แบบประเมนิ การเขียนแผนภาพความคดิ ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ ประเมิน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (๑) การเขียน แผนผังความคิด แสดงความคดิ รวบ แสดงความคิด แสดงความคิดรวบ แสดงความคิดรวบ ยอดไม่ถูกตอ้ ง ยอดถูกตอ้ ง ครบถว้ น รวบยอดถูกต้อง ยอดถูกตอ้ ง ไมค่ รบถว้ น ไมข่ ยาย ตรงประเด็น พรอมทง้ั ครบถ้วน ไม่ครบถว้ น รายละเอียดของ ความคดิ หลัก ขยายรายละเอยี ดของ ตรงประเด็น ขยายรายละเอียด ไม่มสี ีที่แสดงการ แยกประเดน็ หลัก ความคดิ รวบยอดหลัก พรอมทัง้ ขยาย ของความคดิ หลัก ประเดน็ ยอ่ ย ไดถูกตอง ชัดเจน มีสี รายละเอียดของ ไม่ครบถว้ น สวยงามแสดงใหเ้ ห็น ความคดิ รวบยอด ไมช่ ัดเจน ประเดน็ หลกั ประเดน็ หลักได้ แต่ไม่ มสี ที ี่แสดงการแยก ยอ่ ยชัดเจน ชัดเจน ประเด็นหลกั ไมม่ สี ีท่ีแสดง ประเด็นยอ่ ย การแยกประเดน็ หลัก ประเดน็ ยอ่ ย ใหเ้ ห็นชดั เจน
แบบประเมินผลการสรา้ งชน้ิ งาน ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ ดีมาก (3) พอใช้ (2) ควรปรบั ปรงุ (1) ๑. การเขยี นเนื้อหาสาระ เขยี นเนือ้ หาสาระได้ถกู ต้อง เขยี นเนือ้ หาสาระได้ เขยี นเนื้อหาสาระ ชัดเจนและได้ใจความต่อเนอื่ ง ถูกต้อง แตใ่ จความวกวน ไดบ้ ้าง มีสาระที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ มสี าระท่ีเป็นประโยชน์ตอ่ ผูอ้ ่าน ผอู้ ่าน ๒. การใชภ้ าษา ใช้ภาษาถูกต้อง ส่อื ความหมาย ใช้ภาษาถูกต้อง สอื่ ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง ชัดเจน ลำดบั ความไมว่ กวน ความหมายชดั เจน ๓. อกั ขรวธิ ี สะกดคำและใช้เคร่ืองหมาย สะกดคำและใช้ สะกดคำและใช้ วรรคตอน ผดิ ๑ – ๒ แห่ง เคร่ืองหมายวรรคตอน ผิด เครือ่ งหมายวรรคตอน ๓ – ๔ แหง่ ผดิ ๕ – ๖ แห่ง ๔. ความสะอาด ตัวอกั ษร อา่ นง่าย สะอาด เป็น ตัวอกั ษร อ่านงา่ ย สะอาด ตัวอกั ษร อ่านยาก ไม่ ระเบียบ ขาดความ สะอาด ไม่เปน็ ระเบยี บ เปน็ ระเบยี บ เกณฑ์การตัดสนิ ระดบั คณุ ภาพ ๙ – ๑๒ คะแนน ดีมาก ๖ – ๘ คะแนน พอใช้ ๔ – ๕ คะแนน ควรปรับปรงุ
แบบประเมนิ การเขียนรายงานโครงงาน การประเมนิ ผลชน้ิ งาน ระดบั คณุ ภาพ ประเด็นการประเมิน ดีมาก (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรงุ (1) ๑. การเขยี นรายงาน โครงงาน เขียนรายงาน เขียนรายงาน เขยี นรายงานโครงงานไม่ โครงงานได้ถกู ต้อง ๒. การใช้ภาษา ครบถ้วนตามรปู แบบ โครงงานได้ถกู ต้อง ถูกต้องตามรปู แบบ เนื้อหามีความชัดเจน ๓. อกั ขรวธิ ี ครบถว้ นตามรปู แบบเนื้อหา ๔. ความสะอาด ขาดความชดั เจน ใช้ภาษาถูกต้อง สื่อ ใช้ภาษาถูกต้อง สอื่ ใชภ้ าษาไม่ถูกต้อง ความหมายชดั เจน ลำดับ ความหมายชดั เจน ความไม่วกวน สะกดคำและใช้ สะกดคำและใชเ้ คร่อื งหมาย สะกดคำและใช้ เครือ่ งหมายวรรคตอน ผิด วรรคตอน ผิด ๓ – ๔ แห่ง เครอื่ งหมายวรรคตอน ๑ – ๒ แหง่ ผิด ๕ – ๖ แห่ง ตวั อักษร อ่านง่าย สะอาด ตวั อกั ษร อา่ นงา่ ย สะอาด ตัวอักษร อา่ นยาก ไม่ เปน็ ระเบียบ ขาดความ สะอาด ไม่เปน็ ระเบยี บ เป็นระเบยี บ เกณฑ์การตดั สนิ ระดบั คุณภาพ ๙ – ๑๒ คะแนน ดีมาก ๖ – ๘ คะแนน พอใช้ ๔ – ๕ คะแนน ควรปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ การอา่ นสรุปใจความสำคัญ ประเด็น ระดบั คะแนน การประเมนิ 4 32 1 สรปุ ใจความสำคญั ของ (K) สรปุ ใจความสำคัญ สรปุ ใจความสำคญั สรุปใจความสำคญั เรอื่ งไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รง ประเด็น เน้ือหา ของเรื่องได้ถูกตอ้ ง ของเร่ืองไดถ้ ูกต้อง ของเร่ืองได้ถูกตอ้ ง ไมส่ นใจการอา่ น ครู (อา่ นสรุปใจความ ชัดเจนดมี าก ชดั เจนดี ชดั เจนพอใช้ ตอ้ งกระตุ้นใหเ้ ห็น ความสำคัญของการ สำคัญ) อา่ น และต้อง ควบคุมดแู ลอยา่ ง สนใจการอ่านอยา่ ง สนใจการอ่านแต่ สนใจการอ่าน แตค่ รู ใกลช้ ิด ไมค่ ่อยสมำ่ เสมอ ต้องตักเตือนให้อ่าน ไม่มสี มาธิในการอา่ น สมำ่ เสมอตงั้ แต่ตน้ และยังใชเ้ วลาใน และใช้เวลาในการ ไม่สนใจการอ่าน การอา่ นเกินกว่าที่ อา่ นเกนิ กวา่ ที่ รบกวนผูอ้ ่ืนในระหว่าง (P) จนจบ และใช้เวลา กำหนด กำหนด การอ่านอยู่เสมอ ครู ต้องควบคุมดแู ลอย่าง กระบวนการอา่ น ในการอ่านตามที่ ใกลช้ ดิ แต่งกายและมีมารยาท กำหนด งดงามแบบไทย มสี ัมมาคารวะ กตญั ญู มีสมาธิในการอา่ น มีสมาธิในการอา่ น มสี มาธิในการอา่ นใน กตเวทีตอ่ ผู้มพี ระคุณ ยังตอ้ งปรบั ปรงุ บา้ ง (A) ดีมาก ไมร่ บกวน ดี ไมร่ บกวนผ้อู น่ื ชว่ งเวลาสั้นๆ แสดง มมี ารยาทในการ ผู้อื่นในระหว่างการ อ่าน ในระหวา่ งการอ่าน พฤติกรรมรบกวน อา่ น ผอู้ น่ื ในระหวา่ งการ อา่ นบา้ ง แต่ไม่มาก นัก แตง่ กายและมี แตง่ กายและมี แตง่ กายและมี มารยาทงดงามแบบ (A) ไทย มารยาทงดงาม มารยาทงดงามแบบ รักความเปน็ ไทย มีสมั มาคารวะ กตัญญูกตเวทตี อ่ ผู้มี แบบไทย ไทย พระคณุ ดมี าก มีสมั มาคารวะ มีสัมมาคารวะ กตัญญูกตเวทีตอ่ ผู้ กตญั ญูกตเวทตี อ่ ผู้มี มพี ระคุณ ดี พระคณุ พอใช้ เกณฑก์ ารตัดสิน / ระดับคณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรบั ปรงุ คะแนน 8- 10 หมายถึง พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถึง เกณฑ์การผ่าน ผ่านระดบั
แบบประเมนิ การอา่ นวิเคราะห์ วจิ ารณแ์ ละนำเสนอแนวคิดใหม่ ประเดน็ ระดับคะแนน การประเมิน 4 3 2 1 (K) วเิ คราะห์ วจิ ารณ์ วิเคราะห์ วจิ ารณ์ วิเคราะห์ วิจารณ์ วิเคราะห์ วิจารณโ์ ต้แยง้ เนื้อหา และนำเสนอแนวคดิ ใหม่ (อ่านวิเคราะห์ โตแ้ ย้ง และนำเสนอ โต้แยง้ และนำเสนอ โต้แยง้ และนำเสนอ ไม่ถูกตอ้ งไม่มีเหตุผลตาม วจิ ารณ์และ ข้อเท็จจรงิ นำเสนอ แนวคดิ ใหม่ ถูกต้อง แนวคิดใหม่ถูกต้องมี แนวคดิ ใหมถ่ ูกต้อง ไมส่ ร้างสรรค์ แนวคดิ ใหม)่ มเี หตผุ ลตาม เหตผุ ลตาม บ้าง มเี หตผุ ลตาม ข้อเทจ็ จริงทุกแง่ ข้อเทจ็ จริงเป็นสว่ น ขอ้ เท็จจริงพอสมควร ทกุ มมุ สรา้ งสรรค์ ใหญ่ มีความคิดที่ ไม่แปลกใหม่ มีคุณค่า แปลกใหม่บา้ ง สนใจการอา่ นอยา่ ง สนใจการอ่านแต่ไม่ สนใจการอา่ น แต่ครู ไม่สนใจการอ่าน (P) สมำ่ เสมอตง้ั แตต่ ้น ค่อยสม่ำเสมอ และ ต้องตักเตอื นให้อา่ น ครตู อ้ งกระตุน้ ให้เหน็ กระบวน จนจบ และใช้เวลา ยังใชเ้ วลาในการ และใชเ้ วลาในการอ่าน ความสำคญั ของการอ่าน การอา่ น ในการอ่านตามท่ี อา่ นเกินกวา่ ที่ เกินกวา่ ที่กำหนด และตอ้ งควบคุมดูแล กำหนด กำหนด อย่างใกล้ชดิ มีสมาธิในการอ่าน มีสมาธิในการอา่ นดี มสี มาธิในการอา่ นใน ไมม่ สี มาธใิ นการอา่ น (A) ดมี าก ไมร่ บกวน ไม่รบกวนผู้อ่นื ใน ชว่ งเวลาส้ันๆ แสดง ไม่สนใจการอา่ นรบกวน มมี ารยาทใน ผูอ้ นื่ ในระหว่างการ ระหว่างการอ่าน พฤติกรรมรบกวนผู้อน่ื ผู้อน่ื ในระหวา่ งการอ่าน การอา่ น อา่ น ในระหว่างการอา่ น อยเู่ สมอ ครตู อ้ ง บ้าง แต่ไม่มากนัก ควบคมุ ดแู ลอยา่ งใกล้ชิด แต่งกายและมี แต่งกายและมี แตง่ กายและมี แตง่ กายและมีมารยาท (A) มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ งดงามแบบไทย รักความเปน็ ไทย ไทย มีสมั มาคารวะ ไทย มีสมั มาคารวะ ไทย มีสมั มาคารวะ มีสัมมาคารวะ กตัญญู กตัญญูกตเวทตี อ่ ผู้มี กตัญญูกตเวทตี อ่ ผู้มี กตัญญูกตเวทีตอ่ ผู้มี กตเวทตี อ่ ผู้มีพระคุณ ยงั พระคณุ ดีมาก พระคุณ ดี พระคณุ พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ บา้ ง เกณฑ์การตดั สิน / ระดับคณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถงึ ดมี าก ดี คะแนน 11-13 หมายถงึ พอใช้ ปรับปรุง คะแนน 8- 10 หมายถึง พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑก์ ารผา่ น ผา่ นระดับ
แบบประเมินการเขียนสรุปใจความสำคญั ประเดน็ ระดบั คะแนน การประเมนิ 4 32 1 (K) สรปุ ใจความสำคัญ สรปุ ใจความสำคัญของ เนื้อหา ของเรื่องไดถ้ ูกตอ้ ง สรุปใจความสำคัญ สรุปใจความสำคัญ เรอื่ งไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรง (เขียนสรปุ ชัดเจนดมี าก ประเด็น ใจความสำคญั ) ของเรื่องได้ถูกต้อง ของเรื่องไดถ้ ูกตอ้ ง ลำดับความคิดไดต้ รง ลำดับความคิดไม่ตรง (P) ประเด็นมี ชดั เจนดี ชัดเจนพอใช้ ประเดน็ ขาด กระบวน ความสมั พันธเ์ ชือ่ มโยง ความสัมพนั ธเ์ ชอื่ มโยง การเขียน กนั อยา่ งตอ่ เนื่อง ลำดับความคดิ ได้ ลำดบั ความคดิ ได้ ช้ินงานไมส่ ะอาด ขาด ชิน้ งานสะอาด ความเปน็ ระเบียบ (A) เรียบร้อย ตรงประเด็นเปน็ ค่อนข้างตรงประเด็น มารยาทในการ มักคดั ลอกงานเขียนของ เรียบเรยี งงานเขยี น สว่ นใหญ่ มี แตข่ าดความสัมพันธ์ ผ้อู น่ื ไม่มีความพยายาม เขยี น ด้วยภาษาของตนเอง ในการเรยี บเรยี งงาน ไมค่ ัดลอกผู้อืน่ งาน ความสมั พนั ธ์ เชอ่ื มโยง ช้ินงาน เขียนด้วยภาษาของ (A) เขียนสะอาดเรียบร้อย ตนเอง ครตู ้องดูแล รักความเป็น ดีมาก เชอื่ มโยงกันอย่าง คอ่ นข้างสะอาด แนะนำช่วยเหลือ แตง่ กายและมีมารยาท ไทย แตง่ กายและมี ต่อเนือ่ ง ชน้ิ งาน เรียบร้อย งดงามแบบไทย มีสมั มา มารยาทงดงามแบบ คารวะ กตัญญูกตเวทตี ่อ ไทย มสี มั มาคารวะ สะอาดเรียบร้อย ผ้มู ีพระคุณ ยงั ต้อง กตญั ญูกตเวทตี อ่ ผู้มี ปรับปรุงบา้ ง พระคณุ ดีมาก เปน็ สว่ นใหญ่ เรียบเรยี งงานเขียน เรยี บเรยี งงานเขยี น ด้วยภาษาของ ดว้ ยภาษาของตนเอง ตนเอง ไม่คดั ลอก แตค่ ัดลอกผู้อ่ืนบ้าง ผู้อืน่ งานเขยี น บางส่วน งานเขียนไม่ สะอาดเรียบร้อยดี สะอาดเรียบร้อย เท่าทค่ี วร แตง่ กายและมี แต่งกายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มีสมั มาคารวะ ไทย มีสัมมาคารวะ กตญั ญูกตเวทีตอ่ ผู้มี กตญั ญูกตเวทตี อ่ ผู้มี พระคุณ ดี พระคุณ พอใช้ เกณฑก์ ารตัดสนิ / ระดับคุณภาพ คะแนน 14-16 หมายถงึ ดมี าก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรบั ปรุง คะแนน 8- 10 หมายถึง พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถึง เกณฑก์ ารผา่ น ผา่ นระดบั
แบบประเมนิ การเขียนประเมนิ ค่างานเขยี น ประเดน็ ระดับคะแนน การประเมนิ 4 3 2 1 ประเมนิ ค่าได้อยา่ ง ประเมินค่าได้อย่าง ประเมินค่าได้อยา่ ง ไม่สามารถประเมนิ คา่ (K) ถูกต้องชดั เจน และมี ถูกต้องชดั เจน และ ถูกต้อง แตร่ ะบุ เรอ่ื งที่อ่านได้ เนื้อหา เหตผุ ลสามารถอธิบาย มี เหตุผล แตไ่ ม่ เหตุผลไมช่ ดั เจน ครตู อ้ งอธบิ ายเพิ่มเตมิ (ประเมนิ ค่างาน เพม่ิ เติมหรอื ตอบ สามารถอธิบาย และไม่สามารถ เขยี น) คำถามได้ เพม่ิ เติมหรือตอบ อธิบายเพม่ิ เติมหรือ คำถามได้ ตอบคำถามได้ ลำดบั ความคดิ ไดต้ รง ลำดับความคดิ ได้ตรง ลำดบั ความคดิ ได้ ลำดับความคดิ ไม่ตรง ประเด็นเปน็ ส่วนใหญ่ (P) ประเดน็ มี มีความสัมพนั ธ์ คอ่ นข้างตรงประเดน็ ประเด็นขาดความสัมพันธ์ กระบวน ความสมั พันธ์เชือ่ มโยง เช่ือมโยงกันอย่าง แต่ขาดความสมั พันธ์ เชื่อมโยง ช้ินงานไม่ การเขียน กนั อยา่ งตอ่ เนื่อง เชอื่ มโยง ช้นิ งาน สะอาด ขาดความเป็น ชิ้นงานสะอาด ต่อเนอื่ ง ช้นิ งาน คอ่ นข้างสะอาด ระเบียบ เรยี บรอ้ ย สะอาดเรียบรอ้ ย เปน็ เรยี บร้อย ส่วนใหญ่ เรยี บเรียงงานเขียน เรยี บเรยี งงานเขยี น เรียบเรยี งงานเขยี น มกั คดั ลอกงานเขียนของ (A) ดว้ ยภาษาของตนเอง ด้วยภาษาของ ด้วยภาษาของตนเอง ผอู้ ื่น ไมม่ ีความพยายาม มารยาท ไม่คดั ลอกผู้อนื่ งาน ตนเอง ไมค่ ัดลอก แตค่ ดั ลอกผูอ้ นื่ บา้ ง ในการเรยี บเรียงงานเขยี น ใน เขียนสะอาดเรยี บร้อย ผู้อ่นื งานเขยี น บางส่วน งานเขียนไม่ ด้วยภาษาของตนเอง ครู การเขียน ดีมาก สะอาดเรียบร้อยดี สะอาดเรยี บร้อย ต้องควบคุมดูแลและ เทา่ ทีค่ วร แนะนำชว่ ยเหลอื แต่งกายและมี แตง่ กายและมี แตง่ กายและมี แตง่ กายและมีมารยาท (A) มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ งดงามแบบไทย มสี ัมมา รักความ ไทย มสี มั มาคารวะ ไทย มสี มั มาคารวะ ไทย มีสมั มาคารวะ คารวะ กตญั ญูกตเวทีต่อผู้ เปน็ ไทย กตัญญูกตเวทตี ่อผู้มี กตัญญูกตเวทีต่อผู้มี กตญั ญูกตเวทตี ่อผู้มี มีพระคณุ ยังต้อง พระคุณ ดมี าก พระคณุ ดี พระคณุ พอใช้ ปรบั ปรุงบ้าง เกณฑ์การตัดสิน / ระดบั คณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถงึ พอใช้ ปรับปรงุ คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑก์ ารผ่าน ผา่ นระดบั
แบบประเมินเนอื้ หาการประเมนิ คา่ งานเขยี น ประเด็น ระดบั คะแนน การประเมนิ 4 32 1 ประเมินคา่ งานเขยี นของ ประเมนิ คา่ งานเขียน ประเมนิ ค่างานเขียน ประเมนิ คา่ งานเขียน (K) ผูอ้ นื่ แลว้ นำมาพัฒนา ของผูอ้ น่ื แล้วนำมา ของผู้อ่นื แลว้ นำมา ของผอู้ ่นื แล้วไม่นำมา เน้ือหา งานเขยี นของตนในดา้ น พฒั นางานเขียนของ พฒั นางานเขียนของ พฒั นางานเขยี นของตน (ประเมนิ คา่ งานเขียน แนวคดิ การใชถ้ ้อยคำ ตนในดา้ นแนวคิด ตนในด้านแนวคิด ท้งั ในด้านแนวคดิ การ ผ้อู ืน่ แลว้ นำมาพัฒนา การเรยี บเรยี ง สำนวน การใชถ้ ้อยคำ การใช้ถอ้ ยคำ ใชถ้ อ้ ยคำ งานเขียนของตนใน โวหาร กลวิธใี น การ การเรยี บเรยี ง สำนวน การเรยี บเรยี ง สำนวน การเรยี บเรยี ง สำนวน รปู แบบการเขยี น เขยี นได้อยา่ งสรา้ งสรรค์ โวหาร โวหาร โวหาร กลวธิ ีใน การ บรรยายและพรรณนา) ดีมาก กลวธิ ใี นการเขยี นได้ กลวธิ ใี นการเขยี น เขียน อยา่ งสรา้ งสรรค์ ใน พอใช้ ระดบั ดี ลำดับความคิดไดต้ รง ลำดบั ความคิดไดต้ รง ลำดับความคิดได้ ลำดับความคดิ ไม่ตรง ประเดน็ มคี วามสัมพันธ์ ประเด็นเปน็ ส่วนใหญ่ คอ่ นข้างตรงประเด็น ประเดน็ ขาด (P) เชอื่ มโยงกนั อยา่ ง มีความสมั พนั ธ์ เชอื่ ม แตข่ าดความสัมพันธ์ ความสัมพนั ธ์เชอ่ื มโยง กระบวนการเขยี น ตอ่ เน่ือง ชน้ิ งานสะอาด โยงกนั อยา่ งต่อเนอ่ื ง เชื่อมโยง ชิ้นงาน ชนิ้ งานไม่สะอาด ขาด เรียบร้อย ชน้ิ งานสะอาดเรยี บ คอ่ นข้างสะอาด ความเป็นระเบียบ รอ้ ย เป็นสว่ นใหญ่ เรียบร้อย เรยี บเรยี งงานเขียนด้วย เรียบเรยี งงานเขยี น เรียบเรียงงานเขียน มกั คดั ลอกงานเขียน ภาษาของตนเอง ไม่ ด้วยภาษาของตนเอง ดว้ ยภาษาของตนเอง ของผอู้ ่นื ไม่มคี วาม (A) คัดลอกผูอ้ น่ื งานเขียน ไม่คดั ลอกผูอ้ ่ืน งาน แต่คัดลอกผอู้ ่ืนบา้ ง พยายามในการเรยี บ มารยาทในการเขยี น สะอาดเรยี บรอ้ ยดมี าก เขยี นสะอาดเรยี บรอ้ ย บางสว่ น งานเขยี นไม่ เรยี งงานเขียนดว้ ย ดี สะอาดเรยี บรอ้ ย ภาษาของตนเอง ครู เท่าที่ควร ต้องควบคมุ ดแู ลและ แนะนำช่วยเหลือ แต่งกายและมีมารยาท แต่งกายและมมี ารยาท แตง่ กายและมีมารยาท แต่งกายและมมี ารยาท (A) งดงามแบบไทย มี งดงามแบบไทย มี งดงามแบบไทย มี งดงามแบบไทย รกั ความเปน็ ไทย สมั มาคารวะ กตญั ญู สมั มาคารวะ กตญั ญู สมั มาคารวะ กตญั ญู มสี ัมมาคารวะ กตญั ญู กตเวทีต่อผมู้ ีพระคณุ ดี กตเวทตี ่อผมู้ ีพระคณุ กตเวทตี อ่ ผมู้ พี ระคณุ กตเวทีต่อผมู้ พี ระคณุ มาก ดี พอใช้ ยังตอ้ งปรบั ปรุงบา้ ง เกณฑ์การตัดสิน / ระดับคณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก คะแนน 11-13 หมายถงึ ดี คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ ปรับปรงุ เกณฑ์การผา่ น ผา่ นระดบั พอใช้
แบบประเมินการพูดเล่าเรื่อง ประเดน็ ระดบั คะแนน การประเมนิ 4321 (K) เนือ้ หา เลา่ เรอ่ื งตรงกับชอื่ เล่าเรือ่ งตรงกับชือ่ เล่าเรือ่ งตรงกับชอื่ เลา่ เรอ่ื งไมต่ รงกบั ชอ่ื (พดู เล่าเรอ่ื ง) เร่ือง ขยายความและ เรอ่ื ง ขยายความและ เรอื่ ง ขยายความและ เร่ือง ขยายความและ (P) กระบวนการพูด สรปุ ความไดด้ มี าก สรปุ ความได้ดี สรุปความไดพ้ อใช้ สรุปความไมช่ ัดเจน (A) ลำดบั ความคดิ ไดต้ รง ลำดบั ความคดิ ได้ตรง ลำดับความคดิ ได้ ลำดบั ความคิดไมต่ รง มีมารยาทในการพดู การฟงั และการดู ประเด็นมี ประเด็นเปน็ สว่ นใหญ่ คอ่ นขา้ งตรงประเด็น ประเด็นขาด (A) ความสัมพันธ์ มีความสัมพนั ธ์ แตข่ าดความสัมพนั ธ์ ความสัมพนั ธ์ รกั ความเปน็ ไทย เชอื่ มโยงกนั อยา่ ง เชือ่ มโยงกนั อย่าง เช่ือมโยง และมี เชอื่ มโยงและ ตอ่ เน่ือง และมี ต่อเนือ่ ง และมี ขอ้ บกพร่องเร่ือง บกพร่องเร่ือง บุคลิกภาพท่ดี ีมาก บคุ ลิกภาพทด่ี ี บคุ ลกิ ภาพเลก็ นอ้ ย บคุ ลิกภาพมาก ตง้ั ใจพูด เตรยี มการ ตง้ั ใจพูด เตรียมการ เตรียมการพูดมาไม่ดี ไมเ่ ตรียมการพูด ไม่ พูดดมี าก มคี วาม พูดดี แตย่ งั ไมม่ ีความ เทา่ ทค่ี วร เม่ือผ้อู ืน่ สนใจกจิ กรรมการพูด พร้อมในการพูด เม่ือ พร้อมในการพูด พูด ก็ตั้งใจฟงั และดู เมือ่ ผอู้ น่ื พดู กไ็ มต่ ัง้ ใจ ผอู้ ื่นพดู กต็ ง้ั ใจฟงั เท่าท่ีควร เมือ่ ผู้อ่ืน พอใช้ แต่ไม่ต่อเน่อื ง ฟังและดู ครูต้อง และดดู ีมาก ไม่ พูด ก็ต้ังใจฟังและดูดี ตกั เตอื นและควบคุม รบกวนผูอ้ น่ื ไม่รบกวนผอู้ น่ื พฤตกิ รรม แต่งกายและมี แตง่ กายและมี แต่งกายและมี แต่งกายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มีสมั มา ไทย มสี ัมมา ไทย มสี ัมมา ไทย มสี ัมมา คารวะ กตญั ญกู ตเวที คารวะ กตญั ญกู ตเวที คารวะ กตัญญกู ตเวที คารวะ กตญั ญูกตเวที ตอ่ ผูม้ พี ระคณุ ดีมาก ต่อผ้มู ีพระคณุ ดี ตอ่ ผมู้ ีพระคณุ พอใช้ ต่อผ้มู ีพระคุณ ยัง ต้องปรบั ปรงุ บ้าง เกณฑก์ ารตดั สิน / ระดบั คณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรบั ปรุง คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑ์การผ่าน ผา่ นระดับ
แบบประเมนิ เนื้อหาการค้นคว้ารวบรวมความรู้เรอ่ื งระดบั ภาษา ประเด็น ระดับคะแนน การประเมนิ 4 3 2 1 คน้ ควา้ ขอ้ มลู จาก คน้ คว้าขอ้ มลู จาก คน้ ควา้ ขอ้ มูลจาก ไม่มคี วามพยายามใน (K) หนังสอื และสอ่ื สาร หนงั สือและสอ่ื สาร หนังสอื และสื่อสาร การค้นคว้าข้อมูลจาก เน้อื หา สนเทศได้อยา่ ง สนเทศไดอ้ ยา่ ง (ค้นควา้ รวบรวมความรู้ หลากหลายคลอ่ งแคล่ว หลากหลายแตย่ งั ไม่ สนเทศได้ แต่ไม่ หนังสอื และส่อื สาร เรอื่ งระดบั ภาษา) ได้ข้อมลู ท่เี ปน็ คลอ่ งแคล่วเทา่ ทคี่ วร ประโยชนแ์ ละเช่อื ถือ และไดข้ อ้ มลู ตามที่ หลากหลาย และไม่ตรง สนเทศ ครตู อ้ งแนะนำ ตามความต้องการมาก ช่วยเหลอื จงึ ค้นควา้ ได้ นกั บา้ ง ได้ ต้องการ ลำดับความคิดไดต้ รง ลำดับความคดิ ได้ตรง ลำดับความคิดได้ ลำดบั ความคิดไมต่ รง ประเด็นมคี วามสัมพนั ธ์ ประเด็นเปน็ สว่ นใหญ่ ค่อนข้างตรงประเดน็ ประเด็นขาด (P) เช่ือมโยงกันอย่าง มีความสมั พันธ์ เช่อื ม แต่ขาดความสัมพันธ์ ความสัมพนั ธ์เชือ่ มโยง ทกั ษะการใชภ้ าษา ตอ่ เนื่อง ช้นิ งานสะอาด โยงกนั อย่างตอ่ เนื่อง เชื่อมโยง ช้นิ งาน ชิ้นงานไมส่ ะอาด ขาด เรียบร้อย ช้ินงานสะอาดเรยี บ คอ่ นขา้ งสะอาด ความเป็นระเบยี บ รอ้ ย เป็นส่วนใหญ่ เรยี บรอ้ ย (A) แสดงออกด้วยความช่นื แสดงออกตามบทบาท แสดงออกตามบทบาท แสดงออกดว้ ยความ เห็นคณุ คา่ ของ ชมยินดี หนา้ ท่ี มีอารมณ์รว่ ม หน้าที่ มอี ารมณร์ ่วม เบอ่ื หน่าย ภาษาไทย มาก น้อย แต่งกายและมมี ารยาท แตง่ กายและมีมารยาท แต่งกายและมีมารยาท แตง่ กายและมมี ารยาท (A) งดงามแบบไทย งดงามแบบไทย งดงามแบบไทย งดงามแบบไทย รกั ความเป็นไทย มสี มั มาคารวะ กตญั ญู มีสมั มาคารวะ กตญั ญู มสี มั มาคารวะ กตัญญู มสี มั มาคารวะ กตญั ญู กตเวทตี อ่ ผมู้ พี ระคณุ กตเวทตี ่อผมู้ พี ระคณุ กตเวทตี ่อผมู้ ีพระคณุ กตเวทตี ่อผมู้ ีพระคณุ ดมี าก ดี พอใช้ ยงั ตอ้ งปรับปรงุ บา้ ง เกณฑก์ ารตัดสิน / ระดับคุณภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรับปรงุ คะแนน 8- 10 หมายถึง พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑ์การผา่ น ผา่ นระดับ
แบบประเมนิ เนือ้ หาการค้นควา้ รวบรวมความรู้เร่อื งคำราชาศัพท์ ประเด็น ระดบั คะแนน การประเมนิ 4 3 21 (K) เน้อื หา ค้นควา้ ข้อมลู จาก ค้นควา้ ขอ้ มูลจาก คน้ ควา้ ข้อมูลจาก ไม่มคี วามพยายามใน (คน้ คว้ารวบรวม ความรู้ หนงั สือและสื่อสาร หนังสือและสื่อสาร หนงั สอื และสอื่ สาร การค้นควา้ ข้อมลู เรือ่ งคำราชาศัพท์) สนเทศไดอ้ ย่าง สนเทศได้อย่าง สนเทศได้ แตไ่ ม่ จากหนงั สือและ (P) ทกั ษะการใชภ้ าษา หลากหลาย หลากหลายแตย่ งั ไม่ หลากหลาย และไม่ สอ่ื สาร สนเทศ ครู (A) คล่องแคล่ว ได้ข้อมลู คล่องแคลว่ เทา่ ทค่ี วร ตรงตามความต้องการ ตอ้ งแนะนำช่วยเหลอื เห็นคณุ คา่ ของ ทเ่ี ปน็ ประโยชนแ์ ละ และได้ขอ้ มลู ตามที่ มากนกั จึงคน้ ควา้ ได้บา้ ง ภาษาไทย เชอื่ ถือได้ ตอ้ งการ (A) รักความเปน็ ไทย ลำดับความคดิ ไดต้ รง ลำดับความคิดได้ตรง ลำดบั ความคดิ ได้ ลำดบั ความคดิ ไมต่ รง ประเด็นมี ประเด็นเปน็ ส่วนใหญ่ คอ่ นข้างตรงประเด็น ประเด็นขาด ความสมั พันธ์เช่ือมโยง มคี วามสัมพนั ธ์ เชอื่ ม แตข่ าดความสัมพนั ธ์ ความสัมพนั ธ์ กนั อย่างตอ่ เนอื่ ง โยงกนั อย่างตอ่ เนอื่ ง เช่ือมโยง ชน้ิ งาน เชือ่ มโยง ชิ้นงานไม่ ชน้ิ งานสะอาด ชิน้ งานสะอาดเรยี บ คอ่ นขา้ งสะอาด สะอาด ขาดความ เรยี บร้อย ร้อย เปน็ ส่วนใหญ่ เรยี บรอ้ ย เป็นระเบยี บ แสดงออกด้วยความ แสดงออกตามบทบาท แสดงออกตามบทบาท แสดงออกดว้ ยความ ช่ืนชมยนิ ดี หน้าที่ มีอารมณร์ ว่ ม หนา้ ที่ มอี ารมณร์ ว่ ม เบื่อหน่าย มาก น้อย แตง่ กายและมี แต่งกายและมี แตง่ กายและมี แต่งกายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มีสมั มาคารวะ ไทย มีสัมมาคารวะ ไทย มีสัมมาคารวะ ไทย มสี ัมมาคารวะ กตญั ญกู ตเวทตี อ่ ผมู้ ี กตญั ญกู ตเวทตี ่อผูม้ ี กตัญญกู ตเวทีต่อผู้มี กตัญญกู ตเวทตี ่อผมู้ ี พระคุณ ดีมาก พระคุณ ดี พระคุณ พอใช้ พระคณุ ยงั ตอ้ ง ปรับปรงุ บา้ ง เกณฑ์การตัดสนิ / ระดับคณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถงึ ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถงึ พอใช้ ปรบั ปรงุ คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑก์ ารผา่ น ผา่ นระดบั
แบบประเมนิ เน้ือหาการประเมนิ การใชภ้ าษาจากสอ่ื ส่งิ พมิ พแ์ ละส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ ประเด็น ระดับคะแนน การประเมิน 4 32 1 (K) ประเมนิ การใชภ้ าษา ประเมินการใช้ เนือ้ หา จากสอ่ื ส่งิ พิมพแ์ ละสือ่ ประเมินการใชภ้ าษา ประเมนิ การใช้ภาษา ภาษาจากสอ่ื (ประเมินการใชภ้ าษา อเิ ล็กทรอนิกสไ์ ด้ สงิ่ พมิ พ์และส่อื จากสอ่ื ส่ิงพิมพ์และส่ือ ถูกตอ้ งดมี าก และ จากสื่อส่งิ พิมพ์และ จากส่อื สิ่งพมิ พแ์ ละสื่อ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ไม่ อิเล็กทรอนิกส)์ แก้ไขข้อบกพร่องใน ถกู ต้อง และแกไ้ ข การใช้ภาษาไดด้ ีมาก สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ได้ อเิ ลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้ ข้อบกพรอ่ งในการ (P) ใช้ภาษาไมถ่ กู ตอ้ ง ทกั ษะการใชภ้ าษา ลำดับความคดิ ได้ตรง ถูกต้องดี และแกไ้ ข ถกู ตอ้ งพอใช้ และ ลำดับความคิดไม่ ประเด็นมี ตรงประเดน็ ขาด (A) ความสัมพันธ์เช่ือมโยง ข้อบกพรอ่ งในการใช้ แกไ้ ขข้อบกพร่องใน ความสมั พันธ์ มีมารยาท กนั อย่างต่อเนอ่ื ง เชื่อมโยง ชิน้ งานไม่ ในการใช้ภาษา ชน้ิ งานสะอาด ภาษาได้ดี การใช้ภาษาได้พอใช้ สะอาด ขาดความ เรียบรอ้ ย เป็นระเบียบ (A) ลำดบั ความคดิ ได้ตรง ลำดับความคิดได้ รักความเปน็ ไทย ใชภ้ าษาไดถ้ ูกต้องตาม ใช้ภาษาไมถ่ กู ต้อง ระดบั ไดด้ มี าก ประเด็นเป็นส่วน ค่อนขา้ งตรงประเด็น ตามระดับ แต่งกายและมี ใหญ่ มี แตข่ าดความสมั พนั ธ์ แต่งกายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มีสมั มาคารวะ ความสัมพันธ์ เชื่อม เช่อื มโยง ชิ้นงาน ไทย มสี ัมมาคารวะ กตญั ญูกตเวทตี อ่ ผู้มี กตัญญูกตเวทีตอ่ ผมู้ ี พระคณุ ดีมาก โยงกันอย่างต่อเนอ่ื ง คอ่ นข้างสะอาด พระคุณ ยงั ตอ้ ง ปรับปรงุ บ้าง ชนิ้ งานสะอาดเรยี บ เรยี บรอ้ ย ร้อย เปน็ สว่ นใหญ่ ใชภ้ าษาได้ถูกต้อง ใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งตาม ตามระดับไดด้ ี ระดับได้ดพี อสมควร แตง่ กายและมี แตง่ กายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มีสมั มาคารวะ ไทย มีสัมมาคารวะ กตญั ญกู ตเวทีต่อผู้มี กตัญญกู ตเวทีต่อผูม้ ี พระคุณ ดี พระคุณ พอใช้ เกณฑก์ ารตัดสนิ / ระดบั คุณภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรับปรงุ คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑ์การผ่าน ผ่านระดบั
แบบประเมินเน้ือหาการบนั ทึกการเรยี นรู้ ประเดน็ ระดับคะแนน การประเมนิ 4 32 1 (K) บนั ทึกการเรยี นรู้ได้ บนั ทึกการเรียนรู้ได้ เนอื้ หา ดี สามารถสะท้อน บนั ทกึ การเรยี นรู้ได้ บนั ทกึ การเรียนรู้ได้ เพียง ๒ – ๓ (การบนั ทึกการ ความรู้ ความคิดได้ บรรทัด เรียนร้)ู ชัดเจน เปน็ ระบบ ดี แต่ยังสะท้อน แตย่ งั จำแนก บันทกึ ตามลำดับ บันทกึ ไม่เป็นไปตาม (P) ข้ันตอนไดอ้ ย่าง ความรู้ ความคิดไม่ ประเดน็ ไม่ชัดเจน ขัน้ ตอน ชิ้นงานไม่ กระบวนการบันทกึ สร้างสรรค์ ช้ินงาน สะอาด ขาดความ สะอาด เรียบร้อย ชัดเจน เท่าที่ควร เป็นระเบียบ การเรยี นรู้ แสดงออกดว้ ยความ แสดงออกด้วยความ ช่นื ชมยินดี บนั ทึกตามลำดับ บันทึกข้ามข้ันตอน เบ่ือหน่าย (A) เหน็ คุณคา่ แตง่ กายและมี ขน้ั ตอน ชน้ิ งาน บ้างเล็กน้อย ชนิ้ งาน แต่งกายและมี ของงานประพนั ธ์ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มีสมั มาคารวะ สะอาด เรยี บร้อย คอ่ นข้าง สะอาด ไทย มสี มั มาคารวะ (A) กตญั ญูกตเวทตี ่อผู้มี กตัญญูกตเวทีตอ่ ผู้มี รักความเปน็ ไทย พระคุณ ดีมาก เปน็ ส่วนใหญ่ เรยี บร้อย พระคุณ ยังต้อง ปรบั ปรงุ บ้าง แสดงออกตาม แสดงออกตาม บทบาทหนา้ ที่ มี บทบาทหน้าที่ มี อารมณ์รว่ มมาก อารมณ์ร่วมน้อย แตง่ กายและมี แต่งกายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ ไทย มสี ัมมาคารวะ ไทย มีสมั มาคารวะ กตัญญูกตเวทีตอ่ ผู้มี กตญั ญูกตเวทีตอ่ ผู้มี พระคุณ ดี พระคณุ พอใช้ เกณฑก์ ารตดั สิน / ระดบั คณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรบั ปรุง คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑ์การผ่าน ผ่านระดับ
แบบประเมนิ เน้อื หาการวิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณคดเี ชอื่ มโยงกับการเรยี นรทู้ างประวัติศาสตร์ ประเด็น ระดับคะแนน การประเมนิ 4 32 1 (K) (เนอื้ หา) วิเคราะหล์ ักษณะเด่น วิเคราะหล์ ักษณะเดน่ วิเคราะหล์ ักษณะเดน่ วเิ คราะหล์ ักษณะเด่น (วิเคราะหล์ ักษณะเดน่ ของวรรณคดเี ช่อื มโยง ของวรรณคดเี ชื่อมโยง ของวรรณคดเี ชอ่ื มโยง กบั การเรยี นรทู้ าง ของวรรณคดเี ช่อื มโยง ของวรรณคดเี ช่อื มโยง กับการเรยี นรู้ทาง กับการเรยี นรทู้ าง ประวัตศิ าสตรแ์ ละ ประวัติศาสตรแ์ ละ ประวัติศาสตร)์ วถิ ชี วี ติ ของสังคมใน กบั การเรยี นรทู้ าง กบั การเรยี นร้ทู าง วิถชี ีวติ ของสงั คมใน อดีตได้ถูกตอ้ ง ชัดเจน อดตี ไมถ่ ูกตอ้ ง ไม่ (P) มีเหตผุ ลดมี าก ประวัตศิ าสตรแ์ ละ ประวตั ศิ าสตรแ์ ละ ชัดเจน ไมม่ เี หตผุ ล กระบวนการ นำเสนอผลงานเป็นไป นำเสนอผลงานไม่ นำเสนอการวเิ คราะห์ ตามขัน้ ตอนไดอ้ ย่าง วิถชี วี ติ ของสงั คมใน วถิ ชี วี ิตของสังคมใน เปน็ ไปตามขั้นตอน สร้างสรรค์ ชิน้ งาน ช้นิ งานไมส่ ะอาด ขาด (A) สะอาด เรยี บร้อย อดตี ได้ถกู ต้อง ชัดเจน อดีตได้ถกู ต้อง ชดั เจน ความเปน็ ระเบยี บ เห็นคณุ คา่ ของ แสดงออกดว้ ยความชื่น มีเหตผุ ลดี มเี หตผุ ลพอใช้ แสดงออกด้วยความ วรรณคดี ชมยินดี เบ่ือหน่าย นำเสนอผลงานเป็นไป นำเสนอผลงานข้าม (A) แต่งกายและมมี ารยาท แตง่ กายและมีมารยาท รักความเป็นไทย งดงามแบบไทย ตามขั้นตอน ชนิ้ งาน ข้ันตอนบา้ งเล็กนอ้ ยได้ งดงามแบบไทย มีสัมมาคารวะ กตญั ญู มีสัมมาคารวะ กตัญญู กตเวทตี อ่ ผมู้ ีพระคณุ สะอาด เรียบรอ้ ย เป็น อยา่ งสรา้ งสรรค์ชิ้นงาน กตเวทตี ่อผมู้ ีพระคณุ ดีมาก ยังตอ้ งปรบั ปรุงบ้าง ส่วนใหญ่ ค่อนขา้ งสะอาด เรยี บรอ้ ย แสดงออกตามบทบาท แสดงออกตามบทบาท หน้าท่ี มีอารมณร์ ว่ ม หน้าท่ี มีอารมณร์ ่วม มาก นอ้ ย แต่งกายและมีมารยาท แตง่ กายและมมี ารยาท งดงามแบบไทย งดงามแบบไทย มีสัมมาคารวะ กตญั ญู มีสัมมาคารวะ กตัญญู กตเวทตี อ่ ผมู้ พี ระคณุ กตเวทีต่อผมู้ ีพระคณุ ดี พอใช้ เกณฑ์การตดั สิน / ระดับคุณภาพ คะแนน 14-16 หมายถึง ดมี าก ดี คะแนน 11-13 หมายถึง พอใช้ ปรบั ปรงุ คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถงึ เกณฑก์ ารผ่าน ผา่ นระดบั
แบบประเมินการท่องบทอาขยาน ระเด็น ระดับคะแนน การประเมิน 4 3 2 1 บอกคุณค่าด้าน บอกคณุ คา่ ด้าน บอกคณุ ค่าดา้ น บอกคุณค่าดา้ น วรรณศลิ ป์ สังคม วรรณศลิ ป์ สังคม วรรณศิลป์ สงั คม วรรณศิลป์ สงั คม (K) การนำไปใช้ในชวี ิต การนำไปใชใ้ นชีวติ การนำไปใชใ้ นชวี ิต การนำไปใช้ในชวี ติ (เนอ้ื หา) ของบทอาขยานได้ ของบทอาขยานได้ ของบทอาขยานได้ ของบทอาขยานไม่ (การทอ่ งบทอาขยาน) ถูกตอ้ งชัดเจนดมี าก ถกู ตอ้ งชัดเจนดี และ ถกู ต้องชัดเจนพอใช้ ถกู ตอ้ ง และ และยกตวั อย่าง ยกตวั อยา่ งประกอบ และยกตวั อย่าง ยกตัวอยา่ งประกอบ ประกอบไดส้ อดคลอ้ ง ได้สอดคลอ้ งดี ประกอบได้สอดคล้อง ไมส่ อดคล้องกนั ดมี าก พอใช้ ท่องจำได้คล่องแคลว่ ท่องจำไดค้ ลอ่ งแคลว่ ทอ่ งจำได้คล่องแคลว่ ท่องจำไดบ้ า้ ง แต่ (P) แมน่ ยำ ออกเสยี ง แม่นยำ ออกเสียง ออกเสียงถูกตอ้ งตาม ออกเสียงตาม กระบวนการ ถูกตอ้ งตามอักขรวิธี ถกู ต้องตามอกั ขรวิธี อักขรวธิ ไี ด้บา้ ง แต่ อักขรวธิ ไี มถ่ ูกต้อง ทอ่ งบทอาขยาน มลี ีลาอารมณ์ ได้เปน็ ส่วนใหญ่ มี ขาดลลี าอารมณ์ และขาดลลี าอารมณ์ สอดคลอ้ งกับเน้ือหา ลลี าอารมณ์ สอดคล้องกบั เนือ้ หา สอดคลอ้ งกบั เน้ือหา สอดคลอ้ งกบั เนอื้ หา (A) แสดงออกด้วยความ แสดงออกตาม แสดงออกตาม แสดงออกด้วยความ เห็นคุณค่า ช่นื ชมยนิ ดี บทบาทหนา้ ท่ี มี บทบาทหนา้ ท่ี มี เบ่อื หนา่ ย ของบทอาขยาน อารมณร์ ว่ มมาก อารมณ์รว่ มน้อย แต่งกายและมี แต่งกายและมี แตง่ กายและมี แตง่ กายและมี มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ มารยาทงดงามแบบ (A) ไทย มสี มั มา ไทย มีสมั มา ไทย มสี มั มา ไทย มสี ัมมา รกั ความเป็นไทย คารวะ กตญั ญูกตเวที คารวะ กตญั ญูกตเวที คารวะ กตญั ญูกตเวที คารวะ กตัญญูกตเวที ตอ่ ผู้มีพระคณุ ดีมาก ต่อผูม้ พี ระคณุ ดี ต่อผ้มู ีพระคณุ พอใช้ ต่อผมู้ ีพระคุณ ยงั ต้องปรบั ปรุงบ้าง เกณฑก์ ารตดั สนิ / ระดับคณุ ภาพ คะแนน 14-16 หมายถงึ ดีมาก ดี คะแนน 11-13 หมายถงึ พอใช้ ปรบั ปรุง คะแนน 8- 10 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 4- 7 หมายถึง เกณฑ์การผา่ น ผ่านระดบั
แบบประเมนิ การเขียนเรยี งความ รายการประเมิน ดีมาก (4) ระดับคณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 1. การวางโครง วางโครงเร่ืองได้นา่ สนใจ วางโครงเรือ่ งได้น่าสนใจ วางโครงเร่ืองพอใชไ้ ด้ วางโครงเรอื่ งสับสน เรื่อง เรยี งตามลำดับการ เรียงตามลำดบั การ การนำเสนอแต่ละ วกไปวนมา นำเสนอก่อนหลงั ถูกต้อง นำเสนอก่อนหลงั ถกู ตอ้ ง ประเดน็ ยงั ไมเ่ รียง ไม่น่าสนใจ ไม่เรียง 2. คำนำ สอดคลอ้ งกับเร่อื งท่ี สอดคล้องกับเรอื่ งที่ ตามลำดบั ก่อนหลงั มี ตามลำดบั การ นำเสนอ โครงเรอ่ื งกระชับ นำเสนอ โครงเรือ่ ง หลายประเด็นท่ยี ังไม่ นำเสนอกอ่ นหลงั 3. สาระในเนื้อ น่าสนใจแตล่ ะประเด็นมี ค่อนขา้ งนา่ สนใจการ สอดคล้องกบั เรือ่ งที่ ไมม่ เี อกภาพในการ เรื่อง การขยายความไดด้ ี ขยายความแตล่ ะประเดน็ นำเสนอ นำเสนอ พอใชไ้ ด้ 4. การยกตวั อยา่ ง ใช้ภาษาในการเขยี นคำนำ ใชภ้ าษาค่อนขา้ งดเี ขยี น เขียนคำนำ นำเขา้ สู่เรื่อง เขยี นคำนำไม่ตรง อา้ งองิ บทประพนั ธ์ ได้โดดเดน่ จงู ใจผู้อ่านให้ คำนำไดด้ ี นำเข้าส่เู ร่ือง ตามหวั ขอ้ เรยี งความได้ ประเด็น วกวน ไม่ วาทะนกั ปราชญ์ สนใจติดตามอา่ นเนื้อเรือ่ ง ไดถ้ กู ต้องตรงประเด็น พอใช้ การใช้ภาษาไม่ เขา้ สู่เป้าหมาย หรือ การใช้โวหาร คำคม เขยี นคำนำ นำเขา้ ส่เู รอื่ งได้ โดดเด่น ไม่นา่ สนใจ ประเดน็ เรือ่ ง ถูกตอ้ งตรงประเด็น เนือ้ เรอื่ งมีสาระความร้แู ต่ เนอื้ เร่อื งมสี าระครบท้งั ขาดความงามในภาษา มี เนอ้ื เรอ่ื งมีสาระนอ้ ยท้ัง เน้อื เรอื่ งขาดสาระ ความรแู้ ละความงามใน คุณคา่ ขอ้ คิดแทรกในงาน ความรู้และความงามใน ท้งั ความรูแ้ ละความ ภาษา มคี ณุ คา่ ข้อคดิ เขยี น ภาษา ไมส่ อดแทรก งามในภาษา ไม่ แทรกในงานเขยี น คุณค่าและขอ้ คดิ ในงาน สอดแทรกคณุ ค่า ยกตวั อยา่ งอ้างองิ บท เขยี น ขอ้ คิดในงานเขียน ยกตวั อยา่ งอา้ งองิ บท ประพนั ธ์ วาทะ ยกตัวอย่าง บทประพนั ธ์ ไม่ไดย้ กตวั อยา่ ง ประพันธ์ วาทะ นักปราชญ์ การใช้ วาทะนกั ปราชญ์ การใช้ อา้ งองิ บทประพันธ์ นกั ปราชญ์ การใช้โวหาร โวหาร คำคมได้ถกู ต้อง โวหาร คำคม หรอื วาทะนกั ปราชญ์ คำคม ไดถ้ ูกต้อง เล็กนอ้ ย สอดคล้องกับ ยกตวั อยา่ งอ้างองิ ไม่ การใช้โวหาร เหมาะสมสอดคล้องกบั งาน งานเขยี น ถกู ต้อง ไม่สอดคลอ้ งกบั คำคมใดๆ เขยี น งานเขยี น 5. สรปุ เขียนสรุปไดต้ รง เขียนสรปุ ไดต้ รงประเดน็ เขียนสรปุ ไดค้ อ่ นขา้ งตรง เขียนสรปุ ไมต่ รง ประเดน็ มีลักษณะ มีลกั ษณะ ทง้ิ ทา้ ยใหค้ ดิ ทง้ิ ท้ายให้คดิ ประเด็น และให้คณุ คา่ ประเดน็ ไมม่ ีการ ใหด้ ำเนนิ การตอ่ ให้ดำเนินการตอ่ และให้คณุ คา่ แกผ่ ้อู า่ น และให้คณุ คา่ แกผ่ อู้ ่าน แก่ผูอ้ า่ นเลก็ นอ้ ย ทง้ิ ทา้ ยใหค้ ิด อยา่ งมาก ค่อนขา้ งดี งานเขยี นไม่มคี ณุ คา่
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 17-20 ดีมาก 13-16 ดี 9-12 พอใช้ 5-8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ การเขียนย่อความ รายการประเมิน ดมี าก (4) ระดับคณุ ภาพ / ระดบั คะแนน ปรับปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 1. เขยี นคำนำตาม เขียนคำนำตามแบบแผน เขยี นคำนำตามแบบแผน เขียนคำนำตามแบบแผน ไม่เขยี นคำนำตามแบบ แบบแผนกำหนด กำหนด และ กำหนด และอ้างอิง กำหนดไมค่ รบถว้ น แผนกำหนด และไม่ได้ และระบแุ หลง่ อา้ งอิงแหลง่ ทม่ี าของสาร แหล่งทีม่ าของสารได้ถกู ตอ้ ง และอา้ งองิ แหล่งทมี่ า ระบุ หรอื อา้ งองิ แหลง่ ที่มา อ้างอิงของ ไดถ้ ูกต้องครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถ้วน ขาดการ ของสารไดบ้ ้าง แต่ ของสาร ข้อความท่ยี ่อ อา้ งองิ สงิ่ ที่ไม่สำคัญ ไม่ครบถว้ น 2. การจับใจความ จบั ใจความสำคัญของเรอื่ ง จบั ใจความสำคญั ของเร่อื งที่ จบั ใจความสำคัญของ จับใจความสำคัญของเร่ือง สำคญั ของเรอื่ ง ทอี่ า่ น/ฟัง อ่าน/ฟัง มขี อ้ ความหลกั เรื่องที่อา่ น/ฟังไดแ้ ตไ่ ม่ ท่อี า่ น/ฟงั ไม่ถูกต้อง ไมไ่ ด้ ทีอ่ ่าน / ฟงั ไดต้ รงประเด็นมเี ฉพาะ และมีขอ้ ความรองปะปน ครบถ้วน มีขอ้ ความรอง ประเดน็ สำคญั ของ เพอื่ ย่อความ ขอ้ ความหลกั บา้ งเล็กน้อย ปะปนมาก ข้อความหลัก 3. เขยี นยอ่ ความ เขียนย่อความได้ เขียนยอ่ ความไดส้ าระสำคญั เขยี นย่อความไดส้ าระ เขียนย่อความยดื ยาวไป ได้ถูกต้องตาม สาระสำคญั ครบถ้วน ครบถว้ นถกู ต้อง ไมใ่ ช้สรรพ ไม่ใช้สรรพนามบรุ ุษท่ี 1 หรือนอ้ ยไปไมไ่ ด้ หลักเกณฑ์ ถกู ตอ้ ง ไมใ่ ช้สรรพนาม นามบุรษุ ท่ี 1และ 2 ในการ และ 2 ในการย่อ ลอก สาระสำคญั ลอกขอ้ ความ การยอ่ ความ บุรษุ ที่ 1 และ 2 ในการย่อ ยอ่ ไม่ลอก ไมต่ ดั ต่อ ขอ้ ความมาจากเร่ืองเดิม มาจากเรือ่ งเดิม ไมล่ อก ไมต่ ดั ตอ่ ข้อความ ข้อความจากเรือ่ งเดมิ บ้าง มลี กั ษณะตดั ตอ่ ใช้สรรพนามบรุ ุษที่ 1 และ จากเรือ่ งเดมิ ขอ้ ความที่ ข้อความที่เขยี นขึน้ ใหม่ ขอ้ ความเดิมมา ขอ้ ความ 2 ในการยอ่ ความ มี เขียนขึ้นใหม่ สละสลวยได้ สละสลวย ได้ใจความ ที่ตัดต่อใหมไ่ มส่ ละสลวย ลักษณะการตดั ตอ่ ใจความดมี าก ค่อนข้างดี ขอ้ ความมาเขยี นตอ่ ๆ กนั 4. ลายมือ และ ลายมอื สวย เขยี นเปน็ ลายมอื ค่อนขา้ งสวย เขยี น ลายมอื คอ่ นขา้ งสวย ลายมอื ไมส่ วย เขียนหวัด ความสะอาด ระเบยี บ มีช่องไฟ พอ เปน็ ระเบียบ มีช่องไฟพอ เขยี นยังไมเ่ ป็นระเบียบ ไมเ่ ปน็ ระเบยี บ ไมเ่ วน้ เรยี บร้อยของผลงาน งาม อ่านเขา้ ใจงา่ ยผลงาน งาม อ่านเขา้ ใจง่าย มีช่องไฟพอใชไ้ ด้ อา่ น ชอ่ งไฟ ลายมอื อ่านยาก สะอาด เรียบร้อย ไมม่ ี ผลงานสะอาด มรี อ่ งรอยลบ พอเข้าใจ ผลงานไม่ ผลงานไม่สะอาด มี ร่องรอยลบ ขดู ขดี ฆา่ เลก็ น้อย 1-2 แหง่ สะอาด มรี อ่ งรอยลบ ขดู ร่องรอยลบ ขูด ขดี ฆา่ ขีด ฆ่า 3-4 แหง่ มากกว่า 5 แห่ง 5. การเขยี น เขยี นสะกดการันต์ได้ เขียนสะกดการันตไ์ ด้ถกู ตอ้ ง เขยี นสะกดการันต์ เขียนสะกดการนั ต์ สะกดคำ ถูกต้องตามพจนานกุ รม เปน็ สว่ นใหญ่ มผี ิด 1-2 คำ ไม่ถูกต้อง มผี ดิ 2-3 คำ ไม่ถูกตอ้ ง มผี ดิ เกนิ 3 คำ 17-20 ดมี าก เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ 9-12 พอใช้ 13-16 ดี 5-8 ปรับปรุง
แบบประเมินการแตง่ กาพยย์ านี 11 และโคลงส่ีสุภาพ รายการประเมิน ดมี าก (4) ระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ปรบั ปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 1. รปู แบบ รปู แบบฉนั ทลกั ษณ์ รปู แบบฉนั ทลกั ษณ์ รปู แบบฉนั ทลักษณ์ รูปแบบฉนั ทลักษณ์ ฉันทลักษณ์ ถูกตอ้ ง ดีมาก ถกู ตอ้ งเป็นส่วนมาก ถูกตอ้ งเพยี งบางสว่ น ถูกต้องเป็นส่วนนอ้ ย 2. เนอ้ื หาสาระ เน้ือหาสาระที่นำเสนอ เนอ้ื หาสาระท่นี ำเสนอ เนอื้ หาสาระท่ี เนือ้ หาสาระที่ ทีน่ ำเสนอ ถูกตอ้ ง ครบถว้ น มสี าระอยู่ในเกณฑ์ดี นำเสนอ มสี าระ นำเสนอ ไมม่ สี าระ 3. ความไพเราะ การเลน่ คำ อยู่ในเกณฑพ์ อใช้ ชดั เจน เลน่ อักษร เลน่ สระ ความไพเราะ การเลน่ คำ ความไพเราะ การเล่นคำ ความไพเราะ การเลน่ ขาดความไพเราะ 4. การเสนอ เลน่ อกั ษร เลน่ สระ เลน่ อักษร เล่นสระ คำ เลน่ อกั ษร เล่น ไมม่ กี ารเล่นคำ แนวความคิด อยา่ งใดอย่างหนึง่ อย่างใดอย่างหนึง่ สระ อยา่ งใดอย่าง เล่นอกั ษร หรอื เลน่ 5. การเขียน สะกดคำ อยใู่ นระดับดมี าก อยใู่ นระดับดี หนึง่ อยูใ่ นระดบั สระ ขาดสัมผัสใน พอใช้ วรรค การเสนอแนวความคดิ การเสนอแนวความคิด การเสนอ การเสนอ โดดเดน่ แปลกใหม่ คอ่ นขา้ งโดดเด่น แนวความคดิ แนวความคดิ ไม่โดดเด่น ไม่นา่ สนใจ ไม่มีความคดิ ใหม่ เขียนสะกดการันตไ์ ด้ เขยี นสะกดการันต์ได้ เขียนสะกดการันต์ เขยี นสะกดการนั ต์ ถกู ต้องตามพจนานุกรม ถกู ต้อง มีผิด 1-2 คำ ถูกต้อง มผี ิด 2-3 ถูกต้อง มีผิดเกิน 3 คำ คำ เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 17-20 ดีมาก 13-16 ดี 9-12 พอใช้ 5-8 ปรบั ปรงุ
ข้อท่ี 2 ซื่อสตั ย์สจุ ริต นยิ าม ซ่ือสัตยส์ จุ ริต หมายถึง คุณลักษณะท่ีแสดงออกถึงการยึดมนั่ ในความถูกต้อง ประพฤติตรงตามความเป็นจริง ต่อตนเองและผูอ้ น่ื ทง้ั ทางกาย วาจา ใจ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต คือ ผู้ที่ประพฤติตรงตามความเป็นจริงทั้งทางกาย วาจา ใจ และยึดหลักความจริง ความถูกตอ้ งในการดำเนนิ ชวี ติ มีความละอายและเกรงกลัวตอ่ การกระทำผิด ตวั ชว้ี ัดและพฤติกรรมบง่ ช้ี ตวั ชว้ี ดั พฤตกิ รรมบ่งชี้ 2.1 ประพฤติตรงตามความเป็น 2.1.1 ใหข้ อ้ มลู ที่ถูกต้องและเปน็ จรงิ จริงต่อตนเองท้งั ทางกาย 2.1.2 ปฏิบตั ติ นโดยคำนงึ ถงึ ความถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวต่อการกระทำ วาจา ใจ ผิด 2.1.3 ปฏบิ ัติตามคำม่นั สญั ญา 2.2 ประพฤตติ รงตามความเป็น จริงตอ่ ผู้อน่ื ท้งั ทางกาย วาจา ใจ 2.2.1 ไมถ่ ือเอาสงิ่ ของหรอื ผลงานของผู้อน่ื มาเปน็ ของตนเอง 2.2.2 ปฏิบัตติ นต่อผอู้ ่นื ดว้ ยความซื่อตรง 2.2.3 ไม่หาประโยชน์ในทางทไ่ี ม่ถูกต้อง เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มลู จากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผ้สู อน) พฤติกรรมบ่งช้ี ไมผ่ า่ น (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ยี่ยม (3) ตามข้อ 2.1 – 2.2 ไม่ใหข้ ้อมลู ทถี่ กู ต้อง ใหข้ ้อมลู ทถ่ี ูกตอ้ ง ใหข้ อ้ มูลทีถ่ ูกต้อง ใหข้ ้อมูลที่ถูกต้องและ และเป็นจรงิ เป็นจริง มีพฤติกรรมนำ และเป็นจรงิ และเปน็ จรงิ ไมน่ ำส่งิ ของและผลงาน สง่ิ ของและผลงาน ของผู้อื่นมาเป็นของ ของผู้อน่ื มาเป็นของ ไม่นำสง่ิ ของและ ไมน่ ำส่ิงของและ ตนเอง ปฏิบัตติ นต่อผอู้ ืน่ ตนเอง ดว้ ยความซอื่ ตรง เป็น ผลงานของผู้อนื่ มา ผลงานของผู้อนื่ มา แบบอย่างทด่ี ดี า้ นความ ซ่อื สตั ย์ เปน็ ของตนเอง เป็นของตนเอง ปฏบิ ัติตนตอ่ ผ้อู ่ืน ดว้ ยความซื่อตรง
ขอ้ ๒ ซ่ือสตั ย์สุจริต ตัวช้วี ดั ๒.๒ ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ต่อผู้อืน่ ทัง้ ทางกาย วาจา ใจ ตัวชวี้ ดั ท่ี ๒.๑ ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ต่อตนเองท้ังทางกาย วาจา ใจ พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ า่ น (๐) ผา่ น (๑) ดี (๒) ดเี ยยี่ ม(๓) ๒.๑.๑ ใหข้ ้อมลู ท่ี ไมใ่ ห้ขอ้ มูลทถี่ กู ตอ้ ง ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้อง ให้ขอ้ มลู ทถ่ี ูกต้อง ใหข้ อ้ มลู ทถี่ ูกต้อง ถกู ต้องและเปน็ และเปน็ จรงิ และเป็นจรงิ ปฏบิ ัติ และเปน็ จริง และเป็นจริง จริง ปราศจาก ในสงิ่ ที่ถกู ต้อง ทำ ปฏบิ ตั ิในสิง่ ที่ ปฏบิ ัติในสิ่งที่ ความลำเอยี ง ตามสัญญาท่ตี นให้ไว้ ถูกตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ทำตาม กับเพ่ือน พ่อแม่ ทำตามสัญญาทต่ี น สญั ญาทต่ี นให้ไว้ ๒.๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนโดย หรอื ผู้ปกครอง และ ใหไ้ ว้กบั เพ่ือน กับเพ่อื น พ่อแม่ คำนงึ ถงึ ความ ครู ละอายและเกรง พอ่ แม่ หรือ หรือผปู้ กครอง ถกู ต้องละอาย กลัวทจ่ี ะทำความผิด ผู้ปกครอง และครู และครู ละอาย และเกรงกลวั ละอายและเกรง และ เกรงกลวั ท่ี ต่อการกระทำผิด กลวั ท่ีจะทำ จะทำความผิด ความผิด เปน็ แบบอยา่ งที่ดี ๒.๑.๓ ปฏิบัตติ าม ด้านความซ่ือสัตย์ คำมั่นสัญญา ตัวชี้วดั ท่ี ๒.๒ ประพฤตติ รงตามความเป็นจริงต่อผู้อน่ื ท้งั ทางกาย วาจา ใจ พฤติกรรมบง่ ชี้ ไมผ่ ่าน (๐) ผ่าน (๑) ดี (๒) ดเี ย่ยี ม(๓) ๒.๒.๑ ปฏิบตั ิตนต่อ นำสง่ิ ของของผู้อนื่ มา ไมน่ ำสง่ิ ของ และ ไมน่ ำสิ่งของ และ ไมน่ ำส่งิ ของ และ ผอู้ ่นื ดว้ ยความ เป็นของตน ผลงานของผู้อ่ืน ซื่อตรง ผลงานของผู้อ่นื มา ผลงานของผูอ้ ่นื มา มาเป็นของตนเอง ปฏิบตั ิตนตอ่ ผู้อืน่ ๒.๒.๒ ไม่ถอื เอาสิง่ ของ เป็นของตนเอง เปน็ ของตนเอง ดว้ ยความซ่ือตรง หรือผลงานของ ไมห่ าประโยชน์ ผู้อนื่ มาเปน็ ของ ปฏิบตั ิตนต่อผูอ้ ื่นด้วย ปฏบิ ตั ติ นตอ่ ผู้อื่น ในทางทไ่ี ม่ถูกตอ้ ง ตนเอง และเปน็ ความซื่อตรง ด้วยความซ่อื ตรง แบบอย่างทด่ี ีแก่ ๒.๒.๓ ไม่หาประโยชน์ เพอื่ นด้านความ ในทางทไ่ี ม่ ไมห่ าประโยชน์ ซอ่ื สตั ย์ ถูกต้อง ในทางที่ ไม่ถกู ตอ้ ง
ขอ้ ท่ี 3 มีวนิ ัย นยิ าม มีวินัย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์ และระเบียบ ข้อบังคับของ ครอบครัว โรงเรียน และสังคม ผู้มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนตามข้อตกลงกฎเกณฑ์ และระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม เป็นปกติวสิ ัย ไม่ละเมิดสิทธขิ องผู้อืน่ ตวั ชี้วดั และพฤติกรรมบ่งช้ี ตัวชีว้ ดั พฤติกรรมบ่งชี้ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง 3.1.1 ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครวั กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของ โรงเรียน และสงั คม ไมล่ ะเมิดสทิ ธิของผอู้ น่ื ครอบครัว โรงเรยี น และสังคม 3.1.2 ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวติ ประจำวนั และ รบั ผดิ ชอบในการทำงาน เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครผู ู้สอน) พฤติกรรมบ่งช้ี ไมผ่ า่ น (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ยี่ยม (3) ตามข้อ 3.1 ไม่ปฏิบตั ติ นตาม ปฏบิ ัติตนตาม ปฏิบตั ิตนตาม - ปฏบิ ัตติ นตามข้อตกลง ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คับ ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ข้อตกลง กฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์ ระเบียบ ของโรงเรียน และ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ระเบียบ ข้อบังคับ ขอ้ บงั คับของโรงเรียน ของโรงเรยี น ตรง ของ ตรงต่อเวลา และ ไมล่ ะเมิดสทิ ธิของ ต่อเวลาในการ ในการปฏิบัติ ผู้อ่นื ปฏบิ ตั ิกิจกรรม กจิ กรรมและ - ตรงตอ่ เวลาในการ รบั ผิดชอบในการ ปฏิบตั กิ จิ กรรมและ ทำงาน รับผดิ ชอบในการทำงาน
ข้อที่ 4 ใฝเ่ รยี นรู้ นิยาม ใฝ่เรียนรู้ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรู้จาก แหล่งเรียนรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน ผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ คือ ผู้ที่มีลักษณะแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจ กรรม การเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่าง เหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และนำไปใช้ใน ชีวติ ประจำวันได้ ตวั ช้ีวัดและพฤตกิ รรมบ่งชี้ ตวั ชี้วดั พฤตกิ รรมบ่งช้ี 4.1 ต้งั ใจ เพยี รพยายามในการ 4.1.1 ตง้ั ใจเรยี น เรยี น และเข้าร่วมกจิ กรรมการ 4.1.2 เอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้ เรยี นรู้ 4.1.3 สนใจเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ 4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหล่ง 4.2.1 ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนงั สือ เอกสาร ส่ิงพิมพ์ ส่อื เทคโนโลยี เรียนรูต้ ่างๆ ทง้ั ภายในและภายนอก ตา่ งๆ แหลง่ เรียนรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลอื กใชส้ ื่อได้อย่าง โรงเรยี น ดว้ ยการเลอื กใช้สอื่ อยา่ ง เหมาะสม เหมาะสม บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ 4.2.2 บันทกึ ความรู้ วิเคราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งท่เี รียนรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยน 4.2.3 แลกเปลี่ยนเรยี นร้ดู ว้ ยวิธีการต่างๆ และนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน เรียนรู้ และนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผสู้ อน) พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน (0) ผา่ น (1) ดี (2) ดีเย่ียม (3) ตามข้อ 4.1 – 4.2 ไมต่ ง้ั ใจเรยี น เขา้ เรียนตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา ตง้ั ใจ ไมศ่ ึกษาคน้ คว้าหา ตงั้ ใจเรยี น เอาใจ ต้ังใจเรยี น เอาใจ เรียน เอาใจใสใ่ นการ ความรู้ ใส่ในการเรยี น ใสใ่ นการเรียน เรียน และมสี ว่ นรว่ มใน และมีสว่ นร่วมใน และมีสว่ นร่วมใน การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรยี นรู้ และเข้า การเรียนรู้ และเข้า กิจกรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ รว่ มกจิ กรรมการ ร่วมกิจกรรมการ ทั้งภายในและภายนอก เรยี นรตู้ า่ งๆ เปน็ เรยี นรู้ตา่ งๆ โรงเรยี นเปน็ ประจำ บางครง้ั บ่อยครง้ั
ข้อท่ี 6 มุ่งมน่ั ในการทำงาน นิยาม มุ่งมั่นในการทำงาน หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ และรับผิดชอบในการทำหน้าที่ การงานดว้ ยความเพยี รพยายาม อดทน เพอ่ื ใหง้ านสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย ผู้ท่ีมุ่งมั่นในการทำงาน คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วย ความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดด้วย ความรบั ผิดชอบ และมคี วามภาคภูมใิ จในผลงาน ตัวชี้วัดและพฤติกรรมบง่ ช้ี ตวั ชี้วดั พฤติกรรมบ่งชี้ 6.1 ตั้งใจและรบั ผิดชอบในการ 6.1.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบัติหนา้ ท่ีที่ได้รบั มอบหมาย ปฏิบัตหิ น้าทก่ี ารงาน 6.1.2 ต้งั ใจและรับผิดชอบในการทำงานใหแ้ ล้วเสร็จ 6.1.3 ปรับปรงุ และพัฒนาการทำงานดว้ ยตนเอง 6.2 ทำงานด้วยความเพยี รพยายาม 6.2.1 ท่มุ เททำงาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปญั หาและอุปสรรคในการทำงาน และอดทนเพื่อให้งานสำเร็จตาม 6.2.2 พยายามแกป้ ัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้แล้วเสรจ็ เป้าหมาย 6.2.3 ชน่ื ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ เกณฑ์การให้คะแนน (ใชข้ อ้ มูลจากการสงั เกตตามสภาพจรงิ ของครผู ู้สอน) พฤติกรรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน (0) ผ่าน (1) ดี (2) ดเี ย่ยี ม (3) ตามข้อ 6.1 – 6.2 ไม่ต้ังใจปฏิบตั ิ ตง้ั ใจและ ตง้ั ใจและ ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน หนา้ ท่ีการงาน รับผดิ ชอบในการ รับผิดชอบในการ การปฏิบัตหิ น้าทีท่ ่ีได้รบั ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีท่ี ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีที่ มอบหมายใหส้ ำเร็จ มี ได้รับมอบหมายให้ ไดร้ ับมอบหมายให้ การปรับปรุงและ สำเร็จ สำเรจ็ มีการ พฒั นาการทำงานใหด้ ีขึ้น ปรับปรงุ และ ภายในเวลาท่ีกำหนด พัฒนาการทำงาน ใหด้ ีขนึ้
ขอ้ ที่ 7 รักความเปน็ ไทย นิยาม รักความเป็นไทย หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ร่วมอนุรักษ์สืบทอด ภูมิ ปญั ญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะและวฒั นธรรม ใชภ้ าษาไทยในการส่อื สารได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม ผู้ที่รักความเป็นไทย คือ ผู้ที่มีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่ภูมิ ปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวฒั นธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสารอย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม ตวั ชีว้ ัดและพฤตกิ รรมบ่งช้ี ตวั ชีว้ ดั พฤติกรรมบง่ ชี้ 7.1 ภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนยี ม 7.1.1 แต่งกายและมมี ารยาทงดงามแบบไทย มสี มั มาคารวะ กตญั ญูกตเวทตี ่อผู้มี ประเพณี ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย และมี พระคุณ ความกตัญญกู ตเวที 7.1.2 ร่วมกิจกรรมทเ่ี กย่ี วข้องกับประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย 7.1.3 ชกั ชวน แนะนำใหผ้ ูอ้ น่ื ปฏบิ ัติตามขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะและ วัฒนธรรมไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและใช้ภาษาไทยใน 7.2.1. ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการส่อื สารได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม การสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 7.2.2 ชกั ชวน แนะนำใหผ้ อู้ ืน่ เห็นคณุ ค่าของการใช้ภาษาไทยทถี่ ูกตอ้ ง 7.3 อนรุ กั ษแ์ ละสืบทอดภูมปิ ัญญา 7.3.1 นำภมู ปิ ญั ญาไทยมาใช้ใหเ้ หมาะสมในวิถชี วี ิต ไทย 7.3.2 รว่ มกิจกรรมท่เี กี่ยวข้องกบั ภมู ิปญั ญาไทย 7.3.3 แนะนำ มสี ว่ นร่วมในการสบื ทอดภมู ปิ ญั ญาไทย เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ อ้ มลู จากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผ้สู อน) พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ า่ น (0) ผา่ น (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3) ตามขอ้ 7.1 – 7.3 ไมม่ สี ัมมาคารวะ มสี มั มาคารวะตอ่ มีสัมมาคารวะตอ่ ครูอาจารย์ มีสัมมาคารวะ ตอ่ ครูอาจารย์ ต่อครูอาจารย์ ครูอาจารย์ ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มมี ารยาท ปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ มี ารยาท ใชภ้ าษาไทย เลข แบบไทย แบบไทย ใชภ้ าษาไทย เลข ไทยในการส่ือสาร ใช้ภาษาไทย เลขไทยในการ ไทยในการสื่อสารไดถ้ ูกตอ้ ง ได้ถกู ตอ้ ง สอื่ สารไดถ้ ูกต้องเขา้ รว่ ม เขา้ ร่วมกจิ กรรมที่เก่ียวขอ้ งกบั กจิ กรรมที่เกีย่ วข้อง ภมู ิปญั ญาไทย และมีส่วนรว่ ม กับ ภูมิปัญญาไทย ในการสืบทอดภูมปิ ญั ญาไทย
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน คุณภาพผเู้ รียนดา้ นสมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น ตามกรอบหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1. ความสามารถในการสือ่ สาร หมายถึง ใช้ภาษาถา่ ยทอดความคดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ความร้สู กึ และทัศนะของ ตนเอง เพื่อเปลย่ี นข้อมูลขา่ วสารและประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้ังการ เจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขดั แย้งต่าง ๆ การเลอื กรับหรอื ไมร่ ับข้อมลู ข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความ ถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วิธกี ารสอื่ สารท่มี ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่มี ีต่อตนเองและสงั คม 2. ความสามารถในการคดิ หมายถงึ รจู้ ักคดิ วิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และคดิ เป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองคค์ วามรู้หรือสารสนเทศ เพ่ือการตัดสนิ ใจเก่ยี วกับตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา หมายถึง เข้าใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปลี่ยนแปลงของเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรมู้ าใช้ในการปอ้ งกัน และแก้ไขปัญหาได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสมบนพน้ื ฐานของหลัก เหตผุ ลคณุ ธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ รวมทั้งตดั สินใจที่มปี ระสทิ ธภิ าพ โดยคำนึงถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ ต่อตนเอง สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม 4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ หมายถงึ ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนินชวี ติ ประจำวนั เรียนรู้ด้วยตนเอง ตอ่ เน่อื ง ทำงานและอยู่รว่ มกันในสงั คมด้วยการสร้างเสรมิ ความสมั พันธ์อันดรี ะหวา่ งบุคคล จัดการปัญหาและความ ขดั แย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รจู้ กั ปรบั ตวั ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสงั คมสภาพแวดล้อม และหลีกเล่ียงพฤตกิ รรม ไมพ่ ึงประสงคท์ สี่ ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อนื่ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี หมายถึง รจู้ กั เลอื กและใช้เทคโนโลยดี ้านต่าง ๆ ทกั ษะกระบวนการทาง เทคโนโลยี เพอื่ การพัฒนาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรียนรู้ การสอ่ื สาร การทำงาน การแก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสมและมคี ุณธรรม
รายการประเมนิ แต่ละสมรรถนะ 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ – สง่ สาร 1.2 มคี วามสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจของตนเอง โดยใชภ้ าษาอยา่ งเหมาะสม 1.3 ใช้วธิ กี ารสื่อสารท่ีเหมาะสม 1.4 วเิ คราะห์แสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผล 1.5 เขยี นบันทึกเหตุการณป์ ระจำวันแลว้ เล่าใหเ้ พื่อนฟังได้ 2. ความสามารถในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ 2.2 มที ักษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์ 2.3 สามารถคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการคดิ อย่างมรี ะบบ 2.5 ตดั สินใจแก้ปญั หาเกย่ี วกับตนเองได้ 3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 3.1 สามารถแกป้ ัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ ทเ่ี ผชิญได้ 3.2 ใช้เหตผุ ลในการแกป้ ัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพนั ธแ์ ละการเปล่ียนแปลงในสงั คม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแกไ้ ขปญั หา 3.5 สามารถตดั สินใจได้เหมาะสมตามวยั 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 4.1 เรยี นรู้ดว้ ยตนเองได้เหมาะสมตามวัย 4.2 สามารถทำงานกล่มุ รว่ มกบั ผู้อ่ืนได้ 4.3 นำความรู้ท่ีได้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั 4.4 จดั การปัญหาและความขดั แย้งได้เหมาะสม 4.5 หลกี เลี่ยงพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์ทส่ี ่งผลกระทบต่อตนเอง 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยไี ดเ้ หมาะสมตามวยั 5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใชพ้ ฒั นาตนเอง 5.4 ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาอย่างสร้างสรรค์ 5.5 มีคณุ ธรรม จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี
เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ประเด็น ระดับคะแนน การประเมิน 3 21 0 (C) มคี วามคดิ มีความสามารถใน สร้างสรรค์ แปลก มีความคิด มคี วามคิด ขาดความคิดที่ ใหม่ เปน็ ประโยชน์ สร้างสรรคแ์ ปลก การคดิ ตอ่ ส่วนรวม มี สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์ ไมแ่ ปลก ใหม่ ไมเ่ ปน็ เหตผุ ลนา่ เช่อื ถือ ประโยชนต์ อ่ (C) ใหม่ เปน็ ประโยชน์ ใหม่ เป็นประโยชน์ สว่ นรวม ขาด มคี วามสามารถใน นำแนวคิดที่ไดไ้ ปใช้ เหตุผล การใช้ทักษะชวี ิต ในชีวิตจรงิ ไดช้ ัดเจน ต่อส่วนรวม เป็น ต่อสว่ นรวม มี และมคี วามเป็นไป ไม่สามารถสรปุ ไดว้ ่า ได้ในการนำไปใช้ สว่ นใหญ่ มเี หตผุ ล เหตผุ ล นำแนวคดิ ท่ไี ดไ้ ปใช้ น่าเชือ่ ถอื นำแนวคดิ ที่ไดไ้ ปใช้ นำแนวคิดท่ไี ด้ไปใช้ ในชวี ิตจริงไดด้ ี ในชวี ิตจรงิ ได้ บา้ ง และมคี วามเปน็ ไป พอประมาณ ได้ในการนำไปใช้ เกณฑ์การประเมนิ / ระดบั คุณภาพ คะแนน 3 หมายถงึ ดเี ยยี่ ม ดี คะแนน 2 หมายถงึ ผา่ น ไมผ่ า่ น คะแนน 1 หมายถึง คะแนน 0 หมายถึง
เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ประเดน็ ระดบั คะแนน การประเมนิ 3 21 0 (C) มคี วามสามารถใน มีความคดิ มคี วามคิด มคี วามคดิ ขาดความคดิ ที่ สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์แปลก การคิด ใหม่ เป็นประโยชน์ สรา้ งสรรค์ แปลก สรา้ งสรรค์ ไม่แปลก ใหม่ ไมเ่ ปน็ ตอ่ สว่ นรวม มี ประโยชน์ต่อ เหตผุ ลน่าเช่ือถอื ใหม่ เปน็ ประโยชน์ ใหม่ เปน็ ประโยชน์ ส่วนรวม ขาด เหตผุ ล ตอ่ สว่ นรวม เปน็ ตอ่ ส่วนรวม มี ส่วนใหญ่ มีเหตุผล เหตุผล นา่ เชื่อถือ เกณฑก์ ารประเมิน / ระดบั คุณภาพ คะแนน 3 หมายถึง ดีเยยี่ ม ดี คะแนน 2 หมายถงึ ผ่าน ไม่ผ่าน คะแนน 1 หมายถงึ คะแนน 0 หมายถึง
เกณฑ์การประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ประเดน็ ระดบั คะแนน การประเมนิ 3210 (C) มคี วามสามารถใน สื่อสารเป็นลำดบั สื่อสารเปน็ ลำดับ สอ่ื สารเปน็ ลำดับ สอื่ สารเปน็ ลำดบั การสอ่ื สาร ข้ันตอน ไม่วกวน ขั้นตอน ไมว่ กวน ข้ันตอน ไม่วกวน ข้ันตอน ไมว่ กวน ตรงประเด็น มีความ ตรงประเด็น มีความ ตรงประเด็น มีความ ตรงประเดน็ มีความ เป็นเอกภาพ เป็นเอกภาพ เปน็ เอกภาพ เปน็ เอกภาพ สัมพันธภาพ และสา สมั พนั ธภาพ และสา สมั พนั ธภาพ และสา สมั พันธภาพ และสา รัตถภาพได้ดมี าก รัตถภาพได้เปน็ สว่ น รัตถภาพพอใช้ รัตถภาพยงั ใช้ไม่ได้ ใหญ่ เกณฑก์ ารประเมนิ / ระดบั คุณภาพ คะแนน 3 หมายถึง ดเี ยี่ยม ดี คะแนน 2 หมายถงึ ผ่าน ไม่ผา่ น คะแนน 1 หมายถงึ คะแนน 0 หมายถึง
เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน ประเดน็ ระดบั คะแนน การประเมนิ 3 2 1 0 นำแนวคิดทไ่ี ดไ้ ปใช้ นำแนวคิดที่ไดไ้ ปใช้ นำแนวคดิ ทไ่ี ดไ้ ปใช้ ไม่สามารถสรปุ ได้ (C) ในชวี ิตจรงิ ได้ ในชวี ิตจริงได้ดี ในชีวติ จรงิ ได้ บ้าง ว่านำแนวคดิ ท่ีได้ไป มีความสามารถใน ชัดเจน และมี และมีความเป็นไป พอประมาณ ใช้ การใชท้ ักษะชวี ิต ความเปน็ ไปได้ใน ได้ในการนำไปใช้ การนำไปใช้ เกณฑก์ ารประเมิน / ระดบั คุณภาพ คะแนน 3 หมายถึง ดเี ยย่ี ม ดี คะแนน 2 หมายถงึ ผา่ น ไมผ่ ่าน คะแนน 1 หมายถงึ คะแนน 0 หมายถงึ
โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตนั ตยาภริ ม) เทศบาลนครตรงั จังหวัดตรัง แบบทดสอบวดั ผลกลางภาค ภาคเรยี นที่ ๒ ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า การใชภ้ าษาเพื่อการสื่อสาร รหสั วิชา ท ๓๑๒๐๑ เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ 2๐ คะแนน ตอนท่ี ๑ ข้อสอบแบบปรนยั (เลอื กตอบ) ผลการเรียนรู้ ข้อ 1. บอกหลักการเบอื้ งตน้ ของการเขยี นสอ่ื สารในรปู แบบการอธบิ าย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โตแ้ ยง้ โนม้ นา้ ว เชญิ ชวน ประกาศได้ ข้อ 3 บอกหลกั การเบ้ืองต้นของการพดู อธบิ าย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โต้แย้ง โนม้ นา้ ว เชิญชวนได้ คำชแี้ จง จงเลอื กคำตอบที่ถูกทีส่ ดุ ข. ที่มา ข้อสนบั สนุน ข้อสรุป ง. ทีม่ า ข้อเท็จจริง ข้อสนับสนุน 1. โครงสร้างของการแสดงทรรศนะคือข้อใด ก. เน้อื หา ข้อสนับสนุน ข้อสรุป ค. ที่มา ข้อเทจ็ จรงิ ข้อสรุป 2. การแสดงทรรศนะทีป่ ระเมนิ วา่ สง่ิ ใดดี สิง่ ใดดอ้ ย สิง่ ใดที่เป็นประโยชน์ หรอื เปน็ โทษ เป็นการแสดงทรรศนะ ประเภทใด ก. ทรรศนะเกีย่ วกับนโยบาย ข. ทรรศนะเก่ียวกับคุณค่า ค. ทรรศนะเกย่ี วกบั ข้อเท็จจริง ง. ทรรศนะเก่ยี วกับข้อคดิ เห็น ๓. ข้อใดแสดงว่าผพู้ ูดรจู้ กั ใชภ้ าษาในการโต้แยง้ ก. ทีค่ ณุ กลา่ วมาน้นั คงไม่ถกู ต้องนัก ผมว่าเราควรจะ... ข. ตามท่คี ณุ พูดมาน้ันผมไม่เห็นดว้ ยผมมคี วามคิดว่า... ค. ผมไม่เหน็ ด้วยกบั ความคดิ ของคุณเลย ผมเหน็ วา่ ... ง. ตามทีค่ ุณกล่าวมาน้ัน ผมมคี วามเห็นต่างไปว่าควรจะ... 4. ขอ้ ใดอธบิ ายความหมายของการโต้แยง้ ไดด้ ที ่สี ดุ ก. การใชข้ อ้ มลู สถิติ เหตุผลและหลกั ฐานประกอบการชแี้ จง ข. กระบวนการคิดและพูดอย่างมเี หตผุ ลจากหลักฐานข้อมูลท่ีน่าเช่ือถือ
ค. การแสดงทรรศนะเพื่อชี้จุดออ่ นและความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้ามให้ได้มากท่สี ุด ง. การแสดงทรรศนะทแี่ ตกต่างกนั ระหว่างบคุ คล ๒ ฝ่าย โดยใชข้ อ้ มลู เหตุผล เพอ่ื สนบั สนุนฝ่ายตน และคัดค้าน ฝ่ายตรงข้าม 5.. ขอ้ ความใดเป็นสารโนม้ นา้ วใจ ข. พรรคไหนๆ กไ็ ม่ดีไปกวา่ กันหรอก ก. อายยุ ่สี ิบปีบริบูรณ์ตอ้ งไปเลือกตงั้ ง. คนน้นั เขามาเจรจาหลอกคนทง้ั ตำบลใหเ้ ลอื กนาย ก ค. ควรเลอื กคนดมี คี วามรู้มาช่วยกู้บา้ นกู้เมือง 6. น้ำเสียงทก่ี ลา่ วโน้มนา้ วใจควรเปน็ อย่างไร ข. ตำหนิ และตกั เตือน ก. บังคับและขูเ่ ข็ญ ง. เสนอแนะและวงิ วอน ค. ชักชวนและหลอกลวง 7. ข้อใดเป็นคำขวญั ทดี่ ีทีส่ ดุ ข. ความสกปรก เหมือนนรกในเรอื นใจ ก. ทิ้งขยะไม่ถูกท่ี หมดราศไี ปท้ังเมือง ง. บา้ นเมืองสะอาด ประชาชาติปราศจากโรคภัย ค. ไมง่ ดท้ิงขยะ บ้านเมืองย่อมไมส่ ะอาด 8. ขอ้ ใดเปน็ การใช้ภาษาบรรยาย ก. รองเทา้ ใหม่สง่ เสยี งกบั ๆ ก้องไปในราวปา่ ข. ใบกลว้ ยนั้นกำลงั โยกซา้ ยย้ายขวา พลกิ ใบไปมา ค. ผมก็ตาคา้ ง ต้ังท่าจะว่ิงกลับไปหาแมท่ ่ีเดินใกล้เข้ามา ง. อยู่ ๆ มีเสยี งพึบพับจากทางด้านขวาราวกับใครสะบัดผา้ ผนื ใหญ่ 9. ถา้ จะพรรณนาโรงพยาบาลควรเลอื กพรรณนาสิ่งใด ข. พนกั งานทุกฝา่ ยในโรงพยาบาล ก. ลักษณะของแพทย์ พยาบาล ง. สภาพอาคารตา่ ง ๆ ในโรงพยาบาล ค. ส่ิงอำนวยความสะดวกภายในโรงพยาบล 10. ขอ้ ความตอ่ ไปนี้อธบิ ายตามกลวธิ ีในขอ้ ใด “ตลาดนดั เปน็ ตลาดชว่ั คราวทม่ี กี ารนัดหมายให้ผซู้ ื้อและผู้ขายมาชุมนุมกันเพ่ือซ้ือขายแลกเปล่ียนสินคา้ ซง่ึ กนั และกนั ประมาณ ๗ วนั ตอ่ คร้ัง หรอื คร่ึงเดอื นต่อครั้ง ตามแต่จะนัดหมายตกลงกัน” ก. การอธบิ ายตามลำดับขัน้ ข. การใหน้ ยิ าม หรือคำจำกัดความ ค. การช้สี าเหตุและผลลพั ธท์ ี่สมั พันธ์กัน ง. การกล่าวซำ้ ดว้ ยถอ้ ยคำท่ีแปลกไป 11. ข้อใดเปน็ การพูดโน้มน้าวใจท่ดี ีทส่ี ดุ ก. พน่ี อ้ งชาวแดงดำทง้ั หลาย พวกเราทำไมถงึ โง่เงา่ ให้เขาหลอกต้มตนุ๋ จงู จมูกอยู่ได้ เรามิใช่ควายอย่ายอมมัน เราต้องลกุ ขึ้นสู้
ข. กรรมกรผูท้ รงเกียรติ ทา่ นตอ้ งเข้าใจว่าท่านทั้งหลายเปรียบประดุจพระวษิ ณุกรรมของสังคม สงั คมนี้จะศิวไิ ล ทัดเทียมอารยประเทศ ถา้ ท่านเพยี งแตจ่ ะร่วมมือรว่ มใจแสดงพลงั ต่อต้านเผด็จการและทรราช ค. ศษิ ยท์ ่ีรักของครู พวกเธอจะจบการศึกษาออกไปเปน็ ผ้นู ำของชมุ ชน เธอควรเข้าใจว่า การประพฤตติ นเป็น พลเมืองดีนนั้ เปน็ เร่ืองสำคญั เธอจะต้องมศี ลี ธรรม ถือความสตั ย์ ถอื ประโยชนส์ ว่ นรวมเป็นหลกั ง. พ่นี ้องท้งั หลาย ลูกหลานของท่าน สามขี องทา่ น พอ่ ของท่าน ลงุ หรอื อาของท่านตา่ งลำบากอย่ใู นสนามรบ พวกเราจะมานั่งนอนอยบู่ นฟกู อยา่ งสุขสบายเช่นนี้หรอื ถงึ เวลาหรือยงั ทพ่ี วกเราจะร่วมแรงรว่ มใจส่งกำลงั ใจไปให้ ๑2. ข้อความตอ่ ไปนี้ใช้วิธีอธิบายแบบใด “การทำห่อหมกน้ันตอ้ งใชเ้ วลา เตรยี มใบตอง เจยี นใบตองสำหรบั ห่อเลอื กใบยอที่ไม่อ่อนเกนิ ไปมาฉีก เป็น ชน้ิ ๆ ปลาช่อนหรือปลาสวายแมน่ ้ำทจ่ี ะนำมาทำหอ่ หมกต้องแลเ่ อาแต่หัวกับพงุ แยกไว้ตา่ งหาก นำ้ พริกแกงทใี่ ช้คือ น้ำพรกิ แกงเผ็ด แต่ไม่ใสเ่ ครือ่ งเทศ กะทิคน้ั เอาแตห่ วั รวมเครื่องปรงุ ใสล่ งอา่ ง คนจน “ข้ึน” ตกั ใสใ่ บตอง ห่อ แล้ว นำไปนึ่งจนสกุ ” ก. ใหน้ ยิ าม ข. ใช้ตวั อย่าง ค.ชีแ้ จงตามลำดบั ขนั้ ง. เปรียบเทียบความเหมือนและความตา่ ง 13. “สมเสรจ็ มีตาสองข้างเล็ก หคู ลา้ ยหูหมู จมูกมองดูคล้ายงวงชา้ ง แตไ่ ม่ยาวยืด-หดได้แต่ไมส่ ามารถจับสงิ่ ของได้ เหมือนชา้ ง ฟนั คลา้ ยฟันมา้ หรอื ลา รูปรา่ งตัวไปคลา้ ยแรด” ขอ้ ความข้างต้นน้ีใชก้ ลวธิ อี ธบิ ายตรงตามข้อใด ก. การให้คำจำกัดความ ข. การอธบิ ายตามลำดับขน้ั ค. การเปรยี บเทียบความเหมือนและความตา่ ง ง. การกล่าวซำ้ ด้วยถ้อยคำแปลกออกไป ๑4. ขอ้ ใดไม่ใชอ่ งค์ประกอบของการพดู ข. วธิ กี ารพูด ก. ผฟู้ งั ง. สอ่ื ทใ่ี ชใ้ นการส่ือสาร ค. ผ้พู ูด 15. ลักษณะของผูพ้ ูดทีด่ ีข้อใดสำคัญทส่ี ดุ ข. มีความเช่อื มน่ั ในตนเองสงู ก. การแตง่ กายสภุ าพ ง. มคี วามร้เู กย่ี วกบั เร่ืองที่พดู เป็นอยา่ งดี ค. การรบั ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 16. การเตรียมตวั การพูดควรเร่มิ จากข้อใด ข. วเิ คราะหผ์ ฟู้ งั ก. วางโครงเรอ่ื ง ง. การกำหนดจดุ มุ่งหมาย ค. การเลอื กเรอื่ ง ข. ถอ้ ยคำและสำนวนทีส่ ละสลวย 17. การใช้ภาษาพูด ควรระมัดระวังเรื่องใดมากทสี่ ุด ก. ความยากง่ายของภาษา
ค. ภาษาปากและคำสแลงทไี่ มเ่ หมาะสม ง. การใช้ภาษาถกู ต้องตามหลักไวยากรณ์ 18. การวางโครงเรื่องในการพูด ควรวางโครงเรอื่ งอย่างไร ก. วางโครงเร่อื งไปตามลำดบั เหตกุ ารณ์ ข. วางโครงเรื่องไปตามความสำคญั ของเนื้อหา ค. กำหนดบทนำ เน้อื เรอ่ื ง และบทสรุปใหช้ ดั เจน ง. วางโครงเรื่องไปตามความคดิ ของผู้พดู เป็นสำคัญ 19. มารยาทของผู้พูดข้อใดท่ีผ้ฟู ัง สามารถรบั รู้ไดโ้ ดยตรง ก. บุคลกิ ของผู้พดู ข. รปู รา่ งหน้าตา ของผู้พดู ค. การเคารพความคิดเห็นของผู้อนื่ ง. การใชภ้ าษา ถ้อยคำ และสำนวนของผูพ้ ูด 20. ข้อใดแสดงความสมั พนั ธท์ ี่ไมเ่ หมาะสมระหว่างผู้ฟังกับผพู้ ดู ก. ปรบมือให้กำลังใจผ้พู ดู ข. มองผพู้ ดู ตลอดเวลา ค. แสดงความเข้าใจผา่ นทางสหี นา้ ง. ซกั ถามผู้พดู เกี่ยวกับขอ้ สงสัยต่างๆ ตลอดเวลา ลงชือ่ ...........................................หัวหน้ากลุ่มสาระ ลงชื่อ...........................................ครวู ดั ผล ลงชอื่ ...........................................รองผอู้ ำนวยการสถานศึกษาฝา่ ยวชิ าการ
ชือ่ สกลุ .........................................................................ชั้น..............เลขที่........... โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตันตยาภริ ม) เทศบาลนครตรงั จังหวดั ตรงั แบบทดสอบวดั ผลกลางภาค ภาคเรียนท่ี ๒ ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวิชา การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร รหัสวชิ า ท ๓๑๒๐๑ ขอ้ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง ๑ 11 ๒ 12 ๓ 13 ๔ 14 ๕ 15 ๖ 16 7 17 8 18 9 19 10 20 ตอนท่ี ๒ ข้อสอบแบบปรนัย (เตมิ คำ) ข้อ 2 เขยี นสอ่ื สารในรูปแบบการอธบิ าย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โต้แย้ง โนม้ น้าว เชญิ ชวน ประกาศได้ตรงตามวตั ถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรยี บเรียงท่ีถูกตอ้ ง มีข้อมลู และสาระชัดเจน ข้อ 4 พดู อธบิ าย บรรยาย พรรณนา แสดงทรรศนะ โต้แยง้ โนม้ นา้ ว เชญิ ชวนได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์โดยใช้ ภาษาเรียบเรยี งท่ีถูกต้องเหมาะสมและมีสาระสำคัญชดั เจน ใหน้ กั เรียนวิเคราะหข์ อ้ ความตอ่ ไปน้ี ว่าใชร้ ปู แบบการเขียนใด โดยนำคำเหล่าน้ีไปเตมิ ในชอ่ งว่าง การอธบิ าย การบรรยาย การพรรณนา ๑. “ชายหนมุ่ ร่างสงู ราวกับเสาไฟ ดูลำ่ สันตามแบบฉบบั ชาวไร่ ค้ิวเข้มหนา รบั กับดวงตายาวรีทอ่ี อกจะดุ ๆ หนวดเครา ข้ึนเต็มใบหน้า” ขอ้ ความนี้ใช้รปู แบบการเขียนใด ................................................................................................................
2. “ในจำพวกสัตว์ป่าส่ีเท้าเลีย้ งลกู ด้วยนมแล้ว สมเสร็จเป็นสัตว์ที่แปลกกวา่ เพือ่ น รูปร่างหนา้ ตามีส่วนตา่ งๆของสตั ว์ หลายชนดิ มารวมกันอยา่ งละนดิ ละหน่อย แล้วกลายเปน็ สัตวช์ นดิ หนึง่ ” ขอ้ ความนี้ใช้รูปแบบการเขียนใด ................................................................................................................ ๓. “ผมเกดิ ท่ีบ้านสวน จงั หวัดนนทบุรี หนา้ บา้ นติดคลองบำรุงเมือง ไม่ไกลจากสถานีตำรวจ ผมมพี ีน่ อ้ ง 5 คน ผมเป็น คนสดุ ทอ้ ง” ขอ้ ความนี้ใชร้ ปู แบบการเขียนใด ................................................................................................................ ใหน้ ักเรยี นนำคำทีก่ ำหนดให้ ไปเขียนเติมลงในช่องวา่ งให้เหมาะสม แดงอมิ่ ๑. ดำขลบั เน้อื ละเอียด คมวาว เพียงเรอ่ื ๆ ดกดำ การะเกดผัดหนา้ .......................... ด้วยแป้ง........................ ไม่มเี ครือ่ งสำอางอย่างอ่นื นอกจากน้ี ริม ฝีปาก.....................ของหล่อนตลอดนัยน์ตา.....................และ................... ล้อมด้วยขนตา................นั้นเป็นจุดเด่น อยู่ในตัวโดยไม่ต้องเสริมแต่งอีกแลว้ 2. หนาทบึ ระยบิ ระยับ จัดจ้า แจ่มใส เมือ่ สกั ครทู่ อ้ งฟ้ายังดูมืดครึ้มเพราะปกคลุมด้วยเมฆหมอก .................... หลงั จากนั้นไมน่ านฝนก็ตกลงมาอย่าง ไม่ลืมหูลืมตา แต่หลังจากฝนหยุดไปแล้ว ท้องฟ้าที่มืดครึ้มเมื่อครู่นี้ก็ปลอดโปร่ง ...................ปราศจากเมฆหมอก ดวงอาทิตย์เร่ิมฉายแสง ...................เหมือนเมื่อกอ่ นฝนตก น้ำฝนที่หลงเหลืออยู่ตามใบไม้ใบหญ้าต้องกบั แสงอาทิตย์ เป็นประกาย ....................สวยงาม ตอนที่ 3 ข้อสอบแบบอัตนัย (เขียนตอบ) กลับบา้ นเราเถอะลกู ดกึ แลว้ เดี๋ยวพรงุ่ นี้ตื่นสาย สาย ย่งุ นา่
1. จงแตง่ คำขวัญรณรงค์ไม่ใหเ้ กดิ เหตุการณ์แบบภาพดังกล่าว หรือเขียนคำเชิญชวนใหห้ า่ งไกลจากการเลน่ เกมส์ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 2. จงเขยี นแสดงทรรศนะ เกี่ยวกับ การแสดงความเคารพต่อครูอาจารย์ โดยให้มีโครงสรา้ งครบทงั้ ที่มา ขอ้ สนบั สนนุ และขอ้ สรุป ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...........................................หัวหนา้ กล่มุ สาระ ลงชื่อ...........................................ครูวัดผล ลงชือ่ ...........................................รองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษาฝา่ ยวิชาการ
ชื่อ สกุล.........................................................................ชน้ั ..............เลขท่ี........... โรงเรียนเทศบาล ๖ (วดั ตันตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวัดตรงั แบบทดสอบวัดผลกลางภาค ภาคเรียนท่ี ๒ ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓2102 กระดาษคำตอบตอนท่ี 1 ข้อ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง ๑ 11 ๒ 12 ๓ 13 ๔ 14 ๕ 15 ๖ 16 7 17 8 18 9 19 10 20 ตอนที่ ๒ ข้อสอบแบบปรนัย คำชีแ้ จง ข้อ 1 และ ข้อ 2 ตอ่ ไป จงขดี เคร่ืองหมายแบง่ วรรคตอนการอ่าน พร้อมเขียนคำอ่านของคำท่ีขีดเสน้ ใตใ้ ห้ ถกู ต้องตามหลักการอา่ นคำประพนั ธ์ ๑. ดูกอ่ นสชุ าตา มะทะนาวิไลศรี ยามองคส์ เุ ทษณม์ ี วรพจน์ประการใด วรพจน์ อา่ นวา่ ...................................................................................................................... ...... ๒. อนั เวทอาถรรพณ์ ที่พนั ผกู จติ แห่งนางมิง่ มิตร อยู่บัดนี้นา
จงเคล่อื นคลายฤทธ์ิ จากจิตกัญญา คลายคลายอย่าชา้ สวัสดีสวาหาย อาถรรพณ์ อ่านวา่ ........................................................................................................................ ตอนท่ี 3 ข้อสอบอัตนยั คำช้ีแจง จงเขียนเรียงความเก่ียวกบั เรื่อง ยาเสพตดิ พร้อมท้งั ช่ือเรอ่ื ง ความยาวไม่นอ้ ยกวา่ 15 บรรทดั ( 10 คะแนน ) เรยี งความ เรอ่ื ง.................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ...........................................หัวหน้ากลมุ่ สาระ ลงชอ่ื ...........................................ครวู ัดผล ลงชื่อ...........................................รองผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษาฝ่ายวชิ าการ
โรงเรียนเทศบาล ๖ (วัดตนั ตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวดั ตรัง แบบทดสอบวดั ผลกลางภาค ภาคเรยี นที่ ๒ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๓2102 เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ 2๐ คะแนน ตอนที่ ๑ ข้อสอบแบบปรนยั (เลอื กตอบ) ตัวชีว้ ดั ท 1.1 ม.๔-๖/๒ ตีความ แปลความ และขยายความเร่อื งท่อี า่ น ท 5.1 ม.๔-๖/๑ วเิ คราะห์และวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณ์เบอ้ื งต้น ท 5.1 ม.๔-๖/๔ สังเคราะหข์ ้อคิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใช้คำและกลุ่มคำสร้างประโยคตรงตามวตั ถุประสงค์ คำชี้แจง จงเลอื กคำตอบทถี่ ูกทส่ี ดุ ความสมบรู ณข์ องชวี ิตมาจากความเข้าใจชวี ิตเปน็ พืน้ ฐาน คือ เข้าใจธรรมชาติ เขา้ ใจความเป็นมนุษย์ และ ความสัมพนั ธ์ทเ่ี ก้ือกลู กันระหว่างมนษุ ย์กบั มนษุ ย์ และมนุษยก์ บั ธรรมชาติ มคี วามรกั ความเมตตาต่อเพอื่ นมนษุ ยแ์ ละ ธรรมชาติอยา่ งจริงใจ ๑. จากบทความขา้ งต้น ใจความสำคัญคือข้อใด ก. ความสมบูรณข์ องชวี ิต ข. พ้ืนฐานความเข้าใจชีวิตมนุษย์ ค. ความเมตตาต่อเพือ่ นมนษุ ยแ์ ละธรรมชาติ ง. ความเปน็ มนษุ ย์กบั ความเข้าใจธรรมชาติ ๒. มะทะนาชะเจ้าเลห่ ์ ชชิ ชิ า่ งจำนรรจา ตะละคำอทุ าวา ฤ กระบิดกระบวนความ คำทขี่ ดี เสน้ ใต้มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร ก. คำชื่นชม ง. คำไมด่ ี ค. คำตำหนิ ง. คำอวยพร
๓. การใหก้ ารศกึ ษาแกป่ ระชาชน เพือ่ ใหม้ ีความรคู้ วามสามารถ เป็นการลงทุนที่สำคญั ท่ีสุด ในการพฒั นาบุคลากรของ ประเทศ ซ่ึงจะส่งผลไปถึงการพัฒนาประเทศในทสี่ ุด ขอ้ ความน้สี รุปว่าอยา่ งไร ก. การศึกษามีผลต่อการพฒั นาประเทศ โดยทนั ที ข. การพฒั นาบุคลากร เปน็ ผลมาจากการพัฒนาประเทศ ค. การพัฒนาบุคคลและการพฒั นาประเทศ มีความสำคัญเทา่ ๆ กนั ง. จุดมุง่ หมายของการศกึ ษาคือ การพัฒนาบุคลากรเพ่ือไปพัฒนาประเทศ อ่านคำประพนั ธต์ ่อไปนีแ้ ล้วตอบคำถามข้อ ๔-๕ ไมม่ ใี ครไมเ่ คยผดิ พลาด ไมม่ ีใครไม่เคยคลาดมาแต่ตน้ เม่อื มีเมฆย่อมมีความมดื มน หลังพายุผา่ นพ้นสรา่ งซา ๔. “เม่อื มีเมฆยอ่ มมีความมดื มน” มีความหมายว่าอย่างไร ก. เมื่อมีความผิดพลาดย่อมมีความสมหวงั ข. เมอ่ื มชี ีวติ ก็ย่อมพบกับอุปสรรค ค. เมื่อมีความผดิ หวังย่อมพบกบั ความเสยี ใจ ง. เม่ือมีอปุ สรรคก็ย่อมพบกับความผดิ หวงั ๕. จากข้อความในข้อ ๔ ตคี วามดา้ นน้ำเสยี งได้วา่ อย่างไร ก. ความผิดพลาดคือพลังของชีวติ ข. สี่เทา้ ยังร้พู ลาด นักปราชญ์ยังรูพ้ ลง้ั ค. ทกุ คนย่อมผา่ นความผดิ พลาดมาก่อน ง. เม่ืออุปสรรคผ่านพน้ ไปแลว้ ย่อมพบกับความสมหวังได้ ๖. เพราะเหตใุ ดสเุ ทษณจ์ ึงสาปนางมทั นาให้ไปเกดิ เปน็ ดอกกหุ ลาบ ณ แดนมนุษย์ ก. นางมัทนาหลงรกั เทวบตุ ร ข. นางมัทนาทำผดิ กฎของนางฟ้า ค. นางมทั นาไม่รับรกั สุเทษณ์ ง. สุเทษณส์ าปนางมัทนาเพ่ือใหเ้ จอคู่ครองท่ีแทจ้ ริงคือท้าวชยั เสน ๗. นางมทั นาจะพน้ คำสาปและกลายร่างเปน็ หญิงตลอดไปเมื่อใด ก. หากนางขอความชว่ ยเหลือจากฤาษีกาละทรรศิน ข. เม่ือมชี ายใดมารกั นางและนางรักตอบจนไดแ้ ตง่ งานกัน
ค. หากนางเติบโตเปน็ สาวและมหี นมุ่ มาดมดอกกหุ ลาบนนั้ ง. หากนางมาออ้ นวอนมายาวินใหช้ ่วยเหลอื เรืองความรักของนาง ๘. ข้อใดเปน็ แก่นเร่อื งของบทละครพูดคำฉนั ทเ์ รือ่ ง มทั นะพาธา ก. ความรักอนั หอมหวานและหวานชื่น ข. ความรักอันชอกชำ้ และขม่ ขืน่ ค. ความเจ็บปวดจากความรัก ง. ความรกั เหมือนยาขม ๙. ข้อใดไม่มีการเล่นคำ ก. อา้ เจ้าลำเพาพัตร์ สิริลักษณาวิไล พ่จี วนจะคล่งั ไคล้ สตเิ พือ่ พะวงอนงค์ ข. อ้าช่วยระงับดับ ทกุ ขะพ่ีระคายระคาง พี่รักอนงค์นาง ผมิ ิสมฤดถี วิล ค. ชีพอย่กู เ็ หมือนตาย เพราะมิวายระทวยระทม ทกุ ขย์ ากและกรากกรม อรุ ะช้ำระกำทวี ง. อ้าฟังดนเู ถดิ มะทะนาและตอบจวี พอไดด้ นูน้ี สขุ ะรน่ื ระเริงระรวย ๑๐. ข้อใดไม่ใช้ข้อคิดท่ีไดจ้ ากเรื่องมทั นะพาธา ก. ความรักมที ั้งคุณและโทษ ข. ความรกั ท่ีแท้จรงิ ควรเกดิ จากใจทีบ่ รสิ ุทธิ์ ค. ที่ใดมรี ักท่ีนั่นมีทุกข์ ง. ความรักที่แท้จริงคือการซื่อสัตย์และจรงิ ใจ ๑๑.ข้อใดไม่ใชล่ ักษณะนสิ ยั ของมทั นา ก.รกั ษาสจั จะ ข. มคี วามจงรกั ภัคดี ค.มคี วามอสุ าหะ ง. ยอมรบั ผลการตดั สินใจ ๑๒.“ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน” ขอ้ ใดสอดคล้องกับคำประพันธข์ ้างตน้ ก. อันความรักของชายนี้หลายชนั้ เขาว่ารักรกั นน้ั ประการใด ข. เขายอ่ มเปรียบเทียบความเมือ่ ยามรัก แต่น้ำผกั ต้มขมชมวา่ หวาน ค. อันรสตาลหวานละม้ายคล้ายพุ่มพวง พเี่ จบ็ ทรวงช้ำอกเหมือนตกตาล
ง. แม้นใครรกั รักม่ันชงั ชังตอบ ใหร้ อบคอบคดิ อา่ นนะหลานหนา ๑๓. ขอ้ ใดใช้คำท่ีมคี วามหมายเชิงอุปมาไดเ้ พยี งอยา่ งเดยี ว ก. เขายังเป็นไกอ่ ่อน ข. ไกต่ วั ทีช่ นแพ้เปน็ ไก่อ่อน ค. เขาชอบรับประทานไกอ่ ่อน ง. เขาเลย้ี งไก่อ่อนไวห้ ลายตัว ๑๔. ขอ้ ใดมคี วามหมายนัยตรงไดอ้ ย่างเดียว ก. เขาแสดงละครไดด้ ีมาก ข. สมศกั ดล์ิ ม้ ไม่เปน็ ท่าอีกแล้ว ค. เรือบนิ ลำนั้นหายเข้ากลบี เมฆไปแล้ว ง. อะไรค้ำคอเขานะ เขาจึงต้องทำเช่นน้ัน ๑๕.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยค ก. ดอกไมใ้ นแจกันสวยมาก ข. ถ้อยคำทดี่ อี ันแสนอ่อนหวาน ค. สัตวโ์ ลกยอ่ มเป็นไปตามกรรม ง. ใครฟงั แลว้ ไมเ่ ข้าใจยกมือขึ้นถามได้ ๑๖.ข้อใดเป็นประโยคความเดียว ก. คนทีม่ ีสขุ ภาพดมี าจากคนท่กี นิ อาหารดถี ูกหลักโภชนาการ ข. การทำงานให้สำเรจ็ ลลุ ว่ งอย่างมปี ระสิทธิภาพมิได้อยทู่ ี่คนเพียงคนเดยี ว ค. ขณะน้ีถงึ เวลาท่ีทุกคนต้องร่วมมือกนั แก้ปัญหาเศรษฐกจิ ของชาติอย่างจริงจัง ง. ความมีนำ้ ใจไม่ได้มาจากความจำเปน็ หากมาจากความต้องการท่จี ะให้ ๑๗.ขอ้ ใดเปน็ ประโยคความรวม ก.แม่นอนซมตลอดวนั เพราะพษิ ไข้ ข.ขณะน้เี ราลดค่าใช้จา่ ยไดห้ ลายอยา่ ง ค.คณุ ตาออกกำลงั กายดว้ ยการเดนิ ทุกเช้า ง.เราคงซอื้ หนงั สือตอนเขาลดราคาเท่านนั้ ๑๘.ขอ้ ใดเปน็ ได้ทง้ั วลแี ละประโยค ก.สถานีสบู น้ำพระโขนง ข.เดก็ สง่ ของ ค.นักเรยี นมาสาย ง.ผจู้ ดั การมรดก ๑๙.ขอ้ ใดประกอบด้วยประโยคท่ลี ะทั้งคำท่ีทำหนา้ ที่ประธานและกรรม ก.ฉันไม่ชอบซอ่ื ปลาท่ีตลาดสด เพราะไม่อยากเห็นลูกปลาถูกฆา่ ตอ่ หนา้ ต่อตา ข.วนั น้แี ม่จะกลบั บา้ นเย็นคงไม่มเี วลาทำกับข้าวพ่อจำทำเอง ค.บุหรเี่ ป็นอันตรายต่อสขุ ภาพ คณุ น่าจะเลกิ สบู เพื่อสมาชกิ ในครอบครัว
ง.รฐั บาลกำลงั ดำเนนิ การเวยี นคืนที่ดนิ เราจะถกู เวียนคืนที่ดนิ บา้ งหรอื เปลา่ ก็ไมร่ ู้ ๒๐.ขอ้ ใดไมถ่ กู ตอ้ ง ก.ประโยคตอ้ งประกอบดว้ ยภาคประธานและภาคแสดง ข.ประโยคที่สมบูรณ์บางประโยคมีสองคำก็ได้ ค.ภาคประธานประกอบด้วย บทกริยา และบทขยายกรยิ าเท่านน้ั ง.ภาคประธานประกอบด้วย บทประธาน และบทขยายประธาน ลงชื่อ...........................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ ลงชือ่ ...........................................ครวู ดั ผล ลงชอ่ื ...........................................รองผูอ้ ำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ
ชื่อ สกุล.........................................................................ช้ัน..............เลขท.่ี .......... โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตันตยาภิรม) เทศบาลนครตรงั จังหวดั ตรงั แบบทดสอบวัดผลปลายภาค ภาคเรียนท่ี ๒ ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๓1102 กระดาษคำตอบตอนท่ี 1 ขอ้ ก ข ค ง ขอ้ ก ข ค ง ๑ 1๕ ๒ ๑๖ ๓ 1๗ ๔ 1๘ ๕ 1๙ ๖ ๒๐ 7 ๒๑ 8 ๒๒ 9 ๒๓ 10 2๔ 11 ๒๕ 12 ๒๖ 13 ๒๗ 14 ๒๘ ตอนท่ี ๒ ข้อสอบแบบปรนยั (เขียนตอบ) ตวั ช้วี ดั ท 1.1 ม.๔-๖/๕ วเิ คราะห์วิจารณ์ แสดงความคดิ เหน็ โต้แยง้ กบั เรอื่ งทอี่ า่ นและเสนอความคิดใหมอ่ ย่างมเี หตผุ ล (4 คะแนน) ตัวช้ีวัดท่ี ท 5.1 ม.๔-๖/1 วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบือ้ งต้น (4 คะแนน) ๑. กัณฑ์ใดทพี่ ราหมณ์ มาทลู ขอช้างปัจจัยนาค พระเวสสันดรกท็ รงประทานให้ ทำให้ประชาชนโกรธแค้นและขอให้ เนรเทศพระเวสสนั ดรออกจากเมอื ง ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. กณั ฑใ์ ดทกี่ ษตั รยิ ์ทั้ง ๖ พระองคไ์ ด้พบกนั ต่างก็ดพี ระทัยและเสยี พระทยั จนสลบไป เสนาอำมาตยท์ ัง้ หลายกโ็ ศกเศร้า สลบไปด้วย พระอนิ ทร์จงึ บันดาลให้ฝนโบขรพรรษตกลงมา ตอบ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๓. กัณฑ์ใดที่พระเวสสันดรได้บริจาค สตั ตสดกมหาทาน คอื บริจาค ช้าง มา้ รถ โคนม สนม ทาสหญิง ทาสชาย อยา่ งละ ๗๐๐ ช้ิน ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๔. กณั ฑ์ท่ี ๑ คอื กณั ฑ์ทศพร นางผุสดขี อพรกปี่ ระการ อะไรบ้าง ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… แตง่ กณั ฑท์ ศพร หิมพานต์ มหาราช ฉกกษัตริย์ และนครกัณฑ์ มนี ามวา่ ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๖. มหาชาติ ๑๓ กัณฑ์ ใช้คำประพันธ์ประเภทใด ตอบ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ตอนที่ ๓ ขอ้ สอบปรนัย ใหท้ ำเครื่องหมาย / หน้าข้อความทถ่ี ูกต้อง และทำ x หน้าขอ้ ความทผ่ี ดิ …………………..พราหมณ์ชชู กเปน็ ชาวเมืองกลงิ คราษฎร์ …………………..ทา้ วชูชกไปขอ 2 กุมารมาเป็นบตุ รบญุ ธรรม …………………..พระเจา้ สญชยั เปน็ กษตั รยิ ์ผ้คู รองเมอื งกลิงคราษฎร์ …………………..พระเวสสนั ดรบำเพญ็ ทานบารมเี ป็นชาติสุดท้าย …………………..พระเจา้ กรงุ สญชยั เป็นพระราชบิดาของนางมัทรี …………………..นางอมิตดาเปน็ ภรรยาของทา้ วชูชกดว้ ยความเต็มใจ …………………..พระเวสสนั ดรเป็นพระโอรสของกษตั ริยผ์ คู้ รองนครเชตุดรแควน้ สพี ี …………………..นางอมิตดาเปน็ ตัวอย่างของภรรยาท่ีดีทดี่ ูแลปรนนิบัตสิ ามีมไิ ด้ขาดตกบกพรอ่ ง …………………..บิดามารดาของนางอมิตดาไดย้ กนางให้เปน็ ภรรยาของท้าวชูชกเพราะเป็นผมู้ ที รัพย์มาก ตอนที่ ๔ ขอ้ สอบอัตนยั (เขยี นตอบ) ตัวชว้ี ดั ท่ี ท 1.1 ม.๔-๖/๒ ตคี วาม แปลความ และขยายความเร่ืองที่อา่ น (4 คะแนน) “พรสวรรค์และความฉลาดไม่ได้เป็นตัวกำหนด ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญของความความสำเร็จ แต่สิ่งท่ีเรามัก มองข้าม ความพยายามอย่างต่อเนื่องความต้ังใจต่างหากที่สำคัญมากกว่า ถ้าหากเราตั้งใจมากพอ หากเราพยายามมาก พอ และหากว่ามีเวลามากพอ เราก็จะประสบความสำเร็จได้” จากบทความข้างต้นนี้จงตีความ แปลความ และเขียนแสดงความคิดเห็นขยายความได้อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ...........................................หัวหนา้ กลมุ่ สาระ ลงช่อื ...........................................ครูวดั ผล ลงชื่อ...........................................รองผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษาฝา่ ยวชิ าการ
โรงเรยี นเทศบาล ๖ (วัดตนั ตยาภิรม) เทศบาลนครตรัง จังหวดั ตรงั แบบทดสอบวดั ผลปลายภาค ภาคเรียนที่ ๒ ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท ๓1102 เวลา ๖๐ นาที คะแนนเตม็ 3๐ คะแนน ตวั ชวี้ ัดท่ี ท 4.1 ม.๔-๖/๒ ใช้คำและกลมุ่ คำสร้างประโยคตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ (6 คะแนน) คำชแ้ี จง เลือกคำตอบท่ีถกู ตอ้ งทีส่ ุดเพียงขอ้ เดียว แล้วทำเครื่องหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบ ๑. ผ้ทู ่ไี มส่ ามารถเลือกใช้ถ้อยคำได้ย่อมจะ ก. อบั จนถ้อยคำ ข. ไม่อาจจะส่งสารแสดงความต้องการของตนได้ ค. ขาดสตสิ ัมปชัญญะ ง. ถกู ทั้ง ก และ ข ๒. ข้อใดใช้ถ้อยคำผดิ ความหมาย ก. เขามักจะผดั วนั ประกนั พรุ่งเสมอ ข. เธอผดั หน้าออกมาจากบา้ นเพอ่ื ซื้อข้าวผัด ค. เขาขอผัดผ่อนคา่ เชา่ บา้ น เจ้าของบา้ นก็ผ่อนผันให้ ง. ทมี วิ่งผลัดส่ีคูณรอ้ ยของไทยมคี วามหวงั ไดเ้ หรียญทอง ๓. คำทกุ คำในขอ้ ใดสามารถใชค้ วามหมายได้มากกว่าหน่งึ ความหมาย ก. เก้าอี้ ผา้ ขาว งูพษิ ข. พดั ลม แกว้ ตา มือขวา ค. หนังหน้าไฟ โรงเลยี้ งเด็ก ง. เรอื จ้าง แม่พิมพ์ เพ่ือนบา้ น ๔. คำในขอ้ ใดเหมาะสมทีจ่ ะเติมในชอ่ งว่างได้อยา่ งถูกต้อง “เธอเป็นบคุ คลที่มชี ื่อเสียง………….ในเรอื่ งการทำบุญสุนทาน” ก. รำ่ ลอื ข. เลอื่ งลือ ค. เล่าล่ือ ง. กลา่ วขาน ๕. คำว่า หางนกยงู ในข้อใด ไม่เปน็ กลุ่มคำ ก. หางนกยงู ตวั นี้สวย ข. หางนกยูงออกดอกเต็มต้น ค. หางนกยูงตัวผสู้ วยกว่าตวั เมีย ง. สือ่ รกั ของนกยงู คือหางนกยูง ๖. การแบง่ ชนิดและหน้าท่ีของคำในภาษาไทยพิจารณาจากข้อใด ก. รูปประโยค ข. ความหมายของคำ
ค. บรบิ ทของคำในประโยค ง. การเรยี งลำดบั คำและความหมาย ๗. ข้อใดไม่ใช่ประโยคความเดียว ก. นกตวั สขี าวจิกหนอน ข. พ่อซื้อบา้ นซง่ึ อย่บู นเนินเขา ค. พวกเราทกุ คนรกั ประเทศไทย ง. ความเอ้อื เฟื้อเปน็ คุณสมบัตขิ องคนไทย ๘. “หม่บู า้ นแหง่ นี้มผี ใู้ หญบ่ ้านท่ีมคี วามรบั ผิดชอบต่อชุมชน” ประโยคขา้ งตน้ เปน็ ประโยคประเภทใด ก. ประโยคแบบ ๓ สว่ น ข. ประโยคความเดียว ค. ประโยคความรวม ง .ประโยคความซ้อน ๙. ประโยคในขอ้ ใดต่างจากพวก ก. แมซ่ อ้ื เส้ือซ่งึ แขวนอยู่ในตู้ ข. คนเดินริมถนนมองดูตำรวจ ค. สปั ดาห์หน้าเธอจะไปเท่ยี วทะเลหรือนำ้ ตก ง. เขาทำงานหนกั เพราะต้องหาเลย้ี งดูลูก 4คน ๑๐. ประโยคใดเปน็ ประโยคความรวม ก. กมลอา่ นหนงั สือสารคดซี ่ึงแมซ่ อ้ื มาให้ ข. นกั กฬี าทมี ชาติไทยมุ่งมั่นไปสู่จุดหมาย ค. พอพอ่ กลับถึงบ้านแมก่ ็เตรียมอาหารเย็นเสรจ็ แล้ว ง. นักแสดงที่มีความสามรถย่อมได้รบั การกลา่ วขาน ๑๑. ข้อใดใช้ถ้อยคำไมถ่ ูกต้อง ก. เขาตขี ลมุ ทำเปน็ ไมร่ ้เู รอื่ งท่ีเกิดขึน้ ข. เธอจะตีโพยตีพายไปทำไม ไมเ่ หน็ จะสำคัญ ค. เขาถึงกับตีปกี เมือ่ ร้วู ่าสอบเขา้ มหาวิทยาลัยได้ ง. เราควรตแี ผค่ ำจำกดั ความน้ใี หช้ ดั เจนเสียกอ่ น ๑๒. ขอ้ ใดใชถ้ ้อยคำไดถ้ ูกต้อง ก. เขาถูกชกจนเลือดกบปาก ข. เขาพยายามกบเกลอ่ื นความผิด ค. เขาจนถึงขนาดตอ้ งกินข้าวเคล้านำ้ ปลาทุกวัน ง. เขาคลุกแปง้ กับนำ้ ตาลให้เข้ากันจนเปน็ เน้ือเดยี วกัน ตวั ชี้วัดทื่ 5.1 ม.๔-๖/1 วิเคราะห์และวิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบื้องตน้ (4 คะแนน) ๑๓. ในเรื่องหัวใจชายหน่มุ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หวั ใชพ้ ระนามแฝงว่าอย่างไร
Search