77 คำอธบิ ายรายวิชา กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น (ลกู เสอื สำรอง) ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ รหสั วิชา เวลา 30 ช่วั โมง/ปี พิธีเปดิ ปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ เตรียมลูกเสือสำรอง นิยาย เรื่องเมาคลี ประวัติการเริม่ กิจกรรมลูกเสือสำรอง การทำความเคารพเป็นหมู่ (แกรนฮาวล์) และรายบุคคล การจับมอื ซ้าย ระเบียบแถวเบอ้ื งตน้ คำปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือสำรองโดยจดั กิจกรรม ให้ศกึ ษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกจิ กรรมตามฐาน เน้นระบบหมู่สรปุ ผลการจดั การปฏบิ ตั ิกิจกรรมปดิ ประชมุ กอง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและคติ พจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ มีความร่าเริงแจ่มใส มีระเรียบวินัย ขยัน ประหยัด ซ่ือสตั ย์สุจริต อดทน เสียสละ ชว่ ยเหลือตนเองและผู้อนื่ เปน็ ผูน้ ำและผู้ตามท่ีดที ำงานและอยรู่ ่วมกับผู้อื่นได้ มคี วามสนใจในการอนรุ ักษ์ธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ของเมืองตรัง หมายเหตุ เม่อื ผเู้ รียนผ่านการทดสอบ แล้ว จะได้รบั เครอื่ งหมายลกู เสือสำรอง เมอ่ื ผู้เรียนได้ปฏิบตั ิกจิ กรรม และผ่านการสอบแลว้ จะได้รับเครอื่ งหมาย ดาวดวงท่ี ๑ สำหรบั วิชาพเิ ศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ สำรอง
78 คำอธบิ ายรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน (ลูกเสอื สำรอง) ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ รหัสวชิ า เวลา 30 ชัว่ โมง/ปี พิธีเปิด ปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ รักษาความสะอาดของ ร่างกาย การดูแลสุขภาพจากโรคภัย การปฐมพยาบาลแผลขนาดเล็ก ความสามารถในเชิงทักษะสถานท่ี ให้บริการท่ีสำคญั ในท้องถ่ิน การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ การค้นหาธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ ของเมอื งตรัง ความปลอดภัย การบริการ ธงชาติไทย ธงลูกเสือโลกและธงประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรม กลางแจ้ง และการบันเทิง การผูกเงื่อน กฎและคำปฏิญาณของลูกเสือสำรองโดยจัดกิจกรรม ให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามฐาน เนน้ ระบบหมู่ สรปุ ผลการจัดการปฏิบตั กิ จิ กรรมปิดประชุมกอง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและคติ พจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ มีความร่าเริงแจ่มใส มีระเรียบวินัย ขยัน ประหยัด ซ่ือสตั ย์สุจรติ อดทน เสียสละ ช่วยเหลอื ตนเองและผ้อู ื่น เป็นผู้นำและผตู้ ามที่ดี ทำงานและอย่รู ่วมกบั ผู้อ่ืน ได้ มีความสนใจในการอนรุ ักษ์ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมการอนรุ ักษธ์ รรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของเมอื งตรัง หมายเหตุ เมอื่ ผูเ้ รียนผ่านการทดสอบ แลว้ จะได้รบั เคร่ืองหมายลูกเสอื สำรอง เมอ่ื ผู้เรียนได้ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม และผา่ นการสอบแลว้ จะได้รับเคร่อื งหมาย ดาวดวงที่ ๑ สำหรับวชิ าพเิ ศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ สำรอง
79 คำอธบิ ายรายวชิ า กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน (ลูกเสือสำรอง) ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ รหสั วชิ า เวลา 30 ช่ัวโมง/ปี พิธีเปดิ ปิดประชมุ กอง ดำเนนิ การตามกระบวนการของลกู เสือ การอนามัย ความสามารถเชิงทกั ษะ การสำรวจ การค้นหาธรรมชาติ ทรัพยากรธรรมชาติของเมืองตรัง ความปลอดภัย การบรกิ าร ธงและประเทศต่างๆ การฝีมอื เข็มทิศจำลอง นาฬิกาแดด กจิ กรรมกลางแจ้ง และการบนั เทิง การแสดงกล การผูกเง่ือน กฎและคำปฏิญาณของลูกเสือสำรองโดยจัดกิจกรรม ให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามฐาน เน้นระบบหมู่ สรุปผลการจดั การปฏิบัตกิ ิจกรรมปดิ ประชุมกอง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและคติ พจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ มีความร่าเริงแจ่มใส มีระเรียบวินัย ขยัน ประหยัด ซ่อื สัตย์สจุ ริต อดทน เสียสละ ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้ มคี วามสนใจในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มการอนรุ ักษ์ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของเมอื งตรัง หมายเหตุ เมอื่ ผูเ้ รยี นผา่ นการทดสอบ แล้ว จะไดร้ ับเคร่อื งหมายลูกเสือสำรอง เมอ่ื ผู้เรียนไดป้ ฏิบัตกิ ิจกรรม และผา่ นการสอบแลว้ จะไดร้ บั เครอ่ื งหมาย ดาวดวงท่ี ๓ ตามลำดับ สำหรบั วิชาพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ สำรอง
คำอธิบายรายวิชา 80 กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น (ลูกเสือสามญั ) ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ รหสั วชิ า เวลา 30 ช่วั โมง/ปี พิธเี ปดิ ปิดประชมุ กอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจัดกิจกรรมโดยให้ศกึ ษา วเิ คราะหว์ างแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นกิจกรรมระบบหมู่สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปดิ ประชุม กอง ในเรื่องลูกเสือสามัญตรี การรู้จักช่วยเหลือตนเองและผู้อ่ืน การเดินทางไปยังสถานท่ีต่างๆ สถานท่ี ทอ่ งเที่ยวที่สำคัญในเมืองตรัง ทักษะในทางวิชาลูกเสือ งานอดิเรกและเร่อื งท่ีน่าสนใจ คำปฏิญาณและกฎ ของลูกเสือสามัญ ระเบียบแถว การแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ การอยู่ค่ายพักแรมและการเดิน ทางไกล การฝึกอบรมและสอบวิชาพิเศษลูกเสือสามญั โดยจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติ กิจกรรมตามฐาน เน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการจัดการปฏิบตั ิกิจกรรมปิดประชุมกอง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและคติ พจนข์ องลูกเสอื สามญั มนี ิสัยในการสังเกต จดจำ มคี วามรา่ เรงิ แจ่มใส มีระเรียบวนิ ัย ขยัน ประหยัด ซอ่ื สัตย์ สุจริต อดทน เสียสละ ช่วยเหลือตนเองและผู้อ่ืน เป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ มี ความสนใจในการอนุรักษธ์ รรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอนรุ ักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มของเมืองตรัง หมายเหตุ เมอ่ื ผเู้ รยี นได้ปฏบิ ตั ิกิจกรรมและผ่านการทดสอบแลว้ จะได้รบั เครื่องหมายลูกเสอื ตรี สำหรบั วชิ าพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ สามญั (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๒๕
81 คำอธิบายรายวิชา ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน (ลกู เสือสามญั ) เวลา 3๐ ชว่ั โมง/ปี รหัสวิชา พธิ ีเปดิ ปดิ ประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกจิ กรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยจัดกิจกรรม เน้นระบบหมู่สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิด ประชุมกอง ในเร่ืองลูกเสือสามัญโท การรู้จักดูแลตนเอง การชว่ ยเหลอื ผู้อนื่ การเดนิ ทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทักษะในทางวชิ าลูกเสือ งานอดิเรกและเรอื่ งทีน่ ่าสนใจ ประวตั ิศาสตร์ของเมืองตรัง คำปฏญิ าณและกฎของ ลูกเสอื สามัญ ระเบียบแถว นักเลี้ยงสัตว์เล็ก นักว่ายน้ำ นักสังเกตและจำ นักธรรมชาติศึกษา การอยู่ค่าย พักแรมและการเดินทางไกล การฝึกอบรมและสอบวิชาพิเศษลกู เสอื สามญั เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกจิ กรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎและคติ พจน์ของลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ มีความร่าเริงแจ่มใส มีระเรียบวินัย ขยัน ประหยัด ซอื่ สตั ย์สุจริต อดทน เสียสละ ช่วยเหลอื ตนเองและผู้อน่ื เป็นผู้นำและผู้ตามทดี่ ี ทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่น ได้ มีความสนใจในการอนรุ ักษ์ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มการอนุรักษ์ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมของเมอื งตรงั หมายเหตุ เม่อื ผเู้ รยี นไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมและผ่านการทดสอบแล้ว จะไดร้ ับเครอื่ งหมาย ลูกเสือโท ลำดบั สำหรบั วชิ าพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ สามญั (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๒๔
82 คำอธิบายรายวชิ า ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน (ลูกเสือสามญั ) เวลา 3๐ ชวั่ โมง/ปี รหัสวชิ า พธิ ีเปดิ ปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจัดกจิ กรรมโดยใหศ้ กึ ษา วเิ คราะห์วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐาน โดยเน้นระบบหมูส่ รุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปดิ ประชุมกอง ใน เร่ือง ลูกเสือเอก การพ่ึงตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การอยู่ค่ายพัก แรมและการเดินทางไกล การฝึกอบรมและสอบวิชาพิเศษลูกเสอื สามญั เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ มีความรู้ร่าเริงแจ่มใส มีระเรียบวินัย ประหยัด ซ่ือสัตย์สุจริต อดทน เสียสละ ช่วยเหลือ ตนเองและผู้อ่ืนได้ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ เมืองตรงั หมายเหตุ เม่อื ผูเ้ รียนไดป้ ฏิบตั ิกจิ กรรมและผา่ นการทดสอบแล้ว จะได้รับเครอื่ งหมายลกู เสือเอก สำหรบั วิชาพิเศษ ให้ใช้ข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติว่าด้วยปกครองหลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ สามัญ (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๒๕
83 แผนการฝึกอบรมลูกเสอื - เนตรนารี สำรอง ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 หลกั สตู รดวงดาวที่ 1 เวลาเรยี น เร่อื ง จำนวนชัว่ โมง ภาคเรยี น การปฐมนเิ ทศ 1 ท่ี 1 อนามยั 2 ความสามารถในเชิงทกั ษะ 4 ภาคเรียนที่ 2 การสำรวจ 3 การคน้ หาธรรมชาติ 2 ความปลอดภยั 3 รวม 15 การบริการ 3 ธงและประเทศต่าง ๆ 2 การฝีมือ 2 กจิ กรรมกลางแจง้ 2 การบันเทิง 2 การผูกเง่ือน 2 คำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สำรอง 2 พธิ ีประดบั ดาวดวงท่ี 1 (ใชเ้ วลานอก) - ทดสอบวิชาพิเศษ (ใชเ้ วลานอก) - รวม 15
84 แผนการฝึกอบรมลกู เสอื - เนตรนารี สำรอง ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 หลักสตู รดวงดาวท่ี 2 เวลาเรยี น เรอ่ื ง จำนวนชัว่ โมง ภาคเรยี น การปฐมนเิ ทศ 1 ที่ 1 อนามยั 2 ความสามารถในเชิงทักษะ 3 1 การสำรวจ 2 การค้นหาธรรมชาติ 2 1 ความปลอดภยั 1 การบรกิ าร ธงและประเทศต่าง ๆ รวม 15 1 ภาคเรยี น การฝมี ือ 3 ที่ 2 2 กจิ กรรมกลางแจ้ง 3 การบนั เทิง 2 การผูกเง่ือน 2 คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสำรอง 2 พธิ ีประดบั ดาวดวงท่ี 2 ทดสอบวิชาพิเศษ รวม 15
85 แผนการจัดกจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี สำรอง ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3 หลักสูตรดวงดาวที่ 3 เวลาเรยี น เรอื่ ง จำนวนชัว่ โมง ภาคเรยี น 1. อนามยั 1 ที่ 1 2. ความสามรถในเชิงทกั ษะ 1 3. การสำรวจ 1 4. การคน้ หาธรรมชาติ 2 5. ความปลอดภัย 1 6. บรกิ าร 1 7. ธงและประเทศต่าง ๆ 1 8. การฝมี อื 1 9. กิจกรรมกลางแจ้ง 1 10. การบนั เทิง 1 11. การผกู เงื่อน 2 12. คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สำรอง 2 ภาคเรียน 1. อนามยั รวม 15 ท่ี 2 1 2. ความสามรถในเชิงทกั ษะ 1 3. การสำรวจ 1 1 4. การคน้ หาธรรมชาติ 1 5. ความปลอดภยั 1 6. บริการ 1 7. ธงและประเทศต่าง ๆ 1 8. การฝีมือ 2 1 9. กิจกรรมกลางแจง้ 2 10. การบันเทงิ 2 11. การผกู เง่ือน รวม 15 12. คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื สำรอง
86 แผนการจัดกิจกรรมลูกเสอื - เนตรนารี สามัญ ระดับชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 หลกั สูตรเครือ่ งหมายลูกเสือ ตรี โท เวลาเรียน เรื่อง จำนวนชัว่ โมง ภาคเรยี น 1. ประวตั ิ ลอรด์ เบเด็น โพเอลล์ 1 ที่ 1 2. พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั 1 3. ววิ ัฒนาการของลูกเสือโลก 1 4. ววิ ัฒนาการของลกู เสือไทย 1 5. การทำความเคารพ 2 6. คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือสามญั 2 7. กจิ กรรมกลางแจ้ง 2 8. การรู้จกั ดแู ลตนเอง 2 9. ระเบียบแถว 3 ภาคเรยี น 1. การรู้จกั ดแู ลตนเอง รวม 15 ที่ 2 2. การช่วยเหลือผูอ้ น่ื 3. การเดนิ ทางไปยังสถานท่ีต่างๆ 2 2 4. ทักษะในทางวชิ าลูกเสอื 32 5. งานอดิเรกและเร่ืองทสี่ นใจ 3 2 6. คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือ 2 7. ระเบียบแถว 2 รวม 15
87 แผนการจดั กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี สามัญ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 หลักสูตรเครือ่ งหมายลกู เสอื เอก เวลาเรียน เรื่อง จำนวนชัว่ โมง ภาคเรียน 1. การพงึ่ ตนเอง 2 ท่ี 1 2. การบรกิ าร 2 3. การผจญภยั 2 2 4. คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื 4 5. วชิ าการของลกู เสอื 3 6. ระเบยี บแถว รวม 15 ภาคเรยี น 1. การพ่ึงตนเอง 2 ที่ 2 2. การบรกิ าร 3 3. การผจญภัย 4. คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ 3 5. วชิ าการของลูกเสือ 1 3 6. ระเบยี บแถว 3 รวม 15
88 แผนการจดั กิจกรรมลกู เสอื - เนตรนารี สามัญ ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 หลกั สตู รเครอื่ งหมายลกู เสือเอก เวลาเรยี น เร่ือง จำนวนชัว่ โมง ภาคเรียน 1. ความปลอดภัย 2 ที่ 1 2. การบริการ 2 3. การเดินทางไกล 2 3 4. การผจญภัย 3 5. การศึกษาแผนทแี่ ละเขม็ ทศิ 3 6. การบกุ เบกิ ภาคเรยี น รวม 15 ที่ 2 3 1. การผูกเงอ่ื น 3 2. การอยู่คา่ ยพักแรม 2 3. งานอดเิ รกและเร่ืองที่นา่ สนใจ 2 4. การอภปิ รายกับผู้กำกับฯ ในเร่ืองความเข้าใจเก่ียวกบั คำ ปฏญิ าณและกฎ 3 5. ระเบียบ (การต้งั แถวและการเรียกแถว) 2 6. ระเบียบแถว (การเดินสวนสนาม) รวม 15
89 กิจกรรมชุมนุม/ชมรม ความหมาย กจิ กรรมชุมนมุ หมายถึง การจดั กจิ กรรมเพ่อื พฒั นาความถนัด ความสนใจ ตามความตอ้ งการของ ผเู้ รียน เปน็ กิจกรรมที่มงุ่ เน้นการเติมเต็มความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ของผู้เรยี นใหก้ วา้ งขวาง ยงิ่ ขนึ้ เพื่อการค้นพบความถนดั ความสนใจของตนเอง และพฒั นาตนเองให้เตม็ ศกั ยภาพ ตลอดจนการ พฒั นาทกั ษะของสงั คม และปลกู ฝงั จติ สำนึกของการทำประโยชนเ์ พ่อื สังคม หลักการ การจดั กิจกรรมชุมนุม มหี ลกั การท่ีสำคญั คอื ๑. เปน็ กจิ กรรมท่ีเกดิ จากความสมัครใจของผู้เรยี น โดยมีครูเปน็ ที่ปรกึ ษา ๒. เปน็ กจิ กรรมท่ีผู้เรียนช่วยกันคิด ชว่ ยกันทำ และชว่ ยกนั แกป้ ัญหา ๓. เปน็ กจิ กรรมที่พัฒนาผ้เู รียนตามสาระทีก่ ำหนดนอกเหนือจากการเรียนการสอน ๔. เปน็ กิจกรรมท่ีส่งเสรมิ และพฒั นาศกั ยภาพของผู้เรยี น ๕. เปน็ กจิ กรรมที่เหมาะสมกับสภาพของสถานศกึ ษา หรือท้องถน่ิ มาตรฐานการเรยี นรู้ การจดั กิจกรรมชมุ นมุ มมี าตรฐานการเรียนรู้ ทกุ ช้นั ปี ดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. พัฒนาความรู้ ความสามารถ ดา้ นการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพือ่ ให้เกดิ ทักษะประสบการณ์ ท้ัง วชิ าการและวิชาชีพตามศักยภาพ ๒. มีคุณธรรม จริยธรรมและคา่ นิยมทพี่ ึงประสงค์ ๓. มสี ุขภาพและบคุ ลิกภาพทางดา้ นร่างกายและจิตใจที่ดี ๔. ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ ๕. มมี นุษยสัมพันธใ์ นการทำงานร่วมกับผู้อ่นื ในระบอบประชาธิปไตย พฤติกรรมบ่งชี้ และเปา้ หมาย จากมาตรฐานการเรยี นรูด้ ังกลา่ ว สามารถกำหนดพฤติกรรมบง่ ชีห้ รือตวั ชว้ี ดั และเปา้ หมายการจดั กิจกรรมได้ ดังตอ่ ไปนี้
มาตรฐานการเรียนรู้กจิ ระดบั ชน้ั ปร มาตรฐานการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมชีว้ ัด/ตัวบ มาตรฐานที่๑: พฒั นาความรู้ ความสามารถ ๑.๑ มกี ารจัดทำโครงงาน/ ผลงาน/ช ดา้ นการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ เพื่อให้เกิด ๑.๒ เกดิ ทกั ษะการคดิ การตัดสนิ ใจ ทักษะ ท้ังประสบการณแ์ ละวิชาชีพตาม ๑.๓ มที ักษะการวางแผนและการจัด ศกั ยภาพ ๑.๔ รู้เขา้ ใจความสนใจความถนดั แล ๑.๕ ใชภ้ าษาในการส่อื สารได้ถกู ตอ้ ง ๑.๖ มจี นิ ตนาการความคิดรเิ ริม่ สร้า มาตรฐานที่๒: มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ ๒.๑ มกี ิริยามารยาทที่ดี คา่ นยิ มท่พี ึงประสงค์ ๒.๒ มีระเบยี บวนิ ยั ๒.๓ มีความเอือ้ เฟ้อื เผื่อแผ่ ๒.๔ มีความซอ่ื สตั ย์สุจรติ ๒.๕ มสี ัมมาคารวะออ่ นนอ้ มถ่อมตน ๒.๖ มคี วามสามัคคี ๒.๗ มนี ้ำใจตอ่ ครู เพ่อื นและผูอ้ ื่น ๒.๘ รบั ผิดชอบต่องานทีไ่ ดร้ บั มอบห ๒.๙ ตรงตอ่ เวลา ๒.๑๐ อนรุ ักษ์ พัฒนาและรกั ษาสมบ
90 จกรรมนกั เรียน(ชุมนมุ ) ระถมศึกษา บง่ ชี้ เปา้ หมายการจัดกิจกรรม ชน้ิ งาน ผ้เู รียนไดพ้ ัฒนาความร้แู ละทักษะจนเกิดเป็นโครงงาน ผลงาน ช้ินงาน จ และการแก้ปัญหา ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ดการ ละศกั ยภาพของตน ง างสรรค์ ผเู้ รยี นมีคุณธรรมจริยธรรมและค่านยิ ม ที่พึงประสงค์เปน็ แบบอยา่ ง แกผ่ ู้อ่นื ได้ น หมาย บัตขิ องโรงเรยี น
มาตรฐานการเรียนรู้ พฤติกรรมช้ีวดั /ตัวบ มาตรฐานท่ี๓: มีสขุ ภาพและบุคลิกภาพดา้ น ๓.๑ รจู้ กั การรักษาสขุ ภาพส่วนตัว ร่างกายและจติ ใจทีด่ ี ๓.๒ รา่ เรงิ แจม่ ใส มีความมัน่ คงทาง ๓.๓ อดทน อดกลั้นตอ่ สง่ิ ยัว่ ยุ ๓.๔ มสี มาธิตอ่ การทำงาน ๓.๕ มีสุนทรียภาพทางอารมณ์ มาตรฐานที่๔: ใช้เวลาว่างใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ๔.๑ ใช้เวลาทม่ี ีให้เกดิ ประโยชน์ ตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มาตรฐานท่ี๕: มีมนษุ ยสัมพนั ธ์ในการทำงาน ๕.๑ มีความเปน็ ผนู้ ำและผตู้ ามท่ดี ี ร่วมกับผู้อื่นในระบอบประชาธิปไตย ๕.๒ สามารถทำงานร่วมกับผู้อ่นื ได้ ๕.๓ เคารพในกฎ กติกาของกล่มุ แล ๕.๔ รับฟังและเคารพความคดิ เหน็ ข
บ่งช้ี 91 งอารมณ์ เปา้ หมายการจัดกจิ กรรม ผู้เรยี นมีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตดี และดำรงชวี ิตอย่างมีความสขุ ผเู้ รียนใชเ้ วลาวา่ งให้เกดิ ประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวม ผู้เรยี นสามารทำงานและอยูร่ ่วมกับผ้อู น่ื ได้อย่างมคี วามสขุ ละสงั คม ของผู้อ่ืน
92 การบริหารงาน การบรหิ ารงานการจัดกิจกรรมชมุ นุม ให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายของหลักสูตร มีแนวทางการ ดำเนนิ งานดังน้ี ๑. ประเภทของกิจกรรมชุมนุม การจัดการกิจกรรมชุมนุมของโรงเรียนเมืองพัทยา ได้แบ่งออกเป็น ๖ ประเภท ดังนี้ ก. กิจกรรมชมุ นุมเชิงวิชาการ เพอื่ สนบั สนุนการเรียนรกู้ ล่มุ สาระการเรยี นรู้ใน ๘ กลุ่มสาระ เป็น กิจกรรมที่มุ่งสง่ เสริมความรู้ ความเขา้ ใจ ดา้ นวิชาการในรายวิชาต่าง ๆ ท้งั ในห้องเรยี น และเสริมบทเรียน เพื่อใหเ้ กดิ ประโยชน์และคณุ คา่ ในชีวิตประจำวนั ตัวอย่างชุมนมุ ท่จี ัดต้งั ข้นึ เชน่ • ชุมนมุ คอมพวิ เตอร์ • ชุมนมุ ห้องสมดุ ข. กจิ กรรมชุมนุมเพอ่ื พัฒนาสงั คม และจิตใจ เปน็ กิจกรรมทีม่ งุ่ สร้างเสริมนิสัยการทำประโยชนเ์ พื่อ สงั คม เพอ่ื ช่วยให้ผู้เรียนรจู้ ักและเข้าใจตนเอง ปลูกฝงั คุณลกั ษณะนิสยั ทเ่ี ออ้ื ตอ่ การทำประโยชน์เพ่อื สังคม เหน็ แนวทางทจ่ี ะทำประโยชน์ให้กับสงั คม และสามารถนำไปปฏิบตั ิในชวี ติ ประจำวันได้ ตวั อยา่ งชมุ นุมที่ จดั ตง้ั ขึ้น เชน่ • ชมุ นุมพระพุทธศาสนา • ชมุ นุมศิลปกรรม ค. กิจกรรมชุมนมุ เพ่ือการสง่ เสรมิ การประกอบอาชพี เป็นกจิ กรรมที่ส่งเสรมิ ประสบการณ์ การใช้ เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ รู้จักช่วยเหลือผู้อืน่ และเขา้ ใจกระบวนการประกอบอาชีพ ในระหวา่ งเรียนเพ่ือ นำไปเป็นประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม ตวั อยา่ งชุมนมุ ท่ีจัดตั้งขนึ้ เช่น • ชมุ นมุ อาหารและเครอ่ื งดม่ื • ชุมนุมพิราบนอ้ ย • ชมุ นมุ สหกรณ์ • ชุมนุมนักพดู ในทชี่ มุ ชน ง. กจิ กรรมชมุ นมุ เพ่ือสง่ เสริมการอนรุ ักษส์ งิ่ แวดล้อม เพ่ือใหน้ ักเรยี นตระหนกั ถงึ การรกั ษา สง่ เสริม คุณภาพสง่ิ แวดลอ้ ม นกั เรียนรจู้ ัก แลกเปลีย่ น เผยแพร่ และเสริมสร้างความรคู้ วามคดิ ประสบการณ์ในการ อนรุ ักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม รวมทง้ั การชว่ ยเหลอื หรอื ในการให้ความร่วมมอื ในกิจกรรมขององค์การภายใน และ ภายนอก โรงเรยี นทางด้านสิง่ แวดลอ้ ม ตัวอยา่ งชมุ นมุ ทจ่ี ัดตง้ั ข้ึน เช่น • ชุมนมุ ดำน้ำและการอนุรักษ์ จ. กจิ กรรมชุมนุมเพื่อส่งเสรมิ อนุรกั ษศ์ ิลปวฒั นธรรมไทย เพอื่ ส่งเสริมใหน้ ักเรียนเกดิ ความภมู ิใจใน ความเปน็ ไทยอนั มชี าติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ตระหนกั ถึงความสำคญั และความเป็นมาของชาตไิ ทย และ มสี ว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษศ์ ิลปวัฒนธรรมอันดงี ามของชาติ ตัวอย่างชมุ นมุ ทจ่ี ัดตง้ั ขึน้ เช่น • ชมุ นุมดนตรไี ทย • ชุมนุมนาฎศิลป์ • ชมุ นุมดนตรีไทยลกู ทุ่ง ฉ. กิจกรรมชมุ นมุ เพอ่ื พฒั นาทกั ษะดา้ นกฬี า ตวั อย่างเช่น • ชมุ นมุ ฟุตบอลและฟตุ ซอลท์ • ชุมนุมเปตอง • ชมุ นุมจักรยานเสือภูเขา
93 • ชุมนมุ กรีฑา • ชุมนุมบาสเกตบอล • ชมุ นมุ ตะกร้อ • ชมุ นมุ ว่ายน้ำ • ชุมนุมเคร่ืองบนิ เล็ก • ชุมนมุ ศิลปะปอ้ งกันตัว ๒. หลักเกณฑ์การจดั ตง้ั ชุมนมุ จดั กิจกรรมชมุ นมุ ในทกุ ช่วงชั้น โดยจดั อย่างหลากหลาย เพอ่ื สนองความสนใจ ความถนัด เหมาะสมกบั วยั และวุฒภิ าวะของ หรือหากนักเรยี นมีความสนใจตรงกันรวมกลุ่มกนั สามารถเสนอจัดตัง้ ชุมนุมตามระเบียบการจดั ตั้งชุมนมุ ของโรงเรียน โดยมหี ลกั เกณฑ์ดังนี้ ๒.๑ ครู หรือนักเรียน ท่มี คี วามประสงคจ์ ัดตงั้ ชุมนุม เขียนโครงการเสนอต่อหัวหนา้ กิจกรรมพัฒนา ผู้เรียนเพ่ือพิจารณา ๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ ทข่ี ออนุญาตจัดต้ังนน้ั ต้องมคี รูทปี่ รึกษาชมุ นุมอย่างนอ้ ย ๑ คน แตไ่ มเ่ กนิ ๓ คน ๒.๓ ขนาดของชุมนุม ประกอบดว้ ยสมาชกิ ในอัตราสว่ นนักเรยี นต่อครทู ่ีปรกึ ษา ๒๕ : ๑ (ยืดหยนุ่ ได้ ทีอ่ ัตรา ๒๐ – ๓๐ : ๑) ๓. หนา้ ทข่ี องครูทป่ี รกึ ษาชุมนมุ ครูทุกคนต้องเปน็ ครูท่ปี รกึ ษาชุมนุมตามคำขอของผู้เรยี นหรือตามที่โรงเรียนมอบหมาย ซง่ึ จะตอ้ งมี บทบาทดงั ตอ่ ไปน้ี ๓.๑ ปฐมนิเทศ ปฐมนเิ ทศให้นักเรยี นเข้าใจเปา้ หมายและวิธกี ารดำเนินการจัดกิจกรรมชุมนมุ ๓.๒ เลอื กตั้งคณะกรรมการ จัดใหน้ กั เรยี นเลอื กตั้งคณะกรรมการดำเนนิ กิจกรรมชมุ นุม ๓.๓ ส่งเสริมการจดั ทำแผนงาน/โครงการ สง่ เสริมใหน้ กั เรียนทเ่ี ป็นสมาชิกของกจิ กรรมรว่ มแสดง ความคดิ เหน็ ในการจดั ทำแผนงาน/โครงการและปฏทิ ินการปฏิบตั ิงานอยา่ งอสิ ระ ๓.๔ ประสานงาน ประสานงานและอำนวยความสะดวกในด้านทรัพยากรตามความเหมาะสม ๓.๕ ใหค้ ำปรกึ ษา ให้คำปรึกษา ดแู ล ตดิ ตามการจัดกิจกรรมของนกั เรียนใหเ้ ปน็ ไปตามแผนงาน ดว้ ยความเรียบรอ้ ยและปลอดภัย ๓.๖ ประเมนิ ผล ประเมินผลการเข้ารว่ มและการปฏิบัตกิ ิจกรรมของนักเรียน ๓.๗ สรุปและรายงานผล สรปุ และรายงานผลการจัดกจิ กรรมต่อหัวหนา้ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 4. การประเมินผล การประเมินผลการจัดกจิ กรรมชุมนมุ เปน็ เงอ่ื นไขสำคัญประการหนึ่ง สำหรบั การผา่ นช่วงช้ันหรือ จบหลักสูตร นกั เรียนต้องเข้าร่วมและปฏิบตั ิกจิ กรรมชมุ นุม ตลอดจนผ่านการประเมินตามเกณฑ์ท่โี รงเรียน กำหนดตามแนวประเมิน ดังนี้ ๑. ประเมินการร่วมกิจกรรมชมุ นุมตามวตั ถปุ ระสงค์ของชมุ นุม ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ตาม สภาพจริงใหไ้ ด้ผลการประเมนิ ท่ีถกู ตอ้ ง ครบถว้ น
94 ๒. ครทู ่ปี รกึ ษากิจกรรมชมุ นมุ และนกั เรียนจะมีบทบาทในการประเมนิ ดังนี้ ๒.๑ ครทู ีป่ รกึ ษากจิ กรรมชุมนมุ (๑) ต้องดแู ลและพัฒนานกั เรียนให้เกดิ คณุ ลกั ษณะตามวตั ถปุ ระสงคข์ องกิจกรรม (๒) ต้องรายงานเวลา และพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมของนกั เรียน (๓) ต้องศกึ ษาติดตาม และพัฒนานกั เรียนในทก่ี รณีนักเรยี นไมเ่ ขา้ ร่วมกจิ กรรม ๒.๒ นกั เรยี น (๑) ปฏิบัติกิจกรรมให้บรรลผุ ลตามวตั ถปุ ระสงค์ (๒) มหี ลกั ฐานแสดงการเข้ารว่ มกิจกรรมไม่น้อยกวา่ ร้อยละ๘๐ ของเวลาเรยี นทง้ั หมด พร้อมท้งั แสดงผลการปฏิบตั ิกิจกรรม และพฒั นาการดา้ นต่าง ๆ (๓) ถา้ ไม่เกิดคุณลักษณะตามวัตถปุ ระสงค์ ต้องปฏบิ ัติกิจกรรมเพ่ิมเตมิ ตามทีค่ รูท่ปี รกึ ษา กจิ กรรมมอบหมาย ๓. เกณฑก์ ารผา่ นกิจกรรมชมุ นุม ๓.๑ นักเรียนเขา้ รว่ มกจิ กรรมชุมนมุ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นท้งั หมด ๓.๒ นักเรยี นผา่ นจุดประสงคท์ ่ีสำคญั ของแต่ละกิจกรรม ๓.๓ นกั เรยี นต้องผ่านเกณฑ์ประเมนิ ตามข้อ ๓.๑ และ ๓.๒ จึงไดผ้ ลการเรียน “ผ” ใน กจิ กรรมชุมนมุ
95 กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ความสำคญั กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชนเ์ ป็นหน่ึงในกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียนทีม่ งุ่ ใหน้ กั เรยี น ตระหนักถึงคณุ ค่าของการเสยี สละตอ่ สว่ นรวม และการร่วมมอื กนั สร้างสงิ่ ที่ดีงามให้กบั สงั คม เปน็ ผู้นำและผู้ ตามทด่ี มี ีความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม ฝกึ ใจให้มคี ุณธรรมพรอ้ มตอบแทนคณุ ของบา้ นเมอื ง ตามความสามารถ ของตนอยา่ งต่อเน่ือง กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กจิ กรรมสง่ เสริมและสนับสนุนและ ปลูกฝัง ฝึกฝนให้ผู้เรียนเป็นผ้ทู ่ีมคี วามเสียสละ บำเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และเป็นกิจกรรมทมี่ ี กระบวนการในการทำงานเพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสเทา่ เทยี มกนั ในการพัฒนาตนเองใหเ้ ตม็ ตามศักยภาพ โดย ในการฝึกจะต้องให้ผูเ้ รยี นไดร้ ับการพัฒนาครบถ้วนท้ัง ๖ ด้านคือ ร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา จิตใจ และคุณธรรม “ผูบ้ ำเพ็ญประโยชน์” (Guide) หมายถึง ผู้ที่ฝึกฝนตนเองใหพ้ ร้อมท่ีจะแนะนำและช่วยเหลือ ผอู้ ืน่ เสมอ โดยการฝึกทักษะต่างๆ ให้มีความพรอ้ มท้ังด้านรา่ งกาย สติปัญญา อารมณ์ สงั คมและคุณธรรม กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ประกอบด้วย - การบำเพ็ญประโยชน์ - การอนุรกั ษส์ ่ิงแวดลอ้ ม วตั ถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ 1. เพ่อื เตรยี มผู้เรียน ให้มีทกั ษะชวี ติ ที่เหมาะสมกบั สังคมในปัจจุบนั และอนาคต 2. เพ่อื สร้างโอกาสให้ผู้เรยี นไดฝ้ กึ ทักษะการเป็นผู้นำและผู้ตามท่ีดีในระบอบประชาธปิ ไตย 3. เพ่ือสรา้ งโอกาสให้ผู้เรยี นได้รู้จักช่วยเหลือผ้อู น่ื และบำเพญ็ ตนให้เป็นประโยชน์ต่อสงั คม วธิ ีการของกจิ กรรม เพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ มีวิธกี ารดังนี้ 4. ระบบหมู่ ฝกึ การทำงานร่วมกนั เป็นทีม ทเ่ี รยี กวา่ ระบบหม่โู ดยใหท้ ำงานรว่ มกันเป็นหมู่ เล็ก ๆ ๖-๘ คน ฝกึ ความเปน็ ผู้นำและผูต้ ามในการปกครองของตนเอง วธิ กี ารนี้ช่วยพฒั นาทักษะความเป็น ประชาธปิ ไตย 5. เรียนร้ดู ้วยการปฏิบัตจิ รงิ ให้โอกาสทำกิจกรรมหลากหลาย และลงมอื ปฏบิ ตั ิจริง วิธีการน้ีจะ ชว่ ยให้ผู้เรียนไดร้ ู้ถึง ความสนใจ ความสามารถ และความตอ้ งการของตน 6. ฝกึ พัฒนาตนเองให้กา้ วหนา้ ให้มีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงตัวเอง ร้จู ักสร้างโอกาสในการทำ สง่ิ ใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถดว้ ยตนเอง วธิ กี ารน้ีจะชว่ ยให้ผเู้ รียนพัฒนา ความคดิ รเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ พฒั นาความสนใจ และความสามารถของตนยงิ่ ข้นึ 7. ให้มคี วามร่วมมืออย่างจริงจงั ระหว่างเด็กและผ้ใู หญ่ เปน็ ความร่วมมอื ด้านความคิด การ วางแผน การตัดสนิ ใจ การดำเนนิ กิจกรรมและการประเมนิ ผลรว่ มกัน ความรว่ มมอื นต้ี ้ังอย่บู นพื้นฐานการ ส่งเสริมใหค้ นรนุ่ เยาว์ได้พฒั นาตนเองและมคี วามรบั ผดิ ชอบ วธิ ีการน้ีจะช่วยสรา้ งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง เดก็ กบั ผูใ้ หญ่ และได้เห็นแบบอย่างทีด่ ีของผ้ใู หญ่ดว้ ย 8. ฝึกใหบ้ ำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชน วธิ กี ารน้ีจะทำให้ผูเ้ รียนไดฝ้ ึกนสิ ัยการบำเพญ็ ประโยชน์มี ความรับผดิ ชอบในการช่วยเหลอื ผู้อืน่ ชุมชน ประเทศชาติ และสังคมโลก
96 9. เรียนรู้เก่ยี วกับนานาชาติ ท้งั ดา้ นวฒั นธรรม ศาสนาและวิถชี ีวติ วิธกี ารนี้ชว่ ยให้ผ้เู รียน ยอมรับความแตกตา่ งของบคุ คลในชาติและสังคมโลก เพือ่ ลดข้อขัดแยง้ และรู้จกั พ่ึงพาอาศัยกันเปน็ การ สร้างสนั ตสิ ขุ ในโลก รปู แบบการจดั กจิ กรรม การจัดกจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชนต์ ามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดระยะเวลากจิ กรรม ๑๐ ชัว่ โมงต่อปี ท้งั นี้การกำหนดกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและ สาธารณประโยชนโ์ รงเรียนอาจเปน็ ผจู้ ัดให้หรอื นกั เรยี นเสนอโครงการตามความสมัครใจ และแบ่งรูปแบบ การจดั กิจกรรมเป็นสองรูปแบบ คอื ๑. การบำเพ็ญประโยชน์ต่อโรงเรียน หมายถึง การท่ีนักเรยี นอาสาสมัครช่วยงานของสาขาวิชา หรือฝา่ ย ซงึ่ มผี ลดีตอ่ โรงเรียนหรือเปน็ ประโยชน์ตอ่ หนว่ ยงานของโรงเรียนโดยตรง เชน่ การจัดเรียงเอกสาร ประกอบการประชุม การเปน็ ผ้แู ทนของโรงเรียนไปร่วมพิธีทางศาสนาในวันสำคญั ต่าง ๆ การปลกู ตน้ ไม้ บริเวณหอพกั การเปน็ พ่ีเลี้ยงรว่ มกจิ กรรมตา่ ง ๆ การใหช้ ั่วโมงกจิ กรรมเป็นไปตามทป่ี ฏิบัติจริง สำหรับค่าย จดั ทีโ่ รงเรยี นและพกั แรม กำหนด ช่วั โมงวนั ละ ๘ ชั่วโมง รวมวันเตรียมค่าย ๑ วัน หากไม่พกั แรม ถอื ว่า บำเพญ็ ประโยชน์วนั ละ ๖ ชัว่ โมง ๒. การบำเพ็ญประโยชนต์ ่อสว่ นรวม หมายถึง การที่นกั เรียนอาสาสมัครช่วยจัดกิจกรรมซงึ่ เป็น ประโยชนโ์ ดยตรงตอ่ ส่วนรวมหรอื สถาบันอ่ืน ๆ
รายละเอียดสาระกิจกรรมเพอ่ื กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน ระดบั ๑ ป.๑-๓ ระดบั ๒ ป.๔-๖ ๑. การบำเพญ็ ประโยชน์ ๑. การบำเพ็ญประโยชน์ ๑.๑ ฝกึ ทกั ษะการดแู ลตนเอง ๑.๑ การบำเพญ็ ประโยชน์ต่อบคุ คล ๑.๒ การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๑.๒ การบำเพญ็ ประโยชนต์ อ่ สถานที่ ๑.๓ การบำเพญ็ ประโยชนต์ อ่ บุคคล ๑.๓ การมีส่วนรว่ มในโครงการบำเพญ็ ๒. ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม ประโยชนต์ อ่ ชุมชน ๒.๑ ธรรมชาตศิ กึ ษา ๒. การอนุรักษธ์ รรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๒.๑ ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ๒.๒ การใช้ทักษะในการรักษาสภาพแวดล้อม หมายเหตุ เวลาเรียน ๑๐ ช่วั โมง/ปี ๒.๒ การดูแลรักษา ๒.๓ การนำไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ หมายเหตุ เวลาเรียน ๑๐ ช่วั โมง/ปี
97 อสงั คมและสาธารณประโยชน์ น์ กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ระดับ ๓ ม.๑-๓ ระดับ ๔ ม.๔-๖ ๑. การบำเพ็ญประโยชน์ ๑. การบำเพญ็ ประโยชน์ ๑.๑ การใหบ้ ริการผ้อู ่นื ๑.๑ การให้บริการผูอ้ น่ื ๑.๒ การจดั โครงการบำเพ็ญประโยชนต์ อ่ ๑.๒ การจดั โครงการบำเพ็ญประโยชนต์ ่อ ชมุ ชนและสงั คม ชมุ ชนและสังคม ๒. การพัฒนาและเผยแพร่ ๒. การพฒั นาและเผยแพร่ ๒.๑ ฝึกทักษะในการอนรุ กั ษธ์ รรมชาตแิ ละ ๒.๑ ฝกึ ทกั ษะในการอนรุ ักษ์ธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม สง่ิ แวดลอ้ ม หมายเหตุ เวลาเรียน 10 ชว่ั โมง/ปี หมายเหตุ เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง/ปี
มาตรฐานการเรียนรู้กจิ กรรมเพ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั บ ๑. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทพี่ งึ ประสงค์ ๑.๑ มีระเบยี บวนิ ยั มคี วามเออื้ เฟ้ือเผือ่ แผ่ ๑.๒ มคี วามสามัคคี ๑.๓ มนี ้ำใจต่อครู เพ่ือนและ ๑.๔ รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ด้ร ๑.๕ อนรุ ักษ์ พัฒนาและรกั ษ ๒. ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อ ๒.๑ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสว่ ตนเอง ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ ๒.๒ ใช้เวลาทม่ี ใี หเ้ กิดประโย ๓. มมี นษุ ยสัมพันธ์ในการทำงานรว่ มกบั ผูอ้ นื่ ๓.๑ มีความเปน็ ผู้นำและผตู้ ๓.๒ สามารถทำงานร่วมกบั ผ ๓.๓ เคารพในกฎ กตกิ าของ ๓.๔ รับฟังและเคารพความค
98 พ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ บง่ ช้ี เกณฑก์ ารประเมนิ ผู้เรียนมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นยิ ม ทพ่ี ึงประสงค์ เป็นแบบอย่างแกผ่ อู้ ืน่ ได้ ะผู้อืน่ รับมอบหมาย ษาสมบัติของโรงเรยี น วนรวม ผู้เรยี นใชเ้ วลาว่างใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและ ยชน์ สว่ นรวม ตามที่ดี ผู้เรยี นมีมนษุ ยสมั พนั ธ์ในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผู้อน่ื ได้ งกลมุ่ และสงั คม คิดเหน็ ของผอู้ ื่น
99 โครงสร้างหลักสตู รกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ระดบั ประถมศกึ ษา ( ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖) กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ประถม สาระพน้ื ฐาน สาระเพ่ิมเตมิ ศกึ ษา รหัส สาระการเรยี นรู้ หน่วย ช่ัวโมง/ รหสั สาระการเรยี นรู้ หนว่ ย ชั่วโมง/ ปีท่ี กิต สปั ดาห์ กติ สปั ดาห์ ๑ กิจกรรมเพอื่ ๑ สาธารณประโยชน์ ๑ กิจกรรมเพื่อ ๑ สาธารณประโยชน์ ๒ กิจกรรมเพื่อ ๑ สาธารณประโยชน์ ๒ กิจกรรมเพื่อ ๑ สาธารณประโยชน์ ๓ กจิ กรรมเพ่ือ ๑ สาธารณประโยชน์ ๓ กจิ กรรมเพื่อ ๑ สาธารณประโยชน์ ๔ กจิ กรรมเพื่อ ๑ สาธารณประโยชน์ ๔ กจิ กรรมเพ่อื ๑ สาธารณประโยชน์ ๕ กิจกรรมเพื่อ ๑ สาธารณประโยชน์ ๕ กิจกรรมเพ่ือ ๑ สาธารณประโยชน์ ๖ กิจกรรมเพ่ือ ๑ สาธารณประโยชน์ ๖ กจิ กรรมเพ่ือ ๑ สาธารณประโยชน์ การวดั ผลประเมินผล นักเรยี นต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เปน็ ไปตามเกณฑ์สำเร็จการศกึ ษาตามหลกั สตู ร ของโรงเรียน คอื นกั เรยี นตอ้ งมีช่ัวโมงกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ จำนวน ๑๐ ช่ัวโมง ต่อปี พร้อมกับ บนั ทกึ การร่วมกิจกรรมและความประทบั ใจในสมุดบันทึกกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ และอาจารย์ท่ีปรึกษา กจิ กรรมนัน้ ๆ เป็นผลู้ งชอื่ รับรอง
100 การประเมินผลการจดั กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑. ประเมนิ จากพฤตกิ รรมความสนใจในการเข้ารว่ มกจิ กรรม ดูจากจำนวนคร้ังและเวลา ๒. ประเมินจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมไดต้ รงตามจุดประสงค์ของแต่ละกจิ กรรม ดูจากผลงานและการเข้ารว่ ม กจิ กรรมกบั ผูอ้ ่ืน ๓. ประเมนิ พัฒนาการดา้ นต่างๆ ไดแ้ ก่ ร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ สตปิ ญั ญา และคุณธรรม ดูจากผลการ ปฏบิ ตั ิกิจกรรม
๑๘๖ คณะผจู ดั ทํา ทป่ี รึกษา กณั ฐสุทธ์ิ ผอู าํ นวยการสถานศึกษา สนิ ธเุ ศรษฐ รองผูอ ํานวยการสถานศึกษา ๑. นายสภุ าษติ ปรดี าศกั ด์ิ รองผูอ ํานวยการสถานศึกษา ๒.นางสาวอรพนิ ท รองผอู ํานวยการสถานศึกษา ๓.นางบตุ รชรี ทองมา ๔.นางสาวอจั ฉรยี า กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น ผูจดั ทาํ เซน็ นลิ หวั หนา ๑. นายวรโชติ ไทรงาม รองหวั หนา ๒. นางสาวกรรณกิ า ชุมดี ผูช ว ย ๓. นางสาวนันทิยา ๔. นางสาวศิรพนั ธ สนุ ทรนนท ผชู วยและเลขานุการ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130