Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ระบวนการเรียนรู้ปรัชญา

ระบวนการเรียนรู้ปรัชญา

Description: ระบวนการเรียนรู้ปรัชญา

Search

Read the Text Version

สงวนลขิ สิทธ์อิ นญุ าตเผยแพรเ่ พื่อการศกึ ษา

สงวนลขิ สิทธ์อิ นญุ าตเผยแพรเ่ พื่อการศกึ ษา

สงวนลขิ สิทธ์อิ นญุ าตเผยแพรเ่ พื่อการศกึ ษา

กระบวนการเรียนรู้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง จากการทำ� โครงงาน สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา ผู้เขียน สุธรี ะ ประเสริฐสรรพ์ พมิ พค์ รงั้ แรก มกราคม 2559 จำ�นวน จดั พมิ พ์โดย 3,000 เลม่ หน่วยจัดการกลาง โครงการเพาะพันธ์ุปญั ญา (โครงการยกระดับคุณภาพการศกึ ษา สนับสนุนโดยส�ำ นักงาน กองทุนสนับสนุนการวิจยั และ บมจ. ธนาคารกสกิ รไทย) ภาควิชาวศิ วกรรมเครอ่ื งกล คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ วทิ ยาเขตหาดใหญ่ 15 ถ.กาญจนวานชิ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112 Tel. 0-7428-7207 Email : [email protected] Website : http://www.kruvijai.wordpress.com พิมพ์ที่ บรษิ ทั น�ำ ศิลปโ์ ฆษณา จำ�กดั 32 ถ.นิพทั ธ์สงเคราะห์ 1 ซ. 10 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา Tel /Fax : 0-7423-6637, 0-7423-6638 สงวนลขิ สิทธิต์ ามพระราชบญั ญัติลขิ สทิ ธิ์ พ.ศ. 2558 โดยหนว่ ยจัดการกลางโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ข้อมลู ทางบรรณานกุ รมของหอสมดุ แห่งชาติ สุธีระ ประเสริฐสรรพ.์ (2559). กระบวนการเรียนรู้ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากการท�ำ โครงงาน. สงขลา: น�ำ ศลิ ป์โฆษณา จำ�กดั , 114 หน้า. ISBN 978-616-7739-87-8

โครงการเพาะพันธุ์ปัญญา สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา•ค�ำนยิ ม• รองศาสตราจารย์ ดร.ทศิ นา แขมมณี ในการเขียนบทความทางวิชาการ ดิฉันได้เรียนรู้หลักการส�ำคัญ หลกั การหนงึ่ ซง่ึ กลา่ ววา่ บทความทางวชิ าการทดี่ คี วรมคี ณุ สมบตั กิ ระตนุ้ ใหผ้ อู้ า่ น เกิดความคิดหรือการเรียนรู้ต่อยอดออกไป ซ่ึงดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสิง่ ท่ีจะช่วยให้งานวิชาการมีการพัฒนายงิ่ ๆ ขน้ึ ไป หนังสือเล่มน้ีนับเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความจริงและคุณค่าของ หลกั การดงั กลา่ วขา้ งตน้ รศ.ดร. สธุ รี ะ ประเสรฐิ สรรพ์ ไดเ้ ลา่ ถงึ ความเปน็ มาของ หนงั สอื เลม่ นวี้ า่ เกดิ จากประเดน็ (กรอบแนวคดิ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง) ท่ีดิฉันได้น�ำเสนอในการประชุมปฏิบัติการ ท่านกล่าวว่า ยังไม่เคยได้ฟังจาก ใครมากอ่ น เปน็ ผลท�ำใหท้ า่ นเกดิ ความสนใจไปศกึ ษาเพม่ิ เตมิ แลว้ น�ำประเดน็ ดงั กลา่ วไปตอ่ ยอดงานของทา่ นและสานตอ่ จนเกดิ เปน็ หนงั สอื ทมี่ คี ณุ คา่ เลม่ นี้ ท่านได้ขยายความประเด็นต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ให้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ท�ำให้เข้าใจได้ง่าย รวมท้ังได้เพ่ิมเติมมุมมองใหม่ๆ ท่ีกว้างข้ึนและลึกซ้ึงมาก ขึ้นกว่าเดิม ซ่ึงท�ำให้ดิฉันได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกมาก กระบวนการเช่นเดียวกันน้ี ได้เกิดข้ึนกับดิฉันมาก่อน เพราะความคิดท่ีดิฉันได้น�ำเสนอในการบรรยายที่ รศ.ดร. สธุ รี ะ ไดฟ้ งั ในวนั นน้ั กเ็ ปน็ ความคดิ ตอ่ ยอดของดฉิ นั จากประเดน็ ทต่ี ดิ ใจ จากการอา่ นและการฟงั ผอู้ นื่ เชน่ เดยี วกนั ดว้ ยเหตนุ ี้ จงึ สรปุ ไดว้ า่ กระบวนการ เรยี นรทู้ ม่ี กี ารชว่ ยกนั ตอ่ ยอดความคดิ และสานตอ่ ความคดิ กนั นส้ี ามารถชว่ ยให้ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน I

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธ์ุปญั ญา งานวิชาการต่างๆ มีความสมบูรณ์มากข้ึน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากประเทศ มีนักวิชาการจ�ำนวนมากที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับ รศ.ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ ผู้ซึ่งมีความสามารถที่น่าทึ่งในการจับประเด็น คิดวิเคราะห์ สานต่อประเด็น และสามารถเขียนถ่ายทอดความคิดได้อย่างชัดเจนและ รวดเรว็ เชน่ น้ี งานวิชาการของประเทศคงจะกา้ วรุดหนา้ ไปอย่างรวดเร็ว ดิฉันรู้สึกชอบใจในข้อสังเกตเกี่ยวกับ “ปรัชญา” ในบทที่ 1 ท่ีว่า “ฟังแล้วเท่แต่ก็วกวน...และดูเบลอๆ ชอบกล... ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้กลายเป็น motto ท่ีดูทันสมัย แต่เบลอๆ นักเรียนก็เรียนแบบท่องจ�ำ 3 ห่วง 2 เง่ือนไข 4 มิติ และจ�ำได้แบบเบลอๆ” ซง่ึ ดฉิ ันเหน็ ดว้ ยและชอบมาก เพราะเม่ือพิจารณาดูแล้วยิ่งเห็นความเบลอน้ี ไม่เฉพาะแต่ในเรื่องปรัชญา แต่เป็นไปในทุกเรื่องในชีวิต เพียงแต่ว่าในแต่ละเร่ืองอาจมีระดับความเบลอ แตกต่างกัน ปรากฏการณ์นี้ หากเช่ือมโยงกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กค็ งอธบิ ายได้วา่ เราทง้ั หลายตา่ งก็มโี มหะ มีอวชิ ชา คอื ความไม่รู้ (ซ่ึงน�ำไปสู่ ความเบลอ) เหมือนกันหมด หากเราสามารถขจัดโมหะนี้ให้น้อยลง โดยการพฒั นาสตแิ ละปญั ญาใหเ้ ขม้ แขง็ เรากจ็ ะตนื่ รไู้ ดม้ ากขน้ึ ความเบลอทงั้ หลายก็คงจะลดน้อยลง การครุ่นคิดตรึกตรองอย่างมีสติจะช่วยให้เกิดปัญญา ท�ำให้เห็นภาพ/ความคิด/ความเข้าใจที่ชัดเจนขน้ึ สมบูรณข์ ึ้น ดงั แสดงให้เหน็ ในผลงานหนังสอื ของ รศ.ดร. สุธีระ เล่มน้ี II กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธุ์ปัญญา ขอขอบคุณ รศ.ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ แทนครู อาจารย์จ�ำนวน มากท่ีจะได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มน้ี ดิฉันเช่ือว่า หากครู อาจารย์ และ ผเู้ กย่ี วขอ้ งชว่ ยกนั พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ การเรยี นรปู้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จากการท�ำโครงงานตามแนวคิดแนวทางที่ให้ไว้ในหนังสือเล่มน้ี จะสามารถ ช่วยให้เด็ก เยาวชนและพลเมืองของประเทศมีความสงบสุขและมีการพัฒนา ไปอยา่ งมนั่ คงและยง่ั ยนื บรรลผุ ลตามเปา้ หมายของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทกุ ประการ สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน III

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธปุ์ ัญญา •ค�ำนยิ ม• นายสมพร ใชบ้ างยาง ประธานคณะอนุกรรมการขบั เคลื่อน การประยกุ ต์ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง สูอ่ งค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ หนังสือ “กระบวนการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจากการท�ำ โครงงาน” ที่อาจารย์ สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ เขียนขึ้นจากประสบการณ์ของ ตัวเองท่ีผ่านมาในหลาย ๆ มิติ ท้ังในด้านของความเป็นนักวิชาการท่ีเรียนมา ทางวิศวกรรม ท�ำหนา้ ทีค่ รบู าอาจารยถ์ ่ายทอดความรู้ให้กับลกู ศษิ ย์ การเป็น นักวิจัยที่ได้รับการยอมรับมีผลงานวิจัยเป็นท่ีประจักษ์ นอกจากนี้อาจารย์ ยงั เปน็ ผใู้ ฝห่ าปญั ญาเรยี นรทู้ งั้ ทางดา้ นวชิ าการสาขาอน่ื ๆ และการปฏบิ ตั จิ รงิ ในชมุ ชน ท�ำใหอ้ าจารยเ์ ปน็ ทงั้ นกั วทิ ยาศาสตรแ์ ละสงั คมวทิ ยา ตลอดจนความ รอบรทู้ างธรรม ทแี่ ตกฉานเขา้ ใจลกึ ซง้ึ จงึ สามารถท�ำใหอ้ าจารยส์ ามารถน�ำเอา ความเปน็ ตวั ตนมารอ้ ยเรยี ง ตอ่ เชอ่ื ม ผกู โยง วเิ คราะหเ์ ชงิ เปรยี บเทยี บระหวา่ ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับมติ ติ ่าง ๆ ทงั้ ทางวิศวกรรมศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมวิทยา ธรรมชาติวิทยา ชีวิต วัฒนธรรม และมิติทาง “ธรรม” รวมทั้ง น�ำเอาโครงงานที่ได้ปฏิบัติจริงจากตัวอย่างการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้าง อปุ นสิ ยั พอเพยี งของครตู น้ แบบมาประกอบการเขยี นดว้ ย จงึ ท�ำใหเ้ หน็ ภาพของ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไดง้ า่ ยและชดั เจนมากขนึ้ จนสามารถน�ำไปประยกุ ตใ์ ช้ IV กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธ์ุปัญญา และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ ในขณะที่เช่ือเหลือเกินว่าส่วนใหญ่ จะเคยไดย้ ิน ได้ฟัง ไดร้ ูเ้ ร่ืองของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งกันมามาก แตก่ เ็ ช่อื อกี เชน่ กนั วา่ สว่ นใหญย่ งั ไมเ่ ขา้ ใจลกึ ซง้ึ ถอ่ งแท้ จนสามารถน�ำไปเผยแพรห่ รอื ปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ ซง่ึ กไ็ มใ่ ชเ่ รอ่ื งแปลกเพราะเปน็ เรอื่ งธรรมดาของปรชั ญา ทวั่ ๆ ไป มมุ มองของอาจารยเ์ กย่ี วกบั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในหนงั สอื เลม่ น้ี จงึ เปน็ อกี มิติหนึ่งทน่ี า่ สนใจเป็นอยา่ งยงิ่ หนงั สอื “กระบวนการเรยี นรปู้ รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งจากการท�ำโครงงาน” จงึ ไมใ่ ชเ่ พยี งเพอื่ ใชป้ ระโยชนส์ �ำหรบั ผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั โครงการเทา่ นนั้ แตย่ งั เปน็ ประโยชนก์ บั คนทว่ั ไปทกุ สาขาอาชพี ทกุ เพศ ทกุ วยั ทจ่ี ะน�ำไปใชใ้ นการปฏบิ ตั ิ หน้าที่ในอาชีพของตนเอง ใช้ในการด�ำรงตน ครอบครัว ชุมชน สังคม และ ประเทศชาติของเรา ให้อยู่ได้อย่างย่ังยืนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึน ตลอดเวลา สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน V

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธปุ์ ัญญา •คำ� นยิ ม• รศ. ดร. ปทั มาวดี โพชนุกลู รองผู้อำ� นวยการดา้ นการวจิ ัยเชิงยุทธศาสตร์ และรักษาการผอู้ ำ� นวยการฝา่ ยชุมชนและสังคม สำ� นกั งานกองทุนสนับสนุนการวิจยั ดฉิ นั รสู้ กึ เปน็ เกยี รตทิ ไี่ ดม้ โี อกาสเขยี น “ค�ำนยิ ม” ใหก้ บั หนงั สอื คณุ ภาพ ของ รศ.ดร.สุธรี ะ ประเสริฐสรรพ์ เล่มนี้ เพยี งค�ำน�ำท่ีอาจารยส์ ธุ ีระไดเ้ ร่ิมต้น ก็ชวนให้ติดตาม ชวนให้อ่านอย่างตั้งใจ และใช้ความคิดไปกับส่ิงที่อาจารย์ ก�ำลังเริ่มต้นน�ำพาผู้อ่านเข้าสู่เนื้อหาในหนังสือ ค�ำน�ำของอาจารย์สะท้อน ใหเ้ หน็ ถงึ ความเปน็ นกั คดิ และนกั ปฏบิ ตั ขิ องอาจารยส์ ธุ รี ะ ท�ำใหเ้ ราไมส่ ามารถ อ่านผ่านๆ อย่างฉาบฉวยได้ อาจารย์มีภาษาสวยที่ชวนอ่านเหมือนนักเขียน เชน่ “สมองวาบโพลง” แตเ่ มอ่ื อาจารยเ์ ชือ่ มโยง “โครงงานเศรษฐกิจพอเพยี ง กบั สภาวธรรม” ผอู้ า่ นตอ้ งคอ่ ยๆ อา่ นเพอ่ื ท�ำความเขา้ ใจความคดิ ของอาจารย์ และชวนให้คิดต่อ น่าท่ึงท่ีอาจารย์เขียนงานบางส่วนบนเคร่ืองบินระหว่าง การเดนิ ทาง VI กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธ์ปุ ญั ญา ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยเป้าหมายสองประการ ประการแรก ติดตามความคิดของอาจารย์สุธีระ ประการท่ีสอง คือ ติดตามประสบการณ์ การพฒั นาโครงงานฐานวจิ ยั ทอ่ี าจารยท์ ดลองปฏบิ ตั แิ ลว้ น�ำมาอธบิ ายความคดิ ของอาจารย์ในเรอื่ งปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์ล�ำดับการน�ำเสนอเร่ืองราวได้อย่างน่าสนใจและเป็นระบบ จากแนวคิดท่ีเป็นนามธรรม กระตุ้นความคิด เตรียมกรอบแนวคิด แล้วตาม ด้วยการน�ำเสนอเรื่องท่ีเป็นรูปธรรมในบทท้ายๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพ ที่ชัดเจนขึ้น แม้แต่รูปธรรมก็มีล�ำดับตั้งแต่ระดับง่ายจนไปถึงระดับซับซ้อน มีทั้งโครงงานด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ อาจารย์ สุธีระมีประสบการณ์จากโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพาะพันธุ์ปัญญา ท่ีอาจารย์ทุ่มเทในการท�ำงานมาตลอดระยะเวลาหลายปี (รวมโครงการ ก่อนหน้าท่ีส่ังสมมาจนพัฒนาเป็นโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา) ท�ำให้อาจารย์ ตกผลึกทางความคิด สามารถน�ำเสนอรูปธรรมมาตีความในกรอบคิดที่เป็น นามธรรมไดอ้ ยา่ งลงตวั ในบทท่ี 1 รหัสนัยยะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาจารย์สุธีระเสนอ การตีความเศรษฐกิจพอเพียงด้วยเจตนาแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อ่าน โดยเขียนเตือนว่า ให้อ่านด้วย “หลักกาลามสูตร” (ไม่ต้องเช่ือ) กรอบคิด 5 ประการมีค�ำส�ำคัญ คือ ระบบ เช่ือมโยง เปลี่ยนแปลง สมดุล และ มั่นคง ย่ังยืน แต่ที่น่าสนใจคือ การตีความ การมอง 3 ห่วงจากมุมมองตรงข้ามคือ จากมุมของกิเลส แล้วจ�ำเป็นต้องควบคุมกิเลส กล่าวคือ โลภะ คุมด้วย ความพอประมาณ โทสะ คุมด้วยความมีเหตุผล โมหะ คุมด้วยปัญญาให้เป็น ภมู ิคุม้ กัน โดย 2 เงอ่ื นไข คือ ความรู้ เป็นปัญญาจากภายนอก และคณุ ธรรม เปน็ ปญั ญาจากภายใน หรอื จติ ตปัญญา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน VII

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธ์ุปัญญา อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ อาจารย์รู้เท่าทันว่า “มิติเศรษฐกิจนั้น.... เข้าใจธรรมชาติมนุษย์อย่างลึกซึ้งมาก” ธรรมชาติในที่นี้ อาจารย์คงหมายถึง กิเลส และเป็นขอ้ เท็จจริงท่วี ่า การเรยี นการสอนเศรษฐศาสตรน์ ้นั มขี ้อสมมติ (ไมใ่ ชค่ �ำสอน) วา่ “มนษุ ยแ์ สวงหาความพงึ พอใจ ผผู้ ลติ กแ็ สวงหาก�ำไรสงู สดุ ” โดยทฤษฎีจึงออกแบบว่า ถ้ามนุษย์เป็นเช่นน้ัน พฤติกรรมจะเป็นอย่างไร ผลลพั ธต์ อ่ สงั คมจะเปน็ อยา่ งไร แลว้ จงึ ออกแบบเครอ่ื งมอื ทางเศรษฐศาสตรท์ ่ี ท�ำงานบนกเิ ลสมนษุ ย์ (เปลยี่ นแรงจงู ใจ) ดว้ ยความคาดหวงั วา่ จะเปลยี่ นแปลง ให้เกดิ ผลลพั ธ์ในทางทดี่ ีกวา่ ตอ่ สังคมโดยรวม ซ่ึงมุมน้ี หลายคนไมค่ ่อยเข้าใจ แมแ้ ต่นกั เศรษฐศาสตรท์ ที่ �ำงานเชิงเทคนิค บทที่ 2- 4 พูดถึงหลักการ การจัดการเรียนการสอน และตัวอย่าง โครงงานเพ่ือการเรียนรู้ของโครงงานเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการเรียน การสอนโครงงานเศรษฐกจิ พอเพยี งมปี ระเดน็ ทน่ี า่ สนใจ เชน่ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงใน SWOT ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าสนใจ และการคิดโครงงานแบบท�ำ วิจัย และตัวอย่างโครงงานซึง่ เปน็ ประสบการณ์ของอาจารยส์ ธุ ีระในโครงการ เพาะพนั ธป์ุ ญั ญา บทท่ี 2-4 จงึ เปน็ ประโยชนต์ อ่ คณุ ครผู สู้ อนโครงงานเปน็ อยา่ งมาก อาจารย์สุธีระชี้ว่า การสอนโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงไม่ง่ายเลย ถา้ เราไมพ่ ฒั นาครใู หเ้ ขา้ ใจหลกั การส�ำคญั ของธรรมชาติ และครยู งั ตอ้ งมที กั ษะ เป็นนักวิจัยด้วย การวัดความส�ำเร็จของการน�ำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไมส่ ามารถวัดไดโ้ ดยการสอบแบบ O-Net ต้องวดั ทพี่ ฤตกิ รรม ส่ิงท่ีผู้อ่านได้เรียนรู้จากการอ่านงานของอาจารย์สุธีระ คือ เศรษฐกิจ พอเพยี งเปน็ เรอื่ งทล่ี กึ ซง้ึ เกนิ กวา่ จะท�ำความเขา้ ใจฉาบฉวยดว้ ยการทอ่ ง 3 หว่ ง 2 เงอ่ื นไข ทส่ี �ำคญั กวา่ นนั้ คอื ไมค่ วรเรยี นรเู้ รอ่ื งใดดว้ ยการทอ่ งใหจ้ �ำค�ำนยิ าม อยา่ งท่เี ราสอนกนั การฝกึ “ตโี จทย์ใหแ้ ตก” เปน็ เรื่องจ�ำเปน็ VIII กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธ์ุปญั ญา ดฉิ นั ยงั ไมม่ โี อกาสอา่ นหนงั สอื “ถอดรหสั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สูก่ ารสอนกระบวนการคิด” ของ รศ. ดร.ทศิ นา แขมมณี ท่ีเป็นที่มาของงาน เขียนชิ้นนขี้ องอาจารย์สุธรี ะ แตเ่ ม่อื ได้อ่านงานอาจารย์สุธีระแล้ว ท�ำให้อยาก กลับไปอ่านงานของอาจารยท์ ศิ นา เชน่ กนั หนงั สอื ของอาจารยส์ ธุ รี ะเลม่ นจ้ี งึ ไมเ่ พยี งสรา้ งการเรยี นรสู้ �ำหรบั คณุ ครู ท่ีจะท�ำโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงท่ีโรงเรียนในชนบท แต่น่าจะเปิดมุมมอง ให้กับคุณครูท่ัวไปท่ีจะเป็นต้นแบบของเด็กนักเรียน และผู้อ่านท่ัวไป รวมถึง ผ้กู �ำหนดนโยบายทีส่ นใจเร่อื งเศรษฐกจิ พอเพียงดว้ ย สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน IX

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธุป์ ญั ญา •คำ� น�ำ• มีไม่บ่อยนักที่หนังสือของผมเขียนจากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เขียนอย่างไม่ ต้ังใจว่าจะเป็นเร่ืองเป็นราวจนกลายเป็นหนังสือได้ เล่มน้ีก็เช่นกัน ผมจึงขอ ใช้พน้ื ทน่ี ี้บอกเล่าความเป็นมา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2558 ผมไปช่วย อ. ผ่องพรรณ เอกอาวุธ (สวทช.) เปน็ กระบวนกรกลมุ่ ยอ่ ยในงานเสวนาเกยี่ วกบั การศกึ ษาของโรงเรยี น พระปริยัติธรรมแผนกสามัญ 60 โรง ท่ีจังหวัดเชียงราย วิทยากรหลักคือ รศ. ดร. ทศิ นา แขมมณี ผู้ท่ีผมรู้จักชอื่ เสยี งจากหนังสือ “ถอดรหสั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งสกู่ ารสอนกระบวนการคดิ ” ของท่าน เห็นทีต้องเล่าย้อนหลังสักเล็กน้อยก่อน เม่ือวันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2558 ผมไปร่วมเวที “พูนพลงั ครู” ที่มลู นธิ สิ ยามกมั มาจลเป็นหวั เร่ียวหัวแรง จัดเอาตวั อย่างครูเก่งๆ มาแลกเปล่ียนเรยี นรูก้ ัน ครโู ครงการเพาะพันธ์ปุ ัญญา ได้รับคัดเลือกไปเป็นกรณีแลกเปล่ียนเรียนรู้ด้วย 3 ท่าน ในงานนั้นผมได้รับ หนังสือมาเล่มหน่ึง ช่ือ “ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัย พอเพยี ง” เปน็ เรอื่ งเลา่ ครู 9 ทา่ น ทจี่ ดั การการสอนโครงงานปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในสถานศึกษาได้ดี ผมอา่ นจบแล้ววางไว้ X กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธุป์ ัญญา คราวนต้ี อ้ งเลา่ ยอ้ นหลงั ไปอกี วา่ ประมาณปี 2554 มลู นธิ สิ ยามกมั มาจล ติดต่อให้ผมช่วยด�ำเนินโครงการน�ำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ในภาคใต้ แต่ผมก�ำลังยุ่งกับสัญญาท�ำงานให้งานฝ่ายชุมชนและสังคมของ สกว. จงึ ไมม่ เี วลาให้ โชคดที ี่ รศ. ไพโรจน์ ครี รี ตั น์ เพอ่ื นรว่ มงานดา้ นการศกึ ษา มานานรบั ไปท�ำ งานนคี้ รอบคลมุ จากชมุ พรถงึ นราธวิ าส เหน็ การเดนิ ทางแตล่ ะ คร้ังแล้วเหน่ือยแทน ผมไม่ได้ช่วยอะไรเลย ฟัง อ. ไพโรจน์เล่าและสนุกกับ การเรียนรูใ้ หมๆ่ ผมจึงร้สู กึ วา่ ขาดโอกาสการเรยี นรู้ทส่ี �ำคญั หนังสือ “ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยพอเพียง” จึงเป็นข้อสรุปความรู้การจัดการการศึกษาท่ีดีที่สุดส�ำหรับผม ท่ีได้แต่เรียนรู้ จากผูอ้ น่ื ผมถึงเชียงรายค�่ำวันท่ี 26 ธันวาคม อ. ผ่องพรรณ มอบหนังสือ “ถอดรหัสปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การสอนกระบวนการคิด” ให้อ่าน บอกว่าพรุ่งนี้ (27) ขอให้ช่วยกลุ่มพระผู้บริหารโรงเรียนท�ำกิจกรรมถอดรหัส ตามที่ อ. ทศิ นา จะเป็นวิทยากรหลักน�ำกระบวนการ ผมรบี อา่ นหนงั สอื กอ่ น นอนไดค้ รงึ่ เล่ม เพอ่ื ให้เข้าใจรหสั ความคิดท้งั หมด ชว่ งเช้าวนั ท่ี 27 ผมฟัง อ. ทิศนา ไป ท�ำงานอ่ืนไปด้วย (ขณะนนั้ ก�ำลงั edit หนังสอื สะเต็มศกึ ษาเล่ม 2 อยู่) ฟงั ครงึ่ ๆ กลางๆ ให้เข้าใจเพมิ่ จากท่ีอ่าน รอเวลาเป็นกระบวนกร ผมถูกสะกดแบบโดนมนตน์ ะจังงงั กับ slide หนง่ึ ของ อ. ทศิ นา ทเี่ ปน็ กรอบความคดิ หลกั 5 ขอ้ ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งทไ่ี มม่ ใี น หนงั สอื ทอ่ี า่ นเมอ่ื คนื และผมไมเ่ คยไดย้ นิ มากอ่ น (ผมคดิ วา่ อยคู่ รง่ึ หลงั ของเลม่ แต่เมื่อกลับมาอ่านใหม่ก็ไม่มี) เม่ือเราพูดเร่ืองกรอบความคิด ทุกคนจะคิดถึง 3 ห่วง 2 เง่ือนไขมากกว่า แต่ อ. ทิศนาก�ำลังพูดถึงสภาวะของธรรมชาติ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน XI

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธปุ์ ัญญา ซึ่งย่ิงใหญ่กว่ามาก ในสมองผมรู้สึกวาบโพลงอย่างฉับพลันว่า “ใช่แล้ว ท�ำไม ผมไม่เคยไดย้ นิ ใครอธิบายเรอื่ งนม้ี ากอ่ น” ข้อความสน้ั ๆ ใน slide นั้นยงิ่ ใหญ่ เกินกว่าท่ีจะปล่อยให้จบใน 2 นาที เรื่องเช่นน้ีต้องคุยกันสัก 2 ชั่วโมง เป็นอยา่ งน้อยผมรบี จดท้ัง 5 ข้อไว้ ตง้ั ใจวา่ จะกลบั มาคน้ หาที่มา อีก 2 วันต่อมา ผมเริ่มค้นใน Google แต่หาเท่าใดก็ไม่พบ มีปรากฏ แต่ 3 ห่วง 2 เง่ือนไข และประมวลพระราชด�ำรัสจ�ำนวนมาก ผมจึงเร่ิมเอา ที่จดไว้มาท�ำความเข้าใจว่าที่สมองวาบโพลงข้ึนมาน้ัน เราจะอธิบายสภาวะ ธรรมชาติ (ความจรงิ ผมต้องการใชศ้ ัพท์ “สภาวธรรม” มากกว่า) กบั ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร ย่ิงพิจารณาความคิดขณะเขียนประมวลความ เข้าใจของตนเอง ยิ่งรู้สึกว่า ผมควรเขียนเป็นหนังสือ และข้อเขียนนั้นกลาย มาเป็นบทที่ 1 เม่ือเร่ิมคิดถึงการท�ำโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงท่ีต้องเช่ือมโยงกับ สภาวธรรมในบทที่ 1 ท�ำให้ผมนึกถงึ การท�ำเกษตรอินทรยี แ์ ละสมดุลมวลสาร นึกถึงค�ำพูดของ Richard Feynman (นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล) ท่ีอธิบายว่า ต้นไม้ท�ำมาจากอากาศ นึกถึงกฎการคงตัวของพลังงานที่เรียนในวิชาวิศวฯ นึกถึงบทความเก่าท่ีผมเขียนโต้แย้งกับนักวิทยาศาสตร์เกษตรเร่ืองเกษตร อินทรีย์ ผมจึงคิดได้ว่า บทที่ 2 ต้องอธิบายโครงงานเกษตรอินทรีย์ว่าเข้า หลักการสภาวธรรม (ชาติ) อย่างไร เพราะผมเชอื่ ว่าส�ำหรับนักเรียนในชนบท โครงงานเช่นน้เี หมาะแกก่ ารเรียนรมู้ ากท่สี ุด XII กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธุป์ ญั ญา หนังสือ “ตัวอย่างการจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างอุปนิสัยพอเพียง” ที่รับมาจากเวทีพูนพลังครูกลายมาเป็นบทท่ี 3 ผมเอากรณีโดดเด่นของครู 3 ทา่ นทม่ี กี ระบวนการสอนตา่ งกนั มาท�ำความเขา้ ใจ ขยายความวา่ มนั เชอื่ มโยง กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร ผมไม่ทราบหรอกว่าที่ครูปฏิบัติน้ัน ครูคิดอย่างที่ผมเขียนไหม ถ้ามีโอกาสได้สัมภาษณ์หรือเห็นปฏิบัติการจริง ผมน่าจะเขียนได้ถูกต้องมากกว่าการคิดเอาเอง ผู้อ่านจึงควรเข้าใจข้อจ�ำกัด นี้ด้วย เมือ่ บทท่ี 1 และ 2 คอ่ นข้างออกไปทางนามธรรม เขียนใหค้ นอ่านคิด มบี ทท่ี 3 ทพ่ี อเปน็ รปู ธรรมใหค้ รเู อาไปปฏบิ ตั ไิ ดบ้ า้ ง ผมจงึ เสนอรปู ธรรมชดั ขนึ้ ในบทที่ 4 บทน้ีผมเสนอแนวทางการท�ำโครงงานท่ีบูรณาการสาระวิชาและ แนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 6 กรณี สองกรณแี รกเปน็ เรอื่ งจรงิ ทผี่ มใชก้ บั โครงการเพาะพนั ธป์ุ ญั ญา ทเ่ี หลอื ยงั ไมไ่ ดป้ ฏบิ ตั ิ แตก่ อ็ ยใู่ นความคดิ มานานแลว้ (เคยเสนอไว้เป็นเพาะพนั ธปุ์ ัญญา model 2 และ 3) บทนจ้ี ะท�ำให้เขา้ ใจงาน จากง่ายๆ ไปจนถึงยากและซับซ้อน แต่ก็สร้างการเรียนรู้ตามแนวปรัชญา เศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างมหาศาล หนังสือเล่มน้ีเขียนในลักษณะตีความปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้าสู่ การเรยี นรแู้ บบท�ำโครงงาน (PBL) ส�ำหรบั นกั เรยี นในชนบท เมอื่ เปน็ การตคี วาม จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นข้อยุติ การเรียนรู้ไม่มีท่ีส้ินสุดตราบท่ีโลกยังเป็นระบบ พลวัต ตราบท่ีคนยังมีความคิดการใช้ชีวิต การสร้างสังคม และเศรษฐกิจ ด้วยทัศนคติมองโลกเชิงกลไก (mechanistic world) ด้วยความม่ันใจ ในความคดิ และปญั ญาว่ามนุษย์สามารถพชิ ติ ธรรมชาติได้ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน XIII

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธุป์ ญั ญา ขอขอบคุณ รศ. ดร. ทิศนา แขมมณี นักการศึกษาผู้เป็นกูรูการสร้าง กระบวนการคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณสมพร ใช้บางยาง ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งสอู่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ผรู้ จู้ รงิ จากการปฏบิ ตั ขิ บั เคลอื่ นการพฒั นา พน้ื ทด่ี ว้ ยหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมานาน และ รศ. ดร. ปทั มาวดี โพชนกุ ลู รองผู้อ�ำนวยการด้านการวิจัยเชิงยุทธศาสตร์และรักษาการผู้อ�ำนวยการฝ่าย ชุมชนและสังคม สกว. นักเศรษฐศาสตร์ผู้สนใจและปฏิบัติจนเข้าใจมิติ เศรษฐศาสตร์ในการพัฒนาชุมชนเป็นอย่างดี ที่กรุณาเขียนค�ำนิยมให้ในเวลา ค่อนข้างจ�ำกัด ผมคิดว่าการน�ำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การสร้างเยาวชน ในสถานศกึ ษาตอ้ งการความเหน็ ทหี่ ลากหลายมารว่ มกนั ตกผลกึ ขอ้ เขยี นของ ท่านเหลา่ นีจ้ ะชว่ ยใหผ้ อู้ ่านเรียนรมู้ ากขน้ึ หนงั สอื เลม่ นจ้ี ดั เปน็ ล�ำดบั ท่ี 13 ของโครงการเพาะพนั ธป์ุ ญั ญา และผม เขียนเผื่อส�ำหรับโครงการพัฒนาการสอนโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงที่ก�ำลัง ท�ำกับโรงเรียนพระปรยิ ัตธิ รรมแผนกสามญั 60 โรงในเขตภาคเหนอื หลงั จาก หนังสือออกเผยแพร่ให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในโครงการแล้ว ผู้สนใจทั่วไปสามารถ download ไดท้ ่ี www.kruvijai.wordpress.com สธุ รี ะ ประเสริฐสรรพ์ โครงการเพาะพันธุ์ปญั ญา คณะวศิ วกรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ สงขลา 6 มกราคม 2558 บนเครอ่ื งบิน WE 262 ไปรว่ มประชุมเตรียมการเวทพี นู พลังครูคร้ังที่ 2 XIV กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

• สารบัญ • สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา ค�ำนยิ ม xI ค�ำน�ำ บทท่ี 1 รหัสนยั ยะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 1 เจตนาการเขยี น 1 ปรัชญาหมายถงึ อะไร? 2 กรอบคดิ ที่ 1 การมองโลกเชงิ ระบบทมี่ ลี กั ษณะ 6 เปน็ พลวัต กรอบคิดท่ี 2 ทุกสิ่งทกุ อย่างใน 4 มิติ มคี วามสมั พันธ ์ 8 เชื่อมโยง องิ อาศยั มผี ลกระทบตอ่ กัน กรอบคดิ ที่ 3 ทกุ สงิ่ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 10 กรอบคิดท่ี 4 ทุกอย่างด�ำรงและด�ำเนินไปในสภาวะสมดุล 11 กรอบคดิ ท่ี 5 การพฒั นาที่มัน่ คงยง่ั ยนื ตอ้ งไปพรอ้ มกับ 13 ความสมดุลภายใตก้ ารเปลี่ยนแปลง อะไรคอื พอเพยี ง? 15 รหสั นัยยะ... สามห่วง สามกิเลส สองเงอ่ื นไข สองปัญญา 17 บทท่ี 2 หลักการของโครงงานเศรษฐกิจพอเพียง 21 เจตนาของการท�ำโครงงาน 21 โครงงานปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง 23 เกษตรคอื ชวี ิตบนฐานทรัพยากรและวฒั นธรรม 26 เกษตรอนิ ทรยี ค์ ือระบบธรรมชาติ 27 เกษตรอินทรียส์ อน SEM 31 เกษตรอนิ ทรยี ์เอื้อแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 34 ไมใ่ ช่ STEM แต่ SHEM 35 กรอบคดิ โครงงานเกษตรอินทรีย ์ 36 กรอบปฏบิ ัตโิ ครงงานเกษตรอินทรีย ์ 38

บทท่ี 3 การจัดการการเรียนการสอนโครงงานเศรษฐกจิ พอเพยี ง 41 ปญั หาการน�ำเข้าส่สู ถานศกึ ษา 41 สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการไตรต่ รองปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงกบั 43 เปา้ หมายการศึกษา กระบวนการห้องเรียน 47 ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งใน SWOT 50 คิดโครงงานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : คิดแบบท�ำวิจยั 52 บทที่ 4 ตวั อย่างโครงงานเพ่ือเรียนร้ปู รัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 57 เจตนาของตวั อยา่ งโครงงาน 57 โครงงานตน้ ดาวเรอื งท�ำจากอากาศ (วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ) 58 โครงงานวัฎจกั รความยัง่ ยืนของเกษตรอนิ ทรีย์ 64 (วิทยาศาสตร์กายภาพ-ชีวภาพ) โครงงานความสัมพนั ธ์ของสิ่งมีชวี ติ ในระบบ 68 (ความคิดเชิงระบบ) โครงงานเรียนรู้บญั ชชี มุ ชน (สงั คมศาสตร)์ 71 โครงงานวิเคราะห์เกษตรพนั ธสัญญา (สังคมศาสตร์) 74 โครงงานสางความเช่ือ (มนษุ ยศาสตร)์ 76 บทสรปุ ของการท�ำโครงงานปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 78 ค�ำขอบคุณ 83 ประมวลเนื้อหาหนังสือในโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา 84

“...เศรษฐกิจพอเพียงสงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา เป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง ส่ิงก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ท่ีเสาเข็ม แต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็ม และลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้�ำไป...” พระราชด�ำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวารสารชัยพัฒนา ฉบับประจ�ำเดือนสิงหาคม ๒๕๔๒

สงวนลขิ สิทธ์อิ นญุ าตเผยแพรเ่ พื่อการศกึ ษา

โครงการเพาะพนั ธุ์ปญั ญา บทท1่ี เรศหรัสษนฐยั กยิจะพปอรเชัพญียงา1 สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา เจตนาการเขียน บทนช้ี อื่ รหสั นยั ยะปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ชอ่ื คอ่ นขา้ งแปลก เหมอื น ก�ำลงั ไขความลกึ ลบั ผมเขยี นโดยมเี จตนาปรารภกบั ตนเองวา่ ผมเขา้ ใจปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียงว่าอย่างไร ความจริงก่อนหน้าน้ีมีหนังสือผมไม่ต�่ำกว่า 3 เล่ม ท่ีเคยพยายามอธิบายเรื่องนี้ไว้แล้ว จ�ำได้ว่าเล่มแรกเขียนในชุด “วิจยั ... พลงั เปลย่ี นการเรยี นร”ู้ เม่ือปี 2551 เลม่ ลา่ สุดคอื เล่ม “โครงงานฐาน วจิ ยั : กระบวนการเรยี นรใู้ หมข่ องการศกึ ษาไทย” (2555) บอกประวตั ศิ าสตร์ เช่นนี้เพื่อให้เข้าใจว่า แม้ว่าหนังสือน้ีเป็นเล่มแรกท่ีเขียนเกี่ยวกับปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงท่ีเป็นการศึกษาผ่านการท�ำโครงงาน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ส�ำหรับผม ตลอดเวลาท่ีผ่านมา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ตกผลึกอยู่ใน ความเข้าใจของผมพอสมควร 1 ชื่อเต็มที่พระราชทานลงมาคือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แต่คนทั่วไปรู้จักในช่ือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หนงั สือนใ้ี ช้ชอ่ื ท่รี ้จู กั กนั ทั่วไป ยกเว้นเมอ่ื อา้ งจากแหลง่ อืน่ ท่มี ี “ของ” จึงใชต้ ามต้นฉบับ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 1

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธป์ุ ัญญา การถอดรหัสในบทนี้มีเจตนาแลกเปล่ียนความคิดกับผู้อ่าน หาได้มี เจตนาลบล้างความคิดผู้ใดไม่ มีผู้รวบรวมวรรณกรรมปริทัศน์ของความเห็น นกั เศรษฐศาสตรท์ ม่ี ชี อื่ เสยี งจ�ำนวนมาก บางทา่ นเสนอความเหน็ ไวอ้ ยา่ งลมุ่ ลกึ มที ฤษฎเี ศรษฐศาสตรร์ องรบั หลายแนว2 ผมเคารพทกุ ความคดิ ทต่ี คี วามปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็อยากเสนอความคิดในลักษณะการตีความของ ตนเองบา้ ง การอ่านบทนี้จงึ ควรอ่านอยา่ งพินจิ พจิ ารณา อ่านดว้ ยหลกั กาลามสูตร ปรัชญาหมายถงึ อะไร? ค�ำแรกที่ผมชวนท�ำความเข้าใจคือ “ปรัชญา” “ปรัชญา” ส�ำหรับคนทั่วไปดูเหมือนเป็นค�ำท่ีมีความหมายลึกลับ ปนลึกซึ้ง ลึกลับคือไม่รู้จริง ลึกซ้ึงคือรู้หมด เวลากล่าวถึงนักปรัชญา มักจะให้ความรู้สึกว่าเก่ง แต่หลายคนรู้สึกว่าถ้านักปรัชญาพูดอะไร ออกมามักเข้าใจยาก แม้ว่าฟังแล้วเท่แต่ก็วกวนไม่รู้เรื่องอะไรท�ำนองนี้ มันจึงดูเหมือนเบลอๆ ชอบกล จึงไม่แปลกที่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถูกตีความต่างกันตามระดับความเข้าใจของแต่ละคน และส�ำหรับ หลายคนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้กลายเป็น motto ที่ดูทันสมัย แต่เบลอๆ นักเรียนก็เรียนแบบท่องจ�ำ “3 ห่วง 2 เง่ือนไข 4 มิติ” และ จ�ำได้แบบเบลอๆ 2 ผูส้ นใจสามารถอา่ นไดจ้ าก http://www2.nkc.kku.ac.th/manit.p/center_agricultural/sustainable_econ/ literlature_sufficiency/literlature_sufficiency_chapter1.pdf 2 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธ์ุปัญญา “ปรัชญา” ถูกอธิบายไว้ในข้อเขียนของพระพรหมคุณาภรณ3์ ซึ่งท่าน อธบิ ายที่มาจากการต้องการเขา้ ใจธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ ผมขอน�ำมาเรยี บเรยี ง ความโดยสรปุ ว่า มนษุ ย์อยูก่ ับธรรมชาตดิ ว้ ยความกลวั ปนความรกั กลวั เมือ่ เกิดภัยพิบัติ แผ่นดินไหว น�้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด พายุถล่ม ฯลฯ และรักเมื่อธรรมชาติ ให้ความสุข มีความรื่นรมย์ในการอยู่กินกับธรรมชาติ เช่น ได้ปัจจัย 4 จาก ธรรมชาติ มนุษยอ์ ยเู่ ป็นสังคม มหี วั หน้าเผ่าทที่ รงอ�ำนาจและก�ำกับชีวิตคนใน สังคม แต่เม่ือหัวหน้าไม่สามารถส่ังการธรรมชาติได้ หัวหน้ายังต้องว่ิงหนี ภูเขาไฟระเบิด มนุษย์จึงคิดว่ามีอะไรบางอย่างที่มีอ�ำนาจเหนือหัวหน้าตน จึงเกิดนักบวชท่ีสามารถติดต่อประสานงานกับสิ่งมีอ�ำนาจเหนือหัวหน้า เอาค�ำสงั่ มาบอกใหม้ นษุ ยเ์ ชอ่ื ฟงั นานๆ ไปกลายมาเปน็ ความเชอื่ ความศรทั ธา เกิดเป็นศาสนา ท�ำให้มนุษย์สร้างความสัมพันธ์กับสิ่งเหนือธรรมชาติผ่าน พิธกี รรมได้ นักบวชยังชว่ ยมนุษย์ lobby ธรรมชาตไิ ด้อกี ด้วย ค�ำสอนของศาสนาท�ำใหม้ นษุ ยไ์ ดค้ �ำตอบรวบยอดความจรงิ พนื้ ฐานของ ธรรมชาตแิ ละชีวติ โดยไมจ่ �ำเปน็ ต้องร้คู วามเปน็ เหตเุ ป็นผลว่าท�ำไมธรรมชาติ เป็นอย่างน้ัน ค�ำตอบอย่างนี้มนุษย์ชอบมาก เพราะมีแนวทางปฏิบัติที่ท�ำให้ รอดพ้นความกลัว ขอให้ศาสนาบอกมาว่าท�ำอย่างไร มนุษย์ที่ศรัทธาพร้อมที่ จะท�ำตาม โดยไมโ่ ตแ้ ยง้ ไมต่ งั้ ค�ำถาม อยากไดส้ นิ บนอะไรกเ็ ขา้ ฝนั ดว้ ยแลว้ กนั แม้ว่าจะถูกเบ้ียวสินบนไม่ช่วยให้หายทุกข์ก็ไม่ว่ากัน ยกให้เป็นกรรมเก่าหรือ ความประสงคข์ องอะไรบางอย่างท่มี อี �ำนาจเหนอื ธรรมชาตินน้ั 3 พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) “พุทธศาสนาในฐานะรากฐานของวิทยาศาสตร์” ปาฐกถาพิเศษ วันวิทยาศาสตร์ แห่งชาติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ 16 สงิ หาคม 2534 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 3

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธุ์ปัญญา ต่อมามีมนุษย์บางคนสังเกตความเป็นเหตุเป็นผลของธรรมชาติ ไฟไหม้ป่าเพราะฟ้าผ่าหน้าแล้ง ผลคือไฟไหม้ป่า เหตุคือฟ้าผ่า ปัจจัยคือ หน้าแล้งที่ใบไม้แห้งพร้อมติดไฟง่าย ผลต่อจากไฟไหม้ป่าคือเกิดผักหวานป่า เกิดเห็ด มนุษย์จึงคิดว่าถ้าเราเข้าใจธรรมชาติแบบเหตุและผล เราก็น่าจะ จัดการธรรมชาติได้ แล้วไม่ต้องกลัวมันอีกต่อไป คนพวกนี้เราเรียกว่า “นกั วทิ ยาศาสตร”์ สมยั นนั้ ศาสนจกั รจงึ เหน็ คนพวกนเ้ี ปน็ ปรปกั ษ์ เปน็ คนบาป แม้จะมีวิธีอธิบายและการพิสูจน์ท่ีท�ำให้เข้าใจความจริงพื้นฐานของธรรมชาติ ไดด้ กี วา่ ศาสนา แตน่ กั วทิ ยาศาสตรก์ ลบั ไมต่ อบโจทยค์ วามจรงิ พนื้ ฐานทงั้ หมดที่ มนุษย์ต้องการ เพราะนักวิทยาศาสตร์มัวแต่หาค�ำตอบเป็นจุดๆ นักชีววิทยา ก็มัวแต่ดูเรื่องเห็ด นกเงือก ช้าง ต้นไม้ ดูละเอียดลงไปที่กระบวนการมี ชีวิต เช่น ยีน DNA พวกนักฟิสิกส์เป็นพวกดูตั้งแต่อิเล็คตรอนท่ีมองไม่เห็น ไปจนถงึ จกั รวาลอนั ยง่ิ ใหญไ่ พศาล นกั วทิ ยาศาสตรก์ ลายเปน็ พวกแขง่ กนั รลู้ กึ ในธรรมชาติ โลกเรารู้หลักการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์มาหลายร้อยปีแล้ว มีนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ ในโลกน้ีนับล้านๆ คน แต่ไม่สามารถเอาความจริง ท่ีค้นพบทั้งหมดมารวมตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิตได้ ที่ส�ำคัญ กระบวนการวทิ ยาศาสตรช์ า้ มาก ชวี ติ มนษุ ยอ์ ยไู่ ดไ้ มเ่ กนิ 100 ปกี ต็ าย เกดิ ใหม่ หลายรอบนกั วทิ ยาศาสตรก์ ใ็ หค้ �ำตอบรวบยอดเกยี่ วกบั ชวี ติ ไมไ่ ดส้ กั ที ดว้ ยเหตุ น้ีศาสนาจึงยังอยูไ่ ดท้ ่ามกลางพัฒนาการกา้ วหนา้ ของวิทยาศาสตร์ ย่ิงมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากก็ยิ่ง ท�ำให้มนุษย์ suffer มาก ศาสนาก็ย่ิงเป็นท่ีพึ่งตามมา และหลายกรณี... ศาสนากลายเป็นลัทธิท่ีคนย่ิงงมงายขึ้น เพราะความงมงายแก้ความทุกข์ (suffer) สมัยใหม่ได้ทันใจดี 4 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพันธปุ์ ญั ญา พวกที่ไม่อยากรอวทิ ยาศาสตร์ และเห็นว่าค�ำตอบรวบยอดของศาสนา ไร้ค�ำอธิบายท่ีน่าเช่ือถือแบบวิทยาศาสตร์ จึงพยายามหาความจริงเบ็ดเสร็จ โดยเร็ว พวกน้ีใชก้ ารคิดด้วยเหตผุ ลและตรรกะ ไมต่ อ้ งมีการพสิ ูจน์ พวกนค้ี อื นกั ปรชั ญา เมอื่ เปน็ ค�ำตอบจากความคดิ มนั กม็ อี าการเกดิ -หร่ี เพราะคนตา่ งก็ คดิ กนั ไดต้ ามทต่ี นเองเชอื่ และมปี ระสบการณ์ เกดิ ปรชั ญาใหมๆ่ มาหรป่ี รชั ญา เก่า ค�ำอธบิ ายทางปรัชญาจึงเบลอๆ กับคนหลายคน จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยเราเบลอๆ กับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะครแู ละนกั เรยี นทเ่ี รยี นเร่ืองนี้ดว้ ยการท่องนยิ ามความหมาย ที่ผมจะตีความต่อไปน้ีก็ท�ำในท่ามกลางความเบลอ การตีความครั้ง น้ีผมจะยึดกรอบคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ผม capture ได้จาก slide ของ รศ. ดร.ทิศนา แขมมณี เม่ือวันท่ี 27 ธันวาคม 2558 หวังว่าจะไม่ท�ำให้ผู้อ่านเบลอ มากกว่าเกา่ 4 สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา 4 ผมพบวา่ การท�ำงานทา่ มกลางความเบลอสนกุ มากกวา่ มหี ลายเรอื่ งทอี่ ยากเลา่ ไวว้ า่ ท�ำไมจงึ สนกุ ความเบลอท�ำใหเ้ ราเจอ ของใหม่ เพราะเราไม่ fix ความคิด เพราะเรายังงงๆ อยู่ ท�ำงานไปเรียนรู้ไป มีอะไรตื่นเต้นตลอดเวลา แฟนคลับที่อ่าน หนงั สอื ผมคงจ�ำไดว้ า่ ผมเคยเขยี นเชงิ อรรถไวใ้ นหนงั สอื เลม่ หนงึ่ วา่ ผมเคยถกกบั อ. ไพโรจนว์ า่ ครคู วรรู้ systems thinking หรอื จติ ตปญั ญากอ่ น ผมใหค้ �ำอธบิ ายวา่ ตอ้ งคดิ เปน็ ระบบกอ่ นจงึ จะเหน็ ความสมั พนั ธข์ องสรรพสง่ิ ตามแนวทางจติ ตปญั ญาได้ แต่ อ. ไพโรจน์ แย้งว่าต้องจิตตปัญญาก่อน เพราะท�ำให้ครูเปิดใจเรียนรู้ หากถามผมตอนน้ีผมคิดว่า อ. ไพโรจน์ เป็นฝ่ายถูก อีกครั้งเมื่อตอนเราออกแบบ RBL เราถกกันว่าเอา ม. ต้น หรือ ม. ปลายดี อ. ไพโรจน์ ถือหาง ม. ปลาย เพราะเรียนสาระแน่นแล้ว และเคยท�ำโครงงานมาแล้วด้วย ผมแย้งว่า ม. ต้น ที่ไม่เรียนโครงงานมาก่อนน่ันแหละดี ไมต่ ดิ กรอบ มาวนั นี้ อ. ไพโรจน์ ยอมรบั กบั ผมวา่ ม. ตน้ ดกี วา่ ผมเขา้ ใจวา่ นอกจากไมถ่ กู ตกี รอบมากอ่ นแลว้ การท�ำโครงงาน ส่งผลไปยังพฤติกรรมการเรียน พฤตกิ รรมสังคม เปลยี่ นนสิ ัย นักเรยี น ม.ตน้ อยู่ในวยั เสียคนง่าย การเปลี่ยนเช่นนีต้ รงกบั Transformative Learning ดงั นน้ั เรอื่ งการตคี วามการน�ำปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งสกู่ ารเรยี นรวู้ ชิ าโครงงานในหนงั สอื น้ี จงึ ต้องท�ำใจว่าอาจจะยงั เบลอๆ อยู่ ผมขอชวนให้กลา้ ปฏบิ ตั ใิ ห้ได้ผลทก่ี ารเปลยี่ นนสิ ัย ท�ำและเรยี นรูไ้ ปด้วยกนั กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 5

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธ์ุปญั ญา กรอบคิดท่ี 1 การมองโลกเชงิ ระบบท่ีมลี กั ษณะเปน็ พลวตั 5 เราจะเข้าใจโลกเป็นระบบที่มีลักษณะพลวัตได้โดยเข้าใจว่าความเป็น ระบบคอื อะไรก่อน ระบบหมายถงึ การอยรู่ ว่ มกนั ขององคป์ ระกอบตา่ งๆ เพอื่ บรรลภุ ารกจิ หรือเป้าหมาย เราเรียกองค์ประกอบเหล่านี้ว่าระบบย่อย บรรดาระบบ ย่อยจะท�ำงานของมันเอง คล้ายๆ จะมีอิสระ โดยการท�ำงานทั้งหมด ถูกออกแบบเพ่อื ให้ระบบใหญ่บรรลุเป้าหมาย ตวั อยา่ งทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย คอื รถยนตเ์ ปน็ ระบบใหญ่ รถยนตม์ รี ะบบยอ่ ย เชน่ เครือ่ งยนต์ ระบบสง่ ก�ำลัง (หอ้ งเกยี ร์) ระบบขับเคลอื่ น (เพลาและล้อ) ระบบ บงั คบั ทศิ ทาง (พวงมาลยั และขอ้ ตอ่ ) ระบบเบรก ระบบชว่ งลา่ ง (แหนบ โชค้ ) ฯลฯ ระบบย่อยพวกน้ีร่วมกันท�ำงานให้รถยนต์เป็นยานพาหนะ ถ้าระบบย่อยหนึ่ง เปลย่ี นแปลง มนั ยอ่ มกระทบระบบอน่ื ทป่ี ระสานกบั มนั อยู่ เมอ่ื เราเหน็ ไฟเบรก สวา่ ง หมายถงึ เครอ่ื งยนตก์ �ำลงั ลดการท�ำงานลง สง่ ผลตอ่ ระบบสง่ ก�ำลงั ระบบ เชอ้ื เพลงิ ของเครอื่ งยนต์ แมแ้ ตค่ นทข่ี บั ตามหลงั กถ็ กู กระทบดว้ ย เพราะเขาอยู่ ในระบบการจราจรเดยี วกนั ในระบบยอ่ ยยงั มรี ะบบยอ่ ยลงไปอกี เครอ่ื งยนตม์ รี ะบบหลอ่ เยน็ ระบบ ไฟฟา้ ระบบเชอื้ เพลงิ ระบบหลอ่ ลน่ื ฯลฯ ระบบหลอ่ เยน็ มรี ะบบปม๊ั ระบบทอ่ ระบบพดั ลม (ระบายความรอ้ น) ฯลฯ ระบบจะยอ่ ยลงไปจนถงึ ธาตพุ น้ื ฐาน เชน่ ยาง เหลก็ ทองแดง ฯลฯ 5 กรอบคดิ ทงั้ 5 ในบทนผ้ี มได้ capture มาจาก slide ที่ รศ. ดร. ทศิ นา แขมมณี บรรยายแกค่ ณะครโู รงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรม แผนกสามัญเมื่อวนั ท่ี 27 ธนั วาคม 2558 ทเี่ ชียงราย (หัวข้อไม่เหมอื น slide ทั้งหมด เพราะผมรบี จด) เมอื่ เขยี นหนังสือ เล่มนี้ ผมพยายามหาที่มาของกรอบความคิดทั้ง 5 จากเอกสารต่างๆ ทาง internet เพ่ือขยายความ แต่ไม่สามารถ หาได้ ทปี่ รากฏสว่ นมากคอื ค�ำอธิบาย 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข โดยความคดิ สว่ นตัวผมคดิ วา่ กรอบแนวคดิ ท้ัง 5 เป็นหลกั การท่ี ส�ำคัญมาก และคิดว่าน่าจะเป็นจุดก�ำเนิดของ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มิติ ที่เรารู้จักกันดี การขยายความน้ีเป็นข้อเขียน ที่คิดเอาเองจากแนวคิดพุทธศาสนา หากผิดพลาดประการใดเป็นความเข้าใจผิดของผมเอง โปรดอ่านด้วยความคิดของ ตนเอง 6 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธ์ุปญั ญา โลกเป็นระบบหมายความว่าโลกประกอบด้วยระบบย่อยมากมาย ทเี่ หน็ ชดั คอื ระบบนเิ วศ ระบบสงั คม ระบบเศรษฐกจิ ระบบการเมอื ง แนน่ อน ว่าระบบนิเวศมีระบบย่อยอีกมากมาย เป็นที่สังเกตว่าระบบจ�ำนวนมากเกิด จากมนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งก็เต็มไปด้วยระบบย่อยที่มนุษย์สร้างข้ึนอีกเช่นกัน เชน่ ระบบเศรษฐกจิ มรี ะบบยอ่ ยเปน็ การผลติ การบรโิ ภค การออม การลงทนุ มธี นาคาร ตลาดหลักทรพั ย์ แม้กระทง่ั การเรีย่ ไรและขอทาน ระบบเศรษฐกิจ โยงไปถึงส่ิงแวดล้อม (นิเวศ) สังคม และการเมือง ท้ังหมดน้ีประกอบกันเป็น โลกที่เราเรียกว่าธรรมชาติ แม้แต่ระบบท่ีมนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นก็เป็นธรรมชาติ (เป็นธรรมชาติของความผิดธรรมชาติ) ในระบบของธรรมชาติท้ังหมดถูก ก�ำหนดดว้ ยความจรงิ ตามกฎของธรรมชาตทิ ส่ี รรพสงิ่ ลว้ นประสานถงึ กนั หมด... เฉกเชน่ เดยี วกบั ที่กวีกลา่ ววา่ “เด็ดดอกไมก้ ระเทือนถงึ ดวงดาว” กฎส�ำคัญของธรรมชาติอีกข้อหนึ่ง คือ ทุกส่ิงมีสภาพ “อนิจจัง” หรือความเล่ือนไหลเปล่ียนแปลงไป เมื่อทุกส่ิงประสานถึงกัน และทุกส่ิง ลืน่ ไหล มนั จึงเกดิ สภาพพลวตั ไมน่ ิ่ง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในหลกั นคี้ ลา้ ยกบั ธรรมะขอ้ ปฏจิ จสมทุ ปบาท (ความเปน็ วงจร) ที่เปลีย่ นแปลงตลอดเวลา6 ใช้ไดก้ ับธรรมชาติทัง้ หมด ทัง้ สิง่ มีชีวิตและไม่มีชีวิต เพราะในธรรมชาติน้ันสิ่งมีชีวิตสัมพันธ์ท้ังกับสิ่งมีชีวิตอ่ืน และสิ่งไม่มีชีวิต ปลาสัมพันธ์กับอาหาร (ส่ิงมีชีวิต) ท่ีมากับน้�ำข้ึนน�้ำลงที่เกิด จากแรงดงึ ดดู ของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ (ส่งิ ไม่มีชวี ิต) เปน็ ตน้ เพราะเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวกับการด�ำรงชีวิตของเรา การจะเข้าใจ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ดีนั้น เราต้องเข้าใจโลกในความเป็นระบบท่ีมี พลวตั ดังท่กี ล่าวมาแล้ว 6 ความเป็นวัฎจักรเกิดจากเงื่อนไขของธรรมะข้ออิทัปปัจจยตา ผมเขียนรายละเอียดเร่ืองน้ีไว้บ้างแล้วในหนังสือโครงการ เพาะพันธุป์ ัญญาบางเล่ม จงึ ขอขา้ มรายละเอยี ดไป กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 7

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธปุ์ ญั ญา กรอบคดิ ท่ี 2 ทุกสิ่งทกุ อย่างใน 4 มติ ิ มีความสมั พันธเ์ ชือ่ มโยง องิ อาศัย มีผลกระทบต่อกนั ส่มี ิตปิ ระกอบดว้ ย เศรษฐกจิ สงั คม สง่ิ แวดล้อม วัฒนธรรม กรอบคิด ที่ 1 ที่ผมเขียนมาไดค้ รอบคลมุ มาถงึ กรอบคิดที่ 2 แล้ว กลา่ วอกี นยั หน่ึงไดว้ ่า กรอบคิดที่ 2 เปน็ ส่วนท่ีท�ำใหเ้ กดิ ระบบโลกท่ีเป็นพลวตั ในบรรดา 4 มิติข้างต้น มี 3 มิติท่ีเป็นเรื่องการจัดการของคน คือ เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ท้ังหมดนี้เกี่ยวพันถึงกันเพราะมีคนเป็น ตวั กลาง สงิ่ แวดลอ้ มมี 2 อยา่ ง คอื สิ่งแวดล้อมทเ่ี ปน็ ธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ดนิ นำ้� อากาศ ปา่ จนถงึ ดวงดาวในจกั รวาล (ทส่ี ง่ ผลยงั โลก) และสง่ิ แวดลอ้ มทางสงั คม ท่ีมนุษย์ก�ำหนดข้ึน สิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติเก่ียวพันกับคนเพราะชีวิตคน อาศัยอยู่ในส่ิงแวดล้อมน้ี ดังนั้นการกระท�ำของคนผ่านเศรษฐกิจ สังคม และ วฒั นธรรม จงึ กระทบถงึ สงิ่ แวดลอ้ มทเ่ี ปน็ ธรรมชาติ ตวั อยา่ งเชน่ เศรษฐกจิ ทอ่ี ยู่ บนการผลิตฐานทรัพยากร การเกษตรต้องใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ดนิ นำ�้ อากาศ แสงแดด วฒั นธรรมไทยจ�ำนวนมากมพี นื้ ฐานจากการประกอบ อาชพี เกษตร แมแ้ ตว่ ฒั นธรรมทม่ี พี นื้ ฐานจากพทุ ธศาสนากส็ ง่ ผลถงึ สงิ่ แวดลอ้ ม ธรรมชาติ เพราะพทุ ธศาสนาเหน็ ธรรมชาตกิ บั ธรรมะเปน็ สงิ่ เดยี วกนั การปฏบิ ตั ิ ตามกฎธรรมชาตคิ ือธรรมะ และผลของการปฏิบตั กิ เ็ ปน็ ธรรมะ 8 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธ์ปุ ญั ญา มติ ิ “เศรษฐกจิ ” นนั้ ตน้ ฉบบั เดมิ ใชม้ ติ ิ “วตั ถ”ุ ความจรงิ มติ วิ ตั ถแุ สดง ถงึ การเขา้ ใจธรรมชาตมิ นษุ ยอ์ ยา่ งลกึ ซง้ึ มาก เพราะมนษุ ยอ์ ยใู่ นเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม ทเ่ี นน้ การเตบิ โตจากการบรโิ ภควตั ถุ (บรโิ ภคนยิ ม วตั ถนุ ยิ ม) ซงึ่ เปน็ เศรษฐกจิ กระแสหลกั ทค่ี รองโลกอยขู่ ณะน้ี เปน็ หลกั การกระตนุ้ ให้ บริโภคอย่างไร้เหตุผลในความพอประมาณ ไม่มีภูมิคุ้มกันตนเองจากการ ถูกชกั จูงใหเ้ ช่อื ว่าความสุขเกิดจากการครอบครองวัตถุ ทั้งหมดนี้ลว้ นตรง ขา้ มกับการใช้ชีวติ ตามแนวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เศรษฐกิจกระแสหลักมีแนวคิดมนุษย์เป็นผู้พิชิตธรรมชาติ เอาสง่ิ แวดล้อมธรรมชาติ (วัตถ)ุ มาใชป้ ระโยชนเ์ พือ่ ความมง่ั คั่งทางเศรษฐกิจ ของตน เป็นการมองแยกส่วน ดังนั้น การเห็นว่าท้ัง 4 มิติมีความสัมพันธ์ เชอื่ มโยงกันท�ำให้เราเข้าใจปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งงา่ ยข้นึ สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 9

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธปุ์ ญั ญา กรอบคดิ ที่ 3 ทุกส่งิ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กรอบคดิ นค้ี อื เหตขุ องการท�ำใหร้ ะบบโลกมสี ภาพเปน็ พลวตั ตามทกี่ ลา่ ว มาในกรอบคิดท่ี 1 แล้ว ความเปลี่ยนแปลงลื่นไหลตลอดเวลาเป็นความจริง ของธรรมชาติ บางอย่างเปล่ียนแปลงเร็วมากระดับเสี้ยววินาที เช่น การเกิด และดับของเปลวเทยี น การเกิดของเปลวเป็นผลจากเชื้อเพลิง (ไอไขมันเทียน) เผาไหม้กับ ออกซิเจน เมื่อไอไขมันเทียนท่ีเป็นเหตุติดไฟถูกใช้หมดแล้ว มันย่อมดับ แต่ ขณะเดยี วกนั ความรอ้ นจากการเผาไหม้ (ทเี่ พง่ิ ดบั ไปนน้ั ) ท�ำใหม้ ไี อไขมนั เทยี น ป้อนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เราจึงเห็นการเกิดใหม่ซ้อนเหล่ือมเวลากับการดับ เปลวเทียนท่ีเราเห็นจึงเป็นความต่อเนื่องของการเกิดและดับ การเกิดของ ส่ิงหนึ่งมีเวลาอยเู่ สี้ยววนิ าทเี ทา่ นั้น แลว้ มนั กด็ บั ไปเพอ่ื ใหส้ ิง่ ถัดไปเกิดขึ้นใหม่ ตลอดเวลาของการมีเปลวเทียน เนื้อเทียนหดหายไป การ เปลี่ยนแปลง (หายไป) ของแท่งเทียนอาจใช้เวลาเป็นนาที น�้ำในทะเล ก็ก�ำลังเปล่ียนแปลงเป็นเกลียวคล่ืน การเคล่ือนท่ีเข้าฝั่งอาจใช้เวลาเป็น ชั่วโมง เมด็ ทรายริมหาดก็ก�ำลงั เปลยี่ นแปลงขนาดอยา่ งชา้ ๆ นบั ชว่ งเวลา เปน็ ปี หนิ ผาบนยอดเขากก็ �ำลงั เปลย่ี นแปลงจากกระแสลมกดั เซาะนบั ชว่ ง เวลาเปน็ ศตวรรษ การเห็นความไม่คงที่ของสรรพส่ิงท้ังที่เร็วเป็นเส้ียววินาทีและช้าข้าม ศตวรรษ ชว่ ยใหเ้ ราเขา้ ใจความเปลยี่ นแปลง มกี ารเฝา้ ดอู ยา่ งเขา้ ใจ ไมป่ ระมาท แต่เตรียมพร้อมรับความเปล่ียนแปลง เกิดเป็นภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมความคิดให้ เข้าใจหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 10 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธ์ุปัญญา กรอบคิดท่ี 4 ทกุ อยา่ งด�ำรงและด�ำเนนิ ไปในสภาวะสมดุล ผมเข้าใจว่ากรอบคิดนี้คือมัชฌิมาปฏิปทา (ทางสายกลาง)7 แต่การ จะอธบิ ายเรือ่ งนี้ เราต้องเข้าใจกอ่ นวา่ ความสมดลุ หมายถงึ อะไร ความสมดุลคือระบบของธรรมชาติ กล่าวเช่นนี้หลายคนอาจสับสน กบั กรอบความคดิ ท่ีผ่านมา ที่กลา่ ววา่ ธรรมชาตเิ ปลีย่ นแปลงเป็นพลวัต เรื่องนี้ต้องอธิบายด้วยทฤษฎีวิวัฒนาการ ส่ิงมีชีวิตทั้งหลายด�ำรง ชวี ติ โดยสมั พนั ธก์ บั ธรรมชาตทิ ง้ั ทไ่ี มม่ ชี วี ติ และมชี วี ติ สตั วใ์ นทะเลทรายมชี วี ติ ท่ีสัมพันธ์ (สอดคล้อง) กับธรรมชาติของทะเลทราย รวมทั้งต้องมีปฏิสัมพันธ์ กบั สัตว์และพชื ในทะเลทรายในฐานะแหล่งอาหาร ทห่ี ลบภัย ทีอ่ ยอู่ าศยั สตั ว์ ในป่าดิบช้ืนก็เช่นเดียวกับสัตว์ทะเลทราย เพียงแต่สถานการณ์เปล่ียนไปตาม ระบบนิเวศท่ีมีความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น ความสัมพันธ์จึงซับซ้อน มากขึ้น ชีวิตทุกชีวิตจึงด�ำรงอยู่ในสภาพท่ีสมดุลกับสถานการณ์ขณะนั้น เช่น หากมนี กมาก หนอนจะถกู กนิ จนเหลอื นอ้ ย เมอ่ื จ�ำนวนหนอนลดลง นกจะไมม่ ี อาหารอดุ มสมบรู ณ์ การขยายจ�ำนวนของนกลดลง จ�ำนวนนกกบั จ�ำนวนหนอน จงึ ควบคมุ กนั เอง เราเรียกสภาพนวี้ ่า “สมดลุ ” เชน่ เดียวกับทงุ่ หญา้ ในอฟั รกิ า สตั วก์ นิ เนอ้ื และสตั วก์ นิ หญา้ ควบคมุ กนั เอง สตั วก์ นิ หญา้ กบั หญา้ ควบคมุ กนั เอง หญา้ กบั ดินควบคมุ กันเอง.... ฯลฯ 7 “ทางสายกลาง” เป็นค�ำหลัก (keyword) ของกรอบคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีปรากฏชัดในกรอบความคิดท่ี เป็นผัง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 4 มติ ิ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 11

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธป์ุ ัญญา ทุกสรรพส่ิงในระบบก�ำลังเปล่ียนแปลง (กรอบคิดที่ 3) แต่ทุกอย่าง (ทงั้ ทมี่ แี ละไมม่ ชี วี ติ ) ก�ำลงั อยใู่ นสภาพสมดลุ ในขณะใดขณะหนงึ่ แตข่ ณะ ใดขณะหนงึ่ กก็ ลบั เปน็ ขณะทไี่ มค่ งที่ ความสมดลุ จงึ เปน็ ความนงิ่ ความคงท่ี ในระบบที่ก�ำลงั เคล่อื นไหว ระบบมันเคลื่อนไหวเพอ่ื จดั สมดลุ ใหมน่ ่ันเอง การเข้าใจความมีอยู่ของความสมดุลในระบบที่ก�ำลังเปล่ียนแปลง ท�ำให้เห็นความจริงลักษณะหน่ึงในความจริงอีกลักษณะหน่ึงท่ีเป็น ทวลิ กั ษณ์ กรอบคิดน้ฟี งั เหมือนธรรมดาแต่ลกึ ซงึ้ เป็นธรรมชาตมิ าก ถ้างงกบั กรอบความคิดนข้ี อให้ต้งั สตอิ า่ นอกี สกั รอบ 12 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธ์ุปัญญา กรอบคดิ ท่ี 5 การพฒั นาทมี่ นั่ คงยงั่ ยนื ตอ้ งไปพรอ้ มกบั ความสมดลุ ภายใตก้ ารเปลยี่ นแปลง ตอ่ จากกรอบคดิ ท่ี 4 มาสกู่ ารพฒั นาทม่ี นั่ คงยงั่ ยนื แปลตามประสาทผ่ี ม เข้าใจ ม่นั คงคือหนักแนน่ ไมไ่ หวเอน ย่ังยนื คอื ตลอดไป กรอบคิดท่ี 5 โดยรวม จึงหมายความว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท�ำให้การพัฒนาคงอยู่ตลอดไป.... แมว้ ่าโลกมีการเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา เพราะเรามีภูมิคุม้ กนั นั่นเอง ย่ังยืนในอีกความหมายท่ีรู้จักกันดีคือ sustainable พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ไม่ท�ำใหอ้ นาคตเสยี หาย ไมท่ �ำให้คนร่นุ หลังเสียโอกาส โดยธรรมชาติ การเปล่ียนแปลงของโลกเป็นระบบวิวัฒนาการ (evolution) ทที่ �ำใหใ้ หส้ รรพสงิ่ อยใู่ นสภาวะสมดลุ ดงั ไดก้ ลา่ วมาแลว้ ในกรอบ ความคดิ ที่ 4 มนษุ ยเ์ ราแตเ่ ดมิ กอ็ ยใู่ นกระแสววิ ฒั นาการ เชน่ เปลย่ี นจากมนษุ ย์ วานรมาเปน็ สตั วย์ นื สองขา เดนิ ตวั ตรง ววิ ฒั นาการเปน็ ระบบทค่ี อ่ ยเปน็ คอ่ ยไป ถกู คดั สรรใหพ้ วกที่สมดลุ กับธรรมชาตอิ ยู่รอด พัฒนาการ (development) ของมนุษย์เกิดเมื่อมีปัญญาเข้าใจ ธรรมชาติ จนสามารถดดั แปลงธรรมชาตมิ ารบั ใชค้ วามตอ้ งการของมนษุ ย์ ได้ คอมพิวเตอร์ทั้งเคร่ืองท�ำมาจากสารตั้งต้นท่ีมีอยู่ในธรรมชาติทั้งส้ิน พลาสตกิ ทป่ี ระกอบเปน็ ตวั เครือ่ งมาจากก๊าซธรรมชาติ Chip ประมวลผล มาจากซิลกิ าทมี่ ีอยใู่ นทราย ความตอ้ งการ (กเิ ลส) เป็นตวั ขับให้มนุษย์ใช้ ปัญญาสร้างการพัฒนาให้เผ่าพันธุ์จนหลุดออกจากระบบวิวัฒนาการ ในมิติของเวลา พัฒนาการเป็นระบบที่เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าวิวัฒนาการ อยา่ งเทียบกันไม่ได้ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 13

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธ์ุปัญญา รา่ งกายมนุษย์ยคุ นเ้ี หมือนยคุ สุโขทยั ทกุ ประการ มือมี 5 น้วิ เหมอื นกัน หัวใจมี 4 หอ้ ง การหายใจยังผา่ นการท�ำงานของปอด ทัง้ หมดนยี้ ังอยใู่ นระบบ วิวัฒนาการ แม้ว่าธรรมชาติเปลี่ยนไปมาก แต่วิวัฒนาการทางชีววิทยาของ ร่างกายยังไม่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะช่วงเวลายังน้อยเกินไป ส่วนหนึ่งเพราะ พัฒนาการท�ำให้เราอยู่รอด ไม่ได้ถูกคัดออกโดยระบบวิวัฒนาการ แทนท่ีคน อ่อนแอจะตายตามการคัดสรรของธรรมชาติ เรากลับใช้พัฒนาการทางการ แพทย์ให้ชีวิตอ่อนแออยู่รอดและแพร่พันธุ์ต่อไป ไม่เพียงเท่านั้น คนยังท�ำให้ พืชและสัตว์กระโจนออกจากวิวัฒนาการด้วยศาสตร์การปรับปรุงพันธุ์ ไก่ไข่ ตา่ งจากไกป่ า่ โดยสน้ิ เชงิ ขา้ วไรซเ์ บอรต่ี า่ งจากขา้ วดอย มะมว่ งปา่ ไมเ่ คยมพี นั ธ์ุ น�้ำดอกไม้ พัฒนาการของมนุษย์ยังท�ำให้ธรรมชาติท่ีไม่มีชีวิตเปล่ียนไปด้วย ความเชอ่ื งชา้ นบั ศตวรรษของกระแสลมทกี่ ดั เซาะหนา้ ผาถกู ระเบดิ หายไป ในพรบิ ตาโดยอตุ สาหกรรมหนิ กอ่ สรา้ ง อากาศมคี ารบ์ อนไดออกไซดม์ ากขนึ้ นำ้� และดินมีสารพษิ ปนเปอื้ น ขยะลน้ เมือง ฯลฯ สภาพสมดุลเดิมถูกท�ำให้เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วจนวิวัฒนาการของ ส่ิงมีชีวิตท้ังหลายเปลี่ยนไม่ทัน ระบบนิเวศจากการพัฒนาเปล่ียนเร็วกว่าการ เขา้ สู่สภาพสมดุลใหม่โดยววิ ัฒนาการ การขับเคลื่อนการเปล่ียนแปลงท่ีกล่าวมาทั้งหมดน้ีเกิดจากระบบ เศรษฐกจิ ทม่ี นษุ ยเ์ ปน็ ผสู้ รา้ งขึน้ กรอบความคดิ ที่ 5 จึงท�ำใหเ้ ราปรับท่าทที าง ความคิด (ทัศนคติ) ที่มีต่อกิจกรรมเศรษฐกิจ ให้หันมาสมาทานกระบวนการ พฒั นาท่ีม่นั คง ย่ังยนื 14 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธุป์ ญั ญา สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษาอะไรคอื พอเพยี ง? “... คนเราถ้าพอในความตอ้ งการ ก็มคี วามโลภนอ้ ย เมือ่ มีความโลภน้อย กเ็ บยี ดเบยี นคนอืน่ น้อย ถ้าทุกประเทศมคี วามคิด อนั นี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มคี วามคิดว่าทำ� อะไรต้องพอเพียง หมายความวา่ พอประมาณ ไมส่ ุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเรากอ็ ยูเ่ ป็นสขุ ...” พระราชด�ำรัสเน่อื งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๑ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 15

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธุ์ปญั ญา ตามธรรมเนียมปฏิบัติพระราชด�ำรัสจะถูก quote ตามต้นฉบับ คนทว่ั ไปจะไมต่ คี วาม ทผี่ มจะเขยี นตอ่ ไปนไี้ มใ่ ชก่ ารตคี วามจากพระราชด�ำรสั น้ี และไมใ่ ชย่ กมาเพอื่ การอา้ งองิ การหาความหมายของผม เพราะพระราชด�ำรสั น้มี ีนยั ยะเบ็ดเสร็จในตัวแลว้ โดยสว่ นตัวผมเข้าใจว่าพอเพียงหมายถึง “พอดี” พอดี คือ พอ (หยุด) ตรงท่ีมีผลดี ถ้ายังไม่ถึงผลดีต้องยังไม่หยุด เม่ือถึงจุดที่ดีแล้วต้องหยุด หากไม่หยุด การเลยจุดดีหมายถึงไม่ดีแล้ว เขียนเช่นน้ีท�ำให้นึกถึง “ท�ำกิจของตนให้เต็มที่ แต่ต้องพอประมาณ ไม่โลภ” พอดีก็คือพอประมาณหรือพอเพียง น่ันเอง ส�ำเร็จได้เพราะทาง สายกลาง หยอ่ นเกนิ ไปจะไม่ถงึ จุดดี ตึงเกนิ ไปท�ำให้เลยจดุ ดี ด้วยเหตุน้ีกระมัง ในบรรดา 3 ห่วงนั้น ท่านจึงวางห่วงพอประมาณไว้ ด้านบนท่รี องรบั ด้วยห่วงเหตผุ ลและหว่ งภูมคิ ุม้ กัน ดังท่ีได้กล่าวแล้วว่า ค�ำว่าพอดีและพอประมาณน่าจะเข้ากันได้ใน ความหมายของทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) เศรษฐกิจพอเพียงคือ การด�ำรงชวี ติ ในการผลติ และบรโิ ภค (เศรษฐกจิ เปน็ กระบวนการของการผลติ และบริโภค) ตามทางสายกลาง ไม่สุดโต่งไปทางโลภ หรือตระหนีเ่ กินเหตุ ผมเข้าใจว่า เกณฑ์ส�ำคัญที่บอกความพอดีคือเกณฑ์ท่ีเราใช้ชีวิตอย่าง สอดคล้องกับธรรมชาติ ใช้การเข้าใจธรรมชาติตามกรอบคิดท้ัง 5 มาควบคุม ตนเองในมติ ิท้ัง 4 คือวัตถุ (เศรษฐกจิ ) สังคม สิง่ แวดลอ้ ม และวัฒนธรรม 16 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธุ์ปัญญา ดังกล่าวแลว้ กเิ ลสท�ำให้มนุษยม์ พี ฒั นาการแทนววิ ฒั นาการ กเิ ลสแยก ไม่ออกจากระบบเศรษฐกจิ ดงั นน้ั เราจึงต้องเขา้ ใจสิ่งทคี่ วบคุม 3 หว่ งจากมุม มองของกเิ ลส รหัสนัยยะ... สามห่วง สามกเิ ลส สองเงอื่ นไข สองปญั ญา สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา สามห่วงคือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ได้รับค�ำอธิบาย ค่อนข้างชัดเจน แต่เกือบทั้งหมดเป็นค�ำอธิบายในรูปของนิยามความหมาย ผมจะขออธบิ ายใหมใ่ นรปู ของการถอดรหสั กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 17

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพันธุป์ ญั ญา ผมมองว่า 3 ห่วงน้ีคอื การละ 3 กิเลส อนั ไดแ้ ก่ โลภะ โทสะ และโมหะ โลภะเป็นความโลภท�ำให้ไม่รู้จักพอ ห่วงพอประมาณคือ อโลภะ มีความเพียรท�ำให้ถึงจุดพอดี แล้วหยุดท่ีความ “พอดี” ด้วยอโลภะ เรียกวา่ เดนิ ทางสายกลาง โทสะเปน็ การใชอ้ ารมณเ์ หนอื เหตผุ ล หว่ งเหตผุ ลคอื อโทสะ หยดุ การ ขาดสตโิ ดยการพจิ ารณาด้วยเหตุและผล โมหะเป็นการหลงผิดในอวิชชา ห่วงภูมิคุ้มกันคือ อโมหะ เปล่ียน อวชิ ชาเปน็ วิชชา คุ้มกันตนเองด้วยปัญญา การพิจารณาเหตุและผลว่า “เพราะสิ่งน้ีมี ส่ิงน้ีจึงมี” (“ส่ิงน้ี” แรกคอื เหตุ “สงิ่ น”้ี หลงั คอื ผล) เปน็ ตน้ ทางของปญั ญา (วชิ ชาหมายถงึ ปญั ญา) เมื่อรูป 3 ห่วงของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงวางห่วงพอประมาณให้รองรับ ด้วยห่วงเหตุผลและภูมิคุ้มกัน ผมจึงคิดว่าเป็นรหัสนัยยะท่ีมีเจตนาบอกว่า “ด�ำรงชวี ิตอยา่ งพอประมาณทมี่ สี ตปิ ัญญาเปน็ ฐาน” ปญั ญามี 2 ฐาน คอื ปัญญาภายนอกกบั ปัญญาภายใน เราได้ปัญญาภายนอกจากกระบวนการคิดเชิงเหตุ-ผล อธิบายด้วย เหตุผลอย่างถูกตรรกะ8 เป็นปัญญาจากการคิดของสมอง ได้เป็นความรู้ (พุทธพิ สิ ัย) ส่วนปัญญาภายในคือจติ ตปญั ญา เป็นปญั ญาของจติ (จติ พสิ ยั ) 8 เหตุ-ผล หมายถงึ cause-effect เหตผุ ล หมายถึง reason 18 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพันธปุ์ ัญญา ดังน้ัน... ผมจึงเห็นว่าสองเงื่อนไข “ความรู้” และ “คุณธรรม” ถูกวางเรียงด้วยเจตนา ให้ความรู้ (ปัญญาภายนอก) อยู่ทางซ้ายเป็นฐาน ของห่วงเหตุผล (ปัญญาสมอง) ให้คุณธรรมอยู่ทางขวาเป็นฐานของห่วง ภมู ิคุม้ กัน (ปัญญาจติ ) ผมจึงตีความการด�ำรงชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า “ท�ำชวี ติ ใหพ้ อดดี ว้ ยปญั ญา 2 ฐาน” ความพอดตี อ้ งมาจากความเขา้ ใจกรอบคดิ ทั้ง 5 ซึ่งคือเข้าใจธรรมชาติของโลกนั่นเอง เม่ือด�ำรงชีวิตได้เช่นนี้ก็จะส่งผล ต่อมิติทั้ง 4 ให้เกิดความสมดุลในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระบบโลก ทเ่ี ปน็ พลวัต สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา สรุป 3 หว่ ง 2 เง่อื นไขใหมไ่ ดด้ ังรูป อโลภะอยบู่ นสดุ เพราะนอกจาก อธิบายความพอประมาณแล้ว ผมคิดว่าเพราะโลภะเป็นกิเลสของความ เห็นแก่ตัว เมื่อเห็นแก่ตัวก็เอาอัตตาเป็นใหญ่ เบียดเบียนผู้อ่ืน ดังนั้น ผังนีว้ างเปา้ หมายสงู สุดทีล่ ดความโลภ สรา้ งจติ ให้ใหญ่ คดิ เผื่อแผ่ กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 19

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธป์ุ ัญญา ภาพผังปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงท่ีเราเห็นกันจนชินตาน้ันไม่ได้ถูก ออกแบบตามใจชอบ ภาพนคี้ อื “มนตรา” ทส่ี �ำคญั ทตี่ อ้ งถอดรหสั ความหมาย ออกมา การเข้าใจถึงรหัสนยั ยะท�ำใหเ้ ราได้ปัญญาหลดุ พน้ จากการท่องจ�ำ อย่างไรก็ตาม... ผมขอบอกว่าความคิดที่เขียนในตอนน้ีมันผุดข้ึน มาเองว่าเป็นอย่างนี้ วิเคราะห์จากความหมายแล้วโยงได้เช่นน้ี ดังได้ กล่าวแล้วว่าปรัชญามีนัยยะเบลอๆ ดังน้ัน ถูกหรือผิดผมไม่อาจยืนยันได้ โปรดอย่าเชื่อท้ังหมด การท�ำโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงในบทต่อไปจึงออกแบบตามความ เขา้ ใจทเี่ ขียนมาทงั้ หมดน้ี 20 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพนั ธป์ุ ญั ญา บทท่ี2 หลเกัศกราษรฐขกอิจงพโอคเรพงยี งงาน สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา เจตนาของการท�ำโครงงาน การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ใช้การท�ำโครงงานเป็นการเรียนรู้ (Project-Based Learning) การศกึ ษาของเราให้นกั เรยี นท�ำโครงงานมานาน แล้ว หลักฐานคือการประกวดทุกปี หลายเวที แต่ท�ำไมการศึกษาท้ังหมดจึง ถกู กลา่ วว่าล้มเหลว หากตอ้ งการปฏริ ูปการศกึ ษาในแงข่ องการเรียนรู้ ครูต้อง ทราบวา่ การท�ำโครงงานทเ่ี กดิ การเรยี นรนู้ น้ั ท�ำไดอ้ ยา่ งไร โดยเฉพาะทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 มีกระบวนการเกิดอยา่ งไรจากการท�ำโครงงาน ย่ิงในปัจจุบันกล่าวถึงการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง (transformative learning) การเข้าใจของครูในวิธีการจัดกระบวนการเรียนโครงงานย่ิงต้อง แตกต่างไปจากที่ครูได้รับการอบรมมา เพราะผลอยู่ที่การเปล่ียนแปลง ของผเู้ รยี น ไมใ่ ชก่ ารชนะการประกวดโครงงาน กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 21

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธ์ปุ ญั ญา นักเรียนเรียนเพื่อเอาความรู้ไปใช้งานในชีวิตประจ�ำวัน (แต่ส่วนมาก ท�ำใหเ้ ขา้ ใจวา่ เรยี นเพ่อื สอบ) การเขา้ ใจความรูจ้ นใช้งานไดจ้ งึ ผูกติดกบั บรบิ ท นักเรียนชนบทมีบริบทการท�ำงานต่างจากนักเรียนในเมือง การใช้ความรู้ใน การท�ำงานจึงต่างกัน เป้าหมายการเรียนรู้ของนักเรียนในชนบทจึงต่างจาก เป้าหมายของนักเรียนในเมือง โอกาสท�ำให้วิถีชีวิตต่างกัน บริบทท�ำให้ เปา้ หมายการเรยี นรตู้ า่ งกนั ดว้ ยเหตนุ ้ี การจดั การศกึ ษาทก่ี �ำหนดโดยกระทรวง ทีม่ ี paradigm การศึกษาในเมือง (และรวมศูนย์) จึงซำ�้ เตมิ นักเรียนในชนบท ผมเหน็ วา่ มเี พยี งวชิ าโครงงานเทา่ นน้ั ทจ่ี ะชว่ ยยกระดบั การศกึ ษาของนกั เรยี น ในชนบทได้ เพราะไม่ต้องไปติดกับการท่องจ�ำความรู้เพ่ือรับการประเมิน การท�ำโครงงานเป็นโอกาสสร้างทักษะชีวติ ของพวกเขา แตก่ ารท�ำโครงงานในสถานศกึ ษาทวั่ ประเทศถกู ก�ำหนดรปู แบบเดยี วกนั (เพราะครูถูกสอน/อบรมมาแบบเดียวกัน) เมื่อจะแข่งขันก็ใช้กติกาเดียวกัน อาจจะไม่เวน้ แม้แต่โครงงานเศรษฐกจิ พอเพยี ง แม้ว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้กับทุกเรื่อง แต่การท�ำ โครงงานท่ีผ่านมามักจะเป็นงานเกษตร เช่น ปลูกผัก เล้ียงปลาดุก หมูหลุม น้�ำหมัก แม้ว่าจะมีเสียงออกส�ำเนียงค่อนขอดว่าครูท่ีสอน โครงงานเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นงานเกษตรเท่าน้ัน แต่ผมจะบอกว่าการท�ำโครงงานเศรษฐกิจพอเพียงส�ำหรับนักเรียนใน ชนบทต้องอยู่บนฐานชีวิต ฐานทรัพยากร และฐานวัฒนธรรมของเขา อย่าพยายามเอาโครงงานท�ำเครื่องบินบังคับวิทยุมาแปลงโฉม ยัดเยียดให้เป็นโครงงานเศรษฐกิจพอเพียง โดยเอา 3 ห่วง 2 เง่ือนไข 4 มิติมาอธิบาย (บางกรณีอธิบายอย่างสีข้างเข้าถู) ว่าเป็นโครงงานให้ นกั เรียนเข้าใจปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 22 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพันธุป์ ัญญา เขียนเช่นนี้ก็เพ่ือให้ครูเชื่อมั่นว่าโครงงานเกษตรน่ันแหละเหมาะท่ีสุด ส�ำหรบั การเรยี นรปู้ รชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งของนกั เรียนเหล่านี้ เหลา่ นีห้ มาย ถงึ นกั เรยี นสว่ นใหญ่ของประเทศ เพ่อื ความเข้าใจท่ีถูกต้อง (อย่างท่ีผมเขา้ ใจ) ผมจะอธิบายโครงงานเกษตรในบทท่ี 2 ให้เชื่อมโยงกับกรอบคิด 5 ข้อของ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งที่อธิบายไว้ในบทที่ 1 โครงงานปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 23

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธปุ์ ญั ญา รูปน้ีแสดงกรอบความสัมพันธ์ของการท�ำโครงงาน ผมเคยใช้รูปคล้าย กันนี้อธิบายว่าโครงงานฐานวิจัยพัฒนาแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแก่ นักเรียนได้อย่างไร เขียนในหนังสือเล่มแรกของโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา ผมเอามาดดั แปลงใหม่ให้สอดคลอ้ งและง่ายต่อการอธิบายคราวน9ี้ ฐานล่างสุดคือศาสตร์และบริบท หมายถึงการใช้ความรู้และความ เป็นจริงมาเป็นฐานการท�ำโครงงาน ถ้าเป็นการศึกษาในชนบท ศาสตร์มีได้ ท้ังสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ส่วนบริบท ควรเปน็ เรอ่ื งการหาอยหู่ ากนิ เปน็ อาชพี บนฐานทรพั ยากร ผมจงึ เหน็ วา่ โครงงาน เกษตรเป็นเครื่องมือสอนทักษะชีวิตนักเรียนเพราะมีท้ังศาสตร์และบริบท โครงงานเช่นนี้ท�ำให้นักเรียนตระหนักว่าความรู้ที่เรียนเก่ียวกับชีวิตอย่างไร เมือ่ เอาประสบการณ์ทีป่ ฏบิ ตั มิ าเขา้ สู่การคดิ (ชนั้ ท่ี 3 ในรปู ) นกั เรยี นจะเกิด ปัญญาจากการรู้คิด จนเข้าใจความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งที่อยู่อย่างเป็นระบบ จงึ ท�ำใหผ้ มคดิ วา่ การท�ำโครงงานเกษตรอนิ ทรยี จ์ ะชว่ ยใหน้ กั เรยี น conceptualize ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไดด้ ี เพราะเกษตรอนิ ทรยี ์คือระบบธรรมชาติ 9 มีเกร็ดท่ีเกี่ยวกับการตีความ 3 ห่วง ที่ผมเห็นควรบันทึกไว้ เม่ือประมาณปี 2545 สกว. จัดประชุม retreat เจ้าหน้าที่ ทเี่ กาะเกรด็ หนงึ่ ในหลายกจิ กรรมคอื การสนทนาธรรมกบั ฝรง่ั ชอ่ื John เขาอธบิ ายเรอ่ื งกเิ ลสใหฟ้ งั เกดิ มเี จา้ หนา้ ทคี่ นหนงึ่ (คณุ ประภาภรณ์ เคารพ) ถามผมวา่ กเิ ลสสามตวั เกยี่ วอะไรกบั ชวี ติ คนเรา ผมพยายามตอบเทา่ ทคี่ วามรงู้ ๆู ปลาๆ อธบิ ายได้ ซงึ่ กไ็ มพ่ น้ อธบิ ายนยิ ามของ โลภะ โทสะ โมหะ แลว้ ไมร่ อู้ ะไรมาดลใจ ผมโพลง่ ออกมาวา่ เมอื่ เตมิ “อ” ขา้ งหนา้ มนั คอื 3 หว่ ง ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตง้ั แตน่ น้ั มาผมเขยี นเรอ่ื งนใี้ นหนงั สอื บางเลม่ ตอ่ มาเมอื่ คยุ กบั อ. ไพโรจน์ ทท่ี �ำโครงการน�ำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา ผมถามว่าเรารู้ได้อย่างไรว่าเด็กใช้ชีวิตอย่างถูกต้องแล้ว อ. ไพโรจน์ ตอบว่าดูท่ี นิสยั พอประมาณอย่างเดยี วกพ็ อ สว่ นตวั ผมเห็นแย้งว่าเราต้องดูที่ความคิด คอื ห่วงภูมิคมุ้ กนั เพราะขณะน้ันผมเสนอวา่ 3 ห่วงน้ันน่าจะเรียงใหม่ มีห่วงภูมิคุ้มกันอยู่ล่างห่วงเดียว อีก 2 ห่วงอยู่ข้างบน ค�ำอธิบายคือ อโลภะ และอโทสะ เปน็ พฤตกิ รรมทางกาย มนั เกดิ จากความคดิ ภายในคอื อโมหะ และผมใชค้ �ำวา่ “ภมู คิ มุ้ กนั ทางความคดิ ” แทน ตอนทพี่ ฒั นา โครงการโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ เม่ือ 2 ปีก่อน ผมยังเสนอวิธีคิดนี้กับพระ เพราะคิดว่าพระเข้าใจเร่ือง “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” ผมจึงมีรูปการท�ำโครงงานเป็นช้ันๆ ที่ชั้นบน (3 ห่วง) อยู่กันต่างจากรูปในเล่มนี้ แต่เม่ือมาพิจารณาใหม่ จากการเขียนหนังสือเล่มนี้ ผมขอกลับไปเหมือนต้นฉบับเดิม เพราะอธิบายได้ตรงกับ “ทางสายกลาง” มากกว่าตามที่ เขยี นไวต้ อนทา้ ยของบทที่ 1 ท่ีบนั ทึกไว้เชน่ น้เี พื่อท�ำความเขา้ ใจกับผู้อา่ นทต่ี ดิ ตามงานเขยี นของผม จะได้เข้าใจวา่ ท�ำไม จึงต่างกับหนังสอื เล่มแรก 24 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพันธป์ุ ญั ญา แตก่ ารจะไปถึงปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงได้ นักเรียนตอ้ งมีคุณธรรม และจริยธรรมมาก�ำกับให้เกิดความรู้ตัว รู้จักการย้ังคิด สติสัมปชัญญะ และบรรเทากิเลสท้ัง 3 ให้เกิดเป็นห่วงของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ (ช้ันที่ 4-7 ในรูป) น่ันจึงหมายความการออกแบบกระบวนการเรียนรู้มี ความส�ำคัญมากกว่าตัวเน้ือหาโครงงาน ครูต้องมีความสามารถเฉพาะใน การปลูกฝังส�ำนึกคุณธรรมขณะท�ำโครงงาน การท�ำใหถ้ งึ จดุ นี้ ครตู อ้ งเขา้ ใจกระบวนการสรา้ งความคดิ (แกน่ กั เรยี น) จากการท�ำงาน ไม่ปล่อยให้การเรียนรู้สูญเปล่าไป โครงงานจ�ำนวนมาก นกั เรยี นไดป้ ฏบิ ตั ิ แตต่ ดิ และจบทกี่ ารปฏบิ ตั ิ ไมไ่ ดน้ �ำประสบการณป์ ฏบิ ตั มิ าสู่ การเรียนรู้ให้เกิด transformative learning เพราะไม่ได้ผ่านงานหนัก มีอุปสรรคแล้วท�ำกิจกรรมไตร่ตรองสะท้อนคิดของผู้เรียนเองและของกลุ่ม (self and group reflection) สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 25

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธุ์ปญั ญา เกษตรคอื ชวี ิตบนฐานทรพั ยากรและวัฒนธรรม นกั เรยี นในชนบทจ�ำนวนมากตอ้ งเรยี นวชิ าโครงงานอยา่ งไมม่ จี ดุ หมาย เพราะเป็นงานต้องท�ำตามที่หลักสูตรก�ำหนด เราเห็นโครงงานจ�ำนวนมาก ลอกแบบกันมาโดยไม่เก่ียวกับชีวิตท่ีล้อมรอบด้วยทรัพยากรดิน น้�ำ และป่า ทท่ี ั้งโอบอุม้ การท�ำเกษตรอย่างเอือ้ อาทรและเปน็ ปญั หาอุปสรรค การท�ำโครงงานเกษตรเป็นโอกาสได้ลงมือปฏิบัติในสภาพจริง โครงงานจะมีบริบท สิ่งที่นักเรียนได้เรียนคือความสัมพันธ์ระหว่างงาน กับบริบท ได้รู้ว่าการท�ำงานมีเป้าหมายอย่างไรกับชีวิต และท�ำไม การท�ำงานและการใช้ความรู้ต้องมีบริบท ถ้าเราต้องการควบคุมบริบท เราควรท�ำอยา่ งไร ถา้ เราควบคมุ บริบทไม่ได้ มันจะเกิดผลอะไร งานเกษตรท่ีเป็นพืชท�ำให้นักเรียนเห็นส่ิงแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติเช่น ดิน น�้ำ ฤดูกาล ฯลฯ เห็นความส�ำคัญว่าต้องดูแลธรรมชาติเพราะเป็นปัจจัย ส�ำคัญของการเติบโตของพืช งานเกษตรท่ีเป็นสัตว์ท�ำให้นักเรียนเห็นความ สัมพันธ์ท่ีกว้างข้ึนไปอีก คือนอกจากเชื่อมโยงชีวิตสัตว์กับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเช่ือมโยงเขา้ กับพืชไดด้ ้วย (เพราะอาหารพ้ืนฐานของสตั ว์มาจากพืช) ในความเปน็ จรงิ น้นั โครงงานเกษตรท่ีเป็นการเรียนร้ปู รชั ญาเศรษฐกิจ พอเพียงต้องรวมพชื และสัตวเ์ ขา้ ดว้ ยกัน เพราะท�ำให้ระบบอินทรยี ส์ มบูรณ์ 26 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน

โครงการเพาะพันธ์ุปญั ญา เกษตรอนิ ทรยี ค์ ือระบบธรรมชาติ สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา การท�ำเกษตรเป็นกิจกรรมอินทรีย์ เพราะอินทรีย์หมายถึงชีวิต แต่ การสร้างชีวิตไม่ว่าจะเป็นงานเกษตรด้านพืชหรือสัตว์อาจไม่เป็นอินทรีย์ก็ได้ เราจงึ มเี กษตรเคมี เกษตรคอื การสรา้ งชีวิต เคมไี ม่ใชส่ ่ิงมชี วี ิต เคมเี ป็นกลไกสรา้ งความไม่ เปน็ ธรรมชาติ เพอ่ื ก�ำกบั ชีวิตใหเ้ ปลยี่ นแปลงไปตามทค่ี นต้องการ เกษตรเคมี จงึ เปน็ กิจกรรมทมี่ นษุ ย์ต้องการพชิ ิตธรรมชาติ ธรรมชาตคิ อื ความสมดลุ มนั จงึ มนี กและหนอน มโี รคและแมลง เกษตรเคมี ไม่ต้องการให้ธรรมชาติรักษาสมดุลด้วยกลไกธรรมชาติ เขาจึงใช้สารเคมี มาท�ำลายโรคและแมลง กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน 27

สงวนลิข ิสท ์ิธอนุญาตเผยแพร่เพื่อการศึกษา โครงการเพาะพนั ธ์ุปญั ญา การรู้จักเกษตรอินทรีย์เราต้องเห็นความสัมพันธ์ท้ังหมดของความ เปน็ ธรรมชาตทิ ีพ่ ชื สตั ว์ และส่งิ แวดลอ้ มอย่ดู ว้ ยกนั เป็นระบบนิเวศ เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจเรอ่ื งนี้ เราตอ้ งตอบค�ำถามใหไ้ ดว้ า่ ปา่ ดงดบิ เปน็ เกษตรเคมี หรืออินทรีย์ เม่ือเห็นชัดๆ ว่าไม่มีใครเอาสารเคมีไปใส่ให้ป่า การเติบโตของ ป่าย่อมเป็นระบบอินทรีย์ ในอดีตกาลโลกเราปกคลุมด้วยป่า แสดงว่าระบบ อนิ ทรียเ์ ป็นระบบท่เี ตบิ โตไดเ้ อง เป็นการลบล้างค�ำกล่าวที่ว่าหากเราไมใ่ สป่ ๋ยุ พืชมันจะเอาอะไรมาท�ำให้เกิดผลผลิตแก่เรา เพราะป่าให้ผลผลิตมากมาย โดยไม่มีใครใสป่ ุย๋ ใหม้ ัน การเขา้ ใจเรอ่ื งนี้ได้เราต้องมองชวี ิตทั้งหมดเปน็ ระบบ ทีม่ คี วามสมั พนั ธ์แบบเอ้อื อาทรและอิงอาศยั ตอ่ กนั กอ่ นอนื่ เราตอ้ งท�ำความเขา้ ใจวา่ มวลของตน้ ไมเ้ กอื บทงั้ หมดท�ำมาจาก อากาศ ครับผมเขียนไม่ผิด... ต้นไม้มาจากอากาศ หลายคนคิดว่ามวลต้นไม้ มาจากดิน ลองถามตัวเองดูก็ได้ว่าท�ำไมดินในกระถางไม่หายไปในเม่ือต้นไม้ โตเอาๆ ตน้ ไมใ้ ชแ้ รธ่ าตจุ ากดนิ เปน็ อาหารเพอ่ื ใหม้ นั เตบิ โตสรา้ งตนเองจากอากาศ คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นอากาศถกู กระบวนการสงั เคราะหแ์ สงแยกเอา คาร์บอนมาเป็นเนื้อไม้และสารประกอบอื่นๆ ในเน้ือไม้ ปล่อยออกซิเจน ให้บรรยากาศ เมื่อเราให้ความร้อน สารประกอบในเน้ือไม้ที่สลายตัวได้ (volatile matter) ก็ถูกก�ำจัดออกไป แล้วเปล่ียนที่เหลือเป็นถ่าน (คาร์บอน) ถ้าเผาต่อไปเราจะได้เถ้าไม่เกิน 10% เถ้าพวกนี้คือแร่ธาตุ ที่ต้นไม้เอามาจากดิน (แร่ธาตุบางส่วนก็กลายเป็นก๊าซหายไประหว่าง การสลายตวั ดว้ ยความรอ้ น) สรปุ ไดว้ า่ มวลกวา่ 90% ของตน้ ไมน้ นั้ มาจาก อากาศ.... ปา่ เติบโตจากอากาศ 28 กระบวนการเรียนรู้ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” จากการทำ�โครงงาน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook