รายงาน วิชา คอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชพี (รหสั วชิ า 20001-2001) เรือ่ ง ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกับอินเทอรเ์ น็ต จัดทาโดย นายธัญพิสิษฐ์ ทบั สกลุ รหัสประจาตัวนักเรียน 65201110007 ระดับชั้น ปวช.2/1 สาขาวิชาช่างไฟฟา้ กาลัง เสนอ อาจาร์ นิจยา อนิ ทร์ประสทิ ธ์ิ รายงานนี้เป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพอ่ื งานอาชพี (รหัส 20001-2001) หลกั สูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2566 วิทยาลยั เทคนคิ ทา่ หลวง จังหวดั ลพบุรี
คำนำ รำยงำนเลม่ นเี้ ป็นสว่ นหน่ึงของวิชำ (20001-2001) กำร วัดประเมนิ กำรเรยี นรู้และคณุ ภำพของผูเ้ รยี นโดยมจี ดุ มุง่ หมำยหลักวิชำ คอื เขำ้ ใจหลักกำรและกระบวนกำรใชค้ อมพิวเตอร์และเทคโนโลยี สำรสนเทศเพื่องำนอำชพี กำรใชร้ ะบบปฏิบัตรกำร โปรแกรมสำเร็จรูปและ อนิ เทอร์เนต็ เพือ่ งำนอำชีพ สำมำรถใชร้ ะบบปฏิบตั รกำรคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูปและเทคโนโลยีสำรสนเทศตำมลักษณะงำนอำชพี มี คณุ ะรรม จรยิ ธรรมและควำมรับผิดชอบในกำรใช้คอมพิวเตอร์และระบบ สำรสนเทศในงำนอำชีพ ผจู้ ัดทำขอขอบคุณ อ.นจิ ยำ อินประสิทธ์ิ อำจำรย์ประจำวชิ ำ คอมพิวเตอรแ์ ละสำรสนเทศเพอ่ื งำนอำชพี ผู้ใหค้ วำมรู้และแนวทำง กำรศึกษำ ผจู้ ัดทำหวังเป็นอยำ่ งยิง่ วำ่ รำยงำนเลม่ น้จี ะเปน็ ประโยชน์แกผ่ ู้ ศึกษำและเป็นกำรตอ่ ยอดให้ผทู้ ่สี นใจสำมำรถนำไปศกึ ษำตอ่ ได้ในอนำคต ผจู้ ดั ทำ นำยธัญพิสษิ ฐ์ ทับสกุล
สารบญั หนา้ เรื่อง 1 ควำมรูเ้ บ้ืองตน้ เก่ียวกับอินเทอร์เนต็ 2 ควำมเป็นมำของอินเทอร์เน็ต 6 อุปกรณ์เครอื ขำ่ ยและเทคโนโลยบี นอินเทอรเ์ นต็ 7 บรรณนำนกุ รม
ความรู้เบ้ืองตน้ เกยี่ วกบั อินเทอรเ์ น็ต คอมพิวเตอร์ (computer technology) และ เทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับการสื่อสารและการ โทรคมนาคม (communication technology) คอมพิวเตอร์ (computer) เป็นเคร่ืองคานวณ อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถประมวลผลข้อมูลในรูปแบบ ของไฟล์ดิจิตอล สามารถประยุกต์ใช้งานเพ่ือให้ เกิดประโยชน์ได้หลากหลาย ตามพจนานุกรมฉบับ บัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้นิยามไว้ว่า “คอมพิวเตอร์คือ เคร่ืองคานวณอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทาหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สาหรับ แก้ปัญหาต่าง ๆ ท้ังที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์” องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์จะ ประกอบไปด้วย ฮาร์ดแวร์ (hardware) หมายถึง ส่วนที่สามารถ จับต้องได้และเห็นเป็นรูปธรรม เช่น คีย์บอร์ด เมาส์หน้าจอ ลาโพง เป็นต้น ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึง คาสั่งหรือโปรแกรม คอมพิวเตอร์ซ่ึงรวมไปถึงระบบปฏิบัติการ (operating system : OS) และ โปรแกรมประยุกต์ (application software) นอกจากนั้นองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ยงั รวมไปถึงบุคคล หรือบคุ ลากร ท่ีเก่ียวข้องกับคอมพิวเตอร์และ ข้อมูลสารสนเทศ (data information) ที่ป้อนให้กับอุปกรณ์ คอมพวิ เตอรเ์ พอื่ ใช้สาหรบั การประมวลผล การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์มากกว่าหน่ึงเคร่ืองขึ้นไป เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสารหรือ แลกเปล่ียน ข้อมูลระหว่างกันได้เรียกว่า เครือข่าย (network) ซึ่งวัตถุประสงค์ในการเชื่อมต่อมี หลากหลายหลาย เชน่ เพอื่ การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู รวมไปถึงการแบง่ ปัน หรือ ใชท้ รัพยากรรว่ มกนั เปน็ ต้น ทาให้เกิดประโยชน์ สูงสุดในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่น การแบ่งปันข้อมูลพนักงานใน บรษิ ทั ข้อมูลการลงทะเบียน ของนักศกึ ษา แบ่งปันพื้นทีใ่ นฮารด์ ดสิ กห์ รือ การแชร์ปรินท์เตอร์เป็นต้น เครือข่ายสามารถเชื่อมต่อและ กาหนดค่าการเช่ือมต่อได้ผ่านอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือก มากมาย เช่น โมเดม็ (modem) อปุ กรณ์จัดเสน้ ทาง (router) ฮบั (hub) หรอื สวิตซ์ (switches) เป็น ตน้ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์มากกว่าหน่ึงเครื่องขึ้นไป เพื่อให้สามารถติดต่อส่ือสารหรือ แลกเปลี่ยน ข้อมูลระหว่างกันได้เรียกว่า เครือข่าย (network) ซึ่งวัตถุประสงค์ในการเช่ือมต่อมี หลากหลายหลาย เชน่ เพ่ือการแลกเปลย่ี นขอ้ มลู รวมไปถึงการแบ่งปัน หรือ ใชท้ รพั ยากรรว่ มกนั เป็น ต้น ทาให้เกิดประโยชน์ สูงสุดในการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่น การแบ่งปันข้อมูลพนักงานใน บรษิ ัท ขอ้ มูลการลงทะเบียน ของนกั ศกึ ษา แบง่ ปนั พ้นื ทีใ่ นฮาร์ดดิสกห์ รือ การแชร์ปรนิ ทเ์ ตอร์เป็นต้น เครือข่ายสามารถเช่ือมต่อและ กาหนดค่าการเชื่อมต่อได้ผ่านอุปกรณ์เครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือก
มากมาย เชน่ โมเดม็ (modem) อุปกรณ์จดั เส้นทาง (router) ฮบั (hub) หรอื สวิตซ์ (switches) เป็น ตน้ ความหมายของอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ต (internet) หมายถึง เครือข่ายในระดับสากล เป็น ช่องทางสาหรับการเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์ท่ัวโลก การเชื่อมต่อเครือข่ายหลาย ๆ เครือข่ายเกิดเป็น โครงข่ายขนาดใหญ่ท่ีเรียกว่า เครือข่ายใยแมงมุม (world wide web : www) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “เว็บ” ประโยชน์ในการเช่ือมต่อใช้ งานอนิ เทอร์เนต็ มีมากมายหลากหลาย ข้นึ อยู่กบั วตั ถปุ ระสงค์ของ ผู้เช่ือมต่อใช้งาน (user) เช่น แสวงหา ความรู้ดูรายละเอียดสินค้า เช็คอีเมล ทาธุรกรรมบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ชาระค่าบริการ หรือ เพื่อความ บันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ดูหนงั ฟังเพลง เล่นเกมส์ ดาวนโ์ หลดไฟลเ์ อกสารมัลตมิ ีเดยี เปน็ ตน้ ในยคุ ท่ีอินเทอร์เนต็ กำลงั เติบโตอยำ่ งรวดเร็ว เป็ นที่นิยม และ มีผเู้ ช่ือมตอ่ ใชง้ ำนจำนวนมำก อินเทอร์เน็ต จึงก่อใหเ้ กิดโอกำส และ บริกำรใหม่ๆ มำกมำย เช่น กำรทำธุรกรรมผำ่ นอินเทอร์เน็ต พบปะ สนทนำ แลกเปล่ียน ขอ้ มูล เป็ นตน้ นอกจำกน้ีอินเทอร์เน็ตยงั เป็ นสื่อท่ีนำเสนอควำมบนั เทิงท่ีรองรับ สื่อมลั ติมีเดีย (multimedia) ใร รูปแบบตำ่ ง ๆ จำนวนมหำศำล ทำใหผ้ ใู้ ชง้ ำนเขำ้ ถึงส่ือเหลำ่ น้นั ไดง้ ่ำย สะดวก รวดเร็ว และ สำมำรถเขำ้ ถึงไดท้ ุกท่ี ทุกเวลำ อินเทอร์เน็ตยงั เป็ นพ้ืนท่ีเพื่อใหผ้ ใู้ ชง้ ำนสำมำรถ ประชำสัมพนั ธ์นำเสนอสินคำ้ และ บริกำรในรูปแบบที่ น่ำสนใจ เขำ้ ถึงกลุ่มลูกคำ้ ไดอ้ ย่ำงทว่ั ถึง แม่นยำ มีกำรกล่ำวว่ำ “ธุรกิจใดไม่สนใจโลกอินเทอร์เน็ต ธุรกิจน้นั กำลงั ปฎิเสธอนำคตของตวั เอง” ความเป็นมาของอินเทอรเ์ นต็ หากจะกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้ว คงเร่ิมต้นจาก แนวความคิดเร่ือง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ท่ีต้องการให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ต่างระบบปฏิบัติการ สามารถทาการเช่ือมต่อ ติดต่อสื่อสาร หรือ แลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างกันได้จากอดีตจนถึงปัจจุบันมี การพัฒนาทั้งเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีการสื่อสารและการโทรคมนาคม แนวคิดแรก เกิดขึน้ ในช่วงปคี .ศ.1950 และ เร่มิ ปฏิบัติจรงิ ในชว่ ง ค.ศ.1960 ในยุคสงคราม นิวเคลียรห์ รือ สงคราม เย็น ที่เกิดข้ึนระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต รวมไปถึงการแข่งขัน ทางด้านเทคโนโลยี อวกาศ ทาใหเ้ กดิ การต่ืนตวั ทจี่ ะพฒั นาทางดา้ นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรฐั บาล สหรัฐอเมริกา โดย กระทรวงกลาโหมได้ก่อตั้งหน่วยงานวิจัยชั้นสูงชื่อว่า “อาร์พาเน็ต” (Advance Research Projects ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทางAgency Network : ARPANET) มีการสนับสนุนทุนสาหรับ โครงการวิจัย และ ริเร่ิม โครงการเกี่ยวกับการทหาร ด้วยความเช่ือมั่นว่า การกระจายเครือข่ายโดย
ไม่มีศูนย์กลาง สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการสู้รบ และ หากถูกโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์ เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ยังสามารถเช่ือมตอ่ กนั และ รับสง่ ขอ้ มลู ระหวา่ งกนั ได้โดยไมถ่ กู ตดั ขาด การเช่ือมโยงเครือข่ายของอาร์พาเน็ตครั้งแรก เป็นการเช่ือมโยงกันระหว่างมหาวิทยาลัย แคลิฟอรเ์ นียกบั สถาบนั วิจัยสแตนฟอร์ด ในช่วงปีค.ศ.1969 และ ได้เติบโตข้นึ อย่างรวดเร็ว ปจั จุบนั ได้ มี การพัฒนาอย่างต่อเน่ืองจนกลายเป็นจุดเด่นของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้รูปแบบ โครงสร้างการ ติดต่อสื่อสารแบบ “ทีซีพี/ไอพี” (Transmission Control Protocol/Internet Protocol : TCP/IP) ซึ่ง เป็นมาตรฐาน ข้อตกลง กฎ หรือ ระเบียบ ที่ทาให้คอมพิวเตอร์สามารถ เช่ือมต่อ แลกเปล่ียนข้อมูลระหว่าง กันได้นอกจากนี้ทีซีพี/ไอพียังเป็นมาตรฐานท่ีว่าด้วยการกาหนด วิธกี ารติดต่อสอื่ สารระหวา่ งคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์มากข้ึน ทาให้มีการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ออกไปทว่ั โลก กอ่ ใหเ้ กดิ รปู แบบการให้บรกิ ารต่าง ๆ มากมาย ปัจจุบนั มผี ใู้ ช้งาน (user) คอมพิวเตอร์ ผูร้ อ้ งขอบริการ (client) และ ผู้ใหบ้ รกิ าร (server) ทาาการเช่อื มต่อระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ หลาย พันล้านเครื่อง ดังภาพ ที่ 1.5 ท่ีแสดงถึงสถิติการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตของประชากรท่ัวโลกในช่วงปี ค.ศ.1993 - 2013 ในช่วงปีค.ศ.1995 มีผู้เชื่อมต่อใช้งานเครือข่ายอินเทอร์เน็ตน้อยกว่า 1% ของ ประชากรท่ัวโลก ปีค.ศ.1999 ถึง ค.ศ.2013 มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่ือง จนในปีค.ศ. 2005 มีผู้ใช้งาน อินเทอร์เน็ตท่ัวโลกมากถึงหน่ึงพันล้านคน และ เพ่ิมข้ึนเป็นสองพันล้านคนในปีค.ศ. 2010 ในปจั จุบัน ประชากรทั่วโลกประมาณ 40% สามารถเชือ่ มตอ่ กบั เครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทย ประเทศไทยเริ่มเชื่อมโยงระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตั้งแต่กลางปีพ.ศ. 2530 โดย มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ได้ทาการส่งอิเล็กทรอนิกส์เมล์กับประเทศออสเตรเลีย ทาให้มีระบบ อิเลก็ ทรอนิกสเ์ มล์ท่ที า การเชอื่ มต่อกับเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตเป็นคร้ังแรกในประเทศไทย (สารานกุ รม ไทยสาหรับเยาวชน, 2554) ในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2535 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เช่าสาย วงจรเช่ือมตอ่ กับเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติได้ดาเนินโครงการเช่ือมโยงเครือข่าย คอมพิวเตอร์ระหว่าง มหาวทิ ยาลัยภายในประเทศ และได้พัฒนาก้าวหน้าข้ึนเป็นลาดับจนทาให้มีกลุ่ม สถาบันการศึกษาสามารถ เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นกลุ่มแรก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตรแ์ ละ ศนู ยเ์ ทคโนโลยี อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละคอมพิวเตอร์แหงชาต ในปีพ.ศ.2535 เครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัยเชื่อมโยงกันโดยมีศูนย์กลาง คือ ศูนย์ เทคโนโลยี อเิ ล็กทรอนิกส์และคอมพวิ เตอร์แห่งชาติและ โดยใชช้ ่ือเครือข่ายน้วี ่า “เครอื ข่ายไทยสาร” (THAI Social / Scientific, Academic and Research Network : THAISARN) ทาหน้าที่ในการ เช่ือมโยงภายในเครือข่าย คอมพิวเตอร์ภายในประเทศ ทาให้ทุกเครือข่ายย่อยสามารถเชื่อมโยงเป็น อินเทอร์เน็ตในระดับสากลได้ สัญญาณอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท ใหญ่ ๆ ได้แก่ สัญญาณ อินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ หรือ ผู้ให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider : ISP) สาหรับบริษัทท่ีเปิดให้บริการเช่าสายสัญญาณเพ่ือให้ผู้ใช้งานเช่ือมต่อ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป เช่น True TOT 3BB เป็นต้น และ สัญญาณอินเทอร์เน็ตเพ่ือ การศึกษาและการวิจัย เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์ในด้านการ จดั การศกึ ษาและการวจิ ัยของประเทศ ระบบเป็น เครือข่ายแบบกระจายและทาการเชื่อมต่อโครงข่ายท่ัว ประเทศโดยใช้ใยแก้วนฎแสง (fiber optic) ซึ่งหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการศึกษาสามารถขอใช้บริการได้ฟรี ทั่วประเทศ โดยหน่วยงานที่ ผู้รับผิดชอบ คือ สานักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการศึกษา หรือ UniNet (http://www.uni.net.th/) องคป์ ระกอบและการทางานของอนิ เทอร์เน็ต รูปแบบการทางานของอินเทอร์เนต็ ประกอบไปดว้ ย 3 สว่ นหลกั ๆ ดงั นี้ 1. ผู้รอ้ งขอบริการ (Client) คือ เครอ่ื งคอมพวิ เตอรข์ องผู้ใชง้ าน หรอื เคร่อื งผรู้ อ้ งขอบรกิ ารทีม่ ี อยูบ่ น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่จาเป็นต้องเป็นคอมพิวเตอร์เสมอไป อาจจะอยู่ในรูปแบบของแท็บเล็บ (tablet) สมาร์ทโฟน (smartphone) หรือ โน้ตบุ๊ก (notebook) ท่ีทาการเช่ือมต่อระบบเครือข่าย และ ร้องขอข้อมูล หรือ บริการต่าง ๆ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผ่านมาตรฐาน ข้อตกลง ข้อกาหนด หรือ กฎระเบียบที่ใช้ในการส่ือสารระหว่างเคร่ืองผู้ร้องขอบริการกับเครื่องผู้ให้บริการ เช่น เว็บไซต์ (website) อีเมล (email) การถา่ ยโอนไฟล์ (file transfer) ฐานขอ้ มลู (database) โปรแกรมประยกุ ต์ (application) มัลตมิ เี ดีย (multimedia) หรอื ไฟลเ์ อกสาร (document) เปน็ ต้น 2. ผู้ให้บริการ (Server) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายท่ีเปิดให้บริการต่าง ๆ บนเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับการร้องขอจากผู้ร้องขอบริการ รูปแบบการให้บริการมีอยู่หลากหลาย เช่น
web server, mail server, file server, database server, multimedia server หรอื application server เป็นต้น 3. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) เป็นรูปแบบเครือข่ายท่ีเชื่อมโยงระหว่างผู้ร้อง ขอ บริการและผู้ให้บริการ รูปแบบของเครือข่าย หรือ การเชื่อมต่อมีอยู่หลากหลาย มีทั้งที่เป็นการ เชื่อมต่อ เครือข่ายแบบใช้สายและการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย เช่น สัญญาณไวไฟ เครือข่าย โทรศัพท์เคล่อื นท่ี หรือ การเชือ่ มตอ่ เครือขา่ ยภายในโดยใชส้ ายแลน เป็นตน้ การทางานของอินเทอร์เน็ตเริ่มต้นจากผู้ใช้งานทาการเชื่อมต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์กับ เครือข่าย อินเทอร์เน็ต เครื่องท่ีร้องขอบริการอาจจะอยู่ในรูปแบบบของโน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต ผู้ใช้งาน สามารถร้องขอบริการต่าง ๆ จากผู้ให้บริการท่ีมีอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่าน โปรแกรมประยุกต์เช่น โปรแกรมประยุกต์ที่อยู่ในกลุ่มของเว็บเบราว์เซอร์ (web browser) เช่น Internet Explorer, Mozilla Firefox, Google Chrome เป็นต้น ใช้สาหรับเข้าถึงบริการในรูปแบบ ของเวบ็ ไซตผ์ ใู้ ช้งานจะต้องร้องขอ (request) ขอ้ มลู หรอื บริการไปยังเคร่อื งผใู้ ห้บริการผา่ นเครือข่าย อินเทอร์เน็ตโดยใช้ที่อยู่ (address) ของ เคร่ืองผู้ให้บริการในการอ้างอิงตาแหน่ง เช่น การระบุ หมายเลขประจาเคร่ือง (IP address) หรอื ชอื่ ของ เวบ็ ไซต์ (domain name) เป็นตน้ เมือ่ มกี ารร้องขอบริการผู้ให้บรกิ ารจะทาการค้นหาไฟล์เอกสารทีผ่ ู้ร้องขอบริการต้องการ หาก ค้นหา ว่ามไี ฟลเ์ อกสารนัน้ อยู่ ผใู้ ห้บริการจะตอบสนองบริการโดยการส่งเอกสารท่ีผใู้ ช้งานต้องการนั้น กลับไปยงั ผู้รอ้ งขอบริการ (respond) ผ่านเครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต หลงั จากทผ่ี ูร้ อ้ งขอบริการได้รับไฟล์ เอกสารที่เครื่อง ผู้ให้บริการส่งกลับมา เว็บเบราว์เซอร์จะทาการแปลรหัส หรือ โค๊ดคาส่ัง ให้อยู่ใน รูปแบบที่สามารถส่ือสาร ผู้ใช้งานได้เช่น หน้าเว็บเพจ รูปภาพ ข้อความ เพลง วีดีโอหรือหนัง เป็นตน้ ความเร็วในการับส่งข้อมูลจากเครื่องผู้ร้องขอบริการกับเคร่ืองผู้ให้บริการ ข้ึนอยู่กับความเร็วในการ เช่ือมต่ออินเทอร์เน็ต และ ขนาดของไฟล์เอกสารที่เครื่องผู้ให้บริการส่งกลับมา หน่วยท่ีใช้ในการวัด ความเร็วในการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คือ “บิตต่อวินาที” (bits per second : bps) เช่น อินเทอร์เน็ต 10Mbps หมายถึง ใน 1 วินาทีสามารถรับส่งข้อมูลได้จานวน 10,000,000 บิต ซึ่ง ตัวเลข หรือ ตัวอักษรหนึ่งตัวจะเท่ากับ 1 ไบต์ (byte : B) โดยประกอบไปด้วยจานวนบิตท้ังหมด 8 บิต เปน็ ต้น อุปกรณ์เครือขา่ ยและเทคโนโลยีบนอินเทอร์เน็ต
อปุ กรณท์ ใี่ ช้สาหรับเชื่อมต่อเครือขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตมีให้เลือกหลากหลาย ข้นึ อยกู่ บั ขนาดของ เครอื ข่าย ความเร็วทต่ี อ้ งการ และ รูปแบบการบริการภายในเครือขา่ ย เชน่ ตอ้ งการเครอื ขา่ ยที่รองรับ จานวนลกู ขา่ ยภายในเครอื ข่ายมากน้อยเพียงใด ความเร็วเท่าใด ตอ้ งการระบบภายในอะไรบ้างเพ่ือให้ รองรับการทางานของบุคลากรในองค์กร หรือ หน่วยงานน้ัน ๆ ในหัวข้อนี้ขอยกตัวอย่างอุปกรณ์ เครือข่ายที่ จาเป็นภายในบ้าน หรือ สานักงานขนาดเล็ก ให้นักศึกษาได้ศึกษาการทางานของอุปกรณ์ เครอื ข่ายดงั นี้
สืบค้นจากเว็บ http://www.academy.rbru.ac.th/uploadfiles/books/1-2016-11-24-11-51- 58.pdf สืบคน้ เม่อื วันท่ี 19 มถิ นุ ายน 2566
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: