Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore E-book นางสาวฑิตฐิตา รัตนคาม เลขที่ 11 sec.2 6117701001016

E-book นางสาวฑิตฐิตา รัตนคาม เลขที่ 11 sec.2 6117701001016

Published by bjutarat422, 2020-06-10 00:42:02

Description: E-book นางสาวฑิตฐิตา รัตนคาม เลขที่ 11 sec.2 6117701001016

Search

Read the Text Version

Pocket E-Book วชิ า NURNS09 การพยาบาลผใู้ หญ่ 2 จดั ทาโดย นางสาวฑิตฐิตา รัตนคาม เลขท่ี 11 SEC 2 6117701001016 ภาคเรียนท่ี 3 ปี การศึกษา 2562 มหาวิทยาลยั ราชภฏั สุราฎร์ธานี

สารบญั หนา้ เร่ือง 1 5 หน่วยท่ี 1 แนวดิค ทฤษฎีหลกั การพยาบาลในวยั ผใู้ หญท่ ่ีมีภาวการณ์เจบ็ ป่ วยเฉียบพลนั 11 หน่วยที่ 3 แนวคิด ทฤษฎีหลกั การพยาบาลในวผั ใู้ หญท่ ี่มีภาวการณ์เจบ็ ป่ วยเร้ือรังท่ีคุกคามชีวติ 16 หน่วยที่ 4 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีภาวะวกิ ฤตระบบหายใจ 20 หน่วยท่ี ร การพยาบาลผปู้ ้วยที่มีภาวะวกิ ฤตากปัญหาปอดก าหนท้ ่ีผดิ ปกติและการฟ้ื นฟูสภาพปอด 40 หน่วยท่ี 6 การจดั การเกี่ยวกบั ทางเดินหายใจและการพยาบาลผปี ่ วยท่ีใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจ 47 หน่วยท่ี 7 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีภาวะวกิ ฤตเละฉุกฉินของหลอดลือดหวั ใจ กลา้ มเน้ือหวั ใจ 51 หน่วยท่ี 8 การพยาบาลผปู้ ้วยที่มีภาวะวกิ ฤต หลอดเลือดเอออร์ตา ลิ้นหวั ใจ และการฟ้ื นฟูสภาพหวั ใจ 55 หน่วยท่ี 9 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีภาวะวกิ ฤตหวั ใจลม้ เหลวและหวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ 58 หน่วยท่ี 10 การพยาบาลผปู้ ่ วยในภาวะวกิ ฤตระบบประสาทเละไขสันหลงั 61 หน่วยท่ี 11 การพยบาลผใู้ หญท่ ี่มีปัญหาในภาวะวกิ ฤตระบบทางเดินปัสสาวะ 65 หน่วยที่ 12 การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมีภาวะช็อก และการพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมือวยั วะลม้ เหลว หน่วยที่ 13 การฟ้ื นคืนชีพ

1 หน่วยที่1 แนวคิดทฤษฎีหลกั การพยาบาลในวยั ผใู้ หญ่ที่มีภาวะการเจ็บป่ วยเฉียบพลนั วิกฤต การพยาบาลผ้ปู ่วยท่ีมีภาวะวิกฤต ขอบเขตของการพยาบาลผปู้ ่ วยที่มี ภาวะเจบ็ ป่ วยวกิ ฤต (Critical care nursing) หมายถึง การพยาบาลผ้ปู ่วยท่ีเจบ็ ป่ วยขนึ ้ 1.ผูป้ ่ วยวกิ ฤตจะถูกรกั ษา ในหอ กระทนั หนั ถึงขนั้ อนั ตรายถงึ ชีวิต อภิบาล อายุรกรรมและศลั ยกรรม ให้ปลอดภยั และไมม่ ีภาวะแทรกซ้อน 2.มีการพฒั นาเป็ นการพยาบาลเฉพาะ ทาง เพือ่ ใหม้ ีทกั ษะ อยา่ งมี ประสิทธิภาพ ววิ ฒั นาการของการดูแลผปู้ ่ วย ภาวะเฉียบพลนั วกิ ฤต ยาต่าง ๆ ทาง CVP line ➢ อดีต เครื่อง เคร่ืองช่วย ผูป้ ่ วยจะถูกจบั รกั ษาในหน่วย ICU เฝ้าระวงั หายใจ จดั ต้งั คร้งั แรกในสหรฐั อเมริกา มี EKG , ➢ ปัจจุบนั ท่อระบาย จาก เป็ นการดแู ลแบบคอ่ ยเป็ นค่อยไป BP, กระเพาะ เนน้ ปลอดภยั และอนั ตรายนอ้ ยท่ีสุด CVP, อาหาร พฒั นาการส่ือสารกบั ผูป้ ่ วยและญาติ SpO2 และเนน้ การทางานกบั ทีมสหวชิ าชีพ ทอ่ ระบายทรวงอก Arterial line หลกั การสาคญั ของการพยาบาล ถุงระบาย Prove วดั ปัสสาวะ ความอิม่ ตวั ออกซิเจน ในเลือด ผปู้ ่ วย 1.คานึงถึงความปลอดภยั ต่อชวี ติ ความทรมานดา้ นกายใจจิตวิญญาณ ท้งั ผูป้ ่ วยและครอบครวั 2.ยอมรบั เกียรติศกั ด์ิศรี คุณค่าความ เป็ นคนของผูป้ ่ วย

การดูแลผปู้ ่ วยท่ีมภี าวะการ 2 เจ็บป่ วยเฉียบพลนั วกิ ฤตใน สมรรถนะของพยาบาลวชิ าชีพใน ประเทศไทย ปัจจุบนั 1 สมรรถนะดา้ นจริยธรรม 1.ลดการใชก้ ารแพทยท์ ี่เส่ียง จรรยาบรรณและกฎหมาย อนั ตรายในอดีต เนน้ เทคโนโลยี 2สมรรถนะดา้ นปฏิบตั ิการพยาบาล ข้นั สงู ใหผ้ ูป้ ่ วยเคลท่อนไหวได้ และการผดุงครรภ์ เร็วที่สุด 3สมรรถนะดา้ นคุณลกั ษณะเชิงวิชาชีพ 2.ลดความเขม้ งวดในการเยยี่ ม 4สมรรถนะดา้ นภาวะผูน้ า การจดั การ ของญาติ และการพฒั นาคุณภาพ 3.มีการทางานร่วมกนั ของสห 5สมรรถนะดา้ นวิชาการและการวจิ ยั วิชาชพี 6สมรรถนะดา้ นการส่ือสารและ 4.ควบคุมการติดเช้ อื ด้ ือยา สมั พนั ธภาพ 7สมรรถนะดา้ นเทคโนโลยีและ ความทา้ ทายของพยาบาลในการ สารสนเทศ ดูแลผูป้ ่ วย เฉียบพลนั วิกฤต 8สมรรถนะดา้ นสงั คม • การเขา้ ส่อู าเซียน สมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพใน • ความตอ้ งการบุคลากรสุขภาพ ประเทศไทย • มีโรคติดเช้ อื ด้ ือยา โรคอุบตั ิเก่า 1.สมรรถนะดา้ นจริยธรรม จรรยาบรรณและ อุบตั ิใหมเ่ พ่มิ ข้ นึ กฎหมาย • มภั ยั พบิ ตั ิธรรมชาติและสาธารณ 2.สมรรถนะดา้ นปฏิบตั ิการพยาบาลและการ ผดุงครรภ์ ภยั อุบตั ิเหตุมากข้ นึ 3.สมรรถนะดา้ นคุณลกั ษณะเชิงวชิ าชีพ • พยาบาลใชเ้ ทคโนยขี ้นั สูงทาง 4.สมรรถนะดา้ นภาวะผูน้ า การจดั การและการ พฒั นาคุณภาพ การแพทยโ์ ดยยดึ ผูป้ ่ วยเป็ น 5.สมรรถนะดา้ นวิชาการและการวจิ ยั ศนู ยก์ ลาง 6.สมรรถนะดา้ นการส่ือสารและสมั พนั ธภาพ • ขาดแคลนพยาบาล 7.สมรรถนะดา้ นเทคโนโลยีและสารสนเทศ 8.สมรรถนะดา้ นสงั คม

การใชก้ ระบวนการพยาบาลผูป้ ่ วย 3 ภาวะการเจ็บป่ วย เฉียบพลนั วิกฤต การประเมินความรุนแรงของผปู้ ่ วย 1.การประเมนิ สภาพ ภาวะการเจบ็ ป่ วยวิกฤต (Assessment) เป็ นเคริื่งมือใชใ้ นการประเมนิ เเละ 2.การวนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล จดั เเบง่ กลุม่ ผูป้ ่ วยตามความรุนแรงโรค (Nursing diagnosis) APACHE II score 3การวางแผนการพยาบาล เพ่ือใชป้ ระเมนิ ความ (Planning ) รุนเเรงของผูป้ ่ วย 4การปฏิบตั ิการพยาบาล ที่รกั ษาในICU ( Implementation) 5.การประเมินผลการพยาบาล (Evaluation) FANCAS การประเมนิ ตามกรอบเเนวคิดทางการ พยาบาล • Fluid balance =ความสมดุลของน้า • Aeration=การหายใจ • Nutrition=โภชนาการ • Communication=การติดต่อสื่อสาร • Activity=การทากิจกรรม • Stimulation=การกระตุน้ Score Death rate(%) การคิดคะเนน เมอ่ื รวมคะเเนนจากตาราง 0-4 4 แลว้ กเ็ อามาใส่ในหวั ขอ้ A 5-9 8 จากน้ันกเ็ อามารวมกบั 10-14 15 คะเเนนตามอายุในขอ้ B 15-19 25 เเละค่าคะเนนChronic 20-24 40 health point ในขอ้ C อกี กจ็ ะ 25-29 55 ไดค้ ะเเนนรวมออกมา >3304-34 8755

4 แนวปฎิบตั ิทางการพยาบาลผูป้ ่ ววยภาวะการ เจบ็ ป่ วย เฉียบพลนั วิกฤต แนวคิดผูป้ ่ วย ICU เป็ นเคร่ืองมือท่ีเป็ นแนว ทางการพยาบาลโดยใชแ้ นวคิด ABCDE Bundle คือการจดั การปัญหาสุขภาพ โดยใชห้ ลกั เชนิ ประจกั ษ์ เพ่ือใหไ้ ดผ้ ลดีท่ีสุด ซ่ึงอยบู่ นพ้ นื ฐาน 3 ประการ • สะดวกระหวา่ งการสื่อสารกบั ทีมสุขภาพ • เป็ นมาตรฐานการพยาบาล • ลดการใชย้ านอนหลบั เคร่ืองชว่ ยหายใจ เวลานานซ่ึงเกิดภาวะแทรกซอ้ นได้ สรุป การพยาบาลผูป้ ่ วยในระยะเฉียบพลนั วิกฤต ซึ่ง คุกคามต่อชวี ติ และมีผลตอ่ ครอบครวั ซ่ึงเป็ นการ พยาบาลท่ีตอ้ งใหก้ ารชว่ ยเหลือท้งั ดา้ นรา่ งกายเเละ จติ ใจ รวมถึงดแู ลการเกิดภาวะแทรกซอ้ นตา่ งๆ ถึง ข้นั ชวี ิต และเป็ นส่ิงท่ีทา้ ทายสาหรบั พยาบาล นางสาวฑิตฐิตา รตั นคาม 6117701001016 SEC 2 No.11

5 Palliative care in ICU Topic ❑ การพยาบาลผูป้ ่ วยระยะทา้ ยของ ชวี ิตในภาวะวิกฤต ✓ การพยาบาลผูป้ ่ วยระยะทา้ ย End of life care in ICU ของชีวติ ในภาวะวกิ ฤต บริบทของผูป้ ่ วยระยะ ✓ การพยาบาลผูป้ ่ วยระยะทา้ ย ทา้ ยในหอผูป้ ่ วย ICU ของชวี ติ ในผูป้ ่ วยเร้ ือรงั • ใหบ้ ริการแกผ่ ูป้ ่ วยวกิ ฤตท่ีมี ✓ การพยาบาลผูป้ ่ วยดว้ ยหวั ใจ ภาวะคุกคามต่อชีวติ และใช้ เทคโนโลยที ่ีทนั สมยั ความเป็ นมนุษย์ ✓ การพยาบาลแบบประคบั ประคอง • พิจารณารบั เฉพาะผูป้ ่ วยหนักที่ มีโอกาสหายสงู แนวปฏิบตั ิการดแู ลผูป้ ่ วยเร้ ือรงั ท่ี • ความยากลาบากในการระบุวา่ คุกคามชวี ิต ผูป้ ่ วยวกิ ฤตใดเป็ นผูป้ ่ วยระยะ สุดทา้ ย ลกั ษณะ -ได้รับการรักษาด้วยวิธีที่ซบั ซ้อนและเคร่ืองมือหลายชนิด ของผูป้ ่ วย ระยะทา้ ย -เกิดจากอวยั วะใดอวยั วะหนง่ึ หรือหลายอวยั วะทางานล้มเหลวฉนั ใน ICU - ผ้ปู ่วยมีโอกาสรอดน้อยและมีแนวโน้มว่าไมส่ ามารถชว่ ยชีวิตได้ - ผ้ปู ่วยมีอาการแยล่ ง

6 ❑ การพยาบาลผ้ปู ่วยระยะท้าย ของชีวิตในผ้ปู ่วยเรือ้ รัง แนวทางในการดูแลผูป้ ่ วย ระยะทา้ ยใน ICU • ผูป้ ่ วยเร้ ือรงั ระยะทางไม่ ➢ การดแู ลผูป้ ่ วยแบบองคร์ วม สามารถรกั ษาใหห้ ายขาดได้ ➢ การดแู ล ญาติ อยใู่ นภาวะพ่ึงพิง ➢ การดูแลจติ ใจตนเองของพยาบาล ใหพ้ รอ้ ม -มีปัญหาที่ซบั ซอ้ นและอาการที่ยาก ต่อการควบคุม อาการแยล่ ง -ความสามารถในการทาหนา้ ที่ของ ร่างกายลดลง -มีความวติ กกงั วลทอ้ แท้ ซึมเศรา้ และกลวั ตาย แนวทางการดแู ลผูป้ ่ วย เร้ ือรงั ระยะทา้ ย หลกั ในการดแู ลผ้ปู ่วยระยะท้าย ในมิติจติ วิญญาณ -การเป็นผ้ฟู ังท่ีดีไวตอ่ ความรู้สกึ ผ้ปู ่วย -การใหค้ วามรกั และความเห็นอกเห็นใจ -การชว่ ยใหผ้ ูป้ ่ วยยอมรบั ความตายได้ -เปิดโอกาสให้ความร่วมมือกบั ผู้ และเตรียมใจ ใกล้ชดิ ของผ้ปู ่วยและครอบครัว -การใหข้ อ้ มลู ที่เป็ นจริงและทิศทางเดียวกบั -การให้กาลงั ใจแก่ครอบครัวและ ญาติของผ้ปู ่วย เจา้ หนา้ ท่ีทุกคน -ช่วยใหจ้ ิตใจจดจ่อกบั สิ่งที่ดีงามและเป็ นกุศล -ช่วยปลดเปล้ ืองส่ิงที่คา้ งคาใจ -ช่วยใหผ้ ูป้ ่ วยปลอ่ ยวางไดม้ ากท่ีสุด -การประเมนิ ความเจ็บปวดและใหย้ าแกป้ วด -การสรา้ งบรรยากาศท่ีเอ้ ือต่อความสงบ -การกลา่ วอาลาและขอขมากรรม

7 ❑ การพยาบาลผปู้ ่ วยดว้ ยหวั ใจความ • ลกั ษณะของบคุ คลท่ีมีจิตวิญญาณ เป็ นมนุษย์ ในกาดแู ลแบบประคบั ประคอง ลกั ษณะของบุคคลท่ีมี รายละเอียดแตล่ ะลกั ษณะ จติ วิญญญาณในการ • Spirituality in ดูแลแบบ palliative care ประคบั ประคอง -จิตวิญญาณมคี วามซบั ซอ้ นเป็ นสิ่ง ความสามารถในการ -การเขา้ ใจธรรมชาติของ ท่ีมคี ุณค่าสูงสุดต่อมนุษย์ ตระหนักรู้ เเละจิตศรทั ธา ชีวติ เเละความตาย -การตระหนักรขู้ องบุคคล -การรสู้ ึกมคี ุณคา่ ในตน ต่อเหตุการณท์ ่ีผ่านมา -การศรทั ธาในความดี -การเป็ นภาวะสุขภาพของบุคคล -การเขา้ ใจอารมณ์ เขา้ ใจความเจ็บปวดและทุกขท์ รมาน ความรสู้ ึกและการจดั การ ของผูป้ ่ วย อารมณ์ -การศรทั ธาในธรรมและใช้ • ความสาคญั ของการดแู ลผูป้ ่ วย หลกั ธรรมแก่ผูป้ ่ วย ดว้ ยหวั ใจความเป็ นมนุษย์ (Humanized care) การยอมรบั เเละเห็นอก -การยอมรบั ความเป็ นคน -การปฏิบตั ิกบั ผูป้ ่ วยดว้ ยความรกั เห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ ของผูป้ ่ วย -การมที ศั นคติท่ีดีต่อผูป้ ่ วย ความเมตตาควบค่กู บั การพยาบาล -การมเี มตตา -การดแู ลท่ีสอดคลอ้ งกบั บริบท -การเห็นความสาคญั ของ- ชีวิต เนน้ การใหค้ ุณคา่ ความเป็ น การดูแลประคบั ประคอง คน -การดแู ลท่ีคานึงถึงสิทธิและความ พฤติกรรมการพยาบาลท่ี -การมีความรู้ และการ แตกต่างวฒั นธรรม มีจิตวญิ ญาณ จดั การความเจ็บป่ วย -การดแู ลแบบองคร์ วม -การดแู ลเพ่ือเตรียมตวั กอ่ นตาย -การมศี ิลปะในการส่ือสาร -การมคี วามสามารถใน การทางานเป็ นทีม

8 • หลกั การดแู ลผูป้ ่ วยดว้ ย • ลกั ษณะของการเป็ นผูด้ ูแล หวั ใจความเป็ นมนุษย์ ผูป้ ่ วยระยะสุดทา้ ยดว้ ยหวั ใจความเป็ นมนุษย์ -การมีจิตบริการดว้ ยการใหบ้ ริการ ดุจญาติมติ รและเท่าเทียมกนั -การมีความเมตตาเห็นใจผูป้ ่ วย -การดแู ลร่างกายเเละจิตใจเพ่ือ คงไวซ้ ่ึงศกั ด์ิศรีความเป็ นมนุษย์ -การมีจิตใจอยากชว่ ยเหลือ -การเมตตากรุณา เอ้ ืออาทรณ์ -การรเู้ ขารเู้ รา รจู้ กั ผูป้ ่ วย -การใหผ้ ูร้ บั บริการมีส่วนร่วมใน -การเอาใจเขามาใส่ใจเรา การดแู ลตนเอง -การตระหนักของการตอบสนองดา้ นจิต วิญญาณ ❑ การพยาบาลแแบบ -การเขา้ ใจธรรมชาติของบุคคล ประคบั ประคอง • การดแู ลแบบประคบั • แนวทางการดูแลผูป้ ่ วย ประคอง ประคบั ประคอง -การดูแลผูป้ ่ วยระยะทา้ ยท่ี -การรกั ษาอาการตามโรค -การดูแลครอบคลุมท้งั การรกั ษา ครอบคลุมทุกวติ ิ และคุณภาพชีวติ -การดแู ลที่เนน้ ป้องกนั และ -การทาใหผ้ ูป้ ่ วยระยะทา้ ยรบั รู้ บรรเทาทุกขท์ รมาน ความตายได้ -เพิ่มคุณภาพชีวิตของผูป้ ่ วย -การใชร้ ปู แบบการทางานแบบ และครอบครวั พหุวชิ าชีพ -การสนับสนุนสิ่งแวดลอ้ ม

9 แนวปฏิบตั ิการดูแลผูป้ ่ วยเร้ ือรงั ท่ีคุกคามชวี ติ แบบประคบั ประคอง ดา้ นการจดั การสิ่งแวดลอ้ ม - ส่งเสริมใหผ้ ปู้ ่ วยและครอบครวั มีสว่ นร่วมในการเตรียม อุปกรณเ์ ครื่องใชท้ ี่ผปู้ ่ วยคุน้ เคยมาใชใ้ นหอ้ ง และมอี สิ รภาพ ในการจดั ส่ิงแวดลอ้ ม -จดั หอ้ งแยกเป็ นส่วนตวั และสงบ ดา้ นการจดั ทีมสหวชิ าชีพ -เปิ ดโอกาสใหส้ หวชิ าชีพอนื่ มีสว่ นรว่ ม -ส่งเสริมใหบ้ ุคคลภายนอกท่ีสนใจเป็ รอาสาสมคั รดแู ลเขา้ อบรมเพ่ือร่วมทีมสหวิชาชีพ ดา้ นการดูแลผปู้ ่ วยแบบองคร์ วม สอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมของ -ดแู ลผปู้ ่ วยโดยยดึ ผปู้ ่ วยเป็ นศนู ยก์ ลาง ผปู้ ่ วยและครอบครวั -จดั กิจกรรมบาบดั จติ ใจใหผ้ ่อนคลาย -เปิ ดโอกาสใหผ้ ปู้ ่ วยและญาติไดท้ ากิจกรรมทางศาสนา ดา้ นการจดั การความปวดดว้ ยการใชย้ าและไมใ่ ชย้ า -กาหนดเเนวมาตรฐานดา้ นการใชย้ า -ประเมินระดบั ความรูส้ ึกตวั ผปู้ ่ วยกอ่ นและหลงั ไดร้ บั ยา บรรเทาปวด ดา้ นการวางแผนจาหน่ายและการส่งต่อผปู้ ่ วย -ประเมิณความพรอ้ มในการส่งต่อผปู้ ่ วยไปยงั โรงพยาบาล ใกลบ้ า้ นหรือท่ีพกั -จดั ใหม้ ีบริการใหค้ าปรึกษาทางโทรศพั ท์ หรือมีเครือขา่ ย ผดู้ แู ล ดา้ นการติดต่อส่ือสารและการประสานงานกบั ทีมสหวชิ าชีพ -จดั ระบบการส่ือสารใหค้ วามรแู้ กผ่ ปู้ ่ วยเเละครอบครวั ต้งั แต่ แรกรบั ถึงจาหน่าย -กาหนดเนวปฏบิ ตั ิร่วมกบั ทีมสหวิชาชีพและประชุมหา แนวทางดแู ล ดา้ นกฎหมายและจริยธรรมในการดแู ลผปู้ ่ วย -กาหนดขอ้ ตกลงร่วมกนั ระหว่างผปู้ ่ วย ครอบครวั และสห วิชาชีพ เคารพการตดั สินใจผปู้ ่ วยและญาติ -ใหผ้ ปู้ ่ วยมสี ่วนร่วมในการตดั สนิ ใจดว้ ยตนเองกบั แผนการ รกั ษา ดา้ นการเพิ่มสมรรถภาพใหแ้ กบ่ ุคลากรและผรู้ ิบาล -สนับสนุนใหม้ กี ารศึกษาวจิ ยั ในหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ -กาหนดตกลงร่วมกนั กบั เจา้ หน้าที่หน่วยบริการสุขภาพปฐม ภูมิใหเ้ ขา้ อบรมกบั บุคลากรทางการเเพทยข์ องโรงพยาบาล ตติยภมู ิ ดา้ นการจดั การคา่ ใชจ้ า่ ย -สนับสนุนดา้ นค่าใชจ้ า่ ยและเวลาที่เหมาะสมของการนอน โรงพยาบาล -สนับสนุนใหม้ ีระบบหมนุ เวียนเคร่ืองมอื ทางการแพทย์

10 • หวั ใจการดูแลผูท้ ่ีกาลงั จะจากไป 1 ทศั นคติของตนที่มตี ่อชีวติ และความตาย 2 สารวจใจตนเองวา่ เขม้ แข็งพอที่จะพรอ้ มรบั สภาพ ผูป้ ่ วยไดห้ รือไม่ 3 มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในส่ิงท่ีเกิดข้ นึ ทางดา้ นรา่ งกาย และจิตใจของผูป้ ่ วย 4 เคารพความเห็นและสิทธ์ิของผูท้ ่ีกาลงั จะจากไป 5อยเู่ ป็ นเพื่อน 6 แบ่งปันความรสู้ ึกกนั 7 รกั และอภยั อยา่ งไมม่ ีเง่ือนไข 8 ใชน้ ้าเสียงและการสมั ผสั ที่ออ่ นโยน 9 มีความหวงั แต่อยา่ คาดหวงั 10 ดูแลตนเองใหร้ ่างกายและจิตใจมนั่ คง นางสาวฑิตฐิตา รตั นคาม 6117701001016 เลขท่ี 11 sec 2

หน่วยที่ 4 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มี 11 ภาวะวกิ ฤตระบบหายใจ ระบบหายใจเป็นระบบท่ีมีทางติดต่อกบั อากาศภายนอกโดยตรง การประเมินภาวะสุขภาพของการหายใจการหายใจ ประวตั ิเก่ียวกบั ครอบครัว,การใชย้ า,การแพ,้ สูบบุหร่ี, อาชีพ การตรวจร่างกายโดยใชเ้ ทคนิคดู คลา เคาะ ฟัง การดูหนา้ อก เสียงหายใจ Breath Sound อกนูน(Pigeon Chest) 1 Bronchial เสียงหายใจมีลมผา่ นทาใหเ้ กิดการสน่ั สะเทือนของ อกบุ๋ม(Funnel Chest) สายเสียง อกถงั เบียร์(Barrel Chest) 2 Broncho Vesicular Sound ฟังไดท้ ่ีบริเวณซ่ีโครงท่ี 2 ดา้ นหนา้ หลงั โก่ง(Kyphosis) 3 Vesicular Breath Sound เสียงหายใจลมจะผา่ นท่อหลอดลมฝอย หลงั แอ่น(Lodosis) และวนเวยี นอยใู่ นถุงลมปอดฟังไดท้ วั่ ปอด 2 ขา้ ง หลงั คด(Scoliosis) เสียงผดิ ปกติแบ่งเป็น 2 แบบ 1 เสียงดงั ต่อเนื่องกนั (Continuous Sound) -Rhonchi ลมหายใจผา่ นหลอดลมมีมูก -Wheezing เสียงลมผา่ นหลอดเลก็ ๆ -Pleural Friction เสียงเสียดสีของเยอื่ หุม้ ปอดที่อกั เสบ -Stridor เสียงจากการอุดตนั ของหลอดลมใหญ่ขณะหายใจเขา้

12 สาเหตุ -Coryzavirus -Rhinovirus ลกั ษณะและพยาธิ โรคหลอดลม คดั จมูก,น้ามูก อกั เสบ ไหล,คอแหง้ เฉียบพลนั ปวดหวั เป็นการอกั เสบ ของหลอดลมใหญ่ ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล พยาธิ -ขาดความสุขสบาย เช้ือโรค>เยอ่ื บุ ,หลอดลม ระคาย หลอดลมบวม>ขดั เคือง,ตดิ เชือ้ เน่ืองจากคดั จมูก ปวดหวั หนา้ ท่ีขนกวกั >เกิด -มีการติดเช้ือซ้าเติมไดง้ ่าย เสมหะ>ไอเสมหะ เน่ืองจากภูมิตา้ นทานลดลง ออก การอกั เสบของ โรคปอด ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล เนือ้ ปอด มีหนอง อกั เสบ -การหายใจไม่เพยี งพอ ขงั บวม พยาธิ เน่ืองจากหลอดลมหดเกร็ง ระยะ1ระยะเลือดคงั่ มีเลือด -อ่อนเพลียเนื่องจากขาด ออกซิเจนและหายใจลาบาก คง่ั บริเวณอกั เสบ ระยะ2ระยะปอดแขง็ ตวั ข้อวนิ ิจฉยั การพยาบาล -การหายใจไมเ่ พียงพอเน่ืองจาก ระยะ3ระยะฟ้ื นตวั ปอดถกู จากดั จากการอกั เสบ -มีความพร่องในการแลกเปลี่ยน ก๊าซเน่ืองจากผนงั ถงุ ลมปอดไม่ดี

13 พยาธิ โรคฝี ในปอด เช้ือลงปอด>อกั เสบ ท่ี Lung Abscess เป็นฝีจะเเขง็ มีการอุด ก้นั หลอดเลือดเล้ียง เป็นการอกั เสบที่มี สาเหตุ ปอด>หนองระบายทาง เนือ้ ปอดตาย และ โพรงหลอดลม ไอ มีหนองท่ีเป็นฝี มี -อดุ ตนั ของหลอดลม เสมหะ -ตดิ เชือ้ แบคทีเรีย ขอบชดั เจน -ฝีในตบั แตกเข้าในปอด -สาลกั ส่ิงแปลกปลอมไปในปอด โรคหอบหืด Bronchi asthma ขอ้ วนิ ิจฉยั การพยาบาล -ไม่สามารถทาใหท้ างเดินหายใจ สะอาดโล่งเน่ืองจากมีการอกั เสบ และมีหนองอยภู่ ายในปอดมาก เป็ นผลจากการหด -การหายใจไม่พอเน่ืองจากเน้ือปอด ตวั ,ตีบตนั ของ สาเหตุ กลา้ มเน้ือ บางส่วนถูกทาลาย เกสร,ไขห้ วดั ,ควนั การรักษา บุหร่ี,ฝ่ นุ ,กล่ิน,ขน 1.หลีกเลี่ยงสาร่ีเเพ้ สัตว,์ ยาบางชนิด 2.ใชย้ าสูด 3.ฉีดยาภูมิแพ้ ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล -ไม่สามารถทาทางเดิน -มีความพร่องในการเเลก หายใจสะอาดโล่งเน่ืองจากมี เปล่ียนแกส๊ เน่ืองจากอนั ตราย การระบายอากาศและการซึม การอุดก้นั ของหลอดลม -วติ กกงั วลเน่ืองจากอยใู่ น ซาบไม่สมดุล ภาวะวกิ ฤต

14 โรคปอดอุดก้นั เร้ือรัง COPD พยาธิสภาพ สาเหตุโรค -สูบบุหร่ี -มลพษิ Alpha- 1 antitrypsin การตรวจร่างกายที่ การระคายเคืองต่อหลอดลม พบ ผวิ เขียวคล้า หายใจแรง อกถงั การเคล่ือนไหว สบู บหุ รี่ ตอ่ มมกู เบียร์ หลอดเลือดดาท่ี ของขนกวกั ขยายตวั เซลล์ คอโป่ งนูน เสียง นอ้ ยลง หลอดลมหด มากขนึ ้ เกร็ง wheezing การขบั เสมหะ เสมหะสร้ าง เสียไป เสมหะคงั่ ค้าง มาก การรักษา -ยา อกั เสบจาก การอดุ กนั้ ลดสารตงึ ผิวใน แบคทีเรีย ของทางเดนิ ปอด -ออกซิเจน หายใจ โดยการใหอ้ อกซิเจน ผนงั หลอดลม ถงุ ลมโป่งพอง ต่าๆ 2-3 LPM,โดยใส่ ,ถุงลมถูกทาลาย ถุงลมโป่ งพอง ท่อช่วยหายใจ ถุงลมโป่ งพอง ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล -มีความบกพร่องในการเเลก เปล่ียนแกส๊ ออกซิเจน เนื่องจาก อากาศผา่ นเขา้ ออกจากปอดลดลง -วติ กกงั วล เนื่องจากอยใู่ นภาวะ วกิ ฤต -อ่อนเพลียเนื่องจากเสียน้าเกลือแร่ และพลงั งานจากการหายใจ

15 โรควณั โรคปอด (Tuberculisis) เป็นโรคติดตอ่ เรือ้ รัง จากเชือ้ แบคทีเรีย เป็นได้กบั อวยั วะทกุ ส่วน พบมากสดุ ที่ปอด สาเหตุ เกิดจาก อาการ Bacterial Tuberculosis,A ไอมากกวา่ 3week,มี เลือดออก มีไข้ตอนบา่ ย FB เหงื่อออกมากกลางคืน นา้ หนกั ลด อ่อนเพลีย ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล เบื่ออาหาร เจบ็ หน้าอก -ไม่สามารถทาใหท้ างเดินหายใจ เหนื่อยหอบ สะอาดโล่ง เนื่องจากทางเดินหายใจมี การอุดก้นั จากเสมหะ -วติ กกงั วลเนื่องจากถูกแยกตวั ออก จากผอู้ ่ืน -อ่อนเพลียเน่ืองจากเสียน้าเกลือเเร่ เเละพลงั งานจากการหายใจ นางสาวฑิตฐิตา รัตนคาม 6117701001016 เลขที่ 11 SEC2

16 หน่วยท่ี 5 การพยาบาลผปู้ ่ วยระบบหายใจ การพยาบาลผปู้ ่ วยปอดแฟบ (Atelectasis) 1.Obstructive atelectasis: เป็น Endobronchial obstruction สาเหตุที่พบไดบ้ ่อยที่สุด สาเหตุ เป็นการอุดตนั ของหลอดลมจากสาเหตุแบบ ของการอุดก้นั ของอวยั วะ intraluminal สาเหตุอาจเป็ นจาก Extraluminal obstruction: เกิด Intraluminal, จากการกดเบียดของหลอดลมจาก Intramural หรือ Extraluminal โรคท่ีอยนู่ อกหลอดลม causes 3. Passive atelectasis: เกิดจากรอย 2. Compressive atelectasis: โรคภายใน pleural cavity ซ่ึงมีผล เกิดข้ึนจากการมีรอยโรคอยภู่ ายใน ทาใหเ้ ดิมภายใน pleural space มี ทรวงอก (intrapulmonary) แรงตนั เป็นลบ มีความเป็นลบลดลง ซ่ึงมีผลทาใหเ้ กิด ,ศูนย์ ทาใหแ้ รงดึงที่ตามปกติ แรงดนั กดเบียดเน้ือปอดส่วนที่อยู่ ช่วยดึงเน้ือปอดใหค้ งรูปขยายตวั อยู่ ขา้ งเคียงใหแ้ ฟบลง หายไป เน้ือปอดซ่ึงมี elastic recoil อยู่ กจ็ ะไม่มีแรงตา้ น และทาใหป้ อด 4. Adhesive atelectasis: เ ยบุ ตวั ลง กิดจากภาวะ alveolar hypoventilation (หายใจต้ืน) ซ่ึงมี ผลทาใหห้ ลอดลมส่วนปลาย ๆ ซ่ึง จะขยายออกพร้อม ๆ กบั ถุงลม ไม่ สามารถขยายออกได้ จึงยบุ ตวั ลง

17 พยาธิสรีรวิทยา การระบายอากาศ ในเเขนงหลอดลมถกู ปิดกนั้ ทนั ทีทนั ใด ค่อยๆเกิดขนึ ้ ความรุนแรงขนึ ้ อยกู่ บั ตาแหน่งที่อดุ ตนั การป้องกนั ปอดแฟบ ขอ้ วนิ ิจฉยั ทางการพยาบาล -การจดั ท่านอนและเปลี่ยนท่า -ไม่สามารถทาใหท้ างเดินหายใจโล่งไดเ้ น่ืองจาก บ่อยๆ ปอดถูกกด -การกระตุน้ ใหล้ ุกนงั่ ลุกเดิน -ปริมาณโลหิตออกจากหวั ใจลดลง เนื่องจากหลอด -การพลิกตะแคงตวั โลหิตใน -การฝึกการเป่ าลูกโป่ ง ปอดที่แฟบถูกกด การกระตุน้ การไออยา่ งมี -มีความสามารถในการแลกเปล่ียนแกส๊ เน่ืองจาก ประสิทธิภาพ เน้ือปอดที่ใชใ้ นการแลกเปล่ียนออกซิเจนลดลง

18 การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมีภาวะของเหลว คงั่ ในช่องเยอื่ หุม้ ปอด(plural effusion) Pleural Effusion คือภาวะ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามสาเหตุ ท่ีมีของเหลวปริมาณมากเกิน ท่ีของเหลวเพม่ิ ปริมาณข้ึน ไดแ้ ก่ ปกติในพ้นื ท่ีระหวา่ งเยอื่ หุม้ 1. ของเหลวแบบใส (Transudate) เกิด จากแรงดนั ภายในหลอดเลือดท่ีมากมกั ปอดและเยอื่ หุม้ ช่องอก พบในผปู้ ่ วยที่มีกาวะหวั ใจลม้ เหลว ปริมาณน้าท่ีมากข้ึนจะไปกดทบั 2. ของเหลวแบบข่นุ (Exudate) ส่วนใหญ่ ปอด ส่งผลใหป้ อดขยายตวั ได้ เกิดจากการอกั เสบ มะเร็ง หลอดเลือด หรือท่อน้าเหลืองอุดตนั มกั มีอาการที่ ไม่เตม็ ที่ รุนแรงและรักษาไดย้ ากกวา่ ภาวะ Pleural Effusion ชนิดของเหลวแบบใส อาการ -หอบ หายใจถี่ หายใจลาบากเมื่อ นอนราบ หายใจเขา้ ลึก ๆ ลาบาก - ไอแหง้ และมีไข้ - เจบ็ หนา้ อก สาเหตุท่ีทาใหเ้ กิด สาเหตุที่ทาใหเ้ กิด ของเหลวแบบใส ของเหลวแบบข่นุ -ภาวะหวั ใจลม้ เหลว -โรคปอดบวมหรือมะเร็ง -โรคตบั แขง็ -ไตวาย -โรคล่ิมเลือดอุดก้นั ในปอด -สาเหตุอื่น -หลงั การผา่ ตดั หวั ใจแบบเปิ ด

19 การรักษา ภาวะแทรกซอ้ น -การระบายของเหลวจาก แผลเป็นที่ปอด (Lung Scarring) ช่องเยอื่ หุม้ ปอด ภาวะหนองในช่องเยอ่ื หุม้ ปอด -pleurodesis (Empyema) -การผา่ ตดั ภาวะลมในช่องเยอื่ หุม้ ปอด (Pneumothorax) ภาวะติดเช้ือในกระแสเลือด (Blood Infection)

20 การพยาบาลผปู้ ่ วยภาวะลิ่มเลือดอุดตนั ในหลอด เลือดแดงปอด(pulmonary embolism) Pulmonary Embolism อาการ เกิดจากล่ิมเลือดหลุด ไปอุดก้นั หลอดเลือดปอด -หายใจลาบากหรือหายใจไม่ออก ทาใหผ้ ปู้ ่ วยมกั หายใจหอบ -อาการเจบ็ หนา้ อก เหนื่อย ไอ และเจบ็ หนา้ อก -ไอ ผปู้ ่ วยอาจไอแลว้ มีเลือดปนมากบั -เสมหะ หรือไอเป็นเลือด สาเหตุมาจากล่ิมเลือดท่ีอุดตนั -มีไข้ วงิ เวยี นศรี ษะ บริเวณหลอดเลือด -มีเหงื่อออกมาก กระสับกระส่าย ขาดหลุดไปอุดก้นั หลอดเลือด -หวั ใจเตน้ เร็วผดิ ปกติ ชีพจรเตน้ อ่อน ปอด และอาจเกิดจาก -ผวิ มีสีเขียวคล้า การอุดตนั ของไขมนั คอลลา -ปวดขาหรือขาบวม โดยเฉพาะบริเวณน่อง เจน เน้ือเยอ่ื เน้ืองอก หรือ -หนา้ มีดเป็นลมหรือหมดสติ ฟองอากาศในหลอดเลือดปอด แนวทางการรักษา -การใชย้ าตา้ นการแขง็ ตวั ของเลือด ไดแ้ ก่ Heparin Warfarin -การสอดท่อเขา้ ทางหลอดเลือดเพ่อื กาจดั ลิ่ม เลือดท่ีอุดตนั -การผา่ ตดั

21 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีลม/เลือดใน ช่องปอด(Pneumo/Hemo thorax) กลไกการบาดเจบ็ (MOI = Mechanism of injuries) ผบู้ าดเจบ็ (Trauma) เป็นการประเมินเพอ่ื พิจารณาถึงความรุนแรงของอาการ ผปู้ ่ วย(Medical) ในผปู้ ่ วยฉุกเฉิน โดยแบ่งออกเป็น ผบู้ าดเจบ็ (Trauma) และผเู้ จบ็ ป่ วย (Medical) Pneumothorax 1. Spontaneous Pneumothorax หมายถึง ภาวะท่ีมี หมายถึง ภาวะลมร่ัวในช่องเยอื่ หุม้ ปอดซ่ึงเกิดข้ึนเองใน ลมในช่องเยอ่ื หุม้ ผปู้ วยที่ไม่มีพยาธิ ปอด 2. latrogenic Pneumothorax หมายถึง ภาวะลมรั่วในช่องเยอ่ื หุม้ ปอดซ่ึงเกิดภายหลงั การกระทาหตั ถการทางการแพทย์ 3. Traumatic Pneumothorax หมายถึง ภาวะลมร่ัวในช่องเยอ่ื หุม้ ปอดซ่ึงเกิดใน ผปู้ ่ วยที่ไดร้ ับอุบตั ิเหตุ

22 อาการที่พบ เจบ็ หนา้ อกขา้ งเดียวกบั ที่มีลมร่ัว เหนื่อย หายใจไม่สะดวก แน่นหนา้ อก อาการแสดงท่ีสามารถตรวจพบได้ -การขยบั ตวั ของทรวงอกลดลงในขา้ งที่มีลมรั่ว (decrease lung expansion) -การไดย้ นิ เสียงหายใจเบาลง และเคาะทรวงอกไดเ้ สียงโปร่ง การวนิ ิจฉยั มากกวา่ ปกติ (hyperresonance) -การเอกซเรยท์ รวงอก (CXR) การรักษา -การเอกซเรยค์ อมพิวเตอร์ (CT-Scan) -การระบายลมออกจาก -การอลั ตราซาวด์ ช่องเยอ่ื หุม้ -การเจาะดูดลมในช่อง Hemothorax หมายถึง เยอื่ หุม้ ปอด ภาวะท่ีมีเลือดในช่องเยอ่ื หุม้ ปอด ภาวะเลือดออกในช่อง การวนิ ิจฉยั เยอื่ หุม้ ปอด -การเอกซเรยท์ รวงอก (CXR) -การเอกซเรยค์ อมพวิ เตอร์ (CT-Scan) -การอลั ตราซาวด์ การรักษา -การระบายเลือดออกจากช่องเยอ่ื หุม้ -การเจาะดูดเลือดในช่องเยอื่ หุม้ ปอด -การผา่ ตดั

23 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีภาวะอกรวน (Flail Chest) เป็นภาวะท่ีมี FX rib 3 ซ่ี Paradoxical Respiratory (1 ช่ี หกั มากกวา่ 1 ตาแหน่ง) ข้ึนไปผนงั ทรวงอก Floating Segment ส่วนลอยน้ีเองท่ีจาทา จะยบุ เม่ือหายใจเขา้ และ ใหก้ ลไกของการ หายใจผดิ ปกติ โปงเมื่อหายใจออก O2 ลดลง CO2 เพ่มิ อาการและอาการแสดง หายใจเขา้ ผนงั ทรวงอกขา้ งที่ไดร้ ับ บาดเจบ็ จะยบุ ลง -เจบ็ หนา้ อกรุนแรง -หายใจลาบาก หายใจออก ผนงั ทรวงอกขา้ งท่ีไดร้ ับ -ลกั ษณะการหายใจเร็วต้ืน บาดเจบ็ จะโป้งพองข้ึน -Paradoxical Respiration -Hrpoxia มีภาวะขาดออกชิเจน โดย วดั SpO,ไดต้ ่า หรือ มีภาวะ Cyanosis -ตรวจพบกดเจบ็ และคลาไดก้ ระดูก กรอบแกรบ ติดตามอตั ราการหายใจ Sp02 บริเวณที่หกั

24 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่ใส่สายระบาย เพือ่ ระบายอากาศ ทรวงอก(ICD) สารน้า หรือเลือด ใน โพรงเยอื่ หุม้ ปอด ระบบขวดเดียว (ขวด subaqueous) ใชส้ าหรับระบาย อากาศ อยา่ งเดียวโดยไม่มีสาร น้าร่วมดว้ ย ระบบสามขวด ระบบสองขวด (ขวด reservoir) เหมือนระบบ (ขวด reservoir สองขวดเพยี งแต่ และขวดsubaqeous) ใชส้ าหรับระบาย เพิ่มแรงดูดจากภายนอก โดย อากาศและสารน้า อาศยั เครื่องดูดสุญญากาศ แต่ไม่มีแรงดูดจาก ควบคุม ภายนอก ความดนั โดยระดบั น้า

25 การฟ้ื นฟูสภาพปอด (Lung rehabilitation) การจดั ท่านอนและเปลี่ยนท่าบ่อยๆ การกระตุน้ ใหล้ ุกนง่ั ลุกเดิน การพลิกตะแคงตวั การฝึกการเป่ าลูกโป้ง การกระตุน้ การไออยา่ งมีประสิทธิภาพ

26 การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมีภาวการณ์หายใจ ลม้ เหลว(Respiratory failure) ภาวะท่ีปอดไม่สามารถรักษาแรงดนั ของออกซิเจนในเลือดแดง PaO2 ใหอ้ ยใู่ นระดบั ปกติ PaO2 ต่ากวา่ 60 mmHg ภาวะที่ปอดไม่สามารถรักษาแรงดนั คาร์บอนไดออกไซดใ์ นเลือดแดง PaCO2 ใหอ้ ยใู่ นระดบั ปกติ PaCO2 มากกวา่ 50 mmHg ภาวะหายใจ 1.ภาวะการหายใจลม้ เหลวเร้ือรัง ลม้ เหลว (Chronic respiratory failure) 2.ภาวะการหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั (Acute respiratory failure) สาเหตุของภาวะการหายใจลม้ เหลว -โรคของระบบประสาท -โรคของปอด/ทางเดินหายใจ

27 พยาธิสภาพ Failure of oxygenation Failure of ventilation or perfusion คือ ภาวะแรงดนั ออกซิเจนใน การระบายอากาศลดลง เลือดแดง(PaO2) ลดลงต่า (hypoventilation) ทาใหม้ ีการ คงั่ ของCO2 (hypercapnia) กวา่ 60 mmHg เกิดภาวะร่ างกายเป็ นกรด อาการ (Respiratory acidosis) ทางสมอง: กระสับกระส่าย แขนขาอ่อนแรง เวยี นศรี ษะ ม่านตาขยาย หยดุ หายใจ ระบบหวั ใจและหลอดเลือด: ระยะแรกชีพจรเตน้ เร็ว ความดนั โลหิตสูง ระบบหายใจ: หายใจเร็วต้ืน ถา้ เกิดร่วมกบั สมอง ขาดออกซิเจนผปู้ ่ วยจะหายใจแบบ Chyne-Stoke ระบบเลือดและผวิ หนงั : เขียว (cyonosis)

28 การพยาบาลผปู้ ่ วยภาวะปอดบวมน้า (pulmonary edema) หมายถึง ภาวะท่ีมีสารน้าซึมออกจากหลอด เลือดในปอดเขา้ ไปคง่ั อยใู่ นถุงลมปอด และช่องวา่ ง ระหวา่ งเซลลข์ องปอดอยา่ งเฉียบพลนั ทาใหห้ นา้ ท่ี ของปอดเก่ียวกบั การแลกเปล่ียนแก๊สลดลงอยา่ ง พยาธิสรีรวทิ ยา กะทนั หนั จนอาจเสียชีวติ ไดโ้ ดยเร็ว ปกติแรงดนั น้าในหลอดเลือดแดงเลก็ จะมีความดนั มาก ดงั น้นั สารน้าจึงถูก ดนั ออกนอกหลอดเลือดฝอย เขา้ สู่ สาเหตุของภาวะปอดบวม ช่องวา่ งระหวา่ งเซลลใ์ นปอด แต่หลอด น้าเฉียบพลนั เลือดดาเลก็ จะมีแรง • จากหวั ใจ ดึงน้ามาก จึงดึงน้าเขา้ สู่หลอดเลือดฝอย \"แรงดนั \" และ \"แรงดึง\" จะตอ้ งมีการ -เวนตริเคิลซา้ ยลม้ เหลว ทางานที่สมดุลกนั -โรคของลิ้นไมตรัล -ปริมาณสารน้ามากกวา่ ปกติ การประเมินสภาพ 1. การซกั ประวตั ิการเจบ็ ป่ วย เพื่อหา สาเหตุที่จะทาใหเ้ กิดปอดบวมน้าสงั เกตอาการ อาการแสดงและส่ิงท่ีตรวจพบที่บ่งช้ีถึงภาวะปอด บวมน้า - หายใจลาบาก - ออกซิเจนในเลือดลดลง -หายใจเร็วจากการพร่องออกซิเจน นางสาวฑิตฐิตา รัตนคาม -ไอมีเสมหะเป็ นฟองสีชมพู 6117701001016 เลขท่ี 11 SEC2 -ฟังเสียงปอดพบเสียงว้ดี - ผวิ หนงั เยน็ มีเหงื่อออกมาก ซีด -หวั ใจเตน้ เร็วกวา่ ปกติ และความดนั โลหิตสูง

29 การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มี ❑ สาเหตุของกบั ทางเดิน ภาวะวิกฤตทางเดิน หายใจสว่ นบนอุดกน้ั หายใจส่วนบน (Upper airway obstruction) ❑Signs& Symptoms -บาดเจ็บจากสาเหตุต่างๆ เช่น ถูกยงิ ,อุบตั ิเหตุ,ไฟไหม้ -หายใจมเี สียงดงั -มีการอกั เสบติดเช้ ือบริเวณ -ฟังดว้ ยหฟู ังมีเสียงลมหายใจเบา ทางเดินหายใจสว่ นบน เช่นกลอ่ ง decrease breath sound เสียงอกั เสบ -เสียงเปลี่ยน -มกี อ้ นเน้ ืองอกมะเร็ง เชน่ มะเร็ง -หายใจลาบาก กล่องเสียง -กลืนลาบาก -สาลกั ส่ิงแปลกปลอม -นอนราบไมไ่ ด้ -anaphylactic shock -hypoxia , oxygen saturation -asthma ,COPD <90% -laryngeal edema ❑ วิธที ำใหท้ ำงเดินหำยใจโล่งจำกกำรอุดก้นั ของสงิ่ แปลกปลอมในช่อง ปำกและทำงเดนิ หำยใจ แบ่งออกไดเ้ ป็ น 1.positioning จดั ท่านอนตะแคงเกือบควา่ หนา้ 2.ใชม้ ือปิ ดทางเดินหายใจถา้ เหน็ ส่ิงแปลกปลอมในคอใชน้ ้ ิวลว้ งและกวาด ออกมา 3.จดั การส่ิงแปลกปลอมโดยการใช้ forceps 4.การบีบลมเขา้ ปอด positive pressure inflation 5.ใชอ้ ุปกรณใ์ ส่ท่อทางเดินหายใจ (artificial airway) 6.การป้องกนั สิวอุดตนั (bronchial hygiene therapy) 7.ทาหตั ถการเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ ทา apdominal thrust

30 ❑Upper airway obstruction แบง่ ออกไดด้ งั น้ ี 1 การอุดก้นั แบบไมส่ มบรู ณ์ incomplete obstruction 2 การอุดก้นั แบบสมบรู ณ์ complete obstruction ❑ การรกั ษาพยาบาล การสาลกั สิ่งแปลกปลอมและมี การอุดก้นั ทางเดินหายใจสว่ นบน 1.ซกั ประวตั ิตรวจรา่ งกาย อาการและอาการแสดงของผปู้ ่ วย ฟัง breath sound แบบ Complete obstruction 2. Check vital signs oxygen -เอามอื กุมคอ,ไมพ่ ดู ,ไดย้ นิ เสียง saturation ลมหายใจเขา้ ออกเพยี งเล็กน้อย, 3.ใหอ้ อกซิเจนเปอรเ์ ซ็นตส์ ูงชนิดท่ี ริมฝีปากเขียว,หน้าเขียว ไมม่ ีอากาศภายนอกเขา้ มาผสม hight flow หากมกี ารอุดก้นั และไมม่ ีคน 4.ดูแผนการรกั ษาแพทยเ์ ช่นใส่ ชว่ ยเหลือใหท้ า เคร่ืองมือหรือส่งผ่าตดั เอาส่ิง Abdominal thrust แปลกปลอมออก โดยการท่ีโนม้ ตวั พาดผนังเกา้ อ้ ี แลว้ ดนั ทอ้ งตวั เองเขา้ หาผนัง หากช่วยเหลือขา้ งตน้ แลว้ สิ่งอุดก้นั ยงั เกา้ อ้ ี ไมห่ ลุดออกและผปู้ ่ วยมภี าวะ cardiac โดยการทาหตั ถการ -abdominal thrust,chest arrest ใหร้ ีบทาการ CPR thrust , ,back blow,five and five , Give five back blows , Give five abdominal thrusts

31 การเปิ ดทางเดินหายใจใหโ้ ล่งโดยใชอ้ ุปกรณ์ การเตรียมอุปกรณช์ ่วย Oropharyngeal airway -เลือกขนาด Oropharyngeal airway โดยวดั จาก หายใจดว้ ยหนา้ กาก มุมปากถึงต่ิงหู (Mask ventilation) เป็ น การเปิ ดทางเดินหายใจใหโ้ ล่งโดยใส่ Nasopharyngeal airway การชว่ ยหายใจกรณีผปู้ ่ วยมี -เลือกขนาดโดยการวดั จากรูจมกู ถึงติ่งหู ข้นั ตอนในการใส่ ภาวะ hypoxia และหายใจ 1.แจง้ ผปู้ ่ วยใหท้ ราบ 2.จดั ท่าศีรษะและใบหนา้ ในแนวตรง เฮือกหรือหยุดหายใจ 3 หล่อล่ืนดว้ ย k y เจล 4.สอด Nasopharyngeal airway เขา้ ในรูจมกู เพอื่ ใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ บั ออกซิเจน ขา้ งใดขา้ งหนึ่งอยา่ งนุ่มนวลและระวงั bleeding กอ่ นใส่ท่อช่วยหายใจ อุปกรณ์ • Oropharyngeal airway หรือ nasal airway • Self inflating bag (Ambu bag) • Mask no.3,4 • อุปกรณใ์ หอ้ อกซิเจน • เครื่องsuction ,สาย ข้นั ตอนการชว่ ยหายใจดว้ ย Mask ventilation • จดั ท่าผูป้ ่ วยโดยวางใบหนา้ เป็ นแนวตรง • จดั ทางเดินหายใจใหโ้ ลง่ โดย chin lift,head tilt,jaw thrust มือที่ไมถ่ นัดทา C&E technique โดยการเอาน้ ิวกลางนางกอ้ ยจบั ที่ขากรรไกร เล่นน้ ิวช้ กี บั หวั แม่มือวางบนหนา้ กาก จากน้ันครอบหนา้ กากใหแ้ น่นไมใ่ หม้ ีลมรวั่ และใชม้ ือขวาหรือมือท่ี ถนัดจบั ambu bag ชว่ ยหายใจประมาณ 16-24 คร้งั /นาที • ตรวจดูหนา้ อกวา่ มีการขยายขยบั ข้ นึ ลง ถา้ มีแสดงวา่ ลมเขา้ • ดสู ีผิวปลายมือปลายเทา้ เช็ค vital sign และ oxygen saturation • หลงั บีบ ambu bag ชว่ ยหายใจถา้ ผูป้ ่ วยทอ้ งป่ องมากแสดงวา่ ลมเขา้ ในทอ้ งใหใ้ ชส้ าย suction ลงไปกระเพาะอาหารและดูดลมออก

32 ❑ การชว่ ยหายใจโดยการใส่ ข้นั ตอนการใส่ LMA ช่วยหายใจทาง mask เพ่อื ใหอ้ อกซิเจน laryngeal mask airway สารองกบั ผปู้ ่ วยกอ่ นใส่ LMA ใชม้ อื ขวาจบั LMA เหมอื นปากกา และ (LMA) เอาดา้ นหลงั ของหน้ากากใสป่ ากผูป้ ่ วย (againt hard palate) กรณีผปู้ ่ วยมปี ัญหาขาดออกซิเจน เมื่อใส่เสร็จแลว้ ใชs้ yring10 ml.ใสล่ ม เขา้ กบั เปาะ (blow balloon) หรือไมร่ สู้ ึกตวั และไมม่ แี พทยใ์ ส่ท่อ ช่วยหายใจ หรือใส่ยาก อุปกรณ์ • เลือกขนาดLMA ตามน้าหนัก ผปู้ ่ วย • หลอ่ ล่ืน lubricate • Stethoscope

33 ❑ กำรเตรียมอุปกรณใ์ สท่ อ่ ช่วย • Oral airway No.4,5 • Stylet หำยใจ(Endotracheal tube) • Syringe 10cc. • KY Jelly Check อุปกรณใ์ สท่ ่อช่วยหายใจให้ • Suction • อุปกรณช์ ุดใหอ้ อกซิเจน มพี รอ้ มใช้ • Endotracheal tube No.7,7.5,8 • Laryngoscope/blade เช็คไฟใหส้ วา่ งดี • Ambu bag • Mask No.3,4 ❑ ข้นั ตอนการปฏิบตั ิ • แจง้ ใหผ้ ูป้ ่ วยทราบ • เตรียมอุปกรณใ์ หพ้ รอ้ มเลือก E.T ที่เหมาะกบั ผูป้ ่ วยผูใ้ หญเ่ บอร์ 7,7.5, 8 และSyring10 cc ใสล่ มเขา้ ในกระเพาะบอลลนู เพอ่ื ทดสอบวา่ ใหร้ วั่ และดูดลมออกและหลอ่ ล่ืน Stylet ถูข้ นึ ลง 2-3 คร้งั และดบั ท่อชว่ ยหายใจเป็ นรปู ตวั j ส่วนปลายไม่โผล่พน้ E.T • ชว่ ยหายใจดว้ ย Mask Ventilation เพ่ือใหผ้ ูป้ ่ วยไดร้ บั ออกซิเจนเพียงพอจน Oxygen saturation > 95% • Suction Clear Airway • เมื่อแพร่เปิ ดปากใส่ larynngoscope พยาบาลส่ง ET ใหแ้ พทยใ์ นมือดา้ นขวาและเมื่อแพทย์ ใส่ E.T เขา้ Trachea แพทยจ์ ะบอกใหด้ ึง stylet ออก • ใช้ Srying ขนาด 10 ซีซีใส่ลมเขา้ ที่กระเปาะท่อ E.T ประมาณ 5-6 ml และใชน้ ้ ิวมือคลาดู บริเวณ cricoid ถา้ มีลมรวั่ ใหใ้ ส่ลมเพมิ่ ที่กระเปาะคร้งั ละ 1 ml จนไม่มีลมรวั่ ที่คอ • เอาสายออกซิเจนต่อเขา้ กบั Ambu bag บีบหลอดชว่ ยหายใจดกู ารขยายตวั ของหนา้ อกให้ สองขา้ งเท่ากนั และฟังเสียงปอดใหเ้ ท่ากนั ท้งั 2 ขา้ ง • ดูตาแหน่งท่อชว่ ยหายใจที่มุมปากก่ีเซนติเมตรและติดพลาสเตอรท์ ่ีท่อ E.T ถา้ ผูป้ ่ วยด้ ินใหใ้ ส่ oropharyngeal airway เพอ่ื ป้องกนั การกดั ท่อชว่ ยหายใจ

34 เคร่ืองชว่ ยหายใจ การพยาบาลผปู้ ่ วยที่ เครื่องชว่ ยหายใจเป็ นอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการ ใชเ้ ครื่องชว่ ยหายใจ ชว่ ยหายใจและทาใหเ้ กิดการไหลของ อากาศเขา้ และออกจากปอดใชใ้ นผปู้ ่ วยที่ หลกั การทางานของ ไมส่ ามารถหายใจเองได้ เคร่ืองช่วยหายใจ วงจรการทางานของ เคร่ืองชว่ ยหายใจ ใชห้ ลกั การทางานพ้ นื ฐานรบั พลงั งานไฟฟ้าและแบ ตสารอง และไดแ้ รงดนั จากกา๊ ซรวมเรียกวา่ power input แบง่ เป็ น 4 phase และมีคนไกลขบั เคล่ือน เปลี่ยนรูปเป็ น power output เพ่ือทาใหเ้ กิดความดนั ปริมาตรการไหลและเวลาโดยจะมี 1.Trigger คือกลไกกระตุน้ ล้ ินปิ ดเปิ ดเป็ นตวั ควบคุมหนา้ ที่ชว่ ยหายใจ ใหม้ ีอากาศ แหลง่ จา่ ยกา๊ ซทาใหเ้ กิด เขา้ สู่ปอด การหายใจเขา้ เกิดไดจ้ าก วงจรอยา่ งต่อเน่ืองและมีระบบเตือนภยั ทางานควบคกู่ บั ความดนั ปริมาตร การ เคร่ืองชว่ ยหายใจเพอ่ื ใหผ้ ูป้ ่ วยปลอดภยั ไหลและเวลา เป็ นขบวนการดงั อากาศเขา้ สปู่ อดโดยอาศยั ความดนั บวก คนอ่ืน 2.Limit คือคนไกลท่ีดารง ไวโ้ ดยเคร่ืองมีการจากดั 4.baseline คือกลไกที่ใชใ้ น 3.Cycle คือคนไกลท่ี ค่าความดนั ปริมาตร การหยุดจา่ ยกา๊ ซไมว่ า่ การ เปล่ียนจากระยะหายใจ การไหล เพ่งิ ต่ืน หายใจออกจะเมนั ไมป่ ระเทศ เขา้ เป็ นหายใจออก ไมใ่ หเ้ กิดอนั ตรายตอ่ ปอด จะกาหนดดว้ ยความดนั กาหนดดว้ ยปริมาตรหรือ ของผูป้ ่ วย ปริมาตรหรือเวลาเม่ือส้ ินสุด ความดนั การหายใจเขา้ การหายใจออก จะเร่ิมตน้ จนส้ ินสุดการหายใจ ออก beseline จึงมีคา่ เป็ น ศนู ย์

35 ชนิดการทางานของ ❑ ขอ้ บง่ ช้ ีในการใชเ้ ครื่องช่วย เครือ่ งช่วยหายใจ หายใจ จาแนกตามตวั ควบคุมการหายใจเขา้ จะใชใ้ นกรณีที่ผูป้ ่ วยมีภาวะวิกฤตซ่ึงมี (Control variable) แบ่งเป็ น 4 ชนิด อวยั วะสาคญั ทางานลม้ เหลวและมี 1.เรื่องกาหนดอตั ราการไหลตามที่ ปัญหาซบั ซอ้ นในการรกั ษาพยาบาล กาหนด(flow control variable) โดยเฉพาะปัญหาที่นาไปสู่ภาวะเสี่ยงที่จะ 2.เคร่ืองกาหนดปริมาตรตามที่กาหนด เกิดการหายใจลม้ เหลว (Volume control variable) 1.ผูป้ ่ วยท่ีมีปัญหาระบบหายใจ 3.เคร่ืองกาหนดความดนั ถึงจุดที่กาหนด 2.ผูป้ ่ วยมีปัญหาระบบไหลเวียน (Pressure control variable) 3.ผูป้ ่ วยบาดเจ็บศีรษะและมีเลือดออกใน 4.เคร่ืองกาหนดเวลาในการหายใจเขา้ สมอง (Time control variable) 4.ผูป้ ่ วยผ่าตดั ใหญ่และไดร้ บั ยาระงบั ความรสู้ ึกนาง 5.ผูป้ ่ วยมีภาวะกรดด่างของร่างกาย ผิดปกติ ❑ สว่ นประกอบของเคร่ืองชว่ ยหายใจ ส่วนประกอบหลกั จะมี 4 สว่ น ส่วนท่ี 1 เป็ นระบบควบคุมของเคร่ืองชว่ ยหายใจ ซ่ึงผูใ้ ชส้ ามารถปรบั ต้งั ค่าใหเ้ หมาะสมกบั สภาพ ผูป้ ่ วย(Ventilation control system) สว่ นท่ี 2 เป็ นการทางานของผูป้ ่ วย(Patient monitor system) สว่ นท่ี 3 เป็ นระบบสญั ญาณเตือนท้งั การทางาน ของเคร่ือง(Alam system) ส่วนที่ 4 เป็ นสว่ นท่ีใหค้ วามชุม่ ช้ ืนแกท่ างเดิน หายใจ (Nebulizer or humidifier)

36 ❑ หลกั การต้งั เครื่องช่วย ❑ การพยาบาลขณะใชเ้ คร่ืองช่วย หายใจ หายใจ แบ่งเป็ น 2 ชนิดหลกั ๆคือ 1.ดแู ลสายเขา้ วงจรเครื่องชว่ ยหายใจ 1 ชนิดชว่ ยหายใจ ไม่หกั พบั หมนั่ เติมน้าในหมอ้ น้า (full support mode) เคร่ืองชว่ ยหายใจ 2.ชนิดอยา่ เครื่องช่วยหายใจ 2.ดแู ลใหอ้ าหารทางสายยาง (weaning mode) 3.ติดตามคา่ อลั บูมิน 4.ดูแลใหผ้ ูป้ ่ วยไดร้ บั สารน้าและอิเล็ก ❑ การพยาบาลผปู้ ่ วยขณะคาท่อช่วย โทรไลตท์ างหลอดเลือดดา หายใจและเครื่องชว่ ยหายใจ 5.ติดตาม urine output 6.ติดตามผล aterial blood gas การพยาบาลขณะคาท่อชว่ ยหายใจ 7.การดูแลดา้ นจติ ใจ 1 วดั vital Sign ทุก 1-2 ชวั่ โมง 2 จดั ท่านอน 45-60 องศาเพ่อื ใหป้ ลอด ❑ ภาวะแทรกซอ้ นจากการคา้ ท่อชว่ ย ขยายตวั ดี หายใจและใชเ้ ครื่องช่วยหายใจ 3 ดูขนาดท่อชว่ ยหายใจเบอรอ์ ะไรและกี่ ตาแหน่งความลึกเท่าไหร่และลงบนั ทึกทุก 1. ระบบหวั ใจและการไหลเวยี นเลือด วนั ดูการผูกยดึ ท่อดว้ ยพลาสเตอรใ์ หแ้ น่น 2 .ระบบหายใจ 4 ฟังเสียงปอด ประเมินเสียงผิดปกติ 3 .ระบบทางเดินอาหาร ประเมินลกั ษณะการหายใจ 4.ระบบประสาท 5.ติดตามผลเอกซเรยป์ อด 5 .ปัญหาดา้ นจติ ใจ 6 ตรวจสอบความดนั ในกระป๋ องของท่อชว่ ย หายใจ หรือวดั cuff pressure ทุก 8 ชวั่ โมง ถา้ ปกติจะอยทู่ ี่ 25 ถึง 30 cm H2O หรือ 22-25 mmHg 7.คอปอดและดดู เสมหะ แตท่ าความสะอาดชอ่ งปากดว้ ยน้ายา 0.12%chlorhexidine ทุก 8 ชวั่ โมงอยา่ ง นอ้ ยวนั ละ 2 คร้งั

37 การหยา่ เครื่อง วธิ ีอยากเครอ่ื งช่วยหายใจ ชว่ ยหายใจ แบง่ เป็ น 3 วธิ ี ❑ ผูป้ ่ วยดีข้ นึ แพทยจ์ ะหยา่ วธิ ีท่ี 1 เครื่องชว่ ยหายใจ การใช้ pressure support ventilation (PSV) นิยมใช้ ซ่ึงมีเกณฑห์ ลกั ๆคือ รว่ มกบั CPAP (PSV+ CPAP) เรียกวา่ Mode 1 พยาธิของโรคหมดไปหรือดีข้ ึน pressure 2.กาลงั สารองของปอดเพียงพอ support / CPAP/ Spontaneous ซึ่งเป็ น mode 3.ผูป้ ่ วยมีภาวะหายใจไดเ้ องได้ wean อยา่ งปลอดภยั ท่ีผูป้ ่ วยหายใจเอง หลกั ของ PSV คือเครื่องชว่ ยหายใจจะชว่ ยใหม้ ี แรงดนั บวกเท่าที่กาหนดตลอดชว่ งเวลาหายใจเขา้ วธิ ีท่ี3 โดยใชT้ -piece วิธีท่ี 2 แบ่งเป็ น 2 ชนิด การไซ Synchronize Intermittent Mandatory ชนิดที่1 Ventilation (SIMV) นิยมใชร้ ่วมกบั pressure ทดลองใหผ้ ูป้ ่ วยหายใจเอง ทาง Tpiece support (SIMV+ PSV) หรือ (Spontaneous Breathing trial : SBT) ถว้ หายใจเองไดน้ านมากกวา่ 30 นาที จะมี โอกาสถอดท่อหายใจออกได้

38 การพยาบาล ระยะหยา่ 1.พดู คุยใหก้ าลงั ใจ ใหค้ วามมนั่ ใจ 2. จดั ท่านอนศีรษะสูง 30- 60 องศา 3. ดูดเสมหะใหท้ างเดินหายใจโล่ง หรืออาจ กอ่ นหยา่ พน่ ยาขยายหลอดลมตามแผนการรกั ษา 4. สงั เกตอาการเหง่ือ 1.ประเมินสภาพทวั่ ไป ผูป้ ่ วยควรจะรสู้ ึกตวั พยาธิสภาพผูป้ ่ วยดีข้ นึ แตก ซึม 2. ผูป้ ่ วยมีสญั ญาณชีพคงท่ี กระสบั กระสา่ ย - อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ 50-120 คร้งั /นาท่ี หวั ใจเตน้ ไม่ผิด การพยาบาลระยะ จงั หวะ หยา่ เคร่ืองชว่ ยหายใจ - ความดนั โลหติ systolic 90-120 diastolic 60-90 mmHg 5. วดั สญั ญาณชพี และไมใ่ ชย้ ากระตุน้ ความดนั โลหิต เชน่ ยา Dopamine, ทุก 15 นาที - 1 Levophed ช.ม 3. PEEP ไมเ่ กิน 5-8 cmHO, FiO 2 40-50%, O Sat z 90% 4. ผูป้ ่ วยหายใจไดเ้ อง (spontaneous tidal volume > 5 CC./ kg.) Minute volume > 5-6 lit/ min 6. คา่ อิเลคโตรไลท์ Potassium > 3 mmol/L 7. ผูป้ ่ วยมี metabolic statusปภติ Pa0, > 60 mmHg o,saturation > 90% ในขณะท่ีต้งั คา่ FiO, 0.4 (40%) PH 7.35-7.45,PaCO,ปกติ 8. albumin > 2.5 gm/dL 9. ไม่มีภาวะซีด Hematocrit > 30% 10. ไมใ่ ชย้ านอนหลบั (sedative) หรือยาคลาย กลา้ มเน้ ือ (muscle relaxant) 11. ประเมิน cuff leak test ผ่านหรือมีเสียงลมรวั่ ท่ีคอ 12. ผูป้ ่ วยควรนอนหลบั ติดตอ่ กนั อยา่ งนอ้ ย 2-4ชวั่ โมง หรือ 6-8 ชวั่ โมง /วนั 13. ประเมินความพรอ้ มดา้ นจติ ใจ

39 ระยะถอดท่อช่วยหายใจ และดูแลหลงั ถอดท่อช่วยหายใจ 1. บอกใหผ้ ูป้ ้วยหราบ 2. Suction clear airway และบีบ ambu bag with oxygen100% อยา่ งนอ้ ย 3-5 คร้งั แลว้ บอกใู หผ้ ูป้ ่ วยสดู หายใจ เขา้ ลึก พรอ้ มบีบ ambu bag คางไว้ และใชs้ yringe 10 CC. ดูด ลมในกระเปาะท่อชวยหายใจออกจนหมด แลว้ จงึ ถอดกอ๊ ก ชว่ ยหายใจออก 3. หลงั ถอดท่อชว่ ยหายใจ ใหอ้ อกซิเจน mask with bag /mask with nebulizer และบอกใหผ้ ูป้ ้วย สูดหายใจเขา้ ออกลึกๆ 4. จดั ท่าผูป้ ่ วยนอนศีรษะสงู 45-60 องศา 5.check vital signs นางสาวฑติ ฐิตา รตั นคาม 6117701001016 SEC 2

การพยาบาลผู้ป่ วยระบบหัวใจและหลอดเลือด 40 การประเมนิ ผ้ปู ่ วยระบบหัวใจและหลอดเลือด ความสาคญั ✓ เป็นข้นั ตอนที่สำคญั ของกระบวนกำรพยำบำล ✓ พยำบำลผใู้ หก้ ำรดูแลโรคหวั ใจและหลอดเลือดตอ้ งมีควำมรู้ใน เร่ือง โรค อำกำร และอำกำรแสดงท่ีเกิดข้ึน ✓ แกป้ ัญหำไดอ้ ยำ่ งรวดเร็ว ประวตั ิการเจบ็ ป่ วยปัจจุบนั ➢ อำกำรและอำกำรแสดง (P,Q,R,S,T) ➢ อำกำรออ่ นเปล้ีย (fatique) ➢ อำกำรบวม (edema) ➢ อำกำรเจบ็ จำกกำรอกั เสบ ➢ เป็นลมหรือหมดสติ (syncope) จำกเลือดไปเล้ียงสมอง นอ้ ยลง • Pericarditis เจบ็ เหมือนมีดแทง ร้ำวไปไหล่ซำ้ ย ➢ หำยใจลำบำก (dyspnea) เกิดจำก CHF ทำใหม้ ีเลือดคงั่ ที่ • Pleuritis อกั เสบของเยอื่ หุม้ ปอด ปอด • อำกำรเหนื่อยเม่ือออกแรง (dyspnea on exertion: DOE) • ประวตั ิกำรเจบ็ ป่ วยในอดีต ปัจจยั เส่ียงต่ำงๆ • แน่นอึดอดั นอนรำบไมไ่ ด้ (orthopnea) • ประวตั ิกำรเจบ็ ป่ วยในครอบครัว กำรเจบ็ ป่ วยดว้ ย • นอนรำบไมไ่ ด้ มีอำกำรแน่นอึดอดั หำยใจไม่ทนั (PND) โรคทำงพนั ธุกรรม เช่น DM, HT, CAD ➢ อำกำรใจส่นั (palpitation) อำจมีสำเหตุจำก arrhythmia • แผนกำรดำเนินชีวติ กำรสูบบุหร่ี ดื่มแอลกอฮอล์ ➢ ไอเป็นเลือด (cough, hemoptysis) ➢ ขำอ่อนแรง (claudication) จำกสำเหตุลิ่มเลือดอุดตนั ➢ กำรเจบ็ จำกกำรฉีกขำดของอวยั วะในช่วงอก หรือสมองไดร้ ับออกซิเจนไม่พอ Aortic dissection - เจบ็ ตรงกลำงหนำ้ อกอยำ่ งรุนแรง ทนั ที - เจบ็ ทะลุไปขำ้ งหลงั ระหวำ่ ง scapula - เหงื่อออก ตวั เยน็ นำงสำวฑิตฐิตำ รัตนคำม 6117701001016 เลขท่ี 11 SEC 2

การซักประวตั ิ 41 ประวตั ิที่ไดเ้ ป็นเครื่องวดั สมรรถภำพของระบบหวั ใจและ หลอดเลือด ท่ีสำคญั ไดแ้ ก่ ➢ อำกำรหอบเหน่ือย (dyspnea) ➢ บวม (edema) ➢ เจบ็ หนำ้ อก (chest pain) ➢ ประวตั ิกำรเจบ็ ป่ วย เช่น RHD, HT, Congenital Heart Disease chest pain ➢ ประวตั ิครอบครัว และปัจจยั เส่ียงตำ่ งๆ ➢ กำรเจบ็ หนำ้ อกจำกกลำ้ มเน้ือขำดออกซิเจน 1) O: Onset ระยะเวลำที่เกิดอำกำร เพื่อให้ Angina pectoris กำรเจบ็ หนำ้ อกจำกกลำ้ มเน้ือหวั ใจขำด ทรำบวำ่ เฉียบพลนั หรือเร้ือรัง เลือด 2) P: Precipitate cause สำเหตุชกั นำและกำร ลกั ษณะสำคญั ของ angina pectoris ทุเลำ 1. Quality เหมือนมีของหนกั มำทบั อก ถูกรัดบริเวณ 3) Q: Quality ลกั ษณะของอำกำรเจบ็ อก หนำ้ อก 4) R: Refer pain สำหรับอำกำรเจบ็ ร้ำว 2. Location- substernal area 5) S: Severity ควำมรุนแรงของอำกำรเจบ็ แน่น - ร้ำวไปไดท้ ้งั 2 ขำ้ ง ไหล่ซำ้ ย แขนซำ้ ย คอ กรำม หรือ อก หรือ Pain score สะบกั ไหล่ 6) T: Time ระยะเวลำที่เป็น หรือเวลำท่ีเกิด 3. Duration อยำ่ งนอ้ ย 20 นำที อำกำรที่แน่นอน 4. Precipitating factor 5. Relieving factor กำรพกั , อมยำ nitrate หำยภำยใน 5 นำที ถำ้ เกิน 20 นำที ไม่ใช่ angina 6. อำกำรพบร่วม sweating, nausea, vomiting

42 2. กำรตรวจร่ำงกำย กำรดูทว่ั ๆ ไป (general inspection) สงั เกตอำกำรเหนื่อย ลกั ษณะกำรหำยใจ o PMI or Apex beat การคลา (Palpation) o ดู cyanosis o สงั เกตผวิ หนงั เลือดออกบริเวณผวิ หนงั Varicose vein คลำบริเวณหนำ้ อก (PMI) ปกติจะคลำไดบ้ ริเวณ o สงั เกต Capillary refill ค่ำปกตินอ้ ยกวำ่ 3 วนิ ำที กวำ้ ง 1-2 ซม. o เส้นเลือดดำท่ีคอ (neck vein) วำ่ โป่ งหรือไม่ o edema (บวม) heart failure จะบวมเฉพำะบริเวณท่ีอยตู่ ่ำ ลกั ษณะของชีพจรที่ผดิ ปกติ การเคาะ (Percussion) 1. ชีพจรเบำข้ึนและชำ้ ลง (pulsus parvus et tardus) พบในโรคลิ้นหวั ใจ Aortic stenosis, Mitral stenosis, กำรเคำะบริเวณหวั ใจจะเคำะไดเ้ สียงทึบ ถำ้ เคำะทึบไดเ้ ลย Cardiac tamponade mid clavicular line แสดงวำ่ มีหวั ใจโต 2. ชีพจรสม่ำเสมอแต่แรงสลบั เบำ (Pulsus alternans) • First heart sound (S1): กำรปิ ดของ mitral และ พบในผปู้ ่ วย severe LV dysfunction tricuspid valve ฟังเป็นเสียงเดียว ,คลำ carotid pulse หรือ apex พร้อมๆกบั กำรฟัง 3. ชีพจรข้ึนและลงเร็ว มีลกั ษณะกวำ้ ง (Water hammer, bounding pulse) มกั พบในผปู้ ่ วยลิ้นหวั ใจ • Second heart sound(S2): กำรปิ ดของ aortic valve และ เอออร์ติค (Aortic insufficiency), HT, pulmonic valve เสียงที่ไดย้ นิ คือ ลึบ-ดึบ (lub-dub) Thyrotoxicosis • Third heart sound(S3) เกิดตำมหลงั เสียง S2 ช่วงตน้ 4. ชีพจรปกติสลบั กบั เบำเป็นช่วงๆ แต่ไมส่ ม่ำเสมอ ของ ventricle เสียงสั่นสะเทือนที่เกิดจำกกำรไหลของ (pulse deficit) พบในผปู้ ่ วยที่มีภำวะหวั ใจเตน้ ผดิ เลือดอยำ่ งรวดเร็ว เสียง ลึบ-ดึบ-ดฮั (lub-dub-duh) จงั หวะ เช่น PVC • Fourth heart sound(S4) : เกิดตำมหลงั atrial contraction (S1) เสียงคือ ดี-ลึบ-ดึบ (de-lub-dub) พบ ในผปู้ ่ วย heart failure, MI, AS, PS การฟัง (Auscultation) Cardiac Marker การฟังบริเวณลนิ้ หวั ใจ 4 แห่ง Troponin • Pulmonic area ช่องซี่โครงที่ 2 ซ้าย ❖ เป็ นส่วนประกอบของโปรตนี ชนิดหนึ่ง • Tricuspid area ช่องซี่โครงที่ 3-4 ซ้าย เรยี กว่า contractile proteins • Mitral area Apex • Aortic area ช่องซ่ีโครงที่ 2 ขวา ❖ แบง่ เป็ น 3 ชนิด คอื Troponin C, Troponin I และ Troponin T ❑ Troponin T หรือ TNT ✓ อยูใ่ นกระแสเลอื ดไดน้ าน 10-14 วนั ✓ มคี วามไวและจาเพาะเจาะจงมากกว่า CK-M

.การตรวจคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) 43 Transesophageal Echocardiography (TEE) Electrocardiogram: ECG ประโยชน์ เป็นกำรบนั ทึกกำรเปล่ียนแปลงของ electrical activity ท่ีผวิ ของร่ำงกำยจำกกำรทำงำนของ ❑ หำขนำดของหอ้ งหวั ใจและกำรทำงำนของกลำ้ มเน้ือ กลำ้ มเน้ือหวั ใจ เพ่ือช่วยวนิ ิจฉยั โรคทำงระบบ หวั ใจ หวั ใจและบอกถึงพยำธิสภำพที่เกิดข้ึน ❑ วนิ ิจฉยั ภำวะ pericardial effusion การพยาบาล ❑ วนิ ิจฉยั ล่ิมเลือดในหอ้ งหวั ใจ (thrombus) ❑ วนิ ิจฉยั วำ่ มีรูเปิ ดในหอ้ งหวั ใจ (intracardiac shunt) 1. บนั ทึกสัญญำณชีพทุก 15 นำที 4 คร้ัง ทุก ❑ วนิ ิจฉยั เน้ืองอกในหอ้ งหวั ใจ (intracardiac mass) 30 นำที 2 คร้ังตอ่ ไปทุก 1 ชม.จนสญั ญำณ ชีพคงท่ี Electrophysiologic studies (EPS) : ตรวจคล่ืนไฟฟ้ำ หวั ใจจำกภำยในหอ้ งหวั ใจ 2. ประเมินภำวะเลือดออกจำกตำแหน่งที่ใส่ สำยสวนโดยตรวจสอบบริเวณแผลวำ่ มี การเตรียม Cardiac catheterization และ CAG bleeding, hematoma echymosis หำกพบรีบ รำยงำนแพทย์ 1. ทำควำมสะอำดผวิ หนงั บริเวณขำหนีบท้งั 2 ขำ้ ง 2. NPO อยำ่ งนอ้ ย 6-8 ชม. 3. ช่วยแพทยเ์ ตรียมอุปกรณ์ในกำรนำสำยสวน 3. จบั ชีพจรท้งั 4 ตำแหน่งคือ radial pulse, dorsalis pedis หวั ใจออก ในกรณีที่ผปู้ ่ วยยงั คงคำสำยสวน อยู่ pulse ท้งั ซำ้ ยและขวำเป็นกำรตรวจสอบวำ่ มีปัญหำลิ่ม เลือดอุดตนั หรือไม่ 4. อธิบำยเนน้ ยำ้ หำ้ มงอขำขำ้ งท่ีใส่สำยสวน 4. ประเมินกำรแพส้ ำรทึบรังสี อยำ่ งนอ้ ย 6 ชว่ั โมงหลงั นำสำยสวนออก กำรทดสอบกำรออกกำลงั กำย (Exercise test) 5. ประเมินอำกำรขำดเลือดของอวยั วะส่วน ปลำย โดยบนั ทึกลกั ษณะชีพจร dorsalis ข้อห้ามในการทดสอบการออกกาลงั กาย pedis, posterial tibial หรือ radial เปรียบเทียบขำ้ งซำ้ ยและขวำ พร้อมท้งั 1. ผ้ปู ่ วยทม่ี ภี าวะหัวใจวาย บนั ทึก capillary refill 2. ผู้ป่ วยทเี่ ริ่มเป็ นกล้ามเนื้อหัวใจตาย 6. หำกคลำบริเวณทอ้ งนอ้ ยแขง็ (ตอ้ งไมป่ วด ปัสสำวะ) ปวดมึนศรีษะ ระดบั ควำม 3. ผ้ปู ่ วยทม่ี ีอาการเจ็บหน้าอก อาการเจ็บไม่คงที่ รู้สึกตวั เปลี่ยนแปลงใหแ้ จง้ แพทย/์ พยำบำล ทนั ที 4. ผ้ปู ่ วยทมี่ หี ลอดเลือดโป่ งพอง 7. บนั ทึก I/O ถำ้ ยงั ไม่ถ่ำยปัสสำวะอำจตอ้ ง 5. ผ้ปู ่ วยทมี่ จี ังหวะการเต้นหวั ใจผดิ ปกติ intermittent catheter 6. ผู้ป่ วย Severe aortic stenosis 8. ไมค่ วรเดินมำกหรือข้ึนบนั ได หรือไม่ควร เบง่ ถ่ำยอุจจำระเพรำะอำจมีเลือดออก 7. ผู้ป่ วยทมี่ อี าการตดิ เชื้อเฉียบพลนั บริเวณแผล หลงั ทำ10 วนั

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Disease: CAD) 44 หมำยถึง กลุ่มอำกำรโรคหวั ใจขำดเลือดที่เกิดข้ึนเฉียบพลนั ปัจจยั เส่ียงท่ีทำใหเ้ กิดโรคหลอด สำเหตุของโรคหลอดเลือดหวั ใจ เลือดหวั ใจ o Coronary atherosclerosis (more than 90%) o Genes o Coronary spasm o Age o o Obesity o Dissecting o Diabetes o o Smoking o Embolism o Cholesterol LDL o High BP Circulation disorder (shock, heart failure) o Triglycerides o Sloth Stress Arteritis o Gender อำกำรเจบ็ หนำ้ อก การเปลยี่ นแปลงของกล้ามเนื้อหวั ใจบริเวณ ❑ อำกำรเจบ็ หนำ้ อกชนิดคงที่ (Stable angina) เกิดจำก ปัจจยั เหน่ียวนำท่ีสำมำรถทำนำย เช่น กำรออกกำลงั กำย เกิดอำรมณ์รุนแรง ทข่ี าดเลือดมาเลยี้ งแบ่งความรุนแรงเป็ น 3 • อำกำรเจบ็ หนำ้ อกชนิดคงท่ีจะดีข้ึนถำ้ ไดน้ อน ลกั ษณะ พกั 1. กลำ้ มเน้ือหวั ใจขำดเลือดไปเล้ียง (Ischemia) • ระยะเวลำท่ีเจบ็ ประมำณ 0.5-20 นำที ❑ เป็นภำวะท่ีเลือดไปเล้ียงกลำ้ มเน้ือหวั ใจ • เกิดจำกรูหลอดเลือดแดงโคโรนำรีแคบเกินกวำ่ นอ้ ยลง เป็นเหตุใหเ้ ซลลข์ ำดออกซิเจนขนำด 75% นอ้ ย ซ่ึงเป็นภำวะเริ่มแรกของกลำ้ มเน้ือ หวั ใจตำย ❑ อำกำรเจบ็ หนำ้ อกชนิดไมค่ งที่ (Unstable angina) ❑ คลื่นไฟฟ้ำมีคล่ืน T ลกั ษณะหวั กลบั • มีระดบั ควำมเจบ็ ปวดรุนแรงกวำ่ อำกำรเจบ็ หนำ้ อกชนิดคงที่ 2. กลำ้ มเน้ือหวั ใจไดร้ ับบำดเจบ็ (Injury) • เจบ็ นำนมำกกวำ่ 20 นำที ❑ เป็นภำวะท่ีเซลลข์ องกลำ้ มเน้ือหวั ใจขำด • ไมส่ ำมำรถทำใหอ้ ำกำรดีข้ึนดว้ ยกำรอมยำขยำย ออกซิเจน แต่ยงั พอทำงำนไดแ้ ต่ไมส่ มบูรณ์ หลอดเลือดชนิดอมใตล้ ิ้น (Nitroglycerine) จำนวน 3 เมด็ ❑ คลื่นไฟฟ้ำหวั ใจมี ST ยกข้ึน (ST segment elevation) หรือต่ำลง (ST segment • ควรไดร้ ับกำรรักษำที่โรงพยำบำลอยำ่ งรีบด่วน depression) • พยำธิสภำพเกิดจำก plaque rupture (Acute Myocardial Infarction)

3. กลำ้ มเน้ือหวั ใจตำย (Infarction) 3. ตรวจคลื่นไฟฟ้ำหวั ใจ 12 ลีด (Lead) 45 • ภำวะท่ีกลำ้ มเน้ือหวั ใจขำดออกซิเจนมำก ❖ ถำ้ มีกลำ้ มเน้ือหวั ใจขำดเลือดจะพบคลื่น T หวั กลบั • คลื่นไฟฟ้ำหวั ใจจะปรำกฎคล่ืน Q ท่ีกวำ้ ง มำกกวำ่ 0.04 วนิ ำที ❖ กลำ้ มเน้ือหวั ใจบำดเจบ็ จะพบระยะระหวำ่ ง ST ยกสูง (ST Elevation) การวนิ ิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ 4.ตรวจหำระดบั เอนไซมข์ องหวั ใจ (Cardiac enzyme) 1. การซักประวตั อิ ย่างละเอยี ดรวมท้งั ปัจจยั เสี่ยงต่างๆ 5. กำรตรวจคลื่นไฟฟ้ำหวั ใจขณะออกกำลงั กำย (Exercise stress test) 2. จากการตรวจร่างกาย 6. กำรตรวจสวนหวั ใจโดยกำรฉีดสำรทึบแสง ➢ ถ้ามกี ล้ามเนื้อหวั ใจตายร้อยละ 25 (Coronary angiography) ขนึ้ ไป จะมอี าการของหวั ใจซีก ซ้ายล้มเหลว นา้ ท่วมปอด หายใจ บทบำทพยำบำลในกำรดูแลผปู้ ่ วยกลุ่ม ACS ลาบาก หายใจเหน่ือย เขยี ว ไอ เสมหะปนเลือด 1. ประเมินสภำพผปู้ ่ วยอยำ่ งรวดเร็ว OPQRST ➢ ถ้ามกี ล้ามเนื้อหัวใจตายร้อยละ 40 2. ประสำนงำนตำมทีมผดู้ ูแลผปู้ ่ วยกลุ่มหวั ใจขำดเลือด ขนึ้ ไป จะมอี าการเจ็บหน้าอก เฉียบพลนั ใหก้ ำรดูแลแบบช่องทำงด่วนพิเศษ ACS fast track + ร่วมกบั ภาวะช็อคจากหัวใจ เหงื่อ ญำติ ครอบครัว ออก ตวั เยน็ เป็ นลม 3. ใหอ้ อกซิเจนเม่ือมีภำวะ hypoxemia (SaO2 < 90% or PaO2 < กำรรักษำโรคหลอดเลือดหวั ใจ 60 mmHg) ไมแ่ นะนำให้ routine oxygen ในผปู้ ่ วยที่มี SaO2 > 90% • หลกั กำรรักษำผปู้ ่ วยโรคหลอดเลือดหวั ใจ ลดกำรทำงำนของหวั ใจ>>Absolute bed 4. พยำบำลตอ้ งตดั สินใจตรวจคลื่นไฟฟ้ำหวั ใจทนั ที โดยทำ rest พร้อมกบั กำร ซกั ประวตั ิและแปลผลภำยใน 10 นำที พร้อม หลีกเลี่ยงสำเหตุหรือปัจจยั เส่ียงท่ีทำให้ รำยงำนแพทยใ์ นกรณีพบวำ่ มี ST-elevate ท่ี Lead II III aVF เกิดอำกำรเจบ็ หนำ้ อก พยำบำลตอ้ งตดั สินใจตรวจคล่ืนไฟฟ้ำหวั ใจ ดำ้ นขวำ (right side EKG) ทนั ที • หลกั กำรรักษำผปู้ ่ วยโรคหลอดเลือดหวั ใจ ลดกำรทำงำนของหวั ใจ 5. เฝ้ำระวงั อำกำรและอำกำรแสดงของกำรเกิด cardiac arrest หลีกเลี่ยงสำเหตุหรือปัจจยั เส่ียงท่ีทำให้ เกิดอำกำรเจบ็ หนำ้ อก 6. กำรพยำบำลกรณี EKG show ST elevation หรือพบ LBBB ท่ี เกิดข้ึนใหม่ พยำบำลตอ้ งเตรียมผปู้ ่ วยเพอ่ื เขำ้ รับกำรรักษำโดย 8. เตรียมควำมพร้อมของระบบสนบั สนุนกำร กำรเปิ ดหลอดเลือดโดยเร่งด่วน ดูแลรักษำ เช่น ระบบเวชระเบียน ระบบสื่อสำร กำรตรวจทำงหอ้ งปฏิบตั ิกำร 7. พยำบำลตอ้ งประสำนงำนจดั หำเคร่ืองมือประเมินสภำพและ ดูแลรักษำผปู้ ่ วยใหเ้ พียงพอ

46 กำรวนิ ิจฉยั โรคหลอดเลือดแดงโคโรนำรี 1. กำรซกั ประวตั ิ และจำกอำกำรและอำกำรแสดงของอำกำร 2. กำรตรวจ ECG, Chest X-ray อำจเป็น เจบ็ หนำ้ อก (Angina Pectoris) ซ่ึงมี ลกั ษณะเฉพำะดงั น้ี เครื่องช่วยวนิ ิจฉยั เท่ำน้นั บำงคร้ังพบกำร เปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้ำหวั ใจผดิ ปกติ แต่ 1.1 ควำมรู้สึกเหมือนถูกบีบรัด แสบ หรือถูกกด บำงรำยอำจ บำงคร้ังอำจตรวจไม่พบควำมผดิ ปกติ มี อำกำรจุกบริเวณยอดอก หรือ อำหำรไมย่ อ่ ย 3. กำรตรวจทำงทำงหอ้ งปฏิบตั ิกำร 1.2 ตำแหน่ง ร้อยละ 70-80 จะเกิดบริเวณลึกใตก้ ระดูก (Laboratory Test) cardiac enzyme หนำ้ อก (Retrosternal) และค่อนไป ทำงซำ้ ยเลก็ นอ้ ย โดยเฉพำะ cTnT (cardiac Troponin T), CK (creatine kinease) และ CK-MB 1.3 กำรร้ำวมกั จะไปท่ีไหล่ซำ้ ย และตน้ แขนขอ้ ศอกซำ้ ย ขอ้ มือ ตน้ คอ กรำมซำ้ ย 4. กำรเดินสำยพำน (Exercise Stress Test;EST) หรือกำรทำ Dubotamine Stress 1.4 ระยะเวลำท่ีปวด หรือแน่นหนำ้ อก Test 1.5 อำกำรจะบรรเทำเม่ือใชย้ ำ ไนโตรกลีเซอรีน หรือไดพ้ กั 5. กำรตรวจคลื่นเสียงสะทอ้ นหวั ใจ อำจมีอำกำรอ่ืนๆร่วม ไดแ้ ก่ หำยใจลำบำก ซีด เหงื่อออก เป็น (Echocardiography) ลม เวยี นศีรษะ ใจสัน่ มีควำมผดิ ปกติของระบบยอ่ ยอำหำร 6. กำรฉีดสำรทึบรังสีเขำ้ หลอดเลือดแดงโค วธิ ีกำรผำ่ ตดั ทำทำงเบี่ยงหลอดเลือดหวั ใจ โรนำรี (Coronary Angiography; CAG) เป็น วธิ ีกำรท่ี แมน่ ยำ ที่สุด กำรผำ่ ตดั ทำทำงเบ่ียงหลอดเลือดหวั ใจ (Coronary Artery Bypass Graft : CABG) เป็นกำรผำ่ ตดั รักษำเส้นเลือดหวั ใจ ตีบ ซ่ึงกำรตีบของหลอดเลือดหวั ใจโคโรนำรีท่ีพบไดบ้ ่อย คือ 1) กำรตีบของเส้นเลือดหวั ใจ 1 เส้น เรียกวำ่ Single vessel disease (SVD) 2) กำรตีบของเส้นเลือดหวั ใจ 2 เส้น เรียกวำ่ Double vessel disease (DVD) 3) กำรตีบของเส้นเลือดหวั ใจ 3 เส้น เรียกวำ่ Triple vessel disease (TVD)

การพยาบาลผปู้ ่ วยโรคลิ้นหวั จ 47 ลกั ษณะ •สาเหตุของโรคลิ้นหวั จ 1.ลิ้นหวั จ ตีบ(Stenosis) 2.ลิ้นหวั จ ร่ัว(Regurgitation) - (Rheumatic Heart Disease) •แบง่ ตามลกั ษณะลิ้นหวั จ -พบบ่อยท่ีสุดคือลิ้นไมทรัล(mitral valve) - (Infective Endocarditis) -รองลงไปเป็นลิ้นเอออร์ติค(aortic valve) -ไตรคสั ปิ ดและลิ้นพลั โมนิค (truscuspid and - (Mitral Valve Prolapse) pulmonic) พบนอ้ ย - (Congenital malformation) - (Other acquire disease) โรคลิน้ หวั จ ไมตรัลตีบ (Mitral stenosis) อาการและอาการแสดง มีการตีบแคบของลิน้ หวั จ ไมตรัลทาจหม้ ีการขดั ขวาง การไหลของเลือดลงสู่หวั จ หอ้ งล่างซา้ ยจนขณะท่ี คลายตวั คลายลิ้นเปิ ดบีบลิน้ ปิ ด สาเหตุ อาการเเละอาการแสดง o Rheumatic > 90% 1.Pulmonaryvenous o Congenital pressure เพิม่ ทาจห้ o Rheumatoid arthritis มีอาการหายจ ลาบากเมื่อออกแรง o Systemic Lupus Erythematosus: SLE (DOE) o Carcinoid Syndrome อาการหายจ ลาบากเม่ือนอนราบ o Asymptomatic for approximately 20 years (Orthopnea) o Presenting symptoms: >CHF (50%) >Atrial หายจ ลาบากเป็นพกั ๆ จนตอนกลางคืน fibrillation (Paroxysmal Noctunal Dyspnea: PND) 2. CO ลดลง ทาจหเ้ หนื่อยง่ายอ่อนเพลีย 3. อา มีภาวะหวั จ เตน้ ผดิ งั หวะแบบ AF ผปู้ ่ วย ะมีอาการจ สัน่ 4. อา เกิดการอุดตนั ของหลอดเลือดจน ร่างกาย (Systemic embolism)

โรคลิ้นหวั จ ไมตรัลรั่ว สาเหตุ 48 (Mitral regurgitation or Mitral insufficiency) เป็นโรคที่มี ➢ Rheumatic disease Endocarditis การร่ัวของปริมาณเลือด (Stroke volume) จนหวจั หอ้ ง ➢ Mitral valve prolapse ล่างซา้ ยเขา้ สู่หวั จ หอ้ ง บนซา้ ยจนขณะท่ีหวจั บคลายลิ้น ➢ Mitral annular enlargement Ischemia เปิ ดบีบลิ้นปิ ด ➢ Myocardial infarction Trauma โรคลิ้นหวั จ หวั จ เอออร์ อาการและอาการแสดงแตกต่างกนั ตาม พยาธิสภาพ ติคตีบ Aortic stenosis อาการท่ีพบคือ 1.Pulmonary venous congestion ทาจหม้ ีอาการ Dyspnea on exertion (DOE) Orthopnea PND 2. อาการท่ีเกิด าก CO ลดลง คือเหนื่อย และเพลียง่าย 3. อาการของหวั จ ซีกขวาวายคือ บวมเ บ็ บริเวณตบั หรือ เบ่ืออาหาร เป็นโรคที่มีการตีบแคบของลิ้นหวั จ เอออร์ติด โรคลิ้นหวั จ เอออร์ติคร่ัว ขคั ขวางการ ไหลของเลือด ากหวั จหอ้ งล่างซา้ ย Aortic regurgitation ไปสู่เอออร์ตาร์ จนช่วงการบีบตวั ✓ ldiopathic เป็ นโรคที่มีการรั่วของปริ มาณเลือดที่สูบฉีดออก ✓ Calcific Degeneration ทางหลอดเลือดแดงเอออร์ตาร์ไหลยอ้ นกลบั เขา้ ✓ Congenital สู่หวั จ หอ้ งล่างซา้ ยจนช่วงหวั จ คลายตวั สาเหตุ ✓ Endocarditis • Rheumatic heart disease ✓ Other • Endocarditis • Aortic root dissection อาการและอาการแสดงส่วนจหญ่ ะไมม่ ีอาการ • Trauma เมื่อมีอาการมาก ะพบ • Connective tissue disorders • DOE • Angina • ถา้ เป็นมากผปู้ ่ วย ะรู้สึกเหมือนมีอะไร ตุบ๊ ๆ อยทู่ ี่คอหรือจนหวตั ลอดเวลา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook