๕๑ แบบสรปุ ผลการประเมิน คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา………………… รหัสวชิ า……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ช่ือวิชา…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ชั้น……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กลุ่ม…………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ รหสั ชอื่ -สกุล ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การให้คะแนนปรับเปลีย่ นได้ ข้นึ อย่กู บั ดลุ ยพินิจของผสู้ อนและสถานศึกษา
๕๒
๕๓ วชิ า ภาษาไทย ๕ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๔ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๓ ช่วั โมง เรือ่ ง การเขียนเรียงความ ๑. เปา้ หมายการเรียนรู้ มีความรู้ความเข้าใจความหมาย องค์ประกอบ ข้ันตอน กลวิธี และมารยาทในการเขียนเรียงความ และเห็นความสาคญั ของการใช้ทักษะการเขยี นเรียงความเพอื่ พัฒนางานเขียนต่อไป ๒. สาระสาคญั เรียงความเป็นงานเขียนประเภทหน่ึงที่ผู้เขียนเรียบเรียงข้อมูลและนาเสนออย่างมีศิลปะ นักเรียนควรเรียนรแู้ ละหมั่นฝกึ ฝนการเขียนเรียงความเพ่ือใหเ้ ปน็ พืน้ ฐานการเขยี นประเภทอ่นื ต่อไป ๓. มาตรฐานและตัวช้วี ดั สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสทิ ธิภาพ ตวั ชี้วดั : สงิ่ ท่ีนักเรยี นพึงรูแ้ ละปฏิบตั ิได้ ๒. เขยี นเรียงความ ๔. สาระการเรยี นรู้ ๑. ความหมายของการเขียนเรียงความ ๒. มารยาทในการเขยี นเรียงความ ๓. ขัน้ ตอนการเขียนเรยี งความ ๔. องค์ประกอบของการเขยี นเรยี งความ ๕. กลวธิ กี ารเขียนเรยี งความ
๕๔ ๕. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude) ความรู้ ความเขา้ ใจ การฝึกปฏบิ ัติ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑. นักเรียนเห็นความสาคัญ ๑. นั ก เรี ย น ส าม าร ถ เขี ย น ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ของการเขียนเรียงความ เรียงความได้ถูกต้องตาม ๒. ซอ่ื สตั ย์ ๒. นั ก เรียน มี ความ รู้คว าม ข้นั ตอนการเขยี น ๓. มวี นิ ัย เ ข้ า ใ จ ค ว า ม ห ม า ย ๔. ใฝ่เรยี นรู้ อ งค์ ป ร ะ ก อ บ ข้ั น ต อ น ๕. อยู่อย่างพอเพียง ก ล วิ ธี แ ล ะ ม าร ย าท ใน ๖. มุ่งมัน่ ในการทางาน การเขียน ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๘. มีจติ สาธารณะ ๖. การวดั และประเมินผล ๑. เครือ่ งมอื วดั และประเมนิ ผล ๑. แบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ ๒. ใบงาน ๓. แบบประเมินพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕. แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๖. แบบสังเกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๒. วิธีวัดผล ๑. ตรวจแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ ๒. ตรวจใบงาน ๓. ตรวจและสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ ๔. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕. สังเกตสมรรถนะของนกั เรยี น ๖. สังเกตคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๓. เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ๑. การประเมนิ ผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผ่านเกณฑ์การทดสอบเกนิ ร้อยละ ๕๐ ๒. การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ตอ้ งผ่านเกณฑ์การประเมนิ เรื่องความรู้ความเข้าใจการ นาไปใชท้ ักษะ และจติ พิสัย ทุกชอ่ งเกินร้อยละ ๕๐
๕๕ ๓. การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกนิ รอ้ ยละ ๕๐ ๔. การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรงุ ๕. การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง ๖. การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนขึ้นอยู่กับ การประเมินตามสภาพจรงิ ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาแบบทดสอบ ๒. ผลการทาใบงาน ๓. เรยี งความ เรอ่ื ง “หน้าที่พลเมือง” ๘. กจิ กรรมการเรียนรู้ ช่ัวโมงท่ี ๑ ๑. ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น ๑) ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับประสบการณ์การเขียนเรียงความ เช่น นักเรียนเขียน เรยี งความเรือ่ งอะไร มขี นั้ ตอนการวางแผนการเขียนอย่างไร ๒) ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๒. ข้ันสอน ๑) นักเรียนศกึ ษาหนังสือเรยี นวิชาภาษาไทย ๕ เล่ม ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ เร่ือง การเขียน เรยี งความ ๒) ครูซักถามนักเรยี นเพอ่ื เป็นการตรวจสอบความรู้ท่ไี ดจ้ ากการศึกษาการเขียนเรียงความ ๓) นกั เรียนทาในงาน ๔) ครูและนักเรียนรว่ มกันเฉลยใบงาน ๕) ครูใหน้ กั เรียนฝกึ เขียนเรยี งความขนาดสัน้ เรื่อง “ความรกั ของแม่” ๖) ครูคัดเลือกผลงานของนักเรียนท่ีเขียนได้ดีท่ีสุด ๒ – ๓ ผลงาน แล้วให้นักเรียนเจ้าของ ผลงานอา่ นเรียงความใหเ้ พอื่ นๆฟัง ๗) ครูคอยใหค้ าแนะนา ตชิ มการเขียนเรยี งความของนักเรียนตามเห็นสมควร
๕๖ ๓. ขน้ั สรุปและประยุกต์ ๑) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เร่ือง การเขียนเรียงความ และบันทึกความรู้ที่เป็น ประโยชน์ลงสมุดภาษาไทย ๒) นกั เรยี นทาใบงานเป็นการบ้าน ช่ัวโมงที่ ๒ ๑. ขั้นนาเขา้ สูบ่ ทเรยี น ๑) นักเรียนทบทวนบทเรยี นที่เรยี นไปแลว้ ๒. ขนั้ สอน ๑) ครูให้นักเรียนระดมความคิดเกี่ยวกับมารยาทในการเขียนโดยทั่วไป และข้อควรคานึง ในการเขียนเรยี งความ ๒) ครูให้นักเรียนเขียนเรยี งความตามหัวข้อ “หน้าที่พลเมือง” ขนาดความยาว ๒๕ – ๓๐ บรรทัด โดยใหน้ กั เรยี นกาหนดโครงเร่ืองการเขียนเรยี งความให้ชดั เจนดว้ ย ๓) นกั เรียนวางโครงเร่อื งและเขยี นเรยี งความตามทต่ี นกาหนด ๔) ครคู อยให้คาแนะนาการเขียนเรยี งความของนักเรยี น นักเรียนแต่ละคนทาแบบทดสอบทา้ ย หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ ๕) เม่ือนักเรียนทุกคนทาแบบทดสอบเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย แบบทดสอบ ๓. ขน้ั สรปุ และประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรเู้ ร่อื ง การเขียนเรียงความ ชั่วโมงท่ี ๓ ๑. ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน ๑) นกั เรียนทบทวนบทเรยี นท่เี รียนไปแลว้ ๒. ขั้นสอน ๑) จากการเขียนเรียงความของนักเรียนเม่ือคาบเรยี นที่ผ่านมา ครคู ัดเลือกผลงานของนักเรยี น ที่เขียนไดด้ ที ส่ี ุด ๒ – ๓ ผลงาน แล้วใหน้ กั เรียนเจ้าของผลงานอ่านเรียงความให้เพื่อนๆฟงั ๒) ครคู อยให้คาแนะนา ติชมการเขยี นเรียงความของนักเรียนตามเห็นสมควร ๓) นกั เรียนแต่ละคนทาแบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๔
๕๗ ๔) เมื่อนักเรียนทุกคนทาแบบทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย แบบทดสอบ ๓. ขน้ั สรปุ และประยุกต์ ๑) นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรุปความร้เู รื่อง การเขียนเรียงความ ๙. ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ ๑. หนังสือเรียนวชิ าภาษาไทย ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ ของสานกั พิมพ์อกั ษรเจรญิ ทัศน์ ๒. แบบฝึก ๓. ใบงาน ๔. พาวเวอรพ์ อ้ ยนต์ ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยให้นักเรียนเขียนเรียงความหัวข้อ หน้าทพ่ี ลเมือง
๕๘ แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤตกิ รรม ทางาน ลาดบั ช่อื -สกุล ความ การแสดง การตอบ การรบั ฟัง ตามที่ ที่ สนใจ ความ คาถาม ความ ไดร้ ับ รวม คดิ เห็น คิดเห็น มอบหมา ย ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชือ่ ……………………………….ผสู้ ังเกต (………………………….……) เกณฑ์การให้คะแนน ระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะพฤตกิ รรมดงั น้ี …………/…………/……….. คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ไดเ้ กรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ ไดเ้ กรด ๒ คะแนนรอ้ ยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนรอ้ ยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ หมายเหตุ : ใชแ้ บบประเมนิ นีท้ ุกแผนการจดั การเรียนรู้
๕๙ แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ กลุ่มท่ี………..ช้นั /แผนก………………. คาส่ัง ให้สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นตามพฤติกรรมทก่ี าหนด คาช้แี จง ให้ผู้สอนประเมนิ และใส่เครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมของนกั เรียนในแต่ละกลุ่ม พฤตกิ รรม ลาดบั หัวข้อเรอื่ ง ความ การ ความ ทางาน การ ท่ี แสดง ตั้งใจใน เสรจ็ นาเสนอ รวม ร่วมมือ ผลงาน กนั ความ การ ตาม คิดเห็น ทางาน เวลา ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ได้เกรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ไดเ้ กรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงช่อื …………………………….ผู้ประเมนิ (……..……………………..) ………./………../.……….
๖๐ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ กลมุ่ เชีย่ วชาญท่ี…..……..ชั้น/แผนก………………. คาส่ัง ใหป้ ระธานกลุ่มสังเกตพฤติกรรมสมาชิกในกล่มุ ตามพฤติกรรมที่กาหนด คาช้แี จง ให้ประธานกลุ่มประเมนิ และใส่เครอ่ื งหมายลงในชอ่ งท่ตี รงกบั พฤตกิ รรมของสมาชกิ ในกล่มุ พฤตกิ รรม ลาดั ชอ่ื -สกลุ ความ การแสดง การรับฟัง ความ การมสี ว่ น รวม บท่ี สมาชิกกลมุ่ รว่ มมือ ความ ความ ตง้ั ใจใน ร่วมในการ คดิ เห็น คดิ เห็น อภิปราย กัน การ ทางาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ได้เกรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงชือ่ …………………………….ผ้ปู ระเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
๖๑ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ชอื่ -สกุล…………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ช้นั ………………..กล่มุ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน ๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคดิ ๔ ๓. ความสามารถในการ ๕ ๖ แกป้ ญั หา ๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะ ๘ ๙ ชีวติ ๑๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๑๑ ๑๒ เทคโนโลยี ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๖๒ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กล่มุ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน ๒๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒๒ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคดิ ๒๔ ๓. ความสามารถในการ ๒๕ ๒๖ แก้ปัญหา ๒๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะ ๒๘ ๒๙ ชีวติ ๓๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๓๑ ๓๒ เทคโนโลยี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงที่ประเ ิมน คะแนนท่ีไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๖๓ แบบสรุปผลการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ภาคเรยี นท่ี…………………….ปีการศึกษา………………… รหสั วชิ า………………………………………………………….. ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ชื่อวิชา…………………………………………………………… ๒. ความสามารถในการ ิคด ชน้ั …………………………………………………………..…… ๓. ความสามารถในการแก้ ัปญหา กลุ่ม…………………………………………..……………….…. ๔. ความสามารถในการใช้ ัทกษะชี ิวต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโล ีย รวมคะแนน ลาดั รหัส ช่ือ-สกุล ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ บท่ี ประจา ตวั หมายเหตุ การใหค้ ะแนนปรับเปลี่ยนได้ ขนึ้ อยูก่ ับดุลยพนิ ิจของผ้สู อนและสถานศึกษา
๖๔ แบบรวมคะแนนการประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกุล…………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดับชนั้ ………………..กลุม่ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑ครง้ั ทป่ี ระเมิน ๒ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๓คะแนนท่ไี ด้ ๒. ซื่อสัตย์สจุ รติ ๔ ๓. มวี ินยั ๕ ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๖ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๗ ๖. มุ่งม่นั ในการทางาน ๘ ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๙ ๘. มีจิตสาธารณะ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๖๕ แบบรวมคะแนนการประเมิน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดับชั้น………………..กลุ่ม………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… ครง้ั ที่ประเมิน ๓๒๓๒๓๒๓๒๓๔๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๖๕๗๔๘๓๙๒๐๑๑๐๘๕๙๖๗๓๔๒ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงท่ีประเ ิมน คะแนน ่ทีไ ้ด คะแนนทไี่ ด้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซือ่ สัตย์สจุ ริต ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุง่ มัน่ ในการทางาน ๗. รักความเปน็ ไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๖๖ แบบสรุปผลการประเมิน คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ภาคเรยี นที่…………………….ปกี ารศกึ ษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ช่ือวชิ า…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ช้นั ……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กล่มุ …………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ รหัส ชอ่ื -สกุล ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การใหค้ ะแนนปรบั เปลย่ี นได้ ขนึ้ อยู่กบั ดลุ ยพนิ ิจของผสู้ อนและสถานศกึ ษา
๖๗
๖๘ วิชา ภาษาไทย ๕ แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๕ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๔ ช่วั โมง เรื่อง การเขียนยอ่ ความ ๑. เป้าหมายการเรียนรู้ มีความรู้ความเข้าใจความหมาย หลักการเขียนย่อความ รูปแบบการเขียนย่อความ และประโยชน์ จากการเขียนย่อความ และเห็นความสาคัญของการเขียนย่อความเพ่ือบันทึกความรู้และข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ ๒. สาระสาคญั การย่อความคือ การเขียนเพ่ือเก็บใจความ หรือเนื้อหาสาคัญของเนื้อเรื่องมาเรียบเรียง โดยคง ใจความสาคัญ ของเรื่องไว้เหมือน เดิม การเขียน ย่อความควรคา นึงถึงหลักการย่อความ และรูปแบบของการย่อความตามประเภทของสาร การย่อความมีความสาคัญตอ่ การศึกษา นักเรียนจึง จาเปน็ ท่ีจะตอ้ งฝกึ ฝนให้มีความชานาญ ๓. มาตรฐานและตวั ชวี้ ดั สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เร่ืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวช้วี ดั : ส่งิ ทนี่ ักเรียนพงึ รแู้ ละปฏิบัติได้ ๓. เขียนยอ่ ความจากส่ือท่มี รี ูปแบบ และเนือ้ หาหลากหลาย ๔. สาระการเรยี นรู้ ๑. ความหมายของการเขยี นย่อความ ๒. หลกั การเขยี นยอ่ ความ ๓. แบบขน้ึ ตน้ ของยอ่ ความ ๔. ประโยชนจ์ ากย่อความ
๖๙ ๕. จุดประสงค์การเรยี นรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude) ความรู้ ความเข้าใจ การฝึกปฏิบัติ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. นักเรียนเห็นความสาคัญ ๑. นัก เรียน สาม ารถเขียน ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ของการเขยี นย่อความ ย่อความได้ถูกต้องตาม ๒. ซอ่ื สัตย์ ๒. นักเรียน มีความรู้ความ หลักการเขยี นย่อความ ๓. มวี นิ ัย เขา้ ใจความหมาย หลกั การ ๔. ใฝ่เรียนรู้ เขียนย่อความ รูปแบบการ ๕. อยู่อย่างพอเพียง เขี ย น ย่ อ ค ว า ม แ ล ะ ๖. มงุ่ มน่ั ในการทางาน ป ร ะ โย ช น์ จ า ก ก า ร เขี ย น ๗. รกั ความเป็นไทย ย่อความ ๘. มีจิตสาธารณะ ๖. การวัดและประเมนิ ผล ๑. เครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผล ๑. แบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ ๒. ใบงาน ๓. แบบประเมินพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ ๔. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ๕. แบบสังเกตสมรรถนะของนักเรียน ๖. แบบสงั เกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๒. วธิ วี ัดผล ๑. ตรวจแบบทดสอบหนว่ ยการเรียนรู้ ๒. ตรวจใบงาน ๓. ตรวจและสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ๔. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ๕. สงั เกตสมรรถนะของนักเรียน ๖. สงั เกตคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๓. เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล ๑. การประเมนิ ผลจากแบบทดสอบ ต้องผา่ นเกณฑ์การทดสอบเกินรอ้ ยละ ๕๐ ๒. การประเมินจากแบบตรวจใบงาน ตอ้ งผ่านเกณฑ์การประเมิน เรื่องความรู้ความเขา้ ใจการ นาไปใช้ทักษะ และจติ พสิ ยั ทุกชอ่ งเกนิ รอ้ ยละ ๕๐
๗๐ ๓. การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกินรอ้ ยละ ๕๐ ๔. การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรับปรุง ๕. การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจรงิ ๖. การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับ การประเมินตามสภาพจริง ๗. หลกั ฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาแบบทดสอบ ๒. ผลการทาใบงาน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ ๑ ๑. ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน ๑) ครเู ลอื กนักเรียน ๒ – ๓ คนใหอ้ ่านนทิ านทีก่ าหนดให้ ดงั นี้ นิทานเวตาล เร่ืองที่ ๒ ศ.ดร.ศกั ดศ์ิ รี แยม้ นัดดา พระราชาตริวกิ รมเสนเสด็จกลับไปท่ีต้นอโศกอีกครง้ั หน่ึงเพื่อจับตัวเวตาล เมอื่ เสด็จไป ถงึ ที่นั้น ทรงสอดส่ายพระเนตรดูโดยรอบในความมืดอันมีแสงไฟเรือง ๆ จากจติ กาธานส่องมา ในทสี่ ุดก็พบศพนน้ั นอนหงายอยบู่ นพ้ืนดินกาลังกรนอยู่ จึงเขา้ ไปจับตัวศพน้ันซึ่งมีเวตาลสิงอยู่ ตวัดขึน้ บนบ่า และรีบดาเนนิ ไปอย่างรวดเรว็ เพ่ือไปยังทีซ่ ่ึงนดั ไว้กบั โยคีศานติศลี เวตาลซ่งึ แขวน อยบู่ นบา่ ก็เรมิ่ กล่าวทาลายความเงยี บข้ึนว่า \"โอ ราชะ ภาระที่พระองค์ต้องทนแบกไว้นี้ช่างสาหัสสากรรจ์เสียจริง ๆ ไม่ เหมาะสมแก่พระองค์เลย ถ้ากระไรข้าจะเลา่ นิทานให้ฟังสักเร่ืองหนง่ึ เพ่ือจะไดท้ รงเพลิดเพลิน ขอใหท้ รงฟงั เถิด\" บนฝัง่ ของแม่น้ายมุนา ณ ที่แห่งน้ัน เป็นเขตคามทกี่ าหนดไวส้ าหรับพวกพราหมณ์ โดยเฉพาะ มีชื่อวา่ หมบู่ ้านพรหมสถล ในหม่บู า้ นนี้มพี ราหมณ์ผู้หนงึ่ อาศยั อยู่ มชี ื่อวา่ อัคนิวามิน เป็นผู้ท่ีเจนจบในคัมภีร์พระเวทท้ังปวง (คือคัมภีร์ไตรเวท ประกอบด้วยคัมภีร์ฤคเวท ยชุรเวท และสามเวท ต่อมาภายหลังได้เพ่ิมเข้าไปอีกคัมภีร์หนึ่ง คืออถรรพเวท จึงเรียกว่า จตุรเวท) พราหมณ์ผ้นู ้ีมบี ตุ รสาวแสนสวยผหู้ น่งึ ช่อื วา่ มนั ทารวดี ความงามของนางลา้ เลศิ หาทเ่ี ปรียบมไิ ด้
๗๑ ราวกับเป็นผลงานที่พระพรหมทรงสรรค์สรา้ งข้ึน และเมอื่ นางได้กาเนดิ มาแลว้ ก็ดูเหมือนว่าท้าว ธาดาเธอทรงสิ้นเย่ือใยในเทพอัปสรทั้งปวงโดยสิ้นเชิง เมื่อนางเจริญวัยเป็นสาวแรกรุ่นน้ัน ปรากฏว่ามีพราหมณ์หนุ่มสามคนเดินทางมาจากแคว้นกันยกุพชะ พราหมณ์เหล่านี้เป็นผู้ แ ต ก ฉ าน ใน ศ าส ต ร์ท้ั ง ป ว งเท่ าเที ย ม กั น แ ล ะ พ ร าห ม ณ์ แ ต่ ล ะ ค น ก็ มุ่ งม าสู่ ข อ มันทารวดีโฉมงามจากบิดาของนาง ตา่ งคนตา่ งก็สาบานว่าถ้านางแต่งงานกับคนอื่น ตนกจ็ ะฆ่า ตัวตาย แต่บิดาของนางก็มิได้ยกนางให้แก่ใคร เพราะเกรงว่าถ้ายกให้คนหนึ่ง อีกสองคน ก็จะฆ่าตัวตายเสยี ดงั นั้นนางจึงคงอยูเ่ ป็นโสดเร่ือยมามิได้คิดแต่งงานกับใคร และพราหมณ์ทั้ง สามก็ยังคงพักอยู่ท่ีน่ันเรื่อยมา ท้ังกลางวันและกลางคืนก็เฝ้าแต่มองดูพักตร์ของนางอันงาม เปล่งปล่ังราวกับสมบรู ณจันทร์ (พระจันทรเ์ ต็มดวง) ต่างก็ไม่ได้กินไม่ได้นอน ทาตนราวกับนกจ โกระ (นกเขาไฟ ตามนิยายโบราณกล่าวว่า \"ยังชีพอยู่ได้ด้วยแสงจันทร์\") ซึ่งอาศัย แสงจันทรเ์ ปน็ อาหารฉะนน้ั ตอ่ มานางมันทารวดลี ้มป่วยเปน็ ไข้อย่างรุนแรง นางมิอาจจะทนทานตอ่ พิษไข้ได้ก็ ถึงแกค่ วามตาย พราหมณห์ นุม่ ทั้งสามมีความเศร้าโศกอย่างย่งิ นาร่างอันเปน็ ศพของนางไปสปู่ ่า ชา้ สวดใหแ้ ก่นางด้วยความรกั และเผาศพนางทจ่ี ิตกาธาน พราหมณ์หนุ่มคนหนึ่งสร้างกระท่อม นอ้ ยขึ้นตรงทใี่ กล้ เอาเถ้าถ่านองั คารของนางมาโปรยลงบนเตียงและนอนทับบนพ้ืน เขายังชีพ ไปวันหนึ่ง ๆ ด้วยการถือกะลาขออาหารกินตามมีตามเกิด พราหมณ์คนที่สองรวบรวมกระดูก ของนางเอาไปท้ิงในแม่น้าคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ ส่วนพราหมณ์คนที่สามถือเพศเป็นโยคีท่องเที่ยว พเนจรไปยงั ดินแดนตา่ ง ๆ โยคีเดินทางผา่ นแว่นแคว้นต่าง ๆ เร่ือยมาจนถึงหมู่บา้ นแห่งหนึ่งช่ือวัชรโลก จึงเข้าไป ภิกขาจารที่บ้านพราหมณ์ผู้หน่ึง ท่านพราหมณ์ได้ต้อนรับเขาด้วยอัธยาศัยอันดีย่ิง เขาจึงนั่ง บรโิ ภคอาหารในบ้านพราหมณ์ผู้นนั้ ขณะน้ันมเี สยี งทารกร้องจ้าข้นึ มาและรอ้ งติดต่อกนั ไมห่ ยุด ไม่มีใครจะห้ามให้หยุดได้ นางพราหมณีผู้เป็นมารดาบันดาลโทสะจึงจับทารกขึ้นมาแล้วโยน โครมลงไปในกองไฟ เด็กถูกไฟเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน โยคีผู้นั่งกินอาหารอยู่เงียบ ๆ แลเห็น เหตุการณ์โดยตลอดก็ตกใจ ร้สู ึกสยดสยองจนขนหัวลุกชัน ร้องออกมาวา่ \"พุทโธ่ พุทโธ่เอ๋ย น่ี ข้าเข้ามาในบ้านของพราหมณ์รากษสหรือนี่ ข้าไม่กินอะไรแล้ว เพราะการเสพอาหารในบ้าน ของพราหมณ์ปีศาจเช่นน้เี ป็นบาปกรรมอย่างมหนั ตไ์ มว่ ่าจะเป็นอาหารชนดิ ใดกต็ าม\" ขณะเม่ือเขากล่าวดังนี้ พราหมณ์ผคู้ ฤหบดี (เจ้าของบ้าน) จึงพูดว่า \"อย่าตกอกตกใจไปเลย ท่านจงคอยดู ข้าจะชุบชีวิตเด็กคนน้ีขึ้นใหม่ โดยการร่าย มนตร์อนั ศกั ดสิ์ ิทธิ์ ดสู ิ\" เมื่อกล่าวดังน้ีแล้ว มหาพราหมณ์ก็เดินไปหยิบคัมภีร์มหาเวทอันศักด์ิสิทธิ์มาเปิด ออกแลว้ สวดมนตร์บทหนงึ่ ขณะท่ีสวดอยู่ก็เอาข้ีเถ้าโปรยลงในกองไฟ พอสวดจบลง เด็กก็ฟ้ืน คืนชีวิตขึ้นมาใหม่ มีลักษณะและองคาพยพ (อวัยวะ) เหมือนเดิมทุกประการ พราหมณ์
๗๒ อาคันตุกะเห็นเหตุการณ์เป็นดังน้ันก็ค่อยคลายใจ ลงมือเสพอาหารต่อไปตามปกติ พราหมณ์ เจ้าของบ้านเมื่อร่ายมนตร์เสร็จแล้ว ก็เอาคัมภีร์ไปเก็บไว้ท่ีเดิม ลงมือกินอาหารเสร็จแล้วก็เข้า นอนในราตรี พราหมณอ์ าคันตุกะกก็ ระทาเชน่ เดียวกัน พอเห็นพราหมณ์เจ้าของบ้านและภรรยานอนหลับแล้ว โยคีหนุ่มก็ลุกข้ึนค่อย ๆ ย่องไปทเี่ ก็บคัมภีรแ์ ละหยิบเอาไป ตัง้ ใจจะเอาไปใชช้ ุบชีวติ ให้แก่นางมันทารวดผี ู้เป็นที่รกั โยคี หนุ่มออกจากบ้านนั้นไปพร้อมด้วยคัมภีร์มหาเวท รีบเร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืน มุ่ง กลบั ไปยงั สสุ านทตี่ นและพรรคพวกชว่ ยกันเผาศพนางครงั้ นัน้ พอมาถงึ ปา่ ช้าก็แลเห็นพราหมณ์ คนท่ีสองเดินทางกลับมาแล้วหลังจากท่ีเอาอัฐิของนางไปโยนแม่น้าคงคาเพื่อให้นางไปสู่สุคติ และที่สุสานนัน้ เช่นกนั ก็แลเห็นพราหมณ์ผู้เอาอังคารธาตขุ องนางมาโปรยนอน กาลังหลบั อยูใ่ น กระท่อมที่สรา้ งไว้ จึงพูดกับพราหมณ์สหายให้รือ้ กระท่อมทิ้งเสีย เพ่ือตนจะได้ทาพิธรี ่ายมนตร์ มฤตสัญชีวนิ ี (มนตร์ชุบคนตายให้ฟืน้ คนื ชีวติ พระศกุ ร์ไดม้ าจากพระศิวะและสบื ตอ่ กันมาถึงคน รนุ่ หลงั ) ชบุ ชีวติ นางขึ้นใหม่ เมื่อรื้อกระท่อมทิง้ แล้วเถ้าถ่านของนางก็ ตกเร่ียรายอยู่บนพื้นดิน โยคีหนุ่มเม่ือเห็นทุกสิ่งพร้อมแล้วก็เปิดคัมภีร์ร่ายมนตร์อันศักด์ิสิทธิ์ พรอ้ มกับโปรยฝุน่ ลงไปบนพื้นดินผสมผสานกับเถ้าถ่าน มนิ านพอจบมนตรด์ งั กล่าวก็ปรากฏรา่ ง นางมันทารวดีข้ึนในกองไฟ นางก้าวออกมาจากกองไฟพิธีด้วยรูปโฉมอันเปล่งปล่ังงดงามย่ิง กวา่ เดิม ราวกับทองคาทถ่ี ูกไฟชาระแล้วมีความสุกปล่ังผุดผ่องฉะน้ัน เมื่อพราหมณ์ท้ังสามแลเห็นนางมันทารวดีผู้งามเฉิดฉายราวเทพอัปสรปรากฏ เฉพาะหน้า ต่างคนต่างก็แทบจะคล่ังตายเพราะความรัก และต่างก็ทุ่มเถียงแก่งแย่งกรรมสิทธ์ิ ในตวั นางดว้ ยกัน ไมม่ ีใครยอมเสียสละแก่กัน พราหมณ์ผู้เป็นโยคีกล่าวว่า \"นางตอ้ งเป็นของข้า เพราะข้าเป็นคนร่ายมนตร์ศักด์ิสิทธิ์ชุบนางข้ึนมาจากความตาย ข้าย่อมมีสิทธ์ิในตัวนาง\" พราหมณ์คนท่ีสองเถียงว่า \"นางควรเป็นของข้าเพราะข้าเป็นคนเอาอัฐิของนางไปโปรยลงใน แม่น้าคงคา ทาให้นางสะอาดบรสิ ุทธิ์ดว้ ยสายน้าอันศักดิส์ ทิ ธิ์นน้ั \" และพราหมณค์ นทสี่ ามก็กล่าว ขึ้นอย่างเชื่อมั่นเต็มท่ีวา่ \"ข้าเท่านั้นท่ีควรจะได้นางเป็นภรรยา เพราะข้าเอาเถา้ ถ่านของนางมา เก็บไวแ้ ละบาเพ็ญตบะเพอื่ นางทุกวัน\" \"โอ ราชะ\" เวตาลกล่าวยิ้ม ๆ \"โปรดตัดสินทีเถอะ ว่าในสามคนนี้นางควรจะเป็น ของใคร ถ้าพระองค์รูแ้ ล้วแกล้งไม่ตอบ พระเศียรของพระองค์จะตอ้ งแยกเปน็ เสยี่ ง ๆ\" ฝา่ ยพระเจ้าตริวิกรมเสนเม่ือได้ยินเวตาลพูดดังน้ันจึงตรัสว่า \"ชายคนที่ร่ายมนตร์ ทาให้นางคืนชีวติ ขึน้ มาน้ัน ถึงแม้เขาจะต้องใช้ความสามารถและลาบากลาบนปานใด กค็ วรจะ เป็นพ่อของนางเท่าน้ัน และพราหมณ์คนท่ีเอาอัฐิของนางไปสู่แม่น้าคงคาก็ควรจะถือว่าเป็นลูก ของนางอย่างเดียว ส่วนพราหมณท์ ่ีเก็บเถา้ ถ่านของนางและคงอยู่ทปี่ ่าช้าถึงกับสร้างที่อย่ตู รงท่ี เผาศพนาง และบาเพ็ญตบะเพ่ือนางนั่นต่างหาก ควรจะได้เป็นสามีของนางโดยแท้ เพราะเขา อยู่ กั บ น างต ลอ ด เว ลามิ ได้ท อ ดทิ้ งน างไป ไห น แ สด งคว าม รัก อั น ดื่ ม ด่ าต่อ น าง แมเ้ พียงนอนบนเถา้ ธุลีของนางโดยมไิ ด้รงั เกยี จ\"
๗๓ เม่ือเวตาลไดฟ้ ังพระเจ้าตรวิ ิกรมเสนตรสั ดังนั้น เป็นการละเมิดสัญญาที่ตกลงกัน จงึ อันตรธานจากบ่าของพระราชากลับไปที่อยู่ของตน แต่พระราชาก็ต้องทนลาบากติดตามหา ตวั มันอีก ท้ังน้ีก็เพราะพระองค์ทรงถือมั่นในสัจจะท่ีให้ไว้แก่โยคีศานติศีล และบุคคลท่ีมีสัจจะ เช่นพระองค์นัน้ ไมว่ ่าจะเป็นใครกย็ อ่ มจะปฏบิ ัติเหมือนกันหมด คอื ต้องทาภาระของตนให้สาเร็จ ลุล่วงไป ไม่ว่าจะต้องทนลาบากแม้ใหญห่ ลวงเพียงไร ๒) ครใู ห้นกั เรียนท่ีได้อา่ นนทิ านขา้ งตน้ เลา่ นิทานให้เพ่ือนๆฟังอย่างย่อๆ โดยให้เลา่ ทีละ ๑ คน ๓) ครูสรุปให้นักเรียนฟังว่า การย่อความเป็นทักษะที่มีประโยชน์ ทาให้ย่นย่อระยะเวลาใน การศึกษาข้อมูล โดยเฉพาะการย่อความโดยการเขียนสามารถใช้เป็นสื่อทบทวนความรู้และความจา ต่างๆท่ีได้ศึกษามาแลว้ ได้ดียิ่ง ๔) ครูแจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๒. ขั้นสอน ๑) นกั เรียนศกึ ษาหนงั สือเรียนวิชาภาษาไทย ๕ เรือ่ ง การยอ่ เรียงความ : ความหมายของการ เขยี นย่อความ และหลักการเขยี นย่อความ ๒) ครซู กั ถามนักเรยี นเพอื่ เปน็ การตรวจสอบความร้ทู ่ไี ด้จากการศึกษาการเขียนย่อความ ๓) นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๔) ครูและนกั เรียนร่วมกันเฉลยใบงาน ๓. ขน้ั สรุปและประยกุ ต์ ๑) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เร่ือง หลักการย่อเรียงความ และบันทึกความรู้ท่ีเป็น ประโยชน์ลงสมุดภาษาไทย ช่ัวโมงที่ ๒ ๑. ขน้ั นาเข้าสูบ่ ทเรียน ๑) นักเรียนทบทวนบทเรียนท่เี รียนไปแล้ว ๒. ขน้ั สอน ๑) นกั เรียนศึกษาหนังสอื เรียนวชิ าภาษาไทย ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๕ เรอ่ื งแบบขึ้นต้นของยอ่ ความ ๒) ครูซักถามนักเรียนเพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้เร่ืองแบบข้ึนต้นของย่อความที่ได้จาก การศึกษา
๗๔ ๓) นักเรียนศึกษาตัวอย่างการเขียนย่อความเร่ือง “ข้าวไทย” จากหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ๔) นักเรียนทาใบงาน ๕) ครูคัดเลือก หรอื ขอนกั เรยี นอาสาสมัคร อ่านการเขียนย่อความจากใบงานของตนใหเ้ พ่ือน นกั เรียนฟัง ใบงานละ ๑ คน ๓. ขั้นสรุปและประยกุ ต์ ๑) ครูให้คาแนะนา และตชิ มการเขยี นยอ่ ความของนักเรียนตามเหน็ สมควร ชั่วโมงที่ ๓ ๑. ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน ๑) นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรเู้ ร่ือง แบบขึ้นต้นของยอ่ ความ ๒. ขั้นสอน ๑) ครูให้นักเรียนนับเลข ๑ – ๘ ทีละหน่ึงหมายเลข เรียงเป็นรายบุคคล จนครบท้ังชั้นเรียน และกาหนดให้นกั เรียนหาสาร ๑ ชนดิ เพ่อื ฝึกเขยี นย่อความ ดงั มีเนอื้ หา ดงั น้ี หมายเลข ๑ รอ้ ยแกว้ นวนยิ าย นิทาน เรื่องส้ัน ตานาน หมายเลข ๒ ประกาศ แถลงการณ์ ระเบียบ คาสง่ั หมายเลข ๓ สนุ ทรพจน์ พระราชดารัส คาปราศรัย หมายเลข ๔ ปาฐกถา บทความ คาบรรยาย หมายเลข ๕ จดหมาย หนงั สอื ราชการ พระราชสาสน์ หมายเลข ๖ รายงาน บนั ทึก หมายเลข ๗ จดหมายเหตุ จดหมายรายวัน หมายเลข ๘ ร้อยกรอง ๒) นกั เรยี นหาสารตามทีก่ าหนดจากหอ้ งสมุด และอนิ เทอร์เน็ต ๓) นกั เรยี นเขยี นยอ่ ความตามรปู แบบท่เี หมาะสมกับสารที่ได้คน้ คว้ามา ๔) ครูใหค้ าแนะนา และติชมการเขียนย่อความของนักเรียนตามเหน็ สมควร ๓. ขั้นสรุปและประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรุปความรเู้ รื่อง การเขยี นยอ่ ความ
๗๕ ชั่วโมงที่ ๔ ๑. ข้ันนาเข้าส่บู ทเรียน ๑) นักเรียนทบทวนบทเรียนทเี่ รียนไปแล้ว ๒. ข้ันสอน ๑) ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ระดมความคดิ เก่ียวกับประโยชนข์ องการเขียนเรยี งความ ๒) นักเรยี นบันทึกขอ้ สรปุ ทไ่ี ด้จากการระดมความคิดลงสมุดภาษาไทย ๓) นกั เรียนแตล่ ะคนทาแบบทดสอบทา้ ยหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ ๔) เม่ือนักเรียนทุกคนทาแบบทดสอบเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย แบบทดสอบ ๓. ข้ันสรุปและประยุกต์ ๑) นกั เรียนและครูร่วมกันสรุปความรูเ้ รือ่ ง การเขียนย่อความ ๙. ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ ๑. หนังสอื เรยี นวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ๒. ใบงาน ๓. พาวเวอร์พอ้ ยนต์ ๔. อินเทอร์เน็ต ๑๐. การบูรณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ในการใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นข้อมูลทาง อนิ เทอรเ์ นต็
๗๖ แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล พฤตกิ รรม ทางาน ลาดบั ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การตอบ การรบั ฟัง ตามที่ ท่ี สนใจ ความ คาถาม ความ ไดร้ ับ รวม คดิ เห็น คิดเห็น มอบหมา ย ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชือ่ ……………………………….ผสู้ ังเกต (………………………….……) เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับคณุ ภาพของแต่ละพฤติกรรมดงั น้ี …………/…………/……….. คะแนนร้อยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ไดเ้ กรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนรอ้ ยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ หมายเหตุ : ใชแ้ บบประเมนิ นท้ี กุ แผนการจดั การเรียนรู้
๗๗ แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ กลุ่มท่ี………..ช้นั /แผนก………………. คาส่ัง ให้สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นตามพฤติกรรมที่กาหนด คาช้แี จง ให้ผู้สอนประเมนิ และใส่เครอ่ื งหมาย ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของนกั เรียนในแต่ละกลุ่ม พฤตกิ รรม ลาดบั หัวข้อเรอื่ ง ความ การ ความ ทางาน การ ท่ี แสดง ตง้ั ใจใน เสรจ็ นาเสนอ รวม ร่วมมอื ผลงาน กนั ความ การ ตาม คดิ เห็น ทางาน เวลา ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ได้เกรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ได้เกรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ได้เกรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ ลงช่อื …………………………….ผู้ประเมนิ (……..……………………..) ………./………../.……….
๗๘ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ กล่มุ เชี่ยวชาญที่…..……..ชั้น/แผนก………………. คาส่งั ให้ประธานกลมุ่ สงั เกตพฤติกรรมสมาชิกในกลุ่มตามพฤตกิ รรมทกี่ าหนด คาชี้แจง ใหป้ ระธานกลุ่มประเมนิ และใส่เครอ่ื งหมายลงในชอ่ งท่ีตรงกบั พฤติกรรมของสมาชกิ ในกล่มุ พฤตกิ รรม ลาดั ชือ่ -สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความ การมสี ว่ น รวม บที่ สมาชกิ กลุ่ม ร่วมมอื ความ ความ ตัง้ ใจใน ร่วมในการ คดิ เห็น คดิ เหน็ อภิปราย กนั การ ทางาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ไดเ้ กรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ได้เกรด ๑ คะแนนรอ้ ยละ ๐-๔๙ ไดเ้ กรด ๐ ลงชอ่ื …………………………….ผ้ปู ระเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
๗๙ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน ๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคิด ๔ ๓. ความสามารถในการ ๕ ๖ แก้ปัญหา ๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ ๘ ๙ ชีวติ ๑๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๑๑ ๑๒ เทคโนโลยี ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๘๐ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กล่มุ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน ๒๑คร้งั ท่ีประเมิน ๒๒ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒๓คะแนนที่ได้ ๒. ความสามารถในการคดิ ๒๔ ๓. ความสามารถในการ ๒๕ ๒๖ แก้ปัญหา ๒๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะ ๒๘ ๒๙ ชีวติ ๓๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๓๑ ๓๒ เทคโนโลยี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงที่ประเ ิมน คะแนนท่ีไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๘๑ แบบสรุปผลการประเมิน สมรรถนะสาคัญของนกั เรียน ภาคเรยี นท่ี…………………….ปกี ารศกึ ษา………………… รหสั วชิ า………………………………………………………….. ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ชื่อวิชา…………………………………………………………… ๒. ความสามารถในการคิด ชน้ั …………………………………………………………..…… ๓. ความสามารถในการแก้ ัปญหา กลุ่ม…………………………………………..……………….…. ๔. ความสามารถในการใช้ ัทกษะชี ิวต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโล ีย รวมคะแนน ลาดั รหัส ช่ือ-สกุล ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ บที่ ประจา ตวั หมายเหตุ การใหค้ ะแนนปรับเปลี่ยนได้ ขนึ้ อยูก่ บั ดลุ ยพนิ จิ ของผสู้ อนและสถานศึกษา
๘๒ แบบรวมคะแนนการประเมิน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกุล…………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดับชนั้ ………………..กลุม่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑ครง้ั ทป่ี ระเมิน ๒ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๓คะแนนท่ไี ด้ ๒. ซื่อสัตย์สจุ รติ ๔ ๓. มวี ินยั ๕ ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๖ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๗ ๖. มุ่งม่นั ในการทางาน ๘ ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๙ ๘. มีจิตสาธารณะ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๘๓ แบบรวมคะแนนการประเมิน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดับชั้น………………..กลุ่ม………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… ครง้ั ที่ประเมิน ๓๒๓๒๓๒๓๒๓๔๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๖๕๗๔๘๓๙๒๐๑๑๐๘๕๙๖๗๓๔๒ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงท่ีประเ ิมน คะแนน ่ทีไ ้ด คะแนนทไี่ ด้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซือ่ สัตย์สจุ ริต ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุง่ มัน่ ในการทางาน ๗. รักความเปน็ ไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๘๔ แบบสรปุ ผลการประเมิน คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ภาคเรียนท่ี…………………….ปีการศกึ ษา………………… รหัสวิชา……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ชอ่ื วิชา…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ชั้น……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กลุม่ …………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ รหัส ชื่อ-สกุล ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การให้คะแนนปรับเปล่ยี นได้ ขึน้ อยู่กับดลุ ยพนิ ิจของผูส้ อนและสถานศกึ ษา
๘๕
๘๖ วชิ า ภาษาไทย ๕ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๑ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๖ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๕ ชว่ั โมง เรื่อง การอ่านและพจิ ารณาเรอ่ื งสนั้ ๑. เปา้ หมายการเรยี นรู้ มีความรู้ความเข้าใจความหมาย และองค์ประกอบของเรอ่ื งสั้น สามารถพิจารณาเร่ืองสั้นที่ได้อ่าน ตามหลกั การพจิ ารณาวรรณกรรม ๒. สาระสาคญั เร่ืองสั้น เป็น วรรณ ก รรมรูปแบ บ ห นึ่ งที่ ได้รับ ความนิ ยมอ ย่างแพ ร่ห ลาย ใน ปั จจุบั น เร่อื งส้ันเปน็ บันเทิงคดีที่มอี งค์ประกอบหลายประการท่ีนา่ สนใจ การอ่านเรอ่ื งสั้นนอกจากจะได้รบั ความ สนกุ สนานเพลิดเพลินแลว้ ยังไดร้ บั แนวคิดท่ีมปี ระโยชน์ สามารถนาไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้ ๓. มาตรฐานและตวั ชี้วดั สาระที่ ๑ การอา่ น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ในการดาเนนิ ชีวิต และมนี สิ ัยรักการอ่าน ตัวชี้วดั : ส่ิงทีน่ ักเรยี นพึงร้แู ละปฏบิ ตั ไิ ด้ ๓. วิเคราะหแ์ ละวิจารณ์เรอ่ื งทอ่ี ่านในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตผุ ล ๔. คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่านและประเมินค่าเพ่ือนาความรู้ความคิดไปใช้ตัดสินใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชีวิต ๕. วิเคราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็นโตแ้ ย้งเก่ียวกับเรื่องที่อ่าน และเสนอความคิดใหม่อย่างมี เหตผุ ล ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์เรอ่ื งสั้นอย่างมเี หตผุ ล ๒. การคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่อื งสั้นและประเมินคา่ เพื่อนาความรู้ ความคิดไปใช้ในการดาเนิน ชวี ติ ๓. การวิเคราะห์ วิจารณ์ เสนอความคิดเห็นโต้แย้งและเสนอความคิดใหม่อย่างมีเหตุผล จากเรื่องสน้ั ทอี่ า่ น
๘๗ ๕. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ K (Knowledge) P (Practice) A (Attitude) ความรู้ ความเข้าใจ การฝึกปฏบิ ัติ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. นักเรียนเห็นคุณ ค่าของ ๑. นักเรียนสามารถอธิบาย ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ก า ร อ่ า น ว ร ร ณ ก ร ร ม ค ว าม ห ม าย แ ล ะ อ ง ค์ ๒. ซ่ือสัตย์ ประเภทเรื่องสน้ั ประกอบของเรือ่ งสน้ั ๓. มวี ินัย ๒. นักเรียน มีความรู้ความ ๒.นักเรียนสามารถพิจารณา ๔. ใฝ่เรียนรู้ เข้ า ใ จ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ เรื่อ งส้ัน ได้ ถูก ต้อ งตาม ๕. อยู่อย่างพอเพียง วรรณกรรม และหลักการ หลกั การ ๖. มุ่งม่ันในการทางาน พจิ ารณาวรรณกรรม ๗. รักความเป็นไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ ๖. การวัดและประเมนิ ผล ๑. เคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผล ๑. แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ ๒. ใบงาน ๓. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ ๔. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ๕. แบบสงั เกตสมรรถนะของนกั เรียน ๖. แบบสงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๒. วิธวี ัดผล ๑. ตรวจแบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ ๒. ตรวจใบงาน ๓. ตรวจและสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ ๔. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ๕. สงั เกตสมรรถนะของนักเรียน ๖. สังเกตคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ๑. การประเมินผลจากแบบทดสอบ ตอ้ งผ่านเกณฑก์ ารทดสอบเกินร้อยละ ๕๐ ๒. การประเมนิ จากแบบตรวจใบงาน ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เร่ืองความรู้ความเข้าใจการ นาไปใชท้ ักษะ และจิตพิสัย ทกุ ช่องเกินรอ้ ยละ ๕๐
๘๘ ๓. การประเมินผลจากการสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ เกนิ ร้อยละ ๕๐ ๔. การประเมินผลการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑ์ผ่านการประเมิน ต้องไม่มีช่อง ปรบั ปรุง ๕. การประเมินผลการสังเกตสมรรถนะของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับการประเมิน ตามสภาพจริง ๖. การประเมินผลการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน คะแนนข้ึนอยู่กับ การประเมนิ ตามสภาพจริง ๗. หลักฐาน/ผลงาน ๑. ผลการทาแบบทดสอบ ๒. ผลการทาใบงาน ๓. แผนภาพความคดิ ๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ช่ัวโมงที่ ๑ ๑. ข้ันนาเขา้ สู่บทเรียน ๑) ครสู นทนาเกีย่ วกบั เร่อื งสั้นท่ีนกั เรยี นเคยอา่ น และเกิดความประทับใจ พรอ้ มบอกเหตุผลท่ี ทาให้เกิดความประทับใจ ๒) ครแู จ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒. ขนั้ สอน ๑) นักเรียนศกึ ษาหนงั สอื เรียนวิชาภาษาไทย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ๒) ครูซักถามนักเรียนเพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ท่ีได้จากการศึกษาการอ่านและพิจารณา เรื่องสนั้ ๓) นกั เรยี นทาในงาน ๔) ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยใบงาน ๓. ขัน้ สรุปและประยุกต์ ๑) นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้เรื่อง การอ่านและพิจารณาเรื่องสน้ั และบนั ทึกความรลู้ ง ในสมุดภาษาไทย ๒) นักเรียนสรปุ ความร้จู ากพาวเวอรพ์ ้อยนต์
๘๙ ช่ัวโมงท่ี ๒ - ๓ ๑. ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน ๑) นกั เรยี นทบทวนบทเรียนทีเ่ รยี นไปแลว้ ๒. ขั้นสอน ๑) นักเรียนแบ่ง ๓ – ๔ คน แลว้ ศึกษาหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย เรอื่ ง การศกึ ษาวิเคราะห์ และประเมินค่าเรื่องสน้ั ๒) นักเรียนแต่ละกลุ่มทาแผนภาพความคิดเรื่อง การศึกษาวิเคราะห์และประเมินค่าเร่ืองส้ัน เรอื่ ง “มอม” โดยเขียนลงในกระดาษโปสเตอร์ หรือกระดาษปรู๊ฟ พรอ้ มวาดภาพ และตกแต่งใหส้ วยงาม ๓) นักเรียนแต่ละกลุ่มตงั้ คาถาม ๓ ข้อ จากการศกึ ษาและพจิ ารณาเร่ืองส้นั เรื่องมอม ๔) ครใู ห้คาแนะนา และติชมการเขยี นย่อความของนักเรียนตามเหน็ สมควร ๓. ขั้นสรุปและประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรทู้ ่ไี ด้รบั ช่ัวโมงที่ ๔ ๑. ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น ๑) ครแู ละนกั เรยี นทบทวนกิจกรรมการทาแผนภาพความคิดทไ่ี ด้เรียนไปเมื่อคาบเรียนท่ผี ่านมา ๒. ข้นั สอน ๑) ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอแผนภาพความคิดของตนท่ีหน้าช้ันเรียน จากน้ันถาม คาถามผ้ฟู งั ๓ ขอ้ ตามทไี่ ด้เตรยี มไว้ ๒) ครใู ห้คาแนะนา และตชิ มการทาแผนภาพความคดิ ของนกั เรียนตามเห็นสมควร ๓) นักเรียนฝึกวิเคราะห์องค์ประกอบของเร่ืองสั้น เรื่อง “เม่ือเย็นย่า…ของวันอันร้าย” ของ อศั ศิริ ธรรมโชติ ในใบงาน ๔) ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยใบงาน ๓. ขัน้ สรปุ และประยกุ ต์ ๑) นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้และขอ้ คดิ ท่ีไดร้ บั จากการศึกษาเรือ่ งสัน้
๙๐ ชั่วโมงท่ี ๕ ๑. ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน ๑) นักเรียนทบทวนบทเรียนทเ่ี รียนไปแล้ว ๒. ขั้นสอน ๑) ครใู ห้นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับประโยชน์ของการอ่านและพิจารณาเรื่องสน้ั ๒) นักเรียนบนั ทกึ ขอ้ สรุปที่ไดจ้ ากการแสดงความคดิ เหน็ ลงสมดุ ภาษาไทย ๓) นกั เรยี นแต่ละคนทาแบบทดสอบทา้ ยหนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๖ ๔) เมื่อนักเรียนทุกคนทาแบบทดสอบเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลย แบบทดสอบ ๓. ข้นั สรปุ และประยุกต์ ๑) นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้เรื่อง การอ่านและพิจารณาเร่ืองสน้ั ๙. สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ ๑. หนงั สอื เรยี นวิชาภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ ของสานกั พิมพ์อักษรเจริญทศั น์ ๒. ใบงาน ๓. กระดาษโปสเตอร์ / กระดาษปรู๊ฟ ๔. สีเมจกิ ๕. พาวเวอร์พอ้ ยนต์ ๑๐. การบูรณาการ บรู ณาการกบั กลุ่มสาระศิลปศึกษา ในการวาดภาพ และตกแตง่ แผนภาพความคดิ ใหส้ วยงาม
๙๑ แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล พฤตกิ รรม ทางาน ลาดบั ชอื่ -สกุล ความ การแสดง การตอบ การรบั ฟัง ตามที่ ที่ สนใจ ความ คาถาม ความ ไดร้ ับ รวม คดิ เห็น คิดเห็น มอบหมา ย ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ ลงชือ่ ……………………………….ผสู้ ังเกต (………………………….……) เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดงั น้ี …………/…………/……….. คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ไดเ้ กรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ ไดเ้ กรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ ได้เกรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ ไดเ้ กรด ๒ คะแนนรอ้ ยละ ๕๕- ๕๙ ได้เกรด ๑.๕ คะแนนร้อยละ ๕๐- ๕๔ ได้เกรด ๑ คะแนนรอ้ ยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ หมายเหตุ : ใช้แบบประเมินนที้ กุ แผนการจดั การเรียนรู้
๙๒ แบบประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ กลุ่มท่ี………..ช้นั /แผนก………………. คาส่ัง ให้สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นตามพฤติกรรมทก่ี าหนด คาช้แี จง ให้ผู้สอนประเมนิ และใส่เคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมของนกั เรียนในแต่ละกลุ่ม พฤตกิ รรม ลาดบั หัวข้อเรอื่ ง ความ การ ความ ทางาน การ ท่ี แสดง ตั้งใจใน เสรจ็ นาเสนอ รวม ร่วมมือ ผลงาน กนั ความ การ ตาม คิดเห็น ทางาน เวลา ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑ์การให้คะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนรอ้ ยละ ๗๕- ๗๙ได้เกรด ๓.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๗๐- ๗๔ไดเ้ กรด ๓ คะแนนรอ้ ยละ ๖๕- ๖๙ไดเ้ กรด ๒.๕ คะแนนร้อยละ ๖๐- ๖๔ไดเ้ กรด ๒ คะแนนร้อยละ ๕๕- ๕๙ไดเ้ กรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงช่อื …………………………….ผู้ประเมนิ (……..……………………..) ………./………../.……….
๙๓ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ กลุม่ เช่ียวชาญที่…..……..ชั้น/แผนก………………. คาส่ัง ใหป้ ระธานกลุ่มสังเกตพฤตกิ รรมสมาชิกในกล่มุ ตามพฤตกิ รรมทก่ี าหนด คาช้แี จง ให้ประธานกลุ่มประเมนิ และใส่เคร่อื งหมายลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤตกิ รรมของสมาชกิ ในกล่มุ พฤติกรรม ลาดั ชอ่ื -สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟงั ความ การมสี ว่ น รวม บท่ี สมาชิกกลมุ่ ร่วมมอื ความ ความ ตั้งใจใน ร่วมในการ คดิ เห็น คดิ เห็น อภิปราย กนั การ ทางาน ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๒๐ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน คะแนนรอ้ ยละ ๘๐- ๑๐๐ ได้เกรด ๔ คะแนนร้อยละ ๗๕- ๗๙ไดเ้ กรด ๓.๕ คะแนนร้อยละ ๗๐- ๗๔ไดเ้ กรด ๓ คะแนนร้อยละ ๖๕- ๖๙ได้เกรด ๒.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๖๐- ๖๔ได้เกรด ๒ คะแนนรอ้ ยละ ๕๕- ๕๙ได้เกรด ๑.๕ คะแนนรอ้ ยละ ๕๐- ๕๔ไดเ้ กรด ๑ คะแนนร้อยละ ๐-๔๙ ได้เกรด ๐ ลงชือ่ …………………………….ผ้ปู ระเมิน (……..……………………..) ………./………../.……….
๙๔ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กลมุ่ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคัญของนักเรยี น ๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคดิ ๔ ๓. ความสามารถในการ ๕ ๖ แก้ปัญหา ๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะ ๘ ๙ ชีวติ ๑๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๑๑ ๑๒ เทคโนโลยี ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๙๕ แบบรวมคะแนนการประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของนักเรยี น ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกลุ …………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดบั ชนั้ ………………..กล่มุ ………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… สมรรถนะสาคญั ของนักเรียน ๒๑ครง้ั ท่ีประเมนิ ๒๒ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒๓คะแนนทไี่ ด้ ๒. ความสามารถในการคดิ ๒๔ ๓. ความสามารถในการ ๒๕ ๒๖ แก้ปัญหา ๒๗ ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะ ๒๘ ๒๙ ชีวติ ๓๐ ๕. ความสามารถในการใช้ ๓๑ ๓๒ เทคโนโลยี ๓๓ ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ ๓๙ ๔๐ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงที่ประเ ิมน คะแนนท่ีไ ้ด ลงชอ่ื ……………………………….ผ้ปู ระเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๙๖ แบบสรปุ ผลการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของนักเรียน ภาคเรียนที่…………………….ปีการศกึ ษา………………… รหสั วิชา………………………………………………………….. ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ชอ่ื วิชา…………………………………………………………… ๒. ความสามารถในการคิด ช้นั …………………………………………………………..…… ๓. ความสามารถในการแก้ ัปญหา กลมุ่ …………………………………………..……………….…. ๔. ความสามารถในการใช้ ัทกษะชี ิวต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโล ีย รวมคะแนน ลาดั รหัส ช่อื -สกุล ๔ ๔ ๔ ๔ ๔ ๒๐ บที่ ประจา ตัว หมายเหตุ การให้คะแนนปรบั เปลีย่ นได้ ข้นึ อยูก่ บั ดุลยพนิ ิจของผู้สอนและสถานศกึ ษา
๙๗ แบบรวมคะแนนการประเมิน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตลอดภาคการศึกษา ช่ือ-สกุล…………………………………………………………....รหสั ประจาตวั ………………………………… ระดับชนั้ ………………..กลุม่ ………………...แผนกวิชา…………………….…………………………………… คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ๑ครง้ั ทป่ี ระเมิน ๒ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ๓คะแนนท่ไี ด้ ๒. ซื่อสัตย์สจุ รติ ๔ ๓. มวี ินยั ๕ ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๖ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๗ ๖. มุ่งม่นั ในการทางาน ๘ ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๙ ๘. มีจิตสาธารณะ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ คะแนนรวม หารจานวนค ้ัรงท่ีประเ ิมน คะแนนที่ไ ้ด ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๙๘ แบบรวมคะแนนการประเมิน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตลอดภาคการศกึ ษา ชื่อ-สกลุ …………………………………………………………....รหัสประจาตวั ………………………………… ระดับชั้น………………..กลุ่ม………………...แผนกวชิ า…………………….…………………………………… ครง้ั ที่ประเมิน ๓๒๓๒๓๒๓๒๓๔๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๖๕๗๔๘๓๙๒๐๑๑๐๘๕๙๖๗๓๔๒ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนรวม หารจานวนค ั้รงท่ีประเ ิมน คะแนน ่ทีไ ้ด คะแนนที่ได้ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซือ่ สัตย์สจุ ริต ๓. มวี ินัย ๔. ใฝเ่ รียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุง่ มัน่ ในการทางาน ๗. รักความเปน็ ไทย ๘. มจี ติ สาธารณะ ลงช่ือ……………………………….ผู้ประเมนิ (………………………….……) …………/…………/………..
๙๙ แบบสรุปผลการประเมิน คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรียนที่…………………….ปีการศึกษา………………… รหัสวชิ า……………………………..…………………….. ๑. ัรกชา ิต ศาสน์ ช่ือวิชา…………………………………..….……………… ก๒. ัษตซ่ืิรอย์สัตย์ ุสจ ิรต ๓. ีม ิวนัย ชั้น……………………………………….………………… ๔. ใ ่ฝเ ีรยน ู้ร กลุ่ม…………………………………………………….…. ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. ุ่มง ั่มนในการทางาน ๗. ัรกความเป็นไทย ๘. ีมจิตสาธารณะ รวมคะแนน ลาดับ รหสั ชอื่ -สกุล ๑ ๒ ๒ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑๐ ท่ี ประจา ตัว หมายเหตุ การให้คะแนนปรับเปลีย่ นได้ ข้นึ อย่กู บั ดลุ ยพินิจของผสู้ อนและสถานศึกษา
๑๐๐
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151