Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การศึกษาชุมชนศิริชัยพัฒนา หมู่ 7 ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

การศึกษาชุมชนศิริชัยพัฒนา หมู่ 7 ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

Published by ornumaskill160142, 2021-06-24 09:25:26

Description: จัดทำโดย
นางสาวอนัญญา สิทธิจันทร์เสน รหัสนักศึกษา 603601076 เลขที่ 74
นางสาวอบมา ศรประสิทธิ์ รหัสนักศึกษา 603601077 เลขที่ 75
นางสาวอรอุมา แพนแลนนน รหัสนักศึกษา 603601079 เลขที่ 76
นางสาวอรัญญิกา เกษษา รหัสนักศึกษา 603601080 เลขที่ 77
นางสาวอารีวรรณ จันทร์วัง รหัสนักศึกษา 603601083 เลขที่ 78
นางสาวอุไรวรรณ แสงสมมาตร รหัสนักศึกษา 603601084 เลขที่ 79
นางสาวกลอยใจ สระแก้ว รหัสนักศึกษา 603601169 เลขที่ 80
นางสาวกอบจันทร์ อานิน รหัสนักศึกษา 603601170 เลขที่ 81
นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 4 ห้อง A
รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา พย.1412 ปฏิบัติการพยาบาลครอบครัวและชุมชน 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี

Search

Read the Text Version

ตารางที่ 7 จำนวนและร้อยละของประชากร จำแนกตามสิทธิการรกั ษา (n = 45) สทิ ธิการรกั ษา จำนวน (คน) ร้อยละ หลักประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ 26 57.78 ประกนั สงั คม 7 15.56 ข้าราชการ 9 20.00 รัฐวิสาหกิจ 3 6.67 รวม 45 100 จากตารางที่ 7 พบว่าประชากรสว่ นใหญ่มสี ิทธริ ักษาหลักประกนั สุขภาพแห่งชาติรอ้ ยละ 57.78 รองลงมา คือสิทธิ ประกนั สงั คมร้อยละ 15.56 และนอ้ ยสุด คือ สทิ ธิรัฐวิสาหกิจรอ้ ยละ 6.67 แผนภูมิที่ 6 แผนภูมวิ งกลมแสดงรอ้ ยละของประชากร จำแนกตามสทิ ธกิ ารรักษา (n = 45) 6.67 หลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาติ 15.56 ข้าราชการ 20 57.78 ประกันสงั คม รฐั วิสาหกจิ จากแผนภูมิที่ 6 พบว่าประชากรส่วนใหญ่มีสิทธิรักษาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติร้อยละ 57.78 รองลงมาคือ สทิ ธิประกนั สงั คมร้อยละ 15.56 และน้อยสุด คือ สทิ ธิรัฐวสิ าหกจิ รอ้ ยละ 6.67

ตารางท่ี 8 จำนวนและรอ้ ยละของประชากร จำแนกตามโรคประจำตวั (n = 82) รอ้ ยละ โรค จำนวน (คน) ปฏเิ สธโรคประจำตัว 48 58.54 หอบหดื 2 2.44 หัวใจโต 3 3.66 หลอดเลือดสมอง 3 3.66 เกา๊ ท์ 4 4.88 ตอ่ มลูกหมากโต 2 2.44 SLE 1 1.22 ไตเรอื้ รงั 2 2.44 ปอดอดุ กัน้ เรื้อรัง 1 1.22 ล้นิ หวั ใจรัว่ 1 1.22 ไทรอยด์ 3 3.66 สะเกด็ เงนิ 1 1.22 จากตารางที่ 8 พบวา่ ประชากรส่วนใหญ่ปฏิเสธโรคประจำตัวร้อยละ 58.54 รองลงมา คอื โรคเก๊าทร์ ้อยละ 4.88 และน้อยทีส่ ุด คือ SLE ไตเร้อื รัง ปอดอุดกนั้ เรอื้ รัง ล้นิ หวั ใจรัว่ และสะเกด็ เงินร้อยละ 1.22

แผนภูมิท่ี 7 แผนภูมิแทง่ แสดงรอ้ ยละของประชากรจำแนกตามโรคประจำตัว (n = 82) 70 58.54 60 2.44 3.66 3.66 4.88 2.44 1.22 2.44 1.22 1.22 3.66 1.22 50 40 ร้อยละ 30 20 10 0 ปฏเิ สธโรคประจ่าตวั หอบหืด หัวใจโต หลอดเลอื ดสมอง เกา๊ ท์ ต่อมลูกหมากโต SLE ไตเรื้อรงั ปอดอุดกัน้ เรือ้ รัง จากแผนภูมิที่ 7 พบว่าประชากรส่วนใหญ่ปฏิเสธโรคประจำตัวร้อยละ 58.54 รองลงมา คือ โรคเก๊าท์ร้อยละ 4.88 และน้อยทสี่ ดุ คอื SLE ไตเรื้อรัง ปอดอุดก้นั เรือ้ รงั ลิ้นหัวใจรวั่ และสะเกด็ เงินร้อยละ 1.22 ตารางท่ี 8.1 จำนวนและร้อยละของประชากรทอ่ี ายุมากกว่า 35 ปขี น้ึ ไป จำแนกตามโรคเบาหวาน (n = 82)

โรคเบาหวาน จำนวน (คน) ร้อยละ เป็นโรค 14 17.07 ไมเ่ ปน็ โรค 68 82.93 รวม 82 100 จากตารางที่ 8.1 พบว่าประชากรส่วนไม่เป็นโรคเบาหวานร้อยละ 82.93 และรองลงมาเป็นโรคเบาหวานร้อยละ 17.07 แผนภมู ทิ ี่ 8.1 แผนภมู ิวงกลมแสดงรอ้ ยละของประชากรที่อายมุ ากกว่า 35 ปีขน้ึ ไป จำแนกตามโรคเบาหวาน (n = 82) 17.07 ไม่เปน็ โรค 82.93 ไม่เป็นโรค จากแผนภูมิที่ 8.1 พบว่าประชากรส่วนไม่เป็นโรคเบาหวานรอ้ ยละ 82.93 และรองลงมาเป็นโรคเบาหวานรอ้ ยละ 17.07 ตารางที่ 8.2 จำนวนและร้อยละของประชากรที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป จำแนกตามโรคความดันโลหิตสูง (n = 82) โรคความดันโลหติ สูง จำนวน (คน) ร้อยละ เป็นโรค 22 26.83 ไมเ่ ปน็ โรค 60 73.17 รวม 82 100

จากตารางที่ 8.2 พบว่าประชากรส่วนไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 73.17 และรองลงมาเป็นโรคความดัน โลหิตสูงร้อยละ 26.83 จากแผนภูมิที่ 9 แผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของประชากรที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป จำแนกตามโรคความดัน โลหติ สงู (n = 82) 26.83 ไมเ่ ป็นโรค เปน็ โรค จากแผนภูมทิ ่ี 9 พบวา่ ประชากรสว่ นไม่เป็นโร7ค3ค.1ว7ามดันโลหติ สูงรอ้ ยละ 73.17 และรองลงมาเป็นโรคความดนั โลหิตสูงร้อยละ 26.83 ตารางที่ 8.3 จำนวนและร้อยละของประชากรที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป จำแนกตามโรคไขมันในเลือดสูง (n = 82) โรคไขมันในเลือดสูง จำนวน (คน) ร้อยละ เปน็ โรค 22 26.83 ไมเ่ ป็นโรค 60 73.17 รวม 82 100 จากตารางที่ 8.3 พบว่าประชากรส่วนไม่เป็นโรคไขมันในเลือดสูงร้อยละ 73.17 และรองลงมาเป็นโรคไขมันใน เลือดสงู รอ้ ยละ 26.83 แผนภมู ทิ ่ี 10 แผนภมู ิวงกลมแสดงร้อยละของประชากรท่อี ายมุ ากกวา่ 35 ปขี ึ้นไป จำแนกตามโรคไขมนั ในเลือด สงู (n = 82) 26.83 ไมเ่ ปน็ โรค 73.17 เป็นโรค

จากแผนภูมทิ ี่ 10 พบวา่ ประชากรสว่ นไม่เปน็ โรคไขมันในเลอื ดสูงร้อยละ 73.17 และรองลงมาเป็นโรคไขมันใน เลือดสูงรอ้ ยละ 26.83 ตารางที่ 9 จำนวนและร้อยละของหญงิ วยั เจริญพนั ธุ์ที่มีอายรุ ะหวา่ ง 15 - 49 ปีและมีสถานภาพสมรสคู่ จำแนก ตามประเภทการคุมกำเนิด (n = 13) วิธีการคุมกำเนดิ จำนวน(คน) ร้อยละ ยาเมด็ คมุ กำเนดิ 2 22.22 ทำหมนั 1 11.11 ไมค่ ุมกำเนิด 6 66.67 รวม 9 100 จากตารางที่ 9 พบว่าประชากรวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุระหว่าง 15 - 49 ปีและมีสถานภาพสมรสคู่ ส่วนใหญ่ไม่ คมุ กำเนดิ ร้อยละ 66.67 รองลงมา คือ ยาเมด็ คุมกำเนดิ รอ้ ยละ 22.22 และนอ้ ยสุด คือ ทำหมันร้อยละ 11.11 แผนภมู ิที่ 11 แผนภมู วิ งกลมแสดงร้อยละของหญิงวยั เจริญพันธ์ุทมี่ ีอายรุ ะหว่าง 15 - 49 ปแี ละมีสถานภาพสมรส คู่ จำแนกตามประเภทการคุมกำเนดิ (n = 13)

11.11 22.22 66.67 ไม่คมุ กา่ เนดิ ยาเมด็ คุมกา่ เนดิ ทา่ หมัน จากแผนภูมิที่ 11 พบว่าประชากรวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุระหว่าง 15 - 49 ปี และมีสถานภาพสมรสคู่ ส่วนใหญ่ไม่ คุมกำเนดิ รอ้ ยละ 66.67 รองลงมา คือ ยาเม็ดคุมกำเนิด ร้อยละ 22.22 และน้อยสดุ คอื ทำหมนั รอ้ ยละ 11.11 ตารางที่ 10 จำนวนและร้อยละของประชากรทม่ี อี ายตุ ้งั แต่ 0 - 6 ปี จำแนกตามการรับวคั ซนี (n = 4) การรับวัคซีน จำนวน(คน) ร้อยละ ไดร้ ับ 4 100 รวม 100 100 จากตารางท่ี 10 พบวา่ ประชากรที่มอี ายตุ งั้ แต่ 0 - 6 ปี ไดร้ ับวัคซนี รอ้ ยละ 100 ตารางที่ 11 จำนวนและร้อยละของประชากรที่มีอายตุ ้งั แต่ 15 ปขี น้ึ ไป จำแนกตามระดบั ความดันโลหิต n=45 ระดบั ความดันโลหิต จำนวน(คน) รอ้ ยละ เหมาะสม (<120 , <80 mmHg) 13 28.89 ปกติ (120 - 129, 80 - 84 mmHg) 15 33.33 สูงกว่าปกติ (130 - 139, 85 - 89 mmHg) 10 22.22 ความดันโลหิตสงู ระดบั 1 (140 - 159, 90 - 99 mmHg) 4 8.89 ความดนั โลหติ สูงระดับ 2 (160 - 179, 100 - 109 mmHg) 3 6.67 รวม 45 100 จากตารางท่ี 11 พบว่าประชากรมีระดับความดันโลหิตสูงสดุ อยใู่ นชว่ งปกติ (120 - 129, 80 - 84 mmHg) ร้อยละ 33.33 รองลงมาอยู่ในช่วงเหมาะสม (<120, <80 mmHg) ร้อยละ 28.89 และน้อยสุดอยู่ในช่วงความดนั โลหิตสูง ระดบั 2 (160 - 179, 100 - 109 mmHg) ร้อยละ 6.67

* หมายเหตุใช้เกณฑ์ของสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย (อ้างอิงจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ, 2559) แผนภมู ิที่ 12 แผนภูมแิ ท่งแสดงร้อยละของประชากรท่ีมีอายุต้ัง 15 ปขี ้ึนไป จำแนกตามระดับความดันโลหิต (n = 45) 40 33.33 30 28.89 22.22 20 10 8.89 6.67 0 <120, <80 mmHg 120-129, 80-84 130-139, 85-89 140-159, 90-99 160-179 , 100- mmHg mmHg mmHg 109 mmHg จากแผนภมู ิที่ 12 พบว่าประชากรมีระดับความดันโลหติ สูงสุดอยู่ในช่วงปกติ (120 - 129, 80 - 84 mmHg) ร้อย ละ 33.33 รองลงมาอยใู่ นช่วงเหมาะสม (<120, <80 mmHg) ร้อยละ 28.89 และนอ้ ยสุดอยใู่ นชว่ งความดันโลหิต สงู ระดับ 2 (160 - 179, 100 - 109 mmHg) รอ้ ยละ 6.67 ตารางที่ 12 จำนวนและร้อยละของประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว จำแนก ตามระดบั น้ำตาลในเลือดหลงั รบั ประทานอาหาร (n = 43) ระดับน้ำตาลในเลอื ดหลงั รับประทานอาหาร จำนวน (คน) ร้อยละ น้อยกว่า 140 mg% 25 58.14 เส่ยี ง 140 - 199 mg% 11 25.58 เป็นเบาหวานตัง้ แต่ 200 mg% 7 16.28 รวม 43 100 จากตารางที่ 12 พบวา่ ประชากรมีระดับน้ำตาลในเลอื ดหลังรบั ประทานอาการสูงสดุ อยู่ในชว่ งนอ้ ยกวา่ 140 mg% ร้อยละ 58.14 รองลงมาอยู่ในช่วงเสี่ยง 140 - 199 mg% ร้อยละ 25.58 และน้อยที่สุดอยู่ในช่วงเป็นเบาหวาน ต้ังแต่ 200 mg% รอ้ ยละ 16.28 แผนภูมิท่ี 13 แผนภมู ิวงกลมแสดงร้อยละของประชากรทมี่ ีอายตุ ัง้ แต่ 15 ปีข้นึ ไปท่ีไดร้ ับการเจาะน้ำตาลปลายน้ิว จำแนกตามระดบั นำ้ ตาลในเลือดหลังรับประทานอาหาร (n = 43) 16.28 นอ้ ยกวา่ 140 mg%

จากแผนภมู ิที่ 13 พบวา่ ประชากรมีระดับนำ้ ตาลในเลือดหลังรับประทานอาการสงู สดุ อยู่ในชว่ ง นอ้ ยกวา่ 140 mg% ร้อยละ 58.14 รองลงมาอยใู่ นชว่ งเสีย่ ง 140 - 199 mg% ร้อยละ 25.58 และน้อยทส่ี ดุ อยใู่ นชว่ งเป็น เบาหวานต้งั แต่ 200 mg% ร้อยละ 16.28 ส่วนท่ี 2 ข้อมูลสว่ นบุคคล ตารางที่ 13 จำนวนและรอ้ ยละของประชากรท่ีมอี ายุ 20 ปขี น้ึ ไป จำแนกตามคา่ ดชั นีมวลกาย (n = 44) ค่าดัชนีมวลกาย จำนวน (คน) ร้อยละ (กิโลกรัม/ตารางเมตร) น้ำหนักต่ำกวา่ เกณฑ์ (<18.5) 5 11.36 สมส่วน (18.5 - 22.9) 15 34.09 ทว้ ม (at risk) (23 - 24.99) 8 18.18 อว้ นระดับ 1 (25.0 - 29.99) 13 29.55 อว้ นระดบั 2 (>30.0) 3 6.82 รวม 44 100 จากตารางที่ 13 พบวา่ ประชากรทม่ี ีอายุ 20 ปีขน้ึ ไป ส่วนใหญ่มนี ้ำหนักสมสว่ น ร้อยละ 34.09 รองลงมาคืออ้วน ระดับ 1 รอ้ ยละ 29.55 และน้อยที่สดุ คือนำ้ หนักตำ่ กว่าเกณฑ์และอ้วนระดบั 2 จำนวนเท่ากัน รอ้ ยละ 6.82

แผนภมู ิที่ 14 แผนภมู ิแท่งแสดงร้อยละของประชากรที่มีอายุ 20 ปขี นึ้ ไป จำแนกตามคา่ ดัชนมี วลกาย (n = 44) 40 34.09 29.55 สมส่วน 30 อว้ นระดับ 1 ทว้ ม 20 18.18 อ้วนระดบั 2 6.82 10 ทว้ ม อ้วนระดับ 2 0 สมส่วน อว้ นระดบั 1 จากแผนภูมิที่ 14 พบว่าประชากรที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มีน้ำหนักสมส่วนร้อยละ 34.09 รองลงมา คือ อว้ นระดับ 1 รอ้ ยละ 29.55 และนอ้ ยที่สดุ คอื น้ำหนักต่ำกวา่ เกณฑ์ และอ้วนระดับ 2 จำนวนเทา่ กันรอ้ ยละ 6.82 ตารางท่ี 14 จำนวนและรอ้ ยละของประชากรอายตุ ั้งแต่ 20 ปขี ้ึนไป จำแนกตามรอบเอว (n = 44) รอบเอว จำนวน (คน) ร้อยละ ปกติ 28 63.64 เกินเกณฑ์ 16 36.36 รวม 44 100 จากตารางที่ 14 พบว่าประชากรมรี อบเอวปกติร้อยละ 63.64 และมรี อบเอวเกินเกณฑ์ร้อยละ 36.36 แผนภูมทิ ี่ 15 แผนภูมวิ งกลมแสดงร้อยละของประชากรอายตุ ้ังแต่ 20 ปขี นึ้ ไป จำแนกตามรอบเอว (n = 44) 36.36 ปกติ 63.64 เกนิ เกณฑ์

จากแผนภูมทิ ่ี 15 พบวา่ ประชากรสว่ นใหญ่มีรอบเอวปกติร้อยละ 63.64 และรองลงมา คอื มีรอบเอวเกินเกณฑ์ รอ้ ยละ 36.36 ตารางที่ 15 จำนวนและร้อยละของประชากรตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป จำแนกตามผลการตรวจสุขภาพในรอบปีท่ี ผา่ นมา (n = 82) ประเภทการตรวจ ไม่ไดต้ รวจ(คน) รอ้ ยละ ตรวจผลปกติ (คน) รอ้ ยละ ตรวจผลผดิ ปกติ (คน) ร้อยละ เลือด 43 52.44 24 29.27 15 18.29 ปสั สาวะ 46 56.10 32 39.02 4 4.88 ความดนั โลหิต 42 51.22 26 31.71 14 17.07 คลนื่ หวั ใจ 66 80.49 15 18.29 1 1.22 การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก 66 80.49 14 17.07 2 2.44 จากตารางที่ 15 พบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการตรวจสุขภาพในรอบ 1 ปี จำแนกตามประเภทการ ตรวจ เปน็ ดังนี้ การตรวจเลือด พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป สว่ นใหญ่ไมไ่ ดร้ ับการตรวจเลือด จำนวน 43 คน คิดเป็น ร้อยละ 52.44 รองลงมา คือ ผู้ที่ตรวจแล้วผลตรวจปกติ จำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 29.27 และลำดับสุดท้าย คอื ผู้ท่ตี รวจแล้วผลผดิ ปกติ จำนวน 15 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 18.29 การตรวจปัสสาวะ พบว่า ประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจปัสสาวะ จำนวน 46 คน คิด เป็นร้อยละ 56.10 รองลงมา คือ ผู้ที่ตรวจแล้วปกติจำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 39.02 และลำดับสุดทา้ ย คือ ผู้ ท่ีตรวจแล้วผลผิดปกติ จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.88 การตรวจความดันโลหิต พบว่า ประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจความดันโลหิต จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 51.22 รองลงมา คือ ผู้ที่ได้รับการตรวจแล้วปกติ จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 31.71 และลำดบั สุดท้าย คอื ผู้ทีต่ รวจแลว้ ผลผิดปกติ จำนวน 14 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 17.07 การตรวจคลื่นหัวใจ พบว่า ประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจคลื่นหัวใจ จำนวน 66 คน คิดเป็นร้อยละ 80.49 รองลงมา คือ ผู้ที่ตรวจแล้วผลปกติจำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 18.29 และลำดับสุดทา้ ย คือ ผ้ทู ต่ี รวจแลว้ ผลผดิ ปกติ จำนวน 1 คน คิดเปน็ ร้อยละ 1.22

การตรวจเอกซเรยท์ รวงอก พบว่า ประชากรท่มี ีอายุ 35 ปขี ้นึ ไปสว่ นใหญ่ไม่ได้รับการตรวจเอกซเรย์ทรวง อกจำนวน 66 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 80.49 รองลงมา คือ ผู้ที่ตรวจแล้วผลปกติจำนวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 17.07 และลำดับสุดทา้ ย คือ ผทู้ ต่ี รวจแลว้ ผลผิดปกติ จำนวน 2 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 2.44 (อา้ งอิงจากตัวชว้ี ัดความจำเป็นพื้นฐาน ชว่ งแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12 พ.ศ.2560 - 2564) แผนภูมิท่ี 16 แผนภูมแิ ทง่ แสดงรอ้ ยละของประชากรตั้งแต่อายุ 35 ปีขึน้ ไป จำแนกตามผลการตรวจสขุ ภาพในรอบ ปีที่ผ่านมา (n = 82) 100 80.49 80.49 80 60 52.44 56.1 51.22 40 29.27 39.02 31.71 20 18.29 17.07 18.29 17.07 1.22 2.44 4.88 0 ปัสสาวะ ความดันโลหติ คลืน่ หวั ใจ การตรวจเอกซเรยท์ รวงอก เลอื ด ไม่ไดต้ รวจ ตรวจผลปกติ ตรวจผลผดิ ปกติ จากแผนภูมิที่ 16 พบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการตรวจสุขภาพในรอบ 1 ปี จำแนกตามประเภทการ ตรวจ เป็นดังน้ี การตรวจเลือด พบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจร้อยละ 52.44 รองลงมา คือ ผูท้ ี่ตรวจแลว้ ผลตรวจปกติ ร้อยละ 29.27 และลำดบั สุดทา้ ย คอื ผทู้ ต่ี รวจแล้วผลร้อยละ 18.29 การตรวจปัสสาวะ พบว่าประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจปัสสาวะร้อยละ 56.10 รองลงมา คือ ผู้ที่ตรวจแลว้ ปกตริ อ้ ยละ 39.02 และลำดับสดุ ท้ายคอื ผทู้ ีต่ รวจแลว้ ผลผิดปกติร้อยละ 4.88 การตรวจความดันโลหิต พบว่าประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการตรวจความดันโลหิต ร้อยละ 51.22 รองลงมา คือ ผู้ที่ได้รับการตรวจแล้วปกติร้อยละ 31.71 และลำดับสุดท้าย คือ ผู้ที่ตรวจแล้วผล ผิดปกตริ อ้ ยละ 17.07

การตรวจคลื่นหัวใจ พบว่า ประชากรที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปส่วนใหญ่ไม่ได้ตรวจคลื่นหัวใจ ร้อยละ 80.49 รองลงมา คือ ผทู้ ต่ี รวจแลว้ ผลปกตริ อ้ ยละ 18.29 และลำดบั สดุ ท้ายคอื ผูท้ ่ีตรวจแลว้ ผลผิดปกติร้อยละ 1.22 การตรวจเอกซเรย์ทรวงอก พบว่า ประชากรท่มี ีอายุ 35 ปขี นึ้ ไปสว่ นใหญ่ไม่ได้รับการตรวจเอกซเรย์ทรวง อกรอ้ ยละ 80.49 รองลงมา คอื ผทู้ ีต่ รวจแลว้ ผลปกตริ อ้ ยละ 17.07 และลำดบั สดุ ท้าย คือ ผ้ทู ี่ตรวจแลว้ ผลผิดปกติ ร้อยละ 2.44 (อา้ งองิ จากตวั ช้วี ัดความจำเปน็ พ้ืนฐาน ชว่ งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 12 พ.ศ.2560 - 2564) ตารางที่ 15.1 จำนวนและร้อยละของประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 70 ปี จำแนกตามผลการตรวจเตา้ นมในรอบปี ท่ีผา่ นมา (n = 37) การตรวจเตา้ นม จำนวน (คน) รอ้ ยละ ไมไ่ ด้ตรวจ (คน) 23 62.16 ตรวจผลปกติ (คน) 13 35.14 ตรวจผลผดิ ปกติ (คน) 1 2.70 รวม 37 100 จากตารางที่ 15.1 พบวา่ ประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 70 ปี สว่ นใหญ่ไม่ไดร้ บั การตรวจเต้านมรอ้ ยละ 62.16 รองลงมา คือ ไดร้ ับการตรวจและผลเปน็ ปกติร้อยละ 35.14 และน้อยทส่ี ุด คือ ได้รับการตรวจและผลผิดปกตริ อ้ ย ละ 2.7 แผนภูมทิ ่ี 17 แผนภูมวิ งกลมแสดงรอ้ ยละของประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 70 ปี จำแนกตามผลการตรวจเต้านม ในรอบปที ่ีผา่ นมา (n = 37) 2.7 ไมไ่ ดต้ รวจ 35.14 ผลตรวจปกติ ผลตรวจผิดปกติ 62.16

จากแผนภูมิที่ 17 พบวา่ ประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 70 ปี ไมไ่ ด้รบั การตรวจเต้านมร้อยละ 62.16 รองลงมา คือ ได้รบั การตรวจและผลเปน็ ปกติรอ้ ยละ 35.14 และน้อยทส่ี ุด คอื ไดร้ บั การตรวจและผลผิดปกตริ ้อยละ 2.7 ตารางท่ี 15.2 จำนวนและร้อยละของประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 60 ปี จำแนกตามผลการตรวจมะเรง็ ปากมดลูก ในรอบปที ผ่ี ่านมา (n = 22) การตรวจมะเรง็ ปากมดลูก จำนวน (คน) รอ้ ยละ ไม่ได้ตรวจ (คน) 16 72.73 ตรวจผลปกติ (คน) 6 27.27 รวม 22 100 จากตารางท่ี 15.2 พบว่าประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 60 ปี สว่ นใหญ่ไมไ่ ด้รบั การตรวจมะเร็งปากมดลูกรอ้ ยละ 72.73 รองลงมา คือ ไดร้ บั การตรวจและผลเป็นปกติร้อยละ 27.27 แผนภมู ิที่ 18 แผนภมู วิ งกลมแสดงร้อยละของประชากรเพศหญงิ อายุ 30 - 60 ปี จำแนกตามผลการตรวจมะเร็ง ปากมดลูกในรอบปีทผี่ า่ นมา (n = 22) 27.27 ไมไ่ ดต้ รวจ ตรวจผลปกติ 72.73 จากแผนภูมิที่ 18 พบวา่ ประชากรเพศหญิงอายุ 30 - 60 ปี ส่วนใหญ่ไม่ไดร้ ับการตรวจมะเรง็ ปากมดลูกร้อยละ 72.73 รองลงมา คือ ได้รบั การตรวจและผลเป็นปกติร้อยละ 27.27

ตารางท่ี 16 จำนวนและรอ้ ยละของประชากรทม่ี ีอายุ 15 ปขี ้นึ ไป จำแนกตามการใชส้ ารเสพตดิ (n = 55) ข้อมูล จำนวน (คน) รอ้ ยละ พฤติกรรมการสูบบหุ ร่ี ไมส่ ูบบุหร่ี รวม 43 41.75 สูบบุหรี่ 7 6.80 เคยสบู แตเ่ ลิกแลว้ 5 4.85 55 100 พฤตกิ รรมการด่มื สรุ า ไม่ดืม่ สุรา 42 76.36 ดม่ื สุรา 8 14.55 เคยดื่มสรุ าแตเ่ ลิกแล้ว 5 9.09 รวม 55 100 จากตารางที่ 16 พบว่าประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามการสูบบุหรี่ ส่วนใหญ่ไม่สูบบุหร่ี ร้อยละ 41.75 รองลงมาคอื สบู บุหร่ีรอ้ ยละ 6.80 และน้อยที่สดุ คือ เคยสบู แตเ่ ลกิ แลว้ รอ้ ยละ 4.85 ประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามการดื่มสุรา ส่วนใหญ่ไม่ดื่มสุราร้อยละ 76.36 รองลงมา คอื ดืม่ สุราร้อยละ 14.55 และนอ้ ยทสี่ ุด คอื เคยดม่ื แตเ่ ลิกแล้วรอ้ ยละ 9.09 แผนภูมิที่ 19 แผนภูมวิ งกลมแสดงร้อยละของประชากรทมี่ ีอายุ 15 ปี ขน้ึ ไป จำแนกตามการสูบบุหรี่ (n = 55) 4.85 ไมส่ ูบบหุ ร่ี 6.8 สูบบุหร่ี เคยสบู แตเ่ ลกิ แล้ว 41.75 จากแผนภูมิท่ี 19 พบวา่ ประชากรท่ีมอี ายุ 15 ปี ข้ึนไป สว่ นใหญ่ไม่สูบบุหรีร่ ้อยละ 41.75 รองลงมา คือ สูบบุหร่ี รอ้ ยละ 6.80 และนอ้ ยที่สดุ คือ เคยสบู แตเ่ ลิกแล้วร้อยละ 4.85

แผนภมู ิท่ี 20 แผนภมู วิ งกลมแสดงร้อยละของประชากรท่ีมีอายุ 15 ปขี ึ้นไป จำแนกตามการด่มื สรุ า (n = 55) 9.09 ไม่ดม่ื สรุ า 14.55 ดื่มสรุ า เคยดืม่ สรุ า 76.36 จากแผนภมู ทิ ี่ 20 พบวา่ ประชากรทีม่ ีอายุ 15 ปขี ึน้ ไป ส่วนใหญไ่ มด่ ่ืมสุราร้อยละ 76.36 รองลงมา คือ ดมื่ สุรา ร้อยละ 14.55 และน้อยทส่ี ดุ คอื เคยด่ืมแตเ่ ลกิ แล้วร้อยละ 9.09 ตารางที่ 17 จำนวนและร้อยละของประชากรต้งั แต่อายุ 15 ปีขึน้ ไปที่สามารถเกบ็ ข้อมลู ได้ จำแนกตามการบริโภค อาหารจำแนกตามความถี่ในการปฏบิ ตั ิในรอบ 3 เดอื น (n = 45) ความถ่ใี นการปฏบิ ัตใิ นรอบ 3 เดอื น ไมเ่ คยปฏิบัติ เปน็ ประจำ บางครัง้ นานๆคร้ัง รวม พฤตกิ รรมการบริโภค จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ 1. กนิ อาหารครบ 3 มื้อใน 1 0 0 31 68.89 10 22.22 4 8.89 44 100 วนั 2. กนิ อาหารหลากหลายไม่ซ้ำ 0 0 27 60.0 15 33.33 3 6.67 44 100 กันครบ 5 หมู่ใน1 วัน 3. กนิ อาหารประเภทเน้ือสตั ว์ 10 22.22 32 71.11 2 4.44 1 2.22 44 100 ท่ปี รุงสกุ 4. กินอาหารประเภทไขมนั สงู 8 17.78 6 13.33 8 17.78 23 51.11 45 100

ความถใ่ี นการปฏบิ ัตใิ นรอบ 3 เดอื น ไม่เคยปฏิบัติ เป็นประจำ บางครงั้ นานๆครงั้ รวม พฤตกิ รรมการบริโภค จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ 5. กนิ อาหารประเภททอด 7 15.56 3 6.67 14 31.11 21 46.67 45 100 เช่น กลว้ ยทอด ปาท่องโก๋ 100 6. กนิ อาหารหรอื ขนมหวาน 9 20.00 5 11.11 12 26.67 19 42.22 45 100 ที่ปรุงด้วยกะทิ เนย มาการีน 100 7. กินอาหารที่มรี สเค็มจัด 100 100 เช่น อาหารมักดอง อาหาร 18 40.00 3 6.67 6 13.33 18 40.00 45 100 100 แปรรูป เช่น เนือ้ เค็ม ปลาเค็ม 100 100 8. กนิ อาหารที่มรี สหวานจัด 100 เช่น การปรุงอาหารคาวแล้ว 25 55.56 5 11.11 4 8.89 11 24.44 45 เตมิ น้ำตาลใหห้ วานจดั 9. กินผกั ทุกวัน 0 0 29 64.44 13 28.89 3 6.67 45 10. กินผลไมท้ ุกวนั 2 4.44 23 51.11 14 31.11 6 13.33 45 11. เติมนำ้ ปลา/นำ้ ปลาพริก 31 68.89 7 15.56 3 6.67 4 8.89 45 ในการกนิ ข้าว 12. เตมิ นำ้ ตาลในการกนิ 26 57.78 9 20.00 5 11.11 5 11.11 45 กว๋ ยเต๋ยี ว 13. ดืม่ นำ้ อยา่ งนอ้ ยไม่ตำ่ กวา่ 4 8.89 29 64.44 12 26.67 0 0 45 วนั ละ 8 แก้ว 14. ดืม่ นมจืดหรอื นมพร่องมัน 11 24.44 12 26.67 12 26.67 10 22.22 45 เนยวันละ 1 - 2 แก้ว/กลอ่ ง 15. ดม่ื เครอื่ งด่ืมท่ีมรี สหวาน เช่น น้ำผลไม้ปน่ั น้ำอัดลม 26 57.78 4 8.89 8 17.78 7 15.56 45 นำ้ หวาน จากตารางท่ี 17 พบวา่ ประชากรมีพฤติกรรมการรบั ประทานอาหารตามความถี่ คอื

ปฏิบัตเิ ป็นประจำ สว่ นใหญ่กนิ อาหารประเภทเน้ือสตั ว์ที่ปรุงสุกร้อยละ 71.11 รองลงมากนิ อาหารครบ 3 มื้อใน 1 วัน ร้อยละ 68.89 และน้อยสุดกินอาหารประเภททอด เช่น กล้วยทอด ปาท่องโก๋และกินอาหารที่มีรสเค็มจัด เช่น อาหารมกั ดอง อาหารแปรรปู เชน่ เนอ้ื เคม็ ปลาเคม็ เทา่ กันท่ีรอ้ ยละ 6.67 ปฏิบัติบางครั้ง ส่วนใหญ่กินอาหารหลากหลายไม่ซ้ำกนั ครบ 5 หมู่ใน 1 วัน ร้อยละ 33.33 รองลงมากินอาหาร ประเภททอด เช่น กล้วยทอด ปาท่องโก๋และกินผลไม้ทุกวัน เท่ากันที่ร้อยละ 31.11 และน้อยสุดเติมน้ำปลา/น้ำปลา พรกิ ในการกนิ ข้าวร้อยละ 6.67 ปฏิบัตินานๆ ครั้ง ส่วนใหญ่กินอาหารประเภทไขมันสูงร้อยละ 51.11 รองลงมากินอาหารประเภททอด เช่น กล้วยทอด ปาท่องโก๋ร้อยละ 46.67 และนอ้ ยสดุ กนิ อาหารประเภทเน้อื สัตวท์ ีป่ รุงสุกร้อยละ 2.22 ไม่เคยปฏิบัติ ส่วนใหญ่เติมน้ำปลา/น้ำปลาพริกในการกินข้าวร้อยละ 68.89 รองลงมาเติมน้ำตาลในการกิน ก๋วยเตี๋ยวและดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น น้ำผลไม้ปั่น น้ำอัดลม น้ำหวาน เท่ากันที่ร้อยละ 57.78 และน้อยสุดกิน ผลไม้ทุกวนั รอ้ ยละ 4.44 ตารางที่ 18 จำนวนและร้อยละของประชากรต้ังแต่อายุ 15 ปขี น้ึ ไป จำแนกตามผลการตรวจ 2Q (n = 45) ผลการคัดกรอง 2Q จำนวน (คน) รอ้ ยละ ปกติ 37 82.22 ผดิ ปกติ 8 17.78 รวม 45 100 จากตารางที่ 18 พบวา่ ประชากรอายุ 15 ปีขึน้ ไป ส่วนใหญท่ ำแบบทดสอบคัดกรองโรคซึมเศรา้ 2Q แลว้ ไม่มีภาวะ ซึมเศรา้ (ปกติ) รอ้ ยละ 82.22 รองลงมา คือ มภี าวะเส่ยี งท่ีจะซมึ เศร้าร้อยละ 17.78 แผนภูมิท่ี 21 แผนภมู ิวงกลมแสดงรอ้ ยละของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามผลการตรวจ 2Q (n = 45) 17.78 ปกติ 82.22 ผดิ ปกติ

จากแผนภูมิที่ 21 พบว่า ระชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่ทำแบบทดสอบคัดกรองโรคซึมเศร้า 2Q แล้วไม่มี ภาวะซึมเศรา้ (ปกต)ิ รอ้ ยละ 82.22 และมภี าวะเสีย่ งท่ีจะซมึ เศรา้ ร้อยละ 17.78 ตารางที่ 19 จำนวนและรอ้ ยละของประชากรตงั้ แตอ่ ายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามผลการตรวจ 9Q (n = 8) ผลการคัดกรอง 9Q จำนวน (คน) ร้อยละ < 7 3 37.50 7-12 5 62.50 รวม 8 100 จากตารางท่ี 19 พบว่าประชากรอายุ 15 ปีขน้ึ ไป ส่วนใหญ่ทำแบบทดสอบคัดกรองโรคซึมเศร้า 9Q แล้วมีคะแนน น้อยกว่า 7 (ไม่มีอาการของโรคซึมเศร้าหรือมีอาการของซึมเศร้า ระดับน้อยมาก) ร้อยละ 62.5 และมีคะแนนอยู่ ระหว่าง 7 - 12 (มีอาการของโรคซึมเศร้าระดับน้อย) รอ้ ยละ 37.5 แผนภูมิท่ี 22 แผนภูมิวงกลมแสดงร้อยละของประชากรต้ังแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป จำแนกตามผลการตรวจ 9Q (n = 8) 37.5 คะแนน 7 - 12 62.5 คะแนน <7 จากแผนภูมิที่ 22 พบวา่ ประชากรอายุ 15 ปีข้ึนไป ส่วนใหญ่ทำแบบทดสอบคัดกรองโรคซึมเศร้า 9Q แล้วมี คะแนนน้อยกว่า 7 (ไม่มอี าการของโรคซึมเศร้าหรือมีอาการของซึมเศรา้ ระดับน้อยมาก) รอ้ ยละ 62.5 และมี คะแนนอยู่ระหวา่ ง 7 - 12 (มีอาการของโรคซึมเศร้าระดับน้อย) รอ้ ยละ 37.5 ตารางท่ี 20 จำนวนและร้อยละของประชากรตง้ั แต่อายุ 15 ปขี ึ้นไป จำแนกตามผลการตรวจ 8Q (n = 5)

ผลการคดั กรอง 8Q จำนวน (คน) รอ้ ยละ 0 คะแนน 5 100 รวม 5 100 จากตารางที่ 20 พบวา่ ประชากรตงั้ แต่อายุ 15 ปีขึน้ ไป จำแนกตามผลการตรวจ 8Q มีผลการตรวจอยู่ท่ี 0 คะแนน ร้อยละ 100 ตารางท่ี 21 จำนวนและรอ้ ยละของประชากรอายตุ งั้ แต่ 6 ปขี ึน้ ไป จำแนกตามพฤตกิ รรมออกกำลงั กาย (n = 48) พฤติกรรมออกกำลังกาย จำนวน (คน) รอ้ ยละ มีการเคลื่อนไหวในการทำงานบ้าน งานอาชีพ เช่น ทำงานบ้าน/ทำสวน 29 60.42 หรอื เดินไปทำงานสะสมอย่างน้อยวนั ละ 30 นาที สัปดาหล์ ะ 5 วัน ออกกำลังกายน้อยกว่าสัปดาห์ละ 3 ครงั้ 11 22.92 ออกกำลังกาย สัปดาหล์ ะ 3 ครงั้ ๆ ละ 30 นาที ขน้ึ ไป สม่ำเสมอ 7 14.58 ไมอ่ อกกำลงั กาย 1 2.08 รวม 48 100 จากตารางท่ี 21 พบว่าประชากรมีพฤติกรรมการออกกำลงั กายสูงสุดอย่ใู นชว่ ง มีการเคล่อื นไหวในการทำงาน บา้ น งานอาชพี ร้อยละ 60.42 รองลงมาอยใู่ นช่วงออกกำลังกายน้อยกวา่ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ร้อยละ 22.92 และ นอ้ ยทส่ี ุดอยู่ในช่วงไม่ออกกำลังกายรอ้ ยละ 2.08

แผนภมู ิท่ี 23 แผนภูมแิ ทง่ แสดงร้อยละของประชากรอายุตั้งแต่ 6 ปขี ึน้ ไป จำแนกตามพฤติกรรมออกกำลังกาย (n = 48) 2.08 มกี ารเคลื่อนไหวในการทา่ งาน 14.58 บ้าน งานอาชีพ ออกกา่ ลังกายนอ้ ยกวา่ สปั ดาห์ ละ 3 คร้งั 22.92 60.42 ออกก่าลงั กาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละ 30 นาที ขนึ้ ไป สม่าเสมอ ไม่ออกกา่ ลังกาย จากแผนภมู ิท่ี 23 พบวา่ ประชากรมพี ฤติกรรมการออกกำลังกายสงู สุดอยใู่ นชว่ ง มีการเคลือ่ นไหวในการทำงาน บ้าน งานอาชพี ร้อยละ 60.42 รองลงมาอยใู่ นช่วงออกกำลงั กายน้อยกว่าสัปดาหล์ ะ 3 ครั้ง ร้อยละ 22.92 และ นอ้ ยทสี่ ุดอยู่ในช่วงไม่ออกกำลงั กายร้อยละ 2.08 ส่วนท่ี 3 ขอ้ มลู ครอบครัว ตารางที่ 22 จำนวนและร้อยละของครอบครัวจำแนกตามแนวทางการรกั ษาเมื่อสมาชิกในครอบครัวเจบ็ ป่วย(ตอบ ได้มากกว่า 1 ขอ้ ) (n = 30) ขอ้ มูล จำนวน (ครอบครวั ) รอ้ ยละ แพทยแ์ ผนปจั จุบนั 30 100 ซ้อื ยารบั ประทาน 5 16.67 ปล่อยให้หายเอง 1 3.33 แพทยแ์ ผนโบราณ 1 3.33 ใชส้ มนุ ไพรรอบบ้าน 25 83.33 จากตารางที่ 22 พบว่าแนวทางการรักษาเมื่อสมาชิกในครอบครัวเจ็บป่วยส่วนใหญ่เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ร้อย ละ 100 รองลงมาคือ ซ้ือยารบั ประทานร้อยละ 16.67 และน้อยสดุ คือ ปล่อยให้หายเองและแพทย์แผนโบราณที่มี จำนวนเท่ากนั ร้อยละ 3.33

แผนภูมิที่ 24 แผนภูมิแท่งแสดงร้อยละของครอบครัวจำแนกตามแนวทางการรักษาเมื่อสมาชิกในครอบครัว เจบ็ ป่วย(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) (n = 30) 120 แพทยแ์ ผนปจั จุบัน 100 ใช้สมนุ ไพรรอบบา้ น ซอื้ ยารับประทาน 100 83.33 ปลอ่ ยให้หายเอง 80 แพทยแ์ ผนโบราณ 60 40 20 16.67 3.33 3.33 0 จากแผนภมู ทิ ี่ 24 พบวา่ แนวทางการรกั ษาเม่ือสมาชกิ ในครอบครัวเจ็บป่วยสว่ นใหญเ่ ป็นแพทย์แผนปัจจบุ ัน ร้อย ละ 100 รองลงมา คือ ซื้อยารับประทานร้อยละ 16.67 และน้อยสดุ คือ ปลอ่ ยใหห้ ายเองและแพทยแ์ ผนโบราณที่ มีจำนวนเทา่ กัน รอ้ ยละ 3.33 ตารางที่ 23 จำนวนและร้อยละของครอบครวั จำแนกตามตำแหน่งของบคุ คลในชมุ ชน (n = 30) ข้อมูล จำนวน (ครอบครัว) ร้อยละ อสม. 4 13.33 ไมเ่ ป็นสมาชกิ 26 86.67 รวม 30 100 จากตารางที่ 23 พบว่าจำนวนของครอบครัวตามตำแหน่งบุคคลในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรชุมชน รอ้ ยละ 86.67 รองลงมา คือ เป็นสมาชิกอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำหมู่บา้ นรอ้ ยละ 13.33 ตารางท่ี 24 จำนวนและร้อยละของครอบครวั จำแนกตามการกำจดั ขยะมลู ฝอยของครอบครัว (n = 30) วิธกี ารกำจัดขยะมูลฝอย จำนวน (ครอบครวั ) รอ้ ยละ

ท้ิงถังขยะอบต./เทศบาล 30 100 รวม 30 100 จากตารางที่ 24 พบวา่ ทุกครอบครวั กำจดั ขยะมูลฝอยของครอบครวั โดยวธิ ที ิง้ ถงั ขยะอบต./เทศบาล รอ้ ยละ 100 ตารางท่ี 25 จำนวนและร้อยละของครอบครัว จำแนกตามพฤติกรรมในการจัดการขยะมูลฝอยในชุมชน (n = 30) ความถใ่ี นการปฏิบตั ิ จำนวน (รอ้ ยละ) พฤติกรรม ทำทกุ คร้งั ทำบางคร้ัง ไม่เคยทำ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ (บา้ น) (บา้ น) (บา้ น) 1. ใช้ถุงผ้าใส่สิ่งของใบเดียวมากกว่า 21 70 8 26.67 1 3.33 ถงุ พลาสตกิ ใบเลก็ หลายๆใบ 2. เก็บถุงพลาสติกที่ยังใช้งานได้กลับ 17 56.67 8 26.67 5 16.67 นำมาใช้ใหมอ่ ีกคร้ัง 3. คดั แยกขยะเปยี ก ขยะแหง้ ออกจากกัน 20 66.67 3 10.00 7 23.33 4. คัดแยกขยะประเภทหลอดนีออน และ 18 60 4 13.33 8 26.67 กระป๋องสเปรย์ก่อนทง้ิ ลงในถงั ขยะ 5. เก็บขยะประเภทกระดาษ พลาสติก หรือขยะรีไซเคิลอื่นๆ ไว้ขายหรือนำ 28 93.33 1 3.33 1 3.33 กลับมาใช้ใหม่ จากตารางท่ี 25 พบว่าครอบครวั มพี ฤติกรรมในการจดั การขยะมลู ฝอยในชุมชน ตามความถ่คี ือ ทำทุกครั้ง ส่วนใหญ่เก็บขยะประเภทกระดาษ พลาสติก หรือขยะรีไซเคิลอื่นๆ ไว้ขายหรือนำกลับมาใช้ใหม่ รอ้ ยละ 93.33 รองลงมาใช้ถงุ ผา้ ใสส่ ่ิงของใบเดียวมากกว่าถงุ พลาสติกใบเล็กหลายๆใบร้อยละ 70 และน้อยสุดเก็บ ถุงพลาสติกทีย่ ังใช้งานได้กลบั นำมาใชใ้ หม่อีกคร้ังรอ้ ยละ 56.67 ทำบางครั้ง ส่วนใหญ่ใชถ้ ุงผ้าใส่สิ่งของใบเดียวมากกว่าถุงพลาสติกใบเล็กหลายๆใบและเก็บถุงพลาสติกที่ยัง ใช้งานได้กลับนำมาใช้ใหม่อีกครั้ง เท่ากันท่ีร้อยละ 26.67 รองลงมาคือคัดแยกขยะประเภทหลอดนีออน และ กระปอ๋ งสเปรย์ก่อนทง้ิ ลงในถังขยะร้อยละ 13.33 และนอ้ ยสดุ เกบ็ ขยะประเภทกระดาษ พลาสติก หรอื ขยะรีไซเคิล อืน่ ๆ ไวข้ ายหรือนำกลบั มาใช้ใหม่รอ้ ยละ 11.11 ไม่เคยทำ ส่วนใหญ่คัดแยกขยะประเภทหลอดนีออน และกระป๋องสเปรย์กอ่ นทิ้งลงในถังขยะร้อยละ 26.67 รองลงมาคัดแยกขยะเปียก ขยะแห้งออกจากกันร้อยละ 23.33 และน้อยที่สุดคือใช้ถงุ ผ้าใสส่ ่ิงของใบเดยี วมากกว่า

ถงุ พลาสตกิ ใบเล็กหลายๆใบและเก็บขยะประเภทกระดาษ พลาสตกิ หรอื ขยะรไี ซเคิลอนื่ ๆ ไวข้ ายหรอื นำกลับมาใช้ ใหมร่ อ้ ยละ 3.33 ส่วนที่ 4 ขอ้ มลู ด้านสิ่งแวดล้อม ค่า CI (Container Index) Container Index หมายถึง ค่าดัชนีลกู น้ำยุงลายที่พบในภาชนะใส่น้ำ ร้อยละของการพบลูกน้ำยุงลายใน ภาชนะใส่น้ำทา่ สำรวจในพ้ืนที่) (กำหนดค่าCI เปน็ 0) จากการสำรวจภาชนะใส่น้ำในชุมชน จำนวนภาชนะที่สำรวจทั้งหมด 774 ชิ้น พบลูกน้ำยุงลาย 3 ชิ้น ซึ่ง ไดค้ า่ CI เทา่ กบั 0.39 คือ มคี วามเส่ยี งตำ่ คา่ HI (House index) House Index (HI) หมายถึง ร้อยละของบ้านที่สำรวจพบลูกน้ำยุงลาย จากการสำรวจชุมชน 30 หลังคา เรอื น พบบ้านที่มีลูกนำ้ ยุงลายจำนวน 2 หลังคาเรือน ซึ่งไดค้ า่ HI เทา่ กบั 6.67 คอื มีความเส่ียงต่ำ ตารางท่ี 26 จำนวนร้อยละของครอบครัวจำแนกตามการเล้ียงสัตวเ์ ล้ยี ง (n = 30) ข้อมูลสตั วเ์ ลี้ยง จำนวน (ครอบครัว) รอ้ ยละ ไม่มี 17 56.67 มี 13 43.33 รวม 30 100 จากตารางท่ี 26 พบว่าครวั เรือนในชมุ ชนส่วนใหญไ่ ม่มีสัตวเ์ ล้ียงรอ้ ยละ 56.67 รองลงมา คือ มสี ัตวเ์ ลี้ยงรอ้ ยละ 43.33

แผนภมู ิท่ี 25 แผนภูมวิ งกลมแสดงร้อยละของครอบครัวจำแนกตามการเลยี้ งสตั ว์เลย้ี ง (n = 30) 43.33 ไม่มี 56.67 มี จากแผนภูมิท่ี 25 พบว่าครัวเรอื นในชมุ ชนสว่ นใหญ่ไม่มีสัตว์เลย้ี ง จำนวน 17 ครอบครัว คิดเป็นรอ้ ยละ 56.67 และมีสตั วเ์ ลี้ยง 13 บา้ น ร้อยละ 43.33 ตารางท่ี 27 จำนวนและรอ้ ยละของครอบครัวท่เี ล้ียงสุนขั และแมว จำแนกตามการฉดี วัคซนี ใหส้ ัตว์เลี้ยง (n=3) การฉีดวคั ซนี จำนวนแมว(ครอบครัว) ร้อยละ จำนวนสุนัข (ครอบครวั ) รอ้ ยละ ฉดี 3 100 1 50 ไมฉ่ ีด 00 1 50 รวม 3 100 2 100 จากตารางท่ี 27 พบว่าครอบครัวทเ่ี ลี้ยงสนุ ัขและแมว สว่ นใหญ่แมวไดร้ ับการฉดี วคั ซนี ร้อยละ 100 รองลงมาคือ สุนขั ได้รับการฉดี วคั ซนี และสนุ ขั ไม่ได้รบั การฉดี วคั ซนี จำนวนเท่ากันท่ีร้อยละ 50 แผนภมู ิที่ 26 แผนภูมแิ ท่งแสดงร้อยละของครอบครวั ที่เลี้ยงสนุ ัขและแมว จำแนกตามการฉีดวัคซนี ให้สัตว์เลยี้ ง (n = 3) 150 100 แมว สุนัข 50 ไมฉ่ ดี 0 ฉีด

จากแผนภมู ทิ ี่ 26 พบว่าครอบครวั ที่เลีย้ งสุนขั และแมว ส่วนใหญแ่ มวได้รบั การฉีดวัคซนี ร้อยละ 100 รองลงมาคือ สุนัขไดร้ บั การฉดี วัคซีน และสนุ ขั ไม่ได้รับการฉดี วัคซนี จำนวนเท่ากนั ทรี่ ้อยละ 50

การวนิ ิจฉัยชุมชน ขอ้ มูลการวนิ ิจฉัยชุมชน การจดั ลำดบั ความสำคัญของปัญหา การให้คะแนนของการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา โดยใช้วิธีของภาควิชาบริหารสาธารณสุข คณะ สาธารณสุขศาสตร์มหาวทิ ยาลัยมหิดลเป็นวิธที น่ี ิยมใช้กันมากเพราะมีองค์ประกอบท่ตี ดั สนิ ใจและคำนวณ ออกมาเป็นคะแนนที่ตัดสินง่ายไม่มีความสลับซับซ้อน โดยมีองค์ประกอบ 4 อย่าง แต่ละองค์ประกอบ ให้คะแนน จาก 0 - 4 หรอื 1 - 5 รวมคะแนนท่ีได้ทั้งหมดแลว้ นำมาเรียงลำดบั จากคะแนนท่ีไดส้ ูงสดุ ลงมา องค์ประกอบท้ัง4 ทน่ี ำมาพจิ ารณา ได้แก่ 1. ขนาดของปญั หา (Size of problemor Prevalence) หมายถงึ โรคท่เี กิดในชุมชนว่า โรคนั้นๆเมอื่ เกิดข้ึนมี ผปู้ ่วยเทา่ ไร และถา้ เปน็ โรคติดต่อสามารถติดต่อ หรอื แพร่กระจายง่ายหรือไม่มีแนวโน้มของโรคเป็น อย่างไร โดย แสดงในลักษณะ อตั ราของปญั หา เชน่ เด็กวัย 0-5 ปี มอี ัตราการขาด สารอาหารร้อยละ 25.75 วยั รุ่นในชุมชนติด บุหรี่ จำนวน 90 คนติดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนวัยรุ่น ทั้งหมดในชุมชน เป็นต้น จากนั้น นำมาพิจารณาให้ คะแนนตามเกณฑ์ คอื ขนาดของปัญหา คะเเนน ไมม่ ีเลย 0 1 - 25% 1 26 - 50% 2 51 - 75% 3 76 - 100% 4 ตารางท่ี เกณฑ์การให้คะแนนตามขนาดของปัญหา

2. ความรนุ แรงของปัญหา (Severity of problem) หมายถงึ โรคหรอื ปัญหานนั้ เกดิ ข้ึนจะมีอัตราตายหรือ ความทุพพลภาพมากน้อยเพียงไร โรคหรอื ปญั หานน้ั ถา้ ปล่อยทิ้งไวแ้ ล้วก่อให้เกิดความเสยี หายเป็นอันตรายถึงแกค่ วามตายหรือไม่ ทำใหเ้ กิดผลเสียแก่ครอบครวั ชมุ ชนและประเทศชาติ ในด้านเศรษฐกิจ ความรนุ แรงของปญั หา คะเเนน ไม่มีเลย 0 เจบ็ ป่วยเล็กนอ้ ย 1 2 เจบ็ เรอ้ื รัง 3 พกิ าร 4 เสียชวี ิต ตารางท่ี เกณฑ์การให้คะแนนตามความรุนแรงของปัญหา 3. ความยากง่ายในการแก้ปัญหา (Ease of management/ Feasibility of management) โดยพิจารณา ปจั จัยทีม่ ผี ลต่อความยากงา่ ยในการจดั โครงการเพอ่ื แก้ไขปัญหาในด้านตา่ งๆ ไดแ้ ก่ 1) ด้านวิชาการ มคี วามรดู้ ้านวชิ าการในการนำมาใชแ้ กป้ ัญหาได้หรือไม่ ถ้ามมี ากเท่าใด เช่น การฉีดวคั ซนี ปอ้ งกันโรค ยารักษาโรค เปน็ ต้น ถ้าหากผปู้ ฏบิ ัตมิ ีความรไู้ ม่เพยี งพอ กส็ ามารถพจิ ารณาแหล่งความร้หู รอื หนว่ ยงานอ่ืนๆทสี่ ามารถใหค้ วามชว่ ยเหลือหรอื สนับสนนุ ได้ 2) ด้านบริหารจดั การ ต้องคำนงึ ถงึ ทรัพยากรและปัจจัยต่างๆที่จะนำมาใช้ในการสนับสนนุ ได้แก่ บุคลากร งบประมาณ วัสดอุ ปุ กรณ์ และวถิ กี าร บรหิ ารจดั การ รวมท้ังนโยบายของผบู้ รหิ ารในระดบั สงู ข้ึนไป 3) ดา้ นระยะเวลา มีเพียงพอทจี่ ะแก้ไขปัญหานั้นๆ หรอื ไม่ 4) ด้านกฎหมาย ควรพิจารณาว่าการดำเนนิ การแกป้ ัญหาน้ันขัดแยง้ ต่อข้อกฎหมายทมี่ ีอย่หู รือไม่ 5) ดา้ นศลี ธรรม ตอ้ งพิจารณาว่าการดำเนินการแก้ปัญหาน้ันขัดกบั ศลี ธรรม หรอื ขนบธรรมเนียมประเพณี หรือไม่ เช่น ปัญหาการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์จะแก้ไขโดยการทำแท้งได้หรือไม่ จากนั้นนำองค์ประกอบทั้งหมด มาพิจารณา มหี ลกั การใหน้ ้ำหนกั คะแนนตามเกณฑ์

ความยากงา่ ยในการแกป้ ัญหา คะแนน ไมม่ ีทางทำได้เลย 0 ยากมาก 1 ยาก 2 ง่าย 3 งา่ ยมาก 4 ตารางท่ี เกณฑ์การใหค้ ะแนนตามความยากงา่ ยของปัญหา 4. ความตระหนกั สนใจ หรือวิตกกังวลของชุมชนต่อปญั หา (Community concern) พิจารณาจากการประเมนิ ความวิตกกังวล ความตระหนักในปัญหา ความสนใจและความตอ้ งการในการ แก้ไขปัญหานั้นของคนในชุมชนว่ามีมากน้อยเพียงใด ซึ่งการประเมินทำได้โดยการสังเกต การสัมภาษณ์ การ สอบถาม การประชุมปรึกษาหารือกบั ผ้นู ำชุมชนหรอื ประชาชนในชมุ ชน มีหลกั การใหน้ ้ำหนกั คะแนน ตามเกณฑ์ ความตระหนกั สนใจ หรอื วิตกกังวลของชุมชนต่อปญั หา คะแนน ไม่มีเลย 0 1 - 25% 1 26 - 50% 2 51 - 75% 3 76 - 100% 4 ตารางที่ เกณฑ์การให้คะแนนตามความตระหนกั ต่อปัญหา หรือพจิ ารณาข้อบง่ ช้ี จากความสนใจของชมุ ชนแล้วสรปุ ตดั สินใจจากความสนใจน้อยและให้คะแนนดงั นี้ ตระหนัก ความสนใจ คะแนน ไม่สนใจเลย 0 สนใจนอ้ ย 1 สนใจปานกลาง 2 สนใจมาก 3 สนใจมากทส่ี ดุ 4 ตารางท่ี เกณฑ์การใหค้ ะแนนตามความสนใจต่อปัญหา

การคดิ คะแนนรวม ทำได้ 2 วิธี คือ 1) วิธีบวก ทำโดยนำคะแนนแตล่ ะองค์ประกอบมารวมกนั วิธนี ้จี ะมองเหน็ ความแตกตา่ งของคะแนน แต่ละปญั หา น้อย 2) วธิ คี ูณ นำคะแนนแตล่ ะองคป์ ระกอบมาคณู กันวิธนี ้จี ะมองเห็นความแตกต่างของคะแนนในแต่ละ ปัญหามากขึ้น แต่ในกรณีทม่ี ีคะแนนในองคป์ ระกอบหน่งึ เป็น 0 จะหมายความว่าปญั หานั้นไม่อาจแก้ไขไดใ้ น เวลาอนั สน้ั หรอื แก้ไขได้ยากมาก ดงั น้ันในการให้คะแนนองคป์ ระกอบใดเป็น 0 ควรพจิ ารณาให้รอบคอบ วธิ ีการพจิ ารณาจาก 5D เป็นวธิ ีการพิจารณาจากลำดับความสำคัญตามหลักวทิ ยาการระบาด เกณฑใ์ นการพิจารณา ไดแ้ ก่ ปญั หาระดับ Death 4 คะแนน พจิ ารณาจากจำนวนผ้เู สียชวี ิตจากโรคหรอื ปญั หาน้นั ๆหรืออตั รา (Morbidity rate) ในชมุ ชน ปญั หาระดับ Disability 3 คะแนน ให้ความสนใจจำนวนที่เกิด พจิ ารณาจากปัญหาโรคหรอื ปัญหาสขุ ภาพ นั้นๆรวมถึงแนวโนม้ ของโรคท่ีจะเกดิ โรคที่เป็นสาเหตุของความพิการหลงเหลือในชุมชนน้ันๆ ปัญหาระดับ Disease 2 คะแนน พิจารณาจากจำนวนผูป้ ่วยจากโรคหรอื ปัญหาสุขภาพน้ันๆ โดยม่งุ สนใจ ท่ี Morbidity rate ในชมุ ชน ปัญหาระดบั Discomfort และ Dissatisfaction 1 คะแนน พิจารณาถึงปัญหาสุขภาพก่อให้เกดิ ความ ไมส่ ขุ สบายของคนในชมุ ชนและใหค้ วามสำคัญกบั ความร้สู ึกไม่พงึ พอใจของประชาชนในชุมชน ตอ่ ปัญหาสขุ ภาพที่ เกดิ ขึ้นและต้องการท่จี ะแก้ไข ข้อดี 1) มีองค์ประกอบทชี่ ัดเจน ไมซ่ บั ซอ้ น ง่ายต่อการพิจารณาและเขา้ ใจ 2) องค์ประกอบในการให้คะแนนอาจนำไปประยุกต์รวมกับองคป์ ระกอบในวธิ ีอ่นื ใด จากการระบปุ ญั หาชุมชน พบวา่ มีหลายปัญหา ในการแกไ้ ขปัญหานน้ั ไมส่ ามารถแกไ้ ขปญั หา ทกุ ปัญหา ได้พร้อมกัน ทั้งน้ีเน่ืองจากทรัพยากรในการแก้ไขปญั หามจี ำกดั และเวลาในการปฏบิ ัตไิ ม่เอ้ืออำนวย จงึ จำเปน็ ท่ี จะต้องมีการเลือกว่าปญั หาใดควรได้รับการแกไ้ ขก่อน - หลัง เพ่อื วางแผนกำหนดระยะเวลา และจัดสรรทรัพยากร ในการแกไ้ ขปัญหาให้สามารถใช้เวลาและทรัพยากรที่อยอู่ ย่างจำกัดและเกิดประโยชนส์ งู สุด ซงึ่ การจัดลำดับ ความสำคญั ของปัญหานั้น จะต้องมีการใชก้ ระบวนการมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน คือ การท่ปี ระชาชนออกมารว่ มกนั แสดงความต้องการท่ีสนใจต้องการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง กลุ่มนักศึกษาจึงได้ใช้กระบวนการมีสว่ นร่วมของชมุ ชน โดยการทำประชาคม การระบปุ ระเดน็ ทางสุขภาพ 1. ประชาชนทไี่ ม่ได้รบั การตรวจมะเร็งปากมดลกู ในประชากรเพศหญงิ ทมี่ ีอายุตั้งแต่ 30 - 60 ปี รอ้ ยละ 72.73 2. ประชาชนท่ีไม่ได้รับการตรวจเต้านมในประชากรเพศหญิงทม่ี ีอายุตัง้ แต่ 30 - 70 ปี ร้อยละ 62.16

3. ประชาชนท่ีไม่ออกกำลงั กายในประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขน้ึ ไป ร้อยละ 57.78 4. ประชาชนทป่ี ว่ ยเป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 197.07 5. ประชาชนทปี่ ่วยเป็นโรคความดนั โลหติ สูง ร้อยละ 26.83 6. ประชาชนท่ปี ่วยเป็นโรคไขมันในเลอื ดสงู ร้อยละ 26.83 7. ประชาชนทม่ี ดี ัชนมี วลการและรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในกลมุ่ ประชากรทมี่ ีอายุ 20 ปขี ้นึ ไป ร้อยละ 36.36 8. การคุมกำเนดิ ในหญิงวัยเจรญิ พนั ธ์ทุ มี่ ีอายุระหว่าง 15 - 49 ปีและมีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 66.67 ประเด็นสุขภาพในชมุ ชน การระบปุ ัญหาชุมชน เกณฑ์ 1. ประชาชนท่ไี ม่ได้รบั การตรวจ วิธกี ารระบปุ ญั หา ประชากรหญิงอายุ 30 - 60 ปี มะเรง็ ปากมดลูกในประชากรเพศ ใชว้ ธิ ีเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์/ค่า ได้รับการคดั กรองมะเร็งปากมดลูก หญงิ ท่ีมีอายุต้งั แต่ 30 - 60 ปี มาตรฐาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ต่อปี ร้อยละ 72.73 (สถาบันมะเร็งแห่งชาติกรมการ แพทย์กระทรวงสาธารณสุข, 2. ประชาชนที่ไมไ่ ด้รบั การตรวจ ใช้วิธีเปรยี บเทยี บกบั เกณฑ์/ค่า 2560) เต้านมในประชากรเพศหญงิ ที่มี มาตรฐาน ประชากรหญิงอายุ 30 - 70 ปี มี อายุต้ังแต่ 30-70 ปี รอ้ ยละ 62.16 การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) ไ ม ่ น ้ อ ย ก ว ่ า ร ้ อ ย ล ะ 80 ต่ อ 3. ประชาชนที่ไม่ออกกำลงั กายใน ใช้วธิ เี ปรียบเทียบกบั เกณฑ์/ค่า ปี(สถาบันมะเร็งแห่งชาติกรมการ ประชากรท่ีมีอายุต้ังแต่ 6 ปขี ึ้นไป มาตรฐาน แพทย์กระทรวงสาธารณสุข, ร้อยละ 57.78 2560) คนในครัวเรือนที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ทุกคนได้ออกกาลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที หรือออกแรง/ออกกาลังอย่างน้อย สัปดาห์ละ 5 วัน ๆ ละ 30 นาที(กระทรวงสาธารณสขุ ,2560) 4. ประชาชนทีป่ ว่ ยเปน็ ใช้หลัก 5D โรคเบาหวาน ร้อยละ 17.07

ประเดน็ สขุ ภาพในชุมชน วิธีการระบุปญั หา เกณฑ์ 5. ประชาชนที่ปว่ ยเปน็ โรคความ ใช้หลกั 5D ประชาชนดชั นมี วลการ ในกลุ่ม ประชากรท่ีมีอายุ 20 ปขี ึ้นไป ไม่ ดนั โลหติ สงู รอ้ ยละ 26.83 เพิ่มขน้ึ ร้อยละ 80 ตอ่ ปี (กรมพลศกึ ษา, 2561) 6. ประชาชนทปี่ ว่ ยเปน็ โรคไขมัน ใช้หลกั 5D ประชากรการคมุ กำเนิดในหญิงวัย เจรญิ พันธทุ์ ม่ี ีอายรุ ะหวา่ ง 15 - 49 ในเลอื ดสงู รอ้ ยละ 26.83 ปแี ละมีสถานภาพสมรสคู่ ไม่นอ้ ย กว่า รอ้ ยละ 80 ต่อปี 7. ประชาชนทม่ี ีดัชนมี วลการและ ใช้วธิ ีเปรยี บเทียบกบั เกณฑ์/ค่า (โรงพยาบาลเฉลมิ พระ เกียรติ,2556) รอบเอวเกนิ เกณฑ์มาตรฐาน ใน มาตรฐาน กล่มุ ประชากรที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ร้อยละ 36.36 8. การคมุ กำเนิดในหญิงวัยเจริญ ใชว้ ธิ เี ปรยี บเทยี บกับเกณฑ์/ค่า พันธุ์ทีม่ ีอายุระหวา่ ง 15 - 49 ปี มาตรฐาน และมสี ถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 66.67 ตารางที่ การระบปุ ัญหาชมุ ชน ตารางการใหค้ ะแนนการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ขนาดของปัญหา ปัญหา คะแนน เหตผุ ล 1. ประชาชนทีไ่ ม่ไดร้ ับการตรวจมะเรง็ เมอื่ เทยี บกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปัญหา ร้อย ปากมดลกู ในประชากรเพศหญิงท่มี ีอายุ 3 ละ 72.72 อยู่ในช่วง 51 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ จงึ ไดเ้ ท่ากับ ตง้ั แต่ 30 - 60 ปี รอ้ ยละ 72.73 3 คะแนน 2. ประชาชนทไ่ี ม่ไดร้ ับการตรวจเต้านม เมื่อเทยี บกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปัญหา ร้อย ในประชากรเพศหญิงทมี่ ีอายุตั้งแต่ 30- 3 ละ 62.16 อยู่ในชว่ ง 51 ถงึ 75 เปอรเ์ ซน็ ต์ จึงได้เทา่ กับ 70 ปี รอ้ ยละ 62.16 3 คะแนน

3. ประชาชนทไ่ี ม่ออกกำลงั กายใน เมอ่ื เทยี บกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปญั หา ร้อย ประชากรที่มีอายตุ ้ังแต่ 6 ปขี ึ้นไป ร้อย 3 ละ 23.00 อยู่ในชว่ ง มากกวา่ 0 ถงึ 25 เปอรเ์ ซน็ ต์ จึง ละ 57.78 ไดเ้ ทา่ กบั 1 คะแนน 4. ประชาชนทป่ี ่วยเป็นโรคเบาหวาน เมอ่ื เทยี บกบั เกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปญั หา ร้อย รอ้ ยละ 17.07 1 ละ 19.51 อยู่ในช่วง มากกวา่ 0 ถงึ 25 เปอรเ์ ซ็นต์ จงึ ไดเ้ ท่ากับ 1 คะแนน 5. ประชาชนทปี่ ว่ ยเป็นโรคความดนั เมอื่ เทียบกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปญั หา ร้อย โลหิตสูง รอ้ ยละ 26.83 2 ละ 29.27 อยู่ในช่วง มากกวา่ 26 ถึง 50 เปอรเ์ ซน็ ต์ จึง ได้เทา่ กับ 2 คะแนน 6. ประชาชนท่ปี ว่ ยเปน็ โรคไขมนั ในเลือด เมื่อเทยี บกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปัญหา ร้อย สูง ร้อยละ 26.83 2 ละ 29.27 อยู่ในช่วง มากกว่า 26 ถึง 50 เปอร์เซน็ ต์ จึง ได้เท่ากบั 2 คะแนน 7. ประชาชนท่มี ีดชั นมี วลการและรอบ เมื่อเทียบกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปัญหา ร้อย เอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในกลุม่ 2 ละ 24.24 อยู่ในชว่ ง มากกวา่ 0 ถึง 25 เปอร์เซน็ ต์ จึง ประชากรทม่ี ีอายุ 20 ปขี ้ึนไป รอ้ ยละ ไดเ้ ทา่ กับ 1 คะแนน 36.36 8. การคมุ กำเนิดในหญิงวัยเจริญพนั ธ์ุท่ีมี เมอ่ื เทียบกับเกณฑ์การให้คะแนนขนาดของปญั หา ร้อย อายุระหว่าง 15 - 49 ปีและมีสถานภาพ 2 ละ 36.84 อยู่ในชว่ ง มากกวา่ 26 ถึง 50 เปอรเ์ ซน็ ต์ จึง สมรสคู่ รอ้ ยละ 66.67 ไดเ้ ท่ากับ 2 คะแนน ตารางท่ี ขนาดของปญั หา ความรนุ แรงของปญั หา คะแนน เหตุผล ปัญหา 2 ในรอบ 1 ปี ไม่พบผปู้ ว่ ยหรอื เสยี ชวี ิตดว้ ยโรคมะเรง็ ปากมดลูก แต่หากกลุ่มเปา้ หมายยังไมเ่ ข้ารบั การตรวจ ในอนาคตอาจมี 1. ประชาชนทไี่ ม่ได้รบั การตรวจ ความเส่ยี งทจ่ี ะเกดิ โรคมะเรง็ ปากมดลกู และตวั ผ้ทู ี่ป่วยอาจไม่ มะเร็งปากมดลูกในประชากรเพศ รู้ตวั มากอ่ นและความรนุ แรงของโรคอาจมากกว่าผู้ที่เข้ารบั การ หญิงท่ีมีอายุต้ังแต่ 30 - 60 ปี ร้อย ตรวจเปน็ ประจำ ละ 72.73

ปญั หา คะแนน เหตุผล 2. ประชาชนท่ีไม่ไดร้ ับการตรวจเต้า นมในประชากรเพศหญิงที่มอี ายุ ในรอบ 1 ปี ไม่พบผู้ปว่ ยหรอื เสยี ชีวติ ด้วยโรคมะเรง็ เตา้ นม แต่ ตงั้ แต่ 30-70 ปี ร้อยละ 62.16 2 หากกลมุ่ เป้าหมายยังไมเ่ ริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเอง ก็อาจจะทำ 3. ประชาชนทไ่ี ม่ออกกำลังกายใน ให้ตรวจพบความผดิ ปกตทิ ี่อาจเกิดขนึ้ ได้ชา้ และการรักษาให้ ประชากรท่มี ีอายตุ ั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป รอ้ ยละ 57.78 หายขาดกจ็ ะย่งิ ยากขึ้น 4. ประชาชนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน รอ้ ยละ 17.07 ในชมุ ชนมีประชาชนทีไ่ มอ่ อกกำลงั กาย ในอายตุ ัง้ แต่ 6 ปขี ึ้นไป 5. ประชาชนที่ป่วยเปน็ โรคความดัน 1 เนอ่ื งจากสามารถออกกำลังกายท่ไี หน เวลาไหนก็ได้ และไม่ได้ โลหติ สงู รอ้ ยละ 26.83 สง่ ผลทำใหส้ ามารถป่วยเป็นโรคเรอ้ื รงั และเสยี ชวี ิตได้ 6. ประชาชนทป่ี ว่ ยเป็นโรคไขมันใน เลอื ดสงู ร้อยละ 26.83 ในรอบ 1 ปี ไม่พบผู้พกิ ารหรือเสยี ชวี ติ ด้วยโรคเบาหวาน แต่ 7. ประชาชนที่มีดชั นมี วลการและ 2 หากกลมุ่ เป้าหมายไม่สามารถดูแลหรือควบคุมโรคได้ อาจทำให้ รอบเอวเกินเกณฑม์ าตรฐาน ในกล่มุ ประชากรท่มี ีอายุ 20 ปีขน้ึ ไป ร้อยละ เกดิ การเจบ็ ปว่ ย มีภาวะแทรกซ้อน พิการและเสียชวี ติ ได้ 36.36 ในรอบ 1 ปี ไม่พบผู้พกิ ารหรือเสียชีวติ ดว้ ยโรคความดนั โลหิต 8. การคุมกำเนดิ ในหญงิ วยั เจรญิ พนั ธ์ุ ท่มี อี ายุระหวา่ ง 15 - 49 ป และมี 3 สูง แตห่ ากกลุ่มเป้าหมายไม่สามารถดแู ลหรือควบคุมโรคได้ สถานภาพสมรสคู่ รอ้ ยละ 66.67 อาจทำให้เกิดการเจ็บปว่ ย มีภาวะแทรกซ้อน พิการและ เสยี ชีวติ ได้ ในรอบ 1 ปี ไม่พบผู้พิการหรือเสยี ชวี ติ ดว้ ยโรคไขมนั ในเลือดสงู 2 แต่หากกลุ่มเป้าหมายไมส่ ามารถดูแลหรอื ควบคุมโรคได้ อาจทำ ให้เกดิ การเจ็บปว่ ย มภี าวะแทรกซ้อน พิการและเสียชวี ติ ได้ ในชมุ ชนประชาชนทม่ี ีดชั นีมวลการและรอบเอวเกนิ เกณฑ์ มาตรฐาน ในกลมุ่ ประชากรที่มอี ายุ 20 ปีขึ้นไป เน่ืองจากอยูใ่ น 2 เกณฑ์ทำใหเ้ กดิ การเจบ็ ปว่ ยเร้ือรัง และเน่ืองจากดชั นีมวลกาย เกิน มคี วามเสี่ยงทจี่ ะเกิดโรคในกลุ่มเมตาบอลิกซินโดรม เช่น โรคหลอดเลือดและหวั ใจ หลอดเลือดสมอง ความดนั โลหติ สงู และเบาหวาน ในชุมชนมีประชาชนการคุมกำเนิดในหญิงวยั เจรญิ พันธุ์ที่มีอายุ 1 ระหว่าง 15 - 49 ปแี ละมีสถานภาพสมรสคู่ ในรอบ 1 ปีท่ผี า่ น มา ตารางท่ี ความรุนแรงของปัญหา

ความยากง่ายของปัญหา คะแนน เหตผุ ล ปญั หา 1 มคี วามยากมากในการแก้ปัญหา เนือ่ งจากบุคคลากร ทางสขุ ภาพมีความรใู้ นการตรวจและสอนใหป้ ระชาชน 1. ประชาชนทีไ่ ม่ได้รบั การตรวจมะเรง็ 1 ตรวจเต้านมดว้ ยตนเองได้ เพ่ือเป็นการคัดกรองตนเอง ปากมดลกู ในประชากรเพศหญงิ ทมี่ ีอายุ 2 เบ้ืองต้น ตั้งแต่ 30 - 60 ปี ร้อยละ 72.73 2 มคี วามยากมากในการแกป้ ัญหา เนอื่ งจากบุคคลากร 2 ทางสุขภาพมีความรูใ้ นการตรวจและสอนให้ประชาชน 2. ประชาชนท่ไี ม่ไดร้ ับการตรวจเต้านม 2 ตรวจเตา้ นมดว้ ยตนเองได้ เพ่ือเปน็ การคัดกรองตนเอง ในประชากรเพศหญิงที่มีอายุตงั้ แต่ 30- 3 เบื้องต้น 70 ปี รอ้ ยละ 62.16 มีความยากในการแก้ปัญหา เนื่องจากส่วนใหญ่เป็น ผสู้ งู อายุ มันจะไมค่ ่อยได้ออกไปไหน อยบู่ ้านก็ไม่ค่อยได้ 3. ประชาชนทีไ่ ม่ออกกำลงั กายใน ออกกำลัง ประชากรทมี่ ีอายุตั้งแต่ 6 ปขี ึ้นไป รอ้ ย มคี วามยากในการแกป้ ญั หา เนือ่ งจากประชากรมีความรู้ ละ 57.78 ในเรอ่ื งการรบั ประทานอาหาร มสี ถานบริการสขุ ภาพ 4. ประชาชนทีป่ ่วยเป็นโรคเบาหวาน ใกลช้ ุมชน ร้อยละ 17.07 มีความยากในการแกป้ ญั หา เน่ืองจากประชากรมีความรู้ เกีย่ วกบั ค่าความดนั โลหิตที่ปกตแิ ละผดิ ปกติ และการ 5. ประชาชนที่ปว่ ยเป็นโรคความดัน ปฏิบัติตวั โลหติ สูง ร้อยละ 26.83 มคี วามยากในการแก้ปญั หา เน่อื งจากมสี ถานบริการ สุขภาพใกลช้ มุ ชน และสามารถเดินทางไปตรวจได้ 6. ประชาชนทป่ี ว่ ยเป็นโรคไขมนั ในเลอื ด สะดวก สงู ร้อยละ 26.83 มคี วามงา่ ยในการแกป้ ญั หา เนอื่ งจากมีความรู้ในการ ควบคมุ อาหาร มีสถานที่ออกกำลังของชุมชน 7. ประชาชนทมี่ ดี ัชนมี วลการและรอบ เอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในกลุ่ม ประชากรทมี่ ีอายุ 20 ปีขึน้ ไป รอ้ ยละ 36.36

ปัญหา คะแนน เหตผุ ล 8. การคมุ กำเนิดในหญงิ วยั เจรญิ พันธทุ์ มี่ ี มีความยากมากในการแก้ปัญหา เนื่องจากประชากร อายุระหว่าง 15 - 49 ปีและมีสถานภาพ 1 ไมไ่ ดใ้ หค้ วามสำคญั กับการคุมกำเนดิ เพราะส่วนใหญ่จะ สมรสคู่ รอ้ ยละ 66.67 เป็นวัยผู้สูงอายุ ตารางที่ ความยากงา่ ยของปัญหา ความตระหนกั คะแนน เหตุผล ปัญหา นำจำนวนประชาชนที่ออกเสียงไปคิด คอื 5×100/21 1. ประชาชนที่ไม่ไดร้ บั การตรวจ มะเรง็ ปากมดลูกในประชากรเพศ (จำนวนประชาชนท่อี อกเสียง) = 23.80 นำไปเทียบกบั หญงิ ทีม่ ีอายุตั้งแต่ 30 - 60 ปี ร้อย ละ 72.73 1 เกณฑ์ = 1 คะแนน เหตผุ ลที่เลือกเหตุผล ท่เี ลือกเนอื่ งจาก เป็นปญั หาจากเป็นการตรวจประเมินคัดกรองทีส่ ำคัญ เพราะถ้าไมไ่ ด้รับการคัดกรองอาจส่งผลทำใหเ้ กิดโรคเร้ือรัง ได้ 2. ประชาชนที่ไม่ได้รับการตรวจ นำจำนวนประชาชนทอี่ อกเสียงไปคดิ คอื 6×100/21 เต้านมในประชากรเพศหญิงที่มี (จำนวนประชาชนทอี่ อกเสียง) = 28.57 นำไปเทียบกบั อายตุ ัง้ แต่ 30 - 70 ปี ร้อยละ เกณฑ์ = 2 คะแนน 62.16 2 เหตุผลที่เลือก เนื่องจากเป็นปัญหาจากเป็นการตรวจ ประเมินคัดกรองที่สำคัญ เพราะถา้ ไม่ไดร้ บั การคดั กรองอาจ สง่ ผลทำใหเ้ กิดโรคเรื้อรังได้ 3. ประชาชนทีไ่ ม่ออกกำลังกายใน นำจำนวนประชาชนทีอ่ อกเสียงไปคิด คือ 12×10/21( ประชากรท่ีมีอายุต้ังแต่ 6 ปขี ึ้นไป จำนวนประชาชนท่ีออกเสียง) = 57.14 นำไปเทียบกับ ร้อยละ 57.78 3 เกณฑ์ = 3 คะแนน เหตผุ ลท่ีเลอื กเนื่องจากเป็นปญั หาจาก พฤติกรรมของแต่ละบุคคลซึ่งเมอ่ื เป็นเรื่องของพฤติกรรมก็ เปน็ เร่ืองยากทจี่ ะควบคุมได้

ปญั หา คะแนน เหตุผล 4. ประชาชนที่ป่วยเป็น โรคเบาหวาน ร้อยละ 17.07 นำจำนวนประชาชนท่อี อกเสียงไปคดิ คือ 8×100/21 (จำนวนประชาชนที่ออกเสียง) = 38.09 นำไปเทยี บกับ เกณฑ์ = 2 คะแนน เนื่องจากเป็นปญั หาขนาดใหญท่ ี่ 2 กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบแกค่ นในชมุ ชนเป็นวงกวา้ ง และเป็นโรค เรอ้ื รงั ที่รักษาใหห้ ายยากเนื่องจากเปน็ โรคทีม่ สี าเหตุส่วน หน่ึงมาจากพฤติกรรมสขุ ภาพสว่ นบคุ คลทำใหย้ ากในการ ควบคุมจนเกดิ เปน็ โรคเรื้อทพ่ี บมากในสังคมไทย 5. ประชาชนทป่ี ว่ ยเป็นโรคความ นำจำนวนประชาชนที่ออกเสียงไปคิด คอื 9×100/21 ดันโลหิตสูง รอ้ ยละ 26.83 จำนวนประชาชนท่อี อกเสยี ง) = 42.85 นำไปเทยี บกับ เกณฑ์ = 2 คะแนน เนื่องจากเปน็ ปญั หาขนาดใหญท่ ่ี 2 กอ่ ให้เกิดผลกระทบแกค่ นในชุมชนเปน็ วงกว้าง และเปน็ โรค เร้อื รงั ที่รกั ษาใหห้ ายยากเนื่องจากเปน็ โรคทมี่ ีสาเหตุสว่ น หน่ึงมาจากพฤติกรรมสขุ ภาพส่วนบุคคลทำใหย้ ากในการ ควบคมุ จนเกดิ เปน็ โรคเร้อื ทีพ่ บมากในสังคมไทย 6. ประชาชนทป่ี ่วยเป็นโรคไขมนั ใน นำจำนวนประชาชนท่อี อกเสียงไปคดิ คอื 12×100/21 เลือดสูง ร้อยละ 26.83 (จำนวนประชาชนท่ีออกเสยี ง) = 57.14 นำไปเทยี บกบั เกณฑ์ = 3 คะแนน เนื่องจากเปน็ ปญั หาขนาดใหญ่ท่ี 3 กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบแกค่ นในชมุ ชนเปน็ วงกว้าง และเปน็ โรค เร้อื รงั ทรี่ กั ษาใหห้ ายยากเนื่องจากเป็นโรคท่มี ีสาเหตุสว่ น หน่ึงมาจากพฤติกรรมสขุ ภาพสว่ นบุคคลทำให้ยากในการ ควบคุมจนเกิดเปน็ โรคเร้อื ที่พบมากในสังคมไทย 7. ประชาชนทม่ี ีดัชนีมวลการและ นำจำนวนประชาชนทอี่ อกเสียงไปคิด คือ 16×100/21 รอบเอวเกนิ เกณฑ์มาตรฐาน ใน กลุ่มประชากรท่มี ีอายุ 20 ปีข้ึนไป (จำนวนประชาชนทอ่ี อกเสยี ง) = 76.19 นำไปเทียบกบั ร้อยละ 36.36 4 เกณฑ์ = 4 คะแนน เหตุผลที่เลอื กเนื่องจากเปน็ ปัญหาจาก พฤติกรรมของแต่ละบคุ คลซึ่งเมือ่ เปน็ เร่ืองของพฤติกรรมก็ เปน็ เรอื่ งยากที่จะควบคุม แต่กจ็ ะมีส่วนนอ้ ยมากทีส่ ามารถ

ปญั หา คะแนน เหตุผล ควบคมุ ได้ โดยดชั นมี วลกายและรอบเอวกอ่ ให้เกดิ ผลกระทบต่อรา่ งกายเปน็ อย่างมาก และเม่ือเกิดผลกระทบ แล้วกร็ กั ษาใหห้ ายยาก 8. การคมุ กำเนิดในหญงิ วัยเจริญ นำจำนวนประชาชนทอ่ี อกเสียงไปคดิ คือ 4×100/21 พนั ธ์ุที่มีอายุระหวา่ ง 15 - 49 ปี (จำนวนประชาชนที่ออกเสียง) = 19.04 นำไปเทียบกับ และมีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 1 เกณฑ์ = 1 คะแนน เหตุผลทีเ่ ลือกเนื่องจากเป็นปญั หา 66.67 สว่ นตวั ไม่สามารถทจี่ ะไปควบคุมหรอื บังคบั ได้ เนื่องจาก เปน็ สทิ ธิส่วนบคุ คล ตารางท่ี ความตระหนักของปญั หา หมายเหตุ จำนวนคนออกเสยี ง ท้งั หมด 21 คน ปัญหาท่ี 1 ประชากรทไ่ี ม่ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกในประชากรเพศหญงิ ทีม่ ีอายตุ ้ังแต่ 30 - 60 ปี ร้อยละ 72.20 จำนวนคนออกเสียง 5 คน ปัญหาท่ี 2 ประชากรทไ่ี ม่ไดร้ ับการตรวจเตา้ นมในประชากรเพศหญงิ ท่มี ีอายตุ ้งั แต่ 30 - 70 ปี ร้อยละ 62.16 จำนวนคนออกเสียง 6 คน ปญั หาที่ 3 ประชากรท่ไี ม่ออกกำลังกายในประชากรที่มีอายตุ ัง้ แต่ 6 ปขี ึน้ ไป รอ้ ยละ 57.78 จำนวนคนออกเสียง 12 คน ปัญหาที่ 4 ประชากรทีป่ ่วยเปน็ โรคเบาหวาน รอ้ ยละ 14.41 จำนวนคนออกเสียง 8 คน ปัญหาท่ี 5 ประชากรทป่ี ่วยเป็นโรคความดนั โลหิตสูง รอ้ ยละ 21.19 จำนวนคนออกเสียง 9 คน ปญั หาท่ี 6 ประชากรทปี่ ่วยเป็นโรคไขมันในเลอื ดสูง ร้อยละ 21.19 จำนวนคนออกเสยี ง 12 คน ปญั หาที่ 7 ประชากรทม่ี ดี ชั นีมวลการและรอบเอวเกนิ เกณฑม์ าตรฐาน ในกลุ่มประชากรทมี่ ีอายุ 20 ปีขนึ้ ไป ร้อย ละ 36.36 จำนวนคนออกเสียง 16 คน ปญั หาท่ี 8 การคุมกำเนดิ ในหญิงวยั เจริญพนั ธุท์ ีม่ ีอายรุ ะหว่าง 15 - 49 ปีและมสี ถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 36.84 จำนวนคนออกเสยี ง 4 คน

การจดั ลำดับความสำคญั ของปญั หา ปัญหา ขนาด รนุ แรง ยากง่าย ตระหนกั ผลรวม ลำดบั 1 บวก คณู 1. ประชาชนทีไ่ ม่ไดร้ ับ 3 2 1 1 76 7 การตรวจมะเร็งปาก 2 มดลูกในประชากรเพศ 3 2 2 2 8 12 5 หญิงที่มีอายตุ ง้ั แต่ 30 - 3 1 2 60 ปี รอ้ ยละ 72.73 1 2 3 9 18 4 2 3 2. ประชาชนทไ่ี ม่ไดร้ บั 2 78 6 การตรวจเต้านมใน ประชากรเพศหญงิ ทีม่ ี 2 9 24 2 อายุต้ังแต่ 30-70 ปี ร้อย ละ 62.16 3. ประชาชนทไี่ ม่ออก กำลงั กายในประชากรทีม่ ี อายุตงั้ แต่ 6 ปีข้นึ ไป ร้อย ละ 57.78 4. ประชาชนท่ปี ่วยเปน็ โรคเบาหวาน ร้อยละ 17.07 5. ประชาชนท่ปี ว่ ยเป็น โรคความดนั โลหติ สูง ร้อยละ 26.83

ปญั หา ขนาด รนุ แรง ยากง่าย ตระหนัก ผลรวม ลำดบั บวก คณู 6. ประชาชนทีป่ ่วยเป็น 2 2 2 3 9 24 3 โรคไขมนั ในเลอื ดสูง ร้อย ละ 26.83 7. ประชาชนท่มี ีดชั นมี วล 2 2 3 4 11 48 1 การและรอบเอวเกนิ เกณฑ์มาตรฐาน ในกลุ่ม ประชากรทีม่ ีอายุ 20 ปี ขึ้นไป รอ้ ยละ 36.36 8. การคุมกำเนดิ ในหญิง 3 1 1 1 63 8 วัยเจริญพันธทุ์ ี่มอี ายุ ระหว่าง 15 - 49 ปีและมี สถานภาพสมรสคู่ รอ้ ยละ 66.67 ดังนนั้ ปัญหาอนามยั ของชุมศิรชิ ัยพฒั นาเรียงลำดับทต่ี ้องแกไ้ ข ดังน้ี อันดับที่ 1 ประชากรที่มีดัชนมี วลการและรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในกลุ่มประชากรที่มีอายุ 20 ปีข้นึ ไป รอ้ ยละ 36.36 อันดับที่ 2 ประชากรที่ป่วยเป็นโรคความดนั โลหติ สงู ร้อยละ 26.83 อนั ดบั ที่ 3 ประชากรทป่ี ่วยเป็นโรคไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 26.83 อนั ดับท่ี 4 ประชากรท่ีไม่ออกกำลงั กายในประชากรท่ีมีอายุตั้งแต่ 6 ปีข้ึนไป ร้อยละ 57.78 อันดับท่ี 5 ประชากรที่ไม่ไดร้ ับการตรวจเต้านมในประชากรเพศหญิงทม่ี ีอายตุ ั้งแต่ 30 - 70 ปี ร้อยละ 62.16 อนั ดบั ท่ี 6 ประชากรทป่ี ่วยเป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 17.07 อันดบั ท่ี 7 ประชากรท่ีไม่ไดร้ ับการตรวจมะเร็งปากมดลกู ในประชากรเพศหญิงทม่ี ีอายตุ งั้ แต่ 30 - 60 ปี ร้อย ละ 72.73 อนั ดับท่ี 8 การคุมกำเนดิ ในหญงิ วยั เจรญิ พันธุ์ทม่ี ีอายุระหว่าง 15 - 49 ปแี ละมีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 66.67

สรปุ ทำประชาคม หลงั จากการท่ีไดร้ วบรวมและเก็บสำรวจรวบรวมปญั หาสขุ ภาพของประชากรชมุ ชนศิริชัยพฒั นา ได้นำ ข้อมลู มาวเิ คราะหห์ าปัญหาของชมุ ชนและไดน้ ำเสนอปญั หาที่พบ ณ สถานท่ีในการทำประชาคมรว่ มกับประธาน อาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมูบ่ ้าน อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจำหมบู่ ้าน เจ้าหน้าทโ่ี รงพยาบาลสง่ เสริม สุขภาพชมุ ชนตำบลบางเขน และประชาชนในชมรมผู้สงู อายุ ในการจัดทำประชาคมเพื่อร่วมจดั ลำดับปัญหา และ หาแนวทางการแก้ไขปญั หาในวนั ท่ี 18 ธนั วาคม 2563 โดยมีประชาชนที่มาเข้าร่วมประชาคมจำนวน 33 คน

แผนผงั การจดั ประชาคม สัญลกั ษณ์

การทำประชาคมชุมชนศิรชิ ัยพฒั นา วันที่ 18 ธนั วาคม 2563 เวลา 10.00 – 12.00 น. 1. นายนัยวตั ร คงตาดำ 2. นางสาวฉลอม คลา้ ยขยาย 3. ดารส ติงสมบัตยิ ุทธ์ 4. นางธัญญลกั ษณ์ โพคี 5. นางสอาด พลอยอ่ิม 6. นางสาวพรพิมล ทองเฟอ่ื ง 7. นางจนิ ดา แสทองพัฒนา 8. นางฉวี เกตุสังข์ 9. นางสาวดวงภร ภูเ่ กษมสมบตั ิ 10. นางนอ้ ม เรืองยุบล 11. นางสาวฉวีวรรณ ชื่นสวัสดิ์ 12. นางสาวคิ้มหยอด แซ่บ้าง 13. นางลำดวน คลา้ ยพนั ธ์ 14. นางอนงคพ์ ร ฉัตรพรไพบลู ย์ 15. นางพรวรินทร์ ขยนั พิบูลย์ 16. นางบบุ ผา สุขเกษม 17. นางจิตยา กองทอง 18. นางบญุ ศรี ฐิตไิ ชโย 19. นางมะลิ พนั ธุขนั ธ์ 20. นางลน้ิ จี่ ธนบัตร 21. นายสมจติ ต์ วฒุ สิ ุทธิ์ 22. นางอุไร เหลืองภักดี 23. นายนิพล คมุ้ กิจ 24. นางอุบล วฒุ สิ ทุ ธิ์ 25. นางสวรรค์ สัง่ ฆรักษ์ 26. นายอุดร พันพพ์ งษ์ 27. นางสุธญั ญา สสุ ัมฤทธ์ิ 28. นายวินยั ศรเี กษมสขุ

29. นางสาวศิรสิ ุธาธรรม 30. นางชุติมา แภสม 31. นายสมภูมิ สุวรรณ 32. นางโสภา พิณศรี 33. นางชศุ รี แซเ่ ซียว การแสดงความคดิ เห็นและการแลกเล่ยี นความคดิ เหน็ ในการทำประชาคม ลำดบั ขน้ั ตอนในการทำประชาคม ดังนี้ 1.1 ผู้ดำเนนิ เรอ่ื งอธบิ ายถึงเกณฑ์การให้คะแนน 1.2 ผ้ดู ำเนินเรอ่ื งอธบิ ายรายละเอียดของปญั หาสุขภาพท่ีพบ รวมถึงผลกระทบของปญั หาทจี่ ะสง่ ผล ต่อสุขภาพ เรียงลำดับความสำคัญ ดงั นี้ ลำดบั ที่ 1 ประชาชนทไ่ี ม่ไดร้ ับการตรวจมะเร็งปากมดลูกในประชากรเพศหญิงทมี่ ีอายุตั้งแต่ 30-60 ปี ร้อยละ 72.73 ลำดบั ที่ 2 ประชาชนทไ่ี ม่ไดร้ ับการตรวจเต้านมในประชากรเพศหญิงทมี่ ีอายุต้ังแต่ 30-70 ปี รอ้ ยละ 62.16 ลำดับที่ 3 ประชาชนท่ีไม่ออกกำลงั กายในประชากรท่มี ีอายุตั้งแต่ 6 ปีขนึ้ ไป ร้อยละ 257.78 ลำดบั ท่ี 4 ประชาชนที่ป่วยเปน็ โรคเบาหวาน ร้อยละ 17.07 ลำดับท่ี 5 ประชาชนทปี่ ว่ ยเปน็ โรคความดันโลหิตสูง รอ้ ยละ 26.83 ลำดับที่ 6 ประชาชนทป่ี ่วยเปน็ โรคไขมันในเลอื ดสูง รอ้ ยละ 26.83 ลำดับท่ี 7 ประชาชนทมี่ ดี ัชนีมวลการและรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในกลุ่มประชากรท่มี อี ายุ 20 ปีขึ้นไป รอ้ ยละ 36.36 ลำดบั ท่ี 8 การคุมกำเนดิ ในหญิงวยั เจริญพันธทุ์ มี่ ีอายุระหว่าง 15 - 49 ปีและมสี ถานภาพสมรสคู่ รอ้ ยละ 66.67 จากการทำประชาคม พบว่าผู้เข้าร่วมได้ลงความคดิ เหน็ และลงคะแนนให้ปัญหาประชาชนทม่ี ีดชั นีมวล การและรอบเอวเกนิ เกณฑม์ าตรฐาน ในกลุ่มประชากรท่มี ีอายุ 20 ปีขึน้ ไป มคี ะแนนมากท่สี ุด 16 คะแนน จึง ได้จดั ทำโครงการชุมชนศริ ิชยั พัฒนา ไม่อว้ น เอวดี ห่างไกลโรค โดยมบี ุคคลรว่ มทำโครงการดงั น้ี บคุ ลากร โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพตำบลบางเขน และกลมุ่ นกั ศกึ ษาจากวทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จงั หวัด นนทบรุ รี ่วมจัดทำโครงการ ดงั นี้ 1. ผูร้ ว่ มงานลงทะเบยี นและรับแบบประเมินความรดู้ ชั นมี วลการและรอบเอวเกินเกณฑม์ าตรฐานก่อนและ หลงั เข้ารว่ มโครงการ 10 ข้อ และตรวจประเมนิ ภาวะสุขภาพ ไดแ้ ก่ ชง่ั น้ำหนกั ด้วยเครื่องวดั มวลองค์ประกอบ ของร่างกาย ส่วนสงู และวดั รอบเอว 2. พธิ ีกรเปดิ โครงกานชุมชนศิริชัยพัฒนา ไม่อ้วน เอวดี หนหี ่างโรค

- นางสาวอนัญญา สิทธิจันทร์เสน นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนี จังหวัดนนทบรุ ี กลา่ วรายงาน - นางเพ็ชร หงษานุภรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางเขน หมู่ที่ 7 กล่าวเปิด โครงกานชมุ ชนศริ ชิ ัยพฒั นาไม่อว้ น เอวดี หนหี ่างโรค 3. ทำแบบประเมินก่อนให้ความรู้เกี่ยวกับรอบเอวและภาวะดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน ของ ประชากรท่เี ขา้ ร่วมโครงการ 4. พิธีกรให้ความรู้เรื่อง การออกกำลังที่เหมาะสมในแต่ละช่วงและสุขภาพที่สามารถช่วยลดรอบเอวและ ดัชนีมวลกายให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รอบเอวและค่าดัชนีมวลกายที่เกินเกณฑ์มาตรฐานและพฤติกรรมการ รบั ประทานท่ีเหมาะสมและไมเ่ หมาะสม 5. ทำแบบประเมินหลังให้ความรู้เกี่ยวกับรอบเอวและภาวะดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์มาตรฐาน ของ ประชากรท่ีเข้าร่วมโครงการและทำแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ 6. แจกอาหารว่างและปิดโครงการ บรรยากาศทำประชาคม บรรยากาศการทำประชาคมผ่านไปอย่างราบรื่น ตัวแทนประชาชนให้ความสนใจและร่วมกันแสดง ความคิดเห็นในการจัดลำดับปัญหา รวมไปถึงร่วมกันออกความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตาม ประสบการณ์หรือความรู้ที่ตนเองมีอยู่ โดยในระหว่างการพูดคุยนั้นผู้ดำเนินรายการก็จะมีการกระตุ้นเป็น ระยะๆ ประเด็นปัญหาที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด คือ ปัญหาดัชนีมวลการและรอบเอวเกินเกณฑ์ มาตรฐาน โดยเหตุผลว่าเป็นสถานการณ์ในหมู่บ้านที่สามารแก้ไขปัญหาได้ แต่ต้องติดตามดูเป็นระยะ ๆ เพื่อ ประเมนิ การเปลีย่ นแปลง









Evidence 1 : ผลของโปรแกรมการสร้างเสรมิ สุขภาพต่อพฤตกิ รรมการป้องกนั กลุ่มอ 1. Ask คำถาม : โปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพตอ่ พฤติกรรมของอาสาสมคั รสาธารณสขุ จะช P (Population) : อาสาสมัครสาธารณสุขทีป่ ฏบิ ัติงานอยู่ในจงั หวัดกำแพงเพชร มรี อ นำ้ หนกั ไม่มโี รคประจำตวั ไม่อย่ใู นระหวา่ งต้ังครรภ์ แบง่ เป็นกล่มุ ทดลอง และกลุ่มคว I (Intervention) : มอบสมุดบนั ทึกการสรา้ งเสรมิ สุขภาพประจำตวั C (Comparsion) : เก็บแบบสอบถามพฤติกรรม นำ้ หนักตวั ดัชนมี วลกาย และรอบเ O (Outcome) : 1. มกี ารปรับเปล่ยี นพฤติกรรมทางสุขภาพไปในทางทด่ี ีขึ้น 2. รอบเอว ดชั นีมวลกาย และนำ้ หนักลดลง