ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
1. การหายใจที่ให้ออกซิเจนเข้าสู่ 2. การฝึกจดจ่อความรู้สึกตัวของผู้ป่วย 3. เมื่อผู้ฝึกหายใจเกิดความชำนาญ ร่างกายได้มากกว่าปกติและเกิด หายใจให้อยู่ที่ลมหายใจเข้าออกตลอด และจิตสามารถตั้งมั่นอยู่กับลมหายใจ การอัดแน่นของออกซิเจนใน เวลาและต่อเนื่องผล ทำให้ออกซิเจนถูก อย่างต่อเนื่องและนาน นานจนจิตเกิด ร่างกายผู้หายใจเลือกการขยับ กำหนดด้วยความรู้สึกตัว จนเกิดเป็น สภาวะอยู่กับปัจจุบันที่ตั้งมันและแยก กระดูกสันหลังขึ้นลงและเวียน พลังสติหรือพลังปราณขับเคลื่อน ออกจากร่างกายเกิดสภาวะการเชื่อม หัว ไปจนร่างกายเปรียบเสมือน หมุนเวียนในร่างกายเป็นพลังปราณ โยงจิต ของผู้หายใจคนนั้นเข้ากับ Shock Up ผลทำให้ร่างกายได้ จักรวาล ตามหลักของทฤษฎีควอนตัม รับออกซิเจนมากกว่าปกติและ (Quantum Entanglement ) เกิด ถูกอัดแน่นด้วยการเคลื่อนไหว สภาวะการเชื่อมโยงเป็นหนึ่งของ ขึ้นลงของกระดูกไขสันหลังอย่าง พลังจิตผู้หายใจและพลังจักรวาลที่ ต่อเนื่อง และรวดเร็ว เคลื่อนไหวอยู่ในจักรวาลพิภพ สังเคราะห์โดย ดร. เอนก นาคะบุตร 19 มีนาคม 2566
สาระสำคัญ องค์ความรู้และ แก่นธรรม ของพุทธศาสตร์ : วิชา “เปิดโลกธรรม-กรรมบันดาล โดย หลวงพ่อดี ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
สาระสำคัญ ( พลัง -> + ) หรือเป็นเทวดา ในสวรรค์ที่ 2. ชีวิตมนุษย์จึงมีศูนย์กลางของชีวิตที่ มีรูปกายเป็นทิพย์ ( พลัง +>- ) สุดท้าย เริ่มจาก “กรรม”ที่เกิดจากแรงดึงดูดของ องค์ความรู้และ ชำระล้างจิต จนใสสะอาดไปอยู่ในภพภูมิ จิตที่รวมศูนย์อยู่ที่ “ตัณหา” อัน ของพรหม ( พลัง บุญ + ) ในพรหมโลก ประกอบด้วยกิเลสของความโลภ โกรธ แก่นธรรม จนถึงขั้นสูงสุด “ตรัสรู้ “และเข้าสู่ หลง และความอยากในกามมาคุณและ แดน”นิพพาน“ไม่กลับมาเวียนว่ายตาย “ความไม่รู้” ที่ก่อให้เกิดมายาแห่งตัวตน ของพุทธศาสตร์ เกิดในสังสารวัฏของสามโลกอีกต่อไป” และวนเวียนสร้างกรรมจากการคิดพูดทำ หมุนเวียนใช้กรรมภายใต้กฏแห่งกรรมใน : วิชา “เปิดโลกธรรม-กรรมบันดาล โดย หลวงพ่อดี ภพภูมิของจิตมนุษย์นั่นเอง 1. จักรวาลโลกและชีวิตมนุษย์ทุกคน ล้วนประกอบด้วยสองสิ่งคือความดี กับความเลวหรือกุศลและอกุศล และ เป็นการเวียนว่ายตายเกิดใน 3 โลก ของพลังจิต ( พลังงาน : นามธรรม ) และเวียนว่ายตายเกิด ในรูปมนุษย์ที่ มีกายเป็นรูปธรรม 3. ด้วยวิชา “เปิดโลกธรรม – กรรมบันดาล” ที่ชี้ทางให้มนุษย์ทุกคนฝึกฝนการภาวนาจิตตนเอง และการประพฤติปฏิบัติกรรม ที่ จะลดการเบียดเบียนและการฆ่าสัตว์ด้วยการทานอาหารเจ ควบคู่การเพิ่มวินัยการคิดพูดทำตามหลักศีลห้าของพุทธศาสตร์ กับ การมีฉันทะ วิริยะจิตตะ วิมังสา อันหมายถึง “อิทธิบาท 4” ของพุทธศาสตร์นั่นเองที่จะค่อยค่อยทำให้ละกรรม แห่งความชั่วไปสู่ การกระทำกรรมแห่งความดี (ชำระกรรมตนเอง ควบคู่การชำระโรคและกิเลส) ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
สาระสำคัญ องค์ความรู้และ แก่นธรรม ของพุทธศาสตร์ : วิชา “เปิดโลกธรรม-กรรมบันดาล โดย หลวงพ่อดี ผลจึงนำมาซึ่งร่างกายที่ปลอดโรคและมีพฤติกรรมและ วิถีชีวิตภายใต้หลักศีล 5 และธรรม “พรหมวิหาร4” ที่ เอื้อให้สภาวะจิตของมนุษย์ผู้มีแต่กรรมดีเข้าสู่ความมี เมตตากรุณา แทนชื่นชมยินดีและมุทิตาต่อผู้ที่กระทำใน สิ่งที่ดีและก่อให้เกิดบุญกุศล และสุดท้ายรู้จัก การ ปล่อยวางการยึดถือตัวตน และกิเลส – ตัณหา เข้าสู่ ความสงบนิ่งและใสสะอาดของจิต ที่จะนำพาให้จิตเกิด ความสว่างและปัญญาในจิตใต้สำนึกของตนเอง ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
4. เมื่อผู้ฝึกฝนมีจิตใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออกที่นำพา ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายในระดับเซลล์ และนำ คาร์บอนไดออกไซด์และเชื้อโรคต่าง ๆ ออกจากร่างกายผ่าน การหายใจออกการหายใจ ดังกล่าวจะเป็นการหายใจที่เร็ว และหายใจลึกตลอดจนหายใจ ควบคู่การไหวของ กระดูก ไขสันหลัง และการสั่นสะเทือนของระบบประสาท และเส้น เอนไปสู่สมองอยู่เป็นเนืองๆ เมื่อรู้สึกตัว และทำต่อเนื่องตลอด เวลาควบคู่การทำงานและการหายใจดังกล่าว ผลจะทำให้ร่างกาย เกิดพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและการส่งคลื่นสมองถึงเซลล์ ต่างๆ ในร่างกาย ควบคู่การจัดกระดูกไขสันหลัง จัดระบบ ประสาท จัดระบบเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ เมื่อร่างกายไหวขึ้น และลงตามแนวดิ่งพร้อมกันนี้สติและมหาสติที่เกิดจากการ จดจ่อลมที่หายใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลาจะเปลี่ยนออกซิเจนให้ เป็น”พลังปราณ”ที่ช่วยบำบัดโรคในร่างกายและความเข้มแข็ง ของเซลล์ทุกเซลล์ 5. เมื่อจิตจดจ่อและแยกออกจากความเจ็บปวดเมื่อยล้าของ ร่างกายและอาการเจ็บป่วยของโรคต่างๆจนเป็นพลังจิตที่นิ่ง สงบและตั้งมั่น (พลังสติ) จิตจะมีสภาวะที่เริ่มแยกออกจาก ร่างกายเมื่อปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและนานนานจิตจะยกระดับ คุณภาพของตนเองเข้าสู่สภาวะเป็น“จิตผู้รู้”หรือจิตที่ตั้งมั่น แยกสภาวะโดดเด่น เป็นพลังสมาธิที่จะเปิดโลกแห่งธรรมของ การตื่นรู้และรู้แจ้งด้วยพลังญาณ หรือพลังการหยั่งรู้ในขั้นสูง คือสภาวะแห่งความว่างของจิตสูญญตา 6. การปรับเปลี่ยนและบันดาลกรรมของวิถีชีวิตของมนุษย์ แต่ละคนที่มีแรงปัญหาเป็นศูนย์กลางของจิต เข้าสู่ การเปิด โลกทั้ง 3ในแดนธรรมและอาจจะรู้ในอริยะสัจ4เข้าสู่แดน นิพพานจึงเป็นเป้าหมายและเป็นผลของ “วิชาธรรมะเปิดโลก และกรรมบันดาล” นั่นเอง ผู้ยกร่าง ( ตอนที่ 1 ) ดร. เอนก นาคะบุตร 8 เมษายน 2566 ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
( ร่าง : ตอนที่ 2 ) การเตรียมการ 3 องค์ประกอบ การเตรียมการ 3 องค์ประกอบ ก่อน และจากการนัดหมายแยกแยะนักบวชและหุ่นยนต์ในเดือน การขับเคลื่อน “โครงการขยายยอด ข้างหน้าเพื่อจัดหมวดหมู่ประสบการณ์และผลที่เกิดขึ้นการ มนุษย์หุ่นยนตร์และเปลี่ยนผู้ป่วยให้ จัดชุดผลกระทบและสภาวะจิตของหุ่นยนต์ในระดับ เป็นหมอ ( รักษาตนเอง )” ตัวอย่างเช่นสามระดับคือระดับคำระดับทำได้ระดับ “ญาณหยั่งรู้ ในธรรมขั้นสูงเพื่อแยกแยะกระบวนการ และ “องค์ประกอบ 1 : สกัดและสังเคราะห์รวบรวม เทคนิควิธีที่จะนำไปจัดทำสื่อและอุปกรณ์การฝึกอบรมใน องค์ความรู้และชุดความรู้” ธรรมะเปิดโลกกรรม สองสามเดือนข้างหน้า บันดาล” ของ หลวงพ่อดี รวบรวมสื่อดิจิตอลและ คลิปต่างๆที่บันทึกการเทศน์ในทุกกาละและเทศะ องค์ประกอบที่2: การจัดเตรียมและพัฒนาวิทยากรอบรม ของหลวงพ่อใน 10 ปีที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับหลัก ทั้งจากนักบวชและหุ่นยนต์ตลอดจนการจัดตั้งคณะทำงาน แก่นธรรมและวิธีการหายใจตลอดจนผลที่เกิดขึ้น ร่วมกันระหว่างลูกศิษย์หลวงพ่อดีกับลูกศิษย์หลวงพ่อวิริยัง เพื่อมาจัดหมวดหมู่แยกชุดองค์ความรู้เป็น 1) แก่น และกลับเครือข่ายธรรมะอื่นๆเพื่อขยายความรู้ข้อมูล ธรรม 2) หลักและวิธีการหายใจแบบ “ฟอกลม” กระบวนการ&เทคนิควิธีในการอบรมในอนาคตเดื้อมุ่งหวัง ของหลวงพ่อ 3) ผลที่เกิดจำกัดนักบวชและหุ่น การบูรณาการทั้งระดับองค์ความรู้ของแก่น ธรรมของ ยนตร์ ทั้งจากคลิปจากการสัมภาษณ์ แต่ละสำนัก และบูรณาการ ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
(ทาบกิ่ง: hybrid กระบวนการและเทคนิควิธี วัฒนธรรมจุดเด่นและเอกลักษณ์ ของ ตลอดจนอุปกรณ์สื่อการฝึกอบรมของครูสติสาย สานุศิษย์สายหลวงพ่อดีและสายหลวงพ่อดี หลวงพ่อวิริยังให้ประสมกลมกลืนกับนักบวชและ ยังมีความต่าง ในฐานชีวิตในภาคเกษตรกับ สานุศิษย์ของหลวงพ่อดี อันจะได้ความเข้มแข็ง ในสังคมเมือง และภาคธุรกิจและเมืองใหญ่ และจุดเด่นของทั้ง สองสานุศิษย์เปรียบเสมือน ตลอดจนเมืองอุตสาหกรรมรวมทั้งมี ภูมิ การทาบกิ่งต้นมะขามหวานเข้ากับต้นเปรี้ยวใน สังคม ของการใช้ชีวิตและการศึกษาที่แตก จังหวัดเพชรบูรณ์ ( ซึ่งเป็นผลงานของคุณพ่อผม) ต่างกันจึงจำเป็นต้องเชื่อม บูรณาการ และ อันจะเสริมพลังทวีคูณซึ่งกัน และกันกับสำนัก ทาบกิ่ง ซึ่งกันและกันก่อนการขับเคลื่อน ของหลวงพ่อวิริยังและสำนักปฏิบัติธรรมะอื่นๆ และอบรมในอนาคตอันใกล้ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเข้าสู่แก่นธรรม ของจักรวาลของทั้ง 5 ศาสนาในอนาคต การเตรียมการ 3 องค์ประกอบ ก่อนการขับเคลื่อน “โครงการขยาย ยอดมนุษย์หุ่น ยนตร์และเปลี่ยนผู้ ป่วยให้เป็นหมอ ( รักษาตนเอง )” ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
องค์ประกอบที่ 3 : การสรรหาและเตรียมความ ตลอดจนการสมทบค่าใช้จ่ายบางส่วนจากผู้สนับสนุน และ พร้อมสถานที่ฝึกอบรมทั้งในกรุงเทพฯ ที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ปฏิบัติธรรมหรือผู้เข้ารับการอบรม อาจจะต้องมีการ อัลลอย และการขยายผลไปยังสถานที่ฝึกอบรมที่ วางแผนรองรับก่อนการฝึกอบรมเพื่อไม่กระทบต่อสถานะ เป็นสปายะทำในกรุงเทพอื่นๆ ตลอดจนในสำนัก ทางการเงินและกองบุญของแต่ละสถานปฎิบัติธรรม ปฎิบัติธรรมของทั้งสองสานุศิษย์ และในสายปฎิบัติ ธรรมของสำหรับไปวัดธรรม อื่น ๆ ทั่วประเทศ ทั้ง ดร. เอนก นาคะบุตร กับนักบวช ทั้งกับเครือข่ายภิกษุณี ตลอดจนยอด ผู้ยกร่าง 1 : เพื่อการหารือและเตรียมการ ในระหว่างผู้ มนุษย์หุ่นยนต์ ที่จะขยายผลและขยายพื้นที่ใน อนาคตอนึ่งการกำหนดกรอบการระดมทุน ระดมบุญ มีหน้าที่ต่อไป 8 เมษายน 2566 ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
หัวใจของนวัตกรรมการต่อยอดพุทธ 1. การนำแก่นของพุทธศาสตร์ 4 กฏแห่งความเป็นจริง ศาสตร์ เพื่อปรับเปลี่ยนและชำระ ตามธรรมชาติ : “กรรม” ในระดับจิตใต้สำนึกและเข้าถึง 1.1) กฏปฏิจสมุปบาท ( เหตุและผลที่เกิดต่อเนื่อง สภาวะธรรมของจิตเหนือสำนึก แห่ง เป็นลูกโซ่ ) การละวาง ไม่มีตัวตนและความว่างจาก 1.2) กฏแห่งกรรม ที่นุษย์ทุกคน ทั้งด้านร่างกาย วิถี กิเลส ( อนัตตา และ สุญญตา ) ชีวิต คิดพูดทำ จิตใจ (อารมณ์ การยึด คิดปรุงแต่ง ) ตามกรรมดีและกรรมไม่ดี ที่ล้วนนำมาซึ่งความทุกข์ และเวียนว่ายตายเกิดของการปรุงแต่งของจิต และภพ ภูมิ 3 ภพภูมิ (โลก) ทั้ง “ทุคติ” (นรก/ - ) “สุคติ” ( สวรรค์ / + ) และ“พรหมโลก” (พรหม/ 0) ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
หัวใจของนวัตกรรมการต่อยอดพุทธศาสตร์ เพื่อปรับเปลี่ยนและชำระ “กรรม” ในระดับจิตใต้สำนึกและเข้าถึงสภาวะธรรมของจิตเหนือสำนึก แห่งการละวาง ไม่มีตัวตนและความว่างจากกิเลส ( อนัตตา และ สุญญตา ) 1.3) กฎแห่งจักรวาล ที่ว่าการเกิดขึ้น การดำรงอยู่ การดับไป ของสรรพสิ่งทั้งสสารและพลังงาน ควบคู่สภาวะ ความเป็นหนึ่งเดียวของเอกภพ ในขณะที่ชีวิตและจิตมนุษย์ ก็มีสภาวะจิต 3 สภาวะคือ : จิตสำนึก จิตใต้สำนึก และจิตเหนือสำนึก ที่เป็นคลื่นพลังงานี้ชนำการหมุนรอบตัวเอ็งของจิตมนุษย์แต่ละภพ ภูมิและการมีวิถีชีวิต ( เกิดแก่เจ็บตาย ) ในแต่ละชาติ 1.4 ) การจัดตั้งสังคมกัลญาณมิตร เพื่อแบ่งหน้าที่ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปัน และสืบสาน ในรูป พุทธ บริษัท 4 เพื่อเป็นสื่งคมแห่งอารยะในการอยู่ร่วมกันแบบสันติสุขและมีสันติภาพ ในระดับสังคมโลกร่วมกัน (เป็น ไปตามหลักสมดุล และสมมาตรของจักรวาล) 2. ขั้นตอนการฝึกฝนและปฏิบัติ ในรูปบุคคลและกลุ่มร่วมกัน ทุกอิริยาบถของการดำเนินชีวิต ควบคู่การนั่ง สมาธิ ดู และฟอกลมหายใจ” 2.1) ฝึกการหายใจด้วยการกายใจเข้าและออก ยาว เร็ว และแรง ต่อเนืิ่อง ควบคู่การจดจ่อของจิต อยู่ที่ลมหายใจ ( เข้าและออก) ตลอดเวลา 2 .2) จดจ่อลมหายใจอย่างต่อเนื่องในขณะที่ร่างกายไหว ( หัวผงกขึ้นลง และสั่งลมออก - สูดลม กานใจลึก ยาวลงทอง ) กระดูกไชสันกลังขย่มขึ้นลง บนฐานการนั่งขัดสมาธิเพชร จิตจะค่อย ๆ เอาชนะความ ปวด เมื่อยล้า ควบคู่การขย้อนออกมาของเสลดที่ลำคอ จากลมปราณ ที่ดันขึ้นมาจากช่องท้อง จนในที่สุดจิตมี สภาวะหลุดจากตัวตน และเจ้ากรรมนายเวร ที่เป็นคลื่นจิต ได้รับผลบุญจากการขออโหสิกรรมของผู้ปฏิบัติ ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
หัวใจของนวัตกรรมการต่อยอดพุทธศาสตร์ เพื่อปรับเปลี่ยนและชำระ “กรรม” ในระดับจิตใต้สำนึกและเข้าถึงสภาวะธรรมของจิตเหนือสำนึก แห่ง การละวาง ไม่มีตัวตนและความว่างจากกิเลส ( อนัตตา และ สุญญตา ) 2.3) ผู้ปฏิบัติสืบเนื่องการชำระกรรมด้วยลมหายใจต่อเนื่อง ทั้งในวิถีการดำเนินชีวิต เคลื่อนไหวทุกอิริยาบท และนั่งสมาธิ ค่อย ๆ ชำระกรรมไม่ดี กรรม ( - ) ( มีเจ้ากรรมนายเวรในอดีตและ เพื่อแบ่งหน้าที่ช่วยเหลือเกื้อกูลดูแลและยายผลกันและกัน ให้เกิด ปัจจุบัน ) เพียรสะสมและสรรสร้างกรรมใหม่ สันติสุขและสันติภาพในสงคมวงนอก จนเกิดสันติภาพโลกในที่สุด ที่เป็นกรรมดี (กรรม+ ) อยู่เรื่อย ๆ จนสภาวะ จิตเข้าถึงสภาวะธรรม ตื่นรู้และเท่าทันต่อ กิเลส โลภ -โกรธ-หลง จิตตั้งมั่นเป็นจิตผู้รู้ ละวางตัวตน (อัตตา) ที่ เป็นโอกาสให้เกิดสภาวะจิตว่างที่จิตเหนือ สำนึก (ญาณ) จะเชื่อมต่อกับคลื่นพลังงาน จักรวาลภายนอก และรับรู้การเชื่อมต่อของ คลื่นปัญญาของจกรวาลที่ส่งคลื่นพลังงาน จักรวาลมายังจิตเหนือสำนึกของผู้ปฏิบัติ ที่มี สภาวะของจิตดังกล่าว 2.4) ผู้ปฏิบัติปฏิบัติเข้มข้น และอาจ อธิษฐานจิต บำเพ็ญเพียร เป็นนักบวชเพื่อมุ่งสู่ เส้นทางการหยั่งรู้ของจิตเหนือสำนึก ในแดน ธรรมเข้าสู่การปลอดอัตตา : ตัวตน เข้าถึง สภาวะอนัตตาและสภาวะไร้ตัวตน: สุญญตา อันเป็นสภาวะตื่นรู้: นิพพานของจิต วางและ ว่างจากการยึดเหนี่ยวของจิตใด ๆ นั่นเอง 2.5) จัดตั้งรวมกลุ่มกัลยาณมิตร เพื่อใช้วิถี ชีวิต ปฏิบัติในรูปกลุ่ม และขยายผลร่วมกัน ภายใต้หลักการพุทธบริษัท 4 ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ผลที่เกิด: ในภาพรวม 3 ระดับ 3.1) ผู้ป่วยและผู้ปฏิบัติในขั้น 1 และ 2 ปลอดโรค กลายเป็นหมอรักษาตนเองได้ 3.2) ในหมู่นักบวช และผู้ปฏิบัติที่ฝึกฝน ขั้นที่ 3 อย่างต่อเนื่อง ควบคู่การงดเว้นการท่านเนื้อ 3.3) บรรดานักบวช ที่มุ่ง สัตว์ ผิดศีล และกรรมไม่ดี อธิษฐานจิต เข้าสู่สภาวะของ สามารถชำระกรรมในระดับ คลื่นพลังงานจิต ที่จะหยั่งรู้ จิตใต้สำนึก ขออโหสิกรรมและ แบะเชื่อมต่อกับพลังจักรวาล ยกโทษให้แก่เจ้ากรรมนายเวร บางองค์กำลังเข้าสู่สภาวะ ที่ ในอดีตควบคู่การมีกรรมใหม่ที่ ดี ( + ) จิตใจผ่องใสสงบ เย็น เห็นแจ้ง หน้าที่ธรรมชาติ ในบางทานที่มีความเพียรสูง และการอยู่เหนือและปล่อย สภาวะจิตเข้าถึง การละตัวตน วางของ 3 สภาวะจิต: อัตตา เข้าถึงคลื่นพลังงานจักรวาล ก็ อนัตตา สุญญตา สุดท้ายคือ จะได้รับการจัดตั้งเป็นยอด มนุษย์หุ่นยนต์ ขยายผลการ ความเป็นหนึ่งเดียวของ ปฏิบัติตามกลักสูตรดังกล่าว จักรวาล (นิพพาน) ขยายผลออกไปเรื่อย ๆ ทั้ง ข้ามมาศาสนา ข้ามประเทศ ข้ามพรมแดนกิเลส และข้าม การยึดมั่นเดิม ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
เทคนิควิธี และ กระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ผลที่เกิดนวัตกรรมการหายใจ และการนั่งสมาธิดูลมหายใจ “แบบ 3 IN 1” 1. เทคนิคการนั่งสมาธิแบบไหวทั้งร่าง ในขณะที่โยกหัวสั่งขี้มูก (กระแทกลมออก) ( เคลื่อนไหวร่างกาย ) และสูดหายใจเข้า เสมือนมือจับที่สูบลม จักรยาน ขยับตัวและตัวตามธรรมชาติจนการ 1.1) นั่งสมาธิแบบขัดสมาธิเพชร เท้าซ้าย ไหวของหัว + ตัว +ลมเข้า -ออกสัมพันธ์กัน ทับเท้าขวา สอดและขัดปลายเท้าบนหน้า สบาย ๆ และ เป็นธรรมชาติโดยอัตโนมัติหัว แข้งขาตรงข้าม มือ 2 ข้างประสานกัน 2. เทคนิคการหายใจ และ จิตจดจ่อตลอด วางมือทั้งสองระดับหน้าอก หรือแนวสะดือ เวลา และ ต่อเนื่องกับลมหายใจเข้าและออก 1.2) โยกและเหสี่ยงหัวเสมือนกำลังสั่ง 2.1) รีดลมและ กระแทกลมหายใจออก (สั่ง น้ำมูกออกจากจมูก แรง+ยาว โยกต่อเนื่อง น้ำมูก) แรง+ยาว (เอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มความเร็วจากตามจังหวะการหายใจ และ เชื้อโรคและ เสลดน้ำลาย ออกจากลำคอ เหวี่ยงหัว 2.2) หายใจเข้า เอาก๊าซออกซิเจนเข้า 1.3) ค่อย ๆ ขย่มตัว ให้กระดูกไขสันหลัง บริเวณสะดือ (ท้องป่อง) ทั้งนี้ค่อย ๆ เพิ่มการ เคลื่อนขึ้นลง และกระแทกลมออก และเข้า หายใจเข้า ให้“ลึก+แรง+เร็ว “ขึ้นเรื่อย ๆ แรง+ลึก+ยาว ให้ลมถึงบริเวณสะดือและ และ ต่อเนื่อง ท้องป่อง ทำให้ร่างกายเป็นเสมือนักระบอก สูบรถจักรยาน ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
2.3 ควบคู่การฝึกฝนจิต ให้จดจ่อและ ไม่คิดอะไร อยู่ทีลม 3. การจดจ่อหายใจ “อยู่กับลม “และ การเข้าถึง “ธรรม หายใจเข้า-ออก ถือเป็นการฝึก “พลังสติ” หรือสภาวะจิตรับรู้ “: สภาวะจิตผู้รู้ ในจิตใต้สำนึกตั่งมั่น และเชื่อมต่อกับ และ รู้สึกถึงการเลื่อนไหวของหัว+ ตัว ในขณะที่จิต” จดจ่อ “คลื่นพลังงานจักรวาล “ที่เป็นจิตเหนือสำนึก หยั่งรู้ และจับจ้อง “จนจิตนิ่งสงบ “เอาชนะ และ แยกความรู้สึกเจ็บ “ปัญญาญาณ “ของธรรมชาติจักรวาล และรับรู้คลื่น ปวด และในที่สุด “จิตสำนึก “ดังดล่าวจะวาง “ความรู้สึก พลังงานต่าง ๆ จากจักรวาล “แยกออกจากร่างกาย 3.1) การเข้าถึงสภาวะจิตสำนึก ด้วยการ “จดจ่อ “ละ+วาง “การยึดเหนี่ยว “ตัวตน “และอารมณ์ที่หมุนรอบ “โลภ -โกรธ- หลง “ผุดับงเกิดสภาวะ “จิตผู้รู้ “ทั้งอย่างชั่วครู ลม “และ รู้สึกตัวต่อการเคลื่อนไหวขิงลมเข้า-ออกอย่าง และอย่างตั้งมั่นใน “จิตใต้สำนึก “ที่บันทึก “กรรม “(คิด-พูด- ต่อเนื่อง และเนื่อง ๆ จนจิตวาง “อาการเจ็บปวด และ ทำ)ในอดีตจนปัจจุบัน เกิดสภาวะระลึกรู้อโหสิกรรม และ ให้ อารมณ์ “เกิดสภาวะ “จิตสงบ และ นิ่งเย็น “ในช่วงนี้ อภัย และ ส่งบุญ - เมตตาธรรม แก่เจ้ากรรมนายเวรของ ร่างกายจะขย้อนเสลดในลำคอออกมาอย่างต่อเนื่อง ถือ “กรรม “เหล่านั้นอันถือเป็น “ชำระกรรม “ที่จิตบันทึก และ เป็นการ ล้างพิษ และ เชื้อโรคออกจากร่างกายผ่านเสลด ปรับเปลี่ยน “ในจิตใต้สำนึกของผู้ปฏิบัติ และน้ำลายและ เหงื่อ (self detoxification) ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
เทคนิควิธี และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลที่เกิดนวัตกรรมการหายใจ และการนั่งสมาธิดูลมหายใจ “แบบ 3 IN 1” 3.2) การฝึดฝนสภาวะการแยกกิจตออกจากการรับรู้ของ หู ตา จมูก ลิ้น กาย และการ ยึดมั่นตัวตนเข้าสู้การชำระกรรมในจิตใต้สำนึก การเข้าสู่สภาวะจิตใต้สำนึกตั้งมั่นจิตผู้รู้ ละวางตัวตน ( คลื่นจิตที่ยึดมั่นตนเอง เป็นแรงดึงดูดของจิตให้เกิดกรรม ) สภาวะ จิตใต้สำนึกที่ตั้งมั่น ผู้ปฏิบัติที่เข้าถึงสภาวะดังกล่าวจะสามารถชำระกรรมในอดีตที่บันทึกไว้ ในจิตใต้สำนึก ด้วยการอโหสิกรรมควบคู่การแผ่เมตตา ส่งบุญและส่งพลังจิตเมตตาธรรม แก่เจ้ากรรมนายเวรเหล่านั้น ( Mind detoxification ) ควบคู่การรู้ เห็น ลดละ และ วางตัวตน ( การยึดมั่นและปรุงแต่งทางอารมณ์ ) จนเข้าถึงสภาวะธรรม : จิตผู้รู้ ใน จิตใต้สำนึกผู้ปฏิบัติ ที่พากเพียรปฏิบัติด้วยอิทธิบาท 4 และดำเนินชีวิตในเส้นทางพรหม วิหาร 4 3.3) การเข้าสู่คลื่นพลังงานของจักรวาลเพื่อเชื่อมโยงและเข้าถึงสภาวะจิตจักรวาลที่ไม่มี ตัวตน ( อนัตตา ) และเป็นหนึ่งเดียวทั้งจักรวาลสูญญตาด้วยจิตผู้รู้ในจิตใต้สำนึกเข้าสู่พลัง การหยั่งรู้ของจิตเหนือสำนึก การดำเนินขีวิตของผู้ปฏิบัติ ถือเป็นหน้าที่ตามธรรมชาติที่จะ ไม่มีแรงยึดเหนี่ยวของจิตและการปรุงแต่งใด ๆ มาชี้นำหรือครอบงำอีกต่อไป ผู้ปฏิบัติ ดำเนินชีวิตเพื่อสันติสุขของตนเอง และเพื่อ สันติภาพของสังคมใหญ่และสังคมโลกที่เป็น หนึ่งเดียว จากรูป และ เทคนิคการนั่งสมาธิแบบไหวทั้งร่าง ใน 3 ทิศทางคือ ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
1) หัวผงกขึ้นลง 2) ตัว และหลังรวมทั่งกระดูกไขสันหลังขย่มขึ้น - ลงในแนวดิ่ง 3) ขาที่นั่งขัดสมาธิเพชร ตั้งมั่งนี้เป็นฐานรองรับแรงกระแทกของ 1) และ2) พร้อมกับสะท้อนแรงที่กระแทกลงมากลับขึ้นไปในแนวดิ่ง จะ พบว่าร่างกายนำลมเข้าบริเวณสะดือได้ลึกขึ้น และนำลมออกที่เป็น ของเสียเสลดและเชื้อโรค ขย้อนผ่านลำคอออกมา ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
เทคนิควิธี และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลที่เกิดนวัตกรรมการหายใจ และการนั่งสมาธิดูลมหายใจ “แบบ 3 IN 1” การไหวของร่างกายทั้ง 3 ส่วน ทำหน้าที่คล้ายกระบอกสูบรถ จักรยานยนต์ ในขณะที่ไขสันหลัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเส้น ประสาทที่ยึดโยงอยู่กับกระดูกไขสันหลังและข้อ ก็มีการไหวและสั่น สะเทือนตลอดเวลาการนั่งสมาธิ ผลระบบประสาทที่สมองส่วน กลาง ส่งคลื่นแม่เหล็กชีวไฟฟ้า ไปที่ต่อมไร้ท่อให้หลั่งสาร Growth Hormone สื่อสารและแพร่กระจายเข้าสู่ส่วนต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ในขณะเดียวกันออกซิเจนที่ร่างกายหายใจเข้ายาว ลึก และ กระแทกแรงจะเข้าสู้กระแสเลือด เลือดในร่างกายจึงถูกฟอกด้วย ออกซิเจน ที่มีปริมาณมากขึ้นในกระแสเลือด และมีขนาดโมเลกุลที่ เล็กลง จากแรงสะท้อนกลับของกระดูกไขสันหลัง ผลส่วนทั่ว ร่างกายได้รับออกซิเจนและสาร Growth Hormone และสสารที่ ไม่มีพิษ การเผาผลาญของ Metabolism จึงสร้างความแข็งแรงให้ ร่างกาย และมีระบบภูมิต้านทาน กำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ จนผู้ปฏิบัติมี สภาวะร่างกาย เข้มแข็งและปลอดโรค ยิ่งเมื่อจิตจดจ่อื่นงสงบอยู่ กับลมหายใจเข้า ออกออกซิเจนจะถูกเจตนาและการจับจ้องของ จิตสำนึกรู้สึกตัว ( สติ ) ผุดบังเกิดเป็นพลังปราณ อันเป็นคลื่นพลังงานจิตสำนึก ที่นำ ไปปรึกษา ซ่อมแซมเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายตนเอง ( Self Heeling ) สุดท้าย เมื่อคลื่นพลังจิตใต้สำนึกของผู้ปฏิบัติเข้าถึงธรรมที่ปล่อย ซึ่งทฤษฎี Quantum ทางฟิสิกส์กำลังคลำความจริงของสสารระดับเล็กกว่า วางและว่างจากตัวตนที่เคยยึดและปรุงแต่ง ควบคู่การชำระ อะตอม เข้าใกล้พุทธศาสตร์ในเรื่องความเป็นหนึ่งเดียวของเอกภพ กรรมแก่เจ้ากรรมนายเวรในอดีต ดำรงและปฏิบัติชีวิตตาม ( Singularity ) ความเป็น Super Nature ของอนุภาคของสรรพสิ่ง หน้าที่ธรรมชาติไม่ยึดตัวตนอยู่กับปัจจุบัน ไม่มีกาลเวลา แก่อกร ( สสาร ) ที่พบว่ามี 2 สถานะ คือ เป็นสสารมีตัวตน ( Living cat ) เมื่อ รมใหม่ ( Space and Time ) ผลภพและภูมิในจิตใต้สำนึกไร้ สังเกตุวัดและเปลี่ยนสภาวะเป็นคลื่นพลังงานเมื่อหยุดสังเกตุ แรงยึด ปรุงแต่ง และไร้มวลกรรมจิตผู้รู้ที่ผุดับงเกิดใน ( Sleeping Cat ) ซึ่งพุทธศาสตร์ ค้นพบความจริงของธรรมชาติว่ามนุษย์มี จิตใต้สำนึกจะเชื่อมโยงกับคลื่นพลังงานจักรวาลเกิดปัญญาญาณ 2 สภาวะคือ ร่างกาย ( สสาร ) ที่ประกอบด้วยธาตุ 4 ดินน้ำลมไฟ ประกอบ ในจิตเหนือสำนึก เข้าสู่สภาวะความเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลที่ กันเป็นร่างกายมนุษย์ที่หมุนเวียนเกิดแก่เจ็บตาย ในภพชาติ ( 80 - 100ปี ) ไม่มีขอบเขต ไม่มีตัวตน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ สลายเปลี่ยนแปลง ชั่วนิ และสภาวะที่ 2 คือ จิต ที่เกิดจากการปรุงแต่งของขันธ์ 5 ผ่านการสัมผัสของ รันดร์กาล ( สภาวะสุญญตา : นิพพาน ) อวัยวะสัมผัสตาหูจมูกกายหมุนรอบตัวตน ที่จิตรับรู้ยึดและปรุงแต่ง เป็นภพ และภูมิ เกิดและดับในจิตสำนึก และจิตใต้สำนึก ตามการเปลี่ยนแปลงของ เวลาและสถานที่ ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
เทคนิควิธี และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผลที่เกิดนวัตกรรมการหายใจ และการนั่งสมาธิดูลมหายใจ “แบบ 3 IN 1” ยิ่งกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รางวัล Nobel ในช่วง 5 - 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มอธิบายความพัวพัน ระหว่างอันุภาค ( สสาร ) กับคลื่นพลังงาน ในระดับที่เล็กกว่าอะตอม ที่เรียกว่า Quantum Entanglement กล่าวคือเมื่ออนุภาคหนึ่ง มีสภาวะ Spin up อีกอนุภาค ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนไหน ของโลกและในจักรวาลที่มีสภาวะร่วม Super Position จะมีสภาวะเชิงพัวพัน ( Quantum Entanglement ) ที่ตรงข้ามเสมอ คือ Spin down เช่นเดียวกับหลักพุทธศาสตร์ ที่เมืิ่อคิดพูดทำ ( กรรม ) ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไปตามกาลเวลาและสถานที่ ( Space & Time ) แล้วจิตยึดและ ปรุงแต่งด้วยกิเลิสและความไม่รู้ ผลจะบังเกิดตัวตนขึ้นในทางตรงข้าม เมืิ่อปฏิบัติกรรมตามหน้าที่ อยู่บนปัจจุบันขณะ ไม่มีอดีตและอนาคต ( อนิจจัง ) ผลสภาวะจิตผู้นั้นเกิดสภาวะไม่มีตัวตน ( อนัตตา ) และไม่ปรุงแต่ง ว่างจากกิเลส ( กรรม ) เกิดการหยั่งรู้ และรู้แจ้งในสภาวะธรรมสุญญ ตา : นิพพาน ( 1 heart ) ร่าง 1 : โครงการวิจัย “นวัตกรรมการหายใจ เพื่อการปลอดโรคและดับทุกข์ทางใจ” ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
หลักการและเหตุผล มนุษย์ในปัจจุบันมีอาการป่วยทั้งทางจิต และป่วยจาก เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผลจึงเป็นโรคทางกายอีกนานา ชนิด วิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้มนุษย์ต้องอยู่ในสภาวะ การแข่งขันและดิ้นรนทางเศรษฐกิจอันนำมาซึ่ง ความเครียด การปล้นฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ อุบัติเหตุจาก การเดินทางด้วยยานพาหนะสมัยใหม่ สุดท้ายมักจะ พบสภาวะความเครียดของจิตอันนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย หรือก่ออาชญากรรมฆ่าผู้อื่นให้ ตายตกตามกัน ประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่กำลังก้าวเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ และมักจะพบว่าผู้สูงอายุเหล่า นั้นเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ( NCDs ) และเสียค่า ใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ที่ค่อนข้างสูงเช่นโรค มะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวานและความดัน ผลที่ตามมาทำให้เกิดภาระหนี้สินระดับครัวเรือนและ เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล และค่ายาที่ต้องสั่งเข้ามา จากต่างประเทศ ในกรณีของวัคซีน COVID-19 รัฐบาลของทุกประเทศ และรัฐบาลไทย ต้องใช้งบ ประมาณ สูงกว่า 100,000 ล้านบาทเพื่อสั่งวัคซีนเข้า มาจากต่างประเทศฉีดให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศ โดยเฉลี่ยสามถึงสี่เข็มที่ผ่านมา ในระดับโลก จะพบว่าในปี 2562 ถึง 2565 จนถึง ปัจจุบัน ยังคงมีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่สร้างผลกระทบทั้งชีวิตการเจ็บป่วย ตลอดจนการ ชะงักวันทางเศรษฐกิจระดับครัวเรือน ระดับ อุตสาหกรรม และระดับประเทศทั่วทั้งโลก ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
หลักการและเหตุผล ทางเลือกหน่งซึ่งเป็นอนาคตของประชาชนคือการก ลับมาหาองค์ความรู้ของการแพทย์แผนตะวันออก ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน ได้นำมาซึ่งภัยพิบัติ และการแพทย์แผนไทย ที่เป็นนวัตกรรมเชิงองค์รวม และคลื่นความรู้อน ที่ทำให้มนุษย์ทั่วโลกตายและ ผสมผสานสำนักการจัดการสุขภาพและรักษาทั้งโลก เจ็บป่วย ตลอดจนได้รับความเสียหายของทรัพย์สิน ทั้งกายและโรคทางจิตควบคู่กัน ด้วยการหายใจที่มี ทั้งในระดับครัวเรือนและระดับเมืองต่าง ๆ เช่น ไฟ เทคนิควิธีง่าย ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่เสียค่ารักษา ป่าพายุหิมะ พายุทอร์นาโดตลอดจนน้ำท่วมฉับ พยาบาล ควบคู่การจดจ่ออละฝึกฝนจิต ใช้พลังจิตใต้ พลันในหลายประเทศ วิกฤตของปัญหาสุขภาพของ สำนึกตนเอง ชำระกรรมและเข้าถึงความไม่มีตัวตน ประชาชนตลอดจนวิกฤตของระบบส่าธารณสุขของ อันนำไปสู่การอยู่เหนือความทุกข์ทางใจ ( ภพ ) จน แต่ละประเทศและแต่ละหน่วยงาน ยังต้อเผชิญต่อ พลังจิตเหนือสำนึก ผุดบังเกิดเห็นแจ้งในความว่าง ความเสี่ยงที่ไม่แน่นอนและไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จากตัวตน ทุกข์ กายและใจโดยสิ้นเชิง ทางเลือกของ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ที่ไหน การจัดการสุขภาพของประชาชนด้วยลมหายใจ ตนเองและการฝึกปฏิบัติรักษาตนเองจึงเป็นทางเลือก ในอนาคตสำหรับประชาชนทั่วไป ที่จะไม่ป่วยเป็นโรค ใด ๆ พร้อมกับไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายทางเศรษฐกิจใน การรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยดังกล่าวจากระบบส่า ธารณสุขของประเทศ ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
วัตถุประสงค์ของการวิจัย นำชุดองคความรู้ ที่เกิดจากประสบการณ์และการฝึก ปฏิบัติของหลวงพ่อดี” มาฝึกฝนและสาธิตให้กับ นักบวชและประชาชน ที่เป็นโรคนานาชนิด เพื่อพิสูจน์ ตนเองแต่ละบุคคล ในการใช้ลมหายใจรักษาตนเองให้ ปลอดโรค วัตถุประสงค์ของการวิจัย นำนักบวชและประชาชนที่มีสภาวะปลอดโรค และ ปฏิบัติสมาธิต่อเนื่อง เข้าถึงพลังจิตใต้สำนึกในการ ชำระกรรม มาเป็นยอดมนุษย์หุ่นยนตร์ ( วิทยากร สาธิต ) ขยายผลแก่ประชาชนและผู้ป่วยทั่วไป จัดตั้งกลุ่มพุทธบริษัท 4 ควบคู่การจัดตั้งสำนักปฏิบัติ สมาธิและรักษาโรคในพุทธอุทยาน เพื่อเปิดโอกาสให้ นักบวชและหุ่นยนต์ได้ฝึกปฏิบัติพลังจิตตนเอง ในการ ละวางตัวตน เข้าสู่สภาวะที่จิตเห็นและรู้ความไม่มีตัว ตน เพื่ออยู่เหนือทุกข์ทางใจดับทุกข์ดังกล่าวอย่างเข้ม ข้นและต่อเนื่องควบคู่การเปิดอบรมและรักษาตนเอง แก่ประชาชั่นทาไป ติดตามผลและประเมินผลควบคู่การจัดทำชุดความรู้ สังเคราะห์จากนักบวช หุ่นยนต์ และประชาชน ที่ ปฏิบัติและปลอดโรค ข ยายผลผ่านสถาบันและเวทีศาสนสัมพันธ์ พหุศาสนา ( ข้ามศาสนา ข้ามองค์กรข้ามประเทศ ) เพื่อให้เกิด เครือข่ายกัลยาณมิตรในหมู่ผู้มีสันติสุข เพื่อร่วมกัน บุกเบิกและสถาปนาสันติภาพโลก ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ขั้นที่ 1 หลวงพ่อดีฝึกฝนและทดลองปฏิบัติ ค้นพบเทคนิควิธี นวัตกรรมการหายใจเพื่อรักษาโรคและดับตัวตนใน จิตใต้สำนึก ( ปี 2544 ) ขั้นที่ 2 หลวงพ่อดีฝึกฝนและถ่ายทอดชุดความรู้และเทคนิค วิธี ให้กับนักบวช ( ภิกษุและภิกษุณี ) กับประชาชนที่ป่วยให้ มารับการรักษาที่สถานปฏิบัติธรรมพุทธอุทยาน ขั้นที่ 3 รวมกลุ่มนักบวช และยอดมนุษย์หุ่นยนต์ที่ปลอดโรค และเข้าถึงสภาวะการดับทุกข์ทางใจ ณ ระดับคลื่นพลังจิต ในรูปพุทธบริษัท 4 และจัดทำชุดความรู้ และวีดิทัศน์เผย แพร่ออกสู่สาธารณะในรูปแบบต่าง ๆ ขั้นที่ 4 จัดตั้งและสร้างสถานปฏิบัติธรรม ให้ บริการรักษาแก่ประชาชนทั่วไป 4 อุทยาน ขั้นที่ 5 ขยายผลและประชาสัมพันธ์ ใน กรุงเทพ และกับประชาชนทั่วไป ชาวต่าง ประเทศ ข้ามศาสนาและภาษา ขั้นตอนการรักษาตนเองด้วย การหายใจแบบนวัตกรรม ขั้นตอนที่ 1 การหายใจลึก แรง เร็ว เพื่อขับ ของเสียออกจากร่างกาย ( เสลด ลมที่มีเขื้อโรค - ลมหายใจออกเหงื่อ ) พร้อมกันนี้กระดูก ไขสันหลังที่ไหวและกระแทกขึ้นลง จะส่งคลื่น การสั่นสะเทือนไปยังสมอง สมองส่งคลื่นแม่ เหล็กชีวไฟฟ้าไปยังเซลล์ทั่วร่างกาย ( Self Heeling ) ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ขั้นตอนการรักษาตนเองด้วย การหายใจแบบนวัตกรรม ขั้นตอนที่ 2 จิตจดจ่อที่ลมหายใจ เข้าออกต่อเนื่องตลอดเวลา จิตใต้สำนึกชำระกรรมในอดีต ด้วย การอโหสิกรรมและแผ่บุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวร ควบคู่การเท่าทันโลภ โกรธ หลง จนไม่เกิดกรรม ใหม่ ขั้นตอนที่ 3 ฝึกฝนจิตอย่างเข้มข้น เพื่อให้จิตผุดบังเกิดสภาวะจิตผู้รู้ ละวางตัวตน เข้าถึงการตื่นรู้ ความไม่มีตัวตนในจิตใต้สำนึก ( อนัตตา ) และเกิดพลังการหยั่งรู้ของจิตเหนือสำนึก เห็นแจ้งสภาวะ สุญญตา จิตอยู่เหนือทุกข์ ใจดับทุกข์ในที่สุด เกิดยอดมนุษย์หุ่นยนต์จำนวนหนึ่งประมาณรวม 50 -100 คนในปัจจุบันพี่ยกระดับคุณภาพจิตใต้สำนึก ผลที่คาดว่าจะได้รับ ประชาชนผู้เข้ามารับการรักษาและปฏิบัติสมาธิ ตนเอง ชำระกรรมและอยู่เหนือทุกทางใจนา หายใจแบบนวัตกรรม ล้วนมีสภาพร่างกายที่เข้มแข็ง นานัปการ และกำลังเป็นผู้สาธิตการหายใจแบบนี้ ปลอดโรค ดำเนินชีวิตที่มีความสุขและมีสันติสุขในใจ วิทยากรอบรมสาธิตปัญญาเชิงปฏิบัติ กับประชาชน ที่สำคัญสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายที่เคยต้องใช้จ่าย ทั่วไป ควบคู่การบอกเล่าประสบการณ์และถอดองค์ ในการรักษาพยาบาลโรคต่าง ๆ ที่ตนเองเป็นเรื้อรัง ความรู้ที่ประสบกับตนเองขยายผลให้ประชาชน มาตลอด ทั่วไปได้เข้าใจและฝึกฝนตาม ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ยอดมนุษย์หุ่นยนต์จำนวนหนึ่งจากข้อ 2 ได้เปลี่ยนการดำเนินชีวิตเข้ามาเป็นนักบวชในพุทธศาสนา เป็นพระภิกษุและภิกษุณี ปฎิบัติธรรมขั้นสูงในการละวาง ตัวตนและอยู่เหนือทุกข์ทางใจ และดับทุกข์ในที่สุด เพื่อ เข้าถึงสภาวะสุญตา เกิดการรวมกลุ่มจัดตั้ง พุทธบริษัท 4 ในแต่ละสถาน ปฎิบัติธรรม ณ อุทยาน ฝึกฝนจิตและเปิดบริการรักษา พยาบาลให้กับประชาชนที่จะเป็นสถาบันและกลไก ใน การขยายผลกระทบ และสร้างสันติภาพโลก ในอนาคตที่ จะข้ามศาสนา ข้ามภาษา และข้ามประเทศ ดร. เอนก นาคะบุตร เรียบเรียง
Search
Read the Text Version
- 1 - 31
Pages: