Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore E-BOOKอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (แก้)

E-BOOKอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (แก้)

Published by armporramat, 2021-05-11 21:18:01

Description: E-BOOKอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว (แก้)

Search

Read the Text Version

การอนุรกษสตวปาและพนธพชั์ั์่ัุ์ือุทยานแห่งชาตน ้าหนาวิ



อุทยานแห่งชาติน ้าหนาวเป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในท้องที่อ าเภอหล่มเก่า อ าเภอหล่มสัก อ าเภอน ้าหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์และอ าเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติทสวยที่สุดี่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นแนวเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือสภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เป็นต้นน ้าล าธารมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งค ำน ำทรัพยากรป่าไม้นับว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งส าหรับโลกป่าไม้เป็นแหล่งผลิตไม้โดยตรงและยังมีความส าคัญในด้านนิเวศวิทยาของโลกอีกด้วยดังนั้นป่าไม้จึงให้ประโยชน์แก่มวลมนุษย์ทงั้ทางตรงและทางอ้อมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทุกพันธุ์ให้ด ารงอยู่ต่อไปจึงมีความจ าเป็นต่อความสมบูรณ์ และ สมดุลทางธรรมชาติโดยเฉพาะเพื่อให้สัตว์ป่าเองนั้นมีพัฒนาการเป็นไปโดยธรรมชาติ15มกราคม 2564

สำรบัญอุทยานแห่งชาติ 7-12กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช13-16ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า17-18การอนุรักษ์สัตว์ป่า19-28กฎหมายการคุ้มครองสัตว์ป่า29-34การอนุรักษ์ป่าไม้35-41กฎหมายคุ้มครองป่าไม้42-58อุทยานแห่งชาติน ้าหนาว59-82ติดต่ออุทยานแห่งชาติน ้าหนาว81



อุทยำนแห่งชำติอุทยานแห่งชาติ(National Park)หมายถึง พื้นที่ที่สงวนไว้เพื่อคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่าตลอดจนทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามและมหัศจรรย์อันเป็นที่ตรึงตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็นให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมมิให้ถูกให้ท าลายหรือเปลี่ยนแปลงไปและถูกใช้ไปในทางที่ผิดเพื่อรักษาสมบัติของธรรมชาติไว้ให้อนุชนรุ่นหลังๆได้ชมได้ศึกษาค้นคว้าธรรมชาตินั้ต่อไปวนอุทยาน(Forest park)หมายถึงสถานที่ หรือ ป่าที่มีลักษณะภูมิประเทศที่งดงาม มีความส าคัญในระดับท้องถิ่นอยู่ไม่ห่างไกลจากชุมชนมากนัก มีจุดเด่น มีความสวยงามตามธรรมชาติเช่น มีมีหมู่ไม้ที่งดงาม มีน ้าตก หน้าผา ภูเขาตลอดจนมีธรรมชาติโดยรอบที่เหมาะส าหรับเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจวนอุทยาส่วนมากจะมีเนื้อที่ไม่ใหญ่มากโดยมักจะขนาดเล็กกว่าอุทยานแห่งชาติปัจจุบันอุทยานแห่งชาติของไทยกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศจ านวนกว่า148แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า36แห่งและเขตห้ามล่า

อุทยานแห่งชาติ แบ่งออกเป็น อุทยานแห่งชาติทางทะเล และ อุทยานแห่งชาติทางบกซึ่งอุทยานแห่งชาติทางบกนั้นจะประกอบไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความส าคัญทางระบบนิเวศวิทยาจุดประสงค์ของการมีอุทยานแห่งชาติก็เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรนั้นๆในการจัดการอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่จะไม่ตบแต่งพื้นที่ด้วยพันธุ์ไม้ต่างถิ่น แต่จะจัดบริเวณให้มีความร่มรื่นด้วยไม้ท้องถิ่นและดูแลให้บริเวณท่องเที่ยวมีความสะดวกและปลอดภัยส าหรับนักท่องเที่ยวแต่การด าเนินการดังกล่าวจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรต่างๆในอุทยานแห่งชาติ เช่น การท าทางเดินเท้า ทางล าเลียง วางทุ่นจอดเรือท าหอดูสัตว์ บันได เดินขึ้น ลงน ้าตก สิ่ง–เหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้จัดท าไว้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าขณะที่ท่านได้รับความเพลิดเพลินจากการเข้าใช้อุทยานแห่งชาติแล้ว

ทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่ในอุทยานแห่งชาติจะได้รับความปลอดภัยจากเข้าใช้พื้นที่ของท่านเช่นกันและเนื่องจากอุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมือง การเดินทางเข้าถึงไม่สะดวกและใช้เวลามากจึงเป็นหน้าที่ที่จะต้องเตรียมสิ่งอ านวยความสะดวกในเรื่องของการเดินทางเข้าถึงที่กางเต็นท์ที่พักและระบบสาธารณูปโภคไว้ด้วยนอกจากสิ่งอ านวยความสะดวกเหล่านี้แล้วยังมีหน้าที่ในการให้การศึกษาแก่นักท่องเที่ยวนักเรียนนักศึกษาตลอดจนผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องรวมทางธรรมชาติวิทยาและการอนุรักษ์ ทรัพยากรด้วย

ประวัติการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ

อุทยานแห่งชาติเป็นพื้นที่คุ้มครองที่รัฐ โดยกรมป่าไม้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ ศ. . 2504 เพื่อคุ้มครองรักษาทรัพยากรรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น พันธุ์ไม้ สัตว์ป่า ตลอดจนทิวทัศน์ ป่า และภูเขา ให้คงอยู่ในสภาพเดิมมิให้ถูกท าลายหรือเปลี่ยนแปลงไปจึงจัดว่าเป็นพื้นที่ที่มีบทบาทส าคัญต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศต่าง ๆ เช่น การอนุรักษ์แหล่งต้นน ้าล าธาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า พื้นที่แนวปะการัง หญ้าทะเล ป่าชายเลน และชายหาด นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติยังเป็นแหล่งรวมทรัพยากรธรรมชาติที่อ านวยประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเช่นเป็นแหล่งท่องเที่ยวและนันทนาการที่มีเอกลักษณ์เดิมตามธรรมชาติสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้แนวความคิดในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย เริ่มขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ เนื่องจาก2อัตราการเพิ่มของประชากรเป็นไปอย่างรวดเร็วท าให้ความต้องการพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวผลที่ตามมาคือการหักล้างถางพึงเปลี่ยนสภาพเป็นไร่นาและสวนประกอบกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุและเทคโนโลยีมีการใช้อาวุธที่ทันสมัยล่าสัตว์ป่าอย่างล้างผลาญ สัตว์ป่าลดจ านวนลงอย่างรวดเร็ว และบางชนิดได้สูญพันธุ์ไป

รัฐบาลจึงได้ตระหนักถึงความส าคัญของการคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้และสัตว์ป่า จึงให้มีการจัดตั้งสวนรุกขชาติวนอุทยานและอุทยานแห่งชาติโดยก าหนดให้ป่าภูกระดึง จังหวัดเลยเป็นวนอุทยานแห่งแรกในปีพ ศ. .2486อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการขาดแคลนงบประมาณ และก าลังเจ้าหน้าที่จึงท าให้ยังไม่ประสบความส าเร็จ จนกระทั่งในปี พ ศ. . 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาก าหนดพื้นที่ป่าเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาติขึ้น

กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืชกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นหน่วยงานระดับกรม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก่อตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ ศ. . 2545ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 10,928.3281ล้านบาท ในอดีตภารกิจด้านป่าไม้ ได้แก่ งานปลูกบ ารุงป่า งานวนวัฒนวิจัย งานอุทยานแห่งชาติงานด้านสัตว์ป่างานต้นน ้าและงานด้านป้องกันปราบปรามและไฟป่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดิมสังกัดกระทรวงเกษตร(และสหกรณ์ ต่อมาได้มีการเสนอให้แยกงานที่เกี่ยวกับป่า)เศรษฐกิจและงานด้านอนุรักษ์และการคุ้มครองป่าไม้ออกจากกัน โดยให้งานทางด้านป่าเศรษฐกิจอยู่กับกรมป่าไม้ ส่วนงานด้านอนุรักษ์และการคุ้มครองให้ไปตั้งเป็นกรมขึ้นมาใหม่และให้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระทรวงใหม่

พืชพันธุ์และสัตว์ป่ำป่าน ้าหนาวเป็นป่าไม้ผืนใหญ่ติดต่อกันประกอบด้วยป่าหลายชนิด ป่าดิบชื้น พบบริเวณหุบเขาและริมล าห้วย ชนิดพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ยาง ตะเคียนทอง มะหาด ยมหอม ฯลฯ พืชพื้นล่างเป็นหวาย และปาล์ม เป็นต้น ป่าดิบเขา พบขึ้นบริเวณยอดเขาที่มีความสูงจากระดับน ้าทะเลตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป พันธุ์ไม้ที่ขึ้นบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นก่อสกุลต่างๆ เช่น ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อตาหมูน้อย ก่อตาหมูหลวง เป็นต้น ป่าเบญจพรรณพบขึ้นตามไหล่เขาต่อจากป่าดงดิบทางด้านทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติและกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆทางด้านตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ พันธุ์ไม้ที่ส าคัญได้แก่ ประดู่ แดง ตะแบก งิ้วป่า ยอป่า ชิงชัน ซ้อ เป็นต้น ป่าสนเขา พบในที่ประมาณ 700-900 เมตรจากระดับน ้าทะเลลักษณะเป็นป่าโปร่งมีสนสามใบขึ้นปะปนอยู่กับป่าเต็งรัง พืชพื้นล่างส่วนใหญ่เป็นหญ้าคา พบบริเวณสวนสนภูกุ่มข้าว ดงแปก และที่ท าการอุทยานแห่งชาติ ป่าเต็งรัง เป็นป่าโปร่งขึ้นอยู่บริเวณที่แห้งแล้ง ความอุดมสมบูรณ์ของดินต ่า หน้าดินตื้น เป็นกรวดหรือลูกรัง ท าให้ต้นไม้แคระแกร็น พันธุ์ไม้ที่ส าคัญได้แก่ เต็ง รัง เหียง กราด รกฟ้า พืชพื้นล่างส่วนใหญ่เป็นหญ้าเพ็ก และทุ่งหญ้า ประกอบไปด้วยหญ้าคา หญ้าเพ็ก มีพันธุ์ไม้ใหญ่ปะปนอยู่บ้าง เช่น ติ้ว กระโดน เป็นต้น

เนื่องจากป่าส่วนหนึ่งเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้าและป่าดิบมีดินโปร่งและน ้าไหลผ่านตลอดปี จึงท าให้ป่านี้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม เช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง กวางป่า เก้ง เสือโคร่ง เสือดาว ค่าง หมีควาย หมีคน เลียงผา หมาป่า กระจงเม่น หมูป่า กระต่ายป่า ค้างคาวมงกุฎหูโตมาร์แชล ค้างคาวไอ้แหว่งน้อย เต่าปูลู และเต่าเดือย ส าหรับช้างป่านั้นมีอยู่ทั่วไปซึ่งเราจะเห็นกองมูลช้างที่ถ่ายไว้ริมทางหลวงอยู่เสมอนอกจากนี้ ยังมีนกชนิดต่างๆ มากว่า200ชนิด ตามทางเดินในป่าจะพบนกสีสวยๆ อยู่เสมอ เช่น นกแก้ว นกขุนแผน นกหก นกพญาปากกว้าง นกเดินดง นกแต้วแร้ว นกโพระดก นกหัวขวาน นกเหงือก นกกระจ้อย นกกินแมลงชนิดต่างๆ ไก่ฟ้าพญาลอ และไก่ป่า เป็นต้น และยังมีความหลากหลายของผีเสื้อมากกว่า340ชนิด

บทบำทและหน้ำที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ด าเนินกิจภารกิจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ส่งเสริมและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชในเขตพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์โดยการควบคุมป้องกันพื้นที่ป่าอนุรักษ์เดิมที่มีอยู่และพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับสมบูรณ์ด้วยกลยุทธ์การส่งเสริม กระตุ้นและปลุกจิตส านึกให้ชุมชนมีความหวงแหนและการมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพส าหรับเป็นแหล่งต้นน ้าล าธารแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าแหล่งอาหารแหล่งนันทนาการและการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของประชาชน

ทรัพยำกรป่ำไม้และสัตว์ป่ำทรัพยากรป่าไม้ (Forest Resources ) หมายถึง ทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยู่ในสังคม ของป่าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิต ดังนั้นทรัพยากรป่าไม้จึงหมายรวมถึงทรัพยากรอื่นๆ มีผลสืบเนื่องมาจากป่าไม้ ได้แก่ สัตว์ป่า ของป่า ที่ดิน ป่าไม้ ต้นน ้าล าธาร และสภาพแวดล้อมทั่วไปของป่า สิ่งเหล่านี้จัดเป็น ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถฟื้นสภาพได้ถ้ามีการอนุรักษ์อย่างเหมาะสมก็จะมีการทดแทนขึ้นมาใหม่และสามารถท าการบ ารุงรักษาสภาพให้คงอยู่เพื่ออ านวยประโยชน์ต่อไปได้โดยไม่มีที่สิ้นสุดทรัพยากรป่าไม้นับว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีความส าคัญและมีคุณค่ายิ่งทางเศรษฐกิจรวมถึงมีผลต่อความมั่นคงของประเทศด้วย ซึ่งแบ่งประโยชน์ของทรัพยากรป่าไม้ได้ ดังนี้1. ประโยชน์ทางตรง ได้แก่ ไม้ที่น ามาใช้สอย ก่อสร้างบ้านเรือนและเครื่องใช้ ต่างๆ ฟืนและถ่านที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง สมุนไพรต่างๆ ที่น ามาท าเป็นยารักษาโรค ส่วนต่างๆ ที่ใช้ท าเป็นเครื่องเขิน น ้าหอม น ้ามันผสมสี สบู่ เปลือก แก่นและผลของไม้ชนิดต่างๆ ส าหรับฟอกหนังและสี2.ประโยชน์ทางอ้อม ซึ่งไม่สามารถค านวณเป็นมูลค่าได้ แต่มีความส าคัญ มาก เช่น ป่าไม้ช่วยให้มีน ้าไหอย่างสม ่าเสมอตลอดปี ช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุทกภัย ช่วยป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ช่วย

บรรเทาความรุนแรงของลมพายุช่วยรักษาระดับความชุ่มชื่นของอุณหภูมิในอากาศเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจประกอบกิจกรรมนันทนาการองประชาชน

การอนุรักษ์สัตว์ป่า

สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับป่าไม้รองจากต้นไม้ ปัจจุบันมีการน า สัตว์ป่ามาใช้เป็นดัชนีวัดค่าความอุดสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ คือ ถ้าป่าไม้ที่ใดพบ สัตว์ป่า มาก แสดงว่าป่าไม้ที่นั้นมีความอุดสมบูรณ์แต่ส าหรับประเทศตามพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ ศ. .2535แบ่ง สัตว์ป่า ออกเป็น ประเภท คือ2สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายถึง สัตว์ป่า ที่ได้รับความตา มกฎหมายห้ามล่าหรือมีซากไว้ในครอบครองเว้นแต่เพื่อประโยชน์ทานวิชาการโดยต้องขออนุญาต จากกรมป่าไม้เสียก่อน เช่น นกเงือก ปลาบึก เต่าปูลู ค้างคาวกิตติ เสือโครง เสือดาว เป็นสัตว์ป่าหายากมักพบในป่าไม้ที่อุดสมบูรณ์แต่ตอนนี้ สัตว์ป่า มีการสูญพันธ์ไปเพราะป่าไม้โดยท าลายป่าไม้จึงป่าเสียไปท าให้สัตว์ป่าไม่มีที่อยู่อาศัยสัตว์ป่าสงวน หมายถึง สัตว์ป่า หายากหรือก าลังจะสูญพันธ์ การอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่า ประเภทนี้ห้ามมิให้ล่าหรือมีไว้ครอบครองทั้งสัตว์มีชีวิตและไม่มีชีวิตและซากสัตว์ยกเว้นล่าเพื่อการศึกษาวิจัยหรือกิจการสวนสัตว์ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้เป็นกรณีพิเศษมีทั้งหมด 15 ชนิดได้แก่ กูปรี เก้งหม้อ นกแต้วแล้วท้องด า สมเสร็จ กวางผา ควายป่า นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินอง กระซู่ เสียงผา แมวลายหินอ่อน แวด นกกระเรียน หรือหมูน ้า

สัตว์ป่า พวกนี้เป็น สัตว์ป่า ที่จะสูญพันธ์ไปหมดแล้วแต่มีสัตว์บางชนิดที่ยังอยู่ เช่น แรด ควายป่า แมวลายหินอ่อน กวางผา แต่พบอยู่นอกจากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองแล้วสัตว์ที่ไม่มีตามบัญชีพระอาชญัปติสงวนและคุ้มครองสัตว์ เช่น ตะกวด งูเห่า หนู หมูป่า สัตว์ป่าเหล่านี้อนุญาตให้ล่าได้แต่สัตว์ป่าสงวนเป็นที่หายาก ต้องการอนุรักษ์ไว้เพื่อแพพันธ์ต่อไป การอนุรักษ์สัตว์ป่าสงวน แต่ป่าไม้ไม่สมบูรณ์จึงต้องรักษาธรรมชาติไว้ถ้าต้นไม้หมดไปสัตว์ป่าก็ไม่มีเลยในประเทศไทย เพราะสัตว์ป่ามีน้อยมากในประเทศไทยเรา

สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติอาจจะกล่าวได้ใน ลักษณะ3ด้วยกันคือ ประการแรก มีคุณประโยชน์ซึ่งแบ่งออกได้หลายอย่างคือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การพักผ่อนหย่อนใจ ชีววิทยา รักษาความงามตามธรรมชาติ ประการที่สองสัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่งอกเงยเพิ่มพูน ได้ซึ่งจะต้องมีการลงทุนรักษาไว้ความเพิ่มพูนที่ได้รับไม่สามารถจะกล่าวออกมาในรูปของเงินตราได้ว่ามีมูลค่ามากน้อยเพียงใด ประการสุดท้ายคือผลประโยชน์ที่ได้จากสัตว์ป่าจะท าให้สิ่งแวดล้อมของมนุษย์คงอยู่หรือรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างอื่นไว้

คุณประโยชน์ของกำรอนุรักษ์สัตว์ป่ำ1. คุณประโยชน์ด้านการค้า เป็นประโยชน์ที่เราได้รับจากการค้าสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าหรือผลิตผลที่ได้จากสัตว์ป่าทั้งเป็นการค้าภายในประเทศและต่างประเทศเป็นการน ามาซึ่งรายได้และน าเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศต่อไปซึ่งผลิตผลที่ได้จากสัตว์ป่าน าไปท าเป็นการอุตสาหกรรมทางด้านอื่นๆได้อีกเช่นอาหารของมนุษย์ อาหารสัตว์ ปุ๋ย กาวยารักษาโรค แปรง เครื่องปัดฝุ่น เครื่องนุ่งห่ม สบู่ วัตถุระเบิด ผ้าขนสัตว์ และเครื่องประดับต่างๆ2. คุณประโยชน์ทางด้านการพักผ่อนหย่อนใจ เป็นประโยชน์ที่มนุษย์ได้จากการไปเที่ยวดู ชมสัตว์ป่า การถ่ายรูป การสะกดรอย การสังเกตพฤติกรรมเพื่อความเพลิดเพลินซึ่งไม่สามารถวัดด้วยเงินตราว่ามีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนนอกจากนี้ยังท ารายได้ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องอีก เช่น ขายฟิล์มถ่ายรูป เข็มทิศ กระติกน ้า ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เข้าไปชมสัตว์ป่าจะได้ซื้อไปใช้

3. คุณประโยชน์ทางด้านชีววิทยาเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่ามีความส าคัญต่อมนุษย์อยู่มาก เช่น ช่วยแพร่ขยายชนิดพันธุ์ไม้ก าจัดแมลงศัตรูพืชท าลายสัตว์ที่เป็นศัตรูพืชก าจดสิ่งปฎิกูลฯลฯัเป็นต้นอาจจะเป็นประโยชน์ทางอ้อมส าหรับมนุษย์ เช่น สัตว์ที่กินลูกไม้สุกเป็นอาหาร ในท้องที่หนึ่ง และน าไปถ่ายมูลในอีกท้องที่หนึ่ง จะท าให้เมล็ดนั้นงอกขึ้นมาในท้องที่ใหม่มีคุณประโยชน์ต่อป่าไม้แมลงหลายชนิดที่ชอบกินผลผลิตทางการเกษตรก็มีนกบางชนิดที่กินแมลงนั้นเป็นอาหารนกเหยี่ยว นกฮูก นกเค้าแมว ชอบจับหนูกินเป็นอาหาร จะช่วยลดจ านวนหนูซึ่งมักจะท าลายข้าวกล้าในนานกแร้งที่กินสัตว์เน่าเป็นอาหารช่วยก าจัดสิ่งปฎิกูลแทนเจ้าหน้าที่4.คุณประโยชน์ทางด้านความงามตามธรรมชาติเป็นคุณประโยชน์เกี่ยวข้องกับจิตใจมนุษย์ ความนึกคิด แรงบันดาลใจจากที่ได้เห็นสัตว์ป่าน าไปแต่งเป็นเพลง บทกลอน การเขียนเรื่อง การแกะสลัก การวาดภาพ นอกจากนี้ก็มีประเทศต่างๆ เห็นความส าคัญของสัตว์ป่า ใช้รูปสัตว์ป่าเป็นเครื่องหมายหรือสัญญลักษณ์ เช่น รูปสิงโตในธงชาติ ของบางประเทศในทวีปอาฟรกา เป็นต้นิ

5.คุณประโยชน์ทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นคุณประโยชน์ที่ส าคัญอย่างหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ใช้สัตว์ป่าเป็นเครื่องมือทดลอง เช่น สาขาแพทย์ สัตววิทยา ชีววิทยาและสาขาอื่นๆ ใช้สัตว์ป่าทดลองด้านเชื้อโรคการทดลองส่งสัตว์ขึ้นไปกับยานอวกาศการศึกษาทางด้านพฤติกรรมด้านสรีระวิทยาแร่ธาตุการขยายพันธุ์ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น6.คุณประโยชน์ทางด้านสังคมประโยชน์ทางด้านนี้มีความเกี่ยวข้องกับคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วซึ่งถ้าหากว่าเรามีสัตว์ป่าอยู่มากก็จะอ านวยประโยชน์ให้แก่เราทุกทางท าให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ช่วยพัฒนาประเทศได้อย่างหนึ่งเมื่อเรากล่าวถึงคุณประโยชน์ของสัตว์แล้วนับว่าสัตว์ป่ามีประโยชน์หลายด้านด้วยกันในปัจจุบันนี้สัตว์ป่าหลายชนิดหรือแทบทุกชนิดก าลังประสบกับปัญหาการลดจ านวนประชากรลงหรือหาได้ยากหรือใกล้จะสูญพันธุ์ บางชนิดก็สูญพันธุ์ไปแล้วสืบเนื่องมาจากการล่าสัตว์ป่าน ามาใช้ประโยชน์และการท าลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าซึ่งมีพบอยู่ทุกส่วนของโลกก็ได้มีนักวิชาการนักบริหารหลายสาขาได้พยายามที่จะก าหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองสัตว์ป่าไว้เพื่อให้มีประโยชน์ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

วิธีกำรอนุรักษ์สัตว์ป่ำ1.ก าหนดกฎหมายและวิธีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ป่าเป็นแหล่งอาหารที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า อาทิเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตเพราะพันธุ์สัตว์ป่า ฯลฯ ให้มีมากเพียงพอ2. การรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ให้เห็นความส าคัญในการอนุรักษ์ สัตว์ป่าอย่างจริงจัง3. การไม่ล่าสัตว์ป่าไม่ควรมีการล่าสัตว์ป่าทุกชนิด ทั้งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองเพราะปัจจุบันสัตว์ป่าทุกชนิดได้ลดจ านวนลงอย่างมากท าให้ขาดความสมดุลทางธรรมชาติ4.การป้องกันไฟป่าไฟป่านอกจากจะท าให้ป่าไม้ถูกท าลายแล้วยังเป็นการท าลายแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าด้วย5.การปลูกฝังการให้ความรักและเมตตาต่อสัตว์อย่างถูกวิธีสัตว์ป่าทุกชนิดมีความรักชีวิตเหมือนกับมนุษย์การฆ่าสัตว์ป่าการน าสัตว์ป่ามาเลี้ยงไว้ในบ้านเป็นการทรมานสัตว์ป่า ซึ่งมักไม่มีชีวิตรอด6.การเพาะพันธุ์เพิ่มสัตว์ป่าที่ก าลังจะสูญพันธุ์หรือมีจ านวนน้อยลง ควรมีการเพาะพันธุ์ให้มีจ านวนเพิ่มขึ้นเพื่อนเป็นการทดแทนและเร่งให้มีสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น

ทรัพยากรสัตว์ป่าสัตว์ป่า ตามความหมายของนักวิชาการ หมายถึง สัตว์ที่มีกระดูกสันหลังทั้งหมดที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ อันประกอบด้วยสัตว์จ าพวกปลา นก สัตว์สะเทินน ้าสะเทินบก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ความหมายตามพระราชบัญญัติสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า พ ศ. .2535 ได้ให้ความหลายของสัตว์ป่า หมายถึง สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บก สัตว์ปีก แมลง หรือ แมงซึ่งโดยสภาพธรรมชาติย่อมเกิดและด ารงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน ้าและให้ความหายรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วยแต่ไม่หมายความรวมถึงไข่ของสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้วและสัตว์พาหนะที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าวคุณค่าของทรัพยากรสัตว์ป่าสัตว์ป่าอ านวยประโยชน์หลายประการให้มนุษย์และยังช่วยเกื้อหนุนทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆอย่างไรก็ตามประโยชน์ส่วนใหญ่ของทรัพยากรสัตว์ป่าเป็น ประโยชน์ในทางอ้อมมากกว่าประโยชน์ทางตรง จึงท าให้มองไม่ค่อยเห็นคุณค่าของสัตว์ป่าเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ เช่น ป่าไม้ น ้า และแร่ธาตุ

กำรอนุรักษ์ทรัพยำกรสัตว์ป่ำมีหลักในการจัดการดังนี้1. การอนุรักษ์พื้นที่ เนื่องจากปัจจัยที่ท าให้สัตว์ป่ามีปริมาณลดลง คือ ถิ่นที่ อยู่อาศัย รวมทั้งแหล่งน ้า แหล่งอาหารที่ถูกบุกรุกท าลายลง การถูกจ ากัดในพื้นที่แคบๆ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพที่อยู่อาศัย นับว่าเป็นปัจจัยที่ท าให้ปริมาณสัตว์ป่าลดจ านวนลง การอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าทั้งทางตรง และทางอ้อมก็คือ การประกาศพื้นที่คุ้มครอง เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพนธุ์สัตว์ป่า ัเขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน2. จ ากัดการล่า การลดจ านวนลงของสัตว์ป่า หรือสูญพันธ์ ปัจจัยหนึ่งมาจาก การล่าสัตว์ของมนุษย์ จึงต้องออกกฎหมายห้ามล่าสัตว์ป่าบางชนิดที่เหลือน้อย ห้ามล่าในพื้นที่บางแห่ง ห้ามล่าในบางฤดูที่ผสมพันธุ์ เป็นต้น3. การควบคุมสิ่งท าลาย เช่น การเข้าไปแย่งอาหาร ที่อยู่อาศัย หรือการน าสัตว์ ต่างถิ่นมาเลี้ยง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่าได้ ทั้งในเรื่องโรคระบาดและการล่ากัดกินสัตว์พื้นเมือง4. การเพิ่มปริมาณสัตว์ป่าให้มากขึ้น อาจท าได้หลายวิธี เช่น การเพาะเลี้ยงในพื้นที่ธรรมชาติการผสมเทียมซึ่งปัจจุบันได้มีการจัดตั้งศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าขึ้นหลายแห่ง

กฎหมายการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

ปัจจุบันนี้ มีการลักลอบจ าหน่ายสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์ที่ท าจากซากสัตว์ป่าอยู่เสมอ ๆ บริเวณตลาดนัด ศูนย์การค้า สถานที่ค้าสัตว์เลี้ยง และร้านอาหารป่า ที่พบเห็นกันเป็นประจ า ได้แก่ นกขุนทอง นกปรอดหัวโขน นกกะรางคอด า แมวดาว นางอาย ผีเสื้อบางชนิด เขาเก้ง เขากวาง หรือกระเป๋ารองเท้าที่ท าจากซากของหนังตะกวด งูเหลือม งูหลาม งูจงอาง เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย น าเข้า ส่งออกสิ่งดังกล่าวเป็นการท าผิดกฎหมายเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าผู้กระท าผิดอาจจะได้รับโทษตามกฎหมาย จึงมีข่าวการจับกุมผู้กระท าความผิดให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ซึ่งคนเหล่านั้นมีทั้งพวกตั้งใจกระท าผิดและพวกที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ซึ่งมักจะเป็นผู้ซื้อบทก ำหนดโทษตำมลักษณะของควำมผิด1.โทษจ าคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้1.1 ล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยที่ไม่เป็นข้อยกเว้น

1.2 มีสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง ยกเว้น เป็นสัตว์ป่าชนิดที่ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ตามกฎหมาย1.3 ค้าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ท าจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ยกเว้น เป็นสัตว์ป่าชนิดที่ได้รับอนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ตามกฎหมายน าเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่า หรือซากของสัตว์ป่า หรือน าผ่านสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี2.โทษจ าคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้2.1เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต2.2น าเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว โดยมิใช่กรณีการน าเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ และได้รับอนุญาตจากอธิบดี2.3จัดตั้งและด าเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี

3. โทษจ าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้ มีไว้ในครอบครอง สัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ โดยไม่ได้รับอนุญาต4. โทษจ าคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้ ท าการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ซากของสัตว์ป่าที่ได้มาจากกา รเพาะพันธุ์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ท าจากซากสัตว์ดังกล่าวโดยมิได้รับอนุญาต5.โทษจ าคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้5.1เก็บ ท าอันตราย มีรังของสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง5.2ยิงสัตว์นอกเวลาอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น5.3 ล่าสัตว์ป่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าอื่นๆ หรือเก็บ หรือท าอันตรายแก่รังของสัตว์ป่า ในบริเวณวัดหรือในบริเวณสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

6. โทษปรับไม่เกินห้าพันบาท ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้ น าสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี น าสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านด่านตรวจสัตว์ป่า โดยไม่แจ้งหรือแสดงใบอนุญาตต่อเจ้าหน้าที่ประจ าด่านตรวจสัตว์ป่า7. โทษจ าคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้ ล่าสัตว์ป่าใดๆ เก็บหรือท าอันตรายแก่รังของสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า8. โทษจ าคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้8.1ยึดถือ ครอบครองที่ดิน ปลูกสร้างสิ่งใด แผ้วถาง ท าลายต้นไม้ พรรณพืช ฯลฯ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า8.2 ล่าสัตว์ เก็บรัง ยึดถือครอบครองที่ดิน ท าลายต้นไม้ พันธุ์พืช ฯลฯ ในเขตก าหนดห้ามล่าสัตว์ป่า

9.โทษจ าคุกไม่เกินหนงปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งึ่จ าทั้งปรับ ส าหรับความผิดดังต่อไปนี้ ช่วยซ่อนเร้น ช่วย“จ าหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจ าน า หรือรับสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าที่ได้มาจากการกระท าความผิดตามกฎหมายนี้”10.กรณีนิติบุคคลเป็นผู้กระท าความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ กรรมการผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลนั้นต้องรับโทษตามความผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระท านั้นตน มิได้มีส่วนรู้เห็นหรือยินยอมด้วย26 ธันวาวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ

การอนุรักษ์ป่าไม้

การบุกรุกท าลายป่านับเป็นปัญหาส าคัญที่กลายเป็นโรคเรื้อรังกัดกร่อน ท าลายชีวิตและความเป็นอยู่ที่เคยสงบสุขของผู้คนทั้งประเทศมาโดยตลอดผลกระทบที่เกิดจากการท าลายป่าก่อให้เกิดความเดือดร้อนทุกข์ยากแก่ประชาชนในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นภาวะภัยแล้งอุทกภัยการพังทลายของดินการขาดแคลนไม้ใช้สอยขาดแหล่งพักผ่อนหย่อนใจจึงปรากฏว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้คนเริ่มพูดถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และยอมรับว่าเป็นทางออกที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนี้ได้อย่างไรก็ตาม ค าว่า อนุรักษ์ป่าไม้ ไม่ใช่ ค าศักดิ์สิทธิ์ ที่เพียงแต่เปล่งออกมาแล้วปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ จะมลายสิ้นไป หากแต่แนวคิดในการอนุรักษ์ป่าไม้นี้ จะต้องได้รับการน ามาปฏิบัติ เพื่อให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไม่ใช่การเก็บรักษาดูแลคุ้มครองป่าไม้ไว้ไม่ให้ใครไปแตะต้องไม่ให้บุบสลายดังเช่นการเก็บรักษาโบราณวัตถุหรือของมีค่าเก่าแก่ต่างๆ แต่การอนุรักษ์ คือการน าทรัพยากรป่าไม้นี้มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการด ารงชีวิตและสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชุมชนแต่ว่าการใช้ประโยชน์ดังกล่าวต้องท าอย่างชาญฉลาด และประหยัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการสูญเปล่าน้อยที่สุด

แนวทำงกำรอนุรักษ์ป่ำไม้1. จ าแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ โดยแบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ เพื่อรักษาสมดุลธรรมชาติ ได้แก่ ป่าต้นน ้า ล าธาร อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ เป็นต้นและป่าเศรษฐกิจเพื่อเป็นแหล่งผลิตไม้และของป่าส าหรับการอุปโภค และบริโภคของประชาชน2. ในป่าอนุรักษ์ จะต้องวางมาตรการการคุ้มครองป่าบริเวณที่ยังอุดมสมบูรณ์เอาไว้ขณะเดียวกันจะต้องปลูกเสริมเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรม3. ในป่าเศรษฐกิจ จะต้องด าเนินการปลูกสร้างสวนป่าอย่างจริงจัง โดยพิจารณาให้เอกชนและชุมชนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วย4. ก าหนดมาตรการควบคุมไฟป่า ซึ่งรวมถึงการป้องกันไฟป่า การดับไฟป่า และการใช้ประโยชน์จากไฟโดยให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดการป่านั้น ๆ5 .วางแผนการใช้ประโยชน์จากไม้ และของป่าเพื่อให้เกิดประโยชน์มากทีสุดและมีการสูญเปล่าน้อยที่สุด

วัตถุประสงค์ของกำรอนุรักษ์ป่ำไม้1.เพื่อธ ารงไว้ซึ่งปัจจัยส าคัญของระบบสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์และสัตว์ และระบบสนับสนุนการด ารงชีวิต เป็นการปรับปรุงป้องกันพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกการหมุนเวียนแร่ธาตุอาหารพืช ตลอดจนการท าน ้าให้สะอาด2.เพื่อสงวนรักษาการกระจายของชาติพันธุ์ซึ่งขึ้นกับโครงการขยายพันธุ์ต่าง ๆ ที่จ าเป็นต่อการปรับปรุงการป้องกันธัญญพืช สัตว์เลี้ยง และจุลินทรีย์ต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีตลอดจนการคุ้มครองอุตสาหกรรมนานาชาติที่ใช้ทรัพยากรที่มีชีวิตเป็นวัตถุดิบ3.เพื่อเป็นหลักประกันในการใช้พันธุ์พืชสัตว์และระบบนิเวศเพื่อประโยชน์ในการยังชีพตามความเหมาะสม4. เพื่อสงวนรักษา โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปกรรม ซึ่งเป็นมรดกล ้าค่าไว้ไปยังอนุชนรุ่นหลังรวมทั้งระบบสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น

วิธีกำรอนุรักษ์ป่ำไม้1. การก าหนดนโยบายป่าไม้แห่งชาติ นโยบายป่าไม้แห่งชาติ มีอยู่ 20 ข้อที่ส าคัญ คือการก าหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศอย่างน้อยในอัตราร้อยละ 40ของพื้นที่ประเทศ เป็นการก าหนดแนวทางการจัดการและ การพัฒนาป่าไม้ในระยะยาว2. การปลูกป่า เป็น การด าเนินงานด้านการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างหนึ่ง เมื่อป่าไม้ในพื้นที่ถูกตัดฟันลงไม่ว่ากรณีใดก็ตามนโยบายการรักษาป่าไม้จะก าหนดให้มีการปลูกป่าขึ้นทดแทนและส่งเสริมให้มีการปลูกสร้างสวนป่าทุกรูปแบบ3. การป้องกันไฟไหม้ป่า ไฟไหม้ป่าถือว่าเป็นอันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับป่าไม้การฟื้นฟูกระท าได้ ยากมาก ไฟไหม้ป่าเกิดจากการกระท าของมนุษย์ จากความประมาทเลินเล่อท าให้ต้นไม้บางส่วนอาจตาย บางส่วนอาจชะงักการเจริญเติบโต และบางแห่งอาจตายหมดหากเกิดซ ้าแล้วซ ้าเล่าจนพืชหมดโอกาสแพร่พันธุ์ได้

4.การป้องกันการบุกรุกท าลายป่าการบุกรุกการท าลายป่าไม้ในปัจจุบัน จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น การป้องกันท าได้โดย การท าหลักเขตป้ายหรือเครื่องหมายให้ชัดเจนเพื่อบอกให้รู้ว่าเป็นเขตป่าประเภทใดการแก้ปัญหานี้ส าคัญที่สุดอยู่ที่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นไปด้วยความเที่ยงตรง เอาจริงเอาจัง และมีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพและหน้าที่ปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายและพระราชบัญญัติป่าไม้อย่าง เคร่งครัดจะสามารถป้องกันการท าลายป่าในทุกรูปแบบได้5. การใช้วัสดุทดแทนไม้ ในการก่อสร้างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน หรือสิ่งก่อสร้างอื่นที่เคยใช้ไม้ดั้งเดิม เช่น การสร้างสะพานเพื่อทดแทนสะพานเก่าที่ช ารุด ควรจะใช้เหล็กท าสะพานให้รถวิ่งชั่วคราว ก่อนจะมีสะพานใหม่ที่ถาวรและสร้างได้ด้วยวัสดุอื่นแทนไม้6. การใช้ไม้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด เป็น การน าเนื้อไม้/ มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดโดยใช้ทุกส่วนของต้นเช่น ไม้ที่เหลือจากการแปรรูปน ามาใช้เป็นวัสดุก่อสร้างแล้วสามารถน า ไปเป็นวัตถุดิบท าไม้อัด ไม้ปาร์เก้ชิ้นไม้สับ (Chip board) ไม้ประสาน (Particle board) ท าเครื่องใช้ขนาดเล็ก เช่น แจกัน ที่เขี่ยบุหรี่ ของช าร่วย เป็นต้น ส่วนไม้ที่น ามาแปรรูปเพื่อใช้ในการก่อสร้างหรือเพื่อการอื่นควรปรับปรุง คุณภาพไม้ ก่อนน ามาใช้ประโยชน์

7.การพยายามน าไม้ที่ไม่เคยใช้ประโยชน์มาใช้ไม้ที่ไม่เคยน ามาใช้ประโยชน์มาก่อน เช่น ไม้มะพร้าว ต้นตาล ไม้ยางพารา น ามาท าเครื่องใช้ในครัวเรือนได้หลายชนิด อาทิ ตู้ เตียง โต๊ะ ก่อนน ามาใช้ประโยชน์ ควรปรับปรุงคุณภาพไม้ก่อน8. ส่งเสริม ประชาสัมพันธ์ ให้การศึกษา ให้เยาวชนและประชาชนได้ตระหนักถึงความส าคัญของป่าไม้ สร้างจิตส านึกในการอนุรักษ์ และช่วยกันดูแลในการรักษาทรัพยากรป่าไม้เหมือนกับที่เรารักษาและหวงแหนสิ่งของที่เป็นสมบัติของเราเอง

กฏหมายคุ้มครองป่าไม้

1.กฎหมายควบคุมการท าไม้เนื่องจากไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ส าคัญ และคนน าไม้มาใช้ทั้งการอุปโภคและบริโภค เช่น ท าเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม เป็นบ้านที่อยู่อาศัย หรือส านักงาน เป็นต้น กฎหมายจึงควบคุมการตัดไม้ และขนส่งไม้บางชนิดที่ส าคัญๆ ไว้ โดยบัญญัติไว้ในกฎหมายป่าไม้ เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ ศ. . 2484เป็นต้นไม้หวงห้ามตามกฎหมายป่าไม้ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือประเภท ก ได้แก่ ไม้ซึ่งการท าไม้จะต้องได้รับอนุญาตจาก . พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือได้รับสัมปทานตามกฎหมายประเภท ข ได้แก่ ไม้หวงห้ามพิเศษ ซึ่งเป็นไม้หายาก หรือไม้ที่รัฐ.ต้องการสงวนรักษาไว้เป็นพิเศษ การท าไม้ในประเภทนี้โดยหลักท าไม่ได้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้อนุญาตเป็นกรณีพิเศษ พ ร บ ป่าไม้มาตรา ( . . .6)

2.การคุ้มครองป่าอนุรักษ์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าอนุรักษ์มีหลายฉบับ แต่ที่เป็นกฎหมายหลักในปัจจุบันมี ฉบับ คือ 4 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ ศ. . 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ ศ. . 2504พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ ศ. . 2535 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ ศ. . 2535ซึ่งในกฎหมายทั้งสี่ฉบับนี้ได้มีมาตรการที่จะจ ากัดการท าลายป่าไม้และสงวนพื้นที่ป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ในทางระบบนิเวศน์และเป็นแหล่งต้นน ้าล าธารอันเป็นต้นก าเนิดของทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ โดยการก าหนดให้มีการประกาศเขตพื้นที่อนุรักษ์ไว้และก าหนดห้ามการกระท าบางอย่างที่จะน าไปสู่การท าลายป่าไม้ สัตว์ป่า และของป่าในเขตดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษทางอาญา และต้องรับผิดในทางแพ่งอีกด้วยนอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะให้อ านาจหน้าที่แก่เจ้าพนักงานป่าไม้และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องที่จะป้องกันและปราบปรามการท าลายทรัพยากรธรรมชาติในเขตอนุรักษ์ดังกล่าวโดยการออกใบอนุญาตหรือการสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนท าให้สภาพแวดล้อมกลับคืนดีดังเดิม หรือเข้าไปด าเนินการแก้ไขสภาพแวดล้อมเองโดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้กระท าการละเมิดป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายปัจจุบัน แบ่งออกได้ ๔ ประเภท

2.1ป่าสงวนแห่งชาติป่าสงวนแห่งชาติ คือป่าที่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองป่า พ ศ. .2481ประกาศว่าเป็นป่าสงวนและป่าคุ้มครองส่วนป่าสงวนอีกกรณีหนึ่งเป็นป่าซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติโดยพิจารณาจากความจ าเป็นเพื่อการรักษาสภาพป่าไม้ของป่าหรือทรัพยากรธรรมชาติอื่นและในกฎ กระทรวงดังกล่าวจะต้องมีแผนที่แสดงแนวเขตของป่าสงวนไว้ด้วย อีกทั้งเมื่อประกาศแล้ว ต้องปิดประกาศส าเนากฎกระทรวงไว้ ณ ที่ว่าการอ าเภอหรือกิ่งอ าเภอ ที่ท าการก านัน และในหมู่บ้านในเขตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนทราบ2.2อุทยานแห่งชาติอุทยานแห่งชาติ คือ ที่ดินที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศพระราชกฤษฎีกาก าหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ทั้งนี้ โดยเห็นว่าที่ดินดังกล่าวมีสภาพธรรมชาติเป็นที่น่าจะรักษาให้คงสภาพไว้เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาและเพื่อการรื่นรมย์ของประชาชนหลักการในการอนุรักษ์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติคือการสงวนรักษาสภาพของป่าไว้ เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศน์และรักษาสภาพความกลมกลืนของธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ดิน น ้า สัตว์ป่า นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปศึกษาและนันทนาการถึงความสวยงามของธรรมชาติอีกด้วย

2.3เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นเขตที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบว่าที่ดิน ในเขตใดที่ควรรักษาไว้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยปลอดภัยเพื่อรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไว้ โดยการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่ที่ดินนั้นจะต้องไม่เป็น(ที่ดินของเอกชน หลักการคุ้มครองพื้นที่ป่าและสัตว์ป่าในเขต)รักษาพันธุ์สัตว์ป่านี้จะมีการห้ามกิจกรรมของคนที่จะเข้าไปในเขตนี้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สัมปทาน หรือประทานบัตร เพื่อท าแร่หรือปิโตรเลียม ทั้งนี้ เพราะกฎหมายประสงค์จะให้มีพื้นที่เพื่อการขยายพันธุ์ของสัตว์ป่าจึงพยายามจะอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ไว้2.4เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยที่บางพื้นที่ซึ่งทางราชการไม่ได้ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าการให้ความคุ้มครองแหล่งต้นน ้าล าธาร หรือระบบนิเวศน์จะไม่อาจท าได้ และ อาจจะสายเกินไปที่จะรอให้มีการประกาศเขตอนุรักษ์ดังกล่าวดังนั้นพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ ศ. .2 5 3 5มาตรา ซึ่งให้อ านาจ4 3รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมโดยได้รับค าแนะน าจากคณะกรรมการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อ ประกาศให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม โดยประกาศเป็นกฎกระทรวง แต่พื้นที่

กล่าวจะต้องเป็นพื้นที่แหล่งต้นน ้าล าธารหรือมีระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติแตกต่างจากที่อื่นๆ หรือระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติของพื้นที่นั้นอาจจะถูกท าลาย หรือถูกกระทบกระเทือนจากการกระท าของคนที่เข้าไปอยู่ในบริเวณนั้นโดยง่ายหรือเป็นพื้นที่อันมีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ แต่ยังไม่มีการประกาศเป็นเขตอนุรักษ์เมื่อได้ประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแล้วกฎหมา ยก าหนดให้มีมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในกฎกระทรวงที่ประกาศด้วย เช่นการก าหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อรักษาสภาพธรรมชาติ หรือมิให้กระเทือนต่อระบบนิเวศน์ หรือห้ามการกระท าอันมีลักษณะเป็นการท าลายหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ซึ่งมาตรการที่ก าหนดนี้ทั้งราษฎรและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องถือปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์ ในการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม มาตรา(4 4 )การฝ่าฝืนข้อก าหนดในกฎกระทรวงข้างต้น ผู้กระท าต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจ าทั้งปรับ มาตรา(100)แต่ถ้ามีผู้ใดบุกรุก หรือครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ชอบด้ว ยกฎหมายหรือเข้าไปท าอันตรายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือศิลปกรรม หรือก่อให้เกิดมลพิษในเขตดังกล่าว จะต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจ าทั้งปรับ (มาตรา 99)

3.การปลูกป่าทดแทน ความส าคัญของป่าไม้ หรือผลิตภัณฑ์ของป่าไม้ นอกจากจะเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่ส าคัญแล้วยังมีผลต่อการอนุรักษ์พื้นดินที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่เกิดของแหล่งน ้าด้วยดังนั้น ความต้องการที่จะน าไม้หรือของป่าไปใช้จึงมีจ านวนมากขึ้นท าให้ป่าธรรมชาติไม่อาจโตทันความต้องการได้ ด้วยเหตุนี้ เพื่อลดปริมาณการท าลายป่าไม้ธรรมชาติลงและยังรักษาการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ของคนไว้ กฎหมายจึงมีมาตรการให้ เอกชนเพาะพันธุ์และปลูกป่า เพื่อเพิ่มปริมาณป่าไม้ และอนุญาตให้ท าไม้ที่ได้จากการปลูกป่านี้ด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ ศ. . ๒๕๐๗ และพระราชบัญญัติสวนป่า พ ศ ๒๕๓๕ ซึ่งมีหลักการ. . โดยสรุปดังนี้3.1ผู้ใดต้องการท าสวนป่าเพื่อการค้า สามารถยื่นขอต่อนายทะเบียนตามระเบียบที่อธิบดีกรมป่าไม้ก าหนด3.2เมื่อได้รับอนุญาตแล้วผู้นั้นสามารถปลูกต้นไม้เพื่อการค้าได้เช่น สวนป่าสักทอง เป็นต้น3.3 เจ้าของสวนป่ามีสิทธิท าไม้ ที่ได้จากการท าสวนป่า โดยอาจจะตัดโค่น แปรรูปไม้ ค้าไม้ หรือมีไม้ไว้ในความครอบครอง หรือน าไม้เคลื่อนที่ผ่านด่านป่าไม้ได้3.4 ก่อนที่จะตัดหรือโค่นไม้ จะต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ เป็นหนังสือ เพื่อเจ้าหน้าที่จะออกหนังสือรับรองการแจ้งก่อนตัด

3.5 เมื่อตัดไม้แล้ว ต้องมีตราประทับแสดงการเป็นเจ้าของ การจะน าไม้เคลื่อนที่ก็จะต้องมีหนังสือรับรองการแจ้งและบัญชีรายการไม้ก ากับไปด้วย3.6ไม้ที่ได้จากสวนป่า ไม่ต้องเสียค่าภาคหลวง3.7 ที่ดินที่จะขออนุญาตปลูกสวนป่า อาจเป็นที่ดินที่มีโฉนด หรือ น ส ที่ดินที่ทางราชการรับรองว่าอาจขอออกโฉนดหรือน ส ได้. .3. .3ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือกฎหมายการจัด ที่ดินเพื่อการครองชีพหรือเป็นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม หรือเป็นเขตป่าเสื่อมโทรมในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือที่ดินที่ได้ด าเนินการปลูกป่าโดยหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือทบวงการเมือง

ป่ำดิบชื้นป่าดิบชื้นจัดเป็นป่าฝนในเขตร้อน(Tropical rain forest)บนพื้นที่มีฝนตกชุกเกือบตลอดปี และมีความชุ่มชื้นในดินค่อยข้างสูงสม ่าเสมอตลอดทั้งปี ได้แก่ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตรัง ลงไปป่าดิบชื้นในจังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาสมีลักษณะคล้ายคลึงกับป่าดิบชื้นในประเทศมาเลเซีย ป่าดิบชื้นขึ้นปกคลุมเทือกเขาที่ีมีความชุ่มชื้นเชนป่า่ดิบชื้นในอุทยานแห่งชาติเขาหลวงจังหวัดนครศรีธรรมราชป่าดิบชื้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัดจังหวัดตรังและพัทลุง และป่าดิบชื้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าฮาลาบาลาจังหวัดยะลา และนราธิวาส นอกจากนี้ยังพบป่าดิบชื้นในเขตพื้นที่ฝนตกชุกปริมาณน ้าฝนเฉลี่ยรายปีสูงป่าดิบชื้นมีลักษณะเป็นป่ารกทึบประกอบด้วยพรรณไม้หลายร้อยชนิด ไม้ต้นของเรือนยอดชั้นบน ส่วนใหญ่เป็นไม้วงศ์ยาง-ตะเคียน(Dipterocarpaceae)มีล าต้นสูงใหญ่เปลาตรงตั้งแต่30-50เมตร เป็นไม้ต้นขนาดกลางและขนาดเล็กซึ่งสามารถขึ้นอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ได้รวมทั้งต้นไม้ชนิดต่างๆ ในวงศ์หมากหรือปาล์ม พื้นล่างของป่ารกทึบระเกะระกะไปด้วยไม้พุ่ม พืชล้มลุก ระก า หวาย ไผ่ต่างๆ เถาวัลย์หลากชนิด ตามล าต้นไม้และกิ่งไม้มักมีพืชอิงอาศัย

ป่ำดิบเขำป่าดิบเขา เป็นป่าที่อยู่สูงจากระดับน ้าทะเล ตั้งแต่ 1,000 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงทางภาคเหนือ และบางแห่งในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่นที่อช ทุ่งแสลงหลวง และ อช น ้าหนาว เป็นต้น มีปริมาณน ้าฝน..ระหว่าง 1,000 2,000 . ถึงม พืชที่ส าคัญได้แก่ไม้วงศ์ก่อ เช่น ก่อสีเสียด ก่อตาหมูน้อยอบเชย มีป่าเบจพรรณด้วย เป็นต้น บางทีก็มีสนเขาขึ้นปะปนอยู่ด้วย ส่วนไม้พื้นล่างเปนพวกเฟิร์น ็กล้วยไม้ดิน มอสต่าง ๆ ป่าชนิดนี้มักอยู่บริเวณต้นน ้าล าธารป่าดิบเขาสูงขึ้นปกคลุมตามสันเขาและยอดเขา ที่สูงกว่า 1900 เมตรขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีเมฆหมอกปกคลุมเป็นประจ าเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ป่าเมฆ“”


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook