Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประถม ปี66

หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประถม ปี66

Published by Nanthiya Chumdee, 2023-07-10 03:31:11

Description: หลักสูตรกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประถม ปี66

Search

Read the Text Version

มาตรฐาน ด้านปัจจยั มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตวั บง่ ชี้ มาตรฐานที่ ตวั บง่ ช้ีที่ ๑๔. สถานศกึ ษามแี ละใชส้ อ่ื ๑. มสี ื่อ เคร่ืองมอื ทางการแนะแนวในการจัด เคร่ืองมือทางการแนะแนวอยา่ ง และใหบ้ ริการแนะแนว เหมาะสมกับผู้เรยี น ๒. ใช้สอื่ เครือ่ งมอื ทางการแนะแนวในการจดั และใหบ้ ริการแนะแนว ๓. บำรงุ รักษา จัดเก็บสื่อ เครือ่ งมือทางการ แนะแนว

31 นการแนะแนว เกณฑ์การประเมิน ดกจิ กรรม ระดับท่ี ๑ จัดหา / จดั ทำสือ่ เคร่อื งมอื ทางการแนะแนวในการจดั กิจกรรม และให้บริการแนะแนวตามความจำเปน็ ระดับท่ี ๒ มีระดับที่ ๑ และ สอ่ื เครื่องมือทางการแนะแนวในการจดั กิจกรรม และใหบ้ รกิ ารแนะแนวมีเพยี งพอครอบคลมุ ดา้ นการศกึ ษา อาชพี และการงาน ชวี ิตและสังคม ระดับท่ี ๓ มีระดับท่ี ๒ และ ส่ือ เคร่อื งมอื ทางการแนะแนวในการจัด กิจกรรมและให้บรกิ ารแนะแนวสนองความต้องการของผเู้ รยี น ดกจิ กรรม ระดับที่ ๑ ผูใ้ ห้บริการมีความร้เู กี่ยวกบั วิธกี ารใช้สอ่ื เครื่องมอื ทางการ แนะแนวในการจดั กจิ กรรมและให้บริการแนะแนวได้ตรงกับวัตถปุ ระสงค์ ระดบั ท่ี ๒ มีระดับที่ ๑ และผใู้ หบ้ รกิ ารมที ักษะการใชส้ ่ือ เครอ่ื งมอื ทางการแนะแนวในการจัดกจิ กรรมและให้บริการแนะแนวได้ตรงกบั วตั ถุประสงค์ ระดบั ที่ ๓ มรี ะดบั ท่ี ๒ และ ให้บริการส่ือ เคร่ืองมือทางการแนะแนวใน การจัดกิจกรรมและให้บริการแนะแนวแกห่ นว่ ยงานท่มี าขอรับบรกิ าร ระดบั ท่ี ๑ มที ีจ่ ัดเก็บ และ ทะเบียนการใช้ส่ือ เครือ่ งมือทางการแนะแนว ร ระดับที่ ๒ มีระดบั ที่ 1 และมกี ารจัดหมวดหมูแ่ ละปรับปรุง ซ่อมแซมสอ่ื เครือ่ งมือทางการแนะแนว ระดบั ที่ ๓ มรี ะดับท่ี 2 และมหี ลกั ฐานการใช้และพฒั นาสอื่ เครื่องมือ ทางการแนะแนว

มาตรฐาน ด้านปจั จัย มี ๗ มาตรฐาน ๑๙ ตวั บง่ ชี้ มาตรฐานที่ ตวั บง่ ช้ที ี่ ๑๕. สถานศกึ ษา มีและใช้ระบบ ๑. มรี ะบบฐานขอ้ มูลดา้ นการศกึ ษา อาชีพแล ขอ้ มลู สารสนเทศทางการแนะแนว ชวี ิตและสังคมเปน็ ปจั จุบนั เช่ือมโยงเป็นเครือขา่ ย ๒. ใช้ขอ้ มูลสารสนเทศด้านการศึกษา อาชพี แ งาน ชีวติ และสังคม ๓. มกี ารเช่อื มโยงการใชข้ อ้ มูลสารสนเทศรว่ ม หนว่ ยงานอนื่

32 นการแนะแนว ละการงาน เกณฑก์ ารประเมิน และการ มกับ ระดับท่ี ๑ มีฐานขอ้ มลู ด้านการศกึ ษา อาชีพและการงาน ชีวิตและ สงั คม ระดับที่ ๒ มีระดบั ท่ี 1 และ มีการจดั หมวดหมู่และผูร้ บั ผิดชอบในการ จัดเก็บข้อมูล ระดับที่ ๓ มรี ะดบั ที่ 2 และ มีการพัฒนาขอ้ มลู ให้เปน็ ปัจจบุ นั ระดบั ท่ี ๑ ผู้ใหบ้ ริการ/ ผู้เรียน รวู้ ิธีใช้ฐานข้อมูลดา้ นการศกึ ษา อาชีพ และการงาน ชีวิต และสงั คม ระดบั ท่ี ๒ มรี ะดับท่ี 1 และ ผู้ให้บรกิ าร/ ผู้เรยี น สามารถใช้ขอ้ มูล ดา้ นการศึกษา อาชพี และการงาน ชวี ติ และ สังคมไดต้ รงกบั วตั ถปุ ระสงค์ และสะดวกรวดเร็ว ระดับที่ ๓ มีระดบั ท่ี 2 และใหบ้ รกิ ารข้อมูลด้านการศกึ ษา อาชพี และ การงาน ชีวิตและสงั คมแกห่ น่วยงานทม่ี าขอรบั บริการ ระดับที่ ๑ มีผู้รับผิดชอบในการให้บริการและประสานความรว่ มมือ ระหวา่ งหน่วยงาน สถานศึกษาต่าง ๆ ระดบั ท่ี ๒ มีระดบั ท่ี 1 และ มกี ารแลกเปลีย่ นขอ้ มลู สารสนเทศ ทางการแนะแนวระหว่างหนว่ ยงาน สถานศกึ ษาต่าง ๆ ระดบั ท่ี ๓ มรี ะดับที่ 2 และ มีการพัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยี เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์ร่วมกัน

33 โครงสร้างหลักสตู รกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน ระดับประถมศกึ ษา ( ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖) กิจกรรมแนะแนว ประถม สาระพ้ืนฐาน สาระเพมิ่ เตมิ ศึกษา รหัส สาระการเรียนรู้ หนว่ ย ช่วั โมง/ รหัส สาระการเรยี นรู้ หน่วย ช่ัวโมง/ ปที ี่ กติ สปั ดาห์ กติ สปั ดาห์ ๑ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๑ กจิ กรรมแนะแนว ๑ ๒ กจิ กรรมแนะแนว ๑ ๒ กจิ กรรมแนะแนว ๑ ๓ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๓ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๔ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๔ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๕ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๕ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๖ กิจกรรมแนะแนว ๑ ๖ กิจกรรมแนะแนว ๑

34 คำอธิบายรายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี ฝึกประสบการณ์และพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการเก่ียวกับ การ บอกความต้องการหรือปญั หาของตนเอง บอกจดุ เด่นของตนเอง บอกความชอบของตนเองบอกความภาคภูมิใจ ในส่งิ ที่ตนทำรู้จกั แสวงหาข้อมูลจากบุคคลทอี่ ยู่ใกลต้ วั รจู้ กั ใช้ขอ้ มลู ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวัน บอกเหตผุ ล สิ่งท่ีต้องการจะทำปฏิบัติตามคำส่ังของครูหรือผู้ปกครองแสดงความรู้สึกของตนเองให้ ผู้อื่นรับรู้รับรู้การ เปล่ียนแปลงด้านร่างกายอารมณ์และสังคมของตนเอง รู้จักแบ่งปันสิ่งของให้กับผู้อ่ืน จัดประสบการณ์ต่าง ๆ ดว้ ยวิธีการตามหลกั การแนะแนวจิตวทิ ยาการแนะแนว กระบวนการกล่มุ การศึกษาเปน็ รายกรณี โดยเนน้ ให้เกิด สำนึกด้านกับคุณธรรม จริยธรรม การให้อภยั การช่วยเหลือเกอ้ื กูล และสามารถดำรงชีวิตในสงั คมได้อย่างสันติ สขุ การวัดผลและประเมินผล ใช้การสังเกต สัมภาษณ์ การประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และการ วดั ผลประเมินตามสภาพจรงิ ใช้กระบวนการอย่างหลากหลายใหส้ อดคล้องกับสภาพความเปน็ จรงิ

35 คำอธิบายรายวชิ า กิจกรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ปี ฝึกประสบการณ์และพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการเกี่ยวกับ การ บอกความต้องการหรือปัญหาของตนเอง บอกจุดเด่น จุดด้อยของตนเองบอกความชอบความสามารถของตนเอง บอกความภูมิใจส่ิงที่ตนทำ รู้จักแสวงหาข้อมูลจากบุคคลและสถานท่ีใกล้ตัว รู้จักใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน บอกทางเลือกทีจ่ ะไดม้ าในสงิ่ ที่ต้องการ ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของครอบครัวโรงเรียนและชุมชน แสดงความรู้สึกและความต้องการของตนเองให้ผ้อู ื่นรับรู้แสดงออกทางอารมณไ์ ด้อย่างเหมาะสมรู้จกั การใหแ้ ละ รับความช่วยเหลือรจู้ ักยกย่องชมเชยผู้อื่น จัดประสบการณ์ต่าง ๆ ด้วยวิธกี ารตามหลักการแนะแนวจิตวิทยาการ แนะแนว กระบวนการกลมุ่ การศกึ ษาเป็นรายกรณี โดยเนน้ ใหเ้ กดิ สำนึกดา้ นกบั คุณธรรม จรยิ ธรรม การใหอ้ ภัย การชว่ ยเหลือเกื้อกูล และสามารถดำรงชีวติ ในสังคมไดเอยา่ งสันติสุข การวัดผลและประเมินผลใช้การสังเกตสัมภาษณ์การประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และการ วัดผลประเมินตามสภาพจริง ใช้กระบวนการอย่างหลากหลายให้สอดคล้องกบั สภาพความเปน็ จริง

36 คำอธิบายรายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง/ปี ฝกึ ประสบการณ์และพฒั นาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการเกี่ยวกับการบอก ความต้องการหรือปัญหาของตนเองบอกความภูมใิ จของตนเองบอกความสามารถของตนเองบอกความสามารถ และความดีของผู้อ่ืนสามารถเลือกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม รู้จักใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันและสอดคล้องตามกฎเกณฑ์ของสงั คม แสดงพฤติกรรมที่เกิดจากการตัดสนิ ใจ รับรู้ความร้สู ึกของ ผอู้ ่ืนแสดงความคิดท่ีดตี ่อผู้อื่นสามารถปรับตวั อยู่ในสิ่งแวดล้อมทเ่ี ปล่ียนไปรู้จักยกย่องชมเชยผู้อ่นื รู้จักรับการยก ยอ่ งชมเชยจากผู้อืน่ จัดประสบการณ์ต่าง ๆด้วยวิธีการตามหลักการแนะแนว จิตวทิ ยาการแนะแนว กระบวนการ กลุ่ม การศึกษาเป็นรายกรณี โดยเน้นให้เกิดสำนึกด้านกับคุณธรรม จรยิ ธรรม การให้อภยั การช่วยเหลือเก้ือกูล และสามารถดำรงชวี ติ ในสงั คมไดเอยา่ งสันติสุข การวดั ผลและประเมินผลใช้การสังเกตสัมภาษณ์การประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และการวัดผล ประเมินตามสภาพจริง ใชก้ ระบวนการอย่างหลากหลายให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจรงิ

37 คำอธิบายรายวชิ า กจิ กรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกประสบการณ์และพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการเกี่ยวกับการ อธิบายความต้องการหรือปัญหาของตนเองแสดงความสามารถท่ีเปน็ จุดเด่นของตนเอง แสดงความสนใจความ ถนัดและความสามารถบอกความรู้สกึ นึกคดิ ที่ดีต่อตนเองและผูอ้ ื่น รู้จักแสวงหาขอ้ มูลจากบุคคลสถานท่ีสอ่ื และ เทคโนโลยีสารสนเทศที่จำเป็นสามารถเลือกและนำข้อมูลที่ตนเองต้องการใช้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์และ สอดคล้องตามกฎเกณฑ์ของสังคม สามารถกำหนดเป้าหมายและวางแผนดำเนินการบอกทางเลือกในการ แก้ปญั หาได้อยา่ งหลากหลายเปิดโอกาสใหผ้ ู้อื่นแสดงความคิดเหน็ ใช้วิธกี ารส่อื สารให้ผู้อืน่ เข้าใจ ได้เหมาะสมกับ สถานการณ์รู้เท่าทันและยอมรับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายอารมณ์และสงั คมของตนเอง ยอมรับและให้ความ ร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบของครอบครัวโรงเรียนและชุมชนจัดประสบการณ์ต่าง ๆด้วยวิธีการตามหลักการ แนะแนวจติ วิทยาการแนะแนว กระบวนการกลุ่ม การศึกษาเป็นรายกรณี โดยเน้นให้เกิดสำนึกด้านกบั คุณธรรม จรยิ ธรรม การใหอ้ ภัย การชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู และสามารถดำรงชีวิตในสังคมไดเอยา่ งสันตสิ ุข การวัดผลและประเมินผลใชก้ ารสังเกตสัมภาษณก์ ารประเมินพฤติกรรมการปฏิบตั ิ และการวัดผล ประเมนิ ตามสภาพจริง ใชก้ ระบวนการอยา่ งหลากหลายให้สอดคลอ้ งกบั สภาพความเป็นจรงิ

38 คำอธิบายรายวิชา กจิ กรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี ฝึกประสบการณ์และพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการเกี่ยวกับการ อธิบายความต้องการหรือปัญหาของตนเองแสดงความสามารถท่ีเป็นจุดเด่นของตนเอง อธิบายเหตุผลในส่ิงที่ ตนเองสนใจแสดงความชน่ื ชมผอู้ ่ืนพรอ้ มใหเ้ หตุผลประกอบสามารถจำแนกประเภทและเปรยี บเทียบข้อดีขอ้ เสีย ของข้อมูลเบ้ืองต้นได้สามารถเลือกและนำข้อมูลที่ตนเองต้องการใช้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์และสอดคล้องตาม กฎเกณฑ์ของสังคม สามารถประเมินทางเลือกตัดสินใจโดยใช้เหตุผลร่วมตัดสนิ ใจเรอ่ื งเก่ียวกับตนเองครอบครัว และโรงเรียนเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและปฏิบัติตามความคิดเห็นของกลุ่มใช้ วธิ ีการสื่อสารใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจได้เหมาะสมกับสถานการณ์ สามารถควบคุมอารมณ์และแสดงออกอย่างเหมาะสมกับ สถานการณ์ แสดงพฤตกิ รรมเหมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คล จัดประสบการณ์ต่าง ๆด้วยวิธีการตามหลักการ แนะแนวจิตวิทยาการแนะแนวกระบวนการกลุ่ม การศึกษาเป็นรายกรณี โดยเน้นให้เกดิ สำนึกด้านกับคุณธรรม จริยธรรม การให้อภัย การช่วยเหลอื เกื้อกลู และสามารถดำรงชีวติ ในสังคมไดอ้ ยา่ งสันติสขุ การวัดผลและประเมินผลใช้การสังเกตสัมภาษณ์การประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติ และการวัดผล ประเมินตามสภาพจริง ใชก้ ระบวนการอยา่ งหลากหลายให้สอดคลอ้ งกบั สภาพความเปน็ จริง

39 คำอธบิ ายรายวิชา กจิ กรรมแนะแนว ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี ฝกึ ประสบการณ์และพัฒนาผู้เรยี นให้มีความรู้ความสามารถทักษะกระบวนการเก่ียวกับการอธิบาย ความต้องการหรือปัญหาของตนเองแสดงความสามารถทเี่ ป็นจุดเดน่ ของตนเองอธิบายเหตุผลในสง่ิ ท่ีตนเองสนใจ แสดงความชื่นชมผู้อ่ืนพร้อมให้เหตุผลประกอบ สามารถจำแนกประเภทและเปรยี บเทียบข้อดีข้อเสียของข้อมูล เบื้องต้นได้สามารถเลือกและนำข้อมูลท่ีตนเองต้องการใช้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์และสอดคล้องตามกฎเกณฑ์ ของสังคม ร่วมตัดสินใจเร่ืองเก่ียวกับตนเองครอบครัวและโรงเรียน ปฏิบัติตามทางเลือกท่ีตัดสินใจเข้าใจ ความรู้สึกของคนอื่นใช้วิธีการสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้เหมาะสมกับสถานการณ์สามารถควบคุมอารมณ์และ แสดงออกอยา่ งเหมาะสมกับสถานการณ์แสดงพฤติกรรมเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล จัดประสบการณ์ตา่ ง ๆด้วยวิธีการตามหลักการแนะแนวจิตวิทยาการแนะแนว กระบวนการกลุ่ม การศึกษาเป็นรายกรณี โดยเน้นให้ เกิดสำนึกด้านกับคุณธรรม จริยธรรม การใหอ้ ภัย การช่วยเหลือเก้ือกูล และสามารถดำรงชีวิตในสังคมไดเอย่าง สนั ติสขุ การวัดผลและประเมินผลใช้การสังเกต สัมภาษณ์ การประเมินพฤติกรรมการปฏบิ ัติ และการวดั ผล ประเมนิ ตามสภาพจรงิ ใช้กระบวนการอย่างหลากหลายใหส้ อดคล้องกับสภาพความเปน็ จริง

40 จดุ ประสงค์ กจิ กรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวมุ่งส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนให้พัฒนาตนเองอย่างเต็มตามศักยภาพ รกั และ เหน็ คุณคา่ ในตนเองและผู้อ่ืน พงึ่ ตนเอง มที กั ษะในการเลอื กแนวทางทางการศึกษา การงานและอาชีพ ชีวิตและ สงั คม มีสุขภาพจิตทีด่ ี มีจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ การจดั กิจกรรมแนะแนวมจี ุดประสงคท์ ่สี ำคัญดงั นี้ ๑. เพื่อให้ผเู้ รยี นคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเห็นคณุ ค่า ใน ตนเองและผู้อืน่ ๒. เพ่ือให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ท้ังด้านการศึกษา อาชีพ ส่วนตัว สังคม เพ่ือนำไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษา อาชีพได้เหมาะสมสอดคล้องกับ ศกั ยภาพของตนเอง ๓. เพ่ือใหผ้ ูเ้ รยี น ได้พัฒนาบคุ ลกิ ภาพและปรบั ตัวอยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ๔. เพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ในงานอาชีพและมีเจตคติท่ีดีต่อ อาชีพสุจริต ๕. เพอื่ ให้ผู้เรียนมีค่านิยมที่ดีงามในการดำเนินชีวิต เสริมสร้างวนิ ัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่ ผู้เรยี นมจี ิตสำนกึ ในการรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั สงั คมและประเทศชาติ ๖. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมจี ิตสำนึกในการรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ

41 โครงสร้างการจัดกจิ กรรมแนะแนวช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ แผนการ ชอื่ กจิ กรรม ผลการเรียนรู้ ช่วั โมง สอนท่ี ปฐมนเิ ทศ - นักเรียนมคี วามรู้เกย่ี วกับการเรียนกิจกรรมแนะแนว ๑ ๑ เกง่ อะไร - นักเรียนรู้ความสามารถของตนเอง ๑ ๒ เตรยี มตัวอยา่ งไรดี - นักเรยี นสามารถตัดสินใจและแกป้ ญั หาของตนเองได้ ๑ ๓ ฉนั บอกได้ - นกั เรียนบอกข้อมลู สารสนเทศในด้านการศึกษา ๑ ๔ คน้ หาความถนัด - นักเรยี นบอกความถนดั ของตนเองได้ ๑ ๕ ชอบแบบไหนดี - นกั เรยี นบอกความถนัดของตนเองได้ ๑ ๖ หนเู ขียนได้ - นกั เรยี นเห็นคณุ ค่าในตนเอง ๑ ๗ พดู ได้ – พดู ดี - นักเรียนมคี วามภูมใิ จในตนเอง ๑ ๘ อา่ นมากร้มู าก - นกั เรียนแสวงหาขอ้ มลู สารสนเทศได้ ๑ ๙ เรอื่ งทฉี่ ันชอบ - นักเรียนแสวงหาข้อมูลสารสนเทศได้ ๑ ๑๐ สอ่ื สารได้นะ - นักเรียนใช้ขอ้ มูลสารสนเทศในการพัฒนาตนเองได้ ๑ ๑๑ ทำตามคำส่ัง - นกั เรยี นสามารถปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มได้อยา่ งมีความสุข ๑ ๑๒ บอกหนอ่ ยได้ไหม - นกั เรียนสามารถตัดสนิ ใจได้ ๑ ๑๓ ฉนั เรยี นอย่างไร - นกั เรยี นสามารถตดั สินใจได้ ๑ ๑๔ เหมาะกบั ฉัน - นกั เรยี นสามารถตดั สนิ ใจได้ ๑ ๑๕ กลา้ คิดกลา้ ทำ - นกั เรียนรคู้ วามสามารถของตนเอง ๑ ๑๖ กำหนดเวลา - นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในการทำกจิ กรรมตอ่ สังคม ๑ ๑๗ คุณค่าของเวลา - นกั เรียนมีส่วนรว่ มในการทำกิจกรรมต่อสังคม ๑ ๑๘ หัวใจตรงกนั - นกั เรยี นแสวงหาข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนาตนเอง ๑ ๑๙ กจิ กรรมอะไรเอ่ย - นักเรยี นใชข้ อ้ มูลสารสนเทศในการพัฒนาตนเองด้านการศกึ ษา ๑ ๒๐ โรงเรียนของเรานา่ อยู่ - นักเรยี นสามารถแสวงหาข้อมูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเอง ๑ ๒๑ มามองจดุ ดกี นั เถอะ - นักเรียนมีวุฒภิ าวะทางอารมณ์ ๑ ๒๒ ความภูมใิ จของฉัน - นักเรียนเห็นคณุ คา่ ภมู ิใจในตนเอง ๑ ๒๓ อารมณข์ องฉัน - นักเรียนมีวุฒภิ าวะทางอารมณ์ ๑ ๒๔ คำพูดที่ไพเราะ - นักเรียนสามารถปรบั ตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ ๑ ๒๕ เดนิ ดดี ี - นักเรียนสามารถปรบั ตัวเข้ากบั สภาพแวดล้อมได้ ๑ ๒๖ แตง่ กายดมี เี สน่ห์ - นกั เรยี นสามารถปรบั ตัวเข้ากบั สภาพแวดล้อมได้อย่างมคี วามสขุ ๑ ๒๗ ฉนั ทำเอง - นักเรียนปรับตวั เขา้ กับสภาพแวดลอ้ มได้อยา่ งมีความสุข ๑ ๒๘ หนูทำได้ - นกั เรียนมสี ว่ นร่วมในการทำกจิ กรรมท่เี ปน็ ประโยชน์ต่อสงั คม ๑ ๒๙ ชอบมากท่ีสุด - นกั เรยี นสามารถตัดสินใจ และแกป้ ญั หาของตนเองได้ ๑ ๓๐ รกั การทำงาน - นักเรียนมสี ว่ นรว่ มในการทำกิจกรรมท่ีเป็นประโยชนต์ อ่ ครอบครัว ๑ ๓๑ ใครเอย่ - นักเรียนสามารถปรับตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มได้อย่างมคี วามสุข ๑ ๓๒

โครงสรา้ งการจัดกิจกรรมแนะแนวชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ 42 แผนการ ชอ่ื กจิ กรรม ผลการเรียนรู้ ช่วั โมง สอนที่ ๓๓ อาชพี พอ่ แมข่ องฉัน - นักเรียนสามารถตดั สนิ ใจได้ ๑ ๓๔ อาชีพในชุมชน - นกั เรียนแสวงหาขอ้ มูลสารสนเทศในการพัฒนาตนเอง ๑ ๒๕ ลักษณะของอาชีพ - นกั เรียนแสวงหาข้อมลู สารสนเทศในการพัฒนาตนเองดา้ น ๑ การศกึ ษา ๓๖ ตวั อันตราย - นกั เรียนใชข้ ้อมลู สารสนเทศในการพฒั นาตนเอง ๑ ๓๗ คดิ กอ่ นทำ - นกั เรยี นสามารถตดั สินใจได้ ๑ ๓๘ คนละไมค้ นละมอื - นกั เรียนมสี ่วนรว่ มในการทำกจิ กรรมท่เี ป็นประโยชน์ต่อสังคม ๑ ๓9 น้ำใจ - นักเรยี นมีส่วนร่วมในการทำกจิ กรรมท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อสงั คม ๑ ๔๐ ประเมินผลการเรยี น - นักเรยี นทราบผลการประเมินการเขา้ รว่ มกิจกรรมแนะแนว ๑ กิจกรรมแนะแนว รวม ๔๐

43 โครงสรา้ งการจัดกจิ กรรมแนะแนวช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ แผนการ ชือ่ กิจกรรม ผลการเรียนรู้ ชวั่ โมง สอนที่ ปฐมนเิ ทศ - นักเรียนมคี วามรู้เกีย่ วกับการเรยี นกจิ กรรมแนะแนว ๑ ๑ เก่งอะไร - นักเรยี นรู้ความสามารถของตนเอง ๑ ๒ เตรยี มตัวอย่างไรดี - นกั เรยี นสามารถตดั สินใจและแก้ปัญหาของตนเองได้ ๑ ๓ ฉนั บอกได้ - นักเรยี นบอกข้อมูลสารสนเทศในด้านการศึกษา ๑ ๔ ค้นหาความถนดั - นักเรียนบอกความถนัดของตนเองได้ ๑ ๕ ชอบแบบไหนดี - นักเรียนบอกความถนัดของตนเองได้ ๑ ๖ หนูเขียนได้ - นักเรียนเหน็ คุณคา่ ในตนเอง ๑ ๗ พูดได้ – พดู ดี - นกั เรียนมีความภูมใิ จในตนเอง ๑ ๘ อา่ นมากรู้มาก - นกั เรียนแสวงหาขอ้ มลู สารสนเทศได้ ๑ ๙ เร่อื งท่ีฉันชอบ - นกั เรียนแสวงหาขอ้ มลู สารสนเทศได้ ๑ ๑๐ สื่อสารไดน้ ะ - นักเรยี นใชข้ ้อมูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเองได้ ๑ ๑๑ ทำตามคำส่ัง - นกั เรียนสามารถปรบั ตัวเข้ากบั สภาพแวดล้อมได้อยา่ งมคี วามสุข ๑ ๑๒ บอกหนอ่ ยไดไ้ หม - นกั เรียนสามารถตัดสินใจได้ ๑ ๑๓ ฉันเรยี นอย่างไร - นักเรยี นสามารถตัดสนิ ใจได้ ๑ ๑๔ เหมาะกับฉนั - นักเรยี นสามารถตัดสินใจได้ ๑ ๑๕ กลา้ คิดกล้าทำ - นกั เรียนร้คู วามสามารถของตนเอง ๑ ๑๖ กำหนดเวลา - นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการทำกิจกรรมต่อสังคม ๑ ๑๗ คุณค่าของเวลา - นักเรยี นมสี ่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่อสังคม ๑ ๑๘ หวั ใจตรงกนั - นกั เรียนแสวงหาขอ้ มลู สารสนเทศในการพัฒนาตนเอง ๑ ๑๙ กจิ กรรมอะไรเอ่ย - นักเรยี นใชข้ อ้ มูลสารสนเทศในการพัฒนาตนเองดา้ นการศกึ ษา ๑ ๒๐ โรงเรยี นของเรานา่ อยู่ - นกั เรยี นสามารถแสวงหาขอ้ มูลสารสนเทศในการพัฒนาตนเอง ๑ ๒๑ มามองจุดดกี นั เถอะ - นกั เรียนมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ๑ ๒๒ ความภมู ิใจของฉนั - นกั เรียนเหน็ คุณค่า ภมู ิใจในตนเอง ๑ ๒๓ อารมณ์ของฉัน - นกั เรยี นมวี ุฒภิ าวะทางอารมณ์ ๑ ๒๔ คำพูดท่ีไพเราะ - นกั เรยี นสามารถปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มได้ ๑ ๒๕ เดินดดี ี - นักเรียนสามารถปรับตวั เข้ากบั สภาพแวดล้อมได้ ๑ ๒๖ แตง่ กายดมี ีเสน่ห์ - นกั เรยี นสามารถปรับตวั เข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างมีความสุข ๑ ๒๗ ฉนั ทำเอง - นักเรียนปรบั ตัวเขา้ กบั สภาพแวดล้อมไดอ้ ย่างมีความสขุ ๑ ๒๘ หนทู ำได้ - นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในการทำกิจกรรมทเี่ ปน็ ประโยชน์ตอ่ สังคม ๑ ๒๙ ชอบมากที่สุด - นกั เรยี นสามารถตัดสินใจ และแก้ปัญหาของตนเองได้ ๑ ๓๐ รักการทำงาน - นักเรยี นมีสว่ นร่วมในการทำกจิ กรรมที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครวั ๑ ๓๑ ใครเอ่ย - นักเรยี นสามารถปรบั ตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างมีความสขุ ๑ ๓๒ อาชพี พอ่ แมข่ องฉัน - นกั เรยี นสามารถตดั สินใจได้ ๑ ๓๓

44 โครงสรา้ งการจัดกจิ กรรมแนะแนวชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒ แผนการ ชอื่ กจิ กรรม ผลการเรยี นรู้ ชว่ั โมง สอนที่ ๓๔ อาชพี ในชมุ ชน - นักเรียนแสวงหาข้อมลู สารสนเทศในการพฒั นาตนเอง ๑ ๓๕ ลักษณะของอาชพี - นกั เรียนแสวงหาขอ้ มูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเองด้านการศึกษา ๑ ๓๖ ตัวอนั ตราย - นักเรียนใช้ขอ้ มูลสารสนเทศในการพฒั นาตนเอง ๑ ๓๗ คิดกอ่ นทำ - นักเรียนสามารถตดั สนิ ใจได้ ๑ ๓๘ คนละไม้คนละมือ - นักเรยี นมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทเี่ ป็นประโยชนต์ ่อสังคม ๑ ๓๙ น้ำใจ - นกั เรียนมสี ่วนร่วมในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ตอ่ สังคม ๑ ๔๐ ประเมนผลการเรียน - นกั เรยี นทราบผลการประเมนิ การเขา้ ร่วมกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนว รวม ๔๐

45 โครงสรา้ งการจัดกิจกรรมแนะแนวชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการ ชอื่ กิจกรรม ผลการเรียนรู้ ชวั่ โมง สอนที่ ๑ ๑ ตัวฉนั - นกั เรยี นสำรวจความคิดความรู้สึกตนเองและมองตนเองและผู้อื่น ๑ ๒ ในทางบวก ๑ ๒ หนูทำได้ - นักเรยี นเกดิ ความภาคภมู ิใจในความสามรถของตนเอง ๑ ๓ คิดให้ดีบอกให้ได้ - นักเรียนบอกเหตผุ ลและผลกระทบท่ีเกิดขึ้นจากการชอบไม่ชอบ ๑ ๑ ได้ ๑ ๔ การแกป้ ญั หา - นักเรียนรูข้ ้นั ตอนในการแก้ปัญหา ๑ ๕ เลือกอยา่ งไร - นกั เรยี นใช้เกณฑ์เหมาะสมในการเลอื กขอ้ มูลเพื่อนำไปใช้พัฒนา ๑ ตนเอง ๑ ๑ ๖ ไม่ประมาท - นักเรยี นนำข้อมลู มาใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ ๑ ๑ ๗ เรียนอย่างไรใหเ้ กง่ - นกั เรยี นบอกเหตุผลวธิ ีการเรียนที่ดีเพ่อื นำมาใช้พฒั นาตนเองได้ ๑ ๑ ๘ การนำความรู้ไปใชใ้ น - นกั เรียนบอกวิธีการนำผลจากการเรียนกลมุ่ สาระต่าง ๆ ไปใช้ ๑ ๑ ชีวิตประจำวนั ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั ได้ ๑ ๑ ๙ การประยุกตค์ วามร้ไู ป - นักเรยี นบอกวิธกี ารนำผลการเรยี นร้จู ากกลุม่ ประสบการณต์ ่างๆ ๑ ใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ไปใช้ ๒ ๑๐ ความสามารถทางการ - นกั เรียนบอกระดับการเรยี นและวิธีปรบั ปรงุ วธิ กี ารเรยี นกลมุ่ ๑ เรียน สาระที่บกพร่องได้ ๑๑ เรียนได้ - เรยี นดี - นกั เรียนเลอื กวิธเี รยี นทม่ี ปี ระสิทธิภาพและประสบผลสำเรจ็ ได้ ๑๒ การโต้วาที - นกั เรียนโตว้ าทีในหัวขอ้ ที่กำหนดได้ ๑๓ การจดบันทึก - นกั เรยี นบนั ทึกเหตุการณ์ประจำวันได้ ๑๔ รกั การอา่ น - นักเรยี นวิเคราะหว์ จิ ารณ์เรื่องทอี่ ่าน ๑๕ วิธกี ารเรียน - นกั เรียนบอกวธิ กี ารเรยี น ๑๖ เกมตัง้ คำถาม - นกั เรยี นต้ังคำถาม ถามเพื่อนได้อยา่ งคล่องแคล่ว ๑๗ การจำ - นักเรยี นฝึกสมาธแิ ละเห็นคุณค่าการมีสมาธิ ๑๘ วิธกี ารเรยี นที่ดี - นักเรียนบอกข้อบกพร่องวธิ กี ารเรียนและปรบั ปรงุ วธิ ีการเรยี นได้ ๑๙ การเตรียมตวั สอบ - นักเรยี นบอกวธิ กี ารเตรียมตัวสอบทด่ี ไี ด้ ๒๐ การใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็น - นักเรยี นบอกประโยชน์ของการใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ได้ ประโยชน์ ๒๑ ความถนัด - นกั เรียนบอกได้วา่ สิง่ ทตี่ นถนัด อยู่ในกลุม่ ประสบการณ์ใด และค้นพบความถนัดได้ ๒๒ การพงึ่ ตนเอง - นักเรียนบอกกิจวัตรประจำวนั และงานทชี่ ว่ ยพอ่ แม่ มีความ ภาคภูมใิ จสามารถชว่ ยเหลือตนเองได้ ๒๓ การมรี ะเบียบวนิ ยั - นกั เรียนปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อยา่ งถูกต้อง

46 โครงสร้างการจัดกิจกรรมแนะแนวชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ แผนการ ชอื่ กิจกรรม ผลการเรียนรู้ ชัว่ โมง สอนที่ ๒๔ มองโลกในแง่ดี - นกั เรียนบอกความดขี องตนและเพอ่ื นมคี วามรสู้ กึ ที่ดีต่อ ๑ ตนเองและเพื่อน ๒๕ จุดเด่น ๑ - นักเรียนบอกลักษณะเดน่ ของตนและเพื่อน มคี วามรู้สกึ ท่ี ๒๖ เมื่อไม่มใี ครอยูบ่ า้ น ดีตอ่ ตนเองและเพือ่ น ๑ ๒๗ ฉนั ทำสำเร็จ - นักเรยี นบอกวิธีปฏิบตั ิตนเม่ือแม่ไมอ่ ย่บู า้ นอธิบายเหตุผล ๒ ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกดิ ขนึ้ ได้ ๒๘ พูดอยา่ งไรให้เหมาะสม ๑ ๒๙ เวลามีค่า - นกั เรียนเหน็ คุณค่าและบอกความสำเรจ็ ทต่ี นภูมใิ จพูด ๑ ๓๐ คิดเองทำเอง แสดงความยนิ ดีเม่ือไดร้ ับการยกย่องชมเชยได้ ๒ - นักเรียนเห็นคุณค่าและบอกเหตุผลของการพูดจาดี ๓๑ สตั ว์น้อยผนู้ า่ รกั ๑ ๓๒ หนูนอ้ ยนกั สำรวจ - นักเรยี นจัดตารางเวลา ๑ ๓๓ การควบคุมอารมณ์ - นักเรียนเหน็ ความจำเป็นในการปรบั ปรงุ ตนเองใหค้ ดิ และ ๑ ทำอยา่ งมเี หตุผล ๓๔ ชอบแว่นสีใด ๑ ๓๕ อาชพี อะไร - นกั เรียนร้จู กั สัตว์มีจิตเมตตากรุณาต่อสัตว์ ๑ ๓๖ คา่ นิยมต่ออาชีพ - นักเรยี นรู้แหลง่ ขอ้ มลู และมีความกระตือรือรน้ ในการหา ๑ ข้อมลู ๔๐ - นักเรยี นวิเคราะห์จำแนกอารมณข์ องตนและเห็นความ จำเปน็ ในการควบคุมอารมณ์ใหม้ ั่นคง - นกั เรยี นมคี วามรู้สึกทดี่ ีต่อตนเองและผอู้ ่ืน - นกั เรยี นบอกคา่ นิยม เจนคตทิ ่ีดีตอ่ การประกอบอาชพี ได้ - นักเรียนวเิ คราะหค์ ่านิยมทางอาชพี ของตนได้ รวม

47 โครงสรา้ งการจัดกิจกรรมแนะแนวชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔-6 โครงสร้างการจดั กิจกรรมแนะแนวช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔-6 ดำเนนิ การโดยอาศัยหลักการทฤษฎกี าร เรียนรู้ ทฤษฎีพฒั นาการทางสังคม และทฤษฎีพฒั นาการทางอาชพี เพื่อกำหนดค่าน้ำหนักของการแนะแนวดา้ น การศึกษา อาชพี สว่ นตัวและสังคม ซง่ึ นำไปสูก่ ารวเิ คราะห์วัตถปุ ระสงค์ของกจิ กรรมแนะแนวตามที่กำหนดใน หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 และการออกแบบกิจกรรมแนะแนวไดอ้ ยา่ ง เหมาะสมกับช่วงวัยของผู้เรียน ดังรายละเอียด ดงั น้ี ระดับชัน้ คา่ นำ้ หนัก (ร้อยละ) ด้านการศึกษา ดา้ นอาชพี ด้านสว่ นตัวและสงั คม รวม 100 ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6 25 25 50 หมายเหตุ โครงสรา้ งการจดั กิจกรรมแนะแนวนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม สมรรถนะทางการแนะแนว หมายถึง คุณลักษณะที่ต้องการใหน้ กั เรยี นทุกคนมแี ละสามารถนำไปใช้ กับตนเองได้อย่างเหมาะสม ซง่ึ คุณลกั ษณะเหล่านี้ครคู วรสง่ เสรมิ ดา้ นต่างๆได้แก่ ความรู้ (Knowledge) หมายถึง ความรูเ้ ฉพาะดา้ นของเด็ก เชน่ ความรูภ้ าษาอังกฤษ ความรูด้ ้านคณติ ศาสตร์ ความรู้ด้านภาษา เปน็ ตน้ ทกั ษะ (Skills) หมายถงึ ส่งิ ที่เดก็ กระทำไดด้ ี และฝึกปฏิบตั ิเป็นประจำจนเกิดความชำนาญ เชน่ ทกั ษะการอา่ น การ เขยี น การวาดภาพ การร้องเพลง การทำอาหาร เป็นตน้ ภาพลักษณภ์ ายในตน (Self-image/Self-concept) หมายถงึ ทัศนคติ ค่านิยมและความคิดเห็นเกี่ยวกบั ภาพลกั ษณข์ องตนเองหรอื สง่ิ ท่ีเด็กเชอื่ วา่ ตนเองเปน็ เช่น คน ท่ีมคี วามเชื่อม่นั ในตัวเองสงู จะเช่อื วา่ ตนเองสามารถแก้ปัญหาตา่ งๆ ได้ คณุ ลักษณะภายในหรือ อุปนสิ ยั (Traits) หมายถงึ บุคลิกลักษณะประจำตวั ของเด็ก เปน็ สงิ่ ท่อี ธิบายถึงเดก็ คนนน้ั เช่น เปน็ คนท่นี า่ เชื่อถอื และไว้วางใจ หรือมีลกั ษณะเปน็ ผนู้ า เปน็ ตน้ แรงจูงใจ(Motive) หมายถึง แรงขับภายใน ซ่ึงท าใหเ้ ดก็ แสดงพฤติกรรมท่มี งุ่ สู่ สงิ่ ทเี่ ปน็ เปา้ หมาย เช่น เดก็ ที่มุง่ ผลสัมฤทธ์ิ มกั ชอบต้ังเปา้ หมายท่ีทา้ ทาย และพยายาม ทำงานสำเร็จตามเป้า ท่ตี ้ังไว้ ตลอดจนพยายามปรับปรุงการทำงานของตนเองตลอดเวลาในการจดั กิจกรรม แนะแนวควรสร้างเสริม คุณลักษณะใหส้ อดคลอ้ งกบั สมรรถนะทางการแนะแนวในแตล่ ะดา้ นอย่างเหมาะสม ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดด้วยกนั 3 ดา้ น ได้แก่ 1. สมรรถนะด้านการศึกษา หมายถึง การมคี วามรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติและคา่ นิยมท่ีดใี นเรอ่ื งเกี่ยวกบั การเรียน สามารถนำข้อมลู ความรทู้ ี่ได้รับมาใชใ้ นการวางแผนในด้านการเรียนและการศกึ ษาตอ่ เพอ่ื พัฒนาตนเอง ดา้ นการเรียนไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ ซ่งึ มรี ายละเอียด 4 สมรรถนะ ดงั น้ี 1.1 รแู้ ละเข้าใจและมีเจตคติท่ดี ตี อ่ การเรียนรตู้ ามหลกั สตู ร 1.2 มคี า่ นยิ มในการเรียนรู้ตลอดชวี ติ 1.3 ใหข้ อ้ มลู ในการวางแผนการศึกษา 1.4 พฒั นาตนเองด้านการเรียนได้เต็มศกั ยภาพ 2. สมรรถนะด้านอาชพี หมายถึง การมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับอาชพี ตลอดจนมเี จตคตแิ ละ คา่ นิยมทด่ี ตี อ่ อาชีพ มขี อ้ มูล/ประสบการณด์ า้ นอาชีพ เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการตดั สนิ ใจวางแผนการศึกษาเพ่อื การมี งานท าเตม็ ตามศักยภาพ ซ่งึ มรี ายละเอียด 3 สมรรถนะ ดงั นี้ 2.1 การเรยี นรูเ้ ก่ียวกับเรื่องอาชีพ 2.2 มีเจตคติทีด่ ีต่อการเรียนสายอาชีพ 2.3 มที ักษะการตดั สินใจเพอ่ื วางแผนการศึกษาเพือ่ การมงี านทำเตม็ ตามศักยภาพ

48 3. สมรรถนะด้านสว่ นตวั และสังคม หมายถึง การร้จู ักและเข้าใจตนเอง รกั และเห็นคณุ ค่าในตนเองและ ผูอ้ นื่ มวี ฒุ ภิ าวะทางอารมณ์ ปรับตวั และดำรงชีวติ อยู่ในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ซ่งึ มีรายละเอยี ด 4 สมรรถนะ ดังน้ี 3.1 รู้จักและเขา้ ใจตนเอง 3.2 รกั และเหน็ คุณค่าในตนเองและผู้อื่น 3.3 มวี ุฒิภาวะทางอารมณ์ 3.4 ปรับตัวและดำรงชีวิตอยูใ่ นสังคมได้อย่างมคี วามสุข

49 โครงสรา้ งการจัดกิจกรรมแนะแนวชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ แผนการ ชอ่ื กิจกรรม ผลการเรียนรู้ ชวั่ โมง สอนท่ี ๑ ปฐมนิเทศผู้เรยี นแนะนำ ผู้เรยี นรกั และเหน็ คุณค่าในตนเองและผู้อนื่ มีสุขภาพจติ ที่ดี มีสำนึก ๑ ตอ่ สว่ นรวม กิจกรรมแนะแนว ๒ ผู้เรียนสำรวจลักษณะเฉพาะทางกาย นิสัยและอารมณข์ องตน พรอ้ ม ๒ ลกั ษณะของฉนั พัฒนาให้ดียิง่ ข้นึ ๒ ๓ คณุ ครูท่ีฉันต้องการ ผู้เรยี นสามารถบอกถึงคุณครทู ่ีเขาต้องการ เพอ่ื ท่ีครูจะไดป้ รบั ตัวเข้า ๒ หาผู้เรียน ผู้เรยี นเรียนไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ๒ ๔ ความถนดั และความสนใจ ๕ สิ่งดมี ใี นตนค้นหาได้ ผเู้ รยี นค้นพบความถนัดและความสนใจของตนเอง ๒ ผู้เรยี นบอกส่งิ ดีทมี่ อี ยใู่ นตน เกิดความรู้สึกรัก ภาคภมู ใิ จและเหน็ ๒ ๖ ผู้มพี ระคณุ คณุ ค่าในตนเอง ๗ ความดีของเพ่ือน ๒ ผเู้ รียนมพี ฤตกิ รรมทีเ่ คารพ กตญั ญผู ้มู พี ระคณุ ๘ ชวี ติ งาม ความพอเพียง ๒ ผเู้ รยี นบอกความดีของเพอื่ น ยอมรบั และเห็นคุณค่าในการกระทำ ๙ แนวทางสร้างความสขุ ใน ของผู้อน่ื ๒ ชีวิต ๒ ผเู้ รียนมนี ิสัยรกั การประหยดั อดออม ความพออยู่ พอเพียง และ ๒ ๑๐ คำสอนของพ่อ พึ่งตนเองได้ ๒ ๑๑ มงคลชีวติ ๓๒ ประการ ๒ ๑๒ หนง่ึ นาที มคี า่ ย่งิ ผเู้ รยี นมีแนวทางในการสร้างความสุขในชวี ติ เพ่อื การดำรงชวี ติ อย่ใู น ๑๓ อาชพี ในชมุ ชน สงั คมได้อย่างมีความสขุ ๑๔ ความใฝ่ฝนั ในงานอาชพี ที่ ผเู้ รยี นสำนกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ุณของพ่อหลวง สจุ ริต ผเู้ รียนสามารถนำมงคลชวี ิต๓๒ประการมาปรับใช้ในการดำเนินชวี ิต ๑๕ พลงั ใจสูค่ วามสำเร็จ ๑๖ คุณธรรมนำใจ ผู้เรียนแสดงออกถึงพฤตกิ รรมท่รี ู้จกั เสยี สละ อุทิศตนเพื่อสงั คม ผเู้ รยี นรู้จกั อาชีพในชมุ ชน พรอ้ มท้ังสามารถบอกได้ว่าชอบอาชพี ใด ผเู้ รียนมคี า่ นิยมในอาชีพที่สุจริต ๑๗ ครดู ีมีอยูร่ อบกาย ผู้เรยี นสามารถเปลีย่ นแปลงตนเองและเสรมิ สร้างพลังใจใหก้ ับตนเอง ๒ ๑๘ เลือกแตส่ งิ่ ดี ผเู้ รียนมีคณุ ธรรมประจำใจและสามารถหาแนวทางแกไ้ ขปญั หาท่ี ๒ ๑๙ หนังสือในดวงใจ เกิดขึ้นได้ ๒๐ คิดเพมิ่ เตมิ คณุ ค่า ภูมิ ผู้เรียนสามารถเรียนรูไ้ ดจ้ ากธรรมชาตแิ ละสงิ่ ต่าง ๆที่อยรู่ อบตัว ๒ ผู้เรยี นสามารถวเิ คราะห์เลือกรบั ข่าวสารขอ้ มลู ท่ดี ี ๒ ปญั ญาไทย ผเู้ รยี นมีนสิ ัยรักการอา่ น ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งการเรยี นรู้ ๒ ประเมนิ คุณภาพปลายปี ผเู้ รียนรจู้ ักภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ินในชุมชน ๑ รวม ๔๐

โครงสรา้ งการจัดกิจกรรมแนะแนวชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ 50 แผนการ ช่ือกิจกรรม ผลการเรยี นรู้ ชวั่ โมง สอนท่ี - นักเรียนบอกได้ว่าตนเองมคี วามถนัดอะไร ๑ - นักเรียนทราบข้อบกพร่องและวธิ ปี รับปรงุ ตนเอง ๑ ๑ พรสวรรคข์ องฉัน - นกั เรียนบอกความสนใจของตนเองได้ ๑ - นกั เรียนมีเจตนท่ีดตี อ่ อาชีพ ๑ ๒ วิธีเรยี นดี - นักเรียนสามมารถนำประสบการณ์ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน ๑ - นกั เรยี นวิเคราะหจ์ ดุ เดน่ ของตนได้ ๑ ๓ ฉนั เป็นอะไรดี - นกั เรียนวิเคราะห์ค่านิยมทางอาชีพได้ ๑ - นักเรียนวางแผนอนาคตได้ ๑ ๔ ค่านยิ มตอ่ อาชีพ - นกั เรียนร้จู กั ตนเองและผู้อ่ืน ๑ - นกั เรยี นรู้วิธีแบ่งเวลาได้เหมาะสม ๑ ๕ นำไปใช้ - นักเรยี นบอกวธิ กี ารเตรียมตัวสอบที่ดไี ด้ ๑ - นกั เรียนวางแผนการเรียนโดยใช้ข้อมลู ได้ ๑ ๖ จุดเด่นของฉัน - นกั เรยี นมนี ิสัยใฝก่ ารเรียนรู้ ๑ - นักเรียนเกดิ ทักษะในการอา่ น ๑ ๗ อัลบั้มอาชีพ - นักเรยี นบอกคณุ ลักษณะของอาชพี ได้ ๑ - นักเรยี นบอกวิธหี าแหล่งอาชพี ได้ ๑ ๘ สิ่งท่ฉี ันภูมใิ จ - นกั เรียนรเู้ กย่ี วกบั กฎหมายอาชพี ๑ - นักเรียนเลือกอาชพี ไดเ้ หมาะสม ๑ ๙ ความประทบั ใจ - นกั เรียนเตรยี มตัวไดท้ ันการเปล่ยี นแปลง ๑ - นกั เรียนหาทางไปสูเ่ ป้าหมายไดส้ ำเรจ็ ๑ ๑๐ การใชเ้ วลาของฉนั - นักเรียนมีความรู้สกึ ดตี ่อตนเองและผ้อู ่ืน ๑ - นักเรยี นมอี ารมณท์ ่มี น่ั คง ๑ ๑๑ เตรยี มตัวสอบ - นกั เรียนคดิ และทำอย่างเหมาะสม ๑ - นกั เรยี นมองโลกในแงด่ ี ๑ ๑๒ จะเรียนอะไรดี - นักเรยี นเข้าใจการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดลอ้ ม ๑ - นกั เรยี นปรบั ตัวให้เข้ากบั สภาพแวดล้อม ๑ ๑๓ เกมต้ังคำถาม - นักเรียนมีทักษะในการช่วยเหลอื ผู้อน่ื ๑ - นกั เรยี นรู้จกั คิดวิเคราะห์ปรบั ตัวดี ๑ ๑๔ ชอบการอ่าน - นกั เรียนเห็นคณุ ค่าการควบคมุ อารมณ์ ๑ - นักเรียนเห็นคุณค่าสว่ นดขี องตน ๑ ๑๕ อาชีพทฉ่ี ันชอบ - นักเรียนรจู้ ักทำประโยชนแ์ ก่สงั คม ๑ - นกั เรียนเข้าใจการเปลีย่ นแปลงของส่ิงแวดล้อม ๑ ๑๖ ค้นหาแหลง่ อาชพี - นกั เรยี นช่วยกันดูแล พัฒนาสง่ิ แวดลอ้ ม ๑ ๑๗ มาลีถกู รงั แก ๑๘ ทางไปสดู่ วงดาว ๑๙ มองอนาคต ๒๐ อยากเปน็ อะไรกนั จะ๊ ๒๑ ชอบแว่นสีใด ๒๒ พายอุ ารมณ์ ๒๓ คดิ สกั นดิ ทำสกั หนอ่ ย ๒๔ ผมู้ ติ รไมตรี ๒๕ ความผนั แปร ๒๖ ปา่ ลัน่ ๒๗ ร่วมดว้ ยช่วยกนั ๒๘ ปรบั ตวั ดีคลค่ี ลายปัญหา ๒๙ อารมณด์ มี สี ุข ๓๐ มองส่วนดี ๓๑ รางวลั ชวี ติ ๓๒ ผ้ชู นะ ๓๓ ธรรมชาตใิ นฝนั

โครงสร้างการจัดกจิ กรรมแนะแนวชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ 51 แผนการ ช่อื กิจกรรม ผลการเรยี นรู้ ช่วั โมง สอนท่ี - นักเรยี นรูจ้ ักการมมี นุษยส์ ัมพนั ธ์ ๑ - นกั เรียนมีระเบยี บวินยั ๑ ๓๔ ฟงั ดีมีเพื่อน - นกั เรียนบอกประโยชน์การอย่รู ว่ มกนั ได้ ๑ - นกั เรียนมนี ำ้ ใจโอบอ้อมอารี ๑ ๓๕ แข่งเรือบก - นักเรยี นบอกหนา้ ท่ขี องตนตอ่ ชุมชนได้ ๑ - นักเรยี นเหน็ ความสำคญั รับผิดชอบต่อหน้าที่ ๑ ๓๖ สดุ สดุ ไปเลย - นกั เรยี นรูจ้ ักและประพฤติตามวฒั นธรรมไทย ๑ ๔๐ ๓๗ ทำตนใหเ้ พอื่ นรัก รวม ๓๘ วนิ ยั ดีมีสุข ๓๙ เทยี นน้อยสอ่ งแสง ๔๐ เรารักวัฒนธรรมไทย

52 โครงสรา้ งการจัดกิจกรรมแนะแนวชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ แผนการ ช่ือกิจกรรม ผลการเรียนรู้ ช่ัวโมง สอนท่ี 1 ค่าของคน - นกั เรยี นบอกความรสู้ ึกที่ดีตอ่ อารมณ์และจิตใจด้านบวกของ 2 ตนเองและผอู้ ื่น 2 ผ่อนคลาย 2 - นกั เรยี นสรปุ วธิ กี ารท่ีจะเลือกวธิ ีผอ่ นคลายอารมณท์ ่ีเหมาะสม 3 โลกกว้างทางการศกึ ษา กับตนเองได้ 2 4 My Idol - นกั เรยี นบอกแนวทางในการเลือกศึกษาต่อเม่ือเรยี นจบช้นั 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 5 โตขนึ้ จะเป็นอะไร 3 - นักเรยี นบอกคณุ ลกั ษณะของตนทสี่ อดคล้องกับบคุ คลทป่ี ระสบ 6 โลกอาชพี ทเ่ี ปล่ียนไป ความสำเรจ็ ทางการศึกษา 3 - นกั เรียนบอกข้อดีของอาชพี ที่ตนเองอยากเปน็ และคณุ ลักษณะ 7 ทกั ษะในศตวรรษท่ี 21 ทตี่ นเองสอดคล้อง 2 8 ความถนดั และทกั ษะ - นกั เรียนบอกสาเหตุท่ที ำใหโ้ ลกอาชีพเปลยี่ นแปลง และบอก 2 ทางการเรียน ผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของนกั เรียนในอนาคต 2 9 สร้างสรรคท์ ักษะ - นกั เรียนบอกความสมั พันธ์เช่ือมโยงของทักษะในศตวรรษท่ี 21 กับนกั เรยี นได้ 1 10 แก้ไขได้ 3 11 ทางเลอื ก - นกั เรียนสรปุ ทักษะท่ีสำคัญดา้ นตา่ งๆทตี่ นเองมีเพื่อประกอบ 3 12 การเรยี นร้ขู องฉัน การเลอื กเรยี นต่อได้ 3 13 ความสนใจสู่อาชีพท่ีรกั 3 14 ท่องโลกออนไลนอ์ ย่าง - นกั เรียนระบุวธิ ีการเสรมิ สรา้ งทักษะชีวติ ในการปฏบิ ัตติ นอยูใ่ น สังคมได้อยา่ งมคี วามสุข 3 ปลอดภยั 15 เราเพื่อนกัน - นกั เรยี นบอกวธิ กี ารพัฒนาใหร้ ะดบั ผลการเรียนดีขน้ึ ได้ 3 16 ฝันใหไ้ กลไปใหถ้ ึง - นกั เรยี นเลือกแนวทางการศกึ ษาตอ่ ท่ีเหมาะสม 1 17 อาชพี ทีฉ่ ันรู้จกั - นกั เรียนบอกวธิ กี ารพัฒนารปู แบบการเรียนรูข้ องตนเองได้ ๔๐ - นกั เรยี นวางแผนการเรียนสอู่ าชีพในอนาคตได้ - นกั เรียนเลือกใช้ข้อมูลจากส่อื ออนไลน์อยา่ งปลอดภยั และ สร้างสรรค์ - นักเรยี นเสนอแนวทางการปรบั ตวั อยรู่ ว่ มกับเพอื่ นได้อย่าง เหมาะสม - นกั เรียนเลอื กวธิ ีการไปสเู่ ป้าหมายด้านการเรียนในอนาคตของ ตนเองได้ - นกั เรียนศกึ ษาสถานประกอบการ/แหล่งเรียนรดู้ า้ นอาชพี ในชมุ ชน รวม

53 กจิ กรรมลกู เสือ-เนตรนารี การลูกเสือเปน็ ขบวนการอาสาสมัคร ทีใ่ หก้ ารศกึ ษาแก่เยาวชน โดยถว้ นหนา้ ไมม่ ีการแก่งแยกและ กดี กันในเร่ืองเชอ้ื ชาติ ผิวพรรณ วรรณะ ตลอดจนลทั ธทิ างศาสนาใดๆทัง้ ส้นิ ไม่อยภู่ ายใตอ้ ิทธพิ ลของการเมือง และยดึ ม่ันปฏบิ ตั ติ ามอุดมการณ์ของผู้ให้กำเนดิ ลูกเสือโลกคือ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Lord Baden-Powell ) อย่างแนว่ แน่และม่ันคง การศกึ ษาทั่วโลกถือว่า การลูกเสือเปน็ ขบวนการทีใ่ หก้ ารศึกษาแกเ่ ดก็ และเยาวชนใน รูปแบบนอกระบบองคก์ ารลูกเสือโลกปัจจุบันมีประเทศสมาชิก จำนวน ๑๕๔ ประเทศ(พ.ศ. ๒๕๔๕) กิจการ ลูกเสือท่ัวโลกสามารถดำรงอย่ไู ด้ดว้ ยความมีเอกภาพ ซึ่งเป็นแกนกลางให้ประเทศสมาชกิ ท่วั โลกได้พัฒนากิจการ ลูกเสอื ของตนใหม้ ีความก้าวหน้าไปในทางเดยี วกัน ดงั นัน้ การสง่ เสริมให้เยาวชนของชาติเปน็ พลเมืองดี ที่มคี วาม รบั ผดิ ชอบต่อตนเองและประเทศชาติ ตอ้ งอาศัยสาระสำคญั ของการลกู เสือ ๑. สาระสำคญั ของลูกเสือ สาระสำคัญของลูกเสอื ประกอบด้วย หลกั การ วัตถุประสงค์ และวธิ ีการ โดยมีรายละเอียดดงั นห้ี ลักการ ได้แก่ ๑. มีศาสนาเป็นหลักยึดทางจติ ใจ จงรกั ภักดตี ่อศาสนาทีต่ นเคารพนบั ถือและพึงปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ ด้วยความจริงใจ ๒. จงรักภกั ดีตอ่ พระมหากษตั ริยแ์ ละประเทศชาติของตน พรอ้ มด้วยการส่งเสรมิ และสนับสนุน สนั ตสิ ุขและสันติภาพ ความเข้าใจท่ีดีซ่งึ กนั และกนั ความรว่ มมอื ซงึ่ กันและกนั นับแต่ระดับ ทอ้ งถน่ิ ระดบั ชาติ และระดบั นานาชาติ ๓. เขา้ ร่วมในการพฒั นาสังคม ยอมรบั และใหค้ วามเคารพในเกียรตแิ ละศักดศ์ิ รีของผอู้ นื่ และเพอื่ น มนษุ ย์ทุกคน รวมทัง้ การยอมรบั และใหค้ วามเคารพในความถูกต้องและความเปน็ ธรรมต่อ ธรรมชาตแิ ละสรรพสงิ่ ท้งั หลายในโลก ๔. มีความรบั ผดิ ชอบต่อการพฒั นาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง ๕. ลกู เสือทุกคนต้องยึดม่ัน ในคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื ซง่ึ บัญญตั ิไว้ ในภาษาของแตล่ ะ ประเทศ ตามความเหมาะสมกบั วัฒนธรรมของตน โดยยดึ ใจความสำคัญท่ีลอร์ด เบเดน โพ เอลล์ ผ้ใู หก้ ำเนิดลกู เสือโลกได้กำหนดไว้ คำปฏญิ าณและกฏของลูกเสือน้นั ตอ้ งได้รับการอนุมตั ิ จากองค์การลูกเสือโลกกอ่ น จึงจะถอื วา่ เป็นคำปฏิญาณและกฎทถี่ กู ต้อง ๒. วัตถปุ ระสงค์ วัตถุประสงคข์ องการลูกเสอื คอื การชว่ ยใหเ้ ยาวชนได้รับการพฒั นาศกั ยภาพทางร่างกาย สตปิ ัญญา จิตใจและสงั คมให้สมบรูณอ์ ย่างเตม็ ที่ เพ่อื ใหเ้ ป็นพลเมืองดี ทีม่ ีความรับผิดชอบและเป็นสมาชกิ ทด่ี ีของทอ้ งถน่ิ ของชาตแิ ละของชุมชนระหว่างประเทศ ตามทีธ่ รรมนูญของลูกเสือโลกไดบญั ญตั ิไว้ ๓. วิธกี าร วธิ ีการของการลูกเสือ คือระบบการศกึ ษาดว้ ยตนเองใหเ้ กิดความก้าวหนา้ ตามลำดับขน้ั โดยอาศยั ๑. คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ ๒. การเรยี นรูด้ ้วยการกระทำ

54 ๓. ระบบหมู่หรอื กลมุ่ ย่อย โดยมีผู้ใหญเ่ ป็นผแู้ นะนำ สัง่ สอน ฝึกอบรมให้มีความรับผิดชอบทลี ะ นอ้ ย แล้วเพ่ิมความรบั ผดิ ชอบใหม้ ากขึ้นตามลำดับอายุ ฝกึ ใหร้ จู้ กั ปกครองตนเอง จนเป็นลกั ษณะนสิ ัย ประจำตัว เพอ่ื ให้มีความสามารถพงึ่ ตนเองได้ เป็นผ้นู ำและเปน็ ผู้ให้ความรว่ มมือที่ดี ๑. การทดสอบความก้าวหน้าตามลำดับขน้ั ปรับระดับของการฝึกอบรมลกู เสอื ให้สูงข้ึนตาม ระดับอายุ ๒. ระบบเครือ่ งหมายวิชาพิเศษ(Proficiency Badge System) ๓. การจัดทำหลกั สูตรของการฝึกอบรมเดก็ และวชิ าท่ีเรยี น ให้จัดตามความสนใจของผู้เรยี น เปน็ หลัก เพือ่ พัฒนาให้ผู้เรียนเกิดความก้าวหน้าเปน็ รายบุคคล ๔. การใช้เพลง เกม การเล่านทิ าน ฯลฯ ประกอบในการฝึกอบรมลูกเสือ ๕. พิธกี ารตา่ งๆในการฝกึ อบรมลูกเสือ รวมทง้ั เครือ่ งแบบลกู เสือตามแบบฉบับที่คณะลูกเสือ แหง่ ชาตกิ ำหนด ๖. เนน้ เรอ่ื งการใชช้ วี ติ กลางแจ้ง ธรรมชาติศึกษา และการชมุ นมุ รอบกองไฟ ซงึ่ ถือเปน็ หัวใจ ของกิจกรรมลูกเสือทกุ ประเภท ๗. ประเดน็ สำคญั สดุ ยอดของการฝึกอบรมลูกเสือ คือ เนน้ การฝกึ ทักษะท่เี ป็นประโยชน์ในการ ดำเนินชีวิต เพื่อให้การบรกิ ารตอ่ ชมุ ชน และการฝึกใหเ้ ยาวชนนิยมใชช้ ีวิตกลางแจง้ ให้สมั ผัส กบั ธรรมชาติ โดยใช้กิจกรรมกลางแจง้ เป็นสว่ นใหญ่ เน่ืองจากคณะกรรมการลูกเสือแห่งชาติ ไดจ้ ดทะเบียนเป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือโลก เมอื่ พ.ศ.๒๔๖๕ ดังนั้นในฐานะท่เี ปน็ สมาชิกขององคก์ ารลกู เสอื โลกจะตอ้ งปฏบิ ัติตามหลกั การ วตั ถุประสงค์ และ วิธกี ารของลกู เสอื ตามท่ีองคก์ ารลูกเสือโลกไดก้ ำหนดอยา่ งเคร่งครดั นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมลูกเสือตอ้ งยดึ ม่ันในวัตถุประสงค์ ของคณะลูกเสือแหง่ ชาติ ตาม พระราชบัญญัติลกู เสือ (ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ. ๒๕๒๘ (มาตรา ๗) และปฏิบตั ิตามข้อบังคบั คณะลกู เสือแห่งชาติ ว่า ด้วยการปกครอง หลกั สูตร และวิชาพเิ ศษลูกเสือ พ.ศ.๒๕๐๙ ดงั น้ี คณะลกู เสอื แหง่ ชาตมิ วี ตั ถุประสงคเ์ พื่อพฒั นาลกู เสอื ทงั้ ทางกาย สติปัญญา จิตใจและศีลธรรม ให้ เปน็ พลเมอื งดี มีความรับผิดชอบ ชว่ ยสรา้ งสรรค์สังคมให้มีความเจริญก้าวหน้า เพ่อื ความสงบสุขและความมน่ั คง ของประเทศชาติ ตามแนวทางดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. ใหม้ ีนิสัยในการสงั เกต จดจำ เช่อื ฟงั และพง่ึ ตนเอง ๒. ให้ซ่อื สตั ย์สุจริต มีระเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อนื่ ๓. ให้ร้จู กั บำเพ็ญตน เพื่อสาธารณประโยชน์ ๔. ใหร้ จู้ ักทำการฝีมอื และฝกึ ฝนให้ทำกิจการต่างๆ ตามความเหมาะสม ๕. ใหร้ จู้ ักรักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม และความม่นั คงของประเทศชาติ ทั้งนโี้ ดย ไมเ่ ก่ยี วข้องกบั ลทั ธกิ ารเมอื งใดๆ 4. ประเภทของลูกเสอื ลกู เสือ ไดแ้ กเ่ ยาวชนชาย หญิง อายรุ ะหวา่ ง ๘ – ๒๓ ปที ร่ี ับการฝึกอบรมตามหลักสูตรวชิ าลกู เสอื โดย ยดึ มน่ั ในหลกั การ วธิ กี าร และวัตถุประสงค์ และวธิ กี ารของการลกู เสอื โดยอดุ มการณ์ของลกู เสือ อย่ทู ่กี ารปฏบิ ัติ ตามคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื เพอ่ื ความสะดวกในการฝึกอบรมและการจดั กจิ กรรมของลกู เสอื ใหบ้ รรลตุ าม หลักการ วิธกี ารและวตั ถุประสงคข์ องการลูกเสอื คณะลกู เสอื แห่งชาตจิ งึ ได้แบง่ ประเภทของลูกเสอื ออกเป็น ๔ ประเภท โดยยดึ ระดับอายขุ องเดก็ เป็นเกณฑ์ และคำนงึ ถึงพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเด็กเปน็ พื้นฐาน ในการจดั หลักสตู รและกิจกรรมในการฝกึ อบรมเพื่อใหเ้ หมาะสมกับวัยของเด็กโดยธรรมชาติ

55 ๑. ลูกเสอื สำรอง มีอายุตั้งแต่ ๘-๑๑ ปี การฝกึ อบรมและกจิ กรรมลูกเสือสำรองจะจดั ใหเ้ หมาะสม กับวยั ของเดก็ โดยคำนงึ ถึงพฒั นาการทางร่างกาย และจิตใจเป็นพื้นฐานไม่วา่ เด็กน้ันกำลงั เรียนอยชู่ น้ั ใด ระดับใด กต็ าม จะเปน็ นกั เรียนอย่ใู นโรงเรียน หรือไม่เปน็ นกั เรียนก็ตาม ๒. ลกู เสอื สามญั มีอายุตง้ั แต่ ๘-๑๕ ปี ลกู เสอื สามัญเร่ิมไดร้ ับการฝกึ อบรมใหม้ ีความรับผิดชอบ มากยง่ิ ข้ึน เร่มิ ใชช้ วี ติ กลางแจ้งและการผจญภยั เนน้ ระบบหมแู่ ละการเปน็ ผู้นำ รวมทง้ั การบำเพ็ญประโยชน์ โดยท่วั ไป ๓. ลูกเสอื สามญั รุ่นใหญ่ มีอายตุ ั้งแต่ ๑๕-๑๘ ปี ลกู เสือสามญั รุ่นใหญน่ ม้ี ีความรับผิดชอบสงู การ ฝึกอบรมและกจิ กรรมเน้นเร่ืองระบบหมแู่ ละการเป็นผำ้ ในระบอบประชาธิปไตยท่ีมีพระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมขุ ฝกึ การใชช้ ีวิตกลางแจ้ง การผจญภยั และทกั ษะวิชาลูกเสือ ฝึกอบรมความรู้พืน้ ฐานทางวิชาชพี ตามที่ถนัด รวมทั้งการบำเพญ็ ประโยชน์ตอ่ ผู้อ่นื มากขึ้น ๔. ลูกเสือวสิ ามัญ มีอายุต้ังแต่ ๑๗-๒๓ ปี ลกู เสือวิสามัญเป็นวยั ของคนหน่มุ สาว ดังนั้นการ ฝึกอบรมลกู เสือวิสามญั จึงมงุ่ ที่จะเตรียมให้คนหนุ่มสาวเหล่าน้ี พรอ้ มท่จี ะใช้ชวี ติ ผใู้ หญอ่ ยา่ งถูกตอ้ งและสมบรณู ์ แบบ ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบตอ่ ไป การฝกึ อบรมจะเน้นการเป็นผู้นำใน ระบอบประชาธปิ ไตยทม่ี ี พระมหากษตั รยิ ์เป็นประมขุ การวางแผนโครงการ และการปฏบิ ัตงิ านตามโครงการ ฝึกใหน้ ยิ มชีวิตกลางแจ้ง การ ให้บรกิ ารผ้อู ่ืนและสงั คมเป็นชวี ติ จติ ใจตามพระราชบญั ญัตลิ กู เสอื (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๓๕ ระบุว่า ลูกเสอื ที่เปน็ หญงิ อาจใชช้ ่อื เรียกวา่ เนตรนารี หรอื ชื่ออื่น ซึง่ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบรหิ ารลกู เสือ แหง่ ชาติ และบรรดาคำว่าลกู เสอื ในพระราชบัญญตั นิ ี้ ใหห้ มายความถึงลูกเสอื ทีเ่ ป็นหญงิ ดว้ ย 5.การดำเนินการจดั กิจกรรมลกู เสือ การจดั กิจกรรมลูกเสือ จะต้องดำเนินการตามข้อบังคับของคณะลูกเสอื แห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษ พ.ศ.๒๕๐๙ ดังน้ี ๑. หน่วยลกู เสอื การจดั หนว่ ยลกู เสือ โรงเรียนจดั ดงั น้ี ๑. กลุ่มลูกเสือ ๒. กองลกู เสือ ๓. หมู่ลูกเสือ 2. การเรยี กชื่อกล่มุ ลกู เสือและกองลูกเสอื การเรียกชอ่ื กลุม่ ใช้ชอ่ื วา่ “กลุ่มลกู เสอื โรงเรยี น เทศบาล 6 (วดั ตันตยาภริ ม)” ถ้ามหี ลายกลมุ่ กใ็ ห้เลือกกลมุ่ ที่ ๑,๒,๓ ฯลฯ ของโรงเรยี นน้นั ๆตามลำดบั 3. การเรียกช่ือหม่ลู กู เสอื หมูล่ ูกเสอื สามัญรุ่นใหญ่ เรียกตามที่บญั ญัติไว้ในหนงั สือกฎกระทรวง วา่ ด้วยเคร่อื งแบบลูกเสือ 4. พิธีการตา่ งๆ ของลกู เสอื พธิ กี ารต่างๆของลูกเสอื ปฏิบตั ิตามข้อบงั คับคณะลกู เสอื แห่งชาติ ว่าดว้ ยการปกครอง หลกั สูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ.๒๕๐๙

56 การจัดกิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี กิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี เปน็ กิจกรรมทมี่ ่งุ ปลูกฝงั ระเบยี บวินยั กฎเกณฑ์ เพ่ือการอย่รู ่วมกันใน สภาพชวี ิตต่างๆนำไปสพู่ ื้นฐานการทำประโยชนใ์ หแ้ ก่สังคมและวถิ ชี วี ติ ในระบอบประชาธิปไตยซ่งึ กระบวนการ จัดกิจกรรมลูกเสือ- เนตรนารี เป็นไปตามขอ้ กำหนดของคณะลกู เสือแห่งชาติ รวมทง้ั ให้สอดคลอ้ งกบั หลกั สูตร แกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยกำหนดหลักสตู รดงั นี้ ประเภทลกู เสอื ชั้นเรียน กิจกรรม วิชาพเิ ศษ ลกู เสอื สำรอง ป.๑ เตรียมลูกเสือสำรอง, มี ๑๘ วิชา ใช้วิธีบูรณาการ ลูกเสอื สามญั ป.๒ ป.๓ ดาวดวงท่ี ๑ เขา้ กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญ่ ป.๔ ดาวดวงท่ี ๒ ลูกเสอื วิสามัญ ป.๕ (เปน็ กิจกรรมบงั คับ) ป.๖ ดาวดวงท่ี ๓ ม.๑ ลูกเสือตรี มี ๕๔ วิชา ใช้วิธีบูรณาการ ม.๒ ม.๓ ลูกเสือโท เข้ากบั กลุม่ สาระการเรียนรู้ ม.๔ ลกู เสือเอก ม.๕ ม.๖ ลูกเสือโลก มี ๗๖ วิชา ลกู เสอื ช้นั พเิ ศษ เรียนนอกเวลาหรือเรียนใน ลูกเสือหลวง เวลา ภาคเรียนที่ ๒ เตรยี มลกู เสือวิสามญั มี ๑๑ วิชา สำรวจตนเอง/เข้าพิธี ใช้เวลาเรียนในคาบ สัปดาห์ ประจำกอง ละ ๑-๒ คาบ กจิ กรรมพิเศษ

57 หลกั สตู รกิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี ระดับชน้ั ประถมศกึ ษา กิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี ในระดบั ประถมศึกษามี ๒ ประเภท ลูกเสือ ไดแ้ ก่ ลูกเสือสำรองและ ลกู เสอื สามญั โดยมีวตั ถุประสงค์เพ่ือให้ผู้เรียนมีพฒั นาการทางกาย สติปัญญา จติ ใจและศีลธรรมใหเ้ ปน็ พลเมอื งดี มคี วามรบั ผดิ ชอบ ช่วยสร้างสรรค์สงั คมใหม้ ีความเจริญก้าวหน้า ความสงบสุข และความมนั่ คงของ ประเทศชาติ จงึ ต้องปลูกฝังใหม้ คี ุณลักษณะดังตอ่ ไปนี้ วัตถปุ ระสงค์ ๑. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถปฏิบัตติ ามคำปฏญิ าณ กฎ และกติกา คติพจนข์ องลูกเสือ สำรอง / สามัญ ๒. มที กั ษะการสังเกต จดจำ การใชม้ ือ เคร่ืองมือในการแก้ปัญหา และทักษะการทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื ๓. มีความซ่ือสตั ยส์ ุจริต มรี ะเบียบวินัย มคี วามสามัคคีเหน็ อกเห็นใจผอู้ น่ื มีความเสียสละ บำเพญ็ ตนเพ่อื สาธารณประโยชน์ ๔. มกี ารพฒั นาตนเองอย่เู สมอ สรา้ งสรรค์งานฝมี อื สนใจและพัฒนาเรอื่ งของธรรมชาติ สาระของกิจกรรมลูกเสอื ตามแนวหลกั สูตรการศึกษาแกนกลาง ข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ สาระของกจิ กรรมลูกเสอื สำรอง ลูกเสอื สำรอง คือลกู เสือที่เรียนอยู่ในระดับช่วงชัน้ ที่ 1 (ชน้ั ประถมศกึ ษา ปที ี 1-3) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ซง่ึ ตอ้ งเรยี นรู้กจิ กรรมลูกเสอื สำรอง ดงั น้ี ชน้ั ป.๑ เรยี นรูห้ ลกั สตู รกิจกรรมเตรยี มลูกเสอื สำรองและหลักสูตรดาวดวงท่ี ๑ ช้ัน ป.๒ เรียนรหู้ ลักสูตรกจิ กรรม ดาวดวงที่ ๒ ชน้ั ป.๓ เรียนรหู้ ลกั สตู รกจิ กรรม ดาวดวงท่ี ๓ สาระของหลักสูตรกิจกรรมลกู เสือสำรอง (ป.๑ – ป.๓) ลกั ษณะเครอ่ื งหมายลูกเสือสำรอง ลักษณะทำด้วยผา้ สกี รมท่ารปู ไข่ ยาว ๔ เซนติเมตร รูปหน้าเสอื และคำวา่ ลูกเสอื สีเหลือง ขลิบริมสี กรมทา่ ติดหนา้ อกด้านซา้ ยเหนือกระเปา๋ หลกั สูตรเตรยี ม ลส.สำรอง ๑. เคร่ืองแบบ/เครือ่ งหมายลูกเสอื สำรอง ๒. ระเบยี บแถว ๓. คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือสำรอง หลกั สูตรดาวดวงที่ ๑ ลักษณะเครอื่ งหมาย เครื่องหมายลกู เสอื สำรอง ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เรยี กว่าดาวดวงที่ ๑ เป็นดาวรูปหกแฉกสี เงิน เส้นผา่ ศูนย์กลาง ๑.๖ เซนติเมตร ติดข้างขวาของรูปหนา้ เสอื ของหมวก ๑ ดวง

58 หลักสตู ร ๑. อนามัย (ก)รูจ้ ักวิธีและเหตผุ ลในการรกั ษาความสะอาดฟนั มือ เทา้ และเล็บ (ข)รจู้ ักวธิ ีหายใจอย่างถูกตอ้ งและรูจ้ กั วิธีป้องกนั โรคหวดั ไมใ่ ห้แพร่ออกไป (ค)แสดงวธิ ีปฏิบัตเิ ม่อื มีแผลถลอกเล็กนอ้ ยและเข้าใจถึงความสำคญั ในการขอความชว่ ยเหลือ จากผูใ้ หญ่เมอ่ื มอี บุ ตั ิเหตุเกิดขนึ้ ๒. ความสามารถในเชงิ ทกั ษะ (ก)ขว้างและรับลูกบอลระหวา่ ง ๒ คน ซ่ึงอย่หู า่ งกันอยา่ งน้อย 5เมตร (๑๖ฟุต) ให้ได้ ๘ ครงั้ ใน ๑๐ คร้ัง (ข)ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตอ่ ไปนี้ใหไ้ ด้ ๒ อยา่ งคอื -ม้วนหนา้ หรอื กระโดดกบข้ามลูกเสือท่มี ีขนาดเดยี วกนั ได้ -ขึน้ ตน้ ไม้ หรือไต่เชอื กไดส้ ูงอย่างนอ้ ย ๓ เมตร (๑๐ ฟุต) ๓. การบันเทงิ -แสดงเงียบตามลำพังหรือร่วมกับเพื่อนลกู เสอื สำรองได้ ๔. การผูกเงอ่ื น (ก)ผูกเง่ือนพริ อดเง่ือนขัดสมาธแิ ละสามารถบอกวธิ ีผูกเงือ่ นดังกล่าว (ข)รู้จักวธิ เี กบ็ เชือกอย่างง่าย ๆ ๕. คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสำรอง ปฏบิ ัติตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสำรองไดอ้ ย่างดี ๖. บรกิ าร (ก) รจู้ ักวิธเี ก็บรักษาเสอ้ื ผ้าลรุ องเท้าของตนใหส้ ะอาดเรียบร้อย (ข) รูจ้ กั วธิ ีจัดเก็บทีน่ อนให้เรยี บร้อย (ค)รู้จักวธิ ีตน้ นำ้ รอ้ นและทำความสะอาดเคร่ืองใช้ตา่ ง ๆ หลงั จากใช้แลว้ ๗. กจิ กรรมกลางแจ้ง (ก)บอกเคร่ืองหมายทใี่ ชใ้ นการเดนิ สะกดรอยได้ ๓ เครื่องหมาย (ข)เดนิ สะกดรอยตามเครอื่ งหมายทก่ี ำหนดไว้ ฯลฯ ๘. ธงและประเทศตา่ ง ๆ (ก)สามารถร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสรญิ พระบารมไี ด้ถกู ตอ้ ง และร้จู ักวิธปี ฏบิ ัติเม่ือมีการ บรรเลงเพลงชาตหิ รอื เพลงสรรเสริญพระบารมี (ข)สามารถบอกพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รชั กาลปัจจุบันพอสมควร ๙. การสำรวจ รูจ้ ักทตี่ ง้ั ของสถานทบ่ี ริการสำคญั ในทอ้ งถิ่นใกลเ้ คียง เชน่ วัด โรงเรยี น สถานีตำรวจ สถานี อนามัย โรงพยาบาล สำนกั งานแพทย์ สถานท่ีดับเพลงิ ท่ีทำการไปรษณีย์ ที่จอดรถประจำทาง สถานรถไฟ ท่ี จอดรถรับจ้างที่ใกล้ที่สดุ และรู้จกั การขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญห่ รอื หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ๑๐. การค้นหาธรรมชาติ บอกช่ือสัตว์ ต้นไม้ ปลา หรอื นกอยา่ งใด อย่างหนึง่ ทไ่ี ดเ้ คยเห็นและคน้ หาเรื่องราวเกีย่ วกบั สิ่งน้นั ๆ ใหม้ ากท่ีสุดเทา่ ท่สี ามารถจะทำได้รวมทั้งประโยชน์และโทษด้วย

59 ๑๑. ความปลอดภยั (ก)เขา้ ใจสาเหตตุ ่าง ๆ ท่ีทำให้เกิดอุบัตเิ หตใุ นบ้านและอนั ตรายท่เี กดิ จากไฟ (ข)รู้จักและปฏบิ ัติตามกฎจราจรทางบกในการเดินถนนและข้ามถนนอย่างปลอดภยั ๑๒. การฝมี อื ประดิษฐห์ นุ่ จำลองหรือสิง่ ของอย่างง่าย ๆ จากเศษวัสดุ หลกั สูตรดาวดวงท่ี ๒ ลักษณะเคร่อื งหมาย เครื่องหมายลูกเสอื สำรอง ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ เรียกวา่ ดาวดวงที่ ๒ เป็นดาวรูปหกแฉกสี เงนิ เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง ๑.๖ เซนตเิ มตร ตดิ ไวข้ ้างขวาและซ้ายของรูปหนา้ เสอื ทหี่ มวก รวม ๒ ดวง หลกั สูตร 1.อนามยั (ก) รจู้ กั ความสำคัญของการนอนหลบั สนิทในเวลากลางคืน (ข) แสดงวิธีปฐมพยาบาลเมือ่ จมกู มีเลอื ดกำเดาออก (ค) ร้จู ักความสำคญั ของการขอความช่วยเหลอื จากผู้ใหญ่เมอื่ มีอบุ ตั ิเหตเุ กิดข้นึ 2. ความสามารถในเชงิ ทกั ษะ (ก) วา่ ยน้ำไดไ้ กล ๑๐ เมตรหรอื (ข) ปฏบิ ัติกิจกรรมตอ่ ไปน้ไี ด้ดขี นึ้ ๓ อยา่ งโดยการฝกึ อยา่ งสมำ่ เสมออย่างน้อย ๓ เดอื น คอื -กระโดดเชือกเทา้ ชดิ กนั โดยแกวง่ เชือกด้วยตนเองไปข้างหนา้ ๑๕ คร้งั ไปขา้ งหลงั ๑๕ ครง้ั -เดนิ ทรงตัวบนราวไม้หรอื กำแพงอฐิ ทม่ี คี วามกวา่ งไมเ่ กิน ๑๓ ซม. (๕นิ้ว) สูงจากพื้นประมาณ ๓๐ ซม. เปน็ ระยะทางอย่างน้อย ๔.๕ เมตร (๑๕ ฟตุ ) -หงายมอื ทั้งสองจับราวไม้สูงอยา่ งนอ้ ยเท่ากับบ้ันเอวของตนแล้วมว้ นตวั ไปข้างหน้า ข้ามราวไม้ -ขนึ้ บันไดทีย่ กเคลื่อนที่ได้และรู้จักวางบันไดใหม้ นั่ คงเพ่ือความปลอดภัย -เล้ียงลกู บอลดว้ ยเท้าอย่างเรว็ อ้อมเคร่ืองกดี ขวางอยา่ งน้อย ๖ อยา่ งระยะทางไมเ่ กนิ ๑๘ ม. (๒๐ หลา) ๓. การบันเทิง -ทำกิจกรรมตอ่ ไปนอ้ี ย่างนอ้ ยตามลำพงั หรือกับเพ่ือนลกู เสอื สำรองได้ (ก)แสดงกล (ข)เล่านิทานหรือทอ่ งกลอนหรือแสดงทา่ ทางขบขัน (ค)ร้องเพลง (ง)เลน่ ดนตรี (จ)แสดงการม้วนตวั ท่าตา่ งๆ ๔.การผกู เง่อื น (ก)ผูกเง่ือนบว่ งสายธนูเง่ือนกระหวดั ไม้และรู้จกั วธิ ใี ช้เงอื่ นดงั กล่าว (ข)ทบทวนเง่ือนพิรอดและเงอื่ นขัดสมาธิ ท่ไี ด้เคยเรยี นมาแล้วตามหลกั สตู รดาวดวงที่ ๑

60 ๕. คำปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สำรอง มีความเขา้ ใจและปฏิบตั ิตามคำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื สำรองอยู่เสมอ ๖. บรกิ าร (ก) สามารถจดจำและส่งข่าวซ่งึ ประกอบดว้ ยวันที่ ตัวเลขและชอื่ ตา่ ง ๆ (ข)สามารถใช้โทรศพั ท์สาธารณะและสมุดโทรศัพท์อย่างถูกต้อง (ค)ในกรณที มี่ ีเหตฉุ กุ เฉินเกิดขึน้ รจู้ ักวธิ ตี ิดตอ่ ส่งข่าวใหผ้ ใู้ หญห่ รือเจ้าหน้าที่ทราบ ๗. กิจกรรมกลางแจง้ (ก)กอ่ ไปและปรุงอาหารอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงโดยใช้ไฟน้ัน (ข)รจู้ กั วิธีดบั ไฟและทำสถานที่ก่อไปให้สะอาดเรยี บรอ้ ยเมื่อเสรจ็ งานแล้ว ๘. ธงและประเทศต่าง ๆ (ก)ร้จู ักวิธีเชิญธงชาตขิ ้นึ สู่ยอดเสาเชิญธงชาติลงและรูจ้ ักวธิ ีเก็บรักษาธงชาตใิ หเ้ รยี บรอ้ ยอยใู่ น สถานทีท่ ี่เหมาะสม (ข)รู้จักประวัติธงชาติไทยโดยสงั เขป กับร้จู กั สว่ นประกอบและความหมายของธงชาตไิ ทย (ค)สามารถเขยี นภาพธงลูกเสือโลก (ง)รู้จักที่ตั้งและสามารถเขยี นภาพธงชาติของประเทศอืน่ ๆ ได้ ๔-๕ ประเทศ ๙.การสำรวจ ไปเย่ียมสถานที่ในทอ้ งถนิ่ ท่นี ่าสนใจแหง่ หน่ึง แล้วกลับมารายงานวา่ ได้พบเหน็ อะไรบา้ ง ๑๐. การคน้ หาธรรมชาติ (ก)เพาะถว่ั งอกหรือเมลด็ พนั ธ์ุพืชอย่างอื่นที่งอกง่าย (ข)ร้จู กั ชนดิ ของอาหารที่พงึ ใหแ้ ก่สตั ว์เล้ยี ง ๑๑. ความปลอดภัย รู้จกั ปฏบิ ัติตนให้ปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ ๑๒.การฝีมอื ประดิษฐ์ส่งิ ต่อไปนอ้ี ยา่ งนอ้ ย ๒ อยา่ งจากเศษวัสดเุ ช่น (ก) ว่าว (ข)พบั กระดาษหรอื ผ้าเป็นรปู ตา่ ง ๆ เชน่ หมวก ดอกบัว กระทง นก ฯลฯ (ค)ไมส้ ูงสำหรบั เดิน (ง)นาฬิกาแดด (จ)เข็มทศิ จำลอง หลกั สูตรดาวดวงที่ ๓ ลักษณะเคร่ืองหมาย เครอ่ื งหมายลกู เสือสำรอง ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เรยี กวา่ ดาวดวงที่ ๓ เป็นดาวรปู หกแฉกสเี งิน เสน้ ผ่าศนู ย์กลาง ๑.๖ เซนติเมตร ติดไว้ที่หน้าหมวกใตร้ ูปหนา้ เสือระหวา่ งกลางดาวดวงท่ี ๑ และ ๒ รวม ๓ ดวง

61 หลกั สตู ร ๑. อนามัย (ก)จดั ทำถุงหรอื ท่ีเกบ็ อปุ กรณ์ปจั จุบนั พยาบาลสำหรับตนเองเพ่ือนำตดิ ตวั ไปเมอ่ื มีการเดนิ ทาง ไปนอกสถานท่ี (ข)รู้จกั ความสำเรจ็ ในการขอความช่วยเหลอื จากผู้ใหญเ่ มื่อมอี บุ ตั ิเหตุเกดิ ข้นึ (ค)รูจ้ ักวิธีปฐมพยาบาลเม่ือถูกแมลงกดั หรอื ตอ่ ย (ง)รู้จกั วธิ ีปฐมพยาบาลเมื่อถกู ไฟไหม้หรือนำ้ รอ้ นลวก ๒. ความสามารถในเชงิ ทักษะ (ก)ว่ายนำ้ ได้ไกล ๒๕ เมตรหรือ (ข)ปฏบิ ัติกจิ กรรมตอ่ ไปนี้ได้ดีขน้ึ ๓ อย่างโดยการฝกึ อยา่ งสมำ่ เสมออย่างน้อย ๓ เดอื น คอื ๑. ว่ิง ๕๐ เมตร ๒. วิง่ หรือยนื กระโดดไกล ๓. ขว้างลูกบอลไกลพอสมควร ๔. กระโดดข้ามร้ัวหรอื เครือ่ งกดี ขวาง สูงไม่เกนิ บน้ั เอวของตนเอง ๓. การบนั เทงิ -ทำกิจกรรมต่อไปนอี้ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ (ก)จดั และเขา้ รว่ มในการแสดงละครกบั เพอ่ื นลกู เสอื สำรองได้ (ข)จัดใหม้ กี ารร้องเพลงหรือฟอ้ นรำตามความเหมาะสมโดยมีดนตรปี ระกอบ (ค)ทำหนุ่ และเชิดหุ่นเร่ืองสั้นๆกับเพ่ือนลูกเสอื ได้ ๔.การผกู เงื่อน (ก)ผูกเงือ่ นบว่ งสายธนูและสาธติ วิธใี ช้ ๑. ผูกรอบตัวเอง ๒. ผกู รอบตัวผอู้ ืน่ ๓. ผูกเป็นห่วงและโยนใหผ้ อู้ ื่น (ข)ผูกเงอ่ื นกระหวัดไม้ ๒ ช้นั (ค)ขดเชอื กยาวหรือสายยางเสน้ หน่งึ ใหเ้ รียบร้อย (ง)ทบทวนการผกู เงื่อนต่าง ๆ ทีไ่ ดเ้ คยเรียนมาแล้ว ตามหลักสตู รดาวดวงที่ 1 และดาวดวงท่ี 2 ๕. คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสือสำรอง ทบทวนคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือสำรอง กบั เข้าใจความหมายและปฏบิ ัติไดอ้ ย่างถกู ต้อง ชดั เจนกวา่ แต่ก่อน ซึ่งแสดงวา่ ไดใ้ ช้ความพยายามอย่างแท้จริงในการปฏิบัติตามคำปฏิญาณและกฎของ ลกู เสอื สำรองตลอดเวลา ๖. บริการ ด้วยความชว่ ยเหลือของผกู้ ำกบั วางแผนและดำเนินการให้บรกิ ารแกผ่ ู้อน่ื โดยตนเองหรอื ร่วมกับ เพือ่ นลูกเสอื สำรองคนอ่นื

62 ๗. กจิ กรรมกลางแจ้ง (ก)รู้จกั ทิศท้งั ๘ และวธิ อี ่านเขม็ ทิศ (ข)สามารถหาเส้นทางในระยะประมาณ ๔๐๐ เมตรโดยใชเ้ ข็มทิศ ๘. ธงและประเทศต่าง ๆ (ก)รูจ้ ักธงลูกเสอื ประเภทต่าง ๆ เชน่ ธงประจำกอง ธงประจำจังหวดั ธงคณะลูกเสือแหง่ ชาติ และธงลูกเสอื โลก (ข)รู้จักท่ตี งั้ และสามารถเขยี นภาพธงชาตขิ องประเทศอื่น ๆ ได้ ๘-๑๐ ประเทศ ๙.การสำรวจ (ก.)สนใจวิธดี นู าฬกิ าและสามารถนบั เวลา ๒๔ ชั่วโมง (ข)วางแผนรว่ มกับผู้กำกบั ลกู เสือเกี่ยวกบั การเดินทางและค่าใชจ้ ่ายสำหรับกองหรอื หมู่ลูกเสือ สำรองในการเดินทางไปนอกสถานท่ี ๑๐. การคน้ หาธรรมชาติ มีความสนใจและเขา้ ใจเก่ียวกับสภาพดนิ ฟ้า อากาศตามธรรมชาติ โดยจัดทำสมุดภาพหรอื สะสมส่งิ ของต่าง ๆ เกี่ยวกบั สภาพดิน ฟา้ อากาศ เช่น ทะเล แมลง ทอ้ งฟ้าในตอนกลางคืน สงิ่ ท่มี ี ชีวิตในน้ำ ๑๑. ความปลอดภัย (ก)รจู้ ักและปฏบิ ตั ิตามกฎจราจรได้อยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภยั (ข)อธบิ ายการปฏบิ ัตใิ นการป้องกันภัยเม่อื ไมม่ คี นอยู่บา้ น ๑๒.การฝีมือ (ก) ประดิษฐส์ ิ่งของจากเศษวสั ดุทเี่ ป็นไมโ้ ลหะหรอื วสั ดอุ ยา่ งอนื่ โดยใชเ้ ครื่องมือท่เี หมาะสม (ข)ร้จู กั วิธีใช้และเก็บรักษาเคร่ืองมือต่อไปนี้คอื มดี พบั กรรไกร ค้อน เลื่อย และ ไขควง หมายเหตุ ๑. ให้บูรณาการเนอ้ื หาวิชาการของลูกเสอื กบั เน้ือหาของ ๘ กล่มุ สาระการเรียนร้เู พอื่ เนน้ การปฏบิ ตั กิ ิจกรรมรวมท้งั การสอนวชิ าพิเศษ (๑๘ วิชา) และเคร่ืองหมายลูกเสือสัมพันธ์ ๒. ลกู เสอื สำรองทก่ี ำลังศกึ ษาตามหลกั สตู รดาวดวงท่ี ๑ –๓ ในแต่ละชว่ งชั้น อาจเรยี นและสอบ วชิ าพเิ ศษได้หลกั สตู รละ ๒ วิชา ส่วนลูกเสอื สำรองทไี่ ด้ดาวดวงท่ี 3 แล้ว อาจสอบวิชาพเิ ศษได้ ครบทกุ วชิ า และเครื่องหมายลกู เสอื สมั พนั ธ์ ๓. วชิ าพิเศษลกู เสอื สำรอง ๑๘ วชิ า ประกอบด้วย ๓.๑ จิตรกร ๓.๗ นกั สารพดั ช่าง ๓.๑๓ นกั ถา่ ยภาพ ๓.๒ นกั กฬี า ๓.๘ นกั ปฐมพยาบาล ๓.๑๔ นักวา่ ยนำ้ ๓.๓ นักอา่ นหนังสอื ๓.๙ งานอดิเรก ๓.๑๕ ผูช้ ว่ ยคนตกนำ้ ๓.๔ นกั จักรยาน 2 ล้อ ๓.๑๐ การชว่ ยเหลอื งานบ้าน ๓.๑๖ นกั วทิ ยาศาสตร์ ๓.๕ นักแสดงการบันเทิง ๓.๑๑ นกั อ่านแผนที่ ๓.๑๗ นักกฬี า ๓.๖ นักสำรวจ ๓.๑๒ นักธรรมชาติศกึ ษา ๓.๑๘ การอนุรักษธ์ รรมชาติ

63 หลักสตู รและวิชาพิเศษลูกเสือสามัญ จุดหมายของการลูกเสอื สามญั คอื เพ่ือส่งเสรมิ การพัฒนาในทางร่างกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ ศีลธรรมและ สงั คมของลูกเสืออายุ ๑๑ ถึง ๑๖ ปี โดยถอื วา่ เปน็ ส่วนสำคัญสว่ นหนง่ึ ของแผนการฝึกอบรมทีต่ ่อเนอ่ื งกนั กับของ เดก็ ในวยั ตา่ งๆ ทอี่ ยู่ในขบวนการลกู เสอื แผนการฝึกอบรมลกู เสือสามัญมีระดับสงู ขน้ึ ตามวยั และสมรรถภาพของเด็กแต่ละคนกบั มหี ลกั สูตรวชิ า พิเศษต่างๆดว้ ย การเขา้ อยูใ่ นกองลูกเสอื สามัญ เด็กอาจเข้าอยู่ในกองลูกเสือสามัญ โดยเลื่อนมาจากกองลูกเสือสำรอง หรือโดยการสมัครเข้าเป็น สมาชิกใหม่ของคณะลกู เสือแหง่ ชาติ ระบบหมู่ กองลูกเสือสามัญประกอบด้วยหมู่ลูกเสือ ๒ –๖ หมู่ หม่หู น่ึงมีลูกเสือ ๖ –๘ คน รวมท้ังนายหมู่ลูกเสือ และรองนายหมูล่ กู เสือด้วย แตล่ ะหมู่มีนายหมลู่ ูกเสือเป็นผูน้ ำ โดยมีรองนายหมลู่ ูกเสือเปน็ ผู้ชว่ ย ระบบหมเู่ ป็น เรื่องสำคัญและจำเป็นในการฝึกอบรมลูกเสือสามัญ ซ่ึงประกอบด้วยการฝึกอบรมในเร่ืองการเป็นผู้นำ การ วางแผน และการประกอบกิจกรรมต่างๆ โดยถือหลกั การพ่งึ ตนเองเปน็ สำคญั หมู่ลูกเสือเป็นหนว่ ยในการจัดกจิ กรรมทงั้ ปวง ความสำเร็จของการฝึกอบรมลูกเสือ อยู่ทก่ี ารฝึกอบรมนายหม่แู ละการเปิดโอกาสให้นายหมู่ทุกคนได้มี สว่ นรว่ มอยา่ งเตม็ ทใ่ี นกิจการของกองโดยมีการปรกึ ษาหารอื กนั ในท่ีประชุมนายหมู่ ผกู้ ำกับลูกเสือสามัญมีหน้าท่ีเป็นที่ปรึกษาของที่ประชุมนายหมู่และทำการฝึกอบรมนายหมู่ในกองของ ตน เพื่อให้นายหม่เู หลา่ น้ันไปทำการฝึกอบรมลูกเสือในหมู่ของตนอีกช่วงหน่งึ ในค่ายพักแรม ลูกเสืออยู่และ ทำงานรว่ มกันเป็นหม่ใู นการประกอบกจิ กรรมต่างๆ ชน้ั ของลกู เสอื สามญั แผนการฝกึ อบรมลกู เสอื สามัญแบ่งออกเปน็ ๓ ชัน้ คือลกู เสือตรี ลกู เสอื โท ลูกเสือเอก ลูกเสือตรี มีหลักสตู รโดยย่อดงั น้ี ๑. ความรู้เกีย่ วกบั ขบวนการลูกเสือ ๒. คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื สามัญ ๓. กจิ กรรมกลางแจ้ง ๔. ระเบยี บแถว เมอื่ สอบวชิ าตามหลักสูตรลูกเสอื ตรี ไดแ้ ลว้ จึงได้เข้าพิธีประจำกองและให้ไดร้ ับการฝึกอบรมชน้ั สูงต่อไป ตามลำดบั ลกู เสอื โท มีหลักสตู รโดยยอ่ ดังน้ี ๑. การรู้จกั ดแู ลตนเอง ๒. การช่วยเหลอื ผู้อ่ืน ๓. การเดินทางไปยังสถานทตี่ ่างๆ ๔. ทกั ษะในทางวิชาลูกเสือ ๕. งานอดเิ รกและเร่อื งท่สี นใจ ๖. คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ๗. ระเบียบแถว

64 ลกู เสอื เอก มีหลักสูตรโดยย่อดังนี้ ๑. การพ่ึงตนเอง ๒. การบรกิ าร ๓. การผจญภยั ๔. วชิ าชา่ งของลูกเสือ ๕. ระเบียบแถว การสอบวิชาลูกเสือทุกช้ัน ให้ผู้กำกับกองลูกเสือเป็นผู้ดำเนินการสอบ การสอบวิชาลูกเสือตรี วิชา ลูกเสือโท วิชาลูกเสือเอก ลกู เสอื จะต้องสอบวิชาตามที่ กำหนดไว้ในหลกั สูตรสำหรับแตล่ ะช้ันให้ได้ครบทุกวชิ า เสียก่อนจึงจะเลื่อนช้ันได้ ลกู เสือสามัญอาจทำงาน และสมัครสอบเพื่อขอรับเครอื่ งหมายลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ในระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนท่ีจะเลอ่ื นจากกองลูกเสือสามญั ไปอยกู่ องลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ หลักสตู รลกู เสือตรี ลกั ษณะเคร่อื งหมาย ทำด้วยผ้าสกี ากี รูปโล่ ยาว ๔ ชม. กวา้ ง ๒.๕ ซม. มรี ปู ตราคณะลูกเสือแหง่ ชาติสีแดง แตไ่ มม่ ี แถบคำขวญั และมีคำวา่ “ลกู เสือ” สเี หลือง ตดิ ท่ีกงึ กลางกระเป๋าเสือ้ ข้างซา้ ย หลกั สูตร ๑.ความรู้เกยี่ วกับขบวนการลูกเสือ แสดงว่ามีความรู้ทั่วไปเก่ียวกบั ขบวนการลกู เสือและการพฒั นาของกิจการลูกเสือโลก ๑.๑ ประวัตสิ ังเขปของ ลอร์ดเบเดน – โพเอลล์ ๑.๒ พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว ๑.๓ ววิ ฒั นาการของขบวนการลกู เสือไทยและลูกเสือโลก ๑.๔ การทำความเคารพ การแสดงรหสั การจบั มือซ้าย และคตพิ จน์ของลูกเสือ ๒.คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื สามัญ เข้าใจและยอมรบั คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื สามัญ ๓.กิจกรรมกลางแจง้ มสี ว่ นร่วมในกิจกรรมของหมู่หรือกองลกู เสือนอกสถานท่ี ๔.ระเบียบแถว ๔.๑ ท่ามอื เปล่า ๔.๒ ทา่ ถอื ไม้พลอง ๔.๓ การใช้สัญญาณมอื และนกหวดี ๔.๔ การตงั้ แถวและการเรยี กแถว

65 หลกั สูตรลกู เสอื โท ลกั ษณะเครือ่ งหมาย ทำด้วยผา้ สีกากี รปู ไต ยาว ๔.๕ ซม. กว้าง ๒.๕ ซม. มีคำว่า “ลูกเสือ” สเี หลือง เหนือกรอบ สแี ดง ในกรอบสแี ดงมีคำวา่ “เสยี ชีพอยา่ เสยี สัตย์” สีเหลอื ง ติดทแ่ี ขนเสอ้ื ข้างซ้ายกงึ่ กลางไหลก่ ับศอก หลกั สูตร ๑.การรู้จกั ดแู ลตนเอง ๑.๑ บรรจสุ ง่ิ ของต่างๆลงในเครอ่ื งหลัง สำหรับการไปอยูค่ ่ายพักแรมปลายสัปดาห์ ๑.๒ เตรยี มเครอ่ื งปัจจบุ ันพยาบาลเป็นสว่ นตวั สำหรับการเดนิ ทางไกล ๑.๓ ก่อไฟ ปรุงเคร่อื งด่มื ร้อน ปรุงอาหารงา่ ยๆ นอกสถานที่ ๑.๔ กางเตน็ ท์สำหรับพักแรมในการเดนิ ทางไกล ๑.๕ ออกไปอยู่ค่ายพักแรมอยา่ งน้อยหน่ึงคืน ๒.การชว่ ยเหลือผู้อื่น ๒.๑ รู้จกั วธิ ปี ฏบิ ตั ติ ่อบาดแผล แมลงสัตวก์ ดั ตอ่ ย แดดเผา ไฟลวก นำ้ ร้อนลวก และการเป็นลม ๒.๒ แสดงความสามารถในการช้ีทางให้แกค่ นตา่ งถิ่นและมคี วามรพู้ อสมควร เกยี่ วกับบริการ ขนส่งสาธารณะของท้องถ่นิ สถานท่ีน่าสนใจหรอื สำคัญของทอ้ งถิน่ รวมทัง้ ตำบลที่อยู่ของแพทย์ สถานตี ำรวจ สถานดี บั เพลงิ สถานที่ตง้ั โทรศพั ท์สาธารณะและสถานท่ีราชการต่างๆ ๓.การเดนิ ทางไปยังสถานท่ตี ่างๆ ๓.๑ รทู้ ศิ ทัง้ ๘ ทิศ รวู้ ิธีวางแผนทใี่ ห้ถูกทิศทางและรูจ้ กั การใชเ้ ขม็ ทิศ ๓.๒ แสดงว่าเขา้ ใจในเรือ่ งมาตราส่วน และเครือ่ งหมายต่างๆท่ีใชก้ นั เป็นธรรมเนียมในการทำแผนท่ี โดยอธบิ ายประกอบเส้นทางระยะสัน้ ๆ ที่กำหนดให้ตามแผนท่ี ๓.๓ เดนิ ทางไกลไปกลับระยะทาง ๑๐ กม. กับเพ่ือนคนหนงึ่ ซง่ึ มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน และ เมื่อกลับมาแล้ว ให้รายงานต่อผูก้ ำกับลกู เสือดว้ ยวาจา ถึงวัตถุประสงค์ทไ่ี ดก้ ระทำสำเร็จในระหว่างการเดินทาง (เช่น สเก็ตซภ์ าพ หรอื ได้รับความร้พู ิเศษเก่ียวกับสถานที่บางแห่ง หรือ บุคคล) ๓.๔ แสดงว่ารจู้ ักและเขา้ ใจกฎจราจรตลอดจนเครื่องหมายที่ใชใ้ นการจราจร ๓.๕ ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับต่างประเทศ 1 ประเทศ หาทางที่น่าสนใจในการที่จะเดินทางไปยัง ประเทศนั้น และเลา่ ให้ลูกเสอื ในหมู่ของตนทราบถึงส่งิ สำคญั ต่างๆ ทหี่ วังวา่ จะไดพ้ บเหน็ ที่นัน่ ๔.ทกั ษะในทางวิชาลูกเสอื ๔.๑ อธบิ ายถึงวิธีใช้และเก็บรกั ษามดี และขวาน ใช้มีดเหลาไม้ใหเ้ ปน็ สมอบกสำหรับขึงเต็นท์ หรือ ใหเ้ ป็นเครือ่ งใชอ้ ยา่ งอ่นื และใช้ขวานสำหรบั ผา่ ไม้เพ่อื เตรยี มกอ่ ไฟ ๔.๒ แสดงวิธผี กู เงือ่ น ซ่งึ เปน็ ประโยชน์ในการอยู่ค่ายพักแรมหรอื บนเรอื คอื ก. ผกู เงอ่ื นดว้ ยเชอื กเสน้ เดยี วหรอื สองเส้นทมี่ ีขนาดเดยี วกัน (Knots) เช่น เงอ่ื นประมง เงอ่ื นผกู รน่ เงือ่ นผูกคนลาก ข. ผกู เง่อื นด้วยเชือกที่มขี นาดตา่ งกัน (Bends) เช่น เงอื่ นขัดสมาธิ เงื่อนขัดสมาธิ ๒ ช้ัน ค. ผูกเงื่อนด้วยเชือกกับวัสดุอย่างหน่ึงอย่างใด (Hitches) เช่น เงื่อนผูกซุง เงื่อนตะกรุดเบ็ด เงอ่ื นผูกร้ัง

66 ง. ผูกแน่น (Lashing) เช่น ผูกประกบ ผูกแทยง ผูกกากบาท สำหรับเง่อื น ตามข้อ ก – ข – ค อยา่ งละเงอื่ นและ ตามขอ้ ง. ทง้ั 3 เงอ่ื น ๔.๓ แสดงว่ามีความรู้ทัว่ ไปและสนใจลักษณะและสญั ญาณเกี่ยวกบั กาลอากาศ โดยเฉพาะใน สว่ นที่เก่ยี วกับทอ้ งถน่ิ ของตน ๕.งานอดเิ รกและเร่ืองทีส่ นใจ แสดงให้หมู่หรอื กองลูกเสือของตนเหน็ ว่า ตนมีทักษะหรือสมรรถภาพพอสมควรในงานอดเิ รก หรือเรือ่ งทส่ี นใจส่วนตัว เชน่ การขร่ี ถจักรยาน , การวา่ ยนำ้ , ธรรมชาติศกึ ษา , เร่อื งราวเก่ยี วกับกาลอากาศ , การรจู้ ักชนดิ ของเครอ่ื งบิน , ดาว , การขีม่ ้า , การทำหุ่นจำลอง , การสานตะกร้า , การสะสมแสตมป์ ,วรรณคดี , การวาดภาพ , การตกแต่งบา้ น , การสรา้ งเครือ่ งรับวทิ ยุ , การทำเคร่อื งไม้ เช่น ประตู หนา้ ต่างๆ และบนั ไดสิ่ง เหล่านี้เปน็ เพียงตวั อย่างเทา่ น้นั เร่ืองท่ีสนใจและงานอย่างอนื่ ยงั มีอีกมาก ๖.คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สนทนากับนายหมู่ของตนเกย่ี วกับความเจริญก้าวหน้าของตนในเรื่องวชิ าลกู เสือ ตลอดจนการ ปฏบิ ตั ิตามคำปฏิญาณและกฎของลกู เสือ กับวางแผนเพ่อื ความเจรญิ ก้าวหน้าของตนในอนาคตด้วย ๗.ระเบยี บแถว ทบทวนทา่ ฝกึ ต่างๆ ท่กี ำหนดไวใ้ นหลักสตู รวชิ าลูกเสอื ตรี และปฏิบัติตามหนังสอื ค่มู ือการฝกึ ระเบียบแถวลูกเสือของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลกู เสือแห่งชาติ หลกั สูตรลูกเสือเอก ลักษณะเครื่องหมาย ทำด้วยผ้าสีกากี รปู โล่ ยาว ๕ ซม. มรี ูปตราคณะลกู เสอื แหง่ ชาติ สแี ดงและมีคำว่า “ลูกเสอื ” สเี หลอื ง ติดท่ีแขนเสอ้ื ข้างซ้ายกงึ่ กลางไหลก่ ับศอก หลักสตู ร ๑.การพง่ึ ตนเอง ๑.๑ นบั แตเ่ ขา้ เป็นลูกเสอื สามญั ไดอ้ ยู่ค่ายพกั แรมแลว้ เปน็ เวลาไม่นอ้ ยกวา่ ๑๒ คืน ๑.๒ วา่ ยนำ้ ไดร้ ะยะทาง 45 เมตร (ผอู้ ำนวยการกอง กองลกู เสอื ผู้อำนวยการลูกเสือ จังหวดั หรือ ผอู้ ำนวยการ ลกู เสืออำเภอ แล้วแต่กรณี อาจอนมุ ัติให้สอบวิชาอย่างอื่นแทนได้) ๑.๓ เข้าใจถงึ การรกั ษาตวั ซ่ึงจำเปน็ ตอ้ งกระทำรวมทง้ั ความรเู้ ก่ียวกบั การท่ีตอ้ งตรากตรำ จากการเปลย่ี นแปลงของสภาวะอากาศ สาเหตขุ องการปว่ ยเจ็บ การป้องกนั อาการ และการรักษา อย่างทนั ทที ันใด กอ่ นทีจ่ ะเร่ิมประกอบกจิ กรรม ซึง่ มกี ารผจญภัย เช่น การแล่นเรอื ใบ การเดนิ ข้าม เนินเขา และการสำรวจถ้ำ เป็นตน้ ๑.4 รจู้ ักใช้ ดูแลรักษา และระมดั ระวังอนั ตราย อนั เนื่องจากการนำสิง่ ต่อไปนี้ไปใช้ ๑.4.๑ ตะเกยี งและเตาสมยั ใหม่ ๑.4.๒ ตะเกยี งและเตาที่ใช้สูบ เชน่ ตะเกยี งเจ้าพายุ และเตาฟู่ ๑.4.๓ การใชไ้ ฟฟ้าหรือเครื่องมือท่ตี ้องใชไ้ ฟฟา้ ในชีวติ ประจำวนั เช่น พัดลม เตารีด เตาไฟฟา้ ตู้เยน็ วิทยุ โทรทัศน์ เป็นตน้ ๑.5 ทำเรอ่ื งตอ่ ไปนี้อย่างใดอยา่ งหนงึ่ ให้สำเร็จ

67 ๑.5.๑ รู้วิธพี จิ ารณา ในเม่อื จะเลือกสถานท่ีต้งั ค่ายพกั แรมและทำรายการอาหาร (รวมทง้ั ปริมาณ) สำหรบั การอยู่คา่ ยพักแรมสองคน ในวันหยุดปลายสัปดาห์ ๑.5.๒ ปรงุ อาหาร ๒ อยา่ ง สำหรบั คน ๒ คน ๒.การบรกิ าร ๒.๑ สามารถให้คำชแี้ จงอยา่ งชัดเจนและส้ัน ในเม่ือติดต่อขอความช่วยเหลอื จากรถพยาบาล ตำรวจ หรือสถานีดบั เพลิง กับรู้จักว่าควรปฏบิ ตั ิอย่างไรในกรณีที่เกิดอบุ ตั เิ หตุ หรือเหตฉุ ุกเฉนิ อยา่ งอ่ืนรวมทั้ง การชว่ ยเหลอื เนื่องจากไฟไหม้ การจมน้ำ การถูกไฟฟ้าช็อตและแก๊สรัว่ ๒.๒ รู้จักการปฐมพยาบาล สำหรับกรณีเลือกออกภายนอกและอาการชอ็ ค รู้วธิ ที ถ่ี ูกต้อในการ ช่วยให้คนหายใจ และรูถ้ งึ อันตรายตา่ งๆ อันเกยี่ วข้องกับการเคลอ่ื นย้ายคนเจ็บ ตลอดจนรจู้ กั การนำผปู้ ว่ ยเจ็บ สง่ โรงพยาบาล ๒.๓ ให้บริการบางอย่าง ภายในหรอื นอกวงการลกู เสือ ดว้ ยความสมัครใจ โดยทำงานทมี่ ี คณุ ค่าอยา่ งน้อยเป็นเวลา ๓ ช่วั โมง หรือโดยการให้บริการอยา่ งสม่ำเสมอรวมเปน็ เวลา ๓ ชัว่ โมง ๓.การผจญภยั ๓.๑ เดนิ ทางไกลดว้ ยเท้าหรอื โดยทางเรอื ด้วยความสามารถของตนเอง เป็นระยะทาง ๒๐ กม. หรอื โดยรถจกั รยาน เปน็ ระยะทาง ๘๐ กม. และไปอยคู่ ่ายพกั แรมค้างคนื กับลกู เสอื สามัญคนหนึ่ง ท่ีมีอายุ รุน่ ราวคราวเดียวกนั แลว้ บนั ทึกรายงานการเดินทางโดยย่อ และกล่าวถึงส่ิงท่นี า่ สนใจ ๓.๒ ใชเ้ ขม็ ทิศในท่กี ลางแจง้ เพ่ือทำแบบฝึกหดั งา่ ยๆเกยี่ วกับการหาทศิ ๓.๓ อธิบายระบบเสน้ ชั้นความสูง (Contour System) กับสามารถแจ้งและหาตำแหน่งท่ีต้ัง โดยอาศยั ระบบพกิ ดั กริด (Grid Reference) ในแผนที่ของกรมแผนท่ีทหารได้ ๓.๔ เลือกทำงานตอ่ ไปนี้ใหส้ ำเร็จ ๒ อย่าง ก. เข้าร่วมกับหมู่หรือกองลูกเสือของตนในกิจกรรมกลางแจ้ง โดยร่วมกับลูกเสือหมู่หนึ่งจาก กองอ่ืน เช่น การอยู่คา่ ยพักแรมการเดินทางไกล การเลน่ ในทีก่ วา้ ง หรือการเดนิ ทางสำรวจ ข. เดินทางตามลำพังหรือกับเพ่ือนคนหน่ึงท่ีมีอายุรนุ่ ราวคราวเดียวกัน ไปยังสถานท่ีน่าสนใจ หรือ เดนิ ทางไกลระยะทางไมน่ อ้ ยกว่า ๔๐ กม. และรายงานด้วยวาจาโดยยอ่ เกี่ยวกับเหตุการณท์ เี่ กิดขน้ึ ในวันน้ัน ค. พายเรือนง่ั คนเดยี ว เปน็ ระยะทาง ๑,๖๐๐ เมตร หรือทำการแล่นเรอื ใบขนาดเลก็ รอบ ระยะทางรปู สามเหลยี่ ม หรอื มีความเข้าใจในระบบการผูกเชอื กพนั หลักให้แน่น (the belay system) และไต่ ลงตามเส้นเชอื กจากท่ีสงู (abseil) ระยะ ๙ เมตร โดยถกู ตอ้ งตามวธิ ี ง. ในขณะท่ีไปอยู่ค่ายพักแรมในต่างประเทศให้ใช้เวลา ๑ วัน กับหมู่ของตนหรือกบั ลูกเสืออีก คนหน่ึงจากกองลกู เสือของตน หรือกองลูกเสือในท้องถิ่น เพอื่ สำรวจตำบลหรอื หมู่บ้านในท้องถิ่น เม่ือกลับมา แล้วให้รายงานด้วยวาจาว่าได้ทำอะไร เหน็ อะไร พบกบั ใคร และมีอะไรบา้ งทีไ่ ด้เรียนร้เู กี่ยวกบั ชีวติ ในท้องถิน่ ๔.วิชาการของลกู เสอื ๔.๑ ทำโครงการบุกเบิก 1 โครงการให้สำเร็จ โดยใช้การผูกแน่น (Lashings) ที่แตกต่างกัน อย่างน้อยที่สุด 2 วิธี และ/หรือ ใช้รอกประกอบเชือก (blocks and tackle) เรื่องโดยปกติควรจะทำเป็น โครงการของหมู่ ๔.๒ แสดงวิธีผูกเงื่อนต่างๆ ๓ อย่าง ท่ีมีประโยชน์สำหรับชว่ ยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในอนั ตราย เช่น เงื่อนบว่ งสายธนู เง่ือนบ่วงสายธนูสองช้นั เงอื่ นบ่วงสายธนสู ามช้ัน เงอื่ นเกา้ อ้ี และวิธีผกู เชอื กพนั หลักให้แน่น (belay procedure ) ที่ถูกต้อง ๔.๓ ปรงุ อาหารแบบชาวปา่ และกนิ อาหารนั้นกีบทำที่พกั แรมชั่วคราวและนอนค้างคืนในที่พัก แรมนนั้

68 ๔.๔ รู้จักกฎแห่งความปลอดภัยของการใช้ขวาน และรู้จักวิธีเก็บรักษาเล่ือยและขวาน กับใช้ เล่อื ยและขวานสำหรับโค่นตน้ ไม้ รดิ กิง่ ไม้ หรอื ตัดไม้เน้ืออ่อน ๔.๕ เลอื กทำงานตอ่ ไปนี้ให้สำเรจ็ ๒ อยา่ ง ก. จัดทำอนุทินธรรมชาติ เก่ียวกับนกหรือสัตว์เล้ียง หรือทำการสะสมตัวอย่างใบไม้และ ดอกไม้เปน็ เวลาอยา่ งน้อย ๑ เดอื น ข. จัดทำสถิติกาลอากาศประจำวันอย่างง่ายๆเป็นเวลา ๑ เดือน หรือจัดทำสมุดหมายเหตุ รายวันของหมลู่ ูกเสอื เป็นเวลา ๒ เดอื น ค. ไปเยือนอาคารหรอื สถานที่สำคญั แหง่ หน่งึ ของทอ้ งถิ่น และเขียนรายงานสังเขป บรรยาย ถงึ ประวัติและวตั ถปุ ระสงคข์ องอาคาร หรือสถานท่นี น้ั หรือสำรวจบริเวณเล็กๆ แหง่ หน่งึ ในละแวกบา้ นของตน เชน่ บรเิ วณสองฝง่ั แม่น้ำหรือลำคลองระยะทาง ๘๐๐ เมตรและทำแผนผงั ขนาดใหญ่แสดงสิง่ ตา่ งๆในบริเวณนัน้ ง. ได้รบั เครอื่ งหมายวิชาพิเศษลกู เสือสามญั อย่างน้อย ๒ เครือ่ งหมาย จ. แสดงว่า ตระหนกั ในความจำเปน็ ของการอนรุ ักษธ์ รรมชาติโดยมีส่วนรว่ มในโครงการ อนรุ กั ษ์ธรรมชาติ ๑ โครงการ อย่างจริงจัง ๔.๖ อภิปรายกบั ผ้กู ำกบั ลกู เสือของตนในเร่ืองต่อไปนี้ ก. ความเข้าใจของตน เก่ียวกับคำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื ข. การฝึกอบรมวิชาลูกเสอื ของตนในอนาคตและการสมคั รเขา้ เปน็ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ค. ความหมายในทางปฏบิ ตั ิของความเป็นพีน่ ้องของลกู เสอื ท่วั โลก ๕.ระเบียบแถว ๕.๑ ทบทวนทา่ ฝกึ ต่างๆ ที่กำหนดไว้ในหลักสตู รวชิ า ลกู เสือ ตรี โท ๕.๒ การเดินสวนสนาม วิชาพเิ ศษลูกเสือสามญั ๑. กระบี่กระบองเบ้อื งต้น ๒. การใชพ้ ลงั งานทดแทน ๓. การพราง ๔. การพัฒนาชมุ ชน ๕. การหามติ ร ๖. การอนุรกั ษ์ธรรมชาติ ๗. ชา่ งเขยี น ๘. ชา่ งเบ็ดเตลด็ ๙. ช่างไม้ ๑๐. ช่างหนัง ๑๑. ชาวคา่ ย ๑๒. ชาวนา ๑๓. ชาวไร่ ๑๔. ชาวสวน ๑๕. นกั กรรเชยี งเรือ ๑๖. นกั กรฑี า ๑๗. นกั ข่ีม้า ๑๘. นักเครอ่ื งบนิ เล็กเบื้องตน้ ๑๙. นกั จักรยาน ๒ ล้อ ๒๐. นักจักสาน ๒๑. นกั จบั ปลา ๒๒. นักดนตรี ๒๓. นักดาราศาสตร์เบื้องตน้ ๒๔. นักธรรมชาติศึกษา ๒๕. นกั บกุ เบิก ๒๖. นักผจญภัยในปา่ ๒๗. นักพายเรอื ๒๘. นักยงิ ปนื เบ้อื งต้น ๒๙. นักเลี้ยงสัตวเ์ ลก็ ๓๐. นกั แล่นเรอื ใบ ๓๑. นักวา่ ยน้ำ ๓๒. นกั สะสม ๓๓. นักสงั เกตและจำ ๓๔. นักสัญญาณ ๓๕. นักสำรวจ ๓๖. นกั อุตุนยิ มวิทยา ๓๗. นายท้ายเรอื บด ๓๘. นเิ วศวิทยา ๓๙. บรรณารักษ์ ๔๐. ผ้ชู ว่ ยคนดับเพลงิ ๔๑. ผ้ชู ่วยตน้ เดน่ ๔๒. ผู้ช่วยเหลือผ้ปู ระสบภยั ๔๓. ผู้บรบิ าลคนไข้ ๔๔. ผ้ปู ระกอบอาหารในคา่ ย ๔๕. ผใู้ ห้การปฐมพยาบาล ๔๖. มวยไทยเบอ้ื งต้น ๔๗. มวยสากลเบอ้ื งต้น ๔๘. มัคคุเทศก์ ๔๙. มารยาทในสังคม ๕๐. ยามอากาศเบ้อื งต้น ๕๑. ลา่ ม ๕๒. ลูกเสอื เอกพระมงกฏุ เกล้า ๕๓. ลูกเสือโทพระมงกฏุ เกล้า ๕๔. สายยงยศ

69 สาระของกจิ กรรมลกู เสอื ตามแนวหลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระกจิ กรรมลกู เสอื สามญั ลกู เสือสามัญ คือลูกเสือที่เรยี นอย่ใู นระดบั ชว่ งชน้ั ที่ 2 (ชั้นประถมปีที่ 4-6) ตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2544 ซ่ึงตอ้ งเรียนรกู้ จิ กรรมลูกเสอื สามญั ดงั น้ี ชน้ั ป.4 เรียนรหู้ ลกั สูตรกจิ กรรมลูกเสือตรี ช้ัน ป.5 เรียนรู้หลกั สตู รกจิ กรรมลูกเสอื โท ชัน้ ป.6 เรยี นร้หู ลกั สูตรกจิ กรรมลูกเสือเอก

70 สาระของหลกั สตู รกจิ กรรมลกู เสอื สามญั แบง่ ออกเปน็ 10 หนว่ ยกจิ กรรม ตามชว่ งชนั้ ท่ี 2 (ป.4-ป.6) หนว่ ย สาระของกจิ กรรมลกู เสอื สามญั ตามหลกั สตู ร ชว่ งชั้นท่ี 2 (ป.4-ป.6) กจิ กรรม ป.4(ลส.ตร)ี ป.5(ลส.โท) ป.6(ลส.เอก) หน่วยท่ี 1 1.ระเบยี บแถว 1.ระเบียบแถว 1.คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ระเบยี บวินยั และทกั ษะ -การทำความเคารพการแสดง -ระเบยี บแถว สามัญ ทางลกู เสอื รหัส การจับมอื ซา้ ย 2.คำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ -การสมคั รเปน็ ลกู เสือสามญั รุ่นใหญ่ 2. ระเบียบแถว สามญั 2.ระเบียบแถว -ระเบยี บแถว (ทา่ มอื เปล่า ท่าตรง -ทบทวนท่าฝึกต่าง ๆ ทา่ พัก ท่าหันอยกู่ ับท่ี ท่าเดิน- -คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื -การเดินสวนสนาม หยดุ ) 3.การช่วยเหลอื ผอู้ ่ืน 3.การบริการ -ระเบยี บแถว(ท่าถอื ไม้พลอง ท่า -การปฐมพยาบาลเมื่อถกู แมลงหรือสัตว์ -การปฐมพยาบาลผปู้ ่วยท่มี ี ตรง ทา่ พกั ทา่ วันทยาวุธ-เรียบ มพี ษิ กดั ตอ่ ย ถกู แดดเผา ไฟลวก นำ้ เลอื ดออกภายนอกและผู้ปว่ ยท่ีมี อาวธุ แบกอาวุธ-เรียบอาวุธ) ร้อนลวก เปน็ ต้น อาการชอ็ ก -สัญญาณมอื สญั ญาณนกหวดี 4.การเดินทางไปยงั สถานที ตา่ ง ๆ การต้ังแถว เรยี กแถว และรปู แถว -การเคล่ือนยา้ ยผปู้ ว่ ย แบบต่าง ๆ -ทิศและการใชเ้ ข็มทศิ การใชแ้ ผนทีแ่ ละ -การขอความชว่ ยเหลอื 3. คำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื เขม็ ทิศมาตราส่วนและเครือ่ งหมายบน 4.การผจญภัย สามัญ แผนท่ี -การเดินทางไกลและอยูค่ ่ายพกั แรม -การเดนิ ทางไกล -การใช้แผนที่และเข็มทศิ 1 คำปฏิญาณของลกู เสอื สามัญ -กฎและเคร่ืองหมายจราจร 5.วิชาการของลูกเสอื -กฎของลูกเสือสามญั 5.ทกั ษะในทางวชิ าลูกเสอื -การผกู เง่ือนพันหลักและการไต่ -การใชแ้ ละเกบ็ รักษามีดและขวาน เชือก -การผกู เงอ่ื น การผกู แน่น -อปุ กรณท์ ่ีใช้ในการบุกเบิก/ 6.การรจู้ ักดแู ลตนเอง โครงการบกุ เบิก/รอกประกอบเชือก -การบรรจสุ งิ่ ของลงเคร่อื งหลงั และ -การผูกเงือ่ นบว่ งสายธนู2 ชนั้ บา่ ง สายธน3ู ชัน้ การผูกเงื่อนพันหลัก เตรียมเคร่อื งปฐมพยาบาลในการ เง่อื นเกา้ อ้ี เดนิ ทาง -การปรุงอาหารแบบชาวป่าและการ ไกลและอยคู่ า่ ยพกั แรม -การกอ่ ไฟ การปรุงเครือ่ งด่ืมร้อน และ สรา้ งทพี่ กั แรมชว่ั คราว การปรุงอาหารอยา่ งง่าย ๆ นอกสถานที่ -ความปลอดภัยในการใช้เล่ือย -การกางเตน็ ท์สำหรบั พกั แรมในการเดิน ขวาน และรจู้ ักวิธีการเก็บรักษา -การอยู่ค่ายพกั แรม/การเลือกท่ีตั้ง ทางไกล คา่ ย -การอยู่ค่ายพักแรม -การปรุงอาหาร2 อย่างสำหรบั 2 คน -การใช้ตะเกยี งเตาเครื่องใชไ้ ฟฟา้ -การดแู ลรักษาและระมัดระวงั อันตรายจากอุปกรณ์ดงั กลา่ ว

71 หนว่ ย สาระของกจิ กรรมลกู เสอื สามญั ตามหลกั สตู ร ชว่ งช้ันที่ 2 (ป.4-ป.6) กจิ กรรม ป.4(ลส.ตร)ี ป.5(ลส.โท) ป.6(ลส.เอก) หน่วยท่ี 2 1.ความรเู้ กี่ยวกับขบวนการ กจิ กรรมเสนอแนะ กิจกรรมเสนอแนะ ชวี ติ ต้องสู้ 1.สำรวจและพิจารณาสภาพปัญหา 1.สำรวจและพจิ ารณาสภาพ ลกู เสือ ของตนเอง ปญั หาของตนเอง 2.วางแผนแก้ปัญหาพัฒนาตนเอง 2.วางแผนแกป้ ญั หาพัฒนา -ประวัติ ลอรด์ เบเดล โพ 3.ฝึกอาชพี ตามความถนัดและ ตนเอง เอลล์ ความสนใจ 3.ฝกึ อาชพี ตามความถนัดและ กจิ กรรมเสนอแนะ ความสนใจ 4.ประหยดั และอดออม 4.ประหยดั และอดออม 1.สำรวจและพจิ ารณาสภาพ 5.สทิ ธิหน้าท่ีตามกฎหมาย 5.สทิ ธหิ น้าท่ตี ามกฎหมาย ปญั หาของตนเอง ฯลฯ ฯลฯ 2.วางแผนแก้ปญั หาพฒั นา ตนเอง 3.ฝกึ อาชพี ตามความถนัด และความสนใจ 4.ประหยดั และอดออม 5.สิทธหิ น้าทต่ี ามกฎหมาย หน่วยท่ี 3 1.ประวัติลูกเสือไทย กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ ศรัทธายดึ -พระราชประวัตพิ ระบาทสมเดจ็ 1.จัดกิจกรรมและบำเพ็ญประโยชน์ใน 1.จัดกจิ กรรมและบำเพ็ญประโยชน์ มัน่ ชาติ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยูห่ วั (รัชกาล วันสำคัญเก่ียวกับชาติ ศาสน์ ในวนั สำคญั เกยี่ วกบั ชาติ ศาสน์ ศาสน์ ท่ี 6) พระมหากษตั รยิ ์และของลกู เสอื พระมหากษตั รยิ แ์ ละของลูกเสือ กษัตริยแ์ ละ กจิ กรรมเสนอแนะ วัฒนธรรม 1.จดั กิจกรรมและบำเพญ็ ฯลฯ ฯลฯ ประโยชนใ์ นวันสำคัญเก่ียวกับ ชาติ ศาสน์ พระมหากษตั ริยแ์ ละ ของลูกเสือ

72 หนว่ ย สาระของกจิ กรรมลกู เสอื สามญั ตามหลกั สตู ร ชว่ งชั้นที่ 2 (ป.4-ป.6) กจิ กรรม ป.4(ลส.ตร)ี ป.5(ลส.โท) ป.6(ลส.เอก) หน่วยที่ 4 กจิ กรรมเสนอแนะ กิจกรรมเสนอแนะ กิจกรรมเสนอแนะ สนอง 1.บนั ทึกการปฏิบัตกิ จิ กรรมที่ 1.บนั ทึกการปฏิบัตกิ จิ กรรมทบี่ ังเกดิ 1.บนั ทกึ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมท่ี พระคุณ บงั เกิดผลดีต่อตนเอง ผลดีต่อตนเอง บังเกิดผลดีตอ่ ตนเอง บิดา-มารดา 2.กิจกรรมวันพ่อ วนั แม่ วนั 2.กจิ กรรมวันพอ่ วนั แม่ วัน 2.กิจกรรมวนั พอ่ วนั แม่ วนั และผู้มี ครอบครวั วันผู้สงู อายุ และ ครอบครวั วนั ผสู้ งู อายุ และวนั เกดิ ครอบครวั วนั ผู้สูงอายุ และวัน พระคณุ วนั เกดิ ของตนเอง ของตนเอง เกดิ ของตนเอง 3.กิจกรรมช่วยเหลอื งานบ้านตาม 3.กจิ กรรมชว่ ยเหลืองานบ้าน 3.กิจกรรมชว่ ยเหลืองานบ้าน ศกั ยภาพของตนเอง ตามศักยภาพของตนเอง ตามศกั ยภาพของตนเอง 4.ชว่ ยเหลืองานอาชพี ของครอบครัว 4.ช่วยเหลืองานอาชพี ของ 4.ช่วยเหลืองานอาชพี ของ 5.กิจกรรมชว่ ยสรา้ งและรกั ษา ครอบครวั ครอบครวั ช่อื เสยี งของวงศต์ ระกูล 5.กิจกรรมช่วยสร้างและรกั ษา 5.กจิ กรรมชว่ ยสร้างและ 6.รับใช้บริการบุคคลในครอบครัว ช่ือเสยี งของวงศต์ ระกลู รักษาชือ่ เสียงของวงศต์ ระกลู และผู้มีพระคณุ 6.รบั ใชบ้ ริการบุคคลใน 6.รบั ใชบ้ รกิ ารบุคคลใน ครอบครัวและผมู้ พี ระคุณ ครอบครัวและผมู้ พี ระคณุ ฯลฯ ฯลฯ หน่วยที่ 5 กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ กิจกรรมเสนอแนะ เทดิ ทูน 1.ชว่ ยงานครู อาจารยใ์ น 1.ชว่ ยงานครู อาจารยใ์ น 1.ช่วยงานครู อาจารย์ใน เกียรติคุณ สถานศึกษา สถานศึกษา สถานศึกษา สถานศกึ ษา 2.ประพฤตติ นเป็นคนดนี ำ 2.ประพฤตติ นเปน็ คนดีนำชื่อเสยี ง 2.ประพฤติตนเป็นคนดีนำ บชู าพระ ช่ือเสียงมาสู่สถาบัน มาสสู่ ถาบนั ชอ่ื เสียงมาสู่สถาบัน คุณครู ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ อาจารย์ หนว่ ยที่ 6 1.หลักการบริหารและการ 1.หลักการบรหิ ารและการวางแผน 1.หลักการบรหิ ารและการวางแผน เพือ่ นชว่ ย วางแผน เพอ่ื น กจิ กรรมเสนอแนะ กิจกรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ 1.ให้คำแนะนำและคำปรึกษา 1.ใหค้ ำแนะนำและคำปรึกษาเมือ่ 1.ให้คำแนะนำและคำปรกึ ษา เมื่อเพือ่ นเกิดปญั หา เพ่ือนเกิดปญั หา เมอ่ื เพ่อื นเกิดปัญหา 2.ชืน่ ชมยินดีเมอ่ื เพอ่ื น 2.ชื่นชมยินดเี ม่อื เพือ่ นประสบ 2.ช่นื ชมยนิ ดเี มอ่ื เพอ่ื นประสบ ประสบผลสำเรจ็ ผลสำเรจ็ ผลสำเรจ็ 3.ปฏบิ ัติงานรว่ มกับผ้อู ่ืนได้ 3.ปฏิบตั ิงานร่วมกับผูอ้ ืน่ ได้อย่างมี 3.ปฏบิ ัติงานร่วมกับผู้อื่นได้ อยา่ งมคี วามสขุ ความสุข อยา่ งมีความสขุ ฯลฯ ฯลฯ

73 หนว่ ย สาระของกจิ กรรมลกู เสอื สามญั ตามหลกั สตู ร ชว่ งช้ันที่ 2 (ป.4-ป.6) กจิ กรรม ป.4(ลส.ตร)ี ป.5(ลส.โท) ป.6(ลส.เอก) หนว่ ยที่ 7 1.ความรู้เก่ียวกับขบวนการ กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ ลกู เสอื โลก ลูกเสือทวั่ โลก -ประวตั ิลูกเสือโลก 1.จัดกจิ กรรมมิตรภาพในโอกาส 1.จัดกจิ กรรมมิตรภาพใน โอกาสวันขนึ้ ปใี หม่ ฯลฯ เปน็ พี่น้องกนั -ววิ ฒั นาการของลกู เสอื โลก วันขึน้ ปีใหม่ ฯลฯ หนว่ ยที่ 8 กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ วทิ ยาศาสตร์ -ประดษิ ฐ์ของเลน่ ของใช้จาก -ประดิษฐข์ องเล่นของใช้จากเศษ -ประดิษฐ์ของเล่นของใช้จาก เทคโนโลยี เศษวัสดุ และวัสดุเหลอื ใช้ วัสดุ และวัสดุเหลือใช้ เศษวัสดุ และวสั ดุเหลอื ใช้ แกป้ ัญหา ฯลฯ -รณรงค์จัดมลภาวะ -รณรงคจ์ ัดมลภาวะ และพัฒนา ฯลฯ ฯลฯ สง่ิ แวดล้อม ชุมชน หนว่ ยท่ี 9 กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ กจิ กรรมเสนอแนะ สบื สารมรดก 1.ศกึ ษาค้นคว้าทรัพยากร 1.การเยือนสถานทสี่ ำคัญของ 1.การเยอื นสถานท่ีสำคญั ของ ภมู ปิ ัญญา และภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ไทย ฯลฯ ท้องถิน่ ทอ้ งถน่ิ หน่วยที่ 10 1.พิธปี ระดบั เครอื่ งหมาย สูค่ วามเป็น ลูกเสอื ตรี ฯลฯ ฯลฯ เลศิ 2.การเข้าประจำกองลกู เสอื 1.งานอดิเรกและเรอ่ื งท่ีนา่ สนใจ 1.งานอดิเรกและเร่อื งท่ี สามัญ 2.พธิ ีประดับเครื่องหมายลูกเสอื โท น่าสนใจ 3.สอบวชิ าพเิ ศษได้ 20-35วิชา 2.พธิ ปี ระดับเคร่อื งหมาย ลกู เสือเอก 3.สอบวชิ าพิเศษได้ 54 วิชา 4.พิธปี ระดับสายยงยศ สายสะพายลกู เสือสามัญ หมายเหตุ 1. ให้บูรณาการเน้อื หาเชงิ วิชาการของลกู เสือ กับเนือ้ หาของ 8 กลมุ่ สาระการเรียนรู้เพื่อเนน้ การปฏิบัติ กิจกรรม รวมทงั้ การเรยี นการสอนวิชาพิเศษ (54 วชิ า) และเครื่องหมายสายยงยศ 2. ลูกเสือสามัญที่กำลังเรยี นหลักสตู รลูกเสือโท ลูกเสือเอก อาจสอบวิชาพเิ ศษได้ครบหลกั สตู รท่ี กำหนดไว้ 3. วิชาพเิ ศษลกู เสือสามญั 54 วชิ า เอกสารอา้ งองิ : แนวทางการจดั กิจกรรมลกู เสือใหส้ อดคล้องกบั หลกั สูตรการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พ.ศ.2544 สำนักการลูกเสือ ยวุ กาชาด และกจิ การนกั เรยี น สำนกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

มาตรฐานการเรยี นร ด้านผู้เรียน มี ๕ มาต มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวบ่งช้ี มาตรฐานท่ี๑: รู้ เขา้ ใจและเหน็ คุณคา่ ของ ๑. มีระเบยี บวินยั ความสนใจ คว ตนเองและผู้อื่น ภาคภมู ิใจ ความตระหนกั ในคุณค่า การเปน็ ลกู เสอื มาตรฐานท่ี๒: มีทักษะการจดั การทำงาน การ ๑. เรียนรู้/ มีทกั ษะดา้ นสญั ลกั ษณล์ ปรบั ตวั เขา้ สังคมปัจจุบันและเตรยี มพร้อมสู่ อนาคต มาตรฐานท่ี๓: มีความสามัคคี มวี ินยั ในตนเอง ๑. การปฏิบตั ติ ามคำปฏิญาณและก และมนี ำ้ ใจนกั กีฬา

74 รกู้ ิจกรรมนักเรยี น(ลูกเสือ) ตรฐานการเรียนรู้ ๕ ตวั บ่งชี้ เกณฑ์การประเมิน วามสนกุ ความ ๑. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ ระเบยี บของกองลูกเสือ/โรงเรียน/สงั คม/กระทำ และความสุขใน ความดปี ระจำวนั (Good Turn) ๒. เข้ารว่ มกจิ กรรมลกู เสอื ด้วยความสนใจ ความสนุก มีความภูมใิ จ และมคี วามสุขในการเปน็ ลกู เสอื ลกู เสือ ๑.สามารถปฏิบัตทิ ักษะสัญลกั ษณ์ลูกเสือตามประเภทเรียนรู้และ ปฏิบัติกิจกรรมตามเนื้อหาสาระในหลกั สูตร กฎของลกู เสอื ๑. ประพฤติปฏิบตั ิโดยยึดหลกั คณุ ธรรม จริยธรรมตามคำปฏิญาณ กฎของลกู เสือ และหลกั ธรรมคำสอนของศาสนา ๒. กระทำกิจกรรมท่กี ่อให้เกดิ ความรกั ความสามัคคี ระหวา่ งคน ในชาติ และความเป็นพน่ี ้องกันของลกู เสือทงั้ ภายในและภายนอก ประเทศ ๓. กระทำกจิ กรรมช่วยเหลืองานสถานศึกษา งานบา้ นและเคารพ เช่อื ฟังพ่อแม่ ครู อาจารย์

มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวบง่ ช้ี มาตรฐานท่ี๔: เหน็ ประโยชนส์ ว่ นรวม เสยี สละ ๑. การชว่ ยเหลือผูอ้ ่นื ชุมชน ชาต และปฏบิ ัติตนให้เปน็ ประโยชน์ต่อสงั คม สงั คมโลก มาตรฐานที่๕: มีจิตสำนกึ และปฏบิ ตั ิตนตามวิธี ๑. เหน็ คุณคา่ ของการปกครองระบ ทางประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริย์ทรง อนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ เปน็ ประมุข

75 เกณฑ์การประเมนิ ตบิ า้ นเมอื งและ ๑. ชว่ ยแก้ปญั หาและพฒั นาเพอื่ นพี่น้องลกู เสือท้งั ในและนอก สถานศกึ ษา ๒. ชว่ ยเหลือและใหบ้ รกิ ารครู อาจารย์ บพุ การี และบคุ คลทพุ พล ภาพ ๓. ช่วยพฒั นาสงิ่ แวดล้อม อนรุ ักษ์ธรรมชาติ แก้ปัญหาพัฒนา เศรษฐกจิ และสงั คมในชมุ ชนรวมท้งั กจิ กรรมท่ีเก่ียวกับสถาบันชาติ ศาสนา วัฒนธรรมและสังคมโลก บอบประชาธิปไตย ๑. ปฏิบตั ิกจิ กรรมท่ีสนบั สนุนหรอื ส่งเสริมการปกครองระบอบ ข ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ ๒. ประพฤติ ปฏิบัตติ ามบทบาทของการเปน็ พลเมืองดีตามวิถี ประชาธปิ ไตย ๓. แสดงความเคารพ เทดิ ทูนและปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

76 โครงสรา้ งหลกั สตู รกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ระดับประถมศกึ ษา ( ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑-๖) กิจกรรมลกู เสอื -เนตรนารี ประถม สาระพน้ื ฐาน สาระเพม่ิ เติม ศกึ ษา รหัส สาระการเรียนรู้ หน่วย ชัว่ โมง/ รหัส สาระการเรยี นรู้ หน่วย ชั่วโมง/ ปที ่ี กิต สัปดาห์ กิต สัปดาห์ ๑ ก ๑๑๙๐๑-๑ ลูกเสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๑ ก ๑๑๙๐๑-๒ ลูกเสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๒ ก ๑๒๙๐๑-๑ ลกู เสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๒ ก ๑๒๙๐๑-๒ ลกู เสอื - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๓ ก ๑๓๙๐๑-๑ ลูกเสอื - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๓ ก ๑๓๙๐๑-๒ ลูกเสอื - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๔ ก ๑๔๙๐๑-๑ ลกู เสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๔ ก ๑๔๙๐๑-๒ ลูกเสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๕ ก ๑๕๙๐๑-๑ ลูกเสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๕ ก ๑๕๙๐๑-๒ ลกู เสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๖ ก ๑๖๙๐๑-๑ ลูกเสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑ ๖ ก ๑๖๙๐๑-๒ ลูกเสือ - เนตรนารี ๐.๕ ๑


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook