Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สังคมศึกษา 3 (ภูมิศาสตร์ )ส 32101 ม.5

สังคมศึกษา 3 (ภูมิศาสตร์ )ส 32101 ม.5

Published by kajankew135, 2021-07-29 15:19:15

Description: รายวิชาสังคมศึกษา 3 (ภูมิศาสตร์ )ส 32101 ม.5

Search

Read the Text Version

ใบความรทู้ ี่ 1 เครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์ 1.1 แผนที่ (Map) เป็นเครอื่ งมอื ทางภมู ิศาสตร์ขนั้ พืน้ ฐานอย่างหนงึ่ โดยการยอ่ ข้อมูลตา่ ง ๆ ที่ปรากฏบนพ้นื โลก ให้มีขนาดเล็กลงตามมาตราส่วน และแสดงข้อมูลดังกล่าวด้วยสัญลักษณ์ลงบนวัสดุต่าง ๆ เช่น กระดาษ ผ้า แผน่ พลาสติก ฯลฯ ขอ้ มลู ท่ีแสดงในแผนที่ มี 2 ลักษณะ คือ 1) ข้อมูลด้านกายภาพ เป็นสิ่งท่ีเกิดข้ึนเองโดยธรรมชาติ เช่น แม่น้า ภูเขา ชายฝั่งทะเล เกาะ และปา่ ไม้ 2) ข้อมูลด้านวัฒนธรรม เป็นส่ิงท่ีมนุษย์สร้างข้ึน เช่น ถนน เข่ือน ท่ีว่าการอ้าเภอ โรงเรียน สถานอี นามัย ฯลฯ ชนดิ ของแผนที่ 1. แผนท่ีทั่วไป เป็นแผนที่ที่แสดงลักษณะโดยท่ัวไปได้แก่แผนท่ีแสดงลักษณะภูมิภาคต่างๆ โดยจะแสดงดว้ ยสี เพื่อให้เห็นความแตกต่างของลกั ษณะแผน่ ดิน 2. แผนท่ีอ้างอิง เป็นแผนท่ีท่ีใช้เป็นหลักในการท้าแผนที่ชนิดอื่น ๆ แผนท่ีอ้างอิงที่ส้าคัญ ไดแ้ ก่ แผนที่ ภูมิประเทศ คือ แผนท่ีท่ีใช้แสดงลักษณะภูมิประเทศบนพ้ืนผิวโลก เช่น ท่ีราบ ท่ีราบสูง เนินเขา แม่น้า เกาะ ถนน เมือง และแผนท่ีชุด คือ แผนท่ีหลายเเผ่นที่มีมาตราส่วนและรูปแบบเป็นอย่างเดียวกัน และครอบคลุม พ้ืนท่ีใดพน้ื ท่ีหน่งึ โดยเฉพาะ

3. แผนที่เฉพาะเรื่อง เป็นแผนที่ท่ีแสดงลักษณะเฉพาะตามจุดมุ่งหมาย เช่น แผนท่ี แสดงป่า ไม้ แผนท่ี แสดงเสน้ ทางคมนาคม แผนท่ีแสดงแหล่งทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นตน้ สามารถแบง่ ได้ดงั นี้ 3.1 แผนท่ีรัฐกิจ (political map) คือแผนท่ีแสดงอาณาเขตทางการปกครอง เช่น เขต จังหวัดหรอื ประเทศ แผนที่ชนิดน้ีจะตอ้ งแสดงอาณาเขตติดต่อกบั ดินเเดนของประเทศหรือรฐั อ่ืน พร้อมท้ังแสดงที่ต้ัง ช่ือ เมอื งหลวง เมืองทา่ หรอื เมืองส้าคญั อ่ืน 3.2 แผนที่ภูมิอากาศ (climatic map) เป็นแผนที่ส้าหรับแสดงข้อมูลด้านภูมิอากาศ โดยเฉพาะ เชน่ แผนที่เขตภูมิอากาศของโลก แผนที่ปริมาณฝนเฉล่ียของประเทศไทย แผนท่ีปริมาณฝนเฉล่ียของโลก แผนทอ่ี ณุ หภูมเิ ฉลย่ี ของโลก 3.3 แผนที่ธรณีวิทยา (geologic map) เป็นแผนท่ีท่ีจัดท้าข้ึนเพ่ือเเสดงอายุ ประเภท และ การ กระจายตัวของหินเปลือกโลก การตกตะกอนทับถมของสารต่าง ๆท่ีผิวโลกรวมท้ังแสดงรอยเล่ือนที่ปรากฎบน ผิวโลก และลักษณะทางธรณีวทิ ยาอ่ืนๆ 3.4 แผนที่การถือครองที่ดิน (cadastral map) เป็นแผนที่ที่จัดท้าขึ้นเพ่ือเเสดงอาณาเขต ที่ดนิ ในพ้ืนทใ่ี ดพน้ื ท่หี นง่ึ เชน่ ในเขตต้าบล อา้ เภอ หรือจังหวัด โดยแบ่งออกเปน็ แปลงๆ และแต่ละเเปลงต่างก็ แสดงสทิ ธิการครอบครองโดยการเเสดงการเปน็ เจ้าของ 3.5 แผนที่พืชพรรณธรรมชาติ (natural vegetation map) เป็นแผนท่ีท่ีจัดท้าข้ึนเพื่อเเสดง ประเภทของพืชพรรณธรรมชาติและการกระจายตัวของพืชพรรณชนิดนั้น ๆ ท่ีปรากฎบนโลก ภูมิภาคหรือ ประเทศตา่ งๆ 3.6 แผนท่ีท่องเที่ยว (tourist map) เป็นแผนท่ีท่ีจัดท้าขึ้นเพ่อื แนะน้าสถานท่ีนน้ั เพื่ออ้านวย ความสะดวกแก่นกั ทอ่ งเที่ยว โดยแสดงรายละเอยี ดเก่ียวกับต้าแหน่งและสถานที่ที่จ้าเป็นและเก่ยี วขอ้ งส้าหรับ การทอ่ งเที่ยว เชน่ เสน้ ทางการคมนาคมท้งั ทางบก เรอื อากาศ ทพี กั รา้ นอาหาร ภัตตาคาร สถานที่ท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ เชน่ ชายหาด น้าตก เกาะ แกง่ ภเู ขา อุทยาน เปน็ ตน้

1.2 รปู ถ่ายทางอากาศ (Aerial Photography) เป็นรูปภาพแสดงภูมิประเทศท่ีปรากฏบนพ้ืนผิวโลก ถ่ายโดยใช้กล้องถ่ายรูปติดไว้กับ เครื่องบิน ส่วนหน่วยงานท่ีจัดท้ารูปถ่ายทางอากาศ คือ กรมแผนท่ีทหาร กระทรวงกลาโหม การน้าไปไปใช้ ประโยชน์ มีหน่วยราชการอื่น ๆ น้ารูปถ่ายทางอากาศไปใช้ประโยชน์ทางด้านวิชาการและการพัฒนาความ เจรญิ ของบ้านเมอื ง ดังน้ี 1) ท้าให้ทราบถงึ ความเปลี่ยนแปลงในลกั ษณะทางกายภาพของพ้นื ที่ต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบ จากรูป ถ่ายท่ีถ่ายในระยะเวลาแตกต่างกัน เช่น การสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลน การพังทลายของตล่ิงริมแม่น้าที่เกิดจาก การกัดเซาะของคล่ืน และการขยายตวั ของชมุ ชนเมอื งเข้าไปในพน้ื ท่ีเกษตรกรรม 2) การวางแผนพฒั นาการใชท้ ีด่ นิ โดยนา้ รปู ถ่ายทางอากาศไปใช้เพ่ือจัดท้าแผนทแ่ี ละจ้าแนก ประเภท การใช้ท่ีดินของประเทศ โดยก้าหนดโซนหรือแบ่งพ้นื ที่เป็นเขตอตุ สาหกรรม เขตเกษตรกรรม และเขตชุมชนที่ อยูอ่ าศัย 3) การอนรุ กั ษพ์ ้นื ท่ีปา่ ไม้ รปู ถ่ายทางอากาศท้าให้ทราบถงึ สภาพความอุดมสมบูรณข์ องป่าไม้ ในพน้ื ที่ ต่าง ๆ เพื่อกา้ หนดแนวทางการอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาตอ่ ไป การศึกษาข้อมูลจากรปู ถ่ายทางอากาศ ท้าได้ 2 วิธี คือ ศึกษาด้วยตาเปล่า ศึกษาด้วยกล้อง สามมติ ิ เนอื่ งจากรปู ถ่ายทางอากาศไม่มีคา้ อธิบายใด ๆ ท้ังสิ้น จงึ ควรศกึ ษาควบคู่กบั แผนท่ีดว้ ยจะท้าให้เข้าใจ ง่าย 1.3 ภาพจากดาวเทยี ม 1.3.1 ภาพจากดาวเทียม (Satellite Imagery) ให้ประโยชนอ์ ยา่ งมากในการศกึ ษาข้อมูลเพื่อ สา้ รวจแหล่งทรพั ยากรธรรมชาติ ในปจั จบุ ัน ประเทศไทยมสี ถานรี บั สญั ญาณภาพดาวเทียมลาดกระบัง ต้ังอยู่ที่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ท้าใหส้ ้ินเปลอื งคา่ ใชจ้ า่ ยน้อยกว่าทเี่ คยพึง่ พาตา่ งประเทศ 1.3.2 การท้างานรับภาพของดาวเทียม เรียกว่า กระบวนการรีโมทเซนซิง (Remote Sensing) โดย ดาวเทยี มจะเก็บข้อมูลของวัตถุหรือพน้ื ที่เป้าหมายบนพ้นื ผวิ โลก จากรังสที ส่ี ะทอ้ นขนึ้ ไปจากผิว โลกหรือจากอุณหภูมิของวัตถุนั้น ๆ บนพื้นผิวโลกจากน้ันดาวเทียมจะส่งข้อมูลเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามายัง

สถานีภาคพ้ืนดิน ซ่ึงจะบันทึกเป็นข้อมลู เชิงตัวเลขในแถบบันทึกข้อมูล เพื่อน้าไปประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ และน้าเสนอเป็นแผน่ ฟลิ ม์ 1.3.3 ภาพจากดาวเทียวให้ประโยชน์ในการศึกษาทางภูมิศาสตร์ คือ น้ามาใช้จัดท้าแผนท่ี แสดงภมู ิ ประเทศของพน้ื ที่ตา่ ง ๆ ซ่งึ จะให้รายละเอียดของต้าแหนง่ ตา่ ง ๆ บนพื้นโลกชัดเจนยงิ่ ข้นึ 1.4 อินเทอร์เนต็ 1.4.1 อินเทอร์เน็ต (Internet) หรือ ไซเบอร์สเปซ (Cyber Space) คือ ระบบการส่ือสารดว้ ย เครือข่ายคอมพิวเตอร์ท่ีเช่ือมโยงระหว่างผู้ใช้งานทั่วโลกเข้าด้วยกัน ท้าให้เกิดการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร และความรู้ด้านตา่ ง ๆ อยา่ งสะดวกและรวดเร็ว จนทา้ ให้โลกในปัจจบุ นั เข้าสู่ยุค “การสือ่ สารไรพ้ รมแดน” 1.4.2 บรกิ ารในอินเทอรเ์ น็ต (World Wild Web : WWW) จะใหบ้ รกิ ารขอ้ มลู ในรูปแบบต่าง ๆ ท้ังตวั อักษร รูปภาพ เสยี ง หรอื ภาพยนตร์ ขอ้ มลู เหลา่ น้ี เรยี กว่า “เวบ็ เพจ็ ” (Web Page) มีการเชือ่ มโยงถึง กนั ท่ัวโลกคลา้ ยใยแมงมุม 1.5 ลูกโลกจาลอง ลูกโลกจ้าลองเป็นส่ิงท่ีมนุษย์สร้างขึ้นเพ่ือจ้าลองลักษณะของโลก แสดงท่ีตั้งอาณาเขต พรมแดนของประเทศต่างๆและลูกโลกจ้าลองยังสามารถใช้เปน็ สือ่ ในการเรยี นการสอนเกี่ยวกบั โลกได้เปน็ อย่าง ดี

ใบความรูท้ ่ี 2 องคป์ ระกอบของแผนที่ องค์ประกอบของแผนที่ มอี งคป์ ระกอบท่ีสา้ คญั ดงั น้ี 1. ช่ือแผนที่เป็นส่ิงที่มีความจ้าเป็นส้าหรับให้ผู้ใช้ได้ทราบว่าเป็นแผนท่ีเรื่องอะไร แสดงรายละเอียดอะไรบา้ ง เพ่ือให้ผู้ใช้ได้อย่างถูกต้อง และตรงความต้องการ โดยปกติชื่อแผนที่จะมีค้าอธิบายเพิ่มเติมแสดงไว้ด้วย เช่น แผนที่ ประเทศไทยแสดงเนอ้ื ที่ปา่ ไม้ แผนทปี่ ระเทศไทยแสดงการแบ่งภาคและเขตจงั หวัดเปน็ ต้น 2. ขอบระวาง แผนที่ทุกชนิดจะมีขอบระวาง ซึ่งเป็นขอบเขตของพ้ืนท่ีในภูมปิ ระเทศท่ีแสดงบนแผนที่แผน่ น้นั มักจะแสดงด้วยเส้นขนานเพอื่ แสดงต้าแหนง่ ละติจดู กับเส้นเมรเิ ดียนเพอื่ แสดงตา้ แหนง่ ลองจิจูด และจะแสดงตวั เลขเพ่ือ บอกคา่ พกิ ดั ภมู ิศาสตรข์ องตา้ แหนง่ ต่าง ๆ 3. ทิศทาง มีความส้าคัญต่อการค้นหาต้าแหนง่ ท่ีตั้งของส่ิงต่าง ๆ โดยในสมัยโบราณใช้วธิ ีดูทิศทางตามการขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์ในเวลากลางวัน และการดทู ิศทางของดาวเหนอื ในเวลากลางคืน ต่อมามีการประดษิ ฐ์เข็มทิศ ซึ่ง เป็นเคร่ืองมือช่วยในการหาทิศขึ้น เน่ืองจากเข็มของเข็มทิศจะช้ีไปทางทิศเหนือตลอดเวลา การใช้ทิศทางในแผนท่ี ประกอบกบั เขม็ ทิศหรอื การสงั เกตดวงอาทติ ย์ และดาวเหนอื จงึ ช่วยใหเ้ ราสามารถเดินทางไปยังสถานท่ีที่เราต้องการได้ ในแผนท่ีจะตอ้ งมีภาพเข็มทศิ หรือลูกศรช้ไี ปทางทิศเหนอื เสมอ ถ้าหากแผนท่ใี ดไม่ได้ก้าหนดภาพเขม็ ทิศหรือลูกศรไว้ก็ให้ เข้าใจวา่ ดา้ นบนของแผนท่คี อื ทิศเหนอื 4. สัญลักษณ์ เป็นเครื่องหมายท่ีใช้แทนส่ิงต่าง ๆ ในภูมิประเทศจริง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถอ่านและแปล ความหมายจากแผนที่ได้อย่างถกู ตอ้ ง ทงั้ น้ใี นแผนทจี่ ะตอ้ งมีค้าอธบิ ายสัญลักษณ์ประกอบไว้ดว้ ยเสมอ 5. มาตราส่วน เป็นอัตราส่วนระหวา่ งระยะทางทีย่ ่อส่วนมาลงในแผนทกี่ ับระยะทางจรงิ ใน ภมู ปิ ระเทศ มาตรา ส่วนช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าแผนท่ีนั้น ๆ ย่อส่วนมาจากสภาพในภูมิประเทศจริง ในอัตราส่วนเท่าใด มาตราส่วนแผนที่ โดยมากจะมี 3 ลักษณะ ได้แก่ มาตราส่วนแบบเศษส่วน มาตราสว่ นคา้ พูดและมาตราสว่ นแบบกราฟกิ มาตราส่วนของ แผนท่ี คอื อัตราส่วนระหว่างระยะบนแผนทก่ี ับระยะในภูมิประเทศ หรือ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างระยะทางราบบนแผนท่ี กับระยะทางราบในภูมิประเทศ การเขียนมาตราสว่ นเขียนไดห้ ลายวิธี เชน่ 50,000 หรือ 1/50,000 หรือ 1 : 50,000











การค้านวณระยะทางบนแผนที่ 6. เส้นโค้งแผนที่เป็นระบบของเส้นขนานและเส้นเมริเดียน ท่ีสร้างขึ้นเพ่ือก้าหนดต้าแหน่งพิกัดภูมิศาสตร์ให้ เปน็ มาตรฐานไวใ้ ชอ้ ้างอิงรว่ มกนั ซง่ึ ประกอบด้วย เส้นขนาน เป็นเส้นสมมติท่ีลากจากทิศตะวันออก สร้างข้ึนจากการวัดมุมเร่ิมจากเส้นศูนย์สูตร ซ่ึงมีค่ามุม 0 องศา ไปยงั ขั้วโลกทั้งสองดา้ นๆ ละไม่เกิน 90 องศา เสน้ ขนานท่สี ้าคญั ประกอบด้วย 1. เสน้ ศูนย์สตู รหรือเส้นอเิ ควเตอร์ มีคา่ มมุ 0 องศา 2. เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์ มีค่ามุม 23 องศา 30 ลปิ ดาเหนือ 3. เสน้ ทรอปิกออฟแคปรคิ อร์น มคี า่ มุม 23 องศา 30 ลปิ ดาใต้ 4. เส้นอารก์ ตกิ เซอร์เคลิ มีคา่ มมุ 66 องศา 30 ลปิ ดาเหนือ 5. เส้นอาร์กตกิ เซอรเ์ คิล มคี ่ามมุ 66 องศา 30 ลิปดาใต้ 6.2 เส้นเมริเดียน เป็นเส้นสมมติที่ลากจากขั้วโลกเหนือไปยังข้ัวโลกใต้ สร้างขึ้นจากการสมมติเส้นเมริเดียนปฐม มี คา่ มมุ 0 องศา ลากผ่านต้าบลกรีนิช กรงุ ลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักรไปทางทิศตะวนั ออกและทิศตะวันตกด้าน ละ 180 องศา โดยเส้นเมริเดียนท่ี 180 องศาตะวันออกและ 180 องศาตะวนั ตกจะทบั กันเป็นเส้นเดียวน้ใี หเ้ ปน็ เส้นวันท่ี หรือเส้นแบ่งเขตวนั ระหว่างชาติ หรือเส้นแบ่งเขตวันสากล เส้นเมริเดียนแรกหรือเส้นเมริเดียนปฐม (Prime Meridian) คือเส้นเมริเดียนที่ลากผ่านหอดูดาวแห่งหนึ่ง ต้าบลกรีนิช ใกล้กรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ ทั้งน้ีเพื่อใช้เป็นหลัก อ้างอิงในการนับเส้นเมริเดียนอื่น ๆ ต่อไป เส้นเมริเดียนรอบโลกมี 360 เส้น แบ่งเป็นเส้นองศา ตะวันออก 180 เส้น และเสน้ องศาตะวนั ตก 180 เสน้ ความส้าคัญของเสน้ เมรเิ ดียน คอื บอกพิกัดของต้าแหนง่ ท่ีตง้ั ต่าง ๆ บนพน้ื ผวิ โลกโดย

ใช้ร่วมกัน เส้นขนาน (เส้นละตจิ ดู ) และใช้เปน็ แนวแบ่งเขตเวลาของโลก แสดงเสน้ ศนู ยส์ ูตร เสน้ ขนาน เสน้ เมริเดียนและ เส้นเมริเดียนเริ่มแรก 7. พิกัดภมู ศิ าสตรเ์ ป็นระบบท่ีบอกต้าแหน่งของส่ิงต่าง ๆ บนพืน้ ผวิ โลก โดยอาศยั เสน้ โครงแผนทซ่ี ่งึ เส้นขนาน และเส้นขนานและเส้นเมรเิ ดียนตดั กันเปน็ จุดสิ่งต่าง ๆ บนพน้ื ผิวโลก โดยอา่ นค่าพกิ ดั ภมู ิศาสตรเ์ ปน็ ละติจูด (เส้นขนาน) และลองจจิ ูด (เสน้ เมริเดยี น) ดังนั้น ละติจูด เป็นพิกัดของจุดหนึ่งบนเส้นขนาน ส่วนลองจิจูดก็เป็นพิกัดของจุดหนึ่งบนเส้นเมริเดียน ซ่ึงทั้ง ละติจดู และลองจจิ ดู มคี ่าของมมุ เป็นองศา โดย 1 องศา มคี ่าเทา่ กบั 60 ลิปดาและ 1 ลปิ ดา มคี า่ เทา่ กับ 60 ฟิลิปดา พกิ ดั ภูมิศาสตร์เป็นระบบท่บี ง่ บอกต้าแหน่งทตี่ ง้ั อยู่จุดต้าแหนง่ ตา่ ง ๆ บนพืน้ ผิวโลก โดยอาศยั โครงขา่ ยของเส้น โครงแผนท่ีซึง่ ประกอบด้วยเสน้ เมรเิ ดยี นกบั เส้นขนานตัดกนั เป็น “จดุ ” ละติจูด (Latitude) เป็นค่าของระยะทางเชิงมุม โดยนับ 0 องศา จากเส้นศูนย์สูตรไป ทางเหนือหรือใต้จนถงึ 90 องศาท่ีขวั้ โลกทง้ั สอง ลองจจิ ดู (Longitude) เปน็ คา่ ของระยะทางเชิงมุม โดยนับ 0 องศา จากเส้นเมริเดยี นไป ทางทศิ ตะวันออกและ ทศิ ตะวันตกจนถึง 180 องศา ปจั จุบนั การบง่ บอกจุดต้าแหน่งบนพืน้ ผิวโลก สามารถทราบได้งา่ ยและถูกต้อง โดยใช้ จีพเี อส เครอ่ื งมอื กา้ หนด ต้าแหน่งบนพื้นผิวโลก (GPS : Global Positioning System) เคร่ืองมือชนิดน้ี มีขนาดเล็กพกพาได้สะดวก และให้ ข้อมูลต้าแหน่งบนพื้นผิวโลกได้ตรงกับความเป็นจริง ดังน้ันจึงมีผู้น้าเครื่องมือน้ีไปใช้ได้สะดวกสบายในกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การเดินเรือ การเดินทาง ท่องเที่ยวป่า การเดินทางด้วยรถยนต์ เคร่ืองบิน เป็นต้น เม่ือกดปุ่มสวิตซ์ เคร่ืองจะรับ สัญญาณจากดาวเทียมแล้วบอกคา่ พิกดั ภูมศิ าสตร์ให้ทราบเครอ่ื งหมายแผนท่ี

ใบงานที่ 1 เร่ือง เครื่องมอื ทางภูมศิ าสตร์ คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบค้าถามตอ่ ไปนี้ 1. แผนท่ีโดยท่ัวไปแบ่งออกเป็นก่ชี นดิ อะไรบา้ ง 2. องคป์ ระกอบทสี่ ้าคัญของแผนที่ ไดแ้ ก่อะไรบ้าง 3. ลกู โลกจ้าลองแสดงขอ้ มลู ของโลกอย่างไรบา้ ง 4. รปู ถา่ ยทางอากาศแบ่งออกเป็นกป่ี ระเภท อะไรบ้าง

5. รูปถ่ายทางอากาศมปี ระโยชน์อยา่ งไรบา้ ง 6. ดาวเทยี มแบ่งออกเปน็ กีช่ นิด อะไรบ้าง 7. ดาวเทียมมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง 8. แผนท่ีเฉพาะเร่ืองที่สา้ คญั ได้แก่อะไรบา้ ง จงยกตวั อยา่ ง

ใบงานท่ี 2 เร่อื งองค์ ประกอบของแผนท่ี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook