ โดยได้ทาการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550 เป็นต้นมา มีการบันทึกผลการตรวจพบสารเสพติดจากผู้ท่ีเสียชีวิต ซ่ึง ข้อมูลดังกล่าวน้ีได้ถูกนามาวิเคราะห์ และถูกนามาใช้ประโยชน์ในการประเมินการระบาดของสารเสพติด ซ่ึงเป็น ส่วนหน่งึ ของแผนการเฝา้ ระวงั สารเสพติดของรฐั บาล ในปงี บประมาณ 2562 น้ี รัฐบาลได้ดาเนนิ มาตรการแก้ไขปัญหา

2 สารเสพติดเพิ่มขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ด้านการจับกุมมีความรุนแรงมากข้ึน ทางศูนย์วิชาการสารเสพติด ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ – สานักยุทธศาสตร์ สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สานักงาน ป.ป.ส.) ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทาง นิติเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ โดยการสนับสนุนของสานักงาน ป.ป.ส. จึงได้ดาเนินการนาข้อมูลผลการตรวจ สารเสพติดทางชีววัตถุในผู้เสียชีวิตต้ังแต่ปี พ.ศ. 2550 – 2562 นี้มาทาการวิเคราะห์ร่วมกัน เพ่ือเป็นตัวช้ีวัดติดตาม ประเมนิ สถานการณก์ ารแพร่ระบาดสารเสพติดของประเทศ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 กาหนดไว้ว่าในกรณีที่มีการตายโดยผิดธรรมชาติ ได้แก่ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นทาให้ตาย ถูกสัตว์ทาร้ายตาย ตายโดยอุบัติเหตุ หรือตายโดยยังมิปรากฏเหตุให้มีการชันสตู ร พลกิ ศพ ผ้ทู ่มี อี านาจในการชนั สตู รพลกิ ศพฝา่ ยแพทย์นั้น กฎหมายกาหนดไว้ตามลาดับดงั นี้ 1. แพทย์ทางนติ ิเวชศาสตร์ หรอื 2. แพทย์ประจาโรงพยาบาลของรัฐ หรือ 3. แพทย์ประจาสานักงานสาธารณสุขจังหวัด หรอื 4. แพทย์ประจาโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมท่ีข้ึนทะเบียนเป็นแพทย์ อาสาสมัครตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสขุ การชันสูตรโดยแพทย์นิติเวช สามารถตรวจพิสูจน์ศพได้โดยระเอียดและสามารถเก็บชีววัตถุเพ่ือการตรวจ พิสูจนไ์ ด้ ปัจจุบนั มีแพทย์นิติเวชกระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ตามคณะแพทยศาสตรใ์ นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นอกเหนอื จากคณะแพทยศาสตร์ในกรุงเทพ สถานบนั นติ ิเวชวทิ ยา โรงพยาบาลตารวจ และสถาบันนติ ิวทิ ยาศาสตร์ นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีแพทย์นิติเวชปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไปอีกหลาย แห่ง เมื่อพิจารณาจากการกระจายของแพทย์นติ เิ วชที่มีอยู่ในจงั หวัดต่าง ๆ แลว้ ครอบคลมุ พน้ื ทหี่ ลัก ๆ ของประเทศได้ คือท้ังเขตกรุงเทพและปริมณฑล ภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ในแต่ ละปีแพทย์นิติเวชเหล่านี้ต้องรับผิดชอบการตรวจพิสูจน์ผู้เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติกว่า 20,000 ราย ซึ่งหากพิจารณา บนสมมตุ ฐิ านวา่ การตายโดยผิดธรรมชาติเปน็ การตายที่มไิ ดเ้ จาะจงเฉพาะกลุ่มหรือบุคคลใดเปน็ การเฉพาะ ผู้ทต่ี ายผิด ธรรมชาติมีช่วงอายุตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยชรา มีทุกสาขาอาชีพ และมีท้ังเพศชายและเพศหญิง ดังนั้นผู้ท่ีตายโดยผิด ธรรมชาติในแตล่ ะปกี ถ็ ือเป็นประชากรไปโดยปรยิ าย ในการชันสูตรพลิกศพโดยแพทย์นิติเวชน้ัน จะมีการเก็บชีววัตถุได้แก่ เลือด ปัสสาวะ เนื้อเยื่อ เส้นผม หรือ เส้นขนแลว้ แต่กรณี เพือ่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ และในหลายสถาบนั จะทาการตรวจหาสารเสพติดในรายท่ีสงสัย หรืออาจตรวจทุกรายที่เป็นแนวปฏบิ ตั ิของหนว่ ยงานนัน้ ๆ ขอ้ มูลผลการตรวจพบสารเสพติดในชวี วตั ถุของผู้ทีเ่ สียชีวิต โดยผิดธรรมชาติเหล่าน้ี ถือเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สาคัญ และเน่ืองจากเก็บตรวจจากผู้เสียชีวิตที่กระจายตาม เมืองหลัก ๆ ของประเทศ ก็จะเป็นการสะท้อนสถานการณ์ปัญหาโดยรวมของประเทศได้อีกวิธีหนึ่ง และหากสามารถ นาข้อมูลตัวแปรอ่ืน ๆ มาสังเคราะห์รวมกัน ก็จะได้ทราบถึงข้อมูลด้านระบาดวิทยา หากมีการนาเข้าข้อมูลอย่าง ต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาการสังเคราะห์แบบปัจจุบัน (real time) ก็จะทาให้ระบบน้ีสามารถติดตามประเมินผล สถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมของประเทศได้อยา่ งต่อเนื่อง

3 การประเมินผลเพอ่ื ติดตามการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดสารเสพติดโดยรวม เปน็ การประเมนิ ปจั จยั แตล่ ะด้าน คอื 1. ปจั จัยดา้ นอปุ ทาน (supply side) 2. ปัจจยั ดา้ นอปุ สงค์ (demand side) 3. ปัจจยั ด้านตวั ยาทีแ่ พรร่ ะบาด หรอื ยาใหม่ (substances) 4. ปจั จัยด้านพ้นื ท่ี (area base) การประเมินผลจากการตรวจชีววตั ถใุ นงานนิติเวชศาสตร์ / นิตวิ ทิ ยาศาสตร์นี้ เปน็ การตรวจพบสารเสพติดใน ร่างกาย หากตรวจพบแสดงว่ามีการเสพสารเสพติดดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นการประเมินปัจจัยด้านอุปสงค์ (demand) ของการแก้ปัญหาสารเสพติด และหากมีการวิเคราะห์ข้อมูลประชากรที่ศึกษาว่าเป็นกลุ่มใดท่ีใช้สารเสพติดและเป็น สารเสพตดิ ตวั ใด อยใู่ นพืน้ ที่อาศยั หรือพน้ื ท่เี กิดเหตุใด ก็จะสะทอ้ นปัจจัยด้านพ้ืนท่ีรว่ มด้วย และในการตรวจวิเคราะห์ มาตรฐาน จะชว่ ยยืนยันตวั ยาและอาจตรวจพบยาใหม่ ซึง่ จะเป็นการประเมินถงึ ปจั จัยดา้ นตัวยาได้

4

5 บทท่ี 2 วัตถุประสงค์ รายงานโครงการประเมนิ การแพรร่ ะบาดสารเสพติดจากการตรวจในผูเ้ สียชวี ติ โดยผดิ ธรรมชาติ พ.ศ. 2550 - 2562 จัดทาขึ้นเพ่ือใช้ประโยชน์ในการศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดสารเสพติดในประเทศ ไทย โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ ดงั นี้ 1. ตดิ ตามประเมนิ ผลปัญหาการแพรร่ ะบาดสารเสพตดิ ตั้งแต่ พ.ศ. 2550 ถงึ พ.ศ. 2562 จากการตรวจสอบ สารเสพติดในผู้เสยี ชีวิตทีไ่ ดร้ ับการตรวจชันสูตรพลกิ ศพโดยแพทยน์ ติ ิเวช 2. นาผลการประเมินการแพร่ระบาดสารเสพติดมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลของสานักงาน ป.ป.ส. เพื่อ นามาใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลพื้นฐานในการสรา้ งนโยบายเพอ่ื ป้องกันและปราบปรามสารเสพติดตอ่ ไป 3. เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทางานระหว่างสานักงาน ป.ป.ส. กับหน่วยงานท่ีมีแพทย์นิติเวช ในการดาเนินการเพื่อเฝ้าระวงั ปญั หาสารเสพตดิ 4. สร้างฐานข้อมูลสารเสพติด (drug database) สาหรับอ้างอิงในการสร้างนโยบายและประเมินนโยบาย ต่อไป

6

7 บทท่ี 3 วธิ กี ำรดำเนนิ งำน ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา “เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุ ทางนิตเิ วชศาสตร/์ นิติวิทยาศาสตร์” ได้ดาเนนิ การตดิ ตามการตรวจพบสารเสพติดในผูท้ เี่ สียชีวติ ผิดธรรมชาติ ทาการ พัฒนาฐานข้อมูลร่วมกัน บันทึกข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต และมีระบบเชื่อมโยงท่ีทาให้มีการใช้ทรัพยากรเครื่องมือใน การตรวจวิเคราะห์ร่วมกัน ในการรายงานผลการดาเนินงาน โครงการประเมินการแพร่ระบาดสารเสพติดจากการ ตรวจในผเู้ สยี ชีวติ โดยผดิ ธรรมชาติ โดยมรี ายละเอียดการดาเนินงาน ดังตอ่ ไปน้ี ขอ้ มลู และแหลง่ ทมี่ ำของข้อมูล เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/ นิติวิทยาศาสตร์โดยการสนับสนุนของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับศูนย์วิชาการสารเสพติด ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสานักยุทธศาสตร์ สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สานักงาน ป.ป.ส.) ดาเนินการนาข้อมูลผลการตรวจสารเสพติดทางชีววัตถุในผู้เสียชีวิต ในโครงการเป็นเวลากว่า 13 ปี ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2550 – 2562 จากสถาบันในเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติด ฯ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 35 หน่วยงานท่ัวประเทศ ดังแสดงในตารางท่ี 3.1.1 และ ภาพท่ี 3.1.1 ตำรำงท่ี 3.1.1 รายช่ือสถาบันทเ่ี ขา้ ร่วมในเครอื ขา่ ยเฝ้าระวงั ปัญหาสารเสพตดิ ฯ ลำดับท่ี หน่วยงำนสว่ นกลำงและมหำวทิ ยำลัย 1 สถาบนั นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตารวจ 2 สถาบันนติ ิวทิ ยาศาสตร์ 3 โรงพยาบาลรามาธิบดี 4 คณะแพทยศาสตร์ศริ ริ าชพยาบาล 5 จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั 6 มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ 7 มหาวิทยาลัยขอนแกน่ 8 มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 9 วิทยาลยั แพทยศาสตร์กรงุ เทพมหานครและวชิรพยาบาล 10 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 11 มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ 12 มหาวิทยาลยั นเรศวร

8 ลำดบั ที่ โรงพยำบำลสังกดั สป.สธ. 1 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 2 โรงพยาบาลนครพิงค์ 3 โรงพยาบาลพะเยา 4 โรงพยาบาลแพร่ 5 โรงพยาบาลลาปาง 6 โรงพยาบาลลาพนู 7 โรงพยาบาลพุทธชินราช 8 โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ 9 โรงพยาบาลราชบุรี 10 โรงพยาบาลนครปฐม 11 โรงพยาบาลพระจอมเกล้า 12 โรงพยาบาลชลบุรี 13 โรงพยาบาลพระปกเกลา้ 14 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 15 โรงพยาบาลสุรนิ ทร์ 16 โรงพยาบาลสรรพสทิ ธปิ ระสงค์ 17 โรงพยาบาลสรุ าษฎร์ธานี 18 โรงพยาบาลหาดใหญ่ 19 โรงพยาบาลระยอง 20 โรงพยาบาลมหาราชนครศรธี รรมราช 21 โรงพยาบาลสงขลา 22 โรงพยาบาลชัยภูมิ 23 โรงพยาบาลบรุ ีรมั ย์

9 ภำพที่ 3.1.1 หนว่ ยงานที่มีแพทย์หน่วยนิตเิ วชฯ

10 กำรจดั กำรและกำรตรวจสอบขอ้ มลู ข้อมูลสาหรบั การวิเคราะห์ถกู รวบรวมจากระบบบนั ทึกข้อมูลการตรวจสารเสพตดิ จากชวี วตั ถุในผเู้ สยี ชีวิต (http://forensic.nccd.go.th) ทบี่ นั ทกึ โดยเครือข่ายเฝ้าระวงั ปัญหาสารเสพตดิ จากการตรวจหาสารเสพติดจาก ชวี วัตถทุ างนิตเิ วชศาสตร/์ นิตวิ ทิ ยาศาสตร์ระหวา่ งปี พ.ศ. 2550 – 2562 โดยขอ้ มูลดังกล่าวจะมกี ารตรวจสอบซา้ และ พิจารณาเปน็ ขอ้ มลู สญู หายในกรณีท่ีมีความผิดปกตแิ ทจ้ ริง เชน่ อายนุ อ้ ยกวา่ 1 ปี หรือมากกว่า 99 ปี ดงั แสดงในภาพ ที่ 3.2.1 ข้อมูลจากสถาบันที่เขา้ ร่วมในเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพตดิ จากการตรวจหาสารเสพตดิ จากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/นติ ิวทิ ยาศาสตร์ ท่ีรวบรวมจากระบบบนั ทึกข้อมูลการตรวจสารเสพตดิ จากชีววัตถใุ นผ้เู สียชีวิต (http://forensic.nccd.go.th) ระหวา่ งปี พ.ศ. 2550 – 2562 (สนิ้ สุดการนาเข้าขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 7 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2563) ตรวจสอบข้อมลู ผิดปกติ จดั การข้อมูลผิดปกติ ขอ้ มลู สาหรับการวิเคราะห์ ภำพท่ี 3.2.1 กระบวนการจดั การและการตรวจสอบข้อมูลผิดปกติ

11 ขอบเขตกำรศกึ ษำ 3.3.1 รูปแบบและประชำกรที่ใช้ศึกษำ รูปแบบของการศึกษา (study design) การศึกษาเชิงสังเกต คร้ังนี้มีรูปแบบเป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง (cross-sectional study) เพื่อระบุถึง ขนาด ความรุนแรงของปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพติดของประเทศ ผลการศึกษานาไปใช้อธิบายสถานการณ์ ความรุนแรงปัญหาสารเสพติดได้ว่าเกิดอะไรข้ึน เกิดกับใคร ที่ไหน เมื่อไร และมากน้อยเพียงใด ทาให้ทราบถึงการ กระจายของปัญหาสารเสพติด เกิดข้ึนในสถานที่ (place) กลุ่มประชากร (person) และเวลาใด (time) เพื่อทาความ เข้าใจลักษณะของปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพตดิ ประชากรท่ีใชศ้ กึ ษา (study population) กล่มุ ประชากรที่ใชศ้ กึ ษา คอื ศพท่ีถูกสง่ ตรวจชีววตั ถุ ต้งั แต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2550 ถึง 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2562 ประชำกร (population) ประชากรทีเ่ สยี ชีวิตโดยผิดธรรมชาติ ประชำกรเปำ้ หมำย (target population) ผเู้ สยี ชวี ิตที่ตายผดิ ธรรมชาตแิ ละถกู ส่งตรวจทส่ี ถาบนั ในเครือขา่ ย เฝา้ ระวังปญั หาสารเสพติดฯ กรอบคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กาหนด (eligibility criteria) ของแต่ละสถาบัน ในเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดฯ ประชำกรทใ่ี ชศ้ ึกษำ (study population) ศพท่ีถูกส่งตรวจชีววัตถุ ภำพที่ 3.3.1 ประชากรท่ีใชศ้ ึกษา (study population) 3.3.2 เกณฑ์กำรคดั เลือกข้อมลู เขำ้ สูก่ ำรวเิ ครำะหแ์ ละจดุ ยุติของกำรศกึ ษำ จากข้อมูลทั้งหมดท่ีส่งตรวจสารเสพติด (มีผลการตรวจสารเสพติด สารอื่น ๆ แอลกอฮอล์ หรือการตรวจคัด กรอง) เพ่ือระบุถึงขนาด ความรุนแรงของปัญหาการแพร่ระบาดของสารเสพติดของประเทศ การศึกษาครั้งน้ี จึงได้ กาหนดเกณฑ์การคดั เลือกข้อมลู เขา้ สกู่ ารวิเคราะห์ และเกณฑ์การคัดออกจากการวเิ คราะห์เปน็ ดังน้ี

12 เกณฑ์การคดั เลือกข้อมูลเข้าสู่การวเิ คราะห์ ตรวจพบสารเสพติด (positive) ทส่ี นใจอยา่ งน้อย 1 ชนิด ไดแ้ ก่ 1) กลมุ่ เมทแอมเฟตามนี (Metamphetamine) 2) ยากล่อมประสาท (Benzodiazepines) 3) กลุ่มโอปเิ อตส์* (Opiates ได้แก่ เฮโรอีน มอรฟ์ ีน 6-MAM และโคเดอนี ) 4) พชื กระทอ่ ม 5) กญั ชา 6) ยาเค 7) โคเคน 8) ยาอี * หมายเหตุ (1) สาหรับสารเสพติดในกลุ่มโอปิเอตส์ ได้แก่ เฮโรอีน มอร์ฟีน 6-MAM และโคเดอีน หากส่ง ตรวจหรือตรวจพบสารใดสารหน่ึง จะถูกพิจารณาถือว่าเป็นการสง่ ตรวจหรอื ตรวจพบสารเสพติด กลุ่มโอปเิ อตส์ (2) 6-MAM คือ 6-monoacetylmorphine เป็นสารเมตาบอไลท์ (metabolite) ของเฮโรอีน จะตรวจพบในรา่ งกายเมอื่ มีการเสพเฮโรอนี เท่านัน้ เกณฑ์การคดั ออกจากการวิเคราะห์ - ตรวจไม่พบสารเสพตดิ ทส่ี นใจ แตม่ ีผลการตรวจแอลกอฮอล์ สารอน่ื ๆ หรือการตรวจคดั กรอง - ตรวจไม่พบสารเสพตดิ ที่สนใจ และไม่มผี ลการตรวจแอลกอฮอล์ สารอืน่ ๆ หรือการตรวจคัดกรอง จุดยุตขิ องกำรศกึ ษำ คือ การตรวจพบสารเสพติดที่สนใจ อย่างนอ้ ย 1 ชนดิ

13 3.3.3 ตวั แปรทใ่ี ชใ้ นกำรศกึ ษำ กาหนดตัวแปรทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา ได้แก่ 1) จานวนศพท่ีแตล่ ะสถาบนั ได้รบั เข้ามาเพ่อื ทาการตรวจพิสจู น์ 2) เลขทส่ี ถาบันในเครอื ข่าย 3) เลขทขี่ องศพ 4) เพศ 5) อายุ (น้อยกวา่ 15, 15-19, 20-24, 25-29, 30-34, 35-39, 40-49, 50-59, 60-69 และมากว่า 69 ปี) 6) สัญชาติ (ไทย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียตะวันออก, เอเชียใต้, อาหรับ, แอฟริกา, อเมริกาเหนือ, อเมริกาใต,้ ยุโรป, โอเชยี เนยี ) 7) อาชีพ (การคมนาคม, เกษตรกร, ข้าราชการ, ค้าขาย, ทหาร/ตารวจ, นักบวช, นักเรียน/นักศึกษา, ผ้ใู ชแ้ รงงาน, พนักงานโรงงาน, พนักงานเอกชน, รัฐวิสาหกิจ, รบั จา้ ง, ว่างงาน, อนื่ ๆ) 8) ภมู ลิ าเนา (ภาคกลาง, ภาคเหนอื , ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื , ภาคใต้, กรงุ เทพมหานคร) 9) จงั หวดั ของหน่วยงานทข่ี อส่งตรวจชีววตั ถุ เนื่องดว้ ยขอ้ มูลพน้ื ทเ่ี กิดเหตุ (เสียชวี ิต) ของศพแตล่ ะรายมกี ารสญู หายจานวนมาก ดงั นัน้ ในการ วเิ คราะห์จงึ พิจารณาใช้ข้อมูลจงั หวดั ของหนว่ ยงานท่ีขอส่งตรวจชวี วัตถุ ทดแทนข้อมูลพื้นท่ีเกิด เหตุ กรณที ีข่ อ้ มูลพน้ื ทีเ่ กดิ เหตุเกดิ การสูญหาย 10) พน้ื ท่ีเกดิ เหตุ (เสยี ชีวิต) (ภาคกลาง, ภาคเหนือ, ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื , ภาคใต,้ กรงุ เทพมหานคร) 11) วันและเวลาท่ีเสียชีวติ 12) สาเหตุการเสียชีวิต (ความรุนแรง, ตกจากที่สูง, สารพิษ, แขวนคอ, จมน้า, อุบัติเหตุ, โรคธรรมชาติ, อน่ื ๆ, ไมส่ ามารถระบุได)้ 13) พฤติการณก์ ารเสยี ชีวติ (ฆาตกรรม, ฆา่ ตวั ตาย, อบุ ัติเหต,ุ โรคธรรมชาต,ิ ไมส่ ามารถระบุได้) 14) ผลการตรวจสารเสพติดรายสาร (พบ, ไมพ่ บ) 15) ชวี วตั ถทุ ตี่ รวจ (เลอื ด, ปสั สาวะ, เสน้ ผม/เส้นขน, เนอื้ เย่ือ, สารคดั หลงั่ , นา้ ดี, ตบั , เซรั่ม) 16) วิธกี ารตรวจ (Immuno-test kit, REMEDiTM, TLC, EMIT, Toxi-lab, GC-MS, GC-NPD, LC-MS, FPIA, TDx)

ตำรำงท่ี 3.3.1 รายชอื่ จงั หวัดแบง่ ตามภูมิภาค ภมู ภิ ำค 25 จังหวดั ภูมิภำค 17 จงั หวดั ภูมภิ ำค ภำคกลำง สมุทรปราการ ภำคเหนอื เชยี งใหม่ ภำคตะวนั ออกเฉียงเหนอื นนทบรุ ี ลาพนู ปทมุ ธานี ลาปาง พระนครศรอี ยุธยา อตุ รดติ ถ์ อ่างทอง แพร่ ลพบรุ ี นา่ น สงิ ห์บุรี พะเยา ชยั นาท เชยี งราย สระบุรี แมฮ่ ่องสอน ชลบรุ ี นครสวรรค์ ระยอง อทุ ยั ธานี จนั ทบุรี กาแพงเพชร ตราด ตาก ฉะเชิงเทรา สโุ ขทยั ปราจนี บรุ ี พิษณุโลก นครนายก พิจิตร สระแกว้ เพชรบูรณ์ ราชบรุ ี กาญจนบุรี สุพรรณบรุ ี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรขี ันธ์ หมำยเหตุ ภาคกลาง รวมจังหวดั ท่อี ยใู่ นภาคตะวันออกและตะวนั ตก

20 จังหวดั ภูมภิ ำค 14 จังหวดั ภูมิภำค จงั หวดั นครราชสมี า ภำคใต้ นครศรีธรรมราช บรุ รี ัมย์ กระบ่ี กรงุ เทพมหำนคร กรงุ เทพมหานคร สุรินทร์ พังงา ศรสี ะเกษ ภูเก็ต อุบลราชธานี สุราษฎรธ์ านี ยโสธร ระนอง ชยั ภมู ิ ชุมพร อานาจเจริญ สงขลา บงึ กาฬ สตูล หนองบัวลาภู ตรงั ขอนแก่น พัทลุง อดุ รธานี ปัตตานี เลย ยะลา หนองคาย นราธวิ าส มหาสารคาม รอ้ ยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มกุ ดาหาร 14

15 ขั้นตอนดำเนนิ กำรวจิ ยั การศึกษาคร้งั นี้ มขี ั้นตอนดาเนินงานวจิ ยั ดงั ตอ่ ไปนี้ 1) ประชุมชี้แจงทาความเข้าใจวิธีการนาเข้าข้อมูลแก่สมาชิกเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจาก การตรวจหาสารเสพตดิ จากชีววัตถทุ างนิตเิ วชศาสตร/์ นิติวิทยาศาสตร์ 2) กาหนด username และ password ให้แต่ละหน่วยงานในการนาเข้าข้อมูล ลงในระบบบันทึกข้อมูล การตรวจสารเสพตดิ จากชวี วตั ถใุ นผู้เสยี ชวี ิต (http://forensic.nccd.go.th) 3) สถาบันในเครือข่ายเฝา้ ระวงั ปญั หาสารเสพติด ฯ ทาการบนั ทึกข้อมลู ผ่านเครอื ข่าย 4) ทมี วิเคราะห์ข้อมูลตรวจสอบความครบถ้วน และถูกตอ้ งของข้อมูล 5) ตดิ ตามการนาเขา้ ข้อมลู ของสถาบันในเครือขา่ ยเฝ้าระวังปัญหาสารเสพตดิ ฯ 6) ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของข้อมลู 7) วเิ คราะหข์ ้อมลู ตามแผนงาน 8) แปลผลและสรปุ ผลข้อมลู 9) จดั ทารายงานฉบับสมบูรณ์ กำรวิเครำะหท์ ำงสถติ ิ การวิเคราะห์ทางสถิติทเี่ กย่ี วข้องกบั การศึกษาครั้งนีป้ ระกอบดว้ ย 1) ตรวจสอบเพ่ือหาความผิดปกติของข้อมลู และตรวจสอบข้อมูลสูญหาย 2) วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่ออธิบายลักษณะข้อมูล นาเสนอด้วยจานวนหรือร้อยละ โดยแบ่งตามคุณลักษณะที่สนใจ ตัวอย่างเช่น เพศ อายุ อาชีพ สัญชาติ พ้ืนที่เกิดเหตุ กลุ่มสารเสพติดท่ี พบ เป็นตน้ และทาการแสดงผลในรปู แบบตาราง แผนภมู แิ ทง่ แผนภมู วิ งกลมและกราฟเสน้ 3) คานวณค่าความเสี่ยงสมั พัทธข์ องสาเหตุการเสยี ชวี ิตที่ตรวจพบสารเสพตดิ แยกตามชนดิ สารเสพติด 4) รายงานสารเสพติดท่ีใชร้ ว่ มกัน 5) รายงานคุณลักษณะของผ้เู สยี ชีวติ เน่อื งจากได้รับสารเสพติดเกินขนาด

16

บทท่ี 4 ผลกำรดำเนินงำน 4.1 ผลกำรนำเขำ้ ขอ้ มลู จากข้อมูลท่ีรวบรวมจากระบบบันทึกข้อมูลการตรวจสารเสพติดจากชีววัตถุในผู้เสียชีวิต (http://forensic.nccd.go.th) ซึ่งนาเข้าเข้าข้อมูลโดยเครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหา สารเสพตดิ จากชวี วตั ถทุ างนติ ิเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2550 – 2562 ซงึ่ มีจานวนผูเ้ สียชีวิต ทบ่ี นั ทกึ ในระบบท้งั หมด 214,972 ราย (ประกอบดว้ ยผ้ทู ่ีเสียชีวติ ผดิ ธรรมชาติและเสยี ชวี ติ โดยไมท่ ราบสาเหตุ) แต่ได้รับการพิจารณาส่งตรวจสารเสพติด แอลกอฮอล์ สารอ่ืน ๆ หรือการตรวจคัดกรอง (screening) ท้ังส้ิน 126,740 ราย คดิ เปน็ รอ้ ยละ 58.96 โดยผลการตรวจสามารถแบง่ ออกได้เปน็ 3 กลุ่ม (ภาพที่ 4.1.1) ดงั น้ี 1. ตรวจไม่พบสารเสพติดที่สนใจ แต่มีผลการตรวจแอลกอฮอล์ สารอื่น ๆ หรือการตรวจคัดกรอง จานวน 106,781 ราย คิดเป็นรอ้ ยละ 84.25 2. ตรวจพบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิด จานวน 12,269 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.68 โดยจานวนท่ี ตรวจพบแตส่ ารดังแสดงในภาพท่ี 4.1.2 3. ตรวจไม่พบสารเสพติดที่สนใจ และไม่มีผลการตรวจแอลกอฮอล์ สารอ่ืน ๆ หรือการตรวจคัด กรอง จานวน 7,690 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 6.07

18 จำนวนศพท่ไี ด้รับรำยงำน 214,972 รำย จำนวนข้อมลู ที่ได้รบั 128,750 รำย 2,010 ราย ไมม่ ีการบนั ทกึ ผลการตรวจสารเสพตดิ จำนวนข้อมลู ท่สี ่งตรวจสำรเสพติด (มีผลกำรตรวจสำรเสพตดิ สำรอนื่ ๆ แอลกอฮอล์ หรือกำรตรวจคัดกรอง) 126,740 รำย ตรวจไม่พบสารเสพตดิ ทส่ี นใจ แต่มผี ลการตรวจแอลกอฮอล์ สารอ่นื ๆ หรือการตรวจคดั กรอง 106,781 ราย (ร้อยละ 84.25) ตรวจพบสารเสพติดทส่ี นใจอย่างนอ้ ย 1 ชนิด 12,269 ราย (ร้อยละ 9.68) ตรวจไม่พบสารเสพติดทส่ี นใจ และไม่มผี ลการตรวจแอลกอฮอล์ สารอ่ืน ๆ หรอื การตรวจคัดกรอง 7,690 ราย (ร้อยละ 6.07) ข้อมลู ณ วนั ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ทีม่ า: เครือขา่ ยเฝ้าระวังปัญหาสารเสพตดิ จากการตรวจหาสารเสพติดจากชวี วตั ถทุ างนติ เิ วชศาสตร์/นิตวิ ทิ ยาศาสตร์ ภำพท่ี 4.1.1แผนผังการนาเข้าขอ้ มลู และการสง่ ตรวจสารเสพติด พ.ศ. 2550 - 2562

19 จำนวนท่ีตรวจพบสำรเสพตดิ (Positive) 12,269 รำย (9.68%) เมทแอมเฟตามีน (8.24%) ยากลอ่ มประสาท (8.42%) โอปิเอตส์ (3.48%) พชื กระท่อม (90.89%) ส่งตรวจ 64,816 ราย สง่ ตรวจ 58,966 ราย ส่งตรวจ 39,957 ราย สง่ ตรวจ 1,142 ราย ตรวจพบ 5,342 ราย ตรวจพบ 4,963 ราย ตรวจพบ 1,390 ราย ตรวจพบ 1,038 ราย ยาเค (6.60%) กัญชา (1.71%) โคเคน (0.80%) ยาอี (2.66%) สง่ ตรวจ 2,531 ราย สง่ ตรวจ 22,986 ราย สง่ ตรวจ 11,410 ราย ส่งตรวจ 3,193 ราย ตรวจพบ 167 ราย ตรวจพบ 392 ราย ตรวจพบ 91 ราย ตรวจพบ 85 ราย หมำยเหตุ ผเู้ สียชีวิตแตล่ ะรายสามารถตรวจพบสารเสพติดได้มากกว่า 1 ชนดิ ภำพที่ 4.1.2 ผลการตรวจสารเสพตดิ ปี พ.ศ. 2550 – 2562 25,000 20,000 จานวนศพ 15,000 N = 214,972 10,000 จานวนส่งตรวจ N = 126,740 5,000 จานวนที่ตรวจพบสารเสพตดิ 704 738 606 759 560 721 1,528 1,062 1,107 1,054 1,121 1,146 1,163 N = 12,269 0 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ภำพที่ 4.1.3 จานวนข้อมูลนาเข้าจาแนกตามปี พ.ศ. 2550 - 2562

20 ตำรำงท่ี 4.1.1 จานวนขอ้ มลู นาเข้าจาแนกตามสถาบัน ที่ สถำบนั พ.ศ. 2550 – 2562 จำนวนศพ สง่ ตรวจ ตรวจพบ 1 สถาบนั นติ ิเวชวทิ ยา โรงพยาบาลตารวจ 68,031 56,878 4,121 2 สถาบันนติ วิ ิทยาศาสตร์ 26,787 23,772 4,297 3 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสมี า 14,842 5,636 991 4 จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั 11,590 5,734 352 5 มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ 11,137 5,623 750 6 โรงพยาบาลธรรมศาสตรเ์ ฉลมิ พระเกยี รติ 10,703 4,399 53 7 โรงพยาบาลพทุ ธชนิ ราช 9,994 1,063 23 8 โรงพยาบาลเชยี งรายประชานุเคราะห์ 9,618 1,481 63 9 โรงพยาบาลชลบรุ ี 8,899 2,825 64 10 ศริ ิราชพยาบาล 7,806 7,258 75 11 โรงพยาบาลรามาธิบดี 7,576 3,073 115 12 มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ 5,727 1,257 221 13 โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี 3,938 446 31 14 มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 3,585 1,584 151 15 โรงพยาบาลพระปกเกลา้ 3,166 419 4 16 โรงพยาบาลนครพงิ ค์ 2,315 266 657 17 โรงพยาบาลลาพูน 1,953 1,155 4 18 โรงพยาบาลพะเยา 1,454 45 1 19 โรงพยาบาลสรรพสทิ ธปิ ระสงค์ 1,409 491 2 20 โรงพยาบาลแพร่ 1,391 23 142 21 โรงพยาบาลศนู ย์การแพทยส์ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี 1,022 1,482 64 22 โรงพยาบาลพระจอมเกล้า 694 806 - 23 วทิ ยาลยั แพทยศาสตรก์ รงุ เทพมหานครและวชิรพยาบาล 422 459 45 24 โรงพยาบาลสวรรค์ประชารกั ษ์ 309 25 19 25 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช 240 6 7 26 โรงพยาบาลราชบุรี 208 206 2 27 โรงพยาบาลนครปฐม 104 104 3 28 โรงพยาบาลสุรนิ ทร์ 25 25 1 29 โรงพยาบาลบรุ รี มั ย์ 14 - - 30 โรงพยาบาลหาดใหญ่ 10 10 1

21 ตำรำงที่ 4.1.1 จานวนข้อมูลนาเขา้ จาแนกตามสถาบัน (ต่อ) ที่ สถำบนั พ.ศ. 2550 – 2562 รวม 31 โรงพยาบาลลาปาง จำนวนศพ สง่ ตรวจ ตรวจพบ 32 มหาวิทยาลยั นเรศวร 33 โรงพยาบาลระยอง 334 34 โรงพยาบาลสงขลา 35 โรงพยาบาลชัยภมู ิ - 179 3 -4 - -22 -11 214,972 126,740 12,269

22 4.2 คุณลกั ษณะทัว่ ไปของผู้เสยี ชีวิตทีไ่ ด้รับกำรพจิ ำรณำสง่ ตรวจสำรเสพตดิ เมื่อพิจารณาข้อมูลส่งตรวจสารเสพติดระหว่างปี พ.ศ. 2550 – 2562 ตามคุณลักษณะท่ัวไปของ ผูเ้ สียชวี ิตท่ีถกู สง่ ตรวจสารเสพติด พบผลการวิเคราะหท์ ่ีนา่ สนใจดงั น้ี รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมเพศ 16.51% ชำย หญงิ N = 126,642 83.49% Missing = 98 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 60% 83.36% 84.76% 50% 83.26% 83.59% 83.31% 83.29% 82.49% 84.38% 84.49% 83.56% 84.74% 82.60% 81.83% 40% ชาย หญิง 30% 20% 10% 16.64% 15.24% 0% 16.74% 16.41% 16.69% 16.71% 17.51% 15.62% 15.51% 16.44% 15.26% 17.40% 18.17% N = 126,642 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 98 พ.ศ. ภำพที่ 4.2.1 ร้อยละของจานวนส่งตรวจจาแนกตามเพศ จากภาพท่ี 4.2.1 พบว่าผู้เสียชีวิตเพศชายมากกว่าเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 83.49 และ 16.51 ตามลาดบั และเมอ่ื พิจารณาแยกเปน็ รายปีพบว่าเพศชายและหญงิ ใกลเ้ คียงกันและแนวโนม้ ของเพศหญิงสูงข้ึน เล็กน้อยในชว่ งปี พ.ศ. 2560 - 2562

23 ร้อยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมอำยุ 10.84% 8.38% 1.43% 5.26% <15 7.82% 15-19 20-24 8.88% 25-29 30-34 17.47% 9.50% 35-39 40-49 N = 114,994 10.02% 50-59 Missing = 11,746 60-69 20.39% >69 100% 90% <15 15-19 80% 20-24 25-29 ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 30-34 35-39 60% 40-49 50-59 50% 60-69 >69 40% 30% 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 114,994 Missing = 11,746 พ.ศ. ภำพท่ี 4.2.2 ร้อยละของจานวนส่งตรวจจาแนกตามอายุ จากภาพท่ี 4.2.2 พบว่าผู้เสียชีวิตท่ีถูกส่งตรวจร้อยละ 20.39 มีอายุในช่วง 40-49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มท่ีมี มากที่สุด รองลงมาอยู่ในช่วง 50-59 ปี และ 60-69 ปี ตามลาดับ โดยมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มอายุดังกล่าวคิดเป็น ร้อยละ 17.47 และ 10.84 ตามลาดับ สาหรับกลุ่มท่ีมีการส่งตรวจน้อยที่สุดคือผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 15 ปี ซ่ึงมี เพียงร้อยละ 1.43 เท่าน้ัน และเม่ือพิจารณาแยกรายปีพบว่าต้ังแต่ปี พ.ศ. 2551 ผู้เสียชีวิตที่มีอายุตงั้ แต่ 40 ปี ข้นึ ไป มแี นวโน้มสงู ข้นึ อยา่ งต่อเนือ่ ง

24 ร้อยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมอำชีพ รบั จา้ ง ว่างงาน คา้ ขาย นักเรียน/นกั ศึกษา เกษตรกร ขา้ ราชการ อื่น ๆ ทหาร/ตารวจ พนกั งานโรงงาน ธรุ กจิ สว่ นตัว พนกั งานเอกชน นักบวช ผู้ใชแ้ รงงาน รัฐวิสาหกิจ การคมนาคม 38.03% 2.31% 1.31% 1.24% 2.40% 1.12% 0.68% 0.59% 19.19% 3.56% 0.37% 0.54% 0.41% 42.78% 4.66% N = 42,409 0.005% Missing = 84,331 100% รบั จา้ ง ว่างงาน 90% คา้ ขาย นกั เรยี น/นักศึกษา 80% เกษตรกร ขา้ ราชการ ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% อน่ื ๆ ทหาร/ตารวจ 60% พนกั งานโรงงาน ธรุ กจิ ส่วนตวั 50% พนักงานเอกชน นักบวช 40% ผูใ้ ชแ้ รงงาน รฐั วสิ าหกิจ 30% การคมนาคม 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 42,409 Missing = 84,331 พ.ศ. ภำพท่ี 4.2.3 รอ้ ยละของจานวนส่งตรวจจาแนกตามอาชีพ จากภาพที่ 4.2.3 พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและว่างงาน คิดเป็นร้อยละ 42.78 และ 38.03 ตามลาดบั ซ่ึงเมือ่ รวมกนั แล้วเกินกว่าครึ่งหน่งึ ของผูเ้ สยี ชีวิตที่มีข้อมูลอาชีพ โดยเม่ือพิจารณาแยกรายปี ระหว่างผู้เสียชีวิตที่มีอาชีพรับจ้างและว่างงาน พบว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งตรวจสารเสพติดมีอาชีพรับจ้างสูงกว่า อย่างเห็นได้ชัด เช่น ในปี พ.ศ. 2551 - 2552 แต่มีบางปีมีน้อยกว่ากลุ่มของผู้ว่างงาน เช่น ในปี พ.ศ. 2550 2553 และ 2554 เป็นต้น

25 ร้อยละของจำนวนส่งตรวจจำแนกตำมสญั ชำติ Thai Southeast Asia 3.60% 0.77% Europe 2.95% East Asia 2.06% 0.63% North America 0.24% Oceania 91.39% 00..1203%% South Asia Arab N = 124,143 0.08% Africa Missing = 2,597 0.01% South America 14% 12% Southeast Asia Europe ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 10% East Asia North America 8% Oceania South Asia 6% Arab Africa 4% South America 2% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 124,143 Missing = 2,597 พ.ศ. ภำพที่ 4.2.4 ร้อยละของจานวนส่งตรวจจาแนกตามสัญชาติ จากภาพที่ 4.2.4 พบวา่ ผู้เสยี ชวี ติ ส่วนมากที่ถกู ส่งตรวจสารเสพตดิ มสี ัญชาติไทย คดิ เป็นรอ้ ยละ 91.39 และเมอ่ื พิจารณาเฉพาะในสว่ นของชาวตา่ งชาตจิ ะพบว่าสัญชาติที่ถูกสง่ ตรวจสารเสพติดมากทีส่ ุด ไดแ้ ก่ เอเชีย ตะวันออกเฉยี งใต้และยโุ รป คดิ เป็นเป็นร้อยละ 3.60 และ 2.95 ของผู้เสียชีวติ ทั้งหมดที่ถูกสง่ ตรวจสารเสพติด ตามลาดบั และเมื่อพิจารณาแยกรายปีพบวา่ ชาวต่างชาตทิ ี่ถูกส่งตรวจสารเสพตดิ มีแนวโน้มสูงข้ึน โดยสามารถ จาแนกเปน็ จานวนระหว่างชาวไทยและชาวตา่ งชาติในแต่ละปไี ด้ดงั ตารางที่ 4.2.1

26 ตำรำงท่ี 4.2.1 จานวนส่งตรวจของชาวไทยและชาวตา่ งชาติจาแนกตามปี พ.ศ. จำนวนส่งตรวจ รวม ไทย ตำ่ งชำติ ไมท่ รำบสญั ชำติ 7,279 2550 6,906 202 171 8,777 8,579 2551 8,071 518 188 9,756 7,662 2552 7,738 595 246 7,859 11,044 2553 8,841 660 255 10,543 11,602 2554 6,910 552 200 10,967 9,992 2555 7,231 563 65 10,236 12,444 2556 9,561 1,145 338 126,740 2557 9,263 896 384 2558 10,429 895 278 2559 9,537 1,281 149 2560 8,842 1,062 88 2561 9,014 1,146 76 2562 11,110 1,175 159 รวม 113,453 10,690 2,597

27 ร้อยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมพน้ื ที่เกิดเหตุ 5.94% 2.14% 7.92% 49.27% ภาคกลาง กรงุ เทพมหานคร 34.73% ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ N = 126,672 ภาคใต้ Missing = 68 ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ภาคใต้ 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 60% 50% 40% 30% 20% 10% 0% N = 126,672 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 68 พ.ศ. ภำพท่ี 4.2.5 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจจาแนกตามพนื้ ท่ีเกิดเหตุ จากภาพท่ี 4.2.5 พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนมากที่ถูกส่งตรวจสารเสพติดเสียชีวิตในพื้นที่เกิดเหตุภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 49.27 และ 34.73 ตามลาดับ และเม่ือพิจารณาแยกรายปีพบว่า ผู้เสียชวี ติ ในพ้นื ทีเ่ กดิ เหตุในภาคกลางและกรุงเทพมหานครรวมกนั มากกวา่ รอ้ ยละ 70 ในทกุ ปี และมีแนวโน้ม สูงข้นึ ในกรุงเทพมหานคร

28 รอ้ ยละของจำนวนส่งตรวจจำแนกตำมสำเหตุกำรเสียชีวติ อน่ื ๆ ไมส่ ามารถระบุได้ 5.39% 3.18% 1.76% 0.80% โรคธรรมชาติ อบุ ัติเหตุ 7.83% 23.75% ความรุนแรง แขวนคอ 16.42% 21.25% จมนา้ 19.62% ตกจากทส่ี ูง สารพษิ N = 126,072 Missing = 668 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% โรคธรรมชาติ อุบตั ิเหตุ 60% ความรุนแรง แขวนคอ 50% จมน้า ตกจากทสี่ ูง 40% สารพษิ 30% 20% 10% 0% N = 126,072 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 668 พ.ศ. ภำพท่ี 4.2.6 ร้อยละของจานวนส่งตรวจจาแนกตามสาเหตุการเสียชวี ิต หมำยเหตุ ความรนุ แรง หมายถงึ สาเหตุการเสียชีวติ จากบาดแผลกระสุนปนื บาดแผลถกู ของมคี ม บาดแผลจากวัตถแุ ขง็ ไมม่ ีคม ถูกทาร้าย และสตั วท์ าร้าย จากภาพท่ี 4.2.6 พบวา่ 5 อันดบั แรกของสาเหตุการเสียชวี ิตที่ถูกสง่ ตรวจสารเสพติดประกอบด้วยการ เสยี ชีวิตดว้ ยสาเหตุอืน่ ๆ นอกเหนือจากทร่ี ะบุในภาพ การเสยี ชีวิตที่ไมส่ ามารถระบสุ าเหตุได้ การเสยี ชวี ิตจาก โรคธรรมชาติ การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตจากความรุนแรง ซ่ึงคิดเป็นร้อยละ 23.75 , 21.25, 19.62, 16.42 และ 7.83 ตามลาดับ และเม่ือพิจารณาแยกรายปี โดยไม่พจิ ารณาการเสียชวี ิตด้วยสาเหตุอืน่ ๆ และกรณีท่ีไม่สามารถระบุสาเหตุได้ พบว่าผู้เสียชีวิตจากโรคธรรมชาติมีแนวโน้มถูกพิจารณาส่งตรวจสารเสพ ติดมากขึ้น

29 ร้อยละของจำนวนส่งตรวจจำแนกตำมพฤตกิ ำรณก์ ำรเสยี ชวี ติ 6.60% 30.89% ไม่สามารถระบไุ ด้ 7.23% อบุ ตั ิเหตุ โรคธรรมชาติ 24.55% ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย 30.74% N = 109,946 Missing = 16,794 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 60% อบุ ัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ 50% ฆาตกรรม ฆา่ ตวั ตาย 40% 30% 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 109,946 Missing = 16,794 พ.ศ. ภำพท่ี 4.2.7 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจจาแนกตามพฤติการณก์ ารเสยี ชีวติ จากภาพที่ 4.2.7 พบว่าส่วนใหญ่พฤติการณ์การเสยี ชีวิตในผู้เสียชีวติ ท่ีถูกส่งตรวจสารเสพติดคือกรณีทไ่ี ม่ สามารถระบุพฤติการณ์ได้ และอุบัติเหตุ คิดเป็นร้อยละ 30.89 และ 30.74 ตามลาดับ รองลงมาคือโรค ธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 24.55 เม่ือพิจารณาแยกรายปี โดยไม่พิจารณาพฤติการณ์การเสียชีวิตท่ีไม่สามารถ ระบุได้ พบวา่ พฤติการณก์ ารเสียชวี ิตดว้ ยโรคธรรมชาตมิ แี นวโน้มเพม่ิ ขึ้นตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2557 เปน็ ต้นมา

30 4.3 คุณลกั ษณะท่ัวไปของผเู้ สยี ชวี ิตทถ่ี ูกส่งตรวจสำรเสพตดิ จำแนกตำมชนดิ สำรเสพติด 4.3.1 เมทแอมเฟตำมีน ร้อยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมเพศ 11.99% ชำย หญงิ N = 64,765 88.01% Missing = 51 100% 90% 80% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 70% 60% 86.96% 88.85% 50% 87.26% ชาย 87.63% หญิง 87.78% 87.96% 87.49% 89.39% 89.25% 87.82% 90.13% 87.80% 85.83% 40% 30% 20% 10% 13.04% 11.15% 0% 12.74% 12.37% 12.22% 12.04% 12.51% 10.61% 10.75% 12.18% 9.87% 12.20% 14.17% N = 64,765 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 51 พ.ศ. ภำพที่ 4.3.1 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจเมทแอมเฟตามีนจาแนกตามเพศ จากภาพท่ี 4.3.1 พบว่าผู้เสยี ชวี ิตทถี่ กู ส่งตรวจเมทแอมเฟตามนี เปน็ เพศชายมากกว่าเพศหญิง คิดเป็น รอ้ ยละ 88.01 และ 11.99 ตามลาดบั และเม่ือแยกพจิ ารณาตามรายปีพบว่ามพี บวา่ ผูเ้ สยี ชีวิตที่ถูกสง่ ตรวจเมท แอมเฟตามนี ทีเ่ ปน็ เพศหญงิ มแี นวโนม้ เพ่ิมข้ึนตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2560

31 รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมอำยุ 7.13% 1.12%5.10% <15 15-19 9.95% 8.31% 20-24 25-29 16.39% 10.04% 30-34 10.78% 35-39 40-49 N = 57,505 20.36% 10.80% 50-59 Missing = 7,311 60-69 >69 100% 90% <15 15-19 80% 20-24 25-29 ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 30-34 35-39 60% 40-49 50-59 50% 60-69 >69 40% 30% 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 57,505 Missing = 7,311 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.2 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจเมทแอมเฟตามนี จาแนกตามอายุ จากภาพที่ 4.3.2 พบว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนส่วนใหญ่ร้อยละ 20.36 มีอายุในช่วง 40-49 ปี รองลงมาอย่ใู นชว่ ง 50-59 ปี 35-39 ปี และ 30-34 ปี ตามลาดบั โดยมีผ้เู สยี ชีวิตในกล่มุ อายดุ ังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 16.39, 10.80 และ 10.78 ตามลาดับ โดยพบว่ากลุ่มท่ีมีน้อยที่สุดคือผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 15 ปี ซึ่งมีเพียงร้อยละ 1.12 เท่านั้น และเมื่อพิจารณาแยกรายปี พบว่า ในปี พ.ศ. 2551 ผู้เสียชีวิตท่ีมีอายุในช่วง 50-59 ปี มีสดั สว่ นน้อยท่สี ดุ เม่ือเทยี บกบั ปอี น่ื ๆ ในขณะที่ผูเ้ สียชีวติ ทมี่ อี ายุมากกวา่ 60 ปี มีแนวโน้มเพมิ่ ขึน้

32 รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมอำชีพ รับจา้ ง ว่างงาน คา้ ขาย นักเรยี น/นักศึกษา เกษตรกร ข้าราชการ อ่นื ๆ ทหาร/ตารวจ พนักงานโรงงาน ธุรกิจส่วนตวั พนักงานเอกชน นักบวช ผใู้ ช้แรงงาน รัฐวสิ าหกิจ การคมนาคม 35.47% 1.32% 1.50% 0.47% 2.24% 2.45% 20.64% 2.66% 1.16% 0.59% 3.45% 3.85% 0.22% 0.72% 43.89% 0.01% N = 17,024 Missing = 47,792 100% รับจา้ ง ว่างงาน 90% ค้าขาย นักเรยี น/นักศกึ ษา 80% เกษตรกร ข้าราชการ ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% อน่ื ๆ ทหาร/ตารวจ 60% พนกั งานโรงงาน ธุรกิจสว่ นตวั 50% พนักงานเอกชน นักบวช 40% ผู้ใช้แรงงาน รฐั วิสาหกจิ 30% การคมนาคม 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 17,024 Missing = 47,792 พ.ศ. ภำพที่ 4.3.3 ร้อยละของจานวนส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนจาแนกตามอาชีพ จากภาพท่ี 4.3.3 พบว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและว่างงาน คิดเป็นร้อยละ 43.89 และ 35.47 ตามลาดับ เมื่อพิจารณาแยกรายปี พบว่า ผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งตรวจมีอาชีพ รับจา้ งสูงกวา่ กลุม่ ผวู้ ่างงานเปน็ สว่ นใหญ่

33 ร้อยละของจำนวนส่งตรวจจำแนกตำมสญั ชำติ Thai Southeast Asia 3.96% 0.80% Europe East Asia 3.92% 0.79% North America 2.32% 0.32% Oceania 00..1193%% South Asia 89.81% Arab 0.08% Africa N = 63,137 0.01% South America Missing = 1,679 0.18 0.16 0.14 Southeast Asia Europe ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 0.12 East Asia North America 0.1 Oceania South Asia 0.08 Arab Africa 0.06 South America 0.04 0.02 0 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 63,137 Missing = 1,679 พ.ศ. ภำพที่ 4.3.4 ร้อยละของจานวนส่งตรวจเมทแอมเฟตามนี จาแนกตามสัญชาติ จากภาพที่ 4.3.4 พบว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนมีสัญชาติไทย คิดเป็นร้อยละ 89.81 และเมื่อพิจารณาเฉพาะในส่วนของชาวต่างชาติจะพบว่าสัญชาติที่ถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนมากท่ีสุด 2 สัญชาติแรก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป คิดเป็นเป็นร้อยละ 3.96 และ 3.92 ของผู้เสียชีวิต ท้ังหมดที่ถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนตามลาดับ และเมื่อพิจารณาแยกรายปี พบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ชาวต่างชาติทถ่ี ูกสง่ ตรวจมแี นวโนม้ มากกว่ารอ้ ยละ 12 ของผ้เู สยี ชวี ติ ทั้งหมดท่ถี ูกสง่ ตรวจเมทแอมเฟตามีน

34 ร้อยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมพ้นื ทเ่ี กิดเหตุ 2.95% 3.34% 6.78% 48.98% ภาคกลาง กรงุ เทพมหานคร 37.96% ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ N = 64,762 Missing = 54 ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ภาคใต้ 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 60% 50% 40% 30% 20% 10% 0% N = 64,762 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 54 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.5 ร้อยละของจานวนส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนจาแนกตามพ้นื ทเี่ กิดเหตุ จากภาพที่ 4.3.5 พบว่าผู้เสียชีวิตท่ีถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนส่วนใหญ่เสียชีวิตในพ้ืนท่ีภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 48.98 และ 37.96 ตามลาดับ และเมื่อพิจารณาแยกรายปี พบว่า การ ส่งตรวจของผู้เสียชีวิตในภาคกลางมีแนวโน้มลดลง ในขณะท่ีกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มเพ่ิมขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 เป็นตน้ มา

35 ร้อยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมสำเหตุกำรเสียชวี ิต อ่ืนๆ ไมส่ ามารถระบุได้ 6.15% 3.34% 1.68% 0.70% โรคธรรมชาติ อบุ ตั ิเหตุ 9.15% 24.84% ความรุนแรง แขวนคอ 12.39% 25.63% จมนา้ 16.14% ตกจากทีส่ ูง สารพษิ N = 64,470 Missing = 346 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% โรคธรรมชาติ อบุ ัตเิ หตุ 60% ความรุนแรง แขวนคอ 50% จมนา้ ตกจากทส่ี ูง 40% สารพษิ 30% 20% 10% 0% N = 64,470 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 346 พ.ศ. ภำพที่ 4.3.6 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจเมทแอมเฟตามีนจาแนกตามสาเหตุการเสยี ชวี ติ จากภาพที่ 4.3.6 พบว่า 5 อันดับแรกของสาเหตุการเสียชีวิตในผู้เสียท่ีถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีน ประกอบดว้ ยการเสียชีวติ ที่ไมส่ ามารถระบสุ าเหตุได้ การเสียชวี ติ ดว้ ยสาเหตุอ่ืน ๆ นอกเหนือจากท่ีระบุในภาพ การเสียชีวิตจากโรคธรรมชาติ การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตจากความรุนแรง โดยคิดเป็นร้อยละ 25.63, 24.84, 16.14, 12.39 และ 9.15 ตามลาดับ เม่ือพิจารณาแยกรายปี โดยไม่พิจารณาการเสียชีวิตด้วย สาเหตุอ่ืน ๆ และกรณีท่ีไม่สามารถระบุสาเหตุได้ พบว่า ผู้เสียชีวิตด้วยโรคธรรมชาติมีแนวโน้มถูกส่งตรวจเมท แอมเฟตามนี สงู ข้ึน

36 รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมพฤตกิ ำรณก์ ำรเสียชวี ติ 7.57% 34.76% ไม่สามารถระบไุ ด้ 9.18% อุบัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ 21.79% ฆาตกรรม ฆ่าตวั ตาย 26.70% N = 54,351 Missing = 10,465 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 60% อุบัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ 50% ฆาตกรรม ฆา่ ตัวตาย 40% 30% 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 54,351 Missing = 10,465 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.7 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจเมทแอมเฟตามนี จาแนกตามพฤตกิ ารณก์ ารเสียชวี ิต จากภาพท่ี 4.3.7 พบว่าพฤติการณ์การเสียชีวิตอันดบั แรกในผู้เสียท่ีถูกส่งตรวจเมทแอมเฟตามีนคือกรณที ี่ ไม่สามารถระบุพฤติการณ์ได้ คิดเป็นร้อยละ 34.76 รองลงมาคืออุบัติเหตุและโรคธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 26.70 และ 21.79 ตามลาดับ เมื่อพิจารณาแยกรายปีโดยไม่พิจารณาพฤติการณ์การเสยี ชีวิตที่ไม่สามารถระบุ ได้ พบว่า ผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุและโรคธรรมชาติมีแนวโน้มสูงข้ึน ในขณะที่กรณีฆาตกรรมมีแนวโน้มลดลง ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2559

37 4.3.2 ยำกล่อมประสำท รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมเพศ 14.36% ชำย หญงิ N = 58,922 85.64% Missing = 44 100% 90% 80% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 70% 60% 85.27% 87.43% 50% 85.83% 85.48% 85.67% 85.26% 84.94% 86.68% 86.36% 86.03% 81.81% 83.51% 84.98% 40% ชาย หญงิ 30% 20% 10% 14.73% 12.57% 0% 14.17% 14.52% 14.33% 14.74% 15.06% 13.32% 13.64% 13.97% 18.19% 16.49% 15.02% N = 58,922 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 44 พ.ศ. ภำพที่ 4.3.8 รอ้ ยละของจานวนส่งตรวจยากล่อมประสาทจาแนกตามเพศ จากภาพท่ี 4.3.8 พบวา่ ผเู้ สยี ชวี ติ ทีถ่ กู สง่ ตรวจยากลอ่ มประสาทเป็นเพศชายมากกวา่ เพศหญิง คิดเปน็ ร้อยละ 85.64 และ 14.36 ตามลาดับ และเมื่อแยกพิจารณาตามรายปี พบว่า ผู้เสียชีวติ ท่ีถูกสง่ ตรวจยากล่อม ประสาทในเพศหญิงมีแนวโน้มลดลงต้งั แต่ปี พ.ศ. 2560

38 รอ้ ยละของจำนวนส่งตรวจจำแนกตำมอำยุ 10.44% 7.91% 1.46% 5.16% <15 7.92% 15-19 20-24 9.45% 25-29 30-34 16.60% 35-39 40-49 10.31% 50-59 60-69 N = 51,434 20.25% 10.49% >69 Missing = 7,532 <15 ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 100% 15-19 90% 20-24 80% 25-29 70% 30-34 60% 35-39 50% 40-49 40% 50-59 30% 60-69 20% >69 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.9 ร้อยละของจานวนสง่ ตรวจยากล่อมประสาทจาแนกตามอายุ จากภาพท่ี 4.3.9 พบว่าผู้เสียชีวติ ท่ีถูกส่งตรวจยากล่อมประสาทส่วนใหญ่ร้อยละ 20.25 มีอายุในช่วง 40-49 ปี รองลงมาอยูใ่ นชว่ ง 50-59 ปี 35-39 ปี และ 60-69 ปี ตามลาดบั โดยมผี ูเ้ สียชวี ติ ในกลุม่ อายุดังกล่าว คดิ เปน็ ร้อยละ 16.60, 10.49 และ 10.44 ตามลาดับ และพบว่ากลุม่ ทน่ี อ้ ยทสี่ ุดคือผู้เสียชวี ติ น้อยกว่า 15 ปี ซง่ึ มีเพียงร้อยละ 1.46 เท่านั้น โดยเม่ือพิจารณาแยกรายปี พบว่า ผู้เสียชีวิตที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีแนวโน้ม สูงขึ้นตั้งแตป่ ี พ.ศ. 2560

39 รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมอำชีพ รบั จ้าง ว่างงาน ค้าขาย นกั เรยี น/นักศึกษา เกษตรกร ขา้ ราชการ อนื่ ๆ ทหาร/ตารวจ พนกั งานโรงงาน ธุรกจิ สว่ นตัว พนกั งานเอกชน นักบวช ผใู้ ชแ้ รงงาน รัฐวสิ าหกิจ 40.58% 2.53% 1.33% 1.55% 1.19% 41.07% 18.35% 2.40% 0.49% 0.29% 3.41% 0.67% 3.88% 0.25% N = 16,690 0.37% Missing = 42,276 100% รบั จ้าง ว่างงาน 90% คา้ ขาย นกั เรียน/นกั ศึกษา 80% เกษตรกร ขา้ ราชการ ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% อ่ืน ๆ ทหาร/ตารวจ 60% พนกั งานโรงงาน ธุรกิจส่วนตัว 50% พนกั งานเอกชน นกั บวช 40% ผู้ใชแ้ รงงาน รฐั วิสาหกิจ 30% 20% 10% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 16,690 Missing = 42,276 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.10 รอ้ ยละของจานวนส่งตรวจยากลอ่ มประสาทจาแนกตามอาชีพ จากภาพท่ี 4.3.10 พบว่าผู้เสียชวี ิตที่ถูกส่งตรวจยากลอ่ มประสาทส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและว่างงาน คิดเป็นร้อยละ 41.07 และ 40.58 ตามลาดับ โดยเม่ือพิจารณาแยกรายปี พบว่า ต้ังแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้น มา ผู้เสียชีวิตที่มีอาชีพรับจ้างมีแนวโน้มที่ถูกส่งตรวจยากล่อมประสาทลดลง ในขณะท่ีผู้เสียชีวิตท่ีว่างงานมี แนวโน้มถกู สง่ ตรวจยากลอ่ มประสาทสงู ขึน้

40 ร้อยละของจำนวนส่งตรวจจำแนกตำมสญั ชำติ Thai Southeast Asia 4.02% 0.75% Europe East Asia 3.50% 0.71% North America 2.08% 0.28% Oceania 00..1161%% South Asia 90.40% Arab 0.06% Africa N = 57,364 0.01% South America Missing = 1,602 16% 14% 12% Southeast Asia Europe ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 10% East Asia North America 8% Oceania South Asia 6% Arab Africa 4% South America 2% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 57,364 Missing = 1,602 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.11 รอ้ ยละของจานวนส่งตรวจยากลอ่ มประสาทจาแนกตามสัญชาติ จากภาพท่ี 4.3.11 พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนมากที่ถูกส่งตรวจยากล่อมประสาท คือ สัญชาติไทย คิดเป็น ร้อยละ 90.40 และเม่ือพิจารณาเฉพาะในส่วนของชาวต่างชาติ พบว่า สัญชาติที่ถูกส่งตรวจยากล่อมประสาท มากที่สุด 2 สัญชาติแรก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป คิดเป็นเป็นร้อยละ 4.02 และ 3.50 ของ ผู้เสียชีวิตทั้งหมดท่ีถูกส่งตรวจยากล่อมประสาท ตามลาดับ และเม่ือพิจารณาแยกรายปี พบว่า ชาวต่างชาติท่ี ถูกส่งตรวจยากล่อมประสาทมีแนวโนม้ สูงขนึ้ ในชว่ งปี พ.ศ. 2560 - 2562

41 รอ้ ยละของจำนวนสง่ ตรวจจำแนกตำมพ้ืนทเ่ี กิดเหตุ 2.75% 2.79% 7.23% 34.54% 52.69% ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ N = 58,915 Missing = 51 ภาคกลาง กรงุ เทพมหานคร ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ 100% 90% 80% ้รอยละของจานวนส่งตรวจ 70% 60% 50% 40% 30% 20% 10% 0% N = 58,915 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 Missing = 51 พ.ศ. ภำพท่ี 4.3.12 รอ้ ยละของจานวนส่งตรวจยากลอ่ มประสาทจาแนกตามพ้ืนทเ่ี กดิ เหตุ จากภาพที่ 4.3.12 พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนมากที่ถูกส่งตรวจยากล่อมประสาทเสียชีวิตในพ้ืนท่ีภาคกลาง และกรงุ เทพมหานคร คดิ เป็นร้อยละ 52.69 และ 34.54 ตามลาดบั และเม่อื พิจารณาแยกรายปี พบว่า การส่ง ตรวจของผู้เสียชีวิตในภาคกลางและภาคเหนือแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ในขณะที่กรุงเทพมหานครมี แนวโน้มสูงขึ้น