42 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) วธิ ีดำเนนิ การวจิ ัย งานวิจัยเร่ือง “การนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู” เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) และการวิจยั เชิงคณุ ภาพ (Qualitative Research) โดยใช้การสัมภาษณเ์ ชิงลึก (In- DepthInterview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) โดยมขี น้ั ตอนดงั นี้ 1. ศึกษาแนวคิดทฤษฏีเก่ียวข้องกับการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครอง บริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู จากเอกสาร ตำรา และ งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวขอ้ ง 2. กำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย และสรปุ เป็นคำนยิ ามศัพทใ์ นการวิจยั 3. สร้างแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์จากกรอบเน้ือหาในคำนิยามศัพท์ที่ใช้ใน การวิจัย 4. นำแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ท่ีสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำเสนอให้ ผเู้ ชยี่ วชาญ ทำการตรวจความเทีย่ งตรงเชิงเน้อื หา 5. เมื่อผู้เช่ียวชาญตรวจเรียบร้อยแล้ว จึงนำไปทดลองใช้กับหน่วยการวัดที่มิใช่ ประชากรในการวิจัย แล้วนำมาหาค่าความเชอ่ื ม่นั ท้งั ฉบบั เทา่ กับ .980 6. หากพบวา่ แบบสอบถามและแบบสมั ภาษณม์ ีความเชือ่ มั่นแล้ว จงึ นำไปทดลองใช้ จริงกบั กลมุ่ ตวั อยา่ งเป้าหมายต่อไป 7. การวเิ คราะห์ข้อมูล 7.1 การวเิ คราะห์ข้อมูลแบบสอบถาม ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อการวิจัยทาง สงั คมศาสตร์ สถติ ทิ ีใ่ ชว้ เิ คราะห์ข้อมูลมดี งั น้ี 7.1.1 ใช้สถิติจำนวน (Frequency) และร้อยละ (Percentage) อธิบายปัจจัย สว่ นบุคคลของผ้ตู อบแบบสอบถาม วเิ คราะห์โดยการนำเสนอเป็นตารางประกอบการบรรยาย ผล 7.1.2 ใช้สถิตวิ ิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลยี่ (x ̅) ค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.) ใชอ้ ธิบายการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผ้ใู หญ่บ้าน อำเภอ นากลาง จังหวดั หนองบัวลำภู นำเสนอในรปู ตารางประกอบคำบรรยาย 7.1.3 การทดสอบสถิติทดสอบสมมติฐานความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) โดยใช้สถิติทดสอบเอฟ (F-test) เมื่อพบความแตกต่างจะทดสอบความแตกต่างของ คา่ เฉล่ยี รายค่ดู ้วยวธิ กี ารของเชฟเฟ่ (Scheffe') 7.1.2 การวเิ คราะหข์ ้อมลู แบบสัมภาษณ์
วารสารรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปที ่ี 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) | 43 การวิเคราะห์ข้อมูลแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เน้ือหา (Content Analysis Technique) ประกอบบริบท และประมวลผลเข้าด้วยกัน รวมทั้งใช้ แนวคิดจากเอกสารและผลงานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ้ งมาสนบั สนุนในการวเิ คราะห์เพือ่ ให้เหน็ ภาพรวม ผลการวจิ ัย 1) การนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภูโดยรวมทุกด้านปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่า คะแนนเฉลย่ี การนำหลกั อิทธบิ าท 4 ไปใชใ้ นการปกครองบรหิ ารงานของกำนนั ผใู้ หญบ่ ้าน จาก มากไปหาน้อยดังนี้ด้านฉนั ทะ ด้านวิรยิ ะ ดา้ นวิมังสา และดา้ นจิตตะ ตามลำดับ 2) ประชาชนท่ีมเี พศตา่ งกัน มีความคิดเห็นต่อพฤตกิ รรมการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ ในการปกครองบรหิ ารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภูโดยรวม ไม่แตกต่างกนั จงึ ปฏิเสธสมมติฐาน ประชาชนที่มอี ายแุ ตกต่างกัน มีความคดิ เห็นต่อการต่อพฤตกิ รรมการนำหลกั อิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมตฐิ าน ประชาชนที่มีระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อต่อพฤติกรรมการนำหลัก อิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัด หนองบัวลำภโู ดยรวมไม่แตกตา่ งกัน จึงยอมรบั สมมติฐาน ประชาชนท่ีมีอาชีพแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ ต่อพฤติกรรมการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยรวมไม่แตกต่างกนั จึงยอมรบั สมมตฐิ าน ประชาชนท่ีมีรายได้แตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อพฤติกรรมการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยรวมไมแ่ ตกต่างกนั จึงยอมรับสมมติฐาน 3) ข้อเสนอแนะและแนวทางในการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครอง บริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวดั หนองบัวลำภู กำนันผู้ใหญ่บ้านควร บริห ารงาน โดยน ำหลักอิทธิบาท 4 มาประยุก ต์และ บูรณ าก ารกั บน โยบายขอ ง กระทรวงมหาดไทย เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและนำมาซึ่งประโยชน์สุขของคนในชุมชน อันนำไปส่คู วามต้องการพฒั นาที่ยงั่ ยนื
44 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) อภิปรายผล จากผลการวิจัยเร่ือง“การนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของ กำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู” ผู้วิจัยพบประเด็นของผลการวิจัยท่ี สามารถนำมาเสนอเพ่อื ทำการอภิปรายและประกอบแนวคิดทฤษฎี และผลงานวิจยั ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง ดังรายละเอยี ดต่อไปนี้ การเปรียบเทียบการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนัน ผูใ้ หญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู พบว่า การนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการ ปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภูโดยรวมทุก ดา้ นปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับคา่ คะแนนเฉลี่ยการนำหลักอิทธิบาท 4 ไปใช้ในการ ปกครองบริหารงานของกำนันผใู้ หญ่บ้าน จากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านฉันทะ ดา้ นวิรยิ ะ ด้าน วิมังสา และด้านจิตตะซึ่งสอดคล้องกับพระยุทธภูมิ ธมฺมธโร (สังชาดี) (พระยุทธภูมิ ธมฺมธโร (สังชาดี), 2553) ได้ทำการศกึ ษาวิจัยเร่ือง “การบรหิ ารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลตาม หลักสังคหวัตถุ 4 ตามความคิดเห็นของประชาชน : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบล ใน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นว่าการบริหารงาน ขององค์การบรหิ ารส่วนตำบลตามหลักสังคหวัตถุ 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพจิ ารณา เป็นรายด้านพบว่า อยใู่ นระดับมากทุกด้านอีกท้ังยังสอดคล้องกับวิชญาภา เมธีวรฉัตร (วชิ ญา ภา เมธีวรฉัตร, 2554) ได้ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิ บาท 4 : กรณีศึกษาโรงเรียนคีรีวงศ์วิทยา จังหวัดนครสวรรค์” พบว่า การพัฒนาทรัพยากร มนษุ ย์ตามหลกั อิทธบิ าท 4 ของโรงเรียนคีรวี งศว์ ิทยา จงั หวดั นครสวรรค์ พบวา่ บุคลากรมีการ พัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ด้านฉันทะ ด้านวิริยะ ด้านจติ ตะ และด้าน วิมังสา ในการปฏิบัติหน้าท่ี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้าน อยู่ใน ระดับมากทุกด้าน ส่วนการเปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากรในการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนคีรีวงศ์วทิ ยา จงั หวัดนครสวรรค์ จำแนกตาม เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา และตำแหน่ง ไม่แตกตา่ งกัน ข้อเสนอแนะ 1. ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบาย 1.1 กำนันผู้ใหญ่บ้านควรบริหารงานโดยนำหลกั อิทธิบาท 4 มาประยุกต์และบูรณา การกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพสงู สุด และนำมาซ่ึงประโยชน์ สุขของคนในชุมชน 1.2 ควรสง่ เสรมิ ใหป้ ระชาชนในเขตอำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู มีส่วนร่วม ในการปกครองบริหารงาน สร้างความรู้สกึ ว่าตนเป็นเจา้ ของหมู่บ้านหรือชุมชนน้ันๆ เพ่ือให้เกิด การรักและหวงแหน อนั นำไปสคู่ วามต้องการพฒั นาทย่ี ง่ั ยืน
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย ปที ี่ 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กมุ ภาพันธ์ 2565) | 45 1.3 เปิดโอกาสให้ประชาชนในเขตอำเภอนากลาง จังหวดั หนองบัวลำภู เสนอความ ตอ้ งการและปัญหาในชมุ ชน ร่วมแสดงความคิดเห็นวิจารณ์การปกครองบริหารงานของกำนัน ผใู้ หญบ่ า้ น อำเภอนากลาง จงั หวดั หนองบัวลำภู 2. ขอ้ เสนอแนะเชิงปฏบิ ตั ิ 2.1 ควรนำปัญหา อปุ สรรคทไ่ี ด้จากการศกึ ษามาปรับปรุงแก้ไข เพ่ือให้การปกครอง บรหิ ารงานของกำนนั ผใู้ หญ่บา้ นมีการพฒั นามากยง่ิ ขึ้น 2.2 ควรนำผลการศึกษานี้ไปเป็นข้อมูลในการวางแผนการปกครองบริหารงานของ กำนนั ผใู้ หญ่บา้ นให้มีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึน้ 2.3 กำนันผใู้ หญ่บา้ นควรให้ความสำคัญและนำหลกั อทิ ธิบาท 4 และหลกั ธรรมอืน่ ๆ ที่เก่ียวข้องไปใช้ในการปกครองบริหารงานของสายปกครองกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพ่ือให้เกิด ประโยชนต์ ่อองคก์ รและสงั คม 3. ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การวิจยั คร้งั ตอ่ ไป 3.1 ในการวิจัยคร้ังต่อไปควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการปกครองบริหารงานตาม หลกั อทิ ธบิ าท 4 ของกำนนั ผูใ้ หญ่บา้ น เพื่อใชเ้ ป็นแนวทางในการพัฒนาใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ 3.2 ในการวิจัยคร้ังต่อไปควรศึกษาการปกครองบริหารงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของกำนันผู้ใหญ่บ้าน อำเภออ่ืน ๆเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง หรือความสอดคล้องกันใน การปกครองบริหารงาน เพื่อให้เกิดความก้าวหน้านำมาพัฒนาใหด้ ียิ่งขน้ึ 3.3 ในการวิจัยคร้ังต่อไปควรนำหลักธรรมทางพุทธศาสนาในหัวข้อธรรมอื่นๆมา ประยุกต์ใช้ในการปกครองบริหารงานของกำนันผู้ใหญบ่ ้าน 3.4 ในการวิจยั ครัง้ ต่อไปควรมีการเพิ่มเครอ่ื งมอื ในการวิจัยใหก้ วา้ งมากขึ้น เชน่ การ สนทนากลมุ่ เพอ่ื นำขอ้ มลู ท่ีได้ มาวิเคราะหใ์ ห้ได้ผลตรงกับความเป็นจรงิ ทส่ี ุด เอกสารอ้างอิง ชาญชัย จิตรเหล่าอาพร. (2552). การศึกษากรอบแนวคิดแบบรัฐประศาสนศาสตร์ใน ความหมายใหม่และการจัดการภาครัฐแนวใหม่ที่มีต่อการปฏิรูประบบราชการของ ไทย. เขา้ ถงึ ได้จาก http://www.ballchanchai.com/?cid=311360 สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2553). จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และราย ตำบล จังหวัดหนองบัวลำภู ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.16 ธันวาคม 2559. เข้าถึงได้จาก http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/districtList/S010107/th/55.htm มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . พระยุทธภูมิ ธมฺมธโร (สังชาดี). (2553). การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลตาม หลักสังคหวัตถุ 4 ตามความคิดเห็นของประชาชน : กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วน
46 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) ตำบล ในอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั . วิชญาภา เมธีวรฉัตร. (2554). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักอิทธิบาท 4 : กรณีศึกษา โรงเรียนคีรีวงศ์วิทยา จังหวัดนครสวรรค์. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย.
คำแนะนำสำหรบั ผู้เขยี น 1. นโยบายการตพี มิ พ์ในวารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลยั วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University) เป็น วารสารใน ก ลุ่มม นุษ ยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า และเพื่อเผยแพร่บทความวจิ ัยและ บทความวิชาการแก่นักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ในมิติ ทางด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ การเมืองการปกครอง ความสัมพันธ์ระหวางประเทศ นโยบายสาธารณะ สังคมวิทยาและมนุษยวิทยา รวมทั้งสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และ สงั คมศาสตร์ บทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่าง น้อย 2 ท่าน ในลักษณะปกปิดรายช่ือ (Double blind peer-reviewed) เปิดรับบทความท้ัง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยรับพิจารณาตีพิมพ์ต้นฉบับของบุคคลทั้งภายในและภายนอก มหาวิทยาลัย ผลงานที่ส่งมาจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหวา่ งการพิจารณาจากผทู้ รงคุณวุฒิ เพ่ือตีพิมพ์ในวารสารอ่ืน ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความ วิชาการหรือบทความวิจัยเพ่ือตีพิมพ์ในวารสารอย่างเคร่งครัด รวมท้ังระบบการอ้างอิงต้อง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสาร ทัศนะและข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสาร ถือเป็น ความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความน้ัน มิใช่ความคิดของคณะผู้จัดทำ และไม่ถือเป็นทัศนะ และความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ ทั้งนี้กองบรรณาธิการไมส่ งวนลขิ สิทธ์ิในการคดั ลอก แต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา ทางวารสารกำหนดออกวารสารปีละ 6 ฉบับ (ราย 2 เดือน) ดังนี้ ฉบับท่ี 1 เดอื น มกราคม - กุมภาพันธ์, ฉบับท่ี 2 เดือน มีนาคม - เมษายน, ฉบบั ที่ 3 เดือน พฤษภาคม - มิถุนายน, ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม, ฉบับที่ 5 เดือนกันยายน – ตุลาคม และ ฉบบั ที่ 6 เดอื น พฤศจกิ ายน – ธนั วาคม 2. ประเภทของผลงานท่ีตพี มิ พใ์ นวารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั 1) บทความวิจัย (Research Article) เป็นบทความที่นำเสนอการค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ การเมืองการปกครอง ความสัมพันธ์ระหวางประเทศ นโยบายสาธารณะ สังคมวิทยาและมนุษยวิทยา รวมท้ังสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และ สงั คมศาสตร์ 2) บทความวิชาการ (Academic Article) เป็นบทความวิเคราะห์ วิจารณ์หรือ เสนอแนวคิดใหม่
48 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) 3. รปู แบบของการจัดเตรียมต้นฉบับ 1) ต้นฉบับบทความต้องมีความยาว 8 - 12 หน้ากระดาษ A4 (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง) พิมพ์บนกระดาษหนา้ เดียว ใช้ตัวอักษรแบบ THSarabunPSK ต้ังค่าหน้ากระดาษโดยเวน้ ขอบ บน ขอบซ้าย 1 น้ิว และขอบขวา ขอบล่าง 1 น้ิว กำหนดระยะห่างระหว่างบรรทัดเท่ากับ 1 และเว้นบรรทัดระหว่างแต่ละย่อหนา้ การนำเสนอรูปภาพและตาราง ต้องนำเสนอรปู ภาพและ ตารางท่ีมคี วามคมชัดพรอ้ มระบุหมายเลขกำกับรูปภาพไว้ดา้ นล่าง พิมพ์เปน็ ตัวหนาเช่นตาราง ที่ 1 หรือ Table 1 และ ภาพที่ 1 หรือ Figure 1 รูปภาพท่ีนำเสนอต้องมีรายละเอียดของ ขอ้ มูลครบถ้วนและเข้าใจไดโ้ ดยไม่จำเป็นตอ้ งกลับไปอ่านท่เี น้ือความอีก ระบลุ ำดับของรปู ภาพ ทุกรูปให้สอดคล้องกับเนื้อหาท่ีอยู่ในต้นฉบับ โดยคำอธิบายต้องกระชับและสอดคล้องกับ รูปภาพทน่ี ำเสนอ 2) ช่อื เรอ่ื งต้องมีท้ังภาษาไทยและภาษาองั กฤษ พมิ พ์ไว้ตรงกลางหนา้ แรก 3) ช่ือผูเ้ ขียน ท้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ พร้อมระบุชื่อสงั กัดหรือหน่วยงาน 4) มีบทคดั ย่อภาษาไทย จำนวนคำอยทู่ ี่ 300-350 คำ 5) กำหนดคำสำคัญ (Keywords) 3-5 คำ ท้งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 6) การเรียงหัวข้อ หัวข้อใหญ่สุด ให้พิมพ์ชิดขอบด้านซ้าย หัวข้อย่อยเว้นห่างจาก หวั ข้อใหญ่ 3-5 ตวั อักษร และหัวข้อย่อยขนาดเดียวกัน ตอ้ งพิมพ์ให้ตรงกัน เม่ือข้ึนหัวข้อใหญ่ ใหเ้ วน้ ระยะห่าง 1 บรรทัด 7) การใช้ตัวเลข คำย่อ และวงเล็บ ควรใช้ตัวเลขอารบิกท้ังหมด ใช้คำย่อที่เป็นสากล เท่าน้ัน (ระบุคำเต็มไว้ในครั้งแรก) การวงเล็บภาษาอังกฤษ ควรใช้ดังนี้ (Student centred learning) บทความวจิ ยั ใหเ้ รียงลำดับสาระ ดังน้ี 1) บทคัดย่อ (Abstract) เสนอวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีการวิจัยและ ผลการวจิ ัยโดยสรปุ สั้นกะทดั รดั ไดใ้ จความ 2) บทนำ (Introduction) ระบุความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาใน การวิจัยและระบุวัตถุประสงค์ของการวจิ ยั 3) วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ระบุแบบแผนการวิจัย การได้มาซ่ึงกลุ่มตัวอย่างและการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย วิธีการ เกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และการวิเคราะหข์ ้อมูล 4) ผลการวิจัย (Results) เสนอผลที่พบตามวัตถปุ ระสงคก์ ารวิจัยตามลำดับ อยา่ งชัดเจน ควรเสนอในรูปตารางหรอื แผนภมู ิ
วารสารรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปีที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-กมุ ภาพนั ธ์ 2565) | 49 5) อภิปรายผล (Discussion) เสนอเป็นความเรียง ช้ใี ห้เหน็ ถึงความเชอ่ื มโยงของผลการวิจัย กับกรอบแนวคดิ และงานวิจยั ท่ีผา่ นมา ไมค่ วรอภปิ รายเป็นขอ้ ๆ แตช่ ี้ให้เห็นถึงความเช่อื มโยง ของตัวแปรท่ีศกึ ษาทัง้ หมด 6) องค์ความรู้ใหม่ (ถ้ามี) (Originality and Body of Knowledge) ระบุองค์ความรู้อันเป็นผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการวิจัย สังเคราะห์ออกมาในรูปแบบโมเดล พร้อม คำอธบิ ายรูปแบบ/โครงสรา้ งของโมเดลอย่างกระชับ เข้าใจง่าย 7) สรุป (Conclusion) /ข้อเสน อแน ะ (Recommendation) ระบุ ข้อสรุปทส่ี ำคัญและขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวิจยั ไปใช้ และประเดน็ สำหรับการวิจยั ตอ่ ไป 8) เอกสารอ้างอิง (References) ต้องเป็นรายการอ้างอิงท่ีมีปรากฏใน บทความเทา่ น้นั บทความวชิ าการ ให้เรยี งลำดับสาระ ดังน้ี 1) บทคดั ยอ่ (Abstract) 2) บทนำ (Introduction) 3) เน้ือเร่ือง (Content) แสดงสาระสำคญั ทีต่ อ้ งการนำเสนอตามสำดบั 4) สรปุ (Conclusion) 5) เอกสารอ้างอิง (Reference) 4. ระบบการอ้างองิ และเอกสารอ้างองิ ทางวิชาการ เอกสารท่ีนำมาใช้ในการอ้างอิงบทความ ควรมีที่มาจากแหล่งตีพิมพ์ท่ีชัดเจน และมี ความน่าเชื่อถือ สามารถสืบค้นได้ เช่น หนังสือ วารสาร หรอื งานวิจัย เป็นต้น ผู้เขียนบทความ จะตอ้ งตรวจสอบความถกู ตอ้ งของรายการอ้างอิง เพื่อป้องกันความล่าชา้ ในการตีพมิ พบ์ ทความ เน่ืองจากบทความที่มีการอ้างอิงไม่ถูกต้อง จะไม่ได้รับการส่งต่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา จนกว่าการอา้ งอิงเอกสารจะได้รับการแก้ไขให้สมบูรณ์ การอ้างอิงในเน้อื หาบทความ รูปแบบการอ้างองิ ในเนื้อเรอ่ื งและท้ายเลม่ ใช้วธิ กี ารอ้างอิงระบบนาม – ปี ตาม รปู แบบของ American Psychological Association (APA) ใหใ้ ช้ระบบตัวอักษรโดยใช้ วงเล็บ เปดิ -ปิด แล้วระบุชือ่ -นามสกุลของผเู้ ขยี นและปีทต่ี พี มิ พ์ กำกับท้ายเนอื้ ความท่ไี ด้อา้ งอิง ตัวอยา่ งเชน่ การปฏิวัติทางอุตสาหกรรมครัง้ ท่ี 4 (Industry 4.0) ภาครฐั และภาคอุตสาหกรรม จะต้องเตรียมพร้อมในหลาย ๆ ดา้ นและสิ่งทสี่ ำคัญท่ีสุดก็คอื การเตรยี มพรอ้ มด้านทรพั ยากร มนษุ ย์ เพอื่ รองรบั อุตสาหกรรมใหมแ่ ละเศรษฐกิจยุคใหม่ เป็นการพฒั นาคนสอู่ ุตสาหกรรม อนาคต เชอ่ื มโยงทรพั ยากรบุคคล ความรอบรู้ นวัตกรรมทางความคิด และเทคโนโลยีดิจิทลั
50 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) เป็นหนึ่งเดียวกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม (ธนิต โสรัตน์, 2559) โดยเอกสารอ้างอิงที่ใช้ใน การอ้างอิงในบทความ จะต้องปรากฏในเอกสารอ้างอิงท้ายบทความทุกรายการ โดยรูปแบบ ของเอกสารอ้างอิง มดี งั นี้ อา้ งอิงจากเอกสารภาษาไทย 1) พระไตรปิฎกและอรรถกถาให้อ้างชื่อคัมภีร์ /เล่มท่ี/ข้อที่/เลขหน้า แล้วตามด้วยชื่อ หน่วยงานผจู้ ัดทำ ตามดว้ ยเคร่อื งหมายจุลภาค (,) พร้อมปีท่ีพิมพ์ ตัวอยา่ ง เชน่ “ภกิ ษุทั้งหลาย รูปเวทนา สญั ญา สังขาร และวิญญาณ เปน็ อนัตตา ภิกษุทั้งหลาย ถา้ รปู เวทนา สัญญา สังขาร วญิ ญาณน้ีจักเป็นอัตตาแล้วไซร้รูปเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณน้ีไม่พึงเป็นไปเพ่ืออาพาธ” (วิ.ม. 4/20/27) (มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , 2539) 2) ผู้แต่งหนึ่งราย ให้อ้างชื่อ-นามสกุลผู้แต่ง แล้วตามด้วยเครื่องหมายจลุ ภาค (,) และ ตามด้วยปที ีพ่ ิมพ์ เชน่ (เกสาวดี เช่ยี วชาญ, 2557) 3) ผแู้ ต่งสองราย ใหอ้ ้างชื่อ-นามสกุลของผู้แต่งทั้งสองรายโดยใช้คำว่า “และ” ในการ เช่ือมผู้เขียนทั้งสองแล้วตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค (,) และปีท่ีพิมพ์ เช่น (นิรมัย คุ้มรักษา และอจั จมิ า ศริ พิ บิ ูลยผ์ ล, 2560) 4) ถ้ามีผู้แต่งมากกว่า 2 รายให้อ้างชื่อ-นามสกุลของผู้แต่งรายแรก แล้วเพิ่มคำว่า “และคณะ” แล้วตามด้วยเคร่ืองหมายจุลภาค (,) และตามด้วยปีท่ีพิมพ์ เช่น (ทศพร คําผลศิริ และคณะ, 2560) 5) กรณีท่ีเน้ือความเป็นเรอ่ื งเดียวกนั หรอื ผลการวจิ ยั เหมอื นกัน แต่มีผอู้ ้างองิ หลายคน ให้ใช้รายการอ้างองิ ท่ีใกล้เคยี งกับปีปจั จบุ ันมากท่สี ุด (ค้นพบลา่ สุด) หรือหากเปน็ แนวคดิ ทฤษฎี ก็ควรอ้างอิงเจ้าของแนวคิดทฤษฎี หรือบุคคลผู้เป็นที่ยอมรับของวงการวิชาการส่วนใหญ่เป็น สำคญั อา้ งอิงจากเอกสารภาษาองั กฤษ 1) ถ้ามีผู้แต่งหน่ึงราย ให้อ้างนามสกุลของผู้แต่ง ตามด้วยอักษรตัวย่อของช่ือ ภาษาอังกฤษ ตามด้วยเครือ่ งหมายจลุ ภาค (,) และปที ่ีพิมพ์ เช่น (Phathong, K., 2007) 2) ถ้ามีผู้แต่งสองราย ให้อ้างนามสกุลของผู้แต่งรายแรก ตามด้วยอักษรตัวย่อของช่ือ ภาษาอังกฤษ ตามด้วยเครื่องหมายแอนด์ (&) คั่นกลาง ตามด้วยนามสกุลของผู้แต่งรายที่สอง และตามดว้ ยอกั ษรย่อของชื่อภาษาอังกฤษ แล้วตามด้วยเครอ่ื งหมายจุลภาค (,) และปีที่พิมพ์ เช่น (Werker, J. F. & Desjardins, R. N, 2004) 3) ถ้ามีผู้แต่งมากกว่า 2 รายให้อ้างนามสกุลของผู้แต่งรายแรก ตามด้วยอักษรตัวย่อ ของช่ือภาษาอังกฤษตามด้วย et al. ตามด้วยเคร่ืองหมายจุลภาค (,) และปีที่พิมพ์ เช่น (Bloom, B. S., et al.)
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลยั ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม-กมุ ภาพนั ธ์ 2565) | 51 เอกสารอ้างอิงท้ายเลม่ (1) พระไตรปฎิ ก อรรถกถา รปู แบบ : ผแู้ ตง่ .//(ปีทพี่ มิ พ์).//ชอ่ื พระไตรปฎิ กอรรถกถา.//สถานทพี่ ิมพ์:/สำนกั พิมพห์ รอื โรงพมิ พ.์ ตวั อย่าง : มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบบั มหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั . (2) หนงั สือ รปู แบบ : ผแู้ ต่ง.//(ปีท่พี มิ พ)์ .//ช่อื หนงั สอื .//(ครัง้ ทพี่ มิ พ)์ .//สถานทีพ่ ิมพ์/:/สำนักพิมพห์ รอื โรงพมิ พ์. ตัวอยา่ ง : เกษฎา ผาทอง. (2548). ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐศาสตร์ : แนวคิด ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. (พิมพ์ ครัง้ ที่ 2). กรงุ เทพมหานคร: พสิ ษิ ฐ์ ไทย ออฟเซต. (3) บทความในหนงั สือ รปู แบบ : ผูแ้ ต่ง.//(ปที ่ีพิมพ์).//ช่ือบทความ.//ใน ช่ือบรรณาธิการ (บรรณาธิการ).//ชื่อเร่ือง/(เลขหน้าที่ อา้ ง).//สถานทพ่ี มิ พ/์ : /สำนกั พมิ พ์หรือโรงพมิ พ์. ตวั อยา่ ง : ชลิตา บัณฑุวงศ์. (2556). ข้าวและชาวนาไทยในกระแสการเปลี่ยนแปลง ใน พจนก กาญจน จนั ทร (บรรณาธิการ), คน ข้าว นา ควาย ในวัฒนธรรมเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ (หน้า 39-68). กรงุ เทพมหานคร: อัมรนิ ทร์. (4) บทความจากวารสาร รูปแบบ : ผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อบทความ.//ช่ือวารสาร.//ปีที่/(ฉบับท่ี), /เลขหน้าแรก ท่ีตีพิมพ์-เลข หนา้ สดุ ท้ายทีต่ พี มิ พ์. ตัวอยา่ ง : เกษฎา ผาทอง และคณะ. (2562). พระพุทธศาสนากับการเมือง. วารสารวไลยอลงกรณ์ ปริทรรศน์, 3(2), 16-31.
52 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) (5) บทความในสารานุกรม รปู แบบ : ผู้แต่ง.//(ปีท่ีพิมพ์).//ช่ือบทความ.//ใน ช่ือสารานุกรม,/(เล่มที่อ้าง, หน้า เลขหน้าที่อ้าง). สถานทพ่ี ิมพ:์ /สำนักพิมพ์หรอื โรงพิมพ์. ตวั อยา่ ง : สนิท อาจพันธ์. (2537). หม้อคอควาย. ใน สารานุกรมของใช้พ้ืนบ้านไทยในอดีตเขตหัวเมือง ฝ่ายเหนอื , (หนา้ 274-275). กรุงเทพมหานคร: อมรนิ ทรพ์ รน้ิ . (6) หนังสือพิมพ์ รปู แบบ : ผแู้ ตง่ .//(วนั ที่ เดอื น ปีที่พมิ พ)์ .//ช่ือบทความ.//ชื่อหนังสือพมิ พ์,/เลขหนา้ . ตัวอยา่ ง : สชุ าติ เผือกสกนธ์. (9 มถิ นุ ายน 2549). ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง. ผจู้ ัดการรายวนั , น.13. (7) สารนิพนธ,์ วทิ ยานพิ นธ์, ดุษฎีนพิ นธ์, รายงานการวจิ ยั รูปแบบ : ผ้แู ต่ง.//(ปีที่พิมพ์).// ชือ่ วิทยานิพนธ์.//ใน/ ระดบั วิทยานพิ นธ์ สาขา./ชอ่ื มหาวทิ ยาลยั ท่ีพมิ พ์. ตวั อย่าง : พรไทย ศิริสาธิตกิจ. (2558). การพัฒนารูปแบบการปรับตัวของชาวนาอย่างยั่งยืนในพ้ืนท่ีลุ่ม น้ำทะเลสาบสงขลา. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา. มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. นายมนัส ภาคภูมิ. (2540). ปัจจัยท่สี ่งผลต่อความสำเร็จของเจา้ อาวาสในการพัฒนาวัดให้เป็น ศนู ยก์ ลางชุมชน. ใน รายงานการวิจัย. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (8) สมั ภาษณ์ รปู แบบ: ชื่อผู้ท่ไี ด้รบั การสัมภาษณ์.//(วนั เดือน ปี ทีส่ มั ภาษณ์).//ชอื่ เร่ืองท่สี ัมภาษณ์.//(ช่อื ผูส้ ัมภาษณ์) ตวั อยา่ ง : ไชยศิริ ลีศิริกุล. (5 พ.ย. 2562). วิถีการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานข้าว. (พระมหาปรัชญ์ อัตถาพร, สัมภาษณ)์
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลยั ปที ี่ 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กุมภาพนั ธ์ 2565) | 53 (9) สอ่ื ออนไลน์ รปู แบบ : ผแู้ ตง่ .//(ปที ่เี ผยแพร)่ .// ชือ่ เรื่อง.//เรยี กใช้เม่ือ/ จาก แหล่งทมี่ าของข้อมลู (URL) ตัวอย่าง : ฤทัยชนก จริงจิตร. (2555). กลยุทธ์ข้าวไทยบนฐาน AEC เพื่อก้าวสู่การเป็น Trading Nation เรียกใช้เม่ือ 1 สิงหาคม 2563 จาก http://www.tpso.moc.go.th/sites/defau lt/files/862-img.pdf สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2561). เล่ือนข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทท่ัวไป ระดับชำนาญงาน คำสั่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ 593/2562 . เรียกใช้ เมื่อ 15 มกราคม 2562 จาก http://www.onab.go.th/category/news/คำสั่ง- ประกาศ/ (10) ราชกจิ จานเุ บกษา รูปแบบ: ชอ่ื กฎหมาย.//(ปีท่ีพิมพ)์ .//ชอ่ื เรอ่ื ง(ถ้าม)ี .//ราชกจิ จานุเบกษา เล่มที่/ตอนที่/หน้า/(วันเดือนป)ี . ตัวอย่าง: พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับท่ี 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนท่ี 57 ก หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562). ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม. (2562). เรื่อง กำหนดประเภทและ ข น าด ข อ ง โค ร ง ก า ร ห รื อ กิ จ ก า ร ซ่ึ ง ต้ อ ง จั ด ท ำ ร า ย ง า น ก า ร วิ เค ร าะ ห์ ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงาน การวิเคราะหผ์ ลกระบทสง่ิ แวดล้อม. ราชกิจจนุเบกษา เล่ม 129 ตอนพิเศษ 97 ง หน้า 1 (20 มถิ นุ ายน 2555).
54 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) ตัวอย่างเอกสารอ้างองิ เอกสารอ้างอิง กระทรวงสาธารณ สุข. (2558). คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒ นาการเด็กปฐมวัย Developmental Surveillance and Promotion Manual (DSPM) Promotion Manual (DSPM). เชียงใหม่: สยามพมิ พ์นานา. ประภัสสร ปรี่เอยี่ ม และธรรมนูญ รวีผ่อง. (2554). ผลการสง่ เสรมิ พฒั นาการ กลา้ มเน้ือมัดเล็ก สำหรับเด็กพัฒนาการช้าโดยพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษในจั งหวัด มหาสารคาม. ใน รายงานการวจิ ัย. สถาบนั ราชภัฎมหาสารคาม. พระสุดรักษ์ วิสุทฺโธ และเดชชาติ ตรีทรัพย์. (2561). บทบาทของผู้สูงอายุในการพัฒนาชุมชน ในตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และ วัฒนธรรม, 2(2), 8-13 พระสถาพร ปุณฺณนนฺโท (รำจวนจร) และคณะ. (2562). การวเิ คราะหก์ ารประยุกตใ์ ชห้ ลกั พทุ ธ ธรรมในการทำงานจิตอาสาของชุมชนวัดสระเกษ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา. วารสารสงั คมศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม, 3(2), 16-31. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562). มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.(2535). พระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฎกํ 2500. กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย. สำนักงานสาธารณสุขอ่างทอง. (2560). รายงานทารกน้ำาหนกั น้อยกว่า 2,500 กรัม ไดร้ บั การ คัดกรองพัฒนาการ DSPM ปีงบประมาณ 2560 (อินเตอร์เน็ต). เรียกใช้เม่ือ 15 มถิ นุ ายน 2562 จาก http://atg.hdc.moph.go.th สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง. (2563). ศิลปะการแห่งโนราห์. เรียกใช้เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2563 จาก https://www.m-culture.go.th/phatthalung/ewt_news.php?nid= 508&filename=index. Elizabet, B. (1990). Ecotourism: The Potentials and Pitfalls. Vol.1 and 2. World Wildlife Fund. Washington, D.C. Dunst, C. J. & Triette, C. M. (1996). Empowerment, effective helpgiving practices and family-Centered care. Pediatr Nurs, 22(2), 334-337.
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวิทยาลัย ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม-กุมภาพนั ธ์ 2565) | 55 5. หลักเกณฑ์การสง่ ต้นฉบับบทความเพ่อื ได้รับการตพี มิ พ์ การส่งในระบบ (Online Submission) สามารถส่งเข้าระบบออนไลน์ได้ท่ีเว็บไซต์ ของวารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ท่ี https://so02.tci- thaijo.org/index.php/jpsmbu/index เมื่อส่งเข้าระบบสำเร็จให้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทาง Email : [email protected] 6. ขั้นตอนการนำบทความลงตีพิมพ์ลงในวารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลยั ต้นฉบับบทความที่เสนอเพ่ือพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์ เอกสาร *.docx ของ Microsoft Word Version 2010 หรือมากกว่า หากต้นฉบับประกอบ ด้วยภาพ ตาราง หรือสมการ ให้ส่งแยกจ ากไฟล์เอกสาร ในรูปแบบไฟล์ภาพ สกุล *.PDF*.JPG*.GIF หรือ *.bmp ความยาวของต้นฉบับต้องไม่เกิน 12 หน้า (ไม่รวมเอกสารอ้างอิง) กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบ้ืองต้น เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบท่ัวไป ถ้าไม่ผา่ นการพิจารณาจะสง่ กลับไปแก้ไข ถา้ ผ่านจะเข้าสูก่ ารพิจารณาของผทู้ รงคุณวฒุ ิเมือ่ ผล การประเมินผ่านหรือไม่ผ่านหรือมีการแก้ไข จะแจ้งผลให้ผู้เขียนทราบ โดยการพิจารณา บทความเพื่อลงตีพิมพ์ไดจ้ ะคำนึงถงึ ความหลากหลายและความเหมาะสม 7. สิทธิของบรรณาธกิ าร ในกรณีท่ีกองบรรณาธิการหรือผู้เช่ียวชาญ ซึ่งได้รับเชิญให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจ ประเมินบทความมีความเห็นว่าควรแก้ไข กองบรรณาธิการจะส่งคืนเพ่ือให้เจ้าของบทความ แก้ไข โดยจะยึดถือข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจประเมินเป็นเกณฑ์หลัก และหรือขอ สงวนสิทธ์ทิ ่ีจะพิจารณาไม่ตีพิมพ์ ในกรณีท่รี ายงานการวจิ ยั บทความทางวิชาการหรือบทความ วิจัยไม่ตรงกับแนวทางของวารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือไม่ผ่าน การพิจารณาของกองบรรณาธิการหรือผู้เช่ียวชาญเมื่อบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ผู้เขียนจะ ได้รับวารสารลิ้งค์ฉบับท่ีนำบทความลงตีพิมพ์ พร้อมกับหนังสือรับรองการตีพิมพ์บทความใน วารสารรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลัย
56 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) ตวั อยา่ งการเตรยี มต้นฉบบั บทความวจิ ัย ช่อื บทความ (ไทย) (20 pt) ช่อื บทความ (องั กฤษ) (18 pt) ชื่อ-นามสกลุ ผูเ้ ขียน (ไทย) (14 pt) ชือ่ -นามสกุลผู้เขียน (องั กฤษ) (12 pt) หน่วยงานตน้ สังกดั (ไทย) (14 pt) หนว่ ยงานตน้ สังกดั (อังกฤษ) (12 pt) E-mail: (12 pt) บทคัดยอ่ (18 pt) (300-350 คำ) (16 pt) วัตถุประสงค์ของการวิจัย ระบุประเภทของวิจัย ประชากรกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมอื ที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมลู สถิตทิ ีใ่ ช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มลู ผลการวิจัย ทพี่ บ (เลอื กนำเสนอเฉพาะผลการวิจยั ที่มีความน่าสนใจมากท่สี ดุ ) คำสำคัญ: 3-5 คำ Abstract (18 pt) (16 pt) ให้ตรงตามบทคัดย่อภาษาไทย Keywords: 3-5 words
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวทิ ยาลยั ปีท่ี 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กมุ ภาพันธ์ 2565) | 57 บทนำ (18 pt) (ไม่ควรเกนิ 4 ยอ่ หน้า) (16 pt) 1. กล่าวถึงความเป็นมาแล้วความสำคัญของปัญหา โดยกว้าง ๆ (อ้าง นโยบาย กฎหมาย หรือแนวคิดทฤษฎีมารองรับ) 2. กล่าวถึงสภาพปัญหาปจั จบุ นั ทเี่ กดิ ข้ึน (อ้างงานวจิ ยั หรอื ทฤษฎมี ารองรับ 3. กล่าวถงึ สภาพปญั หาของประชากรกลุ่มตวั อย่างท่ตี อ้ งการศึกษา 4.สรุปความเป็นมาท้ังหมดช้ีใหเ้ ห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและประโยชนท์ ่ีคาด วา่ จะไดร้ บั วตั ถปุ ระสงค์ของการวิจัย (16 pt) 1. (16 pt) 2. (16 pt) 3. (16 pt) วธิ ดี ำเนินการวิจัย (18 pt) (16 pt) ระบรุ ปู แบบของการวจิ ัย, ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง, วธิ ีการไดม้ าซง่ึ กลมุ่ ตัวอย่าง, การสร้างเครอื่ งมอื และตรวจสอบคุณภาพเครอ่ื งมอื , การเก็บรวบรวมขอ้ มูล การวเิ คราะหข์ ้อมูล
58 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) ผลการวิจัย (18 pt) (16 pt) ผลการวิจัยต้องตอบวตั ถปุ ระสงค์ทุกขอ้ ภาพที่ 1 (ช่ือภาพ) (ถา้ มี)
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวทิ ยาลยั ปที ่ี 2 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565) | 59 ตารางที่ 1 (ชื่อตาราง) (ถ้ามี) อภปิ รายผล (18 pt) (16 pt) อภปิ รายผลการวิจยั ท่ีพบตามวัตถปุ ระสงค์ ผลการวิจัยสอดคล้องหรือไม่ สอดคลอ้ งกับผลการวจิ ยั ของใคร สามารถนำมาอภปิ รายไดท้ ง้ั หมด
60 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) องค์ความรใู้ หม่ (18 pt) (ถา้ ม)ี (16 pt) ระบุองค์ความรู้อันเป็นผลสัมฤทธ์ิท่ีได้จากการวิจัย สังเคราะห์ ออกมาในรูปแบบโมเดล พรอ้ มคำอธิบายรปู แบบ/โครงสร้างของโมเดลอย่างกระชับ เข้าใจ ง่าย สรุป/ขอ้ เสนอแนะ (18 pt) (16 pt) สรปุ ผลการวจิ ัยท้งั หมด ส้นั ๆ กะทัดรดั ได้ใจความ พร้อมข้อเสนอแนะที่ ไดจ้ ากการวจิ ัย และการนำผลการวิจัยไปใช้ ร่วมถึงเสนอแนะแนวทางในการวิจยั คร้งั ตอ่ ไป
วารสารรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวทิ ยาลยั ปที ี่ 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กมุ ภาพันธ์ 2565) | 61 กติ ติกรรมประกาศ (18 pt) (ถ้ามี) (ให้ใส่เฉพาะกรณีท่ีได้รับทุนสนบั สนุนการวิจัย หรือ กรณชี ่อื บทความมชี อื่ เรือ่ งไมต่ รงกับงานวจิ ัยหรือวทิ ยานิพนธ)์ (16 pt) ตัวอย่าง เช่น ขอขอบคุณทุนสนับสนุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการ วจิ ัยแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2559 และข้อมูลจากโครงการวิจัยย่อย เร่ืองสภาพปัญหาและ ความต้องการดแู ลสุขภาพของผู้สูงอายใุ นบรบิ ทภาคใตต้ อนลา่ ง เอกสารอา้ งองิ (18 pt) (16 pt) ตัวอย่างการเตรยี มต้นฉบบั บทความวชิ าการ ตวั อย่างการเตรยี มตน้ ฉบบั บทความวชิ าการ
62 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) ตวั อยา่ งการเตรยี มต้นฉบบั บทความวชิ าการ ชอื่ บทความ (ไทย) (20 pt) ชอ่ื บทความ (อังกฤษ) (18 pt) ช่อื -นามสกลุ ผู้เขียน (ไทย) (14 pt) ชือ่ -นามสกลุ ผ้เู ขยี น (องั กฤษ) (12 pt) หนว่ ยงานตน้ สังกดั (ไทย) (14 pt) หนว่ ยงานตน้ สังกัด (องั กฤษ) (12 pt) E-mail: (12 pt) บทคัดย่อ (18 pt) (300-350 คำ) (16 pt) คำสำคญั : 3-5 คำ Abstract (18 pt) (16 pt) Keywords: 3-5 words
วารสารรฐั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ปที ี่ 2 ฉบบั ท่ี 1 (มกราคม-กุมภาพนั ธ์ 2565) | 63 บทนำ (18 pt) (16 pt)
64 | Journal of Political Science Mahamakut Buddhist University Vol.2 No.1 (January-February 2022) เนอื้ หา (18 pt) (16 pt)
วารสารรัฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั ปีท่ี 2 ฉบับท่ี 1 (มกราคม-กุมภาพนั ธ์ 2565) | 65 สรุป (18 pt) (16 pt) เอกสารอา้ งอิง (18 pt) (16 pt)
Search