ก. อัศวพาหุ ข. แว่นแก้ว ค. รามจติ ติ ง. เขยี วหวาน ๑๔. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยู่หัว ทรงพระราชนพิ นธเ์ ร่อื งหวั ใจชายหนมุ่ โดยมีพระประสงค์อย่างไร ก. เพื่อพระราชทานลงพมิ พ์ไวใ้ นวารสารข้าราชการ ข. เพ่อื พระราชทานลงพมิ พใ์ นหนงั สอื พมิ พ์ ดสุ ติ สมิต ค. เพ่อื พระราชทานลงพิมพใ์ นหนังสอื แบบเรียนภาษาไทย ง. เพ่อื พระราชทานลงพมิ พใ์ นหนังสอื ปฐมนิเทศของนักศึกษาใหม่ ๑๕. เรือ่ งหวั ใจชายหน่มุ ถ่ายทอดเรือ่ งราวเก่ียวกบั ส่ิงใด ก. ถ่ายทอดเรอ่ื งราวชีวิตของชายหนมุ่ ข. ถา่ ยทอดความนกึ คดิ และสภาพของสังคม ค. ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพนั ระหว่างเพ่อื น ง. ถา่ ยทอดความรกั ระหวา่ งชายหนมุ่ กับหญงิ สาว ๑๖. เรอื่ ง หวั ใจชายหนุม่ ถา่ ยทอดเรื่องราวเก่ยี วกบั ส่งิ ใด ก. ถา่ ยทอดเร่ืองราวชีวิตของชายหน่มุ ข. ถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันระหว่างเพอื่ น ค. ถ่ายทอดความรักระหวา่ งชายหนุ่มกบั หญิงสาว ง. ถ่ายทอดความนกึ คดิ และสภาพของสงั คมไทย ๑๗. ขอ้ ใดถูกตอ้ ง ก. จดหมายใช้คำขนึ้ ตน้ จดหมายและการลงช่ือเหมือนกันทุกฉบับ ข. ตวั ละครเป็นชายหนมุ่ หัวนอกทเี่ พง่ิ เดนิ ทางกลับมาจากฝรง่ั เศส ค. จดหมายท่อี า่ นเปน็ จดหมายทกุ ฉบับท่ปี ระพันธเ์ ขียนถึงประเสริฐ ง. ตวั ละครเดินทางกลับโดยทางเรือ ขณะเขียนจดหมายฉบับแรกเขาอยใู่ นเรือโอยามะมะรู ๑๘. การทปี่ ระพันธ์พยายามมองหาหญงิ สาวในเรือเพ่ือจะได้สมาคมด้วย แสดงว่าประพนั ธ์เปน็ คนอยา่ งไร ก. เจ้าชู้ ข. รักความสุกสนาน ค. มมี นษุ ย์สัมพันธ์ดเี ลิศ ง. มคี วามสามารถในการเตน้ รำ ๑๙. “แน่ทเี ดยี วฉนั ไม่ได้ปลอ่ ยให้โอกาสเชน่ น้นั เปลอื งเปล่า และภายในเวลา 2 ช่วั โมง ทีไ่ ปดไู ฟน้นั นบั ว่าฉันกับแมอ่ ุไร ไดร้ ูจ้ ักกนั ดเี กือบเท่ากบั คนทีไ่ ด้ค้นุ เคยกันมาแล้วตลอดชวี ติ ” จากพฤติกรรมของตัวละครขา้ งต้น สอดคลอ้ งกสั ำนวน- สุภาษติ ใด ก. ชงิ สุกกอ่ นห่าม ข. มือถือสาก ปากถือศลี ค. กินบนเรอื น ขีบ้ นหลังคา ง. ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ
๒๐. จากสำนวน-สุภาษิตท่ีวา่ “ปลกู เรือนตามใจผอู้ ยู่ ผูกอตู่ ามใจผูน้ อน” สอดคลอ้ งกับเหตุการณ์ใดในเร่อื ง หัวใจชายหนมุ่ ก. ประพันธพ์ ยายามเอาใจอุไรทุกอย่าง เพ่ือให้หลอ่ นรสู้ ึกพอใจในตวั เขา ข. ประพนั ธพ์ อใจที่จะเลือกคู่รกั ดว้ ยตนเอง และไมเ่ ห็นด้วยกบั การคลุมถงุ ชน ค. เมื่อประไพรูว้ า่ ประพันธ์พ่ีชายของตนพอใจอุไร จงึ ไดเ้ ป็นแม่สอ่ื ชักนำให้ท้ังคู่ ง. เมอ่ื ประพันธท์ ราบเร่อื งการคบหาของอไุ รกับพระยาตระเวนนครจึงจะขอหย่าเพอื่ ให้อุไรไดท้ ำตามสง่ิ ทีต่ อ้ งการ ตัวช้วี ดั ที่ ท 5.1 ม.๔-๖/3 วิเคราะห์และประเมนิ คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะทเี่ ปน็ มรดกทาง วัฒนธรรมของชาติ (4 คะแนน) ๒๑. ขอ้ ใดกลา่ วถึงสภาพสงั คมในขณะนัน้ ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. การทผี่ ้ชู ายมีเมียมากถือเป็นเรอ่ื งธรรมดา ข. ผู้หญิงในสมัยนนั้ สามารถไปไหนมาไหนได้ตามความพอใจ ค. ผชู้ ายสามารถปฏิเสธการแตง่ งานแบบคลุมถุงชนไดห้ ากไมพ่ อใจ ง. เม่อื แต่งงานแล้ว การหยา่ ร้างเปน็ เรอื่ งทีท่ ำใหเ้ สื่อมเสยี ชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ๒๒, ขอ้ ใดท่แี สดงว่าพระพินฐิ พัฒนากรและภรรยาเปน็ ผู้ “ศิวิไลซ”์ ตามความคดิ ของประพันธ์ ก. ใชข้ องท่ีมีราคาแพง ข. ตามทันคา่ นยิ มแบบตะวนั ตก ค. ยอมให้ลูกสาวคยุ กบั ผู้ชายดกึ ๆ ด่นื ๆ ง. อนญุ าตให้ประพันธ์และอุไรแตง่ งานกนั โดยงา่ ย ๒๓. ฉันจะขอบอกโดยจริงวา่ ตัง้ แต่ฉนั เข้ามาถึงกรุงเทพฯ แล้วยงั ไมไ่ ด้พบผู้หญงิ ทต่ี ้องตาเลยจนทำให้นึกว่าจะต้อง เลยเปน็ “แบชะเล่อร์” เสยี ละกระมัง จากข้อความข้างตน้ “แบชะเล่อร์” หมายถงึ เรือ่ งใด ก. นสิ ยั ข. ปมด้อย ค. ชายโสด ง. ความเสยี ใจ ๒๔. ข้อใดคือลกั ษณะของอุไรทีส่ งั คมไทยไม่ยอมรับมากทีส่ ุด ก. ไมร่ ักนวลสงวนตัว ข. ชอบเทย่ี วกลางคืน ค. มีเพื่อนผชู้ ายมากหนา้ ง. ไม่อยู่กับเหยา้ เฝ้ากับเรือน ๒๕. เรอื่ งราวของชาดก สะท้อนความเช่อื ของคนไทยเรื่องใดชดั เจนทีส่ ดุ ก. นรก สวรรค์ ข. การทำดไี ด้ดี ค. บาป บุญ คุณ โทษ ง. การเวียนว่ายตายเกิด ๒๖. เหตุการณใ์ นกัณฑ์ทีเ่ ท่าไหร่สะทอ้ นให้เห็นความรักของแมท่ ่ีมตี ่อลูก ก. กัณฑ์มทั รี ข. กัณฑ์กุมาร ค. กัณฑท์ ศพร ง. กณั ฑ์ฉกษตั ริย์
๒๗. ข้อใดเป็นสิง่ ทเ่ี กิดขึ้นในสมัยรชั กาลท่ี ๖ ก. การโดยสารเดนิ ทางด้วยรถไฟ ข. มีการแสดงละครพูดที่ตวั ละครเปน็ ชายจรงิ หญงิ แท้ ค. รฐั บาลสง่ เสรมิ ใหค้ นไทยทำตามฝรง่ั เพ่ือความทนั สมัย ง. ผู้ชายทก่ี ลบั มาจากยโุ รป เรียกร้องให้ผูช้ ายไทยมภี รรยาคนเดียว ๒๘. ข้อความใด ที่ผู้ประพันธ์ใชส้ ญั ลกั ษณ์ ก. แต่นางที่หล่อนจะหวงั ว่าจะไดเ้ ปน็ นางสุวญิ ชาของพระยาตระเวนกระมัง ข. รวมความกเ็ ป็นอันว่าหล่อนคงเห็นชอบตามสุภาษิตอังกฤษว่า“ ขนมปังครึ่งก้อนยังดีกวา่ ไมม่ เี ลย ” ค. ฉนั ไดก้ ล่าวเปรยๆ มาบ้างแลว้ ในจดหมายฉบบั ก่อนๆ น้ีว่า ฉันมองไปในอนาคตแลเห็นแตเ่ มฆหมอก ง. พระยาตระเวนพาลกู สาวของเขาไป แต่ไม่ไดพ้ าแม่อุไรไปด้วยเพราะยงั ไม่ไดเ้ ปน็ ผวั เมียกัน“โดยทาง ราชการ” ลงชือ่ ...........................................หัวหนา้ กลุ่มสาระ ลงชื่อ...........................................ครูวดั ผล ลงชือ่ ...........................................รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษาฝา่ ยวิชาการ
ช่ือ สกุล.........................................................................ช้ัน..............เลขท.ี่ .......... โรงเรียนเทศบาล ๖ (วัดตนั ตยาภริ ม) เทศบาลนครตรัง จังหวัดตรงั แบบทดสอบวดั ผลปลายภาค ภาคเรยี นท่ี ๒ ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชา การใชภ้ าษาเพอ่ื การสอ่ื สาร รหสั วชิ า ท ๓1201 กระดาษคำตอบข้อสอบปรนัย (ตอนที่ 1) ข้อ ก ข ค ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ตอนท่ี ๒ ข้อสอบแบบปรนยั ๑. บอกหลักการเบ้ืองต้นของการเขยี นสือ่ สารในรปู แบบ การอธิบาย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โต้แยง้ โน้มนา้ ว เชิญชวน ประกาศได้ คำชแี้ จง จงนำหมายเลขไปเติมในชอ่ งวา่ งหนา้ ข้อทสี่ ัมพนั ธ์กนั ( 5 คะแนน) 1. กลวิธีอธิบายตามลำดับข้ัน 2. กลวธิ ีอธบิ ายด้วยการนิยาม หรือให้ความหมาย 3. กลวธิ ีอธบิ ายด้วยการยกตวั อย่าง
4. กลวธิ ีอธิบายด้วยการเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง 5. กลวธิ ีอธบิ ายด้วยการช้ีสาเหตุและผลลัพธ์ทีส่ มั พันธ์กนั 6. การบรรยาย 7. การพรรณนา 8. ภาษาโนม้ นา้ วใจ 9. ภาษาแสดงทรรศนะ 10.ภาษาแสดงการโตแ้ ย้ง ...............1. เกดิ เหตเุ พลงิ ไหม้ในหมบู่ ้านรกั สนั ติ เจ้าหนา้ ท่ีสันนษิ ฐานว่า ต้นเพลิงมาจากก้นบหุ รท่ี ถ่ี ูกทิ้งไว้และลามไป ทวั่ บา้ น ขณะนี้เจ้าหนา้ ที่ควบคุมเพลงิ ไว้ได้แล้ว ...............2.นกเงอื กจัดเปน็ นกป่าที่มีขนาดใหญ่ มีลกั ษณะพเิ ศษ มีจะงอยปากขนาดใหญ่ หงอนบนศรี ษะใหญ่ ลำตัวมสี ี ขาวดำ และมีปีกขนาดใหญ่ ...............3. หากผู้คนทง้ิ ขยะลงสู่แม่นำ้ ลำคลอง จะทำให้แม่นำ้ เน่าเสีย ส่งกลิน่ เหมน็ และไมส่ ามารถใช้ประโยชน์จาก น้ำนน้ั ได้ ...............4.คนเราจะมชี วี ิตดำรงอยูไ่ ด้กต็ ้องอาศัยปัจจัยหลายอยา่ ง เช่น อาหาร เคร่ืองนุง่ ห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่ อาศัย ...............5. เรยี งความ คือ งานเขยี นชนดิ หน่ึงท่มี งุ่ ถ่ายทอดเร่ืองราวตา่ ง ๆ ทผี่ เู้ ขยี นต้องการจะบอกให้ผู้อ่นื ทราบ โดย มีรปู แบบ 3 สว่ น คอื คำนำ เน้อื เรอ่ื ง สรปุ ...............6. ฉนั เชื่อม่นั ในคำว่า ความพยายามอยู่ทไี่ หน ความสำเร็จอยทู่ ี่นั่น ทผี่ ่านมาเธอทำได้ดี เธอมีความพยายาม ฉนั เชอื่ ว่า ทีมเราจะชนะแนน่ อน ความพยายามไม่เคยทรยศใคร ..............7. การทำหอ่ หมกนั้นตอ้ งใช้เวลา เตรยี มใบตอง เจียนใบตองสำหรับห่อเลอื กใบยอทไ่ี มอ่ ่อนเกินไปมาฉีก เป็น ช้ินๆ ปลาชอ่ นหรอื ปลาสวายแมน่ ้ำทจ่ี ะนำมาทำหอ่ หมกต้องแลเ่ อาแต่หัวกับพงุ แยกไวต้ า่ งหาก น้ำพริกแกงทใี่ ชค้ ือ น้ำพรกิ แกงเผ็ด แต่ไม่ใส่เครอ่ื งเทศ กะทิคั้นเอาแตห่ ัว รวมเครอ่ื งปรงุ ใส่ลงอ่าง คนจน “ขึ้น” ตักใส่ใบตอง ห่อ แลว้ นำไปน่ึงจนสุก ...............8. กฬี าฟุตบอล กับฟุตซอลมคี วามคลา้ ยคลึงกัน ทั้งสองชนิดเป็นกีฬาประเภททีมทเ่ี ลน่ ระหว่างสองทีม ฟุตบอลมผี ู้เลน่ ทีมละ 11 คน ส่วนฟตุ ซอลมผี ู้เล่นทมี ละ 5 คน ฟตุ ซอลจะเล่นในรม่ สว่ นฟุตบอลเลน่ ในสนาม กลางแจ้ง ...............9. การท่ีครสู ายชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ไปทัศนศึกษาเพ่ือเรียนรสู้ ิง่ ต่างๆ เชน่ ประเพณแี ละวฒั นธรรมต่าง ๆ ผมคิดว่า เป็นเรื่องทด่ี ี เพราะจะทำให้นักเรียนมโี ลกทัศน์เก่ียวกับเร่ืองตา่ ง ๆ ผมเสนอแนะว่า นักเรียนควรจะแสวงหา ความรจู้ ากแหล่งเรยี นรู้ตา่ งๆ ท่ีครพู าไปใหเ้ ต็มที่ ...............10. ตามทีป่ ระธานนักเรียนได้เสนอนโยบายว่า เม่อื นักเรียนสอบเสรจ็ แลว้ จะไปเข้าค่ายคณุ ธรรมในวัด ตันตยาภริ มเพ่ือเสริมสรา้ งคุณธรรมให้แก่นกั เรียนน้นั ผมวา่ เป็นความคิดทดี่ ี แตน่ ักเรยี นอาจจะไปนอ้ ย เพราะ นักเรียนอาจจะไมซ่ มึ ซับส่ิงทเ่ี ปน็ นามธรรม และอาจรูส้ ึกเบ่ือ หรือหลายคนอาจมองวา่ ยงั ไม่ถึงวัยอนั ควร ผมขอเสนอ
วา่ เราควรเขา้ คา่ ยกิจกรรมร้องเลน่ เตน้ สร้างสรรค์ดีกว่า เพราะเหมาะกบั วยั อีกอยา่ งเปน็ การผอ่ นคลายหลงั จากสอบ เสร็จด้วย ตอนที่ 2 ข้อสอบแบบอัตนยั (เขียนตอบ) 1. จงยกตัวอยา่ งการกระทำทไ่ี ม่มีมารยาทในการพดู มา 4 ตัวอย่าง (2 คะแนน) ............................................................................................................................. ............................................................. ..................................................................... ............................................................................................... ...................... ตอนที่ 3 ข้อสอบแบบอัตนยั (เขยี นตอบ) ผลการเรยี นรู้ขอ้ ที่ ๔. เขียนสือ่ สารในรปู แบบ การอธิบาย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ นา้ ว เชิญชวน ประกาศได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรยี บเรยี งที่ถูกต้อง มีข้อมลู และสาระสำคญั ชดั เจน ผลการเรียนรู้ข้อท่ี ๘. ผลติ งานเขียนของตนในรปู แบบสารคดี และบนั เทงิ คดไี ด้ คำช้แี จง จงเขยี นสารคดีทอ่ งเทย่ี ว สถานที่ทน่ี กั เรียนไปทัศนศึกษา ณ จงั หวัดภเู กต็ พรอ้ มทง้ั ตั้งข่ือเรือ่ ง โดยให้มี การใชภ้ าษาบรรยาย การอธิบาย ภาษาแสดงทรรศนะ (ผม หนู คิดวา่ ......... เราน่าจะ.......ควรจะ........มีความรู้สกึ ว่า..........) ภาษาโนม้ นา้ วใจ อยู่ในงานเขียนดว้ ย ( 10 คะแนน) สารคดที ่องเทีย่ ว เรอ่ื ง................................................................................................. .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงช่อื ...........................................หวั หน้ากลุม่ สาระ ลงชอ่ื ...........................................ครูวัดผล ลงชอ่ื ...........................................รองผ้อู ำนวยการสถานศึกษาฝา่ ยวชิ าการ
โรงเรียนเทศบาล ๖ (วัดตนั ตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวดั ตรงั แบบทดสอบวัดผลปลายภาค ภาคเรยี นที่ ๒ ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา การใชภ้ าษาไทยเพอ่ื การส่อื สาร รหัสวิชา ท ๓1201 เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ 3๐ คะแนน ผลการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรูข้ อ้ ท่ี ๒. บอกหลักการเบ้อื งตน้ ของการพูดอธิบาย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โตแ้ ย้ง โนม้ น้าวใจ เชิญชวนได้ ผลการเรียนรู้ขอ้ ท่ี ๓. บอกหลกั การพดู ตอ่ ทปี่ ระชุมชนได้ ผลการเรียนรขู้ ้อท่ี ๗. บอกหลกั การเขียนสารคดี และบันเทงิ คดีได้ ตอนที่ 1 ข้อสอบแบบปรนัย (เลือกตอบ) คำชแ้ี จง ลงเลอื กคำตอบท่ถี ูกทสี่ ุดเพียงข้อเดยี ว 1. การกลา่ วอา้ งถึงสิง่ ศกั ดิส์ ิทธิ์ก่อนอวยพร เปน็ การกล่าวอวยพรใหก้ ับบุคคลในข้อใด ก. บุคคลท่ีอาวุโสเสมอกัน ข. บุคคลท่ีอาวโุ สน้อยกว่า ค. บุคคลท่อี าวุโสสงู กวา่ ง. บคุ คลทั่วไป 2.ในการกลา่ วอวยพรวนั เกิด ไมค่ วรใชค้ ำในข้อใด ข. แก่ เจบ็ ตาย ก. เจริญวยั ง. อายมุ นั่ ขวญั ยืน ค. ร่มโพธร์ิ ม่ ไทร 3. การพูดในโอกาสต่าง ๆ ควรเริ่มต้นด้วยการกลา่ วข้อความใด ก. กลา่ วปฏสิ ันถาร ข. เกร่ินนำเนื้อเร่ืองทจี่ ะพูด ข. กล่าวแสดงความร้สู ึก ง. กล่าวถงึ คุณงามความดีของผู้ฟงั 4. ข้อใดควรเปน็ สถานการณ์ทต่ี อ้ งมกี ารกล่าวต้อนรบั ข. เลี้ยงฉลองรบั ตำแหน่งใหม่ ก. เล้ียงฉลองผจู้ บการศึกษา ง. เลย้ี งสง่ ผรู้ ่วมงานท่ีเดนิ ทางไปตา่ งประเทศ ค. เลย้ี งวนั เกษยี ณอายุราชการ 5. ข้อใดไมใ่ ช่หลกั การพดู ในการกลา่ วอวยพรงานแต่งงาน ก. แสดงความรสู้ กึ ข. ให้ข้อคิดการครองคู่ ค. อวยพรให้อายุยนื ง. ยกยอ่ งชมเชยคู่บา่ วสาว
6. ข้อใดไมใ่ ช่หลกั ทัว่ ไปของการพดู ในโอกาสตา่ งๆ ข. คำนึงถงึ โอกาสที่จะพูด ก. เตรียมเน้ือหาท่ีจะพูด ง. ใชเ้ วลาใหน้ านกว่าที่กำหนดเลก็ น้อย ค. ใชน้ ้ำเสยี งทมี่ ปี ระสิทธภิ าพ ข. ใหค้ วามรู้และความเพลดิ เพลนิ 7. สารคดีเป็นงานเขียนท่ีมีจุดม่งุ หมายอยา่ งไร ง. ให้ความร้บู นพนื้ ฐานแหง่ ความเปน็ จริงที่เกิดขึน้ ก. ให้ความรู้เรื่องราวท่ีเป็นสาระ ค. ใหค้ วามรขู้ ้อคิด ข้อเทจ็ จริงและคตเิ ตือนใจ 8. “เป็นการตั้งกรอบความคิด ในการเขียนสารคดวี ่าจะต้องบรรจเุ นือ้ หาอะไร ใหผ้ ูอ้ ่านไดบ้ า้ ง” ข้อความนเ้ี ปน็ หลักการเขยี นสารคดขี ้อใด ก. การเลือกเร่ือง ข. การวางโครงเรือ่ ง ค. การรวบรวมข้อมลู ง. การตงั้ จุดม่งุ หมายในการเขียน 9. ข้อใดไม่ใชล่ กั ษณะบันเทิงคดีทดี่ ี ข. สง่ เสรมิ สตปิ ัญญา ก. ใหค้ วามสนุกสนาน ง. มคี วามคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ค. ใชถ้ ้อยคำกำกวม 10. บนั เทงิ คดีประเภทร้อยแกว้ ที่เป็นท่ีนิยมกนั อย่างแพรห่ ลายในปัจจุบนั มี 2 ประเภท คอื ก. นวนยิ าย นิทาน ข. นวนิยาย เรอื่ งสั้น ค. มหากาพย์ นวนิยาย ง. บทความ เรือ่ งสัน้ 11. งานเขียนประเภทบนั เทิงคดี ควรมลี กั ษณะตรงกบั ขอ้ ใด ก. งานเขียนท่ีมุ่งให้ความรู้โดยสอดแทรกความบันเทงิ ข. งานเขยี นที่มงุ่ ส่งเสรมิ สติปัญญาและขอ้ คดิ คติ ค. งานเขยี นทม่ี ่งุ ใหค้ วามบนั เทิงและมกี ารใชถ้ ้อยคำเหมาะสมกับเนอ้ื เร่ือง ง. งานเขียนทม่ี งุ่ เนน้ การเลือกสรรคำให้สละสลวยเพอื่ สรา้ งบรรยากาศ 12. งานเขียนใดไม่ใช่บนั เทงิ คดี ก. อนุทิน ข. นทิ าน ค. บทเพลง ง. นิยาย 13. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ตอ้ งเกยี่ วกับคณุ สมบตั ิของผู้เขียนสารคดที อ่ งเทย่ี ว ก. สงั เกต จดจำเร่ืองราวเก่ียวสถานทท่ี ่องเทยี่ วน้ันๆ ข. มีอารมณ์ขันและสรา้ งความสนุ ทรใี ห้แก่คนอ่านเมื่อเขยี นสารคดี ค. ศกึ ษาความเปน็ มาของสถานท่ที ่องเท่ียวนั้น ๆ ซกั ถามผรู้ ู้เพม่ิ เติม
ง. บนั ทกึ ภาพถ่ายตัวเองในสถานท่ีท่องเท่ยี วนั้น ๆ เพยี งประการเดียว 14. ภาษาท่ีใชใ้ นการเขียนสารคดีท่องเทีย่ ว มีภาษาใดบา้ ง ก. การบรรยาย ข. การพรรณนา ค. การแสดงทรรศนะ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 15. ขอ้ ใดไม่ใชร่ ูปแบบการเขียนสารคดี ข. การเลา่ เร่ือง ก. จดหมาย ง. บันทกึ ประจำวนั ค. เพลง ลงชื่อ...........................................หัวหนา้ กลุม่ สาระ ลงช่อื ...........................................ครูวดั ผล ลงชื่อ...........................................รองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวชิ าการ
ช่ือ สกุล.........................................................................ชัน้ ..............เลขที.่ .......... โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วดั ตนั ตยาภริ ม) เทศบาลนครตรงั จงั หวดั ตรงั แบบทดสอบวัดผลปลายภาค ภาคเรียนที่ ๒ ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓2102 กระดาษคำตอบตอนท่ี 1 ขอ้ สอบปรนยั (เลือกตอบ) ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง ๑ 18 ๒ 19 ๓ 20 ๔ 21 ๕ 22 ๖ 23 7 24 8 25 9 26 10 27 11 28 12 29 13 30 14 31 15 32 16 33 17 34 ตอนที่ ๒ ข้อสอบแบบปรนัย (เตมิ คำตอบ) ตัวช้ีวัด ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใช้คำและกล่มุ คำสรา้ งประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ (5 คะแนน) คำช้ีแจง จงเลือกตัวอกั ษรหนา้ ขอ้ ความขวามอื มาใสใ่ นช่องหนา้ ข้อความซ้ายมอื ให้ถกู ต้องและสัมพันธ์กนั ………………..๑. ประโยคไมส่ มบรณู ์ ก. ฝนตกแต่แดดออก ................... ๒.ประโยคแจง้ ใหท้ ราบ ข. ร่างกายตอ้ งการน้ำสะอาดปราศจากเชอ้ื โรคโดยนำไปตม้ ใหส้ กุ กอ่ นนำมาด่ืม ………………..๓. ประโยคชักชวน ค. พ่อของแดงไม่เช่อื เรื่องนำ้ ทว่ ม เขาตอ้ งฟงั การพยากรณ์
………………..๔. ประโยคท่มี สี ว่ นขยายภาคประธาน อากาศทุกวนั ………………..๕. ประโยคทมี่ กี ารเช่ือม ง. การทำความรูจ้ กั รากเหงา้ ของบรรพบรุ ุษของเรา ………………..๖. ประโยคทีม่ ีการละ จ. แมวจบั หนูตัวใหญ่สีขาว ………………..๗. ประโยคท่ีมีการแทน ฉ. ดีแล้ว ลกู ทำอย่างนแี้ มช่ อบมาก ………………..๘. ประโยคท่มี ีการซำ้ ช. คณะกรรมการนักเรยี นชุดนท้ี ำงานเขม้ แขง็ มาก ซ. บ้านเรามคี า่ ใช้จ่ายมากมาย เช่น คา่ อาหาร ค่านำ้ ค่าไฟ และ ………………..๙. ประโยคที่เอากรรม ข้ึนต้นประโยค ค่ารักษาพยาบาล ………………..๑๐. ประโยคท่มี ีสว่ นขยายกรรม ฌ. หนังสอื เรอ่ื งหลายชวี ติ ของ ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช ฉันชอบ อา่ นมาก ญ. อยา่ อยู่เลยไปด้วยกนั น่ะ ตอนที่ ๓ ข้อสอบอัตนัย (เขยี นตอบ) ตัวชว้ี ดั ท 1.1 ม.๔-๖/๒ ตคี วาม แปลความ และขยายความเรอ่ื งที่อ่าน (4 คะแนน) คำชแ้ี จง จงเขยี นความหมายของสำนวนสภุ าษติ ต่อไปนีพ้ รอ้ มท้งั แต่งประโยค ๑. จระเข้สองตัวอย่ถู ้ำเดยี วกันไมไ่ ด้ ความหมาย………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... แต่งประโยค……………………………………………………………………………………………………………………………………............ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... ๒. หนรี อ้ นมาพ่งึ เย็น ความหมาย………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... แตง่ ประโยค……………………………………………………………………………………………………………………………………............ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....................... ตอนที่ 2 ขอ้ สอบแบบอตั นัย (เขียนตอบ) ตัวชี้วัด ท 3.1 ม.๔-๖/1 สรปุ แนวคดิ และแสดงความคิดเหน็ จากเรอื่ งทฟี่ งั และดู (4 คะแนน) คำชแ้ี จง ให้นักเรยี นอ่านขอ้ ความที่ให้ต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม
“โลกของเรานน้ั มสี องดา้ นเสมอ มที ัง้ ดา้ นดีและดา้ นชวั่ มีทง้ั ความสขุ และความทุกข์ ในวนั ท่เี รามคี วามสุขท่สี ดุ ถึง พร้อมดว้ ยทกุ อยา่ ง ก็อย่าหลงระเริงกบั ความสขุ นน้ั จนเป็นความมวั เมา แตห่ ากวนั ไหนตกอยู่ในหว้ งของความทุกขก์ อ็ ย่าเศรา้ เสยี ใจคนจนไม่เป็นอันทำงานใด ๆ เพราะท้ังความสุขความทกุ ขห์ มุนเวยี นเปล่ยี นไปอยกู่ ับเราไมจ่ ีรงั ย่ังยนื ” ๑. จากข้อความขา้ งตน้ นักเรียนคิดวา่ ผู้เขยี นมเี จตนาอยา่ งไร ( ๒ คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. หลงั จากทน่ี กั เรยี นได้อ่านข้อความข้างตน้ นกั เรียนมีความคดิ เห็นอยา่ งไร (๒ คะแนน) ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื ...........................................หวั หนา้ กล่มุ สาระ ลงช่อื ...........................................ครวู ัดผล ลงช่อื ...........................................รองผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษาฝา่ ยวชิ าการ
โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วดั ตนั ตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวดั ตรัง แบบทดสอบวัดผลปลายภาค ภาคเรยี นที่ ๒ ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๓2102 เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ 3๐ คะแนน ตวั ชว้ี ดั ท 1.1 ม.๔-๖/๔ คาดคะเนเหตกุ ารณ์จากเร่ืองทีอ่ า่ น และประเมินค่าเพอ่ื นำความรู้ ความคิดไปใช้ตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหาในการดำเนินชีวิต (4 คะแนน) คำชแี้ จง เลือกคำตอบที่ถูกต้องท่สี ดุ เพียงข้อเดยี ว แล้วทำเคร่อื งหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบ 1. ข้อใดส่อื ความหมายว่า “โอกาสย่อมขึน้ อยกู่ ับสถานการณ์” ก. นำ้ ขุน่ ไว้ใน น้ำใสไวน้ อก ข. น้ำข้ึนใหร้ ีบตัก นำ้ น้อยแพ้ไฟ ค. นำ้ มาปลากนิ มด นำ้ ลดมดกินปลา ง. นำ้ ร้อนปลาเป็น น้ำเยน็ ปลาตาย 2. คำประพนั ธบ์ ทนต้ี รงกับสำนวนใด บวั บาน หน้าแช่มชนื่ ช้อยเชน่ ซาบไส้ ชนม์ชีพ ถ้อยฉ่ำคำเฉ่ือยหวาน ว่าทรชน หัวใจด่ังดาบผลาญ เขาเหล่าน้กี ลา่ วไว้ ข. ปากหวานก้นเปร้ยี ว ก. หน้าเน้ือใจเสือ ง. ตอ่ หน้ามะพลับ ลับหลังตะโกน ค.หน้าไหว้หลงั หลอก ๓. สำนวนขอ้ ใด มีสาระไมต่ รงกบั โคลงบทน้ี มงั กร “กลา่ วภัยในนำ้ แก่ แกช่ ้าง ขายพวก สวนแฮ แสดงพิลกึ ดงดอน อวดผู้เพยี รเรยี น” เอาพรา้ วใส่เรือคอน ยกศัพทแ์ ปลออกอ้าง ข. สอนจระเขว้ า่ ยนำ้ ก. หวั มงั กทุ า้ ยมงั กร ง. เอานำ้ มะพร้าวห้าวไปขายสวน ค. สอนหนงั สือสังฆราช
4. สำนวนใดมีความหมายใกลเ้ คียงกันมากท่สี ดุ ก. ลิงไดแ้ กว้ ก้ิงกา่ ได้ทอง ข. ขมิน้ กับปูน ขิงก็ราขา่ ก็แรง ค. นกสองหัว เหยียบเรอื สองแคม ง. ฟืน้ ฝอยหาตะเขบ็ กวนนำ้ ใหข้ ุ่น 5. ข้อความต่อไปนี้ตรงกับสำนวนข้อใด “เขาโชคดที ่ีได้รับจดหมายเข้าทำงานทั้ง ๒ แหง่ พรอ้ มๆ กันจงึ ตัดสินใจไม่ได้วา่ เลอื กท่ีไหนดี” ก. จบั ปลาสองมอื ข. สองฝกั สองฝา่ ย ค. รกั พเ่ี สยี ดายน้อง ง. เหยยี บเรือสองแคบ 6. ข้อใดใชส้ ำนวนไทยได้ถูกต้อง ก. ทำอะไรไม่อดทนเลยนะเธอ ใจปลาซวิ เหลือเกิน ข. เขาโกรธน้องชายมากจนเลือดเข้าตา แต่ทำอะไรไม่ได้ ค. พอหายปว่ ยกป็ ีกกลา้ ขาแข็ง ขับรถไปต่างจงั หวัดคนเดยี ว ง. หลงั จากซอ้ื ของเสรจ็ แลว้ เขากับเธอก็เดนิ เคยี งบา่ เคียงไหลก่ ันออกมาจากร้าน 7. สำนวนใดไม่เกย่ี วกบั การพูด ข. ฆ้องปากแตก ก. ปากปลารา้ ง. ปากเหย่ียวปากกา ค. ปากว่าตาขยิบ 8. สำนวนขอ้ ใดใหค้ วามหมายไมถ่ ูกต้อง ก. ปล้ำผีลุกปลุกผีนง่ั หมายถึง พยายามทำใหม้ เี รื่องมรี าวขึ้นมา ข. ไมร่ ู้จกั หม้อขา้ วหม้อแกง หมายถึง ไมร่ ูค้ ณุ ของผ้ทู ี่เคยชบุ เลยี้ งมา ค. ม่ังมีในใจ แลน่ ใบบนบก หมายถงึ คิดมง่ั มีในใจ คิดฝันในสิง่ ที่ไม่เปน็ จรงิ ง. นำ้ บ่ใส ไฟบ่มอด หมายถงึ บ้านเมอื งเจริญรุ่งเรอื งหนาแน่นครกึ ครื้นไปด้วยผคู้ น ตัวชว้ี ัด ท 1.1 ม.๔-๖/๕ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ แสดงความคิดเห็นโตแ้ ยง้ กบั เร่ืองท่ีอ่าน และเสนอความคิดใหม่อยา่ งมี เหตุผล (2 คะแนน) 9. “ทุกวนั นเี้ ราทุกคนมคี วามเสย่ี งในการรบั ประทานอาหารที่มีโอกาสปนเป้ือนไม่อยา่ งใดก็อยา่ งหนึง่ ทงั้ แบบร้ตู วั และ ไมร่ ้ตู วั แม้แตอ่ าหารกินเองในบา้ นกม็ ีความเสยี่ งของสารปนเปอ้ื นเพราะเราสว่ นใหญ่ขาดศกั ยภาพในการผลติ เม่ือรู้ เช่นนีจ้ งึ ควรรับประทานอาหารอยา่ งระมดั ระวัง” จากขอ้ ความน้ี นักเรยี นมีความคิดเหน็ อยา่ งไร
ก. เห็นด้วย เพราะการรจู้ ักวิธีการปรุงอาหารที่ดีทำให้ลดภาวการณ์เสี่ยงได้ ข. ไมเ่ หน็ ด้วย เพราะเราปรงุ อาหารรบั ประทานเองจะชว่ ยขจดั สารปนเปอ้ื นไดด้ ี ค. ไม่เห็นดว้ ย เพราะถึงแม้จะมีสารปนเปื้อนร่างกายเรามีการผลิตของเสยี อยู่ตลอดเวลา ง. เหน็ ด้วย เพราะปัจจุบนั ภาวะเรง่ ด่วนการแข่งขันทำใหว้ ฒั นธรรมการรบั ประทานอาหารเปลย่ี นไป 10. “ทำดีได้ดีมีท่ีไหน ทำชัว่ ได้ดมี ีถมไป” จากข้อความ ข้อใดเป็นแนวปฏบิ ตั ทิ ่ีดีที่สดุ ก. เลอื กทำความดี หรอื ความชว่ั ใหเ้ หมาะสมกับโอกาส ข. เลอื กทำความดีท่เี หมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคลเท่านั้น ค. ยึดม่นั ในการทำความดีอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หวงั ผลตอบแทนใด ๆ ง. พยายามปกปิดความดีและความชวั่ ของตนเองและผอู้ นื่ ไวเ้ สมอ 11. “เม่อื ขบั เค่ียวกับปญั หา สิ่งแรกที่ต้องทำคอื อย่าเลิกชนกับมันและตอ้ งใชห้ ลักของความเพียรทุกคร้งั คุณจึงประสบ ความสำเร็จดงั ทม่ี ุ่งปรารถนา” สาระสำคัญของข้อความนีค้ ืออะไร ก. ความเพียรเปน็ หลกั เบอ้ื งต้นส่คู วามสำเรจ็ ข. หากเราขาดความเพียรพยายามอย่าหวงั ถึงความสำเร็จ ค. เม่อื เกดิ ปญั หาทีย่ งุ่ ยากซับซ้อนเราอย่ายอมพริกต่อสง่ิ นั้น ง .ถา้ เราตอ้ งการความสำเร็จในชีวิตต้องมคี วามเพียรในการทำงาน 12. “กระเจี๊ยบ…หากจะให้มากนิ กนั สดๆ หรอื นำไปประกอบอาหารในรูปแบบต่างๆ กม็ ักจะทานยากเพราะเปน็ ยาง ยดื เหนยี ว ไมน่ ่าอภิรมย์เท่าไหรน่ ัก แต่กระเจย๊ี บเขียวก็มีดีพอตัว…ในด้านสรรพคุณแกท้ ้องผูก รกั ษาแผลในกระเพาะ อาหาร บำรุงตับ กำจดั พยาธิตวั จด๊ี ดที ็อกซล์ ำไส้ อุจจาระตกค้าง อกี ทง้ั เป็นเส้นใยอาหารธรรมชาติ มีแคลเซียมและ วติ ามินสูง มีโฟเลตสงู ชว่ ยสรา้ งเม็ดเลือดแดง บำรุงสมองและพัฒนาการทารกในครรภ์” จากบทความ ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น ก. การรับประทานกระเจย๊ี บสง่ เสรมิ สรา้ งเซลล์สมอง ข. กระเจีย๊ บเมื่อประกอบเป็นอาหารจะไมน่ า่ รบั ประทาน ค. การรับประทานกระเจี๊ยบสดสดจะชว่ ยใหต้ บั ทำงานดีขน้ึ ง. หากรบั ประทานกระเจ๊ียบเป็นจำนวนมากทำให้กระดกู แข็งแรง ตวั ชวี้ ดั ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใช้คำและกลุม่ คำสรา้ งประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ (7 คะแนน) ๑3. ขอ้ ใดไม่ใชป้ ระโยค ก. สำนักงาน กปร. ประสานความรว่ มมือไปยงั องค์การบริหารสว่ นตำบล
ข. ศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาฯ สง่ เสรมิ การขยายผลงานไปสูท่ ้องถน่ิ ทกุ ภูมิภาค ค. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นท้องถิ่นได้นำความรู้ไปต่อยอดสู่ประชาชนทั่วทัง้ ประเทศ ง. ศกั ยภาพขององค์การบรหิ ารสว่ นตำบลในการเข้าถึงความตอ้ งการของประชาชน 14. ข้อใดมีการเช่ือมประโยค ก. ในทุกภาคของประเทศมีการละเล่นพื้นเมืองประจำท้องถิ่นของตนเอง ข. คนไทยสรา้ งสรรค์การละเล่นพน้ื เมืองแล้วสบื ทอดต่อกันมาจนปัจจบุ ัน ค. การละเลน่ พ้ืนเมอื งมปี ระโยชน์ในการเผยแพรว่ ฒั นธรรมไทยสู่โลกกว้าง ง. การละเล่นพน้ื เมืองของไทยเปน็ เอกลักษณโ์ ดดเดน่ อย่างหน่ึงของวฒั นธรรมไทย 15. ข้อความนี้ เกี่ยวข้องกันโดยวธิ ีใด “ประเทศไทยมีแหล่งทอ่ งเท่ยี วทางธรรมชาติหลายหลายประเภท แหล่งท่องเทีย่ วประเภทถำ้ มักอยู่ในบริเวณ ภูเขาในภาคต่าง ๆ ของประเทศ นำ้ ใต้ดนิ ท่ีไหลซึมผ่านชน้ั ของหนิ ปนู กอ่ ใหเ้ กดิ ถ้ำขนาดต่าง ๆ ขน้ึ นกั ท่องเที่ยว สามารถเดนิ เข้าไปชมสง่ิ สวยงามต่าง ๆ ภายในถ้ำได้” ก. การเช่อื ม ข. การซำ้ ค. การละ ง. การแทน 16. ประโยคในข้อใดแสดงเจตนาต่างจากข้ออ่นื ก. ทำไมเขาถงึ มาทน่ี ่ี ข. อะไรทำให้คุณคิดอย่างน้ัน ค. ท่ไี หนมีงานแสดงสินคา้ ส่งออก ง. ใครจะไปรวู้ า่ เขาจะมาทำงานวันนี้ 17. ขอ้ ความนี้ ใช้วิธีใดในการเรยี งประโยค “เคร่อื งปัน้ ดินเผาก่อนประวัติศาสตรท์ ี่มีชอื่ เสียงไปท่ัวโลกคือเครื่องปัน้ ดินเผาทบ่ี ้านเชยี งเครือ่ งปนั้ ดนิ เผาท่ี บ้านเชียงสว่ นใหญเ่ ปน็ หม้อลายเขยี นสีรูปวงกลมมว้ นคล้ายลายก้นหอยเพราะหลักฐานทางโบราณคดีแสดงวา่ บ้าน เชียงเป็นแหลง่ อารยธรรมสำคัญในภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ คณะกรรมการมรดกโลกจึงประกาศให้แหลง่ โบราณคดบี ้านเชียงเปน็ มรดกโลก เม่อื พ.ศ. ๒๕๓๕ ก. การซ้ำ,การเชอื่ ม ข. การซ้ำ,การแทน ค. การเชือ่ ม,การละ ง. การละ,การแทน 18. ขอ้ ใดมีเจตนาต่างจากข้ออนื่ ก.คณุ ขับรถช้า ๆ หนอ่ ยได้ไหม ข. ทำไมคณุ ขับรถชา้ จัง ค.ฉนั อยากให้คุณขับรถชา้ ๆ หน่อย
ง. คุณขับรถช้า ๆ หนอ่ ยสิ ฉันอยากให้คณุ ขบั รถชา้ ๆ หน่อย 19. ขอ้ ใดเป็นประโยคถามให้ตอบ ข. ใครสนใจเรอ่ื งน้ีกบ็ ้าแลว้ ก. เรือ่ งนี้ใครสนใจบ้าง ง. เรือ่ งอย่างนี้ ฉนั ไม่สนใจหรอก ค. เร่อื งอยา่ งน้ีใครจะสนใจ 20. ข้อใด มสี ันธานเชอ่ื มประโยค ข. รา้ นนอ้ี าหารอะไรก็อร่อยทั้งนน้ั ก. อะไรมาก่อนเราก็กินไปพลาง ๆ ง. ฉันก็อยากทำอะไรตามใจตัวเองบา้ ง ค. อะไรทดี่ ี ๆ กน็ ่าจะทำเสยี ก่อน 22. ข้อใด ไม่มี “การแทน” ก. อาจารยช์ าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่ทานมลี กู ศษิ ยช์ าวตะวันตกมากมาย ข. ปัจจุบันน้ี นกั ท่องเทย่ี วจนี คอื ลูกคา้ สำคัญของทกุ ประเทศ เพราะพวกเขาเปน็ ลูกค้าที่จ่ายไม่อั้น ค. การเดินเทา้ ฝา่ เขา้ ไปในหบุ เขาป่าดงดบิ อันเต็มไปด้วยอันตราย น่ันเป็นวธิ เี ดยี วทจี่ ะไปถึงอาณาจักรอินคา โบราณ ง. บริเวณเมอื งอทู่ อง ในจงั หวัดสพุ รรณบรุ ีเปน็ แหลง่ โบราณคดีทส่ี ำคัญ นักโบราณคดเี ช่ือวา่ บริเวณน้ีน่าจะ เปน็ ศูนย์กลางของอาณาจักรฟูนัน 22. ประโยคขอ้ ใด มีการละ “ประธาน” และ “กรรม” ก. พ่ขี องฉันเคยไปเท่ยี วรสั เซีย แตฉ่ นั ยังไมเ่ คย ข. เจ้าตูบวิ่งมาหาฉนั เห่าและกระดิกหางดว้ ยความดีใจ ค. คณุ ตาชอบไปเล้ียงอาหารเด็กกำพรา้ พรุง่ น้ีกจ็ ะไปเล้ยี งอีก ง.ฝ่ายรัฐบาลปรารถนาจะเหน็ ประเทศชาตเิ จริญรุ่งเรือง ฝา่ ยค้านกเ็ ช่นกัน 23. ข้อใดเปน็ ประโยคทีส่ มบรณู ์ ข. ประเทศชาตบิ า้ นเมืองของเรา ก. ผหู้ ญงิ สวย ผวิ ขาวคนนั้น ง. รถยนตส์ แี ดงข้างร้านกาแฟ ค. ภาษาไทยพัฒนามาตลอดเวลา 24. ข้อใดเป็นประโยคต้องการคำตอบ ข. ใครจะเก่งเหมือนเธอล่ะ ก. ใครอยากไปก็ไป ง. อะไร เธอจะให้ฉนั อยู่คนเดียวจริง ๆ หรอื ค. ทำไมฉันจะต้องบอกเธอดว้ ย 25. ข้อใดเปน็ ประโยคทไ่ี มม่ ีกริยา ข. วนั ที่ ๑๔ กุมภาพันธข์ องทุกปี ก. วนั นวี้ ันปีใหม่ ง. ๓ ปที ่ีเตรยี มอดุ มศึกษา ค. เม่ือวานแผ่นดนิ ไหวทเ่ี ชยี งราย
26. ขอ้ ใดไม่มกี ารละสว่ นของประโยค ก. รา้ นน้ีเปดิ ขายอาหารตามสั่ง ร้านโน้นกเ็ ปิดขายเหมือนกัน ข. ลูกชายตามตรงข้ามได้งานทำแล้ว ลูกสาวฉนั ยังไม่ไดท้ ำงนเลย ค. เพ่ือน ๆ ไดร้ ับอนญุ าตจากพอ่ แม่ให้ไปหดั ขับรถ แตพ่ ่อแม่ฉันยังไมอ่ นุญาต ง. ตำรวจจบั ผรู้ ายที่ปลน้ รา้ นทองเมือ่ วานน้ไี ด้ แตย่ งั จบั ผรู้ ้ายท่ีปลน้ ตลาดเมื่อเดอื นก่อนไมไ่ ด้ ตัวช้ีวดั ท 5.1 ม.๔-๖/5 รวบรวมวรรณกรรมพ้นื บ้านและอธิบายภมู ปิ ญั ญาทางภาษา (4 คะแนน) 27. ศรธี นญชัย เป็นวรรณกรรมพ้นื บ้านภาคไหน ก. ภาคใต้ ข. ภาคเหนอื ค. ภาคอีสาน ง. ภาคกลาง 28. ภาษาไทยจัดเป็นภมู ิปัญญาสาขาใด ข. ศาสนาประเพณี ก. ศิลปกรรม ง. ภาษาและวรรณคดี ค. การจัดการองค์กร 29. ขอ้ ใดจัดเป็นภมู ิปัญญาทางภาษา ก. ประเพณีแข่งเรือ ข. ประเพณีลอยกระทง ค. ประเพณีสงกรานต์ ง. ประเพณีการฟังเทศน์มหาชาติ 30. การขบั เสภา เป็นวรรณกรรมพ้นื บา้ นของภาคใด ก. ภาคเหนือ ข. ภาคใต้ ค. ภาคอีสาน ง. ภาคกลาง 31. บุคคลใดต่อไปนอี้ นรุ ักษ์ภมู ิปญั ญาไทยไม่ถูกต้อง ก. ปา้ มาลีสอนหลานทำอาหารไทย ข. ครกู ุกพานกั เรยี นไปเยีย่ มชมพิพิธภัณฑ์ ค. นายวนิ นำเศยี รพระไปขายชาวตา่ งชาติในราคาสูง ง. เภสัชกรกอ้ ยนำสมนุ ไพรไทยมาพฒั นาบรรจุเป็นแคปซูล 32. ข้อใดเป็นวรรณกรรมพืน้ บา้ นภาคใต้ ก. ปลาบทู่ อง ข. มโนราห์ ค. คำฮ้องขวัญ ง. กำพร้าผนี ้อย 33. การศกึ ษาวรรณกรรมพ้นื บา้ นขอ้ ใดสำคญั ทสี่ ุด ก. นำคณุ ค่ามาประยุกตใ์ ช้ ข. การอนุรกั ษแ์ ละเผยแพร่
ค. การศกึ ษาภาษาถ่นิ ของแต่ละภาค ค. ใหค้ ติธรรม ง. ฝึกเชาวนป์ ัญญา ง. การร้จู กั วรรณกรรมพน้ื บ้านทั้งส่ภี าค 34. ปรศิ นาคำทายมุ่งประโยชน์ดา้ นใด ก. ความสนุกสนาน ข. ความสามคั คี ลงช่ือ...........................................หวั หน้ากลุม่ สาระ ลงชอ่ื ...........................................ครวู ดั ผล ลงชื่อ...........................................รองผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษาฝ่ายวิชาการ
ช่อื สกุล.........................................................................ช้ัน..............เลขท.ี่ .......... โรงเรียนเทศบาล ๖ (วัดตันตยาภิรม) เทศบาลนครตรงั จังหวดั ตรงั แบบทดสอบวัดผลปลายภาค ภาคเรยี นที่ ๒ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓3102 กระดาษคำตอบ ตอนท่ี 1 ข้อสอบปรนยั ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง ๑ 18 ๒ 19 ๓ 20 ๔ 21 ๕ 22 ๖ 23 7 24 8 25 9 26 10 27 11 28 12 29 13 30 14 31 15 32 16 33 17 34 ตวั ช้ีวัด ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใชค้ ำและกลมุ่ คำสรา้ งประโยคตรงตามวัตถุประสงค์ (5 คะแนน) คำชีแ้ จง จงขดี เส้นใต้คำที่ใช้เติมลงในชอ่ งวา่ ง ได้ถูกตอ้ งเหมาะสมท่สี ุด 1. ใคร.......หนา้ กากอนามยั ไว้โกง่ ราคา ขอให้ไม่ตายดี กักเก็บ กักตุน 2. จ่าเฉยถกู ...........ไปวางไว้ท่ีเกาะกลางถนน เคลื่อนยา้ ย โยกยา้ ย 3. อภชิ าตจบั ได้ใบแดงไดส้ งั กัดทหารบก.......ทหี่ น่งึ ผดั ผลัด 4. สโนนอ้ ยชอบ...............วันประกันพรุ่ง ผดั ผลดั
5. ต้นสะเดากำลงั .............ใบ ผดั ผลดั 6. ยอพระกลิ่นใช้แป้ง..............หน้า ผดั ผลดั 7. คลนิ ตย์ นิ ดีช่วยนาตาชาหาเสยี งเลอื กตั้งโดยไม่............... ขัดข้อง ขดั ขืน 8. ใครเป็นผู.้ .........พระพุทธศาสนามายังดินแดนสวุ รรณภูมิ เผยแผ่ เผยแพร่ 9. จัสตินกับเซเลน่าถกู พ่อแม่ท้ังสองฝ่าย............เรือ่ งความรัก กดี ขวาง กดี กนั 10. โจรขโมยเสอ้ื ยดื ถูกชกจนเลอื ด.............ปาก กบ กลบ ตอนที่ 2 ข้อสอบอตั นัย ตัวช้ีวัด ท 1.1 ม.๔-๖/๒ ตีความ แปลความ และขยายความเร่ืองที่อา่ น (4 คะแนน) คำชแ้ี จง จงอา่ นสถานการณ์ทกี่ ำหนดให้ต่อไปนี้ แลว้ ตคี วาม แปลความ เขียนขยายความข้อความท่ีกำหนดให้ ข้อความท่ี 1 คณุ ครูพูดวา่ “นัชชาเป็นนกั เรยี นดเี ดน่ ของโรงเรยี น เป็นดงั่ ตน้ กลา้ ทีง่ ดงาม แข็งแรง รอวันท่ีจะ แตกยอดแผก่ ิง่ ก้านเพือ่ ขจรขจายช่ือเสียงของโรงเรยี นให้เล่ืองลือไปไกล” ขอ้ ความท่ี 2 นกั เรยี นคนหนง่ึ พดู วา่ “นักเรียนดเี ดน่ นเ่ี ขาวดั จากอะไรเหรอ เหน็ ได้แตล่ ะปีมีแตค่ ุณหนูผู้ เรียบรอ้ ยน่ารัก สงสัยได้เพราะคะแนนพิศวาส” ขอ้ ความท่ี 3 นักเรียนอีกคนพูดว่า “ยนิ ดดี ้วยกบั นักเรียนดีเดน่ จ้า แมช่ ปี ระจำกลุ่ม คอยหา้ มคอยเตือนเพื่อน ตลอด การบา้ นกช็ ่วยสอน สมมงจรงิ ๆ ตอบ ขอ้ ความท่ี 1 ต้นกลา้ ทง่ี ดงาม แข็งแรง ................................................................................................................. ......................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... . ขอ้ ความที่ 2 คะแนนพิศวาส ............................................................................................................................. ............................................................. ....................................................................................................................................................................... ................. ขอ้ ความท่ี 3 แมช่ ปี ระจำกลุ่ม .......................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ........................................................... ขอ้ ความท่ี 3 สมมงจริง ๆ ............................................................................................................................. ............................................................. ........................................................................................................................................................................................
ตวั ช้วี ดั ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใชค้ ำและกล่มุ คำสร้างประโยคตรงตามวัตถปุ ระสงค์ (4 คะแนน) คำชแี้ จง จงนำคำต่อไปนี้ไปแตง่ ประโยคให้ถูกต้อง 1. ดาว ความหมายตามตัว............................................................................................................... ... ความหมายอปุ มา.................................................................................................................... 2. ซองขาว ความหมายตามตัว.................................................................................................................. ความหมายอุปมา....................................................................................................... ............. ตวั ชวี้ ัด ท 4.1 ม.๔-๖/๕ วเิ คราะห์อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถน่ิ (2 คะแนน) คำช้ีแจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. นกั เรียนคิดวา่ การทไ่ี ทยรับเอาคำภาษาต่างประเทศมาใช้ มีผลดี และ ผลเสียอย่างไรบา้ ง จงยกตัวอยา่ ง อธบิ าย พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงช่ือ...........................................หวั หน้ากลุ่มสาระ ลงชอื่ ...........................................ครวู ดั ผล ลงช่ือ...........................................รองผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาฝ่ายวชิ าการ
โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตนั ตยาภิรม) เทศบาลนครตรงั จังหวดั ตรงั แบบทดสอบวดั ผลปลายภาค ภาคเรียนที่ ๒ ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๓3102 เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ 3๐ คะแนน คำช้แี จง จงเลือกคำตอบท่ถี ูกทส่ี ุด ตัวช้วี ดั ท 1.1 ม.๔-๖/3 วิเคราะหแ์ ละวิจารณ์เร่อื งท่ีอ่านในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมีเหตุผล (4 คะแนน) 1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลักการวิเคราะหว์ ิจารณแ์ ละประเมินค่าวรรณกรรม ก. พจิ ารณาแก่นเรอื่ ง ข. พจิ ารณาพฤติกรรมตวั ละคร ค. พจิ ารณารูปแบบคำประพันธ์ ง. กะระยะสายตาให้กว้างมากทส่ี ดุ 2. ขอ้ ใดเปน็ ขนั้ ตอนแรกของการวิเคราะหว์ จิ ารณ์และประเมินคา่ ก. แสดงความคดิ เหน็ ข. สืบค้นประวตั ขิ องผู้แต่ง ค. อา่ นเนือ้ เร่ืองอยา่ งละเอียด ง. พจิ ารณาความโดดเดน่ ของเรื่องที่อา่ น 3. ขอ้ ใดไมค่ วรปฏิบัติในการวิจารณ์ ก. วจิ ารณโ์ ดยมเี หตุผลประกอบ ข. วจิ ารณ์จดุ เดน่ จดุ ด้อยของผลงาน ค. วจิ ารณผ์ ลงานอย่างยตุ ิธรรมไมอ่ คติ ง. วิจารณ์แตจ่ ดุ บกพร่องของผลงานที่อา่ น 4. ขอ้ ใดเป็นการพิจารณารูปแบบการประพนั ธ์ ก. เร่อื งสแี่ ผน่ ดินเป็นนวนยิ ายไทย ข. สแี่ ผน่ ดินถกู นำมาดดั แปลงเปน็ ละครเวที ค. แม่พลอยเป็นตัวละครท่มี คี วามจงรักภักดี
ง. สแ่ี ผ่นดินเปน็ ผลงานทมี่ ีคุณค่าดา้ นประวัติศาสตร์ อ่านบทประพนั ธ์ต่อไปน้ี แล้วตอบคำถามขอ้ 5 - 8 อย่าเอ้ือมเดด็ ดอกฟ้า มาถนอม สูงสดุ มอื มักตรอม อกไข้ เดด็ แตด่ อกพะยอม ยามยาก ชมนา สงู ก็สอยด้วยไม้ อาจเอื้อมเอาถึง 5. บทประพนั ธข์ า้ งต้นมจี ุดมงุ่ หมายใด ข. เสยี ดสี ก. สั่งสอน ง. ชมเชย ค. ประชด 6. บทประพนั ธข์ า้ งต้น คำที่ขีดเสน้ ใต้หมายถึงข้อใด ข. คนมีอำนาจ ก. คนรวย ง. ดอกไม้บนสวรรค์ ค. หญงิ ผ้สู ูงศกั ด์ิ 7. บทประพันธ์ขา้ งต้น มลี กั ษณะตรงกับสำนวนใด ข. กระดังงาลนไฟ ก. ไข่ในหนิ ง. เอาไมซ้ ีกไปงดั ไมซ้ ุง ค. กระตา่ ยหมายจันทร์ 8. ขอ้ ใดไมใ่ ชส่ าระสำคัญของบทประพนั ธ์ ข. อย่าใฝส่ งู เกินตน ก. รู้จักประมาณตน ง. ใช้เวลาให้เกดิ ประโยชน์ ค. รจู้ ักคดิ ไตรต่ รอง ตัวชว้ี ดั ท 4.1 ม.๔-๖/1 อธิบายธรรมชาตขิ องภาษา พลงั ของภาษา และลักษณะของภาษา (4 คะแนน) 9. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของภาษา ก. ภาษาย่อมมีการเปล่ียนแปลง ข. ภาษามีการใช้เสียงสื่อความหมาย ค. ภาษาประกอบด้วยหน่วยใหญ่ท่ีขยายข้ึน ง. ภาษาสื่อความหมายโดยมีระบบกฎเกณฑ์
10. ข้อความต่อไปน้ี ผู้เขียนเจตนาจะให้แนวคิดตามข้อใด \"ธรรมคำภาษาของชาติท่ีกําลังเจริญย่อมจะเดินไปข้างหน้าเสมอ แต่ถ้าเดินเข้าป่า เข้ารกหนักเข้าก็ถ่วงความ เจริญลงไป\" ก. ภาษาเปลี่ยนแปลงได้แต่ต้องมีขอบเขต ข. ชาติที่กําลังพัฒนาควรพัฒนาภาษาด้วย ค. ความเจริญของชาติบ้านเมืองอยู่ที่ภาษา ง. ธรรมชาติของภาษาต้องมีการเปล่ียนแปลง 11. ข้อใดข้อใดไม่ใช่ลักษณะธรรมชาติของภาษา ก. เด็กหญิงกรุณาไม่สามารถอ่านออกเสียง Z ได้ถูกต้อง ช. คําว่า “เมนูอาหาร” เป็นคําประสมที่ใช้ในภาษาไทย ค. คุณยายพยักหน้าเมื่อหลานขออนุญาตออกไปหาเพื่อน ง . คุ ณแ ม่เ ล่ า ว่ า หล านช าย พู ด เ ก่ง ขึ้นแ ล ะใช้ ปร ะโย คได้ ย าว ข้ึน 12. ข้อใดแสดงว่าภาษาไทยมีการเปล่ียนแปลง ก. “ส่งสินค้าออก” ปัจจุบันใช้ว่า “ส่งออกสินค้า” ข. “ดิฉัน” แต่เดิมทั้งผู้หญิงและผู้ชายใช้เป็นสรรพนามแทนตัว ค. “มอง” ภาษาเหนือใช้ “ผ่อ” ภาษาอีสานใช้ “เพิ่ง” และภาษาใต้ใช้ “แล” ง. “รัก ริม” ในภาษากรุงเทพฯ ออกเสียงเป็น “ฮัก ฮิม” ในภาษาเหนือ 13. การท่ีนักแสดงไทยที่เติบโตในต่างประเทศและพูดภาษาไทยไม่ชัดเจน แสดงให้เห็นลักษณะธรรมชาติ ของภาษาตามข้อใด ก. ภาษาเป็นวัฒนธรรมทางสังคม ข. ภาษาย่อมแตกต่างกันตามเช้ือชาติ ค. ภาษาเปล่ียนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อม ง. ภาษาสะท้อนสภาพของสังคมนั้น ๆ 14. ข้อใดแสดงการเปล่ียนแปลงรูปประโยค ก. จันทรุปราคาเต็มดวง เม่ือคืนน้ีเห็นชัดมากที่พังงา
ข. ชาวเชียงรายได้รับประโยชน์หลายประการจากถนนเส้นน้ี ค. โครงการ “แก้มลิง” ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมได้อย่างแท้จริง ง. ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างไม่พอใจคณะรัฐบาลในขณะน้ีท่ีสุด 15. ข้อความต่อไปน้ีแสดงให้เห็นธรรมชาติของภาษาในเรื่องใด \"รัก รัก รัก คําส้ัน ๆ ไม้หันอากาศมักลอยหายไปในอากาศ แทนที่จะรักกลับกลายเป็นรก รีบร้อนจนลืมสระอีลืมสิ่งดี ๆ บางทีต้องรบกัน\" ก. ภาษามีการแปรรูป ข. ภาษามีการเปลี่ยนแปลง ค. ภาษาใช้เสียงสื่อความหมาย ง. ภาษาสร้างหน่วยใหม่ได้มากมาย 16. ข้อใดไม่แสดงการเปล่ียนแปลงรูปประโยค ก. ดาราก้าวออกจากบ้านไปพร้อมกับหนังสืออ่านเล่นในมือ ข. นางแบบเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดเจ้าสาวสวยสง่า ค. ฝร่ังเศสทําเพื่อปกป้องธุรกิจของตนเองท่ีมีอยู่ในประเทศอาณานิคม ง. การเอาใจใส่การเรียนอยู่เสมอทําให้ผมม่ันใจกับการสอบคร้ังน้ีมาก ๆ เลย ตัวช้วี ดั ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใชค้ ำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ (3 คะแนน) 17. ข้อใดใช้คำผิดความหมาย ก. เดก็ ๆ แก่งแย่งกนั ชว่ ยแม่ทำงานบ้าน ข. เขาพยายามกำจัดความคิดชั่วรา้ ยออกไป ค. เขาถกู ถอดถอนออกจากตำแหน่งผู้จดั การทีม ง. เขาจะไปกินขา้ วนอกบ้านก็อย่าไปหน่วงเหนีย่ วเขาไว้ 18. ประโยคใดใชค้ ำได้ถกู ต้องตามความหมายของคำ ก. อย่าจอดรถขดั ขางการจราจร ข. ก้งุ ทะเลเป็นสตั ว์น้ำจดื ทรี่ าคาแพง ค. จ๋มิ ชอบรับประทานอาหารจกุ จกิ ง. ไม่มีใครคาดคิดวา่ เหตุการณ์ร้ายแรงเชน่ น้ันจะอุบัติข้นึ
19. ข้อใดใชถ้ อ้ ยคำได้ถูกตอ้ ง ก. คณะกรรมการกำลังไต่สวนผตู้ อ้ งหา ข. ศาลนดั สอบสวนปากคำของโจทยแ์ ละจำเลย ค. ครสู อบนักเรียนท่ีถกู กลา่ วหาว่าทุจรติ ในการสอบ ง. ตำรวจสืบสวนตามจบั คนร้ายขโมยทองหมุ้ พระราชยานไดแ้ ล้ว 20. ขอ้ ใดใชค้ ำผิดความหมาย ก. เขามกั จะผัดวันประกันพรงุ่ อยูเ่ สมอ ข. เธอผดั หน้าทาแป้งออกมานอกบ้านเพ่ือซอื้ ข้าวผัด ค. เขาขอผลดั ผอ่ นค่าเช่าบา้ น เจา้ ของบ้านกผ็ อ่ นผันให้ ง. ทมี วิ่งผลดั ส่คี ณู รอ้ ยของไทยมีความหวังได้เหรียญทอง 21. คำท่ขี ดี เสน้ ใต้ข้อใดใช้ผิดความหมาย ก. เด็ก ๆเหล่าน้เี ลน่ กีฬากนั จนเหง่ือโทรมตวั ข. ผูจ้ ัดละครสำรองท่ีน่ังไว้เพื่อแขกพเิ ศษ 10 ทน่ี ่งั ค. ข้าวตม้ ยงั รอ้ นอยู่ เดก็ ๆ อย่าตะกรุมตะกรามกนิ เขา้ ไปละ ง. ผจู้ ัดการมีทา่ ทแี ข็งกร้าวอย่างเหน็ ได้ชัด เมื่อพนักงานย่ืนขอ้ เสนอขึ้นคา่ แรง 22. ขอ้ ใดใช้คำไม่ถูกต้อง ก. ปลาผุดข้ึนมาเหนือน้ำเพ่ือหายใจ ข. ทำไมเธอจงึ ผา่ ยผอมลงไปมากอย่างนี้ ค. นักเรียนผลดุ ลกุ ผลดุ นงั่ เมอ่ื ใกล้เวลาเลกิ เรียน ง. เขาค้อหลบั ผลอ็ ยรว่ งลงบนพ้นื เวที ท้ัง ๆ ท่ีไม่ไดถ้ ูกหมัด ตวั ชี้วัด ท 4.1 ม.๔-๖/๓ ใชภ้ าษาเหมาะสมแกโ่ อกาส กาลเทศะ และบคุ คล รวมทั้งคำราชาศพั ทอ์ ยา่ งเหมาะสม (4 คะแนน) 23. ขอ้ ใดเป็นภาษาพดู ก. ทจี่ รงิ เพลงกล่อมเด็กที่ช่ือวา่ “วัดโบสถ์” นน้ั มีเนื้อร้องหลายแบบ ข. ถึงเพลงกล่อมเด็กจะใช้ถอ้ ยคําง่าย ๆ กไ็ มใ่ ชจ่ ะเขา้ ใจได้งา่ ยเสมอไป ค. เพลงกล่อมเดก็ ของไทยเปน็ บันทกึ ทางวฒั นธรรมทส่ี ะท้อนชวี ิตชาวบา้ น ง. นา่ สงั เกตว่าเพลงกล่อมเดก็ ส่วนใหญ่จะกลา่ วถงึ เร่อื งเกี่ยวกบั ความทุกข์โศกสญู เสยี
24. ภาษาระดับใดมกั นำไปใช้ในวงจำกดั และต้องมีความระมดั ระวังในการใช้ถอ้ ยคำมากที่สดุ ก. ภาษาระดบั กันเอง ข. ภาษาระดบั ทางการ ค. ภาษาระดับกึ่งทางการ ง. ภาษาระดบั ไม่เปน็ ทางการ 25. “ในท้ายท่สี ุดนี้ ขออำนวยพรให้ทุกทา่ นทั้งหลายจงมคี วามสุขความเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏภิ าณ คุณ สารสมบัติทุกประการ” ข้อความน้ีเปน็ การใชภ้ าษาระดบั ใด ก. ภาษาระดบั พิธีการ ข. ภาษาระดับทางการ ค. ภาษาระดบั ก่ึงทางการ ง. ภาษาระดับไมเ่ ป็นทางการ 26. ข้อใดใช้ภาษาระดบั ทางการ ก. ในระยะนีจ้ ะมีเต่ามาวางไข่ทช่ี ายฝัง่ ทะเลวนั ละหลายตัว ข. พิธรี ดนำ้ ศพมักจะกระทำทันทหี ลงั จากบุคคลนนั้ เสยี ชีวิต ค. ในหนา้ หนาวจะมีนักท่องเทย่ี วมาชมทศั นยี ภาพท่นี เี่ ปน็ จำนวนมาก ง. เพอื่ ความสะดวกในการเบิกจ่าย อาจจะขออนุมตั ิถัวกนั ไปทุกรายการก็ได้ 27. ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ ก. พธิ ีเปิดเอเชยี นเกมสท์ ไ่ี ทยเปน็ เจ้าภาพครัง้ นี้ ทำไดไ้ ม่เลวทเี ดยี ว ข. เทา่ ทที่ ราบ ทางบรษิ ัทผรู้ บั ผดิ ชอบได้ระดมมืออาชพี มารว่ มเตรยี มงานนานนบั เดือน ค. นบั ได้วา่ เป็นเกยี รตปิ ระวตั ิของไทยอกี คร้ังทสี่ รา้ งความพรอ้ มจนเปน็ ท่ีเชื่อมน่ั แก่ประธานสภาโอลกิ ปิกแหง่ เอเชยี ง. ทำให้เหน็ ชดั แลว้ ว่า ในภาวะเศรษฐกจิ เช่นน้ี เราก็มิไดท้ ำให้มนตรเี อเชยี นเกมส์ทัง้ หลายผดิ หวัง 28. ขอ้ ใดใช้ภาษาระดบั ไม่เป็นทางการ ก. ธนาคารสง่ จดหมายนัดใหส้ ดุ าไปสอบสัมภาษณ์ ข. ลูกสาวของเขาทั้งสามคนหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ค. เจ้าหนา้ ทตี่ รวจเอกสารว่าถูกตอ้ งแล้วจึงประทับตรารบั รอง ง. อธบิ ดไี ด้รบั เชญิ ใหก้ ลา่ วคำอวยพรในงานมงคลสมรส 29. ขอ้ ใดใช้ภาษาระดบั ไม่เป็นทางการท่ีไม่เหมาะสม ก. หนมู าหาอาจารย์ แต่อาจารย์ไมเ่ คยอยู่ หนจู ะมาใหมต่ อนบา่ ย ข. ดฉิ ันมาพบผู้อํานวยการ แต่ท่านกําลงั มีแขก ดิฉันจะขอรอพบ ค. ผมมาพบพ่อกํานัน แต่ทา่ นไปอาํ เภอ ผมจะโทรศัพท์นดั อีกครง้ั ง. โยมมาเยีย่ มหลวงพอ่ แตห่ ลวงพอ่ จําวัด โยมจะขอฝากข้อความไว้
30. ระดบั ภาษาเป็นการใช้ภาษาทมี่ ีความสมั พันธก์ บั ข้อใด ก. บคุ คล ข. โอกาส ค. สถานที่ ง. ถูกทกุ ขอ้ ตวั ช้วี ดั ท 4.1 ม.๔-๖/๕ วิเคราะห์อิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถนิ่ (2 คะแนน) 31. เพราะเหตุใดจงึ ถอื ว่าภาษาบาลี สนั สกฤตเป็นภาษาระดับสูง ก. เพราะมคี วามเกย่ี วขอ้ งกับศาสนา ข. เพราะใช้ในราชสำนกั อินเดียเทา่ นน้ั ค. เพราะมีการเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา ง. เพราะนำไปใชเ้ ป็นภาษาราชการทั่วโลก 32. การศกึ ษาภาษาถน่ิ มีประโยชนอ์ ยา่ งไร ก. สามารถเรยี บเรียงสำนวนภาษาไดด้ ี ข. เข้าใจคำศัพท์บางคำในเอกสารโบราณ ค. สรา้ งแรงกระตุ้นให้ศึกษาภาษาต่างประเทศ ง. ภาคภมู ิใจในภาษากลางของประเทศไทย 33. ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้องเกีย่ วกับภาษาถิน่ ก. แบ่งตามส่วนการปกครอง ข. แตกตา่ งดา้ นสำเนียงเท่านัน้ ค. มีเอกลกั ษณ์ประจำถนิ่ ของตนเอง ง. เปน็ มรดกทางภาษาท่ีถ่ายทอดจากรุน่ สรู่ ่นุ 34. ข้อใดไม่ใชป่ ัจจัยทีท่ ำให้ภาษาแต่ละถิ่นแตกตา่ งกนั ก. การยา้ ยถิ่นฐานของประชากร ข. ความหลากหลายทางวฒั นธรรม ค. อทิ ธพิ ลภาษาของประเทศใกลเ้ คยี ง ง. ความเจรญิ กา้ วหน้าทางเทคโนโลยี ลงชอ่ื ...........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ ลงช่อื ...........................................ครูวัดผล ลงช่อื ...........................................รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษาฝา่ ยวชิ าการ
Search