Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกั่ว ในกลุ่มวัยแรงงาน

แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกั่ว ในกลุ่มวัยแรงงาน

Published by shawpatinspection, 2021-06-09 03:50:39

Description: แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกั่ว ในกลุ่มวัยแรงงาน

Search

Read the Text Version

เมอ่ื คนงานกลบั จากทำ� งานก็จะเปลย่ี นเสอ้ื ผ้าในหอ้ ง ไม่มีจดุ ใหเ้ ปลี่ยนเสื้อผ้าในระยะหา่ งจากหอพัก ห้องพกั ของ เด็กท่ปี ว่ ยเป็นห้องสุดท้ายทางซา้ ยมือ รปู ท่ี 19 สภาพภายในห้องของผูป้ ่วย เสื่อนำ�้ มนั ในภาพไดถ้ ูกนำ� มาตรวจหาสารตะกั่ว การดำ� เนนิ งานของทมี สอบสวนโรค 1. ประสานกับโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำ� บลบางนำ้� จืดให้สง่ เจา้ หน้าท่มี ารว่ มในการส�ำรวจโรงงาน (โดยครัง้ แรก ทางโรงพยาบาลรามาธิบดเี ป็นผปู้ ระสานก่อน) 2. ดำ� เนินการสำ� รวจห้องพกั คนงาน ของพอ่ แมเ่ ด็กที่ป่วย และหอ้ งพกั ของป่แู ละยา่ ของเดก็ เกบ็ ตัวอย่างฝุ่นไปตรวจ หาโลหะหนกั 3. ด�ำเนินส�ำรวจกระบวนการผลิตของโรงงานและถ่ายรูป พร้อมกับน�ำตัวอย่างวัตถุดิบและฝุ่นท่ีพ้ืนโรงงานไปตรวจ วดั ปรมิ าณตะกว่ั 4. ให้ค�ำแนะน�ำเบื้องต้นต่อเจ้าของโรงงาน เช่น สภาพการท�ำงานของคนงานซ่ึงต้องแปดเปื้อนฝุ่นซึ่งมีโลหะผสม จงึ ควรให้มหี ้องอาบนำ�้ และลา้ งตวั กอ่ นกลบั เข้าท่พี ัก และควรมีชุดท�ำงานแยกต่างหากจากชุดในชีวิตประจำ� วนั นอกจากนีไ้ ด้แนะน�ำ ให้ส่งคนงานไปตรวจเลือดหาสารพิษต่าง ๆ 5. ประสานกบั งานอาชีวอนามัย โรงพยาบาลสมทุ รสาคร เพอื่ อำ� นวยความสะดวกในการทีโ่ รงงานสง่ คนงานไปตรวจ สุขภาพ 89แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกั่ว ในกลมุ่ วัยเเรงงาน

ตารางท่ี 15 แสดงผลการตรวจปริมาณตะก่ัว ซึง่ ตดิ ตามเครื่องใช้ ในห้องของบิดา มารดาผปู้ ่วย รายงานผลการวเิ คราะห์สารพิษทางส่งิ แวดลอ้ ม ศนู ยอ์ ้างองิ ทางหอ้ งปฏิบัติการและพษิ วทิ ยา ส�ำนักโรคจากการประกอบอาชพี และส่ิงแวดล้อม กรมควบคมุ โรค สถานทีส่ ง่ : กล่มุ ข่าวกรอง ชื่อโรงงาน : ******************* ประเภทโรงงาน : ขายฝุน่ แร่ Lab No. : 1031/55 วันทส่ี ่ง : 29/06/55 วนั ทีว่ เิ คราะห์ : 17/07/55 ชนิดตวั อยา่ ง : ชนดิ สารพิษ : Metals ลำ� ดับท่ี วิธีเก็บ หมายเลข จดุ ทีเ่ กบ็ ผลการวิเคราะห์ ตวั อยา่ ง ตัวอย่าง ห้องนอนของพอ่ - แม่ ผูป้ ว่ ยเด็กใน สารพษิ ปรมิ าณที่พบ หน่วย 1 เสือ้ เสื้อผูป้ ว่ ยเด็ก Pb 756.055 mg/kg 2 เสื่อนำ�้ มัน 3 เสอ่ื นำ�้ มัน เสอ่ื นำ�้ มันทป่ี ูรองนอนสแี ดง - ขาว Pb 925.211 mg/kg 4 Filter 5 Filter เส่ือนำ้� มันท่ปี รู องนอนสีแดงมีลาย Pb 556.382 mg/kg 6 Filter 7 Filter ฝนุ่ จากทีน่ อนพับ Pb 1076.000 µg/sample 8 Filter 9 Water ฝุ่นจากใบพัดลม Pb 1806.000 µg/sample ฝนุ่ จากปลั๊กไฟ Pb 1782.000 µg/sample ฝุ่นจากผา้ ม่าน Pb 1349.000 µg/sample ฝ่นุ จากบานเกล็ด Pb 5519.820 µg/sample นำ�้ ดื่มในถงั แกลลอน Pb <0.001 mg/l ตารางท่ี 16 แสดงผลการตรวจฝนุ่ จากหอ้ งของปแู่ ละยา่ ของเดก็ ซงึ่ ทำ� งานในโรงงาน เดยี วกนั รายงานผลการวิเคราะหส์ ารพษิ ทางส่งิ แวดลอ้ ม ศนู ยอ์ า้ งองิ ทางห้องปฏบิ ัติการและพษิ วทิ ยา สำ� นักโรคจากการประกอบอาชพี และสง่ิ แวดลอ้ ม กรมควบคุมโรค สถานที่สง่ : กลมุ่ ขา่ วกรอง ชือ่ โรงงาน : ******************* ประเภทโรงงาน : ขายฝ่นุ แร่ Lab No. : 1031/55 วนั ทสี่ ่ง : 29/06/55 วันทีว่ เิ คราะห์ : 17/07/55 ชนิดตวั อย่าง : ชนดิ สารพษิ : Metals ล�ำดบั ท่ี วิธีเก็บ หมายเลข จดุ ที่เก็บ ผลการวิเคราะห์ ตัวอย่าง ตัวอย่าง ในหอ้ งปู่ - ยา่ ผ้ปู ่วยเดก็ สารพษิ ปรมิ าณท่ีพบ หน่วย 1 Water น�้ำด่ืมในกระตกิ Pb 0.017 mg/l 2 Filter 3 Filter ฝ่นุ จากเส่อื Pb 1248.820 µg/sample 4 Filter ฝ่นุ จากพัดลม Pb 4619.820 µg/sample ฝนุ่ จากผ้าม่าน Pb 844.820 µg/sample 90 แนวทางการเฝา้ ระวงั ป้องกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะกั่ว ในกลุม่ วัยแรงงาน

ตารางท่ี 17 แสดงผลการตรวจสภาพแวดลอ้ มในโรงงาน รายงานผลการวิเคราะหส์ ารพิษทางสง่ิ แวดล้อม ศนู ยอ์ า้ งองิ ทางหอ้ งปฏบิ ัติการและพิษวิทยา สำ� นักโรคจากการประกอบอาชีพและสงิ่ แวดลอ้ ม กรมควบคมุ โรค สถานทสี่ ง่ : กลมุ่ ขา่ วกรอง ชื่อโรงงาน : ******************* ประเภทโรงงาน : ขายฝ่นุ แร่ Lab No. : 1031/55 วันทีส่ ่ง : 29/06/55 วันทวี่ เิ คราะห์ : 17/07/55 ชนิดตวั อย่าง : ชนิดสารพษิ : Metals ล�ำดบั ท่ี วธิ เี ก็บ หมายเลข จุดทเี่ กบ็ ผลการวิเคราะห์ ตวั อย่าง ตัวอย่าง ในบริเวณโรงงาน สารพิษ ปรมิ าณที่พบ หนว่ ย mg/l 1 Water นำ�้ ดม่ื ในถงั แกลลอนในโรงงาน Pb <0.001 mg/l 2 Water mg/kg 3 ฝ่นุ นำ้� ประปาในโรงงาน Pb <0.001 mg/kg ผงฝนุ่ ในถุงของโรงงานจดุ ที่ 1 ดา้ นขวา Pb 5.766 มอื mg/kg mg/kg 4 ฝนุ่ ผงฝุ่นในถุงของโรงงานจดุ ท่ี 2 ด้านซ้าย Pb 0.477 มอื 5 ฝุ่น 6 ฝุ่น ผงฝนุ่ ในถุงของโรงงานจดุ ท่ี 3 ตรงกลาง Pb 19.649 ผงฝนุ่ ในถุงของโรงงานจดุ ท่ี 4 ด้านในสดุ Pb 135.863 จากผลการตรวจวิเคราะห์ตะก่ัวในฝุ่น และตะกั่วในน้�ำด่ืม แสดงให้เห็นว่ามีสารตะกั่วในปริมาณสูง จากฝุ่นซ่ึงเก็บมาจากอุปกรณ์เคร่ืองใช้และเส้ือผ้าของผู้ท่ีเกี่ยวข้อง แม้ว่าขณะน้ัน (พ.ศ. 2555) ไม่มีค่า มาตรฐานเพ่ือใชเ้ ปน็ คา่ อา้ งอิง ของตะกัว่ ในฝ่นุ ดว้ ยวธิ กี ารเก็บเหลา่ นี้ แตก่ ถ็ อื ว่าไมค่ วรมกี ารตรวจพบตะกั่ว ในสง่ิ แวดลอ้ มทว่ั ไป (ปจั จบุ นั มคี า่ อา้ งองิ ของปรมิ าณตะกวั่ ในฝนุ่ ในสงิ่ เเวดลอ้ มทว่ั ไป) นอกจากนยี้ งั ตรวจพบ ตะก่ัวในนำ้� ด่มื อีกด้วย เนอ่ื งจากฝนุ่ ทต่ี ดิ อยกู่ บั เสอื้ ผา้ มปี รมิ าณสงู มาก เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั ฝนุ่ ทอ่ี ยใู่ นวตั ถดุ บิ ของโรงงาน เชน่ ฝนุ่ ในเสอ้ื ของเดก็ 756.055 มลิ ลกิ รมั ตอ่ กโิ ลกรมั (mg/kg) ผงฝนุ่ ในถงุ ของโรงงานมปี รมิ าณตะกวั่ ตงั้ แต่ 5.766 mg/kg จนถึง 135.863 mg/kg แสดงว่าเสื้อผ้าเด็กอาจดูดซับฝุ่นท่ีปนเปื้อนตะกั่วได้ดี ซึ่งอาจต้องศึกษา ตอ่ ไป 91แนวทางการเฝ้าระวงั ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะกว่ั ในกลุ่มวยั เเรงงาน

ความเ ขม ขนของตะก่ัว ิมล ิลก ัรม ตอกิโลก ัรม (mg/kg) (mg/kg) 100 ความเขม ขนของตะกั่ว (mg/kg) 900 800 700 600 500 ความเขม ขนของตะกั่ว 400 (mg/kg) 300 200 ผงฝนุ ในถงุ 100 ของโรงงาน 0 เสื้อผูปว ยเดก็ เสอ่ื น้ำมันฯ เส่ือน้ำมนั ฯ ผงฝนุ ในถงุ ผงฝนุ ในถงุ ผงฝุน ในถงุ จุดที่ 4 สีแดง-ขาว สีแดงมีลาย ของโรงงาน ของโรงงาน ของโรงงาน ดานในสุด ในหองพอ แมเดก็ ในหองพอ แมเดก็ จุดที่ 1 จดุ ท่ี 2 จุดที่ 3 ดานขวามือ ดา นซายมือ ตรงกลาง รูปท่ี 20 แผนภมู เิ ปรียบเทยี บความเข้มข้นของสารตะกั่วในแหลง่ ตา่ ง ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรม ข้อสรุปในการสอบสวนโรค พบว่ามีการตรวจพบสารตะก่ัวในปริมาณและความเข้มข้นสูงจากเส้ือผ้าของผู้ป่วยและเคร่ืองใช้ต่าง ๆ ภายในห้องที่ เด็กพักอาศัย ตลอดจนภายในห้องทปี่ ่แู ละย่าของผู้ป่วยพักอาศัยอยู่ พบความเขม้ ข้นสูงกว่าวตั ถดุ บิ ของบรษิ ทั ซึง่ สอดคล้องกับการที่ เด็กป่วยด้วยโรคพษิ จากสารตะกั่ว ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การปอ้ งกันการไดร้ บั สมั ผัสสารตะกวั่ (Primary Prevention for Lead Exposures) 1. ด้านสิง่ แวดล้อม 1.1 ท�ำความสะอาดบา้ น โดยการเชด็ ถดู ้วยน้�ำแทนการกวาด (Wet Mop) ทุกวัน 1.2 แนะนาํ ใหใ้ ชส้ ีไร้สารตะกวั่ สาํ หรบั ทาสีภายใน 1.3 น้�ำดม่ื ควรใสภ่ าชนะท่ปี ิดมดิ ชดิ เพื่อปอ้ งกันฝ่นุ ที่อาจมีตะกั่วปนเปอื้ น 1.4 ถ้วยจานท่ใี ชใ้ นการรบั ประทานอาหาร ควรเกบ็ ใหม้ ดิ ชิด เพอื่ ป้องกันฝนุ่ ท่ีอาจมีตะกว่ั ปนเปือ้ น 2. ผู้ปกครองควรมีแนวปฏบิ ัติ ดังนี้ 2.1 เปลีย่ นเสือ้ ผ้า และอาบน้ํา สระผม กอ่ นกลับบา้ นหรือเม่ือกลบั ถึงบา้ นทนั ที 2.2 แยกซักเสอื้ ผา้ /หมวกท่ีใชใ้ สท่ �ำงาน ออกจากเสือ้ ผา้ อื่น ๆ 3. เดก็ ควรมีแนวปฏิบตั ิ ดงั นี้ 3.1 ลา้ งมอื บอ่ ย ๆ (Hand - Mouth Behaviors) 3.2 ควรกินอาหารท่ีมธี าตเุ หล็กสงู ไขมนั ตำ่� 3.3 ตรวจเลอื ดซ�้ำตามระยะเวลาทแ่ี พทยแ์ นะน�ำ เพ่อื การเฝา้ ระวัง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรมีการศึกษาข้อดีและข้อเสียของอุตสาหกรรมประเภทน้ี เช่น ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ผลกระทบต่อผู้ปฏิบตั ิงานและชุมชน เพ่ือรัฐบาลจะไดม้ ีนโยบายทเ่ี หมาะสมในการบรหิ ารจัดการต่อไป 92 แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกัว่ ในกลุ่มวัยแรงงาน

6.4.2 การสอบสวนโรคพษิ จากสารตะกัว่ โรงงานผลติ แบตเตอรี่แหง่ หนง่ึ จงั หวดั ชลบรุ ี ความเป็นมา ตามที่สำ� นกั งานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลชลบุรี เรือ่ ง ผลการตรวจสารตะกั่วในเลอื ดของ พนักงานท่ปี ฏบิ ตั ิงานในโรงงานผลติ แบตเตอร่แี หง่ หนง่ึ ในจังหวดั ชลบรุ ซี ึ่งกังวลเรอ่ื งความเส่ียงจากสารตะกั่ว โดยมพี นักงานจ�ำนวน 19 คน จากพนักงานในโรงงานท้งั หมดกว่า 700 คน เดนิ ทางมาขอเข้ารบั การตรวจระดบั สารตะก่ัวในเลือดที่ศูนยอ์ าชวี เวชศาสตร์ โรงพยาบาลชลบรุ ี โดยพบ กลมุ่ ความเส่ียงสงู ท่มี ีระดบั ตะกวั่ ในเลือด ตงั้ แต่ 30.0 - 59.9 ไมโครกรมั ต่อเดซิลติ ร (µg/dL) จำ� นวน 9 คน และมรี ะดบั ตะก่ัวในเลอื ด ตั้งแต่ 60 µg/dL ขน้ึ ไป จ�ำนวน 10 คน ทัง้ นี้ ส�ำนักงานสาธารณสขุ จงั หวดั ชลบรุ ี ร่วมกบั สำ� นกั งาน ป้องกนั ควบคุมโรคที่ 6 กองโรคจากการประกอบอาชพี และสง่ิ แวดลอ้ ม (กลมุ่ พฒั นามาตรการ กลมุ่ ระบาดวทิ ยาและตอบโตภ้ าวะฉกุ เฉนิ และ ศนู ยพ์ ัฒนาวชิ าการอาชีวอนามยั และส่งิ แวดลอ้ ม จงั หวดั ระยอง) โรงพยาบาลชลบรุ ี ร่วมลงพนื้ ท่ีสอบสวนโรคหาขอ้ เทจ็ จริง ในวนั ท่ี 2 ตุลาคม 2562 โดยมี นายแพทยส์ าธารณสุขจังหวัดชลบรุ ีเป็นประธานในการดำ� เนินการคร้งั นี้ ข้อมูลเบื้องตน้ สถานประกอบการแห่งน้ีมีสถานท่ีตั้งอยู่ ณ นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จังหวัดชลบุรี เร่ิมด�ำเนินกิจการต้ังแต่ป ี พ.ศ. 2559 มเี นือ้ ทีป่ ระมาณ 28 ไร่ ประกอบกจิ การผลิตแบตเตอรร่ี ถจกั รยานยนต์ และแบตเตอรส่ี �ำรองไฟ (UPS) ส่งจ�ำหน่ายไปยงั 140 ประเทศทว่ั โลก ผลิตภัณฑ์ไดร้ ับการรบั รองมาตรฐาน ISO9001:2015 และ ISO14001:2015 สถานประกอบการนม้ี เี จา้ หน้าท่ี ความปลอดภยั ระดบั วิชาชพี จำ� นวน 2 คน มีพนกั งานท้ังหมด 887 คน ประกอบด้วย สญั ชาตไิ ทย 105 คน สญั ชาตจิ นี 45 คน และ Subcontract จ�ำนวน 737 คน ซ่ึงส่วนใหญ่ เป็นสัญชาติเมียนมาร์ โดยบริษัทรับเหมาช่วง (Subcontract) ได้จัดหาที่พัก ด้วยการเช่าคอนโดมิเนียมซึ่งอยู่หา่ งจากโรงงานประมาณ 5 กโิ ลเมตร 93แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกัน ควบคุมโรคพษิ ตะก่วั ในกลมุ่ วัยเเรงงาน

1) กระบวนการผลติ การผลติ เนื้อแผนธาตุ การผลติ โครงแผนธาตุ 1 การประกอบแบตเตอรี่ 2 3 4 การชารจ แบตเตอร่ี รปู ที่ 21 กระบวนการผลติ 94 แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกว่ั ในกล่มุ วยั แรงงาน

กระบวนการผลติ ประกอบดว้ ย การผลติ เนอื้ แผน่ ธาตุ การผลติ โครงแผน่ ธาตุ การประกอบแบตเตอรี่ และการชารจ์ แบตเตอรี่ โดยมวี ัตถุดบิ หลกั คอื ตะก่วั แท่งบริสทุ ธิ์ กรดซัลฟิวริก (H2SO4) เจอื จางร้อยละ 30 โดยมแี ผนผงั และกระบวนการผลิตดังนี้ ประตู 3 หนวยอบปรับ สภาพแผนธาตุ ประตู 4 เตาหลอมและผลิต หนว ยตดั โครงแผนธาตุ โดย และจดั เรยี ง ใชตะกว่ั อัลลอยด แผน ธาตุ หนว ยฉาบแผนธาตุ ประตู 5 ประตู 2 ประตู 1 หนว ยผลิตผงตะกว่ั จากแทงตะกว่ั บรสิ ุทธิ์ และถังพักผงตะกวั่ รูปที่ 22 แผนผังและกระบวนการผลิต 2) ขอ้ มลู รายงานผลการตรวจวัดสภาพแวดลอ้ มการทำ� งานของสถานประกอบการ ผปู้ ระกอบการไดจ้ า้ งบรษิ ทั ทปี่ รกึ ษามาตรวจวดั สภาพแวดลอ้ มประกอบดว้ ย ความเขม้ ขน้ ของฟมู ของตะกว่ั ปรมิ าณ ฝนุ่ รวมและฝนุ่ ระดบั หายใจ รวมทง้ั ความเขม้ ขน้ ของกรดซลั ฟวิ รกิ พบวา่ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานทกุ จดุ ตรวจวดั ทงั นก้ี ารตรวจวดั ปรมิ าณ ฝุ่นไมไ่ ด้น�ำไปวเิ คราะหห์ าปริมาณของสารตะก่วั เพม่ิ เตมิ 95แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะก่วั ในกลุ่มวยั เเรงงาน

3) ขอ้ มูลผลการตรวจสขุ ภาพของสถานประกอบการ ผู้ประกอบการได้มีการว่าจ้างให้หน่วยตรวจสุขภาพของเอกชน ท�ำการตรวจหาระดับตะก่ัวในเลือดของพนักงาน ก่อนเริ่มงาน (Baseline) ต้ังแต่ปี 2561 เพื่อเป็นข้อมูลสุขภาพพ้ืนฐาน และมีการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง เป็นประจ�ำทุกป ี ปลี ะ 1 ครง้ั โดยผลการตรวจสขุ ภาพตามความเสยี่ งประจำ� ปี 2562 ของพนกั งาน จำ� นวน 440 คน ประกอบดว้ ยพนกั งานทปี่ ฏบิ ตั งิ านผลติ โครงแผ่นธาตุ และเนือ้ แผ่นธาตุ จำ� นวน 140 คน พนกั งานท่ปี ฏบิ ตั งิ านสว่ นโรงประกอบ จำ� นวน 300 คน พบวา่ มพี นักงานทมี่ รี ะดบั ตะกวั่ ในเลือดเท่ากับ 30 µg/dL จ�ำนวน 19 คน และพนกั งานท่มี รี ะดับตะกว่ั ในเลอื ดสงู กว่า 30 µg/dL จำ� นวน 3 คน ท้งั น้ี บริษัท ทต่ี รวจสขุ ภาพ ใชเ้ กณฑค์ า่ ปกตไิ มเ่ กนิ 60 µg/dL ซง่ึ ปจั จบุ นั เกณฑข์ องกระทรวงอตุ สาหกรรมก�ำหนดอยทู่ ี่ 30 µg/dL สว่ นคา่ แนะน�ำ โดย ACGIH (2018) ก�ำหนดให้ระดับตะก่ัวในพนักงาน ไม่ควรเกิน 20 µg/dL ส่วนการตรวจสุขภาพตามความเส่ียงโดยแพทย์ อาชวี เวชศาสตรเ์ พอ่ื ดูอาการท่ีเกี่ยวข้องกบั โรคพษิ สารตะก่วั ยังไมไ่ ด้มีการดำ� เนินการ วตั ถปุ ระสงค/์ กจิ กรรมของการสอบสวนโรคในคร้ังนี้ - เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและข้อมูลการด�ำเนินงานของสถานประกอบการในการเฝ้าระวังป้องกันความเส่ียงจากการ ทำ� งานในประเดน็ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั สารตะกว่ั โดย ผบู้ รหิ ารของบรษิ ทั นำ� เสนอผลการดำ� เนนิ งานดา้ นอาชวี อนามยั และ สิ่งแวดลอ้ มของสถานประกอบการ รวมทัง้ มาตรการการจดั การทางด้านมลพิษส่ิงแวดล้อม - เพอ่ื ตรวจสอบและยนื ยันขอ้ มูลตา่ ง ๆ o โดยการเดินส�ำรวจโรงงานเพื่อประเมินความเส่ียงต่อการได้รับสัมผัสตะกั่วจากการท�ำงาน ของพนักงานและ ประเมนิ มาตรการป้องกนั อันตรายต่าง ๆ ได้แก่ ระบบระบายอากาศ มาตรการเกี่ยวกับการป้องกันทต่ี วั บคุ คล เช่น อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล และมาตรการอ่ืน ๆ เช่น การเปล่ียนเส้ือผ้าชุดท�ำงานก่อนกลับบ้าน จดุ บริการนำ้� ดม่ื อาหารทป่ี ลอดภัย ห้องอาบนำ�้ เป็นตน้ o ข้อมูลส่ิงแวดล้อม โดยดูจากรายงานผลการตรวจวัดสภาพแวดล้อมการท�ำงาน รวมทั้งได้ท�ำการตรวจวัด ภาพแวดล้อมในการท�ำงานเพื่อยืนยัน โดย ศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม จังหวัดระยอง ซง่ึ ประกอบดว้ ย 1) การเก็บตวั อย่างอากาศแบบตดิ ตวั บุคคล (Personal Sampling) จ�ำนวน 10 จดุ โดยใชว้ ิธกี ารเกบ็ ตวั อย่าง ตาม NIOSH 7082 และเทียบผลกับค่ามาตรฐาน OSHA และ ACGIH ก�ำหนด คือ 0.05 (mg/m3) และ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่ือง ขีดก�ำจัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2560 พบวา่ เกนิ คา่ มาตรฐาน 5 จดุ คือ แผนกฉาบแผน่ ธาตุ จำ� นวน 2 จุด และแผนกตดั แผน่ ธาตุ จำ� นวน 3 จดุ 2) การเก็บตัวอยา่ งฝุ่นบนพนื้ ผวิ (Wipe Method) ประกอบด้วย เสอ้ื ผ้า ผิวหนัง และพ้ืนทป่ี ฏิบตั งิ าน จำ� นวน 35 จุด โดยใชว้ ธิ ีการเกบ็ ตวั อยา่ งตาม NIOSH 9100 เทียบค่ามาตรฐาน OSHA (500 µg/100 cm2) พบว่า เกนิ ค่ามาตรฐาน 6 จุด แบ่งเปน็ แผนกฉาบแผน่ ธาตุ จำ� นวน 4 จดุ และแผนกตดั แผน่ ธาตุ จำ� นวน 2 จดุ ตามพนื้ ผิวของเอ๊ยี มและพื้นท่ีปฏิบัตงิ าน ข้อสังเกตท่ีพบ คือ ตะกั่วในรูปของฝุ่นจะตรวจพบได้สูงกว่าตะก่ัวในรูปของฟูม และตรวจพบฝุ่นตะก่ัว 100% ในทกุ จดุ ที่ตรวจวัด และสูงสดุ อยู่ทพ่ี ้ืนผิวของเอ๊ยี ม 96 แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกั่ว ในกลุ่มวยั แรงงาน

o ข้อมูลสุขภาพ โดยพิจารณาจากรายงานผลการตรวจสุขภาพของบริษัทเปรียบเทียบกับผลการตรวจโดยศูนย ์ อาชวี เวชศาสตร์ โรงพยาบาลชลบรุ ี พบวา่ พนกั งานมคี า่ ตะกวั่ ในเลอื ดสงู รวมทงั้ การสมั ภาษณพ์ นกั งานทรี่ ะดบั ตะกว่ั ในเลอื ดสงู การประเมนิ สขุ ภาพพนกั งานเบอ้ื งตน้ โดยแพทยอ์ าชวี เวชศาสตร์ สำ� หรบั ผลการตรวจสารตะกวั่ ในเลอื ด ของพนกั งาน ดังนั้น ข้อเสนอแนะส�ำหรับบรษิ ัทฯ ควรปรบั ค่ามาตรฐานในการเฝา้ ระวังสารตะก่ัวให้เป็นไปตามกฎหมายก�ำหนด คอื 30 µg/dl ผลการสอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ 1) จากการรับฟังข้อมูลการน�ำเสนอจากบริษัท พบว่า บริษัทมีความมุ่งม่ันท่ีจะน�ำมาตรการทางด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย มาตรฐานสากลทางส่ิงแวดล้อม มาใช้กับบริษัท แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่า ยังมีจุดเสี่ยง ในสถานประกอบการอกี หลายจดุ ทที่ ำ� ใหม้ สี ารตะกว่ั ออกมาสบู่ รรยากาศในการทำ� งาน โดยเฉพาะฝนุ่ ตะกว่ั ทตี่ กหลน่ อยู่ ตามพนื้ และบรเิ วณทป่ี ฏิบัติงาน และตามเสือ้ ผา้ ถุงมอื และชุดทำ� งานของพนกั งาน 2) การเลือกบริษัทที่ตรวจสุขภาพ พบว่าไม่ได้มาตรฐาน ข้อมูลจากการตรวจสอบโดยส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ชลบุรี พบว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการ ซึ่งตามกฎหมายจะไม่สามารถด�ำเนินการให้บริการ ตรวจภายนอกสถานท่ีได้ และการลงพ้ืนที่ตรวจในโรงงานนี้ ไม่ได้ขออนุญาตกับทางสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี รวมถึงเคยมปี ระวัติถกู เปรียบเทยี บปรับในกรณีดงั กลา่ วมาแลว้ 3) พนักงานในบริษัทไม่ได้รับการตรวจระดับสารตะก่ัวในเลือดทุกคน โดยบริษัทมองว่าแผนกประกอบแบตเตอรี่ และแผนกชารจ์ แบตเตอรี่ ไม่มีความเสีย่ งจึงไมไ่ ด้มกี ารตรวจระดบั ตะกว่ั ในเลือดของพนกั งาน ซึง่ ในความเป็นจริง พนกั งานในโรงงานแบตเตอรถ่ี ือวา่ ทุกแผนกมีความเสี่ยงตอ่ การสัมผัสสารตะกวั่ ควรไดร้ บั การตรวจทุกคน 4) ข้อมลู ผลการตรวจวัดสงิ่ แวดล้อม ถงึ แมว้ ่าไมเ่ กินค่ามาตรฐาน แตร่ ะดบั ผลการตรวจวัดใกล้คา่ OEL และมขี ้อควร สงั เกตว่า ผลการตรวจวัดระดบั ฝนุ่ มคี า่ คอ่ นขา้ งสงู ซึง่ คาดวา่ อาจเปน็ ฝุน่ ตะกว่ั ทง้ั น้ีตอ้ งรอผลการตรวจระดบั สารตะก่วั จากหนว่ ยงานราชการอกี ครั้งเพอื่ นำ� มาเปรียบเทยี บกัน 5) มาตรการเปลยี่ นเสอื้ ผา้ กอ่ นไปรบั ประมานอาหารกลางวนั ยงั มคี วามเสย่ี งสงู เนอื่ งจากเปน็ การถอดเสอ้ื คลมุ ทำ� งาน เก็บไว้ เม่ือรับประทานอาหารเสร็จก็กลับมาใส่ชุดเดิม รวมทั้งสุขอนามัยของพนักงานส่วนใหญ่ยังไม่ดีเท่าท่ีควร เชน่ เลบ็ ยาว พนกั งานเรง่ รบี โดยไมส่ นใจวธิ ีการล้างมอื ทส่ี ะอาดตามขน้ั ตอน เป็นตน้ 6) ผลการตรวจระดับตะกั่วที่บริษัทจ้างหน่วยงานมาตรวจ กับผลการตรวจของศูนย์อาชีวเวชศาสตร์ ชลบุรี ไมส่ อดคลอ้ งกนั โดยผลการตรวจของ ศนู ยอ์ าชวี เวชศาสตร์ ชลบรุ ี มคี า่ สงู กวา่ โดยบางรายมคี า่ เกนิ 90 ไมโครกรมั ตอ่ เดซลิ ิตร 7) จุดเกบ็ แกว้ นำ�้ สำ� หรับใหพ้ นักงานด่ืมนำ�้ ยงั อยู่ในจุดทีไ่ ม่ปลอดภยั อยตู่ ิดกบั พ้นื ท่ีท่ีมีความเสยี่ งตอ่ การได้รบั สมั ผัส ฝุ่นตะกว่ั ข้อเสนอแนะเพอ่ื การป้องกนั สารตะกว่ั พจิ ารณาดำ� เนนิ การตอ่ ไปสำ� หรับหนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง สำ� หรับโรงงาน 1. ควรดำ� เนนิ การตรวจระดบั ตะกวั่ ในเลอื ดของพนกั งานทมี่ รี ะดบั ตะกวั่ ในเลอื ดสงู ซำ�้ อกี ครง้ั โดยเลอื กใชโ้ รงพยาบาล ทไี่ ดม้ าตรฐาน พรอ้ มทงั้ เปดิ โอกาสใหพ้ นกั งานทร่ี สู้ กึ กงั วลหรอื สงสยั ในผลการตรวจสขุ ภาพสามารถขอตรวจซำ�้ ได้ 97แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกัน ควบคมุ โรคพิษตะกวั่ ในกลุม่ วยั เเรงงาน

2. น�ำผลการตรวจวัดตะก่ัวในเลือดมาเปรียบเทียบกับข้อมูลพ้ืนฐาน ในปี 2561 รวมท้ังน�ำผลการตรวจวัดตะกั่วใน เลือดของพนักงานแตล่ ะคนมาเปรียบเทยี บในแต่ละปีเพอ่ื ใหเ้ หน็ แนวโน้มการเปลีย่ นแปลง ควรจดั กลุ่มระดับการ สัมผสั สารตะก่ัวในเลอื ดพนกั งานโดยแบ่งเป็นกลมุ่ ปกติ กล่มุ เส่ยี ง กลมุ่ เฝ้าระวงั และกลมุ่ ผ้ปู ่วยให้ชดั เจน เพ่ือใช้ วางแผนการเฝ้าระวงั ป้องกัน ควบคมุ โรคพิษตะก่วั ตาม Guideline 3. ด�ำเนินการปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมการท�ำงาน ถึงแม้ค่าการตรวจวัดจะเป็นไปตามกฎหมายก�ำหนด แต่พบ วา่ ผลการตรวจวดั อยู่ในเกณฑค์ อ่ นขา้ งสงู หรอื ใกล้กบั ค่า OEL ก�ำหนดเทา่ กบั 0.05 mg/m3 (ผลการตรวจวดั ได้ เท่ากับ 0.0444 mg/m3) 4. ขอให้ทบทวนเกณฑ์มาตรฐานโดยเลือกใช้เป็นตามกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งก�ำหนดให้ไม่เกิน 30 ไมโครกรมั ตอ่ เดซลิ ติ ร หรอื ใชค้ า่ แนะนำ� ของ ACGIH เนอ่ื งจากปจั จบุ นั ทางโรงงานใชเ้ กณฑค์ า่ ระดบั ตะกว่ั ในเลอื ด ปกติ เทา่ กบั 60 ไมโครกรมั ตอ่ เดซลิ ติ ร ซึง่ เปน็ คา่ ที่กำ� หนดไว้สงู เกนิ ไปสำ� หรับการเฝ้าระวังฯ 5. ควรตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของมาตรการปอ้ งกนั อนั ตรายจากสารตะกวั่ ทงั้ หมดในโรงงาน เชน่ การตรวจสอบระบบ ระบายอากาศ และประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของมาตรการปอ้ งกนั ตา่ ง ๆ วา่ มปี ระสทิ ธภิ าพหรอื ไม่ หากไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ หรอื ไมไ่ ดผ้ ลควรพิจารณาปรับปรงุ แก้ไข เปลย่ี นจุดเก็บนำ�้ ด่มื ใหม่ โดยใชแ้ บบแกว้ กระดาษ ชนดิ ใช้มาตรการการ ท�ำความสะอาดสารตะกวั่ ในโรงงาน 6. ควบคมุ กำ� กบั การสวมใสอ่ ปุ กรณป์ อ้ งกนั อนั ตรายสว่ นบคุ คลใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานโรงงาน เชน่ สวมใสต่ ลอดเวลา ขณะปฏิบัติงาน เปน็ ต้น 7. อบรมให้ความรู้กับพนักงานโดยใช้ล่ามในเรื่องการดูแลด้านสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น การตัดเล็บ การล้างมือ ล้างหนา้ การอาบนำ�้ การเปลย่ี นชดุ ทำ� งานกอ่ นกลบั บ้าน เป็นต้น สำ� หรับสำ� นกั งานสาธารณสุขจังหวัดชลบรุ ี 1. ยืนยันผลการตรวจสุขภาพของพนักงานท้ัง 19 ราย กับโรงพยาบาลชลบุรี ตามท่ีได้รับแจ้งข้อมูลว่าพนักงาน เปน็ พนักงานของบริษัทฯ จรงิ หรอื ไม่ 2. ติดตามการดำ� เนินงานของบริษทั ตามขอ้ เสนอแนะที่ให้ไว้ 3. ควรถอดบทเรยี นของกรณกี ารสอบสวนครง้ั นี้ เพอื่ รองรบั การดำ� เนนิ งานตามกลไกของพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ โรค จากการประกอบอาชีพและโรคจากสิง่ แวดล้อม พ.ศ. 2562 ในบทบาทท่ีเป็นหนว่ ยปฏบิ ัตกิ ารควบคุมโรคจากการ ประกอบอาชีพและโรคจากสิง่ แวดลอ้ ม ระดบั จงั หวัด สำ� นกั งานปอ้ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 6 จังหวดั ชลบุรี และกองโรคจากการประกอบอาชพี และสิง่ แวดลอ้ ม 1. ตรวจสอบและก�ำหนดมาตรฐานของหน่วยบริการตรวจสุขภาพตามพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบ อาชีพและโรคจากส่งิ แวดล้อม พ.ศ. 2562 2. พัฒนารูปแบบ แนวทางการด�ำเนินงาน เพื่อรองรับกลไกของพระราชบัญญัติควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพ และโรคจากสิ่งแวดลอ้ ม พ.ศ. 2562 3. สนบั สนนุ องคค์ วามรู้ และมหี นว่ ยใหบ้ รกิ ารตรวจวดั สง่ิ แวดลอ้ ม รวมทง้ั ใหค้ ำ� ปรกึ ษา แนะนำ� ในการจดั การ ปอ้ งกนั ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสง่ิ แวดลอ้ ม 4. กำ� กบั ติดตาม และประเมนิ ผลการดำ� เนนิ งาน ใหเ้ ป็นไปตามรปู แบบหรือแนวทางท่กี �ำหนด 5. พัฒนาศักยภาพหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากส่ิงแวดล้อม ระดับจังหวัด ให้สามารถดำ� เนนิ การสอบสวนโรคได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ 98 แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคุมโรคพิษตะก่วั ในกลุ่มวยั แรงงาน

6.4.3 กรณศี ึกษาผู้ประกอบอาชีพตอกหมันเรือ ข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมท่ัวประเทศปี 2561 พบมีอู่ซ่อมเรือ (รหัสอุตสาหกรรม 07501) ทั้งหมด 246 แห่ง ส่วนใหญ่ ตง้ั อยู่ในเขตภาคใต้ และมีกระจดั กระจายอยใู่ นกรงุ เทพมหานคร จงั หวัดสมุทรปราการ และภาคตะวนั ออกในจังหวัด ตราด โดยการซอ่ มเรอื แตล่ ะครงั้ ชา่ งซอ่ มเรอื จะตอ้ งนำ� เรอื มาขนึ้ คานทอ่ี ซู่ อ่ มเรอื หลงั จากนน้ั ทำ� ความสะอาดเรอื ซอ่ มเปลยี่ นไมท้ ผ่ี ุ การสร้างและซ่อมเรือไม้เหล่านี้ต้องใช้วัสดุพิเศษ เรียกว่า “หมันเรือ” อุดร่องระหว่างแผ่นกระดาน ค�ำว่า หมัน คือ ด้ายดิบ คลกุ กบั ชนั นำ� มนั ยาง และเสน พบวา่ ผง “เสน” เมอ่ื นำ� มาคลกุ หมนั แลว้ จะชะลอการเปอ่ื ยของหมนั ได้ เสน คอื สารประกอบประเภท ออกไซดข์ องตะกว่ั มสี ตู ร Pb304 ลกั ษณะเปน็ ผงละเอยี ด สแี ดงเขม้ มชี อ่ื พอ้ งอน่ื ๆ เชน่ ตะกวั่ แดง (Red lead หรอื Plumboplumbic Oxide) จากการศกึ ษาปรมิ าณการใชส้ ารตะกว่ั ในอซู่ อ่ มเรอื เขตภาคใตจ้ ำ� นวน 63 แหง่ เมอ่ื ปี 2550 (2) พบวา่ มปี รมิ าณการใชท้ งั้ หมด ใน 1 ปี ประมาณเกือบ 26 ตัน ส�ำหรับการซ่อมเรือ 8,000 ล�ำ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงที่จะก่อให้เกิดการปนเปื้อนต่อส่ิงแวดล้อม และสง่ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพมนษุ ย์ จากกระบวนการซ่อมเรอื น้ัน ช่างตอกหมันเรอื มีโอกาสปนเปื้อนสารตะก่ัวต้ังแตข่ ้นั ตอนการคลุก การตาก การตอกหมนั เรอื จนถงึ กระบวนการสดุ ทา้ ยคอื ขนั้ ตอนการฉาบผวิ เรอื จำ� นงค์ และคณะ (3) ทำ� การศกึ ษาในอซู่ อ่ มเรอื 2 แหง่ ที่อ�ำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เก็บข้อมูลในปี 2548 ด้วยการเดินส�ำรวจสถานประกอบการ ศึกษากระบวนการ ซ่อมเรือ สมั ภาษณช์ า่ งตอกหมันเรอื เก่ยี วกบั พฤติกรรมอนามยั ส่วนบคุ คล เกบ็ ตะกว่ั ในอากาศทง้ั แบบพนื้ ที่ (Area Airborne Lead) และแบบตดิ ตวั บคุ คล (Personal Airborne Lead) พรอ้ มทง้ั เจาะเลอื ดหาระดบั ตะกวั่ ในเลอื ดในคนงาน กลมุ่ ตวั อยา่ งทง้ั หมด 50 คน เปน็ ชา่ งตอกหมัน 36 คน ทเ่ี หลือเปน็ ช่างไมแ้ ละช่างเทคนิคอ่นื ๆ อกี 14 คน จากการศกึ ษาด้านพฤตกิ รรมอนามัยสว่ นบคุ คลพบว่า สว่ นใหญค่ นงานไมไ่ ดใ้ ชอ้ ปุ กรณป์ อ้ งกนั สว่ นบคุ คล เชน่ ถงุ มอื หนา้ กาก แตส่ ว่ นใหญใ่ สห่ มวก รอ้ ยละ 78 ของคนงานสบู บหุ ร่ี รอ้ ยละ 66 ของคนงานล้างเฉพาะมอื และหนา้ หลังเลกิ งานก่อนกลับบ้าน และร้อยละ 98 ไมเ่ คยเปลี่ยนเส้ือผา้ ก่อนกลบั บา้ น และร้อยละ 16 น�ำเคร่ืองมือไปเก็บไว้ท่ีบ้าน ระดับตะกั่วในอากาศแบบพ้ืนท่ีในอู่ที่ 1 มีค่าอยู่ระหว่าง 1.44 - 8.17 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะทอี่ ู่ท่ี 2 มคี ่าอยู่ระหว่าง 0.28 - 4.75 ไมโครกรมั ตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร ซ่งึ ขณะทเ่ี ก็บตวั อยา่ งในอู่ท่ี 1 และ 2 มีจ�ำนวนเรอื 6 และ 3 ลำ� ก�ำลงั ซอ่ มอยู่ในขณะน้นั ในการเกบ็ แบบติดตัวบคุ คล พบค่าเฉลี่ยตะกัว่ ในชา่ งตอกหมนั เรือ 36.4 ไมโครกรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร สงู กวา่ ช่างไม้ ซึ่งพบทร่ี ะดับ 8.3 ไมโครกรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร อย่างไรก็ตามระดบั ตะกว่ั ในอากาศโดยวิธเี ก็บทัง้ 2 แบบ มคี า่ ต�ำ่ กว่าท่ี มาตรฐานก�ำหนด Occupational Safety and Health Administration, USA (OSHA) ก�ำหนดค่า Permissible Exposure Limit ท่ี 50 ไมโครกรมั ตอ่ ลกู บาศกเ์ มตร และ American Conference of Governmental Industrial Hygienists, USA (ACGIH)) ก�ำหนดค่า Threshold Limit Value (Time Weighted Average) ส�ำหรับคนงานที่ท�ำงานสัมผัสสารตะก่ัว 8 ชั่วโมง ไว้ที่ 50 ไมโครกรมั ตอ่ ลกู บาศกเ์ มตร (mg/m3) และประกาศกระทรวงแรงงาน เรอ่ื งขดี จำ� กดั ความเขม้ ขน้ ของสารเคมอี นั ตรายกำ� หนด ไวท้ ี่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3) เช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายบุคคลพบ 9 ใน 44 คนของช่างตอกหมันเรือ มีค่าระดับตะกั่วในอากาศเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ร้อยละ 67 ของช่างตอกหมันเรือ มีระดับตะก่ัวในเลือดเกิน 40 ไมโครกรมั ตอ่ เดซลิ ติ ร ที่ OSHA กำ� หนด และ รอ้ ยละ 14 ของชา่ งตอกหมนั เรอื มรี ะดบั ตะกวั่ เกนิ 60 ไมโครกรมั ตอ่ เดซลิ ติ ร (µg/dl) และชา่ งตอกหมนั มีระดับตะก่วั ในเลอื ดสูงกว่าชา่ งอ่นื ๆ ส�ำหรับกระบวนการซ่อมเรอื ไม้ แสดงดังรปู ที่ 23 99แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกนั ควบคมุ โรคพิษตะก่ัว ในกลุ่มวัยเเรงงาน

รูปท่ี 23 กระบวนการซ่อมเรอื ไม้ ที่มา: Chongsuvivatwong V et al.,. Environ Geochem Health: 2011; 33(3): 301 - 7 100 แนวทางการเฝา้ ระวงั ป้องกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะกั่ว ในกลมุ่ วยั แรงงาน

ข้อเสนอแนะในการลดการปนเปื้อนสารตะก่ัวจากอู่ซ่อมเรือ เพ่ือลดผลกระทบตอ่ สุขภาพในกลุ่มเสี่ยง 1. การเฝา้ ระวงั สขุ ภาพและส่ิงแวดล้อม รายละเอยี ดแนวทางการเฝา้ ระวงั อยใู่ นบทที่ 5 สำ� หรบั ชดุ ให้ ความรกู้ บั ชา่ งตอกหมนั เรอื เจา้ ของเรอื ผรู้ บั เหมา เจา้ ของอซู่ อ่ มเรอื ควรเน้นเก่ียวกับพิษภัยของตะก่ัว (เสน) และแนวทาง การใชส้ ารทดแทน สขุ วทิ ยาสว่ นบคุ คลเพอื่ ปอ้ งกนั สารตะกว่ั เขา้ สู่ ร่างกายของตนเองและสมาชิกครอบครัว โดยเน้นป้องกันที่ แหลง่ กำ� เนดิ (Source) แหลง่ ทางผา่ น (Pathway) และตวั บคุ คล (Receiver) เพื่อการท�ำงานกับเสนอย่างปลอดภัย รวมทั้งให ้ ความรู้ทางด้านโภชนาการ และการก�ำจัดขยะอันตรายที่ม ี ตะกั่วปนเปอ้ื นอย่อู ยา่ งถูกวธิ ี 2. การลดการใช้/ห้ามใช้สารตะกั่วในการซ่อมเรือและสนับสนุนการใช้ Epoxy Resin ใหม้ ากขน้ึ แนวทางที่จัดว่ามีประสิทธิภาพมากท่ีสุดส�ำหรับการแก้ไขปัญหาอาชีวอนามัยและ สง่ิ แวดลอ้ ม คอื นน่ั คอื การไมใ่ ช้ หรอื ใชส้ ารทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การปนเปอ้ื นใหน้ อ้ ยทส่ี ดุ นนั่ คอื การใช้ ตะก่ัวให้น้อยลง หรือไม่ใช้เลย ซ่ึงปัจจุบันนี้เม่ือเทียบกับในอดีตปริมาณการใช้สารตะกั่วใน อซู่ อ่ มเรอื ลดนอ้ ยลง เนอื่ งจากในกระบวนการปดิ ทบั ภายนอกหลงั การตอกหมนั เรอื ไดม้ กี ารนำ� สาร Epoxy Resin มาใชท้ ดแทนมากขน้ึ ถงึ แมจ้ ะมขี อ้ จำ� กดั ในเรอื งราคาทแี่ พงกวา่ สารตะกวั่ และช่างบางคนยังไม่นิยมเนอื่ งจากมีปญั หาในการเลาะหมนั เกา่ ออก ซ่งึ ต้องเลาะไมอ้ อกมาก เมอื่ ใช้ Epoxy Resin เมอ่ื เทยี บกบั การใชส้ ารตะกว่ั ในกรณที เี่ รอื รวั่ และตอ้ งซอ่ มในจดุ เดมิ อกี อยา่ งไรกต็ ามการสนบั สนนุ ใหใ้ ชส้ ารทดแทนนถ้ี อื วา่ เปน็ การลดการใชส้ ารตะกว่ั ทม่ี คี วามเปน็ ไปได้ในการปฏิบัติ โดยในช่วงแรกอาจมีมาตรการที่ช่วยสนับสนุนการใช้ เช่น มาตรการ การลดราคา Epoxy Resin 3. การผลักดนั ให้เกดิ การเลิกใช้สารตะกั่วในการซอ่ มเรือ นักวิชาการของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ สถาบันการศึกษา กระทรวงสาธารณสขุ กระทรวงอตุ สาหกรรมกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม กระทรวงพาณชิ ย์ ฯลฯ อาจตอ้ งศกึ ษาและจดั ทำ� แผนการดำ� เนนิ งานรว่ มกนั รวมทงั้ แนวทางการยกเลิกใช้สารตะก่ัวในอู่ซ่อมเรือ ซึ่งควรเป็นแผนการด�ำเนินงาน ระยะยาว โดยคอ่ ย ๆ ลดการนำ� เขา้ สารตะกว่ั มาใชใ้ นประเทศ ซงึ่ แหลง่ ผลติ สารตะกว่ั แดง ส่วนใหญ่อยู่ท่ีประเทศจีน และประเทศไต้หวัน อย่างไรก็ตามการใช้สารตะกั่ว ยังคงเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของช่างตอกหมันเรือ หากให้เลิกใช้อาจต้องพิจารณา สารอ่ืนทดแทน เนอ่ื งจาก Epoxy Resin จะทดแทนในขั้นตอนการฉาบผิวเทา่ นน้ั ซึ่งอาจต้องอาศัยการทดลองเปรียบเทียบระหว่างการตอกหมันเรือที่ใช้ตะกั่ว และไมใ่ ชต้ ะกวั่ วา่ อายกุ ารใชง้ านเปน็ อยา่ งไร ซง่ึ ปจั จบุ นั นพ้ี บวา่ เรมิ่ มกี ารตอกหมนั ที่ใสส่ ารตะกวั่ เพียงเล็กนอ้ ยแลว้ 101แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกัน ควบคุมโรคพษิ ตะก่วั ในกลุ่มวยั เเรงงาน

6.4.4 กรณีศกึ ษาหลอ่ พระและขยะรีไซเคิล ปัจจุบัน ในประเทศไทยมอี ตุ สาหกรรมหลายประเภททีใ่ ช้ตะก่ัวในขนั้ ตอนการผลิต ท้ังในอตุ สาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงงานแบตเตอรี่ ซึ่งมีการควบคุมดูแลการประกอบการและมีการดูแลพนักงานอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังมีอุตสาหกรรม ขนาดกลางและขนาดเล็ก หรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน ท่ีใช้ตะก่ัวในหลายข้ันตอนการผลิต ซึ่งอาจมีปัญหาในการควบคุมดูแล สถานประกอบการ พนกั งานและสภาพแวดลอ้ มการทำ� งาน ใหเ้ ขม้ งวดและครบถว้ นตามมาตรฐาน ซง่ึ อาจสง่ ผลใหเ้ กดิ ภาวะพษิ จากตะกวั่ ได้ ตัวอยา่ งกรณศี ึกษาของผปู้ ว่ ยรายที่ 1 ผปู้ ่วยเด็กหญงิ ไทย 8 เดือน สมทุ รสาคร อาการนำ� ชักเกรง็ 1 วนั ก่อนมาโรงพยาบาล ประวัตปิ จั จบุ นั : 3 วัน ก่อนมาโรงพยาบาล: บดิ าสงั เกตเห็นวา่ ผปู้ ว่ ยมีอาการซึมลง นอนตลอดไม่คอ่ ยเลน่ มีไข้ ไมไ่ อ ไมม่ นี ำ�้ มกู ไมม่ ผี ่ืน อาเจยี น 3 - 4 ครง้ั ต่อวนั อาเจยี นเปน็ นมท่ดี ืม่ เขา้ ไป กนิ ได้นอ้ ยลง ปัสสาวะ อจุ จาระปกติ 1 วัน ก่อนมา รพ.: ขณะนอนหลบั อยขู่ ้าง ๆ มารดา มารดาได้ยนิ เสยี งรอ้ งของผ้ปู ว่ ย จึงต่ืนขึ้นมาดู พบว่า ผปู้ ว่ ยกำ� ลังชักเกรง็ แขนขาสองข้าง และตาเหลอื กประมาณ 2 - 3 นาที มารดาจงึ รีบพาผู้ปว่ ยไปคลนิ ิก เม่ือไปถงึ ผูป้ ว่ ย หยดุ ชักแล้ว คลนิ กิ จงึ แนะน�ำให้ไปตรวจท่โี รงพยาบาล ประวตั อิ ดีต ผู้ปว่ ยปฏิเสธโรคประจำ� ตัว และไดร้ บั วคั ซีนครบตามเกณฑ์ ประวัติคลอด: ลูกคนแรก คลอดก่อนกำ� หนด ขณะมอี ายุครรภ์ 8 เดือน นำ้� หนกั แรกคลอด 2,200 กรมั พัฒนาการอยู่ในเกณฑ์ปกติตามอายุ บ้านเกดิ อยอู่ ีกจังหวดั หนึ่ง แต่บิดาของผูป้ ่วยยา้ ยมาทำ� งานทจี่ ังหวัดน้ีได้ประมาณ 2 ปี โดยท�ำงานในโรงงานตักดินแยกแร่ไม่ทราบชนิดชัดเจน บิดาของผู้ป่วยเพิ่งรับผู้ป่วยและมารดาผู้ป่วยมา อยู่ด้วยกันเมื่อ 3 เดือนก่อน บ้านพักอยู่บริเวณช้ันลอยของโรงงานเป็นห้องพักหนึ่งห้อง มีฝุ่นฟุ้งกระจายเข้ามาในห้อง ตลอด และบางครั้งผูป้ ว่ ยลงไปเลน่ ท่บี ริเวณท่มี ถี ุงเก็บดินของโรงงาน ตรวจร่างกายพบวา่ ผู้ปว่ ยไม่รูส้ ึกตวั แต่ยงั พอตอบสนองตอ่ ความเจบ็ ไดบ้ า้ ง ตรวจตาพบวา่ ซีด อุณหภูมิ 37.2 องศาเซลเซียส (°C) ความดันโลหิต 74/31 มิลลิเมตรปรอท (mm/Hg) ชพี จร 134 ครง้ั ตอ่ นาที หายใจ 50 ครั้งตอ่ นาที ออกซิเจนปลายนิ้ว 95 - 96% ตรวจอวยั วะอ่ืนเบอื้ งต้นอยูใ่ นเกณฑป์ กติ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส�ำคัญ: ตรวจเลือดพบว่าซีดมีค่า Hematocrit 27% และตรวจพบ Basophilic Stippling จาก Peripheral Blood Smear และระดบั ตะกว่ั ในเลอื ดสงู (blood lead level) 166 ไมโครกรมั ตอ่ เดซิลิตร (μg/dL) ผลเอ็กซเรย์กระดูกขา 2 ขา้ ง พบ Dense Metaphyseal Bands แพทย์ให้การวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะพิษจากตะก่ัวและมีอาการทางสมองที่เกิดจากพิษตะกั่ว (Lead Poisoning and Lead Encephalopathy) ผูป้ ว่ ยไดร้ บั การรกั ษาโดยยาคีเลช่ัน (Chelation) ไดแ้ ก่ Dimercaprol และ CaNa2EDTA ในโรงพยาบาล และได้การดูแลรักษาต่อเนอ่ื ง รวมถงึ การตรวจตดิ ตามระดบั ตะกั่วในเลอื ด ทีมกุมารแพทย์และเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบจากจังหวัดไปเย่ียมบ้านที่ผู้ป่วยอาศัย ซึ่งอยู่ในโรงงาน และพบวา่ โรงงานเป็นโรงงานแยกโลหะจากดิน รวมถงึ ตะกั่ว และเจ้าหนา้ ทีผ่ ู้รบั ผิดชอบจากจงั หวัดได้ด�ำเนินการต่อ 102 แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกวั่ ในกลุม่ วัยแรงงาน

ตัวอยา่ งกรณศี ึกษาของผ้ปู ่วยรายท่ี 2 ผปู้ ่วยเดก็ ชายไทย อายุ 2 ปี อาการนำ� ตรวจพบว่ามรี ะดบั ตะกวั่ ในเลอื ดสงู ประวตั ปิ จั จบุ นั ในจงั หวดั มโี ครงการตรวจระดบั ตะกว่ั ในเลอื ด เพอื่ หาเดก็ กลมุ่ เสย่ี งของพษิ ตะกวั่ และหลงั จากตรวจพบว่าผ้ปู ว่ ยมรี ะดบั ตะกั่วในเลือดสงู ได้ 113.8 μg/dL ผปู้ ่วยถูกส่งมาพบแพทย์เพือ่ ตรวจรักษาตอ่ ประวตั อิ ดตี ผูป้ ว่ ยปฏิเสธโรคประจำ� ตวั และไดร้ บั วคั ซีนครบตามเกณฑ์ ประวตั ิคลอด: เปน็ ลูกคนแรก คลอดครบก�ำหนด นำ�้ หนกั 3,200 กรัม พัฒนาการอยใู่ นเกณฑป์ กติตามอายุ ครอบครวั ของผูป้ ว่ ยรวมถึงบดิ ามารดาของผปู้ ว่ ย ประกอบอาชพี หล่อพระเคร่อื ง เหรียญ และวัตถุมงคล ขนาดเล็ก จากตะกวั่ และสงั กะสี โดยตม้ หลอมตะกวั่ และสงั กะสี ในบริเวณรอบบ้านทผี่ ู้ปว่ ยอาศยั อยู่ ผู้ป่วยอาศัยอยู่ใน บ้านและว่งิ เล่นอยรู่ อบบ้านมาตงั้ แต่เกดิ นอกจากน้ยี งั ตรวจพบว่า อาของผ้ปู ่วยซงึ่ เปน็ เดก็ ชายอายุ 11 ปี และอยู่ในบา้ นเดียวกนั กบั ผปู้ ่วย มรี ะดับ ตะก่ัวในเลือดสงู ด้วยโดยมรี ะดบั 93.7 μg/dL ผลการตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร ตรวจเลือดพบวา่ ซดี มีคา่ Hematocrit 33% แพทย์ให้การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะพิษจากตะก่ัว (lead poisoning) และสงสัยว่าจะมีโรคสมาธิส้ัน (Attention - Deficit /Hyperactivity Disorder : ADHD) รว่ มด้วย ผู้ป่วยและอาของผู้ป่วย ได้รับการรักษาโดยยาคีเลช่ัน (chelation) ได้แก่ Dimercaprol และ CaNa2EDTA ในโรงพยาบาล และไดก้ ารดูแลรักษาต่อเนือ่ ง รวมถงึ การตรวจติดตามระดบั ตะก่วั ในเลอื ด ทีมแพทย์และเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบจากจังหวัดไปเย่ียมบ้าน และเจ้าหน้าท่ีผู้รับผิดชอบได้ด�ำเนินการ ตอ่ ไป ตัวอย่างกรณีศึกษาของผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้ เป็นผลจากการได้รับตะก่ัวจากการท�ำอุตสาหกรรมขนาดเล็ก และอุตสาหกรรมในครัวเรือนซึ่งอาจยังมีปัญหาในด้านการควบคุมดูแลเชิงระบบ การจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิธีการ ป้องกันตวั เอง เชน่ การใส่หนา้ กากป้องกนั ท่ถี ูกต้อง ท�ำให้เกิดภาวะพษิ จากตะกัว่ ข้ึนได้ โดยเฉพาะอาจเกิดในเด็กซึง่ เปน็ กลุ่มเสยี่ งหลักท่ีไดร้ ับผลกระทบจากตะกว่ั ดงั นนั้ ในกรณผี ทู้ ส่ี มั ผสั หรอื รบั ตะกวั่ จากการทำ� งานโดยเฉพาะในอตุ สาหกรรมขนาดเลก็ และอตุ สาหกรรม ในครวั เรือน ซึ่งอาจจะไมไ่ ด้มีการควบคุมดแู ลอย่างทว่ั ถงึ หรือมีระบบจัดการท่ีชัดเจนเหมอื น ในอตุ สาหกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงผู้ทอ่ี าศยั อยู่ในสถานท่ที �ำงานนน้ั เช่นสมาชกิ ในครอบครัว ซ่งึ อาจได้รบั ตะกั่วด้วย ควรจะตอ้ งมแี นวทางการจัดการเป็นพิเศษ โดยพิจารณาจากสาเหตุและปัจจยั รอบด้าน 103แนวทางการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั ควบคุมโรคพิษตะกวั่ ในกลมุ่ วัยเเรงงาน

104 แนวทางการเฝ้าระวัง ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะกว่ั ในกล่มุ วยั แรงงาน

บทท่ี 7 มาตรการป้องกนั และควบคุมโรคพษิ ตะกวั่ ในกลมุ่ วัยแรงงาน นางสาวชไมพร ชารี กองโรคจากการประกอบอาชพี และสิง่ แวดล้อม 105แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกนั ควบคุมโรคพิษตะกว่ั ในกลุม่ วัยเเรงงาน

เนือ้ หา 7.1 มาตรการทางดา้ นวิศวกรรม 7.2 มาตรการควบคุมทางการบริหารจดั การ และส่อื สารความเส่ยี ง 7.3 มาตรการสวมใสอ่ ุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยสว่ นบุคคล 106 แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคุมโรคพษิ ตะกัว่ ในกลมุ่ วัยแรงงาน

มาตรการควบคมุ ป้องกนั โรคพษิ ตะก่วั มาตรการการควบคมุ และปอ้ งกนั โรคพษิ ตะกวั่ ในกลมุ่ วยั แรงงาน ทง้ั แรงงานในระบบทป่ี ฏบิ ตั งิ านอยใู่ นสถานประกอบการ ทุกแห่ง เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมที่มีตะก่ัวเป็นวัตถุดิบ เป็นต้น และแรงงานนอกระบบท่ีปฏิบัติงานในชุมชน หรอื รบั จา้ งทำ� งานทวั่ ไปทมี่ โี อกาสเสยี่ งตอ่ การไดร้ บั สมั ผสั สารตะกว่ั เชน่ งานกอ่ สรา้ ง และการคดั แยกขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ ตน้ ตอ้ งดำ� เนนิ การ ทบทวนอนั ตราย และประเมนิ โอกาสการไดร้ บั สมั ผสั สารตะกวั่ ในการทำ� งาน พรอ้ มทง้ั ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ นน่ั หมายถงึ การประเมนิ ความเสย่ี งตอ่ สขุ ภาพจากการปฏบิ ตั งิ าน ทง้ั น้ี ตอ้ งมกี ารตดิ ตาม ประเมนิ ผลมาตรการควบคมุ ปอ้ งกนั และปรบั ปรงุ พฒั นาอยา่ งสมำ่� เสมอ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานท�ำงานได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพท่ีดี โดยมาตรการควบคุมและป้องกันโรคพิษตะก่ัว จ�ำแนกออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ 7.1 มาตรการทางด้านวศิ วกรรม เป็นการควบคุมและป้องกันท่ีแหล่งก�ำเนิดของอันตราย เป็นวิธีการจัดการที่สามารถช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานปลอดภัย จากการรับสัมผสั สารตะกั่วไดด้ ีที่สดุ และมีประสิทธิภาพมากท่ีสดุ วิธกี ารด�ำเนนิ การทสี่ ำ� คัญ ประกอบด้วย 7.1.1 ติดต้งั การด์ ครอบนิรภัย ลดปริมาณตะก่วั ท่ีฟงุ้ กระจายในบริเวณพื้นที่ปฏิบัตงิ าน 7.1.2 ตดิ ตั้งระบบระบายอากาศในสถานท่ีทำ� งานที่เหมาะสม ทัง้ ชนดิ เฉพาะท่ี และชนดิ ทั่วไป เพอ่ื กำ� จดั ควนั ไอระเหย หรือฝุ่นของตะก่ัว ให้มีทศิ ทางการดูดลงพื้น เนอ่ื งจากตะกัว่ มมี วลโมเลกลุ หนกั กวา่ อากาศ โดยระมดั ระวงั ไม่ให้เกดิ มีการดูดกลบั ของ ฝุน่ ตะกวั่ ทกี่ ำ� จัดออกไปแลว้ กลับเข้ามาในสถานที่ท�ำงานอกี 7.1.3 แยกกระบวนการปฏิบัติงานท่ีเกี่ยวข้องกับตะก่ัวให้ออกห่างที่ท�ำงานทั่วไป หรือกั้นบริเวณให้เป็นสัดส่วน เพ่อื ปอ้ งกนั ผู้ปฏิบัตงิ านสว่ นงานอืน่ ๆ ไม่ให้รับไอหรือฝ่นุ ตะกวั่ 7.1.4 เปลยี่ นกระบวนการผลติ เปน็ ระบบปดิ มากขนึ้ เชน่ กรณโี รงงานผลติ แบตเตอร่ี เปลย่ี นเปน็ ระบบ Grid Expansion หรอื Auto - Stacking จะชว่ ยลดการไดร้ บั สมั ผสั ตะกว่ั ของพนกั งานลง เมอื่ เทยี บกบั ระบบ Grid Casting หรอื Manual Assembly 107แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคุมโรคพษิ ตะกว่ั ในกลมุ่ วัยเเรงงาน

7.2 มาตรการควบคุมทางการบรหิ ารจดั การ และการสือ่ สารความเสีย่ ง เปน็ วธิ กี ารควบคมุ และปอ้ งกนั อนั ตรายทจ่ี ะชว่ ยลดการรบั สมั ผสั สารตะกวั่ ของผปู้ ฏบิ ตั งิ าน วธิ กี ารดำ� เนนิ การ ที่สำ� คญั ประกอบด้วย 7.2.1 สถานประกอบการ มนี โยบายดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม ลงนามและประกาศ โดยผบู้ ริหารสงู สดุ ขององค์กร ซงึ่ จะท�ำใหท้ กุ คนในองคก์ รให้ความร่วมมอื และใหค้ วามส�ำคัญในเรอื่ งความปลอดภยั เพม่ิ ขน้ึ 7.2.2 จัดให้มีการตรวจวัดปริมาณตะก่ัวในบรรยากาศการท�ำงาน เป็นประจ�ำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบประสิทธิผลการใช้มาตรการทางวิศวกรรม ภายในสถานประกอบการนั้น ๆ และเพ่ือปฏิบัติให้เป็นไปตาม กฎหมายของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องก�ำหนดอย่างสม่�ำเสมอ เช่น OSHA และ ACGIH เป็นต้น ซ่ึงก�ำหนดมาตรฐาน ดา้ นความปลอดภัยและอาชีวอนามยั ท่ีเกี่ยวข้อง คอื PELs และ TLVs (ตามลำ� ดบั ) (รายละเอยี ดตามเน้ือหาบทที่ 3 ขอ้ 3.2 การตรวจสภาพแวดลอ้ มในการทำ� งาน) 7.2.3 จัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเข้าท�ำงาน หากผู้ปฏิบัติงานมีโรคประจ�ำตัวหรือภาวะทางสุขภาพ ที่เก่ียวข้อง ควรงดปฏิบัติงานในส่วนงานท่ีมีโอกาสเส่ียงในการรับสัมผัสสารตะก่ัว เช่น ไม่ควรให้เด็กอายุต�่ำกว่า 18 ปี สตรีตง้ั ครรภ์ ผ้ทู ีเ่ ป็นโรคโลหติ จาง ฟนั ผุ เหงือกอักเสบ หรือโรคไต เข้ามาปฏิบัติงานในส่วนงานท่เี สี่ยงตอ่ การสมั ผัสตะก่วั 7.2.4 จดั ใหม้ กี ารตรวจสขุ ภาพตามปจั จยั เสยี่ งจากการท�ำงานเปน็ ประจำ� ทกุ ปี สำ� หรบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทม่ี โี อกาส เสย่ี งในการรับสัมผสั สารตะก่วั หรอื ในรายทเ่ี ส่ียงมากต้องตรวจสขุ ภาพทุก 6 เดือน ได้แก่ ตรวจหาปริมาณตะก่วั ในเลือด ในปสั สาวะ หรอื การตรวจทางชวี เคมี ทางโลหติ วทิ ยาอนื่ ๆ ในระยะทเ่ี หมาะสม เปน็ ตน้ ถา้ พบวา่ มผี ปู้ ฏบิ ตั งิ านมรี ะดบั ตะกวั่ ในเลอื ดสูง ให้ย้ายผูป้ ฏิบตั ิงานน้ันออกจากงานเดมิ ไปปฏิบตั ิงานในหนา้ ท่ีอนื่ โดยไม่สัมผัสตะกว่ั จนกวา่ จะก�ำจัดสารตะกั่ว ออกจากร่างกายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ หรือได้รับการรักษาที่เหมาะสม (รายละเอียดตามเนื้อหาบทท่ี 2 ข้อ 2.5 การรกั ษาโรคพิษตะกว่ั ) 7.2.5 จดั ให้มกี ารตรวจสุขภาพเมอ่ื มกี ารเปลี่ยนยา้ ยงานสำ� หรับผู้ปฏิบตั ิงานทมี่ ีโอกาสเสี่ยงในการรบั สัมผัส สารตะกัว่ ในกรณที ่ีลกั ษณะหรอื สภาพของงานทปี่ ฏิบัติมโี อกาสสัมผสั ปัจจยั เส่ียง และมอี นั ตรายทีแ่ ตกตา่ งไปจากเดมิ 7.2.6 ลดระยะเวลาการสัมผัสของผูป้ ฏบิ ตั ิงานทสี่ มั ผสั กับสารตะกัว่ ในสภาพแวดล้อมในการทำ� งาน 7.2.7 ติดป้ายเตือนอันตรายในการท�ำงาน จัดท�ำคู่มือวิธีการปฏิบัติงาน การสอนวิธีการท�ำงานส�ำหรับ ผู้ปฏบิ ตั งิ านใหม่ โดยหวั หนา้ งานหรอื หวั หน้าแผนก 7.2.8 จัดท�ำป้ายแสดงวิธีการแต่งกาย และการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ทสี่ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะความเสย่ี งในการปฏบิ ตั งิ าน เชน่ หนา้ กากกรองอากาศทเี่ หมาะสม ปอ้ งกนั ฝนุ่ /ควนั /ไอระเหย ถงุ มอื ชดุ ปฏบิ ตั งิ าน อปุ กรณช์ ว่ ยหายใจ และรองเทา้ นริ ภยั หรอื รองเทา้ บทู๊ ในขณะทต่ี อ้ งท�ำงานสมั ผสั ฝนุ่ หรอื ฟมู หรอื ละอองของ สารตะกั่ว โดยอุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภัยส่วนบคุ คลข้างต้น จะตอ้ งเปน็ ไปตามมาตรฐานกำ� หนด เช่น ANSI, NIOSH, JIS, AS/NZ, ISO Standards หรือมาตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ตุ สาหกรรม (มอก.) เป็นต้น 108 แนวทางการเฝา้ ระวงั ป้องกนั ควบคุมโรคพษิ ตะกัว่ ในกลุม่ วัยแรงงาน

7.2.9 อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานก่อนเร่ิมการท�ำงาน ระหว่างการท�ำงานเป็นระยะและต่อเนื่อง เพ่ือสร้าง จิตส�ำนกึ ด้านความปลอดภัย และกระต้นุ ให้ผู้ปฏิบตั งิ านมีความตระหนกั ต่ออนั ตรายและความเสย่ี งในการท�ำงานท่สี มั ผัสสารตะกวั่ 7.2.10 ลดเวลาการสัมผัสสารตะก่วั โดยสมั ผัสเฉพาะเม่ือจ�ำเปน็ เทา่ นนั้ 7.2.11 หมุนเวียน/สับเปล่ียนหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ เพ่ือป้องกันผู้ปฏิบัติงานรับสัมผัสสารตะก่ัวสะสม ในปรมิ าณมาก 7.2.12 จัดท�ำแผนหรือตารางตรวจสอบความพร้อมของเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายของเคร่ืองจักร ต่าง ๆ เช่น การ์ดนริ ภยั ปมุ่ หยุดฉุกเฉนิ และแสงนริ ภัย เปน็ ตน้ 7.2.13 จัดให้มีการท�ำความสะอาดบริเวณพื้นท่ีปฏิบัติงาน ตลอดจนอุปกรณ์ในการท�ำงานที่ปลอดภัยและสะอาด ปราศจากฝุ่นละอองของตะก่ัว โดยเฉพาะบริเวณพ้ืนโรงงาน และจุดบริการน�้ำดื่มจะต้องท�ำความสะอาดอย่างสม�่ำเสมอ ซึ่งควรมี เครอ่ื งดดู ฝุ่น (แทนการใช้ไมก้ วาด เพื่อลดการฟงุ้ กระจายของฝุน่ ตะกัว่ เปน็ ต้น) 7.2.14 จัดให้มีห้องน�้ำหรือสถานที่ส�ำหรับท�ำความสะอาดร่างกายและล้างมือ เม่ือเสร็จจากการปฏิบัติงานประจ�ำ ทุกวัน จัดใหม้ หี ้องเปลยี่ นเสือ้ ผ้า ทซี่ ักเสื้อผ้าหรอื ตู้ซักผา้ หรอื เจา้ หนา้ ที่ส�ำหรบั ซกั เสอื้ ผา้ ชุดท�ำงาน ในกรณที มี่ ีเจา้ หน้าทซี่ ักเสอ้ื ผา้ จะตอ้ งให้การอบรมเจา้ หนา้ ท่ใี หท้ ราบถึงวิธีการซักที่ปลอดภัย ป้องกนั ตนเองจากการได้รับสารตะก่วั 7.2.15 ในกรณสี ถานประกอบการ ควรจดั ใหม้ เี จา้ หน้าทีค่ วามปลอดภัยในการทำ� งาน (จป.) พยาบาล แพทย์ประจำ� โรงงาน หรือบุคลากรที่สอดคล้องตามกฎหมายกำ� หนด เพ่ือร่วมดำ� เนินการเฝ้าระวัง ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพิษตะกั่วในแรงงาน การปอ้ งกนั และควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกลมุ่ แรงงาน นอกจากมาตรการดา้ นความปลอดภยั และกลไกทางกฎหมายแลว้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องและส่ือสารความเสี่ยงให้กับผู้ปฏิบัติงานได้ตระหนักถึงอันตราย และปฏิบัติงานด้วยพฤติกรรมการท�ำงาน ทีป่ ลอดภยั เป็นเรอ่ื งทส่ี �ำคัญเชน่ กัน 1) การลา้ งมือทำ� ความสะอาดและเช็ดมือให้แห้งกอ่ นรับประทานอาหารทกุ ครง้ั เพอื่ ปอ้ งกันการปนเป้อื นในระหวา่ ง การรบั ประทานอาหาร 2) เปลย่ี นเคร่ืองแต่งกายทใ่ี ส่มาจากท่พี กั และสวมใสเ่ ครอื่ งแต่งกายทส่ี ถานท่ีท�ำงานจดั เตรยี มให้ อาบนำ้� หลงั ปฏิบตั ิ งานเสร็จส้ิน เชด็ ตวั ใหส้ ะอาด ผา้ ทสี่ วมใสใ่ นสถานทีท่ �ำงานใหใ้ ส่ถังภาชนะที่ได้จัดเตรยี มไวใ้ ช้งานเฉพาะกอ่ นออกจากสถานทีท่ ำ� งาน 3) การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ตลอดระยะเวลาการทำ� งาน 109แนวทางการเฝ้าระวัง ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกลุม่ วัยเเรงงาน

7.3 มาตรการสวมใส่อปุ กรณ์คุม้ ครองความปลอดภัยสว่ นบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) การสวมใส่อปุ กรณค์ มุ้ ครองความปลอดภยั สว่ นบคุ คล (PPE) เปน็ มาตรการสดุ ทา้ ย ซ่งึ จะต้องดำ� เนนิ การควบคไู่ ปกบั มาตรการควบคุมทางวิศวกรรม และการบริหารจัดการ เน่ืองจากมีประสิทธิภาพในการป้องกันได้น้อยที่สุด และการก�ำกับควบคุม การสวมใสอ่ ปุ กรณ์ PPE ของผปู้ ฏบิ ตั งิ านใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพไดน้ น้ั คอ่ นขา้ งยาก ซง่ึ รายการอปุ กรณ์ PPE และวธิ กี ารปฏบิ ตั ิ ประกอบดว้ ย 7.3.1 อุปกรณ์ป้องกันผิวหนัง ได้แก่ ชุดป้องกันสารเคมี หรือเส้ือส�ำหรับการปฏิบัติงาน ควรสวมเสื้อแขนยาว เพอ่ื ชว่ ยปอ้ งกนั ฝ่นุ ตะก่ัวสัมผัสผิวหนงั และชดุ ควรมคี ุณสมบตั ริ ะบายอากาศได้ดี รวมท้งั ถุงมือผา้ กันเปื้อน และรองเท้าบูท 7.3.2 อุปกรณ์ป้องกันดวงตาและใบหน้า ได้แก่ แว่นตานิรภัยกันสารเคมี และกระบังหน้าและหน้ากากส�ำหรับ งานเช่อื ม (Face Shield) 7.3.3 อปุ กรณป์ อ้ งกนั ระบบทางเดนิ หายใจ ไดแ้ ก่ หนา้ กากกรองอากาศ (Half - Face Mask and Full - Face Mask) หรือเครื่องช่วยหายใจแบบกรองอากาศทม่ี ีตัวกรอง ควรเลอื กใชป้ ระเภทท่สี ามารถป้องกันฝนุ่ /ควัน/ไอระเหยได้ ผ่านตามมาตรฐาน ANSI, NIOSH, JIS, AS/NZ, ISO Standards หรอื มาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม (มอก.) และแบบทม่ี ตี ัวกรอง N95, N100, R100 หรอื P100 7.3.4 ดูแลบ�ำรุงรักษา ท�ำความสะอาด ตรวจสอบสภาพให้พร้อมใช้งานอยู่สม�่ำเสมอ และเปลี่ยนหน้ากากทันที เม่อื ไดร้ บั สมั ผสั กลิ่นเขา้ ส่หู นา้ กากหรือหายใจไมส่ ะดวก 7.3.5 จดั ทำ� แผนการป้องกันระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Protection Program) โดยเรมิ่ จากการเลอื กชนดิ หน้ากาก การทดสอบ Fit Test การประเมิน Medical Evaluation การอบรมพนักงานในการสวมใส่อุปกรณ์ PPE ให้ถูกต้อง และการบำ� รงุ รักษาหนา้ กาก เปน็ ตน้ 110 แนวทางการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั ควบคุมโรคพิษตะกว่ั ในกลุ่มวยั แรงงาน

ตารางท่ี 18 แสดงคา่ Protection Factor (PF) ทก่ี ำ� หนดสำ� หรบั อปุ กรณป์ อ้ งกนั ระบบ ทางเดนิ หายใจ ประเภทของอุปกรณ์ ชอื่ อ่ืน ๆ ค่า PF ที่กำ� หนด ขอ้ จำ� กดั ปอ้ งกนั (Protection Factor) Half - Face Mask Cartridge Mask 10 - สามารถถูกใช้ท่ีระดบั การสมั ผัสต่�ำ หนา้ กากกรองอากาศ Type A Mask - สิ่ ง ป น เ ป ื ้ อ น น้ั น เ ป ็ น ที่ รู ้ จั ก แบบมีไสก้ รองเคม,ี Negative Pressure Mask และทกี่ รองมีเพียงพอ แบบปิดครึ่งหนา้ APR - ไม่สามารถสวมใส่ในบรรยากาศท่ี ขาดออกซิเจน - ส่ิงปนเปื้อนควรจะมีคุณสมบัติ ในการเตือนภยั เพียงพอ Full - Face Mask Cartridge Mask 50 - มกี ารปอ้ งกันที่จ�ำกดั หนา้ กากกรองอากาศแบบมี Canister Mask - สามารถถูกใช้เมื่อระดับการได้รับ ไสก้ รองเคม,ี Negative Pressure Mask สัมผัสมีค่าต่�ำ (น้อยกว่า 50x PEL) แบบปิดเต็มหนา้ APR และสิ่งปนเปือ้ นเป็นท่ีรู้จกั - ก า ร เ ลื อ ก ที่ ก ร อ ง ( F i l t e r ) มีข้อจ�ำกดั - ไม่สามารถสวมใส่ในบรรยากาศ ทขี่ าดออกซิเจน 111แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะกั่ว ในกลมุ่ วยั เเรงงาน

ประเภทของอุปกรณ์ ชอ่ื อื่น ๆ ค่า PF ทีก่ ำ� หนด ขอ้ จ�ำกดั ปอ้ งกัน (Protection Factor) Powered PAPR 50 - OSHA - การป้องกันขึ้นอยู่กับก�ำลัง Air - Purifying 50 - NIOSH ของแบตเตอรี่ หน้ากากกรองอากาศ 25 - OSHA ให้บริสทุ ธ์ิ (สำ� หรบั Loose - Fitting Hood Models) Supplied Air Hose Mask +1000 - OSHA - มีปัญหากับผู้สวมใส่ (ยุ่งยากขณะ Respirator SAR Mask (1/2 Face Positive Pressure, สวมใสแ่ ละต้องระวงั มใิ ห้เสียหาย) อปุ กรณป์ อ้ งกนั ระบบทางเดนิ หายใจ Type CE Respirator Pressure Demand, pppd) ชนิดอากาศหมุนเวียน, +1000ขึน้ ไป - NIOSH แบบทอ่ อากาศ Full - Face pppd ต่อเข้ากับ Escape Tank SCBA ในรูปแบบ ของ pppd 112 แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะกัว่ ในกลุ่มวยั แรงงาน

ประเภทของอปุ กรณ์ ชือ่ อืน่ ๆ ค่า PF ท่กี ำ� หนด ข้อจำ� กัด ปอ้ งกัน (Protection Factor) Self - Contained Breathing SCBA +50 ส�ำหรับ Demand Units - มีน�้ำหนกั มาก Apparatus +2000 ส�ำหรับ Pressure - อากาศทไ่ี ดเ้ พยี งพอในชว่ ง 30 หรอื อปุ กรณป์ อ้ งกนั ระบบทางเดนิ หายใจ Demand Units 60 นาที ใน 2200 หรือ 4500 psi ชนิดอากาศหมนุ เวียนแบบ Cylinders (กระบอก) มีถงั อากาศ ทีม่ า : https://www.osha.gov/Publications/3352 - APF - respirators.pdf ค่า Protection Factor (PF) คือ สดั ส่วนของความเขม้ ขน้ ของสงิ่ ปนเปื้อนในอากาศภายนอกหน้ากากตอ่ ความเขม้ ข้นของ สงิ่ ปนเปอ้ื นในอากาศภายในหน้ากาก คา่ PF ย่งิ ต่�ำ หนา้ กากนั้นยงิ่ ป้องกนั ได้น้อย, และคา่ PF ย่งิ มากขนึ้ หน้ากากน้ันย่งิ ปอ้ งกันได้ มากกวา่ ดงั นั้น ในการเลือกหนา้ กากป้องกนั ตะกว่ั ในการท�ำงาน ควรพิจารณาให้เหมาะสมกบั ลักษณะความเสี่ยงของงาน ประเด็นส�ำคัญการเลือกหน้ากากกรองอากาศให้เหมาะสม โดยคุณสมบัติของอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ ควรมี คุณสมบัติส�ำคัญ คือ 1) ปล่อยให้อากาศผ่านเข้าออกได้สะดวก 2) ช่องว่างระหว่างใบหน้าและหน้ากากน้อย สวมใส่กระชับ 3) เคลอื่ นไหวไปมาไม่หลุดง่าย สวมใสง่ า่ ย รวดเรว็ ไม่ยงุ่ ยาก 4) นำ�้ หนักเบา ใส่สบาย และ 5) สามารถปอ้ งกนั ไดเ้ ต็มประสทิ ธภิ าพ ซ่ึงในการเลอื กอุปกรณป์ อ้ งกนั อนั ตรายจะต้องอาศยั ผู้รู้ท่มี ีความเขา้ ใจในข้อจำ� กัดของอุปกรณ์แต่ละชนดิ ดังน้นั การใช้หนา้ กากท่มี ี ประสทิ ธิภาพจะตอ้ งพจิ ารณา 2 เรอ่ื ง คือ คณุ สมบัตขิ องหนา้ กากแต่ละประเภท และความกระชับ เมือ่ สวมใส่จะต้องให้หนา้ กาก ทก่ี ระชบั กบั ใบหนา้ มากทสี่ ดุ โดยทำ� การทดสอบความกระชบั ของหนา้ กาก (Fit test) และทดสอบความแนบสนทิ กบั ใบหนา้ (Fit Check) 113แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกล่มุ วัยเเรงงาน

เอกสารอ้างอิง 1. กรมควบคุมมลพษิ .อนสุ ญั ญาบาเซลว่าด้วยการควบคมุ การเคล่อื นย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายและการก�ำจัด (Basel convention on the control of transboundary movements of harzardous wastes and their disposal [อนิ เทอร์เน็ต]. กรุงเทพ; 2557 [เข้าถึงเมอ่ื 30 เม.ย. 2562]. เข้าถึงไดจ้ าก: infofile.pcd.go.th/haz/BASEL.pdf?CFID=1165239&CFTOKEN=99782723 2. กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . กฎกระทรวงแบง่ สว่ นราชการกรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ พ.ศ. 2552 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2552 [เขา้ ถงึ เมอื่ 12 พ.ค.2562]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://ddccenter.ddc.moph.go.th/infoc/download/201902271551253282_ 52-DDC.pdf 3. กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . แผนยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี ด้านสาธารณสุข (ตลุ าคม 2559 ถึง พ.ศ. 2579) [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. 2559 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 19 ส.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://ddccenter.ddc.moph.go.th/infoc/download/201706161497602904_ Info_20_Y_plan_V4&18M_ planV5.pdf. 4. กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม.กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2560 [อินเทอร์เนต็ ]. 2560 [เขา้ ถงึ เมื่อ 7 พ.ค. 2562]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://www.diw.go.th/hawk/data/dataweb/16.pdf 5. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. กระทรวงอุตสาหกรรม [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเม่ือ 20 ก.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: http://userdb. diw.go.th/results1.asp 6. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอ่ื ง การรายงานขอ้ มูลต่าง ๆ ของโรงงานหลอมตะกวั่ จากแบตเตอรี่เก่า พ.ศ. 2544 [อินเทอรเ์ นต็ ]. 2544 [เขา้ ถึงเมอ่ื 7 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: www.diw.go.th/hawk/law/waste/bat.pdf 7. กรมโรงงานอตุ สาหกรรม. ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอื่ ง กาํ หนดปรมิ าณของสารเจอื ปนในอากาศทรี่ ะบายออกจากโรงงานผลติ แกว้ และกระจก พ.ศ. 2555 [อินเทอรเ์ นต็ ]. 2549 [เข้าถงึ เมื่อ 7 ธ.ค. 2561]. เข้าถงึ ไดจ้ าก: www.diw.go.th/hawk/news/โรงแก้ว และกระจก.pdf 8. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอ่ื ง กำ� หนดคา่ ปริมาณของสารเจือปนในอากาศท่ีระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549 [อินเทอร์เนต็ ]. 2549 [เข้าถึงเมอื่ 7 ธ.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: www.diw.go.th/hawk/law/air/A11.pdf 9. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เร่ือง ก�ำหนดมาตรฐานการควบคุมระบายน�้ำท้ิงจากโรงงาน พ.ศ. 2560 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2560 [เขา้ ถึงเมอ่ื 7 ธ.ค. 2561]. เข้าถงึ ได้จาก: www.diw.go.th/hawk/news/11.PDF 10. กรมโรงงานอตุ สาหกรรม. ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอ่ื ง มาตรการคมุ้ ครองความปลอดภยั ในการประกอบกจิ การโรงงานหลอม ตะก่วั จากแบตเตอรี่เก่า พ.ศ. 2544 [อินเทอร์เนต็ ]. 2544 [เข้าถึงเม่อื 7 ธ.ค. 2561]. เข้าถึงไดจ้ าก: www.diw.go.th/hawk/law/ waste/bat.pdf 11. กรมโรงงานอุตสาหกรรม. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เร่ือง หน้าที่ของผู้ประกอบประกอบกิจการโรงงานหลอมตะก่ัวจาก แบตเตอรเ่ี กา่ เก่ียวกับการด�ำเนินการกำ� จัดขยะ สิ่งปฏกิ ลู และวสั ดุท่ีไมใ่ ช้แลว้ [อินเทอร์เนต็ ]. 2544 [เข้าถงึ เมอื่ 7 ธ.ค. 2561]. เข้าถงึ ไดจ้ าก: www.diw.go.th/hawk/law/waste/bat.pdf 12. กรมสวัสดกิ ารและค้มุ ครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน.กฎกระทรวง ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวธิ กี ารตรวจสุขภาพของลกู จ้างและส่งผล การตรวจแกพ่ นักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2547. 13. กรมสวสั ดกิ ารและคุม้ ครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน. กฎกระทรวงแบ่งสว่ นราชการกรมสวสั ดิการ และค้มุ ครองแรงงาน กระทรวง แรงงาน พ.ศ. 2559 [อินเทอรเ์ น็ต]. 2559 [เข้าถงึ เมือ่ 15 พ.ค. 2562].เข้าถงึ ได้จาก: http://www.mol.go.th/sites/default/files/ downloads/pdf/office_labour2559_for18oct2016.pdf 14. กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม. ลงิ คเ์ วบ็ ไซตห์ นว่ ยงาน [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. [เขา้ ถงึ เมอ่ื 19 ส.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http:// www.mnre.go.th/th/index 15. กระทรวงแรงงาน.ประกาศกรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน เรอื่ ง ขดี จาํ กดั ความเขม้ ขน้ ของสารเคมอี นั ตราย พ.ศ. 2560 [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. 2560 [เข้าถงึ เมือ่ 18 ธ.ค. 61]. เข้าถึงไดจ้ าก: www. http://cste.sut.ac.th/csteshe/wp-content/lews/Law28.pdf 114 แนวทางการเฝา้ ระวงั ป้องกนั ควบคมุ โรคพิษตะกั่ว ในกลมุ่ วัยแรงงาน

16. กระทรวงแรงงาน. ประกาศกรมสวสั ดิการและค้มุ ครองแรงงาน เร่ือง ก�ำหนดแบบสมดุ สุขภาพประจำ� ตัวของลูกจา้ งทีท่ �ำงานเก่ยี วกับ ปจั จยั เสยี่ งและแบบแจง้ ผลการตรวจสขุ ภาพของลกู จา้ งทพี่ บความผดิ ปกตหิ รอื การเจบ็ ปว่ ย การใหก้ ารรกั ษาพยาบาลและการปอ้ งกนั แกไ้ ข พ.ศ. 2551 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2551 [เขา้ ถงึ เมอื่ 5 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: area10.labour.go.th/2018/attachments/article/35/ สมดุ สขุ ภาพประจ�ำตวั ของลกู จ้างทท่ี ำ� งานเกยี่ วกบั ปัจจยั เส่ียง.pdf 17. กระทรวงแรงงาน. ประกาศกระทรวงแรงงาน เร่ือง กำ� หนดชนดิ ของโรคซง่ึ เกดิ ขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงานหรอื เน่ืองจากการ ทำ� งาน พ.ศ. 2550 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2550 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 11 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: www.mol.go.th/content/63305/1505967278 18. กระทรวงแรงงาน.ประกาศกระทรวงแรงงาน เรอ่ื ง กำ� หนดสารเคมอี นั ตรายทใ่ี หน้ ายจา้ งจดั ใหม้ กี ารตรวจสขุ ภาพของลกู จา้ ง พ.ศ. 2552 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2552 [เข้าถงึ เม่ือ 11 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://www.mol.go.th/sites/default/files/laws/th/declara- tion_chemicals_2552.pdf 19. กระทรวงสาธารณสขุ . พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (ฉบับลา่ สดุ ) [อินเทอรเ์ นต็ ]. กรุงเทพฯ: ส�ำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา สำ� นักนายกรฐั มนตรี; 2560 [เขา้ ถึงเมอ่ื 24 เม.ย. 2562]. เข้าถึงไดจ้ าก : http://www.krisdika.go.th/librarian/get?sys- id=558814&ext=htm 20. กระทรวงสาธารณสขุ . พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ โรคจากการประกอบอาชพี และโรคจากสง่ิ แวดลอ้ ม พ.ศ. 2562 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. กรงุ เทพฯ: ส�ำนกั พมิ พ์คณะรฐั มนตรแี ละราชกิจจานุเบกษา; 2562 [เข้าถงึ เม่อื 22 พ.ค. 2562]. เข้าถึงไดจ้ าก: http://www.ratchakitcha.soc. go.th/DATA/PDF/2562/A/067/T_0215.PDF 21. กระทรวงอตุ สาหกรรม. ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอ่ื ง ระบบเอกสารกำ� กบั การขนสง่ ของเสยี อนั ตราย พ.ศ. 2547 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2548 [เขา้ ถงึ เมอื่ 7 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: www.diw.go.th/hawk/law/ประกาศกระทรวง%20เรอื่ ง%20การขนสง่ วตั ถอุ นั ตราย ทางบก (ของเสีย)%20ปี47.pdf 22. กระทรวงอตุ สาหกรรม.ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม ฉบบั ที่ 4622 (พ.ศ. 2557) ออกตามความในพระราชบญั ญตั มิ าตรฐานผลติ ภณั ฑ์ อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เร่ือง ก�ำหนดมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรมสเี คลือบแอลคีด : เฉพาะดา้ นความปลอดภัย. มอก. 2625 - 2557 [อินเตอร์เน็ต]. [เขา้ ถึงเม่อื 19 ส.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ได้จาก: http://www.industry.go.th/center_mng/index.php/2016- 04-24-18-06-24/2016-04-24-18-06-46/item/1043-2015-03-25-04-26-1 23. กระทรวงอตุ สาหกรรม.ประกาศกระทรวงอตุ สาหกรรม เรอ่ื ง การกำ� จดั สงิ่ ปฏกิ ลู หรอื วสั ดทุ ไ่ี มใ่ ชแ้ ลว้ พ.ศ. 2548 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2548 [เขา้ ถงึ เม่ือ 4 พ.ค. 2562]. เข้าถงึ ได้จาก: http://www.diw.go.th/hawk/law/00180774.PDF 24. กรุงเทพมหานคร. ข้อบังคับกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการเก็บและขนส่งส่ิงปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการ สาธารณสขุ พ.ศ. 2546 [อินเทอร์เน็ต]. 2546 [เขา้ ถงึ เม่ือ 4 พ.ค. 2562]. เข้าถงึ ได้จาก: http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABIN- FOCENTER9/DRAWER035/GENERAL/DATA0000/00000548.PDF 25. กรุงเทพมหานคร. ข้อบังคับกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการเก็บและขนส่งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการ สาธารณสุข ฉบับท่ี 2 พ.ศ. 2548 [อินเทอร์เน็ต]. 2548 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 4 พ.ค. 2562]. เขา้ ถึงได้จาก: http://www.oic.go.th/FILEWEB/ CABINFOCENTER9/DRAWER035/GENERAL/DATA0000/00000549.PDF 26. กรุงเทพมหานคร. เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานและการก�ำหนดอ�ำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับท่ี 59) พ.ศ. 2549 [อนิ เทอรเ์ น็ต]. 2549 [เขา้ ถึงเมอื่ 13 พ.ค. 2562]. เขา้ ถึงได้จาก: kdhttp://www.oic.go.th/FILEWEB/ CABINFOCENTER9/DRAWER045/GENERAL/DATA0000/00000001.PDF 27. กลุม่ เวชศาสตรส์ ่ิงแวดลอ้ ม ส�ำนกั โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดลอ้ ม กรมควบคมุ โรค. แนวทางการด�ำเนนิ งานเฝ้าระวังและ ปอ้ งกนั การสมั ผสั สารตะกว่ั ในเดก็ ปฐมวยั ปงี บประมาณ 2558 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2554 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 20 ก.พ. 2563]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http:// envocc.ddc.moph.go.th/uploads/media/4.(ver%2016_1_15).pdf 28. กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. กฎกระทรวงการบริหารจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดลอ้ มในการทำ� งานเกย่ี วกบั สารเคมีอนั ตราย พ.ศ. 2556 [อนิ เทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 5 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http:www.oshthai.org/index.php?option=con_phocadownload&view=category&id=1: law-ministry&Itemid=186 29. กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคมุ้ ครองแรงงาน. กฎกระทรวงก�ำหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการตรวจสขุ ภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแกพ่ นกั งานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2547 [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเมื่อ 5 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ได้จาก: http:www. oshthai.org/index.php?option=con_phocadownload&view=category&id=1:law-ministry&Itemid=186 115แนวทางการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั ควบคุมโรคพิษตะกัว่ ในกลุ่มวยั เเรงงาน

30. กองความปลอดภยั แรงงาน กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน. ประกาศกรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงานเรอื่ ง ขดี จำ� กดั ความเขม้ ขน้ ของสารเคมีอันตราย [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถึงเม่ือ 5 ธ.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: http:www.oshthai.org/index.php? option=con_phocadownload&view=category&id=1:law-ministry&Itemid=186 31. กองความปลอดภยั แรงงาน กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน. ประกาศกรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน เรอ่ื ง หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร ตรวจวัด และวิธีการวเิ คราะหผ์ ลการตรวจวดั ระดบั ความเข้มข้นของสารเคมีอนั ตราย [อินเทอร์เน็ต]. 2554 [เข้าถงึ เม่ือ 5 ธ.ค. 2561]. เข้าถึงได้จาก: http:www.oshthai.org/index.php?option=con_phocadownload&view=category&id=1:law-minis- try&Itemid=186 32. กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. พระราชบัญญัติความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ในการทำ� งาน พ.ศ. 2554 [อินเทอรเ์ น็ต]. 2554 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 5 ธ.ค. 2561]. เข้าถึงไดจ้ าก: ministry&Itemid=186 33. กองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน.ประกาศกรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน เรื่อง แบบบญั ชรี ายชอื่ สารเคมอี นั ตรายและรายละเอยี ดขอ้ มลู ความปลอดภยั สารเคมอี นั ตราย [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2554 [เขา้ ถงึ เมอื่ 5 ธ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http:www.oshthai.org/index.php?option=con_phocadownload&view=category&id=1:law-ministry&Itemid=186 34. กองแผนงาน กรมควบคุมโรค. แนวทางการจัดทำ� แผนปฏบิ ัติราชการประจ�ำปีงบประมาณ 2561 (ฉบบั สมบูรณ์) [อินเตอรเ์ นต็ ]. 2561 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 19 ส.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ได้จาก: http://plan.ddc.moph.go.th/managementplan61/index.html 35. กองโรคจากการประกอบอาชพี และสิ่งแวดล้อม. คูม่ ือการเฝา้ ระวงั และปอ้ งกันโรคพิษตะกว่ั ในเดก็ [อนิ เตอรเ์ น็ต]. 2562 [เขา้ ถงึ เมอ่ื 14 ธ.ค. 2562]. เข้าถึงไดจ้ าก: http://envocc.ddc.moph.go.th/contents/view/771 36. กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. การรายงานเฝ้าระวงั โรค 506 [อินเตอร์เนต็ ]. [เข้าถึงเมอื่ 5 ธ.ค. 2562]. เข้าถึงไดจ้ าก https:// www.boe.moph.go.th/ 37. คณะกรรมการแหง่ ชาติวา่ ด้วยการพฒั นายุทธศาสตร์การจดั การสารเคม.ี (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การจัดการสารเคมแี หง่ ชาติ ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2561 - 2569) [อนิ เตอร์เนต็ ]. [เข้าถึงเมือ่ 19 ส.ค. 2561]. เข้าถึงไดจ้ าก: file:///C:/Users/G4030/Desktop/แผนยทุ ธศาสตร์ การจัดการสารเคมแี ห่งชาต%ิ 20ฉบ.pdf. 38. คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการสารเคมี. แผนยุทธศาสตร์การจัดการสารเคมีแห่งชาติ ฉบับท่ี 4 (พ.ศ. 2555 - 2564).กรุงเทพฯ: โรงพิมพช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย; 2554. 39. ทนงศกั ด์ิ ยงิ่ รตั นสขุ ภาควชิ าสขุ ศาสตรอ์ ตุ สาหกรรมและความปลอดภยั คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา. เอกสารประกอบ การสอน 710404 การเกบ็ ตวั อย่างและวิเคราะห์ตวั อย่างทางสขุ ศาสตร์อตุ สาหกรรม 2; 2546 . 40. ประกอบ ตู้จินดา, สุมนา ค�ำทอง.สารานุกรมไทยส�ำหรับเยาวชนในพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.เรื่องที่ 5 การสาธารณสขุ องคก์ ารอนามยั โลก เลม่ ที่ 9 กรงุ เทพ [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. [เขา้ ถงึ เมอ่ื 1 พ.ค. 2562]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://kanchanapisek. or.th/kp6/Ebook/BOOK9/book9_5/Default.html. 41. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เร่ือง ขีดจ�ำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 20 ก.พ. 2563]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://cste.sut.ac.th/csteshe/wp-content/lews/Law28.pdf 42. ประชาไท. ภาครฐั เร่งดนั กฎหมายคุมสารตะกว่ั ในสี ปอ้ งกันเด็กไทยปญั ญาออ่ นจากพษิ ตะกวั่ . 22 ตุลาคม 2557 [อนิ เตอร์เนต็ ]. 2557 [เข้าถงึ เม่อื 19 ส.ค. 2561]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://prachatai.com/journal/2014/10/56143 43. พจมาน ศิรอิ ารยาภรณล์ ักขณา ไทยเครือ. การสอบสวนทางระบาดวิทยา (Response to Epidemic: Outbreak Investigation). ในพ้ืนฐานระบาดวิทยา (Basics of Epidemiology). กรุงเทพฯ: โรงพิมพแ์ คนนา กราฟฟิค; 2557. หน้า 178 - 211. 44. พรพิมล กองทิพย์ ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. สุขศาสตร์อุตสาหกรรม Industrial Hygiene. พมิ พ์ครั้งที่ 3: เบสท์ กราฟฟคิ เพรส ; 2555. 45. ภาวดี ช่วยเจรญิ . การเจาะเลอื ดและการเกบ็ ตวั อย่างเลือด. คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวทิ ยาลัยหวั เฉยี วเฉลิมพระเกยี รติ. ม.ป.ป. 46. แม้น อมรสทิ ธ์ิ และคณะ. หลกั การและเทคนคิ การวิเคราะหเ์ ชงิ เคร่ืองมอื . พมิ พค์ รงั้ ที่ 1 : ฉบับปรบั ปรุงใหม่ พฤษภาคม 2552. 47. โยธิน เบญจวัง, วลิ าวณั ย์ จึงประเสรฐิ บรรณาธกิ าร. มาตรฐานการวนิ จิ ฉยั โรคจาก การทำ� งานฉบับเฉลมิ พระเกยี รติ เนือ่ งในโอกาส มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550. นนทบุรี : ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน ส�ำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ; 2550. 116 แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพิษตะกั่ว ในกลมุ่ วัยแรงงาน

48. รพพี ฒั น์ ชคตั ประกาศ. ตะกวั่ . อาชวี เวชศาสตร์ ฉบบั พษิ วทิ ยา. กรงุ เทพมหานคร: สมาคมอนามยั แหง่ ประเทศไทย ; 2542. หนา้ 49 - 59. 49. ราตรี ทติ ตเมธา และคณะ. (2549). พฤตกิ รรมและภาวะสขุ ภาพของพนกั งานอซู่ อ่ มรถยนตท์ เ่ี สยี่ งตอ่ โรคพษิ ตะกว่ั ในเขต 8. สำ� นกั งาน ปอ้ งกนั ควบคุมโรคที่ 8 นครสวรรค.์ 50. มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยฉบบั เยาวชน.โรคพิษตะก่วั . ในเรอ่ื งที่ 6 อาชวี อนามัย [อนิ เตอรเ์ น็ต]. [เขา้ ถึงเมื่อ 31 มกราคม 2562]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=22&chap=6&page=t22-6-infodetail02.html 51. วันทนี พนั ธุ์ประสิทธ.์ิ สขุ ศาสตรอ์ ตุ สาหกรรม กลยทุ ธ์ ประเมนิ ควบคุมและจดั การ.กรงุ เทพมหานคร. หจก. เบสท์ กราฟฟิก เพรส; 2557: 95 - 98 52. วนั ทนี พนั ธ์ุประสทิ ธ์ิ. สขุ ศาสตร์อตุ สาหกรรม กลยุทธ์ ประเมิน ควบคมุ และจดั การ.กรุงเทพมหานคร. หจก. เบสท์ กราฟฟิก เพรส; 2557: 102 53. วทิ ยา อยสู่ ขุ . อาชวี อนายและความปลอดภยั (Occupatioal Health and Safety). พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3. กรงุ เทพฯ: หจก. เบสท์ กราฟฟคิ เพรส; 2549: 93 - 4. 54. ศนู ยพ์ ฒั นาวชิ าการอาชวี อนามยั และสงิ่ แวดลอ้ ม จงั หวดั ระยอง สำ� นกั โรคจากการประกอบอาชพี และสงิ่ แวดลอ้ ม. ประกาศกรมควบคมุ โรค เร่ือง ข้อแนะน�ำการเฝ้าระวังสุขภาพจากพิษสารเคมีกรณีดัชนีชี้วัดการได้รับ/สัมผัสทางชีวภาพส�ำหรับผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัส สารเคมสี ำ� หรบั ประเทศไทย ฉบบั ที่ 1(Thai Biological Exposure Indices: Thai BEIs) [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. 2557 [เขา้ ถึงเม่ือ 5 พ.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ได้จาก: http://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/hotissue/Thai%20BEIs/Thai%20BEIs.pdf 55. ววิ ฒั น์ เอกบูรณะวัฒน,์ สุทธิพัฒน์ วงศว์ ิทยว์ โิ ชติ.พิษวทิ ยาอาชีพ ฉบบั จดั ทำ� 3. ชลบุร:ี สัมมาอาชีวะ, 2556. 56. ศนู ยพ์ ษิ วทิ ยารามาธบิ ด.ี Antidotes (ยาตา้ นพษิ ) [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธบิ ด.ี [เขา้ ถงึ เมอื่ 12 ก.พ. 2561]. เขา้ ถงึ ได้จาก: https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/anti-cov/d-pen 57. ศนู ยพ์ ษิ วทิ ยารามาธบิ ด.ี Antidotes (ยาตา้ นพษิ ) [อนิ เตอรเ์ นต็ ]. คณะแพทยศาสตรโ์ รงพยาบาลรามาธบิ ด.ี [เขา้ ถงึ เมอื่ 12 ก.พ. 2561]. เข้าถงึ ไดจ้ าก: https://med.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/pois-cov/Lead 58. ศูนยพ์ ษิ วทิ ยารามาธบิ ดี - โรงพยาบาลสมุทรปราการ Lead Management Protocol.ม.ป.ท. 59. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์. รวมพลังปกป้องเด็กไทย ห่างไกลพิษสารตะกั่ว. [อินเตอร์เน็ต]. 2557 [เขา้ ถงึ เมอื่ 19 ส.ค. 2561]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://www.childrenhospital.go.th/html/2014/th/รวมพลงั ปกปอ้ งเดก็ ไทย-หา่ งไกล พษิ สารตะก่ัว 60. สมพลู กฤตลกั ษณ.์ 2532. ผลกระทบของตะกวั่ ตอ่ สขุ ภาพอนามยั ของมนษุ ย.์ จลุ สารสภาวะแวดลอ้ ม. 8 (มกราคม - พฤษภาคม 2532). หนา้ 12 - 13 61. สำ� นกั งานกองทนุ เงนิ ทดแทน สำ� นกั งานประกนั สงั คม กระทรวงแรงงาน.มาตรฐานการวนิ จิ ฉยั โรคจากการทำ� งาน ฉบบั เฉลมิ พระเกยี รติ เนอ่ื งในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 . 62. ส�ำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจ�ำภูมิภาคเอเชียตะวันออก องค์การแรงงานระหว่างประเทศ. ทศวรรษแห่งการสร้างงานท่ีมี คณุ ค่าในเอเชยี 2549 - 2558 [อินเทอรเ์ น็ต]. กรงุ เทพ; 2558 [เข้าถึงเมื่อ 1 พ.ค. 2562]. เข้าถึงไดจ้ าก: https://www.ilo.org/ wcmsp5/groups/public/---asia/---ro-bangkok/---sro bangkok/documents/publication/wcms_125651.pdf 63. ส�ำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำ� นักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ . แนวทางมาตรฐานการให้รหสั โรค (Stand coding Guidelines) ฉบับ 2014. พมิ พ์ครัง้ ท่ี 1. กรุงเทพฯ.สำ� นักงานกิจการโรงพิมพ์ องคก์ ารสงเคราะหท์ หารผ่านศึกในพระบรมราชูปถมั ภ์; 2557. 64. สำ� นกั นโยบายและยทุ ธศาสตร์ สำ� นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ .บญั ชจี ำ� แนกโรคระหวา่ งประเทศฉบบั ประเทศไทย.พมิ พค์ รง้ั ที่ 1. กรุงเทพฯ. สำ� นักงานกิจการโรงพมิ พ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผา่ นศกึ ในพระบรมราชปู ถมั ภ;์ 2555. 65. ส�ำนักนายกรัฐมนตรี. พระราชบัญญัติก�ำหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอ�ำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2542 [อนิ เทอรเ์ นต็ ]. 2542 [เขา้ ถงึ เมอื่ 21 พ.ค. 2562]. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=300879&ext=htm 66. ส�ำนักระบาดวทิ ยา กรมควบคุมโรค. สรุปรายงานการเฝา้ ระวังโรค พ.ศ. 2546. นนทบรุ ี; 2547. 67. ส�ำนักระบาดวทิ ยา กรมควบคมุ โรค. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรค พ.ศ. 2560. นนทบรุ ;ี 2561. 117แนวทางการเฝ้าระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะก่วั ในกลุม่ วยั เเรงงาน

68. ส�ำนกั โรคจากการประกอบอาชีพและส่ิงแวดลอ้ ม กรมควบคุมโรค. แนวทางการดําเนินงานเฝ้าระวังและป้องกนั การสัมผสั สารตะกวั่ ในเดก็ ปฐมวัย. พมิ พ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ: ศนู ยส์ ือ่ และสิ่งพิมพแ์ กว้ เจ้าจอม มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสนุ ันทา; 2558. 69. ส�ำนกั โรคจากการประกอบอาชพี และส่ิงแวดลอ้ ม กรมควบคุมโรค. แนวทางการสอบสวนโรคจากการประกอบอาชพี และสิ่งแวดลอ้ ม [อินเทอร์เน็ต]. 2558. 96 หนา้ . เขา้ ถึงได้จาก: http://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/media/manual/k3.pdf 70. ส�ำนักโรคจากการประกอบอาชีพและส่ิงแวดล้อม. เกณฑ์ส�ำหรับการรายงานเหตุการณ์และการออกด�ำเนินการสอบสวนโรคและ ภยั สขุ ภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรณเี หตุการณท์ มี่ คี วามส�ำคญั สงู (DCIR). 26 กุมภาพันธ์ 2562. 71. ส�ำนักโรคจากการประกอบอาชีพและส่ิงแวดล้อม. คู่มือการเฝ้าคุมเฝ้าระวังการเกิดโรคพิษตะกั่ว ส�ำหรับเจ้าหน้าท่ีส�ำนักงานป้องกัน ควบคมุ โรคและเจ้าหน้าทสี่ าธารณสขุ ระดบั จงั หวดั ส�ำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิง่ แวดล้อม; 2548. 72. ส�ำนกั โรคจากการประกอบอาชพี และสิ่งแวดล้อม. รายงานการสอบสวนโรคกรณีโรคปอดฝนุ่ ทราย (Silicosis) จงั หวดั สระบรุ ี ระหว่าง วนั ที่ 15 - 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560. สำ� นักโรคจากการประกอบอาชพี และส่งิ แวดลอ้ ม; 2560. 73. สชุ ัย สุเทพารักษ.์ แคลเซียม ไดโซเดียม อีดที ีเอ. สมาคมพิษวิทยาคลนิ ิก, คมู่ ือยาตา้ นพิษ เล่ม 2 สปสช (7 - 10) ; 2555. 74. Ab LW , Anjum A , Jawed AU .Lead toxicity: a review. Interdiscip Toxicol. 2015; Vol. 8(2): 55–64. 75. Adult Blood Lead Epidemiology and Surveillance (ABLES) [Internet]. [cited 2018 May 25]. Available from: https:// www.cdc.gov/niosh/topics/ables/ReferenceBloodLevelsforAdults.html 76. Agency for Toxic Substances & Disease Registry. Case studies in environmental medicine (CSEM) lead toxicity. 2017 [Internet]. [updated 2017 June12; cited 2018 Aug 5]. Available from: https://www.atsdr.cdc.gov/csem/lead/ docs/CSEM-Lead_toxicity_508.pdf 77. Agency for Toxic Substances & Disease Registry. Lead. [Internet]. 2011 [updated 2011 Mar 3; cited 2018 Aug19]. Available from: https://www.atsdr.cdc.gov/substances/toxsubstance.asp?toxid=22 78. Agency for Toxic Substances and Disease Registry (ATSDR). Toxicological profile for lead. In: U.S. Department of Health And Human Services, Georgia : 2007. 79. Agents Classified by the IARC Monographs [Internet]. 2018 [cited Aug 20,2018]. Available from: https://monographs. iarc.fr/list-of-classifications-volumes/ 80. American Academy of Pediatrics. Committee on Environmental Hazards. Statement on childhood lead poisoning. Pediatrics 1987; 70: 457 - 65 81. American Conference of Governmental Industrial Hygienists. TLVs and BEIs based on the documentation of the threshold limit values for chemical substances and physical agents and biological exposure indices. The United States 2019: 39. 82. Association of Occupational and Environmental Clinics (AOAC). Medical management guidelines for lead - exposed adults [Internet]. AOAC: 2007 [cited 2018 May 28]. Available from: http://www.aoec.org/documents/positions/ mmg_revision_with_cste_2013.pdf 83. Agency for Toxic Substances and Disease Registry. Lead toxicity what are possible health effects from lead exposure? [Internet]. ATSDR: 2015 [cited 2015 May 28]. http://www.atsdr.cdc.gov/csem/csem.asp?csem=7&po=10 84. Blood lead specimen collection and shipping guidance. State Department of Health, Version: 2.10.2016 85. BMJ Best Practice. Lead toxicity [Internet]. [cited 2018 Jan 31]. Available from: http://bestpractice.bmj.com/top- ics/en-us/755 86. Brookhaven National Laboratory. Surface wipe sampling for metals. Accelerator Operational Areas & OSHA Reg- ulated Areas [AFAP]: Floors & accessible surfaces. [Internet]. 2017 [cited 2020 Jan 15]. Available from: https:// www.bnl.gov/esh/shsd/sop/pdf/ih_sops/ih75190.pdf 118 แนวทางการเฝ้าระวัง ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกล่มุ วัยแรงงาน

87. Canadian Center for Occupational Health and Safety. Lead [Internet]. OSH Answers Fact Sheets. CCOHS: 2020 [cited 2020 Apr 11]. Available from: URL https://www.ccohs.ca/oshanswers/chemicals/chem_profiles/lead.html 88. Center for Diseases Control and Prevention. Implementation of the Lead Contamination Control Act of 1988. [Internet]. 2018 [updated 1998 May 8; cited 2018 Aug 10]. Available from: https://www.cdc.gov/mmwr/preview/ mmwrhtml/00016599.htm 89. Center for Diseases Control and Prevention. Lead [Internet]. 2018 [updated 2018 Jul 18; cited 2018 Aug 19]. Available from: https://www.cdc.gov/nceh/lead/default.htm. 90. Centers for Disease Control and Prevention. Summary of notifiable noninfectious conditions and disease outbreaks — United States, mobility and motality weekly report, Weekly Vol. 62 (54), October, 2015. 91. Chongsuvivatwong V, Kaeosanit S, Untimanon O. Twenty-six tons of lead oxide used per year in wooden boat building and repairing in Southern Thailand. Environ Geochem Health: [Internet] 2011; 33(3): 301 - 7 doi: 10.1007/ s10653-010-9342-6. Epub 2010 Oct 1 92. Council of State and Territorial Epidemiologists Medical management guidelines for blood lead levels in Adults. [cited 2018 Jul 23]. Available from: https://www.aoec.org 93. Cullen MR, Robins JM, Eskenazi B. Adult in organic lead intoxication: presentation of 31 new cases and review of recent advances in the literature. Medicine 1983; 62: 221 - 47. 94. Department of Labour and Industry, Occupational lead exposure: an alert for workers, Report# 17-6-1999, USA, October 1999. 95. Department of Labour. Guidelines for the medical surveillance of lead workers. 2nd ed. New Zealand: Department of Labour; 2011. 96. Dillman RO, Crumb CK, Lidsky MJ. Lead poisoning from a gunshot wound. Am J Med 1979; 66:509. 97. European Commission. 2009. Lead (Annex I, No. 112), Information notices on occupational diseases: a guide to diagnosis (pp 54 - 57). Luxembourg: Office for Official Publications of the European Communities. [cited 2018 Aug 10]. Available from: http://www.ec.europa.eu/social/BlobServlet?docId=3155&langId=en 98. Health and Safety Authority, Department of Business, Enterprise and Innovation. Safety with lead at work: a guide for employers and employees [Internet]. 2014 The Metropolitan Building, James Joyce Street, Dublin 1, Ireland: Health and Safety Authority; 12 p. [cited 2018 Aug 10]. Available from: http://www.hsa.ie/eng/Publications_and_ Forms/Publications/Chemical_and_Hazardous_Substances/Safety_with_Lead_at_Work.pdf 99. Health and Safety Executive, Great Britain, Exposure to lead in Great Britain 2017 [Internet]. 2018 [cited 2019 Jan 25]. Available from: www.hse.gov.uk/statistics/18. 100. Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME). GBD compare. Seattle, WA: IHME, University of Washington; 2017. 101. Health and Safety Executive. Control ofl lead at work. 3rd ed.[Internet]. Norwich: The Stationary Office Company; 2002 [cited 2019 May 18]. Available from: http://www.hse.gov.uk/pubns/priced/l132.pdf 102. Health and Safety Executive. Health effects from exposure to lead [Internet]. n.p. [cited 2019 May 17]. Health and Safety Available from: http://www.hse.gov.uk/lead/health-effects.htm 103. Health and Safety Executive. Lead and you [Internet]. Suffolk: The Stationary Office Company; 2012 [cited 2019 May 18]. Available from: http://www.hse.gov.uk/pubns/indg305.pdf 104. Indiana State Department of Health. Blood lead specimen collection and shipping guidance. Version 2.10.2016 [Internet]. [cited 2019 May 5].Available from: http://www.state.in.us/ isdh/files/Blood%20Lead%20Specimen%20 Collection%20Guide%20v%203%2012%202016.pdf 119แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพิษตะกัว่ ในกลุ่มวัยเเรงงาน

105. International Labour Office. Investigation of occupational accidents and diseases: a practical guide for labour inspectors. Geneva: ILO; 2015. 106. International Labour Organization. Recommendation concerning the protection of women and children against lead poisoning [Internet] R004 - Lead Poisoning (Women and Children) Recommendation, 1919 (No. 4) [cited 2018 Aug 19]. Available from: https://www.ilo.org/dyn/normlex/en/f?p=NORMLEXPUB:12100:0::NO::P12100_ ILO_CODE:R004 107. Ladou J. Occupational and Environmental Medicine. 5th ed. Stamford: Appleton&Lange; 2014.6. Gagan F, Deepesh G, Archana T. Toxicity of lead: A Review with Recent Updates. Interdiscip Toxicol. 2012; Vol. 5(2): 47 - 58 108. Latiff Wani AB, Ara A, Usmani JA. Lead toxicity: a review. Interdiscip Toxicol [Internet]. 2015 Jun; 8 (2): 55- 64. doi 10.1515/intox-2015-0009 109. Centers for Disease Control and Prevention. Lead by flame AAS 7082 [Internet]. CDC:1994 [cited 2020 Feb 20]. Available from: https://www.cdc.gov/niosh/docs/2003-154/pdfs/7082.pdf 110. Lee LT, Fock KM, Chan YK. Industial lead poisioning a case report. Singap Med J. [Internet] 1983 (24): 2. 111. Marcus SM. Experience with D-penicillamine in treating lead poisoning. Vet Hum Toxicol 1982; 24: 18 - 20. 112. Menezes G. Chronic lead poisoning in an adult battery worker. Occup Med. 1 October 2003; 53 (7): 476 - 8. 113. National Institute for Occupational Safety and Health. Appendix C supplementary exposure limits [Internet]. Washington District Columbia. National Institute for Occupational Safety and Health; 2018 [cited 2019 Apr 26]. Available from: https://www.cdc.gov/niosh/npg/nengapdxc.html 114. Divya Sree P, Lakshmi Prasanna S. A case report on chronic lead poisoning from occupational exposure. Asian J Pharm Clin Res. 1 Jun 2017; 10(6): 1. 115. Needleman HL, Gatsonis CA. Low - level lead exposure and the IQ of children: a Meta - Analysis of Modern Studies. JAMA 1990; 263: 673 - 8 116. Occupational Lead Poisoning Prevention Program (OLPPP), California Department of Public Health. Medical guidelines for the lead-exposed worker [Internet]. 2009. Sacramento, California: Occupational Health Branch California Department of Public Health; [cited 2018 Jun 27]. 12 p. Available from: at:https://www.cdph.ca.gov/ Programs/CCDPHP/DEODC/OHB/OLPPP/CDPH%20Document%20Library/medgdln.pdf 117. Occupational Safety and Health Administration. 1910.1925 Lead [Internet]. Washington District Columbia: Occupationalpational Safety and Health Administration ; 2012 [cited 2019 May 20]. Available from: https://www. osha.gov/pls/oshaweb/owadisp.show_unique?p_table_name=STANDARDS&p_unique_file=1910_1025&p_an- chor_name= 118. Occupational Safety and Health Administrationn; OSHA, (2009). Assigned protection factors for the revised respiratory protection standard. OSHA 3352-02, 2009. [Internet]. [cited 2018 Jul 23] Available from: URL; https:// www.osha.gov/Publications/3352-APF-respirators.pdf 119. Occupational Safety and Health Administration. OSHA annotated table Z-1 [Internet]. [cited 2018 Dec 18]. Available from: www.https://www.osha.gov/dsg/annotated-pels/tablez-1.html 120. Occupational Safety and Health Administration. OSHA permissible exposure limits - annotated tables. OSHA: 2018 [cited 2018 Feb 12]. Available from: https://www.osha.gov/dsg/annotated-pels/ 121. Occupational Safety and Health Administration. OSHA regulations (standards - 29 CFR) standard number 1910.1025. OSHA: 2018 [cited 2018 Jul 23]. Available from: https://www.osha.gov 122. Osterloh J, Becker CE. Pharmacokinetics of Ca EDTA and chelation of lead in renal failure. Clin Pharmacol Ther 1986; 40: 686 - 93. 120 แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกัว่ ในกลมุ่ วัยแรงงาน

123. Eller PM, Ashley K.. LEAD in surface wipe samples 9100 [Internet]. 1996 [cited 2020 Feb 20]. Available from: https://www.cdc.gov/niosh/docs/2003-154/pdfs/9100.pdf 124. Piomelli S, Rosen JF, Chisolm JJ, et al. Management of childhood lead poisoning. J Pediatr 1984; 105: 523 - 32 125. Shannon M, Grace A, Graef J. Use of urinary lead concentration in interpretation of the EDTA mobilization test. Vet Hum Toxicol 1989; 31: 140 - 142. 126. Thanapop C, Geater AF, Robson MG, Phakthongsuk P, Viroonudomphol D. Exposure to lead of boatyard workers in Southern Thailand. J Occup Health 2007; 49: 345 - 52. 127. Thomas PS, Ashton C. An oral treatment for lead toxicity. Postgrad Med J 1991; 67: 63 -5 128. Tokar, E. J., Boyd, W. A., Freedman, J. H., & Waalkes, M. P. (2013). Toxic effects of metals. In C. D. Klaassen, Casarett & Doull’s Toxicology The Basic Science of Poisons 8th ed. US: McGraw-Hill Professional; 2013. p. 981 - 96. 129. United Nations Environmental Programme. Taking action to stop lead poisoning [Internet]. 2017 [updated 31 Oct 2017; [cited 2018 Aug 10]. Available from: http://www.unenvironment.org/news-and-stories/story/taking- action-stop-lead-poisoning 130. United Nations. Sustainable development knowledge platform [Internet]. [cited 2018 Aug 19]. Available from: https://sustainabledevelopment.un.org/sdgs 131. United Nations Institute for Training and Research. Basel, Rotterdam, Stockholm Conventions [Internet]. [cited 2018 Aug 19]. Available from: http://www.unitar.org/pillars/planet/basel-rotterdam-stockholm-conventions 132. United States Environmental Protection Agency. Lead poisoning and your children. [Internet]. 2017 [cited 2018 Aug 19] Available from: https://www.epa.gov/lead/lead-poisoning-and-your-children World health Organization United States Environmental Protection Agency. Implementation status of the lead action plan. Status of EPA Actions, FY 2020 [Internet]. 2020 [cited 2020 Jan 15]. Available from: https://www.epa. gov/leadactionplanimplementation/status-epa-actions-fy-2020-0 133. United States Environmental Protection Agency [Internet]. Hazard standards and clearance levels for lead in paint, Dust and Soil (TSCA Sections 402 and 403). 1998 [cited 2020 Apr 30]. Available from: https://www.epa.gov/lead/ hazard-standards-and-clearance-levels-lead-paint-dust-and-soil-tsca-sections-402-and-403 134. United States Environmental Protection Agency;EPA.Proposed rule. Review of dust-lead hazard standards and definition of lead-based paint. [Internet].2018. [cited 2019 Dec 21]. Availablefrom:https://www.epa.gov/ sites/ production/files/2018-07/documents/2018-14094.pdf 135. World Health Organization. Guidelines for drinking-water quality. [Internet] 4th ed. [Internet]. 2017 [cited 2020 Apr 30]. Available from: https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/ 254637/9789241549950-eng.pdf; jsessionid =218E90FA8C57 DBBCD4D60 C69A0CD6EB4? sequence=1 136. World Health Organization. Childhood lead poisoning. Geneva: WHO; 2010. 137. World Health Organization. Brief guide to analytical methods for measuring lead in blood. WHO: 2011. 138. World Health Organization. Global alliance to eliminate lead paint. [Internet]. 2018 [cited 2018 Aug 19]. Available from: http://www.who.int/ipcs/assessment/public_health/gaelp/en/ 139. World Health Organization. Lead poisoning and health [Internet]. 2018 [updated 2018 Feb 9; [cited 2018 Aug 10]. Available from: http://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/lead-poisoning-and-health 140. World Health Organization. Strategy for strengthening the engagement of the health sector in the implementation of the strategic approach to international chemicals management [Internet]. 2018 [cited 2018 Aug 19]. Available from: http://www.who.int/ipcs/saicm/saicm/en/ 121แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกนั ควบคุมโรคพิษตะกัว่ ในกล่มุ วยั เเรงงาน

122 แนวทางการเฝ้าระวัง ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะกว่ั ในกล่มุ วยั แรงงาน

ภาคผนวก 123แนวทางการเฝ้าระวัง ปอ้ งกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะก่วั ในกลมุ่ วัยเเรงงาน

บทบาทหนา้ ทีข่ องหน่วยงานเครอื ข่ายทีเ่ กี่ยวข้อง ในการเฝา้ ระวังโรคพิษตะกว่ั ในกลมุ่ วัยแรงงาน ตารางที่ 19 แสดงรายละเอยี ดบทบาทหนา้ ทข่ี องหนว่ ยงานเครอื ขา่ ยทเี่ กย่ี วขอ้ ง ในการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกว่ั ในกลมุ่ วยั แรงงาน หนว่ ยงาน บทบาทหน้าที่ กองโรคจากการประกอบอาชพี 1. พัฒนาการจัดบริการอาชีวอนามัยในหน่วยบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึง และสิง่ แวดล้อม สถานประกอบการ 2. ประเมินและควบคุมคุณภาพการจัดบริการอาชีวอนามัยของหน่วยบริการสุขภาพท้ังภาครัฐ สำ� นกั งานปอ้ งกันควบคุมโรคที่ (สคร.) 1 - 12 และสถาบันป้องกนั ควบคุมโรค และเอกชน รวมถงึ สถานประกอบการ 3. ประสานและสนับสนุนการจัดบริการอาชีวอนามัยแก่หน่วยบริการสุขภาพและสถาน เขตเมือง (สปคม.) ประกอบการ รวมถงึ เครอื ข่ายทเี่ กยี่ วข้อง 4. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาวิชาการด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคพิษตะกั่วใน กลุ่มวยั แรงงาน 5. พฒั นาและถา่ ยทอดองคค์ วามรแู้ ละเทคโนโลยดี า้ นการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกลมุ่ วัยแรงงานใหแ้ ก่หนว่ ยงานเครอื ข่าย 6. สนบั สนนุ วทิ ยากรและใหค้ ำ� ปรกึ ษาขอ้ มลู วชิ าการ ในการดำ� เนนิ การเฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกลุ่มวัยแรงงาน 7. สอบสวนและเฝ้าระวังโรคพิษตะก่ัว ร่วมกับส�ำนักงานป้องกันควบคุมโรค และหน่วยงาน เครือขา่ ยทีเ่ กย่ี วขอ้ งในพ้นื ที่ 8. ประสานวิชาการ จัดการองค์ความรู้ และพฒั นาเครือข่ายด้านการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคุม โรคพษิ ตะก่ัวในกลมุ่ วัยแรงงาน 1. สนบั สนนุ การใหบ้ รกิ ารตรวจประเมนิ สภาพแวดลอ้ มการทำ� งานและสขุ ภาพผปู้ ระกอบอาชพี ในพืน้ ที่ 2. ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกั่วใน กลุ่มวัยแรงงานให้กับหน่วยงานทเ่ี กีย่ วขอ้ ง 3. ประสานและสนับสนุนส�ำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพ้ืนที่ เพื่อถ่ายทอดแนวทาง การเฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคมุ โรคในกลุ่มวัยแรงงาน 4. สนับสนุนและใหค้ ำ� ปรกึ ษาขอ้ มลู วชิ าการ ในการด�ำเนินการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคมุ โรคให้ กบั สำ� นักงานสาธารณสขุ จงั หวัดและโรงพยาบาล รวมถึงหนว่ ยงานเครอื ขา่ ยท่เี กีย่ วขอ้ ง 5. ติดตามและประเมินผลการด�ำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะก่ัวใน กล่มุ วยั แรงงานรว่ มกบั สำ� นักงานสาธารณสุขจงั หวัดและโรงพยาบาลในทกุ ระดบั 124 แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกนั ควบคมุ โรคพิษตะกว่ั ในกลุ่มวัยแรงงาน

หน่วยงาน บทบาทหน้าท่ี สำ� นกั งานสาธารณสุขจงั หวัด 1. รวบรวมข้อมูลการเจ็บป่วยหรืออาการที่เกี่ยวข้องกับสารตะกั่ว ซึ่งอาจมาจากการเฝ้าระวัง (สสจ.) ทางสุขภาพเชงิ รกุ และเชิงรับ รวมท้ังปจั จยั เส่ยี งต่าง ๆ 2. วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการเกบ็ รวบรวม และรายงานขอ้ มลู กบั หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งทง้ั ระดบั โรงพยาบาลศนู ย์ (รพศ.)/ โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) ผูก้ �ำหนดนโยบายหรือประชาชนผไู้ ดร้ บั ผลกระทบ แรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) 3. การนำ� ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากขอ้ 2 มาวางแผนหรอื ดำ� เนนิ การปอ้ งกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ทงั้ กอ่ น โรงพยาบาลส่งเสรมิ เกดิ โรค โดยการลดปรมิ าณสารจากแหล่งก�ำเนิด สวมใสอ่ ุปกรณ์ป้องกันสว่ นบุคคล เริ่มเกิด สุขภาพตำ� บล (รพ.สต.) โรคแลว้ ตรวจสขุ ภาพเฉพาะความเสยี่ งท่มี อี าการ ท�ำการรกั ษาและปอ้ งกันไม่อาการรนุ แรง กว่าท่ีเป็น เกิดโรคและมีอาการมากแล้ว ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะทุพพลภาพ หรือการฟื้นฟู สมรรถภาพ ลดภาวะแทรกซอ้ น 4. จัดทำ� แผนงานโครงการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพษิ ตะก่ัวในกลุม่ วัยแรงงาน 5. รวบรวมรายงาน วเิ คราะห์ จดั ท�ำสถานการณก์ ารด�ำเนนิ งานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค พิษตะก่ัวในกลุ่มวัยแรงงานให้ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงจากการท�ำงาน ความเส่ียงจาก พฤติกรรม 1. รวบรวมขอ้ มลู ปจั จยั เสย่ี งที่อาจมผี ลกระทบต่อสุขภาพและโรคพษิ ตะกั่ว 2. จดั ทำ� ทะเบยี นรายชอื่ กลุม่ เสีย่ งท่ีทำ� งานสมั ผัสสารตะกว่ั ในกลมุ่ วัยแรงงาน 3. รบั ผปู้ ว่ ย ที่ถูกสง่ ต่อ เพ่ือเข้าท�ำการรักษา หรอื วนิ ิจฉัยโรคเพอ่ื ยนื ยนั โรค โดยแพทยอ์ าชีวเวชศาสตร์ 4. คดั กรอง วนิ จิ ฉยั โรค หรอื ทำ� การเกบ็ ตวั อยา่ งเพอื่ หาความเกย่ี วขอ้ งทจี่ ะเปน็ สาเหตทุ ำ� ใหเ้ กดิ โรคพิษตะก่ัว 5. ตดิ ตาม/เยยี่ มบ้านกลุม่ ผู้ปว่ ย 6. บันทึกข้อมูลในระบบฐานข้อมูลตามบริบทของพื้นที่สรุปข้อมูลสถานการณ์โรคพิษตะกั่ว ในพ้ืนท่ี 1. รวบรวมข้อมูลปจั จัยเสย่ี งที่อาจมีผลกระทบตอ่ สขุ ภาพและโรคพิษตะกว่ั 2. จัดทำ� ทะเบยี นรายช่อื แรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบในกลุ่มเส่ยี ง 3. คดั กรอง วนิ จิ ฉยั โรค หรอื ทำ� การเกบ็ ตวั อยา่ งเพอื่ หาความเกยี่ วขอ้ งทจี่ ะเปน็ สาเหตทุ ำ� ใหเ้ กดิ โรคพษิ ตะกั่ว 4. รบั ผู้ป่วย เพ่อื เขา้ ท�ำการรักษา หรอื วนิ ิจฉัยโรคเพ่ือยนื ยนั โรค หรือส่งตอ่ ผู้ป่วย 5. ตดิ ตามผ้ปู ่วย/ผ้สู งสยั โรคพษิ ตะกั่ว 6. บันทึกขอ้ มลู ในระบบฐานขอ้ มลู ตามบริบทของพ้ืนท่ี 7. สรปุ ข้อมลู สถานการณโ์ รคพษิ ตะกัว่ ในพื้นท่ี 1. รวบรวมข้อมลู ปจั จัยเส่ียงท่อี าจมีผลกระทบต่อสุขภาพและโรคพิษตะกว่ั 2. จัดทำ� ทะเบยี นรายช่ือแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบในกล่มุ เสี่ยง 3. รบั ผปู้ ว่ ย วนิ จิ ฉยั โรค ทำ� การรกั ษาพยาบาลเบอ้ื งตน้ และสง่ ตอ่ ผปู้ ว่ ยไปรกั ษายงั โรงพยาบาลศนู ย์ โรงพยาบาลทั่วไป และคลนิ กิ โรคจากการท�ำงาน 4. ตดิ ตาม/เยีย่ ม ผู้ปว่ ยหรือผู้สงสัยหรอื กลุ่มเส่ียงเป็นโรคพิษตะกว่ั 5. บนั ทกึ ขอ้ มูลและสรุปข้อมูลสถานการณโ์ รคพิษตะกัว่ ในพนื้ ท่ี 125แนวทางการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกนั ควบคุมโรคพษิ ตะก่ัว ในกลมุ่ วยั เเรงงาน

หน่วยงาน บทบาทหน้าท่ี คลินกิ โรคจากการทำ� งาน 1. ร ว บ ร ว ม ข ้ อมู ล จ า ก กา ร ต ร ว จ สุ ข ภ า พ ต า ม ปั จ จัย เ ส่ีย ง ที่ อา จ มีผ ล ก ร ะ ท บ ต ่อ สุ ข ภา พ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ และโรคพิษตะกั่ว 2. จดั ทำ� ทะเบยี นรายชื่อแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบในกลุ่มเสี่ยง สถานประกอบการ 3. รับผปู้ ่วย ท่ถี ูกสง่ ต่อ เพื่อเข้าท�ำการรกั ษา หรือวินิจฉัยโรคเพอ่ื ยืนยันโรค โดยแพทย์เฉพาะ ทางอาชวี อนามัยและทำ� การรักษา 4. คัดกรอง วินจิ ฉยั โรค หรอื ท�ำการเก็บตวั อยา่ งเพอ่ื หาสาเหตุท�ำใหเ้ กิดโรคพษิ ตะก่วั 5. ตดิ ตาม/เย่ียม ผปู้ ่วยหรอื ผสู้ งสัยหรอื กลุ่มเส่ียงเปน็ โรคพิษตะกว่ั รว่ มกับเครือข่าย 6. บนั ทึกขอ้ มูลในระบบฐานข้อมลู 7. สรุปขอ้ มูลสถานการณ์โรคพษิ ตะกั่ว 1. ก�ำหนดนโยบายในการดูแลสุขภาพของแรงงาน รวมถึงสนับสนุนกระบวนการสร้าง การมีสว่ นรว่ มในการดูแลสขุ ภาพ หรอื การจดั บรกิ ารอาชวี อนามยั และเวชกรรมสงิ่ แวดลอ้ ม ในชมุ ชน 2. สนบั สนนุ ในด้านทรัพยากร เชน่ งบประมาณ หรอื วัสดอุ ปุ กรณ์ ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งในการด�ำเนินงาน 3. สนบั สนุนการพัฒนาศักยภาพอาสาสมคั รสาธารณสขุ ดา้ นอาชวี อนามยั ในการดแู ล เฝ้าระวงั ป้องกัน ควบคมุ โรคพิษตะกั่วในกลุม่ วยั แรงงาน 4. บงั คบั การใชก้ ฎหมายท่เี ก่ยี วขอ้ ง 5. ร่วม/สนับสนุน รพ.สต./รพช. ในการตรวจเยี่ยม/ตดิ ตามผปู้ ่วยหรือผสู้ งสัยหรือกลุ่มเสย่ี ง 1. ดำ� เนินการเฝา้ ระวงั โรคพษิ ตะกวั่ โดยจดั ใหม้ ีการตรวจสุขภาพตามปจั จัยเส่ียง ประกอบด้วย กอ่ นเขา้ ทำ� งาน ระหว่างท�ำงาน (ประจ�ำป)ี และกอ่ นออกจากงาน 2. จัดต้ังห้องพยาบาลอาชีวอนามัย ในสถานประกอบการ เพื่อเตรียมรับและช่วยแก้ปัญหา สขุ ภาพทเี่ ดน่ ชดั ของผปู้ ระกอบอาชพี ทงั้ นค้ี วรดำ� เนนิ การโดยมผี ทู้ มี่ คี วามเขา้ ใจ หรอื ไดร้ บั รอง การอบรมดา้ นอาชีวอนามัยโดยเฉพาะ 3. จัดเกบ็ ข้อมูลทางด้านสิง่ แวดลอ้ มและดา้ นสุขภาพของพนกั งาน 4. ปรับปรงุ สง่ิ แวดลอ้ มการทำ� งานใหเ้ หมาะสม 5. จัดต้ังคณะกรรมการความปลอดภัยในสถานประกอบการ เพื่อเป็นแกนกลางในการด�ำเนิน การประสานงานกับทุกฝ่ายในสถานประกอบการ ในการเฝ้าระวัง ควบคุมโรค ให้ง่ายต่อ การสอบสวนโรค 6. จัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้แก่พนักงาน การให้สุขศึกษา และการปอ้ งกนั อันตรายจากพิษตะกว่ั รวมถงึ โรคจากการประกอบอาชีพอนื่ ๆ 126 แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกนั ควบคมุ โรคพษิ ตะกวั่ ในกลุม่ วัยแรงงาน

ตารางสรปุ กฎหมาย และมาตรฐานทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ตารางที่ 20 คา่ มาตรฐานทเ่ี กยี่ วขอ้ งในการดำ� เนนิ งานเฝา้ ระวงั การไดร้ บั สมั ผสั สารตะกวั่ ประเภท หน่วยงานท่ีกำ� หนด ค�ำอธบิ าย ค่า สถานทท่ี �ำงาน คา่ มาตรฐาน มาตรฐาน พื้นผวิ ACGIH (2019) คา่ เฉลยี่ แบบถว่ งนำ้� หนกั ตลอดระยะเวลาการทำ� งานปกติ (TWA) 0.05 mg/m3 ร่างกาย ในบรรยากาศการท�ำงาน นำ�้ บริโภค NIOSH (2019) คา่ เฉลยี่ แบบถว่ งนำ�้ หนกั ตลอดระยะเวลาการทำ� งานปกติ (TWA) 0.05 mg/m3 ในบรรยากาศการท�ำงาน OSHA (2019) คา่ เฉลย่ี แบบถว่ งนำ้� หนกั ตลอดระยะเวลาการทำ� งานปกติ (TWA) 0.05 mg/m3 ในบรรยากาศการท�ำงาน ประกาศกรมสวัสดกิ ารและ ความเขม้ ขน้ ในบรรยากาศของการทำ� งานเฉลยี่ ตลอดระยะเวลา 0.05 mg/m3 คมุ้ ครองแรงงาน เร่อื ง ทำ� งานปกตสิ �ำหรับตะกว่ั และสารประกอบอนนิ ทรีย์ของตะก่ัว ขดี จำ� กัดความเขม้ ข้นของ สารเคมอี ันตราย พ.ศ. 2560 US EPA (2019) ปรมิ าณฝุ่นตะก่วั บนพ้ืน (Floors) 10 µg/ft2 (ขนาดพ้นื ทท่ี เ่ี ก็บ 20 cmx30 cm) ปรมิ าณฝ่นุ ตะกั่วท่ีขอบหน้าตา่ ง (Window Sills) 100 µg/ft2 (ขนาดพ้นื ท่ที เ่ี ก็บ 20 cmx30 cm) ACGIH (2018) และ (2019) ระดับสารตะกวั่ ในเลอื ดผู้ประกอบอาชีพ (Worker) 20 µg/dL ระดบั สารตะก่ัวในเลือดผู้ประกอบอาชีพ (หญงิ ตง้ั ครรภ)์ 10 µg/dL (Women of Child Bearing Potential) WHO ระดบั สารตะก่ัวในเลือดของเดก็ 10 µg/dL CDC ระดับสารตะกวั่ ในเลอื ดของเด็ก 5 µg/dL ประกาศกระทรวง ระดบั สารตะกั่วในเลอื ดผปู้ ระกอบอาชีพ 0.3 µg/ml อตุ สาหกรรม ฉบบั 4409 ระดบั สารตะกว่ั ในเลือดผปู้ ระกอบอาชพี หญิงตัง้ ครรภ์ 0.1 µg/ml พ.ศ. 2555 Thai BEIs ดัชนีชี้วัดทางชีวภาพส�ำหรับการเฝา้ ระวงั สขุ ภาพ 30 µg/100 ml ผู้ประกอบอาชีพทสี่ ัมผัสสารเคมี WHO (2017) ปริมาณตะก่ัวในน�้ำบริโภค (ตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี AAS 0.01 mg/l (Graphite furnace), ICP) 127แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะก่ัว ในกลมุ่ วัยเเรงงาน

เครือข่ายห้องปฏิบตั ิการวเิ คราะห์สารตะกั่ว ตารางท่ี 21 แสดงทะเบยี นรายช่อื ห้องปฏิบตั ิการภาครฐั ทีใ่ ห้บริการตรวจวเิ คราะห์ สารตะก่ัวในเลอื ด ลำ� ดับ หนว่ ยงาน ทีอ่ ยู่ เบอร์โทรศพั ท์ 1 ศูนย์พษิ วทิ ยา เลขท่ี 88/7 ถนนติวานนท์ 0 2951 0000 ตอ่ 99248 สถาบันวจิ ยั วทิ ยาศาสต์สาธารณสุข อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000 หรือ 99614 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (อาคาร 9) 2 ศูนยพ์ ษิ วิทยาศิรริ าช เลขที่ 2 ถนนวงั หลัง 0 2419 7317 - 8 คณะแพทยศาสตร์ศิรริ าชพยาบาล แขวงศริ ริ าช เขตบางกอกนอ้ ย มหาวิทยาลยั มหดิ ล กรุงเทพมหานคร (ตึกหอพักพยาบาล 3 ชน้ั 6) 3 ศนู ยพ์ ิษวิทยารามาธิบดี เลขท่ี 270 ถนน พระราม 6 สายดว่ น: 1367 คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี แขวงทงุ่ พญาไท เขตราชเทวี Line ID: poisrequest (ศนู ยพ์ ษิ วทิ ยา ชน้ั 1 อาคารวจิ ยั และสวัสดิการ) กรุงเทพมหานคร 10400 4 ศนู ย์อ้างองิ ทางห้องปฏบิ ัติการและพษิ วิทยา อาคารศนู ย์หอ้ งปฏิบัตกิ ารกรมอนามยั 0 2968 7630 - 3 กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ช้นั 4 ซอยทางเข้าโรงพยาบาลศรธี ญั ญา กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบรุ ี 11000 5 ศูนย์พัฒนาวิชาการอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม เลขที่ 18 ถนนเคหะชุมชน 1 ตำ� บลห้วยโปง่ 0 3868 4020 - 1 จังหวัดระยอง กองโรคจากการประกอบอาชีพและ อำ� เภอเมอื ง จงั หวัดระยอง 21150 สิง่ แวดล้อม กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข 6 ศูนยว์ ิทยาศาสตรก์ ารแพทยท์ ี่ 1 เชียงใหม่ เลขท่ี 191 หมู่ 8 0 5311 2188 - 90 กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ตำ� บลดอนแกว้ อ.แม่ริม จ.เชยี งใหม่ 50180 7 ศูนย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ท่ี 3 นครสวรรค์ เลขท่ี 267 หมู่ 8 0 5624 5618 - 20 กรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ถ.นครสวรรค์ - กำ� แพงเพชร ต.นครสวรรค์ตก อ.เมอื ง จ.นครสวรรค์ 60000 8 ศูนยว์ ิทยาศาสตร์การแพทยท์ ่ี 5 สมุทรสงคราม เลขท่ี 136 หมู ่ 4 0 3471 1945 - 8 กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ ต.ลาดใหญ อ.เมอื ง ต่อ 120, 121 จังหวัดสมุทรสงคราม 75000 9 ศนู ย์วิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ที่ 6 ชลบรุ ี เลขที่ 59/2 หมู่ 3 0 3878 4006 - 7, กรมวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ ถ. อบต.เสม็ด 0 3878 3767, ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบรุ ี 20000 0 3878 4533 128 แนวทางการเฝ้าระวงั ป้องกนั ควบคุมโรคพษิ ตะกั่ว ในกลุม่ วยั แรงงาน

แบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เกีย่ วขอ้ ง ประกอบด้วย 1. แบบสงั เกตการณ์และส�ำรวจสถานท่ปี ฏิบตั งิ าน/ท่พี ักอาศัย หรือแบบเดินสำ� รวจเบอ้ื งตน้ (Walk - Through Survey) (หนา้ 130 - 131) 2. แบบบนั ทึกการตรวจรา่ งกายตามระบบโดยแพทย์ (หนา้ 132) 3. แบบสอบถามการซักประวัตแิ ละตรวจร่างกายในผู้ท่ีเสย่ี ง ต่อโรคพิษตะกั่ว (หน้า 133 - 135) 4. แบบสัมภาษณ์และสอบสวนโรคพิษตะกวั่ ในวัยแรงงาน (หนา้ 136 - 138) 129แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพษิ ตะกวั่ ในกลุ่มวัยเเรงงาน

แบบเดินสำ� รวจเบือ้ งตน้ (Walk - Through Survey) (ฉบบั สมบูรณ์ สแกนตาม QR Code) ค�ำชแี้ จง แบบเดนิ สำ� รวจเบอื้ งตน้ (Walk - Through Survey) เปน็ เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการคน้ หาสง่ิ คกุ คามสขุ ภาพ ในแตล่ ะกระบวนการ ท�ำงานในสถานประกอบกิจการ รวมถงึ สนับสนุนขอ้ มูลในการสอบสวนโรคพษิ ตะกวั่ ในกลุ่มวัยแรงงาน นอกจากน้ียังมีประโยชนใ์ น การเตรียมเครื่องมอื ส�ำหรบั ตรวจวดั สภาพแวดล้อมการทำ� งาน เอกสารฉบบั นมี้ เี นอื้ หาแนะนำ� การออกแบบเดนิ สำ� รวจเบอ้ื งตน้ เพอ่ื นำ� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ หมาะสมกบั กลมุ่ วยั แรงงาน ทง้ั แรงงาน ในระบบและแรงงานนอกระบบ ทงั้ น้ไี ด้มีตวั อย่างแบบเดนิ ส�ำรวจเบื้องต้นฉบบั สมบรู ณ์ ดงั แสดงในเอกสาร QR Code เน้อื หาทคี่ วรมีในแบบเดินสำ� รวจเบือ้ งต้น 1. ขอ้ มลู ทว่ั ไปของสถานประกอบกจิ การ (ประกอบดว้ ย ชอื่ สถานประกอบกจิ การ/ สถานทที่ ำ� งาน/ ทต่ี ง้ั /ประเภทกจิ การ / วัตถดุ บิ / ผลิตภัณฑ์/ จ�ำนวนผปู้ ฏิบัติงาน/ กะการทำ� งาน/ ระยะเวลาการท�ำงาน ฯลฯ 2. แผนผังโรงงานและกระบวนการผลิต (วาดรูป หรือ ถ่ายรูปก็ได้ ถ้าสามารถด�ำเนินการได้ และให้ท�ำเคร่ืองหมาย/ สญั ลักษณ์สำ� หรบั กระบวนการผลติ / จดุ ปฏิบตั ิงาน/ สถานทเ่ี ส่ยี งสมั ผัสสารตะกัว่ ) 3. ขอ้ มลู ดา้ นสขุ ภาพและการบรกิ ารสขุ ภาพ (ประกอบดว้ ย สถานทใี่ หบ้ รกิ าร/ บคุ ลากรทางการแพทย/์ บคุ ลากรดา้ นความ ปลอดภัยฯ ฯลฯ/ ระบบการส่งตอ่ รกั ษา/ ระบบการให้ค�ำปรกึ ษาโดยแพทย์ ฯลฯ) 3.1 ประเมนิ โดยภาพรวม [ ] เพยี งพอ [ ] ไม่เพยี งพอ [ ] ได้มาตรฐาน [ ] ไม่ไดม้ าตรฐาน 3.2 การตรวจสขุ ภาพของพนกั งาน • การตรวจสุขภาพกอ่ นเข้าท�ำงาน (ระดับตะกว่ั ในร่างกาย) [ ] ม ี [ ] ไม่มี • การตรวจสขุ ภาพตามปัจจัยเส่ยี งจากการท�ำงานประจำ� ปี [ ] มี [ ] ไม่มี เชน่ ระดบั ตะก่วั ในรา่ งกาย 130 แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะก่ัว ในกลมุ่ วัยแรงงาน

4. ขอ้ มลู การตรวจวัดสิง่ แวดลอ้ ม (การตรวจวดั ระดบั ตะกวั่ ในพืน้ ที่ปฏิบตั ิงาน แบ่งเปน็ 2 กรณี ดงั น)ี้ 4.1 การตรวจวัดระดบั ตะกั่วในบรรยากาศการท�ำงาน (Personal sampling) [ ] มกี ารตรวจวัด [ ] ไมม่ กี ารตรวจวัด ผลการตรวจวดั [ ] ไมเ่ กนิ มาตรฐานกำ� หนด [ ] เกนิ มาตรฐานกำ� หนด (0.05 mg/m3) 4.2 การตรวจวัดระดับตะก่ัวบนพ้นื ผวิ (Wipe technique) [ ] มกี ารตรวจวัด [ ] ไมม่ กี ารตรวจวดั ผลการตรวจวดั [ ] ไมเ่ กินมาตรฐานกำ� หนด [ ] เกนิ มาตรฐานกำ� หนด 5. มาตรฐานฝนุ่ ตะกว่ั บนพนื้ ผิว ลกั ษณะพื้นผิว EPA (µg/ft2) OSHA (µg/100 cm2) - 500 µg/100 cm2 พ้นื และพืน้ ผวิ วัสดหุ รือวัตถใุ ด ๆ ทีส่ ัมผัสได้ (Floors and Accessible Surface) 10 µg/ft2 พ้ืน (Floors) 100 µg/ft2 (พน้ื ทเี่ ก็บตัวอย่าง กรอบขนาด 20 cm x 30 cm) ขอบหน้าต่าง (Window Sills) (พ้ืนทีเ่ กบ็ ตวั อยา่ ง กรอบขนาด 20 cm x 30 cm) 6. การลงชือ่ ผดู้ ำ� เนินการเดินส�ำรวจเบือ้ งตน้ (ผ้สู ำ� รวจ) ควรมีข้อมูล ดงั น้ี 1) ข้อมูลผู้สำ� รวจ (ช่ือ นามสกลุ ตำ� แหน่ง และสถานที่ท�ำงาน) 2) ข้อมูลสำ� หรบั ตดิ ต่อผู้สำ� รวจ (เบอร์โทรศัพท์ หรือ ID line) 3) วัน/เดือน/ปี ท่ที �ำการสำ� รวจ 131แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพิษตะกัว่ ในกล่มุ วัยเเรงงาน

แบบบันทึกการตรวจร่างกายตามระบบโดยแพทย์ Normal Abnormal (โปรดระบุความผิดปกติทต่ี รวจพบ) 1) General appearance ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 2) HEENT: conjunctivae ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 3) Lung ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 4) Abdomen ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 5) Skin ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 6) Hand writing เขียนชอื่ - สกุลในชอ่ งด้านล่าง ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 7) CNS: motor power grade ¨ 2. ................................................ 7.1. Upper extremities ¨ /5 ¨ 2. ................................................ 7.2. Lower extremities ¨ /5 ¨ 2. ................................................ 8) Gait ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 9) Sensation ¨ 1. ¨ 2. ................................................ 10) Cognition ¨ 1. 11) Mood ¨ 1. 12) IQ หรอื Mentality ¨ 1. 4.3 ขอ้ มลู ผลตรวจทา งห้องปฏบิ ัติการ ตวั อย่างทีใ่ ช้ตรวจ ผลการตรวจ การตรวจสารบง่ ชท้ี างชวี ภาพ Ÿ เลอื ด .....................................................ไมโครกรัม/เดซิลิตร การตรวจทางห้องปฏิบัติการอ่นื ๆ ผลการตรวจ Ÿ CBC Ÿ BUN/Cr ¨ ปกติ ¨ ผิดปกติ ระบ.ุ .............................................................. Ÿ SGPT/SGOT ¨ ปกติ ¨ ผดิ ปกติ ระบ.ุ .............................................................. ¨ ปกติ ¨ ผดิ ปกติ ระบุ............................................................... ชื่อ - นามสกุล แพทย์ผตู้ รวจรา่ งกาย .......................................................................... เบอรโ์ ทร .................................................................................................................... ID line ....................................................................................................................... วัน/เดอื น/ปี ............................................................................................................... 132 แนวทางการเฝ้าระวงั ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะกว่ั ในกลุม่ วยั แรงงาน

แบบสอบถามการซักประวตั ิและตรวจรา่ งกายในผ้ทู ี่เส่ยี งต่อโรคพษิ ตะกวั่ 1. ชื่อ – สกุล…………………………………………………………………………………………. 2. อายุ………………….ปี 3. เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง 4. สถานภาพสมรส ( ) โสด ( ) คู่ ( ) หมา้ ย ( ) แยก ( ) หยา่ ร้าง 5. ท่อี ยปู่ จั จุบนั …………………………………………………………………………………….. 6. อาศยั ในที่อยู่ปจั จุบนั มานาน……………..ป ี 7. ภมู ลิ �ำเนาเดิม จงั หวัด……………………… 8. ระดบั การศกึ ษาสงู สุด ( ) ประถมศกึ ษา ( ) มธั ยมศกึ ษาตอนต้น ( ) มัธยมศึกษาตอนปลาย ( ) อาชวี ศกึ ษา ( ) ปริญญาตร ี ( ) อน่ื ๆ ระบ…ุ …………… 9. ประวัติการท�ำงานต้ังแตป่ จั จุบันย้อนจนถึงเริม่ ท�ำงาน ชอ่ื โรงงาน ลกั ษณะ ระยะเวลา สารหรือปัจจยั ท่ี มอี ุปกรณ์ อาชีพเสรมิ งานท่ที ำ� ทีท่ ำ� เส่ียงต่อสขุ ภาพ ปอ้ งกนั ตน ปจั จุบัน 1. 2. 3. 4. 5. 10. ระยะเวลาที่ปฏิบตั ใิ นแตล่ ะวนั เฉล่ีย……………….ชั่วโมง/วัน และ..………………วัน/สปั ดาห์ 11. ในปัจจบุ นั ทา่ นหรอื บุคคลในบ้านท่าน มีผ้ใู ดทท่ี �ำงานเก่ยี วขอ้ งกับงานเหล่าน้ี โปรดระบุด้วยว่าใครเปน็ ผู้ไดร้ ับสัมผัส (เลือกไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ)………………………………….. 11.1 เกี่ยวกบั แบตเตอร่ี 11.7 บัดกรี 11.2 ถลุงตะก่วั , หลอมตะก่วั 11.8 สนามยิงปนื 11.3 ทำ� เกย่ี วกบั วัตถรุ ะเบิด 11.9 ทาสี 11.4 โรงพิมพ ์ 11.10 ทำ� งานป๊ัมนำ�้ มนั หรือน�้ำมนั รถ 11.5 อูต่ อ่ เรอื 11.11 เครื่องเคลอื บ, เครือ่ งปั้นดินเผา 11.6 หลอมโลหะ 11.12 อ่ืน ๆ ที่อาจจะเกยี่ วกับตะก่ัว คือ……………..…..……… 12. ท่านมีโรคประจ�ำตวั หรอื ไม ่ ( ) ไม่มี ( ) มี (ระบุ)……………………..…………… 13. ประวตั กิ ารเจ็บป่วยเกี่ยวกับการท�ำงาน ( ) ไมม่ ี ( ) มี (ระบ)ุ ……………………………….…. 14. ประวัตกิ ารเจ็บปว่ ยจากโรคพิษตะกั่ว ( ) ไมม่ ี ( ) มี (ระบเุ วลา, การรักษา)……………..…… 15. ประวัติคนในที่ท�ำงานใกล้เคยี งกนั ป่วยเป็นโรคพิษตะกัว่ ( ) ไมม่ ี ( ) ม…ี …….คน (ระบุเวลา)……….. 133แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะกั่ว ในกล่มุ วัยเเรงงาน

16. การเจ็บปว่ ยในครอบครวั ( ) ไมม่ ี ( ) มี (ระบ)ุ …………………………………………….... 17. การสบู บหุ ร่ ี ( ) ไมเ่ คยสูบเลย ( ) ปัจจุบนั เลกิ สบู แต่เคยสูบมา………………ปี เฉล่ยี ………………มวน/วัน ( ) ปจั จุบันสูบ สูบมานาน………………….ปี เฉลย่ี …………………มวน/วัน 18. การดมื่ สรุ า ( ) ไม่เคยด่ืมเลย ( ) ปจั จุบันเลกิ ดืม่ แต่เคยดม่ื มา……………ปี เฉลีย่ ………………คร้ัง/อาทิตย์ ( ) ปัจจบุ นั ดมื่ อยู่ ดืม่ มานาน……………….ปี เฉลี่ย………………คร้งั /อาทิตย์ 19. การกินยาประจ�ำ ( ) ไมม่ ี ( ) มี ระบ)ุ …………………………………………. 20. การรับประทานอาหารเปน็ ประจ�ำ ( ) อาหารทวั่ ไป ( ) อาหารมงั สวิรัติ ( ) อาหารส�ำเรจ็ รูป ( ) อนื่ ๆ 21. การเจ็บป่วยในปัจจบุ ัน 0 = ไม่เป็น 1 = เปน็ บางครง้ั 2 = เปน็ บ่อย ๆ อาการแสดง 012 - ปวดศรี ษะ - เวยี นศีรษะ - มนึ งง - ออ่ นเพลีย - เบื่ออาหาร - คลื่นไส้ อาเจียน - ลิ้นเหมือนรบั รสโลหะ - ปวดเมอื่ ยกลา้ มเนื้อ - มอื เท้าออ่ นแรง - ปวดบดิ อยา่ งรนุ แรงในทอ้ งเปน็ พัก ๆ - ท้องผูก - นอนไมห่ ลับ - ฝันร้าย - ตนื่ เตน้ - อารมณ์ฉุนเฉยี วง่าย - หลงลืมงา่ ย - ไม่มสี มาธิ - ชักไมร่ ้ตู ัว - แขน ขาชา - ไมม่ คี วามรูส้ กึ ทแ่ี ขน ขา - หมดความรูส้ กึ ทางเพศ 134 แนวทางการเฝา้ ระวัง ปอ้ งกัน ควบคุมโรคพษิ ตะก่วั ในกล่มุ วยั แรงงาน

อาการแสดง 012 - กลนั้ ปัสสาวะ อจุ จาระไม่ได้ - ซึม - เป็นลม หมดสติ - ประจำ� เดือนผดิ ปกต(ิ เฉพาะผหู้ ญงิ ) การตรวจร่างกาย 2. สว่ นสูง………………………….เซนตเิ มตร 1. น้�ำหนัก……………………กโิ ลกรัม 3. ชพี จร……………………..ครัง้ /นาท ี 4. ความดันโลหิต………………….มลิ ลิเมตรปรอท 5. การหายใจ……………….คร้งั /นาที 6. General appearance……………………………………………………………………….…............................................................................... 7. HEENT…………………………………………………......................................................................................………………………………………. 8. Lymph nodes………………………….................................................................................………………………………………………………. 9. Lung………………………………………….......................................................................................………………………………………………… 10. Heart…………………………………………......................................................................................………………………………………………. 11. Abdomen………………………………...................................................................................……………………………………………………. 12. Muscle and Extremities………………………………………………............................................................................……………………. 13. Skin…………………………………………………………………….......................................................................................…………………….. 14. Neurological examination…................................................................................................................................................... ผลการตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร รายการตรวจ ผลการตรวจ 1. CBC Hb/Hct WRC RBC Platelets 2. Blood lead (40 µg /dl) 3. Urine ALA (0.1 - 0.57 mg %) 4. Urine - Corproporphyrine (0.07 µg %) 5. Urine lead (150 µg/L) 6. อ่นื ๆ (ระบุ)……….. 135แนวทางการเฝ้าระวงั ปอ้ งกัน ควบคมุ โรคพิษตะกัว่ ในกลุ่มวยั เเรงงาน

แบบสมั ภาษณ์และสอบสวนโรคพิษตะกัว่ ในวยั แรงงาน ค�ำชี้แจง แบบสอบสวนและสัมภาษณ์ฉบับน้ีเป็นแนวทางในการสอบสวนและสัมภาษณ์แรงงานท่ีมีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าป่วย ด้วยโรคพิษตะกั่ว ประกอบด้วย ข้อมูลทั้งจากการสัมภาษณ์ การสังเกต และบันทึกข้อมูลภาคสนาม ข้อมูลท่ีได้จะถูกพรรณนา ภาพรวมประกอบการสอบสวน/ ค้นหาสาเหตุ/ ยืนยันการเกดิ โรคพษิ ตะกัว่ และด�ำเนนิ การปอ้ งกันควบคุมโรคอย่างเหมาะสมตอ่ ไป วนั /เดือน/ปี ท่ีดำ� เนินการสอบสวน: ……………………….………………………….………………………….………………………….…........................ ช่ือโรงงาน/สถานประกอบการ/สถานท่ีเกิดเหต:ุ ……………………………………………………………………………………………………………….. ประเภทโรงงาน: ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลส่วนบคุ คล 1.1 ชอื่ - นามสกุล 1.2 ที่อยปู่ จั จุบัน บา้ นเลขที่………………………………… หมู…่ ……………………………… ตำ� บล………………………........................………… อำ� เภอ………………………....................................................………… จงั หวดั …………………................……........................………… 1.3 อาศัยอยู่ในพน้ื ท่มี าแลว้ ก่ปี ี.........................ปี .........................เดอื น 1.4 อายุ.........................ปี 1.5 เพศ ( ) ชาย ( ) หญงิ 1.6 สถานภาพสมรส ( ) โสด ( ) ค ู่ ( ) หย่าร้าง/แยกกนั อยู่/หม้าย ( ) อน่ื ๆ ........... 1.7 ระดบั การศกึ ษาสงู สดุ ( ) ประถมศึกษา ( ) มัธยมศึกษา/ปวช. ( ) อนปุ รญิ ญา/ปวส. ( ) ปริญญาตร ี ( ) สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี ( ) ไมไ่ ด้ศกึ ษา 1.8 จำ� นวนสมาชิกในครอบครัว........................คน จ�ำนวนเด็กอายนุ อ้ ยกว่า 7 ป.ี .......................คน ส่วนท่ี 2 ข้อมูลสุขภาวะและพฤตกิ รรมสุขภาพ 2.1 ประวัติการสบู บหุ รี ่ ( ) ไม่สบู ( ) เคยสูบแต่เลกิ มาแล้ว.........ปี ( ) สูบ/ปัจจบุ ันยังสูบ วนั ละ.......มวน 2.2 สถานที่หรอื บรเิ วณที่ท่านสบู บหุ ร ่ี ( ) ไมส่ บู ( ) บริเวณสถานทีท่ ำ� งาน/สูบพรอ้ มขณะท�ำงาน ( ) บริเวณทจ่ี ัดไว้เป็นสถานทสี่ ูบบหุ ร่ี ( ) บริเวณรบั ประทานอาหาร/โรงงานอาหาร ( ) อื่น ๆ .................................................................... 2.3 ทา่ นรับประทานอาหารในสถานทีท่ ำ� งานหรือไม่ ( ) ไม่ได้รับประทาน ( ) รบั ประทานในบริเวณเดียวกับสถานท่ีปฏบิ ตั ิงาน ( ) รบั ประทานในโรงงานอาหาร ( ) อ่นื ๆ .................................................................................... 2.4 แหล่งที่มาของอาหาร (ตอบได้มากกว่า 1 ขอ้ ) ( ) ปรุง/ท�ำอาหารเอง ( ) ซ้ือจากผูป้ ระกอบการเปน็ หลกั ( ) อืน่ ๆ ..................................... 2.5 แหล่งนำ้� ดื่ม ( ) น้�ำประปา ( ) นำ้� ซอื้ ( ) นายจา้ งจดั ให้ ( ) อน่ื ๆ ..................................... 2.6 ประวัติโรคประจำ� ตัว ( ) ความดันโลหติ สงู ( ) เบาหวาน ( ) โลหิตจาง ( ) อื่น ๆ ..................................... ส่วนที่ 3 ลกั ษณะงานและการประกอบอาชพี 3.1 อาชพี ปจั จบุ ัน คือ....................................................... ท�ำมาแล้วกป่ี ี .................................... ปี 3.2 ลักษณะงาน/ ตำ� แหน่งงาน/ แผนกท่ที ำ� งานปจั จบุ นั ................................................................................................................. 136 แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคพษิ ตะก่วั ในกล่มุ วัยแรงงาน

3.3 ระยะเวลาท่ีทำ� งานต่อวนั .....................................ชั่วโมง/วนั และก่วี ันต่อสปั ดาห์..................................................วัน/สัปดาห์ 3.4 อาชีพเดิมก่อนมาทำ� งานปัจจุบนั คือ......................................................................... ทำ� มาแล้วกีป่ ี .................................... ปี ส่วนท่ี 4 ปจั จัยเสีย่ งต่อการไดร้ บั สัมผสั สารตะก่ัว 4.1 ปัจจุบนั ทา่ นหรอื สมาชิกในบา้ นของท่านมีผใู้ ดประกอบอาชีพหรอื ทำ� งานในโรงงาน/ สถานประกอบการ ตอ่ ไปนห้ี รือไม่ (ตอบไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ ) ( ) 1 งานเกย่ี วกับแบตเตอร่ี ( ) 2 ถลงุ ตะกว่ั , หลอมตะก่วั ( ) 3 งานเชอ่ื มหรอื บัดกรี ( ) 4 หลอมตะกั่ว/กระสนุ ( ) 5 ทาหรอื พ่นส ี ( ) 6 ซ่อมยานยนต ์ ( ) 7 ซอ่ มแห อวน (ท่มี ตี ะก่ัวถว่ งน้�ำหนัก) ( ) 8 ซอ่ มเรือประมง (ท่ีมีการใช้เสน) ( ) 9 ซอ่ มเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ( ) 10 คดั แยกขยะอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ์ ( ) 11 เครื่องเคลอื บ, เครื่องปั้นดินเผา ( ) 12 งานโรงพมิ พ์/งานหลอ่ ตัวพิมพ์ ( ) 13 งานเกย่ี วกบั สี ( ) 14 ท�ำเครอ่ื งประดับ ( ) 15 อ่นื ๆ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.2 โรงงาน/ สถานประกอบการ/ รา้ นค้าทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับตะกว่ั (ระยะไมเ่ กนิ 30 เมตรจากบริเวณท่อี ยู่อาศัย) ( ) 1 งานเก่ยี วกับแบตเตอรี่ ( ) 2 ถลงุ ตะก่วั , หลอมตะกั่ว ( ) 3 งานเชอื่ มหรือบัดกร ี ( ) 4 หลอมตะก่ัว/กระสนุ ( ) 5 ทาหรือพน่ ส ี ( ) 6 ซอ่ มยานยนต ์ ( ) 7 ซ่อมแห อวน (ทม่ี ตี ะก่ัวถ่วงน�้ำหนัก) ( ) 8 ซอ่ มเรือประมง (ทีม่ ีการใชเ้ สน) ( ) 9 ซ่อมเครือ่ งใช้ไฟฟ้า ( ) 10 คัดแยกขยะอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ( ) 11 เครื่องเคลือบ, เครื่องปน้ั ดนิ เผา ( ) 12 งานโรงพมิ พ์/งานหลอ่ ตวั พิมพ์ ( ) 13 งานเกย่ี วกับส ี ( ) 14 ท�ำเครอื่ งประดบั ( ) 15 อน่ื ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.3 ทา่ นใชอ้ ปุ กรณ์คมุ้ ครองความปลอดภยั สว่ นบุคคลใดระหว่างการทำ� งานหรือไม่ เพ่ือปอ้ งกนั อันตรายจากการทำ� งาน การใชอ้ ุปกรณ์ ใชท้ กุ ครงั้ ใช้บางคร้งั ไม่ใช้ 1. ถุงมือยาง/ หนงั 2. หมวก/ ผา้ คลมุ ผม 3. หนา้ กากป้องกนั ฝุ่น/ ผ้าปิดจมูก 4. แวน่ ตา 5. รองเทา้ บธู /ผ้าใบ 6. เส้อื แขนยาว 7. กางเกงขายาว 8. อ่นื ๆ.............................................. 4.4 อุปกรณ์คมุ้ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคลทท่ี ่านใช้ ได้มาอย่างไร (ตอบได้มากกวา่ 1 ข้อ) ( ) 1 ซ้อื เอง ( ) 2 ได้รบั จากโรงงาน/บรษิ ทั ( ) 3 แหลง่ อื่น ๆ ระบ.ุ ................................... 4.5 ทา่ นเกบ็ อุปกรณ์ปอ้ งกันอันตรายส่วนบคุ คลไว้ที่ใด ( ) 1 บ้าน ( ) 2 ที่ท�ำงาน 137แนวทางการเฝา้ ระวัง ป้องกนั ควบคมุ โรคพิษตะกวั่ ในกลุ่มวยั เเรงงาน

4.6 ท่านมีการจัดเกบ็ รกั ษาอุปกรณค์ ุ้มครองความปลอดภยั สว่ นบุคคลหลงั จากการใช้งานอยา่ งไร ( ) 1 ตามพ้นื /ผนงั หอ้ งภายในบ้าน ( ) 2 ลอ็ กเกอร์หรอื ตู้เก็บเฉพาะ ( ) 3 อน่ื ๆ ระบุ...................................... 4.7 พฤติกรรมดา้ นสขุ ลกั ษณะและความปลอดภัยในการทำ� งาน พฤติกรรม/สุขลักษณะ ทกุ ครั้ง/ประจ�ำ บางครงั้ ไม่ได้ปฏบิ ตั /ิ ไม่ใช่ 1. ลา้ งมอื กอ่ นรบั ประทานอาหาร 2. อาบนำ�้ กอ่ นออกจากสถานทท่ี ำ� งาน 3. เปลี่ยนเสื้อผ้ากอ่ นออกจากสถานที่ปฏิบตั ิงาน 4. เปล่ียนรองเทา้ กอ่ นออกจากสถานทที่ ำ� งาน 5. น�ำหรอื สวมเสื้อผ้าทีป่ นเปอ้ื นกลบั บา้ น สว่ นท่ี 5 ลกั ษณะอาการที่ผลกระทบทางสขุ ภาพในระยะเวลา 3 สัปดาห์ท่ีผา่ นมา อาการ ความถ่ีของอาการดงั กล่าว ออ่ นเพลีย เป็นประจ�ำหรือแทบทุกวัน นาน ๆ ครัง้ ไม่มี เบือ่ อาหาร คล่ืนไส้/อาเจียน ทอ้ งผูก ปวดท้องรุนแรงเป็นพกั ๆ ปวดตามข้อ กล้ามเนอ้ื อาการปวดเม่อื ยตามรา่ งกาย ปวดศรี ษะ ซีด ซมึ ชัก กระวนกระวาย/ไม่มีสมาธิ หงดุ หงดิ งา่ ย น�้ำหนกั ลดโดยไมท่ ราบสาเหตุ มือสั่น มอื เท้า ออ่ นแรง ผ่นื ผทู้ ำ� การสัมภาษณ์/สอบสวน: ........................................................................... เบอร์โทรหรอื ID line ....................................................................................... วนั /เดือน/ปี ...................................................................................................... 138 แนวทางการเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ควบคมุ โรคพษิ ตะกัว่ ในกลุ่มวัยแรงงาน