Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore จดหมายเหตุงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จังหวัดระนอง

จดหมายเหตุงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จังหวัดระนอง

Published by Suraphan Nakaew, 2022-08-26 14:14:48

Description: พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จังหวัดระนอง

Search

Read the Text Version

จดหมายเหตงุ านพระบรมศพ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร จงั หวัดระนอง สานกั งานวฒั นธรรมจงั หวัดระนอง

คำนำ นับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรนี ฤบดินทร สยามนิ ทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นพระมหากษัตริยาธิราช รัชกาลที่ ๙ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตราบจนเสด็จ สวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีท่ี ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ทรงเป็นหลักชัยของคนไทยทั้งชาติ ยาวนาน ถึง ๗๐ ปี ๔ เดือน ๗ วัน ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ทรงดารงอยู่ในทศพิธราชธรรม ทรงอุทิศพระองค์บาเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ยังความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชนทั่วท้ังแผ่นดิน และปกแผ่พระบารมีไปยังชาวต่างประเทศท่ีเข้ามาพ่ึงพระบรมโพธิสมภารในราชอาณาจักรไทย ทรงเป็น ม่งิ ขวญั และศูนย์รวมแห่งความสามคั คี พระราชทานความเจรญิ รุง่ เรืองก้าวหนา้ และความม่ันคงเป็นปึกแผ่น ของประเทศด้วยพระวิริยะและพระอัจฉริยภาพ พระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นหาท่ีสุดมิได้ ประชาราษฎร์ ทุกหมเู่ หลา่ เคารพเทิดทูนไวเ้ หนือเศียรเกล้า เม่ือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ปวงประชาต่างวิปโยคสุดอาลัย เกินพรรณนา ประหนง่ึ ถูกสายฟา้ ฟาด หวั ใจคนไทยทุกดวงแตกสลาย เมอื่ ขา่ วเสดจ็ สวรรคตของพระองค์ท่าน แพร่กระจายไปอยา่ งกวา้ งขวาง เสียงรา่ ไห้ระงมไปท่วั ปฐพี และความเศรา้ อาดรู น้ีจะยงั คงตราตรึงอยู่ในหัวใจ ประชาชนชาวไทยตลอดไป จังหวัดระนอง น้อมสานึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม จึงได้มีแนวคิดสาคัญ ในการบนั ทกึ เหตุการณ์เฉพาะเร่ืองเกี่ยวกับงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในพื้นท่ีของจังหวัด เพอ่ื ประมวลเหตุการณ์ บนั ทึกเรอื่ งราวสาคัญทางประวัติศาสตรท์ ่ปี ระชาชนคนไทยและชาวระนองมสี ่วนร่วม ในการบันทึกจดหมายเหตุคร้ังน้ี ซ่ึงเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลท่ีเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการแสดงออกถงึ ความจงรักภกั ดีต่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ท่มี คี วามผูกพันกับประชาชนมาช้านานนับแต่ อดีตและยงั คงแนน่ แฟน้ เป็นทีป่ ระจกั ษ์ในปจั จบุ ันและยังเป็นท่ีกลา่ วขานไปยงั นานาอารยประเทศอกี ดว้ ย

ก ส า ร บั ญ บทท่ี ๑ พระราชประวตั แิ ละพระมหากรณุ าธิคณุ ทพ่ี ระราชทานใหจ้ งั หวดั ระนอง 1-1 - พระราชประวตั ิ 1-2 - พระราชกรณยี กจิ 1-13 - พระมหากรณุ าธิคณุ ท่พี ระราชทานให้จังหวดั ระนอง 1-30 บทท่ี ๒ การสวรรคตและกิจกรรมแสดงความอาลัยของจังหวัด 2-1 - การเสดจ็ สวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช 2-2 บรมนาถบพิตร - การเคลื่อนพระบรมศพสู่พระบรมมหาราชวงั 2-32 - กิจกรรมแสดงความอาลัยของจงั หวัดระนอง 2-34 - การตั้งโต๊ะหมบู่ ูชา 2-38 - การจดั สถานท่ลี งนามถวายความอาลัย 2-43 - สมุดลงนามถวายอาลยั 2-46 - การประดับตกแตง่ ผา้ ดาขาว 2-47 - การลดธงคร่ึงเสา 2-53 - การแตง่ กายไวท้ ุกข์ 2-54 - การรวมพลังร้องเพลงสรรเสรญิ พระบารมี 2-58 - การจดั นิทรรศการแสดงความไว้อาลัย 2-60 - การแสดงออกถงึ สานึกในพระมหากรณุ าธิคณุ พระราชกรณียกิจ 2-62 และแสดงความไว้อาลัยโดยปา้ ยข้อความ - การแปรอกั ษรแสดงความไว้อาลัย 2-67 - กิจกรรม “ชาวระนองรวมใจภักด์ิ รู้ รัก สามัคคี” 2-74 - กจิ กรรม “รวมพลังแห่งความภักด”ี 2-82 - กจิ กรรมจุดเทยี นแสดงความไว้อาลัย 2-88 - กิจกรรมปนั่ จักรยานแสดงความไว้อาลยั 2-91 - กิจกรรมการเดนิ ทางถวายสกั การะพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวงั 2-94 - กิจกรรมประกวดร้องเพลงพระราชนพิ นธ์ 2-103 - กจิ กรรมแสดงความไว้อาลัยขององค์กรด้านศาสนาในจงั หวัดระนอง 2-106 - ศาสนาพทุ ธ : โครงการอุปสมบทเพ่ือถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร - ศาสนาครสิ ต์ : พิธีน้อมราลึกในพระมหากรณุ าธิคุณและแสดงความอาลยั 2-112 แดพ่ ระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร - ศาสนาอิสลาม : พธิ ีสวดดอู านอ้ มราลกึ ในพระมหากรณุ าธิคณุ 2-114 และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร

ข ส า ร บั ญ (ต่อ) บทท่ี ๓ พิธีบาเพญ็ กศุ ลนอ้ มเกล้าถวายเปน็ พระราชกุศล 3-1 พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร 3-2 - พิธถี วายนา้ สรงพระบรมศพ 3-7 - พิธบี าเพ็ญกศุ ลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ 3-12 3-22 - พิธีบาเพญ็ กศุ ลสตั ตมวาร (ครบ ๗ วัน) 3-32 - พธิ บี าเพญ็ กศุ ลปัณรสมวาร (ครบ ๑๕ วัน) 3-42 3-52 - พิธบี าเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ ๕๐ วัน) - พิธบี าเพ็ญกศุ ลสตมวาร (ครบ ๑๐๐ วัน) 3-58 - การจดั พิธบี าเพญ็ กุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช 3-63 บรมนาถบพติ ร และเจรญิ พระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ 3-67 - การจดั พธิ ีบาเพญ็ พระราชกศุ ลอทุ ิศถวายพระบาทสมเดจ็ 3-73 พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดลพระอัฐมรามาธบิ ดนิ ทร พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเจริญพระพทุ ธมนตถ์ วายพระพรชัยมงคลสมเดจ็ พระนางเจ้าสิรกิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ - การจัดพิธเี จรญิ พระพุทธมนต์ถวายพระราชกศุ ลพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร และถวายพระพรชยั มงคล สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ ิกติ พ์ิ ระบรมราชินีนาถ ในรชั กาลที่ ๙ - การจัดพธิ ีมหามงคลเจริญพระพทุ ธมนต์ถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร และถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินนี าถ ในรชั กาลที่ ๙ - การจัดพธิ ีบาเพ็ญกุศล เพื่อถวายเปน็ พระราชกุศลเนอ่ื งในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร บทที่ ๔ การจัดเตรยี มงาน 4-1 - การดาเนินการเพ่ือเตรียมความพร้อมงานพระราชพธิ ีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 4-2 พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร - การแต่งตั้งคณะกรรมการ | คณะทางาน 4-5 - การจดั เตรียมและรวบรวมดอกไมจ้ ันทน์ 4-22 - การปลกู และประดับดอกดาวเรอื ง 4-25 - การจดั สถานท่งี านพระราชพิธีถวายพระเพลงิ พระบรมศพพระบาทสมเด็จ 4-30 พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร - การประชาสมั พนั ธ์ 4-60 - การจดั นิทรรศการ 4-63 - การจัดทาจดหมายเหตเุ ฉพาะเร่ือง : งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทร 4-69 มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร

ส า ร บั ญ (ตอ่ ) ค - การรับไฟหลวงพระราชทาน 4-71 - การดาเนินงานในวนั พระราชพธิ ถี วายพระเพลงิ พระบรมศพ 4-73 4-116 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร - การจดั พิธอี ัญเชญิ พระนพปฎลสุวรรณฉัตรและพระบรมฉายาลักษณ์ 5-1 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร ลงจากพระเมรุมาศจาลองประจาจังหวัดระนอง บทท่ี ๕ ประมวลภาพ ภาคผนวก - หนงั สอื ส่งั การและเอกสารทเี่ กีย่ วข้องออกโดยหนว่ ยงานส่วนกลาง - หนังสอื สั่งการและเอกสารทเ่ี กยี่ วข้องออกโดยจังหวดั ระนอง

บทท่ี 1 | หน้า ๑ บทท่ี ๑ พระราชประวตั ิและพระมหากรณุ าธคิ ุณ ท่ีพระราชทานให้จงั หวดั ระนอง

บทที่ 1 | หน้า ๒ พระราชประวตั ิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระนามเดิมว่า “พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช” ทรงเป็นพระราชโอรสในสมเด็จเจ้าฟูามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดช วิกรม พระบรมราชชนก) และหม่อมสังวาล (ต่อมาได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระศรี นครนิ ทราบรมราชชนน)ี สาหรับพระนาม \"ภูมิพล\" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีช่ือเล่นว่า “เลก็ ” หรือพระองคเ์ ล็ก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จพระราชสมภพ เม่ือวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2470 เวลา 8 นาฬิกา 45 นาที ณ โรงพยาบาลเมานท์ออเบอร์น (MOUNTAUBURN) รัฐเมสสาชูเขตต์ (MASSACHUSETTS) ประเทศสหรัฐอเมริกา นายแพทย์ผู้ทาคลอด ช่ือ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้าหนกั แรกประสูติ 6 ปอนด์ พระสูตบิ ตั รฉบบั ประวตั ศิ าสตร์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร

บทที่ 1 | หนา้ ๓ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอเจ้าฟูากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ ประสูติเม่อื วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จพระราชสมภพ เม่ือวนั อาทติ ยท์ ี่ 20 กันยายน พทุ ธศกั ราช 2468 ณ เมอื งไฮเดลแบร์ก ประเทศเยอรมนี การศึกษา เมื่อปีพุทธศักราช 2471 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไดโ้ ดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนก ซ่ึงทรงสาเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมจาก มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา กลับประเทศไทย ประทับ ณ วังสระประทุม ต่อมาในวันที่ 24 กนั ยายน พทุ ธศักราช 2472 สมเดจ็ พระบรมราชชนกสวรรคต ขณะน้ัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลป๎จจุบันทรงเจริญพระชนมายุได้ไม่ถึง 2 ปี ต่อมาเม่ือมีพระชนมายุได้ 5 ปี พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเข้ารับการศึกษาขั้นต้น ณ โรงเรียนมาแตร์เดอี กรุงเทพฯ โดยมีพระนามในใบลงทะเบียนว่า \"H.H Bhummibol Mahidol\" หมายเลขประจาตัว 449 ปี พทุ ธศักราช 2476 หลังจากน้นั จงึ เสด็จพระราชดาเนินไปประทับ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พร้อม ด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เพ่ือทรงศึกษาต่อ ในชั้นประถมศึกษาท่ีโรงเรียน Ecole Nouvelle de la Suisse Romande, Chailly-sur-Lausanne ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนที่รับนักเรียนนานาชาติและทรงได้รับประกาศนียบัตร บาเชอลิเย เอ แลทร์ จากการศึกษา ดังกล่าว ทรงรอบรู้หลายภาษา ได้แก่ อังกฤษ ฝร่ังเศส เยอรมัน และ ละติน เม่ือทรงรับ ประกาศนียบัตร Bachlier es Lettres จาก Gymnase Classique Cantonal แห่งเมืองโลซานน์แล้ว ทรงเขา้ ศึกษาในมหาวทิ ยาลยั โลซานน์ โดยทรงเลือกศกึ ษาในแขนงวิชาวิทยาศาสตรแ์ ละวิศวกรรมศาสตร์

บทท่ี 1 | หนา้ ๔ ครองราชย์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้เสด็จสวรรคตอย่างกะทันหัน ณ พระท่ีน่ังบรมพิมาน ภายในพระบรมมหาราชวังเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 โดยท่ีตามความในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจกั รไทย มาตรา 9 การสืบราชสมบตั ิ ให้เปน็ ไปตามนัยแหง่ กฎหมายมณเฑียรบาล ว่าด้วยการ สบื ราชสนั ตตวิ งศ์ พระพุทธศักราช 2467 และประกอบด้วยความเห็นชอบของรัฐสภาโดยท่ีสมเด็จพระเจ้า น้องยาเธอเจ้าฟูาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นเจ้านายเช้ือพระบรมวงศ์ท่ีร่วมพระราชชนนี ตามความใน มาตรา 9 (8) แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ปีพุทธศักราช 2467 โดยที่รัฐสภา ได้ลงมติ ณ วันท่ี 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 แสดงความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ในการท่ีจะ อัญเชิญสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟูาภูมิพลอดุลยเดช ข้ึนครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ต่อไป และทรงมีพระนามเต็มว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดนิ ทรสยามนิ ทราธริ าช บรมนาถบพิตร พระนามภูมพิ ลอดลุ เดชนน้ั พระบรมราชชนนีไดร้ ับพระราชทานทางโทรเลขจากพระบาทสมเด็จ พระปกเกลา้ เจา้ อย่หู ัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พุทธศักราช 2470 โดยทรงกากบั ตัวสะกดเป็นอักษรโรมันว่า \"Bhumibala Aduladeja\" ทาใหส้ มเดจ็ พระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเข้าพระทัยว่าได้รับพระราชทาน นามพระโอรสว่า \"ภมู ิบาล\" ในระยะแรกพระนามของพระองค์สะกดเปน็ ภาษาไทยวา่ \"ภมู ิพลอดุลเดช\" ต่อมา พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเองทรงเขียนว่า \"ภูมิพลอดุลยเดช\" โดยทรงเขียนทั้งสองแบบ สลับกนั ไป จนมาทรงนยิ มใช้แบบหลังซึ่งมีตวั \"ย\" สะกดตราบป๎จจบุ ันพระนามของพระองค์มีความหมายวา่ ภูมิพล - ภูมิ หมายความว่า \"แผ่นดิน\" และ พล หมายความว่า \"พลัง\" รวมกันแล้วหมายถึง \"พลงั แหง่ แผ่นดิน\" อดุลยเดช - อดลุ ย หมายความว่า \"ไม่อาจเทียบได้\" และ เดช หมายความว่า \"อานาจ\" รวมกัน แลว้ หมายถงึ \"ผมู้ อี านาจท่ไี มอ่ าจเทียบได\"้

บทท่ี 1 | หน้า ๕ พระพุทธรูปประจาพระองค์ พ ร ะ พุ ท ธ ป ฏิ ม า ชั ย วั ฒ น์ ป ร ะ จ า พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ป ร มิ น ท ร ม ห า ภู มิ พ ล อ ดุ ล ย เ ด ช บรมนาถบพิตร พระพุทธรูปประจาพระองค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ภายใต้ ฉัตร 5 ชั้น หน้าตักกว้าง 7 น้ิว ความสูงยอดพระรัศมี 9 น้ิว ทรงพัดแฉก หล่อด้วยเงิน สร้างเมื่อปี พทุ ธศกั ราช 2506 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพทุ ธรูปประจาพระชนมวาร พระพุทธรูปประจาพระชนมวาร หมายถึง พระประจาวันพระบรมราชสมภพของ พระมหากษัตรยิ ์ท่โี ปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ ม ให้สร้างขึ้นตามประเพณีนิยมของพระพุทธศาสนิกชน สาหรับ ถวายสักการะบูชา ประจาเพื่อสริ มิ งคล พ ร ะ พุ ท ธ รู ป ป ร ะ จ า พ ร ะ ช น ม ว า ร พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ป ร มิ น ท ร ม ห า ภู มิ พ ล อ ดุ ล ย เ ด ช บรมนาถบพิตร นนั้ ในระยแรกเป็นทปี่ รากฏว่าตั้งแต่พระองค์ท่านเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นต้นมานั้น ยังมไิ ด้มีการสร้างพระพทุ ธรปู ประจาพระชนมวารข้นึ ในรชั กาลนเ้ี ลย ดังน้ันในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ตั้งการฉลองสมโภชพระพุทธรูปประจาประชนมวาร ในวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2530 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เม่ือเสร็จการแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระพุทธรูปประจาพระชนมวารประดิษฐานไว้กับพระชัยวัฒน์ประจารัชกาล ณ หอพระสุลาลัยพิมาน ในหมู่พระมหามณเฑียร ป๎จจุบันอัญเชิญพระพุทธรูปประจาพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชพิธีสงกรานต์ เป็นพระพุทธรูป ปางห้ามญาติซ่ึงเปน็ ปางประจาวนั จนั ทร์

บทท่ี 1 | หน้า ๖ วดั ประจารชั กาล วัดประจารัชกาลท่ี 9 คือวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดตามแนวพระราชดาริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตั้งอยู่ เลขที่ 999 ซอยพระราม 9 กาญจนาภิเษก 19 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรงุ เทพมหานคร ในปีพุทธศักราช 2531 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดาริให้แก้ไขป๎ญหาน้าเน่าเสีย ด้วยวิธีเติมอากาศท่ีบึงพระราม 9 ซึ่งเป็นที่ดินของ สานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และปรับปรุงสภาพพ้ืนท่ีเพื่อพัฒนาชุมชนบริเวณบึงพระราม 9 ดาเนินการจัดต้ังวัดเพื่อเป็นพุทธสถานในการประกอบกิจของสงฆ์และเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของราษฎร ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ รว่ มกัน ต่อมาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2533 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี เข้าเฝาู ทลู ละอองธลุ พี ระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหมอ่ ม ถวายที่ดนิ จานวน 5-2-54 ไร่ เพ่ือดาเนินการสร้าง วัดในนามมูลนิธิชัยพัฒนา โดยได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้จัดสร้างวัด ซ่ึงมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเดจ็ พระสังฆราชสกลมหาสังฆปรณิ ายก ทรงเป็นองคอ์ ปุ ถัมภ์ฝุายสงฆ์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เปน็ องค์อปุ ถัมภ์ฝาุ ยฆราวาส สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ได้ประทานอนุญาต ให้พระราชสุมนต์มุนี (อภิพล อภิพโล) เลขานุการในพระองค์และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร มาดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก เป็นองค์ปฐมแห่งอาราม ต้ังแต่วันอาสาฬหบูชา ซึ่งตรงกับวันที่ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2540 เป็นต้นมา พร้อมด้วยคณะสงฆ์ภิกษุสามเณร จานวนหน่งึ

บทที่ 1 | หน้า ๗ ดอกไมป้ ระจาพระองค์ คอื ดอกดาวเรือง สีประจาพระองค์ คือ สีเหลอื ง ธงประจาพระอสิ รยิ ยศ ธงประจาพระองค์

บทท่ี 1 | หนา้ ๘ พระราชลัญจกรประจารัชกาลที่ 9 พระราชลัญจกร คือ ตราท่ีพระมหากษัตริย์ทรงใช้ประทับกากับพระปรมาภิไธยและประทับ กากับเอกสารสาคัญ เอกสารเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน เช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกาหนด พระราชกฤษฎีกา และเอกสารสาคัญส่วนพระองค์ รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่ออกในพระปรมาภิไธยประจา แผน่ ดินหรือประจารัชกาลนนั้ พระราชลัญจกรเป็นเคร่ืองมงคลท่ีแสดงถึงพระราชอิสริยยศ และพระบรมเดชานุภาพของ พระมหากษัตริย์ อีกท้ังยังเป็นเคร่ืองมงคลอีกด้วย พระราชลัญจกรประจาแผ่นดินจะต้องเชิญข้ึนทูลเกล้า ทลู กระหม่อมถวายในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก พร้อมกับเครอ่ื งมงคลอน่ื ๆ ตราประจารัชกาลท่ี ๙ แหง่ ราชวงศ์จักรี พระราชลัญจกรประจารัชกาลที่ 9 เป็นรูปพระท่ีนั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ประกอบด้วย วงจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็น \"อุ\" หรือ \"เลข 9\" รอบวงจักรมีรัศมีเปล่งออกโดยรอบ เหนือจักรเป็นรูป เศวตฉัตร 7 ช้ัน ฉัตรตั้งอยู่บนพระท่ีนั่งอัฐทิศ แปลความหมายว่า มีพระบรมเดชานุภาพในแผ่นดิน โดยที่วนั บรมราชาภิเษก ตามโบราณราชประเพณี ไดเ้ สดจ็ ประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศ สมาชิกรัฐสภาถวาย นา้ อภเิ ษกจากทิศทง้ั 8 นับเปน็ ครัง้ แรกในประวตั ศิ าสตร์ ท่ีพระมหากษตั รยิ ์ในระบอบประชาธิปไตย ทรงรับ นา้ อภิเษกจากสมาชิกรัฐสภา แทนท่จี ะรบั จากราชบณั ฑิตด่ังในรัชกาลก่อน องค์พระราชลัญจกรนี้เป็นตรากลมรีรูปไข่แนวตั้ง กว้าง 5 เซนติเมตร สูง 6.7 เซนติเมตร พระราชลัญจกรองค์นี้ นอกจากจะใช้ประทับในเอกสารสาคัญส่วนพระองค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับราชการแผ่นดิน แล้ว ยงั ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตรานี้แก่สถาบันอุดมศึกษากลุ่มมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลและมหาวิทยาลัยร าชภัฏ ใช้เป็น ตราประจา มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง ในเครือของตน และยังได้มีพระบรมราชานุญาตให้ใช้เป็นภาพประธานในตราสัญลักษณ์งานพระราชพิธี สาคัญต่าง ๆ ในรัขกาลของพระองค์ ได้แก่ พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และงานพระราชพิธีเฉลมิ พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาอกี ดว้ ย

บทที่ 1 | หน้า ๙ ทรงผนวช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จทรงผนวชเป็น ระยะเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม ถึงวันท่ี 5 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2499 ณ วัดพระศรี รตั นศาสดาราม โดยมสี มเด็จพระสังฆราช เจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เปน็ พระอุป๎ชฌาย์ ทรงได้รับฉายาว่า “ภูมิพโลภิกขุ” หลังจากนั้น พระองค์เสด็จพระราชดาเนินไปประทับจาพรรษา ณ พระตาหนักป้๎นหยา วัดบวรนเิ วศวิหาร ในระหว่างท่ีทรงผนวชน้ัน พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เป็นผู้สาเร็จราชการแทนพระองค์ ด้วยเหตุน้ี พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจึงได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธยเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ในวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา 5 ธนั วาคม ในปเี ดียวระหว่างทท่ี รงดารงสมณเพศ พระภิกษุ น้ัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกิจเช่นเดียวกับ พระภกิ ษุท้ังหลายอย่างเครง่ ครดั เช่น เสด็จพระราชดาเนนิ ลงพระอุโบสถทรงทาวัตรเช้า–เย็น ตลอดจนทรง สดบั พระธรรมและพระวินยั นอกจากนยี้ ังไดเ้ สดจ็ พระราชดาเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจพิเศษอื่น ๆ อีกด้วย เช่นใน วันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2499 ได้เสด็จพระราชดาเนินไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงร่วม สังฆกรรมในพิธีผนวชและอุปสมบทนาคหลวง ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และในวันที่ 28 ตุลาคม พทุ ธศกั ราช 2499 เสดจ็ พระราชดาเนินไปทรงรับบิณฑบาต จากพระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลี พระบาท ณ พระท่ีน่ังอัมพรสถาน ในโอกาสน้ีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟูามหาวชิราลงกรณ สยามมกฎุ ราชกุมาร ครง้ั ยงั เป็นสมเด็จพระเจา้ ลูกยาเธอ ไดเ้ ข้าเฝาู ทลู ละอองธลุ พี ระบาทด้วย

บทท่ี 1 | หนา้ ๑๐ ทรงประสบอุบตั เิ หตุ หลงั จากท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สาเร็จการศึกษา จากสวติ เซอร์แลนด์ พระองคเ์ สด็จไปเยือนกรุงปารสี ทรงพบกับหม่อมราชวงศส์ ริ ิกติ ์ิ กติ ิยากร ซ่ึงเป็นลูกสาว ของเอกอัครราชทูตไทยประจาฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก ในขณะน้ี ทั้งสองพระองค์มีพระชนมายุ 21 พรรษา และ 15 พรรษาตามพระลาดับ เม่ือวันที่ 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2491 ในระหว่างเสด็จประทับ ยังต่างประเทศ ขณะทพี่ ระองคท์ รงขับรถยนตพ์ ระทน่ี ่ังเฟยี ส ทอปอลิโน จากเจนีวาไปยังโลซาน ทรงประสบ อุบัติเหตุทางรถยนต์ กล่าวคือ รถยนต์พระท่ีนั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทาให้เศษกระจกกระเด็น เข้าพระเนตรขวา พระอาการสาหัส หลังการถวายการรักษาพระองค์มีพระอาการแทรกซ้อนบริเวณ พระเนตรขวา แพทย์จึงถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง หากแต่พระอาการยังคงไม่ดีข้ึน กระทั่ง วนิ จิ ฉยั แล้วว่าพระองค์ไม่สามารถทอดพระเนตรผ่านทางพระเนตรขวาของพระองค์เองได้ต่อไปแล้ว จึงได้ ถวายการแนะนาใหพ้ ระองคท์ รงพระเนตรปลอมในท่ีสดุ ทั้งนี้ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ได้มีโอกาสเข้าเฝูาเย่ียมพระอาการเป็นประจา จนกระท่ังหาย จากอาการพระประชวร อันเป็นเหตุที่ทาให้ท้ังสองพระองค์มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่นั้นเป็น ตน้ มา พระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ต้ัง การพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ พระที่น่ังไพศาลทักษิณ

บทท่ี 1 | หนา้ ๑๑ เฉลิมพระปรมาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธเิ บศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระปฐมบรมราช โองการว่า \"เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม\" ในโอกาสนี้พระองค์ทรง พระราชดาริว่า ตามโบราณราชประเพณี เมอ่ื สมเดจ็ พระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ บรมราชาภิเษก ทรงอภเิ ษกสมรส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร เม่ือวันท่ี 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2492 และเสด็จพระราชดาเนินนิวัตพระนครในปี ถัดมา โดยประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ต่อมาวันท่ี 28 เมษายน พุทธศักราช 2493 พระองค์ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิต์ิ กิติยากร ณ พระตาหนักสมเด็จพระศรี สวรินทริ าบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ภายในวังสระปทุม ซึ่งในการ พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์ สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิต์ิ วันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 โปรดให้สถาปนา เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี ดังนั้น พระองค์จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็นสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกติ ิ์ พระบรมราชนิ ีนาถ วันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถไปยังสวิตเซอร์แลนด์อีกครั้งเพ่ือทรงรักษา พระสุขภาพ และเสด็จพระราชดาเนินนิวัติพระนคร เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พุทธศักราช 2494 ประทับ ณ พระตาหนัก จติ รลดารโหฐาน และพระทน่ี ่ังอัมพรสถาน ทง้ั สองพระองคม์ พี ระราชธดิ าและพระราชโอรส 4 พระองค์ดังนี้ 1. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประสูติเม่ือ วันท่ี 5 เมษายน พุทธศักราช 2494 ณ โรงพยาบาลมองซวั น่ี โลซานน์ 2. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟูาวชิราลงกรณ บรมจกั รยาดศิ รสันตตวิ งศ เทเวศรธารงสุบรบิ าล อภคิ ุณูประการมหติ ลาดุลเดช ภมู ิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์บรมขัตติยราชกุมาร ประสูติ เมื่อวันที่ 28 กรกฏคม พุทธศักราช 2495 ณ พระท่ีนั่งอัมพรสถาน ต่อมาทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จ พระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟูาวชิราลงกรณ เป็นสยามมกฎุ ราชกมุ าร เมือ่ วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515

บทที่ 1 | หน้า ๑๒ 3. สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟูาสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลนโสภาคย์ ประสูติเมื่อ วันท่ี 2 เมษายน พุทธศักราช 2498 ณ พระที่น่ังอัมพรสถาน ภายหลังทรงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟูามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2520 4. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติเม่ือ 4 กรกฏาคม พุทธศักราช 2500 ณ พระที่นง่ั อมั พรสถาน

บทท่ี 1 | หน้า ๑๓ พระราชกรณียกจิ ตั้งแต่พุทธศักราช 2502 เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดาเนินไปทรง กระชับสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ ท้ังในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และ เอเชีย และได้เสด็จพระราช ดาเนินไปทรงเย่ียมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทุกภาคทรงประจักษ์ในป๎ญหาของราษฎรในชนบทที่ดารงชีวิต ด้วยความยากจน ลาเค็ญและด้อยโอกาส ได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะหาทางแก้ป๎ญหาตลอดมาตราบจน ป๎จจุบัน อาจกล่าวได้ว่าทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินไทยท่ีรอยพระบาทได้ประทับลง ได้ทรงขจัดทุกข์ยาก นาความผาสกุ และทรงยกฐานะความเปน็ อยู่ของราษฎรให้ดีข้ึนด้วยพระบุญญาธิการและพระปรีชาสามารถ ปราดเปร่ือง พร้อมด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฏร และเพ่ือ ความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคา นึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลย ดังในปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันท่ี 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493 วา่ \"เราจะครองแผน่ ดินโดยธรรม เพือ่ ประโยชน์สขุ แกม่ หาชนชาวสยาม\" พระราชกรณียกจิ ดา้ นการพฒั นาชนบท พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดาเนินเยี่ยม ราษฎรในชนบททว่ั ทุกภาคของประเทศ ทรงทราบถงึ สภาพความเป็นอยทู่ ี่อตั คัดขัดสนของประชาชน และได้ มีพระราชดาริท่ีจะแก้ป๎ญหาของชนบทดว้ ยวิธกี ารต่างๆ หลายประการ เพราะทรงทราบดีวา่ มีข้อจากัดและมี อุปสรรคในด้านต่าง ๆ ที่สาคัญคือชาวชนบทขาดความรู้ และสิ่งจาเป็นข้ันพื้นฐานในการดารงชีวิต โดยเฉพาะอย่างย่ิงการที่เกษตรกรขาดความรู้ในเรื่องการประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามหลักวิชาการ รวมทั้งป๎ญหาอุปสรรคอ่ืน ๆ เช่น ขาดท่ีดินทากินเป็นของตนเอง ขาดแคลนแหล่งน้าท่ีจะใช้ทาการเกษตร และใช้อปุ โภคบริโภค เปน็ ตน้ ดว้ ยพระราชหฤทยั ที่ม่งุ มน่ั ในการช่วยเหลือราษฎรให้พ้นหรือบรรเทาจากความเดือดร้อนดังนั้น แนวพระราชดาริท่ีจะช่วยพฒั นาชนบทจึงออกมาในรปู ของโครงการต่าง ๆ อนั เนือ่ งมาจากพระราชดาริ ซึ่งมี ลักษณะแต่ละโครงการแตกต่างกันออกไปตามป๎ญหาและสภาพภูมิประเทศในแต่ละแห่ง แต่มีจุดประสงค์ เดยี วกัน คือ การพฒั นาบทเพอ่ื ให้ราษฎรในชนบทได้มีความเป็นอยู่ ตลอดจนสามารถประกอบอาชีพ เล้ียง ครอบครวั ให้ดขี ึ้น แนวพระราชดาริที่สาคัญในเร่ืองการพฒั นาชนบท คอื มีพระราชประสงคท์ จ่ี ะมุง่ ชว่ ยให้ชาว ชนบทนน่ั เองได้สามารถช่วยเหลอื พ่ึงตนเองได้

บทที่ 1 | หน้า ๑๔ ทงั้ น้ี จะสงั เกตเห็นไดว้ ่าโครงการต่าง ๆ อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ ที่ขยายตัวครอบคลุมพื้นท่ี ส่วนต่าง ๆ ของประเทศนั้น จุดมุ่งหมายสาคัญประการสุดท้ายคือทาให้ชาวชนบทสามารถพ่ึงพาตนเองได้ ท้ังสิ้น ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านนี้โดยการสร้างพื้นฐานหลักท่ีจาเป็นต่อการ ผลิตให้แก่ราษฎร เหล่านั้น อันจะเป็นรากฐานท่ีจะนาพาไปสู่การพ่ึงตนเองได้ในที่สุด ในเวลาเดียวกันก็ทรงส่งเสริมให้ชาว ชนบทได้มีความรู้ในเร่ืองของการประกอบอาชีพอย่างถูกวิธี โดยเผยแพร่ความรู้นั้นแก่ชาวชนบทอย่าง ค่อยเป็นค่อยไปในลักษณะที่เป็นระบบ อย่างต่อเนื่อง และให้สอดคล้องแก่ความจาเป็นของแต่ละท้องถิ่น ซง่ึ เร่ืองการพัฒนาชนบทน้ันไม่ใช่เรอ่ื งงา่ ย เพราะตอ้ งอาศยั เครอื่ งไม้เครอ่ื งมือหลายชนดิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดาเนิน ไปทุกหนแห่ง ไม่ว่าดินแดนแห่งน้ันจะทุรกันดารเพียงใด พระองค์จัดทาโครงการพัฒนาชนบทตามแนว พระราชดาริควบคูไ่ ปในทุก ๆ ด้านโดยไมเ่ นน้ ด้านใดดา้ นหนึ่ง พระองค์มีจุดประสงค์เดียวคือ เพื่อขจัดความ ทุกข์ยากของชาวชนบท และสนับสนุนส่งเสริมให้มีความเป็นอยู่ที่ดีข้ึน รวมทั้งแก้ป๎ญหาสังคมเมืองให้ดีขึ้น โดยจะเห็นได้จากโครงการในพระราชดาริหลายโครงการที่เกิดข้ึนจากความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ โครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริจะเป็นโครงการเกย่ี วกบั ปรบั ปรงุ ถนนหนทาง การก่อสร้างถนนเพ่ือการ สญั จรไปมาไดส้ ะดวกและท่ัวถึง เน่อื งจากการคมนาคมเปน็ ป๎จจัยพื้นฐานที่สาคัญของการนาความเจริญไปสู่ ชนบท การส่ือสารติดต่อท่ีดียังผลสาคัญทาให้เศรษฐกิจของราษฎรในพ้ืนที่ดีข้ึน ราษฎรก็มีความเป็นอยู่ ที่ดีขึน้ ในการพฒั นาชนบทนั้น การคมนาคมเป็นป๎จจัยพื้นฐานที่สาคัญที่จะมองข้ามไปเสียมิได้ เพราะ เป็นเสมอื นประตูเชอื่ มระหวา่ งในเมอื งและชนบท ดงั นน้ั การที่จะเริ่มโครงการพัฒนาใด ๆ นน้ั จะตอ้ งเรม่ิ จาก การปรับปรุง และการก่อสร้างถนนหนทางเป็นการเปิดประตูนาความเจริญเข้าไปสู่พื้นท่ี และแม้ในยาม ประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจ ต้ังแตป่ ีพทุ ธศกั ราช 2539 เปน็ ตน้ มา ไดพ้ ระราชทานแนวทางดารงชีพแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ทฤษฎีใหม่” ให้ราษฎรได้พ่ึงตนเอง ใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประกอบอาชีพอยู่กินตามอัตภาพซ่ึงราษฎรได้ยึดถือปฏิบัติเป็นผลดีอยู่ในป๎จจุบัน พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานโครงการนานัปการมากกว่า 4,000 โครงการ ทั้งทางด้านการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพฒั นาท่ดี นิ การศกึ ษา การพระ ศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจเพ่ือประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทง้ั ยังทรงขจดั ป๎ญหาทกุ ขย์ าก ของประชาชนในชุมชนเมอื ง เชน่ ทรงแกป้ ๎ญหาการจราจรอุทกภัยและป๎ญหา นา้ เนา่ เสียในป๎จจบุ ัน ไดท้ รงรเิ รม่ิ โครงการการช่วยสงเคราะห์ และอนุรักษช์ า้ งของไทยอกี ดว้ ย พระราชกรณยี กจิ ดา้ นการเกษตรและชลประทาน ในด้านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะทรง เน้นในเร่ืองของการค้นคว้า ทดลอง และวิจัยหาพันธ์ุพืชใหม่ ๆ ทั้งพืชเศรษฐกิจ พืชสมุนไพร รวมถึง การศึกษาเก่ยี วกับแมลงศัตรูพืช และพันธุ์สัตว์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งแต่ละโครงการ จะเน้นให้สามารถนาไปปฏิบัติได้จริง มีราคาถูก ใช้เทคโนโลยีง่าย ไม่สลับซับซ้อน เกษตรกรสามารถ ดาเนินการเองได้ นอกจากนี้ ยังทรงพยายามไม่ให้เกษตรกรยึดติดกับพืชผลทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเกิดป๎ญหาอันเน่ืองมาจากความแปรปรวนของสภาพดินฟูาอากาศ หรือความแปรปรวนทาง การตลาด แต่เกษตรกรควรจะมีรายได้จากด้านอ่ืนนอกเหนือไปจากการเกษตรเพิ่มขึ้นด้วย เพ่ือจะได้

บทท่ี 1 | หนา้ ๑๕ พึ่งตนเองได้ในระดับหนึ่งการพัฒนาแหล่งน้าเพ่ือการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่าเป็นงานที่มี ความสาคัญและมีประโยชนอ์ ยา่ งยิ่งสาหรับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเกษตรกรจะสามารถทา การเพาะปลูกได้อย่างสมบูรณ์ตลอดปี เนื่องจากพ้ืนท่ีเพาะปลูกในป๎จจุบันส่วนใหญ่เป็นพ้ืนที่นอกเขต ชลประทาน ซึ่งต้องอาศัยเพียงน้าฝนและน้าจากแหล่งน้าธรรมชาติเป็นหลัก ทาให้พืชได้รับน้าไม่สม่าเสมอ และไม่เพียงพอ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสนพระราช หฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ามากกว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดาริประเภทอ่ืน เช่น เขือ่ นปุาสกั ชลสทิ ธ์ิ จงั หวัดลพบุรี เป็นโครงการพระราชดาริ โครงการหน่ึงซึ่งเข่ือนแห่งน้ีเป็นแหล่งน้าสาคัญ ของประเทศแหลง่ หนึง่ พระราชกรณียกิจดา้ นการฟ้นื ฟูพระราชประเพณีสาคัญ ด้านการฟื้นฟูพระราชประเพณีสาคัญน้ัน ในปีพุทธศักราช 2503 ได้ทรงพระราชกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญข้ึนมาใหม่หลังจากท่ีได้ เลิกร้างไปต้ังแต่ปีพุทธศักราช 2479 ด้วยทรงพระราชดาริว่าเป็นพระราชพิธีท่ีกระทาเพ่ือความเป็น สิริมงคลแก่พืชพันธ์ุธัญญาหาร ให้รู้กาหนดน้าท่า และเพ่ือบารุงขวัญเพ่ิมพูนกาลังใจแก่เกษตรกร ซึ่งเกษตรกรซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ และที่สาคัญย่ิงคือมิได้ทรงฟื้นฟูอย่างเดียวหากทรงปรับปรุง ให้ถูกต้องตามหลักจิตวิทยาการบารุงขวัญ และเป็นประโยชน์แก่การพัฒนาผลผลิต ด้วยการทรงยกย่อง วนั พระราชพิธีนี้ให้เป็นวัน \"เกษตรกร\" ทั่วประเทศ อีกทั้งยังโปรดเกล้าฯ ให้ทุกจังหวัดจัดงานวันเกษตรกร มีการประกวดพืชผลและพันธ์ุสัตว์ต่าง ๆ เพ่ือส่งเสริมการพัฒนาผลผลิตทางเกษตร พระราชทานพระบรม ราชวโรกาสให้ผู้แทนชาวนาทุกภาคได้เข้าเฝูาทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัลการประกวด พันธ์ุขา้ ว พระราชทานพันธขุ์ ้าวทรงปลกู จากสวนจิตรลดาใหเ้ ป็นเมล็ดขา้ วมิ่งขวญั แกช่ าวนาทว่ั ประเทศตอ่ มา ในปีพุทธศักราช 2504 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟ้ืนฟูพระราชพิธีเสด็จพระราชดาเนินทอดผ้าพระกฐินโดยกระบวนพยุห ยาตราทางชลมารค และเม่ือปีพุทธศักราช 2506 ในโอกาสอันเป็นมหามงคลท่ีทรงเจริญพระชนมพรรษา 36 พรรษา ไดโ้ ปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟูพระราชพิธีเสด็จพระราชดาเนินโดยกระบวนพยุหยาตรา ทางสถลมารค พระราชพิธีเสด็จพยุหยาตรากระบวนใหญ่ที่ทรงฟ้ืนฟูข้ึนน้ีเป็นการแสดงถึงความเจริญทาง จิตใจของบรรพชนไทย ในด้านศิลปวัฒนธรรมทางขนบประเพณีอันงดงามย่ิงใหญ่ ซ่ึงอนุชนรุ่นหลังควรได้ ร้เู ห็น จะไดเ้ กดิ ความภาคภูมิใจในชาติของตน ทั้งน้ี เป็นการช่วยบูรณะและอนุรักษ์ รวมถึงเป็นการส่งเสริม

บทท่ี 1 | หน้า ๑๖ มรดกของวัฒนธรรมไทย ซงึ่ เป็นของดีงามของชาตใิ หค้ งอยคู่ ูบ่ า้ นเมอื งตลอดไป และยงั เผยแพร่ให้ชาวโลกได้ ประจกั ษ์ในความเปน็ ชาติเก่าแกข่ องไทยอีกด้วย พระราชกรณียกจิ ด้านการศึกษา พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักดีว่าการศึกษา ของเยาวชนนั้นเป็นพน้ื ฐานอันสาคญั ของประเทศชาติ ดงั พระราชดารัสทวี่ า่ “การศึกษาเป็นป๎จจัยสาคัญในการสร้างและพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล หากสังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วนในทุก ๆ ด้านแล้ว สังคมและบ้านเมืองนั้นก็จะมีพลเมืองท่ีมีคุณภาพ สามารถดารงรักษาความเจริญม่ันคงของ ประเทศชาติไว้ และพฒั นาก้าวหน้าต่อไปโดยตลอด” พระองค์จงึ มพี ระราชดาริริเริ่มโครงการตา่ งๆ ท่เี ก่ียวขอ้ งกับการศึกษา ดังนี้ โรงเรยี นในพระบรมราชูปถมั ภ์ โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโรงเรียนท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงให้การอุปถัมป์ในด้านต่าง ๆ เช่น ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือ ให้คาแนะนา รวมท้ังเสด็จพระราชดาเนินไปเย่ียมเยียนและพระราชทานพระบรมราโชวาทเพ่ือสนับสนุน

บทท่ี 1 | หนา้ ๑๗ และเปน็ กาลงั ใจแก่ครแู ละนกั เรียนของโรงเรียน สาหรับโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์มีทั้งโรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน เช่น โรงเรียนจิตรลดา โรงเรียนราชวินิต โรงเรียนวังไกลกังวล โรงเรียนราชประชา นุเคราะห์ โรงเรยี นราชประชาสมาสัย เป็นต้น ทุนการศกึ ษาพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทราบดีว่าเด็กและ เยาวชนของไทยมิไดข้ าดสตปิ ญ๎ ญา หากแต่ด้อยโอกาสและขาดทุนทรพั ย์สาหรบั การศึกษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดต้ังมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้น เม่ือปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือพระราชทานทนุ การศกึ ษาแกน่ สิ ิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นในด้านต่างๆ ให้นิสิตนักศึกษาเหล่าน้ันได้มีโอกาสไปศึกษาหาความรู้วิชาการช้ันสูงในต่างประเทศ และนาความรู้น้ัน กลับมาใช้พัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าต่อไป เช่น ทุนเล่าเรียนหลวง ทุนมูลนิธิภูมิพล ทุนมูลนิธิ ราชประชาสมาสัยในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย ทุนนวฤกษ์ ทุนการศึกษา พระราชทานแกน่ กั เรียนเฉพาะกรณี พธิ ีพระราชทานปริญญาบัตรแกผ่ สู้ าเรจ็ การศกึ ษา พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร และสมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จพระราชดาเนินไปยังสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพ่ือพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สาเร็จการศึกษา แม้พระราชกรณียกิจนี้จะเป็นภาระแก่พระองค์และ พระบรมวงศานุวงศม์ าก แต่พระองค์ทา่ นก็มีพระราชกระแสรับสงั่ ให้คงพธิ ีพระราชทานปรญิ ญาบตั ร พระราชกรณียกจิ ดา้ นศิลปวัฒนธรรมและวรรณคดี ในฐานะที่พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ท่ีมีพระปรีชาสามารถในศิลปะแขนงต่าง ๆ หลายแขนง จึงทรงไดร้ ับการยกย่องใหเ้ ปน็ องคอ์ ัครศลิ ปินแห่งชาติและบดิ าแหง่ การดนตรีพระองค์ยังทรงสน พระราชหฤทัยในการฝึกเขียนภาพ และมีพระปรีชาสามารถในเรื่องการถ่ายภาพ และมีการพัฒนาอย่าง ต่อเนอื่ ง ตลอดจนมีพระปรชี าสามารถป๎้นพระพุทธรปู พระสมเด็จจติ รลดาดว้ ยพระองค์เอง

บทท่ี 1 | หนา้ ๑๘ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเอาพระทัยใส่ในศิลปวัฒนธรรม ซ่ึงเป็นส่ิงแสดงถึงความเก่าแก่และ ความเจริญรุ่งเรืองของชนชาติไทยท่ีมีมานานนับพันปี และยังทรงสนพระราชหฤทัยในการที่จะทะนุบารุง ศิลปวัฒนธรรมและวรรณคดีของชาติอยู่เสมอ ทรงเป็นนักพัฒนาที่เห็นการณ์ไกลและแสวงหาวิทยาการ ใหม่ ๆ เพ่ือส่งเสริมการประกอบอาชีพของมวลพสกนิกร ในขณะเดียวกันยังทรงเป็นนักอนุรักษ์ผู้คานึงถึง อดีตอันดีงามของชาติไทยอยู่ตลอดเวลา ทรงตระหนักดีว่าคืออดีตรากฐานของป๎จจุบันและอนาคต ด้วยเหตุนี้ จึงทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ในกิจกรรมดังกล่าว เช่น โปรดเกล้าโประกระหม่อมให้ศิลปินของ กรมศิลปากรถ่ายทอดท่าราต่าง ๆ อันเป็นศิลปะท่าราชั้นครู ท่ารามโนห์รา และให้ถ่ายภาพยนตร์บันทึก ทา่ ราและเพลงหนา้ พาทย์สาคัญ ๆ เอาไวด้ ้วย พระราชกรณียกิจดา้ นการแพทย์และสาธารณสขุ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทาน ให้กับประชาชนในระยะแรก ๆ ล้วนแต่เป็นโครงการด้านสาธารณสุข เพราะพระองค์ทรงเห็นว่า หากประชาชนมีร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรงจะนาไปสู่สุขภาพจิตที่ดี และส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมดีไปด้วย พระองค์จึงทรงให้ความสาคัญกับงานด้านสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ในการเสด็จ พระราชดาเนนิ ไปทรงเย่ยี มราษฏรตามท้องท่ีตา่ ง ๆ ทกุ ครง้ั จะทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ โปรดกระหม่อมให้มี คณะแพทยท์ ป่ี ระกอบด้วย ผเู้ ชย่ี วชาญในแตล่ ะสาขาจากโรงพยาบาลต่าง ๆ และล้วนเป็นอาสาสมัครทั้งสิ้น โดยเสด็จพระราชดาเนนิ ไปในขบวนอยา่ งใกล้ชิด พร้อมด้วยเวชภัณฑ์และเคร่ืองมือแพทย์ครบครัน พร้อมที่ จะใหก้ ารรักษาพยาบาลราษฎรผปู้ วุ ยไข้ได้ทนั ทนี อกจากน้ัน นอกจากนี้ ยงั มีโครงการทนั ตกรรมพระราชทาน ซึ่งเปน็ พระราชดาริท่ีให้ทันตแพทย์อาสาสมัคร ได้เดินทางออกไปช่วยเหลือบาบัดโรคเก่ียวกับฟ๎น ตลอดจนสอนการรักษาอนามัยของปากและฟ๎น แก่เด็ก นกั เรยี นและราษฎรทีอ่ าศยั อยใู่ นท้องทท่ี รุ กนั ดาร และหา่ งไกลจากแพทย์ทว่ั ทกุ ภาค โดยให้การบริการรักษา โรคฟ๎นโดยไม่คิดมูลค่า ทางด้านหน่วยแพทย์หลวงที่จะต้องตามเสด็จพระราชดาเนินไป ณ ที่ประทับแรม ทกุ แหง่ นนั้ จะมีเจ้าหนา้ ที่ให้การรกั ษาพยาบาลราษฎรผมู้ าขอรับการรักษาไมต่ อ้ งเสยี ค่าใช้จ่ายแต่ประการใด นอกจากนั้น หน่วยแพทย์หลวงยังจัดเจ้าหน้าท่ีออกเดินทาง ไปรักษาราษฎรผู้เจ็บปุวยตามหมู่บ้านท่ีอยู่ หา่ งไกลออกไปอกี ด้วย

บทท่ี 1 | หน้า ๑๙ ในปีพุทธศักราช 2554 องค์กรแพทย์ศัลยศาสตร์จากทั่วโลก ต่างพร้อมใจกันถวาย ใบประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตรสมาชิกกิตติมศักด์ิและเหรียญสดุดี จากคุณูปการด้านการแพทย์และ สาธารณสุขทพ่ี ระองคท์ รงอุทิศเพอ่ื พสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลาท่ที รงครองราชย์ พระราชกรณยี กิจดา้ นการกฬี า เรือใบเป็นกีฬาท่ีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงโปรด เป็นพิเศษพระองค์ทรงเป็นตัวแทนของประเทศไทยลงแข่งเรือใบในกีฬาแหลมทองคร้ังท่ี 4 ระหว่างวันท่ี 9-16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมตามโปรแกรม การฝึกซ้อม และทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงในฐานะนักกีฬา เช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่น ๆ ในท่ีสุด ด้วยพระปรีชา สามารถ พระองค์ทรงชนะเลิศเหรียญทอง และทรงได้รับการทูลเกล้า ทูลกระหม่อมถวายรางวัล เหรียญทองจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันท่ี 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2510 ท่ามกลางความปล้ืมปีติของพสกนิกรชาวไทยท้ังประเทศ และเป็นท่ีประจักษ์แก่ชนทั่วโลก ทา ให้ พระอัจฉรยิ ภาพทางกฬี าเรือใบของพระองค์ทีย่ อมรบั กันท่ัวโลก พระองค์ยงั ได้ทรงออกแบบและประดิษฐ์เรือใบยามว่างออกมาหลายรุ่น พระองค์พระราชทาน นามเรอื ใบประเภทม็อธ (Moth) ท่ีทรงสร้างขนึ้ วา่ เรอื ใบมด เรอื ใบซเู ปอร์มด และ เรือใบไมโครมด ถึงแม้ว่า เรือใบลาสุดท้ายที่พระองค์ทรงต่อคือ เรือโม้ค (Moke) เม่ือ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2510 เรือใบ ซเู ปอรม์ ดยงั ถกู ใช้แข่งขนั ในระดับนานาชาติท่ีจัดในประเทศไทยหลายคร้ัง คร้ังสุดท้ายคือเม่ือปีพุทธศักราช 2528 ในกฬี าซเี กมสค์ ร้ังที่ 13 พระราชกรณยี กิจด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ไทยแขนงอ่ืน ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย ประวัติศาสตร์ไทย สถาป๎ตยกรรม จิตรกรรม นาฏศิลป์ การดนตรี และศิลปะอ่ืน ๆ เช่น โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กรมศิลปากรจัดทาโน้ตเพลงไทยตามระบบสากลและ จัดพิมพ์ขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาจารย์และนิสิตคณะ วศิ วกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั วจิ ยั หาระดบั เฉล่ียมาตรฐานของเคร่ืองดนตรีไทย ทรงสนับสนุน

บทท่ี 1 | หน้า ๒๐ ให้มีการจัดต้ังสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย เสด็จพระราชดาเนินไปทรงร่วมการอภิปรายของชุมนุม ภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันท่ี 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2505 ซ่งึ ถอื ว่าเปน็ วันภาษาไทยแห่งชาติพระราชทานภาพเขียนฝีพระหัตถ์ไปร่วมในงานแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งท่ี 14 และเสดจ็ พระราชดาเนินไปทรงเปิดพพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาตใิ นจังหวดั ตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ นอกจากนี้ พระองค์ยังพระราชทานพระบรมราโชวาทเตือนใจให้คนไทยเห็นคุณค่าของ วัฒนธรรมไทย และชว่ ยกันธารงรกั ษาวฒั นธรรมทดี่ งี ามของชาตไิ ว้ งานทางด้านวรรณศิลป์ พระบาทสมเด็จ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร เชย่ี วชาญในภาษาหลากหลายภาษา ทรงพระราชนิพนธ์ บทความ แปลหนงั สอื เช่น นายอินทร์ผปู้ ดิ ทองหลังพระ ติโต พระมหาชนก และพระมหาชนก ฉบับการ์ตูน เร่ือง ทองแดง เปน็ พระราชนพิ นธเ์ กยี่ วกับคณุ ทองแดง สุนขั ทรงเล้ียง เปน็ ต้น ด้านดนตรี พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรีอย่างสูงส่ง ทรงรอบรู้เรื่องดนตรีเป็นอย่างดีและทรง ดนตรีได้หลายชนิด เช่น แซ็กโซโฟน คราริเน็ต ทรัมเป็ต กีตาร์ และเปียโน โปรดดนตรีแจ๊สเป็นอย่างมาก ทรงพระราชนิพนธ์เพลงอันไพเราะนับแต่พระเยาว์จนถึงป๎จจุบันรวม 47 เพลง เช่น เพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน เป็นเพลงแรก นอกจากนี้ ยังมีบทเพลงที่สาคัญอีกมากมาย เช่น สายฝน ยามเย็น ใกล้รุ่ง ลมหนาว ย้ิมสู้ ค่าแล้ว ไกลกังวล ความฝ๎นอันสูงสุด เราสู้ พรปีใหม่ ซ่ึงถือได้ว่าเป็นส่วนสาคัญอย่างหนึ่ง ที่เก่ียวข้องกับชีวิตของชาวไทย ซ่ึงนักดนตรีท้ังไทย และต่างประเทศนาไปบรรเลงอย่างแพร่หลาย เป็นท่ี ประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพจนสถาบันดนตรีในออสเตรเลียได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมาชิกภาพ กิตตมิ ศกั ด์ิ แด่พระองค์ นอกจากนน้ั ยังทรงได้รับยกยอ่ งเปน็ “อัครศลิ ปิน” ของชาติ

บทท่ี 1 | หนา้ ๒๑ เหตุการณ์สาคัญรชั สมัยพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร พุทธศกั ราช 2470 5 ธนั วาคม เสด็จพระราชสมภพ ณ สหรัฐอเมริกา มีพระนามเดิมว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภมู ิพลอดุลยเดช พุทธศักราช 2471 เสด็จนิวัตพระนครคร้ังแรก พร้อมสมเด็จพระบรมราชชนก สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี และสมเดจ็ พระบรมเชษฐาธริ าช พทุ ธศักราช 2472 สมเดจ็ พระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สิน้ พระชนม์ พทุ ธศักราช 2475 ทรงเขา้ ศกึ ษาท่ีโรงเรียนมาแตร์เดอี กรงุ เทพมหานคร พุทธศกั ราช 2476 เสดจ็ ไปประทบั ณ เมอื งโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พทุ ธศักราช 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสละราชสมบัติ รัฐบาลอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี ขณะมีพระชนมายุ 9 พรรษา เฉลิมพระนามาภิไธยว่าสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานนั ทมหิดล พทุ ธศกั ราช 2478 ทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟูาภูมิพล อดุลยเดช พุทธศกั ราช 2481 เสด็จนิวัตพระนครครั้งที่ 2 ช่วงปลายปีพุทธศักราช 2482 เกิดสงครามโลกคร้ังที่ 2 เสดจ็ กลับไปประทับทีส่ วิตเซอรแ์ ลนด์อกี คร้ัง พุทธศักราช 2488 ทรงรับประกาศนยี บัตรจากโรงเรยี นยิมนาสคลาสสกิ กงั โตนาล 5 ธันวาคม เสด็จนวิ ัตพระนครเปน็ ครง้ั ที่ 3

บทที่ 1 | หนา้ ๒๒ พุทธศักราช 2489 9 มิถนุ ายน สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตรัฐบาลอัญเชิญ สมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟูาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เฉลิมพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมพิ ลอดลุ ยเดช 11 สงิ หาคม ประกาศพระราชโองการเฉลิมพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อดุลยเดชวิมลรามาธิบดี จักรีนฤบดนิ ทร์ สยามินทราธิราช 19 สงิ หาคม เสดจ็ กลบั ไปศกึ ษาต่อท่มี หาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยทรงเปล่ียน คณะจากวทิ ยาศาสตรเ์ ป็นรัฐศาสตร์ พุทธศกั ราช 2491 ทรงประสบอุบัตเิ หตทุ างรถยนตท์ ่ปี ระเทศสวติ เซอร์แลนด์ พุทธศักราช 2492 ทรงหม้ันกับหมอ่ มราชวงศ์หญิง สริ ิกติ ิ์ กติ ิยากร ณ เมืองโลซานน์ พทุ ธศกั ราช 2493 24 มีนาคม เสด็จนวิ ตั พระนคร พรอ้ มด้วย หมอ่ มราชวงศห์ ญงิ สิริกิต์ิ กติ ิยากร พระค่หู มั้น 29 มนี าคม พระราชพธิ ีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทร มหาอานนั ทมหิดล 28 เมษายน พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม ในการน้ัน โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศสถาปนาหมอ่ มราชวงศห์ ญิงสริ กิ ติ ิ์ กิตยิ ากร เป็น สมเด็จพระราชินสี ริ กิ ิติ์ 5 พฤษภาคม พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามโบราณราชประเพณี ในการนั้น โปรดเกล้า โปรดกระหม่อม พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม สถาปนาสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เป็นสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนิ ี 9 มิถุนายน เสด็จพระราชดาเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เพ่ือรักษา พระองค์ที่สวติ เซอรแ์ ลนด์ พทุ ธศักราช ๒๔๙๔ 5 เมษายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาอุบลรัตนราชกัญญา ประสูติ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศ สวติ เซอรแ์ ลนด์ พฤศจิกายน เสด็จนิวัตพระนครเป็นการถาวร พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระธดิ า

บทท่ี 1 | หน้า ๒๓ พุทธศักราช 2495 28 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟูาวชิราลงกรณ ประสูติ ณ พระท่ีน่ั งอัมพรสถาน พระราชวังดสุ ิต ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ ม ให้ตงั้ สถานวี ิทยุกระจายเสียง ข้ึน ภายในพระท่ีนั่งอัมพรสถาน พระราชทานนามว่า “สถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวัง ดสุ ติ ” พุทธศกั ราช 2497 28 ธนั วาคม เสดจ็ พระราชดาเนินทรงวางพวงมาลา ถวายราชสักการะพระบรมราชานสุ าวรีย์ สมเด็จ พระเจา้ ตากสินมหาราช ณ วงเวียนใหญ่ พทุ ธศักราช 2498 2 เมษายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ ประสูติ ณ พระท่ีน่ังอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตเสด็จพระราชดาเนินเย่ียมราษฎรในภาคต่างๆ โดยทรงเป็น พระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกท่ีเสด็จเย่ียมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มแี นวพระราชดาริใหท้ าฝนเทียม เพอ่ื ช่วยเหลอื ราษฎร พระราชทานพระราชทรัพย์ ใน การจัดตั้ง กองทุนอานันทมหดิ ล (มูลนิธอิ านนั ทมหดิ ล ในป๎จจบุ ัน) 17 ธนั วาคม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จสวรรคต พุทธศักราช 2499 22 ตลุ าคม พระราชพิธีทรงผนวช ที่วัดบวรนิเวศวิหาร โดยโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถเป็นผู้สาเรจ็ ราชการแทนพระองค์ 5 ธนั วาคม ประกาศสถาปนาพระอิสริยยศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็น สมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถหลังทรงศึกษาว่าทาได้จริงแล้ว จึงพระราชทาน แนวพระราชดาริเกี่ยวกับการทาฝนเทียม ให้ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ไปศกึ ษาทดลอง พุทธศกั ราช 2500 4 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟูาจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประสูติ ณ พระที่นั่ง อัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พุทธศักราช 2501 เสด็จพระราชดาเนินเยี่ยมราษฎร ภาคเหนอื ทกุ จงั หวดั พุทธศกั ราช 2502 เสด็จพระราชดาเนนิ เย่ียมราษฎรภาคใตท้ กุ จังหวดั เสด็จพระราชดาเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ โดยประเทศเวียดนามเป็น ประเทศแรก

บทท่ี 1 | หน้า ๒๔ พุทธศักราช 2503 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ฟื้นฟู พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เสดจ็ พระราชดาเนนิ เยอื นสหรฐั อเมรกิ า และประเทศในยโุ รปรวม 14 ประเทศ ใช้เวลา ท้ังสน้ิ ประมาณ 7 เดือน พทุ ธศักราช 2504 ทรงเริม่ โครงการแปลงนาสาธติ ภายในสวนจติ รลดา พุทธศักราช 2505 เกดิ วาตภัยครงั้ รา้ ยแรงในภาคใต้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ มให้สถานีวิทยุ อ.ส.ประกาศชักชวนให้ราษฎรบริจาคทรัพยแ์ ละส่งิ ของเพือ่ ชว่ ยเหลือ พทุ ธศกั ราช 2506 5 ธันวาคม พระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษาครบ 3 รอบ 5 ธันวาคม โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใหก้ ่อต้งั มูลนธิ ิราชประชานุเคราะหใ์ นพระบรมราชปู ถมั ภ์ พุทธศกั ราช 2507 สถาบันดนตรีและศิลปะการแสดงแห่งกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ทูลเกล้า ทูลกระหม่อม ถวายปริญญา และตาแหน่งสมาชิกกิตติมศักด์ิ โดยทรงเป็นสมาชิก กติ ตมิ ศักด์ิ ท่ีมีอายุน้อยท่สี ดุ และเป็นชาวเอเชียคนแรก ทไ่ี ดร้ ับเกยี รตนิ ้ี ทรงมีพระราชดาริให้จัดตั้งโครงการพัฒนาท่ีดินแห่งแรก ที่ตาบลหุบกระพง อาเภอชะอา จงั หวดั เพชรบรุ ี เจา้ ฟูาอากฮิ โิ ตะ มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุน (สมเด็จจักรพรรดิอะกิฮิโตะ สมเด็จ พระจักรพรรดิแห่งญี่ปุนองค์ป๎จจุบัน) น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพันธุ์ปลา แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระราชทานชื่อว่า “ปลานิล” และโปรดเกล้าโปรดกระหมอ่ มให้เพาะเล้ยี ง ขยายพันธุ์ ภายในสวนจิตรลดา ตอ่ มาจงึ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมใหน้ าพันธ์ุปลาดังกล่าว แจกจ่ายแก่ประชาชนท่วั ไป พทุ ธศกั ราช 2510 16 ธันวาคม ทรงได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบ ในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 พุทธศักราช 2511 ทรงมีพระราชดาริ ให้จัดทา สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั พทุ ธศกั ราช 2512 ทรงมพี ระราชดาริใหต้ ง้ั โครงการหลวงโดยจุดมุ่งหมายเพ่อื ตอ่ ตา้ นการค้ายาเสพตดิ

บทท่ี 1 | หนา้ ๒๕ พทุ ธศกั ราช 2513 ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชบิดา เจ้าฟูา มหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ ข้ึนเป็นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และเฉลิมพระนามาภิไธย สมเด็จพระราชชนนี ศรสี ังวาลย์ ข้นึ เป็น สมเด็จพระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี พทุ ธศักราช 2514 9 มิถนุ ายน พระราชพิธีรัชดาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช 2514 พุทธศกั ราช 2516 เกิดเหตุการณ์ 14 ตลุ าคม : ทรงมีพระราชดารัสทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อระงับเหตุแห่ง ความรนุ แรง หลงั เหตุการณ์ ทรงมพี ระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จ พระราชดาเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ไปทรงเย่ียมผู้ได้รับบาดเจ็บตาม โรงพยาบาลต่าง ๆ และสาหรับผู้เสียชีวิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดาเนินทรงเป็นองค์ประธาน ในพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิต ณ บริเวณตอนเหนือของท้องสนามหลวงด้วย ตลอดจนนาอัฐิเหล่านั้นไปลอยอังคาร ดว้ ยเครอื่ งบินของกองทัพอากาศท่ีปากแม่น้าเจา้ พระยา อ่าวไทย พุทธศักราช 2525 เมษายน สมโภชกรุงรตั นโกสนิ ทร์ 200 ปี พุทธศกั ราช 2527 22 พฤษภาคม สมเดจ็ พระนางเจ้าราไพพรรณี พระบรมราชนิ ใี นรชั กาลที่ 7 เสด็จสวรรคต พุทธศักราช 2528 9 เมษายน พระราชพิธีถวายพระเพลงิ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าราไพพรรณี พระบรมราชินี ในรชั กาลที่ 7 พทุ ธศกั ราช 2530 5 ธันวาคม พระราชพิธมี หามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม พุทธศกั ราช 2530 พุทธศักราช 2531 2 กรกฎาคม พระราชพิธีรชั มงั คลาภเิ ษก 2 กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช 2531 พุทธศักราช 2535 เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ : ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี และพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรี และรัฐบรุ ษุ นาพลเอก สจุ ินดา คราประยรู นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และพลตรีจาลอง

บทที่ 1 | หน้า ๒๖ ศรีเมือง เข้าเฝูาทูลละอองธุลีพระบาท โดยทรงมีพระราชดารัสให้ท้ังสองฝุายหันหน้า เขา้ หากัน ร่วมกนั แก้ไขปญ๎ หาความรุนแรงในประเทศ พุทธศักราช 2536 17 ธันวาคม ดาวเทียมดวงแรกของไทยถูกยิงข้ึนสู่วงโคจร ณ เมืองคูรู ประเทศเฟรนซ์กิอานา โดยมีชอื่ ดาวเทียมในขณะนนั้ วา่ ดาวเทียมไทยคม 1 พุทธศกั ราช 2538 6 พฤษภาคม ทรงมีพระบรมราชโองการดารัสสั่งให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟูากัลยา ณิวัฒนา ขึ้นเป็นเจ้าฟูาต่างกรมฝุายใน พระนามว่า สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟูา กัลยาณวิ ฒั นา กรมหลวงนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ 18 กรกฎาคม สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนีเสดจ็ สวรรคต พทุ ธศักราช 2539 10 มนี าคม พระราชพิธีถวายพระเพลงิ พระบรมศพสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี 8 มิถุนายน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมถวายเพ่ิมพระนาม พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เป็นพระปรมาภิไธยอันวิเศษ ตามแบบแผนโบราณ ราชประเพณี โดยให้ขานพระปรมาภิไธยอย่างสังเขปว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร มหาอานนั ทมหดิ ล พระอัฐมรามาธบิ ดนิ ทร 9 มิถุนายน พระราชพธิ กี าญจนาภเิ ษก พทุ ธศกั ราช 2539 พุทธศักราช 2540 4 ธันวาคม ทรงมีพระราชดารัสแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่มาเข้าเฝูาทูลละอองธุลีพระบาทถวาย พระพรชัยมงคล เน่ืองในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ พุทธศักราช 2542 5 ธนั วาคม พระราชพธิ มี หามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2542 พุทธศักราช 2548 29 เมษายน พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจา้ ทีป๎งกรรศั มีโชติ ประสูติ ณ โรงพยาบาลศริ ิราช 16 มถิ นุ ายน ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศสถาปนาหม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา ขึ้นเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศม์ิ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกุมาร พุทธศกั ราช 2549 9 มิถนุ ายน งานฉลองสริ ิราชสมบตั คิ รบ 60 ปี

บทท่ี 1 | หนา้ ๒๗ 19 กันยายน รัฐประหารในประเทศไทย นาโดยคณะปฏิรปู การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีพลเอก สนธิ บุญยรัตกลินเป็นหัวหน้าคณะ โดยโค่นล้มรักษาการนายกรัฐมนตรี พันตารวจดอกเตอร์โททักษิณ ชินวัตร ซึ่งนับเป็น การกอ่ รฐั ประหารเปน็ ครั้งแรกในรอบ 15 ปี รัฐประหารครั้งน้ีเกิดข้ึนก่อนการเลือกตั้ง ทัว่ ไป ในเดือนต่อมาหลงั จากที่การเลอื กตั้งเดอื นเมษายนถูกตดั สินใหเ้ ปน็ โมฆะ นับเป็น จุดเปลีย่ นสาคัญในวิกฤตการณท์ างการเมืองที่ดาเนินมายาวนานนบั ตั้งแตเ่ ดอื นกนั ยายน พุทธศักราช 2548 คณะรัฐประหารได้ยกเลิกการเลือกต้ังในเดือนตุลาคม ยกเลิก รัฐธรรมนูญ ส่ังยุบสภา ส่ังห้ามการประท้วงและกิจกรรมทางการเมือง ประกาศใช้ กฎอัยการศกึ และจับกุมสมาชกิ คณะรฐั มนตรหี ลายคน พทุ ธศักราช 2550 5 ธันวาคม พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2550 พุทธศกั ราช 2551 2 มกราคม สมเด็จพระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟูากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ส้นิ พระชนม์ พทุ ธศักราช 2552 มีนาคม-เมษายน เหตกุ ารณ์ความไมส่ งบทางการเมือง โดยชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ ภายใต้รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยเกิดขึ้นในช่วงคาบ เกยี่ วของเทศกาลสงกรานต์ พทุ ธศักราช 2553 ตลุ าคม เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในประเทศไทยซ่ึงครอบคลุมหลายจังหวัด นับเป็นเหตุการณ์ การเกิดน้าท่วมหนักท่ีสุดในรอบหลายสิบปี เน่ืองจากมีฝนตกหนักในหลายพ้ืนท่ี ช่วงเดอื นตลุ าคม-พฤศจกิ ายน พุทธศักราช 2554 กรกฎาคม เกิดอุทกภัยคร้ังใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นอุทกภัยรุนแรงท่ีส่งผลกระทบต่อบริเวณ ลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาและลุ่มน้าโขง เร่ิมตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมและสิ้นสุดเม่ือวันที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2555 มีราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 12.8 ล้านคน ธนาคารโลกประเมินมลู คา่ ความเสยี หายสงู ถงึ 1.44 ล้านลา้ นบาท 27 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟูาเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดา องค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส้ินพระชนม์ ดว้ ยพระอาการติดเชื้อในพระกระแสโลหิต ณ โรงพยาบาลศิริราช รวมพระชันษา 85 พรรษา

บทที่ 1 | หนา้ ๒๘ พทุ ธศกั ราช 2555 9 เมษายน พระราชทานเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟูาเพชรรัตนราชสุดา สริ โิ สภาพัณณวดี พุทธศกั ราช 2556 31 ตลุ าคม เหตุการณ์ชุมนุมประท้วง เน่ืองจากการผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยเรยี กกันว่า \"ฉบับเหมาเข่ง\" ของพรรคร่วมรฐั บาล พทุ ธศักราช 2557 22 พฤษภาคม รัฐประหารในประเทศไทย เกิดข้ึนเม่ือเวลา 16 นาฬิกา 30 นาที โดยคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะโค่น รัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธารง บุญทรงไพศาล นับเป็นรัฐประหารครั้งท่ี 13 ในประวัติศาสตร์ไทย รัฐประหารดังกล่าวเกิดข้ึนหลังวิกฤตการณ์การเมืองซ่ึงเร่ิมเม่ือ เดือนตุลาคม พุทธศักราช 2556 เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และอทิ ธพิ ลของพันตารวจโทดอกเตอร์ทักษิณ ชนิ วตั ร ในการเมืองไทยก่อนหน้านั้นสอง วัน คือ วันที่ 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศใช้กฎอัยการศึกท่ัวราชอาณาจักรตั้งแต่เวลา 3.00 นาฬิกา กองทัพบกต้งั กองอานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) และให้ ยกเลกิ ศูนย์อานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่รัฐบาลชุดก่อนต้ังขึ้น กอ. รส. ใช้วิธีการปิดควบคุมสื่อ ตรวจพิจารณาเน้ือหาบนอินเทอร์เน็ต และจัดประชุมเพื่อ หาทางออกวิกฤตการณ์การเมืองของประเทศ แต่การประชุมไม่เป็นผล จึงเป็นข้ออ้าง รัฐประหารคร้ังนี้ หลังรัฐประหารมีประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 สิ้นสุดลงยกเว้นหมวด 2 คณะรัฐมนตรีรักษาการหมดอานาจ ตลอดจนให้ยบุ วุฒิสภา 22 กรกฎาคม การประกาศใชร้ ัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับช่ัวคราว) พุทธศักราช 2557 ซง่ึ ให้มสี ภานติ บิ ญั ญตั แิ หง่ ชาตทิ าหนา้ ทีแ่ ทนสภาผแู้ ทนราษฎร วุฒสิ ภา และรัฐสภา 21 สิงหาคม สภานิติบญั ญตั ิแห่งชาติมีมติเลอื กพลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชาเปน็ นายกรัฐมนตรี พทุ ธศกั ราช 2558 16 สิงหาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงมีพระราชปณิธานที่จะจัด กิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา วันท่ี 12 สิงหาคม พทุ ธศกั ราช 2558 เพื่อแสดงออกถงึ ความกตัญํกู ตเวที ความจงรกั ภักดี และเป็นการ แสดงความสามัคคีของประชาชนชาวไทย ภายใต้ชื่อกิจกรรม “BIKE FOR MOM ป่น๎ เพอ่ื แม่” 24 ตลุ าคม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ส้ินพระชนม์ด้วย ภาวะการติดเช้ือในกระแสพระโลหิต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมพระชันษา 100 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหมอ่ มพระราชทานพระโกศประดับเกียรติยศเป็น “พระโกศกดุ นั่ ใหญ่”

บทท่ี 1 | หนา้ ๒๙ 11 ธันวาคม สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดาเนินพร้อมด้วย 16 ธันวาคม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริ วัณณวรีนารรี ัตน์ ทรงเป็นประธานในกจิ กรรม จกั รยานเฉลิมพระเกยี รติพระบาทสมเด็จ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช เน่ืองในวโรกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2558 “ป่๎นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD” และทรงนา ขบวนพสกนิกรผู้เข้าร่วมกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ ระยะทาง 29 กิโลเมตร เทา่ กันทั่วประเทศ พร ะบาทสมเด็ จพ ระ ปรมิ นทร มหาภู มิ พลอดุ ลยเดช ทรง พร ะ กรุ ณาโ ปร ดเก ล้า โปร ด กระหมอ่ มใหส้ มเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์ไป ในการพระราชพิธพี ระราชทาน พุทธศกั ราช 2559 13 ตลุ าคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคตซึ่งการเสด็จสวรรคตของ พระมหากษัตริย์ผู้เป็นพระประมุขของชาติในครั้งนี้ นามาซ่ึงความโทมนัสอย่างย่ิงของ เหล่าพสกนิกรชาวไทย รัฐบาลประกาศไว้ทุกข์ ถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 ปี สานัก พระราชวังมีหมายกาหนดการพระราชพิธีทรงบาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบ รมศพ ระหว่างวันท่ี 14 ตุลาคม พุทธศักราช 2559 ถึงวันที่ 21 มกราคม พุทธศักราช 2560 ณ พระทีน่ ัง่ ดสุ ติ มหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง มีกาหนดให้จัดพระราชพิธี ถวายพระเพลงิ พระบรมศพในช่วงสัปดาห์สดุ ทา้ ยของเดือนตุลาคม พทุ ธศักราช 2560

บทที่ 1 | หนา้ ๓๐ พระมหากรุณาธิคณุ ท่ีพระราชทานใหจ้ ังหวดั ระนอง ในช่วงเดอื นมนี าคม พุทธศักราช 2502 นับเป็นข่าวท่ีประชาชนชาวจังหวัดภาคใต้ ได้รับความ ปี ติ ป ร า โ ม ท ย์ เ ป็ น อ ย่ า ง ย่ิ ง ท่ี ท า ง ร า ช ก า ร แ จ้ ง ว่ า พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ้ า อ ยู่ หั ว ป ร มิ น ท ร ม ห า ภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จ พระนางเจา้ สิริกติ ิ์ พระบรมราชินีนาถจะเสดจ็ พระราชดาเนนิ เยีย่ มเยียนราษฎรในพน้ื ที่ตา่ ง ๆ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร และสมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชนิ ีนาถเสด็จเย่ียมราษฎรจังหวัดระนอง เม่ือวันที่ 7 มีนาคม พุทธศักราช 2502 ตามพระราช นิติประเพณี โดยเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นครองราชย์ จะต้องออกเยี่ยมราษฎรในพื้นท่ีต่างๆ ซงึ่ การเสดจ็ เยย่ี มราษฎรนัน้ ประโยชนม์ ไิ ดม้ เี พียงราษฎรจะได้เห็นเจ้าชีวิตของเขาเท่านั้นไม่ หากแต่นาความ ปลาบปล้มื มายงั เขาเหลา่ นั้นด้วย ในครงั้ ท่ที ง้ั สองพระองคเ์ สดจ็ เยือนระนองนั้น ได้เสด็จโดยรถยนต์พระท่ีน่ัง จากจังหวัดชุมพร และทรงเย่ียมราฎรท่ีอาเภอกระบุรี และได้ทรงสลักพระปรมาภิไทยย่อ ภปร. และพระนามาภิไธยย่อ สก. ท่ีศิลาสลักตาบล จปร. จากนั้นได้เสด็จประทับ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด ระนอง ทรงวางพวงมาลาดอกไม้สด ณ สุสานเจ้าเมืองระนอง เสด็จเย่ียมราษฎรท่ีพลับพลาหน้าโรงเรียน ประจาจังหวัด คือ พิชัยรัตนาคาร (ป๎จจุบันเป็นท่ีต้ังโรงเรียนสตรีระนอง) เสด็จทอดพระเนตรเหมือง เรือขุดบางนอน เสด็จผ่านซุ้มรับเสด็จที่ตาบลหงาว ซ่ึงมีนักเรียนมารอรับเสด็จเป็นจานวนมาก ซงึ่ ยงั ความปลาบปลมื้ มายงั ชาวระนองทไ่ี ด้มโี อกาสรับเสดจ็ ในขณะนน้ั อยา่ งหาท่สี ดุ มไิ ด้ สาหรับรายละเอียดในการเสด็จพระราชดาเนินเย่ียมเยียนราษฎรจังหวัดระนองในครั้งน้ัน สามารถประมวลเหตุการณ์ได้ดังน้ี วันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๒ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดาเนินโดยรถยนต์พระที่น่ัง โดยออกเดินทางจากจังหวดั ชมุ พรเมอ่ื เวลา 10 นาฬิกา 57 นาที เสด็จพระราชดาเนินถึงซุ้มรับเสด็จซึ่งเป็น บริเวณต่อเขตจังหวัดชุมพรและจังหวัดระนอง ท่ีต้ังของตาบลปากจ่ัน อาเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ในเวลาประมาณ ๑๑ นาฬิกา ๒๓ นาที

บทที่ 1 | หน้า ๓๑ เวลา 10 นาฬิกา 57 นาที เสด็จโดยรถยนตพ์ ระทีน่ ัง่ จากชมุ พร-ระนอง ซุมรับเสด็จบริเวณตาบลปากจัน่ อาเภอกระบุรี จงั หวดั ระนอง เม่ือเสด็จพระราชดาเนินถึงพลตารวจเอกหลวงชาติตระการโกศล ปลัดกระทรวงมหาดไทย เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลพระกรุณาเบิกนายพันธุ์ สายตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผู้กากับการตารวจภูธรจังหวัดระนอง เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทและผู้ว่าราชการจังหวัดระนองทูลเกล้า ทูลกระหมอ่ มถวายพระแสงราชศาสตราประจาจงั หวดั ระนอง สาหรับคากราบบังคมทูลถวายพระแสงราชศสั ตราประจาจังหวดั ระนอง ปรากฏตามรายละเอียด ดังนี้ “ขอเดชะ ใต้ฝุาละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้านายพันธุ์ สายตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ด้วยในการที่ใต้ฝุาละอองธุลี พระบาทและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จมาเย่ียมราษฎรจังหวัดระนอง ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระแสงราชศัสตราประจาจังหวัดระนอง ตามโบราณ ราชประเพณี ดว้ ยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

บทท่ี 1 | หนา้ ๓๒ นายพันธ์ุ สายตระกลู ผวู้ ่าราชการจงั หวดั ระนอง นอ้ มเกลา้ นอ้ มกระหม่อมถวายพระแสงราชศัสตราประจาจังหวดั ระนอง จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้เสร็จ พระราชดาเนินไปทอดพระเนตรศิลาจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “จปร.” ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ซ่ึงได้พระราชทานไว้เม่ือคร้ังเสด็ จประพาสจังหวัดระนองเมื่อปี พุทธศักราช ๒๔33 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร.” และ “สก.” ในแท่นหินพระราชทานไว้เป็น พระอนุสรณด์ ว้ ย

บทท่ี 1 | หนา้ ๓๓

บทท่ี 1 | หน้า ๓๔ จากนนั้ ทง้ั สองพระองคจ์ งึ ไดเ้ สดจ็ พระราชดาเนนิ ไปยังท่ีว่าการอาเภอกระบุรี ซ่ึงอยู่ห่างจากซุ้ม ต่อเขตประมาณ ๒๙ กิโลเมตร โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดาเนินถึงบริเวณที่ว่าการอาเภอกระบุรีใน เวลาประมาณ ๑๒ นาฬกิ า ๕ นาที พลตารวจเอกหลวงชาติตระการโกศล ปลัดกระทรวงมหาดไทย เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทเบิก นายอาเภอกระบุรี เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูล พระกรุณาและนายอาเภอกระบุรีนาเสด็จ พระราชดาเนินเยี่ยมขา้ ราชการและราษฎรทมี่ ารอเฝูาชมพระบารมอี ยา่ งเนืองแนน่ ในระหวา่ งนั้นไดท้ รงมีปฏสิ นั ถาร สอบถามทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด อาทิ ทรงถามถึงการ อาชพี ส่วนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ ทรงสนพระทัยในเด็กๆ ทรงจับต้อง ถามถึงความ เป็นอยู่และอายุของเด็กเหล่าน้ัน ในโอกาสนั้นได้มีผู้นาของพ้ืนเมืองและของหายาก เช่น เข้ียวเสือ ไมก้ ัลปง๎ หา ไก้ฟูา ตวั ตุ่น เขากระทิง และเขากวางมาทลู เกล้าทลู กระหมอ่ มถวายเปน็ อันมาก

บทที่ 1 | หน้า ๓๕ เม่ือได้เวลาอันสมควรแล้วจึงได้เสด็จพระราชดาเนินขึ้น เพ่ือเสวยพระกระยาหารกลางวัน บนทีว่ ่าการอาเภอกระบรุ แี ละทรงพักผ่อนพระอิริยาบถเป็นการสว่ นพระองค์ รถพระทนี่ ง่ั เคลือ่ นผ่านอาเภอกระบุรี

บทที่ 1 | หนา้ ๓๖ เวลา ๑๔ นาฬิกา พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั และสมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิติ์พระบรมราชินีนาถ จงึ ได้เสดจ็ พระราชดาเนินโดยรถยนต์พระท่ีน่ัง เพื่อไปทอดพระเนตรเหมืองแร่ของบริษัทไซมิสทินซินดิเกต จากัด ตาบลบางนอน อาเภอเมืองระนอง ณ ที่น้ันได้มีกรรมกรและเจ้าหน้าที่ชาวต่างประเทศ มาเฝาู ทูลละอองธลุ ีพระบาทอย่างคับค่ัง ต่อมานายวิชา เศรษฐบุตร อธิบดีกรมโลหะกิจและผู้จัดการบริษัท เหมอื งแร่ เฝูาทูลละอองธลุ พี ระบาทนาเสดจ็ พระราชดาเนินทอดพระเนตรเรือขุดแร่ดังกล่าว โดยใช้เวลาอยู่ ทน่ี ่ีประมาณ ๑๕ นาที

บทท่ี 1 | หน้า ๓๗ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินนี าถเสดจ็ เย่ียมชมเรอื ขุดแร่ขดุ ดีบกุ ของบริษัทไซมสี ตนิ ซิลตเิ กต จากัด เวลา ๑๕ นาฬิกา ๑๘ นาที ทง้ั สองพระองค์ได้เสด็จพระราชดาเนินไปยังตัวจังหวัดระนอง และ ถึงจวนผูว้ า่ ราชการจังหวัดระนอง เวลา ๑๕ นาฬกิ า ๓๕ นาที

บทที่ 1 | หน้า ๓๘ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติ ร และสมเด็จพระนางเจ้าสิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ ณ จวนเจา้ เมอื งระนอง เมื่อเสด็จพระราชดาเนินถึง พลตารวจเอกหลวงชาติตระการโกศล ปลัดกระทรวงมหาดไทย เฝาู ทลู ละอองธลุ ีพระบาท กราบบงั คมทูลพระกรุณาเบกิ ภริยาผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผู้พิพากษาหัวหน้า ศาลจังหวัดระนอง นายอาเภอเมืองระนอง และนายกเทศมนตรีเมืองระนองพร้อมด้วยภริยา เฝาู ทูลละอองธุลีพระบาท หลังจากท่ีเสวยพระสุธารสแล้วจึงได้เสด็จพระราชดาเนินไปทรงวางดอกไม้ ณ สุสาน “ต้นตระกูล ณ ระนอง” โดยมีพระยาปฏิพันธภูบาล ผู้สืบตระกูล ณ ระนองและบรรดาเครือญาติ เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทถวายการรับเสด็จ พระราชดาเนิน นอกจากนี้ยังมีประชาชนมารอ เฝาู ทูลละอองธุลพี ระบาทและทูลเกลา้ ทูลกระห่อมถวายสง่ิ ของเป็นจานวนมาก

บทที่ 1 | หนา้ ๓๙ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจา้ สิริกิติ์ พระบรมราชนิ นี าถเสด็จ ณ สสุ าน “ต้นตระกลู ณ ระนอง” สาหรับสุสานแห่งน้ี เป็นที่ฝ๎งศพพระยาดารงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) ซึ่งถือเป็นบรรพชน ของตระกูล ณ ระนอง นอกจากนี้ก็มีหลวงศรีโลหภูมิพิทักษ์ (คอซิมเจ๋ง) พระยาดารงสุจริตมหิศรภักดี (คอซมิ กอ็ ง) พระยาอัษฎงคตทิศรักษา (คอซิมซิม) หลวงศรีสมบัติ (คอซิมจั่ว) พระยาจรูญราชโภคากร (คอ ซมิ เต็ก) และพระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐม์ หิศรภกั ดี (คอซมิ บ)้ี เปน็ ตน้ หลังจากที่ทรงวางพวงมาลาหน้าสุสานแล้วพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดาเนินเย่ียมราษฎรท่ีมา คอยเฝูาชมพระบารมีอย่างทั่วถึง จากนั้นจึงได้เสด็จพระราชดาเนินโดยรถยนต์พระท่ีนั่ งไปเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณโรงเรยี นประจาจงั หวัดระนอง “พชิ ยั รตั นาคาร”

บทท่ี 1 | หนา้ ๔๐

บทท่ี 1 | หนา้ ๔๑ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจา้ สิรกิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ เสด็จออก ณ พลับพลาทปี่ ระทับ โรงเรียนประจาจังหวดั “พชิ ัยรตั นาคาร” (ป๎จจบุ นั คือที่ต้ังโรงเรียนสตรรี ะนอง) เม่ือเสด็จพระราชดาเนินถึงได้ข้ึนสู่พลับพลาที่จัดเตรียมถวาย จากน้ันนายพันธ์ุ สายตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เฝูาทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลรายงาน และ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงมีกระแสพระราชดารัสพระราชทานแก่ผู้ว่า ราชการจังหวดั และพสกนกิ รชาวจงั หวดั ระนอง ความโดยสรุปวา่ ทไ่ี ด้มาเยยี่ มจังหวัดนีไ้ ดเ้ พราะการคมนาคม ดี และทรงยินดที ่รี าษฎรมกี ารทามาหากินดี นอกจากนัน้ ยงั ได้ทรงพระราชทานพรใหร้ าษฎรมีความสุข เมื่อสิ้นพระกระแสราชดารัส ราษฎรต่างก้มลงกราบต่อเบื้องพระพักตร์โดยพร้อมกัน นับเป็น ภาพที่น่าจดจาอย่างย่ิง จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดาเนินลงเยี่ยมราษฎรตามแนวเส้นทาง ท่ีกาหนดราษฎรบางคนลอดเส้นก้ันเข้าไปกราบแทบเบ้ืองพระยุคลบาท บางคนยกพระหัตถ์ข้ึนทูนศีรษะ ของตน บางคนขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจุมพิตพระหัตถ์ซึ่งพระองค์ท่านก็พระราชทานด้วย พระเมตตา พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร ทรงลูบศีรษะเด็กๆ และทรง มพี ระราชปฏิสันถารหยอกลอ้ ดว้ ยความเอ็นดู นับเปน็ พระมหากรุณาธิคณุ เปน็ ลน้ พน้ นอกจากนย้ี ังมชี าวพม่า จากเมืองมะริดข้ามแดนมาคอยเฝูาชมพระบารมีอยู่เป็นจานวนมาก เม่ือได้เวลาอันสมควรแล้วจึงได้เสด็จ พระราชดาเนินกลับจวนท่ีประทับ และหลังจากเสวยพระกระยาหารค่าแล้วได้เสด็จพระราชดาเนิน ลงทอดพระเนตรการแสดงของนักเรียนและข้าราชการจังหวัดระนอง เม่ือได้เวลาอันสมควรแล้วจึงได้เสด็จ พระราชดาเนินข้ึนท่ีประทับ และตามหมายกาหนดการของวันรุ่งขึ้น (วันท่ี ๘ มีนาคม) ทั้งสองพระองค์ จะตอ้ งเสดจ็ พระราชดาเนนิ ไปจงั หวดั ภเู กต็ โดยเสด็จผา่ นอาเภอตะกว่ั ปาุ และอาเภอทบั ปุด ซง่ึ เป็นอาเภอใน เขตพืน้ ท่ีของจงั หวัดพงั งา

บทที่ 1 | หน้า ๔๒ โครงการอนั เนื่องพระราชดาริในจังหวัดระนอง โครงการพระราชดาริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เปน็ โครงการทเ่ี กดิ ขนึ้ จากพระดาริของพระองค์ท่าน โดยได้รับการริเริ่มข้ึนต้ังแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ไมน่ าน ลักษณะของโครงการพระราชดาริเป็นการดาเนินการศึกษาค้นคว้าและทดลองเป็นการ ส่วนพระองค์ โดยเริ่มโครงการจากในเขตพื้นที่รอบ ๆ ที่ประทับในส่วนภูมภิ าคกอ่ น จากนั้นจึงขยายขอบเขต ออกไปส่พู นื้ ทเี่ กษตรกรรมที่กว้างขึ้น ภายใต้หลักการทางานท่ีสาคัญคือ โครงการท่ีดาเนินการต้องสามารถ แกไ้ ขป๎ญหาเฉพาะหน้าที่ราษฎรกาลังประสบอยู่ได้อย่างรีบด่วนและมีผลในระยะยาว โดยที่การพัฒนานั้น ต้องเป็นไปตามลาดับข้ันตอนตามความจาเป็นและประหยัด ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือประชาชนที่สามารถ \"พ่ึงพาตนเองได้\" ในที่สุด ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีข้ันตอนในการ ดาเนินงานตั้งแต่การศึกษาข้อมูลพ้ืนฐาน เช่น สภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ แหล่งน้า และการ ประกอบอาชีพ ก่อนท่ีจะเสด็จพระราชดาเนินไปยังพ้ืนที่เพ่ือสารวจและเก็บข้อมูลจริงจากประชาชน และเจ้าหน้าท่ีประจาท้องถิ่น แล้วจึงทรงวางแผนพัฒนาและพระราชทานข้อเสนอแนะให้รัฐบาล ร่วมดาเนนิ การตามพระราชดารใิ นโครงการตา่ งๆ โดยพระองค์เสดจ็ พระราชดาเนินรว่ มทรงงานกบั หน่วยงาน ของรัฐทุกฝุาย ทั้งพลเรือน ตารวจ ทหาร เพ่ือแก้ไขป๎ญหาต่าง ๆ อย่างจริงจัง ซ่ึงแต่ละโครงการมี กาหนดเวลาในการปฏิบัตกิ ารใหเ้ สรจ็ สิน้ ในระยะเวลาอันสั้น หากเป็นโครงการระยะยาวจะมีเวลาดาเนินงาน ตง้ั แต่ 5 ปขี นึ้ ไป นอกเหนือจากการปฏิบัติการแก้ไขปญ๎ หาเฉพาะหน้าแลว้ งานของโครงการอันเน่ืองพระราชดาริ ยังมีลักษณะของงานวิชาการอีกด้วย กล่าวคือ จะมีโครงการวิจัย ค้นคว้าและทดลองของศูนย์ศึกษา การพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดาริต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในทุกภูมิภาค ทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ วิทยาการท่ีทันสมัยให้แก่เกษตรกรในการจัดทาโครงการต่างๆ ตามหลักวิชาการก่อนเพื่อพิจารณาความ เป็นไปได้และประโยชน์ท่ีคุ้มค่า จากน้ันจึงจะเสนอขออนุมัติโครงการและงบประมาณในการจัดทา หากโครงการใดติดขัดด้านระเบียบ วิธีการ งบประมาณ เป็นผลให้เกิดความล่าช้า พระบาทสมเด็จ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ยังได้พระราชทานกองทุนส่วนพระองค์ เพื่อให้โครงการ ดาเนินการต่อไปไดแ้ ละทันกับการแกไ้ ขปญ๎ หาโดยมสี านักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่อื ประสานงานโครงการ อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ (กปร.) เป็นหน่วยงานช่วยประสานงานและแผนงานต่างๆ ให้สอดคล้อง กัน โดยพระองคไ์ ด้เสด็จพระราชดาเนนิ ทรงกากับดแู ล ตลอดจนทรงตดิ ตามผลการดาเนินการและเสด็จพระราช ดาเนินกลับไปยังโครงการฯ ทุกครั้งที่มีโอกาส เพื่อทอดพระเนตรความเจริญก้าวหน้าของโครงการฯ ให้ เป็นไปด้วยความเรียบรอ้ ย สาหรับในพน้ื ที่จังหวดั ระนอง พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงพระราชทานโครงการพระราชดาริมาตั้งแตป่ พี ทุ ธศกั ราช 2522 ประกอบดว้ ยโครงการต่าง ๆ ดงั นี้

บทที่ 1 | หนา้ ๔๓ โครงการพฒั นาแหลง่ นา้ โครงการกอ่ สรา้ งอาคารอดั น้าหว้ ยหอยพรอ้ มระบบส่งนา้ สถานทีต่ ง้ั ตาบลในวงใต้ อาเภอละอ่นุ จงั หวัดระนอง รายละเอยี ดโครงการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับโครงการก่อสร้าง อาคารอัดน้า ห้วยหอยพร้อมระบบส่งน้าไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ตามที่ นายสุรินทร์ แข่งขัน ประธานสภาตาบลในวงใต้ ได้มีหนังสือขอพระราชทานพระมหากรุณาเร่ืองการจัดหาแหล่งน้า เพื่อการเกษตรให้กับราษฎรในเขตตาบลในวงใต้ รวม 3 หมู่บ้าน ซึ่งมีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ 220 ครวั เรอื น และพ้ืนท่กี ารเกษตรประมาณ 500 ไร่ ซ่งึ ประสบป๎ญหาการขาดแคลนน้าสาหรับอปุ โภค - บริโภค และน้าใช้เพ่ือการเกษตรในฤดูแล้ง ตามหนังสือสานักราชเลขาธิการ ที่ รล 0005.5/8466 ลงวันที่ 13 มถิ ุนายน พทุ ธศักราช 2548 ผลการดาเนนิ งาน กรมชลประทานได้ดาเนินการก่อสร้างอาคารอัดน้าชนิดท่อส่ีเหลี่ยมขนาด 2.25x2.50 เมตร จานวน 2 แถว พรอ้ มทง้ั ก่อสรา้ งทอ่ สง่ น้าสายใหญ่ ยาว 2,500 เมตร และอาคารประกอบ โดยมีการจัดตั้ง กลุ่มผู้ใช้น้าอาคารอัดน้าห้วยหอย เม่ือวันท่ี 26 มกราคม พุทธศักราช 2548 และได้มีการประชุมสมาชิก เพื่อรับทราบและเสนอแนะข้อคิดเห็นเก่ียวกับรูปแบบการก่อสร้าง กาหนดระเบียบข้อบังคับ ตลอดจน กาหนดแนวทางการบริหารจัดการนา้ ของกลมุ่ ผลประโยชน์ท่จี ะไดร้ ับ โครงการนี้สามารถส่งน้าช่วยเหลือราษฎร บ้านบุรีรัมย์ หมู่ท่ี 1 บ้านเนินทอง หมูท่ี 2 และบ้านทบั เหนือ หมทู ่ี 3 ตาบลวงใต้ อาเภอละอุ่น จังหวดั ระนอง จานวน 220 ครวั เรือน จานวน 1,000 คน ไดม้ นี ้าใช้เพื่อการอปุ โภค – บรโิ ภค และพ้ืนทก่ี ารเกษตรของราษฎรในชว่ งฤดฝู นประมาณ 800 ไร่ และ ประมาณ 500 ไร่ ในช่วงฤดแู ลง้

บทท่ี 1 | หนา้ ๔๔ โครงการอาคารอัดนา้ บ้านโปง่ รวยพรอ้ มระบบสง่ นา้ อันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ สถานทตี่ ้ัง ตาบลปากจัน่ อาเภอกระบุรี จังหวดั ระนอง รายละเอยี ดโครงการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม รับโครงการอาคารอัดน้าบ้านโปุงรวย ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ตามที่ นายระวิ ภู่ทอง ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตาบลปากจ่ัน อาเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ได้มีหนังสือขอพระราชทานพระมหากรุณา เพื่อช่วยเหลือราษฎรหมู่ท่ี 3 4 6 7 และหมู่ท่ี 10 ตาบล ปากจ่ัน อาเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ที่ประสบกับป๎ญหาการขาดแคลนน้าสาหรับการอุปโภค - บริโภค และทาการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ตามหนังสือสานักราชเลขาธิการ ที่ รล 0005.5/13180 ลงวันที่ 6 กนั ยายน พทุ ธศกั ราช 2548 พน้ื ทกี่ ารเกษตรทไ่ี ด้รับประโยชนจ์ ากโครงการฯ

บทท่ี 1 | หนา้ ๔๕ ผลการดาเนนิ งาน พุทธศักราช 2550 กรมชลประทานได้ดาเนินการก่อสร้างอาคารอัดน้า ขนาด 2.20 x2.25 เมตร ยาว 20.65 เมตร พร้อมอาคารประกอบ และทอ่ ส่งน้าความยาวรวม 4,760 เมตร พุทธศักราช 2552 กรมชลประทาน ดาเนินการก่อสร้างระบบท่อส่งน้าเพิ่มเติมอีกระยะทาง 5,417 เมตร รวมแล้วระบบท่อสง่ น้าจะมีความยาวรวม 10,177 เมตร นอกจากน้ี ได้มีการจัดต้ังกลุ่มผู้ใช้ น้าอาคารอัดน้าบ้านโปุงรวยอันเนื่องมาจากพระราชดาริเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2548 เพ่ือใหร้ าษฎรไดบ้ รหิ ารจัดการการใชน้ ้ากนั เองเพ่ือก่อให้เกิดประโยชน์สงู สดุ ประโยชนท์ ่ไี ดร้ ับ สามารถช่วยเหลือราษฎร 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ท่ี 3 4 6 7 และ 10 ในเขตตาบลปากจั่น จานวน 751 ครัวเรือน ประชากร 2,473 คน ได้มีน้าสาหรับอุปโภค-บริโภค และส่งน้าช่วยเหลือพื้นท่ี การเกษตรอีก 800 ไร่ โครงการฝายคลองหินเพิงพรอ้ มระบบสง่ นา้ สถานทต่ี ง้ั ตาบลหาดส้มแปูน อาเภอเมอื งระนอง จังหวดั ระนอง รายละเอียดโครงการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม รับโครงการก่อสร้างฝายคลองหินเพิงพร้อมระบบส่งน้า ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดาริ ตามท่ี นายวรวทิ ย์ โลหะผล ราษฎรบ้านทุ่งคา หมูที่ 1 ตาบลหาดส้มแปูน อาเภอเมืองระนอง จังหวัดระนองขอพระราชทานโครงการก่อสร้างฝายคลองหินเพิง เพ่ือช่วยเหลือราษฎร บ้านทุ่งคา หมู่ที่ 1 ตาบลหาดส้มแปูน อาเภอเมืองระนอง ซ่ึงประสบความเดือดร้อนขาดแคลนน้าสาหรับทาการเกษตร ในฤดแู ลง้ ตามหนังสือสานกั ราชเลขาธิการ ท่ี รล 0008.5/8648 ลงวนั ท่ี 9 มถิ ุนายน พุทธศกั ราช 2554