หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั ควี ทิ ยา) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา สกลนคร เขต ๒ สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน โรงเรียนบ้านพงั โคน(จาปาสามคั ควี ทิ ยา) สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
ก ความนา กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้ เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ เม่ือวันที่ ๑๑ กรกฎคม ๒๕๕๑ เริ่มใช้ในโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตร และโรงเรียนที่มคี วามพร้อม ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ และเริ่มใช้ในโรงเรยี นท่ัวไปในปีการศึกษา ๒๕๕๓ ซ่ึงใช้มา เป็นเวลากว่า ๘ ปีแล้ว สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสานักวิชาการและมาตรฐาน การศึกษาได้ดาเนินการติดตามผลการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ท้ังการประชุม รับฟังความคิดเห็น การนิเทศติดตามผลการใช้หลักสูตรของโรงเรียน การรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของ สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา รายงานผลการวิจัยของหน่วยงานและองค์กรท่ีเก่ียวข้องกับหลักสูตร และการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ผลจากการศึกษา พบว่า หลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ มขี อ้ ดใี นหลายประการ เช่น กาหนดเป้าหมายการพฒั นาไว้ ชัดเจน มีความยืดหยุ่นเพียงพอให้สถานศึกษาบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้ สาหรับปัญหาท่ีพบส่วน ใหญ่เกิดจากการนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา และในห้องเรียน นอกจากนี้ การศึกษาข้อมูลทิศทางและกรอบยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ซ่ึงเกิดขึ้นในช่วงเวลาของการปฏิรปู ประเทศและสถานการณโ์ ลก ท่ีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ และเช่ือมโยงใกล้ชิดกันมากข้ึน โดยจัดทาบนพ้นื ฐานของกรอบยทุ ธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ซึ่งเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายของการพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙ รวมท้งั การปรับ โครงสร้างประเทศไปสปู่ ระเทศไทย ๔.๐ ซง่ึ ยทุ ธศาสตร์ชาติทจี่ ะใชเ้ ป็นกรอบแนวทางการพัฒนาในระยะ ๒๐ ปี ต่อจากน้ี ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ได้แก่ (๑) ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง (๒) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้าง ความสามารถในการแข่งขัน (๓) ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน (๔) ยุทธศาสตร์ด้านการ สรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทยี มกันทางสังคม (๕) ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ (๖) ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เพ่ือมุ่งสู่วิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาประเทศ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ย่ังยืน” เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการ พฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ประเด็นท่ีสาคัญเพื่อแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธ์ิได้อย่างแท้จริงตามยุทธศาสตร์การ พฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพคน คอื การเตรยี มพร้อมด้านกาลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชากร ในทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามช่วงวัย เพ่ือให้ เติบโตอย่างมีคุณภาพ การพัฒนาทักษะท่ีสอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะท่ีจาเป็นต่อ การดารงชีวิตในศตวรรษท่ี ๒๑ ของคนในแต่ละช่วงวยั ตามความเหมาะสม การเตรียมความพร้อมของกาลังคน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีจะเปล่ียนแปลงในอนาคต ตลอดจนการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความ เปน็ เลิศ ดังนั้น เพื่อให้การขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมคนให้สามารถปรับตัวรองรับ ผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงได้อย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการจึงกาหนดเป็นนโยบายสาคัญและ เร่งด่วนให้มีการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านพงั โคน(จาปาสามคั ควี ทิ ยา) สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
ข รวมท้ังเทคโนโลยี ในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมอบหมายให้สถาบันส่งเสริม การ สอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ดาเนนิ การปรับปรุง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ กล่มุ สาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ และสาระเก่ียวกับเทคโนโลยีในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และ มอบหมายให้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน การปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ ยังคงหลักการและโครงสร้างเดิมของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คือ ประกอบด้วย ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และเทคโนโลยี และภาษาตา่ งประเทศ แตม่ ุ่งเนน้ การปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทนั สมัย ทนั ต่อการเปล่ยี นแปลง และความเจริญก้าวหน้าทางวทิ ยาการต่าง ๆ คานึงถึงการส่งเสริมให้ผ้เู รียน มีทักษะท่ีจาเป็นสาหรับการเรยี นรู้ ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นสาคัญ เตรียมผู้เรยี นให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ พร้อมท่ีจะประกอบอาชีพ เมื่อ จบการศกึ ษา หรือสามารถศึกษาตอ่ ในระดับท่ีสูงขน้ึ สามารถแขง่ ขันและอยรู่ ่วมกับประชาคมโลกได้ กรอบในการปรับปรุง คือ ให้มีองค์ความรู้ท่ีเป็นสากลเทียบเท่านานาชาติ ปรับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวช้ีวัดให้มีความชัดเจน ลดความซ้าซ้อน สอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ และ ระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตลอดจนเช่ือมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เข้า ด้วยกัน จัดเรียงลาดับความยากง่ายของเนื้อหาในแต่ละระดับชั้นตามพัฒนาการแต่ละช่วงวัย ให้มีความ เช่ือมโยงความรแู้ ละกระบวนการเรยี นรู้ โดยใหเ้ รยี นร้ผู า่ นการปฏิบัติที่ส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รียนพฒั นาความคดิ สาระสาคัญของการปรบั ปรงุ หลักสูตร มดี ังน้ี ๑. กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ๑.๑ จัดกลุ่มความรู้ใหม่และนาทักษะกระบวนการไปบูรณาการกับตัวชี้วัด เน้นให้ผู้เรียนเกิด การคดิ วเิ คราะห์ คิดแกป้ ัญหาและมีทกั ษะในศตวรรษท่ี ๒๑ ๑.๒ ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัดสาหรับผู้เรียนทุกคน ท่ีเป็นพ้ืนฐานที่เก่ียวข้องกับชีวิตประจาวัน และเป็นพื้นฐานสาคัญในการศึกษาต่อ ระดบั ท่ีสูงข้ึน ๑.๓ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ – ๖ กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดเฉพาะเจาะจง แยกส่วนระหว่างผเู้ รยี นที่เลือกเรียนในแผนการเรยี นที่ไม่เน้นวทิ ยาศาสตร์ และแผนการเรยี นท่ีเนน้ วทิ ยาศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดในส่วนของแผนการเรียนที่ไม่เน้นวิทยาศาสตร์ เป็นพื้นฐานท่ีเกี่ยวข้องกับ ชีวิตประจาวัน และการศึกษาต่อระดับที่สูงข้ึน ส่วนมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของแผนการเรียนที่เน้น วิทยาศาสตร์ผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาส่งเสริมให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ด้านคณิตศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องลึกซึ้ง และกว้างขวางตามศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด อันจะเป็นพื้นฐานสู่ความเป็น เลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ ศกึ ษาต่อในวชิ าชพี ท่ีต้องใช้วทิ ยาศาสตรไ์ ด้ ๑.๔ ปรับจากตัวชว้ี ัดชว่ งชัน้ ในระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ – ๖ เป็นตวั ชี้วดั ช้ันปี ๒. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ได้เพิ่มสาระเทคโนโลยี ซ่ึงประกอบด้วยการออกแบบและ เทคโนโลยี และวิทยาการคานวณ ท้ังน้ีเพื่อเอ้ือต่อการจัดการเรียนรู้บูรณาการสาระทางคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการเชงิ วศิ วกรรม ตามแนวคดิ สะเต็มศกึ ษา ๓. สาระภูมศิ าสตร์ ซึ่งเปน็ สาระหนึ่งในกลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ยังคงมาตรฐานการเรียนรู้เดิม แต่ปรบั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั ให้มคี วามชัดเจน สอดคลอ้ งกบั พฒั นาการตามชว่ งวัย มอี งค์ความร้ทู ่ีเป็นสากล เพิ่มความสามารถ ทักษะ และกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ท่ชี ัดเจนขน้ึ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
ค เอกสารมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระ ภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ น้ี จัดทาขึ้น สาหรับสถานศึกษาได้นาไปใช้เป็น กรอบและทิศทางในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย ทกุ คนในระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐานให้มีคณุ ภาพด้านความรู้ และทักษะท่ีจาเปน็ สาหรับการดารงชีวิตในสังคมท่ี มกี ารเปล่ียนแปลง นอกจากน้มี าตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั ที่กาหนดไว้ในเอกสารน้ี จะช่วยให้ผูท้ ี่เกย่ี วขอ้ งใช้ เปน็ แนวทางในการสง่ เสรมิ สนับสนุนใหเ้ กดิ การพฒั นาผ้เู รยี นใหม้ คี ุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรอู้ ยา่ งแทจ้ ริง ฝ่ายวชิ าการ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามัคควี ิทยา) โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
ง สารบญั หนา้ สว่ นท่ี ๑ สว่ นนา ……………………………………………………………………………………………………………………………๑ วสิ ยั ทัศน์โรงเรียน พนั ธิกิจ เปา้ หมาย………………………………………………………………………………….…๑ วิสัยทศั น์หลักสตู รแกนกลาง…………………………………………………………………..………………………....…๑ หลกั การ………………………………………………………………………………………..……………………………….….๒ จุดหมาย………………………………………………………………………………………..…………………………………..๒ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น……………………………………………………………………………………………….….๒ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์…………………………………………………………………….………………………….....๓ เป้าหมาย/จุดเน้น การพฒั นาผูเ้ รียนสมู่ าตรฐานการศกึ ษา…………………...................………………..….๓ มาตรฐาน………………………………………………………………………………...................……………………..…..๕ ตัวช้ีวดั ………………………………………………………………………………………….….………………...……………..๖ สาระการเรยี นรแู้ ละมาตรฐาน………………………………………………………………….…………………………..๗ สว่ นที่ ๒ โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา ……………………………………………………………………………….....……๑๖ โครงสร้างหลักสตู ร…………………………………………………………………………….….…….….…….….…….….๑๖ โครงสร้างเวลาเรียน ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖…………………………………………………….….…….…....……..…๑๘ รายวิชาทีจ่ ัดการเรียนรู้………………………………………………………………………...……….….…….….……...๑๙ สว่ นที่ ๓ คาอธบิ ายรายวชิ า ………………………………………………………………………................…....…....….......๒๓ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย………………………………………………………………..….............................๒๔ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์……………………………………………………………...…...........................๓๓ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี……………………………………………..........................๔๔ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม…………………………………….…...................๕๘ วิชาประวตั ศิ าสตร์……………………………………………………………………………..….................................๗2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพละศึกษา…………………………………………………….......................๘๒ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ……………………………………………………………………..…............................๙๑ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ……………………………………………………………............................๑๐๐ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ………………………………………………………...........................๑๐๙ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยสี าระการเรยี นรู้เพ่มิ เติมรายคอมพวิ เตอร์..........๑๑๘ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตรส์ าระการเรยี นรูเ้ พ่มิ เติม รายวิชาคณติ ศาสตร์……………............๑๒๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สบิ …………………………………………………………………...............................๑๒๗ รายวิชา หนา้ ท่พี ลเมือง……………………………………………………………………….................................๑๓๐ กิจกรรมเสริมสมรรถนะภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร………………………………………....................…๑๔๕ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน………………………………………………………………………...............................….๑๕๒ การวัดผลประเมนิ ผลและจบหลักสูตร…………………………………………….........................……………๑๖๘ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑ สว่ นที่ ๑ ส่วนนา วสิ ยั ทศั นโ์ รงเรยี นบา้ นพงั โคน(จาปาสามัคควี ทิ ยา) โรงเรียนบ้านพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) ม่งุ พัฒนาผ้เู รียนใหม้ ีคุณธรรมจรยิ ธรรม ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ก้าว ทนั เทคโนโลยี มสี ขุ ภาพดี รักษค์ วามเป็นไทย โดยชุมชนมีสว่ นร่วมในการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา พันธกจิ ๑. ปลกู ฝังคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ความเปน็ ไทย และใส่ใจสขุ ภาพ ๒. พฒั นาหลกั สูตร เน้นกระบวนการเรียนรู้ บูรณาการการสอนที่ยดื หยุ่น ๓. พฒั นาครนู ักเรยี นใหใ้ ช้นวัตกรรมเทคโนโลยใี นการจดั การเรียนรู้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ๔. สง่ เสรมิ ใหจ้ ดั กิจกรรมการเรียนร้ทู ีเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ๕. จดั บรรยากาศสภาพแวดลอ้ ม แหลง่ เรียนรู้ ท่ีเอื้อตอ่ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๖. ประสานสมั พันธ์กับทกุ ภาคส่วน เพ่ือในการพฒั นาคุณภาพการศึกษาสมู่ าตรฐานสากล เปา้ หมาย ๑. นักเรยี นทกุ คนเป็นผูม้ คี ุณธรรมจริยธรรมและสานึกในความเป็นไทย ๒. นักเรียนร้อยละ ๘๐ เปน็ ผใู้ ฝร่ ้ใู ฝเ่ รยี น รู้จักคดิ วเิ คราะห์และมีนสิ ัยรกั การอ่าน ๓. นักเรียนรอ้ ยละ ๘๐ มผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นสูงขึน้ ๔. ครแู ละนกั เรยี นทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และนาเทคโนโลยมี าใชใ้ นการพฒั นาการเรียนรู้ และ คณุ ภาพชีวิต ๕. ครู นกั เรียนทุกคน เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรูท้ ่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ ๖. โรงเรยี นมีบรรยากาศสภาพแวดลอ้ ม และแหลง่ เรยี นรู้ ทีเ่ อื้อต่อการเรยี นรู้อย่างพอเพียง ๗. ทุกภาคส่วนมีสว่ นร่วมในการบรหิ ารจัดการอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ วสิ ยั ทศั นห์ ลกั สตู รแกนกลาง หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลงั ของชาติใหเ้ ป็นมนุษย์ทม่ี ี ความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมัน่ ในการ ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้นื ฐาน รวมท้ัง เจตคติ ทจี่ าเปน็ ต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั บนพนื้ ฐาน ความเชอื่ ว่า ทุกคนสามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศกั ยภาพ หลกั การ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน มหี ลักการทสี่ าคัญ ดงั นี้ ๑. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาเพอื่ ความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรยี นรู้ โรงเรียนบ้านพงั โคน(จาปาสามคั ควี ทิ ยา) สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒ ๒. เป็นเป้าหมายสาหรบั พฒั นาเด็กและเยาวชนใหม้ ีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบน พ้นื ฐาน ของความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล2. เป็นหลักสตู รการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชน ทกุ คนมโี อกาสไดร้ ับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมีคุณภาพ ๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถิ่น ๔. เปน็ หลักสูตรการศึกษาทม่ี ีโครงสรา้ งยดื หยนุ่ ทัง้ ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรยี นรู้ ๕. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาทเ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ ๖. เปน็ หลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก กลมุ่ เปา้ หมาย สามารถเทียบโอนผลการเรยี นรู้ และประสบการณ์ จดุ หมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพ่ือให้เกิดกับผู้เรียน เม่ือจบ การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ดงั นี้ ๑. มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมทีพ่ งึ ประสงค์ เหน็ คณุ ค่าของตนเอง มีวนิ ยั และปฏบิ ัตติ นตาม หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ตี นนบั ถือ ยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี และมที กั ษะชีวติ ๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตท่ีดี มีสขุ นสิ ยั และรกั การออกกาลังกาย ๔. มคี วามรกั ชาติ มีจิตสานกึ ในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่นั ในวิถชี ีวติ และ การ ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ๕. มจี ติ สานกึ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย การอนุรกั ษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม มจี ติ สาธารณะท่มี ุ่งทาประโยชน์และสรา้ งสิ่งท่ดี ีงามในสังคม และอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมีความสขุ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มุ่งใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการ ดงั น้ี ๑. ความสามารถในการส่อื สาร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวฒั นธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคดิ ความรู้ความเข้าใจ ความร้สู กึ และทัศนะของตนเองเพอ่ื แลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสงั คม รวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพื่อขจดั และลด ปญั หาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลอื กรับหรอื ไม่รับขอ้ มูลข่าวสารดว้ ยหลกั เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ เลอื กใชว้ ธิ ีการส่ือสาร ที่มปี ระสทิ ธิภาพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสงั คม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรอื สารสนเทศ เพื่อการตดั สินใจเก่ียวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคตา่ ง ๆ ท่ี เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์ และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓ แก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีเกิดข้ึน ต่อตนเอง สังคมและ สิง่ แวดล้อม ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ น การดาเนินชวี ติ ประจาวนั การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง การเรยี นรอู้ ย่างต่อเนอื่ ง การทางาน และการอยรู่ ว่ มกันใน สงั คมดว้ ยการสร้างเสรมิ ความสัมพนั ธอ์ ันดรี ะหว่างบคุ คล การจดั การปัญหาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อยา่ ง เหมาะสมการปรับตวั ให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรู้จกั หลกี เลยี่ งพฤตกิ รรม ไม่พึงประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น ๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทางาน การแก้ปญั หาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ่นื ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ๒. ซอ่ื สัตยส์ ุจริต ๓. มีวนิ ยั ๔. ใฝเ่ รยี นรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมน่ั ในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ เปา้ หมาย/จดุ เนน้ การพฒั นาผเู้ รยี นสู่มาตรฐานการศึกษา ๑. อ่านเกง่ เขยี นเกง่ ๑.๑ การอ่าน ๑.๑.๑ อา่ นไดค้ ล่องและเร็ว ๑.๑.๒ จับใจความสาคัญ ใจความรอง เล่าเรื่องย่อเรอ่ื งท่อี ่านได้ ๑.๑.๓ อ่านออกเสียง และอ่านทานองเสนาะไดค้ ล่องและเรว็ ถูกตอ้ งตามลกั ษณะคา ประพันธ์ ๑.๑.๔ ตีความ แปลความ ความหมายของคา สานวน และขอ้ ความดว้ ยการอธิบาย อภปิ ราย พรอ้ มให้เหตุผล วิเคราะห์คุณคา่ ด้านภาษาและสงั คม ๑.๒ การเขียน ๑.๒.๑ ลายมือท่ีอา่ นงา่ ย มีระเบยี บสะอาด ๑.๒.๒ เขยี นถกู ต้องและใช้ภาษาถูกตอ้ ง สละสลวย ๑.๒.๓ ใชแ้ ผนภาพความคิดจัดลาดับความคดิ ก่อนการเขยี น และนาแผนภาพความคดิ พัฒนาการเขียนตามกระบวนการเขียน โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔ ๑.๒.๔ เขยี นเรียงความตามจินตนาการ ย่อความ เขยี นอธิบาย เขียนชี้แจง เขยี น ขอ้ เทจ็ จรงิ ข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อา่ น เขยี นรายงาน จดหมายสว่ นตัว โดยใชก้ ระบวนการเขยี นพัฒนา งาน เขียนและใช้ภาษาเรียบเรยี งข้อความอยา่ งประณีต สละสลวย ๑.๒.๕ รับผิดชอบในสง่ิ ที่เขยี น เขยี นอย่างสรา้ งสรรคโ์ ดยอา้ งองิ แหลง่ ความรตู้ ่างๆ ๒. คดิ คานวณเกง่ ๒.๑ สร้างโจทย์ โจทยป์ ัญหา โดยใช้ข้อมูลใกลต้ ัวเพ่ือการจัดการเรยี นการสอนคณติ ศาสตร์ ๒.๒ กาหนดสถานการณแ์ ละโจทยป์ ญั หา โดยใช้แหล่งเรียนรภู้ ายในโรงเรยี นและภายใน ชุมชน เพือ่ เป็นสถานการณ์ในการแกป้ ัญหาและโจทย์ปัญหา ๒.๓ นาเพลงพื้นเมอื ง บทร้องเลน่ ปรศิ นาคาทายเก่ยี วกับท้องถิ่นเพื่อเปน็ สถานการณ์ในการ แก้ปญั หาและโจทยป์ ญั หาคณิตศาสตร์ ๒.๔ สืบค้นขอ้ มลู รวบรวมเพลงพืน้ เมือง บทร้องเลน่ ปริศนาคาทายเก่ียวกับท้องถิ่นเพื่อเป็น สถานการณ์และโจทย์ปญั หาคณิตศาสตร์ จัดทารปู เลม่ แฟ้มสะสมงาน ๒.๕ จัดนิทรรศการ แลกเปล่ยี นเรยี นรภู้ ายในและภายนอกโรงเรยี นดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย (ป้ายนเิ ทศ บอรด์ โครงงาน เอกสารแผ่นพับ หรอื เวบ็ ไซต)์ ๓. มที กั ษะการคดิ ๓.๑ ตอ้ งมีเปา้ หมายในการเรียนการทางาน กาหนดผลการเรียนรแู้ ละคาตอบที่อยากได้ ต้องมี คาถามว่าเรยี นแล้วจะได้อะไร เลือกข้อมูลสาคญั เปน็ ๓.๑.๑ กาหนดเป้าหมาย ๓.๑.๒ กาหนดประเด็นท่จี ะรวบรวมข้อมูล ๓.๑.๓ คน้ หาขอ้ มลู จากแหล่งข้อมลู ทห่ี ลากหลาย ๓.๑.๔ เก็บรวบรวมขอ้ มูลจากแหลง่ ทเ่ี ชือ่ ถือได้ ๓.๑.๕ บนั ทกึ ข้อมลู ทเ่ี ก็บรวบรวม ๓.๑.๖ เลอื กขอ้ มูลท่ีต้องการนามาใชต้ ามเป้าหมายการคิด ๓.๒ วเิ คราะหอ์ งค์ประกอบ ความคิดรวบยอด ความสมั พันธ์เช่ือมโยงกนั เป็นหมวดหมู่ บอก ความเชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ลักษณะความสัมพนั ธแ์ บบต่าง ๆ เปน็ ความสมั พันธ์แบบเป็นเหตเุ ปน็ ผล และสรปุ ออกมาเปน็ หลักการเปน็ นน่ั คือ กฎ สตู ร ทฤษฎีได้ มคี วามสมั พนั ธ์เป็นระบบ ๓.๒.๑ จาแนก เปรยี บเทียบ จดั กลุ่ม จัดลาดบั ๓.๒.๒ เชื่อมโยงความสมั พนั ธ์ ไตร่ตรองด้วยเหตผุ ล ๓.๒.๓ วจิ ารณ์ ตรวจสอบ สร้างข้อสรปุ ๓.๓ คดิ เปน็ นาไปใชก้ บั วิชาอื่นได้ เชอ่ื มโยงกับชวี ติ จรงิ ลงมอื ปฏบิ ตั ิได้ ๓.๓.๑ ประเมนิ ทางเลือก ๓.๓.๒ เลอื กทางเลือก ๓.๓.๓ วเิ คราะห์ ๓.๓.๔ สงั เคราะห์ ๓.๓.๕ ตัดสินใจ ๓.๓.๖ นาความรไู้ ปประยุกต์ใช้ ๓.๓.๗ แกป้ ัญหา ๓.๓.๘ คิดวิเคราะหว์ ิจารณ์ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๕ ๓.๓.๙ คดิ สรา้ งสรรค์ ๓.๔ การตรวจสอบและควบคมุ การคดิ ของตนเอง มีคา่ นิยมในการคิดท่ถี ูกต้อง มีคุณธรรม สรา้ งนสิ ยั การคดิ เรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง สรา้ งคา่ นิยมการคิดด้วยตนเอง ๔. รกั และภมู ใิ จในท้องถน่ิ ๔.๑ มีความรู้ความเขา้ ใจในอัตลกั ษณ์ทอ้ งถ่ินของตนท้ังในระดบั หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ จงั หวัด ๔.๑.๑ รกั ษ์ และใชภ้ าษาถิ่นในการสอ่ื สาร ๔.๑.๒ รกั ษแ์ ละภูมใิ จในแต่งกายตามอตั ลักษณท์ ้องถน่ิ ๔.๑.๓ มีความรักและภูมิใจในวิถชี ีวติ ของท้องถิ่น ๔.๑.๔ รักษแ์ ละสบื ทอดศลิ ปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิน่ ๔.๑.๕ ทานบุ ารงุ โบราณสถาน โบราณวัตถแุ ละศิลปวตั ถุของท้องถิน่ มาตรฐานการเรยี นรู้ การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน จึงกาหนดใหผ้ เู้ รยี นเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดังนี้ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตร์ ๓. วิทยาศาสตร์ ๔. สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๕. สุขศึกษาและพลศึกษา ๖. ศลิ ปะ ๗. การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘. ภาษาต่างประเทศ ในแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรียนรู้ได้กาหนดมาตรฐานการเรียนรู้เปน็ เป้าหมายสาคญั ของการพัฒนา คณุ ภาพผเู้ รียน มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะบุสง่ิ ท่ผี เู้ รียนพึงรู้ ปฏบิ ัติได้ มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และคา่ นยิ ม ท่ีพงึ ประสงคเ์ มื่อจบการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน นอกจากนนั้ มาตรฐานการเรยี นรู้ยงั เปน็ กลไกสาคญั ในการขับเคลื่อน พัฒนาการศึกษาทงั้ ระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรจู้ ะสะท้อนให้ทราบว่าตอ้ งการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอยา่ งไร รวมท้ังเป็นเครื่องมอื ในการตรวจสอบเพอ่ื การประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชร้ ะบบการ ประเมินคุณภาพภายในและการประเมนิ คุณภาพภายนอก ซ่งึ รวมถึง การทดสอบระดบั เขตพื้นท่ีการศึกษา และ การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพ่ือประกันคุณภาพดงั กลา่ วเปน็ สง่ิ สาคัญท่ีชว่ ยสะท้อนภาพการจัด การศกึ ษาวา่ สามารถพัฒนาผเู้ รยี นใหม้ คี ณุ ภาพตามทม่ี าตรฐานการเรียนร้กู าหนดเพียงใด ตวั ชว้ี ดั ตวั ช้วี ัดระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏบิ ัติได้ รวมทัง้ คุณลักษณะของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งสะท้อนถึง มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นาไปใช้ในการกาหนดเน้ือหา จัดทาหน่วย การเรียนรู้ จดั การเรียนการสอน และเป็นเกณฑส์ าคัญสาหรับการวัดประเมินผลเพ่ือตรวจสอบคุณภาพผู้เรยี น ๑. ตัวชี้วัดช้ันปี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนแต่ละชั้นปีในระดับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ – มัธยมศึกษาปที ่ี ๓) โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๖ ๒. ตัวช้วี ดั ช่วงชั้น เปน็ เป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนในระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย(มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔- ๖) หลักสูตรได้มีการกาหนดรหสั กากบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ดั เพือ่ ความเขา้ ใจและใหส้ ือ่ สาร ตรงกัน ดังน้ี ว ๑.๑ ป. ๑/๒ ตัวชวี้ ดั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ ขอ้ ที่ ๒ ป.๑/๒ สาระที่ ๑ มาตรฐานข้อท่ี ๑ ๑.๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ว ต ๒.๒ ม.๔-๖/ ๓ ตัวชว้ี ัดชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ข้อที่ ๓ ม.๔-๖/๓ สาระท่ี ๒ มาตรฐานข้อท่ี ๒ ๒.๒ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ต สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทกั ษะหรอื กระบวนการเรยี นรู้ และคุณลักษณะ อนั พึงประสงค์ ซงึ่ กาหนดให้ผ้เู รียนทุกคนในระดบั การศึกษาข้ันพนื้ ฐานจาเป็นตอ้ งเรียนรู้ โดยแบง่ เป็น ๘ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ดังนี้ ภาษาไทย : ความรู้ ทักษะ คณติ ศาสตร์ : การนาความรู้ทักษะ วทิ ยาศาสตร์ : การนาความรู้ และวัฒนธรรมการใช้ภาษา และกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปใช้ และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ปใช้ เพื่อ การสอื่ สาร ความชน่ื ชม ใน การแก้ปญั หา การดาเนนิ ชวี ิต ในการศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และ การเห็นคณุ คา่ ภมู ิปญั ญาไทย และศกึ ษาตอ่ การมีเหตุมผี ล มเี จต แกป้ ญั หาอยา่ งเปน็ ระบบ การคดิ อย่าง และภมู ใิ จในภาษาประจาชาติ คติท่ดี ีตอ่ คณิตศาสตร์ พฒั นาการคดิ เป็นเหตเุ ปน็ ผล คิดวิเคราะห์ อย่างเป็นระบบและสรา้ งสรรค์ คดิ สร้างสรรค์ และจิตวิทยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ภาษาตา่ งประเทศ : ความรู้ องคค์ วามรู้ ทักษะสาคญั : การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมไทยและ ทกั ษะ เจตคติ และวัฒนธรรม และคณุ ลกั ษณะ สงั คมโลกอยา่ งสันติสุข การเป็น การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการ พลเมืองดี ศรัทธาในหลักธรรม ส่ือสาร การแสวงหาความรู้ ในหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา ของศาสนา และการประกอบอาชพี ขนั้ พื้นฐาน การเห็นคณุ ค่าของทรพั ยากร การงานอาชพี และเทคโนโลยี : และส่ิงแวดลอ้ ม ความรักชาติ ความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ ในการทางาน การจดั การ และภมู ใิ จในความเปน็ ไทย การดารงชวี ิต การประกอบอาชีพ และการใชเ้ ทคโนโลยี ศลิ ปะ : ความรู้และทักษะใน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา : ความรู้ ทกั ษะและเจต การคิดรเิ รม่ิ จินตนาการ คตใิ นการสรา้ งเสริมสขุ ภาพพลานามยั ของตนเอง สรา้ งสรรค์งานศลิ ปะ และผ้อู ่ืน การป้องกันและปฏิบตั ติ ่อ สุนทรยี ภาพและการเห็นคุณค่า สง่ิ ต่าง ๆ ทมี่ ีผลต่อสขุ ภาพอย่าง ทางศิลปะ ถกู วธิ แี ละทักษะในการดาเนินชวี ิต ความสมั พนั ธข์ องการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี นตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๗ วสิ ยั ทศั น์ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นทุกคน ซง่ึ เปน็ กาลังของชาตใิ ห้เป็นมนุษย์ทมี่ คี วามสมดลุ ทง้ั ดา้ นรา่ งกาย ความรู้ คุณธรรม มจี ิตสานึกในความเปน็ พลเมืองไทยและเปน็ พลโลก ยดึ ม่นั ในการปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ มคี วามร้แู ละทกั ษะพื้นฐาน รวมท้ัง เจตคติ ท่จี าเป็นต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพและการศกึ ษาตลอดชีวติ โดยมงุ่ เนน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคญั บนพน้ื ฐานความเชื่อวา่ ทกุ คนสามารถเรยี นรู้ และพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ จดุ หมาย ๑. มคี ุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มทพ่ี ึงประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเอง มีวินยั และปฏบิ ตั ิตนตาม หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถอื ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๒. มคี วามรอู้ ันเปน็ สากลและมีความสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใชเ้ ทคโนโลยแี ละมี ทกั ษะชวี ติ ๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ทด่ี ี มสี ขุ นสิ ยั และรักการออกกาลงั กาย ๔. มีความรกั ชาติ มจี ติ สานึกในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ยดึ มนั่ ในวถิ ชี ีวิตและการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข ๕. มีจิตสานกึ ในการอนรุ ักษ์วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย การอนรุ กั ษ์และพฒั นาสิง่ แวดล้อม มีจติ สาธารณะทม่ี งุ่ ทาประโยชน์และสร้างส่ิงที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสงั คมอยา่ งมีความสุข สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสตั ยส์ จุ รติ ๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา ๔. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต ๓. มีวินยั ๔. ใฝ่เรยี นรู้ ๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง ๖. มุง่ มน่ั ในการทางาน ๗. รักความเป็นไทย ๘. มจี ิตสาธารณะ มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๑. ภาษาไทย ๒. คณติ ศาสตร์ ๓. วทิ ยาศาสตร์ ๑.กจิ กรรมแนะแนว ๒.กจิ กรรมนักเรยี น ๔.สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕. สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๖. ศลิ ปะ ๓. กิจกรรมเพือ่ สงั คมและ สาธารณประโยชน์ ๗. การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๘. ภาษาต่างประเทศ คุณภาพของผู้เรยี นระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๘ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็น มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบ วินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่น อยา่ งมีความสุข กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน แบ่งเปน็ 3 ลกั ษณะ ดังนี้ ๑. กจิ กรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิด แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองใน การมสี ่วนรว่ มพฒั นาผู้เรยี น ๒. กจิ กรรมนกั เรยี น เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นาผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ือ อาทร และสมานฉนั ท์ โดยจดั ใหส้ อดคล้องกบั ความสามารถ ความถนดั และความสนใจของผเู้ รียน ใหไ้ ด้ปฏิบัติ ด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของ สถานศึกษาและทอ้ งถิ่น กจิ กรรมนักเรยี นประกอบดว้ ย ๒.๑ กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ผบู้ าเพญ็ ประโยชน์ และนกั ศึกษาวิชาทหาร ๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ชมรม ๓. กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้ผเู้ รยี นบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ สงั คม ชมุ ชน และท้องถ่นิ ตามความ สนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถงึ ความรบั ผิดชอบ ความดงี าม ความเสียสละต่อสังคม มีจติ สาธารณะ เช่น กจิ กรรมอาสาพัฒนาตา่ ง ๆ กจิ กรรมสรา้ งสรรคส์ ังคม สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานกาหนดมาตรฐานการเรียนรใู้ น ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ จานวน ๖๗ มาตรฐาน ดงั นี้ กลมุ่ สาระภาษาไทย สาระท่ี ๑ การอา่ น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ญั หาในการ ดาเนินชวี ิตและมีนสิ ยั รกั การอ่าน สาระที่ ๒ การเขยี น มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวในรปู แบบ ตา่ งๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อย่าง มีประสทิ ธภิ าพ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๙ สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิดและ ความรสู้ ึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น คุณค่าและนามาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ กลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์ สาระที่ ๑ จานวนและพชี คณติ มาตรฐาน ค. ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของ จานวนผลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการดาเนนิ การ สมบัตขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรูป ความสัมพันธ์ ฟังกช์ ัน ลาดบั และอนุกรม และ นาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๑.๓ ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธบิ ายความสมั พันธห์ รือชว่ ยแก้ปัญหา ที่กาหนดให้ สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณติ มาตรฐาน ค. ๒.๑ เขา้ ใจพ้นื ฐานเกี่ยวกับการวัด วดั และคาดคะเนขนาดของสงิ่ ที่ตอ้ งการวัด และ นาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๒.๒ เขา้ ใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหว่าง รปู เรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๒.๓ เขา้ ใจเรขาคณติ วิเคราะห์ และนาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๒.๔ เขา้ ใจเวกเตอร์ การดาเนินการของเวกเตอร์ และนาไปใช้ (หมายเหตุ : มาตรฐาน ค. ๒.๓ และ มาตรฐาน ค. ๒.๔ สาหรับผู้ที่ต้องการเรียนคณติ ศาสตร์เป็นพ้นื ฐาน ในการศึกษาต่อ) สาระท่ี ๓ สถติ ิและความนา่ จะเปน็ มาตรฐาน ค. ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถิติในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค. ๓.๒ เขา้ ใจหลักการนับเบื้องตน้ ความน่าจะเปน็ และนาไปใช้ สาระท่ี ๔ แคลคลู สั มาตรฐาน ค.๔.๑ เข้าใจลิมดิ และความตอ่ เนื่องของฟงั กช์ นั อนพุ ันธ์ของฟงั ก์ชนั และปริพันธ์ของ ฟังกช์ นั และนาไปใช้ (หมายเหตุ : มาตรฐาน ค.๔.๑ สาหรับผู้ทีต่ ้องการเรียนคณติ ศาสตรเ์ ป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อ) กลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระที่ ๑ วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงไมม่ ีชวี ิต กบั สิ่งมชี ีวิต และความสมั พันธ์ระหว่างสิง่ มชี วี ติ กับสิ่งมีชวี ิตตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถา่ ยทอดพลงั งาน การ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๐ เปลยี่ นแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม แนวทางในการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิง่ แวดลอ้ ม รวมท้ังนาความรู้ ไปใชป้ ระโยชน์ มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของสิ่งมชี ีวติ หน่วยพน้ื ฐานของสิง่ มีชวี ิต การลาเลยี งสารเข้า และออก จากเซลลค์ วามสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ ง และหนา้ ที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ที างานสมั พันธ์กัน ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะตา่ งๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธก์ ัน รวมท้ังนาความรูไ้ ปใช้ ประโยชน์ มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม สาร พนั ธุกรรม การเปลยี่ นแปลงทางพนั ธุกรรมท่มี ผี ลตอ่ ส่ิงมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวฒั นาการของ สิง่ มชี ีวติ รวมทงั้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสมบัติของ สสารกบั โครงสร้างและแรงยดึ เหน่ียวระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาติ ของการเปลีย่ นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิด ปฏกิ ริ ิยาเคมี มาตรฐาน ว ๒.๒ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาตอ่ วัตถุ ลักษณะ การ เคลื่อนท่แี บบต่าง ๆ ของวัตถุรวมทง้ั นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ียนแปลงและการถา่ ยโอนพลังงาน ปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างสสารและพลงั งาน พลังงานในชวี ติ ประจาวัน ธรรมชาตขิ อง คลืน่ ปรากฏการณ์ทีเกี่ยวข้อง กบั เสยี ง แสง และคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมทั้ง นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๑ เขา้ ใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแลก็ ซดี าวฤกษ์และระบบสุรยิ ะ รวมทงั้ ปฏสิ ัมพนั ธ์ภายในระบบสุรยิ ะ ทีส่ ่งผลตอ่ สิ่งมีชวี ติ และการ ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองคป์ ระกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลย่ี นแปลง ภายในโลก และบนผวิ โลก ธรณีพบิ ัติภยั กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทง้ั ผล ต่อสงิ่ มชี ีวิตและส่งิ แวดล้อม สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยเี พื่อการดารงชีวติ ในสงั คมทม่ี กี ารเปลย่ี นแปลง อยา่ งรวดเรว็ ใช้ความร้แู ละทักษะทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตรอ์ น่ื ๆ เพ่ือแกป้ ัญหาหรือพัฒนา งานอยา่ งมคี วามคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดย คานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และสิง่ แวดล้อม มาตรฐาน ว ๔.๒ เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการแกป้ ัญหาทพี่ บในชีวติ จริงอย่างเป็น ขนั้ ตอน และเปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างมี ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจริยธรรม โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๑ กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนา ท่ีตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถ่ี ูกต้อง ยดึ ม่ัน และปฏิบัติตามหลกั ธรรม เพ่ืออยูร่ ่วมกันอยา่ งสนั ติ สขุ มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏบิ ัติตนเป็นศาสนิกชนทดี่ ี และธารงรกั ษา พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบั ถอื สาระที่ ๒ หนา้ ท่พี ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏบิ ตั ิตนตามหน้าทขี่ องการเปน็ พลเมืองดี มีค่านยิ มที่ดีงาม และ ธารงรกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ติ อยูร่ ่วมกันในสงั คมไทย และ สงั คมโลกอยา่ งสนั ตสิ ขุ มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยดึ มนั่ ศรทั ธา และธารง รกั ษาไวซ้ ่ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส.๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรพั ยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการใช้ ทรพั ยากรท่มี ีอยจู่ ากดั ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพและคุ้มคา่ รวมทั้งเข้าใจ หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่อื การดารงชีวิตอยา่ งมีดุลยภาพ มาตรฐาน ส.๓.๒ เขา้ ใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกจิ ต่างๆ ความสัมพันธท์ างเศรษฐกจิ และความจาเปน็ ของการร่วมมือกนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก สาระท่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถใชว้ ิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตุการณ์ตา่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถงึ ปัจจุบัน ในดา้ นความสมั พนั ธแ์ ละ การเปลย่ี นแปลงของเหตุการณอ์ ยา่ งต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบที่ เกิดขนึ้ มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาตไิ ทย วัฒนธรรม ภมู ิปัญญาไทย มคี วามรกั ความ ภูมใิ จและธารงความเปน็ ไทย สาระที่ ๕ ภูมศิ าสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธข์ องสรรพสง่ิ ซงึ่ มผี ลต่อกนั ใชแ้ ผนที่และเคร่ืองมอื ทางภมู ิศาสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์ และสรุปขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมสิ ารสนเทศอย่างมีประสิทธภิ าพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างมนษุ ย์กบั สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ การสร้างสรรค์วถิ กี ารดาเนินชีวิต มีจิตสานึกและมสี ่วนรว่ มในการจัดการทรัพยากร และส่ิงแวดล้อมเพอ่ื การ พฒั นาทย่ี ั่งยนื โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๒ กลมุ่ สาระสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนุษย์ มาตรฐาน พ ๑.๑ ข้าใจธรรมชาติของการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนษุ ย์ สาระท่ี ๒ ชวี ติ และครอบครวั มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเหน็ คุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดาเนิน ชีวิต สาระที่ ๓ การเคลือ่ นไหว การออกกาลังกาย การเลน่ เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเปน็ ประจาอย่าง สม่าเสมอ มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี า้ ใจนักกีฬา มีจติ วญิ ญาณในการแขง่ ขันและชื่นชมในสนุ ทรียภาพของ การกีฬา สาระท่ี ๔ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกนั โรค มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกัน โรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชวี ติ มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลีกเลย่ี งปจั จัยเส่ียง พฤตกิ รรมเสย่ี งต่อสขุ ภาพ อบุ ตั ิเหตุ การใชย้ า สารเสพติด และความรุนแรง กลมุ่ สาระศลิ ปะ สาระที่ ๑ ทศั นศลิ ป์ มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ปต์ ามจินตนาการ และความคิดสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณ์คุณค่างานทัศนศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคดิ ต่องานศลิ ปะ อย่าง อิสระ ชื่นชม และ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวตั ิศาสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณค่า งานทัศนศิลป์ทีเ่ ปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ ภมู ิปญั ญาไทย และสากล สาระท่ี ๒ ดนตรี มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์ ดนตรี ถ่ายทอดความร้สู ึก ความคิดต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชืน่ ชม และประยุกต์ใช้ ชีวิตประจาวนั มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรี ทเี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถิ่น ภมู ิปัญญาไทยและสากล สาระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์ มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คณุ คา่ นาฏศิลปถ์ า่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ อย่างอิสระ ชื่นชม และ ประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวัตศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คณุ ค่าของ นาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ภูมปิ ัญญาไทยและ สากล กลมุ่ สาระการงานอาชพี และเทคโนโลยี สาระที่ ๑ การดารงชวี ติ และครอบครวั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๓ มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการ จัดการทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการทางานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และ ลกั ษณะนิสยั ในการทางาน มีจติ สานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ้ มเพ่ือการดารงชวี ติ และ ครอบครวั สาระที่ ๒ การอาชพี มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา้ ใจ มที ักษะทีจ่ าเป็น มีประสบการณ์ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยี เพ่อื พฒั นาอาชีพ มีคณุ ธรรม และมีเจตคติท่ดี ตี ่ออาชพี กลมุ่ สาระภาษาตา่ งประเทศ สาระที่ ๑ ภาษาเพือ่ การสอื่ สาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟังและอา่ นจากสือ่ ประเภทตา่ งๆ และแสดงความ คิดเหน็ อยา่ งมีเหตุผล มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก และความคดิ เห็นอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเหน็ ในเรือ่ งต่างๆ โดย การพูดและการเขียน สาระที่ ๒ ภาษาและวฒั นธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ได้อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สาระท่ี ๓ ภาษากบั ความสมั พันธก์ บั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู น่ื มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชือ่ มโยงความรู้กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ื่น และเป็น พืน้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศนข์ องตน สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชมุ ชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาต่างประเทศเปน็ เคร่ืองมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้กับสงั คมโลก โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๔ ส่วนท่ี ๒ โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศกึ ษา โครงสรา้ งหลักสตู ร การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคานึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร โรงเรียนบ้านพังโคน(จาปาสามัคคีวิทยา) พุทธศักราช ๒๕ค๒ จึงกาหนดให้ผู้เรียนเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระพ้ืนฐาน ดังนี้ ๙. กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ๑๐. กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๑๑. กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๒. กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๓. กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา ๑๔. กลุม่ สาระการเรียนรูศ้ ิลปะ ๑๕. กลุ่มสาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี ๑๖. กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ นอกเหนือจากการเรียนรู้ท้งั ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้แลว้ ผู้เรยี นยังต้องเรียนรายวชิ าคอมพิวเตอร์ เปน็ วชิ า เพิม่ เติมเพ่ือฝกึ ทักษะ และเพ่ิมความสามารถด้านพ้นื ฐานคอมพวิ เตอร์ และต้องปฏิบตั ิกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น เพื่อพฒั นาความสามารถของตนเองตามศกั ยภาพ ซ่งึ ผู้เรียนสามารถเลอื กกจิ กรรมด้วยตนเองตามความถนัด และความสนใจ ๑.การบรหิ ารจัดการเวลาเรียน ใหส้ ถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐานทุกแห่ง ดาเนนิ การจดั โครงสร้างเวลาเรยี นทม่ี คี วามยืดหยนุ่ ดังนี้ ๑.๑ ระดับประถมศกึ ษา ๑) จดั เวลาการเรียนพนื้ ฐานของแต่ละกลุม่ สาระการเรยี นรู้ได้ตามความเหมาะสม สอดคลอ้ งกบั บรบิ ท จดุ เน้นของสถานศกึ ษา และศักยภาพของผเู้ รยี น ทัง้ น้ี ต้องมีเวลาเรยี นพ้ืนฐานรวมตามท่ี กาหนดไว้ในโครงสร้างเวลาเรียน และผูเ้ รยี นตอ้ งมคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชว้ี ดั ตามทห่ี ลกั สูตร แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ กาหนด ๒) จัดเวลาเรียนเพิ่มเตมิ โดยจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเตมิ หรือกจิ กรรมเพ่ิมเตมิ ให้ สอดคลอ้ งกบั จุดเนน้ และความพร้อมของสถานศกึ ษา สาหรับชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ สถานศึกษาอาจจัดให้ เป็นเวลาสาหรบั สาระการเรยี นร้พู น้ื ฐานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ๓) จัดเวลาสาหรับกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ตามท่ีหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กาหนด ๔) จดั เวลาเรียนรวมท้ังหมดใหเ้ ปน็ ไปตามความเหมาะสมของสถานศึกษา ทง้ั น้ี ควรคานึงถึงศักยภาพและพัฒนาการตามช่วงวยั ของผ้เู รียนและเกณฑ์การจบหลกั สูตร ๑.๒ ระดบั มัธยมศึกษา ๑) จดั เวลาเรียนพื้นฐานตามที่หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕ค๑ กาหนดและสอดคล้องกับเกณฑ์การจบหลักสตู ร ๒) จดั เวลาเรยี นเพิ่มเตมิ โดยจัดเปน็ รายวชิ าเพิม่ เติม หรือกจิ กรรมเพมิ่ เติมให้ สอดคล้องกับจุดเน้นและความพร้อมของสถานศกึ ษา และเกณฑ์การจบหลักสูตร โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๕ ๓) จัดเวลาสาหรบั กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ตามที่หกลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กาหนด ๔) จดั เวลาเรยี นรวมทงั้ หมด ให้เปน็ ไปตามความเหมาะสมของสถานศึกษา ทง้ั นี้ ควร คานงึ ถึงศักยภาพและพฒั นาการตามช่วงวยั ของผู้เรียนและเกณฑ์การจบหลักสตู ร ๒.การจัดการเรียนการสอนหนา้ ท่ีพลเมือง เพือ่ ใหเ้ ป็นไปตามนโยบายคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) และนโยบายรัฐบาลทต่ี ้องการให้มีการ ส่งเสรมิ เด็กและเยาวชนขอชาติเปน็ พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย มคี วามปรองดอง สมานฉนั ท์ เพือ่ สนั ติ สขุ ในสังคมไทย จึงกาหนดให้สถานศึกษาทุกสงั กัด ทุกระดับชน้ั และทกุ ชว่ งชนั้ ของการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน นอกจากจดั การเรียนการสอนสาระหนา้ ท่พี ลเมอื ง วัฒนธรรมและการดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คม ในกลุ่มสาระการ เรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมแลว้ ให้ดาเนินการสง่ เสรมิ การสรา้ งความเปน็ เป็นพลเมอื งดีของ ชาติตามความพร้อม และบริบทของสถานศึกษา โดยพิจารณาทางเลือก ดังนี้ ๒.๑ เพิ่ม “วชิ าหนา้ ท่ีพลเมอื ง” ในหลกั สตู รสถานศึกษา โดยจดั เปน็ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ในกลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หรือ ๒.๒ บรู ณาการกับการเรียนรใู้ นรายวิชาอน่ื ทง้ั รายวชิ าพน้ื ฐาน หรือรายวชิ าเพ่มิ เติม ในกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หรอื ๒.๓ บูรณาการกบั การเรียนรู้ในรายวชิ าพน้ื ฐาน หรอื รายวิชาเพิ่มเติม ในกลมุ่ สาระ การเรยี นรู้อืน่ หรือ ๒.๔ บูรณาการการเรยี นรกู้ ับกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน หรือกจิ กรรม/โครงการ/โครงงาน หรือวิถีชวี ติ ประจาวนั ในโรงเรยี น ๓.การบริหารจัดการเวลาเรียนภาษาอังกฤษช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ เพือ่ ให้เปน็ ไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในการยกระดับคณุ ภาพการเรยี นการ สอนภาษาอังกฤษ เพ่ือส่งเสริมและพฒั นาผเู้ รียนใหม้ คี วามรคู้ วามสามารถในการใช้ภาษาองั กฤษเพอื่ การสือ่ สาร เปน็ เคร่อื งมือในการเข้าถงึ องค์ความรเู้ พ่อื ก้าวทันโลก และเพิม่ ขดี ความสามารถในการแข่งขันของประเทศจึง กาหนดให้สถานศกึ ษาขั้นพื้นฐานทกุ แห่ง จดั เวลาเรียนภาษาองั กฤษ ในชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑-๓ จานวน ๒๐๐ ช่ัวโมงต่อปี หรือ ๕ ชั่วโมงตอ่ สปั ดาห์ ไดต้ ามความพร้อม บรบิ ทของสถานศึกษา และศักยภาพของผู้เรยี นโดย พจิ ารณาทางเลือกดังน้ี ๑) จัดเป็นรายวิชาพื้นฐาน จานวน ๒๐๐ ชั่วโมงต่อปี หรอื ๕ ชว่ั โมงตอ่ สัปดาห์ หรือ ๒) จัดเป็นรายวิชาขั้นพนื้ ฐานอยา่ งน้อย ๑๒๐ ชั่วโมงต่อปี และจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเตมิ และหรือกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน หรอื กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร ๘๐ ช่ัวโมงตอ่ ปี รวมเวลาเรียนทง้ั หมด จานวน ๒๐๐ ช่วั โมงตอ่ ปี หรือ ๕ ชัว่ โมงตอ่ สัปดาห์ ท้งั น้ี การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ภู าษาอังกฤษไดด้ าเนินการพัฒนาผู้เรียนอยา่ งเต็มศักยภาพตาม มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชว้ี ดั ของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕ค๑ สถานศกึ ษา สามารถออกแบบการจัดการเรยี นรู้ตามบริบท ความต้องการ ความเหมาะสม ความพร้อมของสถานศึกษาและ ศกั ยภาพของผู้เรียน เน้นการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสือ่ สาร โดยให้ความสาคัญกบั การใชภ้ าษา (Use) มากกว่าวิธใี ช้ภาษา (Usage) ให้ความสาคญั กบั ความคล่องแคลว่ ในการใชภ้ าษา (Fluency) และความถูกต้อง ของการใช้ภาษา (Accuracy) ดงั นี้ ๑)การทบทวนคาศัพท์ก่อนเรียน ๒) การใช้ภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจาวนั โดยผ่านกจิ กรรมทีส่ นุกสนานและพฒั นาการเรียนรู้ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๖ ๓) การใช้ส่อื เสรมิ แอพพลิเคช่ันและเทคโนโลยี ส่งเสริมการสอนและสรา้ งแรงจงู ใจ ๔) การใชห้ นังสอื เรียนโดยเน้นทักษะการฟงั พดู อา่ น และเขียน ๕) การสอนเสรมิ ผูเ้ รียนท่ตี ้องการความชว่ ยเหลอื ละจัดหาสื่อ/แหลง่ เรยี นรเู้ พื่อเพ่มิ ศกั ยภาพของผเู้ รียน เพอื่ ให้สอดคล้องกับหลักการจดั เวลาเรยี นของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ และสอดคลอ้ งกับสภาพบรบิ ทของโรงเรยี นและความตอ้ งการของผู้เรยี น และชุมชน โรงเรียนบ้านพงั โคน(จาปาสามัคคีวิทยา) จงึ กาหนดโครงสร้างเวลาเรียน ดังนี้ โครงสรา้ งเวลาเรยี น ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ กจิ กรรม เวลาเรียน(ช่วั โมง/ป)ี ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ -ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ -ศาสนา ศลี ธรรม -หน้าที่พลเมอื ง } ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ -เศรษฐศาสตร์ -ภมู ิศาสตร์ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ภาษาตา่ งประเทศ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ รวมเวลาเรยี น(พื้นฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี ยวุ กาชาด ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กิจกรรมชมุ นมุ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) รวมเวลาเรยี นกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ รายวิชาเพิ่มเติม - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐ คอมพิวเตอร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - - คณติ ศาสตร์ - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐ วทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ รวมเวลาเรยี น รายวชิ าเพิ่มเติม โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๗ กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรยี น(ช่ัวโมง/ป)ี ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ กิจกรรมเสริมสมรรถนะ -ภาษาองั กฤษเพือ่ การสอื่ สาร ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ -กจิ กรรมเสริมทกั ษะ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ กจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรม(สวดมนตไ์ หว้พระ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ รวมเวลาเรียน กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ พเิ ศษ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ ๑,๒๐๐ รวมเวลาเรียนทงั้ หมด หมายเหตุ ๑.รายวชิ าเพิม่ เติม ป.๔-๖ เลอื กเรียนเพียง ๑ วชิ า ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ ป.๔ เรียนวชิ าวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ, ป.๕-๖ เรียนวชิ าคอมพิวเตอร์ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๗ ป.๔-๕ เรียนวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบ, ป.๖ เรียนวชิ าคอมพิวเตอร์ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ ป.๔-๖ เรียนวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ลังสิบ รายวชิ าทจี่ ดั การเรยี นรู้ ในแตล่ ะกลุม่ สาระการเรยี นรู้ โรงเรียนบ้านพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) ได้กาหนดรายวิชาท่ี ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ดงั นี้ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ รหัสวชิ า กลุ่มสาระการเรยี นรพู้ ืน้ ฐาน ท๑๑๑๐๑ รายวชิ า ค๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ว๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ส๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ส๑๑๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑ พ๑๑๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๑ ศ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๑ ง๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ อ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๑ ค๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นร้เู พิ่มเตมิ คณติ ศาสตร์ ๑ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๘ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ รหัสวิชา กลุ่มสาระการเรียนร้พู น้ื ฐาน ท๑๒๑๐๑ รายวิชา ค๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ว๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ส๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ส๑๒๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๒ พ๑๒๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๒ ศ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๒ ง๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ อ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๒ ค๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ กลุม่ สาระการเรยี นรู้เพิ่มเติม คณิตศาสตร์ ๒ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ รหัสวชิ า กลุ่มสาระการเรียนรู้พน้ื ฐาน ท๑๓๑๐๑ รายวชิ า ค๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ว๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ส๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ ส๑๓๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ พ๑๓๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๓ ศ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๓ ง๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ อ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๓ ค๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้เพิ่มเติม คณิตศาสตร์ ๓ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ รหสั วิชา กลุม่ สาระการเรยี นรพู้ ื้นฐาน ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ค๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ว๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ส๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๔ ส๑๔๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ พ๑๔๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๔ ศ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ ง๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๔ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๑๙ ภาษาอังกฤษ ๔ อ๑๔๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้เพิ่มเตมิ ว๑๔๒๐๑ วิทย์พลงั สิบ รหสั วิชา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ท๑๕๑๐๑ ค๑๕๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้พื้นฐาน ว๑๕๑๐๑ รายวิชา ส๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ส๑๕๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๕ พ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๕ ศ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๕ ง๑๕๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๕ อ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๕ ว๑๕๒๐๑ ศลิ ปะ ๕ การงานอาชพี และเทคโนโลยี ๕ รหัสวชิ า ภาษาองั กฤษ ๕ ท๑๖๑๐๑ ค๑๖๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรเู้ พิ่มเติม ว๑๖๑๐๑ คอมพิวเตอร์ ๕ ส๑๖๑๐๑ ส๑๖๑๐๒ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ พ๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรพู้ ื้นฐาน ศ๑๖๑๐๑ รายวชิ า ง๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ อ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ ว๑๖๒๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ประวัติศาสตร์ ๖ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๖ ศลิ ปะ ๖ การงานอาชีพและเทคโนโลยี ฯ ภาษาอังกฤษ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรเู้ พิ่มเตมิ คอมพวิ เตอร์ ๖ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๐ สว่ นที่ ๓ คาอธิบายรายวชิ า สาระการเรยี นรพู้ นื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ สาระการเรยี นรเู้ พม่ิ เตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ยิ าศาสตร์ รายวิชาคอมพวิ เตอร์ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ยิ าศาสตรร์ ายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ลงั สบิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๑ คาอธิบายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๒ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง ฝกึ อา่ นออกเสียงคา คาคล้องจอง และข้อความสน้ั ๆ บอกความหมายของคาและข้อความ ตอบคาถาม เล่าเรื่องย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ นาเสนอเรื่องท่ีอ่าน บอก ความหมายของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สาคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจาวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัด ลายมอื ดว้ ยตวั บรรจงเต็มบรรทัด เขยี นส่อื สารด้วยคาและประโยคง่าย ๆ มมี ารยาทในการเขียน ฝึกทักษะในการฟัง ฟังคาแนะนา คาส่ังง่ายๆและปฏิบัติตาม ตอบคาถาม เล่าเร่ือง พูดแสดงความ คิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดู พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟัง การดูและการ พดู ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บเรียงคาเป็นประโยคง่าย ๆ ต่อคาคล้องจองงา่ ย ๆ บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกท่องจาบท อาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใชท้ กั ษะการฟงั การดูและการพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ิตประจาวนั ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘ ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๓ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง ฝึกอา่ นออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ อธบิ ายความหมายของคาและ ข้อความท่ีอ่าน ตงั้ คาถาม ตอบคาถาม ระบใุ จความสาคญั และรายละเอยี ด แสดงความคิดเหน็ และคาดคะเน เหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบตั ติ ามคาสง่ั หรอื ข้อแนะนา มมี ารยาทในการอ่าน ฝกึ คัดลายมอื ดว้ ยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขยี นเรอ่ื งสัน้ ๆ เก่ียวกับประสบการณ์ เขยี นเรือ่ งสั้น ๆ ตาม จนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขยี น ฝกึ ทักษะการฟัง ฟังคาแนะนา คาสัง่ ที่ซบั ซ้อนและปฏิบตั ิตาม เลา่ เรือ่ ง บอกสาระสาคญั ของเร่ือง ตั้งคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สกึ พดู ส่อื สารไดช้ ัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มี มารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของ คา เรียบเรียงคาเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถิน่ ได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ฝึกจับใจความสาคัญจากเรื่อง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสาหรับเด็ก เพ่ือ นาไปใช้ในชีวิตประจาวัน ร้องบทร้องเล่นสาหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อย กรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สือ่ สารได้ถูกตอ้ ง รกั การเรียนภาษาไทย เห็นคณุ คา่ ของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้กับชีวิตประจาวันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗ ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชวี้ ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๔ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง ฝึกอ่านออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคาและ ข้อความท่ีอ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจาก เร่ืองท่ีอ่าน เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่ อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มมี ารยาทในการอา่ น ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียนเรื่องตาม จินตนาการ มีมารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียด บอกสาระสาคัญ ตั้งคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดง ความคดิ เหน็ ความรู้สึก พดู สอื่ สารไดช้ ัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มมี ารยาทในการฟงั การดูและการพดู ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบุชนิด หน้าที่ของคา ใช้ พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่าย ๆ แต่งคาคล้องจองและคาขวัญ เลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านวรรณกรรม เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อม เด็ก เพื่อปลูกฝังความชนื่ ชมวฒั นธรรมท้องถ่นิ แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั วรรณคดีที่อ่าน ท่องจาบทอาขยาน ตามที่กาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการ แก้ปญั หา การฝกึ ปฏิบตั ิ อธบิ าย บันทึก การตง้ั คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดูและการพดู พูดแสดง ความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ ับชวี ิตประจาวันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๕ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและสานวนจาก เร่ืองที่อ่าน อ่านเร่ืองสั้น ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรื่องที่อ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น จากเรื่องที่อ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองที่ อ่าน เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและแสดงความ คิดเห็นเก่ียวกับเรื่องที่อ่าน มมี ารยาทในการอา่ น ฝกึ คดั ลายมอื ด้วยตวั บรรจงเต็มบรรทัดและครึง่ บรรทัด เขยี น ส่ือสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนา งานเขียน เขียนย่อความจากเร่ืองสั้น ๆ เขียนจดหมายถึงเพื่อนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจาก การศึกษาคน้ ควา้ เขยี นเร่ืองตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด จาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเร่ืองท่ีฟังและดู พูดสรุปจากการ ฟังและดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิง เหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มี มารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาใน บริบทต่าง ๆ ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคได้ ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและคาขวัญ บอกความหมายของสานวน เปรียบเทียบภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถิ่นได้ ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรมอธิบายข้อคิดจากการอ่านเพ่ือนาไปใช้ในชีวิตจริงร้อง เพลงพื้นบ้านท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการ อ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์และสรุปความ กระบวนการคดิ อย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏบิ ตั ิอธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูดพูดแสดงความคิดเห็นกระบวนการสร้างความคิด รวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖ ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๖ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความท่ีเป็น การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความ คิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝกึ ทักษะการฟัง การดแู ละการพดู พูดแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ และความรสู้ กึ ตั้งคาถาม ตอบคาถาม วิเคราะห์ความ พูดรายงาน มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถ่ิน ใช้คาราชาศัพท์ บอกคาภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แต่งบทร้อยกรอง ใช้สานวนได้ ถูกต้อง สรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม ท่ีสามารถนาไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและ บทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการ สอ่ื ความ กระบวนการแกป้ ัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตง้ั คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การ ดแู ละการพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนาไปประยุกตใ์ ช้กับชีวติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘ ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๗ คาอธบิ ายรายวชิ า ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่เป็น โวหาร อ่านเรื่องส้ัน ๆ อย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์และแสดง ความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีอ่านเพ่ือนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือ ตามความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ได้รบั มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน และ เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนย่อ ความจากเรื่องอ่าน เขียนจดส่วนตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มี มารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองที่ฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากเรื่องท่ีฟังและดูสื่อ โฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้ม น้าวอยา่ งมเี หตผุ ลและน่าเชอื่ ถอื มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพดู ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและ บอกความหมายของคาภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วเิ คราะห์เปรยี บเทยี บสานวนท่ีเปน็ คาพงั เพยและสุภาษิต ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพื้นบ้านท้องถ่ินตนเองและนิทาน พื้นบ้านของท้องถิ่นอ่ืน อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อย โดยใชก้ ระบวนการอ่าน กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหา ความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการ ค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตงั้ คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทกั ษะการฟงั การดแู ละการพูด พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคิด รวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนาไปประยกุ ต์ใช้กับชวี ิตประจาวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๘ รายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๒๙ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง คาอธิบายรายวิชา ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเร่ืองการนับทีละ ๑ และทีละ ๑๐ การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทยแสดงจานวน การแสดงจานวนนบั ไมเ่ กนิ ๒๐ ในรปู ความสัมพนั ธข์ องจานวนแบบส่วนย่อย สว่ นรวม (Part – Whole Relationship) การบอกอนั ดับท่ี หลัก คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขยี นตวั เลขแสดง จานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจานวนและการใช้เคร่ืองหมาย = > < การเรียงลาดับจานวน ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหาผลลบ และความสัมพันธ์ของการบวก และการลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก โจทย์ปัญหาการลบ และการสร้างโจทย์ปัญหา พร้อมท้ังหาคาตอบ แบบรูปของจานวนท่ีเพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละ ๑ และทีละ ๑๐ แบบรูปซ้าของจานวน รูปเรขาคณิตและรูปอื่น ๆ การวดั ความยาวโดยใชห้ น่วยท่ีไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน การวดั ความยาวเป็นเซนตเิ มตร เป็นเมตร การเปรยี บเทียบ ความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบเก่ียวกับความยาวที่มีหน่วยเป็น เซนตเิ มตรเปน็ เมตร การวัดน้าหนกั โดยใชห้ นว่ ยทีไ่ มใ่ ชห่ นว่ ยมาตรฐาน การวัดน้าหนักเปน็ กโิ ลกรัม เปน็ ขดี การ เปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัม เป็นขีด การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบเก่ียวกับน้าหนักที่มีหน่วยเป็น กิโลกรัม เป็นขีด ลักษณะของทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ลักษณะของรูปสามเหลี่ยม รูปสีเ่ หล่ยี ม วงกลม และวงรี การอ่านแผนภูมิรปู ภาพ โดยจัดประสบการณ์ กจิ กรรมหรือโจทยป์ ญั หาท่ีส่งเสริมการพฒั นาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การเช่ือมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารและการสื่อ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งม่ันในการทางานอยา่ งมี ระบบ ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวิจารณญาณ รูจ้ ักนาความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นการดารงชวี ิตได้อย่างพอเพยี ง รวมท้ังมี เจตคติทดี่ ีตอ่ คณิตศาสตร์ รหสั ตวั ชว้ี ดั มาตรฐาน ค ๑.๑ ค ๑.๑ ป๑/๑ ค ๑.๑ ป.๑/๒ ค ๑.๑ ป.๑/๓ ค ๑.๑ ป.๑/๔ ค ๑.๑ ป.๑/๕ มาตรฐาน ค ๑.๒ ค ๑.๒ ป.๑/๑ มาตรฐาน ค ๒.๑ ค ๒.๑ ป.๑/๑ ค ๒.๑ ป.๑/๒ มาตรฐาน ค ๒.๒ ค ๒.๒ ป.๑/๑ มาตรฐาน ค ๓.๑ ค ๓.๑ ป.๑/๑ รวมทง้ั สน้ิ ๑๐ ตวั ชวี้ ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๐ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร๒์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเร่ืองการนับทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ การอ่านและการเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวน จานวนคู่ จานวนคี่ หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละ หลัก และการเขียนตวั เลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรยี งลาดับจานวน การบวกและการ ลบ ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การหาผลคูณ การหาผลหารและเศษ และความสัมพันธ์ ของการคูณและการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหา พร้อมท้ัง หาคาตอบ แบบรูปของจานวนท่ีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐ แบบรูปซ้า การบอกเวลา เป็นนาฬิกาและนาที (ช่วง ๕ นาที) การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็น ชั่วโมงเป็นนาที การอ่านปฏิทิน การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา การวัดความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างเมตรกับเซนติเมตร การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวที่มีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร การวัดน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัม การเปรียบเทียบน้าหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง กิโลกรมั กบั กรมั กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับนา้ หนักทมี่ หี นว่ ยเป็นกิโลกรมั และกรมั กิโลกรัมและ ขีด การวัดปรมิ าตรและความจโุ ดยใชห้ น่วยที่ไมใ่ ช่หนว่ ยมาตรฐาน การวดั ปรมิ าตรและความจเุ ปน็ ช้อนชา ชอ้ น โตะ๊ ถ้วยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ชอ้ นโต๊ะ ถว้ ยตวง ลิตร การแกโ้ จทยป์ ัญหา เกี่ยวกับปริมาตรและความจุท่ีมีหน่วยเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร ลักษณะของรูปหลายเหล่ยี ม วงกลม วงรี และการเขียนรูปเรขาคณติ สองมิติโดยใชแ้ บบของรปู การอ่านแผนภูมริ ปู ภาพ โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรม หรือโจทย์ปัญหาท่ีส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ในการคิดคานวณ การให้เหตุผล การวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร การส่ือความหมาย และ การนาเสนอ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินัยมุ่งมั่นในการทางานอยา่ งมี ระบบ ประหยัด ซ่ือสัตย์ มีวิจารณญาณ รู้จักนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิตได้อย่างพอเพียงรวมทั้งมี เจตคตทิ ่ดี ตี อ่ คณติ ศาสตร์ รหสั ตวั ชว้ี ดั มาตรฐาน ค ๑.๑ ค ๑.๑ ป.๒/๑ ค ๑.๑ ป.๒/๒ ค ๑.๑ ป.๒/๓ ค ๑.๑ ป.๒/๔ ค ๑.๑ ป.๒/๕ ค ๑.๑ ป.๒/๖ ค ๑.๑ ป.๒/๗ ค ๑.๑ ป.๒/๘ มาตรฐาน ค ๒.๑ ค ๒.๑ ป.๒/๑ ค ๒.๑ ป.๒/๒ ค ๒.๑ ป.๒/๓ ค ๒.๑ ป.๒/๔ ค ๒.๑ ป.๒/๕ ค ๒.๑ ป.๒/๖ มาตรฐาน ค ๒.๒ ค ๒.๒ ป.๒/๑ มาตรฐาน ค ๓.๑ ค ๓.๑ ป.๒/๑ รวมทง้ั สน้ิ ๑๖ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๑ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร๓์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาความรู้เกี่ยวกับ การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจานวน หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและ เรียงลาดบั จานวน การบวก การลบ การคณู การหารยาวและการหารส้ัน การบวก ลบ คณู หารระคน การแก้ โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปญั หา พร้อมทงั้ หาคาตอบ ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เศษส่วน ท่ีตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน การเปรียบเทียบและเรียงลาดับเศษส่วน การบวก และการลบเศษส่วน การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหา การลบเศษส่วน แบบรูปของจานวนท่ีเพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ เทา่ ๆกัน การบอกจานวนเงนิ และเขียนแสดงจานวนเงินแบบใชจ้ ุด การเปรียบเทยี บจานวนเงนิ และการแลกเงิน การอ่านและเขยี นบันทึกรายรับรายจ่าย การแกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกบั เงิน การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที การ เขียนบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) และการอ่าน การบอกระยะเวลาเป็นชั่วโมงและนาที การ เปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างชั่วโมงกับนาที การอ่านและการเขียนบันทึกกิจกรรมท่ีระบุ เวลา การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาและระยะเวลา การวัดความยาวเป็นเซนติเมตรและมิลลิเมตร เมตรและ เซนติเมตร กิโลเมตรและเมตร การเลือกเคร่ืองวัดความยาวท่ีเหมาะสม การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและ เป็นเซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว การแก้โจทย์ปัญหา เกี่ยวกบั ความยาว การเลือกเครอื่ งชั่งท่ีเหมาะสม การคาดคะเนน้าหนกั เปน็ กิโลกรมั และเปน็ ขดี การเปรยี บเทยี บ น้าหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้าหนัก การวัดปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร การเลือกเคร่ืองตวงท่ีเหมาะสม การคาดคะเนปริมาตรและความจุ เป็นลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างลิตรกับมิลลิลติ รช้อนชา ช้อนโต๊ะถ้วยตวง กบั มิลลิลิตร การแกโ้ จทย์ปญั หาเก่ียวกบั ปริมาตรและความจทุ ่ีมีหนว่ ยเปน็ ลติ รและมิลลิลิตร รปู เรขาคณติ สองมิติที่มี แกนสมมาตร การเก็บรวบรวมข้อมูลและจาแนกข้อมูล การอ่านและการเขียนแผนภูมิรูปภาพ การอ่านและการ เขยี นตารางทางเดยี ว(One-Way Table) โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรม หรือโจทย์ปัญหาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง คณติ ศาสตรใ์ นการคิดคานวณ การแกป้ ญั หา การเชือ่ มโยง การให้เหตผุ ล การคิดสรา้ งสรรค์ การสื่อสารและ การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินยั มุ่งมั่นในการทางานอย่างมี ระบบ ประหยดั ซอ่ื สัตย์ มีวิจารณญาณ รจู้ กั นาความรไู้ ปประยุกตใ์ ชใ้ นการดารงชีวติ ได้อย่างพอเพยี ง รวมทงั้ มี เจตคตทิ ่ีดตี อ่ คณติ ศาสตร์ รหสั ตวั ชว้ี ดั ค ๑.๑ ป.๓/๑ ค ๑.๑ ป.๓/๒ ค ๑.๑ ป.๓/๓ ค๑.๑ ป.๓/๔ ค ๑.๑ ป.๓/๕ มาตรฐาน ค ๑.๑ ค ๑.๑ ป.๓/๖ ค ๑.๑ ป.๓/๗ ค ๑.๑ ป.๓/๘ ค ๑.๑ ป.๓/๙ ค ๑.๑ ป.๓/๑๐ ค ๑.๑ ป.๓/๑๑ มาตรฐาน ค ๑.๒ ค ๑.๒ ป.๓/๑ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๒ มาตรฐาน ค ๒.๑ ค ๒.๑ ป.๓/๑ ค ๒.๑ ป.๓/๒ ค ๒.๑ ป.๓/๓ ค ๒.๑ ป.๓/๔ ค ๒.๑ ป.๓/๕ ค ๒.๑ ป.๓/๖ ค ๒.๑ ป.๓/๗ ค ๒.๑ ป.๓/๘ ค ๒.๑ ป.๓/๙ มาตรฐาน ค ๒.๒ ค ๒.๑ ป.๓/๑๐ ค ๒.๑ ป.๓/๑๑ ค ๒.๑ ป.๓/๑๒ ค ๒.๑ ป.๓/๑๓ มาตรฐาน ค ๓.๑ ค ๒.๑ ป.๓/๑ ค ๓.๑ ป.๓/๑ ค ๓.๑ ป.๓/๒ รวมทงั้ สนิ้ ๒๘ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๓ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร๔์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง คาอธิบายรายวชิ า ศึกษาความรู้เก่ียวกับการอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทยและตัวหนังสือแสดงจานวน หลัก ค่าประจาหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และการเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การ เปรียบเทียบและเรียงลาดับจานวน ค่าประมาณของจานวนนับและการใช้เคร่ืองหมาย การประมาณผลลพั ธ์ ของการบวก การลบ การคูณ การหาร การบวกและการลบ การคณู และการหาร การบวก ลบ คณู หารระคน การแก้โจทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ปัญหาพร้อมทั้งหาคาตอบ จานวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เศษส่วนแท้ เศษเกิน จานวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่างจานวนคละและเศษเกิน เศษส่วนที่เท่ากัน เศษส่วน อย่างต่าและเศษส่วนทเี่ ทา่ กบั จานวนนบั การเปรยี บเทียบ เรียงลาดับเศษสว่ นและจานวนคละ การบวก การลบ เศษส่วนและจานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหา การลบเศษส่วนและจานวนคละ การ อ่านและการเขียนทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่งตามปริมาณท่ีกาหนด หลัก ค่าประจาหลัก ค่าของเลขโดดในแต่ ละหลักขอทศนิยม และการเขียนตัวเลขแสดงทศนิยมในรูปกระจาย ทศนิยมที่เท่ากัน การเปรียบเทียบและ เรียงลาดับทศนิยม การบวกการลบทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ทศนิยมไม่เกิน ๒ ข้ันตอน แบบรูปของจานวนท่ีเกิดจากการคูณ การหารด้วยจานวนเดียวกันการบอกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ช่ัวโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา การอ่านตารางเวลา การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา การวดั ขนาดของมุมโดยใชโ้ พรแทรกเตอร์ การสร้างมมุ เม่ือกาหนดขนาดของ มุม ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียมมุมฉาก พื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความ ยาวรอบรูป และพื้นท่ีของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ระนาบ จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรงและสัญลักษณ์แสดง เส้นตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง มมุ ส่วนประกอบของมุม การเรียกชอ่ื มุม สัญลักษณแ์ สดงมมุ ชนดิ ของมุม ชนิดและ สมบตั ิของรปู สีเ่ หลยี่ มมุมฉาก การสร้างรปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉาก การอ่านและการเขียนแผนภมู แิ ท่ง (ไม่รวมการย่นระยะ) การอ่านตารางสองทาง(Two-Way Table) โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรม หรือโจทย์ปัญหาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตรใ์ นการคดิ คานวณ การแกป้ ญั หา การเชอื่ มโยง การใหเ้ หตผุ ล การคดิ สร้างสรรค์ การสอ่ื สารและ การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความคิดรวบยอด ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีระเบียบวินยั มุ่งมั่นในการทางานอย่างมี ระบบ ประหยัด ซ่ือสตั ย์ มีวิจารณญาณ รู้จักนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ช้ในการดารงชีวติ ได้อยา่ งพอเพียง รวมทงั้ มี เจตคตทิ ี่ดีต่อคณติ ศาสตร์ รหสั ตวั ชว้ี ดั ค ๑.๑ ป.๔/๑ ค ๑.๑ ป.๔/๒ ค ๑.๑ ป.๔/๓ ค ๑.๑ ป.๔/๔ มาตรฐาน ค ๑.๑ ค ๑.๑ ป.๔/๕ ค ๑.๑ ป.๔/๖ ค ๑.๑ ป.๔/๗ ค ๑.๑ ป.๔/๘ ค ๑.๑ ป.๔/๙ ค ๑.๑ ป.๔/๑๐ ค ๑.๑ ป.๔/๑๑ ค. ๑.๑ ป.๔/๑๒ ค ๑.๑ ป.๔/๑๓ ค ๑.๑ ป.๔/๑๔ ค ๑.๑ ป.๔/๑๕ ค ๑.๑ ป.๔/๑๖ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๔ มาตรฐาน ค ๒.๑ ค ๒.๑ ป.๔/๑ ค ๒.๑ ป.๔/๒ ค ๒.๑ ป.๔/๓ มาตรฐาน ค ๒.๒ ค ๒.๒ ป.๔/๑ ค ๒.๒ ป.๔/๒ มาตรฐาน ค ๓.๑ ค ๓.๑ ป.๔/๑ รวมทง้ั สนิ้ ๒๒ ตวั ชวี้ ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๕ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร๕์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง คาอธิบายรายวชิ า ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม ค่าประมาณของทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง ที่เป็นจานวนเต็ม ทศนิยม ๑ ตาแหน่ง และ ๒ ตาแหน่ง การใช้เคร่ืองหมาย การแก้โจทย์ ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ การเปรียบเทียบเศษส่วนและจานวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและ จานวนคละ การคูณ การหารของเศษส่วนและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ จานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารทศนยิ ม การคณู ทศนยิ ม การหารทศนยิ ม การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกีย่ วกบั ทศนิยม การอ่านและการเขียน ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การแก้โจทย์ปัญหารอ้ ยละ ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กโิ ลเมตรกบั เมตร โดยใชค้ วามรูเ้ ร่ืองทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ความยาวโดยใช้ ความรู้ เรื่องการเปลี่ยนหน่วยและทศนิยม ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยน้าหนัก กิโลกรัมกับกรัม โดยใช้ความรู้ เร่ืองทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้าหนัก โดยใช้ความรู้ เร่ืองการเปลี่ยนหน่วยและทศนิยม ปริมาตร ของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและความจุ ของภาชนะทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากความสัมพันธ์ระหว่าง มิลลิลิตร ลิตร ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทยป์ ัญหาเกยี่ วกบั ปริมาตรของ ทรงสเ่ี หล่ียมมมุ ฉากและความ จุของภาชนะทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมพ้ืนท่ีของรูปส่ีเหล่ียมด้านขนาน และรูป สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหลี่ยมและพื้นท่ีของรูปส่ีเหล่ียม ด้านขนานและรูปส่เี หลี่ยมขนมเปียกปูน เส้นต้ังฉากและสัญลักษณ์แสดงการต้ังฉาก เส้นขนานและสัญลกั ษณ์ แสดงการขนาน การสร้างเส้นขนาน มุมแย้ง มุมภายในและมุมภายนอกท่ีอยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง (Transversal) ชนิดและสมบัติของรปู สี่เหลย่ี ม การสร้างรูปสี่เหลีย่ ม ลกั ษณะและส่วนต่าง ๆ ของปรซิ ึม การ อา่ นและการเขียนแผนภูมิแท่ง การอา่ นกราฟเส้น โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรม หรือโจทย์ปัญหาท่ีส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง คณิตศาสตร์ในการคิดคานวณ การแก้ปญั หา การเชื่อมโยง การให้เหตผุ ล การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารและ การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ ความคดิ รวบยอด ใฝ่รู้ใฝเ่ รยี น มรี ะเบยี บวินัย มุ่งมั่นในการทางานอย่างมีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวิจารณญาณ รู้จักนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการ ดารงชีวิตไดอ้ ยา่ งพอเพยี ง รวมทัง้ มเี จตคตทิ ่ดี ีตอ่ คณติ ศาสตร์ รหสั ตวั ชวี้ ดั มาตรฐาน ค ๑.๑ ค ๑.๑ ป.๕/๑ ค ๑.๑ ป.๕/๒ ค ๑.๑ ป.๕/๓ ค ๑.๑ ป.๕/๔ ค ๑.๑ ป.๕/๕ ค ๑.๑ ป.๕/๖ ค ๑.๑ ป.๕/๗ ค ๑.๑ ป.๕/๘ ค ๑.๑ ป.๕/๙ มาตรฐาน ค ๒.๑ ค ๒.๑ ป.๕/๑ ค ๒.๑ ป.๕/๒ ค ๒.๑ ป.๕/๓ ค ๒.๑ ป.๕/๔ มาตรฐาน ค ๒.๒ ค ๒.๒ ป.๕/๑ ค ๒.๒ ป.๕/๒ ค ๒.๒ ป.๕/๓ ค ๒.๒ ป.๕/๔ มาตรฐาน ค ๓.๑ ค ๓.๑ ป.๕/๑ ค ๓.๑ ป.๕/๒ รวมทงั้ สน้ิ ๑๙ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๖ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร๖์ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง คาอธบิ ายรายวชิ า ศกึ ษาความรู้เกี่ยวกบั เร่ืองการเปรียบเทยี บและเรียงลาดับเศษส่วนและจานวนคละโดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น. อตั ราส่วน อตั ราสว่ นที่เทา่ กัน และมาตราสว่ น ตัวประกอบ จานวนเฉพาะ ตวั ประกอบเฉพาะ และการแยกตัว ประกอบ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การบวก การลบเศษส่วนและ จานวนคละ โดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ จานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม การหารทศนิยม การ แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม (รวมการแลกเงินต่างประเทศ) การแก้โจทย์ปัญหาอัตราส่วนและมาตราส่วน การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับแบบรูป ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วย ทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก ความยาวรอบรูปและพื้นท่ีของรูปสามเหลี่ยม มุมภายในของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ ของรูปหลายเหลี่ยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรปู และพื้นท่ีของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบ รูปและพ้ืนท่ีของวงกลม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม ชนิดและสมบัติของ รูปสามเหลี่ยม การสร้างรูปสามเหล่ียม ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม การสร้างวงกลม ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พรี ะมิด รูปคลข่ี องทรงกระบอก กรวย ปรซิ ึม พรี ะมดิ การอ่านแผนภมู ริ ูปวงกลม โดยจัดประสบการณ์ กิจกรรม หรือโจทย์ปัญหาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทา ง คณิตศาสตร์ในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การเช่ือมโยง การให้เหตุผล การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสารและ การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจ ความคดิ รวบยอด ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น มรี ะเบยี บวินยั มุ่งม่ันในการทางานอย่างมี ระบบ ประหยัด ซ่ือสัตย์ มีวิจารณญาณ รู้จักนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิตได้อย่างพอเพียง รวมทงั้ มีเจตคตทิ ่ีดีต่อคณติ ศาสตร์ รหสั ตวั ชว้ี ดั ค ๑.๑ ป.๖/๑ ค ๑.๑ ป.๖/๒ ค ๑.๑ ป.๖/๓ ค ๑.๑ ป.๖/๔ มาตรฐาน ค ๑.๑ ค ๑.๑ ป.๖/๕ ค ๑.๑ ป.๖/๖ ค ๑.๑ ป.๖๗ ค ๑.๑ ป.๖/๘ ค ๑.๑ ป.๖/๙ ค ๑.๑ ป.๖/๑๐ ค ๑.๑ ป.๖/๑๑ ค ๑.๑ ป.๖/๑๒ มาตรฐาน ค ๑.๒ ค ๑.๒ ป.๖/๑ มาตรฐาน ค ๒.๑ ค ๒.๑ ป.๖/๑ ค ๒.๑ ป.๖/๒ ค ๒.๑ ป.๖/๓ มาตรฐาน ค ๒.๒ ค ๒.๒ ป.๖/๑ ค ๒.๒ ป.๖/๒ ค ๒.๒ ป.๖/๓ ค ๒.๒ ป.๖/๔ มาตรฐาน ค ๓.๑ ค ๓.๑ ป.๖/๑ รวมทงั้ สน้ิ ๒๑ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๗ คาอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๘ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว๑๑๑๐๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง / ปี ระบุ บอก ตระหนัก บรรยาย แกป้ ญั หาและเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ยเก่ียวกับชือ่ พืชและสัตวท์ ่ีอาศัยอยู่ ในบริเวณต่างๆ สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม เพื่อการอยู่อาศัยของพืชและสัตว์ ลักษณะหน้าท่ีของส่วนต่างๆของ รา่ งกายมนุษย์ สตั ว์ และพชื ความสาคญั ของสว่ นต่างๆของรา่ งกาย วัสดุที่ใช้ทาวัตถุ ชนิดของวัสดุ และจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ การเกิดเสียง การเคล่ือนท่ีของ แสงเชิงประจักษ์ ดาวที่ปรากฏให้เห็นในท้องฟ้า เวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะ เฉพาะตวั ทส่ี ังเกตได้ โดยใชก้ ระบวนทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสบื คน้ ข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน การตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และ คา่ นยิ มท่เี หมาะสม ศกึ ษาการแก้ปญั หา อย่างง่ายโดยการลองผิดลองถูก การเปรียบเทยี บ การแสดงลาดบั ขัน้ ตอนการ ทางานหรือการแกป้ ญั หาอยา่ งง่าย การเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื ส่ือ การแสดง การใชง้ าน อปุ กรณ์เทคโนโลยีเบ้อื งต้น การใช้งานซอฟตแ์ วร์เบื้องต้น การใชเ้ มาส์ คีย์บอร์ด จอสมั ผัส การเปิดปิดอุปกรณ์ เทคโนโลยี การสร้าง จดั เกบ็ และเรยี กใช้ข้อมลู ตามวตั ถุประสงค์ ใช้กระบวนการการทางานอย่างเป็นขั้นตอนและเปน็ ระบบ คิดในเชงิ คานวณในการแก้ปัญหา ใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้การทางาน แสดงลาดบั ข้ันตอนการแก้ปญั หาโดยการเขียน บอกเลา่ วาดภาพ หรือใชส้ ัญลกั ษณ์ โดยการใช้เกมเขาวงกต เกมหาจดุ แตกตา่ งของภาพ การจัดหนงั สือใส่ กระเปา๋ การเขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพื่อสร้างลาดบั ส่ังการใหค้ อมพวิ เตอร์ทางาน เขยี นโปรแกรมสัง่ ให้ตัวละคร ย้ายตาแหน่ง ย่อขยายขนาด เปลยี่ นรปู รา่ ง โดยใช้บัตรคาส่งั แสดงการเขียนโปรแกรม ,Code.org ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ของการนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ อย่างปลอดภัย ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลงในการใชค้ อมพวิ เตอร์ร่วมกัน ดแู ลรกั ษาอุปกรณแ์ ละใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งเหมาะสม รักการทางาน ทางานดว้ ยความกระตือรอื รน้ และตรงเวลา มเี จตคติทดี่ ีต่อการ ทางาน มีลักษณะนิสยั การทางานทีเ่ หมาะสม มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม รหสั ตวั ชว้ี ดั ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๒.๓ ป.๑/๑ ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๓๙ ว ๓.๒ ป.๑/๑ ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ รวมทง้ั หมด ๑๕ ตวั ชวี้ ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔๐ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๒ รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว๑๒๑๐๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง / ปี ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแสงและน้าเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก ลักษณะของส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต สมบัติของวัสดุ การนาสมบัติของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทาวัตถุใน ชวี ติ ประจาวนั ประโยชนข์ องการนาวัสดุทใี่ ช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ การเคล่อื นท่ขี องแสงจากแหล่งกาเนิดแสง การ มองเห็นวัตถุโดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตราย ส่วนประกอบของดิน การจาแนกชนิดของดินโดยใช้ ลักษณะเนื้อดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์ การใช้ประโยชน์จากดิน การแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือ ข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใชส้ อ่ื ซอฟต์แวร์ การใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเกบ็ เรียกใช้ข้อมูล การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบคน้ ข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสม ศกึ ษาข้ันตอนการทางานหรือการแกป้ ัญหาอยา่ งง่าย การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใชซ้ อฟต์แวร์ หรอื สอ่ื และตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม การใชเ้ ทคโนโลยใี นการสร้าง จัดหมวดหมู่ คน้ หา จัดเกบ็ เรยี กใชข้ ้อมลู ตามวัตถปุ ระสงค์ ใชก้ ระบวนการการทางานอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ คิดในเชงิ คานวณในการแก้ปัญหา ใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรยี นรู้การทางาน แสดงลาดบั ขน้ั ตอนการทางานหรอื การแกป้ ญั หา โดยการเขยี น บอกเลา่ วาดภาพ หรือใชส้ ญั ลักษณ์ การแก้ปัญหาโดยใช้เกมตัวตอ่ เกมการแตง่ ตวั มาโรงเรยี น การเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายเพ่ือสรา้ งลาดบั สงั่ การให้คอมพิวเตอรท์ างานตามท่ตี ้องการและตรวจสอบ ข้อผดิ พลาด ปรบั แก้ไขให้ไดผ้ ลลพั ธ์ตามท่ตี ้องการ ใช้ซอฟต์แวรเ์ ขียนโปรแกรม โดยใช้บตั รคาสั่งแสดงการเขียน โปแกรม,Code.org สามารถใชง้ านซอฟตแ์ วร์เบื้องตน้ ตระหนกั และเห็นคุณค่าของการนาความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ อย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใชค้ อมพิวเตอรร์ ่วมกนั ดแู ลรักษาอปุ กรณ์และใชง้ านเทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งเหมาะสม รักการทางาน ทางานดว้ ยความกระตือรอื รน้ และตรงเวลา มเี จตคติท่ดี ีตอ่ การ ทางาน มีลักษณะนิสัยการทางานที่เหมาะสม มคี ุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มท่ีเหมาะสม รหสั ตวั ชวี้ ดั ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓ ว ๑.๓ ป.๒/๑ ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓,ป.๒/๔ ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔๑ ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ , ป.๒/๓,ป.๒/๔ รวม ๑๖ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔๒ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว๑๓๑๐๑ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง / ปี ศึกษา วิเคราะห์ ส่ิงท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ ประโยชน์ของ อาหาร น้า และอากาศ การดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับส่ิงเหล่าน้ีอย่างเหมาะสม วัฏจักรชีวิตของสัตว์ ส่วนประกอบของวัตถุ และการเปล่ียนแปลงของวัสดุเมื่อทาให้ร้อนขึ้นหรือทาให้เย็นลง แรงที่มีต่อการ เปลย่ี นแปลงการเคล่ือนที่ของวตั ถุ แรงสัมผสั และแรงไม่สมั ผัสทีม่ ผี ลต่อการเคลอื่ นทขี่ องวตั ถุ การดงึ ดูดระหว่าง แม่เหล็กกับวัตถุ ข้ัวแม่เหล็ก การเปล่ียนพลังงาน การทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการ ผลิตไฟฟ้า ประโยชน์และโทษของไฟฟ้า วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย เส้นทางการข้ึนและตก ของดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกาหนดทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชีวิต ส่วนประกอบของอากาศ ความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อส่ิงมีชีวิต การปฏิบัติ ตนในการลดการเกดิ มลพษิ ทางอากาศ การเกดิ ลม ประโยชนแ์ ละโทษของลม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม ศึกษาข้นั ตอนการแสดงอัลกอรทิ ึมในการทางานหรือการแก้ปญั หาอยา่ งง่าย การเขียนโปรแกรมอยา่ ง ง่ายโดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื สอ่ื และตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม การใช้อนิ เตอร์เน็ตค้นคว้าหาความรู้ การ รวบรวม ประมวลผลและนาเสนอขอ้ มลู โดยใช้ซอฟต์แวร์ตามวตั ถุประสงค์ ใช้กระบวนการการทางานอย่างเปน็ ขัน้ ตอนและเปน็ ระบบ คดิ ในเชิงคานวณในการแก้ปญั หา ใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้การทางาน แสดงอลั กอรทิ ึมเป็นขนั้ ตอนการทางานหรือการ แก้ปญั หาโดยการเขยี น บอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ัญลกั ษณ์ การแกป้ ัญหาโดยใช้เกม การเขยี นโปรแกรมเพอ่ื ส่ังการให้ตัวละครทางานซ้าไม่ส้ินสุด และตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาด ปรับแกไ้ ขให้ได้ผลลัพธ์ตามทีต่ ้องการ ถ้าไม่ เป็นไปตามท่ีตอ้ งการให้ตรวจสอบการทางานทีละคาสง่ั ใช้ซอฟตแ์ วร์เขียนโปรแกรม โดยใช้บัตรคาส่งั แสดงการ เขียนโปแกรม,Code.org สามารถสืบค้นข้อมลู บนอินเตอร์เนต็ โดยใชเ้ วบ็ ไซต์ในการสืบค้น ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของการนาความรู้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน ใชอ้ นิ เตอร์เน็ตเทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการใชอ้ ินเตอรเ์ นต็ ดูแลรกั ษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยี สารสนเทศอยา่ งเหมาะสม รักการทางาน ทางานด้วยความกระตือรอื รน้ และตรงเวลา มเี จตคติทีด่ ีต่อการ ทางาน มีลักษณะนสิ ัยการทางานท่เี หมาะสม มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มท่เี หมาะสม รหสั ตวั ชว้ี ดั ว ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ ว ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ ว ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ ว ๒.๓ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔๓ ว ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ ว ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ ว ๔.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔, ป๓/๕ รวม ๒๕ ตวั ชว้ี ดั คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔๔ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว๑๔๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง / ปี บรรยาย จาแนก เปรียบเทียบ อภิปราย ระบุ อธบิ าย สรา้ งแบบจาลอง ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการ แกป้ ัญหา ออกแบบและเขียนโปรแกรม ใชอ้ ินเตอร์เนต็ รวบรวม ประเมนิ นาเสนอขอ้ มูล เกยี่ วกับหนา้ ท่ขี อง สว่ นตา่ งๆของพืช ความแตกต่างของลกั ษณะของสงิ่ มชี วี ติ พชื ดอกและพชื ไม่มีดอก สตั ว์มีกระดูกสนั หลงั และไม่ มกี ระดูกสนั หลังเปน็ เกณฑ์ สมบตั ทิ างกายภาพดา้ นความแข็ง สภาพยืดหยนุ่ การนาความรอ้ น และการนาไฟฟา้ ของวัสดุ การนา สมบัตทิ างกายภาพของวสั ดไุ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั สมบตั ิของสสารทง้ั 3 สถานะ ผลของแรงโน้มถว่ งของโลกที่ มตี อ่ วตั ถุ การใช้เคร่ืองชงั่ สปริงวดั นา้ หนักของวัตถุ มวลของวตั ถุทีม่ ีผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงการเคลื่อนทขี่ องวตั ถุ วตั ถทุ ่ีเป็นตวั กลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวตั ถุทึบแสง จากลกั ษณะการมองเห็นส่ิงตา่ งๆผ่านวัตถนุ ้ันเป็น เกณฑ์ แบบรูปเส้นทางการขน้ึ และตกของดวงจนั ทร์ แบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และคาบ การโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ โดยใช้กระบวนทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสบื ค้นขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุม่ ข้อมูล เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถนาเสนอสอ่ื สารสิง่ ท่ีเรียนรู้ มีความสามารถใน การตัดสินใจ เหน็ คุณค่าของการนาความรไู้ ปใช้ในชีวิตประจาวนั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรม และ ค่านยิ มทีเ่ หมาะสม ศกึ ษาขน้ั ตอนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ญั หา อธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธจ์ าก ปญั หาอย่างง่าย ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือสอื่ และตรวจหาขอ้ ผดิ พลาดและ แก้ไขโปรแกรม การใช้อินเตอร์เนต็ ค้นคว้าหาความรู้และประเมินความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู การรวบรวม ประมวลผล นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศโดยใชซ้ อฟต์แวรท์ ี่หลากหลายเพ่ือแกป้ ญั หาในชวี ติ ประจาวนั ใชก้ ระบวนการการทางานอย่างเปน็ ขน้ั ตอนและเป็นระบบ การใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการ แกป้ ัญหา ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรกู้ ารทางาน ออกแบบโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใช้ storyboard หรือการออกแบบอลั กอริทมึ การเขียนโปรแกรมเพ่ือสง่ั การให้คอมพิวเตอร์ทางานสรา้ งลาดับของ คาสั่งให้ได้ผลลพั ธต์ ามตอ้ งการ และตรวจสอบข้อผดิ พลาด ปรบั แก้ไขใหไ้ ดผ้ ลลัพธต์ ามท่ีต้องการ ถ้าไมเ่ ปน็ ไป ตามท่ีต้องการใหต้ รวจสอบการทางานทีละคาสง่ั ฝึกตรวจหาข้อผดิ พลาดจากโปรแกรม ใช้ซอฟตแ์ วร์เขยี น โปรแกรม โดยใชโ้ ปรแกรม Scratch, logo ตระหนักและเห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ใช้อนิ เตอรเ์ น็ตเทคโนโลยี สารสนเทศอย่างปลอดภยั ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงในการใชอ้ ินเตอร์เนต็ เข้าใจสิทธิและหน้าทขี่ องตนเอง สื่อสาร อย่างมีมารยาทและรกู้ าลเทศะ ปกป้องข้อมูลสว่ นตวั รกั การทางาน ทางานดว้ ยความกระตือรือรน้ และตรง เวลา มีเจตคติทีด่ ีต่อการทางาน มีลักษณะนิสยั การทางานทเ่ี หมาะสม มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมท่ี เหมาะสม รหสั ตวั ชวี้ ดั ว ๑.๒ ป.๔/๑ ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
๔๕ ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ว ๒.๓ ป.๔/๑ ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป๔/๕ รวมทงั้ หมด ๒๑ ตวั ชว้ี ดั โรงเรียนบา้ นพงั โคน(จาปาสามคั คีวทิ ยา) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต ๒
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162