งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 14 เครื่องมือวัดและทดสอบ พ ร ชั ย ศ รี วิ จ า ร ณ์ ไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร
แผนการจดั การเรียนรู้มุ้งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 14 สอนครงั้ ที่ 16-17 ชอ่ื หน่วย จำนวน 8 ชวั่ โมง เครอ่ื งมอื วดั และทดสอบ 1. หัวขอ้ เร่ือง 14.1 มลั ตมิ เิ ตอร์ 14.2 เคร่ืองกำเนิดสญั ญาณ 14.3 ออสซิลโลสโคป 2. สาระสำคัญ เนอื่ งจากวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์ ทำงานดว้ ยสญั ญาณทางไฟฟ้าซงึ่ เราไมส่ ามารถมองเห็นหรอื จับต้องได้ ดังนั้นการตรวจสอบและวิเคราะห์วงจร จึงต้องอาศัยเครื่องมือวัดและทดสอบทางอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการ หาขนาด หรอื รูปร่างของสญั ญาณ 3. สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหนว่ ย) แสดงความร้เู กยี่ วกับเครอ่ื งมอื วัดและทดสอบ 4. สมรรถนะยอ่ ย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะท่ัวไป (ทฤษฎี) 1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกับมัลติมิเตอร์ 2. แสดงความรเู้ ก่ยี วกับเครื่องกำเนิดสัญญาณ 3. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับออสซลิ โลสโคป สมรรถนะทพ่ี ึงประสงค์ (ทฤษฎ)ี เม่ือผเู้ รยี นได้ศึกษาเน้ือหาในบทนี้แล้ว ผ้เู รยี นสามารถ 1. อธบิ ายส่วนประกอบและปุ่มการใช้งานมัลตมิ ิเตอร์ไดถ้ ูกต้อง 2. อธบิ ายส่วนประกอบและปมุ่ การใช้งาน เครือ่ งกำเนิดสัญญาณได้ถูกตอ้ ง 3. อธิบายสว่ นประกอบและปุ่มการใชง้ านออสซิลโลสโคปไดถ้ ูกต้อง สมรรถนะทว่ั ไป (ปฏบิ ัต)ิ 1. แสดงทักษะการใชม้ ลั ติมเิ ตอร์ 2. แสดงทกั ษะการใชเ้ ครื่องกำเนดิ สัญญาณ 3. แสดงทักษะการใช้ออสซิลโลสโคป สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์ (ปฏบิ ตั )ิ เมือ่ ผูเ้ รยี นไดฝ้ กึ ปฏบิ ตั ิในบทนี้แลว้ ผเู้ รยี นจะมีทักษะ 1. ใชง้ านมลั ตมิ ิเตอร์ได้ถูกต้อง 2. ใช้งานเครอ่ื งกำเนิดสญั ญาณได้ถกู ต้อง 3. ใชง้ านออสซลิ โลสโคปไดถ้ ูกต้อง
แผนการจัดการเรียนรู้มุ้งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท่ี 14 สอนคร้ังท่ี 16-17 ชื่อหน่วย จำนวน 8 ชว่ั โมง เครื่องมือวัดและทดสอบ 5. กิจกรรมการเรยี นการสอน ในการจดั การเรียนการสอนรายวชิ างานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น ได้กำหนดกจิ กรรมการ เรียนการสอนใหผ้ ู้เรยี นได้เกดิ การเรยี นรูโ้ ดยใช้กระบวนการจดั การเรียนการสอนแบบ MIAP และใช้เทคนิคการ จัดการเรยี นรู้แบบ Active Learning แบบการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื (Collaborative learning group) โดยมี ขั้นตอนการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ดงั นี้ กิจกรรมการเรยี นการสอน (สอนครง้ั ท่ี 16) เวลา 4 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ 1. ครูผู้สอนชแ้ี จงรายละเอียดเก่ียวกบั ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้/หัวข้อการเรียนรู้ สมรรถนะการเรยี นรู้ ประจำหน่วย การวดั และประเมนิ ผลการเรยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และข้อตกลงในการ จดั การเรียนการสอน 2. ครูผสู้ อนแสดงตัวอย่างเก่ยี วกับเครือ่ งมอื วดั และทดสอบ 3. ครูผสู้ อนถ่ายทอดความรู้ ในหนว่ ยที่ 14 เครื่องมือวัดและทดสอบ 4. ครูผสู้ อนแสดงใบงานการใชม้ ัลติมิเตอร์ พร้อมอธิบายข้นั ตอนการปฏิบตั ิตามใบงาน 5. ครูผู้สอนใหผ้ ูเ้ รียนแบ่งกลุ่ม และปฏิบตั ติ ามขน้ั ตอนใบงานเคร่อื งมือวดั และทดสอบ 6. ครผู ู้สอนประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านของผู้เรยี น และให้ผู้เรยี นชว่ ยกันสรปุ สาระสำคญั ของเรื่องที่ เรียนประจำสัปดาห์ ครเู น้นย้ำให้ผเู้ รยี นตระหนักถึงหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในส่วนของความ รับผิดชอบในด้านการเรียน ตระหนักถึงความมีวินยั ตรงต่อเวลา และมีจติ อาสาในการปฏิบตั ิงาน ร่วมกนั ในการทำงาน ในเรื่องเครอ่ื งมือวัดและทดสอบ กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สอนครง้ั ที่ 17) เวลา 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์ 1. ครูผู้สอนชแ้ี จงรายละเอยี ดเกี่ยวกับ ช่อื หน่วยการเรียนร/ู้ หัวข้อการเรียนรู้ สมรรถนะการเรยี นรู้ ประจำหน่วย การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และข้อตกลงในการ จัดการเรียนการสอน 2. ครผู ู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับเครอื่ งมือวัดและทดสอบ 3. ครูผู้สอนถ่ายทอดความรู้ ในหน่วยท่ี 14 เคร่ืองมือวดั และทดสอบ 4. ครผู ู้สอนแสดงใบงานเครื่องกำเนิดสญั ญาณ และออสซิลโลสโคป พร้อมอธบิ ายขน้ั ตอนการปฏิบตั ิ ตามใบงาน 5. ครผู ู้สอนใหผ้ เู้ รียนแบง่ กล่มุ และปฏิบตั ิตามข้ันตอนใบงานเครือ่ งมือวัดและทดสอบ 6. ครูผสู้ อนประเมินผลการปฏิบัตงิ านของผูเ้ รยี น และใหผ้ ้เู รียนช่วยกนั สรปุ สาระสำคัญของเรอ่ื งที่ เรียนประจำสปั ดาห์ ครเู นน้ ย้ำให้ผเู้ รยี นตระหนักถึงหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งในสว่ นของความ รับผิดชอบในดา้ นการเรียน ตระหนกั ถึงความมีวินัย ตรงต่อเวลา และมีจติ อาสาในการปฏิบัตงิ าน รว่ มกันในการทำงาน ในเรื่องเคร่ืองมือวดั และทดสอบ
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ้งุ เน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 14 สอนครงั้ ที่ 16-17 ชื่อหน่วย ชั่วโมงรวม 8 ชั่วโมง เคร่ืองมือวัดและทดสอบ 6. สอ่ื การสอน 1. เอกสารประกอบการสอน 2. เอกสารประกอบการเรียน 3. สอ่ื นำเสนอ Power Point 7. งานทีม่ อบหมาย /กิจกรรม ใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หัดเสรมิ ทักษะ ทา้ ยหน่วยการเรียนท่ี 14 8. การวัดและประเมินผล วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์ วัดผล/ประเมินผล -ทำแบบฝึกหดั เสริม -ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 ทักษะท้ายหน่วย -แบบฝึกหดั เสรมิ ทักษะ สมรรถนะที่พงึ ประสงค์ -ปฏบิ ัตติ ามใบงาน ท้ายหน่วย -ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 -แบบประเมนิ ผลการ 2.คณุ ลกั ษณะอนั พงึ -ประเมนิ คุณลักษณะอนั ปฏิบตั งิ าน ประสงค์ พึงประสงค์ -แบบประเมิน คณุ ลักษณะอันพึง ประสงค์
เคร่ืองมือวดั และทดสอบ เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้ 14.1 ชนิดเคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าเบือ้ งต้น การศึกษาหรือการเก่ียวขอ้ งทางดา้ นไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ จาเป็นตอ้ งเกี่ยวขอ้ งกบั ปริมาณไฟฟ้า หลายชนิด เช่น แรงดนั กระแส ความตา้ นทาน และกาลงั ไฟฟ้า เป็ นตน้ ปริมาณไฟฟ้าเหล่าน้ีไม่สามารถ ตรวจสอบตรวจวดั ค่าไดด้ ว้ ยการสัมผสั การไดย้ ินดว้ ยหู การดูดว้ ยตา หรือการดมกล่ิน การจะตรวจสอบ ตรวจวดั ปริมาณไฟฟ้าเหล่าน้ีได้ จาเป็ นตอ้ งใชเ้ ครื่องมือวดั ไฟฟ้า (Electrical Instruments) ช่วยในการวดั และ ช่วยในการแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าท่ีถูกตอ้ งออกมา เครื่องมือวดั ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ ที่ควรทราบ ไดแ้ ก่ มลั ติมิเตอร์ (Multimeter) ซ่ึงถือไดว้ า่ เป็นเครื่องมือวดั ไฟฟ้าท่ีจาเป็ นต่อช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ และ ช่างท่ีจาเป็ นตอ้ งเกี่ยวขอ้ งกับปริมาณไฟฟ้าต่างๆ ซ่ึง สามารถวดั ปริมาณไฟฟ้าได้หลายชนิด มีราคาถูก เล็กกะทดั รัด พกพาไปไดส้ ะดวก มลั ติมิเตอร์ที่ผลิต มาใชง้ านแบ่งออกไดเ้ ป็ น 2 ชนิด ได้แก่ มลั ติมิเตอร์ (ก) มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก ชนิดแอนะลอก (Analog Multimeter) เป็นมลั ติมิเตอร์ท่ี การแสดงค่าปริ มาณไฟฟ้าใช้เข็มช้ีบ่ายเบนช้ีค่า ปริมาณไฟฟ้าที่วดั ได้ออกมา และมลั ติมิเตอร์ชนิด ดิจิตอล (Digital Multimeter) เป็ นมัลติมิเตอร์ที่การ แสดงค่าปริมาณไฟฟ้า ใช้แสดงค่าดว้ ยตวั เลขบอกค่า ปริมาณไฟฟ้าที่วดั ได้ออกมา รูปร่างลักษณะ มัลติ มิเตอร์แต่ละชนิด แสดงดงั รูปท่ี 17.1 มลั ติมิเตอร์เป็ นมิเตอร์ท่ีสามารถนาไปใช้วดั (ข) มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล ปริมาณไฟฟ้าไดห้ ลายชนิด การใชง้ านจาเป็นตอ้ งต่อ รูปท่ี 14.1 มลั ติมิเตอร์แต่ละชนิด ข้วั วดั และปรับแตง่ ค่าใหถ้ ูกตอ้ งก่อนนาไปใชง้ าน
เคร่ืองมือวดั และทดสอบ 14.2 มัลตมิ ิเตอร์ชนิดแอนะลอก มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก หรือมลั ติมิเตอร์ชนิดเข็มช้ี เป็ นมลั ติมิเตอร์พ้ืนฐานท่ีถูกนามา ใช้งาน ยาวนานหลายสิบปี แลว้ จนถึงปัจจุบนั ก็ยงั เป็นที่นิยมใชง้ านอยู่ เพราะดว้ ยคณุ สมบตั ิที่ดีหลายประการของมลั ติมิเตอร์ชนิดน้ี ที่พิเศษคือ สามารถวดั ตรวจสอบดี เสีย ชนิด และขา ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หลาย ประเภท การจะนามลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกไปใชง้ าน จาเป็นตอ้ งศึกษาทาความเขา้ ใจในส่วนประกอบ และ รายละเอียดต่างๆ ของมลั ติมิเตอร์ชนิดน้ีก่อนการใชง้ าน เพอ่ื ใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เกิดความ ปลอดภยั ในการใชง้ าน ลกั ษณะรูปร่างและส่วนประกอบของมลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกแบบหน่ึง แสดงดงั รูปที่ 14.2 มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกตามรูปท่ี 17.2 เป็ นมลั ติมิเตอร์แบบหน่ึงท่ีมีขายทวั่ ไป มีราคา 2 1 ถูก ใช้งานไดด้ ี ส่วนประกอบต่างๆ ไม่แตกต่าง 3 ไปจากมลั ติมิเตอร์แอนะลอกแบบอื่น ตวั เลขท่ีช้ี แสดงไว้ บอกชื่อของส่วนประกอบ หน้าท่ีการ 4 5 ทางาน และการใชง้ าน มีรายละเอียดดงั น้ี 6 หมายเลข 1 เป็ นหน้าปัดแสดงสเกล บอกคา่ ต่างๆ ของปริมาณไฟฟ้าที่วดั ได้ 7 8 หมายเลข 2 เป็ นไดโอดเปล่งแสง (LED) 9 จะเปล่งแสงสว่างออกมา แสดงถึงการต่อวงจร (Continuity) เม่ือต้งั ยา่ นวดั โอห์ม (Ω) ที่ยา่ น x1 รูปที่ 14.2 ส่วนประกอบมลั ติมิเตอร์ชนิด ในขณะชอ็ ตปลายสายวดั เขา้ ดว้ ยกนั แอนะลอก หมายเลข 3 เป็นเขม็ ช้ีของมิเตอร์ หมายเลข 4 เป็ นสกรูใช้ปรับแต่งให้เข็มช้ีในสภาวะมิเตอร์ไม่ทางาน ช้ีท่ีตาแหน่งซ้ายมือสุดของ สเกลพอดี (ที่ , 0 V, 0 A) ช่วยให้มิเตอร์อยู่ในสภาวะพร้อมใช้งาน และขณะใช้งานจะแสดงค่าท่ีวดั ได้ ออกมามีค่าถกู ตอ้ ง หมายเลข 5 เป็นป่ มุ ปรับใหเ้ ขม็ ช้ีของมิเตอร์ช้ีที่ตาแหน่งศูนยโ์ อหม์ พอดี (0 Ω.ADJ) ใชร้ ่วมกบั การต้งั ยา่ นวดั โอห์ม (Ω) โดยขณะที่ช็อตปลายสายวดั มิเตอร์เขา้ ดว้ ยกนั เขม็ มิเตอร์จะ ตอ้ งบา่ ยเบนไปทางขวามือช้ี ท่ีตาแหน่ง 0 Ω พอดี ถา้ เขม็ ช้ีไมอ่ ยทู่ ี่ตาแหน่ง 0 Ω พอดีตอ้ งปรับป่ ุมน้ีช่วย เพอื่ ทาใหก้ ารวดั ความตา้ นทานมี ค่าถูกตอ้ ง หมายเลข 6 เป็ นข้วั ต่อเอาตพ์ ุต (OUTPUT) ใชส้ าหรับวดั ความดงั ของเสียงจากเครื่องขยายเสียง หรือเครื่องรับวทิ ยุ วดั ออกมาเป็นหน่วยเดซิเบล (dB) ใชง้ านร่วมกบั ข้วั หมายเลข 9 หมายเลข 7 เป็นสวติ ชป์ รับเลือกยา่ นวดั ค่าปริมาณไฟฟ้าท่ีเหมาะสม สามารถปรับหมุนไดร้ อบตวั หมายเลข 8 เป็นข้วั ตอ่ สายวดั มิเตอร์ข้วั บวก (+) ใชส้ าหรับต่อสายวดั สีแดง
เคร่ืองมือวดั และทดสอบ หมายเลข 9 เป็นข้วั ต่อสายวดั มิเตอร์ข้วั ลบ (-COM) ใชส้ าหรับต่อสายวดั สีดา 14.3 สเกลหน้าปัดมลั ตมิ เิ ตอร์ชนดิ แอนะลอก สเกลหนา้ ปัดของมลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก หรือชนิดเข็มช้ี จะมีสเกลแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าหลาย ชนิด ปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิดแสดงค่าออกมาแตกต่างกัน ทาให้สเกลที่กาหนดไวท้ ่ีหน้าปัดแต่ละสเกลมี ความแตกต่างกนั ถกู แยกออกเป็นสเกลหลายช่องหลายแถว แต่ละช่องแตล่ ะแถวใชแ้ สดงปริมาณไฟฟ้าแต่ละ ชนิดโดยเฉพาะ การใช้งานและการอ่านค่าเป็ นส่ิงจาเป็ นตอ้ งทาความเขา้ ใจ เพ่ือการใช้งานมีความถูกตอ้ ง ลกั ษณะสเกลหนา้ ปัดของมลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก แสดงดงั รูปท่ี 14.3 สเกลหน้าปัดมลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก ตามรูปท่ี 14.3 แสดงสเกลค่าปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิด ของมลั ติมิเตอร์แบบหน่ึง ถูกกากบั ไวด้ ว้ ยหมายเลข เพื่อบอกชื่อปริมาณไฟฟ้าแต่ละส่วนอธิบายรายละเอียด ไดด้ งั น้ี หมายเลข 1 คือสเกลโอห์ม () ใชส้ าหรับอ่านค่าความตา้ นทานท่ี 1 8 วัดได้ออกมา เมื่อต้ังย่านวัดความ 2 ตา้ นทานหรือยา่ น 3 5 4 6 หมายเลข 2 คือสเกลแรงดัน 7 ไฟตรง กระแสไฟตรง และแรงดนั ไฟ สลบั (DCV, A & ACV) ใชส้ าหรับอ่าน รูปท่ี 14.3 สเกลหนา้ ปัดมลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก คา่ แรงดนั ไฟตรง เม่ือต้งั ยา่ นวดั แรงดนั ไฟตรง (DCV) ใชส้ าหรับอ่านค่ากระแสไฟตรง เมื่อต้งั ย่านวดั กระแสไฟตรง (DCmA) และใชส้ าหรับอ่านค่า แรงดนั ไฟสลบั เมื่อต้งั ยา่ นวดั แรงดนั ไฟสลบั (ACV) หมายเลข 3 คือสเกลแรงดนั ไฟสลบั เฉพาะย่าน 10 โวลต์ (AC 10 V) ใชส้ าหรับอ่านค่าแรงดนั ไฟ สลบั เมื่อต้งั ยา่ นวดั ท่ี 10 ACV หมายเลข 4 คือสเกลค่าอัตราขยายกระแสไฟตรงของตวั ทรานซิสเตอร์ (hFE) ใช้สาหรับอ่านค่า อตั ราขยายกระแสไฟตรงของตวั ทรานซิสเตอร์เม่ือต้งั ยา่ นวดั โอหม์ () ท่ีตาแหน่ง x10 (hFE) หมายเลข 5 คือสเกลค่ากระแสร่ัวไหล (Leakage Current) ของตวั ทรานซิสเตอร์ (ICEO) ใช้สาหรับ อ่านค่ากระแสรั่วไหลของตวั ทรานซิสเตอร์ท่ีขาคอลเลกเตอร์ (C) และขาอิมิตเตอร์ (E) เม่ือขาเบส (B) เปิ ด ลอย ขณะต้งั ย่านวดั โอห์ม () ที่ x1 (150 mA), x10 (15 mA), x100 (1.5 mA) และ x1k (150 A) นอกจากน้นั ยงั ใช้แสดงค่ากระแสภาระ (Load Current) ในการวดั ไดโอด (LI) ใช้สาหรับอ่านกระแสภาระที่ไหลผ่าน ไดโอด เมื่อวดั ดว้ ยยา่ นวดั โอห์ม ()
เครื่องมือวดั และทดสอบ หมายเลข 6 คือสเกลค่าแรงดนั ภาระ (Load Voltage) ในการวดั ไดโอด (LV) ใชส้ าหรับอ่านแรงดนั ภาระที่ตกคร่อมไดโอด เม่ือวดั ดว้ ยยา่ นวดั โอห์ม () เป็นการวดั คา่ ในเวลาเดียวกบั การวดั LI หมายเลข 7 คอื สเกลคา่ ความดงั ของสัญญาณเสียง บอกคา่ การวดั ออกมาเป็นเดซิเบล (dB) ใชส้ าหรับ อ่านค่าความดงั ของสญั ญาณเสียง เม่ือต้งั ยา่ นวดั ท่ีแรงดนั ไฟสลบั (ACV) หมายเลข 8 คอื กระจกเงา ใชส้ ะทอ้ นเขม็ ช้ี เพ่ือช่วยใหก้ ารอา่ นปริมาณไฟฟ้าค่าตา่ งๆ มีความถกู ตอ้ ง ที่สุด โดยขณะอา่ นคา่ ตอ้ งใหต้ าแหน่งเขม็ ช้ีจริงและเขม็ ช้ีในกระจกเงาซอ้ นทบั กนั พอดี 14.4 การใช้งานมัลตมิ ิเตอร์ชนิดแอนะลอก มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก สามารถใชว้ ดั หาปริมาณไฟฟ้าค่าตา่ งๆ ไดห้ ลายชนิด เช่น แรงดนั ไฟ ตรง (DCV) แรงดนั ไฟสลบั (ACV) กระแสไฟตรง (DCmA) และความตา้ นทาน () เป็นตน้ ส่ิงสาคญั ใน การใชง้ านของมลั ติมิเตอร์ชนิดน้ี อย่ทู ่ีค่าที่อ่านออกมาไดจ้ ากการบ่ายเบนไปของเข็มช้ี ถูกแสดงค่าออกมา เป็นสเกลที่แบ่งไว้ การอ่านค่าที่ถูกตอ้ งของค่าที่เขม็ ช้ีช้ีบอกไวจ้ าเป็ นตอ้ งใชค้ ่าการแบ่งออกเป็ นอตั ราส่วน จากค่าตวั เลขที่บอกไวใ้ นตาแหน่งใกลเ้ คียงท้งั ดา้ น ซา้ ยและดา้ นขวาของเขม็ ช้ี อตั ราส่วนที่แบ่งออกมีความ แตกต่างกนั ไปในแต่ละสเกลและแตล่ ะค่า ซ่ึงสิ่งน้ีเองเป็นผลทาใหก้ ารอา่ นค่าเกิดความผิดพลาดไดง้ ่าย การจะ นามลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกไปใชง้ าน จาเป็นตอ้ งศึกษาทาความเขา้ ใจการใชง้ านและการอ่านค่าให้ถูกตอ้ ง เสียก่อน 1. การวดั แรงดันไฟตรง (DCV) การวดั แรงดนั ไฟตรง โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวดั ไปที่ DCV มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกรุ่น มาตรฐาน จะมียา่ นวดั แรงดนั ไฟตรงท้งั หมด 7 ย่านวดั เต็มสเกล คือ ย่าน 0.1 V, 0.5 V, 2.5 V, 10 V, 50 V, 250 V และ 1,000 V การต้งั ยา่ นวดั ท่ี DCV แสดงดงั รูปท่ี 14.4 การอ่านค่าแรงดนั ไฟตรง อา่ นท่ีหนา้ ปัดรูปที่ 14.3 หมายเลข 2 สเกล DCV, A & ACV ข้นั ตอนการวดั ค่าปฏิบตั ิดงั น้ี -+ รูปท่ี 14.4 ยา่ นวดั แรงดนั ไฟตรง รูปที่ 14.5 การตอ่ มลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟตรง (DCV) (DCV)
เครื่องมือวดั และทดสอบ 1. เสียบสายวดั สีแดงเขา้ ท่ีข้วั ต่อข้วั บวก (+) เสียบสายวดั สีดาเขา้ ท่ีข้วั ต่อข้วั ลบ (-COM) ของมิเตอร์ นาสายวดั ท้งั สองเส้นไปวดั ค่าแรงดนั ไฟตรงที่ตอ้ งการ 2. ปรับสวิตชเ์ ลือกย่านวดั DCV ไปย่านท่ีเหมาะสม หากไม่ทราบค่าแรงดนั ไฟตรงที่ตอ้ ง การวดั ให้ ปรับต้งั ยา่ นวดั ไปท่ียา่ นสูงสุดไวก้ ่อนท่ียา่ น 1,000 V 3. การวดั แรงดนั ไฟตรง ตอ้ งนามิเตอร์ไปต่อวดั แบบขนานกบั วงจร (ตอ่ คร่อมอปุ กรณ์) และขณะวดั ตอ้ งคานึง ถึงข้วั ของมิเตอร์ให้ตรงกบั ข้วั ของแรงดนั ท่ีวดั โดยยึดหลกั ดงั น้ี ใกลบ้ วกแหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวดั ดว้ ยข้วั บวก (+) ของมิเตอร์ ใกลล้ บแหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวดั ดว้ ยข้วั ลบ (–) ของมิเตอร์ การต่อมลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟตรง แสดงดงั รูปท่ี 14.1 4. การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอ่านคา่ แสดงไดต้ ามตารางท่ี 14.1 ตารางที่ 14.1 การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอ่านค่า แรงดนั ไฟตรง (DCV) ย่านต้งั วัด สเกลใช้อ่าน การอ่านค่า ค่าที่วดั ได้ หมายเหตุ 0.1 V 0 – 10 ใช้ 0.01 คูณคา่ ที่อ่านได้ 0 – 0.1 V ใชส้ เกลสีดาใต้ 0.5 V 0 – 50 ใช้ 0.01 คูณคา่ ที่อา่ นได้ 0 – 0.5 V กระจกเงา 3 ยา่ น 2.5 V 0 – 250 ใช้ 0.01 คณู ค่าที่อา่ นได้ 0 – 2.5 V คอื 0 – 10, 10 V 0 – 10 0 – 10 V 50 V 0 – 50 อา่ นโดยตรง 0 – 50 V 0 – 50 250 V 0 – 250 อา่ นโดยตรง 0 – 250 V และ 0 – 250 0 – 10 อ่านโดยตรง 0 – 1,000 V 1,000 V ใช้ 100 คูณคา่ ท่ีอ่านได้ ตัวอย่างท่ี 14.1 ต้งั ยา่ นมลั ติมิเตอร์ไวท้ ่ี DCV เพื่อวดั แรงดนั ไฟตรง เขม็ ช้ีมิเตอร์ช้ีค่าออกมาตามรูปที่ 14.6 จง อา่ นคา่ แรงดนั ไฟตรงทกุ ยา่ นวดั บนสเกลหนา้ ปัด วธิ ีทา อ่านค่าแต่ละย่านวดั เต็มสเกล (สเกลสีดาใตก้ ระจก เงา DCV) ยา่ น 0 – 10 V อ่านได้ = 6.4 V ยา่ น 0 – 50 V อา่ นได้ = 32 V รูปท่ี 14.6 เขม็ ช้ีแสดงค่ายา่ นวดั แรงดนั ไฟตรง ยา่ น 0 – 250 V อ่านได้ = 160 V (DCV) ใชใ้ นตวั อยา่ งที่ 14.1 ตอบ
เครื่องมือวดั และทดสอบ 2. การวัดแรงดนั ไฟสลบั (ACV) การวดั แรงดนั ไฟสลบั โดยปรับสวิตชเ์ ลือกย่านวดั ไปที่ ACV มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก รุ่นมาตรฐาน จะมียา่ นวดั แรงดนั ไฟสลบั ท้งั หมด 4 ยา่ นวดั เตม็ สเกล คือ ยา่ น 10 V, 50 V, 250 V และ 1,000 V การต้งั ยา่ นวดั ที่ ACV แสดงดงั รูปท่ี 14.7 การอ่านค่าแรงดนั ไฟสลบั อ่านที่หนา้ ปัดรูปท่ี 14.3 หมายเลข 2 สเกล DCV, A & ACV และหมายเลข 3 สเกล AC 10 V ข้นั ตอนการวดั คา่ ปฏิบตั ิดงั น้ี รูปที่ 14.7 ยา่ นวดั แรงดนั ไฟสลบั รูปที่ 14.8 การต่อมลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟสลบั (ACV) (ACV) 1. เสียบสายวดั สีแดงเขา้ ที่ข้วั ต่อข้วั บวก (+) เสียบสายวดั สีดาเขา้ ท่ีข้วั ต่อข้วั ลบ (-COM) ของมิเตอร์ นาสายวดั ท้งั สองเส้นไปวดั ค่าแรงดนั ไฟสลบั 2. ปรับสวิตช์เลือกย่านวดั ACV ไปย่านที่เหมาะสม หากไม่ทราบค่าแรงดนั ไฟสลบั ที่จะวดั ให้ต้งั ยา่ นวดั ไปท่ียา่ นสูงสุดไวก้ ่อนที่ 1,000 V 3. การวดั แรงดนั ไฟสลบั ตอ้ งนามิเตอร์ไปต่อวดั แบบขนานกบั วงจร (ต่อคร่อมอุปกรณ์) และขณะ วดั ไม่จาเป็นตอ้ งคานึงถึงข้วั ของมิเตอร์ สามารถวดั สลบั ข้วั ได้ การต่อมลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟสลบั แสดง ดงั รูปที่ 14.8 4. ก่อนต่อมลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ไฟสลบั ค่าสูง ควรตดั ไฟของวงจรท่ีจะวดั ออกก่อน เม่ือต่อมลั ติ มิเตอร์เขา้ วงจรเรียบร้อยแลว้ จึงจ่ายไฟเขา้ วงจรที่ตอ้ งการวดั 5. อย่าจบั สายวดั หรือตวั มลั ติมิเตอร์ขณะวดั แรงดนั ไฟสลบั ค่าสูง เมื่อวดั เสร็จเรียบร้อยควรตดั ไฟที่ ทาการวดั เสียก่อน จึงปลดสายวดั ของมลั ติมิเตอร์ออกจากวงจร 6. การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอา่ นค่า แสดงไดต้ ามตารางที่ 14.2
เครื่องมือวดั และทดสอบ ตารางท่ี 14.2 การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอา่ นคา่ แรงดนั ไฟสลบั (ACV) ย่านต้งั วดั สเกลใช้อ่าน การอ่านค่า ค่าท่ีวัดได้ หมายเหตุ 10 V 0 – 10 อา่ นโดยตรง 0 – 10 V ใชส้ เกล AC 10 V 50 V 0 – 50 อ่านโดยตรง 0 – 50 V ใชส้ เกลสีดาใตก้ ระจก 250 V 0 – 250 อา่ นโดยตรง 0 – 250 V เงา 3 ยา่ น คอื 0 – 10, 0 0 – 10 ใช้ 100 คูณค่าที่อ่านได้ 0 – 1,000 V – 50 และ 0 – 250 1,000 V ตัวอย่างท่ี 14.2 ต้งั ยา่ นมลั ติมิเตอร์ไวท้ ี่ ACV เพื่อวดั แรงดนั ไฟสลบั เข็มช้ีมิเตอร์ช้ีค่าออกมาตามรูปที่ 2.9 จง อา่ นคา่ แรงดนั ไฟสลบั ทกุ ยา่ นวดั บนสเกลหนา้ ปัด วธิ ีทา อ่านค่าแตล่ ะยา่ นวดั เต็มสเกล (สเกลสีดาใตก้ ระจกเงา ACV และสเกลสีแดง AC 10 V ดา้ นลา่ ง ) ยา่ น 0 – 10 V อา่ นได้ = 3.6 V ยา่ น 0 – 50 V อา่ นได้ = 18 V รูปท่ี 14.9 เขม็ ช้ีแสดงค่ายา่ นวดั แรงดนั ไฟสลบั ยา่ น 0 – 250 V อ่านได้ = 90 V (ACV) ใชใ้ นตวั อยา่ งท่ี 14.2 ยา่ น AC 10 V อา่ นได้ = 3.8 V ตอบ 3. การวดั กระแสไฟตรง (DCmA) การวดั กระแสไฟตรง โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวดั ไปที่ DCmA มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกรุ่น มาตรฐาน จะมียา่ นวดั กระแสไฟตรงท้งั หมด 4 ย่านวดั เต็มสเกล คือ ยา่ น 50 A, 2.5 mA, 25 mA และ 250 mA (0.25 A) การต้งั ย่านวดั ท่ี DCmA แสดงดงั รูปท่ี 14.10 การอ่านค่ากระแสไฟตรง อ่านที่หน้าปัดรูปที่ 14.3 หมายเลข 2 สเกล DCV, A & ACV ข้นั ตอนการวดั ค่าปฏิบตั ิดงั น้ี -+ รูปท่ี 14.10 ยา่ นวดั กระแสไฟตรง รูปท่ี 14.11 การต่อมลั ติมิเตอร์วดั กระแสไฟตรง (DCmA)
เคร่ืองมือวดั และทดสอบ 1. เสียบสายวดั สีแดงเขา้ ท่ีข้วั ต่อข้วั บวก (+) เสียบสายวดั สีดาเขา้ ที่ข้วั ต่อข้วั ลบ (-COM) ของมิเตอร์ นาสายวดั ท้งั สองเสน้ ไปวดั คา่ กระแสไฟตรง 2. ปรับสวิตช์เลือกย่านวดั DCmA ไปยา่ นท่ีเหมาะสม หากไม่ทราบค่ากระแสไฟตรงที่จะวดั ใหต้ ้งั ยา่ นวดั ไปท่ียา่ นสูงสุดไวก้ ่อนท่ี 250 mA 3. การวดั กระแสไฟตรง ตอ้ งนามิเตอร์ไปต่ออนุกรมกบั วงจร (ตดั วงจรออกนามิเตอร์เขา้ ไปต่อร่วม เป็นส่วนหน่ึงของวงจร) และขณะตอ่ วดั ตอ้ งคานึงถึงข้วั ของมิเตอร์ใหต้ รงกบั ข้วั ของแรงดนั แหล่งจ่าย โดยยดึ หลกั ดงั น้ี ใกลบ้ วกแหล่งจ่ายแรงดนั ตอ่ วดั ดว้ ยข้วั บวก (+) ของมิเตอร์ ใกลล้ บแหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวดั ดว้ ยข้วั ลบ (–) ของมิเตอร์ การตอ่ มลั ติมิเตอร์วดั กระแสไฟตรง แสดงดงั รูปที่ 14.11 4. ยา่ นวดั กระแสไฟตรง 50 A เป็นยา่ นเดียวกบั ยา่ นวดั แรงดนั ไฟตรง 0.1 V ในยา่ นน้ีทาหนา้ ท่ีเป็น ท้งั มิเตอร์วดั แรงดนั ไฟตรงเตม็ สเกล 0.1 V และเป็นมิเตอร์วดั กระแสไฟตรงเตม็ สเกล 50 A 5. การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอา่ นคา่ แสดงไดต้ ามตารางท่ี 14.3 ตารางท่ี 14.3 การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอ่านค่ากระแสไฟตรง (DCmA) ย่านต้งั วดั สเกลใช้อ่าน การอ่านค่า ค่าท่ีวัดได้ หมายเหตุ 50 A 0 – 50 อ่านโดยตรงในหน่วย A 0 – 50 A ใชส้ เกลสีดา 2.5 mA 0 – 250 ใช้ 0.01 คณู คา่ ท่ีอ่านไดใ้ นหน่วย mA 0 – 2.5 mA ใตก้ ระจกเงา 25 mA 0 – 250 ใช้ 0.1 คูณค่าที่อ่านไดใ้ นหน่วย mA 0 – 25 mA 3 ยา่ น คือ 0 – 10, 0 – 50 0.25 A 0 – 250 อ่านโดยตรงในหน่วย mA 0 – 250 mA และ 0 – 250 ตัวอย่างท่ี 14.3 ต้งั ย่านมลั ติมิเตอร์ไวท้ ่ี DCmA เพื่อวดั กระแสไฟตรง เข็มช้ีมิเตอร์ช้ีค่าออกมาตามรูปท่ี 14.12 จงอา่ นคา่ กระแสไฟตรงทุกยา่ นวดั บนสเกลหนา้ ปัด วิธีทา รูปที่ 14.12 เขม็ ช้ีแสดงค่ายา่ นวดั กระแสไฟตรง อา่ นคา่ แต่ละยา่ นวดั เต็มสเกล (สเกลสีดาใตก้ ระจก (DCmA) ใชใ้ นตวั อยา่ งที่ 14.3 เงา DCmA ที่ใชม้ ี 2 ยา่ น คือ 50, 250) ยา่ น 0 – 50 mA อ่านได้ = 46 mA ยา่ น 0 – 250 mA อ่านได้ = 230 mA ตอบ
เครื่องมือวดั และทดสอบ 4. การวัดความต้านทาน () การวดั ความตา้ นทาน โดยปรับสวิตชเ์ ลือกยา่ นวดั ไปท่ี มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอกรุ่น มาตรฐาน จะมียา่ นวดั ความตา้ นทานท้งั หมด 4 ถึง 5 ยา่ นวดั เตม็ สเกล คือ ยา่ น x1, x10, x100, x1k และ x10k (บางรุ่นไม่มีย่าน x100 และบางรุ่นไม่มีย่าน x10k ) การต้งั ย่านวดั ที่ แสดงดงั รูปที่ 14.13 การอ่านค่า ความตา้ นทาน อา่ นท่ีหนา้ ปัดรูปท่ี 14.3 หมายเลข 1 สเกล ข้นั ตอนการวดั คา่ ปฏิบตั ิดงั น้ี 1. เสียบสายวดั สีแดงเข้าที่ข้วั ต่อข้ัวบวก (+) เสียบสายวดั สีดาเขา้ ท่ีข้วั ต่อข้วั ลบ (-COM) ของมิเตอร์ นาสายวดั ท้งั สองเสน้ ไปวดั คา่ ความตา้ นทาน 2. ปรับสวิตช์เลือกไปย่านวดั ก่อนนาโอห์ม มิเตอร์ไปใช้วดั ตวั ตา้ นทานทุกคร้ัง ในทุกย่านวดั ท่ีต้งั วดั โอห์ม ตอ้ งปรับแต่งเข็มช้ีของมิเตอร์ให้ช้ีค่าที่ 0 รูปท่ี 14.13 ยา่ นวดั ความตา้ นทาน () ก่อนเสมอ โดยช็อตปลายสายวดั ท้งั สองเส้นของมิเตอร์ เขา้ ดว้ ยกนั ปรับแตง่ ป่ มุ ปรับ 0 ADJ จนเขม็ ช้ีของ มิเตอร์ช้ีที่ตาแหน่ง 0 พอดี ลกั ษณะการปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ใหพ้ ร้อมใชง้ าน แสดงดงั รูปที่ 14.14 3. นาโอห์มมิเตอร์ไปวดั ค่าความตา้ นทานไดต้ ามตอ้ งการอยา่ งถูกตอ้ ง คา่ ท่ีอ่านออกมาไดจ้ ากโอห์ม มิเตอร์ คือ ค่าความตา้ นทานของตวั ต้านทานตัวท่ีวดั ลกั ษณะการวดั ตัวต้านทานด้วยมลั ติมิเตอร์ ชนิด แอนะลอก แสดงดงั รูปที่ 14.15 4. การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอ่านคา่ แสดงไดต้ ามตารางท่ี 14.4 0 รูปที่ 14.14 การปรบั แตง่ โอหม์ มิเตอร์ใหช้ ้ีที่ 0 พอดี รูปที่ 14.15 การวดั ความตา้ นทานดว้ ยโอหม์ มิเตอร์
เคร่ืองมือวดั และทดสอบ ตารางท่ี 14.4 การต้งั ยา่ นวดั การใชส้ เกล และการอา่ นค่าความตา้ นทาน () ย่านต้งั วดั สเกลใช้อ่าน การอ่านค่า ค่าทว่ี ดั ได้ หมายเหตุ 1 อา่ นโดยตรง 10 ใช้ 10 คูณค่าที่อ่านได้ 0 – 2 kΩ ใชส้ เกลสีดา 100 0 – ใช้ 100 คูณค่าท่ีอา่ นได้ 0 – 20 kΩ เหนือกระจก 1k อา่ นโดยตรงในหน่วย kΩ 0 – 200 kΩ เงายา่ นเดียว 10k ใช้ 10 คูณค่าท่ีอา่ นไดใ้ นหน่วย kΩ 0 – 2 MΩ คอื 0 – 0 – 20 MΩ ตวั อย่างที่ 14.4 ต้งั ยา่ นมลั ติมิเตอร์ไวท้ ่ี เพอ่ื วดั ความตา้ นทาน เขม็ ช้ีมิเตอร์ช้ีค่าออกมาตามรูปที่ 14.16 จงอ่านความตา้ นทานท่ีแสดงบนสเกลหนา้ ปัดทกุ หมายเลขเขม็ ช้ี วิธที า 3 2 อ่านคา่ ทุกหมายเลขเขม็ ช้ี (สเกลสีดาเหนือ 4 1 กระจกเงา ) รูปท่ี 14.16 เขม็ ช้ีแสดงค่ายา่ นวดั ความตา้ นทาน หมายเลข 1 อ่านได้ = 1.4 () ใชใ้ นตวั อยา่ งที่ 14.4 หมายเลข 2 อ่านได้ = 8.5 หมายเลข 3 อา่ นได้ = 42 หมายเลข 4 อ่านได้ = 180 ตอบ 14.5 มัลตมิ เิ ตอร์ชนดิ ดจิ ติ อล มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล สามารถใชว้ ดั หาปริมาณไฟฟ้าค่าต่างๆ ไดห้ ลายชนิดเช่นเดียวกบั มลั ติมิเตอร์ ชนิดแอนะลอก เช่น แรงดนั ไฟตรง (DCV) แรงดนั ไฟสลบั (ACV) กระแสไฟตรง (DCmA) และความ ตา้ นทาน () เป็นตน้ ส่ิงสาคญั ในการใชง้ านของมลั ติมิเตอร์ชนิดน้ี อย่ทู ี่การแสดงค่าออกมาเป็นตวั เลขอ่าน คา่ ไดโ้ ดยตรง อ่านไดร้ วดเร็ว มีความถกู ตอ้ ง เท่ียงตรง เกิดความสะดวก การจะนามลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลไปใช้ งาน จาเป็ นตอ้ งศึกษาทาความเขา้ ใจในส่วนประกอบ และรายละเอียดต่างๆ ก่อนการใชง้ าน เพ่ือทาให้ผูใ้ ช้ สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง เกิดความปลอดภัย ท้ังตัวมัลติมิเตอร์และตัวผูใ้ ช้งาน รูปร่างและ ส่วนประกอบของมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล แสดงดงั รูปท่ี 14.17
เครื่องมือวดั และทดสอบ มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลตามรูปที่ 14.17 เป็ นมลั ติมิเตอร์แบบหน่ึงที่มีขายทว่ั ไป มีราคา 1 9 ถูก ส่วนประกอบไม่แตกต่างไปจากมลั ติมิเตอร์ 7 ชนิดดิจิตอลแบบอื่นๆ มากนัก (บางรุ่นมีข้วั วดั 10 ปริมาณไฟฟ้าอ่ืนๆ ไดเ้ พิ่มข้นึ ) ตวั เลขที่ช้ีแสดงไว้ 8 12 บอกชื่อของส่วนประกอบ หนา้ ท่ีการทางาน และ 2 13 การใชง้ าน มีรายละเอียดดงั น้ี 4 11 หมายเลข 1 เป็นหนา้ ปัดแสดงผลการวดั 3 ค่าปริมาณไฟฟ้า แสดงเป็นตวั เลขจานวน 3 1/2 14 5 หลกั และตวั อกั ษร จอเป็นคริสตอลเหลว (LCD) 6 หมายเลข 2 เป็ นสวิตช์เลือกค่าปริมาณ รูปท่ี 14.17 ส่วนประกอบมลั ติมิเตอร์ชนิด ไฟฟ้าที่ตอ้ งการวดั ปรับหมนุ ไปซา้ ยหรือขวาได้ ดิจิตอล อยา่ งอิสระ หมายเลข 3 เป็ นข้วั เสียบไวส้ าหรับวดั ตัวทรานซิสเตอร์ เพ่ือหาค่าอตั ราขยายกระแส (hFE) ของตวั ทรานซิสเตอร์ ใชท้ างานร่วมกบั ตาแหน่งหมายเลข 13 ยา่ น hFE หมายเลข 4 เป็นข้วั ต่อสายวดั มิเตอร์สีแดง เพื่อใชว้ ดั คา่ กระแสไฟตรงค่าสูง (10A ) วดั คา่ ไดส้ ูงสุด 10 A ใชท้ างานร่วมกบั ข้วั ตอ่ หมายเลข 6 และตาแหน่งหมายเลข 12 ยา่ น 10 A หมายเลข 5 เป็ นข้วั ต่อสายวดั มิเตอร์สีแดง เพ่ือใช้วดั ค่าแรงดนั ไฟตรง (DCV) แรงดัน ไฟสลบั (ACV) กระแสไฟตรงคา่ ต่า (DCmA) และความตา้ นทาน () ใชท้ างานร่วมกบั ข้วั ตอ่ หมายเลข 6 หมายเลข 6 เป็นข้วั ต่อสายวดั มิเตอร์สีดา (COM) เป็นข้วั ต่อสายวดั ข้วั ร่วม ใชร้ ่วมกบั ข้วั หมายเลข 4 และข้วั หมายเลข 5 ใชว้ ดั ค่าปริมาณไฟฟ้าต่างๆ หมายเลข 7 เป็นตาแหน่งเลือกการปิ ดสวิตชห์ ยุดใชง้ านมิเตอร์ (OFF) เพอ่ื หยดุ การจ่าย ไฟใหม้ ิเตอร์ เป็นการหยดุ ทางานของมิเตอร์ หมายเลข 8 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเป็นโวลตม์ ิเตอร์ไฟตรง (V ) วดั แรงดนั ไฟตรงไดส้ ูงสุด 1,000 V หมายเลข 9 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเป็นโวลตม์ ิเตอร์ไฟสลบั (V~) วดั แรงดนั ไฟสลบั ไดส้ ูงสุด 750 V หมายเลข 10 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเป็นแอมมิเตอร์ไฟตรง (A ) วดั กระแสไฟ ตรงไดส้ ูงสุด 200 mA หมายเลข 11 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเป็นโอห์มมิเตอร์ () วดั ความตา้ นทานไดส้ ูงสุด 2,000 k
เคร่ืองมือวดั และทดสอบ หมายเลข 12 เป็นตาแหน่งเลือกการทางานเป็นแอมมิเตอร์ไฟตรงคา่ สูง (10A) วดั กระแสไฟตรงไดส้ ูงสุด 10 A หมายเลข 13 เป็ นตาแหน่งเลือกใช้มิเตอร์ทางานเป็ นเคร่ืองวดั อตั ราขยายกระแส (hFE) ของตวั ทรานซิสเตอร์ ใชท้ างานร่วมกบั ตาแหน่งหมายเลข 3 หมายเลข 14 เป็นตาแหน่งเลือกใชม้ ิเตอร์ทางานเป็นเครื่องวดั ตวั ไดโอด 14.6 การใช้งานมัลตมิ ิเตอร์ชนิดดจิ ติ อล การนามลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลไปใชง้ าน ใชไ้ ดเ้ ช่นเดียวกบั มลั ติมิเตอร์ชนิดแอนะลอก เม่ือตอ้ งการ วดั ปริมาณไฟฟ้าชนิดใด ก็ปรับสวิตช์เลือกย่านวดั หมายเลข 2 ของรูปท่ี 14.17 ไปยา่ นปริมาณไฟฟ้าท่ีตอ้ งการ วดั ถา้ ไม่ทราบคา่ ปริมาณไฟฟ้าน้นั ใหต้ ้งั คา่ ที่ยา่ นวดั สูงสุดไวก้ ่อน และคอ่ ยๆ ปรับต่าลงมาในยา่ นที่เหมาะสม มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลจะแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าออกมาเป็นตวั เลขอา่ นค่าไดท้ นั ที การจะนามลั ติมิเตอร์ชนิด ดิจิตอลไปใชง้ าน จาเป็นตอ้ งศึกษาทาความเขา้ ใจการใชง้ านและการอ่านคา่ ใหถ้ ูกตอ้ งเสียก่อน การวดั ปริมาณ ไฟฟ้าชนิดตา่ งๆ ทาไดด้ งั น้ี 1. การวัดแรงดันไฟตรง (DCV) การวดั แรงดันไฟตรงด้วยมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวัดไปท่ี แรงดนั ไฟตรง (V ) มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นท่ีใชง้ านตามรูปที่ 14.17 มียา่ นวดั แรงดนั ไฟตรงท้งั หมด 5 ยา่ นวดั เต็มสเกล คือ ย่าน 200 mV, 2,000 mV, 20 V, 200 V และ 1,000 V ตวั เลขที่แสดงให้เห็นบนหน้าปัด ขณะวดั ค่า คือค่าแรงดนั ไฟตรงท่ีวดั ได้ การต่อวดั ค่าโดยยดึ หลกั ดงั น้ี ใกลบ้ วกแหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวดั ดว้ ย ข้วั บวก (+) ของมิเตอร์ ใกลล้ บแหล่งจ่ายแรงดัน ต่อวดั ดว้ ยข้วั ลบ (–) ของมิเตอร์ กรณีที่วดั ค่าแลว้ เกิด เคร่ืองหมายลบ (–) แสดงอยดู่ า้ นหนา้ ตวั เลขที่บอกค่าไว้ บอกใหท้ ราบว่าการต่อสายวดั แรงดนั ไฟตรงผิดข้วั ให้สลบั ข้วั สายวดั ใหม่ การต้งั ย่านวดั และการต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลวดั แรงดันไฟตรง แสดงดังรูปท่ี 14.18 -+ รูปที่ 14.18 การต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลวดั แรงดนั ไฟตรง
เครื่องมือวดั และทดสอบ 2. การวัดแรงดนั ไฟสลบั (ACV) การวดั แรงดนั ไฟสลบั ดว้ ยมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยปรับสวิตช์เลือกย่านวดั ไปที่โวลต์ มิเตอร์ไฟสลบั (V~) มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นท่ีใชง้ านตามรูปที่ 17.17 มีย่านวดั แรงดนั ไฟสลบั ท้งั หมด 2 ย่านวดั เตม็ สเกล คือ ยา่ น 200 V และ 750 V ขณะวดั ค่ามิเตอร์จะแสดงค่าที่วดั ไดอ้ อกมา การวดั แรงดันไฟ สลบั ไม่จาเป็ นตอ้ งคานึงถึงข้วั วดั ของมิเตอร์ ใช้สลบั ข้วั วดั ได้ การต้งั ย่านวดั และการต่อมลั ติมิเตอร์ชนิด ตวั เลขวดั แรงดนั ไฟสลบั แสดงดงั รูปที่ 14.19 รูปท่ี 14.19 การต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลวดั แรงดนั ไฟสลบั 3. การวัดกระแสไฟตรง (DCA) การวดั กระแสไฟตรงดว้ ยมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยปรับสวิตช์เลือกยา่ นวดั ไปท่ี แอมมิเตอร์ไฟตรง (A ) มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นท่ีใชง้ านตามรูปท่ี 14.17 มีท้งั หมด 5 ยา่ นวดั เตม็ สเกล คือ ย่าน 200 A, 2,000 A, 20 mA, 200 mA และ 10 A การต่อวดั กระแสไฟตรงตอ้ งต่อแบบอนุกรม ตวั เลขที่ แสดงให้เห็นบนหน้าปัดขณะวดั ค่า คือค่ากระแสไฟตรงที่วดั ได้ การต่อวดั ค่าโดยยึดหลกั ดงั น้ี ใกลบ้ วก แหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวดั ดว้ ยข้วั บวก (+) ของมิเตอร์ ใกลล้ บแหล่งจ่ายแรงดนั ต่อวดั ดว้ ยข้วั ลบ (–) ของมิเตอร์ กรณีที่วดั ค่าแลว้ เกิดเครื่องหมายลบ (–) แสดงอยู่ดา้ นหนา้ ตวั เลขท่ีบอกค่าไว้ บอกให้ทราบว่าการต่อสายวดั กระแสไฟตรงผิดข้วั ให้สลบั ข้วั สายวดั ใหม่ และเม่ือตอ้ งการวดั กระแสไฟตรงค่าสูงเป็ นแอมแปร์ต้งั ท่ี 10 A เปลี่ยนตาแหน่งข้วั ต่อสายวดั เส้นสีแดง ไปเสียบที่ข้วั ต่อหมายเลข 4 ตามรูปที่ 14.17 การต้งั ย่านวดั และการ ต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลวดั กระแสไฟตรง แสดงดงั รูปที่ 14.20
เครื่องมือวดั และทดสอบ -+ รูปท่ี 14.20 การต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลวดั กระแสไฟตรง 4. การวดั ความต้านทาน () การวดั ความตา้ นทานด้วยมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล โดยต้งั สวิตช์เลือกย่านวดั ไปท่ีโอห์ม มิเตอร์ () มลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลรุ่นที่ใชง้ านตามรูปท่ี 14.17 มีท้งั หมด 5 ยา่ นวดั เตม็ สเกล คือ ย่าน 200, 2,000, 20 k, 200 k และ 2,000 k การวดั คา่ ความตา้ นทานดว้ ยโอหม์ มิเตอร์ชนิดดิจิตอล ไม่จาเป็นตอ้ งชอ็ ตปลาย สายวดั เขา้ ดว้ ยกนั เพอื่ ปรับแต่งความถกู ตอ้ ง สามารถนาไปวดั ค่าไดเ้ ลยในทุกยา่ นวดั ตวั เลขที่แสดงให้เห็นคือ ค่าความตา้ นทานท่ีวดั ได้ การต้งั ยา่ นวดั และการต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล วดั ค่าความตา้ นทาน แสดงดงั รูป ที่ 14.21 รูปที่ 14.21 การต่อมลั ติมิเตอร์ชนิดดิจิตอลวดั ค่าความตา้ นทาน
201010050 ไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร
Search
Read the Text Version
- 1 - 19
Pages: