Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนภาษาไทยภาค1ปี64บันทึกหลังสอนครูมัณทนาส่งวิชาการ

แผนภาษาไทยภาค1ปี64บันทึกหลังสอนครูมัณทนาส่งวิชาการ

Published by mantana wachirapong, 2021-09-14 07:00:19

Description: แผนภาษาไทยภาค1ปี64บันทึกหลังสอนครูมัณทนาส่งวิชาการ

Search

Read the Text Version

๑๐๑ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๗ วิชา ภาษาไทย ๕ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ ภาคเรียนที่ ๑ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๗ เรอ่ื ง การแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทกาพย์และรา่ ย เวลา ๔ ชวั่ โมง ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ มคี วามรู้ความเขา้ ใจฉันทลักษณบ์ ทร้อยกรองประเภทกาพยแ์ ละร่าย และสามารถแตง่ คาประพันธ์ได้ ๒. สาระสาคัญ คาประพันธ์เป็นผลงานทางศิลปะท่ีกวีได้แสดงออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ การแต่งคาประพันธ์เป็นการ แสดงความรู้สึก ความคิด จินตนาการ ส่งผลดีต่อจิตใจของผู้แต่ง คือทาให้เป็นคนละเมียดละไม อ่อนโยน งดงาม และเป็นคนท่ีมองโลกในแง่ดี การศึกษาคาประพันธ์ประเภทกาพย์และร่าย นับว่า เป็นการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมทางภาษาให้คงอยู่ต่อไป ๓. มาตรฐานและตัวชี้วัด สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ ตัวชวี้ ดั : สิง่ ที่นักเรยี นพึงร้แู ละปฏบิ ตั ิได้ ๔. แต่งบทร้อยกรอง ๔. สาระการเรยี นรู้ การแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทกาพยแ์ ละประเภทรา่ ย

๑๐๒ ๕. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude) ความรู้ ความเขา้ ใจ การฝึกปฏิบัติ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. นักเรียนเห็นคุณ ค่าของ ๑. นักเรียนอธิบายคุณค่าของ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ บ ท ร้อ ยก ร อ งป ร ะ เภ ท บ ท ร้อ ยก ร อ งป ร ะ เภ ท ๒. ซื่อสัตย์ กาพยแ์ ละร่าย กาพยแ์ ละรา่ ย ๓. มีวนิ ยั ๒. นักเรียน มีความรู้ความ ๒. นักเรียนสามารถอธิบาย ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ เข้าใจฉันทลักษณ์ บทร้อย ฉันทลักษณ์ บทร้อยกรอง ๕. อยู่อย่างพอเพียง กรองประเภทกาพย์และ ประเภทกาพย์และรา่ ย ๖. มงุ่ มั่นในการทางาน รา่ ย ๓. นักเรียนแต่งคาประพันธ์ ๗. รักความเป็นไทย ประเภทกาพยแ์ ละร่าย ๘. มีจติ สาธารณะ ๖. การวัดและประเมนิ ผล ๑. เคร่ืองมอื วัดและประเมนิ ผล ๑. แบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรู้ ๒. ใบงาน ๓. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ๔. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ๕. แบบสงั เกตสมรรถนะของนกั เรียน ๖. แบบสงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๒. วธิ ีวัดผล ๑. ตรวจแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ ๒. ตรวจใบงาน ๓. ตรวจและสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ๕. สังเกตสมรรถนะของนกั เรยี น ๖. สงั เกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๓. เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล ๑. การประเมินผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผ่านเกณฑ์การทดสอบเกินรอ้ ยละ ๕๐ ๒. การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมนิ เร่ืองความรู้ความเข้าใจการ นาไปใชท้ ักษะ และจิตพิสัย ทุกชอ่ งเกนิ รอ้ ยละ ๕๐

๑๐๓ ๓. การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินรอ้ ยละ ๕๐ ๔. การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรบั ปรงุ ๕. การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจรงิ ๖. การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมนิ ตามสภาพจรงิ ๗. หลกั ฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาแบบทดสอบ ๒. ผลการทาใบงาน ๓. แผนผงั แสดงฉนั ทลักษณค์ าประพันธท์ ่ีนกั เรียนประดษิ ฐข์ ้นึ ๘. กจิ กรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น ๑) ครใู ห้นักเรียนพิจารณาบัตรคาต่อไปน้ี(บัตรคาตัวอย่างคาประพันธ์กาพย์ยานี ๑๑ บัตรคา แต่ละวรรคให้ใช้สีที่แตกต่างกัน ๔ วรรค ๔ สี และทาสัญลักษณ์แสดงคาสัมผัสระหว่างวรรคด้านหลัง บตั รคา เพ่ือง่ายตอ่ การทากิจกรรม) ครูแจง้ ให้นกั เรียนทราบว่าคาบัตรคาน้ีสามารถเรียงเป็นคาประพนั ธ์ ชนิดหน่งึ ได้ ให้นักเรียนชว่ ยกนั เรียงใหเ้ ป็นคาประพนั ธ์นน้ั ๆ หลง เตง็ แตว กา แกว กล่ิน อาย บง สง บาน บุษ หอม อยู หาย ไม รู คลาย กล่ิน ตรู ตา เจา ผา

๑๐๔ ๒) ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยกิจกรรมในข้อที่ ๑ ซึ่งไดแ้ ก่ กาพย์ยานี ๑๑ จาก กาพยเ์ ห่เรือ ของเจา้ ฟา้ ธรรมธเิ บศร ดังนี้ เตง็ แตว แกว กา หลง บาน บุษ บง สง กลิ่น อาย หอม อยู ไม รู หาย คลาย กลิ่น ผา เจา ตา ตรู ๓) ครใู ห้นักเรยี นพิจารณาฉนั ทลักษณ์คาประพนั ธ์ ๔) ครูแสดงบตั รคาดา้ นหลังเพ่อื แสดงฉนั ทลักษณ์คาประพันธ์ ดงั นี้           ๕) ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒. ข้ันสอน ๑) ครูสนทนากับนักเรียนว่า คาประพันธ์ประเภทบทร้อยกรองของไทยมีหลายชนิด การศึกษาบท ร้อยกรอง นอกจากจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาวรรณคดีแล้ว หากนักเรียนมีความสามารถ ถึงระดับแต่งบทร้อยกรองอันเป็นทักษะที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนทางภาษาได้ ก็ย่ิงเป็นการแสดง ความสามารถทางภาษาไทย ๒) นักเรียนศึกษาหนงั สือเรียนวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๕ เร่ืองการแตง่ คาประพนั ธ์ ประเภทกาพยแ์ ละรา่ ย : กาพยย์ านี ๓) นกั เรียนสรุปฉันทลักษณค์ าประพันธก์ าพย์ยานี ๔) ครูให้นกั เรยี นทั้งชั้นเรียนรว่ มกันแต่งคาประพนั ธ์กาพย์ยานี ๒ บท โดยให้นักเรียนกาหนด หัวขอ้ อิสระ ๕) ครูแนะนา และติชมการแต่งคาประพนั ธข์ องนักเรยี นตามเห็นสมควร ๖) นักเรียนบันทึกคาประพนั ธก์ าพยย์ านที ีแ่ ตง่ รว่ มกันลงในสมุดภาษาไทย ๓. ข้ันสรุปและประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรุปความรเู้ ร่อื ง กาพยย์ านี ๑๑

๑๐๕ ๒) นักเรียนทาใบงานท่ี ๗.๒ การแต่งคาประพันธ์กาพย์ยานี จากหนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ ภาษาไทย ๕ เลม่ ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๕ เป็นการบา้ น ชั่วโมงท่ี ๒ ๑. ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรยี น ๑) นกั เรียนทบทวนความรู้เรื่องกาพยย์ านที ่ีเรียนไปแล้ว ๒. ข้นั สอน ๑) ครูให้นักเรียนจับคู่ ๒ คน และให้ศึกษาคาประพันธ์กาพย์ฉบัง และกาพย์สุราคนางค์ จากหนงั สือเรียนวชิ าภาษาไทย ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕ กาพยฉ์ บัง กาพยส์ ุรางคนาค์ ๒) นกั เรยี นทาใบงาน กาพยฉ์ บงั กาพยส์ ุรางคนาค์ ๓) ครใู ห้คาแนะนา และตชิ มนกั เรยี นในการฝึกแต่งคาประพันธ์ ๔) ครูให้นักเรียนท่ีแต่งคาประพันธ์ได้ไพเราะและถูกต้องอ่านคาประพันธ์ของตนให้เพื่อน นักเรยี นฟงั ทหี่ นา้ ชั้นเรียน ๓. ขั้นสรุปและประยกุ ต์ ๑) นักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ เรื่อง กาพยฉ์ บัง และกาพย์สรุ างคนางค์ ที่ได้ศกึ ษาไปแลว้ ช่ัวโมงที่ ๓ ๑. ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรียน ๑) ครใู หน้ ักเรียนพจิ ารณาคาประพนั ธต์ อ่ ไปน้ี แล้วบอกวา่ เป็นคาประพันธช์ นดิ ใด โอ้เวลาป่านฉะนี้ก็สายัณห์ คนทั้งหลายเขาเรียกกันกินอาหาร บ้างก็เล้าโลมลูกหลานให้ อาบน้าแล้วหลับนอน แต่สองบังอรของพ่อน้ีใครจะปรานีให้นมน้า ก็จะตรากตราลาบากใจ ท่ีไหนจะเดินได้ด้วยพระบาทเปล่า ท้ังไอแดดจะแผดเผาให้พุพอง จะชอกช้าคล้าเป็นหนอง ลงลามไหล สองสุริยวงศ์ต้ังแต่ว่าจะทรงพระกรรแสงไห้ สุดอาลัยของพ่อแล้วที่จะติดตาม จะบ่ายหน้าไปหาพราหมณ์เม่ือยามเย็น เฒ่าจัญไรไหนเลยจะเห็นแก่สองเจ้า มีแต่จะรุกเร้า คารามตี ธชีเอ่ย กระไรเลยไม่เกรงขามเราบ้างเม่ือยามจน จะคิดดูบ้างเป็นไรว่าลูกท้ังสองคน คชู่ วี าตม์ ยงั ตดั ใจให้ขาดมใิ หเ้ สียประโยชน์

๑๐๖ ๒) ครูเฉลยให้นักเรียนทราบว่า ข้อความข้างต้นเป็นคาประพันธ์ร่ายยาว ซึ่งนามาจากร่ายยาวมหา เวสสันดรชาดก กัณฑ์กมุ าร ๒. ข้ันสอน ๑) ครูให้นักเรียนจับคู่ ๒ คน และให้ศึกษาคาประพันธ์ประเภทร่าย : ร่ายที่ใช้แต่งประกอบ โคลง และรา่ ยยาว จากหนงั สือเรยี นวิชาภาษาไทย ๕ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๕ ๒) นกั เรียนทาในงานคาประพันธป์ ระเภทรา่ ย ๓) ครใู หค้ าแนะนา และตชิ มนักเรียนในการฝกึ แต่งคาประพนั ธ์ ๔) ครูให้นักเรียนท่ีแต่งคาประพันธ์ได้ไพเราะและถูกต้องอ่านคาประพันธ์ของตนให้เพื่อน นกั เรียนฟงั ท่หี น้าช้นั เรยี น ๓. ข้ันสรปุ และประยุกต์ ๑) นักเรียนและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้เรอ่ื ง คาประพันธป์ ระเภทรา่ ย ชั่วโมงท่ี ๔ ๑. ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น ๑) นกั เรียนทบทวนบทเรยี นท่ีเรียนไปแลว้ ๒. ข้นั สอน ๑) ครูให้นกั เรียนแต่ละคูจ่ ับฉลากเลือกระหว่าง กาพยฉ์ บงั กาพย์ยานี กาพย์สุรางคนางค์ และ ร่ายยาว ๑ ชนิด แล้วทาแผนผังแสดงฉันทลักษณ์คาประพันธ์ขนาดโปสเตอร์ ตกแต่งให้สวยงามและ ยกตวั อยา่ งคาประพนั ธ์ทีน่ กั เรียนแตง่ ขนึ้ ในฉันลักษณ์คาประพันธด์ ว้ ย ๒) นกั เรียนนาแผนผังแสดงฉันทลักษณ์คาประพันธ์ท่ีได้สร้างขึ้นมาติดแสดงในห้องเรียน หรือ ป้ายนเิ ทศ ๓) นกั เรียนแต่ละคนทาแบบทดสอบทา้ ยหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๗ ตอนท่ี ๑ – ๔ จากหนงั สอื เสริม ฝกึ ประสบการณ์ ภาษาไทย ๕ เล่ม ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๕ ๔) เม่ือนักเรียนทุกคนทาแบบทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย แบบทดสอบ ๓. ขน้ั สรปุ และประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความร้เู รือ่ ง การแต่งคาประพนั ธ์ประเภทกาพย์และร่าย

๑๐๗ ๙. สื่อ/แหล่งเรยี นรู้ ๑. หนงั สือเรยี นวชิ าภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ ของสานกั พิมพ์อกั ษรเจริญทศั น์ ๒. ใบงาน ๓. กระดาษโปสเตอร์ / กระดาษปรู๊ฟ ๔. สเี มจกิ ๕ พาวเวอรพ์ อ้ ยนตเ์ ร่อื งการแตง่ คาประพันธ์ ๑๐. การบรู ณาการ บูรณาการกบั กลมุ่ สาระศิลปศึกษา ในการวาดภาพ และตกแตง่ แผนภาพความคิดให้สวยงาม

๑๐๘ แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล พฤตกิ รรม ทางาน ลาดบั ชอ่ื -สกุล ความ การแสดง การตอบ การรบั ฟัง ตามที่ ที่ สนใจ ความ คาถาม ความ ไดร้ ับ รวม คดิ เห็น คิดเห็น มอบหมา ย ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชือ่ ……………………………….ผสู้ ังเกต (………………………….……) เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี …………/…………/……….. คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ ไดเ้ กรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ ไดเ้ กรด ๒ คะแนนรอ้ ยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ หมายเหตุ : ใชแ้ บบประเมินนีท้ ุกแผนการจดั การเรียนรู้

๑๐๙ แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ กลุ่มท่ี………..ช้นั /แผนก………………. คาสั่ง ใหส้ งั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนตามพฤติกรรมทีก่ าหนด คาชแี้ จง ใหผ้ ู้สอนประเมนิ และใส่เคร่อื งหมาย ลงในช่องท่ตี รงกับพฤติกรรมของนกั เรียนในแต่ละกลุ่ม พฤตกิ รรม ลาดับ หวั ข้อเรอื่ ง ความ การ ความ ทางาน การ ท่ี แสดง ตั้งใจใน เสรจ็ นาเสนอ รวม ร่วมมอื ผลงาน กนั ความ การ ตาม คดิ เห็น ทางาน เวลา ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ได้เกรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงช่อื …………………………….ผู้ประเมนิ (……..……………………..) ………./………../.……….

๑๑๐ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ กลมุ่ เชีย่ วชาญที่…..……..ชัน้ /แผนก………………. คาส่ัง ใหป้ ระธานกลุ่มสงั เกตพฤตกิ รรมสมาชิกในกลุ่มตามพฤตกิ รรมทกี่ าหนด คาชแ้ี จง ให้ประธานกล่มุ ประเมนิ และใส่เคร่ืองหมายลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤตกิ รรมของสมาชกิ ในกล่มุ พฤตกิ รรม ลาดั ชือ่ -สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความ การมีส่วน รวม บที่ สมาชิกกลุ่ม รว่ มมือ ความ ความ ตัง้ ใจใน รว่ มในการ คดิ เหน็ คดิ เห็น อภปิ ราย กัน การ ทางาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ได้เกรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ไดเ้ กรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ได้เกรด ๑ คะแนนรอ้ ยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ ลงช่ือ…………………………….ผ้ปู ระเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….

๑๑๑ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๔ ๓. ความสามารถในการ ๕ ๖ แก้ปัญหา ๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ ๘ ๙ ชีวติ ๑๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๑๑ ๑๒ เทคโนโลยี ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๑๒ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนักเรียน ตลอดภาคการศึกษา ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชั้น………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น ๒๑คร้งั ท่ีประเมนิ ๒๒ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๒๔ ๓. ความสามารถในการ ๒๕ ๒๖ แกป้ ัญหา ๒๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ ๒๘ ๒๙ ชีวติ ๓๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๓๑ ๓๒ เทคโนโลยี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงที่ประเ ิมน คะแนนท่ีไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๑๓ แบบสรุปผลการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น ภาคเรยี นท่ี…………………….ปกี ารศกึ ษา………………… รหัสวชิ า………………………………………………………….. ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ชอ่ื วชิ า…………………………………………………………… ๒. ความสามารถในการคิด ช้นั …………………………………………………………..…… ๓. ความสามารถในการแก้ ัปญหา กลุม่ …………………………………………..……………….…. ๔. ความสามารถในการใช้ ัทกษะชี ิวต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโล ีย รวมคะแนน ลาดั รหสั ชอ่ื -สกุล ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ บที่ ประจา ตวั หมายเหตุ การให้คะแนนปรบั เปล่ยี นได้ ขน้ึ อย่กู บั ดลุ ยพินจิ ของผู้สอนและสถานศึกษา

๑๑๔ แบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชั้น………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑ครัง้ ทปี่ ระเมนิ ๒ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ซ่ือสัตย์สุจรติ ๔ ๓. มีวินัย ๕ ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๖ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๗ ๖. มุง่ ม่นั ในการทางาน ๘ ๗. รกั ความเป็นไทย ๙ ๘. มจี ิตสาธารณะ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๑๕ แบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ช่อื -สกุล…………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดับชัน้ ………………..กลุ่ม………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คร้งั ทีป่ ระเมิน ๓๒๓๒๓๒๓๒๓๔๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๖๕๗๔๘๓๙๒๐๑๑๐๘๕๙๖๗๓๔๒ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงท่ีประเ ิมน คะแนน ่ทีไ ้ด คะแนนที่ได้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๘. มีจติ สาธารณะ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๑๖ แบบสรุปผลการประเมิน คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปกี ารศึกษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ชอ่ื วชิ า…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ชั้น……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กลุ่ม…………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ รหสั ชื่อ-สกลุ ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การใหค้ ะแนนปรับเปลย่ี นได้ ข้ึนอยู่กับดุลยพนิ จิ ของผสู้ อนและสถานศกึ ษา

๑๑๗

๑๑๘ วชิ า ภาษาไทย ๕ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๘ ภาคเรยี นที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา ๖ ชัว่ โมง เรื่อง บทละครพดู คาฉนั ท์ เร่อื งมัทนะพาธา ๑. เป้าหมายการเรยี นรู้ มีความรูค้ วามเขา้ ใจเน้อื หา สามารถวิเคราะหว์ จิ ารณ์วรรณคดีเร่ืองมัทนะพาธาตามหลกั การวิจารณ์ เบื้องต้น วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของ สังคมในอดตี วิเคราะห์และประเมินค่าดา้ นวรรณศลิ ปข์ องวรรณคดีเรอ่ื งมัทนะพาธาในฐานะที่เป็นมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ และสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีเร่ืองมัทนะพาธาเพ่ือนาไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจาวัน ๒. สาระสาคัญ มัทนะพาธาเป็นวรรณคดีท่ีได้รับยกย่องให้เป็นยอดแห่งบทละครพูดคาฉันท์ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์โดยทรงคิดโครงเรื่องข้ึนเองเพ่ือแสดง แก่นเร่ืองเก่ียวกับ ความเจ็บปวดหรือความเดือดร้อนจากความรัก มัทนะพาธาเป็นวรรณคดีท่ีมีความไพเราะงดงามยิ่งแสดง ใหเ้ ห็นพระอัจฉริยภาพเชิงประพนั ธข์ องพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยู่หัวไดเ้ ป็นอยา่ งดี ๓. มาตรฐานและตวั ช้ีวัด สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จริง ตัวชีว้ ดั : สิ่งท่ีนักเรียนพึงรู้และปฏิบตั ิได้ ๑. วเิ คราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณเ์ บอื้ งตน้ ๒. วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของสังคมใน อดตี ๓. วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดก ทางวฒั นธรรมของชาติ ๔. สังเคราะหข์ อ้ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่อื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การวเิ คราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดเี ร่อื งมัทนะพาธาตามหลกั การวจิ ารณ์เบ้ืองตน้

๑๑๙ ๒. การวิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเรื่องมัทนะพาธาเช่ือมโยงกับการเรียนรู้ทาง ประวัตศิ าสตร์และวิถีชวี ติ ของสงั คมในอดตี ๓. การวิเคราะห์และประเมนิ ค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีเรอื่ งมัทนะพาธาในฐานะท่ีเป็นมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติ ๔. การสงั เคราะห์ขอ้ คดิ จากวรรณคดเี รอ่ื งมัทนะพาธาเพือ่ นาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน ๕. การท่องบทอาขยาน ๕. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude) ความรู้ ความเข้าใจ การฝกึ ปฏิบัติ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. นักเรียนเห็นคุณค่าของบท ๑. นั ก เรี ย น ส าม า ร ถ ส รุ ป ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ละครพู ดคาฉัน ท์ เร่ือง เนื้ อหาจากบทละครพู ด ๒. ซ่ือสัตย์ มัทนะพาธา คาฉนั ท์ เร่ืองมัทนะพาธา ๓. มวี ินยั ๒. นัก เรียน มีความรู้ความ ๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ เข้าใจเน้ือความของบท วิ จ า ร ณ์ บ ท ล ะ ค ร พู ด ๕. อยู่อย่างพอเพียง ละครพู ดคาฉัน ท์ เร่ือง คาฉนั ท์ เร่อื งมัทนะพาธา ๖. มงุ่ มั่นในการทางาน มัทนะพาธา ๓. นักเรียนสามารถประเมินค่า ๗. รกั ความเป็นไทย ๓. นักเรียนมีความรู้ในการ วรรณ ศิลป์บทละครพูด ๘. มจี ิตสาธารณะ วิ เค ร าะ ห์ วิ จ า ร ณ์ แ ล ะ คาฉันท์ เรื่องมัทนะพาธา ประเมินค่าวรรณ กรรม ๔. นักเรียนสามารถนาความรู้ ต า ม ห ลั ก ก า ร วิ จ า ร ณ์ แ ล ะ ข้ อ คิ ด ท่ี ไ ด้ ไ ป เบื้องตน้ ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจาวนั ๖. การวดั และประเมินผล ๑. เครอื่ งมือวดั และประเมนิ ผล ๑. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ ๒. ใบงาน ๓. แบบประเมนิ การท่องจาบทอาขยาน ๔. แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ๕. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ๖. แบบสงั เกตสมรรถนะของนักเรยี น ๗. แบบสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

๑๒๐ ๒. วิธีวัดผล ๑. ตรวจแบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรู้ ๒. ตรวจใบงาน ๓. สงั เกตการทอ่ งจาบทอาขยาน ๔. ตรวจและสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ๕. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ๖. สงั เกตสมรรถนะของนักเรยี น ๗. สงั เกตคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ๓. เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล ๑. การประเมินผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผ่านเกณฑ์การทดสอบเกนิ ร้อยละ ๕๐ ๒. การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เร่ืองความรู้ความเข้าใจการ นาไปใชท้ กั ษะ และจิตพิสยั ทุกช่องเกนิ รอ้ ยละ ๕๐ ๓. การประเมนิ ผลการท่องจาบทอาขยาน ต้องผา่ นเกณฑ์การประเมนิ คือ เกินรอ้ ยละ ๕๐ ๔. การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกนิ รอ้ ยละ ๕๐ ๕. การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรบั ปรงุ ๖. การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจรงิ ๗. การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาแบบทดสอบ ๒. ผลการทาใบงาน ๓. บทละคร

๑๒๑ ๘. กิจกรรมการเรยี นรู้ ชั่วโมงท่ี ๑ ๑. ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น ๑) ครใู ห้นักเรียนดพู ระบรมฉายาลกั ษณ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อย่หู ัว (รัชกาล ท่ี ๖) ครูสนทนากบั นกั เรียนเกย่ี วกบั พระราชกรณียกิจ และผลงานพระราชนิพนธ์ในพระองค์ ๒) ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒. ขนั้ สอน ๑) ครูให้นักเรียนจับคู่ ๒ คน ศึกษาหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ บทละคร พูดคาฉันท์ เร่ืองมัทนะพาธา : ประวตั ผิ แู้ ต่ง และ ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ๒) นกั เรยี นชว่ ยกนั สรปุ ความรู้ทไ่ี ด้รบั ครูอธบิ ายความร้เู พ่มิ เตมิ ให้แกน่ กั เรยี น ๓) นักเรียนแต่ละคู่ศึกษาความเป็นมา และเนื้อหาของเร่ือง จากหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ ๔) นักเรียนแต่ละคู่ตั้งคาถามจากการศึกษาประวัติผู้แต่ง ลักษณะคาประพันธ์ ความเป็นมา และเน้ือหาของเรอ่ื ง คลู่ ะ ๒ ข้อ เขียนลงในบตั รคาถามทคี่ รูแจกให้ บัตรละ ๑ คาถาม ครูคัดคาถามทซ่ี ้า กันออกและนาบัตรคาถามที่เลือกมาตดิ ท่กี ระดาน ใหน้ ักเรียนแต่ละคสู่ ุ่มเลอื กคาถาม และตอบคาถาม ๕) ครูและนักเรยี นตรวจคาตอบของนักเรยี นที่ตอบคาถามแต่ละคู่

๑๒๒ ๓. ข้ันสรปุ และประยุกต์ ๑) นักเรียนทาใบงาน ๒) นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรทู้ ่ไี ดร้ บั และบันทกึ ข้อมูลทนี่ ่าสนใจลงในสมุดภาษาไทย ๓) ครูให้นักเรียนอ่านเรื่องมัทนะพาธา องก์ที่ ๑ จากหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ เป็นการบา้ น ช่ัวโมงท่ี ๒ ๑. ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น ๑) นักเรยี นทบทวนความรทู้ ไ่ี ดเ้ รียนไปเมอื่ คาบเรียนทผ่ี า่ นมา ๒. ข้นั สอน ๑) นกั เรยี นศึกษาทบทวนเน้ือหาท่ีได้ศึกษา เรื่องมัทนะพาธา องก์ที่ ๑ จากหนังสือเรียนวิชา ภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ๒) นกั เรยี นค้นหาคาศพั ทแ์ ละสานวนท่นี า่ สนใจ และศกึ ษาความหมาย ๓) ครซู กั ถามเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจบทเรยี น และอธิบายความรู้เพ่ิมเติมใหแ้ กน่ ักเรียน ๔) นักเรยี นทาใบงาน ๕) นกั เรียนจับคฝู่ ึกอ่านบทอาขยานจากเรื่อง ดังนี้ [วสันตะดลิ ก, ๑๔.] สุเทษณ์ อา้ โฉมวิไลยะสุปฺริยา มะทะนาสรุ างคศ์ รี, พี่รกั และกอบอภริ ะตี บมเิ ว้นสเิ นห่ ห์ นกั ; บอกหนอ่ ยเถดิ วา่ ดะรณุ เิ จา้ กจ็ ะยอมสมัครรัก. มัทนา ตขู ้าสมัครฤมสิ มัคร ก็มิขดั จะคลอ้ ยตาม. สุเทษณ์ จริงฤๅนะเจ้าสมุ ะทะนา วจะเจา้ แถลงความ ? มัทนา ข้าขอแถลงวะจะนะตาม สุระเทวะโปรดปราน. สเุ ทษณ์ รักจรงิ มิจรงิ ฤก็ไฉน อรไทบ่แจ้งการ ? มทั นา รกั จรงิ มิจริงกส็ ุระชาญ ชยะโปรดสถานใด ? สเุ ทษณ์ พรี่ ักและหวงั วธุจะรัก และบทอดบทง้ิ ไป. มัทนา พระรกั สมคั รณพระหทัย ฤจะทอดจะทิง้ เสยี ? สเุ ทษณ์ ความรกั ละเหย่ี อรุ ะระทด เพราะมอิ าจจะคลอเคลีย. มทั นา ความรักระทดอรุ ะละเหย่ี ฤจะหายเพราะเคลียคลอ ?

๑๒๓ สุเทษณ์ โอ้ โอก๋ ระไรนะมะทะนา บมติ อบพะจพี อ ? มทั นา โอ้ โอ๋กระไรอะมระง้อ มะทะนามพิ อดี ! สุเทษณ์ เสยี แรงสเุ ทษณน์ ะประดิพทั ธ์ มะทะนาบเปรมปรีดิ์. มัทนา แมข้ า้ บเปรมปรฺ ยิ ะฉะน้ี ผจิ ะโปรดก็เสยี แรง. สเุ ทษณ์ โอร้ ูปวิไลยะศภุ ะเลิศ บมคิ วรจะใจแขง็ มัทนา โอร้ ปู วไิ ลยะมละแรง ละกจ็ าจะแข็งใจ. ๖) นักเรียนทาใบงานท่ี ๘.๒ ๗) ครนู ัดหมายให้นักเรียนมาทดสอบท่องบทอาขยาน ๓. ขน้ั สรุปและประยุกต์ ๑) นักเรียนและครสู รปุ ความรู้ทไี่ ด้รบั จากการศกึ ษาเรื่อง มทั นะพาธา ชั่วโมงท่ี ๓ ๑. ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น ๑) นกั เรียนทบทวนความรทู้ ีไ่ ด้เรยี นไปเม่อื คาบเรียนทผ่ี า่ นมา ๒. ขัน้ สอน ๑) นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ๆละ ๕ คน ให้วิเคราะห์คุณคา่ จากเร่ือง โดยใช้หนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๕ ๒) นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายคุณค่า ความรูแ้ ละขอ้ คิดท่ไี ดร้ ับจากเร่ืองมทั นะพาธา ๓) ครูกาหนดให้นักเรียนท้ังระดับชั้นร่วมกันแสดงละครพูดเร่ือง มัทนะพาธาต้ังแต่องก์ท่ี ๑ จากจบเรื่อง ใช้เวลาแสดง ๓๕ – ๔๐ นาทีโดยให้เขียนบทละครเป็นสนทนาเป็นภาษาร้อยแก้วที่เข้าใจง่าย เลือกบทร้อยกรองประกอบการแสดงเฉพาะบทท่ีโดดเด่นและสาคัญ และให้นักเรียนเลือกหัวหน้ากลุ่ม ผ้ชู ่วยหวั หน้า และแบ่งหนา้ ทตี่ ่างๆใหแ้ ก่เพ่ือนนกั เรียน เป็นฝา่ ยต่างๆ ดงั น้ี  เขยี นบทละคร  อปุ กรณ์ / ฉาก  เสยี ง / เพลงประกอบ  ผู้แสดง  เส้ือผา้

๑๒๔ ๔) ครูอธบิ ายให้นักเรยี นเขา้ ใจว่า นกั เรียนตอ้ งสง่ บทละคร พร้อมรายชอ่ื นักเรียนที่ทาหนา้ ทแ่ี ต่ ละฝ่ายแก่ครูโดยทาเปน็ รปู เล่มให้สวยงาม ๕) ครูให้นกั เรียนทมี่ ีหน้าที่เขยี นบทละครไปศึกษาบทละครพูดคาฉันท์ เรอื่ งมัทนะพาธาตลอด ท้ังเรอื่ ง จากหอ้ งสมุด หรืออินเทอรเ์ นต็ เพ่ือนามาประกอบการเขยี นบท ๓. ขน้ั สรปุ และประยุกต์ ๑) หวั หนา้ นกั เรียนรายงานความคบื หน้าการจัดทาละคร หน้าช้นั เรียน ๒) ครแู นะนาตชิ มกระบวนการทางานของนักเรยี น หมายเหตุ ครอู าจกาหนดให้นกั เรียนห้องอน่ื หรือระดับช้ันอื่นๆมาชมละคร โดยกาหนดวัน เวลาใหแ้ น่นอน และแจ้งให้ผู้แสดงทราบ ชั่วโมงที่ ๔ ๑. ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น ๑) นักเรยี นทบทวนกระบวนการทางาน และความคบื หน้าของการทางาน ๒. ข้ันสอน ๑) นักเรยี นแต่ละฝ่ายประชมุ กล่มุ ทางาน ครคู อยเปน็ ท่ปี รึกษาให้คาแนะนา ๒) นกั เรียนผ้แู สดงฝกึ ซ้อมการแสดง ๓. ขน้ั สรปุ และประยกุ ต์ ๑) ตัวแทนนักเรยี นแต่ละฝ่ายรายงานผลความคบื หนา้ การดาเนนิ งาน และแผนการดาเนินงาน ตอ่ ไป ช่ัวโมงที่ ๕ ๑. ขนั้ นาเข้าสบู่ ทเรยี น ๑) นักเรียนทบทวนกระบวนการทางาน และความคืบหน้าของการทางาน ๒. ข้นั สอน ๑) นักเรียนแต่ละฝา่ ยประชุมกลุ่มทางาน ครูคอยเปน็ ท่ปี รึกษาให้คาแนะนา ๒) นกั เรียนผู้แสดงฝึกซอ้ มการแสดง ๓) ตัวแทนนักเรยี นแต่ละฝ่ายรายงานผลความคืบหนา้ การดาเนินงาน ๔) นกั เรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๘

๑๒๕ ๕) ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยแบบทดสอบ ๓. ขน้ั สรปุ และประยุกต์ ๑) ครนู ดั หมายเกีย่ วกบั การแสดงละครของนกั เรยี น ช่ัวโมงที่ ๖ ๑. ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน ๑) ครูซกั ซ้อมกระบวนการทางานของนกั เรียนแตล่ ะฝา่ ย ๒. ขน้ั สอน ๑) นกั เรยี นแสดงละครพดู เรอื่ ง มทั นะพาธา ๓. ขั้นสรุปและประยุกต์ ๑) ครูและนกั เรยี นร่วมกันประเมินผลการทางาน สิ่งท่ีดแี ละสิ่งท่ีควรปรับปรงุ ในการทางาน ๙. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ๑. หนังสอื เรียนวิชาภาษาไทย ๕ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ ของสานักพิมพ์อกั ษรเจรญิ ทศั น์ ๒. ใบงาน ๓. พระบรมฉายาลักษณพ์ ระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอย่หู ัว (รัชกาลท่ี ๖) ๔. พาวเวอรพ์ ้อยนต์ ๑๐. การบรู ณาการ บรู ณาการกับสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในการใชค้ อมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลทาง อนิ เทอรเ์ น็ต และสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะด้านดนตรีและนาฏศิลป์ ในด้านการแสดงละคร

๑๒๖ แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล พฤตกิ รรม ลาดบั ชอ่ื -สกุล ความ การแสดง การตอบ การรับฟัง ทางาน รวม ที่ สนใจ ความ คาถาม ความ ตามท่ี คดิ เหน็ คิดเหน็ ได้รับ มอบหมาย ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชอ่ื ……………………………….ผูส้ งั เกต (………………………….……) เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั น้ี …………/…………/……….. คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ ได้เกรด ๒ คะแนนรอ้ ยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ หมายเหตุ : ใชแ้ บบประเมินนี้ทกุ แผนการจดั การเรยี นรู้

๑๒๗ แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลุม่ ท่ี………..ชัน้ /แผนก………………. คาสัง่ ให้สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นตามพฤตกิ รรมทีก่ าหนด คาชีแ้ จง ให้ผู้สอนประเมนิ และใส่เครื่องหมาย ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมของนักเรียนในแต่ละกลุ่ม พฤติกรรม ลาดบั หวั ข้อเรอื่ ง ความ การ ความ ทางาน การ ท่ี แสดง ตง้ั ใจใน เสรจ็ นาเสนอ รวม รว่ มมอื ผลงาน กัน ความ การ ตาม คิดเหน็ ทางาน เวลา ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ได้เกรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ได้เกรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงช่อื …………………………….ผู้ประเมนิ (……..……………………..) ………./………../.……….

๑๒๘ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลมุ่ เชย่ี วชาญที่…..……..ชัน้ /แผนก………………. คาสั่ง ใหป้ ระธานกลมุ่ สงั เกตพฤติกรรมสมาชกิ ในกล่มุ ตามพฤตกิ รรมท่กี าหนด คาช้แี จง ให้ประธานกลุม่ ประเมินและใส่เครือ่ งหมายลงในชอ่ งที่ตรงกับพฤตกิ รรมของสมาชกิ ในกล่มุ พฤตกิ รรม ลาดั ช่ือ-สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความ การมีส่วน รวม บท่ี สมาชกิ กล่มุ รว่ มมอื ความ ความ ตงั้ ใจใน รว่ มในการ คดิ เห็น คดิ เหน็ อภปิ ราย กนั การ ทางาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ ลงชื่อ…………………………….ผ้ปู ระเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….

๑๒๙ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ๑คร้งั ท่ีประเมนิ ๒ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๔ ๓. ความสามารถในการ ๕ ๖ แก้ปัญหา ๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ ๘ ๙ ชีวติ ๑๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๑๑ ๑๒ เทคโนโลยี ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๓๐ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ๒๑คร้งั ท่ีประเมนิ ๒๒ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๒๔ ๓. ความสามารถในการ ๒๕ ๒๖ แก้ปัญหา ๒๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ ๒๘ ๒๙ ชีวติ ๓๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๓๑ ๓๒ เทคโนโลยี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงที่ประเ ิมน คะแนนท่ีไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๓๑ แบบสรุปผลการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น ภาคเรยี นท่ี…………………….ปกี ารศกึ ษา………………… รหัสวชิ า………………………………………………………….. ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ชอ่ื วชิ า…………………………………………………………… ๒. ความสามารถในการ ิคด ช้นั …………………………………………………………..…… ๓. ความสามารถในการแก้ ัปญหา กลุม่ …………………………………………..……………….…. ๔. ความสามารถในการใช้ ัทกษะชี ิวต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโล ีย รวมคะแนน ลาดั รหสั ชอ่ื -สกุล ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ บที่ ประจา ตวั หมายเหตุ การให้คะแนนปรบั เปล่ยี นได้ ขน้ึ อย่กู บั ดลุ ยพินจิ ของผู้สอนและสถานศึกษา

๑๓๒ แบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชั้น………………..กลมุ่ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑ครัง้ ทปี่ ระเมนิ ๒ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ซ่ือสตั ย์สุจรติ ๔ ๓. มีวินัย ๕ ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๖ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๗ ๖. มุง่ ม่นั ในการทางาน ๘ ๗. รกั ความเป็นไทย ๙ ๘. มจี ิตสาธารณะ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๓๓ แบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ช่อื -สกุล…………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดับชัน้ ………………..กลุ่ม………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คร้งั ทีป่ ระเมิน ๓๒๓๒๓๒๓๒๓๔๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๖๕๗๔๘๓๙๒๐๑๑๐๘๕๙๖๗๓๔๒ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงท่ีประเ ิมน คะแนน ่ทีไ ้ด คะแนนที่ได้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซอื่ สตั ย์สุจรติ ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๘. มีจติ สาธารณะ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๓๔ แบบสรปุ ผลการประเมิน คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปกี ารศึกษา………………… รหสั วิชา……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ชอ่ื วชิ า…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ชั้น……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กลุม่ …………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ รหสั ชอื่ -สกลุ ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตวั หมายเหตุ การให้คะแนนปรับเปลย่ี นได้ ข้นึ อยู่กบั ดลุ ยพนิ จิ ของผูส้ อนและสถานศึกษา

๑๓๕

๑๓๖ วชิ า ภาษาไทย ๕ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๙ ภาคเรียนท่ี ๑ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๙ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๕ ช่วั โมง เรื่อง รา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี ๑. เป้าหมายการเรยี นรู้ มีความรู้ความเข้าใจเน้ือหา สามารถวิเคราะห์วิจารณ์วรรณคดีเร่ืองร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ตามหลักการวิจารณ์เบ้ืองต้น วิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรยี นรู้ทาง ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคมในอดีต วิเคราะห์และประเมินค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีเร่ือง ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรใี นฐานะท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ และสังเคราะหข์ ้อคิด จากวรรณคดีเรือ่ งรา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กณั ฑ์มทั รีเพอ่ื นาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน ๒. สาระสาคัญ ๑. เวสสนั ดรชาดกเป็นชาดกทแี่ พร่หลายมาก มีปรากฏทว่ั ทุกภาคของประเทศไทย แนวคดิ สาคัญคอื การ บาเพ็ญทานบารมีของพระโพธิสัตว์ ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก มีท้ังสิ้น ๑๓ กัณฑ์ นักเรียนจะได้เรียน กณั ฑม์ ทั รี ซึ่งมคี วามงดงามทางด้านวรรณศิลป์และดเี ด่นทางการพรรณนาต่างๆ ๒. ๓. มาตรฐานและตัวช้วี ดั สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณคา่ และนามาประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ ตวั ชี้วัด : สง่ิ ท่ีนักเรยี นพึงรู้และปฏบิ ตั ไิ ด้ ๑. วิเคราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบอ้ื งต้น ๒. วิเคราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของสังคม ในอดตี ๓. วิเคราะห์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทาง วัฒนธรรมของชาติ ๔. สังเคราะห์ขอ้ คดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอื่ นาไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจริง ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การวิเคราะห์และการวิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีเร่ืองร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ตามหลักการวิจารณ์เบอื้ งต้น

๑๓๗ ๒. การวิเคราะห์ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดีเรื่องร่ายยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มัทรี เช่ือมโยงกับ การเรียนร้ทู างประวัติศาสตร์และวถิ ีชวี ิตของสงั คมในอดตี ๓. การวิเคราะห์และประเมินค่าด้านวรรณศิลป์เรื่องร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ในฐานะทเี่ ปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของธรรมชาติ ๔. การสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดี เรื่องร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรีเพื่อนาไป ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ๕. จุดประสงค์การเรยี นรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude) ความรู้ ความเข้าใจ การฝกึ ปฏบิ ัติ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๑. นักเรียนเห็นคุณค่าของร่าย ๑. นั ก เรี ย น ส าม า ร ถ ส รุ ป ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ยาวมหาเวสสันดรชาดก เนื้อหาจากร่ายยาวมหา ๒. ซ่อื สตั ย์ กณั ฑ์มทั รี เวสสันดรชาดก กัณฑม์ ัทรี ๓. มวี ินยั ๒. นัก เรียน มีความรู้ความ ๒. นักเรียนสามารถวิเคราะห์ ๔. ใฝ่เรยี นรู้ เข้าใจเนื้อความของร่าย วิ จ า ร ณ์ ร่ า ย ย า ว ม ห า ๕. อยู่อย่างพอเพียง ยาวมหาเวสสันดรชาดก เวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มทั รี ๖. มุ่งมั่นในการทางาน กณั ฑ์มทั รี ๓. นักเรียนสามารถประเมิน ๗. รกั ความเป็นไทย ๓. นักเรียนมีความรู้ในการ ค่าวรรณศิลป์ร่ายยาวมหา ๘. มีจติ สาธารณะ วิ เค ร าะ ห์ วิ จ า ร ณ์ แ ล ะ เวสสนั ดรชาดก กณั ฑม์ ทั รี ประเมินค่าวรรณ กรรม ๔. นักเรียนสามารถนาความรู้ ตามหลักการวิจารณ์เบื้องตน้ และข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ๖. การวัดและประเมนิ ผล ๑. เครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผล ๑. แบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ ๒. ใบงาน ๓. แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่ ๔. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕. แบบสงั เกตสมรรถนะของนกั เรยี น ๖. แบบสงั เกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

๑๓๘ ๒. วธิ ีวดั ผล ๑. ตรวจแบบทดสอบหน่วยการเรยี นรู้ ๒. ตรวจใบงาน ๓. ตรวจและสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ๔. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕. สงั เกตสมรรถนะของนักเรยี น ๖. สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผล ๑. การประเมินผลจากแบบทดสอบ ต้องผา่ นเกณฑ์การทดสอบเกนิ ร้อยละ ๕๐ ๒. การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเข้าใจการ นาไปใช้ทกั ษะ และจิตพสิ ัย ทุกช่องเกินรอ้ ยละ ๕๐ ๓. การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินรอ้ ยละ ๕๐ ๔. การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรบั ปรุง ๕. การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจรงิ ๖. การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจรงิ ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาแบบทดสอบ ๒. ผลการทาใบงาน ๓. แผนภาพความคิด ๘. กิจกรรมการเรยี นรู้ ช่ัวโมงท่ี ๑ ๑. ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น ๑) ครสู นทนากับนกั เรียนเกี่ยวกบั เวสสันดรชาดก นักเรยี นรจู้ ักชาดกเรอื่ งน้ีหรือไม่ หากรู้จกั ให้ นกั เรียนบรรยายเนอ้ื ความที่ตนทราบ ๒) ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

๑๓๙ ๒. ขน้ั สอน ๑) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๓ คน กาหนดหมายเลข ๑ ถึง ๓ และให้แต่ละคนศึกษาหนังสือ เรียนวชิ าภาษาไทย ๕ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๕ เรือ่ ง รา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก กัณฑ์มทั รี : ประวตั ผิ ้แู ต่ง ลกั ษณะคาประพนั ธ์ และความเป็นมา โดยใหแ้ ต่ละคนศึกษาหัวข้อท่ีแตกต่างกันดงั นี้ หมายเลข ๑ ประวตั ผิ แู้ ต่ง หมายเลข ๒ ลักษณะคาประพนั ธ์ หมายเลข ๓ ความเปน็ มา ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มที่มีหมายเลขตรงกันมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ และศึกษาหัวข้อตามท่ี กาหนดรว่ มกนั และต้งั คาถามจากเร่ืองที่ศึกษา กลุ่มละ ๕ คาถาม ครูกาหนดเวลา ๓) เมอ่ื ครบกาหนดเวลาทีค่ รูกาหนด นักเรียนแต่ละคนกลับมารวมกลุม่ ๓ คน และผลดั เปลีย่ น กัน ถ่ายทอดความรู้ท่ีได้ศึกษามา หลังจากน้ัน ให้ถามคาถาม ๕ ข้อ (ตามที่ร่วมกัน สร้าง จากกจิ กรรมในข้อ ๒) แก่เพือ่ นนกั เรยี นในกลุม่ ๓ คนเพอ่ื ทดสอบความเขา้ ใจ ๔) ครอู ธบิ ายความรเู้ พิม่ เติมใหแ้ ก่นกั เรียน ๓. ขั้นสรปุ และประยกุ ต์ ๑) นักเรยี นทาใบงาน ๒) นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุปความรู้ทีไ่ ดร้ บั และบนั ทึกข้อมูลท่ีนา่ สนใจลงในสมุดภาษาไทย ช่ัวโมงที่ ๒ ๑. ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรียน ๑) นักเรยี นทบทวนความรู้ทไี่ ด้เรยี นไปเม่ือคาบเรยี นทผี่ า่ นมา ๒. ข้นั สอน ๑) นักเรยี นแบ่งกลุ่ม ๕ – ๖ คน ศึกษาเนื้อเรือ่ งย่อรา่ ยยาวมหาเวสสันดรชาดก ทงั้ ๑๓ กัณฑ์ จากหนงั สอื เรยี นวิชาภาษาไทย ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๕ ๒) นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทาแผนภาพความคดิ เรือ่ งยอ่ รา่ ยยาวมหาเวสสนั ดรชาดก ท้ัง ๑๓ กณั ฑ์ ๓) นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมารายงานแผนภาพความคิดของตน ๔) ครูติชมการทางานของนกั เรยี นแต่ละกลุม่ ตามเหน็ สมควร

๑๔๐ ๓. ขนั้ สรปุ และประยกุ ต์ ๑) นักเรียนทาใบงาน ๒) นักเรียนและครูสรุปความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาเร่ืองย่อร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ทั รี ช่ัวโมงท่ี ๓ ๑. ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน ๑) นกั เรยี นทบทวนความรทู้ ไี่ ด้เรยี นไปเมื่อคาบเรยี นที่ผา่ นมา ๒. ขั้นสอน ๑) ครูให้นกั เรยี นดตู วั อยา่ งวีดิทศั น์ การเทศน์มหาชาติ ๒) ครอู ธิบายใหค้ วามรู้เก่ยี วกับการเทศน์มหาชาติ ๓) นักเรียนศึกษา รา่ ยยาวมหาเวสสันดรชาดก กณั ฑม์ ัทรี จากหนังสือเรียนวชิ าภาษาไทย ชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ๔) นักเรียนศึกษาคาศัพท์ สานวนท่ีพบในเร่อื ง ๕) ครูถามคาถามเพ่อื ทดสอบความเขา้ ใจเนือ้ เรือ่ ง ๓. ขนั้ สรุปและประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ท่ีไดร้ ับ ๒) นกั เรียนทาใบงาน เป็นการบ้าน ช่ัวโมงท่ี ๔ – ๕ ๑. ข้นั นาเข้าส่บู ทเรียน ๑) ครูสุ่มเลือกนักเรียน ๒ – ๓ คน ให้อ่านเร่ืองย่อร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี ท่ไี ดท้ าเปน็ การบ้านในใบงาน

๑๔๑ ๒. ข้นั สอน ๑) ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายวิเคราะห์คุณค่าจากการศึกษาร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก กัณฑม์ ทั รี โดยใช้หนังสอื เรียนวชิ าภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ ประกอบการอภิปราย ๒) นกั เรยี นสรปุ ข้อคิดทไ่ี ดร้ บั และบนั ทกึ ลงสมดุ ภาษาไทย ๓) ครูสนทนากับนักเรียนเรื่องทศชาติชาดก และความสาคัญของการบาเพ็ญทศบารมีของ พระโพธิสตั ว์ ๔) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๙ กลุ่ม และสุ่มจับฉลากเพื่อศึกษาชาดก ๑ เรื่อง จาก ทศชาติชาดกอีก ๙ เรอ่ื ง ไดแ้ ก่ เตมียชาดก มหาชนกชาดก สุวรรณสามชาดก เนมริ าชชาดก มโหสถ ชาดก ภรู ทิ ัตชาดก จันทกุมารชาดก พรหมนารทชาดก วธิ ุรชาดก ๕) นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับชาดกที่ตนรับผิดชอบท่ีห้องสมุด หรือใช้ อินเทอร์เนต็ สืบคน้ ขอ้ มูล ๖) นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ นาเสนอชาดกทตี่ นศึกษาหนา้ ชั้นเรยี น ๗) ครูตชิ มการคน้ หาขอ้ มูล และการนาเสนอชาดกของนกั เรียน ๘) นกั เรยี นทาแบบทดสอบทา้ ยหนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๙ ๙) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั เฉลยแบบทดสอบ ๓. ขั้นสรุปและประยกุ ต์ ๑) นกั เรียนสรปุ ความร้ทู ี่ไดร้ บั บนั ทกึ ลงในสมุดภาษาไทย ๙. สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ ๑. หนังสือเรยี นวิชาภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕ ของสานักพมิ พ์อักษรเจริญทศั น์ ๒. ใบงาน ๓. กระดาษปรู๊ฟ หรือกระดาษโปสเตอรอ์ ่อน (สาหรับทาแผนภาพความคิด) ๔. ปากกา / สเี มจิก ๑๐. การบรู ณาการ บูรณาการกับสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ในการใชค้ อมพิวเตอรส์ ืบค้นข้อมูลทาง อนิ เทอร์เนต็ และสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เรอื่ งพระพทุ ธศานา

๑๔๒ แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล พฤตกิ รรม ทางาน ลาดบั ชอ่ื -สกุล ความ การแสดง การตอบ การรบั ฟัง ตามท่ี ที่ สนใจ ความ คาถาม ความ ได้รับ รวม คดิ เห็น คดิ เห็น มอบหมา ย ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชอ่ื ……………………………….ผ้สู ังเกต (………………………….……) เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั น้ี …………/…………/……….. คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ ได้เกรด ๒ คะแนนรอ้ ยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ หมายเหตุ : ใชแ้ บบประเมินนที้ กุ แผนการจดั การเรยี นรู้

๑๔๓ แบบประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม กลมุ่ ท่ี………..ชัน้ /แผนก………………. คาสัง่ ให้สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นตามพฤตกิ รรมที่กาหนด คาชีแ้ จง ให้ผู้สอนประเมนิ และใส่เครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมของนักเรียนในแต่ละกลุ่ม พฤตกิ รรม ลาดบั หวั ข้อเรอื่ ง ความ การ ความ ทางาน การ ท่ี แสดง ตั้งใจใน เสรจ็ นาเสนอ รวม ร่วมมอื ผลงาน กนั ความ การ ตาม คดิ เหน็ ทางาน เวลา ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ได้เกรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงช่อื …………………………….ผู้ประเมนิ (……..……………………..) ………./………../.……….

๑๔๔ แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม กลมุ่ เชย่ี วชาญที่…..……..ชัน้ /แผนก………………. คาสั่ง ใหป้ ระธานกลมุ่ สงั เกตพฤติกรรมสมาชกิ ในกลุ่มตามพฤตกิ รรมท่กี าหนด คาช้แี จง ให้ประธานกลุม่ ประเมินและใส่เครื่องหมายลงในชอ่ งที่ตรงกับพฤตกิ รรมของสมาชกิ ในกล่มุ พฤตกิ รรม ลาดั ช่ือ-สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความ การมีส่วน รวม บท่ี สมาชกิ กล่มุ รว่ มมอื ความ ความ ตงั้ ใจใน รว่ มในการ คดิ เห็น คดิ เหน็ อภปิ ราย กนั การ ทางาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ ลงชื่อ…………………………….ผ้ปู ระเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….

๑๔๕ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนกั เรยี น ตลอดภาคการศึกษา ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ๑คร้งั ท่ีประเมนิ ๒ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๔ ๓. ความสามารถในการ ๕ ๖ แก้ปัญหา ๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ ๘ ๙ ชีวติ ๑๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๑๑ ๑๒ เทคโนโลยี ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๔๖ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ชอ่ื -สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน ๒๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒๒ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๒๔ ๓. ความสามารถในการ ๒๕ ๒๖ แก้ปัญหา ๒๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะ ๒๘ ๒๙ ชีวติ ๓๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๓๑ ๓๒ เทคโนโลยี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงที่ประเ ิมน คะแนนท่ีไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๔๗ แบบสรุปผลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนกั เรียน ภาคเรยี นที่…………………….ปีการศกึ ษา………………… รหสั วิชา………………………………………………………….. ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ชือ่ วิชา…………………………………………………………… ๒. ความสามารถในการคิด ชั้น…………………………………………………………..…… ๓. ความสามารถในการแก้ ัปญหา กลุ่ม…………………………………………..……………….…. ๔. ความสามารถในการใช้ ัทกษะชี ิวต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโล ีย รวมคะแนน ลาดั รหัส ช่อื -สกลุ ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ บท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การให้คะแนนปรบั เปล่ียนได้ ขึ้นอยู่กบั ดลุ ยพนิ ิจของผสู้ อนและสถานศึกษา

๑๔๘ แบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชั้น………………..กลมุ่ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑ครัง้ ทปี่ ระเมิน ๒ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๓คะแนนทีไ่ ด้ ๒. ซ่ือสัตย์สุจรติ ๔ ๓. มีวินัย ๕ ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๖ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๗ ๖. มุง่ ม่นั ในการทางาน ๘ ๗. รกั ความเป็นไทย ๙ ๘. มจี ิตสาธารณะ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงช่อื ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๔๙ แบบรวมคะแนนการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ช่อื -สกุล…………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดับชัน้ ………………..กลุ่ม………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คร้งั ทีป่ ระเมนิ ๓๒๓๒๓๒๓๒๓๔๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๖๕๗๔๘๓๙๒๐๑๑๐๘๕๙๖๗๓๔๒ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงท่ีประเ ิมน คะแนน ่ทีไ ้ด คะแนนที่ได้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซอื่ สตั ยส์ ุจรติ ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุง่ มนั่ ในการทางาน ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๘. มีจติ สาธารณะ ลงชือ่ ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..

๑๕๐ แบบสรปุ ผลการประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปีการศกึ ษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ช่อื วชิ า…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ชั้น……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กลุ่ม…………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดบั รหัส ชื่อ-สกลุ ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การใหค้ ะแนนปรบั เปล่ยี นได้ ขน้ึ อยู่กบั ดุลยพนิ ิจของผู้สอนและสถานศกึ ษา