51 ในการปฏิบัติหากมีหนวยงานหรือบุคคลอ่ืนมีความประสงค$จะวางพุมดอกไมควรแนะนําใหหนวยงานหรือบุคคลนั้น วางกอนท่ีประธานจะเดินทางมาถึงบริเวณพิธี เมื่อใกลจะถึงเวลาตามกําหนดการ ใหผูรวมพิธีถวายสักการะยืนเขาแถวใหเป4นระเบียบเรียบรอยท่ีบริเวณดานหนาโตะหมูบูชา เวนระยะหางพอสมควรขาราชการแตงเครือ่ งแบบปกติขาว สวมหมวกยืนดานหนา สวนผมู ีเกียรติท่ัวไปแตงกายชุดสากล หรือชุดสุภาพยืนเขาแถว เมื่อประธานเดินทางมาถึง ผูท่ีไมไดไปยืนเขาแถว แตน่ังอยูทีเ่ กาอ้ีใหลุกข้นึ ยนื ตอนรับและใหเกียรติผูทําหนาท่ี ประธานพิธีดวยลาํ ดบั ข้นั ตอนการปฏิบตั งิ าน๑) เม่ือประธานมาถึงพธิ ี เรยี นเชญิ ประธานจดุ ธูปเทียนบูชาพระรัตนตรยั๒) เจาหนาทอี่ าราธนาศลี ประธานและผูรวมพธิ ีรบั ศลี๓) ในกรณีมีพิธีบวงสรวง ประธานพิธีถวายพุมดอกไมสักการะ (ถามีการถวายพมุ ดอกไม ๒ พุม ใหประธานวางพุมดานขวาของประธานพิธีกอน แลวจึงวางพุมดานซาย) แลวจุดเครื่องทองนอยหนาพระบรมรูป ๘ รัชกาลกราบถวายสักการะ ๑ คร้ัง (ไมแบมือที่แทนกราบ)ออกไปจุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวง (ดุริยางค$บรรเลงเพลงสาธุการ)๔) เมื่อเสร็จพิธีบวงสรวง ประธานอานอาศิรวาทปฐมราชสดุดี จบ (ดุริยางค$บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีขณะน้พี ระสงฆเ$ จริญชยั มงคลคาถา)๕) ประธานพิธีถวายพุมดอกไม และเปIดกรวยดอกไม ธูปเทียนแพ ถวายสักการะเบื้องหนาพระบรมฉายาลักษณ$พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลป=จจุบันและพระบรมฉายาลักษณ$สมเด็จพระนางเจาฯพระบรมราชินีนาถ ถวายความเคารพ แลวถอยออกมายืนเบ้ืองหนาผูรวมพิธีกลาวนําถวายพระพรชัยมงคลจบ(ดรุ ยิ างค$บรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี ขณะนีพ้ ระสงฆ$เจริญชัยมงคลคาถา)๖) ในกรณีมพี ธิ ีเจริญพระพุทธมนต$ เพอ่ื ถวายพระราชกศุ ล เจาหนาทอี่ าราธนาพระปริตร๗) พระสงฆ$เจรญิ พระพุทธมนต$๘) จบแลวถวายภตั ตาหาร พระสงฆ$ฉันภัตตาหารเรยี บรอยแลว๙) ประธานพิธี และผรู วมพิธี ประเคนจตุปจ= จยั ไทยธรรม๑๐) ประธานพิธีกรวดนาํ้ รับพร๑๑) พระสงฆ$อนโุ มทนา ถวายอดิเรก เสร็จพธิ ีหมายเหตุ๑) พระสงฆ$ในพิธีใชพัดยศสมณศักด์ิ และถวายอดิเรกท้ัง ๒ พระองค$ (พระสงฆ$ที่ถวายอดิเรกไดจะตองเป4นพระราชาคณะ และใชพัดยศสมณศักดิ์ หรือพระครูสัญญาบัตรเจาคณะจังหวัดรองเจาคณะจังหวัด และเจาอาวาสพระอารามหลวงชัน้ เอก ซ่ึงถือพัดเปลวเพลงิ และตองตัง้ พัดยศสมณศักดิ์ในการถวายอดเิ รก)๒) ขณะประธานสงฆถ$ วายอดเิ รก ประธานพธิ ีและผูรวมพิธีลดมอื ลง๓) เมื่อพระสงฆ$รูปท่ี ๒ รับ “ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง...” ประธานพิธีและผูรวมพิธี พึงประนมมือข้ึนเพ่ือรับพรตอจนกวาพระสงฆ$จะสวดจบบท
52วนั ปย> มหาราช วันปIยมหาราช กาลอันเป4นอภิลักขิตสมัย คลายวันสวรรคตแหงองค$พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ผทู รงพระคุณอนั ประเสริฐ ซ่ึงไดกําหนดไวในวันท่ี ๒๓ ตุลาคมของทุกปXอนั เปน4 วันท่ีพสกนกิ รชาวไทยแผนดินสยามนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคณุ ของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยหู ัว โดยทางราชการไดกําหนดใหวันน้ีเป4นวันสําคัญของชาติ เรียกวา“วันปIยมหาราช” หรือ “วันถวายบังคมพระบรมรูปทรงมา”สาํ หรับในสวนกลาง เพื่อเป4นการนอมรําลกึ ถึงพระมหากรณุ าธคิ ุณในพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลาเจาอยูหัวเ น่ื อ ง ใ น อ ภิ ลั ก ขิ ต ส มั ย ค ล า ย วั น ส ว ร ร ค ต ใ น พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ จุ ล จ อ ม เ ก ล า เ จ า อ ยู หั วพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัวไดทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจ ๒ ประการ คือ๑) เสด็จพระราชดาํ เนินไปทรงวางพวงมาลาพระบรมราชานุสาวรีย$ ณ ลานพระราชวงั ดสุ ิต๒) ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหกําหนดเป4นงานพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานเป4นประจําทุกปX มีการสวดพระพุทธมนต$ ถวายพระธรรมเทศนา และสดับปกรณ$ ในการน้ีนิมนต$พระสงฆ$ จํานวน๕๗ รูป เทาพระชนมพรรษาของพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลาเจาอยูหวั ซึ่งตองนิมนต$พระสงฆ$วัดท่ีเกีย่ วกับพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว พระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถและพระบรมอัฐิสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา เป4นสําคัญ สวนนอกนั้นนิมนต$ตามลําดับสมณศกั ดิ์จากสูงลงมา งานพระราชพธิ ีนจ้ี ดั ที่พระทน่ี ่ังอมรินทรวินจิ ฉัยสําหรับสวนราชการในภมู ิภาคหากจะจัดพิธีเพื่อเป4นการนอมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวซ่ึงเป4นการแสดงออกถึงความกตัญYูกตเวทีของประชาชนชาวไทยที่มีแดพระองค$ทาน ก็สามารถดําเนินกจิ กรรมตาง ๆ ได แตผูทําหนาทพ่ี ิธีกรพึงทาํ ความเขาใจใหชดั เจนวา มีการจดั กิจกรรมใดบาง มีพระสงฆ$หรอื ไมเพือ่ จะไดจัดเตรียมงานสถานที่ และพธิ กี ารไดถูกตองเหมาะสมการเตรียมการ๑) จัดเตรียมโตะหมูบูชา ๒ ชุด สําหรับต้ังเพ่ือบูชาพระรัตนตรัย จํานวน ๑ ชุด (ในกรณีมีพิธีสงฆ$) สําหรับต้ังเพ่อื ถวายเครือ่ งสักการะหนาพระราชานุสาวรีย$ จํานวน ๑ ชุด๒) ในกรณีไมมีพระราชานุสาวรีย$ จะตองจัดเตรียมพระบรมรูปหลอ หรือพระบรมฉายาลักษณ$หรอื พระบรมสาทิสลักษณ$ เพือ่ ประดิษฐานในสถานทจ่ี ดั ทาํ พธิ ี๓) จัดเตรียมเคร่ืองสักการะที่นํามาแสดงความเคารพบูชา ประกอบดวยพวงดอกไมหรอื พุมดอกไม และมีธรรมเนียมปฏิบัติวา ถามิใชเป4นวันสวรรคตแหงองค$พระบรมราชานุสาวรีย$ควรสักการะดวยพุมดอกไมสดหรือพวงดอกไมสด และไมใชแถบแพรหรือผาผูกเป4นโบสีดํา เชน วันที่ ๖ เมษายน ซ่ึงเป4นวันท่ีระลึกมหาจักรีแตวนั ที่ ๒๓ ตุลาคม ถอื เปน4 วนั สวรรคตแหงองคพ$ ระบรมราชานุสาวรยี $ ใหใชแถบแพรหรือผาผกู เปน4 โบดําได๔) จัดเตรียมเคร่ืองบูชาพระรัตนตรัย (กรณีมีพิธีสงฆ$) จัดเตรียมเครื่องทองนอยเพื่อใหประธานจุดบูชาถวายสักการะพระบรมราชานสุ าวรยี $๕) เตรยี มการนิมนต$พระสงฆ$ (มพี ิธีสงฆ$) กรณีน้ใี ชพัดรอง หรือตาลปต= ร๖) จัดเตรียมเครือ่ งใชพธิ สี งฆ$ (งานพิธีอวมงคล)๗) จัดเตรียมขาหยั่ง (ควรใหมีความสูงจากยอดพวงดอกไมถงึ พ้ืนประมาณ ๒ เมตร,๓ เมตร, ๔ เมตร แตไมควรเกนิ ๖ เมตร)
53หมายเหตุ ๑. โตะหมูประดิษฐานบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ$พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวรัชกาลท่ี ๕
54แนวทางการปฏิบตั งิ าน ในการปฏบิ ัติ หากมีหนวยงานหรือบุคคลอ่ืนมีความประสงค$จะวางพมุ ดอกไมควรแนะนําใหหนวยงานหรือบุคคลน้ัน ๆ วางพุมดอกไมหรือพวงดอกไมกอนที่ประธานจะเดินทางมาถึงบริเวณพิธี เม่ือใกลจะถึงเวลาตามกําหนดการ ใหผูรวมพิธีถวายสักการะยืนเขาแถวใหเป4นระเบียบเรียบรอยท่ีบริเวณดานหนาโตะหมูบูชาเบ้ืองหนาพระบรมราชานุสาวรีย$ เวนระยะหางพอสมควร ขาราชการแตงเครื่องแบบปกติขาว สวมหมวกยืนดานหนา สวนผูมีเกียรติท่ัวไปแตงกายชุดสากล หรือชุดสุภาพ ยืนเขาแถวดานหลัง เมื่อประธานเดินทางมาถึงบริเวณพธิ ผี ูทีไ่ มไดยนื เขาแถว แตน่งั อยูที่เกาอใี้ หลกุ ขึ้นยนื ตอนรับและใหเกียรติผทู าํ หนาที่ประธานพธิ ี๑) เมื่อประธานมาถึงบริเวณพิธี เรียนเชิญประธานถวายสักการะวางพวงดอกไมยังขาหยั่งท่ีจัดเตรียมไวและวางพุมดอกไมยังโตะท่จี ัดเตรียมไว๒) จุดธูปเทียนเครื่องทองนอย (กราบท่ีแทนกราบ ๑ ครั้ง ไมแบมือ) ยืนขึ้นถอยออกมายืนดานหนาแถวถวายความเคารพ (กรณีสวมหมวก แสดงความเคารพดวยการวันทยหัตถ$ กรณีไมสวมหมวก ใหโคงคํานับพรอมกนั ๑ ครงั้ )๓) เดินเขาสสู ถานที่ประกอบพธิ สี งฆ$๔) จดุ ธูปเทียนบชู าพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง)๕) กรณีมีพระบรมรูป หรือพระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทิสลักษณ$ ในสถานท่ีประกอบพิธีสงฆ$ใหจุดธูปเทียนเคร่อื งทองนอย และกราบท่แี ทนกราบ ๑ ครงั้ ไมแบมอื๖) เจาหนาท่อี าราธนาศลี ประธานและผูรวมพิธรี บั ศีล๗) เจาหนาทอ่ี าราธนาพระปรติ ร๘) พระสงฆ$สวดพระพุทธมนต$ จบแลว๙) ถวายภตั ตาหารแดพระสงฆ$๑๐) ประธานพธิ ี และผรู วมพิธี ประเคนจตปุ จ= จัยไทยธรรม๑๑) เจาหนาทล่ี าดผารองโยง และลาดผาภษู าโยง๑๒) ประธานพิธี และผรู วมพธิ ี ทอดผาไตรบงั สุกลุ๑๓) เมื่อทอดผาเสร็จ เจาหนาที่เชอื่ มตอแถบทองกับผาภษู าโยง๑๔) พระสงฆ$พิจารณาผาบังสุกลุ๑๕) ประธานกรวดน้ํา รบั พร๑๖) พระสงฆอ$ นุโมทนา เสรจ็ พธิ ีหมายเหตุ๑) ในพิธนี ้ี พระสงฆ$ใชพดั รองหรือตาลป=ตร (ไมใชพดั ยศสมณศกั ด์ิ)๒) งานพิธีที่มีลักษณะงานเชนน้ี เชน วันท่ี ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปX เป4นวันที่ระลึกรัชกาลที่ ๖สาํ นักพระราชวงั ไดออกหมายกาํ หนดการเสด็จพระราชดาํ เนิน ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะท่ีพระบรมราชานุสาวรีย$ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ที่สวนลุมพินีกรุงเทพมหานคร ขาราชการแตงเครอ่ื งแบบปกตขิ าว หากสวนราชการใดจะจดั พิธีถวายสกั การะหรือจัดพิธสี งฆ$ พึงจัดอนุโลมตามพธิ ีการท่ีจดั ในวันปIยมหาราช ท้ังพธิ วี างพวงดอกไม และพิธบี าํ เพ็ญกุศล
55วนั เฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคมของทุกปX เป4นวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวซึ่งเม่ือเวียนมาบรรจบในแตละปX ปวงชนชาวไทยและชาวตางประเทศที่อยูภายใตพระบรมโพธิสมภารตางก็ถือเป4นเร่ืองที่ปลื้มปXติยินดี ในอันท่ีจะรวมกันเฉลิมฉลองในวาระสําคัญเชนน้ีเนื่องจาก ทรงเป4นท่ีเทิดทูนของไพรฟKาประชาราษฎร$ทั่วราชอาณาจักรไทย ซ่ึงในการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ไดมีการจัดใหเป4นไปตามพระราชประเพณีทั้งงานในสวนทเี่ ป4นพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และงานเฉลิมฉลองอื่น ๆ ท้ังน้ี เพ่ือเป4นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเทิดทูนที่พสกนิกรมีแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวสําหรับพระราชพิธีเฉลมิ พระชนมพรรษาในรัชกาลป=จจุบัน มหี มายกาํ หนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา โดยสงั เขปดงั น้ี วันท่ี ๕ ธันวาคม เวลา ๐๙.๐๐-๑๗.๐๐ นาฬิกา สํานักพระราชวัง จัดสถานท่ีใหขาราชการ พอคาประชาชน ไดลงนามถวายพระพร ในพระบรมมหาราชวงั เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๐ นาที เป4นพิธีเสด็จพระราชดําเนินออกมหาสมาคม พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน$บนพระราชบลั ลงั ก$ ภายใตนพปฎลมหาเศวตฉตั ร เวลา ๑๗ นาฬิกา เสด็จพระราชดําเนินไปยังมุขหนาพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง บรรพชิตจีนนิกาย และบรรพชิตอนัมนิกาย ถวายพระพรชัยมงคล แลวเสด็จพระราชดําเนินเขาสูพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณีพระพุทธยอดฟKาจุฬาโลกย$ พระพุทธเลิศหลานภาไลย$ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแลว ทรงจุดเทียนบูชาเทพยดานพเคราะห$ พระสงฆ$จากวัดราชประดิษฐ$สถิตมหาสีมาราม จํานวน ๕ รูป เจริญพระพุทธมนต$นวคั คหายสุ มธัมม$ เสด็จพระราชดําเนินจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เขาสูพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยเพ่ือทรงสถาปนาต้ังและเล่ือนสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ รองสมเด็จพระราชาคณะพระราชาคณะแลวพระสงฆเ$ จริญพระพุทธมนต$ วนั ที่ ๖ ธนั วาคม เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราชแลว เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระท่ีน่ังอมรินทรวินิจฉัยทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระสงฆ$ถวายพรพระ จบรับพระราชทานฉันแลว สมเด็จพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเสสกถา ๑ กณั ฑ$ สําหรับการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ถาสวนราชการหรือองค$กรตาง ๆ จะจัดเพื่อเป4นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว พึงจัดกําหนดการโดยอนุโลมตามหมายกําหนดการของสํานักพระราชวงั ซงึ่ ไดกาํ หนดรูปแบบการจดั กิจกรรมเน่ืองในวันเฉลมิ พระชนมพรรษาไว ๓ แบบ คอื แบบท่ี ๑ การลงนามถวายพระพรชยั มงคล แบบท่ี ๒ การลงนามถวายพระพร และประชมุ สดุดีถวายพระพรชัยมงคล แบบท่ี ๓ การลงนามถวายพระพร และบาํ เพญ็ กุศลถวายพระราชกุศล
56 การเตรียมการ แบบท่ี ๑ การลงนามถวายพระพรชัยมงคล ๑) จดั แตงหองประชุมหรอื หองโถง หรอื ศาลาประชาคม ตามความเหมาะสมของสถานท่ี ๒) ตกแตงประดับธงชาติ ติดแผงพระปรมาภิไธย ภปร. ตามประทีปโคมไฟตามระเบียบท่ีทางราชการกาํ หนดไว ๓) ภายในหองประชุมหรือหองโถง หรือเวที ต้ังโตะหมู ๕ หรือ หมู ๗ หรือ หมู ๙แลวแตความสะดวกและเหมาะสม ประดับแจกันดอกไม พุมดอกไม อัญเชิญพระบรมรูปหรือ พระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทสิ ลักษณ$ ประดษิ ฐานบนโตะหมตู วั กลางแถวบน (ตวั สงู สดุ ) หรือประดษิ ฐานพระบรมฉายาลักษณ$ พระบรมสาทิสลักษณ$ บนขาหย่ังก็ไดแตโตะหมตู ัวกลางแถวบน (ตวั สูงสุด) ไมควรวางส่ิงใด เสมือนประหน่ึงวาพระบรมฉายาลกั ษณ$หรือ พระบรมสาทสิ ลักษณ$ประดิษฐานอยบู นโตะหมูตวั สูงน้ัน๔) ตั้งพานธูปเทียนแพและกรวยดอกไมสดไวบนโตะหมูตัวกลางหรอื ตัวลาง แถวกลางตามความเหมาะสม๕) จดั โตะพรอมเกาอ้ีสําหรับลงนามถวายพระพรไวสวนใดสวนหนึง่ ของสถานที่ เพือ่ ลงนามถวายพระพร ในที่น้ีเพอื่ ความเหมาะสมควรตงั้ ไวดานซายของโตะหมูท่ีประดษิ ฐานพระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทิสลักษณ$๖) จดั สมุดพรอมปากกาวางไวบนโตะ และควรมีเจาหนาท่รี ับรองกํากับสมุดลงนามไวดวย๗) กําหนดเวลาลงนามถวายพระพรชัยมงคล ทางราชการสํานักพระราชวัง กําหนดไวในหมายกําหนดการเร่ิมแตเวลา ๙ นาฬิกา ถึง ๑๗ นาฬิกา แตงกายเคร่ืองแบบปกติขาว พอคาประชาชน แตงสากลนิยมหรือชุดสภุ าพ สวนทองถิน่ ควรปฏิบตั ติ ามกําหนดการสาํ นักพระราชวงั โดยอนโุ ลม
57การจัดเตรียมสถานที่แบบท่ี ๑
58แนวทางปฏิบตั ิงาน๑) เมื่อถงึ เวลาตามกาํ หนดการจดั เจาหนาท่ีรับรองกํากับสมดุ ลงนามประจาํ ที่โตะลงนามถวายพระพรชัยมงคล๒) ผูมาลงนามถวายพระพรชยั มงคล ลงนามในสมุดทจี่ ดั ไวเรยี บรอยแลว๓) เดินไปยืน ณ เบือ้ งหนาพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทิสลกั ษณ$๔) แสดงความเคารพพระบรมรูป พระบรมฉายาลกั ษณ$ หรือพระบรมสาทิสลกั ษณเ$ สรจ็ พิธีแบบท่ี ๒ การลงนามถวายพระพรและชมุ นมุ สดดุ ี ถวายพระพรชยั มงคล๑) จัดแตงหองประชุม หรือหองโถง หรอื ศาลาประชาคม ตามความเหมาะสมของสถานท่ี๒) ตกแตงประดบั ธงชาติ ตดิ แผงพระปรมาภิไธย ภปร. ตามประทีปโคมไฟตามระเบียบท่ที างราชการกาํ หนดไว๓) ภายในหองประชุมหรือหองโถง หรือเวที ต้ังโตะหมู ๕ หรือ หมู ๗ หรือ หมู ๙ แลวแตความสะดวกและความเหมาะสม ประดบั แจกันดอกไม พุมดอกไม อัญเชิญพระบรมรูป พระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทสิ ลักษณ$ ประดิษฐานบนโตะหมูตัวกลางแถวบน (ตัวสงู สุด) หรอื ประดษิ ฐานพระบรมฉายาลักษณ$ พระบรมสาทิสลกั ษณ$ บนขาหย่ังกไ็ ด แตโตะหมตู ัวกลางแถวบน (ตวั สงู สุด) ไมควรวางสิ่งใด เสมือนประหน่ึงวาพระบรมฉายาลกั ษณ$ หรอื พระบรมสาทิสลกั ษณ$ประดษิ ฐานอยบู นโตะหมูตวั สูงนั้น๔) ตั้งพานธูปเทียนแพและกรวยดอกไมสดไวบนโตะหมตู ัวกลางหรอื ตัวลาง แถวกลาง๕) จัดโตะพรอมเกาอ้ีสําหรับลงนามถวายพระพรไวสวนใดสวนหนง่ึ ของสถานท่ี เพอ่ื ลงนามถวายพระพร ในท่ีน้ีเพ่ือความเหมาะสมควร ต้ังไวดานซายของโตะหมูที่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทสิ ลกั ษณ$๖) จดั สมดุ พรอมปากกาวางไวบนโตะ และควรมีเจาหนาทร่ี ับรองกาํ กบั สมุดลงนามไวดวย๗) กําหนดเวลาและมีชุมนุมสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล ในแบบ ๒ น้ีอนุโลมตามหมายกําหนดการของสํานักพระราชวัง กําหนดเสด็จพระราชดําเนินออกมหาสมาคมพระบรมวงศานุวงศ$ขาราชการเฝKากราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล เวลา ๑๐ นาฬิกา๓๐ นาที การแตงกายขาราชการแตงเครื่องแบบเต็มยศ ประชาชนแตงสากลนิยม หรือชุดสุภาพสวนทองถ่ินควรปฏิบัติตามกําหนดการสํานักพระราชวงั๘) จดั เตรียมคําประกาศถวายสดุดีเฉลิมพระเกียรตใิ หประธานพิธี “ขาพระพุทธเจา นาย, นาง, นางสาว, ยศ.........................................................................ตําแหนง.......................................................ในนามของขาราชการทุกฝSาย ผูมีเกียรติประชาราษฎรท$ ้ังหลายในภูมิภาคนี้ ขอประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคลในมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาแหงพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั อายนฺตุ โภนฺโต เทวสงฺฆาโย ขาแตฝูงเทพนิกร อมรพรหมมินทร$ อมรินทราธิราช สคฺเคกาเม ซ่ึงสถิตทิพยพิมานมาศ เมื่อสวรรค$ชั้นฉกามาพจร อีกทั้งเทพเจาอันมีมเหศวรศักดาเดชซ่ึงสิงสถิตอยูขอบเขตเขาจักรวาล และทัง้ พระสยามเทวาธริ าช อนฺตลิกฺเข วิมาเน อีกทั้งอากาศพิมาน ภูมเิ ทวดา เป4นอาทิ ทง้ั ทาวธตรฐ ทาววริ ุฬหกทาววิฬุป=กษ$ ทาวกุเวรรุ าช อกี ทัง้ เทพยดาอันศักด์ิสิทธิ์ ทรงมหิทธิอาํ นาจ เป4นตนวา พระสยามเทวาธิราช พระเส้อื เมือง พระทรงเมือง พระหลักเมืองผูเรืองฤทธิ์ เทพยเจาอันสิงสถิตทุกประเทศเขตแควนแสนโกฏิ จักรวาลทวีปนอยใหญ ไตรโ ล ก ธ า ตุ จ ง ตั้ ง ทิ พ ย โ ส ต เ ส ว นา ก า ร ส ดั บ ฟ= ง ป ร ะ ก า ศ ข อ ง ข าพ เ จ า ซ่ึ ง ไ ด รั บ ฉั น ท า นุ มั ติ จ า ก...........................................(ขาราชการผูมีเกียรติ ประชาชนชาวจังหวัด...............................) บรรดาผูที่ไดมาประชุมพรอมกันในมงคลเขตสถานที่นี้ ลวนมีจติ โสมนัสปรารถนาถวายพระพรชัยมงคลแดพระบาทสมเด็จพระ
59ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผูทรงพระคุณอนั ประเสรฐิ พระองค$ทรงเป4นพระประมุขของชาติ และทรงเปน4 เอกอคั รศาสนูปถัมภก มีพระราชหฤทัยประกอบไปดวย พระเมตตากรุณาอยูเนืองนิตย$ ดวยพระราชประสงค$จํานงหมายจะใหประชาชนทั้งหลายมีความเจริญรมเย็นเป4นสขุ ท่วั หนา เหลาขาราชการและประชาชนท้ังหลาย ระลึกพระคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร-มหาภูมิพล อดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จึงพรอมกันถวายพระพรชัยมงคลเพื่อถวายพระเกียรติ ในโอกาสอันเป4นมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาในวาระน้ี ขออาํ นาจกุศลบุญราศีแหงขาพระพุทธเจาทั้งหลาย ท่ีไดกระทาํ ไวทั้งอํานาจพระศรรี ัตนตรยั และเทวาภินหิ าร จงบันดาลดลใหพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช มหติ ลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพติ รทรงพระเจรญิ พระชนมายุย่ังยนื ดวยรอยพรรษา ปราศจากสรรพโรคาพยาธิภัยพิบตั ิขอใหพระองค$ทรงดํารงสิริรัชพิพัฒนาไพบูลย$ พระบรมเดชานุภาพแผไพศาล ดวยจตุรพิธพรทุกประการจงประสิทธิ์ ชยตุ ภวํ ขอพระองคท$ รงพระเจรญิ ดวยราชฤทธิ์ ชนะศัตรูหมรู ายทั่วเมทนดี ล ชยมงฺคลํ ชยั มงคลดงั กลาวน้ี จงมีแดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหติ ลาธเิ บศรามาธิบดี จกั รนี ฤบดนิ ทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทกุ ประการเทอญ” การจัดเตรยี มสถานทแ่ี บบท่ี ๒
60แนวทางปฏบิ ัตงิ าน๑) เมื่อถงึ เวลาผูรวมพิธมี าประชุมพรอมกันบริเวณพธิ แี ลว๒) จะจัดใหน่ังเกาอ้ี หรือยืนตามลําดับความเหมาะสม ขาราชการแตงเครื่องแบบเตม็ ยศ อยดู านหนา ผูมีเกียรติพอคา คฤหบดี ประชาชนท่ไี มไดแตงเครื่องแบบ ควรอยูดานหลงั ผูที่แตงเคร่อื งแบบเต็มยศ๓) ประธานเขาสูหองประชุม เดินตรงไปยืนที่หนาโตะหมูประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$ หรือพระบรมสาทสิ ลกั ษณ$๔) เปดI กรวยท่ปี Iดกระทงดอกไมธูปเทียนแพออกวางไวดานขาง๕) ถอยออกมา ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ$ หรอื พระบรมสาทิสลกั ษณ$๖) เจาหนาที่สงคาํ ประกาศสดุดีเฉลมิ พระเกียรตถิ วายพระพรชยั มงคลใหประธานพิธี๗) ประธานพธิ อี านคําสดุดีเฉลิมพระเกยี รตถิ วายพระพรชยั มงคล จบ๘) ดุรยิ างคบ$ รรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี จบ๙) ประธานพธิ ี และผรู วมพิธถี วายความเคารพพรอมกนั๑๐) เสร็จพิธีแบบที่ ๓ การลงนามถวายพระพรชยั มงคลและบาํ เพ็ญกุล ถวายเปน> พระราชกศุ ล๑) จดั เตรียมตกแตงสถานท่ี หองประชุมหรือหองโถง หรือศาลาประชาคม ตามความเหมาะสมของสถานท่ี๒) ตกแตงประดับธงชาติ ตดิ แผงพระปรมาภิไธยยอ ภปร. ตามประทีปโคมไฟตามระเบยี บทที่ างราชการกาํ หนดไว๓) จัดเตรียมอาสนส$ งฆ$ สาํ หรับพระสงฆน$ ่งั ๑๐ รปู (อาสน$สงฆจ$ ะตองสูงกวาเกาอ้ีที่ประธานพธิ ี ขาราชการหรอื ผรู วมพิธนี ง่ั ถาจัดงานพธิ ีตอนเชาควรจะเร่ิมเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น.ถามกี ารถวายภัตตาหารพระสงฆ$จะตองมกี ารจัดเตรยี มสถานท่ีไวใหพรอม)๔) จัดเตรยี มนิมนต$พระสงฆ$ไวกอนวนั งานพธิ ี (ใหหมายเหตไุ วทายฎกี านมิ นต$ใชพดั ยศโปรดถงึ กอนเวลา) แจงพระสงฆใ$ หชดั เจน๕) จัดเตรียมอุปกรณเ$ ครือ่ งใชพิธีบาํ เพญ็ กุศลในงานมงคล๖) จดั เตรียมเคร่ืองรบั รองพระสงฆ$๗) จดั เตรียมเคร่ืองไทยธรรมถวายพระสงฆ$๘) จดั เตรียมโตะหมปู ระดิษฐานพระพุทธรปู จาํ นวน ๑ ชดุ ตง้ั ไวท่ีหวั อาสน$สงฆ$พรอมจัดแตงดอกไมธูปเทยี นใหพรอม๙) จดั ตงั้ โตะหมู ๕ หรือ หมู ๗ หรอื หมู ๙ จาํ นวน ๑ ชุด แลวแตความสะดวกและความเหมาะสม ประดับแจกันดอกไม พุมดอกไม อญั เชิญพระบรมรปู หรือพระบรมฉายาลักษณ$หรอื พระบรมสาทิสลกั ษณ$ ประดษิ ฐานบนโตะหมูตวั กลางแถวบน (ตวั สงู สุด) หรอื จะประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$ พระบรมสาทิสลกั ษณ$ บนขาหยัง่ กไ็ ด แตโตะหมูตัวกลางแถวบน (ตัวสงู สุด)ไมควรวางสิง่ ใดเสมอื นประหนึง่ วาพระบรมฉายาลกั ษณ$ หรอืพระบรมสาทสิ ลกั ษณ$ประดิษฐานอยูบนโตะหมูตัวสูงนั้น๑๐) ตง้ั พานธูปเทยี นแพและกรวยดอกไมสดไวบนโตะหมตู ัวกลางหรอื ตัวลาง แถวกลาง
61แนวทางปฏบิ ตั งิ าน๑) เมื่อขาราชการ ผูมีเกียรติ พรอมกนั ยงั มณฑลพธิ ี เจาหนาทีร่ บั รองเชญิ ขาราชการผูมีเกยี รติ นั่งตามลาํ ดับช้นัตาํ แหนง๒) เจาหนาท่พี ิธจี ดั เตรยี มพธิ ีการตาง ๆ ใหเรียบรอยพรอมทจ่ี ะปฏิบัติงาน๓) ใกลถงึ เวลาทปี่ ระธานจะเขาสูมณฑลพธิ ี เจาหนาทพ่ี ิธกี ารนมิ นต$พระสงฆข$ นึ้ น่ังยังอาสนส$ งฆ$ ใหตงั้ พัดยศของพระสงฆแ$ ตละรูปไวทางดานโตะหมบู ูชา (หรอื กอนพระสงฆ$แตละรปู )๔) ประธานพธิ ีเดนิ เขาสมู ณฑลพิธี ขาราชการและผูมเี กยี รตทิ ุกทานท่นี ง่ั รอรับประธานพิธีลกุ ขน้ึ ยนื ดวยความเคารพ เพ่อื เปน4 การรบั ประธานพิธี๕) ประธานพธิ ีตรงไปทโี่ ตะหมเู ครือ่ งบชู า จดุ ธูปเทยี นเคร่ืองนมัสการบชู าพระรัตนตรยั กราบท่แี ทนกราบ ๓ครั้ง๖) ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ$ (คาํ นบั )๗) นัง่ ยังเกาอปี้ ระธานท่จี ัดเตรียมไว๘) เจาหนาทีอ่ าราธนาศลี๙) ประธานพิธี และผมู ีเกยี รติประนมมือ รับศีลจบ๑๐) ประธานพธิ ลี ุกจากทนี่ ่ัง เดินไปยงั โตะหมูทีป่ ระดิษฐานพระบรมฉายาลกั ษณ$ ผมู ีเกียรตทิ ุกทานยืนพรอมกับประธานพิธี๑๑) ประธานพธิ เี ปIดกรวยดอกไมธปู เทียนแพออกวางไวดานขางพานธูปเทียนแพ แลวถอยหลังออกมาประมาณ ๑-๒ กาว๑๒) ประธานถวายความเคารพ (คาํ นบั ) พระบรมฉายาลักษณ$ ผูรวมพธิ ที กุ ทานถวายความเคารพพรอมกับประธานพธิ ี๑๓) ประธานพธิ ีอานคําสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล จบ ถวายความเคารพพรอมดวยผทู ีอ่ ยใู นพิธที ั้งหมด (ขณะนีพ้ ระสงฆ$เจรญิ ชัยมงคลคาถา ดรุ ยิ างคบ$ รรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี จบ) ถวายความเคารพพรอมกนั๑๔) ประธานพธิ กี ลบั ไปนงั่ ยังเกาอี้ทเี่ ดิม๑๕) (กรณมี ีการเจรญิ พระพทุ ธมนต$) เจาหนาทอี่ าราธนาพระปริตร๑๖) พระสงฆ$เจริญพระพุทธมนต$ (หากไมมีการเจริญพระพุทธมนต$ ไมตองอาราธนาพระปริตร เมอ่ื ประธานพธิ ีกลบั มานง่ั ยังเกาอ้เี รียบรอยแลว พระสงฆ$สวดถวายพรพระ จบ)๑๗) ถวายภัตตาหารแดพระสงฆ$ เมอ่ื พระสงฆฉ$ นั ภัตตาหารเรียบรอยแลว๑๘) เจาหนาท่ีต้งั เครื่องจตปุ =จจยั ไทยธรรมเบอ้ื งหนาพระสงฆ$๑๙) เชญิ ประธานพิธี และขาราชการผใู หญถวายจตปุ จ= จัยไทยธรรมแลว กลบั นัง่ ท่เี ดิม๒๐) พระสงฆ$ตง้ั พัดยศอนุโมทนา และถวายอดิเรกแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว๒๑) ประธานพิธกี รวดน้าํ รับพร๒๒) ประธานพิธีลุกไปกราบท่ีแทนกราบหนาเครอ่ื งนมัสการโตะหมูบชู าพระรัตนตรยั (ผูรวมพิธยี นื พรอมกับประธาน)๒๓) ประธานพิธเี ดนิ ไปยังหนาโตะหมปู ระดิษฐานพระบรมฉายาลกั ษณ$พระบาทสมเดจ็พระเจาอยูหัว ถวายความเคารพพระบรมฉายาลกั ษณ$ ผูรวมพธิ ีถวายความเคารพพรอมกับประธาน๒๔) เจาหนาทน่ี ิมนต$พระสงฆ$ลงจากอาสน$สงฆ$
62หมายเหตุ๑) พระสงฆ$ใชพดั ยศ๒) ประธานสงฆ$ที่ถวายอดิเรกจะตองมสี มณศกั ด์ิเปน4 พระราชาคณะหรือพระครเู จาคณะจังหวดั พระครรู องเจาคณะจังหวัด พระครูเจาอาวาสพระอารามหลวงช้ันเอก ซึ่งถอื พดั เปลวเพลงิ เทาน้ัน๓) เมอื่ ประธานสงฆถ$ วายอดเิ รกแดพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั ประธานพิธแี ละผูรวมพิธีลดมือลง จบคาํถวายอดเิ รกแลว เม่ือพระสงฆ$รูปที่ ๒ รับ “ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง...”จึงยกมือข้ึนประนมไปจนจบ๔) กําหนดการแตงกาย ขาราชการแตงเครื่องแบบเต็มยศ๕) หากเปน4 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระองค$ใด ใหประดิษฐานพระบรมฉายาลกั ษณ$พระองคน$ ัน้ เชน วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั กใ็ หประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว เปน4 ตน๖) วนั เฉลมิ พระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชนิ นี าถ พึงอนโุ ลมจัดพิธีตามนี้ แตประธานสงฆ$ถวายอดิเรก สมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ (ขาราชการแตงเครื่องแบบปกติขาว)๗) วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ ารพึงอนุโลมจัดพิธีการตามน้ีแตไมมกี ารถวายอดเิ รก (ขาราชการแตงเคร่ืองแบบปกติขาว)
63การถวายผาพระกฐนิ พระราชทาน การถวายผากฐินเป4นกาลทาน เนื่องจากพระผูมีพระภาคเจาไดดําริถึงความยากลําบากของพระภิกษุ๓๐ รูป ชาวเมืองไฐยยะ ท่ีเดินทางมายังพระเชตวันวิหาร ดวยหวังจะเขาเฝKาพระผูมีพระภาคเจา แตเมื่อเดินทางมายังไมถึงที่ประทับของพระผูมีพระภาคเจาก็ถึงกาลเขาพรรษาเสียกอน จึงจําเป4นตองพักจําพรรษาณ เมืองสาเกต ครั้นเม่ือออกพรรษาก็รีบเดินทางผานโคลนตมซ่ึงมีนํ้าอยูในหลุมในบอทําใหจีวรเปรอะเปVWอนโคลนตม พระผูมพี ระภาคเจาจงึ ไดใหประชุมสงฆ$และทรงอนญุ าตใหภิกษุรบั ผากฐนิ เพ่ือนําไปตดั ไตรจีวรไดเม่ือออกพรรษาแลว ดวยทรงพิจารณาเห็นวา “ก ินตฺถาโร จ นาเมส สพฺพพุทฺเธหิ อนุYฺ าโต คือ การกรานกฐินนี้พระพุทธเจาทุกพระองค$ไดทรงอนุญาตมา” ดังนั้น การถวายผากฐินจึงเป4นกาลทานตามพระวินัยปIฎกไดกําหนดกาลไว คือ ต้ังแตวันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๑ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒ ซ่ึงเป4นงานบุญที่มีปXละคร้ังสําหรับการถวายผากฐินในป=จจบุ นั๑) พระกฐินหลวง คือ ผาพระกฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ผูทรงเป4นเอกอัครพุทธศาสนูปถัมภกเสด็จพระราชดําเนินไปถวายผาพระกฐินดวยพระองค$เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหสมเด็จพระราชินีพระราชโอรส พระราชธิดา พระบรมวงศานุวงศ$ องคมนตรี หรือบุคคลผูหนึ่งผูใด เสด็จไป หรือ ไปถวายแทนพระองคต$ ามหมายของสํานกั พระราชวัง๒) พระกฐินพระราชทาน คือ ผาพระกฐินท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว พระราชทานแกกระทรวง ทบวงกรม องค$การ สโมสร สมาคม หรือเอกชนผูมีเกียรติ ขอพระราชทานผานกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมเพ่อื นาํ ไปถวายพระอารามหลวง๓) กฐินท่ัวไปหรือกฐินราษฎร$ คือ ผากฐินท่ีพุทธศาสนิกชนผูมีศรัทธานําไปถวาย ณ วัดตาง ๆ ท่ีไมใชพระอารามหลวง พุทธศาสนิกชนกับทางวัดท่ีจะนําไปถวาย โดยการไปกราบนมัสการกับเจาอาวาสนั้นวา“มคี วามประสงคจ$ ะนําผากฐินมาถวายพระสงฆ$จําพรรษา ณ อารามนีแ้ ละสามารถกําหนดวันที่จะนําผากฐินมาถวายกับทางวัดใหเรียบรอย”พระอารามหลวง ๑๖ พระอาราม ท่ีสงวนไวไมใหมีการขอพระราชทานผาพระกฐิน มดี ังนี้๑. วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม กรุงเทพมหานคร๒. วดั อรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร๓. วดั ราชโอรสาราม กรงุ เทพมหานคร๔. วดั ราชประดษิ ฐสถติ มหาสมี าราม กรงุ เทพมหานคร๕. วดั เบญจมบพติ รดุสิตวนาราม กรงุ เทพมหานคร๖. วัดบวรนเิ วศวิหาร กรุงเทพมหานคร๗. วัดราชบพิธสถติ มหาสมี าราม กรุงเทพมหานคร๘. วดั สทุ ศั นเทพวราราม กรุงเทพมหานคร๙. วัดราชาธวิ าส กรงุ เทพมหานคร๑๐. วัดมกุฏกษตั รยิ าราม กรุงเทพมหานคร๑๑. วัดเทพศิรินทราวาส กรงุ เทพมหานคร๑๒. วัดมหาธาตยุ ุวราชรังสฤษฎ์ิ กรุงเทพมหานคร๑๓. วัดพระปฐมเจดีย$ จังหวดั นครปฐม๑๔. วดั นเิ วศธรรมประวัติ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา๑๕. วดั สุวรรณดาราราม จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา๑๖. วดั พระศรีรตั นมหาธาตุ จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
64 สําหรบั ในที่น้จี ะกลาวถึงการจัดพธิ ีถวายผาพระกฐนิ พระราชทาน ซ่งึ ผูทีข่ อรับพระราชทานสามารถนาํ ไปใชเป4นแนวทางในการปฏบิ ัติศาสนพธิ ที ่ีมีความเกี่ยวของกับสถาบันพระมหากษัตรยิ $ในขั้นตอนแรกผูท่ีมีความประสงค$จะขอรับพระราชทานควรดําเนินการตามขนั้ ตอนตาง ๆ ดังน้กี ารจองกฐนิ พระราชทาน ผขู อรบัพระราชทานผาพระกฐินไปถวายยงั พระอารามหลวงใดควรปฏิบตั ดิ งั น้ีสวนกลาง๑) กรมการศาสนาจัดทําประกาศกรมการศาสนา เร่ืองการขอรับพระราชทานผาพระกฐินแลวแจงใหสวนราชการ กระทรวง ทบวง กรม รฐั วสิ าหกจิ บรษิ ัทหางราน สมาคม มูลนธิ ิ และเจาอาวาสพระอารามหลวง เพื่อแจงกําหนดระยะเวลาที่จะทําการถวายผาพระกฐิน๒) ในกรุงเทพมหานคร ผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินสามารถแจงจองกฐินพระราชทาน ไดดังนี้ กองศาสนูปถมั ภ$ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โทร. ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๐๒-๗ จองกับพระอารามหลวงโดยตรง (และตองแจงใหกรมการศาสนาทราบดวย)๓) กรมการศาสนาจะแจงกําหนดวันถวายผาพระกฐินพระราชทานใหผูขอรับพระราชทานทราบ เพื่อจะไดประสานกําหนดวนั ถวายกบั ทางพระอารามหลวงตอไป๔) ผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินจะตองทําหนังสือถึงอธิบดีกรมการศาสนาเพ่ือขอรับพระราชทานผาพระกฐนิ๕) กรมการศาสนาทําหนังสือแจงการรับจองพระอารามหลวงที่ผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินจะนําผาพระกฐินพระราชทาน จํานวน ๑ ฉบับ และทําหนังสือนมัสการเจาอาวาสพระอารามหลวงท่ีจะรับผาพระกฐินพระราชทาน จํานวน ๑ ฉบบั๖) เมื่อกรมการศาสนาจัดเตรียมเคร่ืองพระกฐินพระราชทานเรียบรอยแลว จะทําหนังสือแจงใหผูขอรับพระราชทานผาพระกฐิน ใหมารับผาพระกฐินและเครื่องพระกฐินพระราชทานดวยตนเอง ท่ีกองศาสนูปถัมภ$กรมการศาสนา กระทรวงวฒั นธรรม เพือ่ นาํ ไปถวายยงั พระอารามหลวงท่ไี ดขอพระราชทานไวสวนภูมภิ าค๑) กรมการศาสนาจดั ทําประกาศกรมการศาสนา เรอื่ งการขอรับพระราชทานผาพระกฐินแจงไปยังผูวาราชการจังหวัด ใหทราบกําหนดระยะเวลาท่ีจะทําการถวายผาพระกฐินเพ่ือจะไดประกาศใหสวนราชการ รัฐวิสาหกิจบริษัท หางราน สมาคม มูลนิธิ ฯลฯ ภายในจังหวัดไดทราบทั่วกัน ใหสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดเป4นผูรับผิดชอบ และนมัสการใหเจาอาวาสพระอารามหลวงทราบ หรือขอรับพระราชทานผาพระกฐินกับพระอารามหลวงโดยตรง๒) ผูที่จะขอรับพระราชทานผาพระกฐินสามารถจองกฐินพระราชทานได ดังน้ีสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดท่ีเป4นท่ีต้ังพระอารามที่จะขอพระราชทานผาพระกฐินไปถวาย (เมื่อรับจองแลว ตองแจงใหกรมการศาสนาทราบทนั ที) กองศาสนปู ถมั ภ$ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โทร. ๐ ๒๔๒๒ ๘๘๐๒-๗ จองกบั พระอารามโดยตรง (และตองแจงใหกรมการศาสนาทราบดวย)๓) กรมการศาสนาจะแจงกําหนดวันถวายผาพระกฐินพระราชทานใหผูขอรับพระราชทานทราบเพ่ือประสานงานกบั ทางวัด กาํ หนดวนั ถวายผาพระกฐินพระราชทานตอไป๔) เม่ือผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินไดจองพระอารามหลวง เพ่ือขอรับพระราชทานผาพระกฐินควรดาํ เนนิ การ ดังน้ี
65 ผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินพระราชทาน ตองทําหนังสือถึงวัฒนธรรมจังหวัดเพ่ือแจงใหกรมการศาสนาทราบ ผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินพระราชทาน ตองประสานงานกับเจาอาวาสพระอารามหลวงทําหนังสือถึงวัฒนธรรมจังหวัด เพื่อแจงใหกรมการศาสนาทราบผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินพระราชทานตองทําหนังสือแจงกรมการศาสนาทราบ๕) กรมการศาสนามีหนังสือแจงการรับจองพระอารามหลวงท่ีผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินทราบ จํานวน๑ ฉบับ และทําหนังสือนมัสการใหเจาอาวาสพระอารามหลวงท่ีผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินจอง เพ่ือขอพระราชทานผาพระกฐินไปถวาย จํานวน ๑ ฉบบั๖) เมื่อกรมการศาสนาจัดเตรียมเครื่องพระกฐินพระราชทานเรียบรอยแลว จะทําหนังสือสอบถามผูขอรับพระราชทานผาพระกฐินวา “มีความประสงค$จะรับเครื่องพระกฐินพระราชทานท่ีกรมการศาสนาดวยตนเองหรือมีความประสงค$จะใหกรมการศาสนาจัดสงไปยังสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัด ในจังหวัดซึ่งเป4นสถานที่ต้ังของพระอารามหลวงทไ่ี ดจองไว”๗) กรมการศาสนาทําหนังสือแจงผูขอรับพระราชทานผาพระกฐิน เพื่อใหไปรับเคร่ืองพระกฐินพระราชทานทกี่ รมการศาสนา หรอื สํานักงานวัฒนธรรมจงั หวดั แลวแตกรณีตามความประสงคข$ องผูขอรับพระราชทานการเตรยี มการ๑) การเตรยี มสถานที่ถวายผาพระกฐินพระราชทานในพระอโุ บสถ (ตามแผนผังการจัดสถานท่ี)๒) จัดทาํ กําหนดการถวายผาพระกฐินพระราชทาน เพ่ือใหมีความเรียบรอยสวยงามและสมพระเกยี รติ๓) จัดเตรียมโตะหมูบูชา ประดับแจกัน พุมดอกไม โตะหมูตัวกลางสูงสุดประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหัว โตะหมูตัวกลางแถวกลางประดิษฐานผาพระกฐินพระราชทาน ถัดลงมาตัวกลางแถวลาง วางพานดอกไมธปู เทียนแพ (บนหลงั ธปู เทยี นแพมีกระทงดอกไมกรวยครอบ)๔) ตรวจสอบเครือ่ งพระกฐินพระราชทานครบตามจาํ นวนทีก่ รมการศาสนากาํ หนดไว๕) จัดเตรยี มเทยี นชนวน ทก่ี รวดนาํ้ คําถวายผาพระกฐนิ พระราชทาน๖) จัดเตรยี มพานสาํ หรับประดษิ ฐานผาพระกฐินพระราชทาน เบื้องหนาพระบรมฉายาลักษณ$๗) จัดเตรียมโตะ พานแวน และพาน ต้ังเบ้ืองหนาพระสงฆ$รูปท่ี ๒ สําหรับวางเทียนปาติโมกข$ และตั้งพานแวนฟาK สําหรบั ใหผขู อรบั พระราชทานผาพระกฐินวางผาพระกฐนิ พระราชทานถวายพระสงฆ$๘) จดั เตรียมท่กี รวดนํา้ เทยี นชนวนแนวทางปฏบิ ตั งิ าน๑) จัดแตงธูปเทยี นเคร่ืองนมัสการพระพุทธปฏมิ าในพระอโุ บสถใหเรยี บรอย๒) จัดโตะหมูบูชาเพ่ือประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวโตะหมูแถวกลางตัวสูงสุดประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว ตวั กลางโตะหมู แถวกลางประดิษฐานผาพระกฐินพระราชทาน และโตะหมตู ัวลางแถวกลางวางพานดอกไมธปู เทยี นแพ๓) ผาพระกฐินพระราชทาน ใหนําพลาสติกออก แลวจึงติดคาํ ถวายบนผาพระกฐนิ พระราชทาน และวางผาหมพระประธานไวบนคําถวายผาพระกฐิน ควรใชเทปใสยึดติดใหแนนปKองกันไมใหเล่ือนตก (สําหรับพระอารามหลวงทสี่ งั กัดคณะสงฆ$ธรรมยุต หรือพระอารามหลวงท่ีสังกัดมหานกิ าย ซ่งึ มอี ยู ๕ พระอาราม ซ่ึงมผี าขาวใหใชรบิ บิ้นผูกผาขาวติดกับผาพระกฐินพระราชทานใหเรียบรอยกอน แลวจึงติดคําถวายไวบนผาขาว และนําผาหมพระประธานวางไวบนคาํ ถวาย ใชเทปใสตดิ ใหแนนเพอ่ื ปKองกนั ผาหมพระประธานตก
66 คาํ ถวายผ+าพระกฐินพระราชทาน ประธานพิธหี นั หนาไปยังพระประธานปฏมิ ากรประจาํ พระอุโบสถ กลาว นโม ๓ จบ “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมมฺ าสมฺพุทธฺ สสฺ ” “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมมฺ าสมฺพุทฺธสสฺ ” “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธฺ สสฺ ” หันหนาไปทางพระสงฆ$ กลาวคําถวายผาพระกฐินพระราชทาน “ผาพระกฐินทานกับท้ังผาอานิสงสบริวารทั้งปวงน้ี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ผูทรงพระคุณอันประเสริฐ กอปรดวยพระราชศรัทธาโปรดเกลาโปรดกระหมอมให.....................................(กลาวชื่อหนวยงาน หรือองค$กรผูขอรับพระราชทาน)นอมนาํ ถวายแดพระภิกษุสงฆ$ ซงึ่ จําพรรษากาลถวนไตรมาสในอาวาสวหิ ารน้ี ขอพระสงฆ$จงรบั ผาพระกฐินทานกระทาํ กฐินตั ถารกจิ ตามพระบรมพทุ ธานญุ าตนั้น เทอญ”๔) เมื่อใกลถึงเวลาตามกําหนดการ ใหอัญเชิญผาพระกฐินพระราชทานวางไวบนตะลุมมุก หรือพานเบ้ืองหนาพระบรมฉายาลกั ษณพ$ ระบาทสมเด็จพระเจาอยูหวั๕) เคร่ืองบริวารผาพระกฐินพระราชทาน ใหนําออกจากกลองหรือพลาสติก แลวจัดใสตะลุมหรือพานหรือภาชนะท่เี หมาะสม และจดั วางใหเรียบรอยสวยงาม๖) จัดโตะปูดวยผาขาว ตั้งไวทางทายอาสน$สงฆ$ สําหรับวางเคร่ืองบริวารผาพระกฐินและเครื่องจตุป=จจัยไทยธรรมทจ่ี ัดถวายพระภกิ ษุสามเณร ตัวอยาง กําหนดการ ในการ (หนวยงาน, องคก$ ร.........................................ถวายผาพระกฐินพระราชทานณ วดั ............................ตําบล...........................อําเภอ.......................จงั หวัด........................... วนั ท่ี..........เดอื น...................................พ.ศ. ................ วนั ที่..........เดอื น...................................พ.ศ. ................เวลา.....................น. - ขาราชการ ผูมีเกียรติ ผรู วมพธิ ี พรอมกนั ณ พระอุโบสถ - ประธานเดินทางถึงหนาพระอุโบสถ ไปที่โตะหมปู ระดิษฐานพระบรมฉายาลกั ษณ$พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู วั - เปดI กรวยดอกไมถวายสักการะพระบรมฉายาลกั ษณ$ - ถวายความเคารพ (คํานับ หรอื ถอนสายบัว แลวแตกรณี) - ยกผาพระกฐินขึ้นอุมประคองไวตรงอก ยนื ตรง (ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี) จบ - ถวายความเคารพ - อมุ ประคองผาพระกฐนิ พระราชทานเขาสพู ระอุโบสถ - วางผาพระกฐินพระราชทานไวท่ีพานแวนฟาK ตรงหนาพระสงฆร$ ูปที่ ๒ - จุดธูปเทยี นบูชาพระพุทธปฏิมากรประจําพระอโุ บสถ - กราบทแี่ ทนกราบ ๓ ครัง้ - หยิบผาหมพระประธานซึ่งวางอยูบนคํากลาว สงใหเจาหนาท่ี - ยกผาพระกฐินพระราชทานขนึ้ ประคองลกั ษณะประนมมือ
67 - หนั หนาไปทางพระพทุ ธปฏมิ ากรประจําพระอโุ บสถ กลาว นะโม ๓ จบ - หนั หนาไปยงั พระสงฆ$ กลาวคาํ ถวายผาพระกฐนิ ที่ตดิ บนผาไตร จบแลว - วางผาพระกฐนิ พระราชทานไวบนพานแวนฟาK ยกประเคนพระสงฆ$รูปที่ ๒ - ยกพานเทยี นปาฏโิ มกข$ ประเคนพระสงฆร$ ูปที่ ๒ - ประธานไปน่งั เกาอที้ จี่ ัดเตรียมไว - พระสงฆท$ ําพิธีกฐนิ กรรม - พระเถระองค$ครองลุกออกไปครองผาพระกฐิน เสร็จแลวกลับเขามานั่งยังที่เดิม (ขณะน้ีถามีการบรรเลงดนตรีไทย จะบรรเลงเพลงสาธุการ เมื่อพระเถระครองผาเสร็จ จะกลับมานั่งยังอาสน$สงฆ$ท่ีเดิมใหดนตรหี ยดุ บรรเลงเพลงทันที) - ประธานประเคนเคร่ืองพระกฐินพระราชทาน ถามีพัดรองท่ีระลึกใหประเคนตอจากเครื่องพระกฐินพระราชทาน) - ประธานและผมู ีเกียรติประเคนจตุปจ= จัยไทยธรรมแดพระสงฆท$ ุกรปู - ประกาศยอดจํานวนเงนิ ท่ีมีผบู รจิ าครวมถวายพระราชกศุ ล ในการถวายผาพระกฐินพระราชทาน - พระสงฆ$อนุโมทนา ถวายอดิเรก - ประธานกรวดนา้ํ -รับพร - ประธานกราบลาพระปฏมิ ากรประจาํ พระอโุ บสถ - ประธานกราบลาพระสงฆ$ - เสรจ็ พธิ ีหมายเหตุ ๑) ถาไมมีโตะหมูประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ$ และผาพระกฐินพระราชทานใหจัดเจาหนาที่ซ่ึงแตงเคร่ืองแบบปกติขาวอัญเชิญผาพระกฐินพระราชทานสงใหผูเป4นประธานพิธีถวาย ผาพระกฐินพระราชทาน ณ เชงิ บันไดหรอื หนาประตพู ระอโุ บสถ ๒) เม่ือประธานพิธรี ับผาพระกฐนิ พระราชทานจากเจาหนาท่ีแลว ใหอมุ ประคองในลักษณะประนมมือยืนตรงแสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ$พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว(ขณะประธานรับผาพระกฐินพระราชทานจากเจาหนาที่ ดุริยางค$บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ผูรวมพิธียืนตรงเป4นการถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว จบ ประธานอุมประคองผาไตรเขาสูพระอุโบสถ) ผูรวมพิธียืนตรงเพ่ือรับผาพระกฐินพระราชทานและประธานพิธี เม่ือประธานพิธีกลาวคําถวายผาพระกฐินพระราชทาน และประเคนพระสงฆเ$ ปน4 ทเี่ รยี บรอยแลวประธานพธิ ีและผรู วมพิธีน่ังยงั ที่นั่งพรอมกัน ๓) ในพิธีน้ี พระสงฆ$ที่มีสมณศักด์ิใชพัดยศสมณศักด์ิ พระสงฆ$ที่ไมมีสมณศักดิ์ใหใชวิธีประนมมือ(ไมใชพัดรองหรือตาลปต= ร) ๔) ในการถวายผาพระกฐินพระราชทาน ตองมีการถวายอดิเรก พระอารามที่ไมมีพระราชาคณะ ตองนิมนต$พระราชาคณะจากพระอารามหรือวัดอื่นมาเป4นผูถวายอดิเรกและพระสงฆ$ท่ีจะถวายอดิเรกไดจะตองเป4นพระราชาคณะ หรือพระครูเจาคณะจังหวัด พระครูรองเจาคณะจังหวัด และพระครูเจาอาวาสพระอารามหลวงชนั้ เอก ที่ถอื พดั เปลวเพลิงขนึ้ ไป ๕) ในกรณีท่ีเจาอาวาสมีสมณศักดิ์ตํ่ากวาพระสงฆ$สมณศักดิ์ในพระอารามเดียวกันใหเจาอาวาสนั่งอาสนะกอนพระสมณศกั ดิ์รปู อ่ืนทีม่ สี มณศักดิ์สงู กวาแตไมไดเป4นเจาอาวาส
68 ๖) ในกรณีท่ีผูขอรับพระราชทานจัดสรางพัดรองท่ีระลึกหรือตาลป=ตรที่ระลึกถวายพระสงฆ$ใหใชพัดรองหรือตาลป=ตรที่ระลึกอนุโมทนา สวนรูปอื่นท่ีไมมีพัดรองหรือตาลป=ตรที่ระลึกถวายใหตั้งพัดยศตั้งแตอนโุ มทนา และพระสงฆ$ท่ถี อื พดั รองอนุโมทนาใหเปล่ยี นมาใชพัดยศกอนที่ประธานสงฆจ$ ะกลาวคําถวายอดิเรก ๗) ในขณะท่ปี ระธานสงฆก$ ลาวคาํ ถวายอดเิ รก “อตเิ รกกวสฺสสตํ ชีวตุ. อตเิ รกกวสฺสสตํ ชีวต.ุ อติเรกกวสฺสสตํ ชวี ต.ุ ทฆี ายโุ ก โหตุ อโรโค โหตุ. ทีฆายโุ ก โหตุ อโรโค โหตุ. สุขโิ ต โหตุ ปรมนิ ฺทรมหาราชา. สิทฺธิกิจจฺ ํ สทิ ธฺ ิกมมฺ ํ สิทฺธิลาโภ ชโย นจิ จฺ .ํ ปรมินฺทมหาราชวรสสฺ ภวตุ สพพฺ ทฺ ขอถวายพระพร” ประธานพธิ ีและผรู วมพธิ ีทุกทานลดมอื ลง เม่อื พระสงฆ$รูปท่ี ๒ รบั “ภวตุ สพฺพมงฺคํ.....” ประธานพิธแี ละผูรวมพิธีจึงยกมือขน้ึ ประนมเพ่ือรับพรตอไป ๘) การถวายเครื่องพระกฐินพระราชทานจัดใหประธานถวายตามลําดับ ดังน้ี บาตร เครื่องนอนเครือ่ งใชที่เก่ียวกับอาหาร เคร่อื งท่ีเก่ียวกบั แสงสวาง เคร่ืองมือโยธา พัดรองหรือตาลป=ตรท่ีระลกึ และเคร่ืองใชหรือจตุป=จจัยไทยธรรมท่ผี ขู อรบั พระราชทานจดั ถวาย
69
70
71
72
73บทท่ี ๔ แนวทางการจดั งานมงคลพธิ ี การจัดงานท่เี ป4นพิธมี ลี ําดับข้ันตอน เพื่อใหการดาํ เนินกจิ กรรมในพิธีตาง ๆ เป4นไปดวยความเรียบรอยดังน้ัน เพ่ือใหผูที่ทําหนาที่ประธานพิธี ผูรวมพิธีและผูปฏิบัติงานพิธีมีความเขาใจตรงกัน ในการที่จะดําเนินกจิ กรรม ศาสนพธิ ใี หเปน4 ไปดวยความเรยี บรอย ศาสนพิธีกรจะตองเป4นผทู ี่มีความรูความเขาใจในลําดบั ขน้ั ตอนวิธีการ ลักษณะของการจัดกิจกรรมงานพิธีตาง ๆไมวาจะเป4นงานมงคล งานอวมงคล กุศลพิธีหรืองานบุญพธิ ีอยางชัดเจน เพ่อื ใหการปฏบิ ัติงานพิธเี ป4นไปดวยความเรียบรอย สวยงาม นาํ มาซ่งึ ความศรัทธาเลอ่ื มใสของผทู ี่เขารวมพธิ ีงานกศุ ลพิธี งานกุศลพิธี คือ การจัดงานดวยปรารภเหตุการณ$สรางกุศลใหแกตนเอง เพ่ือความเป4นสวัสดิมงคลซงึ่ บุคคลน้ัน ๆ จะจดั เองหรอื บคุ คลอ่นื จดั ใหกไ็ ด เชน การบรรพชาสามเณรการบรรพชาอปุ สมบทเป4นพระภิกษุการสมาทานศลี ๕ ศีล ๘ หรอื การรักษาศลี อโุ บสถการแสดงตนเป4นพุทธมามกะ เปน4 ตนพธิ ีแสดงตนเปน> พุทธมามกะ ๑) ไปนมัสการพระอาจารยเ$ พ่ือแจงความประสงค$ นัดวนั เวลา และนมิ นต$พระสงฆ$ ๒) ในวันประกอบพิธี ผูแสดงตนแตงกายชุดสีขาวลวน ชุดนักเรียน หรือชุดสุภาพสีออนพรอมกันณ สถานท่ีประกอบพิธี ๓) จุดธปู เทยี นบชู าพระรตั นตรยั เปลงวาจาบชู าพระรตั นตรัย กราบ ๓ ครั้ง ๔) ถือพานเคร่ืองสักการะเขาไปหาพระอาจารย$ ณ ท่ีชุมนุมสงฆ$ วางพานแลว กราบ ๓ ครั้ง ยกพานเคร่อื งสักการะถวาย กราบ ๓ ครั้ง ๕) เปลงวาจากลาวคาํ นมสั การ (นะโม ๓ จบ) และคาํ ปฏญิ าณตนเปน4 พุทธมามกะ จบ ๖) เม่ือพระสงฆ$รับวา “สาธุ” แลวกราบ ๓ ครั้ง นั่งราบกับพื้น ประนมมือรับฟ=งโอวาทจากพระอาจารย$ เมื่อจบโอวาทแลว รับวา “สาธุ” แลวนั่งคุกเขาประนมมือ อาราธนาศีล ๕ รับศีล จบแลวกราบ ๓ ครงั้ ๗) ประเคนจตปุ =จจยั ไทยธรรมถวายพระสงฆ$ (ถามี) ๘) พระสงฆ$อนุโมทนา ๙) กรวดน้าํ -รบั พร ๑๐) กราบ ๓ คร้ัง เปน4 เสร็จพิธี คําบชู าพระรัตนตรยั อมิ นิ า สักกาเรนะ พุทธัง ปูเชมิ อมิ นิ า สกั กาเรนะ ธัมมงั ปูเชมิ อมิ นิ า สกั กาเรนะ สังฆงั ปูเชมิ (ถาหลายคน เปลย่ี น ปเู ชมิ เป4น ปเู ชมะ)
74คํากลาวแสดงตนเป>นพทุ ธมามกะคาํ กลาวแสดงตนคนเดยี ว (ชาย) ตัง้ นะโม ๓ จบ “เอสาหัง ภันเต สจุ ริ ะปะรนิ ิพพุตัมปI ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คจั ฉามิ ธมั มัญจะ สังฆญั จะ พุทธะมามะโกติ มงั สังโฆ ธาเรตุ”คาํ กลาวสาํ หรับผ+หู ญงิ แสดงตนคนเดียว เหมือนกับคาํ แสดงตนของชาย เพยี งแตเปล่ยี นคําวา พุทธะมามะโกติ เป4น พทุ ธะมามะกาติ เทาน้ันคํากลาวสาํ หรบั แสดงตนหลายคน (ชาย) “เอเต มะยัง ภนั เต สจุ ริ ะปะรินพิ พุตัมปI ตงั ภะคะวนั ตงั สะระณัง คจั ฉามะ ธัมมญั จะ สงั ฆัญจะ พุทธะมามะกาติ โน สงั โฆ ธาเรตุ”คํากลาวสาํ หรับผ+หู ญิงหลายคนแสดงตน เหมือนคําแสดงตนของชายหลายคน เพยี งแตเปล่ียนคําวา เอเต มะยัง เป4น เอตา มะยัง เทานนั้งานบุญพิธีงานบุญพธิ ี มี ๒ ประเภท ๑. งานมงคล คือ การทําบุญเพื่อใหเกิดความสุขสวัสดีและความเป4นสิริมงคลแกตนเองญาติพี่นองครอบครวั หรือบุคคลอ่ืนที่มคี วามปรารถนาดตี อกันความเป4นสริ ิมงคลแกสถานท่ี ๒. งานอวมงคล คือการทําบุญอุทิศใหแกบรรพบุรุษ หรือบุคคลทเี่ สยี ชีวิตไปแลวพธิ ที าํ บญุ งานมงคลทั่วไป พิธีทําบุญงานมงคลทว่ั ไป คือ การทาํ บญุ เม่อื มีโอกาสอนั สมควร มไิ ดปรารภเหตกุ ารณใ$ ดเหตุการณ$หนึ่งเปน4 กรณีพิเศษ เชน การทําบุญเน่ืองในโอกาสวันขนึ้ ปXใหม เปน4 ตน มลี ําดับขั้นตอนของงาน ดังนี้
75การเตรียมการ๑) นิมนต$พระสงฆ$ตามจํานวนทมี่ ีความประสงค$ งานมงคลตามประเพณนี ิยมจะนิมนต$ พระสงฆ$ จํานวน ๕ รูป๗ รูป หรือ ๙ รูป หรือตามจํานวนที่เจาของงานประสงค$จะใหนิมนต$ ควรแจงไวในฎีกานิมนต$ใหเรียบรอยในเร่ือง วัน เวลา และสถานทใ่ี หชัดเจน การรบั -สง พระสงฆ$๒) จดั เตรยี มโตะหมูบชู า และเคร่อื งนมัสการ พรอมพระพุทธรูป๓) อาสนส$ งฆ$สําหรบั พระสงฆน$ ่ังเจรญิ พระพทุ ธมนต$๔) เครื่องอุปกรณ$ศาสนพธิ ีสาํ หรับงานมงคล เชน สายสญิ จน$ ที่กรวดนํ้า พานรอง สายสิญจน$ ครอบสาํ หรับทําน้ําพระพุทธมนต$ เทียนทําน้ําพระพุทธมนต$ (เทียนขี้ผึ้ง น้ําหนัก ๑ บาท) กําหญาคาสําหรับประพรมนํ้าพระพทุ ธมนต$๕) เคร่อื งรบั รองพระสงฆ$ เชน ภาชนะใสนํา้ รอน-น้าํ เยน็ กระโถน๖) ถามีการถวายภัตตาหาร จะตองมกี ารจดั เตรียมภตั ตาหารคาว-หวาน ไวถวายพระสงฆ$๗) สํารับหรือเครื่องใสอาหารคาว-หวาน เพ่ือบูชาพระพุทธ และสํารับอาหารคาว-หวาน สําหรับบูชาพระภูมิเจาท่ี๘) จตุป=จจยั ไทยธรรมถวายพระสงฆ$ เทากบั จํานวนพระสงฆ$ที่นิมนตไ$ วแนวทางการปฏบิ ตั งิ าน๑) ผูรวมพิธพี รอมกนั ณ บริเวณสถานทีป่ ระกอบพธิ ี๒) เมื่อถึงเวลาท่ีกําหนดประกอบพธิ ี นมิ นต$พระสงฆข$ น้ึ ประจาํ อาสนส$ งฆ$๓) ประธานหรือเจาภาพจุดธปู เทยี นบชู าพระรัตนตรยั แลว กราบ ๓ ครงั้๔) เจาหนาที่อาราธนาศีล๕) เจาภาพและผรู วมพธิ ีรับศีล๖) เจาหนาทอี่ าราธนาพระปริตรแลว ฟ=งพระสงฆเ$ จริญพระพทุ ธมนต$๗) เม่อื พระสงฆเ$ จริญพระพทุ ธมนตถ$ ึงบทนโม ๘ บท ใกลจะจบ ประมาณบทที่ ๖ จุด เทียนชนวน และสงเทียนชนวนใหเจาภาพหรอื ประธานจุดเทยี นทําน้าํ พระพุทธมนต$ เมื่อพระสงฆ$เจริญพระพทุ ธมนตถ$ ึงบท “อเสวนา จพาลานํ...”๘) เม่อื จุดเทียนน้ําพระพุทธมนต$แลว ประธานหรือเจาภาพยกครอบนํ้าพระพุทธมนต$ ประเคนประธานสงฆ$๙) พระสงฆ$เจริญพระพุทธมนต$ถึงบท “พาห^ุ...” หรือบท “มหาการุณิโก นาโถ...” ใหจัดเตรียมยกสํารับบูชาขาวพระพุทธมาต้ังยังท่ีท่จี ัดเตรียมไวหนาโตะหมูบูชา๑๐) จดั เตรยี มและยกภัตตาหารสาํ หรับถวายพระสงฆม$ าตั้งไวยังท่ีท่ีพระสงฆจ$ ะฉันภตั ตาหาร๑๑) เชิญประธานหรือเจาภาพประเคนภัตตาหารแดพระสงฆ$๑๒) เมอื่ พระสงฆเ$ สร็จภตั ตกิจแลว ใหยกเครือ่ งจตุปจ= จัยไทยธรรมต้ังไว ณ เบือ้ งหนา พระสงฆแ$ ตละรปู๑๓) เชิญเจาภาพหรอื ประธานประเคนเครื่องจตปุ จ= จยั ไทยธรรมแดพระสงฆ$๑๔) พระสงฆ$อนุโมทนา๑๕) เจาภาพหรอื ประธานกรวดนํา้ -รบั พร๑๖) เสรจ็ พธิ ีทําบุญ
76พธิ ีทําบุญงานมงคลเฉพาะงานพิธีวางศลิ าฤกษ%การวางศิลาฤกษ$น้ี บุรพาจารย$กลาวไววา มีคุณสมบัติเทากับการลงเข็มปลูกบาน อาคารหรือสถานที่ตาง ๆนนั่ เอง ฉะนั้น เมื่อวางศิลาฤกษ$แลว ถึงคราวลงเข็มไมตองหาฤกษล$ งเข็มอกี วิธีการวางศิลาฤกษ$มลี ักษณะคลายกับการลงเข็มปลูกบาน แตจะแตกตางกันตรงที่ส่ิงของและวิธีการเล็ก ๆ นอย ๆ ในการวางศิลาฤกษ$ การจัดท่ีทางและโตะหมูบูชาพงึ ดําเนินการเชนเดยี วกบั การทําบุญมงคลธรรมดาการเตรียมการ๑) จดั เตรียมสถานทปี่ ระกอบพธิ ี๒) จัดโตะหมูบชู า พระพุทธรูป และเคร่ืองนมสั การ๓) ครอบน้ําพระพุทธมนต$ และกําหญาคาประพรมน้ําพระพุทธมนต$๔) ดายสายสิญจน$๕) อาสน$สงฆ$ เครอื่ งรับรองพระสงฆ$๖) ราชวตั รฉัตรธง ตนกลวย อยางละ ๘ ตน๗) แผนศิลาฤกษ$ (เมื่อโหราจารย$กําหนดการใหฤกษ$ไว แลวนําไปใหชางแกสลักลงบนหินออน กวาง x ยาวประมาณ ๘ นวิ้ x ๑๒ น้ิว๘) ไมเข็มมงคล ๙ ตน (ชัยพฤกษ$ ราชพฤกษ$ สักทอง ไผสีสุก พะยูง ทองหลางกันเกรา ทรงบันดาลหรือทรงบาดาล และขนุน) ซ่งึ พระเถราจารยไ$ ดลงอกั ขระไวแลว๙) ทรายเสก (ทรายทเ่ี สกดวยพระพทุ ธมนต$บทพระปริตร)๑๐) โถปริก กระแจะแปKงเจิม๑๑) ทองคําเปลว ประมาณ ๑๕ แผน พรอมน้ํามนั ทท่ี าแผนศิลาเพื่อประธานปดI ทอง๑๒) อฐิ ทอง-นาก-เงนิ (อิฐทาบรอนซ$สที อง-สีเงนิ -สีนาก จาํ นวนอยางละ ๓ กอน)๑๓) ตลับนพรตั น$ ลกู ปKองกันพิษภัย เศษทอง นาก เงิน สําหรบั ลงกนหลุม๑๔) พานขาวตอก ดอกไม เมล็ดถ่วั งาดํา๑๕) คอน หรือสามเกลอ สาํ หรับประธานตอกไมมงคล๑๖) เกรียง ปูนซเี มนตผ$ สมเสรจ็ แลว ประมาณ ๑ ขนั พานรอง๑๗) กออิฐถอื ปนู หรือทําแทนสเ่ี หล่ียมพรอมใสดนิ หรอื ทรายไวประมาณ ๓ ใน ๔ สวน ต้งั ไวบนพืน้ ทปี่ ริมณฑลของสถานท่จี ะประกอบพิธวี างศลิ าฤกษ$เครื่องบวงสรวงบชู าฤกษ%๑) เคร่ืองมจั ฉมังสะ ๖ (กุง ปลา ปู หวั หมู เปด4 และไก)๒) บายศรีปากชาม๓) ขนม นม และเนย (ขนมตมแดง ตมขาว ขนมหูชาง ขนมเล็บมือนาง มะพราวออนกลวยนํ้าไทย หรือกลวยน้าํ วา ผลไมตาง ๆ ที่มีชอ่ื เป4นมงคล นม เนย ขนมทองหยบิ ขนมทองหยอดขนมฝอยทอง ขนมถวยฟู เป4นตน)๔) นํ้า ๑ ที่๕) หมาก พลู ๑ ท่ี
77แนวทางการปฏบิ ตั ิงาน๑) กอนปฐมฤกษ$ประมาณ ๔๐-๕๐ นาที ประธานพิธีและผูรวมพิธีพรอมกนั ณ บริเวณพิธี๒) จดุ ธปู เทียนท่เี คร่ืองสังเวยบวงสรวงบูชาฤกษ$๓) พราหมณ$หรือโหราจารยท$ ําพธิ ีบวงสรวงบูชาฤกษ$๔) เสรจ็ พธิ ีบวงสรวงบูชาฤกษ$๕) เจาหนาท่ีจัดโตะวางแผนศิลาฤกษ$ ไมมงคล อิฐทอง-นาก-เงิน ไวท่ีดานหัวอาสน$สงฆ$และนําสายสิญจน$มาเชอ่ื มไวยงั สิ่งมงคลดังกลาว๖) เมอื่ ใกลถงึ เวลาปฐมฤกษ$๗) ประธานพิธหี รือเจาภาพจุดธูปเทยี นบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ คร้ัง)๘) เจาหนาทอี่ าราธนาศีล๙) ประธานสงฆใ$ หศีล๑๐) ประธานพิธหี รอื เจาภาพ และผรู วมพธิ รี ับศีล๑๑) เจาหนาทีอ่ าราธนาพระปรติ ร (ถามีการเจรญิ พระพุทธมนต$)๑๒) พระสงฆ$เจริญพระพุทธมนต$ จบแลว รอเวลาปฐมฤกษ$๑๓) เมื่อใกลเวลาปฐมฤกษ$ (ถามีการกลาวรายงานใหกลาวรายงานชวงนี้)๑๔) ประธานปดI ทอง และเจิมแผนศิลาฤกษ$๑๕) ไดเวลาปฐมฤกษ$ ประธานพิธไี ปยนื หันหนาไปทางทศิ ที่เปน4 ศรีของวันท่ปี ระกอบพิธี๑๖) ประธานพิธีรับคอนจากเจาหนาที่๑๗) ตอกไมเข็มมงคล ๙ ตน ตามลําดับเปน4 ประทักษิณ (เพื่อความสะดวกสําหรับประธานพธิ ี เจาหนาที่ควรนําไมเข็มมงคลลงไวในแทนสาํ หรบั วางศลิ าฤกษป$ ระมาณ ๒ ใน ๓ สวนของไมเข็มมงคล)๑๘) พระสงฆ$เจริญชัยมงคลคาถา จนกวาพิธีวางศิลาฤกษ$จะแลวเสร็จ ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ$ พราหมณ$เปSาสังข$แกวงบัณเฑาะว$ ลัน่ ฆอง๑๙) ประธานพิธรี บั เกรียงตักปูนซีเมนตผ$ สมเสรจ็ ทีเ่ ตรยี มไว หยอดที่หลักไมเขม็ มงคลจนครบ ๙ ตน๒๐) รบั อฐิ ทอง อฐิ เงิน อิฐนาก วางเรยี งเป4นรปู วงกลม หรือสเ่ี หล่ียมบนซเี มนต$ผสมเสรจ็ ท่หี ยอดไวทห่ี ลักไมเข็มมงคล จนครบแผนอิฐทอง อฐิ เงิน อฐิ นาก ตามที่กําหนดไว๒๑) ประธานพิธรี บั เกรยี งตักปูนซเี มนตผ$ สมเสรจ็ ทเี่ ตรยี มไวหยอดแลวเกร่ียใหเรยี บทแ่ี ผนอฐิ ทอง อฐิ เงินและอิฐนาก๒๒) ประธานพธิ ีรบั แผนศลิ าฤกษ$จากเจาหนาที่หรือเจาภาพวางบนแผนอิฐ๒๓) ประธานพิธีวางตลับนพรัตนล$ งบนแผนศิลาฤกษ$๒๔) ประธานพิธีวางพวงมาลัย และโปรยขาวตอก ดอกไม เหรียญเงิน เหรียญทอง ลงในหลุมศิลาฤกษ$และเชิญเจาภาพ แขกผมู เี กยี รติอื่น ๆ โปรยตาม๒๕) ประธานสงฆป$ ระพรมน้ําพระพทุ ธมนต$๒๖) เขาสูปะราํ พธิ ี ถวายเคร่ืองจตุปจ= จยั ไทยธรรม๒๗) พระสงฆ$อนุโมทนา๒๘) ประธานพิธีหรอื เจาภาพกรวดนํา้ -รับพร๒๙) เสร็จพิธี
78 เครอ่ื งบวงสรวง เครอ่ื งบวงสรวงพิธีบวงสรวง แทนวางศลิ าฤกษ$อฐั เงิน-ทอง-นาก และไมเขม็ มงคล ๙ ตน แผนศลิ าฤกษ$
79การเจิม การเตรียมไมเข็มมงคล การตอกไมเข็มมงคล การวางแผนศลิ าฤกษ$การตอกไมเข็มมงคล การวางแผนศลิ าฤกษ$
80
81การจดั งานมงคลและอวมงคลในโอกาสเดยี วกัน ในพิธีทําบุญงานมงคลในป=จจุบัน เชน ในกรณีท่ีเจาภาพไดประกอบพิธีทําบุญเน่ืองในโอกาสท่ีตนเองไดรับเลื่อนยศ หรือเคร่ืองราชอิสริยาภรณ$ หรือมีการทําบุญอายุวันเกิด เจาภาพมักจะนิยมใหมกี ารทําบุญอุทิศอันเป4นการแสดงออกถึงความกตัญYูกตเวที ส่ือเน่ืองการท่ีตนเองไดรับความเจริญเรืองมาจนบัดน้ี ก็เพราะไดรับความอุปการะค้ําจุนมาจากบุพการีชน เชน บิดา มารดาครู อุป=ชฌาย$ อาจารย$ จึงทําใหเจาภาพไดมีโอกาสสรางความเจรญิ รงุ เรืองใหแกตนเอง เมือ่ ไดแสดงออกดวยการทําบุญอุทศิ อันเป4นการราํ ลกึ ถึงอปุ การคุณของบุพการีชนอันตนนับถือแลวจึงจะเป4นการประกอบพิธีทําบุญเพื่อความเป4นสิริมงคลใหแกตนเองภายหลังซ่ึงสิ่งเหลานี้ เป4นการแสดงออกถึงความกตัญYูกตเวที อันเป4นเคร่ืองหมายของคนดี ตามหลักคําสอนของพระพทุ ธศาสนาการเตรยี มการ๑) จัดเตรียมอุปกรณเ$ ครอ่ื งใชงานมงคล (ตามที่กลาวไวในบทท่ี ๒)๒) อุปกรณ$เครื่องใชงานอวมงคล (ตามท่ีกลาวไวในบทท่ี ๒)๓) สถานทปี่ ระกอบพธิ ี๔) โตะหมูบชู า พรอมพระพทุ ธรปู และเครือ่ งนมัสการ๕) โตะหมูบูชา สาํ หรับต้งั อัฐิหรือปาK ยบรรพบรุ ุษ พรอมเครื่องบูชา๖) ภูษาโยง พรอมแถบทองหรอื สายโยง๗) สายสิญจน$๘) ครอบนา้ํ สําหรบั ทํานํา้ พระพุทธมนต$๙) ผาสบง ผาไตรจีวร หรอื ผาที่พระสงฆส$ ามารถใชได๑๐) ภัตตาหารถวายพระสงฆ$ (ในกรณีมกี ารจัดเลีย้ งพระสงฆ$)๑๑) เคร่ืองจตปุ =จจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ$แนวทางการปฏิบัติงาน๑) ผูรวมงานพรอมกนั ณ มณฑลพิธี๒) ประธานจดุ ธปู เทียนเครอ่ื งทองนอยหนาอฐั ิ กราบ ๑ คร้งั หรอื นอมไหว (ในกรณีเปน4 อฐั ิของพระสงฆ$ กราบ ๓ ครง้ั )๓) พธิ กี รนมิ นต$พระสงฆส$ วดมาติกา (ถามี)๔) เมื่อพระสงฆ$สวดมาตกิ าถึงบท เหตปุ จโฺ ย....... (ถามี)๕) พธิ กี รนําจตปุ =จจัยไทยธรรมวางไว ณ เบือ้ งหนาพระสงฆ$ทกุ รูป (ถามี)๖) เม่ือพระสงฆส$ วดมาติกาจบ เชญิ เจาภาพถวายจตุป=จจยั ไทยธรรม (ถามี)๗) พิธกี รลาดภษู าโยง (ถาไมมีการสวดมาตกิ าและถวายเคร่ืองไทยธรรม พิธีกรลาดภษู าโยงในขณะเจาภาพจุดธปู เทยี นเครอื่ งทองนอย)๘) เชญิ ผาสบง หรอื ไตรจวี รใหเจาภาพทอดผาบงั สกุ ลุ๙) เจาภาพทอดผาบงั สกุ ลุ (วธิ ีทอดผาบงั สกุ ลุ ใหวางผาขวางทบั ภษู าโยง) แลวกลับมานงั่ ที่เดมิ๑๐) พระสงฆ$พจิ ารณาผาบังสุกลุ๑๑) พระสงฆ$อนโุ มทนา๑๒) ประธานกรวดนํ้า-รับพร (เปน4 เสร็จพิธบี งั สกุ ลุ และเป4นการตัดตอนงานพิธีอวมงคล)๑๓) เจาภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรตั นตรยั (กราบ ๓ ครัง้ ) เป4นการเร่ิมงานพธิ ีมงคล๑๔) เจาภาพถวายพดั รองหรือตาลป=ตรทีร่ ะลกึ (ถามี)๑๕) พธิ ีกรอาราธนาศีล
82๑๖) ประธานสงฆ$ใหศีล เจาภาพและผรู วมพิธรี บั ศีลพรอมกัน๑๗) พิธกี รอาราธนาพระปริตร๑๘) พระสงฆ$เจริญพระพุทธมนต$๑๙) พระสงฆเ$ จริญพระพุทธมนต$ถงึ บท “อเสวนา จ พาลนํ......”๒๐) ประธานจุดเทยี นท่ีครอบน้าํ พระพทุ ธมนต$แลวยกประเคนประธานสงฆ$ นอมไหว๒๑) ประธานพรอมผรู วมพิธีประเคนภัตตาหารถวายพระสงฆ$๒๒) พระสงฆ$ฉนั ภตั ตาหารเสรจ็ เรยี บรอย๒๓) พธิ ีกรนาํ เคร่ืองจตปุ จ= จัยไทยธรรมมาวางไว ณ เบือ้ งหนาพระสงฆ$๒๔) เจาภาพประเคนจตุปจ= จัยไทยธรรมถวายพระสงฆ$๒๕) พระสงฆ$อนโุ มทนา๒๖) เจาภาพกรวดนาํ้ -รับพร๒๗) พระสงฆ$ประพรมนํา้ พระพทุ ธมนต$๒๘) เสร็จพธิ ีในกรณีมกี ารแสดงพระธรรมเทศนา๑) ผรู วมงานพรอมกนั ณ มณฑลพธิ ี๒) พระสงฆข$ ้นึ นง่ั ณ อาสนะบนอาสน$สงฆ$๓) ประธานพิธจี ุดธปู เทยี นบูชาพระรัตนตรัย กราบ ๓ ครัง้๔) ประธานพธิ จี ดุ เทยี นสองธรรม (เทยี นดหู นงั สือเทศน$) และจดุ ธปู เทยี นเคร่ืองทองนอยบชู าธรรม๕) พระสงฆข$ น้ึ สธู รรมาสน$๖) ศาสนพิธีกรเชิญเทยี นสองธรรมไปตงั้ บนธรรมาสน$๗) ศาสนพธิ กี รอาราธนาศลี ทกุ คนรับศลี จบ๘) ศาสนพธิ กี รอาราธนาธรรม๙) พระสงฆแ$ สดงพระธรรมเทศนา จบ อนโุ มทนาบนธรรมาสน$๑๐) ประธานพธิ ีกรวดน้าํ -รบั พร๑๑) ศาสนพิธีกรเชิญเทยี นสองธรรมออก รบั พระสงฆ$ลงจากธรรมาสน$๑๒) ประธานพธิ ีประเคนจตุป=จจยั ไทยธรรมเครื่องกัณฑ$เทศน$๑๓) เสรจ็ พิธีหมายเหตุ ในพธิ ใี ดทมี่ ีการแสดงพระธรรมเทศนา เจาหนาท่ีปฏิบตั ิดังนี้๑) ใหอาราธนาศลี และรับศีล กอนที่พระสงฆ$แสดงพระธรรมเทศนา๒) ถามีการเจริญพระพุทธมนต$ หรือสวดพระพุทธมนต$กอน เม่ือประธานจุดธูปเทียน นมัสการพระรัตนตรัยแลว ใหอาราธนาพระปริตร๓) ใหอาราธนาศีล เมอ่ื พระสงฆจ$ ะแสดงพระธรรมเทศนา
83บทที่ ๕ แนวทางการจัดงานอวมงคล การปฏิบตั ิงานพธิ ีทีก่ ลาวมานั้น เปนการกลาวถึงงานพธิ มี งคลเปนสวนใหญ สวนพธิ ีการ ท่เี ก่ียวกับงานอวมงคล แมม% ีกลาวบ%างก็เปนสวนนอ% ย ซง่ึ ในสวนท่เี กยี่ วกบั พิธงี านอวมงคล แบงเปน ๒ สวนสวนที่ ๑ การเตรียมการขอพระราชทานนํ้าหลวงอาบศพ การขอพระราชทานเพลิงศพการขอรับหบี เพลงิ พระราชทาน และข้นั ตอนการปฏบิ ัติสวนท่ี ๒ การเตรยี มการและขัน้ ตอนการทําบญุ และการฌาปนกจิ ศพสวนที่ ๑ การเตรยี มการขอพระราชทานน้าํ หลวงอาบศพ การขอพระราชทานเพลงิ ศพ การขอรบั หีบเพลงิ พระราชทาน และขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิการขอพระราชทานน้าํ หลวงอาบศพ น้าํ หลวงอาบศพนา้ํ หลวงอาบศพทีไ่ ดรบั พระราชทาน สวนกลาง มีน้าํ ๓ ชนดิ ๑) นาํ้ เปลา ๒) นํา้ ขม้ิน ๓) นา้ํ อบไทย สวนภูมิภาค มีนาํ้ ๒ ชนิด ๑) น้ําขมิ้น ๒) นา้ํ อบไทย
84หลกั เกณฑใ' นการขอพระราชทานนาํ้ หลวงอาบศพ๑) พระสมณศักดิ์ ตั้งแตช้นั “พระครูสัญญาบัตร” ขน้ึ ไป และพระภิกษุสามเณร เปรยี ญธรรม ๙ ประโยค๒) พระราชวงศ4 ต้งั แตชั้น “หมอมเจา% ” ขน้ึ ไป๓) ผู%ทไี่ ด%รบั พระราชทานบรรดาศักดิ์๔) ข%าราชการตั้งแตระดับ ๓ ขน้ึ ไป๕) ข%าราชการฝQายทหาร ตาํ รวจ ยศช้นั รอ% ยตรี เรอื ตรี เรืออากาศตรี ร%อยตาํ รวจตรีขน้ึ ไป๖) ผท%ู ี่ไดร% บั พระราชทานเคร่ืองราชอสิ ริยาภรณ4 ต้งั แต “เบญจมดิเรกคุณาภรณ4” (บ.ภ.)และ “เบญจมาภรณ4มงกฎุ ไทย” (บ.ม.) ขน้ึ ไป๗) ผทู% ไ่ี ด%รับพระราชทานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ4 “จุลจอมเกลา% ”๘) ผูท% ีไ่ ด%รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณเ4 หรยี ญ “รัตนาภรณ4” รัชกาลปจU จบุ ัน๙) ประธานองคก4 รตาง ๆ ทีก่ ําหนดในรัฐธรรมนูญ และรัฐมนตรที ีถ่ งึ แกกรรมในขณะดาํ รงตาํ แหนง๑๐) บิดาและมารดาของผู%ดํารงตําแหนงองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภาประธานสภาผู%แทนราษฎรประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค4กรตาง ๆ ที่กําหนดในรัฐธรรมนูญและรัฐมนตรี ที่ถึงแกกรรมในขณะบุตรดํารงตาํ แหนง๑๑) สภาผแู% ทนราษฎร สมาชิกวฒุ ิสภา และผว%ู าราชการกรงุ เทพมหานคร ทีถ่ งึ แกกรรมในขณะดํารงตาํ แหนง๑๒) ผทู% ่ที รงพระกรณุ าโปรดเกล%าฯ เปนกรณีพเิ ศษหมายเหตุ บุคคลผู%ทําลายชีพตนเอง และผ%ูต%องอาญาแผนดินไมพระราชทานนํ้าหลวง และเครื่องเกียรติยศประกอบศพขัน้ ตอนการขอพระราชทานน้าํ หลวงอาบนาํ้ เจาภาพหรือทายาทจะตองจัดเตรียมและปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี ๑) จัดดอกไม%กระทง ๑ กระทง ๒) ธูปไมร% ะกาํ ๑ ดอก ๓) เทยี น ๑ เลม มพี านรองพร%อม ๔) หนังสอื กราบบังคมทลู ลา (ไมต%องลงนามทา% ยหนงั สือ) ๕) ใบมรณะบตั ร ๖) หลกั ฐานทไ่ี ด%รบั พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณช4 ้ันสงู สดุ ที่ได%รบั เจ%าภาพหรือทายาทนําส่ิงดังกลาว ๑-๔ ไปกราบถวายบังคมลา โดยติดตอที่กองพระราชพิธีสํานักพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแตเวลา ๐๘.๓๐ ถึง ๑๖.๓๐ น. ทุกวัน ไมเว%นวันหยุดราชการ พร%อมท้ังนาํ ใบมรณะบัตร และหลกั ฐานท่ีได%รับพระราชทานเครอื่ งราชอิสริยาภรณ4ชัน้ สูงสุดท่ีได%รับไปแสดงแกเจ%าหนา% ที่กองพระราชพิธี เพื่อสํานักพระราชวังจัดเครื่องเกียรติยศประกอบศพท่ีจัดพระราชทานช้ันของเคร่ืองเกยี รติยศสวนพระสงฆ4สมณศักดิ์ ไมต%องมีดอกไม%ธูปเทียน เปนหน%าท่ีของกรมการศาสนาแจ%งการมรณภาพและขอพระราชทาน
85 ตวั อยางหนังสอื กราบบังคมทลู ลา วนั ท.ี่ .......เดอื น.........................พ.ศ. .......... ขอเดชะฝQาละอองธลุ พี ระบาทปกเกลา% ปกกระหมอม ดอกไมธ% ูปเทยี นของขา% พระพทุ ธเจา% .....(ชอ่ื ผถ%ู งึ แกกรรม)..... เครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ.4 ............ อายุ.......ป\ ขา% ราชการ....................................ชัน้ .............สังกดั ........................................................ ขอพระราชทานกราบถวายบงั คมลา (ถึงแกกรรม, ถงึ แกอนิจกรรม, ถึงแกอสญั กรรม ..................ด%วยโรค................................................. ที่.........................อาํ เภอ.......................................จังหวดั .........................................เมือ่ วนั ท.ี่ .......... เดอื น..............................พ.ศ. .......................เวลา...............................น. ควรมิควรแลว% แตจะทรงพระกรณุ าโปรดเกล%าฯ ขอเดชะ หมายเหตุ หนังสือกราบบังคมทูลลาน้ี ไมตอ% งลงนามทา% ยหนังสอืการสรง/อาบน้าํ ศพใหปฏิบัติดังน้ี๑) การสรง/อาบนํ้าหลวง ใหร% ดท่อี กของศพ๒) การสรง/อาบน้ําหลวง ใหป% ฏิบัตเิ ปนลาํ ดบั สดุ ทา% ย๓) ศพฆราวาส ให%ยกศรี ษะศพขน้ึ เล็กน%อยเพอ่ื รบั นาํ้ หลวงการจดั สถานทแ่ี ละลาํ ดบั ขน้ั ตอนพิธพี ระราชทานน้ําหลวงอาบศพ๑) ใกล%กาํ หนดเวลาเจ%าหนา% ท่ีเชญิ นา้ํ หลวงฯ มาถงึ (เจา% ภาพรอรบั ) แลว% เชญิ ไปตั้งไว%ท่ีโตZะดา% นศรี ษะของศพ๒) ไดเ% วลาเจ%าหน%าที่เชิญนา้ํ หลวงไปตงั้ ไว%ยงั โตZะท่จี ัดเตรียมไว%๓) เม่อื ได%เวลาตามที่กําหนดเชญิ ประธานประกอบพธิ ี๔) ประธานถวายความเคารพไปทางทศิ ท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา% อยูหวั ประทับอยู๕) (ในสวนกลาง) รับคนโทนํ้าเปลารดท่ีอกของศพ แลว% รดนาํ้ ขมิน้ และน้ําอบไทย๖) (ในสวนภูมิภาค) รดน้าํ ขม้ิน และน้าํ อบไทย ตามลาํ ดบั๗) ทําความเคารพศพ เปนเสรจ็ พธิ ีการแตงกาย๑) เจ%าหนา% ที่เชิญนํ้าหลวงฯ แตงเครอื่ งแบบปกติขาวไว%ทุกข4๒) ประธานและผร%ู วมพธิ ี แตงเครอื่ งแบบปกติขาวไว%ทุกข4 ชดุ สากลไว%ทุกข4 หรอื ชุดสุภาพไวท% ุกข4
86การขอพระราชทานเพลิงศพ ไฟพระราชทานเพลงิ ศพ หีบเพลงิ พระราชทานไฟพระราชทาน ประกอบดวย๑) เทยี นจดุ ไฟ พร%อมโคม (เจา% หนา% ทีส่ ํานักพระราชวงั เปนผู%อญั เชญิ )๒) พานเคร่ืองขมา และดอกไมจ% นั ทนพ4 ระราชทานเพื่อจุดไฟพระราชทานหีบเพลิงพระราชทาน ประกอบดวย๑) เทยี นชนวน ๑ เลม๒) ไมข% ีดไฟ ๑ กลัก๓) ดอกไม%จนั ทน4 ธปู ไมร% ะกาํ และเทียน ๑ ชุด
87 การขอพระราชทานเพลงิ ศพพระสมณศักดิ์ท่ัวประเทศ เปนภารกิจหน%าที่ของกรมการศาสนาในการประสานกับสํานักพระราชวังและจังหวัด โดยวัดที่มีความประสงค4จะดําเนินการขอพระราชทานเพลิงศพพระสมณศักดิ์ ต%องทําหนังสือผานเจ%าคณะจังหวัด หรือสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัด และสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัดจะทําหนังสือในนามผู%วาราชการจังหวัดสงไปยังกรมการศาสนา เพ่ือดําเนินการตามข้ันตอนผานเลขาธิการพระราชวงั เมอ่ื ทางสํานกั พระราชวังดาํ เนนิ การเรยี บรอ% ยแล%ว กรมการศาสนาจะรบั หีบเพลงิ จากกองพระราชพิธี สํานักพระราชวัง แล%วนําสงให%จังหวัดในนามผ%ูวาราชการจังหวัด เพื่อมอบให%สํานักงานวัฒนธรรมจงั หวดั ดาํ เนนิ การตามหนา% ทีต่ อไป การขอพระราชทานเพลิงศพใหแกบคุ คลตาง ๆ ทเี่ ปนH ฆราวาสหนวยราชการตาง ๆ ท่ีสงั กัด เจา% ภาพหรอื ทายาทผูป% ระสงค4ขอพระราชทานเพลงิ ศพ จะต%องทาํ หนงั สือแจง% ไปยังกระทรวงเจา% สงั กดัของผู%ถึงแกกรรม เพอื่ ให%เจา% สังกดั ทาํ เร่ืองเสนอเลขาธิการพระราชวงั โดยระบุ๑) ช่ือ ตาํ แหนง ชัน้ ยศ ของผ%ถู ึงแกกรรม๒) ถึงแกกรรมด%วยโรคอะไร ทไี่ หน เม่อื ใด๓) ไดร% ับพระราชทานเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ4 อะไรบา% ง๔) มีความประสงคจ4 ะขอรับพระราชทานเครื่องเกยี รตยิ ศประกอบศพ อยางใดบา% ง๕) ประกอบการฌาปนกจิ ศพท่ีวดั ไหน จังหวดั ไหน วัน เวลาใด การขอพระราชทานเพลิงศพ เปHนกรณีพิเศษ เจ%าภาพหรือทายาท ผ%ูประสงค4ขอพระราชทานเพลิงศพเปนกรณีพเิ ศษ ตอ% งทําหนังสอื ถงึ เลขาธิการพระราชวัง โดยระบุ๑) ช่อื -สกลุ และประวัตโิ ดยยอของผถู% ึงแกกรรม๒) ถงึ แกกรรมด%วยโรคอะไร ทไี่ หน เมือ่ ใด๓) ระบุคณุ งามความดที เ่ี ปนประโยชน4 แกประเทศชาติ หรอื คณุ สมบตั ติ ามหลกั เกณฑ4 การพจิ ารณาการขอพระราชทาน เพลิงศพ เปนกรณีพเิ ศษ๔) ระบวุ นั เวลา สถานทที่ จ่ี ะประกอบการฌาปนกิจ กรณีทีเ่ ปนH ผทู าํ คุณประโยชน'ตอพระพุทธศาสนา จะต%องทําเรอื่ งผานมายังกรมการศาสนา เพอ่ื ทําหนังสอื ประกอบความเห็นไปยงั เลขาธิการพระราชวัง ดว% ย หลักฐานท่ีตอ% งนํามาแสดงในการขอพระราชทานเพลิงศพ เปนกรณีพิเศษ มดี งั น้ี๑) ใบมรณบตั ร ของผถู% ึงแกกรรม๒) ทะเบียนบ%านของทายาทของผ%ถู งึ แกกรรม๓) บตั รประจาํ ตวั ประชาชน หรือบตั รขา% ราชการ ของทายาทของผถ%ู งึ แกกรรม๔) หนังสือรับรองจากหนวยงานรัฐวิสาหกิจ ใบอนุโมทนาบัตร ใบประกาศเหรียญกล%าหาญหรือเหรียญชัยสมรภูมิ ทั้งนี้ ตอ% งนําเอกสารตน% ฉบบั และสาํ เนาแนบมาพร%อมกบั หนังสือดว% ย
88หลกั เกณฑ'การขอพระราชทานเพลงิ ศพ ผ%ูมสี ทิ ธไิ ดร% ับพระราชทานน้ําหลวง เพลิงหลวง และหีบเพลงิ ต%องมตี าํ แหนงชัน้ และยศดังตอไปนี้ ๑) พระสมณศักด์ิ ต้ังแตช้ัน “พระครูสัญญาบัตร” ข้ึนไป และพระภิกษุ สามเณร เปรียญธรรม ๙ประโยค ๒) พระราชวงศ4 ต้ังแตชน้ั “หมอมเจ%า” ขึน้ ไป ๓) ผ%ูไดร% บั พระราชทานบรรดาศกั ด์ิ ๔) ข%าราชการพลเรอื น ตง้ั แตระดบั ๓ ขนึ้ ไป ๕) ขา% ราชการฝQายทหาร ตํารวจ ยศชนั้ รอ% ยตรขี น้ึ ไป ๖) ผ%ูไดร% ับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ4 ตั้งแต “เบญจมดิเรกคุณาภรณ4” (บ.ภ.)และ “เบญจมาภรณม4 งกฎุ ไทย” (บ.ม.) ขนึ้ ไป ๗) ผ%ูท่ีได%รับพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ4 “จุลจอมเกล%า” (จ.จ.) หรือ “ตราสืบตระกูล” (ต.จ.)ขึ้นไป ๘) ผ%ไู ด%รับพระราชทานเคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ4เหรียญ “รตั นาภรณ4” รชั กาลปUจจุบัน ๙) สมาชิกสภาผ%ูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล ท่ีถึงแกกรรมในขณะดาํ รงตาํ แหนง ๑๐) รัฐมนตรี ๑๑) ผ%ูทที่ รงพระกรณุ าโปรดเกล%าฯ เปนกรณีพิเศษหลกั เกณฑก' ารขอพระราชทานเพลงิ ศพ เปนH กรณพี เิ ศษ ผ%ูที่สมควรได%รับการพิจารณา ในการขอพระราชทานเพลิงศพเปนกรณีพิเศษ ควรอยูในหลักเกณฑ4ดังน้ี ๑) ผ%ูที่อยใู นราชสกุล ช้นั หมอมราชวงศแ4 ละหมอมหลวง ๒) ผ%ูที่ได%รบั พระราชทานเหรียญราชรุจิ เหรียญกล%าหาญ และเหรยี ญชยั สมรภูมิ ๓) บดิ ามารดาของขา% ราชการชนั้ ผู%ใหญระดับ ๖ ขน้ึ ไป ๔) บดิ ามารดาของผูท% ี่ไดร% บั พระราชทานเคร่อื งราชอิสรยิ าภรณ4 “ตริตราภรณช4 า% งเผอื ก”(ต.ช.) ข้ึนไป ๕) บิดามารดาของขา% ราชการทหาร ตํารวจ ตั้งแตระดบั พันโท นาวาโท นาวาอากาศโท และพันตาํ รวจโทขึน้ ไป ๖) พนกั งานรฐั วิสาหกิจระดับสูง ๗) บิดามารดาของพระสมณศักดิ์ ตงั้ แตช้ัน “พระครูสญั ญาบตั ร” ข้นึ ไป ๘) ผปู% ฎบิ ตั ิหน%าท่ีดังตอไปนี้ ทีถ่ ึงแกกรรมในขณะดํารงตําแหนง - กาํ นัน ผู%ใหญบา% น - นายกสภาองค4การบรหิ ารสวนตําบล และสมาชกิ สภาองค4การบรหิ ารสวนตําบล - นายกสภาองค4การบริหารสวนจังหวดั และสมาชกิ สภาองค4การบริหารสวนจงั หวดั - นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล - สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขตกรงุ เทพมหานคร - นายกเมอื งพทั ยา และสมาชิกสภาเมอื งพัทยา
89 ๙) ผ%ูบริจาคทรพั ย4สนิ เพอ่ื การกุศลคิดเปนมลู คาไมน%อยกวา 900,000 บาท 10) ผู%ท่บี ริจาครางกายหรืออวัยวะแกสภากาชาดไทย โรงพยาบาลของรัฐหรือสถานศึกษาเพอื่ประโยชนท4 างการแพทย4 11) ข%าราชการ ทหาร ตํารวจ ชัน้ ยศตาํ่ กวาสญั ญาบัตรท่ีเสียชวี ิตขณะปฏบิ ัติหนา% ท่ี 12) ผ%ูท่ีทําคณุ ประโยชน4ให%กับสงั คมและประเทศชาติ หมายเหตุ บุคคลผูทําลายชีพตนเอง และผูตองอาญาแผนดินไมพระราชทานเพลิง และเคร่ืองประกอบเกียรติยศขอกําหนดของกองพระราชพิธี ๑) ผู%มีสิทธิได%รับพระราชทานเพลิงศพ ถ%าจะพระราชทานในตางจังหวัด (นอกเขตรัศมี๕๐ กม.จากพระบรมมหาราชวัง) ยกเว%นปริมณฑล ใกล%กรุงเทพฯ ทางสํานักพระราชวังจะได%จัดหีบเพลิง ให%กระทรวงเจ%าสังกัดรับสงไปพระราชทานเพลิง หรือให%เจ%าภาพศพไปติดตอขอรับหีบเพลิงพระราชทานท่ีกองพระราชพิธีสํานักพระราชวัง ๒) กรณีพระราชทานเพลิงศพ ท้ังตามเกณฑ4ที่ได%รบั พระราชทานและกรณีพิเศษทไี่ มมีเคร่ืองเกียรติยศประกอบศพในกรุงเทพฯ ทางสํานักพระราชวังจะได%จัดเจ%าพนักงานเชิญเพลิงหลวงไปพระราชทานโดยรถยนต4หลวง ท้ังนี้ เจ%าภาพไมต%องเสียคาใช%จายใด ๆ ทั้งส้ิน ยกเว%น กรณีปริมณฑลในรัศมี ๕๐ กิโลเมตรจากพระบรมมหาราชวงั เจา% ภาพจะตอ% งจัดรถรบั -สงใหก% ับเจ%าหนา% ที่เชิญเพลิงด%วย ๓) สําหรับเคร่ืองประกอบเกียรติยศ ได%แก หีบ โกศ ฉัตรต้ัง นั้น ทางสํานักพระราชวัง จะได%เชิญไปประกอบ และจะตั้งไว%มีกาํ หนดเพียง ๗ วัน เมื่อพ%นไปแลว% เจ%าภาพหรือทายาทยังไมกาํ หนดพระราชทานเพลิงถ%าทางราชการมคี วามจําเปน กจ็ ะถอนสวนประกอบลองนอกของหบี หรือโกศไปใช%ในราชการตอไป ๔) ในการพระราชทานเพลิงน้ัน เม่ือเจ%าหน%าท่ีเชิญเพลงิ พระราชทาน หรือเจ%าภาพเชิญ หีบเพลิงไปถึงมณฑลพธิ ี ในการน้ีหา% มเปดJ หรอื บรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี เน่ืองจากเปนการไมเหมาะสม ๕) เจ%าภาพงานพระราชทานเพลิงศพ เม่ือจะขอรับหมายรับสั่ง ให%ติดตอขอรับได%ท่ีเจ%าหน%าท่ีกองพระราชพิธี โทรศัพท4 ๐-๒๒๒๔-๔๗๔๗ ตอ ๔๕๐๑ ๖) กอนงานพระราชทานเพลิงศพ ๑ วัน ให%เจ%าภาพติดตอยืนยันความถูกต%องกับ เจ%าหน%าท่ีกองพระราชพิธี ท่ีหมายเลข ๐-๒๒๒๒-๒๗๓๕ (เฉพาะเพลงิ ทเ่ี ชิญโดยเจา% หนา% ที่) ๗) หากมขี อ% สงสัยประการใด สามารถติดตอสอบถามเพมิ่ เติมได%ท่ี โทรศพั ท4 ๐-๒๒๒๑-๐๘๗๓
90 กองพระราชพิธี สาํ นกั พระราชวัง โทร. ๐-๒๒๒๑-๐๘๗๓, ๐-๒๒๒๑-๗๑๘๒ และ ๐-๒๒๒๒-๒๗๓๕แนวปฏิบตั ิงานในการพระราชทานเพลงิ ศพ วธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นการพระราชทานเพลงิ ศพ ในกรุงเทพมหานคร และรัศมี ๕๐ กิโลเมตรเวลา................น. - รถยนตร4 บั พนกั งานพระราชพิธเี ชิญเพลงิ หลวงพระราชทานออกจากพระบรม มหาราชวังเวลา................น. - เจ%าภาพต้ังแถวรอรับเพลงิ หลวงพระราชทานตามความเหมาะสมกับสถานที่เวลา................น. - พนักงานพระราชพธิ เี ชญิ เพลงิ หลวงลงจากรถยนต4 และยนื อยูกับที่ - พนกั งานพระราชพธิ ีเชิญเพลิงหลวงพระราชทานข้นึ สูเมรุ - เจ%าภาพเดินตาม และหยุดท่หี นา% บันไดเมรุ - พนักงานพระราชพิธเี ชิญเครือ่ งขมาศพ และเพลิงหลวงพระราชทานวางท่โี ตZะ - พนกั งานพระราชพธิ ีคํานับศพ แลว% ลงจากเมรุ - พนักงานอานหมายรับส่ัง อานสํานกึ ในพระมหากรุณาธิคุณ อานคําประกาศเกยี รติ คณุ ของผท%ู ่ีไดร% บั พระราชทานเพลิง (ประวัติโดยยอ) จบแลว% - พธิ ีกรเชิญผ%มู เี กียรติที่มาในงานพระราชทานเพลิงศพ ยืนสงบนิ่งไวอ% าลัย๑ นาที - เจ%าภาพเชญิ ผูเ% ปนประธานในการพระราชทานเพลงิ ศพขน้ึ เมรุ - ประธานพธิ ีทอดผา% บังสกุ ลุ - (ในกรณีทอดผ%าไตรบังสุกุล ถ%าผ%าไตรบังสุกุลเปนของหลวงพระราชทานพระสงฆ4 ตอ% งใชพ% ัดยศข้ึนพจิ ารณาผา% บงั สุกลุ แลว% ลงจากเมรุ) - ประธานในพิธีฯ หันหน%าไปทางทิศทพี่ ระบาทสมเด็จพระเจา% อยหู วั ประทบั - ถวายความเคารพ - หยิบกระทงข%าวตอก กระทงดอกไม%จากพนักงานพระราชพิธีวางท่ีฐานฟgนหน%า หีบศพ - แล%วหยบิ ดอกไมจ% ันทน4จากพนกั งานพระราชพิธี จุดเพลิงพระราชทานจากโคมไฟท่ี เจ%าพนกั งานถือ - เชญิ ไฟสอดลงใต%กองฟgน ลงจากเมรุ - พระสงฆข4 น้ึ เมรุเผาศพกอน แลว% แขกผม%ู เี กยี รตกิ ับบรรดาญาตมิ ติ รขน้ึ เมรุตามลาํ ดับ - พนกั งานพระราชพิธี สํานกั พระราชวงั เดินทางกลับ หมายเหตุ ๑) จดั โตZะ ๑ ตวั ปูผา% ขาว ตัง้ ด%านศีรษะศพ สาํ หรบั วางเครอ่ื งขมาศพ และวางโคมไฟหลวง ๒) จัดเตรียมโคมไฟสําหรับตอเลี้ยงเพลิงพระราชทานจากพนักงานพระราชพิธีนําไปรักษาไว% เพื่อใช%พระราชทานเพลิงศพเมือ่ ถึงเวลาเผาจรงิ ๓) ในกรณที หาร ตํารวจ ท่ีไดก% องเกยี รติยศ เมื่อประธานวางกระทงข%าวตอก กระทงดอกไมเ% คร่ืองขมาแลว% ให%เปQาแตรนอน จบแลว% ๔) เมอ่ื ประธานหยบิ ธปู เทยี น ดอกไม%จนั ทน4 ใหบ% รรเลงเพลงเคารพศพ ตอไฟพระราชทานจากโคมไฟแล%ว วางไวใ% ต%กองฟนg เพื่อเปนการพระราชทานเพลงิ ศพ
91 ๕) เมื่อเจ%าหน%าที่เชิญเพลิงพระราชทาน หรือเชิญหีบเพลิงพระราชทานไปถึงมณฑลพิธีห%ามเปJดหรือบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมใี นการพระราชทานเพลิงศพ ๖) กรณีพระราชทานเพลิงศพ โดยการเชิญเพลิงของเจ%าหน%าที่ให%เจ%าภาพติดตอเจ%าหน%าที่งานพิธีการเพื่อยนื ยันกอนวันพระราชทานเพลงิ ศพ ๑ วัน ในการขอพระราชทานเพลิงศพนั้นจะต%องไมตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ%าอยูหัว วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ%าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถวันเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติพระราชพธิ ีฉตั ร (และประเพณีนิยมไมเผาศพในวนั ศุกร4)การปฏิบตั เิ กยี่ วกับหบี เพลงิ พระราชทาน (ระยะทางหางจากสํานักพระราชวงั เกิน ๕๐ กโิ ลเมตร) ตามระเบียบท่ีสํานักพระราชวังได%วางไว% เม่ือกระทรวงเจ%าสังกัด ผ%ูวาราชการจังหวัดหรือเจ%าภาพแล%วแตกรณี ได%มีหนังสือแจ%งมายังสํานักพระราชวัง เพ่ือขอพระราชทานเพลิงศพหากศพน้ันอยูในเกณฑ4ท่ีจะได%รับพระราชทานเพลิงศพ สํานักพระราชวังจะได%มีหนังสือแจ%งให%เจ%าภาพศพเพ่ือทราบ จากน้ันเจ%าภาพศพหรือเจ%าหน%าท่ีของจังหวัดแล%วแตกรณีให%สงเจ%าหน%าที่ไปขอรับหีบเพลิงพระราชทานได%ท่ี กองพระราชพิธีสํานกั พระราชวงั เมือ่ ได%รบั หีบเพลงิ พระราชทานไปแล%วต%องปฏิบตั ติ ามลําดบั ขัน้ ตอน ดังน้ี ๑) เชิญหีบเพลิงพระราชทานไปวางท่ีศาลากลางจังหวัด อําเภอ หรือหนวยราชการที่สังกัดในท%องถ่ินหรือทบ่ี า% นเจา% ภาพ แลว% แตกรณี โดยตงั้ ไวใ% นท่อี ันสมควร และควรมพี านรองรับหีบเพลิงพระราชทานนั้นดว% ย ๒) เมื่อถึงกําหนดวันท่ีขอพระราชทานเพลิงศพ ทางจังหวัด อําเภอ หรือเจ%าภาพแล%วแตกรณี จะต%องจดั เจ%าหน%าที่ แตงเคร่ืองแบบปกติขาวไว%ทกุ ข4 เพ่อื เชิญหีบเพลิงพระราชทานพร%อมด%วยพานรอง (หนึ่งหบี ตอ ๑คน) ไปยังเมรุท่ีจะประกอบพิธี และกอนที่จะเชิญข้ึนไปตั้งบนเมรุนั้นควรยกศพขึ้นต้ังเมรุให%เรียบร%อยเสียกอนแล%วจึงเชิญพานหีบเพลิงพระราชทานข้ึนไปตั้งไว%บนโตZะทางด%านศีรษะศพ (บนโตZะที่ต้ังหีบเพลิงพระราชทานน้ันจะต%องมีผ%าปูให%เรียบร%อย และห%ามมิให%นําส่ิงหนึ่งส่ิงใดวางรวมอยูด%วยเปนอันขาด เม่ือเชิญพานหีบเพลิงพระราชทานวางเรียบร%อยแล%วให%ผ%ูเชิญคํานับเคารพศพ ๑ ครั้ง (แตถ%าเปนศพพระสงฆ4ให%ประนมมือไหว%) แล%วจงึ ลงจากเมรุ ๓) ขณะที่เชิญพานหีบพระราชทานไปน้ัน เจ%าหน%าที่ผ%ูเชิญจะต%องระมัดระวังกิริยามารยาท โดยอยูในอาการสํารวม ไมพูดคุยกับผู%ใด และไมต%องทําความเคารพผ%ูใด และไมเชิญหบี เพลิงพระราชทานเดินตามหลังผ%ูหน่ึงผูใ% ดเปนอนั ขาด ๔) ผ%ูที่ไปรวมงานพระราชทานเพลิงศพ ทั้งประชาชน ข%าราชการ และพนักงานลูกจ%าง รัฐวิสาหกิจควรแตงกายไว%ทุกข4ตามประเพณีนิยม ในกรณีลูกหลานหรือญาติ รวมท้ังผู%ที่เคารพนับถือผ%ูวายชนม4ที่รับราชการ จะแตงกายชุดปกติขาวไว%ทุกข4 ก็จะเปนเกียรตแิ กผูว% ายชนม4และยงั นับวาเปนการถวายพระเกียรติ ๕) ผู%ท่ีตั้งแถวรอรับการเชิญหีบเพลิงพระราชทานเดินไปสูเมรุ ควรเปนเจ%าภาพงานการแตงกาย ควรแตงเคร่อื งแบบไว%ทกุ ข4ตามประเพณีนยิ ม ในกรณที ่เี ปนขา% ราชการ แตงกายเคร่ืองแบบปกติขาว ไวท% กุ ข4 ๖) ระหวางที่เจ%าหน%าที่เชิญหีบเพลิงพระราชทานเดินไปสูเมรุนั้น ประชาชนที่มารวมงานควรน่ังอยูในความสงบโดยมิต%องยืนขึ้น ไมต%องทําความเคารพ และไมมีการบรรเลงเพลงอยางใดท้ังสิ้น เพราะยังไมถึงข้ันตอนของพิธกี าร เจา% หน%าท่ผี ูเ% ชิญก็มิใชผแู% ทนพระองค4 เปนการปฏบิ ัตหิ น%าท่ีตามทีไ่ ดร% ับมอบหมาย ๗) เมื่อถงึ กําหนดเวลาพระราชทานเพลิง ใหเ% จา% ภาพเชญิ แขกผูอ% าวโุ สสงู สดุ ขนึ้ เปนประธานจดุ เทียนประธานในพิธีจุดเพลิงท่ีอาวุโสสูงสุดนั้น หมายถึง อาวุโสท้งั ด%านคุณวุฒิและดา% นวยั วุฒิท้ังน้ี หากมีพระราชวงศ4ตั้งแตชั้นหมอมเจ%าขึ้นไป หรือราชสกุลท่ีมีเกียรติในราชการ ซ่ึงศพหรือทายาทอยูใต%บังคับบัญชา หรือเปนผู%ที่เคารพนบั ถือ สมควรเชญิ บคุ คลน้นั เปนประธาน
92 ๘) ในระยะเวลากอนเจ%าภาพเชิญผ%ูอาวุโสสูงสุดข้ึนเปนประธานประกอบพิธีพระราชทานเพลิงน้ันให%เจ%าหน%าท่ีผ%ูเชิญหีบเพลิงพระราชทานข้ึนไปรออยู ณ โตZะวางหีบเพลิงพระราชทานบนเมรุกอนเม่ือผู%เปนประธานทอดผ%าไตรบังสุกุล พระภิกษุได%ชักผ%าบังสุกุลแล%วให%เจ%าหน%าท่ีผู%เชิญหีบเพลิงพระราชทานแก%หอหีบเพลิงพระราชทานออก จากนนั้ ผ%ูเปนประธาน ปฏิบัตติ ามขั้นตอนตอไปน้ี (๑) ประธานพธิ ีเดินขนึ้ ไปบนเมรุ (๒) ทอดผ%าไตรบังสุกลุ (๓) พระสงฆ4พจิ ารณาผ%าไตรบังสุกลุ (๔) ประธานพิธีหนั หนา% ไปทางทศิ ทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระเจ%าอยูหัวประทับ ถวายคํานับ ๑ ครง้ั (๕) หยบิ เทยี นชนวนในหบี เพลงิ พระราชทาน มอบให%เจา% หน%าที่ผเู% ชิญถอื ไว% (๖) หยิบกลักไม%ขีดในหีบเพลิงพระราชทาน จุดไฟตอเทียนชนวนท่ีเจ%าหน%าที่ผ%ูเชิญ ถือไว%รอจนเทียน ลกุ ไหม%ดแี ล%ว (๗) ทาํ ความเคารพ (ไหว%) ๑ ครั้ง กอนหยิบธปู ดอกไม%จันทน4 และเทียน พระราชทาน (จํานวน ๑ ชดุ )ในหีบเพลงิ พระราชทาน (๘) จุดไฟหลวงจากเทียนชนวนแลว% วางไว%กลางฐานทีต่ ้ังศพ จากนั้นก%าวถอยหลัง ๑ กา% ว คาํ นบั เคารพศพ ๑ คร้ัง แลว% ลงจากเมรุ (๙) เปนอนั เสรจ็ พธิ ี หมายเหตุ ๑) สําหรับศพท่ีได%รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานผ%าไตรทอดถวายพระบังสุกุล ด%วยนั้นผู%เปนประธาน ต%องทําความเคารพ (ไหว%) ๑ คร้ัง กอนหยิบผ%าไตรพระราชทานจากเจ%าหน%าที่ผ%ูเชิญ แล%วทอดผ%าตามพธิ ตี อไป ๒) ในกรณีที่เจ%าภาพประสงค4ให%มีการอานหมายรับส่ัง เพ่ือแสดงถึงการได%รับพระราชทานเพลิงศพ(ในกรณีท่ีได%รับหมายรับสัง่ ถ%ายังไมได%รับหมายรบั สง่ั กไ็ มต%องอาน)* การอานหมายรับส่ัง ประวัติผู%วายชนม4 สํานึกในพระมหากรุณาธิคุณน้ันสวนสํานักพระราชวังให%แนวทางไว% ดงั นี้ ๑) หมายรบั สง่ั แสดงถึงการไดร% ับพระราชทานเพลิงศพ ๒) สํานกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณ ๓) คาํ ประกาศเกียรติคุณของผทู% ไี่ ดร% บั พระราชทานเพลิง (ประวัตโิ ดยยอ) อน่งึ สาํ นักพระราชวงั ได%หมายเหตไุ วว% า การอานหมายรับส่งั ประวัตผิ %ูวายชนมส4 าํ นกึ พระมหากรณุ าธิคณุ นั้น เปนขัน้ ตอนท่ีสามารถเปล่ียนแปลงแก%ไขได%ตามความเหมาะสมในทน่ี ้ขี อนําเสนอขั้นตอนการอานหมายรบั ส่ังไว%เพ่ือประกอบการพจิ ารณา ดงั นี้ ๑) หมายรับส่ัง แสดงถงึ การได%รบั พระมหากรุณาธคิ ุณท่ีได%รับการพระราชทานเพลิงศพ ๒) สาํ นกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณ ๓) ประวัติผ%ูวายชนม4 เพ่ือเปนการประกาศเกียรติคุณ แล%วยืนไว%อาลัย ๑ นาที จากน้ันเรียนเชิญประธานพิธีขึ้นทอดผ%าบังสุกุล และจุดเพลิงพระราชทาน ซึ่งจะเปนการปฏิบัติงานพิธีได%อยางตอเนื่องและเรยี บรอ% ยสวยงาม
93 ประวัติผูวายชนม' เพ่ือประกาศเกียรติคุณ และคําสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในงานพระราชทานเพลิงศพนั้น ให%อานเรียงลําดับตามที่กลาวมา ทงั้ น้ี หากจะอานเพียงอยางใดอยางหน่ึงก็ได% หรือไมอานเลยก็ได%ขน้ึ อยูกับความประสงค4และความสะดวกของเจ%าภาพเปนสําคัญสวนการลงท%ายคาํ อานสามารถอานช่ือบุคคลผ%ูเปนทายาทท้งั หมดหรือจะออกช่อื แตเจา% ภาพกย็ อมกระทําได% ในการพระราชทานเพลิงศพหากเจ%าภาพประสงค4จะให%อานหมายรับสั่ง คําสํานึกในพระมหากรุณาธคิ ณุ และประวตั ิผวู% ายชนม4 ให%อานเรียงลําดับดงั กลาว ตัวอยางหมายรบั ส่ังหมายรับสงั่ ที่ ๔๗๓๘ (แบบ ค.) สํานกั พระราชวัง ๑๐ กุมภาพนั ธ4 ๒๕๔๘ พระราชทานเพลงิ ศพ พระธรรมปรยิ ตั ิมนุ ี (นวน เขมจารี) อดีตเจ%าอาวาสวัดพระธาตุพนม ณ เมรวุ ัดพระธาตุพนม อําเภอธาตพุ นม จังหวัดนครพนม วันเสาร4ท่ี ๒๖ มนี าคม ๒๕๔๘ เวลา ๑๖.๐๐ น. พระราชทานเพลงิ ทองหลอ/พมิ พ4/ตรวจ/ทาน วนั หนา% ที่ พนักงานพระราชพิธี นําหมายเรยี น เจา% ภาพศพ พระธรรมปริยัติมุนี (นวน เขมจารี) เพอ่ื ทราบ ตดิ ตอขอรับหบี เพลิงพระราชทานทีก่ องพระราชพิธี สํานกั พระราชวัง ไปปฏิบตั ิ เจ%าภาพไมต%องเสียคาใชจ% ายอยางใดทง้ั สิน้ ท้ังน้ี ให%จดั การตามหน%าท่ีและกาํ หนดวันตามรับสง่ั อยาใหข% าดเหลอื ถ%าสงสัยก็ให%ถามผูร% ับรับสั่งโดยหนา% ที่ราชการ ....................................................... ผร%ู บั รบั สงั่
94 สาํ นึกในพระมหากรุณาธคิ ณุ (สําหรบั พระสงฆ') พระบาทสมเด็จพระเจ%าอยหู วั ทรงพระกรณุ าโปรดพระราชทานเพลิงศพพระ........................ซึง่ นับเปนพระมหากรุณาธิคุณ เปนเกียรติอนั สงู สดุ แกผวู% ายชนม4 และวงศ4ตระกลู อยางหาทส่ี ดุมิได% หากความทราบโดยญาณวถิ ีถึงดวงวิญญาณของพระ...................................................ได%ดว% ยประการใดในสมั ปรายภพ คงจะมีความปลาบปลื้มซาบซงึ้ เปนลน% พ%นในพระมหากรุณาธิคุณทีไ่ ดร% ับพระราชทานเกียรติยศอันสงู ยิ่ง ในวาระสดุ ทา% ยแหงชีวติ คณะสงฆ4วัด................................อาํ เภอ................................จงั หวดั .................................ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ถวายพระพรด%วยความสาํ นึกในพระมหากรุณาธิคณุ อยางหาทส่ี ุดมิได% และจะเทิดทูนไว%เปนสรรพสริ ิมงคลแกคณะสงฆ4และวงศ4ตระกลู ของผว%ู ายชนม4ตลอดไป ขอถวายพระพร คณะสงฆ4วัด........................................................ สาํ นกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณ (สําหรบั บุคคลทั่วไป) พระบาทสมเดจ็ พระเจ%าอยหู วั ทรงพระกรุณาโปรดเกล%าโปรดกระหมอม พระราชทานเพลงิ ศพ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)............................................................................ซ่งึ นบั เปนพระมหากรณุ าธิคุณล%นเกลา% ล%นกระหมอม เปนเกียรตอิ นั สูงสุดแกผ%ูวายชนม4 และวงศต4 ระกูลอยางหาทสี่ ดุ มิได% หากความทราบโดยญาณวิถี ถงึ วญิ ญาณของ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)...............................................ได%ด%วยประการใดในสัมปรายภพ คงมคี วามปลาบปลมื้ ซาบซงึ้ เปนล%นพ%นในพระมหากรุณาธคิ ุณทไ่ี ดร% บั พระราชทานเกยี รติยศอันสูงยิ่ง ในวาระสุดท%ายแหงชวี ติ ขา% พระพุทธเจ%าผเู% ปนบุตร ธิดา และหลาน ๆ ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสกราบถวายบงั คมแทบเบ้อื งพระยุคคลบาท ด%วยความสํานึกในพระมหากรุณาธคิ ณุ อยางหาที่สดุมไิ ด% และจะเทิดทนู ไว%เหนือเกลา% เหนอื กระหมอม เปนสรรพสิริมงคลแกขา% พระพทุ ธเจ%าและวงศต4 ระกลู สบื ไป ด%วยเกล%าดว% ยกระหมอมขอเดชะ ขา% พระพุทธเจา% ครอบครัว (นามสกลุ ).................................................
95 แบบอยางการเขียนประวัตแิ ละคําไวอาลยัเรียน...............................................(ประธานพธิ ี และทานผ%ูมเี กียรตทิ ี่เคารพทกุ ทาน) กอนทจี่ ะประกอบพธิ ีพระราชทานเพลงิ ศพ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)......................ในวันนี้ เพ่ือเปนการประกาศเกียรติคณุ และราํ ลกึ ถงึ เปนวาระสุดท%าย กระผม (นาย, นาง,นางสาว, ยศ) พิธกี ร.............ขอนําประวตั ิและคาํ ไวอ% าลยั ของผู%วายชนมม4 าเรียนใหผ% %มู เี กยี รติทุกทานเพ่ือได%ทราบโดยสงั เขป ดงั นี้ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ).................................เปนบุตรของ..................................และนาง................................เกิดเม่ือวนั ท่ี........เดอื น........................พ.ศ. ................บ%านเลขที่................ตําบล................................อาํ เภอ..........................จงั หวดั .................................มีพนี่ %องรวมบิดามารดา รวม............................คน๑. .........................................................๒. .........................................................(นาย, นาง, นางสาว, ยศ)...............................สาํ เร็จการศึกษา.........................................จากโรงเรยี น......................................................เมื่อสําเรจ็ การศกึ ษาแลว% ได%เข%าทาํ งานเปน..................................................................................................................................................................................................................................(นาย, นาง, ยศ)..........................................ได%สมรสกบั ....................................................(ซ่ึงเปนบุตร, บุตรี) ของ....................................................................................มีบตุ ร...........คน คือ๑. ..............................................................๒. .............................................................ตาํ แหนงสุดทา% ย................................................................................................................เครื่องราชอิสรยิ าภรณ4 (ถ%ามี)............................................................................................ ตามประวตั กิ ารปฏิบตั งิ าน (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)..............................................เปนผ%ปู ฏิบัตหิ นา% ท่ีด%วยความซ่ือสัตย4สุจริต เปนผูม% คี วามรบั ผิดชอบตองานในหน%าที่อยางสูงยิ่งมอี ธั ยาศัยโอบอ%อมอารี รกั หมคู ณะ รกั พ่ี รกั นอ% ง รักผู%ใตบ% งั คบั บญั ชา และเปนผ%ูให%ความเคารพตอผ%ูบังคับบญั ชา เปนผู%มีความออนนอ% มตอผูใ% หญ เปนผม%ู ีนํ้าใจอันประเสริฐ ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ได%ปฏิบัตหิ นา% ทใี่ นความรบั ผิดชอบ ไดท% ุมเทแรงกาย แรงใจ และสติปUญญา ทํางานเพ่ือสรา% งคุณประโยชนต4 อประเทศชาตนิ ับเปนอเนกอนนั ต4 ในด%านศาสนาเปนผมู% ีศรทั ธาเลอ่ื มใสในพระพทุ ธศาสนาไดใ% ห%การอปุ ถมั ภบ4 าํ รุงพระพุทธศาสนาอยเู นืองนิตย4 ในด%านครอบครวั ได%ปฏบิ ัติหน%าทใี่ นฐานะเปนผ%นู าํ ครอบครวั อยางดียง่ิ เปนคูชีวิตท่ดี ขี อง(สามี, ภรรยา) ใหค% วามหวงใยบตุ รธดิ าตลอดเวลา ทาํ ใหค% รอบครวั มคี วามอบอุนและเปนครอบครวัทมี่ คี วามสขุ เปนอยางยิ่ง เนื่องจากเปนผมู% อี ธั ยาศัยราเริง สนุกสนาน และมองโลกในแงดี (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)....................................ได%ลม% ปQวยลงด%วยโรค.............................และเข%ารบั การรกั ษาพยาบาลทโี่ รงพยาบาล...........................................และถงึ แกกรรมด%วยอาการอันสงบ เมอ่ื วนั ที่.........เดอื น.........................พ.ศ. ..........เวลา.........นาฬกิ า รวมสิรอิ ายไุ ด%........ป\
96 การจากไปของ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)............................................ในครง้ั นี้ สร%างความเศร%าโศกเสียใจแก (สามี, ภรรยา) บตุ ร-ธิดา และญาติมติ รเปนอยางย่ิง และมใิ ชแตเปนความสญู เสยี บคุ คลอนั เปนที่รักยิ่งของครอบครัว (สกุล)......................................เทานัน้ แตนบั วาเปนการสญู เสียทรพั ยากรบคุ คลผ%ทู รงคณุ คาของประเทศชาตอิ ีกด%วย ทานผ%มู เี กียรติที่เคารพ ชวี ิตและความตายเปนของคูกนั ท่ีใดมเี กดิ ทีน่ ่นั ตอ% งมีตายชีวติ ของสตั ว4ทัง้ หลาย ถูกความเกดิ ความเจบ็ ความแกเบยี ดเบยี น ยอมเส่ือมส้นิ ไปตามกาลเวลาคร้งั ถงึ กาลกําหนดแล%ว กย็ อมจะต%องแตกทําลายไป พระพทุ ธศาสนาจงึ สอนให%พุทธศาสนิกชนพงึประกอบแตความดีเปนนติ ย4 เพอื่ ความสงบสขุ ของชวี ิตในปUจจบุ ัน และเปนท่ีพง่ึ พิงในโลกเบ้ืองหนา%ในสมั ปรายภพ ด%วยอาํ นาจแหงคุณพระศรรี ัตนตรัย และบุญกุศลคุณงามความดที ่ี (นาย, นาง, นางสาว,ยศ)........ทไ่ี ดป% ฏบิ ัติบาํ เพ็ญมา ตลอดถงึ บุญกศุ ลที่ (สามี, ภรรยา) บุตร ธดิ า และญาตมิ ิตร ไดร% วมจิตบําเพญ็ ทักษิณานปุ ระทานอุทิศใหใ% นกาลคร้งั น้ี จงเปนพลวปUจจัยสงให% (นาย, นาง, นางสาว,ยศ).............................................ได%ไปสถิตเสวยอุดมสุข ในทิพยวมิ านสุคติสถาน ในสัมปรายภพด%วยเทอญ. --------------------------- ในวาระสุดทา% ยนี้ ขอเรยี นเชิญทานผ%มู เี กียรติทุกทานไดร% วมจิตอธิษฐานเพือ่ อุทิศสวนกศุ ลสงดวงวิญของ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)........................................ให%ไปสสู ุคตใิ นสมั ปรายภพดว% ยการยืนไว%อาลยั ประมาณ ๑ นาที ดว% ยความพร%อมเพรยี งกนั . ขอเรียนเชญิ ครบั ---------------------------- บัดน้ี ไดเ% วลาอันสมควรของพิธพี ระราชทานเพลิงศพ (นาย, นาง, นางสาว, ยศ)...........................ในวนั นี้ กระผมขอเรยี นเชิญ (ประธานพิธี)..............................................ได%กรุณาทอดผา% บงั สุกุล และเปนประธานในการประกอบพิธจี ุดเพลิงพระราชทาน เปนลําดับไป ขอเรียนเชญิ ครบั . -------------------------------ข้ันตอนการปฏบิ ัติพิธีพระราชทานเพลงิ (หบี เพลงิ )หีบเพลงิ พระราชทาน การวางไฟพระราชทาน
97๑) ใกล%เวลา เจ%าหนา% ที่เชิญหีบเพลิงพระราชทานมาถึง (เจ%าภาพรอตอ% นรับ) นําหบี เพลิงขึ้นตงั้ บนเมรุด%านศรี ษะของศพ๒) ได%เวลา เจ%าภาพเชญิ ประธานทอดผา% บงั สุกุล (พระสงฆ4บงั สกุ ลุ )๓) เจ%าหนา% ทีเ่ ชิญหบี เพลิงพระราชทาน๔) ประธานถวายความเคารพไปทางทิศที่พระบาทสมเดจ็ พระเจ%าอยูหัวประทับอยู หรือถวายบังคม (ไหว%) ไปท่ีหีบเพลิง แล%ว๕) หยบิ เทยี นชนวนในหบี เพลิงพระราชทานมอบให%เจา% หน%าท่ีถอื ไว%๖) หยิบกลกั ไมข% ดี ไฟ จดุ ไฟตอเทยี นชนวนใหต% ดิ ดี๗) ถวายบังคม (ไหว%) ๑ ครงั้ กอนหยบิ ดอกไม%จันทน4 ธปู เทยี น จดุ ไฟหลวงจากเทียน ชนวน๘) วางดอกไม%จนั ทน4 ธปู เทียนไว%ใต%กลางฐานที่ต้งั ศพ (หรอื ทที่ เี่ จ%าภาพจดั ไว%)๙) ถอยหลัง ๑ ก%าว ทําความเคารพศพ ๑ ครัง้ แล%วลงจากเมรุ เปนเสร็จพิธี (จากนั้นผม%ู ีเกยี รติและเจ%าภาพขึ้นวางดอกไมจ% นั ทน4เปนลําดบั ไป)ลําดบั การอานประกาศเกียรตยิ ศ ในพิธพี ระราชทานเพลงิ ศพ ๑) หมายรบั สัง่ (ถ%ายังไมได%รบั ไมตอ% งอาน) ๒) สํานกึ ในพระมหากรุณาธคิ ุณ ๓) ประวตั ผิ ู%วายชนม4หมายเหตุ ๑) จะอานเพียงอยางใดอยางหนึ่งหรือไมอานเลยกไ็ ด% ๒) ไมควรใช%คาํ นําหน%าชอ่ื ผู%ได%รบั พระราชทานเพลิงศพวา คณุ พอ... คณุ แม... ๓) ควรใชว% า นาย... นาง... นางสาว.... หรอื ยศ นําหนา% ช่อื เทาน้ันการแตงกาย๑) เจา% หนา% ท่ีผ%เู ชญิ หบี เพลงิ พระราชทาน แตงชดุ ปกติขาวไว%ทุกข4๒) ประธาน แตงชุดปกติขาวไวท% ุกข4 ชดุ สากลไว%ทุกข4 หรอื ชดุ สุภาพสาํ หรับงานศพ๓) เจา% ภาพ ถ%าเปนข%าราชการควรแตงชุดปกติขาวไว%ทุกข4 ชดุ สากลไว%ทุกข4 หรอื ชดุ สุภาพสาํ หรบั งานศพ
98บทท่ี ๖ การจัดทานพิธี การถวายทาน เป4นการทาํ บุญหรือทาํ ความดปี ระการหนึ่ง ตามหลักการทําบุญของพระพุทธศาสนา ๓ประการ คือ ทานมัย บุญสําเร็จดวยการใหทาน ศีลมัย บุญสําเร็จดวยการรักษาศีล ภาวนามัย บุญสําเร็จดวยการเจริญภาวนา การถวายทาน มี ๒ ประเภท คือ การใหหรือการถวายเครื่องอุปโภคบริโภคใหแกบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง เรียกวา ปาฏิบุคลิกทาน ประการหน่ึง และการใหหรือการถวายโดยใหหรือถวาย โดยผูใหหรือผูถวาย มีความต้ังใจถวายหรือใหเป4นสาธารณะไมเจาะจงผูใดไมวาผูรับจะเป4นพระภิกษุหรือสามเณร ซ่ึงเป4นการถวายอทุ ิศใหแกสงฆ$จริง ๆ เรียกวา สังฆทานอกี ประการหน่ึง หลักการเกีย่ วกับการถวายทานแดพระสงฆ% ๑) หลกั สําคญั ของการถวายทานแดพระภิกษุสามเณร ตองตั้งใจถวายจริง ๆ ๒) จัดเตรียมทานวัตถุที่จะถวายใหเสร็จเรียบรอย ตามศรัทธาและทันถวาย ถาเป4นภัตตาหาร จีวรและคิลานเภสัช ซึ่งเป4นวตั ถุยกประเคนได ตองประเคน เวนแตถาไมอยูในกาลท่ีจะประเคน ก็เพียงแตนําไปต้ังไว ณ เบ้ืองหนาพระสงฆ$ ดังน้ัน ถาเป4นการถวายทานที่ถูกตองตองจัดถวายทานใหถูกตองตามกาลน้ัน ๆ ถาเปน4 เครอ่ื งเสนาสนะ ซงึ่ เป4นสง่ิ กอสรางกับที่และเป4นของใหญใชตดิ ที่ ก็ตองเตรียมการตามท่ีสมควรและถกู ตองตามประเพณีปฏบิ ัติ ๓) แจงความประสงค$ที่จะถวายทานใหพระภิกษุสงฆ$ทราบ และนัดหมายวัน เวลา และสถานท่ีพรอมทงั้ แจงความประสงค$ในการที่จะนมิ นต$พระสงฆ$รับการถวายทานจํานวนเทาใด ๔) ถามีความประสงค$จะถวายทานรวมกับพิธีการอ่ืน ๆ ก็ตองเป4นเรื่องของงานพิธีแตละอยางไปเมอ่ื ถึงเวลาจะถวายทานกด็ ําเนนิ การในสวนของพิธถี วายทาน ๕) สงิ่ ทส่ี มควรถวายเป4นทานตามพระวนิ ัย (๑) เครอ่ื งนุงหม ไดแก ไตรจีวร สบง อังสะ หรอื ผาเช็ดตวั (๒) บิณฑบาต ไดแก ภัตตาหาร นาํ้ ดื่ม นํ้าปานะ (๓) เสนาสนะ ไดแก กุฏิ ศาลาบาํ เพ็ญกศุ ล (๔) คลิ านเภสัช หรือยารกั ษาโรค ๖) สิ่งของทค่ี วรถวายเปนทานตามท่ปี รากฏในพระสตู ร (๑) อันนงั ใหอ% าหาร (๒) ปานัง ให%นํา้ ร%อน-นาํ้ เย็น นํา้ อัฏฐบาน (๓) วัตถัง ให%ผา% นงุ หม (๔) ยานัง ใหย% านพาหนะ (๕) มาลัง ให%ดอกไมท% ีม่ กี ลน่ิ หอม (๖) คนั ธัง ใหข% องหอมตาง ๆ (๗) วิเลปะนัง ให%เครื่องทาตาง ๆ (๘) เสยยัง ให%ท่ีนอนหมอนม%ุง (๙) วะสะถัง ให%ท่ีอยอู าศัย (๑๐) ทีเปยยงั ให%ประทีป หรอื ใหแ% สงสวาง
99การถวายสงั ฆทาน การถวายสังฆทาน คอื การถวายทานท่ีอทุ ิศแกสงฆ4 ซงึ่ ต%องเปนการตัง้ ใจถวายแกสงฆจ4 รงิ ๆ ไมเห็นแกหน%าพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง ไมวาจะเปนภิกษุหรือสามเณร เปนพระสงฆ4เถระหรือพระสงฆ4อันดับ ถ%าเจาะจงจะถวายพระภิกษุรูปใดแล%ว ก็จะเปนเหตุให%มีจิตใจไขว%เขวเกิดความยินดียินร%ายไปตามบุคคลที่รับสังฆทานน้ันจะเปนภิกษุหรือสามเณร จะเปนรูปเดียวหรือหลายรูปก็ถือวาเปนการถวายสังฆทานทั้งสิ้น และถือวาเปนผลสําเร็จในการถวายสังฆทานแล%ว เน่ืองจากผู%รับสังฆทานที่ถวายถือเปนการรับในนามสงฆ4 ซ่ึงสงฆ4จัดมาหรือเปนผ%ูมาถึงเฉพาะหน%าในขณะตั้งใจถวายสงฆ4แล%ว ซ่ึงการถวายทานท่ีอุทิศให%เปนของสงฆ4จริง ๆ น้ี ในคร้ังพทุ ธกาลมแี บบแผนในการถวายสงั ฆทาน ๗ ประการ คอื ๑) ถวายแกหมภู ิกษุและภิกษุณี มีพระพุทธเจ%าเปนประมขุ ๒) ถวายแกหมูภกิ ษุ มพี ระพุทธเจ%าเปนประมุข ๓) ถวายแกหมภู ิกษณุ ี มพี ระพุทธเจ%าเปนประมุข ๔) ถวายแกหมภู กิ ษุและภิกษุณี ไมมีพระพุทธเจา% เปนประมุข ๕) ถวายแกหมภู กิ ษุ ไมมพี ระพทุ ธเจ%าเปนประมุข ๖) ถวายแกหมภู กิ ษณุ ี ไมมีพระพุทธเจา% เปนประมุข ๗) ร%องขอตอสงฆใ4 หส% งใคร ๆ ไปรับแลว% ถวายแกผน%ู น้ัการเตรียมการ ๑) จัดเตรียมทานวัตถุท่ีต%องการถวายให%เสร็จเรยี บร%อย ตามศรัทธาและทันเวลาถวายเชน อาหารคาวอาหารหวาน นํ้าดื่ม เครื่องกระปiอง อาหารแห%ง ของใช%ตาง ๆ ท่ีพระสงฆ4ใช%ได%ไมผิดพระวินัย (ถ%าอยูในกาลคือ เช%า ถึงกอนเวลาเที่ยงวัน ให%ประเคนได% แตถ%าอยูนอกกาลไมต%องประเคน เพียงแตต้ังไว% ณ เบ้ืองหน%าพระภกิ ษุ และใหป% ระเคนได%เฉพาะวัตถุที่ประเคนนอกกาลได%เทาน้นั ) ๒) จัดเตรียมดอกไม%ธปู เทียนจุดบชู าพระรัตนตรยั ๓) แจง% ความประสงคท4 จี่ ะถวายทานน้ัน ๆ ให%พระสงฆท4 ราบ ๔) เตรียมนิมนตพ4 ระสงฆท4 ่จี ะรบั สังฆทาน ๕) จดั เตรยี มสถานที่ หรอื นัดหมายสถานท่ีท่ีจะถวายสังฆทานใหพ% ระสงฆ4ทราบ แนวทางปฏิบตั ิ ๑) พระสงฆ4มาถึงยังสถานท่จี ะทําพิธีถวายสงั ฆทาน (ทบี่ %านหรือทว่ี ดั ) ตามท่กี าํ หนดและนิมนต4พระสงฆไ4 ว% ๒) นิมนต4พระสงฆน4 ง่ั ยังอาสนสงฆ4ท่ีจัดเตรียมไว%ตามจํานวนทีจ่ ะถวายสังฆทาน ๓) นําเครอ่ื งสังฆทานมาต้ังเรียงไว% ณ เบ้ืองหนา% พระสงฆ4 ๔) จุดธปู เทียนบชู าพระรัตนตรยั กราบ ๓ ครัง้ ๕) อาราธนาศลี ดงั นี้ “มะยงั ภันเต วสิ งุ วิสงุ รกั ขะนตั ถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปญU จะ สีลานิ ยาจามะ. ทตุ ยิ ัมปJ มะยงั ภันเต วสิ งุ วิสงุ รักขะนัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปญU จะ สลี านิ ยาจามะ. ตะติยมั ปJ มะยัง ภันเต วสิ ุง วสิ ุง รักขะนตั ถายะ ตสิ ะระเณนะ สะหะ ปญU จะ สลี านิ ยาจามะ.”
100 ๖) พระสงฆใ4 ห%ศีล ๗) กลาวนโม ๓ จบ ดงั นี้ “นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มาสมั พทุ ธสั สะ. นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพทุ ธัสสะ. นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพทุ ธสั สะ.” จบ ๘) กลาวคาํ ถวายสงั ฆทาน (ในกรณถี วายสงั ฆทานเพ่อื ความสขุ ความเจริญของตนเอง) ดงั นี้ “อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ สะปะรวิ ารานิ, ภิกขุสงั ฆสั สะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสงั โฆ, อมิ านิ, ภตั ตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏคิ คัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตา ยะ,สุขายะ.” คําแปล “ข%าแตพระสงฆผ4 ู%เจริญ, ข%าพเจ%าทั้งหลาย, ขอน%อมถวาย, ภัตตาหาร กับท้งั บริวารเหลานี้, แดพระสงฆ4, ขอพระสงฆ4โปรดรับภัตตาหาร, กับทั้งบริวารทั้งหลายเหลานี้, ของข%าพเจ%าท้ังหลาย, เพื่อประโยชน4และความสขุ , แกขา% พเจา% ทัง้ หลาย ตลอดกาลนานเทอญฯ” ๙) คาํ กลาวถวายสงั ฆทาน (ในกรณีเพ่ืออุทศิ ใหผ% %ูตาย) ดงั น้ี “อมิ านิ มะยัง ภนั เต, มะตะกะภตั ตานิ, สะปะรวิ ารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต, ภิกขสุ ังโฆ, อิมานิ มะตะกะภตั ตานิ, สะปะรวิ ารานิ, ปฏคิ คณั หาตุ, อัมหากญั เจวะ, มาตาปJตุ, อาทนี ัญจะ, ญาตะกานงั , กาละกะตานัง, ทีฆะรัตตงั , หติ ายะ, สุขายะ.” คาํ แปล “ขา% แต พระสงฆผ4 ู%เจรญิ , ขา% พเจ%าทง้ั หลาย, ขอนอ% มถวายภัตตาหารเพื่อผล%ู วงลับไปแล%ว, พร%อมกบั ของ บรวิ ารท้งั หลายเหลานี้, แกพระภกิ ษสุ งฆ4, ขอพระภกิ ษสุ งฆ4, โปรดรับภัตตาหารเพ่อื ผ%ูลวงลบั ไปแล%ว, พรอ% มกับทง้ั ของบริวารทง้ั หลายเหลาน้ี, ของข%าพเจ%าทั้งหลาย, เพ่อื ประโยชน4, เพื่อความสุข, แกข%าพเจ%าทั้งหลายด%วย, แกญาติท้ังหลายผู%ลวงลับไปแล%วด%วย, มีบิดามารดา เปนต%น,ตลอดกาลนานเทอญ.” ๑๐) พระสงฆร4 บั “สาธ”ุ ๑๑) ประเคนวัตถุท่ีจะถวายสังฆทาน (ถ%านอกกาลคือหลังเท่ียงวันให%ประเคนเฉพาะผ%าไตรหรือเครื่องสงั ฆทานทไี่ มใชอาหาร) ๑๒) พระสงฆ4อนุโมทนา ๑๓) ผ%ถู วายสังฆทาน กรวดนา้ํ -รับพร ๑๔) เสรจ็ พิธถี วายสังฆทานการถวายผากฐินหรือการทอดกฐนิ การถวายผา% กฐินหรือการทอดกฐนิ ถือเปนการถวายทานท่ีมีกาลเวลา คือ เปนการถวายทานภายหลังวันออกพรรษา คือ ในระหวางวันแรม ๑ คํ่า เดือน ๑๑ จนถึงวันเพ็ญ เดือน ๑๒(ขึ้น ๑๕ ค่ํา เดือน ๑๒) และเพื่อให%ได%ทราบถึงสาเหตุที่พระพุทธเจ%าได%ทรงอนุญาตให%ภิกษุรับกฐินและตอมาพุทธศาสนิกชนได%ถือเปนการบาํ เพ็ญบุญสบื ตอกนั มาตราบเทาทุกวันนี้ ดังนี้ คร้ังหนึ่ง ภกิ ษุชาวเมืองปาฐา ประมาณ ๓๐ รูป มีความประสงค4จะไปเฝา] พระพุทธเจ%า ณ เมอื งสาวตั ถีจงึ พากันเดินทางจากเมืองปาฐาไปเมืองสาวัตถี แตพอไปถึงเมืองสาเกต ซึ่งอยูในระยะทางหางจากเมืองสาวัตถีประมาณ ๖ ประโยชน4 จึงจะถึงเมืองสาวัตถี ก็เปนวันซึ่งพระภิกษุต%องเข%าพรรษา ภิกษุเหลานั้นจะเดินทางตอไปไมได% จึงจําพรรษาอยู ณ เมืองสาเกต ในระหวางพรรษามีความร%อนรนอยากจะเข%าเฝ]าพระพุทธเจ%า พอออกพรรษาก็เดินทางไปเมืองสาวัตถีโดยเร็วในเวลาน้ัน ฝนยังตกมากอยู การเดินทางจึงถูกโคลนตมทําให%เปรอะเปjgอน เม่ือถึงเมืองสาวัตถีภิกษุเหลานั้นได%เข%าเฝ]าพระพุทธเจ%า พระองค4ทรงทราบความลําบากของภิกษุ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119