งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 13 การควบคุมมอเตอร์ พ ร ชั ย ศ รี วิ จ า ร ณ์ ไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร
แผนการจัดการเรยี นรมู้ ุง้ เน้นสมรรถนะ หนว่ ยที่ 13 สอนคร้งั ท่ี 15 ช่อื หน่วย จำนวน 4 ช่วั โมง การควบคุมมอเตอร์ 1. หวั ขอ้ เร่อื ง 13.1 หลกั การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 13.2 ชนดิ ของมอเตอร์ไฟฟ้า 13.3 การควบคมุ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสตรง 2. สาระสำคญั มอเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเป็นส่วนประกอบหลักในการทำงาน ของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กันในชีวิตประจำวันของเรา ดังนั้นการศึกษาโครงสร้าง การทำงาน และการควบคุม มอเตอร์จงึ เป็นสว่ นหน่ึงทีม่ คี วามสำคัญในการเรียนรู้ 3. สมรรถนะหลกั (สมรรถนะประจำหน่วย) แสดงความรเู้ กย่ี วกับการควบคุมมอเตอร์ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะทั่วไป (ทฤษฎี) 1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟา้ สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์ (ทฤษฎ)ี เมื่อผ้เู รียนไดศ้ ึกษาเน้ือหาในบทนแ้ี ล้ว ผเู้ รยี นสามารถ 1. อธบิ ายหลกั การทำงานของมอเตอร์ไฟฟา้ ไดถ้ ูกต้อง สมรรถนะทั่วไป (ปฏิบัต)ิ 1. แสดงทกั ษะการต่อวงจรการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง สมรรถนะที่พงึ ประสงค์ (ปฏบิ ตั )ิ เมอ่ื ผู้เรยี นได้ฝกึ ปฏบิ ัติในบทนีแ้ ล้ว ผู้เรียนจะมที ักษะ 1. ต่อวงจรการควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสตรงได้ถกู ต้อง
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ้งุ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 13 สอนครั้งที่ 15 ชอ่ื หน่วย จำนวน 4 ชวั่ โมง การควบคุมมอเตอร์ 5. กจิ กรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรยี นการสอนรายวชิ างานไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์เบ้ืองต้น ได้กำหนดกิจกรรมการ เรียนการสอนใหผ้ ู้เรยี นได้เกดิ การเรียนร้โู ดยใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ MIAP และใช้เทคนคิ การ จดั การเรยี นรแู้ บบ Active Learning แบบการเรยี นรูแ้ บบรว่ มมอื (Collaborative learning group) โดยมี ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ดังนี้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สอนคร้งั ท่ี 15) เวลา 4 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 1. ครผู ูส้ อนช้แี จงรายละเอยี ดเก่ียวกบั ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้/หัวขอ้ การเรียนรู้ สมรรถนะการเรยี นรู้ ประจำหนว่ ย การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และข้อตกลงในการ จดั การเรียนการสอน 2. ครูผสู้ อนแสดงตวั อย่างเก่ียวกับการควบคุมมอเตอร์ 3. ครผู ้สู อนถ่ายทอดความรู้ ในหน่วยที่ 13 การควบคุมมอเตอร์ 4. ครผู สู้ อนแสดงใบงานการต่อวงจรการควบคมุ มอเตอร์ พร้อมอธิบายข้นั ตอนการปฏิบัติตามใบงาน 5. ครผู สู้ อนใหผ้ ู้เรยี นแบง่ กลุ่ม และปฏิบตั ติ ามข้นั ตอนใบงานการควบคมุ มอเตอร์ 6. ครูผ้สู อนประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านของผู้เรียน และใหผ้ เู้ รยี นช่วยกันสรปุ สาระสำคัญของเร่อื งที่ เรยี นประจำสัปดาห์ ครเู นน้ ย้ำใหผ้ เู้ รียนตระหนักถงึ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงในสว่ นของความ รบั ผดิ ชอบในด้านการเรยี น ตระหนักถึงความมีวินัย ตรงต่อเวลา และมจี ิตอาสาในการปฏิบตั งิ าน ร่วมกันในการทำงาน ในเร่ืองการควบคมุ มอเตอร์
แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ้งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท่ี 13 สอนครง้ั ที่ 15 ช่อื หน่วย ช่วั โมงรวม 4 ช่ัวโมง การควบคุมมอเตอร์ 6. สอื่ การสอน 1. เอกสารประกอบการสอน 2. เอกสารประกอบการเรยี น 3. ส่ือนำเสนอ Power Point 7. งานที่มอบหมาย /กจิ กรรม ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั เสรมิ ทกั ษะ ท้ายหนว่ ยการเรียนท่ี 13 8. การวัดและประเมินผล วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์ วัดผล/ประเมินผล -ทำแบบฝึกหดั เสรมิ -ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 ทักษะท้ายหนว่ ย -แบบฝกึ หดั เสรมิ ทักษะ สมรรถนะท่ีพึงประสงค์ -ปฏบิ ัตติ ามใบงาน ท้ายหนว่ ย -ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 80 -แบบประเมนิ ผลการ 2.คุณลักษณะอันพึง -ประเมนิ คุณลกั ษณะอัน ปฏบิ ัติงาน ประสงค์ พงึ ประสงค์ -แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
การควบคุมมอเตอร์ เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้ 13.1 แม่เหลก็ ถาวร แม่เหลก็ ถาวร (Permanent Magnet) เป็นโลหะชนิดหน่ึงที่มีความสามารถดึงดูดโลหะจาพวกเหล็ก ได้ แสดงสภาวะเป็ นแม่เหล็กตลอดเวลา ในแม่เหล็กหน่ึงแท่งมีข้วั แม่เหล็ก 2 ข้วั คือ ข้วั เหนือ (North Pole) หรือ ข้วั N และข้วั ใต้ (South Pole) หรือ ข้วั S เกิดข้นึ ที่ปลายแตล่ ะดา้ นของแท่งแม่เหลก็ เม่ือนามาห้อยแขวน ด้วยเชือก แท่งแม่เหล็กสามารถหมุนได้อย่างอิสระ แต่จะช้ีไปในทิศทางเดิมตลอดเวลา โดยช้ีไปในแนว สนามแม่เหลก็ โลก โดยข้วั แม่เหลก็ ถาวรข้วั เหนือ (N) จะช้ีไปทางข้วั โลกเหนือ (N) และข้วั แม่เหล็กถาวรข้วั ใต้ (S) จะช้ีไปทางข้วั โลกใต้ (S) แม่เหล็กถาวรที่ผลิตมาใชง้ านมีรูปร่างแตกต่างกนั ไปมากมาย ตามความ ตอ้ งการในการใชง้ าน ลกั ษณะสนามแมเ่ หลก็ โลก และรูปร่างแม่เหลก็ ถาวรแบบต่างๆ แสดงดงั รูปที่ 13.1 SN SN (ก) สนามแมเ่ หลก็ โลก (ข) แม่เหลก็ ถาวรแบบตา่ งๆ รูปท่ี 13.1 สนามแม่เหลก็ โลกและแมเ่ หลก็ ถาวร แท่งแม่เหล็กถาวรแต่ละแท่งจะเกิดสนามแม่เหล็ก ( Magnetic Field) แผ่ออกรอบตัวเอง สนามแม่เหลก็ มีความเขม้ สูงบริเวณตอนปลายข้วั แท่งแม่เหลก็ ท้งั สอง ความเขม้ สนามแม่เหลก็ จะค่อยๆ ลด นอ้ ยลงในบริเวณถดั เขา้ มาดา้ นใน และไมม่ ีสนามแมเ่ หล็กเลยในส่วนตอนกลางแท่งแมเ่ หลก็ สนามแม่เหลก็ มีการวิ่งเคล่ือนที่ ประสานกนั ระหว่างข้วั แม่เหล็กท้งั สอง โดยว่ิงเคลื่อนที่จากข้วั เหนือ (N) ไปยงั ข้วั ใต้ (S) การว่ิงเคล่ือนที่ของสนามแม่เหล็ก ทาให้เกิดเส้นแรงแม่เหล็ก (Magnetic Line of Force) ข้ึนมารอบแท่ง แม่เหล็ก การทดสอบความเขม้ ของสนามแม่เหล็กทาไดโ้ ดยโรยผงเหล็กให้รอบแท่งแม่เหล็กถาวร จะเกิด เส้นแรงแมเ่ หลก็ รอบแท่งแมเ่ หลก็ การเกิดสนามแมเ่ หลก็ จากผงเหลก็ และการเคลื่อนที่ของเสน้ แรงแมเ่ หล็ก แสดงดงั รูปท่ี 13.2
การควบคุมมอเตอร์ (ก) การเกิดสนามแม่เหลก็ จากผงเหลก็ (ข) สนามแม่เหลก็ ในรูปเสน้ แรงแม่เหลก็ รูปท่ี 13.2 สนามแม่เหลก็ และเส้นแรงแม่เหลก็ สนามแม่เหลก็ ของแม่เหล็กถาวรข้วั เหนือ (N) และข้วั ใต้ (S) มีคุณสมบตั ิตรงขา้ มกนั โดยมีเส้นแรง แม่เหล็กข้วั เหนือ (N) ว่ิงเคลื่อนท่ีออก ส่วนเส้นแรงแม่เหล็กข้วั ใต้ (S) วิ่งเคลื่อนที่เขา้ ทาให้ข้วั แม่เหล็กที่ ต่างกนั เกิดการดูดกนั และข้วั แม่เหล็กที่เหมือนกนั เกิดการผลกั กนั คุณสมบตั ิดงั กล่าวเหมือนกบั คุณสมบตั ิ ของประจุไฟฟ้า นาคุณสมบตั ิน้ีไปใชป้ ระโยชน์ในการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าได้ การดูดกนั และการผลกั กนั ของ ข้วั แม่เหลก็ ถาวร แสดงดงั รูปที่ 13.3 (ก) ข้วั แมเ่ หลก็ ต่างกนั ดูดกนั (ข) ข้วั แมเ่ หลก็ เหมือนกนั ผลกั กนั รูปท่ี 13.3 การดูดกนั และผลกั กนั ของข้วั แมเ่ หลก็ ถาวร เสน้ แรงแมเ่ หลก็ เกิดข้ึนท่ีข้วั แม่เหลก็ ถาวรสองแท่ง ไมม่ ีการตดั กนั แตจ่ ะเกิดการดูดกนั หรือผลกั กนั เท่าน้ัน ในกรณีที่แท่งแม่เหล็กถาวรสองแท่งเกิดการผลกั กัน จะทาให้เกิดจุดสะเทิน (Neutral Point) ข้ึน ระหว่างแท่งแม่เหล็กท้งั สอง จุดสะเทินน้ีเป็ นจุดที่เส้นแรงแม่เหล็กหักลา้ งกันหมดไป ไม่มีความเขม้ ของ สนามแมเ่ หลก็ ในบริเวณน้ี คอื มีความเขม้ เป็นศูนย์ ปริมาณเส้นแรงแม่เหล็กเคลื่อนท่ีจากข้วั หน่ึงของแท่งแม่เหล็ก ไปยงั อีกข้วั หน่ึงเรียกว่า ฟลกั ซ์ แม่เหล็ก (Magnetic Flux) วดั ค่าออกมาได้เป็ นหน่วย เวเบอร์ (Weber ; Wb) ในบริเวณท่ีมีฟลกั ซ์แม่เหล็ก หนาแน่นมาก เป็นบริเวณที่สนามแมเ่ หลก็ มีคา่ มาก
การควบคุมมอเตอร์ ความหนาแน่นฟลกั ซ์แม่เหล็ก (Magnetic Flux Density) หรือค่าความเขม้ สนามแม่เหล็ก มีค่าเท่ากบั จานวนเส้นแรงแม่เหลก็ ต่อหน่ึงหน่วยพ้ืนท่ี ท่ีเส้นแรงแม่เหล็กพุ่งผ่านในแนวต้งั ฉากท่ีตาแหน่งใดตาแหน่ง หน่ึง มีหน่วยเป็น เวเบอร์ตอ่ ตารางเมตร (Wb/m2) หรือเทสลา (Tesla ; T) 13.2 แม่เหลก็ ไฟฟ้า นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดนช่ือ ฮันซ์ คริสเตียน เออร์สเตด (Hans Christian Oersted) ได้ค้นพบ ความสัมพนั ธ์อย่างหน่ึงโดยบงั เอิญ ขณะที่เขาทาการทดลองปล่อยกระแสผา่ นเขา้ ไปในเส้นลวดตวั นาเส้น หน่ึง และมีเขม็ ทิศวางอยใู่ กลๆ้ กบั เส้นลวดท่ีมีกระแสไหลผา่ น เขม็ ทิศเกิดการบ่ายเบนไปจากแนวเดิม เออร์ สเตดทดลองกลบั ทิศทางการไหลของกระแส เข็มทิศก็เกิดการบ่ายเบนไปอีกเช่นกนั โดยมีทิศทางตรงขา้ ม กบั คร้ังแรก เออร์สเตดสรุปผลการทดลองในคร้ังน้ีไวว้ ่า “เม่ือมีกระแสไหลผ่านเส้นลวดตวั นา จะเกิดเส้นแรง แม่เหล็กข้ึนมารอบเส้นลวดตัวนาน้ัน” ลักษณะเส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดข้ึนรอบเส้นลวดตัวนา เกิดข้ึนเป็ น ลกั ษณะวงกลมลอ้ มรอบเส้นลวดตวั นา ในแนวต้งั ฉากกบั เส้นลวดตวั นา ลกั ษณะการเกิดเส้นแรงแม่เหล็ก รอบเส้นลวดตวั นา แสดงดงั รูปที่ 13.4 -+ รูปท่ี 13.4 การเกิดเส้นแรงแมเ่ หลก็ ข้ึนรอบเสน้ ลวดตวั นา การหาทิศทางการเกิดเส้นแรงแม่เหล็ก และสนามแม่เหล็กรอบเส้นลวดตวั นา ทาไดโ้ ดยใช้กฎมือ ขวา กล่าวไวด้ ังน้ี “ใช้มือขวาการอบเส้นลวดตัวนา โดยให้นิ้วหัวแม่มือช้ีขนานไปกับเส้นลวดตวั นา นิ้วหวั แม่มือจะแสดงทิศทางการเคลื่อนท่ีของกระแสนิยม (กระแสไหลจากข้วั บวกไปหาข้วั ลบ) นิ้วท้งั 4 ที่ การอบเส้นลวดตวั นา จะช้ีทิศทางการเกิดเส้นแรงแม่เหลก็ และสนาม แม่เหล็กรอบเส้นลวดตวั นาน้นั ” (ถา้ ใช้กระแสอิเล็กตรอน ไหลจากข้ัวลบไปหาข้ัวบวกให้ใช้มือซ้ายแทน) การหาเส้นแรงแม่เหล็กรอบ เส้นลวดตวั นาและทิศทางการเกิด แสดงดงั รูปที่ 13.5
การควบคุมมอเตอร์ - + กระแสไหลเขา้ + กระแสไหลออก (ก) การหาทิศทางการเกิดเสน้ แรงแม่เหลก็ (ข) ภาพตดั ขวางการเกิดเส้นแรงแม่เหลก็ รอบเส้นลวดตวั นา รอบเส้นลวดตวั นา ใชก้ ระแสนิยม รูปท่ี 13.5 การหาเส้นแรงแม่เหลก็ รอบเส้นลวดตวั นาและทศิ ทางการเกิด ความเขม้ ของสนามแม่เหลก็ ไฟฟ้าที่เกิดข้ึน สามารถเปล่ียนแปลงไปตามส่วนประกอบต่างๆ ท่ีใช้ งาน ดงั น้ี 1. จานวนรอบของการพันขดลวดตัวนา พันรอบน้อยสนามแม่เหล็กเกิดน้อย พันรอบมาก สนามแม่เหลก็ เกิดมาก 2. ปริมาณกระแสที่ไหลผ่านขดลวดตวั นา กระแสไหลน้อยสนามแม่เหล็กเกิดน้อย กระแสไหลมาก สนามแม่เหลก็ เกิดมาก 3. ชนิดของวสั ดุท่ีใช้ทาแกนรองรับขดลวดตวั นา มีผลต่อความเขม้ ของสนามแม่เหล็กท่ีเกิดข้ึน แตกต่างกนั ใชแ้ กนอากาศให้ความเขม้ ของสนามแม่เหลก็ น้อย ใช้แกนที่ทามาจากสารเฟอร์โรแมกเนติก (Ferromagnetic) ให้ความเขม้ ของสนามแม่เหลก็ มาก เช่น เหล็ก เฟอร์ไรต์ และโคบอลต์ เป็นตน้ เพราะสาร เฟอร์โรแมกเนติก เมื่อมีการชกั นาอานาจแม่เหลก็ ให้ จะสามารถใหก้ าเนิดอานาจแม่เหลก็ ข้ึนในตวั เองได้ เป็น การช่วยเสริมอานาจแม่เหลก็ ในขดลวดตวั นา ความเขม้ สนามแม่เหลก็ เกิดจากวสั ดุที่ใชท้ าแกน แสดงดงั รูปท่ี 13.6
การควบคุมมอเตอร์ N SN S (ก) แกนอากาศสนามแม่เหลก็ เกดิ นอ้ ย (ข) แกนเฟอร์โรแมกเนติกสนามแมเ่ หลก็ เกิดมาก รูปท่ี 13.6 ความเขม้ สนามแมเ่ หลก็ เกิดจากวสั ดุท่ีใชท้ าแกน 4. ขนาดของแกนรองรับขดลวดตวั นาท่ีนามาใช้งาน แกนมีขนาดเล็กให้กาเนิดสนาม แม่เหล็ก ข้ึนมานอ้ ย แกนมีขนาดใหญ่ใหก้ าเนิดสนามแม่เหลก็ เกิดข้ึนมามาก 13.3 มอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้น มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) คือ เคร่ืองกลไฟฟ้า (Electromechanical) ท่ีทาหนา้ ที่เปล่ียนพลงั งาน ไฟฟ้า (Electric Energy) ให้เป็นพลงั งานกล (Mechanical Energy) ในรูปของการหมุนเคลื่อนท่ี มีประโยชน์ ในการนาไปใชง้ านไดอ้ ย่างกวา้ งขวางท้งั ในงานอุตสาหกรรม และตามท่ีอยู่อาศยั ถูกนาไปใชง้ านร่วมกับ อุปกรณ์ไฟฟ้า เคร่ืองจกั รกล เคร่ืองมือและเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าต่างๆ มากมาย ถึงประมาณ 80 – 90 % ลกั ษณะ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบต่างๆ แสดงดงั รูปที่ 13.7 รูปที่ 13.7 มอเตอร์ไฟฟ้าแบบตา่ งๆ มอเตอร์ไฟฟ้า มีส่วนประกอบหลกั ท่ีสาคญั 2 ส่วน คือ ส่วนอยกู่ บั ที่ (Stator) และส่วนหมุนเคลื่อนท่ี (Rotor) หรืออาจเรียกวา่ อาร์เมเจอร์ (Armature) 1. ส่วนอยกู่ บั ที่ เป็นส่วนที่ถูกยึดติดตายตวั อย่กู บั ที่ ประกอบดว้ ยตวั ถงั โลหะ (Frame) ชุดแม่เหล็ก ถาวร (Permanent Magnet) หรืออาจใชเ้ ป็นชุดแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnet) ก็ไดม้ ีข้วั แม่เหลก็ 2 ข้วั คือ ข้วั เหนือ (N) และข้วั ใต้ (S) ทาหนา้ ที่ใหก้ าเนิดสนามแม่เหลก็ ออกมา วงิ่ เคล่ือนที่จากข้วั เหนือ (N) ไปข้วั ใต้ (S)
การควบคุมมอเตอร์ และชุดแปรงถ่าน (Brush) ใช้เป็ นจุดจ่ายแรงดนั ให้ส่วนหมุนเคล่ือนท่ี โครงสร้างส่วนอยู่กบั ท่ีของมอเตอร์ ไฟฟ้า แสดงดงั รูปท่ี 13.8 2. ส่วนหมุนเคลื่อนที่ หรืออาร์เมเจอร์ เป็นส่วนที่หมุนเคลื่อนที่ภายในมอเตอร์ เม่ือจ่ายแรงดนั เขา้ มา ประกอบดว้ ยขดลวด (Coil) เป็นลวดอาบน้ายา พนั ไวเ้ ป็นขดๆ จดั เรียงไวโ้ ดยรอบในอาร์เมเจอร์ ทาหนา้ ท่ีให้ กาเนิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าข้ึนมาเป็ นจงั หวะ มีแกนเหล็ก (Iron Core) แผ่นบางวางซ้อนกนั เป็ นฐานรองรับ ขดลวด และช่วยเพิ่มเส้นแรงแม่เหล็กจากแม่เหล็กไฟฟ้าของส่วนเคล่ือนที่ ให้มีความเขม้ สนามแม่เหล็กเพ่ิม มากข้ึน และมีคอมมิวเตเตอร์ (Commutator) เป็นปลายข้วั ต่อขดลวดเคลื่อนที่ทาหนา้ ท่ีเชื่อมต่อแรงดนั ที่จ่าย เขา้ มาจากแปรงถ่าน เพื่อจ่ายไปยงั ขดลวดเคล่ือนที่ทาใหก้ าเนิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าข้ึนมา เกิดแรงผลกั ดนั ของสนามแมเ่ หลก็ ส่งผลใหม้ อเตอร์หมนุ ส่วนหมุนเคล่ือนที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า แสดงดงั รูปท่ี 13.8 (ก) มอเตอร์ไฟฟ้า (ข) ดา้ นหนา้ (ค) ดา้ นหลงั รูปที่ 13.8 โครงสร้างส่วนประกอบหลกั ของมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าที่ผลิตมาใช้งานมีชุดแม่เหล็กอยู่กับที่ใช้ในการทางาน 2 แบบ คือ แบบใช้แม่เหล็ก ถาวร นิยมใชง้ านกบั มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเลก็ และแบบใช้แม่เหลก็ ไฟฟ้า นิยมใชง้ านกบั มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด ใหญ่ เพราะมีความสะดวกต่อการผลิต การนาไปใช้งาน และการบารุงรักษา โดยเปลี่ยนจากการใช้แท่ง แม่เหล็กถาวร มาเป็ นขดลวดพนั ไวเ้ ป็ นขดๆ วางไวโ้ ดยรอบแทนท่ีแม่เหล็กถาวร แม่เหล็กไฟฟ้าจะเกิด อานาจแม่เหล็กเมื่อมีแรงดันจ่ายให้มอเตอร์ไฟฟ้า โครงสร้างส่วนประกอบของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ แม่เหลก็ ไฟฟ้า แสดงดงั รูปท่ี 13.9 รูปที่ 13.9 โครงสร้างส่วนประกอบของมอเตอร์ไฟฟ้าท่ีใชแ้ ม่เหลก็ ไฟฟ้า
การควบคุมมอเตอร์ 13.4 การทางานของมอเตอร์ไฟฟ้า การทาให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนเคล่ือนท่ี จะต้องอาศัยสนามแม่เหล็กในการทางาน 2 ชุด คือ สนามแมเ่ หลก็ ถาวร และสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า โดยทาใหเ้ กิดการผลกั ดนั กนั ของสนามแมเ่ หลก็ ท้งั สอง ส่งผลให้ เกิดการหมุนเคลื่อนท่ีของส่วนเคลื่อนท่ี ทิศทางการหมุนของส่วนเคล่ือนท่ีข้ึนอยกู่ บั ทิศทางการเคลื่อนท่ีของ เสน้ แรงแม่เหลก็ และข้วั แมเ่ หล็กท่ีเกิดข้ึนของสนามแม่เหล็กท้งั 2 ชุด การหมุนเคล่ือนที่ของขดลวดตวั นาใน มอเตอร์ไฟฟ้า แสดงดงั รูปท่ี 13.10 ++ (ก) ทิศทางหมนุ เคล่ือนท่ขี องขดลวดตวั นา (ข) ทิศทางหมุนเคลื่อนทีข่ องขดลวดตวั นาหาค่าดว้ ย กฎมือซา้ ยของเฟลมม่ิง รูปท่ี 13.10 การหมนุ เคล่ือนที่ของมอเตอร์ไฟฟ้า จากรูปที่ 13.10 แสดงการหมุนเคล่ือนท่ีของมอเตอร์ไฟฟ้า รูปที่ 13.10 (ก) แสดงทิศทางการหมุน เคลื่อนที่ของขดลวดตวั นาในอาร์เมเจอร์ ขดลวดตวั นาถูกแสดงดว้ ยรูปหนา้ ตดั วงกลม วงกลมซ้ายมือแสดง ดว้ ยกากบาท (+) เป็นทิศทางกระแสนิยมเคล่ือนท่ีเขา้ ขดลวดตวั นา วงกลมขวามือแสดงดว้ ยจุดกลม (•) เป็น ทิศทางกระแสนิยมเคล่ือนที่ออกจากขดลวดตวั นา ทาใหเ้ กิดเส้นแรงแม่เหลก็ หมุนรอบเส้นลวดตวั นาของ วงกลมดา้ นซา้ ยมือในทิศทางตามเขม็ นาฬิกา และเกิดเส้นแรงแม่เหล็กหมุนรอบเส้นลวดตวั นาของวงกลม ดา้ นขวามือ ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ทาให้เกิดแรงผลกั ดันกันของเส้นแรงแม่เหล็กถาวร กบั เส้นแรง แม่เหลก็ ไฟฟ้า มีผลทาใหส้ ่วนอาร์เมเจอร์หมนุ เคลื่อนท่ีไปในทิศทางตามเขม็ นาฬิกา ส่วนรูปที่ 13.10 (ข) แสดงทิศทางการหมุนเคล่ือนท่ีของขดลวดตวั นาในอาร์เมเจอร์ หาดว้ ยกฎมือซ้าย ของเฟลมม่ิง (Fleming’s Left Hand Rule) กลา่ วไวด้ งั น้ี “ใหก้ างนิ้วหวั แม่มือ นิ้วช้ี และนิ้วกลาง ของมือซา้ ย ออก โดยให้นิ้วท้ังสามต้ังฉากซ่ึงกันและกัน นิ้วหัวแม่มือจะช้ีไปในทิศทางการหมุนเคล่ือนท่ีของ เส้นลวดตวั นา นิ้วช้ีใหช้ ้ีไปในทิศทางการเคลื่อนท่ีของเส้นแรงแม่เหล็กถาวร จากข้วั เหนือ (N) ไปข้วั ใต้ (S) และนิ้วกลางให้ช้ีไปในทิศทางการไหลของกระแสนิยม” จะไดอ้ าร์เมเจอร์หมุนเคล่ือนท่ีไปในทิศทางตาม เขม็ นาฬิกา นน่ั คอื การหมนุ ของมอเตอร์ไฟฟ้า
การควบคุมมอเตอร์ 13.5 ชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าที่ผลิตข้ึนมาใช้งาน แบ่งตามการจ่ายไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายแรงดันท่ีจ่ายให้มอเตอร์ ไฟฟ้าทางาน แบ่งออกได้เป็ น 2 ชนิด คือ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor) และมอเตอร์ไฟฟ้า กระแสสลบั (AC Motor) มอเตอร์ไฟฟ้าแตล่ ะชนิดมีความแตกต่างกนั ในส่วนของแรงดนั ท่ีจ่ายใหต้ วั มอเตอร์ และส่วนประกอบของโครงสร้าง ส่งผลให้ระบบการจ่ายไฟฟ้าเพื่อทาให้มอเตอร์ทางานแตกต่างกัน แต่ หลกั การทางานยงั คงเหมือนกนั คือทาการเปล่ียนพลงั งานไฟฟ้าเป็นพลงั งานกล 13.5.1 มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าท่ีทางานดว้ ยแหล่งจ่ายแรงดนั ไฟตรงคงท่ี มีข้วั แรงดนั จ่ายออกมาคงท่ีตายตวั ไม่เปลี่ยนแปลง โครงสร้างประกอบดว้ ยชุดแม่เหล็ก 2 ชุด คือ ชุดแม่เหล็กอยกู่ บั ที่ ผลิตข้ึนได้จากแม่เหล็กถาวร หรือแม่เหล็กไฟฟ้าก็ได้ และชุดแม่เหล็กเคล่ือนท่ี ผลิตข้ึนได้จาก แม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงคงที่จ่ายให้ทางาน หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของมอเตอร์ไฟฟ้า กระแสตรง แสดงดงั รูปท่ี 13.11 S NS N II + -+ - (ก) ขณะขดลวดสีเหลืองอยซู่ า้ ยมือ (ข) ขณะขดลวดสีเหลืองอยขู่ วามือ รูปที่ 13.11 หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง จากรูปท่ี 13.11 แสดงหลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง รูปที่ 13.11 (ก) เม่ือจ่าย แรงดนั ไฟตรงให้ขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นสีเหลืองเป็นบวก (+) ดา้ นสีฟ้าเป็นลบ (–) ทาใหข้ ดลวดอาร์เมเจอร์เกิด สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ผลกั ดันกับสนามแม่เหล็กถาวร จากการใช้กฎมือซ้ายของเฟลมมิ่งหาทิศทางการ เคล่ือนที่ พบวา่ ขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นซา้ ยสีเหลืองหมุนเคล่ือนที่ข้ึนดา้ นบน และขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นขวาสี ฟ้าหมุนเคล่ือนที่ลงดา้ นล่าง เกิดการหมนุ ของขดลวดอาร์เมเจอร์ในทิศทางตามเขม็ นาฬิกา ส่วนรูปที่ 13.11 (ข) แมว้ ่าขดลวดอาร์เมเจอร์ถูกหมุนเคลื่อนที่สลบั ตาแหน่ง มีการจ่ายแรงดนั ไฟ ตรงให้ดา้ นสีเหลืองเป็ นลบ (–) ดา้ นสีฟ้าเป็ นบวก (+) เม่ือใชก้ ฎมือซ้ายของเฟลมม่ิงหาทิศทางการเคลื่อนที่
การควบคมุ มอเตอร์ พบวา่ ขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นซา้ ยสีฟ้าหมุนเคลื่อนท่ีข้ึนดา้ นบน และขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นขวาสีเหลืองหมุน เคล่ือนที่ลงดา้ นลา่ งเช่นเดิม ขดลวดอาร์เมเจอร์หมุนในทิศทางตามเขม็ นาฬิกาอยา่ งต่อเน่ืองตลอดเวลา ส่งผล ใหม้ อเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงหมนุ ทางานในทิศทางตามเขม็ นาฬิกา 13.5.2 มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทางานดว้ ยแหล่งจ่ายแรงดนั ไฟสลบั ไม่คงที่ มีข้วั แรงดนั จ่ายออกมาไม่คงที่เปล่ียนแปลงตลอดเวลา โครงสร้างประกอบดว้ ยชุดแม่เหล็ก 2 ชุด คือ ชุด แม่เหล็กอยกู่ บั ท่ี ผลิตข้ึนไดจ้ ากแม่เหลก็ ถาวร หรือแม่เหล็กไฟฟ้ากไ็ ด้ และชุดแม่เหลก็ เคลื่อนท่ี ผลิตข้ึนได้ จากแม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีแหล่งจ่ายแรงดนั ไฟสลบั ไม่คงท่ีจ่ายให้ทางาน การทางานเบ้ืองตน้ ของมอเตอร์ไฟฟ้า กระแสสลบั แสดงดงั รูปที่ 13.12 S N SN - + + -I I (ก) ขณะขดลวดสีเหลืองอยซู่ า้ ยมอื (ข) ขณะขดลวดสีเหลืองอยขู่ วามือ รูปที่ 13.12 หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั จากรูปท่ี 13.12 แสดงหลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั รูปที่ 13.12 (ก) เม่ือ จ่ายแรงดนั ไฟสลบั ใหส้ ลิปริงผา่ นไปขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นสีเหลืองเป็นบวก (+) ดา้ นสีฟ้าเป็นลบ (–) ทาให้ ขดลวดอาร์เมเจอร์เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ผลกั ดนั กบั สนามแม่เหล็กถาวร จากการใชก้ ฎมือซา้ ยของเฟลม มิ่งหาทิศทางการเคลื่อนที่ พบว่าขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นซา้ ยสีเหลืองหมุนเคลื่อนท่ีข้ึนดา้ นบน และขดลวด อาร์เมเจอร์ดา้ นขวาสีฟ้าหมุนเคล่ือนท่ีลงดา้ นล่าง เกิดการหมุนของขดลวดอาร์เมเจอร์ในทิศทางตามเข็ม นาฬิกา ส่วนรูปที่ 13.12 (ข) เมื่อขดลวดอาร์เมเจอร์หมุนเคลื่อนท่ีสลบั ตาแหน่ง เป็ นเวลาเดียวกบั การจ่าย แรงดนั ไฟสลบั ให้สลิปริงเกิดการสลบั ข้วั โดยจ่ายแรงดนั ไฟสลบั ให้ดา้ นสีเหลืองเป็นลบ (–) ดา้ นสีฟ้าเป็ น บวก (+) เม่ือใชก้ ฎมือซ้ายของเฟลมม่ิงหาทิศทางการเคล่ือนท่ี พบวา่ ขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นซา้ ยสีฟ้าหมุน เคลื่อนท่ีข้ึนดา้ นบน และขดลวดอาร์เมเจอร์ดา้ นขวาสีเหลืองหมุนเคล่ือนที่ลงดา้ นล่างเช่นเดิม ทาให้ขดลวด
การควบคุมมอเตอร์ อาร์เมเจอร์หมุนในทิศทางตามเข็มนาฬิกาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ส่งผลให้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั หมุน ทางานในทิศทางตามเขม็ นาฬิกา 13.6 การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้น การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Control) เป็นการใชอ้ ุปกรณ์ทางไฟฟ้าต่างๆ ตอ่ ร่วมใชง้ านรวมกบั มอเตอร์ไฟฟ้าเพ่ือใหส้ ามารถทางานไดต้ ามความตอ้ งการ โดยข้ึนอยูก่ บั หนา้ ที่การทางาน ระบบของวงจรใช้ งาน และจุดประสงคใ์ นการทางาน ดงั น้นั การนามอเตอร์ไฟฟ้าไปใชง้ าน จาเป็นตอ้ งพิจารณาถึงองคป์ ระกอบ สาคญั ท่ีเก่ียวขอ้ งหลายประการ ไดแ้ ก่ ชนิดและขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้าท่ีใชง้ าน การออกแบบระบบ การ ติดต้ัง การบารุงรักษา และการเลือกใช้งานเคร่ืองควบคุมมอเตอร์ท่ีเหมาะสม เป็ นตน้ เพ่ือให้เกิดความ เหมาะสม ทนทาน และเกิดความปลอดภยั กบั เคร่ืองจกั รและผปู้ ฏิบตั ิงาน 13.6.1 ระบบการทางานทใ่ี ช้มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบการทางานท่ีใชม้ อเตอร์ไฟฟ้าเขา้ ไปร่วมในการทางาน จาเป็นตอ้ งกาหนดรายละเอียด ในการทางานของมอเตอร์ เพ่ือใหเ้ กิดการทางานที่ถูกตอ้ ง ปลอดภยั และไดค้ ณุ ภาพ มีส่วนประกอบดงั น้ี 1. การทาให้เกิดความปลอดภยั ต่อผูป้ ฏิบตั ิงาน (Safety of Operator) เป็ นการติดต้งั ระบบ ควบคุมความปลอดภยั ในการทางานของมอเตอร์ไฟฟ้า มีอุปกรณ์ปกปิ ดป้องกนั ในส่วนของกลไกท่ีมีการ หมุนเคลื่อนท่ีต่างๆ ให้มิดชิด รวมถึงมีการใหค้ วามรู้ในเรื่องความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั มอเตอร์ ไฟฟ้า โดยตอ้ งคานึงถึงความปลอดภยั มาเป็นอนั ดบั แรก (Safety First) 2. การเร่ิมหมุนและการหยุดหมุน (Starting and Stopping) เป็ นส่ิงจาเป็ นประการแรกในการ ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า ซ่ึงมีความแตกต่างกนั และเกิดความยงุ่ ยากจากความตอ้ งการใชง้ าน เช่น การเร่ิมหมุน แบบมีภาระน้อยหรือภาระมาก การเริ่มหมุนที่ช้าหรือเร็ว การหยุดหมุนในตาแหน่งท่ีตอ้ งการ และการหยุด หมนุ แบบทนั ทีหรือค่อยๆ หยดุ หมนุ เป็นตน้ 3. การควบคุมการหมุน และความเร็วในการหมุน (Motor and Speed Control) เป็ นการ ควบคุมให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนทางาน ในความเร็วที่ตอ้ งการ เพ่ือให้เกิดความปลอดภยั ท้งั ตวั มอเตอร์ และ ผใู้ ชง้ าน โดยการควบคุมใหม้ อเตอร์มีความเร็วท่ีเหมาะสม และถูกตอ้ งตามความตอ้ งการ 4. การควบคุมการกลบั ทิศทางการหมุน (Reversing) เป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางในการหมุน ของมอเตอร์ไฟฟ้า ให้เป็นทิศตรงขา้ มตามความตอ้ งการ หรือการหมุนกลบั ไปกลบั มาตามช่วงเวลาท่ีกาหนด ไว้ โดยใชร้ ะบบการควบคมุ ท่ีเหมาะสม 5. การป้องกนั ความเสียหาย (Damage Protection) เป็นการติดต้งั ระบบป้องกนั ความเสียหาย ท่ีอาจเกิดข้ึนในระบบการทางาน ท้ังตวั เคร่ืองจักรที่ทางานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า วสั ดุชิ้นส่วนที่อยู่ใน สายการผลิต รวมถึงตวั มอเตอร์ไฟฟ้าเอง เช่น การป้องกนั ความเร็วรอบในการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าเกิน พกิ ดั การป้องกนั มอเตอร์ไฟฟ้าทางานเกินภาระงาน และการป้องกนั การลดั วงจรของมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นตน้
การควบคมุ มอเตอร์ 13.6.2 รูปแบบการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้า การควบคุมให้มอเตอร์ไฟฟ้าทางาน สามารถจัดแบ่งลกั ษณะรูปแบบการส่ังงานให้กบั อปุ กรณ์ควบคมุ ไปทาใหม้ อเตอร์ไฟฟ้าทางาน แบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ลกั ษณะ ตามรูปแบบการควบคมุ ดงั น้ี 1. การควบคุมด้วยมือ (Manual Control) เป็ นการส่ังงานให้กับอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ ไฟฟ้าทางาน โดยใช้ผูป้ ฏิบตั ิงานควบคุมให้ระบบกลไกทางกลทางาน ซ่ึงส่วนมากการส่ังงานให้ระบบ กลไกทางานแบบน้ี จะใชค้ นเป็ นผูส้ ่ังงานโดยตรง ตวั มอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกควบคุมจากการส่ังงานดว้ ยมือของ ผูป้ ฏิบตั ิงานเท่าน้ัน ดว้ ยการควบคุมผ่านแผงอุปกรณ์สวิตช์ชนิดต่างๆ หลายชนิด เช่น สวิตช์นิรภยั (Safety Switch) สวิตช์ป่ ุมกด (Push Button Switch) สวิตช์ก้านโยก (Toggle Switch) และสวิตช์ก้านหมุน (Rotary Switch) เป็นตน้ ตวั สวิตช์เหล่าน้ีถูกต่อไปยงั วงจรมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง ลกั ษณะสวิตช์ควบคุมดว้ ยมือแบบ ต่างๆ แสดงดงั รูปที่ 13.13 รูปที่ 13.13 สวติ ช์ควบคุมดว้ ยมือ รูปท่ี 13.14 สวติ ช์ควบคมุ ก่ึงอตั โนมตั ิ 2. การควบคุมก่ึงอัตโนมัติ (Semi Automatic Control) เป็ นการสั่งงานให้กับอุปกรณ์ ควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้าทางาน โดยใชผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานควบคุมใหร้ ะบบกลไกทางกลทางาน ในลกั ษณะเช่นเดียวกบั แบบควบคุมดว้ ยมือ ซ่ึงมีส่วนแตกต่างออกไปท่ีการควบคุมของผูป้ ฏิบตั ิงานผา่ นสวิตช์ควบคุม แต่ตวั สวิตช์ ควบคุมไม่ไดถ้ ูกต่อไปยงั วงจรมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง จะต่อไปยงั แมกเนติกคอนแทกเตอร์ หรือรีเลย์ ทา หนา้ ท่ีเป็นสวิตช์แม่เหลก็ ไฟฟ้า (Electrical Magnetic Switch) ทางานเม่ือมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าส่งไปควบคุม หนา้ สัมผสั สวิตช์ใหต้ ดั หรือต่อตามตอ้ งการ ซ่ึงสวิตชแ์ ม่เหลก็ ไฟฟ้าถกู ต่อเขา้ วงจรมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง ตวั สวติ ชแ์ ม่เหลก็ ไฟฟ้าจะทางานแทน ทาหนา้ ที่ควบคมุ ใหม้ อเตอร์ไฟฟ้าหมนุ ดงั น้นั ผปู้ ฏิบตั ิงานสัง่ ใหม้ อเตอร์ ไฟฟ้าทางานหรือหยุดทางาน โดยส่งั ผา่ นอปุ กรณ์สวิตชไ์ ปควบคุมใหส้ วิตช์แม่เหลก็ ไฟฟ้าควบคุมใหม้ อเตอร์ ไฟฟ้าทางานหรือหยดุ ทางาน สวติ ชค์ วบคุมก่ึงอตั โนมตั ิ แสดงดงั รูปท่ี 13.14 3. การควบคุมอตั โนมตั ิ (Automatic Control) เป็ นการสั่งงานให้กับอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์ ไฟฟ้าทางานเองโดยอตั โนมตั ิ ตามการสั่งงานของอุปกรณ์ตรวจจบั (Sensor) หรือตวั แปลง (Transducer) ที่ ติดต้งั ไวใ้ นตาแหน่งต่างๆ ตามตอ้ งการ คอยตรวจจบั การเปล่ียนแปลงท่ีตาแหน่งเหล่าน้นั ไปสั่งให้มอเตอร์ ไฟฟ้าทางาน หรือหยดุ ทางานไดเ้ อง โดยผปู้ ฏิบตั ิงานเพยี งจ่ายแรงดนั ใหว้ งจรมอเตอร์ไฟฟ้าในคร้ังแรกเท่าน้นั อุปกรณ์ตรวจจบั หรือตวั แปลงมีหลายชนิดแตกต่างกนั เช่น สวิตช์ทางานดว้ ยแสง (Photo Electric Switch) ใช้
การควบคมุ มอเตอร์ แสงอินฟราเรดตรวจจบั วตั ถุ สิ่งของ ตอลดจนส่ิงเคลื่อนไหวต่างๆ ท่ีเคล่ือนที่ตดั ผ่านแสง ส่งผลไปควบคุมการ ทางานของมอเตอร์ไฟฟ้า สวิตช์ลูกลอย (Float Switch) ทาหน้าที่ตรวจวดั ระดบั ของเหลวทาให้หน้าสัมผสั สวิตชล์ กู ลอยตดั หรือต่อ ส่งผลไปควบคุมการทางานของมอเตอร์ไฟฟ้า สวติ ชอ์ ุณหภูมิ (Temperature Switch) ทาหนา้ ท่ีตรวจวดั อุณหภูมิในตาแหน่งท่ีติดต้งั ไว้ อุณหภูมิถึงพิกดั ที่กาหนดทาใหห้ นา้ สัมผสั สวิตช์อุณหภูมิตดั หรือต่อ ส่งผลไปควบคุมการทางานของมอเตอร์ไฟฟ้า สวิตช์ความดนั (Pressure Switch) ทาหนา้ ที่ตรวจวดั ความดนั ของเหลวหรือก๊าซ ทาให้หน้าสัมผสั สวิตช์ความดนั ตดั หรือต่อ ส่งผลไปควบคุมการทางานของ มอเตอร์ไฟฟ้า และสวิตช์จากดั ตาแหน่ง (Limit Switch) ทาหนา้ ที่ตรวจวดั ตาแหน่งท่ีตอ้ งการของเคร่ืองมือ เครื่องจกั รที่เคลื่อนท่ี ใหห้ ยดุ การเคล่ือนท่ีในตาแหน่งท่ีตอ้ งการ สวติ ชค์ วบคุมอตั โนมตั ิ แสดงดงั รูปที่ 13.15 รูปที่ 13.15 สวติ ช์ควบคมุ อตั โนมตั ิ 13.6.3 ระบบการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้น ระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นระบบท่ีนาเอาอุปกรณ์ควบคุมทางไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่ใชใ้ นการ ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ามาต่อใชง้ าน เพ่ือทาการควบคุมการทางานของมอเตอร์ไฟฟ้าตามระบบที่กาหนดไว้ อยา่ งมีคุณภาพและเกิดความปลอดภยั ระบบการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ แสดงดงั รูปที่ 13.16 รูปท่ี 13.16 ระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ จากรูปท่ี 13.16 แสดงระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองตน้ ภายในระบบควบคุมการทางาน ประกอบด้วยแหล่งจ่ายแรงดันไฟสลับ จ่ายแรงดันตามที่มอเตอร์ไฟฟ้าตอ้ งการให้ระบบ ส่งผ่านไปให้ มอเตอร์โปรเทคชั่นเซอร์กิตเบรกเกอร์ ทาหน้าที่ตดั ต่อแรงดันจ่ายไปให้มอเตอร์ไฟฟ้า และป้องกันกระแส
การควบคมุ มอเตอร์ ลดั วงจรของมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งต่อไปให้คอนแทกเตอร์ทาหน้าที่ตดั ต่อวงจรกาลงั ไฟฟ้าให้มอเตอร์ไฟฟ้า ส่ง ต่อไปให้โอเวอร์โหลดรีเลยท์ าหน้าท่ีป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าใช้กระแสเกินพิกดั และสุดทา้ ยจึงส่งต่อไปให้ มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนทางานตามตอ้ งการ อยา่ งปลอดภยั
201010050 ไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: