Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore download-21-1520326900.

download-21-1520326900.

Description: download-21-1520326900.

Search

Read the Text Version

คำนำ สำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย (สำนักงำน กศน.) ในฐำนะหน่วยงำน ท่ีรับผิดชอบกำรจัดกำรศึกษำหลักสูตรกำรศึกษำนอกระบบระดับกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน กำรศึกษำต่อเนื่อง และส่งเสริมสนับสนุนกำรศึกษำตำมอัธยำศัย และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชนในฐำนะหน่วยงำน รับผิดชอบเกี่ยวกับกำรคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภำพเด็กและเยำวชน ผู้เยำว์และครอบครัวได้ลงนำมควำมร่วมมือ ที่จะจัดกำรศึกษำสำหรับเด็กและเยำวชนในสถำนพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็ก และเยำวชน เพื่อให้กำรศึกษำ อบรม ฝึกอำชีพ สำหรับเด็กและเยำวชนท่ีอยู่ในควำมดูแลของกรมพินิจและคุ้มครอง เด็กและเยำวชนสอดคล้องและเท่ำเทียมกับเด็กและเยำวชนท่ัวไป สำนักงำน กศน. โดยควำมร่วมมือกับกรมพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยำวชนจึงได้พัฒนำคู่มือกำรจัดกำรศึกษำตำม หลักสูตรกำรศึกษำนอกระบบระดับกำรศึกษำ ขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 สำหรับเด็กและเยำวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน สำหรับ ให้สถำนศึกษำในสังกัดสำนักงำน กศน. และสถำนพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็ก และเยำวชน นำไปใช้เป็นแนวทำงในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนและจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ เพื่อยกระดับควำมรู้ ให้กับเด็กและเยำวชนในควำมดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชนให้ได้ รับกำรศึกษำและพัฒนำ ตำมควำมสนใจและตำมศกั ยภำพของแต่ละคน ในกำรน้ี สำนักงำน กศน. ขอขอบคุณคณะผู้บริหำร ครู อำจำรย์ ศึกษำนิเทศก์ และนักวิชำกำร จำกสำนักงำน กศน. และบุคลำกรจำกกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน ที่ให้ควำมร่วมมือในกำรจัดทำ คูม่ อื กำรจดั กำรศกึ ษำตำมหลักสูตรกำรศึกษำนอกระบบระดับกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 สำหรับเด็ก และเยำวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน ไว้ ณ โอกำสนี้ และหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำ เอกสำรเล่มน้ี จะเป็นประโยชน์แก่ครูและผู้เกี่ยวข้องในสถำนศึกษำ กศน. และสถำนพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน และศูนย์ฝึก และอบรมเดก็ และเยำวชน ต่อกำรจัดกำรเรียนกำรสอนและกำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรดู้ งั กลำ่ ว (นำยกฤตชัย อรณุ รัตน์) เลขำธกิ ำร กศน.

คำนำ บันทึกขอ้ ตกลงว่ำด้วยควำมร่วมมือกำรจัดกำรศึกษำสำหรับเด็กและเยำวชนในสถำนพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยำวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยำวชน ระหว่ำงสำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำ ตำมอัธยำศัย (สำนักงำน กศน.) กระทรวงศึกษำธิกำร โดยเลขำธิกำรสำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและ กำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั (นำยสุรพงษ์ จำจด) กับกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยำวชน กระทรวงยุติธรรม โดยอธิบดี กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน (ศำสตรำจำรย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ) เม่ือวันที่ 23 มกรำคม 2560 โดยหน่วยงำนทั้งสองตกลงร่วมกันที่จะพัฒนำแนวทำงในกำรจัดกำรศึกษำที่เหมำะสม สอดคล้องกับกิจกรรมแก้ไข บำบัดและฟน้ื ฟู กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติกำรระหว่ำงคณะทำงำนจัดทำคู่มือกำรจัด กำรศึกษำตำมหลกั สูตรกำรศกึ ษำนอกระบบระดบั กำรศกึ ษำขน้ั พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 สำหรับเด็กและเยำวชน ในกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยำวชน กบั คณะบุคลำกรของสำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำ ตำมอัธยำศัย.(กศน.).โดยได้ทำแนวทำงกำรจัดกำรศึกษำสำหรับเด็กและเยำวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยำวชนให้มคี วำมสอดคลอ้ งกับหลักสูตรกำรศกึ ษำนอกระบบระดับกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน พทุ ธศักรำช 2551 ในกำรจัดทำจัดทำคู่มือกำรจัดกำรศึกษำตำมหลักสูตรกำรศึกษำนอกระบบระดับกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 สำหรับเด็กและเยำวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน ได้รับควำมร่วมมือจำก บุคลำกรสำนักงำนส่งเสริมกำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย กระทรวงศึกษำธิกำร ซ่ึงเป็นผู้มีควำมรู้ และประสบกำรณ์ ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่ำงๆที่เป็นประโยชน์ทำให้เอกสำรฉบับน้ีสำเร็จสมบูรณ์ กรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยำวชนขอขอบคณุ ในควำมร่วมมอื ของทุกทำ่ นมำในโอกำสนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน

สำรบัญ หนำ้ คู่มือกำรจัดกำรศึกษำตำมหลักสูตรกำรศึกษำนอกระบบระดับกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 1 สำหรบั เด็กและเยำวชนในกรมพนิ ิจและค้มุ ครองเด็กและเยำวชน 2 2 บทนำ 2 วัตถุประสงค์ 3 กำรจัดกำรศกึ ษำ 3 ผลทีค่ ำดวำ่ จะได้รบั 3 กลุ่มเป้ำหมำย 4 คุณสมบตั ิ และหลักฐำนกำรสมัคร 4 คำนิยำม 7 ควำมรบั ผิดชอบ 14 โครงสรำ้ งหลักสตู ร 18 กำรจดั หลักสูตรสำหรับกลมุ่ เปำ้ หมำย 18 กำรลงทะเบยี น 20 วิธีจดั กำรเรยี นรู้ 20 กำรวดั ผลประเมินผล 22 กำรประเมินคณุ ภำพกำรศึกษำนอกระบบระดับชำติ (N-net) 23 กำรประเมินคณุ ธรรม 25 กำรเทยี บโอนรำยวิชำ 25 กิจกรรมพัฒนำคณุ ภำพชีวิต (กพช.) 28 เกณฑก์ ำรจบหลักสตู ร 69 คำถำมท่ีพบบ่อย 250 รำยละเอยี ดวชิ ำเลือก ระดบั ประถมศึกษำ 383 รำยละเอียดวิชำเลอื ก ระดบั มัธยมศึกษำตอนตน้ รำยละเอยี ดวชิ ำเลือก ระดบั มัธยมศึกษำตอนปลำย 384 ภำคผนวก 385 หนังสือสำนักงำน กศน. ด่วนมำก ท่ี ศธ 0210.03/3805 ลงวันท่ี 26 ตุลำคม 2553 387 เร่ือง ทบทวนแผนกำรลงทะเบียนเรยี นรำยวชิ ำบังคบั ในภำคเรียนท่ี 2/2553 บนั ทึกขอ้ ตกลงวำ่ ด้วยควำมรว่ มมือกำรจดั กำรศกึ ษำสำหรบั เด็กและเยำวชน 388 ประกำศสำนักงำนปลัดกระทรวงศึกษำธิกำร เรื่อง คู่มือกำรจัดกำรศึกษำตำมหลักสูตร กำรศึกษำนอกระบบระดบั กำรศึกษำขน้ั พนื้ ฐำน พุทธศักรำช 2551 ประกำศ ณ วนั ท่ี 14 กันยำยน 2560 ร ำ ย ช่ื อ ค ณ ะ ท ำ ง ำ น จั ด ท ำ คู่ มื อ ก ำ ร จั ด ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ต ำ ม ห ลั ก สู ต ร ก ำ ร ศึ ก ษ ำ น อ ก ร ะ บ บ ระดับกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 สำหรับเด็กและเยำวชนในกรมพินิจ และคุม้ ครองเด็กและเยำวชน

สำรบัญ (ต่อ) หน้ำ 390 รำยช่ือผู้เขำ้ ร่วมประชุมเชิงปฏิบตั กิ ำรกำรจดั ทำคมู่ ือกำรจดั กำรศกึ ษำตำมหลกั สตู ร กำรศกึ ษำนอกระบบระดบั กำรศกึ ษำขั้นพ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 สำหรบั เด็ก และเยำวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยำวชน

คู่มือการจดั การศึกษาตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรบั เดก็ และเยาวชนในกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน ............................................................. 1. บทนา กรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน มบี ทบาทและภารกจิ คอื 1. พิทกั ษค์ ุม้ ครองสทิ ธิ และสวสั ดิภาพเดก็ เยาวชน ผ้เู ยาวแ์ ละครอบครวั ที่เข้าสกู่ ระบวนยุติธรรม โดยสง่ เสรมิ การใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลอื กและมาตรการอืน่ ๆ 2. ดาเนนิ การดา้ นคดี ด้านการป้องกนั บาบดั แกไ้ ข ฟืน้ ฟู พฒั นาและสงเคราะหแ์ ละติดตาม ประเมินผล 3. ประสานความร่วมมอื และสรา้ งเครอื ข่ายกับชุมชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนท้ังภายในและ ต่างประเทศ เพอื่ สนับสนุนกระบวนการยตุ ธิ รรมและปอ้ งการกระทาผดิ ของเด็กและเยาวชน 4. ศกึ ษา วิเคราะห์ วจิ ัย และพัฒนากฎหมาย รูปแบบและวิธีการปฏิบัติตอ่ เดก็ และเยาวชน 5. พฒั นาการบริหารจดั การและบุคลากรด้วยระบบการบริหารกิจการบา้ นเมืองที่ดี ด้วยบทบาทและภารกิจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิ และสวัสดิภาพเด็ก เยาวชน ผู้เยาว์และครอบครัว ดังกล่าว กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงต้องมีมาตรการในการดูแลให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพเพ่ือ แก้ไขความประพฤติ บาบดั รักษา และฟืน้ ฟูสมรรถภาพท้ังทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ในการ ดูแล โดยได้กาหนดหลกั การดาเนนิ งาน ดงั น้ี 1. การพัฒนาการศกึ ษาต้องยึดหลักยทุ ธศาสตรก์ รมพินจิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน 2. การสง่ เสริมโอกาสทางการศึกษาสาหรับเด็กและเยาวชนทีอ่ ยู่ในการดแู ลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชน ต้องให้ความสาคัญเท่าเทียมกันกับเด็กและเยาวชนท่ัวไป ความหลากหลายในรูปแบบและหลักสูตร การศึกษาและเทคโนโลยกี ารศึกษาท่ที ันสมยั 3. การพัฒนารูปแบบการเรยี นการสอนและหลกั สตู รการศึกษา ต้องให้ความสาคัญกับการยกระดับความรู้ ให้มคี ณุ ภาพและไดม้ าตรฐาน และยึดถือประโยชน์ของเดก็ และเยาวชนเปน็ ทีต่ งั้ ควบคกู่ ับการส่งเสริมทักษะท่ีจาเป็น แห่งศตวรรษท่ี 21 4. การประสานให้บคุ ลากรภายนอกท่ีมีใบประกอบวิชาชีพให้เข้ามามีส่วนร่วมในการสอนเด็กและเยาวชน ภายในสถานท่ีควบคุม รวมถึงส่งเสริมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าท่ีครูให้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ เพ่ือการเรียนการสอน ที่มปี ระสทิ ธิภาพและได้มาตรฐาน ดังน้ัน กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จึงต้องแสวงหาภาคีเครือข่าย หาแนวทางร่วมกันในการช่วย จัดการศึกษาหรือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ให้กับเด็กและ เยาวชนในการดูแลใหไ้ ด้รับการศกึ ษาและพัฒนาตามความสนใจและตามศักยภาพของแต่ละคน ในการดาเนินงานตามบทบาทภารกิจดังกล่าว กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดาเนินการภายใต้ หน่วยงานในระดับพื้นท่ี คอื ๑. สถานพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน ซึ่งจัดตัง้ ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครวั และวธิ ี พจิ ารณาคดีเยาวชนและครอบครวั พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยควบคุมตัวเด็กและเยาวชนระหว่างรอการพิจารณาคดี โดยเด็ก และเยาวชนจะได้รับแก้ไข บาบัด ฟ้ืนฟู จัดการศึกษาและฝึกวิชาชีพตามความเหมาะสม ปัจจุบันมีสถานพินิจและ คมุ้ ครองเดก็ และเยาวชนครบทุกจงั หวัด ๒. ศูนยฝ์ ึกและอบรมเด็กและเยาวชน โดยควบคุมตัวเด็กและเยาวชนท่ศี าลเยาวชนและครอบครวั พพิ ากษาใหเ้ ข้ารับการฝึกอบรมตามระยะเวลาทศี่ าลกาหนด คมู่ ือการจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคุม้ ครองเดก็ และเยาวชน

-2- ๒. วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือเป็นแนวทางจัดการเรียนการสอนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรม เด็กและเยาวชนให้มีประสิทธิภาพ สาหรับการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของสานักงานส่งเสริม การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๓. การจัดการศึกษา กรมพินจิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีหน่วยงานท่ีรับเด็กและเยาวชน ดูแล 2 หน่วยงาน คือ สถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน แต่ละแห่งจะมีการจัดการศึกษาสายสามัญ และจดั การศึกษาวิชาชีพ ดังน้ี 3.1 การจัดการศกึ ษาสายสามัญ - ระดับผู้ไมร่ หู้ นงั สือ เป็นการจดั การศึกษาสาหรับเด็กและเยาวชนที่ไมส่ ามารถอ่าน เขยี นภาษาไทยได้ โดยใช้หลักสูตรการรู้หนังสือไทย พุทธศักราช 2557 ของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย จดั การเรียนเป็นแบบช้ันเรยี น - ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จัดการศึกษาตาม หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ของสานักงานส่งเสริมการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย จัดการเรยี นท้ังแบบชั้นเรยี นหรอื พบกลมุ่ 3.2 การจัดการศึกษาวิชาชีพ มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนแต่ละแห่ง ได้เรียนรู้หลักสูตรวิชาชีพในหลักสูตรหรือสาขาวิชาท่ีตนเอง สนใจ สามารถนาไปประกอบอาชพี ต่อไป โดยให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและ เยาวชน แต่ละแห่งสารวจหลักสูตร / สาขาวิชาที่เด็กและเยาวชนต้องการเรียนและประสานกับสถาบันการศึกษา ใกลเ้ คียงทม่ี คี วามพร้อมเข้ามาดาเนนิ การจดั ฝกึ อบรมวิชาชีพ เม่ือเด็กและเยาวชนที่ศาลเยาวชนและครอบครัว สั่งให้ควบคุมตัว ถูกดาเนินคดีและเข้าสู่กระบวนการ ทางกฎหมาย เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้จะอยู่ในความดูแลของสถานแรกรับ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยเฉล่ียจะใช้เวลาระหว่างรอพิจารณาคดี 3 เดือน เด็กและเยาวชนจะได้รับการแก้ไข บาบัด ฟ้ืนฟู จัดการศึกษา และฝึกวชิ าชีพตามสภาพปญั หาและความเหมาะสม ต่อมาเม่ือเด็กและเยาวชนได้รับพิจารณาให้เข้ารับการฝึกอบรม เด็กและเยาวชนดังกล่าว จะถูกส่งตัวไปที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนตามระยะเวลาที่ศาลสั่ง ซึ่งจะได้รับ การศึกษาด้านวิชาสามัญและวิชาชีพ พร้อมกับได้รับการแก้ไข บาบัด ฟื้นฟู โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพและใช้ เป็นพนื้ ฐานในการศึกษาต่อหรอื ประกอบอาชีพในอนาคต 4. ผลทีค่ าดว่าจะไดร้ ับ 4.๑.เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาข้ันพื้นฐานตามมาตรฐานของหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ 4.๒.เด็กและเยาวชนได้รบั การแก้ไข บาบัด ฟ้ืนฟู ปรับเปล่ียนพฤติกรรมสามารถกลับสู่สังคมและดารงชีวิต อยใู่ นสงั คมได้อย่างปกติสขุ คู่มือการจัดการศกึ ษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน

-3- 5. กลุ่มเป้าหมาย เดก็ และเยาวชนในสถานพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝกึ และอบรมเด็กและเยาวชน ที่มีอายุ ยา่ งเขา้ ปที ี่ 16 ทุกคนต้องได้รับการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึง่ มี ๓ ระดับ แตล่ ะระดบั ใช้ระยะเวลาเรยี น ๒ ปี หรือ ๔ ภาคเรยี น ยกเว้นมีการเทียบโอนผลการเรยี นอาจ จบการศกึ ษาก่อน 2 ปี กรณที เ่ี ดก็ และเยาวชนอายุไม่ถึง 15 ปี ให้เรียนกับสถานศึกษาในสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) ก่อน หากไม่สามารถเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ได้ให้ประสานงานกับสานักงานเขตพ้ืนที่ การศึกษา แจง้ ให้สถานศึกษาสังกัดสานกั งาน กศน. เปน็ ผูจ้ ัดการศกึ ษาให้กับกลุ่มเปา้ หมายดงั กลา่ ว ทั้งน้ี ผู้เรียนจะตอ้ งไม่จบการศึกษากอ่ นการศึกษาภาคบังคับ 6. คุณสมบัติ และหลกั ฐานการสมคั ร ๑. เป็นเดก็ หรือเยาวชนในสถานพินิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน และศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชน กรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน ๒. เป็นผมู้ คี ณุ สมบตั ติ ามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการว่าดว้ ยหลกั ฐานในการรับนกั เรยี น นกั ศกึ ษา ในสถานศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ๓. มพี ื้นความรู้ในแตล่ ะระดบั ดังน้ี ก. ระดับประถมศกึ ษา ไม่จากดั พื้นความรู้ ข. ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น สอบได้วุฒิการศึกษาในระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ หรอื เทียบเท่า ค. ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย สอบได้วฒุ ิการศึกษาในระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ หรือเทยี บเท่า หลกั ฐานการสมคั ร 1. ใบสมคั รเป็นนักศกึ ษา 2. รูปถ่าย ๑ น้ิว จานวน 2 รปู 3. สาเนาทะเบียนบ้าน 4. สาเนาบตั รประชาชน 5. สาเนาหนงั สือสาคญั แสดงวุฒิการศกึ ษาจานวน ๒ ฉบับ 6. สาเนาเอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง เช่น ใบเปลยี่ นช่ือ เปล่ยี นนามสกลุ 7. คานยิ าม “การแกไ้ ขบาบัดฟนื้ ฟ”ู หมายความว่า มาตรการที่กาหนดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสนับสนุน เด็กหรือเยาวชนให้สามารถอยูก่ บั ครอบครัวและชมุ ชนไดโ้ ดยปกตสิ ุข เช่น การรับ คาปรึกษาแนะนา การเข้าร่วมกิจกรรมบาบัด การเข้าร่วมกิจกรรมทางเลือก การศึกษา หรือการฝกึ อาชพี หรอื วชิ าชพี “การฝึกอบรม” หมายความว่า การแก้ไข บาบัด ฟ้ืนฟโู ดยมกี ารควบคมุ “เดก็ และเยาวชน” หมายความว่า เด็กหรอื เยาวชนทีก่ ระทาความผิดและเขา้ สู่กระบวนการยตุ ธิ รรม “ผูอ้ านวยการ” หมายความว่า ผู้อานวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ผู้อานวยการศนู ยฝ์ กึ และอบรมเดก็ และเยาวชน “กศน.” หมายความวา่ ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั เขต/อาเภอ คมู่ อื การจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน

-4- “เจ้าหนา้ ท”่ี หมายความว่า นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพ ด้านการศึกษาอบรมและ ฝกึ วิชาชีพทปี่ ฏิบตั ิหนา้ ท่ีครูผสู้ อนประจาหนว่ ยเรียน หรือผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย ทาหน้าท่คี รผู ้สู อนประจาหนว่ ยเรียน “ครูประจากลมุ่ ” หมายความวา่ บคุ คลท่ีได้รบั การแตง่ ตั้งจากศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เปน็ ครผู ูส้ อนซึง่ อาจแต่งตง้ั จากครสู ามัญ ครวู ชิ าชีพ หรอื บุคคลอ่ืนทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย “ครูสามญั ” หมายความวา่ นกั วิชาการอบรมและฝึกวชิ าชพี ที่ปฏบิ ตั ิหน้าทีค่ รูผสู้ อนประจา หน่วยเรยี นสามญั “ครูวิชาชพี ” หมายความว่า นักวชิ าการอบรมและฝึกวิชาชพี ที่ปฏบิ ัติหนา้ ท่คี รูผ้สู อนประจา หนว่ ยเรยี นวิชาชพี “กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต หรือ กพช.” หมายความว่า กิจกรรมท่ีส่งเสริม สนับสนุน ให้นักศึกษาเป็น ผรู้ ู้จกั คิด รู้จักทา เป็นผู้คิดเป็น ทาเป็น และแกป้ ญั หาเป็น โดยนกั ศกึ ษาสามารถเลือกทากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้ตามความสนใจ หรือความถนัด เน้นการนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษาเรียนรู้ไปสู่การ ปฏิบัติท่ีสอดคล้องกับวิถีชีวิต เพ่ือพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการปลูกฝัง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในแต่ละระดับการศึกษาจะต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตรวมแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ชว่ั โมง โดยมีขอบข่ายเนื้อหาทง้ั ในภาคทฤษฎี และภาคปฏบิ ตั ิ “ครูศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (ครู ศรช.)” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานประจาศูนย์การเรียนชุมชนจัดกิจกรรม กระบวนการเรียนรู้และอานวยความสะดวกแก่เด็กและเยาวชน 8. ความรับผิดชอบ ครูประจากลุ่ม มีหน้าที่รับสมัครผู้เรียน ลงทะเบียนเรียน และจัดส่งหลักฐานการสมัครและลงทะเบียนให้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขต/อาเภอในพื้นที่ ร่วมจัดกระบวนการเรียนการสอนตาม หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จัดเตรียมแผนการสอนวัดและ ประเมินผล รายงานผลการศึกษาของเด็กและเยาวชนต่อผู้บังคับบัญชา และศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยเขต/อาเภอ 9. โครงสรา้ งหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ โครงสรา้ งหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มดี ังนี้ ที่ สาระการเรยี นรู้ ประถมศกึ ษา จานวนหนว่ ยกติ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนตน้ 1. ทกั ษะการเรยี นรู้ วชิ าบงั คบั วชิ าเลอื ก วชิ าบังคับ วชิ าเลอื ก 2. ความรพู้ ืน้ ฐาน วชิ าบังคบั วชิ าเลือก 3. การประกอบอาชพี 5 5 4. ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ติ 12 5 20 5. การพฒั นาสังคม 8 16 8 5 8 5 รวม 6 5 6 36 12 6 44 32 กจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต 40 16 48 หน่วยกติ 76 หน่วยกิต 200 ช่วั โมง 56 หน่วยกติ 200 ชว่ั โมง 200 ช่วั โมง หมายเหตุ ในแต่ละระดบั สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรยี นเรยี นวชิ าเลอื กโดยการทาโครงงาน จานวนอยา่ งน้อย 3 หน่วยกติ คู่มอื การจัดการศึกษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน

-5- ระดับการศึกษา หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดเป็น 3 ระดับ คือ ระดบั ประถมศึกษา ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น และระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย สาระการเรยี นรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ ๕ สาระ ดงั น้ี ๑. สาระทักษะการเรียนรู้ เป็นสาระเกี่ยวกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง การใช้แหล่งเรียนรู้ การจัดการความรู้ การคดิ เปน็ และการวิจัยอย่างงา่ ย ๒. สาระความรู้พน้ื ฐาน เปน็ สาระเกยี่ วกับภาษาและการสอ่ื สาร คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๓. สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเกี่ยวกับกับการมองเห็นช่องทางและการตัดสินใจประกอบอาชีพ ทักษะในอาชีพ การจดั การอาชีพอย่างมคี ณุ ธรรม และการพัฒนาอาชพี ให้มคี วามมน่ั คง ๔. สาระทักษะการดาเนินชีวิต เป็นสาระเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สุขศึกษา พลศึกษา และศลิ ปศึกษา ๕. สาระการพฒั นาสงั คม เป็นสาระเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี หนา้ ทพี่ ลเมอื ง และการพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม วชิ าบังคบั วิชาเลือกและจานวนหนว่ ยกิต หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดหน่วยกิตของวิชา บังคบั และวิชาเลอื กในแต่ละระดบั การศกึ ษา ดังนี้ - ระดบั ประถมศกึ ษา ลงทะเบยี นเรยี นท้ังหมด 48 หน่วยกิต วชิ าบงั คบั 36 หนว่ ยกิต วชิ าเลือก 12 หนว่ ยกิต - ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น ลงทะเบียนเรียนท้งั หมด 56 หนว่ ยกิต วชิ าบังคบั 40 หนว่ ยกิต วิชาเลอื ก 16 หน่วยกติ - ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ลงทะเบยี นเรียนทั้งหมด 76 หนว่ ยกติ วชิ าบงั คบั 44 หน่วยกิต วิชาเลือก 32 หนว่ ยกิต วิชาบังคับ เปน็ วิชาทผ่ี ู้เรียนทกุ คนตอ้ งลงทะเบยี นเรยี นและตอ้ งประเมนิ ผลการเรียนให้ได้ระดับ 1 ขึน้ ไป ในแตล่ ะระดบั มจี านวน 14 รายวิชา ดังน้ี คู่มือการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน

-6- รายวิชาบังคับ ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สาระการเรยี นรู้ในหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มี 5 สาระ แตล่ ะสาระการเรยี นรู้ กาหนดวชิ าบังคบั ไว้ ดงั นี้ ระดับประถมศึกษา ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รหัสรายวิชา รายวชิ า หน่วยกติ รหัส รายวิชา หนว่ ยกติ รหัสรายวิชา รายวชิ า หน่วยกติ รายวชิ า สาระทกั ษะการเรยี นรู้ ทร๑๑๐๐๑ ทักษะการเรียนรู้ ๕ ทร๒๑๐๐๑ ทักษะการเรยี นรู้ ๕ ทร๓๑๐๐๑ ทกั ษะการเรียนรู้ ๕ สาระความรูพ้ ้ืนฐาน พท๑๑๐๐๑ ภาษาไทย ๓ พท๒๑๐๐๑ ภาษาไทย ๔ พท๓๑๐๐๑ ภาษาไทย ๕ พต๑๑๐๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ พต๒๑๐๐๑ ภาษาองั กฤษใน ๔ พต๓๑๐๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือ ๕ พื้นฐาน ชีวติ ประจาวัน ชีวิตและสังคม พค๑๑๐๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ พค๒๑๐๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ พค๓๑๐๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ พว๑๑๐๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๓ พว๒๑๐๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๔ พว๓๑๐๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕ สาระการประกอบอาชพี อช๑๑๐๐๑ ชอ่ งทางการเขา้ สู่ ๒ อช๒๑๐๐๑ ชอ่ งทางการ ๒ อช๓๑๐๐๑ ช่องทางการขยาย ๒ อาชีพ พัฒนาอาชีพ อาชีพ อช๑๑๐๐๒ ทกั ษะการ ๔ อช๒๑๐๐๒ ทกั ษะการพัฒนา ๔ อช๓๑๐๐๒ ทกั ษะการขยาย ๔ ประกอบอาชีพ อาชีพ อาชีพ อช๑๑๐๐๓ พัฒนาอาชีพให้มี ๒ อช๒๑๐๐๓ พฒั นาอาชีพให้มี ๒ อช๓๑๐๐๓ พฒั นาอาชีพให้มี ๒ อยู่มีกนิ ความเข้มแข็ง ความม่ันคง สาระทกั ษะการดาเนินชวี ติ ทช๑๑๐๐๑ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑ ทช๒๑๐๐๑ เศรษฐกิจพอเพยี ง ๑ ทช๓๑๐๐๑ เศรษฐกจิ พอเพียง ๑ ทช๑๑๐๐๒ สุขศกึ ษา พลศกึ ษา ๒ ทช๒๑๐๐๒ สุขศึกษา พลศึกษา ๒ ทช๓๑๐๐๒ สขุ ศึกษา พลศึกษา ๒ ทช๑๑๐๐๓ ศิลปศึกษา ๒ ทช๒๑๐๐๓ ศลิ ปศึกษา ๒ ทช๓๑๐๐๓ ศิลปศึกษา ๒ สาระการพัฒนาสงั คม สค๑๑๐๐๑ สังคมศกึ ษา ๓ สค๒๑๐๐๑ สังคมศึกษา ๓ สค๓๑๐๐๑ สงั คมศึกษา ๓ สค๑๑๐๐๒ ศาสนาและหน้าท่ี ๒ สค๒๑๐๐๒ ศาสนาและหน้าท่ี ๒ สค๓๑๐๐๒ ศาสนาและหน้าท่ี ๒ พลเมือง พลเมือง พลเมอื ง สค๑๑๐๐๓ การพัฒนาตนเอง ๑ สค๒๑๐๐๓ การพัฒนาตนเอง ๑ สค๓๑๐๐๓ การพัฒนาตนเอง ๑ ชุมชน สังคม ชมุ ชน สงั คม ชมุ ชน สังคม สาหรับวิชาเลือก สานักงาน กศน. มีนโยบายกาหนดให้ผู้เรียนเลือกลงทะเบียนเรียน จานวน ๒ รายวิชา จาก วิชาเลือกที่สานักงาน กศน.พัฒนาข้ึนท้ังหมด จานวน ๔ รายวิชา คือ ๑) การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจาวัน ๒) การเงนิ เพ่ือชวี ติ ๓) การเรยี นร้สู ภู้ ัยธรรมชาติ และ ๔) วัสดุศาสตร์ ดังนั้น รายวิชาเลือกท่ีผู้เรียนต้องลงทะเบียนเรียน ตามนโยบายของสานกั งาน กศน. มีดังนี้ ระดับประถมศกึ ษา จานวน 4 หน่วยกิต ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จานวน 6 หนว่ ยกติ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน ๖ หนว่ ยกติ คู่มอื การจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน

-7- 10.การจดั หลกั สตู รสาหรบั กลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน สบื เนอื่ งจากกรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน ต้องรับเด็กและเยาวชนท่ีอยู่ในกระบวนการยุติธรรมมา ดูแลให้การรักษา อบรม ฝึกอาชีพเพ่ือแก้ไขความประพฤติ บาบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพท้ังทางด้านร่างกาย และจิตใจแก่เด็กและเยาวชนดังกล่าวในการให้การศึกษา ด้านการศึกษาสายสามัญดาเนินการร่วมกับสานักงาน กศน. ด้านการศึกษาสายอาชีพดาเนินการร่วมกับสานักงาน กศน. สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ภายใต้ระยะเวลาท่ีเด็กและเยาวชนอยู่ในการดูแล ดังนั้น การจัดหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชน จงึ พจิ ารณาความเชื่อมโยงกับหลักสตู รอบรมต่าง ๆ ทั้งการอบรมวิชาชีพ การอบรมบ่มเพาะ การบาบัด พฤติกรรม ซ่ึงจากการวิเคราะห์ข้อมูลการฝึกอบรมดังกล่าว จึงจัดหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เป็นดงั นี้ 10.1 ระดบั ประถมศึกษา กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และสถานศึกษาระดับเขต/อาเภอ ของสานักงาน กศน. ต้องจัดทา หลักสูตรสถานศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยจัด โครงสรา้ งหลักสตู ร ดังน้ี โครงสรา้ งหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ระดับประถมศึกษา สาหรับกลมุ่ เป้าหมายเด็กและเยาวชนของกรมพนิ จิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน สาระ วิชาบงั คับ 36 หนว่ ยกิต วชิ าเลอื ก 12 หน่วยกิต ชือ่ วิชา หน่วยกิต สาระทักษะการเรียนรู้ ชือ่ วิชา หน่วยกิต สาระความรพู้ ื้นฐาน 1. ทักษะการเรยี นรู้ ๕ 2. ภาษาไทย ๓ 3. ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน ๓ 4. คณิตศาสตร์ ๓ 5. วิทยาศาสตร์ ๓ การใช้พลงั งานไฟฟา้ ๒ ในชีวติ ประจาวนั ๑ 2 วสั ดศุ าสตร์ 1 สาระ การป ระกอ บ 6. ช่องทางการเข้าสู่อาชีพ ๒ การเรยี นรู้ ๒ อาชีพ 7. ทกั ษะการประกอบอาชพี ๔ สูภ้ ยั ธรรมชาติ ๑ ๒ ๒ 8. พัฒนาอาชีพใหม้ ีอยูม่ ีกนิ ๑ การเงนิ เพื่อชีวติ ๑ สาระทักษะการดาเนิน 9. เศรษฐกิจพอเพยี ง ๒ ชวี ติ 10. สุขศึกษา พลศึกษา ๒ ๓ 11. ศลิ ปศึกษา สาระการพฒั นาสังคม 12. สังคมศกึ ษา ๒ 13. ศาสนาและหน้าท่ี ๑ พลเมือง 14. การพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม คู่มือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน

-8- คาอธบิ าย โครงสรา้ งหลกั สตู รในระดับประถมศึกษา 1) วชิ าบงั คบั เรียน 14 รายวชิ า จานวน 36 หนว่ ยกิต ตามตารางขา้ งตน้ 2) วชิ าเลือก เรยี น จานวน 12 หน่วยกติ แบ่งเปน็ 2.1) เลือกเรียน 2 วิชา จากจานวน 4 วิชาตามตารางข้างต้น รวม 4 หน่วยกิต ได้แก่ 1. การใช้พลังงาน ไฟฟา้ ในชวี ิตประจาวนั 1, 2. วสั ดศุ าสตร์ ๑, 3. การเงินเพือ่ ชวี ิต 1, และ 4. การเรียนรู้สภู้ ยั ธรรมชาติ 1 2.2) เลือกเรียนเพ่ิมอีก จานวน 8 หน่วยกิต โดยสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสนใจและ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และจัดเป็นแผนการเรียนรู้รายบุคคล ท้ังน้ี รายวิชาเลือกที่นามาจัดทาเป็น แผนการเรยี นรรู้ ายบคุ คล มดี งั น้ี รายช่อื รายวิชาเลอื กระดบั ประถมศกึ ษา ให้เลือกเรยี นเพ่ิมเตมิ จานวนไม่น้อยกว่า 8 หน่วยกติ ที่ รหสั วิชา สาระ วิชา จานวน รายวิชาที่ รายวชิ าท่ี หน่วย กศน. กรมพนิ จิ 1. อช 12019 การประกอบอาชีพ การปลูกผักปลอดสารพิษเพ่ือบริโภค กติ พัฒนาขึ้น 2. อช12020 การประกอบอาชีพ การขยายพันธ์พุ ชื ดว้ ยการใชเ้ มลด็ พฒั นาข้นึ 3. อช12021 การประกอบอาชพี การเพาะเหด็ ฟางตะกรา้ 2 / 4. อช12022 การประกอบอาชพี การปลกู ผักบุ้งจีนในครัวเรอื น 1 / / 5. อช12023 การประกอบอาชพี งานฝึกฝีมอื งานไม้ 1 / / 6. อช12024 การประกอบอาชีพ ฝึกฝีมอื ชา่ งปูน 2 / / 7. อช12025 การประกอบอาชีพ การทาผลิตภัณฑ์ทาความสะอาด 2 / / 8. อช12026 การประกอบอาชพี สปาเทา้ 2 / 9. อช02033 การประกอบอาชีพ การสระผม เซทผม 1 / / 10. อช02039 การประกอบอาชพี การตัดผมชาย 2 / 11. อช02043 การประกอบอาชีพ การประดิษฐ์ดอกไมจ้ นั ทน์ 2 12. อช13029 การประกอบอาชพี อาชีพฟุตบอล 2 / 13. ทช12012 ทกั ษะการดาเนินชวี ติ การเขียนลายไทยพน้ื ฐาน 2 / 14. ทช12013 ทักษะการดาเนนิ ชวี ิต การวาดเส้นหุ่นนิง่ 2 / 15. ทช12014 ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ิต การขับร้องเบอ้ื งตน้ 2 16. ทช13006 ทกั ษะการดาเนนิ ชีวติ การเล่นเคร่อื งดนตรีพืน้ บา้ น 2 2 รวม 1 16 รายวิชา คมู่ ือการจัดการศึกษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน

-9- 10.2 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และสถานศึกษาระดับเขต/อาเภอ ของ กศน. ต้องจัดทาหลักสูตร สถานศกึ ษาสาหรับกลุ่มเปา้ หมายเดก็ และเยาวชนของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยจัดโครงสร้างหลักสูตร ดงั นี้ โครงสร้างหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สาหรับกลุ่มเปา้ หมายเด็กและเยาวชนของกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน สาระ วชิ าบงั คับ 36 หนว่ ยกิต วชิ าเลือก 12 หน่วยกิต ชอื่ วิชา หน่วยกิต สาระทักษะการเรยี นรู้ ชอ่ื วชิ า หนว่ ยกิต สาระความรู้พน้ื ฐาน 1. ทกั ษะการเรยี นรู้ ๕ 2. ภาษาไทย 4 3. ภาษาอังกฤษในชีวติ ประจาวนั 4 4. คณิตศาสตร์ 4 5. วทิ ยาศาสตร์ 4 การใช้พลงั งานไฟฟ้า 3 ในชีวติ ประจาวัน 2 3 วสั ดุศาสตร์ 2 สาระ การป ระกอ บ 6. ช่องทางการพัฒนาอาชีพ ๒ การเรยี นรู้ 3 อาชีพ 7. ทกั ษะการพัฒนาอาชีพ ๔ ส้ภู ยั ธรรมชาติ 2 3 ๒ 8. พฒั นาอาชีพให้มีความเขม้ แข็ง ๑ การเงนิ เพ่ือชวี ิต 2 สาระทักษะการดาเนิน 9. เศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒ ชวี ิต 10. สขุ ศึกษา พลศึกษา ๒ ๓ 11. ศิลปศึกษา สาระการพัฒนาสงั คม 12. สงั คมศกึ ษา ๒ ๑ 13. ศาสนาและหน้าท่พี ลเมอื ง 14. การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม คาอธบิ าย โครงสร้างหลกั สตู รในระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ 1) วชิ าบังคับ เรียน 14 รายวิชา จานวน 40 หน่วยกิต ตามตารางข้างตน้ 2) วิชาเลอื ก เรยี น จานวน 16 หนว่ ยกิต แบง่ เปน็ 2.1) เลือกเรยี น 2 วิชา จากจานวน 4 วิชา ตามตารางข้างต้น รวม 6 หน่วยกิต ได้แก่ 1. การใช้พลังงาน ไฟฟา้ ในชวี ิตประจาวัน 2, 2. วัสดศุ าสตร์ ๒, 3. การเงนิ เพือ่ ชีวิต 2, และ 4. การเรยี นร้สู ู้ภัยธรรมชาติ 2 2.2) เลอื กเรยี นเพิม่ อกี จานวน 10 หนว่ ยกติ โดยสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสนใจและ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และจัดเป็นแผนการเรียนรู้รายบุคคล ท้ังน้ี รายวิชาเลือกท่ีนามาจัดทาเป็น แผนการเรยี นรู้รายบคุ คล มีดังน้ี คมู่ อื การจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน

-10- รายชอ่ื รายวิชาเลอื กระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น ใหเ้ ลือกเรยี นเพิม่ เติม จานวนไม่นอ้ ยกวา่ 10 หนว่ ยกิต ที่ รหสั วิชา สาระ วชิ า จานวน รายวชิ าท่ี รายวชิ าที่ หนว่ ยกติ กศน. กรมพินจิ พฒั นาขึ้น พัฒนาขึ้น 1. อช22025 การประกอบอาชพี การปลูกผักไฮโดรโพนิกส์เสรมิ รายได้ 2 / 2. อช22026 การประกอบอาชีพ การปลกู ผักปลอดสารพิษเสริมรายได้ 2 / 3. อช22027 การประกอบอาชีพ การขยายพนั ธพ์ุ ชื ในทอ้ งถิน่ 2 / 4. อช22028 การประกอบอาชพี การเพาะเห็ดในถงุ พลาสตกิ เสริมรายได้ 2 / 5. อช22029 การประกอบอาชพี การปลกู ผักบุง้ จนี เสรมิ รายได้ 2 / 6. อช22030 การประกอบอาชีพ งานฝกึ ฝมี ือเบอื้ งตน้ 2 / 7. อช22031 การประกอบอาชีพ วัสดชุ า่ งอตุ สาหกรรม 2 / 8. อช22032 การประกอบอาชีพ งานเช่อื มซ่อมบารงุ 2 / 9. อช22033 การประกอบอาชีพ งานเชอื่ มอารค์ โลหะ 2 / 10. อช22034 การประกอบอาชพี ผลติ ภณั ฑ์งานเช่ือม 2 / 11. อช22035 การประกอบอาชพี ช่างไฟฟา้ อตุ สาหกรรม 2 / 12. อช22036 การประกอบอาชีพ ช่างเครอ่ื งกลไฟฟา้ กระแสตรง 2 / 13. อช22037 การประกอบอาชพี ชา่ งซอ่ มเครือ่ งใช้ไฟฟา้ ภายในบ้าน 2 / 14. อช22038 การประกอบอาชพี ไฟฟา้ เบอื้ งตน้ 2/ 15. อช22039 การประกอบอาชพี ศลิ ปะประดิษฐจ์ ากวสั ดุเหลอื ใช้ 2 / 16. อช22040 การประกอบอาชีพ การถกั ดอยลี่ดว้ ยโครเชต์ 1 / 17. อช22041 การประกอบอาชพี งานศลิ ปะภาพนูนต่า 2 / 18. อช22042 การประกอบอาชพี งานศิลาภรณ์ 2/ 19. อช22043 การประกอบอาชพี นวดแผนไทย 3/ 20. อช22044 การประกอบอาชพี สบู่สมุนไพร 1/ 21. อช22045 การประกอบอาชพี การสปาหนา้ 2/ 22. อช22046 การประกอบอาชพี ธรุ กจิ อาหารจานเดยี ว 2 / 23. อช22047 การประกอบอาชพี การทาขนมไทย 2/ 24. อช22048 การประกอบอาชีพ การถนอมอาหาร 2/ 25. อช22049 การประกอบอาชพี การตดั เยบ็ เพอื่ งานประดิษฐ์ 2 / 26. อช02040 การประกอบอาชีพ การทาผ้าบาตกิ 2/ 27. อช02025 การประกอบอาชพี การทาเบเกอรี่ 2/ 28. อช02026 การประกอบอาชพี ธรุ กิจขายเครือ่ งด่มื 2/ 29. อช02027 การประกอบอาชพี ธุรกิจขายอาหาร 2/ 30. อช02029 การประกอบอาชพี การตัดเยบ็ กระโปรง 2/ 31. อช02035 การประกอบอาชพี การเกล้าผม 2/ 32. อช02037 การประกอบอาชีพ การนวดหน้าและแต่งหนา้ 2/ 33. อช02038 การประกอบอาชีพ การแตง่ เล็บ 2/ 34. อช02041 การประกอบอาชีพ การแกะสลักผลไม้ 2/ คู่มือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน

-11- ท่ี รหสั วิชา สาระ วิชา จานวน รายวชิ าที่ รายวชิ าท่ี หนว่ ยกิต กศน. กรมพินจิ พัฒนาขนึ้ พฒั นาขึ้น 35. อช02042 การประกอบอาชีพ การจดั ดอกไม้สด 2/ 36. อช22051 การประกอบอาชีพ คอมพวิ เตอร์กราฟฟิกเพอื่ ผลิตสื่อส่งิ พิมพ์ 2 / 37. อช23069 การประกอบอาชพี การเกษตรทฤษฎใี หม่ 2/ 38. อช02006 การประกอบอาชพี การเพาะเหด็ ฟาง 3/ 39. อช02007 การประกอบอาชพี หลักการเกษตรอนิ ทรีย์ 2/ 40. อช02008 การประกอบอาชพี การทาป๋ยุ หมัก 1/ 41. อช02009 การประกอบอาชีพ สมุนไพรปอ้ งกนั และกาจดั ศัตรพู ชื 1 / 42. อช22057 การประกอบอาชพี เครอื่ งลา่ งรถยนต์ 2/ 43. อช22052 การประกอบอาชีพ การทาสรี ถยนต์ 2/ 44. อช22053 การประกอบอาชพี การซ่อมรถจกั รยานยนต์ 2 / 45. อช22054 การประกอบอาชีพ การบารงุ รักษารถยนต์ 2 / 46. อช22055 การประกอบอาชพี การปรับอากาศรถยนต์ 2 / 47. อช22056 การประกอบอาชีพ ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสค์ วบคมุ รถยนต์ 2 / 48. อช23057 การประกอบอาชีพ อาชพี ฟุตบอล 2/ 49. อช02022 การประกอบอาชีพ การเดินสายไฟฟา้ ในอาคาร 2/ 50. อช03166 การประกอบอาชพี เครอ่ื งมอื วัดไฟฟา้ 2/ 51. อช 23188 การประกอบอาชีพ ชา่ งปนู 2/ 52. ทช03007 ทกั ษะการดาเนินชีวติ ดนตรพี น้ื บา้ น 2/ 53. ทช23009 ทกั ษะการดาเนินชีวิต การบรรเลงดนตรไี ทย 1 2/ 54. ทช23010 ทกั ษะการดาเนนิ ชีวิต การบรรเลงดนตรไี ทย 2 2/ 55. ทช23033 ทักษะการดาเนินชวี ิต เทคนิคการใชส้ ี 2/ 56. ทช23024 ทักษะการดาเนนิ ชีวิต การเขียนภาพ 2/ 57. ทช03002 ทักษะการดาเนินชีวติ แชร์บอล 1/ 58. ทช03030 ทกั ษะการดาเนินชวี ิต ตะกร้อ 1/ 59. ทช03004 ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ิต เทเบิลเทนนิส 1/ 60. ทช22008 ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ติ การเขยี นภาพจิตรกรรมไทย 2 / 61. ทช22009 ทักษะการดาเนนิ ชวี ติ การเขยี นลายไทยเบอื้ งต้น 2 / 62. ทช๒201๑ ทักษะการดาเนนิ ชีวติ การวาดเส้นภาพเหมือนคนและทวิ ทัศน์ 2 / 63. ทช๒2012 ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ติ การขบั ร้องเพลงไทยสากล 2 / 64. ทร23021 ทกั ษะการเรียนรู้ เรียนรคู้ อมพิวเตอรพ์ น้ื ฐาน 3/ รวม 6๔ รายวิชา คู่มือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

-12- 10.3 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และสถานศึกษาระดับเขต/อาเภอ ของ กศน. ต้องจัดทาหลักสูตร สถานศึกษาสาหรับกลุ่มเปา้ หมายเด็กและเยาวชนของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยจัดโครงสร้างหลักสูตร ดงั น้ี โครงสรา้ งหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายสาหรับกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนของกรมพินิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน สาระ วิชาบงั คับ 44 หนว่ ยกิต วิชาเลือก 32 หน่วยกิต ช่ือวิชา หนว่ ยกิต ช่ือวิชา หน่วยกิต สาระทกั ษะการเรยี นรู้ 1. ทกั ษะการเรยี นรู้ ๕ สาระความรู้พ้นื ฐาน 2. ภาษาไทย ๕ 3. ภาษาองั กฤษเพ่ือชวี ติ ๕ และสังคม 4. คณิตศาสตร์ ๕ 5. วทิ ยาศาสตร์ ๕ การใช้พลังงานไฟฟา้ ใน ๓ ชวี ิตประจาวัน 3 วสั ดุศาสตร์ 3 3 สาระ การป ระกอ บ 6. ชอ่ งทางการขยาย ๒ อาชพี อาชีพ 7. ทกั ษะการขยายอาชีพ ๔ 8. พฒั นาอาชีพให้มี ๒ ความมั่นคง สาระทักษะการดาเนิน 9. เศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑ ชวี ิต 10. สุขศึกษา พลศึกษา ๒ 11. ศลิ ปศึกษา ๒ สาระการพัฒนาสังคม 12. สังคมศึกษา ๓ การเรียนรู้ 3 สภู้ ัยธรรมชาติ 3 13. ศาสนาและหนา้ ที่ ๒ การเงินเพื่อชวี ิต 3 3 พลเมือง 14. การพฒั นาตนเอง ๑ ชุมชน สังคม คู่มือการจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินิจและค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน

-13- คาอธิบาย โครงสร้างหลักสตู รในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 1) วิชาบังคบั เรยี น 14 รายวิชา จานวน 44 หน่วยกิต ตามตารางขา้ งต้น 2) วิชาเลือก เรยี น จานวน 32 หนว่ ยกติ แบ่งเป็น 2.1) เลือกเรียน 2 วิชา จากจานวน 4 วิชาตามตารางข้างต้น รวม 6 หน่วยกิต ได้แก่ 1. การใช้พลังงาน ไฟฟา้ ในชวี ติ ประจาวัน 3, 2. วัสดุศาสตร์ ๓, 3. การเงินเพ่ือชีวิต 3, และ 4. การเรียนรูส้ ภู้ ัยธรรมชาติ 3 2.2) เลือกเรยี นเพิ่มอีก จานวน 26 หน่วยกิต โดยสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสนใจและ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และจัดเป็นแผนการเรียนรู้รายบุคคล ท้ังนี้ รายวิชาเลือกที่นามาจัดทาเป็น แผนการเรียนรู้รายบคุ คล มดี งั น้ี รายชือ่ รายวิชาเลอื กระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ใหเ้ ลือกเรียนเพม่ิ เตมิ จานวนไมน่ อ้ ยกว่า 26 หน่วยกิต ท่ี รหสั วิชา สาระ วชิ า จานวน รายวิชาที รายวิชาท่ี หนว่ ยกติ กศน. กรมพินิจ 1. อช32203 การประกอบอาชพี การปลูกผักไฮโดรโพนิกสเ์ พ่อื การค้า พฒั นาขน้ึ 2. อช32204 การประกอบอาชพี อาชพี การปลูกผักปลอดสารพษิ 2 พัฒนาข้นึ 3. อช32205 การประกอบอาชพี 2 / 4. อช32206 การประกอบอาชีพ การขยายพันธ์ุพืชเพ่ือการประกอบอาชพี 2 / / 5. อช32207 การประกอบอาชีพ 2 / / 6. อช32208 การประกอบอาชพี อาชพี การเพาะเหด็ ในโรงเรือน 2 / / 7. อช32209 การประกอบอาชีพ การปลูกผกั บุ้งจีนเพื่อการค้า 2 / / 8. อช32210 การประกอบอาชีพ งานฝกึ ฝีมอื ชา่ งอตุ สาหกรรม 2 / / 9. อช32211 การประกอบอาชีพ งานเช่อื มโลหะเบ้อื งตน้ 2 / / 10. อช32212 การประกอบอาชีพ วัสดุและอปุ กรณใ์ นงานชา่ ง 2 / / 11. อช32213 การประกอบอาชีพ 2 / / 12. อช32214 การประกอบอาชพี ช่างซอ่ มบารงุ ระบบไฟฟา้ อุตสาหกรรม 2 / / 13. อช32215 การประกอบอาชพี 2 / / 14. อช32216 การประกอบอาชีพ เครื่องกลไฟฟ้ากระแสสลับและการควบคมุ 2 / / 15. อช02028 การประกอบอาชีพ 2 / / 16. อช02030 การประกอบอาชพี การจัดผ้าประดับ 2 / 17. อช02031 การประกอบอาชพี การซอ่ มแซมเส้อื ผ้า 2 18. อช02032 การประกอบอาชพี ศิลปะประดิษฐจ์ ากริบบิน้ 2 19. อช02034 การประกอบอาชพี การนวดสปาตัว 2 20. อช02036 การประกอบอาชพี การตัดเยบ็ เส้อื สตรี 2 22. อช33431 การประกอบอาชีพ การตัดกางเกงสตรี 2 23. อช33432 การประกอบอาชพี การตดั เย็บเส้อื บุรุษ 2 24. อช33047 การประกอบอาชีพ การตดั เย็บกางเกงบรุ ษุ 2 25. อช33040 การประกอบอาชพี การซอยผม ดดั ผม 2 26. อช33048 การประกอบอาชพี การเปลยี่ นสีผม ยดื ผม 2 27. อช32023 การประกอบอาชีพ การซอ่ มมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 3 การซอ่ มบารงุ รกั ษาเครื่องปรับอากาศ 2 เครื่องกลเบอ้ื งตน้ งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ การตดิ ตั้งไฟฟ้าในและนอกอาคาร พน้ื ฐานงานไม้ คมู่ อื การจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน

-14- ที่ รหสั วิชา สาระ วชิ า จานวน รายวชิ าที รายวิชาที่ หน่วยกติ กศน. กรมพนิ ิจ 28. อช23024 การประกอบอาชีพ พ้ืนฐานงานปูน พัฒนาขึน้ 29. อช33075 การประกอบอาชพี อาชพี ฟตุ บอล 2 พัฒนาข้ึน 30. อช02001 การประกอบอาชพี การทานา 2 / / 31. อช02003 การประกอบอาชีพ การทาสวนยางพารา 3 / / 32. อช02005 การประกอบอาชพี การทาแผน่ ยางพารา 3 / 33. อช02011 การประกอบอาชีพ การเลีย้ งไก่ไข่ 3 / 34. อช02012 การประกอบอาชีพ การเลี้ยงสกุ ร 3 / 35. อช02013 การประกอบอาชพี การเลี้ยงปลาดกุ 3 / 36. อช02015 การประกอบอาชีพ การเกษตรผสมผสาน 3 / 37. อช32217 การประกอบอาชีพ 2 / 38. ทช32013 ทักษะการดาเนนิ ชวี ิต การสรา้ งสรรค์ภาพดว้ ยคอมพิวเตอรก์ ราฟฟกิ 2 / 39. ทช32007 ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ิต 2 40. ทช33003 ทักษะการดาเนนิ ชวี ิต จิตรกรรมพ้ืนฐาน 2 / 41. ทช03031 ทกั ษะการดาเนนิ ชีวิต ดนตรี 1 / 42. ทร33021 ทักษะการเรียนรู้ แบดมินตัน 1 / ฟุตซอล 3 / รวม คอมพิวเตอร์เบอ้ื งตน้ 3 42 รายวิชา 11. การลงทะเบียน ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สถานศึกษา ตอ้ งจัดการเรียนร้ใู หผ้ ู้เรียนได้เรยี นร้ใู นรายวิชาบังคับและรายวิชาเลือกบังคับ ตามท่ีกาหนดไว้ในโครงสร้างหลักสูตร สาหรับรายวิชาเลอื กเสรี สถานศึกษาพฒั นาขนึ้ ตามความตอ้ งการของผูเ้ รียน ชุมชน และสงั คม ดงั น้ี 11.1) ระดับประถมศึกษา ลงทะเบียนเรียน ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต ประกอบด้วย รายวิชาบังคับ 36 หนว่ ยกิต รายวิชาเลือก 12 หนว่ ยกิต ลงทะเบียนเรยี นได้ภาคเรียนละไมเ่ กนิ 14 หนว่ ยกติ 11.2) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ลงทะเบียนเรียน ไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต ประกอบด้วยรายวิชา บังคับ 40 หนว่ ยกิต รายวิชาเลอื ก 16 หนว่ ยกติ ลงทะเบยี นเรียนได้ภาคเรียนละไม่เกนิ 17 หนว่ ยกิต 11.3) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ลงทะเบียนเรียน ไมน่ ้อยกว่า 76 หน่วยกิต ประกอบด้วยรายวิชา บังคบั 44 หนว่ ยกติ รายวชิ าเลอื ก 32 หนว่ ยกติ ลงทะเบียนเรียนไดภ้ าคเรียนละไมเ่ กนิ 23 หน่วยกิต กรณีที่ผู้เรียนจะต้องจบหลักสูตร แต่มีหน่วยกิตที่ต้องลงทะเบียนเรียนเกินกว่าจานวนหน่วยกิต ที่กาหนด ให้ลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคเรียน เนื่องจากมีการเทียบโอนผลการเรียนและหรือผู้เรียนที่มี การสอบซอ่ ม ให้สถานศึกษาจัดให้ลงทะเบียนเรียนเพ่ิมเติมในภาคเรียนสุดท้ายได้ไม่เกิน ๓ หน่วยกิต จากที่กาหนด ในแตล่ ะระดบั การศึกษา (หนังสือสานักงาน กศน. ด่วนมาก ท่ี ศธ ๐๒๑๐.๐๓/๓๘๐๕ ลงวันที่ ๒๖ ตลุ าคม ๒๕๕๓) คู่มอื การจัดการศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน

ตัวอยา่ งแผนการลงทะเบียนเรียน ตวั อย่าง แผนการลงทะเบยี นเรยี น ระดับประถมศกึ ษา โปรแกรมพฒั นาคณุ ภาพชีวติ สาหรับเด็กและเยาวชนในสถานพนิ จิ (สาหรับนกั ศึกษา ภาคเรยี น ที่ สาระการเรยี นรู้ ภาคเรียนท่ี 1 (1/2559) ภาคเรียนท่ี 2 (2/2559) รายวิชา วิชาบงั คบั รหสั นก. รหสั รายวิชา 1 ทักษะการเรียนรู้ ทกั ษะการเรยี นรู้ 2 ความรู้พน้ื ฐาน ทร11001 ภาษาไทย 5 พท11001 3 พค11001 คณิตศาสตร์ 3 การประกอบอาชีพ อช11001 ช่องทางการเข้าสูอ่ าชพี 4 ทกั ษะการดาเนินชีวิต ทช11001 เศรษฐกิจพอเพยี ง อช11002 ทักษะการประกอบอาชีพ อช11003 พัฒนาอาชีพให้มอี ยมู่ กี ิน 1 5 การพฒั นาสังคม วิชาเลอื ก พว12010 การใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าในชีวติ ประจาวัน 1 2 1 ทกั ษะการเรยี นรู้ ทช03016 สุขภาพจติ ดีชีวมี ีสุข 2 ความรู้พน้ื ฐาน รวม 2 สค12021 การเงินเพอ่ื ชวี ิต 1 3 การประกอบอาชพี รวม 4 ทักษะการดาเนินชีวิต 13 5 การพัฒนาสังคม คูม่ อื การจัดการศกึ ษาตามหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเ

- ๑5 - นที่ 1/2559 เปน็ ต้นไป) ภาคเรียนที่ 3 (1/2560) นก. ภาคเรียนท่ี 4 (2/2560) นก. นก. รหสั รายวิชา รายวิชา 3 พต11001 ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 3 พว11001 วิทยาศาสตร์ 3 2 สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา 2 พ4 ศิลปศึกษา 2 น2 ทช11002 ทช11003 สค11001 สงั คมศึกษา 3 สค11002 ศาสนาและหน้าทพ่ี ลเมอื ง 2 สค11003 การพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 1 ทร02016 การสรา้ งวนิ ยั ตนเอง 1 การพฒั นาแผนและโครงการอาชีพ 3 พท12001 การสอ่ื สารอย่างมีประสิทธภิ าพ 1 บญั ชชี าวบา้ น 1 2 รวม อช12001 13 ทช02001 รวม 11 11 เยาวชนในกรมพินจิ และคุม้ ครองเด็กและเยาวชน

ตวั อย่าง แผนการลงทะเบียนเรียน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ โปรแกรมพัฒนาคุณภาพชีวติ สาหรบั เดก็ และเยาวชนในสถานพนิ ิจ (สาหรับนักศกึ ษา ภ ที่ สาระการเรยี นรู้ ภาคเรียนที่ 1 (1/2559) ภาคเรียนท่ี 2 (2/2559) รหสั รายวิชา วิชาบังคบั นก. รหสั รายวิชา นก. 1 ทักษะการเรียนรู้ ทร21001 ทกั ษะการเรยี นรู้ 2 ความรูพ้ ้นื ฐาน พท21001 ภาษาไทย 5 4 3 การประกอบอาชีพ 4 พค21001 คณิตศาสตร์ 2 4 อช21001 ชอ่ งทางการพฒั นาอาชีพ 2 อช21002 ทักษะการพัฒนาอาชพี 4 ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ติ ทช21001 เศรษฐกจิ พอเพยี ง อช21003 พัฒนาอาชีพใหม้ ีความเขม้ แขง็ 1 5 การพฒั นาสังคม วิชาเลอื ก พว22002 การใช้พลังงานไฟฟ้า 3 1 ทักษะการเรยี นรู้ ในชีวิตประจาวัน 2 สค22016 การเงนิ เพ่อื ชีวติ 2 3 2 ความรู้พ้นื ฐาน รวม 3 การประกอบอาชีพ 4 ทกั ษะการดาเนนิ ชีวิต 5 การพฒั นาสังคม คู่มอื การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเ

- ๑6 - ภาคเรียนท่ี 4 (2/2560) ภาคเรียนที่ 1/2559 เป็นตน้ ไป) นก. รหัส รายวิชา นก. ภาคเรยี นท่ี 3 (1/2560) 4 4 พว21001 วิทยาศาสตร์ รหัส รายวิชา พต21001 ภาษาอังกฤษในชวี ิตประจาวนั ทช21002 สขุ ศกึ ษา พลศึกษา 2 ทช21003 ศิลปศกึ ษา 2 สค 21001 สงั คมศึกษา 3 สค21002 ศาสนา และหนา้ ท่ีพลเมอื ง 2 สค21003 การพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 1 เยาวชนในกรมพนิ จิ และคุม้ ครองเดก็ และเยาวชน

ตวั อยา่ ง แผนการลงทะเบียนเรียน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โปรแกรมพฒั นาคุณภาพชวี ิตสาหรบั เดก็ และเยาวชนในสถานพนิ จิ (สาหรบั นักศกึ ษา ที่ สาระการเรยี นรู้ ภาคเรยี นที่ 1(1/2559) ภาคเรียนท่ี 2(2/2559) รหสั รายวิชา วชิ าบงั คบั นก. รหัส รายวิชา 1 ทักษะการเรยี นรู้ ทร31001 ทกั ษะการเรยี นรู้ 2 ความรพู้ นื้ ฐาน พท31001 ภาษาไทย 5 3 การประกอบอาชพี 5 พค31001 คณิตศาสตร์ 4 ทกั ษะการดาเนินชีวติ ทช31001 เศรษฐกจิ พอเพียง อช31001 ช่องทางการขยายอาชพี อช31002 ทักษะการขยายอาชีพ อช31003 พัฒนาอาชีพให้มคี วามม 1 5 การพฒั นาสงั คม วชิ าเลอื ก พว32023 การใชพ้ ลังงานไฟฟ้าในชวี ติ ประจาวัน 3 3 1 ทกั ษะการเรยี นรู้ 2 ความรู้พน้ื ฐาน 3 การประกอบอาชพี สค32029 การเงินเพ่อื ชวี ติ 3 4 ทักษะการดาเนินชวี ิต รวม 5 การพัฒนาสังคม รวม คมู่ อื การจัดการศกึ ษาตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเ

- ๑7 - า ภาคเรียนท่ี 1/2559 เปน็ ต้นไป) ภาคเรียนท่ี 3(1/2560) ภาคเรียนท่ี 4(2/2560) นก. รหสั รายวิชา นก. รหสั รายวิชา นก. 5 พต31001 ภาษาองั กฤษเพื่อชีวติ และสงั คม 5 พว31001 วิทยาศาสตร์ 5 2 4 ทช31002 สขุ ศกึ ษา พลศึกษา 2 มนั่ คง 2 ทช31003 ศลิ ปศกึ ษา 2 สค31001 สงั คมศกึ ษา 3 เทคนิคการจดบันทึก 1 สค31002 ศาสนาและหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 2 Internet กบั การเรยี นรู้ไร้พรมแดน 1 สค31003 การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม 1 ทร02008 ทร02017 3 รวม รวม เยาวชนในกรมพนิ ิจและค้มุ ครองเด็กและเยาวชน

-18- 12. วิธีการจดั การเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มีครูเป็นผู้ส่งเสริมและอานวยความสะดวกในการเรียนรู้และพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน อยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดหลักสตู ร พร้อมท้ังมีการให้บรกิ ารแนะแนวหรือระบบดแู ลชว่ ยเหลอื ผ้เู รยี น ด้วยการให้คาปรึกษา ชว่ ยเหลอื แนะนาร่วมกบั ผ้เู รยี น และผเู้ กย่ี วขอ้ งในการแกป้ ัญหาให้กบั ผู้เรยี น ซ่ึงมีรปู แบบการเรยี นรู้ ดังตอ่ ไปน้ี 1) การเรียนร้แู บบพบกลุ่ม การเรยี นร้แู บบพบกล่มุ เปน็ การจดั การเรียนรู้ที่กาหนดให้ผู้เรียนมาพบกัน โดยมีครูเป็นผู้ดาเนินการให้เกิด กระบวนการกลุ่ม การอภิปราย แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ และหาข้อสรุปร่วมกันทกุ สัปดาห์อยา่ งน้อยสัปดาห์ละ 6 ช่ัวโมง ตามวนั เวลาที่ได้ตกลงร่วมกนั กบั ผู้เรียน 2) การเรียนรแู้ บบชนั้ เรยี น การเรียนรู้แบบช้ันเรียน เป็นการเรียนรู้ในลักษณะแบบห้องเรียน ที่สถานศึกษากาหนดรายวิชา เวลาเรียน และสถานท่ีท่ีเรยี นชดั เจน การเรยี นร้แู บบช้ันเรียนเหมาะสาหรับผู้เรียนที่มีเวลามาเขา้ ช้ันเรียนสม่าเสมอ ซ่ึงกรมพินิจ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชนกาหนดให้หน่วยงานในสังกดั ต้องจัดใหเ้ ด็กและเยาวชนเขา้ เรียนตามหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สปั ดาห์ละไมน่ ้อยกวา่ ๒๐ ชัว่ โมง ๓) การเรยี นร้ดู ้วยตนเอง การเรยี นรู้ด้วยตนเอง เปน็ การเรยี นรู้ทผ่ี ้เู รียนแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง กาหนดแผนการเรียนรู้ของตนเอง ให้สอดคล้องกับรายวิชาท่ีลงทะเบียน โดยมีครูเป็นท่ีปรึกษา ให้คาแนะนาในการศึกษาหาความรู้จากสื่อต่าง ๆ และ แหลง่ การเรยี นรู้ เชน่ ห้องสมุด, เรียนรู้ด้วยระบบ e-DL TV , ETV เปน็ ตน้ การจดั การเรียนรใู้ นกรมพนิ ิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สามารถจัดได้ทั้งแบบพบกลุ่มและแบบช้ันเรียน หรือจัดแบบใดแบบหนึ่งก็ได้ ส่วนการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นวิธีการเรียนที่ผู้เรียนต้องใช้ในการศึกษาค้นคว้าเนื้อหา สาระเพิ่มเติม เพื่อเสริมให้การเรียนรู้แบบพบกลุ่มและแบบช้ันเรียนมีความเข้มแข็ง สามารถเข้าใจบทเรียนได้อย่าง ชัดเจน 13. การวดั และประเมนิ ผล การวัดและประเมนิ ผลรายวิชาบังคับ และรายวิชาเลือก ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ดาเนินการร่วมกันระหว่างสานักงาน กศน. กับ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชน ประกอบด้วย ๒ สว่ น คอื 1) การวัดและประเมินผลระหวา่ งภาคเรียน ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เ มิ น ผ ล ร ะ ห ว่ า ง ภ า ค เ รี ย น เ ป็ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล เ พ่ื อ ใ ห้ ผู้ ส อ น แ ล ะ ผู้ เ รี ย น ไ ด้ ท ร า บ ความก้าวหน้าในด้านทักษะความรู้ และเจตคติ พฤติกรรมการเรียนรู้ การร่วมกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน โดยสถานศึกษา (กศน.เขต/อาเภอ) เป็นผู้กาหนดรายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนน และจัดทาเป็นประกาศการวัด และประเมินผลของสถานศกึ ษา ซ่ึงผู้สอนสามารถใช้วิธีการวัดและประเมินผลท่ีหลากหลาย ให้สอดคล้องกับเนื้อหา รายวิชานั้น ๆ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ ตรวจชิ้นงาน รายงาน แฟ้มสะสมงาน แบบฝึกหัด โครงงาน แบบทดสอบ เป็นต้น ทั้งน้ี ต้องมีเอกสารร่องรอยที่สามารถตรวจสอบได้ ผู้สอนต้องมีการตรวจให้คะแนน และแจ้ง คะแนนให้ผู้เรียนทราบทุกครั้ง เพ่ือให้ผู้เรียนได้ทราบว่าตนมีพัฒนาการระดับใดควรจะแก้ไขในส่วนใด อีกท้ังให้เป็น ข้อมลู สาหรบั ผ้สู อนที่จะเตมิ เต็มใหแ้ กผ่ ู้เรียนเป็นรายบคุ คล คู่มือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุม้ ครองเดก็ และเยาวชน

-19- ทัง้ นี้ การกาหนดรายละเอยี ดเกณฑ์การให้คะแนนตอ้ งสอดคล้องกับธรรมชาติการประเมนิ รายวชิ าน้นั ๆ สานักงาน กศน. กาหนดสัดสว่ นคะแนน ดังนี้ ๑.๑ วิชาบงั คบั และวิชาเลอื กทีส่ านักงาน กศน. ขอความรว่ มมอื ให้เลือกเรียน กาหนดสดั สว่ น คะแนน คอื คะแนนระหวา่ งภาคเรียน รอ้ ยละ ๖๐ คะแนนปลายภาคเรยี น รอ้ ยละ ๔๐ ตวั อยา่ ง รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนระหว่างภาค ๖๐ คะแนน รายวิชาวิทยาศาสตร์ (สถานศกึ ษาสามารถปรบั ได้ตามความเหมาะสม) ๑. ทดสอบยอ่ ย ๑๕ คะแนน ๒. โครงงาน ๑๐ คะแนน ๓. ชน้ิ งาน ๑๕ คะแนน ๔. แบบฝกึ หัด ๒๐ คะแนน ๑.๒ รายวิชาเลือกทส่ี ถานศกึ ษากาหนด สถานศึกษาเปน็ ผกู้ าหนดสัดสว่ นคะแนนระหว่างภาคและปลายภาคเอง โดยใหค้ านึงถงึ ธรรมชาตวิ ิชา ๒) การวดั และประเมนิ ผลปลายภาคเรียน .มีวัตถุประสงค์เพ่ือประเมินความรู้โดยรวมตลอดหลักสูตรของแต่ละรายวิชา ในรายวิชาบังคับและ รายวิชาเลือกท่ีสานักงาน กศน. ขอความร่วมมือให้เลือกเรียน สานักงาน กศน. เป็นผู้ดาเนินการจัดทาแบบทดสอบ ใหผ้ ู้เรียนทดสอบเหมอื นกันทกุ แหง่ สาหรับรายวิชาเลือกท่ีสถานศึกษากาหนดข้ึนนั้น สถานศึกษา ครู และผู้สอน ร่วมกันวิเคราะห์พิจารณา วิธีการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาน้ัน ๆ ไม่กาหนดว่าต้องใช้แบบทดสอบปรนัยเหมือน รายวชิ าบังคบั ผเู้ รียนทกุ คนต้องเขา้ สอบปลายภาคเรยี น มิฉะนั้นจะไมส่ ามารถผ่านการประเมิน อนึ่ง การวัดผลระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน สถานแรกรับเด็กและเยาวชนและศูนย์ ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน จะต้องประสานงานอย่างเป็นระบบเพ่ือสร้างความเข้าใจในเร่ืองการวัดและ ประเมินผลระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียน ให้ชัดเจนกับสถานศึกษาของ กศน.เขต/อาเภอ เก่ียวกับ วิธีการวัดผล เครื่องมือท่ีใช้ในการวัดผล (เช่น การทดสอบ การตรวจแบบฝึกหัด การทาโครงงาน ฯลฯ) การตรวจให้คะแนน การสรุปผลคะแนนระหว่างภาคเรียน ปลายภาคเรียน และการจัดส่งคะแนน ว่าจะต้องทา อย่างไร รวมถงึ ชว่ งเวลาการวดั ผลระหว่างภาคเรยี น คมู่ อื การจัดการศึกษาตามหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคุม้ ครองเด็กและเยาวชน

-20- การตัดสนิ ผลการเรียนรายวชิ า ให้นาคะแนนระหว่างภาคเรียนมารวมกับคะแนนปลายภาคเรียน และต้องได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ จึงจะ ถือว่าผ่านการเรียนในรายวชิ าน้ัน เกณฑค์ ่าระดบั ผลการเรยี น ท้งั รายวชิ าบงั คับและรายวิชาเลือก มี ๘ ระดบั ดังนี้ ได้คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ – ๑๐๐ ใหร้ ะดบั ๔ หมายถงึ ดเี ย่ียม ได้คะแนนรอ้ ยละ ๗๕ – ๗๙ ใหร้ ะดับ ๓.๕ หมายถึง ดีมาก ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๗๐ – ๗๔ ให้ระดบั ๓ หมายถึง ดี ได้คะแนนรอ้ ยละ ๖๕ – ๖๙ ให้ระดับ ๒.๕ หมายถงึ คอ่ นข้างดี ได้คะแนนร้อยละ ๖๐ – ๖๔ ใหร้ ะดับ ๒ หมายถงึ ปานกลาง ได้คะแนนร้อยละ ๕๕ – ๕๙ ใหร้ ะดบั ๑.๕ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนนร้อยละ ๕๐ – ๕๔ ใหร้ ะดบั ๑ หมายถึง ผ่านเกณฑข์ ั้นต่าที่กาหนด ได้คะแนนร้อยละ ๐ – ๔๙ ให้ระดบั ๐ หมายถงึ ต่ากว่าเกณฑข์ ้นั ต่าทก่ี าหนด ทั้งนี้ สถานศึกษาของ กศน. เป็นผู้ตัดสินผลการเรียน และแจ้งผลการเรียนในแต่ละภาคเรียนให้สถานแรกรับ เด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวมท้ังผู้เรียนทราบถึงความก้าวหน้าในการเรียน เพ่ือการ วางแผนการเรยี นรายวชิ าทเ่ี หลือในภาคเรยี นตอ่ ไป การประเมนิ ซ่อม หากผู้เรียน ได้ระดับผลการเรียน เป็น ๐ ผู้เรียนสามารถประเมินซ่อมตามวัน เวลา ท่ีสถานศึกษาประกาศ ให้ทราบ โดยประเมนิ ตามวิธีการที่สถานศึกษากาหนด เช่น แบบทดสอบ รายงาน แฟ้มสะสมงาน โครงงาน ชิ้นงาน เป็นตน้ และใหค้ า่ ระดับผลการเรียน ไมเ่ กนิ ๑ 14. การประเมินคณุ ภาพการศกึ ษานอกระบบระดับชาติ (N-net) 1).มีวัตถุประสงค์ เพ่ือนาข้อมูลที่ได้จากการประเมินไปใช้วางแผนปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียน และคุณภาพ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร้ขู องสถานศกึ ษาและผูส้ อบ ๒).ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียนในภาคเรียนสุดท้าย ทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ตอ้ งเข้าประเมนิ ๓).ผลการทดสอบ ไมม่ ีผลตอ่ การจบหลกั สูตร 15. การประเมนิ คุณธรรม การประเมินคุณธรรม เป็นเง่ือนไขที่ผู้เรียนทุกคนจะต้องได้รับการประเมินตามเกณฑ์ที่หลักสูตรกาหนด จึงจะได้รับการพิจารณาให้จบหลักสูตรในแต่ละระดับการศึกษา โดยสานักงาน กศน. ได้กาหนดคุณธรรมเบ้ืองต้น สาหรบั ผลการประเมนิ ใหเ้ ปน็ ปรับปรุง พอใช้ ดี และดีมาก คู่มอื การจัดการศกึ ษาตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุม้ ครองเด็กและเยาวชน

-๒1- กรอบของคณุ ธรรม คุณธรรมเบ้ืองต้นท่ี สานักงาน กศน. กาหนด ท่ีใช้เป็นหลักในการประเมิน มีจานวน ๙ คุณธรรม ตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แบ่งออกเป็น ๓ กลุม่ คอื กลมุ่ ที่ ๑ คุณธรรมเพ่ือการพฒั นาตน ประกอบดว้ ย สะอาด สภุ าพ กตัญญกู ตเวที กลุ่มท่ี ๒ คณุ ธรรมเพอื่ การพฒั นาการทางาน ประกอบด้วย ขยัน ประหยดั ซ่ือสตั ย์ กลมุ่ ท่ี ๓ คณุ ธรรมเพื่อการพัฒนาการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คม ประกอบดว้ ย สามคั คี มีนา้ ใจ มีวนิ ัย ความหมายของคณุ ธรรม คณุ ธรรม หมายถึง สง่ิ ที่มีคณุ คา่ มีประโยชน์ เป็นความดีงาม เป็นเครอื่ งประคับประคองใจให้เกลียด ความชั่ว กลัวบาป ใฝ่ความดี และเป็นเครื่องกระตุ้น ผลักดันให้เกิดความรู้สึกผิดชอบ เกิดจิตสานึกที่ดี ทาความดี ตอ่ ไป คุณธรรมที่สถานศกึ ษาใชเ้ ป็นหลกั เบอื้ งตน้ ในการประเมินมจี านวน 9 คุณธรรม แบง่ ออกเปน็ 3 กล่มุ กลมุ่ ที่ 1 คุณธรรมเพื่อการพฒั นาตน เปา้ หมาย : ผเู้ รียนพฒั นาพฤตกิ รรมของตนไดเ้ ต็มศักยภาพ และดารงตนอยา่ งมีความสุข ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ประกอบด้วย สะอาด หมายถงึ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นท่ีเจริญตา.ทาให้ เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น ผู้ท่ีมีความสะอาด คือ ผู้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจติ ใจมิใหข้ ุ่นมวั จึงมีความแจ่มใสอยเู่ สมอ สุภาพ หมายถึง ความเรียบร้อยอ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ ผู้ที่มี ความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว รุนแรง วางอานาจ ข่มผู้อ่ืนทั้งโดย วาจา และทา่ ทาง แตใ่ นเวลาเดียวกันยังคงมีความม่นั ใจในตนเอง เป็นผทู้ ่ีมีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวฒั นธรรมไทย กตัญญูกตเวที หมายถึง การแสดงออกถึงการรู้คุณ หรือ การสนองบุญคุณต่อผู้มีพระคุณ หน่วยงานท่ีตน ทางานทั้งด้านความคิดและการกระทา กลุม่ ท่ี 2 คณุ ธรรมเพอื่ การพัฒนาการทางาน เปา้ หมาย : ความสาเร็จของการทางานรายบุคคล และการทางานกล่มุ ประกอบด้วย ขยัน หมายถึง ความตั้งใจเพียรพยายามทาหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่าเสมอ อดทน ความขยัน ต้องปฏบิ ตั ิควบคกู่ ับการใชส้ ติปัญญา แกป้ ัญหาจนเกิดผลสาเร็จ ผู้ที่มีความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทาอย่างจริงจังต่อเน่ือง ในเรื่องที่ถูกท่ีควร เป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทา ตั้งใจทาหน้าท่ี อยา่ งจรงิ จงั ประหยัด หมายถึง การร้จู กั เกบ็ ออมถนอมใชท้ รพั ย์สนิ ส่ิงของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ท่ีดาเนินชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า รู้จักทาบัญชีรายรับ – รายจ่าย ของตนเอง อยู่เสมอ ซอ่ื สตั ย์ หมายถึง ประพฤตติ รงไมเ่ อนเอยี ง ไมม่ เี ล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลาเอียง หรือ อคติ ผู้ที่มีความซ่ือสัตย์ คือ ผู้ท่ีมีความประพฤติตรงทั้งต่อหน้าท่ี ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์กล คดโกง ทัง้ ทางตรงและทางออ้ ม รับร้หู น้าทขี่ องตนเองและปฏบิ ัตอิ ยา่ งเตม็ ท่ถี ูกต้อง คมู่ ือการจัดการศกึ ษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน

-๒2- กลุ่มที่ 3 คณุ ธรรมเพ่อื การพฒั นาการอยูร่ ่วมกันในสังคม เปา้ หมาย : สังคมอยู่เย็นเป็นสุขรว่ มกัน ประกอบด้วย สามัคคี หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงาน ให้บรรลุผลตามที่ต้องการ เกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการ ยอมรบั ความมเี หตผุ ล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด หลากหลายในเร่ืองเช้ือชาติ ความกลมเกลียว ในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์ ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของ ผู้อ่ืน รู้บทบาทของตน ทั้งในฐานะผู้นาและผู้ตามท่ีดี มีความมุ่งม่ันต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การ งานสาเร็จลุล่วง แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเช่อื พร้อมท่จี ะปรับตัวเพื่ออยรู่ ว่ มกันอย่างสันติ มีน้าใจ หมายถึง ความจริงใจท่ีไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่า ในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจาเป็น ความทุกข์สุขของผู้อ่ืน และ พรอ้ มทจ่ี ะใหค้ วามช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ผู้ที่มีน้าใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละ ความสุขส่วนตัว เพ่ือทาประโยชน์แก่ผู้อื่น เข้าใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สตปิ ญั ญา ลงมอื ปฏิบตั กิ ารเพ่ือบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์ส่งิ ดงี ามให้เกดิ ขน้ึ ในชุมชน มีวินัย หมายถึง การยึดม่ันในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซ่ึงมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อ สงั คม ผูท้ ี่มวี นิ ัย คือ ผ้ทู ปี่ ฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน / องค์กร / สังคม และประเทศ โดยทตี่ นเองยนิ ดปี ฏิบัตติ ามอย่างเต็มใจและตั้งใจ 16. การเทียบโอนรายวชิ า เมื่อเด็กและเยาวชน เข้ามาสู่สถานแรกรับเด็กและเยาวชนและกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนแล้ว เด็กและเยาวชนดังกล่าวจะได้รับการอบรมการพัฒนาพฤติกรรมนิสัย ด้วยกระบวนการต่าง ๆ การปฏิบัติกิจกรรม ที่หลากหลาย การเรียนวิชาสามัญและวิชาชีพ การปฏิบัติกิจกรรมและการเรียนดังกล่าว ตลอดระยะเวลาท่ีอยู่ใน สถานแรกรับเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สามารถนาผลการเรียนและผลการปฏิบัติ กจิ กรรมตา่ ง ๆ มาเทยี บโอนได้ตามวธิ กี าร ดงั น้ี 1..วิชาท่ีเรียนและมีผลการเรียนมาก่อนที่จะสมัครเป็นนักศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ให้นามาเทียบโอนตามหลักเกณฑ์การเทียบโอนผลการเรียน จากการศึกษาต่อเนื่อง หรือการจัดการศึกษาที่เป็นระดับ หรือหลักเกณฑ์อื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง ตามที่สานักงาน กศน. ประกาศกาหนด 2..เมื่อสมัครเป็นนักศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผู้เรียนลงทะเบียนเรียนรายวิชาบังคับและรายวิชาเลือก ตามที่วางแผนร่วมกันกับสถานศึกษา โดยสถานศึกษาต้องนารายวิชาเลือกในระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ท่ีตกลงร่วมกันกับสถานแรกรับเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนแต่ละแห่ง มาบรรจุในหลักสูตรสถานศึกษา และจัดแผนการเรียนให้ลงทะเบียนเรียน รายวิชาเลือกที่มีการจัดการเรียนสอน ในสถานแรกรับเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ถือว่าเป็นการเรียนวิชาเลือกตามหลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ซ่ึงจะต้องมีการวัดและประเมินผล ตามท่ี กาหนดในขอ้ 13 ดังนน้ั จงึ ไม่ต้องนามาเทยี บโอน คู่มอื การจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน

-๒3- 17. กจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพชีวติ (กพช.) การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นการจัดการศึกษาให้กับ กล่มุ เปา้ หมาย ประชาชนท่วั ไปท่ีไมอ่ ย่ใู นระบบโรงเรียน โดยมีจุดมุ่งหมายท่ีจะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม สติปัญญา คุณภาพชีวิตที่ดี มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ และการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีทักษะ การดาเนินชีวิตท่ีดี สามารถจัดการกับชีวิต ชุมชน และสังคม ได้อย่างมีความสุขตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ภูมิใจในความเป็นไทย และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สามารถนาความรมู้ าบรู ณาการพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดขึ้นตามเง่ือนไขการจบหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จานวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ช่ัวโมง โดยเน้นให้ผู้เรียนนา ข้อมูล ความรู้และประสบการณ์ มาฝึกใช้ทักษะการคิด การวิเคราะห์ การวางแผนปฏิบัติการที่จะส่งผลต่อการจัด กจิ กรรมพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สังคม เพ่ือให้ดารงอยใู่ นสังคมอยา่ งมคี วามสุข โดยมีรายละเอยี ด ดังน้ี ลักษณะกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชวี ิต (กพช.) ลักษณะการจดั กิจกรรมพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดังน้ี 1. กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ม่ี ุ่งเนน้ การพัฒนาทักษะชีวติ ของตนเอง และครอบครวั เป็นกจิ กรรมทมี่ ลี ักษณะ ดังนี้ ๑).ประโยชนท์ ่ตี นเอง/ครอบครัวไดร้ ับ เปน็ กจิ กรรมทส่ี รา้ ง/พฒั นาทกั ษะการดาเนินชวี ติ ให้ตนเอง ครอบครัวอยูไ่ ดอ้ ยา่ งมีความสขุ ๒).การมสี ว่ นร่วมของผ้เู รียนและครอบครัว เปน็ กิจกรรมทดี่ าเนินการแลว้ ผูเ้ รียนและครอบครัว เห็นความสาคญั และให้ความรว่ มมือ ๓).การใช้กระบวนการกลุ่ม เปน็ กิจกรรมท่ีทาใหเ้ กดิ ความรว่ มมือในการดาเนนิ งาน มกี ารประสานงาน ความรับผิดชอบ เสยี สละ และจติ บริการ ๔).ความเหมาะสมในการใช้ระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิงานตามโครงการ ๕).ปัจจยั ท่ีเอื้อต่อความสาเรจ็ ได้แก่ ความรู้ แหล่งข้อมลู วัสดุ งบประมาณ และการเลือกใชท้ รพั ยากร ไดอ้ ย่างเหมาะสม ประหยดั ๖).ความคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ เปน็ การคดิ ส่งิ ใหม่ ๆ ท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาครอบครัว/ตนเอง 2. กิจกรรมการเรยี นรูท้ ี่มงุ่ เน้นการพฒั นาชมุ ชนและสงั คม เป็นกจิ กรรมที่มีลักษณะสาคญั ๆ ดังนี้ ๑).ประโยชน์ทีช่ มุ ชนและสงั คมจะไดร้ ับหรอื เป็นบรกิ ารทช่ี ว่ ยส่งเสริม หรือพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต ทางดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง การปกครอง ตลอดจนสนับสนนุ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และอนื่ ๆ ท่ตี อบสนองนโยบายการพฒั นาประเทศ ๒).การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน เป็นกิจกรรมท่ีดาเนินการแล้วคนในชุมชนเห็นความสาคัญ และให้ความรว่ มมือ ทั้งด้านความคิด แรงงาน วัสดุอปุ กรณ์ และอื่น ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง ๓).การใชก้ ระบวนการกลมุ่ เป็นกิจกรรมทท่ี าให้เกดิ ความรว่ มมอื ในการทางาน การช่วยกันคิด การประสานงาน และแบง่ ความรับผิดชอบ ทาใหเ้ กิดความสามัคคี เสยี สละ จติ บริการตามวิถปี ระชาธปิ ไตย ๔).การใช้ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน เป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาในการปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสม กับกิจกรรมโครงการที่นาเสนอ 5).ปัจจยั ท่ีเอื้อต่อความสาเร็จในการจัดกิจกรรม เชน่ บคุ ลากร วัสดุ งบประมาณ และการใช้ ทรพั ยากรทม่ี ีอยูใ่ นชุมชนใหเ้ ป็นไปอย่างประหยดั และประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้อย่างเหมาะสม คมู่ ือการจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน

-๒4- 6).มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นการคิดสิ่งใหม่ ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ และทาให้เกิดการพัฒนา ชมุ ชน สงั คม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถพฒั นาไดอ้ ยา่ งต่อเนอ่ื งและอยา่ งยง่ั ยนื ขนั้ ตอนการดาเนนิ การจัดกจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ (กพช.) ๑. ผู้สอนให้ความรู้พื้นฐาน และให้แนวทางการทากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ทาความเข้าใจให้ผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความรู้พ้ืนฐานของกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต จนเกิดความตระหนัก และเห็น ความสาคัญของกิจกรรมพฒั นาคุณภาพชีวิต สามารถเขยี นโครงการ และดาเนนิ การตามโครงการได้ ๒. ผู้เรียนย่ืนคาร้องขอทากิจกรรม และเสนอโครงการกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามแบบที่กาหนด ในภาคเรยี นแรก ๓. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันวางแผนการทากิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต จานวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ชั่วโมง ทั้งน้ี ผเู้ รียนสามารถเสนอโครงการไดท้ กุ ภาคเรียน ใหเ้ ป็นไปตามแนวทางข้ันตอนการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามทีส่ านักงาน กศน. กาหนด ๔. สถานศึกษาแต่งต้ังคณะกรรมการประเมินโครงการ พร้อมอยู่ในการกากับดูแลของครูที่ปรึกษาโครงการ ๕. ผู้เรียนดาเนินการตามโครงการท่ีได้รับอนุมัติ พร้อมบันทึกการปฏิบัติงานเป็นรายบุคคล โดยอยู่ในการ กากับดูแลของครูทปี่ รกึ ษาโครงการ ๖. คณะกรรมการประเมนิ โครงการ นิเทศติดตามผลการดาเนินงาน และประเมินผล ๗. ผ้เู รยี นจัดทาเอกสาร รายงานผลการดาเนินงานตามโครงการสง่ สถานศึกษาเมื่อส้ินสุดโครงการ ๘. คณะกรรมการประเมินค่าผลสาเรจ็ ของโครงการเป็นจานวนชั่วโมงกิจกรรม ๙. สถานศกึ ษาและผ้เู รยี นบันทึกผลจานวนชัว่ โมงที่ทากจิ กรรม กพช. ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน การเทยี บโอนกจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพชีวิต 1. ผู้เรียนท่ีผ่านการทากิจกรรมพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม ก่อนลงทะเบียนเรียนหลักสูตรการศึกษา นอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สามารถนาเอกสารหลักฐาน เช่น วุฒิบัตร ประกาศนียบัตร หนังสือรับรอง เป็นต้น ท่ีได้รับจากหน่วยงาน องค์กร ท่ีเข้าร่วมทากิจกรรมออกให้ไปยื่นต่อ สถานศกึ ษา เพ่อื ขอเทยี บโอนกจิ กรรม กพช. ในภาคเรียนแรก ท้ังน้ี หลักฐานจะต้องมีอายุไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันท่ีขอ เทียบโอน และจะเทียบโอนได้ร้อยละ 50 ของจานวนช่วั โมง หรือ จานวนวนั ซ่งึ จะแบ่งเปน็ 2 กรณี กรณีที่ 1 ผู้ขอเทียบโอนมีเอกสารหลักฐานมาแสดง หลักฐานต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันท่ี ขอเทียบโอน มีเกณฑ์พิจารณา ดังนี้ 1. เทียบจานวนชั่วโมงรอ้ ยละ 50 ตามทป่ี รากฏในหลักฐานผ่านการอบรม 2. กรณีในหลักฐานไม่ระบุจานวนช่ัวโมง ให้เทียบโอนจากระยะเวลาท่ีเข้ารับการอบรม โดยให้เทียบได้วนั ละไม่เกิน 4 ชั่วโมง (เกณฑก์ ารคิด 1 วนั เทา่ กับ 8 ชวั่ โมง) กรณที ี่ 2 ผู้ขอเทียบโอนไม่มีหลกั ฐานมาแสดง ใหใ้ ช้หนังสอื รบั รองตามแบบท่ีกาหนด โดยใหห้ นว่ ย จดั การอบรมเปน็ ผลู้ งนามรับรอง สามารถนาเอกสารหลักฐานมาใช้เทยี บโอนไดเ้ พยี งคร้งั เดียวเท่าน้นั ๒. หากผู้เรียนของสถานศึกษาในสังกัดสานักงาน กศน. ย้ายไปเรียนกับสถานศึกษาแห่งใหม่ในสังกัด สานักงาน กศน. สามารถโอนผลการทากิจกรรม กพช. ได้ตามจานวนชั่วโมงท่ีปรากฏในเอกสาร (ใบแสดงผล การเรยี น) คมู่ อื การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน

-25- 18. เกณฑก์ ารจบหลกั สูตร ผู้เรียนทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีเกณฑ์ การจบหลกั สตู รในแตล่ ะระดับการศึกษา ดงั น้ี 1. ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรยี นรรู้ ายวิชาในแตล่ ะระดบั การศึกษาตามโครงสร้างหลกั สตู ร 1.1).ระดับประถมศึกษา.ไม่น้อยกว่า.48.หน่วยกิต.แบ่งเป็นรายวิชาบังคับ.36.หน่วยกิต.และวิชาเลือก ไมน่ อ้ ยกว่า.12.หนว่ ยกติ 1.2).ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า.56.หน่วยกิต แบ่งเป็นรายวิชาบังคับ.40.หน่วยกิต และ วิชาเลือกไม่นอ้ ยกว่า.16.หนว่ ยกิต 1.3).ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ไม่น้อยกว่า.76..หน่วยกิต แบ่งเป็นรายวิชาบังคับ.44..หน่วยกิต และ วชิ าเลอื กไมน่ ้อยกว่า.32.หนว่ ยกติ 2. ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ กิจกรรมพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ (กพช.) ไมน่ อ้ ยกวา่ 200 ชัว่ โมง 3. ผ่านการประเมินคุณธรรมในระดบั พอใชข้ ้ึนไป 4. เข้ารบั การประเมินคณุ ภาพการศกึ ษานอกระบบระดับชาติ 19. คาถามที่พบบ่อย การขน้ึ ทะเบียน การขน้ึ ทะเบยี นเป็นนกั ศึกษา กศน. สถานศึกษาสามารถรบั ขน้ึ ทะเบยี นเปน็ นักศึกษาได้ตลอดเวลา การลงทะเบียนเรียน 1. เอกสารประกอบการสมัครเรียน กศน. ตอบ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนหรือศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน จะต้องเป็นผู้รวบรวม เอกสารหลักฐานการศึกษา เพื่อส่งให้สถานศึกษา กศน. ภายใน 45 วัน นับจากวันที่เปิดภาคเรียน (ภาคเรียนที่ 1 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน และภาคเรียนที่ 2 ภายในวันท่ี 15 ธันวาคม) หากไมส่ ง่ เอกสารหลักฐานภายในวันที่กาหนด ผเู้ รียนจะถกู ตดั ช่อื ออกจากระบบทะเบยี น 2. เอกสารหลกั ฐานการลงทะเบียน ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ตอบ ๑).บตั รประจาตวั ประชาชน พรอ้ มสาเนา ๒).ทะเบยี นบา้ นตัวจรงิ พร้อมสาเนา ๓).รูปถ่าย 1 น้ิว จานวน 2 ใบ ๔).วุฒกิ ารศกึ ษาเดิม ๕).ใบเปล่ียนชือ่ -สกุล (ถ้ามี) 3. การลงทะเบียนเรยี น เด็กที่เขา้ สู่สถานพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชนและยังไมไ่ ดล้ งทะเบยี นเรยี น จะทาอย่างไร ตอบ สานักงาน กศน. กาหนดให้ลงทะเบียนเรียนทุกภาคเรียน.เม่ือเด็กและเยาวชนเข้าสู่การ ควบคุมดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สามารถข้ึนทะเบียนเป็นนักศึกษา ไว้ก่อนได้ และให้ผู้เรยี นเรียนวชิ าชีพ หรอื หลกั สูตรระยะสนั้ ไปพลางก่อน เมอ่ื เปิดให้ลงทะเบียนเรยี น สถานพนิ จิ ฯ สามารถนาวิชาชพี ทเ่ี รียนจบแลว้ มาเทียบโอนเปน็ ผลการเรยี นได้ คู่มอื การจัดการศกึ ษาตามหลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคุม้ ครองเด็กและเยาวชน

-26- 4. การลงทะเบียนเรียนรายวชิ าเลือกในสถานพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน ตอ้ งดาเนนิ การอย่างไร ตอบ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน / ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนจะต้องประสาน การทาแผนการเรียนร่วมกัน.อาจใช้วิชาเลือกท่ีกรมพินิจ.ฯ.พัฒนาขึ้นมาในแต่ละระดับ ใช้รายวิชาเลือกที่ สานักงาน กศน. ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พัฒนา ร่วมกันทั้ง 3 ระดับ โดยเลือกรายวิชาท่ีสอดคล้องกับบริบทการจัดการศึกษาของแต่ละสถานพินิจ หรือแต่ละศูนย์ฝึก ท้ังนี้ กศน.เขต/อาเภอ และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรือ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ต้องร่วมกันวางแผนจัดการเรียนการสอน วางแผนการลงทะเบียน ให้สอดคล้องกับเด็กและเยาวชน ซ่ึงต้องดูให้เหมาะสมกับวุฒิภาวะของเด็ก เน้นการพัฒนาพฤตินิสัย การพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม การฟนื้ ฟูสมรรถภาพ พัฒนาสงั คม อารมณ์ จติ ใจ สถานศึกษา กศน. จะตอ้ งนาวชิ าเลอื กท่ีสถานพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชนพัฒนาขึ้น มาบรรจุไว้ในหลักสตู รสถานศกึ ษาของอาเภอที่ทางานรว่ มกัน 5. หากเกิดกรณีทผ่ี ้เู รยี นในสถานพนิ ิจและคุม้ ครองเดก็ และเยาวชนไม่สามารถนาหลกั ฐานมายืน่ ให้สถานศกึ ษาไดต้ อนขึน้ ทะเบียนเปน็ นกั ศกึ ษาจะมีวิธกี ารอย่างไร ตอบ กรณีท่ีไม่สามารถนาเอกสารหลักฐานมายื่นตอนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา สถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานของผู้เรียน มาย่ืนให้สถานศึกษา กศน. ภายหลัง แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน หลังจากเปิดภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 วันท่ี 15 มิถุนายน และภาคเรยี นที่ 2 วันที่ 1 ธนั วาคม ของทกุ ปี การจดั การเรียนการสอน 1. สถานพินจิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน ควรใช้รปู แบบใดในการจัดการเรยี นการสอน เพอื่ ให้ มีความเหมาะสมกบั กลมุ่ เป้าหมาย ตอบ ใช้วิธจี ัดการเรยี นการสอนแบบชั้นเรยี น 2. การใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รียนไปก่อนลงทะเบียนเรยี นในวิชาบังคบั สามารถสอบเพอ่ื วดั ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนไดห้ รือไม่ ตอบ ไมไ่ ด้ เนอ่ื งจาก ยังไม่มีการลงทะเบยี นเรียน 3. ถ้าเดก็ ทอี่ ยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ สามารถเรยี นจบ กศน. ภายใน 2 ปีได้หรือไม่ ตอบ ไมไ่ ด้ เพราะ เดก็ จะต้องไม่จบก่อนเกณฑก์ ารศกึ ษาภาคบังคับ คอื อายุ 15 ปีบรบิ ูรณ์ ท้ังให้สถานศึกษาร่วมกับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน วางแผนการลงทะเบียน ใหก้ ระจายใหค้ รบตามเกณฑก์ ารศกึ ษาภาคบังคบั ไม่ใหเ้ ด็กจบกอ่ นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ คอื ไมจ่ บก่อนอายุ 15 ปี เนน้ การทากจิ กรรมพัฒนาตนเอง พัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเตรียม ความพร้อม สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจะต้องมีการวางแผนลงทะเบียนเรียน ให้เด็กกลุม่ นจี้ นกวา่ อายุพ้นเกณฑ์การศกึ ษาภาคบังคบั 4. กรณีที่เดก็ และเยาวชนเขา้ มาระหว่างปีการศึกษา จะมวี ธิ กี ารทาอย่างไร ตอบ เดก็ และเยาวชนมาสามารถนาวชิ าทไ่ี ด้เรยี นจากการศึกษาในระบบที่ศึกษาเป็นระดับมาเทียบโอน การศกึ ษาเขา้ สู่หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ คมู่ ือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

-27- ส่อื การเรียนรู้ การจดั สรรสื่อการเรียนการสอนจาก กศน. ไม่เพียงพอ จะมีวธิ ีแก้ปัญหาอย่างไร ตอบ สานักงาน กศน. จะจดั สรรส่อื หนังสือเรียนใหก้ ับสถานพนิ จิ 48 % ของจานวนนกั ศึกษา สงิ่ ทีค่ รูต้องดาเนนิ การ คอื จัดหาส่อื การเรียนรหู้ รอื หาส่อื อ่ืนเพ่ิมเตมิ การวัดผลประเมนิ ผล สถานพนิ จิ และคุม้ ครองเดก็ และเยาวชน สามารถเปน็ ผอู้ อกใบ รบ. ใหก้ ับเด็กได้หรอื ไม่ ตอบ ไม่ได้ เน่ืองจาก สถานพินิจและค้มุ ครองเด็กและเยาวชน / ศนู ยฝ์ กึ และอบรมเด็กและเยาวชน เปรียบเหมือนห้องเรียนหน่ึงของ กศน.อาเภอ ฉะน้ัน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะออกใบ รบ.ให้กบั เดก็ ไม่ได้ การส่ังขอ้ สอบ กรณีการสงั่ ข้อสอบใหก้ บั กลุม่ เปา้ หมายในสถานพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน จะต้องสัง่ ขอ้ สอบภายในระยะเวลาเม่ือไหร่ ตอบ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจะต้องรวบรวมรายช่ือเด็กและเยาวชน เพื่อแจ้ง ต่อสถานศกึ ษาในพนื้ ท่ขี องตน ภายในระยะเวลา 8 สปั ดาห์ หรอื 2 เดอื น หลงั จากเปดิ ภาคเรียน คมู่ ือการจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน

-28- รายละเอยี ดวชิ าเลือก สาํ หรับเดก็ และเยาวชนในกรมพนิ จิ และคุมครองเดก็ และเยาวชน หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน ระดับประถมศกึ ษา คูม ือการจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาํ หรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุม ครองเดก็ และเยาวชน

-29- คาํ อธบิ ายรายวชิ า อช12019 การปลูกผกั ปลอดสารพษิ เพื่อบริโภค สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จาํ นวน 2 หนวยกิต (80 ช่วั โมง) มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐานที่ 3.1 มคี วามรู ความเขา ใจและเจตคติท่ดี ีในงานอาชพี มองเหน็ ชอ งทางและตดั สินใจ ประกอบอาชีพไดตามความตองการและศักยภาพของตนเอง มาตรฐานที่ 3.2 มคี วามรู ความเขา ใจ ทักษะในอาชพี ทีต่ ัดสินใจเลอื ก มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั 1. มีความรู ความเขาใจและเจตคติท่ีดีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพ ในชุมชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปอัฟริกา ที่เหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพ้ืนที่ ศักยภาพ ของพ้ืนที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลที่ตั้งของแตละพ้ืนท่ี ศักยภาพของ ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณีและวิถชี ีวติ ของแตล ะพื้นท่ี ศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพื้นที่และสอดคลอง กบั ชมุ ชนเพ่อื การพฒั นาอาชพี 2. มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพื่อสรางความม่ันคงบนพ้ืนฐานความรูใน กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดทีใ่ ชน วัตกรรมเทคโนโลยีทเี่ หมาะสม มคี วามหลากหลายทางชีวภาพพัฒนา ตอ ยอดและประยุกตใชภ ูมิปญญา ศกึ ษาและฝก ทักษะเกีย่ วกับเรือ่ งตอ ไปนี้ ความรูเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษ ปจจัยที่เกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษ การวางแผนการ ปลูก และคาใชจาย พันธุและการเลือกใชพันธุที่เหมาะสมกับทองถ่ิน การเตรียมดิน วัสดุ อุปกรณ เคร่ืองมือ ที่ใชตัง้ แตเ ร่มิ ปลูกจนกระทัง่ เกบ็ เกีย่ ว ข้นั ตอนและวธิ ีการปลูก การดูแลรักษา การปองกันและการกําจัดศัตรูพืช การเกบ็ เก่ียว การจดั ประสบการณก ารเรยี นรู จัดกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสําคัญโดยครูเปนผูชี้แนะ อธิบายใหเกิดการเรียนรูสาธิต และมอบหมาย ใหผูเรียนศึกษาคนควาขอมูลดวยตนเองจากเอกสาร วารสาร หนังสือ แผนพับ โปสเตอร ฯลฯ รวมท้ังสื่อโสต ทัศนศกึ ษา เชน คลิปวดิ โี อ สไลด รวมท้ังศกึ ษาดูงานจากแหลงเรียนรทู ีม่ ีการปลูกผักปลอดสารพิษ แลกเปลี่ยน เรียนรูและอภปิ รายกลมุ ความเปนไปไดในการปลกู ผักปลอดสารพษิ ไวบ ริโภคในครัวเรือน รวมท้ังจัดทําโครงงาน การปลกู ผักปลอดสารพิษเพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื น บนั ทึกผลการปฏบิ ัติ การวดั และประเมินผล ประเมนิ จากสภาพจรงิ การสงั เกต การสอบถาม การสัมภาษณ ผลงาน การบนั ทึกผลการปฏิบัติ และ การมีสวนรว มในกระบวนการเรียนรู คมู อื การจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 สําหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ ครองเดก็ และเยาวชน

-30- รายละเอียดคาํ อธิบายรายวิชา อช12019 การปลกู ผกั ปลอดสารพิษเพ่อื บรโิ ภค สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จาํ นวน 2 หนวยกิต (80 ชั่วโมง) มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั 1. มีความรู ความเขาใจและเจตคติที่ดีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพ ในชุมชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปอัฟริกา ที่เหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพ้ืนที่ ศักยภาพ ของพื้นท่ีตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลท่ีต้ังของแตละพ้ืนท่ี ศักยภาพของ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณแี ละวิถชี ีวติ ของแตละพน้ื ที่ ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพื้นท่ีและสอดคลอง กับชมุ ชนเพื่อ การพฒั นาอาชีพ 2. มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพ่ือสรางความม่ันคงบนพ้ืนฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ีใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอ ยอดและประยุกตใ ชภ มู ิปญ ญา ท่ี หัวเร่ือง ตวั ช้ีวัด เนอื้ หา จํานวนชัว่ โมง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ 1 ความรเู กย่ี วกบั การปลูก 1. บอกความหมายและ 1. ความหมายของผักปลอด 6 ผักปลอดสารพิษ ลกั ษณะของการปลูกผกั สารพษิ ปลอดสารพษิ 2. ความเปน มาของการปลูก 2. ความเปนมาของผักปลอด ผกั ปลอดสารพิษ สารพษิ 2 ปจจัยทเ่ี กี่ยวกับการปลูก 1. สามารถวางแผนการใช 1. ทนุ (วสั ดุ อุปกรณ 64 ผกั ปลอดสารพิษ และ ปจจัยในการปลูกผกั เคร่อื งมือ รวมถงึ เงินท่ี การวางแผนการปลูก ไฮโดรโพนกิ สไดอยาง ลงทนุ ) ถกู ตอง 2. แรงงานท่ใี ช (แรงงาน/คน/ 2. กําหนดระยะเวลาในการ สัตว) ปลกู ผักแตละพันธไ ดอยาง 3. สถานทปี่ ลูก ถกู ตอง 4. สภาพแวดลอม/สภาพดิน 3. คาํ นวณตนทนุ ในการปลูก ฟา อากาศ ในการปลกู พชื ผกั แตละรนุ ไดอยาง 5. การวางแผน การกําหนด ถกู ตอง ระยะเวลาการปลูก 6. ปฏิทินการปลกู พืช 7. ตน ทนุ คมู ือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 สําหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคมุ ครองเดก็ และเยาวชน

-31- ที่ หัวเร่อื ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา จาํ นวนชวั่ โมง ทฤษฎี ปฏิบัติ 3 การเตรียมปลูกผักปลอด 1. บอกพนั ธทุ ่ีใชและสามารถ 1. พันธุผ ักชนดิ ตา งๆ 10 20 สารพษิ คัดเลือกใชพ ันธไุ ดอยาง 2. การเตรยี มพนั ธุ 12 22 เหมาะสมกับสภาพ เพือ่ การเพาะปลูก ทอ งถนิ่ 3. ข้นั ตอน และวิธีการเตรียม 2. สามารถเตรียมดนิ วสั ดุ ดนิ อุปกรณ เครอ่ื งมอื ท่ใี ชใ น 4. การเตรยี มวสั ดุ อุปกรณ การปลูกพืชได เครอื่ งมอื ที่ใชในการปลูก 3. สามารถวางแผนการใช พชื วสั ดุ อปุ กรณ เครื่องมือ 5. การวางแผนการใชวสั ดุ ตลอดฤดปู ลูกพชื ได อปุ กรณ เคร่อื งมือ 4 การปลูก ดูแลรักษา อธบิ ายขนั้ ตอนการปลูก และ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารปลูก และการเก็บเกี่ยวผัก สามารถปลูกผักปลอดสารพิษ - การใหปยุ ปลอดสารพิษ ได - การใหน าํ้ 1. ดูแลรักษาผกั ปลอด - การปองกันและกาํ จดั สารพิษที่ปลูกได ศตั รพู ืช 2. ปองกันและกําจัดศัตรูผกั - การพิจารณาพชื ท่เี กบ็ ปลอดสารพษิ ได เกี่ยวได 3. บอกลักษณะและ - วธิ ีการเกบ็ เกยี่ ว ชวงเวลาในการเก็บเก่ยี ว - การดูแลหลังการเกบ็ ผักปลอดสารพิษได เก่ียว รวม 34 46 คมู ือการจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาํ หรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคุมครองเด็กและเยาวชน

-32- คาํ อธิบายรายวชิ า อช12020 การขยายพนั ธพุ ืชดวยการใชเ มลด็ สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จาํ นวน 1 หนว ยกติ (40 ช่ัวโมง) มาตรฐานการเรยี นรู มาตรฐานที่ 3.2 มีความรู ความเขา ใจ ทักษะในอาชีพท่ตี ัดสนิ ใจเลือก มาตรฐานการเรยี นรูร ะดบั มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพ่ือสรางความมั่นคงบนพื้นฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอ ยอดและประยุกตใ ชภ มู ิปญญา คาํ อธิบายรายวชิ า ศึกษาความหมาย ความสําคัญ ประโยชนของการขยายพันธุพืชดวยการใชเมล็ด วิธีการข้ันตอนและ วิธกี ารขยายพนั ธพุ ืชดว ยการใชเมล็ด ปฏบิ ัตกิ ารขยายพันธพุ ืชดวยการใชเ มล็ดไดอยางถูกตอง ปฏิบัติงานไดดวย ความสนใจมีความรบั ผิดชอบ ตรงตอ เวลา ขยัน อดทน สงู าน มีเจตคติท่ีดีตอรายวิชาการขยายพันธุพืชดวยการ ใชเมลด็ และสามารถทาํ งานรว มกบั ผอู ่นื ได ศึกษาและฝก ทกั ษะเกี่ยวกับเร่ืองตอไปน้ี ผเู รียน ความรูท่ัวไปเกี่ยวกับการขยายพนั ธพุ ืชดวยการใชเ มลด็ คณุ สมบัติของเมล็ดพนั ธุที่ดี การพัก ตัวของเมล็ด วธิ กี ารเพาะเมล็ดแบบตา งๆ และเพาะเมล็ดพันธุพชื ชนดิ ตางๆได การจดั ประสบการณการเรยี นรู จัดกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยครูเปนผูช้ีแนะ อธิบายใหเกิดการเรียนรู สาธิต และมอบหมายใหผูเรียนศึกษาคนควาขอมูลดวยตนเอง จากตํารา เอกสารวิชาการ ส่ือเทคโนโลยี ภูมิปญญา ทองถนิ่ แลว นาํ ความรูทไ่ี ดรบั มาทาํ การแลกเปล่ยี นเรยี นรโู ดยกระบวนการกลมุ และลงมือปฏิบัติจัดทําโครงงาน การขยายพันธพุ ชื ดวยวิธกี ารใชเ มล็ดชนดิ ตางๆ การวดั และประเมินผล ประเมินจากสภาพจริง การสงั เกต การสอบถาม การสัมภาษณ ผลงาน การบันทึกผลการปฏบิ ตั ิ และ การมีสว นรวมในกระบวนการเรียนรู คมู อื การจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 สําหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ ครองเดก็ และเยาวชน

-33- รายละเอยี ดคําอธิบายรายวชิ า อช12020 การขยายพันธพุ ืชดว ยการใชเมล็ด สาระการประกอบอาชีพ ระดบั ประถมศกึ ษา จาํ นวน 1 หนวยกติ (40 ชวั่ โมง) มาตรฐานการเรียนรูระดับ มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพ่ือสรางความม่ันคงบนพื้นฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ีใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอยอดและประยกุ ตใ ชภ มู ปิ ญ ญา ท่ี หัวเร่ือง ตัวชว้ี ัด เนื้อหา จํานวนช่ัวโมง ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ 1. ความรูทั่วไปเกยี่ วกับ 1. บอกความหมายของการ 1. ความหมาย ความสาํ คญั 4 การขยายพนั ธุพชื ดว ยการ ขยายพนั ธพุ ชื ดวยการใชเมลด็ ประเภทของการขยายพนั ธุพชื ดว ย ใชเมลด็ 2. อธบิ ายความสาํ คญั ของการ การใชเมล็ด ชนิดตางๆ ขยายพนั ธพุ ชื ดวยการใชเ มลด็ 2. ความสาํ คัญของการ 3. บอกปจจัยที่เกยี่ วของกับการ ขยายพนั ธุพชื ดวยการใชเมลด็ เพาะเมลด็ ได 3. ขอควรคํานงึ ในการเลอื ก วธิ ีการ 4. บอกประเภทของงานเกษตร ขยายพันธุพชื ดวยการใชเ มลด็ ที่ใชก ารขยายพนั ธุโดยการใช 4. ประเภทของงานเกษตรที่ใช เมล็ดได การขยายพันธโุ ดยการใชเ มลด็ 2. คณุ สมบตั ิของเมลด็ พันธทุ ี่ 1. บอกชนดิ พันธพุ ชื ชนิดตา งๆที่ 1. พนั ธพุ ชื ชนิดตา งๆที่ขยายพนั ธุ 4 ดี ขยายพันธุดวยการใชเ มลด็ ได ดว ยการใชเ มล็ด 3. บอกคุณสมบตั ขิ องเมล็ดพนั ธุดี 2. ปจ จัยทเี่ กย่ี วขอ งกับการ ได เพาะเมลด็ 4. วเิ คราะหข อดี – ขอ เสียของ 3. คณุ สมบัตขิ องเมล็ดพนั ธดุ ี การขยายพันธพุ ชื ดว ยการใช 4. ขอ ดี – ขอ เสยี ของการ เมล็ด ขยายพนั ธพุ ชื ดว ยการใชเ มลด็ 3. การพักตวั ของเมล็ด อธิบายการฟกตัวและการงอก 1. การฟกตัวและการงอกของ 4 4 ของเมล็ดได เมล็ด 2. วิธีการแกไขการพักตวั ของ เมลด็ แตล ะประเภท 4. เพาะเมลด็ พนั ธพุ ชื ชนดิ มีทักษะในการเพาะเมลด็ พันธุ 1. วิธีการเพาะเมล็ด 8 16 ตา งๆได พืชชนิดตางๆ ตอ ไปน้ี - การเตรียมเมล็ดกอ นเพาะ 1. การเพาะเมลด็ ถั่วเขียว - วสั ดุอุปกรณทีใ่ ชเ พาะเมลด็ 2. การเพาะเมล็ดผกั บงุ - สถานทีใ่ ชเ พาะเมล็ด 3. การเพาะเมล็ดดาวเรอื ง - วธิ กี ารเพาะแบบตางๆ 4. การเพาะเมล็ดมะมว ง 5. การเพาะเมล็ดมะพราว น้ําหอม รวม 20 20 คมู อื การจัดการศกึ ษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาํ หรับเด็กและเยาวชนในกรมพินิจและคุมครองเดก็ และเยาวชน

-34- รายละเอยี ดคําอธบิ ายรายวชิ า อช12021 การเพาะเหด็ ฟางตะกรา สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จาํ นวน 1 หนวยกติ ( 40 ชัว่ โมง) มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐานที่ 3.1 มีความรู ความเขาใจและเจตคติที่ดีในงานอาชพี มองเห็นชองทางและตดั สินใจ ประกอบอาชีพไดตามความตองการและศักยภาพของตนเอง มาตรฐานท่ี 3.2 มีความรู ความเขา ใจ ทักษะในอาชพี ที่ตัดสินใจเลอื ก มาตรฐานการเรยี นรรู ะดบั 1. มีความรู ความเขาใจและเจตคติที่ดีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพ ในชุมชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปอัฟริกา ที่เหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพ้ืนท่ี ศักยภาพ ของพ้ืนท่ีตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลท่ีตั้งของแตละพื้นที่ ศักยภาพของ ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณแี ละวถิ ีชวี ิตของแตละพืน้ ที่ ศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพื้นท่ีและสอดคลอง กบั ชุมชนเพ่ือการพฒั นาอาชีพ 2. มีความรูความเขาใจทักษะในการขยายอาชีพเพ่ือสรางความม่ันคงบนพ้ืนฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ีใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอ ยอดและประยกุ ตใ ชภ ูมปิ ญ ญา ศึกษาและฝกทกั ษะเกยี่ วกับเรอ่ื งตอ ไปน้ี ชองทางและการตัดสินใจประกอบอาชีพเพาะเห็ดฟางตะกรา ประโยชนและความสําคัญของเห็ดฟาง ตะกรา การเลือกใชว ัสดุ อุปกรณใ นการเพาะเหด็ ฟางตะกรา พันธุและการเพาะเลี้ยงเช้ือเห็ดฟางตะกรา วิธีการ และข้นั ตอนการเพาะเหด็ ฟางตะกรา การวางแผนการผลติ เห็ดฟางตะกรา การดูแลรักษา การปองกันและกําจัด ศัตรู การเกบ็ เก่ยี ว การจดั ประสบการณก ารเรียนรู จัดกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสําคัญ โดยครูเปนผูช้ีแนะ อธิบายใหเกิดการเรียนรู สาธิต และ มอบหมายใหผเู รียนศึกษาคนควาขอ มลู ดว ยตนเอง จากตํารา เอกสารวิชาการ ส่ือเทคโนโลยี ภูมิปญญาทองถิ่น และนําผูเรียนทัศนศึกษาแหลงเรียนรูในทองถ่ินตามแหลงท่ีมีการเพาะเห็ดฟางตะกรา แลวนําความรูที่ไดรับ มาทําการแลกเปลี่ยนเรียนรูโดยกระบวนการกลุมถึงความเปนไปไดในการเพาะเห็ดในตะกราเปนอาชีพหลัก และขยายขอบขายเกี่ยวกับการเพาะเห็ดในตะกราใหไดผลดีย่ิงข้ึน และลงมือปฏิบัติจัดทําโครงงานการ ขยายพนั ธุพืชดวยวธิ ีการตา งๆ การวดั และประเมินผล ประเมินจากสภาพจริง การสงั เกต การสอบถาม การสมั ภาษณ ผลงาน การบนั ทึกผลการปฏบิ ตั ิ และ การมสี วนรวมในกระบวนการเรยี นรู คูมอื การจัดการศึกษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สําหรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ ครองเด็กและเยาวชน

-35- รายละเอยี ดคาํ อธิบายรายวชิ า อช12021 การเพาะเหด็ ฟางตะกรา สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จํานวน 1 หนวยกติ (40 ชั่วโมง) มาตรฐานการเรยี นรรู ะดับ 1. มีความรู ความเขาใจและเจตคติท่ีดีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพ ในชุมชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปอัฟริกา ท่ีเหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพ้ืนท่ี ศักยภาพ ของพื้นที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลท่ีต้ังของแตละพ้ืนที่ ศักยภาพของ ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณแี ละวิถชี วี ติ ของแตละพื้นที่ ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพื้นที่และสอดคลอง กบั ชมุ ชนเพอ่ื การพัฒนาอาชีพ 2. มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพ่ือสรางความม่ันคงบนพื้นฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาตอยอดและประยุกตใชภ ูมปิ ญ ญา ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวช้ีวัด เน้ือหา จาํ นวนชัว่ โมง 1 ชอ งทางและการ อธิบายชองทางและการ วเิ คราะหความเปนไปได จาก ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ ตดั สินใจเลอื กประกอบอาชพี ขอมูลดงั นี้ ตัดสินใจเลอื กประกอบ เพาะเห็ดฟางตะกรา ได 1. ขอ มูลตนเองดา นความต้งั ใจ 4 อาชพี เพาะเห็ดฟางใน ตะกรา อธิบายประโยชนแ ละ และความพรอ มอ่นื ๆ 4 ความสาํ คญั ของการเพาะเห็ด 2. ขอมูลทางวชิ าการดาน 22 2 ความสําคัญของการ ฟางตะกรา ได เพาะเห็ดฟางตะกรา บอกวสั ดุ อปุ กรณ สาํ หรบั ความรทู ่ีจาํ เปน ในการเพาะ เพาะเห็ดฟางตะกราได เห็ดฟางตะกรา 3 อปุ กรณ สําหรับเพาะ 3. ขอมลู ทางสังคม สงิ่ แวดลอม เหด็ ฟางตะกรา ดา นแหลงเมลด็ พันธุ ปยุ และ อนื่ ๆ ประโยชนแ ละความสําคัญของ เห็ดฟางตะกรา วสั ดุ อุปกรณสาํ หรับเพาะเหด็ ฟางตะกรา 4 การเพาะเห็ดฟางตะกรา อธิบายขน้ั ตอนการเพาะเหด็ ขัน้ ตอนการเพาะเห็ดฟางตะกรา 8 10 ฟางตะกรา การดูแลรักษา 1. การเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ และสามารถลงมือเพาะเหด็ 2. การเพาะเหด็ ในตะกรา ฟางตะกราได 3. การใหน าํ้ 4. การควบคมุ อุณหภูมิ 5. การปอ งกันกําจัดศัตรูเหด็ คมู อื การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สําหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคมุ ครองเดก็ และเยาวชน

-36- ท่ี หัวเรอ่ื ง ตัวชีว้ ดั เนื้อหา จํานวนชั่วโมง 5 การเกบ็ เกีย่ ว สามารถเกบ็ เกย่ี วผลผลิตเหด็ 1. การพจิ ารณาอายกุ ารเก็บเหด็ ทฤษฎี ปฏิบตั ิ ฟางไดอยา งถูกตอง 6 การตลาด ฟาง 42 อธิบายวธิ ีการบรรจหุ ีบหอ 2. วิธีการเกบ็ เหด็ 22 การกําหนดราคาขาย และ 3. การจัดการหลังการเก็บเก่ียว 24 16 คาํ นวณตนทุนการเพาะเหด็ 1. วิธีการบรรจุหบี หอ ฟางตะกราได 2. การกาํ หนดราคาขาย 3. การคิดตน ทนุ รวม คมู ือการจัดการศกึ ษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาํ หรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุมครองเดก็ และเยาวชน

-37- คําอธบิ ายหลักสตู รรายวชิ า อช12022 การปลูกผกั บุงจีนในครวั เรือน สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จาํ นวน 2 หนวยกิต (80 ชัว่ โมง) มาตรฐานการเรยี นรู มาตรฐานท่ี 3.1 มคี วามรู ความเขา ใจและเจตคติที่ดีในงานอาชพี มองเหน็ ชองทางและตัดสินใจ ประกอบอาชีพไดตามความตองการและศักยภาพของตนเอง มาตรฐานท่ี 3.2 มีความรู ความเขาใจ ทักษะในอาชีพทต่ี ัดสินใจเลือก มาตรฐานการเรียนรรู ะดบั 1. มีความรู ความเขาใจและเจตคติที่ดีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพ ในชุมชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปอัฟริกา ที่เหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นท่ี ศักยภาพ ของพื้นท่ีตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลที่ตั้งของแตละพื้นท่ี ศักยภาพของ ศิลปวฒั นธรรม ประเพณแี ละวิถชี ีวิตของแตล ะพน้ื ที่ ศกั ยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพ้ืนท่ีและสอดคลอง กับชมุ ชนเพอ่ื การขยายอาชพี 2. มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพื่อสรางความม่ันคงบนพื้นฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ีใชนวัตกรรมเทคโนโลยีท่ีเหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอ ยอดและประยกุ ตใชภมู ิปญญา ศึกษาและฝก ทักษะเกีย่ วกบั เรอื่ งตอ ไปน้ี ชอ งทางและการตัดสินใจเลอื กประกอบอาชีพปลูกผกั บงุ ปจจัยสาํ คัญเก่ียวกับการปลูกผกั บุง การ วางแผนการปลกู ผกั บุง พันธุและการคัดเลอื กเมล็ดพันธุ การจัดการปลูกผักบุง การอนรุ ักษทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดลอม ปญหา อปุ สรรคในการปลูกผักบุง การจดั ประสบการณการเรยี นรู ใหผูเรียนศึกษาคนควาลักษณะสวนประกอบ และประโยชนของผักบุง เรียนรูดายการพบกลุม การสอนเสริม การเรียนรูดวยตนเอง การรายงาน การศึกษาจากแหลงเรียนรู ประสบการณตรง โดยใช สถานการณจริง และประสบการณจากผูเ รยี น การวัดและประเมินผล ประเมนิ จากกสภาพจริง การสังเกต การสอบถาม การสัมภาษณ ผลงาน การบันทึกผลการปฏิบัติ และ การมสี วนรวมในกระบวนการเรยี นรู คูมอื การจัดการศกึ ษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 สําหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุมครองเดก็ และเยาวชน

-38- รายละเอียดคําอธิบายหลักสตู รรายวชิ า อช12022 การปลูกผกั บุงจีนในครัวเรอื น สาระการประกอบอาชีพ ระดบั ประถมศกึ ษา จํานวน 2 หนว ยกติ (80 ชัว่ โมง) มาตรฐานการเรยี นรูร ะดบั 1. มีความรู ความเขาใจและเจตคติที่ดีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพ ในชุมชน สังคม ประเทศและภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปอัฟริกา ท่ีเหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นที่ ศักยภาพ ของพื้นที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลที่ตั้งของแตละพื้นที่ ศักยภาพของ ศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณแี ละวิถีชวี ิตของแตล ะพนื้ ท่ี ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพ้ืนท่ีและสอดคลอง กับชมุ ชนเพอื่ การขยายอาชพี 2. มีความรูความเขาใจ ทักษะในการขยายอาชีพเพ่ือสรางความมั่นคงบนพื้นฐานความรู ในกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดที่ใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความหลากหลายทางชีวภาพ พฒั นาตอ ยอดและประยกุ ตใชภ ูมปิ ญ ญา ท่ี หัวเร่ือง ตวั ชี้วดั เน้อื หา จาํ นวนชัว่ โมง ทฤษฎี ปฏบิ ัติ 1 ชองทางและการ อธิบายชอ งทางและการ วเิ คราะหค วามเปนไปได ตัดสนิ ใจเลอื กประกอบ ตดั สนิ ใจเลือกประกอบอาชพี จากขอมูลดังน้ี 4 อาชพี ปลูกผักบงุ ปลูกผักบงุ ได 1.ขอมูลตนเอง 44 2.ขอมลู ทางวชิ าการ 8 16 3.ขอ มลู ทางสงั คม ส่ิงแวดลอม 2 พนั ธแุ ละการเลือกใช อธบิ ายพนั ธทุ ีใ่ ชแ ละสามารถ 1.ชนดิ ของเมลด็ พนั ธุ 8 24 พันธุทีเ่ หมาะสมกับ คดั เลือกใชพ นั ธุไ ดอยาง 2.การเตรียมเมล็ดพนั ธุ ทองถ่นิ เหมาะสมกับสภาพทองถิ่น เพ่ือการเพาะปลูก 44 3 การเตรียมดนิ และ 1.เตรยี มดนิ วสั ดุ อุปกรณ 1.ขน้ั ตอน และวธิ กี ารเตรยี มดนิ อปุ กรณ ท่ใี ชใ นการปลูก เครื่องมือที่ใชใ นการปลูก 2.การเตรียมวัสดุ อุปกรณ ผกั บงุ ได เครือ่ งมือที่ใชใ นการปลูกพชื 2.วางแผนการใชวสั ดุ 3.การวางแผนการใชว ัสดุ อุปกรณ เครอื่ งมอื ตลอดฤดู อปุ กรณและเครอ่ื งมอื ปลกู พืชได 4 วธิ กี ารปลูกและการดแู ล อธบิ ายขนั้ ตอนการปลูกและ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารปลูกผกั บุง รักษา การดูแลรกั ษาแปลงผักบุงที่ 1. การเตรยี มแปลงปลูก ปลูกได 2. วธิ ีการปลูก 3. การใหนา้ํ ผกั บุง 4. การใสป ยุ 5. การกาํ จัดศตั รพู ืช 5 การเกบ็ เกี่ยว อธิบายการเกบ็ เกี่ยวผกั บงุ จนี 1. วิธกี ารเก็บเกย่ี ว ไดอยางถกู ตอ ง 2. การดแู ลหลังการเก็บเก่ียว คมู ือการจัดการศึกษาตามหลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 สาํ หรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคมุ ครองเด็กและเยาวชน

-39- ท่ี หวั เรื่อง ตัวชวี้ ดั เน้อื หา จํานวนชั่วโมง 1. ความรับผดิ ชอบ ทฤษฎี ปฏิบตั ิ 6 คุณธรรมในการประกอบ อธิบายคุณธรรมในการ 2. ความซอื่ สตั ย อาชีพ ประกอบอาชีพได 3. ความขยนั อดทน 4 32 48 รวม ฯลฯ คูมอื การจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาํ หรบั เด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคมุ ครองเดก็ และเยาวชน

-40- คําอธบิ ายรายวิชา รหสั วิชา อช12023 งานฝกฝม อื งานไม สาระการประกอบอาชีพ ระดบั ประถมศกึ ษา จํานวน 2 หนวยกติ (80 ชว่ั โมง) มาตรฐานการเรียนรู มาตรฐานที่ 3.1 มีความรูความเขาใจ ทักษะ และเจตคติท่ีดีในงานอาชีพ มองเห็นชองทางและการ . ตัดสินใจในการประกอบอาชีพ ไดตามความตองการ และศักยภาพของตนเอง มาตรฐานที่ 3.2 มีความรคู วามเขาใจ ทกั ษะ และเจตคตทิ ต่ี ัดสินใจเลือก มาตรฐานการเรยี นรูร ะดบั 1.มคี วามรู ความเขาใจและเจตคตทิ ด่ี ีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพในชุมชน สังคม ที่เหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นท่ี ศักยภาพของ พ้ืนที่ตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลที่ต้ังของแตละพ้ืนท่ี ศักยภาพของ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณแี ละวิถชี ีวติ ของแตละพื้นที่ ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพ้ืนท่ีและสอดคลอง กบั ชุมชนเพือ่ การพฒั นาอาชีพ 2.มีความรูความเขาใจ ทักษะในการพัฒนาอาชีพท่ีตัดสินใจเลือกบนพื้นฐาน ขั้นตอนในการทํางาน อยา งเหมาะสมและประยุกตใ ชภูมปิ ญญา ศกึ ษาและฝกทักษะเก่ยี วกับ เรยี นรแู ละทาํ ความเขาใจในการประกอบอาชีพชางไม ศึกษาความปลอดภัยในการทํางาน เรียนรูชนิด ของไมในการใชงานแตละประเภท เรยี นรูการใชเครอ่ื งมอื ในการปฏิบัติงานชา งไม เทคนิคการใชเคร่ืองมืออยาง ถูกตอ งและปลอดภัย การปฏบิ ัตงิ านไม การใชเครื่องเครื่องมอื ชางไมใ นการฝกฝม อื และฝกงานไมเ บือ้ งตน การจดั ประสบการการเรยี นรู 1. จดั กิจกรรมสํารวจและวเิ คราะหตนเอง และความตองการของตลาด เพอ่ื ใหเยาวชนไดเ หน็ ชองทาง การประกอบอาชีพ 2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนท้งั ภาคทฤษฏแี ละปฏิบัติ 3. เรยี นรู /ฝกทักษะการประกอบอาชพี เรียนรดู ว ยตนเอง เรยี นรจู ากวทิ ยากร เรียนรูจ ากการปฏบิ ัติ การวัดและประเมินผล 1. การประเมนิ ความรภู าคทฤษฎรี ะหวางเรียนและจบหลกั สูตร 2. การประเมินผลงานระหวา งเรียนจากการปฏบิ ัติ ไดผ ลงานท่ีมีคณุ ภาพ 3. มีเวลาเรยี น ไมนอ ยกวารอยละ 80 4. มีผลการประเมนิ ตลอดหลักสตู ร ไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 5. มผี ลงาน ช้ินงาน ท่มี ีคุณภาพ 6.ผเู รยี นทีจ่ บหลักสตู รชางกอสรา ง สามารถนําความรูและประสบการณ เทียบโอนผลการเรยี นรูก ับ หลักสตู ร คมู ือการจัดการศึกษาตามหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 สําหรับเด็กและเยาวชนในกรมพนิ ิจและคุม ครองเด็กและเยาวชน

-41- รายละเอยี ดคาํ อธิบายรายวิชา รหสั วิชา อช12023 งานฝกฝม อื งานไม สาระการประกอบอาชีพ ระดับประถมศกึ ษา จาํ นวน 2 หนวยกิต (80 ชัว่ โมง) มาตรฐานการเรียนรรู ะดบั 1.มคี วามรู ความเขา ใจและเจตคตทิ ดี่ ีในงานอาชีพ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายงานอาชีพในชุมชน สังคม ที่เหมาะสมกับศักยภาพ 5 ดาน ไดแก ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพ้ืนท่ี ศักยภาพของ พ้ืนท่ีตามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศและทําเลท่ีต้ังของแตละพ้ืนที่ ศักยภาพของ ศลิ ปวฒั นธรรม ประเพณแี ละวิถีชีวติ ของแตละพ้นื ท่ี ศักยภาพของทรัพยากรมนุษยในแตละพื้นท่ีและสอดคลอง กับชุมชนเพ่ือการพัฒนาอาชพี 2.มคี วามรูความเขา ใจ ทักษะในการพฒั นาอาชีพท่ีตัดสินใจเลือกบนพื้นฐาน ความรูกระบวนการผลิต กระบวนการตลาดทใ่ี ชน วตั กรรมเทคโนโลยีท่เี หมาะสมและประยุกตใชภ มู ปิ ญญา ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชีว้ ดั เนอื้ หา จํานวนชว่ั โมง ทฤษฎี ปฏบิ ัติ 1. ชองทางการประกอบ 1.อธิบายความสําคัญและ 1. ความสาํ คัญและความ อาชีพ วเิ คราะหล ักษณะของอาชีพชา ง เปน ไปไดของการประกอบ 5 ไม ได อาชีพชา งไม 2.สามารถวเิ คราะหข อมูล 2. การวิเคราะหตนเอง องคป ระกอบในการตดั สินใจ 3. ความตองการของตลาด เลือกอาชีพ 4. การใชแ รงงาน 2. ความปลอดภยั ในการ 1.อธิบายหลกั ของความปลอดภัย 1.ความปลอดภยั ในการ 5 ทํางาน ในการทํางาน ปฏิบตั ิงาน 5 ส. กฎแหง 20 2..อธิบายหลัก 5 ส ในการ ความปลอดภัยในการ ปฏบิ ัติงาน ปฏบิ ตั งิ าน 3.ปฏิบัตติ ามหลัก 5 ส ไดถกู ตอ ง 1.1. สะสาง 1.2. สะดวก 1.3. สะอาด 1.4. สุขลกั ษณะ 1.5. สรางนิสัย ๓. ทักษะการใชเ ครือ่ งมอื ๑.อธบิ ายลกั ษณะของเคร่อื งมือ 1.เคร่อื งมือชา งเบื้องตน คอน และวัสดชุ า งเบ้อื งตน ชา งเบอ้ื งตน คมี ไขควง เลอ่ื ยชนิดตาง ๆ ๒.อธบิ ายการใชเ คร่ืองมอื แตละ สวิ กบไสไม ตะไบ บุง ฉาก ชนิดไดถ ูกตองและปลอดภัย ระดบั น้าํ 2.การบํารงุ รักษาเครอื่ งมอื 3.ชนิดของไมและวัสดตุ า ง ๆ คูมือการจัดการศกึ ษาตามหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สําหรบั เด็กและเยาวชนในกรมพนิ จิ และคมุ ครองเด็กและเยาวชน

-42- ท่ี หวั เรื่อง ตัวชว้ี ัด เนื้อหา จํานวนชั่วโมง ทฤษฎี ปฏิบัติ ๔. ฝก การไสไมโดยใชก บ 1.อธบิ ายประโยชนข องการ 1.ฝก ปฏบิ ัติ การวดั ขนาด ไสไม การตดั ไม การ เพลาะไมแ ละนาํ ไปใชไดอยาง การตดั ไม การเพลาะไม การ เพลาะไม การประกอบ ถูกตอง ไสไม การตอกตะปู การ 50 ชิ้นงานโดยการใชต ะปู 2.เลือกใชเครือ่ งมือชนดิ ตางๆ ได ประกอบชน้ิ งานอยางงา ย สําเร็จเปนชิน้ งาน อยางถูกตอง สาํ เร็จเปน ช้ินงานตามรูปแบบ 3.เลอื กวธิ เี ขาเดือยไม ให ทกี่ าํ หนด เหมาะสมกบั ชิน้ งาน รวม 30 50 คมู อื การจัดการศึกษาตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 สาํ หรับเด็กและเยาวชนในกรมพินจิ และคุมครองเดก็ และเยาวชน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook